ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
4. คำบุพบทแบบซับซ้อน (มีคำเปน็ คู)่ เชน่ apart from (นอกเสียจาก), as well as (เชน่ เดยี วกนั
กับ), instead of (แทนท่จี ะ...) และ in spite of (ทงั้ ๆ ที่...) เปน็ ต้น
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเด็นสำคญั เก่ียวกับเร่ืองที่อ่าน
- Written Interaction สามารถเขียนเกยี่ วกับตนเองโดยใช้ภาษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขยี นเพ่ือหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผอู้ นื่
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) จำแนกคำบุพบทในประโยคได้ (K)
2) สามารถใชค้ ำบุพบทได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
3) สืบค้นขอ้ มลู อภปิ รายและสรุปเกยี่ วกับคำบุพบทได้ (K)
4) นักเรยี นใฝเ่ รียนรูแ้ ละมุน่ ม่ันในการทำงาน (A)
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รยี น 5. อยู่อย่างพอเพยี ง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. ม่งุ มั่นในการทำงาน
2. ซือ่ สัตยส์ ุจริต 7. รกั ความเปน็ ไทย
3. มีวนิ ัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสอื่ สาร :พูดใหข้ ้อมลู แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จับใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรปุ ตีความ และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต : นำไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศพั ทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผู้เรียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
1. เปน็ เลิศวชิ าการ 2. สือ่ สารสองภาษา 3. ล้ำหน้าทางความคิด
4. ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทกั ษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผู้เรยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 31
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
8Cs ประกอบดว้ ย
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแก้ปัญหา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การรู้เทา่ ทันสือ่ )
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การส่อื สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้)
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มวี ินัย คุณธรรม จริยธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ชวั่ โมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรียนร้ขู องนักเรยี น และสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชีว้ ัดตามหลกั สตู รกำหนด
9.2 หลักความมเี หตผุ ล: เพ่ือใหส้ อนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชี้วัดมีลักษณะพึงประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพื่อให้ผู้เรยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลกั ภูมิคมุ้ กัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมดั ระวังในการจดั กิจกรรมการเรียนรใู้ ห้นักเรยี นได้
เรียนรู้เตม็ ตามศักยภาพ ใช้วธิ ีการวัดผลตามสภาพจรงิ และทุกคนมสี ว่ นร่วมในการวัดผลการเรียนรทู้ ีก่ ำหนดไว้
และนำผลการเรยี นร้ไู ปพัฒนาการเรยี นรู้ครงั้ ต่อไปได้
9.4 เงื่อนไขความร้:ู รอบรู้เร่ืองหลักสตู ร คำศัพท์ท่เี กีย่ วข้องกบั เนือ้ หา การตีความจากเร่อื งท่ีอ่าน
ปญั หาสงั คมทน่ี ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกจิ กรรมการเรยี นรใู้ ห้เหมาะสมกับนักเรียน
โดยใช้กระบวนการวดั และประเมนิ ผลท่หี ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงือ่ นไขคุณธรรม ใช้หลกั ความยุตธิ รรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี นิ ยั ในการจดั กิจกรรม
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหัดใน Workbook
11. กิจกรรมการเรียนการสอน
11.1 ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น
1) ครูทักทายนกั เรยี น เชน่ Good morning students. How are you?
2) ครทู บทวนเน้อื หาเรือ่ งคำกรยิ าวิเศษณ์ ซ่งึ เป็นเน้อื หาเดิม
โรงเรยี นสันติราษฎร์วทิ ยาลัย 32
ภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
3) ครถู ามนักเรยี นเกีย่ วกบั ความรเู้ ดมิ เรื่อง preposition
11.2 ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1) ครแู จ้งหวั ขอ้ ทีจ่ ะเรียนในวันน้ี คือ เร่ือง Preposition (คำบุพบท)
2) ครูอธิบายเน้ือหาเก่ยี วกับ Preposition และบอกประเภทของ Preposition ว่ามี 4 ประเภทหลัก ๆ
แต่ยังไม่อธบิ ายแตล่ ะประเภท
3) ครแู บ่งนกั เรียนออกเป็น 4 กลุม่ และให้ส่งตัวแทนออกมาจับสลากหวั ข้อประเภทคำบุพบท
4) ครูให้ชว่ ยกันหาครใู หน้ ักเรียนสืบคน้ ข้อมลู เก่ียวกบั คำบุพบท เป็นเวลา 10 นาที
5) ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกล่มุ อธบิ ายคำกริยาคุณศัพท์ในหวั ขอ้ ท่ีกลุ่มตนเองจับสลากได้
6) ครพู ดู อธบิ ายเน้ือหาเกีย่ วกับคำบพุ บททง้ั หมดเพ่ิมเติม โดยใช้สื่อ PowerPoint ประกอบการสอน
7) ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั ยกตัวอย่างคำกริยาบุพบทประกอบในระหว่างการเรยี นคำบพุ บทแต่ละชนดิ
8) ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถาม
9) ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั เกี่ยวกบั Preposition (คำบุพบท) ใน workbook
11.3 ขน้ั สรุป
1) ครูและนักเรยี นรว่ มเฉลยแบบฝกึ หดั
2) ครถู ามนักเรยี นว่า Preposition (คำบพุ บท) คืออะไร ,มกี ี่ประเภท , แตล่ ะประเภทมีอะไรบ้าง
12. สื่อ/วัสดุอปุ กรณ์/แหล่งเรียนรู้
ส่ือ 1. PowerPoint เร่ือง Preposition (คำบพุ บท)
2. Workbook
วสั ดอุ ปุ กรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานุกรม
13. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคำถามระหวา่ งเรียน -การสงั เกตพฤติกรรมในชัน้ เรียน มากกว่าร้อยละ 80
1) จำแนกคำบพุ บทในประโยคได้ - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกวา่ ร้อยละ 80
2) สบื ค้นขอ้ มูล อภิปรายและสรุปเกย่ี วกบั มากกวา่ ร้อยละ 80
- การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
คำบพุ บทได้ (K)
ด้านทักษะกระบวนการ (P) - การสังเกตคณุ ลักษณะอันพึง -แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ
1) สามารถใชค้ ำบุพบทได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
ด้านคุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (A)
ประสงค์ ประสงค์
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลยั 33
ภาษาองั กฤษเพื่อการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
1) นกั เรยี นใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่นม่ันในการ
ทำงาน
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชื่อ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจริญไทย)
ตำแหน่ งหัวหน้ากลมุ่ สาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วนั ที่ ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วิทยาลยั 34
ภาษาองั กฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
บนั ทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
รหัสวชิ า อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วันที่ 30 พ.ค. 65 – 3 ม.ิ ย. 65
1. ผลการจัดการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคุณลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารตั น์ โยชนเ์ ยอื้ น)
วนั ท่.ี ...............เดือน......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 35
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสันติราษฎร์วทิ ยาลัย
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7
รหสั วชิ า อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 : Part of Speech เรอื่ ง Conjunction เวลา 1 คาบ
ชือ่ ผู้สอน นางสาวสุดารตั น์ โยชน์เยอ้ื น สอนวันที่ 6 – 10 มิถุนายน 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 1 อา่ นออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา สิ่งพมิ พ์ต่าง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ขอ้ 2 จับใจความสำคญั วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากเรือ่ งท่ีอ่านที่
เป็นสารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมทัง้ ใหเ้ หตุผล
ข้อ 4 อธบิ ายและเขยี นประโยค และข้อความให้สมั พันธ์กบั ส่ือที่ไมใ่ ช่ความเรยี งรปู แบบต่าง ๆ ทีอ่ า่ น
รวมท้งั ระบุและเขยี นเร่ืองที่ไม่ใช่ความเรยี งรปู แบบต่าง ๆ ใหส้ ัมพนั ธก์ ับประโยค และ
ข้อความทีอ่ ่าน
ข้อ 6 ค้นควา้ สบื ค้น บันทึก สรุป และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับขอ้ มูลจากแหล่งการเรียนร้ตู ่าง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขยี น
2. สาระสำคัญ
ในหน่วยการเรยี นรนู้ ้ี นักเรยี นจะได้จะไดเ้ รยี นรู้ Part of Speech ซ่งึ เป็นสว่ นประโยคของคำพูด/
ประโยค อันได้แก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เร่ืองดงั กล่าวเปน็ พื้นฐานในการเขยี น รวมไปถึงการพดู ภาษาอังกฤษ ทจี่ ะช่วยใหน้ กั เรยี นใช้
ภาษาองั กฤษได้ถูกต้อง
3. สาระการเรยี นรู้
Grammar: Conjunction (คำสันธาน) คือคทใ่ี ชเ้ ชือ่ มคำหรอื เชือ่ มประโยคเขา้ ด้วยกนั
Conjunction สามารถแบ่งออกเปน็ กลมุ่ ๆ ได้ 3 กลุ่มด้วยกนั
1. Coordinating Conjunction คือคำสันธานที่ใชเ้ ชือ่ มคำหรือประโยคสองอนั เขา้ ด้วยกัน โดย
สองข้อความท่ีถกู เช่ือมนนั้ จะต้องมีนำ้ หนักหรือความสำคญั เทา่ กันครบั เชน่ and, yet, but, for,
so, nor, neither, or
2. Subordinating Conjunction คอื คำสันธานทใี่ ชเ้ ชอ่ื มประโยคใจความรองเข้ากบั ประโยค
ใจความหลัก เช่น after, because, if, although, before, since, that, unless, until, when,
as soon as
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 36
ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
3. Correlative Conjunction คอื คำสันธานทต่ี ้องใชค้ ู่กันเสมอ(มาค่กู ันเหมือนแฝด) โดยจะทำ
หน้าทค่ี ลา้ ยๆกับ Coordinating Conjunction คอื เชื่อมประโยคที่มีความสำคญั เทา่ กนั ครบั เช่น not
only…..but also, either…..or, as…..as, so as to, both…..and
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคญั เกย่ี วกบั เร่ืองท่ีอ่าน
- Written Interaction สามารถเขยี นเกีย่ วกับตนเองโดยใชภ้ าษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพ่ือหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภปิ รายกบั ผูอ้ ่ืน
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) จำแนกคำสนั ธานในประโยคได้ (K)
2) สามารถใช้คำสันธานได้อยา่ งถกู ต้อง (P)
3) สืบค้นข้อมูล อภปิ รายและสรุปเกี่ยวกบั คำสนั ธานได้ (K)
4) นกั เรียนใฝเ่ รยี นรู้และม่นุ มั่นในการทำงาน (A)
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้เู รียน 5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 6. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
2. ซ่ือสัตย์สุจรติ 7. รกั ความเปน็ ไทย
3. มวี ินยั 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการส่อื สาร :พูดใหข้ อ้ มลู แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ สรุป ตคี วาม และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต : นำไปปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การคน้ หาคำศพั ท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลกั ษณะของผูเ้ รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เปน็ เลศิ วชิ าการ 2. ส่อื สารสองภาษา 3. ล้ำหนา้ ทางความคิด
4. ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. รว่ มกันรบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 37
ภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
8. คุณลักษณะและทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผ้เู รยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การรูเ้ ท่าทนั สื่อ)
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสื่อสาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (ความมีเมตตากรุณา มวี ินยั คุณธรรม จริยธรรม)
9. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรขู้ องนักเรยี น และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตวั ชี้วัดตามหลักสูตรกำหนด
9.2 หลักความมีเหตุผล: เพ่อื ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชีว้ ดั มีลกั ษณะพงึ ประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพื่อให้ผเู้ รียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคดิ สร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลกั ภมู ิคุม้ กัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรใู้ ห้นักเรียนได้
เรียนรู้เตม็ ตามศักยภาพ ใช้วธิ ีการวัดผลตามสภาพจริง และทุกคนมสี ว่ นร่วมในการวดั ผลการเรยี นรทู้ ่กี ำหนดไว้
และนำผลการเรียนรไู้ ปพฒั นาการเรียนรู้ครัง้ ต่อไปได้
9.4 เงื่อนไขความร:ู้ รอบร้เู ร่ืองหลกั สตู ร คำศัพทท์ เ่ี กยี่ วข้องกับเน้อื หา การตีความจากเรื่องท่อี า่ น
ปัญหาสงั คมท่นี ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรูใ้ ห้เหมาะสมกบั นกั เรียน
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมินผลทห่ี ลากหลายตรงตามสภาพจรงิ
9.5 เงื่อนไขคุณธรรม ใช้หลกั ความยุติธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี ินยั ในการจัดกิจกรรม
10. ช้นิ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หัดใน Workbook
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 38
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
11. กิจกรรมการเรียนการสอน
11.1 ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1) ครูทกั ทายนักเรยี น เช่น Good morning students. How are you?
