9. การวัดและประเมินผล วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
ประเดน็ ทีต่ ้องการวดั ตรวจใบงานที่ 1.๕ ใบงานที่ 1.๕ เรอ่ื ง
อธิบายหลกั การอ่าน เรื่อง การอา่ นบทร้อย การอา่ นบทร้อยกรอง นกั เรยี นทาถกู ตอ้ ง ๓ ข้อ
ออกเสยี งบทร้อยกรอง กรองประเภทฉนั ท์ ประเภทฉนั ท์
ประเภทฉนั ท์ได้
อ่านออกเสียงบทร้อย ประเมินการอา่ นออก แบบประเมนิ การอา่ น
แกว้ ประเภทฉนั ท์ได้ เสียงบทรอ้ ยกรอง ออกเสียงบทร้อย ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กรอง
มีมารยาทในการอา่ น สังเกตพฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม แบบสงั เกต
พฤตกิ รรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
กล่มุ
ใบงานที่ ๑.๕
การอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทฉนั ท์
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้
๑. ฉันท์ สามารถแบง่ ออกไดก้ ่ชี นิด อะไรบา้ งจงอธบิ าย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
๒. คาครุ และ คาลหุ หมายถงึ อะไร
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
๓. หลักการอา่ นฉันท์จากตาราภาษาไทย ตามหลักของพระยาอปุ กติ ศลิ ปสารประกอบด้วยอะไรบา้ ง
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
๔. จงยกตัวอยา่ งฉันท์พรอ้ มทงั้ ฉันทลักษณ์ของฉันทม์ า ๑ ชนดิ อธบิ ายโดยพสิ ดาร
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ชอื่ ......................................................................................... ช้ัน ............................... เลขที่..................
เฉลยใบงานที่ ๑.๕
การอ่านบทร้อยกรองประเภทฉันท์
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
๑. ฉันท์ สามารถแบ่งออกได้กี่ชนดิ อะไรบา้ งจงอธบิ าย
ฉันท์ แบง่ ออกเปน็ ๒ ชนดิ ประกอบไปดว้ ย ๑. ฉนั ทว์ รรณพฤติ ซ่ึงกาหนดตัวอกั ษรวางคณะและ กาหนด
เสยี งหนักเบาท่เี รยี กวา่ ครุ-ลหุ เป็นสาคญั ๒ . ฉนั ทม์ าตราพฤติ ซึ่งวางจงั หวะส้ันยาวของมาตราเป็นเสยี ง
สาคัญ คาลหุนบั เปน็ ๑ มาตรา คาครนุ บั เปน็ ๒ มาตรา
.......................................................................................................................................................................
๒. คาครุ และ คาลหุ หมายถงึ อะไร
คาครุ คือ พยางค์ที่ออกเสียงหนัก มีวิธีการสังเกตดังน้ี 1. พยางค์ที่มีมาตราตัวสะกดในทุกมาตรา (ได้แก่ แม่
กก กด กบ กง กน กม เกย และเกอว) เชน่ ไม้บรรทัด ข้าวของ เลก็ น้อย 2. พยางค์ทปี่ ระสมด้วยสระเสยี งยาว
เท่าน้ัน ไม่มีตัวสะกดก็ได้ เช่น เวลา วารี ศาลา 3. พยางค์ที่ประสมด้วย อา ไอ ใอ เอา จัดเป็นคาครุเพราะมี
ตัวสะกด เช่น ดา ให้ เขา คาลหุ คือ พยางค์ที่ออกเสียงเบา มีวิธีการสังเกตดังน้ี 1. พยางค์ที่ไม่มีเสียง
พยญั ชนะสะกด 2. พยางคท์ ป่ี ระสมดว้ ยสระเสยี งสน้ั เท่าน้นั เชน่ แพะ แกะ นะคะ ชชิ ะ 3. รวมถงึ บ่ ณ ธ ก็
เพราะเปน็ พยางคท์ ่อี อกเสยี งสั้นและไมม่ เี สยี งพยัญชนะสะกด
๓. หลักการอา่ นฉนั ท์จากตาราภาษาไทย ตามหลักของพระยาอุปกิตศลิ ปสารประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
๑. ต้องรู้จักคาครุ ลหุและฉันท์เสียก่อนจึงจะอ่านได้ถูกต้อง ๒. การอ่านฉันท์ท่ีเป็นคาลหุหลายพยางค์ ควร
ถือเอาคาอ่านท่ีเป็นสามัญเป็นหลักในการอ่านเสียก่อนแล้ว จึงอ่านใหเป็นเสียงสั้น ๆ (ลหุ) ตามคณะฉันท์ ๓.
การแยกคาครุออกเป็นคาลหุ ตามหลกั ท่ีถกู ต้องใหถ้ อื ตามศัพท์เดมิ ๔. ต้องอา่ นใหถ้ ูกจงั หวะวรรคตอน คาใดมี
เคร่อื งหมายยัตภิ ังค์คัน่ ตอ้ งอ่านคาเต็มกอ่ นแล้วจงึ อา่ นตามฉันท์
๔. จงยกตวั อยา่ งฉันทพ์ รอ้ มท้ังฉันทลกั ษณข์ องฉันทม์ า ๑ ชนดิ อธบิ ายโดยพสิ ดาร
(ขึ้นอยู่กบั ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ชอ่ื ......................................................................................... ชัน้ ............................... เลขท่.ี .................
แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมการอ่านออกเสียงของนักเรียน แล้วขดี ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ถกู ตอ้ งตาม
ชอ่ื -สกุล ลกั ษณะ การแบ่ง ออกเสยี ง การใช้ รวม
ท่ี ของผู้รับการ คาประพันธ์ วรรคตอน ชดั เจน นา้ เสียง 16
ประเมนิ คะแนน
4321432143214321
ลงช่ือ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติได้ถูกต้อง ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ตั ิมขี อ้ บกพรอ่ งเลก็ นอ้ ย
ปฏบิ ตั ิมขี ้อบกพรอ่ งปานกลาง ให้ 4 คะแนน 14 - 16 ดมี าก
ปฏบิ ัติมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 3 คะแนน
11 - 13 ดี
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 8 - 10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานรายบคุ คล
คาชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ท่ี ชือ่ -สกุล ความ ความรบั การตรง ความ ผลสาเร็จ รวม
ของผรู้ บั การ ต้ังใจ ผิด ต่อเวลา สะอาด ของงาน 20
ประเมนิ ในการ ชอบ เรียบรอ้ ย คะแนน
ทางาน
43214321 432143214321
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ลงชอื่ .................................................... ผปู้ ระเมิน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
................ /................ /................ 18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 10 - 13 พอใช้
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 4 คะแนน ต่ากว่า 10 ปรับปรงุ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้งั ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
แบบสังเกต พฤติกรรมกำรทำงำนกลมุ่
คาชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงใน ชอ่ ง
ท่ีตรงกับระดับคะแนน
ท่ี ชอ่ื -สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม
ของผู้รับ ความคดิ เห็น ฟงั คนอ่ืน ตามทีไ่ ด้รับ ส่วนร่วมใน 20
การ มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน เกณฑ์กำรตดั สินคณุ ภำพ
(นางสาวธัญญา ดาทอง
ช่วงคะแนน ระดับคุณภำพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
เกณฑ์การให้คะแนน ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง
ที่ตรงกับระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 4321
1.รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่อื ได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ าย
กษตั รยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ัติตนตามสิทธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมือง
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชิกในโรงเรยี น
และชมุ ชน
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจัดกจิ กรรมทสี่ รา้ งความ
สามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรียน ชมุ ชน และสงั คม ช่ืน
ชมความเปน็ ไทย
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของ
ศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามท่โี รงเรียนและชุมชนจดั ขึ้น
2. ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ถี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ัติในสิง่ ท่ถี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะกระทาความผิด
ทาตามสญั ญาที่ตนให้ไว้กบั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัติตนตอ่ ผู้อื่นดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไี่ ม่
ถกู ต้อง
3. มวี นิ ัย 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั
รับผิดชอบ โรงเรียน และสงั คม ไม่ละเมิดสทิ ธิของผ้อู ่ืน ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวนั และรับผิดชอบในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรอู้ ย่างเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ ของตนเอง เช่น สิ่งของ เคร่ืองใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด
คุ้มค่า และเก็บรักษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแล
อยา่ งดี
5.3 ปฏิบัติตนและตดั สินใจด้วยความรอบคอบ มเี หตุผล
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 4321
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผอู้ นื่ และไม่ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดร้อน พรอ้ มให้อภัยเมอ่ื
ผูอ้ ่นื กระทาผิดพลาด
5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวติ ประจาวันบนพ้ืนฐาน
ของความรู้ ขอ้ มูล ข่าวสาร
5.6 รู้เทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั
และปรบั ตัว อย่รู ่วมกับผู้อนื่ ได้อย่างมคี วามสุข
6. มุ่งมน่ั ในการ 6.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 ต้งั ใจและรับผิดชอบในการทางานให้สาเร็จ
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอย่างรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทางาน อดทน ไมท่ ้อตอ่ ปญั หาและอุปสรรค
6.5 พยายามแก้ปญั หาและอปุ สรรคในการทางานให้สาเรจ็
6.6 ช่ืนชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา แบ่งปนั ส่งิ ของ ทรัพย์สิน และอนื่ ๆ
และชว่ ยแก้ปญั หาให้ผู้อ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรัพยส์ ินของหอ้ งเรยี น โรงเรียน ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียนและ
ชมุ ชน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมิน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
................ /................ /................
