• Production
1. ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Workbook Close-up 3 หนา้ 19 ใหน้ กั เรียนทากจิ กรรม C
- ครูให้นกั เรียน Read aloud คาสง่ั และพูดบอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ให้นกั เรียนอ่านคาศพั ทท์ ี่เป็นตวั เลือกและเลือกคาตอบ
- ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งโดยใหน้ กั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. in 2. on 3. about 4. for 5. into 6. had
2. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือ Workbook Close-up 3 หน้า 20 ให้นักเรียนทำกิจกรรม F Exam Task เรื่อง A kid at heart อ่าน
เน้ือเรอื่ งแล้วเลอื ก prepositions
- ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งโดยให้นกั เรียนอา่ นคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
(1) b (2) a (3) b (4) a (5) c (6) a (7) c (8) c
6. การวัดและประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธกี าร 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Vocabulary กิจกรรม F-H หนา้ 35
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Vocabulary กิจกรรม C, F หนา้ 19-20
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Time Out!
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เร่ือง Grammar 1: Conditionals Zero & First
รหัสวิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายที่ฟังและอา่ น
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
อา่ น/ฟังประโยคและบทอา่ นที่มีโครงสร้าง Zero Conditionals และ First Conditionals แลว้ เขียนสื่อความโดยใชโ้ ครงสร้างภาษา
ที่กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง Zero Conditionals และ First Conditionals กระบวนการฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่การฟัง
การพดู การอ่าน และการเขียน โดยใชก้ ระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร ทำให้ผเู้ รียนสื่อสารไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ มีเจตคติท่ีดี
ตอ่ การเรยี นภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Zero Conditionals และ First Conditionals
4.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสทิ ธภิ าพในการส่อื ความ
- มเี หตผุ ล มีวิจารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ีโดยครูเขียนประโยคตอ่ ไปน้ีบนกระดาน โดยครูขดี เส้นใตป้ ระโยคที่
นาดว้ ย If แลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงดงั ๆ พร้อมกนั 2 คร้ัง
- If you have a smart phone, you don’t need a camera.
- If you go camping, you’ll need a tent.
2. ครูให้นกั เรียนสงั เกตรูปกริยาในประโยคท่ีมี If นาหนา้ (ซ่ึงตอ่ ไปจะเรียกวา่ If clause) กบั ประโยคท่ีไม่มี If นาหนา้ (ซ่ึง
ตอ่ ไปจะเรียกวา่ Main clause) โดยครูถามนกั เรียนวา่ กริยาของประโยคท่ี 1 และประโยคที่ 2 เหมือนกนั หรือไม่ เพราะอะไร
• Presentation
1. ครูสอนโครงสร้างประโยค Conditional sentence ชนิด Zero conditionals และ First conditionals โดยเร่ิมต้นด้วยการให้
นกั เรียนรู้จกั และจดจาโครงสร้างให้ไดก้ ่อน ดงั น้ี
2. ให้นกั เรียนดูประโยคบนกระดานแลว้ ช่วยกนั เขยี นสรุปโครงสร้างตามรูปกริยาในประโยค ไดค้ าตอบ ดงั น้ี
- If you have a smart phone, you don’t need a camera.
= If + present simple, + present simple
- If you go camping, you’ll need a tent.
= If + present simple, + future simple
3. ครูอธิบายวา่ ท้งั 2 ประโยคเป็น Conditional sentences/If clause ตา่ งชนิดกนั
4. ครูสอนเร่ือง Zero conditionals และ First conditionals ซ่ึงต่อไปน้ีจะเรียกวา่ If clause อยา่ งมีข้นั ตอน เพอื่ ให้นกั เรียนเขา้ ใจ
งา่ ยและจดจาไดด้ ี ครูกาหนดประเด็นการอธิบายเป็น 4 ประเดน็ ไดแ้ ก่ 1. Forms 2. Positions 3. Functions 4. Options โดยในระหวา่ งท่คี รู
สอน/อธิบาย นกั เรียนสามารถซกั ถามไดแ้ ละครูตอบขอ้ สงสยั จนนกั เรียนเขา้ ใจแลว้ จึงสอนตอ่ ตามข้นั ตอน ดงั น้ี
4.1 Forms / Tenses of If clause
Form of Zero Conditionals: If + present simple, + present simple
สังเกตที่ If clause และ main clause เป็น Present simple เหมือนกนั ตวั อยา่ งเช่น If you buy this book, you get a free CD.
Form of First Conditionals: If + present simple, + future simple
สังเกตท่ี If clause เป็ น Present simple และ main clause เป็ น Future simple ตัวอย่างเช่น If you practice hard, you will be a good guitar
player.
Tense ใน If clause จะเป็ นตวั กาหนด Tense ใน main clause เสมอ ดงั น้นั ถา้ Tense ใน If clause เปลี่ยน จะทาให้ Tense
ใน main clause เปล่ียนแปลงตามดว้ ย
4.2 Positions of If clause ตาแหน่งของ If clause และ main clause สามารถสลบั ตาแหน่งกนั ไดด้ งั น้ี
1) If clause + main clause เม่ือ If clause นาหน้า main clause ตอ้ งมีเครื่องหมาย comma ( , ) คนั่ กลางเสมอ เพราะไม่
มีตวั เชื่อมตวั อยา่ งเช่น If you have a smart phone , you don’t need a camera.
2) Main clause + if clauses เมื่อ If clause ตามหลงั main clause ไม่มีเคร่ืองหมาย comma ( , ) คน่ั กลาง เพราะใช้ if
เป็นตวั เช่ือมตวั อยา่ งเช่น You don’t need a camera if you have a smart phone.
4.3 Functions/Usages and meanings of If clause
1) Zero Conditionals (If + present simple, + present simple) ใชเ้ มื่อผลลพั ธ์เกิดข้ึนเสมอตามเงื่อนไขน้นั เรียกว่า เป็นจริง
เสมอตามหลกั เหตุผล (Always real) เป็นการต้งั เงื่อนไขกบั ส่ิงท่ีเป็นกฎเกณฑ์ กฎหมาย กฎระเบียบ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ผลการทดลอง
ตามหลกั วทิ ยาศาสตร์ หลกั ตรรกศาสตร์ เป็นตน้ ตวั อยา่ งเช่น If water boils, it changes into vapor.
2) First Conditionals (If + present simple, + future simple) ใชเ้ มื่อผลลพั ธ์มีโอกาสจะเกิดข้ึนไดต้ ามเง่ือนไขน้นั เรียกว่า
อาจจะเป็ นไปได้ (Possible real หรือ Future possible) เป็ นการต้ังเงื่อนไขกบั ส่ิงที่คาดการณ์/เหตุการณ์ในอนาคตซ่ึงผลลพั ธ์อาจมีการ
เปล่ียนแปลง ตวั อยา่ งเช่น If you go camping, you will need a sleeping bag.
การเลือกใช้ If clause ชนิดใดข้ึนอย่กู บั ผลลพั ธ์ของสถานการณ์ เช่น ถา้ ทาตามเงื่อนไขน้ี ผลลพั ธ์เป็นจริงเสมอ (always
real) หรืออาจจะเป็นอยา่ งน้นั ในอนาคต (possible real)
4.4 Options of If clause If clause มีขอ้ กาหนดอยา่ งอื่นเพิม่ เติมท่ีเป็นทางเลือก ซ่ึงจะเลือกใชห้ รือไม่ใชก้ ็ได้ ไดแ้ ก่
- การใช้ When แทน If ใน Zero Conditionals ตวั อยา่ งเช่น If/When water boils, it changes into vapor.
- การใช้ can, could, may, might แทน will ใน First Conditionals ตวั อย่างเช่น If you go camping, you will/may need a
sleeping bag.
5. ครูใหน้ กั เรียนศึกษารายละเอียดเพ่มิ เติมเก่ียวกบั วิธีใชแ้ ละตวั อยา่ งของ If clause ท้งั 2 ชนิดจากหนงั สือ Close-up 3
Grammar reference หนา้ 110 ขอ้ 3.1 และ 3.2 โดยครูอธิบายตวั อยา่ งและตอบขอ้ ซกั ถามของนกั เรียน
6. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน โดยให้นกั เรียนทุกคนช่วยกนั พูดสรุปเกี่ยวกบั Conditionals/If clause และครูช่วย
เสริม
• Practice
1. ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 36 ให้นกั เรียนทากิจกรรม A, B, C, D แลว้ เฉลยคาตอบพร้อมกนั โดยทาดงั น้ี
กิจกรรม A, C ใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใต้ verb ของ If clause และ main clause
กิจกรรม B ใหน้ กั เรียนขดี เสน้ ใตต้ วั เลือกท่ีเป็นคาตอบถูก (มี 2 ตวั เลือก)
กิจกรรม D ให้นกั เรียนวนิ ิจฉยั วา่ ประโยคต่อไปน้ีถูกตอ้ ง (True/T) หรือไม่ถูกตอ้ ง (False/F) โดยเขียน T/F ในช่อง
เฉลยคาตอบ
กจิ กรรม A
a. have, don’t need b. buy, get
กจิ กรรม B
1. present simple 2. comma 3. facts 4. when
กิจกรรม C
a. go, ’ll need b. practice, ’ll be c. ’ll find, don’t have
กจิ กรรม D
1. F 2. T 3. F 4. T
2. ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรม E ถา้ หมดเวลาแลว้ นกั เรียนยงั ทาไมเ่ สร็จ ให้ทาเป็นการบา้ น แลว้ นามาส่งในวนั พรุ่งน้ี (ครูกาหนด
นดั หมายให้นกั เรียนส่งการบา้ นในวนั ถดั ไปทุกคร้ัง ยกเวน้ มีเหตจุ าเป็น หรือเหตุการณ์พิเศษ)
1. paint, need เฉลยคาตอบ 4. sings, leaves
5. doesn’t sleep, plays 2. plays, wins 3. don’t understand, use
6. do, feel
• Production
ครูมอบหมายภาระงานของ Unit ให้นักเรียนเขียนหรือคดั ลอกประโยคท่ีใช้ Zero Conditionals (If + present simple, + present
simple) และ First Conditionals (If + present simple, + future simple) จากส่ือในชีวิตประจาวนั เช่น ใบรับประกันสินค้า คาแนะนา
วิธีการใช้อุปกรณ์ เคร่ืองมือ วิธีการประกอบอุปกรณ์ ของเล่น ของใช้ต่างๆ หรือส่ิงอ่ืนๆ ตามความสนใจของนกั เรียน เขียนอย่างละ 1
ประโยคในสมุดแบบฝึกหดั เพอ่ื ใชเ้ ป็นส่วนหน่ึงของการสร้างชิ้นงาน/ภาระงานของ Unit 3Time Out! กรณีคดั ลอก ให้นกั เรียนเขยี นระบุ
ที่มาในวงเลบ็
6. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
วิธกี าร แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 18-20 ดีมาก
15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรื่อง Grammar กิจกรรม A-E หนา้ 36
Grammar Reference for Unit 3 หนงั สือเรียน Close-up 3 หนา้ 110
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Time Out!
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เร่ือง Grammar 2: Conditionals Zero & First (cont.)
รหสั วชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 1 ช่วั โมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายท่ีฟังและอ่าน
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องที่ฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
อ่าน/ฟัง ประโยค และบทอ่านที่มีโครงสร้าง Zero Conditionals และ First Conditionals แลว้ เขียนส่ือความโดยใชโ้ ครงสร้างภาษา
ที่กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้และกิจกรรมฝึกทักษะการคิดเกี่ยวกับโครงสร้าง Zero Conditionals และ First Conditionals กระบวนการฝึกทักษะทาง
ภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยใช้กระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร ทำให้ผู้เรียนสื่อสารได้
อย่างมปี ระสิทธิภาพ มีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเรยี นภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Zero Conditionals และ First Conditionals
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสิทธภิ าพในการส่ือความ
- มีเหตผุ ล มีวจิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชวั่ โมงน้ีโดยครูเขียนประโยคตอ่ ไปน้ีบนกระดาน ใหน้ กั เรียนจบั คคู่ าตอบ
1) If he likes skateboarding, ……………………………………… .
2) He will feel better in the morning ……………………………………… .
a. if he loves snowboarding
b. if he goes to bed early
c. he will love snowboarding
d. he will go to bed early
2. นักเรียนบอกคำตอบ ดังน้ี 1) ตอบ c 2) ตอบ b
3. ครูใช้คำถามเพอื่ กระต้นุ ใหน้ กั เรียนคดิ อย่างหลากหลาย ได้แก่
- เพราะอะไร/ทำไม ตัวเลือกขอ้ a, b และ d ไมใ่ ชเ้ ป็นคำตอบของขอ้ 1
- เพราะอะไร/ทำไม ตัวเลอื กข้อ c, d และ a ไมใ่ ชเ้ ป็นคำตอบของขอ้ 1
• Presentation
1. ครู ทบทวนโครงสร้าง If clause แบบ Zero Conditionals และ First Conditionals ใน 4 ประเด็น ได้แก่ Forms,
Functions/Usages, Positions, Options เพ่อื ต่อยอดความรู้ในเรื่อง Functions/Usages and meanings และ Positions ในชว่ั โมงเรียนน้ี
- Functions/ Usages and meanings of If clause:
Zero Conditionals (If + present simple, + present simple) ใชเ้ ม่ือผลลัพธ์เกดิ ขึน้ เสมอตามเง่อื นไขนั้นเรียกว่า เปน็ จริงเสมอ
ตามหลักเหตผุ ล (Always real)
First Conditionals (If + present simple, + future simple) ใช้เม่อื ผลลพั ธม์ โี อกาสจะเกิดขึน้ ได้ตามเงือ่ นไขนัน้ เรยี กวา่ อาจจะ
เป็นไปได้ (Possible real หรือ Future possible)
- Positions: a. If clause + main clause
b. Main clause + if clause
2. ครูสอน Functions/Usages and meanings of If clauses โดยครูเขียนประโยคตอ่ ไปน้ีบนกระดาน ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบ
คาตอบของประโยคที่ใช้ If clauses ท้งั 2 แบบ ดงั น้ี
1) What happens if you mix yellow and blue?
Answer: If you mix yellow and blue, you get green.
2) What happens if you heat ice?
Answer: If you heat ice, it melts.
3) What happens if you are late to meet your friend?
Answer: if you are late to meet your friend, your friend will get angry /leave before you arrive.
4) What happens if you study hard for the exam?
Answer: If you study hard for the exam, you will pass it / you will do it well / you will get a
good mark.