2) ครูทบทวนเน้อื หาเร่อื งคำบุพบท ซึง่ เป็นเน้อื หาเดมิ
3) ครูเขยี นคำวา่ “and but” บนกระดาน แลว้ ถามนักเรยี นว่าคำเหล่านี้แปลวา่ อะไร และเป็นคำชนดิ
ไหน
11.2 ข้ันจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1) ครูแจง้ หัวขอ้ ทจ่ี ะเรียนในวนั นี้ คือ เรือ่ ง Conjunction (คำสันธาน)
2) ครถู ามนักเรยี นเกี่ยวกบั เร่อื ง Conjunction เพือ่ ดูความรเู้ ดิมของแต่ละคน
3) ครอู ธบิ ายเนอ้ื หาเก่ียวกบั Conjunction และบอกประเภทของ Conjunction ว่ามี 3 ประเภทหลกั ๆ
แต่ยังไม่อธิบายแต่ละประเภท
4) ครูให้นกั เรยี นจบั คู่ และสืบคน้ ข้อมลู เพม่ิ เติมเกย่ี วกบั Conjunction เป็นเวลา 10 นาที
5) ครสู ุ่มนักเรียนออกมาอธบิ าย Conjunction ในแตล่ ะประเภท
6) ครพู ูดอธบิ ายเนอ้ื หาเกี่ยวกับ Conjunction ทัง้ หมดเพ่ิมเติม โดยใช้สอ่ื PowerPoint ประกอบการ
สอน ไดแ้ ก่ Coordinating Conjunction, Subordinating Conjunction และ Correlative
Conjunction
7) ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถาม
8) ครูให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดเก่ียวกบั Conjunction (คำสนั ธาน) ใน workbook
11.3 ข้นั สรุป
1) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มเฉลยแบบฝกึ หัด
2) ครูถามนักเรียนว่า Conjunction (คำสันธาน) คืออะไร ,มกี ี่ประเภท , แต่ละประเภทมีอะไรบ้าง
12. สื่อ/วัสดุอปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
ส่ือ 1. PowerPoint เร่ือง Conjunction (คำสันธาน)
2. Workbook
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรียนรู้ 1. พจนานุกรม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลัย 39
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
13. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- การตอบคำถามระหว่างเรยี น -การสังเกตพฤตกิ รรมในชน้ั เรียน มากกวา่ ร้อยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน
มากกว่าร้อยละ 80
1) จำแนกคำสันธานในประโยคได้ - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน มากกว่าร้อยละ 80
2) สืบค้นขอ้ มูล อภิปรายและสรุปเกย่ี วกับ
- การสงั เกตคณุ ลักษณะอนั พงึ -แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
คำสันธานได้ ประสงค์ ประสงค์
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถใช้คำสนั ธานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
ด้านคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ (A)
1) นกั เรยี นใฝเ่ รยี นรูแ้ ละมนุ่ มั่นในการ
ทำงาน
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวภัทร พงษเ์ จริญไทย)
ตำแหน่ งหัวหน้ากลุม่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วันที่ ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 40
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
รหสั วิชา อ 33201 บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
ห้อง 6/1 - 6/8 รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ วันท่ี 6 - 4 ม.ิ ย. 2565
เวลา 1 ช่ัวโมง
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารตั น์ โยชน์เยอื้ น)
วันท่ี................เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรยี นสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 41
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 8
รหัสวชิ า อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 : Part of Speech เรอ่ื ง Interjection เวลา 1 คาบ
ชื่อผสู้ อน นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอื้ น สอนวนั ที่ 6 - 4 มิถนุ ายน 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ข้อ 1 อา่ นออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ข่าว ประกาศโฆษณา สิ่งพมิ พต์ ่าง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ข้อ 2 จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่านท่ี
เป็นสารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมท้ังให้เหตผุ ล
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขยี นประโยค และข้อความให้สมั พนั ธ์กบั ส่ือท่ีไมใ่ ช่ความเรยี งรปู แบบตา่ ง ๆ ทีอ่ า่ น
รวมทงั้ ระบุและเขยี นเรื่องท่ีไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ข้อความที่อ่าน
ข้อ 6 คน้ คว้า สืบค้น บนั ทกึ สรุป และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั ข้อมลู จากแหล่งการเรียนรตู้ ่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขียน
2. สาระสำคัญ
ในหนว่ ยการเรยี นร้นู ้ี นกั เรยี นจะไดจ้ ะได้เรยี นรู้ Part of Speech ซึง่ เป็นส่วนประโยคของคำพดู /
ประโยค อนั ไดแ้ ก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เร่ืองดงั กลา่ วเปน็ พ้ืนฐานในการเขยี น รวมไปถงึ การพดู ภาษาอังกฤษ ทจี่ ะช่วยใหน้ ักเรยี นใช้
ภาษาองั กฤษได้ถูกต้อง
3. สาระการเรียนรู้
Grammar: Interjection (คำอุทาน) คือคำที่แสดงความรู้สกึ อย่างฉับพลันทนั ทที นั ใด โดยอาจเปน็
ความรสู้ กึ ตกใจ หรอื ความรูส้ ึกดีใจ คำอุทานจะใช้ในภาษาพดู มากทส่ี ุด โดยคำอทุ านจะมี 2 ประเภทหลกั ๆ
คือ คำอทุ านที่เปน็ คำเดียว สามารถพูดออกมาไดเ้ ลย กบั คำอทุ านท่ีเป็นประโยค โดยมีโครงสร้างประโยคดังนี้
1. what + a ...............!
2. what + a(an) + adj. + singular noun!
3. what + a(an) + adj. + singular noun + S + V!
4. what + a(an) + adj. + uncountable noun (+ S + V)!
5. what + adj. + plural noun
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 42
ภาษาองั กฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
6. what + adj. + plural noun + S +V
7. How + adj.
8. How + adj./adv. + S + V
9. How + adj. + V + S
10. so + adj.
11. such + a(an) + adjective + singular noun
12. such + adj. + plural/uncountable noun
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเด็นสำคญั เกย่ี วกบั เร่ืองที่อ่าน
- Written Interaction สามารถเขียนเก่ียวกบั ตนเองโดยใช้ภาษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพื่อหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผูอ้ ืน่
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) จำแนกคำอทุ านในประโยคได้ (K)
2) สามารถใชค้ ำอุทานได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3) สืบค้นข้อมลู อภปิ รายและสรุปเกยี่ วกบั คำอทุ านได้ (K)
4) นักเรยี นใฝเ่ รียนรูแ้ ละมนุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรยี น
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง
2. ซ่อื สตั ย์สจุ ริต 6. ม่งุ มั่นในการทำงาน
3. มีวินยั 7. รักความเปน็ ไทย
4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร :พูดใหข้ ้อมูล แสดงความคิดเหน็ ของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ : นำไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คุณลักษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เป็นเลิศวิชาการ 2. ส่อื สารสองภาษา 3. ล้ำหนา้ ทางความคิด
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลัย 43
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
4. ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก
8. คณุ ลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอ่าน) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบดว้ ย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและการแก้ปัญหา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การรู้เทา่ ทนั ส่ือ)
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสื่อสาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนร้)ู
Compassion (ความมเี มตตากรุณา มวี นิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลกั ความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ช่วั โมงจัดกจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรยี นร้ขู องนักเรยี น และสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชวี้ ดั ตามหลักสตู รกำหนด
9.2 หลกั ความมเี หตผุ ล: เพ่ือใหส้ อนบรรลุตามมาตรฐานและตวั ชว้ี ดั มลี กั ษณะพงึ ประสงค์ตามท่ี
หลักสูตรกำหนด เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์อย่างมี
เหตุผล
9.3 หลกั ภมู ิค้มุ กัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวังในการจดั กิจกรรมการเรียนรใู้ ห้นักเรยี นได้
เรียนรูเ้ ตม็ ตามศักยภาพ ใชว้ ธิ กี ารวดั ผลตามสภาพจรงิ และทกุ คนมีส่วนรว่ มในการวัดผลการเรียนร้ทู ี่กำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพฒั นาการเรยี นรู้ครั้งต่อไปได้
9.4 เง่ือนไขความร้:ู รอบร้เู รื่องหลกั สตู ร คำศัพทท์ ี่เกย่ี วข้องกบั เน้ือหา การตีความจากเร่อื งทอี่ า่ น
ปญั หาสังคมที่นำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกับนกั เรียน
โดยใช้กระบวนการวดั และประเมนิ ผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจรงิ
9.5 เงือ่ นไขคุณธรรม ใชห้ ลกั ความยตุ ธิ รรม ความรบั ผดิ ชอบ การมีวินยั ในการจัดกิจกรรม
10. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหัดใน Workbook
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 44
ภาษาองั กฤษเพ่อื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
11. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้นั นำเข้าส่บู ทเรยี น
1) ครูทกั ทายนกั เรียน เชน่ Good morning students. How are you?
