หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๙๖ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๒ เข๎าใจความเหมือนและความแตกตํางระหวํางภาษาและวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษากับภาษา และวัฒนธรรมไทย และน ามาใช๎อยํางถูกต๎องและเหมาะสม ตัวชี้วัดชั้นปี ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑.ระบุตัวอักษรและ เสียงตัวอักษรของ ภาษา ตํางประเทศ และภาษาไทย ๑.ระบุตัวอักษรและ เสียงตัวอักษรของ ภาษาตํางประเทศ และภาษาไทย ๑. บอกความ แตกตํางของเสียง ตัวอักษร ค า กลุํมค า และ ประโยคงํายๆ ของ ภาษา ตํางประเทศ และภาษาไทย ๑. บอกความ แตกตํางของของเสียง ตัวอักษร ค า กลุํมค า ประโยค และ ข๎อความของภาษา ตํางประเทศและ ภาษาไทย ๒. บอกความเหมือน/ ความแตกตําง ระหวํางเทศกาล และงานฉลอง ตามวัฒนธรรม ของ เจ๎าของภาษา กับของไทย ๑. บอกความเหมือน/ ความแตกตําง ระหวํางการออกเสียง ประโยคชนิดตําง ๆ การใช๎เครื่องหมาย วรรคตอน และการ ล าดับค า (order) ตามโครงสร๎าง ประโยค ของภาษา ตํางประเทศ และภาษาไทย ๒. บอกความเหมือน/ ความแตกตําง ระหวํางเทศกาลและ งานฉลองของเจ๎าของ ภาษากับของไทย ๑. บอกความเหมือน/ ความแตกตําง ระหวํางการออกเสียง ประโยคชนิดตํางๆ การใช๎เครื่องหมาย วรรคตอน และการ ล าดับค า ตาม โครงสร๎างประโยค ของภาษา ตํางประเทศ และภาษาไทย ๒.เปรียบเทียบความ เหมือน/ความ แตกตําง ระหวําง เทศกาล งานฉลอง และประเพณีของ เจ๎าของภาษา กับของไทย สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช๎ภาษาตํางประเทศในการเชื่อมโยงความรู๎กับกลุํมสาระการเรียนรู๎อื่น และเป็นพื้นฐานในการ พัฒนา แสวงหาความรู๎ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัดชั้นปี ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. บอกค าศัพท์ที่ เกี่ยวข๎องกับกลุํม สาระการเรียนรู๎อื่น ๑. บอกค าศัพท์ที่ เกี่ยวข๎องกับกลุํม สาระการเรียนรู๎อื่น ๑. บอกค าศัพท์ที่ เกี่ยวข๎องกับกลุํม สาระการเรียนรู๎อื่น ๑. ค๎นคว๎า รวบรวม ค าศัพท์ที่เกี่ยวข๎องกับ กลุํมสาระการเรียนรู๎ อื่นและน าเสนอด๎วย การพูด/การเขียน ๑. ค๎นคว๎า รวบรวม ค าศัพท์ที่เกี่ยวข๎องกับ กลุํมสาระการเรียนรู๎ อื่น และน าเสนอด๎วย การพูด/การเขียน ๑. ค๎นคว๎า รวบรวม ค าศัพท์ที่เกี่ยวข๎องกับ กลุํมสาระการเรียนรู๎ อื่นจากแหลํงเรียนรู๎ และน าเสนอด๎วยการ พูด/การเขียน
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๙๗ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช๎ภาษาตํางประเทศในสถานการณ์ตํางๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัดชั้นปี ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ฟัง/พูด ในสถานการณ์งํายๆ ที่เกิดขึ้นในห๎องเรียน ๑. ฟัง/พูด ในสถานการณ์งํายๆ ที่เกิดขึ้นในห๎องเรียน ๑. ฟัง/พูด ในสถานการณ์ งํายๆ ที่เกิดขึ้นใน ห๎องเรียน ๑. ฟังและพูด/อําน ในสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในห๎องเรียน และสถานศึกษา ๑. ฟัง พูด และอําน/ เขียน ในสถานการณ์ ตํางๆ ที่เกิดขึ้นใน ห๎องเรียนและ สถานศึกษา ๑. ใช๎ภาษาสื่อสาร ในสถานการณ์ตํางๆ ที่เกิดขึ้นในห๎องเรียน และสถานศึกษา สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช๎ภาษาตํางประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตํอ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎กับสังคมโลก ตัวชี้วัดชั้นปี ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ใช๎ภาษา ตํางประเทศ เพื่อ รวบรวมค าศัพท์ ที่เกี่ยวข๎องใกล๎ตัว ๑ .ใช๎ภาษา ตํางประเทศ เพื่อ รวบรวมค าศัพท์ ที่เกี่ยวข๎องใกล๎ตัว ๑. ใช๎ภาษา ตํางประเทศ เพื่อ รวบรวมค าศัพท์ ที่เกี่ยวข๎องใกล๎ตัว ๑ .ใช๎ภาษา ตํางประเทศ ในการสืบค๎นและ รวบรวมข๎อมูลตําง ๆ ๑. ใช๎ภาษา ตํางประเทศ ในการสืบค๎นและ รวบรวมข๎อมูลตําง ๆ ๑ .ใช๎ภาษา ตํางประเทศในการ สืบค๎น และรวบรวม ข๎อมูลตําง ๆ
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๙๘ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ รายวิชาเพิ่มเติมและผลการเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษ (อ่าน-เขียน) ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. สามารถใช๎ค า ทักทาย ค าอ าลา และใช๎ทําทาง ประกอบได๎อยําง ถูกต๎อง ๒. สามารถเขียนและ อํานออกเสียงค าศัพท์ ที่ก าหนดให๎ได๎ ๓. เข๎าใจและปฏิบัติ ตามค าสั่งงํายๆ ได๎ ๔. สามารถให๎ข๎อมูล เกี่ยวกับตนเอง และ ข๎อมูลของผู๎อื่นได๎ ๕. สามารถสะกด ค าศัพท์ได๎ถูกต๎อง ๖. สามารถถาม-ตอบ ประโยคงําย ๆ ได๎ ๑. สามารถใช๎ค า ทักทาย ค าอ าลา และใช๎ทําทาง ประกอบได๎อยําง ถูกต๎อง ๒. สามารถเขียน และอํานออกเสียง ค าศัพท์ที่ก าหนดให๎ ได๎ ๓. เข๎าใจและปฏิบัติ ตามค าสั่งงําย ๆ ได๎ ๔. สามารถให๎ข๎อมูล เกี่ยวกับตนเอง และข๎อมูลของผู๎อื่นได๎ ๕. สามารถสะกดค า ศัพท์ได๎ถูกต๎อง ๖. สามารถถาม-ตอบ ประโยคงําย ๆ ได๎ ๑. สามารถใช๎ค า ทักทาย ค าอ าลา และใช๎ทําทาง ประกอบได๎อยําง ถูกต๎อง ๒. สามารถเขียน และอํานออกเสียง ค าศัพท์ที่ก าหนดให๎ ได๎ ๓. เข๎าใจและปฏิบัติ ตามค าสั่งงําย ๆ ได๎ ๔. สามารถให๎ข๎อมูล เกี่ยวกับตนเอง และข๎อมูลของผู๎อื่นได๎ ๕. สามารถสะกด ค าศัพท์ได๎ถูกต๎อง ๖. สามารถถาม-ตอบ ประโยคงํายๆ - - -
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๙๙ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ วิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ - - - ๑. สามารถเขียนและอําน ออกเสียงค าศัพท์ที่ ก าหนดให๎ได๎ ๒. สามารถให๎ข๎อมูล เกี่ยวกับตนเอง และข๎อมูล ของผู๎อื่นได๎ ๓. เข๎าใจและปฏิบัติตาม ค าสั่งงําย ๆ ได๎ ๔. สามารถสะกดค าศัพท์ ได๎ถูกต๎อง ๕. สามารถถาม-ตอบ ประโยคงําย ๆ ได๎ ๖. เข๎าใจค าสั่ง ค าขอร๎อง ภาษาทําทาง และ ค าแนะน าในสถานศึกษา ๗. เข๎าใจบทสนทนาและ บทความสั้น ๆ ได๎ ๘. สามารถใช๎และเข๎าใจ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ พื้นฐานได๎ ๑. สามารถเขียนและอําน ออกเสียงค าศัพท์ที่ ก าหนดให๎ได๎ ๒. สามารถให๎ข๎อมูล เกี่ยวกับตนเอง และข๎อมูล ของผู๎อื่นได๎ ๓. เข๎าใจและปฏิบัติตาม ค าสั่งงําย ๆ ได๎ ๔. สามารถสะกดค าศัพท์ ได๎ถูกต๎อง ๕. สามารถถาม-ตอบ ประโยคงําย ๆ ได๎ ๖. เข๎าใจ ค าสั่ง ค า ขอร๎อง ภาษาทําทาง และ ค าแนะน าในสถานศึกษา ๗. เข๎าใจบทสนทนาและ บทความสั้น ๆ ได๎ ๘. สามารถใช๎และเข๎าใจ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ พื้นฐานได๎ -
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๐ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ วิชาหน้าที่พลเมือง จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวทีเอื้อเฟื้อเผื่อแผํ เสียสละ) ๑.๒ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย (การแตํงกาย ภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี) จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๒.๑ การเห็นคุณคําและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๓ ความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓.๑ การด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ๓.๒ การมีสํวนรํวมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จุดเน้นที่ ๔ ความปรองดอง สมานฉันท์ ๔.๑ การอยูํรํวมกันในสังคมแหํงความหลากหลาย ๔.๒ การจัดการความขัดแย๎งและสันติวิธี จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ๕.๑ ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความรู๎ ตั้งใจปฏิบัติหน๎าที่ ยอมรับผลที่เกิดจาก การกระท าของตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๑ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวทีเอื้อเฟื้อเผื่อแผํ เสียสละ) ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี มารยาทไทย ๒. แสดงออกถึงความ กตัญญูกตเวที ตํอบุคคลใน ครอบครัว ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี มารยาทไทย ๒. แสดงออกถึงความ กตัญญูกตเวที ตํอบุคคลในโรงเรียน ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ มีมารยาทไทย ๒. แสดงออกถึง ความกตัญญูกตเวที ตํอบุคคลในชุมชน ๑. เห็นคุณคําและ ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี มารยาทไทย ๒. แสดงออกถึงความ กตัญญูกตเวทีตํอผู๎ท า ประโยชน์ในสังคม ๑. เห็นคุณคําและ ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี มารยาทไทย ๒. รู๎คุณคําและ บ ารุงรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล๎อม ๑. ปฏิบัติตนและ ชักชวนผู๎อื่นให๎มี มารยาทไทย ๒. มีสํวนรํวมและ ชักชวนผู๎อื่นให๎ อนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดล๎อม จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๒ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย (การแตํงกาย ภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี) ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. เห็นความส าคัญ ของภาษาไทย ๑. เห็นประโยชน์ของ การแตํงกาย ด๎วยผ๎าไทย ๑. เห็นคุณคําของ ภูมิปัญญาท๎องถิ่น ๑. มีสํวนรํวมใน ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ๑. มีสํวนรํวมใน ศิลปวัฒนธรรมไทย ๑. มีสํวนรํวมใน ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๒.๑ การเห็นคุณคําและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. เข๎ารํวมกิจกรรม เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๒. ปฏิบัติตนตามพระ บรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑. เข๎ารํวมกิจกรรม เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๒. ปฏิบัติตนตามพระ บรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑. เข๎ารํวมกิจกรรม เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และ สถาบัน พระมหากษัตริย์ ๒. ปฏิบัติตนตาม พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ พอเพียง ๑. เห็นความส าคัญ และแสดงออกถึง ความรักชาติ ยึดมั่น ในศาสนา และ เทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๒. ปฏิบัติตนตามพระ บรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ พอเพียง ๑. เห็นคุณคําและ แสดงออกถึง ความรักชาติ ยึดมั่น ในศาสนา และ เทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๒. ปฏิบัติตนตามพระ บรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ พอเพียง ๑. เห็นคุณคําและ แนะน าผู๎อื่นให๎ แสดงออกถึงความรัก ชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๒. ปฏิบัติตนตามพระ บรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ พอเพียง
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๒ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ จุดเน้นที่ ๓ ความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓.๑ การด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ปฏิบัติตนตาม ข๎อตกลง กติกา และหน๎าที่ที่ต๎อง ปฏิบัติในห๎องเรียน ๑. ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบ และหน๎าที่ที่ ต๎องปฏิบัติในโรงเรียน ๑. ปฏิบัติตนตาม ข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และ หน๎าที่ที่ต๎องปฏิบัติ ในห๎องเรียนและ โรงเรียน ๑. มีสํวนรํวมในการ สร๎างและปฏิบัติตาม ข๎อตกลง กติกา ของ ห๎องเรียน ๑. มีสํวนรํวมในการ สร๎างและปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ ของ โรงเรียน ๑. ปฏิบัติตนและ แนะน าผู๎อื่นให๎ปฏิบัติ ตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ ของ ห๎องเรียนและ โรงเรียน จุดเน้นที่ ๓ ความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓.๒ การมีสํวนรํวมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ปฏิบัติตนตาม บทบาทหน๎าที่ใน ฐานะสมาชิกที่ดี ของครอบครัว และห๎องเรียน ๑. ปฏิบัติตนตาม บทบาทหน๎าที่ใน ฐานะสมาชิกที่ดี ของห๎องเรียน และโรงเรียน ๑. ปฏิบัติตนตาม บทบาทหน๎าที่ และมีสํวนรํวมใน กิจกรรมตําง ๆ ของห๎องเรียน และโรงเรียน ๑. ปฏิบัติตนตาม บทบาทหน๎าที่ มีสํวนรํวมและ รับผิดชอบในการ ตัดสินใจในกิจกรรม ของครอบครัว และห๎องเรียน ๑. ปฏิบัติตนตาม บทบาทหน๎าที่ มีสํวนรํวมและ รับผิดชอบในการ ตัดสินใจในกิจกรรม ของห๎องเรียน และโรงเรียน ๑. เห็นคุณคําและ ปฏิบัติตนตาม บทบาทหน๎าที่ มีสํวน รํวมและรับผิดชอบใน การตัดสินใจใน กิจกรรมของ ห๎องเรียน และโรงเรียน จุดเน้นที่ ๔ ความปรองดอง สมานฉันท์ ๔.๑ การอยูํรํวมกันในสังคมแหํงความหลากหลาย ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ยอมรับความ เหมือนและความ แตกตํางของตนเอง และผู๎อื่น ๑. ยอมรับความ เหมือนและความ แตกตํางของตนเอง และผู๎อื่น ๑. ยอมรับและอยูํ รํวมกับผู๎อื่นอยําง สันติ ๑. ยอมรับและอยูํ รํวมกับผู๎อื่นอยําง สันติ และพึ่งพาซึ่งกัน และกัน ๑. ยอมรับความ หลากหลายทาง สังคม-วัฒนธรรมใน ท๎องถิ่น และอยูํ รํวมกับผู๎อื่นอยําง สันติและพึ่งพาซึ่งกัน และกัน ๑. ยอมรับความ หลากหลายทาง สังคม-วัฒนธรรมใน ประเทศไทย และอยูํ รํวมกับผู๎อื่นอยําง สันติและพึ่งพาซึ่งกัน และกัน
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๓ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ จุดเน้นที่ ๔ ความปรองดอง สมานฉันท์ ๔.๒ การจัดการความขัดแย๎งและสันติวิธี ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ยกตัวอยํางความ ขัดแย๎งในห๎องเรียน และเสนอวิธีการ แก๎ปัญหาโดยสันติวิธี ๑. ยกตัวอยํางความ ขัดแย๎งในโรงเรียน และเสนอวิธีการ แก๎ปัญหาโดยสันติวิธี ๑. ยกตัวอยําง ความขัดแย๎งใน ชุมชนและเสนอ วิธีการแก๎ปัญหา โดยสันติวิธี ๑. วิเคราะห์ปัญหา ความขัดแย๎ง ในท๎องถิ่น และเสนอ แนวทางการ แก๎ปัญหา โดยสันติวิธี ๑. วิเคราะห์ปัญหา ความขัดแย๎ง ในภูมิภาคของตนเอง และเสนอแนวทาง การแก๎ปัญหาโดย สันติวิธี ๑. วิเคราะห์ปัญหา ความขัดแย๎ง ในประเทศไทย และเสนอแนวทาง การแก๎ปัญหาโดย สันติวิธี จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ๕.๑ ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียรอดทน ใฝุหาความรู๎ตั้งใจปฏิบัติหน๎าที่ ยอมรับผลที่เกิดจาก การกระท าของตนเอง ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี วินัยในตนเอง ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี วินัยในตนเอง ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ มีวินัยในตนเอง ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี วินัยในตนเอง ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี วินัยในตนเอง ๑. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี วินัยในตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๔ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ รายวิชาเพิ่มเติม วิชาการป้องกันการทุจริต ๑. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับการ แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวม ๒. สามารถคิด แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวมได๎ ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับการ แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวม ๒. สามารถคิด แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวมได๎ ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับการ แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์ สํวนตน กับ ผลประโยชน์ สํวนรวม ๒. สามารถคิด แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวน ตน กับ ผลประโยชน์ สํวนรวมได๎ ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับการ แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวม ๒. สามารถคิด แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวมได๎ ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับการ แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวม ๒. สามารถคิด แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวมได๎ ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับการ แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวม ๒. สามารถคิด แยกแยะระหวําง ผลประโยชน์สํวนตน กับผลประโยชน์ สํวนรวมได๎ ๒. ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. มีความรู๎ความ เข๎าใจเกี่ยวกับความ ละอายและความไมํ ทนตํอการทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ ละอายและไมํทนตํอ การทุจริตทุกรูปแบบ ๑. มีความรู๎ความ เข๎าใจเกี่ยวกับความ ละอายและความไมํ ทนตํอการทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ ละอายและไมํทนตํอ การทุจริตทุกรูปแบบ ๑. มีความรู๎ความ เข๎าใจเกี่ยวกับ ความละอายและ ความไมํทนตํอการ ทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ ละอายและไมํทน ตํอการทุจริตทุก รูปแบบ ๑. มีความรู๎ความ เข๎าใจเกี่ยวกับความ ละอายและความไมํ ทนตํอการทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ ละอายและไมํทนตํอ การทุจริตทุกรูปแบบ ๑. มีความรู๎ความ เข๎าใจเกี่ยวกับความ ละอายและความไมํ ทนตํอการทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ ละอายและไมํทนตํอ การทุจริตทุกรูปแบบ ๑. มีความรู๎ความ เข๎าใจเกี่ยวกับความ ละอายและความไมํ ทนตํอการทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ ละอายและไมํทนตํอ การทุจริตทุกรูปแบบ
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๕ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ๓. STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. มีความรู๎ ความเข๎าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎าน การทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ที่ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎านการ ทุจริต ๑. มีความรู๎ ความเข๎าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎าน การทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ที่ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎านการ ทุจริต ๑. มีความรู๎ ความเข๎าใจ เกี่ยวกับ STRONG / จิตพอเพียง ตํอต๎าน การทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ ที่ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎าน การทุจริต ๑. มีความรู๎ ความเข๎าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎าน การทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ที่ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎านการ ทุจริต ๑. มีความรู๎ ความเข๎าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎าน การทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ที่ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎านการ ทุจริต ๑. มีความรู๎ ความเข๎าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎าน การทุจริต ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู๎ที่ STRONG / จิต พอเพียงตํอต๎านการ ทุจริต ๔. พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม ผลการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับ พลเมืองและมีความ รับผิดชอบตํอสังคม ๒. ปฏิบัติตนตาม หน๎าที่พลเมืองและมี ความรับผิดชอบตํอ สังคม ๓. ตระหนักและเห็น ความสาคัญของการ ตํอต๎านและปูองกัน การทุจริต ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับ พลเมืองและมีความ รับผิดชอบตํอสังคม ๒. ปฏิบัติตนตาม หน๎าที่พลเมืองและมี ความรับผิดชอบตํอ สังคม ๓. ตระหนักและเห็น ความสาคัญของการ ตํอต๎านและปูองกัน การทุจริต ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับ พลเมืองและมี ความรับผิดชอบตํอ สังคม ๒. ปฏิบัติตนตาม หน๎าที่พลเมืองและ มีความรับผิดชอบ ตํอสังคม ๓. ตระหนักและ เห็นความสาคัญ ของการตํอต๎าน และปูองกันการ ทุจริต ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับ พลเมืองและมีความ รับผิดชอบตํอสังคม ๒. ปฏิบัติตนตาม หน๎าที่พลเมืองและมี ความรับผิดชอบตํอ สังคม ๓. ตระหนักและเห็น ความสาคัญของการ ตํอต๎านและปูองกัน การทุจริต ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับ พลเมืองและมีความ รับผิดชอบตํอสังคม ๒. ปฏิบัติตนตาม หน๎าที่พลเมืองและมี ความรับผิดชอบตํอ สังคม ๓. ตระหนักและเห็น ความสาคัญของการ ตํอต๎านและปูองกัน การทุจริต ๑. มีความรู๎ ความ เข๎าใจเกี่ยวกับ พลเมืองและมีความ รับผิดชอบตํอสังคม ๒. ปฏิบัติตนตาม หน๎าที่พลเมืองและมี ความรับผิดชอบตํอ สังคม ๓. ตระหนักและเห็น ความสาคัญของการ ตํอต๎านและปูองกัน การทุจริต
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๖ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาเพื่อการเรียนรู้(Knowledge Inquiry) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๕ ให๎บูรณาการ IS1 และ IS2 ในหนํวยการเรียนรู๎ของรายวิชาใดวิชา หนึ่งใน ๘ กลุํมสาระการเรียนรู๎ ส าหรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ให๎จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ๑ รายวิชา เปูาหมายคุณภาพของผู๎เรียนระดับประถมศึกษา ที่เกิดจากการใช๎กระบวนการจัดการเรียนรู๎ บันได ๕ ขั้น มีดังนี้ ๑. ตั้งประเด็นค าถาม/สมมุติฐาน (Hypothesis Formulation) ป. ๑ - ๓ ป. ๔ - ๖ ๑. ตั้งค าถาม ข๎อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งใกล๎ตัว ๑. ตั้งประเด็น / ค าถาม เกี่ยวกับ เรื่องราวงํายๆ สิ่งแวดล๎อมหรือบุคคลใกล๎ตัว ๒. ตั้งสมมุติฐานตามจินตนาการของตนเองและ/หรือ ตามความรู๎และ ประสบการณ์ของตน ๒. การสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศ หรือจากการปฏิบัติทดลอง (Searching for Information) ป. ๑ - ๓ ป. ๔ - ๖ ๒. ศึกษา ค๎นคว๎า แสวงหาข๎อมูล ค าตอบ จากบุคคล ใกล๎ตัว /แหลํงข๎อมูลพื้นฐานงําย ๆ ๓. จัดล าดับขั้นตอน ในการรวบรวมข๎อมูล ๔. ท างานบรรลุผลส าเร็จภายใต๎การดูแล ก ากับ และชํวยเหลือของครูอยํางใกล๎ชิด ๓. ศึกษา ค๎นคว๎า แสวงหาข๎อมูล ค าตอบ จากสมมุติฐานที่ตั้งไว๎จากแหลํงค๎นคว๎า.ใกล๎ตัว (เชํน บุคคล หนังสือ หนังสือพิมพ์ การปฏิบัติทดลอง หรืออื่น ๆ ) ๔. ออกแบบ วางแผนอยํางงํายในการรวบรวมและล าดับ ขั้นตอนการเก็บข๎อมูล ๕. ท างานบรรลุผลส าเร็จภายใต๎การดูแล ก ากับ และชํวยเหลือของครูอยํางใกล๎ชิด ๓. การสรุปองค์ความรู้(Knowledge Formation) ป. ๑ - ๓ ป. ๔ - ๖ ๕. บอกสาระส าคัญของสิ่ง ที่สนทนา หรือได๎รับฟัง ๖. จัดกระท าข๎อมูลอยํางงํายจากการสืบค๎น ๗. สรุปประเด็นความรู๎จากข๎อคิดส าคัญ
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๗ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ๔. การสื่อสารและการน าเสนอ อย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) ป. ๑ - ๓ ป. ๔ - ๖ ๖. เขียน หรือวาดภาพ และพูดน าเสนอเพื่อสื่อสาร เรื่องราวงํายๆ ได๎อยํางชัดเจน ไมํสับสนโดยใช๎สื่อ ที่เหมาะสม ๘. เขียนและน าเสนอ เป็นล าดับ ขั้นตอนเข๎าใจงําย ในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual) หรือกลุํม ( Oral panel presentation )โดยใช๎สื่อที่เหมาะสมกับวัย ๙. อ๎างอิงแหลํงความรู๎ที่เชื่อถือได๎ ๕. การน าความรู้ไปใช้บริการ สังคม (Public Service) ป. ๑ - ๓ ป. ๔ - ๖ ๗. น าความรู๎และข๎อคิดที่ได๎ไปใช๎กับเพื่อน ๆ และ คนในครอบครัว ๑๐. สามารถเชื่อมโยงความรู๎สูํการปฏิบัติในสถานการณ์ งําย ๆ เพื่อประโยชน์ตํอคนใกล๎ชิด และโรงเรียน
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๘ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ผลการเรียนรู้ของวิชาการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ (Knowledge Inquiry) ระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ ๑. ตั้งค าถาม ข๎อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งใกล๎ตัว ๒. ศึกษา ค๎นคว๎า แสวงหาข๎อมูล ค าตอบ จากบุคคล ใกล๎ตัว /แหลํงข๎อมูลพื้นฐานงําย ๆ ๓. จัดล าดับขั้นตอน ในการรวบรวมข๎อมูล ๔. ท างานบรรลุผลส าเร็จภายใต๎การดูแล ก ากับ และชํวยเหลือของครูอยํางใกล๎ชิด ๕. บอกสาระส าคัญของสิ่ง ที่สนทนา หรือได๎รับฟัง ๖. เขียน หรือวาดภาพ และพูดน าเสนอเพื่อสื่อสารเรื่องราวงํายๆ ได๎อยํางชัดเจน ไมํสับสนโดยใช๎สื่อ ที่เหมาะสม ๗. น าความรู๎และข๎อคิดที่ได๎ไปใช๎ในกับเพื่อนๆ และคนในครอบครัว ๘. เห็นประโยชน์และคุณคําของการศึกษาค๎นคว๎าด๎วยตนเอง ระดับประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ วิชา การศึกษาเพื่อเรียนรู้ ๑. ตั้งประเด็น /ค าถาม/ข๎อสงสัย(Knowledge issue)ในสิ่งที่สนใจ เกี่ยวกับสิ่งแวดล๎อมหรือบุคคลใกล๎ตัว ๒. วางแผน ก าหนดขอบเขต ในการรวบรวมและล าดับขั้นตอนการเก็บข๎อมูล ค๎นคว๎า แสวงหา ข๎อมูล ค าตอบ จากแหลํงค๎นคว๎าใกล๎ตัว ๓. แสวงหาข๎อมูลและอ๎างอิงแหลํงเรียนรู๎ที่เชื่อถือได๎ ๔. อภิปรายและวิเคราะห์ข๎อมูลการสืบค๎น ๕. พูด เขียน เพื่อสรุปประเด็นความรู๎จากข๎อคิดส าคัญที่ได๎ศึกษาค๎นคว๎า ๖. สื่อสารและน าเสนอเป็นล าดับ ขั้นตอน เข๎าใจงําย ในรูปแบบกลุํม หรือรายบุคคล ๗. ใช๎สื่อในการน าเสนอที่เหมาะสมกับวัย ๘. เชื่อมโยงความรู๎สูํการปฏิบัติในสถานการณ์งําย เพื่อประโยชน์ตํอคนใกล๎ชิด และโรงเรียน ๙. เห็นประโยชน์และคุณคําของการศึกษาค๎นคว๎าด๎วยตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๐๙ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑. กิจกรรมแนะแนว ๑.๑ เพื่อให๎ผู๎เรียนรู๎จัก เข๎าใจ รักและเห็นคุณคําในตนเองและผู๎อื่น จุดประสงค์การเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ข๎อที่ ๑ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. บอกอวัยวะ ภายนอก ของรํางกาย ตนเองได๎ ๒. บอกอวัยวะ ภายนอก ที่ชอบ พร๎อมเหตุผล ๓. อธิบายวิธีการดูแล รักษาอวัยวะตนเอง ให๎ปลอดภัยและไมํท า ให๎ผู๎อื่นได๎รับอันตราย ๔. ระบุความสามารถ ของตนเองและรับรู๎ ความสามารถของ ผู๎อื่น ๑. บอกการกระท าที่ ท าให๎ตนเองเกิดความ ภาคภูมิใจและ การกระท าที่ท าให๎ ผู๎อื่นภูมิใจ ๒. ยอมรับความ แตกตําง ด๎านรํางกาย ความ รู๎สึกและความ สามารถของตนเอง และผู๎อื่น และเห็น คุณคําของทุกคน ๓. แสดงพฤติกรรมที่ เป็นการยอมรับ คุณคํา ของทุกคน ๑. บอกความสามารถ ความถนัด ความ สนใจ ของตนเองได๎ ๒. บอกข๎อดีของ ตนเอง ผู๎อื่นได๎ ๓. รับรู๎วําทุกคน มีข๎อดีที่แตกตํางกัน และน าข๎อดีมาใช๎ ประโยชน์ ๑. ระบุลักษณะของ บุคคลที่รู๎จักรักและ เห็นคุณคําในตนเอง และผู๎อื่น ๒. บอกแนวทาง การพัฒนาตนเอง ให๎เป็นผู๎ที่รู๎จักรักและ เห็นคุณคําในตนเอง และผู๎อื่น ๑. บอกสิ่งที่ตน ภาคภูมิใจ ในตนเอง ได๎ ๒. ชื่นชมในคุณคํา ของตนเองและผู๎อื่น ๓. กล๎าแสดงความ คิดเห็น ความรู๎สึก และการ กระท าที่ เหมาะสมด๎วย ความ มั่นใจ ๑. ใช๎สิ่งที่เป็นคุณคํา ในตนเองให๎เกิด ประโยชน์ตํอตนเอง และผู๎อื่น ๒. พัฒนาสิ่งที่เป็น คุณคํา ในตนเอง อยํางเต็มที่ ให๎เกิด ประโยชน์ตํอตนเอง และผู๎อื่น ๑.๒ เพื่อให๎ผู๎เรียนสามารถวางแผนการศึกษา อาชีพ รวมทั้งสํวนตัวและสังคม จุดประสงค์การเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ข๎อที่ ๒ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. บอกเหตุผลที่ต๎อง มาโรงเรียน ๒. บอกสิ่งที่ ผู๎ปกครอง ท าแล๎วมี รายได๎ ๓. บอกถึงเหตุผลของ การท างานเพื่อมี รายได๎ ๔. บอกลักษณะ ภายนอก และยอมรับ สิ่งที่ตนเป็น และ เข๎าใจวํา สามารถ ปรับปรุงได๎ ๕. ดูแลตัวเองในการ ปฏิบัติกิจวัตรได๎ ๖. ท ากิจกรรม รํวมกับเพื่อนได๎ ๑. บอกวิชาที่ชอบได๎ พร๎อมเหตุผลที่ชอบ ๒. บอกประโยชน์ ของ แตํละวิชา และ ต๎องให๎ความสนใจ กับทุกวิชา ๓. บอกความหมาย ของเครื่องหมาย/ สัญลักษณ์ที่แสดง คุณภาพของผลการ เรียน ๔. บอกความ แตกตําง ระหวํางงาน กับอาชีพ ๕. บอกอาชีพใน ท๎องถิ่น ที่นักเรียน รู๎จัก ๖. แบํงปัน (ของกิน ของใช๎ของเลํน) กับ เพื่อนได๎ ๑. บอกวิธีเรียนที่จะ ท า ให๎ผลการเรียนดี ๒. ระบุคุณภาพของ ผู๎เรียนระดับชั้น ป.๓ ของการอํานได๎เขียน ได๎คิดเลขเป็น ๓. อธิบายได๎วํา ความหลากหลาย ของอาชีพ เกิดจาก ความแตกตําง ของบุคคล ๔. บอกความ หลากหลาย ของอาชีพ เอื้อตํอ การด ารงชีวิตในการ อยูํรํวมกันได๎ ๑. บอกวิชาที่เรียน และท ากิจกรรมได๎ อยํางมีความสุข ๒. ระบุวิชาที่เรียน ได๎ดีและที่เรียน ไมํได๎ดี ๓. ยอมรับและใช๎ ประโยชน์จากความ แตกตํางระหวําง บุคคลในด๎านการ เรียน ๔. บอกอาชีพที่สนใจ พร๎อมอธิบายเหตุผล ๕. สรุปได๎วํา การเลือกอาชีพ ของแตํละคน สอดคล๎องกับความรู๎ ความสามารถสภาพ รํางกาย และอุปนิสัย ๑. ตรวจสอบความ สามารถของตนเอง โดยใช๎เครื่องมือ ทางการแนะแนว เชํน แบบวัดแวว ๒. สามารถเชื่อมโยง ผลการตรวจสอบ กับวิชาที่เรียนได๎ดี และมีความสุข ๓. ระบุความสามารถ ของตนเองได๎ชัดเจน ๔. ระบุวิชาที่สนใจ และถนัดได๎ ๕. วางแผนการ พัฒนาศักยภาพของ ตนเอง ด๎านการเรียน ๑. ระบุคุณภาพ ผู๎เรียน ระดับชั้น ป.๖ ได๎แกํอํานคลํอง เขียนคลํอง คิดเลข คลํอง มีทักษะ การคิดพื้นฐาน ๒. อธิบายวิธีการ พัฒนา ตนเองในวิชา ที่ถนัด สนใจได๎เต็ม ศักยภาพ ๓. ระบุปัจจัยที่สํงผล ให๎บุคคลมี ความส าเร็จ ในการ ประกอบอาชีพ ๔. บอกวิธีการสร๎าง สุข ในการด ารงชีวิต ของตน
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๐ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ๑.๒ เพื่อให๎ผู๎เรียนสามารถวางแผนการศึกษา อาชีพ รวมทั้งสํวนตัวและสังคม (ตํอ) จุดประสงค์การเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ข๎อที่ ๒ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๗. บอกวิธีการ แก๎ปัญหาของตนเอง ๘. ให๎ความชํวยเหลือ ผู๎อื่นตามโอกาส ๙. ระบุลักษณะของ ตนเองที่ต๎องปรับปรุง และบอกวิธีการ ปรับปรุงลักษณะ ของตนเองได๎ ๕. รักษาสิ่งของ เครื่องใช๎สํวนตัว และสํวนรวม ๖. ชํวยท างานบ๎าน ที่เหมาะสมกับวัย ๗. บอกความคิด อารมณ์ความรู๎สึก ที่มีตํอสถานการณ์ ตําง ๆ ได๎ ๘. แยกแยะได๎วํา ความคิด อารมณ์ ความรู๎สึกที่ดีเป็น อยํางไร ๙. ยอมรับความ แตกตํางทางความคิด อารมณ์ความรู๎สึก ของแตํละบุคคล ๖. รับผิดชอบงาน ตามหน๎าที่ที่ได๎ รับผิดชอบ ๗. ควบคุมความคิด อารมณ์และความ รู๎สึกของตนเองได๎ ๖. จัดและบอก ลักษณะ ของอาชีพ แตํละ ประเภทได๎ (กลุํมรับ ราชการ ลูกจ๎าง/ พนักงาน ภาครัฐ และ เอกชน และสํวนตัว ๗. อาสาท างาน เพื่อสํวนรวม และสังคม ๘. แสดงออกถึง พฤติกรรมที่ดีในการ อยูํรํวมกับผู๎อื่น ๕. ปรับแผนพัฒนา ศักยภาพตนเองให๎ สอดคล๎องการเรียน อาชีพ สํวนตัว และสังคม ๑.๓ เพื่อให๎ผู๎เรียนสามารถปรับตัวได๎อยํางเหมาะสม อยูํรํวมกับผู๎อื่นได๎อยํางมีความสุข จุดประสงค์การเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ข๎อที่ ๓ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ๑. สื่อสารให๎ผู๎อื่นรับรู๎ ถึงความต๎องการ ของ ตนเองได๎ ๒. รับรู๎สิ่งที่ผู๎อื่น สื่อสารได๎ ๓. บอกวิธีการในการ สื่อสาร(พูด/ฟัง/ อําน/เขียน) บอกและ แสดงความรู๎สึก อารมณ์ที่ดีและไมํดี ได๎อยํางเหมาะสม ๔. ชํวยเหลืองานบ๎าน ได๎ตามโอกาส ๑. ใช๎ภาษาและกิริยา ที่สุภาพในการสื่อสาร ๒. ควบคุมพฤติกรรม ที่เกิดจากอารมณ์ได๎ อยําง เหมาะสม ๓. ชํวยเหลืองานและ ท างาน ตามที่ได๎รับ มอบหมายได๎ ๑. ค านึงถึงความรู๎สึก ผู๎อื่นในการสื่อสาร ๒. รับรู๎ความรู๎สึก ผู๎อื่น ที่แสดงด๎วย ความเข๎าใจ และใสํใจ ๓. จัดการกับอารมณ์ ของ ตนเองได๎ เหมาะสม ๔. รู๎เทําทันอารมณ์ ของ ตนเอง ๕. รับผิดชอบ ชํวยเหลืองาน และท างานรํวมกับ เพื่อนได๎ ๖. ปฏิบัติตามหน๎าที่ ของตน โดยไมํละเมิด สิทธิของผู๎อื่น ๑. มีมารยาทในการ สื่อสารกับผู๎อื่น ๒. ชื่นชมความส าเร็จ ความสามารถและ การกระท าที่ดีงาม ของผู๎อื่น ด๎วยค าพูด ภาษากาย และ สัญญลักษณ์ ๓. มีวิธีสร๎างความ มั่นคงในอารมณ์ ของตนเอง ได๎อยํางเหมาะสม ๔. ให๎ความรํวมมือ และ ปฏิบัติตามกฎ กติกา ข๎อตกลงของ กลุํมได๎ ๑. รับฟังและยอมรับ ความ คิดเห็นของกัน และกัน ๒. ยุติข๎อขัดแย๎ง ในกลุํมด๎วยสันติวิธี ๓. ให๎ความรํวมมือ และ ชํวยเหลือผู๎อื่น ด๎วย ความสมัครใจ ๔. ปฏิบัติตามกฎ กติกา ข๎อตกลงของ โรงเรียนได๎ ๑. ให๎ความรํวมมือ และท างานรํวมกับ ผู๎อื่น อยํางราบรื่น และผลงาน มีคุณคํา เกิดประโยชน์ ๒. เลือกกิจกรรม ที่ปฏิบัติแล๎วมี ความสุข ไมํท าให๎ ตนเองและผู๎อื่น เดือดร๎อน ๓. มีจิตอาสาและท า กิจกรรมที่เป็น ประโยชน์สํวนรวมได๎ ๔. ปฏิบัติตนเป็น ประโยชน์ตํอ ครอบครัว โรงเรียน และประเทศชาติ
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๑ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ รหัสวิชา ท๑๑๑๐๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ ปี อํานออกเสียงค า ค าคล๎องจอง และข๎อความสั้น ๆ บอกความหมายของค าและข๎อความที่อําน ตอบค าถามเกี่ยวกับเรื่องที่อําน เลําเรื่องยํอจากเรื่องที่อําน เลําเรื่องยํอจากเรื่องที่อําน คาดคะเนเหตุการณ์ จากเรื่องที่อําน อํานหนังสือตามความสนใจอยํางสม่ าเสมอ และน าเสนอเรื่องที่อําน บอกความหมาย ของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ส าคัญที่พบเห็นในชีวิตประจ าวัน มีมารยาทในการอําน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนสื่อสารด๎วยค าและประโยคงําย ๆ มีมารยาทในการเขียน ฟังค าแนะน า ค าสั่งงําย ๆ และปฏิบัติตาม ตอบค าถาม เลําเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู๎ ความบันเทิง พูดแสดงความคิดเห็นและความรู๎สึกจากเรื่องที่ฟังและดู พูดสื่อสารได๎ตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย เขียนสะกดค าและบอกความหมายของค า เรียบเรียงค าเป็นประโยคงําย ๆ ตํอค าคล๎องจองงําย ๆ บอกข๎อคิดที่ได๎จากการอําน ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห์ข๎อมูลจากเรื่องและสื่อตําง ๆ ที่อํานฟัง และดูเพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ น าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางภาคภูมิใจ โดยใช๎ทักษะกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห์ข๎อมูลจากเรื่องและสื่อตําง ๆ ที่อํานฟังและดูเพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพียง มุํงมั่นในการท างาน และมีจิตสาธารณะรักความเป็นไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพียง มุํงมั่นท างานและมีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป. ๑/๑ – ๘ ท ๒.๑ ป. ๑/๑ – ๓ ท ๓.๑ ป. ๑/๑ – ๕ ท ๔.๑ ป. ๑/๑ – ๔ ท ๕.๑ ป. ๑/๑ – ๒ รวม ๒๒ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๒ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ รหัสวิชา ท๑๒๑๐๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ ปี อํานออกเสียงค า ค าคล๎องจอง ข๎อความและบทร๎อยกรองงําย ๆ อธิบายค าและข๎อความที่อําน ตั้งค าถามและตอบค าถามเกี่ยวกับเรื่องที่อําน ระบุใจความส าคัญและรายละเอียดจากเรื่องที่อําน แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อําน อํานหนังสือตามความสนใจอยํางสม่ าเสมอ และน าเสนอเรื่องที่อําน อํานข๎อความเชิงอธิบายและปฏิบัติตามค าสั่งหรือข๎อแนะน า มีมารยาทในการอําน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องสั้น ๆ ตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฟังค าแนะน า ค าสั่งที่ซับซ๎อนและปฏิบัติตาม เลําเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู๎ ความบันเทิง บอกสาระส าคัญของเรื่องที่ฟังและดู ตั้งค าถามและตอบค าถามเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู พูดแสดงความคิดเห็น และความรู๎สึกจากเรื่องที่ฟังและดู พูดสื่อสารได๎ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดู การพูด บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย เขียนสะกดค าและบอกความหมายของค า เรียบเรียงค าเป็นประโยคตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะค าคล๎องจอง เลือกใช๎ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิ่นได๎เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข๎อคิดที่ได๎จากการอํานหรือการฟังวรรณกรรมส าหรับเด็ก เพื่อน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวัน ร๎องบทร๎อยกรองเลํนส าหรับเด็กในท๎องถิ่น ทํองจ าบทอาขยานตามก าหนดและบทร๎อยกรองที่มีคุณคํา ตามความสนใจ โดยใช๎ทักษะกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห์ข๎อมูลจากเรื่องและสื่อตําง ๆ ที่อํานฟังและดูเพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพียง มุํงมั่นในการท างาน และมีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป. ๒/๑ – ๘ ท ๒.๑ ป. ๒/๑ – ๔ ท ๓.๑ ป. ๒/๑ – ๗ ท ๔.๑ ป. ๒/๑ – ๕ ท ๕.๑ ป. ๒/๑ – ๓ รวม ๒๗ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๓ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ ปี อํานออกเสียงค า ข๎อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร๎อยกรองอยํางงํายได๎อยํางคลํองแคลํว อธิบาย ความหมายของค าและข๎อความที่อําน ตั้งค าถามและตอบค าถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องที่อําน ล าดับเหตุการณ์ และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อําน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู๎และข๎อคิดจากเรื่องที่อําน เพื่อน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวัน อํานหนังสือตามความสนใจอยํางสม่ าเสมอ และน าเสนอเรื่องที่อําน อํานข๎อความ เชิงอธิบาย และปฏิบัติตามค าสั่งหรือข๎อแนะน า อธิบายความหมายของข๎อมูลจากแผนภาพ แผนที่ แผนภูมิ มีมารยาทในการอําน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยายเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยํางชัดเจน เขียนบันทึกประจ าวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน เลํารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดูที่ที่เป็นความรู๎ และความบันเทิง บอกสาระส าคัญจากการฟัง และดู พูดสื่อสารได๎ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดู การพูด เขียนสะกดค าและบอกความหมายของค า ระบุชนิดและหน๎าที่ของประโยค ใช๎พจนานุกรมค๎นหา ความหมายของค า แตํงประโยคงําย ๆ แตํงค าคล๎องจองและค าขวัญ เลือกใช๎ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น ได๎เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข๎อคิดที่ได๎จากการอํานหรือการฟังวรรณกรรม เพื่อน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวัน รู๎จักเพลงพื้นบ๎าน และเพลงกลํอมเด็กเพื่อปลูกฝังความชื่นชมวัฒนธรรมท๎องถิ่น แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อําน ทํองจ า บทอาขยานตามที่ก าหนดและบทร๎อยกรองที่มีคุณคําตามความสนใจ โดยใช๎ทักษะกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห์ข๎อมูลจากเรื่องและสื่อตําง ๆ ที่อําน ฟังและดู เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ น าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพียง มุํงมั่นในการท างาน และมีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป. ๓/๑ – ๙ ท ๒.๑ ป. ๓/๑ – ๖ ท ๓.๑ ป. ๓/๑ – ๖ ท ๔.๑ ป. ๓/๑ – ๖ ท ๕.๑ ป. ๓/๑ – ๔ รวม ๓๑ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๔ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง/ ปี อํานออกเสียงบทร๎อยแก๎วและบทร๎อยกรอง อธิบายความหมายของค า ประโยคและส านวน อํานเรื่อง สั้น ตามเวลาที่ก าหนดและตอบค าถามจากเรื่องที่อําน แยกข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ์ จากเรื่องที่อําน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู๎และข๎อคิดจากเรื่องที่อํานเพื่อน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวัน อํานหนังสือ ที่มีคุณคําตามความสนใจอยํางสม่ าเสมอ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อําน มีมารยาท ในการอําน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช๎ค าได๎ถูกต๎องชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช๎พัฒนางานเขียน เขียนเรื่องยํอจากเรื่องสั้น ๆ เขียน จดหมายถึงเพื่อนและบิดา มารดา เขียนบันทึกและรายงานจากศึกษาค๎นคว๎า เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน จ าแนกข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู พูดสรุปความ ตั้งค าถามและตอบค าถาม เชิงเหตุผล จากเรื่องที่ฟังและดู รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค๎นคว๎าจาการฟัง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟัง ดู และการพูด สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทตํางๆ ระบุชนิดและหน๎าที่ของค าในประโยค ใช๎พจนานุกรมค๎นหาความหมายของค า แตํงประโยคได๎ถูกต๎องตามหลักภาษา แตํงบทร๎อยกรองและค าขวัญ บอกความหมายของส านวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่น ระบุข๎อคิดจากนิทานพื้นบ๎านหรือนิทานคติธรรม อธิบายข๎อคิดจากการอําน เพื่อน าไปใช๎ในชีวิตจริง รู๎จักเพลงพื้นบ๎าน ทํองจ าบทอาขยานตามที่ก าหนดและบทร๎อยกรองที่มีคุณคําตามความสนใจ โดยใช๎ทักษะกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห์ข๎อมูลจากเรื่องและสื่อตําง ๆ ที่อําน ฟัง และดู เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ น าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพียง มุํงมั่นในการท างาน และมีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป. ๔/๑ – ๘ ท ๒.๑ ป. ๔/๑ – ๘ ท ๓.๑ ป. ๔/๑ – ๖ ท ๔.๑ ป. ๔/๑ – ๗ ท ๕.๑ ป. ๔/๑ – ๔ รวม ๓๓ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๕ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง/ ปี อํานออกเสียงบทร๎อยแก๎วและบทร๎อยกรองได๎ อธิบายความหมายของค า ประโยคและข๎อความ ที่เป็นการบรรยาย และการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัยจากเรื่องที่อํานอยํางหลากหลาย แยกข๎อเท็จจริง และข๎อคิดเห็นจากเรื่องที่อําน วิเคราะห์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อํานเพื่อน าไปใช๎ในการด าเนินชีวิต อํานงานเขียนเชิงอธิบาย ค าสั่ง ข๎อแนะน า และปฏิบัติตาม อํานหนังสือที่มีคุณคําตามความสนใจ และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อําน มีมารยาทในการอําน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช๎ค าได๎ถูกต๎อง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช๎พัฒนางานเขียน เขียนเรื่องยํอจากเรื่องที่อําน เขียน จดหมายถึงผู๎ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู๎สึกและความคิดเห็นได๎ตรงตามเจตนา กรอกแบบรายการ ตําง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน พูดแสดงความคิดเห็นและความรู๎สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ตั้งค าถามและตอบค าถามเชิงเหตุผลจากเรื่อง ที่ฟังและดู วิเคราะห์ความนําเชื่อถือจากเรืองที่ฟังและดูอยํางมีเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นทีศึกษา ค๎นคว๎าจากการฟัง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟัง ดู และการพูด บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์และเลขไทย เขียนสะกดและบอกความหมายของค า เขียนเรียงความเป็นประโยคงําย ๆ ตํอค าคล๎อจองงําย ๆ สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อําน ระบุความรู๎และข๎อคิดจากการอํานวรรณคดี และวรรณกรรมที่สามารถน าไปใช๎ในชีวิตจริง อธิบายคุณคําของวรรณคดีและวรรณกรรม ทํองจ าบทอาขยาน ตามที่ก าหนดและบทร๎อยกรองที่มีคุณคําตามความสนใจ โดยใช๎ทักษะกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห์ข๎อมูลจากเรื่องและสื่อตําง ๆ ที่อําน ฟังและดูเพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ น าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพียง มุํงมั่นในการท างาน และมีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป. ๕/๑ – ๘ ท ๒.๑ ป. ๕/๑ – ๙ ท ๓.๑ ป. ๕/๑ – ๕ ท ๔.๑ ป. ๕/๑ – ๗ ท ๕.๑ ป. ๕/๑ – ๔ รวม ๓๓ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๖ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ รหัสวิชา ท๑๖๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง/ ปี อํานออกเสียงค าควบกล้ า อักษรน า ค าที่มีตัวการันต์ ค าที่มาจากภาษาตํางประเทศ เครื่องหมาย วรรคตอน วัน เดือน ปี แบบไทย โวหาร ส านวนเปรียบเทียบ การอํานบทร๎อยกรองเป็นท านองเสนาะ การอําน จับใจความจากเรื่องสั้นๆ นิทาน เพลงพื้นบ๎าน บทความ พระบรมราโชวาท สารคดี เรื่องสั้น งานเขียน ประเภทโน๎มน๎าว บทโฆษณา ขําวและเหตุการณ์ส าคัญ การอํานเร็ว การอํานงานเขียนเชิงอธิบาย ค าสั่ง ข๎อเสนอแนะและปฏิบัติ การใช๎พจนานุกรม การปฏิบัติตนและข๎อตกลงในการอยูํรํวมกัน การใช๎สถานที่ในชุมชน และท๎องถิ่น การอํานข๎อมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ การอํานหนังสือตามความสนใจ มารยาท ในการอําน การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด การเขียนตัวอักษรไทย การเขียนค าขวัญ ค าอวยพร ประกาศ การเขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด การเขียนเรียงความ การเขียนข๎อความ จากสื่อตํางๆ นิทาน ความเรียง ประกาศ แจ๎งความ แถลงการณ์ จดหมาย ค าสอน โอวาทค าปราศรัย สุนทร พจน์ รายงาน ระเบียบ ค าสั่ง การเขียนจดหมายสํวนตัว กรอกแบบรายการ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ และสร๎างสรรค์ มารยาทในการเขียน การพูดแสดงความรู๎ความเข๎าใจในจุดประสงค์การรายงาน การพูดล าดับ เหตุการณ์ การพูดโน๎มน๎าว การเลือกตั้งกรรมการนักเรียน การรณรงค์ การโต๎วาที มารยาทในการฟัง การดู และการพูด ชนิดและหน๎าที่ของค า ค านาม ค าสรรพนาม ค ากริยา ค าวิเศษณ์ ค าบุพบท ค าเชื่อม ค าอุทาน ค าราชาศัพท์ ระดับภาษา ภาษาถิ่น กลุํมค าและวลี ประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยคซ๎อน กลอนสุภาพ ส านวน ค าพังเพย สุภาษิต วรรณคดีและวรรณกรรม นิทานพื้นบ๎านท๎องถิ่นตนเอง และท๎องถิ่นอื่น นิทานคติ ธรรม เพลงพื้นบ๎าน บทอาขยาน บทร๎อยกรอง โดยใช๎ทักษะกระบวนการอําน การเขียน การคิด การสื่อสาร - การรับสาร การสรุปความวิเคราะห์ การสังเคราะห์ข๎อมูลจากเรื่องและสื่อตํางๆ ที่อํานฟังและดูเพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถสื่อสาร สิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพียง มุํงมั่นท างานและมีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป. ๖/๑ – ๙ ท ๒.๑ ป. ๖/๑ – ๙ ท ๓.๑ ป. ๖/๑ – ๖ ท ๔.๑ ป. ๖/๑ – ๖ ท ๕.๑ ป. ๖/๑ – ๔ รวม ๓๔ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๗ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ รหัสวิชา ค๑๑๑๐๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ ปี บอก จ านวนของสิ่งตําง ๆ แสดงสิ่งตําง ๆ ตามจ านวนที่ก าหนดอํานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลข ไทย แสดงจ านวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ ตามจ านวนที่ก าหนด การแสดงจ านวนนับไมํเกิน ๒๐ ในรูปความสัมพันธ์ของจ านวนแบบสํวนยํอย สํวนรวม (part – whole relationship) หลักและคําของเลขโดด ในแตํละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจ านวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจ านวนนับและการใช๎เครื่องหมาย เรียงล าดับจ านวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ ตั้งแตํ ๓ - ๕ จ านวน การบอกอันดับที่ การหาผลบวก ผลลบ ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ การแก๎โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จ านวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ โดยหาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีหาค าตอบ การสร๎าง โจทย์ปัญหา พร๎อมทั้งหาค าตอบ ระบุแบบรูปที่หายไปในแบบรูปของจ านวนที่เพิ่มขึ้นลดลงทีละ ๑ ทีละ ๑๐ ระบุจ านวนที่หายไป ในแบบรูปซ้ าของรูปเรขาคณิต และรูปอื่น ๆ ที่มีสมาชิกในแตํละชุดที่ซ้ ามี ๒ รูป วัดความยาวโดยใช๎หนํวยที่ไมํใชํหนํวยมาตรฐาน วัดความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร เปรียบเทียบ ความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การแก๎โจทย์ปัญหาการบวก การลบ เกี่ยวกับความยาวที่มีหนํวยเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร วัดน้ าหนักโดยใช๎หนํวยที่ไมํใชํหนํวยมาตรฐาน วัดและเปรียบเทียบน้ าหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การแก๎ โจทย์ปัญหาการบวก การลบ เกี่ยวกับน้ าหนักที่มีหนํวยเป็นกิโลกรัม เป็นขีด จ าแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี รูปทรงรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาค าตอบของโจทย์ปัญหา เมื่อก าหนดรูป ๑ รูป แทน ๑ หนํวย เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎ศึกษา ใช๎วิธีการที่หลากหลาย ใช๎ความรู๎ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ใน การแก๎ปัญหาในสถานการณ์ตํางๆ ได๎อยํางเหมาะสม ให๎เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได๎อยําง เหมาะสม ใช๎ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได๎อยําง ถูกต๎อง เชื่อมโยงความรู๎ตํางๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ มีความคิดริเริ่มสร๎างสรรค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป. ๑/๑ – ๕ ค ๑.๒ ป. ๑/๑ ค ๒.๑ ป. ๑/๑ – ๒ ค ๒.๒ ป. ๑/๑ ค ๓.๑ ป. ๑/๑ รวม ๑๐ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๘ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ รหัสวิชา ค๑๒๑๐๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ ปี ศึกษา ฝึกทักษะการคิด ค านวณ และฝึกแก๎ปัญหาจ านวนนับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจานวนสิ่งตําง ๆ ตามจ านวนที่กาหนด อํานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับที่หลัก คําของเลขโดดในแตํละหลัก และเขียนแสดงจ านวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจ านวนนับ ไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช๎เครื่องหมาย = ≠ > < เรียงลาดับจานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตั้งแตํ ๓ ถึง ๕ จ านวน และหาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก๎โจทย์ปัญหาการบวก การลบของจานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณ ของจ านวน ๑ หลัก กับจ านวนไมํเกิน ๒ หลัก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวตั้งไมํเกิน ๒ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก โดยที่ผลหารมี ๑ หลัก ทั้งหารลงตัวและหารไมํลงตัว หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคน ของจ านวนนับ ไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอนของจ านวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา ที่มีหนํวยเดี่ยวและเป็นหนํวยเดียว บอกจ านวนและความสัมพันธ์ในแบบรูปของจ านวนที่เพิ่มขึ้นทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐๐ และลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐๐, รูปและความสัมพันธ์ในแบบรูปซ้ า วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร พร๎อมทั้งแสดงวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา การบวก การลบความยาวที่มีหนํวยเป็นเมตรและเซนติเมตรวัดและเปรียบเทียบน๎าหนัก เป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด พร๎อมทั้งแสดงวิธีการหาค าตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบเกี่ยวกับน๎าหนักที่มีหนํวย เป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด วัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นลิตร จ าแนกและบอกลักษณะ ของรูปหลายเหลี่ยมและวงกลม เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎ศึกษา ใช๎วิธีการที่หลากหลาย ใช๎ความรู๎ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการแก๎ปัญหาในสถานการณ์ตํางๆ ได๎อยํางเหมาะสม ให๎เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได๎อยําง เหมาะสม ใช๎ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได๎อยําง ถูกต๎อง เชื่อมโยงความรู๎ตํางๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ มีความคิดริเริ่มสร๎างสรรค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป. ๒/๑ – ๘ ค ๒.๑ ป. ๒/๑ – ๖ ค ๒.๒ ป. ๒/๑ ค ๓.๑ ป. ๒/๑ รวม ๑๖ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๑๙ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ รหัสวิชา ค๑๓๑๐๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ ปี ฝึกทักษะการคิดค านวณ และฝึกการแก๎ปัญหาในเรื่อง จ านวนนับไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐ การเขียน และการอํานตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจ านวน การนับเพิ่ม การนับลด หลักและคูํ ของเลขโดดในแตํละหลัก การเขียนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบ การใช๎เครื่องหมาย = > < และการเรียงล าดับ การบวก การลบ การคูณจ านวนหนึ่งหลักกับจ านวนไมํเกินสี่หลัก การคูณจ านวนสองหลัก กับจ านวนสองหลัก การหารตัวตั้งไมํเกินสี่หลักและตัวหารมีหนึ่งหลัก การบวก การคูณ การหารระคน โจทย์ปัญหา การบวก ลบ คูณ หารระคน และการสร๎างโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร การวัดความยาว (เมตร เซนติเมตร มิลลิเมตร) การเลือกเครื่องมือวัดที่เหมาะสม การชั่ง (กิโลกรัม กรัม ขีด) การเลือกเครื่องชั่ง การเปรียบเทียบ การคาดคะเน ความสัมพันธ์ของหนํวยการชั่ง แก๎ปัญหาการชั่ง การตวง (ลิตร มิลลิลิตร) การเลือกเครื่องตวงการเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ การคาดคะเน แก๎ปัญหา การตวง เวลา การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที การเขียนบอกเวลาโดยใช๎จุดและการอําน ความสัมพันธ์ ของหนํวยเวลา แก๎ปัญหาเวลา อํานและเขียนบันทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่ระบุเวลา เงิน การเขียนและอําน จ านวนเงินโดยใช๎จุด บันทึกรายรับ รายจําย แก๎โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน รูปเรขาคณิต การบอกชนิดรูป เรขาคณิตสองมิติและสามมิติ การเขียนรู๎เรขาคณิต และบอกรูปเรขาคณิตตําง ๆ ที่อยูํในสิ่งแวดล๎อมรอบตัวรูป ที่มีแกนสมมาตร แบบรูปและความสัมพันธ์ของเรขาคณิต จุด เส๎นตรง รังสี สํวนของเส๎นตรง มุม เขียนชื่อจุด เส๎นตรง รังสี สํวนของเส๎นตรง มุม และสัญลักษณ์ แผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแทํง การรวบรวมจ าแนกข๎อมูล เกี่ยวกับตนเองสิ่งแวดล๎อม การอํานแผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแทํง ใช๎ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพื่อให๎มีความสามารถในการสื่อสาร การคิดการแก๎ปัญหา การใช๎ทักษะชีวิตและเทคโนโลยี มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ มุํงมั่นการท างาน อยูํอยํางพอเพียง รักความเป็นไทย รักชาติ ศาสตร์กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ พร๎อมทั้งตระหนักในคุณคําและมีเจตคติที่ที่ดีตํอคณิตศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป. ๓/๑ – ๑๑ ค ๑.๒ ป. ๓/๑ ค ๒.๑ ป. ๓/๑ – ๑๓ ค ๒.๒ ป. ๓/๑ ค ๓.๑ ป. ๓/๑ – ๒ รวม ๒๘ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๐ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รหัสวิชา ค๑๔๑๐๑ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง/ ปี ฝึกทักษะ อํานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย ตัวหนังสือ แสดงจ านวนนับที่มากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หลักและคําของเลขโดดในแตํละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจ านวนในรูปกระจายเปรียบเทียบ จ านวน และเรียงล าดับจ านวน แบบรูปของจ านวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทํา ๆ กัน การประมาณผลลัพธ์ ของการบวก การลบ การคูณ การหาร ของจ านวนนับจากสถานการณ์ตําง ๆ อยํางสมเหตุสมผล และการใช๎ เครื่องหมาย ≈ การบอก อําน และเขียนเศษสํวน จ านวนคละ แสดงปริมาณสิ่งตําง ๆ ที่ก าหนด หาผลลัพธ์การบวก การลบ เศษสํวนและจ านวนคละ เปรียบเทียบ เรียงล าดับเศษสํวน และจ านวนคละ การแก๎โจทย์ปัญหาการบวก การลบเศษสํวนและจ านวนคละที่ตัวสํวนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง อําน และเขียนทศนิยมไมํเกิน ๓ ต าแหนํง แสดงปริมาณของสิ่งตําง ๆ เปรียบเทียบและเรียงล าดับทศนิยมไมํเกิน ๓ ต าแหนํง จากสถานการณ์ ตําง ๆ แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ๒ ขั้นตอน ของทศนิยม ๓ ต าแหนํงแสดงการคูณ ของจ านวนหลายหลัก ๒ จ านวน ที่มีผลคูณไมํเกิน ๖ หลัก และแสดงการหารที่ ตัวตั้งไมํเกิน ๖ หลัก ตัวหารไมํเกิน ๒ หลัก หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ การแก๎โจทย์ปัญหา หาผลลัพธ์การบวก การลบ การคูณ การหาร ระคน ของจ านวนนับและ ๐ แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอน ของจ านวนนับที่มากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ การสร๎างโจทย์ปัญหา จ านวนนับและ ๐ พร๎อมทั้งหาค าตอบ การบอกระยะเวลาเป็นวินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี เปรียบเทียบระยะโดยใช๎ความสัมพันธ์ ระหวํางหนํวยเวลา แสดงวิธีหาค าตอบการแก๎โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การวัดขนาดและสร๎างมุมโดยใช๎โพรแทรกเตอร์ จ าแนกชนิดของมุม บอกชื่อมุม สํวนประกอบของมุม และเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม สร๎างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเมื่อก าหนดความยาวของด๎าน การอําน และเขียนแผนภูมิแทํง ใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิแทํง ตารางสองทาง (two-way table) ในการหาค าตอบของโจทย์ปัญหา มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป. ๔/๑ – ๑๖ ค ๒.๑ ป. ๔/๑ – ๓ ค ๒.๒ ป. ๔/๑– ๒ ค ๓.๑ ป. ๔/๑ รวม ๒๒ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๑ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ รหัสวิชา ค๑๕๑๐๑ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง/ ปี เขียนเศษสํวนที่มีตัวสํวนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธี หาค าตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช๎บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษสํวนและจ านวนคละ แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษสํวน ๒ ขั้นตอน หาผลคูณของทศนิยม ที่ผลคูณเป็นทศนิยมไมํเกิน ๓ ต าแหนํง หาผลหารที่ตัวตั้งเป็นจ านวนนับหรือทศนิยมไมํเกิน ๓ ต าแหนํง และตัวหารเป็นจ านวนนับ ผลหารเป็นทศนิยมไมํเกิน ๓ ต าแหนํง แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๒ ขั้นตอน และแสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาร๎อยละไมํเกิน ๒ ขั้นตอน แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว น้ าหนัก ที่มีการเปลี่ยนหนํวยและเขียนในรูป ทศนิยม แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุของภาชนะ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด๎านขนานและรูปสี่เหลี่ยม ขนมเปียกปูน สร๎างเส๎นตรงหรือสํวนของเส๎นตรงให๎ขนานกับเส๎นตรงหรือสํวนของเส๎นตรงที่ก าหนดให๎ จ าแนกรูป สี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร๎างรูปสี่เหลี่ยมตําง ๆ เมื่อก าหนดความยาวของด๎านและขนาดของมุม หรือเมื่อก าหนดความยาวของเส๎นทแยงมุม และบอกลักษณะของปริซึม ใช๎ข๎อมูลจากกราฟเส๎นในการหาค าตอบของโจทย์ปัญหา และเขียนแผนภูมิแทํงจากข๎อมูล ที่เป็นจ านวนนับ เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎ศึกษา ใช๎วิธีการที่หลากหลาย ใช๎ความรู๎ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการแก๎ปัญหาในสถานการณ์ตําง ๆ ได๎อยํางเหมาะสม ให๎เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผล ได๎อยํางเหมาะสม ใช๎ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอ ได๎อยํางถูกต๎อง เชื่อมโยงความรู๎ตําง ๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ มีความคิดริเริ่ม สร๎างสรรค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป. ๕/๑ – ๙ ค ๒.๑ ป. ๕/๑ – ๔ ค ๒.๒ ป. ๕/๑ – ๔ ค ๓.๑ ป. ๕/๑ – ๒ รวม ๑๙ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๒ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ รหัสวิชา ค๑๖๑๐๑ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง/ ปี เปรียบเทียบ เรียงล าดับ เศษสํวนและจ านวนคละจากสถานการณ์ตําง ๆ เขียนอัตราสํวนแสดงการ เปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณ จากข๎อความหรือสถานการณ์ โดยที่ปริมาณแตํละปริมาณเป็นจ านวนนับ หาอัตราสํวนที่เทํากับอัตราสํวนที่ก าหนดให๎หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของจ านวนับไมํเกิน ๓ จ านวน แสดงวิธี หาค าตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช๎ความรู๎เกี่ยวกับห.ร.ม.และค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษสํวนและจ านวนคละ แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาเศษสํวนและจ านวนคละ ๒ - ๓ ขั้นตอน หาผลหารของทศนิยมที่ตัวหารและผลหารเป็นทศนิยมไมํเกิน ๓ ต าแหนํง แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหา การบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาอัตราสํวนและโจทย์ ปัญหาร๎อยละ ๒ - ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีคิดและหาค าตอบของปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด๎วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม จ าแนก รูปสามเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร๎างรูปสามเหลี่ยมเมื่อก าหนดความยาวของด๎านและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตําง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบจากรูปคลี่ และระบุรูปคลี่ ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมในการหาค าตอบของโจทย์ปัญหา ในการจัดการเรียนรู๎ได๎ก าหนดสถานการณ์เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎ศึกษา ค๎นคว๎า ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติจริง สรุปเนื้อหา มีเจตคติที่ดีตํอคณิตศาสตร์ มีความคิดริเริ่มสร๎างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์ของผู๎เรียน และน าไปใช๎ในชีวิตประจ าวันได๎ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป.๖/๑-๑๒ ค ๑.๒ ป.๖/๑ ค ๒.๑ ป.๖/๑-๓ ค ๒.๒ ป.๖/๑-๔ ค ๓.๑ ป.๖/๑ รวม ๒๑ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๓ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ รหัสวิชา ว๑๑๑๐๑ เวลา ๑๐๐ ชั่วโมง/ปี ระบุบอก ตระหนัก บรรยาย แก้ปัญหาและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเกี่ยวกับชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัย อยู่ในบริเวณต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อการอยู่อาศัยของพืชและสัตว์ลักษณะหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์สัตว์และพืช ความส าคัญของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย วัสดุที่ใช้ท าวัตถุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้การเกิดเสียง การเคลื่อนที่ ของแสงเชิงประจักษ์ ดาวที่ปรากฏให้เห็นในท้องฟ้า เวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตัว ที่สังเกตได้ โดยใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การส ารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถน าเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้มีความสามารถในการ ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ที่เหมาะสม ศึกษาการแก๎ปัญหา อยํางงํายโดยการลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ การแสดงล าดับขั้นตอนการท างาน หรือการแก๎ปัญหาอยํางงําย การเขียนโปรแกรมอยํางงํายโดยใช๎ซอฟต์แวร์หรือสื่อ การแสดง การใช๎งานอุปกรณ์ เทคโนโลยีเบื้องต๎น การใช๎งานซอฟต์แวร์เบื้องต๎น การใช๎เมาส์ คีย์บอร์ด จอสัมผัส การเปิดปิดอุปกรณ์เทคโนโลยี การสร๎าง จัดเก็บ และเรียกใช๎ข๎อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช๎กระบวนการการท างานอยํางเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ คิดในเชิงค านวณในการแก๎ปัญหา ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู๎การท างาน แสดงล าดับขั้นตอนการแก๎ปัญหา โดยการเขียน บอกเลํา วาดภาพ หรือใช๎สัญลักษณ์โดยการใช๎เกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกตํางของภาพ การจัดหนังสือ ใสํกระเป๋า การเขียนโปรแกรมอยํางงํายเพื่อสร๎างล าดับสั่ง การให๎คอมพิวเตอร์ท างาน เขียนโปรแกรมสั่งให๎ ตัวละครย๎ายต าแหนํง ยํอขยายขนาด เปลี่ยนรูปรําง โดยใช๎บัตรค าสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม ,Code.org ใช๎เทคโนโลยีในการสร๎าง จัดเก็บ เรียกใช๎ข๎อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภัย ปฏิบัติ ตามข๎อตกลงในการใช๎คอมพิวเตอร์รํวมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องต๎น ใช๎งานอยํางเหมาะสม ตระหนักถึงคุณคําของความรู๎ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและใช๎ความรู๎และกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ในการด ารงชีวิต ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๔ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ว ๑.๑ ป. ๑/๑ – ๒ ว ๑.๒ ป. ๑/๑ – ๒ ว ๒.๑ ป. ๑/๑ – ๒ ว ๒.๓ ป. ๑/๑ ว ๓.๑ ป. ๑/๑ – ๒ ว ๓.๒ ป. ๑/๑ ว ๔.๒ ป. ๑/๑ – ๕ รวม ๑๕ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๕ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ รหัสวิชา ว๑๒๑๐๑ เวลา ๑๐๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษา วิเคราะห์ ความต๎องการแสงและน้ าเพื่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก ลักษณะ ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมํมีชีวิต สมบัติของวัสดุ การน าสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช๎ในการท าวัตถุในชีวิตประจ าวัน ประโยชน์ของการน าวัสดุที่ใช๎แล๎วกลับมาใช๎ใหมํ การเคลื่อนที่ของแสงจากแหลํงก าเนิดแสง การมองเห็นวัตถุ โดยเสนอแนะแนวทางการปูองกันอันตราย สํวนประกอบของดิน การจ าแนกชนิดของดินโดยใช๎ลักษณะเนื้อดิน และการจับตัวเป็นเกณฑ์ การใช๎ประโยชน์จากดิน การแก๎ปัญหาโดยใช๎ภาพ สัญลักษณ์หรือข๎อความ การเขียน โปรแกรมอยํางงําย โดยใช๎สื่อซอฟต์แวร์ การใช๎เทคโนโลยีในการสร๎าง จัดเก็บ เรียกใช๎ข๎อมูล การใช๎เทคโนโลยี สารสนเทศอยํางปลอดภัย โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู๎ การส ารวจ ตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล การเปรียบเทียบข๎อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคําของการน าความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคํานิยมที่เหมาะสม ใช๎กระบวนการการท างานอยํางเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ คิดในเชิงค านวณในการแก๎ปัญหา ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู๎การท างาน แสดงล าดับขั้นตอนการท างาน หรือการแก๎ปัญหา อยํางงํายโดยใช๎ภาพ สัญลักษณ์หรือข๎อความ การเขียนโปรแกรมอยํางงํายเพื่อสร๎างล าดับสั่งการให๎คอมพิวเตอร์ ท างานตามที่ต๎องการ และตรวจสอบหาข๎อผิดพลาดของโปรแกรม ใช๎เทคโนโลยีในการสร๎าง จัดหมวดหมูํค๎นหา จัดเก็บ เรียกใช๎ข๎อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภัย ปฏิบัติตามข๎อตกลงในการใช๎ คอมพิวเตอร์รํวมกันดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องต๎น ใช๎งานอยํางเหมาะสม ตระหนักถึงคุณคําของความรู๎ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและใช๎ความรู๎และกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ในการด ารงชีวิต ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ว ๑.๒ ป. ๒/๑ – ๓ ว ๑.๓ ป. ๒/๑ ว ๒.๑ ป. ๒/๑ – ๔ ว ๒.๓ ป. ๒/๑ - ๒ ว ๓.๒ ป. ๒/๑ – ๒ ว ๔.๒ ป. ๒/๑ – ๔ รวม ๑๖ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๖ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ รหัสวิชา ว๑๓๑๐๑ เวลา ๑๐๐ ชั่วโมง/ปี บรรยายสิ่งที่จ าเป็นตํอการด ารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์โดยใช๎ข๎อมูลที่รวบรวมได๎ ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหาร น้ า และอากาศโดยการดูแลตนเองและสัตว์ให๎ได๎รับสิ่งเหลํานี้อยํางเหมาะสม สร๎างแบบจ าลองที่บรรยายวัฏจักรชีวิตของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิด ตระหนักถึงคุณคํา ของชีวิตสัตว์โดยไมํท าให๎วัฏจักรชีวิตของสัตว์เปลี่ยนแปลง อธิบายวําวัตถุประกอบขึ้นจากชิ้นสํวนยํอย ๆ ซึ่งสามารถแยกออกจากกันได๎และประกอบกันเป็นวัตถุ ชิ้นใหมํได๎โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อท าให๎ร๎อนขึ้นหรือท าให๎เย็นลงโดยใช๎ หลักฐานเชิงประจักษ์ระบุผลของแรงที่มีตํอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เปรียบเทียบและยกตัวอยํางแรงสัมผัสและแรงไมํสัมผัสที่มีผลตํอการเคลื่อนที่ของวัตถุโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ จ าแนกวัตถุโดยใช๎การดึงดูดกับแมํเหล็กเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุขั้วแมํเหล็กและพยากรณ์ ผลที่เกิดขึ้นระหวํางขั้วแมํเหล็กเมื่อน ามาเข๎าใกล๎กันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ยกตัวอยํางการเปลี่ยนพลังงานหนึ่ง ไปเป็นอีกพลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ บรรยายการท างานของเครื่องก าเนิดไฟฟูาและระบุแหลํง พลังงานในการผลิตไฟฟูาจากข๎อมูลที่รวบรวมได๎ ตระหนักในประโยชน์และโทษของไฟฟูา โดยน าเสนอวิธีการใช๎ ไฟฟูาอยํางประหยัด และปลอดภัย อธิบายแบบรูปเส๎นทางการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์อธิบายสาเหตุการเกิด ปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์การเกิดกลางวันกลางคืน และการก าหนดทิศโดยใช๎แบบจ าลอง ตระหนักถึงความส าคัญของดวงอาทิตย์โดยบรรยายประโยชน์ของดวงอาทิตย์ตํอสิ่งมีชีวิต ระบุสํวนประกอบ ของอากาศ บรรยายความส าคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศตํอสิ่งมีชีวิตจากข๎อมูลที่รวบรวม ได๎ตระหนักถึงความส าคัญของอากาศ โดยน าเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์บรรยายประโยชน์และโทษของลมจากข๎อมูลที่รวบรวมได๎ แสดงอัลกอริทึมในการท างานหรือการแก๎ปัญหาอยํางงํายโดยใช๎ภาพ สัญลักษณ์หรือข๎อความ เขียนโปรแกรม อยํางงําย โดยใช๎ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข๎อผิดพลาดของโปรแกรม ใช๎อินเทอร์เน็ตค๎นหาความรู๎รวบรวม ประมวลผล และน าเสนอข๎อมูล โดยใช๎ซอฟต์แวร์ตามวัตถุประสงค์ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภัย ปฏิบัติ ตามข๎อตกลงในการใช๎อินเทอร์เน็ต ตระหนักถึงคุณคําของความรู๎ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและใช๎ความรู๎และกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ในการด ารงชีวิต ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๗ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ว ๑.๒ ป. ๓/๑ – ๔ ว ๒.๑ ป. ๓/๑ – ๒ ว ๒.๒ ป. ๓/๑ – ๔ ว ๒.๓ ป. ๓/๑ – ๓ ว ๓.๑ ป. ๓/๑ – ๓ ว ๓.๒ ป. ๓/๑ – ๔ ว ๔.๒ ป. ๓/๑ – ๕ รวม ๒๕ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๘ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รหัสวิชา ว๑๔๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง/ปี บรรยายสํวนตําง ๆ ของพืชดอก ได๎แกํ ราก ล าต๎น ใบ และดอก ที่ท าหน๎าที่แตกตํางกัน จ าแนกสิ่งมีชีวิต โดยใช๎ความเหมือนและความแตกตํางของลักษณะของสิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุํมพืช กลุํมสัตว์ และกลุํมที่ไมํใชํพืช และสัตว์ จ าแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไมํมีดอก โดยใช๎การมีดอก เป็นเกณฑ์ จ าแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์ มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไมํมีกระดูกสันหลัง โดยใช๎กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได๎ ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุํมปลา กลุํมสัตว์สะเทินน้ าสะเทินบก กลุํมสัตว์เลื้อยคลาน กลุํมนก และกลุํมสัตว์เลี้ยง ลูกด๎วยน้ านม และยกตัวอยํางสิ่งมีชีวิตในกลุํม เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด๎านความแข็ง สภาพยืดหยุํน การน าความร๎อน และการน าไฟฟูา ของวัสดุ โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลอง และระบุการน าสมบัติเรื่องความแข็ง สภาพยืดหยุํน การน าความร๎อน และการน าไฟฟูา ของวัสดุไปใช๎ในชีวิตประจ าวันผํานกระบวนการออกแบบชิ้นงานแลกเปลี่ยน ความคิดกับผู๎อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอยํางมีเหตุผลจากการทดลอง เปรียบเทียบ สมบัติของสารทั้ง ๓ สถานะ จากข๎อมูลที่ได๎จากการสังเกตมวล การต๎องการที่อยูํ รูปรํางและปริมาตรของสสาร ใช๎เครื่องมือเพื่อวัดมวล และปริมาตรของสสารทั้ง ๓ สถานะ ระบุแรงโน๎มถํวงที่มีตํอวัตถุ ใช๎เครื่องชั่งสปริง ในการวัดน้ าหนักของวัตถุ บรรยายมวลของวัตถุ ที่มีผลตํอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ จากหลักฐาน เชิงประจักษ์ จ าแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปรํงใส ตัวกลางโปรํงแสง และวัตถุทึบแสง จากลักษณะการมองเห็นสิ่งตําง ๆ ผํานวัตถุนั้นเป็นเกณฑ์โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายแบบรูปเส๎นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ สร๎างแบบจ าลองที่อธิบายแบบรูป การเปลี่ยนแปลงรูปรํางปรากฏของดวงจันทร์ และการพยากรณ์รูปรํางปรากฏ ของดวงจันทร์ สร๎างแบบจ าลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และอธิบายเปรียบเทียบคาบการโคจร ของดาวเคราะห์ตําง ๆ จากแบบจ าลอง ใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการแก๎ปัญหา การอธิบายการท างาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอยํางงําย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยํางงํายโดยใช๎ซอฟแวร์หรือสื่อ และตรวจหาข๎อผิดพลาดและแก๎ไข ใช๎อินเทอร์เน็ต ค๎นหาความรู๎ และประเมินความนําเชื่อถือของข๎อมูล รวบรวม วิเคราะห์ ประเมิน น าเสนอข๎อมูลและสารสนเทศ โดยใช๎ซอฟแวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก๎ปัญหาในชีวิตประจ าวัน ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิ และหน๎าที่ของตนเอง เคารพในสิทธิของผู๎อื่น แจ๎งผู๎เกี่ยวข๎องเมื่อพบข๎อมูลหรือบุคคลที่ไมํเหมาะสม ตระหนักถึงคุณคําของความรู๎ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและใช๎ความรู๎และกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ในการด ารงชีวิต ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๒๙ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ว ๑.๒ ป. ๔/๑ ว ๑.๓ ป. ๔/๑ – ๔ ว ๒.๑ ป. ๔/๑ – ๔ ว ๒.๒ ป. ๔/๑ – ๓ ว ๒.๓ ป. ๔/๑ ว ๓.๑ ป. ๔/๑ – ๓ ว ๔.๒ ป. ๔/๑ – ๕ รวม ๒๑ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๐ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ รหัสวิชา ว๑๕๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง/ปี บรรยายโครงสร๎างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการด ารงชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวของ สิ่งมีชีวิตในแตํละแหลํงที่อยูํ อธิบายความสัมพันธ์ระหวํางสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหวํางสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งไมํมีชีวิตเพื่อประโยชน์ตํอการด ารงชีวิต เขียนโซํอาหารและระบุบทบาทหน๎าที่ของสิ่งสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู๎ผลิตและ ผู๎บริโภคในโซํอาหาร ตระหนักในคุณคําของสิ่งแวดล๎อมที่มีตํอการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตโดยมีสํวนรํวมในการดูแล รักษาสิ่งแวดล๎อม อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถํายทอดจากพํอแมํสูํลูกของ พืช สัตว์ และมนุษย์ แสดงความ อยากรู๎อยากเห็นโดยการถามค าถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล๎ายคลึงกันของตนเองกับพํอแมํ อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสารเมื่อท าให๎สสารร๎อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายการละลายของสารในน้ า โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได๎และการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไมํได๎ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระท าตํอวัตถุในกรณีที่วัตถุอยูํนิ่งจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระท าตํอวัตถุที่อยูํในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระท าตํอวัตถุ ใช๎ เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระท าตํอวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีตํอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยูํในแนวเดียวกันที่กระท าตํอวัตถุ อธิบายการได๎ยินเสียงผํานตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุตัวแปรทดลองและอธิบายลักษณะและ การเกิดเสียงสูง เสียงต่ า ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงคํอย วัดระดับเสียง โดยใช๎เครื่องมือวัดระดับเสียง ตระหนักในคุณคําของความรู๎เรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยง และลดมลพิษทางเสียง เปรียบเทียบความแตกตํางของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจ าลอง ใช๎แผนที่ดาวระบุต าแหนํง และเส๎นทางการขึ้นและตกของกลุํมดาวฤกษ์บนท๎องฟูาและอธิบายแบบรูปเส๎นทางการขึ้นและตกของกลุํมดาวฤกษ์ บนท๎องฟูาในรอบปี เปรียบเทียบปริมาณน้ าในแตํละแหลํงและระบุปริมาณน้ าที่มนุษย์สามารถน ามาใช๎ประโยชน์ได๎จากข๎อมูล ที่รวบรวมได๎ ตระหนักถึงคุณคําของน้ าโดยน าเสนอแนวทางการใช๎น้ าอยํางประหยัดและการอนุรักษ์น้ า สร๎างแบบจ าลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ าในวัฎจักรน้ า เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ าค๎าง และน้ าค๎างแข็ง จากแบบจ าลอง เปรียบเทียบกระบวนการเกิด ฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข๎อมูลที่รวบรวมได๎ ใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการแก๎ปัญหา การอธิบายการท างาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอยํางงําย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช๎เหตุผลเชิงตรรกะอยํางงําย ตรวจหาข๎อผิดพลาดและแก๎ไข ใช๎อินเทอร์เน็ต ค๎นหาข๎อมูล ติดตํอสื่อสารและท างานรํวมกัน ประเมินความนําเชื่อถือของข๎อมูล รวบรวม ประเมิน น าเสนอข๎อมูล และสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช๎ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย เพื่อแก๎ปัญหา ในชีวิตประจ าวัน ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภัย มีมารยาท เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ของตน เคารพในสิทธิ
