แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๔.๑7
คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การนาความรซู้ งึ่ ไดจ้ ากการฟังและดไู ปใชใ้ หเ้ กิด 6. การฟงั สารจรรโลงใจใหไ้ ดร้ บั ผลประโยชน์สูงสุด
ประโยชน์สงู สุด ผฟู้ งั และดูตอ้ งทาอยา่ งไร ควรทาอย่างไร
ก. พจิ ารณาความถกู ต้องและคุณคา่ ของสาร ก. ต้ังใจฟัง
ข. พิจารณาความรแู้ ละความนา่ เชอื่ ถือของผสู้ ่งสาร ข. ทาความเข้าใจเร่ืองทฟี่ ัง
ค. พิจารณาความถกู ต้องของสารและวิธกี ารสง่ สาร ค. ต้งั จดุ ประสงคใ์ นการฟงั
ง. พจิ ารณาข้อเทจ็ จรงิ และความรู้ความเหมาะสม ง. พจิ ารณาคุณคา่ สารท่ีไดร้ ับฟงั
ของผสู้ ง่ สาร 7. สารโน้มน้าวใจ มลี ักษณะเดน่ อยา่ งไร
2. การฟงั และดูอย่างมวี จิ ารณญาณ มีกระบวนการ ก. เสนอข้อเทจ็ จรงิ
อย่างไร ข. เสนอความรแู้ ละขอ้ คดิ
ก. ฟัง ตดั สินใจ นาไปใช้ ค. เสนอข้อคดิ เหน็ ซง่ึ ปฏิบัตติ ามได้
ข. ฟัง คิดไตร่ตรอง ตัดสนิ ใจ นาไปใช้ ง. เสนอขอ้ มูลท่ีเกนิ จากความเปน็ จริงไปบา้ ง
ค. ฟัง คิดไตร่ตรอง ตัดสนิ ใจ ประเมินคา่ นาไปใช้ 8. ผู้สง่ สารโนม้ น้าวใจ จะใชภ้ าษาทม่ี ีลักษณะ
ง. ฟงั พจิ ารณาจดุ เด่น จดุ ดอ้ ย ประเมนิ คา่ นาไปใช้ อย่างไร
3. นางสาวปานดาวเป็นนักกีฬายกนา้ หนกั เลือกฟงั และ ก. ภาษาภาพพจน์
ดูรายการเกย่ี วกับอาหารทม่ี คี ุณคา่ ตอ่ รา่ งกาย เพ่ือ ข. ภาษาทใ่ี ช้สนทนา
นามาใชใ้ นชีวติ ประจาวันของตนเอง นางสาวปาน ค. ภาษาทสี่ รา้ งจนิ ตนาการ
ดาวมีจุดม่งุ หมายอยา่ งไรในการฟัง ง. ภาษาเรา้ อารมณ์ใหค้ ลอ้ ยตาม
ก. ฟงั เพ่อื ความบนั เทงิ 9. เหตุใดเราจงึ ตอ้ งใช้มารยาทในการฟัง เมือ่ ไปฟงั
ข. ฟงั เพ่อื พฒั นาตนเอง การพดู ในทส่ี าธารณะ
ค. ฟังเพื่อประกอบอาชพี ก. เพื่อใหเ้ กียรตผิ พู้ ดู
ง. ฟังเพือ่ เพ่มิ พนู ความรู้ ข. เพอื่ ใหเ้ กยี รตแิ กผ่ ฟู้ ังอ่นื ๆ
4. การฟังสารที่เป็นความรู้ การพจิ ารณาในข้อใดสาคญั ค. เพอ่ื แสดงถงึ ความเปน็ ผู้มีวฒั นธรรม
ทสี่ ุด ง. เพอ่ื เปน็ แบบอยา่ งทดี่ งี ามแกค่ นท่ัวไป
ก. ประโยชน์ของสารทฟ่ี ัง 10. การมคี ณุ ลกั ษณะของการเปน็ ผ้ดู ู ผ้ฟู งั ทดี่ ีต้อง
ข. การใช้ถอ้ ยคาของผ้สู ง่ สาร ปฏิบัตอิ ย่างไร
ค. การจับประเด็นสาคัญของเรอ่ื งทฟี่ งั ก. ตง้ั ใจฟังและดู
ง. การบนั ทกึ ความรชู้ ่วยความจาเรื่องทฟ่ี งั ข. มีมารยาทในการฟงั และดู
5. สารจรรโลงใจ มลี ักษณะอยา่ งไร ค. มีวิจารณญาณในการฟงั และดู
ก. ใหค้ วามรแู้ ละความบนั เทงิ ง. เลือกฟังและดสู ิง่ ที่ดีมีประโยชน์
ข. ให้ความบนั เทงิ และข้อคดิ
ค. ใหก้ าลังใจในการต่อสู้กับชีวติ
ง. ใหแ้ งค่ ิด คติเตอื นใจ และให้กาลงั ใจผู้ฟงั
เฉลย 3. ข 4. ค 5. ง
8. ง 9. ก 10. ข
1. ก 2. ค
6. ค 7. ง
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๕ วชิ าภาษาไทย ๓
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
รหสั ท 3210๑ เวลา ๒ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๔ เร่ือง มทั นะพาธา โรงเรียนหนองก่ีพทิ ยาคม
เร่อื ง สรปุ แนวคดิ วรรณคดีในบทเรยี น
ครูผูส้ อน นางสาวธัญญา ดาทอง
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด
ท๑.๑ ม.4-6/๗ อา่ นเร่ืองต่าง ๆ แลว้ เขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด บนั ทึก ยอ่ ความ
และรายงาน
๒. สาระสาคัญ
การศึกษาบทละครพูดคาฉันท์ เรอ่ื ง มัทนะพาธา จะต้องเขยี นบันทึกจากเรอื่ งทอี่ า่ น แลว้ บอกความ
เปน็ มา และประวตั ผิ ู้แต่ง
๓. สาระการเรยี นรู้
การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่าง ๆ เช่น
- วรรณคดีในบทเรยี น
๔. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกประวัติผแู้ ต่งบทละครพดู คาฉนั ท์ เร่อื ง มัทนะพาธา ได้
๒. อธบิ ายความเปน็ มาของบทละครพดู คาฉนั ท์ เรื่อง มัทนะพาธา ได้
๓. เขียนบนั ทึกจากการอ่านความเปน็ มาและประวตั ิผแู้ ต่งบทละครพดู คาฉนั ท์ เรอ่ื ง มทั นะพาธา ได้
๔. มมี ารยาทในการอา่ น
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๕.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
๕.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เคราะห์
2) ทักษะการสร้างความรู้
๕.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทางาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนโดยการจัดการเรยี นรูแ้ บบร่วมมอื : เทคนคิ คูต่ รวจสอบ
ช่วั โมงท่ี ๑
นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ ง มทั นะพาธา
ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคิด
2. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายและแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับพระราชกรณยี กจิ ของรัชกาลท่ี 6
และพระปรีชาสามารถด้านตา่ ง ๆ ของพระองค์
๓. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด นกั เรียนคิดวา่ บทละครพูดคาฉันทเ์ ร่อื ง มัทนะพาธา
เก่ยี วข้องกับวถิ ชี วี ิตของคนในปจั จุบนั หรือไม่ อยา่ งไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน)
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครแู บ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละกันตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลาง
คอ่ นข้างเก่ง ปานกลางค่อนขา้ งออ่ น และออ่ น
2. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาความรู้เกยี่ วกับความเปน็ มา ประวตั ิ ผู้แตง่ ลกั ษณะคาประพนั ธ์ และเรอ่ื ง
ยอ่ บทละครพดู คาฉนั ท์ เรือ่ ง มทั นะพาธา จากหนังสอื เรียน
ข้ันสรุป
สมาชกิ แต่ละกลุม่ ร่วมกันอภปิ รายความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษา จนสมาชกิ ทุกคนในกล่มุ มคี วามเข้าใจ
ตรงกัน แล้วบนั ทกึ ลงในสมุดของแต่ละคน
ช่วั โมงที่ ๒
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น
ครูและนกั เรียนทบทวนเนื้อหาจากชว่ั โมงทแ่ี ล้ว
ข้ันสอน
๑. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ทาใบงานที่ ๔.๓ เรอื่ ง ความเปน็ มาและประวตั ผิ แู้ ตง่ บทละครพูดคาฉนั ท์
เร่ือง มทั นะพาธา โดยให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนภายในกลมุ่ เปน็ 2 คู่ แลว้ ใหน้ กั เรียน คนหน่ึงคดิ ดงั ๆ แสดง
ถงึ การตอบคาถามและเขียนคาตอบ และสมาชิกอีกคนหน่งึ เป็นฝา่ ยสังเกต ตรวจสอบ (นักเรยี นอีกคู่หนงึ่ ก็
ปฏบิ ัติกจิ กรรมในทานองเดยี วกัน)
๒. นกั เรยี นแต่ละคเู่ ปลีย่ นบทบาทกนั ในคาถามข้อต่อไป โดยสลับหนา้ ท่ีจากผ้ตู อบเปน็ ผู้สงั เกต จากผู้
สังเกตเป็นผตู้ อบ
๓. เม่อื ตอบคาถามครบทกุ ขอ้ แล้ว ให้นกั เรียนแต่ละคใู่ นกลมุ่ เดียวกนั (4 คน) เปรียบเทียบคาตอบกัน
และชว่ ยกนั อธิบายแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ เพอื่ ความกระจา่ งชัดเจน
๔. ครสู ่มุ นักเรียน 2-3 คู่ ออกมานาเสนอคาตอบในใบงานที่ ๔.๓ หน้าชน้ั เรยี น จากนนั้ เกบ็ รวบรวม
ใบงานสง่ ครู
ข้นั สรปุ
1. นักเรียนร่วมกนั สรุปความเปน็ มาและประวัตขิ องผู้แตง่ บทละครพดู คาฉนั ท์ เร่อื ง มัทนะพาธา
2. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด การท่ีวรรณคดสี โมสรยกยอ่ งใหบ้ ทละครพดู คาฉันท์ เรอื่ ง
มัทนะพาธา เปน็ บทละครพูดคาฉันทด์ ีเด่น นักเรยี นเห็นด้วยหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน)
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
- หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.5
- Plicker แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรื่อง มทั นะพาธา
- Presentation เรื่อง ความเป็นมาและประวตั ผิ แู้ ต่งบทละครพูดคาฉันท์ เร่อื ง มทั นะพาธา
- ใบงานที่ ๔.๓ เร่อื ง ความเปน็ มาและประวัตผิ แู้ ตง่ บทละครพูดคาฉนั ท์ เรอ่ื ง มทั นะพาธา
9. การวัดและประเมนิ ผล
ประเดน็ ที่ตอ้ งการวดั วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี ๔.๓ ใบงานที่ ๔.๓ เรือ่ ง ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
บอกประวัตผิ ู้แตง่ บท เรือ่ ง ความเปน็ มาและ ความเปน็ มาและ
ละครพูดคาฉันท์ เร่อื ง ประวตั ิผแู้ ต่งบทละคร ประวัตผิ แู้ ตง่ บท
มัทนะพาธา ได้ พูดคาฉนั ท์ เรอ่ื ง ละครพูดคาฉันท์
มทั นะพาธา เร่ือง มัทนะพาธา
อธิบายความเป็นมา ตรวจใบงานที่ ๔.๓ ใบงานท่ี ๔.๓ เร่อื ง ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
ของบทละครพูดคา เรือ่ ง ความเป็นมาและ ความเป็นมาและ
ประวัติผ้แู ตง่ บทละคร ประวัติผู้แต่งบท
ฉันท์ เรอื่ ง มทั นะพาธา พดู คาฉนั ท์ เรอื่ ง ละครพดู คาฉันท์
ได้ มทั นะพาธา เร่อื ง มทั นะพาธา
เขยี นบนั ทกึ จากการ ตรวจสมดุ ประเมินการเขียนสรปุ รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
อ่านความเป็นมาและ ลงสมดุ
ประวตั ผิ ูแ้ ตง่ บทละคร สังเกตพฤตกิ รรมการ
พูดคาฉันท์ เรื่อง ทางานกลมุ่ แบบสงั เกต
มัทนะพาธา ได้ พฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กล่มุ
มมี ารยาทในการอ่าน
แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔.๒2
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. เร่ือง มทั นะพาธา มคี วามดีเด่นอย่างไร 6. บทอาขยานในบทละครพดู คาฉันท์เร่อื ง มทั นะพาธา
ก. แนวเร่อื งแปลกชวนใหต้ ิดตาม นาไปใชอ้ ้างองิ ในประเดน็ ใดได้เหมาะสมทส่ี ุด
ข. ใชค้ าไพเราะ มีคตสิ อนใจในเรื่องความรัก ก. ความรกั
ค. ใชถ้ อ้ ยคาท่สี ่ืออารมณ์ ความร้สู กึ ของตัวละคร ข. ความผดิ หวัง
ง. เลือกใช้ถอ้ ยคาได้ไพเราะและสอ่ื อารมณค์ วามร้สู กึ ค. ความงามของสตรี
ทั้งมีคตสิ อนใจ ง. ความงามของธรรมชาติ
2. บทละครพดู คาฉันท์เร่ือง มทั นะพาธา แต่งด้วย 7. ข้อความจากบทอาขยานในบทละครพดู คาฉนั ท์เรอ่ื ง
คาประพันธช์ นิดใด มทั นะพาธา ดเี ด่นอย่างไร
ก. ฉนั ทแ์ ละร่าย ข. ฉันทแ์ ละกาพย์ ก. การใชค้ าในการเปรยี บเทียบ
ค. ฉนั ทแ์ ละโคลง ง. ฉันท์และกลอน ข. การใช้คาทใ่ี หอ้ ารมณค์ วามรู้สึก
สภุ าพ ค. การใช้คาในการบรรยายความคิด
3. “มีหน้าท่บี ารุงบาเรอใหเ้ จา้ นายมีความสขุ มีความพอใจ ง. การใชค้ าทีใ่ หภ้ าพและเสยี งอยา่ งชดั เจน
จึงทาทกุ อยา่ งเพอื่ เอาใจนาย” ขอ้ ความนก้ี ลา่ วถงึ ใคร 8. พฤตกิ รรมใดท่ีสเุ ทษณ์เทพบตุ รไมแ่ สดงต่อนางมทั นา
ก. จิตระรถ ข. มายาวนิ ก. ทนทุกขเ์ พราะรกั
ค. นางจัณฑี ง. ท้าวสรุ าษฎร์ ข. การเสยี สละเพอ่ื ความรัก
4. บทละครพดู คาฉนั ทเ์ ร่ือง มทั นะพาธา มีกลวิธกี ารแตง่ ค. การเอาเปรยี บผู้เป็นท่รี กั
อยา่ งไร ง. การใชอ้ านาจบาตรใหญ่ในความรกั
ก. ให้นางมทั นาเปน็ ผู้เล่าความเปน็ มาของดอก 9. ความรกั ของนางมทั นามลี ักษณะอยา่ งไร
กหุ ลาบ ก. รักคือการให้
ข. ให้คนธรรพ์ช่อื จติ ระรถเป็นผู้เลา่ ถงึ เหตุการณท์ ่ี ข. รักคอื การเสยี สละ
เกิดขึ้น บนสวรรค์ ค. รักคอื ความอดทน
ค. ให้วทิ ยาธรช่ือมายาวินเป็นผเู้ ล่าเรอ่ื งอดตี ชาติของ ง. รกั คือความกล้าหาญและเสียสละ
สเุ ทษณ์เทพบุตร 10. ข้อคิดใดจากบทละครพดู คาฉันทเ์ ร่ือง มัทนะพาธา
ง. ให้สเุ ทษณเ์ ทพบตุ รบรรยายถึงความรักและความ ท่นี าไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้
เจบ็ ปวดอันเกิดจากความรกั ไมส่ มหวงั ก. ใหร้ ู้จกั การใหอ้ ภัย
5. “งามผิวประไพผอ่ ง กลทาบสุภาสพุ รรณ ข. ความไมม่ ักใหญ่ใฝ่สงู
งามแก้มแฉล้มฉนั พระอรณุ แอร่มละลาน ค. ให้รจู้ กั ปรนนบิ ตั ิเจ้านาย
งามเกศะดาขา กลนา้ ณท้องละหาน ง. การใชช้ ีวิตของสตรดี ้วยความระมัดระวัง
เนตร์พินิศปาน สมุ ณีมะโนหะรา”
คาประพันธ์ทย่ี กมานเี้ ป็นบทรอ้ ยกรองชนดิ ใด
ก. อุปชาติฉนั ท์ 11 ข. วชิ ชมุ มาลาฉนั ท์
8
ค. อินทรวงศ์ฉันท์ 12 ง. วสันตดิลกฉันท์
14
เฉลย
1. ง 2. ข 3. ก 4. ค 5. ค
6. ค 7. ก 8. ข 9. ง 10. ง
ใบงานท่ี ๔.๓
. เรือ่ ง ความเปน็ มาและประวตั ผิ แู้ ตง่
บทละครพดู คาฉนั ท์ เร่อื ง มทั นะพาธา
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. บทละครพูดคาฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา มีความเป็นมาอยา่ งไร
2. ผู้แตง่ บทละครพดู คาฉันท์ เรอื่ ง มัทนะพาธา คือใคร มีประวตั ิเป็นอย่างไร
3. บทละครพดู คาฉนั ท์ เรือ่ ง มัทนะพาธา แต่งขึน้ เพื่อจดุ มุ่งหมายใด
4. บทละครพูดคาฉนั ท์ เรอ่ื ง มทั นะพาธา มรี ูปแบบในการแตง่ ด้วยลักษณะคาประพนั ธแ์ บบใด
5. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ทรงมพี ระปรีชาสามารถทางดา้ นใด และทรงมีผลงานพระ
ราชนิพนธเ์ รือ่ งใดบ้าง
ชื่อ ................................................................................ ช้ัน ................... เลขที่ .................
เฉลยใบงานท่ี ๔.๓
. เร่อื ง ความเปน็ มาและประวตั ิผแู้ ตง่
บทละครพดู คาฉันท์ เรอื่ ง มทั นะพาธา
คาช้แี จง ให้นักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. บทละครพูดคาฉันท์ เร่อื ง มทั นะพาธา มคี วามเป็นมาอย่างไร
มัทนะพาธา แปลว่า ความเจ็บปวดหรือความเดือดรอ้ นเพราะความรัก บทละครพดู คาฉันทเ์ รอ่ื ง มัทนะพาธา หรือ
ตานานแหง่ ดอกกหุ ลาบ มลี กั ษณะเป็นบทละครพดู คาฉนั ท์ จานวน 5 องก์ แบง่ เป็น 2 ภาค คือ ภาคสวรรค์และ
ภาคพ้นื ดนิ เป็นบทพระราชนพิ นธ์จากจินตนาการในพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ ัว ทรงให้นางเอกของ
เรือ่ ง มนี ามว่า มัทนา ซึง่ หมายถึง ความลุม่ หลงหรือความรัก แทนคาวา่ กพุ ชกะ ท่ีแปลว่า ดอกกุหลาบ
2. ผู้แตง่ บทละครพดู คาฉนั ท์ เรือ่ ง มัทนะพาธา คอื ใคร มปี ระวตั ิเป็นอย่างไร
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัว (รชั กาลที่ 6) มีพระนามเดมิ ว่า สมเดจ็ เจา้ ฟ้ามหาวชิราวุธ เป็นโอรส องคท์ ี่
29 ในพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั (รัชกาลท่ี 5) และเป็นโอรสองค์ที่ 2 ในสมเดจ็ พระศรีพัชรนิ ทรา
บรมราชนิ ีนาถ สมภพวนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 ทรงศกึ ษาในประเทศไทย จนพระชนมายุ 14 พรรษา ก็เสดจ็ ไป
ศึกษา ณ ประเทศองั กฤษ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2447 ได้ทรงผนวช ณ วัดบวรนเิ วศวิหาร เสดจ็ ขึ้นครองราชสมบัตเิ มือ่ วนั ท่ี
23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สวรรคตเมอื่ วนั ท่ี 25 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2468 พระชนมายุ 45 พรรษา
3. บทละครพดู คาฉนั ท์ เรอ่ื ง มทั นะพาธา แต่งขน้ึ เพ่ือจดุ มุ่งหมายใด
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หวั ต้งั พระทยั ใหเ้ ป็นหนงั สืออา่ นกวีนพิ นธเ์ พอื่ ความสนุกสนานในดา้ นเนื้อหา
และสอนใจ โดยให้เหน็ ถงึ อานภุ าพแห่งความรัก ซึ่งไม่ได้ใหแ้ ต่ความสขุ สมหวงั เท่านั้น แต่ความรกั สามารถสร้าง
ความทกุ ข์ ความเจ็บปวด
4. บทละครพดู คาฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา มีรปู แบบในการแตง่ ดว้ ยลักษณะคาประพนั ธแ์ บบใด
บทละครพดู คาฉนั ท์ เรื่อง มัทนะพาธา แต่งดว้ ยคาประพนั ธป์ ระเภทกาพย์และฉันท์ ประกอบด้วย กาพย์ 3 ชนิด คอื
กาพยย์ านี 11 กาพยฉ์ บบั 16 กาพยส์ ุรางคนางค์ 28 และฉนั ท์ 21 ชนิด เช่น วิชชุมมาลาฉันท์ 8 อนิ ทรวเิ ชียรฉันท์
11 อปุ ชาติฉันท์ 11 ภุชงคประยาตฉันท์ 12 อินทวงศ์ฉันท์ 12 วสนั ตดลิ กฉันท์ 14 เปน็ ต้น
5. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านใด และทรงมผี ลงานพระ
ราชนิพนธ์เรื่องใดบา้ ง
พระองค์ทรงพระปรชี าสามารถด้านอักษรศาสตร์ ทรงมผี ลงานพระราชนพิ นธ์ท้งั ร้อยแก้ว รอ้ ยกรอง กว่า 200 เรอ่ื ง
เช่น เร่ือง ศกุนตรา รามเกียรติ์ บทละครเรื่อง เวนสิ วานชิ
ชอ่ื ................................................................................ ชัน้ ................... เลขที่ .................
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชแี้ จง : ให้ ผู้สอน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 ความถูกต้องของเนือ้ หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอื่ .................................................... ผ้ปู ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน
3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีขอ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี อ้ บกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ ให้
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
คาชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ท่ี ชือ่ -สกุล ความ ความรบั การตรง ความ ผลสาเรจ็ รวม
ของผรู้ บั การ ต้ังใจ ผิด ต่อเวลา สะอาด ของงาน 20
ประเมนิ ในการ ชอบ เรียบรอ้ ย คะแนน
ทางาน
43214321 432143214321
ลงชอื่ .................................................... ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้งั ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
ชอื่ กลุม่ ชน้ั
คาชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่อง
ทตี่ รงกบั ระดับคะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การแบ่งหน้าท่ีกนั อย่างเหมาะสม
2 ความรว่ มมือกันทางาน ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
3 การแสดงความคิดเห็น (นางสาวธัญญา ดาทอง)
4 การรับฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจช่วยเหลือกัน ................ /................ /................
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง
ที่ตรงกับระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น
1.รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่อื ได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ าย
กษตั รยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ัติตนตามสิทธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมือง
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชิกในโรงเรยี น
และชมุ ชน
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจัดกจิ กรรมทสี่ รา้ งความ
สามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรียน ชมุ ชน และสงั คม ช่ืน
ชมความเปน็ ไทย
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของ
ศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามท่โี รงเรียนและชุมชนจดั ขึ้น
2. ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ถี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ัติในสิง่ ท่ถี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะกระทาความผิด
ทาตามสญั ญาที่ตนให้ไว้กบั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัติตนตอ่ ผู้อื่นดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไี่ ม่
ถกู ต้อง
3. มวี นิ ัย 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั
รับผิดชอบ โรงเรียน และสงั คม ไม่ละเมิดสทิ ธิของผ้อู ่ืน ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวนั และรับผิดชอบในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรอู้ ย่างเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ ของตนเอง เช่น สิ่งของ เคร่ืองใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด
คุ้มค่า และเก็บรักษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแล
อยา่ งดี
5.3 ปฏิบัติตนและตดั สินใจด้วยความรอบคอบ มเี หตุผล
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 4321
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผอู้ นื่ และไม่ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดร้อน พรอ้ มให้อภัยเมอ่ื
ผู้อ่นื กระทาผิดพลาด
5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวติ ประจาวันบนพ้ืนฐาน
ของความรู้ ขอ้ มูล ข่าวสาร
5.6 รู้เทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั
และปรบั ตัว อย่รู ่วมกับผู้อนื่ ได้อย่างมคี วามสุข
6. มุ่งมน่ั ในการ 6.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 ต้งั ใจและรับผิดชอบในการทางานให้สาเร็จ
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอย่างรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทางาน อดทน ไมท่ ้อตอ่ ปญั หาและอุปสรรค
6.5 พยายามแก้ปญั หาและอปุ สรรคในการทางานให้สาเรจ็
6.6 ช่ืนชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา แบ่งปนั ส่งิ ของ ทรัพย์สิน และอนื่ ๆ
และชว่ ยแก้ปญั หาให้ผู้อ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรัพยส์ ินของหอ้ งเรยี น โรงเรียน ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียนและ
ชมุ ชน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมิน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
................ /................ /................
104 - 124 ดมี าก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ตา่ กว่า 62 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั ให้
แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นทักษะ
ดา้ นเจตคติ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางแกไ้ ข
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ............................................ครผูส้ อน
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
วนั ท่ี ........ เดือน ..........................พ.ศ..........
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ วิชาภาษาไทย ๓
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
เวลา ๑๐ ชั่วโมง
รหัส ท 3210๑ เวลา ๓ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๔ เรอื่ ง มทั นะพาธา โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม
เรอื่ ง การวเิ คราะหแ์ ละประเมินคณุ ค่าวรรณคดี
ครผู ู้สอน นางสาวธญั ญา ดาทอง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
ท๕.๑ ม.4-6/๑ วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวิจารณ์เบ้ืองตน้
๒. สาระสาคญั
การศึกษาบทละครพูดคาฉนั ท์ เรอ่ื ง มทั นะพาธา จะตอ้ งวเิ คราะห์วิจารณเ์ ร่อื งตามหลักการวจิ ารณ์
เบอ้ื งต้น และจาเป็นตอ้ งรู้คาศพั ท์ท่ีปรากฏอยใู่ นเรือ่ ง เพอ่ื ความเข้าใจในเนอ้ื หา
๓. สาระการเรียนรู้
หลกั การวิเคราะหแ์ ละวิจารณ์วรรณคดเี บ้ืองตน้
- จุดมงุ่ หมายการแตง่ วรรณคดี
- การพิจารณารูปแบบของวรรณคดี
- การพจิ ารณาเนื้อหาและกลวิธีในวรรณคดี
- การวิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี
๔. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. สรปุ เนื้อหาและอธบิ ายความหมายของคาศัพท์ต่าง ๆ ในบทละครพดู คาฉันท์ เร่อื ง มทั นะพาธา ได้
๒. วิเคราะหว์ จิ ารณบ์ ทละครพดู คาฉันท์ เรอ่ื ง มทั นะพาธา ตามหลกั การวิจารณ์เบื้องต้นได้
๓. มีมารยาทในการอ่าน
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๕.1 ความสามารถในการสื่อสาร
๕.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการตีความ
2) ทักษะกระบวนการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
3) ทักษะการวเิ คราะห์
๕.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
ช่ัวโมงท่ี ๑
ขน้ั ท่ี ๑ สังเกต
1. ครทู บทวนเรอื่ ง การวิเคราะหว์ รรณคดีในบทเรียนซ่งึ นกั เรยี นไดเ้ รียนไปแลว้ ในหลักการใชภ้ าษา
และในเร่อื ง มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี
2. นกั เรยี นอ่านบทละครพดู คาฉนั ท์ เร่ือง มทั นะพาธา ตอน สเุ ทษณ์ฝากรักนางมทั นา จากหนังสอื
เรียน 1 รอบ
3. ครสู งั เกตการอา่ นของนกั เรียน จากนั้นอธบิ ายหลกั การอ่านทถ่ี กู ต้องใหน้ ักเรียนเขา้ ใจ
4. นักเรยี นกลุม่ เดิม (จากแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 1) รว่ มกนั ศึกษาเน้อื เรือ่ งบทละครพูดคาฉนั ท์ เร่ือง
มทั นะพาธา โดยครชู ้ีแจงใหน้ ักเรยี นทราบว่า ความสาเรจ็ ของกล่มุ น้ันจะตอ้ งอาศัยผลจากความพร้อมรว่ มกัน
ชว่ ยเหลอื กนั ผู้ท่ีเก่งกวา่ จะต้องช่วยผู้ที่อ่อนกว่าหรอื เรียนช้ากวา่
ขั้นที่ ๒ อธบิ าย
1. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มร่วมกันสรุปและอภิปรายเกย่ี วกับเนือ้ หา บทละครพดู คาฉนั ท์ เร่อื ง มทั นะพาธา
โดยผลดั กันอธบิ ายทีละคนจนสมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มมีความเข้าใจชัดเจนตรงกนั แลว้ สรปุ เปน็ องค์ความรูข้ อง
กล่มุ
2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มแสดงความคิดเหน็ ว่า เมอ่ื อ่านบทละครพดู คาฉนั ท์ เรื่อง มทั นะพาธา จบแลว้
นกั เรียนมคี วามรู้สึกอยา่ งไร เหตใุ ดจงึ รู้สกึ เช่นนน้ั
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอความรทู้ ่ีได้จากการศึกษาหนา้ ชน้ั เรยี น
4. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ การทรี่ ชั กาลที่ 6 แตง่ เรอ่ื ง มัทนะพาธา ซ่ึงเป็นเร่ืองราว
เกย่ี วกบั ความทุกขอ์ ันเกิดจากความรัก แล้วมอบใหส้ มเด็จพระนางเจ้าอนิ ทรศกั ด์ศิ จี นกั เรียนคดิ ว่า มี
นัยสาคญั อะไรหรอื ไม่ อย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
ชัว่ โมงที่ ๒
ข้ันที่ ๓ รับฟัง
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอภิปรายแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นตามประเดน็ ตอ่ ไปนี้
1) บทละครพดู คาฉันท์ เร่อื ง มัทนะพาธา มีความเหมาะสมหรือไม่ ที่ผู้ประพนั ธเ์ ลอื กให้ดอก
กหุ ลาบเป็นสญั ลักษณ์แทนเร่ืองความรัก
2) รปู แบบคาประพันธ์เหมาะสมกบั เนื้อเรือ่ งหรือไม่ อย่างไร
3) เนอื้ หาสาระสาคญั ของเรอื่ งมคี ณุ ค่าในการสรา้ งความเพลิดเพลนิ ประเทอื งปัญญา
สะเทือนอารมณ์ สะทอ้ นสังคม ให้ความรู้ขอ้ คิด คตเิ ตอื นใจหรือไม่ อยา่ งไร
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การวจิ ารณว์ รรณคดตี ามหลักการวิจารณ์เบ้ืองตน้ มี
ประโยชนส์ าหรับนักเรยี นอยา่ งไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ ิจของครผู ูส้ อน)
ข้ันท่ี ๔ เช่อื มโยงความสัมพนั ธ์
1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มเปรียบเทยี บความร้สู กึ ของคนทถี่ กู ปฏเิ สธความรกั เม่ือรักเขาเขาไมร่ กั
ตอบ ถา้ เปน็ นักเรยี นจะทาอยา่ งไร ถ้ามีอานาจเหมอื นสุเทษณ์เทพบุตร นกั เรียนจะทาเชน่ นนั้ หรือไม่ เพราะเหตุ
ใด
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ การทส่ี ุเทษณเ์ ทพบุตรสาปนางมทั นาใหเ้ ปน็ ดอกกหุ ลาบ
เปน็ การกระทาท่ีถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ข้นั ที่ ๕ วจิ ารณ์
นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วิจารณต์ ัวละครในบทละครพดู คาฉนั ท์ เรอ่ื ง มัทนะพาธา วา่ เปน็ อยา่ งไร มี
ความแตกตา่ งกันมากนอ้ ยเพยี งใด และการกระทาของตัวละครแต่ละตวั เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
ขนั้ ที่ ๖ สรปุ
ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ ก่ียวกบั บทละครพูดคาฉนั ท์ เร่ือง มทั นะพาธา ลงในสมดุ
ช่วั โมงที่ ๓
ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรยี น
ครถู ามนกั เรยี นวา่ ทาไมนางมัทนาตอ้ งเป็นดอกกุหลาบ เพ่ือกระตุ้นความคิดของนักเรียน
ขัน้ สอน
๑. ครูทบทวนความรเู้ ร่อื ง บทละครพูดคาฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา จาก Presentation
๒. ครูส่มุ ถามคาถามจากเน้ือเร่ือง บทละครพดู คาฉันท์ เร่อื ง มทั นะพาธา เปน็ รายบุคคล ไม่ว่า
นักเรยี นจะตอบถูกหรือผิด ก็จะมคี าชมให้นกั เรียนตลอด เพอ่ื กระตุ้นความกล้าถามและตอบ
ขั้นสรุป
ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบท้ายหนว่ ยการเรียนรู้ เรื่อง มทั นะพาธา
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
- หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.5
- Plicker แบบทดสอบหลงั เรยี น เร่อื ง มัทนะพาธา
- Presentation เรอ่ื ง สรปุ ความรู้บทละครพดู คาฉนั ท์ เรื่อง มทั นะพาธา
9. การวัดและประเมนิ ผล
ประเด็นทีต่ อ้ งการวดั วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
สรุปเนอ้ื หาและอธบิ าย
ความหมายของ ตรวจแบบทดสอบทา้ ย แบบทดสอบท้าย รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
คาศัพท์ต่าง ๆ ในบท หนว่ ยการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้
ละครพดู คาฉนั ท์ เรื่อง
มัทนะพาธา ได้
วเิ คราะห์วจิ ารณ์บท
ละครพดู คาฉนั ท์ เรอื่ ง ตรวจแบบทดสอบท้าย แบบทดสอบท้าย รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
มทั นะพาธา ตาม หนว่ ยการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรู้
หลกั การวิจารณ์
เบอ้ื งต้นได้
มมี ารยาทในการอา่ น สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสังเกต
ทางานกลุม่
พฤตกิ รรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
กลมุ่
แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๔.๒2
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. เร่ือง มทั นะพาธา มีความดเี ด่นอย่างไร 6. บทอาขยานในบทละครพดู คาฉันท์เร่อื ง มทั นะพาธา
ก. แนวเร่อื งแปลกชวนให้ติดตาม นาไปใชอ้ า้ งองิ ในประเดน็ ใดได้เหมาะสมทส่ี ดุ
ข. ใชค้ าไพเราะ มคี ติสอนใจในเรอ่ื งความรกั ก. ความรกั
ค. ใชถ้ อ้ ยคาทีส่ อ่ื อารมณ์ ความรู้สึกของตวั ละคร ข. ความผดิ หวัง
ง. เลือกใช้ถอ้ ยคาไดไ้ พเราะและสื่ออารมณค์ วามรูส้ กึ ค. ความงามของสตรี
ทั้งมคี ตสิ อนใจ ง. ความงามของธรรมชาติ
2. บทละครพูดคาฉันทเ์ รื่อง มัทนะพาธา แตง่ ดว้ ย 7. ข้อความจากบทอาขยานในบทละครพดู คาฉนั ท์เรอ่ื ง
คาประพนั ธช์ นิดใด มทั นะพาธา ดเี ด่นอย่างไร
ก. ฉนั ท์และรา่ ย ข. ฉนั ทแ์ ละกาพย์ ก. การใชค้ าในการเปรยี บเทียบ
ค. ฉนั ท์และโคลง ง. ฉันท์และกลอน ข. การใชค้ าท่ีใหอ้ ารมณค์ วามรู้สึก
สภุ าพ ค. การใช้คาในการบรรยายความคิด
3. “มีหน้าที่บารุงบาเรอให้เจ้านายมีความสขุ มีความพอใจ ง. การใช้คาที่ใหภ้ าพและเสยี งอยา่ งชดั เจน
จึงทาทกุ อยา่ งเพ่อื เอาใจนาย” ข้อความน้กี ลา่ วถึงใคร 8. พฤตกิ รรมใดท่ีสเุ ทษณ์เทพบตุ รไมแ่ สดงต่อนางมทั นา
ก. จิตระรถ ข. มายาวนิ ก. ทนทกุ ข์เพราะรกั
ค. นางจัณฑี ง. ทา้ วสุราษฎร์ ข. การเสยี สละเพ่อื ความรัก
4. บทละครพูดคาฉนั ท์เรื่อง มทั นะพาธา มกี ลวิธกี ารแตง่ ค. การเอาเปรยี บผู้เป็นท่รี กั
อยา่ งไร ง. การใชอ้ านาจบาตรใหญ่ในความรกั
ก. ให้นางมทั นาเป็นผู้เลา่ ความเปน็ มาของดอก 9. ความรกั ของนางมัทนามลี ักษณะอยา่ งไร
กหุ ลาบ ก. รกั คอื การให้
ข. ให้คนธรรพ์ชื่อจติ ระรถเปน็ ผูเ้ ลา่ ถึงเหตกุ ารณ์ท่ี ข. รักคอื การเสียสละ
เกิดขึ้น บนสวรรค์ ค. รักคอื ความอดทน
ค. ให้วทิ ยาธรชอ่ื มายาวินเป็นผูเ้ ล่าเร่อื งอดตี ชาติของ ง. รักคือความกล้าหาญและเสียสละ
สเุ ทษณ์เทพบุตร 10. ข้อคดิ ใดจากบทละครพดู คาฉันทเ์ ร่ือง มัทนะพาธา
ง. ให้สุเทษณ์เทพบุตรบรรยายถึงความรักและความ ทีน่ าไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้
เจบ็ ปวดอันเกิดจากความรกั ไมส่ มหวงั ก. ใหร้ ู้จกั การใหอ้ ภัย
5. “งามผิวประไพผอ่ ง กลทาบสภุ าสพุ รรณ ข. ความไมม่ ักใหญ่ใฝ่สงู
งามแก้มแฉลม้ ฉนั พระอรุณแอรม่ ละลาน ค. ใหร้ จู้ กั ปรนนบิ ตั ิเจ้านาย
งามเกศะดาขา กลน้าณท้องละหาน ง. การใชช้ ีวิตของสตรดี ้วยความระมัดระวัง
เนตร์พินศิ ปาน สมุ ณีมะโนหะรา”
คาประพนั ธ์ทยี่ กมาน้ีเป็นบทรอ้ ยกรองชนดิ ใด
ก. อุปชาติฉนั ท์ 11 ข. วิชชุมมาลาฉนั ท์
8
ค. อินทรวงศฉ์ ันท์ 12 ง. วสันตดิลกฉันท์
14
เฉลย
1. ง 2. ข 3. ก 4. ค 5. ค
6. ค 7. ก 8. ข 9. ง 10. ง
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชแี้ จง : ให้ ผู้สอน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 ความถูกต้องของเนือ้ หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอื่ .................................................... ผ้ปู ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน
3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีขอ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี อ้ บกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ ให้
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
ชอื่ กลุม่ ชน้ั
คาชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่อง
ทตี่ รงกบั ระดับคะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การแบ่งหน้าท่ีกนั อย่างเหมาะสม
2 ความรว่ มมือกันทางาน ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
3 การแสดงความคิดเห็น (นางสาวธัญญา ดาทอง)
4 การรับฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจช่วยเหลือกัน ................ /................ /................
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง
ที่ตรงกับระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น
1.รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่อื ได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ าย
กษตั รยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ัติตนตามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมือง
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชิกในโรงเรยี น
และชมุ ชน
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจัดกจิ กรรมทสี่ รา้ งความ
สามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรียน ชมุ ชน และสงั คม ช่ืน
ชมความเปน็ ไทย
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของ
ศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามท่โี รงเรียนและชุมชนจดั ขึ้น
2. ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ถี กู ตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิง่ ท่ถี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะกระทาความผิด
ทาตามสญั ญาที่ตนให้ไว้กบั เพอ่ื น พ่อแม่ หรอื ผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัติตนตอ่ ผู้อนื่ ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไี่ ม่
ถกู ต้อง
3. มวี นิ ัย 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั
รับผิดชอบ โรงเรียน และสงั คม ไม่ละเมิดสทิ ธิของผ้อู ่ืน ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวนั และรับผิดชอบในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรอู้ ย่างเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ ของตนเอง เช่น ส่งิ ของ เคร่ืองใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด
คุ้มค่า และเก็บรักษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแล
อยา่ งดี
5.3 ปฏิบัติตนและตดั สินใจด้วยความรอบคอบ มเี หตุผล
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 4321
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผอู้ นื่ และไม่ทาใหผ้ อู้ ืน่ เดอื ดร้อน พรอ้ มให้อภัยเมอ่ื
ผอู้ ่นื กระทาผิดพลาด
5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวติ ประจาวันบนพ้ืนฐาน
ของความรู้ ขอ้ มูล ข่าวสาร
5.6 รเู้ ท่าทันการเปลยี่ นแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั
และปรบั ตัว อย่รู ่วมกับผู้อนื่ ได้อย่างมคี วามสขุ
6. มุ่งมน่ั ในการ 6.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 ต้งั ใจและรับผิดชอบในการทางานให้สาเร็จ
6.3 ปรบั ปรุงและพฒั นาการทางานอย่างรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทางาน อดทน ไมท่ ้อตอ่ ปญั หาและอุปสรรค
6.5 พยายามแก้ปญั หาและอปุ สรรคในการทางานให้สาเรจ็
6.6 ช่ืนชมผลงานความสาเรจ็ ด้วยความภาคภูมใิ จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทางาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา แบ่งปันส่งิ ของ ทรัพย์สิน และอนื่ ๆ
และชว่ ยแก้ปญั หาให้ผู้อ่นื
8.3 ดแู ล รักษาทรัพยส์ ินของห้องเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียนและ
ชมุ ชน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมิน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
................ /................ /................
104 - 124 ดมี าก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ตา่ กว่า 62 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครง้ั ให้
แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นทักษะ
ดา้ นเจตคติ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางแกไ้ ข
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ............................................ครผูส้ อน
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
วนั ท่ี ........ เดือน ..........................พ.ศ..........
แบบบนั ทกึ หลงั หน่วยการเรียนรู้
ตอนท่ี 1 นกั เรยี นมคี วามรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้ีวัดของหนว่ ยการเรียนรู้ตอ่ ไปนี้
ท 1.1 (ม.4-6/1)
ด้านความรู้
(จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ )
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ด้านอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่ีมีปัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี))
สรุปผลจากการประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้
ระดับคณุ ภาพดีมาก จานวน
ระดบั คณุ ภาพดี คน คิดเปน็ รอ้ ยละ
จานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ
ระดบั คณุ ภาพพอใช้ จานวน
ระดบั คุณภาพปรบั ปรุง จานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ
คน คิดเปน็ รอ้ ยละ
ปญั หา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
ข้อเสนอแนะ ลงชือ่ .....................................................
ข้อเสนอแนะ (นางสาวธญั ญา ดาทอง)
ข้อเสนอแนะ ครูผ้สู อน
ลงชือ่ .....................................................
(นางวรินท์พัทธ์ วิเศษเบญจกุล)
ครูพ่เี ลีย้ ง
ลงชื่อ.....................................................
(นายสเุ นตร บอกประโคน)
ผชู้ ว่ ยผอู้ านวยการฝ่ายบริหารวิชาการ
ลงชื่อ.....................................................
(นายชาตรี อัครสุขบุตร)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี น