หน้า ๓๓ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่ มเติม (ฉบับท ี่ ๘๑) พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวดท ี่ ๘ ว่าด้วย เหล่ากาชาดจังหวัด อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทยเพิ่ มเติม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงพระราชดําริว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับสภากาชาดไทย หมวดท ี่ ๘ ว่าด้วย เหล่ากาชาดจังหวัด ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันท ี่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป และ โดยอนุมัติและความยินยอมของคณะกรรมการสภากาชาดไทยตามข้อ ๑๐ แห่งข้อบังคับสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๕๐๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วางข้อบังคับข ึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ข้อบังคับน ี้ เรียกว่า “ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท ี่ ๘๑) พุทธศักราช ๒๕๖๐” ข้อ ๒ ข้อบังคับน ี้ ให้ใช้บังคับต ั้ งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในหมวดที่ ๘ เหล่ากาชาดจังหวัด แห่งข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่ มเติม (ฉบับท ี่ ๗๔) และ (ฉบับท ี่ ๗๕) พุทธศักราช ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้ แทน หมวดท ี่ ๘ เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนท ี่ ๑ การจัดต ั้ งเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ ๔๕ เพ ื่อให้บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตามจังหวัดในภูมิภาคได้มีส่วนดําริและดําเนิน กิจการกาชาดได้ตามความต้องการ ให้จัดการกาชาดในจังหวัดข ึ้นเป็นองค์การเรียกว่า “เหล่ากาชาดจังหวัด” นําหน้านามของจังหวัดนั้น ข้อ ๔๕/๑ จังหวัดหน ึ่งให้มีเหล่ากาชาดจังหวัดได้เพียงแห่งเดียว การขอจัดต ั้ งเหล่ากาชาดจังหวัด สามารถดําเนินการได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร้องขอ หรือ (๒) บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตั้ งแต่ประเภทสามัญข ึ้นไป ซึ่งมีภูมิลําเนาอยู่ในจังหวัด ไม่น้อยกว่าสามสิบคนรวมกันทําเร ื่ องราวเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความเห็นชอบการขอให้จัดตั้ง เหล่ากาชาดจังหวัด ก 1
หน้า ๓๔ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดย ื่ นเร ื่ องราวแสดงความจํานงการขอจัดต ั้ งเหล่ากาชาดจังหวัดต่ออุปนายก ผู้อํานวยการพิจารณาพร้อมด้วยแผนงาน รายละเอียดของงบประมาณรายได้และรายจ่ายให้ชัดเจน เพ ื่อแสดงให้เห็นว่าจะปฏิบัติหน้าท ี่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการจัดต ั้ งเหล่ากาชาดจังหวัด ให้คณะกรรมการบริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย พิจารณากล ั่ นกรองการขอจัดต ั้ งเหล่ากาชาดจังหวัด หากเห็นสมควรที่จะต ั้ งเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น ให้นําเสนอสภานายกพิจารณาอนุญาต ส่วนท ี่ ๒ วัตถุประสงค์ของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ ๔๖ วัตถุประสงค์การจัดต ั้ งเหล่ากาชาดจังหวัดมีดังต่อไปนี้ (๑) ทําการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย (๒) ให้การสังคมสงเคราะห์แก่ราษฎรท ี่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะในถิ่ นทุรกันดาร ตลอดท ั้งในท้องที่ทั่วไปและในชุมชนตามความจําเป็น (๓) รับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะอื่น (๔) ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต (๕) สนับสนุนและส่งเสริม กิจการยุวกาชาด อาสากาชาด จิตอาสาสภากาชาดไทย และ กิจการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย (๖) ดําเนินการตามโครงการในพระราชดําริ (๗) เป็นตัวแทนของสภากาชาดไทยในจังหวัดท ี่เป็นที่ตั้งของเหล่ากาชาดจังหวัด ตามท ี่ สภากาชาดไทยมอบหมาย (๘) ส่งเสริมการเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาด และการสร้างจิตสํานึกในเมตตาธรรม และมนุษยธรรม ส่วนท ี่ ๓ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ ๔๗ เหล่ากาชาดจังหวัดหน ึ่งให้มีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดได้จํานวนไม่น้อยกว่า สามสิบคน แต่ไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบด้วย (๑) นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นประธาน (๒) รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด จํานวนไม่เกินส ี่ คน เป็นรองประธาน (๓) เหรัญญิก (๔) เลขานุการ (๕) กรรมการอื่น ๆ จํานวนไม่น้อยกว่ายี่สิบส ี่ คนแต่ไม่เกินยี่สิบแปดคน ก 2
หน้า ๓๕ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอช ื่ อผู้สมควรดํารงตําแหน่ง นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก และเลขานุการ ให้สภากาชาดไทยแต่งตั้ง สภากาชาดไทยเป็นผู้แต่งต ั้ งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัด กรรมการอื่น ๆ ตามวรรคหนึ่ง (๕) ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งต ั้งได้จํานวนก ึ่ งหนึ่ง และให้สมาชิกประเภทสามัญข ึ้นไปในจังหวัดนั้น ซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจากสภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้ว เป็นผู้เลือกได้อีกจํานวนก ึ่ งหนึ่ง แล้วให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง ถ้ามีเหตุจําเป็นไม่สามารถ ทําการเลือกได้ให้รายงานสภากาชาดไทยทราบ และขอขยายเวลาออกไปได้เท่าที่จําเป็น การเลือกให้เป็นไป ตามระเบียบสภากาชาดไทยกําหนด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอาจแต่งต ั้ งผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเหรัญญิก หรือ ผู้ช่วยเลขานุการตามท ี่ เห็นสมควร จํานวนไม่เกินตําแหน่งละสามคน ทั้งน ี้ ต้องไม่เป็นกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดโดยความเห็นชอบของประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด อาจแต่งต ั้ งผู้ที่ได้เคยช่วยเหลือหรือกําลังทําการช่วยเหลือในกิจการกาชาดเป็นท ี่ปรึกษาได้ตามท ี่ เห็นสมควร ทั้งน ี้ ต้องไม่เป็นกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด หรือผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการ ของเหล่ากาชาดจังหวัด ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดรายงานการแต่งต ั้ งกรรมการอื่น ๆ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการหรือท ี่ปรึกษา ให้สภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๔๗/๑ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ตามข้อ ๔๗ (๒) และกรรมการอื่น ๆ ตามข้อ ๔๗ (๕) ให้มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันท ี่ได้รับแต่งตั้ง แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกิน สามวาระไม่ได้ กรณีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือกรรมการอื่น ๆ ดํารงตําแหน่งติดต่อกันครบสามวาระ ให้เว้นการดํารงตําแหน่งหน ึ่ งวาระ กรณีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ดํารงตําแหน่งครบวาระ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอชื่อ ผู้สมควรดํารงตําแหน่งให้สภากาชาดไทยแต่งตั้ง ภายในหกสิบวัน นับแต่วันท ี่ ครบวาระ กรณีกรรมการอื่น ๆ ดํารงตําแหน่งครบวาระ ให้ดําเนินการแต่งต ั้ งหรือเลือกแล้วแต่กรณี แทนตําแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน นับแต่วันท ี่ ครบวาระ กรณีที่ยังมิได้มีการแต่งต ั้ งกรรมการอื่น ๆ ให้กรรมการชุดเดิมรักษาการจนกว่าจะมีการแต่งต ั้งใหม่ ข้อ ๔๗/๒ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติทั่วไป (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย ก 3
หน้า ๓๖ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ (๒) เป็นสมาชิกประเภทสามัญข ึ้นไปในจังหวัดนั้น ซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจาก สภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้ว และกรณีเป็นสมาชิกประเภทสามัญรายปีต้องไม่ขาดส่งเงินบํารุงรายปี (๓) เป็นผู้เลื่อมใสในหลักการกาชาด (๔) เป็นผู้มีจิตศรัทธาในการกุศล เป็นท ี่ ยอมรับของประชาชนและสนใจในกิจการของ สภากาชาดไทย (๕) เป็นผู้ที่อุทิศเวลาและสามารถปฏิบัติงานของเหล่ากาชาดจังหวัดได้ (๖) มีความซ ื่ อสัตย์สุจริตเป็นท ี่ประจักษ์ (๗) ไม่เป็นกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ ผู้ช่วยนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ และท ี่ปรึกษาของก ิ่ งกาชาดอําเภอ (๘) ไม่เป็นบุคลากรของสภากาชาดไทย ข. ลักษณะต้องห้าม (๑) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือเป็นกรรมการหรือผู้ดํารงตําแหน่งที่รับผิดชอบ ในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าท ี่ในพรรคการเมืองที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าท ี่ในพรรคการเมือง (๒) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการการเมือง (๓) เป็นผู้ที่มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าท ี่ได้ (๔) เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๕) เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเสียช ื่อในทางพาลหรือทางทุจริตหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี จนเป็นที่รังเกียจของสังคม (๖) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับ ความผิดท ี่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ข้อ ๔๗/๓ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดต้องพ้นจากตําแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔๗/๒ (๔) พ้นจากตําแหน่งตามข้อ ๔๗/๕ (๕) พ้นวาระตามข้อ ๔๗/๑ (๖) สมาชิกภาพของสมาชิกสภากาชาดไทยสิ้ นสุดลงตามข้อ ๒๑ (๓) (๗) ขาดจากสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย (๘) กระทําการหรือละเว้นกระทําการอ ื่นใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยอาศัยอํานาจหน้าท ี่ ในตําแหน่งกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด สําหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือในทางการเมือง ก 4
หน้า ๓๗ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ (๙) ขาดประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสามคร ั้ งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าท ี่ ตามท ี่ได้รับมอบหมาย เม ื่ อผู้ว่าราชการจังหวัดใดพ้นจากตําแหน่ง ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายก เหรัญญิก เลขานุการ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ประธานและที่ปรึกษาคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น พ้นจากตําแหน่งด้วย กรณีเหรัญญิกหรือเลขานุการพ้นจากตําแหน่งให้ผู้ช่วยเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเลขานุการ แล้วแต่กรณี พ้นจากตําแหน่งด้วย การส ั่งให้พ้นจากตําแหน่งตาม (๓) (๔) (๘) และ (๙) ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรวจสอบ และพิจารณาให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วรายงานสภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๔๗/๔ เม ื่ อตําแหน่งกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ตามข้อ ๔๗ ว่างลงเพราะเหตุต้องพ้นจาก ตําแหน่งตามข้อ ๔๗/๓ เว้นแต่การพ้นจากตําแหน่งแล้วมีระยะเวลาการดํารงตําแหน่งแทนเหลือไม่ถึง สามสิบวันให้ดําเนินการแต่งต ั้ งหรือเลือกกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่าง ภายในหกสิบวันนับแต่วันว่าง ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีตําแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือเหรัญญิก หรือเลขานุการว่างลง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอชื่อ ผู้สมควร ดํารงตําแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือเหรัญญิก หรือเลขานุการ ให้สภากาชาดไทยแต่งตั้ง (๒) กรณีตําแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดว่างลง เน ื่ องจากผู้ว่าราชการจังหวัดพ้นจาก ตําแหน่งและยังไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งแทน ให้ผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้แต่งตั้ง ผู้รักษาการแทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก และเลขานุการ แล้วรายงานให้สภากาชาดไทยทราบ จนกว่าจะมีการดําเนินการตามข้อ ๔๗ วรรคสอง (๓) กรณีตําแหน่งกรรมการอื่น ๆ ว่างลง ให้ดําเนินการเลือกกรรมการตามข้อ ๔๗ วรรคส ี่ แทนตําแหน่งที่ว่าง และให้อยู่ในตําแหน่งได้เท่ากับวาระท ี่ เหลือของผู้ซึ่งตนแทน กรณีตําแหน่งผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการว่างลง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอาจแต่งต ั้ งแทนตําแหน่งที่ว่างก็ได้ กรณีไม่มีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่สภากาชาดไทย มอบหมายปฏิบัติหน้าท ี่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ ๔๗/๕ กรณีสภากาชาดไทยได้ตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่า นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายก เหรัญญิก และเลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดผู้ใด บกพร่องทางความประพฤติหรือความสามารถ ไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าท ี่ สภานายกจะส ั่งให้พ้นจากตําแหน่งเม ื่อใดก็ได้ตามท ี่ เห็นสมควร ก 5
หน้า ๓๘ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ กรณีเหล่ากาชาดจังหวัด และก ิ่ งกาชาดอําเภอ ได้ตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่ากรรมการอื่น ๆ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปรึกษาของเหล่ากาชาดจังหวัด หรือนายกก ิ่ งกาชาด รองนายก เหรัญญิก เลขานุการ กรรมการอื่น ๆ ผู้ช่วยนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปรึกษาของก ิ่ งกาชาดอําเภอผู้ใด บกพร่องทางความประพฤติ หรือความสามารถไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าท ี่ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดส ั่งให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วรายงานสภากาชาดไทยทราบ ส่วนท ี่ ๔ การจัดการทรัพย์สินของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ ๔๘ ทรัพย์สินซ ึ่ งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในเหล่ากาชาดจังหวัดย่อมเป็นทรัพย์สินของสภากาชาดไทยทั้ งสิ้น ทรัพย์สินซ ึ่ งผู้บริจาคระบุให้ใช้เพ ื่อประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น หรือซ ึ่งสภากาชาดไทย มอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดครอบครองใช้เก็บดอกผลและจัดหาประโยชน์ได้ภายใต้ข้อบังคับและ ข้อระเบียบว่าด้วยการนั้น กรณีการจดหาประโยชน ั ์ในอสังหาริมทรัพย์ต้องได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย ข้อ ๔๘/๑ บรรดารายรับ เงินอุดหนุน เงินบํารุงและเงินรายได้อื่น ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นผู้จัดหาหรือได้มา ให้ถือเป็นเงินของสภากาชาดไทยทั้ งสิ้น โดยมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัด ไว้เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทยในจังหวัดน้นั เว้นแต่สภากาชาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีจําเป็นสภากาชาดไทยอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัด และ เหล่ากาชาดจังหวัดอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือก ิ่ งกาชาดอําเภอได้ ตามแต่เห็นสมควร ส่วนท ี่ ๕ การปฏิบัติหน้าท ี่ ของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ ๔๙ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด มีภาระหน้าท ี่ภายในจังหวัดของตนตามพระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คําส ั่งของสภากาชาดไทย และแนวทางปฏิบัติสําหรับเหล่ากาชาดจังหวัด ทั้งน ี้ จะต้องกําหนดนโยบายและดําเนินการตามแผนงานท ี่สภากาชาดไทยได้อนุมัติแล้ว ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดปีหนึ่ง ไม่น้อยกว่าสามครั้ง ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจัดให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และคณะกรรมการ กิ่งกาชาดอําเภอมีการประชุมร่วมกันอย่างน้อยปีละหน ึ่ งครั้ง ข้อ ๔๙/๑ ให้บรรดาเหล่ากาชาดจังหวัดรับสมัครสมาชิกในนามของสภากาชาดไทย โดยเงิน บํารุงค่าสมาชิกให้เป็นรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัด และให้ส่งรายนามผู้สมัครสมาชิกพร้อมสําเนา ใบเสร็จรับเงิน ให้สภากาชาดไทยขึ้นทะเบียน ภายในหนึ่ งเดือนนับแต่วันที่รับสมัคร ก 6
หน้า ๓๙ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ข้อ ๔๙/๒ การปฏิบัติงานของนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งข้อบังคับนี้มิได้ห้ามเร ื่ องการมอบอํานาจไว้ หรือมิได้กําหนดเร ื่ องการมอบอํานาจไว้เป็นอย่างอื่น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอาจมอบอํานาจเป็นหนังสือ ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดหรือกรรมการอ ื่นเป็นผู้ปฏิบัติงานแทนได้ และให้อยู่ในความรับผิดชอบ ของนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น ข้อ ๔๙/๓ ในกรณีที่นายกเหล่ากาชาดจังหวัดไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด คนท ี่ หน ึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนท ี่ หน ึ่ งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนท ี่สองเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนท ี่ สอง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนท ี่สามเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนท ี่ สามหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนที่สี่ เป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รายงานสภากาชาดไทยแต่งต ั้ งกรรมการอ ื่นคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ส่วนท ี่ ๖ ผู้แทนภาค ข้อ ๕๐ เพ ื่ อท ี่จะให้มีนายกเหล่ากาชาดจังหวัดได้เข้าร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการ สภากาชาดไทย ให้รวมเหล่ากาชาดจังหวัดเข้าเป็นภาค ตามที่กําหนดไว้ในระเบียบสภากาชาดไทย ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดในแต่ละภาคดําเนินการเลือกกันเอง ภาคละหน ึ่ งคน เพ ื่อเป็นผู้แทน ภาคเข้าร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการสภากาชาดไทย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จัดให้มีการเลือก เป็นผู้เสนอชื่อให้สภากาชาดไทยประกาศแต่งต ั้งเป็นกรรมการสภากาชาดไทย การเลือกนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพ ื่อเป็นผู้แทนภาค ให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทยกําหนด ให้ผู้แทนภาคแต่งต ั้ งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาคเป็นรองผู้แทนภาคภายในสามสิบวัน นับแต่วันท ี่ได้รับแต่งต ั้งเป็นผู้แทนภาค เพ ื่ อทําหน้าที่ช่วยเหลือผู้แทนภาคได้ไม่เกินสองคน ในกรณีผู้แทนภาคไม่แต่งต ั้ งรองผู้แทนภาคภายในสามสิบวัน ให้สภากาชาดไทยเป็นผู้พิจารณา แต่งตั้งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดในภาคเป็นรองผู้แทนภาคได้ไม่เกินสองคน ข้อ ๕๐/๑ ผู้แทนภาค มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสองปี แต่อาจได้รับเลือกอีกได้ ข้อ ๕๐/๒ ผู้แทนภาคต้องพ้นจากตําแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) พ้นจากตําแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดและไม่ได้รับแต่งต ั้งให้เป็นนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งอยู่ในภาคเดียวกัน (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔๗/๒ (๕) สภานายกเห็นสมควรให้พ้นจากตําแหน่งตามข้อ ๔๗/๕ ก 7
หน้า ๔๐ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ (๖) พ้นวาระตามข้อ ๕๐/๑ (๗) สมาชิกภาพของสมาชิกสภากาชาดไทยสิ้ นสุดลงตามข้อ ๒๑ (๓) (๘) ขาดจากสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย เม ื่ อผู้แทนภาคพ้นจากตําแหน่งให้ดําเนินการเลือกนายกเหล่ากาชาดจังหวัดข ึ้นเป็นผู้แทนภาค ตามข้อ ๕๐ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันว่างและให้ตําแหน่งรองผู้แทนภาคส ิ้ นสุดลงเมื่อ สภากาชาดไทยได้ประกาศแต่งต ั้ งผู้แทนภาคตามข้อ ๕๐ วรรคสองแล้ว กรณีผู้แทนภาคได้พ้นจากตําแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดและได้รับแต่งต ั้งให้เป็นนายก เหล่ากาชาดจังหวัดอีกจังหวัดหน ึ่ งซ ึ่ งอยู่ในภาคเดียวกันต่อเน ื่ องกัน ให้ถือว่ายังคงเป็นผู้แทนภาค ในคณะกรรมการสภากาชาดไทยตามวาระเดิม ทั้งน ี้ให้ตําแหน่งรองผู้แทนภาคยงคงอยั ู่เช่นเดิม การส ั่งให้พ้นจากตําแหน่งตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทยกําหนด ข้อ ๕๐/๓ ผู้แทนภาค มีภาระหน้าท ี่ภายในภาคของตน ดังน ี้ (๑) เป็นท ี่ปรึกษาให้คําแนะนําและช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการปฏิบัติงานของเหล่ากาชาดจังหวัด ภายในภาค ตามพระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คําส ั่งของสภากาชาดไทย และแนวทางการปฏิบัติ สําหรับเหล่ากาชาดจังหวัด (๒) จัดให้มีการประชุมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาคปีหนึ่ง ไม่น้อยกว่าสามครั้ง (๓) แจ้งผลการประชุมกับคณะกรรมการสภากาชาดไทยที่ตนได้เข้าร่วมประชุมหรือเร ื่ องอ ื่นใด ที่ควรแจ้งให้เหล่ากาชาดจังหวัดทราบ (๔) ต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสภากาชาดไทยอย่างสม ่ํ าเสมอ ในกรณีที่ไม่อาจ เขาร้ ่วมประชุมได้ ให้มีหนังสือมอบหมายรองผู้แทนภาคคนใดคนหนึ่งภายในภาคเข้าประชุมแทน เพ ื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้แทนภาคอาจตกลงร่วมกันจัดให้มีการประชุม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระหว่างภาคร่วมกันได้หรือตามท ี่สภากาชาดไทยเห็นเป็นการสมควรให้นายก เหล่ากาชาดจังหวัดระหว่างภาคได้มีการประชุมร่วมกัน ข้อ ๕๐/๔ การปฏิบัติงานของผู้แทนภาค ซึ่งข้อบังคับนี้มิได้ห้ามเร ื่ องการมอบอํานาจไว้หรือ มิได้กําหนดเร ื่ องการมอบอํานาจไว้เป็นอย่างอื่น ผู้แทนภาคอาจมอบอํานาจเป็นหนังสือ ให้รองผู้แทนภาค หรือนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาคของตนเป็นผู้ปฏิบัติงานแทนได้ และให้อยู่ในความรับผิดชอบ ของผู้แทนภาคนั้น ข้อ ๕๐/๕ ในกรณีที่ผู้แทนภาคไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองผู้แทนภาคคนท ี่ หนึ่ง เป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้แทนภาคคนท ี่ หน ึ่ งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองผู้แทนภาคคนท ี่ สอง เป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้แทนภาคหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาค ที่มีอาวุโสสูงสุด เป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้แทนภาคหรือไม่มีนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาคหรือมีแต่ไม่อาจ ปฏิบัติงานได้ ให้สภากาชาดไทยมอบหมายนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนใดคนหนึ่งในภาคอื่นเป็นผู้รักษาการแทน ก 8