104 - 124 ดมี าก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ตา่ กว่า 62 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั ให้
แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นทักษะ
ดา้ นเจตคติ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางแกไ้ ข
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ............................................ครผูส้ อน
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
วนั ท่ี ........ เดือน ..........................พ.ศ..........
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๗ วชิ าภาษาไทย ๓
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5
รหัส ท 3210๑ เวลา ๑๓ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มัทรี เวลา ๑ ช่วั โมง
เรือ่ ง อาขยานและบทร้อยกรองทมี่ คี ุณค่า โรงเรียนหนองก่พี ทิ ยาคม
ครผู สู้ อน นางสาวธัญญา ดาทอง
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้ีวัด
ท๑.๑ ม.4-6/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ไพเราะและ
เหมาะสมกับเร่อื งที่อา่ น
๒. สาระสาคญั
การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทร่ายไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ไพเราะและเหมาะสมกบั เรือ่ งทีอ่ ่าน ตอ้ งมี
ความรู้เก่ียวกับหลกั การอ่าน
๓. สาระการเรียนรู้
การอา่ นออกเสียง ประกอบดว้ ย
- บทร้อยกรองประเภทรา่ ย เร่ือง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ ทั รี
๔. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. อธบิ ายหลกั การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทร่ายไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
๒. อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทร่ายได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสมกบั เรอ่ื งทอ่ี ่าน
๓. มมี ารยาทในการอ่าน
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๕.1 ความสามารถในการส่อื สาร
๕.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการเปรยี บเทียบ
2) ทักษะการวิเคราะห์
3) ทักษะการสร้างความรู้
๕.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเข้าสู่บทเรยี น
๑. ครูใช้คาถามกระตุ้นความคิดวา่ นกั เรียนเคยได้ยินเรือ่ ง ป่าหมิ พานต์หรอื ไม่ อยา่ งไร ใหน้ กั เรยี น
รว่ มกันแลกเปลย่ี นและแสดงความคิดเห็น
ข้นั สอน
๑. ครูให้นักเรยี นทบทวนความรู้เรื่อง การอ่านบทร้อยกรองประเภทร่าย (กลุม่ เดมิ จากแผนการจดั การ
เรยี นร้ทู ี่ ๑)
๒. ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุม่ สรปุ ความรู้เปน็ Mind Mapping เรอ่ื ง การอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทรา่ ย
ขนั้ สรปุ
๑. ครูสรปุ เพ่มิ เตมิ จาก Presentation Prezi เรื่อง การอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทรา่ ย
๒. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นจัดทา Video Clip บันทกึ การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและ
บทรอ้ ยกรอง โดยพจิ ารณาเลือกบทอา่ นใหเ้ หมาะสม โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามทก่ี าหนด ดงั นี้
1) การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
2) การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง (ประเภทรา่ ย)
8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
- หนังสอื เรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.5
- Presentation Prezi เร่ือง การอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทรา่ ย
- Plicker แบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง หลกั การอ่านออกเสียง
9. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ประเด็นทตี่ อ้ งการวดั ตรวจเปน็ Mind
อธิบายหลกั การอ่าน Mapping เร่ือง การ เป็น Mind Mapping
ออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง อา่ นบทร้อยกรอง
ประเภทร่ายได้ ประเภทรา่ ย เรอ่ื ง การอ่านบทร้อย นักเรียนทาถกู ตอ้ ง ๓ ข้อ
ประเมินการอา่ นออก กรองประเภทร่าย
อา่ นออกเสียงบทรอ้ ย เสียงบทรอ้ ยกรองจาก
แกว้ ประเภทรา่ ยได้ Video Clip แบบประเมนิ การอ่าน
ออกเสยี งบทร้อย ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
มมี ารยาทในการอา่ น สงั เกตพฤติกรรมการ กรอง
ทางานกลมุ่
แบบสังเกต
พฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กลุม่
แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมการอ่านออกเสียงของนักเรียน แล้วขดี ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ถกู ตอ้ งตาม
ชอ่ื -สกุล ลกั ษณะ การแบ่ง ออกเสยี ง การใช้ รวม
ท่ี ของผู้รับการ คาประพันธ์ วรรคตอน ชดั เจน นา้ เสียง 16
ประเมนิ คะแนน
4321432143214321
ลงช่ือ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติได้ถูกต้อง ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ตั ิมขี อ้ บกพรอ่ งเลก็ นอ้ ย
ปฏบิ ตั ิมขี ้อบกพรอ่ งปานกลาง ให้ 4 คะแนน 14 - 16 ดมี าก
ปฏบิ ัติมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 3 คะแนน
11 - 13 ดี
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 8 - 10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกต พฤติกรรมกำรทำงำนกลมุ่
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรยี น แล้วขีด ลงใน
ชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
ของผ้รู บั ความคดิ เหน็ ฟงั คนอนื่ ตามท่ไี ด้รบั สว่ นร่วมใน 20
การ มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุม่
43214321432143214321
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
(นำงสำวธญั ญำ ดำทอง)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ำรตัดสินคุณภำพ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่ำงสมำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภำพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการทีก่ าหนด แลว้ ขีด ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกตอ้ งของเนือ้ หา
3 ภาษาที่ใชเ้ ข้าใจง่าย
4 ประโยชนท์ ีไ่ ด้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงชอ่ื .................................................... ผู้ประเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 4 คะแนน
3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีขอ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก ให้
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง
ที่ตรงกับระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 4321
1.รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่อื ได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ าย
กษตั รยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ัติตนตามสิทธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมือง
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชิกในโรงเรยี น
และชมุ ชน
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจัดกจิ กรรมทสี่ รา้ งความ
สามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรียน ชมุ ชน และสงั คม ช่ืน
ชมความเปน็ ไทย
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของ
ศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามท่โี รงเรียนและชุมชนจดั ขึ้น
2. ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ถี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ัติในสิง่ ท่ถี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะกระทาความผิด
ทาตามสญั ญาที่ตนให้ไว้กบั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัติตนตอ่ ผู้อื่นดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไี่ ม่
ถกู ต้อง
3. มวี นิ ัย 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั
รับผิดชอบ โรงเรียน และสงั คม ไม่ละเมิดสทิ ธิของผ้อู ่ืน ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวนั และรับผิดชอบในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรอู้ ย่างเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ ของตนเอง เช่น สิ่งของ เคร่ืองใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด
คุ้มค่า และเก็บรักษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแล
อยา่ งดี
5.3 ปฏิบัติตนและตดั สินใจด้วยความรอบคอบ มเี หตุผล
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 4321
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผอู้ นื่ และไม่ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดร้อน พรอ้ มให้อภัยเมอ่ื
ผู้อ่นื กระทาผิดพลาด
5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวติ ประจาวันบนพ้ืนฐาน
ของความรู้ ขอ้ มูล ข่าวสาร
5.6 รู้เทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั
และปรบั ตัว อย่รู ่วมกับผู้อนื่ ได้อย่างมคี วามสุข
6. มุ่งมน่ั ในการ 6.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 ต้งั ใจและรับผิดชอบในการทางานให้สาเร็จ
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอย่างรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทางาน อดทน ไมท่ ้อตอ่ ปญั หาและอุปสรรค
6.5 พยายามแก้ปญั หาและอปุ สรรคในการทางานให้สาเรจ็
6.6 ช่ืนชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา แบ่งปนั ส่งิ ของ ทรัพย์สิน และอนื่ ๆ
และชว่ ยแก้ปญั หาให้ผู้อ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรัพยส์ ินของหอ้ งเรยี น โรงเรียน ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียนและ
ชมุ ชน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมิน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
................ /................ /................
