The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prdmr.pr, 2023-09-04 06:09:44

Abstract book-GEOTHAI2023

Abstract book-GEOTHAI2023

| i การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรด้านวิชาการ ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ได้ ร่วมจัดการประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) ภายใต้หัวข้อ “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2566 ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ Zoom Webinar/Meeting เพื่อเป็นเวทีให้ ผู้เชี่ยวชาญ และนักธรณีวิทยาทุกสาขา ได้แสดงบทบาทในการ นำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านธรณีวิทยา ตลอดจน ข้อเสนอแนะการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี มรดกธรณี อุทยาน ธรณี ธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และธรณีพิบัติภัย รวมไปถึงการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อกระตุ้นให้เกิดความ ร่วมมือทางวิชาการที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคม นำไปสู่การอนุรักษ์และบริหาร จัดการทรัพยากรธรณีอย่างยั่งยืน การประชุมวิชาการในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมเสนอผลงานทางวิชาการ รวมทั้งสิ้นกว่า 120 เรื่อง โดยมีกิจกรรม สำคัญภายใต้การประชุม ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ (Keynote Papers) โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ ที่มีชื่อเสียงของประเทศรวม 30 เรื่อง การนำเสนอผลงานวิชาการภายใต้หัวข้อหลักของการประชุม โดยผู้เชี่ยวชาญ ด้านธรณีวิทยาทั้งในและต่างประเทศ รวม 47 เรื่อง การนำเสนอผลงานทางวิชาการผ่านโปสเตอร์รวม 36 เรื่อง และการ เสวนาทางวิชาการ 3 เรื่อง โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์รวมกว่า 15 ท่าน ทั้งนี้ มีผู้สนใจลงทะเบียนรับฟังการประชุม วิชาการในระบบออนไลน์ครั้งนี้มากกว่า 500คน ท้ายที่สุดนี้ กรมทรัพยากรธรณี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) เรื่อง “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” จะเป็นกลไกและพลังแห่งความรู้ทางด้าน ธรณีวิทยา เพื่อนำไปสู่การสำรวจค้นหาแหล่งสำรองทรัพยากรธรณีเพื่อการพัฒนาประเทศ การบริหารจัดการ ทรัพยากรธรณีที่เหมาะสมและคุ้มค่า การวางแผนการใช้ที่ดินเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างมีคุณภาพ และการบรรเทาธรณี พิบัติภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญคือการสร้างความอยู่ดีกินดีของ ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กันยายน 2566 ค ำน ำ


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | ii ที่ปรึกษา ดร.อรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายฐิติพันธ์ จูจันทร์โชติ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายทินกร ทาทอง ผู้ตรวจราชการกรมทรัพยากรธรณี นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี ศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารจัดการแร่ ดร.ธิติ ตุลยาทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ นายบรรจง พรมจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ กองบรรณาธิการ นางอัปสร สอาดสุด ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยา หัวหน้ากองบรรณาธิการ นายธีระพล วงษ์ประยูร นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นายธวัชชัย เชื้อเหล่าวานิช นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นายศักดา ขุนดี นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นางสาวพรรณิภา แซ่เทียน นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นางสาวดวงฤทัย แสแสงสีรุ้ง นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นางสาวพรเพ็ญ จันทสิทธิ์ นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นายวีระชาติ วิเวกวิน นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นายประดิษฐ์ นูเล นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นางสาวชัญชนา คำชา นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นางสาววรินทรา เทพจู นักธรณีวิทยาชำนาญการ ฝ่ายเลขานุการกองบรรณาธิการ นางสาววนิดา ระงับพิศม์ นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นางสาวน้ำฝน คำพิลัง นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ นางสาวสาวิตรี ลือชาอภิชาตกุล นักธรณีวิทยาชำนาญการ นางสาวอัมพร ไชยคำ นักธรณีวิทยาชำนาญการ นางสาวธัญสิณีคำเมือง นักธรณีวิทยา คณะบรรณำธิกำร


| iii การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Content หน้า คำนำ....................................................................................................................................................................................................................i คณะบรรณาธิการ..............................................................................................................................................................................................ii สารบัญ..............................................................................................................................................................................................................iii กำหนดการประชุมวิชาการธรณีไทย 2566(GEOTHAI 2023)...................................................................................................................xii การเก็บกักคาร์บอนในอุตสาหกรรมถ่านหิน..................................................................................................................................................1 โดย ประจวบ ดอนคำมูล การเติมน้ำใต้ดิน...............................................................................................................................................................................................2 โดย สมคิด บัวเพ็ง การจัดการดินถล่มเเละการเคลื่อนตัวของมวลดินในชุมชนบนพื้นที่สูงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน...............................................................4 โดย สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ การบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง.........................................................................................5 โดย อดิชาติ สุรินทร์คำ การพัฒนาโมเดล 3 มิติ ซากดึกดำบรรพ์ของไทยด้วยเทคนิคโฟโตแกรมเมทรี(Developing 3D models of fossils found in Thailand using photogrammetry techniques) ....................................................................................................................................7 โดย สุชาติ แสนพิช และ พิสิษฐ์ ณัฎประเสริฐ ธรณีแปรสัณฐานประเทศไทย: หลักฐานจากธรณีฟิสิกส์ ธรณีเคมี และธรณีกาลวิทยา.............................................................................8 โดย ปัญญา จารุศิริ วชิราชัย ศักดิ์อาภา และ ฤทัยชนก สายน้ำทิพย์ ธรณีวิทยาปิโตรเลียม และความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน........................................................................................................................9 โดย วรานนท์ หล้าพระบาง ธรณีวิศวกรรมในงานพัฒนาแหล่งน้ำ...........................................................................................................................................................10 โดย กัมปนาท ขวัญศิริกุล บทบาทของนักธรณีวิทยาวิศวกรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (The Role of Engineering Geologists in Sustainable Development)..........................................................................................11 โดย เดชา หลวงพิทักษ์ชุมพล ประวัติการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในราชอาณาจักรไทย......................................................................................................................12 โดย นเรศ สัตยารักษ์ พลังงานทางเลือก เพื่อการบริหารจัดการไฟฟ้า...........................................................................................................................................13 โดย จิตราภรณ์ อินชวนจิ๋ว ลำดับชั้นหินและธรณีโครงสร้าง:กรณีศึกษาแหล่งซากดึกดำบรรพ์แอมโมไนต์บ้านไผ่งาม ตำบลเมืองงาย อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง..................................................................................................................................................................................................15 โดย วีรพันธ์ ศรีจันทร์รัตนาภรณ์ ฟองเงิน พิทักษ์สิทธิ์ ดิษบรรจง กมลลักษณ์ วงษ์โก สุจินตนา ชมภูศรี ธนกฤต เตจ๊ะ ทัพพ์ทิวัตถ์ แสงดีกฤษณะ คงประกอบ นิติพร ทิพรส และ ญาณวัฒน์ เงินลำยอง สำรบัญ Keynote Paper


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | iv Content หน้า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์กับการลด CO2.......................................................................................................................................................16 โดย มงคล พรชื่นชูวงศ์ Digital Twin GIS: Intelligence Disaster Management System (เทคโนโลยีโลกเสมือนคู่ขนานภูมิสารสนเทศกับการจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ).........................................................................................18 โดย จนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล เทคโนโลยีสารสนเทศกับการสำรวจจัดทำแผนผังถ้ำ: กรณีศึกษาถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และพัฒนาการของเทคโนโลยีสำรวจถ้ำในอนาคต......................................................................................................................................19 โดย จนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล โครงสร้างเนื้อโลกและแก่นโลก: ความรู้ใหม่และปริศนาที่ท้าทาย.............................................................................................................20 โดย สุทธิพงษ์ น้อยสกุล ใบประกอบวิชาชีพธรณีวิทยาเหมืองแร่ และธรณีวิทยาพิบัติภัยในงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม........................................21 โดย จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ Critical Raw Materials of Thailand.........................................................................................................................................................22 โดย ชาญชัย วุฒิพนมศักดิ์ CCOP and Geoscience solutions to reach Net Zero......................................................................................................................24 By Young Joo LEE Chinese Seismo-Geomagnetic Monitoring Roving Array (CSGMRA)............................................................................................25 By Chen Bin and Wang Can Constraints on the Age of the Kaeng Raboet Formation, Sai Yok, Kanchanaburi, Western Thailand............................26 By Prinya Putthapiban, Lin Chao, Qian Zhao, Dmitrii N. Remizov, Panus Hong, Kantanat Trakunweerayut, Narongsak Kaewdam, Sutatcha Hongsresawat, Sirot Salayapongse and Katsuo Sashida DMF’s Role on CCUS development: Subsurface CO2 Geological Storage..............................................................................28 By Suwannathong, A., Chaibamrung P., Boonchaluay N. and Chaemthong S. Magnetotelluric exploration to delineate deep electrical resistivity structures of active fault zones in northern Thailand.................................................................................................................................................................................29 By Puwis Amatyakul, Tawat Rung-Arunwan, Chatchai Vachiratienchai, Songkhun Boonchaisuk, Sutthipong Noisagool and Weerachai Siripunvaraporn Navigating Bangkok's Geohazard Landscape: Unearthing the Nexus of Governance, Innovation, and Data-Centric Collaborations...........................................................................................................................................................30 By Tavida Kamolvej Simulation and Optimization Model for Estimating Sustainable Yield in Groundwater Critical Areas (Bangkok and its vicinity area)................................................................................................................................................................31 By Tussanee Nettasana Sustainable Tourism Promotion on Geology and Fossils in Ban Phot Paleosea, Nong Phai District, Phetchabun Province...............................................................................................................................................................................33 By Thasinee Charoentitirat and Sukonmeth Jitmahantakul


| v การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Content หน้า Vs30 Site characterization of the Chiang Rai Basin, northern Thailand......................................................................................34 By Passakorn Pananont, Kasian Prasertwongphilai, Weerachat Wiwegwin, Koichi Hayashi, Kevin Furlong and Patinya Pornsopin การกำหนดพื้นที่ศักยภาพหินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้างเพื่อกำหนดเขตแหล่งแร่ เพื่อการทำเหมืองเพิ่มเติม กรณีพื้นที่ศึกษา: จังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์..............................................................................................................................................36 โดย มลศิริ คำหินกอง และ ปัญญา จารุศิริ การจัดทำชุดข้อมูลและแผนที่พื้นที่เปราะบางต่อแผ่นดินทรุดและน้ำทะเลรุกเข้าท่วม ชุมชนชายฝั่งทะเล ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี..................................................................................................................................................................................37 โดย วิสุทธิพงศ์ คีรีรัตนเสถียร ศักดา ขุนดีแพรวพรรณ คิดอ่าน เพ็ญนภา มาไพศาลสิน วราภรณ์ จิตสุวรรณ นิภาพร หงษาบาล อมรรัตน์ โขลนกระโทก อาภาพร มหาวัน เฉลิมชาติ เทวา ชินกฤต จันทร์คง ธนวัฒน์ รักษ์เฮงกุล และ นันทวุฒิ ไชยหงษา การถ่ายทอดความรู้ด้านธรณีวิทยาแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษา: กรณีศึกษาอุทยานธรณีขอนแก่น (Communicating Geological Knowledge to Secondary School Students: A Case Study of Khon Kaen Geopark) ....39 โดย ธัชพล สีลา และ วิมลทิพย์ สิงห์เถื่อน การประเมินความเสี่ยงภัยพิบัติ: แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก...........................................................................................................40 โดย ศศิวิมล นววิธไพสิฐ เสาวภาพ อุทัยรัตน์ และ มธุลดา ขัดทะเสมา การประเมินพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดหลุมยุบในภูมิประเทศหินปูน กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดเชียงราย...........................................................41 โดย ศรินทิพย์ กุคำ การประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหวพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์..................................................................................................................42 โดย ขวัญดาว ทัพภูธร ระวี พุ่มซ่อนกลิ่น นารีรัตน์ แพนสมบัติ และ วีระชาติ วิเวกวิน การประเมินศักยภาพการใช้เกลือหินในการสร้างแหล่งกักเก็บใต้ดิน........................................................................................................43 โดย ศุภกร ผลาโชติ ภูวิศ อมาตยกุล นุชิต ศิริทองคำ และ ปัญญา จารุศิริ การประยุกต์ใช้การสำรวจธรณีฟิสิกส์ เพื่อกำหนดขอบเขตแหล่งแร่โพแทช พื้นที่อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา.....................44 โดย ถนัด สร้อยซา สุธารัตน์ สีรอด และ กฤตนนท์ แนวบุญเนียร การประยุกต์ไอโซโทปฮาฟเนียมจากหินแกรนิตอยด์กับการกระจายตัวของแหล่งแร่โลหะในประเทศไทยและข้างเคียง....................45 โดย อภิวุฒิ วีรวินันทนกุล Ryohei Takahashi และปัญญา จารุศิริ การวิเคราะห์พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มจังหวัดเชียงใหม่.....................................................................................................................47 โดย ทัศนพร เรือนสอน น้ำฝน คำพิลัง ภัคพงษ์ ศรีบัวทอง และ ฐากูร มากคุณ การศึกษากุมภลักษณ์บนลานหินทรายหมวดหินภูพานโดยใช้โดรน ในพื้นที่อุทยานธรณีโลกโคราช บริเวณบ้านวังกระสวย ตำบลกฤษณา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา...........................................................................................................................................48 โดย รัตนาภรณ์ หันตา ศศิพิมพ์ สุโพธิ์ ภูตะวัน มหาชัย ศิริลักษณ์ ตะนังและ กรองแก้ว เจนจิตไพบูลย์ การศึกษาข้อมูลระดับน้ำจากสถานีวัดระดับน้ำบริเวณอ่าวไทย................................................................................................................49 โดย พลอยไพลิน เอียดเสน การศึกษาธรณีเคมีของหินอัคนีภูเขาไฟ สำหรับเป็นวัสดุตั้งต้นในการพัฒนาดินดาวอังคารเทียมประเทศไทย (TMS-01).................50 โดย ณภัทร อภิสุข ศริญญา ไพศาลสมบัติ วเรศ จันทร์เจริญ และ ชาตรี ไสยสมบัติ Oral Presentation


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | vi Content หน้า การสำรวจและประเมินศักยภาพโพแทชและเกลือหินของหมวดหินมหาสารคาม ในพื้นที่เรณูนคร จังหวัดนครพนม.........................51 โดย ประณต รัตนา และ นุชิต ศิริทองคำ การสำรวจทรัพยากรแร่ใต้ทะเลลึก Cobalt-Rich ferromanganese Crust (CRC) ภายใต้โครงการฝึกอบรม ISA-JOGMEC ณ ประเทศญี่ปุ่น.........................................................................................................................52 โดย ภัณฑรักษ์ ชาญณรงค์ การสำรวจวัดค่าความเร็วคลื่นเฉือนด้วยวิธี Multichannel Analysis of Surface Waves จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.........................53 โดย ภควัต ศรีวังพล ธัญรัตน์ วินัยพานิช จักรพันธ์ คำบุญเรือง และ กฤตนนท์ แนวบุญเนียร การสำรวจหลุมยุบด้วยวิธีวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้า อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน..........................................................................................54 โดย จักรพันธ์ คำบุญเรือง และ ภควัต ศรีวังพล การเชื่อมโยงแหล่งมรดกธรณีกับตำนานพื้นบ้านสู่การท่องเที่ยวเชิงธรณีกรณีศึกษาเสาหินเหลี่ยมเล็กริมโขง....................................55 โดย จันทนี ดวงคำสวัสดิ์ ภราดา เทียมพัฒน์ ณรงค์ฤทธิ์ บุญชัยวงค์ และ นภาภร มณีเกี๋ยง การเพิ่มมูลค่าให้แหล่งธรณีวิทยาประเภทถ้ำและคาสต์: กรณีศึกษาถ้ำแก้วโกมลวนอุทยานแก้วโกมล จังหวัดแม่ฮ่องสอน..............56 โดย ณรงค์ฤทธิ์ บุญชัยวงค์จันทนี ดวงคำสวัสดิ์และ นภาภร มณีเกี๋ยง การแปลความหมายสภาพแวดล้อมการทับถมของหินตะกอนยุคเพอร์เมียน ในพื้นที่หนองไผ่-บึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ จากกลุ่มซากดึกดำบรรพ์ออสตราคอด.........................................................................................................................................................57 โดย อานิสงส์ จิตนารินทร์ และ ปรัชญา เทพณรงค์ การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์โทโมกราฟีสำหรับศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ในประเทศไทย.............................................................................58 โดย กฤษณุพงศ์ พันทานนท์ อดุลย์ สมาธิ และ สุรเวช สุธีธร ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์การจัดมหกรรมธรณีวิทยา เพื่อการท่องเที่ยว ในพื้นที่อุทยานธรณีขอนแก่น.........................................60 โดย ศุภมิตร จันทะคาม ซากดึกดำบรรพ์พลับพลึงทะเลแบบทุ่นลอย (Lobolith) แหล่งแรกของประเทศไทย..............................................................................61 โดย พงษ์พัฒน์ ประสงค์จุฬาลักษณ์ นวีภาพ จรัสพรรณ หาวงษ์ วิศรุตา วีระสัย มัชฌิมา ทวีศรัณย์พงศ์ พิมพ์พิชชา สุรินทร์ต๊ะ ภูมิรพี คชอาจ อัญชิญาภรณ์ ประสมทรัพย์ และ อดุลย์วิทย์ กาวีระ ซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมสมัยไพลสโตซีนจากถ้ำยายรวกและถ้ำเขาผักกูด จังหวัดกระบี่ ...............................................63 โดย กันตภณ สุระประสิทธิ์ สถาปัตย์ คุ้มพิทักษ์ ณัฐธนากร สงประชา มานะ รักบำรุงและ ประสบสุข ศรีตั้งวงศ์ ซากดึกดำบรรพ์หอยฝาเดียวน้ำจืดซีโนโซอิกในพื้นที่แอ่งภาคเหนือ ประเทศไทย...................................................................................65 โดย ฉัตรเฉลิม เกษเวชสุริยา ลัดดา แต่งวัฒนานุกูล ศริญญา ไพศาลสมบัติ วงศ์เวชช เชาวน์ชูเวชช กัญญารัตน์ ก้อนนาค และ Simon Schneider ธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมในงานแหล่งน้ำ (เขื่อน) ประเทศไทย.......................................................................................................................66 โดย อัญชลี ลัดดากุล และ ระพีพร สกุลณี ปริมาณและแหล่งที่มาของธาตุหายากในชั้นตะกอนของหมวดหินมหาสารคาม พื้นที่แหล่งศักยภาพโพแทช อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม.............................................................................................................................................................67 โดย วิภาวี วิบูลย์อัฐพล นุชิต ศิริทองคำ และ ปัญญา จารุศิริ พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มจังหวัดตาก...................................................................................................................................................68 โดย สุรเชษฐ์ รวมธรรม ศศิวิมล นววิธไพสิฐ มธุลดา ขัดทะเสมา เปมนัทธ์ ปรางเลิศ และ บุญนาค โมกศิริ ฟันไดโนเสาร์กินเนื้อจากแหล่งที่ค้นพบไดโนเสาร์คอยาวจากยุคครีเทเชียสตอนต้น ในประเทศไทยและลาว: ความสัมพันธ์กับระบบนิเวศวิทยาดึกดำบรรพ์............................................................................................................................................69 โดย อดุลย์ สมาธิ สุรเวช สุธีธร กฤษณะ สุดชา และ วราวุธ สุธีธร


