- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอื่ การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสทิ ธิภาพในการสอื่ ความ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือ Workbook Close-up 3 หน้า 25 ครูให้นักเรียนดูภาพและนำความสนใจของนักเรยี นเขา้ สูบ่ ทเรียน
ในช่ัวโมงเรยี นนโ้ี ดยใชค้ ำถามดังน้ี
Q: Do you think what playing positions in football this player is? Why do you think that?
2. นักเรยี นใหค้ ำตอบ ให้เหตผุ ล ครูเช่อื มโยงเข้าสกู่ จิ กรรม
• Presentation
1. ครสู อนคำศัพท์ในบทอา่ นกิจกรรม A-E โดยใหน้ กั เรียนมสี ่วนร่วมดังน้ี
- ให้นักเรียนทั้งชั้นช่วยกันค้นคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมาย ขีดเส้นใต้กำกับไว้ และให้นักเรียนระบุ Parts of speech ของคำศัพท์
จากตำแหน่งภายในประโยค (ครสู อน Parts of speech และฝึกให้ระบุ Parts of speech ทกุ คร้ังทีส่ อนความหมายของคำศพั ท์)
- นกั เรยี นบอกหมวดหม่ขู องคำศพั ท์เหล่าน้ี โดยครเู ขียนลงใน Word Box บนกระดาน
- ใหน้ ักเรยี น Read aloud คำศัพท์บนกระดาน
- ใหน้ กั เรยี นแบ่งกัน/ช่วยกนั ค้นหาความหมายของคำศัพท์เหล่านี้ แล้วพูดบอกความหมาย
- ครูเขยี นความหมายของคำศัพทท์ ่ีนักเรียนบอกและเพ่ิมเตมิ ความหมายของคำศัพท์บางคำให้สมบรู ณ์
- ให้นักเรียนคัดลอก Word Box และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องลงในสมุดคำศัพท์ของตนเอง (ครูกำหนดให้นักเรียนทุกคนมีสมุด
คำศัพท์และสมดุ แบบฝึกหัด)
2. ครทู บทวนคำกรยิ าทตี่ ้องใช้ร่วมกนั กบั กรยิ า do, go, play (Collocations of verb do, go and play) ไดแ้ ก่
- do + gymnastics, athletics + …
- go + swimming, cycling, diving, sailing + …
- play + football, basketball, volleyball, cricket + …
ให้นกั เรียนช่วยกนั ยกตวั อยา่ งกีฬาตา่ งๆ ทีใ่ ช้กับกรยิ า do, go, play
3. ครูทบทวนเทคนคิ การทำขอ้ สอบ Focusing on words before and after a gap โดยใหน้ ักเรยี นมสี ว่ นร่วม
4. ครูทบทวนโครงสรา้ งประโยค Simple Present using for describing sports และยกตวั อย่างประกอบโดยใหน้ กั เรียนมสี ว่ นร่วม
• Practice
1. กิจกรรม A ครูให้นักเรียนทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับอุปกรณ์สำหรับกีฬาชนิดต่างๆ โดยให้นักเรียน Read aloud คำศัพท์ที่เป็น
ตวั เลอื ก และบอกความหมาย
- ครูให้นักเรียนทบทวนเทคนิคการทำข้อสอบ Focusing on words before and after a gap จากนั้นนักเรียนค้นหาตัวชี้แนะ
คำตอบที่อยู่หน้าและหลงั ช่องว่าง
- ครูตรวจสอบความแม่นยำในการค้นหาตัวชี้แนะคำตอบโดยใหน้ กั เรยี นอ่านตวั ชี้แนะคำตอบพรอ้ มกัน ไดแ้ ก่
ตัวช้แี นะคำตอบ
1. cricket players, to get ready for the match 2. play basketball at, in the gym
3. cricket, not to hit anyone with your 4. football player scored the winning
5. didn’t get, over the net 6. can’t play tennis, need to buy a new
- นกั เรยี นนำตวั ช้ีแนะคำตอบดังกลา่ วน้ไี ปใชใ้ นการตดั สินใจเลอื กคำตอบท่ีถกู ต้อง
- ครตู รวจสอบความถูกต้องโดยใหน้ ักเรียนอา่ นคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. pitch 2. court 3. bat 4. goal 5. ball 6. racket
2. กจิ กรรม B ให้นกั เรยี นอ่านคำถามเพือ่ ค้นหาตวั ชีแ้ นะคำตอบแล้วขีดเส้นใตก้ ำกับ และนำตวั ชี้แนะคำตอบดงั กลา่ วนี้ไปใช้ในการ
คิดคาดเดาคำในช่องว่าง
- เมอ่ื ได้คำตอบแลว้ ครใู หน้ กั เรียนนำคำตอบไป Compare and Share กับเพือ่ นในห้อง
- ครตู รวจสอบความถูกต้องโดยให้นักเรยี นอ่านคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
1. referee 2. opponent เฉลยคำตอบ 5. manager 6. cyclist
7. goalkeeper 8. sailor 3. diver 4. fan
3. กจิ กรรม C ครูทบทวนคำกรยิ าทตี่ ้องใช้รว่ มกนั กับกรยิ า do, go, play (Collocations of verb do, go and play)
- ครูใหน้ กั เรยี น Read aloud คำศพั ทท์ ี่เป็นตวั เลือก และบอกความหมาย
- ใหน้ กั เรียนตัดสนิ ใจเลอื กคำศัพทท์ ่ใี ช้กบั กรยิ า do และ go มาเตมิ ในตาราง
- ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ กั เรยี นอ่านคำตอบพรอ้ มกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
- do + athletics, gymnastics
- go + cycling, diving, sailing, swimming
4. กจิ กรรม D ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรมเป็นคู่ ครูอธบิ ายกจิ กรรม Cloze sentence ครทู บทวนเทคนคิ การทำข้อสอบCloze test และ
Focus on words before and after a gap
- ใหน้ กั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบท่ีอยหู่ นา้ และหลงั ช่องวา่ ง โดยขดี เส้นใตก้ ากบั ไว้
- ครูตรวจสอบตวั ช้ีแนะคาตอบโดยให้นกั เรียนอ่านตวั ช้ีแนะคาตอบของทุกประโยคไดค้ าตอบดงั น้ี
ตวั ช้แี นะคำตอบ
1. was very happy that his team, the match 2. kicked the ball, a goal
3. in an athletics competition 4. it was her turn to, the ball to the other team
5. a team of … basketball players
6. to the end of the street to see who can run fastest
7. The Sentinels , the Kicks by 74-58 in the basketball tournament
8. won’t drop out of the team if we, this game
- ใหน้ กั เรียนนาตวั ช้ีแนะคาตอบดงั กลา่ วน้ีไปใชใ้ นการตดั สินใจเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ ง
- ครูให้เวลานกั เรียนคน้ หา คดิ วเิ คราะห์ ไตร่ตรอง และให้คาตอบ
- ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งโดยให้นกั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
1. won 2. scored 3. take part เฉลยคำตอบ 6. race 7. beat
8. lose 4. Serve 5. coaches
5. กิจกรรม E ครใู หน้ ักเรียนทำกจิ กรรมเปน็ คู่ ครอู ธิบายกจิ กรรม Cloze dialogue
- ครูทบทวนเทคนิคการทำขอ้ สอบ Cloze test โดยใหน้ กั เรยี น Focus on words before and after a gap
- ให้นกั เรียนคน้ หาตวั ชีแ้ นะคำตอบที่อยู่หนา้ และหลังช่องว่าง โดยขดี เสน้ ใต้กำกบั ไว้
- ครูตรวจสอบตัวชแ้ี นะคำตอบโดยให้นักเรยี นอ่านตวั ชแ้ี นะคำตอบของทกุ ประโยคได้คำตอบดังนี้
- ให้นกั เรยี นนำตัวชแ้ี นะคำตอบดงั กลา่ วนไ้ี ปใช้ในการตัดสินใจเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ้ ง
- ครูให้เวลานักเรียนคน้ หา คดิ วเิ คราะห์ ไตรต่ รอง และให้คำตอบ
- ครตู รวจสอบความถูกต้องโดยใหน้ กั เรียนอา่ นคำตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. giving 2. drop 3. keep 4. on 5. pass 6. up 7. work 8. stay/be
• Production
กิจกรรม Expand your Ideas ให้นักเรยี น Read aloud คำสั่ง และพูดบอกสิ่งที่นกั เรยี นต้องปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
▪ Do you think what sport is the most interesting? Explain why? Work in pairs. Choose the most interesting sport.
Describe the chosen sport with 6-8 sentences by writing the first draft. Then proof the correctness of spelling and sentence structures.
Reread what you write to check and revise it. Practice speaking with a partner. Take turns. Then share and compare with students in your
class.
- ครทู บทวนคำส่งั ให้นักเรียนทำกิจกรรมเปน็ คู่ ช่วยกนั เลือกกีฬาทีน่ า่ สนใจแลว้ เขียนและพูดบรรยายโดยใชค้ ำศพั ท์ สำนวนภาษา
และโครงสรา้ งท่ีเรียนมา ความยาวประมาณ 6-8 ประโยค โดยครกู ำหนดเวลาในการทำกจิ กรรมน้ี
- นักเรียนช่วยกันเลือกกีฬา ปรึกษา ช่วยกันคิดไตร่ตรอง โดยเขียนบรรยาย 6-8 ประโยค โดยใช้คำศัพท์ สำนวนภาษาและ
โครงสรา้ งที่เรียนมาแลว้ นกั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความสมบรู ณแ์ ละความถูกต้องของขอ้ เขียนในเรือ่ ง spelling, sentence structure และอ่าน
ทบทวนแกไ้ ขเพิ่มเติมข้อมูลใหน้ ่าสนใจและฝึกพูดด้วยกันให้คลอ่ งก่อนนำไป share and compare กบั เพ่อื น ครสู ังเกต ชว่ ยเหลอื แนะนำ และ
แกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบความถกู ต้องโดยเลือกนกั เรียน 3-4 คขู่ ึน้ มาอา่ นคำตอบพรอ้ มกัน ครอู าจใหเ้ พ่ือนในหอ้ งช่วยกนั เติมเต็มคำบรรยาย
ใหม้ คี วามสมบรู ณ์ หรือน่าสนใจยง่ิ ขึ้น และครยู อมรับทุกคำตอบ
- ครแู นะนำใหน้ กั เรยี นเผยแพร่ผลงาน Sport Description โดยนำขอ้ เขียนท่ี Revised แล้วไปพมิ พล์ งกระดาษA4 และแนบรูปภาพ
ที่บรรยาย (ถ่ายเอกสาร) โดยจัดวางไว้ในหน้ากระดาษเดียวกันกับคำบรรยาย แล้วนำไปติดไว้ที่ Billboard หน้าห้องเรียน หรือที่อื่นๆ ตาม
ความเหมาะสม
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
6. การวดั และประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
1. สังเกต แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมิน
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
วิธีการ เครื่องมือ ผา่ น
เกณฑ์
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 4 Personal Best เรื่อง Vocabulary กิจกรรม A-E หนา้ 25-26
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เรอ่ื ง Personal Best
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 เรื่อง Grammar 1: Modals of Ability, Permission, Requests, Offers, Advices
รหสั วชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายท่ีฟังและอา่ น
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
พูด เขียน และใช้ Modals สื่อสารอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของ
ภาษา
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาสื่อสารอย่างมีมารยาท มีประสิทธิภาพ โดยการใช้ Modals ทักษะเรียนภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่การฟงั
การพดู การอ่าน และการเขยี น และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร ทำใหก้ ารสือ่ สารบรรลผุ ลตามวัตถุประสงค์ ผเู้ รยี นมีเจต
คติท่ีดีต่อภาษาองั กฤษ ใชภ้ าษาอังกฤษอยา่ งมีมารยาท ถกู ตอ้ งตามกาลเทศะและบุคคล
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Modals of Ability, Permission, Requests, Offers, Advices
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสิทธภิ าพในการสือ่ ความ
- มีเหตุผล มวี ิจารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนักเรียนเขา้ สบู่ ทเรยี นในช่วั โมงเรียนน้ี โดยครเู ขยี นประโยคตอ่ ไปนี้บนกระดาน ดังน้ี
Q: Do you think these sentences have the same meaning? Why?/Why not?
a. May I check your bike?
b. Can I check your bike?