หน้า ๔๑ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ส่วนท ี่ ๗ กิ่งกาชาดอําเภอ ๑. การจัดตั้งกิ่งกาชาดอําเภอ ข้อ ๕๑ เพ ื่อให้บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตามอําเภอในภูมิภาคได้มีส่วนดําริและดําเนิน กิจการกาชาดได้ตามความต้องการเพ ื่ อช่วยประสานงานและแบ่งเบาภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัด ให้จัดการกาชาดในอําเภอน ั้ นข ึ้นเป็นองค์การเรียกว่า “กิ่งกาชาดอําเภอ” นําหน้านามของอําเภอนั้น ข้อ ๕๑/๑ อําเภอหน ึ่งให้มีกิ่งกาชาดอําเภอได้เพียงแห่งเดียว การขอจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอ สามารถดําเนินการได้ ดังต่อไปนี้ (๑) เม ื่ อคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดเห็นสมควรให้มีการจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอขึ้น ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแจ้งให้นายอําเภอแห่งท้องที่นั้น ยื่นเร ื่ องราวแสดงความจํานงจัดตั้ง กิ่งกาชาดอําเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือ (๒) นายอําเภอย ื่ นเร ื่ องราวแสดงความจํานงขอจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือ (๓) บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตั้ งแต่ประเภทสามัญข ึ้นไป ซึ่งมีภูมิลําเนาอยู่ในอําเภอนั้น ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนรวมกันทําเร่ืองราวเสนอต่อนายอําเภอเพ ื่ อย ื่ นเร ื่ องราวแสดงความจํานงขอจัดตั้ง กิ่งกาชาดอําเภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบ การย ื่ นเร ื่ องราวแสดงความจํานงการขอจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอจะต้องเสนอแผนงานพร้อมด้วย รายละเอียดของงบประมาณ รายได้และรายจ่ายให้ชัดเจน เพ ื่อแสดงให้เห็นว่าจะปฏิบัติหน้าท ี่ได้ ตามวัตถุประสงค์ของการจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอเร ื่ องการขอจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอต่อสภากาชาดไทยพิจารณาอนุมัติ ๒. วัตถุประสงค์ของก ิ่ งกาชาดอําเภอ ข้อ ๕๒ วัตถุประสงค์การจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอมีดังต่อไปนี้ (๑) ทําการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย (๒) ให้การสังคมสงเคราะห์แก่ราษฎรท ี่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะในถิ่ นทุรกันดาร ตลอดท ั้งในท้องที่ทั่วไปและในชุมชนตามความจําเป็น (๓) รับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะอื่น (๔) ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต (๕) สนับสนุนและส่งเสริม กิจการยุวกาชาด อาสากาชาด จิตอาสาสภากาชาดไทย และ กิจการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย (๖) ดําเนินการตามโครงการในพระราชดําริ ก 9
หน้า ๔๒ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ (๗) เป็นตัวแทนของสภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดในอําเภอของตนตามท ี่ได้รับ มอบหมาย (๘) ส่งเสริมเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาด และการสร้างจิตสํานึกในเมตตาธรรมและ มนุษยธรรม ๓. คณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ ข้อ ๕๓ กิ่งกาชาดอําเภอหน ึ่งให้มีคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอได้จํานวนไม่น้อยกว่าสิบส ี่ คน แต่ไม่เกินสามสิบคน ประกอบด้วย (๑) นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ เป็นประธาน (๒) รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ จํานวนไม่เกินสามคน เป็นรองประธาน (๓) เหรัญญิก (๔) เลขานุการ (๕) กรรมการอื่น ๆ จํานวนไม่น้อยกว่าสิบคนแต่ไม่เกินยี่สิบส ี่ คน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้แต่งต ั้ งนายอําเภอ เป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ กิ่งกาชาดอําเภอ ให้นายอําเภอหรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอช ื่ อผู้สมควรดํารงตําแหน่งนายก กิ่งกาชาดอําเภอ รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ เหรัญญิก และเลขานุการ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด พิจารณานําเสนอให้สภากาชาดไทยพิจารณา เม ื่อสภากาชาดไทยเห็นชอบแล้ว ให้นายกเหล่ากาชาด จังหวัดแต่งตั้ง กรรมการอื่น ๆ ตามวรรคหนึ่ง (๕) ให้นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอแต่งต ั้งได้จํานวนก ึ่ งหน ึ่งและให้ สมาชิกประเภทสามัญข ึ้นไปในอําเภอนั้น ซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจากสภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้ว เป็นผู้เลือกอีกจํานวนก ึ่ งหนึ่ง แล้วเสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง และรายงานให้สภากาชาดไทยทราบ กรณีมีเหตุจําเป็นไม่สามารถทําการเลือกได้ ให้รายงานเหล่ากาชาดจังหวัดขอขยายเวลาออก ไปได้เท่าที่จําเป็น การเลือกให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทยกําหนด นายกก ิ่ งกาชาดอําเภออาจแต่งต ั้ งผู้ช่วยนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ ผู้ช่วยเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเลขานุการ ตามท ี่ เห็นสมควรจํานวนไม่เกินตําแหน่งละสามคน ทั้งน ี้ ต้องไม่เป็นกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอโดยความเห็นชอบของประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ อาจแต่งต ั้ งผู้ที่ได้เคยช่วยเหลือหรือกําลังทําการช่วยเหลือในกิจการกาชาดเป็นท ี่ปรึกษาได้ตามท ี่ เห็นสมควร ทั้งนี้ต้องไม่เป็นกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ หรือผู้ช่วยนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการ ของก ิ่ งกาชาดอําเภอ ให้นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอรายงานการแต่งต ั้ งผู้ช่วยนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการหรือท ี่ปรึกษาไปยังเหล่ากาชาดจังหวัด เพ ื่อรายงานให้สภากาชาดไทยทราบ ก 10
หน้า ๔๓ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ข้อ ๕๓/๑ รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ ตามข้อ ๕๓ (๒) และกรรมการอื่น ๆ ตามข้อ ๕๓ (๕) มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันท ี่ได้รับแต่งตั้ง แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสามวาระไม่ได้ กรณีรองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ หรือกรรมการอื่น ๆ ดํารงตําแหน่งติดต่อกันครบสามวาระ ให้เว้นการดํารงตําแหน่งหน ึ่ งวาระ กรณีรองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอดํารงตําแหน่งครบวาระ ให้นายอําเภอเสนอช ื่ อผู้สมควร ดํารงตําแหน่งให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิจารณาเสนอให้สภากาชาดไทยพิจารณา ภายในหกสิบวัน นับแต่วันท ี่ ครบวาระ เม ื่อสภากาชาดไทยเห็นชอบแล้ว ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง กรณีกรรมการตามวรรคหน ึ่ งดํารงตําแหน่งครบวาระ ให้ดําเนินการแต่งต ั้ งหรือเลือกกรรมการ แล้วแตกรณ่ ีแทนตําแหน่งที่ว่าง ภายในหกสิบวันนับแต่วันท ี่ ครบวาระ กรณีที่ยังมิได้มีการแต่งต ั้ งกรรมการตามข้อ ๕๓ วรรคส ี่ ให้กรรมการชุดเดิมรักษาการจนกว่า จะมีการแต่งต ั้งใหม่ ข้อ ๕๓/๒ คณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติทั่วไป (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย (๒) เป็นสมาชิกประเภทสามัญข ึ้นไปในอําเภอน ั้ นซ ึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจากสภากาชาดไทย เรียบร้อยแล้ว และกรณีเป็นสมาชิกประเภทสามัญรายปีต้องไม่ขาดส่งเงินบํารุงรายปี (๓) เป็นผู้เลื่อมใสในหลักการกาชาด (๔) เป็นผู้มีจิตศรัทธาในการกุศล เป็นท ี่ ยอมรับของประชาชนและสนใจในกิจการของ สภากาชาดไทย (๕) เป็นผู้ที่อุทิศเวลาและสามารถปฏิบัติงานของก ิ่ งกาชาดอําเภอได้ (๖) มีความซ ื่ อสัตยสุ์จริตเป็นท ี่ประจักษ์ (๗) ไม่เป็นกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ หรือท ี่ปรึกษาของเหล่ากาชาดจังหวัด (๘) ไม่เป็นบุคลากรของสภากาชาดไทย ข. ลักษณะต้องห้าม (๑) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือเป็นกรรมการหรือผู้ดํารงตําแหน่งที่รับผิดชอบ ในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าท ี่ในพรรคการเมืองที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าท ี่ในพรรคการเมือง (๒) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการการเมือง (๓) เป็นผู้ที่มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าท ี่ได้ (๔) เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ก 11
หน้า ๔๔ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ (๕) เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเสียช ื่อในทางพาลหรือทางทุจริตหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี จนเป็นที่รังเกียจของสังคม (๖) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับ ความผิดท ี่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ข้อ ๕๓/๓ กรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอต้องพ้นจากตําแหน่ง ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕๓/๒ (๔) พ้นจากตําแหน่งตามข้อ ๔๗/๕ (๕) พ้นวาระตามข้อ ๕๓/๑ (๖) สมาชิกภาพของสมาชิกสภากาชาดไทยสิ้ นสุดลงตามข้อ ๒๑ (๓) (๗) ขาดจากสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย (๘) กระทําการหรือละเว้นกระทําการอ ื่นใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยอาศัยอํานาจหน้าท ี่ ในตําแหน่งกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ สําหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือในทางการเมือง (๙) ขาดประชุมคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอสามคร ั้ งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าท ี่ ตามท ี่ได้รับมอบหมาย นายอําเภอใดพ้นจากตําแหน่ง ให้นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ รองนายก เหรัญญิก เลขานุการ ผู้ช่วยนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ ประธานและที่ปรึกษาคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอนั้น พ้นจากตําแหน่งด้วย กรณีเหรัญญิกหรือเลขานุการพ้นจากตําแหน่งให้ผู้ช่วยเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเลขานุการ แล้วแต่กรณี พ้นจากตําแหน่งด้วย การส ั่งให้พ้นจากตําแหน่งตาม (๓) (๔) (๘) และ (๙) ให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทย กําหนด ข้อ ๕๓/๔ เม ื่ อตําแหน่งกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอตามข้อ ๕๓ ว่างลงเพราะเหตุต้องพ้นจาก ตําแหน่งตามข้อ ๕๓/๓ เว้นแต่การพ้นจากตําแหน่งแล้วมีระยะเวลาการดํารงตําแหน่งแทนเหลือไม่ถึง สามสิบวัน ให้ดําเนินการแต่งต ั้ งหรือเลือกกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวันนับแต่วันว่าง ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีตําแหน่งนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ หรือรองนายก หรือเหรัญญิก หรือเลขานุการ กิ่งกาชาดอําเภอว่างลง ให้นายอําเภอ หรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอช ื่ อผู้สมควร ดํารงตําแหน่งนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ หรือรองนายก หรือเหรัญญิก หรือเลขานุการ กิ่งกาชาดอําเภอ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเสนอสภากาชาดไทยพิจารณา เม ื่อสภากาชาดไทยเห็นชอบแล้ว ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง ก 12
หน้า ๔๕ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ (๒) กรณีตําแหน่งนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอว่างลง เน ื่ องจากนายอําเภอพ้นจากตําแหน่ง และ ยังไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งแทน ให้ผู้รักษาราชการแทนนายอําเภอเสนอช ื่ อผู้รักษาการแทนนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ เหรัญญิก และเลขานุการ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิจารณาแต่งตั้ง แล้วรายงานสภากาชาดไทยทราบ (๓) กรณีตําแหน่งกรรมการอื่น ๆ ว่างลงให้ดําเนินการแต่งต ั้ งหรือเลือกกรรมการแล้วแต่กรณี ตามข้อ ๕๓ วรรคส ี่ แทนตําแหน่งที่ว่าง และให้อยู่ในตําแหน่งได้เท่ากับวาระท ี่ เหลือของผู้ซึ่งตนแทน เสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง กรณีตําแหน่งผู้ช่วยนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการว่างลง นายกก ิ่ งกาชาดอําเภออาจแต่งต ั้ งแทนตําแหน่งที่ว่างก็ได้ กรณีไม่มีคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอให้นายอําเภอหรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็น ผู้ปฏิบัติหน้าท ี่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ ๔. การจัดการทรัพย์สินของก ิ่ งกาชาดอําเภอ ข้อ ๕๔ ทรัพย์สินซ ึ่ งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในกิ่ งกาชาดอําเภอย่อมเป็นทรัพย์สินของสภากาชาดไทย ท ั้ งสิ้น ทรัพย์สินซ ึ่ งผู้บริจาคระบุให้ใช้เพ ื่อประโยชน์ของก ิ่ งกาชาดอําเภอนั้น หรือซ ึ่งสภากาชาดไทย มอบหมายให้กิ่งกาชาดอําเภอครอบครองใช้เก็บดอกผลและจัดหาประโยชน์ได้ภายใต้ข้อบังคับและ ข้อระเบียบว่าด้วยการนั้น กรณีการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ต้องได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย ข้อ ๕๔/๑ บรรดารายรับ เงินอุดหนุน เงินบํารุงและเงินรายได้อื่น ซึ่งก ิ่ งกาชาดอําเภอเป็นผู้จัดหา หรือได้มา ให้ถือเป็นเงินของสภากาชาดไทยทั้ งสิ้น โดยมอบหมายให้กิ่งกาชาดอําเภอไว้เพ ื่อใช้ในกิจการ ของสภากาชาดไทยในอําเภอนั้น เว้นแต่สภากาชาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีจําเป็นสภากาชาดไทยอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือก ิ่ งกาชาดอําเภอได้ ตามแต่เห็นสมควร ๕. การปฏิบัติหน้าท ี่ ของก ิ่ งกาชาดอําเภอ ข้อ ๕๕ คณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ มีภาระ หน้าท ี่ภายในอําเภอของตนตามพระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คําส ั่งของสภากาชาดไทย แนวทางปฏิบัติสําหรับก ิ่ งกาชาดอําเภอ นโยบายของ เหล่ากาชาดจังหวัดและดําเนินการตามแผนงานท ี่สภากาชาดไทยได้อนุมัติแล้ว ให้นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอปีหน ึ่งไม่น้อยกว่าสามครั้ง ให้คณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด อย่างน้อยปีละหน ึ่ งครั้ง ข้อ ๕๕/๑ ให้บรรดาก ิ่ งกาชาดอําเภอรับสมัครสมาชิกในนามของสภากาชาดไทยโดยเงินบํารุง ค่าสมาชิกให้เป็นรายได้ของก ิ่ งกาชาดอําเภอ และให้ส่งรายนามผู้สมัครให้สภากาชาดไทยขึ้ นทะเบียนสมาชิก ภายในหนึ่ งเดือนนับแต่วันที่รับสมัคร ก 13
หน้า ๔๖ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ข้อ ๕๕/๒ การปฏิบัติงานของก ิ่ งกาชาดอําเภอ ซึ่งข้อบังคับนี้มิได้ห้ามเร ื่ องการมอบอํานาจไว้ หรือมิได้กําหนดเร ื่ องการมอบอํานาจไว้เป็นอย่างอื่น นายกก ิ่ งกาชาดอําเภออาจมอบอํานาจเป็นหนังสือ ให้รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอหรือกรรมการอ ื่นเป็นผู้ปฏิบัติงานแทนได้ และให้อยู่ในความรับผิดชอบของ นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอนั้น ข้อ ๕๕/๓ ในกรณีที่นายกก ิ่ งกาชาดอําเภอไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ คนท ี่ หน ึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอคนท ี่ หน ึ่ งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้ รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอคนท ี่สองเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอคนท ี่ สองหรือ มีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอคนท ี่สามเป็นผู้รักษาการแทนถ้าไม่มีรองนายก กิ่งกาชาดอําเภอหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้นายอําเภอรายงานนายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง กรรมการอื่นคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทนและรายงานสภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๕๕/๔ เม ื่อได้จัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอข ึ้นในท้องท ี่ใดแล้ว ให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด กํากับดูแลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง กิ่งกาชาดอําเภอ พระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คําส ั่งของสภากาชาดไทย แนวทางการปฏิบัติ สําหรับก ิ่ งกาชาดอําเภอ นโยบายของเหล่ากาชาดจังหวัด และแผนงานท ี่สภากาชาดไทยอนุมัติ หากมีความจําเป็นจะต้องมอบหมายงานหรือมอบอํานาจหน้าท ี่ให้กิ่งกาชาดอําเภอ ก็ให้ดําเนินการได้ ตามท ี่ เห็นสมควร หรือตามระเบียบว่าด้วยการนั้น ส่วนท ี่ ๘ บทเบ็ดเตล็ด ข้อ ๕๖ ให้คณะกรรมการบริหารวางระเบียบว่าด้วย อํานาจหน้าท ี่ การเข้าดํารงตําแหน่ง การพ้นจากตําแหน่ง การดําเนินงาน และการอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวข้องกับภาระหน้าท ี่ ของคณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการก ิ่ งกาชาดอําเภอ และผู้แทนภาคได้ ข้อ ๕๖/๑ กรณีเหล่ากาชาดจังหวัดใดไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง เหล่ากาชาดจังหวัด พระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง ของสภากาชาดไทย สภากาชาดไทย จะเข้าดําเนินกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัดน ั้ นเอง หรือจะส ั่ งยุบเหล่ากาชาดจังหวัดน ั้ นเสียก็ได้ตามมติ คณะกรรมการสภากาชาดไทย กรณีกิ่งกาชาดอําเภอใดไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามวัตถุประสงค์การจัดต ั้ งก ิ่ งกาชาดอําเภอ พระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คําส ั่งของสภากาชาดไทย สภากาชาดไทยจะเข้าดําเนินกิจการของ กิ่งกาชาดอําเภอน ั้ นเองหรือมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดเข้าดําเนินการในกิ่ งกาชาดอําเภอน ั้ นหรือ จะส ั่ งยุบก ิ่ งกาชาดอําเภอน ั้ นเสียก็ได้ ตามมติคณะกรรมการบรหารสภากาชาดไทย ิ ก 14
หน้า ๔๗ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ บทเฉพาะกาล ๑. การนับวาระการดํารงตําแหน่งของรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด และกรรมการอื่น ๆ ของเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกก ิ่ งกาชาดอําเภอ และกรรมการอื่น ๆ ของก ิ่ งกาชาดอําเภอ ดํารงตําแหน่งติดต่อกันไม่เกินสามวาระตามข้อบังคับเดิม ให้เร ิ่ มนับ ดังน ี้ วาระท ี่ หนึ่ง ตั้งแต่วันท ี่ 1 มกราคม 2555 ถึงวันท ี่ 31 ธันวาคม 2556 วาระท ี่ สอง ตั้งแต่วันท ี่ 1 มกราคม 2557 ถึงวันท ี่ 31 ธันวาคม 2558 วาระท ี่ สาม ตั้งแต่วันท ี่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันท ี่ 31 ธันวาคม 2560 ๒. ให้นับวาระการดํารงตําแหน่งตาม ๑. ต่อเน ื่ องแห่งข้อบังคับน ี้ ประกาศ ณ วันท ี่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ แผน วรรณเมธี เลขาธิการฯ ปฏิบัติการแทน อุปนายิกาผู้อํานวยการสภากาชาดไทย ก 15
ส ำนักงำนบริหำรกิจกำรเหล่ำกำชำด สภำกำชำดไทย
ก พระราโชวาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หัวใจของการท างานเหล่านี้คือ การบัญชีต้องมีความถูกต้อง ถูกแบบแผน มีความโปร่งใส สามารถที่จะตรวจสอบความถูกต้องได้ และผู้ที่จะท างานที่ว่านี้ จะท าเฉพาะล าพังคนเดียว บุคคลเดียว ในยุคนี้จะอาจท าได้ยาก นอกจากงานเล็กๆ เนื่องจากสภาพบ้านเมืองเราก็ต้องยอมรับกันอีก เหมือนกันว่า ไม่ค่อยเอื้อ ไม่ค่อยเกื้อกูลต่อบุคคลเล็กๆ คือบุคคลที่มีกิจการเล็กๆ หรือว่าพยายาม ต่อสู้เพื่อชีวิตตนเอง ก็อาจต้องอาศัยการรวมกันบ้าง ใหญ่นักก็บริหารไปได้ยาก คือปัจจุบันเรื่อง เกี่ยวกับการปรับปรุงการบริหารการปรับปรุงบัญชีการเงินนั้น ก็ต้องท า เช่น การวางระบบบัญชีใหม่ ซึ่งจะท าให้คนที่ปฏิบัติงานอยู่เดิมนั้นจะต้องใช้เวลาศึกษาใหม่ หรือว่าบางคนก็กลายเป็นว่าเสียอก เสียใจว่า การบริหารแบบใหม่นี้ จะเหมือนกับว่าเป็นการจับผิด ว่าที่ตนท าอยู่เดิมนั้น ไม่สุจริต ทุจริต หรือขาดประสิทธิภาพ จึงต้องท าใหม่นั้น ก็จะเป็นการเสียก าลังใจ ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่จะต้อง อธิบายให้ทั่วถึงว่า ในการท างานกาชาดหรืองานพัฒนาอาชีพในยุคใหม่นี้ ต้องท าทุกอย่างให้เข้า ระบบเป็นการสอดคล้องกับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มาจากภายนอก บางทีกิจกรรมบ้านเมืองเราถูก บีบให้ท าอย่างนั้น ซึ่งบางทีก็ท าอย่างนี้แล้ว ท าอย่างใหม่ให้เรียบร้อยแล้ว ก็จะท าให้มีความ เจริญก้าวหน้า มีความสุขสวัสดียิ่งขึ้นไปในอนาคต
ข สารบัญ ระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชี ข 1 ของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 หมวดที่ 1 ข้อความทั่วไป ข 1 หมวดที่ 2 วิธีการงบประมาณของเหล่ากาชาดจังหวัด ข 4 - ส่วนที่ 1 ผู้รับผิดชอบงบประมาณ ข 4 - ส่วนที่ 2 ลักษณะของงบประมาณ ข 4 - ส่วนที่ 3 วิธีการจัดท างบประมาณ ข 5 - ส่วนที่ 4 การโอนแก้ไขเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ข 5 หมวดที่ 3 การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ข 6 - ส่วนที่ 1 การรับเงินและการเก็บรักษาเงิน ข 6 - ส่วนที่ 2 ใบเสร็จรับเงิน ข 7 - ส่วนที่ 3 การเบิกจ่าย ข 8 - ส่วนที่ 4 การยืมเงินทดรองจ่าย ข 9 - ส่วนที่ 5 การบัญชี การรายงาน และการตรวจสอบ ข 10 หมวดที่ 4 บทเฉพาะกาล ข 11
ระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 โดยที่เห็นเป็นการสมควรก าหนดระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและ การบัญชี เพื่อให้เหล่ากาชาดจังหวัดถือปฏิบัติให้เป็นไปในแนวเดียวกัน คณะกรรมการบริหารสภากาชาดไทยในการประชุมครั้งที่ 22/2545 เมื่อวันที่ 13 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545 จึงมีมติให้วางระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงิน และการบัญชีของ เหล่ากาชาดจังหวัด ไว้ดังต่อไปนี้ หมวดที่ 1 ข้อความทั่วไป ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงิน และการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546” ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป ข้อ 3 บรรดา ระเบียบ ค าสั่ง มติ หลักเกณฑ์ และประกาศเกี่ยวกับวิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ที่ก าหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ 4* ให้อุปนายกผู้อ านวยการสภากาชาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มี อ านาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ระเบียบนี้ ในกรณีที่จ าเป็นต้องขอยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นกรณีพิเศษ ให้ คณะกรรมการบริหารสภากาชาดไทยเป็นผู้อนุมัติ กรณีที่จ าเป็นต้องก าหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้เหรัญญิกสภากาชาดไทย เป็นผู้มีอ านาจก าหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติ ___________________________ (* ข้อ 4แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ข 1
ข้อ 5* ในระเบียบนี้ “เหล่ากาชาดจังหวัด คณ ะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายก เหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ และผู้ช่วย เลขานุการ” หมายความถึง เหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายกเหล่ากาชาด จังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ตามข้อบังคับสภากาชาดไทย “เหล่ากาชาดจังหวัด คณ ะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายก เหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ และ ผู้ช่วยเลขานุการ” ตามวรรคแรก ให้หมายความรวมถึงกิ่งกาชาด คณะกรรมการกิ่งกาชาด นายกกิ่งกาชาด รองนายกกิ่งกาชาด เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการของกิ่งกาชาดด้วย “งบประมาณ” หมายความว่า แผนงานหรืองานส าหรับการประมาณการ ด้านรายรับ และรายจ่ายแสดงในรูปตัวเลข จ านวนเงิน “การท างบประมาณ”คือการแสดงแผนด าเนินงานออกเป็นตัวเลข จ านวนเงิน ควรมีความยืดหยุ่นพอสมควร เพื่อสามารถด าเนินงานได้คล่องตัวและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้ครบ ทุกประการ งบประมาณที่จัดท าต้องชัดเจน สามารถตรวจสอบถึงที่มาของการก าหนดตัวเลขได้ “แผนงาน” หมายความว่า กลุ่มของงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน สัมพันธ์กัน “วัตถุประสงค์” หมายความว่า ข้อความที่แสดงถึงผลส าเร็จที่ต้องการให้ เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่ก าหนด สามารถตรวจวัดได้ และต้องสอดคล้องหรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ สภากาชาดไทย “งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า งบประมาณที่ได้รับอนุมัติจาก สภากาชาดไทย ทั้งนี้ รวมทั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และการโอน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงค าชี้แจง งบประมาณด้วย “ปีงบประมาณ” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่ 1 ตุลาคม ของปีหนึ่งถึง วันที่ 30 กันยายน ของปีถัดไปและให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้น เป็นชื่อส าหรับปีงบประมาณนั้น ___________________________ (* ข้อ 5 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ข 2
“งวด 3 เดือน” หมายความว่า งวดการด าเนินงานใน 1 ปีงบประมาณ แบ่งเป็น 4 งวด งวดที่ 1 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม งวดที่ 2 ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม งวดที่ 3 ตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน และ งวดที่ 4 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน “หลักฐานการจ่าย” หมายความถึง หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการจ่ายเงิน ให้แก่ผู้รับเงิน หรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันแล้ว “เงินสะสม” หมายความถึง เงินงบประมาณเหลือจ่ายในแต่ละปี และสะสม ไว้ในบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ 6* บรรดารูปแบบเอกสารระบบและวิธีการงบประมาณของเหล่ากาชาดจังหวัด ให้เป็นไป ตามคู่มือปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ 7* บรรดาแบบพิมพ์และเอกสารที่จ าเป็นต้องใช้ตามระเบียบนี้ หากมีการปรับปรุงแก้ไข ให้เป็นไปตามที่เหรัญญิกสภากาชาดไทยก าหนด ข้อ 8 ให้เหล่ากาชาดจังหวัด ใช้จ่ายเงินได้ตามงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย และที่ได้รับอนุมัติให้โอนแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามข้อ 19 แล้วเท่านั้น ในกรณีที่งบประมาณยังไม่ได้รับอนุมัติให้ ใช้จ่ายตามงบประมาณรายจ่ายประจ าปีที่ล่วงมาแล้วไปพลางก่อนได้ การเบิกจ่ายโดยอาศัยงบประมาณรายจ่ายประจ าปีที่ล่วงมาแล้วนั้น ให้น าเงิน งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมและที่ได้มีการโอนเพิ่มหรือโอนลดเข้าไว้ด้วยกัน โดยให้ถือเป็นยอดสูงสุดจะพึง ถือจ่ายได้และให้กระท าได้เฉพาะรายจ่ายในงบบุคลากรและงบด าเนินงาน ข้อ 9* งบประมาณรายจ่ายในงบด าเนินงาน ให้ถัวจ่ายกันได้ ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามรายละเอียด ที่ก าหนดในคู่มือปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ภายในวงเงิน งบประมาณที่ได้รับ ยกเว้นงบประมาณส่วนที่เป็นเงินอุดหนุนที่ได้รับจัดสรรมาเพื่อด าเนินการตาม วัตถุประสงค์และให้เบิกจ่ายในลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย และค่าวัสดุ ข้อ 10 กรณีที่เกิดสาธารณภัย ภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินใดๆ และจ าเป็นต้องใช้จ่ายเงินเกินกว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ ให้เหล่ากาชาดจังหวัดจ่ายเงินเกินงบประมาณไปก่อนได้ แล้วรีบรายงานสภากาชาดไทย เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ___________________________ (* ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ข 3
หมวดที่ 2 วิธีการงบประมาณของเหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ 1 ผู้รับผิดชอบงบประมาณ ข้อ 11 คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณของเหล่ากาชาด จังหวัด โดยมีเหรัญญิกเป็นผู้ประสานงานและจัดท าขึ้น และน าเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ 2 ลักษณะของงบประมาณ ข้อ 12 เงินรายจ่ายประจ าปีของเหล่ากาชาดจังหวัด ให้จัดท าเป็นงบประมาณรายจ่าย ประจ าปี และให้มีประมาณการรายรับประกอบงบประมาณรายจ่ายประจ าปีด้วย ข้อ 13* งบประมาณรายจ่ายประจ าปีของเหล่ากาชาดจังหวัด ประกอบด้วย (1) งบด าเนินงาน (2) งบลงทุน (3) งบเงินอุดหนุน (4) งบรายจ่ายอื่น ทั้งนี้ ให้มีรายการและประเภทค่าใช้จ่ายตามที่ก าหนดในคู่มือปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ 14*การตั้งงบประมาณรายจ่าย ต้องเป็นรายจ่ายตามที่สภากาชาดไทยก าหนด ในข้อ 13 ข้อ 15* ประมาณการรายรับของเหล่ากาชาดจังหวัด ประกอบด้วย (1) เงินอุดหนุน (2) เงินบ ารุง (3) เงินรายได้จากดอกเบี้ยรับและการลงทุน (4) เงินรายได้จากการจัดงาน (5) เงินรายได้อื่น ___________________________ (*ข้อ 13 ข้อ 14 และข้อ 15 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ข 4
ข้อ 16*งบประมาณประจ าปีเป็นเพียงยอดเงินประมาณการเท่านั้น รายรับจริงหรือรายจ่าย จริงที่เกิดขึ้นในปีนั้นๆ อาจสูงหรือต่ ากว่าประมาณการได้ โดยในระหว่างปี ในกรณีที่รายรับสูงกว่าประมาณ การให้น าส่งเป็นรายได้เงินงบประมาณทั้งหมด และหากมีความจ าเป็นจะตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้น าเสนอสภากาชาดไทยเพื่ออนุมัติ การตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จะกระท าได้ต่อเมื่องบประมาณรายจ่ายประจ าปี ที่ได้รับอนุมัติแล้วไม่พอแก่การใช้จ่าย หรือมีความจ าเป็นต้องตั้งรายจ่ายขึ้นใหม่ ทั้งนี้ต้องแสดงให้ปรากฏใน งบประมาณรายจ่ายดังกล่าวด้วยว่าจะจ่ายจากเงินรายได้ที่ไม่ได้ตั้งรับไว้ในประมาณการรายรับหรือจากเงิน รายได้ที่เกินยอดรวมทั้งสิ้นของงบประมาณรายรับประจ าปี และต้องได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย ส่วนที่ 3 วิธีการจัดท างบประมาณ ข้อ 17*ให้เหล่ากาชาดจังหวัด จัดท าประมาณการรายรับและประมาณการรายจ่าย ซึ่งโดย ปกติประมาณการรายจ่ายไม่ควรสูงกว่าประมาณการรายรับ เหล่ากาชาดจังหวัดที่มีกิ่งกาชาดให้รวบรวมงบประมาณของกิ่งกาชาดเสนอ ส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ข้อ 18*ให้น าเสนองบประมาณประจ าปีต่อส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ภายใน เดือนมิถุนายน เพื่อขออนุมัติต่อเหรัญญิกสภากาชาดไทย แล้วน าเสนอต่อคณะกรรมการเจ้าหน้าที่ เพื่อทราบ ส่วนที่ 4 การโอนแก้ไขเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ข้อ 19 การโอนเงินงบประมาณรายจ่ายประเภทต่างๆ ภายในงบเดียวกันให้นายกเหล่ากาชาด จังหวัดเป็นผู้อนุมัติ ยกเว้นงบด าเนินงานซึ่งสามารถถัวจ่ายได้ตาม ข้อ 9 ส่วนการโอนระหว่างงบให้ คณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้อนุมัติ แล้วรายงานให้สภากาชาดไทยทราบโดยเร็ว ___________________________ (*ข้อ 17 และข้อ 18 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ) ข 5
หมวดที่ 3 การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ 1 การรับเงินและการเก็บรักษาเงิน ข้อ 20 ให้เหรัญญิกเป็นผู้ควบคุมดูแลรับผิดชอบการเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ 21 การปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในเหล่ากาชาดจังหวัด ทรัพย์สินซึ่งมี ผู้บริจาคให้ใช้เพื่อประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัด หรือซึ่งสภากาชาดไทยมอบหมาย รวมถึงการจัด ประโยชน์ในทรัพย์สิน ให้เป็นไปตามข้อ 48* และข้อ 54** แห่งข้อบังคับสภากาชาดไทย ข้อ 22 เงินบ ารุงและเงินรายได้อื่นๆ ที่เหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้จัดหาหรือได้มาตามข้อ 21 ให้เหล่ากาชาดจังหวัดด าเนินการตามข้อ 48/1*** และข้อ 54/1**** แห่งข้อบังคับสภากาชาดไทย ข้อ 23 ให้ผู้รับเงินออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่มีการรับเงิน และให้มีการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับ การรับเงินในสมุดเงินสดหรือสมุดเงินฝากธนาคารภายในวันที่ได้รับ โดยแสดงให้ทราบว่าได้รับเงินตาม ใบเสร็จรับเงินเล่มใด เลขที่ใด จ านวนเท่าใด และเป็นเงินประเภทใด กรณีที่มีการรับเงินภายหลังที่ปิดบัญชีส าหรับวันนั้นแล้ว ให้บันทึกการรับเงินในบัญชี ในวันท าการถัดไป ___________________________ * ข้อบังคับสภากาชาดไทย ข้อ 48 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 74) พ.ศ. 2553 ระบุว่า “ทรัพย์สินซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในเหล่ากาชาดจังหวัดย่อมเป็นทรัพย์สินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น ทรัพย์สินซึ่งผู้บริจาคระบุให้ใช้เพื่อประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น หรือซึ่งสภากาชาดไทยมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดครอบครองใช้เก็บ ดอกผลและจัดหาประโยชน์ได้ ภายใต้ข้อบังคับและข้อระเบียบว่าด้วยการนั้น กรณีการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ต้องได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย” ** ข้อบังคับสภากาชาดไทย ข้อ 54 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 74) พ.ศ. 2553 ระบุว่า “ทรัพย์สินซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในกิ่งกาชาดอ าเภอย่อมเป็นทรัพย์สินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น ทรัพย์สินซึ่งผู้บริจาคระบุให้ใช้เพื่อประโยชน์ของกิ่งกาชาดอ าเภอนั้น หรือซึ่งสภากาชาดไทยมอบหมายให้กิ่งกาชาดอ าเภอครอบครองใช้เก็บดอกผล และจัดหาประโยชน์ได้ ภายใต้ข้อบังคับและข้อระเบียบว่าด้วยการนั้น กรณีการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ต้องได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย” *** ข้อบังคับสภากาชาดไทย ข้อ 48/1 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 75) พ.ศ. 2553 ระบุว่า “บรรดารายรับ เงินอุดหนุน เงินบ ารุง และเงินรายได้อื่นซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้จัดหาหรือได้มาให้ถือเป็นเงินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น โดยมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดไว้เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทยในจังหวัดนั้น เว้นแต่สภากาชาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีจ าเป็น สภากาชาดไทยอาจจะส่งเงินไปช่วยเหล่ากาชาดจังหวัด ตามแต่เห็นสมควร” **** ข้อบังคับสภากาชาดไทย ข้อ 54/1 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 74) พ.ศ. 2553 ระบุว่า “บรรดารายรับ เงินอุดหนุน เงินบ ารุง และเงินรายได้อื่นซึ่งกิ่งกาชาดอ าเภอเป็นผู้จัดหาหรือได้มาให้ถือเป็นเงินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น โดยมอบหมายให้กิ่งกาชาดอ าเภอไว้เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทยในจังหวัดนั้น เว้นแต่สภากาชาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีจ าเป็น สภากาชาดไทยอาจจะส่งเงินไปช่วยกิ่งกาชาดอ าเภอ ตามแต่เห็นสมควร” ข 6
ข้อ 24* ให้เหล่ากาชาดจังหวัดเปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่ธนาคารที่เชื่อถือได้ในชื่อบัญชี “เหล่ากาชาดจังหวัด.............................” เพื่อน าเงินของเหล่ากาชาดจังหวัด ฝากเก็บไว้ที่ธนาคารดังกล่าว และให้มีการจัดท าทะเบียนคุมเงินฝากธนาคารไว้ด้วย การเปิด-ปิด บัญชีเงินฝากธนาคารให้อยู่ในดุลยพินิจของนายกเหล่ากาชาดจังหวัด โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ 25 ให้เหล่ากาชาดจังหวัดเก็บเงินสดไว้ในตู้นิรภัย (ถ้ามี) ของส านักงานเหล่ากาชาด จังหวัด ได้ไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนที่เกินวงเงินดังกล่าวให้น าฝากไว้ที่ธนาคาร ข้อ 26ตู้นิรภัยให้ตั้งไว้ในที่ปลอดภัยในส านักงานเหล่ากาชาดจังหวัดและให้มีกุญแจอย่างน้อย 2 ดอก แต่ละดอกมีลักษณะต่างกัน ให้เหรัญญิกเป็นผู้เก็บรักษาไว้ 1 ดอก ส่วนดอกที่เหลือให้ผู้ที่ได้รับ มอบหมายจากนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้รักษา ข้อ 27 ให้เหรัญญิกจัดท ารายงานเงินคงเหลือประจ าวัน เสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เพื่อทราบ หากวันใดไม่มีการรับ-จ่ายเงิน ให้บันทึกไว้ในรายงานเงินคงเหลือประจ าวันในวันถัดไปที่มีการรับ จ่ายเงินให้ทราบด้วย ส่วนที่ 2 ใบเสร็จรับเงิน ข้อ 28 ให้มีการตรวจนับใบเสร็จรับเงินที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งคงเหลืออยู่ ณ สิ้นปีงบประมาณ เลขที่ของใบเสร็จรับเงินที่คงเหลือจะต้องต่อเนื่องจากฉบับที่มีการรับเงินครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณนั้น และจ านวนใบเสร็จรับเงินที่ตรวจนับได้ จะต้องตรงกับจ านวนใบเสร็จรับเงินในทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน ถ้าใบเสร็จรับเงินที่ยังไม่ได้ใช้สูญหาย ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดรายงานสภากาชาดไทย เพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ข้อ 29 ใบเสร็จรับเงินจะต้องไม่มีการขูดลบ ขีดฆ่า แก้ไข เพิ่มเติมจ านวนเงินหรือข้อความ ใดๆ กรณีที่มีการบันทึกจ านวนเงินหรือข้อความในใบเสร็จรับเงินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้แก้ไขโดยวิธีขีดฆ่า จ านวนเงินหรือข้อความนั้นๆ และให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อก ากับการแก้ไขทุกแห่ง หรือประทับตรา “ยกเลิก” ใบเสร็จรับเงินฉบับนั้น แล้วออกใบเสร็จรับเงินฉบับใหม่แทน กรณีที่มีการยกเลิกใบเสร็จรับเงินฉบับใดให้เก็บต้นฉบับพร้อมส าเนาติดเล่มไว้พร้อม ประทับตรา “ยกเลิก” ___________________________ (*ข้อ 24 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ) ข 7
ข้อ 30 ใบเสร็จรับเงินของเหล่ากาชาดจังหวัดต้องมีลายมือชื่อเหรัญญิกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือผู้ที่เหรัญญิกเหล่ากาชาดจังหวัดมอบหมาย เป็นผู้รับเงิน และประทับตราเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ 31 ส าเนาใบเสร็จรับเงินที่ใช้แล้วให้เก็บไว้ในที่ปลอดภัยอย่าให้สูญหาย เพื่อรอการตรวจสอบ ส่วนที่ 3 การเบิกจ่าย ข้อ 32* ในการเบิกจ่ายเงินเพื่อใช้ในกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัด ให้ถือปฏิบัติตาม ระเบียบสภากาชาดไทยว่าด้วยการนั้น ๆ แล้วให้เหรัญญิกจัดท างบใบส าคัญ และลงลายมือชื่อผู้ขอเบิกเสนอ ต่อผู้มีอ านาจอนุมัติตามข้อ 34 การขอเบิกเงินงบประมาณให้เบิกได้จนถึงวันท าการสุดท้ายของปีงบประมาณ ข้อ 33 การจ่ายเงินทุกรายการต้องมีหลักฐานการจ่ายถูกต้อง ครบถ้วน และผู้มีอ านาจ ตามข้อ 34 อนุมัติให้จ่ายได้ และให้ประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” ในหลักฐานการจ่ายเงิน พร้อมทั้งลงชื่อผู้ จ่ายเงินและวันเดือนปีที่จ่ายเงินไว้ด้วย กรณีหลักฐานการจ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงินสูญหาย ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินที่ผู้รับเงิน รับรองเป็นหลักฐานการจ่าย ข้อ 34* นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมีอ านาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงิน ภายในวงเงินครั้งละไม่เกิน 400,000 บาท กรณีวงเงินเกิน 400,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ให้คณะกรรมการเหล่ากาชาด จังหวัดเป็นผู้มีอ านาจอนุมัติ กรณีเกิน 1,000,000 บาท จะต้องได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย ข้อ 35 การลงนามในเช็คสั่งจ่ายเงินจากธนาคารหรือในใบโอนเงิน หรือในใบถอนเงินจาก ธนาคาร ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งที่คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด มอบหมาย ลงนามร่วมกับ เหรัญญิกหรือเลขานุการคนใดคนหนึ่ง ข้อ 36**การจ่ายเงินรายใดซึ่งโดยลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินหรือใบส าคัญรับเงินได้ ให้ผู้จ่ายเงินท าใบรับรองการจ่ายเงินไว้เพื่อเป็นหลักฐานการจ่าย ในกรณีที่ต้องจ่ายเป็นเช็คธนาคารให้แนบ ส าเนาเช็คที่สั่งจ่ายไว้กับใบรับรองการจ่ายเงิน การจ่ายเงินให้ผู้รับมอบฉันทะรับเงิน ต้องมีใบมอบฉันทะรับเงินไว้เป็นหลักฐานด้วย ___________________________ (*ข้อ 32 และข้อ 34 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) (**ข้อ 36 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2553) ข 8
ข้อ 37 ในกรณีจ่ายเงินเป็นเช็คให้จ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และให้ขีดค าว่า “หรือตามค าสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก กรณีออกเช็คเพื่อน าเงินสดมาใช้จ่าย ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหน้าที่ของเหล่า กาชาดจังหวัด และขีดฆ่าค าว่า “หรือตามค าสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก ข้อ 38* ห้ามจ่ายขาดเงินสะสม เว้นแต่กรณีมีเหตุจ าเป็น ให้ขออนุมัติเหรัญญิกสภากาชาดไทย ผ่านส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด โดยชี้แจงเหตุผลความจ าเป็นประกอบการพิจารณา ส่วนที่ 4 การยืมเงินทดรองจ่าย ข้อ 39*การยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อด าเนินงานในกิจการเหล่ากาชาดจังหวัด มี 2 กรณี 39.1 การยืมเงินทดรองจ่ายจากเงินงบประมาณ 39.2 การยืมเงินทดรองจ่ายจากเงินสะสม ข้อ 40*การยืมเงินทดรองจ่ายตามข้อ 39 ให้ผู้มีอ านาจอนุมัติจ่ายเงินตามข้อ 34 เป็นผู้อนุมัติ การยืมเงินทดรองจ่ายจากเงินสะสมให้ยืมได้เฉพาะกรณีที่ยังไม่ได้รับอนุมัติเงิน งบประมาณประจ าปีในระยะต้นปีงบประมาณหรือยังไม่มีรายรับในปีงบประมาณนั้น หรือมีแต่ไม่เพียงพอ โดยให้เบิกงบประมาณชดใช้คืนเงินสะสมเมื่อมีรายรับตามปีงบประมาณนั้นแล้ว ข้อ 41 การยืมเงินทดรองจ่าย ให้ผู้ยืมจัดท าใบยืมเงินทดรองจ่ายพร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแสดงถึงความจ าเป็นที่ต้องยืมหรือแสดงถึงการได้รับอนุมัติให้ด าเนินงานใดๆ ซึ่งมีความจ าเป็นต้องใช้ จ่ายเงิน (ถ้ามี) เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติ ข้อ 42*เมื่อผู้ยืมได้จ่ายเงินยืมไปเรียบร้อยแล้ว ให้รีบรวบรวมหลักฐานการจ่ายพร้อมทั้งเงิน เหลือจ่าย (ถ้ามี) เพื่อช าระคืนเงินยืมโดยเร็ว หรืออย่างช้าภายในก าหนดระยะเวลา ดังนี้ (1) การยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายใน 15 วัน นับแต่ วันกลับมาถึง (2) การยืมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม จัดฝึกอบรม หรือสัมมนา ภายใน 30 วัน นับแต่วันเสร็จสิ้นการจัดประชุม จัดฝึกอบรม หรือสัมมนานั้น (3) การยืมเพื่อปฏิบัติงานนอกเหนือจาก (1) และ (2) ภายใน 30 วัน นับแต่วัน ที่ได้รับเงินยืม ___________________________ (*ข้อ 38 ข้อ 39 ข้อ 40 และข้อ 42 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ข 9
ในกรณีที่ผู้ยืมได้ส่งใบส าคัญคู่จ่ายเพื่อช าระคืนเงินยืมแล้ว แต่มีเหตุต้องทักท้วงให้ ผู้ตรวจสอบใบส าคัญของหน่วยงานแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้ยืมทราบโดยด่วน และให้ผู้ยืมปฏิบัติตามค าทักท้วง ภายใน 15 วันท าการ นับจากวันที่ได้รับค าทักท้วง หากผู้ยืมมิได้ด าเนินการตามค าทักท้วงและไม่ได้ชี้แจง เหตุผลให้ทราบ ให้ถือว่าผู้ยืมมิได้ส่งใช้เงินยืมเท่าจ านวนที่ทักท้วงนั้น ข้อ 43 เหรัญญิกจะยืมเงินงบประมาณเพื่อทดรองจ่ายหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายประจ าของ ส านักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ภายในวงเงินที่นายกเหล่ากาชาดจังหวัดก าหนดก็ได้และเมื่อได้ใช้จ่ายเงินไปแล้ว ให้รวบรวมหลักฐานการจ่ายขอเบิกเงินโดยเร็ว เพื่อจะได้มีเงินในมือไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนต่อไป การยืมเงินตามวรรคแรก ให้ช าระคืนภายในวันสิ้นปีงบประมาณที่ได้รับเงินยืม ข้อ 44 การยืมเงินในทุกกรณี ถ้าผู้ยืมพ้นต าแหน่งจากเหล่ากาชาดจังหวัดใดต้องส่งคืนเงินยืม ทันทีที่พ้นจากต าแหน่งเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น ส่วนที่ 5 การบัญชี การรายงาน และการตรวจสอบ ข้อ 45 รอบปีบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัดให้ถือตามปีงบประมาณ ข้อ 46 หลักฐานการลงบัญชีต้องเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ข้อ 47*การบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัดให้เป็นตามคู่มือปฏิบัติงานงบประมาณ การเงิน และการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ 48*เมื่อสิ้นเดือนให้เหรัญญิกจัดท ารายงานแสดงยอดงบประมาณประจ าปีเปรียบเทียบ กับรายรับ-รายจ่ายจริง เสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เพื่อทราบ และเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดติดตาม การใช้จ่ายเงินงบประมาณ และจัดท ารายงานรับ - จ่ายเงินทุกงวด 3 เดือน นับตั้งแต่วันเริ่มต้น ปีงบประมาณเป็นต้นไป เพื่อส่งให้สภากาชาดไทย ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันสิ้นงวด พร้อมรายงานผลการ ด าเนินงาน งวด 3 เดือน รวมทั้งให้จัดท างบรายรับ-รายจ่าย งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันสิ้นปีงบประมาณ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองแล้วน าส่งสภากาชาดไทยภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันสิ้นปีงบประมาณ พร้อมรายงานผลการด าเนินงานประจ าปี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานของเหล่ากาชาดจังหวัด การรายงานด้านการเงินของกิ่งกาชาดตามวรรคแรก ให้เสนอผ่านเหล่ากาชาดจังหวัดด้วย ข้อ 49*ให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดรับทราบงบการเงินของเหล่ากาชาดจังหวัด เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองแล้ว และรับทราบรายงานการตรวจสอบของผู้ตรวจสอบภายใน สภากาชาดไทย ___________________________ (*ข้อ 47 ข้อ 48 และข้อ 49 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป) ข 10
หมวดที่ 4 บทเฉพาะกาล ข้อ 50 บรรดาแบบพิมพ์ สมุดบัญชี ทะเบียน รายงาน ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสาร ใดๆ ที่ จ าเป็นต้องใช้เพื่อด าเนินงานตามระเบียบนี้ ที่มีเหลืออยู่ ณ สภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดให้ยังคง ใช้ต่อไปได้จนกว่าสภากาชาดไทยจะจัดพิมพ์ขึ้นตามแบบใหม่ ข้อ 51*ค่าสมาชิกสามัญรายปี ซึ่งผู้เป็นสมาชิกก่อนที่จะมีการยกเลิกสมาชิกประเภท ดังกล่าวได้จ่ายเงินบ ารุงประจ าปีอยู่นั้น ยังคงต้องจ่ายต่อๆ ไปจนครบวงเงินตามกฎเกณฑ์ที่ก าหนด และให้ ถือเป็นรายรับของเหล่ากาชาดจังหวัดด้วยเช่นกัน ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2546 แผน วรรณเมธี (นายแผน วรรณเมธี) เลขาธิการฯ ปฏิบัติการแทน อุปนายิกาผู้อ านวยการสภากาชาดไทย ___________________________ (*ข้อ 51 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2553) ข 11
________________________________________ ระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย วิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของ เหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 บทเฉพาะกาล ข้อ 4 บรรดาแบบพิมพ์ สมุดบัญชี ทะเบียน รายงาน ใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารใดๆ ที่ จ าเป็นต้องใช้เพื่อด าเนินงานตามระเบียบนี้ ที่มีเหลืออยู่ ณ สภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดให้ยังคง ใช้ต่อไปได้จนกว่าสภากาชาดไทยจะจัดพิมพ์ขึ้นตามแบบใหม่ ข 12
ส ำนักงำนบริหำรกิจกำรเหล่ำกำชำด สภำกำชำดไทย
ก พระราโชวาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หัวใจของการท างานเหล่านี้คือ การบัญชีต้องมีความถูกต้อง ถูกแบบแผน มีความโปร่งใส สามารถ ที่จะตรวจสอบความถูกต้องได้ และผู้ที่จะท างานที่ว่านี้ จะท าเฉพาะล าพังคนเดียว บุคคลเดียว ในยุคนี้จะอาจ ท าได้ยาก นอกจากงานเล็กๆ เนื่องจากสภาพบ้านเมืองเราก็ต้องยอมรับกันอีกเหมือนกันว่า ไม่ค่อยเอื้อ ไม่ค่อย เกื้อกูลต่อบุคคลเล็กๆ คือบุคคลที่มีกิจการเล็กๆ หรือว่าพยายามต่อสู้เพื่อชีวิตตนเอง ก็อาจต้องอาศัยการ รวมกันบ้าง ใหญ่นักก็บริหารไปได้ยาก คือปัจจุบันเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงการบริหารการปรับปรุงบัญชี การเงินนั้น ก็ต้องท า เช่น การวางระบบบัญชีใหม่ ซึ่งจะท าให้คนที่ปฏิบัติงานอยู่เดิมนั้นจะต้องใช้เวลาศึกษา ใหม่ หรือว่าบางคนก็กลายเป็นว่าเสียอกเสียใจว่า การบริหารแบบใหม่นี้ จะเหมือนกับว่าเป็นการจับผิด ว่าที่ตน ท าอยู่เดิมนั้น ไม่สุจริต ทุจริต หรือขาดประสิทธิภาพ จึงต้องท าใหม่นั้น ก็จะเป็นการเสียก าลังใจ ที่จริงแล้วเป็น เรื่องที่จะต้องอธิบายให้ทั่วถึงว่า ในการท างานกาชาดหรืองานพัฒนาอาชีพในยุคใหม่นี้ ต้องท าทุกอย่างให้เข้า ระบบเป็นการสอดคล้องกับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มาจากภายนอก บางทีกิจกรรมบ้านเมืองเราถูกบีบให้ท า อย่างนั้น ซึ่งบางทีก็ท าอย่างนี้แล้ว ท าอย่างใหม่ให้เรียบร้อยแล้ว ก็จะท าให้มีความเจริญก้าวหน้า มีความสุข สวัสดียิ่งขึ้นไปในอนาคต
