พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๘๗ ส่งงาน มาส่งงานวิจัยที่มหาลัยท่ามกลางสายฝน ต้องอดทนรออาจารย์นานมาหนอ ปรารถนาผ่านเข้าเล่มเต็มก็พอ ไม่อยากรีรอเพราะลีลาเพราะว่ามีทางไป จะมีใครกันหนอที่รู้ความทุ่มเทคราวครั้งนี้ แม้จะไม่เต็มที่ก็พยายามเอาใจใส่ แม้หลายคนจะคิดว่าท าท าไม แม้อาจารย์จะแนะน าให้ไปแก้ไขมาใหม่ ก็จะต้องท าไปเพื่อได้ส่งได้สอบได้ผ่านพร้อมเพื่อน อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในภาคเรียน (๒๑ มีนาคม ๒๕๕๘) ย้อนรอย สิบปีล่วงคราครั้งยังเป็นหนุ่ม บ้างเททุ่มบ้างก็ท้อท้อไม่ถอย ยังสู้ต่อความส าเร็จหวังรอคอย ตั้งแต่น้อยจนบัดนี้ยังไม่เจอ นั่งดูรูปที่ล่วงมาท าหน้ายิ้ม น้ าตาปริ่มฝ่าทุกข์ทนอยู่เสมอ ผ่านมาได้เพราะพ่อแม่แลเพื่อนเกลอ น้ าตาเอ่อคิดถึงครูผู้ชี้ทาง เขียนค านึงจารไว้ลายอักษร คิดถึงตอนเมื่อตะวันยามรุ่งสาง เมื่อครั้งเรียนมัธยมไม่จืดจาง ทุกทุกอย่างที่โรงเรียนไม่เปลี่ยนแปลง(๔พฤษภาคม๒๕๕๘)
๘๘ | 9 ; \ T y , ๆz P k หลักการ หมดคาบเรียนสามทุ่ม นักเรียนซุ่มดูหนังสือ ฝึกฝนค้นคู่มือ เพราะเราชื่อคงแก่เรียน ยึดเอาหัวใจปราชญ์ ผู้สามารถฟังคิดถามเขียน พอใจใฝ่พากเพียร พยายามพิจารณา สุ. ฟังด้วยตั้งใจ จิ. คิดได้ประเมินค่า ปุ. ถามยามกังขา ลิ. เขียนไว้ได้ทบทวน วันนี้นักเรียนถาม สงสัยตามไม่ครบถ้วน ครูตอบด้วยใคร่ครวญ แก้ปัญหาช่วยนักเรียน เริ่มต้นทันทีถาม ต่อคิวตามเที่ยววนเวียน มองเห็นความพากเพียร แต่เริ่มต้นจนสุดท้าย (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๘๙ สัมมาวาจา สมณะเจ้า หัดเล่าภาษา วาจาเสียง เป็นสัมมาแท้ โฆษกก้อง พาแปลน าหมู่ สุตะตั้ง ฟังแล้วคิดน า หากจ าได้ เข้าใจภาษา พาให้คิด ทบทวนความฮู้ หลูโตนแท้ เพิ่นน าบ่ทันหมู่ เทื่อละน้อย อย่าฟ้าวละเพียร เขียนอ่านไว้ นามธาตุภาษา เฮียนบาลี ศรัทธาต่อตั้ง สัจจะด้วย ขันติตั้งต่อ ค าพระพุทธเจ้า สถิตยั้งอยู่คง (๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘)
๙๐ | 9 ; \ T y , ๆz P k วันหยุด หยุดหนึ่งมื้อ อาทิตย์หนึ่งหนเดียว เทียวเวียนวน หนเดียวอยู่เจ็ดมื้อ มือบ่ว่าง แม่นสิวางกะคิดต่อ กว่าสิพ้อ อาทิตย์พุ้นจั่งเซา เซาพอให้ขี้คร้าน กะพ้นผ่านคืนเดียว เหลียวไปหน้าวันจันทร์ เซาขยันกะบ่ได้ เลยต้องฟ้าว เตรียมตัวตั้งต่อ กว่าสิพ้อ อีกเจ็ดมื้อหมั่นเอา อย่าเซาหยุดเพียรสร้าง หนทางย่างยังยาวไกล อย่าหยุดใจศรัทธา ปัญหามาปัญญาแก้ อย่าเซาหยุดยอมแพ้ ถากถางทางให้คนย่าง อย่าให้ใจหม่นม้าง ทางสิเฮื้อบ่เล่าแปลน (๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๙๑ คว้า ขวาซ้ายย่างอย่างกล้ามือคว้าพัด จับถนัดน าหน้าน้ าตาไหล ทั้งรอยยิ้มแย้มแบ่งปันตื้นตันใจ ความมีชัยชนะได้ที่ใจตน ด้วยศรัทธาพระบาลีเป็นที่ตั้ง สร้างพลังไว้ระลึกหมั่นฝึกฝน พากเพียรจริงทิ้งบ้านมาฝ่าทุกข์ทน เราคนจนเรียนรู้ได้ไม่อายใคร แม้บางครั้งพลั้งละเมอเผลอสติ ถูกต าหนิติเตือนเลื่อนไถล น้ าตาซึมทรวงอกระทกใจ ถึงร้องไห้ไหลร่วงเริ่มโรยรา หวนร าพึงถึงพระคุณหนุนชีวิต เกรงจะผิดจิตมุ่งมาดปรารถนา จากพ่อแม่มาพากเพียรเรียนวิชา ความส าเร็จหวังบูชาค่าน้ านม
๙๒ | 9 ; \ T y , ๆz P k ทั้งค าครูอุปัชฌาย์อาจารย์นั้น มิแปรผันเป็นอื่นแม้ขื่นขม เป็นแรงใจจากค าท้าสู้อารมณ์ หยุดระทมข่มความท้อสู้ต่อไป เรียนรู้ยากอย่างไรใจไม่แพ้ เพราะแน่วแน่น้อมผจญอดทนไหว ถึงสอบตกสักกี่ครั้งไม่ยั้งใจ วันสอบได้ความยิ่งใหญ่ใจภาคภูมิ (๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๙๓ ใต้ร่มอาราม ใต้ร่มคูน ลงพัดพลิ้ว ปลิวไสว มวลแมกไม้ ใหญ่น้อย คอยห่วงหา ฝนรินรด หยดหยาดย้อย ค่อยโปรยมา หมู่พฤกษา พากันตื่น สดชื่นบาน ร่มอาราม งามเด่น เป็นศักดิ์ศรี สามเณร ต่างยินดี ร่วมประสาน คุณธรรม น าความรู้ คู่หลักการ ทุกวันวาน แว่วส าเนียง เสียงท่องจ า อยู่ที่ใด อยู่ให้ได้ ให้เขารัก แล้วรู้หลัก เพียรวิชา อย่าถล า ท าหน้าที่ รับผิดชอบ ประกอบน า สมกับค า ที่ท่านสอน วอนติดตาม ฝากค ากลอน ตราตรึง ถึงรุ่นน้อง ให้ประคอง ใจตน ทนค าหยาม อย่าย่อท้อ ยอมแพ้ พยายาม อยู่ภายใต้ ร่มอาราม ประเสริฐจริง
