The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

023 นางสาวสุดาพร มุรานนท์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pumpuy, 2021-11-19 03:43:25

023 นางสาวสุดาพร มุรานนท์

023 นางสาวสุดาพร มุรานนท์

รายงานสรุปผลการศึกษา
รายวิชา หลักการและทฤษฎีการบรหิ าร

โดย
นางสาวสดุ าพร มุรานนท์
รหสั นักศึกษา 6419050023
คณะศึกษาศาสตรแ์ ละศิลปศาสตร์ สาขาวชิ าการบรหิ ารการศึกษา

เสนอ
รศ.ดร.จรสั อติวทิ ยาภรณ์

คนท่ีไม่สามารถบญั ชาตวั เองได้
ยอ่ มไม่เหมาะสมท่ีจะบงั คบั บญั ชาคนอ่ืน

วฏั จกั รการบริหาร

สร้างประสบการณ์

การนาไปใช้ ระดมความคิด

หลกั ทฤษฎี

Administration (การบริหาร)

Activity การบริหาร 4 งาน
At least 2 persons (2 คนข้นึ ไป) ผอ. ครู
Process กระบวนการทางาน
Resource ทรพั ยากร (เงนิ คน การจดั การ และท่ัวไป)
Objective วตั ถปุ ระสงค์ มุ่งคณุ ภาพผู้เรียน

คนท่ไี ม่สามารถบญั ชาตวั เองได้
ย่อมไม่เหมาะสมทจี่ ะบงั คบั บัญชาคนอ่นื

องคป์ ระกอบของผู้บริหาร

ภูมริ ู้ ภูมธิ รรม ๑. ภมู ริ ู้ คือ ความรู้ความสามารถ
(Cognitive) (Effective)
๒. ภมู ธิ รรม คอื มีคณุ ธรรม จริยธรรม
ภูมฐิ าน
(Psychomotor) ๓. ภูมฐิ าน คอื เขา้ กับทกุ คนได้ มี
สังคมดี

องคป์ ระกอบของมนุษย์

ฐานคดิ (รู้) ฐานใจ (ธรรม)
(Thinking Base) (Heart Base)

ฐานกาย (Body
Base)

ครูควรมีฐานคิดก่อนฐานกาย
นกั แสดงควรมีฐานกายก่อนฐานคิด
แตท่ ้งั น้ี ข้ึนอยกู่ บั สถานการณ์ ณ ขณะน้นั วา่ ควรมีฐานใดมากกวา่ ฐานใด

ประเภทมนุษยแ์ ยกตามฐาน

• ฐานกายอยา่ งเดียว (คนเปลอื ก ๆ) ดูดเี พียงภายนอก

• ฐานคิดอยา่ งเดยี ว (คนเนอ้ื ๆ) มคี วามรู้ อยา่ งเดยี ว

• ฐานใจอยา่ งเดียว (คนนา้ ๆ) มคี ณุ ธรรมอยา่ งเดียว

• ครคู รบทกุ ฐาน (คนตน้ ไม้ทรี่ ่มเยน็ ) มีครบทกุ ฐาน

ผบู้ รหิ ารทีด่ ี มีความคดิ ๒ แบบ คือ
๑. คิดสรา้ งสรรค์อยา่ งอืน่ ไดบ้ างส่งิ บางอย่าง
แปลกใหม่ จนเกดิ นวัตกรรม โดยกระบวนการจินตนาการ ประดษิ ฐ์ เปล่ียน ออกแบบ สรา้ งส่งิ ใหมใ่ นทศิ ทางทดี่ ีข้นึ
๒. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (ไม่ตามกระแส)
โดยมกี ารยบั ยง้ั แยกแยะสิ่งทดี่ ี ไม่ดี จัดลาดับอย่างเปน็ ระเบยี บอยา่ งเรียบร้อย
สง่ ผลไปยังการแกไ้ ขปญั หาขององค์กร ปรับปรงุ ส่ิงไม่ดีใหด้ ีข้ึน โดยเปน็ ผปู้ ระสานและความคดิ บรู ณาการท่ดี ีขึน้ ได้

Positive การเป็นผบู้ รหิ ารท่ีดี
thinking
Positive action มาจากกระบวนการคิดเชิงบวก
กจิ กรรม พฤติกรรมท่เี กดิ ขึ้น
Positive habits เปน็ เนืองนติ ย์ เปน็ นสิ ัย
ผลลัพธท์ เ่ี กดิ ขึน้ ถาวร ตรงต่อเวลา
Positive result เอาใจใส่

Knowledge for Administrator (ส่ิงที่ผู้บริหารควรรู้)

• Expert in Administrational คือ ความเชี่ยวชาญทางวชิ าชีพ
• Language คือ ความสามารถในการส่ือสาร

(สารมารถส่ือสารกบั ผอู้ ่ืนเป็น ภาษาถ่ิน และภาษาตา่ งประเทศ)
• Technology คือ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

How to Learn (เรียนอย่างไร) เรียนเพือ่ รู้
เพ่ือเรยี นรู้ ทาได้
Learn to know ทางานรว่ มกบั ผู้อืน่
Learn to Do อยู่ใหเ้ ป็น
Learn to work together แฟลตฟอร์มการเรียนรู้
Learn to be
Learning platform

การศกึ ษาเพิม่ เติม

องค์ประกอบผู้บรหิ าร 3 ภมู ิ

1. ภูมริ ู้ หมายถึง การเปน็ ผ้ทู ่มี ีสตปิ ญั ญาดี รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั เชือ่ ม่นั ในตนเอง
มคี วามคิดสร้างสรรค์และรจู้ ักแสวงหาความรูใ้ หมๆ่

2. ภูมธิ รรม หมายถงึ การประพฤติปฏบิ ัตติ นในสง่ิ ท่ีดสี จุ ริต ทัง้ กาย วาจา และใจ
ผู้บรหิ ารต้องมีจรรยาบรรณและคณุ ธรรมสูง

3. ภมู ิฐาน หมายถงึ การเป็นผู้ท่มี มี นษุ ยสัมพันธ์ดี มอี ธั ยาศัยไมตรกี ับบคุ คลทกุ เพศ ทุก
วัย ผู้มบี ุคลิกภาพดี สุภาพ เรยี บรอ้ ย วาจาไพเราะ สขุ ุมนุ่มนวล นา้ เสียงชดั เจน มลี ักษณะเปน็
ผนู้ า (วรี ะชยั จนั ทรส์ ุข.ออนไลน์)

ความหมายของการบรหิ าร
การบริหาร หมายถงึ ศลิ ปะในการทาให้สง่ิ ต่าง ๆ ไดร้ ับการกระทาจนเปน็ ผลสาเรจ็

กล่าวคอื ผู้บรหิ ารไมใ่ ชเ้ ปน็ ผปู้ ฏิบตั ิ แต่เป็นผูใ้ ชศ้ ลิ ปะทาให้ผู้ปฏบิ ัตทิ างานจนสาเร็จตาม
จดุ มงุ่ หมายทผ่ี บู้ รหิ ารตดั สินใจเลือกแลว้ (Simon)

การบริหาร คอื กระบวนการทางานร่วมกับผู้อื่นเพ่อื ใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธ์ติ ามเปา้ หมายอยา่ ง
มปี ระสิทธภิ าพ (Sergiovanni)

การบรหิ าร คือ การทางานของคณะบุคคลตง้ั แต่ 2 คนข้ึนไป ท่ีรวมปฏิบัติการให้บรรลุ
เปา้ หมายรว่ มกนั (Barnard)

การบรหิ ารเปน็ กระบวนการทางสงั คมที่สามารถมองเหน็ ได้ 3 ทาง คอื
1. ทางโครงสรา้ ง เป็นความสัมพนั ธร์ ะหว่างผู้บังคับบญั ชาและผู้ใต้บงั คบั บญั ชา

ตามลาดบั ขั้นตอนของสายการบังคบั บัญชา
2. ทางหน้าที่ เปน็ ข้ันตอนของหน่วยงานท่ีระบุหนา้ ที่ บทบาท ความรับผดิ ชอบและสิง่

อานวยความสะดวกต่าง ๆ เพ่อื ใหส้ าเร็จเป้าหมาย
3. ทางปฏบิ ตั ิ เปน็ กระบวนการทบ่ี ุคคลและบคุ คลตอ้ งการรว่ มทาปฏกิ ริ ิยาซึง่ กันและ

กนั (Getzals & Guba)

ลกั ษณะเดน่ ท่ีเปน็ สากลของการบริหาร คอื
- การบรหิ ารตอ้ งมวี ัตถุประสงคห์ รือเป้าหมาย
- ตอ้ งอาศยั ปัจจยั บุคคลเป็นองค์ประกอบสาคัญ
- ต้องใช้ทรัพยากรบริหารเป็นองคป์ ระกอบพืน้ ฐาน
- ตอ้ งมลี ักษณะการดาเนินการเปน็ กระบวนการทางสังคม
- ต้องเป็นการดาเนินการรว่ มกนั ระหว่างกลมุ่ บุคคล 2 คนข้นึ ไป
- ต้องอาศัยร่วมมือร่วมใจเพื่อให้ภารกิจบรรลวุ ตั ถุประสงค์
- เป็นการร่วมมอื ดาเนินการอย่างมเี หตุผล
- มีลกั ษณะเปน็ การตรวจสอบผลการปฏบิ ตั งิ านกบั วตั ถปุ ระสงคท์ ่กี าหนดไว้
- การบริหารไม่มีตวั ตน แต่มอี ทิ ธพิ ลตอ่ ความเปน็ อย่ขู องมนษุ ย์

การบริหารเปน็ ทั้งศาสตรแ์ ละศลิ ป์

การบริหารเป็นสาขาวิชาท่ีมีการจัดการระเบียบอย่างเป็นระบบ คือมีหลักเกณฑ์และ
ทฤษฎีที่พึงเชื่อถือได้ อันเกิดจาการค้นคว้าเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร โดย
ลักษณะนี้ การบริหารจึงเป็นศาสตร์ (Science) เป็นศาสตร์สังคม ซ่ึงอยู่กลุ่มเดียวกับวิชา
จติ วทิ ยา สงั คมวิทยา และรัฐศาสตร์ แต่ถ้าพิจารณาการบริหารในลักษณะของการปฏิบัติท่ีต้อง
อาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และทักษะของผู้บริหารแต่ละคน ท่ีจะ ทางานให้
บรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นการประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีไปรับใช้ในการปฏิบัติงาน
เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ และส่ิงแวดลอ้ ม การบรหิ ารกจ็ ะมีลกั ษณะเปน็ ศิลป์ (Arts)

ปจั จัยการบริหาร
ปัจจยั พืน้ ฐานทางการบรหิ ารมี 4 อย่าง ที่เรียกวา่ 4Ms ไดแ้ ก่
1. คน (Man)
2. เงนิ (Money)
3. วัสดุสิ่งของ(Materials)
4. การจัดการ (Management)

ที่มา http://athipong-hotpot.blogspot.com/2008/12/blog-post.html

คุณสมบัติ 10 ข้อ สาหรบั การก้าวเป็นผ้บู รหิ ารท่ีดี

1.มภี าวะผนู้ า ผบู้ รหิ ารตอ้ งมีศิลปะในการครองใจคน สามารถจงู ใจคนใหเ้ ต็มใจร่วมมือหรือให้
การสนบั สนนุ เป็นนกั ประสานความเขา้ ใจของทุกฝ่าย สามารถบริหารความขดั แยง้ ระหว่างบคุ คลและ
ประสานประโยชนใ์ ห้เกดิ กับองคก์ รได้