| vii การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Content หน้า มวลหินแกรนิตและพื้นที่ศักยภาพธาตุหายากเบื้องต้น ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย.....................................................................................71 โดย เอลิน สุขสวัสดิ์ ธวัชชัย เชื้อเหล่าวานิช ธนัช วัชรมัย และ ปัญญา จารุศิริ ระบบฐานข้อมูลซากดึกดำบรรพ์ประเทศไทยออนไลน์...............................................................................................................................72 โดย ณัฐกิตติ์ แสงสุวรรณ วรวรรณ ตามสุขสนธิ์ อดุลย์วิทย์ กาวีระ วัชรนนท์ จักนิล ชวัลลักษณ์ วงค์พูล นวพล สุดใจ วีรญา ชูพันธ์ ปริญธร อินทรจักร และ กษิดิศ เอี่ยมละออ รายงานการค้นพบไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอรอยด์แรกเริ่มครั้งแรกในประเทศไทย..............................................................................73 โดย วงศ์เวชช เชาวน์ชูเวชช ฉัตรเฉลิม เกษเวชสุริยา ศิตะ มานิตกุล และ พรเพ็ญ จันทสิทธิ์ รูโกซา ยุคคาร์บอนิเฟอรัส จากอนุทวีปอินโดไชน่า จังหวัดหนองบัวลำภู................................................................................................74 โดย สุชาวดี โต๊ะยีบอ แสงอุทัย นวลบุญมา และ พิทักษ์สิทธิ์ ดิษบรรจง ลักษณะเฉพาะของดอกเกลือและเกลือสินเธาว์จากแหล่งเกลือหิน จังหวัดอุดรธานี...............................................................................75 โดย วราภรณ์ การบุญ ศริญญา ไพศาลสมบัติ ระวี พรหมหลวงศรี และ ปัญญา จารุศิริ ลำดับชั้นตะกอนและปริมาณธาตุกัมมันตรังสีจากแท่งตัวอย่าง ของหมวดหินมหาสารคาม จังหวัดนครพนม......................................76 โดย ศศิวิมล อัศวภูมิ วิมลทิพย์ สิงห์เถื่อน นุชิต ศิริทองคำ ประณต รัตนา และปัญญา จารุศิริ แนวทางการกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง: กรณีศึกษาฟลูออไรต์...............................................................................................77 โดย จิตราวดี สุดชาหา และ ณัฐริกา หมีสา แบบจำลองถ้ำสามมิติและทัวร์เสมือนของถ้ำคลัง จังหวัดกระบี่ (3D Cave Model and Virtual Tour of Klang Cave, Krabi Province) .............................................................................................78 โดย วัลลภ พานิชยายนต์พัณณิตา ลิ่มอักขรา สุคนธ์เมธ จิตรมหันตกุล สกลวรรณ ชาวไชย และ Raphael Bissen แผนการบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ท่ากระดาน ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี................................79 โดย ณัฐธนากร สงประชา สุรีย์ ธีระรังสิกุล นราเมศวร์ ธีระรังสิกุลและ สุธาสินี กองมงคล แหล่งซากดึกดำบรรพ์รอยตีนสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคไทรแอสซิกตอนปลาย หมวดหินห้วยหินลาด จังหวัดเพชรบูรณ์.....................80 โดย กฤษณะ สุดชา ธิดา ลิอาร์ด พรนภา ปะวะโก เกษฎาภรณ์ เครือภักดีกมลลักษณ์ วงษ์โก และ โรมัง ลิอาร์ด แหล่งทรายนอกชายฝั่ง ความหวังฟื้นฟูชายหาดท่องเที่ยวไทย พื้นที่ศึกษาหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี.................................................82 โดย สำราญ ประพัฒน์ ไดโนเสาร์ในจังหวัดหวัดหนองบัวลำภู ประเทศไทย....................................................................................................................................84 โดย ธนโชติ บูรณ์เจริญ อดุลย์ สมาธิ สุรเวช สุธีธรกฤษณะ สุดชา วราวุธ สุธีธร 35years: The study of the Chaiburi Formation, Triassic, Phatthalung Province...................................................................86 By Kittichai Tongtherm, Apsorn Sardsud, Terapon Wongprayoon, Doungrutai Saesaengseerung, Denchok Manchai, Anuwat Treerotchananon, Chandech Jantarut, Cholnipha Fakseangsa and Cherdchan Pothichaiya Biodiversity of Permian marine fossil in Ban Phot fossil site,Phetchabun province, Thailand........................................87 By Adulwit Kaweera, Kasidit Eiamlaor, Watcharanon Juknin, Nattakit Saengsuwan, Navapol Sudjai, Worawan Tamsuksont and Chawanluck Wongphul Geophysics for Geohazard Evaluation of Sinkhole Hazard and Landslide Susceptibility Using Electrical Resistivity Tomography..............................................................................................................................................88 By Rungroj Arjwech


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | viii Content หน้า Microfacies and palaeoenvironments of late Cisuralian and Guadalupian(early to middle Permian) alatoconchid-bearing limestone in Loei fold belt, Indochina Terrane.....................................................................................89 By Mongkol Udchachon, Hathaithip Thassanapak, Clive Burrett, Seksan Chaidrusasmee, Michal Krobicki and Pradit Nulay Petrography of high-grade olivine-spinel-humite marble within the Mae Ping Fault Zone, Tak Province, Thailand.............................................................................................................................................................................90 By Preyaporn Chaiyawong, John Booth and Prayath Nantasin Preliminary study of quartz vein characteristics at Si Mongkol, Saiyok, Kanchanaburi: Insight from quartz petrography............................................................................................................................................................92 By Sorada Wangsereekul and Apivut Veeravinantanakul Sedimentology, Lithostratigraphy and Fossil assemblage at Ban Phu Khao Thong, Kham Pha-Ung Sub-district, Pho Chai District, Roi Et Province....................................................................................................93 By Pradit Nulay The forgotten dinosaur from the Phu Wiang Dinosaur Valley, Khon Kaen Geopark...........................................................94 By Suravech Suteethorn, Adun Samathi, Kongkrapan Chaitongsri, Kmonvish Lawan, Krishna Sutcha, Sutham Wongchan and Varavudh Suteethorn การขับเคลื่อนธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐของข้อมูลกรมทรัพยากรธรณี....................................................................................................96 โดย คณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูลกรมทรัพยากรธรณี และคณะบริกรข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี การตรวจพิสูจน์กรณีตัวอย่างที่อ้างว่าเป็นพระธาตุโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์......................................................................................97 โดย ส่วนวิเคราะห์รัตนชาติและธรณีวัตถุ การตรวจสอบความใช้ได้ (Method validation) ของวิธีวิเคราะห์ปริมาณธาตุหายากด้วยเทคนิค Inductively coupled plasma mass spectrometry (ICP-MS).........................................................................................................104 โดย ดุษฎี ร่วมสนิท การประเมินความสูงวิกฤตของลาดโดยการใช้แบบจำลองเชิงตัวเลข......................................................................................................105 โดย ศรสวรรค์ พรมหาไชย์ และ วิมล สุขพลำ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศของกรมทรัพยากรธรณี..........................................................................................................106 โดย สาวิตรี ลือชาอภิชาติกุล นุชจรี เจริญบุญวานนท์ ฤทัยชนก สายน้ำทิพย์พิมลวรรณ ทิมแก้ว และ สุรพงษ์ หมายลาภ การพัฒนาระบบบัญชีข้อมูลกรมทรัพยากรธรณี.......................................................................................................................................107 โดย สาวิตรี ลือชาอภิชาติกุล นุชจรี เจริญบุญวานนท์ และ สุรพงษ์ หมายลาภ การวัดความเร็วคลื่นเฉือนของชั้นดินด้วยวิธี MASW พื้นที่จังหวัดเลย...................................................................................................108 โดย ธัญรัตน์ วินัยพานิช ภควัต ศรีวังพล และ ภัณฑรักษ์ ชาญณรงค์ การศึกษาและประเมินความอ่อนไหวเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งต่อการกัดเซาะชายฝั่ง กรณีศึกษาพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตฝั่งตะวันตก.......................................................................................................................................109 โดย ชุติมา บุญฤทธิ์ศรีพงษ์ณฐมน ติมัน พรพรรณ ชุมภูเทพ อนุชิต คนแคล้ว อรธีรา ศรีสวัสดิ์ และ นิรันดร์ ชัยมณี Poster Presentation


| ix การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Content หน้า การศึกษาการจัดการน้ำเบื้องต้นงานป้องกันความลาดบริเวณทางเข้าอุโมงค์ทางด้านทิศเหนือของอุโมงค์พะเยา โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ.............................................................................................................110 โดย บุญธิดา นวลจันทร์ และ วิมล สุขพลำ การสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านทรัพยากรแร่ของจังหวัดระยอง..................................................................................................................111 โดย เฉลิมพร กาญจนสถิตย์ ธวัชชัย เชื้อเหล่าวานิช และ ขวัญใจ ยวงเดชกล้า การสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านทรัพยากรแร่จังหวัดชลบุรี..........................................................................................................................112 โดย อำนวย ส่งอุไรล้ำ และ สมชาย ประทีปเทียนทอง การสำรวจธรณีวิทยาใต้ผิวดินด้วยวิธีวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนข้อมูลวิชาการแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา บริเวณน้ำผุดทัพลาว อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ.................................................................................................................................113 โดย ถนัด สร้อยซา วันวิษา น้อมสูงเนิน ภควัต ศรีวังพล และ กรรณิการ์ ทิพย์รัตน์ การออกแบบระบบป้องกันลาดและขั้นตอนการบำรุงรักษาเพื่อลดการผุกร่อนของหน้าลาด...............................................................114 โดย อรวรรณ ทัพรัตน์ และ วิมล สุขพลำ ก้าวเล็กๆ ของนวัตกรรมสามมิติ ท่ามกลางพลวัตของการอนุรักษ์และการเกิดขึ้นของอุทยานธรณี....................................................115 โดย อธิวัตน์ วัฒนะพิทักษ์สกุล พลอยพรรณ จิตรราช คงกระพัน ไชยทองศรี ชาญวิชญ์ พาอาจ กมลวิช ลาวัลย์ อดุลย์ สมาธิ และ สุรเวช สุธีธร การเผยแพร่ความรู้ธรณีวิทยา อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์...........................................................................................................117 โดย ทวิชากร ทะสีจันทนี ดวงคำสวัสดิ์ณรงค์ฤทธิ์ บุญชัยวงค์ภัคพงษ์ ศรีบัวทอง ทัศนพร เรือนสอน และ ฐากูร มากคุณ การใช้วิธีทางธรณีฟิสิกส์สำรวจแหล่งแร่โพแทช จังหวัดนครพนม ..........................................................................................................118 โดย วันวิษา น้อมสูงเนิน ธัญรัตน์ วินัยพานิช วชิราชัย ศักดิ์อาภา และ เจริญชัย สุขุมคัมภีรภาพ ซากดึกดำบรรพ์เรดิโอลาเรียน อำเภอเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ หลักฐานการนำไปสู่สภาพภูมิศาสตร์ของ ทะเลบรรพกาลเททีส....................................................................................................................................................................................119 โดย ธนกฤต เตจ๊ะ Qinglai Feng และ ปัญญา จารุศิริ ธรณีวิทยาและการเกิดน้ำตกพื้นที่อุทยานธรณีเพชรบูรณ์อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์.............................................................136 โดย ภัคพงษ์ ศรีบัวทอง น้ำฝน คำพิลัง ทัศนพร เรือนสอน และ ฐากูร มากคุณ ธรณีวิทยาและข้อเสนอแนะบริหารจัดการสวนหินผางามและพื้นที่ใกล้เคียง.........................................................................................137 โดย ขจรพัฒน์ สุขศรีบูรณ์อำไพ ธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ยุคเพอร์เมียน บริเวณตัวเมืองจังหวัดพังงา...........................................................................................138 โดย สถาพร มิตรมาก วัลภา ศรีสมศักดิ์ และ วิภาวี เขียมสันเทียะ ธรณีสัณฐานลุ่มน้ำตาปี................................................................................................................................................................................139 โดย เด่นโชค มั่นใจ สถาพร มิตรมาก วิภาวี เขียมสันเทียะ ลลิตา วีราชัย ณัฐพิพัฒน์ วงษ์ลา และ อภิสิฐ จันทร์ฉ่ำ บัญชีทรัพยากรแร่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566............................................................................................................................................140 โดย วรกิจ ขาวจันทร์ มองอุทยานธรณีโลกสตูล ผ่านพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาพุนพิน ....................................................................................................................141 โดย วิษณุพงศ์ สุจารีย์


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | x Content หน้า ระบบบริการวิเคราะห์และตรวจสอบตัวอย่างทรัพยากรธรณีทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mineral Resources Sampling Analysis and Inspection Service System) ............................................................................142 โดย นุชจรี เจริญบุญวานนท์ ระบบรับแจ้งเหตุธรณีพิบัติภัย โดยกรมกรมทรัพยากรธรณี ด้วยแพลตฟอร์ม Traffy Fondue DMR X Traffy Fondue for Disaster Reporting System..............................................................................................................................................................143 โดย นุชจรี เจริญบุญวานนท์ วนิดา ระงับพิศม์ศศิวิมล นววิธไพสิฐ ธนัช วัชรมัยสาวิตรี ลือชาอภิชาติกุล และ อัมพร ไชยคำ ศักยภาพทรัพยากรธาตุหายาก จังหวัดพังงา.............................................................................................................................................144 โดย ฐิติกัญ จุลรัตนมณีธวัชชัย เชื้อเหล่าวานิช เอลิน สุขสวัสดิ์วิภาวี วิบูลย์อัฐพล ภรณ์ทิพย์ ก่อสินวัฒนา และ กานต์พิชชา พุฒศิริ ศิลาวรรณนาสำหรับธรณีวิศวกรรม: กรณีศึกษาเหมืองหินก่อสร้าง การทางรถไฟ และอ่างเก็บน้ำ (Petrography for Engineering Geology: Case Studies of Construction Quarries, Railways and Reservoirs)..................145 โดย วิมลทิพย์ สิงห์เถื่อน สภาพธรณีวิทยาการเกิดโคลนพุ บ้านหนองกุงน้อย ตำบลโคกกระเบื้องอำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา.............................146 โดย ทรงกลด ประเสริฐทรง และ ประดิษฐ์ นูเล อาสาสมัครมัคคุเทศก์ รุ่นที่ 1 สู่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอุทยานธรณีกาฬสินธุ์..............................................................................147 โดย แสงกนก ศักดิ์เมือง ปรารถนา ขำไข เฉลิมชัย จิตราช และ พรเพ็ญ จันทสิทธิ์ แนวทางการเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บรายได้พิพิธภัณฑ์ในการสนับสนุนการดำเนินงาน กองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์...................148 โดย ปฏิพล ดลรุ้ง แผนการบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนแหล่งปลาโบราณภูน้ำจั้น แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ภูแฝก แหล่งซากไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์.........................................................................................149 โดย ณัฐธนากร สงประชา นราเมศวร์ ธีระรังสิกุล และ สุรีย์ ธีระรังสิกุล แหล่งมรดกธรณีเชื่อมโยงกับพื้นที่อุทยานธรณีลำปาง..............................................................................................................................150 โดย วรรษมน มากคุณ กมลลักษณ์ วงษ์โก สุจินตนา ชมภูศรีวรรณพร ปินตาปลูก และ ธนกฤต เตจ๊ะ A Geochemical Perspective of Hot Springs in Surat Thani, Southern Thailand ..................................................................151 By Jakratorn Kaewpradit and Jitisak Premmanee Qualitative Analysis and Interpretation of Aeromagnetic and Gravity Data Northeastern Thailand: New Discovery Through Digital Processing......................................................................................................................................152 By Weera Galong Stratigraphy of Kuan Tung Formation, Satun UNESCO Global Geopark, Satun...................................................................153 By Kanagorn Itsarapong Sathaporn Mitmark, Vipavee Keamsontie, and Panutchanat Mitsrisai Stratigraphy of the Permian and Triassic sedimentary rocks inthe Sa Kaeo suture zone, southeastern of Thailand......................................................................................................................................................................154 By Waraphorn Phromsuwan, Yoshihito Kamata, Takuya Hayashi, Kei-ichi Kobayashi Thasinee Charoentitirat, Katsumi Ueno and Apsorn Sardsud


| xi การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Content หน้า การแจ้งพบ “สิ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์” ตามมาตรา 25 พระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551.....................................................................................................................................................................................................155 โดย วีรชัย แพงแก้ว การพัฒนาวิธีวิเคราะห์ฟอสฟอรัสเพนตอกไซด์ในแร่ฟอสเฟต.................................................................................................................156 โดย สมมาตร ตั้งเจริญ การอนุรักษ์แหล่งซากดึกดำบรรพ์ไม้กลายเป็นหินจังหวัดตาก บริเวณหลุมขุดค้นที่ 1.........................................................................157 โดย ภูเบศร์ สาขา มานะ รักบำรุง และ ประทุม ประเมินชัย ความก้าวหน้าของการสำรวจศึกษาน้ำพุร้อนในประเทศไทย...................................................................................................................158 โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรธรณี ความก้าวหน้าการศึกษาการแพร่กระจายของสารหนูในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี..............................................................159 โดย รุ่งระวี กิ่งสวัสดิ์ ฐานข้อมูลค่าวิเคราะห์เคมีของตัวอย่างธรณีวิทยา: โครงสร้างและข้อมูล...............................................................................................160 โดย จิติศักดิ์ เปรมมณี ลักษณะเฉพาะทางอัญมณีของพลอยไพลินจากแหล่งยาลายตอนกลางประเทศเวียดนาม...................................................................162 โดย ชนิดา มาคะคำ แนวทางการพิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551........................................................................................................................................................................163 โดย นพคุณ ศรีพลัง A Geochemical Perspective of Hot Springs in Surat Thani, Southern Thailand ..................................................................164 By Jakratorn Kaewpradit and Jitisak Premmanee Poster Presentation


