The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ ตวงธรรมผญา-2559

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมบทกวีตวงธรรมผญา

หนังสือ ตวงธรรมผญา-2559

พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๘๗ ซื่นสงกรานต์ แสนสดชื่นม่วนซื่นสงกรานต์ ฮีตอีสานแต่เก่าคลองหลัง มาฮอดยังเดือนห้าเอาบุญฮดสรง พากันปลงเวียกงานเอาไว้ ตุ้มโฮมใจญาติพี่น้อง มาปรองดองฮักกันคือเก่า ขอขมาผู่เฒ่าหดน้้าด้าหัว ความเมามัวห่างไกลอย่าใกล้ ให้เอาน้้าหดสาดซิดใส่กัน มันหากดับความฮ้อนเย็นได้ซื่นคีง... แท้แหล่ว (๑๓ เมษายน ๒๕๕๗) เฮียนโตธรรม เชิญหมู่เฮาพี่น้อง เฮียนโตธรรมอีสาน ภูมิปัญญาปู่ย่าเฮา ฮ่วมฮักษาสืบไว้ เมตตาธรรมสั่งสอนฮู้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ขะน่อยยอมือน้อม เฮียนฮู้สืบพระธรรม ศึกษาธรรมสืบไว้ ฮีตเก่าคลองหลัง ยังตัวธรรมอีสาน โบราณเก่ากี้ มีของดีเฮียนไว้ ฮักษาสืบต่อ อย่าได้ประมาทม้าง หนีไปย้องผู้อื่นเขา (๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗)


๑๘๘ | 9 ; \ T y , ๆz P k ฟ้ามืดบ่โดน ฟ้ามืดเค้า บอกเล่าคราวฝน คือสิโฮยฮ้าแฮง เบิ่งซงสีครึ้ม เสียงลมพัดใบไม้ ต้องคีงจนสั่น ใบบักขามสะบั้น แดดิ้นสิหล่นลง งาดู่ฮ้อง เสียงแข่งน้าถนน คนกะสัญจรไป ต่างคนต่างฟ้าว ถึงคราวสิเมือบ้าน ตะเว็นตกคล้อยค่้า ฝนตกฮ้ากะย้าน ล้าบากแท้อยู่เมือง นั่นแหล่ว ฝนอยู่ฟ้า บุญเจ้าพญาแถน สังบ่แล่นไปตก น้านาให้มีน้้า ตกทางพุ้น ชาวนาเพิ่นถ่าอยู่ ข้าวสิตายไง่แล้ง ให้ฝนฮู้ไปตกฮ้า แด่ถ้อน พอแต่สุดค้าเว้า ลมกะพัดฝนหนี จักไปตกทางใด๋ มืดเซาสว่างแจ้ง คนกะหากแข่งฟ้า พญาแถนอุกอั่ง หว่านฝนไปแต่ล่ะครั้ง จักสิพ้อบ่อนใด๋ ฝนเลยตกบ่ทั่วฟ้า โลกาเปลี่ยนเวียนผัน คนต่างอยู่ไผมัน ใจคนกะเปลี่ยนพร้อม วิถีธรรมก่อนกี้ บ่ห่อนมีให้คิดอ่าน สานสัมพันธ์พี่น้อง สิไกลพุ้นห่างกัน ซั่นบ้อ (๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๗)


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๘๙ ใต้ร่ม ลมพัดน้้า กระทบซอกหลืบหิน เห็นปลาบินลอยธาร ทวนกระแสสายน้้า ลมพัดต้อง ใบขามขูหล่น ใต้ฮ่มไม้ ลมต้องซื่นคีง (๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗) ลั่นระฆัง เดิกเดิกข้อน เจ้าหัวลั่นระฆังปลุก เป็นสัญญาณเตือนให้ลุก ตื่นจากฝันฮ้าย บายมือไปถืกน้้า ตักขึ้นมาส่วย สูดหายใจเข้าออกแล้ว ยามนี้ชื่นใจ (๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๗) เดิกเดิกข้อน นกกะแซวแซวเสียง เป็นส้าเนียงเสียงธรรม ตื่นมายามเช้า ขยันหากินข้าว อาหารเลี้ยงชีพ กะพอม้ม อยู่ได้ซุวัน (๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗)


๑๙๐ | 9 ; \ T y , ๆz P k หนาวดอกจาน ดอกจานบานเบ่งแล้ว บอกธรรม สีแสดงามดั่งค้า สุกไซร้ ใบเหลืองเล่นระบ้า ร่วงหล่น ผิดอกแทนทดไว้ อยู่ได้บนดิน ควรเราระลึกไว้ ใคร่ครวญ ชมแต่สีแสดนวล ไป่ได้ รู้จักปรับเข้ามวล สรรพสิ่ง รู้ปล่อยวางละไว้ ปรับเข้าสถานการณ์ (๙ ก.พ. ๕๘) บุญเดือนสี่ เดือนสี่มาฮอดแล้ว สาธุชนพากันตื่น มืนตาหลับบ่ได้ ตื่นเต้นทั่วกัน บุญเดือนสี่มาฮอดแล้ว ปู่ย่าเพิ่นกล่าวสอน พากันหมั่นขวนขวาย ซ่อยกันอย่าคร้าน บุญงานมหาชาติ เครื่องบูชาพันสิ่ง แต่งเครื่องพันเครื่องฮ้อย มาลัยเจ้าเล่ามา ซวนกันมาเด้อพี่น้อง มาซ่อยแต่งแยงเหลียว บูชาคาถาพัน ฟังเทศน์กัณฑ์มาลัยบั้น กัณฑ์สังกาสน้าพร้อม ข้าวพันก้อนบูชาแต่ง ฟังผะเหวดเหมิดมื้อ พานพบพ้อพระศรีอาริย์ ท้านองตวงธรรม (๖ มีนาคม ๒๕๕๘)


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๙๑ บันทึกการเดินทาง ล่องลาวใต้ ผ่านผญา มืดจนแจ้ง อาทิตย์ส่องแสงใส เดินทางถึง เมืองอุบลใหญ่กว้าง ลงส่วยหน้า ห้องสุขาจนอั่ง มีขวดน้้า พอได้ล้างจั่งซื่นคีง รถแล่นเลี้ยว เข้าป่าหาฉัน จัดจังหัน ถวายพระคุณเจ้า มีต้นไม้ ยูงยางเดียรดาษ อากาศพร้อม ใจซื้นอิ่มน้า รถแล่นเลี้ยว เข้าแก่งแม่พระพือ ยูงยางหลาย แก่งใบรับต้อน อยู่ในห้อง ฉันอาหารกลางป่า อาหารนั้น สุดแท้แต่สิกิน รถแล่นข้วม ข้ามด่านเมืองไทย จากช่องเม็ก สู่ปากเซพุ้น ฉันเพลแล้ว ทีมทัวร์สิพาต่อ ล่องลาวใต้ สองมื้อหนึ่งคืน


๑๙๒ | 9 ; \ T y , ๆz P k ตะเว็นฮ้อน ฟ้ากะพอสดใส เบิ่งน้้าตก ลือนามตาดส้วม ปลาเล่นน้้า ธารใสเห็นลุ่ม ซุมป่าไม้ หัวยุ้มซื่นใจ ตาดส่วมนี้ เพิ่นพามาเพล เห็นอาหาร มากมายหลายล้น เบิ่งหมู่บ้าน จ้าลองหลายเผ่า ออนซอนฮ้าย คองเค้าเก่าหลัง รถแล่นแล้ว ผ่านภูบาเจือง น้าแนวทาง มากมีมวลไม้ อุดมด้วย ของดีหลายอย่าง ธรรมชาติเชื้อ คงไว้ซื่นซม เดินดุ่งดั้น ก้้าฝ่ายตาดฟาน ธารสองสาย ตกลงทางใต้ สายหนึ่งตุ้ม ตกแฮงเสียงสนั่น ตกค่อยย้อย สายนั้นอ่อนโยน ใจคนนี้ ใจอ่อนใจแข็ง ไหลตกลง ดั่งเดียวกับน้้า ปลงวางไว้ คือไหลลงลุ่ม รวมเป็นน้้า ใจนั้นดั่งเดียว


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๙๓ รถเข้าบ้าน ผ่านป่ากาแฟ ออกดอกบาน ส่งกลิ่นกลบกลุ้ม ตาดฟานเต้น แลเห็นตาดเยืองผ่อ น้้าสายนี้ ไหลล้นทั่วเมือง แม่นสิแล้ง ดินแห้งเป็นผง แล่นน้าทาง ขี้ดินไหง่หง้อง ยังป่าไม้ ธารไหลคือเก่า คนบ่แล้ง ใจนั้นอิ่มเต็ม ยินเสียงน้้า ไหลลงใส่หิน คื่นคื่นเสียง ธาราสนั่นก้อง เหลียวเห็นพื้น ลานหินใสส่อง ไม้ใหญ่น้อย พลอยยิ้มฮับคน ยามค่้าคล้อย หยุดส่องเซาแสง แลงค่้าลง กะอิดเหนื่อยเมื่อยล้า พักผ่อนแล้ว กายาเซาเมื่อย เซาเมื่อยแล้ว สุขล้นหย่อนใจ ไกด์จัดให้ จ้าวัดโฮงแฮม แคมน้้าเซ จ้าปาสักแขวงใต้ มาเทื่อนี้ เบิ่งงานได้พักผ่อน พักหม่องนี้ ดีแท้ซุอัน


๑๙๔ | 9 ; \ T y , ๆz P k หม่องพักนี้ เพิ่นว่าสิสร้างวัง บ่ส้าเร็จ เลยยุติไว้ โฮงแฮมขึ้น จ้าปาสักพาเลด เฮาเลยได้ มาซ้นพักเซา ตื่นแต่เช้า อากาศสดใส เหลียวลงไป เห็นเมืองใหญ่กว้าง จังหันแล้ว เพิ่นสิพาทัวร์ต่อ หลี่ผีพุ้น สีพันดอนคอนพะเพ็ง คื่นคื่นก้อง ก้้าฝ่ายคอนพะเพ็ง บรรเลงเพลง ส่งเสียงสั่นสะท้าน หินก้อนล้าน สายธารกวัดแกว่ง แข็งปานนั้น กะยังแพ้ต่อธาร เบิ่งสายน้้า กว้างใหญ่นามของ คอนพะเพ็ง พอปานไนแองการ่า ลมพัดวิ้ว สยิวกายยีเยียบ เย็นฮอดเนื้อ ลมต้องซื่นสบาย โขงแนวน้้า เห็นนิ่งว่าบ่ไหล มาพ้อดอน แผ่นหินก้อนล้าน จั่งสิฮู้ ว่าไหลแฮงกวัดแกว่ง เห็นคนนิ่ง ตรองแล้วจั่งถาม


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๙๕ ออกจากนั้น คอนพะเพ็งหันหลัง เห็นศรัทธา ชาวเมืองพรั่งพร้อม มะนีโคด ต้นไม้ค้าสามง่า บูชาไหว้ ขวัญคุ้มมิ่งเมือง ฮอดหม่องนี้ มหานทีสีพันดอน สี่พันเกาะ กลางเขตโขงน้้า เหมิดสุดสิ้น ของแม่โขงน้้าใหญ่ สุดท่อนี้ สิไหลล้นอ่าวไทย แดดคักฮ้อน สิไปเบิ่งหลี่ผี สมพะมิด ซื่อเดิมดาเค้า ฮอดฝั่งน้้า นั่งเฮือลอยล่อง ชมแม่น้้า ดอนน้อยใหญ่กะมี ต่อจากนั้น กะนั่งรถห้าแถว สะออนชม ดอนเดดหมู่บ้าน ไฮ่นากว้าง ดินแห้งเป็นไง่ หมู่เด็กน้อย ออกบ้านฮ่้าเฮียน จนว่าฮอด น้้าตกตาดหลี่ผี คนมาหลาย ซื่นซมแซซ้อง แผ่นดินแล้ง น้้าไหลแฮงคือเก่า แม่นสิฮ้อน มาพ้อน้้ากะหากเย็น


๑๙๖| 9 ; \ T y , ๆz P k ทัวร์สุดสิ้น แผ่นดินเมืองลาว สิลากลับ ล่วงคืนเมือบ้าน ขอบใจแท้ ปริยัติธรรมกลุ่มเจ็ด โครงการนี้ ดีแท้ม่วนยิน อ้าลาแล้ว ไทเฮาทั้งหลาย ฝากคะนิง น้องพี่ฝั่งซ้าย มีเทื่อหน้า สิอ่วยคืนโค้งต่าว ให้ซุมเจ้า สุขแท้อยู่ซุคน (๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘)


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๙๗ บ้านนาของฉัน ณ ที่หมู่บ้านฉัน อัศจรรย์งามวิไล ท้องนาแลต้นไม้ เพลิดเพลินใจเมื่อได้ชม ล้าธารใสสะอาด ธรรมชาติสร้างเหมาะสม เยือกเย็นรื่นอารมณ์ รวยระรื่นชื่นหทัย เมื่อถึงยามท้านา มวลข้าวกล้าปลิวไสว สีเขียวเกี่ยวพงไพร พาแพรวพราวพรรณนา ชาวนาน่านับถือ มีสองมืออุ้มมัดกล้า ก้มหน้าปวดกายา ทนอุตส่าห์เพื่อผู้คน แต่ก็มีความสุข นิรทุกข์มิขัดสน สุขใจในบ้านตน แดนสวรรค์ที่บ้านนา เสียงแคนห่าว นั่งฟังเสียงแคนห่าว คิดฮอดคราวแต่ยังหนุ่ม ได้ยินแล้วหัวยุ้มยุ้ม คือสิเฒ่าบ่เป็น แท้น้อ พอมาฮอดคราวนี้ ถึงหว่างที่วาโยหวน บอระบวนล่ะบ้อแคน เสียงหมอล้าดังไกลแล้ว แนวหนุ่มสาวกะมิดจ้อย มีน้อยคนสิแลเบิ่ง เทิงผู้ใหญ่กะบ่เลี้ยว เหลียวไปหน้าบ่ต่าวคืน (๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๘)


๑๙๘ | 9 ; \ T y , ๆz P k หอมข้าวจี่ สักวาหน้าหนาวปั้นข้าวจี่ กลิ่นกรุ่นนี้หอมนานกาลสมัย ปั้นข้าวเหนียวเสียบไม้ย่างไฟ ทาชุบไข่ใส่น้้าอ้อยคอยลิ้มลอง ลุ่มน้้าของสองฝั่งไม่ห่างหนี ประเพณีจารีตฮีตสิบสอง ฮอดเดือนสามปั้นข้าวจี่ชี้ชวนมอง ใส่บาตรพระหมายบุญปองครองสุขเอย (๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙)


[yN lk,y8*u บั้น : สามัคคี


๒๐๐ | 9 ; \ T y , ๆz P k ค าโคลงสามัคคี สามัคคีคู่ไว้ ในคณา ดุจดั่งฝนบนนภา หยดย้อย มารวมอยู่ธารา เต็มบ่อ เกิดสมานก่อร้อย ร่วมร้อยสามัคคี สามัคคีคู่ไว้ ในคณา ดุจดั่งฝนโปรยมา หยาดย้อย มารวมอยู่ธารา ที่แห่ง เดียวเฮย ฝูงหมู่ชนร่วมร้อย รักรู้กลมเกลียว ปรองดองกันพี่น้อง ชาวไทย เหนือสุดอีสานใต้ มั่นแท้ อีกกลางร่วมยึดไม- ตรีจิต เถิดนา ร่วมช่วยด้วยกันแก้ ปกป้องชาติไทย


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๒๐๑ เหตุแห่งฮัก ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน ปจฺจุปนฺนหิเตน วา เอวนฺตํ ชายเต เปมํ อุปลํว ยโถทเก ความฮักในโลกนี้ เกิดอยู่ที่สองประการ พุทธองค์ตรัสประทาน บริษัทให้หวนฮู้ คือบุพเพสันนิวาส เคยฮ่วมกันในชาติก่อน กับอาทรอยู่ชาตินี้ มีใจให้ดอกแก่กัน คือจั่งบัวอาศัยน้ํา กับเปลือกตมได้เกิดอยู่ หนุ่มสาวชาวพุทธฮู้แล้ว บูชาด้วยดอกบัว ... (๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) พระพุทธองค์ทรงตรัสถึงความรัก เห็นประจักษ์หวนเป็นจริงคะนิงหา อันความรักเกิดเพราะกรรมเหตุนําพา สองสิ่งมาคู่พบบรรจบกัน เกิดเพราะเคยร่วมอาศัยในกาลก่อน คราวครั้งตอนอดีตชาติพาผกผัน เกิดเพราะได้เกื้อกูลปัจจุบัน สองเหตุนั้นผูกพันรักฝังหลักใจ


๒๐๒ | 9 ; \ T y , ๆz P k อุปมาเหมือนอุบลกมลชาติ งามสะอาดหมดจดดูสดใส โปรยสุคนธ์ภุมิรินบินมาไกล หวังเพื่อได้ดมดอมเฝ้าเหล่าอุบล เกิดมาได้เพราะอาศัยตมและน้ํา สองสิ่งย้ําเหมือนเหตุรักประจักษ์ผล อย่าหลงใหลราคะรักปักกมล รักเหลือล้นสุดวิเศษคือ"เมตตา" (๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘) หลายคน ทํางานจะหนักแท้ เพียงใด มุ่งมั่นทนทําไป อดกลั้น หลายคนช่วยเร็วไว พลันเสร็จ เพียงร่วมมือเท่านั้น เสร็จสิ้นทันกาล (๖ มีนาคม ๒๕๕๗) ฮ่วมฮัก ให้พากันยิ้มไว้ จิตใจม่วนซื่น อ้ายน้องเอ้ย เฮาเกิดฮ่วมกันแล้ว ซุมเจ้าให้ฮักกัน แม่นสิผิดกันบ้าง ซังกันกะตามซ่าง เอาอภัยไปล้าง อย่าเก็บไว้ใส่ใจ อ้ายน้องเอ้ย (๖ มีนาคม ๒๕๕๗)


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๒๐๓ หวัง หวังให้ ต้นไม้ใหญ่ออกผล หวังให้ ชนคนเข้ามาพาสุขี หวังให้ สงบทั่วชั่วแรมปี หวังให้ พี่น้องเราเข้าใจกัน หวังให้ สู้อดทนจนที่สุด หวังให้ หยุดความเลวชั่วตัวโมหันต์ หวังให้ ตั้งใจพากเพียรเรียนทุกวัน หวังให้ หมั่นทําหน้าที่ให้ดีพอ หวังให้ อยู่คู่คณะบ้านหลังใหญ่ หวังให้ ได้สําเร็จผลตามที่ขอ หวังให้ ร่วมด้วยช่วยกันอย่ารีรอ หวังให้ ก่อเกิดศรัทธาแก่สาธุชน (๓๐ เมษายน ๒๕๕๗) มดสร้างฮัง นามมดน้อย พากันแต่งแปลงฮัง ซั่งมาสามัคคี พร้อมเพียงกันฮ้าย ซ่อยกันสร้าง บ่มีโตใด๋เกี่ยง พลังเพียงแผ่นฟ้า สําเร็จได้อยู่ยืน นั่นแหล่ว คนเฮานี้ สามัคคีกันล่ะไป่ คือจั่งมัวแต่ได้ คอยม้างตั้งแต่กัน อ้ายน้องเอ้ย (๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗)


๒๐๔ | 9 ; \ T y , ๆz P k ฮักแพง แนวนามเชื้อ เกิดชาติเดรัจฉาน กะยังมีความฮัก แพงกันโอบอุ้ม คนเฮานี้ ฮักแพงกันล่ะไป่ หรือว่าคอยแต่ได้ หาข้อสิผิดกัน (๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ร่วมแรง มวลหมู่ไม้ เกิดในป่าใหญ่ เปลี่ยนเป็นแป้น ปูให้พักเซา แล้วล่วงล้ํา ก้ําฝ่ายหลายปี ผุเพพัง เป็นปัญหาฮ้าย รวมแรงรื้อ เปลี่ยนเป็นพื้นใหม่ ยังอยู่ยั้ง คงได้อยู่โดน ปุนแปลงปั้น ขอบคุณทุกฝ่าย ซูซ่อยสร้าง จนแล้วจั่งเซา เคืองขัดข้อ บ่มีคําจ่ม ยุ้มแย้มยิ้ม ขันสู้ซุคน พุ้นแหล่ว (๑๔ มีนาคม ๒๕๕๘)


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๒๐๕ ก าลังใจ ภัยน้ าท่วม กําลังใจ ผู้ประสบ ภัยน้ําท่วม เป็นศูนย์รวม น้ําใจไทย ให้เข้มแข็ง จะลําบาก ยากเพียงใด ไม่อ่อนแรง ไทยกล้าแกร่ง ร่วมแรง ช่วยเหลือกัน อันน้ําใจ ยิ่งใหญ่ กว่าน้ําท่วม วิญญาณสวม ความเป็นไทย ไม่แปรผัน ทุกภาคส่วน ท้องถิ่นไทย ให้เท่าทัน ยอมบากบั่น ช่วยเหลือกัน ปันน้ําใจ ผู้เดือดร้อน ประสบภัย ในปีนี้ ดวงชีวี หม่นหมอง ไม่ผ่องใส ชาวพี่น้อง ทั่วท้องถิ่น แผ่นดินไทย ต่างเมตตา แผ่ไป สุดประมาณ จึงขอรวม กําลังใจ ไทยทั้งชาติ อย่าได้ขาด สามัคคี สมัครสมาน อดทนสู้ น้ําคงลด อีกไม่นาน ร่วมประสาน กําลังใจ ไทยทุกคน ฯ


๒๐๖| 9 ; \ T y , ๆz P k เสร็จกิจ ภาระกิจเสร็จแล้ว ธรรมตรี จัดสอบแต่ละปี เหนื่อยแท้ น้อยมากยากง่ายมี ไปหมด หากช่วยหลายคนแก้ หมดสิ้นปัญหา ขอขอบคุณที่นี้ ทุกคน ผู้ร่วมทุกข์ร่วมทน ร่วมสร้าง ประโยชน์โสตถิผล เกิดแก่ ท่านนา สืบศาสนาอ้าง อยู่ยั้งยืนยง แลเอย (๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๘)


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๒๐๗ 0 ฿ f0kN[yNmkย : บันทึกบั้นท้าย


๒๐๘ | 9 :\ T y , ๆz P k dแ;dy บz^-แนเกี่ยวกับผู้เขียน พระมหาอธิวัฒน์ ภทฺรกวี นามสกุล บุดดานาง วิทยฐานะ น.ธ.เอก, ป.ธ.๖, พธ.บ.(การสอนภาษาไทย) เกิด ๕ฯ ๑๕๙, ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๕ ภูมิล าเนา บ้านเลขที่ ๑๓๑/๑ หมู่ที่ ๖ บ้านแดงน้อย ต าบล บ้านทุ่ม อ าเภอเมือง จังหวัด ขอนแก่น ๔๐๐๐๐ ที่อยู่ปัจจุบัน ๒๓๗ วัดธาตุ พระอารามหลวง ต าบลในเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ๔๐๐๐๐ บรรพชา วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ อุปสมบท วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖ การศึกษาแผนกสามัญ - ประถมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๔๗ โรงเรียนบ้านแดงน้อย ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น - มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๕๐ โรงเรียนนครขอนแก่น ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น - มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา วัดธาตุ พระอารามหลวง - ปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม อันดับ ๒) คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการสอนภาษาไทย ปีการศึกษา ๒๕๕๘ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๒๐๙ การศึกษาแผนกธรรม-บาลี - ปี พ.ศ.๒๕๕๑ สอบไล่ได้ นักธรรมชั้นตรี - ปี พ.ศ.๒๕๕๒ สอบไล่ได้ นักธรรมชั้นโท บาลีประโยค ๑-๒ - ปี พ.ศ.๒๕๕๓ สอบไล่ได้ นักธรรมชั้นเอก บาลีประโยค ป.ธ.๓ - ปี พ.ศ.๒๕๕๔ สอบไล่ได้ บาลีประโยค ป.ธ.๔ - ปี พ.ศ.๒๕๕๖ สอบไล่ได้ บาลีประโยค ป.ธ.๕ - ปี พ.ศ.๒๕๕๙ สอบไล่ได้ บาลีประโยค ป.ธ.๖ การท างาน - ครูสอนพระปริยัติธรรม ประจ าโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดธาตุ ต าบลในเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ปี พ.ศ.๒๕๕๕ - ครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ปีพ.ศ.๒๕๕๕ - เลขานุการเจ้าคณะต าบลในเมือง เขต ๒ ปี พ.ศ.๒๕๕๖ - ครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม ปี พ.ศ.๒๕๕๖ - เลขานุการฝ่ายธรรม-บาลี โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ปี พ.ศ.๒๕๕๗ - ครูสอนบาลี ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ ปี พ.ศ.๒๕๕๘ - เลขานุการศูนย์การเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ชั้นประโยค ป.ธ.๖, ๗, ๘, ๙ คณะสงฆ์ภาค ๙ ปี พ.ศ.๒๕๕๘


๒๑๐ | 9 :\ T y , ๆz P k IkqOBz^1x5 y , ภรายนามผู้อุปถัมภ์ จตุปัจจัยจากกัณฑ์เทศน์ ต่างๆ ดังนี้ กัณฑ์เทศน์มาลัยแสน วัดกองศรี บ.โคกฟันโปง ๒,๗๘๐ บาท กัณฑ์เทศน์คาถาพัน วัดโพธิ์ บ.โนนทัน ๒,๗๖๕ บาท กัณฑ์เทศน์มาลัยแสน วัดศรีชมชื่น บ.แดงน้อย ๑,๗๕๐ บาท กัณฑ์เทศน์กัณฑ์หิมพานต์ วัดธาตุ พระอารามหลวง ๑,๖๐๐ บาท กัณฑ์เทศน์งานบวชนายสัตยา เพียวภูเขียว ๒,๖๐๐ บาท กัณฑ์เทศน์งานท าบุญอุทิศ แม่บัวเรียน จาริชานนท์ ๑,๕๐๐ บาท พระโสภณพัฒนบัณฑิต,ดร. รจจ.ขอนแก่น ๑๐,๐๐๐ บาท พระครูสุธีคัมภีรญาณ วิ.,ดร. ผจล.วัดธาตุ ๓,๐๐๐ บาท พระครูสุนทรกิตติธรรมคุณ ผจล.วัดธาตุ ๑,๐๐๐ บาท พระครูวิสิฐสุตาธิคุณ รจต.บ้านเป็ดเขต ๒ ๓๐๐ บาท พระครูปริยัติมัชฌิมานุกูล เลข.รจอ.เมืองขอนแก่น ๑,๐๐๐ บาท พระมหาโยธิน โยธิโก ป.ธ.๙ ๑,๐๐๐ บาท พระมหาอรรถพงษ์ สิริโสภโณ ป.ธ.๙ ๒,๐๐๐ บาท พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ,ดร. ๑,๐๐๐ บาท พระมหานฤทธิ์ นริสฺสโร ๑,๐๐๐ บาท พระมหาพฤหัสบ์ ปญฺญาวโร ๑,๐๐๐ บาท พระปลัดนนทฤทธิ์ อชิโต ๑,๐๐๐ บาท พระมหาศุภชัย พยคฺฆจิตฺโต ๑,๐๐๐ บาท พระมหาโกวิทย์ ฐานเมธี ๒,๐๐๐ บาท พระปลัดแสงสุรีย์ ญาณเมธี ๕๐๐ บาท พระธีรพงศ์ กิตฺติโสภโณ ๕๐๐ บาท พระทวิช ญาณธีโร ๓๐๐ บาท


พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๒๑๑ พระปฐมพงศ์ ธีรว โสและนาย ชวลิต ยิ่งชื่น ๒๐๐ บาท สามเณรสุนัยเมธ ศรีประย่า ๕๐๐ บาท สามเณรพูลศักดิ์ พรมมน ๒๐๐ บาท สามเณรสุวัฒน์ เรือนใส ๕๐๐ บาท อาจารย์แม่มณฑนา มหาวีระวัฒน์ ๕๐๐ บาท อาจารย์แม่บุญมา หมอกไชย ๕๐๐ บาท อาจารย์แม่ลักษณา พระลับรักษา ๒๐๐ บาท นางทองไสย์ ศรีสวาท (แม่นอม) ๕๐๐ บาท นางนิภาพร แสงพินิช ๕๐๐ บาท คุณแม่นิตยา หร่องบุตรศรี (แม่นิด) ๑๐๐ บาท ด.ต.นรินทร์ ค าภูมี ๕๐๐ บาท น.ส.เพ็ญพรรณ พันธ์แสง ๒,๐๐๐ บาท นายสมศักดิ์– นางระพิน ศิริศรีมังกร ๕๐๐ บาท นายไกรพลพฤกษ์ ใจเที่ยง ๑,๐๐๐ บาท คุณครูบุญญารัตน์ วิศัลย์พิทยากร ๕๐๐ บาท คุณครูอัญชลี แสวงกิจ ๑,๐๐๐ บาท คุณครูนิภา ถาเขียว ๕๐๐ บาท นายพลัฏฐ์ ศรีมงคล (รัตนโกสินทร์) ๑,๐๐๐ บาท คุณทัศนีย์ แก้วลา (พี่หนิง) ๑๐๐ บาท คุณแม่วันเพ็ญ นาบุญเรือง ๕,๐๐๐ บาท นายธนรัฐ อดทน ๕๐๐ บาท คุณพ่อสมภาณ จันทร์หนู ๒๐๐ บาท นายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ๒๐๐ บาท คุณสาธิต จาริชานนท์ ๒๐๐ บาท นายนัฐพงศ์ หมื่นแก้ว ๕๐๐ บาท แม่หนุ่ย ภาริดา ศรีพลาวงษ์และครอบครัว ๑,๐๐๐ บาท


๒๑๒ | 9 :\ T y , ๆz P k นายสังวาลย์-นางวรรณนิภาด.ช.ชวกร-ด.ช. สรธร บัญดิษฐตา ๔๐๐ บาท ขัน สีผา ๒๐๐ บาท นางร่มเกล้า ษรานุรักษ์ ๕๐๐ บาท นายจตุพร นางเดือนเด่น บุดดานาง ๒๐๐ บาท คุณทิวาภรณ์ ขันนามศรี ๑๐๐ บาท พ่อฤทัย-แม่บุญล้อม ๑๐๐ บาท คุณแม่จันทนา ถิโรภาส ๑,๐๐๐ บาท คุณแม่สิริลักษณ์ ประเสริฐ ๕๐๐ บาท


Click to View FlipBook Version