104 - 124 ดมี าก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ตา่ กว่า 62 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั ให้
แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นทักษะ
ดา้ นเจตคติ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางแกไ้ ข
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ............................................ครผูส้ อน
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
วนั ท่ี ........ เดือน ..........................พ.ศ..........
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๘ วชิ าภาษาไทย ๓
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5
รหสั ท 3210๑ เวลา ๑๓ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรื่อง มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี เวลา ๑ ช่ัวโมง
เร่ือง หลักการอ่านวเิ คราะหว์ ิจารณ์ โรงเรียนหนองก่พี ิทยาคม
ครูผ้สู อน นางสาวธญั ญา ดาทอง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ม.4-6/3 วิเคราะห์และวิจารณเ์ รือ่ งทีอ่ า่ นในทุก ๆ ดา้ นอยา่ งมีเหตผุ ล
ม.4-6/5 วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคิดเห็น โตแ้ ยง้ เกีย่ วกบั เร่อื งทอ่ี า่ น และเสนอความคิด
ใหมอ่ ยา่ งมเี หตผุ ล
๒. สาระสาคญั
การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่าง ๆ ตอ้ งรหู้ ลักในการวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคิดเหน็ โต้แยง้ และ
เสนอความคิดใหม่อย่างมเี หตุผล
๓. สาระการเรียนรู้
การอ่านจบั ใจความจากส่อื ตา่ ง ๆ เชน่
- บทความ
๔. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลักการอา่ นเพื่อการวเิ คราะหว์ ิจารณ์ได้
๒. อ่านเพอ่ื การวิเคราะหว์ ิจารณไ์ ด้
๓. มีมารยาทในการอา่ น
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๕.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการตคี วาม 4) ทักษะการสร้างความรู้
2) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 5) ทักษะการใหเ้ หตุผล
3) ทักษะกระบวนการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 6) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
๕.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขน้ั ท่ี ๑ กระตนุ้ ความสนใจ
๑. ครูข้ึนแฮชแท็กในทวติ เตอร์ คือ #โรงเรยี นช่อื ดงั ยา่ นหนองก่ี แลว้ ให้นักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ วา่
การวิจารณ์ คืออะไร แลว้ การวจิ ารณ์ทดี่ ีมีลักษณะอย่างไร
๒. ครูแจกบทความเก่ยี วกบั การวจิ ารณว์ รรณกรรมให้นักเรียนอ่าน จากน้ันร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
ต่อบทความทอ่ี ่าน
๓. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ นักวิจารณว์ รรณกรรมมบี ทบาทตอ่ นักเขยี นในปัจจุบัน
หรอื ไม่ อยา่ งไร (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ขัน้ ท่ี ๒ สารวจคน้ หา
1. ครูแบง่ นกั เรียนเปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คอื เกง่ ปานกลาง ค่อนข้างเกง่
ปานกลาง คอ่ นข้างอ่อน และอ่อน
2. ครชู ้ีแจงให้นักเรียนทราบว่า ความสาเร็จของกลุ่มนัน้ จะตอ้ งอาศยั ผลจากการร่วมมือกันและ
ชว่ ยเหลือกัน ผู้ท่ีเกง่ กวา่ จะต้องชว่ ยเหลือผู้ที่อ่อนกว่าหรือเรยี นชา้ กวา่
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรูเ้ รอื่ ง การอ่านเพื่อการวิเคราะห์วจิ ารณ์ จากหนงั สอื เรียน
และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
4. นักเรียนตอบคาถามกระตุน้ ความคิด ถ้านกั เรียนจะเปน็ นกั วิจารณว์ รรณกรรม นกั เรยี นจะตอ้ ง
ปฏบิ ตั ิอย่างไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ขั้นที่ ๓ อธบิ ายความรู้
1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ นาผลการศึกษาความรู้มาถ่ายทอดแลกเปล่ยี นเรยี นรู้กันในกลุ่ม
2. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั สรปุ องค์ความรู้เรือ่ ง การอ่านเพ่ือการวเิ คราะหว์ จิ ารณ์
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรยี นสามารถนาความรู้ทไ่ี ดจ้ ากบทเรียนไปเขียนวจิ ารณ์
วรรณกรรมได้หรือไม่ อยา่ งไร (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ข้นั ท่ี ๔ ขยายความเข้าใจ
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ทาใบงานท่ี ๑.๖ เร่ือง หลักการอา่ นเพอ่ื การวิเคราะหว์ จิ ารณ์
2. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ นักเรยี นมีคาแนะนาใหแ้ กผ่ ู้ท่ไี มไ่ ดศ้ กึ ษาเรอื่ งน้ี แตส่ นใจ
เรื่องการวิจารณ์วรรณกรรมอยา่ งไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู ูส้ อน)
ขน้ั ท่ี ๕ ตรวจสอบผล
1. ครูสุ่มตวั แทนนกั เรยี น 1-2 กลมุ่ นาเสนอคาตอบในใบงานที่ ๑.๖ จากนน้ั สุ่มนักเรียนกลุ่มอน่ื
ตรวจสอบความถกู ต้อง
2. ครตู รวจสอบความถูกต้อง จากนน้ั ใหต้ วั แทนนกั เรียนเกบ็ รวบรวมใบงานที่ ๑.๖ ส่งครู
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
- หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.5
- Powerpoint เร่อื ง หลักการอา่ นวเิ คราะห์วิจารณ์
- Plicker แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เร่อื ง หลกั การอ่านวิเคราห์วจิ ารณ์
- ตัวอยา่ งบทความวิจารณว์ รรณกรรม เรือ่ ง
- แหล่งสารสนเทศจาก http://www.kr.ac.th/elearning/mod/resource/view.php?id=2152
9. การวัดและประเมินผล
ประเด็นท่ตี อ้ งการวดั วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
บอกหลกั การอ่านเพื่อ สรุปองค์ความรเู้ ร่อื ง สมุดและหนงั สือเรียน
การวเิ คราะหว์ ิจารณ์ได้ การอา่ นเพือ่ การ ภาษาไทย หลกั ภาษา นกั เรยี นเขยี นได้ถูกตอ้ ง
วเิ คราะห์วิจารณ์ลง และการใชภ้ าษา ม.5 มากกวา่ ๖๐%
สมดุ ให้ครตู รวจ
อา่ นเพอ่ื การวิเคราะห์ ตรวจใบงานที่ ๑.๖ ใบงานท่ี 1.๖ เรื่อง ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิจารณ์ได้ เร่ือง หลกั การอา่ นเพือ่ หลกั การอ่านเพ่อื การ
การวเิ คราะห์วจิ ารณ์ วเิ คราะห์วิจารณ์
มีมารยาทในการอ่าน สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกต
ทางานกลุม่ พฤตกิ รรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กลุม่
ใบงานที่ ๑.๖
หลักการอ่านเพ่ือการวเิ คราะห์วิจารณ์
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. การอา่ นเพอ่ื การวิเคราะห์ หมายถึงอะไร
2. การวิเคราะห์เรื่องท่ีอ่าน มีความสาคญั อยา่ งไร
3. การวิจารณ์ หมายถึงอะไร
ชอ่ื ................................................................................ ชนั้ ...................... เลขท่ี .....................
เฉลยใบงานที่ ๑.๖
หลกั การอ่านเพื่อการวเิ คราะห์วิจารณ์
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1. การอา่ นเพื่อการวเิ คราะห์ หมายถงึ อะไร
การอา่ นเพือ่ แยกแยะข้อความท่อี า่ นอยา่ งถ่ีถว้ น เพอ่ื ให้ทราบถงึ โครงสร้าง องคป์ ระกอบ หลักการและ
เหตผุ ลของเรือ่ ง จนสรปุ ได้วา่ แต่ละสว่ นเป็นอยา่ งไร สมั พันธ์กนั อย่างไร เหมือนหรือแตกตา่ งกันอยา่ งไร
เพ่อื ใหเ้ หน็ ความสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบต่าง ๆ ทที่ าใหเ้ กิดส่ิงนน้ั หรอื เรอื่ งนน้ั ๆ
2. การวเิ คราะหเ์ รอื่ งทอ่ี า่ น มคี วามสาคัญอย่างไร
1. ช่วยใหเ้ หน็ ภาพรวมและรายละเอียดของเรือ่ งที่อ่าน
2. ชว่ ยให้เขา้ ใจเรอ่ื งนัน้ อย่างแท้จริง
3. ช่วยพฒั นาสติปญั ญา เพราะตอ้ งใช้เหตุผลในการอธิบายแง่มุมต่าง ๆ
3. การวิจารณ์ หมายถึงอะไร
ความหมายท่หี น่งึ คอื การใหค้ าตัดสินสิง่ ท่ีเป็นศิลปกรรมหรอื วรรณกรรม โดยผู้มคี วามรเู้ ชอื่ ถอื ไดว้ ่ามี
ค่าความงาม ความไพเราะดีอยา่ งไร หรือมีขอ้ ขาดตกบกพร่องอย่างไรบา้ ง
ความหมายที่สอง คอื การตชิ ม
ช่ือ................................................................................ ช้นั ...................... เลขท่ี .....................
แบบสงั เกต พฤติกรรมกำรทำงำนกลมุ่
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรยี น แล้วขีด ลงใน
ชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
ของผ้รู บั ความคดิ เหน็ ฟงั คนอนื่ ตามท่ไี ด้รบั สว่ นร่วมใน 20
การ มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุม่
43214321432143214321
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
(นำงสำวธญั ญำ ดำทอง)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ำรตัดสินคุณภำพ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่ำงสมำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภำพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ ง
ท่ตี รงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ด้าน 4321
1.รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบาย
กษัตรยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏิบตั ติ นตามสิทธแิ ละหน้าท่ีของพลเมือง
1.3 ให้ความรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากิจกรรมกับสมาชกิ ในโรงเรยี น
และชุมชน
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมท่สี รา้ งความ
สามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ชื่น
ชมความเปน็ ไทย
1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏบิ ัตติ นตามหลักของ
ศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมที่เกย่ี วข้องกับ
สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขึ้น
2. ซอื่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ขอ้ มลู ทีถ่ ูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบตั ิในส่ิงที่ถกู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะกระทาความผิด
ทาตามสญั ญาที่ตนใหไ้ ว้กับเพอื่ น พ่อแม่ หรือผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัตติ นต่อผอู้ นื่ ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไี่ ม่
ถูกตอ้ ง
3. มีวนิ ยั 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครวั
รบั ผดิ ชอบ โรงเรียน และสงั คม ไมล่ ะเมิดสทิ ธิของผู้อ่ืน ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ
กจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน และรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่าง ๆ
4.2 มีการจดบันทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ ของตนเอง เช่น ส่ิงของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั
คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใช้เวลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแล
อย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 4321
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผู้อน่ื และไมท่ าให้ผู้อื่นเดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมื่อ
6. มงุ่ มั่นในการ ผู้อน่ื กระทาผิดพลาด
ทางาน 5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวิตประจาวนั บนพ้นื ฐาน
ของความรู้ ขอ้ มูล ข่าวสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 ร้เู ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสังคม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจติ สาธารณะ และปรับตัว อยูร่ ว่ มกับผูอ้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ตั ิหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมาย
6.2 ต้งั ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้สาเรจ็
6.3 ปรับปรงุ และพัฒนาการทางานอย่างรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทางาน อดทน ไมท่ ้อต่อปญั หาและอปุ สรรค
6.5 พยายามแกป้ ญั หาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเร็จ
6.6 ช่ืนชมผลงานความสาเร็จดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ช่วยพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา แบง่ ปันส่ิงของ ทรัพยส์ ิน และอ่ืน ๆ
และชว่ ยแก้ปญั หาให้ผูอ้ ืน่
8.3 ดูแล รักษาทรพั ย์สินของห้องเรียน โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี นและ
ชุมชน
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ลงชอื่ .................................................... ผูป้ ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
................ /................ /................
104 - 124 ดีมาก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ากว่า 62 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครง้ั ให้
แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นทักษะ
ดา้ นเจตคติ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางแกไ้ ข
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ............................................ครผูส้ อน
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
วนั ท่ี ........ เดือน ..........................พ.ศ..........
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๙ วชิ าภาษาไทย ๓
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
รหัส ท 3210๑ เวลา ๑๓ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรือ่ ง มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มัทรี เวลา ๒ ชว่ั โมง
เร่อื ง การอา่ นเพอ่ื วิเคราะหว์ ิจารณ์วรรณคดีในบทเรียน โรงเรยี นหนองก่ีพทิ ยาคม
ครูผ้สู อน นางสาวธัญญา ดาทอง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด
ท 1.1 ม.4-6/3 วิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ ร่อื งทอ่ี า่ นในทุก ๆ ด้านอย่างมเี หตผุ ล
ม.4-6/5 วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคดิ เห็น โต้แยง้ เกยี่ วกับเร่อื งทอี่ ่าน และเสนอความคดิ
ใหม่อย่างมีเหตุผล
๒. สาระสาคัญ
การอ่านจบั ใจความจากวรรณคดใี นบทเรียน ทาให้สามารถวเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคดิ เห็น
โต้แย้งและเสนอความคิดใหมอ่ ยา่ งมเี หตุผล
๓. สาระการเรยี นรู้
การอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ เชน่
- วรรณคดีในบทเรยี น
๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกหลักการวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณว์ รรณคดีในบทเรยี นได้
๒. วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคดิ เห็น โตแ้ ย้งเกี่ยวกบั วรรณคดีในบทเรียน และเสนอความคิดใหม่
อย่างมเี หตผุ ลได้
๓. มมี ารยาทในการอา่ น
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๕.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการตีความ 4) ทักษะการสร้างความรู้
2) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 5) ทกั ษะการให้เหตุผล
3) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ 6) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
๕.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ ช่วั โมงที่ ๑
ขัน้ ท่ี ๑ สงั เกต
๑. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ (กลุม่ เดิมจากแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1) ร่วมกนั ศึกษาความรเู้ รอ่ื ง การอ่าน
เพอื่ วิเคราะห์วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม และตัวอย่างการวเิ คราะห์วจิ ารณว์ รรณคดีในบทเรียน จาก
หนงั สอื เรียน
2. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ อ่านเรอื่ ง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มัทรี จากหนังสือเรียน วรรณคดแี ละ
วรรณกรรม ม.5
3. นกั เรียนตอบคาถามกระตุน้ ความคิด วรรณคดีในบทเรียนไดผ้ า่ นกระบวนการคดั กรองมาแลว้ ว่า
เป็นหนังสอื ดี มคี ณุ ค่า เหมาะกบั นกั เรียน ควรจะนามาวิเคราะหว์ ิจารณอ์ ีกหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน)
ขน้ั ที่ ๒ อธบิ าย
1. ครสู นทนากับนักเรียนเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ทั รี จากนน้ั ถามนักเรียนว่า เปน็ วรรณกรรม
ประเภทใด ใครเป็นผแู้ ตง่ และมจี ดุ มุ่งหมายในการแตง่ อยา่ งไร
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ ว่า เม่อื อา่ นเร่ือง มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑม์ ทั รี แลว้
มคี วามรู้สึกอย่างไร เหตใุ ดจึงรู้สึกเช่นนั้น
ขั้นที่ ๓ รบั ฟัง
นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ วา่ เรือ่ ง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรี มี
ความเหมาะสมหรือขัดแย้งกัน รูปแบบคาประพันธ์เหมาะสมกบั เนื้อหาหรือไม่ เนอื้ หาสาระของเรื่องมีคณุ ค่าใน
การสรา้ งความเพลิดเพลนิ ประเทอื งปัญญา สะเทือนอารมณ์ สะท้อนสังคม ให้ความรู้ ข้อคิด คตเิ ตือนใจ
หรือไม่ อยา่ งไร ความไพเราะทางวรรณศิลป์ คอื การใช้ถอ้ ยคา สานวนโวหารไพเราะคมคายหรอื ไม่ มีกลวิธีใน
การสร้างภาพพจน์ ใช้คาและเสยี งสัมผสั ท่ีไพเราะหรือไม่ อยา่ งไร
ชว่ั โมงที่ ๒
ขั้นท่ี ๔ เชื่อมโยงความสมั พนั ธ์
ครใู ห้นกั เรียนดวู ดิ ีโอส่วนหน่ึงจาก เร่ือง นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเปรียบเทยี บความรูส้ ึกของคนท่เี ป็นแม่
เม่ือรู้ว่าลกู หายไป แลว้ จะทาอย่างไรเม่ือรวู้ า่ สามียกลูกให้ขอทานไปแลว้ จะทาใจยอมรบั สภาพน้ันไดห้ รือไม่
ขนั้ ที่ ๕ วิจารณ์
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันทาใบงานที่ ๑.๗ Mind Mapping เรือ่ ง การวิเคราะห์ วจิ ารณ์
วรรณคดีในบทเรยี น เรอ่ื ง มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑม์ ทั รี เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ให้ตรวจสอบความเรียบร้อยแลว้
นาส่งครตู รวจ
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ นักเรียนคิดว่า ในสงั คมปจั จุบนั ผ้หู ญิงอยา่ ง นางมัทรียังมี
หลงเหลืออยบู่ า้ งหรือไม่ อยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
ขน้ั ท่ี ๖ สรปุ
นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรูเ้ กี่ยวกับการวเิ คราะหว์ จิ ารณ์วรรณคดีในบทเรียน เร่อื ง มหาเวสสนั ดร
ชาดก กณั ฑ์มัทรี
8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
- หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.5
- หนังสอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.5
- Presentation เร่ือง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี
- วดิ ีโอจากเรื่อง
9. การวัดและประเมนิ ผล
ประเดน็ ทตี่ ้องการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
บอกหลักการวิเคราะห์ สรุปองคค์ วามรู้เร่ือง สมดุ และหนงั สือเรยี น
และวจิ ารณว์ รรณคดีใน การอา่ นเพอื่ การ ภาษาไทย หลกั ภาษา นักเรยี นเขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง
บทเรยี นได้ วิเคราะห์วจิ ารณ์ลง และการใชภ้ าษา ม.5 มากกวา่ ๖๐%
สมุดให้ครตู รวจ
วเิ คราะห์ วิจารณ์ ตรวจใบงานท่ี ๑.๗ ใบงานที่ ๑.๗ Mind นกั เรียนร้อยละ ๖๐ ทาได้
แสดงความคิดเหน็ Mind Mapping เรอ่ื ง Mapping เรื่อง การ ถกู ตอ้ ง
โต้แย้งเกยี่ วกบั การวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ วิเคราะห์ วจิ ารณ์
วรรณคดใี นบทเรยี น วรรณคดใี นบทเรยี น วรรณคดีในบทเรยี น
และเสนอความคิดใหม่ เร่ือง มหาเวสสนั ดร เรอื่ ง มหาเวสสันดร
อยา่ งมเี หตุผลได้ ชาดก กณั ฑม์ ัทรี ชาดก กณั ฑม์ ัทรี
มีมารยาทในการอา่ น สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสังเกต
ทางานกลุ่ม พฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กลมุ่
ใบงานที่ ๑.๗
เรือ่ ง การวิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดีในบทเรยี น เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มัทรี
คาชี้แจ้ง ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะหว์ ิจารณ์ วรรณคดีเร่ือง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มทั รีดังหัวข้อ
ต่อไปน้ี ให้เป็น Mind Mapping หรอื Flow Chart
- รปู แบบการประพนั ธ์
- ประวตั ผิ แู้ ตง่
- จุดมงุ่ หมายในการแตง่ และทม่ี าของเรื่อง
- องค์ประกอบของเร่ือง
- เนือ้ หา
- พฤตกิ รรมของเรื่องตวั ละคร
- แกน่ ของเรื่อง
- ขอ้ คดิ เหน็ ทมี่ ตี อ่ เร่ือง
ประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แล้วขีด ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 เน้ือหาละเอยี ดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนอื้ หา
3 ภาษาท่ีใชเ้ ข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ไี่ ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงชอ่ื .................................................... ผู้ประเมิน
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 4 คะแนน
3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีขอ้ บกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ ให้
ผลงานหรือพฤติกรรมมีขอ้ บกพรอ่ งมาก ให้
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรับปรงุ
แบบสงั เกต พฤติกรรมกำรทำงำนกลมุ่
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรยี น แล้วขีด ลงใน
ชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
ของผ้รู บั ความคดิ เหน็ ฟงั คนอนื่ ตามท่ไี ด้รบั สว่ นร่วมใน 20
การ มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุม่
43214321432143214321
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
(นำงสำวธญั ญำ ดำทอง)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ำรตัดสินคุณภำพ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่ำงสมำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภำพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ ง
ท่ตี รงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ด้าน 4321
1.รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบาย
กษัตรยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏิบตั ติ นตามสิทธแิ ละหน้าทขี่ องพลเมือง
1.3 ให้ความรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากิจกรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น
และชุมชน
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมท่สี รา้ งความ
สามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ชื่น
ชมความเปน็ ไทย
1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถอื ปฏบิ ัตติ นตามหลักของ
ศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมที่เกย่ี วข้องกับ
สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจัดขึ้น
2. ซอื่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมลู ทีถ่ ูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบตั ิในส่ิงที่ถกู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะกระทาความผิด
ทาตามสญั ญาที่ตนใหไ้ ว้กับเพอื่ น พอ่ แม่ หรือผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัตติ นต่อผอู้ นื่ ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไี่ ม่
ถูกตอ้ ง
3. มีวนิ ยั 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครวั
รบั ผดิ ชอบ โรงเรียน และสงั คม ไมล่ ะเมิดสทิ ธขิ องผู้อ่ืน ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ
กจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน และรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ
4.2 มีการจดบันทกึ ความรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ ของตนเอง เช่น ส่งิ ของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั
คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใช้เวลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดูแล
อย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 4321
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ นื่ และไม่ทาให้ผู้อื่นเดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมื่อ
6. มงุ่ มั่นในการ ผ้อู ่ืนกระทาผิดพลาด
ทางาน 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ ีวิตประจาวนั บนพ้นื ฐาน
ของความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รู้เท่าทนั การเปลยี่ นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจติ สาธารณะ และปรับตัว อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏิบัติหนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมาย
6.2 ตัง้ ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้สาเรจ็
6.3 ปรับปรุงและพัฒนาการทางานอย่างรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ต่อปญั หาและอปุ สรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเร็จ
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ช่วยทา แบง่ ปันส่ิงของ ทรัพยส์ ิน และอ่ืน ๆ
และชว่ ยแก้ปัญหาให้ผู้อ่นื
8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สนิ ของหอ้ งเรียน โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี นและ
ชุมชน
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
................ /................ /................
104 - 124 ดีมาก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ากว่า 62 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้งั ให้
แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นทักษะ
ดา้ นเจตคติ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางแกไ้ ข
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ............................................ครผูส้ อน
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
วนั ท่ี ........ เดือน ..........................พ.ศ..........
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑๐ วิชาภาษาไทย ๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
รหัส ท 3210๑ เวลา ๑๓ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี เวลา ๑ ช่วั โมง
เรือ่ ง การแตง่ คาประพนั ธ์ ประเภทรา่ ย โรงเรียนหนองก่ีพิทยาคม
ครผู ูส้ อน นางสาวธัญญา ดาทอง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด
ท ๔.1 ม.4-6/๔ แตง่ บทรอ้ ยกรอง
๒. สาระสาคญั
การแต่งคาประพันธ์ประเภทรา่ ย ต้องมคี วามรู้เกย่ี วกับฉันทลักษณแ์ ละกลวธิ ีในการแตง่
๓. สาระการเรียนรู้
รา่ ย
๔. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลักการแต่งคาประพันธ์ประเภทร่ายได้
๒. แต่งคาประพนั ธ์ประเภทรา่ ยได้
๓. มมี ารยาทในการเขียน
5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
๕.1 ความสามารถในการส่ือสาร
๕.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการเขียน
2) ทกั ษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์
3) ทักษะการประเมนิ
๕.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขัน้ ท่ี ๑ กระต้นุ ความสนใจ
1. ครูเปดิ วิดโี อการอ่านคาประพนั ธป์ ระเภทรา่ ยใหน้ ักเรียนฟัง
2. ครูสนทนากับนักเรียนเรอ่ื ง คาประพนั ธ์ประเภทร่าย จากน้นั ถามนักเรยี นว่า คาประพนั ธ์ประเภท
รา่ ย มลี กั ษณะอย่างไร
3. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับคาประพันธป์ ระเภทร่าย
4. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด ร่ายมีลักษณะใกลเ้ คียงกับคาประพันธ์ประเภทใด
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพินิจของครูผูส้ อน)
ขั้นท่ี ๒ สารวจค้นหา
ครูแบ่งนกั เรียนเป็นกลมุ่ กลุม่ ละ 5 คน โดยเรียงตามลาดับเลขท่ี จากนน้ั ให้แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา
ความรู้เรอ่ื ง การแต่งคาประพนั ธป์ ระเภทร่าย จากหนังสอื เรียน ห้องสมดุ และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
ขน้ั ที่ ๓ อธบิ ายความรู้
1. สมาชิกแตล่ ะคนในกลมุ่ นาผลการศกึ ษาความรู้เรื่อง การแต่งคาประพันธป์ ระเภทรา่ ย มาถ่ายทอด
แลกเปลีย่ นเรียนรกู้ นั ครูอธิบายเพมิ่ เติมจาก Presentation เรื่อง การแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทร่าย
2. นักเรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกันทาใบงานท่ี ๑.๘ เรื่อง การแต่งคาประพันธป์ ระเภทรา่ ย เม่อื ทาเสรจ็
แล้วใหน้ าสง่ ครูตรวจ
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การศึกษาเร่อื ง การแตง่ คาประพันธป์ ระเภทร่าย มี
ประโยชนต์ ่อนักเรียนอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ขัน้ ที่ ๔ ขยายความเขา้ ใจ
ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทร่าย โดยเลือกแต่งรา่ ยสุภาพหรอื รา่ ยยาว เพอ่ื
ใชเ้ ปน็ บทสรรเสริญองคผ์ ูใ้ ห้กาเนดิ อกั ษรไทย
ข้นั ท่ี ๕ ตรวจสอบผล
ตัวแทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอการแต่งคาประพันธป์ ระเภทร่าย ตามทีก่ ลมุ่ เลือก ครูตรวจสอบ
และประเมินการนาเสนอของนักเรียน
8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
- หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.5
- Presentation เร่ือง การแต่งคาประพนั ธ์ประเภทร่าย
- วดิ ีโอการอ่านคาประพันธป์ ระเภทรา่ ย
- หอ้ งสมดุ
- แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
http://th.wikipedia.org/wiki/รา่ ย
http://www.baanjomyut.com/library_2/rai/
9. การวัดและประเมินผล วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์
ประเดน็ ที่ตอ้ งการวัด ตรวจใบงานท่ี ๑.๘ ใบงานที่ ๑.๘ เรอ่ื ง นกั เรยี นเขยี นไดถ้ กู ต้อง
บอกหลักการแต่งคา เรือ่ ง การแต่งคา การแตง่ คาประพนั ธ์ มากกว่า ๖๐%
ประพนั ธ์ประเภทรา่ ย ประพนั ธป์ ระเภทร่าย ประเภทรา่ ย
ได้
แตง่ คาประพนั ธ์ ตรวจชน้ิ งาน ชิน้ งาน นักเรียนร้อยละ ๖๐ ทาได้
ประเภทรา่ ยได้ ถกู ตอ้ ง
มมี ารยาทในการเขยี น สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกต
ทางานกลุม่ พฤติกรรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กลุ่ม
ใบงานท่ี ๑.๘
การแตง่ คาประพันธ์ประเภทร่าย
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขียนอธิบายการแตง่ คาประพนั ธป์ ระเภทร่ายต่อไปน้ี
1. ความเปน็ มาของบทรอ้ ยกรองประเภทรา่ ย
2. ลักษณะบงั คับของรา่ ย
3. ขอ้ บังคบั ของรา่ ยสุภาพ
4. ขอ้ บงั คับของร่ายยาว
5. กลวธิ ีการแตง่ รา่ ยสุภาพและรา่ ยยาว
ช่อื ................................................................... ชนั้ .................... เลขที่ ..................
เฉลยใบงานท่ี ๑.๘
การแตง่ คาประพันธ์ประเภทร่าย
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนอธิบายการแตง่ คาประพนั ธป์ ระเภทร่ายตอ่ ไปนี้
1. ความเป็นมาของบทรอ้ ยกรองประเภทรา่ ย
ร่ายเป็นคาประพันธ์เก่าแก่ของไทย มีมาตั้งแต่สมัยสโุ ขทัย มีลักษณะใกล้เคียงกับร้อยแก้ว เพียงแต่มีการ
กาหนด สัมผัสและบังคับวรรณยุกต์ในบางแห่ง ร่ายจาแนกประเภทตามฉันทลักษณ์ได้เป็น 4 ชนิด คือ
รา่ ยโบราณ รา่ ยสุภาพ รา่ ยดั้น และร่ายยาว
2. ลกั ษณะบงั คบั ของรา่ ย
1) คณะ ร่ายบทหนึ่งจะมีกี่วรรคก็ได้ โดยทั่วไปจะมีต้ังแต่ 5 วรรคข้ึนไป ส่วนตอนจบบางชนิดก็จบแบบ
ธรรมดาบางชนิดก็จบโดยมีข้อบังคับเพิ่มเติม ส่วนจานวนคาในวรรคโดยมากกาหนด 5 คา แต่บางชนิด
อาจจะมมี ากกว่าหรอื นอ้ ยกว่ากไ็ ด้
2) สัมผัส มีสัมผัสส่งท้ายวรรคและมีสัมผัสรับเช่ือมหน้าวรรคต่อไปเช่นน้ีจนจบ สัมผัสส่งและสัมผัสรับท่ี
เชื่อมกันนีจ้ ะตอ้ งส่งและรบั คาชนิดเดยี วกัน
3. ขอ้ บังคบั ของรา่ ยสุภาพ
1) คณะ รา่ ยสภุ าพบทหนึ่ง ๆ มตี ั้งแต่ 5 วรรคขนึ้ ไป จดั เป็นวรรคละ 5 คา หรือมากกว่าก็ได้ จะแตง่ ยาวก่ี
วรรคกไ็ ด้ไม่กาหนด แตอ่ ีก 3 วรรคกอ่ นจบจะต้องแต่งเป็นโคลงสองสุภาพเสมอ
2) สมั ผัส คาสดุ ทา้ ยของวรรคหนา้ ต้องสัมผัสกบั คาท่ี 1, 2 หรอื 3 ของวรรคต่อ ๆ ไป จนถึงวรรคสดุ ท้าย
ให้ส่งสัมผัสไปยังบาทต้นของโคลงสองสุภาพ ซ่ึงเป็นสัมผัสรับในคาที่ 1, 2 หรือ 3 ก็ได้ ส่วนที่เป็นโคลง
สองสุภาพกใ็ ห้สมั ผสั ตามลักษณะของโคลง
4. ขอ้ บงั คบั ของร่ายยาว
1) คณะ รา่ ยยาวบทหนงึ่ มี 5 วรรคขนึ้ ไป คาในวรรคหนง่ึ ๆ มตี ้ังแต่ 6-10 คา หรือมากกว่ากไ็ ด้
2) สัมผัส คาสุดท้ายของวรรคต้นสัมผัสกับคาใดคาหนึ่งของวรรคต่อไป แต่ไม่ควรให้อยู่ใกล้ชิดกับคา
สดุ ทา้ ย ร่ายยาวไมม่ ีการบงั คบั เอก โท และคาสร้อยอยา่ งร่ายสภุ าพ
5. กลวธิ กี ารแตง่ ร่ายสภุ าพและร่ายยาว
1) กาหนดเรื่องราวเนื้อหาทจ่ี ะแตง่ โดยกาหนดไว้เปน็ ความเรยี งธรรมดากอ่ น เพ่ือลาดับความคิดและเป็น
การกาหนดทิศทางของเรื่อง
2) นาความมาเรียงกันทีละวรรคและสรรคาที่เหมาะสม โดยเลอื กสรรคาที่มีน้าหนกั มีเสียงไพเราะ เรม่ิ จาก
การนา คาท่ีเลอื กสรรมาร้อยเรียงกันทลี ะวรรค จนสบื เน่อื งจบเรื่องราว
ชื่อ ................................................................... ชัน้ .................... เลขที่ ..................
ประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แล้วขีด ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 เน้ือหาละเอยี ดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนอื้ หา
3 ภาษาท่ีใชเ้ ข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ไี่ ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงชอ่ื .................................................... ผู้ประเมิน
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 4 คะแนน
3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีขอ้ บกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ ให้
ผลงานหรือพฤติกรรมมีขอ้ บกพรอ่ งมาก ให้
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรับปรงุ
แบบสงั เกต พฤติกรรมกำรทำงำนกลมุ่
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรยี น แล้วขีด ลงใน
ชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
ของผ้รู บั ความคดิ เหน็ ฟงั คนอนื่ ตามท่ไี ด้รบั สว่ นร่วมใน 20
การ มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุม่
43214321432143214321
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
(นำงสำวธญั ญำ ดำทอง)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ำรตัดสินคุณภำพ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่ำงสมำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภำพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ ง
ท่ตี รงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ด้าน 4321
1.รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบาย
กษัตรยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏิบตั ติ นตามสิทธแิ ละหน้าทขี่ องพลเมือง
1.3 ให้ความรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากิจกรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น
และชุมชน
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมท่สี รา้ งความ
สามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ชื่น
ชมความเปน็ ไทย
1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถอื ปฏบิ ัตติ นตามหลักของ
ศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมที่เกย่ี วข้องกับ
สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจัดขึ้น
2. ซอื่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมลู ทีถ่ ูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบตั ิในส่ิงที่ถกู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะกระทาความผิด
ทาตามสญั ญาที่ตนใหไ้ ว้กับเพอื่ น พอ่ แม่ หรือผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัตติ นต่อผอู้ นื่ ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไี่ ม่
ถูกตอ้ ง
3. มีวนิ ยั 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครวั
รบั ผดิ ชอบ โรงเรียน และสงั คม ไมล่ ะเมิดสทิ ธขิ องผู้อ่ืน ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ
กจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน และรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ
4.2 มีการจดบันทกึ ความรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ ของตนเอง เช่น ส่งิ ของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั
คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใช้เวลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดูแล
อย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 4321
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ นื่ และไม่ทาให้ผู้อื่นเดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมื่อ
6. มงุ่ มั่นในการ ผ้อู ่ืนกระทาผิดพลาด
ทางาน 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ ีวิตประจาวนั บนพ้นื ฐาน
ของความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รู้เท่าทนั การเปลยี่ นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจติ สาธารณะ และปรับตัว อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏิบัติหนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมาย
6.2 ตัง้ ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้สาเรจ็
6.3 ปรับปรุงและพัฒนาการทางานอย่างรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ต่อปญั หาและอปุ สรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเร็จ
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ช่วยทา แบง่ ปันส่ิงของ ทรัพยส์ ิน และอ่ืน ๆ
และชว่ ยแก้ปัญหาให้ผู้อ่นื
8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สนิ ของหอ้ งเรียน โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี นและ
ชุมชน
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
................ /................ /................
104 - 124 ดีมาก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ากว่า 62 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้งั ให้
แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นทักษะ
ดา้ นเจตคติ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางแกไ้ ข
ข้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ............................................ครผ้สู อน
(นางสาวธญั ญา ดาทอง)
วันท่ี ........ เดือน ..........................พ.ศ..........
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๑ วิชาภาษาไทย ๓
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
รหสั ท 3210๑ เวลา ๑๓ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรื่อง มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มทั รี เวลา ๒ ชั่วโมง
เรือ่ ง การแต่งคาประพันธ์ ประเภทฉันท์ โรงเรยี นหนองกพี่ ทิ ยาคม
ครผู ู้สอน นางสาวธัญญา ดาทอง
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวัด
ท ๔.1 ม.4-6/๔ แตง่ บทร้อยกรอง
๒. สาระสาคัญ
การแต่งคาประพันธป์ ระเภทรา่ ย ตอ้ งมคี วามร้เู กี่ยวกับฉนั ทลักษณแ์ ละกลวธิ ใี นการแต่ง
๓. สาระการเรยี นรู้
ฉันท์
๔. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกหลักการแตง่ คาประพนั ธป์ ระเภทฉันท์ได้
๒. แต่งคาประพนั ธ์ประเภทฉันท์ได้
๓. มมี ารยาทในการเขยี น
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
๕.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
๕.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการเขยี น
2) ทักษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์
3) ทกั ษะการประเมนิ
๕.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ ม่ันในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงท่ี ๑
ข้ันที่ ๑ สงั เกต รับรู้
1. ครเู ปิดวิดีโอการอ่านคาประพนั ธ์ประเภทฉันทช์ นดิ ต่าง ๆ ให้นักเรยี นฟัง
2. ครูสนทนากับนักเรียนเรอ่ื ง คาประพนั ธ์ประเภทฉันท์ แล้วใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็
เก่ยี วกับคาประพันธป์ ระเภทฉนั ท์
3. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ (กลุ่มเดิมจากแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมกันศกึ ษาความร้เู ร่ือง การแต่งคา
ประพันธ์ประเภทฉนั ท์ และแผนผังการแต่งคาประพันธป์ ระเภทฉนั ท์ ทง้ั 5 ชนิด จากหนังสอื เรียน
4. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันทาใบงานที่ ๑.๙ เรอ่ื ง การแต่งคาประพันธป์ ระเภทฉันท์ เม่ือทาเสร็จ
แล้วให้นาสง่ ครตู รวจ
5. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด เพราะเหตุใด ฉันท์จงึ เป็นคาประพนั ธท์ ี่แต่งยากท่ีสดุ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ขนั้ ท่ี ๒ ทาตามแบบ
1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันฝึกแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทฉนั ท์ โดยเลือกชนดิ ของฉนั ทต์ ามที่
สมาชกิ กลมุ่ มีความสนใจ แลว้ ฝกึ เขยี นตามตวั อย่างทไี่ ดศ้ ึกษา จากหนังสอื เรียน
2. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเกีย่ วกับการแต่งคาประพนั ธป์ ระเภทฉนั ท์
ช่วั โมงท่ี ๒
ข้นั ท่ี ๓ ทาเองโดยไมม่ แี บบ
ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนแตง่ คาประพนั ธป์ ระเภทฉันทพ์ รรณนาความงาม ความยาว 2 บท โดยเลือก
ชนิดของฉนั ท์ท่ไี มซ่ า้ กบั การแตง่ ในขนั้ ท่ี 2 เปน็ การฝกึ ใหน้ ักเรียนแต่งเอง โดยไม่ตอ้ งดตู วั อยา่ ง
ขนั้ ที่ ๔ ฝึกทาใหช้ านาญ
นกั เรียนแต่ละคนแต่งคาประพันธป์ ระเภทฉันทท์ ่ีมจี ังหวะสนุกสนาน มชี ีวิตชีวา กระชมุ่ กระชวย
บรรยายการเดินทางมาโรงเรียน 2 บท เปน็ การฝึกแต่งให้เกิดทักษะและความชานาญ เป็นการบา้ นแลว้ นาส่ง
ครใู นช่วั โมงเรียนถดั ไป
ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มจัดทาหนงั สอื เลม่ เลก็ เร่ือง การแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทรา่ ย
และฉันท์ ประเภทละ 1 ชนดิ โดยใหค้ รอบคลุมประเด็นตามทก่ี าหนด ดงั นี้
1) การแต่งคาประพนั ธป์ ระเภทร่าย
2) การแต่งคาประพนั ธ์ประเภทฉันท์
นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียนท้ายหน่วยท่ี ๑
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
- หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.5
- Presentation เร่ือง การแต่งคาประพนั ธ์ประเภทฉันท์
- วดิ โี อการอา่ นคาประพันธ์ประเภทฉนั ท์
- Plicker แบบทดสอบหลังเรยี นท้ายหน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๑
- ใบงานท่ี ๑.๙ เรอื่ ง การแต่งคาประพันธป์ ระเภทฉันท์
9. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
ประเด็นท่ีต้องการวัด ตรวจใบงานที่ ๑.๙ ใบงานที่ ๑.๙ เรื่อง นักเรียนเขยี นได้ถกู ตอ้ ง
บอกหลักการแต่งคา เรอื่ ง การแตง่ คา การแตง่ คาประพนั ธ์ มากกวา่ ๖๐%
ประพันธป์ ระเภทฉนั ท์ ประพันธป์ ระเภทฉนั ท์ ประเภทฉนั ท์
ได้
แต่งคาประพนั ธ์ ตรวจชิน้ งาน ชิน้ งาน นกั เรียนรอ้ ยละ ๖๐ ทาได้
ประเภทฉนั ท์ได้ ถกู ต้อง
มมี ารยาทในการเขยี น สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสังเกต
ทางานกล่มุ พฤติกรรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กล่มุ
การประเมินชน้ิ งาน / ภาระงาน รวบยอด
แบบประเมนิ หนังสือเล่มเล็ก เร่ือง การแต่งคาประพนั ธป์ ระเภทรา่ ยและฉันท์
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การแต่งคาประพนั ธ์ประเภทรา่ ย
2 การแต่งคาประพนั ธ์ประเภทฉันท์
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวธญั ญา ดาทอง)
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน = 4 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ดมี าก = 3 คะแนน
ดี = 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
พอใช้ = 1 คะแนน
ปรบั ปรุง 8 ดีมาก
6 - 7 ดี
4 - 5 พอใช้
ต่ากว่า 4 ปรับปรุง
ใบงานท่ี ๑.๙
เรอ่ื ง การแต่งคาประพันธป์ ระเภทฉนั ท์
คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้
1. คมั ภีร์วตุ โตทยั เกยี่ วขอ้ งกบั ฉนั ทใ์ นภาษาไทยอยา่ งไร
2. ฉันท์ในภาษาไทย มลี กั ษณะบงั คบั กี่อยา่ ง อะไรบ้าง
3. ครุ ลหุ มลี กั ษณะอย่างไร
4. วชิ ชุมมาลาฉันท์ 8 มลี กั ษณะบงั คบั อยา่ งไร