ภาษาองั กฤษเพือ่ การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14
รหัสวชิ า อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 : Noun เรอ่ื ง Ways of Forming the Plural Noun เวลา 2 คาบ
ช่อื ผู้สอน นางสาวสุดารัตน์ โยชนเ์ ยอ้ื น สอนวนั ที่ 11 - 22 กรกฎาคม 2565
1. ผลการเรียนรู้
ขอ้ 1 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา สง่ิ พิมพต์ า่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ขอ้ 2 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ จากเร่อื งที่อ่านที่
เป็นสารคดแี ละบนั เทงิ คดี พร้อมท้ังให้เหตผุ ล
ขอ้ 4 อธิบายและเขียนประโยค และข้อความให้สมั พนั ธ์กบั สื่อที่ไมใ่ ชค่ วามเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ทอ่ี า่ น
รวมทั้งระบุและเขยี นเรื่องท่ีไม่ใชค่ วามเรียงรูปแบบต่าง ๆ ใหส้ มั พันธ์กับประโยค และ
ขอ้ ความท่ีอ่าน
ขอ้ 6 ค้นควา้ สบื ค้น บนั ทกึ สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขียน
2. สาระสำคัญ
ในหน่วยการเรยี นรู้นี้ นักเรยี นจะได้เรยี นรู้เรื่อง Noun ซง่ึ แยกย่อยออกเป็น Kinds of Noun คือ
ประเภทของคำนามซ่ึงมดี ้วยกัน 6 ชนิดใหญ่ ๆ และได้เรียนรเู้ ก่ยี วกบั Abstract Noun การสร้าง Abstract
Noun โดยการเตมิ suffix ตลอดจนการเปล่ยี นคำนามเอกพจน์ให้เป็นพหพู จน์ เพราะคำนามเปน็ ส่วนสำคัญใน
การสร้างประโยค ไม่ว่าจะเป็นไดท้ ง้ั ประธานและเปน็ กรรม จึงมีความจำเป็นทน่ี ักเรียนจะตอ้ งใจเรื่อง Noun
ให้ถ่องแท้
3. สาระการเรยี นรู้
Grammar: อาการนาม หรือ Abstract Noun คอื คำนามท่ีใช้บอกสถานะ สภาวะ คุณลักษณะ
ต่างๆ อาจจะคุน้ เคยคำเหล่านี้ เช่น ภาพวาดแบบ abstract หรอื ภาพยนตร์สไตล์ abstract โดยที่เขา้ ใจว่า
อะไรทมี่ ลี งทา้ ยมันต้องเป็นพวกเข้าใจยาก แต่จริงๆแลว้ คำว่า abstract แปลวา่ นามธรรม ตรงขา้ มกบั คำ
วา่ concrete ที่แปลวา่ รปู ธรรม ดังน้ัน อะไรที่เรามองเหน็ ด้วยตาเปล่าไม่ได้ จับสัมผัสไม่ได้ ไม่สามารถใช้
ประสาทสัมผัสท้งั 5 สัมผัสได้ จงึ เรียกวา่ Abstract โดย Abstract มีรปู โดยมาจาก verb, adjective และ
noun หรอื กระทัง่ จากการเติม suffix ได้แก่
1. Abstract Noun ทีม่ าจาก verb + suffix –al
2. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ion – tion – ation – sion
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 81
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ment
4. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – y
5. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ure
6. Abstract Noun ทม่ี าจาก noun + suffix – hood
7. Abstract Noun ทีม่ าจาก noun + suffix – ship
8. Abstract Noun ทม่ี าจาก noun + suffix – ism
9. Abstract Noun ที่มาจาก adjective + suffix – cy
10. Abstract Noun ที่มาจาก adjective + suffix – ness
11. Abstract Noun ท่มี าจาก adjective + suffix – ty, - ity
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเดน็ สำคัญเกยี่ วกับเรื่องที่อ่าน
- Written Interaction สามารถเขยี นเกีย่ วกับตนเองโดยใช้ภาษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพ่ือหาข้อผิดพลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผอู้ ่ืน
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
5) อธบิ ายการเติม suffix ใน Abstract Noun ได้ (K)
6) สามารถใช้ Abstract Noun ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
7) สืบค้นขอ้ มลู อภิปรายและสรุปเก่ียวกบั Abstract Noun by Adding Suffix ได้ (K)
8) นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมุ่นมน่ั ในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรยี น 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มุ่งมั่นในการทำงาน
2. ซือ่ สัตย์สุจริต 7. รกั ความเปน็ ไทย
3. มีวินัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร :พูดใหข้ ้อมูล แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : นำไปปรับใช้ในชวี ิตประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วทิ ยาลัย 82
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
7. คณุ ลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วชิ าการ 2. สื่อสารสองภาษา 3. ลำ้ หนา้ ทางความคิด
4. ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รียน
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การร้เู ทา่ ทนั ส่อื )
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสือ่ สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นร)ู้
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มีวินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชวั่ โมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรยี นรู้ของนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตวั ช้วี ัดตามหลกั สูตรกำหนด
9.2 หลักความมีเหตผุ ล: เพอื่ ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชี้วัดมีลกั ษณะพงึ ประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเกดิ กระบวนการทำงานกลมุ่ และการคิดวเิ คราะห์ การคิดสรา้ งสรรค์อย่างมี
เหตผุ ล
9.3 หลักภมู ิคุ้มกัน: วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมดั ระวงั ในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นได้
เรยี นรูเ้ ต็มตามศักยภาพ ใชว้ ิธีการวดั ผลตามสภาพจริง และทกุ คนมีส่วนรว่ มในการวดั ผลการเรียนรูท้ ่ีกำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพัฒนาการเรียนรคู้ รัง้ ต่อไปได้
9.4 เงอื่ นไขความรู้: รอบรูเ้ รื่องหลักสูตร คำศัพท์ทเ่ี ก่ียวข้องกับเนื้อหา การตคี วามจากเร่อื งที่อ่าน
ปญั หาสงั คมท่ีนำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู หเ้ หมาะสมกับนกั เรียน
โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลทีห่ ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงอื่ นไขคุณธรรม ใชห้ ลักความยตุ ิธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมีวนิ ัยในการจดั กจิ กรรม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลยั 83
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหัดใน Workbook
11. กิจกรรมการเรียนการสอน
11.1 ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน
1) ครูทกั ทายนกั เรียน เชน่ Good morning students. How are you?
2) ครทู บทวนเน้ือหา Abstract Noun by Adding Suffix ซง่ึ เปน็ เน้อื หาในคาบท่ีแล้ว
3) ครูเอาคำศัพท์ให้นักเรียนดู แล้วใหน้ กั เรยี นสงั เกตบางสิง่ บางอยา่ ง
book - books boy - boys
girl - girls kite - kites
4) ครถู ามนักเรียนวา่ คำเหล่านม้ี ีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกนั บา้ ง
5) ครเู ฉลยนักเรียนว่ามตี ัวอกั ษรลงท้ายทีเ่ หมือนกันทัง้ หมด นั่นคอื -s
11.2 ขั้นจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1) ครแู จง้ หัวข้อทจี่ ะเรยี นกนั ในวันนี้ คือ Ways of Forming Plural Noun
2) ครพู ดู อธบิ ายนกั เรียนได้เข้าใจวา่ ว่าทำไมเราต้องมีการเติม -s ท้ายคำนาม
“คำนามในภาษาอังกฤษเมื่อมีจำนวนมากกว่า 1 ต้องเปลี่ยนรปู ใหเ้ ปน็ พหพู จน์เสมอ ทั้งนี้สามารถ
เปลีย่ นได้ก็ต่อเม่ือเปน็ คำนามนับนบั ได้ หากเปน็ คำนามนบั ไมไ่ ด้ จะไม่สามารถทำใหอ้ ยู่ในรปู พหูพจน์
แต่จะใส่คำบอกลักษณะนามแทน”
3) ครูให้นกั เรียนช่วยยกตัวอยา่ งวธิ ีการเปลี่ยนนามนับได้เอกพจนเ์ ปน็ พหูพจน์ ทนี่ ักเรียนรูจ้ ักหรือเคยเหน็
มาก่อน
4) ครูกล่าวชมเชยนกั เรียนที่สามารถแสดงความคดิ เหน็ ได้ และพูดเสรมิ แรงใหน้ ักเรยี นคนอื่น ๆ ช่วยกัน
ตอบเพ่ิม
5) ครอู ธบิ าย วิธีการเปลี่ยนนามนับไดเ้ อกพจน์เปน็ พหูพจน์ ตามลำดับดังน้ี
1. โดยท่ัวไปเติม s หลงั นามเอกพจน์ เชน่
Singular Plural Singular Plural
apple (แอปเปลิ ) apples stamp (แสตมป์) stamps
comb (หวี) combs face (หนา้ ) faces
computer (คอมพิวเตอร์) computers
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วทิ ยาลัย 84
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
2. คำนามเอกพจน์ทล่ี งท้ายด้วย s, ss, sh, ch, x, z ใหเ้ ตมิ es เช่น
Singular Plural Singular Plural
glass ( แกว้ ) glasses dish ( จาน ) dishes
bus ( รถประจำทาง ) buses box ( กล่อง ) boxes
church ( โบสถ์ ) churches quiz ( การสอบสั้นๆ ) quizes
3. คำนามที่ลงท้ายด้วย o และหนา้ o เป็นพยัญชนะ เติม es เชน่
Singular Plural Singular Plural
tomato ( มะเขือเทศ ) tomatoes echo ( เสยี งกอ้ ง ) echoes
potato ( มนั ฝรั่ง ) potatoes torpedo ( ตอรป์ ิโด ) torpedoes
hero ( วีรบรุ ษุ ) heroes
ขอ้ ยกเวน้ คำนามท่ีลงท้ายด้วย o บางคำที่ขา้ งหนา้ เปน็ สระหรอื พยญั ชนะ เติม s เชน่
Singular Plural Singular Plural
auto (รถยนต์ ) autos casino ( บ่อนการพนนั ) casinos
bamboo ( ไม้ไผ่ ) bamboos piano ( เปยี โน ) pianos
studio (หอ้ งสตูดโิ อ ) studios tobacco ( ยาสูบ ) tobaccos
kangaroo ( จงิ โจ้ ) kangaroos kilo ( กิโล ) kilos
ข้อยกเวน้ นามท่ลี งท้ายดว้ ย o บางคำจะเติม s หรือ es ไดท้ ง้ั สองอย่าง
Singular Plural Singular Plural
cargo ( สนิ คา้ ) cargos,cargoes buffalo ( ควาย ) buffalos, buffaloes