2. ให้นกั เรยี นทงั้ ชน้ั Read aloud
3. ครูใหน้ กั เรยี นคิดคำตอบและบอกคำตอบพร้อมกับใหเ้ หตผุ ล โดยครเู ขยี นทุกคำตอบของนกั เรยี นบนกระดาน
• Presentation
1. ครสู อนคำศัพท์ในบทอา่ นกิจกรรม A-I โดยให้นกั เรียนมีสว่ นร่วมดงั นี้
- ให้นักเรียนทั้งชัน้ ช่วยกนั คน้ คำศัพท์ทีไ่ ม่รู้ความหมาย ขีดเส้นใต้กำกับไว้ และให้นักเรียนระบุ Parts of speech ของคำศัพท์
จากตำแหนง่ ภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝึกใหร้ ะบุ Parts of speech ทุกครง้ั ทีส่ อนความหมายของคำศัพท)์
- นักเรยี นบอกหมวดหมูข่ องคำศัพท์เหลา่ นี้ โดยครเู ขียนลงใน Word Box บนกระดาน
- ให้นกั เรียน Read aloud คำศพั ทบ์ นกระดาน
- ให้นกั เรยี นแบง่ กนั /ช่วยกันค้นหาความหมายของคำศพั ทเ์ หลา่ นี้ แล้วพูดบอกความหมาย
- ครูเขียนความหมายของคำศพั ทท์ น่ี กั เรียนบอกและเพิม่ เติมความหมายของคำศัพทบ์ างคำใหส้ มบรู ณ์
- ให้นักเรียนคัดลอก Word Box และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องลงในสมุดคำศัพท์ของตนเอง (ครูกำหนดให้นักเรียนทุกคนมีสมุด
คำศัพทแ์ ละสมุดแบบฝกึ หดั )
2. ครสู อน Grammar เรอื่ ง Modals of Ability, Permission, Requests, Offers, Advices โดยอธิบาย Forms and
Usages of Modals พร้อมทั้งยกตวั อยา่ ง ดงั น้ี
Usages of Modals Forms of Modals Examples of Modals in sentences
Ability can George can ride a bike and he’s only three.
Permission can Can L borrow your football?
Polite permission may Yes, you may use my bike
Requests can Could you wait here please?
Polite request could, may, would May I come in?
Could/Would you fix my bike, please?
Offers shall Shall I teach you to play tennis?
Strong intentions shall I shall win this time!
Advices should You shouldn’t ride without a helmet.
- ครูยกตัวอย่างของประโยคทใี่ ช้ Modals โดยใหน้ ักเรียนมสี ว่ นร่วม
• Practice
ครูใหน้ ักเรยี นเปดิ หนงั สอื Close-up 3 หน้า 48 นกั เรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมตอ่ ไปนี้
1. กิจกรรม A ครใู ห้นักเรยี นทบทวน Forms of modals
- ใหน้ กั เรียน Scanning reading ประโยค a-h เพอ่ื คน้ หา Modals และขดี เส้นใต้ modals
- ให้นกั เรียน Read aloud ประโยค a-h และบอก Usages of the modal in each sentence
- ครตู รวจสอบความถูกต้องโดยใหน้ ักเรียนอ่านคำตอบพร้อมกัน และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
a. could, could b. can c. Can d. can’t e. Shall f. Should g. should h. shall
2. กิจกรรม B ครใู หน้ กั เรยี น Read aloud คำสัง่ และพูดบอกสิ่งทนี่ ักเรยี นต้องปฏิบตั ใิ นกจิ กรรมนี้
- ใหน้ กั เรียนทบทวนการใช้ may ดังนี้
May: We use may + bare infinitive
- for polite requests (with I and we) ไดแ้ ก่ May I come in?
- for polite permission ไดแ้ ก่ Yes, you may use my bike.
- ให้นักเรียนคดิ และพูดบอกตวั อยา่ งการใช้ may for polite requests and for polite permission ครูตรวจสอบโดยสมุ่ เลือก
นักเรียน 4-5 คนขน้ึ มาพดู ประโยค
- ให้นกั เรียน Read silently ประโยค a-h ในกิจกรรม A เพือ่ คิดไตรต่ รองวา่ ประโยคใดควรใชเ้ พอ่ื requests หรอื permission ได้
โดยให้นกั เรยี นทำเครอ่ื งหมายไว้
- ครตู รวจสอบโดยใหน้ ักเรียนบอกประโยคท่ใี ช้เพอื่ requests หรือ permission ได้ (คำตอบคอื b, c)
- ครใู ห้เวลานกั เรียน rewrite ประโยค b, c ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ กั เรียน Read คำตอบ
เฉลยคำตอบ
b. You may use my old racket if yours is broken.
c. May I borrow your bike, Mum?
3. กจิ กรรม C ให้นักเรยี น Read aloud ประโยค a-h ในกจิ กรรม A และ Read aloud การใช้ modals ในขอ้ 1-8
- ให้นกั เรยี นจบั คู่ประโยค a-h กบั การใช้ modals ในข้อ 1-8
- ครูใหเ้ วลานักเรยี นคดิ คำตอบ
- เมื่อได้คำตอบแล้วใหน้ กั เรยี นนำคำตอบไป Compare and Share กับเพือ่ นในหอ้ ง
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ กั เรยี นอา่ นคำตอบที่เลอื ก ในแตล่ ะข้อ และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. d 2. g 3. c 4. a 5. f 6. e 7. b 8. h
4. กจิ กรรม D ครูใหน้ กั เรยี น Read aloud คำสั่ง และประโยค a-e
- ใหน้ กั เรียนทบทวนการใช้ Modals ภายในประโยค a-e และเลอื กประโยคที่มคี วามหมายเหมือนกัน
- ใหน้ ักเรียนนำคำตอบทไี่ ดไ้ ป Discuss and share กับเพือ่ นในหอ้ ง
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี นอา่ นประโยคในแตล่ ะข้อ และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
Question c, d and e are similar in meaning. They are asking for permission.
5. กจิ กรรม E ครูใหน้ กั เรียน Read aloud ประโยค a-e และทบทวนการใช้ Modals ต่อไปน้ี shall, should, may, can, could แลว้ นำ
เหตผุ ลในการใช้ Modals แตล่ ะตัวมาวิเคราะห์ สังเคราะหแ์ ละสรปุ อย่างมเี หตผุ ล (อนุมานความ) ไดด้ งั น้ี
a. A modal, shall, is used for offers. It is good for a friend to offer help or to give advice.
b. A modal, should, is used for advices.
c. A modal, may, is used for polite request or polite permission. It is obligatory for a member of
d. A modal, can, is used for request and permission. staff to check up all vehicles
e. A modal, could, is used for polite request. before racing.
เฉลยคำตอบ
a and b = a friend; c, d and e = a member of staff
6. กิจกรรม F ครูให้นกั เรียน Read aloud คำสัง่ และพดู บอกสงิ่ ท่นี กั เรยี นตอ้ งปฏิบตั ใิ นกจิ กรรมน้ี
- ครใู หน้ ักเรยี น Read aloud the answer 1-3
- ครใู หน้ ักเรยี นจับคกู่ ับเพอ่ื น discuss the answer 1-3 และจับคู่กบั ประโยค a-e
- ให้นกั เรียนนำคำตอบทไ่ี ดไ้ ป Discuss and share กบั เพือ่ นในหอ้ ง
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรยี นอ่านประโยคในแตล่ ะข้อ และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. a, b 2. a, b 3. c, d, e
7. กจิ กรรม G ครูให้นักเรยี น Read aloud คำสง่ั และทบทวนการทำประโยคบอกเล่าใหเ้ ป็นประโยคปฏเิ สธ
- ใหน้ กั เรยี นเปลย่ี นประโยคบอกเล่าเป็นประโยคปฏเิ สธอยา่ งมีขัน้ ตอน โดยเรมิ่ จากการค้นหา Verb: Modals แลว้ ขีดเสน้ ใต้
Modal จากน้ันใสเ่ พ่ิม negative adverb ได้แก่ not ไว้หลงั modal และนกั เรยี นอาจฝกึ ใชก้ รยิ าปฏเิ สธท่เี ป็นรูปย่อ (contraction) ดังน้ี
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยเลอื กใหน้ ักเรยี น 5 คนเฉเขลียยนคปำตระอโบยคปฏเิ สธคนละ 1 ข้อบนกระดาน และครเู ฉลยคำตอบ
1. Motorcyclists should not/shouldn’t wear trainers.
2. He cannot/can’t play basketball.
3. They may not jump into the pool.
4. They shall not/shan’t lose again.
5. She could not/couldn’t run fast when she was young.
• Production
1. กิจกรรม H และกจิ กรรม I ครใู ห้นักเรยี น Read aloud คำส่งั และพดู บอกสงิ่ ทน่ี ักเรยี นตอ้ งปฏิบตั ิในกจิ กรรมน้ี แลว้ ให้นักเรยี น
จบั คู่ทำกิจกรรมอย่างเปน็ อสิ ระ โดยครูกำหนดเวลาในการคดิ คำตอบ จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นนำคำตอบทไ่ี ดไ้ ป Discuss and share กับเพื่อนในห้อง
2. ครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ กั เรียน Read aloud คำตอบของกจิ กรรม H และกจิ กรรม I และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
กจิ กรรม H
1. He should go to hospital. 2. She should have/take lessons. 3. He should buy new boots.
4. He should run every day. 5. He should find/get a new coach.
กจิ กรรม I
1. Can/Could/May I go fishing? 2. Can/Could you run faster?
3. You should bring your swimsuit. 4. They can’t snowboard without snow!
5. Shall we go to the sports centre? 6. Can/Could you bring me a drink of water, please?
7. I can’t play rugby. 8. You shouldn’t swim in this water, children.
6. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธกี าร 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่ือง Grammar กิจกรรม A-I หนา้ 48
Grammar Reference for Unit 4 หนงั สือเรียน Close-up 3 หนา้ 111
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 เรื่อง Personal Best
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 เรื่อง Grammar 2: Modals of Obligation
รหสั วิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชว่ั โมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายที่ฟังและอ่าน
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้นึ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พูด เขียน และใช้ Modals of Obligation ส่ือสารอยา่ งต่อเนื่อง เหมาะสมกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เก่ียวกบั การใชภ้ าษาสื่อสารอยา่ งมีมารยาท มีประสิทธิภาพ โดยการใช้ Modals of Obligation ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ดา้ น
ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร ทาให้การสื่อสารบรรลุผ ลตาม
วตั ถปุ ระสงค์ ผเู้ รียนมีเจตคติท่ีดีตอ่ ภาษาองั กฤษ ใชภ้ าษาองั กฤษอยา่ งมีมารยาท ถูกตอ้ งตามกาลเทศะและบุคคล
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Modals of Obligation
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่อื การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสิทธภิ าพในการสื่อความ
- มเี หตุผล มีวจิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนโดยให้นกั เรียนรู้จกั Modals of obligation โดยใชก้ ิจกรรม J
2. ใหน้ กั เรียนท้งั ช้นั Read aloud คาส่ัง และขีดเสน้ ใต้ Modals
3. ครูให้นกั เรียนบอกคาตอบพร้อมกบั ใหเ้ หตผุ ล โดยครูเขียนคาตอบของนกั เรียนบนกระดาน
4. ครูเชื่อมโยงเขา้ สู่บทเรียนเรื่อง Modals of obligation
• Presentation
1. ครูสอนคาศพั ทใ์ นบทอา่ นกิจกรรม J-N โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมดงั น้ี
- ใหน้ กั เรียนท้งั ช้นั ช่วยกนั คน้ คาศพั ทท์ ี่ไม่รู้ความหมาย ขดี เสน้ ใตก้ ากบั ไว้ และใหน้ กั เรียนระบุ Parts of speech ของคาศพั ท์
จากตาแหน่งภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝึกใหร้ ะบุ Parts of speech ทุกคร้ังท่ีสอนความหมายของคาศพั ท)์
- นกั เรียนบอกหมวดหมขู่ องคาศพั ทเ์ หลา่ น้ี โดยครูเขยี นลงใน Word Box บนกระดาน
- ให้นกั เรียน Read aloud คาศพั ทบ์ นกระดาน
- ใหน้ กั เรียนแบง่ กนั /ช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หล่าน้ี แลว้ พูดบอกความหมาย
- ครูเขียนความหมายของคาศพั ทท์ ี่นกั เรียนบอกและเพิ่มเติมความหมายของคาศพั ทบ์ างคาใหส้ มบรู ณ์
- ใหน้ กั เรียนคดั ลอก Word Box และคาศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ งลงในสมุดคาศพั ทข์ องตนเอง (ครูกาหนดใหน้ กั เรียนทกุ คนมสี มดุ
คาศพั ทแ์ ละสมดุ แบบฝึกหดั )
2. ครูสอน Modals of Obligation โดยอธิบาย Forms and Usages of Modals พร้อมท้งั ยกตวั อยา่ ง ดงั น้ี
Usages of Modals Forms of Modals Examples of Modals in sentences
Obligations must You must wear a helmet when you ride a motorbike.
have to/has to
Neccessary must Visitors must/have to pay to swim in the hotel pool.
have to/has to
Not allowed/Prohibition mustn’t Players mustn’t late for the match.
