The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนภาษาไทย เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tharwadee, 2023-11-19 07:55:43

แผนภาษาไทย เทอม 2

แผนภาษาไทย เทอม 2

๑๔๖ ค ำชี้แจง จงวิเคราะห์สาเหตุและความส าคัญของค ายืมภาษาต่างประเทศที่ไทยน ามาใช้ตามที่ก าหนด ดังนี้ ๑. จงอธิบายถึงสาเหตุที่ค ายืมจากภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ให้เห็นจริง ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ........................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ........................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ........................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................................... ๒. จงอธิบายถึงความส าคัญของค ายืมภาษาต่างประเทศที่น ามาใช้ในภาษาไทย พร้อมยกตัวอย่าง ประกอบให้เห็นจริง ............................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ........................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ........................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................... ......................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ...........................................


๑๔๗ เฉลย ใบงำน ๕ “สำเหตุและควำมส ำคัญของค ำยืมภำษำต่ำงประเทศ” แนวค ำตอบ ๑. จงอธิบายถึงสาเหตุที่ค ายืมจากภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย ๑( จากสภาพภูมิศาสตร์ ไทยมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ท าให้ต้องมีการ ติดต่อสื่อสารเพื่อการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม จึงเกิดการยืมค าจาก ประเทศเพื่อนบ้านมาใช้ในภาษาไทย ๒( จากการรับวัฒนธรรม ความเชื่อ และศาสนาจากต่างประเทศ เช่น เมื่อไทยรับ พระพุทธศาสนาจากประเทศอินเดียและรับคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์มาก็น าค าภาษา บาลีสันสกฤตมาใช้ในภาษาไทย ตัวอย่าง ค าว่า “บาป เคราะห์ สวรรค์ บุญ เวทนา เป็น ต้น” เมื่อรับความเชื่อในระบบการปกครองแบบสมมติเทพก็น าค าราชาศัพท์จากภาษาเขมร มาใช้ตัวอย่างค าว่า “เสด็จ ขนง ตรัส โปรด เป็นต้น” ๓( จากการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ เช่น การค้าขายกับประเทศจีน ไทยก็น าค าภาษาจีน มาใช้เมื่อน าสิ่งของหรือสินค้าจากจีนมาใช้เพราะไม่มีค าไทยที่ใช้เรียกของสิ่งนั้น เช่น เก้าอี้ โต๊ะ ก๋วยเตี๋ยว เกี๊ยว กวยจั๊บ เป็นต้น ๔( จากการรับความเจริญทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่จากประเทศตะวันตกมาใช้ ท าให้ เกิดค าทับศัพท์และศัพท์บัญญัติขึ้น ๒. จงอธิบายถึงความส าคัญของค ายืมภาษาต่างประเทศที่น ามาใช้ในภาษาไทย ๑( ท าให้ไทยมีค าศัพท์ใช้มากขึ้น สามารถสรรค าใช้ได้อย่างหลากหลายทั้งในงานวรรณกรรมร้อย กรองและวรรณกรรมร้อยแก้ว ๒( ท าให้ภาษาไทยเป็นภาษามีระดับ คือ เมื่อจะเลือกใช้ค าใดก็ต้องค านึงถึงโอกาส ควา ม เหมาะสมตามระดับภาษา เช่น ถ้าเป็นการเขียนที่เป็นภาษาระดับทางการก็จะใช้ค าว่า บิดา มารดา แต่ถ้าเป็นการใช้ภาษาในระดับกันเองก็จะใช้ค าว่า พ่อแม่ เป็นต้น ๓( ท าให้เกิดความงามและอลังการทางภาษา โดยเฉพาะในบทกวีนิพนธ์ประเภทต่าง ๆ กวี สามารถสรรค าได้หลากหลาย ไม่จ าเป็นต้องกล่าวค าเดียวกันซ้ า ๆ ซึ่งจะลดความอลังการ และความงามทางภาษาลง แต่เมื่อมีค ายืมจากภาษาต่างประเทศมาใช้ ก็อาจกล่าวถึงค าที่ หมายถึงดอกไม้ได้มากมาย เช่น ผกา บุษบา บุปฝา เป็นต้น ๔( ท าให้มีการบัญญัติค าศัพท์ใหม่ ๆ ขึ้นใช้ตามความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยี ๑๒.๓ เครื่องมือวัดผล


๑๔๘ ๑. แบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม )ดูท้ายหน่วย( ๒. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน )ดูท้ายหน่วย( ๓. แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม )ดูท้ายหน่วย( ๔. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจ าหน่วยการเรียนรู้ เฉลยกิจกรรมและแบบทดสอบ กิจกรรม ๒ ก. โดม = ชวา รักบี้ = อังกฤษ ห้าง = จีน กฤษณา = สันสกฤต กระทรวง = เขมร มณฑล = บาลี ตะไคร้ = ไทย อาศัย = สันสกฤต ปะติดปะต่อ = ไทย สัมผัส = บาลี สัญชาติ = บาลี กระดูก = ไทย ทศวรรษ = สันสกฤต เซ้ง = จีน สุพรรณ = บาลี ตะขาบ = ไทย ปัจจัย = บาลี มะเดหวี = ชวา บุหลัน = ชวา ขจี = เขมร เก้าอี้ = จีน กังวล = เขมร ทัวร์ = อังกฤษ เทนนิส = อังกฤษ ฉบับ = เขมร บ๋อย = อังกฤษ พนม = เขมร ทรรศนะ = สันสกฤต ประท้วง = ไทย ปุจฉา = บาลี หลับใหล = ไทย เศรษฐี = สันสกฤต บุหงา = ชวา หยวน = จีน โหวงเฮ้ง = จีน หญ้า = ไทย ข. แล้วแต่ดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอน


๑๔๙ แบบทดสอบก่อนเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนประจ ำหน่วยกำรเรียนรู้ จงเลือกค ำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค ำตอบเดียว ๑. ค าไทยมีเสียงวรรณยุกต์อย่างไร ๑. มีเฉพาะค าไทยแท้บางค า ๒. มีเฉพาะค าที่มีรูปวรรณยุกต์ก ากับ ๓. มีทุกค าถึงแม้ไม่มีรูปวรรณยุกต์ก ากับ ๔. มีเฉพาะค าไทยแท้และค าที่มาจากภาษาจีน ๒. ข้อใดเป็นค าไทยทุกค า ๑. ช้าง พลาย ตัว โต ๒. ใกล้ เกลือ กิน ด่าง ๓. เล่น ยูโด กับ พี่ ๔. โนรี สี ปาน ชาด ๓. ข้อใดเป็นลักษณะของภาษาไทย ๑. สามโจร ๒. เขาจับไข้ ๓. ถูกเชิญ ๔. สาวสวย ๔. ค าใดเกิดจากการกร่อนเสียง ๑. ประหวั่น ๒. ปะปน ๓. มะยม ๔. กระท า ๕. ข้อใดสนับสนุนค ากล่าวที่ว่า “ค าไทยแท้ค าเดียวอาจมีความหมายได้หลายอย่าง” ๑. รถยนต์คันเก่ากับบ้านหลังเก่าก็ยังมีคุณค่าทางจิตใจ ๒. แก้วใบโน้นกับแก้วใบนี้แตกต่างกันอย่างไร ๓. ค าพูดค าเดียวอาจท าลายมิตรภาพได้นะ ๔. ฉันเห็นพระภิกษุฉันภัตตาหารอยู่บนกุฏินานแล้ว ๖. ข้อใดมีค าที่ไม่ใช่ค าไทยแท้มากที่สุด ๑. ดวงดาวกับดวงจันทร์ก็อยู่บนฟ้าเดียวกัน ๒. เขานึกขันทุกครั้งที่ได้ยินไก่ขันตอนเที่ยง ๓. เหล่ากุมารากุมารีก าลังศึกษาพระเวท ๔. จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ าใสและปลาปู ๗. “ใจหาย-หายใจ ใจเย็น-เย็นใจ น้ าตก-ตกน้ า” ค าแต่ละคู่มีความหมายต่างกัน จากตัวอย่างนี้กล่าวได้ว่าลักษณะส าคัญอย่างหนึ่งของภาษาไทยคืออะไร


๑๕๐ ๑. ค าไทยมักเป็นค าประสมทั้งสิ้น ๒. ค าค าเดียวมีความหมายได้หลายอย่าง ๓. ค าเปลี่ยนความหมายถ้าเปลี่ยนต าแหน่ง ๔. ค าในภาษาไทยมีอิสระที่จะย้ายไปอยู่ที่ใดก็ได้ ๘. ภาษาใดมีลักษณะคล้ายภาษาไทย ๑. จีน ๒. เขมร ๓. บาลี ๔. สันสกฤต ๙. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ๑. สระบาลีมี ๘ ตัว สระสันสกฤตมี ๑๔ ตัว ๒. สระบาลีมี ๑๔ ตัว สระสันสกฤตมี ๘ ตัว ๓. พยัญชนะบาลีมี ๓๒ ตัว พยัญชนะสันสกฤตมี ๓๕ ตัว ๔. พยัญชนะบาลีมี ๓๓ ตัว พยัญชนะสันสกฤตมี ๓๖ ตัว ๑๐. ข้อใดเป็นค าภาษาบาลี ๑. พรรษา ๒. อัสดง ๓. เจรจา ๔. บงกช เฉลย ๑. ๓ ๒. ๒ ๓. ๔ ๔. ๓ ๕. ๔ ๖. ๓ ๗. ๓ ๘. ๑ ๙. ๑ ๑๐. ๔


๑๕๑ แบบทดสอบหลังเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนประจ ำหน่วยกำรเรียนรู้ จงเลือกค ำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค ำตอบเดียว ๑. ข้อใดเป็นค าภาษาสันสกฤต ๑. คัมภีร์ ๒. เสน่ห์ ๓. กาฬ ๔. โอฬาร ๒. ข้อใดมีค าภาษาบาลี ๑ ค า ค าภาษาสันสกฤต ๑ ค า ๑. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความส าเร็จอยู่ที่นั่น ๒. กษัตริย์ย่อมมีขัตติยะเสมอ ๓. ความมัธยัสถ์น าไปสู่ความเป็นเศรษฐี ๔. สันติภาพไม่ได้เกิดจากการสู้รบ ๓. ข้อใดมีค าที่มาจากภาษาสันสกฤตทุกค า ๑. อัจฉริยะ มิตร ๒. ศิลปะ กีฬา ๓. สวามี มนตรา ๔. วัตถุ ปัญญา ๔. ข้อใดเป็นค าบาลีทั้งหมด ๑. ฤทธิ์ สิทธิ์ อัคคี ๒. ทุกข์ มัจฉา สุทธิ ๓. ธรรม บุษบา รังสี ๔. วิทยา วุฒิ พยัคฆ์ ๕. บาลีใช้ค าว่า “ติณ” ตรงกับค าสันสกฤตว่าอย่างไร ๑. ตริ ๒. ตฤณมัย ๓. ตริณ ๔. ตฤณ ๖. ค าในข้อใดเป็นภาษาที่แตกต่ำงจากข้ออื่น ๑. โบนัส ๒. เชิ้ต ๓. รักบี้ ๔. โดม ๗. ข้อใดไม่มีค าภาษาเขมร ๑. การแสดงชุดนี้น่าสนใจที่สุด ๒. การบ าบัดโรคโดยวิธีธรรมชาติเป็นวิธีที่ดี ๓. งานมงคลใครๆ ก็ชอบไป ๔. ลูกที่โง่เขลาน าความทุกข์มาสู่พ่อแม่ ๘. ข้อใดมีค าภาษาเขมรมากที่สุด ๑. นักผจญเพลิงต้องเสี่ยงอันตรายทุกวัน


๑๕๒ ๒. ใครถวายงานพระองค์หญิงตอนเย็นนี้ ๓. เลี้ยงลูกแบบใส่สาแหรกแขวนไว้ ๔. ชะเอมเป็นสมุนไพรที่ให้ความสดชื่น ๙. ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดจากการน าค ายืมจากภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๑. ท าให้ค าไทยแท้มีหลายความหมาย ๒. เกิดค าศัพท์ใหม่ ๓. ท าให้สามารถสรรค าใช้ได้หลากหลาย ๔. เกิดความงามและอลังการทางภาษา ๑๐. ข้อใดคือเหตุผลที่ค ายืมภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย ๑. ต้องการเผยแพร่ความเจริญสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ๒. มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างประเทศ ๓. ต้องการแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ๔. ภาษาทุกชนิดมีต้นก าเนิดมาจากตระกูลเดียวกันจึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เฉลย ๑. ๒ ๒. ๒ ๓. ๓ ๔. ๒ ๕. ๔ ๖. ๔ ๗. ๓ ๘. ๑ ๙. ๑ ๑๐. ๒


๑๕๓ ๑๓. ข้อเสนอแนะและควำมคิดเห็นของผู้บริหำร ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางธารวดี ทักขนนท์ แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ ๑๓.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๑๓.๒ การจัดกิจกรรมได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๑๓.๓ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๑๓.๔ ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ................................................... )นายณัฐชภัทร สุราช) ผู้อ านวยการโรงเรียนภูพานวิทยา


๑๕๔ แบบบันทึกหลังกำรสอน ๑.ผลกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ๑.๑ กำรประเมินด้ำนควำมรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑.๒ กำรประเมินด้ำนทักษะกระบวนกำร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑.๓ กำรประเมินด้ำนคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ............................................................................................................. ................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................. ................................ .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหำและอุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ................................................. ๓. แนวทำงแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ........................................................... )นางธารวดี ทักขนนท์( ครูผู้สอน


๑๕๕ ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ........................................................... )นางฉวีวรรณ เพ็ญจันทร์( หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะผู้บังคับบัญชา ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................ .............. ลงชื่อ....................................................... )นายณัฐชภัทร สุราช( ผู้อ านวยการโรงเรียนภูพานวิทยา


๑๕๖ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงสุภาษิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จ านวน ๔ ชั่วโมง เรื่อง การย่อความ การเขียนรายงาน และการพูดรายงาน เวลา ๖๐ นาที ๑. มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด มำตรฐำน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ๔ เขียนย่อความ ตัวชี้วัดที่ ๕ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า มำตรฐำน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัดที่ ๕ พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา ๒. สำระส ำคัญ ๒.๑ การย่อความ ๒.๒ การเขียนรายงาน ๒.๓ การพูดรายงาน ๓. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ๓.๑ อธิบายหลักการเขียนย่อความอย่างสั้นได้ถูกต้อง ๓.๒ เขียนย่อความอย่างสั้นได้ถูกต้องตามรูปแบบโดยใช้ภาษาถูกต้อง สละสลวยและมีมารยาทในการ เขียน ๓.๓ สรุปหลักการพูดรายงานได้ถูกต้อง ๓.๔ พูดรายงานได้ถูกต้องตามหลักการโดยใช้ภาษาถูกต้องและสื่อความหมายชัดเจน ๓.๕ อธิบายหลักการเขียนรายงานได้ถูกต้อง


๑๕๗ ๓.๖ เขียนรายงานได้ถูกต้องตามหลักการและรูปแบบโดยใช้ภาษาถูกต้องสละสลวยและมีมารยาทใน การเขียน ๔. สำระกำรเรียนรู้ ๔.๑ การย่อความ ๔.๒ การพูดรายงาน ๔.๓ การเขียนรายงาน ๕. ชิ้นงำน/ภำระงำน ๕.๑ กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ ๕.๒ ภาระงาน “เขียนพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใดพระองค์หนึ่งโดยการ ย่อความอย่างสั้น” ๕.๓ แบบทดสอบ ๕.๔ กิจกรรมเสนอแนะ ๖. ค ำถำมส ำคัญ ๖.๑ การย่อความคืออะไร มีหลักการย่ออย่างไร ๖.๒ การพูดรายงานคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร ๖.๓ ส่วนประกอบของรายงานมีอะไรบ้าง ๗. กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนเพื่อกำรเรียนรู้ ๗.๑ ขั้นน ำ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงประสบการณ์เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับการย่อความ ครูน าสนทนา เรื่องการพูดรายงานและการเขียนรายงานทางวิชาการ โดยกล่าวเชื่อมโยงถึงความส าคัญของการย่อความ การพูดรายงาน และการเขียนรายงานต่อการศึกษาและเรียนรู้ของนักเรียนทั้งในปัจจุบันและอนาคต ๗.๒ ขั้นสอน ๑. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง “การย่อความ” จากหนังสือเรียนแม็ค ๒. ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายหลักการเขียนย่อความ โดยครูช่วยอธิบายเพิ่มเติม ๓. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างการเขียนย่อความจากหนังสือเรียนแม็ค ครูยกตัวอย่างบนกระดานด า และอธิบายเพิ่มเติม ดังนี้


๑๕๘ ๔. ครูให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ๓ เป็นรายบุคคล ซึ่งก าหนดให้เขียนย่อความตามรูปแบบจาก ข้อความที่ก าหนด โดยใช้ภาษาถูกต้อง สละสลวย และมีมารยาทในการเขียน แล้วน าส่งครูเป็นรายบุคคล ครูตรวจแล้วส่งผลงานคืนนักเรียนเพื่อปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือมีข้อบกพร่อง จากนั้นให้ นักเรียนที่ปฏิบัติงานได้ยอดเยี่ยมออกมาอ่านผลงานของตนหน้าชั้นเรียน ครูให้เพื่อน ๆ ช่วยกันแสดงความ คิดเห็น ๕. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง “การพูดรายงาน” จากหนังสือเรียนแม็ค ๖. ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปหลักการพูดรายงาน ครูช่วยแก้ไขและอธิบายเพิ่มเติม ๗. ครูให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ๔ แล้วน าส่งครูเป็นรายบุคคล ๘. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อเตรียมการพูดรายงานหน้าชั้นเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกัน เสนอหัวข้อการพูดรายงานของกลุ่มตน จากนั้นนักเรียนในกลุ่มช่วยกันเตรียมเนื้อหาการพูดรายงาน เตรียม อุปกรณ์หรือสื่อประกอบการพูดตามความเหมาะสม และช่วยกันฝึกซ้อมการพูดให้ตัวแทนกลุ่ม นักเรียนน า เนื้อหาและขั้นตอนการพูดที่เตรียมไว้ส่งครูเพื่อพิจารณาในขณะที่ตัวแทนกลุ่มออกมาพูดหน้าชั้นเรียน ๙. ครูให้ตัวแทนกลุ่มออกมาพูดรายงานตามที่เตรียมไว้ โดยครูและนักเรียนกลุ่มอื่นช่วยกันติชม ทั้ง ด้านเนื้อหา บุคลิกท่าทางประกอบการพูด และการเลือกใช้ภาษาสื่อความหมายที่ถูกต้องชัดเจน จากนั้นครู สรุปผลการพูดและให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการพูดของนักเรียนแต่ละกลุ่มให้เหมาะสม ๑๐. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง “การเขียนรายงาน” จากหนังสือเรียนแม็ค ๑๑. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกหลักการเขียนรายงานให้ถูกต้อง โดยครูช่วยแก้ไขและอธิบายเพิ่มเติม ๑๒. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแล้วปฏิบัติกิจกรรม ๕ ซึ่งก าหนดให้เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าตาม รูปแบบและหลักการเขียน กลุ่มละ ๑ เรื่อง นักเรียนน าส่งครูเป็นรายกลุ่ม ครูตรวจพิจารณาแล้วส่งผลงานคืน ให้กลุ่มของนักเรียนเพื่อปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลงานยังไม่ถูกต้องและสมบูรณ์ โดยครูอธิบายและยกตัวอย่าง ตัวอย่ำงข้อควำม “สมหวังเป็นเด็กขยัน มีความตั้งใจและอดทน เขาไม่เคยเกียจคร้านหลบหลีกการงาน ป้าของเขา ขายข้าวเหนียวไก่ย่างที่ตลาด เขาจะช่วยป้าขายข้าวเหนียวไก่ย่างที่ตลาดทุกวัน” ข้อความที่เป็นใจความส าคัญ คือ สมหวังเป็นเด็กขยัน เขาจะช่วยป้าขายข้าวเหนียวไก่ย่างที่ตลาด ทุกวัน ข้อความที่ไม่จ าเป็นต้องกล่าวถึง คือ ความตั้งใจและอดทน เขาไม่เคยเกียจคร้านหลบหลีกการงาน ป้าของเขาขายข้าวเหนียวไก่ย่างที่ตลาด ดังนั้น การเขียนย่อความจากข้อความข้างต้น จึงเขียนได้ว่า “สมหวังเป็นเด็กขยันเพราะช่วยป้าขาย ข้าวเหนียวไก่ย่างทุกวัน”


๑๕๙ การเขียนรายงานที่มีข้อบกพร่องของนักเรียนบางกลุ่ม พร้อมยกตัวอย่างรายงานของกลุ่มที่เขียนได้ดี ถูกต้อง สมบูรณ์ตามหลักการทั้งในด้านรูปแบบและการใช้ภาษาเพื่อสร้างความเข้าใจแก่นักเรียน นักเรียนปรับปรุง แก้ไขแล้วน าผลงานส่งครูอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นครูให้นักเรียนรวบรวมรายงานแล้วน าไปแสดงที่ห้องศูนย์ภาษา ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๗.๓ ขั้นสรุป ๑. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปตามประเด็น ดังนี้ ๑. สรุปเรื่อง “หลักการและรูปแบบการเขียนย่อความอย่างสั้น” ๒. สรุปเรื่อง “หลักการและขั้นตอนการพูดรายงาน” ๓. สรุปเรื่อง “หลักการและรูปแบบการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า” ๒. นักเรียนท ากิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจทุกกิจกรรม ๓. ครูแจ้งผลการปฏิบัติงานของนักเรียนข้อ ๑ – ๑๒ และให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ๘. สื่อกำรเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๘.๑ สื่อกำรเรียนรู้ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๘.๒ แหล่งเรียนรู้ ๑. ห้องสมุดโรงเรียน ๒. ห้องศูนย์ภาษาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๓. หอสมุดแห่งชาติ ๙. กำรวัดและกำรประเมินผลกำรเรียนรู้ ๙.๑ การตอบค าถามจากกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ ๙.๒ ผลงานจากภาระงาน “เขียนพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง โดยการย่อความอย่างสั้น” ๙.๓ การท าแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ๙.๔ การตอบค าถามกิจกรรมเสนอแนะ


๑๖๐ ๑๐. แบบกำรประเมินกำรสังเกตพฤติกรรมนักเรียน เกณฑ์คุณภำพกำรสังเกตพฤติกรรมนักเรียนด้ำน......................................... ที่ รำยกำรประเมิน ระดับคุณภำพ ๑ ๒ ๓ ๑ การท างานร่วมกัน - ยอมรับมติการท างาน ของกลุ่ม แต่ปฏิบัติตาม น้อยครั้ง - ยอมรับมติของกลุ่ม - ยอมรับมติของกลุ่ม - รับผิดชอบงานที่รับ มอบหมายจากกลุ่ม ๒ ความกระตือรือร้น - ช่วยเหลืองานภายใน กลุ่มเมื่อมีการร้องขอ - ช่วยเหลืองานในกลุ่ม - ร่ ว ม แ ส ด ง ค ว า ม คิดเห็น - ช่วยเหลืองานภายใน กลุ่ม - ร่วมแสดงความ คิดเห็น - ใฝ่รู้ใฝ่เรียน - ศึกษาค้นคว้า ๓ การตอบค าถาม - มีส่วนร่วมในการตอบ ค าถามน้อยมาก - มีส่วนร่วมในการตอบ ค าถามบางครั้ง - ให้ความร่วมมือในการ ตอบค าถามเป็นอย่างดี ๔ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ - ร่วมกิจกรรมตามที่ กลุ่มขอร้อง - รับฟังแต่แสดงความ คิดเห็นที่คล้อยตาม เพื่อนๆ - ร่วมรับฟังและแสดง ความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่มีประโยชน์


๑๖๑ แบบกำรประเมินกำรสังเกตพฤติกรรมนักเรียนด้ำนกำรท ำงำนเป็นกลุ่ม ที่ ชื่อ-สกุล รำยกำรประเมิน รวม (๑๒) สรุปผล กำรท ำงำน ร่วมกัน (๓) ควำม กระตือรือร้น (๓) กำรตอบ ค ำถำม (๓) ควำมคิดริเริ่ม สร้ำงสรรค์ (๓) ผ่ำน ไม่ผ่ำน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์กำรประเมิน ๙ - ๑๒ คะแนน ระดับ ๓ = ดี ๕ - ๘ คะแนน ระดับ ๒ = พอใช้ ต่ ากว่า ๕ คะแนน ระดับ ๑ = ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์กำรตัดสินใจ ผ่าน ไม่ผ่าน หมำยเหตุ : เกณฑ์เป็นไปตำมที่โรงเรียนก ำหนด ลงชื่อ............................................................................ผู้ประเมิน )...........................................................................(


๑๖๒ ๑๑. กิจกรรมเสนอแนะ ๑๑.๑ กิจกรรมส่งเสริมกำรอ่ำนเชิงวิเครำะห์ประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้ ขั้นรวบรวมข้อมูล ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อช่วยกันรวบรวมงานเขียนประเภทนิทาน กลุ่มละ ๕ เรื่อง ขั้นวิเครำะห์ นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ใจความส าคัญของนิทานแต่ละเรื่อง ขั้นสรุป นักเรียนช่วยกันสรุปการใจความส าคัญของนิทานแต่ละเรื่องแล้วเขียนย่อความอย่างสั้นตามรูปแบบ ขั้นประยุกต์ใช้ นักเรียนสรุปประเด็นส าคัญทั้งหมดโดยแต่ละกลุ่มจัดท าป้ายนิเทศแสดงไว้ภายในชั้นเรียน ๑๑.๒ กิจกรรมกำรบูรณำกำร ครูสามารถบูรณาการการเรียนเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ ๔ : ประวัติศาสตร์ โดยก าหนดภาระงานให้นักเรียนศึกษาพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใด พระองค์หนึ่งเพื่อน ามาเขียนย่อความอย่างสั้น ภำระงำน “เขียนพระรำชประวัติของพระมหำกษัตริย์ไทยพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง โดยกำรย่อควำมอย่ำงสั้น” กำรบูรณำกำร ส ๔.๓ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เขียนย่อความพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใดพระองค์หนึ่งโดย ใช้วิธีย่ออย่างสั้น ผลงำนที่ต้องกำร ย่อความอย่างสั้นเรื่องพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใดพระองค์ หนึ่งที่ถูกต้องตามรูปแบบและหลักการเขียน ขั้นตอนกำรท ำงำน ๑. ศึกษาและรวบรวมพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยที่ต้องการ ๒. เขียนพระราชประวัติดังกล่าวโดยวิธีย่อความอย่างสั้น ๓. เลือกผลงานที่เรียบร้อยย่อความถูกต้องตามจุดประสงค์และวิธีการย่อความมา แสดงที่ป้ายนิเทศในห้องศูนย์ภาษาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย


๑๖๓ เกณฑ์กำรประเมิน ๑. ข้อมูลพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยที่เลือกมาถูกต้อง ๒. การย่อความอย่างสั้นมีประเด็นส าคัญและวิธีการย่อถูกต้องตามหลักการและ รูปแบบ ๓. ลายมือหรือการพิมพ์เรียบร้อย ประณีตแสดงถึงความตั้งใจของชิ้นงานนั้น ๑๒. ใบควำมรู้ ใบงำน และเครื่องมือวัดผล เครื่องมือวัดผล ๑. แบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม )ดูท้ายหน่วย( ๒. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน )ดูท้ายหน่วย( ๓. แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม )ดูท้ายหน่วย( ๔. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจ าหน่วยการเรียนรู้ เฉลยกิจกรรมและแบบทดสอบ กิจกรรม ๓ แนวค ำตอบ ๑. ย่อข้อความของปิยาภรณ์ บัณฑุชัย ความว่า จังหวัดขอนแก่นในมุมมองของปิยาภรณ์ บัณฑุชัย เป็นเมืองใหญ่ มีตึก อาคารที่ทันสมัย ท้องถนนเต็ม ไปด้วยรถยนต์ เปรียบเสมือนเมืองหลวงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒. ย่อข้อความของดวงพร หลิมรัตน์ ความว่า คนประหยัดแตกต่างจากคนตระหนี่ เพราะคนตระหนี่จะไม่ใช้เงินหรือสิ่งของให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ ดูแลตนเองและสนใจคนรอบข้าง ท าให้กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวและไม่มีผู้ใดอยากคบหาด้วย ๓. ย่อข้อความของจุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ความว่า เมื่อรัชสมัยรัชกาลที่ ๓ พระองค์มีพระปรีชาสามารถในด้านการค้าขาย และท าให้บ้านเมือง เจริญรุ่งเรืองมากกว่าแต่ก่อน อีกทั้งประชาชนก็มีฐานะมั่งคั่งมากขึ้น และมีศรัทธาสร้างวัดวาอาราม มีค ากล่าว ว่าพระองค์โปรดผู้ที่มีจิตใจบุญ กิจกรรม ๔ แนวค ำตอบ ๑. รูปภาพแปลงผักสวนครัว หรือภาพผักสวนครัวที่จะปลูก รวมทั้งอุปกรณ์ปลูกผักต่าง ๆ


๑๖๔ ๒. การฝึกซ้อมก่อนการพูดรายงานจริงมีความส าคัญ เพราะช่วยลดอาการประหม่า ช่วยฝึกให้ผู้พูด เรียบเรียงเรื่องราวเป็นล าดับก่อนพูดจริง และหากมีปัญหาหรือสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการพูดก็ยังพอแก้ไขได้ทัน ๓. อนุมัติแตกต่างกับอนุญาต อนุมัติ หมายถึง การใช้อ านาจ กระท าการตามระเบียบที่ก าหนดไว้ส่วน อนุญาต หมายถึง ยินยอมหรือตกลงให้กระท า หากจะพูดรายงานเรื่อง “การจัดงานปีใหม่ในชั้นเรียน” สามารถใช้ค าทั้งสองค าแต่งประโยคได้ดังนี้ อนุมัติ ๑. ผู้อ านวยการอนุมัติให้จัดงานปีใหม่ในวันที่ ๓๐ ธันวาคม เวลา ๑๔.๓๐ – ๑๕.๓๐ ๒. ผู้อ านวยการอนุมัติงบการจัดงานปีใหม่ชั้นเรียนละ ๓,๐๐๐ บาท อนุญำต ๑. ครูประจ าห้องธุรการอนุญาตให้นักเรียนน าอุปกรณ์ในห้องธุรการมาใช้ในงานปีใหม่ได้ ๒. ครูอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านหลังจากเสร็จงานปีใหม่ได้ กิจกรรม ๕ แล้วแต่ดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอน


๑๖๕ แบบทดสอบก่อนเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนประจ ำหน่วยกำรเรียนรู้ จงเลือกค ำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค ำตอบเดียว ๑. จุดประสงค์ของการย่อความคืออะไร ๑. เพื่อบันทึกความจ า ๒. เพื่อให้รู้จักใช้ส านวนภาษาของตนเอง ๓. เพื่อจับใจความส าคัญของเรื่อง ๔. เพื่อให้เข้าใจเรื่องอย่างถ่องแท้ ๒. ข้อใดผิดหลักการย่อความ ๑. การย่อบทร้อยกรองต้องถอดค าประพันธ์เป็นร้อยแก้วก่อน ๒. แยกใจความส าคัญของเรื่องออกเป็นตอนๆ ๓. หากเรื่องที่ย่อไม่มีชื่อเรื่อง ผู้ย่อต้องตั้งชื่อเรื่องเอง ๔. ถ้ามีการใช้ราชาศัพท์ ให้เปลี่ยนราชาศัพท์เป็นค าธรรมดาเสียก่อน ๓. การย่อความอย่างสั้นเป็นการย่อแบบใด ๑. ย่อแต่ความคิดส าคัญที่สุดในข้อความที่จะย่อเท่านั้น ๒. ย่อให้เหลือ ๑ ใน ๓ ของข้อความที่จะย่อเท่านั้น ๓. ย่อให้เหลือไม่เกิน ๒ บรรทัดเท่านั้น ๔. ย่อแต่ความคิดส าคัญและความคิดรองที่ส าคัญที่สุดเท่านั้น อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ ๔-๖ ๔. ข้อความนี้ไม่มีชื่อเรื่อง เมื่อนักเรียนจะย่อความควรตั้งชื่อข้อความนี้ว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสม ๑. ความเชื่อของคนโรมัน ๒. ความเชื่อเรื่องกระจกแตก ๓. กระจกแตก ๔. ลางร้ายจากกระจก ๕. รูปแบบการย่อความข้อความนี้ควรเขียนอย่างไรจึงจะถูกต้อง ๑. ย่อข้อความเรื่อง............ จากหนังสือเล่มโปรด ความว่า........... ๒. ย่อเรื่อง............ จากหนังสือเล่มโปรด มีใจความว่า........... คนโรมันเป็นพวกแรกที่คิดว่าใครที่ท ากระจกแตกต้องโชคร้ายและมีสุขภาพไม่ดีถึง ๗ ปี เนื่องจากคนโรมัน เชื่อว่า คนเราจะมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตทุกๆ ๗ ปี เมื่อเราส่องกระจก ภาพสะท้อนที่ได้ก็คือตัวเองและชีวิตของ เราด้วย นอกจากนี้ในช่วงปีที่กระจกแตกจะเกิดเหตุการณ์ที่ท าให้เราเศร้าโศกเสียใจ อาจมีคนในครอบครัว เสียชีวิต อย่างไรก็ตามความเชื่อนี้ ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ครับ (จาก หนังสือเล่มโปรด)


๑๖๖ ๓. ย่อข้อความจากหนังสือเล่มโปรด มีใจความสรุปว่า........... ๔. ข้อความเรื่อง........... มาจากหนังสือเล่มโปรด ย่อได้ความว่า........... ๖. ย่อความอย่างสั้นของข้อความนี้ข้อใดเป็นการย่อที่ถูกต้องที่สุด ๑. คนโรมันเป็นพวกแรกที่แสดงความเชื่อเรื่องกระจกแตก ๒. ภาพสะท้อนในกระจกคือตัวเราเอง เมื่อเราท ากระจกแตกแสดงว่าเกิดเรื่องเศร้าโศกขึ้น ๓. ความเชื่อเรื่องกระจกแตกเป็นความเชื่อที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ๔. กระจกแตกเป็นเรื่องของโชคร้ายและอาจท าให้มีสุขภาพไม่ดีถึง ๗ ปี ๗. “ใครจะท างานชิ้นนี้ก็แล้วแต่ ขอให้ดูคุณสุชาดาเป็นตัวอย่าง เพราะเธอท ามาก่อนและท าได้ดีจนไม่ น่าจะมีใครท าได้ผล เท่าเทียมกับเธอ” การย่อข้อความนี้อย่างสั้นที่สุดคือข้อใด ๑. งานชิ้นนี้ส าคัญมาก ๒. คุณสุชาดาเป็นตัวอย่างของการท างานชิ้นนี้ ๓. ใครจะท างานชิ้นนี้ต้องมีความสามารถมาก ๔. ไม่มีใครท างานชิ้นนี้ได้ดีเท่าคุณสุชาดา ๘. “การสูบบุหรี่นอกจากจะท าให้คนรังเกียจแล้ว ผู้สูบเองยังมีบุคลิกที่ไม่ดี เช่น ตัวเหม็น ฟันด า เล็บ เหลือง เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้มะเร็งปอดมาเป็นของแถมอีกด้วย” การย่อข้อความนี้อย่างสั้นที่สุดคือข้อใด ๑. การสูบบุหรี่ท าให้เกิดโรคร้าย ๒. การสูบบุหรี่เป็นอันตรายแก่ตัวเอง ๓. การสูบบุหรี่เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ๔. การสูบบุหรี่ก่อให้เกิดโทษอย่างมหันต์ ๙. “ความโกรธมีแต่โทษ ไม่มีคุณเลยสักข้อเดียว หากโกรธมากก็จะฆ่าคนอื่น โกรธมากขึ้นอีกก็จะฆ่าตัว ตาย หากโกรธจนถึงที่สุดก็จะฆ่าทั้งผู้อื่นและตัวเอง” การย่อข้อความนี้อย่างสั้นที่สุดคือข้อใด ๑. ความโกรธท าให้เกิดเรื่อง ๒. ความโกรธมีแต่น าความเดือดร้อนมาให้ ๓. ควรระงับความโกรธ ชีวิตจะไม่เดือดร้อน ๔. ควรระงับความโกรธ ชีวิตจะอยู่ยั่งยืน ๑๐. “ปกติคุณพ่อจะกลับต่างจังหวัดเพื่อไปเยี่ยมคุณย่าปีละ ๒ ครั้ง และจะน าผลไม้จากสวน เช่น ส้มโอ เงาะ ทุเรียน ลองกองมาด้วยเสมอ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่คุณพ่อไปเยี่ยมคุณย่าที่ต่างจังหวัด เมื่อกลับมาก็ มีผลไม้จากสวนคุณย่ามาฝากพวกเรามากมายเช่นเคย” การย่อข้อความนี้อย่างสั้นที่สุดคือข้อใด ๑. คุณพ่อจะกลับต่างจังหวัดเพื่อไปเยี่ยมคุณย่า


๑๖๗ ๒. ปกติคุณพ่อจะไปเยี่ยมคุณย่าที่ต่างจังหวัดปีละ ๒ ครั้ง ๓. คุณพ่อไปเยี่ยมคุณย่าแล้วน าผลไม้มาฝาก ๔. ปกติคุณพ่อจะไปต่างจังหวัดแล้วน าผลไม้จากสวนคุณย่ามาฝากเสมอ เฉลย ๑. ๓ ๒. ๔ ๓. ๑ ๔. ๒ ๕. ๑ ๖. ๓ ๗. ๓ ๘. ๔ ๙. ๒ ๑๐. ๓


๑๖๘ แบบทดสอบหลังเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนประจ ำหน่วยกำรเรียนรู้ จงเลือกค ำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค ำตอบเดียว ๑. ข้อใดคือจุดประสงค์ของการพูดรายงาน ๑. เพื่อให้ผู้ฟังรับทราบผลและข้อสรุปของการปฏิบัติงาน ๒. เพื่อให้ผู้ฟังรับทราบข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๓. เพื่อให้ผู้ฟังรับทราบนโยบายการปฏิบัติงาน ๔. เพื่อให้ผู้ฟังรับทราบแนวทางการด าเนินงาน ๒. ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการพูดรายงาน ๑. ประเมินความต้องการของผู้ฟังเพื่อเตรียมเนื้อหา ๒. เรียบเรียงเนื้อหาที่จะพูดรายงาน ๓. รวบรวมเนื้อหาการพูดรายงาน ๔. ก าหนดประเด็นและข้อสรุปในการพูดรายงาน ๓. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการฝึกซ้อมการพูดก่อนพูดรายงาน ๑. ป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ๒. สร้างความมั่นใจในการพูดให้แก่ผู้พูด ๓. รู้ว่าตอนใดควรเน้นความส าคัญตอนใดควรใช้ท่าทางประกอบการพูด ๔. เตรียมสื่อและอุปกรณ์การพูดได้ตรงกับเนื้อหา ๔. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดควรระมัดระวังขณะพูดรายงาน ๑. ความพร้อมของสื่อและอุปกรณ์ประกอบการพูด ๒. เสียงของผู้พูดดังชัดเจนหรือไม่ ๓. เวลาในการพูด ๔. การใช้ภาษาและกิริยาท่าทาง ๕. การพูดในข้อใดใช้ค าถูกต้องตรงความหมาย ๑. จากการส ารวจพบว่ามีประชากรอาศัยอยู่ในชุมชนนี้แน่นหนามาก ๒. สร้อยทองเส้นนี้ใช้ฝีมือประณีตนัก ช่างแกะสลักลวดลวยได้ละเอียดกว่าเส้นอื่น ๓. นักร้องคนนี้ร้องเพลงน้ าเสียงอ่อนโยนนัก ๔. พนักงานใหม่คนนี้มีใจคอมั่นคงดุจหินผา ๖. การเขียนรายงานประเภทใดเกี่ยวข้องกับนักเรียนมากที่สุด ๑. รายงานผลการด าเนินงาน ๒. รายงานการจัดท าโครงการ


๑๖๙ ๓. รายงานการทัศนศึกษานอกสถานที่ ๔. รายงานผลการศึกษาค้นคว้า ๗. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการเขียนรายงานทางวิชาการที่นักเรียนได้รับ ๑. เผยแพร่ความคิดให้เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น ๒. เพิ่มเติมความรู้ให้กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ๓. รู้จักวิธีคิด วิธีเขียนสื่อความอย่างมีระบบ ๔. มีนิสัยรักการอ่านรักการค้นคว้า ๘. ข้อใดเรียงล าดับส่วนประกอบตอนต้นของการเขียนรานงานทางวิชาการถูกต้อง ๑. ปกนอก ใบรองปก ค าน า สารบัญ ๒. ปกนอก ปกใน ใบรองปก ค าน า สารบัญ ๓. ปกนอก ใบรองปก ปกใน ค าน า สารบัญ ๔. ปกนอก ใบรองปก ปกใน ๙. การเขียนรายงานในส่วนของเนื้อเรื่องควรค านึงถึงข้อใดมากที่สุดเพื่อไม่ให้ผิดมารยาทในการเขียน ๑. การเลือกใช้ถ้อยค าภาษาให้ถูกต้องเหมาะสม ๒. การระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่น ามากล่าวถึง ๓. การเขียนเชิงอรรถ ๔. การเรียบเรียงเนื้อหาตามโครงเรื่องที่วางไว้ ๑๐. ข้อใดเรียงล าดับขั้นตอนการเขียนรายงานทางวิชาการถูกต้อง ๑. จ ก ง ค ช ข ฉ ๒. ค ก จ ง ช ข ฉ ๓. ก จ ง ค ช ข ฉ ๔. ค จ ง ก ช ข ฉ ก. การค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ข. ตรวจทานแก้ไขปรับปรุงเนื้อหา ค. เลือกเรื่องและตั้งชื่อเรื่อง ง. เขียนโครงเรื่อง จ. ก าหนดจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่อง ฉ. น าเสนอผลรายงาน ช. น ามาเรียบเรียงเป็นส านวนภาษาของตนเอง


๑๗๐ เฉลย ๑. ๑ ๒. ๓ ๓. ๔ ๔. ๑ ๕. ๒ ๖. ๔ ๗. ๑ ๘. ๓ ๙. ๒ ๑๐. ๔


๑๗๑ กำรประเมินและสะท้อนตนเองหลังเสร็จสิ้นกำรเรียนในหน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๗ (Self-reflection) ๑. กำรประเมินตนเองของผู้เรียน ให้ด าเนินการดังนี้ ๑.๑ ผู้สอนทบทวนผลการเรียนรู้ประจ าหน่วยทุกข้อให้ผู้เรียนได้ทราบ โดยอาจเขียนไว้บนกระดาน พร้อมทั้งทบทวนถึงหัวข้อกิจกรรมการเรียนว่าได้เรียนอะไรบ้าง ๑.๒ ให้ผู้เรียนเขียนบันทึกการประเมินตนเองไว้ในสมุดงานด้านหลังตามหัวข้อ ดังนี้ บันทึกกำรประเมินและสะท้อนตนเองประจ ำหน่วยกำรเรียนรู้ที่.............. วัน/เดือน/ปี ที่บันทึก ................./................../................... รำยกำรบันทึก ๑. จากการเรียนที่ผ่านมาได้มีความรู้อะไรบ้าง ............................................................................................................................. .......................................... ....................................................................................................................................................................... ๒. ปัจจุบันนี้มีความสามารถปฏิบัติสิ่งใดได้แล้วบ้าง ........................................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................. .......................................... ๓. สิ่งที่ยังไม่รู้ ไม่กระจ่าง ไม่เข้าใจ มีอะไรบ้าง ............................................................................................................................. .......................................... ....................................................................................................................................................................... ๔. ผลงานหรือชิ้นงานที่เน้นความภาคภูมิใจจากการเรียนในหน่วยนี้คืออะไร ท าไมจึงภาคภูมิใจ ....................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... ๒. กำรพัฒนำกำรเรียนกำรสอนโดยใช้กระบวนกำรวิจัยในชั้นเรียนของผู้สอน ชื่อเรื่องที่วิจัย...................................................................................................... ๒.๑ ความเป็นมาของปัญหา สิ่งที่คาดหวัง ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................


๑๗๒ สิ่งที่เป็นจริง ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ปัญหาที่พบคือ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... สาเหตุของปัญหาคือ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... แนวทางการแก้ไขปัญหาคือ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ๒.๒ วัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหา ๑. เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง............................................................................................... ของผู้เรียนชั้น............................... ห้อง................ จ านวน.................คน โดยใช้............................ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ๒. เพื่อศึกษาผลการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ............................................................................................. หลังจากที่ได้ทดลองใช้วิธีแก้ปัญหาโดย........................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๒.๓ ขอบเขตของการแก้ปัญหา ๑. กลุ่มเป้าหมายในการแก้ปัญหาคือ ผู้เรียนชั้น................................ ห้อง....................................... จ านวน......................คน ในภาคเรียนที่................. ปีการศึกษา................... ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ....................... ๒. เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาคือ เรื่อง........................................................... หน่วยการเรียนรู้..... ......... วิชา................................................................................................................................................. ๓. ระยะเวลาในการศึกษา ประมาณ....... สัปดาห์/เดือน ตั้งแต่วันที่ ......... เดือน............. พ.ศ. ....... ถึงวันที่ ............. เดือน ................................ พ.ศ. ...................


๑๗๓ ๒.๔ วิธีด าเนินการในการแก้ไขปัญหา ๑. เครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาคือ ............................................................................................................................. .......................................... ....................................................................................................................................................................... ซึ่งมีขั้นตอนในการสร้างและพัฒนาดังนี้ ............................................................................................................................. .......................................... ............................................................................................................................. .......................................... ๒. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ ................................................................................................................................ ....................................... ....................................................................................................................................................................... ซึ่งมีขั้นตอนในการสร้างและตรวจสอบคุณภาพดังนี้ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ๓. การเก็บรวบรวมข้อมูล ได้ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามวิธีการดังนี้ ๑. น าเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาไปทดลองใช้กับผู้เรียนในเวลา............................................... โดย........................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ๒. น าเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ................................................................ โดย........................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ๔. การวิเคราะห์ข้อมูลและการสรุปผล ได้ด าเนินการวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลดังนี้ ............................................................................................................................. .......................................... ............................................................................................................................. .......................................... ๒.๕ ผลการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ ..................................................................................................................... ของผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย ปรากฏผลดังนี้ ....................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................


๑๗๔ .............................................................................................................................................................................................. ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .............................


๑๗๕ เครื่องมือวัดผล เลขที่ ชื่อ-สกุล ควำม สนใจ ควำม ตั้งใจ ควำม ร่วมมือ ควำม รับผิดชอบ ระเบียบ วินัย คะแนน รวม เกณฑ์กำรให้คะแนน ดีมาก ให้คะแนน ๔ ดี ให้คะแนน ๓ พอใช้ ให้คะแนน ๒ ควรปรับปรุง ให้คะแนน ๑ เกณฑ์กำรประเมิน นักเรียนได้คะแนนรวม ๑๖ - ๒๐ อยู่ในเกณฑ์ดีมาก นักเรียนได้คะแนนรวม ๑๑ - ๑๕ อยู่ในเกณฑ์ดี นักเรียนได้คะแนนรวม ๖ - ๑๐ อยู่ในเกณฑ์พอใช้ นักเรียนได้คะแนนรวม ๑ - ๕ อยู่ในเกณฑ์ควรปรับปรุง ลงชื่อ..............................................................................)ผู้ประเมิน( แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน


๑๗๖ กลุ่มที่.............. ข้อที่ รำยกำรประเมิน ดีมำก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ควร ปรับปรุง (๑) ๑ ความร่วมมือและการจัดการภายในกลุ่ม ๒ ความสามารถปฏิบัติกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้อง ๓ การรักษาระเบียบวินัยในการปฏิบัติกิจกรรม ๔ ความเรียบร้อยในการปฏิบัติงาน ๕ ความสนใจและความกระตือรือร้นของสมาชิกในกลุ่ม ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม............................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สรุปผลกำรประเมิน............................................................................................................................. นักเรียนได้คะแนนรวม ๒๑ - ๒๕ แสดงว่าผลงานนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ ดีมาก นักเรียนได้คะแนนรวม ๑๖ - ๒๐ แสดงว่าผลงานนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ ดี นักเรียนได้คะแนนรวม ๖ - ๑๐ แสดงว่าผลงานนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ พอใช้ นักเรียนได้คะแนนรวม ๐ - ๕ แสดงว่าผลงานนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ ควรปรับปรุง ลงชื่อ...........................................................................)ผู้ประเมิน( แบบประเมินกำรปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม


๑๗๗ ค ำชี้แจง เขียนเติมคะแนนและระดับคุณภาพตามความเป็นจริง กิจกรรม คะแนน ได้ระดับคุณภำพ เต็ม ได้ กิจกรรม ๑ ข้อ ๑ ๑๐ ......................................... ข้อ ๒ ๕ ข้อ ๓ ๕ ข้อ ๔ ๔ ข้อ ๕ ๑๐ รวมคะแนน ๓๔ กิจกรรม ๒ ข้อ ๑ ๑๐ ......................................... ข้อ ๒ ๓ ข้อ ๓ ๑๐ ข้อ ๔ ๑๒ รวมคะแนน ๓๕ กิจกรรม ๓ ข้อ ๑ ๑๐ ......................................... ข้อ ๒ ๑๐ ข้อ ๓ ๑๐ ข้อ ๔ ๘ รวมคะแนน ๓๘ กิจกรรม ๔ ข้อ ๑ ๕ ข้อ ๒ ๑๐ ......................................... รวมคะแนน ๑๕ ผู้ประเมิน ครู เพื่อน ตนเอง เกณฑ์กำรประเมิน ค าตอบถูกต้อง ชัดเจน มีเหตุมีผล เกณฑ์กำรจัดอันดับคุณภำพ คะแนนรวมในแต่ละกิจกรรมได้ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ให้ ๓ )ดี( คะแนนรวมในแต่ละกิจกรรมได้ร้อยละ ๕๐ - ๗๙ ให้ ๒ )พอใช้( คะแนนรวมในแต่ละกิจกรรมได้ร้อยละ ๕๐ ให้ ๑ )ควรปรับปรุง( เกณฑ์คุณภำพกำรผ่ำน ได้ระดับ “พอใช้” ขึ้นไป แบบประเมินผลกำรปฏิบัติกิจกรรม


๑๗๘ ๑๓. ข้อเสนอแนะและควำมคิดเห็นของผู้บริหำร ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางธารวดี ทักขนนท์ แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ ๑๓.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๑๓.๒ การจัดกิจกรรมได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๑๓.๓ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๑๓.๔ ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ................................................... )นายณัฐชภัทร สุราช) ผู้อ านวยการโรงเรียนภูพานวิทยา


๑๗๙ แบบบันทึกหลังกำรสอน ๑.ผลกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ๑.๑ กำรประเมินด้ำนควำมรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑.๒ กำรประเมินด้ำนทักษะกระบวนกำร ........................................................................................................................................... ................................... ................................................................................................ .............................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑.๓ กำรประเมินด้ำนคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหำและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................................................... ........ ๓. แนวทำงแก้ไข ........................................................................................................... ................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................ .................................. ................................................................................................ .............................................................................. ลงชื่อ........................................................... )นางธารวดี ทักขนนท์( ครูผู้สอน


๑๘๐ ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ........................................................... )นางฉวีวรรณ เพ็ญจันทร์( หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะผู้บังคับบัญชา ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................ .............. ลงชื่อ....................................................... )นายณัฐชภัทร สุราช( ผู้อ านวยการโรงเรียนภูพานวิทยา


๑๘๑ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ กลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” จ านวน ๗ ชั่วโมง เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” เวลา ๖๐ นาที ๑. มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ตัวชี้วัดที่ ๒ จับใจความส าคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ๓ เขียนผังความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจในบทเรียนต่างๆ ที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ๔ อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ๕ วิเคราะห์และจ าแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็นจากบทความที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ๗ อ่านหนังสือ บทความ หรือค าประพันธ์อย่างหลากหลายและประเมินคุณค่าหรือแนวคิด ที่ได้จากการอ่าน เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต มำตรฐำน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัดที่ ๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น ตัวชี้วัดที่ ๒ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยก เหตุผลประกอบ ตัวชี้วัดที่ ๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. สำระส ำคัญ ๒.๑ บทน าเรื่อง


๑๘๒ ๒.๒ ประวัติผู้แต่ง ๒.๓ เรื่องย่อ ๒.๔ เนื้อเรื่อง ๒.๕ อธิบายศัพท์ ๓. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ๓.๑ บอกลักษณะค าประพันธ์ประเภทกลอนดอกสร้อยได้ถูกต้อง ๓.๒ อธิบายเนื้อหาของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ได้ถูกต้อง ๓.๓ พูดแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นเกี่ยวกับกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ได้อย่างมีเหตุผล ๓.๔ พิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านเนื้อหา และด้านสังคมของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงใน ป่าช้า” ได้ ๓.๕ สรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านและน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างเหมาะสม ๔. สำระกำรเรียนรู้ ๔.๑ ลักษณะค าประพันธ์ประเภทกลอนดอกสร้อย ๔.๒ การอธิบายเนื้อหาของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ๔.๓ การพูดแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อ่าน ๔.๔ การวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านเนื้อหา และด้านสังคมของวรรณคดีที่อ่าน ๔.๕ การวิเคราะห์ข้อคิดจากการอ่านและน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๕. ชิ้นงำน/ภำระงำน ๕.๑ กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ ๕.๒ ภาระงาน “ภาพวาดจากจินตนาการพร้อมกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” บรรยายภาพ” ๕.๓ ใบงาน ๕.๔ แบบทดสอบ ๕.๕ กิจกรรมเสนอแนะ ๖. ค ำถำมส ำคัญ ๖.๑ กลอนดอกสร้อยมีลักษณะอย่างไร ๖.๒ กลอนดอกสร้อยร าพึงในป่าช้ามีเนื้อหาอย่างไร ๖.๓ คุณค่าจากกลอนดอกสร้อยร าพึงในป่าช้ามีอะไรบ้าง


๑๘๓ ๗. กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนเพื่อกำรเรียนรู้ ๗.๑ ขั้นน ำ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเรื่องประสบการณ์เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับการอ่านกลอนดอกสร้อย และการไปร่วมงานหรือประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความตายซึ่งเป็นเหตุแห่งการพลัดพรากจากกัน โดยนักเรียน บางคนอาจเล่าประสบการณ์ของตนพร้อมกับบอกถึงความรู้สึกที่ได้รับ ๗.๒ ขั้นสอน ๑. ครูให้นักเรียนศึกษาบทน าเรื่องและกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” จากหนังสือเรียนแม็ค ๒. ครูให้นักเรียนช่วยกันเล่าประวัติผู้แต่งและที่มาของเรื่องกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ครู ช่วยแก้ไขและอธิบายเพิ่มเติม ๓. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องลักษณะค าประพันธ์ของกลอนดอกสร้อย โดยยกตัวอย่างกลอน ดอกสร้อยบทเก่าๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วไป เช่น “แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา” แล้วให้ นักเรียนเปรียบเทียบกับกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ๔. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะค าประพันธ์ของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” โดยครูช่วย แก้ไขและสรุปเพิ่มเติม ดังนี้ ๕. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแล้วจับสลากเพื่อเลือกบทที่จะถอดค าประพันธ์กลอนดอกสร้อย “ร าพึงใน ป่าช้า” จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันค้นหาความหมายของค าศัพท์และถอดค าประพันธ์กลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ตามบทที่กลุ่มของนักเรียนจับสลากได้ โดยครูช่วยตรวจพิจารณาให้ข้อเสนอแนะนักเรียนแต่ ละกลุ่ม ๖. ครูให้ผู้แทนกลุ่มนักเรียนออกมาอธิบายเนื้อหาของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” เฉพาะบทที่ กลุ่มนักเรียนถอดค าประพันธ์หน้าชั้นเรียน โดยเรียงล าดับตั้งแต่บทแรกจนถึงบทสุดท้าย ครูและนักเรียนกลุ่ม อื่นช่วยกันแสดงความคิดเห็นและสรุปเนื้อหาเพิ่มเติม ๗. ครูให้นักเรียนร่วมกันพูดแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นเกี่ยวกับกลอนดอกสร้อย “ร าพึงใน ป่าช้า” ประกอบเหตุผลตามประเด็นที่ก าหนด ดังนี้ ๑( นักเรียนมีความรู้สึกต่อป่าช้า ความตาย และการด ารงชีวิตอยู่ของมนุษย์อย่างไร กลอนดอกสร้อย ๑ บท จะประกอบด้วยกลอนสุภาพจ านวน ๒ บท หรือ ๔ ค ากลอน มีทั้งหมด ๘ วรรค วรรคแรกจะประกอบด้วยค าประมาณ ๔ – ๕ ค า โดยค าที่สองจะใช้ค าว่า “เอ๋ย” และจบค าสุดท้ายของบท ด้วยค าว่า “เอย” ลักษณะบังคับหรือฉันทลักษณ์จะเหมือนกลอนสุภาพ


๑๘๔ ๒( นักเรียนคิดว่ากวีใช้สิ่งใดสร้างบรรยากาศแห่งความตายและความน่าสะพรึงกลัวให้ เกิดขึ้นในขณะอ่านกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ๓( นักเรียนคิดว่ามนุษย์ควรแสวงหาสิ่งใดในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ เพราะเหตุใด ๔( นักเรียนคิดว่ากวีมีความรู้สึกต่อผู้ดี ไพร่ ชาวนา และความตายอย่างไร โดยครูและ นักเรียนร่วมกันพิจารณาค าตอบของนักเรียนคนอื่น พร้อมเสนอความคิดเห็นและเหตุผลเพิ่มเติม ๘. ครูให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ๑ ข้อ ๑ - ๔ เป็นรายบุคคล ซึ่งก าหนดให้นักเรียนเขียนแสดง ความรู้สึกและความคิดเห็นเกี่ยวกับกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” แล้วน าส่งครูเพื่อตรวจพิจารณา ครู ตรวจพิจารณาแล้วสรุปผลการปฏิบัติงานให้นักเรียนทราบเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมครั้งต่อไป ๙. ครูให้กลุ่มของนักเรียนช่วยกันท าใบงาน ๑ ซึ่งก าหนดให้พิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้าน เนื้อหา และด้านสังคมของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” จากนั้นครูสุ่มตัวแทนกลุ่มนักเรียนเฉลยใบงาน โดยครูให้นักเรียนกลุ่มอื่นช่วยกันพิจารณาเสนอความเห็น ครูสรุปและอธิบายเพิ่มเติม ๑๐. ครูให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ๑ ข้อ ๕ ซึ่งก าหนดให้นักเรียนบอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านกลอน ดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ลงในสมุด จากนั้นครูสุ่มตัวแทนนักเรียนเฉลยใบงาน โดยครูและนักเรียนกลุ่ม อื่นช่วยกันแสดงความคิดเห็น ๑๑. ครูให้นักเรียนสรุปข้อคิดจากผลปฏิบัติงานในข้อ ๙ แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการน าข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ครูช่วยแก้ไขและอธิบายเพิ่มเติม ๗.๓ ขั้นสรุป ๑. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปตามประเด็น ดังนี้ ๑. สรุปเรื่อง “ลักษณะค าประพันธ์ประเภทกลอนดอกสร้อย” ๒. สรุปเรื่อง “เนื้อหาของกลอนดอกสร้อย ร าพึงในป่าช้า” ๓. สรุปเรื่อง “คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านเนื้อหา และด้านสังคมของกลอนดอกสร้อย ร าพึงในป่าช้า” ๔. สรุปเรื่อง “การน าข้อคิดจากกลอนดอกสร้อย ร าพึงในป่าช้าไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจ าวัน” ๒. นักเรียนท าใบงานและกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจทุกกิจกรรม ๓. ครูแจ้งผลการปฏิบัติงานของนักเรียนข้อ ๑ – ๑๑ และให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม


๑๘๕ ๘. สื่อกำรเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๘.๑ สื่อกำรเรียนรู้ ๑. ใบงาน ๑ “การพิจารณาคุณค่าของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า”” ๒. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๘.๒ แหล่งเรียนรู้ ๑. ห้องสมุดโรงเรียน ๒. ห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๓. แหล่งเรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ต ๙. กำรวัดและกำรประเมินผลกำรเรียนรู้ ๙.๑ การตอบค าถามจากกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ ๙.๒ ผลงานจากใบงาน ๙.๓ ผลงานจากภาระงาน “ภาพวาดจากจินตนาการพร้อมกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” บรรยายภาพ” ๙.๔ การท าแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ๙.๕ การตอบค าถามกิจกรรมเสนอแนะ


๑๘๖ ๑๐. แบบกำรประเมินกำรสังเกตพฤติกรรมนักเรียน เกณฑ์คุณภำพกำรสังเกตพฤติกรรมนักเรียนด้ำน......................................... ที่ รำยกำรประเมิน ระดับคุณภำพ ๑ ๒ ๓ ๑ การท างานร่วมกัน - ยอมรับมติการท างาน ของกลุ่ม แต่ปฏิบัติตาม น้อยครั้ง - ยอมรับมติของกลุ่ม - ยอมรับมติของกลุ่ม - รับผิดชอบงานที่รับ มอบหมายจากกลุ่ม ๒ ความกระตือรือร้น - ช่วยเหลืองานภายใน กลุ่มเมื่อมีการร้องขอ - ช่วยเหลืองานในกลุ่ม - ร่ ว ม แ ส ด ง ค ว า ม คิดเห็น - ช่วยเหลืองานภายใน กลุ่ม - ร่วมแสดงความ คิดเห็น - ใฝ่รู้ใฝ่เรียน - ศึกษาค้นคว้า ๓ การตอบค าถาม - มีส่วนร่วมในการตอบ ค าถามน้อยมาก - มีส่วนร่วมในการตอบ ค าถามบางครั้ง - ให้ความร่วมมือในการ ตอบค าถามเป็นอย่างดี ๔ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ - ร่วมกิจกรรมตามที่ กลุ่มขอร้อง - รับฟังแต่แสดงความ คิดเห็นที่คล้อยตาม เพื่อนๆ - ร่วมรับฟังและแสดง ความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่มีประโยชน์


๑๘๗ แบบกำรประเมินกำรสังเกตพฤติกรรมนักเรียนด้ำนกำรท ำงำนเป็นกลุ่ม ที่ ชื่อ-สกุล รำยกำรประเมิน รวม (๑๒) สรุปผล กำรท ำงำน ร่วมกัน (๓) ควำม กระตือรือร้น (๓) กำรตอบ ค ำถำม (๓) ควำมคิดริเริ่ม สร้ำงสรรค์ (๓) ผ่ำน ไม่ผ่ำน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์กำรประเมิน ๙ - ๑๒ คะแนน ระดับ ๓ = ดี ๕ - ๘ คะแนน ระดับ ๒ = พอใช้ ต่ ากว่า ๕ คะแนน ระดับ ๑ = ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์กำรตัดสินใจ ผ่าน ไม่ผ่าน หมำยเหตุ : เกณฑ์เป็นไปตำมที่โรงเรียนก ำหนด ลงชื่อ............................................................................ผู้ประเมิน )...........................................................................(


๑๘๘ ๑๑. กิจกรรมเสนอแนะ ๑๑.๑ กิจกรรมส่งเสริมกำรอ่ำนเชิงวิเครำะห์ประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้ ขั้นรวบรวมข้อมูล นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๔ คน ค้นหาข้อมูลจากหนังสือธรรมะต่างๆ ที่กล่าวถึงการด าเนินชีวิต ให้มีความสุขอย่างสงบและเรียบง่าย ขั้นวิเครำะห์ นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าข้อมูลนั้นเป็นประโยชน์ต่อการด าเนินชีวิตของนักเรียนในฐานะเยาวชน อย่างไร ขั้นสรุป นักเรียนสรุปว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมอยู่ในวงจรของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นสัจธรรมของชีวิต จริงหรือไม่และการด าเนินชีวิตอย่างสงบและเรียบง่ายจะท าให้ชีวิตมนุษย์มีความสุขได้มากน้อยเพียงใด ขั้นประยุกต์ใช้ นักเรียนสรุปการปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วบันทึกในสมุดงานด้วยส านวนของตนเอง กลุ่มของนักเรียน เลือกผลงานที่น่าอ่าน น่าสนใจ จัดป้ายนิเทศแสดงไว้ในชั้นเรียน ๑๑.๒ กิจกรรมบูรณำกำร ครูสามารถบูรณาการการเรียนรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ สาระที่ ๑ : ทัศนศิลป์ โดยก าหนด ภาระงานให้นักเรียนวาดภาพตามจินตนาการ )เลือกจากกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า”( ให้สอดคล้องกับ เนื้อความของกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” และเขียนกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” เพื่อบรรยาย ภาพ


๑๘๙ ภำระงำน “ภำพวำดจำกจินตนำกำรพร้อมกลอนดอกสร้อย “ร ำพึงในป่ำช้ำ” บรรยำยภำพ” กำรบูรณำกำร ศ ๑.๑ จุดประสงค์กำรเรียนรู้วาดภาพจากจินตนาการให้สอดคล้องกับเนื้อความของกลอนดอกสร้อยบทที่จะ บรรยายภาพ ผลงำนที่ต้องกำร ภาพวาดจากจินตนาการพร้อมกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ที่บรรยายภาพนั้น ขั้นตอนกำรท ำงำน ๑. วาดภาพจากจินตนาการให้สอดคล้องกับเนื้อความของกลอนดอกสร้อยที่เลือก ๒. เขียนกลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” เพื่อบรรยายภาพที่วาด ๓. เลือกผลงานของนักเรียนน าไปจัดป้ายนิเทศแสดงไว้ในห้องศูนย์ภาษาของกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เกณฑ์กำรประเมิน ๑. ภาพวาดจากจินตนาการที่สอดคล้องกับกลอนดอกสร้อยที่ใช้บรรยาย ๒. เขียนกลอนดอกสร้อยด้วยตัวอักษรที่สวยงาม ๓. ระบายสีภาพอย่างประณีต เรียบร้อย ๔. ความตั้งใจที่แสดงออกมาในผลงานนั้น


๑๙๐ ๑๒. ใบควำมรู้ ใบงำน และเครื่องมือวัดผล ๑๒.๑ ใบงำน ใบงำน ๑“กำรพิจำรณำคุณค่ำของกลอนดอกสร้อย “ร ำพึงในป่ำช้ำ”” ค ำชี้แจง จงวิเคราะห์และพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านเนื้อหา และด้านสังคมของกลอน ดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” ๑. คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์ )๑( การสรรค า ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................. ......................... )๒( การเรียบเรียงค า ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................. ......................... )๓( การเล่นเสียงสัมผัสสระและสัมผัสอักษร ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ ......................................................................................................................................... (๔( การซ้ าค า ซ้ าความ ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... ........................................................................................................................................ )๕( การใช้โวหาร ............................................................................................................ .......................................... ............................................................................................................................. ......................... ......................................................................................................................................................


๑๙๑ ๒. คุณค่ำด้ำนเนื้อหำ ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................. ......................... ........................................................................................................................................ ๓. คุณค่ำด้ำนสังคม ............................................................................................................................. ......................... ........................................................................................................................................ .............. .................................................................................................................... .................................. ........................................................................................................................................


๑๙๒ เฉลย ใบงำน ๑“กำรพิจำรณำคุณค่ำของกลอนดอกสร้อย “ร ำพึงในป่ำช้ำ”” ๑. คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์ (๑) การสรรค า - การใช้ค าเลียนเสียงธรรมชาติ เช่น หง่างเหง่ง ร้องแจ๊ก เกราะเปาะเปาะ - การใช้ค าซ้ า เช่น ค่อยค่อย แผ่วแผ่ว น้อยน้อย ร่อยร่อย - การใช้ค าซ้อน เช่น โอบอ้อมอารี ญาติมิตร มืดมัว รุงรัง เก็บเกี่ยว ซากศพ ทอดทิ้ง เป็นต้น - การใช้ค าภาษาบาลีสันสกฤต หรือการสร้างค าสมาสสนธิ เพื่อเพิ่มความอลังการให้แก่ บทประพันธ์ เช่น ทิวาวาล อัสสุชล ศฤงคาร นิรันดร์ กรรณ เกษมสันต์ ศักดิ์ศรี อินทรีย์ เกียรติยศ เป็นต้น (๒) การเรียบเรียงค า ในวรรคต้นของกลอนดอกสร้อยทุกบท กวีจะกล่าวน าความเพื่อโยง เข้าสู่เนื้อหา ก่อนจะขยายเนื้อหาให้ชัดเจนในวรรคต่อมา (๓) การเล่นเสียงสัมผัสสระและสัมผัสอักษร กวีใช้สัมผัสสระและสัมผัสอักษรได้อย่างลงตัว ทุกวรรค ก่อให้เกิดความงามและความไพเราะทางเสียงสัมผัส (๔) การซ้ าค า ซ้ าความ ท าให้เกิดความไพเราะทางเสียงและเน้นย้ าความหมายให้ชัดเจน ยิ่งขึ้น เช่น ในบทที่ )๖( กวีซ้ าค าว่า “ทิ้งและทอดทิ้ง” เพื่อย้ าว่าคนตายได้ทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ในขณะที่มีชีวิตอยู่ไปหมดสิ้น ในบทที่ )๒๒( กวีซ้ าความว่า “ใครจะยอมละ” เพื่อย้ าถึงมนุษย์ทุกคน ในบทที่ )๒๓( กวีซ้ าค าว่า “เคย” เพื่อย้ าถึงสิ่งที่มนุษย์เคยคิดเคยท าเคยรู้สึกเคย ครอบครองขณะยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเมื่อตายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องหมดสิ้นไป กวีจึงซ้ าค าว่า “หมด” อีกครั้งในบทเดียวกันเพื่อย้ าให้เห็นว่าคนตายแล้วย่อมละทุกสิ่งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ไม่ สามารถน าติดตัวไปด้วยได้แม้กระทั่งความคิดความรู้สึก (๕) การใช้โวหาร - การเล่นค าเชิงค าถาม เช่น เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร, หางยามผินตามใจ เพราะใครเอย - การเปรียบเทียบแบบอุปมา เช่น อากาศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล สงัดปานป่าใหญ่ ไร้ส าเนียง, กองเอ๋ยกองข้าว สูงราวโรงนายิ่งน่าใคร่


๑๙๓ - การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์ เช่น ความเอ๋ยความรู้ เป็นเครื่องชูชี้ทางสว่างไสว - การใช้บุคคลวัต เช่น คือห่วงใยยั่วหยัดอัสสุชล - การพรรณนาภาพ บรรยากาศ และความรู้สึก เช่น ต้นเอ๋ยต้นไทร สูงใหญ่รากย้อย ห้อยระย้า, แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย เป็นต้น ๒. คุณค่ำด้ำนเนื้อหำ แนวคิดส าคัญที่กวีต้องการสื่อถึงผู้อ่าน คือ ทุกชีวิตในโลกนี้เกิดมาแล้วต้องตาย ไม่มีใคร สามารถหลีก พ้นความตาย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของโลกและเป็นสิ่งสุดท้ายที่มนุษย์ทุกคนต้อง เผชิญ ดังนั้น มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ควรเร่งสะสมคุณงามความดีเพื่อชีวิตที่ดีในโลกนี้ ตลอดจนถึง โลกหน้า ซึ่งหากทุกคนท าได้โลกนี้ก็จะมีแต่ความผาสุก ปราศจากความวุ่นวายเดือดร้อน แก่งแย่งและแข่งขันกันดังเช่นปัจจุบัน แนวคิดอื่น ๆ ที่ปรากฏ เช่น สิ่งที่จะติดตัวคนตายคือบุญและกรรมที่ท าไว้ ส่วนทรัพย์สินเงิน ทองไม่สามารถน าติดตัวไปได้, ผู้ที่ท าความดีท าประโยชน์ให้แก่สังคมควรได้รับการยกย่อง สรรเสริญ เป็นต้น ๓. คุณค่ำด้ำนสังคม สะท้อนภาพการด ารงชีวิตของคนในสังคมชนบทที่อยู่ใกล้วัดและสุสานได้อย่างชัดเจน ไม่ว่า จะเป็นภาพการด ารงชีวิตของชาวบ้านในสังคมชนบทที่ท าไร่ท านา พอตกเย็นก็จะจูงวัวควาย กลับบ้านซึ่งต้องผ่านบริเวณสุสาน ภาพของชาวนาผู้อดทนต่อการท างานหนักเพื่อเลี้ยงปากท้อง ของคนทั้งประเทศ สภาพแวดล้อมของสุสานที่มักมีต้นไม้ใหญ่เช่นต้นไทรใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา ปกคลุมอยู่รายรอบ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายว่า จะใช้การฝังศพ ไม่นิยมเผา และสภาพหลุมศพก็เป็นสิ่งบ่งบอกสถานะของผู้ตายขณะที่ยังมีชีวิต อยู่ได้อย่างดี รวมทั้งความเชื่อในเรื่องนกแสกที่เป็นสัญลักษณ์ของความตาย ๑๓.๒ เครื่องมือวัดผล ๑. แบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม )ดูท้ายหน่วย( ๒. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน )ดูท้ายหน่วย( ๓. แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม )ดูท้ายหน่วย( ๔. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจ าหน่วยการเรียนรู้


๑๙๔ เฉลยกิจกรรมและแบบทดสอบ กิจกรรม ๑ ค าตอบอิสระ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน


๑๙๕ แบบทดสอบก่อนเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนประจ ำหน่วยกำรเรียนรู้ จงเลือกค ำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค ำตอบเดียว ๑. กลอนดอกสร้อย “ร าพึงในป่าช้า” แสดงถึงความจริงในข้อใด ๑. การเปลี่ยนแปลงของชีวิต ๒. การด าเนินชีวิตโดยไม่ประมาท ๓. ความตายซึ่งไม่มีใครหนีพ้น ๔. การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ๒. “เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู คนมาสู่ส้องพักมันรักษา” ค าว่า “มัน” หมายถึงข้อใด ๑. นกแสก ๒. นกฮูก ๓. ค้างคาว ๔. นกแขกเต้า อ่านค าประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ ๓ - ๕ ๓. ค าประพันธ์ในข้อใดตรงกับหลักของศาสนาพุทธ ๑. ข้อ ๑ ๒. ข้อ ๒ ๓. ข้อ ๓ ๔. ข้อ ๔ ๔. ค าประพันธ์ในข้อใดให้อารมณ์เศร้าแก่ผู้อ่าน ๑. ข้อ ๑ ๒. ข้อ ๒ ๓. ข้อ ๓ ๔. ข้อ ๔ ๕. ค าประพันธ์ในข้อใดให้ภาพในความคิดชัดเจนที่สุด ๑. ข้อ ๑ ๒. ข้อ ๒ ๓. ข้อ ๓ ๔. ข้อ ๔ ๑. ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน ๒. คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ! เพียง รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย ๓. ทิ้งเพื่อนยากแม่เหย้าหาเข้าปลา ทุกเวลาเช้าเย็นเป็นนิรันดร์ ๔. ความร่ ารวยอวยสุขให้ทุกอย่าง เหล่านี้ต่างรอตายท าลายขันธ์


Click to View FlipBook Version