ข ค าน า คู่มือปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด ฉบับนี้ จัดท าขึ้นโดย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เหล่ากาชาดจังหวัดใช้ปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชี ให้สอดคล้องกับ ระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด และกฎหมาย ข้อระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถด าเนินงานได้โดยถูกต้องมีความชัดเจนในทางปฏิบัติ มีความ คล่องตัวมากขึ้น จึงยกเลิก คู่มือปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด มิถุนายน 2555 และให้ใช้คู่มือปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด (กันยายน 2558) แทน คู่มือฉบับนี้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอ าเภอภายใต้มาตรฐานบัญชีเดียวกัน และการบันทึกบัญชีตามเกณฑ์คงค้าง มีการควบคุมเพื่อ วัดประสิทธิผล มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อันจะท าให้การด าเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัดเป็นไป อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง สภากาชาดไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่เหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาด อ าเภอ โดยเฉพาะนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายกกิ่งกาชาดอ าเภอ เหรัญญิก และผู้ท าหน้าที่ด้าน การงบประมาณ การเงินและการบัญชีในการปฏิบัติงานด้านนี้อย่างถูกต้องและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นตลอดจน ส่งเสริมการท างานตามพันธกิจหลักของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอ าเภอ อันเป็นการสร้างเสริม ประโยชน์สูงสุดของประชาชนในท้องถิ่นต่อไป
ค ค านิยามที่มีความหมายตามคู่มือนี้คือ “เหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายก เหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ” หมายความถึง เหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ตามข้อบังคับสภากาชาดไทย “เหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายก เหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ” ตามวรรคแรก ให้หมายความรวมถึงกิ่งกาชาด คณะกรรมการกิ่งกาชาด นายกกิ่งกาชาด รองนายกกิ่งกาชาด เหรัญญิก ผู้ช่วย เหรัญญิก เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการของกิ่งกาชาดด้วย “งบประมาณ” หมายความว่า แผนงานหรืองานส าหรับการประมาณการด้านรายรับ และรายจ่าย แสดงในรูปตัวเลข จ านวนเงิน “การท างบประมาณ” คือการแสดงแผนด าเนินงานออกเป็นตัวเลข จ านวนเงิน ควรมีความยืดหยุ่น พอสมควร เพื่อสามารถด าเนินงานได้คล่องตัวและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้ครบทุกประการ งบประมาณ ที่จัดท าต้องชัดเจน สามารถตรวจสอบถึงที่มาของการก าหนดตัวเลขได้ “แผนงาน” หมายความว่า กลุ่มของงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันสัมพันธ์กัน “วัตถุประสงค์” หมายความว่า ข้อความที่แสดงถึงผลส าเร็จ ที่ต้องการให้เกิดขึ้นภายในระยะเวลา ที่ก าหนด สามารถตรวจวัดได้ และต้องสอดคล้องหรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภากาชาดไทย “งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า งบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย ทั้งนี้รวมทั้ง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และการโอนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค าชี้แจงงบประมาณด้วย “ปีงบประมาณ” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่ 1 ตุลาคม ของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายน ของ ปีถัดไปและให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้น เป็นชื่อส าหรับปีงบประมาณนั้น “งวด 3 เดือน” หมายความว่า งวดการด าเนินงานใน 1 ปีงบประมาณ แบ่งเป็น 4 งวด งวดที่ 1 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม งวดที่ 2 ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม งวดที่ 3 ตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน และ งวดที่ 4 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน “หลักฐานการจ่าย” หมายความถึง หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงิน หรือเจ้าหนี้ ตามข้อผูกพันแล้ว “เงินสะสม” หมายความถึง เงินงบประมาณเหลือจ่ายในแต่ละปี และสะสมไว้ในบัญชีของเหล่ากาชาดจังหวัด
ง หน้าที่เหรัญญิก เหรัญญิก มีหน้าที่ ควบคุมและรับผิดชอบงานงบประมาณ การเงินและการบัญชีทั้งหมด ของกิจการ เหล่ากาชาดจังหวัด มีแนวทางปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้ 1. การควบคุมและการใช้ใบเสร็จรับเงิน 1.1 การรับเงินทุกประเภท ให้ออกใบเสร็จรับเงิน และลงบัญชีตามประเภทเงินโดยอ้างอิง เอกสารเล่มที่ เลขที่ 1.2 ใบเสร็จรับเงิน ให้จัดท าทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน ส าเนาใบเสร็จที่ใช้แล้วให้เก็บไว้ รอการตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงจะท าลายได้ ส่วนใบเสร็จรับเงินเล่มที่ใช้ไม่หมด ในปีงบประมาณให้น ามาใช้ต่อในงบประมาณใหม่ได้ และเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให้รายงานใบเสร็จรับเงินแต่ละ ประเภท ต่อนายกเหล่ากาชาดจังหวัดและส าเนาส่งส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดทราบ ส าหรับสลากกาชาด หรือบัตรมัจฉากาชาดที่จ าหน่ายไม่หมดให้เก็บรักษาเช่นเดียวกับ ใบเสร็จรับเงิน 1.3 การแก้ไขใบเสร็จรับเงิน/ใบเสร็จรับเงินสูญหาย หากบันทึกรายการในใบเสร็จรับเงินผิด ให้ขีดฆ่าและลงลายมือชื่อก ากับ ถ้าจ านวนเงินผิดให้ยกเลิกใบเสร็จรับเงินแล้วเขียน “ยกเลิก” และลงลายมือ ชื่อก ากับไว้ทุกครั้ง ส่วนใบเสร็จรับเงินที่ยังไม่ได้ใช้เกิดสูญหาย ก็ให้แจ้งความและลงประกาศในที่สาธารณะ เพื่อให้ทราบทั่วกัน 2. เงินคงเหลือประจ าวัน โดยสิ้นวันให้จัดท ารายงานเงินคงเหลือประจ าวันแสดงยอดเงินสด/ เงินฝากธนาคาร และรายงานยอดคงเหลือประจ าวันทุกวันที่มีรายการเปลี่ยนแปลง หากวันใดไม่มีการรับ-จ่ายเงิน ให้บันทึกไว้ในรายงานเงินคงเหลือประจ าวันในวันถัดไปที่มี การรับ-จ่ายเงินให้ทราบด้วยและให้คงเหลือเงินสดเก็บรักษาในวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท ให้เก็บไว้ในตู้นิรภัย (ถ้ามี) 3. ควบคุมและด าเนินการเบิกจ่าย ให้ถือจ่ายตามระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วยการนั้นๆ เหรัญญิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจัดท า “งบใบส าคัญ” ทุกครั้งที่มีการเบิกจ่ายเงิน โดยมี เอกสารประกอบในการลงบัญชีจ่าย ดังนี้ 3.1 งบใบส าคัญ ลงบัญชีจ่ายอ้างอิงตามเลขที่งบใบส าคัญ 3.2 ใบเสร็จรับเงิน/หลักฐานการจ่าย/ใบรับรองการจ่าย ต้องประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” 3.3 เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ได้แก่ หนังสือขออนุมัติ ใบขอด าเนินการซื้อ/จ้าง (PR) ใบขออนุมัติซื้อ/จ้าง (PA) ใบสั่งซื้อ/จ้าง (PO) สัญญา (ถ้ามี) ใบส่งของ (ถ้ามี) ใบตรวจรับพัสดุ/ใบรับรองผลการ ปฏิบัติงานและใบเสร็จรับเงิน 3.4 จัดท าใบส าคัญการลงบัญชี กรณีปรับปรุงรายการทางบัญชี 4. กรณีต้นปีงบประมาณยังไม่มีรายรับ ให้ยืมเงินสะสมมาจ่ายได้และให้น าเงินมาคืนเมื่อมีรายรับ หากต้องการจ่ายขาดให้ขออนุมัติจ่ายจากสภากาชาดไทย
จ 5. การยืมเงินทดรองเพื่อใช้ในกิจการ สามารถยืมได้ เมื่อใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ให้รีบน าเอกสาร และเงินสดที่เหลือมาช าระคืนทันที และหากผู้ยืมพ้นจากต าแหน่งให้คืนเงินยืมทันทีในวันที่พ้นจากต าแหน่ง 6. การจัดท ารายงาน มีดังนี้ 6.1 จัดท ารายงานรายได้ - ค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบงบประมาณเป็นรายเดือน เสนอนายก เหล่ากาชาดจังหวัดเพื่อทราบ 6.2 จัดท ารายงานรายได้ - ค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบงบประมาณเป็นรายไตรมาส เสนอส านักงาน บริหารกิจการเหล่ากาชาด เพื่อทราบ ก าหนดส่งภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นงวด 6.3 จัดท างบแสดงผลการด าเนินงาน งบแสดงฐานะการเงิน โดยขอให้ส่งงบการเงินที่ยังไม่ได้ ตรวจสอบรับรองไปยังส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ก่อน จ านวน 2 ชุด ภายในวันที่ 31 ตุลาคม และ ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรอง พร้อมข้อเสนอแนะ แล้วน าส่งส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ภายในวันที่ 30 ธันวาคมของทุกปี พร้อมรายงานผลการด าเนินงานประจ าปี ส าหรับรายงานการตรวจรับรองงบและรายงาน การตรวจสอบของผู้ตรวจสอบสภากาชาดไทย ให้เสนอคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดทราบ 7. จัดท างบประมาณประจ าปีของเหล่ากาชาดจังหวัด เสนอส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ภายในเดือนมิถุนายน 8. เอกสารด้านการเงินและการบัญชีจัดเก็บโดยแยกเก็บเป็นรายเดือน/รายปี ให้เรียบร้อยเพื่อรอ การตรวจสอบและเก็บรักษา ไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี 9. วัสดุและของรางวัลที่เหลือ จัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมมีทะเบียนก ากับการเบิกจ่าย 10.การรับ - จ่ายเงิน ดูแลให้เป็นไปตามประมาณการงบประมาณที่ได้รับอนุมัติไว้
ฉ สารบัญ พระราโชวาท ค าน า ค านิยามที่มีความหมายตามคู่มือนี้ หน้าที่เหรัญญิก สารบัญ ภาค 1 แนวปฏิบัติงานงบประมาณ การเงินและการบัญชี ค 1 หมวด 1 การจัดท างบประมาณ ค 2 รูปแบบงบประมาณประจ าปีและสัดส่วนประมาณการค่าใช้จ่ายต่อรายได้ ค 2 ของเหล่ากาชาดจังหวัด ประมาณการรายรับ ค 2 งบประมาณรายจ่าย ค 3 หลักเกณฑ์การก าหนดสัดส่วนค่าใช้จ่าย ค 7 หมวด 2 การใช้จ่ายงบประมาณ ค 9 ค่าใช้จ่ายตามพันธกิจ 8 ประเภท ค 9 ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัด ค 9 การจัดท างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ค 9 หมวด 3 ข้อพึงปฏิบัติ ค 10 ด้านรายได้ ค 10 ด้านค่าใช้จ่าย ค 10 การควบคุมของรางวัล ค 10 การบันทึกบัญชี ค 11 แบบตัวอย่างการจัดท างบประมาณ ค 12 ภาค 2 วิธีปฏิบัติงานการเงินและการบัญชี ค 23 นโยบายบัญชี ค 24 ผังบัญชี ค 25 สมุดบัญชีและทะเบียน ค 27 เอกสารประกอบการลงบัญชี ค 27 วิธีบันทึกบัญชี ค 27 ตัวอย่างการบันทึกบัญชี ค 29 รายงานการเงิน ค 38 ตัวอย่างรายงานการเงิน ค 39 ตัวอย่างงบการเงิน ค 43
ช ภาคผนวก เอกสาร แบบพิมพ์ สมุดบัญชี ทะเบียน และแบบฟอร์ม ค 54 ส าหรับเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอ าเภอ เอกสารประกอบรายการบันทึกบัญชี ค 55 เอกสารที่เกี่ยวกับการรับเงิน ค 55 เอกสารเกี่ยวกับการจ่ายเงิน ค 55 เอกสารไม่เกี่ยวกับการรับเงิน-จ่ายเงิน ค 56 แบบพิมพ์ ค 57
1 ภาค 1 แนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานงบประมาณ การเงินและการบัญชี ค 1
2 หมวด 1 การจัดท างบประมาณ เงินงบประมาณของเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นเงินที่ได้มาจากการจัดหาของเหล่ากาชาดจังหวัด มิได้มา จากเงินอุดหนุนรัฐบาล ดังนั้น งบประมาณประจ าปี จึงจัดท าเพื่อประมาณการมุ่งเน้นตามพันธกิจเป็นหลักใหญ่ สอดคล้องกับการบริหารจัดการภายในกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัด เมื่อเหล่ากาชาดจังหวัดจัดท าแผนงาน ประจ าปีและงบประมาณพร้อมค าชี้แจงการจัดท างบประมาณเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้น าเสนอขอความเห็นชอบ จากคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และส่งส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดภายในเดือนมิถุนายน เพื่อ พิจารณาเสนออนุมัติงบประมาณ รูปแบบงบประมาณประจ าปีและสัดส่วนประมาณการค่าใช้จ่ายต่อรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัด ประกอบด้วย 1. ประมาณการรายรับ 1.1 รายได้ 1) เงินอุดหนุน 1.1) เงินอุดหนุนทั่วไป 1.2) เงินอุดหนุนเฉพาะเจาะจง 2) เงินบ ารุง 2.1) เงินบ ารุงค่าสมาชิก 2.2) เงินบ ารุงจากการรับบริจาค 3) เงินรายได้จากดอกเบี้ยรับและการลงทุน 4) เงินรายได้จากการจัดงาน 4.1) เงินรายได้จากการออกสลากกาชาด 4.2) เงินรายได้จากการออกร้านกาชาด 4.3) เงินรายได้จากการจัดกิจกรรมอื่น 5) เงินรายได้อื่น 5.1) ดอกเบี้ยรับ-เงินฝากธนาคาร 5.2) รายได้เบ็ดเตล็ด 1.2 ค าอธิบายรายได้ 1) เงินอุดหนุน 1.1) เงินอุดหนุนทั่วไป คือ รายได้ที่เหล่ากาชาดจังหวัดจัดท าโครงการขอรับการอุดหนุนจาก หน่วยงานสภากาชาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ค 2
3 1.2) เงินอุดหนุนเฉพาะเจาะจง คือ รายได้ที่หน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนอุดหนุน โดยเฉพาะเจาะจง เช่น รายได้จากเงินอุดหนุนเพื่อการซื้อรถ รายได้จากเงินอุดหนุนเพื่อก่อสร้างอาคาร ส านักงาน เป็นต้น 2) เงินบ ารุง 2.1) เงินบ ารุงค่าสมาชิก ผู้ซึ่งให้เงินบ ารุงสภากาชาดไทยเพื่อสมัครสมาชิกสามัญซึ่งมีค่าบ ารุง คนละ 3,000 บาท และสมาชิกสามัญรายปี ซึ่งมีค่าบ ารุงคนละ 2,000 บาท โดยจ่ายบ ารุงเป็นรายปีๆ ละ 100 บาท จ านวน 20 ปี (ขณะนี้สภากาชาดไทย งดรับสมาชิกประเภทนี้แล้วยังคงเหลือเพียงน าส่งจากสมาชิกเดิมเท่านั้น) 2.2) เงินบ ารุงจากการรับบริจาค หมายถึง รายได้จากการบริจาคจากบุคคลหรือหน่วยงานอื่น ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อการใช้จ่ายของเหล่ากาชาดจังหวัด หรือการบริจาคโดยก าหนดวัตถุประสงค์ หากมีการ บริจาคเงินคราวเดียวตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิการเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ 3) เงินรายได้จากดอกเบี้ยรับและการลงทุน ดอกเบี้ยรับจากการลงทุน หมายถึง รายได้จากการลงทุนต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล สลาก ออมสิน เงินฝากประจ าเกิน 12 เดือน เป็นต้น 4) เงินรายได้จากการจัดงาน 4.1) เงินรายได้จากการออกสลากกาชาด หมายถึง รายได้จากการออกสลากกาชาดยังไม่หัก ค่าใช้จ่ายจากการออกสลากกาชาด 4.2) เงินรายได้จากการออกร้านกาชาด หมายถึง รายได้จากการออกร้านกาชาดยังไม่หัก ค่าใช้จ่ายจากการออกร้านกาชาด 4.3) เงินรายได้จากการจัดกิจกรรมอื่น หมายถึง รายได้จากค่าขายบัตรและอื่นๆ การจัด กิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่น งานจัดแฟชั่นโชว์ งานลีลาศ ยังไม่หักค่าใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรมฯ เป็นต้น 5) เงินรายได้อื่น หมายถึง 5.1) ดอกเบี้ยรับ คือ ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากธนาคารไม่เกิน 12 เดือน 5.2) รายได้เบ็ดเตล็ด การรับเงินให้ออกใบเสร็จรับเงินตามแบบที่สภากาชาดไทยก าหนด 2. งบประมาณรายจ่าย 2.1 ประมาณการค่าใช้จ่าย 1) งบด าเนินงาน 1.1) ค่าใช้จ่ายตามพันธกิจ 1.2) ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัด 1.2.1) ค่าใช้จ่ายบริจาคเพื่อสาธารณกุศล 1.2.2) ค่าใช้จ่ายรับรองและพิธีการ 1.2.3) ค่าใช้จ่ายส านักงาน ค 3
4 2) งบลงทุน 2.1) ค่าครุภัณฑ์ 2.2) ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 3) งบเงินอุดหนุน - ค่าใช้จ่ายเงินอุดหนุนเฉพาะเจาะจง 4) งบรายจ่ายอื่น 4.1) ค่าใช้จ่ายจากการออกสลากกาชาด 4.2) ค่าใช้จ่ายจากการออกร้านกาชาด 4.3) ค่าใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรมอื่น 2.2 ค าอธิบายค่าใช้จ่าย 1) งบด าเนินงาน หมายถึง งบประมาณรายจ่ายเพื่อด าเนินการตามพันธกิจ และรายจ่ายที่มี วัตถุประสงค์ให้ใช้จ่ายเพื่อการบริหารงานประจ า และในการด าเนินการอื่นๆ ดังนี้ 1.1) ค่าใช้จ่ายตามพันธกิจ หมายถึง ค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด ดังต่อไปนี้ 1.1.1) บรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัยหรือหน่วยงานที่ประสบภัยพิบัติ หมายถึง การ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ หน่วยงานที่ประสบภัยหรือการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัยและ ฟื้นฟูหลังเกิดภัย เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ภัยจากความไม่สงบ ภัยหนาว ภัยแล้ง ในรูปแบบของถุงยังชีพ เงิน และสิ่งของช่วยเหลือ ไม่เกินครอบครัวละ 10,000 บาท ค่าวัสดุ อุปกรณ์ และการ สร้างหรือการซ่อมแซม การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติ 1.1.2)ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น การสนับสนุนส่งเสริมให้ ความช่วยเหลือหรือการป้องกันโรคหรือการพัฒนาสุขลักษณะที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ เด็กและเยาวชน เช่น การดูแลเด็กในครรภ์มารดา การป้องกันโรคเบาหวาน การปรับปรุงห้องน้ าให้กับผู้พิการ การซื้อวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ที่จ าเป็น เป็นต้น 1.1.3) รับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการออกหน่วยรับบริจาค โลหิต ดวงตาและอวัยวะ ค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปเกี่ยวกับการ บริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะ ค่าของที่ระลึก และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ตามความจ าเป็นและประหยัด 1.1.4) ให้การสังคมสงเคราะห์แก่ราษฎรที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนและ ผู้ด้อยโอกาสโดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร เช่น โครงการสร้างหรือซ่อมบ้านให้ผู้ยากไร้ เยี่ยมผู้ต้องขัง ทุนการศึกษานักเรียนยากจน (ทุนละไม่เกิน 3,000 บาท) การสงเคราะห์ผู้ป่วย ผู้พิการ ผู้เดือดร้อน ผู้ยากไร้ ในกรณีที่มีความจ าเป็นต้องให้อ าเภอที่ตั้งของพื้นที่ห่างไกลเป็นผู้ด าเนินการสร้าง หรือซ่อมแซมบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ ตามระเบียบของทางราชการ โดยเหล่ากาชาดจังหวัดด าเนินการ ดังนี้ 1. ให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดพิจารณาอนุมัติตามความจ าเป็นและ เหมาะสมของงบประมาณ 2. จัดท าบันทึกข้อตกลงโดยเบิกจ่ายเป็นเงินอุดหนุน (ตัวอย่างตามภาคผนวก) ค 4
5 3. เมื่ออ าเภอด าเนินการแล้วเสร็จ ติดตามให้อ าเภอส่งส าเนาหลักฐานการจัดซื้อ จัดจ้าง และส าเนาใบเสร็จรับเงิน ให้เหล่ากาชาดจังหวัดภายใน 30 วัน นับจากวันแล้วเสร็จ 4. ให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดอย่างน้อย 2 คน ตรวจสอบความเรียบร้อย และส่งมอบบ้านให้กับ ผู้ยากไร้ ภายใน 30 วัน นับจากวันแล้วเสร็จ 5. ให้เหล่ากาชาดจังหวัดรายงานการด าเนินการให้ส านักงานบริหารกิจการเหล่า กาชาดทราบ ภายใน 15 วัน นับจากวันส่งมอบบ้านให้กับผู้ยากไร้ 1.1.5) สนับสนุนและส่งเสริมกิจการยุวกาชาด อาสากาชาด อาสาสมัคร เช่น ค่าใช้จ่าย การอบรมยุวกาชาด สนับสนุนค่าใช้จ่ายการปฏิบัติงานของยุวกาชาด เป็นต้น 1.1.6) ด าเนินการตามโครงการในพระราชด าริ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนค่า เดินทางและเครื่องอุปโภคบริโภคของผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์และญาติ สนับสนุนเงินและสิ่งของในการออก เยี่ยมนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ 1.1.7) เป็นตัวแทนของสภากาชาดไทยในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของเหล่ากาชาดจังหวัดตามที่ สภากาชาดไทยมอบหมาย ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่ได้รับมอบหมายโดยตรงจากสภากาชาดไทย เช่น งานพิธีพระราชทานเข็มผู้บริจาคโลหิต การดูแลบ ารุงรักษาทรัพย์สิน ของสภากาชาดไทยที่อยู่ในจังหวัดนั้น ซึ่ง ได้รับมอบหมายจากสภากาชาดไทยโดยตรง เป็นต้น 1.1.8) ส่งเสริมการเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาด และการสร้างจิตส านึกใน เมตตาธรรมและมนุษยธรรม ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์เผยแพร่งานของสภากาชาดไทย หรืออบรมให้แก่สมาชิกสภากาชาดไทย และบุคคลภายนอก ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการด าเนินงานตามพันธกิจใดให้เบิกจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายตาม พันธกิจนั้น เช่น ในการน าสิ่งของไปบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนผู้ประสบภัย มีค่าน้ ามันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น ค่าตอบแทนพนักงานขับรถที่จ้างเป็นครั้งคราว ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ให้เบิกจ่ายจากค่าใช้จ่ายตามพันธกิจ ประเภทบรรเทาทุกข์ฯ เป็นต้น และในกรณีจ าเป็นอาจขอให้หน่วยงานอื่น ด าเนินการตามพันธกิจแทนเหล่า กาชาดจังหวัดก็ได้ โดยให้ผู้ด าเนินการแทนนั้น ปฏิบัติตามระเบียบของสภากาชาดไทย หรือตามแนวทางที่ สภากาชาดไทยก าหนด ในกรณีที่จ าเป็นต้องจ่ายค่าใช้จ่ายตามพันธกิจ ตามคู่มือนี้เป็นกรณีพิเศษ ให้เสนอต่อ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดให้ความเห็นชอบ แล้วส่งให้ส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดเสนอ เหรัญญิกสภากาชาดไทยอนุมัติ เป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราว 1.2) ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัด 1.2.1) ค่าใช้จ่ายบริจาคเพื่อสาธารณกุศล หมายถึง การบริจาคเงินหรือสิ่งของให้ หน่วยงาน หรือองค์กรการกุศลต่างๆ รวมทั้งโรงเรียน วัด และศาสนสถาน ประมาณ 10% ไม่เกิน 200,000 บาท 1.2.2) ค่าใช้จ่ายรับรองและพิธีการ หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการรับรองทั่วไป ค่าของที่ ระลึก และค่าของขวัญเนื่องในโอกาสพิเศษตามประเพณีนิยม ค่าช่วยงานอื่นๆ ให้กับผู้มีอุปการคุณ รวมถึงเงิน ทูลเกล้าฯ และงานพระราชพิธีต่างๆ ประมาณ 10% ไม่เกิน 200,000 บาท ค 5
6 1.2.3) ค่าใช้จ่ายส านักงาน หมายถึง ค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ เป็นค่าใช้จ่ายในการ บริหารงานประจ า เช่น ค่าจ้างลูกจ้างตามสัญญาจ้างของเหล่ากาชาดจังหวัด ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานรายเดือน ทั้งนี้ส าหรับเหล่ากาชาดจังหวัดที่มีการจ่ายค่าตอบแทนรายเดือนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเหล่ากาชาดจังหวัด ต าแหน่งเหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ ให้จ่ายได้คนละไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน ค่าสวัสดิการ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าล่วงเวลา ค่าพาหนะ ค่าที่พักในการเดินทางไปปฏิบัติงาน ค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุ ค่าน้ ามันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น ค่าซ่อมแซม ค่าเบี้ยประกัน ค่าใช้จ่ายในการประชุม คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และค่าใช้จ่ายของเจ้าภาพในการจัดประชุมภาค เป็นต้น ทั้งนี้ให้ก าหนด วงเงิน ดังนี้ (1) เงินสวัสดิการ ให้มีการก าหนดวงเงินช่วยเหลือให้กรณีเฉพาะงานศพของ กรรมการ ครอบครัวของกรรมการ หรือผู้ปฏิบัติงานเหล่ากาชาดจังหวัด ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของนายก เหล่ากาชาดจังหวัด ดังนี้ - จัดพวงหรีด และ/หรือเงินช่วยเหลือแก่กรรมการที่เสียชีวิตในวงเงินไม่เกิน คนละ จ านวน 4,000 บาท - จัดพวงหรีด และ/หรือเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของกรรมการหรือ ผู้ปฏิบัติงาน วงเงินไม่เกินคนละ จ านวน 2,000 บาท - กรณีเยี่ยมไข้กรรมการ เจ้าหน้าที่ที่มาช่วยปฏิบัติงาน ในวงเงินไม่เกินคนละ 1,000 บาท/คน/ปี (2) โครงการสัมมนาประจ าปี ส าหรับกรรมการ ภายในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท/ปี กรณีไม่พักแรม ไม่เกินคนละ 1,000 บาท กรณีพักแรมไม่เกินคนละ 2,000 บาท ให้จัดท าโครงการ ประกอบการเบิกจ่าย โดยไม่ต้องจัดส่งโครงการมาที่ส่วนกลาง (3) การเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พัก และค่าพาหนะ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่เหล่ากาชาด จังหวัดไปประชุม ฝึกอบรม สัมมนา ให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ปฏิบัติงานของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบที่เกี่ยวข้อง 2) งบลงทุน หมายถึง หมายถึง รายจ่ายในการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่มีวงเงินเกิน 20,000 บาท หรือ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เพื่อใช้ในการด าเนินงานของส านักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายตามพันธกิจ และค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อของรางวัลเพื่อกิจกรรมหารายได้ 3) งบเงินอุดหนุน หมายถึง ค่าใช้จ่ายเฉพาะเจาะจง ตามโครงการที่เหล่ากาชาดจังหวัดขอรับเงิน อุดหนุนจากหน่วยงานอื่น เช่น ค่าใช้จ่ายจากเงินอุดหนุนเพื่อสร้างอาคารส านักงาน ค่าใช้จ่ายจากเงินอุดหนุน เพื่อซื้อรถยนต์ เป็นต้น 4) งบรายจ่ายอื่น หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่มีวัตถุประสงค์ในการจ่ายไม่เข้าลักษณะประเภทงบ รายจ่ายใดงบรายจ่ายหนึ่งข้างต้น เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดงาน หมายถึง ค่าใช้จ่ายทุกประเภทที่จ าเป็นต้องจ่าย ในการออกสลากกาชาด/ สลากการกุศล/ การออกร้านกาชาดหรือการจัดกิจกรรม/ งานต่างๆ เพื่อหารายได้ มอบให้เหล่ากาชาดจังหวัด และมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ ค 6