You don’t have to play a team sport, you can choose
Not necessary don’t have to something else.
You needn’t buy a tennis racket, you can use mine.
needn’t
• Practice
1. กจิ กรรม J ใหน้ ักเรียน Read aloud ประโยคที่ 1-5 ขดี เสน้ ใต้ modal verbs
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยให้นักเรยี นแล้วอา่ นคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. have to 2. must 3. mustn’t 4. needn’t 5. don’t have to, can
- ครูใหน้ กั เรยี นวิเคราะห์ความหมายของประโยค 1-5 โดยใหน้ กั เรยี นเลอื กประโยคมาใส่ในตาราง
- ครูตรวจสอบโดยให้นกั เรยี นอา่ นคำตอบพรอ้ มกัน และครเู ฉลยคำตอบ ดังน้ี
Usages of Modals Sentences
Obligations 1.
2.
Neccessary -
Not allowed/Prohibition 3.
Not necessary 4.
5.
2. กจิ กรรม K ให้นักเรยี น Read aloud ประโยค 1-5 ในกิจกรรม J และ Read aloud การใช้ modals ในขอ้ a.-c.
- ให้นกั เรยี นจับค่ปู ระโยค 1-5 กับการใช้ modals ในขอ้ a.-c.
- ครูใหเ้ วลานักเรยี นคิดคำตอบ
- เมอ่ื ไดค้ ำตอบแลว้ ใหน้ กั เรยี นนำคำตอบไป Compare and Share กบั เพือ่ นในหอ้ ง
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรยี น Read aloud และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
a. 1, 2 b. 4, 5 c. 3
3. กิจกรรม L ครูใหน้ ักเรยี น Read aloud คำสง่ั
- ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกนั ทบทวนการใช้ Modals of Obligation
- ใหน้ กั เรียน Read aloud the rules and the modals แลว้ เลอื กใช้ modal เติมลงไปในชอ่ งว่าง
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรียนบอกคำตอบ และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
must, have to, mustn’t, needn’t, don’t have to
4. กิจกรรม M ใหน้ ักเรียน Read aloud คำสั่ง และพูดบอกสิ่งทนี่ กั เรียนตอ้ งปฏบิ ตั ใิ นกิจกรรมนี้
- ใหน้ ักเรียน Skimming reading ข้อความในโปสเตอร์ Junior Park Run เพอื่ จบั ใจความสำคัญ
- ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการอา่ นของนักเรียนโดยให้นักเรียนพดู บอกจับใจความสำคญั ของเรอื่ งทอ่ี า่ นพร้อมกัน
- ให้นักเรียนทบทวนการใช้ must, mustn’t, don’t have to จากนั้นเลือกนำไปเติมลงในประโยคของ the rules for Junior Park
Run
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรยี น Read aloud the rules for Junior Park Run และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. must 2. mustn’t 3. don’t have to 4. mustn’t 5. must 6. don’t have to
• Production
กิจกรรม N ให้นกั เรียน Read aloud คาส่งั และพดู บอกสิ่งท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกจิ กรรมน้ี
- ครูอธิบาย Cloze passage และทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบCloze testโดยให้นกั เรียนFocus on words before and after a
gap ใหน้ กั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบที่อยหู่ นา้ และหลงั ช่องวา่ ง แลว้ เลือกคาตอบ
- ให้นกั เรียนจบั คู่ทากิจกรรมน้ีอย่างอิสระ โดยครูกาหนดเวลาหลงั จากน้นั ให้นกั เรียนนาคาตอบท่ีไดไ้ ป Discuss and share
กบั เพอื่ นในห้อง
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียน Read aloud passage และครูเฉลยคาตอบ
1. B: don’t have to เฉลยคำตอบ 3. A: don’t have to
3. B: must / has to 2. A: Do, have to 2. B: have to / must 6. A: must / have to
4. B: must / have to 5. A: mustn’t
6. การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
วิธีการ แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอา่ น-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เรื่อง Grammar กิจกรรม J-N หนา้ 49
Grammar Reference for Unit 4 หนงั สือเรียน Close-up 3 หนา้ 111-112
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 เร่อื ง Personal Best
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8 เร่ือง Grammar 3: Modals
รหัสวชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายที่ฟังและอา่ น
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พูด เขียน และใช้ Modals of Obligation ส่ือสารอยา่ งต่อเนื่อง เหมาะสมกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกบั การใชภ้ าษาส่ือสารอยา่ งมีมารยาท มีประสิทธิภาพ โดยการใช้ Modals of Obligation ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ดา้ น
ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร ทาให้การส่ือสารบรรลุผ ลตาม
วตั ถปุ ระสงค์ ผเู้ รียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาองั กฤษ ใชภ้ าษาองั กฤษอยา่ งมีมารยาท ถกู ตอ้ งตามกาลเทศะและบคุ คล
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Modals of Obligation
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธิภาพในการสื่อความ
- มีเหตุผล มวี จิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครทู บทวนบทเรียนในชวั่ โมงทีแ่ ลว้ เรอื่ ง Modals โดยครเู ขียนประโยคต่อไปน้ีบนกระดาน ดังนี้
Q 1: Do you think what modal is?
Q 2: Can you give a sentence with modal?
(A modal is a type of auxiliary (helping) verb that is used to express: ability, possibility, permission or obligation.)
2. ให้นักเรียนทัง้ ชน้ั Read aloud ประโยคคำถาม
3. ครใู ห้นักเรยี นคดิ คำตอบและบอกคำตอบ โดยครูเขียนทุกคำตอบของนักเรยี นบนกระดาน
4. ครเู ชื่อมโยงเขา้ สบู่ ทเรียน
• Presentation
1. ครทู บทวน Modals โดยใหน้ กั เรียนมสี ว่ นร่วม
2. ครทู บทวนเทคนคิ การทำขอ้ สอบ ไดแ้ ก่
2.1 Focus on words before and after a gap.
2.2 Justifying the answers
3. ครูอธิบายพร้อมทง้ั ยกตวั อยา่ งประกอบและให้นักเรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ใิ นกิจกรรมตอ่ ไป
• Practice
ครใู หน้ ักเรียนเปดิ หนงั สือ Workbook Close-up 3 หนา้ 27-28 นักเรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่อไปนี้
1. กจิ กรรม A ให้นักเรียนจับคู่ทำกจิ กรรมโดย Read aloud ประโยคสนทนาตามบทบาทของ Student A และ Student B
- ให้นักเรียนเลือกใช้ Modal ที่กำหนดให้ในแต่ละประโยค โดยใช้ประโยคสนทนาที่นำมาหน้าหรือตามหลังเป็นตัวชี้แนะ
คำตอบ โดยตคี วามหมายเจตนา จดุ ม่งุ หมายของการพดู
- ครตู รวจสอบความแมน่ ยำในการคน้ หาตวั ชแ้ี นะคำตอบโดยให้นักเรียนอา่ นคำท่ขี ีดเส้นใต้พรอ้ มกัน
- ครใู หเ้ วลานกั เรยี นคน้ หา คดิ และเขยี นคำตอบ โดยครูสังเกต ช่วยเหลือ แนะนำ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบความถกู ต้องโดยใหน้ ักเรียนอา่ นคำตอบพรอ้ มกนั และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. can’t 2. Shall 3. shall 4. May 5. could 6. should 7. can 8. can’t
2. กจิ กรรม B ครูให้นกั เรียน Read aloud คาสง่ั และพดู บอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูให้นักเรียนทบทวนการใช้ modals to express purposes โดยให้นักเรียน Read aloud the prompts in brackets แล้วบอก
modal ท่ีควรใช้ ตวั อยา่ งเช่น give advice = should เป็นตน้
- ครูให้นักเรียนจบั คูท่ ำกิจกรรม โดยครูกำหนดเวลาในการทำ
- นกั เรียนอา่ น Prompts เพ่ือวินิจฉัยmodalท่คี วรใช้ และเขยี นคำตอบ โดยครูสงั เกต แนะนำ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งโดยให้นักเรยี นอ่านคำตอบพร้อมกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. They should practise cricket daily. 2. I shall win the competition on Saturday.
3. Mickey could swim when he was four. 4. Should I join the volleyball team?
5. You can’t go in the pool today. 6. Can/May/Shall I carry the racket for you?
3. กจิ กรรม C ครูให้นกั เรียน Read aloud คาสง่ั และพดู บอกสิ่งที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ให้นกั เรียนทบทวน Modals และ Read aloud คาศพั ทท์ ่ีเป็นตวั เลือก
- ให้นกั เรียน Read silently ประโยค Cloze sentence เพื่อทาความเขา้ ใจความหมายและตีความหมายเพื่อสรุปจุดมุ่งหมาย
และเจตนาท่ีแฝงอยใู่ นเน้ือความของแต่ละประโยค
- ตดั สินใจเลือกใช้ modal เติมลงในประโยค
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียน Read aloud คาตอบและเหตผุ ลที่เลือกคาตอบน้นั ๆ ครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. must 2. don’t have 3. have 4. mustn’t 5. needn’t 6. must 7. have
4. กิจกรรม D ให้นกั เรียน Read aloud คำสัง่ และพดู บอกสงิ่ ท่ีนักเรยี นตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ให้นกั เรียนทบทวนการใช้ Modals โดยให้นกั เรียน focus on the given modals in (1)-(8) และพูดบอก Usages or Puposes
ของ modals แตล่ ะตวั
- ให้นกั เรียนจบั คทู่ ากิจกรรมโดยนกั เรียนช่วยกนั อ่านประโยคใน Monologue แลว้ เลือก Modals ท่ีตรงกบั Puposes ของแต่
ละประโยค
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนคิดคาตอบ
- เมื่อไดค้ าตอบแลว้ ใหน้ กั เรียนนาคาตอบไป Compare and Share กบั เพ่ือนในหอ้ ง
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียน Read aloud คาตอบ และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
(1) must (2) needn’t (3) don’t have to (4) have to (5) mustn’t (6) mustn’t
(7) must (8) don’t have to
• Production
กิจกรรม Expand Your Idea ซ่ึงครูกาหนดข้ึนเองโดยประยกุ ตใ์ ชก้ ิจกรรม C และกิจกรรม D ดงั น้ี
Complete the table with the information from C. and D.
Usages of Modals Modals C. Sentence No. D. Sentence No.
Obligations
Neccessary
Not allowed/Prohibition
Not necessary
- ครใู ห้นกั เรยี นจับค่ทู ำกจิ กรรมวิเคราะห์ Purposes of the sentences with modals โดยให้นักเรียนย้อนกลับไปอ่าน ประโยค 1-7
ที่มี Modal แล้ว และให้นักเรียนช่วยกนั วิเคราะหค์ วามหมายภายในประโยคและตีความหมาย เพื่อทำความเขา้ ใจเจตนา/จดุ มุ่งหมายของแต่
ละประโยค โดยใหน้ กั เรียนเตมิ ข้อมลู ใช้ตารางวิเคราะห์ทค่ี รูกำหนดให้
- ให้นกั เรยี นคดิ และวิเคราะหค์ ำตอบ และนำคำตอบทไ่ี ดไ้ ป Discuss and share กับเพอ่ื นในห้อง
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรยี น Read aloud คำตอบ และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
Usages of Modals Modals C. Sentence No. D. Sentence No.
Obligations 4
have to 3 1
Neccessary
must - 7
Not allowed -
Not necessary must 1, 6
5, 6
have to 7 3, 8
2
mustn’t 4
don’t have to 2, 5
needn’t -
6. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ กี าร 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่ือง Grammar กิจกรรม A-D หนา้ 27-28
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรือ่ ง Personal Best
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 เร่ือง Listening: Numbers & Dates
รหสั วชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพื่อขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองท่ีฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พดู และเขยี นบรรยายความรู้สึกและความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกบั เร่ืองตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตุการณ์ พร้อมท้งั ให้เหตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พูดใหข้ อ้ มูลอธิบายเก่ียวกบั Watersports & A rock climbing class โดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาเกี่ยวกบั days, time,
numbers ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรแู้ ละกจิ กรรมฝึกทักษะ สำนวนภาษาเก่ียวกบั days, time, numbers โครงสรา้ ง กระบวนการฝกึ ทกั ษะทางภาษาท้งั 4 ด้าน
โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ทักษะการฟัง การพดู โดยใช้กระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการส่อื สาร ทำใหผ้ เู้ รียนส่ือสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ มี
เจตคติทด่ี ตี ่อการเรียนภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: สานวนภาษาเกี่ยวกบั Watersports & A rock climbing class, days, time, numbers
- Grammar: จานวนนบั (Cardinal number) และเลขลาดบั ที่ (Ordinal number)
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธภิ าพในการสื่อความ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนกั เรยี นโดยใช้คำถามดงั นี้
Q 1: How many students are there in your class?
