43 18 1.41 1.33 0.42 ̅ 1.58 1.27 0.30 1.63 1.61 0.07 S.D. 0.08 0.05 0.12 0.22 0.22 0.04 จากตารางที่ 1 พบว่าการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (นักเรียนชาย) กลุ่ม ทดลอง ระหว่างก่อนการฝึกและหลังการฝึกปรากฏมีค่าเฉลี่ยของเวลาก่อนฝึกเท่ากับ 1.58 วินาที ค่าเฉลี่ยของเวลาหลังฝึกเท่ากับ 1.27 วินาที และค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลง 0.30 วินาทีและ นักเรียนกลุ่มควบคุม ระหว่างก่อนการฝึกและหลังการฝึกปรากฏมีค่าเฉลี่ยของเวลาก่อนฝึกเท่ากับ 1.63 วินาที ค่าเฉลี่ยของเวลาหลังฝึกเท่ากับ 1.61 วินาที และค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลง 0.02 วินาที ตารางที่ 2 ตารางเปรียบเทียบเวลาในการวิ่งของแต่ละช่วงอายุเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกาย ของนักเรียนชายกลุ่มทดลอง อายุ 15 ปีรวมทั่วประเทศ (นักเรียนชาย) หลังฝึกของนักเรียนชายกลุ่ม ทดลอง นักเรียน (คนที่) รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก เวลา (วินาที) 1.20 ลงไป 1.21-1.43 1.44-1.61 1.62-1.83 1.84-2.13 1 1.23 ✓ 2 1.21 ✓ 3 1.33 ✓ 4 1.28 ✓ 5 1.22 ✓ 6 1.28 ✓ 7 1.26 ✓ 8 1.35 ✓ 9 1.24 ✓ 10 1.38 ✓ 11 1.23 ✓ 12 1.29 ✓ 13 1.31 ✓ 14 1.34 ✓ 15 1.25 ✓ 16 1.22 ✓ 17 1.28 ✓ 18 1.33 ✓ เปอร์เซ็นต์ 100 %
44 จากตารางที่ 2 พบว่าการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มทดลอง หลังจาก ใช้แบบฝึกแล้วนักเรียนเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ นักเรียนชายอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนชายกลุ่มทดลองทั้งหมด ตารางที่ 3 ตารางเปรียบเทียบเวลาในการวิ่งของแต่ละช่วงอายุเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกาย ของนักเรียนชายกลุ่มควบคุม อายุ 15 ปีรวมทั่วประเทศ (นักเรียนชาย) หลังฝึกของนักเรียนชายกลุ่ม ควบคุม นักเรียน (คนที่) รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก เวลา (วินาที) 1.20 ลงไป 1.21-1.43 1.44-1.61 1.62-1.83 1.84-2.13 1 1.63 ✓ 2 1.60 ✓ 3 1.54 ✓ 4 1.35 ✓ 5 1.36 ✓ 6 1.58 ✓ 7 1.52 ✓ 8 1.98 ✓ 9 1.69 ✓ 10 2.01 ✓ 11 1.80 ✓ 12 1.68 ✓ 13 1.25 ✓ เปอร์เซ็นต์ 23 % 30.8 % 30.8 % 15.4 % จากตารางที่ 3 พบว่าการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มควบคุม หลังจาก ใช้แบบฝึกแล้วนักเรียนเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ นักเรียนชายอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 23 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 30.8 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ต่ำ คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ 30.8 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 15.4 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนชาย กลุ่มควบคุมทั้งหมด
45 ตารางที่ 4 ผลของการใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปัก ตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (นักเรียนหญิง) ระหว่างก่อนการฝึกและหลังการฝึก ของนักเรียน กลุ่มทดลอง และนักเรียนกลุ่มควบคุม นักเรียน (คนที่) ผลของการใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน (วินาที) นักเรียนกลุ่มทดลอง นักเรียนกลุ่มควบคุม ก่อนฝึก (วินาที) หลังฝึก (วินาที) ผลต่าง (วินาที) ก่อนฝึก (วินาที) หลังฝึก (วินาที) ผลต่าง (วินาที) 1 2.53 1.58 0.95 2.37 2.10 0.27 2 2.40 1.44 0.96 1.54 1.55 0.01 3 1.50 1.23 0.27 1.47 1.42 0.05 4 1.75 1.26 0.49 1.87 1.89 0.02 5 2.16 1.54 0.62 1.43 1.46 0.03 6 2.50 1.59 0.91 2.30 2.36 0.06 7 2.61 1.60 1.01 2.35 2.37 0.02 8 2.50 1.59 0.91 1.87 1.98 0.11 9 2.31 1.42 0.89 1.97 1.89 0.08 10 1.82 1.42 0.4 2.06 1.97 0.09 11 1.65 1.23 0.42 1.91 1.90 0.01 12 2.03 1.36 0.67 1.66 1.65 0.01 13 2.34 1.60 0.74 1.56 1.61 0.05 14 2.84 1.45 1.39 2.09 1.96 0.13 15 2.27 1.40 0.87 2.06 2.09 0.03 16 1.63 2.03 0.4 17 1.87 1.98 0.11 18 2.09 2.23 0.14 19 1.88 1.96 0.08 20 1.65 1.59 0.06 ̅ 2.21 1.44 0.76 1.88 1.89 0.08 S.D. 0.38 0.13 0.29 0.28 0.27 0.09 จากตารางที่ 4 พบว่าการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (นักเรียนหญิง) กลุ่ม ทดลอง ระหว่างก่อนการฝึกและหลังการฝึกปรากฏมีค่าเฉลี่ยของเวลาก่อนฝึกเท่ากับ 2.21 วินาที
46 ค่าเฉลี่ยของเวลาหลังฝึกเท่ากับ 1.44 วินาที และค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลง 0.76 วินาที และ นักเรียนกลุ่มควบคุม ระหว่างก่อนการฝึกและหลังการฝึกปรากฏมีค่าเฉลี่ยของเวลาก่อนฝึกเท่ากับ 1.88 วินาที ค่าเฉลี่ยของเวลาหลังฝึกเท่ากับ 1.89 วินาที และค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลง 0.08 วินาที ตารางที่ 5 ตารางเปรียบเทียบเวลาในการวิ่งของแต่ละช่วงอายุเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกาย ของนักเรียนหญิง อายุ 15 ปีรวมทั่วประเทศ (นักเรียนหญิง) หลังฝึกของนักเรียนกลุ่มทดลอง นักเรียน (คนที่) รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก เวลา (วินาที) 1.20 ลงไป 1.21-1.43 1.44-1.61 1.62-1.83 1.84-2.13 1 1.58 ✓ 2 1.44 ✓ 3 1.23 ✓ 4 1.26 ✓ 5 1.54 ✓ 6 1.59 ✓ 7 1.60 ✓ 8 1.59 ✓ 9 1.42 ✓ 10 1.42 ✓ 11 1.23 ✓ 12 1.36 ✓ 13 1.60 ✓ 14 1.45 ✓ 15 1.40 ✓ เปอร์เซ็นต์ 46.7 % 53.3 % จากตารางที่ 5 พบว่าการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของนักเรียนกลุ่ม ทดลอง หลังจากใช้แบบฝึกแล้วนักเรียนเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ นักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 46.7 เปอร์เซ็นต์และนักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 53.3 เปอร์เซ็นต์
47 ตารางที่ 6 ตารางเปรียบเทียบเวลาในการวิ่งของแต่ละช่วงอายุเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกาย ของนักเรียนหญิง อายุ 15 ปีรวมทั่วประเทศ (นักเรียนหญิง) หลังฝึกของนักเรียนกลุ่มควบคุม นักเรียน (คนที่) รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก เวลา (วินาที) 1.20 ลงไป 1.21-1.43 1.44-1.61 1.62-1.83 1.84-2.13 1 2.10 ✓ 2 1.55 ✓ 3 1.42 ✓ 4 1.89 ✓ 5 1.46 ✓ 6 2.36 ✓ 7 2.37 ✓ 8 1.98 ✓ 9 1.89 ✓ 10 1.97 ✓ 11 1.90 ✓ 12 1.65 ✓ 13 1.61 ✓ 14 1.96 ✓ 15 2.09 ✓ 16 2.03 ✓ 17 1.98 ✓ 18 2.23 ✓ 19 1.96 ✓ 20 1.59 ✓ เปอร์เซ็นต์ 5 % 20 % 5 % 70 % จากตารางที่ 6 พบว่าการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นักเรียนกลุ่มควบคุม หลังจากใช้แบบฝึกแล้วนักเรียนเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ นักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์และนักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ นักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์ นักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ 70 เปอร์เซ็นต์