mango ( มะมว่ ง) mangos,mangoes motto ( ภาษติ ประจำใจ ) mottos,mottoes
mosquito ( ยุง ) mosquitos, mosquitoes zero ( เลขศนู ย์ ) zeros, zeroes
4. คำนามเอกพจน์ท่ลี งทา้ ยด้วย y และหน้า y เปน็ พยญั ชนะ ให้เปลี่ยน y เปน็ i แลว้ เตมิ es เช่น
Singular Plural Singular Plural
army ( กองทัพ ) armies lady ( สภุ าพสตรี ) ladies
family ( ครอบครัว ) families library ( ห้องสมดุ ) libraries
baby ( เดก็ ) babies
ถ้าหนา้ y เป็นสระ ให้เตมิ เพยี ง s
Singular Plural Singular Plural
toy ( ของเลน่ ) toys day ( วัน ) days
boy ( เดก็ ชาย ) boys monkey ( ลิง ) monkeys
key ( กญุ แจ ) keys
โรงเรียนสันติราษฎร์วทิ ยาลัย 85
ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
5. คำนามเอกพจน์ทีล่ งทา้ ยด้วย f หรอื fe เปล่ียนให้เปน็ v แลว้ เตมิ es เช่น
Singular Plural Singular Plural
calf ( ลูกววั ) calves wolf ( หมาป่า ) wolves
thief ( ขโมย ) thieves life ( ชีวิต ) lives
knife ( มดี ) knives wife ( ภรรยา ) wives
half ( ครง่ึ ) halves
ยกเวน้ คำตอ่ ไปน้เี ติม s เทา่ นั้น
Singular Plural Singular Plural
belief ( ความเชอื่ ถือ) beliefs dwarf ( คนแคระ ) dwarfs
brief ( สำนวนคดีความ ) briefs grief ( ความเศรา้ โศก ) griefs
chef ( หัวหน้าพอ่ ครัว ) chefs gulf ( อา่ ว ) gulfs
chief ( หัวหน้า) chiefs reef (หินโสโครก ) reefs
cliff ( หนา้ ผา ) cliffs safe ( ตนุ้ ริ ภัย) safes
คำตอ่ ไปน้ีทำได้ 2 แบบคือ
Singular Plural Singular Plural
scarf ( ผา้ พนั คอ ) scarfs,scarves roof ( หลังคา ) roofs,rooves
staff (คณะบคุ คล ) staffs,staves wharf (ท่าเรอื ) wharfs ,wharves
6. ทำเป็นนามพหุพจน์โดยเปลี่ยนภายในคำ
Singular Plural Singular Plural
goose ( ห่าน ) geese man ( ผชู้ าย ) men
louse ( เหา,หมัด ) lice woman (ผูห้ ญงิ ) women
mouse ( หนู ) mice ox ( วัว ) oxen
foot ( เทา้ ) feet child ( เด็ก ) children
tooth ( ฟัน ) teeth
7. คำตอ่ ไปน้ีเหมือนกันทั้งรปู พหพู จน์ และ เอกพจน์
Singular & Plural Singular & Plural Singular & Plural Singular & Plural
aircraft ( เครอื่ งบนิ ) herring ( ปลาเฮอริง ) deer ( กวาง ) species ( ชนดิ )
carp ( ปลาคารพ์ ) salmon ( ปลาซาลมอน ) bison ( ววั กระทงิ ) corps ( กองร้อย )
fish ( ปลา ) mackerel ( ปลาแมคเคอเรล )
shellfish( สตั วน์ ำ้ ทม่ี ีเปลือก ) series ( ชุด ) sheep ( แกะ )
trout ( ปลาเทร้า ) barracks ( โรงเรือนทหาร )
โรงเรยี นสันติราษฎรว์ ิทยาลัย 86
ภาษาอังกฤษเพือ่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
8. คำนามตอ่ ไปนมี้ ีรปู พหูพจนแ์ ต่ใชอ้ ยา่ งเอกพจน์
economics (วชิ า เศรษฐศาสตร์ ) civics ( วิชาหนา้ ทีพ่ ลเมือง ) works ( โรงงาน
ผลงาน ) ethics (วชิ าศลี ธรรม) mumps ( คางทูม) news ( ขา่ ว )
mathematics ( คณติ ศาสตร์ ) teens ( คนวัย 13 - 19 ปี ) ashes ( ขี้เถ้า )
mechanics ( กลสาสตร์ ) twenties ( คนวยั 20-29 ) measles ( หัด )
politics ( การเมือง ) thirties ( คนวัย 30 - 39 ) tactics ( กลยุทธ )
sciences ( วทิ ยาศาสตร์ ) headquarters ( สำนกั งานใหญ่) means ( วธิ ี )
statistics (วิชาสถิติ ) whereabouts ( ทอ่ี ยู่ )
เชน่ Mathematics is my favorite subject.
Measles is still a fairly serious childhood disease in some countries.
9. คำนามตอ่ ไปน้ีมีรูปพหูพจน์และใช้อย่างความหมายพหูพจน์ เช่น
arms ( อาวธุ ) pajamas ( ชุดนอน ) thanks ( ความขอบคุณ )
assets (ทรัพยส์ ิน ) scissors ( กรรไกร ) shorts ( กางเกงขาสั้น )
auspices ( ฤกษ์ ) drawers ( ลิ้นชัก ) wages ( ค่าจา้ ง )
biceps ( กลา้ มเน้ือแขน ) sheers ( กรรไกรยาว ) intestines ( ลำใส้ใหญ่ )
clothes ( เสอ้ื ผา้ ) suds ( ฟองสบู่ ) goods ( สนิ ค้า )
contents ( สารบญั ) spectacles ( แว่นตา ) eyeglasses ( แวน่ ตา )
customs ( ภาษีศุลกากร ) earnings ( รายได้ ) trousers,pants ( กางเกง )
jeans ( กางเกงยีนส์ ) binoculars ( กลอ้ งสอ่ งทางไกล ) sandals ( รองเท้าแตะ )
remains ( ซากทเ่ี หลืออยู่ ) credentials ( หนงั สือรบั รอง )
เชน่ My trousers are too long.
The company's earings have increased for the last five years.
10. นามตอ่ ไปนมี้ รี ปู เปน็ เอกพจน์ แต่ใชใ้ นความหมายพหูพจน์
people( ประชาชน ) cattle ( ปศสุ ตั ว์ ) youth ( คนหนุ่มสาว )
police ( ตำรวจ ) majority ( คนสว่ นมาก ) swine ( สตั ว์พนั ธหุ์ มู รวมทั้งหมปู า่ )
poultry ( สัตว์ปกี ) minority ( คนส่วนน้อย ) clergy ( พระฝรั่ง )
offspring ( ลูก )
เชน่ They are nice people. The police are looking for the Olympic Park bomber.
11. นามตอ่ ไปนี้ เมื่อเป็นเอกพจนม์ คี วามหมายอย่างหนึ่ง และเม่ือเปน็ พหูพจน์มีความหมายอีกอยา่ งหน่ึง
Singular Plural
advice ( คำแนะนำ ) advices ( รายงาน )
air ( อากาศ ) airs (การวางท่าหยิ่ง )
color ( สี ) colors ( ธงประจำกองทหาร ธงชาติ )
โรงเรยี นสันตริ าษฎรว์ ิทยาลยั 87
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
compass ( เข็มทิศ ) compasses ( วงเวียน )
content ( ความพอใจ ) contents ( สารบัญ )
copper ( ทองแดง ) coppers ( เหรียญทองแดง )
custom ( ธรรมเนียม ประเพณี ) customs ( ศุลกากร )
draught ( กระแสลม ) draughts ( หมากรุกฝร่ัง )
dump (ทีท่ ิง้ ขยะ ) dumps ( ความหดหู่ )
effect ( ผลกระทบ ) effects ( ทรพั ย์สนิ )
force ( อิทธิพล ) forces ( กองทัพ )
good ( ดี ) goods ( สินค้า )
ground ( ดนิ ) grounds ( เหตผุ ล )
iron ( เหลก็ ) irons ( โซต่ รวน )
manner ( วธิ ี อาการ) manners ( มารยาท )
minute ( นาที ) minutes ( รายงานการประชุม )
physic ( ยา ) physics ( วชิ าฟิสกิ ส์ )
quarter ( หนง่ึ ในส่ี ) quarters ( ท่อี ย่อู าศัย )
return ( การกลบั ) returns ( ผลกำไร ผลตอบแทน )
sand ( ทราย ) sands ( หาดทราย )
spirit ( น้ำใจนักกีฬา,วญิ ญาณ ) spirits ( เหลา้ ปศี าจ )
water ( น้ำ ) waters ( แหล่งน้ำ น่านน้ำ )
work ( งาน ผลงาน ) works ( โรงงาน )
12. คำนามท่ีมาจากภาษาอื่น ซึ่งภาษาองั กฤษยมื มาใช้
Singular Plural
มาจากภาษาลาติน เช่น agendum (ระเบียบวาระ ) agenda
alumnus ( ศษิ ย์เก่าชาย ) alumni
appendix (ไสต้ ง่ิ ,ภาคผนวก ) appendixes ( ไส้ตง่ิ ) appendices
( ภาคผนวก )
bacterium ( แบคทีเรยี ) bacteria
curriculum ( หลักสูตร ) curricula
fungus ( รา ) fungi
focus ( จุดรวม ) foci, focuses
genius ( อัจฉริยะ ) genii
index ( ดรรชนี เลขชกี้ ำลงั ) indexes ( ดรรชนี )
matrix ( เบ้าแบบ ) matrices
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย 88
ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
maximum ( มากทสี่ ุด ) maxima
medium ( ส่อื ) media ( สื่อมวลชน )
mediums ( ตัวกลาง )
memorandum ( บันทกึ ช่วยจำ ) memoranda
ovum ( รงั ไข่ ) ova
radius ( รัศมี ) radii
spectrum ( แสงสเปคตรัม ) spectra
มาจากภาษากรีก เชน่ axis ( แกน ) axes
analysis ( บทวิเคราะห์ ) analyses
basis ( หลกั เกณฑ์ ) bases
crisis ( วกิ ฤตการณ์ ) crises
criterion ( สิ่งที่เป็นเกณฑ์ ) criteria
diagnosis ( ขอ้ วนิ ิจฉัย) diagnoses
parenthesis ( วงเล็บ) parentheses
phenomenon ( ปรากฏการณ์ ) phenomena
hypothesis ( สมมุตฐิ าน ) hypotheses
synthesis ( บทสงั เคราะห์ ) syntheses
synopsis ( บทสรุป ) synopses
6) ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนไดซ้ กั ถาม
7) ครเู ฉลยแบบฝกึ หดั ท่เี กยี่ วกบั ชนิดของคำนามรว่ มกับนกั เรียน เพื่อเปน็ ตัวอยา่ งและแนวการคดิ จำนวน
5 ข้อแรก
8) ครใู ห้นักเรยี นลองทำแบบฝึกหดั เกยี่ วกับ Plural noun เอง
11.3 ขัน้ สรปุ
1) ครสู ุม่ ใหน้ กั เรียนร่วมเฉลยแบบฝกึ หัดเปน็ รายบุคคล
2) ครูชว่ ยอธิบายเสริมแนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
3) ครูถามนักเรียนวา่ Plural noun คืออะไร , มวี ธิ กี ารเปลี่ยนอย่างไรบ้าง
12. ส่ือ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
ส่อื 1. PowerPoint เรอ่ื ง Plural noun
2. Workbook
วสั ดอุ ปุ กรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานุกรม
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลยั 89
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
13. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการวดั เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ
มากกว่ารอ้ ยละ 80
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคำถามระหวา่ งเรียน -การสงั เกตพฤตกิ รรมในช้นั เรยี น
มากกวา่ รอ้ ยละ 80
1) ร้แู ละเขา้ ใจเนื้อหา Plural noun - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกวา่ รอ้ ยละ 80
2) สบื คน้ ข้อมลู อภปิ รายและสรปุ เกย่ี วกับ
Plural noun - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
2) สามารถเขยี นอธบิ ายเรือ่ งใกล้ตัวโดยใช้
Plural noun ได้
ด้านคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ (A) - การสังเกตคณุ ลักษณะอนั พึง -แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ
2) นักเรียนใฝเ่ รยี นรูแ้ ละมนุ่ มั่นในการ ประสงค์ ประสงค์
ทำงาน
ความคิดเหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงช่ือ................................................................