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | xii Schedule กำหนดการประชุมวิชาการธรณีไทย 2566 (GEOTHAI 2023) ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กรมทรัพยากรธรณี และระบบออนไลน์ วันที่ 5-7 กันยายน 2566 วันอังคารที่ 5 กันยายน 2566 เวลา กิจกรรม 08.30- 09.20 ลงทะเบียน 09.20- 09.40 วีดีทัศน์แนะนำกรมทรัพยากรธรณี พิธีเปิดการประชุมวิชาการธรณีไทย 2566 กล่าวรายงาน โดย ดร.อรนุช หล่อเพ็ญศรีอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวเปิดการประชุม โดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 09.40- 10.10 วิดีทัศน์พิเศษ “เปิดโลกอุทยานธรณีกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน” หัวข้อประเด็น: การใช้องค์ความรู้ทางธรณีวิทยาบูรณาการสู่อุทยานธรณีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุมมองจากประสบการณ์ของภาครัฐและชุมชน ผู้เข้าร่วมเสวนา : • ดร.อรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี • ดร.อัปสร สอาดสุด ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยา • ดร.สมหมาย เตชวาล กรรมการที่ปรึกษาเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก • ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโลกสตูล • ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโลกโคราช • ดร.พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ผู้อำนวยการอุทยานธรณีขอนแก่น ผู้ดำเนินรายการ: นางสาววรินทรา เทพจู นักธรณีวิทยาชำนาญการ 10.10- 10.30 Poster Session - การพัฒนาระบบฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศของกรมทรัพยากรธรณี โดย สาวิตรี ลือชาอภิชาตกุล - ระบบรับแจ้งเหตุธรณีพิบัติภัย โดยกรมทรัพยากรธรณี ด้วยแพลตฟอร์ม Traffy Fondue โดย นุชจรี เจริญบุญวานนท์ - ระบบบริการวิเคราะห์และตรวจสอบตัวอย่างทรัพยากรธรณีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดย นุชจรี เจริญบุญวานนท์ 10.30- 11.00 การบรรยายพิเศษ (Keynote Paper) เรื่อง “Navigating Bangkok's Geohazard Landscape: Unearthing the Nexus of Governance, Innovation, and Data-Centric Collaborations” โดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 11.00- 11.30 การบรรยายพิเศษ (Keynote Paper) เรื่อง “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)กับแนวทางการวิจัยด้านภัยพิบัติ” โดย นางสาวกรรณิกา ดุรงคเดช ผู้อำนวยการภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)


| xiii การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Schedule เวลา กิจกรรม 11.30- 12.00 การบรรยายพิเศษ (Keynote Paper) เรื่อง “CCOP and Geoscience Solutions to reach Net Zero” By Dr. Young Joo LEE, Director of The Coordinating Committee for Geoscience Programmes in East and Southeast Asia Technical Secretariat (CCOP TS) 12.00- 13.00 พักรับประทานอาหารกลางวันและชมนิทรรศการ Poster Session ชุดที่ 1: - การศึกษาการจัดการน้ำเบื้องต้นงานป้องกันความลาดบริเวณทางเข้าอุโมงค์ทางด้านทิศเหนือของ อุโมงค์พะเยา โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ โดย บุญธิดา นวลจันทร์ - การออกแบบระบบป้องกันลาดและขั้นตอนการบำรุงรักษาเพื่อลดการผุกร่อนของหน้าลาด โดย อรวรรณ ทัพรัตน์ - การประเมินความสูงวิกฤตของลาดโดยการใช้แบบจำลองเชิงตัวเลข โดย ศรสวรรค์ พรมหาไชย์ ชุดที่ 2: - ศิลาวรรณนาสำหรับธรณีวิศวกรรม: กรณีศึกษาเหมืองหินก่อสร้าง การทางรถไฟ และอ่างเก็บน้ำ โดย วิมลทิพย์ สิงห์เถื่อน - การวัดความเร็วคลื่นเฉือนของชั้นดินด้วยวิธี MASW พื้นที่จังหวัดเลย โดย ธัญรัตน์ วินัยพานิช - การสำรวจธรณีวิทยาใต้ผิวดินด้วยวิธีวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนข้อมูลวิชาการแหล่งมรดก ทางธรณีวิทยา บริเวณน้ำผุดทัพลาว อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ โดย ถนัด สร้อยซา Room A Room B SESSION: การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ Chairman: นางสาวกฤตยา ปัทมาลัย ผู้อำนวยการกองทรัพยากรแร่ SESSION: นวัตกรรมธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี Chairman: นายนิมิตร ศรคลัง ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีธรณี 13.00- 13.20 Critical Raw Materials of Thailand โดย ชาญชัย วุฒิพนมศักดิ์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ การดำเนินการด้านการกักเก็บคาร์บอนในอุตสาหกรรม ปิโตรเลียม โดย ดนุวัศ ลัมพสาระ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) 13.20- 13.40 ธรณีวิศวกรรมในงานพัฒนาแหล่งน้ำ โดย กัมปนาท ขวัญศิริกุล กรมชลประทาน พลังงานทางเลือก เพื่อการบริหารจัดการไฟฟ้า โดย จิตราภรณ์ อินชวนจิ๋ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 13.40- 14.00 ธรณีวิทยาปิโตรเลียม และความปลอดภัย ในการปฏิบัติงาน โดย วรานนท์หล้าพระบาง สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย การเก็บกักคาร์บอนในอุตสาหกรรมถ่านหิน โดย ประจวบ ดอนคำมูล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 14.00- 14.20 ใบประกอบวิชาชีพธรณีวิทยาเหมืองแร่และธรณี พิบัติภัย ในงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดย จักรพันธ์สุทธิรัตน์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์กับการลด CO2 โดย มงคล พรชื่นชูวงศ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | xiv Schedule เวลา กิจกรรม Room A Room B 14.20- 14.40 บทบาทของนักธรณีวิทยาวิศวกรรมกับการพัฒนา ที่ยั่งยืน (The Role of Engineering Geologists in Sustainable Development) โดย เดชา หลวงพิทักษ์ชุมพล กิจการร่วมค้า CKST-DC2 ปัญญาประดิษฐ์ในงานธรณีวิทยาวิศวกรรม (AI in Engineering Geology) โดย ธนูหาญพัฒนพานิชย์ บริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์จำกัด 14.40- 15.00 ประวัติการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมใน ราชอาณาจักรไทย โดย นเรศ สัตยารักษ์ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย การเติมน้ำใต้ดิน โดย สมคิด บัวเพ็ง สมาคมอุทกธรณีวิทยาไทย 15.00- 15.20 Poster Session - การใช้วิธีทางธรณีฟิสิกส์สำรวจแหล่งแร่โพแทช จังหวัดนครพนม โดย วันวิษา น้อมสูงเนิน - ศักยภาพทรัพยากรธาตุหายาก จังหวัดพังงา โดย ฐิติกัญ จุลรัตนมณี - การสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านทรัพยากรแร่จังหวัดชลบุรี โดย อำนวย ส่งอุไรล้ำ Room A Room B 15.20- 15.35 DMF’s Role on CCUS development: Subsurface CO2 Geological Storage โดย อภิรดี สุวรรณทอง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ Simulation and Optimization Model for Estimating Sustainable Yield in Groundwater Critical Areas (Bangkok and its vicinity area) โดย ทัศนีย์ เนตรทัศน์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 15.35- 15.50 Petrography of high-grade olivine-spinelhumite marble within the Mae Ping Fault Zone, Tak Province, Thailand By Prayath Nantasin Kasetsart University การประยุกต์การสำรวจธรณีฟิสิกส์ เพื่อกำหนดขอบเขต แหล่งแร่โพแทช พื้นที่อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา โดย ถนัด สร้อยซา กรมทรัพยากรธรณี 15.50- 16.05 แหล่งทรายนอกชายฝั่ง ความหวังฟื้นฟูชายหาด ท่องเที่ยวไทย พื้นที่ศึกษาชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดย สำราญ ประพัฒน์ กรมทรัพยากรธรณี การสำรวจหลุมยุบด้วยวิธีวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้า อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดย จักรพันธ์ คำบุญเรือง กรมทรัพยากรธรณี 16.05- 16.20 การกำหนดพื้นที่ศักยภาพหินอุตสาหกรรมเพื่อการ ก่อสร้างเพื่อกำหนดเขตแหล่งแร่ เพื่อการทำเหมือง เพิ่มเติม กรณีพื้นที่ศึกษา: จังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ โดย มลศิริ คำหินกอง กรมทรัพยากรธรณี ลักษณะเฉพาะของดอกเกลือและเกลือสินเธาว์จาก แหล่งเกลือหิน จังหวัดอุดรธานี โดย วราภรณ์ การบุญ กรมทรัพยากรธรณี 16.20- 16.35 การประเมินศักยภาพการใช้เกลือหินในโครงสร้างแหล่ง กักเก็บใต้ดิน โดยศุภกร ผลาโชติ มหาวิทยาลัยมหิดล การศึกษาธรณีเคมีของหินอัคนีภูเขาไฟ สำหรับเป็น วัสดุตั้งต้นในการพัฒนาดินดาวอังคารเทียมประเทศไทย (TMS-01) โดย ณภัทร อภิสุข มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


| xv การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Schedule เวลา กิจกรรม Room A Room B 16.35- 16.50 การประยุกต์ไอโซโทปฮาฟเนียมจากหินแกรนิตอยด์ กับการกระจายตัวของแหล่งแร่โลหะในประเทศไทย และข้างเคียง โดย อภิวุฒิ วีรวินันทนกุล มหาวิทยาลัยมหิดล การศึกษาข้อมูลระดับน้ำจากสถานีวัดระดับน้ำ บริเวณอ่าวไทย โดย พลอยไพลิน เอียดเสน กรมทรัพยากรธรณี 16.50- 17.05 Preliminary study of quartz vein characteristics at Si Mongkol, Saiyok, Kanchanaburi: Insight from quartz petrography โดย โศรดา หวังเสรีกุล มหาวิทยาลัยมหิดล Digital Twin GIS: Intelligence Disaster Management System (เทคโนโลยีโลกเสมือน คู่ขนานภูมิสารสนเทศกับการจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ) โดย จนิษฐ์ประเสริฐบูรณะกุล บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด 17.05- 17.20 การสำรวจและประเมินศักยภาพโพแทชและเกลือหิน ของหมวดหินมหาสารคาม ในพื้นที่เรณูนคร จังหวัดนครพนม ประเทศไทย โดย ประณต รัตนา กรมทรัพยากรธรณี ปริมาณและแหล่งที่มาของธาตุหายากในชั้นตะกอนของ หมวดหินมหาสารคาม พื้นที่แหล่งศักยภาพโพแทช อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม โดย วิภาวี วิบูลย์อัฐพล กรมทรัพยากรธรณี ปิดการประชุมวันที่ 5 กันยายน 2566 วันพุธที่ 6 กันยายน 2566 เวลา กิจกรรม 08.30- 09.00 ลงทะเบียน Room A Room B SESSION: ธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย Chairman: นายสมศักดิ์ วัฒนปฤดา ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม SESSION: นวัตกรรมธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี Chairman: นายทินกร ทาทอง ผู้ตรวจราชการกรมทรัพยากรธรณี 09.00- 09.20 การจัดการดินถล่มเเละการเคลื่อนตัวของมวลดิน ในชุมชนบนพื้นที่สูงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน โดย สุทธิศักดิ์ศรลัมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ Chinese Seismo-Geomagnetic Monitoring Roving Array (CSGMRA), Practice of Lithospheric Magnetic Field Anomalies Monitoring By Dr. Chen Bin Deputy Director of Geomagnetism and Seismo-Geo-Electricity Division, Institute of Geophysics, China Earthquake Administration 09.20- 09.40 ธรณีฟิสิกส์กับงานธรณีพิบัติภัย (Geophysics for Geohazard) โดย รุ่งโรจน์อาจเวทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เทคโนโลยีสารสนเทศกับการสำรวจจัดทำแผนผังถ้ำ: กรณีศึกษา ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และพัฒนาการ ของเทคโนโลยีสำรวจถ้ำในอนาคต โดย จนิษฐ์ประเสริฐบูรณะกุล บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | xvi Schedule เวลา กิจกรรม Room A Room B 09.40- 10.00 Vs30 site characterization of the Chiang Rai Basin, northern Thailand โดย ภาสกร ปนานนท์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โครงสร้างเนื้อโลกและแก่นโลก: ความรู้ใหม่และปริศนาที่ท้าทาย โดย สุทธิพงษ์น้อยสกุล มหาวิทยาลัยมหิดล 10.00- 10.20 ธรณีแปรสัณฐานประเทศไทย: หลักฐานจากธรณีฟิสิกส์ ธรณีเคมี และธรณีกาลวิทยา โดย ปัญญา จารุศิริ กรมทรัพยากรธรณี Magnetotelluric exploration to delineate deep electrical resistivity structures of active fault zones in northern Thailand. โดย ภูวิศ อมาตยกุล มหาวิทยาลัยมหิดล 10.20- 10.35 Poster Session - การศึกษาและประเมินความอ่อนไหวเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งต่อการกัดเซาะชายฝั่ง กรณีศึกษาพื้นที่ชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ตฝั่งตะวันตก โดย ณฐมน ติมัน - สภาพธรณีวิทยาการเกิดโคลนพุ บ้านหนองกุงน้อย ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา โดย ทรงกลด ประเสริฐทรง - Qualitative analysis and interpretation of aeromagnetic and gravity data northeastern Thailand: new discovery through digital processing By Weera Galong Room A Room B 10.35- 10.50 ธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมในงานแหล่งน้ำ (เขื่อน) ประเทศไทย โดย อัญชลี ลัดดากุล และ ระพีพร สกุลณี บริษัท จีโอเทค พิลลาร์ จํากัด การศึกษากุมภลักษณ์บนลานหินทรายหมวดหินภูพาน โดยใช้โดรน ในพื้นที่อุทยานธรณีโลกโคราช บริเวณบ้านวังกระสวย ตำบลกฤษณา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดย รัตนาภรณ์ หันตา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 10.50- 11.05 การประเมินความเสี่ยงภัยพิบัติ: แผ่นดินถล่มและ น้ำป่าไหลหลาก โดย ศศิวิมล นววิธไพสิฐ กรมทรัพยากรธรณี การสำรวจวัดค่าความเร็วคลื่นเฉือนด้วยวิธี Multichannel Analysis of Surface Waves จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย ภควัต ศรีวังพล กรมทรัพยากรธรณี 11.05- 11.20 พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มจังหวัดตาก โดย สุรเชษฐ์ รวมธรรม กรมทรัพยากรธรณี มวลหินแกรนิตและพื้นที่ศักยภาพธาตุหายากเบื้องต้น ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดย เอลิน สุขสวัสดิ์ กรมทรัพยากรธรณี 11.20- 11.35 การวิเคราะห์พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดย ทัศนพร เรือนสอน กรมทรัพยากรธรณี แนวทางการกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง : กรณีศึกษาฟลูออไรต์ โดย จิตราวดี สุดชาหา กรมทรัพยากรธรณี 11.35- 11.50 การประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหวพื้นที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย ขวัญดาว ทัพภูธร กรมทรัพยากรธรณี การจัดทำชุดข้อมูลและแผนที่พื้นที่เปราะบาง ต่อแผ่นดินทรุดและน้ำทะเลรุกเข้าท่วมชุมชน ชายฝั่งทะเล ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดย ศักดา ขุนดี กรมทรัพยากรธรณี


