เฉลยคำตอบ
a. 2 b. 1
4. กิจกรรม K ใหน้ กั เรียน Read aloud คาสัง่ และพูดบอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ใิ นกิจกรรมน้ี
- ให้นกั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบท่ีอยหู่ ลงั ช่องวา่ ง โดยขดี เส้นใตก้ ากบั ไวแ้ ลว้ เลือกเติม a/an, an, the, หรือ – (no article)
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอา่ นประโยคที่ 1-6 และa-fครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. - 2. - 3. - 4. - 5. the 6. the, the
a. the, a b. an, the c. -,- d. the, the e. - , the f. the, a
5. กจิ กรรม L ใหน้ กั เรียน Read aloud คาสง่ั และพดู บอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี ครูทบทวน และครูฝึกให้นกั เรียน
คิดเช่ือมโยงคาตอบระหว่างประโยคกบั ตวั เลือก โดยให้นกั เรียนปฏิบตั ิตามข้นั ตอนตอ่ ไปน้ี
- ให้นกั เรียน Read aloud ประโยคท่ี 1-6 แลว้ ขดี เส้นใตค้ าสาคญั ในแตล่ ะประโยค
- จากน้นั ใหน้ กั เรียน Read aloudตวั เลือก a-f. และขดี เส้นใตค้ าสาคญั ในตวั เลือกแต่ละขอ้
- นกั เรียนเชื่อมโยงคาสาคญั ระหวา่ งตวั เลือกกบั ประโยค
• Production
กิจกรรม J เป็นกิจกรรม Cloze pssage ที่เก่ียวกบั โครงสร้าง Articles ครูให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิดงั ต่อไปน้ี
- ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสงั่ และพูดบอกสิ่งที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ให้นกั เรียน Read aloud ทบทวนการใช้ Articles ครูอธิบาย Cloze passage และทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบ Cloze test
โดยใหน้ กั เรียน Focus on words before and after a gap
- ใหน้ กั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบที่อยหู่ นา้ และหลงั ช่องวา่ ง โดยขีดเส้นใตก้ ากบั ไวแ้ ลว้ เลือกคาตอบ
- ครูตรวจสอบตวั ช้ีแนะคาตอบโดยให้นักเรียนอ่านตวั ช้ีแนะคาตอบของทุกประโยคไดค้ าตอบ โดยครูให้เวลานกั เรียนคิด
และเขียนคาตอบ
- ใหน้ กั เรียนนาคาตอบท่ีไดไ้ ป Discuss and share กบั เพอ่ื นในห้อง
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียน Read aloud passage และครูเฉลยคาตอบ
1. this 2. This 3. That เฉลยคำตอบ 6. those
7. That 8. those 9. This 4. This 5. This 12. these
10. This 11. This
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธีการ 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เรื่อง Grammar กิจกรรม G-L หนา้ 23
Grammar Reference for Unit 2 หนงั สือเรียน Close-up 3 หนา้ 110
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เร่ือง The Place to Be
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เร่ือง Grammar 3: Demonstratives & Articles
รหสั วิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ที่ 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
ต 1.2 ม.3/5 พดู และเขยี นบรรยายความรู้สึกและความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกบั เร่ืองต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตกุ ารณ์ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิดตา่ งๆ และการ
ลาดบั คาตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
พูดและเขียนโตต้ อบขอ้ มลู เก่ียวกบั Visiting South Africa และ Sailing across the Atlantic Ocean และสื่อสารอยา่ งต่อเน่ืองและ
เหมาะสมโดยใช้ Demonstratives และ Articles
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกบั คาศพั ท์ในบทสนทนาและบทอ่านเรื่อง Visiting South Africa, Sailing across the Atlantic Ocean การใช้ภาษา
และโครงสร้าง Demonstratives และ Articles ทาให้เกิดความเช่ือมโยงระหว่างข้อมูล การเล่ือนไหลของขอ้ มูลมีความสอดคลอ้ งและ
ต่อเนื่อง การสื่อสารบรรลุผลตามวตั ถุประสงค์ นกั เรียนไดร้ ับความรู้โดยผา่ นการฝึกทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ดา้ น การฟัง การพูด การอา่ น
และการเขียน และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร ผเู้ รียนมีเจตคติท่ีดีต่อภาษาองั กฤษ มีประสิทธิภาพในการสื่อความ มี
เหตุผล มีวจิ ารณญาณ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Demonstratives และ Articles
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสิทธิภาพในการสือ่ ความ
- มีเหตุผล มวี ิจารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนักเรยี นเข้าสู่บทเรยี นในช่วั โมงเรียนน้ี โดยครเู ขยี นประโยคตอ่ ไปนบี้ นกระดาน ดังน้ี
Can you find and correct the mistakes in the following sentences?
a. That homes look like tent.
b. Do you like this shoes?
c. That man is studying in one of an oldest university in UK.
2. ใหน้ ักเรียนทั้งชั้น Read aloud ประโยค
3. ครใู หน้ ักเรยี นคิดคำตอบและบอกคำตอบพรอ้ มกับใหเ้ หตุผล โดยครูเขียนทุกคำตอบของนกั เรียนบนกระดาน ครเู ชอื่ มโยงเขา้
สู่บทเรียนเรือ่ ง Demonstratives และ Articles
• Presentation
1. ครทู บทวน Demonstratives และ Articles โดยใหน้ กั เรยี นมสี ่วนร่วม
2. ครูทบทวนเทคนิคการทำขอ้ สอบ ได้แก่
2.1 Focus on words before and after a gap.
2.2 Justifying the answers
3. ครอู ธิบายพร้อมทงั้ ยกตวั อยา่ งประกอบและใหน้ ักเรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ิในกจิ กรรมต่อไป
• Practice
ครูให้นกั เรียนเปดิ หนังสือ Workbook Close-up 3 หนา้ 13-14 นกั เรียนฝึกปฏบิ ัติในกจิ กรรมตอ่ ไปน้ี
1. กิจกรรม A ให้นักเรียนค้นหาตัวชี้แนะคำตอบโดยใช้เทคนิคการทำข้อสอบ Focus on words before and after a gap และขีดเสน้
ใตต้ วั ชแ้ี นะคำตอบของแตล่ ะประโยค
- ครูตรวจสอบความแม่นยำในการค้นหาตวั ชี้แนะคำตอบโดยให้นกั เรียนอา่ นคำทข่ี ีดเส้นใต้พรอ้ มกัน
- ให้นักเรียนนำตัวชี้แนะคำตอบไปประกอบการตัดสินใจเลือกคำตอบของประโยคท่ี 1-6 และคิดวิเคราะห์ตัวเลือก โดยใช้
เทคนคิ การทำขอ้ สอบ Justifying the answers
- ครใู ห้เวลานักเรยี นค้นหา คดิ และเขยี นคำตอบ โดยครูสังเกต ชว่ ยเหลือ แนะนำ และแกป้ ัญหา
- ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ ักเรยี นอา่ นคำตอบพรอ้ มกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. a 2. c 3. a 4. c 5. b 6. c
2. กจิ กรรม B ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสง่ั และพูดบอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูให้นกั เรียนทบทวนการใช้ Demonstratives: this, that, these หรือ those
- ครูอธิบายวธิ ีการหาคาตอบสาหรับ Cloze Conversation และใหน้ กั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบโดยใชเ้ ทคนิคการทา
ขอ้ สอบ Focus on words before and after a gap และขดี เส้นใตต้ วั ช้ีแนะคาตอบ
- ครูตรวจสอบความแมน่ ยาในการคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอา่ นคาที่ขดี เสน้ ใตพ้ ร้อมกนั
- ให้นกั เรียนนาตวั ช้ีแนะคาตอบไปประกอบการตดั สินใจเลือกคาตอบของประโยคที่ 1-6 และคดิ วเิ คราะห์ตวั เลือก โดยใช้
เทคนิคการทาขอ้ สอบ Justifying the answers
- ครูให้เวลานกั เรยี นค้นหา คดิ และเขียนคำตอบ โดยครสู ังเกต ช่วยเหลอื แนะนำ และแกป้ ญั หา
- ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งโดยใหน้ กั เรียนอา่ นคำตอบพร้อมกัน และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
(1) This (2) that (3) those (4) these (5) that (6) those
3. กจิ กรรม C ครูให้นกั เรียน Read aloud คาสงั่ และพดู บอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ใิ นกิจกรรมน้ี
- ครูให้นกั เรียนทบทวนการใช้ Definite articles (the)
- ให้นกั เรียน Read aloud คาศพั ทท์ ่ีเป็นตวั เลือกและตดั สินใจเลือกจดั กลุม่ คาศพั ทเ์ ติมลงในตารางโดยแบ่งคาศพั ทเ์ ป็น 2
กลุ่ม ไดแ้ ก่ กลมุ่ ท่ีใช้ Definite articles (the) และกลมุ่ ท่ีไมใ่ ช้ articles (no article)
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียน Read aloud คาตอบและเหตผุ ลท่ีเลือกคาตอบน้นั ๆ ครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
the no article
Amazon, earth, Himalayas, moon, Nile, Egypt, London, lunch, Mali, Paris,
Pacific spaghetti
4. กิจกรรม D ให้นกั เรียน Read aloud คาสัง่ และพดู บอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ทบทวนการใช้ indefinite articles และ definite articles
- ให้นักเรี ยน focus on the noun in each sentence then check the mistakes with Definite and Indefinite articles in each
sentence .
- ให้นกั เรียนขดี เสน้ ใตค้ านามที่ใช้ article ไมถ่ ูกตอ้ ง และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ งตามกฎการใช้ Articles
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนบอกคาตอบ และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ 2. a the 3. an a 4. a an
1. the a 6. an the 7. a an 8. the Texas Texas
5. the Europe Europe
• Production
1. ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรม E เป็นกิจกรรม Cloze passage ที่เกี่ยวกบั โครงสร้าง
2. ใหน้ กั เรียน Read aloud คาสั่งและทบทวนกฎการใช้ Articles: a, an, the
3. ครูทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบ Cloze test โดยให้นกั เรียนใช้เทคนิคการทาขอ้ สอบ Focus on words before and after a
gap
4. ให้นกั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบท่ีอยหู่ นา้ ตวั เลือก โดยขดี เส้นใตก้ ากบั ไวแ้ ลว้ เลือกคาตอบ
5. ครูตรวจสอบตวั ช้ีแนะคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอา่ นตวั ช้ีแนะคาตอบของทุกประโยค
6. ใหน้ กั เรียนคดิ และวเิ คราะหค์ าตอบ และนาคาตอบท่ีไดไ้ ป Discuss and share กบั เพอ่ื นในหอ้ ง
7. ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียน Read aloud passage และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. an 2. the 3. a 4. the 5. an/the 6. a
7. the 8. a 9. The 10. the 11. a 12. -
6. การวัดและประเมินผล
วิธกี าร เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
1. สังเกต แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เร่ือง Grammar กิจกรรมA-E หนา้ 13-14
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง The Place to Be
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 เรื่อง Listening: Museum of Childhood
รหัสวชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่องที่ฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกบั เร่ืองต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตุการณ์ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พูดให้ขอ้ มูลอธิบายเกี่ยวกบั Museum of Childhood โดยใช้สานวนภาษาและโครงสร้างภาษาเกี่ยวกบั days, time, numbers ได้
อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้และกิจกรรมฝึกทักษะ สำนวนภาษาเกี่ยวกับ days, time, numbers โครงสร้าง กระบวนการฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการฟงั การพูด โดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ทำให้ผู้เรียนส่ือสารไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ มี
เจตคตทิ ่ดี ีต่อการเรยี นภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: สานวนภาษาเกี่ยวกบั days, time, numbers
- Grammar:
- Listening strategy:
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสิทธภิ าพในการส่อื ความ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนักเรยี นเข้าสบู่ ทเรยี นในชวั่ โมงน้ี โดยให้นักเรยี นบอกชื่อสิง่ ของในรปู ภาพโดยครูใช้คำถามดงั น้ี
Q1: What items do you see on this page?
Q2: Do you think where these items should be kept? Why?
2. นักเรียนให้คำตอบหลากหลาย
3. ครูยอมรบั ทุกคำตอบ
• Presentation
1. ครูสอนคาศพั ทใ์ นกจิ กรรม A-E โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วม ดงั น้ี
- ให้นักเรียนท้งั ช้ันช่วยกันค้นคาศพั ท์ที่ไม่รู้ความหมาย ขีดเส้นใตก้ ากับไว้ และให้นักเรียนระบุ Parts of speech ของ
คาศพั ท์จากตาแหน่งภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝึ กให้ระบุ Parts of speech ทุกคร้ังท่ีสอนความหมายของคาศพั ท์)
นกั เรียนบอกหมวดหมขู่ องคาศพั ทเ์ หลา่ น้ี โดยครูเขียนลงใน Word Box บนกระดาน
- ให้นกั เรียน Read aloud คาศพั ทบ์ นกระดาน และใหน้ กั เรียนแบง่ กนั /ช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หล่าน้ี แลว้ พดู
บอกความหมาย
- ครูเขียนความหมายของคาศพั ทท์ ่ีนกั เรียนบอกและเพิม่ เติมความหมายของคาศพั ทบ์ างคาใหส้ มบูรณ์
- ให้นักเรยี นอา่ นออกเสยี งดงั พรอ้ มกนั ถา้ คำใดนกั เรยี นอ่านไมไ่ ดใ้ หค้ รูช่วยอ่านนำและนกั เรียนอา่ นตาม
- ครูเลอื กคำศพั ท์บางตวั มาอธบิ าย ไดแ้ ก่ Compound nouns (noun+noun): a garage key, a desk drawer, a kitchen cupboard,
a bathroom shelf, a bedroom, a bathroom เป็นตน้
- ใหน้ กั เรยี นคดั ลอก Word Box และคำศัพทท์ ี่เก่ยี วขอ้ งลงในสมดุ คำศัพทข์ องตนเอง
2. ครสู อน Listening Strategies ผ้ฟู ังควรแสดงความสนใจ รับรู้ เขา้ ใจสง่ิ ไดฟ้ งั มกี ารใชภ้ าษากายประกอบ การสบตาผฟู้ งั ขณะทพี่ ดู
เลา่ และฟังเหตุการณ์ ใชว้ ลีต่อไปนีเ้ ปน็ ครงั้ คราวเพ่อื แสดงการรบั รเู้ ข้าใจสงิ่ ไดฟ้ ังตอ่ ไปนี้ Uh-huh./Okay./Yeah./Got it./I see./Ah, I see./I get
that.
3. ครูอธิบายวิธีการเรียนระหว่างฟังซีดี แนะวิธีฟังอย่างมีประสิทธิภาพ ครูชี้แจงว่านักเรียนจะได้ฟังเสียงพูดสนทนาที่เป็นการพูด
อยา่ งเป็นธรรมชาติ (naturally speaking) ทมี่ คี วามเรว็ พอประมาณให้นักเรียนฟังเพ่อื จับประเดน็ สำคญั โดยต้ังใจฟังคำสำคญั (content words)
ไดแ้ ก่ nouns, main verbs, adjectives, adverbs ในระหวา่ งท่ฟี งั ใหน้ ักเรียนงดทำกจิ กรรมใดๆ ไมพ่ ูดคยุ กัน
4. ครูชแ้ี จงการฟังซดี วี ่านกั เรยี นจะไดฟ้ ังซีดี 3-4คร้ัง ดังนี้
- ฟังครั้งที่ 1 เพอ่ื ให้เขา้ ใจเรอื่ งและจับประเดน็ สำคัญเบื้องตน้
- ฟังครง้ั ท่ี 2-3 เพอ่ื เลอื กคำตอบ
- ฟังคร้งั ท่ี 3-4 เพอ่ื ทบทวนคำตอบหรอื เฉลยคำตอบ
(สำหรับชั้นท่ีนกั เรียนสว่ นใหญ่ออ่ นภาษาอังกฤษ ครคู วรใหฟ้ ังหลายครง้ั เพื่อให้นักเรียนประสบความสำเรจ็ ในการฟัง)
• Practice
ครูใหน้ ักเรยี นเปิดหนังสอื เรียน Close-up 3 หน้า 24 ให้นกั เรยี นปฏบิ ัติกจิ กรรมตามขั้นตอนดงั นี้
1. กจิ กรรม A ให้นักเรียน Read aloud ประโยคท่ี 1-9 และตัวเลอื ก a-i พรอ้ มทงั้ บอกความหมาย
- ใหน้ กั เรียนคน้ หาคำตอบและเลอื กคำตอบโดยจับคปู่ ระโยคท่ี 1-9 และตวั เลือก a-i
- ใหน้ ักเรียนนำคำตอบทไ่ี ด้ไป Discuss and share กับเพ่อื นในหอ้ ง
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี น Read aloud ประโยคและคำตอบและครเู ฉลยคำตอบ
- ให้นักเรียนฝกึ พูดคำศัพท์เหล่านกี้ บั เพ่อื น ครสู งั เกต แนะนำ ช่วยเหลอื และแก้ปญั หา
เฉลยคาตอบ
1. i 2. f 3. c 4. b 5. e 6. a 7. h 8. g 9. d
2. กิจกรรม B ครูชี้แจงการทำกจิ กรรม และให้นักเรียนบอกเก่ยี วกบั ภาพ A-F โดยตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
Q1: What is in the picture?