(นางสาวภัทร พงษเ์ จริญไทย)
ตำแหน่ งหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วนั ท่ี ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย 90
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
รหัสวิชา อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ชั่วโมง วนั ที่ 11 - 22 ก.ค. 2565
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เยอื้ น)
วันท่.ี ...............เดือน......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 91
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 15
รหัสวิชา อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 : Adjective เรื่อง Meaning of Adjective เวลา 2 คาบ
ชือ่ ผสู้ อน นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เยือ้ น สอนวนั ที่ 25 - 29 กรกฎาคม 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 2 จับใจความสำคัญ วเิ คราะหค์ วาม สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เหน็ จากเรือ่ งที่อ่านท่ี
เป็นสารคดแี ละบันเทิงคดี พร้อมทัง้ ให้เหตุผล
ขอ้ 3 ตีความ วิเคราะห์ข้อมูล และประเมนิ ข้อมูลจากหลาย ๆ แหลง่ เพื่อใช้ประกอบในการ
ตัดสนิ ใจหรือแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ให้เหมาะสมกบั สถานการณ์
ขอ้ 5 สรปุ ใจความสำคัญ แสดงความคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์
ขา่ ว/เหตุการณ์ทง้ั ในท้องถ่นิ สังคม และโลกอยา่ งมเี หตผุ ล
ข้อ 6 คน้ คว้า สบื ค้น บันทกึ สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับขอ้ มูลจากแหล่งการเรยี นร้ตู ่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคญั
ในหน่วยการเรียนรนู้ ี้ นักเรยี นจะไดเ้ รียนรู้เรื่อง Adjective ไดท้ ราบถึงหนา้ ท/ี่ ความหมาย หลกั เกณฑ์ใน
การใช้ Adjective ในตำแหน่งต่าง ๆ ของประโยค เพ่อื การส่ือสารในชวี ติ ประจำวัน
3. สาระการเรยี นรู้
Grammar: Adjective ( คุณศัพท์ ) คือคำ ( word ) วลี ( phrase ) หรือประโยค ( sentence ) ซึง่ ใช้
อธบิ ายหรอื ขยายคำนาม หรือสรรพนาม ใหไ้ ด้ ความชัดเจนยงิ่ ขึ้น กล่าวคือเป็นการบอกใหร้ ู้ลกั ษณะคณุ สมบัติ
ของนามหรือสรรพนามน้ันว่าเปน็ อย่างไร เช่น good, bad, new, hot, my, this
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเด็นสำคญั เกย่ี วกับเรื่องท่ีอ่าน
- Written Interaction สามารถเขียนเก่ยี วกบั ตนเองโดยใชภ้ าษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพ่ือหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผู้อื่น
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ าย meaning and placement of adjective ได้ (K)
2) สามารถเขียนเรื่องใกลต้ ัวโดยใช้ adjective ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (P)
โรงเรยี นสันติราษฎรว์ ิทยาลัย 92
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
3) สืบคน้ ขอ้ มลู อภปิ รายและสรุปเกีย่ วกับ adjective ได้ (K)
4) นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้และมุน่ ม่นั ในการทำงาน (A)
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รียน 5. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 6. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
2. ซ่ือสัตย์สจุ รติ 7. รกั ความเป็นไทย
3. มีวนิ ัย 8. มีจิตสาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการส่อื สาร :พดู ให้ขอ้ มูล แสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกบั เรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จับใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรปุ ตีความ และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : นำไปปรับใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การค้นหาคำศพั ท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คุณลกั ษณะของผู้เรียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
1. เปน็ เลศิ วชิ าการ 2. ส่อื สารสองภาษา 3. ลำ้ หน้าทางความคดิ
4. ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. รว่ มกนั รับผดิ ชอบต่อสังคมโลก
8. คณุ ลกั ษณะและทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รยี น
3Rs ประกอบด้วย
Reading (การอ่าน) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและการแก้ปญั หา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การรเู้ ท่าทันสือ่ )
Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การส่อื สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้)
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย 93
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มวี นิ ัย คุณธรรม จริยธรรม)
9. บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ชั่วโมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรียนรขู้ องนักเรียน และสอดคล้องกับมาตรฐานและตวั ชวี้ ัดตามหลกั สูตรกำหนด
9.2 หลกั ความมีเหตผุ ล: เพ่อื ใหส้ อนบรรลตุ ามมาตรฐานและตวั ชวี้ ัดมลี กั ษณะพึงประสงค์ตามที่
หลักสตู รกำหนด เพื่อให้ผูเ้ รยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สรา้ งสรรค์อย่างมี
เหตผุ ล
9.3 หลกั ภูมิคุม้ กัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวังในการจัดกจิ กรรมการเรียนร้ใู ห้นักเรยี นได้
เรยี นร้เู ตม็ ตามศักยภาพ ใช้วิธีการวัดผลตามสภาพจรงิ และทุกคนมสี ่วนร่วมในการวดั ผลการเรียนรู้ทก่ี ำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรไู้ ปพฒั นาการเรียนรู้ครง้ั ต่อไปได้
9.4 เงื่อนไขความรู้: รอบรเู้ ร่ืองหลกั สตู ร คำศัพท์ท่ีเกีย่ วข้องกับเนือ้ หา การตีความจากเรื่องที่อา่ น
ปญั หาสงั คมท่ีนำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรใู้ ห้เหมาะสมกับนกั เรียน
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมนิ ผลทห่ี ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงือ่ นไขคุณธรรม ใช้หลักความยุติธรรม ความรบั ผิดชอบ การมวี ินัยในการจัดกิจกรรม
10. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หดั ใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
11.1 ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรียน
1) ครูชภู าพนักรอ้ งหรอื ดารา 5-6 คนทีก่ ำลงั ดงั ในขณะน้ี แล้วใหน้ ักเรยี นระบชุ ่ือ โดยครชู ทู ลี ะภาพ
Ss: Emma Watson, Angelina Jolie, Um Patcharapa, Ann Thongprasom, Steve Rogers
2) ครสู มุ่ ถามนักเรยี น 3-4 คนว่าชอบนกั ร้องหรอื ดาราคนไหน และบอกเหตุผลดว้ ยว่าทำไมถึงชอบ โดย
ครูอนญุ าตใหน้ กั เรียนตอบเป็นภาษาไทยได้ เพราะครตู ้องการให้นักเรียนฝึกแสดงความคดิ เหน็
T : Who do you like? And why?
S1 : I like Emma Watson because she is kind and smart. She is a good actor.
11.2 ข้ันจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
9) ครูแจง้ หัวขอ้ ที่จะเรียนกนั ในวันน้ี คอื adjective
10) ครพู ดู อธบิ ายนกั เรียนได้เขา้ ใจว่า adjective คืออะไร มหี ลักการใช้อยา่ งไร
11) ครูให้นกั เรยี นชว่ ยยกตวั อย่าง adjective ท่นี กั เรยี นรจู้ กั หรือเคยเห็นมาก่อน
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลยั 94
ภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
12) ครูกลา่ วชมเชยนักเรียนท่สี ามารถแสดงความคิดเหน็ ได้ และพูดเสริมแรงให้นักเรียนคนอื่น ๆ ช่วยกนั
ตอบเพ่ิม
13) ครอู ธบิ าย adjective order โดยใช้ภาพประกอบเพ่อื ใหเ้ กิดความเข้ามากย่งิ ข้นึ
14) ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนไดซ้ กั ถาม
15) ครูเฉลยแบบฝกึ หดั ท่เี ก่ยี วกบั adjective ร่วมกบั นักเรียน เพ่อื เป็นตัวอย่างและแนวการคิดจำนวน 5
ขอ้ แรก
16) ครใู ห้นกั เรยี นลองทำแบบฝกึ หดั เก่ยี วกับ adjective เอง
11.3 ขนั้ สรปุ
4) ครสู ุ่มให้นกั เรียนร่วมเฉลยแบบฝึกหัดเป็นรายบุคคล
5) ครชู ว่ ยอธิบายเสรมิ แนวคำตอบของแต่ละข้อ
6) ครูถามนักเรียนวา่ adjective คอื อะไร , มีหลักเกณฑ์การใช้อยา่ งไรบา้ ง
12. ส่ือ/วสั ดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
สอ่ื 1. PowerPoint เรือ่ ง Meaning of Adjective
2. Workbook
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหลง่ เรียนรู้ 1. พจนานกุ รม
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย 95
ภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
13. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
มากกวา่ รอ้ ยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การตอบคำถามระหว่างเรยี น -การสังเกตพฤติกรรมในชน้ั เรยี น
มากกว่าร้อยละ 80
3) รแู้ ละเขา้ ใจเน้ือหา Meaning and of - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกวา่ รอ้ ยละ 80
Adjective
- การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
4) สบื ค้นข้อมูล อภปิ รายและสรุปเกยี่ วกบั
adjective - การสงั เกตคณุ ลกั ษณะอันพึง -แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึง
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประสงค์ ประสงค์
1) สามารถเขียนอธบิ ายเร่ืองใกล้ตัวโดยใช้
adjective ได้ถูกตอ้ ง
ด้านคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ (A)
1) นกั เรียนใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่นมั่นในการ
ทำงาน
ความคิดเห็น
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงช่ือ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษเ์ จรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหวั หน้ากลุ่มสาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วันที่ ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสันติราษฎร์วิทยาลยั 96
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
รหัสวชิ า อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 2 ช่ัวโมง วนั ที่ 25 – 29 ก.ค. 2565
1. ผลการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
2. ปญั หา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงชื่อ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารตั น์ โยชน์เยอ้ื น)
วนั ท.ี่ ...............เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลัย 97
ภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 16
รหสั วชิ า อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 : Adjective เร่ือง Placement of Adjective เวลา 2 คาบ
ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยื้อน สอนวันท่ี 1 - 5 สงิ หาคม 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ข้อ 2 จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากเรอ่ื งท่ีอ่านที่
เป็นสารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผล
ข้อ 3 ตคี วาม วเิ คราะห์ขอ้ มูล และประเมินข้อมลู จากหลาย ๆ แหลง่ เพ่ือใช้ประกอบในการ
ตดั สนิ ใจหรือแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ข้อ 5 สรุปใจความสำคญั แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกย่ี วกับเรื่องตา่ ง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์
ข่าว/เหตุการณ์ทง้ั ในท้องถ่ิน สงั คม และโลกอย่างมเี หตุผล
ข้อ 6 คน้ ควา้ สบื คน้ บันทึก สรุป และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ขอ้ มูลจากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขียน
2. สาระสำคญั
ในหน่วยการเรยี นรู้นี้ นกั เรียนจะไดเ้ รียนร้เู ร่ือง Adjective ไดท้ ราบถึงหน้าท่ี/ความหมาย หลกั เกณฑใ์ น
การใช้ Adjective ในตำแหน่งตา่ ง ๆ ของประโยค เพอื่ การสื่อสารในชวี ิตประจำวัน
3. สาระการเรียนรู้
Grammar: การวางตำแหน่งคำคุณศพั ท์มีความสำคญั หากวางตำแหน่งไม่ถูกต้องเวลาพดู หรอื เขียน กจ็ ะ
ดแู แปลกๆ ตวั อย่างถ้าเป็นภาษาไทยเรา ฉนั ชอบสีดำสนุ ัข น่คี อื ตัวอย่างการวางผดิ คำคุณศัพท์ (สีดำ) ผดิ
ตำแหนง่ ก็จะทำให้อ่านหรือฟังแลว้ ดูแปลก ภาษา องั กฤษก็เชน่ กนั อยา่ ง I like the dog black.(ผดิ )
I like the black dog. (ถกู ) ซึง่ สามารถว่าคุณศัพท์ไดห้ ลายตำแหนง่
1) วางคำคณุ ศพั ท์หนา้ คำนาม
2) วางคุณศัพท์หลงั คำกรยิ า
3) วางคุณศัพท์หลัง verb to be
4) วางคำคณุ คพั ท์กบั หลงั สรรพนามไมเ่ จาะจง
5) ใชค้ ำคุณศพั ท์กับกรยิ าวเิ ศษณ์
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเดน็ สำคญั เก่ยี วกบั เรื่องท่ีอา่ น
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วิทยาลัย 98
ภาษาองั กฤษเพื่อการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
- Written Interaction สามารถเขยี นเกีย่ วกบั ตนเองโดยใช้ภาษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขยี นเพื่อหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถร่วมอภิปรายกบั ผู้อื่น
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
9) อธบิ าย placement of adjective ได้ (K)
10) สามารถเขยี นเรื่องใกล้ตัวโดยใช้ adjective ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
11) สืบคน้ ข้อมลู อภิปรายและสรุปเกี่ยวกับ adjective ได้ (K)
12) นกั เรียนใฝเ่ รียนรแู้ ละม่นุ มั่นในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผูเ้ รยี น 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
2. ซื่อสตั ยส์ ุจรติ 7. รักความเป็นไทย
3. มวี ินยั 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร :พูดใหข้ ้อมูล แสดงความคิดเหน็ ของตนเองเกีย่ วกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : นำไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศพั ท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผูเ้ รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วชิ าการ 2. สื่อสารสองภาษา 3. ลำ้ หน้าทางความคิด
4. ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลักษณะและทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผู้เรยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น)์
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 99
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การร้เู ทา่ ทนั ส่ือ)
Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสื่อสาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้)
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มวี ินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชวั่ โมงจดั กิจกรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรยี นรขู้ องนักเรยี น และสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชีว้ ัดตามหลกั สตู รกำหนด
9.2 หลกั ความมเี หตผุ ล: เพื่อใหส้ อนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวช้วี ัดมลี กั ษณะพึงประสงค์ตามที่
หลักสูตรกำหนด เพ่ือให้ผู้เรียนเกดิ กระบวนการทำงานกลมุ่ และการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สร้างสรรค์อย่างมี
เหตุผล
9.3 หลกั ภูมิค้มุ กัน: วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจัดกิจกรรมการเรียนรใู้ หน้ ักเรียนได้
เรยี นรู้เตม็ ตามศักยภาพ ใชว้ ิธีการวดั ผลตามสภาพจรงิ และทกุ คนมีส่วนร่วมในการวดั ผลการเรยี นรทู้ ่ีกำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรูไ้ ปพัฒนาการเรียนรคู้ รง้ั ต่อไปได้
9.4 เงื่อนไขความรู้: รอบรูเ้ ร่ืองหลกั สูตร คำศัพทท์ ี่เกี่ยวข้องกบั เน้ือหา การตคี วามจากเร่อื งที่อ่าน
ปญั หาสังคมทน่ี ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกับนักเรียน
โดยใช้กระบวนการวดั และประเมนิ ผลทีห่ ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เง่ือนไขคุณธรรม ใช้หลกั ความยตุ ธิ รรม ความรับผิดชอบ การมวี ินัยในการจดั กจิ กรรม
10. ช้นิ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หดั ใน Workbook
11. กิจกรรมการเรียนการสอน
11.1 ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1) ครทู ักทายนักเรียน เช่น Good morning students
2) ครูถามนักเรียนว่า “What did we learn yesterday?”
3) ครมู คี ำศัพท์ใหน้ กั เรยี น โดยใหเ้ รยี งเปน็ ประโยคให้ถกู ต้อง
flowers these beautiful very are
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 100
ภาษาองั กฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
4) ครูเฉลยคำตอบ คือ These flowers are very beautiful. และให้นักเรียนชว่ ยกันตอบวา่ คำไหนคือ
คำคุณศพั ท์
11.2 ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1) ครูแจ้งหวั ข้อที่จะเรยี นกันในวันน้ี คอื Placement of adjective
2) ครูพดู อธิบายนกั เรียนไดเ้ ข้าใจวา่ ตำแหน่งในการวาง adjective มหี ลักการใชอ้ ย่างไร
3) ครใู ห้นกั เรียนช่วยยกตวั อยา่ งประโยคทม่ี ีคำ adjective ให้เพือ่ น ๆ ฟงั
4) ครกู ล่าวชมเชยนกั เรียนทส่ี ามารถแสดงความคิดเห็นได้ และพดู เสรมิ แรงให้นักเรียนคนอื่น ๆ ชว่ ยกัน
ตอบเพิ่ม
5) ครอู ธบิ ายการวาง adjective โดยใช้ภาพประกอบเพ่ือให้เกิดความเขา้ มากย่ิงขนึ้
6) ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนไดซ้ กั ถาม
7) ครูเฉลยแบบฝกึ หดั ท่เี กีย่ วกับ adjective รว่ มกับนกั เรยี น เพื่อเปน็ ตัวอยา่ งและแนวการคิดจำนวน 3
ข้อแรก
8) ครใู ห้นักเรียนลองทำแบบฝึกหัดเก่ยี วกับ adjective เอง
11.3 ขัน้ สรปุ
7) ครสู มุ่ ใหน้ กั เรียนรว่ มเฉลยแบบฝกึ หดั เปน็ รายบุคคล
8) ครชู ่วยอธบิ ายเสริมแนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
9) ครถู ามนักเรียนว่าตำแหนง่ การวาง adjective มอี ะไรบ้าง , มหี ลักเกณฑ์การใชอ้ ย่างไรบ้าง
12. สื่อ/วสั ดุอุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
สือ่ 1. PowerPoint เรือ่ ง Placement of Adjective
2. Workbook
โรงเรียนสันติราษฎร์วทิ ยาลัย 101
ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
แหล่งเรยี นรู้ 2. ปากกา white board
1. พจนานุกรม
13. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
มากกว่าร้อยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การตอบคำถามระหว่างเรียน -การสงั เกตพฤติกรรมในช้ันเรียน
มากกว่ารอ้ ยละ 80
1) รู้และเข้าใจเนื้อหา Placement of - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกว่ารอ้ ยละ 80
Adjective
- การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
2) สืบค้นขอ้ มูล อภิปรายและสรปุ เกยี่ วกับ
adjective - การสงั เกตคณุ ลักษณะอันพงึ -แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ประสงค์ ประสงค์
1) สามารถเขยี นอธิบายเร่อื งใกล้ตวั โดยใช้
adjective ไดถ้ ูกต้อง
ดา้ นคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A)
1) นกั เรียนใฝเ่ รียนร้แู ละมนุ่ ม่ันในการ
ทำงาน
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วันท่ี ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสันติราษฎร์วทิ ยาลยั 102
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
รหสั วชิ า อ 33201 บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8 รายวิชาภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ วันที่ 1 – 5 ส.ค. 2565
เวลา 1 ชั่วโมง
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคุณลักษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอื้ น)
วันท่ี................เดือน......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลัย 103
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรยี นสันติราษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 17
รหสั วิชา อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 : Adjective เร่อื ง Kinds of Adjective เวลา 2 คาบ
ชือ่ ผู้สอน นางสาวสุดารตั น์ โยชน์เยอ้ื น สอนวนั ที่ 8 - 12 สิงหาคม 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 2 จบั ใจความสำคญั วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ จากเร่ืองที่อ่านที่
เป็นสารคดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมทง้ั ให้เหตุผล
ขอ้ 3 ตคี วาม วิเคราะห์ข้อมูล และประเมนิ ข้อมูลจากหลาย ๆ แหลง่ เพื่อใช้ประกอบในการ
ตัดสนิ ใจหรือแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ขอ้ 5 สรุปใจความสำคญั แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองตา่ ง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ข่าว/เหตุการณ์ทั้งในท้องถิ่น สงั คม และโลกอย่างมีเหตผุ ล
ข้อ 6 ค้นควา้ สบื ค้น บนั ทกึ สรุป และแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขียน
2. สาระสำคัญ
ในหน่วยการเรียนรนู้ ี้ นักเรยี นจะได้เรยี นร้เู รื่อง Adjective ได้ทราบถงึ หนา้ ที/่ ความหมาย หลกั เกณฑใ์ น
การใช้ Adjective ในตำแหนง่ ตา่ ง ๆ ของประโยค เพ่อื การสือ่ สารในชวี ิตประจำวัน
3. สาระการเรียนรู้
Grammar: โดยทวั่ ไป adjective แบง่ ได้ 8 ชนิด ดงั น้ี
1) Proper adjective ( คุณศัพทแ์ สดงสญั ชาติ ) เปน็ คำคณุ ศัพทท์ ่ีขยายนามเพื่อบอกสญั ชาติ มรี ูป
เปล่ียนแปลงมาจาก Proper noun และตอ้ งข้ึนต้นดว้ ยตวั ใหญ่เสมอ
2) Descriptive Adjective ( คุณศัพท์แสดงคุณสมบัติ ) เปน็ คำคณุ ศัพทบ์ อกลกั ษณะ คือจะไปขยายนาม
เพอื่ บอกให้รวู้ ่า นามน้ันมีลักษณะ คุณสมบตั ิ หรือความพิเศษอย่างไร เปน็ ชนดิ ท่ีใชม้ ากที่สดุ
3) Quantitative Adjective ( คณุ ศัพทแ์ สดงปริมาณท่นี ับไมไ่ ด้ ) เปน็ คำคณุ ศัพท์บอกปริมาณ คอื ไปขยายนามทีน่ ับไมไ่ ด้
(uncountable noun ) เพอ่ื บอกใหท้ ราบปรมิ าณของสิ่งนนั้ วา่ มีมากหรือน้อย แต่ไม่บอก จำนวนแน่นอน
4) Numeral Adjective เปน็ คำคุณศัพท์ท่ีบอกจำนวนมากน้อยของนามทน่ี บั ได้ ( countable noun )
หรอื บอกลำดบั ก่อนหลัง ( order )
5) Demonstrative Adjective เป็นคำคณุ ศพั ทช์ ีเ้ ฉพาะคำนาม ซ่ึงระบุเจาะจงไปโดยชดั แจ้งว่าเป็นคำนาม
อนั ไหน สง่ิ ไหน หรือคนใด
6) Distributive Adjective เป็นคำคุณศัพท์ซึง่ ไปขยายคำนามเพอ่ื แยกคำนามนน้ั ๆออกจากกนั
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย 104
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
7) Possessive Adjective เป็นคำคณุ ศัพทป์ ระกอบหน้านามเพ่อื แสดงความเป็นเจ้าของ
8) Interrogative Adjective เปน็ คำคุณศัพทข์ ยายคำนามเพื่อแสดงคำถาม
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคญั เกีย่ วกบั เรื่องท่ีอา่ น
- Written Interaction สามารถเขยี นเกี่ยวกับตนเองโดยใชภ้ าษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพื่อหาข้อผิดพลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผอู้ ่ืน
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธิบาย kinds of adjective ได้ (K)
2) สามารถเขยี นเรื่องใกลต้ วั โดยใช้ adjective ได้อย่างถูกต้อง (P)
3) สืบคน้ ขอ้ มูล อภิปรายและสรุปเก่ยี วกบั adjective ได้ (K)
4) นกั เรียนใฝ่เรียนรู้และมนุ่ มั่นในการทำงาน (A)
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผ้เู รียน 5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต 7. รกั ความเป็นไทย
3. มีวินัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร :พดู ให้ขอ้ มูล แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : นำไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศพั ท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คุณลกั ษณะของผเู้ รียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วิชาการ 2. ส่อื สารสองภาษา 3. ลำ้ หน้าทางความคดิ
4. ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์ 5. ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผูเ้ รยี น
3Rs ประกอบด้วย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขียน) Arithmetics (การคำนวณ)
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลยั 105
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแก้ปัญหา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การรเู้ ท่าทันสอ่ื )
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสอ่ื สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้)
Compassion (ความมเี มตตากรณุ า มวี ินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลกั ความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ชวั่ โมงจัดกจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรียนร้ขู องนักเรียน และสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชวี้ ดั ตามหลกั สตู รกำหนด
9.2 หลกั ความมีเหตผุ ล: เพอ่ื ใหส้ อนบรรลุตามมาตรฐานและตวั ชวี้ ดั มีลกั ษณะพึงประสงค์ตามที่
หลกั สตู รกำหนด เพื่อใหผ้ ้เู รยี นเกดิ กระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สรา้ งสรรคอ์ ยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลกั ภมู ิคุม้ กัน: วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมดั ระวงั ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นได้
เรยี นรเู้ ต็มตามศักยภาพ ใช้วธิ กี ารวดั ผลตามสภาพจริง และทกุ คนมีสว่ นรว่ มในการวดั ผลการเรยี นรทู้ ี่กำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพฒั นาการเรียนร้คู รง้ั ต่อไปได้
9.4 เงือ่ นไขความรู้: รอบรู้เรื่องหลักสตู ร คำศัพทท์ ่ีเก่ยี วข้องกับเนือ้ หา การตีความจากเรอ่ื งที่อ่าน
ปัญหาสังคมทน่ี ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจดั กิจกรรมการเรยี นรใู้ หเ้ หมาะสมกับนกั เรยี น
โดยใช้กระบวนการวัดและประเมนิ ผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงือ่ นไขคุณธรรม ใช้หลกั ความยุติธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี ินัยในการจัดกิจกรรม
10. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หัดใน Workbook
11. กิจกรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1) ครทู กั ทายนักเรยี น เชน่ Good morning students
2) ครูถามนักเรยี นในเรื่องทีเ่ รียนไปเม่ือคาบท่ีแลว้ เพื่อเป็นการทบทวนเน้อื หาเดิม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลยั 106
ภาษาองั กฤษเพ่อื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
3) ครูมคี ำศัพท์ให้นักเรยี นดู และใหน้ กั เรยี นสังเกตดวู ่าคำไหนเป็น adjective
4) ครูเฉลยคำตอบ วา่ จรงิ ๆ แลว้ ทัง้ 8 คำนนั้ เปน็ adjective หมดเลย
11.2 ข้ันจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1) ครแู จ้งหัวข้อทีจ่ ะเรียนกนั ในวันน้ี คอื kinds of adjective
2) ครูพดู อธบิ ายนักเรยี นได้เข้าใจว่า adjective มกี ี่ประเภท แตล่ ะประเภทมีอะไรบ้าง
3) ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยยกตวั อย่างคำ adjective ในแตล่ ะประเภทใหเ้ พ่ือน ๆ ฟัง
4) ครกู ลา่ วชมเชยนกั เรียนท่สี ามารถแสดงความคิดเห็นได้ และพดู เสรมิ แรงให้นักเรียนคนอื่น ๆ ช่วยกนั
ตอบเพิ่ม
5) ครูอธบิ ายการวาง adjective โดยใชภ้ าพประกอบเพ่ือให้เกิดความเขา้ มากยง่ิ ขึน้
6) ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นได้ซักถาม
7) ครเู ฉลยแบบฝกึ หดั ทเี่ ก่ยี วกบั adjective รว่ มกบั นกั เรยี น เพ่ือเป็นตวั อยา่ งและแนวการคิดจำนวน 3
ข้อแรก
8) ครใู ห้นักเรยี นลองทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกบั adjective เอง
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย 107
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
11.3 ขน้ั สรปุ
1) ครสู มุ่ ให้นักเรยี นรว่ มเฉลยแบบฝกึ หดั เป็นรายบุคคล
2) ครูช่วยอธบิ ายเสรมิ แนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
3) ครถู ามนักเรยี นวา่ ตำแหน่งการวาง adjective มอี ะไรบา้ ง , มีหลักเกณฑก์ ารใชอ้ ย่างไรบ้าง
12. สื่อ/วัสดุอุปกรณ/์ แหล่งเรยี นรู้
สอื่ 1. PowerPoint เรอื่ ง Placement of Adjective
2. Workbook
วัสดอุ ุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานุกรม
12. การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
-การสังเกตพฤตกิ รรมในชั้นเรียน มากกว่าร้อยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การตอบคำถามระหว่างเรียน -แบบประเมนิ ใบงาน
มากกวา่ รอ้ ยละ 80
1) ร้แู ละเข้าใจเน้อื หา kinds of adjective - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกว่าร้อยละ 80
2) สืบคน้ ขอ้ มลู อภิปรายและสรุปเกยี่ วกับ
-แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอันพึง
adjective - การทำใบงาน ประสงค์
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถเขียนอธิบายเร่ืองใกลต้ วั โดยใช้
adjective ไดถ้ กู ต้อง
ดา้ นคณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A) - การสังเกตคณุ ลักษณะอนั พงึ
1) นกั เรยี นใฝเ่ รยี นรู้และม่นุ มนั่ ในการ ประสงค์
ทำงาน
ความคดิ เห็น 108
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงช่อื ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจริญไทย)
