The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการปฏิบัติงานเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ค.61

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Karin Thaipitak, 2023-03-02 04:30:40

แนวทางการปฏิบัติงานเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ค.61

แนวทางการปฏิบัติงานเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ค.61

56 2.4 ใบยืมเงินรองจ่าย เป็นเอกสารหลักฐานแสดงการจ่ายเงินยืมให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับอนุมัติให้ยืมเงิน รองจ่าย เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ 2.5 สมุดคู่ฝาก ใบอนุมัติถอนเงิน ใบถอนเงินจากธนาคาร เป็นเอกสารแสดงการจ่ายเงินจากธนาคาร 2.6 งบใบส าคัญ ใช้เป็นหลักฐานการขอเบิกค่าใช้จ่ายของเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอ าเภอ โดย เหรัญญิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจัดท าเสนอต่อผู้มีอ านาจอนุมัติ 3. เอกสารไม่เกี่ยวกับการรับเงิน – จ่ายเงิน ได้แก่ 3.1 ใบส าคัญการลงบัญชีทั่วไป ใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชีที่ไม่เกี่ยวกับการรับ - จ่ายเงินฝาก ธนาคาร ได้แก่ การปรับปรุงแก้ไขรายการบัญชี การเปิดและปิดบัญชี การจัดท าใบส าคัญการลงบัญชี กรณีรับ เอกสารประเภทเดียวกัน สามารถสรุปยอดเพื่อจัดท าใบส าคัญการลงบัญชี 1 ฉบับต่อ 1 วันก็ได้ 3.2 หนังสือแสดงการรับมอบทรัพย์สินบริจาค ใช้เป็นหลักฐานการรับบริจาคทรัพย์สิน จากนิติบุคคล บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานต่างๆ ค 56


57 แบบพิมพ์ (ใช้แบบพิมพ์ฉบับเดิม จนกว่าจะหมด แล้วจึงใช้แบบพิมพ์รูปแบบใหม่) ค 57


58 แบบใบเสร็จรับเงิน ประเภทใบเสร็จรับเงินทั่วไป ค 58


59 แบบใบเสร็จรับเงิน ประเภทสมัครสมาชิก ค 59


60 แบบใบเสร็จรับเงิน ประเภทรับเงินบริจาค ค 60


61 ค 61


62 ค 62


63 วันที่ครบก ำหนด ……………………………… …. เรียน นำยกเหล่ำกำชำดจังหวัด ได้ตรวจสอบแล้วมี เงินงบประมำณ เงินอื่นๆ เงินสะสม เพียงพอและได้กันเงิน จ ำนวน ........................................................... บำท ไว้แล้ว เห็นควรอนุมัติ เห็นควรเสนอคณะกรรมกำรเหล่ำกำชำดจังหวัดเพื่ออนุมัติ เห็นควรเสนออุปนำยกผู้อ ำนวยกำรสภำกำชำดไทยเพื่ออนุมัติ ลงชื่อ ......................................................... เหรัญญิก วันที่ ......................................................... เห็นควรอนุมัติ เห็นควรเสนอคณะกรรมกำรเหล่ำกำชำดจังหวัดเพื่ออนุมัติ เห็นควรเสนออุปนำยกผู้อ ำนวยกำรสภำกำชำดไทยเพื่ออนุมัติ ลงชื่อ ....................................................... นำยกเหล่ำกำชำดจังหวัด วันที่ ................................................ *อนุมัติ ลงชื่อ ……………………………………………. ประธำนคณะกรรมกำรเหล่ำกำชำดจังหวัด วันที่ ................................................ อนุมัติ ลงชื่อ ……………………………………………. อุปนำยกผู้อ ำนวยกำรสภำกำชำดไทย วันที่ ................................................ ได้รับเงินจ ำนวน ..................................................... บำท ( ) เรียบร้อยแล้ว ลงชื่อ ............................................................... ผู้รับเงิน วันที่ ……………………………………………… ใบยืมเงินทดรองจ่าย เหล่ากาชาดจังหวัด เลขที่ ................. / .............. ใบยืมเงินทดรองจ่าย * ตามมติคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ครั้งที่ ............. / ................ เมื่อวันที่ ....................................................... เรียน นำยกเหล่ำกำชำดจังหวัด (1)........................................ ข้ำพเจ้ำ ........................................................................... ต ำแหน่ง ...................................................................... ส ำนักงำนเหล่ำกำชำดจังหวัด (1)......................................................................... มีควำมประสงค์ขอยืมเงินทดรองจ่ำยเพื่อเป็นค่ำใช้จ่ำยในกำร ................................................................................................................................................................................................................ ดังรำยละเอียดต่อไปนี ้ รำยกำร จ ำนวนเงิน (ตัวอักษร ………………...………………………………………………………....……) รวมเงิน (บำท) โดยขอรับเป็น เงิน (2)...................................................................................................................................................... และมอบอ ำนำจให้ (3)........................................................................... ต ำแหน่ง ............................................................... เป็นผู้รับเงินแทน ข้ำพเจ้ำสัญญำว่ำจะปฏิบัติตำมระเบียบของสภำกำชำดไทยทุกประกำร และจะน ำใบส ำคัญจ่ำยที่ถูกต้องพร้อมทั ้งเงินเหลือจ่ำย (ถ้ำมี) ส่งใช้ภำยในเวลำที่ก ำหนดไว้ คือ ภำยใน 15 30 วัน นับตั ้งแต่ วันที่ได้รับเงินยืมนี ้ วันที่เดินทำงกลับมำถึง วันที่เสร็จสิ ้นกำรประชุม ฝึกอบรม หรือสัมมนำ ถ้ำข้ำพเจ้ำไม่ส่งตำมก ำหนด ข้ำพเจ้ำยินยอมให้หักเงินเดือน ค่ำจ้ำง หรือเงินอื่นใดที่ข้ำพเจ้ำจะพึงได้รับจำกเหล่ำกำชำดจังหวัด ชดใช้ จ ำนวนเงินที่ยืมไปจนครบถ้วนได้ทันที ลงชื่อ ............................................................. ผู้ยืม วันที่ ..................................................... ค 63


64 ใบยืมเงินทดรองจ่าย เหล่ากาชาดจังหวัด รายการส่งใช้เงินยืม ครั งที่ วัน เดือน ปี รายการส่งใช้ คงค้าง ลายมือชื่อผู้รับ เลขที่งบใบส าคัญ เงินสด หรือ งบใบส าคัญ จ านวนเงิน ค าแนะน า 1. ให้ระบุชื่อจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของเหล่ากาชาด 2. กรณีที่ไม่ได้ขอรับเป็นเงินสดให้ระบุรับเป็นเช็ค ดร๊าฟท์ หรือหากต้องการโอนเข้าบัญชีธนาคาร ให้ ระบุชื่อธนาคาร สาขา และเลขที่บัญชี 3. - กรณีมอบอ านาจให้ระบุชื่อ นามสกุล และต าแหน่งของผู้รับมอบอ านาจ - กรณีไม่มอบอ านาจก็ให้ท าเครื่องหมาย “ – ” หรือระบุว่า “ไม่มอบอ านาจ” เมื่อจ่ายเงินยืมทดรองจ่ายไปแล้ว ให้รวบรวมใบส าคัญเพื่อขอเบิกเงิน ไปชดใช้เงินยืมทดรองจ่ายให้ประทับตรา “เงินทดรองจ่าย” ในใบส าคัญที่จ่ายจากเงินยืมทุกฉบับ ค 64


