ภาพบนั ทกึ การเรยี นการสอน เรอ่ื ง แบบจำลองอะตอม
นกั เรยี นรวมกลุ่ม expert group ทากจิ กรรมศึกษาเร่ือง วิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม
โดยใชเ้ ทคนคิ Jigsaw
ครคู อยให้คาช้แี นะ และดูแลใหค้ วามช่วยเหลอื แก่นักเรียน
No.6 วิพากษ์การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
แบบรายงานการวิพากษ์การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ชอ่ื /นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กล่มุ สาระการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชื่อโรงเรยี น
โรงเรียนแมแ่ จม่
4. รอบของการแกป้ ัญหา
รอบท่ี 1 ระหว่าง วนั ท่ี 13 – 24 กรกฎาคม พ.ศ.2563
5. เกีย่ วขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมท้งั การนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือ ผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอ
แบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์ และอธบิ ายวิวัฒนาการของแบบจาลองอะตอม
6. นกั เรียนระดับชนั้
นักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563
7. วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนชัดเจนหรือไม่ อย่างไร
โปรดอธิบาย
การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน มีวตั ถปุ ระสงค์ที่ชัดเจน มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการ
เรียนรู้/ตัวชี้วัดของหลักสูตร ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล
สมมติฐาน การทดลอง หรือ ผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจาลองอะตอมของ
นกั วิทยาศาสตร์ และอธิบายวิวัฒนาการของแบบจาลองอะตอม สอดคล้องวัตถปุ ระสงค์และเป้าหมาย
ทตี่ ้องการให้
1. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลและอธิบายแบบจาลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน
รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์และแบบกลุ่มหมอก พร้อมทั้งบอกสาเหตุที่ทาให้แบบจาลองอะตอมมีการ
เปลยี่ นแปลง
2. นกั เรยี นสามารถเขยี นวิวัฒนาการของแบบจาลองอะตอมโดยใช้ผงั มโนทัศน์ได้
3. นกั เรยี นสามารถทางานรว่ มกับผูอ้ ื่นได้
8. การวดั และประเมนิ ผลชัดเจนหรอื ไม่ อยา่ งไร โปรดอธิบาย
การวัดและประเมินผลมีความชัดเจน มีการวัดผลประเมินผลทั้งระหว่างและหลังการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนได้ทาการสังเกตการทางาน
การใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการเรียนรู้ ทาการบันทึกผลและประเมินผลการร่วม
กจิ กรรมอย่างชัดเจน และหลังจากการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้ประเมินจากการทาแบบทดสอบวัดผล
สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยตรวจสอบความถูกต้องตามเกณฑ์ที่กาหนด การวัดและการประเมินผลมี
ความครอบคลุมทุกด้าน คือ ด้านความรู้ (K) ประเมินนักเรียนเกี่ยวกับอธิบายแบบจาลองอะตอม
พร้อมทั้งบอกสาเหตุที่ทาให้แบบจาลองอะตอมมีการเปลี่ยนแปลง ด้านทักษะ (P) ประเมิน
ความสามารถนักเรียนในการเขียนวิวัฒนาการของแบบจาลองอะตอมโดยใช้ผังมโนทัศน์ได้ และด้าน
เจตคติ(A) ประเมนิ นักเรียนในเร่ืองความสามารถในการทางานรว่ มกบั ผู้อน่ื
9. มีการสง่ เสรมิ /ตอ่ ยอดนกั เรียนท่เี รยี นรไู้ ดด้ หี รอื ไม่ อย่างไร โปรดอธบิ าย
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีการส่งเสริมให้นักเรียนที่เรียนรู้ได้ดีช่วยอธิบายและเติมเต็ม
ความรู้ให้กับเพื่อนที่ยังทาไม่ได้ นอกจากนี้แล้วครูได้แนะนาให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสื่อออนไลน์
เพมิ่ เตมิ สามารถค้นควา้ และใชเ้ ทคโนโลยีในการประยกุ ตก์ บั กิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือให้นักเรียน
เกดิ ความเข้าใจมากขึ้น รวมทัง้ การนาไปสู่การฝึกทาแบบทดสอบโอเนตและข้อสอบแข่งขัน ส่งเสริมให้
เข้าแขง่ ขันอจั ฉรยิ ภาพทางวิทยาศาสตร์
10. มีการชว่ ยเหลือนักเรยี นที่เรียนรู้ได้ไม่ดหี รอื ไม่ อยา่ งไร โปรดอธิบาย
ครูให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ติดตามสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มอ่อน
เปดิ โอกาสให้สอบถามข้อสงสยั ในขณะดาเนนิ กิจกรรมการเรยี นการสอน ครมู กี ารจูงใจและให้กาลังใจ
ใหก้ ารชื่นชมทผ่ี ูเ้ รียนแสดงออกอยา่ งสร้างสรรค์ สร้างความมน่ั ใจใหแ้ ก่ผู้เรยี นท่จี ะกล้าเผชิญกับปัญหา
อุปสรรคในการเรียน ไม่พูดแทรกหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ จนกว่าผู้เรียนจะพูดจบโดยไม่ใช้การ
ตาหนิหรือแสดงตัวเหนือผู้เรียน ให้ข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ และให้เพื่อนที่มี
ความรู้ความเข้าใจช่วยสอน เนื่องจากนักเรียนอยู่ในวัยเดียวกันจะเข้าใจกันได้ดีกว่าและ ส่งเสริมให้
นักเรียนมีความสามารถต่างกนั ได้เรยี นรู้ร่วมกนั
11. สะท้อนความคิดประเด็นอ่นื ๆ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Jigsaw ช่วยให้นักเรียนที่มีความสามารถต่างกันได้
เรียนรู้รว่ มกันและส่งเสรมิ ให้นักเรียนผลัดเปล่ียนกันเป็นผูน้ า มีความกล้าแสดงออก เน้นกระบวนการ
กลุ่ม เน้นนักเรียนเป็นสาคัญ นักเรียนมีความกระตือรือร้นที่จะร่วมกิจกรรมโดยครูคอยชี้แนะ และ
กระตนุ้ ให้เกดิ การเรียนรู้ทสี่ มบูรณ์
12. ประเดน็ ท่ี Model Teacher ปฏบิ ัตไิ ด้ดี
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครูผสู้ อนรายวิชาภาษาองั กฤษ ระดับชั้น ม.6 กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ไดใ้ หค้ วามเหน็ เก่ยี วกับกิจกรรมการเรยี นรดู้ ังน้ี
1. ผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยให้ความใส่ใจกับนักเรียน และดูแลนักเรียนได้อย่าง
ทั่วถึง ดูแลนักเรียนกลุ่มอ่อนอย่างใกล้ชิด ซึ่งทาให้เกิดความเป็นกันเอง ลดความเครียดของผู้เรียน
จนสามารถจัดการชั้นเรียนได้อย่างราบรื่น ระหว่างการจัดกิจกรรมมีการใช้คาถามในการตรวจสอบ
ความรู้ ความเขา้ ใจของนักเรียนเปน็ ระยะๆ เพื่อใหแ้ นใ่ จวา่ นกั เรียนเกิดความร้แู ละเข้าใจในเร่อื งท่ีเรียน
2. ผู้สอนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่นาเข้าสู่บทเรียนที่น่าสนใจ โดยนาการทดลอง
มาเป็นกิจกรรมที่ทาให้นักเรียนเกิดประเด็นปัญหา เพื่อนาไปสู่กระบวนการสืบเสาะห าความรู้(5E)
ได้เปน็ อยา่ งดี
13. ประเด็นที่ Model Teacher ควรเพิ่มเติม/ปรับปรุงแก้ไข
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครูผสู้ อนรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดับช้ัน ม.6 กลุม่ สาระ
การเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ไดใ้ ห้ความเห็นเก่ียวกบั กจิ กรรมการเรียนรูด้ ังน้ี
1. ผสู้ อนต้องคอยกากบั ติดตามนักเรียน เนื่องจากหากนักเรียนคนใดคนหนึ่งในกลุ่มขาดความ
เอาใจใส่และรับผิดชอบจะส่งผลให้ผลงานกลุ่มและการเรียนรู้ไม่ประสบความสาเร็จตามวัตถุประสงค์
ท่ีวางไว้
2. ผู้สอนควรใช้ส่ือเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดกิจกรรมให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นความสนใจของ
นกั เรยี นและประหยัดเวลาในบางกจิ กรรมได้
14. โปรดระบุ ชอื่ สกลุ ผู้วิพากษ์
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครกู ลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
15. เก่ยี วข้องกับสาระ/งาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
16. โรงเรียนผ้วู ิพากษ์
โรงเรียนแม่แจ่ม
17. หน่วยงานผู้วพิ ากษ์
สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต34
ลงชือ่ ผู้วพิ ากษ์
(นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา)
No.7 สรุปผลการดาเนินงานของรอบที่ผา่ น
แบบรายงานการสรุปผลการดาเนนิ งานของรอบที่ผา่ น
1. ช่อื /นามสกลุ Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
2. กลุม่ สาระการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ช่ือโรงเรยี น
โรงเรียนแม่แจ่ม
4. รอบของการแก้ปญั หา
รอบท่ี 1 ระหว่าง วันท่ี 13 – 24 กรกฎาคม พ.ศ.2563
5. เกี่ยวขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทั้งการนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือ ผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอ
แบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์ และอธิบายววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอม
6. นกั เรยี นระดับช้นั
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563
7. วตั ถุประสงค์หรือเป้าหมาย
1. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลและอธิบายแบบจาลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน
รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์และแบบกลุ่มหมอก พร้อมทั้งบอกสาเหตุที่ทาให้แบบจาลองอะตอมมีการ
เปลย่ี นแปลง
2. นกั เรยี นสามารถเขียนววิ ัฒนาการของแบบจาลองอะตอมโดยใชผ้ ังมโนทัศน์ได้
3. นักเรยี นสามารถทางานร่วมกับผอู้ ่นื ได้
8. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเดน็ พิจารณา
ตรวจแบบทดสอบ เรอื่ ง แบบทดสอบวัด นักเรยี นผ่านเกณฑก์ าร
1. ดา้ นความรูค้ วามเข้าใจ(K) แบบจาลองอะตอม ผลสัมฤทธทิ์ าง ประเมินระดบั ดี ขึ้นไป
นกั เรยี นสามารถสบื คน้ ข้อมูลและ
อธบิ ายแบบจาลองอะตอมของ การเรียน เร่อื ง
ดอลตัน ทอมสนั รทั เทอรฟ์ อร์ด แบบจาลองอะตอม
โบรแ์ ละแบบกลุม่ หมอก พร้อมท้งั
บอกสาเหตุทท่ี าให้แบบจาลอง
อะตอมมีการเปล่ียนแปลง
2 ดา้ นทกั ษะ (P) สังเกตและประเมิน แบบประเมินทักษะ นกั เรียนผ่านเกณฑก์ าร
นกั เรยี นสามารถเขียนววิ ัฒนาการ ทกั ษะกระบวนการทาง กระบวนการทาง ประเมินระดับ ดี ข้นึ ไป
ของแบบจาลองอะตอมโดยใช้ วิทยาศาสตร์ และการ วิทยาศาสตร์ และ
ผังมโนทัศน์ (Concept map)ได้ เขียนผงั มโนทัศน์ ผังมโนทศั น์
(Concept map) (Concept map)
3.ด้านเจตคติ (A) สงั เกตพฤติกรรมการ แบบบันทึกการสังเกต นักเรยี นผา่ นเกณฑก์ าร
นกั เรียนสามารถทางานร่วมกับ เรยี นรู้และการทางาน พฤติกรรมการเรยี นรู้ ประเมนิ ระดับ ดี ข้ึนไป
ผ้อู ืน่ ได้ ของนักเรยี น และการทางานของ
นกั เรยี น
9. การสง่ เสริม/ต่อยอด
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีการส่งเสริมให้นักเรียนที่เรียนรู้ได้ดีช่วยอธิบายและเติมเต็ม
ความรู้ให้กับเพื่อนที่ยังทาไม่ได้ นอกจากนี้แล้วครูได้แนะนาให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสื่อออนไลน์
เพ่มิ เติม สามารถค้นควา้ และใช้เทคโนโลยใี นการประยกุ ต์กับกิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือให้นักเรียน
เกดิ ความเขา้ ใจมากข้ึน รวมท้งั การนาไปสู่การฝึกทาแบบทดสอบโอเนตและข้อสอบแข่งขัน ส่งเสริมให้
เข้าแขง่ ขันอัจฉริยภาพทางวทิ ยาศาสตร์
10. การช่วยเหลือ
ครูให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ติดตามสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มอ่อน
เปดิ โอกาสให้สอบถามข้อสงสัย ในขณะดาเนินกจิ กรรมการเรยี นการสอน ครมู กี ารจงู ใจและให้กาลังใจ
ให้การช่ืนชมท่ีผเู้ รยี นแสดงออกอย่างสรา้ งสรรค์ สร้างความมน่ั ใจให้แก่ผู้เรยี นทจ่ี ะกล้าเผชิญกับปัญหา
อุปสรรคในการเรียน ไม่พูดแทรกหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ จนกว่าผู้เรียนจะพูดจบโดยไม่ใช้การ
ตาหนิหรือแสดงตัวเหนือผู้เรียน ให้ข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ และให้เพื่อนที่มี
ความรู้ความเข้าใจช่วยสอน เนื่องจากนักเรียนอยู่ในวัยเดียวกันจะเข้าใจกันได้ดีกว่าและ ส่งเสริมให้
นักเรยี นมคี วามสามารถตา่ งกันได้เรียนรรู้ ่วมกัน
11. ประเด็นอนื่ ๆ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Jigsaw ช่วยให้นักเรียนที่มีความสามารถต่างกันได้
เรียนรู้รว่ มกันและส่งเสรมิ ให้นักเรียนผลัดเปล่ียนกันเป็นผูน้ า มีความกล้าแสดงออก เน้นกระบวนการ
กลุ่ม เน้นนักเรียนเป็นสาคัญ นักเรียนมีความกระตือรือร้นที่จะร่วมกิจกรรมโดยครูคอยชี้แนะ และ
กระตุ้นให้เกดิ การเรียนรู้ทสี่ มบรู ณ์
12. ประเดน็ ที่ Model Teacher วางแผนได้ดี
ด้านแผนการจดั การเรียนรู้
1. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ใช้รูปแบบกิจกรรมการ
เรียนการสอนด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E มีรูปแบบลาดับขั้นตอนที่ชัดเจน
โดยเริ่มจากการนาเข้าสู่บทเรียนโดยใช้การตั้งประเด็นคาถาม เพื่อนาสู่กิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนเกิด
กระบวนการคิด โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ระดมความคิดร่วมกัน
ภายในกลุ่ม ในแผนขั้นสารวจและค้นหา แผนการจัดการเรียนรู้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วดั
ตามหลักสูตรแกนกลาง มีการสอดแทรกการจัดการเรยี นรู้โดยใช้เทคนิค Jigsaw ซึ่งมุ่งเน้นให้นักเรยี น
ท่ีมีความสามารถต่างกันได้เรียนรู้ร่วมกันและสง่ เสรมิ ให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้นำ
และในขั้นขยายความรู้มีการออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนนาเสนอความรู้ที่ได้ในรูปแบบ ผังมโนทัศน์
(concept map) ซึ่งช่วยให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ และความคิดรวบยอดทาให้เกิดความรู้
กวา้ งขวางขนึ้
2. แผนการจดั การเรยี นรูม้ กี ารออกแบบให้นักเรียนมีการเรยี นรู้การทางานเป็นกลุ่ม
ด้านกิจกรรมการเรียนรู้
1. ผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยให้ความใส่ใจกับนักเรียน และดูแลนักเรียนได้อย่าง
ทั่วถึง ดูแลนักเรียนกลุ่มอ่อนอย่างใกล้ชิด ซึ่งทาให้เกิดความเป็นกันเอง ลดความเครียดของผู้เรียน
จนสามารถจัดการชั้นเรียนได้อย่างราบรื่น ระหว่างการจัดกิจกรรมมีการใช้คาถามในการตรวจสอบ
ความรู้ ความเข้าใจของนกั เรียนเป็นระยะๆ เพ่ือใหแ้ น่ใจว่านกั เรียนเกดิ ความรแู้ ละเขา้ ใจในเรอ่ื งที่เรียน
2. ผู้สอนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่นาเข้าสู่บทเรียนที่น่าสนใจ โดยนาการทดลอง
มาเป็นกิจกรรมที่ทาให้นักเรียนเกิดประเด็นปัญหา เพื่อนาไปสู่กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ได้เป็นอย่างดี
13. ประเด็นที่ Model Teacher ควรเพ่มิ เติม/ปรบั ปรุงแกไ้ ข
ดา้ นแผนการจดั การเรยี นรู้
1. แผนการจัดการเรียนรู้ควรออกแบบมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะกับเวลาที่ใช้ในการ
ทากจิ กรรมเพราะแต่ละกลมุ่ อาจใช้เวลามากน้อยไม่เทา่ กนั ควรกาหนดเวลาใหช้ ดั เจน
2. แผนการจัดการเรียนรู้ควรเพิ่มกิจกรรมในขั้นอธิบายและลงข้อสรุปให้มากขึ้นเพื่อให้
นักเรียนได้ฝึกและมีความเข้าใจในเนื้อหาเพิ่มมากขึ้น และควรมีการประเมินการมีส่วนร่วมในการ
ทากิจกรรมและทักษะที่เกิดขึ้นของนักเรียนเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าพัฒนาการการเรียนรู้ของ
นักเรยี น
ด้านกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ผู้สอนต้องคอยกากับติดตามนักเรียน เนอ่ื งจากหากนกั เรียนคนใดคนหนึ่งในกลุ่มขาดความ
เอาใจใส่และรับผิดชอบจะส่งผลให้ผลงานกลุ่มและการเรียนรู้ไม่ประสบความสาเร็จตามวัตถุประสงค์
ท่วี างไว้
2. ผู้สอนควรใชส้ ่ือเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดกิจกรรมให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นความสนใจของ
นักเรยี นและประหยดั เวลาในบางกจิ กรรมได้
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563
วิชา เคม1ี (ว30221) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง อะตอมและสมบตั ิของธาตุ
เร่ือง แบบจาลองอะตอม เวลา 2 คาบ (100 นาท)ี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..................
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร
แก๊สและสมบัตขิ องแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรยี ์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
สืบค้นข้อมลู สมมติฐาน การทดลอง หรือ ผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอ แบบจาลอง
อะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ และอธบิ ายววิ ัฒนาการของแบบจาลองอะตอม
1. สาระสาคญั
แบบจาลองสร้างขึ้นจากผลการทดลองและองค์ความรู้ที่มีอยู่ขณะนั้น ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูล
หรือผลการทดลองใหม่ นกั วิทยาศาสตรใ์ ช้วธิ สี ร้างแบบจาลองเพื่อศึกษาสงิ่ ที่มองไม่เห็นรวมถึงเร่ืองของอะตอม
โดยจะใช้ผลการทดลองและความรู้ที่ค้นพบแล้วเป็นพื้นฐานในการศึกษาสิ่งที่สนใจต่อไป เพื่อให้ได้องค์ความรู้
ใหม่ ๆ แนวคิดหรือแบบจาลองเกี่ยวกับอะตอมเริ่มจากดอลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์ และแบบ
กลุ่มหมอก ซึ่งทาให้ได้รายละเอียดของอะตอมและโอกาสที่จะพบอนุภาคในอะตอม จานวนอนุภาคดังกล่าวน้ี
อาจทราบไดจ้ ากการแปลความหมายสญั ลักษณ์นิวเคลียรข์ องธาตุ
การท่ีนักวทิ ยาศาสตร์พบธาตเุ ป็นจานวนมาก จาเป็นต้องหาความสัมพันธ์ระหวา่ งสมบัติต่างๆของธาตุ
แลว้ นามาจัดกล่มุ เพื่อให้งา่ ยต่อการศึกษา ทัง้ นต้ี ารางธาตทุ ่ใี ช้อยู่ในปัจจุบันแบง่ ธาตเุ ป็น 7 คาบ 18 หมู่ โดยหมู่
ธาตุยังแยกเป็นหมู่ย่อย A ซึ่งเรียกว่ากลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟหรือกลุ่มธาตุหมู่หลัก และ B ซึ่งเรียกว่ากลุ่ม
ธาตุแทรนซิชัน กลุ่มธาตุหมู่หลักมีแนวโน้มสมบัติบางประการ เช่น ขนาดอะตอม ขนาดไอออน พลังงาน
ไอออไนเซชัน สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน และอิเล็กโทรเนกาติวิตี ตามหมู่และคาบ ส่วนกลุ่มธาตุแทรนซิชัน
มสี มบัตคิ ล้ายกันตามคาบมากกวา่ ตามหมู่
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้(K)
นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลและอธิบายแบบจ าลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน
รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์และแบบกลุ่มหมอก พร้อมทั้งบอกสาเหตุที่ทาให้แบบจาลองอะตอมมีการ
เปลยี่ นแปลง
ด้านทักษะ(P)
นกั เรียนสามารถเขยี นววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอมไดโ้ ดยใชผ้ งั มโนทัศน์
ด้านคณุ ลกั ษณะ(A)
นกั เรยี นสามารถทางานร่วมกบั ผู้อืน่ ได้
3. สาระการเรียนรู้
แบบจาลองอะตอม
- ทฤษฎีอะตอมของดอลตัน
- แบบจาลองอะตอมของทอมสัน
- แบบจาลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด
- แบบจาลองอะตอมของโบร์
- แบบจาลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น 2. ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 4. ใฝเ่ รียนรู้
3. มีวินัย 6. ม่งุ มั่นในการทางาน
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 8. มจี ติ สาธารณะ
7. รักความเป็นไทย
6. กระบวนการจดั การเรียนรู้
รูปแบบการสอนที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ แนวคิดการเรียนเชิงรุก (Active Learning)
โดยใช้รูปแบบการสอนตามวฏั จักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ทสี่ อดแทรกกลวิธีการสอนโดยใช้เทคนคิ Jigsaw
และผังมโนทศั น์(Concept map)
ขัน้ ท่ี 1 สร้างความสนใจ (engagement)
1.1 ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้โดยให้นักเรียนยกตัวอย่างกระบวนการและทักษะที่ใช้ใน
การทดลองหรือการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ (ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ กระบวนที่ใช้ในกำรทดลองหรือกำรทำ
โครงงำนวิทยำศำสตร์ เช่น กำรวำงแผนกำรทดลอง กำรศกึ ษำและรวบรวมขอ้ มูล กำรดำ เนินงำน กำรวิเครำะห์
ข้อมูล กำรนำเสนอข้อมูล และทักษะที่ใช้ในกำรทดลองหรือกำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์ ได้แก่ กำรสังเกต
กำรตั้งสมมตฐิ ำน กำรทำกำรทดลอง กำรจดั กระทำข้อมูล กำรตคี วำมหมำยข้อมูลและลงข้อสรปุ ) เพื่อโยงเข้าสู่
บทเรียนโดยอธิบายให้นักเรียนทราบว่าการทางานของนักวิทยาศาสตร์การศึกษาโครงสร้างอะตอม ต้องใช้
กระบวนการหรอื ทักษะตา่ งๆ เช่นเดียวกับท่กี ลา่ วมา
1.2 ครูต้งั ประเดน็ คาถามจากแนวคดิ ของดิโมคริตสุ ที่ว่า ถ้าแบง่ สิ่งตา่ งๆ ให้มขี นาดเล็กลงเร่ือยๆ จะได้
หน่วยย่อยท่ไี ม่สามารถแบง่ ให้เล็กลงได้อกี หน่วยย่อยนีเ้ รียกวา่ อะตอม
1.3 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายถึงวิธีการท่ีนกั วิทยาศาสตร์ใช้ศึกษาเกยี่ วกับโครงสร้างอะตอมซ่ึงมี
ขนาดเล็กมากและมองไม่เห็นดว้ ยตาเปล่า แล้วนาเข้าสกู่ ิจกรรม 2.1 กระป๋องปรศิ นา
โดยกิจกรรมนี้ต้องการฝึกกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสอื่ สารข้อมูลและการทางานร่วมกันเปน็ กล่มุ ไมเ่ น้นคาตอบวา่ ถกู หรอื ผิด แต่ให้พจิ ารณาการให้เหตุและผล
ที่สอดคล้องกับผลการทดลอง และเพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ศึกษาหาข้อมูลกับสิ่งที่
มองไมเ่ ห็น ครจู งึ ไม่ตอ้ งเฉลยสงิ่ ทอ่ี ยูใ่ นกระปอ๋ งปริศนา แม้วา่ นกั เรยี นจะทากจิ กรรมเสรจ็ แลว้
1.4 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงวิธีการที่ใช้ในการศึกษากระป๋องปริศนา ไปสู่กระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้และใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ เช่น การสังเกต
การตง้ั สมมติฐาน การทดลอง การรวบรวมขอ้ มูล การตีความหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรปุ การสร้างแบบจาลอง
1.5 ครูตั้งคาถามให้ร่วมกันอภิปรายว่า นักวิทยาศาสตร์มีวิธีการอย่างไรในการศึกษาและอธิบาย
โครงสร้างอะตอมซึ่งมีขนาดเล็กมากและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าซึ่งควรได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ต้องทาการศึกษา
โดยอาศัยการสร้างแบบจาลองอะตอมที่สอดคล้องกับผลการทดลอง และแบบจาลองที่สร้างขึ้นนั้นสามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลและผลการทดลองที่เพ่มิ ขึ้น
ขน้ั ท่ี 2 สารวจและค้นหา (exploration)
2.1 ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนโดยคละนกั เรยี น (เก่ง-กลาง-ออ่ น) กลุ่มละ 5 คนและเรยี กกลมุ่ นี้ว่า กล่มุ บ้าน
ของเรา (home group)
2.2 สมาชกิ ในกลุ่มบ้านของเราไดร้ บั มอบหมายให้ศกึ ษาเน้ือหาคนละ 1 สว่ น (เปรยี บเสมือนได้ช้นิ ส่วน
ของภาพตัดต่อคนละ 1 ชิ้น) และหาคาตอบในประเดน็ ปัญหาท่ผี ู้สอนมอบหมายให้คอื
คนท่ี 1 ศึกษาเรอื่ ง ทฤษฎอี ะตอมของดอลตัน
คนที่ 2 ศกึ ษาเร่ือง แบบจาลองอะตอมของทอมสัน
คนที่ 3 ศึกษาเรอื่ ง แบบจาลองอะตอมของรทั เทอร์ฟอรด์
คนที่ 4 ศกึ ษาเรื่อง แบบจาลองอะตอมของนีล โบร์
คนท่ี 5 ศึกษาเรอ่ื ง แบบจาลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก
2.3 สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา แยกย้ายไปรวมกับสมาชิกกลุม่ อืน่ ซึ่งไดร้ ับเนือ้ หาเดียวกนั ตั้งเป็นกลุ่ม
ผ้เู ชีย่ วชาญ (expert group) ขึน้ มา และรว่ มกนั ทาความเข้าใจในเนื้อหาน้ันอย่างละเอยี ด และร่วมกันอภิปราย
หาคาตอบประเด็นที่ผูส้ อนมอบหมายให้
ข้ันที่ 3 อธิบายและลงขอ้ สรุป (explanation)
3.1 สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มบ้านของเรา แต่ละกลุ่มช่วยสอนเพื่อนในกลุ่ม ให้เข้าใจ
เนื้อหาสาระที่ตนได้ศึกษาร่วมกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเริ่มจากหัวข้อย่อยที่ 1 2 3 4 และ 5 ส่งผลให้สมาชิกทุกคน
ได้เรยี นร้ภู าพรวมของเนอื้ หาสาระทัง้ หมด
3.2 ให้นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกับผลการสบื ค้น โดยครูถามคาถามดงั นี้
- แบบจาลองอะตอมมกี ารเปลยี่ นแปลงได้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวกำรตอบ แบบจำลองอะตอมสำมำรถเปลี่ยนแปลงได้ จำกกำรศึกษำวิวัฒนำกำรของแบบจำลอง
อะตอม จะเห็นได้ว่ำเมื่อนักวิทยำศำสตร์ค้นพบข้อมูลบำงประกำรที่ไม่สอดคล้องกับทฤษฎีอะตอม หรือ
แบบจำลองอะตอมก่อนหน้ำ หรอื มขี อ้ มูลสนบั สนุนอ่ืนๆท่ีมคี วำมน่ำเช่ือถือ ก็จะเสนอแบบจำลองอะตอมขึ้นมำ
แทนที่ดงั กล่ำว)
ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
ให้นักเรียนนาความรู้ที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันภายในกลุ่มบ้านของเรา
มาเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือความคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม โดยนาเสนอผลที่ได้ในรูปแบบ ผังมโนทัศน์
(concept map) เป็นการนาเสนอความรู้ที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้เรียน ไปเชื่อมโยงกับความรู้
เดิมหรือความคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆ แสดงให้เห็นถึง
ความสัมพนั ธ์ และความคดิ รวบยอดทาใหเ้ กิดความรูก้ วา้ งขวางขึ้น
ขั้นท่ี 5 ประเมิน (evaluation)
5.1 ทาการทดสอบ (Quiz) หวั ขอ้ ยอ่ ยท่ี 1-5 แกน่ ักเรยี นทกุ คนทั้งห้อง (สอบเดยี่ ว) แลว้ นาคะแนนของ
สมาชิกแต่ละคนมารวมกนั เป็นคะแนนกล่มุ
5.2 กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดในการสอบครั้งนี้ จะติดประกาศไว้ในป้ายนิเทศของห้องหรือมุมจดหมาย
ขา่ วของหอ้ ง
5.3 ให้นักเรียนบันทึกหลังเรยี น
7. สื่อการเรยี นรู/้ แหลง่ การเรียนรู้
- หนงั สือเรียนรายวชิ าเพิม่ เติม เคมี เล่ม1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
- เอกสารประกอบการเรยี นเรื่อง อะตอมและสมบตั ิของธาตุ
- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาง การเรยี น เรื่อง แบบจาลองอะตอม
- PowerPoint เรื่อง แบบจาลองอะตอม
แหลง่ เรยี นรู้ออนไลน์เพ่ิมเติม
- https://www.youtube.com/watch?v=j6rMF0cmFoc
- https://www.youtube.com/watch?v=mZspImyEYyw&t=143s
8. การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
ประเด็นพจิ ารณา
ตรวจแบบทดสอบ เรือ่ ง แบบทดสอบวดั นักเรยี นผา่ นเกณฑก์ าร
1. ดา้ นความรู้ความเข้าใจ (K) แบบจาลองอะตอม ผลสมั ฤทธ์ทิ าง ประเมินระดบั ดี ขึน้ ไป
นกั เรียนสามารถสืบค้นข้อมลู และ
อธิบายแบบจาลองอะตอมของ การเรยี น เร่ือง
ดอลตัน ทอมสัน รทั เทอร์ฟอร์ด แบบจาลองอะตอม
โบร์และแบบกลุม่ หมอก พร้อมทงั้
บอกสาเหตุทท่ี าให้แบบจาลอง สงั เกตและประเมิน แบบประเมินทกั ษะ นกั เรียนผ่านเกณฑ์การ
อะตอมมกี ารเปล่ียนแปลง ทกั ษะกระบวนการทาง กระบวนการทาง ประเมินระดบั ดี ขนึ้ ไป
2 ด้านทกั ษะ (P) วทิ ยาศาสตร์ และการ วิทยาศาสตร์และ
นกั เรียนสามารถเขียนวิวัฒนาการ เขยี นผังมโนทัศน์ ผงั มโนทศั น์
ของแบบจาลองอะตอมโดยใช้ (Concept map) (Concept map)
ผงั มโนทศั น์ (Concept map)ได้
สังเกตพฤติกรรมการ แบบบันทึกการสงั เกต นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ าร
3.ดา้ นเจตคติ (A) เรยี นรู้และการทางาน พฤติกรรมการเรยี นรู้ ประเมินระดบั ดี ขึน้ ไป
นักเรยี นสามารถทางานร่วมกับ ของนักเรียน และการทางานของ
ผู้อืน่ ได้ นกั เรยี น
เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านความรู้ (K)
ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคุณภาพ 1
เนือ้ หาครบถว้ น 32 เนื้อหาไม่
นกั เรียนสามารถสบื คน้ ตามทกี่ าหนดเขียน เนื้อหาครบถ้วน เน้อื หาบางสว่ นไม่ สมบูรณ์
ขอ้ มลู และอธิบาแบบจาลอง ถกู ต้องตามหลัก ตามท่ีกาหนด สมบรู ณต์ ามที่ ตามทก่ี าหนด
อะตอมของดอลตัน ทอมสัน ภาษา ลาดบั หวั ขอ้ ลาดับหัวขอ้ เนอ้ื หา กาหนด ลาดับ ลาดับหวั ขอ้
รัทเทอร์ฟอรด์ โบร์และแบบ เน้ือหาชัดเจน ชดั เจน และมกี าร หัวขอ้ เน้อื หา เนือ้ หาไม่ชัดเจน
กลมุ่ หมอก พร้อมท้ังบอก และมกี ารอธิบายได้ อธบิ ายได้อย่างมี ชดั เจน
สาเหตทุ ี่ทาให้แบบจาลอง อย่างมเี หตผุ ล เหตผุ ล
อะตอมมกี ารเปลย่ี นแปลง
เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพดีมาก
ระดับ 3 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดบั 3 ขนึ้ ไป ร้อยละ 60 ถือว่าประสบผลสาเร็จในการสอน
เกณฑ์การประเมินด้านทกั ษะกระบวนการ(P)
ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ
นกั เรียนสามารถเขยี น 4 3 21
ววิ ัฒนาการของแบบจาลอง เนอ้ื หาครบถ้วน
อะตอมโดยใช้ผงั มโนทัศน์ ตามที่กาหนด เนื้อหาครบถ้วน เนอื้ หาบางส่วนไม่ เนอ้ื หาไม่
(Concept map)ได้ เขยี นรายละเอียด
ตรงตามจุดประสงค์ ตามทกี่ าหนด สมบูรณต์ ามที่ สมบูรณ์
ทกุ ข้อ และนาเสนอ
ด้วยแบบทีช่ ดั เจน เขียนรายละเอียด กาหนด ตามทก่ี าหนด
ถูกต้อง มกี าร
อธบิ ายได้อยา่ ง ตรงตาม เขียนรายละเอียด เขยี นรายละเอียด
มีเหตุผล
จุดประสงค์ได้บาง ไมต่ รงตาม ไมต่ รงตาม
ข้อ นาเสนอได้ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์
ชดั เจน และมีการ นาเสนอดว้ ยแบบ และนาเสนอไมส่ ื่อ
อธิบายได้อยา่ ง ที่ไม่ถกู ต้อง ความหมายและ
มเี หตผุ ล ไม่ถูกตอ้ ง
เกณฑก์ ารตดั สิน
ระดบั 4 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพดมี าก
ระดบั 3 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถึง มีระดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ไดร้ ะดับ 3 ข้ึนไป รอ้ ยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสาเรจ็ ในการสอน
เกณฑก์ ารประเมินด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์(A)
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คุณภาพ
นักเรียนสามารถทางาน 4 32 1
ร่วมกบั ผู้อ่นื ได้ ตง้ั ใจและ
ต้ังใจและรับผดิ ชอบ ต้ังใจและ ตงั้ ใจและ รบั ผดิ ชอบในการ
ปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่
ใน การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี รับผิดชอบในการ รบั ผิดชอบในการ ไดร้ บั มอบหมาย
สามารถทางาน
ทีไ่ ดร้ ับมอบหมายให้ ปฏิบตั หิ น้าท่ที ี่ ปฏบิ ตั ิหน้าทที่ ี่ ร่วมกบั ผอู้ ่นื ได้
สาเรจ็ สามารถ ไดร้ บั มอบหมายให้ ไดร้ บั มอบหมาย
ทางานร่วมกบั ผู้อ่ืนได้ สาเร็จ สามารถ สามารถทางาน
ดมี าก รบั ฟังความ ทางานรว่ มกับผู้อื่น ร่วมกบั ผู้อ่นื ได้
คิดเหน็ ของผูอ้ นื่ และ ไดด้ ี รับฟังความ จนงานออกมา
แลกเปลีย่ นความ คิดเหน็ ของผอู้ ืน่ เปน็ ผลสาเรจ็
คดิ เห็นซ่ึงกันและกัน จนงานออกมา
จนงานออกมา เปน็ ผลสาเร็จ
เปน็ ผลสาเรจ็
เกณฑ์การตัดสนิ
ระดบั 4 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพดเี ย่ียม
ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ไดร้ ะดับ 3 ข้นึ ไป ร้อยละ 60 ถือว่าประสบผลสาเร็จในการสอน
9. เอกสารอา้ งอิง/บรรณานุกรม
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. 2562. หนังสือเรียน
รายวิชาเพิ่มเติมฯ เคมี เล่ม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
กจิ กรรม 2.1 กระป๋องปริศนา
สมาชิกกลุ่ม 4...........................................................................
1........................................................................... 5...........................................................................
2........................................................................... 6...........................................................................
3............................................................................
จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
..................................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ .......................................................................
วัสดุอุปกรณ์
1. กระป๋องปริศนา
2. กระดาษ A4
ผลการทำกิจกรรม
การกระทำ ผลท่สี ังเกตได้
อภปิ รายผลการทำกจิ กรรม
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
สรปุ ผลการทำกจิ กรรม
............................................................................................................................. ..................................................
......................................................................................................................................................... ......................
............................................................................................................ ...................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
แบบตรวจกจิ กรรม 2.1 กระปอ๋ งปริศนา
สมาชิกกลุ่ม 4...........................................................................
1........................................................................... 5...........................................................................
2........................................................................... 6...........................................................................
3............................................................................
จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
1. สร้างแบบจำลองเพอื่ อธบิ ายสิ่งที่มองไมเ่ ห็น
2. อธิบายสาเหตทุ ที่ ำใหอ้ งค์ความร้หู รือแนวคิดทางวทิ ยาศาสตรเ์ กดิ การเปลี่ยนแปลง
วัสดอุ ุปกรณ์
1. กระป๋องปริศนา
2. กระดาษ A4
ผลการทำกิจกรรม
การกระทำ ผลท่ีสงั เกตได้
การสังเกตกระป๋องปริศนา ทำดว้ ยกระดาษแข็งสีนำ้ ตาล มเี ชือกยืน่ ออกมา 4 เสน้
ดา้ นบน 2 เสน้ และด้านลา่ ง 2 เสน้
ดงึ ปลายเชือกดา้ นลา่ งซ้าย ล่างขวา ปลายเชือกด้านตรงข้ามจะเคลือ่ นที่ตามแรงดึง ถา้ ดึงปลาย
และดึงปลายเชือกท้ังสองดา้ นพรอ้ มกนั เชือกทั้งสองดา้ นพร้อมกัน เชือกจะตงึ ตัว
ดึงปลายเชือกด้านบนซ้าย บนขวา และดงึ ปลายเชือกดา้ นตรงข้ามจะเคลื่อนทต่ี ามแรงดึง ถ้าดงึ ปลาย
ท้งั ปลายเชอื กทง้ั สองดา้ นพร้อมกนั เชอื กทง้ั สองดา้ นพรอ้ มกัน เชือกจะตึงตัว
ดงึ ปลายเชือกดา้ นบนขวาและดา้ นล่างซา้ ย ปลายเชอื กดา้ นตรงขา้ มจะเคล่อื นท่ตี ามแรงดึง
พรอ้ มกนั
อภปิ รายผลการทำกจิ กรรม
1. นำแบบจำลองมาใช้เมื่อต้องการศึกษาหรืออธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ หรือเมื่อต้องการสื่อสาร
เน้อื หาหรือเรื่องราวท่ีเป็นนามธรรม หรอื ยากตอ่ การเข้าใจ ใหเ้ ข้าใจได้ง่ายขึ้น
2. แบบจำลองหรือแนวคิดในการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ถ้ามีการค้นพบ
ขอ้ มูลใหมๆ่ ท่สี ามารถนำมาอธิบายเนื้อหาเร่ืองราวไดถ้ กู ต้อง สอดคล้องกบั ผลการทดลอง หรือช่วยให้ เ กิ ด
ความเข้าใจไดง้ ่ายกวา่ แบบจำลองเดมิ
3. รูปวาดแบบจำ ลองของแต่ละกลุม่ อาจไม่เหมือนกัน ขน้ึ อยกู่ ับลำ ดับขัน้ และการแปลผล
4. กิจกรรมนี้เชื่อมโยงกับกระบวนการทำ งานของนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากการแสวงหาความรู้ของ
นกั วิทยาศาสตรเ์ ก่ยี วข้องกับกระบวนการสบื เสาะหาความรู้การทำ งานอย่างมีระบบ และใช้ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
สรุปผลการทำกจิ กรรม
1. นำแบบจำลองมาใช้เมอื่ ต้องการศึกษาหรืออธบิ ายปรากฏการณต์ า่ งๆ
2. แบบจำลองรวมทั้งความรู้ทางวทิ ยาศาสตรส์ ามารถเปล่ียนแปลงไดต้ ามข้อมูลใหม่ทค่ี ้นพบ
PLC
(PROFESSIONAL LEARNING COMMUNITY)
วงรอบที 2 ภาคเรียนที 1 ปการศึกษา 2563
ระหว่างวันที 24 สิงหาคม - 4 กันยายน 2563
MODEL TEACHER : นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
BUDDY TEACHER : นางสาวเบญจวรรณ สารินจา
No.0 วิเคราะห์นักเรียน
แบบบันทกึ ผลการวเิ คราะห์นักเรียน
ชือ่ -สกลุ นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์ โรงเรียนแมแ่ จม่
สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 หอ้ ง 1 จานวน 36 คน
****************************
1. ลกั ษณะของนักเรียนในช้นั เรยี นของทา่ นตามเอกลักษณ์ของสาระการเรยี นรทู้ ีต่ อ้ งการพฒั นา
ผูศ้ กึ ษาไดว้ ิเคราะห์หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.2560) และหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนแม่แจ่ม อาเภอแมแ่ จม่ จังหวัดเชียงใหม่ สังกดั สานักงาน
เขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต34 หลักสูตรกลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษา
ปีที่ 4-6 สาระเคมี ข้อ1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ
พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์
และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ในการจัดการเรียนการสอนครั้งน้ีผู้ศึกษาได้นาขอ้ มูลนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4/1 จานวน
36 คน มาเป็นกรณีในการศึกษา เทคนิคและวิธีการตามกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้
ปีการศึกษา 2563 โดยการวิเคราะห์ผู้เรียน ในสาระการเรียนรู้เรื่อง สูตรเคมีและช่ือของสารประกอบ
ไอออนิก ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 โดยกาหนดเปา้ หมายทจ่ี ะพฒั นานักเรยี นจาแนกออกเปน็ 3 กล่มุ ดังนี้
กลุ่มเก่ง นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนสูตร และเรียกชื่อสารประกอบ
ไอออนกิ เม่ือทาแบบทดสอบสามารถทาคะแนนไดร้ ้อยละ 80 ข้ึนไป จานวน 10 คน ได้แก่
ท่ี ช่ือ-สกุล
1 นางสาวจันทรกานต์ ตะ๊ อนุ่
2 นางสาวญาดาวดี กุออ
3 นางสาวธัญญลักษณ์ จุลศริ ิ
4 นางสาวพิมลนาฏ เจรญิ ผล
5 นางสาวเรณกุ า รักดี
6 นางสาวนตั ฐพร พลคร้อ
7 นางสาวณฐั กานต์ จติ ตาดู
8 นางสาวศศนิ า สนุ นั ตา
9 นางสาวกุลนนั ท์ เมืองไชย์
10 นางสาวณัฐพร ศรีเทยี่ ง
กลุม่ ปานกลาง นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับการเขยี นสูตร และเรยี กชอื่ สารประกอบ
ไอออนิกเม่อื ทาแบบทดสอบสามารถทาคะแนนไดร้ อ้ ยละ 50 - 79 ขนึ้ ไป จานวน 14 คน ไดแ้ ก่
ท่ี ช่ือ-สกลุ
1 นายกติ ตณิ ัฏฐ์ ขันทะสา
2 นายธนทั ประดบั สขุ
3 นายเกรยี งศักด์ิ รบชนะ
4 นายธชั พล แสงสรทวีศกั ด์ิ
5 นางสาวณฏั ฐณิชา ธกิ าร
6 นางสาวพมิ พว์ ภิ า ใจดี
7 นางสาวกลั ยรัตน์ วุฒิคุณ
8 นายรัชชานนท์ ไกรศรี
9 นางสาวฉนั ทพชิ ญา วรรณลกั ษณ์
10 นางสาววีณาภร ใจอ่อน
11 นางสาววภิ าดา ช่ืนคุม้
12 นางสาวเบญจรตั น์ ศกั ด์คิ งนนั ทกุล
13 นางสาวภาชินี กลา้ ณรงค์เชาว์
14 นางสาวภริ มณ์พร ชลธศิ บรรพต
กลุ่มอ่อน นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนสูตร และเรียกชื่อสารประกอบ
ไอออนิก เมื่อทาแบบทดสอบสามารถทาคะแนนไดต้ า่ กวา่ ร้อยละ 50 จานวน 12 คน ได้แก่
ท่ี ช่อื -สกุล
1 นายธนวชิ ญ์ กรรณิกา
2 นายคนั ธารัตน์ พิทาคา
3 นายพเิ ชษฐ์ แซ่วา้ ง
4 นางสาวยุพารตั น์ กรุณา
5 นางสาววิชญาดา บุญเกิด
6 นางสาวณฐั ณชิ า จนั สีมา
7 นางสาวจันทรพ์ ิมพ์ สุนทรแดนไพร
8 นางสาวจนั ทร์เพ็ญ อารยาสรรคส์ รา้ ง
9 นางสาววิไลวรรณ กูลสวัสดม์ิ งคล
10 นางสาวอมรรตั น์ กนั ทะวงศ์
11 นางสาววันเพญ็ วาสนาดีเลิศ
12 นางสาวธนพร พงศ์ไพรสถาพร
No.1 แกป้ ัญหาการเรยี นรู้ของนักเรยี น
แบบรายการแก้ปญั หาการเรยี นรขู้ องนักเรียน
1. ชอื่ /นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
2. กล่มุ สาระการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชอ่ื โรงเรยี น
โรงเรียนแมแ่ จม่
4. รอบของการแก้ปัญหา
รอบที่ 2 ระหวา่ ง วนั ที่ 24 สิงหาคม – 4 กนั ยายน พ.ศ. 2563
5. เกีย่ วข้องกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทั้งการนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
เขยี นสูตร และเรียกชือ่ สารประกอบไอออนิก
6. นักเรียนระดบั ชัน้
นักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
7. สรปุ ปัญหาการเรียนรู้ของนกั เรยี น
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ร้อยละ 33.33 ไม่สามารถเขียนสูตร และเรียกชื่อ
สารประกอบไอออนิก
8. ตวั ชีว้ ดั ความสาเร็จของการแกป้ ญั หา
นกั เรียนทุกคนสามารถเขยี นสูตร และเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกได้
9. วธิ ีการวัดความสาเรจ็ ของการแกป้ ญั หา
ตรวจสอบการทาแบบฝกึ หดั เร่อื ง การเขียนสูตรและการเรียกช่ือสารประกอบไอออนิก
10. โปรดระบุวธิ ีการจัดกจิ กรรมการเรยี นสอนทท่ี ่านเลือกใช้
จดั กจิ กรรมการเรยี นรูด้ ว้ ยแนวคิดการเรียนเชิงรกุ (Active Learning) โดยใชร้ ปู แบบการสอน
ตามวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยสอดแทรกวิธีการสอนโดยใช้เทคนิค TGT (Team -
Games – Tournament)
1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการนาเข้าสู่บทเรียนด้วยเรื่องที่สนใจทั้งจาก
ตัวนักเรียนหรือการอภิปรายในห้องโดยใช้กิจกรรมกระป๋องปริศนากระตุ้นให้นักเรียนสร้างประเด็น
คาถาม
2. ขั้นสารวจและค้นหา (exploration) สอดแทรกวิธีการสอนโดยใช้เทคนิค TGT
(Team - Games – Tournament) เมื่อทาความเขา้ ใจในประเด็นหรือคาถามทสี่ นใจจะศึกษาอย่าง
ถ่องแท้แล้ว สอดแทรกวิธีสอนโดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) โดยมี
องค์ประกอบ 4 ประการ คือ
1. การนาเสนอความคดิ รวบยอดใหม่หรือบทเรียนใหมซ่ ่งึ ใชก้ ารสอนแบบกลุม่ ศกึ ษา
2. การจัดทีม เป็นขั้นตอนการจัดกลุ่มของนักเรียน โดยจัดให้คละความสามารถของนักเรียน
ตามกล่มุ เก่ง-ปานกลาง-ออ่ น
3. การแข่งขัน จัดในช่วงท้ายบทเรียน ซึ่งจะใช้คาถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนมาแล้วจัดโต๊ะ
แขง่ ขัน แต่ละโตะ๊ จะมีตวั แทนของกลมุ่ มาร่วมแข่งขัน
4. การยอมรับความสาเร็จของทีม โดยมีคะแนนโบนัสของแต่ละคนในทีมมารวมกันเป็น
คะแนนของทมี และหาคา่ เฉลย่ี ทีมที่มีคา่ สงู สดุ จะได้รบั การยอมรับใหเ้ ปน็ ทีมชนะเลิศ
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เมื่อได้ทากิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่นเกม
โดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) จึงนาองค์ความรู้ที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
โดยการตัง้ คาถาม อภิปรายและลงขอ้ สรปุ ดว้ ยกัน
4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) เป็นการนาความรู้ที่สร้างขึ้นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ของผู้เรียน ไปเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือความคิดที่ได้ค้นควา้ เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้เช่ือมโยงกับเรือ่ ง
ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความสมั พันธ์และความคิดรวบยอด ทาให้เกดิ ความรูก้ วา้ งขวางข้ึน
5. ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) เปน็ การประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่างๆ วา่ นกั เรียน
มีความรู้อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อยเพียงใด จากขั้นนี้จะนาไปสู่การนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
เรอ่ื งอืน่ ๆ
11. สรปุ ลาดบั ข้นั ตอนการออกแบบการจดั การเรียนการสอน เขียนเป็นขั้นตอนเปน็ ข้อ ๆ
ข้นั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
1.1 ครทู บทวนความรู้โดยยกตัวอย่างสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิก เชน่ NaCl CaF₂ KI
แล้วตั้งคาถามว่า สารที่ยกตัวอย่างประกอบด้วยธาตุองค์ประกอบชนิดใด (ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ
ประกอบด้วยธำตุโลหะกับธำตุอโลหะ) จากนั้นครูอธิบายว่า ธาตุโลหะมีพลังงานไอออไนเซชันต่า
จึงเสียอิเล็กตรอนเกิดเป็นไอออนบวกได้ง่าย ส่วนธาตุอโลหะมีค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนสูง จึงรับ
อิเล็กตรอนเกิดเป็นไอออนลบ ไอออนบวกและไอออนลบมีประจุไฟฟ้าต่างกันจึงยึดเหนี่ยวกันด้วยแรง
ดึงดูดระหว่างประจุไฟฟ้าเรียกการยึดเหนี่ยวนี้ว่า พันธะไอออนิก และเรียกสารที่เกิดจากพันธะ
ไอออนิกวา่ สารประกอบไอออนกิ
1.2 ครูนาเข้าสู่การศึกษาเรื่องสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกโดยให้นักเรียนพิจารณา
ตาราง 3.1 แล้วต้งั คาถามวา่ ประจขุ องไอออนสัมพนั ธ์กับเลขหมู่ของธาตุในตารางธาตหุ รือไม่ อย่างไร
(ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ ประจุของไอออนมีควำมสัมพันธ์กับเลขหมู่ของธำตุ โดยธำตุหมู่ IA IIA และ IIIA
เมอื่ เป็นไอออนจะเปน็ ไอออนบวกทีม่ ปี ระจุตำมเลขหมู่ ส่วนธำตหุ มู่ VA VIA และ VIIA เมอื่ เป็นไอออน
จะเป็นไอออนลบท่ีมีประจุX – 8 เมอื่ X คือเลขหมูข่ องธำตุอโลหะ)
ขัน้ ที่ 2 สารวจและค้นหา (exploration)
2.1 ครูตั้งคาถามนาว่า เมื่อทราบประจุของไอออนบวกและไอออนลบแล้ว ไอออนดังกล่าว
รวมตวั กันด้วยอัตราส่วนเทา่ ใดในการเกิดเป็นสารประกอบไอออนกิ
2.2 ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน โดยคละความสามารถของนกั เรียน
2.3 ครูชี้แจงการทากิจกรรมที่1 อัตราส่วนการรวมตัวของไอออนในสารประกอบไอออนิก
และให้แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรมโดยนากระดาษสีทีเ่ ป็นไอออนบวกและไอออนลบต่อกันให้เกิด
เป็นรูปสี่เหลี่ยม เช่น สารประกอบที่เกิดจากNa+ กับ S2- จะต้องใช้กระดาษที่เขียนNa+ 2 แผ่น และ
กระดาษทีเ่ ขียน S2- 1 แผน่ โดยครเู ปน็ ผู้ชีแ้ นะและสงั เกตการณ์
ขัน้ ที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
3.1 ครใู ห้นกั เรียนพิจารณาตาราง 3.2 แลว้ อธิบายว่า จากการท่ีโครงสรา้ งของสารประกอบไอ
ออนิกมีไอออนบวกและไอออนลบอยู่ต่อเนื่องกันไปทั้งสามมิติไม่สามารถแยกเป็นโมเลกุลได้ ดังนั้น
จึงใช้สตู รเอมพริ ิคลั แสดงอัตราสว่ นอยา่ งต่า ของจานวนไอออนท่เี ปน็ องคป์ ระกอบ โดยเขยี นสัญลักษณ์
ของธาตุหรือกลุ่มธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าตามด้วยไอออนลบ และแสดงอัตราส่วนอย่างต่า
ของไอออนที่เปน็ องค์ประกอบโดยเขยี นตวั เลขอารบกิ ห้อยท้ายไอออนนั้น ท้ังนี้ในกรณีทจี่ านวนไอออน
เป็น 1 ไม่ต้องเขียน โดยอัตราส่วนอย่างต่า ของไอออนต้องทาให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์โ ดยครู
ยกตวั อย่างการเขียนสตู รสารประกอบไอออนิก
3.2 ครูอธิบายการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกซึ่งจาเป็นต้องทราบชื่อของไอออนบวกและ
ไอออนลบ ดังตาราง 3.3 โดยชี้ให้เห็นว่า ชื่อของไอออนบวกเรียกตามชื่อธาตุแล้วลงท้ายด้วยคาว่า
ไอออน ส่วนไอออนลบเรียกชื่อธาตุโดยเปลี่ยนท้ายเสียงเป็น ไ-ด์(-ide) แล้วลงท้ายด้วยคาว่า ไอออน
และไอออนทเ่ี ป็นกลุ่มอะตอมมชี ื่อเรียกเฉพาะ ดงั ตาราง 3.4 โดยกลมุ่ อะตอมที่เป็นไอออนบวกลงท้าย
ด้วย เ-ียม (-ium) ส่วนกลุ่มอะตอมที่เป็นไอออนลบอาจลงท้ายเสียงด้วย ไ-ด์(-ide) ไ-ต์(-ite) หรือ
เ-ต (-ate)
3.3 ครูอธิบายการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก ดังตาราง 3.5 โดยเรียกชื่อไอออนบวกแล้ว
ตามด้วยชื่อไอออนลบโดยตดั คาว่า ไอออน ออก
3.4 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกของธาตุโลหะที่เกิดเป็น
ไอออนบวกไดห้ ลายค่า โดยใหน้ กั เรียนพิจารณาจากรูป 3.3 ซึ่งสว่ นใหญ่พบในกรณีที่เปน็ สารประกอบ
ไอออนิกของโลหะแทรนซิชัน ดังนั้นชื่อสารประกอบที่เกิดจากโลหะที่มีเลขออกซิเดชันมากกว่า 1 ค่า
ต้องระบุตัวเลขประจุหรือเลขออกซิเดชันของไอออนโลหะนั้นเป็นเลขโรมันในวงเล็บโดยให้นักเรียน
ศกึ ษาการเรียกช่อื จากตาราง 3.6
3.5 ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรมท่ี 2 เพ่ือศกึ ษาสูตรเคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิก โดยใช้
เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) โดยมีขน้ั ตอนดังนี้
- นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกในกลุ่มทุกคน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ
ในบทเรียนและพรอ้ มทจ่ี ะเข้าสู่สนามแข่งขัน
- แต่ละกลุ่มประเมินความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของสมาชิกในกลุ่ม โดยอาจตั้งคาถามขึ้นมา
เองและให้สมาชิกกลุ่มทดลองตอบคาถามและช่วยกันอธิบายเพิ่มเติมในจุดท่ี สมาชิกบางคน
ยงั ไมเ่ ข้าใจ
- จดั การแข่งขันเปน็ โต๊ะ โดยแต่ละโต๊ะจะมีตวั แทนของทมี ตา่ ง ๆ รว่ มแข่งขัน
- เริ่มดาเนินการแข่งขันพร้อมๆกันโดยให้นักเรียนโยนลูกบาศก์ 2 ลูก พร้อมกัน แล้วเขียนสูตร
เคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิกให้ได้มากที่สุด ภายในเวลา 1 นาที และมีกติกาการให้
คะแนน ดังนี้
⚫ ผู้ตอบถูกเปน็ คนแรก จะได้ 2 คะแนน
⚫ ผตู้ อบถกู คนต่อไป จะได้คนละ 1 คะแนน
⚫ ถ้าตอบผดิ ให้ 0 คะแนน
- เม่อื การแขง่ ขันจบลง ใหแ้ ต่ละโต๊ะจัดลาดบั ผลการแข่งขนั และใหห้ าค่าคะแนนโบนสั ดงั น้ี
⚫ โบนสั ผูท้ ไี่ ดค้ ะแนนสูงสุดที่ 1 ประจาโตะ๊ แตล่ ะโตะ๊ จะไดโ้ บนัส 10 แตม้
⚫ ผู้ที่ไดค้ ะแนนรองท่ี 2 ประจาโตะ๊ แต่ละโต๊ะ จะได้โบนสั 8 แตม้
⚫ ผู้ท่ีไดค้ ะแนนรองที่ 3 ประจาโต๊ะแต่ละโต๊ะ จะได้โบนสั 6 แต้ม
⚫ ผู้ทไ่ี ดค้ ะแนนนอ้ ยทส่ี ดุ ประจาโต๊ะแตล่ ะโตะ๊ จะไดโ้ บนสั 4 แตม้
- นักเรียนแต่ละกลุ่มนาคะแนนโบนัสของแต่ละคนมารวมกันเป็นคะแนนของทีม ทีมที่ได้สูงสดุ
จะไดร้ บั การยอมรับเป็นทีมชนะเลศิ และรองลงไป
- ครูประกาศผลการแขง่ ขันในบอร์ดประชาสัมพันธห์ นา้ ชน้ั เรียน
ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ใหน้ ักเรียนนาความรู้ที่ได้รับจากการแลกเปลีย่ นเรียนรซู้ ึ่งกนั และกันผ่านการเล่นเกมสูตร
เคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิก โดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament)
มาเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือความรู้ที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม และนาไปสู่การให้นักเรียนสังเกตว่ า
การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก เช่น Al2O3 ได้จากการไขว้ตวั เลขประจุของ O มาเป็นตัวเลขห้อย
ของ Al และตวั เลขประจขุ อง Al มาเปน็ ตัวเลขห้อยของ O
ซ่ึงกรณที ่กี ารไขว้ตวั เลขแลว้ ทาให้ไดต้ ัวเลขห้อยทีย่ ังไม่เปน็ อตั ราส่วนอย่างต่า ต้องปรับให้เป็น
อัตราส่วนอย่างต่าก่อน เช่น Ca2+ รวมกับ O2- เมื่อไขว้ตัวเลขจะได้เป็น Ca2O2 ซึ่งต้องปรับให้เป็น
อัตราส่วนอยา่ งตา่ จงึ ไดส้ ูตรสารประกอบเป็น CaO
4.2 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับการเกิดพันธะไอออนิก สูตรเคมี
และชื่อของสารประกอบไอออนิก ดังนี้
- ไอออนบวกส่วนใหญ่เกดิ จากธาตุโลหะเสียอเิ ล็กตรอน ส่วนไอออนลบส่วนใหญ่เกิดจากธาตุ
อโลหะรับอิเล็กตรอน เมื่อไอออนบวกและไอออนลบยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงดึงดูดระหว่างประจุไฟฟ้า
เรียกการยึดเหนี่ยวนี้ว่า พันธะไอออนิก และเรียกสารที่เกิดจากพันธะไอออนิกว่า สารประกอบ
ไอออนิก
- สารประกอบไอออนิกในสถานะของแข็งอยู่ในรูปผลึกที่มีไอออนบวกและไอออนลบ
ยึดเหน่ียวกนั ดว้ ยพนั ธะไอออนิกอย่างตอ่ เนื่องกันไปทง้ั สามมิตเิ ปน็ โครงผลกึ และไม่อยู่ในรูปโมเลกลุ
- สูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกเป็นสตู รเอมพริ ิคัลท่ีแสดงอตั ราสว่ นอย่างต่าของไอออนที่
ทาให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์ โดยแสดงสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าและตามด้วย
ไอออนลบ
- ชื่อของสารประกอบไอออนิกจะเรียกชื่อไอออนบวกแล้วตามด้วยชื่อไอออนลบถ้าไอออน
บวกเปน็ โลหะที่มเี ลขออกซิเดชนั ได้หลายค่า ต้องระบเุ ลขออกซิเดชันดว้ ย
ขัน้ ท่ี 5 ประเมิน (evaluation)
5.1 ให้นักเรยี นบันทกึ หลงั การเรยี นรู้
5.2 ใหน้ กั เรยี นทาแบบฝึกหดั เรอ่ื ง การเขยี นสูตรและการเรยี กชือ่ สารประกอบไอออนิก
No.2 แผนการจัดการเรียนการสอน
แบบรายการแผนการจัดการเรยี นการสอน
1. ชอ่ื /นามสกลุ Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กลุม่ สาระการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ชื่อโรงเรยี น
โรงเรยี นแมแ่ จม่
4. รอบของการแก้ปัญหา
รอบท่ี 2 ระหวา่ ง วนั ที่ 24 สิงหาคม – 4 กันยายน พ.ศ. 2563
5. เกีย่ วขอ้ งกับสาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทง้ั การนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
เขียนสตู ร และเรยี กช่อื สารประกอบไอออนิก
6. นกั เรียนระดบั ชนั้
นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563
7. แผนการจดั การเรียนการสอน (เอกสารแนบ)
8. บันทึกเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกบั แผนการจดั การเรียนการสอน
แผนการสอนมกี ารจัดการเรียนรู้โดยใช้ดว้ ยแนวคดิ การเรียนเชิงรกุ (Active Learning) โดยใช้
รูปแบบการสอนตามวฏั จักรการสบื เสาะหาความรู้ (5E) ทส่ี อดแทรกกลวิธีการสอนโดยใชเ้ ทคนิค TGT
(Team - Games – Tournament)
กลวิธีการสอนโดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) เปน็ กระบวนการเรยี น
แบบรว่ มมอื ท่ีมงุ่ เน้นให้ผูเ้ รยี นไดเ้ รียนรู้และทางานรว่ มกันในกลุ่มสมาชิกที่มีความสามารถแตกต่างกัน
คือ เก่ง ปานกลาง และออ่ น ซง่ึ สมาชกิ ในกลุ่มแตล่ ะคนมสี ว่ นรบั ผิดชอบร่วมกันในการทากิจกรรมการ
เรียน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเรียนรู้ทั้งของตนเองและของกลุ่ม ซึ่งความสาเร็จของทุกคน
คือความสาเรจ็ ของกลมุ่
มีการบูรณาการ ความคิด ทักษะ กระบวนการ และการปฏิบัติเพื่อมุ่งให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้
ด้วยตัวเอง มีการเลือกใช้สื่อ นวัตกรรม รวมถึงแหล่ง เรียนรู้ต่างๆที่หลากหลาย ตามรูปแบบกิจกรรม
การเรียนรู้ที่ได้วางไว้ มีการวัดผลและประเมินผลที่ชัดเจน สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้
มคี วามคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ และเปน็ ประโยชนต์ อ่ ผ้เู รียน
No.3 วิพากษ์แผนการจัดการเรียนการสอน
แบบรายงานการวพิ ากษ์แผนการจดั การเรยี นการสอน
1. ชื่อ/นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
2. กลมุ่ สาระการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ชอื่ โรงเรยี น
โรงเรียนแม่แจ่ม
4. รอบของการแก้ปญั หา
รอบที่ 2 ระหวา่ ง วนั ที่ 24 สิงหาคม – 4 กันยายน พ.ศ. 2563
5. เกี่ยวขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทัง้ การนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
เขยี นสตู ร และเรยี กชอื่ สารประกอบไอออนิก
6. นักเรยี นระดับชัน้
นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563
7. วันที่ เดือน พ.ศ.
วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2563
8. บันทกึ เพิ่มเตมิ เกย่ี วกบั แผนการจัดการเรยี นการสอน
1. แผนการจัดการเรียนรู้สอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ บั หน่วยการเรียนรู้ทก่ี าหนดไว้
2. แผนการจดั การเรยี นร้มู ีองคป์ ระกอบสาคัญครบถว้ น
3. แผนการจดั การเรยี นรู้มีผลการเรียนรู้ ครอบคลมุ สาระการเรยี นรู้ พฒั นาผเู้ รยี นเกิด K P A
(4) แผนการจัดการเรียนรู้มีการจัดการเรียนรู้โดยใช้ด้วยแนวคิดการเรียนเชิงรุก (Active
Learning) โดยใช้รูปแบบการสอนตามวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่สอดแทรกกลวิธีการสอน
โดยใชเ้ ทคนคิ TGT (Team - Games – Tournament)
การจัดการเรยี นรู้กลวธิ ีการสอนโดยใช้เทคนคิ TGT (Team - Games – Tournament) เป็น
กระบวนการเรียนแบบร่วมมือ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และทางานร่วมกันในกลุ่มสมาชิกที่ มี
ความสามารถแตกต่างกัน คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อน ซึ่งสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนมีส่วนรับผิดชอบ
ร่วมกันในการทากิจกรรมการเรียน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเรียนรู้ทั้งของตนเองและ
ของกลมุ่ ซ่งึ ความสาเรจ็ ของทกุ คนคือความสาเร็จของกลมุ่
8.1 แนวคิดหลกั ทีจ่ ะใหเ้ รียนรู้
1. พันธะไอออนิก
1.1 การเกิดพนั ธะไอออนกิ
พันธะไอออนิกเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออนลบ
ซึ่งส่วนใหญ่ไอออนบวกเกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับอิเล็กตรอน
เกิดเปน็ สารประกอบไอออนกิ
1.2 สูตรเคมแี ละชื่อของสารประกอบไอออนิก
- สูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกเป็นสูตรเอมพิริคัลที่แสดงอัตราส่วนอย่างต่าของไอออน
ที่ทาให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์ โดยแสดงสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าและตามด้วย
ไอออนลบ
- ชื่อของสารประกอบไอออนิกจะเรียกชื่อไอออนบวกแล้วตามด้วยชื่อไอออนลบถ้าไอออน
บวกเปน็ โลหะท่มี ีเลขออกซเิ ดชนั ไดห้ ลายค่า ต้องระบุเลขออกซเิ ดชันดว้ ย
8.2 วตั ถุประสงค์การเรียนการสอน
1. ด้านความร(ู้ K)
นักเรียนสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งของสารประกอบไอออนิกได้
2. ด้านทกั ษะ(P)
นกั เรยี นสามารถเขียนสูตรและเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนิกได้
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ(A)
นักเรียนมคี วามมุ่งม่ันในการทางาน
8.3 ความร้พู นื้ ฐาน
พันธะไอออนิกเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออนลบ
ซึ่งส่วนใหญ่ไอออนบวกเกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับอิเล็กตรอน
เกิดเป็นสารประกอบไอออนิกที่ส่วนใหญ่เป็นผลึกของแข็ง เปราะ มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง
ละลายน้าได้ ไมน่ าไฟฟ้าเมื่อเปน็ ของแขง็ แตน่ าไฟฟ้าไดเ้ ม่ือหลอมเหลวหรือละลายในน้า
8.4 วธิ กี ารจดั การเรียนการสอน
ข้นั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
1.1 ครูทบทวนความรโู้ ดยยกตวั อย่างสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิก เช่น NaCl CaF₂ KI
แล้วตั้งคาถามว่า สารที่ยกตัวอย่างประกอบด้วยธาตุองค์ประกอบชนิดใด (ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ
ประกอบด้วยธำตุโลหะกับธำตุอโลหะ) จากนั้นครูอธิบายว่า ธาตุโลหะมีพลังงานไอออไนเซชันต่า
จึงเสียอิเล็กตรอนเกิดเป็นไอออนบวกได้ง่าย ส่วนธาตุอโลหะมีค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนสูง จึงรับ
อิเล็กตรอนเกดิ เป็นไอออนลบ ไอออนบวกและไอออนลบมีประจุไฟฟ้าต่างกนั จึงยึดเหนี่ยวกันด้วยแรง
ดึงดูดระหว่างประจุไฟฟ้าเรียกการยึดเหนี่ยวนี้ว่า พันธะไอออนิก และเรียกสารที่เกิดจากพันธะ
ไอออนกิ ว่า สารประกอบไอออนิก
1.2 ครูนาเข้าสู่การศึกษาเรื่องสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกโดยให้นักเรียนพิจารณา
ตาราง 3.1 แลว้ ตัง้ คาถามวา่ ประจุของไอออนสัมพันธ์กับเลขหมู่ของธาตุในตารางธาตุหรือไม่ อย่างไร
(ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ ประจุของไอออนมีควำมสัมพันธ์กับเลขหมู่ของธำตุ โดยธำตุหมู่ IA IIA และ IIIA
เม่อื เปน็ ไอออนจะเป็นไอออนบวกท่ีมปี ระจตุ ำมเลขหมู่ ส่วนธำตหุ มู่ VA VIA และ VIIA เม่ือเป็นไอออน
จะเปน็ ไอออนลบท่มี ีประจุX – 8 เมอื่ X คือเลขหมู่ของธำตอุ โลหะ)
ขั้นท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
2.1 ครูตั้งคาถามนาว่า เมื่อทราบประจุของไอออนบวกและไอออนลบแล้ว ไอออนดังกล่าว
รวมตัวกันดว้ ยอัตราสว่ นเทา่ ใดในการเกดิ เปน็ สารประกอบไอออนิก
2.2 ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน (เก่ง-ปานกลาง-
อ่อน)
2.3 ครูชี้แจงการทากิจกรรมที่1 อัตราส่วนการรวมตัวของไอออนในสารประกอบไอออนิก
และให้แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรมโดยนากระดาษสีทีเ่ ป็นไอออนบวกและไอออนลบต่อกันให้เกิด
เป็นรูปสี่เหลี่ยม เช่น สารประกอบที่เกิดจากNa+ กับ S2- จะต้องใช้กระดาษที่เขียนNa+ 2 แผ่น และ
กระดาษที่เขียน S2- 1 แผ่นโดยครเู ป็นผูช้ ีแ้ นะและสงั เกตการณ์
ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
3.1 ครใู ห้นักเรยี นพจิ ารณาตาราง 3.2 แลว้ อธบิ ายว่า จากการที่โครงสร้างของสารประกอบไอ
ออนิกมีไอออนบวกและไอออนลบอยู่ต่อเนื่องกันไปทั้งสามมิติไม่สามารถแยกเป็นโมเลกุลได้ ดังนั้น
จงึ ใช้สตู รเอมพิรคิ ลั แสดงอัตราสว่ นอยา่ งตา่ ของจานวนไอออนทเ่ี ป็นองคป์ ระกอบ โดยเขียนสัญลักษณ์
ของธาตุหรือกลุ่มธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าตามด้วยไอออนลบ และแสดงอัตราส่วนอย่างต่า
ของไอออนท่เี ปน็ องคป์ ระกอบโดยเขยี นตวั เลขอารบกิ ห้อยท้ายไอออนนั้น ทง้ั นใี้ นกรณที จี่ านวนไอออน
เป็น 1 ไม่ต้องเขียน โดยอัตราส่วนอย่างต่า ของไอออนต้องทาให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์โดยครู
ยกตัวอยา่ งการเขียนสตู รสารประกอบไอออนิก
3.2 ครูอธิบายการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกซึ่งจาเป็นต้องทราบชื่อของไอออนบวกและ
ไอออนลบ ดังตาราง 3.3 โดยชี้ให้เห็นว่า ชื่อของไอออนบวกเรียกตามชื่อธาตุแล้วลงท้ายด้วยคาว่า
ไอออน ส่วนไอออนลบเรียกชื่อธาตุโดยเปลี่ยนท้ายเสียงเป็น ไ-ด์(-ide) แล้วลงท้ายด้วยคาว่า ไอออน
และไอออนที่เปน็ กลุ่มอะตอมมีช่ือเรียกเฉพาะ ดงั ตาราง 3.4 โดยกลุ่มอะตอมทเี่ ป็นไอออนบวกลงท้าย
ด้วย เ-ียม (-ium) ส่วนกลุ่มอะตอมที่เป็นไอออนลบอาจลงท้ายเสียงด้วย ไ-ด์(-ide) ไ-ต์(-ite) หรือ
เ-ต (-ate)
3.3 ครูอธิบายการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก ดังตาราง 3.5 โดยเรียกชื่อไอออนบวกแล้ว
ตามดว้ ยชอื่ ไอออนลบโดยตัดคาว่า ไอออน ออก
3.4 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกของธาตุโลหะที่เกิดเป็น
ไอออนบวกไดห้ ลายคา่ โดยให้นักเรยี นพจิ ารณาจากรูป 3.3 ซง่ึ สว่ นใหญพ่ บในกรณีท่ีเป็นสารประกอบ
ไอออนิกของโลหะแทรนซิชัน ดังนั้นช่ือสารประกอบที่เกิดจากโลหะที่มีเลขออกซิเดชันมากกว่า 1 ค่า
ต้องระบุตัวเลขประจุหรือเลขออกซิเดชันของไอออนโลหะนั้นเป็นเลขโรมันในวงเล็บโดยให้นักเรียน
ศึกษาการเรียกชื่อจากตาราง 3.6
3.5 ครูใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมท่ี 2 เพอื่ ศกึ ษาสูตรเคมีและช่ือของสารประกอบไอออนกิ โดยใช้
เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) โดยมขี น้ั ตอนดังนี้
- นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกในกลุ่มทุกคน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ
ในบทเรียนและพร้อมท่จี ะเข้าสูส่ นามแขง่ ขัน
- แต่ละกลุ่มประเมินความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของสมาชิกในกลุ่ม โดยอาจตั้งคาถามขึ้นมา
เองและให้สมาชิกกลุ่มทดลองตอบคาถามและช่วยกันอธิบายเพิ่มเติมในจุดที่สมาชิกบางคน
ยังไม่เข้าใจ
- จัดการแข่งขนั เป็นโตะ๊ โดยแตล่ ะโต๊ะจะมตี ัวแทนของทมี ตา่ ง ๆ รว่ มแข่งขนั
- เริ่มดาเนินการแข่งขันพร้อมๆกันโดยให้นักเรียนโยนลูกบาศก์ 2 ลูก พร้อมกัน แล้วเขียนสูตร
เคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิกให้ได้มากที่สุด ภายในเวลา 1 นาที และมีกติกาการให้
คะแนน ดังนี้
⚫ ผตู้ อบถกู เปน็ คนแรก จะได้ 2 คะแนน
⚫ ผู้ตอบถกู คนต่อไป จะได้คนละ 1 คะแนน
⚫ ถา้ ตอบผดิ ให้ 0 คะแนน
- เม่ือการแข่งขนั จบลง ใหแ้ ตล่ ะโตะ๊ จดั ลาดับผลการแขง่ ขัน และให้หาคา่ คะแนนโบนสั ดงั น้ี
⚫ โบนัส ผูท้ ไี่ ดค้ ะแนนสงู สุดที่ 1 ประจาโตะ๊ แต่ละโต๊ะ จะได้โบนัส 10 แต้ม
⚫ ผ้ทู ่ไี ดค้ ะแนนรองท่ี 2 ประจาโต๊ะแตล่ ะโต๊ะ จะได้โบนัส 8 แต้ม
⚫ ผทู้ ไ่ี ดค้ ะแนนรองท่ี 3 ประจาโต๊ะแต่ละโตะ๊ จะไดโ้ บนสั 6 แต้ม
⚫ ผู้ทไ่ี ด้คะแนนน้อยท่สี ุด ประจาโตะ๊ แตล่ ะโตะ๊ จะไดโ้ บนัส 4 แตม้
- นักเรียนแต่ละกลุ่มนาคะแนนโบนัสของแต่ละคนมารวมกันเป็นคะแนนของทีม ทีมที่ได้สูงสุด
จะไดร้ บั การยอมรบั เป็นทมี ชนะเลิศและรองลงไป
- ครปู ระกาศผลการแขง่ ขันในบอรด์ ประชาสมั พันธห์ นา้ ช้นั เรยี น
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ให้นกั เรียนนาความรู้ท่ีได้รบั จากการแลกเปล่ียนเรยี นรซู้ ึ่งกันและกันผา่ นการเล่นเกมสูตร
เคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิก โดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament)
มาเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือความรู้ที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม และนาไปสู่การให้นักเรียนสังเกตว่ า
การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก เช่น Al2O3 ได้จากการไขว้ตวั เลขประจุของ O มาเป็นตัวเลขห้อย
ของ Al และตวั เลขประจุของ Al มาเป็นตัวเลขหอ้ ยของ O
ซึง่ กรณีทีก่ ารไขว้ตวั เลขแลว้ ทาให้ไดต้ ัวเลขห้อยท่ยี งั ไม่เป็นอตั ราส่วนอย่างต่า ตอ้ งปรับให้เป็น
อัตราส่วนอย่างต่าก่อน เช่น Ca2+ รวมกับ O2- เมื่อไขว้ตัวเลขจะได้เป็น Ca2O2 ซึ่งต้องปรับให้เป็น
อัตราส่วนอยา่ งต่า จงึ ได้สูตรสารประกอบเปน็ CaO
4.2 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับการเกิดพันธะไอออนิก สูตรเคมี
และชื่อของสารประกอบไอออนิก
ข้นั ท่ี 5 ประเมนิ (evaluation)
5.1 ใหน้ กั เรยี นบนั ทึกหลังการเรยี นรู้
5.2 ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหดั เร่ือง การเขยี นสตู รและการเรยี กชือ่ สารประกอบไอออนิก
8.5 สื่อการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติม เคมี เล่ม1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4
2. อุปกรณ์ทากจิ กรรมท่ี 1 อัตราสว่ นการรวมตวั ของไอออนในสารประกอบไอออนิก
3. อุปกรณท์ ากจิ กรรมท่ี 2 เกมสตู รเคมีและช่อื ของสารประกอบไอออนิก
4. แบบฝกึ หดั เรื่อง การเขียนสตู รและการเรียกช่อื สารประกอบไอออนิก
8.6 การวดั วธิ กี ารวัด เคร่อื งมอื วัด
ประเด็นพิจารณา
ตรวจแบบฝกึ หดั เร่อื ง แบบฝึกหดั เรื่อง การเขยี น
1. ด้านความรคู้ วามเข้าใจ (K) การเขียนสตู รและการ สูตรและการเรยี กชื่อ
นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้างของ เรียกชื่อสารประกอบ สารประกอบไอออนิก
สารประกอบไอออนกิ ได้ ไอออนิก
แบบฝึกหดั เรอ่ื ง การเขียน
2 ดา้ นทกั ษะ (P) ตรวจแบบฝึกหดั เรื่อง สูตรและการเรยี กชอ่ื
นกั เรียนสามารถเขยี นสูตรและเรียกชื่อ การเขยี นสูตรและการ สารประกอบไอออนิก
สารประกอบไอออนกิ ได้ เรียกชื่อสารประกอบ
ไอออนิก แบบสังเกตพฤติกรรมการ
3.ด้านเจตคติ (A) เรยี นรู้ของนักเรยี น
นกั เรียนมีความมุ่งมั่นในการทางาน สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้
ของนักเรียน
8.7 การประเมินผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมิน
ประเดน็ พจิ ารณา แบบฝกึ หดั เร่อื ง การเขยี น นักเรยี นผา่ นเกณฑก์ าร
1. ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K) สตู รและการเรียกชอื่ ประเมินระดบั ดี ขน้ึ ไป
นกั เรยี นสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งของ สารประกอบไอออนกิ
สารประกอบไอออนิกได้ นักเรียนผ่านเกณฑก์ าร
แบบฝึกหัด เร่ือง การเขียน ประเมนิ ระดบั ดี ข้ึนไป
2 ด้านทักษะ (P) สตู รและการเรียกช่อื
นักเรียนสามารถเขยี นสูตรและเรยี กช่ือ สารประกอบไอออนกิ
สารประกอบไอออนิกได้
ประเด็นพจิ ารณา เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน
3.ด้านเจตคติ (A)
นักเรยี นมคี วามม่งุ มัน่ ในการทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การ
เรียนร้ขู องนักเรยี น ประเมนิ ระดบั ดี ข้นึ ไป
8.8 แหล่งเรยี นรูอ้ อนไลน์เพิ่มเติม
- https://www.youtube.com/watch?v=ZOsG49wmlc8
- https://chemistry.mju.ac.th/goverment/25610518095245_chemistry
8.9 ประเดน็ อื่น ๆ
แผนการจัดการเรียนการสอนนี้ ใช้รูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการ
สบื เสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E โดยเน้นให้ผเู้ รยี นเป็นผคู้ น้ ควา้ หาความรดู้ ้วยตนเอง หรอื สรา้ งความรู้
ด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผ้สู อนเป็นผ้อู านวยความสะดวก เพ่ือให้ผู้เรียนบรรลุ
เป้าหมาย ซึ่งวิธีสืบสอบความรู้จะเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญของการเรียน ซึ่งสอดแทรกกลวิธีการสอนโดย
ใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) เป็นกระบวนการเรียนแบบร่วมมือ ที่มุ่งเน้นให้
ผ้เู รียนได้เรียนรแู้ ละทางานร่วมกันในกลุ่มสมาชิกท่ีมคี วามสามารถแตกต่างกนั คือ เกง่ ปานกลาง และ
อ่อน ซึ่งสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในการทากิจกรรมการเรียน และช่วยเห ลือ
ซึ่งกันและกันในการเรียนรู้ทั้งของตนเองและของกลุ่ม ซึ่งความสาเร็จของทุกคนคือความสาเร็จ
ของกล่มุ
9. ประเดน็ ท่ี Model Teacher วางแผนได้ดี
นางสาวเบญจวรรณ สารินจา ครูผูส้ อนรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดบั ชนั้ ม.6 กลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ไดใ้ ห้ความเห็นเก่ยี วกับแผนการจัดการเรยี นรูด้ งั นี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ใช้รูปแบบกิจกรรมการ
เรยี นการสอนด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E มีการออกแบบให้นักเรยี นมีการเรียนรู้
การทางานเป็นกลุ่มผ่านการทากิจกรรม เรื่อง อัตราส่วนการรวมตัวของไอออนในสารประกอบ
ไอออนิก ที่มีขั้นตอนในการดาเนินกิจกรรมตามแผนที่ชัดเจน และนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการ
ทากจิ กรรม
2. แผนการจัดการเรียนรูม้ ีการใช้สือ่ ที่หลากหลาย เช่น การใช้กระดาษสีต่างๆแทนไอออนใน
สารประกอบไอออนกิ การสร้างลกู เต๋าในเกมสูตรเคมแี ละช่ือของสารประกอบไอออนิก เป็นต้น
10. ประเด็นที่ Model Teacher ควรเพ่ิมเติม/ปรบั ปรุงแก้ไข
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครผู สู้ อนรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดบั ชน้ั ม.6 กลมุ่ สาระ
การเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ไดใ้ หค้ วามเห็นเก่ยี วกับแผนการจดั การเรยี นรู้ดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้ควรออกแบบในขั้นนาเข้าสู่บทเรียนให้เพิ่มการทบทวน เรื่อง
การเกิดสารประกอบไอออนิก เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนและเพื่อให้นักเรียนสามารถระบุ
ไอออนของธาตไุ ด้ถูกต้อง
2. แผนการจัดการเรียนรู้ควรเพิ่มการให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงชื่อของสารประกอบ
ไอออนิกให้เพื่อนและครูในชั้นเรียนฟัง เพื่อครูจะได้ทราบปัญหาในการอ่านชื่อและให้คาแนะนาแก้ไข
ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
11. โปรดระบุ ชอื่ -สกลุ ผู้วิพากษ์
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครกู ลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
12. เกย่ี วข้องกับสาระ/งาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
13. โรงเรียนผู้วิพากษ์
โรงเรยี นแม่แจม่
14. หน่วยงานผู้วพิ ากษ์
สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 34
ลงชื่อ ผวู้ ิพากษ์
(นางสาวเบญจวรรณ สารินจา)
No.4 สังเคราะห์การวิพากษ์แผนการจัดการเรียน
การสอน
แบบรายงานการสงั เคราะหก์ ารวพิ ากษแ์ ผนการจัดการเรยี นการสอน
1. ช่ือ/นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กลมุ่ สาระการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ช่ือโรงเรียน
โรงเรยี นแม่แจ่ม
4. รอบของการแกป้ ญั หา
รอบที่ 2 ระหวา่ ง วนั ที่ 24 สิงหาคม – 4 กนั ยายน พ.ศ. 2563
5. เกย่ี วขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทั้งการนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
เขยี นสูตร และเรียกชอื่ สารประกอบไอออนิก
6. นักเรยี นระดับช้ัน
นกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
7. แนวคิดหลกั ทีจ่ ะใหเ้ รยี นรู้
1.1 การเกดิ พันธะไอออนิก
พันธะไอออนิกเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออนลบ
ซึ่งส่วนใหญ่ไอออนบวกเกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับอิเล็กตรอน
เกดิ เป็นสารประกอบไอออนกิ
1.2 สตู รเคมีและช่อื ของสารประกอบไอออนกิ
- สูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกเป็นสูตรเอมพิริคัลที่แสดงอัตราส่วนอย่างต่าของไอออน
ที่ทาให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์ โดยแสดงสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าและตามด้วย
ไอออนลบ
- ชื่อของสารประกอบไอออนิกจะเรียกชื่อไอออนบวกแล้วตามด้วยชื่อไอออนลบถ้าไอออน
บวกเปน็ โลหะทม่ี เี ลขออกซิเดชนั ได้หลายคา่ ตอ้ งระบเุ ลขออกซิเดชันด้วย
8. วัตถุประสงคก์ ารเรียนการสอน
1. ดา้ นความร(ู้ K)
นกั เรียนสามารถอธิบายโครงสร้างของสารประกอบไอออนิกได้
2. ด้านทกั ษะ(P)
นักเรียนสามารถเขียนสตู รและเรยี กชื่อสารประกอบไอออนิกได้
3. ด้านคณุ ลกั ษณะ(A)
นักเรียนมีความมุ่งมน่ั ในการทางาน
9. ความรพู้ นื้ ฐาน
พันธะไอออนิกเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออนลบ
ซึ่งส่วนใหญ่ไอออนบวกเกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับอิเล็กตรอน
เกิดเป็นสารประกอบไอออนิกที่ส่วนใหญ่เป็นผลึกของแข็ง เปราะ มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง
ละลายน้าได้ ไมน่ าไฟฟ้าเมื่อเปน็ ของแข็ง แต่นาไฟฟา้ ได้เมื่อหลอมเหลวหรอื ละลายในน้า
10. วธิ กี ารจัดการเรยี นการสอน
ขนั้ ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
1.1 ครูทบทวนความรโู้ ดยยกตวั อย่างสูตรเคมขี องสารประกอบไอออนิก เช่น NaCl CaF₂ KI แล้ว
ตั้งคาถามว่า สารที่ยกตัวอย่างประกอบด้วยธาตุองค์ประกอบชนิดใด (ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ
ประกอบด้วยธำตุโลหะกับธำตุอโลหะ) จากนั้นครูอธิบายว่า ธาตุโลหะมีพลังงานไอออไนเซชันต่า
จึงเสียอิเล็กตรอนเกิดเป็นไอออนบวกได้ง่าย ส่วนธาตุอโลหะมีค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนสูง
จึงรับอิเล็กตรอนเกิดเป็นไอออนลบ ไอออนบวกและไอออนลบมีประจุไฟฟ้าต่างกันจึงยึดเหนี่ยวกัน
ด้วยแรงดึงดูดระหว่างประจุไฟฟ้าเรียกการยึดเหนี่ยวนี้ว่า พันธะไอออนิก และเรียกสารที่เกิดจาก
พันธะไอออนิกวา่ สารประกอบไอออนกิ
1.2 ครูนาเข้าสู่การศึกษาเรื่องสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกโดยให้นักเรียนพิจารณา
ตาราง 3.1 แล้วตง้ั คาถามวา่ ประจุของไอออนสัมพนั ธ์กับเลขหมู่ของธาตุในตารางธาตุหรือไม่ อย่างไร
(ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ ประจุของไอออนมีควำมสัมพันธ์กับเลขหมู่ของธำตุ โดยธำตุหมู่ IA IIA และ IIIA
เม่ือเป็นไอออนจะเปน็ ไอออนบวกที่มปี ระจุตำมเลขหมู่ สว่ นธำตุหมู่ VA VIA และ VIIA เม่อื เป็นไอออน
จะเป็นไอออนลบทีม่ ีประจุX – 8 เม่อื X คือเลขหม่ขู องธำตอุ โลหะ)
ขน้ั ท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
2.1 ครูตั้งคาถามนาว่า เมื่อทราบประจุของไอออนบวกและไอออนลบแล้ว ไอออนดังกล่าว
รวมตวั กันด้วยอัตราสว่ นเทา่ ใดในการเกิดเป็นสารประกอบไอออนกิ
2.2 ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 4 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน
2.3 ครูชี้แจงการทากิจกรรมที่1 อัตราส่วนการรวมตัวของไอออนในสารประกอบไอออนิก
และให้แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรมโดยนากระดาษสีทีเ่ ป็นไอออนบวกและไอออนลบต่อกันให้เกิด
เป็นรูปสี่เหลี่ยม เช่น สารประกอบที่เกิดจากNa+ กับ S2- จะต้องใช้กระดาษที่เขียนNa+ 2 แผ่น และ
กระดาษที่เขยี น S2- 1 แผน่ โดยครูเปน็ ผูช้ ี้แนะและสงั เกตการณ์
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
3.1 ครูให้นักเรยี นพจิ ารณาตาราง 3.2 แลว้ อธบิ ายว่า จากการทโี่ ครงสร้างของสารประกอบไอ
ออนิกมีไอออนบวกและไอออนลบอยู่ต่อเนื่องกันไปทั้งสามมิติไม่สามารถแยกเป็นโมเลกุลไ ด้ ดังน้ัน
จงึ ใช้สตู รเอมพริ ิคลั แสดงอัตราส่วนอยา่ งตา่ ของจานวนไอออนที่เปน็ องค์ประกอบ โดยเขียนสัญลักษณ์
ของธาตุหรือกลุ่มธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าตามด้วยไอออนลบ และแสดงอัตราส่วนอย่างต่า
ของไอออนทีเ่ ป็นองค์ประกอบโดยเขยี นตัวเลขอารบิกห้อยท้ายไอออนน้ัน ท้งั นี้ในกรณที จ่ี านวนไอออน
เป็น 1 ไม่ต้องเขียน โดยอัตราส่วนอย่างต่า ของไอออนต้องทาให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์โดยครู
ยกตวั อย่างการเขยี นสูตรสารประกอบไอออนกิ
3.2 ครูอธิบายการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกซึ่งจาเป็นต้องทราบชื่อของไอออนบวกและ
ไอออนลบ ดังตาราง 3.3 โดยชี้ให้เห็นว่า ชื่อของไอออนบวกเรียกตามชื่อธาตุแล้วลงท้ายด้วยคาว่า
ไอออน ส่วนไอออนลบเรียกชื่อธาตุโดยเปลี่ยนท้ายเสียงเป็น ไ-ด์(-ide) แล้วลงท้ายด้วยคาว่า ไอออน
และไอออนทเี่ ป็นกลุ่มอะตอมมชี ื่อเรียกเฉพาะ ดงั ตาราง 3.4 โดยกลุ่มอะตอมทเ่ี ป็นไอออนบวกลงท้าย
ด้วย เ-ียม (-ium) ส่วนกลุ่มอะตอมที่เป็นไอออนลบอาจลงท้ายเสียงด้วย ไ-ด์(-ide) ไ-ต์(-ite) หรือ
เ-ต (-ate)
3.3 ครูอธิบายการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก ดังตาราง 3.5 โดยเรียกชื่อไอออนบวกแล้ว
ตามดว้ ยชอ่ื ไอออนลบโดยตัดคาว่า ไอออน ออก
3.4 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกของธาตุโลหะที่เกิดเป็น
ไอออนบวกไดห้ ลายค่า โดยใหน้ ักเรียนพจิ ารณาจากรูป 3.3 ซงึ่ สว่ นใหญพ่ บในกรณีที่เป็นสารประกอบ
ไอออนิกของโลหะแทรนซิชัน ดังนั้นชื่อสารประกอบที่เกิดจากโลหะที่มีเลขออกซิเดชันมากกว่า 1 ค่า
ต้องระบุตัวเลขประจุหรือเลขออกซิเดชันของไอออนโลหะนั้นเป็นเลขโรมันในวงเล็บโดยให้นักเรียน
ศกึ ษาการเรยี กช่ือจากตาราง 3.6
3.5 ครใู หน้ กั เรียนทากิจกรรมที่ 2 เพอื่ ศกึ ษาสตู รเคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิก โดยใช้
เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) โดยมขี ั้นตอนดังนี้
- นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกในกลุ่มทุกคน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ
ในบทเรยี นและพร้อมทจ่ี ะเขา้ สสู่ นามแขง่ ขัน
- แต่ละกลุ่มประเมินความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของสมาชิกในกลุ่ม โดยอาจตั้งคาถามขึ้นมา
เองและให้สมาชิกกลุ่มทดลองตอบคาถามและช่วยกันอธิบายเพิ่มเติมในจุดที่สมาชิกบางคน
ยังไมเ่ ข้าใจ
- จัดการแขง่ ขันเป็นโตะ๊ โดยแต่ละโต๊ะจะมีตวั แทนของทมี ตา่ ง ๆ ร่วมแขง่ ขัน
- เริ่มดาเนินการแข่งขันพร้อมๆกันโดยให้นกั เรียนโยนลูกบาศก์ 2 ลูก พร้อมกัน แล้วเขียนสูตร
เคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิกให้ได้มากที่สุด ภายในเวลา 1 นาที และมีกติกาการให้
คะแนน ดงั นี้
⚫ ผตู้ อบถกู เปน็ คนแรก จะได้ 2 คะแนน
⚫ ผตู้ อบถูกคนต่อไป จะได้คนละ 1 คะแนน
⚫ ถ้าตอบผิด ให้ 0 คะแนน
- เม่ือการแขง่ ขันจบลง ให้แตล่ ะโต๊ะจดั ลาดับผลการแขง่ ขนั และใหห้ าค่าคะแนนโบนสั ดงั นี้
⚫ โบนัส ผทู้ ่ีได้คะแนนสูงสุดท่ี 1 ประจาโตะ๊ แตล่ ะโตะ๊ จะไดโ้ บนสั 10 แตม้
⚫ ผทู้ ีไ่ ด้คะแนนรองท่ี 2 ประจาโต๊ะแตล่ ะโตะ๊ จะไดโ้ บนสั 8 แตม้
⚫ ผู้ที่ไดค้ ะแนนรองท่ี 3 ประจาโตะ๊ แตล่ ะโตะ๊ จะได้โบนัส 6 แตม้
⚫ ผู้ท่ีได้คะแนนน้อยท่ีสุด ประจาโต๊ะแต่ละโตะ๊ จะได้โบนสั 4 แต้ม
- นักเรียนแต่ละกลุ่มนาคะแนนโบนัสของแต่ละคนมารวมกันเป็นคะแนนของทีม ทีมที่ได้สูงสุด
จะไดร้ ับการยอมรับเป็นทีมชนะเลิศและรองลงไป
- ครปู ระกาศผลการแข่งขันในบอรด์ ประชาสมั พันธ์หน้าชัน้ เรียน
ข้ันที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ให้นักเรยี นนาความรู้ท่ีได้รบั จากการแลกเปลีย่ นเรยี นรซู้ ึ่งกันและกันผา่ นการเล่นเกมสูตร
เคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิก โดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament)
มาเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือความรู้ที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม และนาไปสู่การให้นักเรียนสังเกตว่ า
การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก เช่น Al2O3 ได้จากการไขว้ตวั เลขประจุของ O มาเป็นตัวเลขห้อย
ของ Al และตัวเลขประจุของ Al มาเป็นตวั เลขห้อยของ O
ซ่งึ กรณีท่ีการไขว้ตัวเลขแลว้ ทาให้ไดต้ ัวเลขห้อยที่ยังไม่เปน็ อตั ราส่วนอยา่ งต่า ต้องปรับให้เป็น
อัตราส่วนอย่างต่าก่อน เช่น Ca2+ รวมกับ O2- เมื่อไขว้ตัวเลขจะได้เป็น Ca2O2 ซึ่งต้องปรับให้เป็น
อัตราสว่ นอยา่ งต่า จงึ ได้สูตรสารประกอบเปน็ CaO
4.2 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับการเกิดพันธะไอออนิก สูตรเคมี
และชื่อของสารประกอบไอออนิก
ขน้ั ท่ี 5 ประเมนิ (evaluation)
5.1 ให้นักเรยี นบนั ทกึ หลงั การเรียนรู้
5.2 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั เรื่อง การเขยี นสตู รและการเรียกช่อื สารประกอบไอออนิก
11. ส่ือ/กิจกรรม ประกอบการจัดการเรียนการสอน
1. หนังสอื เรยี นรายวิชาเพิม่ เติม เคมี เล่ม1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4
2. อุปกรณท์ ากจิ กรรมที่ 1 อัตราส่วนการรวมตัวของไอออนในสารประกอบไอออนิก
3. อปุ กรณ์ทากิจกรรมท่ี 2 เกมสตู รเคมีและชือ่ ของสารประกอบไอออนิก
4. แบบฝึกหัดเรอ่ื ง การเขียนสูตรและการเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนิก
12. การวดั วิธีการวัด เครอื่ งมือวัด
ประเด็นพิจารณา
ตรวจแบบฝึกหัด เรอื่ ง แบบฝึกหัด เรื่อง การเขยี น
1. ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K) การเขียนสตู รและเรียกชื่อ สูตรและเรยี กชื่อ
นกั เรยี นสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งของ สารประกอบไอออนกิ สารประกอบไอออนิก
สารประกอบไอออนิกได้
ตรวจแบบฝกึ หัดเรื่อง แบบฝึกหัด เรือ่ ง การเขียน
2 ด้านทกั ษะ (P) การเขียนสูตรและเรียกชือ่ สตู รและเรยี กชอ่ื
นกั เรียนสามารถเขยี นสูตรและเรยี กช่ือ สารประกอบไอออนกิ สารประกอบไอออนกิ
สารประกอบไอออนกิ ได้
สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ
3.ดา้ นเจตคติ (A) ของนักเรยี น เรียนรู้ของนักเรยี น
นักเรยี นมีความมุ่งมน่ั ในการทางาน
13. การประเมินผล เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน
ประเดน็ พจิ ารณา
แบบฝกึ หัด เร่ือง การเขียน นกั เรียนผ่านเกณฑ์การ
1. ดา้ นความรูค้ วามเข้าใจ (K) สูตรและการเรียกชอ่ื ประเมนิ ระดับ ดี ขน้ึ ไป
นกั เรียนสามารถอธบิ ายโครงสร้างของ สารประกอบไอออนิก
สารประกอบไอออนกิ ได้ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การ
แบบฝึกหัด เรื่อง การเขียน ประเมินระดบั ดี ข้ึนไป
2. ดา้ นทักษะ (P) สูตรและการเรยี กช่อื
นักเรียนสามารถเขยี นสูตรและเรยี กชื่อ สารประกอบไอออนิก นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ าร
สารประกอบไอออนิกได้ ประเมนิ ระดับ ดี ข้นึ ไป
แบบสังเกตพฤติกรรมการ
3.ด้านเจตคติ (A) เรียนรขู้ องนักเรียน
นกั เรยี นมคี วามมุ่งมน่ั ในการทางาน
14. แหล่งเรียนรู้ออนไลนเ์ พิ่มเติม
1. ://www.youtube.com/watch?v=ZOsG49wmlc8
2. https://chemistry.mju.ac.th/goverment/25610518095245_chemistry
15. ประเด็นอื่น ๆ
แผนการจัดการเรียนการสอนนี้ ใช้รูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E โดยเน้นใหผ้ เู้ รียนเป็นผ้คู ้นควา้ หาความรู้ด้วยตนเอง หรอื สร้างความรู้
ดว้ ยตนเอง โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ผู้สอนเปน็ ผอู้ านวยความสะดวก เพ่ือให้ผู้เรียนบรรลุ
เป้าหมาย ซึ่งวิธีสืบสอบความรู้จะเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญของการเรียน ซึ่งสอดแทรกเทคนิค TGT
(Team - Games – Tournament) เป็นกระบวนการเรียนแบบร่วมมือ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
และทางานรว่ มกนั ในกลุ่มสมาชิกที่มีความสามารถแตกต่างกัน คอื เกง่ ปานกลาง และอ่อน ซงึ่ สมาชิก
ในกลุ่มแต่ละคนมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในการทากิจกรรมการเรียน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันใน
การเรยี นรทู้ ้ังของตนเองและของกลุ่ม ซ่งึ ความสาเร็จของทกุ คนคอื ความสาเร็จของกล่มุ
16. ประเด็นท่ี Model Teacher วางแผนไดด้ ี
1. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ใช้รูปแบบกิจกรรมการ
เรยี นการสอนด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E มีการออกแบบใหน้ ักเรยี นมีการเรียนรู้
การทางานเป็นกลุ่มผ่านการทากิจกรรม เรื่อง อัตราส่วนการรวมตัวของไอออนในสารประกอบ
ไอออนิก ที่มีขั้นตอนในการดาเนินกิจกรรมตามแผนที่ชัดเจน และนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการ
ทากิจกรรม
2. แผนการจัดการเรียนรู้มีการใช้สื่อที่หลากหลาย เช่น การใช้กระดาษสีต่างๆแทนไอออน
ในสารประกอบไอออนิก การสร้างลกู เตา๋ ในเกมสูตรเคมแี ละชือ่ ของสารประกอบไอออนิก เป็นต้น
17. ประเด็นท่ี Model Teacher ควรเพมิ่ เติม/ปรับปรุงแกไ้ ข
1. แผนการจัดการเรียนรู้ควรออกแบบในขั้นนาเข้าสู่บทเรียนให้เพิ่มการทบทวน เรื่อง
การเกิดสารประกอบไอออนิก เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนและเพื่อให้นักเรียนสามารถระบุ
ไอออนของธาตไุ ด้ถกู ต้อง
2. แผนการจัดการเรียนรู้ควรเพิ่มการให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงชื่อของสารประกอบ
ไอออนิกให้เพื่อนและครูในชั้นเรียนฟัง เพื่อครูจะได้ทราบปัญหาในการอ่านช่ือและให้คาแนะนาแก้ไข
ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
No.5 ภาพบันทึกการเรียนการสอน
แบบรายการการส่งภาพบันทกึ การเรยี นการสอน
1. ชื่อ/นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชอ่ื โรงเรยี น
โรงเรียนแมแ่ จม่
4. รอบของการแก้ปัญหา
รอบที่ 2 ระหวา่ ง วนั ท่ี 24 สิงหาคม – 4 กันยายน พ.ศ. 2563
5. เกีย่ วข้องกับสาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทั้งการนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
เขยี นสตู ร และเรยี กช่อื สารประกอบไอออนิก
6. นักเรียนระดบั ช้ัน
นกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
7. วนั เวลาที่บันทกึ การเรยี นการสอน
วันท่ี 31 สงิ หาคม พ.ศ.2563
8. บันทกึ เพ่ิมเตมิ เกีย่ วกับสง่ คลปิ บนั ทึกการเรียนการสอน
การบันทึกภาพการจัดการเรียนการสอนเป็นการนาเสนอบรรยากาศในการเรยี นรแู้ ละสภาพ
การจัดการเรียนการสอนท่ีแท้จริง ทาใหไ้ ด้เหน็ สภาพจริงในการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น
ภาพบนั ทึกการเรยี นการสอน เร่อื ง การเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก
นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกจิ กรรมตอบคาถามตามเทคนิค TGT (Team - Games – Tournament)
ครูคอยใหค้ าช้แี นะ และดูแลใหค้ วามชว่ ยเหลือแก่นักเรยี น
No.6 วพิ ากษ์การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
แบบรายงานการวพิ ากษ์การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. ชือ่ /นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
2. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชือ่ โรงเรียน
โรงเรียนแมแ่ จม่
4. รอบของการแก้ปัญหา
รอบที่ 2 ระหว่าง วันท่ี 24 สิงหาคม – 4 กนั ยายน พ.ศ. 2563
5. เก่ียวขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมท้งั การนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
เขียนสูตร และเรียกช่อื สารประกอบไอออนิก
6. นกั เรียนระดับชั้น
นักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
7. วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนชัดเจนหรือไม่ อย่างไร
โปรดอธิบาย
การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน มีวัตถปุ ระสงค์ท่ีชดั เจน มคี วามสอดคล้องกับมาตรฐานการ
เรียนรู้/ผลการเรียนรู้ของหลักสตู ร ทม่ี งุ่ เน้นให้นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั การเขียนสูตร และ
เรียกชื่อสารประกอบไอออนิก โดยผ่านรูปแบบการสอนโดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games –
Tournament) สอดคล้องวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการให้นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้าง
ของสารประกอบไอออนิกได้ สามารถเขียนสตู รและเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนกิ ได้ และมีความมุ่งม่ัน
ในการทางาน
8. การวัดและประเมนิ ผลชัดเจนหรือไม่ อยา่ งไร โปรดอธิบาย
การวัดและประเมินผลมีความชัดเจน ได้มีการวัดผลประเมินผลทั้งระหว่างและหลังการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนได้ทาการสังเกตการใช้ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการเรียนรู้ มีการบันทึกผลและประเมินผลการร่วมกิจกรรมอย่าง
ชัดเจน และหลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ประเมินจากการทาแบบฝึกหดั โดยตรวจสอบความ
ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กาหนด การวัดและการประเมินผลมีความครอบคลุมทุกด้าน คือ ด้านความรู้ (K)
ประเมินนักเรียนเกี่ยวกับการอธิบายโครงสร้างของสารประกอบไอออนิก ด้านทักษะ (P) ประเมิน
ความสามารถในการเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก และดา้ นเจตคติ(A) ประเมินนักเรียน
ในเรอ่ื งความมงุ่ มั่นในการทางาน
9. มีการสง่ เสริม/ต่อยอดนักเรยี นที่เรยี นร้ไู ดด้ หี รือไม่ อย่างไร โปรดอธบิ าย
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มกี ารส่งเสรมิ ต่อยอด นักเรียนกลุ่มเก่ง ให้นักเรียนได้เรียนรู้จาก
สื่อการเรียนรู้ออนไลน์เพิ่มเติม เช่น YOUTUBE FACEBOOK GOOGLE และฝึกทาโจทย์ปัญหา
เพ่อื ให้นักเรยี นมีความเข้าใจเพ่ิมข้ึน และมกี ารสง่ เสรมิ ให้นักเรยี นกลุ่มเก่งเปน็ คนคอยช่วยทบทวนและ
ชว่ ยเหลอื ให้กับนกั เรยี นกลุ่มปานกลางและกลมุ่ ออ่ น
10. มกี ารช่วยเหลอื นักเรียนทเี่ รยี นรู้ไดไ้ ม่ดีหรอื ไม่ อย่างไร โปรดอธิบาย
ครูให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด มีการจูงใจและให้กาลังใจ และสร้างความมั่นใจให้แก่
นักเรียนกลุ่มอ่อน ที่จะกล้าเผชิญกับปัญหา อุปสรรคในการเรียน ให้คาแนะนาและให้ข้อมูลเชิง
สร้างสรรค์ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนอย่างสม่าเสมอ และให้เพื่อนที่มีความรู้ความเข้าใจ ช่วยสอน
เนื่องจาก นักเรียนอยใู่ นวยั เดยี วกันจะเข้าใจกันได้ดีกวา่ และ สง่ เสริมให้นกั เรียนมคี วามสามารถต่างกัน
ไดเ้ รยี นรรู้ ่วมกัน
11. สะท้อนความคิดประเด็นอื่น ๆ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) เป็น
กระบวนการเรียนแบบร่วมมือ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และทางานร่วมกันในกลุ่มสมาชิกที่มี
ความสามารถแตกต่างกัน ซึ่งสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในการทากิจกรรม
การเรียน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเรียนรู้ทั้งของตนเองและของกลุ่ม มีการใช้เกมมา
ประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ทาให้
ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และการทากิจกรรมเนื่องจากความสาเร็จของทุกคนคือความสาเร็จ
ของกลุ่ม