3. ครอู ธบิ ายคำตอบว่า
ประโยคที่ 1) และ 2) ผลลพั ธ์เป็นเรอ่ื งจรงิ (Fact)
ประโยคที่ 3) และ 4) ผลลพั ธ์เป็นเร่ืองท่ีคาดว่านา่ จะเกิดอยา่ งน้นั (likely to happen)
• Practice
1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือ Close-up 3 หน้า 36 ทำกิจกรรม F เรื่อง Functions/Usages and meanings of If clauses และ
กิจกรรม G เรือ่ ง Forms of If clauses และ Positions of If clauses
2. ครู Walk around เพื่อสังเกตการทำงานของนักเรียนอย่างใกล้ชิดและตอบข้อซักถามที่นักเรียนบางคนสงสยั แต่ไม่กล้าถามใน
ระหวา่ งทคี่ รูอธิบาย
เฉลยคำตอบ 3. answer, will win/’ll win
กิจกรรม F
1. finish, will win /’ll win 2. join, will learn/’ll learn
4. read, will laugh /’ll laugh 5. will have /’ll have, is
เฉลยคำตอบ
กจิ กรรม G
1. b 2. a 3. e 4. f 5. c 6. d
• Production
ครูให้นักเรียนเปิ ดหนังสือ Workbook Close-up 3 หน้า 21 ทากิจกรรม A และ B แลว้ ครูให้นกั เรียนช่วยกนั เฉลยคาตอบ โดย
อา่ นคาตอบดงั ๆ พร้อมกนั
เฉลยคำตอบ
กจิ กรรม A
1. When Stan finishes his homework early, he plays video games.
2. If I don’t have money, I stay at home.
3. When it snows, we don’t go outside.
4. I always lose when I play chess with Dan.
5. Kyle wakes up late if his alarm clock doesn’t go off.
6. You will win free tickets if you guess the right answer.
7. When the bus is late, I walk to school.
8. Water freezes if the temperature is 0 °c.
กจิ กรรม B
1. will help/’ll 2. comes 3. will buy/’ll buy
4. do not get / don’t get 5. ask 6. will not swim /won’t swim
7. will cook / ’ll cook 8. does not do / doesn’t do
6. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. สงั เกต แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอา่ น-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรอื่ ง Grammar กิจกรรม F-G หนา้ 36
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Grammar กิจกรรม A-B หน้า 21
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง Time Out!
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8 เร่ือง Grammar 3: Gerunds & Infinitives
รหัสวิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชัว่ โมง
ผู้สอน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพื่อขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ฟัง พูด อ่านและเขียนให้ขอ้ มูล อธิบาย และแสดง ความคิดเห็นโดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดให้ไดอ้ ย่าง
ถกู ตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับสำนวนภาษาและโครงสร้างภาษาเรื่อง Gerunds และ Infinitives กิจกรรมฝึกทักษะการคิด กระบวนการฝึกทักษะ
ทางภาษาท้งั 4 ด้าน ได้แก่ การฟงั การพดู การอา่ น และการเขียน โดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร ทำให้ผู้เรียนสื่อสาร
ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ มีเจตคติทีด่ ีต่อการเรียนภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Grammar: Gerunds และ Infinitives
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสิทธิภาพในการสอื่ ความ
- มเี หตผุ ล มวี ิจารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนเร่ือง Gerunds โดยครูเขียนประโยคบนกระดาน ครูขีดเส้นใต้ แลว้ ให้นกั เรียน
หาคานามที่มีความหมายเหมาะสมมาแทนที่คาท่ีขีดเส้นใตใ้ นแต่ละประโยค ดงั น้ี
1) John isn’t interested in studying. /………………..
2) He goes swimming /.................... twice a week.
3) He loves hiking. /………………….
4) Singing/…………….. is his least favourite activity.
2. นักเรยี นบอกคำนามแทนทค่ี ำที่ขดี เส้นใต้ของทุกข้อ
3. ครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน ครูยอมรับทุกคำตอบ ครูอธิบายเพิ่มเติมสำหรับข้อ 2 เนื่องจากกริยานำหน้าคือ
goes ดังนนั้ คำตอบของนักเรยี นมี 2 อยา่ ง คอื ใช้ preposition + noun และใช้ verb + ing
• Presentation
1. ครูให้นกั เรียนเปิ ดหนงั สือ Close-up 3 หน้า 37 ให้นักเรียนศึกษาประโยคในกิจกรรม H ซ่ึงครูเขียนไวบ้ นกระดานแลว้
และให้อ่านออกเสียงดงั ๆ ประโยคละ 2 คร้ัง โดยคร้ังแรกให้อ่านประโยคเดิมท่ีมี Verb + ing/Gerunds คร้ังท่ี 2 ให้อ่านโดยใชค้ านามท่ี
นกั เรียนตอบ การให้นกั เรียนทาเช่นน้ี ช่วยให้นกั เรียนเขา้ ใจและสรุปไดว้ ่า คานามและ Verb + ing/Gerunds ใชแ้ ทนกนั ได้ และนกั เรียน
สามารถตอบคาถามว่า What is Gerunds/Verb + ing?
2. ครูพูดอธิบายคาตอบส้ันๆ ให้นกั เรียนเขา้ ใจง่าย จดจาไดน้ านเพื่อการนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งหมาะสม
3. เพ่อื ช่วยใหน้ กั เรียนทกุ คนเขา้ ใจไดด้ ีย่งิ ข้ึน ครูให้นกั เรียนอา่ นประโยคในกิจกรรม I แลว้ เลือกคาตอบ โดยครูเฉลยคาตอบ
4. ครูสอนเรื่องการใช้ Gerunds พร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบ โดยใชก้ ิจกรรม Grammar Reference หนงั สือเรียน Close-up 3
หนา้ 111 ครูอธิบายจนนกั เรียนเขา้ ใจ และใชค้ าถามเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนเป็นคร้ังคราว
5. สรุปเรื่อง Gerunds ในประเด็นท้งั 4 ขอ้ น้ี และเขียนสรุปบนกระดาน ให้นกั เรียนจดบนั ทึกในสมุดเพื่อนากลบั ไปทบทวน
ดงั น้ี
1. Forms of Gerunds: Verb + -ing (ทบทวนเรื่องกฎการเติม -ing ทา้ ยคากริยา)
2. Functions/Usages and meaning of Gerunds: as a noun
3. Positions (in a sentence) of Gerunds: 3.1 before verb 3.2 after verb or preposition
4. Options of Gerunds: certain verb/phrases + Gerunds
6. ครูบอกนักเรียนว่า Gerund เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจควบคู่กับ Infinitives โดยครูเขียนประโยคตอ่ ไปน้ีบนกระดาน ครู
ขดี เสน้ ใต้ Infinitives แลว้ ให้นักเรียนอา่ นออกเสยี งประโยคดังๆ ทลี ะประโยค ครูอธิบายส้ันๆ
- Jo doesn’t want to go on holiday with her parents.
- We should go to the museum.
- She is happy to stay at home and watches the sports program all afternoon.
7. ครูสอนเรื่องการใช้ Infinitives พร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบ โดยใชก้ ิจกรรม Grammar Reference หนงั สือเรียน Close-up
3 หนา้ 111 ครูอธิบายจนนกั เรียนเขา้ ใจ สรุปดงั น้ี
Infinitives with to Infinitives without to
- after certainverbs - after modal verbs
- after adjective - after would rather, had better, etc.
- after too,enough
-after intransitive verb/to show purpose, etc.
• Practice
1. ครสู รปุ ส้นั ๆ เพ่อื ทบทวนเรือ่ ง Infinitives และ Gerund กอ่ นให้นักเรยี นทำกิจกรรม
2. ครใู ห้นักเรียนจับคทู่ ำกจิ กรรมในหนงั สือเรยี นหนา้ 37 โดยนกั เรยี นปฏิบัตติ ามขน้ั ตอนของคำสง่ั ในกจิ กรรมแต่ละขอ้ โดย ครู
ตรวจสอบคำตอบ ดังนี้
- กจิ กรรม J และ L ใหน้ กั เรียนขดี เส้นใต้ Infinitives with to และ Infinitives without to ครตู รวจสอบคำตอบ โดยให้นักเรยี น
อา่ นพรอ้ มกนั
- กิจกรรม K และ M ใหน้ กั เรยี นขดี เสน้ ใตต้ ัวชแ้ี นะคำตอบซ่ึงเป็นคำ/วลที อ่ี ย่หู นา้ infinitives และเลือกคำตอบ
เฉลยคำตอบ
กิจกรรม J
a. to go b. to stay c. to drive d. to buy
กิจกรรม K
1. d 2. b 3. c 4. a
กจิ กรรม L
a. spend b. try, get, help c. practice
กจิ กรรม M
1. c 2. b 3. a
• Production
1. ครูใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมฝึกทักษะการคิดเรือ่ ง Gerund และ Infinitives ในหนังสือ Close-up 3 หนา้ 37 กจิ กรรม N, O และ
P และหนังสือ Workbook Close-up 3 หน้า 21-22 กิจกรรม C และ D (ถ้าทำไม่เสร็จในช่ัวโมงน้ี ให้นักเรียนทำเป็นการบ้านแลว้ นำมาส่ง
ในวันถัดไป)
2. ครสู ังเกต แนะนำ ตอบข้อซกั ถาม ครเู ฉลยคำตอบโดยให้นกั เรียนช่วยบอกคำตอบ ครยู ืนยนั คำตอบถกู และแก้ไขคำตอบผิด
เฉลยคำตอบ
กิจกรรม N
1. to win 2. watching 3. go 4. book 5. taking 6. visiting
a. to pass b. see c. shhopping d. not lose e. Getting f. to stay
กิจกรรม O
1. d 2. b 3.e 4. f 5. a 6. c
กจิ กรรม P
(1) watching (2) trying/starting/doing (3) are (4) join (5) will/can/may/can/could
(6) not (7) in (8) do/try/start (9) worth (10) to
กิจกรรม M
1. c 2. b 3. a เฉลยคำตอบ
Workbook
กิจกรรม C
1. Painting 2. sailing 3. to join 4. to meet 5. reading 6. to hear 7. starting 8. to worry
กจิ กรรม D
(1) If (2) to (3) better (4) getting (5) did
(6) to (7) not (8) would (9) for (10) at
6. การวัดและประเมนิ ผล
วิธกี าร เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. สงั เกต แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรม 18-20
นกั เรียน 15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพดู 10-11 ดี
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน พอใช้
คะแนน ผา่ น
18-20
15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรยี น Close-up 3 Unit 3 Time Out! กิจกรรม H-P หนา้ 37
Grammar Reference for Unit 3 หนงั สอื เรียน Close-up 3 หนา้ 111
Workbook Close-up 3 Unit 3 กิจกรรม C-D หนา้ 21-22
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง Time Out!
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 เรื่อง Listening 1: Free-time Activities
รหสั วิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 1 ช่วั โมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องท่ีฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกบั เร่ืองต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตกุ ารณ์ พร้อมท้งั ให้เหตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พูดให้ขอ้ มูล อธิบาย และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั Free-time Activities โดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดให้
ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้และกิจกรรมฝึกทักษะ สำนวนภาษา โครงสร้างภาษาเกี่ยวกับ Free-time Activities กระบวนการฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4
ดา้ นโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ทักษะการฟัง การพูด โดยใช้กระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอื่ การสื่อสาร ทำให้ผ้เู รยี นสือ่ สารไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มีเจตคติท่ีดตี ่อการเรียนภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: board game, quiz, traditional dancing, making jewellery, photography, playing drums, origami, sociable, musical,
competitive, creative
- Listening strategy: Clues for Listening
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสทิ ธภิ าพในการสือ่ ความ
- มเี หตผุ ล มวี จิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ีดว้ ยกิจกรรม A ในหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 38 โดยใหน้ กั เรียนจบั คู่
รูปภาพกบั คาศพั ท์ hobbies ขอ้ 1-6
2. นักเรียนอา่ นคำตอบพรอ้ มกนั
3. ครใู ชค้ ำถาม Do you which hobby sounds good? Why do you think that?/Give at least 2 reasons.
เฉลยคาตอบ
1. F 2. B 3. E 4. C 5. D 6. A
• Presentation
1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ Free-Time Activities และคำศัพท์บางตัว เช่น origami, traditional dance,
board game/quiz โดยครูถามว่า Do you know origami? ถ้านักเรียนส่วนใหญ่เงียบ ไม่มีเสียงตอบ แสดงว่า นักเรียนไม่รู้ความหมาย ครูต้อง
อธิบายความหมายโดยครูอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ ใช้คำศพั ทง์ า่ ยๆ เพ่ือฝึกการฟงั การพูดของนักเรียนไปดว้ ย
2. ครูสอนคำศัพทใ์ หม่หรอื คำศัพท์ทส่ี ำคัญในกจิ กรรม B ได้แก่ sociable, musical, competitive, creative แลว้ ให้
นกั เรยี นทำกิจกรรมฝึกทกั ษะการคดิ วิเคราะหค์ วามสมั พันธ์ ครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. 1, 2 2. 5 3. 1 4. 3, 4, 6
3. ครูสอน Listening strategy สำคัญในกิจกรรมนี้ ได้แก่ Clues for listening ซี่งคือ คำ/วลี/ประโยคที่ผู้พูดใช้สะท้อนความ
คดิ เห็นการยอมรับ การเหน็ ดว้ ย หรอื เห็นตา่ ง ดงั นี้
- Clues for listening to express the acceptance/agreement เป็นคำ/วลี/ประโยคที่ใช้พูดเพื่อแสดงการรับรู้ เข้าใจเห็นด้วย
หรือยอมรับว่า ใช่ ได้แก่ absolutely, that’s true, that’s right
- Clues for listening to express the refusal/disagreement เป็นคำ/วลี/ประโยคที่ใช้พูดเพื่อแสดงว่าไม่เห็นด้วยกับคู่สนทนา
ไดแ้ ก่ actually, in fact, but, in actual fact
4. ครูอธิบายวิธีการเรียนระหว่างฟังซีดี แนะวิธีฟังอย่างมปี ระสิทธภิ าพ โดยครูชีแ้ จงว่านักเรียนจะได้ฟังเสียงพดู สนทนาทีเ่ ป็น
การพดู อยา่ งเปน็ ธรรมชาติ (naturally speaking) มีความเร็วพอประมาณ ให้นกั เรยี นฟังเพือ่ จับประเดน็ สำคัญ โดยตง้ั ใจฟงั คำสำคัญ (content
words) ได้แก่ nouns, main verbs, adjectives, adverbs ซึ่งในบทสนทนาที่นักเรียนจะได้ฟังต่อไปนี้เป็นการแสดงความคิดเห็น ดังนั้น adverbs
ที่ใช้แสดงการรับรู้ เหน็ ดว้ ย เห็นตา่ งฯ มีความสำคญั อยา่ งมาก ในระหว่างที่ฟัง ขอใหน้ ักเรียนงดทำกจิ กรรมใดๆ ไมพ่ ดู คุยกนั
5. ครอู ธบิ ายว่า นักเรียนจะได้ฟังซีดี 2 ครัง้ โดยทง้ั 2 คร้งั ฟังเรอื่ งเดยี วกันแต่ทำกิจกรรมตา่ งกัน ดงั น้ี
- ฟังครง้ั ที่ 1 ทำกิจกรรม C
- ฟังคร้งั ที่ 2 ทำกิจกรรม D
โดยครอู ธบิ ายคำส่ังของท้งั 2 กจิ กรรม ดงั น้ี
กิจกรรม C ให้นักเรียนฟังบทสนทนาระหว่างบุคคล 2 คน แล้วบอกว่าคู่สนทนาแต่ละคู่มีความคิดเห็นเหมือนกัน (the same
opinion = S) หรือคดิ ตา่ งกนั (different opinion = D) เมื่อฟงั แลว้ ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบทันที โดยเขียน S หรอื D ในช่องวา่ ง
กจิ กรรม D ให้นกั เรยี นฟังบทสนทนาระหวา่ งบคุ คล 2 คน แลว้ เลอื ก Clues for listening to express the agreement or
disagreement โดยเขยี นเครอื่ งหมาย √ กำกับคำตอบที่เลือก
• Practice
1. ครูเปดิ ซดี ี Track 3.1 นักเรียนฟังคร้งั ที่ 1 ทำกิจกรรม C ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหค์ วามคิดเหน็ ของค่สู นทนาว่ามคี วามเห็นตรงกัน
(S/Same) หรือมีความเหน็ ต่างกัน (D/Different) นักเรยี นเลือกคำตอบ โดยครูอาจให้นกั เรียนฟังซำ้ ไดห้ รอื ครเู วน้ จงั หวะเปิดซีดใี ห้ฟังเป็นช่วงๆ
เพ่อื ใหน้ ักเรยี นประสบความสำเรจ็ ในการฟงั
2. ครูเปดิ ซีดี Track 3.1 นักเรยี นฟังครงั้ ที่ 2 ทำกจิ กรรม D ครูใหน้ ักเรยี นตรวจสอบ adverb และวิเคราะห์กำหนดทิศทางในการ
แสดงความคิดเห็นของคสู่ นทนา แล้วให้นกั เรียนเขียนเคร่อื งหมาย √ ในชอ่ งว่างที่กำหนดให้ สำหรบั ชั้นทน่ี ักเรยี นส่วนใหญ่อ่อนภาษาอังกฤษ
ครูอาจใหฟ้ ังหลายคร้ัง เพอ่ื ให้นักเรียนประสบความสำเรจ็ ในการฟัง
3. นกั เรียนเปรยี บเทยี บคำตอบกบั เพ่อื น กอ่ นเฉลยคำตอบ
4. ครูให้นักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ โดยพยายามให้นักเรียนบอกเหตุผลในการเลือกคำตอบนั้นๆ เช่น ตอบ D/Different
เพราะไดย้ ินคำว่า but เปน็ ต้น
5. ครูเปิดซีดี Track 3.1 ให้นักเรียนฟังซ้ำ เพื่อยืนยันคำตอบถูก และเพื่อให้นักเรียนตรวจสอบ adverb ที่กำหนดคำตอบ ครู
ทบทวนคำตอบที่ถูกต้องอกี ครง้ั หนึ่ง
เฉลยคาตอบ
กิจกรรม C
1. D 2. D 3. D 4. D 5. D 6. S
กิจกรรม D
1. W (√) 2. R 3. W (√) 4. W (√) 5. R (√) 6. R
• Production
ครใู หน้ ักเรียนเปิดหนังสือ Workbook Close-up 3 หนา้ 22 นักเรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตอ่ ไปน้ี
1. กิจกรรม A ให้นกั เรยี น Read aloud the Exam Reminder ครูอธบิ ายพรอ้ มทง้ั ยกตัวอย่างประกอบ
- ใหน้ กั เรยี น Read aloud คำสัง่ และคำถามพรอ้ มทงั้ ใหค้ ำตอบ
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยให้นักเรยี น Read aloud คำตอบ และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
The speaker probably disagrees with the other speaker’s opinion.