๙๔ | 9 ; \ T y , ๆz P k อย่าหน่ายเรียน แม่นสิทุกข์ยากฮ้าย อย่าฟ้าวหน่ายศึกษา พัฒนาปัญญา ฝนให้คมเข้าไว้ แม่นสิมีงานล้น เวลามาดึงจ่อง คองหนทางเส้นนี้ อย่าไลถิ่มพักเซา ค าครูบากล่าวเว้า ยอเอามาหวนคิด ผิดพลาดฟ้าวแก้ไข แนวใด๋ดีเสริมสร้าง ตามแนวทางถืกต้อง พุทโธธรรมตามย่าง จั่งสิสมมาดมุ่ง ประสงค์สืบศาสนา (๒ ตุลาคม ๒๕๕๘) พื้นฐานชีวิต ยามหนุ่มน้อย ยังยากศึกษา จนว่ากว่าสิจบ มัธยมมานั้น ขยันพร้อม พากเพียรคักแน่ แนวว่าใจบ่แพ้ อิดหล้าเมื่อยทน ย้อนว่าจนทุกข์ฮ้าย หมายหมั่นมาเฮียน หวังส าบายคือเขา บ่มีทุกข์ฮ้อน ดีใจว่าจบแล้ว สิส าบายคือว่า หากบ่เป็นจั่งซั้น ไปหน้าฮั่งหลาย (๑๙ มกราคม ๒๕๕๙)
[yN Wlkm6d_l6- บั้น : สารทุกข์สุข
๙๖| 9 ; \ T y , ๆz P k ชีวิตในหน้าฝน ฝนรินโรย โปรยปราย คลายหมองหม่น ภูวดล ชุ่มชื้น ฟื้นพลิกผัน จากแห้งแล้ง ดินระแหง แปรเปลี่ยนพลัน ชั่วชีวัน ผันแปรเปลี่ยน เหมือนแผ่นดิน คนเกิดมา เมื่อมีพบ ย่อมมีพราก เมื่อมีเจอ ย่อมมีจาก จมถวิล เป็นความทุกข์ โศกา อยู่อาจิณ ในชีวิน ต้องพานพบ ทั่วทุกคน ธรรมดาโลกธรรม ค้้าจุนธาตุ อย่าประมาท ในธรรม น้ากุศล เมื่อฝนดี ดินดี รีบดิ้นรน ผลิตผล พืชพรรณ นั้นงดงาม แต่ยามใด ที่ฝนแล้ง ดินแห้งขอด พืชพรรณมอด เหี่ยวแห้ง เพราะแล้งผลาญ ชีวิตคน ชนบท ต้องคลุกคลาน เลี้ยงลูกหลาน อยู่รอดได้ อย่างไรกัน ฯ
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๙๗ ร้อน...ร้อน...ร้อน อากาศร้อนรุมเร้าอบอ้าวเหลือ มันคลุมเครือร่างกายคลายไม่ไหว ช่างเร่าร้อนสุดที่จะท้าสิ่งใด ร้อนร้อนร้อนดุจดั่งไฟไหม้กายา ธรรมชาติเกิดภาวะผันแปรเปลี่ยน มาวนเวียนวุ่นวายกลายหนักหนา มาลงโทษมวลมนุษย์อวิชชา ดวงชีวาแทบจะสิ้นไปตามกัน ถึงจะร้อนอย่างไรใจต้องสู้ ร้อนกายรู้ดื่มน้้าเย็นเป็นสุขสันต์ แล้วอาบน้้าให้สดชื่นรื่นชีวัน ร่างกายนั้นก็อยู่ได้สบายตัว แต่ถ้าร้อนภายในใจวายวุ่น ช่างเคืองขุ่นดิ้นรนจนปวดหัว อยู่ก็ไม่เป็นสุขทุกข์เมามัว มันน่ากลัวยิ่งกว่าร้อนร่างกาย ฝึกจิตใจให้เยือกเย็นอย่าเร่าร้อน ให้มันได้พักผ่อนทุกข์ห่างหาย กายจะร้อนอย่างไรใจสบาย ไม่วุ่นวายอยู่เป็นสุขทุกข์ไม่มี ฯ
๙๘ | 9 ; \ T y , ๆz P k ก่อเอา แก้เอง คืนวันผ่านไปแล้ว วันใด๋ๆกะคือเก่า แก้บ่ได้น้อเฮา เป็นความผิดของผู้ข้า มาบัดนี้ เป็นผู้มีกรรมดึงไว้ ปัญหากะมาจ่อง คิดคักหลายปวดสมอง เลยระบายเป็นควมเว่า จั่งสิยิ้มออกได้ มีก้าลังใจสู้ต่อ ให้โยมแม่โยมพ่อ เพิ่นมีสุขหลายล้น เกิดมาเป็นคนแล้ว มีกรรมใด๋กะใช้ต่อ ปัญหามีกะอย่าท้อ หาทางแก้ต่อไป คันว่าแก้บ่ได้ กะท้าใจอุเบกขา ย้อนว่าเหมิดปัญญา หาผญาบ่ได้ เลยเขียนไว้เป็นผญา สั่นแหล่วอ้ายน้องเอ๋ย (๑๓ มกราคม ๒๕๕๗) เบื่อหลาย จั่งว่าเบื่อคักฮ้าย เบื่อหลายคักแน่ สาธุคุณพ่อแม่ ให้น้าตุ้มผู้ข้า แม่นหากมีปัญหา เข้ามากะให้ผ่าน ขอให้หมู่มารฮ้าย อย่ามาก้ายให้ผ่านไกล (๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๙๙ รอยยิ้มอิ่มใจ เห็นรอยยิ้ม อิ่มใจ หายเหนื่อย มันก็เมื่อย ธรรมดา สู้เขา เพื่อพระคุณ ครูบาอาจารย์ ของเรา ท้างานเข้า แทนคุณ หนุนก้าลัง (๑๐ มีนาคม ๒๕๕๗) ฮ้อน มีดี ฮ้อน มีเสีย จั่งแม่นฮ้อนคักฮ้าย ฮ้อนหลายคักแน่ มันหากฮ้อนคักแท้ ไฟไหม้ท่งกะบ่ปาน มื้อวานว่าคักแล้ว บ่มีแววฝนจักห่า ลมกะบ่พัดมา เทิงยอดไม้กะบ่ตีง ค้าเบิ่งคีงเหนียวคักฮ้าย เอามือบายขี้ไคเปื่อย ไปมาไสกะเมื่อย ย้อนอากาศมันฮ้อน นอนกลางคืนกะหลับยาก ซ่างล้าบากฝึกความทน ฮ้อนฮนหนหวยฮ้อน นอนคอยถ่าฝนสิฮ่้า ยามต้มน้้าบ่ต้องยาก บ่ล้าบากเสียบปลั๊กไฟ เปิดอยู่ก๊อกกะได้ ลวกมาม่ากะว่าสุก บ่อุกอั่งยามซักผ้า ว่าเสียเวลากว่าสิแห้ง ซักยามแลงกะได้ ทันหายใจเก็บได้เลย บ่แม่นเอ่ยอ่าวอ้าง เป็นแนวต่างเกินจริง ให้เจ้าหลิงแลเยี่ยม ฮักษาไว้ตัวเจ้าของ อย่าไปลองกับแสงแดด มันแผดเผาเป็นโรคง่าย ขอให้เฮาน้องอ้าย ปรับสภาพให้อยู่เป็น (๒๗ เมษายน ๒๕๕๗)
๑๐๐ | 9 ; \ T y , ๆz P k ก าลังใจแรงงานไทย สู้ต่อไปเพื่อไทยเรา แรงงานนั้นส่วนส้าคัญเศรษฐกิจ เลี้ยงชีวิตตนล้าบากมากเหลือหลาย ผลตอบแทนที่ได้มาไม่มากมาย ทุ่มแรงกายเหงื่อชุ่มไม่คุ้มทุน ก้าลังใจ ให้คนผู้สู้แรงงาน ก้าลังใจ ให้เบิกบานงานเกิ้อหนุน ก้าลังใจ ให้สู้ต่อก่อแรงบุญ ก้าลังใจ ให้ค้้าจุนบ้านเมืองเรา อย่าให้ใครคนอื่นเขาเข้ามาแย่ง เป็นคู่แข่งแรงงานไทยจะอับเฉา จงยืนหยัดหน้าที่รู้อย่าดูเบา เดี๋ยวพวกเขาจะแย่งเอาเรายากจน (๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๐๑ อารมณ์ดี เว่าม่วนซวนหัว แซบนัวหัวเว้า เต้าโฮมน้องพี่ อยู่ดีมีแฮง ฮักแพงพระศาสนา รักษากายใจ พากันยิ้มไว้ ตาหน้าอารมณ์สิได้ดี เห็นฮอยยิ้ม อิ่มใจจักหน่อย ใจกะเย็นจ้อยจ้อย ฮอยยิ้มอิ่มใจ ยิ้มเทื่อล่ะน้อย เทื่อล่ะหน่อยกะยังดี ซ่อยให้หน้าตาดี ให้พากันยิ้มไว้ (๙ มิถุนายน ๒๕๕๗)
๑๐๒ | 9 ; \ T y , ๆz P k ปากเสียง เพิ่นหากเว้า บอกเล่าเจรจา แซวแซวเสียง หมู่หลายคนเว้า คนมักย้อง เว้านัวหัวม่วน ซวนหมู่เว้า สนุกแท้ซื่นคีง คื่นคื่นก้อง ก้้าฝ่ายตรงกัน ซุมซุมเสียง มุบมิบปากเว้า พอเว้าแล้ว เหลียวหันมาเบิ่ง เขาหากหัวยุ้มยุ้ม ซุมนั้นซื่นใจ พอแต่เห็นเหตุนั้น ซุมหมู่แซวเสียง บ่เฮฮา ม่วนยินคือเค้า เขาซุมนั้น เว้าหยังกันน่อ อย่าให้ได้พบพ้อ ฮู้แล้วอยู่บ่เป็น สองกลุ่มนั้น เหลียวเบิ่งหน้ากัน ต่างพากันหันหนี บ่มีความเว้า นับแต่นั้น บ่เว้ากันทั้งสองฝ่าย จั่งแม่นมันคักฮ้าย ซ่้านี้กะว่าซัง (๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๐๓ รอรถแล่น นั่งหน้ารถ รอรถออก อบอ้าว เอาปากเป่า ตามมือแขน อยู่ได้ นานจังเลย กว่าโซเฟอร์ ขับไป รอเวลา หรือรอใคร ไปถ่ะแม ไปถ่อนๆ ฮ้อนๆๆ ไปธุระทางบ้าน แดนถิ่นเมืองเฮา เข้ามานั่งในรถ ถ่าคนทนฮ้อน ฮ้อนล่ะเด้อน้า ได้เวลารถออกไป่ ขี้ไคไหลเงื่อกะย้อย เหนียวตึ้งทั่วคีง "เมือบ้าน" (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗) หอมกลิ่นแก้ว มวลหมู่บุปผา พากันบาน พร่้าระดูยามเช้า ฝนหยาดย้อย โฮยฮ่้าเย็นซุ่ม มันหากหายอั่งเอ้า สดซื้นซื่นคีง (๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗)
๑๐๔ | 9 ; \ T y , ๆz P k เลิกงาน เลิกเรียน พอแต่เลิกงานแล้ว คนกะต่างจรกลับ ดวงตะวันลาลับ ขยับแสงลงคล้อย เจ้าผู้สอยวอยหน้า เลิกเรียนมาเมื่อยบ่ สังมาหน้ายากแท้ ใจเจ้ากลุ้มหม่นหมอง ซั่นบ้อ รถกะแออัดฮ้าย เป็นตาหน่ายในเมือง มันหากเป็นเคืองขัด หนหวยอยู่บ่ได้ รถคันใด๋กะฟ้าว จราจรเลยแน่นอั่ง ตั้งแต่หลังคือบ่เป็นจั่งซี่ มาบัดนี้หากต่างกัน เจ้าผู้โสฬสะบั้น บ่หันแปรคืนเมือ ย้อนว่ามาฮ่้าเฮียน สิแข่งขันภายหน้า อดสาเอาเด้อเจ้า บ้านเมืองเฮาเป็นอันต่าง อย่าสุไลหลงม้าง ไปทางพุ้นน้าหมู่เขา เอาจั่งใด๋กะจั่งซั้น หาทางยากสิซ่อยไข มันหากเป็นไปเหมิด บ่ห่อนคือคราวกี้ เจ้าต้องปรับโตเข้า ด้ารงตนเป็นอยู่ แนวดีงามหากหวนฮู้ บ่ไลถิ่มให้เสื่อมหาย (๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๐๕ คองคอย แสงตะเว็นค่้าคล้อย ทางทิศปัจฉิม ใจถวิลคะนิงน้า หนทางเมือบ้าน พี่น้องคองคอยถ่า มหาคืนยามถิ่น หวนยินค้าพ่อแม่เว้า มหาเจ้าจั่งซื่นใจ (๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗) เสียง เสียงสนั่นก้อง ทางทิศทั้งหลาย บางเสียงคลายความทุกข์ เมื่อยแฮงเซาล้า บางเสียงสั่นสะท้าน ปานดินฟ้าทะล่ม คนกะจ่มเว้าพื้น เสียงนั้นบ่ละอาย เสียงสนั่นก้อง ก้องอยู่ในหู เสียงผัดเล่าเซาเสียง ในหูยังก้อง เสียงเซาแล้ว ปล่อยวางบ่เติมต่อ เสียงในหูยังก้อง กะเลยฮ้ายจ่มบ่เซา (๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘)
๑๐๖| 9 ; \ T y , ๆz P k ฝนฟ้ายามคืน ฝนตกแล้ว เทิงฟ้าเทิงลม แสนสุขสม ชาวนาชาวไฮ่ ไปตกใส่ ทางไฮ่ทางนา ให้ได้กล้า ไว้ด้าไว้หว่าน คนท้างาน จ่มว่าล้าบาก ไปมายาก น้าฟ้าน้าฝน บ่อดทน ด่าฝนไปทั่ว ฝนเลยฮั่ว ตกบ่เป็นยาม แล่นไปตาม หนทางรถแล่น ทุกข์ยากแค้น ชาวไฮ่ชาวนา ผู้น้าพา อู่ข้าวอู่น้้า กะเลยซ้้า เป็นเหตุเป็นผล คนหลายคน หากอยู่ล้าบาก เลยทุกข์ยาก หลายเรื่องหลายราว ซั่นแหล่ว (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๐๗ ฟ้าสิแจ้ง ฟ้าใกล้สิแจ้ง แสงตะวันสิสาดส่อง มองหน้าหลังขวาซ้าย ไฟฟ้ายังส่องแสง นี่ละน้อกรุงกว้าง ปวงชนอยู่หลวงหลาย ยาดอากาศหายใจ ใจสิขาดกะยังดิ้น บ่กลับถิ่นเมือบ้าน ย้อนท้างานหาเงินอยู่ เลยต้องสู้อยู่พี้ แสนสิยากกะอยู่ทน (๕ มิถุนายน ๒๕๕๘) ฟ้าสิมืด เฮือนใกล้น้้า ล้าคลองไหลผ่าน เป็นสี่แยก โดยด้ามดั่งทาง คนหากวาง วิถีเจ้าของ เช้าค่้ามอง ไปมาหากิน ได้ยินเสียง แล่นเรือหางยาว เห็นผู้สาว เทิ่งหมู่ฝรั่ง นั่งเรือนั้น เที่ยวล่องชมเมือง ความฮุ่งเฮือง เมืองหลวงเมืองกรุง ในความยุ่ง ยังมีความเรียบ พอได้เทียบ เห็นความแตกต่าง ไปทางน้้า บ่ติดไฟแดง ฮอดยามแลง ลมพัดเย็นดี ทางน้้านี้ อยู่ในเมืองกรุง บ่หากยุ่ง คือทางรถติด วิถีชีวิต ด้าเนินแตกต่าง (๕ มิถุนายน ๒๕๕๘)
๑๐๘ | 9 ; \ T y , ๆz P k เก็บเห็ด ระโงกขึ้น โงกหน้าเบิ่ง สะออนหลาย เห็ดระโงก ป๊าดโทป๊าด เห็ดระโงก จั่งแม่นโชค โงกหน้าเห็น ไฟไหม้ป่า ฟ้าฝนฮ่้า บ่ได้ท้า เอาหยังหว่าน ฮว่านฮว่านฟ้า ดินซุ่มพอดี เซื้อแนวมี ฤดูกาลพร้อม ซอมเบิ่งซอม หาเห็ดระโงก คนโชค ได้หลาย คนซวย ได้น้อย คนบ่ได้ กะได้ คนได้ กะได้ คนเก็บเป็น เพิ่นได้ ได้เห็ดระโงก คนเก็บบ่เป็น เพิ่นเลยบ่ได้ เก็บไปเก็บมา บ่จักเลือกไว้ เก็บแกงรวมกัน เอาหม้อมาใส่ กลืนเข้าไปท้อง เมาซ้้าฮากน้า (๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๐๙ ทุกข์ชาวนา ทุกข์ยากฮ้าย ชาวไฮ่ชาวนา ฝนตกมา กว่าสิมีกล้า มีกล้าแล้ว จ้างคนมาซ่อย ซ่อยหลกกล้า มัดไว้ถ่าด้า กว่าสิแล้ว ปวดแอวปวดหลัง เพิ่นกะยัง บ่เซาเมื่อยล้า หลกกล้าพร้อม เว่านัวหัวม่วน นินทาพื้น แนวนี้บ่ควร ฮว่านฮว่านฟ้า แหล่มาฟ้าฝน เย็นสบาย พัดมาฝนฟ้า แดดบ่จ้า บ่อิดล้าเมื่อย ซี่ซุมื้อ ด้าได้อยู่โดน คนรับจ้าง หลกหว่านด้าไถ ก้าไรเสริม พอมีรายได้ ได้มาแล้ว เอามาจ้างต่อ วนเวียนวุ้น แนวนี้ซุปี (๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘) บีบคั้น สถานการณ์บีบคั้น กระเพาะ สุดที่จะหัวเราะ ยากแท้ ท้องไส้ปั่นป่วนเจาะ เจ็บปวด เกินแล เภสัชขนานไหนแก้ จะได้ทุเลา (๓ ตุลาคม ๒๕๕๘)
๑๑๐ | 9 ; \ T y , ๆz P k บิณฑบาต เหลียวเบิ่งฟ้ามืดครึ้ม ตื่นขึ้นมาบ่สดใส พระอาทิตย์นานส่องแสง คือมืดมัวยามนี้ คันสิบิณฑบาตนั้น แหงนขึ้นฟ้าเบิ่งก่อน มันมะลืดทืดเถ้า เซาถ่อนอย่าสุบิณ แต่กะบ่สุดสิ้น แนวของกินบ่ได้ฉัน เลยกะต้องจ้าเป็น เอาฮ่มน้าไปพร้อม ยามว่าฝนรินแล้ว ตกลงมาพอกั้นอยู่ สาธุชนชาวพี่น้อง ยังคอยถ่าใส่ทาน (๔ ตุลาคม ๒๕๕๘) ออนซอนอ าลาพาจาก ออนซอนเด้คักแท้ นครใหญ่กรุงหลวง คนทั้งปวงหลั่งมา หางานท้าด้ารงเลี้ยง ทิ่มกองเฟียงเถียงนาน้อย คอยหาเงินสิกลับต่าว พ่อแม่เฒ่าอยู่เลี้ยงหลานน้อย คอยเจ้าต่าวเมือ ออนซอนน้้าใจล้น เมืองคนนครหลวง ออนซอนปวงชาวพุทธ มีศรัทธาบ่หยุดหยั้ง ออนซอนยังสังโฆเจ้า ศึกษาธรรมด้ารงอยู่ ออนซอนหมู่ศรัทธาไท้ มีใจกว้างหมั่นทาน
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๑๑ ออนซอนบารมีล้น คนศรัทธาหลวงปู่สด ออนซอนหยดหยาดบุญ หนุนคนมาศาลากว้าง ออนซอนทางเหนือใต้ ออกตกไทยมาแน่นอั่ง ออนซอนบังสุกลด้วย เหมิดมื้ออุทิศทาน ออนซอนวัดปากน้้า องค์ทองค้าหลวงปู่สด ออนซอนรถหลวงหลาย แล่นเข้ามาบ่อึดแท้ ออนซอนแม่ชีเน้น จังหันเพลบ่เคยขาด ออนซอนวาดพร่้าพร้อม วินัยน้อมงดงาม ออนซอนวัดปากน้้า น้าเจ้าประคุณสมเด็จ ออนซอนเพชรหมู่สงฆ์ ด้ารงธรรมน้าใจแท้ ออนซอนแม่กองบาลีท่าน อ้านวยการบ่เขินขาด ออนซอนญาติโยมเจ้า หนุนค้้าอุปถัมภ์ ออนซอนค้าทุกท่าน ผู้ให้การอบรมหลาย ออนซอนหมายประสงค์งาน ครูบาลีด้ารงไว้ ออนซอนเสาต้นไม้ ความหมายคือเป็นครูแก่น ออนซอนแทนครูทุกท่าน ผู้เข้าร่วมรับอบรม ออนซอนเด้เจดีย์ล้าน ตั้งตระหง่านอนุสรณ์ ออนซอนพุทธศิลป์ สร้างบูชาสัมมาเจ้า ออนซอนเด้ค้าเคยเว้า ครูบาลีเฮาสิไกลห่าง ออนซอนต่างเมืองบ้าน พานพบพ้อสิไกลกัน
๑๑๒ | 9 ; \ T y , ๆz P k ออนซอนวันล่วงแล้ว บัดนี้แหล่วสิลาก่อน อัญเชิญพรประเสริฐล้้า บารมีธรรมหลวงพ่อวัดปากน้้า น้าตุ้มครูบาลีทุกท่าน ยอไว้ให้ฮุ่งเฮือง ทุกท่านทุกคนเทอญ... ที่ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้้า ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๘) อวยพร แทนค้าขอบคุณ อิ่มอุ่นอวยพร ฝากเป็นค้ากลอน ให้ท่านรับรู้ สุขภาพแข็งแรง กล้าแกร่งพรั่งพรู ชีวิตเป็นอยู่ สะดวกสบาย เจริญในธรรม ตามองค์พุทธะ ปล่อยวางว่างละ ความทุกข์ห่างหาย ร่้ารวยกุศล ผลบุญมากมาย สุขใจสุขกาย รู้ตื่นเบิกบาน (๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘)