2.มเี มตตาธรรม ไมม่ ีอคติ คอื ลาเอยี งด้วยความชงั หรอื รัก ไม่เอาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การตาหนิ
หรือลงโทษผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาต้องลงโทษดว้ ยเมตตา ไม่ใช่ดว้ ยอารมณโ์ กรธแค้นสว่ นตวั นกั บริหารท่ีเป็นผูน้ า
ขององค์กรยงั ต้องรู้จกั สละประโยชนส์ ่วนตนเพอ่ื ประโยชนส์ ่วนรวม ต้องรู้จกั แสดงนา้ ใจกับเพอื่ นรว่ มงาน
และลกู นอ้ งในโอกาสอนั สมควร และส่งิ สมควรท่ีจะต้องมีอย่างยิง่ คอื ความรจู้ กั อดกลั้นและอดทนทั้งทาง
อารมณ์และจติ ใจ สุดท้ายคอื การร้จู ักใหอ้ ภยั ไม่อาฆาตแค้น เรือ่ งทแ่ี ลว้ ก็ใหแ้ ลว้ กันไป ถ้าผ้บู รหิ ารมีเมตตา
ธรรมรจู้ ักใหอ้ ภยั จะทาให้เกิดบรรยากาศท่ีดใี นการทางาน

3.ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและความถกู ต้อง ในการทางานถ้ามีหลักการทีช่ ัดเจน การ
ทางานกจ็ ะง่าย สะดวก เร็วข้นึ มคี วามเป็นธรรม และตัดสินใจปัญหาต่าง ๆ ไดแ้ ม่นยา

4.เป็นนกั คดิ นกั วเิ คราะห์ นกั บรหิ ารทีด่ ตี ้องคิดสร้างสรรคใ์ หบ้ ังเกดิ ส่ิงทเ่ี ปน็ ไปได้
และต้องมคี วามสามารถในการจัดระบบความคิดให้เชื่อมโยง มองถึงองคก์ รรวมของปญั ญา
ทัง้ หมด นอกจากการคดิ อย่างมีระบบแลว้ ยังตอ้ งรูจ้ ักวิเคราะหส์ ถานการณ์ต่าง ๆ ได้ชัดเจน มี
ความสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ

5.มีการสรา้ งวิสยั ทศั น์ นกั บริหารทมี่ ีความสามารถตอ้ งมองเหน็ เหตกุ ารณใ์ นอนาคต
ออกและคาดการณ์ไดอ้ ย่างแมน่ ยา ดว้ ยสายตาทกี่ วา้ งไกล จากประสบการณ์ท่สี ะสมมานานปี
ด้วยการศึกษาและพัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื งยาวนาน มองเห็นภาพรวมทง้ั ระบบ ข้อมูลทถี่ ูกต้อง
สมบูรณ์

6.มีทกั ษะหลายดา้ น นอกจากจะเป็นนกั คิด นกั วิเคราะหแ์ ล้ว ยงั ต้องมีทกั ษะในเร่ือง
ตอ่ ไปนี้ ทักษะในการตัดสินใจ ตอ้ งมีการจัดการท่ดี ี มที ีมงานท่แี ขง็ แกรง่ มีขอ้ มลู ที่ถูกตอ้ งมากพอ
และทันสมยั ทกั ษะในการแกไ้ ขปัญหา ทักษะในการสร้างทมี งาน

7.รอบรู้และมีขอ้ มูลท่ที ันสมยั เพราะการมขี ้อมลู ทีด่ ชี ว่ ยให้การตัดสินใจถกู ต้อง
แมน่ ยาขึน้ จึงต้องรู้ลึก รู้รอบ ร้กู วา้ ง รู้ไกล กระตือรอื รน้ อยเู่ สมอ เปน็ นกั อา่ น ขยันใฝห่ าความรู้
ชา่ งสงั เกต รจู้ ักฟงั

8.ร้แู ละเขา้ ใจบทบาทหน้าที่ทนั สมัย รูว้ า่ ขณะน้ตี นเปน็ ใคร มบี ทบาทและมอี านาจ
หน้าท่ีอยา่ งไร เพอื่ ท่จี ะสวมบทบาทและแสดงบทบาทตามอานาจหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบท่มี อี ยู่
ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ไม่เข้าไปก้าวกา่ ยงานในหนา้ ทร่ี ับผิดชอบของคนอืน่

9.กล้าตดั สนิ ใจ ในหลักวชิ าการบรหิ ารกล่าวกันว่า ส่ิงที่ยากทส่ี ดุ ของนักบรหิ ารคือ
การตดั สนิ ใจ แมจ้ ะมขี ้อมลู ครบถว้ นในมอื แตก่ ็ไม่กล้าตดั สินใจ เพราะขาดความมนั่ ใจ กลัวที่
จะต้องรบั ผิดชอบกับผลท่เี กิดจากการตดั สินใจนัน้ องค์กรใดทมี่ ผี ู้บริหารแบบนีอ้ งค์กรนั้นคง
เจริญเตบิ โตได้ยาก มองไมเ่ ห็นอนาคตด้านความเจรญิ ก้าวหนา้

10.มียทุ ธวิธแี ละเทคนิค กลยทุ ธ์เปน็ ปัจจยั สาคญั หน่งึ ทจ่ี ะนาไปสู่ความสาเร็จของ
งาน สว่ นเทคนคิ จะช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรอื่น ๆ มใิ ห้ส้นิ เปลอื ง เทคนิคทด่ี ไี ม่ควรมี
ความสลบั ซบั ซอ้ นมากเกินไป สามารถเขา้ ใจและงา่ ยต่อการปฏบิ ัติใหเ้ กดิ ผลสาเร็จได้

ทีม่ า : https://lit.ac.th/2017/20-37/

สรุปเปน็ ความรูข้ องตนเอง
การเป็นผู้บรหิ ารที่ดี ควรมีทั้ง 3 ภูมิ คือ ภูมิรู้ ภูมิธรรม และภมู ฐิ าน จงึ จะกอ่ ใหเ้ กดิ

ประโยชนต์ อ่ ตนเองและผอู้ ่ืน (ภาพรวม) แต่หากมีไมค่ รบทุกภมู จิ ะส่งผลเสียทัง้ ตอ่ ตนเอง และผอู้ ่ืน
(ภาพรวม) ได้
การประยกุ ตใ์ ช้

สามารถนาความรทู้ ไี่ ด้จากการเรยี นรูไ้ ปปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวนั และการประกอบอาชีพ
โดยการพฒั นาตนเองท้งั ด้านความรู้ความสามารถท่ีเหมาะสม มคี ุณธรรม และการพัฒนาตนเอง
อยา่ งรอบดา้ น เพื่อใหเ้ ปน็ บคุ คลท่ีมีคุณภาพตอ่ ไป