| xvii การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Schedule เวลา กิจกรรม Room A Room B 11.50- 12.05 การประเมินพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดหลุมยุบในภูมิประเทศหินปูน กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดย ศรินทิพย์ กุคำ กรมทรัพยากรธรณี 12.05- 13.00 พักรับประทานอาหารกลางวันและชมนิทรรศการ Poster Session ชุดที่ 1 - Stratigraphy of the Permian and Triassic sedimentary rocks in the Sa Kaeo suture zone, southeastern of Thailand โดย วราพร พรหมสุวรรณ์ - ธรณีสัณฐานลุ่มน้ำตาปี โดย เด่นโชค มั่นใจ - ธรณีวิทยาและการเกิดน้ำตกพื้นที่อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ โดย ภัคพงษ์ ศรีบัวทอง ชุดที่ 2 - ซากดึกดำบรรพ์เรดิโอลาเรียน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หลักฐานการนำไปสู่สภาพภูมิศาสตร์ ของทะเลบรรพกาลเททีส โดย ธนกฤต เตจ๊ะ - ธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ยุคเพอร์เมียน บริเวณตัวเมืองจังหวัดพังงา โดย สถาพร มิตรมาก วัลภา ศรีสมศักดิ์ และ วิภาวี เขียมสันเทียะ - Stratigraphy of Kuan Tung Formation, Satun UNESCO Global Geopark, Satun โดย ฆนากร อิสรพงศ์ Room A Room B SESSION: การอนุรักษ์ จัดการความรู้ด้านธรณีวิทยา และซากดึกดำบรรพ์ Chairman: นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ปรึกษาทางการบริหาร จัดการทรัพยากรธรณี SESSION: ธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ Chairman: นายปรีชา สายทอง ผู้อำนวยการกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ 13.00- 13.20 การบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขม เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง โดย อดิชาติสุรินทร์คำ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย Constraint on the Age of the Kaeng Rabort Formation, Sai Yok, Kanchanaburi, Western Thailand โดย ปริญญา พุทธาภิบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 13.20- 13.40 การพัฒนาโมเดล 3 มิติซากดึกดำบรรพ์ของไทยด้วย เทคนิคโฟโตแกรมเมทรี(Developing 3D models of fossils found in Thailand using photogrammetry techniques) โดย สุชาติแสนพิช และ พิสิษฐ์ณัฎประเสริฐ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ลำดับชั้นหินและธรณีโครงสร้าง กรณีศึกษาแหล่ง ซากดึกดำบรรพ์แอมโมไนต์บ้านไผ่งาม ตำบลเมืองงาย อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดย วีรพันธ์ศรีจันทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | xviii Schedule เวลา กิจกรรม Room A Room B 13.40- 14.00 Sustainable Tourism Promotion on Geology and Fossils in Ban Phot Paleosea, Nong Phai District, Phetchabun Province โดย ฐาสิณีย์ เจริญฐิติรัตน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Microfacies and paleoenvironments of late Cisuralian and Guadalupian (early to middle Permian) alatoconchid-bearing limestone in Loei fold belt, Indochina Terrane By Mongkol Udchachon Mahasarakham University 14.00- 14.15 Biodiversity of Permian marine fossil in Ban Phot fossil site, Phetchabun province, Thailand โดย อดุลย์วิทย์ กาวีระ กรมทรัพยากรธรณี 35 years: The study of the Chaiburi Formation, Triassic, Phatthalung Province By Kittichai Tongtherm Prince of Songkla University 14.15- 14.30 แผนการบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ท่ากระดาน ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี โดย ณัฐธนากร สงประชา กรมทรัพยากรธรณี Sedimentology, Lithostratigraphy and Fossil assemblage at Ban Phu Khao Thong, Kham Pha-Ung Sub-district, Pho Chai District, Roi Et Province โดย ประดิษฐ์ นูเล กรมทรัพยากรธรณี 14.30- 14.45 ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์การจัดมหกรรมธรณีวิทยา เพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานธรณีขอนแก่น โดย ศุภมิตร จันทะคาม กรมทรัพยากรธรณี ซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมสมัย ไพลสโตซีนจากถ้ำยายรวกและถ้ำเขาผักกูด จังหวัดกระบี่ โดย กันตภณ สุระประสิทธิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 14.45- 15.05 Poster Session - อาสาสมัครมัคคุเทศก์ รุ่นที่ 1 สู่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอุทยานธรณีกาฬสินธุ์ โดย แสงกนก ศักดิ์เมือง - การเผยแพร่ความรู้ธรณีวิทยา อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดย ทวิชากร ทะสี - แหล่งมรดกธรณีเชื่อมโยงกับพื้นที่อุทยานธรณีลำปาง โดย วรรษมน มากคุณ Room A Room B 15.05- 15.20 แบบจำลองถ้ำสามมิติและทัวร์เสมือนของถ้ำคลัง จังหวัดกระบี่ โดย สุคนธ์เมธ จิตรมหันตกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซากดึกดำบรรพ์พลับพลึงทะเลแบบทุ่นลอย (Lobolith) แหล่งแรกของประเทศไทย โดย พงษ์พัฒน์ ประสงค์ กรมทรัพยากรธรณี 15.20- 15.35 การแปลความหมายสภาพแวดล้อมการทับถมของหิน ตะกอนยุคเพอร์เมียนในพื้นที่หนองไผ่-บึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ จากกลุ่มซากดึกดำบรรพ์ออสตราคอด โดย อานิสงส์ จิตนารินทร์ และ ปรัชญา เทพณรงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี รูโกซา ยุคคาร์บอนิเฟอรัส จากอนุทวีปอินโดไชน่า จังหวัดหนองบัวลำภู โดย สุชาวดี โต๊ะยีบอ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


| xix การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Schedule เวลา กิจกรรม Room A Room B 15.35- 15.50 การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์โทโมกราฟีสำหรับศึกษาวิจัย ไดโนเสาร์ในประเทศไทย โดย กฤษณุพงศ์ พันทานนท์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซากดึกดำบรรพ์หอยฝาเดียวน้ำจืดซีโนโซอิกในพื้นที่ แอ่งภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ฉัตรเฉลิม เกษเวชสุริยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 15.50- 16.05 การถ่ายทอดความรู้ด้านธรณีวิทยาแก่นักเรียนระดับ มัธยมศึกษา: กรณีศึกษาอุทยานธรณีขอนแก่น โดย ธัชพล สีลา และ วิมลทิพย์ สิงห์เถื่อน มหาวิทยาลัยขอนแก่น แหล่งซากดึกดำบรรพ์รอยตีนสัตว์มีกระดูกสันหลัง ยุคไทรแอสซิกตอนปลาย หมวดหินห้วยหินลาด จังหวัดเพชรบูรณ์ โดย กฤษณะ สุดชา กรมทรัพยากรธรณี 16.05- 16.20 ระบบฐานข้อมูลซากดึกดำบรรพ์ประเทศไทยออนไลน์ โดย ณัฐกิตติ์ แสงสุวรรณ กรมทรัพยากรธรณี รายงานการค้นพบไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอรอยด์ แรกเริ่มครั้งแรกในประเทศไทย โดย วงศ์เวชช เชาวน์ชูเวชช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 16.20- 16.35 การเชื่อมโยงแหล่งมรดกธรณีกับตำนานพื้นบ้านสู่การ ท่องเที่ยวเชิงธรณี กรณีศึกษาเสาหินเหลี่ยมเล็กริมโขง โดย จันทนี ดวงคำสวัสดิ์ กรมทรัพยากรธรณี ฟันไดโนเสาร์กินเนื้อจากแหล่งที่ค้นพบไดโนเสาร์คอยาว จากยุคครีเตเชียสตอนต้นในประเทศไทยและลาว: ความสัมพันธ์กับระบบนิเวศวิทยาดึกดำบรรพ์ โดย อดุลย์ สมาธิ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 16.35- 16.50 การเพิ่มมูลค่าให้แหล่งธรณีวิทยาประเภทถ้ำและคาสต์ : กรณีศึกษาถ้ำแก้วโกมล วนอุทยานแก้วโกมล จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย ณรงค์ฤทธิ์ บุญชัยวงค์จันทนี ดวงคำสวัสดิ์และ นภาภร มณีเกี๋ยง กรมทรัพยากรธรณี The forgotten dinosaur from the Phu Wiang Dinosaur Valley, Khon Kaen Geopark โดย สุรเวช สุธีธร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 16.50- 17.05 ไดโนเสาร์ในจังหวัดหนองบัวลำภู ประเทศไทย โดย ธนโชติ บูรณ์เจริญ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปิดการประชุมวันที่ 6 กันยายน 2566 วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2566 เวลา กิจกรรม 09.00- 09.40 ลงทะเบียน 09.40- 10.00 Poster Session - แผนการบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนแหล่งปลาโบราณภูน้ำจั้น แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ภูแฝก แหล่งซากไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ โดย ณัฐธนากร สงประชา - มองอุทยานธรณีโลกสตูล ผ่านพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาพุนพิน โดย วิษณุพงศ์ สุจารีย์ - การสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านทรัพยากรแร่ของจังหวัดระยอง โดย เฉลิมพร กาญจนสถิตย์


“ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” | xx Schedule เวลา กิจกรรม 10.00- 12.00 การประชุมเสวนาวิชาการ เรื่อง ธรณีวิทยาเพื่อรองรับสังคมคาร์บอนต่ำ หัวข้อประเด็น: ธรณีวิทยาจะมีบทบาทอย่างไรในการพัฒนาเมืองไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สังคมที่คนส่วนใหญ่หัน มาร่วมมือกันในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากการ ดำรงชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ผู้เข้าร่วมเสวนา : • นายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี • นายกนก อินทรวิจิตร นายกสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย • นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย • นายมงคล พรชื่นชูวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงาน สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) • รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ดำเนินรายการ : ดร.สมศักดิ์ วัฒนปฤดา ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี 12.00- 13.00 พักรับประทานอาหารกลางวันและชมนิทรรศการ Poster Session ชุดที่ 1: -การพัฒนาระบบบัญชีข้อมูลกรมทรัพยากรธรณีโดย สาวิตรี ลือชาอภิชาตกุล - บัญชีทรัพยากรแร่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดย วรกิจ ขาวจันทร์ - การขับเคลื่อนธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐของข้อมูลกรมทรัพยากรธรณีโดย สาวิตรี ลือชาอภิชาตกุล ชุดที่ 2: - ก้าวเล็กๆ ของนวัตกรรมสามมิติ ท่ามกลางพลวัตของการอนุรักษ์ และการเกิดขึ้นของจีโอพาร์ค โดย อธิวัตน์ วัฒนะพิทักษ์สกุล - ธรณีวิทยาและข้อเสนอแนะบริหารจัดการสวนหินผางามและพื้นที่ใกล้เคียง โดย ขจรพัฒน์ สุขศรีบูรณ์อำไพ - แนวทางการเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บรายได้พิพิธภัณฑ์ในการสนับสนุนการดำเนินงานกองทุน จัดการซากดึกดำบรรพ์โดย ปฏิพล ดลรุ้ง 13.00- 15.00 การประชุมเสวนาวิชาการ เรื่อง การจัดการด้านพิบัติภัยของประเทศไทย (ในรูปแบบความคิดเห็นต่าง Generation) หัวข้อประเด็น: ประสบการณ์การดำเนินงาน และมุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการพิบัติภัยของประเทศไทยจาก ผู้ทำงานในแวดวงที่เกี่ยวข้องใน Generation ต่างๆ (ต่าง Gen in Geohazard ผู้เข้าร่วมเสวนา • นายธวัฒชัย ปาละคะมาน องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) • นางสาวจณิสตา จันสม ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • ดร.สุรัสวดี ภูมิพานิช สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) • ดร.สงกรณ์เสียงสืบชาติ บริษัท จีไอเอส จำกัด • ดร.ไพบูลย์นวลนิล นักวิชาการอิสระ ผู้ดำเนินรายการ : นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี 15.00- 15.30 พิธีปิดการประชุมวิชาการธรณีไทย 2566 โดย ดร.อรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี


| xxi การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 Schedule บทคัดย่อ (Abstract)


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 1 Abstract: Keynote การเก็บกักคาร์บอนในอุตสาหกรรมถ่านหิน ประจวบ ดอนคำมูล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีนโยบายขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่แม่เมาะ เพื่อมุ่งสู่เมือง เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สอดรับกับนโยบาย Carbon Neutrality ซึ่งประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะบรรลุในปี ค.ศ.2050 และ Net Zero Carbon ให้ได้ในปี ค.ศ. 2065 โดย กฟผ.แม่เมาะ ได้เตรียมแผนพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าสีเขียว เพื่อเพิ่ม ทางเลือกและตอบสนองการใช้ไฟฟ้าของภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือน กระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) นำด้วยพลังงานสีเขียว 100% (RE100) สำหรับการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ อ.แม่เมาะ โดยจะพัฒนาโครงการ Solar Farm ขนาด 600 MW และโครงการ Biomass 600 MW ทำให้มีเสถียรภาพ ของการผลิตพลังงาน 24/7 เพื่อส่งมอบไฟฟ้าสีเขียวให้กับอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าสะอาด อีกทั้งยังมีการศึกษา ความเป็นไปได้ของโครงการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ( Carbon Capture and Storage : CCS) ร่วมกับ สถาบันการศึกษา กระทรวงพลังงาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เพื่อหาศักยภาพของชั้นหินที่มีความเหมาะสมในการกักเก็บทั้งในแอ่งแม่เมาะ แอ่งลำปาง หรือแอ่งอื่น ๆ ตาม หลักการ แนวคิดเบื้องต้น (Conceptual Model) ที่นำเสนอไว้ หากสามารถพัฒนาไปสู่การกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ก็จะช่วยสนับสนุนความเป็นไปได้ที่จะให้ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามแผน และเป็น โอกาสให้การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะดำเนินต่อไปได้สอดคล้องกับทิศทาง และนโยบายหลักของประเทศ ก่อนจะเปลี่ยนผ่าน และขยายการผลิตพลังงานสีเขียวในรูปแบบอื่น ๆ มาทดแทนอย่างยั่งยืนในอนาคต คำสำคัญ: Carbon Neutrality, RE100, Carbon Capture and Storage


| 2 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote การเติมน้ำใต้ดิน สมคิด บัวเพ็ง สมาคมอุทกธรณีวิทยาไทย E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การเติมน้ำใต้ดินเป็นขบวนการที่มนุษย์นำน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติบนผิวดินเติมลงสู่ชั้นน้ำบาดาลทั้ง ระดับตื้นและระดับลึก ในปัจจุบันอาจจะเรียกว่าการจัดการการเติมน้ำใต้ดิน (Managed Aquifer Recharge, MAR) เป็นการจัดการให้มีการเติมน้ำลงสู่แหล่งน้ำบาดาลเพิ่มเติมจากธรรมชาติ เพื่อรักษาระดับหรือแรงดันน้ำบาดาล เพื่อ การกักเก็บและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในช่วงเวลาหรือในพื้นที่ที่ต้องการ หรือเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเติมน้ำใต้ ดินมีหลายวิธี เช่น การเติมน้ำผ่านสระ (Basin Recharge) ซึ่งเป็นการเติมน้ำในชั้นน้ำระดับตื้น การเติมน้ำผ่านบ่อน้ำ บาดาล (Recharge Through Well) เริ่มได้ทั้งชั้นน้ำระดับตื้นและระดับลึก การเติมน้ำผ่านร่องน้ำ หรือเขื่อนกันน้ำ การเลือกใช้วิธีเติมน้ำใดขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะของชั้นน้ำบาดาล ระดับน้ำบาดาล ชนิดของดิน การใช้ ประโยชน์ที่ดิน และความต้องการใช้น้ำ การเติมน้ำที่สำคัญจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามหลักวิชาการด้านอุทก ธรณีวิทยาและการบริหารจัดการเติมน้ำใต้ดินเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในระยะยาว ส่วนสำคัญใน ขบวนการเติมน้ำใต้ดินคือคุณภาพของน้ำดิบที่จะนำมาเติมลงสู่ชั้นน้ำบาดาลนั้นควรเป็นน้ำจากแหล่ง น้ำธรรมชาติที่ สะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน เนื่องจากหากชั้นน้ำใต้ดินเกิดการปนเปื้อนแล้ว กระบวนการบำบัดฟื้นฟูจะทำได้ยาก ต้องใช้เทคโนโลยีและต้นทุนสูงในการบำบัดฟื้นฟูให้แหล่งน้ำสามารถกลับมาใช้ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาคุณภาพ ของแหล่งน้ำที่จะใช้เติมและคุณภาพของน้ำบาดาลในพื้นที่อย่างละเอียดโดยเฉพาะคุณภาพทางเคมี แหล่งน้ำดิบที่จะ ใช้เติมลงชั้นน้ำบาดาลต้องมีคุณภาพดีกว่าหรือเท่ากับคุณภาพของน้ำในชั้นน้ำบาดาลที่จะเติมน้ำ คุณภาพน้ำดิบจะเป็น ตัวที่ทำให้เกิดการอุดตันในระบบการเติมน้ำได้ทั้งทางสระเติมน้ำหรือบ่อเติมน้ำ ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำจึงเป็นส่วน สำคัญที่จะช่วยในการปรับปรุงคุณภาพของน้ำก่อนที่จะทำการเติมลงไปสู่ชั้นน้ำใต้ดิน เนื่องจากเป็นตัวช่วยในการทำให้ น้ำมีความบริสุทธิ์ สะอาด ปราศจากสารแขวนลอย และแบคทีเรีย วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ควรเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเติมน้ำในประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการมากกว่า 30 ปี โดยกรมทรัพยากรธรณี และกรมโยธาธิ การและผังเมือง ซึ่งต่อมาภารกิจด้านการเติมน้ำใต้ดินได้ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีโครงการที่ ดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 โครงการทั่วประเทศ ทั้งในระดับตื้นและระดับลึกโดยวิธีผ่านสระเติมน้ำ ผ่านบ่อน้ำ บาดาล ในปัจจุบันแนวคิดการเติมน้ำใต้ดินนี้ ได้เริ่มขยายไปสู่ภาคประชาสังคม เอกชน และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ความรู้ด้านการเติมน้ำลงสู่ชั้นน้ำบาดาลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้านอุทกธรณีวิทยาจึงมีความสำคัญต่อการ บริหารจัดการเติมน้ำใต้ดินในประเทศไทยต่อไป คำสำคัญ: การเติมน้ำใต้ดิน การจัดการการเติมน้ำใต้ดิน การบริหารจัดการน้ำบาดาล น้ำบาดาล


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 3 Abstract: Keynote Managed Aquifer Recharge Somkid Buapeng Thai Hydrogeology Association E-mail: [email protected] ABSTRACT Managed Aquifer Recharge (MAR) is a process of replenishing groundwater in both shallow and deep aquifer by using water from natural sources. After Dillon (2009) MAR is defined as the purposeful recharge of water to aquifers for subsequent recovery or for environmental benefit. It is a water resources management tool that encompasses a wide variety of water sources, recharge methods, and storage management practices. There are various methods to enhance recharge to aquifers, such as recharge weir, infiltration pond, bank filtration, and recharge wells. The selection of recharge methods depends on the geographical features, aquifer characteristics, groundwater levels, soil types, land utility, and water requirements. Key factors that influence the success of MAR are principles of hydrogeology and effective management. In order to ensure long-term efficiency and effectiveness, the quality of raw water employed for recharge should be clean and uncontaminated. Any pollution within the aquifer can complicate remediation processes, demanding advanced and costly techniques for restoration. Hence, a complete analysis of the recharge water ‘s quality and the chemistry of local groundwater are indispensable. Raw water must possess a superior or equivalent quality to the local groundwater. Therefore, enhancing water quality before its recharge into aquifer becomes a critical step to avoid contamination and clogging in the aquifers. Furthermore, Materials used for MAR should ideally be environmentally friendly and naturally sourced. In Thailand, MAR efforts have been underway for over three decades, initially by the Department of Mineral Resources and the Department of Public Works and Town & Country Planning. Subsequently, the task of MAR has been conducted by the Department of Groundwater Resources, over ten MAR nationwide projects for both shallow and deep aquifers, employing methods such as pond recharge and well recharge. At present, the concept of groundwater recharge is extending and engaging people sector, private sector, and local government sector. A correct understanding of the principles of groundwater recharge and hydrogeological knowledge becomes pivotal for effective management of managed aquifer recharge in Thailand. Keywords: managed groundwater recharge, MAR, groundwater recharge, groundwater management


| 4 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote การจัดการดินถล่มเเละการเคลื่อนตัวของมวลดินในชุมชนบนพื้นที่สูงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ก่อนที่จะมีการประกาศควบคุมพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อุทยาน มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ได้อยู่อาศัยใน พื้นที่ภูเขาสูงที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนตัวของมวลดินและดินถล่ม ทั้งนี้การตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยบน พื้นที่สูงนั้นมีเหตุผลหลากหลายกันไปทั้งเหตุผลทางการเมืองเช่นการอพยพของประชาชนจีนเข้ามาทางตอนเหนือของ ประเทศไทยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศจีน หรือเหตผลในด้านวัฒนธรรมการเพาะปลูกเช่นการทำไร่ เลื่อนลอยเป็นต้น ทั้งนี้การอยู่อาศัยปลูกสร้างอาคารในพื้นที่สูงทั้งบริเวณยอดเขาและไหล่เขาจะต้องประสบปัญหาที่เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงความชันและความสูงของภูเขาตามธรรมชาติเนื่องจากการกัดเซาะ ผุสลาย และการปรับตัวตามแรงโน้ม ถ่วงของโลก โดยลักษณะของภัยจะเป็นการเคลื่อนตัวของพื้นดิน ทั้งบริเวณไหล่ของลาดชันและบริเวณพื้นที่ดินตะกอนเชิง เขา รวมถึงการขยายร่องน้ำตามไหล่เขาที่มาจากการไหลของน้ำฝนจากยอดเขา ซึ่งลักษณะที่กล่าวมาจะเกิดเป็นภัยต่อ มนุษย์เมื่อมีการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยรวมทั้งสาธารณูปโภคในพื้นที่ดังกล่าว การเคลื่อนตัวของมวลดินอาจจะเกิดช้าๆใน ปริมาณการเคลื่อนตัวไม่มากแต่จะมีการสะสมการเคลื่อนตัวและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างโดยเฉพาะ อย่างยิ่งถ้าอาคารประเภทที่อ่อนแอ (Weak structure) เช่นอาคารก่ออิฐเป็นกำแพงรับน้ำหนัก (Bearing wall) หรืออาคาร คอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่ได้ก่อสร้างมาเพื่อรับแรงด้านข้างหรือการเคลื่อนตัวด้านข้าง ทั้งนี้การเคลื่อนตัวของพื้นดินจะส่งผล ให้อาคารเริ่มเกิดความเสียหายไปจนถึงสามารถที่จะพิบัติถล่มได้โดยรวดเร็ว ทั้งนี้จะเห็นว่าภัยดังกล่าวไม่สามารถใช้ระบบ การเตือนภัยปกติที่ใช้ในการเตือนภัยดินถล่มได้ เช่นการเตือนภัยด้วยปริมาณน้ำฝนที่เกิดเกณฑ์ หรือแม้กระทั่งการเตือนภัย เพื่อการอพยพเนื่องจากฝนตกหนักก็ไม่สามารถนำมาใช้ในภัยลักษณะนี้ได้ การจัดการภัยในลักษณะนี้จะต้องใช้กระบวนการ ทางชุมชนร่วมกับการจัดการพื้นที่อยู่อาศัย การจัดการน้ำใต้ดินและผิวดิน การก่อสร้างกำแพงกันดิน ณ ตำแหน่งที่เหมาะสม การตรวจวัดการเคลื่อนตัวของพื้นดินเพื่อหาอัตราเร่งของการเคลื่อนตัวและการเคลื่อนตัวสะสม การเลือกประเภทอาคารที่มี น้ำหนักเบา มีความเหนียวและยืดหยุ่นของโครงสร้าง รวมทั้งการติดตามพฤติกรรมความเสียหายของอาคารเพื่อประเมิน ความปลอดภัยของอาคารอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนที่อยู่อาศัยนั้นอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนรวมทั้งอาจจะไม่ได้มี สัญชาติไทย การจัดการภัยก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำให้การใช้กฏหมายควบคุมต่างๆเช่นกฏหมายควบคุมอาคารหรือกฏหมายป่าไม้ มีข้อจำกัด ผู้เขียนจึงได้เสนอกระบวนการจัดทำข้อตกลงชุมชนเพื่อให้ชุมชนและฝ่ายปกครองสามารถที่จะตั้งกติกาเพื่อความ ปลอดภัยร่วมกันได้โดยไม่ต้องบังคับใช้กฏหมายที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้การจะทำข้อตกลงชุมชนได้ จะต้องอยู่ภายใต้หลัก “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” คือต้องมี ความรู้ที่เป็นจริง ชุมชนเข้าใจและร่วมมือ และ หน่วยงานฝ่าย นโยบายพร้อมและตั้งใจจะแก้ปัญหา ทั้งนี้ผู้เขียนจะขอยกกรณีศึกษาการจัดการภัยการเคลื่อนตัวของมวลดินในพื้นที่สูงของ จังหวัดเชียงรายมาเป็นข้อมูลประกอบ คำสำคัญ: ดินถล่ม การเคลื่อนตัวของมวลดิน การจัดการภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 5 Abstract: Keynote การบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง อดิชาติ สุรินทร์คำ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย E-mail: [email protected] บทคัดย่อ “แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ” ถูกค้นพบจากการทำเหมืองถ่านหิน ในวันที่ 25 มิถุนายน 2546 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (เหมืองแม่เมาะ) จังหวัดลำปาง เป็นชั้นซากดึกดำบรรพ์ หอยขมน้ำจืดที่มีความหนามากกว่า 10 เมตร และในวันที่ 13 สิงหาคม 2546 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวง อุตสาหกรรมกันพื้นที่ที่พบแหล่งซากหอยดึกดำบรรพ์ จำนวน 43 ไร่ ออกจากแปลงประทานบัตร ตามมาตรา 9 ตรี แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศให้พื้นที่แหล่งซาก ดึกดำบรรพ์ซึ่งได้กันออกเป็นพื้นที่สำรวจ ทดลอง ศึกษาวิจัย ตามมาตรา 6 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม 2547 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกับแนวทางการอนุรักษ์ใหม่ ที่มีพื้นที่อนุรักษ์ หอยขม 18 ไร่ และพื้นที่ข้างเคียงเพื่อใช้เป็นพื้นที่พัฒนา 34 ไร่ รวมเป็น 52 ไร่ ทำให้นายเฉลียว ทิสาระ กับพวกรวม 18 คน ร่วมกันฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 21 ธันวาคม 2547 ให้เพิกถอน ประทานบัตรบริเวณที่พบซากขอยขมดึกดำบรรพ์ ทั้งหมด 43 ไร่ และระงับการทำเหมืองในพื้นที่ที่พบซากหอยขมดึก ดำบรรพ์ ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 ให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 21 ธันวาคม 2547 แต่ผู้ถูกฟ้องได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาของ ศาลปกครองกลาง ในวันที่ 3 สิงหาคม 2561 เป็นให้ยกฟ้อง ซึ่งมีผลให้แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ กลับไปสู่สถานะเดิมก่อนวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 ในปัจจุบันพื้นที่อนุรักษ์ซากหอยขมดึกดำบรรพ์ เนื้อที่ 52 ไร่ อยู่ใน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ เป็นพื้นที่ที่ควรได้รับการอนุรักษ์และคุ้มครองตามแผน แม่บทการคุ้มครองแหล่งซากดึกดำบรรพ์และซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2566 – 2580 และแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-based Approach) ของจังหวัดลำปาง ซึ่งผลการประชุมระดมความคิดเห็นของนักวิชาการด้านซากดึกดำบรรพ์ ผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน และปราชญ์ชาวบ้าน นำมาวิเคราะห์กลยุทธ์ในแบบ TOWS Matrix พบว่า แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะนี้ มีจุดเด่นที่หลากหลาย เช่น มีความหนามากกว่า 10เมตร มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับการพัฒนา มีโอกาสได้รับการรับรองให้เป็นชั้นหอยขมน้ำจืดที่หนาที่สุดในโลกจาก Guinness World Record มีกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะและกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ สนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาและ งานวิจัย ผลจากการวิเคราะห์กลยุทธ์ในแบบ TOWS Matrix พบว่ากลยุทธ์ทั้งหมด สอดคล้องกับแนวทางการ พัฒนาแบบยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา 3 ระยะ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” โดยแผนงานระยะที่ 1 (เข้าใจ) มีกลยุทธ์ที่ ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านการสำรวจ ศึกษา วิจัยคุณค่าความสำคัญของแหล่งซากดึกดำบรรพ์และซาก ดึกดำบรรพ์ที่ถูกค้นพบ แผนงานระยะที่ 2 (เข้าถึง) มีกลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านบริหารจัดการ อนุรักษ์ และคุ้มครองแหล่งซากดึกดำบรรพ์และซากดึกดำบรรพ์ โดยการมีส่วนร่วม แผนงานระยะที่ 3 (พัฒนา) มีกล ยุทธ์ที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนา บริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ และพิพิธภัณฑ์ซาก ดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งยุทธศาสตร์


| 6 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote ที่ 4 พัฒนากฎหมาย และกลไกให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของสังคมไทย ตามที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทการคุ้มครอง แหล่งซากดึกดำบรรพ์และซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2566 - 2580 ตามลำดับ ทั้งนี้การดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ ทั้ง 3 ระยะ (เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา) สอดคล้องกับแผน ยุทธศาสตร์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กำหนดไว้ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 13 แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ ก) แผน 5 ปี ระยะแรก (พ.ศ. 2566 - 2570) รวม 19 รายการ ที่เน้นให้ เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ และสร้างการรับรู้ของทุกภาคส่วน เพื่อสร้าง ข้อตกลงร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ ข) แผน 5 ปี ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2571 - 2575) รวม 11 รายการ ที่เน้นการ นำผลผลิตจากระยะแรกมาต่อยอด ให้แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ เป็นแหล่งเรียนรู้ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ สร้างรายได้ให้กับชุมชน และได้รับการคุ้มครองให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป สำหรับการติดตามประเมินผลเพื่อตรวจสอบความสำเร็จของการปฏิบัติตามแผนงานต่าง ๆ ในแผน บริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ จะเป็นการวิเคราะห์จากความสำเร็จตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เช่น การเปิดให้บริการพิพิธภัณฑ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ “Site Museum” การเป็นต้นแบบสำหรับแสดงสภาพ ภูมิอากาศในอดีตอย่างต่อเนื่องตามข้อกำหนดใน IUCN Green List Standard รวมทั้งการเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยว ตามแนวคิดคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Tourism) ที่ต่อยอดมาจาก Sustainable Development Goals ของ องค์การสหประชาชาติ ที่ครอบคลุม ทั้ง 4 มิติ คือการบริหารจัดการสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม คำสำคัญ: แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ TOWS Matrix


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 7 Abstract: Keynote การพัฒนาโมเดล 3 มิติ ซากดึกดำบรรพ์ของไทยด้วยเทคนิคโฟโตแกรมเมทรี (Developing 3D models of fossils found in Thailand using photogrammetry) techniques สุชาติ1 แสนพิช และ พิสิษฐ์ ณัฎประเสริฐ2 1 สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2 สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช E-mail: 1 [email protected], 2 [email protected] บทคัดย่อ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างโมเดล 3 มิติซากดึกดำบรรพ์ด้วยเทคนิคโฟโตแกรม เมทรี 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพเทคนิคโฟโตแกรมเมทรีในการสร้างโมเดล 3 มิติซากดึกดำบรรพ์ กลุ่มตัวอย่างซาก ดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จำนวน 30 ชิ้น โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่อยู่ในครอบครองของ กรมทรัพยากรธรณี เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แบบประเมิน คุณภาพโมเดลสามมิติซากดึกดำบรรพ์ 2) แบบประเมินประสิทธิภาพเทคนิคโฟโตแกรมเมทรีในการสร้างโมเดลสามมิติ ซากดึกดำบรรพ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการประเมินคุณภาพของโมเดลสามมิติซากดึกดำบรรพ์ด้วยเทคนิคโฟโตแกรม เมทรี โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน มีคุณภาพในภาพรวม มีค่าเฉลี่ย 4.45 มีคุณภาพระดับมาก 2) ผลการประเมิน ประสิทธิภาพเทคนิคโฟโตแกรมเมทรีในการสร้างโมเดลสามมิติซากดึกดำบรรพ์ สามารถสร้างโมเดล 3 มิติ ได้สมบูรณ์ จำนวน 25 ชิ้น และโมเดลไม่สมบูรณ์ จำนวน 5 ชิ้น มีประสิทธิภาพในการสร้างโมเดล 3 มิติ ร้อยละ 83.33


| 8 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote ธรณีแปรสัณฐานประเทศไทย: หลักฐานจากธรณีฟิสิกส์ ธรณีเคมี และธรณีกาลวิทยา ปัญญา จารุศิริ* 1, 2 วชิราชัย ศักดิ์อาภา1 และ ฤทัยชนก สายน้ำทิพย์1 1 กรมทรัพยากรธรณี 2 ศูนย์เชี่ยวชาญด้านสัณฐานธรณีวิทยาพื้นผิวโลกและธรณีพิบัติภัยขั้นสูง (MESA CE) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย *E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ข้อมูลธรณีฟิสิกส์ที่ปรับปรุงคุณภาพผนวกกับข้อมูลธรณีเคมีของแร่และหินและข้อมูลกาลวิทยาของหิน หลายชนิดได้ถูกนำมาแปลความหมายและตีความร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวคิดด้านธรณีแปรสัณฐานและธรณี แปรสัณฐานยุคใหม่ของประเทศไทย โดยอาศัยการรวบรวมข้อมูลธรณีศาสตร์ทั้งเก่าและใหม่รวมถึงข้อมูลที่ยังไม่เผยแพร่มา วิเคราะห์และสังเคราะห์ใหม่ รวมถึงการประมวลข้อมูลและตีความใหม่ ที่ใช้การแปลผลโดยการใช้โปรแกรมสำเร็จรูป arc GIS, Geosoft และ GUT (The GOCE User Toolbox) เข้าช่วย ผลจากการแปลความหมายข้อมูลของธรณีฟิสิกส์ทางอากาศและภาคพื้นดินทั้งจากค่าสนามแม่เหล็ก ค่ากัมมันตรังสีรวม และค่าแรงโน้มถ่วงภูมิภาคทำให้สามารถจำแนกหน่วยการแปรสัณฐานที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ออกเป็น 4 หน่วย จากตะวันตกไปตะวันออก ได้แก่ แผ่นฉานไทย แนวสุโขทัย แนวเลย และแผ่นอินโดจีน โดยที่หน่วยการ แปรสัณฐานเหล่านี้ไม่แตกต่างไปจากรูปแบบที่เคยเสนอไว้โดย Bunopas (1981) และ Charusiri และคณะ (2002) แต่ แตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดและขอบเขต ผลจากการตีความด้านธรณีวิทยาโครงสร้างด้วยภาพจากดาวเทียมและแผนที่ ธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณีพอสรุปได้ว่าโครงสร้างธรณีวิทยาภูมิภาคที่ส่วนใหญ่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้แสดงถึงแนว แรงในอดีตที่กระทำต่อประเทศไทยและผืนแผ่นดินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแนวตะวันออก-ตะวันตกตั้งแต่อดีตกาลจนถึง ปัจจุบัน แต่น่าจะมีทิศทางการกระทำที่สวนทางกัน ข้อมูลจากค่าแรงโน้มถ่วงระดับภูมิภาคทั้งจากดาวเทียม (residual satellite gravity) และจากภาคสนาม ทำให้เห็นค่าผิดปกติเชิงลบและเชิงบวกได้อย่างชัดเจนและสามารถแบ่งได้เป็น 3 แนวหลัก ได้แก่แนวตะวันตกของประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ (ค่าผิดปกติเชิงลบ) แนวขวางกลางแอ่งหรือที่ราบสูงโคราช (ค่าผิดปกติเชิงบวก) และแนวตะวันออก (ค่าผิดปกติเชิงลบ)นอกจากนั้นข้อมูลจากแรงโน้มถ่วงยังสอดคล้องได้ดีกับข้อมูลสนามแม่เหล็กทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รอยเลื่อนซึ่งมีทั้งที่วางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ แนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ และแนว เหนือ-ใต้ ผลการหาอายุรอยเลื่อนเหล่านี้ด้วยวิธี 40Ar/39Ar ทำให้ทราบว่า รอยเลื่อนในแนวเหนือ-ใต้ มีอายุ 30-10 ล้านปี ส่วนรอยเลื่อนทิศอื่นมีอายุอยู่ระหว่าง 80-50 ล้านปี และแสดงนัยการเลื่อน (sense of movement) ในแนวระดับซึ่งมี ทิศทางที่ต่างกัน น่าสังเกตว่าข้อมูลจากแผนที่กัมมันตรังสีทางอากาศชนิดเทอร์นารียังแสดงถึงตะพักทางน้ำรูปพัด (alluvial fan) ที่ชัยนาทและสุพรรณบุรีว่าพัฒนามาจากรอยเลื่อนปกติแนวเหนือ-ใต้ และแสดงทิศทางการไหลไปในแอ่งที่ราบภาค กลาง นอกจากนั้นค่าผิดปกติแรงโน้มถ่วงในอ่าวไทยยังแสดงถึงการวางตัวของโครงสร้างในแนวเหนือ-ใต้ที่สัมพันธ์กับแนว รอยเลื่อนปกติที่ควบคุมแอ่งตะกอนซีโนโซอิคที่มีศักยภาพปิโตรเลียม ผลจากการตีความค่าแรงโน้มถ่วงและ ค่าสนามแม่เหล็กทางอากาศยังช่วยกำหนดการวางตัวของแนวรอยเลื่อนมีพลังที่ตัดเข้ามาในแอ่งตะกอนยุคปัจจุบัน ที่สามารถกำหนดอายุได้ด้วยวิธีการเปล่งแสงความร้อน (thermoluminescence dating) ผลการผนวกข้อมูลธรณีฟิสิกส์กับข้อมูลธรณีกาลวิทยาจากวิธี U-Pb และธรณีวิทยาสาขาอื่น โดยเฉพาะ บริเวณขอบรอยต่อระหว่างแผ่น (ตะเข็บธรณี) ทำให้สามารถอธิบายวิวัฒนาการของการแปรสัณฐานรูปแบบใหม่ได้อย่างมี นัยสำคัญ โดยพบว่ามวลหินหนืดทั้งหินอัคนีบาดาลและหินภูเขาไฟมีกำเนิดมาตั้งแต่มหายุคพรีแคมเบรียน และเขตภูเขาไฟ ของแนวสุโขทัยและแนวเลยที่ข้อมูลธรณีเคมีของธาตุพบน้อยและธาตุหายากบ่งชี้ว่าเกิดจากอิทธิพลการมุดตัว (subduction) ก็มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่กลางมหายุคพาลิโอโซอิค จนถึงช่วงอายุระหว่างยุคเพอร์เมียนกับยุคไทรแอสซิค ที่เป็น การปะทุครั้งใหญ่ซึ่งสัมพันธ์กับแหล่งแร่โลหะหลายชนิด คำสำคัญ: ธรณีแปรสัณฐาน ธรณีฟิสิกส์ทางอากาศ ธรณีเคมีธรณีกาลวิทยา ประเทศไทย