2) ครูทบทวนเนื้อหาเรื่องสนั ทาน ซง่ึ เป็นเนอ้ื หาเดิม
3) ครูเขียนคำว่า “Hurray! we have a holiday tomorrow.” บนกระดาน แล้วถามนักเรียนวา่ คำที่
ขดี เส้นใต้แปลว่าอะไร และเป็นคำชนิดไหน
11.2 ขัน้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้
1) ครูแจ้งหัวขอ้ ที่จะเรยี นในวันน้ี คอื เรอ่ื ง Interjection (คำอุทาน)
2) ครูถามนักเรยี นเก่ียวกบั เรอื่ ง Interjection ท่ีนกั เรียนรู้จกั วา่ มีคำว่าอะไรบา้ ง เพ่ือดูความร้เู ดมิ ของแต่
ละคน
3) ครอู ธบิ ายเน้อื หาเกี่ยวกบั Interjection และบอกประเภทของ Interjection วา่ มี 2 ประเภทหลกั ๆ
4) ครูพดู อธิบายเนื้อหาเกี่ยวกบั Interjection ทั้งหมดเพ่มิ เตมิ โดยใชส้ อื่ PowerPoint ประกอบการ
สอน
5) ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถาม
6) ครทู บทวรความรเู้ กี่ยวกับ Interjection ผา่ นกิจกรรม Kahoot! โดยให้เลือกคำอุทานท่ีเหมาะสมกบั
สถานการณ์
7) ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั เกี่ยวกับ Interjection (คำอทุ าน) ใน workbook
11.3 ขัน้ สรปุ
1) ครแู ละนักเรียนรว่ มเฉลยแบบฝึกหัด
2) ครถู ามนักเรียนว่า Interjection (คำอุทาน)คอื อะไร ,มกี ี่ประเภท , แต่ละประเภทมีอะไรบ้าง
12. ส่ือ/วสั ดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
ส่ือ 1. PowerPoint เร่ือง Preposition (คำบพุ บท)
2. Workbook
วสั ดุอปุ กรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานกุ รม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 45
ภาษาองั กฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
13. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
- การตอบคำถามระหว่างเรียน -การสงั เกตพฤติกรรมในชั้นเรยี น มากกวา่ ร้อยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
มากกว่าร้อยละ 80
3) จำแนกคำอทุ านในประโยคได้ - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน มากกว่ารอ้ ยละ 80
4) สบื คน้ ขอ้ มูล อภิปรายและสรปุ เกย่ี วกบั
- การสังเกตคณุ ลกั ษณะอันพึง -แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ
คำอุทานได้ ประสงค์ ประสงค์
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถใชค้ ำอุทานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ดา้ นคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A)
1) นักเรยี นใฝเ่ รียนรู้และม่นุ ม่นั ในการ
ทำงาน
ความคิดเหน็
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
ลงชื่อ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจริญไทย)
ตำแหน่ งหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วันที่ ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสันติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 46
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
รหัสวิชา อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ชั่วโมง วนั ท่ี 6 – 10 ม.ิ ย. 2565
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารตั น์ โยชน์เยอื้ น)
วันท่.ี ...............เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 47
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9
รหสั วิชา อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 : Noun เรอ่ื ง Kinds of Noun เวลา 2 คาบ
ชื่อผูส้ อน นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เย้ือน สอนวนั ที่ 13 - 17 มิ.ย. 2565
1. ผลการเรียนรู้
ขอ้ 1 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ข่าว ประกาศโฆษณา สง่ิ พมิ พต์ ่าง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ข้อ 2 จับใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากเรือ่ งท่ีอ่านที่
เป็นสารคดแี ละบันเทิงคดี พร้อมทง้ั ให้เหตุผล
ข้อ 4 อธบิ ายและเขียนประโยค และข้อความใหส้ มั พันธ์กบั สื่อที่ไม่ใช่ความเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ทีอ่ า่ น
รวมทง้ั ระบแุ ละเขียนเร่ืองท่ีไม่ใชค่ วามเรยี งรปู แบบตา่ ง ๆ ให้สมั พนั ธ์กับประโยค และ
ขอ้ ความที่อ่าน
ข้อ 6 ค้นคว้า สบื คน้ บนั ทึก สรุป และแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั ข้อมูลจากแหล่งการเรียนรตู้ ่าง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขยี น
2. สาระสำคัญ
ในหนว่ ยการเรยี นรู้นี้ นกั เรยี นจะไดเ้ รยี นรเู้ รื่อง Noun ซง่ึ แยกย่อยออกเปน็ Kinds of Noun คอื
ประเภทของคำนามซงึ่ มดี ว้ ยกัน 6 ชนิดใหญ่ ๆ และได้เรียนร้เู กีย่ วกับ Abstract Noun การสร้าง Abstract
Noun โดยการเตมิ suffix ตลอดจนการเปล่ยี นคำนามเอกพจน์ใหเ้ ป็นพหพู จน์ เพราะคำนามเป็นส่วนสำคัญใน
การสร้างประโยค ไมว่ า่ จะเป็นไดท้ ้ังประธานและเปน็ กรรม จึงมีความจำเปน็ ท่นี ักเรียนจะตอ้ งใจเร่ือง Noun
ให้ถ่องแท้
3. สาระการเรียนรู้/เนื้อหาภาษา
Grammar: Noun (คำนาม) คือคำศัพท์ทีใ่ ช้เรียกชื่อคน สัตว์ พชื อาคารสถานท่ี ส่ิงของ รวมถงึ สรรพ
สง่ิ ต่าง ๆ ทัง้ ที่เป็นรูปธรรม (มองเห็นได้ สัมผัสได)้ และนามธรรม (ไมส่ ามารถมองเห็นได้ แตส่ มั ผัสได)้ เช่น
ความรกั ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความตาย เปน็ ต้น ท้งั นี้ คำนามยังแบง่ ย่อยตามโครงสรา้ งไวยากรณ์
ได้ 6 ชนิดด้วยกัน คอื
1) Countable Noun นามนับได้
2) Uncountable Noun นามนบั ไม่ได้
3) Singular Noun นามเอกพจน์
4) Plural Noun นามพหูพจน์
5) Collective Noun สมหุ นาม
โรงเรียนสันติราษฎร์วทิ ยาลยั 48
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
6) Proper Noun นามเฉพาะ
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคญั เก่ยี วกับเร่ืองท่ีอ่าน
- Written Interaction สามารถเขียนเกี่ยวกบั ตนเองโดยใชภ้ าษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพื่อหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภปิ รายกับผู้อ่ืน
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) จำแนกประเภทของคำนามได้ (K)
2) สามารถใช้คำนามได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P)
3) สืบคน้ ข้อมลู อภปิ รายและสรุปเก่ยี วกับคำนามได้ (K)
4) นกั เรียนใฝเ่ รียนรูแ้ ละมนุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รียน 5. อยู่อยา่ งพอเพียง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
2. ซ่อื สัตยส์ ุจริต 7. รักความเป็นไทย
3. มวี นิ ยั 8. มจี ติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร :พูดให้ขอ้ มูล แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ สรุป ตีความ และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : นำไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผูเ้ รียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1. เปน็ เลศิ วชิ าการ 2. สอ่ื สารสองภาษา 3. ลำ้ หนา้ ทางความคิด
4. ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ 5. ร่วมกันรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทกั ษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผ้เู รยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 49
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การรเู้ ทา่ ทันสอ่ื )
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การส่อื สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (ความมเี มตตากรุณา มีวนิ ยั คุณธรรม จริยธรรม)
9. บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ชว่ั โมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรียนรขู้ องนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตวั ช้ีวดั ตามหลักสตู รกำหนด
9.2 หลกั ความมีเหตุผล: เพอ่ื ใหส้ อนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวช้วี ดั มีลักษณะพงึ ประสงค์ตามท่ี
หลกั สตู รกำหนด เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตุผล
9.3 หลกั ภูมิคมุ้ กนั : วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจัดกิจกรรมการเรียนรูใ้ หน้ ักเรียนได้
เรยี นรเู้ ตม็ ตามศักยภาพ ใช้วธิ ีการวดั ผลตามสภาพจรงิ และทกุ คนมีสว่ นร่วมในการวดั ผลการเรียนร้ทู ี่กำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพฒั นาการเรียนร้คู รง้ั ต่อไปได้
9.4 เง่ือนไขความร้:ู รอบรเู้ รื่องหลกั สตู ร คำศัพทท์ ่เี ก่ียวข้องกับเนอ้ื หา การตคี วามจากเรอ่ื งท่ีอา่ น
ปัญหาสังคมทนี่ ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ ห้เหมาะสมกบั นกั เรยี น
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมินผลทีห่ ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เง่ือนไขคุณธรรม ใช้หลักความยุตธิ รรม ความรบั ผิดชอบ การมีวินัยในการจดั กจิ กรรม
10. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หดั ใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรียนการสอน
11.1 ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1) ครูทกั ทายนกั เรียน เช่น Good morning students. How are you?
