งานวจิ ยั พฒั นาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 146
การเพม่ิ ประสิทธิภาพการอ่านภาษาองั กฤษโดยการสอนแบบรว่ มมือ แบบแบ่งกลุ่มรว่ มกนั
รายวิชาภาษาอังกฤษและวัฒนธรรม 1 (อ32215) ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5/5
นายสิทธพิ งษ์ ศูนย์ปั้ง
การศกึ ษาครัง้ น้มี ีจุดมงุ่ หมายเพ่อื 1) เพอ่ื เปรียบเทยี บประสทิ ธภิ าพการอ่านภาษาอังกฤษเพ่ือความเข้าใจ
ก่อนและหลังเรียนของนกั เรียนทีเ่ รยี นโดยใช้การเรียนแบบรว่ มมือแบบแบ่งกลุ่ม และ 2) เพอื่ ศกึ ษาความพึงพอใจ
ต่อการเรียนแบบร่วมมือแบบแบ่งกลุ่มร่วมกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 จำนวน 44
คนเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทฺธิ์ในการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียน และ แบบ
ประเมนิ ความพึงพอใจการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือกนั วเิ คราะห์ข้อมลู โดยใชส้ ถิติ การหาค่าเฉลย่ี
ผลการศกึ ษา พบวา่ ในการเปรียบเทยี บประสทิ ธิภาพการอ่านภาษาอังกฤษเพือ่ เพิ่มประสทิ ธภิ าพเพื่อความ
เข้าใจ ผู้วิจัยใช้แบบทดสอบจำนวน 30 ข้อที่ผ่านการหาค่า IOC จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ซึ่งนำมาทำ
แบบทดสอบกับผู้เรียน ซึ่งผลคือ คะแนนการสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ใน
การประเมินผลความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียน 1. ด้านครูผู้สอน ผู้เรียนมีความคิดเห็นว่า
ครูผู้สอนอธิบายเนื้อหา ข้อมูล และสรุปได้อย่างชัดเจนได้ดีมาก รองลงมาคือการส่งเสริมและกระตุ้นนักเรียนให้
สนใจในการเรียน 2. ด้านเนื้อหา ผู้เรียนมีความเห็นว่าเนื้อหาและรูปแบบที่ใช้เหมาะสมกับนักเรียนได้ดีมาก
รองลงมาคือ การจัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับเวลาเรียน 3. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้เรียนเห็นว่ากิจกรรมมา
ความหลากหลาย น่าสนใจ และยังช่วยให้เข้าใจในเนื้อหาทีเ่ รียนได้อย่างดีมาก รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมในการ
ทำกิจกรรม
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา 147
การจดั การเรียนการสอนโดยใชช้ ุดการเรยี นรายวชิ าภาษาอังกฤษ เรอื่ งทักษะการฟัง พูด อา่ น เขยี น
ของนกั เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2
นางสาวภาวิดา สุหร่ายเพชร์
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1.) ศึกษาและเปรียบเทียบสมรรถนะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน
ก่อนและหลังการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 3 ตามการรับรู้ของนักเรียนและอาจารย์ 2.) เพื่อศึกษาผลของการเรียน
การสอน ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3.) ศึกษาความพึง
พอใจในการเรียนของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ 3 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/11 จำนวน 44 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบทดสอบก่อน
เรียน-หลงั เรยี น วเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยใชส้ ถิติค่าเฉลี่ย
ผลการศึกษา พบว่าค่าเฉลี่ยแบบทดสอบก่อนเรียนของนักเรยี นมีคา่ เฉลี่ยเป็น 54.00% และแบบทดสอบ
หลังเรียนของนกั เรียนมคี ่าเฉลย่ี เปน็ 83.11% โดยนักเรียนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมที่ไม่ใส่ใจการเรียน ไม่ตระหนักถึง
ความสำคญั ในการศึกษาเทา่ ท่ีควร ประกอบกับมีเทคโนโลยใี หมๆ่ เขา้ มาดงึ ดูดความสนใจของนักเรยี น เชน่ มือถือ
ไอโฟน ไอแพด รวมถึงสังคมออนไลน์ เช่น facebook และ twitter เป็นต้น และการสนทนาผ่านมือถือ ทำให้
นักเรียนมุ่งไปที่สิง่ ดังกล่าวมากกว่าการเรียน ดังนั้นการมีสื่อการสอนที่น่าสนใจน่าจะดึงดูดผู้เรียนให้มีความสนใจ
ในการเรยี นมากข้นึ สง่ ผลให้ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นสูงขนึ้ ตามไปด้วย
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 148
การพฒั นาผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นเรื่อง Noun Clauses โดยใชแ้ บบฝึกออนไลน์
ของนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/12 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสน)ี
นายสุจินดา ปรากฏวงศ์
การศึกษาครั้งนี้เป็นแบบ การวิจัยในชั้นเรียนแบบทดลองโดยใช้การสุ่มแบบเจาะจง มีวัตถุประสงค์เพ่ือ
1.) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Noun Clauses ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี
4/12 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และ 2.) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกออนไลน์ เรื่อง Noun
Clauses โดยมีกล่มุ ตัวอยา่ งทใ่ี ชค้ ือ นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/12 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 เครอ่ื งมือ
ที่ใช้ในการศึกษา ไดแ้ ก่ เครือ่ งมือที่ใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจยั คร้ังนี้ คอื 1.แบบทดสอบ pre-test
และ post-test วัดผลสัมฤทธิ์เรื่อง Noun Clauses แบบทดสอบปรนัยจำนวน 20 ข้อ 2. แบบเรียน Workbook
และ 3. ใบความรูแ้ ละใบงาน วิเคราะหข์ ้อมลู โดยใช้สถติ ิคอื หาคา่ เฉลี่ย X ค่าความเบ่ียงเบนมาตรฐาน
ผลการศกึ ษา พบว่าความสามารถดา้ นไวยากรณภ์ าษาอังกฤษ เร่อื ง Noun Clauses โดยใชโ้ ดยใช้แบบฝึก
ออนไลน์ ก่อนและหลังทดลองของผู้เรียน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ โดยหลังการ
ทดลองความสามารถด้านไวยากรณ์ เรื่อง Noun Clauses ของผู้เรียนสูงกว่าก่อนการทดลอง ซึ่งมีคะแนนเฉล่ีย
ก่อนการทดลอง 11.08 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.67) และคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลอง 13.03 (ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน 3.10)
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 149
การพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคำศพั ท์ภาษาเยอรมนั โดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ Wordwall
ของนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
นางสาวสทุ ธินยี ์ สุดประเสรฐิ
การศกึ ษาครง้ั น้ี มจี ุดมงุ่ หมายเพ่ือให้ผู้เรยี นมกี ารพฒั นาความสามารถในการอ่านสะกดคำภาษาเยอรมันได้
ถกู ต้องมากข้ึน และมีเจตคตทิ ี่ดีในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาเยอรมัน กลุ่มตวั อยา่ งทใ่ี ช้ในการวจิ ัยครั้งน้ีได้แก่ ผู้เรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนศิลป์ภาษาเยอรมัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบดินทร
เดชา (สงิ ห์ สงิ หเสนี) ซึ่งได้มาโดยการสุ่มเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 15 คน เคร่ืองมือท่ีใช้
ในการวิจัยได้แก่ สื่อการสอนออนไลน์ Wordwall ซึ่งจะวัดผลโดยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิการเขียนสะกด
คำศพั ท์ วเิ คราะหข์ อ้ มูลโดยใช้ คา่ เฉลยี่ ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และคา่ ร้อยละ
ผลการศึกษา พบว่าการใช้สื่อการสอนออนไลน์ฝึกและทบทวนคำศัพท์ภาษาเยอรมันประกอบการสอน
ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์ได้ดี มีความเข้าใจ และจดจำคำศัพท์ได้แม่นยำมากขึ้น ผลการทดสอบหลังการเรียน
โดยใช้เกมฝึกคำศัพท์ออนไลน์ประกอบการเรียนการสอนมีคะแนนเฉลี่ยทักษะคำศัพท์ภาษาเยอรมันเท่าเดิม หรือ
สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทีร่ ะดับ 0.05 และนักเรียนมีความชอบในกิจกรรมเกมคำศัพท์ที่
ใช้ประกอบการสอนอย่ใู นระดบั ชอบมาก
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา 150
พฒั นาทักษะการอ่านออกเสียง โดยใช้แบบฝึกพ้องเสียงภาษาฝรั่งเศส
ของนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 โรงเรียนบดนิ ทรเดชา (สิงห์ สงิ หเสนี)
นทั ธพงศ์ นาคเกษม
การวิจัยเรื่อง พัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงโดยใช้แบบฝึกคำพ้องเสียงภาษาฝรั่งเศส ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการอ่านออกเสียงให้ของผู้เรียนเนื่องจากผู้เรียนมีปัญหาความสับสน
และใช้เสยี งเดมิ ท่ีคนุ้ เคยในการอ่านและภาษาแม่ และเทียบเคียงการอา่ นออกเสียงจากภาษาตา่ งประเทศที่หน่ึงคือ
ภาษาอังกฤษทำให้การออกเสียงผิดเพี้ยนไป เพื่อพัฒนาทักษะดังกล่าวจึงได้นำแบบฝึกคำพ้องเสียงภาษาฝรั่งเศส
(Virelangues français) สร้างนวัตกรรม เพอ่ื เปรยี บเทียบการออกเสยี งก่อนหลังและศึกษาความพงึ พอใจหลังการ
ใชแ้ บบฝกึ พ้องเสียงภาษาฝร่ังเศส กลุม่ เปา้ หมายนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เลอื กเรยี นภาษาฝร่ังเศสจำนวน 18
คน โรงเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จังหวัดกรงุ เทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1/2565 เครื่องมือที่ใช้ใน
การเก็บรวมขอ้ มูลได้แก่ แบบทดสอบกอ่ น หลังการใชแ้ บบฝึกคำพ้องเสยี งภาษาฝร่ังเศส สอบถามความคิดเห็นของ
นักเรยี นหลังการฝึก สำหรับการวเิ คราะหข์ อ้ มูลโดยใช้วิธีการหาคา่ เฉล่ยี รอ้ ยละ
ผลการวิจัย พบว่า 1.) ทักษะการอ่านออกเสียงภาษาฝรั่งเศสของผู้เรียนมีความถูกต้องสูงขึ้นหลังการใช้
แบบฝกึ คำพ้องเสียงภาษาฝรั่งเศส และ 2.) ผูเ้ รยี นมีความพงึ พอใจหลังการใชแ้ บบฝกึ พ้องเสยี งภาษาฝรง่ั เศส
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 151
การพัฒนาความสามารถในการจำคำศพั ทภ์ าษาจนี ของนกั เรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ห้อง 1
วชิ าภาษาจนี โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบของเกม Wordwall
นางสาวธรี าภรณ์ ปรมาริยะ
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาความสามารถในการจำคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนช้ั น
มัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 1 วิชาภาษาจีน โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบของเกม Wordwall
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 1 โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ที่ศึกษาอยู่ใน
ปีการศกึ ษา 2565 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 42 คน ไดม้ าด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการศึกษาคร้ัง
นี้ คือ (1) เกมการศึกษา Wordwall (2) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (3) แบบสอบถามความพึงพอใจ
(4) แผนการจดั การเรียนรู้หน่วยที่ (5) ท่ใี ช้รูปแบบกิจกรรมเกม Wordwall ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ วเิ คราะห์
ข้อมูลโดยใช้สถิติ ทดสอบค่า ( t-test Dependent sample ) ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า
t – test
ผลการศึกษา พบว่า (1) ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านความจำภายหลงั การใช้เกม Word wall สูงกว่าก่อนการ
ใช้เกม โดยมีผลคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป (2) ความพึงพอใจต่อเกม Wordwall ที่ใช้ในการพัฒนา
ความสามารถการจำคำศพั ท์ภาษาจีนอยู่ในระดบั มากทีส่ ุด
งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจดั การศกึ ษา 152
การพฒั นาการจดจำคำศัพท์ภาษาองั กฤษผ่านเกมประกอบการสอน
ของนักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6/1 – 5
นางสาวพัตรสุดา ขาวผ่อง
การศึกษาครั้งนี้เป็นแบบเจาะจง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาการจดจำคำศัพท์โดยใช้เกม
ประกอบการสอน โดยเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนในการ
จดจำ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 – 5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ปีการศึกษา 2565 จำนวน 247 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2)
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้เกมประกอบการสอน รายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษเชิงวิเคราะห์ 1 (อ
33213) 3) เกมประกอบการสอนภาษาอังกฤษ และ 4) แบบทดสอบวัดความรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนเรียน
และหลังเรยี น วิเคราะห์ข้อมลู โดยใชส้ ถติ คิ ่าเฉลยี่
ผลการศึกษา พบว่า 1) การจดจำคำศัพท์ของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6/1 – 5 หลังได้รบั การสอนโดย
ใช้เกมประกอบการสอน มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์จำนวน 173 คน คิดเป็นร้อยละ 83.59 ของนักเรียน
ทั้งหมด และนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 74 คน คิดเป็นร้อยละ 16.41 ของนักเรียนทั้งหมด
2) ผลสัมฤทธิ์ในการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนโดยการใช้เกมประกอบการสอนหลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรยี น อย่างมีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ ี่ .01
งานวจิ ัยพฒั นาคณุ ภาพการจัดการศึกษา 153
การกระตนุ้ ความสนใจในการเรยี นวชิ าภาษาจีนโดยใช้แอปพลเิ คชัน Baamboozle
ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 แผนการเรยี นศิลป์-ภาษาจีน
นางสาวฐิตารยี ์ เทมี
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ กระตุ้นความสนใจในการเรียนวิชาภาษาจีนโดยใช้ แอปพลิเคชัน
Baamboozle ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนศิลป์-ภาษาจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นความ
สนใจในการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนศิลป์-ภาษาจีน และสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน
ให้มีความสนุกนาน และให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน รวมถึงความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแอป
พลิเคชนั Baamboozle ผู้สอนได้เลือกใช้แอปพลเิ คชนั Baamboozle ในการจัดการเรยี นการสอน เนอื่ งจากแอป
พลเิ คชัน Baamboozle เป็นเกมออนไลน์ชนิดหนึ่งที่สามารถเลน่ เป็นทมี หรือจะเล่นเด่ียว ๆ กไ็ ด้ มีการออกแบบที่
น่าสนใจ และคาดว่าสามารถดึงดูดให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้นกลุม่ ตัวอย่างที่ใช้
คือ นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 แผนการเรียนศิลป์-ภาษาจีน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แอปพลิเคชนั
Baamboozle วเิ คราะหข์ ้อมูลโดยใช้สถติ ิ รอ้ ยละ
ผลการศึกษา พบว่าแอปพลิเคชันดงั กล่าวสามารถกระตุ้นและดึงดูดความสนใจของนกั เรียนได้เป็นอยา่ งดี
อีกทั้งยังทำให้นักเรียนมีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีอีกด้วย จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า นักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 แผนการเรยี นศลิ ป์-ภาษาจีน โรงเรียนบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์ สิงหเสน)ี มีความพึงพอใจของนักเรียน
โดยภาพรวมเฉลี่ยทั้ง 6 ข้อการประเมินพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก โดย
ค่าเฉลี่ย เท่ากับ (x̅ = 4.91 ,S.D.= 0.28 ) ข้อที่ 2 แอปพลิเคชันมีความหลากหลาย (x̅ = 4.77 ,S.D.= 0.47)
ขอ้ ที่ 3 แอปพลเิ คชนั ชว่ ยส่งเสริมการเรียนรู้ (x̅ = 4.31 ,S.D.= 0.73) ขอ้ ท่ี 4 แอปพลเิ คชนั ช่วยกระตุ้นความสนใจ
ของนักเรียนในการเรียนวิชาภาษาจีน (x̅ = 4.53 ,S.D.= 0.50) ข้อที่ 5 แอปพลิเคชันทำให้นักเรียนสนใจในการ
เรียนมากขึ้น (x̅ = 4.68 ,S.D.= 0.46) และข้อที่ 6 นักเรียนอยากให้ครูจัดการเรียนการสอนโดยใช้แอปพลิเคชัน
(x̅ = 4.80 ,S.D.= 0.59) ตามลำดบั
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา 154
การสอน Passive Voice โดยใชเ้ ทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2/1
นายกำธร เพ็งสระเกษ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ในการสอน Passive Voice ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ม.2/1 2) สำรวจความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ
ใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ในการสอน Passive Voice ประชากรที่ศึกษาคือ นักเรียน
ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 กล่มุ ตัวอย่างท่ีใชค้ อื นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2/1 จำนวน 36 คน
เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการศึกษาไดแ้ ก่ แบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน และแบบสำรวจความพึงพอใจ
ของนักเรียนที่มีต่อการใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ในการสอน Passive Voice วิเคราะห์
ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลย่ี
ผลการศกึ ษา พบวา่ 1) แบบทดสอบกอ่ นเรียนของนักเรียนมีคา่ เฉลีย่ อยู่ทรี่ ้อยละ 61.94 แบบทดสอบหลัง
เรียนของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 89.16 ผลคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.22 และ
2)นกั เรียนท่ีได้รบั การสอนโดยใชเ้ ทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ในการสอน Passive Voice มคี วาม
พงึ พอใจสูงสดุ
งานวจิ ัยพฒั นาคุณภาพการจดั การศึกษา 155
การพัฒนาทกั ษะการเขยี นภาษาองั กฤษดว้ ยการกระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning
ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
นางสาวสุรวยพร พราววโิ รจน์
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาโดยใช้ กิจกรรมการ
เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565 จำนวน
40 คน กลุ่มตวั อย่างทใ่ี ช้ คือ นกั เรียนระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6/4 จำนวน 40 คน โรงเรียนบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์
สิงหเสนี) โดยวิธีการแบบสุ่งแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ แผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active
Learning จำนวน 6 แผน และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาการเรียนรู้ 30 ข้อ
วเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยใชส้ ถติ ิ ค่าเฉล่ยี ความถี่ และ สถติ ิ ทดสอบที t-test
ผลการศกึ ษา พบวา่ ผลการทดสอบก่อนเรียนนกั เรียนมคี ะแนนเฉลีย่ เท่ากับ 9.98 คะแนน และหลักงเรียน
27.76 คะแนน และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลักเรียน พบว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการเขียน
ภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นเน่ืองจากคะแนนสอบหลักเรียนของนกั เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่รี ะดบั
0.05
งานวจิ ยั พฒั นาคณุ ภาพการจัดการศึกษา 156
การใช้แนวคดิ Cunningham’s Law เพ่อื กระตนุ้ การตอบคำถามและปฏสิ ัมพันธ์
ระหวา่ งครูและนกั เรียนในช้ันเรียนวชิ าภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวัน
นายศภุ กจิ สรอ้ ยฟา้
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความถี่ในการตอบคำถาม
และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ระหว่างคาบเรียนที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด Cunningham’s Law และคาบเรียนที่จัดกิจกรรมการ
เรียนรู้แบบปกติ และเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถามและมีปฏิสัมพันธ์กับครูผู้สอนในชั้นเรียนมากขึ้น แบบ
แผนการวิจัยที่ใช้เป็นแบบการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 43 คน
เครื่องมือที่ใชใ้ นการศึกษา ได้แก่ แบบสำรวจความถ่ีในการสื่อสารและตอบคำถามในชัน้ เรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดย
ใชส้ ถติ ิ ไดแ้ ก่ ร้อยละ
ผลการศึกษา พบว่านักเรียนทั้ง 43 คน มีพฤติกรรมการตอบคำถามและมีปฏิสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้
ชดั คดิ เป็นคดิ เปน็ ร้อยละ 105 เมื่อเปรยี บเทียบกับคาบเรยี นที่ไม่ใชค้ ำถามการนำเข้าสู่บทเรียนที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก
แนวคดิ Cunningham’s Law
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 157
การพฒั นาแบบฝึกทักษะการอา่ นภาษาองั กฤษเพอ่ื ความเขา้ ใจ สำหรับนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4
นางปรียาภรณ์ ตระการจนั ทร์
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับ
นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ให้มีประสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนใช้
และหลังใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 3)
ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่กำลัง
ศกึ ษาในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบดนิ ทรเดชา (สิงห์ สิงหเสน)ี กรงุ เทพมหานคร สงั กัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม
(Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าประกอบด้วย แบบฝึกทักษะการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 7 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน
21 แผน แบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 1 ชุด และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผู้รายงานสร้าง
ขนึ้ จำนวน 1 ชุด ซงึ่ มคี า่ ความยากต้งั แต่ 0.45–0.70 ค่าอำนาจจำแนกต้งั แต่ 0.30–0.60 และความเชอื่ ม่นั เทา่ กับ
0.86 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า t–test แบบ
Dependent Samples
ผลการศึกษาคน้ ควา้ พบวา่ 1.) แบบฝึกทกั ษะการอ่านภาษาอังกฤษเพอ่ื ความเข้าใจสำหรบั นักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.80/83.39 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2.)ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ หลังใช้แบบฝึกทักษะสูงกว่าก่อนใช้แบบฝึกทักษะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .01 และ 3.) ความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมากที่สุด ( x =4.72) พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ
มากท่ีสุด
งานวจิ ยั พัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 158
การพัฒนาทกั ษะการพดู ภาษาอังกฤษโดยการใชก้ จิ กรรมการละครเชงิ สรา้ งสรรค์
ของนกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
นางสาวเมทินี ไทยอ่อน
การศึกษาครั้งนีม้ ีจุดมุง่ หมายเพื่อใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชัน้ เรยี นเพือ่ แก้ไขและพัฒนาทักษะ
การพูดภาษาอังกฤษโดยใช้การจัดกิจกรรมการละครเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 3 วงรอบ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/16 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แขวงพลับพลา
เขตวังทองหลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2565 จำนวน 42 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ
แผนพัฒนาทักษะการพดู ภาษาอังกฤษของนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 จำนวน 3 แผนการเรยี นรู้ ใช้เวลาแผนละ
3 ชั่วโมง รวม 9 ชั่วโมง การวิจัยครั้งนี้ใช้เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวม
ข้อมูลด้วยตนเองโดยใช้เทคนิคการสังเกต (Observation) การสัมภาษณ์ (Interview) การจดบันทึกหลังการสอน
และวิเคราะหข์ ้อมลู โดยใช้เทคนคิ สามเสา้ (Triangulation) และนำเสนอขอ้ มลู โดยการบรรยายเชงิ คุณภาพ
ผลการศึกษา พบว่าปัญหาที่พบวงจรที่ 1 คือ นักเรียนบางส่วนสามารถพูดสนทนากับเพื่อนได้แต่เป็นการ
พูดแบบไม่มีอารมณ์ร่วมและไม่มีความรู้สึกประกอบการพูด เป็นการสนทนาที่ไม่มีการแสดงสีหน้า ท่าทาง และ
อารมณป์ ระกอบ วงจรที่ 2 ได้มกี ารแกป้ ญั หาจากวงจรท่ี 1 โดยเพิม่ การสอนโดยเพิ่มการเลน่ เกมชาเยน็ (Cha-yen)
ซึ่งเป็นเกมที่อาศัยการแสดงสีหน้า ท่าทางและอารมณ์ในการใบ้คำศัพท์ ปัญหาที่พบในวงจรที่ 2 คือ นักเรียน
สามารถพูดสนทนากบั เพ่ือนได้ดีขึน้ แต่ยังมนี กั เรยี นบางส่วนทีส่ นทนาโดยไมม่ ีการแสดงสีหน้า ทา่ ทาง และอารมณ์
ประกอบ เนอื่ งจากนักเรยี นยงั ไม่มีความค้นุ ชินมากพอและเน้ือหาเป็นเร่ืองไกลตัว วงจรที่ 3 ได้มีการแก้ปัญหาจาก
วงจรที่ 2 โดยผวู้ ิจยั ไดป้ รับปรงุ แผนการจัดกจิ กรรมในวงจรที่ 3 โดยเลือกเนอ้ื หาทเ่ี ป็นเร่ืองใกล้ตวั นักเรียนมากขึ้น
และใช้เกมชาเย็น ถึงแม้ว่าจากวงจรที่ 3 ปัญหาที่พบ คือ นักเรียนบางคนยังมีความกังวลในการใช้ภาษาในด้าน
โครงสร้างและไวยากรณ์อยู่บ้าง รวมถึงนักเรียนบางคนยังใช้การท่องจำเรื่องที่ตนเองจะพูดมากกว่าใช้ความเข้าใจ
อย่างไรกต็ ามนักเรียนเกดิ การพัฒนาทักษะการพูดภาษาองั กฤษโดยใชก้ ิจกรรมการละครเชิงสร้างสรรค์
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 159
การกระตุ้นทกั ษะการพดู ภาษาญี่ป่นุ กบั ผู้สอนเจ้าของภาษาโดยใช้สอื่ ออนไลน์ของผูเ้ รยี น
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 รายวชิ าภาษาญปี่ ุ่น 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
นางสาวสชุ าวดี เทพกฤช
การเรียนภาษานั้นผู้เรียนจะต้องมีทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน ได้เป็นอย่างดี ในการเรียนภาษาญี่ปุ่น
สำหรับผู้เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นั้น จากการสังเกตการณ์เรียนในระบบ
ออนไลน์เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นออกมาใน
รูปแบบของการพูดได้น้อย และเมื่อเจอผู้สอนเจ้าของภาษาจะเกิดความกังวลในการพูด และไม่สามารถนำสิ่งท่ี
เรียนมาพูดนำเสนอเป็นประโยคได้เท่าที่ควร การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถใน
การพัฒนะทักษะในด้านการพูดเพิ่มขึ้นโดยใช้สื่อออนไลน์ เช่น คลิปวีดีทัศน์จากแหล่งออนไลน์ต่างๆ, โปรแกรม
quizizz, สื่อรูปภาพจากแหล่งข่าวอินเตอร์เนท โดยอิงจากการใช้ในชีวิตประจำวันมาประกอบเสริมในการเรียน
ภาษาญ่ีปนุ่ ผูว้ ิจยั ใชเ้ คร่อื งมือจากผลคะแนนจากการทดสอบการพูดภาษาญีป่ ุน่ กับผ้สู อนเจ้าของภาษาเปรยี บเทียบ
การทดสอบการพดู ในภาคเรยี นที่ 1
ผลการศึกษา พบว่าผู้เรียนมีความสามารถในการพูดดีขึ้น สามารถพูดนำเสนอในรูปแบบของคลิปวีดีโอ
จากการกำหนดหวั เรื่องในบทเรยี นได้
งานวจิ ยั พัฒนาคณุ ภาพการจัดการศึกษา 160
งานแนะแนว
“งานวิจัยในชั้นเรียนของงานแนะแนว
เปน็ การการศกึ ษาองค์ประกอบของนักเรียน
เพ่ือพฒั นาดา้ นการศึกษา ด้านอาชีพ และดา้ นส่วนตวั และสงั คม
ตลอดจนพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูแนะแนว”
งานวจิ ัยพฒั นาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 161
การพฒั นาความภาคภูมใิ จในตนเองของนักเรียนระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
ด้วยกจิ กรรมแนะแนว โดยวิธสี อนแบบวฏั จกั รการสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
นางสาวชุติภรณ์ พดั เอ่ียม
การศึกษาครั้งน้ีมีจุดมุ่งหมายเพือ่ พัฒนาความภูมิใจในตนเองของนักเรยี นระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ด้วย
กิจกรรมแนะแนว โดยวิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 3/6 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบวัดความภาคภูมิใจในตนเองของนักเรียนระดับช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 วิเคราะห์ขอ้ มลู โดยใชส้ ถิติ คา่ เฉล่ีย ( ̅ ̅̅)
ผลการศึกษา พบว่าก่อนการพัฒนาความภาคภูมิใจในตนเองของนกั เรียนระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ด้วย
กิจกรรมแนะแนว โดยวิธีสอนแบบวฏั จกั รการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) โดยภาพรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง และหลัง
การพัฒนาความภาคภูมิใจในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกิจกรรมแนะแนว โดยวิธีสอน
แบบวฏั จักรการสบื เสาะหาความรู้ (5Es) โดยภาพรวมอยูใ่ นระดับมาก เมื่อพจิ ารณาระดับความภาคภมู ิใจในตนเอง
รายดา้ น พบว่า กอ่ นการพัฒนาความภาคภูมใิ จในตนเองของนักเรยี นระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ดว้ ยกิจกรรมแนะ
แนว โดยวิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ด้านการรู้ว่าตนเองมีประสิทธิภาพ อยู่ในระดับมาก
ด้านเชื่อมั่นในตนเอง อยู่ในระดับปานกลาง และ ด้านเห็นคุณค่าในตนเองและด้านความมุ่งมั่น อยู่ในระดับต่ำ
ตามลำดับ และหลังการพัฒนาความภาคภูมิใจในตนเองของนกั เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกิจกรรมแนะ
แนว โดยวิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ระดับความภาคภูมิใจในตนเองรายด้านเพิ่มสูงขึ้น โดย
ด้านการรู้ว่าตนเองมีประสิทธิภาพและ ด้านเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับมาก ตามลำดับ และด้านความมุ่งมั่นและ
ด้านเห็นคุณค่าในตนเอง อยู่ในระดับปานกลาง ตามลำดบั
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจดั การศกึ ษา 162
การแกไ้ ขปญั หาทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์ของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4
โดยใชก้ จิ กรรมแนะแนวด้วยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
นางสาวเมษา แสงตรง
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทักษะการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โดยใช้กิจกรรมแนะแนวด้วยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดสร้างสรรค์ของ
นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 โดยใช้กจิ กรรมแนะแนวด้วยวธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E กลุ่มตวั อย่างท่ีใช้ คือ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 40 คน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เคร่ืองมือที่ใช้ใน
การศกึ ษาครั้งนี้ คือ แผนการสอนวชิ ากิจกรรมแนะแนว เรื่อง ความคิดสรา้ งสรรค์ แบบประเมนิ ความคิดสรา้ งสรรค์
วเิ คราะหข์ ้อมูลโดยใช้สถิติ วเิ คราะห์ข้อมลู หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( x ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เปรียบเทียบ
คะแนนเฉล่ียความคดิ สร้างสรรคร์ ะหวา่ งกอ่ นจัดกิจกรรมและหลังจัดกจิ กรรม โดยใช้ t-test (Dependent)
ผลการศึกษา พบว่านักเรียนผ่านการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยหลังจากจัด
กจิ กรรมเทา่ กับ 14.55 และค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนจัดกิจกรรม เทา่ กบั 9.55 ค่าเฉลีย่ ของคะแนนความคิดสร้างสรรค์
เมือ่ เปรยี บเทียบก่อนจัดกิจกรรมและหลังจากจดั กจิ กรรม มีความแตกต่างกันอย่างมนี ัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
โดยที่มีค่าสถิติทดสอบที (Paired Samples t-test) ของความคิดสร้างสรรค์ เท่ากับ 20.78 สรุปได้ว่านักเรียนมี
ความคิดสรา้ งสรรค์หลังจดั กิจกรรมสงู กว่ากอ่ นจดั กจิ กรรม อยา่ งมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ่ีระดับ .01
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 163
การแกไ้ ขปัญหาทกั ษะการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง ของนกั เรียนระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2
โดยการจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ในรายวชิ ากิจกรรมแนะแนว
นางสาวปิยาภรณ์ ปานสนี ุน่
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทักษะการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง ของนักเรียนระดับช้นั
มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ในรายวิชากิจกรรมแนะแนว เพ่ือ
เปรียบเทียบ ทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยการจัดการเรียน
การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ในรายวิชากิจกรรมแนะแนว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 40 คน โดยวิธกี ารสุม่ อย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แผนการ
สอนรายวิชากิจกรรมแนะแนว เรื่อง แผนการเรียน แบบประเมินทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง วิเคราะห์
ข้อมูลโดยใช้สถิติ วิเคราะห์ข้อมูลหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( x ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เปรียบเทียบคะแนน
เฉล่ียทกั ษะการแสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเองระหวา่ งก่อนและหลังการจัดกิจกรรม โดยใชค้ า่ เฉล่ยี
ผลการศึกษา พบว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ในรอบที่ 1 สูงขึ้นกวา่
ก่อนการจัดกิจกรรม และหลังจากจัดกิจกรรมในรอบที่ 2 นักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการแสวงหาความรู้ด้วย
ตนเองสูงกว่าหลังการจัดกิจกรรมในรอบที่ 1 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเปนไปตาม สมมติฐานการ
วิจัยที่วานักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีพัฒนาการดานทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเองสูงขึ้นหลังจาก
การจัดกิจกรรมในรอบที่ 1 และรอบที่ 2 โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยหลังจากจัดกิจกรรมเท่ากับ 64.72 และค่าเฉลี่ย
คะแนนก่อนจัดกิจกรรม เท่ากับ 49.96 สรุปได้ว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
หลังจัดกจิ กรรมสูงกว่ากอ่ นจัดกิจกรรม อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั .01
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา 164
การแก้ไขปัญหาความสามารถในการเผชิญปัญหาและฝา่ ฟันอปุ สรรคของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
โดยใช้กจิ กรรมแนะแนวแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
นางสาวนภาพร หริมเจรญิ
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อศึกษาความสามารถในการเผชิญปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเผชิญปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคของ
นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ก่อนและหลังเข้ารว่ มกิจกรรมแนะแนวแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) กลุ่มตัวอย่างที่
ใช้ คือ เป็นนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นบดนิ ทรเดชา (สิงห์ สิงหเสน)ี จำนวน 293 คน ได้มาจากการสุ่ม
อย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้วิธีการจับฉลาก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบวัด
ความสามารถในการเผชิญปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรค และกิจกรรมแนะแนวแบบสืบเสาะ หาความรู้ (5Es) เพื่อ
แก้ไขปัญหาความสามารถในการเผชิญปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรค วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และการทดสอบคา่ ทแี บบไมอ่ สิ ระต่อกนั (t-test for dependent samples)
ผลการศึกษา พบว่า 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความสามารถในการเผชิญปัญหาและฝ่าฟัน
อุปสรรคโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการเผชิญ
ปัญหาและฝ่าฟนั อุปสรรค ในด้านความอดทนตอ่ ปญั หาและอุปสรรค ดา้ นการวิเคราะหส์ าเหตุและความรับผดิ ชอบ
ด้านการรับรูผ้ ลกระทบของปญั หาและอุปสรรค และด้านการควบคุมสถานการณ์อยู่ในระดบั ปานกลาง ตามลำดบั
และ 2) นกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 มีความสามารถในการเผชญิ ปัญหาและฝา่ ฟนั อุปสรรคสูงข้นึ กวา่ ก่อนเข้าร่วม
กิจกรรมแนะแนวแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการเผชิญปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรค ในด้านการควบคุมสถานการณ์ ด้านการ
วิเคราะห์สาเหตุและความรับผิดชอบ ด้านการรับรู้ผลกระทบของปัญหาและอุปสรรค และด้านความอดทนต่อ
ปญั หาและอปุ สรรคสงู ขึ้นกว่าก่อนเข้ารว่ มกจิ กรรมแนะแนวแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) อย่างมีนยั สำคัญทางสถิติ
ทีร่ ะดับ .01
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 165
1.2) โครงรา่ งการวจิ ัยในชั้นเรียน มีจำนวนทัง้ หมด 19 ฉบบั
ลำดบั ชอื่ งานวจิ ยั ในช้ันเรียน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ช่อื ผู้จดั ทำ
1 การแก้ไขปัญหาการอา่ นออกเสียงรอ้ ยแก้ว ของ ภาษาไทย นางสาวมะลสิ า ศรนี อก
นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โดยใชห้ นงั สือ
อิเลก็ ทรอนิกส์ ชดุ ฝกึ อัจฉรยิ ภาพหมอภาษา ภาษาไทย นางสาวลลติ า ทพิ ยป์ ระชาบาล
(e-book)
2 การพัฒนาทกั ษะการอ่านออกเสยี งภาษาไทย ภาษาไทย นางประภา ปักษี
(เสยี งวรรณยุกต์) ของนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษมปีท่ี
1 โดยใช้หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกสช์ ดุ ฝกึ อัจฉรยิ ภาพ ภาษาไทย นางสาวอษุ า เกตหุ าร
หมอภาษาบดนิ ทรเดชาพฒั นาเยาวชน
3 การแก้ไขปัญหาการอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแกว้ ของ ภาษาไทย นางชลกร ชาครอง
นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 นางชนิดา ศรคี ง
โดยใชห้ นงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ ชดุ ฝึกอจั ฉรยิ ภาพ วิทยาศาสตรแ์ ละ นางสาวษมาภรณ์ ศรใี สคำ
หมอภาษา (e-book) เทคโนโลยี
4 การแกไ้ ขปญั หาการอ่านออกเสียงรอ้ ยแกว้ ข ของ นางสาวอารยา ปญั จพิสฐิ
นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี1โดยใชห้ นงั สือ สังคมศกึ ษา ศาสนา นายกติ ตพิ งศ์ คงแก้ว
อิเล็กทรอนิกส์ ชดุ ฝึกอัจฉริยภาพหมอภาษา และวัฒนธรรม
(e-book)
5 การแก้ปญั หาการอ่านออกเสียงวรรณยุกตไ์ ม่ สังคมศึกษา ศาสนา
ถกู ตอ้ งของนักเรียนระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 และวัฒนธรรม
โดยใช้ชดุ ฝกึ อัจฉรยิ ภาพหมอภาษา
6 การศึกษาผลสัมฤทธท์ิ างเรียนและทกั ษะการแก้ สงั คมศึกษา ศาสนา
โจทย์ปญั หาทางฟิสิกสใ์ นรายวชิ าฟสิ ิกส์เพ่มิ เติม และวัฒนธรรม
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
7 การพฒั นาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนกั เรยี น
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้วิธสอนแบบ
กรณีศึกษาร่วมกับกจิ กรรมการสร้างโมเดล
ความคิด
8 การพฒั นาทกั ษะการทำงานเปน็ ทมี ของนักเรียน
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบดนิ ทรเดชา
(สิงห์ สิงหเสนี) ดว้ ยวิธีการเรียนรแู้ บบร่วมมือ
9 การศึกษาความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
ทางการเรยี นรายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ โดยการใช้
ผังมโนทศั น์ ของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรยี นบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์ สงิ หเสน)ี
งานวจิ ัยพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา 166
ลำดบั ชอ่ื งานวิจยั ในชั้นเรยี น กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ชอ่ื ผู้จดั ทำ
10 การพัฒนากจิ กรรมการเรียนร้ดู ว้ ยกระบวนการ สงั คมศึกษา ศาสนา นางสาววลิ าวลั ย์ วิโค
เรียนรู้ 5 ขนั้ (5STEPs) เพื่อพฒั นาทกั ษะการคิด และวัฒนธรรม นางสาวปญุ ญพฒั น์ บญุ เกิด
วิเคราะห์ รายวชิ ากฎหมายเบ้อื งต้นทางธรุ กจิ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 โรงเรียนบดินทรเดชา(สงิ ห์ สงั คมศกึ ษา ศาสนา
สงิ หเสน)ี และวัฒนธรรม
11 การพัฒนาทกั ษะการคดิ ดว้ ยแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะ
รายวชิ าสงั คมศึกษา(หนา้ ทพี่ ลเมอื ง)
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 โรงเรยี นบดนิ ทรเดชา(สงิ ห์
สงิ หเสนี)
12 การพัฒนากจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ สงั คมศกึ ษา ศาสนา นางรจุ ิรา จนั ทรธ์ นสมบตั ิ
เพ่ือพฒั นาทกั ษะการคดิ ของนกั เรยี นชน้ั และวัฒนธรรม
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
รายวชิ าขนุ พลแกว้ พระน่งั เกลา้ เจ้าพระยาบ
ดินทรเดชา(สิงห์ สงิ หเสนี)
13 โครงรา่ งวิจัย เรอื่ งการพัฒนารูปแบบการจัดการ สงั คมศกึ ษา ศาสนา นางจิรพนั ธ์ อตั จรติ
เรียนรเู้ ชงิ รุกตามแนวคิด GPAS 5 Steps ท่ีมตี ่อ และวัฒนธรรม
ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนและความสามารถในการ
คดิ วเิ คราะห์ เร่อื งกฎหมาย
ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรียนบ
ดนิ ทรเดชา (สงิ ห์ สงิ หเสน)ี
14 การส่งเสริมความรบั ผดิ ชอบต่อสว่ นรวมของ สงั คมศกึ ษา ศาสนา นางสาวพนดิ า ศรีอ่ำดี
ผเู้ รยี นระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ดว้ ยวิธีคดิ และวฒั นธรรม
สร้างสรรคผ์ ่านการบรู ณาการศาสตร์สังคมศกึ ษา
ฯ
15 การพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนกั เรยี น สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา นางสาวธนั ชนก แสงศรี
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 โดยการใช้สอื่ การ
เรียนการสอนจากแอปพลเิ คชนั Kahoot
16 การพฒั นาทกั ษะการส่งลูกวอลเลย์บอลมอื บน สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา วา่ ที่ ร.ต.มนตรี โสภสิ เขือ่ นขันธ์
ด้วยแบบฝึกยางยืด ของนักเรยี นระดบั ชั้น
มัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์
สงิ หเสน)ี ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
17 การพฒั นาทกั ษะทางดา้ นการแสดง รายวชิ า ศลิ ปะ นายชยพทั ธ์ วงศช์ าญโชคชยั
ศลิ ปะเพิ่มเตมิ 2 รหัสวิชา 30202 โดยใชัแบบฝึก
การแสดงละครสรา้ งสรรค์ ของนกั เรยี นชนั้
งานวจิ ยั พฒั นาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา 167
ลำดบั ชื่องานวจิ ยั ในชน้ั เรยี น กล่มุ สาระการเรียนรู้ ชือ่ ผูจ้ ดั ทำ
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/4 โรงเรยี นบดนิ ทรเดชา(สงิ ห์ การงานอาชพี นางสาวณัฐวดี เพชรอาวุธ
สิงหเสน)ี ปีการศกึ ษา2565 นางสาวจนิ ดา ไขตะขบ
ภาษาตา่ งประเทศ
18 การศกึ ษาความมวี นิ ยั ในตนเองดา้ นความ
รับผิดชอบในห้องเรียนของนักเรียนชนั้
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6/13 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา
2565
19 การบรู ณาการทฤษฎีการสอนแบบ 5Es แบบฝกึ
ช่วยจำ และเพลง เพื่อพัฒนาการเรียนไวยากรณ์
ภาษาอังกฤษเร่ือง If clause ของนกั เรยี นชัน้
มธั ยมศึกษาปที ่ี 3/3
งานวจิ ัยพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา 168
1.3) กรอบแนวคดิ การทำวิจัยในชัน้ เรยี น มีจำนวนท้งั หมด 13 ฉบับ
ลำดับ ชอ่ื งานวจิ ัยในช้นั เรยี น กลุม่ สาระการเรียนรู้ ชอ่ื ผู้จัดทำ
1 ผลของการใช้แบบทดสอบกอ่ นเรยี นทีม่ ีต่อความ
กระตอื รือรน้ ในการเรยี นของนกั เรียน คณติ ศาสตร์ นายจิระเมศร์ รุจกิ รหิรณั ย์
2 การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นคณติ ศาสตร์
เร่อื ง วงกลม สำหรบั นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี คณิตศาสตร์ นางสาววนั ดี แซ่เตง็
3/13 โดยใช้ส่อื ประสม
3 การพฒั นาความสามารถในการแกป้ ญั หาทาง คณิตศาสตร์ นายคเณศ สมั พุทธานนท์
คณติ ศาสตร์ เร่อื งฟังกช์ ันและความสัมพนั ธ์ ชน้ั
มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 โดยใช้การเรียนรู้แบบเชงิ รุก คณิตศาสตร์ นายเลิศจกั ขณ์ อัครเดชเวชวานชิ
(Active Learning)
4 ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นโดยใชช้ ดุ ฝกึ ทกั ษะการ วิทยาศาสตร์และ นางสาวมณั ฑนา เพง็ สาย
คดิ วิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หารว่ มกบั กระบวนการ เทคโนโลยี
แก้ปัญหาของโพลยา เรอื่ งความคล้าย ของ
นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 วทิ ยาศาสตรแ์ ละ นายเจตชรนิ ทร์ คำออ่ น
5 การพัฒนาทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจรงิ เพอ่ื เทคโนโลยี
เสริมสรา้ งความเปน็ พลเมอื งดิจทิ ัล
โดยการจัดการเรียนรูต้ ามแนวคดิ Active วิทยาศาสตร์และ นายอกุ ฤษณ์ จนั ทรป์ อ้ ง
Learning เทคโนโลยี
6 ผลของการเรยี นดว้ ยเทคนิคการจดั การเรียนรู้
แบบร่วมมือ เทคนคิ การจัดทมี แข่งขัน (TGT : วิทยาศาสตรแ์ ละ นางสาวพชั รดิ า ใจบญุ
Team Games Tournament) ท่มี ผี ลต่อ เทคโนโลยี
พฤติกรรมไม่ตงั้ ใจเรียน และผลสัมฤทธทิ์ างการ
เรียนวิชาโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ของ วิทยาศาสตรแ์ ละ นางสาวออมสนิ วรรณศุข
นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 เทคโนโลยี
7 การพฒั นาทักษะการคำนวณทางวทิ ยาศาสตร์
ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โดยใชแ้ บบฝึก
เสริมทกั ษะการคำนวณ
8 การพฒั นาความสามารถในการแก้สมการทาง
คณติ ศาสตร์ในโจทยป์ ญั หาฟิสกิ ส์ โดยใชท้ ฤษฎี
แห่งการฝึกฝน (Drill Theory)
9 การพฒั นาความสามารถในการแก้โจทยป์ ัญหา
วชิ าฟสิ กิ ส์ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
เร่อื ง พฤติกรรมของคลื่น โดยใชเ้ ทคนิคการ
แก้ปญั หาของ โพลยาร่วมกบั การจดั การเรยี นรู้
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา 169
ลำดับ ช่ืองานวจิ ยั ในชน้ั เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ชอ่ื ผ้จู ัดทำ
แบบรว่ มมอื โดยวิธแี บง่ กลมุ่ ตามผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนรู้
10 การพฒั นาคณุ ลกั ษณะใฝเ่ รียนรขู้ องนักเรยี นชน้ั วิทยาศาสตรแ์ ละ นายณัฐนนท์ ลุนพฒั น์
มธั ยมศึกษาปีที่ 6 โดยใชว้ ธิ ีการจดั การเรยี นรู้ เทคโนโลยี
แบบหอ้ งเรยี นกลับดา้ นรว่ มกับวธิ ีการสืบเสาะหา
ความรู้ 5 ขน้ั (5E)
11 การพฒั นาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นโดยใชว้ ีดิทัศน์ วทิ ยาศาสตร์และ นายจิรยุทธ์ ทวพี งษ์
ประกอบการสอนเร่อื ง ฟิสิกส์นวิ เคลียร์ เทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์
สิงหเสน)ี
12 การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ โดยใช้เกมส์เปน็ สื่อ วทิ ยาศาสตร์และ นางพนิดา โฉมศรี
การสอน เทคโนโลยี
13 การบูรณาการการสอนแบบใชโ้ ครงงานเปน็ ฐาน ภาษาตา่ งประเทศ นายสาธติ สมใจ
รว่ มกับการใชเ้ อกสารจรงิ เพื่อพฒั นา
ความสามารถในการอา่ นภาษาองั กฤษของ
นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 170
2.) ผลการดำเนนิ การรวบรวมผลงานวิชาการของครวู ิทยฐานะชำนาญการพิเศษ (คศ.3), เชี่ยวชาญ (คศ.4),
วิทยานพิ นธ์ ระดับมหาบณั ฑิตและดษุ ฎบี ณั ฑติ
สืบเนือ่ งจากมีการส่งผลงานวิชาการที่เกยี่ วข้องกบั การพฒั นาการจดั การศึกษาในรปู แบบเอกสารมารมายัง
โรงเรยี นบดินทรเดชา (สิงห์ สงิ หเสน)ี เพอื่ เผยแพร่ให้สถานศกึ ษาไดใ้ ชเ้ พื่อประโยชน์ ซ่งี งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการ
จัดการศึกษาได้รับเอกสารทางวิชาการดังกล่าวและพิจารณาเห็นว่าเป็นผลงานทางวิชาการที่มีประโยชน์และ
คุณภาพ สำหรับเป็นแนวทางในการบริหารสถานศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เกิดประสิทธิผลและ
ประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี ดำเนินการเผยแพร่ให้ผู้บรหิ าร หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ หัวหน้างานของโรงเรียน
และบุคลากรภายในโรงเรียน โดยมีการรวบรวมทั้งผลงานวิชาการที่มีเผยแพร่ในโรงเรียนของ ภาคเรียนที่ 1 ปี
การศกึ ษา 2565 มจี ำนวนท้ังหมด 43 รายการ ดงั น้ี
ลำดับ เรื่อง ชอื่ ผู้วจิ ยั หน่วยงาน/สงั กัด หนังสือตอบรับ
โรงเรยี นดอนเมือง ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
1 รายงานการประเมินโครงการ นายพงศ์ศกั ดิ์ บวั หงุ่ ทหารอากาศบำรุง ๘๒๙
พฒั นาระบบดูแลชว่ ยเหลือ โรงเรยี นดอนเมือง ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ทหารอากาศบำรุง ๘๓๐
นักเรียนโรงเรยี นดอนเมือง
โรงเรียนรัตนโกสนิ ทร์ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ทหารอากาศบำรุงด้วย สมโภชลาดกระบงั ๘๓๑
รูปแบบการประเมนิ แบบชปิ ป์ โรงเรียนรตั นโกสนิ ทร์ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
สมโภชบางเขน ๘๓๒
(CIPP Model)
2 รายงานการประเมนิ โครงการ นางสาวรินดา ไชยโคตร
พฒั นาอาคารสถานทแี่ ละ
สภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริม
การเรยี นรขู้ องโรงเรยี นดอน
เมืองทหารอากาศบำรงุ
ปกี ารศกึ ษา 2565
3 การประเมนิ โครงการพัฒนา นายไกรสร หม้อแหละ
ระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรียน
โรงเรยี นรตั นโกสนิ ทร์สมโภช
ลาดกระบงั ของสังกดั
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
กรุงเทพมหานคร เขต 2
4 รายงานการประเมนิ โครง นายผจญ โพธิราช
ปลูกฝังคุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงคข์ องผู้เรยี นและ
ค่านิยมหลักของคนไทย 12
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 171
ลำดบั เร่อื ง ชื่อผู้วิจยั หน่วยงาน/สงั กดั หนังสอื ตอบรับ
ประการ โรงเรยี น จ่าสิบเอกฐปนัท ใยสำลี
รัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางเขน โรงเรียน ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ท่ี นางสาวมนิ ตรา สมทุ รปราการ ๘๓๓
การศึกษามธั ยมศึกษา ลายสนทิ เสรีกลุ
กรุงเทพมหานคร เขต 2 นายพงษ์พนั ธ์ จันทร์เพ็ง โรงเรียนศรีพฤฒา ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
นางสาวสุทธินี แก้ววิไล ๘๓๔
5 รายงานการประเมินโครงการ โรงเรียนพระโขนง
โงเรียนคณุ ธรรมน้อมนำ พทิ ยาลยั ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ศาสตรพ์ ระราชาสกู่ ารพฒั นา ๘๓๕
อยา่ งยงั่ ยืน โรงเรยี น โรงเรียนเตรยี ม
สมทุ รปราการ จงั หวัด อดุ มศึกษาพฒั นาการ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
สมทุ รปราการ และ การวิจยั ยานนาเวศ ๘๓๖
เรอ่ื ง รปู แบบการบริหาร
จดั การชัน้ เรยี นเชงิ บวกผ่าน
การจัดการเรียนรูใ้ นรปู แบบ
ออนไลน์ โรงเรยี น
สมุทรปราการ จงั หวดั
สมุทรปราการ
6 การประเมนิ หลกั สูตร
สถานศึกษาทส่ี ง่ เสริมทกั ษะ
อาชพี โรงเรยี นศรีพฤฒา
สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา
มัธยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร
เขต 2
7 การประเมินโครงการสง่ เสริม
การอ่านและการเรียนรู้
โรงเรยี นพระโขนงพิทยาลยั
สงั กดั สำนักงานเขตพืน้ ท่ี
การศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต 2
8 การประเมินโครงการนิเทศ
การจัดการเรียนรู้แบบเสรมิ
พลังเพื่อพัฒนาความสามารถ
ในการจดั การเรยี นการสอน
งานวจิ ยั พฒั นาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 172
ลำดบั เรือ่ ง ช่อื ผู้วิจัย หนว่ ยงาน/สงั กัด หนังสอื ตอบรับ
ของครูโรงเรียนเตรยี ม
อดุ มศึกษาพัฒนาการ ยาน
นาเวศ ตามกรอบแนวคิดการ
ประเมิน CIPP MODEL
9 รปู แบบการบริหารจัดการช้ัน นายธีรชยั ศรนี าม โรงเรยี นเทพลลี า ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
๘๓๗
เรียนเชงิ บวกผา่ นการจัดการ
เรยี นรใู้ นรปู แบบออนไลน์
โรงเรียนสมทุ รปราการ
จังหวัดสมทุ รปราการ ของ
การประเมินโครงการพฒั นา
บุคลากรโรงเรียนเทพลลี า
สังกัดสำนกั งานเขตพื้นท่ี
การศึกษามธั ยมศกึ ษา
กรุงเทพมหานคร เขต 2
10 การประเมินโครงการโรงเรยี น นายวชั รวรี ์ ทองวิลัย โรงเรียนศรีพฤฒา ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
๘๓๘
คณุ ธรรม สพฐ. ของโรงเรยี น
ศรีพฤฒา สำนักงานเขตพ้นื ที่
การศึกษามธั ยมศึกษา
กรงุ เทพมหานคร เขต 2
11 การประเมินโครงการพัฒนา นายอชิ ณนก์ ร เซ็งเข็ม โรงเรียนเทพลีลา ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
๘๗๑
อาคารสรรคส์ ร้างสิ่งแวดล้อม
ใหเ้ ออ้ื ต่อการเรียนรู้ โรงเรียน
เทพลีลา สังกดั สำนักงานเขต
พ้ืนที่การศึกษามัธยมศกึ ษา
กรุงเทพมหานคร เขต 2
12 การประเมนิ โครงการนเิ ทศ นางจันทส์ ุดา โรงเรยี นมธั ยมวดั บงึ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ภายในโดยใชร้ ูปแบบ PIDRE แกว้ งามพรรณ์ ทองหลาง ๘๗๒
เพ่ือติดตามและพฒั นา
คุณภาพการศึกษาของ
โรงเรียนมัธยมวัดบงึ ทองหลาง
สงั กัดสำนกั งานเขตพื้นท่ี
การศึกษามธั ยมศึกษา
กรุงเทพมหานคร เขต 2
งานวจิ ยั พัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 173
ลำดบั เร่อื ง ชอื่ ผู้วจิ ัย หนว่ ยงาน/สังกัด หนังสอื ตอบรบั
โรงเรียนราชดำริ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
13 การประเมนิ โครงการระบบ นายอนริ ทุ ธิ์ นิตยาภรณ์ ๘๗๓
โรงเรียนมธั ยมวดั บงึ
การดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น ทองหลาง ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
โรงเรยี นเทพลีลา ๘๘๔
ของโรงเรียนราชดำริ ตาม ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
โรงเรียนสตรีวดั มหา ๘๘๕
กรอบแนวคิดการประเมนิ พฤฒาราม ในพระ
บรมราชินูปถมั ภ์ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
“ซโี ป” (CPO’S Evaluation โรงเรยี นเตรยี ม ๙๒๖
อดุ มศึกษา
Model) สวุ ินทวงศ์ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
โรงเรยี นราชดำริ ๙๒๗
14 การประเมนิ โครงการโรงเรยี น นางสาวณภาภัช
ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
วิถีพุทธ โรงเรยี นมัธยมวัดบงึ ภูชัยศรีสัมฤทธิ์ ๙๒๘
ทองหลาง ปีการศึกษา 2564
15 การประเมนิ โครงการพัฒนา นางสาววราศริ ิ
คุณภาพการศึกษาโดยใช้ วงศส์ นุ ทร
ระบบประกันคุณภาพภายใน
โรงเรยี นเทพลลี า สังกัด
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา
มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต 2
16 “การศึกษาผลการดำเนนิ งาน นายวิทวสั
นิเทศภายในของโรงเรยี นสตรี สวสั ดิ์ปัญญาโชติ
วัดมหาพฤฒาราม ในพระ
บรมราชินูปถัมภ์”
17 การประเมนิ โครงการพฒั นา นางเวยี งพงิ ค์ แสงอาจ
สภาพแวดลอ้ มท่ีสง่ ผลต่อการ
เรยี นรขู้ องนักเรียนโรงเรยี น
เตรยี มอดุ มศึกษาสุวินทวงศ์
18 การประเมินโครงการการ นายถวิล จุลทัศน์
พัฒนาระบบกสรเตรยี มความ
พร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม
ขา้ ราชการ ตำแหน่งครูผูช้ ่วย
โรงเรียนดำริ โดยใช้รปู แบบ
การประเมินซปิ โมเดล (CIPP
Model)
งานวจิ ัยพฒั นาคุณภาพการจดั การศกึ ษา 174
ลำดบั เรือ่ ง ชอ่ื ผู้วิจัย หน่วยงาน/สงั กัด หนังสอื ตอบรบั
ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
19 การพฒั นาโครงการโรงเรียน นายธงชัย สันตถิ าวรยงิ่ โรงเรยี นมัธยม ๙๗๙
ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ปลอดขยะโดยกระบวนการมี วดั หนองจอก ๙๘๐
ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
สว่ นรว่ มของโรงเรยี นมธั ยมวัด ๙๘๑
หนองจอก ปีการศึกษา 2564 ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
๙๘๒
20 การประเมินโครงการนิเทศ นางสุภาภร สิงห์ยอง โรงเรยี นหว้ ยทับทัน
ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ภายในโรงเรยี นดอนเมืองจา วทิ ยาคม ๙๘๓
ตรุ จินดา กรงุ เทพมหานคร ปี ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
๙๘๔
การศึกษา 2564
21 “รายงานผลการประเมนิ นางสวุ ภัทร พูนผล โรงเรยี นสุขุมนวพนั ธ์
โครงการนิเทศการศึกษา และ อุปถมั ภ์
ชุมชนการเรียนรทู้ างการ
เรียนรูท้ างวิชาชพี ของ
โรงเรยี นสุขมุ นวพันธอ์ ุปถัมภ์
ปีการศึกษา 2564 สังกัด
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา
มธั ยมศกึ ษากรุงเทพมหานคร
เขต 2 โดยใช้รูปแบบการ
ประเมินแบบซปิ ป์ (CIPP
Model)”
22 รายงานผลการดำเนินงาน นายอคั พล คำขตั ิ โรงเรียนบา้ นกาด
โครงการพฒั นาระบบประกัน วทิ ยาคม
คุณภาพภายในสถานศึกษา
โรงเรยี นบ้านกาดวิทยาคม
อำเภอแม่วาง จงั หวดั
เชียงใหม่
23 การประเมินโครงการพัฒนา นางสาวพชิ ชาพร บญุ ยืน โรงเรียนมธั ยม
บคุ ลากรโรงเรยี นมธั ยมวดั วดั ธาตทุ อง
ธาตทุ อง สงั กดั สำนักงานเขต
พน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา
กรงุ เทพมหานคร เขต 2
24 การประเมนิ โครงการบรหิ าร นางอภญิ ญา โรงเรยี นจันทรห์ นุ่
จดั การศึกษา “Chanhun 4 ธนกรณฐั วชั ร์ บำเพ็ญ
steps” เพ่อื เฝ้าระวังในภาวะ
งานวจิ ัยพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 175
ลำดบั เรอื่ ง ชือ่ ผู้วิจัย หน่วยงาน/สงั กัด หนังสือตอบรับ
วกิ ฤตสสู่ ถานการณก์ ารแพร่ โรงเรียนรัตนโกสินทร์ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
สมโภชบางเขน ๙๘๕
ระบาดโรคไวรสั โคโรนา่
โรงเรยี นนวมนิ ทราชู ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
(Covid-19) ทศิ กรงุ เทพมหานคร ๙๙๖
25 “การประเมินโครงการระบบ นางสาวบังอร
ดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี นโดยใช้ สาระวรรณ
รูปแบบการประเมนิ เชิงระบบ
ของโรงเรียนรตั นโกสินทร์
สมโภชบางเขน”
26 “การประเมนิ โครงการ นายพรี บูลย์ บญุ ธรรม
สง่ เสรมิ โรงเรยี นคุณธรรม
สพฐ. ของโรงเรยี นนวมนิ ทรา
ชทู ิศ กรุงเทพมหานคร โดย
ใช้รปู แบบซปิ โมเดล (CIPP
Model)
27 รายงานการประเมนิ โครงการ นางภิญญาพชั ญ์ โรงเรียนลาดปลาเค้า ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
พฒั นาศักยภาพครู เพื่อเพ่ิม สัญลักษณ์ พิทยาคม ๑๐๔๖
ประสิทธิภาพในการ
ปฏิบตั งิ านโรงเรยี นลาดปลา
เค้าพิทยาคม สำนักงานเขต
พืน้ ทีก่ ารศึกษา
กรงุ เทพมหานคร เขต 2
28 การศึกษารูปแบบการบริหาร นางสาวระววี รรณ โรงเรยี นสตรี ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
การศกึ ษาโรงเรยี นสตรีมหา เลขนาวิน มหาพฤฒารามใน ๑๐๔๗
พฤฒาราม ในพระบรม พระบรมราชินูปถมั ภ์
ราชินูปถัมภ์ (4MPS) ภายใต้
สถานการณ์การแพรร่ ะบาด
ของเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ปี
การศกึ ษา 2564
29 รายงานการประเมนิ โครงการ นายอภิชา นลิ วฒั น์ โรงเรยี นนวมินทราชู ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ทิศ เตรยี มอุดมศึกษา ๑๐๔๘
สง่ เสรมิ ผูเ้ รยี นมีคุณธรรม นอ้ มเกลา้
จริยธรรม มจี ิตสาธารณะและ
มสี ำนกึ ความเป็นไทย ของ
โรงเรียนนวมนิ ทราชทู ศิ
งานวจิ ยั พัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 176
ลำดบั เรื่อง ชื่อผู้วิจัย หน่วยงาน/สงั กดั หนงั สือตอบรับ
เตรียมอุดมศกึ ษาน้อมเกลา้
สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษา
มธั ยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร
เขต 2
30 การประเมินโครงการโรงเรยี น นางสาวพมิ พ์สริ ิ พนั ธ์ โรงเรียนสตรี ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
คุณธรรม โรงเรียนสตรีมหา เต้ยี มหาพฤฒาราม ๑๐๔๙
พฤฒาราม ในพระบรม ในพระบรม
ราชนิ ปู ถมั ภ์ ราชินูปถัมภ์
31 “การประเมินโครงการพัฒนา นายกฤติณ ธีระภักดธี รา โรงเรยี นมัธยม ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียน กลุ วดั บงึ ทองหลาง ๑๐๕๐
โรงเรยี นมัธยมวดั บงึ
ทองหลาง”
32 รายงานการประเมนิ โครงการ นางสาวสธุ าสนิ ี โรงเรยี นสตรี ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ระดมทรัพยากรการลงทนุ เพื่อ พลอยขาว มหาพฤฒาราม ๑๐๕๑
การศกึ ษาเพื่อพฒั นาคุณภาพ ในพระบรม
ทางการศกึ ษาโรงเรยี นสตรี ราชนิ ูปถมั ภ์
มหาพฤฒาราม ในพระบรม
ราชินปู ถมั ภ์ สงั กดั สำนักงาน
เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา
มธั ยมศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต 2 โดยใช้ CIPP Model
33 รายงานการประเมนิ โครงการ นางสาวจนั จริ า ทองสงา่ โรงเรยี นพิบลู อุปถัมภ์ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
พฒั นาขา้ ราชการครูและ ๑๐๕๒
บุคลากรทางการศึกษา เรื่อง
การทำวจิ ัยในช้ันเรียน
โรงเรยี นพิบูลอุปถัมภ์
34 รายงานการประเมนิ โครงการ นายอาจินต์ แซ่อนุ โรงเรียนสิริรตั นาธร ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
โรงเรยี นคณุ ธรรมระดบั 4 ๑๐๕๓
ดาว ของโรงเรยี นสิรริ ตั นาธร
ปกี ารศกึ ษา 2564
35 1) การพฒั นารูปแบบการ นายเผด็จ อุทมุ สุกลรตั น์ โรงเรียนดอนเมือง ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
บริหารการพัฒนาสมรรถนะ ทหารอากาศบำรงุ ๑๐๗๑
ของครูในการใช้เทคโนโลยี
งานวจิ ัยพฒั นาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 177
ลำดบั เร่อื ง ชอ่ื ผู้วิจยั หน่วยงาน/สงั กัด หนงั สือตอบรับ
สารสนเทศและการส่ือสาร
เพ่อื การจัดการเรียนรู้ใน
ศตวรรษท่ี 21 โรงเรยี นดอน
เมืองทหารอากาศบำรุง
สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร
เขต 2 และ 2) รายงานการ
ประเมินโครงการนเิ ทศภายใน
เพอื่ พัฒนากระบวนการ
จัดการเรยี นรู้ โรงเรยี นดอน
เมอื งทหารอากาศบำรุง
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
มธั ยมศกึ ษากรุงเทพมหานคร
เขต 2
36 การประเมินโครงการระบบ นายจักรภัทร ไชยราช โรงเรยี นพระโขนง ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน พทิ ยาลัย ๑๐๗๒
โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย
สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษา
มธั ยมศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต 2
37 รายงานผลการประเมิน นายปิยพงษ์ กระเวณกจิ โรงเรยี นพรตพทิ ยพยัต ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
โครงการการจัด ๑๐๗๓
สภาพแวดลอ้ มเพอ่ื เอื้อตอ่ การ
เรยี นรู้ โรงเรยี นพรตพิทยพยัต
สังกัดสำนักงานเขตพนื้ ท่ี
การศึกษามัธยมศกึ ษา
กรงุ เทพมหานคร เขต 2
38 “การประเมินโครงการ นายนติ ิรจุ น์ โรงเรยี นพรตพิทยพยัต ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
ส่งเสริมการจดั กิจกรรมการใช้ วุฒไิ พบลู ยเ์ ดช ๑๐๗๔
แหลง่ เรยี นรู้เพอื่ พัฒนาการ
จดั การเรียนรขู้ องโรงเรยี น
พรตพิทยพยตั ”
งานวจิ ัยพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 178
ลำดับ เรอ่ื ง ชอ่ื ผู้วจิ ยั หน่วยงาน/สังกัด หนงั สอื ตอบรับ
โรงเรยี นสตรศี รีสุริโย ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
39 รายงานการประเมนิ โครงการ นางจริ าภรณ์ เข็มทอง ทยั ๑๐๗๕
ประกันคุณภาพภายใน โรงเรยี นเตรยี ม ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
อุดมศึกษาพัฒนาการ ๑๐๙๖
สถานศึกษาโดยการ สวุ รรณภมู ิ
ประยกุ ตใ์ ชร้ ปู แบบการ โรงเรียนบดนิ ทรเดชา ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
(สงิ ห์ สงิ หเสนี) ๔ ๑๐๙๗
ประเมิน CIPP Model ของ
โรงเรียนวชิรธรรม ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
โรงเรียนสตรศี รีสรุ โิ ยทัย สาธิต ๑๑๐๓
สังกัดสำนกั งานเขตพน้ื ท่ี
การศกึ ษามธั ยมศึกษา
กรงุ เทพมหานคร เขต 2
40 รปู แบบการพัฒนาสมรรถนะ นายศภุ กฤต ดิษฐ
การใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทัล ใน สวุ รรณ
การจดั การเรียนรู้ของครูเพ่ือ
ยกระดับคุณภาพผ้เู รยี น และ
เรอื่ งกลยทุ ธ์การพัฒนา
โรงเรยี นเตรียมอุดมศึกษา
พัฒนาการสวุ รรณภูมิใหเ้ ป็น
สถานศกึ ษาชน้ั นำสู่การ
พัฒนาท่ยี ง่ั ยนื โรงเรยี น
เตรียมอุดมศกึ ษาพฒั นาการ
สุวรรณภมู ิ สังกดั สำนักงาน
เขตพ้นื ท่กี ารศึกษา
มัธยมศกึ ษากรุงเทพมหานคร
เขต 2
41 การประเมินโครงการพัฒนา นายกลั ปช์ ัชชยั ทฤฆายุ
สภาพแวดล้อมท่เี อ้ือตอ่ การ
เรียนรู้ โรงเรยี นบดินทรเดชา
(สิงห์ สิงหเสนี) 4
กรงุ เทพมหานคร
ปีการศึกษา 2564
42 การพัฒนารูปแบบการบรหิ าร นายสันตพิ งศ์ ชนิ
จดั การทส่ี ่งเสรมิ ความสำเรจ็ ประเสริฐ
การพฒั นางานตามมาตรฐาน
ตำแหนง่ ครดู ้วยระบบดจิ ทิ ัล
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 179
ลำดับ เรื่อง ช่ือผู้วจิ ยั หนว่ ยงาน/สงั กดั หนงั สอื ตอบรับ
แพลตฟอร์ม เพอื่ เสริมสร้าง
คุณภาพนักเรยี นโรงเรียนวชริ
ธรรมสาธติ สงั กดั สำนักงาน
เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา
มธั ยมศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต 2
43 การประเมนิ โครงการ นายธรรมรงค์ เอยี ดรอด โรงเรียนรตั นโกสินทร์ ศธ ๐๔๒๙๑.๑๘/
บริหารงานงบประมาณสู่ สมโภชบางเขน ๑๑๑๗
ความเป็นเลิศของถึงโรงเรยี น
รัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน
งานวจิ ยั พฒั นาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 180
3.) วิเคราะห์และวิจัยการจัดการเรียนรดู้ ้านวิชาการในภาพรวม
ตามกรอบภารกิจของงานวิจัยพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ได้กำหนดการสร้างองค์ความรู้สำหรับ
พัฒนาคุณภาพและจัดการศึกษาโดยผ่านกระบวนการวจิ ัยทางการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางและเปน็ ข้อเสนอสำหรบั
ผู้บริหารวางแผนในการดำเนนิ ทางวิชาการของโรงเรยี น
การวิเคราะห์และวิจัยการจัดการเรียนรู้ด้านวิชาการในภาพรวม ดำเนินศึกษา 1 ครั้งต่อปีการศึกษาเพื่อ
ทราบความคิดเห็นและความพึงพอใจในการจัดการศึกษาในภาพรวมของปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยการศึกษาได้
กำหนดแนวทางเป็นการวิจัยในรูปแบบการสำรวจ สอบถามความคิดเห็นและข้อเสนอจากผู้ท่เี กี่ยวข้อง รวมท้ังการ
สังเคราะห์สภาพปญั หาและความต้องการ การดำเนินการวจิ ยั เชิงสำรวจ (Survey research) เพ่อื สรุปและสะท้อน
สภาพสถานะปัจจบุ ัน สภาพปญั หา/ความต้องการ/ข้อเสนอแนะเก่ียวกบั การจัดการเรยี นการสอน เพ่อื พฒั นาสู่การ
จัดการเชิงระบบที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการจัด
การศึกษาให้ได้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพสังคม เศรษฐกิจและระบบการศึกษา รองรับการเปลี่ยนแปลงของ
การศึกษาในโลกอนาคต
การกำหนดข้อคำถามสำหรับสอบถามความคิดเห็นเชื่อมโยงกับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียน ระบบการจัดการด้านวิชาการที่รองรับการพัฒนา และกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญ โดยจะสอบถามผูท้ เี่ กี่ยวขอ้ ง 3 สว่ น
1.) บคุ ลกรทางการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารและครู สอบถามความพึงพอใจในการทำงานในการส่งเสริม
และสนบั สนนุ ทางดา้ นการจดั การเรยี นรู้ รวมทั้งข้อเสนอแนะการบรหิ ารงานวชิ าการ
2.) นกั เรียน ในมมุ มองผใู้ ช้บรกิ ารของสถานศึกษา โดยสอบถามความคิดเห็นและขอ้ เสนอการจัดการ
เรยี นการสอนทผ่ี า่ นมาและความคิดเห็นในสว่ นข้อเสนอการพฒั นา
3.) ผู้ปกครอง มีความคาดหวังในดา้ นการจดั การเรียนรู้ท่ีไดม้ าตรฐานและตอบสนองการเปลีย่ นแปลง
ทางการศึกษาและสังคม โดยสอบถามข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบการจัดการด้านวิชาการ
จากในมมุ มองทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั นักเรียนและโรงเรียน
ตวั แปรตน้ ตัวแปรตาม
1.การพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ความพงึ พอใจในการจดั การศึกษา
2.การจัดการดา้ นวิชาการเชิงระบบ และ
3.การจดั การเรียนการสอนทีเ่ นน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั
ขอ้ เสนอในการพฒั นาคุณภาพ
การจัดการศึกษา
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา 181
ภาคผนวก
งานวจิ ยั พฒั นาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 182
ภาคผนวก ก : คำส่งั คณะกรรมการงานวิจยั พัฒนาคุณภาพการจดั การศกึ ษา
งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 183
งานวจิ ยั พฒั นาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 184
ภาคผนวก ข : บทบาทหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการงานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 185
นายคเณศ สมั พุทธานนท์ นางสาวขวญั เมอื ง ชาตชิ ำนิ
หัวหนา้ งาน รองหวั หน้า
วางแผนและบริหารจัดการการดำเนินงาน กำกบั และตดิ ตามการดำเนินงาน
นางสาวอษุ า เกตุหาร นางสาวชลธิชา จติ ตส์ คุ นธ์
กรรมการ (กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย) กรรมการ (กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี)
ประสานและดำเนินการของกลุ่มสาระฯ
ประสานและดำเนินการของกล่มุ สาระฯ
นางสาวจรรยาลกั ษณ์ โขงอ้อม นางมัณฑนา เลิศเสรพี ฒั นกลุ
กรรมการ กรรมการ
วิเคราะห์และประมวลผลการวจิ ัย จดั การคลังความรู้และเช่ือมต่องานวชิ าการ
งานวจิ ยั พัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 186
นางสาวมธุรดา ศรีสุข นางสาวนฌกร ผู้ทรงธรรม
กรรมการ กรรมการ (กล่มุ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ)
ประสานและดำเนนิ การของกลุ่มสาระฯ
งานเอกสารและสารบรรณของกลุ่มงาน
นายพชิ ญเมธี แสงดี นายคณาวุฒิ อาษาชำนาญ
กรรมการ กรรมการ (กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม)
ระบบสารสนเทศ/ดูแลพัสดุและครุภณั ฑ์ ประสานและดำเนินการของกลมุ่ สาระฯ
นางสาวชุตภิ รณ์ พัดเอ่ยี ม นายณฐาภพ ฟ้ากระจา่ ง
กรรมการ (งานแนะแนว) กรรมการ (กลุม่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ)
ประสานและดำเนนิ การของงานแนะแนว
ประสานและดำเนินการของกล่มุ สาระฯ
งานวจิ ัยพฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา 187
นางสาวจติ ตมิ า ไกรทอง นายดนนั ท์ แย้มชื่น
กรรมการ (กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์) กรรมการ (กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา)
ประสานและดำเนินการของกลมุ่ สาระฯ ประสานและดำเนินการของกลมุ่ สาระฯ
นางสาวธนาตา พรี กันทรากร นายรชต ทองสมบรู ณ์
กรรมการ (กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ) กรรมการและเลขานุการ
ดแู ลและประสานงานการประชมุ
ประสานและดำเนินการของกลมุ่ สาระฯ คณะกรรมการฯ/ประชุมทเ่ี กี่ยวข้อง
งานวจิ ยั พฒั นาคุณภาพการจดั การศกึ ษา 188
ภาคผนวก ค : คำสง่ั ผเู้ ช่ียวชาญตรวจวจิ ยั ในช้ันเรียน ปกี ารศกึ ษา 2565
งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 189
งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 190
งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 191
งานวจิ ัยพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา 192
งานวจิ ัยพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา 193
ภาคผนวก ง : สรุปรายชื่องานวิจยั ในช้นั เรียน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
จำแนกตามประเภทผลงาน (ฉบบั สมบรู ณ์ โครงรา่ งวจิ ัย กรอบแนวคิด)
งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศึกษา 194
สรุปรายช่อื งานวจิ ยั ในช้ันเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
ลำดบั ชือ่ งานวิจยั ในช้นั เรยี น กลมุ่ สาระการ ช่อื ผจู้ ดั ทำ ประเภทงานวจิ ัย
เรียนรู/้ กลมุ่ งาน ในชนั้ เรยี นทส่ี ่ง
การพัฒนาสมรรถนะการอา่ นจบั
ใจความสำคญั ในบทอ่านร้อยแก้ว
1 ของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาษาไทย นายนิรรตั น์ อจลพล ฉบบั สมบรู ณ์
โดยใชเ้ ทคนคิ บันได 6 ขนั้ สู่
ความสำเร็จในการอา่ นจบั ใจความ
สำคัญ
การพัฒนาสมรรถนะการอ่านจับ
ใจความสำคญั ในบทอ่านร้อยแก้ว
2 ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาษาไทย นางสาวนวลละออ ตน้ เคน ฉบบั สมบรู ณ์
โดยใช้เทคนคิ บันได 6 ข้ัน สู่
ความสำเร็จในการอา่ นจบั ใจความ
สำคญั
การศึกษาเปรยี บเทียบผลประเมนิ
การอา่ นออกเสียงรอ้ ยแก้วและร้อย
กรอง ของนกั เรยี นระดับชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ห้อง 10
3 โรงเรียนบดินทรเดชา ภาษาไทย นางสาวอรวรรณ รงุ่ เพ็ง ฉบบั สมบรู ณ์
(สิงห์ สิงหเสนี ) ปีการศกึ ษา 2565
ระหว่างกอ่ นและหลงั ใชช้ ุดฝกึ
อจั ฉรยิ ภาพหมอภาษา(E-book)
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
การศึกษาเปรยี บเทยี บผลประเมิน
การอา่ นออกเสียงร้อยแกว้ และร้อย
กรอง ของนักเรยี นระดับชัน้
มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 หอ้ ง 7 โรงเรยี น
4 บดนิ ทรเดชา (สิงห์ สิงหเสน)ี ปี ภาษาไทย นางสาวปวณี า ยอดยศ ฉบบั สมบรู ณ์
การศกึ ษา 2565 ระหวา่ งก่อนและ
หลังใช้ชุดฝกึ อจั ฉริยภาพหมอภาษา
(E-book) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่
2
การแก้ไขปัญหาการอา่ นออกเสียง ภาษาไทย นางสาวมะลิสา ศรนี อก โครงร่างการวจิ ัย
5 รอ้ ยแก้ว ของนกั เรียนชน้ั ในชั้นเรียน
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โดยใชห้ นงั สือ
งานวจิ ยั พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 195
ลำดับ ช่อื งานวจิ ยั ในชัน้ เรียน กลุ่มสาระการ ชอื่ ผู้จดั ทำ ประเภทงานวจิ ัย
เรียนรู้/กลมุ่ งาน ในชน้ั เรยี นทีส่ ง่
อิเล็กทรอนกิ ส์ ชุดฝกึ อัจฉริยภาพ
หมอภาษา (e-book)
การพฒั นาทกั ษะการอ่านออกเสียง
ภาษาไทย (เสียงวรรณยกุ ต์) ของ
6 นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษมปที ี่ 1 โดยใช้ ภาษาไทย นางสาวลลติ า ทพิ ย์ประชาบาล โครงรา่ งการวจิ ยั
หนงั สอื อิเล็กทรอนิกส์ชุดฝึก ในชั้นเรยี น
อัจฉริยภาพหมอภาษาบดินทรเดชา
พฒั นาเยาวชน
การแกไ้ ขปัญหาการอา่ นออกเสยี ง
ร้อยแกว้ ของนักเรียนช้ัน ภาษาไทย นางประภา ปักษี โครงรา่ งการวจิ ยั
7 มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ในชน้ั เรยี น
โดยใช้หนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ชุดฝกึ
อัจฉรยิ ภาพหมอภาษา (e-book)
การแก้ไขปัญหาการอ่านออกเสียง
รอ้ ยแก้วข ของนักเรยี นชัน้ ภาษาไทย นางสาวอุษา เกตหุ าร โครงรา่ งการวจิ ยั
8 มธั ยมศกึ ษาปที ี่1โดยใช้หนงั สือ ในชั้นเรียน
อิเล็กทรอนิกส์ ชดุ ฝึกอจั ฉรยิ ภาพ
หมอภาษา(e-book)
การพฒั นาสมรรถนะการอ่านของ
นักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่3 โดยใช้
9 เทคนิคบนั ได 6 ขน้ั สคู่ วามสำเร็จใน ภาษาไทย นางสาววลิ าวัลย์ วงศท์ พิ ย์ ฉบับสมบรู ณ์
การอ่านจบั ใจความสำคัญ (6 Steps
for how to find main idea)
การแก้ปัญหาการอา่ นออกเสยี ง
10 วรรณยุกตไ์ ม่ถกู ตอ้ งของนกั เรียน ภาษาไทย นางชลกร ชาครอง โครงรา่ งการวจิ ัย
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โดยใช้ ในชน้ั เรยี น
ชุดฝกึ อจั ฉริยภาพหมอภาษา
การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
เร่อื ง ภาพพจน์ ด้วยวิธสี อนแบบ
11 อุปนยั ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษา ภาษาไทย นางสาวกรกนก วารสี วุ รรณ ฉบบั สมบรู ณ์
ปีที่ 4 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์
สงิ หเสน)ี
การศกึ ษาเปรยี บเทยี บผลประเมิน
การอ่านออกเสียงวรรณยกุ ตข์ อง
12 นักเรยี นระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาษาไทย นางสาวพนารัตน์ แซโ่ ล้ว ฉบับสมบรู ณ์
ห้อง 1 โรงเรยี นบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์
สิงหเสน)ี ปีการศกึ ษา 2565