Q2: What do we call all these items?
Q3: What kind of museum that displays toys?
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี น Read aloud คำตอบ และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ (possible answers)
Toy Museum, Children Museum, Museum of childhood
3. กิจกรรม C ให้นกั เรียน Read aloud คาสั่งและคาศพั ท์ (คานาม) ในตวั เลือกท่ี 1-6 พร้อมกบั บอกความหมายเป็นภาษาไทย ครู
ทบทวนคาสัง่ จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนฝึกการฟังและการพูด ดงั น้ี
3.1 ให้นักเรียนนาคาศพั ท์ (คานาม) ในตวั เลือกที่ 1-6 ไปใช้สร้างประโยคคาถาม Which picture is …?/Which is a picture
of…? และในการน้ีครูให้นกั เรียนไดท้ บทวนการใช้ Article ในประโยคคาถามเหลา่ น้ีดว้ ย โดยครูอาจกาหนดโครงสร้าง ดงั น้ี
Q1: Which picture is a/an + คานามนบั ไดแ้ ละเป็นเอกพจน์?
Q2: Which is a picture of + คานามนบั ไดแ้ ละเป็นพหูพจน์?
3.2 ใหน้ กั เรียนจบั คู่ผลดั กนั ใชค้ าถามและให้คาตอบ โดยครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา ครูตรวจสอบคาตอบโดย
ใหน้ กั เรียน Read aloud คาตอบ และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. D 2. C 3. F 4. E 5. B 6. A
4. กจิ กรรม D ใหน้ กั เรียน Read aloud คาส่งั และบอกความหมายเป็นภาษาไทย
- เม่ือนกั เรียนพร้อมครูเปิ ดซีดใี หน้ กั เรียนฟัง 1 คร้ังเพื่อใหเ้ ขา้ ใจเร่ืองและจบั ประเด็นสาคญั เบ้ืองตน้
- ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการฟัง ให้นกั เรียนฟังซีดีซ้าเพอื่ เลือกคาตอบ
- ให้นกั เรียนนาคาตอบท่ีไดไ้ ป Discuss and share กบั เพื่อนในหอ้ ง
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียน Read aloud คาตอบ และครูเขียนคาตอบของนกั เรียนบนกระดาน
- ใหน้ กั เรียนฟังซีดีซ้าเพอื่ ยืนยนั คาตอบและเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. tricycle 2. marbles 3. doll 4. robot
5. กจิ กรรม E ใหน้ กั เรียน Read aloud คาสัง่ และ Exam Close-up ครูอธิบายพร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบ
- ให้นักเรียนฟังซีดีเรื่อง Museum of Childhood 2 คร้ังแลว้ เติมขอ้ ความท่ีหายไป โดยครูเปิ ดซีดี แลว้ หยุดเล่นเป็ นช่วงๆ
เพ่อื ใหน้ กั เรียนไดม้ ีเวลาคดิ และตดั สินใจ
- ให้นกั เรียน Compare and share the answers กบั เพือ่ นในห้อง
6. กิจกรรม F ครูตรวจสอบคาตอบ โดยใหน้ กั เรียนบอกคาตอบพร้อมกนั ให้นกั เรียนฟังซีดีซ้าเพอื่ ยืนยนั คาตอบและเฉลยคาตอบ
1. 5.45 2. weekends/the weekend เฉลยคำตอบ
4. September 6th/6th September 3. 300/three hundred
5. 060 8983 5204
• Production
ครูใหน้ ักเรียนเปดิ หนงั สือ Workbook Close-up 3 หนา้ 14 นกั เรียนปฏิบัตกิ ิจกรรมตอ่ ไปนี้
1. กจิ กรรม A ใหน้ ักเรยี น Read aloud the Exam Reminder ครอู ธบิ ายพร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ
- ใหน้ กั เรยี น Read aloud คำส่ังและคำถามพรอ้ มทง้ั ให้คำตอบ
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ กั เรยี น Read aloud คำตอบ และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
No, we should write phone numbers using numbers.
2. กิจกรรม B ใหน้ กั เรียน Read aloud คาส่งั และคาช้ีแจง ครูอธิบายพร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบ
- เม่ือนกั เรียนพร้อม ครูเปิ ดซีดีใหน้ กั เรียนฟัง 1 คร้ังเพือ่ จบั ประเดน็ สาคญั ของเรื่อง
- ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการฟังโดยใชค้ าถามเก่ียวกบั Forms of the missing words
- ให้นักเรียนฟังซีดีซ้าเพื่อเติมขอ้ ความท่ีหายไป โดยครูเปิ ดซีดี แลว้ หยุดเล่นเป็ นช่วงๆ เพื่อให้นักเรียนมีเวลาคิดและ
ตดั สินใจ
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียน Read aloud คาตอบและครูเขียนคาตอบของนกั เรียนบนกระดานและตรวจสอบ
คาตอบโดยใหน้ กั เรียนฟังซีดีซ้า
3. กิจกรรม C หลงั จากท่ีครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียน Read aloud คาตอบแลว้ ครูให้นกั เรียนฟังซีดีในกิจกรรม B ซ้าอีก
คร้ัง เพอื่ ใหน้ กั เรียนยนื ยนั คาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. 11/11.00 2. 0446728731 3. 126 4. 35/thirty-five 5. 6th/sixth
6. การวัดและประเมนิ ผล
วธิ กี าร เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. สงั เกต แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมิน
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เรื่อง Listening กิจกรรม A-F หนา้ 24
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เร่ือง Listening กิจกรรม A-C หนา้ 14
Audio CD Track 2.1, 2.2 และ 2.3
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง The Place to Be
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10 เรื่อง Speaking: Asking for and Giving Directions
รหัสวิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผูส้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพอื่ ขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องท่ีฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
ฟัง พดู อา่ นและเขียนเพื่อขอและใหข้ อ้ มูล อธิบายเกี่ยวกบั ทิศทาง (Asking for and Giving Directions) และพูดตรวจสอบความ
เขา้ ใจ โดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดใหไ้ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกบั สานวนภาษาโครงสร้างภาษาในบทสนทนาเก่ียวกบั Asking for and Giving Directions และกิจกรรมฝึ กทกั ษะ
การคิด กระบวนการฝึกทกั ษะทางภาษาท้งั 4 ทกั ษะโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ทกั ษะการฟัง การพูด โดยใชก้ ระบวนการสอนภาษา องั กฤษเพื่อการ
สื่อสาร เจตคติท่ีดีต่อการเรียนภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: สานวนภาษาเกี่ยวกบั Asking for and Giving Directions
- Grammar: Asking for directions, Giving directions, Checking understanding
- Speaking strategy: Understanding what people say
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีเหตผุ ล มวี จิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ีดว้ ยคาถามต่อไปน้ีบนกระดาน ให้นกั เรียนอ่านออกเสียงดงั ๆ พร้อม
กนั แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถามประโยคบนกระดาน
Q: What do you think about the map?
2. นกั เรียนให้คาตอบอยา่ งหลากหลาย
3. ครูยอมรับทุกคาตอบ และเชื่อมโยงเขา้ สู่กิจกรรมการเรียนการสอน
• Presentation
1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือ Close-up 3 หน้า 25 ครูสอนสำนวนภาษาใน Useful Expressions ให้นักเรียน Read aloud Useful
Expressions โดยครูอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอยา่ งประกอบให้นักเรยี นชว่ ยกันคิดหาคำมาเตมิ ในประโยคตวั อยา่ ง ได้แก่
1.1 Asking for directions ได้แก่
- Where is the…?/I’m looking for…
- Is there a bank near here?
- Where is it exactly?
1.2 Giving directions ไดแ้ ก่
- It’s at the end of the road.
- It’s opposite/next to/behind the school.
- It’s at the crossroads.
- Go straight on.
- Go/Turn right/left (at the traffic lights/ at the roundabout)
- Take the first (turning on your) right/left.
1.3 Checking understanding ไดแ้ ก่
- Did you say ‘turn right’?
- I’m sorry. I didn’t understand.
- Could you repeat that, please?
- I’m not sure what you mean.
2. ครูให้นักเรียนจบั คฝู่ ึกพูดประโยค Asking for directions and Giving directions โดยผลัดกันเปน็ ผู้ถามและผตู้ อบคำถาม โดย
ครูกำหนดใหผ้ ถู้ ามเลือกใช้ประโยคเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจในคำตอบที่ได้รับ (Checking understanding)
3. ครูให้เวลานกั เรยี นไดฝ้ กึ พดู โดยครูสงั เกต ช่วยเหลอื แนะนำ และแก้ปญั หา
4. ครูสอนเทคนิคการพดู เรื่อง understanding what people say สำนวนพูดเพื่อใหค้ ู่สนทนารู้ว่าผู้พูดไม่เข้าใจ ฟังไม่ชัดเจน หรอื
ร้สู ึกไม่แน่ใจ
- Could you repeat that, please?
- I’m sorry I don’t understand.
- Do you mean….?
- So I got right at the bank?
- I’m not sure what you mean.
5. ครูสอนคำศัพท์สำนวนในเรื่อง Speaking กิจกรรม A-D โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมครูให้นักเรียนสำรวจคำศัพท์ในกิจกรรม
แล้วขดี เส้นใตค้ ำทนี่ กั เรียนไม่รู้ความหมาย จากนัน้ ใหน้ ักเรียนบอกคำศัพท์ทีไ่ มร่ ้คู วามหมาย โดยครเู ขียนบนกระดาน ถ้านกั เรียนอ่านไม่ได้ให้
สะกดตัวอักษร
5.1 ครใู ห้นกั เรียนจดั กลุ่มคำศัพท์เหลา่ น้ีโดยครูแนะวา่ ควรจดั ตามหน้าท่ขี องคำ
5.2 ครูให้นกั เรียนชว่ ยกนั ค้นหาความหมายของคำศัพท์เหล่านีโ้ ดยค้นหาจาก Dictionary หรอื นกั เรียนอาจสืบค้นonline จาก
โทรศพั ทม์ ือถอื ของนักเรยี นเอง
5.3 ให้นกั เรียน Read aloud คำศพั ท์บนกระดาน และให้นกั เรียนแบ่งกนั /ช่วยกันคน้ หาความหมายของคำศัพทเ์ หลา่ นี้ แล้วพดู
บอกความหมาย
5.4 ครูเขียนความหมายของคำศพั ท์ท่นี ักเรยี นบอกและเพ่มิ เตมิ ความหมายของคำศพั ทบ์ างคำใหส้ มบรู ณ์
5.5 ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งดงั พร้อมกัน ถา้ คำใดนกั เรียนอา่ นไม่ได้ ใหค้ รูช่วยอ่านนำและนกั เรยี นอา่ นตาม
5.6 ครูเลือกคำศัพท์บางตัวมาอธิบาย ได้แก่ Compound nouns (noun+noun): a garage key, a desk drawer, a kitchen
cupboard, a bathroom shelf, a bedroom, a bathroom เปน็ ตน้
5.7 ใหน้ ักเรียนคัดลอก Word Box และคำศัพท์ทีเ่ ก่ยี วข้องลงในสมดุ คำศัพทข์ องตนเอง
• Practice
ครใู ห้นักเรียนเปดิ หนงั สือ Close-up 3 หน้า 25 ใหน้ ักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมดงั นี้
1. กิจกรรม A ก่อนทากิจกรรมครูให้เวลานักเรียนช่วยกนั อภิปรายเกี่ยวกบั places in towns และเตรียมคาตอบโดยครูเน้นให้
นกั เรียนบอกเหตุผล Explain why
- ให้นกั เรียนจบั คพู่ ูดถามตอบโดยใชค้ าถามที่กาหนดให้ 3 ขอ้ โดยใหน้ กั เรียนสลบั บทบาทกนั
- ครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนกั เรียน 3-4 คขู่ ้ึนมาพูดคาถามและให้คาตอบ
- ครูยอมรับทุกคาตอบทีบ่ อกเหตผุ ล Explain why
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
2. กิจกรรม B ครูใหน้ กั เรียน Read aloud ประโยค1-5 และตวั เลือก a-e พร้อมท้งั บอกความหมาย
- ให้นกั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบท่ีมีความเก่ียวขอ้ งระหว่างประโยคกบั ตวั เลือก โดยขีดเส้นใตก้ ากบั ไวแ้ ลว้ ตดั สินใจ
เลือกคาตอบ
- ครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูเลือกนกั เรียน 3-5 คู่ ข้ึนมาพดู คาตอบ และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. e 2. b 3. d 4. c 5. a
3. กิจกรรม C ก่อนทากิจกรรมครูให้เวลานกั เรียนช่วยกนั อภิปรายภาพและเตรียมคาตอบโดยครูเน้นให้นกั เรียนบอกเหตุผล
Explain why
- ใหน้ กั เรียนจบั คพู่ ดู ถามตอบเก่ียวกบั ภาพ โดยให้นกั เรียนสลบั บทบาทกนั
- ครูช้ีแนะคาตอบโดยใหน้ กั เรียน Read aloud Exam Close-up และ Useful Expressions
- ครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูเลือกนกั เรียน 3-5 คู่ ข้นึ มาพูดบรรยายเกี่ยวกบั ภาพ
- ครูยอมรับทุกคาตอบทีบ่ อกเหตผุ ล Explain why
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers.
4. กจิ กรรม D ใหน้ กั เรียน Read aloud คาส่ังในกิจกรรม D และคาช้ีแจงใน Exam Task
- ครูอธิบายพร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบโดยเลือกบางขอ้ จากกิจกรรมใน Exam Task
- ใหน้ กั เรียน ทบทวนสานวนพดู ที่เกี่ยวขอ้ งโดย Read aloud Useful Expressions
- ให้นกั เรียนจบั คู่ทากิจกรรม Speaking ใน Exam Task โดย Student A ใชแ้ ผนที่ในหนา้ 123 Student B ใชแ้ ผนท่ีในหนา้
124
- ครูให้เวลานกั เรียนทากิจกรรมโดยครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ แกป้ ัญหา
- ครูเลือกนกั เรียน 3-4 คนข้ึนมาพดู
- ครูยอมรับทุกคาตอบและให้นกั เรียนคดั ลอกย่อหน้าส้ันๆ หรือ Speaking Model เกี่ยวกบั Directions to Places ลงสมุด
แบบฝึ กหดั
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers.