2) ครทู บทวนเน้ือหา Part of Speech ทเ่ี คยเรียน โดยถามเฉพาะเจาะจงไปท่ีเรอ่ื งคำนาม
11.2 ข้ันจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
โรงเรียนสันติราษฎร์วทิ ยาลยั 50
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
1) ครูแจง้ หวั ข้อที่จะเรยี นกนั ในวันน้ี คอื “Kinds of Noun”
2) ครูพูดอธบิ ายเนื้อหาเก่ียวกบั คำนามครา่ ว ๆ ว่าคำนาม คือ คำศัพท์ท่ีใช้เรียกชอื่ คน สัตว์ พชื อาคาร
สถานท่ี สิง่ ของ รวมถึงสรรพส่ิงตา่ ง ๆ ท้ังทเ่ี ป็นรูปธรรม (มองเหน็ ได้ สมั ผสั ได้) และนามธรรม (ไม่
สามารถมองเหน็ ได้ แตส่ มั ผัสได)้
3) ครอู ธิบายเน้อื หาของคำนามท้ัง 6 ชนิดเพ่อื ให้นักเรียนไดเ้ ห็นภาพและเข้าใจมากยงิ่ ขน้ึ
4) ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นไดซ้ ักถาม
5) ครูเฉลยแบบฝึกหัดท่เี กีย่ วกบั ชนิดของคำนามร่วมกับนกั เรียน เพ่อื เปน็ ตัวอย่างและแนวการคิดจำนวน
4 ข้อแรก
6) ครใู ห้นกั เรียนลองทำแบบฝึกหัดเกย่ี วกบั คำนาม โดยเน้นว่าให้ลองทำทกุ คน สามารถใช้สมารท์ โฟน
เพอื่ สบื คน้ ข้อมูลและความหมายได้
11.3 ขัน้ สรปุ
1) ครูสุม่ ใหน้ ักเรียนรว่ มเฉลยแบบฝึกหัดเปน็ รายบุคคล
2) ครูถามนักเรยี นว่า คำนามคืออะไร , คำนามมีกปี่ ระเภท , แตล่ ะประเภทมกี ี่ชนดิ ตามลำดบั
12. สื่อ/วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
สอ่ื 1. PowerPoint เร่ือง Kinds of Noun (ชนิดของคำนาม)
2. Workbook
วัสดอุ ุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหลง่ เรยี นรู้ 1. พจนานุกรม
13. การวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- การตอบคำถามระหวา่ งเรยี น -การสังเกตพฤติกรรมในชน้ั เรยี น มากกวา่ ร้อยละ 80
ดา้ นความรู้ (K) - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
มากกวา่ ร้อยละ 80
1) จำแนกชนิดคำนามในประโยคได้ - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน มากกวา่ รอ้ ยละ 80
2) สบื ค้นข้อมลู อภิปรายและสรุปเกย่ี วกบั
- การสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ -แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึง
ชนดิ คำนามได้ ประสงค์ ประสงค์
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถใช้คำนามไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ด้านคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (A)
1) นกั เรียนใฝเ่ รียนรู้และมนุ่ ม่นั ในการทำงาน
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลยั 51
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงช่ือ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษเ์ จริญไทย)
ตำแหน่ งหัวหน้ากลุม่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วนั ท่ี ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2564
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 52
ภาษาองั กฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
บันทึกหลังการจดั การเรยี นรู้
รหสั วชิ า อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ชั่วโมง วนั ที่ 13 - 17 ม.ิ ย. 2565
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เยอ้ื น)
วนั ท่ี................เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย 53
ภาษาองั กฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 10
รหัสวิชา อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวเิ คราะห์
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 : Noun เรื่อง Abstract Noun เวลา 2 คาบ
ช่ือผ้สู อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชน์เยื้อน สอนวนั ที่ 20 – 24 ม.ิ ย. 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา สง่ิ พิมพ์ตา่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ข้อ 2 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากเรอ่ื งท่ีอ่านที่
เป็นสารคดแี ละบันเทิงคดี พร้อมทงั้ ให้เหตผุ ล
ขอ้ 4 อธิบายและเขียนประโยค และข้อความให้สัมพนั ธ์กบั ส่ือท่ีไม่ใชค่ วามเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ทีอ่ า่ น
รวมทงั้ ระบแุ ละเขียนเรื่องท่ีไม่ใชค่ วามเรียงรปู แบบต่าง ๆ ใหส้ มั พันธก์ บั ประโยค และ
ข้อความท่อี ่าน
ข้อ 6 คน้ ควา้ สบื ค้น บันทกึ สรปุ และแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ข้อมูลจากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขียน
2. สาระสำคญั
ในหนว่ ยการเรยี นรูน้ ี้ นักเรยี นจะได้เรยี นรูเ้ ร่ือง Noun ซึ่งแยกย่อยออกเปน็ Kinds of Noun คอื
ประเภทของคำนามซึ่งมดี ว้ ยกัน 6 ชนดิ ใหญ่ ๆ และได้เรยี นรเู้ กีย่ วกบั Abstract Noun การสร้าง Abstract
Noun โดยการเตมิ suffix ตลอดจนการเปลย่ี นคำนามเอกพจนใ์ หเ้ ป็นพหูพจน์ เพราะคำนามเปน็ ส่วนสำคญั ใน
การสร้างประโยค ไม่วา่ จะเป็นได้ทง้ั ประธานและเป็นกรรม จงึ มคี วามจำเปน็ ที่นักเรียนจะตอ้ งใจเรอื่ ง Noun
ใหถ้ อ่ งแท้
3. สาระการเรยี นรู้/เน้ือหาภาษา
Grammar: อาการนาม หรือ Abstract Noun คือคำนามท่ีใชบ้ อกสถานะ สภาวะ คุณลักษณะ
ตา่ งๆ อาจจะคุ้นเคยคำเหลา่ น้ี เชน่ ภาพวาดแบบ abstract หรอื ภาพยนตรส์ ไตล์ abstract โดยท่เี ขา้ ใจว่า
อะไรทมี่ ลี งท้ายมนั ต้องเป็นพวกเขา้ ใจยาก แตจ่ รงิ ๆแลว้ คำวา่ abstract แปลวา่ นามธรรม ตรงข้ามกับคำ
ว่า concrete ทแี่ ปลว่ารูปธรรม ดงั นั้น อะไรที่เรามองเห็นด้วยตาเปลา่ ไม่ได้ จบั สัมผสั ไม่ได้ ไม่สามารถใช้
ประสาทสัมผัสทง้ั 5 สมั ผัสได้ จึงเรียกว่า Abstract โดย Abstract มีรูปโดยมาจาก verb, adjective และ
noun หรอื กระทัง่ จากการเติม suffix
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญเก่ียวกับเรื่องที่อ่าน
โรงเรยี นสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย 54
ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
- Written Interaction สามารถเขยี นเกี่ยวกบั ตนเองโดยใชภ้ าษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพื่อหาข้อผิดพลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภปิ รายกับผู้อ่ืน
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายความหมายของ Abstract Noun ได้ (K)
2) สามารถใช้ Abstract Noun ไดอ้ ย่างถกู ต้อง (P)
3) สืบคน้ ขอ้ มลู อภิปรายและสรุปเก่ยี วกบั Abstract Noun ได้ (K)
4) นกั เรียนใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่นม่ันในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรียน 5. อยอู่ ย่างพอเพียง
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
2. ซ่อื สัตยส์ ุจริต 7. รกั ความเป็นไทย
3. มวี ินยั 8. มจี ติ สาธารณะ
4. ใฝ่เรียนรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร :พดู ใหข้ อ้ มูล แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรุป ตีความ และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : นำไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผูเ้ รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
1. เปน็ เลิศวชิ าการ 2. ส่อื สารสองภาษา 3. ล้ำหนา้ ทางความคิด
4. ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. ร่วมกนั รบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก
8. คณุ ลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผู้เรยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอ่าน) Writing (การเขียน) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบดว้ ย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและการแก้ปญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลยั 55
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การร้เู ทา่ ทนั สือ่ )
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสอ่ื สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นร้)ู
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มีวินยั คุณธรรม จริยธรรม)
9. บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ชว่ั โมงจดั กิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรียนรขู้ องนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวช้ีวดั ตามหลักสูตรกำหนด
9.2 หลกั ความมีเหตผุ ล: เพ่ือให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวช้วี ดั มีลกั ษณะพึงประสงค์ตามท่ี
หลักสตู รกำหนด เพื่อให้ผู้เรียนเกดิ กระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวเิ คราะห์ การคิดสร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตุผล
9.3 หลักภมู ิคุม้ กนั : วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมดั ระวังในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ ห้นักเรยี นได้
เรียนรูเ้ ตม็ ตามศักยภาพ ใชว้ ธิ กี ารวดั ผลตามสภาพจริง และทกุ คนมีส่วนร่วมในการวดั ผลการเรยี นรูท้ ่กี ำหนดไว้
และนำผลการเรียนรไู้ ปพัฒนาการเรยี นรู้ครงั้ ต่อไปได้
9.4 เงอื่ นไขความร:ู้ รอบรู้เร่ืองหลักสตู ร คำศัพทท์ เ่ี ก่ียวข้องกบั เน้ือหา การตคี วามจากเรอื่ งทอ่ี ่าน
ปญั หาสงั คมท่ีนำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ใหเ้ หมาะสมกับนักเรียน
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจรงิ
9.5 เงือ่ นไขคุณธรรม ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผดิ ชอบ การมวี นิ ัยในการจัดกจิ กรรม
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหัดใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรียนการสอน
11.1 ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1) ครทู ักทายนักเรยี น เชน่ Good morning students. How are you?
2) ครูทบทวนเน้ือหา Kinds of Noun ซง่ึ เป็นเนื้อหาในคาบที่แลว้
3) ครเู อาคำศัพท์ให้นักเรียนดู แล้วให้นกั เรยี นบอกความแตกตา่ ง
wisdom beauty table football
friendship childhood head pencil
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 56
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
4) ครถู ามคำถามเกีย่ วกบั Abstract Noun เพอ่ื ดคู วามรเู้ ดิมว่ามคี วามรู้ความเข้าใจเรื่อง Abstract
Noun กอ่ นเรยี นมากน้อยแค่ไหน
11.2 ขัน้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้
1) ครแู จง้ หวั ข้อท่ีจะเรียนกันในวันน้ี คือ Abstract Noun
2) ครพู ดู อธิบายเนอื้ หาเกี่ยวกบั Abstract Noun คำนามโดยใช้สอ่ื PowerPoint ประกอบ
3) ครแู ทรกตัวอยา่ งและแบบฝกึ ในทุก ๆ ชนิดของ Abstract Noun ไมว่ ่าจะเป็น Abstract Noun ที่มา
จาก verb, adjective และ noun
4) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนไดซ้ กั ถาม
5) ครูเฉลยแบบฝกึ หดั ทเ่ี ก่ียวกับชนิดของคำนามร่วมกับนกั เรยี น เพอื่ เป็นตวั อยา่ งและแนวการคดิ จำนวน
5 ขอ้ แรก
6) ครใู ห้นกั เรียนลองทำแบบฝึกหดั เกี่ยวกับ abstract noun
11.3 ขั้นสรุป
1) ครสู ุ่มให้นกั เรยี นร่วมเฉลยแบบฝกึ หัดเปน็ รายบคุ คล
2) ครชู ่วยอธิบายเสรมิ แนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
3) ครถู ามนักเรยี นว่า abstract noun คอื อะไร
12. สื่อ/วสั ดุอุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
สือ่ 1. PowerPoint เรอ่ื ง Abstract noun (อาการนาม)
2. Workbook
วสั ดอุ ุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานกุ รม
13. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน
- การตอบคำถาม มากกวา่ รอ้ ยละ 80
ดา้ นความรู้ (K) ระหว่างเรยี น -การสังเกตพฤตกิ รรมใน
- การทำใบงาน ช้นั เรยี น
1) รู้และเขา้ ใจเน้อื หา Abstract noun -แบบประเมนิ ใบงาน
2) สืบคน้ ขอ้ มลู อภปิ รายและสรปุ เกยี่ วกบั - การทำใบงาน
-แบบประเมินใบงาน มากกว่าร้อยละ 80
Abstract noun (K)
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถอธิบายเรอ่ื งใกลต้ วั โดยใช้ Abstract
noun ได้ (P)
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย 57
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
มากกว่าร้อยละ 80
ดา้ นคุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (A) - การสังเกต -แบบประเมนิ
1) นกั เรยี นใฝเ่ รียนรแู้ ละม่นุ มัน่ ในการทำงาน คุณลกั ษณะอนั พงึ คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค์ ประสงค์
ความคิดเหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงช่ือ................................................................
(นางสาวภัทร พงษเ์ จริญไทย)
ตำแหน่ งหวั หน้ากลุ่มสาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วนั ที่ ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลยั 58
ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
บนั ทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วชิ า อ 33201 รายวิชาภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วันท่ี 20 - 24 ม.ิ ย. 2565
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคุณลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงชื่อ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยอื้ น)
วันท่.ี ...............เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลยั 59
ภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 11
รหสั วิชา อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 : Noun เรื่อง Abstract Noun by Adding Suffix เวลา 2 คาบ
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวสุดารตั น์ โยชน์เยอ้ื น สอนวันที่ 27 ม.ิ ย. – 1 ก.ค. 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อา่ นออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา ส่งิ พิมพต์ ่าง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ขอ้ 2 จับใจความสำคญั วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากเร่ืองท่ีอ่านที่
เป็นสารคดีและบนั เทิงคดี พร้อมท้งั ให้เหตุผล
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขยี นประโยค และข้อความให้สมั พนั ธก์ บั สื่อที่ไมใ่ ชค่ วามเรยี งรปู แบบตา่ ง ๆ ทอ่ี า่ น
รวมทัง้ ระบุและเขียนเรื่องที่ไม่ใช่ความเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ให้สัมพันธ์กบั ประโยค และ
ข้อความที่อ่าน
ข้อ 6 ค้นคว้า สืบคน้ บันทึก สรุป และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั ข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคญั
ในหนว่ ยการเรยี นรู้นี้ นกั เรียนจะได้เรียนรู้เรื่อง Noun ซงึ่ แยกย่อยออกเปน็ Kinds of Noun คอื
ประเภทของคำนามซงึ่ มดี ้วยกัน 6 ชนดิ ใหญ่ ๆ และไดเ้ รียนรู้เก่ยี วกับ Abstract Noun การสร้าง Abstract
Noun โดยการเตมิ suffix ตลอดจนการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์ให้เป็นพหพู จน์ เพราะคำนามเป็นสว่ นสำคัญใน
การสร้างประโยค ไม่ว่าจะเป็นไดท้ ั้งประธานและเปน็ กรรม จึงมีความจำเป็นทน่ี ักเรยี นจะต้องใจเรอ่ื ง Noun
ให้ถ่องแท้
3. สาระการเรยี นรู้
Grammar: อาการนาม หรือ Abstract Noun คอื คำนามทใ่ี ช้บอกสถานะ สภาวะ คุณลักษณะ
ตา่ งๆ อาจจะคนุ้ เคยคำเหล่านี้ เช่น ภาพวาดแบบ abstract หรอื ภาพยนตรส์ ไตล์ abstract โดยที่เข้าใจว่า
อะไรทีม่ ลี งท้ายมันต้องเปน็ พวกเขา้ ใจยาก แต่จรงิ ๆแล้วคำวา่ abstract แปลว่า นามธรรม ตรงข้ามกบั คำ
วา่ concrete ท่แี ปลว่ารปู ธรรม ดงั น้ัน อะไรท่เี รามองเหน็ ด้วยตาเปล่าไม่ได้ จับสมั ผสั ไม่ได้ ไม่สามารถใช้
ประสาทสมั ผสั ท้งั 5 สมั ผัสได้ จึงเรียกวา่ Abstract โดย Abstract มีรูปโดยมาจาก verb, adjective และ
noun หรอื กระทง่ั จากการเติม suffix ได้แก่
1. Abstract Noun ท่ีมาจาก verb + suffix –al
2. Abstract Noun ท่ีมาจาก verb + suffix – ion – tion – ation – sion
โรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ิทยาลัย 60
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ment
4. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – y
5. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ure
6. Abstract Noun ทม่ี าจาก noun + suffix – hood
7. Abstract Noun ทีม่ าจาก noun + suffix – ship
8. Abstract Noun ทม่ี าจาก noun + suffix – ism
9. Abstract Noun ที่มาจาก adjective + suffix – cy
10. Abstract Noun ที่มาจาก adjective + suffix – ness
11. Abstract Noun ท่มี าจาก adjective + suffix – ty, - ity
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเดน็ สำคัญเกยี่ วกับเรื่องที่อ่าน
- Written Interaction สามารถเขยี นเกีย่ วกับตนเองโดยใช้ภาษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพ่ือหาข้อผิดพลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผอู้ ่ืน
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายการเติม suffix ใน Abstract Noun ได้ (K)
2) สามารถใช้ Abstract Noun ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3) สืบค้นขอ้ มลู อภิปรายและสรุปเก่ียวกบั Abstract Noun by Adding Suffix ได้ (K)
4) นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมุ่นมน่ั ในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรยี น 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มุ่งมั่นในการทำงาน
2. ซือ่ สัตย์สุจริต 7. รกั ความเปน็ ไทย
3. มีวินัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร :พูดใหข้ ้อมูล แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : นำไปปรับใช้ในชวี ิตประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วทิ ยาลัย 61
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
7. คณุ ลักษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เปน็ เลิศวิชาการ 2. ส่อื สารสองภาษา 3. ลำ้ หนา้ ทางความคดิ
4. ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. รว่ มกนั รับผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลักษณะและทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอ่าน) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบดว้ ย
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การร้เู ทา่ ทันสื่อ)
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสือ่ สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้)
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มวี ินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ช่วั โมงจัดกจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรู้ของนักเรยี น และสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชีว้ ดั ตามหลักสตู รกำหนด
9.2 หลักความมเี หตุผล: เพื่อใหส้ อนบรรลุตามมาตรฐานและตัวช้วี ดั มีลักษณะพงึ ประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคิดสรา้ งสรรคอ์ ยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลักภมู คิ มุ้ กัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ให้นักเรียนได้
เรียนรเู้ ตม็ ตามศักยภาพ ใช้วธิ ีการวดั ผลตามสภาพจริง และทกุ คนมีสว่ นร่วมในการวัดผลการเรยี นร้ทู ่กี ำหนดไว้
และนำผลการเรียนรู้ไปพฒั นาการเรียนรคู้ รัง้ ต่อไปได้
9.4 เงื่อนไขความร:ู้ รอบรเู้ รื่องหลกั สตู ร คำศัพท์ทีเ่ กยี่ วข้องกับเน้ือหา การตคี วามจากเรือ่ งทอี่ า่ น
ปญั หาสงั คมที่นำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู ห้เหมาะสมกับนกั เรียน
โดยใช้กระบวนการวดั และประเมินผลทีห่ ลากหลายตรงตามสภาพจริง
โรงเรยี นสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 62
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
9.5 เง่ือนไขคุณธรรม ใชห้ ลกั ความยตุ ิธรรม ความรบั ผิดชอบ การมีวินัยในการจดั กจิ กรรม
10. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหดั ใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรียนการสอน
11.1 ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1) ครูทกั ทายนักเรยี น เชน่ Good morning students. How are you?
2) ครูทบทวนเน้ือหา Abstract Noun ซ่งึ เปน็ เนื้อหาในคาบที่แล้ว
3) ครูเอาคำศัพทใ์ หน้ ักเรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นสังเกตบางส่งิ บางอยา่ ง
arrival proposal
refusal denial
4) ครถู ามนักเรียนว่า Abstract Noun เหล่านม้ี ีอะไรทีเ่ หมือนกนั บา้ ง
5) ครเู ฉลยนกั เรียนว่ามีตวั อักษรลงท้ายท่ีเหมือนกันทั้งหมด น่ันคือ -al
11.2 ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1) ครูแจ้งหวั ขอ้ ที่จะเรยี นกนั ในวันนี้ คอื Abstract Noun ทีม่ าจากการเติม suffix
2) ครูพูดอธิบายนักเรยี นได้เขา้ ใจวา่ suffix คืออะไร โดยชีแ้ จงว่า
“Suffixes (ปัจจัย) คือ ส่วนท่ีเตมิ ต่อท้ายรากศัพท์ (root) และมกั จะเปลีย่ นความหมายและหนา้ ท่ี
ของคำด้วย โดยทั่วไปแลว้ suffix จะชว่ ยบอกชนิดของคำ เชน่ คำนาม คำคุณศัพท์ เปน็ ต้น”
3) ครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยยกตัวอย่าง suffix ทีน่ ักเรยี นร้จู ักหรือเคยเห็นมาก่อน
4) ครกู ล่าวชมเชยนกั เรยี นที่สามารถแสดงความคดิ เหน็ ได้ และพูดเสรมิ แรงใหน้ ักเรียนคนอื่น ๆ ชว่ ยกัน
ตอบเพิ่ม
5) ครูอธบิ าย suffix ของ abstract noun ตามลำดบั ดังนี้
1 Abstract Noun ท่มี าจาก verb + suffix –al เชน่ arrive=อไรฟวฺ (มาถึง ไปถึง) เมอื่ เอา e ออกแลว้ เติม
al กลายเปน็ arrival=อไรฟวฺ ัล (การมาถึง การไปถงึ ), deny=ดิไนยฺ (ปฏเิ สธ) เม่ือเอา y ออกแล้วเติม ial
กลายเป็น denial=ดิไนยฺอัล (การปฏิเสธ การลบลา้ ง), propose=โพรโพส (เสนอ) เม่ือเอา e ออกแล้วเติม al
กลายเป็น proposal=โพรโพซลั (ขอ้ เสนอ), refuse=ริฟิวซฺ (ปฏิเสธ) เม่ือเอา e ออกแลว้ เตมิ al กลายเป็น
refusal=ริฟวิ ซลั (การปฏเิ สธ), เปน็ ต้น
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 63
ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
2 Abstract Noun ท่ีมาจาก verb + suffix – ion – tion – ation – sion เชน่ complete=คัมพลีท (เสร็จ
สมบรู ณ)์ เมื่อเอา e ออกแลว้ เตมิ ion กลายเปน็ completion=คมั พลชี ึน (ความสำเร็จ ความสมบรู ณ์),
direct=ไดเร็ค (ชี้ทาง) เมอื่ เติม ion กลายเป็น direction=ไดเร็คชนึ (ทิศทาง), examine=เอ็กแซมมนึ (ไต่สวน
พิจารณา) เมื่อเอา e ออกแลว้ เิตมิ ation กลายเปน็ examination=เอก็ แซมมิเนชนึ (การสอบ), permit=
เพอมทิ (อนญุ าต)ิ เมื่อเอา t ออกแล้วเตมิ sion กลายเปน็ permission=เพอมิซชึน (การอนญุ าต) เปน็ ต้น
3 Abstract Noun ทีม่ าจาก adjective + suffix – cy เช่น accurate=แอค็ ควิ เรท็ (ถกู ต้อง) เม่ือเอา te
ออกแลว้ เตมิ cy กลายเปน็ accuracy=แอ็คคิวราซิ (ความถูกต้อง), delicate=เดวเล็อเคท (ละเอียดออ่ น) เมอ่ื
เอา te ออกแลว้ เติม cy กลายเปน็ delicacy=เดวเลอ็ เคะซี (ความบอบบาง ความละเอียด) เปน็ ตน้
4 Abstract Noun ที่มาจาก adjective + suffix – ness เชน่ sad=แซด (เศรา้ )เม่ือเติม ness กลายเป็น
sadness=แซดเน็ซ (ความเศรา้ ), mad=แมด (บา้ ) เม่ือเติม ness กลายเป็น madness=แมดเนซ็ (ความบ้า
ความโกรธ) เปน็ ต้น
6) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนไดซ้ ักถาม
7) ครูเฉลยแบบฝึกหดั ท่เี กย่ี วกบั ชนิดของคำนามร่วมกับนกั เรียน เพื่อเปน็ ตัวอยา่ งและแนวการคดิ จำนวน
5 ขอ้ แรก
8) ครใู ห้นกั เรียนลองทำแบบฝกึ หดั เกีย่ วกับ abstract noun by adding suffix เอง
11.3 ข้นั สรปุ
1) ครูสุม่ ใหน้ กั เรยี นร่วมเฉลยแบบฝึกหัดเป็นรายบคุ คล
2) ครชู ่วยอธบิ ายเสริมแนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
3) ครูถามนักเรยี นว่า abstract noun คืออะไร , ลงท้ายดว้ ย suffix อะไร
12. ส่ือ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
ส่ือ 1. PowerPoint เร่อื ง Abstract Noun by Adding Suffix
2. Workbook
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรียนรู้ 1. พจนานุกรม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลยั 64
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
13. การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
- การตอบคำถามระหวา่ งเรยี น -การสังเกตพฤติกรรมในช้ันเรยี น มากกว่าร้อยละ 80
ดา้ นความรู้ (K) - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน
มากกว่าร้อยละ 80
1) รู้และเขา้ ใจเน้อื หา suffix ของ abstract - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน มากกวา่ รอ้ ยละ 80
noun
- การสังเกตคณุ ลักษณะอันพึง -แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพึง
2) สืบคน้ ข้อมูล อภปิ รายและสรุปเกยี่ วกับ ประสงค์ ประสงค์
suffix ของ abstract noun
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถเขยี นอธิบายเรอ่ื งใกล้ตัวโดยใช้
abstract noun ได้
ด้านคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ (A)
1) นักเรยี นใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุ่นม่นั ในการ
ทำงาน
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวภัทร พงษเ์ จรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหวั หนา้ กลุม่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วันท่ี ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 65
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
บนั ทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
รหัสวชิ า อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วนั ท่ี 27 ม.ิ ย. – 1 ก.ค. 2565
1. ผลการจัดการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคุณลกั ษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงชื่อ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยอื้ น)
วนั ท่ี................เดือน......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วทิ ยาลยั 66
ภาษาอังกฤษเพือ่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 12
รหัสวชิ า อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 : Noun เรอ่ื ง Abstract Noun by Adding Suffix เวลา 2 คาบ
ชอื่ ผสู้ อน นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เยือ้ น สอนวันที่ 4 – 8 ก.ค. 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อา่ นออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา สิ่งพิมพต์ ่าง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ข้อ 2 จับใจความสำคญั วเิ คราะหค์ วาม สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านท่ี
เป็นสารคดแี ละบันเทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตผุ ล
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขยี นประโยค และข้อความใหส้ ัมพนั ธ์กบั ส่ือท่ีไมใ่ ชค่ วามเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ทีอ่ ่าน
รวมทงั้ ระบุและเขียนเร่ืองท่ีไม่ใช่ความเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ใหส้ มั พันธ์กบั ประโยค และ
ข้อความทอ่ี ่าน
ขอ้ 6 คน้ คว้า สืบค้น บันทกึ สรปุ และแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับข้อมูลจากแหล่งการเรียนรตู้ า่ ง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคัญ
ในหนว่ ยการเรยี นร้นู ้ี นักเรียนจะไดเ้ รียนรเู้ ร่ือง Noun ซึ่งแยกยอ่ ยออกเป็น Kinds of Noun คือ
ประเภทของคำนามซึง่ มีด้วยกัน 6 ชนิดใหญ่ ๆ และไดเ้ รยี นรูเ้ ก่ยี วกบั Abstract Noun การสรา้ ง Abstract
Noun โดยการเตมิ suffix ตลอดจนการเปลย่ี นคำนามเอกพจนใ์ หเ้ ปน็ พหูพจน์ เพราะคำนามเป็นสว่ นสำคัญใน
การสรา้ งประโยค ไม่ว่าจะเป็นได้ท้ังประธานและเป็นกรรม จึงมีความจำเปน็ ทนี่ ักเรยี นจะตอ้ งใจเรื่อง Noun
ให้ถ่องแท้
3. สาระการเรียนรู้/เน้ือหาภาษา
Grammar: อาการนาม หรอื Abstract Noun คือคำนามทใ่ี ช้บอกสถานะ สภาวะ คุณลักษณะ
ต่างๆ อาจจะค้นุ เคยคำเหล่าน้ี เชน่ ภาพวาดแบบ abstract หรอื ภาพยนตรส์ ไตล์ abstract โดยท่ีเขา้ ใจว่า
อะไรที่มีลงทา้ ยมันต้องเป็นพวกเขา้ ใจยาก แตจ่ ริงๆแลว้ คำว่า abstract แปลวา่ นามธรรม ตรงข้ามกบั คำ
ว่า concrete ทแ่ี ปลว่ารปู ธรรม ดงั นนั้ อะไรทเี่ รามองเหน็ ด้วยตาเปลา่ ไม่ได้ จบั สมั ผสั ไม่ได้ ไม่สามารถใช้
ประสาทสมั ผัสท้ัง 5 สมั ผสั ได้ จงึ เรียกว่า Abstract โดย Abstract มรี ูปโดยมาจาก verb, adjective และ
noun หรือกระทง่ั จากการเติม suffix ไดแ้ ก่
1. Abstract Noun ทีม่ าจาก verb + suffix –al
2. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ion – tion – ation – sion
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วิทยาลัย 67
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ment
4. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – y
5. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ure
6. Abstract Noun ทม่ี าจาก noun + suffix – hood
7. Abstract Noun ทีม่ าจาก noun + suffix – ship
8. Abstract Noun ทม่ี าจาก noun + suffix – ism
9. Abstract Noun ที่มาจาก adjective + suffix – cy
10. Abstract Noun ที่มาจาก adjective + suffix – ness
11. Abstract Noun ท่มี าจาก adjective + suffix – ty, - ity
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเดน็ สำคัญเกยี่ วกับเรื่องที่อ่าน
- Written Interaction สามารถเขยี นเกีย่ วกับตนเองโดยใช้ภาษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพ่ือหาข้อผิดพลาด
- Spoken Interaction สามารถรว่ มอภิปรายกับผอู้ ่ืน
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายการเติม suffix ใน Abstract Noun ได้ (K)
2) สามารถใช้ Abstract Noun ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3) สืบค้นขอ้ มลู อภิปรายและสรุปเก่ียวกบั Abstract Noun by Adding Suffix ได้ (K)
4) นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมุ่นมน่ั ในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรยี น 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มุ่งมั่นในการทำงาน
2. ซือ่ สัตย์สุจริต 7. รกั ความเปน็ ไทย
3. มีวินัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร :พูดใหข้ ้อมูล แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : นำไปปรับใช้ในชวี ิตประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วทิ ยาลัย 68
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
7. คณุ ลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วชิ าการ 2. สื่อสารสองภาษา 3. ลำ้ หนา้ ทางความคิด
4. ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทักษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รียน
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การร้เู ทา่ ทนั สือ่ )
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสือ่ สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นร)ู้
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มีวินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชวั่ โมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรู้ของนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตวั ช้วี ัดตามหลักสูตรกำหนด
9.2 หลักความมีเหตุผล: เพอื่ ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชี้วัดมีลกั ษณะพงึ ประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวเิ คราะห์ การคิดสรา้ งสรรค์อย่างมี
เหตผุ ล
9.3 หลักภมู ิคุ้มกัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมดั ระวงั ในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นได้
เรยี นรูเ้ ต็มตามศักยภาพ ใชว้ ิธีการวดั ผลตามสภาพจริง และทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการวัดผลการเรียนรูท้ ่ีกำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพัฒนาการเรยี นรคู้ รั้งต่อไปได้
9.4 เงอื่ นไขความร้:ู รอบรูเ้ ร่ืองหลกั สตู ร คำศัพท์ทเ่ี ก่ียวข้องกบั เนื้อหา การตคี วามจากเร่อื งทอ่ี ่าน
ปญั หาสงั คมท่ีนำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู หเ้ หมาะสมกับนักเรียน
โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลท่หี ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงอื่ นไขคุณธรรม ใชห้ ลักความยตุ ิธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมีวนิ ัยในการจดั กจิ กรรม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 69
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหัดใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรียนการสอน
11.1 ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1) ครูทักทายนกั เรยี น เชน่ Good morning students. How are you?
2) ครทู บทวนเน้อื หา Abstract Noun ซ่งึ เป็นเนอ้ื หาในคาบที่แล้ว
3) ครูเอาคำศัพท์ให้นักเรยี นดู แล้วให้นักเรยี นสงั เกตบางสิ่งบางอย่าง
arrival proposal
refusal denial
4) ครถู ามนักเรยี นว่า Abstract Noun เหล่าน้มี ีอะไรทเี่ หมือนกนั บ้าง
5) ครูเฉลยนกั เรียนว่ามีตวั อักษรลงท้ายท่ีเหมือนกันทัง้ หมด นั่นคือ -al
11.2 ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1) ครแู จ้งหัวข้อทีจ่ ะเรยี นกนั ในวันนี้ คือ Abstract Noun ที่มาจากการเติม suffix
2) ครพู ูดอธิบายนกั เรยี นไดเ้ ข้าใจว่า suffix คอื อะไร โดยชีแ้ จงวา่
“Suffixes (ปจั จัย) คอื สว่ นทเี่ ติมต่อท้ายรากศัพท์ (root) และมกั จะเปลย่ี นความหมายและหน้าท่ี
ของคำด้วย โดยท่วั ไปแล้ว suffix จะชว่ ยบอกชนดิ ของคำ เชน่ คำนาม คำคุณศัพท์ เปน็ ต้น”
3) ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยยกตัวอย่าง suffix ท่ีนักเรียนรจู้ ักหรือเคยเห็นมาก่อน
4) ครกู ลา่ วชมเชยนักเรียนท่ีสามารถแสดงความคิดเห็นได้ และพูดเสริมแรงใหน้ ักเรยี นคนอื่น ๆ ช่วยกนั
ตอบเพ่ิม
5) ครูอธบิ าย suffix ของ abstract noun ตามลำดบั ดังนี้
1. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ment เช่น appoint=อพอ็ ยทฺ(จดั มอบหมาย) เม่ือเตมิ
ment กลายเป็น appointment=อพ็อยทฺมนึ ทฺ (การนัดหมาย), entertain=เอ็นเทอะเทน (ตอ้ นรบั แขก ทำ
ให้เพลดิ เพลนิ ) เม่ือเตมิ ment กลายเปน็ entertainment=เอ็นเทอะเทนมึนทฺ (การใหค้ วามบันเทิง การ
รบั รองแขก) เป็นตน้
โรงเรยี นสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 70
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
2. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – y เชน่ deliver=ดิลีฟเวอะ (สง่ มอบ) เม่ือเตมิ y
กลายเปน็ delivery=ดิลฟี เวอะริ (การสง่ มอบ), inquire=อินไควเออะ (ไต่ถาม) เมือ่ เอา e ออกแล้วเติม y
กลายเป็น inquiry=อินไควเออะริ (การสอบถาม) เป็นตน้
3. Abstract Noun ทม่ี าจาก adjective + suffix – ty, - ity เช่น cruel=ครเู อลิ (โหดรา้ ย ทารุณ) เม่ือ
เติม ty กลายเปน็ cruelty=ครูเอลิ ทิ (ความโหดร้ายทารณุ ), human=ฮิวเมิน (เก่ยี วกับมนษุ ย์ เก่ยี วกบั
คน) เมื่อเตมิ ity กลายเป็น humanity=ฮวิ แมนเนอ็ ทิ (ความเป็นคน มนษุ ย์ชาติ) เปน็ ตน้
6) ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนไดซ้ ักถาม
7) ครเู ฉลยแบบฝึกหัดท่ีเกี่ยวกับชนดิ ของคำนามรว่ มกับนกั เรียน เพื่อเปน็ ตัวอย่างและแนวการคดิ จำนวน
5 ข้อแรก
8) ครใู ห้นักเรียนลองทำแบบฝกึ หดั เกีย่ วกบั abstract noun by adding suffix เอง
11.3 ขน้ั สรปุ
1) ครูสุ่มใหน้ กั เรยี นร่วมเฉลยแบบฝกึ หัดเป็นรายบคุ คล
2) ครูช่วยอธบิ ายเสรมิ แนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
3) ครถู ามนักเรยี นว่า abstract noun คืออะไร , ลงทา้ ยด้วย suffix อะไร
12. ส่ือ/วัสดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
ส่อื 1. PowerPoint เรื่อง Abstract Noun by Adding Suffix
2. Workbook
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานกุ รม
13. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน
ด้านความรู้ (K)
- การตอบคำถามระหว่างเรยี น -การสงั เกตพฤตกิ รรมในชัน้ เรยี น มากกว่าร้อยละ 80
1) รู้และเข้าใจเนอ้ื หา suffix ของ
abstract noun - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน
โรงเรยี นสันติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 71
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ
มากกว่ารอ้ ยละ 80
2) สืบคน้ ข้อมูล อภิปรายและสรปุ เกยี่ วกับ -แบบประเมินใบงาน มากกวา่ ร้อยละ 80
suffix ของ abstract noun - การทำใบงาน -แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึง
ด้านทักษะกระบวนการ (P) ประสงค์
1) สามารถเขียนอธบิ ายเรอ่ื งใกล้ตวั โดยใช้
abstract noun ได้
ดา้ นคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A) - การสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ
1) นกั เรียนใฝเ่ รียนรแู้ ละมนุ่ ม่ันในการ ประสงค์
ทำงาน
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชื่อ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษเ์ จริญไทย)
ตำแหน่ งหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วันที่ ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย 72
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
รหสั วชิ า อ 33201 บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
ห้อง 6/1 - 6/8 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพอื่ การคดิ วิเคราะห์ วันท่ี 4 -8 ก.ค. 2565
เวลา 1 ชั่วโมง
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคุณลักษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงชื่อ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารตั น์ โยชน์เยอ้ื น)
วันที.่ ...............เดอื น......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วทิ ยาลยั 73
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 13
รหัสวิชา อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์
ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 : Noun เรอื่ ง Abstract Noun by Adding Suffix เวลา 2 คาบ
ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอื้ น สอนวันท่ี 11 - 15 กรกฎาคม 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 1 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา ส่งิ พมิ พ์ตา่ ง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ข้อ 2 จบั ใจความสำคญั วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากเรอื่ งท่ีอ่านท่ี
เปน็ สารคดีและบนั เทิงคดี พร้อมทัง้ ให้เหตุผล
ขอ้ 4 อธิบายและเขยี นประโยค และข้อความให้สมั พันธ์กบั สื่อที่ไมใ่ ชค่ วามเรียงรูปแบบต่าง ๆ ท่ีอ่าน
รวมทัง้ ระบุและเขยี นเร่ืองที่ไม่ใชค่ วามเรียงรูปแบบตา่ ง ๆ ใหส้ มั พนั ธก์ บั ประโยค และ
ข้อความท่ีอ่าน
ขอ้ 6 ค้นคว้า สืบคน้ บันทกึ สรุป และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับขอ้ มูลจากแหลง่ การเรียนร้ตู ่าง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขียน
2. สาระสำคัญ
ในหน่วยการเรียนรู้น้ี นักเรยี นจะได้เรียนร้เู ร่ือง Noun ซงึ่ แยกยอ่ ยออกเป็น Kinds of Noun คอื
ประเภทของคำนามซึง่ มดี ้วยกัน 6 ชนิดใหญ่ ๆ และไดเ้ รยี นรเู้ กย่ี วกับ Abstract Noun การสรา้ ง Abstract
Noun โดยการเตมิ suffix ตลอดจนการเปลีย่ นคำนามเอกพจนใ์ หเ้ ป็นพหพู จน์ เพราะคำนามเปน็ สว่ นสำคัญใน
การสรา้ งประโยค ไมว่ ่าจะเป็นได้ทั้งประธานและเป็นกรรม จึงมีความจำเป็นทนี่ ักเรยี นจะตอ้ งใจเรอ่ื ง Noun
ให้ถอ่ งแท้
3. สาระการเรียนรู้/เนื้อหาภาษา
Grammar: อาการนาม หรือ Abstract Noun คอื คำนามท่ใี ช้บอกสถานะ สภาวะ คุณลกั ษณะ
ต่างๆ อาจจะคนุ้ เคยคำเหลา่ นี้ เช่น ภาพวาดแบบ abstract หรือภาพยนตร์สไตล์ abstract โดยที่เขา้ ใจว่า
อะไรท่ีมีลงท้ายมันต้องเป็นพวกเข้าใจยาก แตจ่ รงิ ๆแล้วคำว่า abstract แปลว่า นามธรรม ตรงข้ามกับคำ
ว่า concrete ทแ่ี ปลว่ารปู ธรรม ดงั น้นั อะไรทีเ่ รามองเหน็ ด้วยตาเปล่าไม่ได้ จับสมั ผัสไม่ได้ ไม่สามารถใช้
ประสาทสัมผัสทงั้ 5 สัมผัสได้ จึงเรยี กว่า Abstract โดย Abstract มรี ปู โดยมาจาก verb, adjective และ
noun หรอื กระทั่งจากการเติม suffix ไดแ้ ก่
1. Abstract Noun ทม่ี าจาก verb + suffix –al
2. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – ion – tion – ation – sion
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 74
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3. Abstract Noun ทม่ี าจาก verb + suffix – ment
4. Abstract Noun ที่มาจาก verb + suffix – y
5. Abstract Noun ทม่ี าจาก verb + suffix – ure
6. Abstract Noun ทีม่ าจาก noun + suffix – hood
7. Abstract Noun ท่ีมาจาก noun + suffix – ship
8. Abstract Noun ทมี่ าจาก noun + suffix – ism
9. Abstract Noun ทมี่ าจาก adjective + suffix – cy
10. Abstract Noun ทม่ี าจาก adjective + suffix – ness
11. Abstract Noun ท่ีมาจาก adjective + suffix – ty, - ity
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคญั เก่ยี วกับเร่ืองท่ีอา่ น
- Written Interaction สามารถเขียนเกย่ี วกับตนเองโดยใชภ้ าษางา่ ย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพื่อหาข้อผิดพลาด