ตำแหน่ งหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วนั ท่ี ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วทิ ยาลยั
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วชิ า อ 33201 รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ชั่วโมง วนั ที่ 8 – 12 ส.ค. 2565
1. ผลการจดั การเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยอื้ น)
วนั ที่................เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วทิ ยาลยั 109
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 18
รหัสวชิ า อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวเิ คราะห์
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 : Adjective เรอื่ ง Formation of Adjective เวลา 1 คาบ
ช่อื ผู้สอน นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอ้ื น สอนวันที่ 15 – 19 สิงหาคม 2565
1. ผลการเรียนรู้
ขอ้ 2 จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากเร่อื งที่อ่านท่ี
เป็นสารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทัง้ ให้เหตุผล
ขอ้ 3 ตคี วาม วเิ คราะห์ขอ้ มลู และประเมินข้อมลู จากหลาย ๆ แหล่ง เพ่อื ใช้ประกอบในการ
ตดั สนิ ใจหรอื แก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์
ข้อ 5 สรุปใจความสำคญั แสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกบั เรื่องต่าง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ข่าว/เหตกุ ารณ์ทงั้ ในท้องถ่ิน สงั คม และโลกอย่างมเี หตุผล
ข้อ 6 ค้นควา้ สืบค้น บนั ทกึ สรุป และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับขอ้ มลู จากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขียน
2. สาระสำคญั
ในหน่วยการเรยี นรู้น้ี นกั เรยี นจะได้เรยี นรู้เรื่อง Adjective ไดท้ ราบถึงหน้าท/ี่ ความหมาย หลกั เกณฑใ์ น
การใช้ Adjective ในตำแหนง่ ต่าง ๆ ของประโยค เพือ่ การสอื่ สารในชีวติ ประจำวัน
3. สาระการเรียนรู้
Grammar: adjective โดยสงั เกตดูจาก suffix
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคญั เกีย่ วกับเร่ืองที่อ่าน
- Written Interaction สามารถเขยี นเกย่ี วกับตนเองโดยใช้ภาษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขยี นเพ่ือหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภปิ รายกับผอู้ น่ื
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธิบายหลักการเปลี่ยนคำให้เป็น adjective ได้ (K)
2) สามารถเขียนเรื่องใกลต้ วั โดยใช้ adjective ได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3) สบื คน้ ขอ้ มูล อภิปรายและสรุปเก่ยี วกับ adjective ได้ (K)
4) นกั เรียนใฝ่เรยี นรู้และมุ่นม่ันในการทำงาน (A)
โรงเรยี นสันติราษฎรว์ ิทยาลยั 110
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผูเ้ รยี น 5. อยู่อย่างพอเพียง
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
2. ซ่ือสตั ย์สจุ ริต 7. รักความเปน็ ไทย
3. มีวินยั 8. มีจิตสาธารณะ
4. ใฝ่เรียนรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร :พดู ใหข้ อ้ มลู แสดงความคดิ เห็นของตนเองเก่ยี วกับเรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จับใจความสำคญั วิเคราะห์ สรุป ตีความ และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ : นำไปปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การค้นหาคำศพั ทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลกั ษณะของผู้เรียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วิชาการ 2. ส่อื สารสองภาษา 3. ล้ำหน้าทางความคดิ
4. ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. รว่ มกันรับผดิ ชอบต่อสังคมโลก
8. คณุ ลักษณะและทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รยี น
3Rs ประกอบด้วย
Reading (การอ่าน) Writing (การเขียน) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบดว้ ย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การรเู้ ทา่ ทนั สอื่ )
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสอ่ื สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้)
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม)
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 111
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
9. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลกั ความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ชัว่ โมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรู้ของนักเรยี น และสอดคล้องกับมาตรฐานและตวั ช้วี ัดตามหลกั สตู รกำหนด
9.2 หลักความมเี หตุผล: เพ่อื ใหส้ อนบรรลุตามมาตรฐานและตวั ชี้วัดมลี กั ษณะพึงประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพ่ือใหผ้ เู้ รียนเกดิ กระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคิดสรา้ งสรรค์อยา่ งมี
เหตุผล
9.3 หลกั ภูมคิ ุ้มกัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมดั ระวงั ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรใู้ หน้ ักเรยี นได้
เรียนรูเ้ ต็มตามศักยภาพ ใชว้ ธิ กี ารวัดผลตามสภาพจรงิ และทุกคนมสี ว่ นร่วมในการวดั ผลการเรียนรูท้ ีก่ ำหนดไว้
และนำผลการเรยี นร้ไู ปพฒั นาการเรียนรูค้ รง้ั ต่อไปได้
9.4 เงือ่ นไขความร:ู้ รอบร้เู ร่ืองหลกั สูตร คำศัพท์ทเ่ี กี่ยวข้องกับเนือ้ หา การตคี วามจากเรือ่ งที่อ่าน
ปัญหาสงั คมทีน่ ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ใู ห้เหมาะสมกับนกั เรียน
โดยใชก้ ระบวนการวดั และประเมนิ ผลทหี่ ลากหลายตรงตามสภาพจรงิ
9.5 เงอื่ นไขคุณธรรม ใช้หลักความยุติธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมีวนิ ัยในการจัดกจิ กรรม
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหดั ใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1) ครูทักทายนักเรียน เชน่ Good morning students
2) ครถู ามนักเรียนในเรื่องทเ่ี รยี นไปเม่ือคาบท่ีแล้ว เพ่ือเปน็ การทบทวนเนื้อหาเดิม
3) ครูมคี ำศัพท์ให้นักเรยี นดู และใหน้ กั เรียนสังเกตดูว่าทงั้ 3 คำ ล้วนเป็น adjective หมดเลย
มขี ้อสงั เกตุตรงไหนบ้าง
4) ครเู ฉลยคำตอบวา่ ข้อสงั เกตุคือ ทง้ั 3 คำ ลงท้ายด้วย -ish 112
11.2 ขัน้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้
1) ครแู จง้ หัวขอ้ ท่ีจะเรยี นกันในวันนี้ คอื formation of adjective
2) ครูพูดอธิบายนักเรียนได้เข้าใจว่า adjective มวี ิธีสังเกตไดโ้ ดยสงั เกตที่ suffix
3) ครูให้นกั เรยี นช่วยยกตัวอย่างคำ adjective ในแต่ละ suffix ใหเ้ พื่อน ๆ ฟัง
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลยั
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
4) ครูกลา่ วชมเชยนกั เรียนทสี่ ามารถแสดงความคิดเหน็ ได้ และพูดเสริมแรงให้นักเรยี นคนอื่น ๆ ชว่ ยกนั
ตอบเพิ่ม
5) ครูอธิบาย suffix ของ adjective โดยใช้ภาพประกอบเพื่อใหเ้ กดิ ความเข้ามากยงิ่ ขน้ึ
6) ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนได้ซักถาม
7) ครเู ฉลยแบบฝกึ หัดที่เก่ียวกบั formation of adjective ร่วมกบั นกั เรยี น เพื่อเป็นตัวอยา่ งและแนว
การคิดจำนวน 5ข้อแรก
8) ครใู ห้นกั เรียนลองทำแบบฝึกหดั เก่ยี วกบั formation of adjective เอง
11.3 ข้นั สรปุ
1) ครูสุ่มให้นักเรียนร่วมเฉลยแบบฝกึ หดั เป็นรายบคุ คล
2) ครูชว่ ยอธิบายเสริมแนวคำตอบของแต่ละข้อ
3) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ว่า suffix ของ adjective มีอะไรบ้าง , มคี วามหมายว่าอย่างไร
12. สื่อ/วัสดุอปุ กรณ์/แหลง่ เรียนรู้
ส่อื 1. PowerPoint เร่ือง Formation of Adjective
2. Workbook
วัสดอุ ุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหลง่ เรยี นรู้ 1. พจนานกุ รม
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลยั 113
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
13. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
มากกวา่ รอ้ ยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การตอบคำถามระหว่างเรียน -การสังเกตพฤติกรรมในช้ันเรยี น
มากกวา่ ร้อยละ 80
1) รู้และเขา้ ใจเนือ้ หา formation of - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกว่ารอ้ ยละ 80
adjective
2) สบื คน้ ข้อมูล อภิปรายและสรปุ เกยี่ วกับ
formation of adjective - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถเขยี นอธบิ ายเรื่องใกลต้ วั โดยใช้
adjective ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ (A) - การสงั เกตคณุ ลักษณะอันพึง -แบบประเมิน คณุ ลักษณะอนั พึง
1) นกั เรยี นใฝเ่ รียนรูแ้ ละม่นุ มนั่ ในการทำงาน ประสงค์ ประสงค์
ความคิดเห็น
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษ์เจริญไทย)
ตำแหน่ งหวั หน้ากล่มุ สาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วนั ที่ ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสันติราษฎรว์ ิทยาลยั 114
ภาษาอังกฤษเพือ่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
รหสั วชิ า อ 33201 รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่อื การคดิ วิเคราะห์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วนั ท่ี 15 – 19 ส.ค. 2565
1. ผลการจัดการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารตั น์ โยชน์เยอ้ื น)
วันท.ี่ ...............เดือน......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย 115
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 19
รหัสวิชา อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 : Adverb เรือ่ ง Meaning of Adverb เวลา 1 คาบ
ช่ือผู้สอน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยอื้ น สอนวันท่ี 15 – 19 สิงหาคม 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 1 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ขา่ ว ประกาศโฆษณา สิ่งพมิ พต์ า่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ข้อ 3 ตคี วาม วิเคราะห์ขอ้ มูล และประเมนิ ข้อมลู จากหลาย ๆ แหล่ง เพอื่ ใช้ประกอบในการ
ตัดสนิ ใจหรอื แก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ให้เหมาะสมกบั สถานการณ์
ขอ้ 5 สรุปใจความสำคญั แสดงความคิดเหน็ ของตนเองเก่ียวกับเรื่องตา่ ง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ข่าว/เหตกุ ารณ์ทัง้ ในท้องถิ่น สงั คม และโลกอยา่ งมเี หตผุ ล
ข้อ 6 ค้นควา้ สืบค้น บนั ทกึ สรุป และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ขอ้ มูลจากแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคัญ
ในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ้ี นกั เรียนจะได้เรยี นรเู้ รื่อง Adverb ได้ทราบถงึ หน้าท/่ี ความหมาย หลกั เกณฑ์ใน
การใช้ Adverb ในตำแหน่งต่าง ๆ ของประโยค ตลอดจนได้ฝึกใชเ้ พ่ือการสื่อสารในชวี ติ ประจำวัน
3. สาระการเรยี นรู้
Grammar: Adverb คือคำกริยาวเิ ศษณ์ มหี น้าท่ี
1) ขยายคำกรยิ าบอกใหร้ ูว้ ่า ทำทไ่ี หน ทำเมื่อไหร่ ทำอย่างไร ทำบอ่ ยแค่ไหน เช่น
He came here yesterday.