2. กิจกรรม B ครูเปิ ดซีดี Track 3.1 ให้นกั เรียนฟังอกี คร้ัง และใหน้ กั เรียนทา Exam Task
- ใหน้ กั เรียน Read aloud คำสั่งและคำถามพร้อมทง้ั ให้คำตอบ
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี น Read aloud คำตอบ และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. E 2. A 3. B 4. D 5. G
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ ีการ 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
วธิ ีการ เครื่องมือ พอใช้
คะแนน ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด 18-20
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 เกณฑ์
12-14
10-11 ผลการประเมิน
ดีมาก
ดี
พอใช้
ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Listening กิจกรรม A-D หนา้ 38
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 3 Time Out! เร่ือง Listening กิจกรรม A-B หนา้ 22
Audio CD Track 3.1
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่อื ง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10 เรื่อง Listening 2: Discussion of Free-time Activities
รหัสวิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขยี นเพ่ือขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ฟัง พดู อา่ น และเขยี นให้ขอ้ มลู อธิบาย และแสดงความคิดเห็นโดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดใหไ้ ดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เก่ียวกับสำนวนภาษาโครงสรา้ งภาษาในบทสนทนาเกย่ี วกับ free-time activities และกิจกรรมฝกึ ทักษะการคดิ กระบวนการ
ฝกึ ทกั ษะทางภาษาทงั้ 4 โดยเฉพาะอย่างย่ิงทกั ษะการฟังการพูด โดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สาร เจตคตทิ ีด่ ตี ่อการเรียน
ภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: chatting online, sporty, absolutely, that’s true, that’s right, actually, in fact, but, in actual fact
- Listening strategy: Clues for Listening
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่อื การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสิทธภิ าพในการสอื่ ความ
- มเี หตุผล มวี จิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ีดว้ ยประโยคต่อไปน้ีบนกระดาน ให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงดงั ๆ
พร้อมกนั แลว้ ให้นกั เรียนตอบคาถาม
A: Are you watching this boring quiz show?
B: Actually, I ’m enjoying it!
2. ครูใชค้ าถาม Do they have the same opinion towards the quiz show? Why do you think like that?
3. นกั เรียนให้คาตอบ : Yes. และบอกเหตผุ ล เพราะมีคาวา่ actually and other words such as boring, enjoying
4. ครูแสดงการยอมรับคาตอบของนกั เรียนโดยใชค้ า/วลี/ประโยค เช่น That’s true./You’re right.
• Presentation
1. ครตู รวจสอบความร้เู ก่ยี วกบั คำศพั ท์ใหม่บางตัว เชน่ chatting online, sporty โดยครถู ามวา่ Do you know ‘chatting online’
/ sporty? What does it mean? ถ้านักเรียนส่วนใหญเ่ งียบ ไม่มเี สยี งตอบ แสดงวา่ นกั เรยี นไมร่ คู้ วามหมาย ครูต้องอธบิ ายความหมายโดยครู
อธบิ ายเปน็ ภาษาอังกฤษ ใช้คำศพั ทง์ า่ ยๆ เพือ่ ฝกึ การฟัง การพดู ของนกั เรียนไปดว้ ย
2. ครแู จง้ นกั เรียนวา่ การฟงั ครงั้ นเ้ี ป็นบทสนทนาต่อเน่ือง 1 เร่อื ง ใช้คำศพั ท์กลมุ่ เดียวกับการฟังครงั้ ท่แี ลว้ โดยครูทบทวน Clues
for listening to express the acceptance/agreement ไดแ้ ก่ absolutely, that’s true, that’s right และ Clues for listening to express the
refusal/disagreement ได้แก่ actually, in fact, but, in actual fact
3. ครทู บทวนวธิ กี ารเรยี นระหว่างฟังซดี ี แนะวิธีฟงั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยครชู แี้ จงว่านักเรียนจะไดฟ้ งั เสียงพูดสนทนาที่เปน็
การพดู อยา่ งเป็นธรรมชาติ (naturally speaking) มคี วามเร็วพอประมาณ ให้นักเรยี นฟังเพ่อื จบั ประเด็นสำคญั โดยต้ังใจฟงั คำสำคญั (content
words) ไดแ้ ก่ nouns, main verbs, adjectives, adverbs ซ่ึงในบทสนทนาที่นักเรียนจะไดฟ้ ังตอ่ ไปนเี้ ปน็ การแสดงความคดิ เหน็ ดังนัน้ adverbs
ที่ใช้แสดงการรบั รู้ เห็นดว้ ย เห็นตา่ งฯ มคี วามสำคัญอย่างมาก ในระหว่างท่ฟี งั ขอให้นกั เรยี นงดทำกิจกรรมใดๆ ไมพ่ ดู คุยกัน
• Practice
1. ครูให้นักเรยี นเปดิ หนงั สือเรยี น Close-up 3 หน้า 38 ใหน้ ักเรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามขนั้ ตอนดงั น้ี
1.1 กิจกรรม E ให้นักเรียน Read aloud คาส่ัง และ Exam Close-up ครูอธิบายพร้อมท้ังยกตวั อย่างประกอบ ให้นักเรียน
Compare and share the answers กบั เพอ่ื นในหอ้ ง
เฉลยคาตอบ
the present
1.2 กิจกรรม F และ G ครูอธิบายคำสั่ง ครูเปิดซีดี Track 3.2 และให้นักเรียนฟังบทสนทนาระหว่าง Mark กับแม่คุยกัน
เกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมที่อยู่ในความสนใจตนเองและเพื่อนๆ ให้นักเรียนฟังซีดีแล้วเลือกว่าใครสนใจอะไร โดยครูอาจให้นักเรียนฟังซ้ำได้
สำหรับช้นั ทนี่ กั เรียนสว่ นใหญอ่ ่อนภาษาองั กฤษ ครูอาจใหฟ้ ังซดี ีหลายคร้ัง เพอ่ื ให้นกั เรียนประสบความสำเรจ็ ในการฟงั ครูตรวจสอบคำตอบ
โดยให้นกั เรยี นบอกคำตอบพรอ้ มกัน
เฉลยคาตอบ
1. C 2. B 3. E 4. G 5. F
2. ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Workbook Close-up 3 หนา้ 22 นกั เรียนทากิจกรรม C โดยครูเปิ ดซีดี Track 3.2 ใหน้ กั เรียนฟัง
อีกคร้ัง เพื่อยืนยนั คาตอบและเฉลยคาตอบ
6. การวดั และประเมินผล
วธิ ีการ เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. สังเกต แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมิน
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรื่อง Listening กิจกรรม E-G หนา้ 38
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรื่อง Listening กิจกรรม C หนา้ 22
Audio CD Track 3.2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 เรื่อง Speaking: Performing, Competition and Exhibition
รหัสวชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองท่ีฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พดู ใหข้ อ้ มูล อธิบาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั performing, competition and exhibition โดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้าง
ภาษาท่ีกาหนดใหไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับสำนวนภาษาและโครงสร้างภาษาและกิจกรรมฝึกทักษะการคดิ เกีย่ วกับ performing, competition and exhibition
กระบวนการฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้านโดยเฉพาะอย่างย่งิ ทักษะการฟัง การพูด โดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ทำ
ให้ผูเ้ รียนสอื่ สารไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มีเจตคติท่ีดตี ่อการเรียนภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: performing, audience, talent, performing, to have something in common, to be scared, to be on the stage,
competition, exhibition, scared, audience, perform, talent, acting, stage, competition, exhibition, aged, for more information, have things
in common, a natural ability, practice, enter
- Listening Strategies: Uh-huh. / Okay. / Yeah. / Got it. / I see. / Ah, I see. / I get that.
- Speaking strategy: Wh-questions และYes-No questions
4.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธิภาพในการส่ือความ
- มีเหตผุ ล มวี จิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ีโดยใชร้ ูปภาพในหนา้ 39 และถามคาถามดงั น้ี
Q1: What are the people in these pictures doing?
Q2: Which activity would you like to join most? Why?
• Presentation
1. ครูสอนความรู้เก่ียวกบั คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั performing, competition and exhibition ดงั น้ี
1.1 ครูสอนสานวนพูดใน Useful Expression box และประโยคคาถามในกิจกรรม B ในหนงั สือเรียน Close-up 3 หนา้ 39
1.2 ครูสอนคาศพั ทใ์ หม่ท่ีอยใู่ นกิจกรรม A-D โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วม
- ครูใหน้ กั เรียนสารวจคาศพั ทใ์ นหนา้ 39 แลว้ ขดี เสน้ ใตค้ าท่ีนกั เรียนไมร่ ู้ความหมาย จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนบอกคาศพั ทท์ ่ี
ไม่รู้ความหมาย โดยครูเขียนบนกระดาน ถา้ นักเรียนอ่านไม่ได้ให้สะกดตัวอกั ษรคาศพั ท์ดังกล่าว ไดแ้ ก่ exhibition, aged, for more
information, have things in common, a natural ability, practice, enter, scared, audience, perform, talent, acting, stage, competition
- ครูให้นกั เรียนจดั กลมุ่ คาศพั ทเ์ หล่าน้ีโดยครูแนะวา่ ควรจดั ตามหนา้ ท่ขี องคา
- นกั เรียนจดั กลุ่มคาศพั ทไ์ ดด้ งั น้ี
Nouns Verbs Adjective กล่มุ คา/สานวน
exhibition, practice, audience, enter, perform aged, scared for more information,
talent, acting, stage, have things in common
competition, a natural ability
- ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาศพั ทเ์ หล่าน้ีโดยคน้ หาจาก Dictionary หรือนกั เรียนอาจสืบคน้ online จาก
โทรศพั ทม์ ือถือของนกั เรียนเอง
- ครูให้นกั เรียนอ่านออกเสียงคาศพั ทแ์ ตล่ ะคาพร้อมกบั บอกความหมาย โดยครูช่วยเพิ่มเติมความหมายของศพั ทบ์ างคาให้
ครอบคลุมการใชง้ านในบทเรียนน้ี
2. ครูสอนหลกั วธิ ีการพดู สื่อสาร Speaking and Listening Strategies ไดแ้ ก่
2.1 Listening Strategies ผฟู้ ังควรแสดงความสนใจ รับรู้ เขา้ ใจสิ่งไดฟ้ ัง มีการใชภ้ าษากายประกอบ การสบตาผฟู้ ังขณะที่พดู
เล่าและฟังเหตกุ ารณ์ ใชว้ ลีต่อไปน้ีเป็นคร้ังคราวเพื่อแสดงการรับรู้เขา้ ใจสิ่งไดฟ้ ังต่อไปน้ี Uh-huh. / Okay. / Yeah. /Got it. / I see. / Ah, I
see. / I get that.
2.2 Speaking Strategies ผูพ้ ูดควรเลือกใชน้ ้าเสียงในประโยคคาถามเพ่ือแสดงเจตนาหรือความตอ้ งการไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม
การเลือกใชน้ ้าเสียงประโยคคาถาม Wh-questions และYes-No questions ให้ลงทา้ ยประโยคดว้ ยเสียงต่าเมื่อตอ้ งการขอ้ มูลท่ีไม่รู้ (To find
out information that you don’t know) ตวั อย่างเช่น Where’s the Talent competition? (ครูพูดออกเสียงตามตวั อย่างและนกั เรียนพูดออก
เสียงตาม) รวมท้งั การมองหนา้ สบตาคูส่ นทนา การใชภ้ าษากายประกอบเป็นคร้ังคราว เมื่อนกั เรียนส่วนใหญเ่ ขา้ ใจแลว้ ครูให้นกั เรียนทา
กิจกรรม
• Practice
ครูให้นักเรียนเปดิ หนงั สือ Close-up 3 หน้า 39 ใหน้ กั เรียนปฏิบัติกิจกรรมดังน้ี
1. กิจกรรม A โดยครูอธิบายว่าดา้ นซา้ ยมือของนกั เรียนเป็นประโยคที่มี 1 คาเป็นตวั หนาและดา้ นขวามือของนกั เรียนที่เป็น
ตวั เลือก a-d เป็นความหมายของเป็นตวั หนา ให้นกั เรียนจบั คูค่ วามหมายของตวั หนาแตล่ ะประโยค
- ครูให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงประโยคแตล่ ะประโยค
- ครูให้นกั เรียนท้งั ช้นั อ่านออกเสียงตวั เลือก a-d คร้ังละ 1 ตวั และครูถามว่าตวั เลือกน้ีเป็นความหมายของคาที่ใชต้ วั หนา
ควรเก่ียวขอ้ งกบั ประโยคใด เพราะอะไร
- เม่ือไดค้ าตอบครบ ครูใหน้ กั เรียนอ่านซ้าโดยอ่านเฉพาะคาที่เป็นทเี่ ป็นตวั หนาและตวั เลือกที่เป็นความหมาย
- ครูเฉลยคาตอบ โดยให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงดงั ๆ
เฉลยคาตอบ
1. c 2. d 3. a 4. b
2. กิจกรรม B ครูให้นกั เรียนจบั คทู่ ากิจกรรมถาม-ตอบจากภาพ โดยทาตามข้นั ตอนต่อไปน้ี
- ให้นกั เรียนใชป้ ระโยคท่ี 1 กบั การถามแต่ละภาพ ดงั น้ี
Q1: ภาพท่ี 1 What do the people in the first picture enjoy doing?