[yN 9; \Ty,BzPk บั้น : ตวงธรรมผญา
๑๑๔ | 9 ; \ T y , ๆz P k สูงส่ง-ต าต้อย หงส์ค ำฟ้ำ บินบนอำกำศ ซ่ำงสิมำเกลือกกั้ว ตอยต้องหมู่กำ พระยำเสือโคร่ง สีหรำชสัตว์ใหญ่ มำเบียดเบียนสัตว์น้อย ตั้วต้มหลอกกิน (๑๖ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๗) ยามเดิก เดิกๆ ดื่นๆ กลำงค่ ำ กลำงคืน ลมเย็นจ้อยๆ ยินเสียงฝนย้อย ลงมำฮ่ำหนึ่ง จิตใจค ำนึง โดดเดี่ยวเอกำ เขียนค ำผญำ ให้ปัญญำเกิด เอำใจเป็นเลิศ สวดมนต์ก่อนนอน กำยำพักผ่อน ยังเกิดควำมฝัน ยันทุนสวดกัน ฝันฮ้ำยเป็นดี นอนหลับฝันดี ซุท่ำนซุคน (๒๐ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๑๕ ขี้นก คิดแล้วอยำกหัว ขี้นกขี้คน นกขี้ไว้ ใส่โบสถ์วิหำร คนบ่ค้ำน ฟ้ำวเก็บเมี้ยนขี้ ลองเบิ่งตี้ คันบ่ฟ้ำวเมี้ยน ปล่อยเป็นเดือน ส่งกลิ่นสิฮำก ผู้เพิ่นยำก แม่นพระแม่นเณร เซำนอนเว็น มำเมี้ยนขี้นก มันหำกตลก แม่นขี้เจ้ำของ เฮำบ่ต้อง มำเก็บมำเมี้ยน ปล่อยเป็นเดือน จ้ำงรถมำสูบ ใจแป๋วูบ เสียเงินหลำยพัน ขี้นกมัน ผัดบ่ได้จ้ำง เฮำไปล้ำง ออกเฮื่อออกแฮง ยำมมื้อแลง พำเป็นไปทั่ว ตำอยำกหัว ขี้นกขี้คน... ว่ำซั่นเด้ (๒๕ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๗) ฮ้อน ฮ้อนหนหวย เฮฮนหนฮ้อน ย้อนว่ำหนหวยฮ้อน เฮฮนหนหวย ฮ้องออกมำว่ำฮ่วย ฮ้อนแฮงฮ่ ำฮ้อน (๙ เมษำยน ๒๕๕๗)
๑๑๖| 9 ; \ T y , ๆz P k หมานอนไก่ตื่น ฟังเสียงว่ำเดิกเดิกข้อน หมำนอนไก่ตื่น ยำยเรำฝืนลุกขึ้น หูแจ้งสว่ำงตำ ฟังครูบำเทศน์โปรด ยำวโยชน์จนว่ำค่ ำ ฝนตกฮ่ ำเย็นจ้อยจ้อย ครูบำน้อยกะอ่อยเสียง ยำยเรำเอียงข้ำงหน้ำ เอนไปมำหงำยหลังท่วน คนหัวขวัญแซวฮ้อง ยำยบ่ต้องตื่นโต ซั่นดอกวำ (๒ พฤษภำคม ๒๕๕๗) ฝนตก ยำมเมื่อฝนตกย้อย หยำดยอยจนเย็นซุ่ม เฮำกะหัวยุ้มยุ้ม ดีแท้พ่อพญำ ตกอยู่นำพอได้ให้ ดินเซำไหง่ครำดไถหว่ำน ตกพอได้ขี้คร้ำน เซำแล้วกะหมั่นคืน ตกพอได้นอนตื่นขึ้น มืนตำแล้วสดใส ตกพอให้คนเฮำ เทียวไปมำยำก คันบ่ตกกะล ำบำก ทุกข์ยำกนำกับไฮ่ คันตกแล้วกะร่ ำไร ซุมคนไปมำฟ้ำว พญำแถนกะเลยเศร้ำ มนุษย์เฮำเป็นไปทั่ว บันดำลฝนไปทั่วทีบ กะเลยปิ้นเปลี่ยนไป มันหำกเกิดขึ้นได้ ย้อนใจคนมันเปลี่ยน หมุนเวียนแปรเปลี่ยนแล้ว แนวควำมเว่ำกะเปลี่ยนน ำ กำรกระท ำกะเปลี่ยนพร้อม บ่เคยยอมกันจักอย่ำง บ้ำนเมืองสิแตกม้ำง ทะลำยสิ้นเสื่อมสูญ (๑๑ พฤษภำคม ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๑๗ ยามค่ ายามแลง ยำมค่ ำแลงลับฟ้ำ กำลเวลำสิล่วงผ่ำน คนพำกันขี้คร้ำน งำนปล่อยถิ่มบ่เบิ่งแยง คอยแต่แสงสิลับฟ้ำ เหมิดเวลำว่ำล่ะไป่ เวียกกำรงำนสิเซำไว้ มำมื้อหน้ำจั่งว่ำกัน ยำมเมื่อหมั่นกะหมั่นแท้ บ่อ่อนแอสิไลป๋ำ พอว่ำเหมิดเวลำ กะเมื่อยล้ำพำขี้คร้ำน แม่นว่ำงำนใหญ่น้อย บ่เคยปล่อยสิหนีไกล พอฮอดค่ ำยำมใด๋ กะปล่อยถิ่มคือจั่งเว่ำ ซุมหมู่เฮำทุกท่ำน มีกำรงำนได้ท ำภูมิใจบ่ มีหลำยคนพำกันรอ ถ่ำหำงำนกะหลำยล้น ทนอดทนเข้ำไว้ เอำจิตใจเช้ำตั้งต่อ อย่ำฟ้ำวเมื่อยอย่ำฟ้ำวท้อ ให้หมั่นสู้ต่อไป (๑๕ พฤษภำคม ๒๕๕๗) ย่าสอนหลาน ฟังยินย่ำกล่ำวเว้ำ บอกเล่ำสอนหลำน เป็นค ำกลอนอีสำน คู่สุคนฟังไว้ ชื่อว่ำจันทร์เพ็งแจ้ง บ่ปำนแสงสุริเยศ แสงกะบองหมื่นเล่ม บ่ปำนแจ้งแห่งเดือน คือดั่งแนวหลำนหล่อน บ่ปูนปำนเฒ่ำย่ำ เด็กน้อยฮู้ตั้งล้ำน บ่ปำนเฒ่ำผู้เดียว เฮำหำกเป็นเด็กน้อย บวชใหม่นับพรรษำ บ่ห่อนมีปัญญำ ลื่นคนผู้เฒ่ำนั้น มีควำมเคำรพน้อม อดสำฟังค ำเพิ่นจ่ม คือจั่งลมพัดน้ ำ กะไหลพร้อมพร่ ำกัน (๖ มิถุนำยน ๒๕๕๗)
๑๑๘ | 9 ; \ T y , ๆz P k โบราณว่าไว้ ฟังยินค ำกล่ำวเว้ำ บอกเล่ำค ำโบรำณ ค ำผญำอีสำน อย่ำสุไลลืมเว้ำ ซุบหมำกมี้ ของดีตั้งแต่ปู่ อย่ำลืมปลำแดกต้อง ต ำส้มหมำกหุ่งเฮำ ควำมเก่ำนั้น มันผันแปรเป็นอื่น คันว่ำเฮำฮักษำ กะหำกดีจริงแท้ เอำมำใช้ อย่ำอยำกอำยเขำอื่น ให้พำกันตื่นขึ้น จำกเมืองกว้ำงใหม่สมัย (๖ มิถุนำยน ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๑๙ เกรงชั่ว กลัวบาป เจ้ำผู้เหินเวิ่นฟ้ำ เมฆำเมฆบังบด สุริยำเอียง อ่วยแลงลงแล้ว พฤกษำเสี้ยว อ ำลำโลกลุ่ม จันทร์กระจ่ำงฟ้ำ เจิดจ้ำส่องเห็น จันทร์เพ็ญใสเจิดแจ้ง สว่ำงแสงดำรำ บุปผำดอกหอมเดิก กลิ่นไกลกลบกลุ้ม แมงหิ่งห้อย ฮวมแสงฮิบฮี่ ฝนกะหยดหยำดย้อย รินแล้วกะชุ่มเย็น แม่นสิเข็ญยำกแค้น แยงแว่นบ่เห็นเงำ เฮำกะทนอดสำ พร่ ำเพียรอยู่ได้ อำศัยฟ้ำ อำกำศเป็นอยู่ ฟังเสียงหมู่สัตว์น้อย ออยเจ้ำให้ซื่นใจ เฮ็ดดีบ่หำกได้ หวังใหญ่เบียดเบียน หิริโอตตัปปะ ละอำยใจเกรงย้ำน เฮ็ดโตเป็นผู้น้อย เสมอต้นอยู่คือเก่ำ เฮ็ดกระท ำกับเว้ำ เสมอด้ำมดั่งกัน อ้ำยน้องที่ฮักแพงซุผู้ซุคน (๑๑ มิถุนำยน ๒๕๕๗)
๑๒๐ | 9 ; \ T y , ๆz P k ประชุมสงฆ์ เพิ่นหำกพร้อม เตรียมกำรประชุมสงฆ์ พำกันซวนกันมำ ทั่วทิศำโฮมเต้ำ เฮำกะพร้อม ดั่งกันคือเพิ่น พอว่ำมำฮอดแล้ว เตรียมเข้ำนั่งฟัง ฮอดดั่งนั้น เริ่มเปิดประชุมสงฆ์ คงควำมหลำย เต็มสถำนพอฮ้อย เพิ่นผู้คอยสิหลอยนั้น กะยังมีคือเก่ำ มันหำกเป็นดั่งเค้ำ เสมอแท้เที่ยงจริง เพิ่นกะหำกเมื่อยแท้ ลำพักก่อนออกข้ำงหลัง ไปหำสุมสูดควัน อยู่ข้ำงห้องน้ ำ ผ่อนคลำยได้ สบำยใจได้เซำเมื่อย เข้ำมำเซ็นต์ซื่อไว้ ปรำกฏแท้ว่ำมำ (๒๒ มิถุนำยน ๒๕๕๗) แสงส่อง เจ้ำผู้หงษ์ค ำผ้ำย เสมอดั่งสุริยำ ส่องสำดแสง แยงมำแต่ฟ้ำ สังมำเฮ็ดให้ฮ้อน หนหวยเอ้ำอั่ง ฝนตกมำแต่ละครั้ง กะยังเอ้ำอยู่บ่เซำ (๒๘ มิถุนำยน ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๒๑ ดัดไม้ ท าลายคด นำมไผ่ไม้ ล ำใหญ่ใบหลำย ตัดเอำมำ แต่งแปลงเหลำแล้ว แม่นสิตรงโล้งโค้ง กะเหลำได้ให้มันซื่อ คนเฮำคือเหลำยำก ดัดได้กะบ่ตรง (๕ กรกฎำคม ๒๕๕๗) แก้ว-คน เหลียวเบิ่งแก้ว เรียงกันเป็นระเบียบ ย้อนว่ำมีคนจัด ค่อยเรียงงำมแท้ ใช้งำนแล้ว หมั่นขัดสีใสสะอำด กะยังเป็นหน่วยแก้ว บ่มีหุ้มแห่หิน คนอย่ำได้ หำไผมำซ่อยจัด ให้ค่อยขัดเจ้ำของ เฮื่องฮองเสมอแก้ว ให้พี่น้อง ไปมำหำแว่ จั่งสิใสดั่งแก้ว บ่มีหุ้มแห่หิน (๖ กรกฎำคม ๒๕๕๗)
๑๒๒ | 9 ; \ T y , ๆz P k เมื่อย พอเมื่อยแล้ว เฮำกะต้องเซำพัก มันหำกเป็นตำมหลัก บ่แม่นว่ำขี้คร้ำน แม่นสิงำนใหญ่พุ้น ลงทุนหลำยกะบ่จ่ม ย้อนหำกสำมำรถได้ เพิ่นจั่งเอิ้นซ่อยงำน (๑๑ กรกฎำคม ๒๕๕๗) อิดเมื่อยหล้ำ พักผ่อนกำยำ มีแต่พำเหงำนอน ง่วงเหงำหำวซ้ ำ สำมเทื่อแล้ว สี่ห้ำหกเทื่อ เมือฮอดห้อง ไฟแจ้งซื่นตำ (๖ พฤศจิกำยน ๒๕๕๗) อิดเมื่อยล้ำ หำยใจว่ำไฟเผำ จักว่ำเฮ็ดอีหยัง บ่มำกมำยหลำยซ้ ำ ค ำคนเว้ำ หนักใจหรือว่ำบ่ มันหำกเป็นหยังแท้ ควำมคิดนั้นฆ่ำเจ้ำของ หือว่ำ ทันถืกน้ ำ ซ ำฮะกำยให้สดใส ดวงหทัยเลยบ่สุข ทุกข์น ำกำยบ่ล้ำง มันหำกเป็นอ้ำงว้ำง คึดน ำผู้ใด๋อยู่ จั่งหำทำงยิ้มไว้ พอได้ซุ่มซื่นใจ (๑๒ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๒๓ เอิ้นให้ลุก ปลุกให้ตื่น ตื่นแต่เช้ำ ฟ้ำวฟั่งขวนขวำย สวยพอเพล จั่งตื่นบ่ทันบ้ำน มัวแต่คร้ำน เฮ็ดหยังบ่ทันเพิ่น ถ่ำให้คนปลุกเอิ้น อยำกอำยบ้ำงยุบ่น้อ แสงส่องฟ้ำ บูรพำส่องสดใส ไผผู้ตื่นบ่ทัน สิบ่เห็นแสงจ้ำ แกะขี้ตำมืนใส่น้ ำ แดดแฮงสำดส่อง สวยละน้อพี่น้อง ก ำไรสร้ำงต่อบุญ ฟังเสียงมุ่ยมุ่ยฆ้อง จัวน้อยลั่นระฆังปลุก เป็นสัญญำณเตือนให้ลุก ฟ้ำวตื่นมำอย่ำคร้ำน เวียกงำนมีมำกล้น ให้ทนท ำขยันหมั่น อย่ำสะสมเก็บไว้ สิคำค้ำงเมื่อลุน เฮ็ดเป็นทุนต่อไว้ เกิดก ำไรส ำเร็จผล สำธุชนหมู่เฮำ ฟ้ำวท ำอย่ำรอช้ำ กำลเวลำล่วงแล้ว บ่หวนคืนโค้งต่ำว อย่ำสุได้ประมำทม้ำง กระท ำสร้ำงต่อกุศล แท้แหล่ว (๑๗ สิงหำคม ๒๕๕๗)
๑๒๔ | 9 ; \ T y , ๆz P k ขายข้าวโพด มวลแม่ค้ำ ไกวแกว่งน ำถนน โปกโบยมือ แก่งถุงหูหิ้ว ขบวนริ้ว ถุงธงซัดส่ำย เอิ้นลูกค้ำ มำซื้อจ่ำยของ มองฟำกฟ้ำ ฝนฮ่ ำรินตก สกุณำแนวนก แส่วบินเมือบ้ำน เพิ่นหำกบ่ขี้คร้ำน ขำยของคือเก่ำ ขำยข้ำวโพด ขำยได้ซุวัน รถแล่นเลี้ยว ไหลหลั่งมำจอด เปิดกระจก รถลงถำมซื้อ วำจำต้ำน ถำมรำคำต่อ มวลแม่ค้ำ อุกเอ้ำอั่งใจ บำงพ่องให้ ตำมต่อน ำเขำ โดนเวลำ กว่ำสิขำยได้ ค้ำขำยนี้ ก ำไรหวังอยู่ เขำหำกขำยซ่ ำได้ พอใช้อยู่กิน (๕ กันยำยน ๒๕๕๗)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๒๕ ต้นอ่อน ต้นเพิ่นน้อย ยังสิเหล่ำออกผล เหลียวเบิ่งโยนๆลง ลำกขี้ดินแล้ว คันว่ำเป็นผู้น้อย ให้น ำฮอยเขำก่อน อย่ำสิได้ฟั่งฟ้ำว โตเจ้ำสิบ่ยืน ยำมเมื่อแสงแดดจ้ำ ปทุมำกะบำนเบ่ง คนเฮำคำขี้คร้ำน ถืกค้อนจั่งสิหมั่นซั่นบ้อ (๓ สิงหำคม ๒๕๕๗) เวลาล่วง จนเดิกแล้ว ไฟกะยังส่องแสง ยำมมื้อแลงล่วงมำ ผ่ำนไปไวฮ้ำย กว่ำสิส ำบำยนั้น กำรงำนกะล่วงผ่ำน อย่ำสุได้ขี้คร้ำน มัวเล่นบ่ระวัง อ้ำยน้องเอ้ย (๑๒ พฤศจิกำยน ๒๕๕๗) กำลเวลำล่วงแล้ว ฤดูเปลี่ยนแปลงไป กำลเวลำบ่เคยหยุด หมุนไปตำมนั้น คนหำกผันแปรปิ้น เปลี่ยนไปบ่เที่ยง ลำงคนปะปล่อยไว้ เสียถิ่มเช้ำแลง (๑๙ พฤศจิกำยน ๒๕๕๗)
๑๒๖| 9 ; \ T y , ๆz P k ฮ้อน หนาวบ่ คันว่ำฮ้อน มันหำกบ่หนำว คันว่ำหนำว มันหำกบ่ฮ้อน พอว่ำมันฮ้อนแล้ว หนำวหำกไกลห่ำง พอว่ำหนำวฮอดแล้ว แนวฮ้อนห่ำงไกล ฮ้อนเกือบหนำว หนำวเกือบฮ้อน จักสิฮ้อนสิหนำว หึสิหนำวสิฮ้อน (๒๕ พฤศจิกำยน ๒๕๕๗) โอ้! ทอง อัศจรรย์ใจโอ้ โอทองสังมำแตก แตกหลุดลง ไผคุบน ำกะบ่ได้ คือจั่งสูญเสียสิ้น ทรัพย์สินล้ ำค่ำ หำคืนมำบ่ได้ แสนเศร้ำสิคิดน ำ เสียดำยเด้ สังมำเพพังม้ำง น ำงัวเขำอ่อน เขำหำกเกิดอยู่อก ซิดโอทองหม่นม้ำง มันหำกมำยำอ้ำง ทรมำนใจบ่ส่วง ผู้อยู่หลังเป็นห่วง ย้ำนงัวมำล่วงล่อ ซนแล้วสิเล่ำหนี (๒๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๒๗ สามเวลา ฟ้ำเป็นสีโศกเศร้ำ พิรำบเล่ำแซวเสียง มันหำกฮ่ ำฮอนหำ บินไปมำหำบ่อนยั้ง เหมิดพลังกะหล่นล่วง ตกลงมำพื้นแผ่น ธรณีแสนโศกเศร้ำ สลำยเจ้ำเสื่อมสูญ เช้ำฮ่ ำคะนิง ตวงธรรมผญำ ทุกข์ยำกแค้น ดินแก่นเป็นผง ตะเว็นส่องสำดแสง ฮ้อนแฮงแดดกล้ำ พรรณนำควำมฮ้อน อีสำนเฮำคักแน่ ซุมหมู่แง้กะปอมท้ำง ปรับโตได้อยู่ทน แดดฮ้อนฮ่ ำคะนิง ตวงธรรมผญำ แสงตะเว็นค่ ำคล้อย แสงพระธรรมยังสดใส ดวงหทัยเป็นสุข แม่นกำยำสิอ่อนล้ำ คันหำกใจเมื่อยแล้ว เอำแสงธรรมน ำส่อง แสงตะเว็นเตือนไว้ มีแจ้งมืดท่อกัน พลบค่ ำฮ่ ำคะนิง ตวงธรรมผญำ (๓ มีนำคม ๒๕๕๘)
๑๒๘ | 9 ; \ T y , ๆz P k ก่อนฟ้าสาง ฝนหยำดย้อย โฮยฮ่ ำพอฮิมฮี่ รินก่อนแจ้ง หำยเศร้ำซุ่มเย็น ฟ้ำบ่แจ้ง แสงตะเว็นบ่ทันส่อง ยอดบ่งขึ้น ใบไม้เขียวขจี ยังมีนกอีเอี้ยง บอกเล่ำอ่ำวเสียง ส ำเนียงขำน ม่วนยินสนั่นก้อง ฮ้องเฮียกเอิ้น ปลุกคนให้ตื่น พอปำนเสียงสังคีต เมืองฟ้ำว่ำสวรรค์ (๑๔ มีนำคม ๒๕๕๘) แดดฮ้อน แสงแดดฮ้อน พอปำนว่ำไฟเผำ สำดส่องมำ แต่นภำบ่ทันแจ้ง หนหวยฮ้อน คิดน ำลมพัดถ่อ หำกบ่พ้อ ถ่ำได้กะบ่มำ เหลียวขึ้นฟ้ำ แจ้งสว่ำงแสงใส ขี้ฟ่ำหำย บ่พอเป็นเงำได้ พรรณนำควำมฮ้อน จรไปมำบ่สะดวก เหงื่อไหลไคลย้อย เกลือขึ้นกะพ่องกัน (๔ กรกฎำคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๒๙ ฝนตก นับแต่ฝนหยำดย้อย โฮยฮ่ ำแต่สวรรค์ ตกตั้งแต่ยำมคืน ตื่นมำบ่ทันเอื้อน รอคอยหลำยเดือนมื้อ อดทนถือควำมเอ้ำอั่ง จั่งได้ซื่นขึ้นได้ ในมื้อนี้ซุ่มเย็น แสงตะเว็นบ่ทันแจ้ง บ่กล้ำแข่งแฮงฝน คนหำกเกรงบ่ยอมลุก แสนสิปลุกกะบ่ได้ พลังฝนเพียงฟ้ำ ยำมตกมำมีอ ำนำจ คันฟ้ำขำดฝนแล้ว คนนั้นแม่นขำดใจ อย่ำสิโทษฝนฟ้ำ อำกำศแผ่นแดนดิน ยำมหำกินด่ำทอ ปำกเสียงแข่งดินฟ้ำ โทษอัตตำตนนั้น ทันท ำดีถืกต้องบ่ ย้อนบ่พอบ่สุดสิ้น เหมิดดินฟ้ำกะอ่ำวหำ (๘ กรกฎำคม ๒๕๕๘)
๑๓๐ | 9 ; \ T y , ๆz P k วังเวง ยำมเมื่อหมำเห่ำฮ้อง หอนก้องสนั่นเสียง เพียงได้ยินเสียงมิด ดังแฮงหัวใจเต้น มันหำกเป็นวิเวก วังเวงมิดซี่หลี่ เสียงรถมีโดนโดนครั้ง ฟังแล้วแปลกใจ เสียงไหลไหลน ำท่อน้ ำ พอปำนว่ำเสียงหยัง พัดหน้ำต่ำงแม่นลม หวีดหวิวเป็นตำย้ำน อำกำศเย็นจ้อยจ้อย สุนัขคอยเอิ้นกันอยู่ บ่มีหมู่ผู้เดียวซ้ ำ กรรมแท้หวั่นใจ เสียงประตูไผเปิดนั้น หรือมันลั่นเอำเอง ซ่ำงบ่เกรงใจคน เสียงสนทนำเว้ำ เอำล่ะน้อคืนนี้ สินอนหลับหรือว่ำบ่ บ่เคยพบเคยพ้อ คืนนี้อีกโดน (๙ กรกฎำคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๓๑ ค าหลวงปู่ ค ำหลวงปู่กล่ำวไว้ ใส่ใจจ ำเป็นค ำสอน ออนซอนควำมผญำ สืบสำนมำจำเว้ำ ไผว่ำของคนเฒ่ำ โบรำณอย่ำได้ว่ำ สมัยใหม่ยังใช้ได้ ไปหน้ำพุ้นกะอยู่นำน คันบ่ออกจำกบ้ำน บ่เห็นด่ำนแดนไกล คันบ่ไปฮ่ ำเฮียน หำกบ่มีควำมรู้ คันว่ำออกมำแล้ว แนวบ่ควรให้ไกลห่ำง คันจำกบ้ำนมำแล้ว แนวควรนั้นให้ใส่ใจ จั่งแม่นสมค ำเพิ่นเว้ำ ฮีตเก่ำคองอีสำน จำกสถำนเคยพัก ออกไปเห็นเมืองอื่นพุ้น คนมีทุนอยู่แล้ว สร้ำงก ำไรไว้จักหน่อย ทุนท่อใด๋กะท่อนั้น คันจั่งซั่นสิขำดทุน (๑๔ กรกฎำคม ๒๕๕๘) อวยพร ขอให้เย็นจั่งน้ ำ เทิงภูบ่เซำไหล ให้สดใสซุ่มคีง ซื่นกำยสบำยแท้ ให้น้ ำใจเหลือล้น ไหลลงบ่ขำดแหว่ง อย่ำให้บกให้ตื้น สุขล้นซุ่มใจ (๒๖ เมษำยน ๒๕๕๘)
๑๓๒ | 9 ; \ T y , ๆz P k นับมื้อเด้ นับมื้อไกลไปหน้ำ สิหวนคืนโค้งต่ำว บ่น้อ นับแต่มื้อสิแปรปริ้น ดินฟ้ำสิเปลี่ยนไป นับแต่มื้อมุ่นม้ำง ย่ำงน ำทำงสิหลงป่ำ นับแต่มื้อกล่ำวเว้ำ ใจเจ้ำบ่คะนิง เจ้ำบ่หลิงแลเยี่ยม แยงค ำควำมเพิ่นกล่ำว ใจเพิ่นเจ็บจ่องจ้ำว ผัดใจเจ้ำบ่จื่อจ ำ แท้น้อ (๒๖ สิงหำคม ๒๕๕๘) ฝนยามค่ าแลง เสียงฝนเซำว่ำเอื้อน รอบอำรำมเหงำหงอย คองคอยถ่ำค่ ำคืน เคร่งขวนขวำยก่อนสิแจ้ง แสงไฟใสสว่ำงจ้ำ ส่องนภำบ่หำกทั่ว มืดสลัวเหลือล้น ตนข้ำค่อยคิดครวญ บ่อำจหวนคืนได้ ล่วงเลยไลไปป๋ำ กำลเวลำบ่เคยหยุด ยอมคอยถ่ำผู้ใด๋ได้ บ่อำจคอยค่ ำคืนนี้ ปล่อยป๋ำไปแปนเปล่ำ ฟ้ำวฟั่งฟ้ำวเข้ำไว้ อย่ำสุได้แต่นอนฝัน ซั่นแหล่ว (๓๐ สิงหำคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๓๓ ไม่อยากฟัง แต่ได้ยิน ควำมเขำฮ้อง เหมิดเสี้ยงแม่นเสียง บ่อยำกฟัง หำกยินเสียงย้อน เสียงสะท้อน เหมิดมวลหำกม่วน กวนหูฮ้ำย มือกุ้มนั่งกุม ทำงหกนั้น คิดไค้ใคร่ครวญ ค่อยระวัง ใจตนเข้ำตั้ง ยอมรับได้ หกทำงถ้วนถี่ ละปล่อยได้ ใจว่ำงเพรำะวำง (๓๑ สิงหำคม ๒๕๕๘) ลั่นระฆัง ตะวันรอนค่ ำแล้ว พ่อออกลั่นระฆังปลุก เป็นสัญญำณเตือนให้ลุก ผู้ใฝ่ธรรมมำโฮมเต้ำ พุทโธตั้ง ธัมมังกรำบก่อน สังโฆบูชำไหว้ ไตรแก้วหน่วยสำม (๒๘ กันยำยน ๒๕๕๘)
๑๓๔ | 9 ; \ T y , ๆz P k คว้าโอกาส โอกำสมำฮอดแล้ว ให้ฟ้ำวฟั่งขวนขวำย เวลำมีพอควร อย่ำได้ไลวำงเว้น ตะเว็นขึ้นซุเช้ำ ตกยำมแยงให้คิดฮ่ ำ ค ำสั่งสอนพุทโธเจ้ำ เฮียนไว้อย่ำไล เขียนปัญหำบ่ได้ ยำกง่ำยธรรมดำ แนวกำรเฮียนภำษำ จำรึกธรรมสัมมำเจ้ำ พระบำลียังคงยั้ง พุทธธรรมหำกคงอยู่ ครูอำจำรย์ยังต่อตั้ง สอนสู้อยู่บ่เซำ แม่นสอบตกหรือได้ อย่ำฟ้ำวหน่ำยเปิดหนี ซ่อยฮักษำบำลี ศำสนธรรมให้คงยั้ง เป็นก ำลังพระศำสน์แท้ เฮียนบำลีค ำเพิ่นกล่ำว สำธุชนชำวพี่น้อง ประคองสร้ำงซ่อยกัน (๓ ตุลำคม ๒๕๕๘) ฝนสั่งฟ้า ยำมเมื่อฝนสั่งฟ้ำ ก้ ำฝ่ำยเมืองขอน สิสิ้นสุดฤดูกำล แล้วล่ะบ้อยำมนี้ แต่หน้ำที่บ่สุดสิ้น ยังเป็นไปคือเก่ำ แม่นสิฝนสิฟ้ำ หน้ำที่นั้นบ่หยุดเซำ (๙ ตุลำคม ๒๕๕๘)
พ ร ะ ม ห า อ ธิ วั ฒ น์ ภ ทฺ ร ก วี | ๑๓๕ ไฟดับ มืดบ่แจ้ง แสงไฟเซำสว่ำง เสียงมะลึกคึกคื้น เซำแล้วบ่ได้ยิน ทุกแผ่นดินโลกนี้ แต่ก่อนกี้บ่มีไฟ ปัญญำไวแสวงหำ กะจั่งมีน้อไฟฟ้ำ บัดว่ำมีมำแล้ว สบำยแหล่วเหมิดซุอย่ำง พอว่ำดับหยุดสิ้น บำงคนดิ้นอยู่บ่เป็น (๑๑ ตุลำคม ๒๕๕๘) เกี่ยวข้าว ใกล้สิเก็บเกี่ยวข้ำว ฟ้ำกะเล่ำลมหนำว ลมเหมันต์โชยพัด พำกอข้ำวล้ม หมู่แมงมันมำกแท้ จับใบข้ำวเต็มท่ง ชำวนำดีใจล้น ปีนี้สิข้ำวหมำน ก ำลังเก็บเกี่ยวข้ำว แมงมันเล่ำมำจับ จับยัดใส่ก้นเคียว เอำไว้กี่ให้หลำนน้อย พ่องกะใส่ปำกเคี้ยว แมงมันมันแสนอร่อย มันตับปลำของแท้ โอเมก้ำกะบ่ปำน ฤดูกำลผลัดเพี้ยน วนเวียนไปหลำย แมงมันวำยอพยพ บินหนีจำกกอข้ำว อำศัยก ำแพงกว้ำง ในเมืองหลบอยู่ บำงโตกะอยู่ยำก พิรำบต้มหลอกกิน (๑๖ ตุลำคม ๒๕๕๘)
๑๓๖| 9 ; \ T y , ๆz P k ยกทุกข์ออก พอปำนหินใหญ่ก้อน วำงทับเทิงหลัง เฮ็ดจั่งใด๋สิค่อยพลิก ยกยอออกได้ ไผเด้สิมำกลิ้ง ซุกก้อนหินออกซ่อย หลำยแฮงดึงเทื่อละน้อย คือสิซ้วนส่วงเบำ (๒๘ พฤศจิกำยน ๒๕๕๘) นับมื้อ นับมื้อน้อสิสุดสิ้น ปฏิทินสิเปลี่ยนแผ่น นับมื้อแสนโศกเศร้ำ สุขสันต์ด้วยสิอ่วยไป นับมื้อไปข้ำงหน้ำ กำลเวลำบ่หยุดอยู่ นับมื้อหลู่ล่วงแล้ว แสนสิเอิ้นอ่ำวหำ เสียดำยเด้วันมื้อ เดือนปีสิล่วงผ่ำน ย้อนว่ำมัวแต่คร้ำน ขยันน่อยบ่ค่อยเพียร อ่ำนเขียนอยู่ทุกมื้อ คือสิว่ำบ่ขยัน ให้ส ำคัญแม่นเวลำ มำซ่ำงเดินบ่ยั้ง ย้อนกลับหลังกะบ่ได้ เหลือใจเด้ควำมเป็นอยู่ ให้ฟ้ำวดู๋แต่มื้อนี้ อย่ำถ้ำเริ่มปีต่อไป (๒๒ ธันวำคม ๒๕๕๘)