48 ตารางที่ 7 การเปรียบเทียบความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกหลังเท้าในกีฬาเซปักตะกร้อ ผลการทดลอง ̅ ก่อนฝึก ̅ หลังฝึก ̅ ผลต่าง S.D. ก่อนฝึก S.D. หลังฝึก S.D. ผลต่าง ความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบ ฝึกตารางเก้าช่อง (นักเรียนชาย) ของนักเรียนกลุ่มทดลอง 1.58 1.27 0.30 0.08 0.05 0.12 ความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบ ฝึกตารางเก้าช่อง (นักเรียนชาย) ของนักเรียนกลุ่มควบคุม 1.63 1.61 0.07 0.22 0.22 0.04 ความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบ ฝึกตารางเก้าช่อง (นักเรียนหญิง) ของนักเรียนกลุ่มทดลอง 2.21 1.44 0.76 0.38 0.13 0.29 ความคล่องแคล่วว่องไวโดยใช้แบบ ฝึกตารางเก้าช่อง (นักเรียนหญิง) ของนักเรียนกลุ่มควบคุม 1.88 1.89 0.08 0.28 0.27 0.09 จากตางรางที่ 7 พบว่าผลของการใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้า ด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนฝึกและหลังฝึกปรากฏมีค่าเฉลี่ย เวลาในการวิ่งของนักเรียนชายกลุ่มทดลอง มีค่าเฉลี่ยก่อนฝึกเท่ากับ 1.58 วินาทีค่าเฉลี่ยหลังฝึก เท่ากับ 1.27 วินาทีและค่าเฉลี่ยผลต่างลดลง 0.30 วินาทีมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกเท่ากับ 0.08 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังฝึก 0.05 ผลต่างค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึก เท่ากัน 0.12 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์นักเรียนชายอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นต์ และค่าเฉลี่ยเวลาในการวิ่งของนักเรียนชายกลุ่มควบคุม มีค่าเฉลี่ยก่อนฝึกเท่ากับ 1.63 วินาทีค่าเฉลี่ยหลังฝึกเท่ากับ 1.61 วินาทีและค่าเฉลี่ยผลต่างลดลง 0.07 วินาทีมีค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนฝึกเท่ากับ 0.22 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังฝึก 0.22 ผลต่างค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึกเท่ากัน 0.04 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์นักเรียนชายอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 23 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 30.8 เปอร์เซ็นต์อยู่ใน เกณฑ์ต่ำ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 30.8 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 15.4 เปอร์เซ็นต์ และค่าเฉลี่ยเวลาในการวิ่งของนักเรียนหญิงกลุ่มทดลอง มีค่าเฉลี่ยก่อนฝึกเท่ากับ 2.21 วินาที ค่าเฉลี่ยหลังฝึกเท่ากับ 1.44 วินาที และค่าเฉลี่ยผลต่างลดลง 0.76 วินาที ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ก่อนฝึกเท่ากับ 0.38 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังฝึก 0.13 ผลต่างค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
49 ก่อนฝึกและหลังฝึกเท่ากัน 0.29 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์นักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ 46.7 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 53.3 เปอร์เซ็นต์และค่าเฉลี่ย เวลาในการวิ่งของนักเรียนหญิงกลุ่มควบคุม มีค่าเฉลี่ยก่อนฝึกเท่ากับ 1.88วินาที ค่าเฉลี่ยหลังฝึก เท่ากับ 1.89 วินาที และค่าเฉลี่ยผลต่างลดลง 0.08 วินาที ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกเท่ากับ 0.28 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังฝึก 0.27 ผลต่างค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึก เท่ากัน 0.09 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์นักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ต่ำ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 70 เปอร์เซ็นต์และพบว่านักเรียนในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่อยู่ในกลุ่มทดลอง มีการใช้เวลาในการวิ่งลดลง หลังใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มี ผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ และลดลงมากกว่านักเรียนที่อยู่ในกลุ่ม ควบคุม
50 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง ผลของการใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน ในกีฬา เซปักตะกร้อ ในรายวิชาพลศึกษา เรื่องกีฬาเซปักตะกร้อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานี เป็นการวิจัยเชิงทดลอง สรุปได้ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ กำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ - เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความคล่องแคล่วว่องไว ในการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปัก ตะกร้อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่อง 2. สมมติฐานการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ กำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่อง มี ความคล่องแคล่วว่องไว ในการรับลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อย ละ 75 3. วิธีดำเนินการวิจัย 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง จังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 66 คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้ จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 33 คน เพื่อเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3.2.1 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ 3.2.1.1 แผนจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาจัดรูปแบบการสอนโดยใช้แบบฝึกตารางเก้า ช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 10 แผนแผนละ 1 ชั่วโมง รวม 10 ชั่วโมง 3.2.1.2 แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปัก ตะกร้อ 3.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 3.2.2.1 แบบบันทึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน 3.2.2.2 แบบทดสอบความคล่องแคล่วว่องไวในการใช้ทักษะการรับลูกด้วยข้างเท้า ด้านใน
51 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล การดำเนินการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการทดลองและเก็บข้อมูลกับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีการดำเนินการ ทดลองและเก็บข้อมูลในแต่ละขั้น มีดังนี้ 3.3.1 ก่อนการทดลองให้นักเรียนทดสอบก่อน ฝึกโดยให้นักเรียนเคลื่อนที่ในทิศทาง ที่กำหนด และใช้ข้างเท้าด้านใน รับลูกตะกร้อ และบันทึกลงในแบบบันทึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อด้วย ข้างเท้าด้านใน 3.3.2 ผู้รายงานดำเนินการฝึกกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการ เล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ตามขั้นตอน 3.3.3 เมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้ว ให้บันทึกผลการฝึกลงแบบบันทึกทักษะกีฬาเซปัก ตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน หลังจากใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นกีฬาตะกร้อด้วยข้างเท้า ด้านใน จากนั้นนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป 4. สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตรวจสอบสมมติฐานการวิจัยพบว่า การใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง ระหว่างก่อนการฝึกและหลังฝึก ของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง ปรากฏมีค่าเฉลี่ยของผลต่างของเวลาก่อนฝึกและหลังฝึกลดลง นักเรียนชายมี ค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลงอยู่ที่ 0.30 วินาที และ ผลต่างค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและ หลังฝึกเท่ากับ 0.12 และค่าเฉลี่ยของผลต่างของเวลาก่อนฝึกและหลังฝึกลดลง นักเรียนหญิงมี ค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลงอยู่ที่ 0.76 วินาที และ ผลต่างค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและ หลังฝึกเท่ากับ 0.29 เมื่อนำไปเปรียบเทียบเกณฑ์นักเรียนชายอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นต์ และนักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 46.7 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 53.3 เปอร์เซ็นต์พบว่านักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีการใช้เวลาในการ วิ่งลดลง 5. การอภิปรายผล ผลการศึกษาการใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วย ข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ วิชาพลศึกษา เรื่องกีฬาเซปักตะกร้อ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประเด็นในการนำมาอภิปรายผลตามลำดับ ดังนี้ การใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง ทำการฝึกโดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อ การเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนฝึก ซึ่งสอดคล้องกับ ภัทรพร สิทธิเลิศพิศาล (2560) การจัดโปรแกรมการออกกำลังกายนั้นควรยึด หลักการของการกำหนดการออกกำลังกาย และมีการทดสอบสมรรถภาพเพื่อประเมินความกาวหน้า ในการจัดโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อให้เกิดความพร้อมของร่างกาย หรือเพื่อให้สุภาพดี มีช่วง อบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนออกกำลังกาย ในโปรแกรมที่กำหนดไว้ ควรเริ่ม
52 จากมีการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายหรือใช้การออกกำลังกายแบบกายบริหาร ประมาณ 3 - 5 นาที และต่อด้วยการยืดกล้ามเนื้อประมาณ 3 - 5 นาทีเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อ ต่อ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่าการที่ร่างกายเริ่มยืดกล้ามเนื้อ ทันทีอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ ง่ายกว่าการยืดกล้ามเนื้อหลังจากที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหวมาบ้าง แต่การเคลื่อนไหวร่างกายก็ไม่ควร ทำมาก หรือหนักเกินไปเช่นกัน และหลังการออกกำลังกายควรมีการจัดโปรแกรม cool down ด้วย อาจจะเป็นการออกกำลังกาย การหายใจ การยืดคลายกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ประมาณ 5 - 10 นาที หรือ มากกว่านี้หากเป็นโปรแกรมการออกกำลังกายที่หนักเพื่อให้ร่างกายค่อยๆคลายการทำงานและฟื้นตัว การที่หยุดออกกำลังกายในทันทีโดยไม่มีการ cool down อาจจะทำให้ปริมาณเลือดไหลกลับไปยัง หัวใจ ( venous return ) ไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ จะทำให้เกิด อาการหน้ามืด เป็นลมได้ หรืออาจเกิดอันตรายต่อหัวใจขาดเลือดได้ยังสอดคล้องกับถาวร กมุทศรี (2560) ความคล่องแคล่วว่องไว เป็นความเร็วในการเคลื่อนที่ของร่างกายในระยะทางสั้น ๆ และมีการ เปลี่ยนทิศทางจะมีความสัมพันธ์กับความเร็วโดยตรง การฝึกที่เน้นให้เกิดความเร็วส่วนใหญ่เป็นการ เคลื่อนที่ในเชิงเส้นตรงด้วยระยะทางต่าง ๆ ตามเป้าหมาย แต่เมื่อใช้ความเร็วแล้วมีการปรับเปลี่ยน ทิศทางอย่างรวดเร็วจะมีความคล่องแคล่วว่องไวเข้ามาเกี่ยวข้องในทันที ซึ่งในจังหวะเปลี่ยนทิศทาง นั้นร่างกายจะไม่มีความเร็ว (ความเร็วเป็น 0) แต่อาศัยกำลังความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อให้ ร่างกายสามารถเปลี่ยนทิศทางแล้วเร่งความเร็วขึ้นมา เพื่อเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการอย่าง รวดเร็วต่อไป ยังสอดคล้องกับ ชยกร พาลสิงห์ (2555) ที่ศึกษาความแม่นยำในการเสิร์ฟ ความเร็วใน การเสิร์ฟและการทรงตัวในนักกีฬาเซปักตะกร้อหญิง นั้นพบว่าเมื่อเปรียบเทียบก่อน หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันจากก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 เนื่องจากโปรแกรมที่ใช้ฝึกมีความแตกต่างกัน ความสามารถในการกระโดดจำแนกตามเพศ และ ระดับการศึกษาจากการทดลองผ่านไป 8 สัปดาห์ พบว่านักกีฬามีการกระโดดที่ดีขึ้น แต่ยังไม่มีความ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ยังสอดคล้องกับ ทวีศักดิ์ หนูสุวรรณ (2557) การวิจัย นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกตาราง 9 ช่องที่มีต่อความคล่องตัวของนักกีฬาเซปักตะกร้อ ชายโดย เปรียบเทียบความคล่องตัวของนักกีฬาเซปักตะกร้อที่ฝึกโปรแกรมเซปักตะกร้อปกติเพียง อย่างเดียว และกลุ่มที่ฝึกโปรแกรมตาราง 9 ช่องร่วมกับฝึกโปรแกรมเซปักตะกร้อปกติก่อนและหลัง การทดลอง และเปรียบเทียบความคล่องตัวของนักกีฬาเซปักตะกร้อระหว่างกลุ่มที่ฝึกโปรแกรมตาราง 9 ช่องร่วมกับฝึกโปรแกรมเซปักตะกร้อปกติกับกลุ่มที่ฝึกโปรแกรมเซปักตะกร้อปกติเพียงอย่างเดียว กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อชายโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวน 28 คน แบ่งกลุ่มด้วยวิธีสุ่ม (Random Assignment) แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆละ 14 คนคือกลุ่มควบคุมฝึก โปรแกรมเซปักตะกร้อปกติและกลุ่มทดลองฝึกโปรแกรมตาราง 9 ช่องร่วมกับฝึกโปรแกรมเซปัก ตะกร้อปกติ ใช้เวลาฝึก 8 สัปดาห์ๆ ละ 3 วัน เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบทดสอบมาตรฐานของ Semo Agility Test ใช้ทดสอ บความคล่องตัว และโปรแกรมการฝึกตาราง9ช่องที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นการ วิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ ค่ามัธยฐาน (Med) ค่าควอไทล์ (Q) และส่วนเบี่ยงควอไทล์ (Q.D.) และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ Wilcoxon Signed Ranks Test และ The Mann-Whitney U-Testผลการวิจัยพบว่านักกีฬาเซปักตะกร้อที่ฝึกโปรแกรมตาราง9ช่องร่วมกับฝึกโปรแกรมเซปัก ตะกร้อปกติ มีความคล่องตัวสูงกว่ากลุ่มฝึกโปรแกรมเซปักตะกร้อปกติ เพียง อย่างเดียวอย่างมี
53 นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยังสอดคล้องกับวัชรินทร์ เลิศนอก (2560: บทคัดย่อ) ได้ศึกษา ผลของ การฝึกตาราง 9 ช่อง ที่มีต่อทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานของนักเรียนกลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้ และเพื่อเปรียบเทียบผลการของการฝึกตาราง 9 ช่อง ที่มีต่อทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานของนักเรียน กลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้ ระหว่างก่อนการทดลองและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนที่ มีความปกพร่องทางการเรียนรู้ที่ผ่านการตรวจวินิจฉัยทางจิตวิทยาคลินิกตามเกณฑ์ประกาศของกระ ทรวงศึกษาธิการที่กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนบ้านปางละกอ ปีการศึกษา 2559 อายุ 9-10 ปี จำนวน 9 คน เป็นนักเรียนชาย 4 คน นักเรียนหญิง 5 คน วิธีการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ทำการทดสอบ ก่อนและหลังการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการทดลอง คือ โปรแกรมการฝึกตาราง 9 ช่อง มีค่าความเที่ยงตรง เท่ากับ 0.92 และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบทดสอบการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ประกอบด้วย แบบ วัดทักษะการเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่ มีค่าความเที่ยงตรง เท่ากับ 1.00 มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.91 แบบวัดทักษะการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่มีค่าความเที่ยงตรง เท่ากับ 1.00 มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.85แบบวัดทักษะการเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ มีค่าความเที่ยงตรง เท่ากับ 1.00 มีค่าความ เชื่อมั่น เท่ากับ 0.77 ผลของการฝึกการเคลื่อนไหวบนตาราง 9 ช่อง ทำให้ความสามารถในการ เคลื่อนไหวพื้นฐานของเด็กนักเรียนกลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้ มีพัฒนาการดีขึ้นมากกว่าก่อนการ ทดลอง ทั้งการเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่ การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ และการเคลื่อนไหวประกอบ อุปกรณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ยังสอดคล้องกับชูชีพ คงมีชนม์ (2560) ได้ศึกษา ผล ของการฝึกตาราง 9 ช่อง ที่มีต่อการเล่นกีฬาตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน และเปรียบเทียบผลของการ ฝึกตาราง 9 ช่อง ทำการทดสอบทักษะการเล่นตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน และแบบทดสอบทักษะการ รับส่งตะกร้อกระทบฝาผนัง ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และหลังการ ฝึกสัปดาห์ที่ 8 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียวแบบวัดซ้ำ ทำการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่และเปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และหลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 8 โดยใช้ค่าสถิติค่า “ที” พบว่า การฝึกตาราง 9 ช่อง ควบคู่กับการฝึกการเล่นกีฬาตะกร้อด้วยข้าง เท้าด้านในมีทักษะที่ดีขึ้น และโปรแกรมการฝึกระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง แตกต่างอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยังสอดคล้องกับภัทรพนธ์เหมหงษ์(2554) ได้ทำการศึกษาเรื่อง ผลการ ฝึกตาราง 9 ช่อง และความอ่อนตัวที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไว ของพลทหารหมวดฝึก กองร้อยพล เสนารักษ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พบว่าการฝึกทั้ง 3 วิธี ช่วยพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวได้ โดยการฝึกตาราง 9 ช่อง ควบคู่กับความอ่อนตัวเป็นวิธีพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวที่ได้ผลดีที่สุด ส่วนการฝึกด้วยตาราง 9 ช่อง อย่างเดียวและฝึกความอ่อนตัวอย่างเดียวช่วยพัฒนาความคล่องแคล่ว ว่องไวได้ดีเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ยังสอดคล้องกับ ช่อพุทธรักษา หมายบุญ (2559) ได้ทำการศึกษา เรื่องผลของการฝึกรูปแบบตารางเก้าช่องที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาเนตบอลหญิง ทีม โรงเรียนกัลยาณวัตร พบว่านักกีฬาเนตบอลหญิงทีมโรงเรียนกัลยาณวัตร มีความคล่องแคล่วว่องไว สูงขึ้นหลังจากได้รับการฝึกรูปแบบตารางเก้าช่อง และสอดคล้องกับ สรัญรัฐ มนุญญานนท์ (2554) ได้ ทำการศึกษาเรื่อง ผลการฝึกตาราง 9 ช่อง ที่มีขนาดต่างกันต่อความคล่องแคล่วว่องไวในกีฬา แบดมินตัน พบว่า การฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกตาราง 9 ช่อง ที่มีขนาด 60x60 เซนติเมตร และ