here เปน็ adverb บอกใหร้ ู้วา่ มา ที่ไหน
yesterday เป็น adverb บอกให้รู้วา่ มา เมื่อไหร่
2) ขยายคำคุณศัพท์ และขยายกริยาวิเศษณ์เอง บอกใหร้ ูว้ ่าอยู่ใน ระดบั ไหน หรือเน้นยำ้ ว่าแคไ่ หน เชน่
The fire is very hot. ไฟ ร้อน มาก
hot เแปลว่า รอ้ น เปน็ คำคณุ ศัพท์ขยาย fire
ส่วน very เป็น Adverb ขยายคำว่า hot บอกให้รู้ว่า ร้อนแคไ่ หน
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเดน็ สำคัญเก่ียวกบั เรื่องที่อ่าน
โรงเรียนสันตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 116
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
- Written Interaction สามารถเขียนเกยี่ วกบั ตนเองโดยใช้ภาษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพ่ือหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผ้อู ื่น
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายความหมายของ adverb ได้ (K)
2) สามารถเขียนเรื่องใกลต้ ัวโดยใช้ adverb ได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3) สืบค้นขอ้ มูล อภปิ รายและสรุปเก่ยี วกับ adverb ได้ (K)
4) นกั เรียนใฝ่เรยี นร้แู ละมุน่ มน่ั ในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรยี น 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
2. ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ 7. รกั ความเปน็ ไทย
3. มวี นิ ัย 8. มีจิตสาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร :พดู ใหข้ ้อมลู แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกีย่ วกับเรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : นำไปปรับใช้ในชีวติ ประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศพั ทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
7. คุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วชิ าการ 2. ส่ือสารสองภาษา 3. ล้ำหนา้ ทางความคดิ
4. ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. ร่วมกนั รบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก
8. คณุ ลักษณะและทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผูเ้ รยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอ่าน) Writing (การเขียน) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น)์
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลยั 117
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การรเู้ ทา่ ทนั สอื่ )
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสือ่ สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มวี ินยั คุณธรรม จริยธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลกั ความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ชวั่ โมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรยี นรขู้ องนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวชีว้ ดั ตามหลกั สตู รกำหนด
9.2 หลักความมเี หตุผล: เพ่ือให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชีว้ ดั มีลักษณะพงึ ประสงค์ตามท่ี
หลกั สูตรกำหนด เพื่อใหผ้ ู้เรยี นเกดิ กระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคดิ สรา้ งสรรคอ์ ย่างมี
เหตุผล
9.3 หลักภูมคิ ุม้ กนั : วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมดั ระวงั ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรใู้ หน้ ักเรยี นได้
เรยี นร้เู ต็มตามศักยภาพ ใช้วธิ กี ารวัดผลตามสภาพจรงิ และทกุ คนมีส่วนรว่ มในการวดั ผลการเรยี นรู้ท่ีกำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพัฒนาการเรียนรคู้ รงั้ ต่อไปได้
9.4 เง่ือนไขความรู้: รอบรเู้ รื่องหลักสตู ร คำศัพทท์ ีเ่ กย่ี วข้องกับเนอ้ื หา การตีความจากเรื่องท่ีอ่าน
ปัญหาสังคมที่นำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจดั กจิ กรรมการเรียนรใู้ หเ้ หมาะสมกบั นกั เรยี น
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมินผลท่ีหลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงือ่ นไขคุณธรรม ใช้หลักความยตุ ธิ รรม ความรับผดิ ชอบ การมวี ินยั ในการจดั กจิ กรรม
10. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หัดใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
1) ครูทักทายนักเรียน เชน่ Good morning students
2) ครถู ามนักเรียนในเรื่องทีเ่ รียนไปเม่ือคาบทแ่ี ล้ว เพอ่ื เป็นการทบทวนเน้ือหาเดิม
3) ครใู ห้นกั เรยี นดูรูปภาพแลว้ ช่วยกันอธบิ ายความหมาย
โรงเรียนสันติราษฎรว์ ิทยาลัย 118
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
11.2 ขน้ั จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1) ครูแจง้ หวั ขอ้ ท่ีจะเรียนกนั ในวันนี้ คือ meaning of adverb
2) ครูพูดอธิบายนกั เรยี นไดเ้ ข้าใจว่า adverb คอื อะไร
3) ครูให้นกั เรยี นช่วยยกตัวอย่างคำ adverb ที่รจู้ ักมาคนละ 1 คำ พร้อมท้ังใหช้ ว่ ยกันแตง่ ประโยคทม่ี ี
adverb
4) ครูกลา่ วชมเชยนกั เรยี นท่สี ามารถแสดงความคิดเห็นได้ และพดู เสริมแรงใหน้ ักเรียนคนอื่น ๆ ชว่ ยกัน
ตอบเพิ่ม
5) ครใู หน้ กั เรียนดูภาพ แลว้ ตอบคำถามโดยใช้ adverb
6) ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นได้ซกั ถาม
7) ครเู ฉลยแบบฝกึ หดั ท่ีเกยี่ วกบั adverb รว่ มกับนักเรียน เพ่ือเปน็ ตวั อย่างและแนวการคิดจำนวน 5ข้อ
แรก
8) ครใู ห้นักเรยี นลองทำแบบฝกึ หดั เกย่ี วกับ adverb เอง
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 119
ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
11.3 ขน้ั สรุป
1) ครูสมุ่ ใหน้ ักเรียนร่วมเฉลยแบบฝึกหัดเปน็ รายบคุ คล
2) ครูชว่ ยอธิบายเสริมแนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
3) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ วา่ adverb คืออะไร
12. ส่ือ/วัสดุอปุ กรณ์/แหล่งเรยี นรู้
ส่อื 1. PowerPoint เร่ือง adverb
2. Workbook
วสั ดอุ ปุ กรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหลง่ เรียนรู้ 1. พจนานุกรม
12. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
มากกวา่ รอ้ ยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การตอบคำถามระหว่างเรยี น -การสงั เกตพฤตกิ รรมในชัน้ เรียน
มากกว่าร้อยละ 80
1) รู้และเขา้ ใจเนือ้ หา meaning of adverb - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกวา่ รอ้ ยละ 80
2) สืบค้นข้อมูล อภปิ รายและสรุปเกยี่ วกบั
adverb (K) - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถเขยี นอธิบายเรอ่ื งใกลต้ ัวโดยใช้
adverb ไดถ้ ูกตอ้ ง (P)
ดา้ นคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A) - การสงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ -แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ
1) นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้และมนุ่ มนั่ ในการ ประสงค์ ประสงค์
ทำงาน
ความคดิ เห็น 120
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอื่ ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วันท่ี ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสันตริ าษฎรว์ ิทยาลัย
ภาษาอังกฤษเพือ่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
รหสั วชิ า อ 33201 รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่อื การคดิ วิเคราะห์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วนั ท่ี 15 – 19 ส.ค. 2565
1. ผลการจัดการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารตั น์ โยชน์เยอ้ื น)
วันท.ี่ ...............เดือน......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย 121
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20
รหัสวชิ า อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 : Adverb เรื่อง Kinds of Adverb เวลา 2 คาบ
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอ้ื น สอนวนั ท่ี 22 – 26 สิงหาคม 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ข้อ 1 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ขา่ ว ประกาศโฆษณา ส่ิงพิมพต์ ่าง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ขอ้ 3 ตคี วาม วิเคราะห์ข้อมลู และประเมนิ ข้อมูลจากหลาย ๆ แหลง่ เพอื่ ใช้ประกอบในการ
ตัดสินใจหรือแก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
ขอ้ 5 สรปุ ใจความสำคัญ แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่าง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ข่าว/เหตุการณ์ทง้ั ในท้องถ่ิน สงั คม และโลกอย่างมเี หตุผล
ข้อ 6 คน้ ควา้ สบื คน้ บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ข้อมลู จากแหล่งการเรียนร้ตู ่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคญั
ในหน่วยการเรียนรู้น้ี นักเรยี นจะไดเ้ รียนรเู้ ร่ือง Kinds of Adverb ได้ทราบถงึ Adverb ประเภทตา่ ง ๆ
รวมไปถึงหลักการใช้เพอ่ื สรา้ งประโยคในการส่ือสารในชวี ติ ประจำวัน
3. สาระการเรยี นรู้/เน้ือหาภาษา
Grammar: Adverb คือคำกรยิ าวิเศษณ์ มีหน้าท่ี
1) ขยายคำกรยิ าบอกให้รู้วา่ ทำทีไ่ หน ทำเม่ือไหร่ ทำอย่างไร ทำบ่อยแค่ไหน เชน่
He came here yesterday.