Q 2: What date is today?
2. นักเรยี นให้คำตอบเกย่ี วกับตัวเลขเป็นจำนวนนับ (Cardinal number) และเลขลำดบั ท่ี (Ordinal number)
• Presentation
1. ครูสอนคาศพั ทใ์ นกิจกรรม A-G โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วม ดงั น้ี
- ให้นกั เรียนท้งั ช้นั ช่วยกนั คน้ คาศพั ทท์ ี่ไม่รู้ความหมาย ขีดเส้นใตก้ ากบั ไว้ และให้นกั เรียนระบุ Parts of speech ของคาศพั ท์
จากตาแหน่งภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝึกให้ระบุ Parts of speech ทกุ คร้ังท่ีสอนความหมายของคาศพั ท)์ นกั เรียนบอก
หมวดหมูข่ องคาศพั ทเ์ หลา่ น้ี โดยครูเขยี นลงใน Word Box บนกระดาน
- ให้นกั เรียน Read aloud คาศพั ท์บนกระดาน และให้นกั เรียนแบ่งกนั /ช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หล่าน้ี แลว้ พูด
บอกความหมาย
- ครูเขยี นความหมายของคาศพั ทท์ ่ีนกั เรียนบอกและเพิม่ เติมความหมายของคาศพั ทบ์ างคาใหส้ มบูรณ์
- ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งดงั พร้อมกัน ถา้ คำใดนกั เรยี นอา่ นไมไ่ ด้ใหค้ รูชว่ ยอ่านนำและนักเรยี นอ่านตาม
- ใหน้ ักเรียนคดั ลอก Word Box และคำศัพท์ทเี่ กยี่ วขอ้ งลงในสมดุ คำศพั ทข์ องตนเอง
2. ครูสอน Listening Strategies ผู้ฟงั ควรแสดงความสนใจ รับรู้ เข้าใจสง่ิ ทไี่ ดฟ้ ัง มกี ารใชภ้ าษากายประกอบการสบตาผ้ฟู ังขณะท่ี
พูดเลา่ และฟงั เหตกุ ารณ์
3. ครูอธบิ ายวิธีการเรยี นระหว่างฟงั ซีดี แนะวิธฟี งั อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ครูช้แี จงว่านกั เรียนจะได้ฟังเสยี งพดู สนทนาที่เปน็ การพดู
อย่างเปน็ ธรรมชาติ (naturally speaking) ทม่ี คี วามเรว็ พอประมาณ ใหน้ กั เรยี นฟังเพื่อจบั ประเดน็ สำคญั โดยต้ังใจฟงั คำสำคญั (content words)
ไดแ้ ก่ nouns, main verbs, adjectives, adverbs ในระหวา่ งที่ฟังให้นักเรียนงดทำกจิ กรรมใดๆ ไม่พดู คยุ กัน
4. ครูชแ้ี จงการฟังซีดวี า่ นักเรยี นจะได้ฟงั ซดี ี 3-4ครั้ง ดงั น้ี
- ฟังคร้ังที่ 1 เพอ่ื ให้เขา้ ใจเร่ืองและจบั ประเดน็ สำคญั เบอื้ งตน้
- ฟังครง้ั ท่ี 2-3 เพอ่ื เลือกคำตอบ
- ฟงั ครงั้ ท่ี 3-4 เพอ่ื ทบทวนคำตอบหรือเฉลยคำตอบ
(สำหรบั ชน้ั ท่นี กั เรยี นสว่ นใหญ่ออ่ นภาษาองั กฤษ ครคู วรให้ฟังหลายครง้ั เพ่อื ใหน้ กั เรยี นประสบความสำเรจ็ ในการฟงั )
• Practice
ครูใหน้ กั เรยี นเปดิ หนงั สือเรียน Close-up 3 หน้า 50 นกั เรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมต่อไปนี้
1. กิจกรรม A ให้นักเรียน Read aloud ตัวเลขในข้อ 1-10 โดย Focus on the ending sound ครูอธิบายความแตกต่างของเสยี งท้าย
คำสำหรบั การออกเสยี งเลขนับ และเลขลำดบั ที่
- ใหน้ ักเรยี นจบั ค่ฝู กึ ออกเสยี งตวั เลขดงั กลา่ วกับเพือ่ น
- ครูสงั เกต แนะนำ ชว่ ยเหลือ และแก้ปญั หา
- ครูตรวจสอบโดยสุ่มเลอื กใหน้ กั เรียน Read aloud ตวั เลข
2. กิจกรรม B ให้นกั เรยี น Read aloud คำสัง่ ครูทบทวนการทำกิจกรรมการฟงั
- เมือ่ นกั เรยี นพรอ้ มครูเปดิ ซดี ี Track 4.1 ให้นักเรยี นฟัง 1-2 คร้ัง นกั เรียนเลอื กตัวเลขที่ได้ยิน
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี น Read aloud คำตอบ
- ครูใหน้ กั เรยี นฟงั ซีดีซำ้ เพื่อให้นักเรียนตรวจสอบคำตอบด้วยตนเองและปรับปรุงคำตอบก่อนที่ครจู ะเฉลยคำตอบ
- ครูเฉลยคำตอบ และใหน้ ักเรยี นฟงั ซดี เี ปน็ ครงั้ สดุ ทา้ ย เพอ่ื ยืนยันคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. 13th 2. 14 3. 50 4. 60 5. 17 6. 80 7. 19 8. 31st 9. 32nd 10. 33rd
3. กจิ กรรม C ให้นักเรียน Read aloud คำสั่ง พรอ้ มกบั บอกความหมายเปน็ ภาษาไทย
- ครูทบทวนคำสั่งชี้แจงกิจกรรมการฟังให้นักเรียนฟังการออกเสียงตัวเลข ซึ่งมีการเน้นเสียงพยางค์ (stressed) โดยครู
ยกตัวอย่างประกอบ
- จากน้นั ครใู ห้นักเรยี นฟงั ซีดี Track 4.2 1-2 ครัง้ นักเรียนขีดเส้นใต้พยางค์ทเ่ี น้นเสยี ง (stressed)
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยให้นักเรยี น บอกตำแหนง่ พยางคท์ ี่เน้นเสยี ง (stressed)
- ครูให้นกั เรยี นฟังซดี ซี ำ้ เพือ่ ให้นักเรียนตรวจสอบตำแหน่งพยางคท์ ี่เนน้ เสียง (stressed) และปรบั ปรุงคำตอบก่อนท่ีครูจะ
เฉลยคำตอบ
- ครูเฉลยคำตอบและใหน้ กั เรยี นฟังซีดีเป็นครั้งสดุ ท้าย เพ่อื ยืนยนั คำตอบ
1. forty fourteen เฉลยคำตอบ
3. second twenty-second 2. a hundred a thousand
5. seven seventeen 4. eighty eighteen
6. sixteen sixty
4. กจิ กรรม D ใหน้ กั เรียน Read aloud คำสง่ั และบอกความหมายเป็นภาษาไทย
- ใหน้ กั เรียนจบั คกู่ บั เพ่ือนทากิจกรรมออกเสียงตวั เลขนบั และเลขลาดบั ท่ีในกิจกรรม C แลว้ ผลดั กนั เป็นผฟู้ ังซ่ึงตอ้ งบอกวา่
เสียงท่ีไดย้ นิ คอื ตวั เลขใด
- ครูตรวจสอบ Walk around สงั เกต ช้ีแนะ สนบั สนุน และแกป้ ัญหาการทากิจกรรมของนกั เรียน
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
5. กจิ กรรม E ให้นกั เรียน Read aloud คำสงั่ และ Exam Close-up
- ครูอธิบาย numbers และ dates ความแตกต่างในการเขียน และการใช้ Cardinal numbers และ Ordinal numbers การออก
เสียงเน้น (Stressed) ภายในคำ การนำไปใช้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ ครูเน้นย้ำการออกเสียงเน้นหนักในพยางค์ที่แตกต่างกัน
ตวั อย่างเชน่ sixty – sixteen เป็นต้น
- ใหน้ ักเรียนพดู ออกเสยี งตวั เลขทค่ี รเู ขียน โดยใช้เสยี งเนน้ หนกั ในพยางค์ทีถ่ ูกต้อง
- ให้นกั เรยี นจบั คู่ฝึกพูดออกเสียง และเขยี น cardinal numbers, ordinal numbers และ dates กบั เพ่ือนในหอ้ ง
- ครู Walk around สงั เกต ชแ้ี นะ สนับสนุน และแกป้ ญั หาการทำกจิ กรรมของนักเรียน
6. กจิ กรรม F ครใู หน้ กั เรยี นฟังซดี ี Track 4.3 เก่ยี วกบั Watersports แลว้ เติมข้อมลู ทีห่ ายไป โดยครเู ปดิ ซดี ใี ห้ฟงั 1-2 คร้ังโดยหยดุ
เสยี งเป็นบางช่วงเพือ่ ใหเ้ วลานกั เรยี นฟัง คดิ ตาม และเขียนคำตอบ
- ครตู รวจสอบคำตอบ โดยใหน้ ักเรยี นบอกคำตอบพรอ้ มกนั
- ครเู ขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน และยงั ไมเ่ ฉลยคำตอบ
7. กิจกรรม G ใหน้ กั เรยี นฟังซีดี Track 4.4 อีกครัง้ หนึง่ เพอื่ ใหน้ กั เรยี นตรวจสอบคำตอบด้วยตนเอง ปรบั ปรุงคำตอบและยืนยนั
คำตอบ แลว้ ครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
(1) 18 (2) windsurf (3) August 30th (4) £330 (5) 50 per cent
• Production
ครูให้นกั เรยี นเปดิ หนงั สือ Workbook Close-up 3 หนา้ 28 นกั เรยี นปฏิบัติกจิ กรรมต่อไปน้ี
1. กจิ กรรม A ให้นักเรยี น Read aloud the Exam Reminder
- ครูอธิบายการใช้ cardinal numbers และ ordinal numbers พรอ้ มทงั้ ยกตัวอย่างประกอบ
- ให้นักเรียน Read aloud คำส่ังและคำถามพรอ้ มท้งั ให้คำตอบ
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี น Read aloud คำตอบ และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
You should use seventh.
2. กจิ กรรม B ใหน้ ักเรียน Read aloud คำสั่งและคำช้แี จง
- ครอู ธิบายพรอ้ มทง้ั ยกตัวอยา่ งประกอบ
- เมื่อนักเรียนพร้อมครเู ปดิ ซดี ี Track 4.1 ให้นักเรยี นฟัง 1 ครงั้ เพื่อจบั ประเดน็ สำคญั ของเรอื่ ง
- ครตู รวจสอบความเข้าใจในการฟังโดยใชค้ ำถามเกยี่ วกบั Forms of the missing words ใหน้ กั เรยี นฟังซีดซี ำ้ เพื่อเตมิ ขอ้ ความ
ท่หี ายไป โดยครเู ปดิ ซดี ี แล้วหยดุ เลน่ เป็นช่วงๆ เพ่อื ใหน้ ักเรยี นมเี วลาคิดและตดั สนิ ใจ
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยให้นักเรยี น Read aloud คำตอบและครเู ขียนคำตอบของนกั เรียนบนกระดานและให้นกั เรยี นฟงั ซีดซี ำ้
เฉลยคำตอบ
1. sixteen/16th 2. forty/40 3. thirteen/13 4. thirty-five/35 5. 00448732
3. กจิ กรรม C หลงั จากท่ีครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียน Read aloud คาตอบแลว้ ครูใหน้ กั เรียนฟังซีดี Track 4.2อีกคร้ัง
เพอ่ื ใหน้ กั เรียนยนื ยนั คาตอบ
6. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธีการ 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เรื่อง Listening กิจกรรม A-G หนา้ 50
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่ือง Listening กิจกรรม A-C หนา้ 28
Audio CD Track 4.1, 4.2, 4.3 และ 4.4
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 เร่ือง Personal Best
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง Speaking: Asking about Likes, Giving & Responding to Advices
รหสั วิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องท่ีฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ฟัง พูด อ่าน และเขียนเพื่อขอและให้ขอ้ มูล อธิบาย Asking about Likes, Giving & Responding to Advices และพูดตรวจสอบ
ความเขา้ ใจ โดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกบั สานวนภาษาโครงสร้างภาษาในบทสนทนาเกี่ยวกบั Asking about Likes, Giving & Responding to Advices และ
กิจกรรมฝึ กทกั ษะการคิด กระบวนการฝึ กทกั ษะทางภาษาท้งั 4 ดา้ นโดยเฉพาะอย่างยิ่งทกั ษะการฟัง การพูด โดยใชก้ ระบวนการสอน
ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร เจตคติที่ดีตอ่ การเรียนภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: สานวนภาษาเก่ียวกบั Asking for and Giving Directions
- Grammar: Asking about Likes, Giving & Responding to Advices
- Speaking strategy: Understanding what people say
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงทกั ษะการฟัง การพูด
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีเหตผุ ล มวี จิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชวั่ โมงน้ีดว้ ยคาถามต่อไปน้ีบนกระดาน ใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสียงดงั ๆ พร้อม
กนั แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถามประโยคบนกระดาน
Q 1: Do you like doing sports?