นา้ มหาเสน่ห์

น้าคา คือ การพดู จาดี พดู จาไพเราะ
น้ามือ คือ การทาในสิ่งที่พดู (เป็นแบบอยา่ งมากกวา่ บอก)
น้าใจ คือ การปรารถนาดี
สมุนไพร
รากอ่อนนอ้ ม ออ่ นนอ้ มถ่อมตน

4 ใบยอ ยมิ้ , ยอ , เยน็ , ยอม , ไม่ยอน
ก่ิงเมตตา คุณธรรม อยใู่ นจิตใจ
กา้ นกรุณา จริยธรรม แสดงออกเป็นการกระทา

ดอกอภยั อภยั ในสิ่งที่ถูกกระทา หา้ มใชน้ ิสัยกดั ไม่ปล่อย
ไม่เหมาะกบั เป็นผบู้ ริหาร

4 ใบยอ

1. ยมิ้ ตลอด ผบู้ ริหารตอ้ งเกบ็ อารมณ์ได้ และมีรอยยมิ้ แบบจริงใจ
2. ยอ ใชค้ าพดู ท่ีดี เอาส่ิงดีมาพดู
3. เยน็ เยอื กเยน็ ควบคุมอารมณ์ใหเ้ ป็นปกติสุข ทาอะไรไม่ไดใ้ หส้ งบวติอารมณ์
ใหเ้ งียบหรือออกจากตรงน้นั ไม่ตอ้ งเถียง
4. ยอม ยนิ ยอม ถา้ ไปขา้ งหนา้ ไม่ไดใ้ หถ้ อย แลว้ ไปต่อ จงยอมแพเ้ วลาน้ี เพื่อชนะใน
เวลาต่อไป ตอ้ งยอมงอ ไม่ยอมหกั

ผดิ อะไรกใ็ หอ้ ภยั ได้ ใหโ้ อกาสแกต้ วั
ผดิ 2 ส่ิงที่อภยั ไมไ่ ด้ คือ

1. Corruption ทจุ รติ เอาประโยชน์สว่ นรวมเปน็ ของส่วนตวั ทุกขลาภ
โทษคือออก
2. Sexual Morality เมาเพศ การกระทาทเี่ ปน็ มากกวา่ เพื่อน ก๊กิ คว๊ิก แควน

- ผู้ชายใหร้ ะวังนางเบ็ด มเี บด็ รอบตัว
- ผหู้ ญิงใหร้ ะวงั พรานบญุ ดูดีแตเ่ ป็นนักลา่

ถ้าผู้บริหารทาสองเร่อื งน้ี ชวี ติ ผบู้ ริหารจบ ให้ระวังเพราะมีโอกาสพบเจอ

ส่ิงท่ีผบู้ ริหารท่ีดีไมค่ วรปฏิบตั ิ

1. เมาเพศ หมดราคา
2. เมาสุรา หมดความสาคญั
3. เมาการพนนั หมดตวั
4. เมาเพ่ือนชว่ั หมดดี

ลกั ษณะบุคลิกภาพท่ีดีของผบู้ ริหาร

1. ทรงผม ต้องมรี อยหวผี ม ตระหนกั สิง่ ทอ่ี ยู่บนสดุ
2. ไมค่ วรใส่แวน่ ดาในที่ทางาน
3. สกี รอบแว่นไม่ฉูดฉาด
4. ต่างหไู ม่ยาว ไมใ่ หญ่ เกนิ ไป
5. แหวนไม่ควรเกนิ 2 วง
6. สรอ้ ยทองจริง ไมส่ วมอย่างอ่ืน
7. นาฬิกาห้ามตาย ไมส่ สี นั
8. ปากกาธรรมดาหา้ มพก ถา้ จะพกให้พกทีด่ ูดี

ลกั ษณะบุคลิกภาพที่ดีของผบู้ ริหาร (ต่อ)

9. โทรศพั ทเ์ ลือกทเ่ี หมาะสมใชง้ านเปน็ ไม่ต้องแพง
10. สวมเสอ้ื ผ้าสะอาด ไมส่ วมเสอ้ื ยืด
11. มกี ล่นิ หอม ไมเ่ หม็น
12. กระโปรง กางเกง สีเข้ม สีดา
13. รองเทา้ เหมาะสม ไม่สูงมาก ใสถ่ งุ เท้าถา้ ใชร้ องเท้าทต่ี อ้ งใส่ถงุ เทา้
14. พาหนะตามฐานะ เหมาะสม
15. ไมค่ วรใส่ข้อเท้า
16. ไมส่ กั ผิวหนงั

MBW
(Management By Walking)

ผู้บริหารทด่ี ตี อ้ งเดนิ เยีย่ มการทางานของลกู นอ้ ง เป็นกนั เอง จูงใจ ไมใ่ ชค้ าสั่ง
1. ดูคนออก
2. บอกคนได้
3. ใชค้ นเป็น

การบริหารทด่ี คี วรดูฟ้าและดนิ

ฟ้า (50) หมายถึง นโยบายดา้ นบน
ดิน (50) หมายถึง ผปู้ ฏิบตั ิดา้ นลา่ ง

ตอ้ งพอใจท้งั ดา้ นบนและดา้ นล่าง
ถา้ สาเร็จ อยา่ หลงดีใจ ทุกอยา่ งลว้ นตอ้ งมีส่วนสนบั สนุน

การศึกษาเพิ่มเติม

ความสาคญั ของบคุ ลิกภาพ
บคุ ลกิ ภาพเปน็ ส่วนสาคญั ของมนษุ ย์ในการทจ่ี ะชว่ ยสง่ เสรมิ หรอื ขดั ขวางความสาเรจ็ ในดา้ นต่าง ๆ

ไมว่ า่ จะเปน็ ด้านการเรียน การทางาน การเขา้ สังคม (โสภา ชูพิกลุ ชยั ชปลี มนั น์ 2544) แม้วา่ ความรู้
ความสามารถ เปน็ สง่ิ ท่สี าคญั ทส่ี ุดในการทางาน แตไ่ มใ่ ช่ทั้งหมด การยอมรับของสังคมนน้ั ตอ้ งมี
สว่ นประกอบท่สี าคัญนน้ั คือ บคุ ลกิ ภาพ (วรวรรณา จิลลานนท์ 2546) ดงั น้ัน บคุ ลกิ ภาพ จงึ เป็นปจั จัยที่
สาคัญปจั จยั หนึง่ ทสี่ ่งผลและเกี่ยวขอ้ งกบั การประสบความสาเรจ็ สถาบนั ราชภัฎเทพสตรี (2543) ได้
กลา่ วถึงบุคลิกภาพของ “คนเก่ง” ว่าจะต้องประกอบด้วย 3 ประการไดแ้ ก่

1. เก่งตน หมายถึง เปน็ ผทู้ ีช่ อบศึกษาหาความรอู้ ยู่ตลอดเวลาเพอ่ื ใหท้ นั โลก ทนั คน โดยเรม่ิ
จากพฒั นาตนเองก่อน ประกอบดว้ ย

ทางกาย : รูปรา่ ง พัฒนาให้ดีขนึ้ โดยใชก้ ารแตง่ กายช่วยลดหรอื เสริมจดุ เดน่ จุด
ด้อย หนา้ ตาสดชื่นแจม่ ใสสะอาด เข้มแข็งแตไ่ มก่ ระดา้ ง อ่อนโยนแต่ไม่ออ่ นแอ

ทางวาจา : การพูดดีมีองค์ประกอบ 4 ประการ คอื พดู แตด่ ี มปี ระโยชน์ ผฟู้ งั
ชอบ และทุกคนปลอดภยั คดิ ก่อนพดู

ทางใจ : มคี วามมั่นใจในตนเอง กระตือรอื รน้ มคี วามอดทน มีความพยายาม มี
เหตผุ ล การมีสมรรถภาพในการจา และมีความคิดสร้างสรรค์

2. เกง่ คน หมายถึง มคี วามสามารถในการปรบั ตัวเขา้ กับผูอ้ ่นื มมี นษุ ยสัมพันธ์ที่ดี
3. เก่งงาน หมายถึง ผู้ที่รักงาน ขยนั ทางาน และรูว้ ิธีทางาน

กติ มิ าพร ชูโชติ (2544) ได้กลา่ วถึง ความสาคัญของบคุ ลิกภาพ ที่สง่ ผลต่อ ความสาเร็จ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลิกภาพของบุคคลทจ่ี ะเป็นผู้นาวา่ “เป็นปัจจัยทส่ี าคัญในการบรหิ ารที่จะทาให้
องคก์ ารทางานสาเรจ็ ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ เพราะวธิ ีการบรหิ ารของผ้นู าน้นั เกดิ จาก พฤติกรรมสว่ นตวั
ของผู้นาเป็นสาคัญ ไมใ่ ช่เกดิ จากอานาจทเ่ี ปน็ ทางการ และส่งผลให้คนเชื่อและทาตาม” โดยไดเ้ สนอแนะ
บุคลกิ ภาพของ “ผ้นู าในอนาคต” ท่ตี ้องการประสบความสาเรจ็ ว่า ตอ้ งมีคุณลักษณะทสี่ าคัญ
ประกอบดว้ ย

ยืนหยดั คือ การทไี่ ม่ยอมเสยี จุดยืน เสยี ความมน่ั ใจของตนเอง มเี หตุผลและการใช้
วิจารณญาณของตนเอง

ยดื หยนุ่ คอื การร้จู กั ผอ่ นปรนตามสถานการณ์เพือ่ ให้การปฏบิ ตั กิ ารบรรลตุ ามเปา้ หมาย
ยนิ ยอม คอื การรู้จกั อ่อนน้อมถอ่ มตน ประนีประนอม
ยมิ้ แย้ม คอื สามารถย้มิ รบั สถานการณไ์ ดท้ ุกรปู แบบ แสดงอารมณอ์ ย่างเหมาะสม
ยกย่อง คอื การรู้จักยกยอ่ งผู้อื่นดว้ ยความจรงิ ใจ

ที่มา : https://sites.google.com/site/poppypresent1/page1

10 สง่ิ ทผี่ ้บู รหิ ารไม่ควรทา
1.บรหิ ารงานดว้ ยหเู พยี งอย่างเดียว
2.พดู แล้วไมท่ า
3.ไมจ่ ัดลาดบั ความสาคญั ของงาน
4.กระจุกงาน
5.บรหิ ารจัดการดว้ ยวธิ ีเดิม ๆ
6.ทาไปเร่อื ย ๆ แบบไม่มเี ปา้ หมาย
7.ตัดสนิ คนจากผลงาน
8.รอบคอบเกนิ ความจาเปน็
9.ไม่ไว้ใจใคร และ มองทุกอยา่ งในแง่ลบ
10.ทาตวั เดน่

ท่มี า : https://www.splendidconsult.com/Article/Detail/

Management by Walking About (MBWA) การบริหารแบบเท้าติดดิน
หมายถงึ การบรหิ ารที่ลดชอ่ งวา่ งระหว่างผ้บู ริหารกับพนกั งานโดยให้ความสาคัญกบั การ

ส่อื สารทใ่ี หผ้ ู้บริหารไดพ้ บปะกบั พนกั งานดว้ ยการเดนิ สนทนา ปฏสิ มั พันธ์ ตรวจตรา โดยเข้าถงึ
ผปู้ ฏิบตั ิงาน รบั รถู้ งึ สภาพปัญหาจรงิ และสรา้ งความสัมพันธ์อันดรี ะหวา่ งผู้บริหารกับพนักงาน ทีท่ าให้
ธรุ กิจหรอื งานทท่ี าน้นั ทางานอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

ส่ิงท่ีทาใหก้ ารบรหิ ารแบบเดินรอบๆ นั้นบรรลุผล
ซึง่ ผปู้ ฏบิ ตั ไิ ม่ไดท้ าตามกระแสแต่ต้องทาดว้ ยปฏิบตั คิ วามจรงิ ใจ เพอื่ ให้ผู้ปฏิบตั ไิ ดร้ ับการเคารพ

นบั ถือจากพนักงาน การสรา้ งความสัมพันธ์มไิ ด้สรา้ งไดใ้ นระยะเวลาอนั สัน้ แลว้ จะเห็นผลแต่ตอ้ งใช้ระยะเวลา
และสดุ ทา้ ยของคาตอบคือความสาเรจ็ ของธุรกจิ ในอนาตคและความสขุ ของผ้บู รหิ ารกบั ลกู จ้าง ไดด้ ังน้ี

1. การเข้าถงึ (Approachability) เมื่อพนักงานของคณุ สามารถพดู คุยกับคุณ และไดร้ บั ฟงั ความ
คิดเห็นในส่งิ ทเี่ กดิ ขึ้น ซกั ถามพดู คยุ ในการทางานซง่ึ จะไดม้ ีโอกาสเรียนรู้กอ่ นท่ีจะเกิดปญั หา

2. ความนา่ เชื่อถือ (Trust) ให้พนักงานมสี ่วนร่วมว่าเป็นสว่ นสาคญั ในองคก์ ร สรา้ งความไวใ้ จ
ความยุติธรรม ลดปญั หาและอุปสรรคในการสือ่ สาร

3. ความร้ทู างธุรกิจ (Business knowledge) เม่ือเดินพบปะตรวจตรา พนกั งานจะเกดิ เรียนรู้การ
ทางานของพนกั งาน ทาใหไ้ ด้รบั ความรู้เขา้ ใจดีในการทางาน กระบวนการ และแนวทางในการแกป้ ัญหา

4. ความรบั ผดิ ชอบ (Accountability) สร้างแรงจูงใจในการทางานและรกั ษาสญั ญาท่จี ะ
ทใ่ี หไ้ ว้กับพนักงาน

5. ขวญั และกาลังใจ (Morale) การท่อี งคก์ รหรอื มีการบรหิ ารรูปแบบทผ่ี บู้ ริหารไดใ้ ห้
ความสนใจกบั พนกั งานทุกคน ทาใหเ้ กิดความรสู้ กึ ดกี บั งานทป่ี ฏิบตั แิ ละองคก์ รหนว่ ยงาน

6. ผลสาเร็จ (Productivity) เมือ่ มกี ารแลกเปล่ยี นหรอื พดู คยุ กันอยา่ งสบายๆสามารถ
แสดงความคิดเห็น รับร้ถู งึ สภาพปญั หาตา่ งๆทาใหเ้ กดิ ความคิดสรา้ งสรรค์ และทาให้มแี นวทางแกไ้ ข
ก่อนทีจ่ ะเกดิ ปญั หาได้ มคี วามสขุ ใจท่ที างาน

การทจ่ี ะบรหิ ารแบบเดนิ รอบๆมิใชก่ ารที่ผูบ้ รหิ ารเดนิ เพียงแคเ่ ดนิ สว่ นทาง หรอื ผา่ น
สานกั งาน มันเป็นความพยามทจี่ ะเขา้ ถึงพนักงาน ซ่ึงส่ิงท่ีพนกั งานทานน้ั มันเปน็ ส่ิงทที่ าใหค้ ุณได้
ประสบผลสาเร็จและผลกาไรในบรษิ ัท

วธิ ีการใช้ MBWA ทค่ี ณุ สามารถใหเ้ ร่มิ ได้ดงั นี้
1. ผ่อนคลาย การทเ่ี ป็นคนเขม้ จริงจังมากเกินไปอาจทาใหพ้ นกั งานไม่กลา้ ที่จะสนทนาและถา้

ผอ่ นคลายบา้ งจะทาให้พนักงานกล้าทจี่ ะเขา้ มาพดู คุยสนทนา
2. ฟังและสังเกตุอย่างต้งั ใจและให้ความสาคญั เมอ่ื ได้รบั ฟงั กใ็ ห้มีความจริงใจในการฟังมากกวา่

ที่จะพูด จะได้รู้ระดับความพึงพอใจของพนกั งาน
3. ถามความคิดและความคดิ เห็น รับฟงั ความคดิ เห็น โดยไมค่ ิดวา่ ผบู้ ริหารจะตอ้ งถกู เสมอไป

โดยเกบ็ ความคดิ กลับมา เพ่อื ดูความต้องการวา่ เขาต้องการอะไร
4. เดนิ อยา่ งเท่าเทยี ม ไมใ่ ห้ความสาคัญกับแผนกใดแผนกหนงึ่ ไม่พูดคยุ กับคนใดคนหนึ่ง และ

ไมค่ านงึ ถงึ ตาแหนง่ ว่าจะเป็นใคร ให้ทุกคนเขา้ ถึงและเทา่ เทยี มกัน
5. กล่าวคาชมเชย ขอบคณุ ใหเ้ ปน็ ปกติวิสัย ในสิ่งท่เี ขาทาดี
6. การประชุมทั้งหมดอาจจะเปน็ การประชุม ท่ใี ช้ห้องทางานหรือพ้นื ที่ทางานอยู่เพอื่ ให้

สามารถไดเ้ ข้าถงึ อยา่ งทว่ั ถึง สื่อสารความคาดหวังสงิ่ ทีต่ ้องการ เพื่อใหท้ กุ คนมคี ณุ ค่า

7. ในขณะท่เี ดนิ พบปะ อย่าใชเ้ วลานใ้ี นการตดั สินหรอื วจิ ารณ์ อาจทาให้เกดิ ความไมพ่ อใจได้
เมอื่ มีปัญหาข้องใจให้เรียกคยุ ในภายหลงั แบบสว่ นตัว

8. ตอบคาถามอยา่ งเปิดเผยและจริงใจ ไมค่ วรตอบแบบบิดเบอื นในความจริงของธุรกิจทงั้ ดแี ละ
ไมด่ ี ซึง่ จะทาใหค้ วามสัมพันธ์ไปในทางลบ

9. ส่ือสารใหท้ กุ คนรูถ้ งึ เป้าหมาย วสิ ยั ทัศ แผนการดาเนนิ งาน ให้ทกุ คนมีสว่ นรว่ ม มีโอกาสใน
การแบ่งปันขอ้ มลู ทาใหเ้ ข้าใจแผนในการทางานตอบสนองเป้าหมายไปในทศิ ทางเดยี วกนั หรือไม่

10. พดู คุยเกี่ยวกบั ความชอื่ ชอบ งานอดเิ รก กิจกรรมทที่ าในวันหยุด เกีย่ วกบั ครอบครวั เดก็ ๆ
สรา้ งความสัมพนั ธร์ ะหว่างบคุ คล

11. อยา่ ให้เขารู้สกึ ว่าเราไปจับผิดหรอื หาข้อผิดพลาดในการทางาน ไม่รู้สกึ เกรง็ ทผ่ี ูบ้ ริหารเดนิ
มา ให้เกดิ ความรสู้ กึ ทีส่ รา้ งความสมั พนั ธ์ท่ีดีแกก่ นั

การท่ีผบู้ รหิ ารมบี ุคลิกสว่ นตวั ท่ีไม่สามารถทาไดต้ ามแนวคดิ ดงั กล่าวเพราะคงยากทจี่ ะให้
เปล่ียนบคุ ลิกส่วนตวั หากปฏบิ ัตไิ ด้เพยี งสกั 1 ข้อก็จะเหน็ ไดจ้ ากการเปลย่ี นแปลงท่ีสามารถให้สรา้ ง
ความสมั พนั ธ์อันดีระหวา่ งผบู้ ริหารกบั ผปู้ ฏบิ ตั ไิ ดเ้ ปน็ อย่างดี

สรุปเป็นความรู้ของตนเอง
ลกั ษณะของผู้บริหารทด่ี ตี อ้ งมคี วามรคู้ วามสามารถในหน้าทีท่ ่รี ับผดิ ชอบ

นอกจากนีอ้ งค์ประกอบอืน่ ก็สาคัญทีจ่ ะทางานราบรื่น เรมิ่ ต้นแตต่ ั้งจากภายในจิตใจ เช่นการ
คดิ (คิดดี) จิตใจแจม่ ใส เห็นความสาคัญของทกุ คน การแสดงออกด้วยวาจา (วาจาดี) มีทกั ษะ
การสือ่ สารท่ีดี การควบคุมอารมณไ์ ด้ดี รวมไปถึงการแตง่ กายท่เี หมาะสม การดูและ
สุขอนามัยส่วนบคุ คล และการปฏิบตั ติ นดใี นรอบดา้ น
การประยุกตใ์ ช้

สามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้จากการเรยี นร้ไู ปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวนั และการประกอบ
อาชพี โดยการเข้าใจหลกั การทางานของผบู้ ริหาร เพราะทกุ คนต่างมีหน้าท่ี ดังนั้นควรเคารพ
ซ่งึ กันและกัน และการพัฒนาบคุ ลิกภาพเปน็ ส่งิ สาคัญท่สี ่งเสรมิ ใหเ้ รากา้ วหน้าในชวี ติ และ
ตาแหน่งหนา้ ทที่ ่สี ูงขน้ึ

ชวี ติ ขาข้นึ (ทาให้ดี อยา่ ทนงตน)

- นายจงู ในเวลาทเ่ี หมาะสม

- เพื่อนประคอง ช่วยกันในทางทีด่ ี

- ลกู น้องสนับสนนุ เราดแู ลลูกน้อง ลูกน้องดูแลเรา ช่วยกัน

ชวี ิตขาลง (อยา่ วติ ก รีบแกไ้ ข ไม่นานเดี๋ยวกข็ าขน้ึ )

- นายเหยียบ (ดงึ ไมใ่ ห้เราข้ึน อย่าโทษคนอน่ื ดูแลตนเองก่อน รีบแก้ไขเพื่อวนั
ขา้ งหน้า)

- เพ่ือนผลัก

- ลูกน้องถบี

3 ทักษะการเรียนรู้ ศตวรรษท่ี 21

1. Learning Skills ทักษะการเรยี นรู้ ปจั จบุ ันมีหลากหลายรปู แบบให้ผู้ใชไ้ ดเ้ ลือกตาม
ความสะดวก/ความเหมาะสมของงาน
2. Digital Literacy Skills ทักษะเทคโนโลยีดิจทิ ัล ต้องฝกึ เพ่อื พัฒนาตนเอง
3. Life Skills ทักษะชวี ิต ทาใหช้ ีวติ ตนเองมคี วามสขุ

ปรญิ ญาชวี ิต อยอู่ ยา่ งมีความสุข สมศักดิศ์ รีความเป็นคน
ปริญญาวชิ าการ เปรยี บเสมือนบันไดไปสูค่ วามก้าวหนา้ /ความรทู้ ี่จะนาพาสู่
ตาแหน่งงาน
เราจะมีปัญญาชวี ติ หรอื ปริญญาวิชาการอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ไมไ่ ด้ ตอ้ งมี 2
อย่างควบคูก่ นั ไป

Digital Literacy skills in the 21 st century

1. การประเมิน (จุดแข็ง จดุ ออ่ น ของตน้อง)
2. การวางแผนพฒั นาตนเอง (ทาผลการประเมนิ ปรึกษากบั ผอ. เบ้อื งต้น

ตามท่ไี ด้รับมอบหมาย)
3. เรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง (ผา่ นค่มู ือ หรอื ส่อื ตา่ งๆ)
4. ประเมิน (มาตรฐานสากล ในการทางาน แนวทางการแกไ้ ข)
5. การสะทอ้ นปญั หาของตนเอง (รับฟังคาแนะนาจากผ้อู น่ื ผบู้ งั คบั บญั ชา)
6. การประยุกต์ใช้ในการทางาน

ความฉลาดทางดิจทิ ลั DQ

ความสามารถทางสงั คม อารมณ์ และการรับรู้ ชวี ติ ในยคุ ดิจทิ ลั และความสามารถ
ปรับตัวให้เขา้ กบั ดจิ ทิ ลั

1. ทกั ษะในการรักษาอตั ลักษณท์ ด่ี ขี องตนเอง
2. ทักษะในการรักษาข้อมูลส่วนตัว
3. ทกั ษะในการคิด วิเคราะห์ วิจารณญาณทีด่ ี
4. ทกั ษะในการจัดสรรเวลา
การรสู้ ่ือ การรสู้ อ่ื เปน็ ความสามารถของผเู้ รียนเกีย่ วกับการเขา้ ถึงการวิเคราะห์และ
การผลิตสือ่ ผ่านความเข้าใจและการตระหนักเก่ียวกับศิลปะขอ้ ความในรปู แบบต่างๆที่พลของ
สือ่ มวลชนและวัฒนธรรม

ทกั ษะดา้ นดจิ ทิ ลั
การรจู้ ักเคร่อื งมือ การลงมอื ปฏบิ ัตไิ ด้

ทักษะชวี ติ
- เป็นพลเมอื งทดี่ ี
- มีความรดู้ ้านสขุ ภาพ
- มคี วามรูด้ ้านสิ่งแวดลอ้ ม

ทักษะเฉพาะตวั
- การใช้ Use ใชเ้ ป็น
- การเข้าใจ ทาได้ ร้ซู ึ้งถงึ ส่อื นั้น ทาแลว้ ไดอ้ ะไร
- การสร้าง Create ทาเอง เขยี นออกแบบเอง
- การเข้าถงึ Access คน้ หา นาไปใช้

การใชค้ อมพวิ เตอร์
- ทกั ษะการใช้คีย์บอรด์
- การใช้แอพพลเิ คชั่น
- การใช้ระบบต่างๆ
- การดูแลรกั ษาอปุ กรณ์

การใชง้ านอินเทอรเ์ น็ตและความปลอดภัย
- การค้นหาขอ้ มูล
- การทาธรุ กรรม
- เขา้ ใจเครอื ข่าย
- จรยิ ธรรม (ในการใช)้

ลกั ษณะของผบู้ ริหาร

เสือ กินของสด สะอาด ไมก่ นิ ของเนา่ เรยี นรูส้ ิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สงิ ห์ หยง่ิ ในศักด์ิศรี เป็นผู้นาสารสนเทศ ทันสมัย น่าเกรงขาม
กระทงิ ตอ่ สู้ ไม่ทอ้ ถอย สู้งาน
แรด หน้าเหวยี่ ง อดทน บึกบนึ
หมแี พนดา้ สวย นา่ รัก นา่ เอน็ ดู คดิ ไมค่ อ่ ยเปน็
ฉลาม ดุดนั เผดจ็ การ งานไปได้ ไมไ่ ดใ้ จคน ข้าแน่คนเดียว
เต่า ผู้นาประเภทจัดการ คิดได้ ใชห้ ลักการ มเี หตุผล สาเร็จบา้ ง แต่ช้าไมท่ นั การ
สนุ ขั จ้งิ จอก นกั ฉวยโอกาส ฉลาด หลอกล่อ ถา้ คิดดีนาไปส่คู วามสาเร็จ คิดไมด่ พี าเสยี หาย
นกฮกู สุขมุ รอบคอบ นักวางแผน มองเห็นการณไ์ กล

สรปุ ผู้บรหิ ารท่ีดี ตอ้ งเป็นไดท้ ุกแบบตามสถานการณ์ สามารถบรู ณาการเขา้ กันได้

ลกั ษณะของผบู้ ริหาร (ต่อ)

- เมอื่ ไม่พอใจผบู้ ริหารคนสว่ นใหญจ่ ะแสดงอาการหนา้ บึง้
- ผบู้ ริหารควรให้โอกาสกบั ผู้รว่ มงานได้แสดงความรู้ความสามารถ
- ลกู น้องทดี่ ้ือควรแนะนาการทางาน ก่อนทจ่ี ะทาอยา่ งอนื่
- ผบู้ ริหารท่มี ีภูมิฐานดี ต้องแตง่ กายดี
- ลักษณะของผบู้ ริหารทด่ี ุเดือด เด็ดขาด เป็นการบรหิ ารแบบฉลาม

การบริหาร

ความหมายการบริหาร = บริ + หาร
บริ หมายถึง รอบๆ ถ้วนทวั่
หาร หมายถงึ แบง่ กัน กระจาย

บริหาร หมายถึง การแบ่งงานกนั ทา ใหโ้ ดยทั่วถงึ กัน มผี บู้ รหิ ารติดตามดูแล เพือ่ ใหง้ าน
สาเรจ็ ลุล่วงด้วยดี

การบริหาร คอื ศลิ ปะในการทางานใหบ้ รรลเุ ป้าหมายรว่ มกับผอู้ ื่น (Peter F. Drucker)
การบรหิ าร คอื การดาเนนิ งานใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนดไว้ โดยการอาศยั คน เงิน
วตั ถุสิ่งของ เป็นปจั จยั ในการปฏบิ ัติงาน (Haroid koontz)
การบริหาร คือ กิจกรรมที่บคุ คลตงั้ แต่ 2 คนขนึ้ ไป ร่วมมือกันดาเนินการให้บรรลุ
วตั ถปุ ระสงค์อย่างใดอยา่ งหนง่ึ หรือหลายอย่างรว่ มกนั (Herbert A. Simon)

ลกั ษณะการบริหาร

- เปน็ ศาสตร์ (science) องคค์ วามรู้เกดิ จากวิธีทางวิทยาศาสตร์
- เป็นศิลป์ (atr) ไฒนาทกั ษะ ประยุกต์ ยดื หยุ่น เพือ่ จดุ หมาย

ศลิ ป์ เปน็ เรื่องของการกระทา การฝึกฝน เพ่ือความชานาญ
ศาสตร์ เป็นเรอ่ื งของความรู้ รวู้ า่ จะทาอะไรและทาอยา่ งไร

ลกั ษณะโครงสร้างทางการบริหาร

x

x

y y
Tall Flat

การบรหิ ารแนวดงิ่ สายบริหาร เป็นการทางานช้า ตรวจสอบหลายคน งานราชการ ระดบั สงู
ระดับกลาง และระดบั ตน้ (กวา่ จะได้งานเป็นเดอื น เปน็ ปี เรมิ่ ตน้ ใหม่ไมส่ าเร็จ)

การบริหารแนวต้ัง เปน็ สายงาน ทางานเรว็ ขาดการกลนั่ กรอง การตดั สินใจร่วมกนั


Click to View FlipBook Version