The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอนวิชา GE.123=GEN402LAW for Daily Life
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Napaphat Nathakitphaisal, 2020-10-30 22:59:17

เอกสารประกอบการสอนวิชา GE.123=GEN402 LAW for Daily Life

เอกสารประกอบการสอนวิชา GE.123=GEN402LAW for Daily Life
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ิต 100

แบบฝกึ หดั

ขอ้ 1 ทรพั ย์สินใดไม่ใช่มรดก 2. เงนิ ประกันชีวิต
1. เงินบำนาญ 4. เงินจากกองทนุ สำรองเล้ียงชพี
3. เงินโบนัส
5. เงินออมที่เก็บตามระเบียบของบริษทั

ข้อ 2 การทำพนิ ัยกรรมแบบใดท่ไี ม่ต้องมพี ยาน
1. พินยั กรรมแบบธรรมดา
2. พนิ ยั กรรมเขียนเองท้ังฉบบั
3. พนิ ยั กรรมแบบธรรมดา และ พนิ ัยกรรมเขียนเองท้ังฉบบั
4. พนิ ัยกรรมทำเปน็ เอกสารลบั และ พินัยกรรมเขยี นเองทงั้ ฉบับ
5. พนิ ยั กรรมทำเปน็ เอกสารฝา่ ยเมอื ง และ พนิ ัยกรรมทำเปน็ เอกสารลับ

ข้อ 3 นายไม้สมรสกับนางกาหลงมีบุตรสองคนคือเด็กหญิงพุดจีบ และเด็กชายกล้า ต่อมานายไม้เสียชีวิตมี
มรดกอยู่ 10 ล้านบาท นายไม้มีญาติอีก 5 คน คือ นางใหญ่ผู้เป็นมารดา นายเล็กพี่ชาย นางน้อย
น้องสาว นายโตนอ้ งชายต่างบดิ า และนายโย่งนา้ ชาย มรดก 10 ลา้ นบาทจะถูกแบง่ ใหใ้ ครบ้าง
1. เด็กหญงิ พุดจีบ เดก็ ชายกลา้
2. เดก็ หญิงพุดจบี เดก็ ชายกลา้ และนางกาหลง
3. เด็กหญงิ พดุ จบี เดก็ ชายกลา้ นางกาหลง และนางใหญ่
4. เดก็ หญิงพุดจบี เด็กชายกล้า นางกาหลง นางใหญ่ นายเล็ก และ นางน้อย
5. เด็กหญงิ พดุ จีบ เด็กชายกลา้ นางกาหลง นางใหญ่ นายเลก็ นางน้อย และนายโต

ขอ้ 4 จากโจทย์ข้อ 3 หากเปลี่ยนข้อเท็จจริงว่า เด็กหญิงพุดจีบ เด็กชายกล้าเสียชีวิตไปก่อนนายไม้แล้ว
มรดก 10 ล้านบาทจะถูกแบง่ ให้ใครบ้าง
1. นางกาหลงคนเดยี ว
2. นางใหญ่คนเดยี ว
3. นางกาหลง และนางใหญ่
4. นางกาหลง นางใหญ่ นายเล็ก และ นางน้อย
5. นางกาหลง นางใหญ่ นายเลก็ นางนอ้ ย นายโต และนายโย่ง

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ิต 101

ขอ้ 5 ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในเร่ืองการทำพินยั กรรม
1. บคุ คลทห่ี หู นวก เปน็ ใบ้ ทำพินัยกรรมเปน็ โมฆะ
2. บคุ คลซง่ึ ศาลส่ังใหเ้ ป็นคนไร้ความสามารถทำพนิ ัยกรรมเปน็ โมฆะ
3. บุคคลจะทำพินยั กรรมไดต้ ้องมีอายคุ รบ 15 ปี บรบิ รู ณม์ ิฉะนั้นเปน็ โมฆะ
4. บุคคลทห่ี หู นวก เปน็ ใบ้ หรือจกั ษุบอดทงั้ สองข้างเป็นพยานในพินยั กรรมไม่ได้
5. บุคคลวกิ ลจริตหรือบุคคลซ่งึ ศาลส่งั ให้เป็นผู้เสมอื นไร้ความสามารถเปน็ พยานในพินยั กรรมไมไ่ ด้

ขอ้ 6 ทายาทตามกฎหมายมีกี่ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ข้อ 7 ทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดบั ไดแ้ ก่
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ข้อ 8 การสญู เสียสิทธใิ นการรับมรดกมีกก่ี รณี ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ข้อ 9 หากนกั ศึกษาได้รบั มรดกในฐานะทายาทโดยธรรม เปน็ เงนิ 10 ล้านบาท นกั ศึกษาจะต้องเสียภาษกี าร
รับมรดกหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

บทท่ี 9
กฎหมายอาญา : หลกั ทว่ั ไป

1. ความร้เู บ้ืองตน้ เกยี่ วกับกฎหมายอาญา
กฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่ว่าด้วยความผิดและโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิด ตัวบทที่สำคัญ ๆ ของ

กฎหมายอาญาก็คือ ประมวลกฎหมายอาญา นอกจากประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่
กำหนดโทษทางอาญาสำหรับการฝา่ ฝืนพระราชบัญญัตนิ น้ั เช่น พระราชบญั ญตั ิการพนัน พระราชบัญญัติอาวุธปืน
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระราชบัญญัติป่าไม้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับ
คอมพวิ เตอร์ พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พระราชบัญญัติวา่ ดว้ ยความผิดอันเกิดจากการใชเ้ ชค็ ฯลฯ

ทุกสังคมย่อมมีกฎเกณฑ์ ข้อบังคับความประพฤติของสมาชิกในสังคมนั้น ๆ บุคคลใดมีการกระทำที่มี
ผลกระทบกระเทือนต่อสังคมหรือคนส่วนใหญ่ จัดเป็นการกระทำความผิดทางอาญา ดังนั้นกฎหมายอาญาจึงเป็น
กฎหมายซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการป้องกันสังคม เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยการกำหนดว่า การกระทำใดเป็น
ความผิดอาญาและไดก้ ำหนดโทษของผ้ฝู ่าฝนื กระทำความผิดนน้ั ๆ

2. ความแตกตา่ งระหว่างกฎหมายอาญากับกฎหมายแพ่ง

ข้อแตกตา่ ง กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา

ลักษณะแห่ง เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยสิทธิ หน้าที่ และ เป็นกฎหมายที่วา่ ดว้ ยความสมั พันธ์ระหว่างรัฐ

กฎหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนต่อเอกชน เช่น กับเอกชน ในฐานะที่รัฐเป็นฝ่ายปกครอง

สิทธิหน้าที่ของบิดามารดาที่มีต่อบุตร ราษฎร รัฐจำเปน็ ตอ้ งตรากฎหมายข้ึน เพื่อใช้

หลักการทำนิติกรรมของบุคคล สิทธิหน้าท่ี บังคับความประพฤติพลเมืองภายในรัฐ โดย

ของลูกหน้เี จา้ หนี้ เอกชนมีหนา้ ทีต่ ้องปฏิบัติตามกฎหมายหากฝ่า

ฝนื จะมีความผดิ และถูกลงโทษ

วัตถุประสงค์ มีวัตถุประสงค์ในการให้ความยุติธรรมใน มีวัตถุประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำผิด เพ่ือ

ของกฎหมาย ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเอกชนด้วยกนั รักษาความสงบสุขของบ้านเมอื ง

การตคี วาม กฎหมายนั้น ต้องใช้ในบรรดากรณีซึง่ ต้องด้วย บุคคลจะต้องรับโทษทางอาญา ต่อเมื่อได้

บทบัญญัติใด ๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษร กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้น

หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้น ๆ บัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และ

เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็น

ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่ง โทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย “ไม่มีความผิด

ท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้ และไม่มีโทษ ถา้ ไม่มกี ฎหมาย” (ละตนิ : nulla

วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายท่ีใกล้เคียง poena sine lege) ถ้าตามบทบัญญัติของ

กฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำ

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ิต 103

ขอ้ แตกตา่ ง กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา
สภาพบงั คับ
อย่างยิ่ง และถ้าบทกฎหมายเช่นนัน้ ก็ไมม่ ีดว้ ย เช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำ

ใหว้ ินจิ ฉยั ตามหลกั กฎหมายทว่ั ไป การนัน้ พน้ จากการ เป็นผ้กู ระทำความผดิ และ

ถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้

ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำ

ความผิดนั้น ถ้ารับ โทษอยู่ก็ให้การลงโทษน้ัน

สิ้นสดุ ลง

การบังคับให้กระทำการ ชำระหนี้ หรือชดใช้ โทษบังคับแก่ชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน

ค่าสนิ ไหมทดแทน ได้แก่ ประหารชวี ติ จำคกุ กกั ขงั ปรบั และริบ

ทรพั ยส์ ิน

3. ประเภทของกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายอาญามกี ารแบ่งประเภทความผดิ ทางอาญา ดังน้ี
(1) ความผดิ อาญาแผน่ ดินหรือความผดิ อนั ยอมความไมไ่ ด้ (Non-Compoundable offences)

หมายถึง คดีอาญาประเภทที่นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายโดยตรงแล้วยังก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่รัฐและสังคมโดยส่วนรวมอีกด้วย ความผิดอาญาอันยอมความไม่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นคดีที่มีความ
ร้ายแรง เช่น ความผิดฐานฆ่าคนตาย ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดฐานลัก
ทรัพย์ ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร เป็นต้น ความผิดในประมวลกฎหมายอาญาส่วนใหญ่จะเป็นความผิดอันยอม
ความไม่ได้ หากความผิดใดไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ถือว่าเป็นความผิดอันยอม
ความไม่ไดท้ ้งั หมด

(2) ความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ (Compoundable offences) หมายถึง
การกระทำความผิดอาญาประเภทซ่ึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อเอกชนคนหนึ่งคนใดเปน็ ส่วนตัว มิได้ก่อให้เกดิ
ความเสียหายแก่รฐั หรอื สงั คมและความผิดใดจะเปน็ ความผิดอาญาอันยอมความได้นั้น กฎหมายจะต้องระบุไว้
ชัดเจนว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท ความผิดฐานยักยอก ความผิดฐาน
ข่มขืนกระทำชำเรา ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ความผิดฐานเปิดเผยความลับ เป็นต้น ความผิดอันยอมความได้นี้
ในประมวลกฎหมายอาญาจะบัญญัติให้ความผิดฐานนั้นเป็นความอันยอมความได้ เช่น มาตรา 281 “การ
กระทำความผิดตาม มาตรา 276 วรรคแรก และ มาตรา 278 นั้น ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้
ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือมิได้เป็นการ กระทำแก่บุคคลดังระบุไว้ใน มาตรา 285
เป็นความผดิ อันยอมความได้”

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพือ่ การดำรงชวี ิต 104

4. ขอบเขตของการใชก้ ฎหมายอาญา
4.1 การกระทำผิดในราชอาณาจักร
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 วรรคแรก บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทําความผิดในราชอาณาจักร

ต้องรบั โทษตามกฎหมาย”
กระทำความผิด หมายถึง การกระทำทั้งหมดที่เป็นความผิดมิใช่เพียงส่วนหนึ่งส่วนใด และไม่ว่า

ผลแหง่ การกระทำจะเกดิ ขน้ึ ในราชอาณาจักรหรือไม่ก็ตาม
สว่ นคำวา่ “ในราชอาณาจักร” หมายถงึ
1) พน้ื ดนิ พ้นื น้ำ ภเู ขา เกาะต่างๆ ท่ีประกอบเป็นประเทศไทย
2) ทะเลอันเปน็ อ่าวไทยตามพระราชบัญญัติกำหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน พ.ศ. 2502
3) ทะเลห่างจากฝัง่ ท่เี ป็นดินแดนของประเทศไทยไม่เกนิ 12 ไมล์ทะเล หรอื 22.224 กโิ ลเมตร
4) อากาศที่อยูเ่ หนือข้อ 1) 2) และ 3)

4.2 การกระทำทถ่ี อื ว่ากระทำในราชอาณาจกั รไทย เช่น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 วรรคสอง บัญญัติว่า “การกระทําความผิดในเรือไทยหรือ

อากาศยานไทย ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ให้ถือว่ากระทําความผิดในราชอาณาจักร” เช่น นายเอกลักทรัพย์นายตรี
บนเครื่องบินสายการบินไทยขณะจอดอยู่ที่สนามบินประเทศสิงคโปร์ ถือว่านายเอกกระทำความผิดฐานลัก
ทรพั ยใ์ นราชอาณาจักร

4.3 การกระทำความผดิ นอกราชอาณาจักร เช่น
1) ความผิดเก่ียวกบั ความม่ันคงแหง่ ราชอาณาจักร
2) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลงเงนิ ตรา
3) ความผิดฐานชิงทรัพยใ์ นทะเลหลวง (โจรสลดั )
นอกจากนี้ หากมีการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษตาม

กฎหมายอาญาของประเทศไทยได้ มีดังนี้
1) ผกู้ ระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรฐั บาลแหง่ ประเทศท่ีความผดิ ได้เกิดข้นึ หรอื ผเู้ สยี หายได้

ร้องขอให้ลงโทษ เช่น นายเอกคนไทยไปเรียนต่อท่ลี าว นายเอกไมพ่ อใจทน่ี ายดำมาแยง่ แฟนของตน นายเอกจึง
ยิงนายดำตาย เช่นนี้เป็นกรณีที่ความผิดเกิดขึ้นที่ประเทศลาว (นอกราชอาณาจักร) แต่นายเอกผู้กระทำ
ความผิดเปน็ คนไทย หากรัฐบาลประเทศลาวร้องขอให้ลงโทษ เช่นน้ี นายเอกกต็ ้องรบั โทษตามกฎหมายไทย

2) ผู้กระทำความผิดนัน้ เป็นคนตา่ งดา้ ว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสยี หายและผู้เสียหาย
ได้รอ้ งขอใหล้ งโทษ เชน่ นายเอกคนไทยไปเรยี นต่อทล่ี าว นายดำไม่พอใจทนี่ ายเอกมาแย่งแฟนของตน นายดำ
จึงยิงนายเอกตาย เช่นนี้เป็นกรณีที่ความผิดเกิดขึ้นที่ประเทศลาว (นอกราชอาณาจักร) แต่นายดำผู้กระทำ
ความผดิ เป็นคนตา่ งด้าว หากรัฐบาลประเทศไทยร้องขอใหล้ งโทษ นายดำก็ต้องรบั โทษตามกฎหมายไทย

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ิต 105

5. โครงสรา้ งความรับผดิ ทางอาญา
โครงสร้างความรับผิดทางอาญา คือ การพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นความผิดและต้องรับโทษทาง

อาญาบา้ ง ซึ่งบุคคลจะต้องรับผดิ ในทางอาญาต่อเม่ือการกระทำของบุคคลนน้ั เขา้ ลกั ษณะ 3 ประการ ดังน้ี
1) การกระทำครบ “องค์ประกอบ” ทกี่ ฎหมายกำหนด
การกระทำทค่ี รบองค์ประกอบท่กี ฎหมายกำหนด หมายถงึ
1.1) มกี ารกระทำ
บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อมี “การกระทำ” การกระทำในอาญา หมายถึง การ

เคล่อื นไหวรา่ งกาย หรือการไม่เคล่ือนไหวร่างกายโดยรู้สำนึก กลา่ วคือ มคี วามคดิ ทจ่ี ะกระทำและมกี ารตกลงใจ
ที่จะกระทำตามที่คิด แล้วท้ายที่สุดจึงได้กระทำไปตามที่คิดและตกใจ โดยการเคลื่อนไหวหรือไม่เคลื่อนไหว
รา่ งกาย

การกระทำโดยรู้สำนกึ หมายถึง การกระทำอยู่ภายใต้การบงั คบั จติ ใจ มี 2 ประเภท ได้แก่
(1.1) การกระทำโดยการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น นายดำทะเลาะกับนายขาว นายดำคิดท่ี
จะฆ่านายขาว และตกลงใจแน่นอนที่จะกระทำตามที่คิด แล้วท้ายที่สดุ จึงได้กระทำตามที่คดิ และตกลงใจ โดย
เอาปนื ยงิ นายขาว
(1.2) การกระทำโดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น นางสาวแดงลักลอบได้เสียกับนายฟ้าจน
ตั้งครรภ์ แต่นายฟ้าไม่ยอมรับผิดชอบ ต่อมานางสาวแดงคลอดลูก ด้วยความโกรธนายฟ้า นางสาวแดงจึงคิดท่ี
จะฆ่าลกู ตัวเอง จึงปลอ่ ยใหล้ กู หวิ นม โดยไม่ยอมป้อนนมให้ลูกกนิ จนตาย

การกระทำโดยไมเ่ คล่ือนไหวร่างกาย แยกออกเป็นไดเ้ ปน็ 2 ประเภท คือ
(ก) การกระทำโดยงดเว้น

การกระทำโดยงดเวน้ หมายถึง การไมเ่ คลื่อนไหวร่างกาย ทัง้ ๆ ท่ีบคุ คลน้ันมีหน้าท่ี
เคลื่อนไหวร่างกายเพื่อป้องกันมิให้เกิดผลนั้นขึ้น เช่น การที่มารดาคิดฆ่าบุตรแล้วไม่ยอมให้บุตรดื่มนมจนตาย
ซง่ึ จะเหน็ วา่ มารดาไม่เคล่ือนไหวรา่ งกาย ทงั้ ๆ ท่ีมารดามหี นา้ ที่ให้นมบัตร เช่นนถ้ี ือว่าเปน็ การกระทำโดยงดเว้น

ดงั นัน้ หนา้ ทท่ี ตี่ ้องกระทำ ถา้ ไมก่ ระทำถือวา่ เปน็ การงดเว้น มดี งั น้ี
(1) หนา้ ที่ตามที่กฎหมายกำหนด หมายถึง มกี ฎหมายกำหนดหนา้ ที่ของบุคคลน้ัน
ไว้ เชน่ บดิ ามารดาจำต้องอุปการะเล้ียงดูและให้การศึกษาตามสมควรแกบ่ ุตรในระหว่างทเ่ี ป็นผเู้ ยาว์
(2) หนา้ ทอ่ี นั เกดิ จากการยอมรับโดยเจาะจงหรือโดยสัญญา หมายถึง การที่บุคคล
ยอมรับที่จะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งก่อให้ตนมีหน้าทีที่จะต้องกระทำตามที่ตนเองได้ยอมรับนั้น เช่น
การยอมรบั ทจ่ี ะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยแกผ่ ู้มาว่ายนำ้ ในสระว่ายน้ำ หากบุคคลนั้นเห็นคนเป็นตะคริว
จมน้ำ แต่ไมเ่ ขา้ ไปช่วยเหลือถอื วา่ เป็นการงดเวน้ ไม่กระทำการตามหนา้ ที่อันเกิดจากการยอมรับโดยเจาะจง
(3) หน้าที่อันเกิดจากการกระทำก่อน ๆ ของตน หมายถึง บุคคลใดได้กระทำการ
ใดอนั นา่ จะก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายขึน้ บคุ คลนน้ั ยอ่ มมีหนา้ ที่ตอ้ งป้องกันภยันตรายนั้น เช่น นายเขยี วเห็นนายเหลือง
ถกู รถยนตช์ นไดร้ บั บาดเจบ็ สาหสั จงึ พานายเหลอื งขนึ้ รถเพื่อไปสง่ โรงพยาบาล แตร่ ะหวา่ งทางนึกได้ว่าตนเองมี
ธุระที่ต้องรีบไปทำ จึงจอดรถแล้วอุ้มนายเหลืองลงไว้ข้างทาง เช่นนี้ เมื่อนายเขียวได้ลงมือช่วยเหลือแล้ว นาย

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ติ 106

เขียวมีหน้าที่ต้องช่วยไปให้ตลอด การช่วยไม่ตลอดถือเป็นการงดเว้นไม่กระทำการตามหน้าที่อันเกิดจากการ
กระทำกอ่ น ๆ ของตน

(4) หน้าที่อันเกิดจากความสัมพันธ์เป็นพิเศษเฉพาะเรื่อง หมายถึง ไม่มีกฎหมาย
บัญญัติหน้าทีต่ อ่ กันไว้อย่างชัดเจน แต่เนื่องจากมคี วามสมั พันธ์พิเศษ จึงก่อให้เกิดหน้าท่ีต่อกัน เช่น นายสี่เปน็
บิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายของเด็กหญิงดาว แต่ได้รับเด็กหญิงดาวมาดูแลตั้งแต่แรกเกิด นายสี่ก็ต้องดูแลต่อไป
หากปล่อยให้เด็กหญิงดาวอดอาหารตาย ก็ต้องรับผิดในการงดเว้นที่จะกระทำเพื่อป้องกันความตายของ
เดก็ หญงิ ดาวแมไ้ ม่มีหน้าท่ีโดยตรงตามกฎหมาย เพราะไมใ่ ช่บดิ าท่ชี อบดว้ ยกฎหมาย

(ข) การกระทำโดยละเวน้
การกระทำโดยละเว้น หมายถึง การเคลื่อนไหวร่างกายทั้ง ๆ ที่บุคคลนั้นมีหน้าท่ี

เคล่อื นไหวรา่ งกายเพือ่ ทำตามหนา้ ทซ่ี ่งึ มลี ักษณะท่วั ไป
การกระทำโดยงดเว้นต่างจากการกระทำโดยละเว้น ตรงท่ีหนา้ ท่ที ี่ต้องกระทำ โดย

งดเว้นเป็นหน้าที่โดยเฉพาะที่ต้องทำเพื่อป้องกันผล ส่วนหน้าที่ของการกระทำโดยละเว้นนั้ นเป็นหน้าท่ี
โดยท่ัวไปท่ีจะต้องกระทำการอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง

ตัวอย่างหน้าที่ที่กำหนดไว้โดยทั่วไป เช่น การที่ประมวลกฎหมายอาญาบังคับให้
บุคคลต้องกระทำการบางอย่าง ถ้าบุคคลนั้นไม่กระทำถือว่าเป็นการกระทำความผิดโดยการละเว้น เช่น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 374 ผูใ้ ดเหน็ ผู้อนื่ ตกอยู่ในภยันตรายแห่งชวี ิตซึ่งตนอาจชว่ ยได้โดยไม่ควร กลัว
อันตรายแก่ตนเองหรือผูอ้ ื่นแต่ไม่ช่วยตามความจําเป็น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือ ปรับไม่เกิน
หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตัวอย่าง นายสายน้ำเป็นครูสอนว่ายน้ำ นายสายน้ำเดินผ่านบ่อน้ำแห่งหน่ึง
เหน็ เดก็ ชายนทีกำลังจะจมน้ำ นายสายน้ำชว่ ยได้ แต่ไม่ยอมช่วย นายสายน้ำมีความผิดตามมาตรา 374 เพราะ
นายสายน้ำไม่มหี นา้ ทโ่ี ดยเฉพาะทีต่ อ้ งกระทำเพือ่ ป้องกันผล

อย่างไรก็ตาม การกระทำโดยการเคลื่อนไหวร่างกาย (movement) หรือ ไม่เคลื่อนไหว
(without movement) ก็ตาม จะต้องเป็นการกระทำโดยรู้สำนึก คือ อยู่ภายใต้การบังคับจิตใจ ดังนี้ การ
กระทำท่ีเกิดขึ้นโดยไมร่ สู้ ำนึก เชน่ การกระทำของเด็กทารก การกระทำโดยละเมอ หรือเปน็ ลมบ้าหมู รวมทั้ง
กรณีท่ีถูกคนอนื่ จับมือใหก้ ระทำ เหล่านี้ในทางอาญาไม่ถือวา่ เปน็ การกระทำ

1.2) การกระทำครบ “องค์ประกอบภายนอก” ของความผิดอาญาน้ัน
องค์ประกอบภายนอก คือ ลักษณะของการกระทำเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่ง

องคป์ ระกอบภายนอก จะประกอบไปดว้ ย 3 สว่ น ดังน้ี
1) ผู้กระทำ
2) การกระทำ
3) ผูถ้ ูกกระทำ/วัตถแุ ห่งการกระทำ
เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ผูใ้ ดเอาทรัพย์ของผู้อืน่ หรือทผ่ี อู้ ่นื เปน็ เจ้าของรวมอยู่

ด้วยไปโดยทุจรติ ผนู้ ้นั กระทำความผิดฐานลกั ทรัพย์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปแี ละปรับไม่เกนิ หกหมน่ื บาท

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ติ 107

องค์ประกอบภายนอกของความผิดฐานลักทรพั ย์ มดี ังน้ี
1) ผ้ใู ด
2) เอาทรัพย์
3) ผอู้ ่นื หรอื ที่ผู้อื่นเปน็ เจ้าของรวมอยูด่ ว้ ย
1.3) การกระทำนั้นครบ “องคป์ ระกอบภายใน” ของความผดิ อาญาน้นั
องค์ประกกอบภายใน คือ สงิ่ ทอ่ี ยใู่ นจิตใจของผู้กระทำ ไดแ้ ก่ เจตนา ประมาท หรือไม่เจตนา
และไม่ประมาท ปกติกฎหมายกำหนดเอาผดิ เฉพาะการกระทำโดยเจตนาเท่านั้น แต่บางกรณีกฎหมายกำหนด
เอาผิดการกระทำโดยประมาท หรือไม่เจตนาไม่ประมาทด้วย
ก) เจตนา

กระทำโดยเจตนา ได้แก่ กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำ
ประสงคต์ ่อผล หรือยอ่ มเลง็ เหน็ ผลของการกระทำนัน้

ถ้าผ้กู ระทำมไิ ดร้ ้ขู ้อเทจ็ จรงิ อนั เป็นองค์ประกอบของความผดิ จะถือว่าผ้กู ระทำประสงค์ต่อ
ผล หรือย่อมเลง็ เห็นผลของการกระทำนัน้ มิได้

จากความหมายดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่า การกระทำที่จะถือว่าผู้กระทำได้กระทำลงโดย
เจตนาน้นั ตอ้ งประกอบดว้ ยสาระสำคญั 2 ประการ ดงั น้ี

(1) ผู้กระทำต้องรู้ข้อเท็จจรงิ อนั เปน็ องค์ประกอบภายนอกของความผิด
หากผู้กระทำไม่รู้ก็ถือว่าไม่มีเจตนา ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่รู้ก็ไม่มีเจตนา” เช่น ความผิด

ฐานลักทรัพย์ ผู้กระทำจะต้องรู้ว่าการกระทำของตนเป็นการ “เอาไป” และรู้ว่ากรรมที่ถูกกระทำนั้น คือ
“ทรพั ยข์ องผู้อื่นหรือทีผ่ ู้อน่ื เป็นเจ้าของรวมอยดู่ ว้ ย” จงึ จะถือว่าเปน็ การกระทำโดยเจตนา

(2) ผกู้ ระทำต้อง “ประสงค์ต่อผล” หรือ “เล็งเห็นผล” ของการกระทำของตน
เจตนาประสงค์ต่อผล หมายถึง มุ่งหมายให้เกิดผลขึ้น หากผลเกิดขึ้นตามที่มุ่งหมายก็

เป็นความผดิ สำเรจ็ หากผลไม่เกดิ ตามที่มงุ่ หมายกเ็ ป็นความผิดฐานพยายาม เช่น นายบตี ้องการฆา่ นายเอ จึง
ยิงปนื ไปทีน่ ายเอ กระสนุ ปืนถกู นายเอถึงแก่ความตาย ดังนถี้ ือวา่ นายบมี ีเจตนาฆ่านายเอโดยประสงค์ต่อผลให้
นายเอถงึ แกค่ วามตาย

เจตนาย่อมเล็งเห็นผล หมายถึง เล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเท่าที่
จิตใจของบุคคลในฐานะเช่นนั้นจะเล็งเห็นได้ เช่น นายเอกโกรธนายโทเพราะนายโทไมย่ อมให้ยืมเงิน จึงขว้าง
ก้อนหินเข้าไปในบ้านนายโท ก้อนหินถูกศีรษะนายตรีพ่อของนายโทได้รับอันตรายสาหัส ดังนี้ถือว่านายเอกมี
เจตนาทำร้ายร่างกายนายตรีโดยย่อมเล็งเห็นได้ว่า การขว้างก้อนหินเข้าไปในบ้านที่มีคนอยู่อาศัยก้อนหินอาจ
ถูกคนอื่นได้รับอันตรายได้ นายเอกจะอ้างว่าไมม่ เี จตนาทำรา้ ยใครไม่ได้

ข) ประมาท
กระทำโดยประมาท ได้แก่ กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความ

ระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเชน่
วา่ นน้ั ได้ แตห่ าได้ใชใ้ ห้เพยี งพอไม่

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพือ่ การดำรงชวี ติ 108

โดยหลักแล้วองค์ประกอบภายในของความผิดอาญานั้น ผู้กระทำจะรับผิดในทางอาญาก็
ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา แต่มีข้อยกเว้นในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดแม้กระทำโดยประมาท เช่น
ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความ
ตาย ความผิดฐานประมาททำให้เกดิ เพลงิ ไหม้ เปน็ ตน้

1.4) ความสมั พันธ์ระหว่างการกระทำและผล
โดยหลกั แลว้ บคุ คลจะตอ้ งรับผดิ ในทางอาญาก็ต่อเมื่อผลที่เกดิ ขึน้ นนั้ เกิดจากการกระทำของ

ตนเอง ถ้าผลแห่งกระทำนั้นมิใช่ผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเองบุคคลน้นั ไมต่ ้องรบั ผิด
หลกั การพิจารณาความสมั พันธร์ ะหวา่ งการกระทำและผล มีดงั นี้
“ทฤษฎเี ง่อื นไข” ถ้าไมท่ ำผลไมเ่ กดิ ผลที่เกิดต้องเป็นผลโดยตรงจากการกระทำ ผู้กระทำต้อง

รับผิดในผลที่เกิด (มีความผิด) เช่น นายแดงเอาไม้ตีหัวนายดำโดยมีเจตนาทำร้าย นายดำหัวแตก ถือว่าการที่
นายดำหวั แตกเปน็ ผลโดยตรงจากการกระทำของนายแดง ดังน้นั นายแดงจงึ มีความผิดฐานทำรา้ ยร่างกาย

“ทฤษฎีผลธรรมดา” แม้ไม่ไดท้ ำผลก็ยังเกดิ ผลทเี่ กดิ เป็นผลธรรมดาทยี่ ่อมเกดิ ขน้ึ ได้ ผู้กระทำ
ต้องรับผิดในผลที่เกิด (มีความผิด) เช่น นายแดงเอาไม้ตีหัวนายดำโดยมีเจตนาทำร้าย (ไม่ได้มีเจตนาฆ่า) นาย
ดำหัวแตก ถือว่าการที่นายดำหัวแตกเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของนายแดง นายแดงจึงมีความผดิ ฐานทำ
รา้ ยรา่ งกาย แตแ่ ผลจากการโดนทำร้ายตดิ เช้ือทำให้นายดำตาย (ผลเกดิ เกินกว่าเจตนา) ถอื ว่าความตายเพราะ
การติดเชื้อจากการรักษาเป็นผลธรรมดาที่ย่อมเกิดขึ้นได้ ดังนั้น นายแดงจึงมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่
เจตนา (เจตนาทำรา้ ย ไม่ได้เจตนาฆา่ แตผ่ ลที่เกิดคือความตาย)

“เหตุแทรกแซง” มีการกระทำเกิดขึ้นแล้ว แต่ผลเกิดจากเหตุภายนอกที่แทรกแซงขึ้นมาใหม่
ซึ่งทำให้ผลเกิดหรือเกิดเกินกว่าที่กระทำ ผู้กระทำต้องรับผิดในผลที่เกิด (มีความผิดเท่าที่ได้กระทำ) เช่น นาย
แดงเอาไม้ตีหัวนายดำโดยมีเจตนาฆ่า นายดำหัวแตกแต่ไม่ตาย (ผลไม่เกิดตามเจตนา) ถือว่าการท่ีนายดำหัว
แตกเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของนายแดง แต่ผลไม่เกิดตามเจตนา แต่ระหว่างนั้นนายดำถูกนายเขียวซึง่
ต้องการฆ่านายดำอยู่แล้วได้ใช้ปืนยิงนายดำจนถึงแก่ความตาย ดังนั้น นายแดงจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า
เทา่ นัน้ เพราะความตายเกดิ จากการกระทำของนายเขียวซ่งึ ถอื เปน็ เหตภุ ายนอก

“ผลไม่เกิด” มีความผิดฐานพยายามกระทำ ยกเว้นในกรณีทีม่ ีกฎหมายบญั ญตั ิให้ผู้กระทำรบั
ผดิ ในขนึ้ ตระเตรยี มการ เช่น เตรยี มการวางเพลิง แตย่ งั ไมล่ งมือวางเพลิง (ยงั ไมม่ กี ารกระทำ) กฎหมายบัญญัติ
ให้มคี วามผดิ แลว้ เปน็ ตน้

2) การกระทำทม่ี กี ฎหมายกำหนดใหไ้ ม่มคี วามผดิ
การกระทำที่ครบองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนดตามข้อ 1) หากมีกฎหมายกำหนดให้ไม่มี

ความผิด ผู้กระทำกไ็ ม่ตอ้ งรบั ผดิ ทางอาญา
กฎหมายกำหนดให้ไม่มีความผิดอาจมีได้ในหลายกรณีแล้วแต่จะบัญญัติ แต่ในที่นี้มีกฎหมาย

กำหนดใหไ้ มม่ ีความผิดที่ควรพิจารณาใน 2 กรณี คือ

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ติ 109

2.1) การกระทำโดยปอ้ งกนั
การกระทำโดยป้องกนั กฎหมายให้ถอื ว่าถา้ ได้กระทำไปพอสมควรแกเ่ หตุแลว้ ผู้กระทำไม่

มคี วามผดิ ดงั ที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 บัญญัตวิ า่
“ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรอื ของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดขึ้น

จากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมสมควรแก่เหตุ
การกระทำนั้นเป็นการปอ้ งกนั โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด”

จากหลักกฎหมายดังกล่าว มีหลักเกณฑ์การพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นการกระทำโดย
ชอบดว้ ยกฎหมาย ดงั น้ี

ก. มภี ยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษรา้ ยอันละเมิดตอ่ กฎหมาย
ภยันตราย คือ ความนา่ กลวั ว่าจะเกิดภยันตรายต่อชวี ิต ร่างกาย ทรพั ย์สนิ เสรีภาพ ฯลฯ

ภยันตรายนั้นต้องเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย คือ ผู้ก่อให้เกิดภยันตรายนั้นไม่มีอำนาจตาม
กฎหมายใด ๆ ที่จะกระทำได้ เช่น นายหนึ่งเงื้อมมือจะต่อยนายเอก ย่อมเป็นภยันตรายโดยนายหนึ่งไม่มีอำนาจ
ตามกฎหมายที่จะต่อยนายเอก ภยันตรายนี้จึงเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย แต่หากผู้ก่อ
ภยันตรายนั้นมีอำนาจตามกฎหมายแล้ว ก็ไม่เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดตอ่ กฎหมายที่จะ
ทำใหผ้ ู้ได้รับอันตรายมีอำนาจป้องกันได้

ทั้งนี้ ผู้ที่จะอ้างว่าการกระทำไปโดยป้องกันได้นั้น จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิด
ภยันตราย ผูม้ สี ่วนผดิ ในการก่อให้เกิดภยันตราย เช่น ผู้ทีก่ ่อใหเ้ กดิ ภัยขึ้นในตอนแรก ผทู้ ่ีสมคั รใจเข้าวิวาทต่อสู้กัน
ผูท้ ี่ยินยอมให้ผู้อนื่ กระทำต่อตนเองโดยไม่สมัครใจ หรอื ผ้ทู ย่ี ั่วใหผ้ ้อู นื่ โกรธ

ข. ภยันตรายนนั้ ใกล้จะถงึ
ภยันตรายใกล้จะถึง หมายถงึ ภยันตรายท่ีกำลังปรากฏอยู่เฉพาะหน้า หรอื เป็นภยันตราย

ที่ได้เกิดข้นึ แลว้ และกำลังเกดิ ต่อไปอีก แตไ่ มร่ วมถึงภยันตรายที่ผ่านพ้นไปแลว้ หรือที่จะเกดิ ขึ้นในอนาคต
การกระทำเพื่อป้องกันนั้นจะกระทำได้ต่อเมื่อภยันตรายนั้นใกล้จะถึง หากภยันตรายนั้น

ไม่ใกล้จะถึง ผู้ที่รู้ว่าจะเกิดภัยกับตัวเองย่อมหาทางป้องกันหนทางอื่นได้ เช่น แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ เป็นต้น
จะอ้างปอ้ งกนั ไม่ได้ ท้ังนี้ หากมภี ยนั ตรายใกล้จะถงึ ผ้รู บั ภยั ไมจ่ ำเป็นต้องหลบหนีภยนั ตรายนน้ั แม้วา่ ผู้ที่จะได้รับภัย
สามารถจะหลบหนีใหพ้ ้นจากภยนั ตรายไดแ้ ต่ไมห่ ลบหนีกลบั กระทำการตอบโตต้ ่อผู้ก่อภยนั ตรายก็อ้างป้องกนั ได้

ค. ผูก้ ระทำจำตอ้ งกระทำเพื่อป้องกนั สิทธขิ องตนหรือของผู้อ่นื ให้พ้นจากภยนั ตรายน้ัน
การกระทำป้องกัน ผู้กระทำจะต้องกระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน

สิทธิของตนเองหรือของผู้อื่นก็ตาม และจะต้องเป็นการกระทำต่อผู้ก่อภัย ทั้งนี้ การกระทำป้องกันต้องมีลักษณะ
“จำต้องกระทำ” คือ จำใจทำโดยไมม่ ีวิธีการอื่นให้เลือก ถา้ มที างเลือกทำไดห้ ลายประการ ตอ้ งเลอื กกระทำในทาง
ที่ไม่ผิดกฎหมาย ในกรณีที่เป็นการป้องกันสิทธิของผู้อื่น จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือนั้น มี
อำนาจตามกฎหมายที่จะป้องกันตัวเองได้เท่านั้น หากไม่มีอำนาจป้องกัน คนอื่นก็ไม่มีอำนาจที่จะไปช่วยเหลือ
ปอ้ งกันได้

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ติ 110

ง. การกระทำป้องกันโดยสมควรแกเ่ หตุ
การป้องกนั โดยสมควรแก่เหตุ ประกอบดว้ ยหลัก 2 ประการ คอื
(1) ผูป้ อ้ งกันได้กระทำการป้องกันสิทธิของตนเองหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายนั้นด้วย

วิถีทางนอ้ ยทส่ี ุดเท่าท่ีต้องกระทำ เชน่ นายดำบุกรุกเข้าไปทำร้ายบุตรชายชองนายแสง เม่ือนายแสงซึ่งเป็นบิดาเข้า
ไปขัดขวางห้ามปรามกลับถูกนายดำทำร้ายจนล้มลงและยังทำร้ายบุตรชายของนายแสงต่อ นายแสงจึงใช้ไม้ตีนาย
ดำ 2-3 ที เป็นเหตุให้นายดำได้รับอันตรายแก่กาย ซึ่งนายแสงกระทำไปเพื่อช่วยเหลือบุตรชายของตนเองให้พ้น
จากภยันตรายที่เกิดขึ้น และภยันตรายนั้นยังเกิดขึ้นต่อเนื่องกันอยู่ ไม่มีทางเลือกที่จะป้องกันด้วยวิธีการอื่น การ
กระทำของนายแสงจงึ เป็นการป้องกนั โดยชอบด้วยกฎหมาย

(2) ผู้ป้องกันได้กระทำการป้องกันโดยได้สัดส่วนกับภยันตราย หมายความว่า วิธีการท่ี
ผู้กระทำโดยป้องกันใช้ต่อต้านภยันตรายที่มีมานั้นเป็นมาตรการที่พอเหมาะกับภัย โดยมีปัจจัยในการพิจารณา
หลายประการ นับแต่อาวุธทีใ่ ช้ รูปรา่ ง เพศ อายุ จำนวนคน ฯลฯ

2.2) ความยินยอม
ความยนิ ยอมทีท่ ำให้การกระทำไม่มีความผดิ มอี ยู่ 2 กรณี คอื
(1) ความยินยอมที่ทำให้ขาดองค์ประกอบความผิด ความผิดอาญาบางฐานความผิด หาก

ผเู้ สียหายยินยอมให้กระทำ การกระทำนั้นย่อมไม่เปน็ ความผิด เช่น ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ความผิดฐาน
ลักทรัพย์

(2) ความยินยอมที่กฎหมายกำหนดให้ไม่เป็นความผิด การกระทำเพราะความยินยอมที่
กฎหมายกำหนดให้ไม่เป็นความผิดนี้ เป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิด แต่ผู้กระทำไม่มีความผิด ซึ่ง
เหมือนกับการกระทำโดยป้องกัน ความยินยอมที่กฎหมายกำหนดให้ไม่เป็นความผิดนี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้
ชัดเจนเหมือนกับการกระทำโดยป้องกัน แต่เป็นหลักกฎหมายทั่วไปที่ศาลนำมาใช้และไม่ขัดกับประมวลกฎหมาย
อาญา เพราะเป็นการนำมาใช้เป็นคุณแก่ผู้กระทำ เช่น นายอุ้ยป่วยเป็นโรคร้ายจำเป็นต้องตัดขาของนายอุ้ยข้าง
หนง่ึ นายอุ้ยยินยอมให้แพทย์ทำการตัดขาได้ การทแ่ี พทย์ตัดขาของนายอุ้ยน้ันเป็นการกระทำท่ีครบองค์ประกอบ
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รบั อันตรายสาหัส แต่แพทย์ได้รับยกเว้นความผิด เพราะนายอุ้ยได้ให้
ความยินยอม

แต่หากความยินยอมน้ันขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดีแล้ว ความยินยอมน้ันก็ไม่เป็น
เหตุยกเว้นความผิด เช่น นายฟ้าคุยว่าตนเองอยู่ยงคงกระพัน นายดำไม่เชื่อ นายฟ้าจึงขอให้นายดำใช้ปืนยิงดูได้
นายดำจึงยิงนายฟา้ 1 นัด นายฟ้าถึงแก่ความตาย นายดำไมอ่ าจอ้างความยินยอมมาเป็นเหตุที่จะให้การกระทำนั้น
ไมเ่ ป็นความผิด เพราะเปน็ ความยนิ ยอมทขี่ ดั ตอ่ ความสำนึกในศีลธรรมอันดี

3) การกระทำนนั้ ไม่มีกฎหมายยกเวน้ โทษ
แม้บุคคลใดกระทำการใดครบโครงสร้างความรบั ผดิ ตามข้อ 1) และโดยไมม่ กี ฎหมายกำหนดให้ไม่

มีความผดิ ตามขอ้ 2) กห็ าใช่วา่ บุคคลนั้นจะตอ้ งรับผดิ ทางอาญาเสมอไป เพราะอาจมีกฎหมายยกเว้นโทษให้

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ติ 111

กฎหมายยกเว้นโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดอันทำให้ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับผิดทางอาญาใ น
กรณีดงั ตอ่ ไปนี้

3.1) การกระทำความผดิ โดยจำเป็น
การกระทำผดิ โดยจำเป็น สามารถแบ่งได้เปน็ 2 กรณี คือ
ก) การกระทำโดยจำเป็นเพราะถกู บงั คบั
การกระทำเพราะถกู บังคับ มีหลักเกณฑ์ดงั ต่อไปนี้
(1) อยู่ในบังคับหรือใต้อำนาจ หมายความว่า มีอำนาจภายนอกมาบังคับผู้กระทำให้

กระทำความผิด โดยตามปกติเป็นเรือ่ งที่ผู้กระทำได้กระทำไดก้ ระทำความผิดท่ีถูกบงั คับ เช่น นายเอกเอาปืนขู่
นายต้นใหเ้ อาไมต้ หี วั นายหนง่ึ นายต้นอยู่ภายใต้อำนาจของนายเอก จงึ ตอ้ งตีหัวนายหน่งึ

(2) ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หมายถึง ผู้กระทำไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก
กระทำความผดิ ตามที่ถกู บงั คับนั้น หากสามารถขัดขนื ไดแ้ ต่ไม่ขัดขนื จะอ้างเร่ืองจำเป็นไมไ่ ด้

(3) ผู้กระทำจะต้องมิได้ก่อเหตุการณ์นั้นขึ้นโดยความผิดของตน ผู้ที่จะอ้างว่ากระทำ
โดยจำเป็น ต้องมิใช่เป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ เพราะตนอาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น นายดำยั่วนายแดงขู่ให้ตนไปทำ
รา้ ยนายขาว ถา้ นายแดงทนการยั่วไม่ได้ จึงขใู่ ห้นายดำไปทำรา้ ยนายขาว นายดำจะอ้างว่ากระทำโดยจำเป็นไม่ได้

(4) กระทำไปไม่เกินสมควรแก่เหตุ บุคคลที่จะอ้างเรื่องจำเป็นเพื่อไม่ต้องรับโทษจะ
อ้างได้ต่อเมื่อได้กระทำไปไม่เกินสมควรแก่เหตุ หากการกระทำโดยจำเป็นใดกระทำเกินสมควรกว่าเหตุ
ผกู้ ระทำจะต้องรบั โทษ แตศ่ าลจะลงโทษน้อยกวา่ ท่กี ฎหมายกำหนดไวส้ ำหรบั ความผิดนน้ั เพยี งใดก็ได้

ตัวอย่าง นายหม่องใช้ปืนขู่นายหมอกให้ไปทำร้ายนายโป้ง หากไม่ทำนายหม่องจะยิง
นายหมอก นายหมอกกลวั ตายจงึ ทำรา้ ยนายโปง้ แม้นายหมอกจะกระทำครบองคป์ ระกอบความผดิ ฐานทำร้าย
ร่างกายนายโปง้ ก็ตาม แตน่ ายหมอกไม่ต้องรับโทษ เพราะนายหมอกจะกระทำความผิดดว้ ยความจำเป็นเพราะ
อยูใ่ นทบ่ี งั คับหรือภายใต้อำนาจ

ข) การกระทำโดยจำเป็นเพอื่ ให้พ้นจากภยันตราย
การกระทำโดยจำเปน็ เพ่อื ให้พน้ จากภยันตรายมีหลกั เกณฑด์ ังนี้
(1) มีภยันตราย ภยันตรายที่จะทำให้ผู้กระทำสามารถกระทำโดยจำเป็นนี้ ภยันตราย

อาจจะเกิดจากการประทุษรา้ ยอันละเมิดต่อกฎหมายหรือไม่ก็ได้
(2) ภยันตรายนั้นใกล้จะถึง หมายถึง ภยันตรายที่กำลังปรากฏอยู่เฉพาะหน้า หรือเป็น

ภยันตรายที่ได้เกิดขึ้นแล้วและกำลังเกิดต่อไปอีก แต่ไม่รวมถึงภยันตรายที่ผ่านพ้นไปแล้ว หรือที่จะเกิดขึ้นใน
อนาคต

(3) เป็นภยันตรายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นได้ หมายถึง หนทางที่จะ
หลีกเลี่ยงให้พ้นภยันตรายนั้นมีอยู่ทางเดียว คือ ต้องกระทำความผิดจึงจะอ้างความจำเป็นได้ ถ้าหนทางที่จะ
หลีกเลยี่ งให้พ้นภยันตรายมีอยหู่ ลายวธิ ี ก็ต้องเลือกใช้วธิ ที ถี่ กู กฎหมาย

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่ือการดำรงชวี ติ 112

(4) ภยันตรายนั้นผกู้ ระทำโดยจำเปน็ มิได้ก่อใหเ้ กิดข้ึนเพราะความผดิ ของตน ผู้กระทำ
มสี ว่ นผิดในการก่อใหเ้ กิดภยนั ตรายนั้น ผู้กระทำจะไปกระทำความผดิ เพื่อหลีกเล่ียงภยนั ตรายนั้น โดยอ้างเรื่อง
การกระทำโดยจำเปน็ ไม่ได้

(5) ผู้กระทำได้กระทำไปเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นภยันตราย การกระทำโดย
จำเป็นต้องเป็นการกระทำโดยเจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผลพร้อมกับมีเจตนาพิเศษ “เพื่อให้พ้น
ภยนั ตราย”

(6) กระทำไปไมเ่ กนิ สมควรแก่เหตุ
ตัวอย่าง นายเอกเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ระหว่างทางเจอพายุและบริเวณนั้นมี
บ้านของนายโต้งอยู่เพียงหลังเดียว นายเอกต้องเข้าไปหลบพายุในบ้านของนายโต้ง โดยนายเอกต้องพังประตู
บ้านเข้าไปหลบพายุ การกระทำของนายเอกเปน็ การกระทำที่ครบองค์ประกอบฐานทำให้เสยี ทรัพย์ แตน่ ายเอก
ไม่ต้องรับโทษ เพราะเป็นการกระทำโดยจำเป็นเพื่อใหต้ นเองพน้ จากภยนั ตราย

3.2) ความไม่สามารถรู้ผดิ ชอบ
ก) กระทำความผดิ ของคนวิกลจริต
ผู้ใดกระทำความผดิ ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองไดเ้ พราะมี

จิตบกพร่อง หรอื เป็นโรคจติ หรอื จติ ฟนั่ เฟือน ผนู้ ัน้ ไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนน้ั แตถ่ ้าผูก้ ระทำความผิดยัง
สามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ศาลจะ
ลงโทษนอ้ ยกวา่ ท่กี ฎหมายกำหนดไวส้ ำหรบั ความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