Q 2: What kind of sport do you like?
2. นกั เรียนให้คาตอบอยา่ งหลากหลาย
3. ครูยอมรับทุกคาตอบ และเชื่อมโยงเขา้ สู่กิจกรรมการเรียนการสอน
• Presentation
1. ครูสอนสำนวนภาษาใน Useful Expressions ดงั น้ี
- ให้นกั เรียน Read aloud Useful Expressions โดยครูอธิบายพร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบให้นกั เรียนชว่ ยกนั คดิ หาคำมาเติม
ในประโยคตัวอย่าง ได้แก่
1.1 Asking about Likes ได้แก่
- Do you like …
- Do you prefer … + verb + -ing/noun?
- Do you enjoy …
1.2 Giving Advices ได้แก่
- Why don’t you … ?
- You should …
- You needn’t/don’t have to ... + verb in bare infinitive
- You could try …
- you have to …
1.3 Responding to Advices ได้แก่
- That’s a good idea.
- I don’t think that’s a good idea because …
- Or perhaps I could …
- ครใู หน้ ักเรียนจบั คฝู่ กึ พดู ประโยค โดยผลดั กนั เปน็ ผถู้ ามและผู้ตอบคำถาม
- ครใู ห้เวลานักเรียนไดฝ้ กึ พดู โดยครสู ังเกต ช่วยเหลอื แนะนำ และแกป้ ญั หา
2. ครูทบทวน Speaking Strategies: understanding what people say สำนวนพดู เพือ่ ให้คสู่ นทนารู้วา่ ผูพ้ ดู ไมเ่ ข้าใจ ฟังไม่ชดั เจน
หรอื ร้สู กึ ไมแ่ นใ่ จ ไดแ้ ก่
- Could you repeat that, please?
- I’m sorry I don’t understand.
- Do you mean …?
- So I got right at the bank?
- I’m not sure what you mean.
3. ครูสอนคำศพั ทส์ ำนวนในกจิ กรรม Speaking ข้อ A-E โดยใหน้ ักเรยี นมสี ่วนร่วมครใู ห้นักเรยี นสำรวจคำศัพทใ์ นกจิ กรรมแลว้ ขดี
เส้นใต้คำที่นักเรยี นไม่รคู้ วามหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรยี นบอกคำศพั ท์ที่ไมร่ ู้ความหมาย โดยครเู ขียนบนกระดาน ถ้านกั เรยี นอา่ นไมไ่ ดใ้ หส้ ะกด
ตัวอกั ษร
- ครูใหน้ ักเรยี นจัดกลมุ่ คำศพั ท์เหลา่ นโ้ี ดยครแู นะวา่ ควรจดั ตามหนา้ ท่ขี องคำ
- ครูให้นักเรียนช่วยกันค้นหาความหมายของคำศัพท์เหล่านี้โดยค้นหาจาก Dictionary หรือนักเรียนอาจสืบค้น online จาก
โทรศพั ท์มือถือของนักเรียนเอง
- ให้นักเรียน Read aloud คำศัพท์บนกระดาน และให้นักเรียนแบ่งกัน/ช่วยกันค้นหาความหมายของคำศัพท์เหล่านี้ แล้วพูด
บอกความหมาย
- ครเู ขยี นความหมายของคำศัพท์ทีน่ กั เรียนบอกและเพมิ่ เติมความหมายของคำศพั ทบ์ างคำใหส้ มบรู ณ์
- ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสียงดงั พร้อมกนั ถ้าคำใดนกั เรยี นอ่านไมไ่ ด้ใหค้ รูชว่ ยอ่านนำและนักเรียนอ่านตาม
- ให้นกั เรียนคดั ลอก Word Box และคำศัพทท์ เี่ กย่ี วข้องลงในสมุดคำศัพทข์ องตนเอง
• Practice
ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือเรียน Close-up 3 หนา้ 51 นกั เรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่อไปน้ี
1. กิจกรรม A ก่อนทากิจกรรมครูให้เวลานกั เรียนช่วยกนั อภิปรายเกี่ยวกบั Different kinds of sportsและเตรียมคาตอบ โดยครู
เนน้ ให้นกั เรียนบอกเหตผุ ล Explain why
- ให้นกั เรียนจบั คูพ่ ูดถามตอบโดยใชค้ าถาม
Q 1: Which sports do you like best? Explain why
Q 2: Which sports do you like least? Explain why
- โดยให้นกั เรียนสลบั บทบาทกนั เป็นผถู้ ามและผตู้ อบคาถาม
- ครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนกั เรียน 3-4 คู่ข้นึ มาพูดคาถามและให้คาตอบ
- ครูยอมรับทกุ คาตอบทีบ่ อกเหตผุ ล Explain why
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
2. กิจกรรม B ครูให้นกั เรียนนาคาตอบของตนเองจากกิจกรรม A มาเปรียบเทียบกบั เพอื่ น โดยปฏิบตั ิดงั น้ี
Read aloud your answers by using the following Speaking model:
I like … most because I prefer doing sport alone / in a team/………….. .
However I like ………….. least because I think it’s ………….. . (How about you?)
- ครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูเลือกนกั เรียน 3-5 คู่ ข้ึนมาพูดคาตอบ
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
3. กิจกรรม C ก่อนทากิจกรรมครูให้เวลานกั เรียนช่วยกนั อ่านคาถามที่ 1-5 แลว้ พดู สรุปเลา่ เป็นเรื่อง
- ครูให้นักเรียนทบทวนประโยคพูด ให้คาแนะนา (Making Advices) โดยให้นักเรียนยอ้ นกลบั ไปดู Useful Expressions:
Giving Advice และ Read aloud ประโยคพดู เพอื่ Making Advices พร้อมกนั
- ใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพือ่ น Discuss ตวั เลือกและเลือกคาตอบของขอ้ 1-5 เมื่อไดค้ าตอบแลว้ ให้นกั เรียนนาคาตอบไป
Compare and Share กบั เพ่ือนในห้อง
- ครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนพูดประโยคและตวั เลือกท่ีเป็นคาตอบ พร้อมกนั ครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. A 2. B 3. C 4. B 5. B
4. กจิ กรรม D ให้นกั เรียน Read aloud คาส่งั และ Exam Close–up
- ครูอธิบายพร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบโดยเลือกบางขอ้ จากกิจกรรมใน Exam Task
- ให้นกั เรียนทบทวนสานวนพดู ที่เกี่ยวขอ้ งโดย Read aloud Useful Expressions: Giving Advices and
Responding to advices เพื่อใชเ้ ป็นแนวทางในการเตรียมคาถามและใหค้ าตอบในกิจกรรม E
- ใหน้ กั เรียนจบั คู่ทากิจกรรม Speaking ใน Exam Task โดยนกั เรียนปฏบิ ตั ิตามข้นั ตอนดงั น้ี
1. การช่วยกนั อ่านวลีที่กาหนดมาให้เลือกใชโ้ ดย
2. เลือกใชว้ ลีที่กาหนดใหโ้ ดยนาไปใส่ในประโยค Giving Advices and Responding to advices
3. เขียนประโยคสนทนา Giving Advices and Responding to advices เพ่ือเป็ น Speaking Model แลว้ นาไป ใชพ้ ูดโตต้ อบ
กบั เพอื่ นโดยสลบั บทบาทกนั และเปล่ียนคสู่ นทนาใหห้ ลากหลาย
- ครูให้เวลานกั เรียนทากิจกรรมโดยครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูเลือกนกั เรียน 3-4 คู่ ข้นึ มาพูด
- ครูยอมรับทุกคาตอบและให้นกั เรียนคดั ลอกยอ่ หนา้ ส้ันๆ หรือSpeaking Model เก่ียวกบั Giving Advices ลงสมดุ
แบบฝึ กหดั
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
5. กจิ กรรม E ให้นกั เรียน Read aloud คาส่ัง และคาช้ีการทากิจกรรม Exam Task ครูอธิบายพร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบโดย
เลือกบางขอ้ จากกิจกรรมใน Exam Task
- ให้นกั เรียนทบทวนสานวนพูดท่ีเกี่ยวขอ้ งโดย Read aloud Useful Expressions
- ใหน้ กั เรียนจบั ค่ทู ากิจกรรม Speaking ใน Exam Task โดย ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรมโดยครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ
และแกป้ ัญหา
- ครูเลือกนกั เรียน 3-4 คู่ ข้นึ มาพูด
- ครูยอมรับทุกคาตอบและให้นักเรียนคดั ลอกย่อหน้าส้ันๆ หรือ Speaking Model เก่ียวกับ Giving Advices ลงสมุด
แบบฝึ กหดั
• Production
กิจกรรม Ideas Focus ให้นกั เรียน Read aloud คาส่ังและพดู บอกส่ิงท่ีตอ้ งทาในกิจกรรมน้ี
ครทู บทวนคำส่งั และชี้แนะวิธีการโดยใหน้ กั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการคดิ กจิ กรรมในขนั้ ตอนของการเตรียมเร่อื งที่
จะพูด ให้นักเรยี นทำกจิ กรรมเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4-6 คน และครกู ำหนดขน้ั ตอนของกิจกรรมการพูดดงั น้ี
ข้นั ท่ี 1 Pre-Speaking
• Focus ideas ครูแนะให้นักเรียนทุกกลุ่มเริ่มกิจกรรมจากการอ่านคำถาม แล้ว Discuss อย่างหลากหลายแล้วเขียนความ
คดิ เหน็ ของสมาชกิ ทกุ คนลงในกระดาษ จากนน้ั ชว่ ยกนั วเิ คราะหแ์ ละสังเคราะหม์ าเปน็ กรอบในการเขยี นคำตอบของกลมุ่
• Make a draft of Speaking Model ให้นักเรียนเขียนคำตอบตามกรอบในการเขียนคำตอบที่ได้จากขั้น Focus ideas โดย
ใช้คำศพั ท์ สำนวนพดู โครงสร้างภาษา Explaining Why และสำนวนภาษาจาก Exam Close-up, Useful Expression ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
• Revise the draft ให้นักเรียนตรวจสอบทบทวนสิ่งที่เขียน ความถูกต้อง ความสอดคล้อง ความครบถ้วน และความ
เหมาะสมของ a draft of Speaking Model
• Compare and Share ให้นักเรียนนำ Speaking Model ที่เขียนไปเปรียบเทียบกับเพื่อนและปรับปรุงคำตอบ เพื่อให้ได้
Speaking Model ทค่ี รบถว้ นถกู ตอ้ งและเหมาะสม แลว้ คดั ลอก Speaking Model ลงสมุดแบบฝกึ หัดของนักเรียน
• Practice ให้นกั เรยี นใช้ Speaking Model ของตนฝึกพดู กับเพื่อน
ข้นั ที่ 2 While-Speaking
• ใหน้ กั เรยี นใช้ Speaking Model ของตนพูดกับเพอื่ นโดยผลดั กนั เปน็ ผพู้ ูดและผฟู้ งั ทด่ี ี
• ครูให้เวลานักเรยี นทำกจิ กรรมโดยครูสงั เกต แนะนำ ชว่ ยเหลอื แก้ปญั หา
ข้ันที่ 3 Post-Speaking
• ครูกำหนดเวลา และให้นักเรยี นทำกิจกรรมนี้อยา่ งอิสระ เมื่อหมดเวลาครูตรวจสอบคำตอบโดยเลือกนักเรียนจำนวน 3-4
กลมุ่ ออกมาพูด ถ้าหากมเี วลาไมเ่ พยี งพอ ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมนใ้ี นช่วั โมงต่อไป หรอื นัดหมายใหท้ ำนอกช้ันเรียน
• ครสู รุปบทเรยี น ตอบข้อซกั ถามของนกั เรียน
6. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ ีการ 15-17 ผลการประเมิน
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เรอื่ ง Speaking กจิ กรรม A-E และ Ideas Focus หนา้ 51
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 เร่อื ง Personal Best
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง Writing 1: Stan’s Sports Blog
รหัสวิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผูส้ อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพือ่ ขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
เขียน Blog ให้ขอ้ มลู อธิบายเก่ียวกบั Sports โดยโดยให้ขอ้ มลู อยา่ งมีลาดบั ข้นั ตอนใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้างภาษากาหนดให้
อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เก่ียวกบั การเขียน Blog ใหข้ อ้ มูลอธิบายเกี่ยวกบั Sports โดยใหข้ อ้ มูลอยา่ งมีลาดบั ข้นั ตอน ใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้างภาษา
กาหนดใหอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม กระบวนการฝึกทกั ษะทางภาษาท้งั 4 ดา้ นโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ทกั ษะการฟัง การพดู โดยใชก้ ระบวนการ
สอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร ทาให้ผเู้ รียนสื่อสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ มีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเรียนภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Past Simple, Past continuous tenses, Adverbs, Adjectives
- Writing strategy: การเขียน Blog
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มเี หตผุ ล มีวจิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนในชว่ั โมงน้ีดว้ ยคาถามตอ่ ไปน้ีโดยครูเขยี นบนกระดานใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงดงั ๆ พร้อมกนั
Q 1: Do you think what a blog is?