Strategies Q2: ภาพที่ 2 What do the people in the second picture enjoy doing? หรือ What about the second
picture?
Q3: ภาพท่ี 3 What about the third one?
Q4: Do you enjoy performing?
Q5: Have you ever been on stage?
Q6: What do these activities have in common? สาหรับคาถามขอ้ น้ีครูแนะนกั เรียนว่า ควรมีการใหเ้ หตผุ ล
ประกอบ ดงั น้นั ควรถามวา่ Why?/why do you think like that?
- นกั เรียนฝึ กใชค้ าถามและให้คาตอบกบั เพ่ือนโดยปฏิบตั ิตามข้นั ตอนและหลกั วิธีการพูดส่ือสาร Speaking and Listening
- ครูให้เวลานกั เรียนและสงั เกตการทากิจกรรมน้ี
เฉลยคำตอบ (Suggested Answer)
They enjoying dancing, magic and playing musical instruments. They are all performing for an
audience.
3. กิจกรรม C ครูอธิบายคาสั่งและทบทวนความรู้ใน Useful Expressions และ Exam Close-up จนแน่ใจว่านกั เรียนส่วนใหญ่
เขา้ ใจและพร้อมท่ีจะปฏิบตั ิกิจกรรมตอ่ ไปไดถ้ กู ตอ้ ง
4. กิจกรรม D ครูให้นกั เรียนจบั คทู่ า โดยผลดั กนั ถาม-ตอบ ดงั น้ี
- นักเรียน A เป็ นเจา้ ของเรื่อง Talent competition รู้รายละเอียดเกี่ยวกบั เร่ืองน้ีเป็ นอย่างดีและจะตอ้ งตอบขอ้ ซักถามของ
นกั เรียน B โดยนกั เรียน B ใชค้ าถามในหนา้ 124
- นกั เรียน B เป็นเจา้ ของเรื่อง Photography exhibition รู้รายละเอยี ดเกี่ยวกบั เร่ืองน้ีเป็นอยา่ งดีและจะตอ้ งตอบขอ้ ซกั ถามของ
นกั เรียน A โดยนกั เรียน A ใชค้ าถามในหนา้ 123
โดยสิ่งท่ีท้งั A และ B ตอ้ งทาคอื อา่ นเรื่องของตวั เองให้เขา้ ใจพร้อมที่จะให้ขอ้ มูลที่ถูกตอ้ งแก่ผอู้ ่นื และเตรียมคาถามเตรียม
พดู ซกั ถามโดยใชโ้ ครงสร้างท่ีกาหนดใหอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
- นกั เรียนจบั คกู่ บั เพือ่ น ตกลงกนั วา่ ใครจะเป็น A ใครจะเป็น B แลว้ ซกั ซอ้ มก่อนลงมือปฏิบตั ิ
- ครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูสุ่มเลือกนกั เรียนออกมาพดู ตามบทบาทท่เี ลือกและประเมินทกั ษะการฟัง การพดู
เฉลยคำตอบ (Suggested Answer)
Task 1, Student B:
Where does the talent competition take place? /
Where is the talent competition?
What date is the talent competition? / When does the talent competition take place?
Is the talent competition for teenagers?
Is there a website? / What is the website address?
What can you win (in the competition)?
Task 2, Student A:
Where does the photography exhibition take place? /
Where is the photography exhibition?
What date is the photography exhibition? / When does the photography exhibition take place?
Who can enter a photo in the exhibition?
What prize can you win? / What can you win?
Is there a website? / What is the website address?
What can you win (in the competition)?
• Production
กจิ กรรม Ideas Focus ใหน้ กั เรียน Read aloud คำสงั่ และพดู บอกสงิ่ ทต่ี อ้ งทำในกจิ กรรมนี้
- ครกู ำหนดใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 4-6 คน ทำกิจกรรมน้ี โดยดำเนนิ ตามข้นั ตอนเช่นเดยี วกบั กจิ กรรม F
- ครกู ำหนดเวลา และให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมน้อี ยา่ งอสิ ระ เมือ่ หมดเวลาครูตรวจสอบคำตอบโดยเลอื กนักเรยี นจำนวน 2-3 กล่มุ
ออกมาพูด ถา้ หากมเี วลาไมเ่ พยี งพอ ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรมนใ้ี นชั่วโมงตอ่ ไป หรือนดั หมายให้ทำนอกช้ันเรยี น
- ครูสรุปบทเรียน ตอบขอ้ ซักถามของนักเรียน
6. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ กี าร 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สอื เรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรือ่ ง Speaking กิจกรรม A-D และ Ideas Focus หนา้ 39
Speaking Information for Student A for Unit 3 หนงั สือเรยี น Close-up 3 หน้า 123
Speaking Information for Student B for Unit 3 หนงั สือเรยี น Close-up 3 หนา้ 124
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่อื ง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12 เร่ือง Writing 1: Adverts
รหัสวชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ช่วั โมง
ผู้สอน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเอง เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว เร่ืองท่ีอยใู่ นความสนใจของ
สงั คมและส่ือสารอยา่ งตอ่ เน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพ่ือขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่ฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
อ่านและเขียนให้ขอ้ มูล อธิบาย และแสดง ความคิดเห็นโดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาท่ีกาหนดให้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เก่ยี วกบั คำศพั ท์สำนวนภาษาและโครงสร้างภาษาเรอื่ ง Adverts, email และกิจกรรมฝกึ ทักษะการคิดกระบวนการฝึกทักษะ
ทางภาษาทั้ง 4 ด้านโดยเฉพาะการอ่านและการเขียน โดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ทำให้ผู้เรียนสื่อสารได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ มเี จตคติทีด่ ีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: suggesting, persuading, describing
- Grammar: ประโยค Imperative
- Writing strategy: Context clues
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธิภาพในการสื่อความ
- มีเหตุผล มีวจิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชวั่ โมงน้ีโดยครูเขียนประโยคตอ่ ไปน้ีบนกระดาน ให้นกั เรียนพดู บอกคาท่ี
หายไป
- Come to tennis club! You can make new friends and get …………… .
- Don’t waste your time on gamimng! Get outside and .............. our running club.
2. นกั เรียนช่วยกนั คิดหาคามาเติมในช่องว่าง ถา้ ไม่พบคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง ใหค้ รูขดี เส้นใตต้ วั ช้ีแนะคาตอบคือ tennis club, Get
…… and …… running club
3. ถา้ นกั เรียนยงั บอกคาตอบถูกไม่ได้ ครูใหต้ วั เลือกดงั น้ี lucky, fit, do, join
• Presentation
ครูสอนคำศัพทส์ ำนวนภาษาเกยี่ วกบั Adverts, email ใน Learning Focus ได้แก่ ประโยค Imperative โครงสรา้ งภาษาท่ีใช้
- suggesting ไดแ้ ก่ Why don’t we ………?, How about we ……..?, What about + v-ing?, Would you like to …..? Would you
like to ……….? Would you be interested in + -ing?
- persuading ไดแ้ ก่ Come to ……,Try something new!, Don’t be lazy/shy/boring!, Be brave/strong/active!
• Practice
ครูใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมดงั น้ี
1. กจิ กรรม A ครใู หน้ กั เรียนอา่ น email และ Advert ครูถามนักเรยี นว่า
- What kind of text do you see on the left? (an advert)
- What do you see on the right? (an email)
- What words do they see in both texts? (lessons, D.J. Sam)
ครูใหเ้ วลานกั เรยี นทำ และครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรียนอา่ นคำตอบพร้อมกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. Andy 2. Max 3. Sam and Dave 4. Andy 5. Sam
2. กจิ กรรม B ครูอธิบายคำสงั่ และชีแ้ นะวิธีการคดิ คำตอบ เพื่อให้นักเรียนกจิ กรรมได้อย่างถูกต้อง ดงั นี้
- ใหน้ ักเรียนเลือกรูปกริยาท่ถี กู ต้องตามหลกั ไวยากรณ์ ก่อนตัดสินใจเลอื กคำตอบ ให้นกั เรยี นอ่านประโยคเพ่ือคน้ หาตวั ชแี้ นะ
คำตอบ (Context clues) โดยให้นกั เรียนสังเกตคำทอ่ี ยู่หน้าและหลังช่องวา่ ง แลว้ ขดี เส้นใต้ Context clues
- นักเรยี นอา่ นประโยคเพือ่ ค้นหาตวั ชี้แนะคำตอบ (Context clues)
- ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยให้นักเรยี นอ่าน Context clues พร้อมกนั โดยครเู ตมิ ความครบถว้ น
ตัวช้แี นะคำตอบ
1. …and get fits! 2. …in… 3. …about… 4. we… 5. Would … like … 6. …lazy!
- นกั เรยี นอ่านประโยคอีกคร้ังเพ่อื ตัดสนิ ใจเลือกคำตอบ
- ครเู ฉลยคำตอบโดยใหน้ ักเรยี นอา่ นคำตอบพรอ้ มกนั โดยครรู บั รองคำตอบถกู ต้องและแกไ้ ขคำตอบผดิ และใหเ้ หตผุ ล
เฉลยคำตอบ
1. Join 2. doing 3. taking 4. start 5. to learn 6. Don’t be
3. กจิ กรรม C ครูอธบิ ายคำสั่งและชแ้ี นะวธิ กี ารคดิ คำตอบ เพ่ือใหน้ กั เรียนกิจกรรมไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ดังน้ี
- ครอู ธบิ ายว่าในกจิ กรรมนี้ประกอบด้วยขอ้ มลู 2 สว่ น ไดแ้ ก่ Note และ Advert ใหน้ กั เรยี นอา่ นท้งั Note และ Advert ให้เขา้ ใจ
แล้วคิดหาคำ/วลที ่ีถกู ตอ้ งนำไปเตมิ ในช่องวา่ งของ Advert
- กอ่ นตดั สนิ ใจเลือกคำตอบ ให้นักเรยี นอา่ นประโยคเพื่อค้นหาตัวช้แี นะคำตอบ (Context clues) โดยให้นักเรยี นสงั เกตคำทอ่ี ยู่
หน้าและหลงั ช่องว่าง แล้วขดี เส้นใต้ Context clues
- ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยให้นกั เรยี นอา่ น Context clues พร้อมกนั โดยครูเตมิ ความครบถว้ น
ตวั ช้ีแนะคำตอบ
1. Don’t, … shy 2. about, … to Drama club 3. from … till 4. £,… per week
5. Be …. , and, … something new
- นักเรียนอ่าน Note และ Advert เพ่ือตดั สนิ ใจเลือกคำตอบ
- ครูเฉลยคำตอบโดยให้นกั เรียนอา่ นคำตอบพรอ้ มกัน โดยครรู บั รองคำตอบถกู ต้องและแกไ้ ขคำตอบผดิ และใหเ้ หตผุ ล
เฉลยคำตอบ
1. be 2. coming 3. 5.30 p.m. 4. £8 5. try
• Production
1. กิจกรรม D ครูมอบหมายการบ้าน ครูอธิบายคำสั่ง ชี้แจงวิธีการทำงาน ให้นักเรียนเขียน Advert โดยใช้ข้อมูลที่กำหนดให้ใน
Note ให้นักเรียนทำเป็นช้ินงานลงในกระดาษ A4 มีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ตามจินตนาการของนักเรียน เลือกใช้ภาษาทีเ่ หมาะสม ครู
นดั หมายการส่งงาน
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
2. กิจกรรม E ใหน้ กั เรียน Read silently Exam Task แลว้ คดิ หาคามาเติมในช่องวา่ ง
- นกั เรยี นอ่านประโยคเพือ่ คน้ หาตัวชีแ้ นะคำตอบ (Context clues)
- นกั เรียนนาตวั ช้ีแนะคาตอบ (Context clues) ไปใชใ้ นการตดั สินใจเลือกคาตอบ
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนอา่ นคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
(1) don’t (2) Come (3) 9 p.m. (4) snacks (5) contact Julie
6. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธกี าร 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด พอใช้
คะแนน ผา่ น
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขียน 18-20
15-17 ผลการประเมิน
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรือ่ ง Writing กจิ กรรม A-E หนา้ 40-41
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรื่อง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง Writing 2: Adverts and emails
รหสั วชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว เรื่องท่ีอยใู่ นความสนใจของ
สังคมและสื่อสารอยา่ งต่อเนื่องและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพอื่ ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องที่ฟังหรืออา่ นอยา่ ง
เหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
อา่ นและเขยี น Adverts, email ใหข้ อ้ มูล อธิบาย และแสดงความคดิ เห็นโดยใชส้ านวนภาษาและโครงสร้างภาษาท่ีกาหนดใหไ้ ด้
อยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกย่ี วกบั คำศพั ทส์ ำนวนภาษาและโครงสรา้ งภาษาเรอื่ ง Adverts, email และกจิ กรรมฝึกทกั ษะการคดิ กระบวนการฝกึ ทักษะ
ทางภาษาทั้ง4 ด้านโดยเฉพาะ การอ่านและการเขียนโดยใช้กระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ทำให้ผู้เรียนสื่อสารได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มเี จตคติท่ดี ตี อ่ การเรยี นภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: สานวนภาษาเก่ียวกบั Adverts, email
- Writing strategy: suggesting, persuading, describing
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธิภาพในการสือ่ ความ
- มเี หตผุ ล มวี จิ ารณญาณ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
• Lead-in
ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ี โดยครูเขยี นประโยคต่อไปน้ีบนกระดาน
- Free Lessons! Learn how to be a DJ!
ครูใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงดงั ๆ
• Presentation
ครทู บทวนคำศัพทส์ ำนวนภาษาเกย่ี วกบั Adverts, email ได้แก่ โครงสรา้ งภาษาใน Adverts ดังนี้
- Suggesting ไดแ้ ก่ Why don’t we … ?, How about we…….. ?, What about + v-ing?, Would you like to … ? Would you like
to … ? Would you be interested in + -ing ?
- Persuading ได้แก่ Come to …, Try something new!, Don’t be lazy/shy/boring!, Be brave/strong/active!
• Practice
ครใู หน้ กั เรียนเปิดหนังสือ Workbook Close-up 3 หน้า 23 ปฏิบตั ิกจิ กรรมดงั นี้
1. กิจกรรม A ครูให้นักเรยี นอ่านคำสั่งและทำความเข้าใจ เติมคำตอบที่ถกู ต้อง
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยให้นักเรยี นบอกคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. to see 2. calling 3. bring 4. going
2. กิจกรรม B ใหน้ กั เรยี น Read aloud email from Martin
- ครูอธิบายและให้นักเรยี นพดู เลา่ ข้อความใน email
- ใหน้ กั เรียนอา่ นคำถามและคน้ หาคำตอบ
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี นบอกคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. F 2. F 3. F
3. กจิ กรรม C ครูให้นกั เรยี น Read silently email message and note ในกิจกรรม B อีกครั้ง
- ครใู หเ้ วลานกั เรยี นค้นหา คดิ วเิ คราะห์ ไตรต่ รอง และให้คำตอบ
- ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ ักเรยี นอ่านคำตอบพร้อมกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
Are you bored just watching TV? They why don’t you come to Memford’s
juggling competition? The competition begins at 3 pm on Sunday at the usual
place – Wikins Park
Admission: £10
Pizzas are on sale for £2.50 and drinks are £1.50.
Join us – you won’t regret it!
