The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanchanit, 2022-09-26 14:24:57

วิชาภาษาอังกฤษ ม.2

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7

เรอื่ ง Everyday English 1d เวลา 1 ช่วั โมง

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี1 At Work, at Play รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวชิ า อ21101

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ครผู ูส้ อน นางสาวธัญชนติ ชลประทาน สอนวนั ท่ี ……………………………………………………………

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัดชน้ั ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่อื งทฟี่ ังและอ่านจากสอ่ื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น

อย่างมเี หตุผล
ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม. 2/2 อ่านออกเสียงข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทร้อยกรองสัน้ ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหัวข้อเรอ่ื ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail) และ

แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเร่ืองท่ีฟงั และอา่ น พร้อมท้ังให้เหตผุ ลและยกตัวอยา่ ง
งา่ ย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรูส้ ึกและ
ความคดิ เห็นอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวช้ีวัด
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปลย่ี นข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง เร่ืองตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ต่าง ๆ
ในชวี ิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม. 2/2 ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายตามสถานการณ์
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้
ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตวั ชว้ี ดั
ต 2.1 ม. 2/1 ใช้ภาษา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทงั้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
ตวั ช้วี ดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองทีเ่ กดิ ขึน้ ในหอ้ งเรียน
สถานศกึ ษา และชุมชน
2. สาระสาคัญ
การเรียนรแู้ ละเขา้ ใจเก่ียวกับเนื้อหาท่ศี ึกษา จะชว่ ยใหส้ ามารถนาคาศัพท์ ประโยคต่าง ๆ ไปใชใ้ นการ
พูด/เขยี นสอ่ื สารได้อย่างถกู ต้อง ตลอดจนมีความเขา้ ใจในวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อ่านออกเสยี งบทสนทนาถูกต้องตามหลกั การอ่านได้ (K)
2 บอกใจความสาคัญและรายละเอียดของบทสนทนาท่ีฟังและอา่ นได้ (K)
3. แตง่ บทสนทนาตามสถานการณท์ ่ีกาหนดให้ได้ (P)
4. นกั เรียนมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Making suggestions (Why don’t we …?, How about …?, Do you

fancy …?, What time …?, Let’s meet at …, What do you think …?)

Agreeing (Yes, that’s a good idea., That’s sounds great., I’d like

that., Why not?)

Disagreeing (I don’t think so., No, I don’t feel like it., That’s not

a good idea., I’d rather not.)

Functions: Making suggestions

Why don’t we go to the cinema?

How about having a picnic in the park?

Pronunciation: /eI/

playing, sailing, painting, Friday

2) Language Skills

Listening: ฟังเพื่อจับใจความสาคัญ

Speaking: พูดให้คาแนะนา ตอบรบั และปฏเิ สธคาแนะนา

Reading: อ่านเพ่ือหาข้อมลู เฉพาะ

Writing: แต่งบทสนทนาตามสถานการณท์ กี่ าหนด

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคดิ

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งม่ันในการทางาน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั Warm up
1. ครถู ามนักเรียนวา่ What day is today? ครเู ขียนคาตอบบนกระดาน แล้วถามต่อว่า What day do
you like? ครเู ขยี นคาตอบบนกระดาน จากนน้ั เขยี นคาว่า weekend และ weekday

2. ครถู ามนักเรยี นว่า Do you come to school on weekend or weekday? Do you go to the
sea on weekday? Do your parents go to work on weekday?

3. ครถู ามความหมายของ weekend และ weekday นกั เรยี นช่วยกันบอกความหมาย จากนน้ั ให้
นกั เรียนอ่านออกเสียง weekend และ weekday พร้อมกัน

ข้ัน Presentation
1. ครูเขยี นคาต่อไปนี้บนกระดาน say, snail, May, day, bay, faint บนกระดาน แล้วออกเสยี งให้

นกั เรยี นฟังทีละคา ให้นักเรยี นบอกวา่ คาเหล่าน้อี อกเสยี งสระอยา่ งไร (/eI/) จากนั้นครูให้นักเรยี นอา่ น
ออกเสียงคาศพั ท์บนกระดาน 2 ครงั้ แลว้ ครสู ุ่มเรยี กนักเรียนอา่ นออกเสยี งทลี ะคน
2. หนงั สือเรียน หน้า 15 Ex. 6 ครูเปิด CD ใหน้ ักเรียนฟังประโยคและขีดเสน้ ใต้พยางค์ทอี่ อกเสียง /eI/
จากนั้นตรวจร่วมกัน แลว้ ครเู ปิด CD อกี ครง้ั ใหน้ ักเรียนฟงั และออกเสียงตาม
3. หนังสอื เรยี น หนา้ 15 Ex. 1a ครเู ปิด CD โดยหยุดทีละประโยค ให้นักเรยี นฟังและขีดเส้นใต้พยางค์ท่ี
เนน้ เสยี ง แลว้ ครเู ปดิ CD อกี ครงั้ ให้นักเรยี นออกเสียงตาม จากนั้นให้นกั เรยี นชว่ ยกนั ระบพุ ยางค์ท่ีเนน้
เสยี งในแตล่ ะประโยค
4. ครสู ุ่มเรียกนกั เรยี นอา่ นออกเสียงคนละ 1 ประโยค โดยให้นกั เรยี นออกเสยี งเน้นหนักให้ถูกต้อง
5. หนงั สือเรียน หน้า 15 Ex. 1b ครูบอกนักเรยี นว่าจะได้ฟังบทสนทนาระหวา่ ง Tim และ Emily
ใหน้ กั เรยี นปิดหนงั สอื เรยี น และตั้งใจฟงั บทสนทนาวา่ ท้งั 2 คนคยุ เกีย่ วกับเร่ืองอะไร
6. ครูให้นกั เรยี นฟังบทสนทนาอีกครัง้ โดยจดบนั ทึกประโยคที่เป็นประโยคแนะนา ถา้ นักเรยี นฟัง ไม่
ทนั ครใู ห้ฟังอีกครง้ั จากนั้นให้นกั เรียนช่วยกนั บอกประโยคทไี่ ด้ยนิ แลว้ ครูเขียนประโยค บน
กระดาน
7. นักเรียนเปิดหนงั สือเรียน หน้า 15 อา่ นออกเสียงบทสนทนาพรอ้ มกนั เสรจ็ แล้วให้นักเรยี นตรวจ
ประโยคบนกระดาน

ขัน้ Practice
1. หนังสอื เรยี น หนา้ 15 Ex. 2 นกั เรียนอ่านคาถามท่ีกาหนดให้ ขีดเสน้ ใตค้ าสาคญั แลว้ อ่านบทสนทนา

เพ่ือหาส่วนทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับคาที่ขีดเสน้ ใต้ จากนั้นให้นักเรยี นตอบคาถาม ครูขออาสาสมัครบอกคาตอบ
แลว้ ใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบของตนเอง
2. นักเรียนฝกึ อา่ นออกเสียงบทสนทนา โดยครแู บ่งนกั เรยี นเป็น 2 กลุ่ม ใหก้ ลมุ่ ที่ 1 อ่านบทของ Tim
และกลุม่ ท่ี 2 อา่ นบทของ Emily จากนัน้ สลบั กัน
3. ครูสมุ่ เลขท่ีเพอ่ื เรียกนักเรียนให้อ่านบทสนทนา 4-5 คู่

ขน้ั Production
1. หนังสอื เรียน หนา้ 15 Ex. 3 นกั เรียนจบั คฝู่ ึกสนทนาตามบทสนทนา โดยแสดงสหี นา้ ท่าทาง และใช้

น้าเสียงให้เขา้ กับสถานการณ์ ครูเดินสังเกตรอบ ๆ ช้นั เรียน จากน้ันครูส่มุ เรียกนักเรยี น 3-4 คู่ แสดง
บทบาทสมมติเป็น Tim และ Emily แล้วครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นแต่ละค่มู าอา่ นบทสนทนาให้ครฟู งั
นอกเวลาเรียน
2. นักเรียนอ่านประโยคใน Ex. 1a อกี ครงั้ พร้อมกัน แล้วชว่ ยกันบอกความหมายของประโยค

3. นักเรยี นทา Language Review 1d Ex. 4 ในหนงั สือเรยี น หน้า 105 รว่ มกนั ในชน้ั

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์

9. การวดั และประเมนิ ผล

วิธีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การผา่ น
แบบประเมินการอ่านออกเสียง ระดบั คุณภาพ พอใช้
ประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทสนทนา แบบฝกึ หดั (Workbook) รอ้ ยละ 60

ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบประเมนิ การเขียน ระดบั คุณภาพ พอใช้
บทสนทนา
แบบประเมนิ การแสดงบทสนทนา/ ระดับคุณภาพ พอใช้
ประเมนิ การแต่งบทสนทนาตาม บทบาทสมมติ
สถานการณ์ท่ีกาหนด แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ ผา่ น
อนั พงึ ประสงค์
ประเมนิ การพดู สนทนาใหค้ าแนะนา
ตามสถานการณ์ที่กาหนด

สงั เกตความใฝเ่ รียนรู้และความมงุ่ มนั่
ในการทางาน

บนั ทึกความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ/ผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ...................................................
(นายทนงศกั ดิ์ เตียวศริ ิชัยสกุล)

ผู้อานวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดุงวิทย์
.........../............/.............

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน)
ครูผูช้ ว่ ยโรงเรยี นเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 8

เร่ือง Everyday English 1d เวลา 1 ชั่วโมง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี1 At Work, at Play รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ21101

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 2(A) ภาคเรียนท่ี 1

ครผู ูส้ อน นางสาวธัญชนติ ชลประทาน สอนวันที่ ……………………………………………………………..

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั ชั้นปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพอื่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็

อยา่ งมเี หตผุ ล
ตัวช้วี ดั
ต 1.1 ม. 2/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทร้อยกรองสนั้ ๆ ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเร่ือง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนนุ (supporting detail) และ

แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั เร่ืองท่ีฟังและอ่าน พร้อมทั้งใหเ้ หตผุ ลและยกตัวอย่าง
งา่ ย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และ
ความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
ตวั ช้ีวดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปลย่ี นข้อมลู เกย่ี วกบั ตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ต่าง ๆ
ในชีวติ ประจาวนั อย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม. 2/2 ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธบิ ายตามสถานการณ์
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้
ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตัวชี้วัด
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา น้าเสียง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่าง ๆ ทัง้ ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม
ตัวชี้วัด
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองที่เกิดขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
สถานศกึ ษา และชุมชน
2. สาระสาคัญ
การเรียนร้แู ละเขา้ ใจเก่ยี วกบั เนื้อหาทศ่ี ึกษา จะชว่ ยให้สามารถนาคาศัพท์ ประโยคต่าง ๆ ไปใชใ้ นการ
พดู /เขียนส่อื สารได้อยา่ งถูกต้อง ตลอดจนมคี วามเข้าใจในวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อา่ นออกเสียงบทสนทนาถูกต้องตามหลักการอ่านได้ (K)
2 บอกใจความสาคัญและรายละเอียดของบทสนทนาท่ีฟงั และอา่ นได้ (K)
3. แตง่ บทสนทนาตามสถานการณท์ ่ีกาหนดให้ได้ (P)
4. นักเรียนมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Making suggestions (Why don’t we …?, How about …?, Do you

fancy …?, What time …?, Let’s meet at …, What do you think …?)

Agreeing (Yes, that’s a good idea., That’s sounds great., I’d like

that., Why not?)

Disagreeing (I don’t think so., No, I don’t feel like it., That’s not

a good idea., I’d rather not.)

Functions: Making suggestions

Why don’t we go to the cinema?

How about having a picnic in the park?

Pronunciation: /eI/

playing, sailing, painting, Friday

2) Language Skills

Listening: ฟงั เพื่อจบั ใจความสาคัญ

Speaking: พดู ให้คาแนะนา ตอบรบั และปฏิเสธคาแนะนา

Reading: อา่ นเพ่ือหาข้อมลู เฉพาะ

Writing: แต่งบทสนทนาตามสถานการณ์ทีก่ าหนด

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
- ความสามารถในการสือ่ สาร
- ความสามารถในการคิด

6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
- มุ่งม่ันในการทางาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้น Warm up
ครสู นทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับประโยคแนะนาทเ่ี รียนเม่ือชั่วโมงทแี่ ลว้ และขออาสาสมัครยกตวั อย่าง
ประโยคแนะนา 2-3 คน

ขั้น Presentation
1. ครใู ห้นักเรียนเปดิ หนงั สือเรียน หน้า 15 แลว้ อา่ นประโยคในกรอบสีแดงพร้อมกนั ซ่ึงเป็นประโยคให้

คาแนะนา ตอบรบั และปฏิเสธคาแนะนา แล้วครยู กตัวอย่างประโยคแนะนาบนกระดาน เชน่
Why don’t we go to the cinema?
How about having a picnic in the park?
Do you fancy going out for dinner?
Let’s go shopping.

ให้นักเรยี นสงั เกตคาทตี่ ามหลัง Why don’t we, How about, Do you fancy, Let’s แล้วบอกครวู ่า
วลเี หล่าน้ีตามดว้ ยคาประเภทใด จากน้นั ครสู รปุ ให้ฟงั อีกคร้ัง

Why don’t we + v 1
How about + v -ing
Do you fancy + v -ing
Let’s + v 1
2. ครูบอกนักเรียนว่าครจู ะพดู ขึ้นต้นประโยคแนะนา และขออาสาสมคั รต่อประโยคของครูใหส้ มบรู ณ์
และเรยี กเพ่อื นอีก 1 คน ให้เปน็ ผู้ตอบ จะตอบรับหรือปฏิเสธคาแนะนาก็ได้ เชน่
T: How about …?
S1: How about having pizza?
S2: I’d rather not.
T: Why don’t we …?
S1: Why don’t we go to swimming pool?
S2: That sounds great.
ในขณะท่นี ักเรยี นพดู ถาม-ตอบ ครูเขียนประโยคของนักเรียนบนกระดาน
3. ครูแบง่ นักเรยี นเป็น 2 กล่มุ ใหก้ ลุ่มที่ 1 อา่ นประโยคแนะนา และกลมุ่ ท่ี 2 อ่านประโยคคาตอบ
จากนน้ั สลับบทบาทกัน

ขั้น Practice
1. หนงั สือเรียน หนา้ 15 Ex. 4 นกั เรยี นอา่ นประโยค 1-4 พรอ้ มกัน แล้วหาประโยคในบทสนทนาทมี่ ี

ความหมายเหมือนกับประโยคเหลา่ นี้
2. หนังสอื เรยี น หนา้ 15 Ex. 5 นักเรยี นจับคกู่ ันแต่งบทสนทนา โดยเปล่ียนข้อมลู ในบทสนทนา Ex. 1b

ทพ่ี ิมพ์ดว้ ยสีฟา้ เป็นข้อมลู ของนักเรยี นเองตามสถานการณ์ท่ีกาหนด ครใู ห้นักเรียนเลอื กใชค้ าแนะนา
คาตอบรบั และตอบปฏเิ สธจากกรอบสแี ดง ครเู ดนิ สงั เกตการทางานของนักเรยี นและคอยใหค้ าแนะนา
3. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละคู่ฝึกสนทนากัน ครูเดนิ สังเกตการสนทนาของนักเรยี น

ข้ัน Production
1. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละคู่ออกมาสนทนาทห่ี นา้ ช้นั เรยี น โดยใหน้ ักเรยี นใช้น้าเสยี งใหเ้ หมาะสมกับ

สถานการณ์
2. แบบฝกึ หดั (Workbook) หนา้ 10 Exs. 4-5 ให้นักเรียนทาเป็นการบา้ น

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่ือฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมอังกฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์

9. การวัดและประเมินผล

วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การผา่ น
แบบประเมินการอา่ นออกเสยี ง ระดบั คุณภาพ พอใช้
ประเมินการอา่ นออกเสียงบทสนทนา แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60

ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบประเมินการเขยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
บทสนทนา
แบบประเมนิ การแสดงบทสนทนา/ ระดบั คุณภาพ พอใช้
ประเมนิ การแต่งบทสนทนาตาม บทบาทสมมติ
สถานการณ์ทก่ี าหนด แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ ผา่ น
อนั พึงประสงค์
ประเมินการพดู สนทนาใหค้ าแนะนา
ตามสถานการณ์ท่ีกาหนด

สงั เกตความใฝเ่ รียนรู้และความมุง่ ม่นั
ในการทางาน

บนั ทึกความคิดเห็นของผู้อานวยการ/ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ...................................................
(นายทนงศกั ดิ์ เตยี วศิริชัยสกลุ )

ผู้อานวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดุงวิทย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9

เรือ่ ง Across cultures 1e เวลา 1 ชัว่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่1 At Work, at Play รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ21101

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ครผู สู้ อน นางสาวธัญชนติ ชลประทาน สอนวันท่ี ……………………………………………………………..

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัดชนั้ ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งท่ีฟงั และอ่านจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อยา่ งมีเหตผุ ล
ตัวชีว้ ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลือกหัวข้อเรือ่ ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail) และ
แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องท่ีฟังและอา่ น พร้อมทั้งให้เหตผุ ลและยกตวั อย่าง
ง่าย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
ตวั ชี้วดั
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวัตรประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตุการณ์ที่อยใู่ นความสนใจของสังคม

2. สาระสาคัญ
การเรียนร้เู กีย่ วกบั ใจความสาคญั ใจความเฉพาะ และเขา้ ใจเกย่ี วกบั โครงสร้างของบทอ่าน จะชว่ ยให้

สามารถเขียนขอ้ ความได้อยา่ งถูกต้อง

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกรายละเอียดของเร่ืองท่อี า่ นได้ (K)
2 เขยี นเรยี งความตามประเด็นท่ีกาหนดให้ได้ (P)
3. นักเรยี นม่งุ มนั่ ในการทางาน (A)
4.

4. สาระการเรียนรู้

1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (last, play against)
Nouns (team, competition, match, championship, field)
Adjectives (professional, diamond-shaped)
Phrases ((be) crazy about, all year round)
Functions: Describing sports teenagers play

Basketball is one of the most popular sports in Thailand and

many teenagers are crazy about it.

2) Language Skills

Reading: อ่านเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขียนเก่ียวกับกีฬาท่วี ยั รนุ่ ไทยนยิ มเล่น

3) Cultures กีฬาในทอ้ งถิ่น

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคิด

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ ม่ันในการทางาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั Warm up
1. ครูสนทนากับนักเรยี นเกยี่ วกับกจิ กรรมท่ีคนไทยส่วนใหญท่ าในเวลาวา่ ง
2. ครถู ามนักเรยี นว่า ใครบ้างที่เลน่ กฬี าในเวลาว่าง และส่วนใหญ่นกั เรยี นเลน่ กีฬาอะไร
3. ครถู ามนักเรียนวา่ กฬี าอะไรบ้างทเ่ี ปน็ ที่นิยมของคนไทย
ขน้ั Presentation
1. ครูเขยี นคาว่า National Pastimes บนกระดาน แล้วใหน้ กั เรยี นเดาว่าจากคาดังกลา่ วนักเรียนจะได้
เรยี นเกีย่ วกบั อะไร
2. ครเู ขยี นหัวขอ้ “India: crazy about cricket” และ “USA: baseball nation” ครถู ามนกั เรยี นวา่ 2
หัวข้อนม้ี ีอะไรทค่ี ล้ายกนั (ช่ือประเทศ และชื่อกฬี า) จากนั้นใหน้ กั เรยี นคาดเดาใหมว่ า่ จากทัง้ 2 หวั ข้อ
นกั เรียนจะไดเ้ รียนเกย่ี วกบั อะไร
3. หนงั สอื เรียน หน้า 16 Ex. 1 ครถู ามนักเรยี นว่า ใครชอบกีฬาคริกเก็ตและเบสบอลบา้ ง และใครเลน่
กฬี าทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ (ให้นกั เรียนยกมอื หากมีนักเรยี นทีส่ ามารถเลน่ กีฬาดังกลา่ วได้ ครูอาจจะให้
นกั เรียนสรุปวธิ ีการเล่นให้เพ่ือนในห้องฟงั )
4. ครูแบง่ นักเรยี นเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แล้วแจก Worksheet 1 และ 2 (อยทู่ า้ ยแผน ฯ Across
cultures 1e) ให้ทกุ กล่มุ ซ่งึ Worksheet 1 จะเปน็ ประโยคจากเร่ือง National Pastimes จานวน 8
ประโยค ใหน้ ักเรยี นจัดกลุม่ ประโยคเป็น 2 กลุ่ม ตามหัวข้อ “India: crazy about cricket” และ
“USA: baseball nation” สว่ น Worksheet 2 ใหน้ ักเรยี นดปู ระโยคใน Worksheet 1 ซึง่ คาศัพท์
บางคาจะมีหมายเลข 1-11 กากับไว้ ใหน้ ักเรยี นจบั คู่คาศพั ท์ดังกล่าวกบั ความหมาย
5. นกั เรียนอา่ นออกเสยี งประโยคตามครูทีละประโยคตัง้ แต่ประโยคท่ี 1-8 แล้วครูสุ่มเรยี กนักเรียนให้อา่ น
ทลี ะกลมุ่ พร้อมกัน

6. ครูให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ จัดกลุม่ ประโยค และจบั คู่คาศัพท์กบั ความหมาย โดยครูขดี เส้นใต้คาศัพท์และ
ใส่หมายเลขคาศพั ทก์ ากบั ในแถบประโยค เพือ่ ชว่ ยให้นักเรียนเดาความหมายได้

7. ครูขออาสาสมัครจากแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอการจัดกลมุ่ ประโยคและการจับค่คู าศัพท์กบั ความหมาย

ข้นั Practice
1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ ฝึกอา่ นคาศัพท์และประโยค
2. ครูสมุ่ เรยี กนกั เรยี น 2-3 กลุ่ม อ่านประโยคของหัวขอ้ “India: crazy about cricket” และสุ่มเรยี กอีก

2-3 กลุ่ม อ่านประโยคของหัวข้อ “USA: baseball nation”
3. ครใู หน้ ักเรยี นอา่ นคาศพั ทท์ ้งั หมดพร้อมกัน

ขั้น Production
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั เขยี นประโยค 5- 6 ประโยค เก่ยี วกับกฬี าที่นักเรียนรจู้ ักมากลุ่มละ 1

ประเภท โดยดบู ทอ่านหัวข้อ “India: crazy about cricket” หรือ “USA: baseball nation” เป็น
ตน้ แบบ
2. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ อา่ นประโยคของกลุ่มตนเอง ครูให้กลุม่ ที่เปน็ ผฟู้ งั ตรวจประโยคของกลุ่มท่ีนาเสนอ

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์
6) Worksheet 1-3

9. การวัดและประเมนิ ผล

วิธกี ารวดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การผ่าน
ร้อยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบฝึกหัด (Workbook) -

ตรวจการเขยี นประโยคเก่ียวกับกฬี า สมดุ นกั เรยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้

ทีร่ ้จู กั ระดับคุณภาพ ผ่าน

ประเมนิ การเขียนเรยี งความเกีย่ วกับ แบบประเมินการเขียน

กฬี าท่ีวยั รุ่นไทยนิยมเลน่

สงั เกตความใฝ่เรียนรู้และความมุ่งมั่นใน แบบประเมินคุณลักษณะ

การทางาน อันพงึ ประสงค์

บันทึกความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตยี วศริ ชิ ัยสกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 10

เรื่อง Across cultures 1e เวลา 1 ชว่ั โมง

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี1 At Work, at Play รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวชิ า อ21101

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1

ครผู ู้สอน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ที่ …………………………………………………………

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัดชัน้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรอื่ งทีฟ่ งั และอา่ นจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลือกหัวข้อเร่อื ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอียดสนบั สนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับเรื่องที่ฟังและอา่ น พร้อมทัง้ ให้เหตุผลและยกตัวอยา่ ง
งา่ ย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
ตวั ชี้วดั
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขยี นบรรยายเกยี่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตกุ ารณ์ท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม

2. สาระสาคญั
การเรียนรเู้ กี่ยวกบั ใจความสาคัญ ใจความเฉพาะ และเข้าใจเกี่ยวกบั โครงสรา้ งของบทอา่ น จะช่วยให้

สามารถเขยี นข้อความได้อยา่ งถูกต้อง

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกรายละเอียดของเร่ืองที่อา่ นได้ (K)
3 เขียนเรียงความตามประเดน็ ท่ีกาหนดใหไ้ ด้ P)
5. นักเรียนมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (last, play against)
Nouns (team, competition, match, championship, field)
Adjectives (professional, diamond-shaped)
Phrases ((be) crazy about, all year round)
Functions: Describing sports teenagers play

Basketball is one of the most popular sports in Thailand and

many teenagers are crazy about it.

2) Language Skills

Reading: อา่ นเพ่ือหาข้อมลู เฉพาะ

Writing: เขียนเก่ยี วกบั กฬี าทว่ี ัยรุน่ ไทยนยิ มเลน่

3) Cultures กีฬาในท้องถิ่น

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคิด

6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

- ใฝเ่ รียนรู้
- มุง่ ม่ันในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้น Warm up
1. นักเรียนเล่นเกม crossword เพื่อทบทวนคาศัพทท์ ี่เรียนไปเมอ่ื ช่วั โมงท่ีแลว้ โดยครถู ่ายเอกสาร
Worksheet 3 (ทา้ ยแผน ฯ Across cultures 1e) แจกให้นกั เรียนเลน่ เป็นคหู่ รอื กลุ่ม ครูใหเ้ วลา
นักเรียนเลน่ เกม 5 นาที
2. ครขู ออาสาสมัครอ่านประโยคคนละ 1 ประโยค นกั เรียนท่ีเหลือสะกดคาศัพท์พร้อมกนั และตรวจ
คาศัพทใ์ นตาราง ทาเชน่ น้ีทีละข้อจนครบ

ขั้น Presentation
1. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาประโยคที่นักเรียนจดั กลุม่ เมอ่ื ชั่วโมงท่แี ลว้ และพิจารณาวา่ ประโยคใดเปน็ ประโยค

ใจความสาคัญของแตล่ ะเรื่อง ทาไมจึงเลือกประโยคดังกล่าว
2. ครสู มุ่ เรียกตัวแทนกลมุ่ 2-3 กลุ่ม ใหบ้ อกคาตอบ พร้อมบอกเหตผุ ล จากนัน้ ครูเฉลยคาตอบและ

อธิบายว่าประโยคใจความสาคญั คอื ประโยคที่มใี จความครอบคลุมประโยคอ่ืน ๆ ในขอ้ ความ ส่วน
ใหญ่ ซ่ึงประโยคแรกในย่อหน้ามักจะเป็นประโยคใจความสาคัญ
3. ครูเปิด CD ให้นักเรยี นฟงั เรื่อง “India: crazy about cricket” 1 ครั้ง แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั เรียง
ประโยคที่จดั กลุ่มแลว้ ตามที่ได้ฟงั จากนั้นนักเรียนฟังเร่ือง “India: crazy about cricket” อีกครง้ั
และตรวจประโยคทเี่ รียงไว้
4. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ ว่า ประโยคท่ี 1 เป็นประโยคใจความสาคัญ ประโยคท่ี 2-3 เปน็ ประโยคทขี่ ยาย
ความ สว่ นประโยคสดุ ท้ายเป็นประโยคสรปุ ความ ดงั นัน้ ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ จะประกอบดว้ ยประโยค
ใจความสาคญั ประโยคขยายความ และประโยคสรุปความ

ข้นั Practice
1. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั เรยี งประโยคจากเร่ือง “USA: baseball nation” โดยพิจารณาตาม

โครงสรา้ งทค่ี รอู ธิบาย เสร็จแล้วชว่ ยกันบอกลาดบั การเรยี งประโยค
2. ครูเปดิ เรอื่ ง “USA: baseball nation” ให้นกั เรียนฟงั แลว้ ตรวจการเรียงประโยค
3. หนงั สือเรยี น หน้า 16 Ex. 2 นกั เรยี นอ่านประโยคท่ีให้มา และขีดเส้นใต้คาสาคัญในแต่ละประโยค

เสร็จแล้วใหอ้ ่านบทอ่าน เพ่ือมองหาคาพ้องความหมาย (synonym) คาทมี่ ีความหมายตรงกันขา้ ม
(opposite) หรอื กล่มุ คา/วลี ที่มคี วามหมายเหมือนกันหรือต่างกันกับคาสาคัญที่ขดี เส้นใตไ้ ว้ จากนน้ั
ตอบคาถาม เสรจ็ แล้วตรวจคาตอบร่วมกัน

ขนั้ Production
1. หนังสือเรยี น หน้า 16 Ex. 3 นักเรยี นจบั คูก่ ันเขียนเรยี งความส้ัน ๆ เกีย่ วกบั กีฬาที่วยั ร่นุ ไทยนยิ มเลน่

พรอ้ มทัง้ ตง้ั ช่ือเรอื่ งด้วย
Thailand: popular sport

Basketball is one of the most popular sports in Thailand and many
teenagers are crazy about it. There are two teams of five players and a
game lasts 40 minutes with a break after every ten minutes. The aim is
to throw the ball into the opposing team’s round net which is fitted to a
metal ring to score points. The team with the most points wins. Many
teenagers dream of becoming a professional player and playing for their
country.
2. ครูสมุ่ เรียกนกั เรียน 3-4 คู่ อา่ นเรอ่ื งท่เี ขียนใหเ้ พอ่ื นฟงั
3. ครูใหน้ ักเรยี นนาเร่ืองที่เขียนไปออกแบบและหาภาพประกอบตกแตง่ ใหส้ วยงาม แล้วนามาส่งในช่ัวโมง
ตอ่ ไป
4. นักเรยี นทา Language Review 1e & Prepositions Exs. 5-6 ในหนังสอื เรยี น หน้า 105 ร่วมกนั ใน
ช้นั
5. นักเรียนทา Vocabulary Bank 1 ในแบบฝกึ หัด (Workbook) หนา้ 92 Ex. 1 เป็นการบ้าน
6. แบบฝกึ หดั (Workbook) หน้า 10 Exs. 1-3 ใหน้ ักเรยี นทาเปน็ การบ้าน

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานกุ รมอังกฤษ-องั กฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์
6) Worksheet 1-3

9. การวัดและประเมินผล

วิธีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารผ่าน
รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอา่ น แบบฝกึ หัด (Workbook) -

ตรวจการเขยี นประโยคเกย่ี วกับกีฬา สมดุ นกั เรียน ระดบั คุณภาพ พอใช้

ที่รู้จัก ระดบั คุณภาพ ผ่าน

ประเมนิ การเขียนเรยี งความเกีย่ วกบั แบบประเมนิ การเขยี น

กีฬาท่วี ัยร่นุ ไทยนิยมเล่น

สงั เกตความใฝเ่ รยี นรู้และความมุง่ มัน่ ใน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ

การทางาน อนั พึงประสงค์

บนั ทกึ ความคิดเห็นของผู้อานวยการ/ผูท้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ...................................................
(นายทนงศักด์ิ เตยี วศริ ชิ ยั สกุล)

ผ้อู านวยการโรงเรยี นเหล่าฝา้ ยผดงุ วทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 11

เร่ือง Writing 1f เวลา 1 ช่ัวโมง

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี1 At Work, at Play รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ21101

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1

ครูผู้สอน นางสาวธัญชนิต ชลประทาน สอนวันท่ี …………………………………………………………

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอื่ งทฟี่ ังและอา่ นจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อย่างมเี หตุผล
ตัวชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหัวข้อเรอ่ื ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนุน (supporting detail) และ
แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั เร่ืองท่ีฟงั และอ่าน พร้อมทั้งให้เหตผุ ลและยกตวั อย่าง ง่าย
ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดยการ
พูดและการเขยี น
ตัวชี้วดั
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วัตรประจาวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตกุ ารณท์ ี่อยูใ่ นความสนใจของสงั คม
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของ
ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวชีว้ ัด
ต 2.2 ม. 2/1 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสียงประโยค
ชนดิ ต่าง ๆ และการลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย

2. สาระสาคญั
การเรียนรู้และเข้าใจเกย่ี วกบั การใชต้ ัวอักษรพิมพ์ใหญ่ การใช้เครอ่ื งหมายตา่ ง ๆ ในการเขยี นประโยค

รวมทัง้ ความสามารถในการสะกดคาศัพท์ การเรยี นรเู้ ทคนิคในการตรวจงานเขยี น และรูปแบบการเขยี นทัง้ ท่ี
เปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ จะช่วยให้สามารถเขยี นส่อื สารได้ถูกต้องและมีประสทิ ธภิ าพ

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.บอกรายละเอียดของเร่ืองท่ีอ่านหรอื ฟังได้ (K)
2.เปรียบเทียบความแตกต่างของโครงสรา้ งประโยคภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้(K)
3.เขยี น blog ในประเดน็ ที่กาหนดให้ได้ (P)
4. นักเรยี นมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

4.1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Verbs (get up, make, play, celebrate, help, visit, stay, relax)

Nouns (contraction, punctuation, capital letters)

Functions: Describing a typical weekend

I have a dance lesson. After that I help my mum around the

house and then we have lunch.

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะ

Reading: อ่านเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขยี น blog เกีย่ วกับวันหยดุ สดุ สปั ดาห์

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคดิ

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มงุ่ ม่นั ในการทางาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั Warm up
1. ครใู หน้ กั เรียนเล่นเกม Funny weekend Happy weekday โดยพูดจบั คู่กจิ กรรมกับวันหยดุ สดุ
สปั ดาห์ หรอื วนั ธรรมดาใหถ้ กู ต้อง เช่น go to school, have lessons, go to the cinema, watch
a DVD
2. ครูอธิบายการเลน่ เกม โดยแบ่งนกั เรยี นออกเป็น 2 ทมี แตล่ ะทมี สง่ ตัวแทนออกมา 8 คน ตวั แทนของ
แต่ละทีมจะพูดสลบั กนั ระหว่างกิจกรรมกับวนั หยุดสุดสัปดาหห์ รือวันธรรมดา หากคนที่ 1 ของทมี A
พูดกจิ กรรม คนท่ี 1 ของทีม B ต้องพูด weekend หรือ weekday ให้สมั พันธก์ ับกจิ กรรมน้นั หลงั จาก
นั้นสลบั ให้คนท่ี 2 ของทีม B พูดก่อน หากคนที่ 2 ของทีม B พูด weekend คนท่ี 2 ของทีม A ตอ้ ง
พูดกจิ กรรมทที่ าในวันหยดุ สดุ สปั ดาหม์ า 1 กิจกรรม จงึ จะได้คะแนน หากบอกกจิ กรรมผิดหรือพูด
weekend เหมือนทีม B ทมี A จะไมไ่ ด้คะแนน แตท่ มี B จะได้คะแนนแทน
Team A S1: Go to school
Team B S1: Weekday
T:Team B gets 1 point.
Team B S2: Weekend

Team A S2: Have lessons
T:Wrong! Team B gets 1 point

ข้นั Presentation
1. หนังสอื เรียน หน้า 17 Ex. 1 ครูบอกนักเรยี นวา่ จะได้อา่ น Mary’s Blog โดย Mary ตัง้ ช่ือหวั ขอ้

blog ของตนเองวา่ Sundays are the best! ใหน้ ักเรยี นคิดว่า Mary ทากิจกรรมอะไรทุกวนั อาทิตย์
2. ครูเขียนตารางในหนังสอื เรยี น หนา้ 17 Ex. 2 บนกระดาน ให้นกั เรียนช่วยกนั บอกกิจกรรมทีค่ ดิ วา่

Mary ทาในแต่ละชว่ งเวลาของวนั แลว้ ครูเขียนกจิ กรรมที่นักเรียนบอกลงในตาราง
3. ครูเปิด CD ให้นักเรยี นฟังเร่ือง Mary’s Blog กอ่ นเปดิ CD ครูบอกใหน้ กั เรยี นต้ังใจฟังว่าแต่ละ

ชว่ งเวลาของวนั Mary ทาอะไรบา้ ง พร้อมทั้งจดบันทึกข้อมูล เมื่อฟังจบให้นักเรียนช่วยกันตรวจ
กิจกรรมในตารางบนกระดานและปรับแก้
4. หนงั สอื เรยี น หนา้ 17 Ex. 2 นักเรียนอ่าน Mary’s Blog ในใจ และตรวจคาตอบในตารางอกี ครง้ั
5. ครูสมุ่ เรียกนักเรยี นพูดบอกกิจกรรมที่ Mary ทา โดยใช้ขอ้ มูลจากตาราง ครูพดู ขน้ึ ต้นประโยควา่ On
Sundays, Mary …

On Sundays, Mary gets up late. She eats breakfast and then plays
football. She helps her mum in the kitchen.
In the afternoon, she sometimes visits her grandparents.
In the evening, she goes to the cinema or stays home and watches a
DVD. She has fun and relaxes.

ขน้ั Practice
1. ครใู หน้ กั เรยี นขีดเส้นใต้คากริยาใน blog แล้วชว่ ยกันตอบว่ามคี าอะไรบ้าง และคากรยิ าเหลา่ นี้เขียนใน

รูปของ tense อะไรบ้าง
2. ครูเขยี นประโยคด้านลา่ งนบี้ นกระดาน (หรอื พิมพ์ใส่กระดาษแจกนักเรียน) แลว้ ใหน้ กั เรียนทางานคู่

ชว่ ยกันแกไ้ ขประโยคให้ถูกต้อง
1 My favourite day Sunday.
2 My mother always making delicious hamburgers.
3 In the picture, I am dance with my friends and my brother sings.
4 My uncle usually drive to my home on Sundays.
5 My mum and dad cook in the kitchen now.
6 We are wait for our lunch.

3. ครูขออาสาสมัครอ่านประโยคท่ีแก้ไขแลว้ คนละ 1 ประโยค พรอ้ มทง้ั อธิบายเหตุผล
1 My favourite day is Sunday.
2 My mother always makes delicious hamburgers.
3 In the picture, I dance with my friends and my brother sings.
4 My uncle usually drives to my home on Sundays.
5 My mum and dad are cooking in the kitchen now.

6 We are waiting for our lunch.

ข้นั Production
1. นักเรยี นจบั คกู่ นั แต่งประโยคเก่ียวกบั กิจกรรมท่ีทาในวนั หยดุ สดุ สปั ดาห์คู่ละ 5 ประโยค เสรจ็ แลว้ ครู

ให้นกั เรยี นแลกเปลย่ี นกันตรวจระหวา่ งคู่ ถ้าประโยคของเพ่ือนผิดให้นักเรยี นปรับแกใ้ ห้เพื่อน
2. ครสู มุ่ ถามนักเรยี นทีเ่ พือ่ นแก้ไขประโยคให้ โดยให้อ่านประโยคเดมิ และอ่านประโยคท่เี พื่อนแก้ไขให้

แล้วนกั เรียนคนอืน่ ๆ ชว่ ยกันตรวจวา่ ถูกตอ้ งหรือไม่
3. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 11 Exs. 1-2a ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบ้าน

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอื่ ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2

9. การวัดและประเมินผล

วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การผ่าน
ร้อยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอ่านหรือ แบบฝึกหดั (Workbook) -
การฟงั ระดบั คุณภาพ พอใช้

ตรวจการเขียนประโยคเกย่ี วกับ สมุดนกั เรยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
กจิ กรรมท่ีทาในวันหยดุ สุดสัปดาห์ ระดบั คุณภาพ ผ่าน

สังเกตการเปรียบเทยี บความแตกตา่ ง แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
ของโครงสรา้ งประโยคภาษาอังกฤษ

และภาษาไทย

ประเมนิ การเขียน blog เกย่ี วกับ แบบประเมินการเขยี น
วนั หยดุ สดุ สัปดาห์

สงั เกตความใฝเ่ รียนรู้และความมุ่งม่ันใน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ

การทางาน อนั พึงประสงค์

บันทึกความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตยี วศริ ชิ ัยสกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12

เรือ่ ง Writing 1f เวลา 1 ชวั่ โมง

หน่วยการเรียนรทู้ ี่1 At Work, at Play รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101

กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ครผู ู้สอน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวันที่ ……………………………………………………………..

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งทฟี่ ังและอ่านจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อย่างมเี หตุผล
ตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเรอ่ื ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนุน (supporting detail) และ
แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั เรื่องที่ฟังและอา่ น พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่าง งา่ ย
ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ โดยการ
พดู และการเขยี น
ตัวช้ีวดั
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และข่าว/
เหตุการณ์ที่อยูใ่ นความสนใจของสงั คม
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ตัวชีว้ ัด
ต 2.2 ม. 2/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี งประโยค
ชนดิ ต่าง ๆ และการลาดับคาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย

2. สาระสาคัญ
การเรยี นรู้และเข้าใจเกี่ยวกบั การใช้ตัวอกั ษรพิมพ์ใหญ่ การใชเ้ คร่อื งหมายตา่ ง ๆ ในการเขยี นประโยค

รวมท้งั ความสามารถในการสะกดคาศัพท์ การเรยี นรเู้ ทคนิคในการตรวจงานเขยี น และรูปแบบการเขียนทง้ั ที่
เป็นทางการและไม่เปน็ ทางการ จะชว่ ยใหส้ ามารถเขยี นส่อื สารไดถ้ ูกตอ้ งและมปี ระสทิ ธภิ าพ

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1.บอกรายละเอยี ดของเรอื่ งท่ีอา่ นหรือฟังได้ (K)
2.เปรียบเทียบความแตกตา่ งของโครงสรา้ งประโยคภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้(K)
3.เขียน blog ในประเดน็ ท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (P)
4. นกั เรยี นมุ่งม่นั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

4.1 ทักษะเฉพาะวิชา

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Verbs (get up, make, play, celebrate, help, visit, stay, relax)

Nouns (contraction, punctuation, capital letters)

Functions: Describing a typical weekend

I have a dance lesson. After that I help my mum around the

house and then we have lunch.

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะ

Reading: อ่านเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขยี น blog เก่ยี วกับวันหยุดสุดสัปดาห์

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคิด

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งม่นั ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั Warm up

1. ครสู นทนากับนักเรียนว่า ปจั จุบนั นกั เรียนสามารถสื่อสารกันด้วยช่องทางใดบ้าง ในการส่ือสารกันน้ัน

นกั เรียนมีคาศัพท์เฉพาะท่ใี ชส้ ่ือสารกันในกลุ่มหรือไม่ มีการใชค้ ายอ่ อะไรบา้ ง มีการรวบคาเขา้ ดว้ ยกนั

หรอื ไม่ แลว้ ครูอธบิ ายวา่ การส่อื สารดว้ ยภาษาองั กฤษกม็ ีคาศพั ท์เฉพาะกล่มุ เชน่ กนั รวมทงั้ การใช้รปู ย่อ

ซึ่งผใู้ ช้จะใช้ในการส่ือสารท่ีไม่เป็นทางการ

2. ครูใหน้ ักเรยี นบอกคายอ่ ในภาษาองั กฤษและคาที่เกดิ จากการรวบคาท่นี กั เรยี นใชใ้ นการสื่อสารกนั บ่อย



Abbreviation

U = you r = are IC = I see

OMG = Oh my god! RIP = Rest in Peace CU = See you.

Contraction

isn’t = is not ’d like = would like don’t = do not

hasn’t = has not

ขัน้ Presentation
1. ครูอธบิ ายนักเรียนวา่ การเขียนมี 2 แบบ คือ แบบเปน็ ทางการและแบบไม่เป็นทางการ ให้นักเรียน

ยกตัวอยา่ งการเขียนท่ีเป็นทางการและไม่เปน็ ทางการ พร้อมทัง้ บอกเหตผุ ล
2. หนงั สอื เรยี น หนา้ 17 Ex. 3 นกั เรยี นอา่ น Mary’s Blog และพจิ ารณาว่าเปน็ การเขียนอย่างเปน็

ทางการหรือไม่เปน็ ทางการ โดยพิจารณาวา่ มีการเขียนแบบใช้รูปยอ่ ใชภ้ าษาพูด หรือมีการละคาสรรพ
นามหรอื ไม่
3. ครถู ามนักเรียนวา่ ในการเขียนนนั้ นอกจากการคานึงถึงรปู แบบการเขียนแลว้ นักเรียนยังต้องคานงึ ถงึ
อะไรอีก ให้นกั เรียนชว่ ยกนั คิด
4. หนังสอื เรียน หน้า 17 Ex. 4 ครูให้นกั เรียนเขียนแก้ไขประโยคให้ถกู ต้อง เสร็จแล้วเปรียบเทยี บกับ
เพ่อื น จากนน้ั ครูขออาสาสมคั รอธบิ ายประเด็นการแก้ไขคนละ 1 ข้อ
5. ครูอธบิ ายนกั เรยี นวา่ เพอ่ื ให้ข้อความที่เขียนมีความถูกต้องมากทสี่ ดุ ทุกคร้ังหลงั การเขียนนกั เรียนตอ้ ง
ตรวจงานเขยี นว่ายงั มขี ้อบกพร่องหรือผดิ พลาดอะไรบ้าง และแก้ไข ซึ่งการอ่านตรวจทานงานเขียน
เรยี กวา่ proofread หลังจากนั้นครูถามนักเรียนวา่ ความผิดพลาดท่ีมักเกิดขนึ้ ในการเขยี นได้แก่
อะไรบ้าง
6. นกั เรยี นอ่าน Study Skills และสรุปร่วมกนั จากนั้นครูให้นักเรียนเปรียบเทยี บวา่ โครงสร้างประโยค
ภาษาอังกฤษและภาษาไทยแตกต่างกนั อย่างไรบ้าง เชน่ การใชเ้ คร่อื งหมายต่าง ๆ การใชต้ วั อักษร
ตัวใหญ่ การผนั คากรยิ าตามประธาน

ขน้ั Practice
1. ครใู ห้นักเรียนจบั คู่กัน แล้วครูแจกข้อความให้คู่ละ 1 แผ่น ใหน้ กั เรียนแก้ไขการเขยี นที่ไม่ถูกต้อง

this Summer I’m takeing a trip to Thailand with some friends. First, we’re
going to spent a few days in raink. I have some Thai friends there, and
they might take us on a tour of the city after that, we’re going to take a
rain to Chiang Mai and go camping for a couple of weeks. Its going to be
a perfect vacation? See you all when I get back.
Mayuko

2. ครขู ออาสาสมัครอ่านประโยคที่มีการแก้ไข พร้อมทง้ั อธบิ ายส่ิงทแี่ ก้ไข

This summer I’m taking a trip to Thailand with some friends. First, we’re
going to spend a few days in Bangkok. I have some Thai friends there,
and they might take us on a tour of the city. After that, we’re going to
take a train to Chiang Mai and go camping for a couple of weeks. It’s
going to be a perfect vacation. See you all when I get back.
Mayuko

ข้นั Production
1. หนงั สือเรียน หนา้ 17 Ex. 5 ครูให้นกั เรยี นเขียน blog เก่ียวกับวันหยุดสุดสัปดาห์ของตนเอง ความ

ยาว 80-100 คา โดยเขียนเกี่ยวกบั กิจกรรมที่ทาในชว่ งเวลาเช้า บ่าย และเย็นจนถงึ ค่า ครใู หน้ ักเรียน
ต้งั ชื่อเรอื่ งเอง เม่ือเขยี นเสร็จแล้วใหน้ ักเรียนอ่านตรวจทานงานเขียนของตนเอง
2. ครูให้แลกเปล่ยี นกับเพ่ือนเพอ่ื ตรวจความถูกต้อง จากน้นั ครูขออาสาสมคั รอา่ นงานของตนเอง 1-2 คน
และบอกประเด็นบกพรอ่ งท่เี พ่อื นช่วยแก้ไขให้
3. นกั เรียนทา Self-Check 1 ในหนงั สือเรียน หนา้ 113
4. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 11 Exs. 2b-5 ใหน้ ักเรียนทาเปน็ การบา้ น

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หดั SPARK 2 ม. 2

9. การวดั และประเมนิ ผล

วิธีการวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์การผา่ น
รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอา่ นหรอื แบบฝกึ หดั (Workbook) -
การฟงั ระดับคุณภาพ พอใช้

ตรวจการเขียนประโยคเกย่ี วกับ สมุดนักเรียน ระดับคุณภาพ พอใช้
กจิ กรรมท่ีทาในวันหยุดสดุ สัปดาห์ ระดับคุณภาพ ผา่ น

สังเกตการเปรียบเทียบความแตกต่าง แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
ของโครงสรา้ งประโยคภาษาอังกฤษ

และภาษาไทย

ประเมนิ การเขยี น blog เก่ยี วกับ แบบประเมนิ การเขยี น
วันหยดุ สุดสัปดาห์

สังเกตความใฝ่เรยี นรู้และความมงุ่ ม่นั ใน แบบประเมินคณุ ลักษณะ

การทางาน อันพงึ ประสงค์

บันทึกความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตยี วศริ ชิ ัยสกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13

เรื่อง ASEAN corner 1 เวลา 1 ชั่วโมง

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี1 At Work, at Play รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ21101

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1

ครูผูส้ อน นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน สอนวันที่ …………………………………………………………

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั ช้ันปี
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอื่ งที่ฟังและอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมีเหตุผล
ตัวชว้ี ัด
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเร่อื ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเร่ืองท่ีฟังและอา่ น พร้อมทั้งใหเ้ หตผุ ลและยกตัวอยา่ ง ง่าย
ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ
ความคิดเหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชี้วัด
ต 1.2 ม. 2/4 พูดและเขียนเพือ่ ขอและใหข้ ้อมูล บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับเร่ืองที่ฟัง
หรอื อา่ นอย่างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
ตวั ชี้วดั
ต 1.3 ม. 2/2 พดู และเขียนสรุปใจความสาคัญ/แก่นสาระ หวั ข้อเรอ่ื ง (topic) ท่ไี ดจ้ ากการวิเคราะห์
เรื่อง/ข่าว/เหตกุ ารณท์ ี่อยู่ในความสนใจของสังคม

2. สาระสาคญั
การเรยี นรู้เกี่ยวกับความสาคัญของภาษา โดยเฉพาะภาษาทีใ่ ชใ้ นประเทศกลุ่มประชาคมอาเซยี น ชว่ ย

ใหส้ ามารถสือ่ สารได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ และก่อใหเ้ กดิ ผลประโยชน์และโอกาสทง้ั ทางด้านเศรษฐกิจและ
การศกึ ษา

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.บอกรายละเอียดของเรอ่ื งท่ีอา่ นหรอื ฟังได้ (K)
2. พดู แสดงความคดิ เหน็ ในประเด็นที่กาหนดให้ได้ (K)
3. เขียนสรุปผลการอภปิ รายในประเด็นที่กาหนดให้ได้ (P)
4. นกั เรียนมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

4.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Verbs (broaden, survive)

Nouns (opportunity, advantage, race, hub, investor,

infrastructure, cooperation, industry)

Adjectives (available, multilingual, fluent, beneficial)

Adverb (peacefully)

Functions: Discussing about language you should learn

I think we should learn Mandarin because there are lots of

Chinese companies in Asia.

2) Language Skills

Speaking: แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ภาษาที่นักเรยี นไทยควรเรียนรู้

Reading: อา่ นเพื่อหาข้อมลู เฉพาะ

Writing: เขียนสรุปผลการอภิปรายในประเดน็ ที่กาหนด

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
- ความสามารถในการสอื่ สาร
- ความสามารถในการคดิ

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มั่นในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั Warm up
ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับประเทศกลุ่มประชาคมอาเซียน ภาษาท่ใี ช้ในประเทศกล่มุ ประชาคม
อาเซยี น และนอกจากภาษาไทยแลว้ นักเรยี นสามารถพูดภาษาของประเทศใดในกลุ่มประชาคมอาเซยี น

ขัน้ Presentation
1. ครูใหน้ ักเรยี นดภู าพและอ่านชื่อเร่ือง Why do we learn languages? ในหนังสอื เรียน หนา้ 18 แลว้

ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั ความสาคัญของภาษา

2. หนงั สอื เรียน หนา้ 18 Ex. 1 ครูให้นักเรียนอ่านคาถามและขีดเส้นใตค้ าว่า multilingual, economy,
education system ครถู ามนักเรียนวา่ จากคาถามและคาศพั ท์ท่ีขีดเสน้ ใต้นักเรียนคิดวา่ จะไดเ้ รียน
เกี่ยวกับอะไร

3. ครูใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งคาศพั ท์ทง้ั 3 คา ตามครู จากน้ันนักเรียนอา่ นออกเสยี งคาศัพท์พรอ้ มกนั
แลว้ หาความหมายของคาศัพท์จากพจนานุกรม
multilingual (adj) = using, speaking, or writting in several different languages
(ซึ่งพดู /เขยี นได้หลายภาษา)
economy (n) = the system by which a country’s money and goods are
produced and used, or a country considered in this way
(เศรษฐกิจ)
education system (n) = the system of
the process of teaching and learning, usually at
school, college, or university (ระบบการศึกษา)

4. ครแู บ่งนกั เรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แลว้ ให้นักเรียนอ่านบทอา่ นย่อหนา้ ที่ 1 และยอ่ หนา้ สุดทา้ ย
แลว้ บอกใจความสาคัญของทั้ง 2 ย่อหนา้ จากนั้นครอู ธิบายว่าการอ่านเรียงความที่มีหลายย่อหนา้
ยอ่ หนา้ ท่ี 1 มกั จะเป็นใจความสาคัญของเรื่อง และย่อหน้าสดุ ท้ายจะเปน็ การสรปุ เรอ่ื ง ซ่ึงส่วนมากแล้ว
ประโยคที่ 1 ของย่อหน้า จะเป็นประโยคใจความสาคัญของย่อหน้านน้ั ๆ

5. ครูใหแ้ ตล่ ะกลุม่ อ่านบทอา่ นเรือ่ ง Why do we learn languages? และตอบคาถามใน Ex. 1 จากนน้ั
ครูสุ่มเรยี กนกั เรียนบอกคาตอบกลุม่ ละ 2 ข้อ

ข้ัน Practice
1. หนังสือเรียน หนา้ 18 Ex. 2 ครใู หน้ ักเรยี นจับคู่อภิปรายว่าภาษาใดในประเทศกล่มุ ประชาคมอาเซียน

ที่นักเรยี นไทยควรเรยี นรู้ พร้อมบอกเหตุผล
2. ครขู ออาสาสมัคร 5-6 คู่ นาเสนอผลการอภิปราย นกั เรยี นค่อู นื่ ๆ สามารถร่วมเสนอข้อมลู เพิม่ เติมได้

ขน้ั Production
หนงั สือเรยี น หนา้ 18 Ex. 3 ครูแบง่ นกั เรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ใหแ้ ต่ละกลุ่มอภปิ รายร่วมกนั
ในประเดน็ ข้อดขี องการท่ีคนในประเทศไทยสามารถพูดภาษาได้มากกวา่ 1 ภาษา แล้วแตล่ ะกลมุ่ เขียน
สรปุ ผลจากการอภิปราย

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ
3) พจนานกุ รมออนไลน์

9. การวัดและประเมินผล

วธิ ีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารผา่ น
สมุดนักเรียน รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากเรื่องท่อี า่ น แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้

สังเกตการแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ แบบประเมินการเขยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
ภาษาทน่ี ักเรยี นไทยควรเรียนรู้
แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดับคุณภาพ ผ่าน
ประเมนิ การเขยี นสรุปผลการอภปิ ราย อนั พึงประสงค์
ในประเด็นท่ีกาหนด

สังเกตความใฝเ่ รียนรู้และความมงุ่ มนั่
ในการทางาน

บนั ทกึ ความคิดเห็นของผู้อานวยการ/ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ...................................................
(นายทนงศักดิ์ เตยี วศิริชยั สกลุ )

ผ้อู านวยการโรงเรียนเหลา่ ฝ้ายผดุงวิทย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 14

เร่ือง O-NET practice & Fun time 1 เวลา 1 ช่วั โมง

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่1 At Work, at Play รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1

ครูผสู้ อน นางสาวธัญชนิต ชลประทาน สอนวันที่ ………………………………………………………

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั ชั้นปี
สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่อื งท่ีฟังและอ่านจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมเี หตุผล
ตวั ชีว้ ัด
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหัวข้อเรอื่ ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เรื่องที่ฟังและอา่ น พร้อมทง้ั ให้เหตผุ ลและยกตวั อยา่ ง
ง่าย ๆ ประกอบ
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวช้วี ดั
ต 2.1 ม. 2/3 เข้ารว่ ม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ

2. สาระสาคัญ
การรแู้ ละเข้าใจคาศัพท์ โครงสรา้ งภาษา ช่วยใหพ้ ูด/เขยี นส่ือสาร และเข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาได้

อย่างเหมาะสม

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ทบทวนคาศัพทแ์ ละไวยากรณท์ ่ีเรียนมาแล้วในหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 (K)
2. พดู แสดงความคดิ เหน็ ในประเด็นท่ีกาหนดให้ได้ (K)
3. - เขยี น quiz เก่ียวกบั เน้ือหาที่เรียนมาแลว้ ได้ (P)
4. นกั เรียนมงุ่ มน่ั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

4.1 ทักษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: คาศัพทใ์ นหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1
Grammar: ไวยากรณใ์ นหน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
2) Language Skills
Listening: ฟงั เพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะ

Writing: เขยี น quiz เก่ยี วกับเนื้อหาท่เี รยี นมาแลว้

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคิด

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

- ใฝเ่ รยี นรู้
- ม่งุ ม่นั ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั Warm up
ครเู ขยี นวลี When I grow up, I want to b a … บนกระดาน แล้วสนทนากบั นักเรยี นเกี่ยวกับอาชีพ
ท่นี ักเรียนอยากทา

ขั้น Presentation
1. ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกันบอกคาศพั ท์ที่เรียนในหนว่ ยการเรยี นร้นู ้ี โดยครูกาหนดหัวขอ้ ให้นักเรียนบอก

คาศัพทท์ ่ีเกีย่ วข้องกบั หัวข้อดังกล่าว
2. นักเรยี นปดิ หนังสือเรยี น ครูทบทวนไวยากรณ์ทเี่ รยี นในหน่วยการเรยี นร้นู ี้ โดยให้นกั เรยี นบอก

โครงสรา้ งและวิธกี ารใช้ ครูเขียนในรปู mind map

ข้ัน Practice

1. หนังสอื เรยี น หนา้ 20 Ex. 1 ครใู ห้เลน่ เกม What am I? โดยครูจะเปน็ ผู้อ่านคาใบ้ หรอื ใหน้ ักเรียน

1 คน อ่านคาใบ้ แลว้ ให้นักเรียนชว่ ยกันทายว่าคืออาชพี อะไร

1 shop assistant 2 pilot

3 magician’s assistant 4 nurse

5 fashion designer 6 secretary

7 police officer 8 hairdresser

2. หนังสอื เรยี น หนา้ 20 Ex. 2 ครใู ห้นกั เรยี นทา quiz โดยห้ามเปดิ ดเู น้ือหา เสร็จแล้วให้นักเรยี น
เปรยี บเทียบคาตอบกับเพื่อน จากนน้ั ครจู งึ เฉลยคาตอบ
1 Cricket.
2 Drive through the Safari Park and see animals and visit amusement park.

3 You can put on weight.
4 Baseball. Each team needs to have nine players.
5 Up to five days.
3. หนงั สือเรียน หน้า 20 GAME ครูเลือกนกั เรียน 2 คนที่เรียนเก่งเปน็ คนพดู ประโยค โดยผลดั กันพดู
แล้วแบ่งนักเรยี นเปน็ 3 กลุ่ม ให้แตล่ ะกลุ่มฟังประโยคท่ีเพื่อนพูด แล้วทายว่าคืออาชีพอะไร ถ้าทายถูก
จะได้ 1 คะแนน กลุ่มท่มี ีคะแนนมากทีส่ ดุ จะเป็นผู้ชนะ
Leader: I cut people’s hair.
Team B S1: Hairdresser
T: Team B gets 1 point.
Leader: I look after people’s teeth.
Team A S2: Dentist

T: Team A gets 1 point.
4. หนงั สือเรียน หน้า 20 Ex. 4 ครูบอกนักเรยี นวา่ จะได้ฟงั เพลง แล้วให้นักเรยี นจดบนั ทกึ คาศพั ท์

เกย่ี วกับอาชีพที่ไดย้ ินในเพลง จากน้ันครูเปิด CD ใหน้ ักเรียนฟงั เพลง เม่อื ฟงั จบครูถามนักเรยี นวา่
อาชีพใดบ้างที่มีในเพลง ถา้ นักเรียนบอกคาตอบไม่ถูกหรอื บอกไมค่ รบ ครูใหน้ ักเรียนฟงั อีกคร้ัง
5. หนงั สือเรียน หนา้ 19 O-NET practice ครูใหเ้ วลานักเรียนทาข้อสอบ เสรจ็ แลว้ ตรวจคาตอบร่วมกัน
ถา้ นักเรียนไม่เข้าใจ ใหค้ รูอธบิ ายเพมิ่ เติม

ขนั้ Production
หนังสอื เรยี น หนา้ 20 Ex. 3 นกั เรียนจบั คกู่ ัน แล้วครูแจกกระดาษให้คูล่ ะ 1 แผ่น ใหแ้ ต่ละคคู่ ิด
คาถาม quiz 5-6 ข้อ เก่ยี วกับเนื้อหาในหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ครูให้นกั เรยี นเปดิ ดูเนื้อหาได้ และให้
นักเรียนเขยี นคาตอบไว้ดา้ นหลงั กระดาษ เม่ือทกุ คคู่ ดิ คาถามเสร็จแลว้ ให้แลกกนั ทา quiz กบั คอู่ ่นื

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2

9. การวัดและประเมนิ ผล

วธิ กี ารวดั เครือ่ งมือ เกณฑ์การผ่าน
- รอ้ ยละ 60
ตรวจการเขยี น quiz เกยี่ วกบั เนื้อหา
ในหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ ผา่ น
สงั เกตความม่งุ มน่ั ในการทางาน อนั พึงประสงค์

บันทึกความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการ/ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตยี วศริ ชิ ยั สกุล)

ผอู้ านวยการโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1

เรือ่ ง Reading 2a & Vocabulary 2a เวลา 1 ชวั่ โมง

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101

กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ท่ี………………………………………..

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/3 ระบ/ุ เขยี นประโยคและขอ้ ความใหส้ มั พนั ธก์ บั สอ่ื ทไ่ี มใ่ ชค่ วามเรยี งรูปแบบต่าง ๆ
ทอ่ี า่ น
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เร่อื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลและ
ยกตวั อยา่ ง งา่ ย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดง
ความรสู้ ึกและความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง เร่อื งต่าง ๆ ใกลต้ วั และสถานการณต์ า่ ง
ๆ ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม. 2/4 พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มลู บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งท่ี
ฟังหรอื อ่านอยา่ งเหมาะสม

2. สาระสาคญั

การจบั ใจความสาคญั และรายละเอยี ดของขอ้ มลู ทอ่ี า่ นและฟังเป็นความสามารถทส่ี าคญั ประการ
หน่งึ ของทกั ษะการรบั สาร ซ่งึ จะนาไปสกู่ ารสรปุ สารทร่ี บั ได้ นอกจากน้กี ารมคี วามรเู้ กย่ี วกบั คาศพั ทแ์ ละ
ประโยคตา่ ง ๆ ตามเน้อื หาจะชว่ ยใหส้ ามารถนาสงิ่ ทเ่ี รยี นรไู้ ปใชใ้ นการพูด/เขยี นสอ่ื สารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ตลอดจนมคี วามเขา้ ใจในวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกรายละเอยี ด เขยี นสรุปขอ้ มูล และอภปิ รายเกย่ี วกบั เรอ่ื งทอ่ี า่ นและฟังได้ (K)
2. พดู บรรยายบคุ คลตามภาพทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (K)
3. เขยี นบรรยายลกั ษณะและนิสยั ของบคุ คลอน่ื ได้ (P)
4. นกั เรยี นม่งุ มนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

1 ทกั ษะเฉพาะวิชา

1) Language Features and Functions

Vocabulary: Appearance (hair: curly, wavy, straight, spiky, thick, long, short,

brown, fair, grey; eyes: big, small, blue, green; mouth: small,

wide; nose: big, long, small; face: round, long; lips: thin, full;

height: tall, short, of medium height; age: old, young, middle-

aged; weight: overweight, plump, thin, slim, well built, fat; looks:

handsome, beautiful, ugly, attractive)

Character (funny, brave, hardworking, stupid, patient, honest,

lazy, clever, impatient, dishonest, boring, cowardly)

Functions: Describing people’s appearance and character

Helen is young, tall and thin. She’s got long curly, fair hair and full

lips.

2) Language Skills

Listening: ฟังเพอ่ื หาขอ้ มลู เฉพาะ

Speaking: พูดบรรยายลกั ษณะและนิสยั ของบุคคล

Reading: อ่านเพอ่ื หาขอ้ มลู เฉพาะและแสดงความคดิ เหน็

Writing: เขยี นสรุปเรอ่ื งทอ่ี ่าน

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มนั่ ในการทางาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up

1. ครูพดู ทกั ทายนกั เรยี น โดยใชค้ าทกั ทาย เชน่ How are you doing? How’s going? จากนนั้ ครู
สมุ่ ทกั ทายนกั เรยี นเป็นรายบุคคล 2-3 คน โดยใหน้ กั เรยี นพูดตอบครดู ว้ ยคาทไ่ี มซ่ ้ากนั เชน่
Pretty good./Not bad./Very well.

2. นกั เรยี นอา่ นชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ (Myths & Legends) ในหนงั สอื เรยี น หน้า 21 แลว้ รว่ มกนั แสดง
ความคดิ เหน็ วา่ หมายความวา่ อย่างไร

3. Find the page numbers for หน้า 21 ครูอธบิ ายคาวา่ quotation และ biography
quotation (n) = sentence or phrase from a book, speech etc. which
you repeat in a speech or piece of writing because it
is interesting (ประโยคหรอื วลจี ากหนงั สอื หรอื สุนทรพจน์ทถ่ี ูก
นามากลา่ วซ้าเพราะน่าสนใจ)
biography (n = the story of a person’s life written by somebody else
(ชวี ประวตั )ิ

จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นหาวา่ ภาพทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ทงั้ 3 คานอ้ี ย่ใู นหนงั สอื เรยี นหน้าใด เม่อื หาพบแลว้ ครู
ถามคาถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี น

ขนั้ Pre-reading
1. หนังสือเรยี น หน้า 21 Ex. 1 ครูใหน้ กั เรยี นดภู าพ แลว้ บอกวา่ รจู้ กั ใครบา้ ง ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกนั

บอกขอ้ มลู ทร่ี ู้ ต่อมาครสู ุ่มเรยี กนกั เรยี นอ่านชอ่ื บุคคล ชอ่ื ประเทศ และปีทอ่ี ยู่ใตภ้ าพ เสรจ็ แลว้ ครู
ใหน้ กั เรยี นอา่ นคาศพั ทท์ ก่ี าหนดให้ และชว่ ยกนั บอกความหมาย โดยครชู ว่ ยอธบิ ายคาทน่ี กั เรยี น
ไมร่ ู้ เชน่ emperor, warrior

emperor (n) = the man who is the ruler of an empire (จกั รพรรด)ิ
warrior (n) = a soldier or fighter who is brave and experienced – used about

people in the past (นกั รบ)
จากนนั้ ครถู ามคาถาม Who was a/an…? ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั พูดตอบ
2. หนังสือเรียน หน้า 21 Ex. 2 ครใู หน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื น พดู ถาม-ตอบเกย่ี วกบั ปีเกดิ และ
เสยี ชวี ติ ของบุคลในภาพ

3. ครใู หน้ กั เรยี นดภู าพวาดในหนงั สอื เรยี น หน้า 22 แลว้ สงั เกตการแต่งกายและแสดงความคดิ เหน็
เกย่ี วกบั อายแุ ละเชอ้ื ชาตขิ องผหู้ ญงิ ในภาพ

4. หนังสือเรียน หน้า 22 Ex. 1 ครูถามนกั เรยี นวา่ เคยไดย้ นิ ชอ่ื Pocahontas หรอื ไม่ แลว้ ครูให้
นกั เรยี นชว่ ยกนั บอกขอ้ มูลของ Pocahontas ทน่ี กั เรยี นรู้ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นอภปิ รายรว่ มกนั วา่
ทาไม Pocahontas จงึ ถูกเรยี กวา่ ‘Child of Peace’

5. ครแู บง่ กลุ่มนกั เรยี นออกเป็นกล่มุ กลุ่มละ 3-5 คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มอา่ นคาถามและตวั เลอื กทใ่ี หม้ า
ใน หนงั สอื เรยี น หน้า 22 Ex. 2 และชว่ ยกนั ระดมสมองเพอ่ื เลอื กคาตอบในแต่ละขอ้ ทค่ี าดวา่ จะ
เป็นคาตอบทถ่ี กู ทส่ี ุด โดยไม่อา่ นบทอา่ น

6. นกั เรยี นเปิดหนงั สอื เรยี นและฟังเร่อื ง Pocahontas จาก CD ครใู หน้ กั เรยี นขดี เสน้ ใตค้ าศพั ทย์ าก
แลว้ อ่านออกเสยี งคาศพั ทต์ ามครู 1 ครงั้ หลงั จากนนั้ นกั เรยี นอา่ นคาศพั ทพ์ รอ้ มกนั แลว้ ครูชว่ ย
อธบิ ายความหมายของคาศพั ท์ หรอื ใหน้ กั เรยี นเปิดหาความหมายในพจนานุกรม
chief (n) = the most important person, or one of the most important people, in a
company or organisation (ผนู้ า, หวั หน้า)
peace (n) = a situation in which there is no war or fighting (ความสงบ, สนั ตภิ าพ)
colonist (n) = someone who settles in a new colony (ชาวอาณานิคม)
settle (v) = to go to a place where no people have lived permanently before and
start to live there (ตงั้ ถนิ่ ฐาน)
arrest (v) = to take someone to a police station by the police because the
police think they have done something illegal (จบั กมุ )

ขนั้ Reading
หนังสือเรียน หน้า 22 Ex. 2 ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอ่านเรอ่ื ง Pocahontas แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุม่
รว่ มกนั พจิ ารณาคาตอบทเ่ี ลอื กอกี ครงั้ เสรจ็ แลว้ ครสู ุ่มเรยี กนกั เรยี นใหต้ อบคาถามกลมุ่ ละ 1 ขอ้
โดยใหก้ ลมุ่ อน่ื ๆ ตรวจคาตอบร่วมกนั

ขนั้ Post-reading
1. หนังสือเรียน หน้า 22 Ex. 3 นกั เรยี นอา่ นคาศพั ทท์ พ่ี มิ พต์ วั หนาในแตล่ ะประโยคพรอ้ มกนั หาก

คาใดนกั เรยี นอา่ นไมไ่ ด้ ใหอ้ า่ นตามครู จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบทถ่ี ูกตอ้ ง เสรจ็ แลว้ ครสู มุ่
เรยี กนกั เรยี นอา่ นประโยคพรอ้ มคาตอบทเ่ี ลอื กคนละ 1 ประโยค ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ สาหรบั ขอ้ ท่ี
นกั เรยี นยงั ไม่เขา้ ใจ
2. ครถู ามคาถามใน THINK! และใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ อภปิ ราย และเขยี นประโยค 3-4 ประโยค
เพ่อื อธบิ ายและแสดงเหตุผล จากนนั้ ใหต้ วั แทนแตล่ ะกลุ่มอา่ นประโยคของกลุ่มตนเองใหเ้ พอ่ื นฟัง

3. หนังสือเรยี น หน้า 22 Ex. 4 ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เขยี นสรปุ เร่อื ง Pocahontas โดยใชค้ าท่ี
กาหนดให้ และใหน้ กั เรยี นใชป้ ระโยคตวั อยา่ งทใ่ี หม้ าเป็นประโยคขน้ึ ตน้ เมอ่ื เขยี นเสรจ็ แลว้ ครูให้
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ อา่ นสรุปเร่อื งของกลุ่มตนเองใหเ้ พอ่ื นกลมุ่ อ่นื ฟัง

4. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาเรอ่ื งทเ่ี ขยี นสรปุ ไปเขยี นลงในกระดาษและตกแตง่ ใหส้ วยงาม
5. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 12 Exs. 1-4 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น

8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์

9. การวดั และประเมินผล

วิธีการวดั เครื่องมอื เกณฑก์ ารผา่ น
รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบฝึกหดั (Workbook)
ระดบั คุณภาพ พอใช้
หรอื การฟัง
-
สงั เกตการอภปิ รายแสดงความ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ระดบั คุณภาพ พอใช้
คดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทอ่ี า่ น เรยี นรู้
ระดบั คุณภาพ พอใช้
ตรวจการบรรยายลกั ษณะของบคุ คล สมดุ นกั เรยี น ระดบั คณุ ภาพ ผา่ น

ตามภาพทก่ี าหนด

ประเมนิ การพดู บรรยายลกั ษณะและ แบบประเมนิ การพูด

นสิ ยั ของบคุ คลอ่นื

ประเมนิ การเขยี นสรปุ เรอ่ื ง แบบประเมนิ การเขยี น

สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ

มุ่งมนั่ ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์

บันทึกความคดิ เห็นของผ้อู านวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ...................................................
(นายทนงศกั ดิ์ เตียวศริ ิชัยสกุล)

ผู้อานวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดุงวทิ ย์
.........../............/.............

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ...................................................ผู้สอน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครผู ชู้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 2

เรื่อง Reading 2a & Vocabulary 2a เวลา 1 ชวั่ โมง

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101

กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ท่ี……………………………………..

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี

สาระท่ี 1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอื่ งที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความ

คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล

ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/3 ระบุ/เขยี นประโยคและขอ้ ความใหส้ มั พนั ธก์ บั สอ่ื ทไ่ี ม่ใชค่ วามเรยี งรูปแบบต่าง ๆ

ทอ่ี ่าน
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เรอ่ื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)

และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลและ
ยกตวั อยา่ ง ง่าย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดง
ความร้สู ึกและความคิดเหน็ อย่างมปี ระสิทธิภาพ

ตวั ชว้ี ดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง เร่อื งตา่ ง ๆ ใกลต้ วั และสถานการณ์ต่าง

ๆ ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม. 2/4 พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มลู บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งท่ี

ฟังหรอื อ่านอยา่ งเหมาะสม

2. สาระสาคญั

การจบั ใจความสาคญั และรายละเอยี ดของขอ้ มลู ทอ่ี ่านและฟังเป็นความสามารถทส่ี าคญั ประการ
หน่งึ ของทกั ษะการรบั สาร ซง่ึ จะนาไปสกู่ ารสรปุ สารทร่ี บั ได้ นอกจากนก้ี ารมคี วามรเู้ กย่ี วกบั คาศพั ทแ์ ละ
ประโยคตา่ ง ๆ ตามเนอ้ื หาจะชว่ ยใหส้ ามารถนาสงิ่ ทเ่ี รยี นรไู้ ปใชใ้ นการพูด/เขยี นส่อื สารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ตลอดจนมคี วามเขา้ ใจในวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา


Click to View FlipBook Version