• Production
- ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรม Ideas Focus โดยใหน้ กั เรยี น Read aloud คำส่งั และพูดบอกส่ิงท่ีต้องทำในกจิ กรรมนี้
- ครูทบทวนคำสัง่ และชแ้ี นะวธิ ีการโดยใหน้ ักเรียนมสี ว่ นรว่ มในการคิดกจิ กรรมในขั้นตอนของการเตรยี มเรอ่ื งทจี่ ะพูด ให้
นกั เรยี นทำกจิ กรรมเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4-6 คน และครูกำหนดขั้นตอนของกจิ กรรมการพดู ดงั นี้
ขน้ั ท่ี 1 Pre-Speaking
- Focus ideas: ครูแนะให้นักเรียนทุกกลุ่มเริ่มกิจกรรมจากการอ่านคำถาม แล้ว Discuss อย่างหลากหลาย แล้วเขียนความ
คดิ เหน็ ของสมาชกิ ทกุ คนลงในกระดาษ จากนั้นชว่ ยกนั วิเคราะห์และสงั เคราะห์มาเปน็ กรอบในการเขยี นคำตอบของกลุ่ม
- Make a draft of Speaking Model: ให้นักเรียนเขียนคำตอบตามกรอบในการเขียนคำตอบที่ได้จากขั้น Focus ideas โดยใช้
คำศัพท์ สำนวนพูดโครงสรา้ งภาษา Explaining Why และสำนวนภาษาจาก Exam Close-up, Useful Expression ทีเ่ กี่ยวข้อง
- Revise the draft ให้นักเรียนตรวจสอบทบทวนสิ่งที่เขียน ความถูกต้อง ความสอดคล้อง ความครบถ้วน และความเหมาะสม
ของ a draft of Speaking Model
- Compare and Share ให้นักเรียนนำ Speaking Model ที่เขียนไปเปรียบเทียบกับเพื่อนและปรับปรุงคำตอบเพื่อให้ได้
Speaking Model ทค่ี รบถ้วนถูกต้องและเหมาะสม แล้วคัดลอก Speaking Model ลงสมุดแบบฝกึ หดั ของนกั เรียน
- Practice ให้นักเรยี นใช้ Speaking Model ของตนฝึกพดู กบั เพือ่ น
ขัน้ ที่ 2 While-Speaking
- ใหน้ กั เรยี นใช้ Speaking Model ของตนพูดกับเพือ่ นโดยผลดั กันเปน็ ผู้พดู และผู้ฟังท่ดี ี
- ครูใหเ้ วลานกั เรยี นทำกจิ กรรมโดยครูสังเกต แนะนำ ช่วยเหลอื และแก้ปญั หา
ขั้นท่ี 3 Post- Speaking
- ครูกำหนดเวลา และให้นักเรียนทำกิจกรรมนี้อย่างอิสระ เมื่อหมดเวลาครูตรวจสอบคำตอบโดยเลือกนักเรียนจำนวน 2-3
กลุ่มออกมาพดู ถ้าหากมีเวลาไม่เพยี งพอ ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรมนใี้ นช่ัวโมงต่อไป หรอื นดั หมายให้ทำนอกชน้ั เรียน
- ครูสรุปบทเรยี น ตอบขอ้ ซกั ถามของนักเรียน
6. การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธีการ 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
วิธกี าร เคร่ืองมือ พอใช้
คะแนน ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด 18-20
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 15-17 เกณฑ์
12-14
10-11 ผลการประเมนิ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สอื เรยี น Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เร่ือง Speaking กจิ กรรม A-D และ Ideas Focus หนา้ 25
Speaking Information for Student A for Unit 2 หนังสอื เรยี น Close-up 3 หน้า 123
Speaking Information for Student B for Unit 2 หนงั สือเรยี น Close-up 3 หน้า 124
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง The Place to Be
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เร่ือง Writing 1: A Formal Email to Winstone Hotel
รหัสวิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพือ่ ขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่ฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เขียน Formal emails ใหข้ อ้ มลู อธิบายเก่ียวกบั directions and places โดยใหข้ อ้ มูลอยา่ งมีลาดบั ข้นั ตอน ใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้าง
ภาษากาหนดให้อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เก่ียวกบั การเขียน Formal emails ให้ขอ้ มูล อธิบายเกี่ยวกบั directions and places โดยให้ขอ้ มูลอยา่ งมีลาดบั ข้นั ตอน ใช้
คาศพั ทแ์ ละโครงสร้างภาษากาหนดให้อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม กระบวนการฝึ กทกั ษะทางภาษาท้งั 4 ดา้ นโดยเฉพาะอย่างย่ิงทกั ษะการฟัง
การพูด โดยใช้กระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร ทาให้ผูเ้ รียนส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเจตคติที่ดี ต่อการเรียน
ภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: การใหข้ อ้ มูลอยา่ งมีลาดบั ข้นั ตอน (Sequences)
- Writing strategy: Explaining why
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีเหตุผล มวี จิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนในชวั่ โมงน้ีดว้ ยคาถามต่อไปน้ีโดยครูเขียนบนกระดานให้นกั เรียนอ่านออกเสียงดงั ๆ พร้อม
กนั
Q1: Do you think what an email is?
Q2: Do you think what the difference between a formal email and an informal email?
2. นกั เรียนใหค้ าตอบอยา่ งหลากหลาย
3. ครูเขยี นทกุ คาตอบของนกั เรียนบนกะดาน และเช่ือมโยงเขา้ สู่กิจกรรมการเรียนการสอน
• Presentation
1. ครูให้นกั เรียนเปิ ดหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 26-27 ครูสอนความรู้เกี่ยวกบั คาศพั ทใ์ นเร่ือง Writing กิจกรรม A-E โดยให้นกั เรียน
มีส่วนร่วมดงั น้ี
- ครูสอนคาศพั ทใ์ หมท่ ี่อยใู่ นกิจกรรม A-E โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วม
- ครูใหน้ กั เรียนสารวจคาศพั ทใ์ นกิจกรรม A-E แลว้ ขีดเสน้ ใตค้ าท่ีนกั เรียนไมร่ ู้ความหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรียนบอกคาศพั ท์
ท่ีไมร่ ู้ความหมาย โดยครูเขียนบนกระดาน ถา้ นกั เรียนอ่านไม่ไดใ้ ห้สะกดตวั อกั ษร
- ครูให้นกั เรียนจดั กลมุ่ คาศพั ทเ์ หล่าน้ีโดยครูแนะว่าควรจดั ตามหนา้ ท่ีของคา
- ครูให้นกั เรียนช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หลา่ น้ีโดยคน้ หาจาก Dictionary หรือนกั เรียนอาจสืบคน้ onlineจาก
โทรศพั ทม์ ือถือของนกั เรียนเอง
- ครูให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงคาศพั ทแ์ ตล่ ะคาพร้อมกบั บอกความหมาย โดยครูช่วยเพ่มิ เติมความหมายของศพั ทบ์ างคาให้
ครอบคลมุ การใชง้ านในบทเรียนน้ี
2. ครูสอนเทคนิคการเขียนใน Learning Focus ครูอธิบาย Thinking about sequence และยกตวั อยา่ งประกอบ โดยใหน้ กั เรียนมี
ส่วนร่วมดงั น้ี
2.1 Thinking about sequence whenyou explain how to do something or how to go somewhere
2.2 You can do this by using words that show the sequence of the actions such as after, before, then, next, ... etc.
2.3 These words usually go at the start of a sentence and are followed by certain structures:
▪ Before/after+sentence:
▪ Before/after+noun/verb+ing:
▪ First/Then/Next/After that+imperative:
▪ First/Then/Next/After that/Eventually/Finally+sentence:
3. ใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมในการยกตวั อยา่ งประกอบการอธิบาย
• Practice
ครูใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมดงั น้ี
1. กจิ กรรม A ครูใหน้ กั เรียนทบทวนการใช้ words that show the sequence of the actions
- นักเรียนอ่านประโยคเพื่อค้นหา words that show the sequence of the actions ซึ่งเป็นตัวชี้แนะคำตอบ (Context clues) โดย
นักเรยี นขีดเสน้ ใตก้ ำกับ
- นกั เรียนนาตวั ช้ีแนะคาตอบ (Context clues) หรือ words that show the sequence of the actions ไปใชใ้ นการตดั สินใจเลอื ก
คาตอบโดยตรวจสอบ forms of the following words, phrases or clauses
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนอ่านประโยคที่ถูกตอ้ งพร้อมกนั และแกไ้ ขประโยคท่ีไม่ถูกตอ้ ง โดยครูให้นักเรียน
Discuss and share the answers
- ครูตรวจสอบการแกไ้ ขประโยคท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง โดยครูใหน้ กั เรียนอา่ นคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
1. First, taking take … เฉลยคำตอบ
4. Next walking walk … 2. √ 3. After you to leave leave/After leaving …
5. √ 6. √
2. กจิ กรรม B ให้นกั เรียน Read aloud ประโยค 1-3 และตวั เลือก a-c
- ใหน้ กั เรียนคน้ หาความเช่ือมโยงระหวา่ งประโยค1-3 กบั ตวั เลือก a-c โดยครูอธิบายวิธีการ ไดแ้ ก่ การพจิ ารณาความสมั พนั ธ์
ระหว่างโครงสร้างประโยคคาถามกบั คาตอบที่ควรเป็น โดยครูให้อาจให้นกั เรียนวิเคราะห์ชนิดของประโยค ไดแ้ ก่ ประโยคคาถามท่ีนา
ดว้ ย Verb/คาถามแบบ Yes-No Question และประโยคคาถามท่ีนาดว้ ย Question ไดแ้ ก่ How far … ?, How can I get to … ?
- นกั เรียนเลือกคาตอบสาหรับประโยคที่ 1-4
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. c 2. a 3. b
3. กจิ กรรม C กิจกรรมน้ีครูควรสอนรูปแบบและโครงสร้าง (construction) ภายใน email โดยใหน้ กั เรียนเชื่อมโยงกบั ประสบการณ์
ตรงของนกั เรียน เร่ิมตน้ จากการสารวจจานวนนกั เรียนท่ีเคยเขยี นหรือเคยอ่าน email มาก่อน จากน้นั ให้นกั เรียนดูรูปแบบของ email ใน
กิจกรรมน้ีและเปรียบเทียบรูปแบบวา่ มีความเหมือนหรือตา่ งกนั อยา่ งไร จากน้นั จึงเริ่มเขา้ สู่ข้นั ตอนการสอน ดงั น้ี
- ให้นกั เรียน Read aloud the email
- ให้นกั เรียนวิเคราะห์ โครงสร้าง/ส่วนประกอบของ email วา่ แบ่งเป็นกี่ส่วนอะไรบา้ ง
- ใหน้ กั เรียน Compare emai lน้ีกบั email ที่นกั เรียนเคยเขยี น
- ครูอธิบายโครงสร้าง/ส่วนประกอบของ email และให้นกั เรียนอ่านแตล่ ะส่วนของ email น้ีพร้อมกนั
- เม่ือนกั เรียนเขา้ ใจโครงสร้างของ email น้ีแลว้ ครูให้นักเรียนดู content ของ email โดยให้เวลานกั เรียนอ่านและพูดสรุป
ประเดน็ ใน email
- ให้นกั เรียนอ่านคาถาม คิด และเขียนคาตอบ
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอา่ นคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. how to get from the train station to the hotel/ how to get to the hotel from the train
station
2. No.
3. Dear Sir/Madam, I look forward to hearing from you., Kind regards
4. กิจกรรม D ครูอธิบายความเกี่ยวขอ้ งระหว่าง email น้ีกบั email ในกิจกรรม C โดยใหน้ กั เรียนสังเกตทค่ี าข้นึ ตน้ และ content
ของ email น้ีจากน้นั จึงเริ่มเขา้ สู่ข้นั ตอนการสอน ดงั น้ี
- ใหน้ กั เรียน Read aloud the email
- ครูอธิบายและใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกความหมายของเน้ือความใน email
- ครูให้นกั เรียนสังเกตการอธิบายใหข้ อ้ มูลอยา่ งเป็นลาดบั ข้นั ตอน และให้นกั เรียน Read silently พร้อมกบั วงกลมลอ้ มรอบ
the words that show sequence
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอา่ น the words that show sequence พร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
After, Then, Eventually
5. กิจกรรม E ใหน้ กั เรียน Read aloud และพดู บอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ใหน้ กั เรียน Read aloud คาถามขอ้ 1-4 เพ่ือเป็น clue ในการอ่านเพอ่ื คน้ หาคาตอบใน email
- ครูให้เวลานกั เรียนอา่ นคาถาม คดิ และเขยี นคาตอบ โดยครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. Turn left, walk along, take the first right, go straight ahead, you will see the hotel on your right.
2. Dear Mr.McKay
3. We look forward to seeing you at the weekend.
4. Best regards
• Production
1. ครูกาหนดกิจกรรมเอง Write an email to Winstone Hotel to ask for directions to the hotel from the airport.
2. ครูช้ีแนะวิธีการเขยี น ให้เวลานกั เรียนเขียนอยา่ งอิสระ
3. ครูสรุปบทเรียนและกาหนดนดั หมายใหน้ กั เรียนการส่งงาน
6. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธกี าร 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด พอใช้
คะแนน ผา่ น
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 18-20
15-17 ผลการประเมิน
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สอื เรียน Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เรือ่ ง Writing กจิ กรรม A-E หนา้ 26-27
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง The Place to Be
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 เร่ือง Writing 2: A Formal Email to Bodmin Youth Hostel
รหัสวิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว เรื่องที่อยใู่ นความสนใจ
ของสังคมและส่ือสารอยา่ งตอ่ เนื่องและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่ฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
เขยี นและอา่ นเพ่อื แสดงความตอ้ งการ ขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย โดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษา directions and places ที่
กาหนดใหไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรเู้ กีย่ วกับคำศพั ท์สำนวนภาษาและโครงสร้างภาษาเรอ่ื ง Formal email และกิจกรรมฝึกทักษะการคดิ กระบวนการฝกึ ทกั ษะ
ทางภาษาท้งั 4 ด้านโดยเฉพาะการอ่านและการเขยี น โดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพือ่ การสอื่ สาร ทำใหผ้ เู้ รียนสอ่ื สารได้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ มเี จตคติทีด่ ตี อ่ การเรยี นภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Sequencing, Asking for directions, Giving directions, Describing a route, Formal email greetings
- Writing strategy: Explaining why
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสทิ ธภิ าพในการสอ่ื ความ
- มีเหตุผล มีวิจารณญาณ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนักเรยี นเข้าสบู่ ทเรยี นในช่วั โมงนโ้ี ดยครูเขยี นประโยคตอ่ ไปนี้บนกระดาน ให้นกั เรยี นจัดเรยี งลำดบั
ประโยคใหถ้ ูกต้องตามหลักเหตุผล
a. I’m writinging to find out how to get to your hotel from the City Hall.
b. Can you tell me if there is the parking lot available for a long stay?
c. I will be travelling by car.
d. Also can you tell me if there is a beauty saloon around the hotel?
e. Best regards,
f. DearSir/Madam,
2. นกั เรียนให้คาตอบ
3. ครูเขยี นทกุ คาตอบของนกั เรียนบนกะดาน และเชื่อมโยงเขา้ สู่กิจกรรมการเรียนการสอน
• Presentation
1. ครูสอนการเขยี น Formal email โดยใชก้ ิจกรรม Writing Reference: Formal email ในหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 114
2. ครสู อนสำนวนภาษาที่เปน็ ทางการใน Exam Close-up โดยใหน้ ักเรียนมสี ่วนร่วม ดงั นี้
3. ครูสอนสำนวนภาษาใน Useful Expressions เกี่ยวกับ sequencing, Asking for directions, Giving directions, Describing a
route, Formal email greetings โดยใหน้ กั เรียนมีสว่ นร่วม
• Practice
ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 27 ให้นกั เรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมดงั น้ี
1. กิจกรรม F ใหน้ กั เรียน Read aloud คาส่ัง และบอกส่ิงทนี่ กั เรียนตอ้ งปฏบิ ตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูใหน้ กั เรียน Read aloud the useful expressions: Giving directions
- ให้นกั เรียนจบั คชู่ ่วยกนั กาหนดสถานท่ีและเขยี น Giving directions
- ครูให้เวลานกั เรียนเขยี น โดยครูสงั เกต ช่วยเหลือ แนะนา และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนพดู บอกคาตอบพร้อมกนั ครูเขียนคาตอบบนกระดานและเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
2. กจิ กรรม G ให้นกั เรียน Read aloud the Exam Close-up
- ครูทบทวนคาสงั่ อธิบาย และใหน้ กั เรียน Skim through the email
- ครูอธิบายโครงสร้างส่วนประกอบของ email โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมในการบอกส่วนประกอบแตล่ ะส่วนของ email
- ใหน้ กั เรียน Read aloud email และบอกความหมายของประโยคใน email
- ครูทบทวนความหมายและอธิบายบางประโยค
- ครูให้นกั เรียนเขียน Formal email ตอบกลบั โดยใชโ้ ครงสร้างและสานวนภาษาจาก Writing Reference: Formal email และ
Useful Expressions
- ครูให้เวลานกั เรียนอ่านคาถาม คดิ และเขียนคาตอบ โดยครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนพูดบอกคาตอบพร้อมกนั ครูเขียนคาตอบบนกระดานและเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ (Suggested Answer)
Dear Mr. Cook
Thanks for your email. The hostel isn’t far from the station so you can walk. After yiu leave the
station, turn right and walk past the bank. Eventually, you’ll see the hostel on your left. You can
have breakfast at the hostel. It’s £3.00 per person.