• Production
1. ใหน้ ักเรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรม D โดย Read aloud Tom’s notes และ Charlotte’s email
2. ครูทบทวนวธิ ีการใช้ Suggesting และ Persuading ให้นักเรยี นฟังอกี ครงั้
3. นกั เรียนคิดหาคำเตมิ ในชอ่ งวา่ ง ครตู รวจสอบคำตอบโดยใหน้ กั เรยี นบอกคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. Johnstown Hall 2. 3 pm / 3 o’clock / three o’clock
3. 10 pm / 10 o’clock / ten o’clock 4. drink 5. songs
6. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ กี าร 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สอื Workbook Close-up 3 Unit 3 Time Out! เรือ่ ง Writing กิจกรรม A-D หน้า 23
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง Time Out!
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 เร่ือง Video: Mechanical Lizard Car
รหัสวชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 1 ช่วั โมง
ผู้สอน นางสาวภาวดี ภาระหัตถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว เรื่องท่ีอยใู่ นความสนใจของ
สังคมและส่ือสารอยา่ งต่อเน่ืองและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขียนสรุปใจความสำคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เรื่องท่ไี ดจ้ ากการวเิ คราะหเ์ รอ่ื ง/ข่าว/เหตุการณ/์ สถานการณ์
ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเกีย่ วกบั ชวี ิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา
ต 2.2 ม.3/1 เปรยี บเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ และการ
ลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 3.1 ม.3/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ ข้อมลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กี่ยวข้องกับกลุม่ สาระการเรยี นรู้อนื่ จากแหลง่ การเรยี นร้แู ละนำ
เสนอดว้ ยการพูดและการเขียน
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกดิ ขึน้ ในห้องเรยี น สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ต 4.2 ม.3/1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ /ค้นควา้ รวบรวม และสรปุ ความร/ู้ ข้อมลู ตา่ งๆ จากส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
ตา่ งๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
พดู /เขียนสรุปใจความสาคญั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั สารคดีการคดิ คน้ ยานพาหนะสาหรับใชใ้ นทะเลทราย โดยใชส้ านวน
ภาษาและโครงสร้างภาษาที่กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมกบั ระดบั ช้นั เรียน
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้เกี่ยวกับสำนวนภาษา โครงสร้างภาษา กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านสื่อวิดโี อ (processed watching) สื่อสิง่ พิมพ์ ทักษะการเรยี น
ภาษาทง้ั 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ ทักษะการฟงั ทักษะการพูด ทักษะการอา่ น ทักษะการเขียน และกระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพอ่ื การสือ่ สาร ทำให้
การสอื่ สารบรรลุเปา้ หมายอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ผเู้ รียนมคี วามสามารถ มีเจตคตทิ ดี่ ีต่อภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: Documentary films ได้แก่ mission, dessert rat, off road vehicle, dessert lizard, steep hill, model, mechanical,
dessert terrain buddy, behave, operate, tight spot, fairly, design, at the control, to be similar to
4.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะการการดูชมอยา่ งเป็นข้นั ตอนมีเป้าหมาย (processed watching)
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ คิดสังเคราะห์ และประเมินค่า
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธภิ าพในการส่อื ความ
- มเี หตผุ ล มีวจิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนาความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่บทเรียนในชว่ั โมงน้ีโดยครูใหน้ กั เรียนดูรูปภาพท้งั 3 รูป ในหนงั สือเรียน Close-up 3
หนา้ 42 แลว้ ใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี
Look at the three pictures.
- What do you see in each picture?
- Do you think which one is different from the others?
- Do you think where they are?
- Guess how the animals and the vehicle are related.
2. นกั เรียนพยายามใหค้ าตอบ ครูใหเ้ วลานกั เรียนเตรียมคาตอบ โดยครูบอกนกั เรียนวา่ คาถามสุดทา้ ยใหค้ ดิ และตอบตาม
จินตนาการของนกั เรียน
3. นกั เรียนช่วยกนั ใหค้ าตอบ โดยครูยอมรบั ทุกคาตอบ
• Presentation
ก่อนดูวิดีโอ ครูสนบั สนุนใหน้ กั เรียนคาดเดาเร่ืองลว่ งหนา้ โดยปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1. ให้นักเรียนพูดเล่าตามจินตนาการของตน โดยนาคาตอบจากคาถามนาขอ้ สุดทา้ ยมาพูด Guess how the animals and the
vehicle are related.
2. ใหน้ กั เรียนตอบคาถาม 3 ขอ้ โดยครูบอกนกั เรียนวา่ เป็นคาถามใหน้ กั เรียนเดาคาดเดาเร่ืองล่วงหนา้
- What’s the video about?
- Where does the story take place?
- What will happen?
3. ครูให้นกั เรียนเปิ ดหนงั สือ Close-up 3 หน้า 42 นกั เรียนทากิจกรรม A โดยจบั คู่คาศพั ท์กบั รูปภาพ โดยตวั เลือกและวลีใน
คาถามทาให้นกั เรียนคาดเดาเร่ืองไดด้ ีข้ึน ไดแ้ ก่ dessert rat, off road vehicle, dessert lizard และ get around the dessert more easily
เฉลยคาตอบ
1. B 2. C 3. A
• Practice
1. กิจกรรม B ครูบอกนกั เรียนว่า นกั เรียนจะไดด้ ูหนงั สารคดีส้ันเกี่ยวกบั การขบั รถในทะเลทราย และขณะท่ีดู นกั เรียนตอ้ ง
ตดั สินว่าประโยคในกิจกรรม B ว่า เป็นจริง True/T หรือ ไม่เป็นจริง False /F ดงั น้นั ก่อนดูให้นกั เรียนอ่านประโยคให้เขา้ ใจและประโยค
ดงั กล่าวจะช่วยให้นกั เรียนเขา้ ใจและคาดเดาเร่ืองล่วงหนา้ ได้
1.1 นกั เรียนอา่ นประโยคที่กาหนดใหแ้ ละขดี เสน้ ใตค้ าสาคญั ซ่ึงจะช่วยใหน้ กั เรียนคดิ วิเคราะหห์ าคาตอบได้
1.2 ครูเปิ ดวิดีโอให้นกั เรียนดูโดยปฏิบตั ิดงั น้ี ครูเปิ ดวิดีโอและหยุดเล่นชว่ั ขณะหลงั จากพบคาตอบของประโยคที่ 1 เพื่อ
ตรวจสอบว่านกั เรียนส่วนใหญ่เลือกคาตอบถูก จากน้นั ครูเปิ ดวิดีโอต่อและหยุดเล่นเป็นระยะเพ่ือให้นกั เรียนไดม้ ีเวลาคิดทบทวนและ
ประเมินคาตอบ
1.3 เม่ือดูจบแลว้ ครูใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบ แตถ่ า้ นกั เรียนส่วนใหญย่ งั ไมส่ ามารถหาคาตอบได้ ครูควรใหน้ กั เรียนดูซ้า
หลายรอบ ก่อนเฉลยคาตอบ
1.4 ครูเฉลยคาตอบ โดยให้นกั เรียนอ่านคาตอบพร้อมกนั โดยครูใหน้ กั เรียนบอกเหตุผลสาหรับขอ้ ที่เป็นเทจ็
เฉลยคาตอบ
1. T 2. T 3. T 4. F 5. T 6. F
2. กิจกรรม C ครูให้นกั เรียนทากิจกรรมหลงั ดูวดี ิโอ ดงั น้ี
2.1 ครูอธิบายคาส่ังและครูสอน/ช้ีแนะวิธีการหาคาตอบ ซ่ึงนักเรียนจะตอ้ งรู้ความหมายของตวั เลือก/คาศพั ท์ที่กาหนดให้
เลือกมาเติมในประโยค และศึกษาประโยคแต่ละประโยคเพื่อคน้ หาตวั ช้ีแนะ/กาหนดคาตอบ (Context clues) จากน้นั จึงนามาใชต้ วั ช้ีแนะ/
กาหนดคาตอบ (Context clues) ประกอบการตดั สินใจเลือกคาตอบ ครูใหน้ กั เรียนทาตามข้นั ตอนดงั กล่าวน้ี
2.2 นกั เรียนอ่านออกเสียงคาศพั ทท์ ี่กาหนดใหแ้ ละบอกความหมายคาศพั ท์
2.3 นกั เรียนศึกษาประโยคแตล่ ะประโยคเพ่ือคน้ หา ตวั ช้ีแนะ/กาหนดคาตอบ (Context clues) และขีดเส้นใตก้ ากบั ไว้
2.4 ครูให้นกั เรียนอ่านตวั ช้ีแนะ/กาหนดคาตอบ (Context clues) และขีดเส้นใตก้ ากบั ไว้ โดยอ่านออกเสียงดงั ๆ ครูเพิ่มเติม
ขอ้ มูลที่เก่ียวขอ้ ง และตรวจสอบความเขา้ ใจท่ีถกู ตอ้ งของนกั เรียน โดยครูเฉลยตวั ช้ีแนะ/กาหนดคาตอบ (Context clues)
ตัวชี้แนะคำตอบ
1. ... that could go anywhere 2. ... so his, … was to make 3. … a mechanical …
4. … that he could hold in his … 5. … can go up and down …
6. … drives up a steep hills and when he gets to the …
7. … stop, … never drives anywhere that he can’t …
8. … has to be …, because he doesn’t want to have an accident.
2.5 ครูใหน้ กั เรียน Read aloud ตวั ช้ีแนะคาตอบ (Context clues) ครูเพม่ิ เติมขอ้ มูลที่เกี่ยวขอ้ ง และตรวจสอบความเขา้ ใจท่ี
ถกู ตอ้ งของนกั เรียน
2.6 นกั เรียนลงมืออา่ น Cloze passage ขอ้ C และเลือกคาตอบ ครูให้เวลานกั เรียนคิดและเขียนคาตอบ
2.7 ครูอาจใหน้ กั เรียนไดด้ ูวิดีโอซ้าอกี คร้ังหน่ึงเพื่อตรวจสอบคาตอบ และปรบั ปรุงคาตอบ
2.8 ครูเฉลยคาตอบ โดยให้นกั เรียนช่วยบอกคาตอบ ครูยนื ยนั คาตอบถูกและแกไ้ ขคาตอบผิด
2.9 ในการเฉลยคาตอบครูควรเลน่ วิดีโอใหน้ กั เรียน ไดม้ ีโอกาสตรวจสอบความเขา้ ใจของตวั เอง
เฉลยคาตอบ
1. machine 2. idea 3. lizard 4. hand 5. hills 6. Top 7. See 8. careful
• Production
1. ครูใหน้ กั เรียนเขา้ แบ่งกล่มุ กลุ่มละ 4-6 คนทากิจกรรม Ideas Focus
2. ใหน้ กั เรียน Read aloud คาถาม และพดู บอกความหมาย
3. ครูทบทวนคาถามและช้ีแนะวธิ ีคิดและเขียนคาตอบโดย Expaining why และใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรมน้ีอยา่ งอสิ ระ โดย
ครูกาหนดเวลา สังเกต แนะนา ช่วยเหลือ แกป้ ัญหา
4. เม่ือครบกาหนดเวลาครูตรวจสอบคาตอบโดยเลือกนกั เรียน 3-4 กลุ่มข้ึนมาให้คาตอบ ครูยอมรับทุกคาตอบท่ีให้เหตผุ ล
(Explaining why)
เฉลยคาตอบ
Students’ own answers
5. ครูสรุปบทเรียน ซักถามเพ่ือประเมินความคิดเห็นและให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นต่อวิดีโอท่ีดูในช่ัวโมงน้ี แนะนาให้
นกั เรียนดูสารคดีรายการใหค้ วามรู้ และคน้ ควา้ ศึกษาหาขอ้ มูลเพ่ิมเติมจากส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์เพอ่ื ขยายโลกทศั น์ และประโยชนใ์ นการแกไ้ ข
ปัญหา การดารงชีวติ การศึกษาต่อ และการเลือกอาชีพ
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ ีการ 15-17 ผลการประเมิน
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนังสือเรียน Close-up 3 Unit 3 Time Out! กิจกรรม A-C และ Ideas Focus หนา้ 42
สื่อ VCD Unit 3 เรอ่ื ง Mechanical Lizard Car
Personal Best
หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา อ 23101 รายวิชาภาษาอังกฤษ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3
เวลา 14 ช่ัวโมง
4 กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ปี การศึกษา 2565 ภาคเรียนท่ี 1
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายท่ีฟังและอ่าน
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและอ่าน
จากส่ือประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโต้ตอบขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง เรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตวั สถานการณ์ ข่าว เร่ืองที่อยใู่ นความสนใจของ
สังคมและสอื่ สารอย่างต่อเน่อื งและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพ่ือขอและใหข้ อ้ มลู อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองท่ีฟังหรืออ่านอยา่ ง
เหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ ข่าว/
เหตุการณ์ พร้อมท้งั ให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขียนสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เรื่องท่ีไดจ้ ากการวเิ คราะห์เรื่อง/ขา่ ว/เหตกุ ารณ์/สถานการณ์
ท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.3/1 เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ เจา้ ของ
ภาษา
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเก่ียวกบั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการ ลาดบั คา
ตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 3.1 ม.3/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจากแหล่งการเรียนรู้และนาเสนอ
ดว้ ยการพดู และการเขียน
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ต 4.2 ม.3/1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ /คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปความรู้/ขอ้ มลู ตา่ งๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้คำศัพท์เกี่ยวกับ sport-related words, collocations, phrasal verbs สำนวนภาษา โครงสร้างภาษาเกี่ยวกับModals for
advice, permission, ability, intention, necessity & obligation กิจกรรมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การให้เหตุผล เรื่อง Personal
Best สื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ ทักษะการเรียนภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน
ทักษะการเขียน และกระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ทำให้การสื่อสารบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมี
ความสามารถ มีเจตคตทิ ีด่ ตี อ่ ภาษาอังกฤษ
3. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
3.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
คำศัพท์เกยี่ วกบั sport-related words, collocations, phrasal verbs ในบทอ่านประเภทต่างๆ ได้แก่ บทความ(Articles) บทสนทนา
(Conversations) งานเขียนทเ่ี ป็น Signs, Notes, Blogs, e-mails สำนวนภาษาท่ใี ช้พูดและเขยี นเก่ียวกบั advice, permission, ability intention,
necessity & obligation, โครงสร้างประโยค Modals for advice, permission, ability, intention, necessity & obligation, multiple choice cloze,
Exam Close-Up และ ExamTasks
3.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
ทักษะการเรียนภาษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ทักษะกระบวนการคิด และทักษะกระบวนการ
สอนภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร
3.3 ดา้ นเจตคติ (Attitude/Desired Character)
ใช้ภาษาองั กฤษอย่างมมี ารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะและบคุ คล มปี ระสิทธิภาพในการสอ่ื ความ
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินยั
มุ่งมน่ั ในการทางาน
ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง ✓
รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณ
6. ภาระงาน/ชิน้ งาน
ใหน้ กั เรยี นพดู บรรยายภาพหน้าชน้ั เรยี น เลอื กภาพตามความสนใจ มคี วามเหมาะสม มีเนอ้ื หาเกีย่ วกบั Sports โดยประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
และทักษะการใช้ภาษาทเี่ รยี นมาใน Unit 4 จดั ทำเป็นแผน่ รายงานกระดาษ A4
7. การวัดและประเมินผล (ภาระงาน/ชิน้ งาน)
วธิ ีการ เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
1. ประเมิน แบบประเมนิ คณุ ภาพชิ้นงาน/ภาระงาน 18-20
คณุ ภาพ 15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
วธิ กี าร เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
18-20
2. ประเมนิ แบบประเมินทกั ษะ-การพูด 15-17 ผลการประเมนิ
ทกั ษะทางการ แบบประเมินทกั ษะ-การเขยี น 12-14 ดีมาก
ใชภ้ าษา 10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
8. กิจกรรมการเรียนรู้
ความรูแ้ ละกิจกรรมฝึกทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ การใหเ้ หตุผล ทักษะการเรยี นภาษาท้ัง 4 ดา้ น ได้แก่ การฟงั การพดู การ
อา่ น และการเขียน เร่อื งPersonal Best ประกอบด้วยบทสนทนา (conversations) บทความ (articles), e-mails, notes, signs, Exam
Close-up, Exam Tasks, สื่อรปู ภาพ (pictures) สอ่ื เสียง (audio CD) สื่อวิดโี อ (DVD) ทมี่ ีคำศัพท์ สำนวนภาษาเกยี่ วกบั Sports โครงสรา้ ง
ภาษา Imperatives, Reduction of passive verbs, muiltiple choice cloze และกระบวนการสอนภาษาอังกฤษเพ่อื การสอื่ สาร เจตคติ
ที่ดีต่อภาษาอังกฤษ
9. สื่อ/แหล่งเรียนรู้
• หนังสือเรียน Close-up 3 Unit 4 เรื่อง Personal Best หน้า 43-54
• หนังสือ Workbook Close-up 3 Unit 4 เร่อื ง Personal Best หน้า 24-29
• Audio CD Track 4.1, 4.2, 4.3
• Video เรื่อง A Muni Adventure หนา้ 54
10. กจิ กรรมเสนอแนะ
นกั เรียนควรเตรียมพร้อมในการเรียนรู้เพอ่ื เขา้ ใจเน้ือหาและกิจกรรมการเรียนการสอนงา่ ยข้ึน โดยศึกษาเน้ือหาล่วงหนา้ และ
ทบทวนหลงั จากเรียนเสร็จแลว้ ทกุ คร้ัง เพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนให้ดีมีประสิทธิภาพและสูงข้นึ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง Personal Best
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง Reading 1: Signs & Notices
รหัสวชิ า อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและ
อ่านจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/2 พูดและเขียนสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เร่ืองท่ีไดจ้ ากการวเิ คราะหเ์ ร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์/สถาน-
การณ์ท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเก่ียวกบั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
อ่านบทความเก่ียวกับ Signs & Notices แลว้ พูดและเขียนวเิ คราะห์เปรียบเทยี บ อธบิ าย และแสดงความคดิ เห็น โดยใชค้ ำศัพท์และ
โครงสรา้ งภาษาทก่ี ำหนดใหไ้ ดถ้ ูกต้องเหมาะสม
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรู้และกิจกรรมฝกึ ทกั ษะการคิดทมี่ ีคำศัพท์เก่ียวกบั sport related-words, Phrasal verbs, Signs และ Reading skills: Scanning
reading, Exam strategies: Using context to understand signs โดยผ่านการฝึกทักษะการอ่าน การเขียน และกระบวนการสอนภาษาอังกฤษ
เพ่ือการสอื่ สาร ทำใหผ้ ู้เรยี นสามารถส่อื ความไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ มีนสิ ัยรักการอา่ น มีสนุ ทรียภาพในการอ่าน
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: Sport related-words, Phrasal verbs, Signs
- Grammar: Parts of speech, Reduction of passive verbs
- Speaking: Explaining why /because
- Reading skills: Scanning reading
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธภิ าพในการสือ่ ความ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนักเรียนเข้าสู่บทเรียนในช่ัวโมงเรียนนโี้ ดยใช้คำถามดังน้ี
Q: What do you about signs & notices?