ข) กระทำความผดิ ของผมู้ นึ เมา
ความมึนเมาเพราะเสพสุราหรือสิ่งเมาอย่างอื่นจะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวตามมาตรา 65

ไมไ่ ด้ เวน้ แต่ความมึนเมานั้นจะได้เกดิ โดยผเู้ สพไม่รู้วา่ สิง่ น้ันจะทำให้มนึ เมา เช่น ถูกหลอกว่าเป็นน้ำชา หรือยา
แก้โรค เป็นต้น หรือความมนึ เมาเกิดโดยถูกขืนใจให้เสพโดยใช้กำลังบังคบั หรือใช้อำนาจบงั คับ เช่น ถูกขู่ให้เสพ
มิฉะนั้นจะถูกยิง เป็นต้น และผู้มึนเมาได้กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับ
ตนเองได้ ผู้กระทำความผิดจึงจะได้รับยกเว้นโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ถ้าผู้นั้นยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง
หรือยงั สามารถบงั คับตนเองไดบ้ า้ ง ศาลจะลงโทษน้อยกวา่ ที่กฎหมายกำหนดไวส้ ำหรบั ความผดิ น้นั เพียงใดกไ็ ด้

3.3) ความอ่อนอายุ
ก) เด็กอายุยังไม่เกินสิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับ

โทษ ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเดก็ เพื่อดำเนินการ
คุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายวา่ ด้วยการนนั้

ข) เด็กอายุกว่าสิบปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด
เด็กน้นั ไม่ตอ้ งรบั โทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจทจี่ ะดำเนนิ การดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดา

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ิต 113

มารดา ผู้ปกครอง หรือบคุ คลท่ีเดก็ นน้ั อาศยั อยมู่ าตกั เตือนด้วยก็ได้
(2) ถ้าศาลเห็นว่า บิดา มารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำส่ัง

ให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองระวัง
เดก็ นัน้ ไมใ่ ห้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดซง่ึ ต้องไม่เกินสามปแี ละกำหนดจำนวนเงินตามท่ีเห็นสมควรซึ่ง
บิดา มารดา หรือผปู้ กครองจะต้องชำระตอ่ ศาลไม่เกินคร้งั ละหนง่ึ หมนื่ บาท ในเมอ่ื เด็กนน้ั ก่อเหตรุ ้ายขึน้

ถา้ เดก็ น้นั อาศยั อยู่กับบุคคลอ่ืนนอกจากบดิ า มารดา หรือผู้ปกครอง และศาลเห็น
ว่าไมส่ มควรจะเรยี กบดิ า มารดา หรือผู้ปกครองมาวางขอ้ กำหนดดงั กลา่ วขา้ งต้น ศาลจะเรยี กตวั บคุ คลท่ีเดก็ น้ัน
อาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญตั ิไว้สำหรับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองดังกล่าวมา
ข้างต้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กให้แก่
บคุ คลน้นั ไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าว

(3) ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัย
อยู่ตาม (2) ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเด็กน้ันเช่นเดียวกับที่บญั ญัติไว้ในมาตรา 56 ด้วยก็ได้
ในกรณเี ชน่ วา่ น้ี ใหศ้ าลแตง่ ตง้ั พนกั งานคมุ ประพฤตหิ รือพนักงานอื่นใดเพ่ือคุมความประพฤติเด็กนั้น

(4) ถา้ เดก็ นั้นไมม่ บี ิดา มารดา หรือผปู้ กครอง หรือมีแตศ่ าลเห็นวา่ ไมส่ ามารถดแู ลเด็ก
นนั้ ได้หรือถ้าเด็กอาศยั อย่กู ับบุคคลอน่ื นอกจากบิดา มารดา หรอื ผู้ปกครอง และบุคคลน้นั ไม่ยอมรับข้อกำหนด
ดังกล่าวใน (2) ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้อยู่กับบุคคลหรือองค์การที่ศาลเห็นสมควรเพื่อดูแลอบรม
และส่งั สอนตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ในเม่ือบุคคลหรือองค์การน้ันยนิ ยอม ในกรณเี ช่นว่าน้ีให้บุคคลหรือ
องค์การนนั้ มีอำนาจเช่นผู้ปกครองเฉพาะเพือ่ ดูแล อบรม และสั่งสอน รวมตลอดถงึ การกำหนดที่อยู่และการจัด
ใหเ้ ดก็ มงี านทำตามสมควร หรอื ให้ดำเนนิ การคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพเด็กตามกฎหมายว่าดว้ ยการนนั้ ก็ได้ หรือ

(5) ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพ่ือ
ฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาท่ศี าลกำหนด แต่อยา่ ให้เกินกว่าทเ่ี ด็กนัน้ จะมีอายคุ รบสิบแปดปี

คำส่ังของศาลดงั กล่าวใน (2) (3) (4) และ (5) นนั้ ถา้ ในขณะใดภายในระยะเวลาท่ีศาล
กำหนดไว้ ความปรากฏแก่ศาลโดยศาลรู้เอง หรือตามคำเสนอของผู้มีส่วนได้เสีย พนักงานอัยการ หรือบุคคล
หรือองค์การที่ศาลมอบตัวเด็กเพื่อดูแล อบรมและสั่งสอน หรือเจ้าพนักงานว่า พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้
เปล่ียนแปลงไป ก็ใหศ้ าลมีอำนาจเปล่ียนแปลงแกไ้ ขคำสัง่ นัน้ หรือมคี ำส่งั ใหมต่ ามอำนาจในมาตรานี้

ค) การกระทำความผดิ ระหวา่ งสามี-ภรยิ า ในความผิดบางประเภท
ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ถึงมาตรา 336 วรรคแรก และมาตรา 341 ถึง

มาตรา 364 นัน้ ถา้ เปน็ การกระทำที่สามีกระทำต่อภริยาหรือภริยากระทำต่อสามี ผู้กระทำไมต่ ้องรับโทษ
ความผิดที่กระทำระหว่างสามีภริยาอันจะได้รับยกเว้นโทษ ได้แก่ ความผิดฐานลัก

ทรัพย์ ความผิดฐานลักทรัพย์อันเป็นเหตุฉกรรจ์ ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐาน
โกงเจ้าหน้ี ความผิดฐานยกั ยอก ความผดิ ฐานรับของโจร ความผดิ ฐานทำให้เสียทรพั ย์ และความผิดฐานบกุ รุก

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ติ 114

ง) การกระทำตามคำสัง่ ทีม่ ิชอบด้วยกฎหมายของเจา้ พนกั งาน
ผูใ้ ดกระทำตามคำส่ังของเจ้าพนักงาน แม้คำสงั่ นนั้ จะมชิ อบดว้ ยกฎหมาย ถา้ ผู้กระทำมี

หน้าที่หรือเชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่จะรู้ว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งซึ่งมิ
ชอบด้วยกฎหมาย

6. เหตลุ ดโทษ
การกระทำความผิดอาญาท่ีครบโครงสร้างความรบั ผิดทางอาญา ผกู้ ระทำผดิ ต้องรับโทษทางอาญา แต่

อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีแม้ได้รับโทษแต่มีเหตอุ นั ควรลดโทษ เหตลุ ดโทษทีก่ ฎหมายกำหนด มดี งั น้ี
6.1 บันดาลโทสะ
ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหง

ในขณะนนั้ ศาลจะลงโทษผู้นน้ั น้อยกว่าทก่ี ฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนนั้ เพียงใดก็ได้
การกระทำผดิ ที่ผู้กระทำจะได้รบั ลดโทษเพราะบันดาลโทสะ มีหลักเกณฑ์ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ถูกข่มเหงอย่างรา้ ยแรงดว้ ยเหตอุ นั ไม่เปน็ ธรรม
การกระทำอันไม่เป็นธรรม หมายถึง การกระทำซึ่งผู้กระทำไม่มีสิทธิกระทำได้ เช่น ถูกด่า

ถูกทำร้าย เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยอันไม่เป็นธรรมอาจจะมิใช่ผู้ที่ได้รับผลจากการข่มเหง
โดยตรงก็ได้ หากเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับผู้ที่ได้รับผลโดยตรง ก็ถือว่าถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วย
เหตุอันไม่เป็นธรรมได้ เช่น ทำร้ายบิดาถือว่าเป็นการข่มเหงบุตร หรือบุตรถูกทำร้ายถือว่าเป็นการข่มเหงบิดา
มารดาได้ เป็นตน้

(2) การทถี่ ูกขม่ เหงเช่นนน้ั เปน็ เหตใุ ห้ผู้กระทำบันดาลโทสะ
เมื่อถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมแล้ว จะต้องปรากฏว่าผู้กระทำได้เกิด

บนั ดาลโทสะ คือ เกดิ ความโมโหขึน้ จากการที่ถูกข่มเหงนนั้ และการบันดาลโทสะต้องบันดาลโทสะทันทีท่ีทราบ
เหตุข่มเหงนนั้ จึงจะอา้ งบันดาลโทสะได้

(3) ผู้กระทำได้กระทำต่อผู้ขม่ เหงในขณะบนั ดาลโทสะ
การกระทำบันดาลโทสะจะต้องเป็นการกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหง หากกระทำต่อบุคคลอ่ืน

ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องจะอ้างว่ากระทำโดยบันดาลโทสะเพือ่ ลดโทษไม่ได้ และจะต้องกระทำความผิดในขณะบันดาล
โทสะ แต่มิได้หมายความว่าจะต้องโต้ตอบในทันที แม้ตอบโต้ห่างจากเวลาที่ถูกข่มเหงไปบ้าง แต่ยังอยู่ในขณะ
เวลาท่เี ขายงั บันดาลโทสะอยู่ และเวลาไมห่ ่างกนั จนถึงขนาดที่คนธรรมดาจะหายจากโทสะหรือพอเหนี่ยวรั้งสติ
ได้แล้ว ผู้กระทำความผิดก็ยังอา้ งว่ากระทำความผดิ โดยบนั ดาลโทสะได้อยู่

6.2 กระทำความผิดเพราะความไม่รู้กฎหมาย
บุคคลจะแก้ตัวว่าไมร่ ู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ แต่ถ้าศาลเหน็ ว่า ตาม

สภาพและพฤติการณ์ ผู้กระทำความผิดอาจจะไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด ศาลอาจ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ติ 115

อนุญาตให้แสดงพยานหลักฐานต่อศาล และถ้าศาลเชื่อว่า ผู้กระทำไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ศาลจะ
ลงโทษน้อยกวา่ ท่กี ฎหมายกำหนดไวส้ ำหรับความผดิ น้นั เพียงใดกไ็ ด้

6.3 การกระทำความผิดเกย่ี วกับทรพั ย์บางมาตราระหวา่ งญาติสนทิ
การกระทำความผิดในบางเรื่องหากเป็นกรณีผู้บุพการีกระทำต่อผู้สืบสันดาน หรือผู้สืบสันดาน

กระทำต่อผู้บุพการี หรือพี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกัน แม้กฎหมายมิได้บัญญัติให้เป็น
ความผิดอันยอมความได้ ก็ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ และศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
สำหรับความผิดน้นั เพยี งใดก็ได้

ความผิดที่กระทำระหว่างญาติสนิทอันจะได้รับลดโทษ ได้แก่ ความผิดฐานลักทรัพย์ ความผิด
ฐานลักทรัพย์อันเป็นเหตุฉกรรจ์ ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐานโกงเจ้าหน้ี
ความผดิ ฐานยักยอก ความผดิ ฐานรับของโจร ความผิดฐานทำใหเ้ สยี ทรพั ย์ และความผดิ ฐานบกุ รุก

6.4 ผู้กระทำผดิ อายุ กว่า 15 ปี แตต่ ำ่ กวา่ 18 ปี
ผู้ใดอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ให้ศาล

พิจารณาถงึ ความรู้ผดิ ชอบและสง่ิ อ่ืนท้ังปวงเก่ียวกับผู้นน้ั ในอนั ทจี่ ะควรวนิ ิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้น
หรอื ไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษก็ให้จัดการตามมาตรา 74 (วธิ กี ารสำหรบั เด็ก) หรือถ้าศาลเห็น
วา่ สมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษทีก่ ำหนดไว้สำหรับความผิดลงก่งึ หน่งึ

6.5 ผกู้ ระทำผิดอายุ ต้ังแต่ 18 ปี แตไ่ มเ่ กนิ 20 ปี
ผู้ใดอายุตั้งแต่สิบแปดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาล

เห็นสมควรจะลดมาตราสว่ นโทษทก่ี ำหนดไว้สำหรบั ความผดิ นัน้ ลงหนึ่งในสามหรอื กงึ่ หนึง่ กไ็ ด้

6.6 เหตุบรรเทาโทษ
เมอื่ ปรากฏวา่ มเี หตบุ รรเทาโทษ ไม่ว่าจะไดม้ กี ารเพ่ิมหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวล

กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำ
ความผิดนน้ั ก็ได้

เหตุบรรเทาโทษอนั จะเปน็ เหตุลดโทษไม่เกินกง่ึ หนง่ึ ของโทษท่จี ะลงแกผ่ กู้ ระทำความผดิ มดี งั นี้
(1) ผกู้ ระทำความผดิ เปน็ ผู้โฉดเขลาเบาปญั ญา
(2) ตกอยใู่ นความทกุ ขอ์ ย่างสาหสั
(3) มีคุณความดมี าแตก่ ่อน
(4) ร้สู กึ ความผดิ และพยายามบรรเทาผลรา้ ยแหง่ ความผดิ นนั้
(5) ลแุ ก่โทษตอ่ เจ้าพนักงาน
(6) ให้ความรู้แก่ศาลอันเปน็ ประโยชนแ์ กก่ ารพจิ ารณา หรอื
(7) เหตุอนื่ ท่ีศาลเห็นว่ามีลกั ษณะทำนองเดยี วกนั

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ิต 116

7. ขนั้ ตอนการกระทำความผดิ และการพยายามกระทำความผดิ
7.1 ขน้ั ตอนการกระทำความผดิ
การทีบ่ ุคคลจะกระทำความผดิ โดยเจตนานนั้ จะมขี น้ั ตอนการกระทำความผิด ดงั นี้
1) ความคิดท่ีจะกระทำ
2) ตกลงใจทีจ่ ะกระทำ
3) ตระเตรียมการทีจ่ ะกระทำ
4) ลงมอื กระทำ
4.1) ถ้าลงมือและเป็นผลสำเร็จ ผ้กู ระทำมคี วามผดิ ตามทีก่ ระทำ
4.2) ถ้าลงมือและไมส่ ำเรจ็ ผูก้ ระทำมีความผิดฐานพยายามกระทำความผดิ นนั้

เมื่อพิจารณาขั้นตอนดังกล่าว ในขั้นที่บุคคลคิดและตกลงใจที่กระทำความผิดนั้นกฎหมายยังไม่
ลงโทษเพราะยังไมม่ กี ารกระทำ สว่ นข้นั ตอนการตระเตรียมการทจ่ี ะกระทำความผิด โดยหลกั กฎหมายยังไม่เอา
ผิด เพราะอาจจะมกี ารกลับใจได้ เวน้ แตเ่ ป็นการตระเตรยี มกระทำความผิดบางฐานทกี่ ฎหมายบญั ญัติไว้โดยชัด
แจ้งให้ต้องรบั ผิดตง้ั แตม่ กี ารตระเตรียมการกระทำความผดิ เชน่ ความผิดฐานตระเตรยี มการวางเพลิงเผาทรัพย์
เป็นตน้

โดยท่วั ไปกฎหมายจะเอาผดิ เมื่อมีการลงมอื กระทำผิดแล้ว แต่จะตอ้ งรับผดิ อยา่ งไรก็ตอ้ งพิจารณา
ว่าการลงมือนั้นสำเร็จหรือไม่สำเรจ็ ถ้าสำเร็จก็มีความผิดอาญาฐานนั้น ๆ ที่ได้ลงมือกระทำ แต่ถ้าไม่สำเร็จก็มี
ความผิดฐานพยายามกระทำความผิดอาญาฐานนนั้ ๆ ซ่ึงจะมโี ทษเบากว่าความผดิ สำเร็จ

ตัวอย่าง นายดำเจตนาฆา่ นายขาว จงึ ไดต้ ระเตรียมหาอาวุธปืน หลงั จากน้นั ได้ไปดักซุ่มท่ีบริเวณ
หน้าบ้านของนายขาว แต่กลับใจไม่ลงมือยิงนายขาว ดังนี้ นายดำยังไม่ต้องรับผิดในทางอาญาเนื่องจากยงั มิได้
ลงมือกระทำความผิด แต่หากนายดำลงมือยิงนายขาว นายดำต้องรับผิดในทางอาญาแล้ว แต่จะต้องรับผิด
อยา่ งไรน้ัน ต้องพจิ ารณาวา่ ผลท่ีเกิดขนึ้ คือ นายขาวถงึ แก่ความตายหรือไม่ หากนายขาวตาย นายดำมคี วามผิด
ฐานเจตนาฆา่ ผู้อน่ื แต่หากนายขาวไม่ตาย นายดำมีความผดิ ฐานพยายามฆา่ ผู้อ่ืน

ตวั อยา่ ง นายเอกเจตนาเผาบ้านของนายเอ็กซ์ จึงได้ไปซ้ือนำ้ มันและไฟแช็ค ต่อมาในระหว่างที่
นายเอกกำลังซุ่มเพ่ือจะเผาบ้านของนายเอ็กซ์ นายเอกถกู ตำรวจจับกุมตวั ได้ แม้นายเอกจะยังมิได้ลงมือกระทำ
ความผิดก็ตาม แต่เนื่องจากความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์นั้นกฎหมายบัญญัติไว้ให้รับผิดตั้งแต่ขั้นตอนการ
ตระเตรยี มการ ดงั นั้น นายเอกต้องรบั ผดิ ฐานตระเตรยี มวางเพลงิ เผาทรพั ย์

7.2 การพยายามกระทำความผิด
การพยายามกระทำความผดิ นี้ แยกพจิ ารณาได้ 3 กรณี
7.2.1 การพยายามกระทำความผดิ
หลกั เกณฑ์การพยายามการกระทำความผิดมีดงั ตอ่ ไปน้ี
1) ผกู้ ระทำต้องมเี จตนากระทำผิด

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ิต 117

2) ผกู้ ระทำความผดิ ตอ้ งลงมอื กระทำความผิดแลว้
3) ผ้กู ระทำกระทำไปไมต่ ลอด หรือกระทำไปตลอดแลว้ แต่การกระทำนั้นไม่บรรลผุ ล

การพยายามกระทำความ หมายถึง ความผิดที่ลงมอื กระทำนั้นไม่สำเร็จตามเจตนา ซึ่ง
อาจเกิดขน้ึ ได้ 2 กรณี คือ

(ก) ผู้กระทำความผิดกระทำไปไม่ตลอด หมายถึง ผู้กระทำกระทำไปไม่ตลอดอย่างท่ี
ตั้งใจจะกระทำ เช่น ยกปืนขึ้นเล็งไปยังผู้เสียหายแล้ว แต่มีคนมาห้ามจึงยังไม่ได้ลั่นไก หรือเอามือล้วงลงไปใน
กระเปา๋ สะพายของผเู้ สยี หายแลว้ แต่ผ้เู สียหายร้ตู วั กอ่ นจึงรีบชกั มือขึ้นแล้วหนไี ป

(ข) ผู้กระทำกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล หมายถึง กระทำไป
ตลอดแล้วตามที่ตั้งใจจะกระทำ แต่ไม่เกิดผลตามที่เจตนา ไม่ว่าเพราะเหตุใดก็ตาม เช่น ลั่นไกยิงผู้เสียหาย
แล้วแตผ่ ู้เสียหายไมต่ าย หรือหยิบเอาทรพั ย์สนิ ข้ึนมาจากกระเป๋าสะพายมาแล้ว แตม่ ีคนเห็นเลยท้ิงทรัพยส์ ินนั้น

ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมาย
กำหนดไวส้ ำหรบั ความผิดนน้ั

7.2.2 การกระทำน้นั ไมส่ ามารถจะบรรลผุ ลได้อยา่ งแน่แท้
การพยายามกระทำความผิดซึ่งเป็นไปไม่ได้อย่างแน่แท้ หมายถึง การพยายามกระทำ

ความผิดซึ่งไม่วาจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถสำเร็จผลได้ตามที่ต้องการ ทั้งนี้ อาจจะเนื่องจากปัจจัยซึ่งใช้ในการ
กระทำ เช่น ปนื ท่ีใชย้ ิงไม่มีคุณภาพ กระสุนปืนด้าน เป็นตน้ หรืออาจจะเนอ่ื งจากเหตแุ หง่ วัตถุท่ีมุ่งหมายกระทำ
ตอ่ เช่น เหน็ ตอไม้เขา้ ใจว่าเป็นคน เป็นต้น

ผลของการพยายามกระทำผิดซึ่งไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ คือ ศาลจะลงโทษไม่
เกนิ กึ่งหน่งึ ของโทษทกี่ ฎหมายกำหนดไวส้ ำหรับความผดิ น้ัน แต่หากผู้กระทำไดก้ ระทำไปโดยความเชื่ออย่างงม
งาย ศาลจะไม่ลงโทษกไ็ ด้ เช่น เชอ่ื วา่ หมอสามารถเสกหนังควายเข้าท้องศตั รูทำใหต้ ายได้ เปน็ ต้น

7.2.3 การยบั ยง้ั เสียเองไม่กระทำการให้ตลอดหรอื กลับใจแก้ไขไมใ่ หก้ ารกระทำนั้นบรรลุผล
ผู้ใดพยายามกระทำความผิด หากยับยั้งเสียเองไม่กระทำการให้ตลอด หรือกลับใจแก้ไข

ไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดนั้น แต่ถ้าการที่ได้กระทำ
ไปแลว้ ต้องตามบทกฎหมายท่บี ัญญัตเิ ปน็ ความผิด ผนู้ ั้นตอ้ งรบั โทษสำหรับความผิดนัน้ ๆ

“การยับยั้งเสียเอง” หมายถึง การที่ระงับเสียไม่กระทำต่อไปให้ตลอดเกิดจากความคิด
รเิ รม่ิ ของผู้กระทำเอง และตอ้ งเป็นเร่ืองท่ผี ู้กระทำรู้สึกตัวว่าถ้าจะกระทำต่อไปให้ตลอดรอดฝ่ังก็ทำได้ แต่ระงับ
ใจเสียเองไม่กระทำต่อไปให้ตลอด เช่น จำเลยขู่เอาเงิน เจ้าทรัพย์ร้องทักขึ้น จำเลยจึงว่าเจ้าทรัพย์เป็นพวก
เดียวกันใหห้ ยุดปลน้ ดังนี้ เป็นการยับย้ังเสียเอง หาใช่เพราะมอี ุปสรรคอื่นขัดขวาง จำเลยจึงยังไมต่ ้องรับโทษ
สำหรับการพยายามกระทำความผิดนน้ั

“กลับใจเสียเอง” หมายถึง มีการลงมือกระทำความผิด และได้กระทำไปตลอดแล้ว
เพ่ือทจ่ี ะไม่ใหต้ อ้ งรบั โทษฐานพยายาม ผู้กระทำกลบั ใจแก้ไขไมใ่ ห้การกระทำนนั้ บรรลผุ ลด้วยความสมคั รใจของ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพือ่ การดำรงชวี ิต 118

ตนเอง ทั้ง ๆ ที่เข้าใจว่าถ้าจะปล่อยให้การกระทำนัน้ บรรลผุ ลก็ยังเป็นไปได้ เช่น นายอ้วนหลอกนายใหญ่ไปใน
ป่าลึก แล้วยิงนายใหญ่บาดเจ็บ นายอว้ นเกิดสงสารจงึ พานายใหญ่ไปหาหมอและรักษาจนหาย เชน่ น้ี นายอ้วน
ได้ชื่อว่ากลับใจเสียเอง เพราะหากนายอว้ นไมพ่ านายใหญไ่ ปรักษา นายใหญ่ก็คงต้องตาย เนื่องจากป่าลึกคงไม่
มีใครมาพบและพานายใหญ่ไปรักษาเหมือนดงั เชน่ ที่นายอว้ นได้กระทำ

8. บคุ คลทม่ี ีสว่ นเกีย่ วขอ้ งกบั การกระทำความผิด
ในการกระทำความผิดอาญาครั้งหนึ่งอาจมีผู้กระทำหลายคนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย ซึ่งกฎหมายอาญามี

บทบญั ญัติเฉพาะเก่ยี วกบั ผู้ทีเ่ กี่ยวข้องในการกระทำความผดิ ดงั นี้
8.1 ตัวการ
หมายถึง ผทู้ รี่ ่วมมือรว่ มใจกนั กระทำความผดิ ดว้ ยกนั ต้ังแต่สองคนขึน้ ไป โดยมเี จตนาที่จะร่วมกัน

กระทำความผิด ซึ่งเจตนาที่จะกระทำความผิดร่วมกันนั้นต้องมีอยู่ระหว่างที่กำลังกระทำความผิด ทุกคนต้อง
ร่วมรับผิดในฐานะตัวการ เช่น นายหนึ่ง นายสอง และนายสาม ร่วมกันวางแผนที่จะไปฆ่านายเอก โดยตกลง
กันว่าใครมีโอกาสยิงได้ก่อนให้ยิงทันที ทั้งสามคนไปดักรอนายเอกที่หน้าบ้าน เมื่อนายเอกประตูบ้านออกมา
นายสองยิงปืนไปโดนที่ขาของนายเอก นายสามยิงโดนที่หน้าผาก นายเอกเสียชีวิตทันที ดังนั้น ทั้งนายหนึ่ง
นายสอง และนายสาม ต้องร่วมกันรับผิดฐาน ฆา่ ผอู้ ื่นโดยไตร่ตรองไวก้ อ่ น

8.2 ผใู้ ช้
หมายถึง ผู้ที่ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด กล่าวคือ ผู้ที่ลงมือกระทำความผิดไม่ได้มีเจตนาที่จะ

กระทำความผิดมาตั้งแต่แรก แต่ตกลงใจกระทำความผดิ เพราะผู้ใช้กระทำอย่างใดอย่างหน่ึง ซ่ึงอาจจะเป็นการ
ใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด และการกระทำที่ก่อให้เขากระทำนั้นต้องเป็น
ความผดิ อาญาดว้ ย

ทง้ั นี้ ผใู้ ชใ้ ห้ผอู้ นื่ กระทำความผดิ ต้องรบั โทษ ดังน้ี
(1) กรณีที่ความผิดที่ใช้ยังมไิ ด้กระทำลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำ
หรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น เช่น นายไก่จ้างวานให้
นายโต้งไปทำร้ายร่างกายนายกุ๊ก แต่นายโต้งถูกจับกุมได้ในขณะที่ยังไม่ได้ลงกระทำความผิด ดังนี้ นายไก่ซ่ึง
เป็นผู้ใช้ให้นายโต้งกระทำความผิดอาญา นายไก่มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานทำร้าย
รา่ งกายผู้อน่ื
(2) กรณีที่ความผิดที่ใช้ได้กระทำความผิดนั้นแล้ว ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ คือ เสมือน
หนงึ่ เป็นผูล้ งมือกระทำความผิดเอง เช่น นายไก่จ้างวานให้นายโต้งไปทำร้ายร่างกายนายกุ๊ก และนายโต้งลงทำ
ร้ายร่างกายของนายกุ๊กตามที่นายไก่จ้างวานแล้ว ดังนั้น นายไก่ซึ่งเป็นผู้ใช้ให้นายโต้งกระทำความผิดอาญา
นายไกจ่ งึ ตอ้ งรับโทษเสมือนเปน็ ตัวการ

8.3 ผู้สนับสนุน

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ติ 119

หมายถึง ผู้ที่กระทำการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำ
ความผดิ โดยต้องเปน็ การชว่ ยเหลือหรอื ให้ความสะดวกก่อนหรือขณะทีผ่ ู้อ่ืนกระทำความผิด ทั้งนีไ้ ม่ว่าผ้กู ระทำ
ความผิดจะรู้หรือมิได้รู้ถึงการช่วยเหลอื หรือให้ความสะดวกน้ันก็ตาม เช่น ช่วยเปิดประตใู ห้คนร้ายเข้ามาขโมย
ของในบ้านเจ้านาย ซงึ่ ผู้สนับสนนุ การกระทำความผิดต้องระวางโทษสองในสามสว่ นของโทษที่กำหนดไว้สำหรับ
ความผดิ ที่สนับสนุนนั้น เวน้ แต่เป็นผ้สู นับสนนุ ในความผิดลหุโทษ ผู้สนบั สนุนไมต่ อ้ งรับโทษ

9. อายคุ วามคดอี าญา
หลักกฎหมายเกี่ยวกับอายุความการลงโทษในคดีอาญา จะมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 98 ซึง่ บญั ญัติไว้วา่ “เมื่อได้มคี ำพิพากษาถึงทีส่ ุดใหล้ งโทษผใู้ ด ผ้นู ้ันยงั มไิ ด้รบั โทษกด็ ี ได้รบั โทษแต่ยังไม่
ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาเพื่อรับโทษนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันท่ี
ผู้กระทำผดิ หลบหนี แลว้ แต่กรณี เกินกำหนดเวลาดงั ต่อไปน้ี เปน็ อนั ลว่ งเลยการลงโทษ จะลงโทษผู้นน้ั มไิ ด้

(1) ยส่ี บิ ปี สำหรับความผดิ ตอ้ งระวางโทษประหารชีวิต จำคกุ ตลอดชวี ติ หรือจำคุกย่ีสิบปี
(2) สบิ หา้ ปี สำหรบั ความผดิ ตอ้ งระวางโทษจำคุกกว่าเจด็ ปีแตย่ ังไมถ่ ึงยีส่ บิ ปี
(3) สบิ ปี สำหรบั ความผดิ ต้องระวางโทษจำคกุ กวา่ หนงึ่ ปถี งึ เจ็ดปี
(4) ห้าปี สำหรบั ความผดิ ต้องระวางโทษจำคุกกวา่ หนง่ึ เดอื นถึงหนึง่ ปี
(5) หน่งึ ปี สำหรับความผดิ ตอ้ งระวางโทษจำคุกตง้ั แต่หนึ่งเดือนลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอ่นื
ถ้าได้ฟ้องและไดต้ วั ผกู้ ระทำความผดิ มายงั ศาลแล้ว ผกู้ ระทำความผดิ หลบหนหี รือวิกลจริต และศาลสั่ง
งดการพจิ ารณาไวจ้ นเกนิ กำหนดดังกล่าวแล้วนับแตว่ ันทีห่ ลบหนหี รอื วันทศี่ าลส่ังงดการพจิ ารณา กใ็ ห้ถือว่าเป็น
อนั ขาดอายุความเช่นเดียวกนั
อย่างไรกต็ าม ในกรณที ่ีเป็นความผิดอนั ยอมความได้ ผเู้ สยี หายตอ้ งร้องทกุ ขห์ รือฟ้องคดีต่อศาลภายใน
3 เดือนนบั แต่วนั ท่ีรูเ้ รอื่ งและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ถ้าหากพน้ ระยะเวลา 3 เดือนแล้ว แต่ผเู้ สยี หายยังไม่ได้ร้อง
ทกุ ข์หรอื ฟ้องคดีตอ่ ศาลแลว้ คดีน้นั เปน็ อันขาดอายุความ
จากบทบญั ญัตดิ ังกลา่ ว จะเห็นได้ว่ากฎหมายกำหนดเรือ่ งระยะเวลาทีจ่ ะต้องนำตัวผ้กู ระทำความผิดมา
รับโทษตามคำพิพากษาไว้ หากล่วงเลยระยะเวลาดังกล่าวแล้วและยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมารับ
โทษตามคำพิพากษาของศาลได้ ก็จะไม่สามารถลงโทษผู้กระทำความผิดนนั้ ได้อีก ซ่ึงผูก้ ระทำความผิดบางรายก็
จะใชว้ ธิ ีการหลบหนีคดใี ห้หมดอายคุ วาม เพอ่ื จะไดไ้ มต่ อ้ งรบั โทษจำคุกตามคำพิพากษา

แบบฝึกหัด

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ติ 120

ข้อ 1 ความหมายของกฎหมายอาญา หมายถงึ
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ขอ้ 2 “การกระทำโดยไม่เจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจะต้องมี
ตามวิสัยและพฤติการณ์ และผนู้ ั้นอาจใช้ความระมดั ระวงั เช่นว่านน้ั ได้ แต่หาได้ใช้ใหเ้ พียงพอไม่” ตาม
กฎหมายอาญา หมายถงึ _______________________________________________________

ข้อ 3 นายเอกต้องการฆ่านายโท นายเอกใชป้ ืนจ้องเลง็ ที่ศรี ษะของนายโท นายโทไวกวา่ จึงใช้มีดของตนแทง
นายเอกถงึ แก่ความตาย ดังน้ี นายโทต้องรบั ผดิ ตามกฎหมายอาญาหรือไมอ่ ยา่ งไร
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ขอ้ 4 นายเหน่งเดินไม่ระมัดระวังชนแจกันโบราณในร้านขายของตกพื้นแตกเสยี หาย ดังนี้ นายเหน่งต้องรับ
ผดิ ทางอาญาหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ข้อ 5 นกั ศกึ ษาเหน็ เพอื่ นคนหนง่ึ กำลงั จะจมนำ้ นกั ศึกษาว่ายน้ำเป็นแตน่ ิ่งเฉยไม่ยอมเข้าชว่ ยเหลอื จนเพื่อน
จมนำ้ ไดร้ ับอนั ตรายสาหัส ดงั น้ี นกั ศึกษาจะมีความผดิ ตามกฎหมายอาญาหรือไม่ เพราะเหตุใด
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ขอ้ 6 นายเอกมีเจตนาลักทรัพย์ของนักศึกษา แต่ในขณะลงมือกระทำผิด นายเอกสำนึกผิดไม่ทำต่อ ดังนี้
นายเอกจะมคี วามผิดและต้องรบั โทษทางอาญาหรือไม่
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ข้อ 7 การกระทำความผดิ ใดบ้างทีต่ ้องรบั ผดิ ต้งั แต่ในขัน้ ตอนของการตระเตรยี มการ
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ติ 121

ข้อ 8 นักศึกษาต้องการซื้อโทรศัพทม์ ือถือเครื่องใหม่ แต่มีเงินไม่พอ นักศึกษาจึงไปหยิบเงินของแมโ่ ดยไมร่ บั
อนุญาต จำนวน 2,000 บาท ดังนี้ นักศกึ ษาจะมีความผดิ และต้องรบั โทษทางอาญาหรือไม่
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

ขอ้ 9 นายอาคมเรยี นวิชาอย่ยู งคงกระพนั ยิงไมอ่ อก ฟันไม่เขา้ แลว้ จิตใจฮกึ เหิม ไดท้ ำให้นายเดน่ ทดลองเอา
มีดแทงตน นายเด่นรับคำท้าจึงใช้มีดแทงไปที่ท้องของนายอาคม ดังนี้ นายเด่นจะมีความผิดตาม
กฎหมายอาญาหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
__________________________________________________________________________

ขอ้ 10 โทษทางอาญามกี ี่สถาน อะไรบ้าง (จงเรียงลำดับจากเบาไปหนกั )
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________

บทที่ 10
กฎหมายอาญา : ภาคความผดิ

กฎหมายอาญาภาคความผิด เป็นการบัญญตั ถิ งึ ลกั ษณะความผิดทางอาญาว่าผ้กู ระทำความผิดจะต้อง
รบั ผิดตามกฎหมายอาญาฐานใด โดยจะอธบิ ายถงึ ความผิดอาญาบางประเภท
1. บทนยิ ามศพั ท์

โดยปกติ ถ้อยคำทั่วไปในตัวบทกฎหมายจะต้องถือว่าผู้บัญญัติกฎหมายได้ตั้งใจจะให้ถ้อยคำนั้นๆ มี
ความหมายตามสามัญชนเข้าใจกันอยู่ ในกรณีที่ผู้บัญญัติกฎหมายเห็นว่าถ้อยคำของกฎหมายไม่ควรจะเข้าใจ
อย่างภาษาสามญั ธรรมดา ผ้บู ัญญัติกฎหมายจะไดก้ ำหนดบทวิเคราะหศ์ พั ท์หรอื บทนิยามศพั ทไ์ ว้

ในประมวลกฎหมายอาญาไดก้ ำหนดบทนิยามศัพท์ไวด้ ังน้ี
(1) โดยทุจริต หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง
หรือผอู้ ่ืน
(2) ทางสาธารณ หมายความว่า ทางบกหรือทางน้ำสำหรับประชาชนใช้ในการจราจร และให้
หมายความรวมถึงทางรถไฟและทางรถรางท่ีมรี ถเดนิ สำหรับประชาชนโดยสารดว้ ย
(3) สาธารณสถาน หมายความวา่ สถานที่ใด ๆ ซง่ึ ประชาชนมคี วามชอบธรรมทจ่ี ะเขา้ ไปได้
(4) เคหสถาน หมายความว่า ที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่น เรือน โรง เรือ หรือแพ ซึ่งคนอยู่อาศัย และ
ให้หมายความรวมถงึ บริเวณของท่ซี งึ่ ใชเ้ ป็นที่อยู่อาศยั นนั้ ด้วย จะมีรัว้ ลอ้ มหรือไมก่ ็ตาม
(5) อาวุธ หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้าย
ร่างกายถงึ อันตรายสาหสั อย่างอาวุธ
(6) ใช้กำลังประทุษรา้ ย หมายความว่า ทำการประทุษรา้ ยแก่กายหรือจิตใจของบคุ คล ไม่วา่ จะทำด้วย
ใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด และให้หมายความรวมถึงการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด
อยู่ในภาวะท่ไี ม่สามารถขดั ขืนได้ ไม่ว่าจะโดยใชย้ าทำให้มนึ เมา สะกดจิต หรอื ใชว้ ธิ อี ่ืนใดอนั คลา้ ยคลึงกนั
(7) เอกสาร หมายความวา่ กระดาษหรือวัตถุอ่ืนใดซง่ึ ได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข
ผัง หรือแผนแบบอยา่ งอื่น จะเป็นโดยวธิ พี ิมพ์ ถ่ายภาพ หรอื วิธีอืน่ อนั เป็นหลักฐานแหง่ ความหมายนน้ั
(8) เอกสารราชการ หมายความว่า เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ และให้
หมายความรวมถงึ สำเนาเอกสารนน้ั ๆ ท่ีเจา้ พนกั งานไดร้ ับรองในหน้าทีด่ ว้ ย
(9) เอกสารสทิ ธิ หมายความวา่ เอกสารที่เป็นหลกั ฐานแหง่ การกอ่ เปลีย่ นแปลง โอน สงวนหรือระงับ
ซ่งึ สิทธิ
(10) ลายมือชือ่ หมายความรวมถึงลายพิมพน์ ว้ิ มอื และเคร่ืองหมายซึ่งบุคคลลงไว้แทนลายมือชื่อของตน
(11) กลางคืน หมายความวา่ เวลาระหว่างพระอาทติ ย์ตกและพระอาทติ ย์ขึน้
(12) คุมขัง หมายความว่า คุมตวั ควบคมุ ขัง กักขังหรอื จำคกุ
(13) ค่าไถ่ หมายความวา่ ทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชน์ทเ่ี รียกเอา หรือใหเ้ พื่อแลกเปลยี่ นเสรีภาพของผู้ถูก
เอาตวั ไป ผูถ้ ูกหนว่ งเหนยี่ วหรอื ผูถ้ ูกกกั ขัง

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ิต 129

(14) บตั รอิเลก็ ทรอนิกส์ หมายความว่า
(ก) เอกสารหรือวัตถุอื่นใดไม่ว่าจะมีรูปลักษณะใดที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ ซึ่งจะระบุช่ือ

หรือไม่ก็ตาม โดยบันทึกขอ้ มูลหรือรหัสไว้ด้วยการประยุกต์ใชว้ ธิ กี ารทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสงหรือวิธีการทางแม่เหล็กให้ปรากฏ
ความหมายด้วยตวั อักษร ตัวเลข รหัส หมายเลขบตั ร หรอื สญั ลกั ษณ์อ่นื ใดทั้งทีส่ ามารถมองเห็นและมองไม่เห็น
ดว้ ยตาเปล่า

(ข) ขอ้ มลู รหสั หมายเลขบัญชี หมายเลขชุดทางอิเล็กทรอนกิ ส์หรอื เครื่องมอื ทางตวั เลขใด ๆ ท่ี
ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ โดยมิได้มีการออกเอกสารหรือวัตถุอื่นใดให้ แต่มีวิธีการใช้ในทำนองเดียวกับ
(ก) หรอื

(ค) ส่ิงอื่นใดที่ใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับ
ข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือระบุตัวบุคคลผเู้ ปน็ เจา้ ของ

(15) หนังสือเดินทาง หมายความว่า เอกสารสำคัญประจำตัวไม่ว่าจะมีรูปลักษณะใดที่รัฐบาลไทย
รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศออกให้แก่บุคคลใด เพื่อใช้แสดงตนในการเดินทางระหว่าง
ประเทศ และให้หมายความรวมถึงเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและแบบหนังสือเดินทางที่ยังไม่ได้กรอก
ข้อความเกยี่ วกบั ผูถ้ ือหนงั สือเดนิ ทางดว้ ย

(16) เจา้ พนกั งาน หมายความวา่ บุคคลซงึ่ กฎหมายบัญญัตวิ ่าเป็นเจา้ พนักงาน หรอื ได้รับแต่งต้ังตาม
กฎหมายให้ปฏบิ ตั หิ น้าทรี่ าชการ ไม่วา่ เป็นประจำหรือครัง้ คราว และไมว่ า่ จะ ได้รับคา่ ตอบแทนหรือไม่

(17) ส่อื ลามกอนาจารเดก็ หมายความว่า วตั ถุหรอื สิ่งทแี่ สดงใหร้ หู้ รือเหน็ ถงึ การกระทำทางเพศของ
เดก็ หรือกับเด็กซ่ึงมีอายุไมเ่ กนิ สิบแปดปีโดยรูป เรือ่ ง หรอื ลกั ษณะสามารถส่ือ ไปในทางลามกอนาจาร ไม่ว่าจะ
อยู่ในรปู แบบของเอกสาร ภาพเขยี น ภาพพิมพภ์ าพระบายสสี ิ่งพิมพ์ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอ่ื งหมาย รูปถ่าย
ภาพยนตร์แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือรูปแบบ อื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน และให้หมายความ
รวมถึงวัตถุหรือสิ่งต่าง ๆ ข้างต้นที่จัดเก็บในระบบ คอมพิวเตอร์หรือในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถ
แสดงผลให้เขา้ ใจความหมายได้

(18) กระทำชำเรา หมายความว่า กระทำเพ่ือสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวยั วะเพศของ
ผกู้ ระทำลว่ งล้ำอวยั วะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผอู้ ่ืน

2. ความผดิ เกีย่ วกบั ความสงบสุขของประชาชน
2.1 ความผดิ ฐานเป็นอั้งยี่
ผใู้ ดเปน็ สมาชกิ ของคณะบคุ คล ซงึ่ ปกปิดวธิ ีดำเนนิ การ และมคี วามม่งุ หมายเพือ่ การอนั มิชอบด้วย

กฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หม่ืน
บาท

ถา้ ผ้กู ระทำความผิดเปน็ หวั หนา้ ผู้จดั การหรือผ้มู ตี ำแหน่งหน้าที่ในคณะบุคคลนนั้ ต้องระวางโทษ
จำคกุ ไมเ่ กนิ สิบปี และปรบั ไมเ่ กินสองแสนบาท

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่ือการดำรงชวี ิต 130

ตวั อย่าง ขบวนการ บี อาร์ เอน็ (ฎ.1167/2543) (Barisan Revolusi Nasional-BRN) ขบวนการ
แบง่ แยกดนิ แดนทางภาคใต้ของประเทศไทย หรือ กลุ่ม IS ในตา่ งประเทศ

2.2 ความผิดฐานซอ่ งโจร
ผู้ใดสมคบกัน ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2

นี้ และความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร ต้อง
ระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนึ่งแสนบาท หรือทงั้ จำท้งั ปรบั

ถ้าเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก
อย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสอง
แสนบาท

การสมคบกันเพื่อทำความผิดฐานซ่องโจรนั้น ต้องมีการแสดงออกซึ่งความตกลงในการที่จะ
กระทำผดิ รว่ มกัน มิใชเ่ พยี งแต่มาประชุมหารือกันโดยมไิ ดต้ กลงอะไรกนั เลยหรอื ตกลงกันไมไ่ ด้ (ฎ.2829/2526)

2.3 ความผดิ ฐานมั่วสมุ
ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำ

การอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกดิ ความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ หกเดือน หรือปรับไม่เกนิ
หนงึ่ หมืน่ บาท หรือทงั้ จำทงั้ ปรบั

ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
สองปี หรอื ปรับไม่เกินสหี่ ม่ืนบาท หรือทง้ั จำทงั้ ปรบั

ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น ต้องระวาง
โทษจำคุกไมเ่ กินห้าปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จำทง้ั ปรบั

ทั้งนี้ การมั่วสุมไม่จำต้องนัดหมายร่วมกันมาก่อนแต่การกระทำตอนใช้กำลังประทุษร้าย ต้อง
กระทำดว้ ยความประสงคร์ ่วมกนั (ฎ.772/2482)

3. ความผดิ เกีย่ วกับการปลอมและการแปลง
3.1 ความผดิ ฐานปลอมเงินตรา
ผู้ใดทำปลอมขึ้นเงินตรา ไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกษาปณ์ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใด ซึ่ง

รัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบ้ีย
พนั ธบตั รน้ันๆ ผูน้ น้ั กระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ซง่ึ เงนิ ตราที่ปลอมเป็นความผิดต้องมีเงินตราจริงออกใช้
และยังไม่ได้เลิกใช้ คำว่า “ทำปลอม” หมายความว่า กระทำโดยตั้งใจให้เหมือนของจริง คือดูที่เจตนาของ
ผกู้ ระทำ ไม่ไดด้ ทู ่ผี ลว่าเหมือนของจรงิ มากน้อยเพียงใด

ผกู้ ระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ตอ้ งระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกต้ังแต่สิบปีถึงย่ีสิบ
ปี และปรับตัง้ แตส่ องแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ิต 131

3.2 ความผิดฐานแปลงเงินตรา
แต่หากเป็นการแปลงเงนิ ตรา ไม่ว่าจะเปน็ เหรยี ญกษาปณ์ ธนบัตร หรอื สิง่ อื่นใด ซ่งึ รฐั บาลออกใช้

หรอื ให้อำนาจให้ออกใช้ หรอื ทำปลอมข้ึนซึ่งพันธบัตรรฐั บาลหรือใบสำคัญสำหรบั รับดอกเบ้ียพนั ธบัตรน้ันๆ ให้
ผิดไปจากเดิม เพอ่ื ใหผ้ ้อู ่ืนเช่ือวา่ มมี ูลคา่ สูงกวา่ จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานแปลงเงินตรา

การกระทำความผิดฐานแปลงเงนิ ตรานต้ี ้องมเี จตนาเพื่อให้ผู้อ่ืนเชื่อวา่ มีมูลค่าสงู กว่าจริง และต้อง
กระทำต่อเงินตราที่แท้จริง คำว่า “มีมูลค่าสูงกว่าจริง” นี้ กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าเป็นมูลค่าเงินตราชนิดท่ี
สูงขึ้น จึงไม่ต้องมีเงินตราที่ออกใช้เงินตามค่าที่แปลงนั้นก็ได้ เช่น แปลงจาก 10 บาท เป็น 15 บาท ก็เป็น
ความผดิ ตามมาตราน้ไี ด้

ผกู้ ระทำความผิดฐานแปลงเงินตรา ตอ้ งระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกต้ังแต่หา้ ปถี งึ ยี่สิบปี
และปรับต้ังแตห่ น่ึงแสนบาทถงึ สแี่ สนบาท

3.3 ความผิดฐานใช้เงินตราปลอมหรอื แปลง
ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งสิ่งใด ๆ อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอม หรือของแปลง ต้องระวาง

โทษจำคกุ ตั้งแต่หน่งึ ปีถงึ สบิ หา้ ปี และปรบั ต้งั แตส่ องหมื่นบาทถงึ สามแสนบาท
ผูใ้ ดได้มาซึง่ สิง่ ใด ๆ โดยไมร่ วู้ า่ เป็นของปลอม หรอื ของแปลง ถา้ ต่อมาร้วู ่าเป็นของปลอมหรือของ

แปลงเชน่ วา่ นน้ั ยังขนื นำออกใช้ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ สบิ ปี หรือปรับไม่เกนิ สองแสนบาท หรอื ทั้งจำทั้งปรบั

3.4 ความผดิ ฐานปลอมเอกสาร
ผู้ใดทำเอกสารปลอมขน้ึ ทั้งฉบับหรือแตส่ ่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรอื ตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วย

ประการใดๆ ในเอกสารท่ีแท้จริง หรอื ประทับตราปลอม หรอื ลงลายมือชอื่ ปลอมในเอกสาร โดยประการทนี่ า่ จะ
เกิดความเสียหายแก่ผู้อ่นื หรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพ่ือใหผ้ ู้หนง่ึ ผู้ใดหลงเช่ือวา่ เปน็ เอกสารท่ีแท้จริง หรือเป็น
กรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยนิ ยอม หรือโดยฝ่า
ฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือ
ประชาชน ผู้น้นั กระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร

“เอกสารปลอม” คือ เอกสารที่ไม่ได้ทำหรือได้รับอำนาจให้ทำ โดยผู้ที่ปรากฏในเอกสารนั้นว่า
เป็นผู้ทำ เป็นการลวงให้หลงในตัวบุคคลผู้ทำเอกสาร หรือในลายมือชื่อของผู้ทำเอกสารนั้น แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ใช่
เรอื่ งการมอบอำนาจให้กระทำการแทนในฐานะตัวการตัวแทนตามกฎหมาย

คำว่า “ปลอม” ในความผิดฐานปลอมเอกสาร ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารที่แท้จริงอยู่ก่อนเลย ก็
สามารถปลอมขึ้นได้ และไม่ต้องทำให้เหมอื นจรงิ สามารถปลอมได้โดย

1. ทำปลอมขึ้นทั้งฉบับ คือ ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดเชื่อว่าเป็นเอกสารท่ี
แท้จรงิ โดยทอ่ี าจจะมี หรอื ไม่มีเอกสารอนั แท้จรงิ นนั้ อยู่เลยกไ็ ด้ หรือ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ติ 132

2. ปลอมเอกสารแต่เพียงส่วนหนึ่งส่วนใด คือ ได้มีการทำเอกสารที่แท้จริงขึ้น แต่ยังไม่เสร็จ
ครบถ้วน ถ้าผู้ใดปลอมข้อความต่อไปจนครบถ้วน หรือ แม้จะยังไม่เสร็จครบถ้วนก็ตาม (ถ้าส่วนที่ทำขึ้นมี
ลกั ษณะเป็นเอกสารแล้ว) กเ็ ปน็ การปลอมแต่บางสว่ นแลว้

จะสังเกตเหน็ ไดว้ า่ คำวา่ “แท้จริง” ในเอกสารที่แท้จริง ไม่ไดห้ มายความว่า เปน็ เทจ็ หรือเปน็ จรงิ
และไม่ไดห้ มายความว่า ความหมายของเอกสารอันแทจ้ รงิ น้ันจะเป็นจริงเสมอไป อาจมขี ้อความอนั เป็นเท็จก็ได้
และเอกสารปลอมก็อาจมขี ้อความตรงกับความจรงิ ก็ได้

ผู้กระทำความผิดฐานปลอมเอกสารต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่น
บาท หรือท้งั จำทั้งปรบั

ถ้าเอกสารที่ปลอมนั้นเปน็ เอกสารสทิ ธิ เช่น โฉนดที่ดิน ตั๋วรับจำนำ สัญญากู้ ตั๋วเครื่องบิน เป็น
ต้น หรือปลอมเอกสารอันเป็นเอกสารราชการ เช่น บัตรประชาชน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ทะเบียนบ้าน เป็น
ต้น ผู้นนั้ ต้องระวางโทษจำคกุ ตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับต้ังแตห่ นงึ่ หมื่นบาทถึงหน่ึงแสนบาท หรือท้ังจำทั้ง
ปรับ และถ้าเป็นเอกสารสทิ ธิอันเป็นเอกสารราชการ พินัยกรรม ใบหุ้น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัตร
เงินฝาก ตอ้ งระวางโทษจำคุกตัง้ แต่หนง่ึ ปีถงึ สิบปี และปรับตง้ั แตส่ องหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท

ตัวอย่าง นายแดงกู้เงินนายขาว 100,000 บาท แต่ไม่ได้ทำสัญญาไว้ นายขาวเกรงว่าจะฟ้องร้อง
บังคับคดไี ม่ได้ นายขาวจึงทำสญั ญากู้ข้นึ มาเองฉบบั หนึ่ง มีขอ้ ความวา่ นายแดงกเู้ งินนายขาวไป 100,000 บาท
และลงลายมอื ชอ่ื นายแดงเชน่ น้ี เป็นเอกสารปลอม แมจ้ ะตรงกบั ความเป็นจรงิ ก็ตาม

ตัวอย่าง นายหนึ่งแกไขใบรับรองแพทย์ เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาอนุญาตให้หนึ่งลาป่วย
ต่อนายจ้างตามระเบียบ โดยเพิ่มวันที่แพทย์ให้หยุดพักรักษาตวั ขึ้นอีก 1 วัน และไดยื่นใบรับรองแพทย์ที่แกไข
แลว้ ตอ่ นายจา้ ง นายหน่ึงกระทำความผดิ ฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

ตัวอย่าง นางสุดาเปิดบัญชีฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงธน โดยใช้ชื่อผู้ฝากว่านภา แล้วเซ็นชื่อนภา
ลงในคำขอฝากเงิน เซ็นชื่อในตัวอย่างลายมือชื่อ และให้ธนาคารกรุงธน ออกเช็คในนามนภา ดังนี้ ไม่เป็นการ
ปลอมเอกสารของผู้ใด เพยี งแตน่ างสุดาไมต่ อ้ งการใชช้ ือ่ จริงเทา่ นน้ั จึงไมเ่ ปน็ ความผดิ ฐานปลอมเอกสาร

3.5 ปลอมบัตรอเิ ล็กทรอนกิ ส์
ผู้ใดทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ

หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ
ประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชือ่ ว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จรงิ หรือเพื่อใชป้ ระโยชน์อย่าง
หนึ่งอย่างใด ผู้นั้นกระทำความผดิ ฐานปลอมบัตรอิเลก็ ทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปถี ึงห้าปี และ
ปรับตง้ั แต่สองหมื่นบาทถงึ หนงึ่ แสนบาท

ตัวอย่างบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนรุ่นสมาร์ท
การ์ด เหรียญโดยสารรถไฟฟา้ รีโมทคอนโทรลรถยนต์ โทรศพั ท์เคลื่อนทท่ี ่ีมกี ารบันทกึ รหัสประจำตัวเครื่องมา
จากโรงงานผผู้ ลิต (อมี )ี่

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพือ่ การดำรงชวี ิต 133

3.6 ความผิดฐานปลอมหนงั สือเดินทาง
ผู้ใดทำหนังสือเดินทางปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือ

แก้ไขด้วยประการใด ๆ ในหนังสือเดินทางที่แท้จริง หรือประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมในหนังสือ
เดินทาง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผูใ้ ดหลงเชื่อว่า
เป็นหนังสือเดินทางที่แทจ้ รงิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมหนังสือเดนิ ทาง ต้องระวางโทษจำคุกต้ังแต่หน่งึ ปี
ถงึ สิบปี และปรบั ตั้งแต่สองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท

4. ความผดิ เก่ียวกับเพศ
4.1 ความผิดฐานข่มขนื กระทำชำเรา
ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นน้ันอยู่

ในภาวะท่ีไมส่ ามารถขดั ขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อืน่ นั้นเข้าใจผดิ ว่าตนเป็นบุคคลอน่ื ตอ้ งระวางโทษจำคุกต้ังแต่ส่ีปี
ถงึ ยสี่ ิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมน่ื บาทถงึ สแี่ สนบาท

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปนื
หรอื วัตถรุ ะเบดิ ต้องระวางโทษจำคกุ ต้ังแต่เจด็ ปีถึงยสี่ ิบปี และปรับตัง้ แตห่ นงึ่ แสนสีห่ มื่นบาทถงึ สีแ่ สนบาท

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ
หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอนั มลี ักษณะเปน็ การโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลกั ษณะเดียวกัน ต้อง
ระวางโทษจำคุกตัง้ แต่สิบหา้ ปีถึงย่สี บิ ปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงส่แี สนบาท หรอื จำคกุ ตลอดชวี ติ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดระหว่างคูส่ มรส และคู่สมรสนั้นยังประสงคจ์ ะอยู่
กินดว้ ยกนั ฉนั สามีภรยิ า ศาลจะลงโทษน้อยกว่าท่ีกฎหมายกำหนดไวเ้ พียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพ่ือคุม
ความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก และคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่
ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้
ศาลแจ้งพนกั งานอยั การให้ดำเนนิ การฟ้องหย่าให้

4.2 ความผดิ ฐานกระทำชำเราเดก็
ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอม

หรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปถี งึ ยีส่ บิ ปี และปรบั ตัง้ แต่หนง่ึ แสนบาทถงึ ส่แี สนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสบิ สามปี ต้องระวาง

โทษจำคกุ ต้งั แตเ่ จ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตงั้ แตห่ นง่ึ แสนสีห่ ม่ืนบาทถึงส่ีแสนบาท หรอื จำคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่า

ผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่
แสนบาท หรอื จำคุกตลอดชวี ิต

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ติ 134

ถา้ การกระทำความผดิ ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยมีอาวธุ ปืนหรือวัตถุระเบิด หรือ
โดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผดิ ด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายใน
ลักษณะเดยี วกนั ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชวี ิต

ความผิดตามทบี่ ัญญัติไว้ในวรรคหน่ึง ถ้าเป็นการกระทำโดยบุคคลอายุไม่เกนิ สิบแปดปีกระทำต่อ
เด็กซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและ
ครอบครวั จะพจิ ารณาใหม้ กี ารคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทำหรอื ผ้กู ระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วย
การคุ้มครองเด็กแทนการลงโทษก็ได้ ในการพิจารณาของศาล ให้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ
สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อมของผู้กระทำความผิดและเด็ก
ผู้ถูกกระทำ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดกับเด็กผู้ถูกกระทำ หรือเหตุอื่นอันควรเพื่อประโยชน์ของ
เดก็ ผูถ้ ูกกระทำดว้ ย

ในกรณีที่ได้มีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำความผิดตาม
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแล้ว ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้าการคุ้มครองสวัสดิภาพดงั กลา่ วไม่
สำเร็จ ศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สาหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ในการ
พจิ ารณาของศาล ให้คำนึงถงึ เหตุตามวรรคหา้ ด้วย

4.3 ความผิดฐานกระทำอนาจารผอู้ ่นื
การกระทำอนาจาร คือ การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศ เพียงแต่กอดจูบ ลูบคล้ำ แตะต้องเนื้อ

ตวั ร่างกายในทางไมส่ มควรก็เป็นอนาจารแล้ว ยงั รวมถงึ ทำให้อับอายขายหนา้ ในทางเพศต่อหน้าธารกำนัลด้วย
และกระทำโดยเปดิ เผยในทซี่ ึง่ อาจมีคนเห็นได้

ผู้ใดกระทำอนาจารแกบ่ ุคคลอายุกว่าสิบห้าปโี ดยขูเ่ ข็ญดว้ ยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย
โดยบคุ คลนัน้ อยใู่ นภาวะท่ไี มส่ ามารถขดั ขืนได้ หรอื โดยทำให้บคุ คลนนั้ เขา้ ใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอนื่ ตอ้ งระวาง
โทษจำคุกไมเ่ กนิ สิบปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินสองแสนบาท หรือทง้ั จำท้ังปรบั

ผใู้ ดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยงั ไม่เกนิ สิบห้าปี โดยเดก็ น้ันจะยินยอมหรอื ไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษ
จำคุกไมเ่ กนิ สบิ ปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ สองแสนบาท หรือทัง้ จำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษ
จำคกุ ต้งั แตห่ น่งึ ปถี งึ สบิ ปี หรือปรบั ตั้งแตส่ องหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรอื ท้งั จำท้งั ปรับ

5. ความผิดเก่ียวกับชวี ิต
5.1 ความผิดฐานเจตนาฆ่า
ผูใ้ ดฆ่าผอู้ ่นื ตอ้ งระวางโทษประหารชวี ิต จำคกุ ตลอดชวี ติ หรือจำคกุ ตั้งแต่สบิ หา้ ปีถงึ ยี่สบิ ปี
การฆา่ หมายความว่า การกระทำอันเป็นเหตุใหค้ นตาย หรือการกระทำใหบ้ ุคคลทมี่ ีชีวิตอยู่ถึงแก่

ความตาย กฎหมายไม่ไดจ้ ำกดั ลักษณะของการกระทำในการฆ่าไว้ ผู้กระทำจะกระทำด้วยวธิ ีการใดๆ ก็ได้ เช่น

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ิต 135

ใชป้ ืนยงิ ใชม้ ีดแทง ขบั รถยนตช์ น กดใหจ้ มน้ำ หรือบงั คับให้ด่ืมยาพิษ เป็นต้น รวมทัง้ การทำร้ายทางจิตใจ เช่น
แกล้งบอกขา่ วร้ายแกค่ นปว่ ยจวนจะตายให้ตกใจตาย

ผู้อื่น หมายความว่าบุคคลอื่นและบุคคลอื่นนั้นต้องมีชีวิตอยู่ ดังนั้นการพยายามฆ่าตนเองจึงไม่มี
ความผิด และการยิงคนที่ตายแล้วโดยเข้าใจว่ายังมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีความผิดเช่นกัน เพราะขาดองค์ประกอบ
ความผิดฐานฆา่ ผู้อ่นื นอกจากน้นั ผอู้ ื่นนัน้ ต้องมีสภาพบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 15
ด้วย ดังนั้นการฆ่าทารกในครรภ์มารดายังไม่มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น เพราะทารกในครรภ์มารดายังไม่มีสภาพ
บคุ คล เพราะสภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอย่รู อดเป็นทารกและส้ินสุดลงเม่ือตาย การกระทำดังกล่าว
เปน็ ความผิดฐานทำให้แทง้ ลกู ตามประมวลกฎหมายอาญา

อย่างไรก็ตาม หากเป็นการฆ่าที่กระทำต่อบุคคลหรือมีการกระทำโดยมีเหตุลักษณะอยา่ งใดอยา่ ง
หนึ่ง (เหตุฉกรรจ์) ดังตอ่ ไปน้ี ต้องระวางโทษประหารชวี ิต

(1) ฆา่ บุพการี
บพุ การี หมายถึง บดิ า มารดา ปู่ ยา่ ตา ยาย ทวด สืบสายโลหิตโดยตรงขน้ึ ไป พิจารณาตาม

สายโลหิตยิ่งกว่าความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ดังนั้นแม้จะเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นบิดาตาม
สายโลหิต หากถูกบุตรฆ่าก็ต้องลงโทษบุตรตามมาตรานี้ด้วย ส่วนบุตรบุญธรรมฆ่าผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นเมื่อ
พิจารณาแล้ว จะเห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต และไม่ใช่บุพการีตามกฎหมาย ดังนั้น หากบุตรบุญ
ธรรมฆา่ ผ้รู บั บุตรบุญธรรมจงึ ไม่มีความผิดฐานฆ่าบพุ การี

(2) ฆา่ เจ้าพนักงาน ซ่ึงกระทำการตามหน้าทหี่ รอื เพราะเหตทุ จ่ี ะกระทำหรือไดก้ ระทำการตามหน้าท่ี
บคุ คลซึ่งกฎหมายบญั ญัติไวช้ ัดเจนวา่ เป็นเจา้ พนักงาน เช่น เจ้าคณะตำบล กำนัน ผูใ้ หญ่บ้าน

หรอื เจา้ พนักงานในกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญาหรือวธิ ีพิจารณาความแพ่ง รวมถึงบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง
ให้ปฏิบตั ิราชการ เชน่ รฐั มนตรี ผพู้ ิพากษา อัยการ แต่ท้ังน้ไี ม่รวมถึงสมาชกิ รัฐสภา ส.ส. ส.ว.

กระทำการตามหน้าท่ี หมายถึง นอกจากผู้ที่ถูกฆ่าต้องเป็นเจ้าพนักงานและได้กระทำตาม
หนา้ ทอ่ี ยู่ ซงึ่ เปน็ ข้อเท็จจริงทผี่ ู้กระทำผิดจะต้องรู้ (รวู้ ่าเปน็ เจ้าหน้าท่ี และรวู้ า่ เขากำลังทำหน้าที่อยู่) หากเป็น
เจา้ พนกั งานแต่ไม่ได้กระทำตามหน้าท่ีอยู่ เช่น ออกเวรแล้วหรือกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน แลว้ ถูกฆ่าตายไม่ได้อยู่
ในความหมายน้ี เพราะไม่ได้กระทำตามหน้าที่ เปน็ เจ้าพนกั งานแตป่ ฏิบตั ิหน้าท่ีโดยไม่ชอบ เช่น จบั หรือค้นโดย
ไมช่ อบแลว้ ถกู ยงิ ตาย ก็ไมไ่ ดร้ บั การค้มุ ครองตามมาตราน้เี ชน่ เดยี วกนั

เพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำการตามหน้าท่ี หมายถึง การฆ่าเจ้าหน้าที่เพราะมี
มูลเหตุจูงใจในการฆ่าอันเนื่องมากจาเหตุที่เจ้าหน้าที่จะกระทำหรือได้กระทำตามหน้าท่ี เช่น เมื่อถูกตำรวจจบั
ยาเสพติดแล้ว พ้นโทษออกมาแล้วยังโกรธแค้นตำรวจคนนั้นอยู่ จึงตามมาฆ่าตำรวจคนนั้นตาย กรณีเช่นนี้เปน็
การฆ่าเจา้ พนักงานเพราะเหตุท่ีได้กระทำตามหนา้ ที่

หากเจ้าพนกั งานยังไม่ได้กระทำตามหนา้ ท่ี เพยี งแคจ่ ะกระทำ เช่น กำลังจะขับรถออกไปจับ
ผู้ร้าย แต่ก็ถูกเพื่อนคนร้ายยิงตายเสียก่อน เช่นนี้ก็เป็นการฆ่าเจ้าพนักงานแล้ว เพราะเป็นการฆ่าเจ้าพนักงาน
เพราะเหตุท่ีจะกระทำตามหน้าท่ี แต่หากขอ้ เท็จจริงปรากฏว่าตอนฆ่าตำรวจคนน้ันตายปรากฏว่าตำรวจคนน้ัน

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ติ 136

ได้เกษียณอายุไปแล้ว เช่นนี้ไม่ใช่กรณีตาม (2) เพราะไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานแล้ว แม้จะมีมูลเหตุจูงใจในการฆ่า
เพราะเหตุทไ่ี ด้กระทำตามหนา้ ท่ีก็ตาม

(3) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่
บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดงั กลา่ วแลว้

ผชู้ ว่ ยเหลือเจา้ พนกั งาน อาจหมายถึง ผู้ชว่ ยเหลือทเ่ี จ้าพนกั งานขอใหช้ ว่ ย เชน่ ตำรวจกำลัง
วง่ิ จบั คนร้ายอยู่ ไดต้ ะโกนขอให้ชาวบ้านชว่ ยจบั ผู้ร้าย เมือ่ ชาวบ้านคนนน้ั ช่วยจับแล้วถูกฆ่าตาย ผู้กระทำย่อมมี
ความผิดฐานฆ่าผชู้ ่วยเหลอื เจา้ พนกั งาน

ผชู้ ว่ ยเหลือเจา้ พนกั งานอาจมีได้แม้เจ้าพนักงานนน้ั ไม่ได้ขอให้ชว่ ย เช่น ตำรวจกำลังวิ่งไล่จับ
คนร้ายอยู่ นายแดงจึงช่วยจับคนร้ายไว้ให้ แต่ปรากฏว่าคนร้ายได้ยิงนายแดงที่กำลังเข้ามาจับถึงแก่ความ
ตาย ดังน้ีกถ็ อื วา่ เปน็ การฆ่าผู้ช่วยเหลอื เจ้าพนกั งานเช่นเดยี วกัน

(4) ฆา่ ผู้อ่ืนโดยไตรต่ รองไวก้ ่อน
ไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นพฤติการณป์ ระกอบการกระทำ ไมใ่ ชอ่ งค์ประกอบความผดิ ผู้กระทำไม่

ต้องรู้วา่ การกระทำของตนเป็นการไตรต่ รองหรือไม่ก็ได้ หากมพี ฤติการณป์ รากฏให้เห็นไดว้ ่า การฆ่าคนตายนั้น
มีการคดิ และทบทวนกอ่ นมกี ารลงมือฆ่าแล้ว กถ็ ือวา่ เป็นการฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ผู้กระทำไม่จำต้องไตร่ตรองนานแล้วจึงฆ่า แม้คิดทบทวนไม่นานก็ถือว่าเป็นการฆ่าโดย
ไตร่ตรองไว้ก่อน เช่น โต้เถียงกันในที่ประชุมแล้วเดินออกไปเอาปืนที่อยู่ในรถมายิงคนในที่ประชุมตาย ก็ถือว่า
ได้ไตรต่ รองในการฆา่ แลว้

ตัวอย่างการฆ่าโดยไตรตรองไว้ก่อน เช่น การจา้ งวานฆ่า ไปดกั รอฆา่ การฆ่าโดยการวางยาพิษ
เนื่องจากลักษณะของการฆ่าเหล่านี้มีการคิดและวางแผนการฆ่ามาเป็นอย่างดีนั่นเอง แต่หากเป็นการฆ่าโดย
ปัจจุบันทันด่วน เช่น ขับรถปาดหน้ากันจึงโมโหขับรถชนหรือเบียดตกถนน หรือตั้งใจจะมาฆ่า แต่บังเอิญเห็น
โดยบังเอญิ และมือถือปืนอยู่จึงยงิ เขาตายทนั ที เหล่านเ้ี ปน็ การฆา่ โดยปัจจบุ นั ทันด่วน ไมใ่ ชฆ่ ่าโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน

(5) ฆ่าผอู้ ่นื โดยทรมานหรอื โดยกระทำทารุณโหดร้าย
ฆ่าโดยทรมาน หมายถึง ไม่ต้องการให้ตายทนั ทีแต่ทำให้ได้รับทุกขเวทนาหรือให้ไดร้ ับความ

ลำบากอย่างสาหัสก่อนตาย เช่น ใช้เชือกลากไปตามถนนจนตาย จุดไฟเผาในขณะที่ยังไม่ตาย เอามีดแทงให้
เลือดไหลปล่อยทิ้งไว้ใหต้ ายชา้ ๆ เหล่านี้เป็นการฆ่าคนตายโดยทรมาน

ฆ่าโดยกระทำทารุณโหดร้าย พิจารณาจากความรู้สึกของคนทั่วไปว่าทารุณโหดร้ายหรือไม่
เช่น ฆ่ายกครัว ฆ่าหญิงที่มีครรภ์ ใช้เชือกรัดคอเด็ก กระทืบจนตายคาเท้า เช่น นายแดงต้องการฆ่านายดำ จึง
เอามีดแทงนายดำหนึ่งทีที่กลางอก แล้วปล่อยให้นายดำตายช้า ๆ เช่นนี้เป็นการฆ่าคนตายโดยทรมาน แต่หาก
ว่านายแดงต้องการฆ่านายดำ จึงเอามีดแทงนายดำ 30 ทีที่บริเวณท้องจนนายดำถึงแก่ความตาย เช่นนี้ไม่ใช่
เป็นการฆ่าโดยทรมาน เพราะไมไ่ ด้ทำให้ตายอย่างช้า ๆ แต่เป็นการฆา่ โดยกระทำทารณุ โหดร้าย

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ติ 137

(6) ฆ่าผูอ้ นื่ เพื่อตระเตรียมการ หรอื เพอื่ ความสะดวกในการทีจ่ ะกระทำความผิดอยา่ งอน่ื
ความผิดตามกรณีนี้ เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยมีมูลเหตุจูงใจในการฆ่า เช่น การฆ่าชายที่ไปกับ

หญิง เพื่อจะข่มขืนหญิง ฆ่าเจ้าหน้าทีร่ กั ษาความปลอดภัยเพื่อเขา้ ไปลกั ทรัพย์ในบ้านหรือโรงงาน ฆ่าเจ้าทรัพย์
เพ่ือจะได้ลักทรพั ยไ์ ด้อยา่ งสะดวก

(7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อ
ปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ต้องระวางโทษ
ประหารชวี ิต

ความผิดนี้ เป็นกรณีที่ผู้กระทำมีมูลเหตุจูงใจในการฆ่า เป็นการฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาไว้ซ่ึง
ผลประโยชน์อันเกิดแต่การทต่ี นได้กระทำความผิดอนื่ เช่น ไปปล้นทรัพย์มาดว้ ยกัน แล้วฆา่ พรรคพวกที่ไปปล้น
นนั้ เพ่อื เอาทรพั ยท์ ี่ปลน้ มาเพียงคนเดยี ว

การฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เช่น ลัก
ทรพั ยไ์ ด้แลว้ เจา้ ทรัพย์จะมาเอาคืนจงึ ฆา่ เสยี

การฆ่าผ้อู น่ื เพอื่ ปกปิดความผิดอ่ืนของตน เชน่ เจ้าทรพั ยเ์ สยี ดงั จงึ ฆา่ เสยี
การฆ่าผู้อื่นเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ ฆ่าคนตายเพื่อหลบหนี
ฆ่าตำรวจหรือเจา้ ทรัพยท์ ่ไี ล่ตาม

5.2 ความผดิ ฐานมไิ ดม้ ีเจตนาฆา่ แต่ทำรา้ ยผอู้ ่นื จนเป็นเหตใุ ห้ถงึ แกค่ วามตาย
ผูใ้ ดมิไดม้ ีเจตนาฆ่า แตท่ ำรา้ ยผูอ้ ื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแกค่ วามตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่

สามปถี ึงสิบหา้ ปี แต่หากความผิดนัน้ มีลักษณะประการหนึ่งประการใดอันเป็นเหตุฉกรรจ์ตามข้อ 5.1 ผู้กระทำ
ตอ้ งระวางโทษจำคุกตัง้ แตส่ ามปีถึงยสี่ บิ ปี

ความผดิ ฐานนี้ลงโทษผู้ท่ีทำร้ายร่างกายผู้อ่ืน แตผ่ ลการทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ท่ีถูกทำร้ายถึง
แกค่ วามตาย เมื่อเจตนาของผู้กระทำมีเพียงแค่ทำร้าย ผ้กู ระทำจงึ ไมอ่ าจจะมีความผดิ ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
ได้ เพราะความผิดฐานฆา่ คนตายนนั้ ผู้กระทำต้องมีเจตนาฆ่า ส่วนความผิดฐานน้ีผู้กระทำจะต้องมไิ ด้มีเจตนาฆ่า
แตม่ ีเจตนาเพียงแค่ทำรา้ ยเท่าน้ัน อกี ทัง้ ผลของการกระทำความผิดฐานนี้ คอื ผทู้ ถ่ี กู ทำรา้ ยถึงแก่ความตาย ซึ่ง
จะเห็นว่าผลที่เกิดขึ้นเกินไปจากเจตนาของผู้กระทำผิด เพราะผู้กระทำมีเจตนาทำร้ายเท่านั้น ผลที่ควรเกิดขน้ึ
คอื ผู้เสยี หายไดร้ ับบาดเจ็บเท่านนั้ เช่น นายเอกใช้ไม้ตีนายศักดิ์ เมื่อนายศักด์ิล้มลงก็เข้าไปกระทืบซ้ำ ต่อมา
นายศักดิ์มีอาการบอบช้ำภายในจนถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือไม่ได้ว่านายเอกมีเจตนาฆ่า คงถือได้เพียงว่านาย
เอกมีเจตนาทำร้ายนายศักดจ์ิ นเป็นเหตใุ ห้ถงึ แกค่ วามตาย

5.3 ความผดิ ฐานกระทำโดยประมาทเปน็ เหตใุ หผ้ ูอ้ น่ื ถงึ แกค่ วามตาย
ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อืน่ ถงึ แก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคกุ

ไมเ่ กินสิบปี และปรบั ไม่เกนิ สองแสนบาท

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ติ 138

ความผิดฐานฆ่าตายโดยประมาทหรือกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็น
ความผิดที่เกิดขึ้นจากการกระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังของผู้กระทำ แล้วผลของการกระทำ
เป็นเหตใุ หม้ ีคนตายขึน้ มา ความผิดฐานน้ีเปน็ ความผิดทีต่ ้องการผล หากประมาทแต่ไมม่ คี นตายผู้กระทำกไ็ ม่มี
ความรับผิด ถ้าผลของการประมาทเปน็ เหตุใหไ้ ด้รับอนั ตรายสาหัส ผู้กระทำต้องรับโทษในความผิดฐานกระทำ
โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เช่น ก่อนเกิดเหตุนายสัญญาขับรถยนต์กระบะแซง
รถจักรยานยนต์ของนายปุ๊กล้ำเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนเข้าไปในช่องเดินรถของนายปุ๊ก เป็นเหตุให้รถชนกับ
รถจักรยานยนต์ของนายปุ๊กและนายปุ๊กถึงแก่ความตาย ดังน้ี นายสัญญาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้นายป๊กุ
ถงึ แก่ความตาย

5.4 ความผิดฐานกระทำด้วยการปฏิบตั ิอันทารณุ แกผ่ ู้ท่พี ึงตน เพอื่ ใหผ้ ู้นัน้ ฆา่ ตัวตาย
ผู้ใดกระทำด้วยการปฏิบัติอันทารุณ หรือด้วยปัจจัยคล้ายคลึงกันแก่บุคคลซึ่งต้องพึ่งตน ในการ

ดำรงชีพหรือในการอื่นใด เพื่อให้บุคคลนั้นฆ่าตนเอง ถ้าการฆ่าตนเองนั้นได้เกิดขึ้นหรือได้มีการพยายามฆ่า
ตนเอง ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ เจ็ดปี และปรบั ไม่เกนิ หน่งึ แสนสห่ี มน่ื บาท

กระทำด้วยการปฏิบัติอันทารุณหรือด้วยปจั จัยคลา้ ยคลึงกนั แต่จะตอ้ งกระทำทารุณจนต้องฆ่าตัว
ตายถงึ จะมคี วามผดิ ฐานน้ี โดยพจิ ารณาจากคนธรรมดาท่ัวไปวา่ แคไ่ หนถงึ ตอ้ งฆ่าตวั ตาย แตต่ ้องไมใ่ ช่การฆ่าตัว
ตายเพราะการน้อยใจ หรือมีความต้องการฆ่าตัวตายอยูแ่ ล้ว บุคคลซึ่งต้องพึ่งตนในการดำรงชีพหรือในการอื่น
ใด คำว่าตอ้ งพึ่งตนในการดำรงชีพหมายถึงหากไม่มผี ู้ท่ีกระทำความผดิ แลว้ จะไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ เช่นเป็น
บิดามารดาที่ชราภาพต้องพึ่งบุตรในการดำรงชีพ หรือเป็นลูกต้องพึ่งบิดามารดาในการดำรงชีพ ซึ่งการฆ่าตัว
ตาย ไม่จำเป็นจะต้องถึงแก่ความตายจึงจะมีความผิด ถ้าการฆ่าตนเองนั้นได้เกิดขึ้นหรือได้มีการพยายามฆ่า
ตนเองผู้กระทำก็มีความผิดฐานนี้ ดังนั้นการฆ่าตัวตายหรือการพยายามฆ่าตัวตายก็ถือว่าความผิดสำเร็จ เช่น
แมเ่ ลยี้ งเปน็ ผูอ้ นุบาล ดุด่าเฆี่ยนตนี างสาวสวย อายุ 15 ปี ให้ฆ่าตัวตาย จนนางสาวสวยผูกคอตาย แมจ้ ะเป็นแม่
เลี้ยงไม่ใช่มารดาตามกฎหมายก็ตาม แต่ถือว่าเป็นบุคคลที่ต้องพึ่งในการดำรงชีพ ดังนั้นย่อมมีความผิดฐานน้ี
หรือเมื่อมีการเจ็บป่วยไม่พาไปรักษาพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยทนความเจ็บป่วยไม่ไหว ฆ่าตัวตาย เช่นนี้ก็มี
ความผดิ เชน่ กนั แตถ่ ้าแมไ่ มใ่ หซ้ ื้อไอโฟน 6S ให้ลูกจนลกู น้อยใจฆ่าตวั ตายอยา่ งน้แี มไ่ มค่ วามผิด

5.5 ความผิดฐานชว่ ยหรือยยุ งใหฆ้ ่าตวั
ผูใ้ ดช่วยหรอื ยยุ งเดก็ อายุยงั ไมเ่ กนิ สิบหกปี หรอื ผู้ซ่งึ ไมส่ ามารถเขา้ ใจวา่ การกระทำของตนมีสภาพ

หรือสาระสำคัญอย่างไร หรือไม่สามารถบังคับการกระทำของตนได้ ให้ฆ่าตนเอง ถ้าการฆ่าตนเองนั้นได้เกิดขึ้น
หรือได้มกี ารพยายามฆ่าตนเอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ ห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึง่ แสนบาท หรอื ท้งั จำทัง้ ปรับ

โดยหลักแล้วการฆ่าตัวตายไม่มีความผิด เพราะกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำต่อตนเอง แม้ผู้ท่ี
ช่วยเหลือยุยงใหฆ้ ่าตัวตายก็ไม่มีความผิด แต่สำหรับเด็กที่อายุไม่เกินสิบหกปีหรือบุคคลซึ่งไม่สามารเข้าใจการ
กระทำของตนได้ กฎหมายถอื ว่ายงั เป็นบุคคลที่สติไม่บริบูรณ์ อาจถูกชกั จูงได้ง่าย ดงั น้ันเพ่ือป้องกันไม่ให้มีผู้ใด
ชักจงู ให้เด็กหรอื ผ้ซู ่งึ ไม่สามารถเข้าใจการกระทำของตนได้ จงึ ได้บัญญตั เิ ปน็ ความผิดและมีบทลงโทษ

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ิต 139

ตัวอย่างการช่วยหรือยุยงให้ฆ่าตนเอง เช่น ช่วยเหลือโดยหาอุปกรณ์ในการฆ่าตัวตายเด็กน้อยใจ
พอ่ แม่มา แกล้งพูดยุใหเ้ ด็กฆ่าตัวตาย พูดโกหกวา่ หากฆา่ ตวั ตายพระเจ้าจะมารบั ไปอยดู่ ว้ ย เปน็ ตน้

5.6 ความผิดฐานเขา้ ร่วมในการชุลมุนต่อสู้จนมีผู้ถงึ แก่ความตาย
ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะ

เป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ถึงแก่ความตายโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่
เกนิ สองปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ สี่หมื่นบาท หรอื ท้ังจำทงั้ ปรบั

ความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้แล้วผลจากการชุลมุนนั้นเป็นเหตุให้มีคนตายขึ้นมา
ผู้เข้ารว่ มจะมคี วามผดิ ฐานนี้ เพราะการชลุ มุนต่อส้กู ันนั้นไมส่ ามารถแยกออกไดว้ ่าใครเป็นใคร และไม่สามารถรู้
ได้ว่าใครเป็นผู้ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และต้องเป็นการเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สาม
คนข้นึ ไป ดังนนั้ หากเปน็ การยกพวกตีกันแบ่งฝ่ายไดช้ ดั เจนไมใ่ ชช่ ุลมนุ ต่อสู้

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนตอ่ สู้นั้นแสดงไดว้ ่า ได้กระทำไปเพื่อห้ามการชุลมุนต่อสู้
นั้น หรือเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เช่น เห็นคนกำลังรุมทำร้ายกันชุลมุน นายแดง
เป็น อปพร. ได้เข้าร่วมในการชุลมุนนั้นด้วย แต่เพื่อห้ามไม่ให้มีการรุมทำร้ายกันอีกต่อไป นายแดงย่อมไม่ต้อง
รับโทษในความผิดฐานนี้ หรือเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้เพื่อป้องกันโดยชอบดว้ ยกฎหมาย เช่น นายแดงไม่ได้รู้เห็นใน
การยกพวกตีกันแต่เป็นผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถโดยสารคันที่มีการตีกัน เมื่อเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งจะทำร้ายตนเอง
นานแดงจึงทำรา้ ยวัยรุ่นคนน้ันก่อน นายแดงอา้ งปอ้ งกันเพ่อื ไม่ต้องรับโทษได้

6. ความผดิ เก่ียวกับร่างกาย
ความผดิ ในหมวดน้กี ฎหมายมุ่งคุ้มครองความปลอดภยั รา่ งกายของมนุษย์ไมใ่ ห้ถกู ใครมาทำรา้ ย ไม่วา่

การทำร้ายนน้ั จะเกดิ ข้นึ โดยเจตนาหรอื เกดิ ขน้ึ จากกรกระทำโดยประมาทก็ตาม
6.1 ความผิดต่อร่างกาย
ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิด

ฐานทำรา้ ยรา่ งกาย ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ สองปี หรอื ปรับไมเ่ กินสีห่ ม่ืนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การทำร้าย หมายถึง การกระทำต่อร่างกายหรือจิตใจอันมีผลให้บาดเจ็บ เสียหาย การทำร้ายนั้น

ไม่จำกัดวธิ ี จะทำร้ายด้วยวิธใี ดก็ได้ แต่ต้องเป็นทำร้ายนั้นต้องเหตุให้เกิดอันตรายแก่หรือจิตใจของผูอ้ ื่น เช่น มี
บาดแผล เจ็บป่วย หัวแตก เลือดออก บวมช้ำ และถึงแม้ว่าการกระทำนั้นจะไม่ได้ถูกตัวผู้ถูกกระทำเลย เช่น
แกล้งให้ตกใจจนเปน็ เหตุใหเ้ สยี สติ หรอื เอายาสลบให้กนิ หรือทาจนสิน้ สติ

อนั ตรายแก่กาย หมายถึง เกดิ การบาดเจบ็ ทางร่างกาย ไม่วา่ จะเกิดจากการถูกเนื้อต้องตัวหรือไม่
แตม่ ปี ัญหาในการวินิจฉยั ว่าแค่ไหนท่ีถือว่าได้รับอันตรายแก่กายแลว้ ซ่งึ การพจิ ารณาว่าบาดแผลใดเป็นอันตราย
แกก่ ายหรอื ไม่ ตอ้ งพิจารณาจากพฤตกิ ารณ์แหง่ การทำร้ายว่าร้ายแรงขนาดใดและบาดแผลมากน้อยเพยี งใด

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ติ 140

อันตรายแก่จิตใจ ไม่ใช่ความรูส้ ึกหรืออารมณ์ เสียใจ เศร้าใจ เจ็บใจ แค้นใจ เช่น อกหักสาวบอก
เลิก เศร้าเสียใจร้องไห้ทั้งวัน หรือมีคนร้ายลักเอาสุนัขตัวโปรดไป เช่นนี้เป็นอารมณ์ไม่ใช่อันตรายแก่จิตใจ
อันตรายแก่จติ ใจ เชน่ การทำร้ายจนผเู้ สยี หายไมไ่ ด้สติ สลบ

อยา่ งไรก็ตาม หากถา้ มกี ารกระทำความผิดอันเป็นเหตุฉกรรจ์ท่ีมีลักษณะประการหนึ่งประการใด
ตามขอ้ 5.1 แล้ว ผูน้ น้ั ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไม่เกินสามปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ หกหมน่ื บาท หรือท้ังจำท้งั ปรับ

6.2 ความผดิ ฐานทำรา้ ยรา่ งกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
ผใู้ ดกระทำความผิดฐานทำรา้ ยรา่ งกายจนเป็นเหตุใหผ้ ู้ถูกกระทำรา้ ยรบั อันตรายสาหสั ตอ้ งระวาง

โทษจำคุกต้ังแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรบั ตง้ั แต่หนง่ึ หมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัสการกระทำเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายสำเร็จแล้ว แต่

ผู้กระทำต้องรับโทษหนักตามผลทีเ่ กิดข้ึนในภายหลัง ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขลงโทษทางภาวะวิสัย เพราะการลงโทษ
เป็นไปตามผลที่เกิดขึ้น โดยผู้กระทำไม่ต้องมีเจตนาจะให้ผลเกิดขึ้นเช่นนั้น ถ้าผลอันตรายสาหัสได้เกิดขึ้นแลว้
ผู้กระทำต้องรับผิดเสมอ เป็นความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดที่ต้องการผล หากผลอันตรายสาหัสไม่เกิดข้ึน
ผกู้ ระทำกไ็ ม่มีความผดิ ฐานพยายามทำร้ายรา่ งกายสาหัส

อยา่ งไรกต็ าม หากถา้ มกี ารกระทำความผิดอันเปน็ เหตฉุ กรรจ์ที่มีลักษณะประการหนึ่งประการใด
ตามข้อ 5.1 แลว้ ผูน้ ้นั ต้องระวางโทษจำคุกตงั้ แต่สองปีถึงสบิ ปี และปรับตง้ั แตส่ ี่หม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท

อันตรายสาหัส ได้แก่
(1) ตาบอด หหู นวก ลน้ิ ขาด หรอื เสยี ฆานประสาท

ตาบอด หมายถึง ดวงตาไมอ่ าจรับภาพได้เลย และแม้จะบอดเพียงข้างเดยี วกถ็ ือวา่ ตาบอด
หูหนวก หมายถึงหูไม่ได้ยิน ดังนั้นการทำร้ายจนหูขาดแต่ยังสามารถได้ยินอยู่ จึงไม่ใช่หู
หนวก แต่อาจเปน็ การทำร้ายจนเป็นเหตุใหห้ นา้ เสยี โฉมอย่างตดิ ตัวได้
ลิ้นขาด แมจ้ ะขาดเพยี งบางส่วน
เสียฆานประสาท หมายถึง เสียความสามารถในการดมกลิ่น ดังนั้นการถูกทำร้ายจนจมูก
แหว่ง แต่ยังสามารถดมกลิ่นได้อยู่ก็ไม่ผิดตามอนุมาตรานี้ แต่อาจเป็นการทำร้ายจนเป็นเหตุให้หน้าเสียโฉม
อยา่ งติดตวั ได้
(2) เสยี อวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสบื พนั ธุ์
เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หมายถึง อวัยวะที่ใช้ในการสืบพันธุ์ในการร่วมประเวณี ไม่ว่าของชาย
หรอื หญิง รวมถึงการถูกทำรา้ ยไม่ถึงกบั เสียไปท้งั หมด แต่ที่มีอยูใ่ ชก้ ารไม่ไดก้ ็ถอื ว่าเสียอวยั วะสบื พันธ์ุ
ความสามารถสืบพันธุ์ หมายถึง ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ แม้อวัยวะสืบพันธุ์ยังอยู่ก็ตาม เช่น
ถูกทำรา้ ยร่างกายจนตอ้ งตดั รังไข่ทิง้ หรือถูกทำร้ายร่างกายจนอัณฑะไมส่ ามารถผลิตอสุจิได้
(3) เสียแขน ขา มอื เทา้ นิว้ หรืออวยั วะอ่ืนใด
เสีย หมายถึง ใช้การไม่ได้เหมือนเดิม อาจจะไม่ถึงกับขาดไปเลยแต่ใช้การไม่ได้ก็ถือว่าเสีย
ถา้ โดนฟนั จนนวิ้ ขาดแต่หมอตอ่ ใหใ้ ช้ไดด้ งั เดิมเชน่ นีไ้ ม่ถือว่าเสยี น้ิว

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ิต 141

เสียอวัยวะอื่นใด หมายถึง อวัยวะอื่นที่สำคัญเทียบเท่า แขน ขา มือ เท้า นิ้ว แต่ไม่รวม
อวยั วะท่ีแยกออกจากร่างกายไดโ้ ดยเปน็ อันตราย เชน่ ผม ฟนั หนัง เลบ็ เลือด

(4) หน้าเสียโฉมอยา่ งติดตวั
หมายถึง เสียความงามบนใบหน้าจนนา่ เกลียด ไม่ต้องถึงกับต้องเปลี่ยนรปู หรือผิดรูปไป แต่

นา่ เกลยี ดอย่างตดิ ตัว
แต่การพิจารณาวา่ เสียโฉมอยา่ งตดิ ตวั หรอื ไม่ คอ่ นขา้ งเปน็ อัตวิสยั ของศาลว่าจะตีความคำว่า

เสียโฉมอยา่ งตดิ ตัว อยา่ งไร แค่ไหน เชน่ ตัวอย่างของคำพิพากษาดังต่อไปน้ี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2532 ใบหูเป็นส่วนหนึ่งของใบหน้าที่ประกอบรูปหน้าให้งาม

การที่ใบหูหลุดขาดแหว่ง ไปถึงหนึ่งในสาม ย่อมทำให้รูปหนา้ เสียความงามอันเปน็ การเสียโฉมอย่างติดตัว เป็น
อันตรายสาหสั ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 แลว้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2488 แผลกลางแก้มซ้ายยาว 6 ซ.ม.กว้างครึ่ง ซ.ม.เป็นแผล
ใหญ่ยาวอยู่ห่าง 3 วามองเห็นแผลถนัดเช่นนี้ย่อมทำให้เสียความงามแห่งใบหน้าจนน่าเกลียด นับว่าเป็น
บาดแผลทำใหร้ ูปหน้าเสยี โฉม นับถอื วา่ ถึงสาหสั

คำพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 351/2508 ลกั ษณะและสภาพของบาดแผลจะทำให้ผูเ้ สียหายถึงต้อง
หน้าเสียโฉมติดตัวเพราะกะโหลกศีรษะตอนหน้าผากจะเป็นรอยบุบยุบเข้าไป เช่นนี้นับได้ว่า ผู้เสียหายรับ
อันตรายสาหสั ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

(5) แทง้ ลกู
แท้งลกู หมายถงึ ทำใหท้ ารกท่ีอยใู่ นครรภ์ตายก่อนทจี่ ะคลอดออกมาหากคลอดออกมาอย่าง

มชี วี ติ แมม้ ชี วี ิตอยู่เพียงไม่นานก็ไมถ่ ือวา่ แท้งลูก
หากทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องคลอดก่อนกำหนดมาก ๆ เช่น อายุครรภ์

เพยี ง 5เดอื น ทางการแพทย์ถือวา่ ไมอ่ าจมีชีวิตอยไู่ ด้ ถอื ว่าเป็นการแทง้ ลูก
ตัวอย่าง นายแดงทำร้ายนางขาว โดยที่ไม่ทราบมาก่อนว่านางขาวตั้งครรภ์อยู่ เป็นเหตุให้

นางขาวเกิดแท้งลูก นายแดงย่อมมีความผิดฐานทำรา้ ยร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุใหไ้ ด้รับอนั ตรายสาหสั ข้อเท็จจรงิ
ว่านางขาวต้งั ครรภ์อยู่หรือไมน่ ายแดงไม่จำเป็นต้องรู้ เมอ่ื ผลของการทำร้ายเปน็ เหตุให้นางขาวแท้งลูกนายแดง
ย่อมมคี วามผิดตามมาตราน้ี

หากนายแดงทราบดีว่าว่านางขาวตั้งครรภ์อยู่ แต่ต้องการให้นางขาวแท้งลูก จึงทำร้ายนาง
ขาว เปน็ เหตุใหน้ างขาวเกดิ แทง้ ลูก นายแดงมีความผดิ ฐานทำให้หญงิ แทง้ ลูกโดยหญงิ ไม่ยินยอม นายแดงทราบ
ขอ้ เทจ็ จริงวา่ ขาวตั้งครรภ์และมีเจตนาให้ขาวแท้งลูก ไม่ใช่ความผดิ ฐานทำรา้ ยรา่ งกายเปน็ เหตใุ ห้ไดร้ ับอันตราย
สาหัส

(6) จิตพกิ ารอย่างตดิ ตัว
จติ หมายถึง การส่อื สารของสมอง จิตพิการหมายถึงการสั่งการของสมองผิดปกติหรือพิการ

ไม่สมประกอบ การทำร้ายเป็นเหตุให้จิตพิการอย่างติดตัวนั้นไม่จำต้องถึงกับวิกลจริตไปเลย และไม่จำต้องจิต

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ิต 142

พิการจนประกอบการงานไม่ได้ เพียงแต่การสั่งการสมองผิดปกติไป เช่น กลายเป็นคนสมองช้า เซื่องซึมอยู่
ตลอด เปน็ ตน้

(7) ทพุ พลภาพหรือปว่ ยเจบ็ เรอ้ื รงั ซึ่งอาจถงึ ตลอดชีวิต
ทุพพลภาพ หมายถงึ รา่ งกายหรอื จิตใจไมส่ มประกอบ เชน่ โดนทำร้ายจนมือพิการ ขาเป๋
ป่วยเจ็บเรื้อรัง หมายถึง การเจ็บป่วยที่หายได้ยาก ต้องใช้เวลารักษายาวนาน ซึ่งอาจถึง

ตลอดชีวิต ต้องอาศัยความรู้ทางการแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยว่าการทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยเรื้อรังนั้นจะเป็นไป
ตลอดชวี ิตหรอื ไม่

(8) ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจ
ตามปกติไม่ได้เกนิ กวา่ ย่สี บิ วัน

ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บ ด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันทกุ ขเวทนา หมายถึง ได้รับ
ความเจบ็ ปวดทรมาน เชน่ ต้องเขา้ เฝอื กอยู่นง่ิ ๆ ปัสสาวะไมไ่ ดต้ ิดต่อกันเกินย่ีสิบวัน

จนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันนั้นต้องพิจารณาว่าปกติทำอะไร เช่น
ปกติตอ้ งทำงานแต่ถูกทำรา้ ยจนบาดเจ็บต้องเขา้ เฝอื ก ทำงานไมไ่ ด้เลยเกินกวา่ ยี่สิบวนั

6.3 ความผดิ ฐานชลุ มนุ ต่อสเู้ ป็นเหตุใหม้ ผี ู้รับอันตรายสาหัส
ผใู้ ดเขา้ รว่ มในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลแต่สามคนขึ้นไป และบคุ คลหน่ึงบุคคลใดไม่ว่าจะเป็น

ผทู้ เี่ ขา้ รว่ มในการนัน้ หรือไมร่ ับอนั ตรายสาหัส โดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นนั้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
หนึง่ ปี หรือปรับไมเ่ กนิ สองหมืน่ บาท หรอื ทงั้ จำทั้งปรับ

ความผิดฐานนี้มีลักษณะการกระทำความผิดเช่นเดียวกับความผิดฐานชุลมุนต่ อสู้จนมีผู้ถึงแก่
ความตาย แต่ความผิดฐานนี้บุคคลใดไม่วา่ จะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ได้รับอันตรายสาหัสเทา่ นัน้ และ
ถ้าผทู้ ีเ่ ขา้ รว่ มในการชลุ มนุ ต่อสู้น้นั แสดงไดว้ ่า ได้กระทำไปเพื่อห้ามการชุลมุนต่อสู้นน้ั หรือเพ่ือป้องกันโดยชอบ
ดว้ ยกฎหมาย ผู้น้นั ไมต่ ้องรับโทษ

6.4 ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตใุ หผ้ อู้ ่ืนไดร้ บั อนั ตรายสาหสั
ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษ

จำคกุ ไมเ่ กนิ สามปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินหกหมืน่ บาท หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ

7. ความผิดเก่ียวกับทรัพย์
7.1 ความผิดฐานลกั ทรัพย์
ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำผิดฐานลัก

ทรพั ย์ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินสามปี และปรับไม่เกินหกหมืน่ บาท
คำว่า “เอาไป” หมายความว่า มีการเอาทรัพย์ไปจากการครอบครองของผู้อื่น โดยการทำให้

ทรัพย์เคลอื่ นที่จากจดุ หน่งึ ไปยังจุดหนึง่ ไมว่ า่ ระยะทางจะไกลเท่าไหร่ ก็ถือวา่ เปน็ การเอาไป

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพือ่ การดำรงชวี ิต 143

ทงั้ นี้ การเอาไปน้นั จะตอ้ งเป็นการทำร้ายกรรมสิทธิแ์ ละการครอบครอง หมายความวา่ การเอาไป
นั้นจะต้องเป็นการเอาที่มีลักษณะตัดกรรมสิทธิแ์ ละการครอบครองของผู้อื่น หรือเข้าครอบครองทรัพย์นั้นโดย
การแย่งครอบครอง โดยผู้ครอบครองเดิมไม่อนุญาต แต่หากเป็นการเอาไปเพียงชั่วคราว เอาไปใช้ หรือถือ
วิสาสะ ย่อมไม่ใช่เป็นการเอาไปในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์ เช่น นายเด่นแอบเอารถจักรยานของนายสินไป เพ่ือ
จะขไ่ี ปกนิ ข้าวตม้ แลว้ จะเอากลบั มาคืน แสดงวา่ ไมม่ ีเจตนาจะเอารถนัน้ เป็นของตนหรือของผู้อน่ื การกระทำของ
นายเด่นยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ และขณะที่กระทำความผิดนั้นทรัพย์จะต้องอยู่ในการครอบครองของ
ผอู้ ื่นในขณะทม่ี ีการเอาไป

สำหรับทรัพย์ที่เอาไปนั้นต้องเป็นทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ไม่ว่ามูลค่า
ราคาของทรพั ย์นนั้ จะมีค่าหรือไมก่ ็ตาม หากทรัพยน์ น้ั ไมไ่ ร้ค่า แม้จะมีค่ามรี าคาน้อย ผเู้ อาทรพั ยด์ ังกล่าวไปก็มี
ความผดิ เชน่ เดียวกนั

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์มีเหตุดงั ต่อไปนี้ (โดยมีเหตุฉกรรจ์) ผู้นั้นต้องระวางโทษตั้งแต่
หนึ่งปถี งึ ห้าปี และปรบั ตง้ั แต่สองหมื่นบาทถึงหนึง่ แสนบาท

(1) ในเวลากลางคนื
ความผิดฐานลักทรัพยใ์ นเวลากลางคืน ถือเอาช่วงระยะเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินถึงอาทิตย์ขนึ้

การลักทรัพย์ได้กระทำในเวลากลางคนื อาจหมายถึง ได้กระทำความผิดทง้ั หมดเวลากลางคืน หรือลงมือตั้งแต่
กลางวนั แตส่ ำเร็จตอนกลางคืน หรอื ได้ลงมือกลางคืนแตส่ ำเรจ็ ตอนกลางวันก็ได้

(2) ในที่หรือบรเิ วณทีม่ ีเหตเุ พลงิ ไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกข
ภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุ
เช่นว่านั้น หรอื อาศัยโอกาสท่ปี ระชาชนกำลังตื่นกลัวภยนั ตรายใด ๆ

การลักทรัพย์ตาม (2) ถือเป็นการซ้ำเติมผูท้ ี่กำลงั ตกทกุ ข์หรือเคราะห์ร้าย โดยอาศัยความวุน่ วาย
ดังกล่าวฉวยโอกาสทำการลักทรัพย์ไป เช่น ในช่วงน้ำท่วมประชาชนต้องอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภั ย พวกโจร
ขโมยกอ็ าศยั เหตุดังกลา่ วพายเรอื ตะเวนลกั ทรพั ย์

(3) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วย
ประการใด ๆ

สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ เช่น เช่น รั้ว ประตู เหล็กดัด ประตู ซึ่งทำขึ้นมาเพื่อ
คุ้มครองทรัพย์หรือบุคคล ผู้กระทำความผิดฐานนี้ได้ทำอันตราย เช่น งัดแงะ ตัด หรือพังเข้าไป ผ่านสิ่งเช่นวา่
นน้ั ไป เช่น ปีนข้าม มดุ ลอดเขา้ ไป

(4) โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจ
เปิดไวใ้ ห้

เขา้ ทางช่องทางซ่ึงไดท้ ำข้ึนโดยไม่ได้จำนงใหเ้ ป็นทางคนเข้า เช่น เข้าทางหนา้ ตา่ ง ช่องลม ช่องฝ่า
ลูกกรง ซ่งึ ทำข้นึ มาไมไ่ ด้จำนงจะให้เปน็ ทางคนเขา้

ส่วนเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้ เช่น ลูกจ้างหมั่นไส้นายจ้างจึงแอบเปิดหน้าต่างทิ้งไว้
เพ่ือใหข้ โมยเขา้ มาลักทรพั ยใ์ นบา้ นนายจ้าง

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่ือการดำรงชวี ิต 144

(5) โดยแปลงตวั หรือปลอมตวั เป็นผอู้ ่ืน มอมหน้าหรอื ทำดว้ ยประการอน่ื เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้
แปลงตัว หมายถงึ การแปลงตัวเองใหค้ นอนื่ จำไม่ได้ เช่น ใส่วิกผม ใส่หนวดปลอม
ส่วนปลอมตัวเป็นผูอ้ ่ืน หมายถงึ ทำใหค้ นอน่ื เขา้ ใจว่าเปน็ บุคคลใดบุคคลหนงึ่
มอมหนา้ หมายถงึ การนำสี แปลง ฝนุ่ มาทาหนา้ ใหค้ นอ่ืนจำไม่ได้ ซ่งึ เพ่อื ไมใ่ หเ้ หน็ หรือจำหน้าได้

(6) โดยลวงวา่ เปน็ เจ้าพนักงาน
เมื่อผู้กระทำความผิดลวงผู้เสียหายว่าตนเองเป็นเจ้าพนักงาน ย่อมทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ

และให้ความร่วมมือ ผู้กระทำความผิดก็อาศัยเหตุนี้เพื่อกระทำความผิด ทำให้โอกาสในการกระทำความผิด
สำเรจ็ งา่ ยขน้ึ ดังน้ัน เพอ่ื ปอ้ งกนั ไม่ใหม้ ีการลกั ทรพั ยโ์ ดยลวงว่าเปน็ เจ้าพนักงาน

(7) โดยมีอาวุธ หรอื โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแตส่ องคนขน้ึ ไป
อาวุธ หมายความรวมถึง สิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพแต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้าย

ร่างกายถึงอันตรายสาหัสอยา่ งอาวธุ จากความหมายแสดงว่าอาวธุ มี 2 ประเภท คือ
1. อาวธุ โดยสภาพ เช่น ปืน มดี ดาบ หอก
2. อาวุธโดยใชห้ รอื เจตนาจะใช้ประทุษร้ายรา่ งกายถงึ อันตรายสาหัสอยา่ งอาวุธ เชน่ ก้อนหิน ขับ

รถชน ใชเ้ ชือกรดั
การลักทรัพยโ์ ดยมอี าวธุ แมไ้ มไ่ ดใ้ ชอ้ าวธุ นน้ั เลยก็ย่อมมีความผดิ และอาวุธไมจ่ ำเปน็ จะตอ้ งนำติด

ตวั ไป แต่ไปพบอาวุธระหวา่ งทางหรือเจอในบา้ นผู้เสยี หายก็ถือว่าเปน็ การลกั ทรัพย์โดยมีอาวธุ
ส่วนการลกั ทรัพยโ์ ดยร่วมกระทำความผิดดว้ ยกันตัง้ แต่สองคนข้ึนไป หมายถึง การลักทรัพย์น้ันมี

ตัวการ 2 คนขึ้นไป เช่น คนหนึ่งเข้าไปลกั ทรพั ย์ อกี คนหน่ึงคอยดตู น้ ทาง
(8) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานท่ีที่จัดไว้เพื่อให้บรกิ ารสาธารณท่ีตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รบั

อนุญาต หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานทีน่ ั้น ๆ
สถานที่ตาม มาตรา 355 (8) เป็นสถานที่กฎหมายมองว่าควรเป็นสถานที่ปลอดภัยจากการลัก

ทรัพย์ เพราะเป็นสถานทอี่ ยู่อาศัยของประชาชน เป็นสถานท่ปี ฏบิ ัติราชการให้แก่ประชาชน ดงั นน้ั กฎหมายจึง
ให้ความคุ้มครองเปน็ พิเศษ หากมีการกระทำความผิดฐานลกั ทรพั ย์ในสถานท่ีดงั กล่าวต้องรับโทษหนักกวา่ การ
ลกั ทรพั ยธ์ รรมดา

เคหสถาน หมายความว่า ที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่น เรือน โรง เรือ หรือแพ ซึ่งคนอยู่อาศยั และ
ให้หมายความรวมถึงบรเิ วณของที่ซึ่งใช้เปน็ ทอี่ ยู่อาศัยนน้ั ดว้ ย จะมีรวั้ ลอ้ มหรือไมก่ ไ็ ด้

ส่วนสถานที่ราชการ หมายถึง สถานที่แห่งการงานของรัฐบาล หรือที่ซึ่งใช้ปฏิบัติราชการ ดังน้ัน
ต้องพิจารณาว่า สถานของทางราชการใดใช้ปฏิบัติราชการบ้าง เพราะถานที่บางสถานที่เป็นสถานที่ของทาง
ราชการ แตไ่ ม่ได้ใช้สำหรบั ปฏิบตั ริ าชการแต่อยา่ งใด

ส่วนกรณีของการซ่อนตัวอยู่ ในสถานที่นั้น ๆ หมายความว่า ตอนเข้าไปนั้นมีสิทธิเข้าไป แต่เม่ือ
เขา้ ไปแล้วไม่ยอมออกมากลับซ่อนตวั อยู่แล้วทำการลกั ทรัพย์

(9) ในสถานที่บูชาสาธารณ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณ สาธารณสถาน
สำหรับขนถ่ายสนิ ค้า หรือในยวดยานสาธารณ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่ือการดำรงชวี ิต 145

(10) ทีใ่ ช้หรอื มไี วเ้ พ่อื สาธารณประโยชน์
ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เป็นทรัพย์ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ ไม่ใช่

เพราะทรัพย์นั้นเป็นของรัฐ แต่เป็นเพราะทรัพย์น้ันเป็นของส่วนรวมสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เชน่
ป้ายจราจร ฝาปดิ ท่อระบายน้ำ โทรศัพทส์ าธารณะ

(11) ทเ่ี ป็นของนายจา้ งหรือทอ่ี ยู่ในความครอบครองของนายจา้ ง
ทรัพย์ทเี่ ป็นของนายจ้าง หมายถงึ เปน็ กรรมสทิ ธ์ิของนายจา้ ง แม้นายจ้างไม่ได้ครอบครองอยู่ แต่

ให้คนอื่นครอบครองอยู่ ส่วนทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง แม้นายจ้างไม่ได้เป็นเจ้าของแต่ได้
ครอบครองอยู่ กฎหมายประสงค์จะลงโทษให้หนักขึ้นสำหรับกรณีที่ลักทรัพย์นายจ้าง เพราะการที่เป็นลูกจ้าง
ย่อมมีโอกาสในการกระทำความผิดมากกว่าคนอื่น อยู่ใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจให้ดูแลทรัพย์ ดังนั้น
เพ่อื ให้ความคุ้มครองนายจา้ งจากการถูกลักทรพั ย์ของลูกจา้ ง จึงลงโทษหนักกว่าการลกั ทรัพย์ธรรมดา

(12) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับ
ประกอบกสกิ รรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนน้ั

ผมู้ อี าชพี กสกิ รรม" หมายความถึง ผู้ท่ีมีอาชพี ทำไร่ไถนา การเพาะปลกู

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการกระทำความผดิ ดังกล่าวตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตัง้ แต่หนงึ่
ปีถงึ เจด็ ปี และปรบั ตงั้ แตส่ องหมื่นบาทถงึ หน่งึ แสนสหี่ มื่นบาท

ถา้ ความผิดข้างต้นเป็นการกระทำต่อทรัพย์ทีเ่ ปน็ โค กระบือ เครอื่ งกลหรือเคร่ืองจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกร
รมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึง
สองแสนบาท

แต่หากเป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทาน และทรัพย์นั้นมีราคาเล็กน้อย
ศาลจะลงโทษผกู้ ระทำความผิดฐานลักทรัพย์ (ไม่มเี หตฉุ กรรจ์) กไ็ ด้

7.2 ความผดิ ฐานวง่ิ ราวทรพั ย์
ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ผู้นั้นต้องระวางโทษ

จำคกุ ไมเ่ กินหา้ ปี และปรบั ไมเ่ กินหน่งึ แสนบาท
การวิ่งราวทรัพย์เป็นการเอาทรัพย์ไปโดยฉกฉวยเอาไปซึ่งหน้าด้ วยความที่ไม่เคารพยำเกรงต่อ

เจ้าของทรัพย์หรือผู้ที่ครอบครองทรัพย์อยู่นี่เอง เป็นเหตุผลที่ทำให้กฎหมายลงโทษผู้ที่กระทำผิดฐานวิ่งราว
ทรพั ยห์ นกั กวา่ ความผิดฐานลักทรพั ย์

การฉกฉวยเอาซึง่ หน้า คือ การเอาทรัพย์ไปดว้ ยกริยารวดเร็ว เช่น การแยง่ ควา้ กระชาก กระตุก
ฯลฯ โดยทรัพย์ที่เอาไปนั้นอยู่ติดกับหรือใกล้ชิดกับเจ้าของหรือผู้ที่ครอบครองทรัพย์นั้นอยู่ และเจ้าของหรือผู้
ครอบครองทรพั ย์ต้องร้สู ึกตัวหรือเห็นเหตุการณ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม หากการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้อง
ระวางโทษจำคุกตง้ั แตส่ องปีถงึ เจ็ดปี และปรับต้ังแต่ส่ีหมนื่ บาทถึงหนงึ่ แสนส่หี มน่ื บาท

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ิต 146

ถ้าการว่ิงราวทรัพย์เป็นเหตุใหผ้ ู้อนื่ รบั อันตรายสาหสั ผ้กู ระทำต้องระวางโทษจำคุกต้ังแต่สามปีถึง
สบิ ปี และปรับตัง้ แตห่ กหมนื่ บาทถึงสองแสนบาท

ถา้ การวิง่ ราวทรัพย์เปน็ เหตุใหผ้ ู้อ่ืนถึงแก่ความตาย ผกู้ ระทำตอ้ งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบ
หา้ ปี และปรับตง้ั แตห่ นง่ึ แสนบาทถงึ สามแสนบาท

7.3 ความผิดฐานชงิ ทรพั ย์
ผูใ้ ดลกั ทรพั ยโ์ ดยใชก้ ำลังประทุษรา้ ย หรือขู่เขญ็ วา่ ในทนั ใดนน้ั จะใชก้ ำลงั ประทษุ ร้าย เพื่อ
(1) ให้ความสะดวกแกก่ ารลักทรพั ยห์ รอื การพาทรพั ยน์ ้ันไป
(2) ให้ยื่นให้ซึง่ ทรพั ย์น้ัน
(3) ยดึ ถือเอาทรพั ยน์ ้นั ไว้
(4) ปกปิดการกระทำความผิดนัน้ หรอื
(5) ใหพ้ ้นจากการจบั กุม
ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หน่ึง

แสนบาทถึงสองแสนบาท
ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นความผิดที่มีพื้นฐานมาจากความผิดฐานลักทรพั ย์เช่นเดียวกับความผิด

ฐานว่ิงราวทรัพย์ กลา่ วคือ จะตอ้ งเป็นความผิดลักทรัพยก์ ่อนแลว้ จะจึงจะมีความผิดฐานชิงทรัพย์ได้
การใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายจะต้องเป็นการของการ

กระทำต่อกายหรือจิตใจของบุคคล ไม่ใช่กระทำต่อสิ่งของอื่น และต้องกระทำเพื่อประสงค์จะเอาทรัพย์หาก
ไม่ไดป้ ระสงคต์ ่อทรัพย์ย่อมไม่เป็นชงิ ทรัพย์ เช่น ทำรา้ ยร่างกายกนั ทแี รกเพราะมเี ร่ืองบาดหมางกัน แต่กระจาก
จนสรอ้ ยหลุดติดมือ เกดิ ลักทรัพย์ขึ้นมาภายหลัง ไมเ่ ป็นชิงทรัพย์ เพราะการใชก้ ำลังประทุษร้ายไม่เกี่ยวข้องกับ
การลกั ทรพั ย์

ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตรา
อันเป็นเหตุฉกรรจ์ตามข้อ 7.1 หรือเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มี
อาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผูก้ ระทำตอ้ งระวางโทษจำคุกต้งั แต่สิบปีถึงสิบหา้ ปี และปรับตั้งแต่
สองแสนบาทถงึ สามแสนบาท

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุใหผ้ ู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่
สิบปถี ึงยสี่ บิ ปี และปรับตั้งแตส่ องแสนบาทถงึ สแี่ สนบาท

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึง
ยี่สบิ ปี และปรบั ต้ังแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท ถา้ การชิงทรัพยเ์ ปน็ เหตุให้ผู้อ่ืนถงึ แก่ความตาย ผู้กระทำต้อง
ระวางโทษประหารชวี ิต หรือจำคกุ ตลอดชวี ิต

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ติ 147

7.4 ความผิดฐานปล้นทรัพย์
ผู้ใดชิงทรัพยโ์ ดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตัง้ แตส่ ามคนขน้ึ ไป ผนู้ น้ั กระทำความผิดฐานปล้น

ทรพั ย์ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ต้ังแตส่ ิบปถี ึงสบิ ห้าปี และปรับตงั้ แต่สองแสนบาทถงึ สามแสนบาท
ถ้าในการปล้นทรัพย์ ผู้กระทำแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษ

จำคกุ ตั้งแต่สิบสองปีถึงยส่ี ิบปี และปรับตั้งแตส่ องแสนสห่ี ม่นื บาทถงึ ส่ีแสนบาท
ถา้ การปลน้ ทรัพย์เปน็ เหตุให้ผู้อื่นรับอนั ตรายสาหัส ผูก้ ระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือ

จำคกุ ตง้ั แตส่ บิ หา้ ปีถึงยส่ี บิ ปี
ถา้ การปล้นทรัพย์ได้กระทำโดยแสดงความทารุณจนเปน็ เหตุใหผ้ ู้อื่นรบั อันตรายแก่กายหรือจิตใจ

ใชป้ ืนยิง ใช้วัตถรุ ะเบิด หรือกระทำทรมาน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวติ หรอื จำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึง
ยีส่ ิบปี ถา้ การปล้นทรพั ยเ์ ปน็ เหตุให้ผ้อู ืน่ ถึงแกค่ วามตาย ผู้กระทำตอ้ งระวางโทษประหารชีวติ

ตัวอย่าง นายเอกับพวกอีก 4 คน ไปดักซุ่มเรียกรถจักรยานยนต์เพื่อที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสีย แต่
ปรากฏว่าผู้เสียไม่หยุดรถตามที่ เอกับพวกอีก 4 คนเรียก เอกับพวกอีก 4 คน จึงเข้าทำร้ายร่างกายผู้เสียแล้ว
เอาทรพั ยส์ นิ มีคา่ ของผเู้ สยี หาไป เอกับพวกอีก 4 คน เจอครบองคป์ ระกอบของความผิดฐานปล้นทรัพย์

7.5 ความผิดฐานกรรโชก
ผใู้ ดขม่ ขืนใจผอู้ น่ื ใหย้ อมให้หรือยอมจะใหต้ นหรือผ้อู ่ืนได้ประโยชน์ในลักษณะท่ีเป็นทรัพยส์ ิน โดย

ใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพยส์ นิ ของผู้ถูกขู่
เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษ
จำคกุ ไม่เกนิ หา้ ปี และปรับไม่เกนิ หน่งึ แสนบาท

ถา้ ความผดิ ฐานกรรโชกไดก้ ระทำโดย
(1) ข่วู ่าจะฆ่า ขวู่ า่ จะทำร้ายร่างกายให้ผถู้ ูกขม่ ขนื ใจ หรือผอู้ นื่ ใหไ้ ด้รบั อนั ตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะ
ทำให้เกดิ เพลงิ ไหมแ้ ก่ทรพั ยข์ องผู้ถกู ข่มขนื ใจหรอื ผูอ้ นื่ หรือ
(2) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่
หนงึ่ หม่นื บาทถงึ หนง่ึ แสนสหี่ ม่ืนบาท

7.6 ความผดิ ฐานรดี เอาทรัพย์
ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน

โดยขู่เขญ็ วา่ จะเปิดเผยความลับซึง่ การเปดิ เผยนน้ั จะทำใหผ้ ู้ถูกขูเ่ ข็ญหรือบุคคลทสี่ ามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจ
ยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่
สองหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท

ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์มีองค์ประกอบความผิดเหมือนกับความ ผิดฐานกรรโชกทรัพย์ทุก
ประการ แตกต่างกันแต่เพียงในความผิดฐานรีดเอาทรัพย์เป็นการขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับไม่ได้เป็นการขู่
เขญ็ ในเรอื่ งทั่วๆ ไป

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอ่ื การดำรงชวี ิต 148

ความลับ (Secret) หมายถึง ข้อเท็จจริงที่ไม่ประจักษ์แก่คนทั่วไปและเจ้าของความลับนั้น
ประสงค์จะปกปิดหรือให้รู้ในวงจำกัด เพราะฉะนั้นสิ่งไหนจะเป็นความลับหรือไม่ต้องพิจารณาตัวบุคคลเป็น
สำคัญ เชน่ การมีภรยิ านอ้ ย การเป็นหญงิ ขายบรกิ าร การหลบเลย่ี งภาษี

7.7 ความผิดฐานฉอ้ โกง
ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควร

บอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้
ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวาง
โทษจำคกุ ไมเ่ กินสามปี หรือปรับไมเ่ กนิ หกหม่นื บาท หรือทัง้ จำท้งั ปรบั

ความผดิ ฐานฉอ้ โกง คอื การทำให้เขา้ ใจผดิ ด้วยวิธีการใดวธิ ีการหนึ่งดังตอ่ ไปนี้
1. แสดงข้อความอันเป็นเท็จ หมายถึง ข้อความที่แสดงนั้นไม่ตรงกับความจรงิ ในขณะที่แสดง จึง
ต้องเป็นการแสดงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่แล้ว ก่อนหรือขณะแสดง ดังนั้นข้อเท็จจริงในอนาคตหรือการ
ทำนายเหตุการณใ์ นอนาคตจงึ ไม่ใชก่ ารแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เพราะไม่มีความจรงิ อยู่
2. ปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้ง หมายถึง การไม่บอกความจริง ซึ่งตนมีหน้าที่ต้อง
เปิดเผย มิฉะนัน้ ผู้อ่ืนจะหลงผดิ ได้ เชน่ คนขายของเก่าและใหมป่ นกนั ไม่ยอมบอกลกู ค้าว่าอันไหนเก่า อันไหน
ใหม่ ทำให้ลูกคา้ เข้าใจผดิ ต้องการซ้อื ของใหม่ แตไ่ ด้ของเกา่ ไป
โดยการหลอกลวงดังกล่าวนั้นทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกหรือบุคคลที่สาม แต่หากได้
ทรัพย์ไปไม่ใช่เพราะถูกหลอก เชน่ สงสารหรือเพื่อเป็นหลักฐานในการจับกุม กไ็ ม่ผิดฐานฉ้อโกง หรือทำให้ผู้ถูก
หลอกลวง หรือบคุ คลที่สามทำ ถอน หรอื ทำลายเอกสารสิทธิ
ถา้ ในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำแสดงตนเป็นคนอ่ืน หรืออาศยั ความเบาปัญญาของ
ผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่
เกนิ ห้าปี หรือปรับไม่เกนิ หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำท้งั ปรับ

7.8 ความผดิ ฐานโกงเจ้าหนี้
ผู้ใดเอาไปเสยี ทำให้เสยี หาย ทำลาย ทำใหเ้ สอ่ื มค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซ่ึงทรัพย์อันตนจำนำไว้

แกผ่ อู้ นื่ ถา้ ได้กระทำเพ่ือให้เกดิ ความเสียหายแกผ่ ู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ สองปี หรือปรับไม่เกินสี่
หมื่นบาท หรอื ท้ังจำทง้ั ปรับ

ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหน้ีของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหน้ีทั้งหมดหรือแต่บางสว่ น ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้
สิทธเิ รียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ยา้ ยไปเสีย ซอ่ นเรน้ หรือโอนไปให้แก่ผู้อน่ื ซง่ึ ทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็น
หน้ีจำนวนใดอนั ไมเ่ ป็นความจรงิ ก็ดี ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรอื ปรับไม่เกนิ สี่หมืน่ บาท หรอื ทั้งจำทงั้ ปรับ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ิต 149

7.9 ความผดิ ฐานยกั ยอก
ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นนั้

เปน็ ของตนหรอื บุคคลที่สามโดยทุจริต ผนู้ น้ั กระทำความผิดฐานยักยอก ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ
ปรับไมเ่ กนิ หกหมืน่ บาทหรอื ทั้งจำทงั้ ปรบั

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์เป็นความผิดที่มุ่งคุ้มครองกรรมสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์ เพราะการ
ครอบครองอยู่ที่ผู้อื่น ไม่ได้อยู่ที่ตัวเจ้าทรัพย์ ซึ่งแตกต่างจากความผิดฐานลักทรัพย์ที่กฎหมายมุ่งคุม้ ครองสิทธิ
ครอบครอง หากมใี ครมาแยง่ การครอบครองก็มคี วามผิดฐานลกั ทรัพย์

ทั้งนี้ หากขณะกระทำความผิดทรัพย์อยู่ในความครอบครองของผู้อื่นแล้วไปเอามาเป็นลักทรัพย์
แตค่ วามผดิ ฐานยักยอกทรัพยน์ ้ันผู้กระทำผิดต้องครอบครองทรัพย์นน้ั อยู่ แล้วเกดิ เจตนาโดยทุจริตเบียดบังเอา
ทรัพย์นั้นเป็นของตนหรอื บุคคลที่สาม ไม่ว่าทรัพยน์ ้ันจะตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำผิดด้วยวิธีใด
ก็ตาม เชน่ ตามสญั ญา เป็นผ้แู ทนเจา้ ของทรัพย์

การเบียดบัง หมายความว่า แสดงตนเป็นเจ้าของ มีการกระทำที่มีลักษณะตัดกรรมสิทธิ์ของเจ้า
ของเดิม

ถ้าทรพั ย์นั้นได้ตกมาอยูใ่ นความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผอู้ นื่ สง่ มอบให้โดยสำคัญ
ผดิ ไปดว้ ยประการใด หรอื เป็นทรพั ยส์ นิ หายซึ่งผู้กระทำความผิดเกบ็ ได้ ผูก้ ระทำตอ้ งระวางโทษแต่เพยี งกงึ่ หนงึ่

7.10 ความผดิ ฐานรบั ของโจร
ผใู้ ดช่วยซอ่ นเรน้ ชว่ ยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสยี ซอ้ื รบั จำนำหรอื รบั ไวโ้ ดยประการใดซึ่งทรัพย์

อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิง
ทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้อง
ระวางโทษจำคุกไมเ่ กินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จำทงั้ ปรับ

ถ้าการกระทำความผิดฐานรบั ของโจรน้ัน ไดก้ ระทำเพ่ือคา้ กำไรหรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มา
โดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือน
ถงึ สบิ ปี และปรับตั้งแตห่ น่ึงหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท

7.11 ความผดิ ฐานทำให้เสียทรพั ย์
ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมคา่ หรอื ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรอื ผู้อื่นเป็น

เจ้าของรวมอย่ดู ้วย ผู้น้นั กระทำความผิดฐานทำให้เสยี ทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรอื ปรับไม่เกิน
หกหมน่ื บาท หรอื ทง้ั จำท้งั ปรับ

ถ้าเป็นการกระทำต่อเครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม
ปศุสัตว์ ยวดยานหรือสัตว์พาหนะที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะหรือในการประกอบกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม
หรือ พืชหรือพืชผลของกสิกร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ัง
จำทงั้ ปรับ

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ติ 150

7.12 ความผิดฐานบุกรุก
ผู้ใดเข้าไปในอสงั หาริมทรพั ยข์ องผู้อน่ื เพื่อถือการครอบครองอสังหารมิ ทรพั ย์นนั้ ทั้งหมดหรือแต่

บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข
ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไม่เกินหนง่ึ ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรอื ทัง้ จำทั้งปรับ

ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลาย
เคร่ืองหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพยน์ ั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่
เกนิ หกหมืน่ บาท หรอื ทั้งจำทง้ั ปรับ

ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือ
สำนักงานในความครอบครองของผู้อ่นื หรือไมย่ อมออกไปจากสถานท่เี ช่นว่านน้ั เมื่อผมู้ ีสิทธิท่จี ะห้ามมิให้เข้าไป
ได้ไล่ให้ออก ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินหนึ่งปี หรือปรบั ไม่เกินสองหม่ืนบาท หรือทั้งจำทัง้ ปรบั

ถา้ การกระทำความผิดฐานบุกรุก ไดก้ ระทำ
(1) โดยใชก้ ำลังประทษุ ร้าย หรอื ขเู่ ขญ็ ว่าจะใช้กำลังประทษุ ร้าย
(2) โดยมีอาวุธหรอื โดยร่วมกระทำความผดิ ด้วยกนั ตง้ั แต่สองคนข้นึ ไป หรือ
(3) ในเวลากลางคนื
ผ้กู ระทำตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ ห้าปี หรือปรับไม่เกินหนง่ึ แสนบาท หรือทงั้ จำทั้งปรบั

8. ความผดิ เกี่ยวกับศพ
8.1 ความผดิ ฐานกระทำชำเราศพ
ผใู้ ดกระทำเพื่อสนองความใคร่ของตน โดยการใชอ้ วยั วะเพศของตนล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก

หรือชอ่ งปากของศพ ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ สามปี หรือปรับไม่เกินหกหมนื่ บาท หรอื ทั้งจำทั้งปรบั
8.2 ความผิดฐานกระทำอนาจารศพ
ผู้ใดกระทำอนาจารต่อเน้ือตัวร่างกายที่ไม่สมควรทางเพศแก่ศพ เช่น การกอดจูบ ลูบคลำ สัมผัส

อวยั วะเพศของศพ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ สองปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินสีห่ มื่นบาท หรอื ทั้งจำท้งั ปรับ
8.3 ความผดิ ฐานทำใหเ้ สยี หายทำลายศพ
ผ้ใู ดทำใหเ้ สียหาย เคล่อื นย้าย ทำลาย ทำใหเ้ ส่อื มคา่ หรอื ทำให้ไร้ประโยชน์ ซ่งึ ศพสว่ นของศพ อัฐิ

หรือเถ้าของศพ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำ
และปรบั

8.4 ความผดิ ฐานดูหมน่ิ เหยียดหยามศพ
ผใู้ ดกระทำการใด ๆ อันเปน็ การดูหม่นิ เหยียดหยามศพ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดอื น ปรับ

ไมเ่ กิน 5,000 บาท หรือทงั้ จำและปรบั

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ิต 151

9. ความผดิ ลหโุ ทษ
ความผิดลหุโทษ เป็นการกระทำความผิดอาญาที่มีโทษเล็กน้อย แต่เดิมระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่ง

เดอื น หรอื ปรับไม่เกนิ หนึ่งหม่นื บาท หรือทงั้ จำท้ังปรับ
การกระทำทเ่ี ป็นความผดิ ลหโุ ทษ อาทิ
1. เมื่อเจ้าพนักงานถามชื่อหรือท่ีอยู่ เพื่อปฏิบัติการตามกฎหมาย ไม่ยอมบอก หรือแกล้งบอกชื่อหรือ

ทีอ่ ยู่อันเปน็ เทจ็ (ปรับไม่เกิน 1,000 บาท)
2. ผใู้ ดทราบคำสง่ั ของเจา้ พนักงานซึ่งส่ังการตามอำนาจท่ีมกี ฎหมายใหไ้ ว้ไม่ปฏบิ ัติตามคำส่ังนั้นโดยไม่

มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร (จำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ถ้าการส่ัง
เชน่ วา่ น้ัน เป็นคำสง่ั ให้ชว่ ยทำกจิ การในหน้าท่ีของเจ้าพนักงานซ่งึ กฎหมายกำหนดใหส้ ั่งใหช้ ่วยได้ (จำคุกไม่เกิน
1 เดอื น ปรบั ไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรอื ทัง้ จำทงั้ ปรับ)

3. ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ประกาศ ภาพโฆษณา หรือเอกสารใดที่เจ้าพนักงานผู้กระทำการ
ตามหน้าท่ปี ดิ หรือแสดงไว้ หรือส่ังให้ปดิ หรอื แสดงไว้ หลดุ ฉีกหรอื ไรป้ ระโยชน์ (ปรับไม่เกิน 5,000 บาท)

4. ผูใ้ ดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอ้ืออึง โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำใหป้ ระชาชนตกใจ
หรือเดอื ดร้อน (ปรบั ไม่เกนิ 1,000 บาท)

5. ผู้ใดพาอาวุธไปในเมอื ง หมบู่ า้ นหรอื ทางสาธารณะโดยเปดิ เผยหรือโดยไม่มีเหตสุ มควร หรอื พาไปใน
ชุมนุมชนทไ่ี ดจ้ ัดให้มีขึน้ เพ่ือนมัสการ การรนื่ เริงหรอื การอื่นใด (ปรับไม่เกนิ 1,000 บาท และใหศ้ าลมีอำนาจส่ัง
รบิ อาวุธนัน้ )

6. ผใู้ ดทะเลาะกนั อยา่ งอื้อองึ ในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน หรอื กระทำโดยประการอืน่ ใดให้เสีย
ความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน (ปรับไม่เกิน 5,000 บาท)

7. ผู้ใดควบคมุ ดแู ลบุคคลวิกลจริต ปลอ่ ยปละละเลยใหบ้ ุคคลวิกลจริตนนั้ ออกเทย่ี วไปโดยลำพัง (ปรับ
ไมเ่ กิน 5,000 บาท)

8. ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือ
ผอู้ ืน่ แตไ่ มช่ ่วยตามความจำเปน็ (จำคุกไมเ่ กิน 1 เดือน หรือ ปรบั ไม่เกิน 10,000 บาท หรอื ทง้ั จำทง้ั ปรับ)

9. ผู้ใดทำให้รางระบายน้ำ ร่องน้ำหรือท่อระบายของโสโครก อันเป็นสิ่งสาธารณะเกิดขัดข้องหรือไม่
สะดวก (ปรับไมเ่ กิน 5,000 บาท)

10. ผู้ใดยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน (จำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือ
ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทัง้ จำท้งั ปรบั )

11. ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไป โดยลำพัง ในประการที่อาจ
ทำอันตรายแกบ่ ุคคลหรือทรพั ย์ (จำคุกไมเ่ กนิ 1 เดือน หรือ ปรับไม่เกนิ 10,000 บาท หรือทั้งจำท้งั ปรับ)

12. ผูใ้ ดเสพสุราหรือของเมาอยา่ งอนื่ จนเป็นเหตใุ ห้ตนเมา ประพฤติวุ่นวายหรอื ครองสติไม่ได้ขณะอยู่
ในถนนสาธารณะ หรอื สาธารณสถาน (ปรับไมเ่ กิน 5,000 บาท)

13. ผู้ใดชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ (จำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือ
ทงั้ จำทั้งปรบั )

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพื่อการดำรงชวี ติ 152

14. ผู้ใดทำใหเ้ กิดปฏิกลู แก่นำ้ ในบอ่ สระ หรือทขี่ งั น้ำอันมีไวส้ ำหรบั ประชาชนใชส้ อย (จำคุกไม่เกิน 1
เดือน หรือปรับไมเ่ กิน 10,000 บาท หรอื ท้ังจำทง้ั ปรบั )

15. ผู้ใดกระทำการทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น (จำคุกไม่เกิน 1
เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรือทง้ั จำทั้งปรบั )

16. ผ้ใู ดใช้ใหส้ ตั ว์ทำงานจนเกนิ สมควรหรอื ใชใ้ ห้ทำงานอนั ไม่สมควรเพราะเหตทุ สี่ ตั ว์นัน้ ป่วยเจบ็ ชรา
หรืออ่อนอายุ (จำคุกไมเ่ กิน 1 เดือน หรือปรับไมเ่ กิน 10,000 บาท หรอื ทงั้ จำทั้งปรบั )

17. ผ้ใู ดเมอื่ เกิดเพลิงไหม้หรือสาธารณภยั อ่ืน และเจ้าพนกั งานเรียกให้ชว่ ยระงับ ถา้ ผู้นัน้ สามารถช่วย
ไดแ้ ตไ่ มช่ ว่ ย (จำคกุ ไมเ่ กิน 1 เดอื น หรือปรับไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรือท้ังจำท้ังปรบั )

18. ผู้ใดแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ (จำคุกไม่เกิน 1 เดือน
หรือปรบั ไมเ่ กิน 10,000 บาท หรือทั้งจำท้ังปรับ)

19. ผใู้ ดโดยไม่ไดร้ ับอนุญาตอันชอบดว้ ยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความ
ปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิง่ ของหรือโดยกระทำดว้ ยประการอ่ืนใด ถ้าการ
กระทำน้นั เปน็ การกระทำโดยไมจ่ ำเปน็ (จำคุกไม่เกนิ 1 เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กิน 10,000 บาท หรือทั้งจำท้งั ปรับ)

20. ผู้ใดขุดหลุมหรือราง หรือปลูกปักหรือวางสิ่งของเกะกะไว้ในทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
อันชอบด้วยกฎหมาย หรือทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ละเลยไม่แสดงสัญญาณตามสมควร เพื่อป้องกัน
อปุ ัทวเหตุ (ปรับไมเ่ กิน 5,000 บาท)

21. ผู้ใดแขวน ติดตั้งหรือวางสิง่ ใดไวโ้ ดยประการที่น่าจะตกหรือพังลง ซึ่งจะเป็นเหตุอันตราย เปรอะ
เป้ือนหรอื เดือดรอ้ นแก่ผู้สัญจรในทางสาธารณะ (ปรับไมเ่ กนิ 5,000 บาท)

22. ผใู้ ดกระทำการอันควรขายหนา้ ต่อหน้าธารกำนลั โดยเปลอื ยหรอื เปดิ เผยรา่ งกาย หรอื กระทำการ
ลามกอยา่ งอนื่ (ปรบั ไมเ่ กนิ 5,000 บาท)

23. ผู้ใดกระทำด้วยประกาใด ๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใด ๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือ
เดอื ดร้อนรำคาญแก่บคุ คล หรือเปน็ อนั ตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ใหข้ องโสโครกเปรอะเปื้อน
หรือน่าจะเปรอะเปื้อน ตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดรอ้ นรำคาญ (จำคุกไม่เกิน
1 เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กิน 10,000 บาท หรอื ทั้งจำทง้ั ปรบั )

24. ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ (จำคุก
ไม่เกนิ 1 เดอื น หรอื ปรบั ไม่เกนิ 10,000 บาท หรือท้ังจำทั้งปรับ)

25. ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ (จำคุกไม่เกิน 1
เดือน หรือปรบั ไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรอื ทัง้ จำท้งั ปรบั )

26. ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ (จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่
เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำท้งั ปรบั )

27. ผู้ใดดูหมิ่นผู้อืน่ ซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา (จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพ่อื การดำรงชวี ิต 153

28. ผู้ใดไล่ ตอ้ น หรอื ทำใหส้ ัตว์ใด ๆ เข้าในสวน ไร่ หรือนาของผูอ้ ่ืนท่ไี ดแ้ ตง่ ดนิ ไว้ เพาะพันธุ์ไว้ หรือมี
พชื พนั ธ์ุหรือผลติ ผลอยู่ (จำคุกไมเ่ กิน 1 เดอื น หรอื ปรับไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรอื ท้งั จำท้ังปรับ)

29. ผู้ใดควบคุมสัตว์ใด ๆ ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเข้าในสวน ไร่หรือนาของผู้อื่นที่ได้แต่งดินไว้
เพาะพนั ธ์ไุ ว้ หรือมพี ชื พันธห์ุ รอื ผลติ ผลอยู่ (ปรบั ไม่เกิน 5,000 บาท)

30. ผ้ใู ดท้งิ ซากสตั วซ์ งึ่ อาจเน่าเหม็น ในหรอื ริมทางสาธารณะ (ปรบั ไม่เกิน 5,000 บาท)
31. ผู้ใดกระทำดว้ ยประการใด ๆ ต่อผอู้ ่นื อันเป็นการรังแก ขม่ เหง คุกคาม หรอื กระทำให้ได้รับความ
อับอายหรอื เดอื ดร้อนรำคาญ (ปรบั ไมเ่ กิน 5,000 บาท)

ถา้ การกระทำความผดิ ตามวรรคหน่ึงเป็นการกระทำในทสี่ าธารณสถานหรือตอ่ หนา้ ธารกำนัลหรือ
เป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปในทางที่จะล่วงเกินทางเพศ (จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000
บาท หรอื ทงั้ จำท้ังปรับ)

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการกระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือ
ผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้มีอำนาจเหนือประการอ่ืน
(จำคุกไมเ่ กิน 1 เดอื น หรือปรบั ไมเ่ กิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทงั้ ปรบั )

32. ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทารุณต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี คนป่วยเจ็บหรือ
คนชรา ซงึ่ ตอ้ งพง่ึ ผนู้ น้ั ในการดำรงชีพหรือการอ่นื ใด (จำคุกไม่เกิน 1 เดอื น หรอื ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ
ทง้ั จำทัง้ ปรบั )

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ติ 154

แบบฝกึ หดั

ข้อ 1 เด็กชายเอกชัยอายุ 9 ปี ทะเลาะกับนายแก้วซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน เด็กชายเอกชัยเอาก้อนหินขว้างใส่
กระจกหน้าบ้านนายแกว้ กระจกแตก เดก็ ชายเอกชัยจะมคี วามผิดอาญาฐานใดหรอื ไม่อย่างไร
1. มีความผิดฐานทำใหเ้ สยี ทรพั ย์ แตไ่ ม่ต้องรับโทษ
2. มีความผิดฐานทำให้เสยี ทรพั ย์ แตไ่ ด้รับโทษ 2 ใน 3 ของความผิด
3. ไม่มีความผิดตามกฎหมายอาญาเพราะเป็นเด็ก
4. ไมม่ ีความผิดตามกฎหมายอาญาเพราะการกระทำดงั กลา่ วผดิ ตามกฎหมายแพ่งเทา่ น้นั
5. มคี วามผิดฐานทำให้เสยี ทรัพย์ ลงโทษปรบั อย่างเดยี ว

ข้อ 2 นายดำตอ้ งการกระชากกระเป๋านางขาว แต่กลวั นางขาวขัดขนื จึงต่อยท้องนางขาว 2 ครั้งแล้วกระชาก

กระเป๋าเงินนางขาววง่ิ หนีไป นางขาวร้องให้คนช่วย นายเขยี วจึงเขา้ ชว่ ยต่อนายดำจนสลบ การกระทำ

ของนายดำผดิ กฎหมายอาญาฐานใด

1. วงิ่ ราวทรพั ย์ 2. ปล้นทรพั ย์

3. ชิงทรพั ย์ 4. ลักทรัพยโ์ ดยใชอ้ ุบาย

5. กรรโชกทรัพย์

ขอ้ 3 จากโจทย์ข้อ 2 การกระทำของนายเขียวผดิ กฎหมายหรือไม่อย่างไร
1. มีความผดิ ฐานทำร้ายรา่ งกายผอู้ น่ื ใหไ้ ด้รับอันตรายแก่กาย
2. มีความผิดฐานทำร้ายรา่ งกายผอู้ ื่นใหไ้ ดร้ บั อันตรายสาหสั
3. มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กาย แต่ได้รับยกเว้นโทษเพราะกระทำด้วย
ความจำเป็น
4. มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายแต่ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษเพราะ
กระทำโดยบนั ดาลโทสะ
5. ไม่มีความผิดเพราะกระทำเพ่ือป้องกันทรัพย์สนิ ของผู้อื่นโดยชอบดว้ ยกฎหมาย

ข้อ 4 หากนักศึกษาได้เคยทำทุจริตในการสอบ และมีเพื่อนที่ได้ทราบถึงการทุจริตดังกล่าวมาเรียกเอาเงิน

จากนักศกึ ษาเพื่อแลกกบั การเก็บเร่ืองนี้ไว้เปน็ ความลบั นกั ศึกษากลัววา่ หากเร่ืองนถ้ี ูกเปิดเผยจะทำให้

ตนเองเดือดร้อน จึงยอมจ่ายเงินให้กับเพื่อนคนนี้ไป ดังนี้ เพื่อนนักศึกษาคนดังกล่าวมีความผิดอาญา

ฐานใด

1. ทำให้เสียทรัพย์ 2. ชิงทรัพย์

3. ปลน้ ทรัพย์ 4. กรรโชกทรัพย์

5. รดี เอาทรพั ย์

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา GE.123 กฎหมายเพอื่ การดำรงชวี ิต 155

ข้อ 5 นายเก่งจอดรถยนต์ของตนไวร้ มิ ทาง เพอื่ จะไปหาซอื้ สินค้า นายไก่เข้ามาขอเงนิ ค่าจอดรถยนต์จากนาย

เก่ง 10 บาท เท่าที่เคยเรียกเก็บจากคนอื่น นายเก่งไม่ยอมให้ นายไก่จึงขู่ว่าถ้าไม่ให้เงิน 10 บาท จะ

ตอ่ ยนายเก่ง และใหน้ ำรถยนต์ไปจอดท่ีอ่นื นายเก่งจงึ ใหเ้ งินแกน่ ายไก่ 10 บาท ดังนี้ นายไก่มีความผิด

ฐานใด

1. ฐานทำใหเ้ สียทรัพย์ 2. ฐานชงิ ทรพั ย์

3. ฐานลักทรพั ย์ 4. ฐานกรรโชกทรัพย์

5. ฐานรีดเอาทรพั ย์

ข้อ 6 นักศึกษาไปซื้อสินคา้ จากแม่ค้า ราคา 750 บาท โดยยื่นธนบตั ร 1,000 บาทให้ เมื่อนักศึกษาตรวจนับ

เงินทอนพบว่าแม่ค้าทอนเงินให้นักศึกษาเกินมา 100 บาท นักศึกษานิ่งเฉย ดังนี้ นักศึกษาจะมี

ความผดิ อาญาฐานใด

1. มีความผดิ ฐานลักทรพั ย์ 2. มคี วามผดิ ฐานยักยอกทรพั ย์

3. มคี วามผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ 4. มคี วามผดิ ฐานกรรโชกทรัพย์

5. ไม่มีความผิดทางอาญาแต่เป็นความรบั ผดิ ตามกฎหมายแพ่ง

ขอ้ 7 นักศึกษาต้องการออกไปซื้อของที่หน้ามหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากระยะทางจากหอพักไปหน้า

มหาวทิ ยาลัยคอ่ นขา้ งไกล จงึ ขจี่ กั รยานของเพอ่ื นที่จอดอยู่ไปโดยไมไ่ ด้ขออนญุ าตก่อน เมอื่ ซ้ือของเสร็จ

กน็ ำมาจอดไว้ทเ่ี ดมิ ดงั นี้ นกั ศึกษาจะมคี วามผิดอาญาหรือไม่ อย่างไร

1. มคี วามผดิ ฐานยักยอกทรัพย์ 2. มคี วามผดิ ฐานลักทรัพย์

3. มคี วามผิดฐานว่งิ ราวทรัพย์ 4. มคี วามผิดฐานฉ้อโกง

5. ไม่มีความผดิ ทางอาญา

ข้อ 8 นักศึกษาไปนั่งทานข้าวที่โรงอาหาร และลืมโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะอาหาร ต่อมามีแม่บ้านเก็บโทรศัพท์ไว้

เมื่อนักศึกษาจำได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ จึงไปสอบถามจากแม่บ้าน แต่แม่บ้านบอกว่าไม่เห็นโทรศัพท์เลย

ดงั นี้ แมบ่ ้านจะมีความผดิ อาญาฐานใด

1. ปลน้ ทรัพย์ 2. ชงิ ทรัพย์

3. วิง่ ราวทรัพย์ 4. กรรโชกทรัพย์

5. ลกั ทรัพย์


Click to View FlipBook Version