We look forward to seeing you next week.
Best regards
• Production
1. ครูกำหนดให้นักเรยี นเขยี น email ถึงครูบอกการเดินทางจากโรงเรยี นไปบ้านของนักเรยี น โดยเขียนดังนี้
1.1 Write a formal email
1.2 Giving directions, Describing a route
2. ครูช้ีแนะวิธีการเขียน ครูใหเ้ วลานกั เรียนเขยี นอยา่ งอสิ ระ
3. ครูสรุปบทเรียนตอบขอ้ ซกั ถามนกั เรียน นดั หมายการส่งงาน
6. การวดั และประเมินผล
วธิ ีการ เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. สังเกต แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมนิ
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขยี น พอใช้
คะแนน ผา่ น
18-20
15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนังสือเรียน Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เรอื่ ง Writing กิจกรรม F-G หนา้ 27
Writing Reference for Unit 2 หนังสอื เรยี น Close-up 3 หนา้ 114
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรื่อง The Place to Be
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13 เรื่อง Writing 3: Formal Emails to Sherman Theatre
รหสั วชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ข่าว เร่ืองท่ีอยใู่ นความสนใจ
ของสังคมและส่ือสารอยา่ งตอ่ เน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพ่ือขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องที่ฟังหรืออา่ น
อยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เขยี นและอ่าน formal email เพอื่ ขอและให้ขอ้ มูล อธิบายโดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาท่ีกาหนดให้ถูกตอ้ ง เหมาะสม
กบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกย่ี วกับคำศัพทส์ ำนวนภาษาใน formal email messages โครงสรา้ งภาษาทใี่ ช้ในการ Asking for and giving directions
และกิจกรรมฝึกทักษะการคิดกระบวนการฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้านโดยเฉพาะการอ่านและการเขียนโดยใช้กระบวนการสอน
ภาษาอังกฤษเพ่อื การสอ่ื สาร ทำให้ผ้เู รยี นสื่อสารได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ มเี จตคติทด่ี ีตอ่ การเรียนภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: โครงสร้างภาษาที่ใช้ในการเขียน formal email messages สานวนภาษาท่ีใช้ในการ Asking for and giving
directions email messages
- Writing strategy: Explaining why
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- ใช้ภาษาอังกฤษอยา่ งมมี ารยาท ถกู ต้องตามกาลเทศะและบุคคล
- มีเหตุผล มวี จิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนกั เรียนเข้าสู่บทเรียนในชั่วโมงนโี้ ดยครูเขยี นประโยคต่อไปนบี้ นกระดาน
Write the direction to your school from the main road.
ให้นักเรยี น Read aloud ประโยคบนกระดาน
2. ให้นกั เรยี น Discuss and share the answers
3. นักเรยี นให้คำตอบอยา่ งหลากหลาย และครยู อมรับทกุ คำตอบ
4. ครูเชื่อมโยงเข้าสบู่ ทเรยี น
• Presentation
ครทู บทวนความรู้เกี่ยวกับคำศพั ท์สำนวนภาษา โครงสร้างการเขยี น email messages ไดแ้ ก่
1. สำนวนภาษาเกี่ยวกบั Sequencing, Asking for directions, Giving directions, Describing a route
2. Patterns of formal email:
Formal greetings+Messages+Ending note+Formal sign-off+name
• Practice
ครูให้นักเรียนเปิดหนงั สอื Workbook Close-up 3 หนา้ 15 ปฏบิ ัติกิจกรรมดงั นี้
1. กจิ กรรม A ครูให้นักเรยี นค้นหาตัวช้ีแนะคำตอบท่บี อกเกย่ี วกับ Sequencing และขดี เส้นใตก้ ำกบั
- ให้นักเรียนจดั เรยี งลำดับประโยคทีก่ ำหนดใหเ้ ลือกคำตอบจากตัวชแี้ นะคำตอบ
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรยี นบอกคำตอบพรอ้ มกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
2, 4, 1, 3
2. กจิ กรรม B ใหน้ ักเรยี น Read aloud email from Amy Miller
- ครอู ธบิ ายและให้นกั เรียนพดู เลา่ ขอ้ ความใน email
- ให้นกั เรยี นอ่านคำถามและค้นหาคำตอบ
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรยี นบอกคำตอบพร้อมกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. No. 2. 3/three 3. formal
3. กิจกรรม C ครูให้นักเรยี น Read silently email message and recall what Miller wants 2 และ Read aloud the words
- ครูทบทวนเทคนิคการทำข้อสอบ Cloze test โดยให้นักเรียน Focus on words before and after a gap ให้นักเรียนค้นหาตัว
ชีแ้ นะคำตอบทอ่ี ยู่หน้าและหลงั ชอ่ งวา่ ง โดยขีดเสน้ ใต้กำกบั ไว้
- ให้นกั เรียนนำตัวชีแ้ นะคำตอบดงั กลา่ วน้ีไปใช้ในการตัดสนิ ใจเลอื กคำตอบท่ถี ูกตอ้ ง
- ครูให้เวลานกั เรยี นค้นหา คดิ วเิ คราะห์ ไตรต่ รอง และใหค้ ำตอบ
- ครูตรวจสอบความถูกต้องโดยใหน้ กั เรยี นอ่านคำตอบพรอ้ มกัน และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. Dear 2. Take 3. get 4. Then 5. After 6. regards
• Production
ใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรม D ดังน้ี
1. Read aloud Victor Wright ’s email and underline what Victor Wright wants.
2. เขียน email ตอบกลับ เพอื่ ให้ข้อมูลเก่ียวกบั เสน้ ทางและตอบคำถาม
3. ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรียนบอกคำตอบพรอ้ มกัน และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ (Suggested answer)
Dear Victor,
It is easy to get to the stadium from the city centre. Drive down Oak Street, and turn left at Duke street. Go straight on,
and the car park for the stadium is on your right. You cannot bring food into the stadium, but there are places you can
buy snacke.
GKienrdry4reT.gaคayรrldูสosrร,ปุ บทเรยี นตอบข้อซกั ถามนักเรยี น นดั หมายการส่งงาน
Bolton Stadium
6. การวัดและประเมนิ ผล
วิธีการ เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. สงั เกต แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนังสือ Workbook Close-up 3 Unit 2 The Place to Be เรอ่ื ง Writing กิจกรรม A-D หนา้ 15
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 เรือ่ ง The Place to Be
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 14 เรื่อง Video: One of a Kind
รหัสวิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเอง เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว เรื่องท่ีอยใู่ นความสนใจของ
สงั คมและส่ือสารอยา่ งตอ่ เนื่องและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/2 พูดและเขยี นสรปุ ใจความสำคญั /แกน่ สาระ หัวข้อเรอ่ื งที่ได้จากการวิเคราะหเ์ ร่ือง/ข่าว/เหตุการณ/์ สถานการณ์
ทอี่ ยูใ่ นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.3/2 อธบิ ายเกย่ี วกบั ชีวิตความเปน็ อยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนิดตา่ งๆ และการ
ลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ขอ้ มลู /ข้อเท็จจริงทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนร้อู ่นื จากแหลง่ การเรยี นรู้และนำ
เสนอดว้ ยการพูดและการเขยี น
ต 4.1 ม.3/1 ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรยี น สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสบื คน้ /ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความร/ู้ ขอ้ มูลต่างๆ จากส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
ตา่ งๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พูด/เขียนสรุปใจความสาคญั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสารคดีเกี่ยวกับการออกแบบอาคารสูงโดยใช้สานวนภาษาและ
โครงสร้างภาษาท่ีกาหนดใหไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกบั สานวนภาษา โครงสร้างภาษาในสารคดีเกี่ยวกบั การออกแบบอาคารสูง กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านส่ือวิดีโอ
(processed watching) สื่อสิ่งพมิ พ์ ทกั ษะการเรียนภาษาท้งั 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ ทกั ษะการฟัง ทกั ษะการพดู ทกั ษะการอ่าน ทกั ษะการเขยี น และ
กระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่อื การส่ือสาร ทาใหก้ ารส่ือสารบรรลเุ ป้าหมายอยา่ งมีประสิทธิภาพ ผเู้ รียนมีความสามารถ มีเจตคติท่ีดีต่อ
ภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Documentary films เรื่อง One of a Kind เกี่ยวกบั การออกแบบประหยดั พลงั งานท่ีเป็นอาคารสูงท่ีมีรูปร่างคลา้ ย
ใบเรือ
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะการการดูชมอยา่ งเป็นข้นั ตอนมีเป้าหมาย (processed watching)
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ และประเมินค่า
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่อื การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสทิ ธภิ าพในการสือ่ ความ
- มีเหตผุ ล มวี จิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชวั่ โมงน้ีโดยครูให้นกั เรียนดูรูปภาพ ในหนงั สือเรียน Close-up 3 หนา้ 28 แลว้
ใชค้ าถามต่อไปน้ี
Look at the picture. What do you think about the picture?
2. นกั เรียนช่วยกนั ใหค้ าตอบ โดยครูยอมรับทุกคาตอบ
• Presentation
1. ครูกาหนดกิจกรรมใหน้ กั เรียนพดู เลา่ ตามจนิ ตนาการ ดงั น้ี
Work in groups. From the title ‘One of a Kind’, imagine what the video is about. Do you think what the green skyscraper
look like?
- ครูให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4-6 คน พูดเล่าตามจินตนาการจากช่ือเรื่องในวิดีโอให้นกั เรียน Read aloud ชื่อเร่ือง One
of a Kind แลว้ ให้นักเรียนจินตนาการเก่ียวกับเรื่องว่าน่าจะเป็ นรืืื่องเกี่ยวกับอะไร ครูตรวจสอบความคิดเห็นของนกั เรียนโดยให้
นกั เรียนบอกคาตอบพร้อมกนั ครูเขยี นคาตอบของนกั เรียนบนกระดาน โดยครูยอมรับทกุ คาตอบ
- ให้นกั เรียนตอบคาถามตามจินตนาการ Do you think what the green skyscraper look like?
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรม และตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนกั เรียน 2-3 กลมุ่ ข้ึนมาพูดเล่าเรื่องตามจินตนาการ โดยครู
ยอมรับทุกคาตอบ
- ครูสรุปเร่ืองราวตามจินตนาการของนกั เรียน และใหน้ กั เรียนสานตอ่ ความคดิ สร้างสรรคแ์ ละจินตนาการของนกั เรียนจาก
การปฏิบตั ิกิจกรรม A และการชมวดิ ีโอในกิจกรรม B
2. กิจกรรมตอบคาตอบก่อนดูวิดีโอ Before you watch: กจิ กรรม A ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสง่ั และบอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ ง
ปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูทบทวนคาส่ังและอธิบาย และให้ความรู้เกี่ยวกบั เรือใบและประเด็นสาคญั ของเรือใบกบั การออกแบบอาคารสูง
ประหยดั พลงั งานในวิดีโอเร่ืองน้ี
- ให้นกั เรียน Read aloud the sentence แลว้ จบั คคู่ า/วลีกบั รูปภาพ
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนบอกคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. sail 2. yacht 3. sailor
- ครูแนะนาการเรียนดว้ ยวดิ ีโอ ช้ีแนะ มารยาทในการดูชม
• Practice
1. กิจกรรม While you watch: กิจกรรม B ครูบอกนกั เรียนว่านกั เรียนจะไดด้ ูหนงั สารคดีส้ันเก่ียวกบั เรือใบและประเดน็ สาคญั
ของเรือใบกบั การออกแบบอาคารสูงประหยดั พลงั งาน และขณะที่ดูนกั เรียนตอ้ งตดั สินใจเลือกคาศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ งกบั ประโยค ดงั น้นั ก่อนดู
วดิ ีโอให้นกั เรียนอ่านประโยคใหเ้ ขา้ ใจ ซ่ึงจะช่วยให้นกั เรียนเขา้ ใจและคาดเดาเรื่องล่วงหนา้ ได้
- นกั เรียนอ่านประโยคท่ีกาหนดให้และขดี เส้นใตค้ าสาคญั ซ่ึงจะช่วยในการคิดคาตอบ
- เมื่อนกั เรียนพร้อม ครูเปิ ดวิดีโอใหน้ กั เรียนดู
- ครูเปิ ดวิดีโอและหยุดเล่นชวั่ ขณะ หลงั จากน้นั ครูตรวจสอบคาตอบของประโยคที่1-2 หากพบว่านกั เรียนส่วนใหญ่เลือก
คาตอบถูก ครูเปิ ดวิดีโอต่อและหยดุ เล่นเป็นระยะเพื่อให้นกั เรียนไดม้ ีเวลาคิดทบทวนและประเมินคาตอบ แต่ถา้ นกั เรี ยนส่วนใหญ่
เลือกคาตอบไม่ถกู ตอ้ ง ครูควรเริ่มเล่นใหมแ่ ละเปิ ดซ้าหลายคร้ังเพื่อใหน้ กั เรียนประสบความสาเร็จในการดูชม
- เมื่อดูจบแลว้ ครูใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบ แตถ่ า้ นกั เรียนส่วนใหญย่ งั ไม่สามารถหาคาตอบได้ ครูควรใหน้ กั เรียนดูซ้าหลาย
รอบ ก่อนเฉลยคาตอบ
- ครูเฉลยคาตอบ โดยใหน้ กั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั โดยครูใหน้ กั เรียนบอกเหตผุ ลที่เลือก
เฉลยคาตอบ
1. Africa 2. sailor 3. wind 4. design 5. tall 6. team
2. กจิ กรรม After you watch: กจิ กรรม C ครูให้นกั เรียนทากิจกรรมหลงั ดูวิดีโอขอ้ C ดงั น้ี
- ครูทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบ Cloze test โดยให้นกั เรียนใช้เทคนิคการทาขอ้ สอบ Focus on words before and after a
gap
- ให้นกั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบท่ีอยหู่ นา้ ตวั เลือก โดยขดี เสน้ ใตก้ ากบั ไวแ้ ลว้ เลือกคาตอบ
- ครูตรวจสอบตวั ช้ีแนะคาตอบโดยให้นกั เรียนอ่านตวั ช้ีแนะคาตอบของทุกประโยค
- นกั เรียนลงมืออ่าน Cloze passage ขอ้ C ให้นกั เรียนคิดวิเคราะห์คาตอบ และเลือกคาตอบและนาคาตอบท่ีไดไ้ ป Discuss
and share กบั เพ่อื นในหอ้ ง ครูให้เวลานกั เรียน
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนบอกคาตอบพร้อมกนั
- ครูใหน้ กั เรียนไดด้ ูวิดีโอซ้าอกี คร้ังหน่ึงเพ่อื ตรวจสอบคาตอบ และปรับปรุงคาตอบ และเฉลยคาตอบ
1. first 2. windy 3. use เฉลยคำตอบ
5. special 6. enough 7. make 4. find
8. true
• Production
1. ครูใหน้ กั เรียนเขา้ แบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4-6 คนทากจิ กรรม Ideas Focus
2. ใหน้ กั เรียน Read aloud คาถาม และพูดบอกสิ่งที่ตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
3. ครูทบทวนคาถามและช้ีแนะวิธีคิดและเขียนคาตอบโดย Expaining why และให้เวลานกั เรียนทากิจกรรมน้ีอย่างอิสระ
โดยครูกาหนดเวลาสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
4. เม่ือครบกาหนดเวลาครูตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนกั เรียน 3-4 กลุ่มข้ึนมาใหค้ าตอบ ครูยอมรับทุกคาตอบท่ีให้เหตผุ ล
(Explaining why)
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
5. ครูสรุปบทเรียน ซักถามเพื่อประเมินความคิดเห็นและให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นต่อวิดีโอที่ดูในช่ัวโมงน้ีแนะนาให้
นกั เรียนดูชมสารคดี รายการให้ความรู้และคน้ ควา้ ศึกษาหาขอ้ มูลเพิ่มเติมจากสื่ออิเลกทรอนิกส์เพื่อขยายโลกทศั น์ และประโยชน์ในการ
แกไ้ ขปัญหา การดารงชีวิต การศึกษาตอ่ และการเลือกอาชีพ
6. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
วิธกี าร แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมนิ
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขยี น 18-20 ดีมาก
15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรยี น Close-up 3 Unit 2 เร่ือง The Place to Be กจิ กรรม A-C, Ideas Focus หน้า 28
สือ่ VCD Unit 2 เร่ือง One of a Kind
Time Out!