here เป็น adverb บอกใหร้ ้วู ่า มา ทไี่ หน
yesterday เปน็ adverb บอกใหร้ ู้วา่ มา เมือ่ ไหร่
2) ขยายคำคุณศัพท์ และขยายกรยิ าวิเศษณ์เอง บอกใหร้ วู้ า่ อยใู่ น ระดบั ไหน หรือเน้นยำ้ วา่ แค่
ไหน เช่น The fire is very hot. ไฟ รอ้ น มาก
hot เแปลวา่ ร้อน เปน็ คำคุณศพั ท์ขยาย fire
ส่วน very เป็น Adverb ขยายคำวา่ hot บอกให้รู้ว่า รอ้ นแคไ่ หน
กริยาวิเศษณ์ แบง่ ออกเป็นหมวดใหญ่ ๆ ได้ 3 หมวด คือ
1. Simple Adverb
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 122
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
2. Interrogative Adverb
3. Relative Adverb
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญเก่ียวกับเรื่องที่อ่าน
- Written Interaction สามารถเขียนเกีย่ วกับตนเองโดยใชภ้ าษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพ่ือหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภปิ รายกบั ผูอ้ ืน่
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ าย kinds of adverb ในแตล่ ะประเภทได้ (K)
2) สามารถเขยี นเร่ืองใกลต้ วั โดยใช้ adverb ได้อย่างถูกต้อง (P)
3) สืบค้นข้อมูล อภิปรายและสรุปเกยี่ วกับ kinds of adverb ได้ (K)
4) นกั เรยี นใฝ่เรียนรูแ้ ละมุ่นม่ันในการทำงาน (A)
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผเู้ รยี น 5. อยู่อยา่ งพอเพียง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
2. ซือ่ สัตยส์ จุ รติ 7. รักความเป็นไทย
3. มวี นิ ยั 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ใฝเ่ รียนรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร :พดู ให้ข้อมลู แสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ สรุป ตีความ และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : นำไปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผเู้ รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วิชาการ 2. ส่ือสารสองภาษา 3. ลำ้ หนา้ ทางความคดิ
4. ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลักษณะและทกั ษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผู้เรยี น
3Rs ประกอบด้วย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขียน) Arithmetics (การคำนวณ)
โรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ิทยาลยั 123
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การรเู้ ท่าทันสื่อ)
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสอ่ื สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้)
Compassion (ความมีเมตตากรุณา มีวนิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลกั ความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ช่วั โมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรียนร้ขู องนักเรียน และสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชว้ี ดั ตามหลกั สตู รกำหนด
9.2 หลกั ความมีเหตุผล: เพอ่ื ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตวั ชวี้ ดั มีลกั ษณะพึงประสงค์ตามท่ี
หลกั สตู รกำหนด เพื่อใหผ้ ้เู รียนเกิดกระบวนการทำงานกลมุ่ และการคิดวิเคราะห์ การคดิ สร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลกั ภมู ิคุม้ กัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นได้
เรยี นรเู้ ต็มตามศักยภาพ ใช้วิธีการวดั ผลตามสภาพจริง และทุกคนมีสว่ นรว่ มในการวัดผลการเรียนรูท้ กี่ ำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพฒั นาการเรียนรคู้ ร้ังต่อไปได้
9.4 เงือ่ นไขความรู้: รอบร้เู ร่ืองหลกั สตู ร คำศัพทท์ ีเ่ กีย่ วข้องกับเนือ้ หา การตีความจากเรื่องทีอ่ ่าน
ปัญหาสังคมทน่ี ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ใหเ้ หมาะสมกับนกั เรยี น
โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจรงิ
9.5 เงือ่ นไขคุณธรรม ใช้หลกั ความยุติธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี ินัยในการจัดกิจกรรม
10. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หัดใน Workbook
11. กิจกรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1) ครทู กั ทายนักเรยี น เช่น Good morning students
2) ครูถามนักเรยี นในเรื่องทเ่ี รียนไปเมื่อคาบทแี่ ล้ว เพือ่ เปน็ การทบทวนเน้อื หาเดิม
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วิทยาลัย 124
ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3) ครูให้นักเรยี นดูคำศัพท์ Adverbs List -ly แลว้ ถามนักเรียนว่า มีคำอ่ืนอีกไหมท่ีไม่ได้ลงท้ายด้วย -ly
แตท่ ำหน้าท่เี ปน็ adverb ของประโยค
11.2 ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
1) ครูแจง้ หัวข้อท่จี ะเรียนกนั ในวันน้ี คอื kinds of adverb
2) ครูพูดอธบิ ายนกั เรยี นได้เขา้ ใจว่า adverb แบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ ไดแ้ ก่ Simple Adverb,
Interrogative Adverb และ Relative Adverb
3) ครูอธิบาย simple Adverb ซึ่งแบง่ ออกได้อกี หลายกลมุ่ พรอ้ มนำเสนอเปน็ แบบตารางให้เห็นภาพ
ชัดเจน
4) ครใู ห้นกั เรียนชว่ ยยกตวั อยา่ งคำ adverb ท่รี จู้ กั มาคนละ 1 คำ พร้อมทัง้ ให้ช่วยกนั แตง่ ประโยคทีม่ ี
adverb
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 125
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
5) ครกู ล่าวชมเชยนักเรยี นท่สี ามารถแสดงความคิดเหน็ ได้ และพูดเสรมิ แรงใหน้ ักเรยี นคนอ่ืน ๆ ช่วยกัน
ตอบเพ่ิม
6) ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นไดซ้ ักถาม
7) ครูเฉลยแบบฝกึ หดั ทเ่ี กยี่ วกบั adverb รว่ มกบั นักเรียน เพื่อเปน็ ตวั อย่างและแนวการคิดจำนวน 5ข้อ
แรก
8) ครใู ห้นกั เรียนลองทำแบบฝึกหัดเก่ียวกบั adverb เอง
11.3 ขน้ั สรุป
1) ครสู มุ่ ใหน้ ักเรยี นร่วมเฉลยแบบฝกึ หดั เปน็ รายบคุ คล
2) ครูชว่ ยอธบิ ายเสรมิ แนวคำตอบของแต่ละข้อ
3) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ วา่ kinds of adverb มีอะไรบา้ ง
12. สื่อ/วสั ดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
ส่อื 1. PowerPoint เร่อื ง adverb
2. Workbook
วสั ดอุ ุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหลง่ เรียนรู้ 1. พจนานกุ รม
13. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธกี ารวดั เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
- การตอบคำถามระหว่างเรียน
ดา้ นความรู้ (K) - การทำใบงาน -การสงั เกตพฤตกิ รรมในช้ันเรยี น มากกว่ารอ้ ยละ 80
-แบบประเมนิ ใบงาน
1) รู้และเข้าใจเนอื้ หาkinds of adverb - การทำใบงาน
2) สบื คน้ ข้อมูล อภิปรายและสรุปเกย่ี วกับ -แบบประเมินใบงาน มากกวา่ รอ้ ยละ 80
- การสงั เกตคณุ ลกั ษณะอันพึง
kinds of adverb ประสงค์ -แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ มากกวา่ ร้อยละ 80
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประสงค์
1) สามารถเขยี นอธบิ ายเรื่องใกลต้ วั โดยใช้
adverb ไดถ้ ูกตอ้ ง
ดา้ นคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ (A)
1) นักเรียนใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุ่นมั่นในการ
ทำงาน
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วิทยาลัย 126
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
ความคิดเหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงช่ือ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหัวหน้ากลุม่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วนั ที่ ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วทิ ยาลยั 127
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู้
รหัสวชิ า อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ชั่วโมง วนั ท่ี 22 - 26 ส.ค. 2565
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงชื่อ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารตั น์ โยชน์เยอื้ น)
วนั ท่ี................เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสันติราษฎรว์ ิทยาลัย 128
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 21
รหัสวิชา อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 : Adverb เรอื่ ง Placement of Adverb เวลา 2 คาบ
ช่อื ผู้สอน นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เยอื้ น สอนวนั ท่ี 29 ส.ค. - 2 ก.ย. 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา สิ่งพิมพต์ า่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ข้อ 3 ตีความ วิเคราะห์ข้อมูล และประเมนิ ข้อมูลจากหลาย ๆ แหลง่ เพ่อื ใช้ประกอบในการ
ตัดสนิ ใจหรือแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
ขอ้ 5 สรุปใจความสำคัญ แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เรื่องต่าง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ข่าว/เหตกุ ารณ์ท้ังในท้องถิน่ สังคม และโลกอยา่ งมเี หตผุ ล
ขอ้ 6 ค้นควา้ สบื คน้ บันทกึ สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั ขอ้ มลู จากแหลง่ การเรียนร้ตู ่าง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขียน
2. สาระสำคัญ
ในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ้ี นักเรียนจะไดเ้ รยี นรู้เรื่อง Placement of Adverb ได้ทราบถงึ การวางตำแหน่ง
Adverb ประเภทตา่ ง ๆ ในประโยค รวมไปถงึ หลักการใช้เพ่อื สรา้ งประโยคในการสอ่ื สารในชีวติ ประจำวนั
3. สาระการเรียนรู้/เน้อื หาภาษา
Grammar: Adverb โดยปกตแิ ลว้ จะวางไว้ 3 ตำแหนง่ ในประโยค คือ วางไว้ต้นประโยค กลาง
ประโยค และท้ายประโยค ดงั นี้
1. วาง adverb ไว้ต้นประโยค (initial position) เชน่
Yesterday morning something very strange happened.
Next, I want to say something about my business.
2. วาง adverb ไว้กลางประโยค (mid position) คอื วางไว้ในตำแหน่งหน้า verb แท้ และหลงั verb
ชว่ ย (ถ้ามี) หรอื หลัง verb to be เช่น
My girlfriend completely forgot my birthday.
I’ve almost finished writing the report.
3. วาง adverb ไวท้ ้ายประโยค (end position) เชน่
He got dressed quickly.
Maya speaks English very fluently.
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 129
ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญเก่ียวกบั เร่ืองที่อา่ น
- Written Interaction สามารถเขียนเกีย่ วกับตนเองโดยใชภ้ าษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขยี นเพ่ือหาข้อผิดพลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภปิ รายกบั ผูอ้ น่ื
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธบิ าย Placement of adverb ในแตล่ ะประเภทได้ (K)
2) สามารถเขียนเร่ืองใกลต้ ัวโดยใช้ adverb ได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3) สืบค้นขอ้ มลู อภิปรายและสรุปเกย่ี วกบั Placement of adverb ได้ (K)
4) นักเรยี นใฝ่เรยี นร้แู ละม่นุ มั่นในการทำงาน (A)
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผูเ้ รยี น 5. อย่อู ย่างพอเพียง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 6. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
2. ซ่อื สตั ย์สจุ ริต 7. รักความเปน็ ไทย
3. มีวนิ ยั 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร :พดู ใหข้ ้อมลู แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : นำไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผูเ้ รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วิชาการ 2. สื่อสารสองภาษา 3. ลำ้ หน้าทางความคิด
4. ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. ร่วมกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คณุ ลกั ษณะและทกั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รียน
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขียน) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบดว้ ย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา)
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 130