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 9 Abstract: Keynote ธรณีวิทยาปิโตรเลียม และความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน วรานนท์ หล้าพระบาง สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย E-mail: [email protected] บทคัดย่อ วิชาความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยาโดยเฉพาะธรณีวิทยาปิโตรเลียม นับว่าเป็นศาสตร์ที่สำคัญในการดำเนิน กิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และนักธรณีวิทยาจึงเป็นบุคคลากรที่มีความจำเป็น มีบทบาทที่สำคัญในการสำรวจ ค้นหาแหล่งปิโตรเลียม อาทิ การใช้ข้อมูลทางธรณีวิทยาทั่วไป การทำแผนที่ธรณีวิทยา การเก็บตัวอย่างดิน น้ำ หิน อากาศ ก๊าซและน้ำมัน เพื่อไปทำการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ การสำรวจธรณีฟิสิคส์โดยวิธีต่างๆหลายรูปแบบ การศึกษาลำดับของชั้นหิน การกำเนิดและสภาวะแวดล้อมขณะตกตะกอนของหิน ศึกษาคุณสมบัติ ส่วนประกอบ และ ลักษณะทางกายภาพของหินเหล่านั้น นักธรณีวิทยายังทำหน้าที่ในการกำหนดตำแหน่งและความลึกของหลุมเจาะ ปิโตรเลียม การศึกษาและวิเคราะห์คำนวนหาชนิดของของไหล (Fluid types) อุณหภูมิ แรงดัน จากใต้พิภพในหลุม เจาะหลุมปิโตรเลียม นอกจากนี้แล้วนักธรณีวิทยายังมีหน้าที่คำนวนหาปริมาณสำรองของแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม และ ร่วมกับบุคคลากรอาชีพในสาขาอื่นๆ ทำการผลิตปิโตรเลียมขึ้นมาจากชั้นกักเก็บปิโตรเลียมที่อยู่ลึกลงไปหลายร้อยหลาย พันเมตร อย่างไรก็ตาม กิจการงานที่ต้องทำเหล่านั้น จะต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับอุปกรณ์ อุปสรรค์ และปัญหาหลายๆ อย่างที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคลากรที่ทำงานร่วมกัน รวมทั้งการป้องกันไม่ให้ลุกลามนอกเหนือการควบคุมออกไป กระทบกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งสามารถจัดแบ่งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. การชนกระแทกกันของยานพาหนะหรืออุปกรณ์ที่เคลื่อนไหว 2. การรั่วไหลของสารไวไฟ หรือมีฤทธิ์กัดกร่อน ไฟไหม้ ระเบิด รวมทั้งแรงดันสูง 3.การติดอยู่ระหว่างอุปกรณ์หรือการถูกหนีบทับ 4. การตกจากที่สูง หรือ ของจากที่สูง ตกใส่ 5. การติดอยู่ในที่แคบ มุมอับ แสงไม่พอ หรือ อากาศไม่ถ่ายเท ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจมีตั้งแต่ขนาดเล็กน้อย ไป จนถึงขนาดใหญ่จนไม่สามารถควบคุมได้ อาทิการเกิดเหตุเพลิงไหม้ การรั่วไหลของก๊าซ หรือ น้ำมันดิบ อันอาจ ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน ชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ดังนั้น การทำงานในความรับผิดชอบจึงมีความจำเป็นที่ผู้วางแผนการดำเนินงาน ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีการศึกษาเตรียมตัว ให้มี ความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถี่ถ้วนในงานที่ต้องรับผิดชอบ ต้องมีการซักซ้อมทบทวนความรู้และแผนปฏิบัติงานอย่าง สม่ำเสมอ ทำงานด้วยการมีสามัญสำนึกทีดีในการรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงานและต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม อย่างจริงจังร่วมกับมาตรฐานการทำงานที่ดี กระบวนการทำงานที่ชัดเจนเหมาะสมรัดกุม และกระบวนการตรวจสอบที่ ครบถ้วนและสม่ำเสมออีกด้วย


| 10 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote ธรณีวิศวกรรมในงานพัฒนาแหล่งน้ำ กัมปนาท ขวัญศิริกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาวิศวกรรมธรณี (ให้คำปรึกษา) สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน บทคัดย่อ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญและมี ประโยชน์อย่างสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ในการช่วยให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์ตลอดปี ในปัจจุบันพื้นที่การเพาะปลูกนอกเขตชลประทาน ซึ่งต้องอาศัยเพียงน้ำฝนและน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นหลัก ทำให้ พืชได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอตามที่พืชต้องการ อีกทั้งความผันแปรเนื่องจากฝนตกไม่พอเหมาะกับความต้องการ เป็นผลให้ ผลผลิตที่ได้รับไม่ดีเท่าที่ควร กรมชลประทานเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาแหล่งน้ำและ การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย จึงได้มีการผลักดันและเร่งรัดให้เกิดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และ โครงการสำคัญต่างๆ ตามมติของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ปัจจุบันกรมชลประทานมีการดำเนินงานโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญแก่ โครงการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบ และโครงการก่อสร้างอุโมงค์ ผันน้ำ ซึ่งการก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่เหล่านี้จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ทางด้านธรณีวิศกรรมใน ขั้นตอนการศึกษาโครงการ ขั้นตอนการออกแบบและขั้นตอนการก่อสร้างโครงการ รวมถึงการแก้ไขปัญหาทางด้าน วิศวกรรม เป็นวิชาที่ใช้ความรู้พื้นฐานทางด้านธรณีวิทยามาประยุกต์ใช้ในด้านวิศวกรรมโยธา เน้นวิชาด้านกลศาสตร์ ของหิน (Rock Mechanics) หรือกลศาสตร์ธรณี (Geo-mechanics) งานธรณีวิศวกรรมในงานพัฒนาแหล่งน้ำสามารถ แบ่งออกเป็นงานด้านหลักๆ ดังนี้ 1. งานสำรวจธรณีวิทยาฐานรากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเพื่อให้ทราบชนิดและคุณสมบัติ ทางวิศวกรรมของมวลหินสำหรับใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบ กำหนดวิธีการก่อสร้าง การปรับปรุงฐานรากเขื่อน และ การวิเคราะห์และป้องกัน แก้ไขปัญหาเสถียรภาพความมั่นคง (Slope stability) ของลาดไหล่เขาและบ่อก่อสร้าง 2. งานสำรวจธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ตามแนวอุโมงค์ส่งน้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลชนิด คุณสมบัติทางวิศวกรรมของมวลหิน คุณภาพมวลหิน และเป็นข้อมูลในการทำแบบจำลองทางธรณีวิทยาสำหรับออกแบบอุโมงค์ การระเบิดอุโมงค์ การ กำหนดประเภทค้ำยันอุโมงค์รวมถึงการเพิ่มเสถียรภาพอุโมงค์ระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ความรู้ ความ เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิศวกรรมในการควบคุมงาน งานให้คำปรึกษาและข้อแนะนำ สำหรับงานที่มีความยุ่งยากเป็น พิเศษ เช่น การแก้ไขปัญหาการพิบัติของเขื่อน เป็นต้น


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 11 Abstract: Keynote บทบาทของนักธรณีวิทยาวิศวกรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (The Role of Engineering Geologists in Sustainable Development) เดชา หลวงพิทักษ์ชุมพล กิจการร่วมค้า CKST-DC2 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ธรณีวิทยาวิศวกรรมเป็นของคู่กันกับงานก่อสร้างโดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆที่ต้องมีการขุดเปิดชั้นดิน ชั้นหินสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างสำคัญต่างๆ เช่น ฐานรากเขื่อน อุโมงค์ หรือลาดเขา ซึ่งข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการ ออกแบบโครงสร้างเหล่านี้ ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ข้อมูลทางธรณีวิทยาซึ่งเป็นหน้าที่ของนักธรณีวิทยาวิศวกรรมที่ต้อง สำรวจ ตรวจสอบและเก็บข้อมูลทั้งในสนามและห้องปฏิบัติการเพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับวิศวกรโยธาได้นำไปใช้ในการ ออกแบบโครงสร้างของงานนั้นๆได้อย่างถูกต้อง นั่นคือนักธรณีวิทยาวิศวกรรมกับวิศวกรโยธาจำเป็นต้องร่วมมือทำงาน กันอย่างใกล้ชิดเพื่อการเข้าใจที่ตรงกันว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการออกแบบและการให้ได้ข้อมูลที่สำคัญ ต่างๆเหล่านี้จะต้องทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการทำแผนที่ธรณีวิทยา การสำรวจธรณีฟิสิกส์ การเจาะสำรวจธรณีวิทยา และการทดสอบในสนาม ตลอดจนการเก็บตัวอย่างดิน/หินสำหรับทดสอบในห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ เหมาะสมและถูกต้องมากที่สุดสำหรับการออกแบบอันได้มาซึ่งโครงสร้างที่มีเสถียรภาพมั่นคงถาวรต่อไปในท้ายที่สุด คำสำคัญ: ธรณีวิทยาวิศวกรรม แผนที่ธรณีวิทยา ออกแบบโครงสร้าง


| 12 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote ประวัติการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในราชอาณาจักรไทย นเรศ สัตยารักษ์ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย บทคัดย่อ การสำรวจปิโตรเลียมในประเทศไทยเริ่มขึ้นในปีพ.ศ. 2464 โดยหน่วยงานของราชการ ในแอ่งฝาง เชียงใหม่ ใกล้กับบริเวณที่มีน้ำมันดิบซึมขึ้นมาสู่ผิวดิน มีการเจาะหลุมตื้นโดยไม่มีข้อมูลใต้ผิวดินประกอบการสำรวจแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เป็นผลให้ต่อมามีการค้นพบแหล่งน้ำมันดิบไชยปราการ ที่ถือว่าเป็นแหล่งปิโตรเลียมแหล่งแรกของไทย รัฐบาลไทยได้พยายามค้นหาปิโตรเลียมอีกในที่ราบลุ่มเจ้าพระยา มีการเจาะสำรวจ 4 หลุม โดยกำหนด ตำแหน่งหลุมเจาะจากข้อมูลการวัดสนามแม่เหล็กโลกและความโน้มถ่วงของโลก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ให้ บริษัทเอกชนของไทยเข้ามาลงทุนในการค้นหาภายใต้พระราชบัญญัติแร่ ซึ่งก็ล้มเหลวเช่นกัน หลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม ฉบับปีพ.ศ. 2514 การสำรวจปิโตรเลียมแบบเป็น ระบบตามสากล จึงเริ่มขึ้นในแปลงสัมปทานการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่อ่าวไทย จนค้นพบก๊าซธรรมชาติในปี แรกของการสำรวจ และสามารถทำการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในปีพ.ศ. 2524 ซึ่งในปีเดียวกันนี้ ก็ได้มีการค้นพบแหล่ง น้ำมันดิบที่จังหวัดกำแพงเพชร และพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ ที่จังหวัดขอนแก่น การประกาศเชิญชวนให้บริษัทน้ำมันยื่นขอประมูลขอสัมปทานการสำรวจปิโตรเลียม ทั้งในพื้นที่บนบก ทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ได้มีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละภูมิภาคมีสภาพของธรณีวิทยาปิโตรเลียมที่ แตกต่างกันไป อาทิ ในทะเลอันดามันเป็นพื้นที่ที่มีการสะสมตะกอนในทะเลทั้งหมด ในบริเวณทะเลตื้นก็พบว่ามีปริมาณ ตะกอนทับถมกันไม่มากพอที่ทำให้อินทรีย์สารแตกตัวเป็นปิโตรเลียม ส่วนในพื้นที่ทะเลลึกนั้น น้ำทะเลก็มีความลึกมาก จนเป็นอุปสรรคต่อการเจาะสำรวจ สำหรับพื้นที่ในอ่าวไทยนั้นก็มีปัญหามาก ประการแรกคือค่าความร้อนใต้พิภพสูงมาก จนอุปกรณ์การเจาะที่ใช้ในภูมิภาคอื่นของโลกนั้น ไม่สามารถนำมาใช้ในอ่าวไทยได้ ต้องมีการออกแบบอุปกรณ์ที่สามาร ทนต่อความร้อน ความกดดันที่เกิดขึ้นในทะเลอ่าวไทย ยิ่งไปกว่านั้น ในด้านธรณีวิทยาโครงสร้างก็มีความยุ่งเหยิงเป็น อย่างมาก ทำให้ต้องใช้ข้อมูลการสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือนในชั้นหินแบบสามมิติ เข้ามาช่วยในการพิจารณาระบบ ปิโตรเลียมที่ซับซ้อน ส่วนในพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับว่าเป็นภูมิภาคเดียวของไทยที่มีการสำรวจค้นหา ปิโตรเลียมที่เกิดและกักเก็บอยู่ในหินตะกอนที่สะสมตัวในทะเลที่มีอายุเกือบ 300 ล้านปี ชั้นหินจึงมีความแข็ง และวางตัว อยู่ใต้โลกลึกเกือบ 3 กิโลเมตร ปัจจุบันนี้ แม้ว่าพื้นที่ในราชอาณาจักรไทยจะมีการสำรวจค้นหาปิโตรเลียมเกือบทั่วทั้งบริเวณแล้วก็ตาม แต่การสำรวจปิโตรเลียมยังคงดำเนินการต่อไป ตราบที่มนุษย์เรายังไม่สามารถหาพลังงานชนิดอื่นมาทดแทนปิโตรเลียมได้ อย่างสมบูรณ์ เพียงแต่นักสำรวจต้องพยายามค้นหาระบบปิโตรเลียมในรูปแบบใหม่ ทั้งในด้านการกำเนิด การเคลื่อนไหล และการกักเก็บ ที่ยังไม่เคยลองเจาะทดสอบมาก่อน ด้วยแนวความคิดใหม่ และเทคโนโลยีชนิดใหม่ คำสำคัญ: ประวัติการสำรวจ การผลิตปิโตรเลียม การสำรวจรูปแบบใหม่ อ่าวไทย ทะเลอันดามัน ภาคตะวันออก


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 13 Abstract: Keynote พลังงานทางเลือก เพื่อการบริหารจัดการไฟฟ้า จิตราภรณ์ อินชวนจิ๋ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย E-mail: [email protected] บทคัดย่อ จากปัญหาโลกร้อนรุนแรงที่ผลักดันให้ประชาคมโลกต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา นับตั้งแต่ความ ตกลงปารีส (Paris Agreement) มาจนถึงเวทีการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ที่ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทาง คาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Carbon) ภายในปี พ.ศ. 2608 ซึ่งตามมาด้วยการกำหนดกรอบแผนพลังงานและนโยบายต่างๆ จากภาครัฐ เพื่อส่งเสริมเป้าหมายดังกล่าวออกมามากมายนั้น กฟผ. เป็นหนึ่งในหน่วยงานด้านพลังงานที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานที่สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย โดยจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าให้สอดรับกับทิศทาง พลังงานโลก รวมถึงทิศทางพลังงานไทยที่กำหนดโดยภาครัฐ โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลระหว่างความท้าทายด้าน พลังงาน 3 ประการ (Energy Trilemma) ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่งคั่ง ด้านพลังงาน ซึ่งในระยะสั้นนี้ เชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตไฟฟ้าอย่างมั่นคง ราคาแข็งขันได้ และ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าน้อยที่สุดยังคงเป็นก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ในระยะยาว ตลาดพลังงานทั่วโลกต่างก็พยายามเพิ่มสัดส่วนการใช้งานพลังงานทางเลือกต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมี “ไฮโดรเจน” เป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงทางเลือกที่น่าจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถสังเคราะห์ได้จาก ทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดไปอย่าง “น้ำ” ผ่านกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) อีกทั้งไม่ปล่อย CO2 เมื่อเกิด การเผาไหม้แต่จะปลดปล่อยเพียงน้ำและออกซิเจนออกมาเท่านั้น พลังงานจากไฮโดรเจนที่แม้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างจึง เป็นความหวังของหลายภาคส่วนในการมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net-zero Carbon ของโลก คำสำคัญ: พลังงานทางเลือก, ไฮโดรเจน, การบริหารจัดการไฟฟ้า


| 14 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote Alternative Fuel for Power Generation Management Jitraporn Inchunjiw Electricity Generating Authority of Thailand E-mail: [email protected] ABSTRACT Due to the severe issue of global warming, the global community has been collaborating to mitigate the problem, from the Paris Agreement to the 2 6th UN Climate Change Conference of the Parties (COP26) , and Thailand's declaration to achieve Carbon Neutrality by the year 2593 B.E. (2050 AD) and net-zero carbon emissions by the year 2608 B.E. (2065 AD), there have been various energy plans and policies established by the government to promote these goals. The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) plays a pivotal role in Thailand's transition to clean and environmentally friendly energy. It is essential to manage electricity generation to align with global energy trends and Thailand's energy direction. Considering the Energy Trilemma, which involves the challenges of energy security, environmental sustainability, and energy economy, EGAT contributes significantly to this transition. In the short term, fossil fuels remain crucial in terms of providing stable electricity generation, cost effectiveness, and less carbon dioxide (CO2) emissions compared to other fossil fuels. Natural gas can be considered as a transitional fuel due to its ability to meet these criteria. On the other hand, the global energy market is continuously increasing its adoption of various alternative energy sources. Among these, "hydrogen" stands out as one of the most promising options. Hydrogen is considered remarkable because it can be generated through "electrolysis" using inexhaustible resources such as water and emits only water and oxygen instead of CO2 during combustion. Despite certain limitations, hydrogen energy represents hope for achieving the world's Carbon Neutrality and net-zero carbon goals.