หน่วยการเรียนรู้ รหสั วชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ที่ 3
เวลา 14 ช่ัวโมง
3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ปี การศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1
ผู้สอน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายที่ฟังและอา่ น
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องที่ฟังและอ่าน
จากส่ือประเภทตา่ งๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง เรื่องต่างๆ ใกล้ตวั สถานการณ์ ข่าว เร่อื งท่ีอย่ใู นความสนใจของ
สังคมและส่ือสารอย่างต่อเน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพือ่ ขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่องที่ฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขยี นบรรยายความรู้สึกและความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตกุ ารณ์ พร้อมท้งั ให้เหตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/1 พดู และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์/เรื่อง/ประเดน็ ตา่ งๆที่อยใู่ นความสนใจของ
สงั คม
ต 1.3 ม.3/2 พูดและเขียนสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เร่ืองที่ไดจ้ ากการวเิ คราะห์เร่ือง/ขา่ ว/เหตกุ ารณ์/สถานการณ์
ที่อยใู่ นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเกี่ยวกบั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการ
ลาดบั คาตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 3.1 ม.3/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงที่เก่ียวขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อนื่ จากแหล่งการเรียนรู้และ
นาเสนอดว้ ยการพดู และการเขยี น
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ต 4.2 ม.3/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปความรู้/ขอ้ มลู ตา่ งๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้
ตา่ งๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับสำนวนภาษา โครงสร้างภาษา Conditionals: Zero & First, Gerund, Infinites, Prepositions กิจกรรมฝึกทักษะการ
คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การให้เหตุผล เรื่อง Time Out! สื่อสิ่งพิมพ์และส่ืออิเลกทรอนิกส์ทีม่ ีประสิทธภิ าพ ทักษะการเรียนภาษาทัง้ 4 ด้าน
ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการพดู ทกั ษะการอา่ น ทักษะการเขยี น และกระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ทำใหก้ ารสือ่ สารบรรลุ
เป้าหมายอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ผู้เรียนมีความสามารถ มีเจตคติทดี่ ีตอ่ ภาษาองั กฤษ
3. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
3.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
คำศัพท์ สำนวนภาษา โครงสร้างภาษาเกี่ยวกับกิจกรรมยามว่างที่มีความเป็นสากล (Free-time activities) ในบทอ่านประเภท
ต่างๆ ได้แก่ บทสนทนา (Conversations) บทความแฝงโฆษณา (Adverts/Advertorials) โฆษณา (Adverts/Ads./ Advertisements) บทความ
เรื่อง Hiking teens lucky to be alive งานเขียนที่เป็น e-mails, Notes, สำนวนภาษาและโครงสรา้ งภาษาที่ใช้พูดสนทนาเพื่อแสดงความเหน็
คิด การยอมรับ การปฏิเสธอย่างสุภาพ มีมารยาท ให้การแนะนำ (Suggesting) การชักชวน (Persuading) ประโยคเขียนให้ข้อข้อมูล
(Giving detailed information) โครงสร้าง Conditionals: Zero & First, Verb+noun Collocation, Gerunds, Infinitives, prepositions, Exam
Close-up และ Exam Tasks
3.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
ทักษะการเรียนภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน ทักษะกระบวนการคิด และทักษะกระบวนการ
สอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การสือ่ สาร
3.3 ด้านเจตคติ (Attitude/Desired Character)
มีความมน่ั ใจในการใชภ้ าษาองั กฤษในการส่ือสาร มีประสิทธิภาพในการสื่อความ ใชภ้ าษาองั กฤษอย่างมีมารยาทถูกตอ้ งตาม
กาลเทศะและบุคคล มีเหตผุ ล มีวิจารณญาณ
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสตั ย์ สุจริต มีวินยั ใฝ่ เรียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุง่ มนั่ ในการทางาน รักความเป็ นไทย มีจิตสาธารณะ
6. ภาระงาน/ชิน้ งาน
ให้นักเรียนพูดบรรยายภาพหนา้ ชั้นเรียน เลือกภาพตามความสนใจ มีความเหมาะสม มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Free-time activities เช่น
ดนตรี กีฬา การแสดงฯ หรือสถานทที่ ่องเที่ยวทีเ่ ปน็ แหล่งเรียนรู้ โดยประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะการใช้ภาษาทเี่ รียนมาใน Unit 3 จดั ทำเป็น
✓
รปู เล่มรายงาน
7. การวัดและประเมนิ ผล (ภาระงาน/ชิน้ งาน)
วิธีการ เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. ประเมิน แบบประเมนิ คุณภาพชิ้นงาน/ภาระงาน 18-20
คณุ ภาพ 15-17 ผลการประเมิน
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะ-การพดู คะแนน ผลการประเมิน
ทางการใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะ-การเขียน 18-20 ดีมาก
15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ความรู้และกิจกรรมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การให้เหตุผล ทักษะการเรียนภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด
การอ่าน และการเขียน เรื่อง Time Out! ประกอบด้วย บทสนทนา (conversations) บทความ (articles) บทความแฝงโฆษณา
(adverts/advertorials), e-mails, notes, Exam Close-up, Exam Tasks, สื่อรูปภาพ (pictures) สอ่ื วดิ ีโอ (video) ที่มีคำศพั ท์ สำนวน
ภาษาเกี่ยวกับ Free-time activities, hobby-related words โครงสร้างภาษา Conditionals: Zero & First, Gerund, Infinites,
Prepositions และกระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร เจตคติที่ดตี ่อภาษาองั กฤษ
9. ส่ือ/แหล่งเรียนรู้
• หนังสือเรยี น Close-up 3 Unit 3 เรอื่ ง Time Out! หน้า 31-42
• หนังสอื Workbook Close-up 3 Unit 3 เรอ่ื ง Time Out! หน้า 18-23
• Audio CD Track 3.1, 3.2, 3.3
• Video เรือ่ ง Mechanical Lizard Car หนา้ 42
10. กิจกรรมเสนอแนะ
นกั เรียนควรเตรียมพร้อมในการเรียนรู้เพอื่ เขา้ ใจเน้ือหาและกิจกรรมการเรียนการสอนง่ายข้นึ โดยศึกษาเน้ือหาล่วงหนา้ และ
ทบทวนหลงั จากเรียนเสร็จแลว้ ทกุ คร้ัง เพ่อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนให้ดีมีประสิทธิภาพและสูงข้นึ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง Reading 1: Adverts of Free-time Activities
รหัสวชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟังและ
อ่านจากสื่อประเภทตา่ งๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/2 พูดและเขยี นสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เรื่องที่ไดจ้ ากการวเิ คราะห์เร่ือง/ขา่ ว/เหตกุ ารณ์/สถาน-
การณ์ที่อยใู่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเก่ียวกบั ชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
อ่านสื่อประเภทบทความแฝงโฆษณา (Advert/Advertorial) เกี่ยวกับ Free-time activities แล้วจับใจความสาคัญ วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย และแสดงความคดิ เห็น โดยใชโ้ ครงสร้างภาษาที่กาหนดใหไ้ ดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้และกิจกรรมฝกึ ทกั ษะการคิด บทความแฝงโฆษณา (Advert/Advertorial) ท่ีมีคำศัพท์ สำนวนภาษา โครงสร้างภาษาเกย่ี วกบั
Free-time activities โดยผ่านการฝึกทักษะการอ่าน การเขียน และกระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ทำให้ผู้เรียนสามารถสื่อ
ความไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มนี ิสัยรกั การอ่าน มสี ุนทรียภาพในการอ่าน
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: circus skills, baking, robotics club, gardening club, origami, unicycle, tightrope, skills, confidence, to juggle, to
practice, to perform, to be into something
- Grammar: verb+noun collocations of Free-time activities โครงสร้างประโยคบอกเลา่ คาถาม และคาสง่ั
- Writing strategy: การกลา่ วอา้ งขอ้ ความ (Quotation)
- Reading strategy: Scanning reading
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสทิ ธภิ าพในการส่ือความ
- มีเหตุผล มีวจิ ารณญาณ
- ประยกุ ตใ์ ช้ภาษาอังกฤษเพ่อื การดำรงชวี ติ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงเรียนน้ีโดยใชร้ ูป C Singing Club ในหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 32 โดย
ครูใชป้ ระโยคคาสัง่ และประโยคคาถาม ดงั น้ี
ครู : Look at the four teenagers in picture C at the bottom of the page. Now answer the questions.
- What are they doing? (singing)
- Where are they? (In the studio/at the singing club/…)
- How are they feeling? (fun/happy/…)
- What about you? Can you sing? Do you love singing? (Yes/No/…)
• Pre-reading
1. ครูให้นักเรียนเปิ ดหนังสือ Close-up 3 หน้า 32 ครูสอนคาศพั ท์ในกิจกรรม A ได้แก่ circus skills, baking, robotics club,
singing, gardening club, origami โดย
- ใหน้ กั เรียนท้งั ช้นั ช่วยกนั อ่านออกเสียงคาศพั ทท์ ุกคาก่อน คาใดอา่ นไม่ไดใ้ หค้ รูช่วย
- หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียนจบั คคู่ าศพั ทก์ บั รูปภาพท้งั 6 รูปโดยเขยี นคาศพั ทใ์ ตร้ ูปภาพท่ีถูกตอ้ ง
- ครูเฉลยคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอา่ นคาตอบพร้อมกนั
เฉลยคำตอบ
1. gardening club 2. circus skills 3. origami 4. baking 5. singing 6. robotics club
2. ครูสอนคำศัพท์ใน Word Focus โดยยังไม่ต้องดูคำจำกัดความที่ให้มา ได้แก่ to be into something, to juggle, unicycle,
tightrope, to practice, skills, confidence, to perform ดงั น้ี
- ครเู ขียนคำศพั ทเ์ หลา่ น้ีบนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงดังพรอ้ มกัน ถา้ คำใดนกั เรยี นอ่านไม่ได้ให้ครูช่วยอ่านนำ
และนักเรียนอ่านตาม
- ครูใหน้ ักเรียนช่วยกันบอกความหมายโดยครใู หน้ ักเรียนบอกความหมายของคำท่ีนักเรียนร้จู ัก ถ้านกั เรยี นบอกความหมาย
ไม่ได้ ครใู ห้นักเรียนดูท่ี Word Focus และให้อ่านออกเสียงคำศัพทแ์ ละคำจำกัดความ วิธีนีจ้ ะช่วยใหน้ ักเรียนรู้ความหมายของคำศพั ท์มากข้ึน
ครูอาจใหค้ ำอธิบายเพม่ิ เตมิ บา้ ง
3. ครูให้นักเรียนตอบคาถามกิจกรรม B ครูอธิบายคาถามโดยให้นักเรียนสังเกตรูปกริยาท่ีใช้ เป็ นกิจกรรมตอบคาถามจาก
รูปภาพ ครูให้นกั เรียนจบั คู่ ผลดั กนั ถาม-ตอบเก่ียวกบั รูปภาพในกิจกรรม A โดยครูให้เวลา 3-5 นาทีในการทากิจกรรมน้ี (B)
นกั เรียน 1 : Which of the activities in A have you tried?
นกั เรียน 2 : I’ve tried/practiced/…………… .
นกั เรียน 1 : Which activity would you like to try in the future? Why?
นกั เรียน 2 : I’d like to try …………… because I think it’s …………… ./ …………… , etc.
4. ครูสังเกตการทากิจกรรม
5. เมื่อนกั เรียนส่วนใหญพ่ ร้อมแลว้ ครูสุ่มเลือกนกั เรียน 3-4 คขู่ ้ึนมาพดู เฉลยคาตอบ โดยครูใหค้ าแนะนาก่อนวา่ เวลาท่ีนกั เรียน
พูดใหม้ องหนา้ คู่สนทนาดว้ ย
6. ครูยอมรับทุกคาตอบโดยครูใหเ้ วลานกั เรียน Discuss คาตอบก่อนที่ครูจะสุ่มเลือกนกั เรียน 2-3 คู่ข้นึ มาใหค้ าตอบ
เฉลยคำตอบ (Suggested answer)
นักเรยี น 1 : Which of the activities in A have you tried?
นกั เรียน 2 : I’ve practiced origami.
นกั เรียน 1 : Which activity would you like to try in the future ? Why ?
นักเรียน 2 : I’d like to try circus skills such as juggling and walking the tightrope because I think
it’s exciting and challenging.
7. ครูให้นักเรียนตอบคาถามกิจกรรม C ครูอธิบายคาส่ังโดยบอกนกั เรียนว่า these adverts for clubs หมายถึง Advert A, B
และ C ให้นกั เรียนอ่านคาถามพร้อม Which one is the most expensive? ครูช้ีแนะวิธีคน้ หาขอ้ มลู เก่ียวกบั ราคาว่ามกั จะวางไวส้ ่วนทา้ ยของ
โฆษณา และสังเกตไดจ้ ากการใชส้ ัญลกั ษณ์ของ Money unit เช่น ดอลล่าร์ ปอนด์ บาท เป็นตน้ ครูให้เวลานกั เรียนอ่านเพื่อคน้ หาขอ้ มูล
เก่ียวกบั ราคา ครูเฉลยคาตอบ โดยใหน้ กั เรียนบอกคาตอบ คอื Advert C พร้อมกบั ให้เหตผุ ลประกอบดงั น้ี
ขอ้ มูลบอกราคาของ Advert แต่ละชิ้น มีปรากฏที่ตาแหน่งทา้ ยสุดของบทอ่านเป็นดงั น้ี
Advert A - £5 per session
Advert B - £10 per session
Advert C - It’s free!
เฉลยคำตอบ
B – the circus skills workshop is the most expensive.
หลงั ไดค้ าตอบแลว้ ครูอธิบายว่าการอ่านที่นกั เรียนทาไปแลว้ น้ี เป็นการอ่านอยา่ งมีจดุ ประสงค์ อ่านเพื่อคน้ หาขอ้ มูลที่เป็นราคา/ค่าใชจ้ า่ ย
การอ่านแบบน้ีท่ีเราใชเ้ สมอในชีวิตประจาวนั เรียกการอ่านแบบน้ีว่า Scanning reading
8. ครูให้ความรู้เกี่ยวกบั โครงสร้างภาษาและ Writing strategy ใน Advert/Advertorial (บทความแฝงโฆษณา) เพ่ือให้นกั เรียน
สามารถอ่านไดด้ ียิ่งข้ึน และมีสุนทรียภาพในการอ่าน ดงั น้ี
- What is an advert? บทความแฝงโฆษณา (Advert/Advertorial) เป็ นการโฆษณาโดยออ้ มที่แฝงอยู่ในบทความ ตามสื่อ
ส่ิงพิมพ์ เช่น นิตยสาร หนังสือพิมพ์ สานวนภาษาท่ีใชจ้ ะเขา้ ใจง่าย เพื่อดึงความสนใจของผูอ้ ่าน (to hook the readers) มีการให้ขอ้ มูล
เฉพาะ (คาศพั ท)์ เก่ียวกบั สินคา้ ผลิตภณั ฑ์ บริการ หรือกิจกรรม และนาเสนอประเดน็ สาคญั อยา่ งเป็นเอกภาพ (unity)
- How to read an advert? Advert/Advertorial (บทความแฝงโฆษณา) ใชโ้ ครงสร้างภาษา 3 รูปแบบ ไดแ้ ก่ 1.ประโยคบอก
เล่า เพื่อให้ขอ้ มูล 2. ประโยคคาถาม เพ่ือสื่อความแบบสะกิด กระตุน้ เตือนใจ ให้ฉุกคิด และ 3. ประโยคคาส่ัง เพ่ือแนะนาว่าควรทาอยา่ ง
น้นั ควรเลือกอยา่ งน้ีมากกว่า
- What writing strategy is used in an advert? เพ่ือให้ผูอ้ ่านเกิดความมั่นใจ แน่ใจในสินค้า บริการ กิจกรรมน้ันๆ (To
convince the readers) Advert/Advertorial (บทความแฝงโฆษณา) มีการอา้ งองิ ขอ้ ความ ไดแ้ ก่ การยกคาพดู คากลา่ วอา้ ง (Quotations) ของ
บุคคลอื่น เช่น บุคคลที่มีช่ือเสียง ลูกคา้ หรือบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง การอา้ งอิงมีรูปแบบที่ชดั เจน ง่ายแก่การสังเกต ขอ้ มูลที่ใชอ้ า้ งอิงจะ
เขียนคร่อมดว้ ยเคร่ืองหมายคาพดู (Quotation mark) นกั เรียนจะสังเกตไดง้ ่าย
• Practice
หลงั จากท่ีนกั เรียนไดร้ ับความรู้เกี่ยวกบั ความหมายและคาจากดั ความของคาศพั ท์ สานวน โครงสร้างประโยคเกี่ยวกบั Free-time
activities, Adverts, Reading strategy: การอา่ นแบบ Scanning และ Writing strategy ใน Adverts แลว้ ครูให้นกั เรียนทาแบบฝึกหดั กิจกรรม
D ในหนงั สือ และแบบฝึกหดั เพม่ิ เติมในใบงาน ดงั น้ี
1. กิจกรรม D ครูให้นกั เรียนอา่ นประโยคขอ้ 1-6 เพือ่ คน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบ แลว้ ขีดเสน้ ใตก้ ากบั ไว้ ครูใหน้ กั เรียนอา่ นตวั ช้ีแนะ
คาตอบของประโยคท่ี 1-6 ดงั น้ี
- ประโยคท่ี 1 ตวั ช้ีแนะคาตอบ ไดแ้ ก่ sports, strong arms
- ประโยคท่ี 2 ตวั ช้ีแนะคาตอบ ไดแ้ ก่ can program computer, science
- ประโยคท่ี 3 ตวั ช้ีแนะคาตอบ ไดแ้ ก่ lots of free tie to practice
- ประโยคที่ 4 ตวั ช้ีแนะคาตอบ ไดแ้ ก่ a famous pop star
- ประโยคที่ 5 ตวั ช้ีแนะคาตอบ ไดแ้ ก่ don’t want to do my own homework
- ประโยคท่ี 6 ตวั ช้ีแนะคาตอบ ไดแ้ ก่ musical
ให้นกั เรียนนาตวั ช้ีแนะคาตอบของแต่ละประโยคไปใชใ้ นการอ่านแบบ Scanning ใน Advert A, B และ C ครูเฉลยคาตอบ โดยใหน้ กั เรียน
มีส่วนร่วม โดยบอกวา่ ตอบอะไร และใหเ้ หตผุ ลว่าเพราะอะไรจึงตอบเช่นน้นั
เฉลยคำตอบ
1. B เหตผุ ล เพราะ “… I have a strong arm.”
2. A เหตุผล เพราะ “I can program computers …”
3. B เหตผุ ล เพราะ “I have lots of free time to practice a new hobby.”
4. C เหตผุ ล เพราะ “… to be a famous pop star.”
5. A เหตุผล เพราะ “I don’t want to do my own homework.”
6. C เหตผุ ล เพราะ “… the famous West End musicals.”
2. ให้นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เพม่ิ เติมในใบงาน ดงั น้ี
ใบงาน Unit 3 Time Out! แผนจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง Adverts of Free-Time Activities
1. What kinds of sentences are in each advert? ABC
Check (/) kinds of sentences in each advert:
- Affirmatives
- Questions
- Imperatives
- Quotations
2. How does the writer begin the ideas in each advertise?
3. How does the writer convince the readers?
4. Do you think which advert is the best one to be chosen? why?
5. Which advert relates to athletic skills?
6. Which advert relates to the invention?
7. Which advert relates to the entertainment?
• Production
ครูสรุปบทเรียนและเฉลยคาตอบใบงาน ดงั น้ี
1. What kinds of sentences are in each advert?
Check (/) kinds of sentences in each advert: AB C
/
- Affirmatives // /
/
- Questions // /
- Imperatives //
- Quotations //
2. How does the writer begin the ideas in each advertise?
- He begins the ideas in each advertise with questions or sentences of questioning.
3. How does the writer convince the readers?
- He convinces the readers by using quotations or sentences of quoting.
4. Do you think which advert is the best one to be chosen? why?
แนวทางการตอบ
I think advert C is the best one (to be chosen) because I like singing/it’s interesting/
It’s free./... หรือ
I think advert A is the best one (to be chosen) because I like robots/it’s interesting/
It’s great fun./… หรือ
I think advert B is the best one (to be chosen) because I like circus/it’s interesting/challenging
5. Which advert relates to athletic skills?
- advert B
6. Which advert relates to the invention?
- advert A
7. Which advert relates to the entertainment?
- advert C
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ ีการ 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 1 Time Out! เรื่อง Reading กิจกรรม A-D หนา้ 32-33
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง Time Out!
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง Reading 2: Personal Pronouns
รหสั วชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและ
อ่านจากส่ือประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขยี นสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เรื่องที่ไดจ้ ากการวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตกุ ารณ์/สถาน-
การณ์ที่อยใู่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเกี่ยวกบั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
พูดและเขียนโต้ตอบขอ้ มลู เกี่ยวกบั เรอื่ งต่างๆ ใกลต้ ัว เรอ่ื งทอ่ี ย่ใู นความสนใจของสงั คม และส่อื สารอย่างตอ่ เนอ่ื งและเหมาะสม
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับ connection (pronouns)/pronouns and noun to be replaced เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการใช้ภาษาและโครงสร้างใน
การสื่อสาร ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูล การเลื่อนไหลของข้อมูลมีความสอดคล้องและต่อเนื่อง ไม่เกิดความซ้ำซ้อน ทำให้การ
สื่อสารมีประสิทธิภาพ นักเรียนได้รับความรูโ้ ดยผ่านการฝึกทกั ษะเรียนภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และ
กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ทำให้การสื่อสารบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ ผู้เรียนมีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ
อยา่ งยงิ่ มีนสิ ัยรกั การอ่าน มีสุนทรยี ภาพในการอา่ น
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: circus skills, baking, robotics club, gardening club, origami, unicycle, tightrope, skills, confidence, to juggle, to
practice, to perform, to be into something
- Grammar: การใชค้ าสรรพนามแทนคานาม
- Writing strategy: การกลา่ วอา้ งขอ้ ความ (Quotation)
- Reading strategy: Scanning reading
4.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธภิ าพในการสอ่ื ความ
- มเี หตุผล มีวจิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนกั เรียนเข้าสู่บทเรยี นในชว่ั โมงเรียนนี้ โดยเขยี นประโยคคำถามบนกระดานและให้นักเรียนท้งั ชั้นอา่ น
ออกเสยี งดังๆ 2 ครัง้ ดังน้ี
Q: Where did you get those juggling balls?
2. ครใู ห้นกั เรียนคิดคำตอบและบอกคำตอบของคำถาม โดยครูเขียนทกุ คำตอบของนกั เรยี นบนกระดาน
3. ครูชี้นำโดยขีดเส้นใต้ those juggling balls เพื่อทำให้ทางเลือกของการตอบแคบลง นักเรียนคดิ คำตอบอย่างมีทศิ ทางเพื่อให้ได้
คำตอบที่มีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขี้น ครูให้ตัวเลอื กของคำตอบ ทำให้นักเรียนมีทิศทางในการตัดสินใจเลือกคำตอบ ได้คำตอบที่ชัดเจน
มากยง่ิ ขน้ึ และมีความเป็นไปได้ โดยครใู หต้ วั เลอื ก A, B, C คร้งั ละ 1 ตวั เลอื ก โดยทำตามขนั้ ตอน ดงั นี้
3.1 ครูเขียนตวั เลอื ก A บนกระดานและครถู ามนักเรยี นดงั นี้
A. I bought it online.
- ครูถามนักเรียนดงั น้ี Do you think A is the right answer for the question?
- นักเรียนใหค้ ำตอบ
- ครูนบั จำนวนนักเรียนท่ีให้คำตอบ โดยใช้คำถาม
Who says ‘Yes’? Show me your hand, please.
Who says ‘No’? Your hand, please.
- ครูสังเกตจำนวนนักเรียนที่ say ‘Yes’ ถ้ามีจำนวนน้อยกว่า say ‘No’? ดังนั้นก่อนที่จะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด ครู
ควรอธิบายเรื่อง Pronouns อย่างละเอียด พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและให้คำถามเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของ
นกั เรียน
3.2 ครูเพ่มิ ทางเลือกใหม่ใหแ้ กน่ กั เรียนโดยครูเขียนตัวเลือก B บนกระดานและครูถามนกั เรียนดงั นี้
B. My sister gave them to me.
- ครถู ามนกั เรียนดงั นี้ Do you think A is the right answer for the question?
- นักเรยี นใหค้ ำตอบ
- ครูนับจำนวนนกั เรยี นทใ่ี ห้คำตอบ โดยใช้คำถาม
Who says ‘Yes’? Show me your hand, please.
Who says ‘No’? Your hand, please.
- ครูสังเกตจำนวนนักเรียนที่ say ‘Yes’ ถ้ามีจำนวนมากกว่า say ‘No’? แสดงว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความเข้าใจเรื่อง
Pronouns แลว้
- ครูใหน้ กั เรียนบอกเหตผุ ลของการตัดสินใจเลือกคำตอบขอ้ B
- นกั เรียนให้เหตผุ ลถูกตอ้ ง โดยคำตอบทีถ่ ูกตอ้ งคอื ใช้ them แทนคำนามพหูพจนค์ ือ those juggling balls
ดังนั้น ก่อนที่จะให้นักเรียนทำแบบฝกึ หัดข้ออื่นๆ ครูควรทบทวนเรื่อง Pronouns สั้นๆ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบการทบทวน ครูรับรอง
คำตอบของนักเรยี นวา่ ขอ้ B ถูกต้อง และครูเขียนตัวเลอื ก C บนกระดาน C. I didn’t have any money. เพือ่ ให้นักเรยี นบอกเหตุผลว่าเพราะ
เหตุใดตัวเลือก C จึงไม่ถูกต้อง ทำให้นักเรียนเข้าใจการใช้ Pronouns อย่างชดั เจนยิง่ ข้ึน
• Practice
ครูสอนโครงสร้างภาษาเก่ียวกับการใช้คำสรรพนามแทนคำนาม ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับการใช้คำสรรพนามแทน
คำนาม ดังน้ี
1. ครใู ห้นกั เรียนเปดิ หนงั สือ Close-up 3 หน้า 33 ให้นักเรยี นทำกจิ กรรม ดงั นี้
1.1 กจิ กรรม E เปน็ ส่วนท่ีใหค้ ำอธบิ ายเพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจก่อนทำกจิ กรรม Exam Task โดยครสู อนดังน้ี
- ครูใหน้ ักเรยี นอ่าน Exam Close-up และครูอธิบายและให้ความร้เู รอื่ งเพ่มิ เติมโดยใช้ Work sheet/ใบความรแู้ ละใบ
งานเรือ่ ง Personal pronouns
- ครูใหข้ ้อมูลเพิม่ เตมิ เร่ืองการใช้ Personal pronouns ในประโยค โดยครูแบ่งเป็น Forms & Functions of Personal
pronouns และ Usages of Personal pronouns โดยครใู ห้คำสำคญั ในการใช้ Personal pronouns ไดแ้ ก่ บรุ ษุ พจน์ เพศ หน้าท่ี โดยใชใ้ บ
ความรเู้ รอ่ื ง Forms of Personal pronouns
ใบความรู้ เร่อื ง Forms of Personal pronouns
person Subject Object Possessive Possessive Reflexive pronoun
forms forms
forms adjective forms pronoun forms
1st I myself
We me my mine ourselves
us our ours yourself, yourselves
2nd You you your yours himself
3rd He him his his herself
her her hers
She It its -/its itself
It them their theirs themselves
They
เพือ่ ใหน้ ักเรยี นทงั้ ช้นั เขา้ ใจเรอ่ื ง Personal pronouns อยา่ งชัดเจน ครูใช้ใบงานเรอ่ื ง Personal pronouns Unit 3 Time Out! แผนจดั การเรียนรู้
ที่ 2 เรือ่ ง Personal pronouns โดยครูอธบิ ายคำสั่ง ชีแ้ นะวิธกี ารคิดคำตอบ และให้เวลานกั เรียนคิดและเขยี นคำตอบ ดังนี้
ใบงาน เรอื่ ง Personal pronouns
Complete the sentences with the correct forms of personal pronouns
1. My brother is a teacher. ………….. teaches English.
2. Mom is a dentist, …………. works in the hospital in the provincial area.
3. The sky is getting dark. …………. is going to rain.
4. Baby birds cannot fly. …………… mother has to feed them.
5. Ted and I are brothers. ………….. share ………….. bedroom together.
6. Olay isn´t well. Dad is taking ………….. to see the vet.
7. What are ………….. doing, Anita?
8. This is my friend, Katherine. …………… is a teacher.
9. Edward likes riding ………….. bicycle. I sometimes lend ………….. to …………. .
10. Steve, we are waiting for ……………... Are you coming with …………..?
เฉลยคำตอบ
1. He 2. she 3. It 4. Their 5. We, our 6. It 7. you 8. She 9. my, it, him 10. you, us
1.2 กิจกรรม F Exam Task Part 1 ครูอธิบายคำสั่ง ช้แี นะวิธกี ารคดิ คำตอบ และใหเ้ วลานกั เรียนคิดตดั สนิ ใจ เลอื กคำตอบ
มขี ัน้ ตอนดงั น้ี
- ครใู หน้ กั เรียนขีดเส้นใตค้ ำนามในประโยคคำถาม แล้วอ่านออกเสยี งคำนามทข่ี ีดเส้นใตพ้ ร้อมกัน
- นักเรียนตัดสินใจเลือกคำตอบ ถ้าเป็นห้องเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่อ่อนภาษาอังกฤษ ครูช่วยให้นักเรียนคิดเลือก
คำตอบโดยครอู ธบิ ายตวั เลือก
- ครูให้เวลานกั เรียนคดิ ตดั สินใจ เลอื กคำตอบ
- ครูเฉลยคำตอบ โดยให้นกั เรยี นอ่านคำตอบพร้อมกัน ครูรบั รองคำตอบถูก แกไ้ ขคำตอบผิด
เฉลยคาตอบ
1. B 2. B 3. A 4. C 5. B
1.3 กิจกรรม F Exam Task Part 2 เป็น conversation ระหว่าง Mark กับ Gary พูดคุยกันเรื่อง Circus skills workshop และ
กล่าวพาดพงิ ถงึ บุคคลท่ี 3 ในเชิงวิพากษว์ จิ ารณ์ performance ของ Nick โดยครูสอนด้วยวิธีการเชน่ เดียวกับกิจกรรม Exam Task Part 1 ครู
อธบิ ายคำส่ัง ช้แี นะวธิ ีการคดิ คำตอบ และให้เวลานักเรยี นคิดตดั สินใจเลือกคำตอบ มขี ้ันตอนดงั น้ี
- ครใู หน้ ักเรยี นขีดเส้นใตค้ ำนามในประโยคคำถาม แล้วอา่ นออกเสยี งคำนามท่ีขีดเส้นใต้พรอ้ มกัน
- นักเรียนตดั สนิ ใจเลอื กคำตอบ ถา้ เปน็ หอ้ งเรียนที่นักเรยี นส่วนใหญอ่ ่อนภาษาองั กฤษ ครูชว่ ยให้นักเรียนคดิ เลอื ก
คำตอบโดยครูอธบิ ายตวั เลือก
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนคดิ ตดั สนิ ใจ เลือกคำตอบ
- ครูเฉลยคำตอบ โดยให้นักเรยี นอา่ นคำตอบพร้อมกัน ครรู ับรองคำตอบถกู แกไ้ ขคำตอบผดิ
เฉลยคาตอบ
(6) B (7) B (8) A (9) C (10) B
1.4 กิจกรรม G ครอู ธบิ ายคำส่ังและใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสียง verbs ท่ีกำหนดใหเ้ ลือกไปเตมิ ในประโยคพรอ้ มกัน
- นักเรยี นบอกความหมายของ verbs ทีอ่ ่าน
- ครชู ี้แนะวิธกี ารคดิ คำตอบโดยใหน้ กั เรียนบอกวธิ ีคิดคำตอบว่าในการตดั สินใจว่าจะเลือกใช้ verb ตัวใด นกั เรียนต้องดู
ที่สว่ นไหนของประโยค อะไรเปน็ ตัวกำหนดคำตอบ เพราะอะไร
- นักเรยี นตอบว่าดูท่ีคำนามทต่ี ามหลังช่องวา่ งของทุกประโยค เพราะเป็น verb+noun collocations
- ครใู หน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งคำนามทีอ่ ยูห่ ลังชอ่ งวา่ งของทกุ ประโยคและช่วยกันบอกความหมาย
- ครูใหเ้ วลานกั เรยี นเขียนคำตอบและสนบั สนุนการคิดคำตอบของนักเรยี นท่ีเรียนออ่ นทำงานช้า
- ครเู ฉลยคำตอบโดยให้นักเรยี นบอกคำตอบพร้อมกัน
เฉลยคาตอบ
1. build 2. practice 3. make 4. solve 5. join 6. program
2. ครใู ห้นกั เรยี นเปดิ หนงั สอื Workbook Close-up 3 หนา้ 18 ให้นกั เรยี นปฏิบัติกจิ กรรม ดังน้ี
2.1 กิจกรรม A Exam Reminder เป็นส่วนที่ให้คำอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจก่อนทำกิจกรรม Exam Task ครูสอนและ
อธิบายชีแ้ นะวิธกี ารคิดคำตอบโดยยอ่ แล้วครใู ห้นกั เรียนทำกิจกรรม B Exam Task Part 1 ดังนี้
- ครใู ห้เวลานกั เรยี นอ่านคำถาม มองหาคำนามในคำนามเพ่ือใชเ้ ป็น ตวั ชีแ้ นะคำตอบในการตัดสินใจเลอื ตวั เลือกทด่ี ี
ที่สุด
- ครใู ห้นักเรียนขดี เสน้ ใตค้ ำนามในประโยคคำถาม แลว้ อา่ นออกเสยี งคำนามที่ขีดเส้นใตพ้ ร้อมกนั
- นกั เรียนตดั สนิ ใจเลือกคำตอบ ถา้ เปน็ ห้องเรยี นทีน่ ักเรยี นสว่ นใหญอ่ อ่ นภาษาองั กฤษ ครูช่วยใหน้ กั เรียนคิดเลอื ก
คำตอบโดยครูอธิบายตวั เลอื ก
- ครใู หเ้ วลานกั เรยี นคดิ ตัดสนิ ใจ เลือกคำตอบ
- ครูเฉลยคำตอบ โดยให้นักเรยี นอา่ นคำตอบพรอ้ มกนั ครรู บั รองคำตอบถูก แก้ไขคำตอบผดิ
เฉลยคาตอบ
1. c 2. b 3. b 4. a 5. b
2.2 กิจกรรม B Exam Task Part 2 เป็น conversation ระหวา่ ง Paula กบั Kelly พูดคุยกนั เร่อื ง Theatre performance ของ
Paula โดยครสู อนด้วยวธิ กี ารเชน่ เดียวกับกจิ กรรม Exam Task Part 1 ดังนี้
- ครูอธบิ ายคำส่ัง ช้ีแนะวธิ กี ารคดิ คำตอบ และใหเ้ วลานกั เรยี นคดิ ตดั สินใจ เลือกคำตอบ มขี ัน้ ตอนดงั นี้
- ครใู ห้นกั เรยี นขีดเสน้ ใต้คำนามในประโยคคำถาม แล้วอา่ นออกเสยี งคำนามท่ขี ีดเสน้ ใตพ้ ร้อมกนั
- นักเรียนตัดสินใจเลือกคำตอบ ถ้าเป็นห้องเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่อ่อนภาษาอังกฤษ ครูช่วยให้นักเรียนคิดเลือก
คำตอบโดยครูอธิบายตัวเลอื ก
- ครูให้เวลานักเรยี นคดิ ตดั สินใจ เลือกคำตอบ
- ครูเฉลยคำตอบ โดยใหน้ กั เรียนอา่ นคำตอบพรอ้ มกัน ครรู ับรองคำตอบถกู แก้ไขคำตอบผดิ
2.3 กิจกรรม C ครูให้นกั เรียน Read aloud บทควเาฉมลใยนคการตออบบแลว้ ให้นกั เรียนพิจารณาว่า กิจกรรม B Part 1 ขอ้ ใดกล่าวถึง
สถานที่ในบทความท(ี่อ6่า)นCโดย(ใ7ช)ห้Hลกั ก(า8ร)ทAบทว(น9ค) าEตอบ(1Ju0s)tFifying your answers
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนพดู บอกคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1, 3 และ 4
• Production
1. กจิ กรรม Ideas Focus ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาส่ัง และพูดบอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกจิ กรรมน้ี
- ครูทบทวนคาสงั่ แนะนา อธิบาย วธิ ีการตอบคาถามโดยใหน้ กั เรียน Explain why
- ให้นกั เรียนทากิจกรรมเป็นคู่ ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรมอยา่ งอสิ ระ ครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลอื และแกป้ ัญหา
- ครูสุ่มเลือกนกั เรียน 4-5 คู่ข้นึ มาพดู ใหค้ าตอบ ครูยอมรับทกุ คาตอบ และสรุปบทเรียน
2. กิจกรรม Expand Your Ideas ซ่ึงครู applied จากกิจกรรม A ดงั น้ี
- ให้นกั เรียนจบั คแู่ ตง่ ประโยค 2 ประโยค โดยประโยคแรกใหม้ ีส่วนประกอบของ noun อยา่ งนอ้ ย 2 คา และประโยคที่ 2 ให้
แทนท่ี noun ในประโยคแรกดว้ ย pronoun
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรม ครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูสุ่มเลือกนกั เรียน 4-5 คขู่ ้นึ มาพดู ใหค้ าตอบ ครูยอมรับทุกคาตอบ
- ครูสรุปบทเรียน
6. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธกี าร 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Reading กิจกรรม E-G หนา้ 33
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Reading กิจกรรม A-C หนา้ 18-19
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง Time Out!
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง Vocabulary 1: Hobbies
รหสั วชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและ
อา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ให้เหตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพ่ือขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรยี บเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเรอื่ งทฟ่ี ังหรืออา่ น
อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขยี นบรรยายความรสู้ กึ และความคดิ เห็นของตนเองเก่ยี วกับเรอื่ งตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตุการณ์ พรอ้ มทงั้ ให้เหตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
ฟังและอ่านสื่อประเภทต่างๆ เก่ียวกบั Hobbies แลว้ เลือก/ระบุหวั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น
โดยใชค้ าศพั ท์ สานวนภาษา โครงสร้างภาษาที่กาหนดใหไ้ ดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้ด้านคำศัพท์ สำนวนเกี่ยวกับ Hobbies และโครงสร้างภาษาในแบบฝึกหัด โดยผ่านการฝึกทักษะการอ่าน การเขียน และ
กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สาร ทำให้ผู้เรียนสามารถสื่อความได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีนิสัยรกั การอ่าน มีสุนทรียภาพในการ
อา่ น
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: tent, paint, guitar, camera, brushes, controller, selfie stick, instrument ,video game, sleeping bag, creative, boring,
exciting, relaxing, unusual, active
- Grammar: Adjectives for describing of hobbies/free-time activities, -verb+noun collocations of hobbies/free-time
activities
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสิทธภิ าพในการสื่อความ
- มเี หตุผล มีวจิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนกั เรียนเข้าส่บู ทเรยี นในชัว่ โมงเรียนนโ้ี ดยใชร้ ูปในหนังสือ Close-up 3 หน้า 34 และถามคำถามดงั นี้
- What activity are these people doing?
- Do you think where they are?
- Do they need a lot of things to do this activity?
- Have you ever done this activity?
2. นกั เรยี นทง้ั ช้นั ตอบคำถาม ครยู อมรบั ทุกคำตอบ
• Presentation
1. กิจกรรม A ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือ Close-up 3 หน้า 34 ครูสอน nouns เกี่ยวกับ hobbies และ equipmentได้แก่ tent,
paint, guitar, camera, brushes, controller, selfie stick, instrument, video game, sleeping bag เริ่มจากให้นักเรียนรู้จักคำอ่านและ
ความหมายพร้อมกนั ครูให้นักเรียนทั้งชั้นอ่านออกเสียงคำศัพท์ท่ีเป็นอปุ กรณ์ (equipment) พร้อมกับบอกความหมาย ซึ่งบางคำใช้การทับ
ศัพท์ เชน่ tent = เต็นท์
- เมื่อนักเรียนรู้ความหมายของคำศัพท์ครบหมดแล้ว ให้นักเรียนเลือกคำศัพท์ที่เป็นอุปกรณ์ (equipment) มาเติมในช่อง
hobby ในการทำกจิ กรรมดงั กล่าวนี้ นกั เรยี นต้องคิดแบบเชื่อมโยงว่า hobby แต่ละชนิดตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์อะไรบา้ ง
- ครเู ฉลยคำตอบ โดยให้นกั เรยี นอ่านคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. tent, sleeping bag 2. paint, brushes 3. controller, video game
4. camera, selfie stick 5. guitar, instrument
2. กิจกรรม B ครูให้นักเรียนเลือกคำศัพท์จากกิจกรรม A มาเติมในบทสนทนาที่เกี่ยวกับ hobbies /free-time activities ครู
ชแ้ี นะว่าในการตัดสินใจเลอื ก ให้นักเรยี นมองหาคำ/วล/ี ประโยคเปน็ ตัวกำหนดคำตอบ (Contextual clues) และขีดเสน้ ใต้คำเหล่านี้
- ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งของการเลอื กระบุคำ/วล/ี ประโยคเปน็ ตวั กำหนดคำตอบ (Contextual clues) โดยครใู ห้นกั เรยี นอา่ น
คำ/วล/ี ประโยคเป็นตวั กำหนดคำตอบ (Contextual clues) พรอ้ มกนั ถ้านักเรยี นตอบไม่ถกู ต้อง ครูเฉลย ดังนี้
1. play 2. cold 3. photo 4. blue, sky 5. played, I want to play, too!
- นักเรยี นเลือกคำตอบ โดยตัดสินใจจากคำ/วล/ี ประโยคเป็นตวั กำหนดคำตอบ (Contextual clues)
- ครเู ฉลยคำตอบ โดยใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันอ่านคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. guitar, instrument 2. sleeping bag, tent 3. camera, selfie stick
4. paint, brushes 5. video game, controller
3. กิจกรรม C ครูสอน Adjectives for describing of hobbies/free-time activities ได้แก่ creative, boring, exciting, relaxing,
unusual, active ดว้ ยวิธีการคล้ายกบั การสอน noun ในข้อ 1
- เรมิ่ จากให้นักเรียนรู้จักคำอา่ น ครใู ห้นกั เรยี นทัง้ ชั้นอ่านออกเสียงและบอกความหมายพร้อมกนั โดยครูช้ีแนะความหมาย
- ครูให้นักเรยี นจบั คทู่ ำกจิ กรรม โดยเลือก Adjective มาเตมิ ในประโยคทซี่ บั ซ้อนยง่ิ ขึน้ โดยครใู ห้นกั เรียนขีดเสน้ ใตค้ ำ วลี
หรอื ประโยคท่ีเป็นเหตผุ ลในการเลอื กคำตอบนัน้ ๆ
- นกั เรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบกับเพอื่ นต่างคู่ อธบิ ายและใหเ้ หตุผล ครเู ฉลยคำตอบโดยใหน้ กั เรียนมสี ว่ นรว่ มพร้อมทง้ั บอก
เหตผุ ลในการเลอื กคำตอบ
- ครูให้นักเรียนทั้งชั้นอ่านออกเสียงประโยคท่ี 1-6 พร้อมกันเพื่อให้นักเรียนอ่านเกี่ยวกับ hobbies แล้วใช้คำศัพท์ สำนวน
ภาษา โครงสร้างภาษาท่กี ำหนดให้ไดถ้ ูกต้องเหมาะสม
เฉลยคาตอบ
1. creative 2. active 3. exciting 4. boring 5. Relaxing 6. unusual
• Production
1. ครูให้นกั เรียนทากิจกรรม Expand your Ideas ซ่ึงครู applied จากกิจกรรม A ให้นักเรียนประยุกต์ใชค้ วามรู้ท่ีเรียนมาใน
ชว่ั โมงน้ีทากิจกรรม ครูอธิบายคาส่งั ช้ีแนะวิธีคดิ และการตอบคาถาม โดยใหน้ กั เรียน Discuss and share
2. ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสง่ั และพูดบอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกจิ กรรมน้ี
3. นกั เรียนตอบคาถามโดยใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้างประโยค Explaining Why or Why not /because
4. ครูให้เวลานกั เรียนทากิจกรรม ครู สงั เกต แนะนา ช่วยเหลือและแกป้ ัญหา
5. ครูยอมรับทกุ คาตอบท่ีมีเหตผุ ล
6. ครูตอบขอ้ ซกั ถามของนกั เรียน สรุปส่ิงที่เรียนในชว่ั โมงน้ี
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
วิธีการ แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรื่อง Vocabulary กิจกรรม A-C หนา้ 34
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง Vocabulary 2: Personal Pronouns
รหัสวชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ต 1.2 ม.3/5 พดู และเขียนบรรยายความรสู้ ึกและความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เรอ่ื งตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตกุ ารณ์ พร้อมท้ังให้เหตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิดตา่ งๆ และการ
ลาดบั คาตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พูดและเขียนโต้ตอบขอ้ มูลเกี่ยวกบั เร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ วั เร่อื งทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คมและส่ือสารอยา่ งตอ่ เนอ่ื งและเหมาะสม
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับ connection (pronouns)/pronouns and noun to be replaced เป็นพื้นฐานท่ีสำคัญในการใช้ภาษาและโครงสร้างใน
การสื่อสาร ทำให้เกิดความเช่ือมโยงระหว่างข้อมูล การเลื่อนไหลของข้อมูลมีความสอดคล้องและต่อเนื่อง ไม่เกิดความซ้ำซ้อน ทำให้การ
สื่อสารมีประสิทธิภาพ นักเรียนได้รับความรู้โดยผ่านการฝึกทักษะเรียนภาษาทั้ง 4 ด้าน การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และ
กระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร ทำให้การสื่อสารบรรลุผลตามวัตถปุ ระสงค์ ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีตอ่ ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ
อย่างยง่ิ มีนิสยั รกั การอ่าน มสี นุ ทรียภาพในการอา่ น
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: hiking, yoga, sailing, chess, athletics, table tennis
- Grammar: Verb-noun collocation เก่ียวกบั hobbies
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสิทธิภาพในการสอื่ ความ
- มีเหตผุ ล มวี ิจารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนักเรยี นเขา้ สบู่ ทเรยี นในชัว่ โมงเรียนนดี้ ้วยกริยา make, build, do โดยครูเขยี นบนกระดาน และให้
นกั เรยี นคิดหาคำนามมาตอ่ ท้ายคำกรยิ าท้ัง 3 ตัวนี้
make + noun?
build + noun?
do + noun?
2. นกั เรยี นบอกคำตอบอย่างหลากหลาย
3. ครูเขยี น 3 ประโยคต่อไปนบ้ี นกระดานให้นักเรยี นเลือกใชก้ รยิ าท้ัง 3 ตวั มาเตมิ ในประโยค ดงั นี้
- I don’t want to ………. my homework but I want to ………. a telephone call.
- Do you want to ………. new friends and ………. your confidence ?
- My family plans to ………. business in Vietnam.
4. นกั เรยี นบอกคำตอบอย่างหลากหลาย
5. ครูชแ้ี จงวา่ การใชค้ ำกริยาบางตัวร่วมกบั คำนามบางตวั เปน็ ลักษณะทางภาษาเรียกวา่ การปรากฏรว่ มของคำในภาษาอังกฤษ
เรยี กวา่ Collocation ซ่งึ เปน็ เรอ่ื งที่จะเรียนในชว่ั โมงนี้
• Presentation
1. ครูอธิบายความหมายของ Collocation พรอ้ มท้ังยกตัวอยา่ งประกอบ
Collocation = a word or phrase that is often used with another word or phrase, in a way that sounds correct to people who
have spoken the language all their lives, but might not be expected from the meaning.
2. ครูเขยี นประโยคตวั อย่างท่ีมี verb+noun collocations บนกระดาน ไดแ้ ก่
- I can program computer and I love science.
- I don’t want to do my homework but I want to make a telephone call.
- Do you want to make new friends and build your confidence?
- My family plans to do business in Vietnam.
3. ครูให้นักเรียนรู้จัก verb+noun collocations โดยให้นักเรียนทั้งชั้น อ่าน verb+noun collocations ของแต่ละประโยคและครู
ขีดเส้นใต้ verb+noun collocations ตามท่นี ักเรยี นบอก ครูอธบิ ายเพิม่ เติมให้นกั เรียนเข้าใจตรงกัน
4. ครูสอน verb+ noun collocations โดยใชก้ ิจกรรม D และ E ในหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 34-35 ดงั น้ี
- ครูให้นักเรียนศึกษา/อ่านในใจประโยคข้อ 1-6 และขีดเส้นใต้ verb+noun collocations แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียง
verb+noun collocations ของแตล่ ะประโยค
- ครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน ดงั นี้
1. go hiking 2. do yoga 3. go sailing 4. playing chess 5. do athletics 6. play table tennis
- ครขู ดี เส้นใต้คำกรยิ า go, do, play ในแตล่ ะขอ้
- ให้นกั เรยี นทัง้ ช้นั สรปุ การใช้ go, do, play ในประโยคทง้ั 6 และเพมิ่ เตมิ คำตอบโดยหาคำนามอืน่ ๆ มาเตมิ ดงั นี้
- go + hiking/sailing/ ...
- do + yoga/athletics/ …
- play + chess/table tennis/ ...
- ครใู ห้เวลานักเรียนคดิ เมือ่ นกั เรยี นคิดออกแล้วใหอ้ อกมาเขียนบนกระดาน
- ครตู งั้ คำถามใหน้ กั เรยี นระดมสมองคิดหาคำตอบ โดยครถู ามดังน้ี
Q1: นักเรยี นคดิ วา่ go hiking, go sailing จะใชก้ รยิ า do หรือ play แทนได้หรอื ไม่ เพราะอะไร
Q2: นักเรียนคดิ ว่า do yoga, do athletics จะใชก้ รยิ า go หรือ play แทนไดห้ รือไม่ เพราะอะไร
Q3: นักเรียนคดิ วา่ play(ing) chess, play table tennis จะใช้กรยิ า go หรอื do แทนไดห้ รอื ไม่ เพราะอะไร
- นักเรยี นใหค้ ำตอบว่า ใช้แทนกนั ไมไ่ ด้ เพราะเปน็ คำทต่ี ้องใชร้ ว่ มกัน verb+noun collocations
- ครูสนับสนุนคำตอบและเหตุผลของนักเรียนใช้แทนกันไมไ่ ด้เพราะเป็นคำที่ต้องใช้ร่วมกนั โดยครูสรุปการใชก้ ริยา do, go,
play ดงั นี้
- go + free-time activities ending with -ing
- do + free-time activities which can do individual
- play + free-time activities of which cannot do individual but to play in group or team
- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่านักเรียนจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมตัวอย่างอื่นๆ ของ verb ตัวอื่นๆ ท่ีใช้ร่วมกับ noun บางตัว นอกจากน้ี
นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Collocations ชนิดอื่นๆ ต่อไป เช่น collocations of verb + preposition, collocations of noun+noun,
collocations of adjective + adverb เปน็ ตน้ เมอ่ื เหน็ ว่านักเรียนส่วนใหญ่เข้าใจ verb+noun collocations แล้ว ครใู หน้ ักเรียนทำกจิ กรรม
• Practice
ครใู หน้ ักเรียนทำกิจกรรมเร่อื ง verb+noun collocations ในหนงั สอื Close-up 3 หน้า 34-35 ดังนี้
1. กจิ กรรม D ครอู ธบิ ายคำส่ัง และใหน้ กั เรยี นอา่ นประโยคที่ 1-6 แล้วจับคู่ประโยคกบั รปู ภาพ A-F ครเู ฉลยคำตอบโดยให้
นกั เรียนบอกคำตอบพรอ้ มกัน
เฉลยคาตอบ
1. B 2. D 3. E 4. C 5. A 6. F
2. กิจกรรม E ครอู ธบิ ายคำสั่งและใหน้ กั เรยี นนำคำในกิจกรรม D ทใ่ี ชต้ ัวหนา (คำนาม/กรยิ า+ing) ไปเตมิ หลงั กรยิ า go, do,
play ครเู ฉลยคำตอบโดยใหน้ ักเรียนบอกคำตอบพรอ้ มกัน
เฉลยคาตอบ
- go hiking, sailing - do yoga, athletics - play chess, table tennis
3. ครใู หน้ กั เรียนเปิดหนงั สอื Workbook Close-up 3 หนา้ 19 นกั เรียนปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดงั น้ี
3.1 กจิ กรรม A ครทู บทวนคำศพั ทเ์ ก่ยี วกับ hobbies และ equipment นักเรยี น Read aloud คำศพั ท์ แล้วใหน้ ักเรียนจดั แยก
คำศพั ท์ตามทก่ี ำหนดให้ ครเู ฉลยคำตอบ
Outside เฉลยคาตอบ
brushes Inside
camera brushes
camping camera
guitar controller
photography gaming
sleeping bag guitar
tent photography
video game
3.2 กิจกรรม B ให้นกั เรียนอา่ นคำศพั ทท์ เี่ ป็นตัวเลอื กและบอกความหมาย นักเรียนอาจไมร่ คู้ วามหมายของตวั เลือกทกุ ตวั ดังนั้น
จึงให้นักเรยี นสบื ค้นความหมายของตัวเลือกบางตวั กอ่ น
- ครูชแ้ี นะวิธคี ิดคำตอบโดยให้นักเรียนคน้ หาตัวช้ีแนะคำตอบทีอ่ ยหู่ นา้ และหลงั ตัวเลอื ก
- นกั เรียนคน้ หาตวั ชแ้ี นะคำตอบและใชต้ วั ชีแ้ นะคำตอบดังกลา่ วน้ไี ปใชใ้ นการตดั สนิ ใจเลอื กคำตอบทถ่ี ูกตอ้ ง
- ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ ักเรยี นอ่านคำตอบพร้อมกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. tent 2. video game 3. photography 4. guitar 5. brush 6. paint
3.3 กิจกรรม D ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมเปน็ คู่ ครูอธบิ ายกจิ กรรม Cloze dialogue
- ครูทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบ Cloze test โดยใหน้ กั เรียน Focus on words before and after a gap
- ใหน้ กั เรียนคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบที่อยหู่ นา้ และหลงั ช่องว่าง โดยขดี เส้นใตก้ ากบั ไว้
- ครูตรวจสอบตวั ช้ีแนะคาตอบ โดยใหน้ กั เรียนอ่านตวั ช้ีแนะคาตอบของทุกประโยค
- ให้นกั เรียนนาตวั ช้ีแนะคาตอบดงั กลา่ วน้ีไปใชใ้ นการตดั สินใจเลอื กคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนคน้ หา คิดวิเคราะห์ ไตร่ตรอง และใหค้ าตอบ
- ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ กั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
(1) active (2) exciting (3) creative (4) relaxing (5) boring (6) unusual
3.4 กจิ กรรม E ใหน้ กั เรียนอา่ นคำศพั ท์ทีเ่ ป็นตวั เลอื กและบอกความหมาย นักเรยี นอาจไมร่ ู้ความหมายของตัวเลือกทกุ ตัว ดงั น้ัน
จงึ ให้นกั เรยี นสืบคน้ ความหมายของตวั เลอื กบางตัวกอ่ น
- ครชู ้ีแนะวิธคี ิดคำตอบโดยให้นกั เรียนค้นหาตัวช้ีแนะคำตอบที่อย่หู นา้ และหลงั ตัวเลือก
- นักเรยี นคน้ หาตัวชี้แนะคำตอบและใชต้ วั ชี้แนะคำตอบดังกล่าวนี้ไปใชใ้ นการตดั สินใจเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้อง
- ครตู รวจสอบความถูกตอ้ งโดยให้นักเรยี นอา่ นคำตอบพร้อมกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. chess 2. sailing 3. yoga 4. athletics 5. table tennis 6. hiking
• Production
1. ครูให้นกั เรียนทากิจกรรม Ideas Focus ให้นกั เรียนจบั คู่ ประยุกต์ใชค้ วามรู้ที่เรียนมาในชวั่ โมงน้ีทากิจกรรม ครูอธิบายคาสง่ั
ช้ีแนะวิธีคิด และการตอบคาถาม โดยให้นกั เรียน Discuss and share
2. ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสง่ั และพูดบอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
3. นกั เรียนตอบคาถามโดยใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้างประโยค Explaining Why or Why not/because
4. ครูทบทวนการใช้ verb+noun collocations ครูให้เวลานกั เรียนทากิจกรรม ครู สังเกต แนะนา ช่วยเหลือและแกป้ ัญหา ถา้
เวลาไมพ่ อใหน้ กั เรียนทาต่อเป็นการบา้ นและนามาส่งในวนั ต่อไป
5. ครูยอมรับทุกคาตอบท่ีมีเหตผุ ล
6. ครูตอบขอ้ ซกั ถามของนกั เรียน สรุปส่ิงที่เรียนในชว่ั โมงน้ี
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
6. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ กี าร 15-17 ผลการประเมนิ
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Vocabulary กิจกรรม D-E หนา้ 34-35
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Vocabulary กิจกรรม A-B, D-E หนา้ 19-20
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง Vocabulary 3: Prepositions
รหัสวิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหวั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและอ่าน
จากส่ือประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตุการณ์/เรื่อง/ประเดน็ ต่างๆที่อยใู่ นความสนใจของ
สงั คม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
ฟัง พูดบทสนทนาส้ันๆ เกี่ยวกบั เรื่อง Free-time activities อ่านและเขียนเก่ียวกบั เร่ือง Hiking teens lucky to be alive! แลว้ จบั
ใจความสาคญั และแสดงความคิดเห็นโดยใช้คาศพั ท์ สานวนภาษาท่ีมี Prepositions และโครงสร้างภาษา ที่กาหนดให้อย่างถูกตอ้ งและ
เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกบั คำศพั ท์ สำนวนภาษาทม่ี ี Prepositions และโครงสร้างภาษาจากการฝึกทกั ษะการเรียนภาษาทัง้ 4 ดา้ น ได้แก่การฟงั
การพูด การอา่ น และการเขยี น โดยใช้กระบวนการสอนภาษาเพื่อการส่ือสาร ทำใหก้ ารส่อื สารบรรลผุ ลตามวตั ถปุ ระสงค์ ผู้เรียนมีเจตคติที่ดี
ต่อภาษาอังกฤษ มีนสิ ัยรกั การอ่าน
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Prepositions
- Reading strategy: Scanning reading and Skimming reading
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธิภาพในการสอ่ื ความ
- มีเหตผุ ล มวี ิจารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนักเรียนเขา้ ส่บู ทเรยี นในชว่ั โมงเรยี นน้โี ดยใช้บทสนทนาท่ี 1 และ 7 ในกจิ กรรม F ในหนงั สอื Close-up 3
หนา้ 35 ครเู ขียนบนกระดาน แล้วใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบ ดงั นี้
1. A: What do you like to do in / on your free time?
B: I’m a big fan in / of chess.
7. A: What do you usually do at / for the weekend?
B: I’m involved in / to a youth club so I go there.
2. นักเรยี นเลือกคำตอบ โดยอา่ นท้ังประโยค เพื่อดูว่ามคี ำตอบขอ้ ใดท่ีนกั เรียนเลอื กไม่ตรงกัน
3. ครเู ฉลยคำตอบ
• Presentation
1. ครูอธบิ ายพรอ้ มท้ังยกตวั อยา่ งประกอบวา่ Prepositions ใช้ตามหลัง verb, adjectives, nouns โดยการจะเลอื กใช้prepositions
ตัวใดข้นึ อยู่กับคำทน่ี ำหนา้ และ/หรอื คำที่ตามหลัง Prepositions ตัวอย่างเช่น
- See you on / in Monday. เลอื กใช้ on เพราะคำทต่ี ามหลงั มาคอื Monday ใช้ prepositions on กบั ชอ่ื วนั
- Listen to the announcement. เลือกใช้ to เพราะคำกรยิ าท่ีนำหน้าคอื listen ใช้ prepositions to กบั กริยาlisten
- Vegetable is good for you health. เลอื กใช้ for เพราะ adjective ทนี่ ำหน้าคือ good และคำนามตามหลังมาคือ health
- You should be arrive at the aiport at 6. / around 6. / before 6. /after 6. ในประโยคมี prepositions 2 ตัว คือ ตัวแรก
เป็นของกริยา arrive เพื่อกล่าวถึงการมาถึงหรือไปถึงสถานที่ต่างๆ และตัวท่ี 2 เป็นของคำบอกเวลา six o’clock ซึ่งใช้ prepositions at กับ
การระบุเวลา
- Police use dogs to search for them. เลือกใช้ for เพราะคำกรยิ าทีน่ ำหนา้ คอื to search ใช้ prepositions for กบั กริยา search
เป็นต้น
2. ครูชี้แจงว่าจากตัวอย่างนี้ การเรียนการสอนเรื่อง prepositions จึงต้องเริ่มด้วยให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อน แล้วครูอธิบาย
คำตอบ ครใู ห้นกั เรยี นเปดิ หนังสือ Close-up 3 หน้า 35 ใหน้ กั เรยี นจับค่ทู ำแบบฝกึ หดั ในบทสนทนากิจกรรม F
3. ครูแนะวิธีการหาคำตอบว่า ก่อนเลือกคำตอบ ให้นักเรียนอ่านทีละประโยค แล้วขีดเส้นใต้คำที่อยู่หน้าและหลังช่องว่างซ่ึง
เรยี กว่า บริบทหรือตัวชแ้ี นะคำตอบ เพือ่ ใชเ้ ป็นเหตุผลในการตัดสนิ ใจเลือกคำตอบ
4. ครูให้เวลานักเรียนคิดหาคำตอบ หลงั จากนัน้ ครูจึงช่วยเพมิ่ ความชัดเจนในการเลอื กคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. in 2. of 3. How about 4. about 5. in 6. on
7. at 8. in 9. have 10. Into 11. on 12. can’t
• Practice
1. กจิ กรรม G ครใู ห้นกั เรยี น Read aloud Exam Close-up
- ให้นักเรียนอา่ นบทความใน Exam Task แล้วขีดเส้นใต้คำกอ่ น-หลังชอ่ งว่างที่ช่วยบอก preposition ที่จะใช้ แล้วให้นกั เรียน
ชว่ ยกนั คิดเติม preposition ลงในช่องว่าง
- ใหเ้ วลานกั เรยี น 1 นาที ในการทำกิจกรรมนี้ จากน้ันใหน้ กั เรียนตรวจคำตอบกบั ค่ขู องตน ก่อนทำกจิ กรรม H
2. กจิ กรรม H นักเรยี นจับคู่อา่ นบทความเรือ่ ง Hiking teens lucky to be alive! ให้เลือกคำตอบจาก 3 ตวั เลอื ก
- นักเรียนใช้เวลาอ่านเพื่อค้นหาตัวชี้แนะคำตอบระยะหนึ่ง หลังจากนั้นให้นักเรียนอ่านออกเสียงบริบทที่ตัวชี้แนะคำตอบ
พรอ้ มกนั ดังๆ โดยครชู ่วยเพม่ิ เติมคำตอบให้ครอบคลมุ
- หลงั จากที่ได้ตัวชแี้ นะคำตอบท่ถี ูกต้องและครอบคลุมแล้ว นักเรียนเลอื กคำตอบตามกระบวนการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์อย่าง
มีเหตผุ ล ครูสังเกตและตอบข้อซักถามที่อาจมีระหวา่ งการทำกจิ กรรม
- เมื่อเลือกคำตอบจนครบทุกข้อแล้ว นักเรียนและเพื่อนช่วยกันอ่านเพื่อทบทวนคำตอบและมีการเปรียบเทียบคำตอบกับ
เพื่อนต่างคกู่ ่อนการเฉลยคำตอบ
- ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยเฉลยคำตอบโดยอา่ นดงั ๆ ทลี ะข้อ ครยู ืนยนั คำตอบถูกและแก้ไขคำตอบผดิ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ล
เฉลยคาตอบ
(1) B (2) A (3) C (4) A (5) C (6) A (7) C (8) A