3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกรายละเอยี ด เขยี นสรุปขอ้ มูล และอภปิ รายเกย่ี วกบั เร่อื งทอ่ี า่ นและฟังได้ (K)
2. พูดบรรยายบคุ คลตามภาพทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (K)
3. เขยี นบรรยายลกั ษณะและนสิ ยั ของบคุ คลอน่ื ได้ (P)
4. นกั เรยี นมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Appearance (hair: curly, wavy, straight, spiky, thick, long, short,
brown, fair, grey; eyes: big, small, blue, green; mouth: small,
wide; nose: big, long, small; face: round, long; lips: thin, full;
height: tall, short, of medium height; age: old, young, middle-
aged; weight: overweight, plump, thin, slim, well built, fat; looks:
handsome, beautiful, ugly, attractive)
Character (funny, brave, hardworking, stupid, patient, honest,
lazy, clever, impatient, dishonest, boring, cowardly)
Functions: Describing people’s appearance and character
Helen is young, tall and thin. She’s got long curly, fair hair and full
lips.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพ่อื หาขอ้ มลู เฉพาะ
Speaking: พูดบรรยายลกั ษณะและนิสยั ของบคุ คล
Reading: อา่ นเพอ่ื หาขอ้ มลู เฉพาะและแสดงความคดิ เหน็
Writing: เขยี นสรปุ เร่อื งทอ่ี ่าน
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝ่เรยี นรู้
- มงุ่ มนั่ ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
1. ครูใหน้ กั เรยี นวาดภาพเดก็ ผหู้ ญงิ ตามทค่ี รูบรรยาย โดยครพู ดู บรรยาย 2 ครงั้
(Nina is a little girl. She is short and slim. She has got long, wavy hair. Her face is
round. She has got big blue eyes, small nose, small mouth and full lips.)
2. ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บรรยายลกั ษณะของ Nina โดยครขู ออาสาสมคั ร 2 คน ออกมาชว่ ยกนั วาด
ภาพ Nina ตามทเ่ี พอ่ื นบรรยายบนกระดาน จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นเปรยี บเทยี บภาพทต่ี นเองวาดกบั
ภาพทเ่ี พ่อื นวาดบนกระดาน
3. ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั คาดเดาเกย่ี วกบั เรอ่ื งทจ่ี ะเรยี นในวนั น้ี
ขนั้ Presentation
1. หนังสือเรยี น หน้า 23 Ex. 5 ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งคาศพั ทพ์ รอ้ มกนั แลว้ ครูชว่ ยอธบิ ายคา
วา่ spiky และ fair
spiky (adj)= (hair) sticking straight up from the head ((ผม) ตงั้ )
fair (adj) = very light in colour (สอี อ่ น)
ตอ่ มาครอู ่านคาสงั่ และอธบิ ายวา่ คาคุณศพั ทท์ อ่ี ย่ใู นแตล่ ะขอ้ ใช้สาหรบั บรรยายลกั ษณะของ
อวยั วะใดอวยั วะหน่งึ แลว้ ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาวา่ คาคุณศพั ทใ์ นแตล่ ะขอ้ ใชบ้ รรยายอวยั วะส่วนใด
เสรจ็ แลว้ ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั
2. ครูพดู ประโยค แลว้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการใชค้ าคณุ ศพั ทบ์ รรยายอวยั วะ เชน่ Suda has got
straight hair. You have got blue eyes. จากนนั้ ครูสมุ่ เรยี กนกั เรยี นใหใ้ ชค้ าคณุ ศพั ทใ์ นแต่ละขอ้
บรรยายอวยั วะส่วนตา่ ง ๆ ของเพอ่ื นในหอ้ ง
3. หนังสือเรยี น หน้า 23 Ex. 6 ใหน้ กั เรยี นจบั คูก่ บั เพ่อื น ดหู วั ขอ้ ในตารางและตวั อยา่ งคาคณุ ศพั ท์
ทอ่ี ยู่ในตารางในแตล่ ะหวั ขอ้ ครถู ามนกั เรยี นวา่ การบรรยายลกั ษณะของคนนอกจากการใช้
คาคุณศพั ทบ์ รรยายอวยั วะใน Ex. 5 แลว้ นกั เรยี นคดิ วา่ การบรรยายลกั ษณะของคนสามารถ
บรรยายเกย่ี วกบั อะไรไดอ้ กี (ความสงู อายุ น้าหนกั รูปร่างหน้าตา) จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นอา่ น
คาคุณศพั ทท์ ใ่ี หม้ าพรอ้ มกนั แลว้ ชว่ ยกนั บอกความหมาย
4. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะค่ชู ว่ ยกนั จดั กลุ่มคาคุณศพั ทต์ ามหวั ขอ้ ในตาราง เสรจ็ แลว้ ครวู าดตารางบน
กระดาน และขออาสาสมคั ร 4 คน ออกมาเขยี นคาตอบคนละ 1 หวั ขอ้ ครตู รวจคาตอบบน
กระดาน
HEIGHT AGE WEIGHT LOOKS
tall, short, of old, young, fat, overweight, handsome,
medium height middle-aged
plump, thin, slim, beautiful, ugly,
well built attractive
หลงั จากนนั้ ครยู กตวั อยา่ งประโยคการใชค้ าคณุ ศพั ทเ์ หล่าน้ี เชน่ Malee is tall and slim. Ben is
young and handsome. แลว้ ครูสุม่ เรยี กนกั เรยี นใหพ้ ูดประโยคบรรยายเพอ่ื นในหอ้ งโดยใช้
คาคณุ ศพั ทใ์ น Ex. 6
5. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 7 ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพ Dave, Helen, Bill, Jim และ Ann และอ่านชอ่ื
ของบคุ คลทงั้ 5 แลว้ ครอู ธบิ ายวา่ จะใหน้ กั เรยี นพูดบรรยายบคุ คลทงั้ 5 โดยใชค้ าคุณศพั ทจ์ าก
Ex. 5 และ Ex. 6 ครถู ามคาถาม What does Dave look like? และใหน้ กั เรยี นอา่ นประโยค
ตวั อย่างพรอ้ มกนั จากนนั้ ครขู ออาสาสมคั รแถวละ 1 คน เพอ่ื ถามคาถาม What does … look
like? แลว้ ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผถู้ ามเลอื กผตู้ อบเอง ครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นพดู บรรยายบคุ คลทงั้ 5 ให้
ไดม้ ากทส่ี ดุ โดยครเู ขยี นคาถามและคาตอบของนกั เรยี นบนกระดาน จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นอ่าน
พรอ้ มกนั
6. หนังสือเรยี น หน้า 23 Ex. 8 (สว่ นจบั คคู่ า) ครใู หน้ กั เรยี นฝัง่ ซา้ ยอา่ นคาคณุ ศพั ท์ 1-6 และ
นกั เรยี นฝัง่ ขวาอา่ นคาคุณศพั ท์ a-f คาใดทน่ี กั เรยี นอา่ นไมไ่ ดใ้ หอ้ ่านตามครู แลว้ ใหน้ กั เรยี น
ชว่ ยกนั พจิ ารณาวา่ คาคุณศพั ทเ์ หลา่ น้ใี ชบ้ รรยายเกย่ี วกบั อะไร (ลกั ษณะนสิ ยั ) และครูสรุปใหอ้ กี
ครงั้ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นจบั คูค่ าคุณศพั ทท์ ม่ี คี วามหมายตรงขา้ มกนั แลว้ ตรวจคาตอบรว่ มกนั และ
ครชู ว่ ยอธบิ ายความหมายของคาศพั ทท์ น่ี กั เรยี นไม่รู้ เชน่
hardworking (adj) = working with a lot of effort (ขยนั )
cowardly (adj) = not brave (ขข้ี ลาด, ไม่กลา้ )
7. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 8 (ส่วนเตมิ คา) ครเู ขยี นคาถาม What is … like? บนกระดาน และ
ใหน้ กั เรยี นดปู ระโยคขอ้ 1 และเดาคาตอบ ต่อมาครถู ามคาถาม What is his dad like? และขอ
อาสาสมคั ร 1 คน บอกคาตอบ โดยพดู ตอบทงั้ ประโยค ครูเขยี นคาตอบบนกระดาน และให้
นกั เรยี นพจิ ารณาร่วมกนั วา่ ถูกตอ้ งหรอื ไม่ ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั อธบิ ายวา่ สงั เกตจากคาใดใน
ประโยคจงึ ตอบเชน่ นนั้ เมอ่ื นกั เรยี นตอบแลว้ ครจู งึ อธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา่ การจะเลอื กใชค้ าใดเพอ่ื
บรรยายลกั ษณะนสิ ยั นนั้ ในแตล่ ะขอ้ จะมคี าหรอื กลุ่มคาทเ่ี ป็น clue word(s) เชน่ ขอ้ 1 คอื can
wait จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอก clue word(s) ของแต่ละขอ้ แลว้ ครูสุ่มเรยี กนกั เรยี น 5 คน
ถามคาถามสาหรบั ขอ้ 2-6 และใหผ้ ถู้ ามเลอื กผตู้ อบเอง
8. ครูถามคาถามนกั เรยี น What does (ชอ่ื นกั เรยี น) look like? และขออาสาสมคั รตอบ แลว้ ครู
ถามคาถาม What is she/he like? และขออาสาสมคั รตอบ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นสรปุ การใชค้ าถาม
What does ... look like ? และWhat is ... like?
ขนั้ Practice
1. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 9 ครูแบ่งนกั เรยี นเป็น 2 กล่มุ กล่มุ แรกอ่านคาถาม อกี กล่มุ หน่งึ อา่ น
คาตอบ จากนนั้ สลบั บทบาทกนั
2. ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา โดยสามารถเปลย่ี น your best friend เป็นบุคคลอ่นื ได้ เชน่ เพอ่ื นใน
ชนั้ , your dad, your mum, your sister
3. ครูสุ่มเรยี กนกั เรยี น 3-4 คู่ ออกมาพูดสนทนาหน้าชนั้ เรยี น
ขนั้ Production
1. หนังสือเรยี น หน้า 23 Ex. 10 ครูบอกนกั เรยี นวา่ จะไดฟ้ ังเรอ่ื งราวของนกั รบหญงิ คนหน่งึ แลว้
พจิ ารณาวา่ ประโยค 1-5 ถูกหรอื ผดิ หากประโยคใดผดิ ใหแ้ กไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง จากนนั้ ครูใหน้ กั เรยี น
อา่ นประโยค 1-5 พรอ้ มกนั แลว้ เปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟังเรอ่ื ง Boudicca: Britain’s First Warrior
ในขณะทฟ่ี ังใหน้ กั เรยี นขดี เสน้ ใตข้ อ้ มูลทผ่ี ดิ และเขยี นขอ้ มูลทถ่ี กู ตอ้ งไวด้ ว้ ย จากนนั้ ครใู ห้
นกั เรยี นฟังเรอ่ื งอกี ครงั้ และตรวจคาตอบร่วมกนั
2. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 11 นกั เรยี นนาขอ้ มูลจาก Ex. 10 มาเตมิ ลงในชอ่ งวา่ งในขอ้ ความให้
ถูกตอ้ ง เสรจ็ แลว้ ครูใหน้ กั เรยี นอ่าน paragraph พรอ้ มกนั
3. นกั เรยี นทา Language Review 2a Exs. 1-2 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 106 รว่ มกนั ในชนั้
4. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 13 Exs. 5-8 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
9. การวดั และประเมินผล
วิธีการวดั เครื่องมอื เกณฑก์ ารผา่ น
รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบฝึกหดั (Workbook)
ระดบั คุณภาพ พอใช้
หรอื การฟัง
-
สงั เกตการอภปิ รายแสดงความ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ระดบั คุณภาพ พอใช้
คดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทอ่ี า่ น เรยี นรู้
ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ตรวจการบรรยายลกั ษณะของบคุ คล สมดุ นกั เรยี น ระดบั คุณภาพ ผา่ น
ตามภาพทก่ี าหนด
ประเมนิ การพดู บรรยายลกั ษณะและ แบบประเมนิ การพูด
นสิ ยั ของบคุ คลอ่นื
ประเมนิ การเขยี นสรุปเรอ่ื ง แบบประเมนิ การเขยี น
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
มงุ่ มนั่ ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์
บันทกึ ความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...................................................
(นายทนงศกั ดิ์ เตยี วศิริชัยสกุล)
ผอู้ านวยการโรงเรียนเหลา่ ฝ้ายผดงุ วทิ ย์
.........../............/.............
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...................................................ผู้สอน
(นางสาวธัญชนิต ชลประทาน)
ครูผูช้ ่วยโรงเรยี นเหล่าฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 3
เรอื่ ง Grammar 2b เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ท่ี …………………………………………..
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขียน
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตกุ ารณ์ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของ
เจ้าของภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใช้อย่างถกู ต้องและ
เหมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
ต 2.2 ม. 2/1 เปรยี บเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี ง
ประโยคชนดิ ต่าง ๆ และการลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
2. สาระสาคญั
การเรยี นรแู้ ละเขา้ ใจโครงสรา้ งทางภาษา ชว่ ยใหส้ ามารถพดู และเขยี นประโยคต่าง ๆ ได้
ถูกตอ้ งและเหมาะสมตามสถานการณ์ ตลอดจนเกดิ ความเขา้ ใจในความเหมอื นและความตา่ งของ
ภาษาองั กฤษและภาษาไทย
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.อธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งของประโยคภาษาไทยและภาษาองั กฤษได้ (K)
2. เขยี นประโยค Past simple ไดถ้ ูกตอ้ ง (P)
3. เขยี น paragraph เกย่ี วกบั กจิ กรรมทต่ี นเองทาในวนั สดุ สปั ดาหท์ ผ่ี า่ นมาได้(P)
4. นกั เรยี นมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Grammar: Past simple (regular and irregular verbs)
Used to
Prepositions of movement
Pronunciation: /t/, /d/, /Id/
watch, liked, walked, played, wanted, stopped
2) Language Skills
Speaking: สนทนาเกย่ี วกบั เหตุการณใ์ นอดตี
Writing: เขยี นใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1 ใฝ่เรยี นรู้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
1. ครใู หน้ กั เรยี นขดี เสน้ ใตค้ ากรยิ าในเรอ่ื ง Pocahontas หนงั สอื เรยี น หนา้ 22 จากนนั้ ใหน้ กั เรยี น
ชว่ ยกนั บอกคาทข่ี ดี เสน้ ใต้ และครูเขยี นบนกระดาน
2. นกั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจวา่ มคี าใดบา้ งทไ่ี มใ่ ชค่ ากรยิ าและเพม่ิ คากรยิ าทห่ี ายไป จากนนั้ ใหน้ กั เรยี น
อ่านคากรยิ าทงั้ หมดบนกระดาน
ขนั้ Presentation
1. ครูบอกนกั เรยี นวา่ คากรยิ าบนกระดานนนั้ อยู่ในรปู Past simple แลว้ ใหน้ กั เรยี นจบั กลุ่มย่อย
ชว่ ยกนั จดั กล่มุ คากรยิ าบนกระดาน โดยใหก้ าหนดเกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นการจดั กลุม่ เอง
2. ครูถามนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ วา่ ใชเ้ กณฑใ์ ดในการจดั กล่มุ แลว้ ครสู รุปใหฟ้ ังวา่ คากรยิ าบนกระดาน
จะแบ่งได้ 2 กล่มุ คอื คากรยิ าทเ่ี ปลย่ี นรปู เรยี กวา่ irregular และคากรยิ าทเ่ี ตมิ -ed เรยี กวา่
regular ครูขออาสาสมคั รออกมาเขยี นผลการจดั กลุ่มคากรยิ าบนกระดาน
จากนนั้ ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตคากรยิ าทเ่ี ตมิ -ed แลว้ ชว่ ยกนั บอกวา่ จะแยกคากรยิ าทเ่ี ตมิ -ed
เป็นกลุ่มยอ่ ยโดยใชเ้ กณฑใ์ นการแยกอยา่ งไร แลว้ ครูจงึ สรุปใหฟ้ ังอกี ครงั้
3. ครอู ธบิ ายการออกเสยี งคากรยิ าทเ่ี ตมิ -ed โดยออกเสยี งคากรยิ าบนกระดานใหน้ กั เรยี นฟังทลี ะ
คา แลว้ ครูถามนกั เรยี นวา่ ไดย้ นิ ครูออกเสยี งทา้ ยคากรยิ าเป็นเสยี งอะไรบา้ ง ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั
ตอบ แลว้ ครูจงึ สรปุ ใหฟ้ ัง
จากนนั้ ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั จดั กลมุ่ คากรยิ าทเ่ี ตมิ -ed บนกระดานตามหลกั การออกเสยี ง -ed
เสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรยี นออกเสยี งคากรยิ าทจ่ี ดั กลมุ่ แลว้ คาละ 2 ครงั้
/t/ /d/ /Id/
asked, helped, liked started, arrested
tried, arrived, settled,
managed, believed,
save, stayed, married,
died
4. ครเู ขยี นประโยคบนกระดาน
She /They went to the museum last month?
Did she/they go to the museum last week?
No, she/they didn’t.
ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตการใชค้ ากรยิ ากบั ประธาน และรูปของคากรยิ าเมอ่ื อยใู่ นประโยคคาถาม และ
ประโยคคาตอบ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นอภปิ รายร่วมกนั
5. หนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 1 ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาตาราง และชว่ ยกนั สรุปรูปของคากรยิ า Past
simple ในประโยคบอกเล่า ปฏเิ สธ และคาถามอกี ครงั้ (คากรยิ า Past simple ใชไ้ ดก้ บั ประธาน
เอกพจน์และพหพู จน์ การทาเป็นประโยคปฏเิ สธใหใ้ ช้ didn’t/did not มาวางขา้ งหน้าคากรยิ า
หลกั และเปลย่ี นคากรยิ าหลกั ใหอ้ ยู่ในรปู base form ส่วนการทาเป็นประโยคคาถาม ใหใ้ ช้ did
ขน้ึ ตน้ ประโยค และเปลย่ี นคากรยิ าหลกั ใหอ้ ย่ใู นรปู base form)
ขนั้ Practice
1. หนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 2 นกั เรยี นเขยี นรปู Past simple ของคากรยิ าทก่ี าหนดให้ เสรจ็ แลว้
ครูเปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟังเพอ่ื ตรวจคาตอบ โดยครเู ขยี นคาตอบบนกระดาน จากนนั้ ใหน้ กั เรยี น
ชว่ ยกนั ระบวุ า่ คากรยิ าคาใดเป็น irregular แลว้ ครูขออาสาสมคั รอา่ นคากรยิ าทเ่ี ป็น irregular
2. หนังสือเรยี น หน้า 24 Ex. 3 ครเู ปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟังการออกเสยี งคากรยิ าทเ่ี ตมิ -ed และ
ออกเสยี งตาม จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นฟัง CD อกี ครงั้ และทาเคร่อื งหมาย ลงในตาราง เสรจ็ แลว้ ครู
เฉลยคาตอบ และใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั คดิ คากรยิ าเตมิ -ed ทอ่ี อกเสยี งทงั้ 3 เสยี ง เพม่ิ เตมิ
3.
/t/ /d/ / Id/ /t/ /d/ /Id/
watched played
wanted stopped
liked
walked
4. หนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 4 นกั เรยี นเปลย่ี นคากรยิ าในวงเลบ็ ใหอ้ ยใู่ นรูป Past simple เสรจ็
แลว้ ครูสุ่มเรยี กนกั เรยี นอ่านประโยคคนละ 1 ประโยค พรอ้ มสะกดคากรยิ า จากนนั้ ใหน้ กั เรยี น
ชว่ ยกนั ระบวุ า่ คากรยิ าคาใดเป็น irregular และคาใดเป็น regular
ขนั้ Production
1. หนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 5 นกั เรยี นดภู าพ และเขยี นประโยคใหม่ใหถ้ ูกตอ้ ง เสรจ็ แลว้ ครขู อ
อาสาสมคั รอ่านประโยคขอ้ ละ 1 คน
2. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 14 Exs. 1-4 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
9. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารผา่ น
วิธีการวดั แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้
สงั เกตการอธบิ ายเปรยี บเทยี บความ สมุดนกั เรยี น -
เหมอื นและความตา่ งของประโยค แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
ภาษาองั กฤษและภาษาไทย
ตรวจการเขยี นประโยค Past simple แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดบั คณุ ภาพ ผา่ น
ประเมนิ การเขยี น paragraph ประสงค์
เกย่ี วกบั กจิ กรรมทต่ี นเองทาในวนั สดุ
สปั ดาห์ ทผ่ี า่ นมา
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความมงุ่ มนั่
ในการทางาน
บันทึกความคดิ เห็นของผ้อู านวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...................................................
(นายทนงศกั ดิ์ เตียวศริ ิชัยสกุล)
ผู้อานวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดุงวทิ ย์
.........../............/.............
บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................ผ้สู อน
(นางสาวธัญชนติ ชลประทาน)
ครูผูช้ ว่ ยโรงเรียนเหลา่ ฝ้ายผดงุ วิทย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 4
เรอื่ ง Grammar 2b เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ท่ี ……………………………………
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขยี น
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตกุ ารณ์ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของ
เจ้าของภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใช้อย่างถกู ต้องและ
เหมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
ต 2.2 ม. 2/1 เปรยี บเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี ง
ประโยคชนิดต่าง ๆ และการลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
2. สาระสาคญั
การเรยี นรแู้ ละเขา้ ใจโครงสรา้ งทางภาษา ชว่ ยใหส้ ามารถพดู และเขยี นประโยคต่าง ๆ ได้
ถูกตอ้ งและเหมาะสมตามสถานการณ์ ตลอดจนเกดิ ความเขา้ ใจในความเหมอื นและความต่างของ
ภาษาองั กฤษและภาษาไทย
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.อธบิ ายความเหมอื นและความแตกต่างของประโยคภาษาไทยและภาษาองั กฤษได้ (K)
2. เขยี นประโยค Past simple ไดถ้ กู ตอ้ ง (P)
3. เขยี น paragraph เกย่ี วกบั กจิ กรรมทต่ี นเองทาในวนั สดุ สปั ดาหท์ ผ่ี า่ นมาได้(P)
4. นกั เรยี นมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Grammar: Past simple (regular and irregular verbs)
Used to
Prepositions of movement
Pronunciation: /t/, /d/, /Id/
watch, liked, walked, played, wanted, stopped
2) Language Skills
Speaking: สนทนาเกย่ี วกบั เหตุการณใ์ นอดตี
Writing: เขยี นใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1 ใฝ่เรยี นรู้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
1. ครบู อกคากรยิ า Present simple ใหน้ กั เรยี นบอก Past simple ของคากรยิ านนั้
2. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละแถวแขง่ กนั เปลย่ี นประโยคบอกเลา่ เป็นประโยคคาถาม Yes/No question
โดยครูจะพดู ประโยคบอกเลา่ แถวใดยกมอื ขน้ึ ก่อนจะไดพ้ ดู ประโยคกอ่ น ถา้ พูดประโยคถกู ตอ้ ง
จะได้ 1คะแนน เชน่
T: Linda played basketball yesterday.
แถวท่ี 1: Did Linda play basketball yesterday?
T: Correct. Get 1 point.
ขนั้ Presentation
1. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 7 ครทู บทวนประโยคคาถาม Yes/No question ในรปู Past simple
โดยนกั เรยี นอา่ นประโยคคาถามและคาตอบขอ้ 1 พรอ้ มกนั แลว้ ครสู ุม่ เรยี กนกั เรยี นทลี ะแถวให้
ถามคาถาม และสมุ่ เรยี กอกี แถวใหต้ อบคาถาม จนครบทงั้ 5 ขอ้
2. ครูเขยี นประโยคคาถามขอ้ 2 Did your dad drive you to school yesterday? บนกระดาน โดย
ขดี เสน้ ใตค้ าวา่ yesterday และเขยี นคาตอบ No, he didn’t. ครถู ามนกั เรยี นวา่ ถา้ ตอ้ งการถาม
เวลาทถ่ี กู ตอ้ งทพ่ี อ่ ขบั รถพาไปโรงเรยี น นกั เรยี นจะใช้ wh-word คาใด ครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นตอบ
when เม่อื นกั เรยี นตอบแลว้ ครเู ขยี น When บนกระดาน ตามดว้ ยประโยคคาถามเดมิ และตดั คา
วา่ yesterday ออก
Question: Did your dad drive you to school yesterday?
Answer: No, he didn’t.
Question: When did your dad drive you to school?
Answer: Last Monday./Last week. etc.
ตอ่ มาครูเขยี นคาถามขอ้ 5 Did your friend send you a text message last night? โดยขดี เสน้
ใต้ text message แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ ถา้ ตอ้ งการคาตอบเป็นสง่ิ อน่ื ทไ่ี ม่ใช่ text message ตอ้ ง
ถามวา่ อยา่ งไร (What did your friend send you last night?) และถา้ ตอ้ งการคาตอบเป็นเวลา
อ่นื ทไ่ี ม่ใช่ last night ตอ้ งถามวา่ อย่างไร (When did your friend send you a text message?)
3. ครเู ขยี นประโยค Past simple ทใ่ี ช้ used to และไมใ่ ช้ used to บนกระดาน และขดี เสน้ ใต้
คากรยิ า แลว้ ใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ วา่ ประโยคทงั้ สองเหมอื นหรอื ต่างกนั อยา่ งไร
- My grandfather played tennis when he was young.
My grandfather used to play tennis when he was young.
- Did your grandfather play tennis when he was young?
Did your grandfather use to play tennis when he was young?
- Yes, he did.
จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาตารางในหนังสือเรยี น หน้า 25 Ex. 9a และอภปิ รายร่วมกนั วา่ ใน
ภาษาไทยมรี ปู ประโยคในลกั ษณะนห้ี รอื ไม่
4. ครูนาเสนอ prepositions of movement: across, along, into, over, past, through, up, down,
towards โดยการวาดภาพงา่ ย ๆ บนกระดาน และออกเสยี ง ใหน้ กั เรยี นออกเสยี งตาม และ
ชว่ ยกนั บอกความหมาย
ขนั้ Practice
1. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 8 ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นประโยค Past simple เกย่ี วกบั ตนเองโดยใชค้ า
บอกเวลาทก่ี าหนดให้ เสรจ็ แลว้ ครูส่มุ เรยี กนกั เรยี น 1 คน อา่ นประโยคของตนเอง เมอ่ื นกั เรยี น
อ่านประโยคแลว้ ครถู ามคาถามโดยใช้ when เป็นตวั อยา่ ง ใหน้ กั เรยี นทงั้ ชนั้ ตอบพรอ้ มกนั เชน่
S1: I went to the cinema last night.
T: When did he go to the cinema?
Class: He went to the cinema last night.
จากนนั้ ครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี น 5-6 คน อ่านประโยคของตนเอง แลว้ ครขู ออาสาสมคั รเป็นผถู้ าม
คาถามโดยใช้ when และใหน้ กั เรยี นทงั้ ชนั้ ตอบพรอ้ มกนั
2. หนังสือเรยี น หน้า 25 Ex. 6 ครใู หน้ กั เรยี นใชค้ าทใ่ี หม้ าเขยี นประโยคคาถามใหถ้ กู ตอ้ ง พรอ้ ม
ทงั้ ตอบคาถามโดยเลอื กจากคาตอบทก่ี าหนดให้ เสรจ็ แลว้ ครขู ออาสาสมคั รอา่ นคาถามและ
คาตอบ ใหน้ กั เรยี นตรวจคาตอบร่วมกนั
3. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 9b ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นประโยคบอกสงิ่ ท่ี Peter เคยทา/ไมเ่ คยทาเมอ่ื
ตอน 10 ขวบ โดยใช้ used to รว่ มกบั คาทก่ี าหนดให้ เสรจ็ แลว้ ครใู หน้ กั เรยี นอ่านประโยคพรอ้ ม
กนั เพอ่ื ตรวจคาตอบ
4. ครูใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื น ผลดั กนั พูดบอกประสบการณข์ องตนเองตามขอ้ 1-8 ใน Ex. 9b เชน่
I didn’t use to play in the street. สุ่มเรยี กนกั เรยี น 2 คน พดู บอกประสบการณข์ องตนเองให้
เพ่อื นฟัง
5. หนังสือเรยี น หน้า 25 Ex. 10 นกั เรยี นอ่านเนอ้ื เร่อื ง แลว้ นา preposition ไปเตมิ ลงในชอ่ งวา่ ง
เสรจ็ แลว้ ครูตรวจคาตอบ
6.
ขนั้ Production
1. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 11 นกั เรยี นเขยี น paragraph เกย่ี วกบั กจิ กรรมทต่ี นเองทาในวนั สดุ
สปั ดาหท์ ผ่ี า่ นมา โดยใหม้ คี วามยาวอยา่ งน้อย 5 ประโยค
2. นกั เรยี นทา Grammar Bank 2 ในแบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 75 Exs. 1-7
3. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 14-15 Exs. 5-8 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
9. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารผา่ น
วิธีการวดั แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
สงั เกตการอธบิ ายเปรยี บเทยี บความ สมุดนกั เรยี น -
เหมอื นและความตา่ งของประโยค แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
ภาษาองั กฤษและภาษาไทย
ตรวจการเขยี นประโยค Past simple แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดบั คุณภาพ ผา่ น
ประเมนิ การเขยี น paragraph ประสงค์
เกย่ี วกบั กจิ กรรมทต่ี นเองทาในวนั สดุ
สปั ดาห์ ทผ่ี า่ นมา
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความมงุ่ มนั่
ในการทางาน
บนั ทกึ ความคิดเหน็ ของผอู้ านวยการ/ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตียวศิริชยั สกุล)
ผ้อู านวยการโรงเรยี นเหล่าฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...................................................ผ้สู อน
(นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน)
ครูผู้ช่วยโรงเรียนเหลา่ ฝ้ายผดงุ วิทย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 5
เร่อื ง Skills 2c เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ท่ี ……………………………………..
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ดั ชนั้ ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เรอ่ื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลและ
ยกตวั อยา่ ง งา่ ย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดง
ความร้สู ึกและความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.2 ม. 2/4 พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มลู บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งท่ี
ฟังหรอื อา่ นอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขยี น
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตุการณท์ อ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
2. สาระสาคญั
การเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ใจความสาคญั เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ของการเขยี นตามลาดบั เหตกุ ารณ์
รวมทงั้ การมคี วามรแู้ ละความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การใชค้ าทแ่ี สดงลาดบั เวลาจะชว่ ยใหส้ ามารถนาคาศพั ท์
ประโยคตา่ ง ๆไปใชใ้ นการเขยี นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งตามโครงสรา้ งของการเขยี น ไดถ้ กู ตอ้ งและน่าสนใจ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.เขยี นสรปุ ใจความสาคญั จากเร่อื งทอ่ี า่ นได้ (P)
2. เลา่ เร่อื งทฟ่ี ังได้ (K)
3.เขยี นอเี มลเลา่ ประสบการณข์ องตนเองได้ (P)
4 นกั เรยี นมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (cool, fit together, cross, fight)
Nouns (bridge of rocks, giant, enemy, eruption, surface, Irish legend,
result, size, boiling lava, place of myth and legend)
Adjectives (powerful, mysterious, terrified, huge)
Phrase (wonder of nature)
Functions: Narrating a story
Once there was a giant called Finn MacCool who built a rock bridge
from Ireland to Scotland.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพอ่ื หาขอ้ มลู เฉพาะ
Speaking: เลา่ เร่อื ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway
Writing: เขยี นอเี มล
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
-ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ Warm up
1. นกั เรยี นดูภาพ Finn MacCool ในหนงั สอื เรยี น หน้า 26 ครสู นทนาบอกนกั เรยี นวา่ Finn
MacCool เป็นยกั ษ์ เพ่อื ใหน้ กั เรยี นทราบขอ้ มูลเบอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั Finn MacCool แลว้ ใหน้ กั เรยี น
จบั คกู่ นั นาคาทค่ี รกู าหนดให้ ไดแ้ ก่ lived, sea, bridge, surface, walk, made เตมิ ลงในขอ้ ความ
(ครูอาจเขยี นขอ้ ความบนกระดานใหน้ กั เรยี นลอกลงสมุด หรอื พมิ พใ์ สก่ ระดาษแจกนกั เรยี น)
เสรจ็ แลว้ ครเู ฉลยคาตอบ
The Giant Causeway is a bridge between Ireland and Scotland. Finn lived in
Ireland. He made a bridge by throwing rocks into the sea. People can walk
on it but they can’t walk to Scotland, because it is under the surface of the
sea.
2. ครขู ออาสาสมคั รอ่านขอ้ ความทเ่ี ตมิ สมบูรณ์แลว้ จากนนั้ ครูบอกนกั เรยี นวา่ ขอ้ ความน้เี ป็นสว่ น
หน่งึ ของเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี นในวนั น้ี
ขนั้ Presentation
1. ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นคาศพั ทใ์ นกรอบ check these words พรอ้ มกนั คา/กลมุ่ คาใดนกั เรยี นอา่ นไม่
ถกู ตอ้ งใหน้ กั เรยี นอ่านตามครู จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกความหมาย คา/กล่มุ คาใดท่ี
นกั เรยี นบอกความหมายไมไ่ ด้ ใหน้ กั เรยี นเปิดหาความหมายในพจนานุกรม
2. หนังสือเรียน หน้า 26 Ex. 1 ครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี น 3-4 คน อา่ นเน้อื เรอ่ื ง Finn MacCool and the
Giant’s Causeway ทย่ี งั ไมส่ มบรู ณ์ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดเ้ หน็ เนอ้ื เรอ่ื งโดยรวม จากนนั้ ครูขอ
อาสาสมคั รตอบวา่ ในชอ่ งวา่ งแต่ละขอ้ น่าจะเตมิ คาชนิดใด (noun/verb/adjective) พรอ้ มบอก
เหตุผล โดยครคู อยอธบิ ายเพมิ่ เตมิ
3. ครูใหน้ กั เรยี นจบั ค่ชู ว่ ยกนั เตมิ เน้อื เรอ่ื งใหส้ มบูรณ์ โดยเลอื กคา/กล่มุ คาจากกรอบ check these
words มาเตมิ
4. ครเู ปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟังเรอ่ื ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway และตรวจคาตอบท่ี
นกั เรยี นเตมิ
ขนั้ Practice
1. นกั เรยี นอ่านเรอ่ื ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway ทเ่ี ตมิ สมบูรณ์แลว้ พรอ้ มกนั
2. ครูแบ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ตอบคาถามจากซองคาถามทค่ี รูแจกใหก้ ล่มุ
ละ 1 ซอง
ขนั้ Production
1. หนังสือเรียน หน้า 26 Ex. 2a นกั เรยี นอา่ น notes เกย่ี วกบั โครงเร่อื งของเรอ่ื ง Finn MacCool
and the Giant’s Causeway แลว้ ชว่ ยกนั บอกขอ้ มลู
2. นกั เรยี นฟังเร่อื งอกี ครงั้ และเตมิ ขอ้ มลู ลงใน notes จากนนั้ ครูขออาสาสมคั รบอกขอ้ มูลทเ่ี ตมิ
3. นกั เรยี นทา Language Review 2c Ex. 3 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 106 รว่ มกนั ในชนั้
4. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 16 Ex. 3 ใหน้ กั เรยี นฟัง CD แลว้ จบั คู่บคุ คลกบั กจิ กรรมใหถ้ กู ตอ้ ง
5. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 16 Exs. 1-2 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
9. การวดั และประเมินผล
วิธีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารผา่ น
-
ตรวจการเขยี นขอ้ มลู ตามโครงเร่อื งทฟ่ี ัง สมุดนกั เรยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
สงั เกตการพดู เลา่ เรอ่ื ง Finn MacCool แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
and the Giant’s Causeway เรยี นรู้ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ประเมนิ การเขยี นอเี มล แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คณุ ภาพ ผา่ น
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความมงุ่ มนั่ ใน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ
การทางาน ประสงค์
บันทึกความคดิ เห็นของผ้อู านวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...................................................
(นายทนงศกั ดิ์ เตยี วศริ ิชัยสกุล)
ผู้อานวยการโรงเรยี นเหล่าฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...................................................ผู้สอน
(นางสาวธัญชนิต ชลประทาน)
ครผู ู้ช่วยโรงเรียนเหล่าฝา้ ยผดุงวทิ ย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 6
เรอ่ื ง Skills 2c เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ที่ ……………………………….
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อย่างมเี หตุผล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เร่อื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลและ
ยกตวั อยา่ ง งา่ ย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดง
ความรสู้ ึกและความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.2 ม. 2/4 พูดและเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มลู บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งท่ี
ฟังหรอื อ่านอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ โดยการ
พูดและการเขยี น
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตุการณ์ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
2. สาระสาคญั
การเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ใจความสาคญั เขา้ ใจความสมั พนั ธข์ องการเขยี นตามลาดบั เหตุการณ์
รวมทงั้ การมคี วามรแู้ ละความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การใชค้ าทแ่ี สดงลาดบั เวลาจะชว่ ยใหส้ ามารถนาคาศพั ท์
ประโยคตา่ ง ๆไปใชใ้ นการเขยี นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งตามโครงสรา้ งของการเขยี น ไดถ้ กู ตอ้ งและน่าสนใจ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.เขยี นสรุปใจความสาคญั จากเร่อื งทอ่ี ่านได้ (P)
2. เลา่ เรอ่ื งทฟ่ี ังได้ (K)
3.เขยี นอเี มลเลา่ ประสบการณ์ของตนเองได้ (P)
4 นกั เรยี นมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (cool, fit together, cross, fight)
Nouns (bridge of rocks, giant, enemy, eruption, surface, Irish legend,
result, size, boiling lava, place of myth and legend)
Adjectives (powerful, mysterious, terrified, huge)
Phrase (wonder of nature)
Functions: Narrating a story
Once there was a giant called Finn MacCool who built a rock bridge
from Ireland to Scotland.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพอ่ื หาขอ้ มลู เฉพาะ
Speaking: เลา่ เร่อื ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway
Writing: เขยี นอเี มล
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
1. ครูเขยี นประโยคเกย่ี วกบั เรอ่ื ง Finn MacCool and the Giant’s causeway บนกระดาน หรอื
พมิ พใ์ สก่ ระดาษแจกนกั เรยี น แลว้ ใหน้ กั เรยี นอา่ นประโยคและพจิ ารณาวา่ ประโยคถกู หรอื ผดิ จาก
เร่อื งทเ่ี รยี นมาแลว้ หากประโยคใดผดิ ใหน้ กั เรยี นแกใ้ หถ้ กู ตอ้ ง
1 The Giant’s Causeway is a rock bridge between England and Scotland.
2 Giant Finn MacCool lived in Scotland while his enemy lived in England.
3 Giant Finn made the bridge by throwing the rocks into the sea.
4 Benandonner ran across the bridge and saw Finn’s baby.
5 Benandonner was terrified by the size of the baby and ran back home.
2. นกั เรยี นตรวจคาตอบรว่ มกนั
ขนั้ Presentation
1. หนังสือเรยี น หน้า 26 Ex. 2b ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่าน
คากรยิ าทก่ี าหนดใหพ้ รอ้ มกนั ครขู ออาสาสมคั รกลุ่มละ 1 คน บอก Past simple ของคากรยิ า
ดงั กล่าว
2. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั เขยี นประโยคเกย่ี วกบั เรอ่ื ง Finn MacCool and the Giant’s
Causeway โดยใชค้ ากรยิ าทก่ี าหนดให้
3. ครูขอตวั แทนกลุ่ม กลมุ่ ละ 1 คน อา่ นประโยคของกลุ่มตนเอง นกั เรยี นคนอน่ื ชว่ ยตรวจความ
ถูกตอ้ ง หากมปี ระโยคใดไมถ่ ูกตอ้ ง นกั เรยี นชว่ ยกนั ปรบั แก้ จากนนั้ ครใู หท้ กุ กลมุ่ นาประโยค
ทงั้ หมดมาเรยี งตามลาดบั เหตกุ ารณ์
4. ครูอธบิ ายการใชค้ าบอกลาดบั เหตุการณ์ โดยยกตวั อย่างประโยค เชน่
- Once there was a princess called Snow White.
- One day a prince rode a horse into the forest and saw Snow White sleeping.
etc.
5. ครูขออาสาสมคั รกลุ่มละ 1 คน แต่งประโยคโดยใชค้ าบอกลาดบั เหตกุ ารณ์ทก่ี าหนดใหใ้ น Ex. 2b
ครูคอยใหค้ าแนะนา
ขนั้ Practice
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั รอ้ ยเรยี งประโยคเกย่ี วกบั เรอ่ื ง Finn MacCool and the Giant’s
Causeway ใหเ้ ป็นขอ้ ความ โดยเลอื กใชค้ าบอกลาดบั เหตกุ ารณ์ท่ีกาหนดใหใ้ น Ex. 2b เป็น
ตวั เชอ่ื มประโยค ครเู ดนิ สงั เกตการทางานของนกั เรยี นและใหค้ าแนะนา
2. ครูใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลา่ เร่อื งของกลมุ่ ตนเองใหเ้ พ่อื นกลมุ่ อน่ื ฟัง เม่อื กลุ่มอ่นื ฟังแลว้ ใหเ้ ปรยี บเทยี บกบั
เรอ่ื งของกล่มุ ตน
ขนั้ Production
1. หนังสือเรยี น หน้า 26 Ex. 3 ครใู หน้ กั เรยี นจนิ ตนาการวา่ ไดไ้ ปเทย่ี ว Giant’s Causeway ท่ี
Ireland แลว้ ใหน้ กั เรยี นเขยี นอเี มลถงึ เพอ่ื นต่างชาติ ความยาวประมาณ 60-80 คา โดยเขยี น
เกย่ี วกบั where you went, what it looks like, what the legend says, what you thought/how
you felt ครใู หน้ กั เรยี นขน้ึ ตน้ อเี มลดว้ ย Dear และลงทา้ ยดว้ ย See you soon และแนะนาวา่
นกั เรยี นสามารถใชข้ อ้ มลู จากเรอ่ื ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway ใน Ex. 1 และ
Ex. 2 มาเขยี นได้
(สาหรบั ชนั้ เรยี นเดก็ ออ่ นครอู าจจะเขยี นอเี มลใหด้ บู นกระดาน โดยเวน้ ชอ่ งวา่ งเพ่อื ใหน้ กั เรยี นนา
คาทก่ี าหนดใหไ้ ปเตมิ เชน่ คาวา่ time, best, bridge, rocks, surface, giant, cross, enemy)
2. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 17 Ex. 8 ใหน้ กั เรยี นฟัง CD แลว้ เตมิ คาลงในชอ่ งวา่ ง
3. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 17 Exs. 4-7 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
9. การวดั และประเมินผล
วิธีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารผา่ น
-
ตรวจการเขยี นขอ้ มลู ตามโครงเรอ่ื งทฟ่ี ัง สมดุ นกั เรยี น ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
สงั เกตการพดู เลา่ เร่อื ง Finn MacCool แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
and the Giant’s Causeway เรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้
ประเมนิ การเขยี นอเี มล แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คุณภาพ ผา่ น
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความมงุ่ มนั่ ใน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ
การทางาน ประสงค์
บันทกึ ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ/ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศักดิ์ เตยี วศิริชัยสกลุ )
ผู้อานวยการโรงเรยี นเหลา่ ฝ้ายผดงุ วทิ ย์
.........../............/.............
บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...................................................ผู้สอน
(นางสาวธัญชนิต ชลประทาน)
ครูผูช้ ่วยโรงเรยี นเหล่าฝา้ ยผดงุ วิทย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 7
เรอื่ ง Everyday English 2d เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ท่ี ………………………………..
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่อื งที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เรอ่ื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลและ
ยกตวั อยา่ ง ง่าย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ข่าวสาร แสดง
ความร้สู ึกและความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง เร่อื งต่าง ๆ ใกลต้ วั และสถานการณ์
ตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขียน
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/3 พูดและเขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั กจิ กรรม เร่อื งตา่ ง ๆ ใกลต้ วั และ
ประสบการณ์ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบ
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และ
นาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตวั ชว้ี ดั
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา น้าเสยี ง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม
และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และ
สงั คม
ตวั ชว้ี ดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ าลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
สถานศกึ ษา และชมุ ชน
2. สาระสาคญั
การเรยี นรแู้ ละเขา้ ใจเกย่ี วกบั ประโยคและสานวนทใ่ี ชใ้ นการสนทนาเกย่ี วกบั ภาพยนตร์ จะชว่ ย
ใหส้ ามารถนาคาศพั ท์ สานวน และประโยคตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นการสนทนาในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม ตลอดจนมคี วามเขา้ ใจในวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ฟังบทสนทนาและบอกรายละเอยี ดสนบั สนุนได้ (K)
2. สนทนาเกย่ี วกบั ภาพยนตรท์ ด่ี ไู ด้ (K)
3. แต่งบทสนทนาตามสถานการณ์ทก่ี าหนดได้ (P)
4.นกั เรยี นมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Sentences (How was your weekend?, I’m sorry about that., What
did you watch?, It was brilliant., What’s it about?, Sounds
exciting., Who stars in it?, It’s a pity., You can rent it on DVD.)
Functions: Recommending a film
What were the special effects like?
The special effects were amazing.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพ่อื หาขอ้ มูลเฉพาะ
Speaking: สนทนาเกย่ี วกบั ภาพยนตร์
Writing: แตง่ บทสนทนาตามสถานการณ์ทก่ี าหนด
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
-ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มนั่ ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั กจิ กรรมทน่ี กั เรยี นทาในชว่ งวนั หยุดสดุ สปั ดาหท์ ผ่ี า่ นมา หากมี
นกั เรยี นตอบวา่ ชมภาพยนตรค์ รชู วนสนทนาตอ่ เกย่ี วกบั ภาพยนตรท์ น่ี กั เรยี นชน่ื ชอบ นกั แสดงท่ี
แสดงในภาพยนตรเ์ ร่อื งนนั้
ขนั้ Presentation
1. หนังสือเรยี น หน้า 27 Ex. 1a นกั เรยี นอ่านประโยคทก่ี าหนดใหพ้ รอ้ มกนั ครูถามความคดิ เหน็
นกั เรยี นวา่ จากประโยคทอ่ี า่ นน่าจะเป็นการสนทนาเกย่ี วกบั เรอ่ื งอะไร
2. หนังสือเรยี น หน้า 27 Ex. 1b นกั เรยี นฟังประโยคใน Ex. 1a จาก CD และอ่านตามทลี ะ
ประโยคพรอ้ มกนั จากนนั้ ครูสมุ่ เรยี กนกั เรยี นอา่ นเป็นรายบคุ คล
3. หนังสือเรยี น หน้า 27 Ex. 2 ครบู อกนกั เรยี นวา่ จะไดฟ้ ังบทสนทนา ใหน้ กั เรยี นตงั้ ใจฟังวา่
บทสนทนาดงั กลา่ วเกย่ี วขอ้ งกบั เร่อื งอะไร จากนนั้ ครูใหน้ กั เรยี นปิดหนงั สอื เรยี นและฟังบท
สนทนาจาก CD ขณะทน่ี กั เรยี นฟังบทสนทนาครเู ขยี นคาถามทก่ี าหนดใหบ้ นกระดาน เมอ่ื
นกั เรยี นฟัง บทสนทนาจบแลว้ ใหอ้ า่ นคาถามพรอ้ มกนั
4. นกั เรยี นฟังบทสนทนาอกี ครงั้ และชว่ ยกนั ตอบคาถาม ครูเขยี นคาตอบบนกระดาน
ขนั้ Practice
1. นกั เรยี นเปิดหนงั สอื เรยี น หนา้ 27 Ex. 2 ครใู หน้ กั เรยี นฟัง CD และอา่ นบทสนทนาในหนงั สอื
เรยี นตามไปดว้ ย
2. ครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี นตามเลขทใ่ี หอ้ า่ นบทสนทนาใน Ex. 2 จานวน 3-4 คู่
3. นกั เรยี นตรวจคาตอบของคาถามใน Ex. 2 ทค่ี รเู ขยี นบนกระดาน และชว่ ยกนั ปรบั แก้
4. ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกความหมายของประโยคใน Ex. 1 เป็นภาษาไทย
ขนั้ Production
1. ครูเขยี นประโยคเหลา่ น้บี นกระดาน
Did you enjoy your weekend? I’m sorry about that.
What did you watch? Really? What it’s about?
Sounds exciting. They are amazing.
Which actors are in it? It’s a shame I missed it.
และแจกกระดาษทม่ี บี ทสนทนาใหน้ กั เรยี นทกุ คน จากนนั้ ครอู ธบิ ายวา่ ใหน้ กั เรยี นเลอื กประโยค
บนกระดานไปเตมิ ในบทสนทนาใหส้ มบรู ณ์ เสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรยี นแลกเปลย่ี นกนั ตรวจ
2. นกั เรยี นทา Language Review 2d Ex. 4 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 106 รว่ มกนั ในชนั้
3. หนังสือเรียน หน้า 27 Ex. 5 ครูใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื นชว่ ยกนั แต่งบทสนทนาเกย่ี วกบั
ภาพยนตร์ ทด่ี ูทางโทรทศั น์ โดยใชบ้ ทสนทนาจาก Ex. 2 เป็นตน้ แบบ
A: Hi Ann. How was your weekend?
B: Not so good. I was ill so I stayed home.
A: I’m sorry about that.
B: That’s OK. I watched a good comedy adventure film.
A: What did you watch?
B: Night at the Museum 2. It was brilliant.
A: Really? What’s it about?
B: It’s about a security guard who works in a museum where the exhibits come
to life.
A: Sounds exciting. What were the special effects like?
B: The special effects were amazing.
A: Who stars in it?
B: Ben Stiller plays the security guard and it also stars Amy Adams and Owen
Wilson.
A: It sounds great. It’s a pity I didn’t watch it.
B: You can rent it on DVD.
4. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 18 Exs. 3-4 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
9. การวดั และประเมินผล
วิธีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารผา่ น
ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบฝึกหดั (Workbook) รอ้ ยละ 60
หรอื การฟัง
ประเมนิ การแต่งบทสนทนาเกย่ี วกบั แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
ภาพยนตรท์ ด่ี ูทางโทรทศั น์
ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ แบบประเมนิ การแสดงบทสนทนา/ ระดบั คุณภาพ พอใช้
บทบาทสมมติ
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คณุ ภาพ ผา่ น
มุ่งมนั่ ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์
บนั ทึกความคดิ เห็นของผู้อานวยการ/ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ...................................................
(นายทนงศักด์ิ เตยี วศิริชยั สกุล)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดงุ วิทย์
.........../............/.............
บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...................................................ผู้สอน
(นางสาวธัญชนติ ชลประทาน)
ครูผู้ช่วยโรงเรยี นเหลา่ ฝ้ายผดงุ วิทย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8
เรือ่ ง Everyday English 2d เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 ภาคเรียนที่ 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ที่ ………………………………………..
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชีว้ ดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เร่อื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลและ
ยกตวั อยา่ ง งา่ ย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมลู ขา่ วสาร แสดง
ความร้สู ึกและความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง เรอ่ื งต่าง ๆ ใกลต้ วั และสถานการณ์
ตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจาวนั อย่างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขียน
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/3 พดู และเขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั กจิ กรรม เร่อื งต่าง ๆ ใกลต้ วั และ
ประสบการณ์ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลสนั้ ๆ ประกอบ
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และ
นาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตวั ชว้ี ดั
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา น้าเสยี ง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม
และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และ
สงั คม
ตวั ชว้ี ดั
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ าลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
สถานศกึ ษา และชมุ ชน
2. สาระสาคญั
การเรยี นรแู้ ละเขา้ ใจเกย่ี วกบั ประโยคและสานวนทใ่ี ชใ้ นการสนทนาเกย่ี วกบั ภาพยนตร์ จะชว่ ย
ใหส้ ามารถนาคาศพั ท์ สานวน และประโยคตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นการสนทนาในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม ตลอดจนมคี วามเขา้ ใจในวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ฟังบทสนทนาและบอกรายละเอยี ดสนบั สนุนได้ (K)
2. สนทนาเกย่ี วกบั ภาพยนตรท์ ด่ี ูได้ (K)
3. แตง่ บทสนทนาตามสถานการณท์ ก่ี าหนดได้ (P)
4.นกั เรยี นมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Sentences (How was your weekend?, I’m sorry about that., What
did you watch?, It was brilliant., What’s it about?, Sounds
exciting., Who stars in it?, It’s a pity., You can rent it on DVD.)
Functions: Recommending a film
What were the special effects like?
The special effects were amazing.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพ่อื หาขอ้ มูลเฉพาะ
Speaking: สนทนาเกย่ี วกบั ภาพยนตร์
Writing: แต่งบทสนทนาตามสถานการณท์ ก่ี าหนด
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั ภาพยนตรท์ น่ี กั เรยี นแต่งบทสนทนาในชวั่ โมงทแ่ี ลว้
ขนั้ Presentation
1. หนังสือเรียน หน้า 27 Ex. 3 ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นประโยค 1-5 พรอ้ มกนั แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่าน
บทสนทนาอยา่ งรวดเรว็ เพอ่ื หาประโยคทม่ี คี วามหมายเหมอื นกบั ประโยค 1-5
1 Did you enjoy your weekend? - How was your weekend?
2 That’s too bad. - I’m sorry about that.
3 Sounds really good. - Sounds exciting.
4 Which actors are in it? - Who stars in it?
5 It’s a shame I missed it. - It’s a pity I didn’t watch it.
2. หนังสือเรยี น หน้า 27 Ex. 4 นกั เรยี นฟังบทสนทนาอกี ครงั้ แลว้ ครแู บง่ นกั เรยี นออกเป็น 2 ฝัง่
ใหฝ้ ัง่ ซา้ ยอ่านบทของ Ann และฝัง่ ขวาอ่านบทของ Bill ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นตามครสู าหรบั ประโยค
ทน่ี กั เรยี นอ่านออกเสยี งไม่ถกู ตอ้ ง จากนนั้ ใหท้ งั้ สองฝัง่ สลบั กนั อา่ นบทสนทนาอกี ครงั้
3. ครูส่มุ เรยี กนกั เรยี น 4-5 คู่ อา่ นบทสนทนาใหเ้ พ่อื นฟัง
ขนั้ Practice
1. ครใู หน้ กั เรยี นฝึกอา่ นบทสนทนาทน่ี กั เรยี นจบั คชู่ ว่ ยกนั แต่งในชวั่ โมงทแ่ี ลว้
2. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคูฝ่ ึกสนทนาเพอ่ื เตรยี มแสดงบทบาทสมมติ ครเู ดนิ สงั เกตการสนทนาของ
นกั เรยี นและใหค้ าแนะนา
ขนั้ Production
1. ครใู หน้ กั เรยี นออกมาแสดงบทบาทสมมตทิ ห่ี น้าชนั้ โดยครเู น้นใหน้ กั เรยี นแสดงความรสู้ กึ และใช้
น้าเสยี งใหส้ มจรงิ
2. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 10 Exs. 4-5 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
9. การวดั และประเมินผล
วิธีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารผา่ น
ตรวจการตอบคาถามจากการอ่าน แบบฝึกหดั (Workbook) รอ้ ยละ 60
หรอื การฟัง
ประเมนิ การแตง่ บทสนทนาเกย่ี วกบั แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ภาพยนตรท์ ด่ี ูทางโทรทศั น์
ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ แบบประเมนิ การแสดงบทสนทนา/ ระดบั คุณภาพ พอใช้
บทบาทสมมติ
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ ผา่ น
มงุ่ มนั่ ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์
บันทึกความคิดเห็นของผ้อู านวยการ/ผูท้ ี่ได้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...................................................
(นายทนงศกั ด์ิ เตียวศริ ิชัยสกลุ )
ผู้อานวยการโรงเรียนเหลา่ ฝ้ายผดุงวทิ ย์
.........../............/.............
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...................................................ผู้สอน
(นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน)
ครูผ้ชู ่วยโรงเรียนเหล่าฝ้ายผดงุ วิทย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9
เร่อื ง Across the curriculum 2e เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ท่ี ………………………………
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชีว้ ดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เร่อื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลและ
ยกตวั อยา่ ง ง่าย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขยี น
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตกุ ารณ์ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั กล่มุ สาระการเรยี นร้อู ื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู บั กล่มุ สาระการเรยี นร้อู ื่น และ
เป็นพนื้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั น์ของตน
ตวั ชว้ี ดั
ต 3.1 ม. 2/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มลู / ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ น่ื
จากแหลง่ การเรยี นรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
2. สาระสาคญั
การเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ใจความสาคญั ใจความเฉพาะ และเขา้ ใจเกย่ี วกบั โครงสรา้ งของบทความ จะ
ชว่ ยใหส้ ามารถอ่านและเขยี นบทความไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. พูดแสดงความคดิ เหน็ สรปุ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ังได้ (K)
2. คน้ ควา้ ขอ้ มูลตามประเดน็ ทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (K)
3. เขยี นบทความตามประเดน็ ทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (P)
4.นกั เรยี นมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Nouns (civilisation, astronomy, temple, pyramid, stone building,
statue, ruler, dynasty, tragedy, war, drought)
Adjective (ancient)
Phrase (get on well)
2) Language Skills
Reading: อา่ นและแสดงความคดิ เหน็ และสรุปเรอ่ื ง
Writing: เขยี นบทความเกย่ี วกบั อารยธรรมโบราณ
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
-ใฝ่เรยี นรู้
- มงุ่ มนั่ ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
นกั เรยี นอ่านชอ่ื เรอ่ื ง “The Maya” ในหนงั สอื เรยี น หน้า 28 และดูภาพประกอบ จากนนั้ ครู
สนทนากบั นกั เรยี นเพอ่ื ตรวจสอบความรพู้ น้ื ฐานของนกั เรยี นเกย่ี วกบั เรอ่ื งน้ี
ขนั้ Presentation
1. หนังสือเรียน หน้า 28 Ex. 1a ครูใหน้ กั เรยี นปิดหนงั สอื เรยี น และเปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟัง
เสยี งดนตรี เมอ่ื ฟังจบใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นเขยี นคาถาม 3 คาถาม เพ่อื ถามขอ้ มูลทน่ี กั เรยี น
ตอ้ งการทราบเกย่ี วกบั อารยธรรมของชาวมายา
2. ครูสุ่มเรยี กนกั เรยี น 2-3 คน อา่ นคาถามทเ่ี ขยี น ครูเขยี นคาถามของนกั เรยี นบนกระดาน และขอ
อาสาสมคั รทส่ี ามารถตอบคาถามบนกระดานได้ (หากมี ครเู ขยี นคาตอบบนกระดาน)
3. หนังสือเรยี น หน้า 28 Ex. 1b ครเู ปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟังเร่อื ง The Maya และชว่ ยกนั ตอบ
คาถาม บนกระดาน
4. หนังสือเรยี น หน้า 28 Ex. 2 นกั เรยี นอา่ นคาถามทก่ี าหนดให้ แลว้ ครถู ามนกั เรยี นวา่ Key
words ในคาถามแต่ละขอ้ คอื อะไร และตอ้ งการคาตอบเกย่ี วกบั อะไร
1) Key word คอื Where
2) Key words คอื What were … like?
3) Key words คอื What … good at?
4) Key words คอื What … see in Mayan cities?
5) Key words คอื How long … last?
6) Key words คอื How … disappear?
5. นกั เรยี นจบั ค่กู บั เพ่อื นอ่านเรอ่ื ง The Maya และชว่ ยกนั ตอบคาถาม จากนนั้ ตรวจคาตอบรว่ มกนั
ขนั้ Practice
1. นกั เรยี นอา่ นคาศพั ทใ์ นกรอบ Check these words และหาความหมายจากพจนานุกรม
2. หนังสือเรยี น หน้า 28 Ex. 3 ครใู หน้ กั เรยี นเลอื กคาศพั ทจ์ ากกรอบ Check these words มาเตมิ
ลงในสรปุ เร่อื ง The Maya
3. ครขู ออาสาสมคั รอา่ นประโยคพรอ้ มคาตอบคนละ 1 ประโยค เพอ่ื ตรวจคาตอบ
ขนั้ Production
1. ครูแจกกระดาษทม่ี รี ายการคาจานวน 5 ขอ้ ใหน้ กั เรยี นทกุ คน แลว้ ครอู ธบิ ายวา่ ใหน้ กั เรยี น
เรยี งคาทก่ี าหนดใหเ้ ป็นประโยคทถ่ี ูกตอ้ ง
1 and / Central America / was / in / the Mayan / an / Southern Mexico / ancient
civilization / other parts of / .
2 Cities / full of / Mayan / were / temples / pyramids / and / .
3 stone buildings / on / were / statues / these / very tall / them / with / .
4 could / far away / the statues / people / see / from / .
5 a drought / disappeared / because of / they / a war / suddenly / or / .
2. นกั เรยี นทา Language Review 2e & Prepositions Exs. 5-6 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 106 ร่วมกนั
ในชนั้
3. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ คน้ ควา้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ชมุ ชนอารยธรรม
โบราณอน่ื ๆ พรอ้ มทงั้ หาภาพประกอบ โดยเลอื กมา 1 อารยธรรม และเตรยี มขอ้ มูลทค่ี น้ ควา้
ไดม้ าในชวั่ โมงหน้า
4. แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 18 Exs. 1-2 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
6) อนิ เทอรเ์ น็ต
9.การวดั และประเมินผล
วิธีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารผา่ น
สมุดนกั เรยี น -
ตรวจการเขยี นสรปุ เรอ่ื งทอ่ี ่าน แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ประเมนิ การเขยี นบทความ
เกย่ี วกบั ชมุ ชนอารยธรรม แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ ผา่ น
โบราณ อนั พงึ ประสงค์
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความ
มงุ่ มนั่ ในการทางาน
บันทึกความคดิ เห็นของผ้อู านวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...................................................
(นายทนงศกั ดิ์ เตียวศริ ิชัยสกุล)
ผู้อานวยการโรงเรยี นเหล่าฝ้ายผดุงวทิ ย์
.........../............/.............
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา/อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……….……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...................................................ผสู้ อน
(นางสาวธญั ชนติ ชลประทาน)
ครูผชู้ ่วยโรงเรียนเหลา่ ฝา้ ยผดงุ วทิ ย์
.........../............/.............
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 10
เรอ่ื ง Across the curriculum 2e เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 Myths & Legends รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ21101
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1
ครผู สู้ อน นางสาวธญั ชนิต ชลประทาน สอนวนั ที่ ………………………………………..
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชีว้ ดั ชนั้ ปี
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่อื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่อื งที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เร่อื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลและ
ยกตวั อยา่ ง ง่าย ๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขียน
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตุการณ์ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู บั กล่มุ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน และ
เป็นพืน้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั น์ของตน
ตวั ชว้ี ดั
ต 3.1 ม. 2/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มูล/ ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ น่ื
จากแหลง่ การเรยี นรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
2. สาระสาคญั
การเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ใจความสาคญั ใจความเฉพาะ และเขา้ ใจเกย่ี วกบั โครงสรา้ งของบทความ จะ
ชว่ ยใหส้ ามารถอา่ นและเขยี นบทความไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. พูดแสดงความคดิ เหน็ สรปุ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ังได้ (K)
2. คน้ ควา้ ขอ้ มูลตามประเดน็ ทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (K)
3. เขยี นบทความตามประเดน็ ทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (P)
4.นกั เรยี นมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Nouns (civilisation, astronomy, temple, pyramid, stone building,
statue, ruler, dynasty, tragedy, war, drought)
Adjective (ancient)
Phrase (get on well)
2) Language Skills
Reading: อา่ นและแสดงความคดิ เหน็ และสรปุ เร่อื ง
Writing: เขยี นบทความเกย่ี วกบั อารยธรรมโบราณ
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ Warm up
1. ครูทบทวนคาศพั ทท์ เ่ี รยี นในชวั่ โมงทแ่ี ลว้ ดว้ ยการเขยี นคาศพั ทบ์ นกระดาน โดยเวน้ ตวั อกั ษรบาง
ตวั ไว้ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเตมิ ตวั อกั ษรลงในชอ่ งวา่ งใหเ้ ป็นคาศพั ทท์ ถ่ี ูกตอ้ ง
1 c___l___t__n 2 a_t__n__y
3 s__t_e 4 d_s__p__r
5 a_c__t__t__e 6 a_c___t
7 p_r___d 8 d_n___y
9 t__g__y 10 d _ _ _ g _ t
2. ครขู ออาสาสมคั รสะกดคาศพั ทค์ นละ 1 คา และใหน้ กั เรยี นคนทเ่ี หลอื ตรวจความถกู ตอ้ ง
ขนั้ Presentation
1. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟังวา่ ครจู ะพดู ประโยคทป่ี ระกอบดว้ ยประโยคยอ่ ย 2 ประโยค ใหน้ กั เรยี น
สงั เกตประโยคยอ่ ยทงั้ สองวา่ คลอ้ ยตามกนั หรอื ขดั แยง้ กนั
- There were pyramids in Egypt, but there aren’t any pyramids in my country.
- Ayuthaya was a kingdom, and Sukhothai was a kingdom too.
- There is a giant stone bridge in Ireland, but there isn’t a stone bridge in my
city.
2. ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั สรุปการใช้ too และ but โดยครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ หากนกั เรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจ
3. THINK! หนังสือเรยี น หน้า 28 นกั เรยี นจบั คู่แตง่ ประโยคเปรยี บเทยี บชนเผา่ มายากบั เมอื ง/
หม่บู า้ นของตนเอง
ขนั้ Practice
1. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน แตง่ ประโยคเปรยี บเทยี บจงั หวดั ของตนเองกบั จงั หวดั อน่ื ๆ
ในประเทศไทย โดยใช้ too และ but กลุ่มละ 5 ประโยค
2. ครูใหต้ วั แทนกลมุ่ อา่ นประโยค กลมุ่ ละ 2 ประโยค คอื ประโยคทใ่ี ช้ too 1 ประโยค และประโยค
ทใ่ี ช้ but 1 ประโยค โดยครูเขยี นประโยคของนกั เรยี นบนกระดาน แลว้ ตรวจความถกู ตอ้ งร่วมกนั
ขนั้ Production
1. หนังสือเรยี น หน้า 28 Ex. 4 ครูใหน้ กั เรยี นจบั กลมุ่ เดมิ ตามทค่ี รมู อบหมายใหไ้ ปคน้ ควา้ ขอ้ มูล
เกย่ี วกบั ชมุ ชนอารยธรรมโบราณอน่ื ๆ จากชวั่ โมงทแ่ี ลว้ ครแู จกกระดาษ A4 ใหก้ ลุ่มละ 1 แผน่
จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาขอ้ มลู ทค่ี น้ ควา้ ไดม้ าเขยี นเป็นบทความสนั้ ๆ ใหค้ รอบคลุมตาม
รายละเอยี ด where it was and who lived there, what the people were like, what you could
see there, how long the civilisation lasted พรอ้ มทงั้ นาภาพประกอบมาตดิ ตกแตง่ ใหน้ ่าสนใจ
2. เมอ่ื ทกุ กลมุ่ เขยี นเสรจ็ แลว้ ครขู ออาสาสมคั ร 1 กลุ่ม อา่ นบทความใหเ้ พอ่ื นฟัง
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2