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 15 Abstract: Keynote ลำดับชั้นหินและธรณีโครงสร้าง: กรณีศึกษาแหล่งซากดึกดำบรรพ์แอมโมไนต์ บ้านไผ่งาม ตำบลเมืองงาย อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง วีรพันธ์ ศรีจันทร์1 * รัตนาภรณ์ ฟองเงิน1 พิทักษ์สิทธิ์ ดิษบรรจง2 กมลลักษณ์ วงษ์โก3 สุจินตนา ชมภูศรี3 ธนกฤต เตจ๊ะ3 ทัพพ์ทิวัตถ์ แสงดี3 กฤษณะ คงประกอบ1 นิติพร ทิพรส1 และ ญาณวัฒน์ เงินลำยอง1 1 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 3 กรมทรัพยากรธรณี *E-mail: [email protected] บทคัดย่อ แหล่งซากดึกดำบรรพ์แอมโมไนต์ บ้านไผ่งาม ตำบลเมืองงาย อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ได้ถูกค้นพบ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2566 ภายหลังทางสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่แหล่งดังกล่าว เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับวางแผนในการจัดการอนุรักษ์และจัดทำฐานข้อมูลเบื้องต้นร่วมกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การศึกษาข้อมูลธรณีวิทยาในภาคสนาม ประกอบด้วยข้อมูลวิทยาหิน ลำดับชั้นหิน และธรณีโครงสร้างของแหล่งซากดึก ดำบรรพ์แอมโมไนต์ในความร่วมมือระหว่างสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาวิชาเทคโนโลยีธรณี คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่าแหล่งซาก ดึกดำบรรพ์ที่พบนั้น นอกจากจะพบซากดึกดำบรรพ์แอมโมไนต์แล้วยังพบซากดึกดำบรรพ์หอยสองฝาเกิดร่วมด้วย ซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้กระจายตัวอยู่ในส่วนล่างของหมวดหินฮ่องหอย ในชั้นหินทรายขนาดเม็ดปานกลางถึงละเอียดสี เทาเขียว มีชั้นหนาตั้งแต่ 3-12 เซนติเมตร แทรกสลับกับหินทรายแป้ง หินโคลนสีเทาเขียวถึงสีเทาเข้ม และหินปูนชั้น บาง ์ซากดึกดำบรรพ์กระจายตัวอยู่ในชั้นหินตะกอนเนื้อเม็ดที่มีความหนารวมประมาณ 1 – 1.5 เมตร หินตะกอนเนื้อ เม็ดในหมวดหินฮ่องหอยบริเวณนี้วางตัวอยู่บนหินปูนสีเทาที่แสดงชั้นมวลหนา ถึงชั้นบาง บางบริเวณพบแสดงลักษณะ เนื้อแบบเม็ดไข่ปลาและออนคอยด์ ซึ่งเป็นแบบฉบับของหินปูนหมวดหินผาก้าน ลักษณะธรณีวิทยาโครงสร้างของพื้นที่ แสดงการคดโค้งแบบประทุนคว่ำโดยมีแกนการเอียงเทวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ และมีระนาบการเอียงเทไปทางทิศ ตะวันตก ณ ตำแหน่งที่พบซากดึกดำบรรพ์ชั้นหินแสดงการวางชั้นตลบกลับ จึงปรากฏลักษณะการกระจายตัวของซาก ดึกดำบรรพ์ดังกล่าวได้ชัดเจนและพบหนาแน่นในส่วนล่างของชั้นหินที่พลิกขึ้นมา จากข้อมูลตำแหน่งการพบซาก ดึกดำบรรพ์เหล่านี้ ระหว่างรอยต่อของหมวดหินผาก้านและหมวดหินฮ่องหอยในหลายบริเวณ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง สภาวะแวดล้อมการสะสมตัวของหินตะกอนในกลุ่มหินลำปาง ที่สัมพันธ์กับลำดับวิวัฒนาการธรณีแปรสัณฐานในช่วง ยุคไทรแอสซิก คำสำคัญ: แอมโมไนต์ ไทรแอสซิก แจ้ห่ม ฮ่องหอย ชั้นหินตลบกลับ


| 16 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์กับการลด CO2 มงคล พรชื่นชูวงศ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) E-mail: [email protected] บทคัดย่อ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เป็นความร่วมมือของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศ ทั้งหมด 7 ราย มีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์รวม 60.1 ล้านตัน/ปี สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานได้อย่างพอเพียง ปัจจุบัน TCMA มีนโยบายดำเนินงานที่สำคัญ มุ่งเน้นใน 3 ด้าน ได้เเก่ลดก๊าซเรือนกระจก โดยผลักดันการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก เหมืองใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามนโยบายรัฐบาล อนาคตเป็นแหล่งน้ำและจุดเรียนรู้สำหรับชุมชน สร้าง Ecosystem สำหรับการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (Waste) โดยอุตสาหกรรมซีเมนต์เป็นศูนย์กลาง และสนับสนุนระบบเศรษฐกิจ หมุนเวียน (Circular Economy) นอกจากนี้ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โดยการทำงานร่วมกันของสมาชิก TCMA ตระหนักถึงความสำคัญ เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission Reduction) จึงขับเคลื่อนดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายนำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิ เป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ภายใต้ “แผนที่นำทางการ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของไทยมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ปี พ.ศ. 2593” (Thailand 2050 Net Zero Cement & Concrete Roadmap) โดยทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และภาคสังคม ขับเคลื่อนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่าน 7 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1) การเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบและก่อสร้าง (Efficiency in Design and Construction) 2) การเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตคอนกรีต (Efficiency in Concrete Production) 3) การใช้วัตถุดิบทดแทนปูนเม็ดในการผลิต ปูนซีเมนต์ (Saving in Cement and Binders) 4) การสร้างประสิทธิภาพจากกระบวนการผลิตปูนเม็ด (Saving in Cliker Production) 5) การใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนและนำไปใช้ประโยชน์/ กักเก็บ (Carbon Capture and Utilization/ Storage) 6) การใช้พลังงานไฟฟ้าที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (De-carbonization of Electricity) 7) การดูด ซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Sink: Recarbonation) ตัวอย่างการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในระยะที่ผ่านมา 1) ด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product): มีการวิจัยพัฒนาผลิตปูนซีเมนต์ชนิดใหม่ ลดการปล่อย CO2 ใน กระบวนการผลิต โดยยังคงคุณสมบัติหลักไม่แตกต่างจากปูนซีเมนต์ชนิดเดิม เรียกว่า ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic Cement) หรือ ปูนลดโลกร้อน ภายหลังการบรรลุเป้าหมายแรก เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) ลดก๊าซเรือนกระจก ได้มากกว่า 300,000 ตัน CO2 ปัจจุบัน TCMA ร่วมกับ 31 ภาคีร่วมดำเนินการ จากภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา โดยการสนับสนุนของ 6 กระทรวง อยู่ระหว่างขับเคลื่อน ‘MISSION 2023’ ตั้งเป้าหมายลดการปล่อย CO2 ให้ได้ 1 ล้านตัน ภายในปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) ด้วยการร่วมกันผลักดันใช้ ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกแทนปูนซีเมนต์ชนิดเดิม 2) ด้านพัฒนากระบวนการผลิต (Process): มีการปรับปรุงเครื่องจักร การพัฒนา/นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนชนิด/ เพิ่มจำนวนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก ทั้ง AF, AR, RDF


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 17 Abstract: Keynote 3) ด้านพัฒนาการทำเหมือง: ดำเนินการพัฒนาเหมืองร่วม เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิด ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการปรับเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า หรือรถขุดตักพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โดย TCMA พร้อมร่วมดำเนินงานกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซ เรือนกระจกให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งการพัฒนาปูนซีเมนต์ชนิดใหม่ Limestone Calcined Clay Cement (LC3) การศึกษา การนำเทคโนโลยีดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization/ Storage: CCUS) มาใช้ ประโยชน์ ตามเป้าหมาย Thailand 2050 Net Zero Cement & Concrete Roadmap รูปแสดง Thailand 2050 Net Zero Cement & Concrete Roadmap


| 18 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote Digital Twin GIS: Intelligence Disaster Management System เทคโนโลยีโลกเสมือนคู่ขนานภูมิสารสนเทศกับการจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ จนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทางกายภาพและ สภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ถูกต้องและทันสมัย ที่เปรียบเสมือนเป็นคู่แฝดของโลกแห่งความเป็นจริง ที่เราเรียกว่า Digital Twin ในการจัดการภัยพิบัติ มีแนวคิดที่สามารถที่จะสร้างแบบจำลองภัยพิบัติภายในโลกดิจิทัลที่มีลักษณะและ การทำงานเหมือนกันทุกอย่างกับของจริง โดยที่สามารถเฝ้าดู พยากรณ์ในอนาคตที่จะเกิดกับปรากฏการณ์นั้นๆ ใน ระบบดังกล่าว สามารถที่จำลองเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดบางอย่างในการ ประเมินตามสถานการณ์ภัยพิบัติ หรือปรับเปลี่ยนเทียบกับของจริง การสร้าง Digital Twin GIS สำหรับการจัดการภัย พิบัติ ที่ดีจะต้องเป็นระบบที่มีคุณสมบัติคล้ายปรากฏการณ์ทางกายภาพให้ได้มากที่สุดและมีความถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้ สามารถทำงานตามความต้องการของผู้ใช้งาน ระบบดังกล่าวจะต้องอาศัยเทคโนโลยีหลายด้าน อาทิ การใช้เทคโนโลยี ผลิตภาพในการสร้างแบบจำลองและวัตถุเสมือนในโลกดิจิทัล เทคโนโลยีเซนเซอร์และ IoT ในการเชื่อมต่อข้อมูล เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Machine Learning เพื่อทำนายเหตุการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เทคโนโลยีการสร้าง โมเดลจำลอง และเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานของการเชื่อมระบบเข้าด้วยกัน เช่น Cloud Computing, Edge Computing ทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้การจัดการภัยพิบัติทำได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ในการเตรียมรับมือ ป้องกัน บรรเทา และตอบสนองต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้อย่างดี


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 19 Abstract: Keynote เทคโนโลยีสารสนเทศกับการสำรวจจัดทำแผนผังถ้ำ: กรณีศึกษา ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และพัฒนาการของเทคโนโลยีสำรวจถ้ำในอนาคต จนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ผ่านมาแล้ว 5 ปี สำหรับกรณีศึกษาถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ที่เหตุการณ์ครั้งนั้นทางกรมทรัพยากร ธรณี ร่วมกับ บริษัท อีเอสอาร์ไอ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัทจีไอเอส ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีด้าน ภูมิสารสนเทศในการเข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหาด้านภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างข้อมูลภูมิประเทศเชิงเลข การจัดทำแผนที่ถ้ำ การวิเคราะห์จุดผันน้ำและการไหลของน้ำ การเฝ้าระวังและตรวจสอบระดับน้ำในถ้ำ โดยข้อมูล ผลลัพธ์ดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้และเป็นข้อมูลสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาในภาวะคับขัน เป็นเครื่องมือช่วยจัดการ สาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาในวันนี้เทคโนโลยีด้าน Geospatial ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีด้าน GNSS/GPS, Earth Observation จากดาวเทียมและอากาศยาน ระบบเลเซอร์ และระบบภูมิสารสนเทศ ที่มีความสามารถมากขึ้น สามารถสร้างโลกเสมือนคู่ขนานของข้อมูลถ้ำ โดยนำเทคโนโลยีการสำรวจมาเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ เราสามารถเก็บข้อมูลถ้ำในรูปแบบของ digital twin ได้


| 20 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote โครงสร้างเนื้อโลกและแก่นโลก: ความรู้ใหม่และปริศนาที่ท้าทาย สุทธิพงษ์ น้อยสกุล มหาวิทยาลัยมหิดล E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านวิทยาแผ่นดินไหว และ ปริมาณข้อมูลคลื่นแผ่นดินไหวที่เพิ่มมาก ขึ้นทำให้ปัจจุบันนักวิทยาแผ่นดินไหวสามารถศึกษาโครงสร้างโลกระดับลึกได้มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด การศึกษานี้ได้นำ รวบรวมและนำเสนอแบบจำลองโครงสร้างโลกที่น่าสนใจและมีการค้นพบขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยนี้จะครอบคลุม 1) รูปแบบการไหลเวียนของเนื้อโลก ซึ่งยังมีข้อถกเถียงว่ามีรูปแบบการไหลเวียนอย่างไร เพราะในขณะที่แบบจำลองธรณี ฟิสิกส์บ่งชี้ว่าเนื้อโลกส่วนบน และ ส่วนล่าง ควรมีการไหลเวียนที่แยกออกจากกัน ข้อมูลทางธรณีเคมีกับบ่งชี้ว่าเนื้อโลก ควรต้องมีการไหลเวียนเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งทั้งสองสมมติฐานปัจจุบันต้องอาศัยคำอธิบายเกี่ยวกับการแปรปรวนของชั้น รอยต่อระหว่างเนื้อโลก (Mantle Transition Zone) ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนประตูเชื่อมต่อระหว่างเนื้อโลกทั้งสองส่วนเข้า ไว้ด้วยกัน 2) โครงสร้างรอยต่อระหว่างเนื้อโลกส่วนล่างและแก่นโลกชั้นนอก (core-mantle boundary-CMB) ซึ่งเป็น บริเวณที่มีโครงสร้างที่พิเศษโดยมีความหนาและความเร็วคลื่นที่แปรปรวน โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกกว่า Large Low Shear Wave Velocity Province (LLSVP) ซึ่งคลื่นทุติยภูมิความเร็วต่ำบ่งบอกถึงอุณหภูมิที่สูงผิดปกติหรือมีโครงสร้าง ของสารประกอบที่แตกต่างจากบริเวณอื่น นอกจากนี้ยังพูดถึงการกระจายตัวและข้อสันนิษฐานที่เกี่ยวข้องของ กระบวนการเกิด LLSVP ในโลก และ 3) โครงสร้างและการหมุนของแก่นโลกชั้นใน นักวิทยาแผ่นดินไหวได้ค้นพบการ เปลี่ยนแปลงทิศทางการหมุนของแก่นโลกชั้นใน ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยังมีข้อโต้แย้งหรือเห็นต่างเกี่ยวกับการหมุนตัว ของแก่นโลกชั้นใน นอกจากนี้โครงสร้างแบบ กึ่ง 3 มิติของแก่นโลกชั้นในยังพบว่ามีการกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ โดยสามารถแบ่งแก่นโลกออกเป็น 2 ซีก คือ แก่นโลกชั้นในซีกตะวันตก และ แก่นโลกชั้นในซีกตะวันออก โดยประเทศ ไทยถือเป็นพื้นที่สำคัญในการทำความเข้าใจการแบ่งตัวของแก่นโลกชั้นในเป็นสองซีกนี้ โดยการบรรยายนี้จะอธิบายถึง แบบจำลองแก่นโลกชั้นในแบบลูกตา (eyeball model) ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลคลื่นแผ่นดินไหวในประเทศไทย คำสำคัญ: เนื้อโลก แก่นโลก รอยต่อ ความเร็วคลื่นแผ่นดินไหว