2. นกั เรยี นให้คำตอบอยา่ งหลากหลาย ครยู อมรบั ทุกคำตอบทีส่ มเหตผุ ล
3. ครเู ช่ือมโยงเขา้ สู่กจิ กรรมการเรียนการสอน
• Presentation
1. ครสู อนคำศัพทใ์ นบทอา่ น ดังนี้
- ให้นักเรียนทั้งชั้นช่วยกันค้นคำศัพทท์ ี่ไม่รู้ความหมาย ขีดเส้นใต้กำกับไว้ และให้นักเรียนระบุ Parts of speech ของคำศัพท์
จากตำแหน่งภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝึกให้ระบุ Parts of speech ทุกครั้งที่สอนความหมายของคำศัพท์) นักเรียนบอก
หมวดหมู่ของคำศพั ท์เหลา่ นี้ โดยครูเขียนลงใน Word Box บนกระดาน
- ให้นักเรยี น Read aloud คำศพั ทบ์ นกระดาน
- ใหน้ กั เรยี นแบ่งกัน/ช่วยกนั คน้ หาความหมายของคำศัพท์เหลา่ นี้ แล้วพดู บอกความหมาย
- ครเู ขียนความหมายของคำศพั ทท์ ่นี กั เรยี นบอกและเพิ่มเติมความหมายของคำศัพทบ์ างคำให้สมบรู ณ์
2. ครสู อนโครงสรา้ งท่ีเกยี่ วขอ้ งกับบทเรียนในช่วั โมงนี้ ไดแ้ ก่
2.1 ประโยค imperatives ได้แก่ Push button for assistance.
2.2 Reduction of passive verbs ไดแ้ ก่ No food or drinks allowed. (=No food or drinks are allowed.)
3. ครสู อนเทคนิคการทำขอ้ สอบ (Exam Strategies) จาก Exam Close-up ดังนี้
Exam Strategies: Looking for words with similar meanings
- You will see words in the signs and notices that have similar meanings to words in the
sentences, such as safe/secure and help/assistance.
- Find these synonyms and underline them to help you do the matching task correctly.
4. ครูทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบจาก Exam Close-up จาก Unit 2: Using context to understand signs ดงั น้ี
Exam strategies: Using context to understand signs
- Notices only use a few words. To help you understand in them, try to decide where you might
see each signs. This will helpyou focus on the possible message of the sign.
- You probably won’t be able to understand all the words, but focus on the ones you do
understand.
- Then look for similar words in the answer choices.
5. ครูทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบจาก Exam Close-up จาก Unit 1: Justifying your answers ดงั น้ี
Exam strategies: Justifying your answers
1. When you think you have found the answer,try to justify it, i.e. explain to yourself why it is
correct and the other options are not.
2. If you cannot do this then your chosen answer is probably wrong.
3. Look at the options again and try to find out that you can justify.
• Practice
ครูให้นกั เรียนเปิ ดหนงั สือ Close-up 3 หนา้ 44 ครูให้นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตอ่ ไปน้ี
1. กิจกรรม A ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสงั่ และพดู บอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูทบทวนเทคนิคการทาขอ้ สอบ Using context to understand
- ครูใหน้ กั เรียน Read aloud รายชื่อ Sports ขอ้ 1-6
- ให้นกั เรียน Skimming reading for Signs A.-F. และนักเรียนบอกประเด็นสาคญั ของแต่ละ Signs และเลือกคาตอบโดย
จบั คู่ Signs กบั Sports ไปพร้อมกนั
- ครูสรุปวิธีการคิดคาตอบและการอ่านขอ้ ความใน signs โดยครูช้ีแจงว่า นกั เรียนสามารถเลือกคาตอบไดถ้ ูกตอ้ งโดยไม่
จาเป็นตอ้ งรู้ความหมายของคาศพั ทท์ กุ ตวั ในแต่ละ Sign ครูสรุปคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. E 2. D 3. A 4. B 5. C 6. F
2. กจิ กรรม B ครูให้นกั เรียน Read aloud คาส่ัง และพดู บอกสิ่งท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ใิ นกิจกรรมน้ี
- ครูทบทวนคาสง่ั อธิบาย ช้ีแนะวิธีตอบคาถาม Explaining Why
- ครูให้เวลานกั เรียนคดิ และเขียนอธิบายคาตอบ ครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูเลือกนกั เรียน 4-5 คนใหน้ กั เรียน Read aloud คาตอบ และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
ครูให้นกั เรียนเปิ ดหนงั สือ Workbook Close-up 3 หนา้ 24-25 ครูให้นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมต่อไปน้ี
3. กจิ กรรม A ครูให้นกั เรียน Read aloud the Exam Reminder
- ครูอธิบายและยกตวั อยา่ งประกอบ จากน้นั ครูทบทวนคาถาม What are synonyms?
- ให้นกั เรียนตอบคาถาม
เฉลยคาตอบ
Synonyms are words with similar meanings.
4. กจิ กรรม B ครูใหน้ กั เรียน Read aloud the Exam Task ประโยค 1-5 และขีดเส้นใตค้ า/วลี/ประโยคยอ่ ยที่สาคญั ในแตป่ ระโยค
เพือ่ ใชเ้ ป็นตวั ช้ีแนะคาตอบ (Contextual Clues)
- ครูให้นกั เรียน Read aloud the Exam Task Notices A-H
- นกั เรียนเลือกคาตอบโดยใชค้ า/วลี/ประโยคยอ่ ยทีข่ ีดเส้นใตเ้ ป็นตวั ช้ีแนะคาตอบ (Contextual Clues)
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนพดู บอกคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. B 2. H 3. A 4. G 5. C
5. กจิ กรรม C ครูให้นกั เรียน Read aloud คาสั่งและบทความ โดยระหว่างที่อ่านบทความใหน้ กั เรียนขดี เสน้ ใตค้ าศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ ง
- นักเรียนคิดพิจารณาและเลือกระบุ notices ในกิจกรรม B ท่ีเก่ียวข้องกับบทความโดยใช้หลักการทบทวนคาตอบ
Justifying your answers
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนพดู บอกคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
Notices C, E and F
• Production
- ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรม Expand Your Ideas ซ่ึงครู applied จากกิจกรรมขอ้ 1 และกิจกรรมขอ้ 4 ดงั น้ี
What are the signs or notices to be needed for safety ?
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรม ครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูสุ่มเลือกนกั เรียน 4-5 คู่ข้นึ มาพดู ใหค้ าตอบ
- ครูยอมรับทกุ คาตอบ
- ครูสรุปบทเรียน
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธกี าร 15-17 ผลการประเมิน
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่ือง Reading กิจกรรม A-B หนา้ 44
หนงั สือ Workbook Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่ือง Reading กิจกรรม A-C หนา้ 24-25
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง Personal Best
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง Reading 2: Jamica & Cuba
รหัสวชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชั่วโมง
ผู้สอน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและ
อา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ให้เหตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขยี นสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เร่ืองที่ไดจ้ ากการวเิ คราะห์เร่ือง/ข่าว/เหตกุ ารณ์/สถาน-
การณ์ท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเกี่ยวกบั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
อา่ นบทความเกี่ยวกบั Jamica & Cuba แล้วพดู และเขียนสรุปใจความสำคญั วเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบ อธบิ าย และแสดงความคดิ เห็น
โดยใชค้ ำศัพท์และโครงสรา้ งภาษาทก่ี ำหนดใหไ้ ด้ถกู ตอ้ งเหมาะสม
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความรูแ้ ละกิจกรรมฝกึ ทักษะการคดิ บทความ (articles) ทม่ี ีคำศัพท์และโครงสรา้ งภาษา และ Reading skills: Skimming reading
โดยผ่านการฝึกทกั ษะการอา่ น การเขียน และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสารทำใหผ้ ้เู รียนสามารถส่อื ความได้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ มนี ิสยั รักการอา่ น มสี ุนทรยี ภาพในการอ่าน
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: colony, independent, authorities, bullfighting
- Grammar: Reduction of passive verbs
- Reading skill: Skimming reading
4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธิภาพในการสอ่ื ความ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนกั เรียนเขา้ สบู่ ทเรยี นในช่วั โมงเรยี นน้ีโดยใชภ้ าพในกิจกรรม C และคำถามดงั น้ี
Q 1: Do you think what cricket and baseball are like?
2. นักเรยี นให้คำตอบอย่างหลากหลาย ครูยอมรบั ทกุ คำตอบ
• Presentation
1. ครูใหน้ กั เรียนเปิดหนงั สอื Close-up 3 หนา้ 44 -45 ครสู อนคำศพั ท์ในบทอ่านกจิ กรรม C, D, E, F, G และ Ideas Focus โดยให้
นักเรียนมสี ่วนร่วมดงั นี้
- ให้นักเรียนทั้งช้ันช่วยกันค้นคำศัพท์ทีไ่ มร่ ู้ความหมาย ขีดเส้นใต้กำกับไว้ และให้นกั เรยี นระบุ Parts of Speech ของคำศัพท์
จากตำแหน่งภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝกึ ให้ระบุ Parts of speech ทกุ ครง้ั ที่สอนความหมายของคำศัพท์)
- นักเรยี นบอกหมวดหมูข่ องคำศัพท์เหล่านี้ โดยครเู ขยี นลงใน Word Box บนกระดาน
- ให้นกั เรยี น Read aloud คำศัพทบ์ นกระดาน
- ใหน้ กั เรยี นแบ่งกัน/ชว่ ยกันคน้ หาความหมายของคำศพั ท์เหล่าน้ี แลว้ พูดบอกความหมาย
- ครูเขียนความหมายของคำศัพท์ที่นักเรียนบอกและเพิ่มเติมความหมายของคำศัพท์บางคำให้สมบูรณ์ ค รูเลือกคำ/วลี/
ประโยคทมี่ คี วามหมายน่าสนใจ มาอธบิ าย
- ให้นกั เรยี นอ่านออกเสียงดังพรอ้ มกนั ถา้ คำใดนักเรยี นอ่านไมไ่ ด้ ให้ครชู ่วยอา่ นนำและนกั เรยี นอา่ นตาม
- ให้นักเรียนคัดลอก Word Box และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องลงในสมุดคำศัพท์ของตนเอง (ครูกำหนดให้นักเรียนทุกคนมีสมุด
คำศพั ทแ์ ละสมดุ แบบฝกึ หดั )
2. ครสู อนคำศพั ท์ใน Word Focus ดังน้ี
- ให้นกั เรียนอ่านออกเสยี งดงั พรอ้ มกัน ถ้าคำใดนักเรยี นอ่านไม่ได้ใหค้ รูช่วยอา่ นนำและนกั เรยี นอา่ นตาม
- ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกความหมายโดยครใู ห้นักเรียนบอกความหมายของคำที่นักเรียนรู้จัก ถ้านักเรยี นบอกความหมาย
ไมไ่ ด้ ครใู หน้ กั เรยี นดูที่ Word Focus และใหอ้ า่ นออกเสียงคำศพั ท์และคำจำกัดความ วธิ นี ี้จะชว่ ยใหน้ กั เรยี นรคู้ วามหมายของคำศัพท์มากข้ึน
ครอู าจใหค้ ำอธิบายเพ่ิมเติมบ้าง
- ให้นักเรียนคัดลอก Word Box และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องลงในสมุดคำศัพท์ของตนเอง (ครูกำหนดให้นักเรียนทุกคนมีสมุด
คำศัพทแ์ ละสมุดแบบฝกึ หดั )
3. ครทู บทวนเทคนิคการทำข้อสอบ (Exam Strategies) ครอู ธิบายและยกตัวอยา่ งโดยใหน้ ักเรยี นปฏิบัติ ไดแ้ ก่
Exam Strategies:
a. Looking for words with similar meanings
- You will see words in the signs and notices that have similar meanings to words in the sentences,
such as safe/secure and help/assistance.
- Find these synonyms and underline them to help you do the matching task correctly.
b. Using context to understand signs
- Notices only use a few words. To help you understand in them, try to decide where you might see
each signs. This will help you focus on the possible message of the sign.
- You probably won’t be able to understand all the words, but focus on the ones you do understand.
- Then look for similar words in the answer choices
c. Focusing on words before and after a gap
- Some tasks include a gapped text. Only one word goes in each gap.
- This task tests what you know about grammartical structures and vocabulary.
- First, look at the gap. What words come before and after? What kind of words are they (e.g. verbs,
nouns, prepositions, pronouns)?
- Look again at the words around the gaps. Can you think of words that often go together with them?
Write your answer in the gap and then read the whole sentence to see if it fits.
4. ครูทบทวนโครงสร้างประโยค Reduction of passive verbs และ Reading skill ท่ีสอนในชวั่ โมงที่แลว้ และเกี่ยวขอ้ งกบั
บทเรียนในชวั่ โมงน้ี โดยให้นกั เรียนมีส่วนร่วม
5. ครูทบทวน Reading skills: Scanning and Skimming reading โดยใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วม
• Practice
1. กจิ กรรม C ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสง่ั ให้นกั เรียน Skimming reading both brochures about Jamica and Cuba เพ่ือจบั
ใจความสาคญั ในบทความ จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั พดู เล่าสรุปเร่ืองที่อ่าน
- ใหน้ กั เรียน Read aloud คาถามท้งั 2 ขอ้ เพ่อื ใชเ้ ป็น Key words ในการอา่ นเพอื่ คน้ หาคาตอบ โดยใชว้ ิธีอา่ นแบบ Scanning
โดยเมื่ออา่ นพบคาตอบของคาถามดงั กล่าวใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใต้
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรม ครู สงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการอ่านโดยใหน้ กั เรียนพดู บอกคาตอบ และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. The British brought cricket to Jamica.
2. Baseball came from the USA.
2. กิจกรรม D ใหน้ กั เรียน Read aloud ประโยคที่ 1-6 และขีดเสน้ ใตค้ าสาคญั เพอื่ ใชเ้ ป็น Key words ในการอ่านเพื่อคน้ หา
ประเดน็ สนบั สนุนหรือปฏเิ สธใจความในแต่ละประโยค
- นักเรยี นยอ้ นกลับไปอา่ น Passage เพอื่ ค้นหาคำตอบโดยใช้คำท่ขี ีดเส้นใต้ช่วย
- ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการอา่ นโดยใหน้ กั เรียนพูดบอกคาตอบ และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. T 2. F 3. F 4. T 5. T 6. F
3. กิจกรรม E ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสงั่ และพูดบอกสิ่งท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ใิ นกิจกรรมน้ี
- ครทู บทวนเทคนิคการทำข้อสอบ Focusing on words before and after a gap
- ให้นกั เรียน Read silently ประโยคโดยคน้ หาตวั ช้ีแนะคาตอบซ่ึงอยหู่ นา้ และหลงั ตวั เลือกและขดี เสน้ ใต้
- นกั เรียนเลือกคาตอบโดยใชค้ า/วลี/ประโยคยอ่ ยทขี่ ดี เสน้ ใตเ้ ป็นตวั ช้ีแนะคาตอบ (Contextual clues)
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยใหน้ กั เรียนพดู บอกคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคาตอบ
1. of 2. for 3. in 4. to 5. back
4. กจิ กรรม F ใหน้ กั เรียน Read aloud the Exam Close–up
- ครูทบทวนอธิบาย ยกตวั อยา่ งและตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถาม
- ใหน้ กั เรียน Read aloud ประโยคขดี เส้นใตค้ าสาคญั ในแต่ละประโยค
- ใหน้ กั เรียน Read aloud Notices A-H เพือ่ คน้ หาและจบั คคู่ าศพั ทท์ ่ีมีความหมายเดียวกบั คาสาคญั ในแตล่ ะประโยค
- ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรม ครูสงั เกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
5. กจิ กรรม G ใหน้ กั เรียนจบั คู่ประโยคกบั Notice ที่มีคาศพั ทท์ ี่มคี วามหมายเดียวกนั หรือมีความหมายใกลเ้ คยี ง
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยให้นกั เรียนพดู บอกคาตอบพร้อมกนั และครูเฉลยคาตอบ
เฉลยคำตอบ
1. H 2. B 3. A 4. C 5. F
• Production
กิจกรรม Ideas Focus ใหน้ กั เรียนประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ท่ีเรียนมาในชว่ั โมงน้ีทากจิ กรรม ครูอธิบายคาส่งั ช้ีแนะวิธีคิด และ การตอบ
คาถาม โดยใหน้ กั เรียน Discuss and share ดงั น้ี
- ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสงั่ และพูดบอกส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครูทบทวนคาส่ังช้ีแนะวิธีการตอบคาถาม Why? or Why not? โดยทบทวนโครงสร้างประโยค Explaining Why/ because
ไดแ้ ก่ Sentence 1 (Subject + verb in Present Simple+ … ) + because + Sentence 2 (Subject + verb in Present Simple + … ตวั อย่างเช่น
I’m happy because I can watch football match. และทบทวนการใชก้ ริยาเป็น Present ไดแ้ ก่ Present Simple
- นกั เรียนจบั คูท่ ากิจกรรม ตอบคาถามโดยใชโ้ ครงสร้างประโยค Explaining Why or Why not/because
- ครูให้เวลานกั เรียนทากิจกรรม ครูสังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา
- ครูตรวจสอบคาตอบโดยเลือกใหน้ กั เรียนพดู บอกคาตอบ โดยครูช่วยเติมเตม็ ความสมบรู ณ์
- ครูยอมรับทกุ คาตอบที่มเี หตผุ ล
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
- ครูตอบขอ้ ซกั ถามของนกั เรียน สรุปสิ่งที่เรียนในชว่ั โมงน้ี
6. การวดั และประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
1. สงั เกต แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
15-17 ผลการประเมนิ
12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอ่าน-การเขยี น 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เรื่อง Reading กิจกรรม C-G และ Ideas Focus หนา้ 44-45
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง Personal Best
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง Vocabulary 1: Sports
รหัสวชิ า อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ช่วั โมง
ผูส้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟังและ
อ่านจากส่ือประเภทตา่ งๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขยี นสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เรื่องที่ไดจ้ ากการวิเคราะห์เร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์/สถาน-
การณ์ท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเก่ียวกบั ชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
อ่านบทบรรยายเก่ียวกบั Vocabulary 1: Sports แลว้ พูดและเขียนสรุปใจความสาคญั วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย และแสดง
ความคิดเห็น โดยใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้างภาษาท่ีกาหนดใหไ้ ดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรูแ้ ละกจิ กรรมฝกึ ทักษะการคิด บทความ (articles) ทม่ี คี ำศพั ท์ Vocabulary 1: Sports สำนวนภาษาโครงสรา้ งภาษาเกยี่ วกบั
Explaining why โดยผา่ นการฝกึ ทกั ษะการอา่ น การเขยี น และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอื่ การสื่อสาร ทำใหผ้ เู้ รยี นสามารถสอื่ ความ
ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ มีนิสยั รักการอ่าน มีสนุ ทรยี ภาพในการอ่าน
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: basketball, cricket, football, table tennis, volleyball, fan, opponent, referee, manager, goalkeeper
- Grammar: Parts of speech, Collocations of verb do, go and play
- Speaking: Explaining why, Present simple using for describing places
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มปี ระสิทธิภาพในการส่ือความ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครนู ำความสนใจของนักเรยี นเข้าสู่บทเรียนในช่วั โมงเรียนน้โี ดยใช้ภาพ ในหนงั สือเรียน Close-up 3 หน้า 46 และคำถามดงั น้ี
Q 1: Which pictures show a sport where you play against one other person? (4, 6)
Q 2: Which pictures show team sports? (1, 2, 3, 5)
Q 3: Which pictures show indoor sports? (2, 3, 6)
Q 4: Which pictures show outdoor sports? (1, 4, 5)
2. นกั เรยี นให้คำตอบอย่างหลากหลาย ครยู อมรบั คำตอบทีถ่ กู ตอ้ ง
3. ครูเชอ่ื มโยงเขา้ สกู่ จิ กรรม Vocabulary
• Presentation
1. ครสู อนคำศพั ทใ์ นบทอ่านกจิ กรรม A-F โดยให้นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมดงั น้ี
- ให้นักเรียนทั้งชั้นช่วยกันค้นคำศัพทท์ ี่ไมร่ ู้ความหมาย ขีดเส้นใต้กำกบั ไว้ และให้นักเรียนระบุ Parts of speech ของคำศัพท์
จากตำแหนง่ ภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝกึ ใหร้ ะบุ Parts of speech ทกุ ครง้ั ท่สี อนความหมายของคำศพั ท์)
- นักเรียนบอกหมวดหมู่ของคำศัพท์เหล่านี้ โดยครูเขียนลงใน Word Box บนกระดาน ให้นักเรียน Read aloud คำศัพท์บน
กระดาน
- ให้นกั เรียนแบง่ กนั /ชว่ ยกนั คน้ หาความหมายของคำศัพทเ์ หล่านี้ แล้วพดู บอกความหมาย
- ครเู ขยี นความหมายของคำศัพทท์ น่ี กั เรียนบอกและเพม่ิ เติมความหมายของคำศพั ท์บางคำใหส้ มบรู ณ์
- ครเู ลอื กคำ/วลี /ประโยคท่ีนา่ สนใจ มาอธิบาย
- ครูเขียนความหมายของคำศัพทท์ น่ี กั เรียนบอกและเพิ่มเตมิ ความหมายของคำศพั ทบ์ างคำให้สมบรู ณ์ ครเู ลือกคำ/วลี/
ประโยคทมี่ ีความหมายน่าสนใจ มาอธิบาย
- ให้นกั เรยี นอ่านออกเสียงดงั พรอ้ มกนั ถา้ คำใดนกั เรยี นอา่ นไมไ่ ด้ ใหค้ รชู ว่ ยอา่ นนำและนกั เรยี นอา่ นตาม
- ให้นักเรียนคัดลอก Word Box และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องลงในสมุดคำศัพท์ของตนเอง (ครูกำหนดให้นักเรียนทุกคนมีสมุด
คำศัพทแ์ ละสมุดแบบฝกึ หดั )
2. ครูสอนเรอื่ งคำกรยิ าทีต่ อ้ งใชร้ ว่ มกนั กับกรยิ า do, go, play (Collocations of verb do, go and play) ไดแ้ ก่
do + gymnastics, athletics + …
go + swimming, cycling, diving, sailing + …
play + football, basketball, volleyball, cricket + …
- ใหน้ ักเรยี นช่วยกันยกตวั อย่างกฬี าตา่ งๆ ท่ีใช้กบั กรยิ า do, go, play
- ให้นักเรียนค้นคว้าเพิ่มเติมเกย่ี วกบั Collocations of verb do and go และคดั ลอกลงสมดุ คำศพั ท์
3. ครทู บทวนโครงสร้างประโยคเกี่ยวกบั Explaining why, Present simple using for describing places
4. ครทู บทวนเทคนิคการทำขอ้ สอบ Focusing on words before and after a gap
• Practice
ครใู หน้ กั เรียนเปดิ หนงั สือเรียน Close-up 3 หน้า 46 นกั เรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่อไปน้ี
1. กจิ กรรม A ให้นกั เรียน Read aloud คำสั่ง และพดู บอกสิง่ ทน่ี กั เรียนตอ้ งปฏบิ ตั ิในกิจกรรมน้ี
- ครใู ห้นกั เรียนพูดเกย่ี วกับกฬี าแตล่ ะชนิด
- ให้นักเรียนอ่านคำศพั ทท์ ่ีเปน็ ตวั เลือกจับคคู่ ำศัพทก์ ับรูปภาพ ครตู รวจสอบความถูกต้องโดยใหน้ ักเรียนอ่านคำตอบพรอ้ มกัน
และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. football 2. volleyball 3. Basketball 4. tennis 5. crickrt 6. table tennis
2. กิจกรรม B ให้นักเรยี นยอ้ นกลับไปดภู าพกีฬาในกิจกรรม A แล้วพูดบอกเก่ยี วกับอปุ กรณข์ องกีฬาแตล่ ะชนดิ
- ให้นกั เรยี น Read aloud คำศัพทท์ ีเ่ ป็นตัวเลอื ก บอกความหมายและจบั ค่คู ำศัพท์กับกฬี าแตล่ ะชนดิ
- ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ ักเรียนอา่ นคำตอบพร้อมกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. tennis 2. football 3. basketball 4. volleyball 5. cricket 6. table tennis
3. กิจกรรม C ให้นักเรยี นดตู ารางคำศัพทท์ ่กี ำหนดให้ อ่านหัวเรอ่ื งของแตล่ ะ column ศกึ ษาความหมายของคำศัพท์แตล่ ะช่อง
ในตาราง แลว้ เตมิ คำศพั ทท์ หี่ ายไป
- ครใู หเ้ วลานักเรียนคดิ และปรึกษากับเพ่อื นเพื่อคิดคำตอบและเตมิ คำท่หี ายไป
- ใหน้ กั เรียนนำคำตอบทไ่ี ด้ไป Compare and Share กับเพอ่ื นในหอ้ ง
- ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ กั เรยี นอา่ นคำศพั ทท์ ุกแถวพรอ้ มกัน และครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. diving 2. cyclist 3. gymnastics 4. athlete 5. swimming 6. sailor
4. กิจกรรม D ให้นักเรยี น Read aloud คำสั่งและพดู บอกสง่ิ ทนี่ ักเรยี นตอ้ งปฏิบตั ิในกจิ กรรมนี้
- ใหน้ ักเรยี น Read aloud คำศัพทใ์ นตารางของกิจกรรม C พรอ้ มทัง้ พูดความหมายของคำศัพทท์ กุ ตัว
- ให้นักเรียนทบทวนเทคนคิ การทำข้อสอบ Focusing on words before and after a gap
- ให้นักเรียน Read silently ประโยคเพื่อค้นหาตัวชี้แนะคำตอบและขีดเส้นใต้คำ/วลีที่เป็นตัวชี้แนะคำตอบ นักเรียนเลือก
คำตอบโดยใช้คำ/วลีท่ีเปน็ ตัวชีแ้ นะคำตอบ
- ครูตรวจสอบความถูกต้องโดยใหน้ ักเรยี น Read aloud คำตอบและบอกเหตุผลทเี่ ลือกใชค้ ำตอบน้ัน (บอกคำ/วลีทเ่ี ป็นตัวช้ีแนะ
คำตอบ) เมอ่ื ไดค้ ำตอบทกุ ประโยคแลว้ ให้นักเรยี น Read Aloud ประโยค และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. sailor 2. dive 3.gymnastics 4. athlete 5. cyclist 6. Swimmers
5. กจิ กรรม E ใหน้ ักเรยี น Read aloud คำศพั ทท์ เี่ ปน็ ช่ือกีฬาทีอ่ ยู่หลังช่องวา่ งและขดี เสน้ ใตไ้ ว้เพือ่ ใชเ้ ป็นตวั ช้แี นะคำตอบ
- ให้นักเรียนเลือกใช้กริยา do และ go เติมลงในช่องว่าง ให้สัมพันธ์กับชื่อกีฬาที่ขีดเส้นใต้ โดยกริยาบางตัวต้องเปลี่ยนรูป
กริยาใหส้ อดคล้องกับโครงสร้างภายในแต่ละประโยค
- ครูตรวจสอบความถูกต้องโดยให้นักเรียนอ่านคำตอบพร้อมกัน และบอกเหตุผลที่เลือกใช้ do, go ในรูปนั้นๆ และครูเฉลย
คำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. went 2. going 3. doing 4. go 5. doing 6. go
6. กจิ กรรม F ให้นักเรยี น Read aloud คำศัพทท์ ี่ตัวเลือกและพูดบอกความหมายของคำศัพทน์ ้ันๆ พรอ้ มกนั ถา้ นกั เรยี นมปี ัญหา
ในการบอกความหมายของตวั เลือก ครูให้นักเรียนย้อนกลับไปดูความหมายใน Word Box ทน่ี กั เรียนจดในสมุด
- ใหน้ ักเรียน Read silently ประโยคเพ่ือค้นหาตวั ชแี้ นะคำตอบและขดี เส้นใตค้ ำ/วลที เี่ ปน็ ตัวชีแ้ นะคำตอบ
- นักเรียนเลอื กคำตอบโดยใช้คำ/วลี/ประโยคยอ่ ยทเี่ ปน็ ตวั ช้แี นะคำตอบ
- ให้นกั เรยี นนำคำตอบทไี่ ดไ้ ป Compare and Share กับเพ่ือนในห้อง
- ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งโดยใหน้ ักเรยี นพดู บอกคำตอบและบอกเหตผุ ลที่เลอื กใช้คำตอบน้ันๆ (บอกคำ/วลีท่ีเป็นตัวชี้แนะ
คำตอบ)
- เมอ่ื ได้คำตอบสำหรบั ทกุ ประโยคแลว้ ครใู หน้ กั เรียนRead Aloud ประโยคและครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ
1. referee 2. goalkeeper 3. opponent 4. fan 5.manager
• Production
กิจกรรม Expand your Ideas ซ่ึงครู applied จากกิจกรรม D ให้นกั เรียนประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ที่เรียนมาในชวั่ โมงน้ีทากิจกรรม ครู
อธิบายคาส่ัง ช้ีแนะวิธีคดิ และการตอบคาถาม โดยให้นกั เรียน Discuss and share ดงั น้ี
Write and tell about your favourite sport and explain why you like it.
1. ครูใหน้ กั เรียน Read aloud คาสั่ง และพูดบอกสิ่งที่นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกจิ กรรมน้ี
2. นกั เรียนตอบคาถามโดยใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้างประโยค Explaining Why
3. ครูให้เวลานกั เรียนทากิจกรรม ครู สังเกต แนะนา ช่วยเหลือ และแกป้ ัญหา ก่อนหมดเวลาครูตรวจสอบโดยเลือกนกั เรียน 3-4
คนข้ึนมาพูดขอ้ เขียนของตนเองให้เพอ่ื นฟัง โดยครูและเพือ่ นช่วยเติมเตม็ ใหม้ ีความน่าสนใจย่งิ ข้ึน
4. ครูตอบขอ้ ซกั ถามของนกั เรียน สรุปส่ิงท่ีเรียนในชวั่ โมงน้ี
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
6. การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วธิ ีการ 15-17 ผลการประเมิน
1. สงั เกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะการฟัง-การพูด คะแนน ผลการประเมิน
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมินทกั ษะการอ่าน-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เร่ือง Vocabulary กิจกรรม A-F หนา้ 46
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง Personal Best
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 เรื่อง Vocabulary 2: The Special Ks
รหัสวิชา อ 23101 รายวิชาภาษาองั กฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ชว่ั โมง
ผ้สู อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหวั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่ฟังและ
อา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ให้เหตผุ ลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/2 พูดและเขยี นสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เรื่องที่ไดจ้ ากการวิเคราะห์เรื่อง/ขา่ ว/เหตกุ ารณ์/สถาน-
การณ์ท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเก่ียวกบั ชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
อ่านบทความเกี่ยวกับกีฬาเทนนิสและกีฬาอื่นๆ แล้วสรุปใจความสำคัญ อธิบายและแสดงความคิดเห็น โดยใช้คำศัพท์และ
โครงสร้างภาษาท่กี ำหนดใหไ้ ด้ถกู ต้องและเหมาะสม
3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรแู้ ละกิจกรรมฝกึ ทกั ษะการคิดทีม่ ีคำศัพท์เกย่ี วกบั กฬี าเทนนสิ และกฬี าอน่ื ๆ โครงสรา้ งภาษาเกยี่ วกับ Explaining why or why
not โดยผ่านการฝกึ ทกั ษะการเรียนภาษาทงั้ 4 ดา้ น และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร ทำให้ผเู้ รยี นสามารถสอ่ื ความได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ มีเหตุผลมวี จิ ารณญาณ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: bounce, lose, miss, score, serve, throw, win, score, race, coach, beat
- Grammar: Parts of speech
- Speaking: Explaining why or why not
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
- ทกั ษะกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
- มีประสทิ ธิภาพในการสอื่ ความ
- มเี หตผุ ล มีวจิ ารณญาณ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
• Lead-in
1. ครูนำความสนใจของนักเรียนเข้าสู่บทเรียนโดยใช้ภาพนักกีฬาเทนนิสในหนังสอื เรียน Close-up 3 หน้า 47 และถามคำถาม
ดงั น้ี
Q: Do you think what sport they are the champion? How do you know it?
2. นกั เรียนให้คำตอบอย่างหลากหลาย ครยู อมรับทกุ คำตอบและเชื่อมโยงเขา้ สกู่ ิจกรรม Vocabulary
• Presentation
1. ครสู อนคำศัพทใ์ นกจิ กรรม G-J โดยให้นักเรียนมีสว่ นรว่ มดงั นี้
- ให้นกั เรียนทง้ั ช้ันชว่ ยกันคน้ คำศัพท์ท่ไี ม่รู้ความหมาย ขีดเสน้ ใต้กำกบั ไว้ และให้นกั เรยี นระบุ Parts of speech ของคำศัพท์
จากตำแหน่งภายในประโยค (ครูสอน Parts of speech และฝกึ ใหร้ ะบุ Parts of speech ทุกครง้ั ท่ีสอนความหมายของคำศพั ท์)
- นกั เรียนบอกหมวดหมขู่ องคำศพั ท์เหลา่ น้ี โดยครูเขยี นลงใน Word Box บนกระดาน
- ให้นักเรยี น Read aloud คำศัพทบ์ นกระดาน
- ให้นักเรียนแบ่งกัน/ช่วยกนั ค้นหาความหมายของคำศพั ทเ์ หล่านี้ แลว้ พูดบอกความหมาย
- ครูเขียนความหมายของคำศัพท์ทนี่ กั เรียนบอกและเพ่ิมเตมิ ความหมายของคำศพั ท์บางคำใหส้ มบรู ณ์ ครเู ลือกคำ/วลี/ประโยคท่ี
มีความหมายนา่ สนใจ มาอธิบาย
- ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสยี งดงั พร้อมกนั ถา้ คำใดนกั เรยี นอา่ นไมไ่ ดใ้ ห้ครชู ว่ ยอ่านนำและนกั เรียนอ่านตาม
- ใหน้ ักเรียนคดั ลอก Word Box และคำศัพทท์ ่ีเกีย่ วข้องลงในสมดุ คำศพั ท์ของตนเอง (ครูกำหนดใหน้ ักเรียนทุกคนมสี มุด
คำศพั ท์และสมุดแบบฝกึ หดั )
2. ครูทบทวนเทคนคิ การทำขอ้ สอบ Focusing on words before and after a gap
Exam strategies: Focusing on words before and after a gap
- Some tasks include a gapped text. Only one word goes in each gap.
- This task tests what you know about grammartical structures and vocabulary.
- First, look at the gap. What words come before and after? What kind of words are they (e.g. verbs,
nouns, prepositions, pronouns)?
- Look again at the words around the gaps. Can you think of words that often go together with them?
Write your answer in the gap and then read the whole sentence to see if it fits.
3. ครูทบทวน Reading Skills: Skimming and Scanning reading โดยใหน้ ักเรยี นมสี ่วนรว่ ม
• Practice
1. กิจกรรม G ให้นักเรียน Skim the passage เพื่อจับใจความสำคัญในเรื่องและครูตรวจสอบความเข้าใจโดยใช้คำถามดังนี้ Q1:
What is the text about?
- ถ้านักเรียนให้คำตอบถูกต้อง ครูให้นักเรียนRead aloud the passage ค้นหาตัวชี้แนะคำตอบและตัดสินใจเลือกคำตอบจาก
ตวั เลอื กที่กำหนดให้ โดยใช้ตัวชแ้ี นะคำตอบชว่ ย
- ครใู หเ้ วลานักเรียนทำกจิ กรรม ครู สงั เกต แนะนำ ช่วยเหลอื และแกป้ ญั หา
- ครตู รวจสอบคำตอบโดยให้นกั เรียนอา่ นคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. won 2. playing 3. train 4. hit 5. keep going 6. go 7. stay 8. give up
2. กจิ กรรม H ใหน้ กั เรียนดูภาพกฬี า 1-6 และบอกชอ่ื กฬี าในแตล่ ะภาพ
- ครูตรวจสอบโดยให้นักเรียนบอกชื่อกีฬาในแต่ละภาพพร้อมกันโดยคำตอบ ได้แก่ American football, tennis, basket ball,
football, volleyball เมื่อได้ชื่อกีฬาแตล่ ะชนิดแล้วใหน้ ักเรียนพูดบอกเก่ียวกับคำกริยาที่ใช้ในการเล่นกฬี าแต่ละชนิด โดยครูใหน้ ักเรียน Read
aloud คำศัพทท์ เี่ ปน็ ตวั เลอื กพร้อมทั้งบอกความหมาย จากนัน้ นกั เรียนตัดสนิ ใจเลอื กคำตอบ
- ครตู รวจสอบโดยใหน้ ักเรยี น Read aloud คำตอบในแต่ละประโยค และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. throw 2. bouncing 3. scored 4. lost 5. missed 6. serve
3. กจิ กรรม I ให้นกั เรียนพูดบอกเกย่ี วกบั คำกริยาที่ใช้ในการเล่นกีฬาแต่ละชนดิ โดยครูให้นกั เรยี นเรียนร้คู ำศพั ทท์ ี่เป็นตวั เลอื กกอ่ น
- นักเรียน Read aloud คำศพั ท์ทเี่ ป็นตวั เลอื กพร้อมทงั้ บอกความหมาย
- ครชู ีแ้ นะวธิ คี ดิ คำตอบโดยใหน้ ักเรยี นอา่ นคำศัพท์เก่ียวกับการแข่งขันและกีฬาท่ีกำหนดให้ในแต่ละขอ้ แล้วคาดเดาคำกริยาท่ี
ควรใช้ เพอ่ื นำมาสรุปเปน็ ตัวชีแ้ นะคำตอบ
- ให้นักเรียนใช้ตัวชี้แนะคำตอบดังกล่าวนี้ไปใช้ในการตัดสินใจเลือกคำตอบที่ถูกต้องครูตรวจสอบความถูกต้องโดยให้นักเรียน
อ่านคำตอบพรอ้ มกนั และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. race 2. beat 3. score 4. win 5. coach
4. กิจกรรม J ครูให้นกั เรียนปฏิบตั ติ ามขั้นตอนตอ่ ไปนี้
- Read aloud the phrasal verbs ในแตล่ ะประโยค 1-5 และ Read aloud the meaning/definition ท่ีกำหนดใหใ้ นตัวเลือก a-e
- ใหน้ กั เรยี นอ่านประโยคเพ่ือค้นหาตวั ชีแ้ นะคำตอบและขีดเส้นใตค้ ำ/วลี/ประโยคยอ่ ยท่ีเป็นตัวช้ีแนะคำตอบ จากนน้ั ให้นักเรียน
ใชต้ วั ชี้แนะคำตอบช่วยในการคาดเดาความหมายของ phrasal verbs และเลอื กความหมาย/definition จากตัวเลอื ก a-e ที่กำหนดให้
- ครูตรวจสอบความถูกต้องโดยให้นักเรยี นอา่ นคำตอบพรอ้ มกัน และครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
1. c 2. e 3. b 4. d 5. a
• Production
กิจกรรม Ideas Focus ให้นกั เรียนประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ท่ีเรียนมาในชว่ั โมงน้ีทากจิ กรรม ครูอธิบายคาส่ัง ช้ีแนะวธิ ีคิด และ การตอบ
คาถาม โดยใหน้ กั เรียนจบั คู่ Discuss and share ดงั น้ี
- ครูให้นกั เรียนRead aloud คาสงั่ และพูดบอกส่ิงท่ีนกั เรียนตอ้ งปฏิบตั ิในกิจกรรมน้ี
- นกั เรียนตอบคาถามโดยใชค้ าศพั ทแ์ ละโครงสร้างประโยค Explaining Why or Why not/because
- ครูทบทวนการใชก้ ริยาเป็น Present simple และFuture simple ครูใหเ้ วลานกั เรียนทากิจกรรม ครู สังเกต แนะนา ช่วยเหลือ
และแกป้ ัญหา ถา้ เวลาไม่พอให้นกั เรียนทาตอ่ เป็นการบา้ นและนามาส่งในวนั ตอ่ ไป
- ครูยอมรับทุกคาตอบท่ีมีเหตผุ ล
- ครูตอบขอ้ ซกั ถามของนกั เรียน สรุปสิ่งที่เรียนในชว่ั โมงน้ี
เฉลยคำตอบ
Students’ own answers
6. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ คะแนน เกณฑ์
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน 18-20
วิธกี าร 15-17 ผลการประเมนิ
1. สังเกต 12-14 ดีมาก
10-11 ดี
พอใช้
ผา่ น
2. ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทกั ษะการฟัง-การพดู คะแนน ผลการประเมนิ
18-20 ดีมาก
การใชภ้ าษา แบบประเมนิ ทกั ษะการอา่ น-การเขียน 15-17 ดี
12-14 พอใช้
10-11 ผา่ น
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
หนงั สือเรียน Close-up 3 Unit 4 Personal Best เรื่อง Vocabulary กิจกรรม G-J และ Ideas Focus หนา้ 47
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง Personal Best
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง Vocabulary 3: Swimming and Other Sports
รหัสวิชา อ 23101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ ช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผูส้ อน นางสาวภาวดี ภาระหตั ถ์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและ
อา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขยี นสรุปใจความสาคญั /แก่นสาระ หวั ขอ้ เรื่องที่ไดจ้ ากการวเิ คราะหเ์ ร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์/สถาน-
การณ์ที่อยใู่ นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเกี่ยวกบั ชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
อ่านบทความเกี่ยวกับ Swimming and Other Sports แล้วพดู และเขียนสรุปใจความสำคญั วเิ คราะห์เปรยี บเทยี บ อธบิ ายและแสดง
ความคิดเห็น โดยใช้คำศัพท์และโครงสร้างภาษาที่กำหนดใหไ้ ด้ถกู ตอ้ งเหมาะสม
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด (Learning Concept)
ความรู้และกิจกรรมฝึกทักษะการคิด บทความ (articles) ที่มีคำศัพท์เกี่ยวกับกีฬาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Swimming สำนวน
ภาษาและโครงสร้างภาษา Explaining why/because และ Reading skills: Scanning reading and Skimming reading และ Exam Strategies:
Focusing on words before and after a gap โดยผ่านการฝึกทักษะการอ่าน การเขียน และกระบวนการสอนภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร ทำ
ให้ผู้เรียนสามารถสือ่ ความไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
4. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
- Vocabulary: court, pitch, racket, athletics, cycling, diving, gymnastics, sailing, swimming, coach, score, serve, take part
- Grammar: Simple Present using for describing sports
- Speaking: Explaining why/because
- Writing strategy: Describing directions
- Reading strategy: Scanning reading and Skimming reading
4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process/Skill)
- ทกั ษะเรียนภาษาท้งั 4 ทกั ษะ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขียน