5. การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร
เป็นการจดั การอบรมโดยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทดลองปฏิบัติจริงด้วยตนเองจากการเรียนรู้
โดยเน้นการใช้ทักษะ ความเข้าใจ การทดลองเชิงปฏิบัติการ รายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้ และมี
วทิ ยากรคอยควบคมุ ดแู ล
ขอ้ ดี ข้อเสยี
- เปิดโอกาสใหผ้ เู้ ขา้ อบรมมสี ว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั ิ - ตอ้ งใชเ้ วลาและคา่ ใชจ้ า่ ยสงู มากในการเตรยี มการ
จรงิ ฝกึ อบรม ทั้งเรอ่ื งวสั ดุ อปุ กรณแ์ ละคา่ วทิ ยากร
- ได้มกี ารเรยี นรู้ ทาใหพ้ นกั งานขายเกดิ ความ
เข้าใจและมน่ั ใจในการออกไปทางานจรงิ
การวางแผนการ
ฝึกอบรมพนกั งานขาย
เหตผุ ลที่ตอ้ งจัดอบรม
01
การออกสนิ คา้ ใหม่
เพ่อื ตอ้ งการใหป้ ระสบความสาเรจ็ ในการขาย เปน็ การจดั การตลาดเชงิ กจิ กรรม (Event Marketing)
02
การปฐมนเิ ทศ
เพ่อื ใหพ้ นกั งานขายรจู้ กั ผลติ ภณั ฑข์ องกจิ การ ผู้บรหิ าร เพอื่ นรว่ มงาน โครงสรา้ งและนโยบายต่าง ๆ ขององคก์ ร
03
เพื่อเปน็ การจงู ใจพนกั งานขาย
เป็นการสรา้ ขวญั และกาลงั ใจใหก้ บั พนกั งานขาย โดยการแจกรางวลั มอบใบประกาศ
04
เพอ่ื ทบทวนการทางานของพนกั งานขาย
โดยใหร้ ายละเอยี ดเพมิ่ เติม เปิดโอกาสใหเ้ สนอปญั หา
05
เพ่ือการพฒั นาพนกั งานขาย
เพิม่ ศกั ยภาพการทางานของพนกั งานขายใหเ้ พ่มิ ขนึ้ หรอื สรา้ งทมี งานใหม้ มปี ระสทิ ธภิ าพ
การจดั โปรแกรมการฝึกอบรม
1. กาหนดหวั ข้อเร่อื งในการฝกึ อบรม เชน่ การสัมมนา
2. ผู้เขา้ รบั การอบรม เช่น พนกั งานขาย หวั หน้าฝ่าย
3. การเปิดบรม ประธานเปดิ การอบรมต้องตกลงกนั ใหแ้ น่ชดั ถึงวัตถปุ ระสงค์
4. การพักช่วงเช้า อาหารกลางวัน ชว่ งหรอื ชว่ งเวลากลางคืน
5. วิทยากรถา้ มีมากกว่า 1 คนต้องแบ่งช่วงเวลากนั
6. การปดิ อบรม การประเมนิ ผล เพื่อนาขอ้ มลู มาเปน็ แนวทางในการรปรบั ปรงุ แกไ้ ข
สถานท่แี ละอุปกรณ์ในการฝกึ อบรม
1. การจัดอบรม ณ จุดศูนย์กลาง - จัดทสี่ านักงานใหญ่หรือจัดในเมืองใหญ่ ๆ พนักงานได้เขา้ อบรม
ทเี ดยี วพรอ้ มกันและยงั มีโอกาสพกั ผ่อนด้วย ทาใหร้ สู้ กึ ผอ่ นคลาย ลดความจึงเครยี ดและมีความสขุ
ขอ้ ดี
1. มคี วามพรอ้ มดา้ นวทิ ยากร
2. มคี วามพรอ้ มดา้ นวสั ดอุ ปุ กรณ์
ขอ้ เสยี
1. ค่าจา่ ยสงู
2. อาจตอ้ งลดหวั ขอ้ การอบรมลง เพ่ือนประยดั คา่ ใชจ้ า่ ย
และเกดิ ผลเสยี เพราะพนกั งานไดร้ บั ความรไู้ ดไ้ มเ่ ตม็ ท่ี
สถานที่และอปุ กรณใ์ นการฝึกอบรม
2. การฝกึ อบรมในสว่ นภมู ภิ าค - เป็นการจดั อบรมในสว่ นภมู ภิ าคหรอื ตามสาขาของบรษิ ทั บริษัทอาจสง่
เจา้ หนา้ ทฝ่ี า่ ยฝกึ อบรมไปยงั สถานทพี่ นกั งานขายแตล่ ะคนทางานอยู่
ข้อดี
1. ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย คา่ เบ้ยี เลย้ี ง ค่าเดนิ ทาง ค่าที่พกั
2. เปน็ การศกึ ษาปญั หาทเี่ กดิ ขนึ้ จรงิ ในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ
3. วทิ ยากรอาจเปน็ หวั หนา้ ฝา่ ยขาย เปน็ การแลกเปลย่ี นขอ้ มลู
ขอ้ เสยี
1. ผู้จัดการสาขา (บางคน) ไม่สามารถหนา้ ทอ่ี บรมไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่
2. กจิ กรรมการฝกึ อบรม เป็นงานไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ รายได้ ผู้เข้าอบรม
อาจใหค้ วามสาคัญนอ้ ยลง
ข้อดขี องการจา้ งวทิ ยากรภายนอก
ไดค้ วามรตู้ รงกบั ความตอ้ งการ เพราะผปู้ ระสานงานจะติดตอ่ พดู คยุ ในหวั ขอ้ ทบี่ รรยาย กลมุ่ ผฟู้ งั
อุปสรรคต่าง ๆ ผบู้ รรยายจะเตรยี มตัวมาอยา่ งดี (ผู้บรรยายมอื อาชพี จะรกั ษาชอ่ื เสยี งของตนอยเู่ สมอ)
ข้อเสียของการจ้างวิทยากรภายนอก
บางครง้ั วทิ ยากรจะใหค้ วามรแู้ ละประสบการณก์ วา้ ง ๆ ไมส่ ามารถนามาปรบั ใชก้ บั ลกั ษณะงานของ
องค์กรได้ เพราะไมเ่ ขา้ ใจลกึ ซง้ึ ถงึ กจิ การภายใน
คณุ สมบตั ิของวิทยากร
1. ตอ้ งมคี วามรใู้ นหวั ขอ้ ทบ่ี รรยาย
2. มคี วามกระตอื รอื รน้ กระฉบั กระเฉง
3. เสยี งพดู ชดั เจน ใชภ้ าษาไดค้ ลอ่ งแคลว่
4. ลาดบั ความคดิ การบรรยายเปน็ ขน้ั ตอน
5. มคี วามจรงิ ใจ มคี วามเชอื่ มน่ั ในตวั เอง มอี ารมณข์ นั ใหเ้ กยี รตผิ เู้ ขา้ รว่ มอบรม
6. มีความสามารถในการนา ควบคมุ การบรรยาย
7. ดูแลรปู รา่ งและการแตง่ กายดี
8. เปน็ บุคคลทสี่ งั คมยอมรบั คือ ทางานสจุ รติ มพี ฤตกิ รรมทดี่ ี
วิทยากรในการฝึกอบรม
1. บคุ คลท่ีอยใู่ นหนว่ ยงานฝกึ อบรมขององค์กร
ข้อดี - ประหยัดคา่ ใชจ้ ่าย สะดวกรวดเร็ว
ข้อเสีย - บางครั้งวิทยากรมีความรู้จริง แต่ขาดประสบการณ์ ความรู้อาจล้าสมัย ไม่สามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ
สถานการณ์ขณะน้ันได้
2. ผ้บู รหิ ารจากสายงานหลักในองคก์ ร
ข้อดี - ทาให้การฝึกอบรมเพิ่มคุณค่ามาก เพราะความคุ้นเคยกันภายในองค์กร มีความเป็นกันเอง สนุกสนาน ,
เน้อื หาในการอบรมเป็นเร่ืองจริงในองค์กร
ขอ้ เสยี - วทิ ยากรอาจขาดเทคนคิ ในการถา่ ยทอด ทาใหไ้ มไ่ ดผ้ ลเทา่ ท่คี วร , ปญั หาการทางานของวิทยากร อาจทาให้
การอบรมไมไ่ ด้ผลดเี ท่าทคี่ วร
การประเมนิ ผลการฝึกอบรม
1. พนักงานขายเปน็ ผถู้ ูกประเมนิ - ผ้ปู ระเมนิ คอื วทิ ยากร ผ้จู ดั การฝกึ อบรม หรอื ผจู้ ดั การขาย
วธิ ีประเมนิ สอบขอ้ เขยี นหรอื ถามปากเปลา่ สังเกตพฤตกิ รรมระหวา่ ง
การฝกึ อบรม เช่น การตรงเวลา การตง้ั ใจฟงั
2. วิทยากรเปน็ ผู้ถกู ประเมนิ - ผู้ประเมินคอื ผเู้ ขา้ รับการอบรม
3. ผู้จัดการอบรมถกู ประเมนิ - ผ้ปู ระเมนิ คอื ผเู้ ขา้ รบั การอบรม หวั ข้อการประเมนิ เช่น วัน เวลา
สถานทกี่ ารบรกิ ารต่าง ๆ เพือ่ ใหผ้ จู้ ดั อบรมทาการปรบั ปรงุ แกไ้ ข
สาเหตคุ วามลม้ เหลวในการประชุมทางการขาย
1. ขาดการวางแผนในการประชมุ
2. นาเร่ืองทก่ี วา้ งเกนิ ไปมาประชมุ ทาให้เขา้ ใจยาก
3. ผู้ดาเนินการประชมุ พดู มากเกนิ ไป ผกู ขาดการพดู แต่เพยี งผเู้ ดยี ว
4. การประชมุ เรมิ่ และเลกิ ไมต่ รงเวลาตามกาหนดการ
5. การประชมุ ไมต่ รงตามประเดน็ ทก่ี าหนดไว้
6. การประชมุ จดั บอ่ ยเกนิ ไป
7. การประชมุ เครง่ เครยี ด ขาดอารมณข์ นั
8. การประชมุ ขาดการตดิ ตามผล
9. กรประชมุ เต็มไปดว้ ยขอ้ มลู ทส่ี ถติ หิ รอื ตัวเลขมากเกนิ ไป
10. มกี ารประเมนิ แตไ่ มไ่ ดน้ าผลทผี่ เู้ ขา้ รบั การอบรมไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขในการอบรมครง้ั ตอ่ ไป
การมอบหมายงานและสอนงาน
เป็นหนา้ ทขี่ องผบู้ รหิ ารขายที่จะตอ้ งแจ้งให้พนักงานขายทราบอย่างชัดเจน ต้งั แตร่ บั เข้าทางาน โดยเฉพาะ
ในวนั แรกทเ่ี ขา้ ทางาน หวั หนา้ งานจะตอ้ งสรา้ งความรู้และความเขา้ ใจในเรอ่ื งราวที่เขาจะต้องรบั ผิดชอบ
แจ้งผลลพั ธส์ ดุ ทา้ ย
อย่างชดั เจน
ตดิ ตามผลงาน ผลการปฏบิ ตั งิ าน ชว่ ยปูเสน้ ทางเดนิ
สอนงาน
จากแผนภาพ
1. ต้องแจ้งผลลัพธห์ รือสง่ิ ทต่ี อ้ งการสดุ ท้ายอย่างชัดเจน
ผบู้ รหิ ารต้องอธิบายผลลพั ธ์อย่างชัดเจนวา่ ตอ้ งการอะไร ในรูปแบบไหน และเมื่อไรทต่ี ้องการ
2. ชว่ ยปเู สน้ ทางเดนิ หลงั จากนน้ั ต้องชว่ ยแนะนา
ต้องใหล้ ูกนอ้ งเก่งใหไ้ ด้ดว้ ยตนเอง อย่าชว่ ยเหลือมากจนเกินไป
3. ต้องสอนงาน
เปน็ เทคนคิ ในการสร้างคน สอนงานอยา่ งถกู ตอ้ ง เปน็ ระบบและขนั้ ตอน
4. ตอ้ งตดิ ตามผล
เป็นระยะตามความเหมาะสม และต้องแจ้งเสมอว่าจะติดตามเมือ่ ไร ด้วยวิธีอะไร และต้องแสดงออกถึงความจริงจังใน
การติดตามผล
ความแตกต่างระหว่างการสอนงานและสง่ั งาน
การสอนงาน การสงั่ งาน
ใหค้ วามรู้คาแนะนา บอกผลลพั ธ์ทีต่ อ้ งการ
สอนวธิ ีการอยา่ งละเอียด สัง่ วธิ กี าร
ส่ือสารแบบสองทาง สื่อสารทางเดียวมากกว่า
ใชเ้ วลานาน ใช้เวลาสนั้
วางแผนในทุกแงม่ มุ ไมค่ อ่ ยใช้การวางแผน
ประเมนิ ความสามารถของลูกน้องอยา่ งชดั เจน ประเมนิ ลูกน้องคร่าว ๆ
มองเปา้ หมายในอนาคต มองแต่งานสาเร็จ
หาจุดท่ีจะพฒั นาต่อ พจิ ารณาว่าทาไดห้ รอื ไม่
การบริหารเวลา
การบริหารเวลา
กระบวนการกาหนด วางแผน จัดการ ควบคุมและจัดสรรเวลาใน
การทางานอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทางานโดยใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
เพ่ือใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพในหน้าที่ท่ีรับผดิ ชอบ
ความสาคญั ของการบรหิ ารเวลา
1 ทาให้เป็นคนมีเป้าหมายของชีวิต เพราะเวลาเป็นตัวควบคุมการใช้ความรู้ ความสามารถและ
ทกั ษะในตวั มนุษยเ์ พื่อใหบ้ รรลุเปา้ หมาย
2 ทาใหบ้ รรลุเป้าหมายของชวี ิตที่กาหนดไว้ เพราะการเห็นคณุ ค่าของเวลาทุกชัว่ โมง ทุกนาที และ
พยายามท่ีจะใช้เวลาให้เกิดประโยชนส์ ูงสุด
3 ทาให้ชวี ิตมคี ุณคา่ และมคี วามหมาย เพราะไมใ่ ช่เวลาหมดไปเร่ืองไรส้ าระ เอาเวลาไปทาส่งิ ท่เี ป็น
สรา้ งคุณค่าและมีความหมายกับชีวิต
ความสาคัญของการบรหิ ารเวลา
4 ทาให้เกดิ ความพึงพอใจ เพราะเม่ือประสบความสาเร็จในชีวิต
จากการได้รู้จักการบริหารเวลา ก็จะมีความสุข และมีความ
พึงพอใจในการดาเนนิ ชวี ิต
5 ทาให้งานสาเร็จลุล่วง เพราะการบริหารเวลาท่ีถูกต้อง จะทา
ให้งานท่ีทาสาเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และทันถ่วงที
หากไม่มีการบริหารเวลาทด่ี ีกจ็ ะเสยี เวลาทางานมากกวา่ ผูอ้ ่นื
ประโยชน์ของการบริหารเวลา
การบรหิ ารเวลาที่ดีจะทาให้มเี วลาทาในส่งิ ทีต่ ้องการ
เช่น ในเวลา 1 ชวั่ โมง สามารถทาท้ังงานหลักและงานรองได้
ทาใหม้ เี วลาว่างเพมิ่ ขึน้
เชน่ สามารถไปออกกาลงั กายหรือสรา้ งโอกาสความกา้ วหน้าใหก้ บั ชวี ติ การทางานได้
ทาใหส้ ามารถตดั สนิ ใจไดด้ ีข้นึ
ทาให้มีเวลาคิดไตรต่ รอง รอบคอบ กอ่ นตดั สนิ ใจ
ประโยชน์ของการบริหารเวลา
การบรหิ ารเวลาทดี่ จี ะทาให้สขุ ภาพดีข้ึน
เช่น ทาใหม้ ีเวลาใสใ่ จสขุ ภาพกายและสขุ ภาพใจของตนเองมากขึ้น
ทาใหก้ ารทางานมปี ระสทิ ธภิ าพและผลผลติ ทีด่ ี
ทาใหม้ เี วลาท่มุ เทใหก้ บั การทางานอยา่ งเตม็ ที่ ส่งผลให้งานออกมาดี
ทาใหช้ วี ิตเกิดความร้สู กึ ผ่อนคลาย
ทาใหก้ ารดาเนินชวี ติ สว่ นตวั และงานเป็นไปอย่างสมดลุ
การวางแผนเพือ่
การบรหิ ารเวลา
การวางแผนการจัดทากจิ กรรม
จดั ทารายการทจี่ ะกระทา จัดลาดบั กจิ กรรมทจี่ ะกระทา
ทัง้ ท่ีเปน็ กิจกรรมทต่ี อบสนองตอ่ ปญั หา เกดิ ขึน้ จาก ตามความสาคัญก่อน - หลงั
ความต้องการและทรี่ ิเรม่ิ ขน้ึ โดยพจิ ารณาถงึ ผลทจี่ ะไดจ้ ากกระทาในแต่ละกิจกรรม
กระทากจิ กรรม จัดทารายการใหท้ นั สมยั อยเู่ สมอ
ตามลาดับกอ่ น - หลังที่ได้จัดลาดบั ไว้ โดยการเพิม่ กิจกรรมที่จะเกิดข้นึ ลงไป
และตดั กิจกรรมท่กี ระทาเสรจ็ สน้ิ แลว้ ออก
จัดลาดบั เปน็ 3 จาพวก ไดแ้ ก่ 1. กิจกรรมทตี่ อ้ งกระทา 2. กจิ กรรมทคี่ วรจะกระทา 3. กิจกรรมทอ่ี าจจะตอ้ งกระทา
การสร้างทกั ษะการวางแผน
ข้อควรคานงึ ถงึ เรอื่ งการวางแผน
วตั ถุประสงค์ ปัจจยั ตา่ งๆ วิธีปฏบิ ตั ิ ตรวจสอบควบคมุ ข้อจากดั
เพอ่ื ใหท้ ราบ อุปกรณใ์ น เทคนคิ และวธิ กี าร แผนงานจะ การดาเนนิ งานท่ี
แนวทางแนช่ ดั การวางแผนงาน ทีจ่ ะใชเ้ พอื่ ใหไ้ ป ไร้ประโยชน์ ตอ้ งไดร้ บั ความ
วา่ ตอ้ งทาอะไร เช่น คน เงิน วัสดุ สูค่ วามสาเรจ็ ถ้าปราศจากการควบคมุ ช่วยเหลอื จากผอู้ นื่
ทามากนอ้ ยแคไ่ หน สถานทแี่ ละเวลา ใหเ้ ปน็ ไปตามแผน ,ความเตม็ ใจ
การสร้างทกั ษะการวางแผน
วธิ ีการวางแผนงาน
1. การกาหนดเปา้ หมายและวตั ถปุ ระสงค์
- กาหนดวตั ถุประสงคใ์ ห้แน่ชดั
- ตรวจสอบวัตถุประสงค์ ตอ้ งสอดคล้องกับองค์กร , เฉพาะเจาะจง , ปฏิบัติได้ , เหมาะสมแก่เวลา และไม่ขัด
ตอ่ ระเบยี บ ข้อบงั คับ
การสร้างทักษะการวางแผน
วิธีการวางแผนงาน
2. ศึกษาและวเิ คราะหส์ ถานการณท์ เี่ ปน็ อยโู่ ดยละเอยี ด
- สถานการณ์ท่ีอยู่เปน็ อย่างไร
- ปจั จัยต่าง ๆ ท่ีมอี ยู่ท้ังปริมาณและคณุ ภาพเป็นอย่างไร เช่น คน วสั ดุ เงนิ สถานท่ี เวลา เทคโนโลยี นโยบาย
อาจใชง้ านวิจยั เขา้ ชว่ ยเพ่ือใหไ้ ดข้ ้อมูลท่ีแท้จรงิ อย่างครบถ้วน
การสรา้ งทกั ษะการวางแผน
วิธกี ารวางแผนงาน
3. ลงมอื กาหนดแผนงาน
โดยยึดหลักเกณฑ์หัวข้อต่าง ๆ ท่ีได้กาหนดไว้แล้วเป็นหลักและพิจารณาว่าตามปริมาณและคุณภาพของ
ปัจจัยต่าง ๆ ท่ีมีอยู่และอาจจะหามาเพ่ิมเติมได้ ประกอบกับสถานการณ์ท่ีเป็นอยู่โดยแท้จริงในขณะนั้น
จะสามารถดาเนินการตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีต้องการไดห้ รือไมแ่ ละจะตอ้ งเวลามากน้อยเพียงใด
การสรา้ งทักษะการวางแผน
วธิ ีการวางแผนงาน
4. การตรวจสอบและปรบั ปรงุ แผนงาน
เปน็ การใช้ความร้ทู างวชิ าการ ความสามารถและความชานาญของแตล่ ะคนที่อาจทาใหผ้ ลแตกตา่ งกนั สาหรับ
ทางวิชาการถือวา่ ไม่มีแผนใดที่เป็นแผนศักด์ิสิทธ์แิ ละจะต้องปฏิบัติได้ผลเสมอ แต่เป็นเพียงการใช้ความรู้ท่ีมีอยู่
ให้ถูกวธิ ี เพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อการบรหิ ารงานมากทสี่ ดุ
การสรา้ งทักษะการวางแผน
วธิ กี ารวางแผนงาน
5. การปฏบิ ตั ติ ามแผน
ควรมีการจัดให้มีการอานวยการและประสานงานที่ดี ตลอดจนให้มีการตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติงาน
ซึ่งอาจดาเนินการ ดังนี้
1. ใหม้ ีการอานวยการ สัง่ งานและแบ่งงาน
2. แจ้งให้ผเู้ กย่ี วข้องทราบอยา่ งกระจ่างและชัดเจน
3. กาหนดวธิ กี ารประสานงาน
4. กาหนดวธิ กี ารตรวจสอบและควบคุมงาน
5. ตรวจงานและประเมินงานเปน็ ระยะ ๆ
การบริหาร
เวลางานขาย
ความสาคัญของการบริหารเวลางานขาย
1. ทาให้ทราบขัน้ ตอนของงานขาย โดยใช้กระบวนการขาย 7 ขั้นตอน
2. ทาใหล้ ดการสญู เสียของเวลา หากเรียงลาดบั ความสาคัญ มกี ารจัดตารางเวลา ส่งิ เหลา่ นจ้ี ะชว่ ยได้
3. ทาให้ไดง้ านขายหรือลกู ค้าเพม่ิ ขึ้น หากจัดการเรอ่ื งของเวลาการเข้าพบและเส้นทางเดียวกนั
4. ทาใหธ้ ุรกิจประสบความสาเร็จตามเปา้ หมาย เปน็ การต้ังยอดขาย 1 , 3 หรือ 6 เดอื น
5. ทาใหธ้ ุรกิจขยายตัวและเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น หากการขายงานเป็นไปตามเป้าหมาย การขยายงาน
หรือขยายธรุ กิจและเศรษฐกิจก็อาจขยายตามอนั ตราของงานขายทีเ่ พมิ่ ขนึ้
หลักการบรหิ ารเวลาเวลางานขาย
การทาตารางเวลาเขา้ พบลกู ค้าในแต่ละวนั
ลาดับงานขายก่อนและหลังพบลูกคา้ บนั ทึกงานขายและสรุปงานในแต่ละวนั
เทคนิคการบรหิ ารเวลางานขาย
1. การบรหิ ารเวลาโดยยดึ วัตถุประสงค์
2. การกาหนดเวลากับความสาเร็จของงาน
3. การสร้างนสิ ัยใหมอ่ ย่างเปน็ ระบบ
4. ปรบั ทศั นคตใิ นเชงิ บวกและแนวความคดิ ใหม่
5. การนาส่ือและเทคโนโลยีทนั สมัยมาปรบั ใชก้ ับเวลางานขาย
การบริหารเวลากบั ธรุ กจิ ขายตรง
1. การใชเ้ วลาของตัวแทนขายตรง ใช้เวลาเพื่อการเรยี นรู้และฝึกอบรม
ใชเ้ วลาเพอ่ื แนะนาสินคา้ และบรกิ าร
ใชเ้ วลาเพอื่ แนะนาธรุ กจิ
ใช้เวลาเพอ่ื การให้บรกิ าร
การบรหิ ารเวลากบั ธรุ กจิ ขายตรง
2. การบริหารเวลาของตัวแทนขายตรง ขั้นวางแผน - ระบุภารกจิ , ระบุจานวนลกู ค้า ,
การวเิ คราะห์เวลาสาหรับงานขาย
ขั้นปฏิบัติการใช้เวลาเพ่ือเสนอขาย - ควรมีการเผ่ือ
เวลาไว้สาหรบั ข้อผดิ พลาด
ข้ันประเมินผลการใช้ - สามารถปฏิบัติได้ตามแผนท่ี
กาหนดไว้หรือไม่ ใช้เวลาสอดคล้องกับภารกิจหรือไม่ ปัญหา
อปุ สรรคมีการแก้ไขอยา่ งไร
จรรยาบรรณ
กรอบหรอื ขอ้ ยดึ ถือให้บคุ คลปฏบิ ตั ใิ นแนวทางของความดี ความถูกตอ้ ง
ประพฤตดิ ตี ่ออาชีพเพื่อศกั ด์ิศรแี ละเกียรตยิ ศของวิชาชพี
จรรยาบรรณวชิ าชพี การขายตรง
กรอบ ขอ้ ยดึ ถือหรือขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั พฤตกิ รรมของตัวแทนขายตรง
ท่ปี ฏิบตั ิเพ่อื รักษาและสง่ เสรมิ เกยี รตยิ ศช่อื เสยี งในวชิ าชีพการขายตรง
จรรยาบรรณไม่ใชก่ ฎหมายทีม่ ีบทบญั ญตั ไิ ว้ให้ทาตามหรือใหล้ ะเว้น
โดยไม่สามารถหลีกเลย่ี งได้ หากแตเ่ ปน็ เพียงขอ้ กาหนดท่คี วรทาเพ่ือรักษาและ
ส่งเสริมเกียรติยศช่ือเสียงของวชิ าชพี
คุณสมบตั ขิ องตวั แทนขายตรง
มคี วามซ่อื สตั ย์ต่ออาชีพ
มกี ารพัฒนาตนเอง
มีความรบั ผดิ ชอบ
มวี ินยั ในตนเอง
มีใจรกั ความก้าวหนา้
คณุ สมบตั ขิ องตัวแทนขายตรง
มคี วามกระตอื รอื รน้
มมี นุษยสัมพันธ์ทดี่ ี
มีบคุ ลิกภาพที่ดี
เป็นผู้ท่ใี ฝ่หาความร้ตู ลอดเวลา
มีวาทศิลปท์ ดี่ ี
คณุ สมบัติของตวั แทนขายตรง
มีความอดทน อุตสาหะ
มสี ขุ ภาพร่างกายและจติ ใจทด่ี ี
มีศรัทธาในอาชีพ
จรรยาบรรณของตวั แทนขายตรง
ท่ีมีตอ่ ผู้ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
จรรยาบรรณ
ต่อลกู คา้
ซื่อสัตยต์ ่อลกู คา้
ต้องปฏบิ ัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา คานงึ ถึงผลประโยชน์ของลูกค้า
มีความรบั ผดิ ชอบ
ตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบในปัญหาต่าง ๆ ภายใตเ้ ง่ือนไขทีต่ กลงดว้ ยความเตม็ ใจ
ดแู ลลูกค้าอยา่ งท่วั ถงึ
นบั เป็นสิ่งทส่ี าคญั ตอ้ งปฏบิ ตั ิตอ่ ลกู คา้ โดยเทา่ เทยี มและยุตธิ รรมทกุ คน
จรรยาบรรณ
ตอ่ ลกู ค้า
ควรปฏบิ ัติต่อลกู ค้าด้วยนาใจไมตรที ี่ดีงาม
ปฏิบัติตอ่ ลูกคา้ ด้วยความหว่ งใย มไี มตรจี ิตทีด่ ี ลูกคา้ จะเกดิ ความเชอื่ ถือและเช่อื ใจ
รักษาความลับของลกู คา้
ไมค่ วรนาความลับของลูกค้ามาเปดิ เผย หากลูกค้าไมต่ อ้ งการใหผ้ ู้อน่ื ทราบ
รักษาสญั ญาตอ่ ลกู คา้
ต้องแน่ใจวา่ สามารถปฏบิ ัตไิ ดต้ ามทตี่ กลงกบั ลูกค้า กอ่ นทีจ่ ะสญั ญา
จรรยาบรรณ
ต่อลูกคา้
เสนอขายอย่างเป็นสิทธภิ าพ
จะตอ้ งบอกคณุ สมบตั ขิ องสนิ ค้าอย่างละเอยี ด เพอ่ื ใหล้ กู คา้ ทราบถึงข้อเท็จจรงิ และประโยชน์
มีความจรงิ ใจตอ่ ลกู ค้า
จรงิ ใจตอ่ การรบั ปากและสญั ญากบั ลกู ค้า ทัง้ การสง่ มอบสนิ ค้า ตรงตอ่ เวลา บริการหลงั การขาย
จรรยาบรรณ
ตอ่ บรษิ ทั
ซือ่ สัตย์และจงรกั ภกั ดี
ควรทาดว้ ยความจริงใจ ไมค่ วรเปล่ยี นสถานทีท่ างานบ่อย ๆ เพราะจะทาใหบ้ รษิ ทั เสียเวลา
รกั ษาความลับของบริษทั
ไม่ควรนาความลบั ของบริษัทมาเปดิ เผยให้บุคคลภายนอกทราบ
จรรยาบรรณ
ต่อบรษิ ทั
รกั ษาทรัพย์สินของบริษัท
เสมอื นกับรักษาทรพั ย์สินของตนเอง ดูแลรักษาใหอ้ ย่ใู นสภาพดี พรอ้ มใชง้ าน
รกั ษาภาพพจนข์ องบริษัท
มีความสภุ าพออ่ นโยน สร้างความประทับใจใหก้ ับลกู คา้ ถือเป็นการรักษาภาพจนข์ องบรษิ ัทดว้ ยเชน่ กนั
จรรยาบรรณ
ต่อคู่แข่งขัน
ไม่กลา่ วโจมตีวา่ ร้าย วิจารณ์สินคา้ ให้รา้ ยคู่แขง่ ขัน
อาจทาใหล้ กู ค้ามองตวั แทนขายตรงในแงล่ บและใหค้ วามเหน็ ใจกับคแู่ ขง่ ขนั
ไม่ทาลายทรัพยส์ ินหรอื ทาลายคู่แขง่ ขันอย่างไมเ่ ปน็ ธรรม
เช่น ทาลายอปุ กรณ์ ป้ายผ้า โปสเตอรส์ ินคา้ ของคแู่ ข่งขนั จดั สินคา้ โดยแยง่ พน้ื ทขี่ าย
ไม่แทรกแซงคแู่ ข่งขนั
เชน่ พยายามทาให้ลกู ค้ายกเลิกสัญญาการซอ้ื กบั คู่แข่งขัน ตอ้ งพึงระวงั ไม่เข้าไปยงุ่ เก่ยี ว
จรรยาบรรณ
ตอ่ สงั คม
ไม่โฆษณาเกินความจริง
เพื่อสร้างความเข้าใจผดิ หรอื ใหข้ ้อมลู เกนิ ความจรงิ
ไมข่ ายสินค้าที่ผดิ กฎหมายหรอื เป็นอันตรายตอ่ สงั คม
เช่น อาวุธต่าง ๆ ท่ีไม่มกี ารขึน้ ทะเบียน ของหนีภาษี สนิ ค้าทไ่ี มไ่ ด้คณุ ภาพหรือไมไ่ ดร้ บั การรบั รอง
ช่วยเหลือสงั คมเม่ือมีโอกาส
อาจนารายไดส้ ่วนหนงึ่ มาช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคมทเ่ี ดอื ดรอ้ น
จรรยาบรรณ
ตอ่ บรษิ ัท
มีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
รบั ผดิ ชอบตอ่ การกระทาทก่ี อ่ ใหเ้ กิดความเดอิ ดร้อนตอ่ สงั คม เช่น การสร้างเครอื ข่ายขายตรงท่ผี ิดกฎหมาย
ไมค่ ้ากาไรเกนิ ควร
ไมข่ ายสินคา้ แพงเกนิ ไป ถือเปน็ การเอาเปรยี บสังคม โดยเฉพาะสินคา้ ท่ีมีความจาเปน็