- Spoken Interaction สามารถร่วมอภิปรายกบั ผอู้ นื่
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายการเตมิ suffix ใน Abstract Noun ได้ (K)
2) สามารถใช้ Abstract Noun ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3) สบื คน้ ข้อมลู อภิปรายและสรุปเก่ยี วกบั Abstract Noun by Adding Suffix ได้ (K)
4) นักเรียนใฝ่เรียนรแู้ ละมนุ่ ม่นั ในการทำงาน (A)
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
2. ซ่อื สตั ย์สจุ ริต 7. รักความเปน็ ไทย
3. มวี นิ ัย 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ใฝเ่ รียนรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการส่อื สาร :พดู ให้ขอ้ มูล แสดงความคดิ เห็นของตนเองเก่ยี วกับเร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรปุ ตีความ และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : นำไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศพั ทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 75
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
7. คณุ ลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วชิ าการ 2. สื่อสารสองภาษา 3. ลำ้ หนา้ ทางความคิด
4. ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทักษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รียน
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การร้เู ทา่ ทนั สือ่ )
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสือ่ สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นร)ู้
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มีวินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชวั่ โมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรู้ของนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตวั ช้วี ัดตามหลักสูตรกำหนด
9.2 หลักความมีเหตุผล: เพอื่ ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชี้วัดมีลกั ษณะพงึ ประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวเิ คราะห์ การคิดสรา้ งสรรค์อย่างมี
เหตผุ ล
9.3 หลักภมู ิคุ้มกัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมดั ระวงั ในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นได้
เรยี นรูเ้ ต็มตามศักยภาพ ใชว้ ิธีการวดั ผลตามสภาพจริง และทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการวัดผลการเรียนรูท้ ่ีกำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพัฒนาการเรยี นรคู้ รั้งต่อไปได้
9.4 เงอื่ นไขความร้:ู รอบรูเ้ ร่ืองหลกั สตู ร คำศัพท์ทเ่ี ก่ียวข้องกบั เนื้อหา การตคี วามจากเร่อื งทอ่ี ่าน
ปญั หาสงั คมท่ีนำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู หเ้ หมาะสมกับนักเรียน
โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลท่หี ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงอื่ นไขคุณธรรม ใชห้ ลักความยตุ ิธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมีวนิ ัยในการจดั กจิ กรรม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 76
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หดั ใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1) ครูทักทายนกั เรยี น เชน่ Good morning students. How are you?
2) ครทู บทวนเน้ือหา Abstract Noun ซง่ึ เป็นเนอ้ื หาในคาบท่ีแลว้
3) ครูเอาคำศัพทใ์ ห้นักเรียนดู แล้วให้นกั เรียนสงั เกตบางส่งิ บางอยา่ ง
arrival proposal
refusal denial
4) ครูถามนักเรียนวา่ Abstract Noun เหลา่ น้มี อี ะไรท่เี หมือนกนั บา้ ง
5) ครเู ฉลยนกั เรยี นวา่ มตี วั อักษรลงท้ายที่เหมือนกันทั้งหมด น่ันคอื -al
11.2 ขน้ั จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1) ครแู จ้งหวั ข้อที่จะเรยี นกันในวันน้ี คือ Abstract Noun ท่ีมาจากการเติม suffix
2) ครูพดู อธบิ ายนักเรียนได้เขา้ ใจวา่ suffix คืออะไร โดยช้ีแจงว่า
“Suffixes (ปจั จัย) คือ สว่ นที่เติมต่อทา้ ยรากศัพท์ (root) และมกั จะเปล่ยี นความหมายและหนา้ ท่ี
ของคำด้วย โดยทวั่ ไปแล้ว suffix จะชว่ ยบอกชนิดของคำ เช่น คำนาม คำคุณศัพท์ เปน็ ต้น”
3) ครใู หน้ กั เรียนชว่ ยยกตวั อยา่ ง suffix ท่ีนักเรียนร้จู ักหรอื เคยเหน็ มาก่อน
4) ครกู ล่าวชมเชยนักเรยี นทส่ี ามารถแสดงความคดิ เห็นได้ และพูดเสรมิ แรงให้นักเรยี นคนอื่น ๆ ช่วยกัน
ตอบเพ่ิม
5) ครอู ธบิ าย suffix ของ abstract noun ตามลำดับดังน้ี
1. Abstract Noun ท่มี าจาก verb + suffix – ure เช่น fail=เฟล (ลม้ เหลว) เมื่อเตมิ ure กลายเป็น
failure=เฟเลยี รฺ (ความล้มเหลว), press=เพร็ซ (กดดนั ) เมื่อเตมิ ure กลายเป็น pressure=เพรซ็ เชอะ (ความ
กดดัน) เป็นต้น
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลยั 77
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
2. Abstract Noun ที่มาจาก noun + suffix – hood เช่น brother=บราเธอะ (พชี่ าย น้องชาย) เมื่อเติม
hood กลายเปน็ brotherhood=บราเธอะฮดุ (ความเป็นพ่ีน้อง), child=ไชลดฺ (เด็ก) เม่ือเติม hood กลายเปน็
childhood=ไชลดฺฮุด (ความเป็นเดก็ ) เป็นต้น
3. Abstract Noun ที่มาจาก noun + suffix – ship เชน่ friend=เฟรนดฺ (เพ่อื น) เม่ือเติม ship กลายเป็น
friendship=เฟรนดฺชิพ (ความเปน็ เพ่ือน), leaderle=ลดี เดอะ (ผนู้ ำ) เมื่อเตมิ ship กลายเป็น leadership=
ลีดเดอะชิพ (ความเป็นผนู้ ำ) เป็นตน้
4. Abstract Noun ทม่ี าจาก noun + suffix – ism เช่น hero=ฮีโระ (วีรบรุ ุษ พระเอก) เมื่อเตมิ ism
กลายเปน็ heroism=เฮโรอซิ ซึม (วรี กรรม ความกลา้ หาญ), national=แนชชนึ เนลิ (แหง่ ชาติ ประจำชาต)ิ เมอ่ื
เติม ism กลายเป็น nationalism=แนชชึนเนิลลซิ ซึม (ชาตินิยม) เป็นตน้
6) ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนได้ซกั ถาม
7) ครูเฉลยแบบฝึกหัดท่ีเกี่ยวกับชนดิ ของคำนามร่วมกับนกั เรยี น เพื่อเป็นตวั อย่างและแนวการคดิ จำนวน
5 ข้อแรก
8) ครใู ห้นักเรียนลองทำแบบฝึกหดั เกย่ี วกับ abstract noun by adding suffix เอง
11.3 ขนั้ สรปุ
1) ครูสมุ่ ใหน้ กั เรยี นร่วมเฉลยแบบฝกึ หัดเปน็ รายบคุ คล
2) ครูช่วยอธิบายเสรมิ แนวคำตอบของแตล่ ะข้อ
3) ครถู ามนักเรียนวา่ abstract noun คอื อะไร , ลงทา้ ยดว้ ย suffix อะไร
12. ส่ือ/วัสดุอปุ กรณ์/แหล่งเรียนรู้
สอื่ 1. PowerPoint เรอ่ื ง Abstract Noun by Adding Suffix
2. Workbook
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหลง่ เรยี นรู้ 1. พจนานุกรม
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลยั 78
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
13. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
-การสงั เกตพฤติกรรมในชัน้ เรยี น มากกว่าร้อยละ 80
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคำถามระหวา่ งเรียน -แบบประเมนิ ใบงาน
มากกวา่ ร้อยละ 80
1) รู้และเขา้ ใจเน้อื หา suffix ของ abstract - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน มากกว่ารอ้ ยละ 80
noun -แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
2) สืบค้นขอ้ มูล อภิปรายและสรุปเกยี่ วกับ
suffix ของ abstract noun - การทำใบงาน
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถเขียนอธิบายเรอ่ื งใกลต้ ัวโดยใช้
abstract noun ได้
ด้านคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ (A) - การสังเกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
1) นกั เรยี นใฝเ่ รยี นรู้และมนุ่ ม่ันในการ ประสงค์
ทำงาน
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงช่อื ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษเ์ จรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหวั หน้ากลุม่ สาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วันที่ ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 79
ภาษาองั กฤษเพือ่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
รหัสวิชา อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ชั่วโมง วนั ที่ 11 - 15 ก.ย. 2565
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (knowledge)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attitude)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เยอื้ น)
วันท่.ี ...............เดือน......................พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ิทยาลยั 80