54 ขนาด 90x90 เซนติเมตร จะสามารถพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวได้ดีขึ้น โดยกลุ่มที่ฝึกตาราง 9 ช่อง ขนาด 60x60 เซนติเมตร จะสามารถพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวดีมากกว่าการเล่นแบดมินตัน เพียงอย่างเดียว เป็นไปตามสมมติฐานคือกลุ่มทดลองที่ฝึกดาบไทยร่วมกับตาราง 9 ช่องมีความ คล่องแคล่วว่องไวมากกว่ากลุ่มควบคุมที่ฝึกโปรแกรมการฝึกดาบไทยเพียงอย่างเดียว จึงสรุปได้ว่า การใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปัก ตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง พบว่า กลุ่มตัวอย่างในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 มีเวลาก่อนฝึกและเวลาหลังฝึกลดลง นักเรียนชายมีค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลง อยู่ที่ 0.30 วินาที และนักเรียนหญิงมีค่าเฉลี่ยผลต่างของเวลาลดลงอยู่ที่ 0.76 วินาที ผลต่างค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึกนักเรียนชายเท่ากับ 0.12 และผลต่างค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึกนักเรียนหญิงเท่ากับ 0.29 และเมื่อนำไปเปรียบเทียบเกณฑ์นักเรียนชาย อยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นต์ และนักเรียนหญิงอยู่ในเกณฑ์ดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 46.7 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 53.3 เปอร์เซ็นต์ หลังจากใช้แบบฝึกตาราง เก้าช่องแล้วนักเรียนเกิดความคล่องแคล่วว่องไวในการเคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ 6. ข้อเสนอแนะ จากผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อทักษะการรับลูกด้วย ข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ วิชาพลศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่องผลของการ ใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อทักษะการรับลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ผู้วิจัยให้ ข้อเสนอแนะในการวิจัย และข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้ 6.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 6.1.1 ควรมีการอธิบาย หรือสาธิต ท่าทางในการฝึกปฏิบัติและประโยชน์ของการฝึก เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการฝึก ได้ฝึกปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง ตรงจุด และปลอดภัยในการฝึกปฏิบัติ 6.1.2 ควรมีการควบคุมการฝึกให้เป็นไปตามขั้นตอนของแบบฝึกอย่างเคร่งครัด เพราะอา จะทำให้ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ หรืออาจทำให้ผู้เข้ารับการฝึกได้รับบาดเจ็บ 6.1.3 สามารถนำแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกหลังเท้าในกีฬาเซปักตะกร้อ ไปพัฒนาต่อยอด เช่น กำหนดช่วงวัย เพศ ระยะเวลาในการฝึก และท่าฝึก ตามความ เหมาะสมได้ 6.1.4 สามารถนำแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬา เซปักตะกร้อไปใช้ในการฝึกนักกีฬาต่างๆ ได้ เพื่อให้ร่างกายมีพัฒนาการทางด้านความ คล่องแคล่วว่องไวในการเล่นกีฬา 6.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 6.2.1 ควรศึกษาวิธีการจัดทำแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเทาด้าน ใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกลุ่มตัวอย่าง ที่จะทำการวิจัย
55 6.2.2 ควรศึกษาช่วงอายุ เพศ เพื่อให้ทราบว่าช่วงอายุใด เพศใด ที่ได้รับการฝึกตารางเก้า ช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกหลังเท้าในกีฬาเซปักตะกร้อ แล้วจะมีการพัฒนาด้าน ความ คล่องแคล่วว่องไวได้ผลดีที่สุด 6.2.3 ควรศึกษาท่าฝึกท่าปฏิบัติต่างๆ ให้ถูกต้องเหมาะสม ความยากง่ายในการฝึกปฏิบัติ และความปลอดภัยของท่าที่ใช้ในการฝึกปฏิบัติ ให้เป็นอย่างดี 6.2.4 หากมีการจัดทำแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬา เซปักตะกร้อขึ้นใหม่ ควรมีการนำไปทดลองใช้กับกลุ่มทดลองก่อนเสมอ ว่าได้ผลอย่างไร แล้ว จึงนำมาปรับแก้ไข ก่อนนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
56 รายการอ้างอิง กรมพลศึกษา. (2562).แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน ระดับ มัธยมศึกษา อายุ 13 - 18 ป.สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2511. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. โกสินทร์วิสุทธิ์ศรี. (2553).การใช้แบบฝึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา.วารสาร วิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 5(2), 25 – 28. เจริญ กระบวนรัตน์. (2552). การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. เจริญ กระบวนรัตน์. (2557). วิทยาศาสตร์การฝึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ: สินธนาก๊อปปี้เซ็นเตอร์. เฉลียว บุญยงค์. (2519). ตะกร้อและเซปักตะกร้อ. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์. ชยกร พาลสิงห์. (2555). ความแม่นยำในการเสิร์ฟ ความเร็วในการเสิร์ฟและการทรงตัวในนักกีฬา เซปักตะกร้อหญิง. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2566. จาก http://uc.thailis.or.th/Catalog. ชูชีพ คงมีชมม์. (2560).ผลของการฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้าน ใน. วิทยาพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัญฑิต. คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา. ช่อพุทธรักษา หมายบุญ. (2559). ผลของการฝึกรูปแบบตารางเก้าช่องที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไว ของนักกีฬาเนตบอลหญิง ทีมโรงเรียนกัลยาณวัตร. วารสารศึกษาศาสตร์ฉบับวิจัย บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 10(4): 41-47. ณิชารีย์ อังกาบ. (2559). การทรงตัวที่มีต่อความสามารถในการกระโดดและการทรงตัวในนักกีฬา วอลเลย์บอลเยาวชนหญิง. (วิทยานิพนธ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย). คณะวิทยาศาสตร์การ กีฬา : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ถาวร กมุทศรี. (2560). การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล. ทวีศักดิ์หนูสุวรรณ. (2557). การฝึกตาราง 9 ช่องที่มีต่อความคล่องตัวของนักกีฬาเซปักตะกร้อชาย. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2566. จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/wichcha/articl. บุญยงค์ เกศเทศ. (2547). ศิลปะการเล่นตะกร้อ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮ้าส์. ภวันพงศ์ สกุลชัยธนานันท์. (2557). การพัฒนาและฝึกทักษะเซปักตะกร้อโดยการใช้แบบฝึกขั้น พื้นฐานของ นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา. โรงเรียน อัสสัมชัญศรีราชา : จังหวัดชลบุรี. ภัทรพนธ์ เหมหงส์. (2554). ผลการฝึกตารางเก้าช่องและความอ่อนตัวที่มีต่อความคล่องแคล่ว ว่องไว. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ภัทรพร สิทธิเลิศพิศาล. (2560). การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของ กล้ามเนื้อ. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2566. จากhttp://202.28.25.187/courseware. ราชบัณฑิตยสถาน. (2530). พจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ.2530. กรุงเทพฯ:อักษรเจริญทัศน์.
57 รังสฤษฎี บุญชลอ. (2558). เซปักตะกร้อและตะกร้อลอดห่วง. ปทุมธานี: สกายบุ๊กส์ วัชรินทร์ เลิศนอก. (2560). ผลของการฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานของ นักเรียนกลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต) คณะ ศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา. สนธยา สีละมาด. (2555). หลักการฝึกกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สรัญรัฐ มนุญญานนท์. (2554). ผลการฝึกตารางเก้าช่องที่มีขนาดต่างกันต่อความคล่องแคล่วว่องไวใน กีฬาแบดมินตัน. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร สันติวัฒน์ พันทา. (2548). ตะกร้อ. พิมพ์ครั้งที่3. สกลนคร: สกลนครการพิมพ์. สุภาภรณ์ ศรีเกียรติ. (2551). ความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนกีฬาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาใน โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี ปีการศึกษา 2550. (ปริญญานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ. สุวัตร หลวงตระกูล. (2550). คู่มือรวมบทความสรีรวิทยาและการฝึกซ้อม. กรุงเทพฯ: การกีฬาแห่ง ประเทศไทย. สุรศักดิ์ เกิดจันทึก. (2560). แบบฝึกความเร็ว ความแคล่วคล่องว่องไว ความรวดเร็ว. กรุงเทพฯ: การ กีฬาแห่ง ประเทศไทย.
58 ภาคผนวก
59 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ
60 รายนามผู้เชี่ยวชายที่ตรวจสอบงานวิจัยเรื่องผลของการใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อการเล่นลูก ด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง นายปานเพชร พรมพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการวิจัย วุฒิการศึกษา ครุศาสตรบัณฑิตสาขาพลศึกษาและสุขศึกษา ตำแหน่ง วิทยฐานะชำนาญการ สถานที่ทำงาน โรงเรียนบ้านหมากแข้ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อุดรธานี เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายเจนณรงค์ พรมหลวง ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน วุฒิการศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิตหลักสูตรบริหารการศึกษา ตำแหน่ง วิทยฐานะชำนาญการ สถานที่ทำงาน โรงเรียนบ้านหมากแข้ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อุดรธานี เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายศรัณยู ศรีบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดและประเมินผล วุฒิการศึกษา ประกาศนียบัณฑิตสาขาวิชาชีพครู ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย สถานที่ทำงาน โรงเรียนบ้านหมากแข้ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อุดรธานี เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
61 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ
62 แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ โปรแกรมแบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ แบบฝึกใช้ระยะเวลา 10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง โดยกำหนดเวลาการฝึกไว้ดังนี้ รายการ สัปดาห์ ที่ 1 สัปดาห์ ที่ 2 สัปดาห์ ที่ 3 สัปดาห์ ที่ 4 สัปดาห์ ที่ 5 สัปดาห์ ที่ 6 สัปดาห์ ที่ 7 สัปดาห์ ที่ 8 สัปดาห์ ที่ 9 สัปดาห์ ที่ 10 แบบฝึก ตาราง เก้าช่อง ของกีฬา เซปัก ตะกร้อ 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง แผนการทดสอบ รายการ สัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์ที่ 2-9 สัปดาห์ที่ 10 แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬา เซปักตะกร้อ (Pretest) - (Posttest) ผลของการใช้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง แบบฝึกตารางเก้าช่อง ของกีฬาเซปักตะกร้อ ให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไวในการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปัก ตะกร้อ แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ใน 1 สัปดาห์ ต่อการฝึก 1 ครั้ง โดยแต่ละสัปดาห์ใช้เวลาในการฝึก 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 สัปดาห์ แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อนี้ใช้ระยะเวลา 10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ลำดับที่ รายการปฏิบัติ เวลา (นาที) 1 อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 5 2 ฝึกด้วยตารางเก้าช่อง 50 3 คลูดาวน์ (Cooldown) 5 หมายเหตุ : สัปดาห์แรกจะทำการบันทึกข้อมูลของให้นักเรียนโดยทดสอบก่อนฝึก ให้นักเรียนเคลื่อนที่ ในทิศทางที่กำหนด และใช้ข้างเท้าด้านในรับลูกตะกร้อ และบันทึกลงในแบบบันทึกทักษะกีฬาเซปัก ตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน (Pretest)
63 สัปดาห์สุดท้ายจะทำการบันทึกข้อมูลของให้นักเรียน โดยให้นักเรียนเครื่องที่ในทิศทางที่ กำหนด และใช้ข้างเท้าด้านในรับลูกตะกร้อ และบันทึกลงในแบบบันทึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อด้วย ข้างเท้าด้านใน (Posttest) ช่วงที่ 1 อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) เป็นการริหารกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อส่วนต่างๆของ ร่างกายก่อนเริ่มทำการฝึกประจำวันทุกครั้ง เพื่อให้ร่างกายเกิดการปรับสภาพ และพร้อมสำหรับการ ออกกำลังกายและการทำกิจกรรมทางกายต่างๆ ลดอาการบาดเจ็บ และป้องกันอันตรายที่อาจเกิด ขึ้นกับกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ช่วงที่ 2 เรื่องแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านในในกีฬาเซปัก ตะกร้อ การพัฒนาปฏิกิริยาความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวของมือและเท้า ความคล่องแคล่วว่องไวใน การเคลื่อนที่ รวมทั้งพัฒนาทักษะความสัมพันธ์ ตลอดจนการทรงตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วงที่ 3 คลูดาวน์ (Cooldown) เป็นการริหารกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อส่วนต่างๆของ ร่างกายหลังทำการฝึกประจำวันทุกครั้งและยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ แบบฝึกใช้ระยะเวลา 10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง โดยกำหนดเวลาการฝึกไว้ดังนี้ สัปดาห์ที่ แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ระยะเวลา (นาที) 1 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 1 ก้าวชิด - ก้าวชิด 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 2 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 2 แยกชิด 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 3 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 3 เดินหน้า – ถอยหลัง 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 4 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 4 ตัวอักษร V 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5
64 5 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 5 ตัวอักษร X 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 6 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 6 ส้นเท้าแตะ (ด้านหน้า) 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 7 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 7 ปลายเท้าแตะ (หลัง) 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 8 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 8 ก้าวไขว้ด้านหน้า (แบบเล็ก) 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 9 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 9 ย้ำเท้า(ข้างหน้า-ถอยหลัง) 15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5 10 1. อบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 2. แบบฝึกตารางเก้าช่องของกีฬาเซปักตะกร้อ ท่าที่ 10 กระโดดเท้าแยกชิด (ข้างหน้า-หลัง)15 ครั้ง / 3 เซต 3. คลูดาวน์ (Cooldown) 5 50 5
65 แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกหลังเท้าใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ วัตถุประสงค์ เกิดความคล่องแคล่วว่องไวในการเล่นลูกหลังเท้าในกีฬาเซปักตะกร้อ อุปกรณ์ 1. นาฬิกาจับเวลา 2. ตารางเก้าช่อง ท่าที่ใช้ในการฝึก ท่าที่ 1 ก้าวชิด - ก้าวชิด ท่าที่ 2 แยกชิด ท่าที่ 3 เดินหน้า – ถอยหลัง ท่าที่ 4 ตัวอักษร V ท่าที่ 5 ตัวอักษร X ท่าที่ 6 ส้นเท้าแตะ (ด้านหน้า) ท่าที่ 7 ปลายเท้าแตะ (หลัง) ท่าที่ 8 ก้าวไขว้ด้านหน้า (แบบเล็ก) ท่าที่ 9 ย้ำเท้า(ข้างหน้า-ถอยหลัง) ท่าที่ 10 กระโดดเท้าแยกชิด (ข้างหน้า-หลัง) วิธีการฝึกปฏิบัติ ท่าที่ 1 ก้าวชิด – ก้าวชิด ยืนท่าเตรียมโดยเท้าซ้ายและเท้าขวายืนบนช่องหมายเลข 3 ก้าว เท้าซ้ายไปช่องหมายเลข 1 และก้าวเท้าขวามาชิดกับเท้าซ้ายในช่องหมายเลข 1 ก้าวเท้าขวาไปช่อง หมายเลข 3 และเก้าเท้าซ้ายมาชิดกับเท้าขวาในช่องหมายเลข 3 ท่าที่ 2 แยกชิด ยืนท่าเตรียมบนช่องหมายเลข 2 ก้าวเท้าซ้ายไปช่องหมายเลข 1 ก้าวเท้าขวา ไปช่องหมายเลข 3 ก้าวเท้าซ้ายกลับมาช่องหมายเลข 2 และก้าวเท้าขวากลับมาช่องหมายเลข 2
66 . ท่าที่ 3 เดินหน้า – ถอยหลัง ด้วยการวางเท้าซ้ายที่ช่องหมายเลข 2 เท้าขวาอยู่ที่ช่อง หมายเลข 3 จากนั้นก้าวเท้าซ้ายขึ้นไปที่ช่องหมายเลข 5 ก้าวเท้าขวาขึ้นไปที่ช่องหมายเลข 6 ต่อด้วย ก้าวเท้าซ้ายต่อไปที่ช่องหมายเลข 8 ก้าวขวาก้าวต่อไปที่ช่องหมายเลข 9 จากนั้นถอยเท้าซ้ายลงไปที่ ช่องหมายเลข 5 ถอยเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 6 ถอยเท้าซ้ายลงไปที่ช่องหมายเลข 2 สุดท้ายถอย เท้าขวาลงไปที่ช่องหมายเลข 3
67 ท่าที่ 4 ตัวอักษร V ท่าเตรียมยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างอยู่ที่ช่องหมายเลข 2 เริ่มต้นด้วยก้าวเท้า ซ้ายขึ้นไปที่หมายเลข 7 ก้าวเท้าขวาขึ้นไปที่ช่องหมายเลข 9 ต่อด้วยก้าวเท้าซ้ายกลับมาที่ช่อง หมายเลข 2 และสุดท้ายก้าวเท้าขวากลับมาที่ช่องหมายเลข 2 ท่าที่ 5 ตัวอักษร X ท่าเตรียมวางเท้าซ้ายไว้ที่ช่องหมายเลข 1 เท้าขวาอยู่ที่ช่องหมายเลข 3 จากนั้นก้าวเท้าซ้ายขึ้นไปที่ช่องหมายเลข 5 พร้อมกับก้าวเท้าขวาต่อไปที่ช่องหมายเลข 5 ด้วย ก้าว เท้าซ้ายขึ้นไปที่ช่องหมายเลข 7 ก้าวเท้าขวาขึ้นไปที่ช่องหมายเลข 9 ต่อด้วยถอยเท้าซ้ายลงไปที่ช่อง หมายเลข 5 ถอยเท้าขวาลงไปที่ช่องหมายเลข 5 และถอยเท้าซ้ายลงไปที่ช่องหมายเลข 1 สุดท้ายถอย เท้าขวาลงไปที่ช่องหมายเลข 3
68 ท่าที่ 6 ส้นเท้าแตะ (ด้านหน้า) ยืนท่าเตรียมบนช่องหมายเลข 5 ก้าวเท้าซ้ายไปช่องหมายเลข 7 โดยใช้ส้นเท้าแตะ และถอยเท้าซ้ายลงไปที่ช่องหมายเลข 5 ก้าวเท้าขวาไปช่องหมายเลข 9 โดยใช้ ส้นเท้าแตะ และถอยเท้าขวาลงไปที่ช่องหมายเลข 5 ท่าที่ 7 ปลายเท้าแตะ (ด้านหลัง) ยืนท่าเตรียมบนช่องหมายเลข 5 ถอยเท้าซ้ายไปช่อง หมายเลข 1 โดยใช้ปลายเท้าแตะ และก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 5 ถอยเท้าขวาไปช่องหมายเลข 3 โดยใช้ปลายเท้าแตะ และก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 5
69 ท่าที่ 8 ก้าวไขว้ด้านหน้า (แบบเล็ก) เริ่มต้นท่าเตรียม ยืนอยู่ด้านนอกของตาราง โดยก้าวเท้า ซ้ายไว้ที่ช่องหมายเลข 1 ก้าวเท้าขวาวางไว้ที่ช่องหมายเลข 2 จากนั้นเริ่มด้วยก้าวเท้าซ้ายเฉียงขึ้นไปที่ ช่องหมายเลข 5 ก้าวเท้าขวาไขว้ข้ามไปที่ช่องหมายเลข 4 ต่อด้วยถอยเท้าซ้ายลงมาที่ช่องหมายเลข 1 และถอยเท้าขวาลงมาที่ช่องหมายเลข 2 ท่าที่ 9 ย้ำเท้า(ข้างหน้า-ถอยหลัง) ยืนท่าเตรียมนอกตารางด้านล่างช่องหมายเลข 2 โดยเริ่ม จากเท้าซ้ายย้ำบนช่องหมายเลข 2 หนึ่งครั้งตามด้วยเท้าขวาบนช่องหมายเลข 2 หนึ่งครั้ง ก้าวเท้าซ้าย ไปช่องหมายเลข 5 ก้าวเท้าขวาไปช่องหมายเลข 5 แล้วก้าวเท้าซ้ายไปช่องหมายเลข 8 และก้าวเท้า ขวาไปช่องหมายเลข 8 จากนั้นถอยเท้าซ้ายลงไปช่องหมายเลข 5 ถอยเท้าขวาลงไปช่องหมายเลข 5 แล้วถอยเท้าซ้ายลงไปช่องหมายเลข 2 และถอยเท้าขวาลงไปช่องหมายเลข 2 ทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
70 ท่าที่ 10 กระโดดเท้าแยกชิด (ข้างหน้า-หลัง) ยืนท่าเตรียมนอกตารางเก้าช่องบริเวณด้านล่าง ของช่องหมายเลข 2 กระโดดไปข้างหน้าโดยเท้าซ้ายวางลงช่องหมายเลข 1 เท้าขวาวางลงช่อง หมายเลข 3 กระโดดอยู่กับที่โดยเท้าทั้งสองข้างวางลงช่องหมายเลข 2 แล้วกระโดดไปข้างหน้าโดย เท้าซ้ายวางลงช่องหมายเลข 4 เท้าขวาวางลงช่องหมายเลข 6 กระโดดอยู่กับที่โดยเท้าทั้งสองข้างวาง ลงช่องหมายเลข 5 แล้วกระโดดไปข้างหน้าโดยเท้าซ้ายวางลงช่องหมายเลข 7 เท้าขวาวางลงช่อง หมายเลข 9 กระโดดอยู่กับที่โดยเท้าทั้งสองข้างวางลงช่องหมายเลข 8 จากนั้นกระโดดถอยหลังโดย เท้าซ้ายวางลงช่องหมายเลข 4 เท้าขวาวางลงช่องหมายเลข 6 กระโดดอยู่กับที่โดยเท้าทั้งสองข้างวาง ลงช่องหมายเลข 5 แล้วกระโดดถอยหลังโดยเท้าซ้ายวางลงช่องหมายเลข 1 เท้าขวาวางลงช่อง หมายเลข 3 กระโดดอยู่กับที่โดยเท้าทั้งสองข้างวางลงช่องหมายเลข 2 แล้วกระโดดไปข้างหน้าโดย เท้าซ้ายวางลงช่องหมายเลข 4 เท้าขวาวางลงช่องหมายเลข 6 กระโดดอยู่กับที่โดยเท้าทั้งสองข้างวาง ลงช่องหมายเลข 5 ทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
71
72 แบบประเมินคุณภาพโปรแกรมการฝึกด้วยตาราง 9 ช่อง คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อโปรแกรมการฝึก ด้วยตาราง 9 ช่อง โดยใส่เครื่องหมาย ( ✓ ) ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นไม่เหมาะสมและสอดคล้อง ลำดับแบบฝึก รายการความคิดเห็น ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1. ท่าที่ 1 ก้าวชิด - ก้าวชิด 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 2. ท่าที่ 2 แยกชิด 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก
73 7. จำนวนเซต ในการฝึก 3. ท่าที่ 3 เดินหน้า – ถอยหลัง 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 4. ท่าที่ 4 ตัวอักษร V 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 5. ท่าที่ 5 ตัวอักษร X 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน
74 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 6. ท่าที่ 6 ส้นเท้าแตะ (ด้านหน้า) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 7. ท่าที่ 7 ปลายเท้า แตะ (หลัง) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 8. ท่าที่ 8 ก้าวไขว้ ด้านหน้า (แบบเล็ก) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง
75 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 9. ท่าที่ 9 ย้ำเท้า (ข้างหน้า-ถอยหลัง) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก 10. ท่าที่ 10 กระโดด เท้าแยกชิด (ข้างหน้าหลัง) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 2. ความเหมาะสมของลักษณะ ท่าทางการฝึกตารางเก้าช่อง 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 5. ความเหมาะสมกับความสนใจ ของนักเรียน 6. ความเหมาะสมของระยะเวลา ในการฝึก 7. จำนวนเซต ในการฝึก
76 แบบทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน ให้นักเรียนเครื่องที่ในทิศทางที่กำหนด และใช้ข้างเท้าด้านในรับลูกตะกร้อ วัตถุประสงค์ เกิดความคล่องแคล่วว่องไวในการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ อุปกรณ์ 1. นาฬิกาจับเวลา 2. สนามตะกร้อ 3. ลูกตะกร้อ วิธีการทดสอบ 1. ให้นักเรียนยืนบนจุดที่กำหนดให้ 2. ให้นักเรียนเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตามทิศทางที่กำหนดให้ เมื่อได้ยินเสียงสัญญาน 3. ให้นักเรียนใช้ข้างเท้าด้านในสัมผัสลูกตะกร้อให้ลอยขึ้นสูงกว่าหัวเข่า 4.ให้กลับมาที่จุดเริ่มต้น แผนผัง ตาข่าย } 4 เมตร จุดเริ่ม
77 ตารางเปรียบเทียบเวลาในการวิ่งของแต่ละช่วงอายุ เกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชาย อายุ 15 ปีรวมทั่วประเทศ นักเรียน (คนที่) รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก เวลา (วินาที) 1.20 ลงไป 1.21-1.43 1.44-1.61 1.62-1.83 1.84-2.13 1 2 3 4 5 6 .... เปอร์เซ็นต์ กรมพลศึกษา (2562) กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการทดสอบสมรรถภาพทางกายและการประเมินสมรรถภาพทางกายของประชาชนไทยจึงได้ จัดทำแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กที่กำลังศึกษาในอยู่ระดับ มัธยมศึกษา อายุระหว่าง 13 - 18 ปีเพื่อเผยแพร ่ให้กับโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ ประโยชน์เนื่องจากวัยเด็กเป็นวัยที่อยู่ในช่วงการพัฒนาด้านร่างกายจิตใจอารมณ์สังคมและสติปัญญา การออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นการช่วยกระตุ้นและพัฒนาระบบต่างในร่างกายที่จะช่วยให้เด็กมี การเจริญเติบโตเหมาะสมตามวัย ได้มีการปรับเกณฑ์การวัดให้สอดคล่องกับช่วงอายุของผู้รับการ ทดสอบ และให้เมาะสมกับช่วงวัยของผู้ปฏิบัติ
78 แบบบันทึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน ลงชื่อ......................................................... ( นายดนุพล สมบัติศรี ) ผู้บันทึก .............../.............../................. เลขที่ ชื่อ - สกุล แบบบันทึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ด้วยข้างเท้าด้านใน หมายเหตุ ก่อนฝึก หลังฝึก 1 .................วินาที .................วินาที 2 .................วินาที .................วินาที 3 .................วินาที .................วินาที 4 .................วินาที .................วินาที 5 .................วินาที .................วินาที 6 .................วินาที .................วินาที 7 .................วินาที .................วินาที 8 .................วินาที .................วินาที 9 .................วินาที .................วินาที 10 .................วินาที .................วินาที 11 .................วินาที .................วินาที 12 .................วินาที .................วินาที 13 .................วินาที .................วินาที 14 .................วินาที .................วินาที 15 .................วินาที .................วินาที 16 .................วินาที .................วินาที 17 .................วินาที .................วินาที 18 .................วินาที .................วินาที 19 .................วินาที .................วินาที 20 .................วินาที .................วินาที
79 แบบประเมินคุณภาพแบบทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบทดสอบทักษะ กีฬาเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน โดยใส่เครื่องหมาย ( ✓ ) ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อม เขียนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นไม่เหมาะสมและสอดคล้อง รายการความคิดเห็น ความคิดเห็น เหมาะสม ข้อเสนอแนะ +1 ไม่แน่ใจ 0 ไม่ เหมาะสม -1 1. ท่าที่นำมาใช้ทดสอบมีความ เหมาะสม 2. วัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบความ คล่องแคล่วว่องไว มีความเหมาะสม 3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัย ของผู้เรียน 4. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน 5. อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบมีความ เหมาะสม 6. ความเหมาะสมต่อ กระบวนการพัฒนาผู้เรียน 7.เกณฑ์การให้คะแนน
80 ภาคผนวก ค ผลการหาประสิทธิภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
81 ตารางตรวจสอบหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบฝึกตารางเก้าช่อง ที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ ลำดับแบบฝึก รายการความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ (R) ผลรวม ของ คะแนน (∑R) ค่า IOC ข้อเสนอ แนะ คน ที่ 1 คน ที่ 2 คน ที่ 3 1. ท่าที่ 1 ก้าวชิด - ก้าวชิด 1. ท่าที่นำมาใช้ทดสอบมีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. วัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบความ คล่องแคล่วว่องไว ในการรับลูกด้วยข้าง เท้าด้านใน มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบมีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพัฒนา ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7.เกณฑ์การให้คะแนน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ท่าที่ 2 แยกชิด 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ท่าที่ 3 เดินหน้า – ถอยหลัง 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
82 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ท่าที่ 4 ตัวอักษร V 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ท่าที่ 5 ตัวอักษร X 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ท่าที่ 6 ส้นเท้าแตะ (ด้านหน้า) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
83 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. ท่าที่ 7 ปลายเท้าแตะ (หลัง) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 8. ท่าที่ 8 ก้าวไขว้ด้านหน้า (แบบเล็ก) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 9. ท่าที่ 9 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
84 ย้ำเท้า(ข้างหน้าถอยหลัง) 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 10. ท่าที่ 10 กระโดดเท้าแยก ชิด (ข้างหน้าหลัง) 1. วัตถุประสงค์มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. ความเหมาะสมของลักษณะท่าทาง การฝึกตารางเก้าช่อง +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความเหมาะสมของวิธีการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการ ฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7. จำนวนเซต ในการฝึก +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
85 ตารางตรวจสอบหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในการรับลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ รายการความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ (R) ผลรวม ของ คะแนน (∑R) ค่า IOC ข้อเสนอแนะ คน ที่ 1 คน ที่ 2 คน ที่ 3 1. ท่าที่นำมาใช้ทดสอบมีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2. วัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบความ คล่องแคล่วว่องไว ในการรับลูกด้วยข้าง เท้าด้านใน มีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4. ความเหมาะสมกับความสนใจของ นักเรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5. อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบมีความเหมาะสม +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพัฒนา ผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7.เกณฑ์การให้คะแนน +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
86 ภาคผนวก ง แผนการจัดการเรียนรู้ (เซปักตะกร้อ) โดยใช้แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ในกีฬาเซปักตะกร้อ
87 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (เซปักตะกร้อ) เรื่อง ตารางเก้าช่อง (ท่าที่ 1 ก้าวชิด – ก้าวชิด) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เวลา 1 ชั่วโมง วันที่6 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ผู้สอน นายดนุพล สมบัติศรี 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหวกิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและกีฬา พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกมและเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพ สิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพ ของการกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ม.4-6/2 ใช้ความสามารถของตน เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม คำนึงถึงผลที่เกิดต่อผู้อื่น และสังคม พ 3.1 ม.4-6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากล ประเภทบุคคล/คู่ กีฬาประเภททีมอย่างน้อย 1 ชนิด พ 3.2 ม.4-6/2 อธิบายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิ กฎ กติกา กลวิธีต่าง ๆ ในระหว่างเล่นการ แข่งขันกีฬากับผู้อื่น และนำไปสรุปเป็นแนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างต่อเนื่อง พ 3.2 ม.4-6/3 แสดงออกถึงมารยาทในการดู การเล่น และการแข่งขันกีฬา ด้วยความมีน้ำใจ นักกีฬาและนำไปใช้ปฏิบัติทุกโอกาสจจนเป็นบุคลิกภาพที่ดี 2. สาระสำคัญ ตาราง 9 ช่อง เป็นเครื่องมือในการพัฒนาปฏิกิริยาความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวของมือ และเท้า รวมทั้งพัฒนาทักษะความสัมพันธ์ ตลอดจนการทรงตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกลักษณะและประโยชน์ของตารางเก้าช่อง (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติตามแบบฝึกตารางเก้าช่องได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของแบบฝึกตารางเก้าช่อง (A) 4. สาระการเรียนรู้ กีฬาเซปักตะกร้อ - แบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย
88 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 7. ชิ้นงานหรือภาระงาน - 8. คำถามท้าทาย - นักเรียนรู้หรือไม่ว่าตารางเก้าช่องคืออะไร 9. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (เวลา 5 นาที) 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตอน 4 แถว ดังรูป ครู นักเรียน 2. นับจำนวนนักเรียนโดยการเช็คชื่อและตรวจเครื่องแต่งกายของนักเรียน 3. ตรวจสุขภาพของนักเรียน (เล็บ การเจ็บป่วย) 4. ครูถามนักเรียน “นักเรียนรู้หรือไม่ว่าตารางเก้าช่องคืออะไร”ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ขั้นอธิบาย/สาธิต (เวลา 10 นาที) 1. ให้นักเรียนเข้าแถวเป็นรูปตัว U ดังรูป
89 ครู นักเรียน 2. ครูอธิบายความหมายและความสำคัญของแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้าง เท้าด้านใน 3. ครูอธิบายการปฏิบัติในการฝึกตารางเก้าช่อง การเก็บข้อมูลก่อนฝึก-หลังฝึก และท่าท่างในการ ฝึกอาทิตย์ที่หนึ่ง ดังนี้ - ท่าที่ 1 ก้าวชิด - ก้าวชิด ขั้นปฏิบัติ (เวลา 30 นาที) 1. การบันทึกข้อมูลก่อนฝึก ให้นักเรียนทดสอบโดยการเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่กำหนดให้ และใช้ข้างเท้าด้านใน ในการรับลูกตะกร้อให้สูงกว่าหัวเข่า และบันทึกข้อมูลก่อนฝึกลงใน แบบบันทึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน (ก่อนฝึก) 2. การฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ดังต่อไปนี้ ท่าที่ 1 ก้าวชิด – ก้าวชิด ยืนท่าเตรียมโดยเท้าซ้ายและเท้าขวายืนบนช่องหมายเลข 3 ก้าวเท้าซ้ายไปช่องหมายเลข 1 และก้าวเท้าขวามาชิดกับเท้าซ้ายในช่องหมายเลข 1 ก้าวเท้าขวาไปช่องหมายเลข 3 และเก้าเท้าซ้ายมาชิดกับเท้าขวาในช่องหมายเลข 3
90 ขั้นนำไปใช้ (เวลา 10 นาที) 1. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับแบบฝึกตารางเก้าช่องที่มีผลต่อการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ไปฝึกรับลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ขั้นสรุป (เวลา 5 นาที) 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตอน 4 แถว เหมือนเดิม 2. ให้นักเรียนยึดเหยียดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ (Cooldown) 3. ครูสรุปกิจกรรมการเรียนการสอนที่เรียนในชั่วโมงและนัดหมายในชั่วโมงต่อไป 4. ให้นักเรียนยืนและสั่งเลิกแถวโดยการปรบมือ 3 ครั้ง 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล ผ่านอินเทอร์เน็ต 11. กระบวนการวัดและประเมินผล รายการประเมิน วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. สามารถบอก ลักษณะและประโยชน์ ของตารางเก้าช่อง (K) 1. การสังเกต 2. การถามตอบ 1. แบบบันทึกความ ถูกต้อง - การให้ความสนใจใน กิจกรรมมากกว่า 2 พฤติกรรมขึ้นไป จึงจะ ผ่านเกณฑ์ 2. สามารถปฏิบัติตาม แบบฝึกตารางเก้าช่อง ได้ถูกต้อง (P) 1. การให้นักเรียน ปฏิบัติ 1. แบบบันทึกความ ถูกต้อง - การให้ความสนใจใน กิจกรรมมากกว่า 2 พฤติกรรมขึ้นไป จึงจะ ผ่านเกณฑ์ 3. เห็นความสำคัญ ของแบบฝึกตารางเก้า ช่อง (A) 1. การสังเกต 1. แบบสังเกต พฤติกรรมความสนใจ - นักเรียนสามารถ ปฏิบัติตามแบบฝึก ตารางเก้าช่องได้ ถูกต้อง มากกว่า 60% แบบจึงจะผ่านเกณฑ์
91 กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ลงชื่อ........................................................ผู้เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ( นายดนุพล สมบัติศรี ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาพลศึกษาและสุขศึกษา ............/.................../...............
92 บันทึกความเห็นของผู้ตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว มีความเห็น ดังนี้ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เนื่องจาก..................................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ลงชื่อ ............................................................... ( นายเจนณรงค์ พรมหลวง ) ครูพี่เลี้ยง .............../.............../.................. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เนื่องจาก...................................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะหลัก คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ และการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสม ลงชื่อ ............................................................ ( นางศิริกัญญา คำดวง ) รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ .............../.............../..................