Q 2: Do you think what the difference between an email and a blog?
2. นกั เรียนให้คาตอบอยา่ งหลากหลาย
3. ครูเขียนทกุ คาตอบของนกั เรียนบนกะดาน และเชื่อมโยงเขา้ สู่กิจกรรมการเรียนการสอน
• Presentation
1. ครูสอนความรู้เก่ียวกบั คาศพั ทใ์ นกิจกรรม A-E โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมดงั น้ี
- ครูสอนคาศพั ทใ์ หมท่ ี่อยใู่ นกิจกรรม A-E โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วม
- ครูใหน้ กั เรียนสารวจคาศพั ทใ์ นกิจกรรม A-E แลว้ ขีดเส้นใตค้ าท่ีนกั เรียนไม่รู้ความหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรียนบอกคาศพั ทท์ ี่ไม่
รู้ความหมาย โดยครูเขียนบนกระดาน ถา้ นกั เรียนอ่านไมไ่ ดใ้ ห้สะกดตวั อกั ษร
- ครูให้นกั เรียนจดั กล่มุ คาศพั ทเ์ หลา่ น้ีโดยครูแนะว่าควรจดั ตามหนา้ ที่ของคา
- ครูให้นกั เรียนช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ท์เหล่าน้ีโดยคน้ หาจาก Dictionary หรือนักเรียนอาจสืบคน้ online จาก
โทรศพั ทม์ ือถือของนกั เรียนเอง
- ครูให้นกั เรียนอ่านออกเสียงคาศพั ท์แต่ละคาพร้อมกบั บอกความหมาย โดยครูช่วยเพ่ิมเติมความหมายของศพั ท์บางคาให้
ครอบคลมุ การใชง้ านในบทเรียนน้ี
- ให้นักเรียน Read aloud คำศัพท์บนกระดาน และให้นักเรียนแบ่งกัน/ช่วยกันค้นหาความหมายของคำศัพท์เหล่านี้ แล้วพูดบอก
ความหมาย
- ครูเขียนความหมายของคำศพั ทท์ ่นี กั เรยี นบอกและเพมิ่ เติมความหมายของคำศัพทบ์ างคำใหส้ มบรู ณ์
- ให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงดงั พร้อมกนั ถา้ คำใดนกั เรยี นอา่ นไมไ่ ดใ้ หค้ รชู ว่ ยอ่านนำและนักเรียนอา่ นตาม
- ใหน้ กั เรียนคัดลอก Word Box และคำศัพทท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งลงในสมุดคำศพั ท์ของตนเอง
2. ครูสอนโครงสรา้ งเร่อื ง Past Simple, Past continuous tenses describing an event that happened in the past 2.1 Forms of
Past Simple, Past continuous tenses
- Past Simple tense: Subject + verb in the past + … ตวั อยา่ งเช่น The gymnasts performed brilliantly.
- Past continuous tense: Subject + was/were + verb + ing + … ตวั อย่างเช่น Everyone there was looking forward to a great
race.
2.2 Adverbs: A word that describes or gives more information about a verb, adjective, adverb, or phrase ตัวอย่างเชน่ Everyone
was truly amazed. Adverb สว่ นใหญม่ ักลงทา้ ยด้วย ly ซึง่ เกิดจากการเตมิ ly ลงไปทา้ ยคำ adjective เชน่ nice (adjective) + ly = nicely
(adverb) ตำแหนง่ ของ Adverbs ภายในประโยค ไดแ้ ก่
- ตดิ กบั verb ของประโยค เชน่ Their team play brilliantly.
- หน้า adjectives เช่น Barcelona won and I was really upset.
- หนา้ adverbs เชน่ Their players could run very quickly.
- หนา้ ประโยค เชน่ Again, our team played againt Arsenal.
2.3 Adjectives: A word that describes a noun or pronoun ตัวอย่างเช่น I saw a great race yesterday. ตำแหน่งของ Adjectives
ภายในประโยค ได้แก่
- หลงั Verb to be or Linking verbs (look, seem, become, smell, get, sound, keep, stay) เชน่ You must be polite.
- หนา้ คำนามเพ่ือขยายคำนามนั้น เชน่ This is the incredible match.
นอกจากตำแหนง่ หลัก 2 ตำแหนง่ นแ้ี ล้ว Adjectives ยังสามารถถูกนำไปวางไว้ท่ีตำแหน่งอืน่ ไดอ้ กี
3. ครูทบทวน Writing Strategy ใน Learning Focus: Using the correct tense ครอู ธิบายและยกตวั อย่างประกอบ โดยใหน้ กั เรยี นมี
สว่ นร่วมในการยกตัวอย่างประกอบการอธบิ าย
• Practice
ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 52 นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตอ่ ไปน้ี
1. กจิ กรรม A ให้นกั เรียน Read aloud คาสั่ง และพูดบอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏบิ ตั ิในกิจกรรมน้ี
- ให้นกั เรียนอ่านประโยคเพื่อคน้ หา Adverb of time ซ่ึงเป็นตวั กาหนด Tense โดยนกั เรียนขีดเสน้ ใตก้ ากบั
- นกั เรียนนาตวั ช้ีแนะคาตอบ (Context clues) หรือ words that show the correct tense ไปใชใ้ นการตดั สินใจเลือก verbs in
the correct tenses
- ครูใหน้ กั เรียนนาคาตอบท่ีไดไ้ ป Discuss and share the answers
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และใหน้ กั เรียนช่วยกนั แกไ้ ขประโยคที่ไมถ่ ูกตอ้ ง ครูอธิบาย
และเฉลยคาตอบ
1. was waiting เฉลยคำตอบ 4. caught 5. finished
6. won 2. was looking forward to 3. didn’t start
2. กจิ กรรม B ใหน้ กั เรียน Read aloud คาส่ัง และพูดบอกสิ่งที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ใหน้ กั เรียนทบทวน adverb and adjective นกั เรียนเลือกคาตอบ
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
Adjective: incredible Adverb: brilliantly
3. กิจกรรม C ใหน้ กั เรียน Read aloud คาสั่ง และพดู บอกสิ่งที่นกั เรียนตอ้ งปฏบิ ตั ิในกิจกรรม
- ให้นกั เรียนอา่ น Rules วิเคราะหป์ ระโยคใน Rules และเลือกคาตอบ
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนอา่ นคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. adjective 2. adverb 3. adverb, adjective
4. กิจกรรม D ครูอธิบาย blog ดงั น้ี
- ให้นกั เรียน Read aloud the blog ครูอธิบายและใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกความหมายของเน้ือความใน blog
- ครูอธิบาย และให้นกั เรียนสังเกตการให้ขอ้ มูลอยา่ งน่าสนใจโดยใชค้ าขยาย ไดแ้ ก่ adjectives และ adverbs และให้นกั เรียน
Read silently the blog พร้อมกบั วงกลมลอ้ มรอบ adjectives, adverbs
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอ่าน adjectives, adverbs พร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. = electric, exciting, great, impressive, amazed
2. = well, quickly, truly, first, easily
5. กิจกรรม E ให้นกั เรียน Read aloud คาส่งั และพดู บอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏบิ ตั ิในกจิ กรรมน้ี
- ใหน้ กั เรียน Read aloud the cloze blog ขอ้ 1-6 โดยใหน้ กั เรียนสงั เกตตวั ช้ีแนะคาตอบซ่ึงอยหู่ นา้ และหลงั ช่องว่าง เพือ่ กาหนด
คาตอบและเลือกคาตอบคาตอบใน email
- ครูตรวจสอบโดยใหน้ กั เรียนพูดบอก part of speech of each missing word อธิบายและใหเ้ หตผุ ล
- ใหเ้ วลานกั เรียนอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี นคาตอบ โดยครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ แกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. amazing 2. fast 3. close 4. slowly 5. suddenly 6. unbelievable
• Production
กจิ กรรม Expand Your Ideas (ครูกาหนดเอง) Write a blog to describe your impressive Sports Day at your school.
- ครูช้ีแนะวธิ ีการเขยี น ใหเ้ วลานกั เรียนเขียนอยา่ งอิสระ
- ครูสรุปบทเรียนและกาหนดนดั หมายใหน้ กั เรียนการส่งงาน
6. การวัดและประเมินผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ กี าร 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สอื เรยี น Close-up 3 Unit 4 Personal Best เรื่อง Writing กจิ กรรม A-E หน้า 52
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่อง Personal Best
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง Writing 2: Blogs: Impressive Sports Events
รหัสวชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ช่วั โมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว เรื่องที่อยใู่ นความสนใจ
ของสงั คมและสื่อสารอยา่ งตอ่ เน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
เขยี นและอา่ น Blog เพอ่ื แสดงความคิดเห็น อธิบาย ขอและใหข้ อ้ มลู โดยใชค้ าศพั ท์ สานวนภาษา และโครงสร้างภาษา ที่
กาหนดใหไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกย่ี วกับคำศพั ทส์ ำนวนภาษาใน Blog และโครงสรา้ งภาษาเกี่ยวกบั Impressive Sports Events และกจิ กรรมฝึกทักษะการคดิ
กระบวนการฝึกทักษะทางภาษาทงั้ 4 ดา้ นโดยเฉพาะ การอ่านและการเขียนโดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพอ่ื การสื่อสาร ทำให้
ผู้เรยี นส่ือสารไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Positve emotion และ negative emotion
- Writing strategy: Explaining why
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสิทธิภาพในการสอ่ื ความ
- มเี หตุผล มวี จิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนกั เรียนเขา้ สูบ่ ทเรยี นในช่ัวโมงนโ้ี ดยครใู ห้นกั เรยี นตอบคำถาม ดังน้ี
Q: Can you tell the adjectives that are positive or good meaning?
2. ครเู ขยี นทุกคำตอบของนักเรียนบนกระดาน และเชือ่ มโยงเข้าสูก่ จิ กรรมการเรียนการสอน
• Presentation
1. ครูสอนความรู้เกี่ยวกบั คาศพั ทใ์ นกิจกรรม F-H โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมดงั น้ี
- ครูสอนคาศพั ทใ์ หม่ที่อยใู่ นกิจกรรม F-H โดยให้นกั เรียนมีส่วนร่วม
- ครูให้นกั เรียนสารวจคาศพั ทใ์ นกิจกรรม F-H แลว้ ขีดเส้นใตค้ าท่ีนกั เรียนไม่รู้ความหมาย จากน้นั ให้นกั เรียนบอกคาศพั ท์
ที่ไม่รู้ความหมาย โดยครูเขียนบนกระดาน ถา้ นกั เรียนอา่ นไมไ่ ดใ้ หส้ ะกดตวั อกั ษร
- ครูให้นกั เรียนจดั กลมุ่ คาศพั ทเ์ หลา่ น้ีโดยครูแนะวา่ ควรจดั ตามหนา้ ที่ของคา
- ครูให้นกั เรียนช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หล่าน้ีโดยคน้ หาจาก Dictionary หรือ นกั เรียนอาจสืบคน้ online จาก
โทรศพั ทม์ ือถือของนกั เรียนเอง
- ครูใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงคาศพั ท์แตล่ ะคาพร้อมกบั บอกความหมาย โดยครูช่วยเพมิ่ เติมความหมายของศพั ทบ์ างคาให้
ครอบคลุมการใชง้ านในบทเรียนน้ี
- ให้นกั เรียน Read aloud คาศพั ทบ์ นกระดาน และให้นกั เรียนแบ่งกนั /ช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ท์เหลา่ น้ี แลว้ พดู
บอกความหมาย
- ครเู ขียนความหมายของคำศัพทท์ ี่นักเรยี นบอกและเพิ่มเตมิ ความหมายของคำศัพท์บางคำให้สมบรู ณ์
- ให้นกั เรียนอ่านออกเสยี งดงั พรอ้ มกัน ถ้าคำใดนกั เรยี นอา่ นไมไ่ ดใ้ หค้ รูช่วยอา่ นนำและนักเรยี นอ่านตาม
- ใหน้ กั เรยี นคัดลอก Word Box และคำศพั ทท์ ี่เก่ยี วข้องลงในสมดุ คำศัพทข์ องตนเอง
2. ครูสอนสำนวนภาษาใน Exam Close-up และ Useful Expressions เกี่ยวกับ Positve emotion และ negative emotion โดยให้
นักเรียนมีส่วนร่วม
• Practice
ครใู ห้นกั เรยี นเปิดหนงั สือ Close-up 3 หน้า 53 นักเรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมต่อไปน้ี
1. กิจกรรม F ใหน้ ักเรียน Read aloud คำส่ัง และบอกส่ิงทน่ี ักเรยี นต้องปฏิบตั ิในกจิ กรรมนี้
- ครูให้นักเรียน Read aloud the underlined words and phrases แล้วให้บอกว่าคำ วลี ดังกล่าวนี้มีความหมายเป็นเชิงบวกหรือ
เชิงลบ
- ใหน้ ักเรยี นจบั คู่ชว่ ยกนั คดิ คำตอบและนำคำตอบทไ่ี ดไ้ ปCompare and Share กบั เพ่อื นในหอ้ ง
- ครูใหเ้ วลานกั เรยี นแสดงความคิดเห็น และไตร่ตรองคำตอบ โดยครสู ังเกต ชว่ ยเหลอื แนะนำ และแก้ปัญหา
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ กั เรยี นพดู บอกคำตอบพร้อมกนั และเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
Positive: thrilled, a dream come true, couldn’t stop cheering, confident
Negative: a disaster, worried, upset
2. กจิ กรรม G ใหน้ ักเรียน Read aloud คำส่ังและพดู บอกสง่ิ ท่นี ักเรียนตอ้ งปฏิบตั ิ
- ครทู บทวนคำสั่ง อธิบาย และใหน้ ักเรยี นย้อนกลบั ไปดตู ัวอย่าง Stan’s Sports Blog ในกจิ กรรม A โดยครูใหน้ กั เรยี น Skim
through the Blog
- ครอู ธิบายโครงสร้างส่วนประกอบของ Blog โดยให้นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในการบอกแตล่ ะสว่ นของ Blog
- ให้นักเรยี น Read aloud Blog และบอกความหมายของประโยคใน Blog
- ครูทบทวนความหมายและอธิบายบางประโยค
- ครูให้นักเรียนเขียน Blog โดยนักเรียนอาจเลือกใช้โครงสร้าง และสำนวนภาษาจากกิจกรรม A หรือเขียนขึ้นเองโดยเลอื กใช้
Adjective ทม่ี ีควาหมายเชงิ บวกหรือลบเพือ่ ชว่ ยใหเ้ น้อื ความมคี วามหมายทนี่ า่ สนใจยิ่งข้นี
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนคิดและเขยี น Sports Blog โดยครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนกั เรียนพดู บอกคาตอบ ครูเขยี นคาตอบบนกระดาน
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
3. กจิ กรรม H ใหน้ กั เรียน Read aloud คำสั่ง และพดู บอกสงิ่ ท่นี กั เรยี นตอ้ งปฏบิ ตั ิ
- ใหน้ กั เรยี น Read aloud Exam Task แล้วทำกจิ กรรมเขยี น Text message ตอบกลบั โดยครูวธิ ีการเขยี น และแนะใหใ้ ช้ Useful
Expressions
- ครูให้เวลานกั เรียนคิดและเขยี น Sports Blog โดยครสู งั เกต แนะนำ ชว่ ยเหลือ และแก้ปัญหา
- ให้นักเรียนจับคูก่ บั เพ่ือนเพื่อนำคำตอบทีไ่ ดไ้ ปแลกเปล่ียนกันตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำและการใช้เครื่องหมาย
กอ่ นนำไป Compare and Share กบั เพอื่ นในห้อง
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยเลือกนักเรียนพดู บอกคำตอบ ครเู ขียนคำตอบบนกระดาน
เฉลยคำตอบ (Suggested answer)
Hi Emily! I watched the swimming at the Olympic Games. At first, the American John Water was
winning - he was swimming so quickly. But then, Pedro Santos from Spain started to swim really
fast. I couldn’t stop cheering when he won. It was amazing!
• Production
กิจกรรม Expand Your Ideas (ครกู ำหนดเอง) ครใู ห้นกั เรียนเขียน Text message ถงึ เพอื่ นเลา่ เรือ่ งเก่ียวกบั การเข้ารว่ มกิจกรรม
กีฬาหรือกจิ กรรมจติ อาสาของโรงเรียนหรอื ชมุ ชน เลา่ เหตกุ ารณ์ และบอกความรสู้ ึกโดยเขียน ดังน้ี
Write a text message. Describe how a sport event or a CSR activity (Corporal Service Responsibility) in your school or your
community. Write 45-50 words.
- ครูชแี้ นะวิธีการเขยี น แนะกรอบในการเขยี นให้ครอบคลมุ ประเด็นและการเลือกใช้ Adjectives เพือ่ ให้เรอื่ งมคี วามนา่ สนใจยง่ิ ขน้ึ
ใหน้ ักเรียน
- ครใู ห้เวลานักเรยี นเขียนอยา่ งอิสระ
- ใหน้ กั เรียนจับคกู่ บั เพ่อื นเพื่อนำคำตอบท่ไี ดไ้ ปแลกเปลยี่ นกนั ตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำและการใชเ้ ครือ่ งหมายกอ่ น
นำไป Compare and Share กบั เพอื่ นในห้อง
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยเลอื กนักเรียนพูดบอกคำตอบ ครเู ขียนคำตอบบนกระดาน
- ครูสรุปบทเรียนตอบขอ้ ซกั ถามนักเรยี น นัดหมายการส่งงาน
6. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
1. สงั เกต แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนังสอื เรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่ือง Writing ขอ้ F-H หน้า 53
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรือ่ ง The Place to Be
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 13 เร่ือง Writing 3: Comment on a Blog
รหสั วิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชวั่ โมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยใู่ นความสนใจ
ของสงั คมและส่ือสารอยา่ งต่อเน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังหรืออา่ น
อยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
เขียนและอ่าน Comment on a Blog เพื่อขอและให้ขอ้ มูล อธิบายโดยใช้สานวนภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดให้ถูกตอ้ ง
เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์สำนวนภาษาใน Comment on a Blog โครงสร้างภาษาที่ใช้ในการเขียน Comment on a Blog และ
กิจกรรมฝึกทักษะการคิดกระบวนการฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้านโดยเฉพาะการอ่านและการเขียนโดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษ
เพอ่ื การส่ือสาร ทำให้ผูเ้ รียนส่ือสารได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ มีเจตคติท่ีดตี อ่ การเรยี นภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: โครงสร้างภาษาที่ใชใ้ นการเขียน Comment on a Blog
- Writing strategy: Explaining why
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- ใช้ภาษาองั กฤษอยา่ งมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคล
- มีเหตผุ ล มีวจิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนักเรยี นเขา้ สบู่ ทเรยี นในช่ัวโมงน้ีโดยครเู ขยี นประโยคคำถามต่อไปนบี้ นกระดาน
Q : What do you think about your school Sports Day?
2. ใหน้ กั เรยี น Read aloud ประโยคบนกระดาน
3. ใหน้ ักเรยี น Discuss and give the answers.
4. นักเรยี นใหค้ ำตอบอยา่ งหลากหลาย และครยู อมรบั ทกุ คำตอบ
5. ครูเชือ่ มโยงเขา้ สู่บทเรียนเรอื่ งการเขยี นเพอื่ แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั เร่ืองราวใน Blog
• Presentation
1. ครูสอนความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ ทบทวนโครงสร้างและสำนวนภาษาที่ใช้ในการเขียน เปรียบเทียบการเขียน blog, messages,
email messages ดงั น้ี
- ครูสอนคาศพั ทใ์ หมท่ ี่อยใู่ นกิจกรรม A-D โดยให้นกั เรียนมีส่วนร่วม
- ครูให้นกั เรียนสารวจคาศพั ทใ์ นกิจกรรม A-D แลว้ ขีดเส้นใตค้ าที่นกั เรียนไมร่ ู้ความหมาย จากน้นั ให้นกั เรียนบอกคาศพั ท์
ที่ไมร่ ู้ความหมาย โดยครูเขยี นบนกระดาน ถา้ นกั เรียนอ่านไมไ่ ดใ้ ห้สะกดตวั อกั ษร
- ครูใหน้ กั เรียนจดั กลุ่มคาศพั ทเ์ หล่าน้ีโดยครูแนะวา่ ควรจดั ตามหนา้ ที่ของคา
- ครูให้นกั เรียนช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หล่าน้ีโดยคน้ หาจาก Dictionary หรือ นกั เรียนอาจสืบคน้ online จาก
โทรศพั ทม์ ือถือของนกั เรียนเอง
- ครูใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงคาศพั ท์แต่ละคาพร้อมกบั บอกความหมาย โดยครูช่วยเพมิ่ เติมความหมายของศพั ทบ์ างคาให้
ครอบคลมุ การใชง้ านในบทเรียนน้ี
- ใหน้ กั เรียน Read aloud คาศพั ทบ์ นกระดาน และใหน้ กั เรียนแบง่ กนั /ช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หลา่ น้ี แลว้ พดู
บอกความหมาย
- ครูเขยี นความหมายของคำศพั ทท์ น่ี กั เรียนบอกและเพ่ิมเตมิ ความหมายของคำศัพท์บางคำใหส้ มบรู ณ์
- ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งดังพร้อมกัน ถา้ คำใดนักเรยี นอา่ นไมไ่ ด้ใหค้ รูช่วยอ่านนำและนกั เรียนอา่ นตาม
- ให้นกั เรยี นคัดลอก Word Box และคำศัพทท์ ีเ่ ก่ียวข้องลงในสมดุ คำศพั ท์ของตนเอง
2. ครูทบทวนสำนวนภาษาใน Learning Reminder และ Useful Expressions เกย่ี วกับ Positve emotion และ negative emotion โดย
ใหน้ กั เรียนมสี ว่ นรว่ ม
- ครูทบทวน verbs in the past forms
- ทบทวนเทคนคิ การทำข้อสอบ Cloze test โดยให้นักเรยี น Focus on words before and after a gap
• Practice
ครใู หน้ ักเรียนเปดิ หนงั สอื Workbook Close-up 3 หน้า 29 ปฏิบตั กิ จิ กรรมดงั นี้
1. กจิ กรรม A ครใู ห้นักเรยี น Read silently ประโยคที่ 1-4 แลว้ ขีดเสน้ ใต้ the verbs ในแตล่ ะประโยค
- ใหน้ กั เรยี นคดิ วเิ คราะหใ์ จความในแตล่ ะประโยคเพอื่ เลือกใช้ tenses ที่เหมาะสมกับเหตกุ ารณใ์ นแต่ละประโยค
- โดยครูให้เวลานักเรียนคิดและปรึกษาคำตอบกับเพื่อน เมื่อได้คำติบให้นักเรียน Compare and share คำตอบกับเพื่อนครู
ตรวจสอบคำตอบโดยให้นักเรียน Read aloud คำตอบพร้อมกัน และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. Tom was playing football when he got hurt.
2. Yesterday I went swimming and (I) ran in a race.
3. I was looking forward to meeting the cricket legend.
4. We were winning, but then the other team scored.
2. กิจกรรม B ใหน้ กั เรยี น Read aloud the comment on a Blog
- ครูอธิบายและให้นกั เรยี นช่วยกันพดู เลา่ ข้อความใน comment
- ใหน้ กั เรียนอา่ นแต่ละประโยคซำ้ เพือ่ เลือกคำตอบทก่ี ำหนดให้
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรียนบอกคำตอบพร้อมกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. doesn’t write 2. an event 3. have to
3. กจิ กรรม C ให้นักเรียนปฏิบตั ิดังน้ี
a. Read silently example blog and tell what the blog is mainly about
b. Read aloud the words และพูดบอกความหมาย
- ครทู บทวนเทคนิคการทำขอ้ สอบ Cloze test โดยใหน้ กั เรียน Focus on words before and after a gap
- ให้นักเรียนคน้ หาตวั ชี้แนะคำตอบทีอ่ ยู่หนา้ และหลงั ชอ่ งวา่ ง โดยขีดเส้นใตก้ ำกับไวแ้ ละทำความเขา้ ใจคำอธิบายทใ่ี ห้ โดยครใู ห้
นกั เรยี น Read aloud
- ใหน้ กั เรยี นนำตวั ช้ีแนะคำตอบและขอ้ กำหนดตามคำอธิบายดงั กลา่ วนไ้ี ปใช้ในการตดั สินใจเลือกคำตอบท่ีถกู ตอ้ ง
- ครใู ห้เวลานกั เรียนค้นหา คิดวิเคราะห์ ไตรต่ รอง และใหค้ ำตอบ และเมือ่ ไดค้ ำตอบครบทกุ ขอ้ แลว้ ให้นักเรียนนำไป Compare and
Share กบั เพ่ือนในห้อง
- ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ กั เรยี นอา่ นคำตอบพร้อมกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. Great 2. well 3. hard 4. upset 5. badly 6. disaster
• Production
ครูให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรม D ดังนี้
1. Read aloud Jessie’s email and underline what Jessie wants.
2. เขยี น email ตอบกลบั Jessie เพอ่ื ให้ขอ้ มูลเก่ยี วกบั Volleyball practice
3. ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนเพื่อนำคำตอบที่ได้ไปแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำและการใช้เครื่องหมาย
กอ่ นนำไป Compare and Share กบั เพอ่ื นในห้อง
4. ครตู รวจสอบคำตอบโดยเลือกนักเรยี นพูดบอกคำตอบ ครูเขียนคำตอบบนกระดาน
5. ครูสรุปบทเรยี นตอบข้อซักถามนกั เรยี น นดั หมายการส่งงาน
เฉลยคำตอบ (Suggested answers)
My first day at volleyball practice was great! We played for about an hour and a half. I was
running to hit the ball when I fell over. I got sand all over my face. It was quite funny!
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธีการ 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
วธิ กี าร เครื่องมือ พอใช้
คะแนน ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด 18-20
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 15-17 เกณฑ์
12-14
10-11 ผลการประเมิน
ดีมาก
ดี
พอใช้
ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนังสือ Workbook Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่อื ง Writing กจิ กรรม A-D หนา้ 29
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่อื ง Personal Best
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 เร่ือง Video: A Muni Adventure
รหัสวิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผูส้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ข่าว เร่ืองที่อยใู่ นความสนใจของ
สงั คมและสื่อสารอยา่ งต่อเน่ืองและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขยี นสรุปใจความสำคญั /แก่นสาระ หัวขอ้ เรื่องท่ีไดจ้ ากการวิเคราะหเ์ ร่อื ง/ขา่ ว/เหตุการณ/์ สถานการณ์
ที่อยูใ่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.3/2 อธบิ ายเกย่ี วกับชีวติ ความเปน็ อยู่ ขนบธรรมเนยี ม และประเพณขี องเจ้าของภาษา
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดตา่ งๆ และการ
ลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ขอ้ มลู /ข้อเท็จจรงิ ท่เี ก่ียวข้องกบั กลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ืน่ จากแหลง่ การเรียนรูแ้ ละนำ
เสนอดว้ ยการพดู และการเขียน
ต 4.1 ม.3/1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ ำลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /คน้ คว้า รวบรวม และสรปุ ความร/ู้ ขอ้ มลู ต่างๆ จากส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
ต่างๆ ในการศกึ ษาต่อและประกอบอาชีพ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
ฟัง พูด อ่าน และเขียนจากการดูชมสารคดีเกี่ยวกบั การขจ่ี กั รยานลอ้ เดียวไต่ลงจากภเู ขา แลว้ สรุปใจความสาคญั แสดงความ
คดิ เห็นโดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เก่ียวกบั สานวนภาษา โครงสร้างภาษาในสารคดีเก่ียวกบั A Muni Adventure กิจกรรมการเรียนรู้ผา่ นสื่อวดิ ีโอ (processed
watching) ส่ือสิ่งพมิ พ์ ทกั ษะการเรียนภาษาท้งั 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ ทกั ษะการฟัง ทกั ษะการพดู ทกั ษะการอา่ น ทกั ษะการเขยี น และกระบวนการ
สอนภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร ทาใหก้ ารสื่อสารบรรลเุ ป้าหมายอยา่ งมีประสิทธิภาพ ผเู้ รียนมีความสามารถ มีเจตคติท่ีดีตอ่ ภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Documentary films เรื่อง A Muni Adventure
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะการการดูชมอยา่ งเป็นข้นั ตอนมีเป้าหมาย (processed watching)
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ คิดสังเคราะห์ และประเมินคา่
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสทิ ธิภาพในการส่ือความ
- มเี หตุผล มีวจิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ีโดยครูให้นกั เรียนดูรูปภาพในหนงั สือเรียน แลว้ ใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี
Look at the picture.What do you think about the picture?
2. นกั เรียนช่วยกนั ใหค้ าตอบ โดยครูยอมรบั ทกุ คาตอบ
• Presentation
1. กจิ กรรมพูดเล่าตามจินตนาการ (ครูกาหนดขนึ้ เอง) ดงั น้ี
Work in groups. From the title ‘A Muni Adventure’, imagine what the video is about. Do you think what the adventure
usually brings about?
- ครูให้นกั เรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 4-6 คน พูดเล่าตามจินตนาการจากช่ือเรื่องในวิดีโอให้นกั เรียน Read aloud ชื่อเร่ือง A Muni
Adventure แลว้ ให้นกั เรียนจินตนาการเกี่ยวกบั เร่ืองว่าน่าจะเป็นรืืื่องเก่ียวกบั อะไร และตอบคาถามขอ้ 2 นกั เรียนคิดว่าการผจญภยั ทา
ให้ไดอ้ ะไร ครูตรวจสอบความคิดเห็นของนกั เรียนโดยใหน้ กั เรียนบอกคาตอบพร้อมกนั ครูเขียนคาตอบของนกั เรียนบนกระดาน โดยครู
ยอมรับทกุ คาตอบ
- ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตามจินตนาการ Do you think what the adventure usually brings about?
- ครูให้เวลานกั เรียนทากิจกรรม และตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนกั เรียน2-3 กลุ่มข้ึนมาพูดเล่าเรื่องตามจินตนาการ โดยครู
ยอมรับทกุ คาตอบ
- ครูสรุปเร่ืองราวตามจินตนาการของนกั เรียน และใหน้ กั เรียนสานต่อความคดิ สร้างสรรคแ์ ละจนิ ตนาการของนกั เรียนจาก
การปฏิบตั ิกจิ กรรมA และการชมวดิ ีโอในกิจกรรม B
2. กจิ กรรม Before you watch: กจิ กรรม A
- ครูให้นกั เรียน Read aloud คาสัง่ และบอกสิ่งท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูทบทวนคาส่ังและอธิบาย และครูใชค้ าถามเพื่อให้นกั เรียนมีส่วนร่วมในการให้ความรู้เกี่ยวกบั ส่วนประกอบท่ีสาคญั ของ
รถจกั รยานทวั่ ไป
- ครูให้นกั เรียน Read aloud คาศพั ทท์ ี่กาหนดให้และบอกความหมาย จากน้นั ให้นกั เรียนเลือกคาศพั ทท์ ่ีตรงกบั ภาพ ไปเติมลง
ในภาพ
- ให้นกั เรียน Read aloud คาตอบ
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนบอกคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. helmet 2. unicycle 3. wheel 4. tyre 5. pedal
- ครูแนะนาการเรียนดว้ ยวดิ ีโอ ช้ีแนะ มารยาทในการดูชม
• Practice
1. กจิ กรรม While you watch: กิจกรรม B ครูบอกนกั เรียนวา่ นกั เรียนจะไดด้ ูหนงั สารคดีส้นั เก่ียวกบั การข่ีจกั รยานลอ้ เดียวไตล่ ง
จากภูเขา (Montain unicycling) และขณะที่ดูนกั เรียนตอ้ งตดั สินใจเลือกคาศพั ทท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ประโยค ดงั น้นั ก่อนดูวิดีโอให้นกั เรียนอา่ น
ประโยคใหเ้ ขา้ ใจ ซ่ึงจะช่วยใหน้ กั เรียนเขา้ ใจและคาดเดาเรื่องลว่ งหนา้ ได้
- นกั เรียนอา่ นประโยคท่ีกาหนดใหแ้ ละขดี เสน้ ใตค้ าสาคญั ซ่ึงจะช่วยในการคดิ คาตอบ
- เม่ือนกั เรียนพร้อมครูเปิ ดวิดีโอให้นกั เรียนดู
- ครูเปิ ดวิดีโอและหยุดเล่นช่วั ขณะ หลงั จากน้นั ครูตรวจสอบคาตอบของประโยคที่1-2 หากพบว่านกั เรียนส่วนใหญ่เลือก
คาตอบถูก ครูเปิ ดวิดีโอต่อและหยดุ เล่นเป็นระยะเพื่อให้นกั เรียนไดม้ ีเวลาคิดทบทวนและประเมินคาตอบ แต่ถา้ นกั เรียนส่วนใหญ่เลือก
คาตอบไม่ถกู ตอ้ ง ครูควรเร่ิมเล่นใหมแ่ ละเปิ ดซ้าหลายคร้ังเพอ่ื ให้นกั เรียนประสบความสาเร็จในการดูชม
- เม่ือดูจบแลว้ ครูให้นกั เรียนตรวจคาตอบ แต่ถา้ นกั เรียนส่วนใหญ่ยงั ไม่สามารถหาคาตอบได้ ครูควรให้นักเรียนดูซ้าหลาย
รอบ ก่อนเฉลยคาตอบ
- ครูเฉลยคาตอบ โดยใหน้ กั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั โดยครูให้นกั เรียนบอกเหตผุ ลท่ีเลือก
เฉลยคำตอบ
1. mountain 2. wheel 3. thick 4. summer 5. safer 6. strength
2. กิจกรรม After you watch: กจิ กรรม C ครูให้นกั เรียนทากิจกรรมหลงั ดูวิดีโอ ดงั น้ี
- ครูทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบ Cloze test โดยใหน้ กั เรียนใชเ้ ทคนิคการทาขอ้ สอบ Focus on words before
and after a gap
- ใหน้ กั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบท่ีอยหู่ นา้ ตวั เลือก โดยขดี เส้นใตก้ ากบั ไวแ้ ลว้ เลือกคาตอบ
- ครูตรวจสอบตวั ช้ีแนะคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอ่านตวั ช้ีแนะคาตอบของทุกประโยค
- นกั เรียนลงมืออ่าน Cloze passage ให้นกั เรียนคิดวิเคราะห์คาตอบ และเลือกคาตอบและนาคาตอบที่ไดไ้ ป Discuss and share กบั
เพ่ือนในห้อง ครูใหเ้ วลานกั เรียน
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนบอกคาตอบพร้อมกนั
- ครูใหน้ กั เรียนไดด้ ูวดิ ีโอซ้าอีกคร้ังหน่ึงเพอื่ ตรวจสอบคาตอบ และปรับปรุงคาตอบ และเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. popular 2. pedals 3. perfect 4. crazy 5. bikes 6. strength 7. whole 8. skill
• Production
กิจกรรม Ideas Focus ครูใหน้ กั เรียนเขา้ แบง่ กลุม่ กลุม่ ละ 4-6 คนทากจิ กรรม
- ใหน้ กั เรียน Read aloud คาถาม และพดู บอกสิ่งท่ีตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูทบทวนคาถามและช้ีแนะวิธีคิดและเขียนคาตอบโดยExpaining whyและให้เวลานกั เรียนทากิจกรรมน้ีอยา่ งอิสระ โดยครู
กาหนดเวลาสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ แกป้ ัญหา
- เม่ือครบกาหนดเวลาครูตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนักเรียน3-4 กลุ่มข้ึนมาให้คาตอบ ครูยอมรับทุกคาตอบที่ให้เหตุผล
(Explaining why)
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
- ครูสรุปบทเรียน ซักถามเพื่อประเมินความคิดเห็นและให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นต่อวิดีโอท่ีดูในชั่วโมงน้ีแนะนาให้
นกั เรียนดูชมสารคดี รายการให้ความรู้และคน้ ควา้ ศึกษาหาขอ้ มูลเพ่ิมเติมจากสื่ออิเลกทรอนิกส์เพ่ือขยายโลกทศั น์ และประโยชนใ์ นการ
แกไ้ ขปัญหา การดารงชีวิต การศึกษาต่อและการเลือกอาชีพ
6. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธีการ 15-17 ผลการประเมิน
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนังสือเรียน Close-up 3 Unit 4 เรื่อง Personal Best กจิ กรรม A-C และ Ideas Focus หน้า 54
ส่ือ VCD Unit 4 เร่ือง A Muni Adventure