65 วันที่ครบก ำหนด ……………………………… …. เรียน นำยกเหล่ำกำชำดจังหวัด ได้ตรวจสอบแล้วมี เงินงบประมำณ เงินอื่นๆ เงินสะสม เพียงพอและได้กันเงิน จ ำนวน ........................................................... บำท ไว้แล้ว เห็นควรอนุมัติ เห็นควรเสนอคณะกรรมกำรกิ่งกำชำดอ ำเภอเพื่ออนุมัติ เห็นควรเสนออุปนำยกผู้อ ำนวยกำรสภำกำชำดไทยเพื่ออนุมัติ ลงชื่อ ......................................................... เหรัญญิก วันที่ ......................................................... เห็นควรอนุมัติ เห็นควรเสนอคณะกรรมกำรกิ่งกำชำดอ ำเภอเพื่ออนุมัติ เห็นควรเสนออุปนำยกผู้อ ำนวยกำรสภำกำชำดไทยเพื่ออนุมัติ ลงชื่อ ....................................................... นำยกกิ่งกำชำดอ ำเภอ วันที่ ................................................ *อนุมัติ ลงชื่อ ……………………………………………. ประธำนคณะกรรมกำรกิ่งกำชำดอ ำเภอ วันที่ ................................................ อนุมัติ ลงชื่อ ……………………………………………. อุปนำยกผู้อ ำนวยกำรสภำกำชำดไทย วันที่ ................................................ ได้รับเงินจ ำนวน …......................................... ......... บำท ( ) เรียบร้อยแล้ว ลงชื่อ ............................................................... ผู้รับเงิน วันที่ ……………………………………………… ใบยืมเงินทดรองจ่าย กิ่งกาชาดอ าเภอ เลขที่ ................. / .............. * ตามมติคณะกรรมการกิ่งกาชาดอ าเภอ ครั้งที่ ............. / ................ เมื่อวันที่ ....................................................... เรียน นำยกกิ่งกำชำดอ ำเภอ(1)........................................ ข้ำพเจ้ำ ........................................................................... ต ำแหน่ง ...................................................................... ส ำนักงำนกิ่งกำชำดอ ำเภอ(1)......................................................................... มีควำมประสงค์ขอยืมเงินทดรองจ่ำยเพื่อเป็นค่ำใช้จ่ำยในกำร ................................................................................................................................................................................................................ ดังรำยละเอียดต่อไปนี ้ รำยกำร จ ำนวนเงิน (ตัวอักษร ………………...………………………………………………………....……) รวมเงิน (บำท) โดยขอรับเป็น เงิน (2)...................................................................................................................................................... และมอบอ ำนำจให้ (3)........................................................................... ต ำแหน่ง ............................................................... เป็นผู้รับเงินแทน ข้ำพเจ้ำสัญญำว่ำจะปฏิบัติตำมระเบียบของสภำกำชำดไทยทุกประกำร และจะน ำใบส ำคัญจ่ำยที่ถูกต้องพร้อมทั ้งเงินเหลือจ่ำย (ถ้ำมี) ส่งใช้ภำยในเวลำที่ก ำหนดไว้ คือ ภำยใน 15 30 วัน นับตั ้งแต่ วันที่ได้รับเงินยืมนี ้ วันที่เดินทำงกลับมำถึง วันที่เสร็จสิ ้นกำรประชุม ฝึกอบรม หรือสัมมนำ ถ้ำข้ำพเจ้ำไม่ส่งตำมก ำหนด ข้ำพเจ้ำยินยอมให้หักเงินเดือน ค่ำจ้ำง หรือเงินอื่นใดที่ข้ำพเจ้ำจะพึงได้รับจำกกิ่งกำชำดอ ำเภอ ชดใช้ จ ำนวนเงินที่ยืมไปจนครบถ้วนได้ทันที ลงชื่อ ............................................................. ผู้ยืม วันที่ ..................................................... ค 65


66 ใบยืมเงินทดรองจ่าย กิ่งกาชาดอ าเภอ รายการส่งใช้เงินยืม ครั งที่ วัน เดือน ปี รายการส่งใช้ คงค้าง ลายมือชื่อผู้รับ เลขที่งบใบส าคัญ เงินสด หรือ งบใบส าคัญ จ านวนเงิน ค าแนะน า 4. ให้ระบุชื่อจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของกิ่งกาชาดอ าเภอ 5. กรณีที่ไม่ได้ขอรับเป็นเงินสดให้ระบุรับเป็นเช็ค ดร๊าฟท์ หรือหากต้องการโอนเข้าบัญชีธนาคาร ให้ระบุ ชื่อธนาคาร สาขา และเลขที่บัญชี 6. - กรณีมอบอ านาจให้ระบุชื่อ นามสกุล และต าแหน่งของผู้รับมอบอ านาจ - กรณีไม่มอบอ านาจก็ให้ท าเครื่องหมาย “ – ” หรือระบุว่า “ไม่มอบอ านาจ” เมื่อจ่ายเงินยืมทดรองจ่ายไปแล้ว ให้รวบรวมใบส าคัญเพื่อขอเบิกเงิน ไปชดใช้เงินยืมทดรองจ่ายให้ประทับตรา “เงินทดรองจ่าย” ในใบส าคัญที่จ่ายจากเงินยืมทุกฉบับ ค 66


67 งบใบส าคัญ เหล่ากาชาดจังหวัด ค 67


68 งบใบส าคัญ กิ่งกาชาดอ าเภอ ค 68


69 ใบส าคัญการลงบัญชี เหล่ากาชาดจังหวัด เลขที่ ................. เหล่ากาชาดจังหวัด ............................ ใบส าคัญการลงบัญชี วันที่ ................................................. ชื่อบัญชี รหัสบัญชี เดบิต เครดิต ค าอธิบาย ผู้ท า ผู้อนุมัติ ผู้ลงบัญชี ด้ำนรับ ด้ำนจ่ำย ทั่วไป ค 69


70 ใบส าคัญการลงบัญชี กิ่งกาชาดอ าเภอ เลขที่ ................. กิ่งกาชาดอ าเภอ ............................ ใบส าคัญการลงบัญชี วันที่ ................................................. ชื่อบัญชี รหัสบัญชี เดบิต เครดิต ค าอธิบาย ผู้ท า ผู้อนุมัติ ผู้ลงบัญชี ด้ำนรับ ด้ำนจ่ำย ทั่วไป ค 70


71 ค 71


72 ขั้นตอนการผ่านรายการจากสมุดทะเบียนรายรับ – รายจ่ายไปยังสมุดเงินสด / เงินฝากธนาคาร โดย การยกยอดรวม 1 วันไปลงในสมุดเงินสด / เงินฝากธนาคาร ด้านรับและด้านจ่าย 1 บรรทัด แล้วใส่หน้าบัญชี สมุดเงินสด / เงินฝากธนาคาร ในช่องหน้าบัญชีของทั้ง 2 ด้าน ส่วนจ านวนเงินถ้าเป็นเงินสดใส่ช่องเงินสด และ เป็นรายการฝาก – ถอนธนาคารให้ใส่ช่องธนาคาร ค าชี แจงการลงบัญชีเงินสด / เงินฝากธนาคาร การลงรายการในช่องต่างๆ ให้ปฏิบัติดังนี้ ช่องที่ 1 “วัน เดือน ปี” ให้ลงวัน เดือน ปี ที่รับเงิน ช่องที่ 2 “ประเภทเงิน” ให้ลงชื่อประเภทบัญชีที่เปิดขึ้นตามลักษณะของเงินในบัญชี แยกประเภท เช่น เงินรายได้ เงินฝากธนาคาร เงินประกัน สัญญา ฯลฯ ช่องที่ 3 “รับจากใคร และรายการ” ให้ลงรายละเอียดการรับเงิน ว่ารับจากใคร ค่าอะไร เป็นรายๆ หรือประเภท ช่องที่ 4 “เอกสาร” ให้ลงเลขที่ใบเสร็จ หรือใบถอนเงิน ช่องที่ 5 “หน้าบัญชี” ให้ลงหน้าบัญชีแยกประเภทที่น ายอดเงินจากบัญชีเงินสด / เงินฝากธนาคาร ไปลงไว้ ช่องที่ 6 “เงินสด” และ “เงินฝาก ธนาคาร” ให้ลงจ านวนที่ได้รับเป็นเงินสดช่อง “เงินสด” และลงเงินฝาก ธนาคารช่อง “เงินฝากธนาคาร” ช่องที่ 7 “วัน เดือน ปี” ให้ลงวัน เดือน ปี ที่จ่ายเงิน ช่องที่ 8 “ประเภทเงิน” ให้ลงชื่อประเภทบัญชีที่เปิดขึ้นตามลักษณะของเงินที่จ่ายใน บัญชีแยกประเภท เช่น เงินรายจ่ายตามงบประมาณ เงิน ประกันสัญญา ช่องที่ 9 “จ่ายให้ใคร และรายการ” ให้ลงรายละเอียดการจ่ายเงินว่าจ่ายให้ใคร ค่าอะไร ช่องที่10 “เอกสาร” ให้ลงเลขที่หลักฐานการจ่ายเงิน ช่องที่11 “หน้าบัญชี” ให้บันทึกรายการอย่างเดียวกับช่องที่ 5 ช่องที่12 “เงินสด” และ “เงินฝาก ธนาคาร” ให้ลงจ านวนที่จ่ายเป็นรายๆ จ่ายเงินสดลงช่อง “เงินสด” และลงถอนเงินฝากธนาคารลงช่อง “เงินฝากธนาคาร” หมายเหตุ - การใช้สมุดเงินสดบันทึกรายการเคลื่อนไหวของเงินสด และเงินฝากธนาคารเล่มเดียวกันนั้น เพื่อ ประโยชน์ในการมองฐานะการเงินของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอได้ในเล่มเดียวกัน - ให้ปิดบัญชีทุกวันที่มีการรับการจ่ายเงิน ค 72


73 ค 73


74 ค 74


75 ค าชี แจงการลงบัญชีแยกประเภท ขั นตอนการบันทึกบัญชีแยกประเภท ให้ลงรายการในหน้าบัญชีตรงข้ามกับบัญชีเงินสด/เงินฝากธนาคารเสมอ เช่น ลงรายการรับในบัญชี เงินสด/เงินฝากธนาคาร (ด้านซ้าย) จะต้องยกไปลงบัญชีแยกประเภททางด้านขวา (เครดิต) ถ้าลงบัญชีเงินสด/ เงินฝากธนาคาร ไว้ในด้านรายจ่าย (ด้านขวา) ก็ให้ยกไปลงบัญชีแยกประเภททางด้านซ้าย (เดบิต) เมื่อบัญชีเงินสด/เงินฝากธนาคารมีรายการรับหรือรายการจ่าย ยอดเงินที่ปรากฏในบัญชีเงินสด/เงิน ฝากธนาคาร จะต้องไปปรากฏยอดในบัญชีแยกประเภททุกครั้ง การลงรายการในช่องต่าง ๆ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ การลงรายการในช่องต่าง ๆ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ ช่องที่ 1 “วัน เดือน ปี” ให้ลงวัน เดือน ปี ตามบัญชีเงินสด / เงินฝากธนาคาร ช่องที่ 2 “เลขที่เอกสาร” ให้ใส่ตามสมุดเงินสด / เงินฝากธนาคาร ช่องที่ 3 “รายการ” ให้ใส่ตามสมุดเงินสด / เงินฝากธนาคาร ช่องที่ 4 “หน้าบัญชี” ใช้หน้าบัญชีของสมุดเงินสด / เงินฝากธนาคาร ช่องที่ 5 “เดบิต” ลงจ านวนเงินด้านจ่าย ช่องที่ 6 “เครดิต” ลงจ านวนเงินด้านรับ ช่องที่ 7 “ยอดคงเหลือ” ให้รวมเดบิตและรวมเครดิต ผลต่างคือยอดคงเหลือของตัวที่มากกว่า ค 75


76 ทะเบียน มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมรายละเอียดข้อมูลบางรายการ ตลอดจนควบคุมการปฏิบัติงานของเหล่า กาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ ประกอบด้วย 1. ทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน ใช้ส าหรับบันทึกควบคุมการสั่งซื้อใบเสร็จรับเงินจากสภากาชาดไทย และในการควบคุมการเบิกใบเสร็จรับเงินไปใช้ เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้รายงานการรับจ่ายใบเสร็จรับเงิน (ซื้อ มา ใช้ไป คงเหลือ แต่ละประเภท) ให้สภากาชาดไทยทราบ 2. ทะเบียนคุมเงินฝากธนาคาร ใช้ส าหรับบันทึกรายการฝาก – ถอนเงินผ่านธนาคารของเหล่ากาชาด จังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ หากมีเงินฝากธนาคารเพียงบัญชีเดียวก็ไม่ต้องจัดท า แต่ถ้ามีเงินฝากธนาคาร มากกว่า 1 บัญชีให้จัดท าทะเบียนเพื่อควบคุมบัญชีเงินฝากธนาคารทุกเล่มด้วย 3. ทะเบียนคุมค่าใช้จ่ายของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ ใช้ส าหรับบันทึกควบคุม จ านวนเงินและรายละเอียดของรายการค่าใช้จ่ายของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ ในหนึ่งวัน รายจ่ายอาจมีหลายประเภทหรือหลายรายการก็ได้ เมื่อสิ้นวันให้ปิดยอดรวมรายจ่ายทั้งสิ้น 1 ยอดเพื่อน ามาลง สมุดเงินสด 4. ทะเบียนคุมทรัพย์สิน ใช้ส าหรับบันทึกควบคุมทรัพย์สินถาวรที่ซื้อมาใช้ในการด าเนินงานและได้มา จากการรับบริจาคของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ แต่ละประเภท แต่ละรายการ รวมทั้งการต่อ เติม ซ่อมบ ารุงที่เพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์นั้นๆ เพื่อสะดวกในการคิดค่าเสื่อมราคาประจ างวดและจ าหน่ายออก จากบัญชี 5. ทะเบียนคุมวัสดุใช้ส าหรับบันทึกควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุแต่ละประเภท แต่ละรายการ ที่ใช้ไปใน การด าเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ เพื่อให้ทราบถึงรายการเคลื่อนไหวของจ านวนวัสดุ ที่มีการรับ – เบิกจ่าย และจ านวนคงเหลือ 6. ทะเบียนคุมรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ ใช้ส าหรับบันทึกควบคุมจ านวน เงินและรายการของรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ ในหนึ่งวันรายได้อาจมีหลายประเภท หรือหลายรายการก็ได้ เมื่อสิ้นวันให้ปิดยอดรวมรายได้ทั้งสิ้น 1 ยอดเพื่อน ามาลงสมุดเงินสดเหล่ากาชาด จังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ สามารถปรับปรุงรูปแบบเอกสาร สมุดบัญชี ทะเบียน หรือปรับเพิ่ม / ลด นอกจากที่ก าหนดได้ตามความจ าเป็นและเหมาะสม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากาชาดไทยก่อน เหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ สามารถปรับปรุงรูปแบบเอกสาร สมุดบัญชี ทะเบียน หรือ ปรับเพิ่ม/ลด นอกจากที่ก าหนดได้ตามความจ าเป็นและเหมาะสม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากาชาด ไทยก่อน ค 76


77 ใบเสร็จรับเงินประเภท......................................................... ผู้รับใบเสร็จรับเงิน (เหรัญญิก) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 เล่มที่เลขที่จ ำนวนเล่ม วัน เดือน ปีเล่มที่ เหล่ากาชาดจังหวัด .................................................... ทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน ประจ าปีงบประมาณปีพ.ศ. ................... เลขที่จ ำนวนเล่ม ลงชื่อผู้ตรวจนับ ใช้ไป หมำยเหตุ คงเหลือ เลขที่จ ำนวนเล่ม รับจำกสภำกำชำดไทย ลงชื่อผู้เบิก วัน เดือน ปีเล่มที่วัน เดือน ปี ค 77


78 ค าชี แจงการลงรายการทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน การลงรายการในช่องต่างๆ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ ช่องที่ 1 “วัน เดือน ปี” ให้บันทึกวัน เดือน ปี ที่ได้รับใบเสร็จรับเงินจากสภากาชาดไทย ช่องที่ 2 “เล่มที่” ให้บันทึกเลขเล่มที่ของใบเสร็จรับเงิน ช่องที่ 3 “เลขที่” ให้บันทึกเลขที่ของใบเสร็จรับเงิน ช่องที่ 4 “จ านวนเล่ม” ให้บันทึกจ านวนเล่มของใบเสร็จรับเงินที่ได้รับ ช่องที่ 5 “ผู้รับใบเสร็จรับเงิน (เหรัญญิก)” ให้ลงชื่อผู้ที่รับใบเสร็จรับเงิน (เหรัญญิก) (ผู้ที่รับใบเสร็จรับเงินจากสภากาชาดไทย ป้องกันการสูญหาย) ช่องที่ 6 “วัน เดือน ปี” ให้บันทึกวัน เดือน ปี ที่เบิกใบเสร็จรับเงินไปใช้ ช่องที่ 7 “เล่มที่” ให้บันทึกเลขเล่มที่ของใบเสร็จรับเงินที่เบิกไปใช้ ช่องที่ 8 ช่องที่ 9 ช่องที่ 10 ช่องที่ 11 ช่องที่ 12 ช่องที่ 13 ช่องที่ 14 ช่องที่ 15 ช่องที่ 16 “เลขที่” “จ านวนเล่ม” “ลงชื่อผู้เบิก” “วัน เดือน ปี” “เล่มที่” “เลขที่” “จ านวนเล่ม” “ลงชื่อผู้ตรวจนับ” “หมายเหตุ” ให้บันทึกเลขที่ของใบเสร็จรับเงินที่เบิกไปใช้ ให้บันทึกจ านวนเล่มของใบเสร็จรับเงินที่เบิกไปใช้ ให้ลงชื่อผู้ที่เบิกใบเสร็จรับเงินไปใช้ ให้บันทึก วัน เดือน ปี ของใบเสร็จรับเงินคงเหลือ ให้บันทึกเลขเล่มที่ของใบเสร็จรับเงินคงเหลือ ให้บันทึกเลขที่ของใบเสร็จรับเงินคงเหลือ ให้บันทึกจ านวนเล่มของใบเสร็จรับเงินคงเหลือทั้งหมด ให้ลงชื่อผู้ตรวจนับใบเสร็จรับเงิน ณ วันสิ้นปีงบประมาณ ให้ใส่ค าอธิบายรายละเอียดอื่นๆที่จ าเป็น ค 78


79 ค 79


80 ค าชี แจงการลงรายการทะเบียนคุมเงินฝากธนาคาร การบันทึกรายการในช่องต่างๆ ของทะเบียนคุมเงินฝากธนาคาร ให้ลงรายการในทะเบียนคุมฝาก ธนาคาร ตามเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร การลงรายการในช่องต่างๆ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ ช่องที่ 1 “วัน เดือน ปี” ให้บันทึกวัน เดือน ปี ที่เกิดรายการที่รับโอนเงิน การฝากเงิน หรือการ ถอนเงิน ช่องที่ 2 “เลขที่เอกสาร” ให้บันทึกที่หนังสือแจ้งของธนาคาร เพื่อรับโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก หรือใบฝากเงินเมื่อน าเงินฝากฝากธนาคาร หรือเลขที่เช็คสั่งจ่ายเมื่อ ถอนเงินจากธนาคาร ช่องที่ 3 “รายการ” ให้บันทึกค าอธิบายการรับโอนเงิน การฝากเงิน หรือถอนเงิน ช่องที่ 4 “ฝาก” ให้บันทึกจ านวนเงินที่รับโอนเข้าบัญชีเงินฝาก หรือการน าเงินฝาก ธนาคาร ช่องที่ 5 “ถอน” ให้บันทึกจ านวนเงินที่ถอนจากธนาคาร ช่องที่ 6 “คงเหลือ” ให้บันทึกยอดเงินคงเหลือ ช่องที่ 7 “หมายเหตุ” ให้บันทึกยอดเงินคงเหลือ ค 80


81 ค 81


82 ค าชี แจงการลงรายการทะเบียนค่าใช้จ่ายของ เหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ การลงรายการในช่องต่างๆ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ ช่องที่ 1 “วัน เดือน ปี” วันที่ที่ลงรายการนั้นๆ ช่องที่ 2 “เลขที่เอกสาร” ให้ลงเลขที่เอกสาร เช่น ใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ เป็นต้น ช่องที่ 3 “รายการ” ลงรายละเอียดประกอบรายการโดยย่อ เช่น การจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้ ช่องที่ 4 “ประเภทค่าใช้จ่าย” ให้แสดงจ านวนเงินแต่ละประเภทที่จ่ายโดยละเอียดตามความจ าเป็น โดยช่องหนึ่งให้ส าหรับบันทึกรายการประเภทหนึ่ง เช่น งบกลางหมวด เงินเดือน และค่าจ้างประจ า ฯลฯ ช่องที่ 5 “รวม” ให้แสดงจ านวนเงินที่จ่ายทุกประเภทในรายการนั้นๆ ช่องที่ 6 “รวม 1 วัน” ให้รวมทุกรายการในช่อง 6 ช่องที่ 7 “หน้าบัญชี” ให้ลงบัญชีเงินสด ช่องที่ 8 “หมายเหตุ” ให้ลงข้อความอื่นๆ ที่จ าเป็นและลงค าว่า “ธนาคาร” กรณีจ่ายเงินโดย ถอนเงินจากธนาคาร ทะเบียนค่าใช้จ่าย ให้ปฏิบัติดังนี้ 1. เมื่อเริ่มเปิดบัญชีใหม่ หรือขึ้นปีงบประมาณใหม่ ให้ลงตัวเลขด้วยหมึกสีแดงในช่องรายการว่า “งบประมาณอนุญาต” และตัวเลขในช่องประเภทค่าใช้จ่าย เท่าที่ปรากฏในงบประมาณประจ าปี 2. เมื่อสิ้นเดือนหนึ่งๆ ให้รวมเงินรายจ่ายทุกรายการ ออกยอดในบรรทัด “รวมค่าใช้จ่ายเดือนนี้” 3. ถ้ามีรายการเบิกเกินส่งคืนให้เขียนในช่องที่ 3 ว่า “เงินเบิกเกินส่งคืนฎีกาที่ ...” แล้วน าจ านวนลง ในช่องประเภทค่าใช้จ่ายที่ส่งคืน เมื่อสิ้นเดือนให้รวมเงินออกยอดในบรรทัด “รวมเบิกเกินส่งคืนเดือนนี้” ด้วย หมึกสีแดง 4. รวมยอดเงินงบประมาณที่จ่ายตั้งแต่ต้นปีงบประมาณถึงสิ้นเดือนปัจจุบัน ออกยอดในบรรทัด “รวมค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือน” 5. หายอดงบประมาณคงเหลือ โดยเอายอดงบประมาณอนุญาตหรือยอดงบประมาณคงเหลือตั้งลบ ด้วยยอดรวมค่าใช้จ่ายเดือนนี้บวกด้วยยอดรวมเบิกเกินส่งคืนเดือนนี้ (ถ้ามี) แล้วออกยอดในช่อง “งบประมาณคงเหลือ” ซึ่งยอดจะต้องยกไปต้นเดือนถัดไปทุกเดือน ด้วยหมึกสีแดง ถ้ามีการโอนงบประมาณให้ เขียนด้วยหมึกสีแดง โดยให้เขียนในช่องที่ 3 ว่า “โอนเงินงบประมาณ” ถ้าเป็นการโอนเพิ่มให้ใช้เครื่องหมาย “+” น าหน้าตัวเลขที่โอน ถ้าโอนหักให้ใช้เครื่องหมาย ”-“ น าหน้าตัวเลขที่โอน ค 82


83 ค 83


84 ทะเบียนคุมวัสดุ ประเภท □ วัสดุส านักงาน □ วัสดุอื่น วัน เดือน ปี เลขที่ เอกสาร รายการ หน่วย นับ รับ จ่าย คงเหลือ หมายเหตุ จ านวน ราคา จ านวน ราคา จ านวน ราคา ค 84


85 เลขที่เงินรายได้อื่น ว/ด/ป เอกสาร รายการ ทั่วไป เฉพาะกิจ ค่าสมาชิก จากการ จากการออก จากการออก จากการจัด รายได้เบ็ดเตล็ด รวมเงิน รวม 1 วัน หน้าบัญชีหมายเหตุ รับบริจาค สลากกาชาด ร้านกาชาด กิจกรรมอื่น 1 2 3 4 5 6 7 8 งบประมาณอนุมัติ รวมรายได้เดือนนี้ รวมตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนนี้ สูง (ต่ า) กว่าประมาณการรายได้ ทะเบียนคุมรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอ าเภอ.......................... เงินอุดหนุน เงินบ ารุง เงินรายได้จากการจัดงาน ค 85


86 ค าชี แจงการลงรายการทะเบียนคุมรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ การลงรายการในช่องต่างๆ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ ช่องที่ 1 “วัน เดือน ปี” ให้ลงวัน เดือน ปีที่รับเงิน ช่องที่ 2 “เลขที่ใบเสร็จ” ให้ลงเลขที่และเล่มที่ใบเสร็จรับเงินที่ออกให้กับผู้น าเงินมาช าระ ช่องที่ 3 “รายการ” ให้บันทึกว่าได้รับจากใครเป็นค่าอะไร ช่องที่ 4 “ประเภทรายได้” ให้มีช่องตามจ านวนรายการตามงบประมาณที่ตั้ง ช่องที่ 5 “รวมเงิน” ให้ลงยอดเงินตามใบเสร็จรับเงิน 1 ฉบับ ช่องที่ 6 “รวม 1 วัน” ให้รวมเงินตามช่อง 5 บวกรวมยอด 1 วันเพื่อน าไปสรุปรับในสมุดเงินสด ช่องที่ 7 “หน้าบัญชี” ให้ลงหน้าบัญชีเงินสดที่ลงรายการนั้นๆ ช่องที่ 8 “หมายเหตุ” ให้ลงข้อความอื่นๆ ที่จ าเป็นหรือรายการรับเป็นเงินฝากธนาคาร ให้ เขียนค าว่า “ธนาคาร” ส่วนรายการที่เป็นรับเงินสดไม่ต้องเขียน ทะเบียนคุมรายได้ให้ปฏิบัติดังนี้ 1. เมื่อเริ่มเปิดบัญชีใหม่ หรือขึ้นปีงบประมาณใหม่ ให้ลงตัวเลขด้วยหมึกสีแดงในช่องรายการว่า “งบประมาณอนุญาต” และตัวเลขในช่องประเภทรายได้ เท่าที่ปรากฏในงบประมาณประจ าปี 2. เมื่อสิ้นเดือนหนึ่งๆ ให้รวมเงินรายได้ทุกรายการในช่องที่ 4 ออกยอดในบรรทัด “รวมรายได้เดือน นี้” และรวมยอดรายได้ประจ าวันที่ช่องที่ 6 ด้วย ซึ่งยอดรวมของรายการช่องที่ 4 จะเท่ากับรวมทั้งสิ้นของช่อง ที่ 6 เมื่อยอดรวมถูกต้องแล้วให้ออกยอดรวมทั้งสิ้นของเดือนก่อนยกมา และท าการรวมทั้งสิ้นเป็นยอดรวม ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนนี้ 3. เอาตัวเลขในบรรทัด “ประมาณการรายได้” ลบด้วยตัวเลขในบรรทัด “รวมตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือน นี้” ออกยอดในบรรทัด “สูง (ต่ า) กว่าประมาณการรายได้” ด้วยหมึกสีแดง ถ้ายอดสูงกว่าประมาณการรายได้ ให้ออกยอดโดยมีเครื่องหมาย (+) แต่ถ้าต่ ากว่าประมาณการรายได้ให้ออกยอดโดยมีเครื่องหมาย (-) หมายเหตุ รายได้ประเภทสมาชิกสามัญรายปี เป็นรายได้ที่เกิดจากการสมัครสมาชิกสามัญรายปี ก่อนการประกาศใช้ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 69) พุทธศักราช 2552 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ค 86


87 ตัวอย่าง ค 87


ส ำนักงำนบริหำรกิจกำรเหล่ำกำชำด สภำกำชำดไทย


ก สารบัญ ชื่อเรื่อง หน้า หมวด 1 ค านิยาม ง 2 หมวด 2 การจัดหาพัสดุ ง 3 ส่วนที่ 1 การซื้อและการจ้าง ง 3 วิธีซื้อและวิธีจ้าง ง 3 ใบขอด าเนินการซื้อ/จ้าง และใบขออนุมัติซื้อ/จ้าง ง 4 กรรมการ ง 4 วิธีตกลงราคา ง 6 วิธีสอบราคา ง 6 วิธีประกวดราคา ง 7 วิธีพิเศษ ง 9 วิธีกรณีพิเศษ ง 10 อ านาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง ง 10 การจ่ายเงินล่วงหน้า ง 11 การตรวจรับพัสดุ ง 12 ส่วนที่ 2 การจ้างออกแบบและควบคุมงาน ง 13 รายงานขอจ้างออกแบบและควบคุมงาน ง 13 กรรมการด าเนินการจ้างออกแบบและควบคุมงาน ง 13 อ านาจในการจ้างออกแบบและควบคุมงาน ง 13 การตรวจและรับมอบงาน ง 14 ค่าออกแบบและควบคุมงาน ง 14


ข ชื่อเรื่อง หน้า ส่วนที่ 3 สัญญา ง 15 การลงนามในสัญญา ง 15 การท าสัญญา ง 15 ค่าปรับ ง 16 การบอกเลิกสัญญา ง 16 การของดหรือลดค่าปรับและขยายเวลา ง 16 ส่วนที่ 4 หลักประกัน ง 18 การคืนหลักประกัน ง 18 ส่วนที่ 5 การลงโทษผู้ทิ้งงาน ง 19 หมวด 3 การควบคุมและการจ าหน่ายพัสดุ ง 20 ส่วนที่ 1 การควบคุม ง 20 ส่วนที่ 2 การจ าหน่าย ง 23 ส่วนที่ 3 การควบคุมให้เป็นไปตามระเบียบ ง 24


ระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการบริหารสภากาชาดไทยในการประชุม ครั้งที่ 22/2545 เมื่อวันที่ 13 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545 จึงมีมติให้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546” ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ระเบียบการ หลักเกณฑ์ มติ ค าสั่ง และประกาศต่างๆ เกี่ยวกับการพัสดุ ของเหล่ากาชาดจังหวัด ที่ก าหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน การด าเนินการพัสดุนอกเหนือจากที่ก าหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เหล่ากาชาดจังหวัด ด าเนินการตามระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยอนุโลม ข้อ 4* ให้อุปนายกผู้อ านวยการสภากาชาดไทย เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอ านาจ วินิจฉัย ชี้ขาดปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ระเบียบนี้ ในกรณีที่จ าเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่ก าหนดไว้ในระเบียบนี้หรือจ าเป็นต้องขอยกเว้น การปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นกรณีพิเศษให้คณะกรรมการบริหารสภากาชาดไทยเป็นผู้อนุมัติ กรณีที่จ าเป็นต้องก าหนดหลักเกณฑ์ หรือวิธีปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้เหรัญญิก สภากาชาดไทย เป็นผู้มีอ านาจก าหนดหลักเกณฑ์ หรือวิธีปฏิบัติ ___________________________ (* ข้อ 4 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ง 1


หมวด 1 ค านิยาม ข้อ 5 ในระเบียบนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง “การพัสดุ” หมายความว่า การซื้อ การจ้าง การจ้างออกแบบและควบคุมงาน การ ซ่อมแซมบ ารุงรักษา การควบคุม การจ าหน่ายและการด าเนินการอื่นที่ก าหนดไว้ในระเบียบนี้ “เหล่ากาชาดจังหวัด” ให้หมายความรวมถึง กิ่งกาชาด “นายกเหล่ากาชาดจังหวัด” ให้หมายความรวมถึง นายกกิ่งกาชาด “กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด” ให้หมายความรวมถึง กรรมการกิ่งกาชาด “เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งด ารงต าแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจากนายกเหล่ากาชาดจังหวัดให้มีหน้าที่ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับ การพัสดุตามระเบียบนี้ “การซื้อ” หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิด แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง “การจ้าง” ให้หมายความรวมถึง การจ้างท าของ การรับขน ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และการจ้างเหมาบริการแต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของหน่วยงานตามระเบียบของ สภากาชาดไทย ว่าด้วย การบริหารงานบุคคลและการรับขนในการเดินทางไปปฏิบัติงานตามระเบียบ สภากาชาดไทย ว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน “ผู้ซื้อ” หมายความว่า นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งด าเนินการซื้อในนามของสภากาชาดไทย “ผู้ว่าจ้าง” หมายความว่า นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งด าเนินการจ้างในนามของสภากาชาดไทย ง 2


หมวด 2 การจัดหาพัสดุ ส่วนที่ 1 การซื้อและการจ้าง วิธีซื้อและวิธีจ้าง ข้อ 6 การซื้อหรือการจ้าง ให้กระท าได้ 5 วิธี คือ (1) วิธีตกลงราคา (2) วิธีสอบราคา (3) วิธีประกวดราคา (4) วิธีพิเศษ (5) วิธีกรณีพิเศษ ข้อ 7* การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคา ไม่เกิน 200,000 บาท ข้อ 8* การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกินกว่า 200,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ข้อ 9*การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกินกว่า 1,000,000 บาท ข้อ 10**การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกินกว่า 200,000 บาท ให้กระท าได้เฉพาะกรณีหนึ่ง กรณีใด ดังต่อไปนี้ (1) ต้องด าเนินการซื้อหรือจ้างเป็นการเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะท าให้ เหล่ากาชาดจังหวัด เสียหายหรือเสียประโยชน์ (2) ต้องจัดซื้อจากต่างประเทศหรือจ้างผู้ช านาญจากต่างประเทศ (3) จ าเป็นต้องซื้อหรือจ้างจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจ าหน่ายโดยตรง (4) เป็นการซื้อที่ดิน และหรือสิ่งก่อสร้างเฉพาะแห่ง ___________________________ (* ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2553) (** ข้อ 10 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ง 3


(5) เป็นการจ้างที่จ าเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความช ารุดของพัสดุก่อน จึงจะประมาณ ค่าซ่อมได้ (6) เป็นพัสดุที่ได้ด าเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี ข้อ 11 การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างจากหน่วยงานของ สภากาชาดไทย ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ใบขอด าเนินการซื้อ/จ้าง (PR) และใบขออนุมัติซื้อ/จ้าง (PA) ข้อ 12*ก่อนด าเนินการซื้อหรือจ้างทุกกรณี ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดท า ใบขอด าเนินการซื้อ/จ้าง (PR) ตามแบบที่เหรัญญิกสภากาชาดไทยก าหนด เสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัด การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องท าใบขอด าเนินการ ซื้อ/จ้าง (PR) ตามวรรคแรก โดยท าบันทึกรายงานเสนอผู้มีอ านาจ ข้อ 13* เมื่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัดให้ความเห็นชอบตามใบขอด าเนินการซื้อ/จ้าง (PR) ตาม ข้อ 12 แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุด าเนินการตามวิธีการซื้อหรือวิธีการจ้างนั้นๆ และจัดท าใบขออนุมัติซื้อ/จ้าง (PA) ตามแบบที่เหรัญญิกสภากาชาดไทยก าหนด กรรมการ ข้อ 14* ในการด าเนินการซื้อหรือจ้าง ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการ ดังต่อไปนี้ (1) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา (2) คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา (3) คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา (4) คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ (5) คณะกรรมการจัดซื้อเพื่อเป็นของรางวัล (6) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (7) คณะกรรมการตรวจการจ้าง ___________________________ (* ข้อ 12 และข้อ 14 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) (* ข้อ 13 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป) ง 4


ข้อ 15* คณะกรรมการตามข้อ 14 แต่ละคณะให้ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน และ กรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยแต่งตั้งจากคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ที่ไม่มีหน้าที่ในต าแหน่ง เจ้าหน้าที่พัสดุ ในกรณีจ าเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัด อาจแต่งตั้งบุคคลภายนอกที่มี ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับพัสดุนั้น เป็นกรรมการร่วมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ต้องไม่ใช่บุคคลที่มีโอกาสในการ ได้รับผลประโยชน์จากการซื้อ/จ้างนั้นๆ ในกรณีที่ถึงก าหนดเวลาในการประชุมเพื่อท าหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ประธาน กรรมการ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มีอยู่ในขณะนั้นท าการเลือกกรรมการท่านใดท่าน หนึ่งท าหน้าที่ประธานกรรมการแทนและด าเนินการต่อไป กรณีวงเงินในการซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท อาจแต่งตั้งคณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัด หรือเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปประจ าเหล่ากาชาดจังหวัด หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือ ผู้ช่วยเลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดเพียงคนเดียว ซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อหรือจัดจ้าง เป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรือ งานจ้างก็ได้ ข้อ 16 ในการประชุม หรือร่วมกันท าหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ละคณะต้องมีกรรมการมา พร้อมกัน ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ านวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคน มีหนึ่งเสียงในการลงมติ มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และ คณะกรรมการตรวจการจ้าง ให้ถือมติเอกฉันท์ กล่าวคือต้องมีความเห็นพ้องในทางเดียวกันในการตรวจรับ กรรมการท่านใด ไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการ อาจท าบันทึกความเห็นแย้งไว้กับ เอกสารที่เกี่ยวข้องพร้อมลงนามก ากับไว้ก็ได้ หรือท าบันทึกเสนอความเห็นแย้งต่อนายกเหล่ากาชาด จังหวัดก็ได้ ___________________________ (* ข้อ 15 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ง 5


วิธีตกลงราคา ข้อ 17* การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคา เมื่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัดได้อนุมัติตาม ข้อ 13 แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุต่อรองและตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง แล้วรายงานเสนอนายก เหล่ากาชาดจังหวัดเพื่อพิจารณาอนุมัติและลงนามในใบสั่งซื้อใบสั่งจ้าง หรือสัญญาตามแบบแนบท้าย ระเบียบ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจ าเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ คาดหมายไว้ก่อนและไม่อาจด าเนินการตามปกติได้ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุด าเนินการไปก่อนได้ แล้วรีบ รายงานพร้อมท าใบขอด าเนินการซื้อ/จ้าง (PR) เพื่อขอความเห็นชอบต่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัด แล้วให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม วิธีสอบราคา ข้อ 18* การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาให้เจ้าหน้าที่พัสดุท าประกาศสอบราคาเสนอนายก เหล่ากาชาดจังหวัดพร้อมใบขอด าเนินการซื้อ/จ้าง (PR) ตามข้อ 12 ซึ่งอย่างน้อย ต้องมีสาระส าคัญดังนี้ (1) รายการและรายละเอียดพัสดุที่ต้องการซื้อ/จ้าง (2) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าสอบราคา (3) ก าหนดวิธีการ สถานที่ วันที่ และเวลาในการรับซอง ปิดการรับซอง และก าหนดเปิดซอง (4) สถานที่ ระยะเวลา และราคาของเอกสาร ในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารการสอบราคา ข้อ 19 การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ให้ด าเนินการดังนี้ (1) ก่อนวันเปิดซองไม่น้อยกว่า 7 วัน ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปิดประกาศสอบราคาไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ท าการของเหล่ากาชาดจังหวัด กับให้ส่งประกาศดังกล่าวไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างท างานนั้น โดยตรง หรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ (2) ให้ผู้เสนอราคาส่งเอกสารเสนอราคาโดยใส่ซองผนึกซองเรียบร้อยจ่าหน้าซองถึงประธาน คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาในครั้งนั้น และส่งมอบต่อเจ้าหน้าที่พัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัดที่ ด าเนินการสอบราคาภายในวัน เวลาและสถานที่ที่ก าหนดการรับซองในประกาศสอบราคา (3) ให้เจ้าหน้าที่พัสดุรับซองเสนอราคาที่มีผู้ยื่นเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซองแล้ว ลงลายมือชื่อและวันที่รับซองก ากับที่หน้าซองเสนอราคาทุกซอง แล้วท าใบรับซองเสนอราคาที่ ลงลายมือชื่อผู้รับซองและเวลารับซองมอบให้แก่ผู้ยื่นซองเสนอราคาไว้เป็นหลักฐาน เมื่อพ้นก าหนดรับซองแล้ว ห้ามรับซองใบเสนอราคาจากผู้หนึ่งผู้ใดอีก ___________________________ (* ข้อ 17 และข้อ 18 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ง 6


(4) ท ารายงานผลการรับซองพร้อมส่งมอบซองเสนอราคาต่อประธานคณะกรรมการเปิดซอง สอบราคาเพื่อด าเนินการต่อไป ข้อ 20 คณะกรรมการเปิดซองสอบราคามีหน้าที่พิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม เงื่อนไขในเอกสารสอบราคาซึ่งเสนอราคาพัสดุหรืองานจ้างที่มีคุณภาพและคุณสมบัติอันเป็นประโยชน์ ต่อเหล่ากาชาดจังหวัดมากที่สุด และจะต่อรองราคาหรือไม่ก็ได้แล้วรายงานผลการพิจารณาพร้อมด้วย เอกสารที่รับไว้ทั้งหมดต่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพื่อสั่งการ โดยเสนอผ่านเจ้าหน้าที่พัสดุ ข้อ 21 การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาที่ปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่ คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบ ราคาด าเนินการตามล าดับ ดังนี้ (1) เรียกผู้เสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคาให้ต่ าสุดเท่าที่จะท าได้ หากผู้เสนอราคารายนั้น ยอมลดราคาลงอยู่ภายในวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น (2) ถ้าผู้เสนอราคาตาม (1) ไม่ยอมลดราคาหรือลดราคาแล้ว แต่ยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อ หรือจ้างให้เรียกผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกัน ด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาภายในก าหนดระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไม่มายื่นซองให้ถือว่ารายนั้นยืน ตามราคาที่เสนอไว้เดิม ทั้งนี้ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้ที่ลดราคาลงต่ าสุดอยู่ภายในวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง (3) ถ้าปรากฏว่าราคาต่ าสุดของรายที่ได้ต่อรองราคาใหม่ยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือไม่มีผู้ใดยินยอมลดราคาเลย ให้เสนอความเห็นต่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัดว่าจะสมควร เปลี่ยนแปลงรายการหรือ ขอเงินงบประมาณเพิ่มเติม หรือยกเลิกการสอบราคาเพื่อด าเนินการสอบ ราคาใหม่ วิธีประกวดราคา ข้อ 22 ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประกาศประกวดราคาโดยมีรายการท านองเดียวกับใบแจ้งความ สอบราคาตามข้อ 18 โดยเปิดเผย ณ ที่ท าการของเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น และส่งไปประกาศทาง วิทยุกระจายเสียง หรือลงประกาศในหนังสือพิมพ์ หากเห็นควรจะส่งประกาศไปยังผู้มีอาชีพขายหรือ รับจ้างท างานนั้นโดยตรง หรือจะโฆษณาโดยวิธีอื่นอีกด้วยก็ได้ ข้อ 23 การให้หรือขายแบบรูปและรายการละเอียดในการประกวดราคาจะต้องด าเนินการให้หรือ ขายก่อนวันรับซองประกวดราคาไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่มีการขาย ให้ก าหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่เหล่ากาชาดจังหวัด จะต้อง เสียไปในการจัดท าส าเนาแบบรูปและรายการละเอียดนั้น ง 7


ถ้ามีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น และมีการประกวดราคาใหม่ ให้ผู้รับหรือซื้อ แบบรูปและรายการละเอียดในการประกวดราคาครั้งก่อนมีสิทธิใช้แบบรูปและรายการละเอียดนั้นหรือ ได้รับแบบรูปและรายการละเอียดใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อแบบรูปและรายการละเอียดอีก ข้อ 24 ก่อนวันเปิดซองประกวดราคา หากมีความจ าเป็นที่จะต้องชี้แจงหรือให้รายละเอียด เพิ่มเติม เพื่อประโยชน์แก่เหล่ากาชาดจังหวัด หรือมีความจ าเป็นต้องแก้ไขรายละเอียดที่เป็น สาระส าคัญ ให้จัดท าเป็นประกาศประกวดราคาเพิ่มเติม และด าเนินการตามข้อ 22 โดยอนุโลมกับแจ้ง เป็นหนังสือให้ผู้ที่ขอรับหรือขอซื้อเอกสารประกวดราคาไปแล้ว ทุกรายด้วย ก่อนด าเนินการตามวรรคหนึ่ง หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม่สามารถยื่นซองประกวดราคา ได้ทันตามก าหนดเดิม ให้เลื่อนวัน เวลา รับซอง ปิดการรับซอง และเปิดซองประกวดราคา ตามความ จ าเป็นด้วย ข้อ 25 คณะกรรมการรับซองและเปิดซองประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้ (1) ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐาน ลงชื่อก ากับซองกับบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด และห้ามรับซองประกวดราคาทางไปรษณีย์ (2) ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินและให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับ ให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน หากไม่ถูกต้องให้หมายเหตุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วย กรณี หลักประกันซองเป็นหนังสือค้ าประกันตรวจสอบความสมบูรณ์ให้กระท าโดยการแจ้งให้ ธนาคาร หรือ บริษัทเงินทุนผู้ออกหนังสือค้ าประกันทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (3) รับเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามบัญชีรายการเอกสารของผู้เสนอราคาพร้อมทั้งพัสดุ ตัวอย่าง แคตตาล็อก หรือแบบรูปและรายการละเอียด (4) เมื่อพ้นก าหนดเวลารับซองแล้ว ห้ามรับซองประกวดราคาหรือเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามเงื่อนไขที่ก าหนดในประกาศประกวดราคาอีก (5) เปิดซองใบเสนอราคา และอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่างๆ ของ ผู้เสนอราคาทุกราย โดยเปิดเผย ตามเวลาและสถานที่ที่ก าหนด และให้กรรมการทุกคน ลงลายมือชื่อ ก ากับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น (6) เมื่อได้ด าเนินการตาม (5) แล้ว ให้ส่งมอบใบเสนอราคาทั้งหมดและเอกสารหลักฐาน ต่างๆ พร้อมด้วยบันทึกรายงานการด าเนินการต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาทันที ในวันเดียวกัน ง 8


ข้อ 26 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคามีหน้าที่ดังนี้ (1) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคาเอกสารหลักฐานต่างๆ พัสดุ ตัวอย่าง แคตตาล็อก หรือแบบรูปและรายการละเอียดแล้วคัดเลือก ผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคา (2) พิจารณาคัดเลือกสิ่งของ หรืองานจ้าง หรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่ตรวจสอบแล้ว ตาม (1) ซึ่งมีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อเหล่ากาชาดจังหวัด แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจาก ผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้แล้ว ซึ่งเสนอราคาต่ าสุด ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายรายให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคามาใหม่ พร้อมกัน ด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูงกว่า วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาด าเนินการตามข้อ 21 โดยอนุโลม (3) เมื่อได้ด าเนินการไปแล้วได้ผลประการใด ให้เสนอความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ ทั้งหมดต่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัด โดยผ่านเจ้าหน้าที่พัสดุ ข้อ 27 ในกรณีไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่ ก าหนดให้เสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้นเพื่อด าเนินการประกวดราคา ใหม่ หากนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเห็นว่าการประกวดราคาใหม่จะไม่ได้ผลดี จะสั่งให้ด าเนินการซื้อหรือ จ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้ ข้อ 28 หลังจากการประกวดราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ท าสัญญาหรือตกลงซื้อหรือจ้างกับผู้เข้า ประกวดราคารายใด ถ้ามีความจ าเป็นเพื่อประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นเหตุให้ต้อง เปลี่ยนแปลงสาระส าคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในประกาศประกวดราคา ซึ่งท าให้ เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าประกวดราคาด้วยกัน ให้กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด พิจารณายกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น วิธีพิเศษ ข้อ 29 การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ หรือจัดจ้างโดยวิธีพิเศษขึ้นเพื่อด าเนินการสืบราคาโดยติดต่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรงและต่อรองราคา ลงเท่าที่จะท าได้ให้คณะกรรมการเสนอรายงานพร้อมด้วยความเห็นต่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัดผ่าน เจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อสั่งการต่อไป ง 9


วิธีกรณีพิเศษ ข้อ 30 การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสั่งซื้อหรือสั่งจ้างจาก หน่วยงานของสภากาชาดไทย หรือส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ได้โดยตรง ข้อ 30/1* การจัดซื้อเพื่อเป็นของรางวัล ให้ด าเนินการ ดังนี้ (1) กรณีปกติให้ด าเนินการจัดซื้อตามวิธีการในข้อ 6 (2) กรณีที่คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดเห็นว่ามีความจ าเป็นที่จะต้องทยอยจัดซื้อของ รางวัล โดยของรางวัลแต่ละรายการราคาต่อหน่วยมีมูลค่าต่ า และใช้ปริมาณมาก และที่จัดเก็บ ไม่เพียงพอ ให้คณะกรรมการจัดซื้อเพื่อเป็นของรางวัล ตามข้อ 14 (5) เป็นผู้ด าเนินการในแต่ละปี (2.1) สืบราคาโดยติดต่อผู้ขายเพื่อเปรียบเทียบราคาแต่ละรายการไม่ต่ ากว่า 3 ราย ตาม รายการของรางวัลที่คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดได้ก าหนดไว้ (2.2) ก าหนดราคากลางของรางวัลแต่ละรายการพร้อมระบุวิธีค านวณราคากลาง โดยให้เจ้าหน้าที่พัสดุด าเนินการทยอยจัดซื้อของรางวัลได้ตามความจ าเป็น ไม่เกินราคา กลางที่คณะกรรมการจัดซื้อของรางวัลได้ก าหนดขึ้นจากการเปรียบเทียบราคา และให้ด าเนินการตรวจรับ ตามระเบียบ อ านาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง ข้อ 31** การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างครั้งหนึ่ง นอกจากวิธีกรณีพิเศษ ตามข้อ 32 ให้เป็นอ านาจของ ผู้ด ารงต าแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้ (1) วิธีตกลงราคาซึ่งมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท ตามข้อ 7 ให้เป็นอ านาจของนายก เหล่ากาชาดจังหวัด (2) วิธีสอบราคาตามข้อ 8 และวิธีประกวดราคาตามข้อ 9 (2.1) นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ไม่เกิน 400,000 บาท (2.2) คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด เกินกว่า 400,000 บาท (3) วิธีพิเศษ (3.1) คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ไม่เกิน 500,000 บาท (3.2) เหรัญญิกสภากาชาดไทย เกินกว่า 500,000 บาท ___________________________ (* ข้อ 30/1 เพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) (** ข้อ 31 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ง 10


(4) การจัดซื้อเพื่อเป็นของรางวัล ตามข้อ 30/1 (2) (4.1) คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ไม่เกิน 500,000 บาท (4.2) เหรัญญิกสภากาชาดไทย เกินกว่า 500,000 บาท ข้อ 32การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสั่งซื้อ หรือสั่งจ้างโดยไม่ จ ากัดวงเงิน ข้อ 33 กรณีมีเหตุเร่งด่วนให้เหล่ากาชาดจังหวัด จะต้องสั่งซื้อหรือสั่งจ้างเพื่อท าการบรรเทาทุกข์ ผู้ประสบสาธารณภัยและราษฎรที่เดือดร้อน โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร และท้องถิ่นทั่วไปและไม่อาจ ด าเนินการตามปกติได้ทัน ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดด าเนินการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างไปก่อน และรีบ รายงานขอความเห็นชอบต่อผู้มีอ านาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง การจ่ายเงินล่วงหน้า ข้อ 34 การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างจะกระท ามิได้ เว้นแต่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเห็นว่ามีความจ าเป็นจะต้องจ่าย ให้กระท าได้กรณีดังต่อไปนี้ (1) การซื้อหรือการจ้างจากหน่วยงานของสภากาชาดไทย ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง (2) การซื้อพัสดุจากต่างประเทศ โดยด าเนินการผ่านองค์การระหว่างประเทศให้จ่ายได้ ตามที่ตกลงกับองค์การระหว่างประเทศ (3) การบอกรับวารสารไม่เกิน 1 ปี และราคาไม่เกินวารสารละ 20,000 บาท จ่ายได้เท่าที่ จ่ายจริง (4) การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของ ราคาซื้อหรือราคาจ้าง แต่ทั้งนี้จะต้องก าหนดอัตราค่าพัสดุหรือค่าจ้างที่จะจ่ายล่วงหน้าไว้เป็นเงื่อนไขใน ใบแจ้งความสอบราคาหรือประกาศประกวดราคาด้วย (5) การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง การจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามแบบธรรมเนียมการค้าระหว่างประเทศโดย เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือโดยวิธีใช้ดร๊าฟท์ ให้กระท าได้โดยไม่ถือว่าเป็นการจ่ายเงินล่วงหน้า การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าตาม (1) (2) หรือ (3) ไม่ต้องเรียกหลักประกัน ส่วนการจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าตาม (4) และ (5) ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง จะต้องจัดให้ธนาคารในประเทศธนาคารหนึ่งหรือหลายธนาคารเป็นผู้ค้ าประกันเงินที่รับล่วงหน้าไปนั้น ง 11


Click to View FlipBook Version