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 21 Abstract: Keynote ใบประกอบวิชาชีพธรณีวิทยาเหมืองแร่ และธรณีวิทยาพิบัติภัย ในงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จักรพันธ์ สุทธิรัตน์1,2 1ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย E-mail: [email protected]; [email protected] บทคัดย่อ ข้อบังคับสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าด้วยการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีควบคุม สาขาธรณีวิทยา พ.ศ. 2563 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 21 กันยายน 2563 ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2563 กำหนดให้การจัดการงานด้านธรณีวิทยาที่มีลักษณะเกี่ยวกับ งานวิเคราะห์ งานควบคุม เกี่ยวกับการสร้าง การผลิต การคัดแยก การขุดเจาะ การรื้อถอน การขนย้ายและการดัดแปลงปรับแต่ง งานคำนวณ ออกแบบ ทดสอบและตรวจวัด งานวางโครงการ งานสำรวจ จัดทำแผนที่ ติดตามและประเมินผลกระทบ ใน 5 ประเภท งานสาขาธรณีวิทยา ประกอบด้วย งานธรณีวิทยาปิโตรเลียม งานธรณีวิทยาพิบัติภัย งานธรณีวิทยาวิศวกรรม งานธรณีวิทยาเหมืองแร่ และงานอุทกธรณีวิทยา จะต้องมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคุม สาขาธรณีวิทยา เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป้าประสงค์หลักแห่งข้อบังคับนี้เพื่อดูแลป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อ สิ่งแวดล้อม สังคม ตลอดจนสุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สินชองประชาชน จากการประกอบกิจการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จากความร่วมมือและสนับสนุนของสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย จึงได้จัดทำเกณฑ์มาตรฐานแห่งวิชาชีพในการ ประเมินคุณสมบัติของผู้สมควรได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพธรณีวิทยาทั้ง 5 สาขาดังกล่าว สำหรับสาขาธรณีวิทยาเหมืองแร่และธรณีวิทยาพิบัติภัย จัดได้ว่าเป็นสาขาที่สำคัญในการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมในหลายกิจการ จึงจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้วิชาการเฉพาะทาง โดยเฉพาะลักษณะของแหล่งแร่ (mineral deposits) ทั้งการกำเนิด มูลค่า สารปนเปื้อนตามธรรมชาติ ลักษณะทางธรณีวิทยาโครงสร้าง (structural geology) ลักษณะกลศาสตร์ของหินและดิน (rock and soil mechanics) ตลอดจนข้อมูลด้านแผ่นดินไหว หลุมยุบ และดินถล่ม เป็นต้น ล้วนมีความสำคัญต่อการวางแผนฝังโครงการในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการวางแผนป้องกันและลด ผลกระทบสิ่งแวดล้อม แผนการติดตามตรวจสอบ ในทุกระยะของการดำเนินกิจการ ดังนั้นมาตรฐานและจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญของผู้ประกอบการและนักธรณีวิทยาทุกคนควรปฏิบัติและพัฒนาเพื่อความยั่งยืนต่อไป คำสำคัญ: มาตรฐานวิชาชีพ สิ่งแวดล้อม ธรณีวิทยา เหมืองแร่ พิบัติภัย


| 22 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote Critical Raw Materials of Thailand ชาญชัย วุฒิพนมศักดิ์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การบริหารจัดการวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมให้มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ภาครัฐจะต้องมีแนวทาง ในการบริหารวัตถุดิบที่เหมาะสม ได้แก่ ความจำเป็นในการเพิ่มหรือลดกำลังการผลิต การสงวนหรือส่งเสริมการใช้ ทรัพยากรภายในประเทศ หรือการส่งเสริมค้าระหว่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรที่ไม่มีในประเทศ ซึ่งต้องมี ปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันและอนาคต ประเทศชั้นนำได้มีการจัดทำรายการ วัตถุดิบที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก (Critical Raw Material: CRM) ได้แก่ สหภาพยุโรป (ปี พ.ศ. 2554) สหรัฐอเมริกา (ปี พ.ศ. 2560) หรือออสเตรเลีย (ปี พ.ศ. 2562) เป็นต้น สำหรับประเทศไทย ยังไม่ได้มีการจัดทำรายการวัตถุดิบ CRM ซึ่งจะทำประโยชน์ให้การบริหารจัดการวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ภาครัฐ จําเป็นที่จะต้องมีแนวทางการบริหารจัดการวัตถุดิบที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่า การจัดลำดับความสำคัญของวัตถุดิบ ภาคอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นกระบวนงานต้นน้ำในการบริหารจัดการวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรม จากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนการพัฒนาประเทศ ที่กำหนดกรอบและแนว ทางการพัฒนา และกระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเสนอ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย: กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ภายใต้แนวคิดที่ว่า ประเทศไทยสามารถผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (S - Curve) ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ 5 อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S - Curve) และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S - Curve) ดังนั้น การพิจารณารายการวัตถุดิบที่มีความสำคัญอย่างมากควรประกอบด้วยมิติตามยุธศาสตร์ชาติ 20 ปี และสอดคล้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น แร่ที่เป็นวัตถุดิบที่มีความต้องการในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มแร่โลหะ เหล็ก ดีบุก อลูมิเนียม ฯลฯ กลุ่มแร่หายาก REEs ที่มีความจำเป็นในอุตสาหกรรมไฮเทคต่างๆ ตั้งแต่ อุตสาหกรรมยานยนต์ สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการบิน หุ่นยนต์ ฯลฯ กลุ่มแร่เชื้อเพลิงและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมทางการเกษตร ที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากแร่ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยและสารปรับปรุงดิน เช่น โพแทช โดโลไมต์ ฯลฯ รวมทั้งกลุ่มแร่อุตสาหกรรมต่างๆ ที่เป็น วัตถุดิบในการก่อสร้างและเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น หินก่อสร้าง ปูนซีเมนต์ ทราย ฯลฯ ก็จำเป็นต้องได้รับการวิเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนที่มีการสนับสนุนจากวัตถุดิบที่มีความสำคัญ อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กำหนดแนวทางใน การจัดทำรายการวัตถุดิบที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยพิจารณาเลือกใช้ตัวแบบของสหภาพยุโรปเป็นต้นแบบในการศึกษา โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ปัจจัย ได้แก่ 1. ความสำคัญทางเศรษฐกิจ (Economic Importance : EI) เป็นการพิจารณาถึงวัตถุดิบแต่ละชนิดว่า มีความสำคัญและเชื่อมโยงต่อภาคกรผลิตของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในการศึกษาจำแนกเป็น 16 mega sector เป็นการ อ้างอิงข้อมูลมูลค่าเพิ่ม (VA) จากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input-Output table: I/O table) ของสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจำปี 2015 ซึ่งสอดคล้องกับการจัดประเภทมาตรฐานอุตสาหกรรม (Thailand Standard Industrial Classification: TSIC) EI = ∑ (As ∗ Qs ) ∗ SIEI s As : สัดส่วนการใช้วัตถุดิบแต่ละชนิด ที่เกี่ยวข้องใน Mega Sector


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 23 Abstract: Keynote Qs : มูลค่าเพิ่ม (VA) ของโครงสร้างตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต พิจารณาสินค้า ขั้นสุดท้ายและสินค้าขั้นกลาง SIEI : ดัชนีการทดแทน (ด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ) 2. ความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply Risk : SR) เป็นการพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านอุปทานของ วัตถุดิบแต่ละชนิดโดยพิจารณถึงอุปทานภายในประเทศและอุปทานของโลก SR = [(HHIWGI,t) GS ∗ IR 2 + (HHIWGI,t) THsourcing (1 − IR 2 )] ∗ (1 − EoLRIR) ∗ SISR HHI : Herfindahl – Hirschman Index WGI : World Governance Index IR : Import Reliance บ่งชี้การพึ่งพาตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศ IR = Import − Export Domestic Production + Import − Export t : ข้อตกลงและการกีดกันทางการค้า EoLRIR : อัตราส่วนของวัตถุดิบที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ SISR : ดัชนีการทดแทน (ด้านอุปทาน) เมื่อรวบรวมข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องครบถ้วนและนำรายการวัตถุดิบ 111 รายการมาวิเคราะห์ ปัจจัย Economic Importance และ Supply Risk โดยมีการกำหนด Threshold เพื่อกำหนดระดับจุดวิกฤตของวัตถุดิบ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง EI ≥ 3.90 และ SI ≥ 2.36 ดังนั้น รายการ CRM ของประเทศไทย ในการศึกษาครั้งนี้ พบว่า CRM ของประเทศไทย มีทั้งหมด 23 รายการ ได้แก่ ARSENIC, ALUMINIUM Ore, BISMUTH, CHROMITE, CHROMIUM, COKE, DYSPROSIUM, GADOLINIUM, IRON Ore, MAGNESITE, MAGNESIUM BASE MINERAL, MAGNESIUM Metal, MANGANESE Ore, MANGANESE Metal, NEODYMIUM, PHOSPHATE, PHOSPHORUS, PRASEODYMIUM, QUARTZ, ROCK SALT, SILICON, TUNGSTEN Ore และ VANADIUM Ore อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของข้อมูลในการศึกษาดังกล่าว ทำให้ข้อมูลบางตัวแปรเป็นการปรับค่ามา จากข้อมูลของสหภาพยุโรป ทำให้การประมวลผลรายการวัตถุดิบดังกล่าวอาจไม่สะท้อนถึงความเป็นจริงของประเทศได้ อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจำเป็นที่ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงตัวแบบให้มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ รวมถึงพัฒนา ระบบข้อมูลที่เพียงพอเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์รายการวัตถุดิบที่มีความสำคัญต่อไป


| 24 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote CCOP and Geoscience solutions to reach Net Zero Young Joo LEE CCOP Technical Secretariat, E-mail: [email protected] Abstract The CCOP (Coordinating Committee for Geoscience Programmes in East and Southeast Asia) was founded under the United Nations in 1966. Currently, the CCOP comprises of 16 Member Countries, 14 Cooperating Countries and 18 Cooperating Organizations. As an intergovernmental organization, CCOP is strongly oriented towards regional cooperation in its programs. Because geoscience has very strong local nature and regional characteristics, cooperation between neighboring countries is indispensable. The field of geoscience deals with the nature of the earth which human life is closely related to, such as global climate change, geohazards and disasters involving earthquakes, sustainable eco-friendly development of energy and mineral resources, and efficient use of the oceans. CCOP has been worked on these issues in the region through various activities related to capacity building, knowledge sharing and providing technical solutions. In recent times, our planet and humanity have endured the profound consequences of global climate change, including elevated sea levels, extreme weather occurrences like heatwaves, droughts, floods, and wildfires, as well as shifts in agricultural productivity that pose risks of food scarcity and biodiversity loss. To mitigate the effects of global climate change, CCOP is actively investigating pathways to attain carbon neutrality within our CCOP region. Achieving net-zero emission might necessitate 90 gigatons of CO2 emission reduction over the next three decades (UNECE, 2020). This paper outlines CCOP’s technical initiatives aimed at curbing carbon emission and realizing a NetZero status in our region.


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 25 Abstract: Keynote Chinese Seismo-Geomagnetic Monitoring Roving Array (CSGMRA) Chen Bin and Wang Can Institute of Geophysics, China Earthquake Administration Abstract One of the main purposes of seismic geomagnetic research is to detect the abnormal phenomena related to seismic activity in advance by monitoring the time variation of the geomagnetic field. In this study, we set up CSGMRA to monitor the variation of the lithospheric magnetic field in the area with high seismic activity. Relying on high quality geomagnetic data by observatories and roving arrays, we construct a systematic geomagnetic data processing process to obtain accurate lithospheric magnetic field and its time variation. We have obtained some preliminary understanding and successfully predicted the location of several earthquakes, through the correlation analysis with seismic activity. The results help us to better understand that the phenomenon of "weak variation" of the lithospheric magnetic field near the epicenter often occurs before the earthquake, rather than the high amplitude variation generally believed.


| 26 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote Constraints on the Age of the Kaeng Raboet Formation, Sai Yok, Kanchanaburi, Western Thailand Prinya Putthapiban1 *, Lin Chao2 , Qian Zhao2 , Dmitrii N. Remizov3 , Panus Hong1 , Kantanat Trakunweerayut1 , Narongsak Kaewdam1 , Sutatcha Hongsresawat1 , Sirot Salayapongse1 and Katsuo Sashida1 1Division of Geoscience, School of Interdisciplinary Studies, Mahidol University Kanchanaburi Campus, 199 Lum Sum, Sai Yok District, Kanchanaburi Province, Thailand 2 School of Earth and Space Sciences, Peking University, Peking, China 3Geological Research Institute, St. Petersburg, VSEGEI, NSKY Russia *E-mail: [email protected] ABSTRACT Kaeng Raboet Formation was studied and described by Bunopas et al. (1 9 77) and Bunopas (1981) as a rock unit consisting of continental red beds exposed at Ban Kaeng Raboet, Sai Yok district. This rock unit was assigned a Jurassic age. Extensive details of the formation were discussed in Fontaine and Suteethorn (1988) and Meesook (2002, 2005). Hong et al. (2021) have reinterpreted the Triassic clast supported limestone conglomerate of Hagen and Kemper (1976) as the uppermost part of the Kaeng Raboet Formation. Their conclusions suggested that the depositional age of clast supported limestone conglomerate at Wat Khao Khe Thepnimit, Ban Lin Thin, Thong Pha Phum district could be younger than Jurassic i.e., Cretaceous or Tertiary. We investigated the Kaeng Raboet Formation in the context of primary sedimentary structures including clastic nature, cross-beddings, distribution of clast types and imbrication features. Our interpretations suggest that the fluviatile depositional environment and the paleo-current flew from southeast (Sai Yok) to northwest (Thong Pha Phum) were associated with this unit. In addition, we studied detrital zircons extracted from the red bed samples collected at the location (lat/lon) 14.151397/99.080369 and our measurements yield the maximum depositional age of 110.6±7.6 Ma determined by the weighted average age of the four youngest zircon crystals. Comparing with the Rb/Sr isochron emplacement age of the Khao Daen granites from the Western Belt that was located at approximately 26 km southwest of Sai Yok near the Thai-Myanmar border, 93±4 Ma (Beckinsale, et al. 1979), the detrital zircon age of Kaeng Raboet Formation is slightly older. Furthermore, this detrital zircon age (110.6±7.6 Ma.) is much older than the reported K/Ar ages of muscovite and biotite in the Khao Daen granites; 74±2and 71±2 Ma respectively (Beckinsale, et al. 1979; Putthapiban, 2002). The K/Ar ages of the mica minerals also reflected that the paleo-temperature of the terrain during 74–71 Ma should be relatively hot with a temperature of 350 to 250°C approximately. We firmly conclude that the maximum depositional age of the Kaeng Raboet Formation has to be much younger than 71 Ma. Keywords: Kaeng Raboet Formation, Continental red beds, Fluviatile environment, Clast-supported limestone conglomerate, Kanchanaburi


การประชุมวิชาการธรณีไทย ประจำปี 2566 (GEOTHAI 2023) วันที่ 5-7 กันยายน 2566 | 27 Abstract: Keynote References Beckinsale, R.D., Suensilpong, S., Nakapadungrat, S. and Walsh, J.N., (1979). Geochronology of granite magmatism in Thailand in relation to a plate tectonic model. Jour. of Geol. Soc. Of London, 136, 529-540. Bunopas S., Bunjitradulya, S., Prapaitrakul, N., Silapalit, M., Sinsakul, S. and Udomratn, C. (1977). Geologic Map of Thailand, Scale 1:250,000 Chang Wat Suphan Buri, Map Sheet No. ND47-7. Printed by The Royal Thai Survey Department; Department of Mineral Resources, Thailand. Bunopas, S. (1981). Paleogeographic history of Western Thailand and adjacent parts of south-east Asia: a plate tectonics interpretation. PhD thesis of Victoria University of Wellington; reprinted 1982 as Geological Survey Paper No. 5 (Special issue) by Geological SurveyDivision, Department of Mineral Resources, Bangkok. Hagen D. and Kemper E. (1976) Geology of the Thong Pha Phum area (Kanchanaburi province. western Thailand). Geol. Jb. B21, 53391. Hong, P., Putthapiban, P., Trakunweerayut, K., Jitsawat, K., Pakchin, C. and Sashida, K. (2021). Kaeng Raboet Formation: A Re-Investigation of the Continental Red Beds at Sai Yok, Western Thailand. In: Imsamut, S., et al. (eds) GEOTHAI Webinar 2021, p.93 (only abstract) Fontaine H., and Suteethorn V. (1988) Late Paleozoic and Mesozoic fossils of the West Thailand and their environments. CCOP Tech. Bull. 20, 217 p. Meesook, A., Suteethorn, V., Chaodumrong, P., Teerarungsigul, N., Sardsud, A. and Wongprayoon, T. (2002). In: Montajit, N. (ed.) Proceedings of the Symposium on Geology of Thailand. Department of Mineral Rescources, Bangkok, 82-94. Meesook, A., Teerarungsigul, N. and Saengsrichan, W. (2005). Mesozoic stratigraphy and faunal aspects of Thailand. Final Report, submitted to the Project Entitled, the Evolution of Mesozoic Biodiversity in Thailand, Bureau of Geological Survey, Department of Mineral Resources, Bangkok, Thailand. Putthapiban, P. (2002). Geology and Geochronology of the Igneous Rocks of Thailand. In: Montajit, N. (ed.) Proceedings of the Symposium on Geology of Thailand. Department of Mineral Rescources, Bangkok, 261-283.


| 28 “ต่อยอดองค์ความรู้ธรณีไทย ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” Abstract: Keynote DMF’s Role on CCUS development: Subsurface CO2 Geological Storage Suwannathong, A., Chaibamrung P., Boonchaluay N. and Chaemthong S. Department of Mineral Fuels, Ministry of Energy, Thailand Abstract CO2 emissions from fossil fuel combustion, associated with different economic activities, are an important driver to damage the global climate. Carbon Capture Utilization and Storage (CCUS) is a combination of technology to achieve a large-scale reduction of CO2 emission from the power and the industrial sectors and bridging technology for a sustainable transition to a net-zero emission. CO2 are stored into the subsurface geological storage formations (i.e., deep saline aquifers and depleted oil and gas reservoirs. Thailand has set 2 0-year National Strategy and action plans by integrating CCUS to reduce GHG emission to support SDGs. Regarding Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy (LT-LEDS), CCUS as key long term mitigation action will be adopted in 2040, playing a crucial role in energy sectors for achieving the goals of 3 8 .8 MtCO2e/year emission reduction in 2050 (Carbon Neutrality) and of 61.3 MtCO2emission reduction by 2065 (Net Zero GHG emission). DMF has realized that the subsurface geological storage is vital to reduce effectively CO2 emissions for very long periods of time and to ensure a secure, affordable and more sustainable pathway for the energy sector. The 4 projects highlighted are (1) Theoretical CO2 storage capacity of depleted hydrocarbon reservoirs 2.69 GtCO2 (2) Screening and assessing the underground geological reservoirs in North Gulf of Thailand and the Lampang and Mae Moh areas (3) Regulatory framework to support CCS activity in E&P area and (4) International standard of CCS. They are vital to expand CCS/CCUS collaboration network and improve capacity building, leading to accelerating in larger scale to achieve decarbonization or low-carbon emission targets and sustainable development growth.


Click to View FlipBook Version