แบบฝึกทักษะการคานวณขั้นพื้นฐานให้แก่นักเรียนกลุ่มที่เรียนรู้ได้ไม่ดี เพื่อพัฒนาทักษะการคานวณ
ใหม้ คี วามชานาญมากขึ้น
11. ประเด็นอ่นื ๆ
แผนการจัดการเรียนรู้นี้ ใช้รูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ (Inquiry) 5E โดยเนน้ ให้ผู้เรยี นเป็นผูค้ น้ คว้าหาความรู้ด้วยตนเอง หรือสร้างความรูด้ ้วยตนเอง
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผู้สอนเป็นผู้อานวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุ เป้าหมาย
ซึ่งวิธีสืบสอบความรู้จะเน้นผู้เรยี นเป็นสาคัญของการเรียน โดยสอดแทรกกลวิธีการสอนโดยใช้เทคนิค
KWDL เป็นเทคนคิ ที่ชว่ ยใหผ้ ู้เรียนฝึกกระบวนการวิเคราะห์โจทย์ปญั หาอย่างเปน็ ข้นั ตอน โดยเริ่มจาก
หาสงิ่ ท่ีโจทยก์ าหนดมาให้และสิ่งทโ่ี จทย์ถาม และเข้าสูก่ ระบวนการหาวธิ ีการแก้ปัญหาและดาเนินการ
แก้ปัญหาตามแผนที่วางไว้ อันนาไปสู่การวิเคราะห์และแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง
อีกท้ังยงั มีข้นั ตอนในการตรวจสอบกระบวนการแก้โจทย์ปัญหา เพือ่ ให้นักเรียนสามารถทบทวนความรู้
และตรวจสอบความถูกต้องได้
12. ประเดน็ ท่ี Model Teacher วางแผนได้ดี
ด้านแผนการจดั การเรียนรู้
1. แผนการจัดการเรียนรู้ไดก้ าหนดเปา้ หมายอย่างชัดเจนตอบสนองมาตรฐานการเรียนรูต้ าม
ผลการเรียนรทู้ ่กี าหนด
2. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ใช้รูปแบบกิจกรรม
การเรียนการสอนด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E มีการออกแบบให้นักเรียน
วิเคราะห์โจทย์ปัญหาวิชา เคมี โดยใช้เทคนิค KWDL ซึ่งผู้สอนมีการระบุขั้นตอนของกระบวนการ
วิเคราะหโ์ จทยแ์ ละแกป้ ญั หาไว้อย่างชัดเจนตามข้นั K ข้ัน W และข้ัน D ซง่ึ เป็นการจดั ระบบข้อมูลแล้ว
เขียนสรุปถึงวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาในขั้น L ส่งผลให้ผู้เรียนมีการลาดับความคิดอย่างเป็น
ขั้นตอน นอกจากนี้ยังฝึกให้นักเรียนหาวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างหลากหลาย อันจะส่งผลให้นักเรียน
ส ามารถน าคว ามรู้ไปประยุกต์ใช้ใน สถาน การณ์ต่างๆในช ีว ิตป ระจ าว ัน ของตน เองได้อย ่างมี
ประสิทธภิ าพและเกิดประสิทธิผล
ดา้ นกิจกรรมการเรยี นรู้
ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิค KWDL ซึ่งเหมาะสมกับเนื้อหาสาระของ
หน่วยการเรียนรู้ที่ส่วนใหญ่ผู้เรียนจะต้องสามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหา เพื่อคานวณและแก้โจทย์
ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนอค KWDL สามารถส่งเสริมให้
นักเรยี นวเิ คราะห์โจทยป์ ญั หาได้อย่างเป็นขนั้ ตอน
13. ประเด็นท่ี Model Teacher ควรเพิม่ เติม/ปรับปรงุ แก้ไข
ดา้ นแผนการจดั การเรยี นรู้
1. แผนการจัดการเรียนรู้ในขั้นตอนสร้างความสนใจ ควรมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียน
ฝึกทักษะการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา โดยอาจจะประยุกต์จากสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจาวัน
ของนักเรียน ผา่ นการเลน่ เกม หรือมีการนาส่ือมาประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในข้ันตอน
ดังกล่าว ก่อนลงส่กู ระบวนการแกป้ ญั หาโดยใช้เทคนิค KWDL
2. แผนการจัดการเรียนรู้ในขั้นประเมิน ควรมีการอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการนาเสนอ
ผลงานในรูปแบบนาผลงานจัดแสดงเป็นนิทรรศการ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการนาเสนอมากข้ึน
และชีแ้ จงเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนท่สี ามารถเขา้ ใจได้ชเั จน และง่ายต่อการรวบรวมขอ้ มูล
ด้านกิจกรรมการเรยี นรู้
ครูผู้สอนควรออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในขั้นขยายความรู้ให้มีการเชื่อมโยงกับ
ชีวิตประจาวันของนักเรียน โดยตั้งประเด็นคาถามเพื่อให้นักเรียนชี้แจงหรือร่วมกันอภิปรายแสดง
ความเห็นเพิ่มเติมให้ชัดเจนมากขึ้น และปรับปรุงกระบวนการแบ่งกลุ่มทากิจกรรมให้มีความชัดเจน
โดยให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างทั่วถึง เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพ
แผนการจัดการเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
วิชา เคม2ี (ว30222) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง โมลและสตู รเคมี
เรื่อง การหาสูตรอยา่ งง่ายและสตู รโมเลกุล เวลา 2 คาบ (100 นาที)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..................
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย การเกิดปฏิกิริยาเคมี
มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์ สือ่ สารส่ิงท่ีเรียนรู้และนาไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
คานวณสูตรอยา่ งง่ายและสูตรโมเลกุลของสาร
1. สาระสาคญั
มวลอะตอมเปน็ มวลของธาตุ 1 อะตอม แตอ่ ะตอมมีขนาดเลก็ มาก ไมส่ ามารถช่ังได้โดยตรง จึงนิยมใช้
มวลอะตอมสัมพัทธ์ ซึ่งได้จากการเปรียบเทียบมวลอะตอมกับมวลของธาตุมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันใช้ 12C เป็น
มาตรฐานในการเปรียบเทียบมวล มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุเป็นค่าเฉลี่ยจากค่ามวลอะตอมของแต่ละไอโซโทป
ของธาตุชนิดนนั้ ตามปริมาณที่มีในธรรมชาติ มวลโมเลกลุ และมวลสตู รเป็นผลรวมของมวลอะตอมเฉล่ยี ของธาตุ
ท่เี ป็นองค์ประกอบของสารนั้น
โมลเปน็ ปริมาณสารทม่ี จี านวนอนุภาคเท่ากบั เลขอาโวกาโดรหรือค่าคงตวั อาโวกาโดร คอื 6.02 × 1023
อนุภาค มวลของสาร 1 โมล ที่มีหน่วยเป็นกรัม เรียกว่า มวลต่อโมล ซึ่งมีค่าตัวเลขเท่ากับมวลอะตอม
มวลโมเลกลุ หรอื มวลสตู รของสารนัน้ สาหรบั สารท่มี ีสถานะแกส๊ 1 โมล จะมปี ริมาตรเทา่ กับ 22.4 ลิตรท่ี STP
สารประกอบเกิดจากการรวมตัวของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป โดยมีอัตราส่วนโดยมวลของธาตุ
อัตราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบในสารประกอบสามารถแสดงในรูปของร้อยละโดยมวล สารประกอบ
คงท่ีเสมอตามกฎสัดสว่ นคงท่ี
สูตรเคมีสามารถแสดงได้ด้วยสูตรเอมพิริคัลหรือสูตรอย่างง่าย และสูตรโมเลกุล ซึ่งสูตรอย่างง่าย
สามารถคานวณได้จากอัตราส่วนโดยโมลของธาตุองค์ประกอบ และถ้าทราบมวลโมเลกุลของสารจะสามารถ
คานวณสูตรโมเลกุลได้
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ด้านความร้(ู K)
นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของสูตรอย่างง่ายและสตู รโมเลกุลของสารได้
2. ดา้ นทกั ษะ(P)
นักเรยี นสามารถแสดงวธิ กี ารคานวณสูตรอย่างงา่ ยและสตู รโมเลกลุ ของสารได้
3. ด้านคุณลกั ษณะ(A)
นกั เรียนเห็นคุณคา่ และประโยชนข์ องการเรยี นรเู้ กีย่ วกับสูตรอยา่ งงา่ ยและสูตรโมเลกลุ ของสาร
3. สาระการเรยี นรู้
สูตรเคมี
- สตู รเอมพริ ิคัลหรือสตู รอยา่ งงา่ ย
- สูตรโมเลกุล
4. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน 2. ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการสื่อสาร 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 2. ซอื่ สัตย์สุจริต
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 4. ใฝ่เรยี นรู้
3. มวี นิ ยั 6. มุ่งม่นั ในการทางาน
5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง 8. มจี ติ สาธารณะ
7. รักความเปน็ ไทย
6. กระบวนการจัดการเรียนรู้
รูปแบบการสอนที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ แนวคิดการเรียนเชิงรุก (Active Learning)
โดยใช้รปู แบบการสอนตามวฏั จักรการสบื เสาะหาความรู้ (5E) ทส่ี อดแทรกกลวิธีการสอนโดยใช้เทคนคิ KWDL
ขน้ั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
1.1 ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับธาตุและสารประกอบ โดยครูยกตัวอย่างสูตรเคมีของธาตุและ
สารประกอบบางชนิด เช่น Mg S8 CuSO4 CO2 แล้วให้นักเรียนระบุว่าสารที่กาหนดให้เป็นธาตุหรือ
สารประกอบ จากนั้นใช้คาถามนาวา่ นักวทิ ยาศาสตรท์ ราบเกย่ี วกบั อตั ราสว่ นโดยโมลของอะตอมธาตุไดอ้ ย่างไร
เพอื่ นาไปสู่การหาอตั ราสว่ นโดยโมลของธาตอุ งค์ประกอบท่ีเกิดเป็นสารประกอบ
1.2 ครูนาอภิปรายเพื่อเชื่อมโยงกฏสัดส่วนคงที่กับสูตรเคมี โดยใช้คาถามว่า อัตราส่วนโดยโมลของ
ทองแดงกับกามะถันในสารประกอบคอปเปอร์(II)ซัลไฟด์ สัมพันธ์กับสูตรเคมี CuS อย่างไร ซึ่งควรตอบได้ว่า
จานวนโมลของธาตุในอัตราสว่ นโดยโมลเท่ากับจานวนอะตอมของธาตุในสูตรเคมี จากน้นั ครูอธบิ ายความหมาย
ของสตู รอย่างงา่ ยหรือสตู รเอมพริ คิ ัลและสูตรโมเลกลุ พรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบการอธิบาย
ข้นั ท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration) สอดแทรกกลวิธีการสอนโดยใช้โดยใชเ้ ทคนคิ KWDL
2.1 ครูให้นักเรยี นพจิ ารณาสูตรโมเลกุลและสตู รเอมพริ คิ ัลของสารบางชนดิ ในตาราง 4.6 แลว้ อภปิ ราย
ร่วมกันเกี่ยวกับสูตรโมเลกุลและสูตรเอมพิริคัลของสารโคเวเลนต์และสารประกอบไอออนิก ซึ่งควรได้ข้อสรุป
ดงั นี้ - สารโคเวเลนตม์ ที ั้งสูตรโมเลกลุ และสูตรเอมพริ คิ ลั ซ่งึ อาจเหมือนกนั หรอื ต่างกัน
- สารประกอบไอออนิกมแี ต่สตู รเอมพริ ิคลั
- สารโคเวเลนต์บางชนดิ มสี ตู รโมเลกุลต่างกนั แต่มสี ตู รเอมพริ คิ ัลเหมอื นกนั
2.2 ครูอธบิ ายแนวทางการวเิ คราะห์โจทยป์ ญั หาโดยใชเ้ ทคนิค KWDL ดงั นี้
KWDL เป็นเทคนิคที่สามารถนามาใช้เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์โจทย์ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน
และช่วยให้นักเรียนเข้าใจถึงโจทย์ปัญหาได้ชัดเจน ซึ่งเทคนิค KWDLมีขั้นตอนการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา 4
ขน้ั ตอน ได้แก่
1) K (What we know) นักเรียนหาสิ่งที่โจทย์บอก โจทย์ให้อะไรมาบ้าง เป็นขั้นที่นักเรียนอ่านและ
วเิ คราะหส์ ่ิงที่โจทยบ์ อกใหม้ า
2) W (What we want to know) เป็นขน้ั ทน่ี ักเรียนตอ้ งอา่ นและวิเคราะหว์ ่าโจทย์ต้องการอะไร
3) D (What we do to find out) เปน็ ข้ันท่ีนักเรยี นต้องคิดวา่ การจะหาคาตอบทีโ่ จทย์ต้องการน้ัน
ตอ้ งใช้กระบวนการอะไรบ้าง และเริม่ ดาเนนิ การหาคาตอบนน้ั
4) L (What we learned) เป็นขั้นสรุปผลที่ได้จากการแก้ปัญหา เป็นขั้นที่นักเรียนต้องสรุปการ
ดาเนนิ การแก้ปัญหาและอธิบายขัน้ ตอนการแก้ปัญหาได้อยา่ งถกู ต้อง
ข้นั ท่ี 1 K (What we know)
โจทยบ์ อกอะไรบา้ ง
ขัน้ ท่ี 2 W
(What we want to know)
โจทยใ์ ห้หาอะไร / มวี ิธีการใช้อย่างไร
ใช้วธิ อี ะไรไดบ้ า้ ง
ขน้ั ท่ี 3 D
(What we do to find out)
ดำเนินการตามกระบวนการ
ขัน้ ที่ 4 L
(What we learned)
คำตอบทไ่ี ด้ และคิดคำตอบอยา่ งไร
2.3 ครูอธิบายวิธีการคานวณสูตรเอมพิริคัล โดยใช้อัตราส่วนโดยมวลจากกฎสัดส่วนคงที่หรือร้อยละ
โดยมวล แล้วทาเป็นอัตราสว่ นโดยโมลและอัตราส่วนอย่างต่าโดยโมล และวิธีการคานวณสูตรโมเลกุลจากสูตร
เอมพิริคัล จากนั้นครแู สดงการคานวณโดยยกตัวอย่างประกอบการอธบิ าย โดยใช้เทคนคิ KWDL ดังน้ี
ตวั อย่าง 1 จากการวิเคราะหน์ โิ คตินที่มีในบหุ รี่พบวา่ ประกอบด้วย C 74.0 % , H 8.65 % และ N 17.3 %
โดยมวล นิโคตนิ มีสูตรอย่างง่ายเป็นอยา่ งไร ( N=14 , C=12 , H=1 )
ขน้ั ที่ 1 K (What we know) โจทยบ์ อก
โจทย์บอกอะไรบา้ ง 1. ร้อยละของธาตอุ งคป์ ระกอบ C 74.0 % , H 8.65 % และ N 17.3 %
2. มวลอะตอมของธาตุ N=14 , C=12 , H=1
ข้นั ที่ 2 W โจทย์ใหห้ า สูตรอยา่ งง่ายของนโิ คติน
(What we want to know) วธิ กี าร
โจทย์ให้หาอะไร / มีวธิ ีการใช้อย่างไร 1. หาอัตราส่วนโดยจานวนโมลอะตอมของ C : H : N
ใช้วธิ อี ะไรไดบ้ า้ ง 2. นาเลขทีแ่ สดงจานวนโมลอะตอมของธาตุท่ีมคี า่ น้อยทีส่ ดุ หารตลอด
ข้นั ที่ 3 D วธิ ีทา
(What we do to find out) 1. หาอัตราส่วนโดยจานวนโมลอะตอมของ C : H : N
ดาเนินการตามกระบวนการ อตั ราสว่ นโดยมวลของ C : H : N = 74.0 : 8.65 : 17.3
อัตราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของ C : H : N
= 74.0 : 8.65 : 17.3
12 1 14
= 6.16 : 8.65 : 1.23
2. นาเลข 1.23 หารตลอด = 6.16 : 8.65 : 1.23
1.23 1.23 1.23
= 5 : 7: 1
ขนั้ ท่ี 4 L ตอบ นโิ คตนิ มีสูตรอย่างง่ายเป็น C5H7N
(What we learned) วธิ คี ดิ
คาตอบท่ีได้ และคดิ คาตอบอยา่ งไร 1. หาอัตราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของ C : H : N โดยนามวลร้อยละ
ในองค์ประกอบของธาตุแต่ละตวั มาหารดว้ ยมวลอะตอมของธาตนุ ัน้
2. นาเลขท่แี สดงจานวนโมลอะตอมของธาตทุ ี่มคี ่าน้อยท่ีสดุ หารตลอดจนได้
เลขจานวนลงตัว
ตวั อย่างท่ี 2 กรดชนดิ หน่งึ ประกอบด้วยไฮโดรเจนร้อยละ 3.06 ฟอสฟอรัสร้อยละ 31.63 และออกซิเจนร้อย
ละ 65.31 โดยมวล ถ้ากรดชนดิ นมี้ มี วลโมเลกลุ เท่ากับ 98 จงหาสตู รเอมพริ ิกลั และสูตรโมเลกลุ
โจทย์บอก
1. รอ้ ยละของธาตทุ เี่ ป็นองค์ประกอบแต่ละชนิด ดังนี้
ขนั้ ที่ 1 K (What we know) รอ้ ยละของไฮโดรเจน = 3.06
โจทย์บอกอะไรบา้ ง ร้อยละของฟอสฟอรัส = 31.63
รอ้ ยละของออกซิเจน = 65.31
2. มวลโมเลกุลของกรด = 98
โจทย์ให้หา
ข้ันที่ 2 W 1. สตู รเอมพิริคัลของกรด
(What we want to know) 2. สูตรโมเลกุลของกรดจาก
โจทยใ์ ห้หาอะไร / มวี ธิ ีการใช้อย่างไร วิธีการ
ใช้วธิ ีอะไรได้บ้าง 1. คำนวณหาสตู รเอมพริ ิคัลของกรด
2. คำนวณหาสตู รโมเลกลุ ของกรด สูตรโมเลกุล = ( สูตรอยา่ งงา่ ย ) n
วธิ ที ำ
1. คำนวณหาสูตรเอมพิริคัลของกรด
อัตราส่วนโดยมวลของ H : P : O = 3.06 : 31.63 : 65.31
ขั้นท่ี 3 D อัตราส่วนโดยจำนวนโมลH : P : O = 3.06 : 31.63 : 65.31
(What we do to find out)
ดำเนินการตามกระบวนการ 1 31 16
= 3.06 : 1.02 : 4.08
อัตราสว่ นอย่างต่ำโดยจำนวนโมลอะตอมของ H : P : O = 3 : 1 : 4
2. คำนวณหาสตู รโมเลกลุ ของกรด
สมมตุ ใิ ห้สูตรโมเลกุลของกรดชนดิ นเ้ี ปน็ (H3PO4)n
ดงั นัน้ มวลโมเลกุลของกรดคดิ จากสูตร
= [ ( 31 ) + 31 + ( 416 )] n = 98n
โจทย์กำหนดใหม้ วลโมเลกลุ ของกรดน้ี = 98
ดงั นัน้ 98n = 98
n =1
ตอบ
ขน้ั ท่ี 4 L 1. สตู รเอมพิริคลั ของกรดนี้ คือ H3PO4
(What we learned) 2. สูตรโมเลกลุ ของกรดชนดิ น้ี คือ H3PO4
คำตอบทีไ่ ด้ และคิดคำตอบอย่างไร วิธีคิด
1. คำนวณหาสูตรเอมพิรคิ ัลของกรดโดยนำมวลร้อยละในองค์ประกอบของ
ธาตุแตล่ ะตวั มาหารดว้ ยมวลอะตอมของธาตนุ นั้
2. นำเลขท่ีแสดงจำนวนโมลอะตอมของธาตทุ ่ีมีค่าน้อยท่ีสุดหารตลอดจนได้
เลขจำนวนลงตวั
3. คำนวณหาสูตรโมเลกุลของกรด นำคา่ มวลโมเลกุลของสูตรท่ีสมมุติให้
เท่ากับมวลโมเลกลุ ท่ีแทจ้ รงิ เพอื่ หาค่า n
ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายและลงข้อสรปุ (explanation)
3.1 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมาย และขั้นตอนการคานวณสูตรอย่างง่ายและสูตร
โมเลกุลของสาร โดยให้แต่ละกลุ่มระดมความคดิ รว่ มกันแล้วส่งตวั แทนออกมาอภิปรายหน้าชัน้ เรียน ซึ่งควรได้
ขอ้ สรปุ ดงั น้ี
1. สารโคเวเลนตม์ ีทัง้ สตู รโมเลกุลและสูตรเอมพริ คิ ัล ซ่งึ อาจเหมือนกันหรอื ตา่ งกัน
2. สารประกอบไอออนกิ มีแตส่ ตู รเอมพริ ิคัล
3. สารโคเวเลนตบ์ างชนิดมสี ูตรโมเลกุลตา่ งกัน แต่มีสตู รเอมพิรคิ ัลเหมือนกัน
4. วิธกี ารคานวณหาสตู รเอมพริ ิคลั มีหลกั การดังนี้
4.1 คานวณหาปริมาณของธาตแุ ต่ละชนดิ ในสารประกอบ
4.2 คานวณหาอัตราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของธาตุ เชน่ ถา้ ทราบมวลของธาตแุ ต่ละชนิด
ให้เอามวลอะตอมของธาตุไปหารมวลของธาตุนั้น ( n = g ) ซึ่งอัตราส่วนโดยโมลอะตอมของธาตุ
M
จะต้องเป็นเลขจานวนเต็มลงตัวอย่างต่า การทาให้อัตราส่วนโดยจานวนโมลอะตอมเป็นอัตราส่วน
อย่างตา่ ทาไดด้ ังน้ี
4.3 นาเลขที่แสดงจานวนโมลอะตอมของธาตุที่มีค่าน้อยที่สุดหารตลอด และหากผลลัพธ์
บางส่วนเปน็ เลขทศนยิ มให้ดาเนินการดงั นี้ ถา้ คา่ ท่ีไดใ้ กล้เคียงจานวนเต็มมากให้ปัดเป็นเลขจานวนเต็ม
มากท่สี ดุ แลว้ ปดั เป็นเลขจานวนเตม็ กจ็ ะทราบสตู รอยา่ งง่าย
เช่น 1 : 1.9 = 1 : 2
1 : 1.3 ใช้ 3 คูณตลอดได้ = 3 : 3.9 = 3 : 4
5. วิธกี ารคานวณหาสตู รโมเลกุล มีหลกั การดงั นี้
5.1 หาสูตรเอมพริ คิ ัลหรือสูตรอย่างง่าย
5.2 สมมตุ ิสูตรโมเลกลุ โดยให้ สูตรโมเลกุล = ( สูตรอย่างงา่ ย ) n
5.3 คานวณหามวลโมเลกุลของสูตรที่สมมุติ และมวลโมเลกุลที่แท้จริง (ถ้าโจทย์ไม่บอก)
นาค่ามวลโมเลกุลของสูตรที่สมมุติให้เท่ากับมวลโมเลกุลที่แท้จริงเพื่อหาค่า n ถ้า n < 0.5
ให้ปดั ทิ้ง แตถ่ ้า n > 0.5 ให้ปัดเปน็ 1
ข้นั ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ให้นกั เรยี นสบื คน้ ขอ้ มูลเพมิ่ เติมเกยี่ วกับสตู รอยา่ งงา่ ยและสตู รโมเลกุลของสารในชีวติ ประจาวัน
4.2 แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน(เก่ง-ปานกลาง-อ่อน)
แต่ละกลุ่มจะได้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั การคานวณสูตรอย่างง่ายและสูตรโมเลกุล 1 ข้อ ให้แสดงวิธกี ารวิเคราะห์
และแกโ้ จทย์ปญั หาโดยใช้เทคนคิ KWDL แลว้ ติดนาเสนอผลงานบรเิ วณผนังหอ้ งเรียน
ข้นั ที่ 5 ประเมิน (evaluation)
5.1 ให้นักเรียนบนั ทึกหลงั การเรยี นรู้
5.2 ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มตดิ ผลงานของตนเองไวผ้ นงั หอ้ งแล้วเวียนกลุม่ ศึกษาและประเมินใหค้ ะแนน
5.3 ให้นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เรอ่ื ง การคานวณสูตรเอมพิริคัลและสูตรโมเลกลุ ของสาร ลงในสมดุ
7. ส่ือการเรยี นร้/ู แหล่งการเรียนรู้
- หนงั สือเรียนรายวชิ าเพิม่ เติม เคมี เลม่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
- กระดาษบรู้ฟและปากกาเมจกิ
- แบบฝึกหัดเรอ่ื ง การคานวณสตู รเอมพิริคัลและสตู รโมเลกลุ ของสาร
แหล่งเรียนรอู้ อนไลน์เพมิ่ เติม
1. https://www.youtube.com/watch?v=-ZEZZjIfipY
2. https://chemistry.mju.ac.th/goverment/25610518095245_chemistry/Doc_25630
713134637_357876.pdf
8. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมนิ
ประเด็นพิจารณา
ตรวจแบบฝกึ หดั เร่อื ง แบบฝกึ หดั เรือ่ ง นักเรียนผา่ นเกณฑ์การ
1. ด้านความร้คู วามเข้าใจ (K) การคานวณสูตร การคานวณสตู ร ประเมนิ ระดบั ดี ขน้ึ ไป
นกั เรยี นสามารถอธิบาย เอมพริ คิ ัลและสูตร เอมพิรคิ ลั และสตู ร
ความหมายของสูตรอยา่ งง่ายและ โมเลกลุ ของสาร โมเลกลุ ของสาร
สตู รโมเลกลุ ของสารได้
สังเกตและประเมนิ แบบฝึกทักษะ เร่ือง นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การ
2. ดา้ นทกั ษะ (P) ทกั ษะการคานวณ การคานวณสตู ร ประเมนิ ระดบั ดี ข้ึนไป
นักเรียนสามารถแสดงวธิ กี าร สตู รเอมพิริคัลและ เอมพริ คิ ลั และสูตร
คานวณสูตรอยา่ งง่ายและสูตร สตู รโมเลกลุ ของสาร โมเลกลุ ของสาร
โมเลกลุ ของสารได้ จากงานนาเสนอ
แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ าร
3. ดา้ นเจตคติ (A) สังเกตพฤตกิ รรมการ
นกั เรยี นเหน็ คุณคา่ และประโยชน์ เรยี นรขู้ องนักเรยี น การเรยี นรู้ของ ประเมนิ ระดบั ดี ขนึ้ ไป
ของการเรียนรู้เกีย่ วกับสูตรอย่าง
ง่ายและสตู รโมเลกุลของสาร นักเรยี น
เกณฑ์การประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
คะแนน/ความหมาย วธิ ีการวดั
นักเรยี นสามารถอธิบายความหมายของสูตรอยา่ งงา่ ยและสูตรโมเลกุลของ
4 สารไดถ้ กู ตอ้ ง ชัดเจน สมบรู ณค์ รบถว้ น มีการตรวจสอบคาตอบถูกต้อง
(ดีมาก) ตามโจทย์
นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของสตู รอย่างงา่ ยและสูตรโมเลกลุ
3 ของสารไดถ้ ูกตอ้ ง ตามโจทยใ์ หไ้ ด้เปน็ ส่วนใหญ่
(ดี) นกั เรียนสามารถอธิบายความหมายของสตู รอยา่ งง่ายและสูตรโมเลกุล
2 ของสารได้บางสว่ น
(พอใช)้ นักเรยี นไมส่ ามารถอธบิ ายความหมายของสูตรอย่างง่ายและสตู รโมเลกลุ
1 ของสารไดถ้ ูกต้อง
(ควรปรบั ปรุง)
เกณฑก์ ารประเมินด้านทักษะกระบวนการ(P)
คะแนน/ความหมาย วธิ กี ารวัด
นกั เรียนสามารถแสดงวธิ ีการคานวณสตู รอย่างง่ายและสตู รโมเลกุลของสาร
4 ไดถ้ ูกต้อง อย่างชดั เจน สมบรู ณ์ครบถ้วน และยังชว่ ยอธิบายแนวคิดให้
(ดีมาก) เพือ่ นในกลุม่ ได้
นักเรยี นสามารถแสดงวิธีการคานวณสตู รอย่างงา่ ยและสูตรโมเลกุลของสาร
3 ไดถ้ ูกต้องได้ด้วยตนเอง
(ดี)
นกั เรียนสามารถแสดงวธิ ีการคานวณสตู รอยา่ งงา่ ยและสตู รโมเลกุลของสาร
2 ไดถ้ ูกต้อง โดยมเี พื่อนหรือครใู ห้คำแนะนำ
(พอใช้)
นักเรียนไมส่ ามารถแสดงวธิ กี ารคานวณสูตรอยา่ งงา่ ยและสตู รโมเลกลุ ของ
1 สารได้ด้วยตนเอง
(ควรปรบั ปรุง)
เกณฑ์การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์(A)
คะแนน/ความหมาย วิธีการวดั
4 (ดีมาก) นักเรยี นสามารถระบุประเภทของสตู รเคมไี ด้อยา่ งคล่องแคล่ว
3 (ดี) นกั เรยี นสามารถระบุประเภทของสตู รเคมไี ด้ แตต่ ้องมีการลองผดิ ลองถูก
2 (พอใช้) นกั เรียนสามารถระบปุ ระเภทของสตู รเคมไี ดโ้ ดยมีผอู้ ่นื แนะนำ
1 (ควรปรับปรงุ ) นกั เรยี นไม่สามารถระบปุ ระเภทของสูตรเคมีได้
9. เอกสารอา้ งอิง/บรรณานกุ รม
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. 2562. หนังสือเรียน
รายวิชาเพิ่มเติมฯ เคมี เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
แบบเฉลยข้อสอบพฒั นำทักษะกำรคิดวิเครำะหโ์ จทยป์ ญั หำ เรื่อง ปรมิ ำณสำรสมั พนั ธ์
คำชแ้ี จง จงแสดงวิธที ำลงในแผนผัง KWDL
1. จงคำนวณหำสตู รเอมพิริคัลของสำรประกอบที่ประกอบด้วยธำตตุ ่ำงๆคดิ เปน็ รอ้ ยละโดยมวล ดังนี้
โพแทสเซยี ม(K) 43.18% คลอรนี (Cl) 39.15% และออกซเิ จน(O) 17.67%
ขน้ั ที่ 1 K (What we know) โจทยบ์ อก
โจทย์บอกอะไรบ้ำง รอ้ ยละโดยมวลของธาตตุ า่ งๆ ดังน้ี
โพแทสเซยี ม(K) 43.18% คลอรีน(Cl) 39.15% ออกซิเจน(O) 17.67%
ขน้ั ที่ 2 W โจทยใ์ หห้ ำ
(What we want to know) สูตรเอมพริ คิ ลั ของสารประกอบ
โจทย์ใหห้ ำอะไร / มวี ธิ กี ำรใช้อย่ำงไร วิธกี ำร
ใช้วธิ ีอะไรไดบ้ ้ำง 1. หาอัตราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของ K : Cl : O
2. นาเลขที่แสดงจานวนโมลอะตอมของธาตุทม่ี คี ่าน้อยท่ีสดุ หารตลอด
วิธที ำ
1. หาอตั ราส่วนโดยจานวนโมลอะตอมของ K : Cl : O
อตั ราสว่ นโดยมวลของ K : Cl : O = 43.18 : 39.15 : 17.67
ขั้นที่ 3 D อตั ราส่วนโดยจานวนโมลอะตอมของ K : Cl : O
(What we do to find out) = 43.18 : 39.15 : 17.67
ดำเนนิ กำรตำมกระบวนกำร
39 35.5 16
= 1.1 : 1.1 : 1.1
2. อัตราสว่ นของ K : Cl : O = 1 : 1 : 1
ขน้ั ที่ 4 L ตอบ
(What we learned) สตู รเอมพริ ิคลั ของสารประกอบ คือ KClO
คำตอบท่ไี ด้ และคิดคำตอบอย่ำงไร วิธีคดิ
1. หาอัตราส่วนโดยจานวนโมลอะตอมของ K : Cl : O โดยนามวลร้อยละ
ในองคป์ ระกอบของธาตแุ ตล่ ะตัวมาหารดว้ ยมวลอะตอมของธาตนุ น้ั
2. นาเลขทแี่ สดงจานวนโมลอะตอมของธาตุท่มี ีค่าน้อยทสี่ ุดหารตลอดจนได้
เลขจานวนลงตวั
2. สำรบรสิ ุทธ์ิชนดิ หน่งึ ประกอบดว้ ยธำตุ H 0.25 g , C 1.5 g , Cl 8.875 g จงหำสูตรอย่ำงงำ่ ยของสำรนี้
( Cl = 35.5 )
ข้ันท่ี 1 K (What we know) โจทย์บอก
โจทย์บอกอะไรบำ้ ง 1. มวลของธาตทุ ่ีเปน็ องค์ประกอบ ดังน้ี H 0.25 g , C 1.5 g , Cl 8.875 g
2. มวลอะตอมของ Cl = 35.5
โจทยใ์ ห้หำ
ขัน้ ที่ 2 W สูตรอย่างง่ายของสารน้ี
(What we want to know) วธิ กี ำร
โจทย์ใหห้ ำอะไร / มีวิธีกำรใชอ้ ย่ำงไร 1. หาโมลของธาตอุ งค์ประกอบแต่ละตัว
ใชว้ ธิ อี ะไรไดบ้ ้ำง 2. หาอัตราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของ H : C : Cl
3. นาเลขท่ีแสดงจานวนโมลอะตอมของธาตทุ มี่ คี า่ น้อยท่ีสดุ หารตลอด
วิธที ำ
1. หำโมลของธำตุองคป์ ระกอบแต่ละตัว
โมลของ H = 0.250
1
โมลของ C = 1.500
12
ขน้ั ท่ี 3 D โมลของ Cl = 8.875
(What we do to find out)
35.5
2. หำอตั รำส่วนโดยจำนวนโมลอะตอมของ H : C : Cl
ดำเนินกำรตำมกระบวนกำร = 0.250 : 1.500 : 8.875
1 12 35.5
= 0.125 : 0.250 : 0.250
3. เอำเลขท่ีแสดงจำนวนโมลอะตอมของธำตทุ ม่ี คี ำ่ น้อยทสี่ ดุ หำรตลอด
= 0.125 : 0.250 : 0.250
0.125 0.125 0.125
= 1 :2 :2
ตอบ สตู รเอมพริ คิ ัล คอื CH2Cl2
วิธคี ดิ
ขั้นที่ 4 L 1. หาโมลของธาตอุ งค์ประกอบแต่ละตัว จาก mol = g
(What we learned) MW
คำตอบท่ไี ด้ และคดิ คำตอบอยำ่ งไร 2. จะไดอ้ ตั ราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของ H : C : Cl
= 0.125 : 0.250 : 0.250
3. นาเลขทแ่ี สดงจานวนโมลอะตอมของธาตทุ ่ีมคี า่ น้อยท่สี ดุ หารตลอด
3. สำรชนิดหนึ่งประกอบด้วยธำตุ C H และ N เผำสำรนี้ 1.24 กรัม สลำยตัวให้ก๊ำซ CO2 1.76 กรัม
ก๊ำซ NO2 1.84 กรมั และไอน้ำ 1.8 กรัม จงหำสูตรของสำร
ขน้ั ท่ี 1 K (What we know) โจทย์บอก
โจทย์บอกอะไรบำ้ ง 1. ธาตทุ ่ีเปน็ องค์ประกอบ ได้แก่ C H และ N
2. มวลของสาร 1.24 กรมั
3. สารทไ่ี ดห้ ลังทาปฏกิ ิริยา CO2 1.76 กรมั ก๊าซ NO2 1.84 กรัม
และไอน้า 1.8 กรมั
โจทยใ์ ห้หำ สตู รของสาร
ขนั้ ท่ี 2 W วธิ กี ำร
(What we want to know) 1. หาโมลของธาตทุ ี่เปน็ องคป์ ระกอบ จากสตู ร mol = g
โจทยใ์ ห้หำอะไร / มวี ธิ กี ำรใช้อย่ำงไร MW
ใชว้ ธิ ีอะไรได้บำ้ ง 2. หาอตั ราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของ C : H : N
3. นาเลขทแี่ สดงจานวนโมลอะตอมของธาตุที่มีค่าน้อยทสี่ ดุ หารตลอด
ข้ันท่ี 3 D วิธที ำ
(What we do to find out) 1. หาโมลของธาตุทเ่ี ปน็ องค์ประกอบ
ดำเนนิ กำรตำมกระบวนกำร
CO2 1.76 = 0.04 ดังน้ัน โมลของ C = 0.04
44
H2O 1.8 = 0.1 ดังนั้น โมลของ H x 2 = 0.2
18
NO2 1.84 = 0.04 ดงั นัน้ โมลของ N = 0.04
46
2. หาอัตราสว่ นโดยจานวนโมลอะตอมของ C : H : N
0.04 : 0.2 : 0.04
3. นาเลขจานวนนอ้ ยสุดหาร
0.04 : 0.2 : 0.04
0.04 0.04 0.04
1 : 5: 1
ขั้นท่ี 4 L ตอบ สตู รของสำร CH5N
(What we learned) วิธีคดิ
คำตอบทไ่ี ด้ และคดิ คำตอบอย่ำงไร 1. หาโมลของธาตุท่ีเป็นองค์ประกอบ จากสูตร mol = g
MW
2. ตรวจสอบความถูกต้องโดย โมลของธาตุแต่จากข้อ 1 คูณมวลอะตอม
ของธาตุนั้น ผลรวมของมวลของธาตุที่หาได้จะเท่ากับ 1.24 กรัม
(โจทย์กาหนด)
3. หาอัตราส่วนโดยจานวนโมลอะตอมของ C : H : N
4. นาเลขทีแ่ สดงจานวนโมลอะตอมของธาตุทีม่ ีคา่ นอ้ ยทสี่ ดุ หารตลอด
4. MgCl2 • nH2O มธี ำตุ Cl อย่รู อ้ ยละ 32.1 โดยมวล จงหำคำ่ n
ขน้ั ท่ี 1 K (What we know) โจทย์บอก
โจทย์บอกอะไรบ้ำง 1. สตู รโมเลกุลของสาร MgCl2 • nH2O
2. รอ้ ยละของธาตุ Cl = 32.1 โดยมวล
ข้นั ท่ี 2 W โจทยใ์ ห้หำ ค่า n
(What we want to know) วธิ กี ำร
โจทยใ์ หห้ ำอะไร / มวี ธิ กี ำรใชอ้ ย่ำงไร 1. หามวลโมเลกุลของ MgCl2 • nH2O
ใช้วิธีอะไรไดบ้ ้ำง 2. คานวณหาคา่ n จาก
MgCl2 + 18n = มวลโมเลกลุ
ขน้ั ที่ 3 D วธิ ีทำ
(What we do to find out) 1. หามวลโมเลกุลของ MgCl2 • nH2O โดยรอ้ ยละของธาตุ Cl = 32.1
ดำเนนิ กำรตำมกระบวนกำร
มี Cl 32.1 กรมั ใน MgCl2 • nH2O 100 กรัม
ข้ันท่ี 4 L ถ้า Cl 71 กรมั มวลโมเลกลุ ของ MgCl2 • nH2O = 100 x 71
(What we learned)
คำตอบทไี่ ด้ และคดิ คำตอบอยำ่ งไร 32
ดงั น้ันมวลโมเลกลุ ของ MgCl2 • nH2O = 221.18
2. คานวณหาค่า n
MgCl2 + 18n = มวลโมเลกุล
95 + 18n = 221.18
18n = 126.18
n=7
ตอบ n = 7
วิธคี ดิ
1. หามวลโมเลกุลของ MgCl2 • nH2O โดยการเทียบบยั ญตั ิไตรยางค์
2. คานวณหาค่า n จาก
MgCl2 + 18n = มวลโมเลกุล
PLC
(PROFESSIONAL LEARNING COMMUNITY)
วงรอบที 4 ภาคเรียนที 2 ปการศึกษา 2563
ระหว่างวันที 18 - 19 กุมภาพันธ์ 2564
MODEL TEACHER : นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
BUDDY TEACHER : นางสาวเบญจวรรณ สารินจา
No.0 วเิ คราะห์นกั เรียน
แบบบันทึกผลการวเิ คราะห์นกั เรียน
ชือ่ -สกลุ นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์ โรงเรยี นแม่แจ่ม
สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ห้อง 1 จานวน 36 คน
****************************
1. ลักษณะของนกั เรยี นในชัน้ เรียนของท่านตามเอกลักษณข์ องสาระการเรยี นรู้ที่ตอ้ งการพฒั นา
ผ้ศู ึกษาได้วเิ คราะห์หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.2560) และหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นแม่แจ่ม อาเภอแมแ่ จม่ จังหวัดเชียงใหม่ สงั กดั สานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เชียงใหม่ หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 สาระเคมี ข้อ2 เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสาร
การเกิดการละลาย การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์ สื่อสาร
ส่งิ ทเี่ รยี นรแู้ ละนาไปใช้ประโยชน์
ในการจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ผู้ศึกษาได้นาข้อมูลนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จานวน
36 คน มาเป็นกรณใี นการศกึ ษา เทคนิคและวธิ กี ารตามกระบวนการชุมชนแห่งการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา
2563 โดยการวิเคราะห์ผู้เรียน ในสาระการเรียนรู้เรื่อง การเตรียมสารละลาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โดยกาหนดเปา้ หมายทจ่ี ะพฒั นานกั เรียนจาแนกออกเป็น 3 กลุ่มดงั นี้
กลุ่มเก่ง นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเตรียมสารละลาย เมื่อทาแบบฝึกหัด
สามารถทาคะแนนได้รอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป จานวน 10 คน ไดแ้ ก่
ท่ี ชอื่ -สกลุ
1 นางสาวจนั ทรกานต์ ตะ๊ อุ่น
2 นางสาวญาดาวดี กอุ อ
3 นางสาวธัญญลกั ษณ์ จลุ ศริ ิ
4 นางสาวพมิ ลนาฏ เจริญผล
5 นางสาวเรณกุ า รกั ดี
6 นางสาวนตั ฐพร พลคร้อ
7 นางสาวณฐั กานต์ จติ ตาดู
8 นางสาววณี าภร ใจอ่อน
9 นางสาวศศินา สุนนั ตา
10 นางสาวณัฐพร ศรีเท่ียง
กลมุ่ ปานกลาง นกั เรยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การเตรียมสารละลาย เมื่อทาแบบฝึกหัด
สามารถทาคะแนนไดร้ ้อยละ 50 - 79 ข้นึ ไป จานวน 16 คน ได้แก่
ท่ี ชื่อ-สกุล
1 นายกิตตณิ ฏั ฐ์ ขนั ทะสา
2 นายธนทั ประดับสุข
3 นายเกรยี งศักด์ิ รบชนะ
4 นายธชั พล แสงสรทวีศกั ดิ์
5 นางสาวณัฏฐณิชา ธิการ
6 นางสาวธัญญลกั ษณ์ จลุ ศิริ
7 นางสาวพมิ พ์วภิ า ใจดี
8 นางสาวกลั ยรัตน์ วุฒคิ ณุ
9 นางสาวกุลนันท์ เมืองไชย์
10 นางสาวฉันทพิชญา วรรณลักษณ์
11 นางสาวณัฐพร ศรีเที่ยง
12 นางสาววณี าภร ใจออ่ น
13 นางสาววภิ าดา ช่ืนค้มุ
14 นางสาวเบญจรัตน์ ศักดิ์คงนนั ทกุล
15 นางสาวภาชินี กลา้ ณรงคเ์ ชาว์
16 นางสาวภิรมณพ์ ร ชลธศิ บรรพต
กลุ่มอ่อน นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเตรียมสารละลาย เมื่อทาแบบฝึกหัด
สามารถทาคะแนนได้ต่ากวา่ ร้อยละ 50 จานวน 14 คน ได้แก่
ท่ี ช่อื -สกุล
1 นายธนวชิ ญ์ กรรณิกา
2 นายรัชชานนท์ ไกรศรี
3 นายคนั ธารตั น์ พทิ าคา
4 นายพิเชษฐ์ แซว่ า้ ง
5 นางสาวยพุ ารตั น์ กรณุ า
6 นางสาววิชญาดา บุญเกิด
7 นางสาวณัฐณิชา จันสมี า
8 นางสาวจนั ทร์พมิ พ์ สนุ ทรแดนไพร
9 นางสาววิภาดา ชื่นคุ้ม
10 นางสาวจนั ทรเ์ พ็ญ อารยาสรรคส์ รา้ ง
11 นางสาววไิ ลวรรณ กูลสวสั ดม์ิ งคล
12 นางสาวอมรรัตน์ กนั ทะวงศ์
13 นางสาววันเพญ็ วาสนาดีเลศิ
14 นางสาวธนพร พงศ์ไพรสถาพร
No.1 แกป้ ญั หาการเรยี นรูข้ องนักเรยี น
แบบรายการแก้ปญั หาการเรียนรขู้ องนักเรยี น
1. ชอ่ื /นามสกลุ Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กลุ่มสาระการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชื่อโรงเรียน
โรงเรยี นแม่แจม่
4. รอบของการแกป้ ัญหา
รอบที่ 4 ระหวา่ ง วนั ท่ี 8 – 19 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
5. เกย่ี วขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย
การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ
นาไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี้ และปริมาตรของ
สารละลายตามท่กี าหนด
6. นกั เรียนระดบั ชน้ั
นกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
7. สรุปปัญหาการเรยี นรูข้ องนักเรียน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ร้อยละ 38.89 ไม่สามารถอธิบายวิธีการและเตรียม
สารละลายให้มคี วามเขม้ ขน้ ในหน่วยโมลารติ ี้ และปรมิ าตรของสารละลายตามทก่ี าหนด
8. ตวั ชีว้ ัดความสาเรจ็ ของการแกป้ ญั หา
นักเรียนทุกคนสามารถอธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วย
โมลารติ ้ี และปรมิ าตรของสารละลายตามทกี่ าหนด
9. วธิ กี ารวดั ความสาเร็จของการแกป้ ญั หา
9.1 ตรวจสอบการทาแบบฝึกหัดเร่อื ง การเตรียมสารละลาย
9.2 สังเกตและประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จากเกณฑ์การให้คะแนนและ
รายงานการทดลอง
10. โปรดระบุวิธีการจัดกจิ กรรมการเรียนสอนทที่ า่ นเลือกใช้
จัดกิจกรรมการเรยี นรูด้ ้วยแนวคดิ การเรยี นเชิงรกุ (Active Learning) โดยใช้รูปแบบการสอน
ตามวฏั จักรการสบื เสาะหาความรู้ (5E) โดยสอดแทรกวิธีการสอนโดยใชก้ ารทดลอง(Experiment)
1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการนาเข้าสู่บทเรียนด้วยเรื่องที่สนใจทั้งจาก
ตัวนักเรียนหรือการอภิปรายในห้องโดยใช้การยกตัวอย่างสารละลายในชีวิตกระตุ้นให้นักเรียนสร้าง
ประเดน็ คาถาม
2. ขั้นสารวจและค้นหา (exploration) สอดแทรกวิธีการสอนโดยใช้การทดลอง
(Experiment) เมอื่ ทาความเขา้ ใจในประเด็นหรอื คาถามทส่ี นใจจะศึกษาอย่างถ่องแท้แลว้ สอดแทรก
วธิ ีสอนด้วยการทดลอง(Experiment) ดงั น้ี
1. ขัน้ เตรยี มการทดลอง
เป็นขั้นของการกาหนดจุดประสงค์การเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องตามหลักสูตร มาตรฐาน
การเรยี นชว่ งชนั้ หรือผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง รวมทงั้ สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ จากน้ันจึงวางแผนการ
จัดการเรียนรู้ด้วยการทดลอง มีการเตรียมวัสดุ สื่อ อุปกรณ์ หรือเอกสารต่างๆ ในขั้นนี้ต้องตรวจสอบ
ประสิทธิภาพของส่อื หรืออุปกรณท์ ่ีจาเปน็ ต้องใชใ้ นการทดลองด้วย
2. ข้ันทดลอง
ผู้เรยี นเปน็ ผู้ดาเนนิ การทดลอง โดยมีครผู ูส้ อนคอยดแู ล แนะนา ช่วยเหลือ ถ้าเปน็ การทดลอง
ทอี่ าจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายได้ ครผู ู้สอนตอ้ งควบคมุ ดแู ลอย่างใกล้ชดิ
3. ขัน้ เสนอผลการทดลอง
ผู้เรยี นนาเสนอผลการทดลอง และรายละเอียดประกอบ เชน่ โครงการทดลอง การเตรียมการ
วิธีการทดลอง และผลที่ได้จากการทดลอง
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) ในขั้นนี้ผู้เรียนจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ที่ตนได้รับ เช่น บางกลุ่มอาจได้ผลการทดลองที่คลาดเคลื่อนก็จะได้ช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุ
ผิดพลาดที่ขั้นตอนใดและมีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร ในขั้นนี้ครูผู้สอนจะมีบทบาทในการให้
ความคดิ เห็นเพ่ิมเติม ยา้ ประเด็นสาคัญ และสรุปหลกั การ ความคดิ รวบยอดทีไ่ ดจ้ ากการทดลอง
4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) เป็นการนาความรู้ที่สร้างขึ้นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ของผู้เรียน ไปเชื่อมโยงกับความรูเ้ ดิมหรือความคิดท่ีได้ค้นคว้าเพิม่ เติม ซึ่งจะช่วยให้เชื่อมโยงกับเรื่อง
ต่างๆ แสดงใหเ้ ห็นถึงความสมั พนั ธ์และความคิดรวบยอด ทาให้เกดิ ความรกู้ ว้างขวางขน้ึ
5. ขั้นประเมิน (Evaluation) เมื่อการอภิปรายสรุปผลเสร็จสิ้นลง ครูผู้สอนควรได้
ประเมินผลผู้เรียนในด้านต่างๆ และแจ้งให้ผู้เรียนทราบผู้เรียนทราบเพื่อการปรับปรุงแก้ไขในการ
ทดลองที่จะมีขึ้นในครั้งต่อไป เช่น ประเมินด้านการใช้เครื่องมือ ด้านความละเอียดรอบคอบในการ
ทดลอง ด้านการจดบันทึกผลการทดลอง ด้านการรายงานผล ด้านการให้ความร่วมมือกับกลุ่ม
เป็นตน้
11. สรปุ ลาดบั ข้ันตอนการออกแบบการจัดการเรยี นการสอน เขียนเปน็ ข้ันตอนเป็นข้อ ๆ
ขน้ั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
1.1 ครนู าเข้าสู่บทเรยี นโดยการต้งั คาถามจากการยกตัวอยา่ งสารละลายทีม่ ีความเข้มข้นต่างๆ
ในชีวิตประจาวัน เช่น รปู ภาพของนา้ แดงท่ีมสี ีเข้มต่างกันตามลาดับ เพือ่ ให้นักเรียนเกิดการตั้งคาถาม
และอภปิ รายร่วมกนั ในชั้นเรียน
1.2 ครูใช้คาถามนาว่า ถ้าต้องการเตรียมสารละลายโซเดียมคลอไรด์ให้มีความเข้มข้นและ
ปริมาตรตามที่ต้องการ มีวิธีการเตรียมอย่างไร (ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ ต้องคำนวณปริมำณโซเดียม
คลอไรดท์ ่ใี ชน้ ำมำละลำยนำ้ แล้วปรบั ปริมำตรตำมที่ต้องกำร) จากนัน้ นาเขา้ ส่วู ธิ ีการเตรียมสารละลาย
จากสารบรสิ ทุ ธ์ิและการเตรยี มสารละลายเจือจางจากสารละลายเข้มข้น
ขนั้ ที่ 2 สารวจและค้นหา (exploration)
2.1 ครูอธิบายวิธีการเตรยี มสารละลายจากสารบริสุทธิ์และการเตรียมสารละลายเจือจางจาง
สารละลายเขม้ ข้น
2.2 ครูเปดิ วดี ิทัศน์หรือสาธิตวิธีการเตรียมสารละลายเพ่ือแสดงข้ันตอนการเตรียม จากนั้นให้
ความรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับข้อแนะนา ในการเตรียมสารละลาย
2.3 ให้นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน(เก่ง-ปานกลาง-
อ่อน) และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทาการทดลองที่ 1 เรื่อง การเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธิ์และ
เตรียมสารละลายเจอื จางจากสารละลายเขม้ ขน้
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทาการทดลองโดยปรึกษาร่วมกันภายในกลุ่ม และครูคอยให้
คาแนะนาและประเมนิ ทักษะการใช้อุปกรณ์วทิ ยาศาสตร์ และเทคนิคการเตรยี มสารละลาย
ข้นั ที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
3.1 ให้นักเรียนกลุ่มที่ได้หัวข้อเดียวกันตรวจสอบความถูกต้องซึ่งกันและกันโดยการจับคู่
นาเสนอหน้าชัน้ เรยี น โดยครแู ละนักเรียนเป็นผตู้ รวจสอบความถูกต้องและประเมินรว่ มกัน
3.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรายผลการทากิจกรรมร่วมกัน โดยครูมีบทบาทใน
การใหค้ วามคิดเห็นเพ่ิมเตมิ ย้าประเด็นสาคญั และสรุปหลกั การ ความคิดรวบยอดท่ไี ด้จากการทดลอง
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ครูถามคาถามเพื่อเช่อื มโยงส่ิงท่นี กั เรยี นไดเ้ รียนรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน ดังนี้
- ถ้านักเรียนต้องการเตรียมสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์(KI) 2.00 โมลต่อลิตร จานวน
250 มิลลลิ ิตร จะต้องใช้โพแทสเซยี มไอโอไดดก์ ่กี รมั (ตอบ 83.0 กรัม)
4.2 ให้นักเรยี นสืบค้นขอ้ มูลเก่ียวกบั การใช้สารละลาย/การเตรยี มสารละลายในชีวิตประจาวัน
โดยครูยกตัวอยา่ งเช่น การใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลือดดา
ข้ันท่ี 5 ประเมนิ (evaluation)
5.1 ให้นกั เรียนบันทกึ หลังการเรยี นรู้
5.2 ใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หดั เรือ่ ง การเตรยี มสารละลาย ลงในสมดุ
5.3 ครูให้คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และคะแนนเจตคติ จากเกณฑ์การ
ใหค้ ะแนน รายงานการทดลอง และผลงานหากข้อมลู ไมเ่ พยี งพอใชว้ ิธสี ัมภาษณเ์ พ่มิ เติม
No.2 แผนการจดั การเรยี นการสอน
แบบรายการแผนการจัดการเรียนการสอน
1. ชือ่ /นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กลุม่ สาระการเรยี นรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ชือ่ โรงเรยี น
โรงเรียนแม่แจ่ม
4. รอบของการแกป้ ัญหา
รอบที่ 4 ระหวา่ ง วันท่ี 8 -19 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
5. เกยี่ วขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย
การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ
นาไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี้ และปริมาตรของ
สารละลายตามท่ีกาหนด
6. นักเรียนระดบั ชั้น
นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
7. แผนการจดั การเรยี นการสอน (เอกสารแนบ)
8. บนั ทกึ เพิ่มเติมเกย่ี วกบั แผนการจดั การเรียนการสอน
แผนการสอนมีการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้ดว้ ยแนวคดิ การเรยี นเชิงรกุ (Active Learning) โดยใช้
รูปแบบการสอนตามวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่สอดแทรกกลวิธีการสอนโดยใช้การทดลอง
(Experiment) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
ที่กาหนดผ่านประสบการณ์ตรง โดยการให้ผู้เรียนเป็นผู้กาหนดปัญหาและสมมติฐานในการทดลอง
และลงมือทดลอง ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนดโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จาเป็น เก็บรวบรวมข้อมูล
วิเคราะหข์ ้อมลู สรุปอภิปรายผลการทดลอง และสรุปการเรยี นรู้ที่ได้รบั จากการทดลอง
มีการบูรณาการ ความคิด ทักษะ กระบวนการ และการปฏิบัติเพื่อมุ่งให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้
ด้วยตัวเอง มีการเลือกใช้สื่อ นวัตกรรม รวมถึงแหล่ง เรียนรู้ต่างๆที่หลากหลาย ตามรูปแบบกิจกรรม
การเรียนรู้ที่ได้วางไว้ มีการวัดผลและประเมินผลที่ชัดเจน สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้
มคี วามคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ และเป็นประโยชนต์ อ่ ผู้เรยี น
No.3 วพิ ากษ์แผนการจดั การเรียนการสอน
แบบรายงานการวพิ ากษ์แผนการจัดการเรียนการสอน
1. ช่ือ/นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
2. กลุ่มสาระการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชื่อโรงเรียน
โรงเรียนแม่แจม่
4. รอบของการแกป้ ญั หา
รอบท่ี 4 ระหวา่ ง วนั ที่ 8 -19 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564
5. เกยี่ วขอ้ งกับสาระ
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย
การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ
นาไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี้ และปริมาตรของ
สารละลายตามทก่ี าหนด
6. นักเรยี นระดับชน้ั
นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
7. วันท่ี เดือน พ.ศ.
วันท่ี 11 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
8. บนั ทกึ เพิ่มเติมเกย่ี วกับแผนการจัดการเรียนการสอน
1. แผนการจัดการเรียนรสู้ อดคล้องสัมพันธ์กับหนว่ ยการเรียนรู้ทก่ี าหนดไว้
2. แผนการจัดการเรียนรูม้ ีองคป์ ระกอบสาคัญครบถ้วน
3. แผนการจัดการเรยี นรู้มีผลการเรียนรู้ ครอบคลมุ สาระการเรยี นรู้ พัฒนาผเู้ รยี นเกดิ K P A
4. แผนการจัดการเรียนรู้มีการจัดการเรียนรู้โดยใช้ด้วยแนวคิดการเรียนเชิงรุก (Active
Learning) โดยใช้รูปแบบการสอนตามวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่สอดแทรกกลวิธีการสอน
โดยใช้การทดลอง(Experiment) ซง่ึ เปน็ กระบวนการที่ผสู้ อนใชใ้ นการช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ การเรียนรู้ตาม
วัตถุประสงค์ที่กาหนดผ่านประสบการณ์ตรง โดยการให้ผู้เรียนเป็นผู้กาหนดปัญหาและสมมติฐาน
ในการทดลองและลงมือทดลอง ปฏิบัตติ ามขัน้ ตอนที่กาหนดโดยใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ทีจ่ าเป็น เก็บรวบรวม
ขอ้ มลู วเิ คราะหข์ ้อมลู สรุปอภิปรายผลการทดลอง และสรุปการเรียนรทู้ ่ีไดร้ บั จากการทดลอง
8.1 แนวคดิ หลักท่จี ะให้เรยี นรู้
การเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นและปริมาตรตามที่กาหนด ทาได้โดยการละลาย
ตัวละลายที่เป็นสารบริสุทธิ์ในตัวทาละลาย หรือนาสารละลายที่มีความเข้มข้นมาเจือจางด้วย
ตวั ทาละลาย โดยปรมิ าณของสารที่ใช้ข้นึ อยูก่ ับความเข้มขน้ และปริมาตรของสารละลายท่ีต้องการโดย
สามารถเตรยี มสารละลายได้จาก
1. การเตรยี มสารละลายจากสารบริสุทธ์ิ
ทาได้โดยละลายสารบริสุทธิ์ตามปริมาณที่ต้องการในตัวทาละลายปริมาณเล็กน้อย แล้วปรับ
ปรมิ าตรของสารละลายใหไ้ ดต้ ามที่ต้องการเตรียม
2. การเตรยี มสารละลายจากสารละลายเข้มข้น
โดยปกติในห้องปฏิบัติการจะมีสารละลายที่เตรียมไว้แล้วเหลืออยู่ เมื่อต้องการใช้สารละลาย
ที่มีความเข้มข้นต่ากว่าสารละลายที่มีอยู่เดิม อาจทาได้โดยเพิ่มปริมาตรของตัวทาละลาย ซึ่งเรียกว่า
การเจือจางสารละลาย สามารถคานวณไดจ้ ากสตู ร M1V1 = M2V2
8.2 วัตถุประสงคก์ ารเรยี นการสอน
1. ด้านความรู้(K)
นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตีและ
ปรมิ าตรตามท่กี าหนดจากสารบริสทุ ธ์ิ และการเจอื จางสารละลาย
2. ดา้ นทักษะ(P)
นักเรียนสามารถทาการทดลองและสรุปผลการทดลองเรื่อง การเตรียมสารละลายให้มี
ปรมิ าตรและความเขม้ ข้นตามท่ีกาหนดได้จากสารบริสุทธิ์ และการเจือจางสารละลาย
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ(A)
นักเรียนเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเตรียมสารละลายให้มีปริมาตรและความเข้มข้น
ตามท่ีกาหนด
8.3 ความรพู้ นื้ ฐาน
สารที่พบในชีวิตประจาวันจานวนมากอยู่ในรูปของสารละลาย ซึ่งประกอบด้วยตัวทาละลาย
และตัวละลาย การบอกปริมาณของสารในสารละลายบอกเป็นความเข้มข้นในหน่วยต่าง ๆ เช่น
ร้อยละ สว่ นในล้านส่วน สว่ นในพันล้านส่วน โมลารติ ีโมแลลติ ีและเศษส่วนโมล
การเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นและปริมาตรตามที่กาหนด ทาได้โดยการละลาย
ตัวละลายที่เป็นสารบริสุทธิ์ในตัวทาละลาย หรือนาสารละลายที่มีความเข้มข้นมาเจือจางด้วยตัว
ทาละลายโดยปริมาณของสารทใ่ี ชข้ นึ้ อยกู่ บั ความเข้มข้นและปรมิ าตรของสารละลายท่ีต้องการ
8.4 วิธีการจดั การเรียนการสอน
ขน้ั ที่ 1 สร้างความสนใจ (engagement)
1.1นาเขา้ สู่บทเรียนโดยการตง้ั คาถามในประเด็นต่อไปนี้
- ให้นักเรียนยกตัวอยา่ งสารละลายท่ีมีความเข้มขน้ ต่างๆในชวี ิตประจาวนั (นักเรียนตอบตำม
ควำมเข้ำใจ)
- ครูแสดงตัวอย่างรปู ทใี่ ส่นา้ แดง 3 แก้ว ตอ่ ไปนี้
- ครตู ้ังคาถามว่า น้าแดงทั้ง 3 แก้วเป็นสารบริสทุ ธ์หิ รือสารละลาย (แนวคำตอบ นำ้ แดงทง้ั 3
แก้วเป็นสำรละลำย)
- ให้นักเรียนเปรียบเทียบความเข้มข้นและปรมิ าตรของนา้ แดงแตล่ ะแกว้
(นำ้ แดงแก้วที่ 1) และ 2) มคี วำมเขม้ ขน้ เท่ำกัน แตม่ ปี ริมำตรตำ่ งกัน
น้ำ แดงแกว้ ที่ 1) และ 3) มีปรมิ ำตรเท่ำกัน แต่มีควำมเขม้ ข้นต่ำงกนั
น้ำ แดงแกว้ ท่ี 2) มคี วำมเขม้ ขน้ มำกกวำ่ แกว้ ที่ 3) แต่มีปริมำตรน้อยกว่ำ
- ถ้าต้องการให้สารละลายเจือจางลงนักเรียนจะสามารถเตรียมสารละลายที่ได้อย่างไร (แบ่ง
สำรละลำยมำแลว้ เติมนำ้ ลงไป)
1.2 ครูใช้คาถามนาว่า ถ้าต้องการเตรียมสารละลายโซเดียมคลอไรด์ให้มีความเข้มข้นและ
ปริมาตรตามที่ต้องการ มีวิธีการเตรียมอย่างไร (ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ ต้องคำนวณปริมำณโซเดียม
คลอไรดท์ ี่ใช้นำมำละลำยนำ้ แลว้ ปรับปริมำตรตำมที่ตอ้ งกำร) จากนนั้ นาเข้าสูว่ ธิ กี ารเตรยี มสารละลาย
จากสารบรสิ ุทธแ์ิ ละการเตรยี มสารละลายเจอื จางจากสารละลายเขม้ ข้น
ขนั้ ที่ 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
2.1 ครูอธิบายวิธีการเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธิ์และการเตรียมสารละลายเจือจางจาก
สารละลายเขม้ ข้น
2.2 ครูเปิดวีดิทัศน์หรือสาธิตวิธีการเตรียมสารละลายเพื่อแสดงขั้นตอนการเตรียม จากนั้น
ใหค้ วามรเู้ พ่มิ เติมเก่ียวกับขอ้ แนะนา ในการเตรียมสารละลายดังน้ี
- การเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นถูกต้อง จะต้องชั่งมวลและวัดปริมาตรของสารอย่าง
ละเอียดเพื่อใหไ้ ดค้ า่ ถกู ต้องที่สุด
- การปรับปริมาตร ไม่ควรเติมน้ากลั่นเพียงครั้งเดียวให้ถึงขีดบอกปริมาตรของขวดกาหนด
ปรมิ าตร เพราะจะทาใหท้ ี่ว่างในขวดเหลือน้อย ไม่สะดวกในการเขยา่ สาร และไม่ควรปรบั ปรมิ าตรเกิน
ขีดบอกปริมาตร เนอื่ งจากจะไมส่ ามารถคานวณความเข้มขน้ ของสารละลายท่ีถูกตอ้ งได้
2.3 ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5-6 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน(เก่ง-ปานกลาง-
อ่อน) และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทาการทดลองที่ 1 เรื่อง การเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธิ์และ
เตรียมสารละลายเจือจางจากสารละลายเข้มขน้ โดยการสุ่มเลอื กภาระกจิ ดังนี้
1) เตรียม NaCl 0.40 mol/L ปริมาตร 100 mL และเตรียม NaCl 0.040 mol/L ปริมาตร
100 mL โดยเจือจางจากสารละลายทเ่ี ตรียมได้ในตอนที่ 1
2) เตรยี มสารละลายKMnO4ทีม่ คี วามเขม้ ขน้ 0.050 โมลตอ่ ลติ ร ปรมิ าตร 250 มิลลลิ ิตร และ
เตรียมสารละลายKMnO4ทีม่ คี วามเข้มข้น 0.005 โมลต่อลติ ร ปรมิ าตร 100 มิลลลิ ติ ร โดยเจือจางจาก
สารละลายทีเ่ ตรยี มได้ในตอนท่ี 1
3) สารละลายจุนสี(CuSO4)เข้มข้น 0.1 mol/dm3 ปริมาตร 250 ml และเตรียมสารละลาย
จุนสี (CuSO4) เข้มข้น 0.004 mol/dm3 ปริมาตร 250 ml โดยเจือจางจากสารละลายที่เตรียมได้
ในตอนที่ 1
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทาการทดลองโดยปรึกษาร่วมกันภายในกลุ่ม และครูคอยให้
คาแนะนาและประเมนิ ทกั ษะการใช้อปุ กรณว์ ทิ ยาศาสตร์ และเทคนิคการเตรียมสารละลาย
ขน้ั ที่ 3 อธิบายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
3.1 ให้นักเรียนกลุ่มที่ได้หัวข้อเดียวกันตรวจสอบความถูกต้องซึ่งกันและกันโดยการจับคู่
นาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น โดยครูและนกั เรียนเป็นผู้ตรวจสอบความถูกตอ้ งและประเมินรว่ มกนั
3.2 นกั เรียนและครรู ่วมกันสรปุ และอภิปรายผลการทากิจกรรมรว่ มกนั ดงั นี้
- จากการท ากิจกรรรมตอนที่ 1 การเตรียม NaCl 0.40 mol/L ปริมาตร 100 mL
ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก คือ คานวณมวลของ NaCl ที่จะใช้ชั่งสารซึ่งได้เท่ากับ 2.338 g จากสูตร
= หรือ = แล้วนามาละลายในน้า ปรับปริมาตรของสารละลาย
1,000 1,000
ใหไ้ ด้ตามต้องการในขวดกาหนดปริมาตรและเม่ือคานวณความเข้มข้นจริงของสารละลายท่ีได้จากการ
เตรียมจะไดว้ า่ สารละลายมคี วามเขม้ ขน้ 0.4001 mol/L
- จากการทากิจกรรรมตอนที่ 2 เตรียม NaCl 0.040 mol/L ปริมาตร 100 mL โดยเจือจาง
จากสารละลายท่เี ตรยี มได้ในตอนท่ี 1 ประกอบด้วยขนั้ ตอนหลัก คอื คานวณจานวนโมลของตัวละลาย
ในสารละลายในตอนที่ 1 ซึ่งเท่ากับ 0.0040 mol และคานวณปริมาตรสารละลายเข้มข้นที่จะใช้ได้
เท่ากบั 10 mL เตรียมโดยปิเปตต์สารละลายในตอนที่ 1 ตามปรมิ าตรทค่ี านวณไดใ้ ส่ลงในขวดกาหนด
ปรมิ าตร และปรบั ปรมิ าตรของสารละลายใหไ้ ด้ตามตอ้ งการในขวดกาหนดปริมาตร
3.3 ครูอธิบายว่า การเตรียมสารละลายโดยทาให้เจือจางเป็นการทาให้ความเข้มข้นของ
สารละลายลดลง เพราะว่าในสารละลายมีจานวนโมลตัวละลายคงที่ แต่มีการเติมตัวทาละลายลงไป
เพือ่ ทาให้ปรมิ าตรของสารละลายเพิ่มขนึ้
ข้ันที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ครถู ามคาถามเพือ่ เชือ่ มโยงสิ่งทีน่ กั เรียนได้เรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน ดังน้ี
- ถ้านักเรียนต้องการเตรียมสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์(KI) 2.00 โมลต่อลิตร จานวน
250มลิ ลิลิตร จะตอ้ งใช้โพแทสเซยี มไอโอไดด์กีก่ รมั (ตอบ 83.0 กรัม)
4.2 ให้นกั เรยี นสืบค้นขอ้ มลู เก่ียวกบั การใช้สารละลาย/การเตรียมสารละลายในชวี ิตประจาวัน
โดยครยู กตวั อย่างเช่น การให้สารนา้ ทางหลอดเลอื ดดา
ขัน้ ท่ี 5 ประเมนิ (evaluation)
5.1 ใหน้ ักเรยี นบันทึกหลงั การเรยี นรู้
5.2 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝกึ หัดเรอ่ื ง การเตรยี มสารละลาย ลงในสมดุ
5.3 ครูให้คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และคะแนนเจตคติ จากเกณฑ์การ
ให้คะแนน รายงานการทดลอง และผลงานหากขอ้ มูลไมเ่ พยี งพอใช้วธิ สี มั ภาษณ์เพม่ิ เติม
8.5 สื่อการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติม เคมี เลม่ 2 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
2. อุปกรณ์ทาการทดลอง เรื่อง การเตรียมสารละลาย
3. แบบรายงานการทดลอง เรื่อง การเตรียมสารละลาย
4. แบบฝึกหัดเร่อื ง การเตรยี มสารละลาย
8.6 การวดั
ประเด็นพิจารณา วธิ กี ารวดั เครื่องมอื วัด
1. ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
นักเรียนสามารถอธิบายวธิ ีการเตรยี ม ตรวจแบบฝกึ หดั เรอื่ ง แบบฝกึ หัด เรอ่ื ง
สารละลายท่มี คี วามเขม้ ขน้ ในหน่วยโมลา การเตรยี มสารละลาย การเตรยี มสารละลาย
ริตีและปรมิ าตรตามที่กาหนดจากสาร
บริสทุ ธิ์ และการเจอื จางสารละลาย
2. ด้านทักษะ (P)
นกั เรียนสามารถทาการทดลองและ สังเกตและประเมนิ ทักษะ แบบประเมินรายงาน
สรปุ ผลการทดลอง เร่ือง การเตรียม กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ปฏบิ ตั กิ ารทดลอง
สารละลายให้มปี ริมาตรและความเขม้ ข้น จากเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนและ
ตามท่กี าหนดได้จากสารบริสุทธิ์ และการ รายงานการทดลอง
เจือจางสารละลาย
3. ด้านเจตคติ (A)
นักเรยี นเหน็ คณุ คา่ และประโยชนข์ อง สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูข้ อง แบบสังเกตพฤติกรรมการ
การเตรยี มสารละลายใหม้ ปี ริมาตรและ นักเรยี น เรียนรขู้ องนักเรยี น
ความเขม้ ขน้ ตามทกี่ าหนด
8.7 การประเมินผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
ประเดน็ พจิ ารณา แบบฝึกหัด เรื่อง นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การ
การเตรยี มสารละลาย ประเมินระดับ ดี ข้ึนไป
1. ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
นักเรยี นสามารถอธิบายวิธกี ารเตรียม แบบประเมนิ รายงานปฏิบัตกิ าร นกั เรียนผ่านเกณฑ์การ
ทดลอง ประเมนิ ระดบั ดี ข้ึนไป
สารละลายทีม่ คี วามเขม้ ข้นในหนว่ ย
โมลารติ แี ละปริมาตรตามท่ีกาหนดจาก
สารบรสิ ุทธิ์ และการเจอื จางสารละลาย
2. ด้านทักษะ (P)
นกั เรียนสามารถทาการทดลองและ
สรุปผลการทดลอง เรื่อง การเตรยี ม
สารละลายให้มีปริมาตรและความ
เขม้ ข้นตามที่กาหนดไดจ้ ากสารบริสุทธิ์
และการเจือจางสารละลาย
ประเด็นพจิ ารณา เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การประเมนิ
3.ดา้ นเจตคติ (A)
แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนผา่ นเกณฑ์
นักเรียนเหน็ คุณคา่ และประโยชนข์ อง การเรยี นรขู้ องนกั เรียน การประเมินระดบั ดี ขนึ้ ไป
การเตรียมสารละลายใหม้ ีปริมาตรและ
ความเข้มขน้ ตามทกี่ าหนด
8.8 แหล่งเรยี นรอู้ อนไลนเ์ พิ่มเตมิ
- https://www.youtube.com/watch?v=LbXRPbQMGKk
- https://www.youtube.com/watch?v=ovdA0OpvT4A
- https://www.youtube.com/watch?v=b5ICKJpuJaQ
8.9 ประเดน็ อนื่ ๆ
แผนการจัดการเรียนการสอนนี้ ใช้รูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E โดยเน้นใหผ้ ้เู รียนเปน็ ผ้คู ้นควา้ หาความร้ดู ว้ ยตนเอง หรือสร้างความรู้
ด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ครูผู้สอนเป็นผู้อานวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียน
บรรลุ เป้าหมาย ซึ่งวิธีสืบสอบความรู้จะเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญของการเรียน ซึ่งสอดแทรกกลวิธีการ
สอนโดยใช้การทดลอง(Experiment) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดผ่านประสบการณ์ตรง โดยการให้ผู้เรียนเป็นผู้กาหนดปัญหาและ
สมมติฐานในการทดลองและลงมือทดลอง ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนดโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จาเป็น
เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สรุปอภิปรายผลการทดลอง และสรุปการเรียนรู้ที่ได้รับจากการ
ทดลอง
9. ประเดน็ ที่ Model Teacher วางแผนไดด้ ี
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครผู ู้สอนรายวิชาภาษาองั กฤษ ระดบั ชนั้ ม.6 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ไดใ้ ห้ความเห็นเก่ยี วกับแผนการจดั การเรียนรูด้ ังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้ไดก้ ำหนดเปา้ หมายอย่างชัดเจนตอบสนองมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
ผลการเรยี นรู้ทีก่ ำหนด
2. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ใช้รูปแบบกิจกรรมการ
เรยี นการสอนด้วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E มกี ารออกแบบให้นักเรียนทากิจกรรม
การทดลอง เรื่อง การเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธิ์และเตรียมสารละลายเจือจางจากสารละลาย
เข้มข้น ซึ่งมีขั้นตอนในการดาเนินกิจกรรมตามแผนที่ชัดเจน และนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการทา
การทดลอง
3. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดย คลิปวีดิโอมาเปิดให้นักเรียน
ดูกอ่ นลงมอื ทำการทดลองเพื่อสร้างความเข้าใจท่ชี ัดเจนให้กับนักเรียนก่อนลงมอื ปฏิบัติ
10. ประเด็นท่ี Model Teacher ควรเพ่ิมเติม/ปรบั ปรุงแกไ้ ข
นางสาวเบญจวรรณ สารินจา ครูผสู้ อนรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดบั ชั้น ม.6 กลุม่ สาระ
การเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ได้ให้ความเหน็ เกีย่ วกับแผนการจัดการเรียนร้ดู ังน้ี
1. แผนการจัดการเรียนรู้ควรมีการออกแบบให้สอดคล้องกับผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น
รวมทั้งวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและควรให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน
การจัดหาส่ือมากยงิ่ ขึ้น
2. แผนการจดั การเรียนรคู้ วรออกแบบข้นั ตอนท่ี 5 ประเมนิ ผล ให้มกี ารประเมนิ ทหี่ ลากหลาย
มากข้ึน เชน่ ครูประเมินนกั เรียน และเพ่อื นประเมินเพอ่ื น เป็นตน้
11. โปรดระบุ ชอ่ื -สกลุ ผู้วิพากษ์
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครูกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
12. เกีย่ วข้องกับสาระ/งาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและกล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
13. โรงเรียนผ้วู ิพากษ์
โรงเรียนแม่แจ่ม
14. หน่วยงานผู้วิพากษ์
สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เชียงใหม่
ลงชอื่ ผวู้ พิ ากษ์
(นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา)
No.4 สังเคราะห์การวพิ ากษ์แผนการจัดการเรียน
การสอน
แบบรายงานการสังเคราะห์การวิพากษแ์ ผนการจดั การเรียนการสอน
1. ชื่อ/นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชอื่ โรงเรยี น
โรงเรียนแม่แจม่
4. รอบของการแกป้ ัญหา
รอบท่ี 4 ระหว่าง วนั ท่ี 8 -19 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564
5. เกย่ี วข้องกับสาระ
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย
การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ
นาไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี้ และปริมาตรของ
สารละลายตามทก่ี าหนด
6. นักเรียนระดับช้ัน
นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
7. แนวคดิ หลกั ที่จะให้เรยี นรู้
การเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นและปริมาตรตามที่กาหนด ทาได้โดยการละลาย
ตัวละลายที่เป็นสารบริสุทธิ์ในตัวทาละลาย หรือนาสารละลายที่มีความเข้มข้นมาเจือจางด้วย
ตัวทาละลาย โดยปรมิ าณของสารทใี่ ช้ข้ึนอยกู่ ับความเขม้ ข้นและปริมาตรของสารละลายท่ีต้องการโดย
สามารถเตรียมสารละลายไดจ้ าก
1. การเตรยี มสารละลายจากสารบริสทุ ธ์ิ
ทาได้โดยละลายสารบริสุทธิ์ตามปริมาณที่ต้องการในตัวทาละลายปริมาณเล็กน้อย แล้วปรับ
ปริมาตรของสารละลายใหไ้ ดต้ ามที่ต้องการเตรียม
2. การเตรียมสารละลายจากสารละลายเข้มข้น
โดยปกติในห้องปฏิบัติการจะมีสารละลายที่เตรียมไว้แล้วเหลืออยู่ เมื่อต้องการใช้สารละลาย
ที่มีความเข้มข้นต่ากว่าสารละลายที่มีอยู่เดิม อาจทาได้โดยเพิ่มปริมาตรของตัวทาละลาย ซึ่งเรียกว่า
การเจอื จางสารละลาย สามารถคานวณได้จากสตู ร M1V1 = M2V2
8. วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นการสอน
1. ดา้ นความรู้(K)
นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตีและ
ปรมิ าตรตามทีก่ าหนดจากสารบรสิ ทุ ธ์ิ และการเจอื จางสารละลาย
2. ด้านทกั ษะ(P)
นักเรียนสามารถทาการทดลองและสรุปผลการทดลองเรื่อง การเตรียมสารละลายให้มี
ปรมิ าตรและความเข้มข้นตามที่กาหนดได้จากสารบรสิ ทุ ธ์ิ และการเจือจางสารละลาย
3. ด้านคณุ ลกั ษณะ(A)
นักเรียนเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเตรียมสารละลายให้มีปริมาตรและความเข้มข้น
ตามทกี่ าหนด
9. ความรูพ้ ้ืนฐาน
สารที่พบในชีวิตประจาวันจานวนมากอยู่ในรูปของสารละลาย ซึ่งประกอบด้วยตัวทาละลาย
และตัวละลาย การบอกปริมาณของสารในสารละลายบอกเป็นความเข้มข้นในหน่วยต่าง ๆ เช่น
ร้อยละ สว่ นในล้านส่วน ส่วนในพนั ลา้ นสว่ น โมลารติ ีโมแลลติ แี ละเศษสว่ นโมล
การเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นและปริมาตรตามที่กาหนด ทาได้โดยการละลาย
ตัวละลายที่เป็นสารบริสุทธิ์ในตัวทาละลาย หรือนาสารละลายที่มีความเข้มข้นมาเจือจางด้วย
ตัวทาละลายโดยปริมาณของสารท่ใี ชข้ นึ้ อยกู่ ับความเขม้ ขน้ และปริมาตรของสารละลายที่ตอ้ งการ
10. วิธีการจัดการเรียนการสอน
ข้นั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
1.1นาเข้าส่บู ทเรียนโดยการตงั้ คาถามในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- ให้นักเรียนยกตวั อยา่ งสารละลายท่ีมีความเข้มข้นตา่ งๆในชีวิตประจาวัน
(นักเรยี นตอบตำมควำมเข้ำใจ)
- ครแู สดงตัวอยา่ งรูปที่ใสน่ ้า แดง 3 แก้ว ต่อไปน้ี
- ครตู ้งั คาถามว่า นา้ แดงท้งั 3 แกว้ เปน็ สารบริสุทธ์ิหรอื สารละลาย (แนวคำตอบ นำ้ แดงท้ัง 3
แกว้ เปน็ สำรละลำย)
- ใหน้ ักเรียนเปรียบเทยี บความเขม้ ขน้ และปรมิ าตรของนา้ แดงแต่ละแก้ว
(นำ้ แดงแก้วท่ี 1) และ 2) มคี วำมเขม้ ขน้ เท่ำกนั แต่มปี รมิ ำตรต่ำงกัน
น้ำ แดงแก้วท่ี 1) และ 3) มีปรมิ ำตรเท่ำกัน แตม่ ีควำมเขม้ ข้นตำ่ งกัน
นำ้ แดงแก้วที่ 2) มีควำมเข้มขน้ มำกกว่ำแกว้ ท่ี 3) แต่มปี รมิ ำตรน้อยกวำ่
- ถ้าต้องการให้สารละลายเจือจางลงนักเรียนจะสามารถเตรียมสารละลายที่ได้อย่างไร (แบ่ง
สำรละลำยมำแลว้ เติมนำ้ ลงไป)
1.2 ครูใช้คาถามนาว่า ถ้าต้องการเตรียมสารละลายโซเดียมคลอไรด์ให้มีความเข้มข้นและ
ปริมาตรตามที่ต้องการ มีวิธีการเตรียมอย่างไร (ซึ่งควรได้คำตอบว่ำ ต้องคำนวณปริมำณโซเดียม
คลอไรดท์ ่ใี ชน้ ำมำละลำยน้ำ แล้วปรับปริมำตรตำมทตี่ อ้ งกำร) จากนน้ั นาเข้าสวู่ ิธีการเตรียมสารละลาย
จากสารบรสิ ุทธ์แิ ละการเตรยี มสารละลายเจือจางจากสารละลายเขม้ ขน้
ข้นั ท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
2.1 ครูอธิบายวิธกี ารเตรียมสารละลายจากสารบรสิ ุทธ์ิและการเตรียมสารละลายเจือจางจาก
สารละลายเขม้ ขน้
2.2 ครูเปิดวีดิทัศน์หรือสาธิตวิธีการเตรียมสารละลายเพื่อแสดงขั้นตอนการเตรียม จากนั้น
ให้ความร้เู พ่มิ เติมเกย่ี วกบั ขอ้ แนะนา ในการเตรยี มสารละลายดังน้ี
- การเตรียมสารละลายใหม้ ีความเข้มข้นถูกต้อง จะต้องชั่งมวลและวัดปริมาตรของสารอย่าง
ละเอียดเพื่อใหไ้ ดค้ ่าถูกต้องทีส่ ดุ
- การปรับปริมาตร ไม่ควรเติมน้ากลั่นเพียงครั้งเดียวให้ถึงขีดบอกปริมาตรของขวดกาหนด
ปริมาตร เพราะจะทาให้ท่ีว่างในขวดเหลือน้อย ไมส่ ะดวกในการเขย่าสาร และไมค่ วรปรับปริมาตรเกิน
ขีดบอกปรมิ าตร เนอ่ื งจากจะไม่สามารถคานวณความเขม้ ข้นของสารละลายท่ถี ูกต้องได้
2.3 ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 5-6 คน โดยคละความสามารถของนักเรยี น(เก่ง-ปานกลาง-
อ่อน) และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทาการทดลองที่ 1 เรื่อง การเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธิ์แ ละ
เตรยี มสารละลายเจือจางจากสารละลายเข้มขน้ โดยการสุ่มเลือกภาระกจิ ดงั นี้
1. เตรียม NaCl 0.40 mol/L ปริมาตร 100 mL และเตรียม NaCl 0.040 mol/L ปริมาตร
100 mL โดยเจือจางจากสารละลายท่ีเตรียมได้ในตอนที่ 1
2. เตรยี มสารละลายKMnO4ท่มี คี วามเข้มข้น 0.050 โมลต่อลิตร ปริมาตร 250 มลิ ลิลิตร และ
เตรยี มสารละลายKMnO4ทีม่ ีความเขม้ ข้น 0.005 โมลตอ่ ลติ ร ปริมาตร 100 มิลลลิ ติ ร โดยเจือจางจาก
สารละลายท่เี ตรียมไดใ้ นตอนที่ 1
3. สารละลายจุนสี(CuSO4)เข้มข้น 0.1 mol/dm3 ปริมาตร 250 ml และเตรียมสารละลาย
จุนสี (CuSO4) เข้มข้น 0.004 mol/dm3 ปริมาตร 250 ml โดยเจือจางจากสารละลายที่เตรียมได้
ในตอนที่ 1
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทาการทดลองโดยปรึกษาร่วมกันภายในกลุ่ม และครูคอยให้
คาแนะนาและประเมินทักษะการใชอ้ ปุ กรณว์ ทิ ยาศาสตร์ และเทคนคิ การเตรียมสารละลาย
ขั้นที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
3.1 ให้นักเรียนกลุ่มที่ได้หัวข้อเดียวกันตรวจสอบความถูกต้องซึ่งกันและกันโดยการจับคู่
นาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครแู ละนกั เรียนเปน็ ผตู้ รวจสอบความถกู ต้องและประเมนิ ร่วมกนั
3.2 นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ และอภปิ รายผลการทากิจกรรมรว่ มกัน ดังนี้
- จากการท ากิจกรรรมตอนที่ 1 การเตรียม NaCl 0.40 mol/L ปริมาตร 100 mL
ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก คือ คานวณมวลของ NaCl ที่จะใช้ชั่งสารซึ่งได้เท่ากับ 2.338 g จากสูตร
= หรือ = แล้วนามาละลายในน้า ปรับปริมาตรของสารละลาย
1,000 1,000
ใหไ้ ด้ตามต้องการในขวดกาหนดปริมาตรและเม่ือคานวณความเข้มข้นจริงของสารละลายที่ได้จากการ
เตรยี มจะไดว้ า่ สารละลายมคี วามเขม้ ข้น 0.4001 mol/L
- จากการทากิจกรรรมตอนที่ 2 เตรียม NaCl 0.040 mol/L ปริมาตร 100 mL โดยเจือจาง
จากสารละลายท่ีเตรียมไดใ้ นตอนที่ 1 ประกอบด้วยขน้ั ตอนหลกั คอื คานวณจานวนโมลของตัวละลาย
ในสารละลายในตอนที่ 1 ซึ่งเท่ากับ 0.0040 mol และคานวณปริมาตรสารละลายเข้มข้นที่จะใช้ได้
เทา่ กบั 10 mL เตรียมโดยปเิ ปตต์สารละลายในตอนท่ี 1 ตามปรมิ าตรทค่ี านวณได้ใสล่ งในขวดกาหนด
ปริมาตร และปรบั ปรมิ าตรของสารละลายให้ได้ตามต้องการในขวดกาหนดปริมาตร
3.3 ครูอธิบายว่า การเตรียมสารละลายโดยทาให้เจือจางเป็นการทาให้ความเข้มข้นของ
สารละลายลดลง เพราะว่าในสารละลายมีจานวนโมลตัวละลายคงที่ แต่มีการเติมตัวทาละลายลงไป
เพื่อทาใหป้ ริมาตรของสารละลายเพิ่มข้ึน
ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ครูถามคาถามเพื่อเช่อื มโยงส่งิ ท่ีนักเรยี นไดเ้ รยี นรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน ดงั น้ี
- ถ้านักเรียนต้องการเตรียมสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์(KI) 2.00 โมลต่อลิตร จานวน
250มิลลิลิตร จะต้องใช้โพแทสเซยี มไอโอไดด์กีก่ รมั (ตอบ 83.0 กรมั )
4.2 ใหน้ ักเรยี นสืบคน้ ขอ้ มลู เกี่ยวกับการใช้สารละลาย/การเตรียมสารละลายในชวี ิตประจาวัน
โดยครยู กตัวอยา่ งเช่น การให้สารนา้ ทางหลอดเลอื ดดา
ขน้ั ท่ี 5 ประเมิน (evaluation)
5.1 ให้นกั เรียนบนั ทกึ หลงั การเรยี นรู้
5.2 ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดเร่ือง การเตรยี มสารละลาย ลงในสมดุ
5.3 ครูให้คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และคะแนนเจตคติ จากเกณฑ์การให้
คะแนน รายงานการทดลอง และผลงานหากขอ้ มูลไมเ่ พยี งพอใช้วิธสี ัมภาษณ์เพ่ิมเติม
11. ส่ือ/กิจกรรม ประกอบการจดั การเรียนการสอน
1. หนังสอื เรียนรายวิชาเพม่ิ เติม เคมี เลม่ 2 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4
2. อุปกรณ์ทาการทดลอง เรื่อง การเตรยี มสารละลาย
3. แบบรายงานการทดลอง เร่ือง การเตรียมสารละลาย
4. แบบฝึกหดั เรือ่ ง การเตรียมสารละลาย
12. การวัด
ประเดน็ พิจารณา วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื วัด
1. ด้านความรู้ความเข้าใจ (K)
นักเรยี นสามารถอธิบายวธิ กี ารเตรียม ตรวจแบบฝึกหัด เร่ือง แบบฝึกหดั เรื่อง
สารละลายทีม่ ีความเข้มข้นในหน่วย การเตรียมสารละลาย การเตรียมสารละลาย
โมลาริตีและปรมิ าตรตามที่กาหนดจาก
สารบริสุทธิ์ และการเจอื จางสารละลาย
2. ดา้ นทกั ษะ (P)
นกั เรยี นสามารถทาการทดลองและ สังเกตและประเมินทักษะ แบบประเมินรายงาน
สรปุ ผลการทดลอง เร่อื ง การเตรยี ม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ปฏิบัตกิ ารทดลอง
สารละลายให้มปี ริมาตรและความเข้มขน้ จากเกณฑก์ ารให้คะแนนและ
ตามท่ีกาหนดไดจ้ ากสารบริสุทธ์ิ รายงานการทดลอง
และการเจือจางสารละลาย
ประเด็นพิจารณา วิธกี ารวัด เครือ่ งมือวดั
3. ด้านเจตคติ (A)
สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมการ
นักเรียนเหน็ คุณคา่ และประโยชนข์ อง ของนักเรียน เรียนรขู้ องนักเรยี น
การเตรียมสารละลายใหม้ ีปริมาตรและ
ความเขม้ ขน้ ตามที่กาหนด
13. การประเมินผล
ประเด็นพจิ ารณา เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน
นักเรียนผา่ นเกณฑ์การ
1. ด้านความรู้ความเข้าใจ (K) ประเมินระดบั ดี ข้นึ ไป
นักเรยี นสามารถอธบิ ายวิธีการเตรียม แบบฝกึ หัด เรือ่ ง นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การ
ประเมินระดบั ดี ขน้ึ ไป
สารละลายที่มคี วามเขม้ ขน้ ในหน่วย การเตรียมสารละลาย
นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การ
โมลารติ แี ละปริมาตรตามที่กาหนดจาก ประเมนิ ระดับ ดี ขึ้นไป
สารบริสุทธิ์ และการเจอื จางสารละลาย
2. ด้านทักษะ (P)
นักเรียนสามารถทาการทดลองและ แบบประเมินรายงาน
สรปุ ผลการทดลอง เรอื่ ง การเตรยี ม ปฏิบตั ิการทดลอง
สารละลายใหม้ ปี ริมาตรและความ
เข้มข้นตามที่กาหนดได้จากสารบรสิ ุทธิ์
และการเจือจางสารละลาย
3.ด้านเจตคติ (A)
นักเรยี นเห็นคณุ คา่ และประโยชน์ของ แบบสังเกตพฤติกรรมการ
การเตรียมสารละลายให้มีปริมาตรและ เรียนรขู้ องนักเรยี น
ความเข้มข้นตามท่ีกาหนด
14. แหล่งเรียนรอู้ อนไลนเ์ พ่ิมเติม
- https://www.youtube.com/watch?v=LbXRPbQMGKk
- https://www.youtube.com/watch?v=ovdA0OpvT4A
- https://www.youtube.com/watch?v=b5ICKJpuJaQ
15. ประเด็นอ่ืน ๆ
แผนการจัดการเรียนการสอนนี้ ใช้รูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E โดยเน้นใหผ้ เู้ รียนเป็นผู้ค้นควา้ หาความร้ดู ้วยตนเอง หรอื สรา้ งความรู้
ด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ครูผู้สอนเป็นผู้อานวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียน
บรรลุ เป้าหมาย ซึ่งวิธีสืบสอบความรู้จะเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญของการเรียน ซึ่งสอดแทรกกลวิธีการ
สอนโดยใช้การทดลอง(Experiment) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดผ่านประสบการณ์ตรง โดยการให้ผู้เรียนเป็นผู้กาหนดปัญหาและ
สมมติฐานในการทดลองและลงมือทดลอง ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนดโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จาเป็น
เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สรุปอภิปรายผลการทดลอง และสรุปการเรียนรู้ที่ได้รับจากการ
ทดลอง
16. ประเดน็ ท่ี Model Teacher วางแผนไดด้ ี
1. แผนการจัดการเรียนรู้ไดก้ ำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนตอบสนองมาตรฐานการเรียนรูต้ าม
ผลการเรียนรทู้ ่ีกำหนด
2. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ใช้รูปแบบกิจกรรมการ
เรียนการสอนด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E มกี ารออกแบบให้นักเรียนทากิจกรรม
การทดลอง เรื่อง การเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธิ์และเตรียมสารละลายเจือจางจากสารละลาย
เข้มข้น ซึ่งมีขั้นตอนในการดาเนินกิจกรรมตามแผนที่ชัดเจน และนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการ
ทาการทดลอง
3. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยนำสื่อ คลิปวีดิโอมาเปิดให้
นักเรยี นดูกอ่ นลงมือทำการทดลองเพ่ือสร้างความเข้าใจท่ชี ดั เจนให้กบั นักเรยี นก่อนลงมือปฏิบตั ิ
17. ประเดน็ ที่ Model Teacher ควรเพ่ิมเติม/ปรบั ปรุงแก้ไข
1. แผนการจัดการเรียนรู้ควรออกแบบให้สอดคล้องกับผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น รวมทั้ง
วิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและควรให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการ
จดั หาสื่อมากยิ่งขึ้น
2. แผนการจดั การเรยี นรคู้ วรออกแบบขั้นตอนท่ี 5 ประเมนิ ผล ใหม้ กี ารประเมนิ ทห่ี ลากหลาย
มากขน้ึ เช่น ครูประเมนิ นกั เรียน และเพือ่ นประเมนิ เพอื่ น เป็นต้น
No.5 ภาพบนั ทึกการเรยี นการสอน
แบบรายการการสง่ ภาพบนั ทึกการเรียนการสอน
1. ชื่อ/นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนลิ พฤกษ์
2. กล่มุ สาระการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ช่อื โรงเรียน
โรงเรียนแมแ่ จ่ม
4. รอบของการแกป้ ญั หา
รอบที่ 4 ระหว่าง วนั ท่ี 8 - 19 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
5. เก่ยี วขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย
การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ
นาไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี้ และปริมาตรของ
สารละลายตามทีก่ าหนด
6. นักเรยี นระดบั ชน้ั
นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
7. วันเวลาที่บนั ทกึ การเรียนการสอน
วันที่ 15 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
8. บันทกึ เพ่ิมเตมิ เก่ียวกับส่งคลปิ บนั ทกึ การเรียนการสอน
การบนั ทึกภาพการจดั การเรียนการสอนเปน็ การนาเสนอบรรยากาศในการเรยี นร้แู ละสภาพ
การจัดการเรียนการสอนท่ีแท้จรงิ ทาให้ไดเ้ ห็นสภาพจริงในการเรยี นรู้ของนกั เรียน
ภาพบันทึกการเรยี นการสอน เร่ือง การเตรียมสารละลาย
นกั เรียนแต่ละกลุ่มทาการทดลองเรื่อง การเตรยี มสารละลาย
ครูคอยใหค้ าช้ีแนะ และดูแลใหค้ วามชว่ ยเหลือแก่นักเรยี น
No.6 วพิ ากษก์ ารจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
แบบรายงานการวพิ ากษ์การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. ชื่อ/นามสกุล Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
2. กล่มุ สาระการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชือ่ โรงเรยี น
โรงเรียนแมแ่ จ่ม
4. รอบของการแกป้ ญั หา
รอบท่ี 4 ระหวา่ ง วันที่ 8 - 19 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
5. เกย่ี วขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย การ
เกิดปฏิกิรยิ าเคมี มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสงิ่ ที่เรียนรู้และนาไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี้ และปริมาตรของ
สารละลายตามท่กี าหนด
6. นกั เรียนระดับชนั้
นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
7. วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนชัดเจนหรือไม่ อย่างไร
โปรดอธบิ าย
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบมวี ัตถุประสงค์ท่ีชัดเจน มคี วามสอดคล้องกับมาตรฐาน
การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ของหลักสูตร ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การเตรียม
สารละลาย สอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายที่ต้องการให้
1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตีและ
ปริมาตรตามท่ีกาหนดจากสารบริสุทธ์ิ และการเจือจางสารละลาย(K)
2. นักเรียนสามารถทาการทดลองและสรุปผลการทดลองเรื่อง การเตรียมสารละลายให้มี
ปริมาตรและความเข้มข้นตามทีก่ าหนดไดจ้ ากสารบรสิ ทุ ธ์ิ และการเจอื จางสารละลาย(P)
3. นกั เรยี นเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเตรียมสารละลายให้มปี รมิ าตรและความเข้มข้น
ตามทกี่ าหนด(A)
8. การวัดและประเมินผลชดั เจนหรือไม่ อย่างไร โปรดอธิบาย
การวัดและประเมินผลมีความชัดเจน ได้มีการวัดผลประเมินผลทั้งระหว่างและหลังการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยระหว่างการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ครูผู้สอนได้ทาการสังเกตการใช้ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทาการทดลอง มีการบันทึกผลและประเมินผลการปฏิบัติการ
ทดลองอย่างชัดเจน และหลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ประเมินจากรายงานการทดลอง
โดยตรวจสอบความถูกต้องตามเกณฑ์ที่กาหนด การวัดและการประเมินผลมีความครอบคลุมทุกด้าน
คือ ด้านความรู้ (K) ประเมินนักเรียนเกี่ยวกับการอธิบายวิธีการเตรียมสารละลาย ด้านทักษะ (P)
ประเมินความสามารถนักเรียนในการทาการทดลองและสรุปผลการทดลองเกี่ยวกับการเตรียม
สารละลาย และด้านเจตคติ(A) ประเมินนักเรียนในเรื่องการเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเตรียม
สารละลาย
9. มกี ารสง่ เสริม/ตอ่ ยอดนักเรยี นทีเ่ รยี นรไู้ ด้ดหี รอื ไม่ อย่างไร โปรดอธิบาย
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีการส่งเสริมให้นักเรียนกลุ่มเก่งได้ฝึกทาข้อสอบและแบบ
ฝึกทักษะเพิ่มเติม มีการฝึกทาโจทย์ที่มีการประยุกต์ซับซ้อนมากขึ้น และเรียนรู้จากสื่อการเรียนรู้
ออนไลน์เพิ่มเติม เช่น YOUTUBE FACEBOOK GOOGLE และมีการส่งเสริมให้นักเรียนกลุ่มเก่ง
เป็นผู้นาให้กับนักเรียนกล่มุ ปานกลางและกลุม่ อ่อน ในการทากจิ กรรมการทดลอง
10. มกี ารช่วยเหลือนักเรียนทเี่ รียนรไู้ ด้ไม่ดีหรือไม่ อยา่ งไร โปรดอธิบาย
ครูผู้สอนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถามข้อสงสัยตลอดกิจกรรมการเรยี นรู้ โดยนักเรียนที่
เรียนรู้ได้ไม่ดีหรือเรียนรู้ช้าสามารถสอบถามเพิ่มความเข้าใจทันที และให้เพื่อนที่เรียนรู้ได้ดีกว่า
ช่วยเหลอื นักเรียนที่เรียนรู้ไดไ้ มด่ ีและทำการซอ่ มเสริมนอกเวลาเรยี น
11. สะท้อนความคิดประเดน็ อ่ืน ๆ
วิธีการสอนโดยใช้การทดลอง(Experiment) เป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรยี น
เกิดการเรียนรูต้ ามวัตถุประสงค์ที่กาหนดผา่ นประสบการณ์ตรง โดยการให้ผู้เรียนเป็นผู้กาหนดปัญหา
และสมมติฐานในการทดลองและลงมือทดลอง ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนดโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ท่ี
จาเปน็ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ขอ้ มลู สรุปอภปิ รายผลการทดลอง และสรุปการเรยี นรู้ท่ไี ดร้ บั จาก
การทดลอง ทาใหผ้ ู้เรียนไดร้ ับประสบการณต์ รง ได้ผา่ นกระบวนการต่างๆ ได้พสิ จู น์ ทดสอบ และเห็น
ผลประจักษ์ด้วยตนเอง จึงเกิดการเรียนรู้ได้ดี มีความเข้าใจ และจะจดจาการเรียนรู้นั้นได้นาน และ
ผู้เรียนมโี อกาสได้เรียนรู้และพัฒนาทกั ษะกระบวนการต่างๆ จานวนมาก เช่น ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ ทักษะกระบวนการคิด และทักษะกระบวนการกลุ่ม
ทั้งได้พัฒนานิสัยใฝ่รู้ ตลอดจนเป็นวิธีสอนที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมมาก ส่งผลให้เกิดความ
กระตือรือรน้ ในการเรียนรู้
12. ประเด็นที่ Model Teacher ปฏบิ ตั ิได้ดี
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครูผ้สู อนรายวชิ าภาษาอังกฤษ ระดับชน้ั ม.6 กลมุ่ สาระ
การเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ได้ให้ความเห็นเกยี่ วกับกิจกรรมการเรียนรู้ดังนี้
1. ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้การทดลองโดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับ
ประสบการณ์ตรงผ่านกระบวนการต่างๆ ได้พิสูจน์ ทดสอบ และเห็นผลประจักษ์ด้วยตนเอง จึงเกิด
การเรียนรไู้ ดด้ ี มคี วามเข้าใจ และจดจาการเรียนรู้นัน้ ไดน้ าน
2. ครูผู้สอนมีการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้การทดลอง ทาให้ผู้เรียนมีส่วน
รว่ มในกิจกรรมมาก และเกิดความกระตือรอื รน้ ในการเรียนรู้
13. ประเดน็ ที่ Model Teacher ควรเพม่ิ เตมิ /ปรบั ปรงุ แกไ้ ข
นางสาวเบญจวรรณ สารินจา ครูผู้สอนรายวิชาภาษาองั กฤษ ระดับช้นั ม.6 กลุม่ สาระ
การเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ ไดใ้ หค้ วามเห็นเกี่ยวกับกจิ กรรมการเรียนรดู้ ังน้ี
1. ครผู สู้ อนควรสาธิตการใช้อุปกรณ์การทดลองให้นักเรียนดู และเปดิ โอกาสให้นักเรียนได้ฝึก
การใช้อุปกรณ์ให้มีความชานาญก่อนลงมือปฏิบัติการทดลอง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
ระหว่างทาการทดลอง
2. ครูผู้สอนควรออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในขั้นประเมิน(evaluation) ให้มีการ
ประเมนิ ท่หี ลากหลาย เช่น ครปู ระเมินนักเรียน และเพื่อนประเมนิ เพ่ือน เป็นตน้
14. โปรดระบุ ชอื่ -สกลุ ผู้วพิ ากษ์
นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา ครูกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
15. เก่ยี วข้องกับสาระ/งาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
16. โรงเรียนผ้วู ิพากษ์
โรงเรียนแม่แจม่
17. หน่วยงานผู้วพิ ากษ์
สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เชยี งใหม่
ลงช่อื ผู้วพิ ากษ์
(นางสาวเบญจวรรณ สารนิ จา)
No.7 สรุปผลการดาเนินงานของรอบท่ีผา่ น
แบบรายงานการสรุปผลการดาเนนิ งานของรอบท่ีผ่าน
1. ชอ่ื /นามสกลุ Model Teacher
นางสาวธนภรณ์ เนตรนิลพฤกษ์
2. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ชือ่ โรงเรียน
โรงเรยี นแมแ่ จม่
4. รอบของการแกป้ ัญหา
รอบที่ 4 ระหวา่ ง วนั ที่ 8 - 19 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564
5. เกยี่ วข้องกบั สาระ
สาระเคมี
เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสารการเกิดการละลาย
การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ
นาไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี้ และปริมาตรของ
สารละลายตามท่ีกาหนด
6. นกั เรียนระดับช้ัน
นกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/1 จานวน 36 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
7. วตั ถปุ ระสงค์หรือเปา้ หมาย
1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตีและ
ปริมาตรตามทีก่ าหนดจากสารบริสุทธ์ิ และการเจือจางสารละลาย
2. นักเรียนสามารถทาการทดลองและสรุปผลการทดลองเรื่อง การเตรียมสารละลายให้มี
ปริมาตรและความเข้มขน้ ตามทกี่ าหนดได้จากสารบรสิ ทุ ธิ์ และการเจอื จางสารละลาย
3. นักเรียนเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเตรยี มสารละลายให้มีปริมาตรและความเข้มข้น
ตามทีก่ าหนด
8. การวัดและประเมินผล
ประเด็นพจิ ารณา วิธีการวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
1. ด้านความรคู้ วามเข้าใจ (K) แบบฝึกหัด เรือ่ ง นักเรยี นผ่านเกณฑ์การ
การเตรยี มสารละลาย ประเมนิ ระดบั ดี ข้นึ ไป
นักเรยี นสามารถอธบิ ายวิธกี าร ตรวจแบบฝึกหดั เรอ่ื ง
เตรียมสารละลายท่ีมีความเข้มข้น การเตรียมสารละลาย
ในหนว่ ยโมลารติ ีและปริมาตร
ตามที่กาหนดจากสารบริสุทธิ์ และ
การเจือจางสารละลาย
2. ดา้ นทักษะ (P) สงั เกตและประเมนิ แบบประเมนิ รายงาน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ
นกั เรยี นสามารถทาการทดลอง ทกั ษะกระบวนการ ปฏิบตั กิ ารทดลอง ประเมนิ ระดบั ดี ขนึ้ ไป
ทางวทิ ยาศาสตร์ จาก
และสรปุ ผลการทดลอง เรอื่ ง เกณฑ์การให้คะแนน
การเตรยี มสารละลายใหม้ ปี ริมาตร และรายงานการทดลอง
และความเข้มข้นตามท่ีกาหนดได้
จากสารบริสทุ ธ์ิ และการเจือจาง
สารละลาย
3. ดา้ นเจตคติ (A) สังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นผ่านเกณฑก์ าร
นกั เรยี นเห็นคุณคา่ และ เรยี นรูข้ องนักเรยี น
การเรยี นรู้ของ ประเมินระดับ ดี ขึ้นไป
ประโยชนข์ องการเตรยี ม
สารละลายให้มปี รมิ าตรและความ นักเรียน
เขม้ ข้นตามท่ีกาหนด
9. การสง่ เสรมิ /ต่อยอด
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีการส่งเสริมให้นักเรียนกลุ่มเก่งได้ฝึกทาข้อสอบและแบบ
ฝึกทักษะเพิ่มเติม มีการฝึกทาโจทย์ที่มีการประยุกต์ซับซ้อนมากขึ้น และเรียนรู้จากสื่อการเรียนรู้
ออนไลน์เพิ่มเติม เช่น YOUTUBE FACEBOOK GOOGLE และมีการส่งเสริมให้นักเรียนกลุ่มเก่ง
เป็นผู้นาใหก้ บั นกั เรียนกลุ่มปานกลางและกลมุ่ อ่อน ในการทากิจกรรมการทดลอง
10. การช่วยเหลือ
ครูผู้สอนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถามข้อสงสัยตลอดกิจกรรมการเรยี นรู้ โดยนักเรียนที่
เรียนรู้ได้ไม่ดีหรือเรียนรู้ช้าสามารถสอบถามเพิ่มความเข้าใจทันที และให้เพื่อนที่เรียนรู้ได้ดีกว่า
ช่วยเหลือนกั เรยี นทเ่ี รียนรู้ไดไ้ มด่ ีและทำการซอ่ มเสรมิ นอกเวลาเรียน
11. ประเด็นอ่ืน ๆ
วิธีการสอนโดยใชก้ ารทดลอง(Experiment) เป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการชว่ ยใหผ้ ู้เรยี น
เกิดการเรียนรูต้ ามวัตถุประสงค์ที่กาหนดผ่านประสบการณ์ตรง โดยการใหผ้ ู้เรียนเป็นผูก้ าหนดปัญหา
และสมมติฐานในการทดลองและลงมือทดลอง ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนดโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่
จาเปน็ เก็บรวบรวมข้อมลู วิเคราะหข์ อ้ มูล สรุปอภิปรายผลการทดลอง และสรปุ การเรียนรู้ที่ไดร้ บั จาก
การทดลอง ทาให้ผู้เรียนไดร้ ับประสบการณต์ รง ได้ผา่ นกระบวนการต่างๆ ไดพ้ ิสจู น์ ทดสอบ และเห็น
ผลประจักษ์ด้วยตนเอง จึงเกิดการเรียนรู้ได้ดี มีความเข้าใจ และจะจดจาการเรียนรู้นั้นได้นาน และ
ผู้เรียนมโี อกาสได้เรียนรู้และพัฒนาทกั ษะกระบวนการตา่ งๆ จานวนมาก เช่น ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ ทักษะกระบวนการคิด และทักษะกระบวนการกลุ่ม
ทั้งได้พัฒนานิสัยใฝ่รู้ ตลอดจนเป็นวิธีสอนที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมมาส่งผลทาให้เกิดความ
กระตือรือร้นในการเรยี นรู้
12. ประเดน็ ที่ Model Teacher วางแผนไดด้ ี
ดา้ นแผนการจดั การเรยี นรู้
1. แผนการจัดการเรียนรู้ได้กาหนดเปา้ หมายอย่างชัดเจนตอบสนองมาตรฐานการเรียนรูต้ าม
ผลการเรียนรู้ที่กาหนด
2. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ใช้รูปแบบกิจกรรมการ
เรยี นการสอนด้วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry) 5E มกี ารออกแบบให้นักเรยี นทากิจกรรม
การทดลอง เรื่อง การเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธิ์และเตรียมสารละลายเจือจางจากสารละลาย
เข้มข้น ซึ่งมีขั้นตอนในการดาเนินกิจกรรมตามแผนที่ชัดเจน และนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการทา
การทดลอง
3. แผนการจัดการเรียนรู้มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยนาสื่อ คลิปวีดิโอมาเปิดให้
นกั เรยี นดูก่อนลงมอื ทาการทดลองเพื่อสรา้ งความเขา้ ใจที่ชดั เจนให้กบั นักเรียนก่อนลงมือปฏิบัติ
ดา้ นกิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้การทดลองโดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับ
ประสบการณ์ตรงผ่านกระบวนการต่างๆ ได้พิสูจน์ ทดสอบ และเห็นผลประจักษ์ด้วยตนเอง จึงเกิด
การเรียนรู้ไดด้ ี มีความเข้าใจ และจดจาการเรยี นรนู้ ้ันไดน้ าน
2. ครูผู้สอนมีการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้การทดลอง ทาให้ผู้เรียนมี
สว่ นร่วมในกจิ กรรมมาก และเกดิ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้