The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanchanit, 2022-09-26 14:24:57

วิชาภาษาอังกฤษ ม.2

คำอธบิ ำยรำยวิชำภำษำองั กฤษพืน้ ฐำน
รำยวชิ ำ ภำษำอังกฤษ รหสั วชิ ำ อ21101 กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำตำ่ งประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 2(A) ภำคเรียนที่ 1 60 ช่ัวโมง (1.5 หน่วยกติ )

ปฏบิ ตั ิตามและใช้คาขอร้อง คาแนะนา คาชีแ้ จง และคาอธิบายงา่ ย ๆ ตามสถานการณ์ อา่ นออกเสยี ง
เลือกหวั ข้อ สรุปใจความสาคญั และรายละเอยี ดสนับสนนุ พรอ้ มทงั้ แสดงความคิดเห็น ใหเ้ หตผุ ล และ
ยกตัวอย่างประกอบจากการอ่านเรื่อง ข่าว เหตกุ ารณ์ ประกาศ กิจกรรม บทรอ้ ยกรองส้ัน ๆ เรอ่ื งใกล้ตวั และ
เรอื่ งที่อยใู่ นความสนใจของสงั คม ระบุ เขียน อธบิ าย เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการ
ออกเสยี งประโยคชนดิ ตา่ ง ๆ และการลาดับคาตามโครงสร้างประโยคของภาษาองั กฤษและภาษาไทย รวมท้งั
เทศกาล วนั สาคัญ ชวี ติ ความเป็นอยู่ และวฒั นธรรม ประเพณขี องเจ้าของภาษา สืบค้น รวบรวม และสรปุ ข้อมลู
หรือขอ้ เท็จจรงิ เก่ียวกบั กล่มุ สาระการเรียนรู้อ่นื พร้อมท้ังประชาสัมพันธข์ ้อมลู ขา่ วสารของโรงเรียนเป็น
ภาษาอังกฤษ ขอและให้ข้อมูล ใชท้ กั ษะในการสอื่ สารเพื่อแสดงความต้องการ ความรสู้ ึก ความคดิ เหน็ และ
ความชว่ ยเหลอื เก่ียวกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวนั เชน่ ใน
ห้องเรียน สถานศกึ ษา ชมุ ชน โดยใช้ภาษา น้าเสยี ง กิรยิ าท่าทางอย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกาลเทศะ เขา้ ร่วม
หรอื จดั กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจใหเ้ หมาะสมกบั บคุ คล โอกาส มารยาทสงั คม และ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มคี วามรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สัตย์สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง
ม่งุ มัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ

ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม. 2/1 ,ม. 2/2,ม. 2/3, ม. 2/4
ต 1.2 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/4, , ม. 2/5
ต 1.3 ม. 2/1 ,ม. 2/2,ม. 2/3
ต 2.1 ม. 2/1,ม. 2/2,ม. 2/3
ต 2.2 ม. 2/1,ม.2/2
ต 3.1 ม. 2/1
ต 4.1 ม. 2/1
ต.4.2 ม.2/2

รวมตัวชี้วัดท้งั หมด 19 ตวั ช้ีวดั

โครงสรำ้ งรำยวชิ ำภำษำอังกฤษพนื้ ฐำน
รำยวชิ ำ ภำษำอังกฤษ รหสั วิชำ อ21101 กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำตำ่ งประเทศ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ 2(A) ภำคเรยี นที่ 1 60 ช่ัวโมง (1.5 หน่วยกติ )
คะแนนเกบ็ 100 คะแนน

ลำดั ชอ่ื หน่วยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำรเรยี นรู้/ตัวชี้วดั เวลำ นำ้ หนกั คะแนน
บท่ี (ชั่วโมง) (100 คะแนน)

0 Starter ต 1.2 ม. 2/1 2 -
14 20
ต 1.3 ม. 2/1

ต 2.1 ม. 2/1

ต 4.1 ม. 2/1

1 At Work, at play ต 1.1 ม. 2/2 และ ต 1.1 ม. 2/4

ต 1.2 ม. 2/1 - 2 และ ต 1.2 ม. 2/4

ต 1.3 ม. 2/1 - 2

ต 2.1 ม. 2/1 และ ต 2.1 ม. 2/3

ต 2.2 ม. 2/1

ต 4.1 ม. 2/1

2 Myths & Legends ต 1.1 ม. 2/3 - 4 14 20
ต 1.2 ม. 2/1 และ ต 1.2 ม. 2/4 14 20
ต 1.3 ม. 2/1 - 3
ต 2.1 ม. 2/1 และ ต 2.1 ม. 2/3
ต 2.2 ม. 2/1
ต 3.1 ม. 2/1
ต 4.1 ม. 2/1

3 Let’s Party! ต 1.1 ม. 2/2 - 4
ต 1.2 ม. 2/1 และ ต 1.2 ม. 2/4 - 5
ต 1.3 ม. 2/1 - 3
ต 2.1 ม. 2/1 - 3
ต 2.2 ม. 2/1 - 2
ต 3.1 ม. 2/1
ต 4.1 ม. 2/1
ต 4.2 ม. 2/2

4 Sports & Chores ต 1.1 ม. 2/2 - 4 14 20
ต 1.2 ม. 2/1 - 2 และ ต 1.2 ม. 2/4 - 5
ต 1.3 ม. 2/1 - 3
ต 2.1 ม. 2/1 และ ต 2.1 ม. 2/3
ต 2.2 ม. 2/1 - 2
ต 3.1 ม. 2/1
ต 4.1 ม. 2/1
ต 4.2 ม. 2/2

สอบปลายภาคเรยี นท่ี 1 2 20
คะแนนรวมตลอดภำคเรยี น 60 100

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1

เรื่อง Telling the time เวลา 1 ช่ัวโมง

หนว่ ยการเรียนรู้ Starter รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ21101

กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1

ครผู สู้ อน นางสาวธัญชนติ ชลประทาน สอนวันที่ ……………………………………………………..

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัดชัน้ ปี

สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สึกและความ

คดิ เห็นอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวช้ีวดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง เร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ตา่ ง ๆ ใน

ชีวิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการพดู และ
การเขยี น

ตัวชี้วดั
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กิจวตั รประจาวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/ เหตกุ ารณท์ ี่อยู่

ในความสนใจของสงั คม
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปปใช้ ไปดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
ตัวชว้ี ัด
ต 2.1 ม. 2/1 ใช้ภาษา น้าเสียง และกริ ิยาท่าทางเหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและ วัฒนธรรม

ของเจ้าของภาษา
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทัง้ ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม
ตัวชีว้ ัด
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ าลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียน สถานศกึ ษา และชุมชน

2. สาระสาคญั
การทบทวนคาศัพท์ โครงสรา้ ง และสานวนภาษาทเ่ี รียนมาแลว้ เปน็ การฝกึ ฝนส่ิงทไ่ี ด้เรยี นรู้ เพอ่ื ให้

สามารถนาใช้ในการพูด/เขียนสอื่ สารได้

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. พดู ทักทายและแนะนาตวั ได้ (K)
2. พูดขอและใหข้ ้อมูลเกยี่ วกับเวลา และข้อมลู สว่ นตวั ได้ (K)
3. เขียนใหข้ ้อมลู เก่ียวกบั ตนเองได้ (P)
4. นักเรยี นมุ่งม่นั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

1 ทกั ษะเฉพาะวิชา

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Parts of the body (hair, head, ear, eye, knee, foot, leg, hand,

arm, neck, mouth, nose)

Telling the time (half past, a quarter past, o’clock, a quarter to,

past, to)

Furniture & appliances (fireplace, washbasin, window, cooker,

pillow, sofa, bed, wardrobe, cupboard, curtain, chair, mirror,

table, bath, fridge)

Clothes (tie, jumper, skirt, trainers, coat, jeans, boots, hat, socks,

suit, belt, shirt, jacket, dress, shorts, gloves, sandals)

Grammar: verb to be, have got, plurals, this/these - that/those, there

is/there are, pronouns, possessive determiners, prepositions of

places, can (ability)

Functions: Telling the time

What time is it? It’s half past eight. It’s a quarter to one.

Greeting & introductions

Hello, my name is Samuel Jones.

It’s a pleasure to meet you.

Nice to meet you.

Ask for & give personal information

What’s your name? I’m Emma.

Where are you from? I’m from Brighton.

2) Language Skills

Listening: ฟังเพื่อหาข้อมลู เฉพาะ

Speaking: พดู ขอและให้ข้อมูลเกยี่ วกับเวลาและข้อมลู สว่ นตัว,

พูดทักทายและแนะนาตวั

Writing: เขยี นประโยค

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

- ความสามารถในการสื่อสาร

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

- ใฝ่เรียนรู้

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ Warm up
1. เน่ืองจากเปน็ ชั่วโมงแรกของการเรยี น ให้ครูพดู ทกั ทายนักเรียน และแนะนาตนเอง เชน่ Good
morning class. I’m Tida. I’m your English teacher. แล้วครใู ห้นกั เรยี นพูดแนะนาตนเองทีละคน
2. ครูบอกนักเรียนวา่ ชว่ั โมงนนี้ ักเรียนจะได้ทบทวน verb to be, have got, plurals, this/these -
that/those, there is/there are, pronouns, possessive determiners, parts of the body
และการบอกเวลา

ขนั้ Presentation
1. ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกันบอกโครงสรา้ งของ verb to be ในรูปบอกเลา่ ปฏเิ สธ และคาถาม แล้วครเู ขียน

บนกระดาน จากน้ันสุ่มเรยี กนักเรียน 2-3 คน แตง่ ประโยคโดยใช้ verb to be
2. หนังสือเรียน หน้า 4 Ex. 1 ใหน้ ักเรียนอา่ นตาราง แลว้ เติมคาใหถ้ ูกตอ้ ง
2. ครทู บทวนการเปลยี่ นคานามเอกพจนเ์ ป็นพหูพจน์ โดยใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันยกตัวอย่าง
3. ครถู ามความหมายของ have got แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันบอกวา่ เราใช้ have got เพื่ออะไร จากนัน้ ครู

ขออาสามาสมัคร 3-4 คน แต่งประโยคโดยใช้ have got
4. ครูทบทวนการใช้ this/these - that/those โดยชไ้ี ปทส่ี ่ิงของในช้นั เรยี นท้งั ทอี่ ยู่ไกลและอยใู่ กล้ แล้ว

ให้นักเรยี นพดู ประโยค
5. ครูทบทวนการใช้ there is/there are โดยยกตัวอย่างประโยคบนกระดาน There is a book on the

desk. There are some pens on the desk. แล้วใหน้ กั เรยี นบอกว่าคาใดใชก้ บั คานามเอกพจน์ คา
ใดใช้กบั คานามพหูพจน์
จากนน้ั ให้นกั เรยี นอา่ นตารางในหนงั สอื เรยี น หนา้ 5 Ex. 8a แลว้ ช่วยกนั คิดวา่ มโี ครงสร้างลกั ษณะ
เชน่ นี้ในภาษาไทยหรือไม่
6. หนังสือเรยี น หน้า 5 Ex. 8b นักเรยี นเติม There is, There isn’t, There are, There aren’t ลงใน
ประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
7. ครทู บทวน pronouns และ possessive determiners โดยครเู ขียนตารางเหมอื นในหนงั สือเรียน
หนา้ 6 Ex. 10 บนกระดาน แลว้ ให้นกั เรียนออกมาเตมิ คาลงในตาราง จากนน้ั ให้นกั เรยี นช่วยกัน
อธบิ ายการใช้ pronouns และ possessive determiners
8. นักเรียนทบทวนคาศพั ทเ์ กยี่ วกับอวยั วะในร่างกาย โดยใหน้ ักเรียน 1 คน ออกมายนื หนา้ ช้นั แลว้ ครูช้ี
ไปท่ีอวัยวะสว่ นตา่ งๆ ให้นกั เรียนชว่ ยกนั บอกคาศัพท์
9. หนังสือเรียน หนา้ 6 Ex. 11 นักเรยี นเตมิ คาศัพท์เก่ยี วกบั อวัยวะในรา่ งกายให้ถูกต้อง

ข้นั Practice

1. หนงั สือเรียน หน้า 4 Ex. 2 ใหน้ กั เรียนเตมิ ประโยคคาถามให้สมบูรณ์ พร้อมท้ังตอบคาถาม

2. หนงั สือเรียน หนา้ 4 Ex. 3 ให้นักเรยี นเขยี นรูปพหูพจน์ของคานามทก่ี าหนดให้ถูกต้อง

3. หนงั สือเรียน หนา้ 4 Ex. 5a นักเรยี นดูข้อมลู และเติม have got, has got, haven’t got, hasn’t

got ลงในประโยคให้ถกู ต้อง

1 has got 2 haven’t got 3 hasn’t got

4 hasn’t got 5 have got 6 has got

4. หนงั สอื เรยี น หนา้ 4 Ex. 5b นกั เรียนเขียนประโยคเก่ียวกับส่ิงของใน Ex. 5a ทีต่ นเองมีและไม่มี

I have got a guitar, but I haven’t got a DVD player.

I have got a bike, but I haven’t got a laptop. etc.

5. หนังสอื เรยี น หนา้ 5 Ex. 6 นกั เรยี นเรยี งคาที่กาหนดใหเ้ ป็นประโยคคาถามที่ถกู ต้อง พร้อมทัง้ ตอบ

คาถาม

6. หนงั สอื เรยี น หนา้ 5 Ex. 7 นกั เรียนดภู าพ แล้วเติม this, these, that, those ลงในชอ่ งว่าง

7. หนังสือเรียน หนา้ 5 Ex. 9 นกั เรยี นจบั คูผ่ ลดั กนั พูดถาม-ตอบเกี่ยวกบั สงิ่ ของในห้องนอนของตนเอง

โดยใช้ there is/there are

8. หนังสือเรยี น หนา้ 5 GAME นกั เรียนจับคกู่ บั เพ่ือน ผลดั กันพดู บรรยายห้องนอนของตนเอง เพื่อให้

เพ่ือนวาดภาพตาม เม่ือเพ่ือนวาดเสร็จให้นักเรยี นดวู ่าภาพที่เพ่ือนวาดถกู ต้องตามทบ่ี รรยายหรือไม่

9. หนังสือเรียน หนา้ 6 Ex. 10 นกั เรียนอ่านประโยค และเลือกคาตอบที่ถูกต้อง

10. หนังสือเรียน หนา้ 6 Ex. 12a นักเรยี นฟัง CD แลว้ เลอื กภาพนาฬิกาท่ีถูกต้อง

ขัน้ Production

หนงั สือเรียน หน้า 6 Ex. 12b นกั เรียนจบั คู่ ผลัดกันพดู บอกเวลาตามเวลาทค่ี ู่ของตนกาหนด

A: What time is it? B: It’s twenty-five past two.

A: What time is it? B: It’s half past seven.

A: What time is it? B: It’s a quarter past twelve.

A: What time is it? B: It’s a quarter to one.

A: What time is it? B: It’s ten to ten.

A: What time is it? B: It’s ten o’clock.

8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2. Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2

9. การวัดและประเมนิ ผล

วธิ กี ารวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์การผ่าน
สงั เกตการพดู ถามและบอกเวลา แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้
สังเกตการพดู ทักทายและแนะนาตวั แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้
ประเมินการพดู ขอและให้ขอ้ มูลสว่ นตวั แบบประเมินการพูด ระดบั คุณภาพ พอใช้
สังเกตความใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ ผ่าน
อนั พึงประสงค์

บันทึกความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผู้ท่ีไปดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ...................................................
(นายทะนงศักดิ์ เตยี วศริ ิชัยสกลุ )

ผู้อานวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝ้ายผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธัญชนิต ชลประทาน)
ครผู ูช้ ว่ ยโรงเรยี นเหล่าฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2

เร่อื ง I can ride a bicycle. I can’t swim. เวลา 1 ชั่วโมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ Starter รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ21101

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1

ครผู ู้สอน นางสาวธัญชนิต ชลประทาน สอนวนั ที่ …………………………………………………………………

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัดช้นั ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึกและความ

คดิ เหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ช้ีวดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน

ชวี ิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอื่ งต่าง ๆ โดยการพูดและ
การเขยี น

ตวั ชี้วัด
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กิจวตั รประจาวัน ประสบการณ์ และข่าว/ เหตกุ ารณ์ที่อยู่

ในความสนใจของสังคม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปปใช้ ไปด้อยา่ ง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชวี้ ัด
ต 2.1 ม. 2/1 ใช้ภาษา น้าเสียง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและ วฒั นธรรม

ของเจา้ ของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตัวช้ีวดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ าลองท่ีเกดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา และชุมชน

2. สาระสาคัญ
การทบทวนคาศัพท์ โครงสรา้ ง และสานวนภาษาทเี่ รียนมาแล้ว เป็นการฝึกฝนสิง่ ท่ไี ด้เรียนรู้ เพอ่ื ให้

สามารถนาใชใ้ นการพูด/เขียนสือ่ สารได้

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. พดู ทักทายและแนะนาตัวได้ (K)
2. พูดขอและใหข้ ้อมูลเกีย่ วกับเวลา และข้อมลู สว่ นตัวได้ (K)
3. เขียนใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับตนเองได้ (P)
4. นกั เรยี นมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Parts of the body (hair, head, ear, eye, knee, foot, leg, hand,

arm, neck, mouth, nose)

Telling the time (half past, a quarter past, o’clock, a quarter to,

past, to)

Furniture & appliances (fireplace, washbasin, window, cooker,

pillow, sofa, bed, wardrobe, cupboard, curtain, chair, mirror,

table, bath, fridge)

Clothes (tie, jumper, skirt, trainers, coat, jeans, boots, hat, socks,

suit, belt, shirt, jacket, dress, shorts, gloves, sandals)

Grammar: verb to be, have got, plurals, this/these - that/those, there

is/there are, pronouns, possessive determiners, prepositions of

places, can (ability)

Functions: Telling the time

What time is it? It’s half past eight. It’s a quarter to one.

Greeting & introductions

Hello, my name is Samuel Jones.

It’s a pleasure to meet you.

Nice to meet you.

Ask for & give personal information

What’s your name? I’m Emma.

Where are you from? I’m from Brighton.

2) Language Skills

Listening: ฟงั เพื่อหาข้อมูลเฉพาะ

Speaking: พูดขอและใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับเวลาและข้อมูลสว่ นตัว,

พดู ทักทายและแนะนาตวั

Writing: เขยี นประโยค

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

- ความสามารถในการสื่อสาร

6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

1 ใฝเ่ รียนรู้

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั Warm up
ครบู อกนักเรียนวา่ ชั่วโมงน้ีนกั เรียนจะไดท้ บทวน prepositions of places, can (ability), clothes,
การทักทายและแนะนาตัว และการขอและใหข้ ้อมูลสว่ นตวั

ขัน้ Presentation
1. ครทู บทวน prepositions of places (in, on, behind, in front of, opposite, under, next to,

between) โดยวาดภาพง่าย ๆ บนกระดาน และใหน้ ักเรียนบอกคาศัพท์
2. หนังสือเรียน หนา้ 7 GAME ครใู ห้นักเรียนดภู าพหอ้ งต่าง ๆ 2 นาที แลว้ ปิดหนังสอื เรยี น จากนน้ั จับคู่

กับเพ่ือน ผลดั กนั พูดบอกส่งิ ท่ีมใี นแต่ละห้อง
There is a bedside cabinet next to the bed in the bedroom.
There are some pillows on the bed in the bedroom.
The cooker is behind the table and chairs in the kitchen.
The fridge is near the cooker in the kitchen.
The sofa is opposite the fireplace in the living room.
There are some curtains at the window in the living room.
There is a mirror on the wall above the washbasin in the bathroom. etc.

3. ครูทบทวนการใช้ can บอกความสามารถ โดยครพู ูดบอกสง่ิ ท่ีตนเองทาได้และทาไม่ได้ เชน่ I can ride
a bicycle. I can’t swim. และเขยี นบนกระดาน ครชู ใ้ี หน้ ักเรียนดวู ่าหลัง can และ can’t จะตาม
ด้วย infinitive

4. หนังสือเรียน หนา้ 7 Ex. 13a ครใู ห้นักเรยี นอ่านคากริยา/วลใี นกรอบ แลว้ บอกความหมาย
5. หนงั สือเรยี น หน้า 7 Ex. 13b ครูใหน้ ักเรียนเขยี นสิ่งทตี่ นเองทาได้และทาไม่ได้ โดยใชค้ ากริยา/วลจี าก

Ex. 13a จากนัน้ ครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คน บอกส่งิ ท่ตี นเองทาได้และทาไม่ได้
I can ride a bike, but I can’t fly a kite.
I can draw, but I can’t speak German.
I can use a computer, but I can’t play the guitar.
I can play tennis, but I can’t sing.

6. หนังสือเรียน หน้า 7 Ex. 14 นกั เรยี นจบั คู่กัน ผลดั กนั พูดถาม-ตอบเพ่ือหาส่งิ ทเ่ี พ่ือนทาได้และ
ทาไม่ได้
A: Can you swim?
B: Yes, I can./No, I can’t.
A: Can you fly a kite?
B: Yes, I can./No, I can’t.

7. หนงั สือเรยี น หน้า 7 Ex. 15 ครใู หน้ กั เรยี นทบทวนคาศัพท์เก่ยี วกบั เสอ้ื ผา้ โดยดูภาพแลว้ บอกคาศัพท์
จากน้นั ใหน้ กั เรยี นเติมคาศพั ท์ในตารางอักษรไขว้

8. ครูทบทวนการแสดงความเป็นเจา้ ของโดยใช้ apostrophe (’) ดว้ ยการยกตวั อย่างบนกระดาน เชน่
Jane’s skirt is beautiful. These are the girls’ hats. Children’s books are on the table.
แล้วใหน้ ักเรยี นบอกหลกั การใช้ apostrophe กับคานาม

9. หนงั สือเรียน หน้า 7 Ex. 16 นักเรียนอ่านประโยคและเลือกคาตอบที่ถูกต้อง

ขน้ั Practice
1. หนังสือเรียน หน้า 8 Ex. 17a นกั เรยี นอา่ นบทสนทนา แลว้ จับคูก่ บั ภาพทสี่ ัมพนั ธ์กนั
2. หนังสอื เรียน หน้า 8 Ex. 17b นักเรยี นจบั กลมุ่ กลุ่มละ 3 คน ให้แตล่ ะกล่มุ เลือกบทสนทนา 1 บท

จาก Ex. 17a แลว้ ฝกึ ซ้อมพดู สนทนา
3. หนังสอื เรียน หน้า 8 Ex. 18 นักเรียนฟงั CD และอ่านออกเสียงประโยคตาม จากนัน้ อา่ นออกเสยี งด้วย

ตนเองพร้อมกนั แล้วพดู คาถามเหล่านีเ้ ปน็ ภาษาไทย
4. หนังสือเรียน หนา้ 8 Ex. 19a นกั เรียนฟัง CD และเติมข้อมูลลงใน library card

ขนั้ Production

หนังสอื เรยี น หนา้ 8 Ex. 19b นกั เรยี นจับคู่ ผลัดกนั พูดถาม-ตอบข้อมูลส่วนตวั โดยใช้คาถามจาก

Ex. 18

A: What’s your name? B: Maria Sougari.

A: How do you spell it? B: S-O-U-G-A-R-I.

A: What’s your date of birth? B: It’s 7th April 1997.

A: How old are you? B: I’m 13 years old.

A: Where are you from? B: I’m from Athens.

A: What’s your address? B: It’s 56 Halkida Street, Athens.

A: What’s your phone number? B: 2104451530

8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2. Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2

9. การวัดและประเมนิ ผล

วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การผา่ น
สงั เกตการพูดถามและบอกเวลา แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้
สังเกตการพูดทักทายและแนะนาตวั แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้
ประเมินการพดู ขอและให้ขอ้ มูลสว่ นตวั แบบประเมนิ การพูด ระดับคุณภาพ พอใช้
สังเกตความใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ ผ่าน
อนั พงึ ประสงค์

บันทึกความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผู้ทไี่ ปด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...................................................
(นายทะนงศักดิ์ เตียวศริ ิชัยสกุล)

ผ้อู านวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............

บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธัญชนิต ชลประทาน)
ครผู ูช้ ว่ ยโรงเรยี นเหล่าฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1

เรื่อง Reading 1a & Vocabulary 1a เวลา 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 At Work, at Play รายวิชา ภาษาอังกฤษ3 รหัสวชิ า อ21101

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1

ครผู ู้สอน นางสาวธัญชนติ ชลประทาน วันท่ีสอน………………………………………………………..

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั ช้ันปี
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และความ

คิดเหน็ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตวั ช้ีวัด
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปลย่ี นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เร่ืองต่าง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ตา่ ง ๆ ใน

ชวี ติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการพูดและ
การเขยี น

ตัวช้วี ัด
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กิจวัตรประจาวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/ เหตุการณ์ท่ีอยู่

ในความสนใจของสังคม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ได้อยา่ ง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชว้ี ดั
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา นา้ เสยี ง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและ วฒั นธรรม

ของเจ้าของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท้งั ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ชี้วดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จาลองท่ีเกดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา และชุมชน

2. สาระสาคัญ
การจับใจความสาคัญและรายละเอียดของขอ้ มลู ท่ีอ่านและฟงั เป็นความสามารถทส่ี าคญั ประการหนงึ่

ของทกั ษะการรับสาร ซง่ึ จะนาไปสกู่ ารสรปุ สารท่รี บั ได้ นอกจากน้กี ารมีความรูเ้ ก่ยี วกับคาศัพท์และประโยค
ต่าง ๆ ตามเน้ือหา จะชว่ ยให้สามารถนาส่งิ ที่เรียนรู้ไปใช้ในการพดู /เขยี นสอื่ สารไดอ้ ย่างถกู ต้อง ตลอดจนมี
ความเขา้ ใจในวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกรายละเอยี ดของเรอื่ งที่อ่านและฟัง และแสดงความคิดเห็นได้ (K)
2. สัมภาษณ์และเขยี นบทสัมภาษณ์เกย่ี วกับอาชีพของบุคคลในครอบครวั ได้ (K)
3. เขียนบรรยายคณุ สมบัติที่จาเป็นของอาชีพต่าง ๆ ได้ (P)
4. นกั เรียนมงุ่ มน่ั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions
Vocabulary: Jobs (fashion designer, nurse, secretary, dentist, pilot, police

officer, hairdresser, shop assistant)

Job qualities (sociable, creative, caring, intelligent, calm,

cheerful, patient, fit, organised, brave)

Functions: Describing character

Fashion designers need to be intelligent, creative and organised.

Talking about daily routines

I get up early, have a shower and get dressed.

Talking about free-time activities

I watch some TV programmes or listen to music.

2) Language Skills

Listening: ฟงั เพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะ

Speaking: สมั ภาษณเ์ กย่ี วกับอาชีพของบุคคลในครอบครัว

Reading: อ่านเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขยี นบรรยายคณุ สมบตั ทิ ่ีจาเปน็ ของอาชพี ต่าง ๆ,

เขยี นบทสัมภาษณเ์ กี่ยวกับอาชพี ของบคุ คลในครอบครวั

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคิด

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมั่นในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั Warm up
1. นักเรียนอ่านช่ือหน่วยการเรียนรู้ (At work, at Play) ในหนังสือเรยี น หนา้ 9 แล้วร่วมกันแสดงความ
คิดเหน็ ว่านา่ จะเก่ยี วข้องกบั อะไร
2. Find the page Number for หน้า 9 ครอู ธบิ ายคาว่า blog
blog (n) = a web page containing information or opinions from a particular
person or about a particular subject, to which new information
is added regularly (also web log) (เว็บไซตท์ ่ีให้บริการบันทกึ ข้อมูลส่วนตวั
ซงึ่ อาจจะเป็นข้อความ ความคดิ เห็น รปู ภาพ ซึง่ บุคคลท่วั ไปสามารถเขา้ มา
เยย่ี มชม ตลอดจนใสค่ วามคดิ เหน็ ต่อเจ้าของบนั ทกึ ได้)
จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นหาวา่ ภาพทเ่ี ก่ยี วข้องกบั ทั้ง 3 คานอี้ ยูใ่ นหนังสอื เรียนหนา้ ใด เมื่อหาพบแล้ว
ครูถามคาถามเพ่ือสนทนากับนักเรยี น

ขั้น Pre-reading
1. หนังสือเรยี น หน้า 9 Ex. 1 ครูเขยี นหวั ขอ้ Daily routines และ Free-time activities บนกระดาน

แลว้ ให้นกั เรยี นอ่านกจิ กรรมท่ีอยู่ใต้ภาพ 1-12 และชว่ ยกนั ระบุว่าแต่ละกจิ กรรมอยู่ใต้หัวข้อใด ครู
เขยี นคาตอบของนักเรียนบนกระดาน จากนัน้ เปิด CD ใหน้ กั เรียนฟงั เพ่ือตรวจคาตอบ
จากนั้นครเู ปดิ CD ให้นักเรยี นฝึกออกเสียงตามพร้อมกันและทลี ะคน เสรจ็ แล้วชว่ ยกันบอก
ความหมายโดยเดาความหมายจากภาพ
2. หนังสอื เรียน หน้า 9 Ex. 2 ครูใหน้ ักเรยี นจับคูผ่ ลดั กันถาม-ตอบเกย่ี วกบั กิจวัตรประจาวนั และ
กจิ กรรมในเวลาวา่ ง โดยใช้คาถามทใ่ี ห้มาและวลีใน Ex. 1 ครคู อยสังเกต แล้วสมุ่ เรียกนักเรยี นบางคู่พดู
ถาม-ตอบให้เพ่ือนฟงั
3. หนงั สอื เรียน หน้า 10 Ex. 1a ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 3-5 คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเขยี นชอ่ื อาชีพท่ี
รู้จกั ให้ได้มากทส่ี ดุ ภายในเวลา 1 นาที เมื่อครบกาหนดเวลาครใู ห้ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มอา่ นอาชีพท่ีเขยี น
จากน้นั นกั เรยี นสรปุ อาชีพทง้ั หมดจากทุกกลมุ่
4. หนงั สือเรยี น หนา้ 10 Ex. 1b นักเรียนอ่านชอ่ื เรื่อง “Jobs with a difference” และดูภาพประกอบ
แล้วช่วยกันเดาวา่ อาชพี 2 อาชพี ที่เก่ียวข้องกับภาพคืออาชีพใดบ้าง จากนั้นให้นักเรยี นช่วยกนั ตง้ั
คาถามเกีย่ วกับอาชพี ดังกลา่ ว แลว้ ครเู ขียนคาถามบนกระดาน
5. หนงั สือเรยี น หน้า 10 Ex. 2 ครแู บ่งนักเรยี นเปน็ กลมุ่ ย่อย แลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านประโยคขอ้ 1-5 พรอ้ ม
กัน และบอกคาสาคัญในแตล่ ะประโยค ครูเขียนคาทน่ี กั เรยี นบอกบนกระดาน จากน้นั ให้แตล่ ะกลุ่ม
ช่วยกันเดาวา่ ประโยคแต่ละข้อเป็นคุณลักษณะของอาชีพใดระหวา่ ง Chocolate taster และ
Magician’s assistant พร้อมทง้ั ให้เหตุผล
6. นกั เรียนอ่านบทอา่ นอยา่ งรวดเรว็ เพ่ือหาคาสาคญั ทน่ี ักเรยี นบอกครู แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มดูคาตอบของ
กลมุ่ ตนทตี่ อบไว้ และปรบั แก้
7. นักเรียนอา่ นออกเสยี งคาศัพท์และวลใี นกรอบ Check these words ถ้าคาใดอ่านไม่ไดใ้ ห้อ่านตามครู
จากนั้นใหน้ กั เรยี นช่วยกันบอกความหมายของคาศัพท์ ถา้ คาใดท่ีไม่รู้ ใหน้ ักเรยี นเปดิ หาความหมายใน
พจนานกุ รม

ข้นั Reading
1. ครูเปดิ CD ใหน้ ักเรยี นฟงั และอ่านบทอ่านตามไปด้วย เม่ืออ่านจบครถู ามนักเรียนวา่ คุณลักษณะใดเปน็

คุณลกั ษณะของอาชีพ Chocolate taster และคุณลักษณะใดเปน็ คุณลักษณะของอาชพี Magician’s
assistant ให้นกั เรียนช่วยกนั ตอบ
2. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ตอบคาถามทช่ี ่วยกนั ตง้ั บนกระดาน จากน้นั ครูใหต้ ัวแทนแตล่ ะกลมุ่ บอก
คาตอบ

ขนั้ Post-reading
1. หนงั สือเรยี น หน้า 10 Ex. 3 นักเรยี นแต่ละกลุ่มอภิปรายรว่ มกนั วา่ ต้องการทาอาชีพใดและ

ไมต่ ้องการทาอาชีพใด ระหว่าง Chocolate taster และ Magician’s assistant พร้อมให้เหตผุ ล
แลว้ เขยี นสรปุ จากน้ันใหแ้ ตล่ ะกลุ่มอา่ นใหเ้ พ่อื นกลมุ่ อนื่ ฟงั เพ่อื จดบนั ทึกเหตผุ ลท่ตี ้องการทา และ
ไม่ต้องการทา
2. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปเหตุผลของนักเรียนในชนั้ โดยใช้ mind map
3. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 4 Exs. 1-2 ใหน้ กั เรียนทาเป็นการบา้ น

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่ือฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
6) บตั รคาศัพท์อาชีพ
7) สมาชกิ ในครอบครวั ของนกั เรียน

9. การวัดและประเมินผล

วธิ ีการวดั เครื่องมอื เกณฑ์การผ่าน
รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอา่ นหรือ แบบฝึกหัด (Workbook) -

การฟงั -
ระดบั คุณภาพ พอใช้
ตรวจการเขยี นอธบิ ายเหตุผลเกย่ี วกับ สมุดนกั เรยี น ระดบั คุณภาพ ผ่าน

อาชีพทตี่ ้องการทาและไมต่ ้องการทาจาก

เรอ่ื งที่อ่าน

ตรวจการเขียนบรรยายคุณสมบตั ทิ ่ี สมดุ นักเรยี น

จาเป็นของอาชีพตา่ ง ๆ

ประเมนิ การเขยี นบทสัมภาษณ์เกีย่ วกบั แบบประเมินการเขียน

อาชพี ของบุคคลในครอบครัว

สงั เกตความใฝ่เรียนรู้และความมุ่งมน่ั ใน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ

การทางาน อนั พึงประสงค์

บนั ทึกความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการ/ผทู้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศักด์ิ เตียวศริ ิชัยสกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน)
ครผู ชู้ ่วยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดงุ วทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 2

เรอ่ื ง Reading 1a & Vocabulary 1a เวลา 1 ช่วั โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี1 At Work, at Play รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ21101

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1

ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน สอนวนั ท่ี ………………………………………………………………

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั ชั้นปี
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึกและความ

คดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ชวี้ ัด
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปลีย่ นข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เร่ืองตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ตา่ ง ๆ ใน

ชีวติ ประจาวนั อย่างเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งต่าง ๆ โดยการพดู และ
การเขียน

ตวั ช้ีวดั
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กิจวัตรประจาวนั ประสบการณ์ และข่าว/ เหตุการณ์ท่ีอยู่

ในความสนใจของสงั คม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ ได้อยา่ ง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ช้ีวดั
ต 2.1 ม. 2/1 ใช้ภาษา น้าเสยี ง และกริ ิยาท่าทางเหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรม

ของเจา้ ของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ตัวชวี้ ดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ าลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา และชมุ ชน

2. สาระสาคัญ
การจบั ใจความสาคญั และรายละเอียดของขอ้ มลู ที่อา่ นและฟังเป็นความสามารถที่สาคัญประการหนึง่

ของทักษะการรับสาร ซึ่งจะนาไปสู่การสรปุ สารทร่ี บั ได้ นอกจากน้กี ารมคี วามรู้เกี่ยวกับคาศพั ท์และประโยค
ตา่ ง ๆ ตามเนื้อหา จะชว่ ยให้สามารถนาส่งิ ทเี่ รียนรู้ไปใชใ้ นการพูด/เขียนส่อื สารไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ตลอดจนมี
ความเข้าใจในวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกรายละเอยี ดของเร่อื งทีอ่ ่านและฟัง และแสดงความคิดเหน็ ได้ (K)
2. สัมภาษณแ์ ละเขียนบทสมั ภาษณเ์ ก่ยี วกับอาชีพของบุคคลในครอบครัวได้ (K)
3. เขียนบรรยายคุณสมบัตทิ ่จี าเป็นของอาชีพต่าง ๆ ได้ (P)
4. นักเรียนมุ่งมั่นในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions
Vocabulary: Jobs (fashion designer, nurse, secretary, dentist, pilot, police

officer, hairdresser, shop assistant)

Job qualities (sociable, creative, caring, intelligent, calm,

cheerful, patient, fit, organised, brave)

Functions: Describing character

Fashion designers need to be intelligent, creative and organised.

Talking about daily routines

I get up early, have a shower and get dressed.

Talking about free-time activities

I watch some TV programmes or listen to music.

2) Language Skills

Listening: ฟงั เพ่ือหาขอ้ มูลเฉพาะ

Speaking: สัมภาษณเ์ ก่ยี วกับอาชีพของบุคคลในครอบครวั

Reading: อา่ นเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขียนบรรยายคุณสมบัตทิ จี่ าเป็นของอาชพี ต่าง ๆ,

เขยี นบทสมั ภาษณ์เกี่ยวกบั อาชพี ของบคุ คลในครอบครวั

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคิด

6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

- ใฝเ่ รยี นรู้
- มงุ่ มัน่ ในการทางาน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ัน Warm up
1. ครใู หน้ กั เรยี นเล่นเกม Hangman เกีย่ วกับคาศพั ท์ท่ีเรยี นไปในช่วั โมงที่แลว้ ประมาณ 8-10 คา
โดยแบ่งทีมตามแถว
2. นกั เรยี นอา่ นคาศัพท์และวลีในกรอบ Check these words หนังสอื เรียน หนา้ 10 พรอ้ มกัน

ขัน้ Presentation
1. ครแู สดงบตั รคาศัพท์อาชีพ fashion designer, nurse, secretary, dentist, pilot, police officer,

hairdresser, shop assistant ใหน้ ักเรยี นดู (หรือถ้ามคี อมพวิ เตอร์ในห้องเรียน ครูอาจจะพิมพ์
คาศัพท์ใหด้ ู) แลว้ ให้นักเรียนอ่านออกเสยี งตามครู 2 ครงั้ และอ่านออกเสยี งพร้อมกนั
2. ครูใหน้ ักเรยี นดภู าพอาชีพตา่ ง ๆ ในหนังสอื เรยี น หน้า 11 และช่วยกันบอกช่ืออาชีพตามภาพ โดยครู
ขน้ึ ต้นพยัญชนะตัวแรกให้
3. หนงั สอื เรียน หน้า 11 Ex. 4 ครูแบง่ กล่มุ นักเรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน แลว้ ใหก้ ลุ่มเลขคู่อ่าน
ประโยคที่ 1-4 ส่วนกลมุ่ เลขคี่อ่านประโยคท่ี 5-8 จากนัน้ ใหแ้ ต่ละกล่มุ จับคปู่ ระโยคกับภาพอาชีพ
ภายในเวลา 2 นาที แลว้ ครสู มุ่ เรยี กตัวแทนกล่มุ บอกคาตอบกลมุ่ ละ 1 ขอ้ ให้นกั เรียนตรวจคาตอบของ
กลมุ่ ตนและรว่ มกนั แก้ไขคาตอบที่ไม่ถูกต้อง
4. ครอู ธบิ ายวลี look after และ earn salary เพ่ิมเติม และให้นักเรยี นสังเกตการใช้วลดี งั กล่าว

look after (phrv)= to take care of someone by helping them, giving them
what they need, or keeping them safe (ดูแล)
e.g. Don’t worry, I’ll look after the kids tomorrow.

earn salary (v) = to receive money for the work that you do (ไดเ้ งนิ เดือน)
e.g. She’s now earning a good salary as an interpreter.

5. ครขู ออาสาสมัคร (หรอื ครูเรียกแบบเจาะจง) ให้อา่ นคาศพั ทท์ ก่ี าหนดให้ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 11 Ex.
5a และใหน้ กั เรียนในชน้ั อา่ นตาม จากนน้ั ให้นักเรียนบอกความหมาย ถ้าคาใดที่ไมร่ ู้ ครูช่วยอธิบาย
caring (adj) = thinking about what other people need or want and trying to
help them (ทหี่ ่วงใยผูอ้ น่ื )
fit (adj) = strong and healthy (แขง็ แรงและมสี ขุ ภาพดี)
organised (adj)= working in an effective, ordered and sensible way (ซง่ึ เป็น
ระบบระเบียบ)
จากน้ันครอู ธบิ ายวา่ คาเหลา่ นี้ คอื adjective แลว้ ครูถามว่า เม่ือนา adjective ไปใชใ้ นประโยคจะ
วาง ไว้ทใี่ ด (หลัง verb to be และหนา้ คานาม)

6. หนงั สอื เรยี น หนา้ 11 Ex. 5a ครูให้นกั เรียนกลุม่ เดิมจาก Ex. 4 กลมุ่ เลขค่ีอา่ นประโยคท่ี 1-4 และ
กลุ่มเลขคู่อ่านประโยคที่ 5-10 แล้วให้แตล่ ะกลมุ่ เตมิ คาคุณศัพท์ลงในประโยค จากนั้นครูขอตัวแทน
กลมุ่ 2 กลมุ่ ออกมาเขยี นคาตอบบนกระดาน และตรวจคาตอบพร้อมกนั

ขนั้ Practice

1. หนงั สือเรยี น หนา้ 11 Ex. 5b ครูใหน้ ักเรยี นเขยี นประโยคบรรยายคุณสมบตั ิของแตล่ ะอาชีพใน Ex. 4
โดยใช้ adjectives จาก Ex. 5a เสร็จแล้วครูขออาสาสมัครอา่ นประโยค

2. หนังสอื เรยี น หนา้ 11 Ex. 6 ครูอธบิ ายนกั เรยี นว่าจะได้ฟงั Nicky พูดเกยี่ วกับชีวติ ของเขา ซงึ่ เป็น
ชา่ งตัดผม ให้นักเรยี นฟงั และจดบนั ทกึ สิ่งท่ี Nicky ชอบและไมช่ อบเกย่ี วกับกิจวัตรประจาวันของเขา
และกิจกรรมท่ี Nicky ทาเพื่อผอ่ นคลาย
ครูเขยี นตารางบนกระดาน และใหน้ กั เรยี นลอกลงในสมุดเพ่อื บนั ทึกข้อมูล จากนน้ั ครูให้นกั เรยี นฟงั
CD 2 ครั้ง คร้ังแรกใหต้ ั้งใจฟังโดยไมต่ ้องจดบนั ทึก คร้งั ท่ี 2 ใหฟ้ ังและจดบันทึกข้อมูลลงในตาราง

Things he likes

Things he doesn’t like

How to relax

3. ครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกนั บอกข้อมูล แลว้ ครูเขียนลงในตารางบนกระดาน จากนัน้ ครถู ามคาถาม What
does Nicky like about daily routine? What does he not like about daily routine? How
does he relax in the evening? ใหน้ กั เรยี นบอกคาตอบโดยใชข้ อ้ มลู จากตาราง

ขนั้ Production
1. หนังสอื เรียน หน้า 11 Ex. 7 ครูอธบิ ายภาระงานว่าใหน้ กั เรียนไปสัมภาษณบ์ ุคคลในครอบครัว 1 คน

โดยใชค้ าถามที่กาหนดให้ (ครูอาจจะใหน้ ักเรียนถ่ายคลปิ ขณะสมั ภาษณด์ ว้ ย) แลว้ เขยี นบทสมั ภาษณ์มา
สง่ ครู
เมือ่ นักเรยี นเขา้ ใจสิ่งท่ตี ้องทาแลว้ ครูใหน้ กั เรยี นอ่านคาถามท่ีกาหนดให้พร้อมกนั ครูอธิบายเพ่มิ เติม
สาหรบั คาถามที่นกั เรยี นไมเ่ ข้าใจ
2. นักเรียนทา Language Review 1a Exs. 1-2 ในหนังสือเรยี น หนา้ 105 ร่วมกนั ในชั้น
3. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 4-5 Exs. 3-8 ใหน้ ักเรยี นทาเปน็ การบา้ น

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์
6) บัตรคาศัพท์อาชพี
7) สมาชกิ ในครอบครวั ของนักเรียน

9. การวดั และประเมินผล

วธิ ีการวดั เครื่องมอื เกณฑ์การผ่าน
รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอา่ นหรือ แบบฝึกหัด (Workbook) -

การฟงั -
ระดบั คุณภาพ พอใช้
ตรวจการเขยี นอธบิ ายเหตุผลเกย่ี วกับ สมุดนกั เรยี น ระดบั คุณภาพ ผา่ น

อาชีพทีต่ ้องการทาและไมต่ ้องการทาจาก

เรอ่ื งที่อ่าน

ตรวจการเขียนบรรยายคุณสมบตั ทิ ่ี สมดุ นักเรยี น

จาเป็นของอาชีพตา่ ง ๆ

ประเมนิ การเขยี นบทสัมภาษณเ์ กีย่ วกับ แบบประเมนิ การเขียน

อาชพี ของบุคคลในครอบครัว

สงั เกตความใฝ่เรียนรู้และความมุ่งมน่ั ใน แบบประเมินคณุ ลักษณะ

การทางาน อนั พึงประสงค์

บนั ทึกความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการ/ผทู้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตียวศริ ิชัยสกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝ้ายผดุงวิทย์
.........../............/.............

บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธัญชนิต ชลประทาน)
ครผู ชู้ ่วยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3

เรือ่ ง Grammar 1b เวลา 1 ชวั่ โมง หนว่ ย

การเรียนรูท้ ี่1 At Work, at Play รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ21101

กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1

ครผู ้สู อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวันท่ี ……………………………………………………..

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั ช้นั ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และความ

คิดเห็นอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ตัวชว้ี ัด
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เรื่องตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน

ชวี ิตประจาวันอย่างเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและ
การเขยี น

ตัวช้ีวดั
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเกยี่ วกับตนเอง กิจวัตรประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/ เหตุการณ์ที่อยู่

ในความสนใจของสังคม
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ได้อย่าง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชีว้ ดั
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา นา้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางเหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรม

ของเจา้ ของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่าง ๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ช้วี ดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่ีเกดิ ขึ้นในหอ้ งเรียน สถานศึกษา และชุมชน

2. สาระสาคัญ
การเรียนรแู้ ละเข้าใจโครงสรา้ งทางภาษา จะชว่ ยใหส้ ามารถพดู และเขียนประโยคต่าง ๆ ได้ถกู ต้อง

และเหมาะสมตามสถานการณ์ ตลอดจนเกิดความเขา้ ใจในความเหมอื นและความต่างของภาษาอังกฤษและ
ภาษาไทย

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลของบคุ คลอื่นได้ (K)
2. เปรยี บเทยี บความเหมอื นและความแตกต่างของคาวิเศษณ์ในภาษาองั กฤษและภาษาไทยได้ (K)
3. เขยี นให้ข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเองได้ (P)
4. นักเรยี นมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

1 ทกั ษะเฉพาะวิชา

1) Language Features and Functions

Grammar: Present simple & Present continuous

Adverbs of frequency

-ing form & to-infinitive

Pronunciation: /s/, /z/, /Iz/

walks, eats, tidies, reads, watches, finishes

2) Language Skills

Speaking: สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมลู ของบุคคลอน่ื

Writing: เขียนให้ข้อมลู เกยี่ วกับตนเอง

เขยี นบทสัมภาษณ์เกี่ยวกบั อาชพี ของบุคคลในครอบครวั

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

- ความสามารถในการสอื่ สาร
- ความสามารถในการคดิ

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้น Warm up
1. ครูแบ่งนักเรยี นเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน แล้วแจกแถบประโยคให้กลุ่มละ 10 ประโยค ให้นักเรียน

เรยี งคาใหเ้ ปน็ ประโยคที่ถูกต้อง โดยให้กลมุ่ เลขค่ทู าข้อคแู่ ละกลุ่มเลขคที่ าขอ้ คี่
2. ครูขออาสาสมัครเขยี นประโยคที่เรยี งคาใหมแ่ ลว้ บนกระดาน กลุ่มละ 2 ประโยค จากนัน้ ครูและ

นกั เรียนรว่ มกนั ตรวจคาตอบ และแก้ไขประโยคให้ถกู ต้อง เสรจ็ แลว้ ให้นักเรียนอา่ นประโยคทั้งหมด
พรอ้ มกัน

แถบประโยค
1 gets up / my sister / early / every day / .
2 doing / homework / in / the children / the living room / are / .
3 have / at 7 am / I / breakfast /always / .
4 washing / the car / is / Dad / ?
5 to work / drive / doesn’t / Jim / .
6 like / football / Jim and James / playing / do / ?
7 the patients / help / and / the nurses / the doctors / look after / .
8 singing / they / dancing / are / and / ?
9 walk / every morning / my brother / I / to school / and / .
10 am / in / my brother’s / I / farm / this week / working / .

ขั้น Presentation
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั พิจารณาคากริยาในแต่ละประโยค และอภิปรายร่วมกันในกลุ่มว่าคากรยิ า

ทงั้ หมดสามารถจดั กลุม่ ตามโครงสร้างได้ก่กี ลุ่ม แต่ละกลุ่มประกอบดว้ ยคากรยิ าอะไรบ้าง จากนน้ั ครสู มุ่
เรยี กตัวแทนกลุ่ม 2-3 กล่มุ นาเสนอผลการจดั กลุม่

แบง่ ได้ 2 กลมุ่
กลมุ่ ที่ 1 ไดแ้ ก่ gets up, have, doesn’t drive, Do … like, help, look after, walk
กลมุ่ ที่ 2 ได้แก่ are doing, Is … washing, Are … singing, dancing, am working
2. ครสู รปุ ใหน้ กั เรียนฟังวา่ คากริยาในประโยคเหล่าน้ีอย่ใู นรปู Present simple และ Present
continuous
3. หนังสือเรยี น หนา้ 12 Ex. 1 นักเรียนแต่ละกลมุ่ อ่านหลักการใช้ Present simple และ Present
continuous หลงั จากนั้นใหแ้ ต่ละกล่มุ ตรวจและปรบั แก้การจัดกลุม่ คากรยิ าในกจิ กรรมข้อ 1 แล้วครู
เฉลยคาตอบ
4. ครูอธิบาย stative verb ว่า มกั จะใช้ใน Simple tense จะไม่ใช้ใน Continuous tense โดยมกั เป็น
คากรยิ าทเี่ กี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ประสาทสัมผสั ท้งั หา้ เช่น appear, agree, hate, hear, taste
5. ครูให้นกั เรียนแต่ละกล่มุ บอกความหมายของประโยคกลมุ่ ละ 2 ประโยค แล้วนกั เรียนร่วมกันสรปุ
โครงสรา้ งและการใช้ Present simple และ Present continuous
6. ครอู ธบิ ายการออกเสียงคากริยารูป third person singular โดยยกตัวอย่างคากรยิ าบนกระดาน เช่น
gets, works, drives, runs, kisses, washes แล้วออกเสียงใหน้ กั เรียนฟังทีละคา ใหน้ ักเรยี นตัง้ ใจฟงั
เสียงตวั s ท้ายคา จากน้นั ครูถามนักเรยี นวา่ ได้ยนิ ครูออกเสยี งท้ายคากรยิ าเป็นเสยี งอะไรบ้าง ให้
นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ แลว้ ครจู ึงสรุปใหฟ้ ัง
คากริยาทเ่ี ตมิ -s หรือ -es จะออกเสียงได้ 3 เสียง คอื
1) ออกเสยี ง /s/ เมอ่ื คากรยิ าลงทา้ ยดว้ ยเสียงไม่ก้อง (voiceless sound) ไดแ้ ก่ /p/, /t/,
/k/, /f/ เช่น tap, get, talk, laugh
2) ออกเสียง /z/ เมื่อคากริยาลงทา้ ยด้วยเสียงก้อง (voiced sound) ได้แก่ /b/, /d/,
/ɡ/, /m/, /n/, /v/ เชน่ rob, read, dig, swim, open, live

3) ออกเสยี ง /Iz/ เมอ่ื คากรยิ าลงทา้ ยดว้ ย s, z, ch, sh เชน่ cross, sneeze, watch,
wash

7. หนงั สือเรยี น หน้า 12 Ex. 2 นกั เรียนอ่านคากรยิ าท่ีกาหนดใหพ้ ร้อมกนั แล้วเขยี นรปู third person
singular ของคากริยาเหล่านี้ลงในตารางตามการออกเสยี ง จากน้นั ครใู ห้นักเรยี นฟัง CD เพอ่ื ตรวจ
คาตอบ แลว้ ครูให้นักเรยี นฟงั CD อีกครัง้ และออกเสยี งตาม

8. หนงั สือเรยี น หน้า 12 Ex. 3 นักเรียนเตมิ คากรยิ าจาก Ex. 2 ลงในข้อความ เสร็จแล้วครูขอ
อาสาสมคั ร 2-3 คน อา่ นประโยค แล้วนกั เรยี นในชนั้ ตรวจคาตอบ จากนน้ั ครใู หน้ ักเรยี นอ่านข้อความ
พรอ้ มกัน

ขัน้ Practice
1. หนังสอื เรยี น หน้า 12 Ex. 4 นักเรียนจบั คู่กันพดู ถาม-ตอบ โดยใชค้ าถาม Yes/No question ครเู ดนิ

สังเกตและใหค้ าแนะนา หลงั จากนั้นครสู ุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คู่ ออกมาพูดถาม-ตอบท่ีหน้าชน้ั
2. หนังสอื เรยี น หนา้ 12 Ex. 5 นักเรียนดูภาพและเติมคากริยาลงในประโยค โดยเปลยี่ นให้อยใู่ นรูป

Past continuous เสรจ็ แล้วครขู ออาสาสมัครออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน
3. หนงั สอื เรยี น หน้า 12 Ex. 6 ครูสุ่มเรียกนักเรยี น 4 คน เป็นผ้ถู ามคาถามคนละ 1 ข้อ แล้วใหน้ กั เรยี น

เลอื กเพ่อื นทีจ่ ะเป็นผ้ตู อบคาถาม โดยให้นกั เรียนท่ีเหลอื ตรวจวา่ เพือ่ นถามและตอบคาถามถูกต้อง
หรือไม่ ถา้ ไมถ่ กู ใหช้ ่วยกนั แก้ไข จากนน้ั ครใู ห้นักเรียนสะกดรปู -ing ของคากรยิ า
4. หนงั สือเรยี น หน้า 13 Ex. 7 นักเรยี นเติมประโยคดว้ ยคากรยิ าในวงเล็บ โดยเปลีย่ นให้อยู่ในรปู ที่
ถูกต้อง เสร็จแลว้ ครสู มุ่ เรียกนักเรยี นเป็นคใู่ ห้อ่านประโยคคู่ละ 1 ข้อ เพ่อื ตรวจคาตอบ แลว้ ให้นกั เรียน
ช่วยกกันระบุวา่ คาใดเป็น stative verb

ขนั้ Production
1. ครใู หน้ ักเรยี นแต่งบทสนทนาสั้น ๆ เหมือนใน Ex. 7 มา 3 บทสนทนา โดยใหใ้ ช้คากริยาท้ังรูปPresent

simple และ Present continuous
2. แบบฝกึ หดั (Workbook) หน้า 6 Exs. 1-3 ใหน้ กั เรียนทารว่ มกนั ในชนั้ เรียน
3. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 6-7 Exs. 4-5 ใหน้ ักเรียนทาเป็นการบา้ น

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชดุ SPARK 1 ม. 2
3) แบบฝึกหัด SPARK 2 ม. 2

9. การวัดและประเมนิ ผล

วิธีการวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การผา่ น
ระดบั คุณภาพ พอใช้
สังเกตการพูดขอและใหข้ ้อมลู ของ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้

บคุ คลอืน่ -
-
สังเกตการเปรียบเทียบความเหมอื น แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ ผ่าน

และความแตกตา่ งของตาแหน่ง

คาวิเศษณ์ในประโยคภาษาอังกฤษและ

ภาษาไทย

ตรวจการเขยี นประโยคเกี่ยวกับตนเอง สมุดนกั เรยี น

โดยใชค้ าขึน้ ตน้ ท่ีกาหนด

ตรวจการเขียนประโยคเกีย่ วกับตนเอง สมุดนกั เรยี น

โดยใช้ adverb of frequency

สังเกตความใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ

อนั พงึ ประสงค์

บนั ทกึ ความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศักดิ์ เตยี วศิริชัยสกุล)

ผ้อู านวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดงุ วทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธัญชนติ ชลประทาน)
ครูผู้ชว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4

เรื่อง Grammar 1b เวลา 1 ช่ัวโมง

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี1 At Work, at Play รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101

กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2(A) ภาคเรียนที่ 1

ครูผ้สู อน นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน สอนวนั ท่ี ……………………………………………………………

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดช้ันปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรสู้ กึ และความ

คดิ เหน็ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ตัวชี้วดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปล่ียนข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง เรื่องตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน

ชีวติ ประจาวันอยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่อื งต่าง ๆ โดยการพูดและ
การเขยี น

ตวั ชว้ี ัด
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขียนบรรยายเกยี่ วกับตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/ เหตุการณ์ท่ีอยู่

ในความสนใจของสังคม
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ ไดอ้ ย่าง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ช้วี ดั
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและ วฒั นธรรม

ของเจา้ ของภาษา
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทัง้ ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ช้วี ดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ าลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน สถานศกึ ษา และชมุ ชน

2. สาระสาคญั
การเรียนรูแ้ ละเข้าใจโครงสร้างทางภาษา จะช่วยใหส้ ามารถพดู และเขียนประโยคต่าง ๆ ได้ถูกต้อง

และเหมาะสมตามสถานการณ์ ตลอดจนเกดิ ความเขา้ ใจในความเหมอื นและความตา่ งของภาษาองั กฤษและ
ภาษาไทย

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลของบุคคลอืน่ ได้ (K)
2 เปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกต่างของคาวิเศษณใ์ นภาษาองั กฤษและภาษาไทยได้ (K)
3. เขียนให้ข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเองได้ (P)
4. นกั เรยี นมุง่ มน่ั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Grammar: Present simple & Present continuous

Adverbs of frequency

-ing form & to-infinitive

Pronunciation: /s/, /z/, /Iz/

walks, eats, tidies, reads, watches, finishes

2) Language Skills

Speaking: สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมลู ของบคุ คลอ่นื

Writing: เขียนให้ข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง

เขยี นบทสัมภาษณเ์ ก่ยี วกับอาชพี ของบุคคลในครอบครัว

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

- ความสามารถในการสอื่ สาร
- ความสามารถในการคดิ

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมน่ั ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้น Warm up
1. ครพู ดู คากรยิ ารปู -ing ให้นักเรียนสะกดคาพร้อมกัน (sitting, walking, dying, eating, sleeping,

getting, chopping, playing, listening, raining)
2. ครูส่มุ เรียกนกั เรยี น 3-4 คู่ ให้พดู ถาม-ตอบบทสนทนาส้นั ๆ ทน่ี กั เรยี นแต่งไวเ้ ม่ือชว่ั โมงที่แล้ว

ขัน้ Presentation
1. หนังสือเรียน หน้า 13 Ex. 8 นักเรียนอ่านประโยคพร้อมกัน แลว้ ขีดเสน้ ใตค้ ากริยาในแต่ละประโยค

ครสู มุ่ ถามนักเรยี นวา่ คาใดบา้ งที่เปน็ คากรยิ า นักเรียนตรวจคาตอบของตนเอง

2. ครูให้นกั เรยี นสังเกตคาท่ีพิมพ์ตัวหนาในแตล่ ะประโยคและอ่านออกเสียงตามครพู ร้อมกนั แลว้ ให้

นกั เรียนสงั เกตสเ่ี หลย่ี มเล็ก ๆ ทา้ ยประโยคแตล่ ะประโยค ครถู ามนักเรียนว่าส่เี หลี่ยมเล็ก ๆ นส้ี มั พันธ์

กับคาท่ีพิมพต์ วั หนาอย่างไร

3. ครสู รุปวา่ คาทพ่ี ิมพ์ตวั หนาเหลา่ นเี้ ป็นคาทใ่ี ช้บอกความถีข่ องการกระทา เรียกว่า adverb of

frequency

always = สมา่ เสมอ usually = ปกติ

often = บ่อย ๆ, บอ่ ยครง้ั sometimes = บางครัง้

never = ไม่เคย

สาหรับคาถามทีใ่ ช้ถามความถ่ีของการกระทา คือ How often

4. นกั เรียนอ่านข้อความในกรอบสีฟา้ และเติมข้อความให้ถกู ต้อง เสรจ็ แลว้ ครูให้นักเรียนบอกคาตอบ

พรอ้ ม ๆ กนั

5. ครูส่มุ ถามนักเรยี น 4-5 คน ว่า How often do you go shopping? แลว้ ครูเขยี นคาตอบของนักเรียน

บนกระดาน เชน่ I often go shopping. I always go shopping. ให้นักเรียนในชน้ั ช่วยกนั ตรวจวา่

เพ่ือนใช้ adverb of frequency ในประโยคถูกตอ้ งหรอื ไม่

6. ครสู ุม่ เรียกนักเรยี น 4-5 คน ให้ถามเพื่อนด้วยคาถาม How often do you …? ครูเขยี นคาตอบ

บนกระดาน และให้นักเรียนรว่ มกันตรวจคาตอบ เช่น

S1: How often do you watch a film?

S2: I often watch a film.

S3: How often do you cook dinner?
S4: I never cook dinner.
7. ครเู ขียนคาวา่ now, every day, on Mondays, at the moment บนกระดาน และอธบิ ายวา่ คา
เหล่านใ้ี ชข้ ยายคากรยิ า เพื่อบอกช่วงเวลาในการกระทา เรียกว่า adverb of time เชน่ I go
shopping on Sundays. I am doing homework now. โดยส่วนมากนยิ มวาง adverb of time ไว้
ทา้ ยประโยค ครยู ้าว่า now และ at the moment จะใช้กับ Present continuous
8. ครใู ห้นกั เรียนจบั คชู่ ว่ ยกนั ปรับประโยคคาตอบท่ีครูเขียนไวบ้ นกระดานใหม่ โดยใช้ adverb of time
จากนั้นครสู ุม่ เรียกนกั เรยี นอา่ นประโยคทป่ี รับใหม่ เชน่ I go shopping on Mondays. I’m cooking
dinner at the moment.
9. ครูเขยี นประโยคตามนีบ้ นกระดาน
- I always go shopping because I love shopping.
- I usually swim at weekends because I enjoy swimming.
ครูขีดเส้นใต้ love shopping และ enjoy swimming แล้วถามความหมายจากนักเรียน
10. หนงั สอื เรยี น หน้า 13 Ex. 11 นกั เรยี นอา่ นข้อความในกรอบสีฟ้า แลว้ ครูอธิบายว่าคากริยาท่เี กย่ี วกับ
ความร้สู ึก เชน่ รกั ชอบ ไม่ชอบ เกลียด รวมถึง go จะใชก้ ับคากรยิ า -ing สว่ นคากรยิ า want จะตาม
ดว้ ย to-infinitive

ขนั้ Practice
1. หนังสือเรยี น หน้า 13 Ex. 9 นกั เรียนเขียนประโยคบอกความถข่ี องการกระทาท่ีกาหนดให้ เสรจ็ แล้ว

ครูสมุ่ เรยี กนักเรียนอ่านประโยคคนละ 1 ประโยค
2 I sometimes spend too much money on clothes.
3 I sometimes play my MP3 player too loudly.
4 I am never late for school.
5 I often go to the park.
6 I never talk back to my parents.
7 I always help with the housework.
8 I usually exercise in the morning.
9 I often visit my grandparents.
10 I often surf the Net.

2. หนังสือเรยี น หนา้ 13 Ex. 10 นกั เรียนเขียนประโยคโดยใช้ adverbs of frequency และ adverbs
of time ทีก่ าหนดให้ เสร็จแล้วครูสุ่มเรยี กนกั เรียนอ่านประโยค
I go to school every day.
I’m learning how to cook these days.
I sometimes walk to school.

I have piano lessons on Mondays.
I am writing sentences at the moment.
I usually play football on Saturdays.
I never get up early on Sundays.
3. หนังสอื เรียน หน้า 13 Ex. 12 นกั เรยี นเติมคากรยิ าในวงเล็บลงในประโยค โดยเปล่ยี นให้อยใู่ นรูป -
ing หรอื to-infinitive
4. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปการใช้ adverbs of frequency, adverbs of time และการใช้ v-ing
5. นกั เรียนร่วมกันเปรียบเทยี บตาแหนง่ ของคาวิเศษณ์บอกความถ่ีในประโยคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
รวมท้งั เปรยี บเทยี บว่าในประโยคภาษาไทยมีการเปลย่ี นรูปคากรยิ าเม่ือเป็นประโยคแสดงความร้สู ึก
หรือไม่ พรอ้ มทงั้ ยกตวั อยา่ ง

ข้นั Production
1. หนงั สือเรียน หนา้ 13 Ex. 13 นักเรียนเขียนประโยคเก่ียวกับตนเอง โดยใชค้ าขึ้นต้นที่กาหนดให้

1 I like swimming.
2 I don’t like doing the washing-up.
3 I don’t mind washing the car.
4 I want to be a lawyer when I grow up.
5 I enjoy painting.

6 I don’t want to go out tonight.
2. ครใู หน้ กั เรียนเขียนประโยคเก่ียวกับตนเอง 5 ประโยค โดยใช้ adverb of frequency จากน้ันครู

สุ่มเรียกนกั เรยี นอ่านประโยค คนละ 1 ประโยค

1 I sometimes cook dinner.

2 I always help my mum.
3 I never eat some beef.

4 I usually play computer games.

5 I often chat with friends after dinner.
3. นักเรียนทา Grammar Bank 1 ในแบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 69 Exs. 1-4, หน้า 71 Exs. 5-9,

หน้า 73 Exs. 10-14 ร่วมกนั ในชนั้
4. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 7 Exs. 6-9 ให้นักเรียนทาเป็นการบ้าน

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชดุ SPARK 1 ม. 2
3) แบบฝึกหัด SPARK 2 ม. 2

9. การวัดและประเมินผล

วิธีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การผ่าน
ระดบั คุณภาพ พอใช้
สงั เกตการพดู ขอและให้ข้อมลู ของ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้

บคุ คลอ่ืน -
-
สังเกตการเปรียบเทียบความเหมอื น แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ ผา่ น

และความแตกต่างของตาแหน่ง

คาวิเศษณ์ในประโยคภาษาอังกฤษและ

ภาษาไทย

ตรวจการเขยี นประโยคเกี่ยวกับตนเอง สมุดนักเรียน

โดยใชค้ าขึ้นต้นท่ีกาหนด

ตรวจการเขยี นประโยคเก่ยี วกับตนเอง สมดุ นักเรียน

โดยใช้ adverb of frequency

สงั เกตความใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ

อนั พงึ ประสงค์

บนั ทกึ ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ/ผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตยี วศริ ิชัยสกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธัญชนติ ชลประทาน)
ครผู ชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5

เร่อื ง Skills 1c เวลา 1 ช่ัวโมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่1 At Work, at Play รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ครูผู้สอน นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน สอนวนั ที่ ……………………………………………………

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่อื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องทฟี่ ังและอา่ นจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตัวชว้ี ัด
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเร่อื ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เร่ืองที่ฟงั และอ่าน พรอ้ มทงั้ ให้เหตุผลและยกตัวอย่าง ง่าย
ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
ตัวชี้วัด
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และข่าว/
เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสงั คม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
ตวั ชี้วัด
ต 2.2 ม. 2/2 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งชวี ติ ความเป็นอยูแ่ ละ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย

2. สาระสาคญั
การเรียนรู้เกีย่ วกับใจความสาคญั ใจความสนบั สนุน และเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบตา่ ง ๆ ในการเขียน

จะชว่ ยให้สามารถนาคาศัพท์และประโยคไปใช้ในการเขียนไดอ้ ย่างถกู ต้องตามโครงสร้างของการเขยี น

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกรายละเอียดของเรื่องท่อี า่ นได้ (K)
2 เปรยี บเทียบข้อมูลท่ีอา่ นกับขอ้ มลู ของไทยได้ (K)
3. เขียนโฆษณา Safari หรือ Leisure Park ในประเทศไทยได้ (P)
4. นักเรียนมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Verb (adopt)

Nouns (amusement park, rides, attractions, ghost train,

experience, buddy, wildlife project)

Adjectives (rare, brave)

Functions: Talking about the leisure park

I’d like to see all the animals and go on the rides there.

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะ

Speaking: เปรยี บเทียบ Safari และ Leisure Park ในประเทศไทยกบั West Midland

Safari and Leisure Park

Reading: อา่ นเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขยี นโฆษณา

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคิด

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

- ใฝเ่ รยี นรู้
- มงุ่ มัน่ ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ัน Warm up
1. นกั เรยี นดภู าพในหนังสือเรียน หนา้ 14 แลว้ ครูถามวา่ What animals can you see on this page?
Have you ever seen them?
2. ครูเขียน Safari and Leisure Park บนกระดาน ให้นักเรียนอา่ นพร้อมกัน

ขั้น Presentation
1. หนังสอื เรียน หนา้ 14 Ex. 1a ครูถามคาถาม What do you think a safari and leisure park is?

ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น
I think a safari and leisure park is a place where you can see wild animals and
other amusements.

2. หนงั สือเรยี น หน้า 14 Ex. 1b นักเรียนอา่ นกจิ กรรมที่กาหนดให้พรอ้ มกัน แล้วครแู บ่งนักเรียนเปน็
กลมุ่ กลมุ่ ละ 3-5 คน ให้แตล่ ะกล่มุ พิจารณาว่ากิจกรรมใดทสี่ ามารถทาใน West Midland Safari
and Leisure Park ได้

3. ครบู อกนักเรียนว่าจะได้ฟังเรื่อง Welcome to West Midland Safari and Leisure Park ให้
นักเรียนฟังและจดบันทึกกิจกรรมทีส่ ามารถทาใน West Midland Safari and Leisure Park จากนัน้
ครูเปดิ CD ให้นกั เรยี นฟงั

4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มอภปิ รายรว่ มกนั เกย่ี วกับกิจกรรมท่ีไดย้ ิน จากนัน้ ครสู ่มุ ถามแตล่ ะกลุ่ม และเขียน
คาตอบบนกระดาน
I can drive through the park, watch animals, go river rafting, feed the
animals, have a fun water experience and adopt animal.

5. นักเรยี นอา่ นออกเสียงคาศัพท์ในกรอบ Check these words และชว่ ยกนั บอกความหมาย ถา้ คาใดที่
ไมร่ ู้ใหเ้ ปดิ พจนานุกรมหาความหมาย
rare (adj) = not seen or found very often (ซึง่ หายาก)
ride (n) = a large machine that people ride on for fun at a fair (เครือ่ งเล่น
ในสวนสนุก)
adopt (v) = to accept (รับ)
buddy (n) = a friend (เพ่อื น)

6. หนังสือเรียน หน้า 14 Ex. 1c นกั เรยี นบอกช่ือสัตว์ท่ีเหน็ ในภาพ และสะกดคาศพั ทพ์ ร้อมกนั
1 A giraffe 2 A rhino 3 An elephant 4 The zebras

ขั้น Practice
1. THINK! หนงั สอื เรียน หนา้ 14 ครูอธบิ ายว่าใหน้ ักเรยี นสมมติว่าตอ้ งการไป West Midland Safari

and Leisure Park แลว้ เขียนประโยคบอกเหตุผลทีต่ ้องการไปตามความคิดเห็นของตนเอง
... I’d like to see all the animals and go on the rides there. It sounds like
a great place.

2. ครสู ุ่มเรยี กนักเรียน 3-4 คน อา่ นประโยคใหเ้ พ่ือนฟัง ครูเขียนประโยคบนกระดาน จากนั้นถามนักเรียน
ในชัน้ วา่ ใครมเี หตุผลต่างไปจากเพื่อน ให้นกั เรยี นคนดังกล่าวบอกเหตผุ ลของตนเอง

ขน้ั Production
1. หนังสือเรยี น หนา้ 14 Ex. 3 ครใู หน้ ักเรียนช่วยกนั บอกชื่อของ Safari และ Leisure Park ในประเทศ

ไทย จากน้นั ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มระดมสมองเกยี่ วกับสัตวแ์ ละกิจกรรมที่มีใน Safari ในประเทศไทย
และกจิ กรรมที่สามารถทาใน Leisure Park ให้แตล่ ะกลุ่มจดบนั ทึกข้อมูลท่ีไดจ้ ากการระดมสมอง
2. ครูให้ตวั แทนกลุ่มแตล่ ะกล่มุ นาเสนอข้อมูลท่ีไดจ้ ากการระดมสมอง แล้วใหน้ ักเรยี นเปรยี บเทยี บข้อมลู
ของกลมุ่ ตนเองกับกลมุ่ อืน่ และบันทกึ ข้อมูลเพ่มิ เติมหากเหน็ ด้วยกบั ข้อมลู ท่กี ลุ่มอื่นนาเสนอ จากนน้ั
ให้นักเรยี นร่วมกนั เปรยี บเทียบ Safari และ Leisure Park ในประเทศไทยกับ West Midland Safari
and Leisure Park เกยี่ วกับสตั วแ์ ละกจิ กรรมทส่ี ามารถทาได้
3. ครูใหแ้ ตล่ ะกลุม่ เกบ็ ข้อมลู ไวเ้ พื่อทากิจกรรมในช่วั โมงหนา้

4. นกั เรยี นทา Language Review 1c Ex. 3 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 105 ร่วมกันในช้ัน
5. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 8 Exs. 1-3 ให้นกั เรียนทาเปน็ การบ้าน

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-อังกฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์
6) ตัวอย่างโฆษณาสถานท่ีทอ่ งเที่ยว

9. การวัดและประเมินผล

วธิ กี ารวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การผ่าน
ร้อยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอา่ น แบบฝกึ หัด (Workbook) ระดบั คุณภาพ พอใช้

สังเกตการเปรยี บเทยี บข้อมลู ที่อา่ นกบั แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้
ระดบั คุณภาพ ผา่ น
ข้อมลู ของไทย

ประเมินชิ้นงานโฆษณา แบบประเมนิ ช้นิ งาน

สังเกตความใฝเ่ รยี นรู้และความมุ่งมั่น แบบประเมินคณุ ลักษณะ

ในการทางาน อันพึงประสงค์

บนั ทกึ ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ/ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ...................................................
(นายทนงศักด์ิ เตยี วศริ ชิ ยั สกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรียนเหล่าฝ้ายผดุงวิทย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน)
ครผู ูช้ ่วยโรงเรียนเหล่าฝา้ ยผดุงวิทย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6

เร่ือง Skills 1c เวลา 1 ชั่วโมง หน่วย

การเรยี นร้ทู ่ี1 At Work, at Play รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1

ครูผู้สอน นางสาวธัญชนิต ชลประทาน สอนวันที่ ……………………………………………..

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั ช้ันปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรือ่ งท่ฟี งั และอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมเี หตผุ ล
ตวั ช้วี ัด
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเรือ่ ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับเร่ืองท่ีฟังและอา่ น พร้อมทง้ั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อย่าง งา่ ย
ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการ
พดู และการเขียน
ตัวชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวัน ประสบการณ์ และข่าว/
เหตุการณท์ ่ีอยูใ่ นความสนใจของสังคม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของ
ภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
ตวั ชีว้ ัด
ต 2.2 ม. 2/2 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งชวี ิตความเปน็ อยแู่ ละ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย

2. สาระสาคัญ
การเรยี นรูเ้ กยี่ วกบั ใจความสาคญั ใจความสนบั สนุน และเข้าใจเกย่ี วกับรปู แบบตา่ ง ๆ ในการเขียน

จะชว่ ยใหส้ ามารถนาคาศัพท์และประโยคไปใช้ในการเขียนได้อย่างถกู ต้องตามโครงสร้างของการเขยี น

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกรายละเอียดของเร่ืองที่อา่ นได้ (K)
2 เปรียบเทยี บข้อมูลที่อา่ นกับข้อมลู ของไทยได้ (K)
3. เขยี นโฆษณา Safari หรือ Leisure Park ในประเทศไทยได้ (P)
4. นกั เรยี นมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Verb (adopt)

Nouns (amusement park, rides, attractions, ghost train,

experience, buddy, wildlife project)

Adjectives (rare, brave)

Functions: Talking about the leisure park

I’d like to see all the animals and go on the rides there.

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่ือหาขอ้ มูลเฉพาะ

Speaking: เปรียบเทียบ Safari และ Leisure Park ในประเทศไทยกบั West Midland

Safari and Leisure Park

Reading: อา่ นเพื่อหาข้อมลู เฉพาะ

Writing: เขียนโฆษณา

5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคดิ

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มงุ่ มั่นในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
1. ครูใหน้ ักเรยี นจับกลมุ่ เดมิ จากช่ัวโมงทแี่ ล้ว แลว้ ให้แตล่ ะกลมุ่ บอกกิจกรรมท่ีสามารถทาใน West
Midland Safari and Leisure Park หรอื สตั ว์ที่อย่ใู น West Midland Safari and Leisure Park
มากลมุ่ ละ 1 อยา่ ง และครูเขียนขอ้ มูลบนกระดาน
2. ครขู ออาสาสมัครจากแตล่ ะกลมุ่ กล่มุ ละ 1 คน พูดประโยค I want to visit West Midland Safari
and Leisure Park because … โดยเลอื กเหตผุ ลจากขอ้ มลู ทเ่ี ขียนบนกระดาน

ขั้น Presentation
1. นักเรียนเปดิ หนังสอื เรียน หน้า 14 แลว้ ครูเปิด CD ใหน้ ักเรียนฟงั เรอ่ื ง Welcome to West Midland

Safari and Leisure Park และอา่ นออกเสยี งตาม

2. ครสู ุ่มเรยี กนกั เรียน 2-3 คน อ่านเรอ่ื ง Welcome to West Midland Safari and Leisure Park
สาหรับนักเรยี นท่ยี งั อ่านออกเสียงไม่ถูกต้องใหอ้ ่านตามครู

3. หนงั สือเรยี น หน้า 14 Ex. 2 ครบู อกนักเรียนว่าเดก็ ผูห้ ญงิ ในภาพ คอื Martha แลว้ ให้นักเรียนอ่าน
คาถามของ Martha เม่ือเขา้ ใจคาถามแล้วให้แต่ละกลุ่มอา่ นเรื่อง Welcome to West Midland
Safari and Leisure Park อีกครัง้ แล้วตอบคาถาม จากนั้นครูขออาสาสมัครตอบคาถาม และตรวจ
คาตอบรว่ มกนั

4. ครูสนทนากบั นักเรียนเก่ียวกับประเภทของข้อความที่อ่านวา่ เปน็ ขอ้ ความประเภทใด เช่น บทความ
จดหมาย บนั ทกึ โฆษณา เป็นตน้ แล้วครสู รปุ หลงั จากนกั เรียนแสดงความคิดเห็นวา่ คือ บทความ

5. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ดรู ปู แบบการเขียนของเรื่อง Welcome to West Midland Safari and
Leisure Park และสรปุ รว่ มกัน

ขั้น Practice
1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ปรับเปลี่ยนกิจกรรมตา่ ง ๆ ในเร่อื ง Welcome to West Midland Safari

and Leisure Park รวมทง้ั ตัง้ ช่ือ Safari and Leisure Park ใหม่
Welcome to Wild Animal Safari and Leisure Park

Our Safari and Leisure Park is for everyone! Families and other visitors
can watch and feed animals. Other exciting activities include horse-back
and elephant-back safaris. Visit the amusement park with its 30 rides and
attractions. Go on the ghost train or go white-water rafting. Be a brave
firefighter and have a fun water experience. Adopt a “buddy” and help
wildlife projects in Africa. Have a great time.

2. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ อ่านขอ้ ความทป่ี รับใหม่ โดยใหก้ ลุ่มอ่นื จดบนั ทึกวา่ ข้อความท่ีเพ่ือนอา่ นน้นั มี
การปรับกจิ กรรมอะไรบ้าง

3. ครสู มุ่ เรียกนักเรียน 3-4 กลุม่ ใหบ้ อกกิจกรรมใหมข่ องกลมุ่ อ่ืนมา 1 กจิ กรรม นักเรยี นสามารถเลือก
ขอ้ มลู ของกลุ่มใดมารายงานก็ได้ แล้วครูเขียนกิจกรรมที่นักเรียนบอกบนกระดาน จากนน้ั ให้นกั เรียน
อา่ นกิจกรรมบนกระดานพรอ้ มกนั

ขนั้ Production
1. หนังสือเรียน หน้า 14 Ex. 4 นักเรยี นแต่ละกลุม่ ชว่ ยกนั เขียนโฆษณา Safari หรือ Leisure Park ใน

ประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลท่ีได้จากการระดมสมองเมื่อช่วั โมงที่แล้ว จากนน้ั ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่
อ่านโฆษณาของกลุ่มตนเอง
2. ครใู ห้แต่ละกลุม่ นาโฆษณาทเี่ ขียนในวันน้ไี ปทาเป็นช้นิ งานโฆษณา โดยออกแบบและใส่ภาพประกอบให้
สวยงามและนา่ สนใจ โดยครูอาจจะเตรียมตวั อย่างโฆษณาสถานที่ท่องเท่ยี ว 2-3 โฆษณา มาให้
นกั เรียนดูเปน็ ตวั อย่าง
3. แบบฝกึ หัด (Workbook) หนา้ 9 Ex. 6 ให้นกั เรียนฟงั CD แล้วเลือกคาตอบที่ถกู ต้อง
4. แบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 9 Ex. 7 ให้นักเรยี นฟัง CD แล้วเติมคาลงในชอ่ งว่าง

5. แบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 9 Exs. 4-5 ใหน้ ักเรียนทาเป็นการบา้ น

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมอังกฤษ-องั กฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์
6) ตวั อย่างโฆษณาสถานท่ีทอ่ งเทย่ี ว

9. การวัดและประเมนิ ผล

วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารผ่าน
รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบฝึกหดั (Workbook) ระดบั คุณภาพ พอใช้

สังเกตการเปรียบเทยี บข้อมูลทีอ่ ่านกับ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้
ระดับคุณภาพ ผ่าน
ขอ้ มลู ของไทย

ประเมนิ ชิน้ งานโฆษณา แบบประเมนิ ชิน้ งาน

สงั เกตความใฝ่เรยี นรู้และความมุ่งมั่น แบบประเมินคณุ ลักษณะ

ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์

บนั ทึกความคิดเห็นของผู้อานวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตยี วศิริชัยสกุล)

ผ้อู านวยการโรงเรียนเหล่าฝ้ายผดงุ วิทย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน)
ครผู ชู้ ่วยโรงเรยี นเหลา่ ฝา้ ยผดุงวิทย์
.........../............/.............


Click to View FlipBook Version