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๑ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ของผู๎อื่น แจ๎งผู๎เกี่ยวข๎องเมื่อพบข๎อมูลหรือบุคคลที่ไมํเหมาะสม โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู๎ การส ารวจตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล การแก๎ปัญหา และการอภิปราย เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎และน า ความรู๎ไปประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจ าวัน ตระหนักถึงคุณคําของความรู๎ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและใช๎ความรู๎และกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ในการด ารงชีวิต ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ว ๑.๑ ป.๕/๑ - ๔ ว ๑.๓ ป.๕/๑ - ๒ ว ๒.๑ ป.๕/๑ - ๔ ว ๒.๒ ป.๕/๑ - ๕ ว ๒.๓ ป.๕/๑ - ๕ ว ๓.๑ ป.๕/๑ - ๒ ว ๓.๒ ป.๕/๑ - ๕ ว ๔.๒ ป.๕/๑ - ๕ รวม ๓๒ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๒ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ รหัสวิชา ว๑๖๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง/ปี ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแตํละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน บอกแนวทาง ในการเลือกรับประทานอาหารให๎ได๎สารอาหารครบถ๎วน ในสัดสํวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัย ตํอสุขภาพ ตระหนักถึงความส าคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ๎วนในสัดสํวน ที่เหมาะสมกับเพศและวัยรวมทั้งปลอดภัยตํอสุขภาพ สร๎างแบบจ าลองระบบยํอยอาหาร และบรรยายหน๎าที่ของอวัยวะ ในระบบยํอยอาหาร รวมทั้งอธิบายการยํอยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนักถึงความส าคัญของระบบยํอย อาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบยํอยอาหารให๎ท างานเป็นปกติ อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การรํอน การใช๎แมํเหล็กดึงดูด การรินออก การกรองและการตกตะกอนโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์รวมทั้งระบุวิธีแก๎ปัญหาในชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟูาซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผํานการขัดถูโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุสํวนประกอบ และบรรยายหน๎าที่ของแตํละสํวนประกอบของวงจรไฟฟูาอยํางงํายจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพ และตํอวงจรไฟฟูาอยํางงําย ออกแบบการทดลองและทดลองด๎วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผล ของการตํอเซลล์ไฟฟูาแบบอนุกรม ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู๎ของการตํอเซลล์ไฟฟูาแบบอนุกรม โดยบอก ประโยชน์และการประยุกต์ใช๎ในชีวิต ประจ าวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด๎วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบาย การตํอหลอดไฟฟูาแบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู๎ของการตํอหลอดไฟฟูา แบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอกประโยชน์ข๎อจ ากัด และการประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจ าวัน อธิบาย การเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชิงประจักษ์เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว สร๎างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา อธิบาย พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอยํางการน าเทคโนโลยีอวกาศมาใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันจากข๎อมูล ที่รวบรวมได๎เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนีหินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจากแบบจ าลอง บรรยายและยกตัวอยํางการใช๎ประโยชน์ของหินและแรํในชีวิตประจ าวันจากข๎อมูลที่รวบรวมได๎ สร๎างแบบจ าลอง ที่อธิบายการเกิดซากดึกด าบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล๎อมในอดีตของซากดึกด าบรรพ์ เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเลและมรสุม รวมทั้งอธิบายผลที่มีตํอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล๎อม จากแบบจ าลอง อธิบายผลของมรสุมตํอการเกิดฤดู ของประเทศไทยจากข๎อมูลที่รวบรวมได๎บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้ าทํวม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถลํม แผํนดินไหว สึนามิตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดยน าเสนอแนวทางในการเฝูาระวัง และปฏิบัติตนให๎ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดในท๎องถิ่น สร๎างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิด ปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจกตํอสิ่งมีชีวิตตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์ เรือนกระจก โดยน าเสนอแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดกิจกรรมที่กํอให๎เกิดแก๏สเรือนกระจก ใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก๎ปัญหาที่พบในชีวิตประจ าวัน ออกแบบและเขียน โปรแกรมอยํางงําย เพื่อแก๎ปัญหาในชีวิตประจ าวัน ตรวจหาข๎อผิดพลาดของโปรแกรมและแก๎ไข ใช๎อินเทอร์เน็ต ในการค๎นหาข๎อมูลอยํางมีประสิทธิภาพ ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศท างานรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น แจ๎งผู๎เกี่ยวข๎องเมื่อพบข๎อมูลหรือบุคคลที่ไมํเหมาะสม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๓ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตระหนักถึงคุณคําของความรู๎ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและใช๎ความรู๎และกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ในการด ารงชีวิต ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ว ๑.๒ ป. ๖/๑ – ๕ ว ๒.๑ ป. ๖/๑ ว ๒.๒ ป. ๖/๑ ว ๒.๒ ป. ๖/๑ – ๘ ว ๓.๑ ป. ๖/๑ – ๒ ว ๓.๒ ป. ๖/๑- ๙ ว ๔.๑ ป. ๖/๑ – ๔ รวม ๓๐ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๔ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ รหัสวิชา ส๑๑๑๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษาพุทธประวัติ หรือประวัติของศาสดาที่ตนนับถือ ประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเลําและศาสนิกชน ตัวอยําง ความส าคัญ และเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนา บ าเพ็ญประโยชน์ตํอวัดหรือศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันส าคัญ ทางศาสนาตามที่ก าหนด เห็นคุณคําและสวดมนต์ แผํเมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนาหรือการพัฒนาจิต ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด ชื่นชมและปฏิบัติตนตามแบบอยํางการด าเนินชีวิต และข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเลําและศาสนิกชนตัวอยํางตามที่ก าหนด การบ าเพ็ญประโยชน์ ตํอศาสนสถาน ของศาสนาที่ตนนับถือ การแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ การปฏิบัติตน ในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันส าคัญทางศาสนา ศึกษาโครงสร๎าง บทบาท สิทธิและหน๎าที่ของสมาชิกในครอบครัวและโรงเรียน ประโยชน์ของการ ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน ความสามารถและความดีของตนเอง ผู๎อื่น และบอกผล จากการกระท านั้น ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน รํวมในการตัดสินใจและท ากิจกรรม ในครอบครัวและโรงเรียนตามกระบวนการประชาธิปไตย ด าเนินชีวิตอยูํในสังคมได๎อยํางมีความสุข ระบุสินค๎าและบริการที่ใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน ยกตัวอยํางการใช๎จํายเงินในชีวิตประจ าวัน ที่ไมํเกินตัวและเห็นประโยชน์ของการออม ยกตัวอยํางการใช๎ทรัพยากรในชีวิตประจ าวันอยํางประหยัด อธิบาย เหตุผลความจ าเป็นที่คนต๎องท างานอยํางสุจริต จ าแนกสิ่งแวดล๎อมรอบตัวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร๎างขึ้น ระบุความสัมพันธ์ของต าแหนํง ระยะ ทิศของสิ่งตําง ๆ ใช๎แผนผังแสดงต าแหนํงของสิ่งตํางๆ ในห๎องเรียน สังเกตและบอกการเปลี่ยนแปลง ของสภาพอากาศในรอบวัน บอกสิ่งแวดล๎อมที่เกิดตามธรรมชาติที่สํงผลตํอความเป็นอยูํของมนุษย์ สังเกตและ เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล๎อมเพื่อการปฏิบัติตนอยํางเหมาะสม มีสํวนในการดูแลสิ่งแวดล๎อมที่บ๎าน และชั้นเรียน โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถน าความรู๎ ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน าไปประยุกต์ใช๎กับชีวิตประจ าวัน ได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๕ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๑.๑ ป. ๑/๑ – ๔ ส ๑.๒ ป. ๑/๑ – ๓ ส ๒.๑ ป. ๑/๑ – ๒ ส ๒.๒ ป. ๑/๑ – ๓ ส ๓.๑ ป. ๑/๑ – ๓ ส ๓.๒ ป. ๑/๑ ส ๕.๑ ป. ๑/๑ – ๔ ส ๕.๒ ป. ๑/๑ – ๓ รวม ๒๓ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๖ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ รหัสวิชา ส๑๑๑๐๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษาและใช๎ปฏิทินในการบอกวัน เดือน ปีและการนับชํวงเวลาตามปฏิทินที่ใช๎ในชีวิตประจ าวัน เรียงล าดับเหตุการณ์ในชีวิตประจ าวันตามวันเวลาที่เกิดขึ้น และบอกประวัติความเป็นมาของตนเอง และครอบครัวอยํางงําย ๆ โดยสอบถามผู๎เกี่ยวข๎อง ศึกษาเพื่อบอกความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล๎อม สิ่งของ เครื่องใช๎หรือการด าเนินชีวิตของตนเอง ในสมัยปัจจุบัน กับสมัยของพํอแมํ ปูุยํา ตายาย ที่เป็นรูปธรรมรวมทั้งบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีผลกระทบ ตํอตนเองในปัจจุบัน โดยใช๎ทักษะการสังเกต การใช๎เหตุผล การเปรียบเทียบ การแยกแยะ การยกตัวอยําง และการ บอกเลํา เพื่อให๎เข๎าใจการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาและความส าคัญของอดีตที่มีตํอปัจจุบันและอนาคต สามารถ ปรับตัวให๎เข๎ากับวิถีชีวิตปัจจุบันได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ศึกษา อธิบายความหมายและความส าคัญของสัญลักษณ์ของชาติไทย ได๎แกํ ธงชาติเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีภาษาไทย อักษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแตํงกายแบบไทย วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และการปฏิบัติตนได๎ถูกต๎องตามกาลเทศะ รวมทั้งรู๎จักสถานที่ส าคัญซึ่งเป็นแหลํง วัฒนธรรมในชุมชน ศาสนสถาน ตลาด พิพิธภัณฑ์และระบุสิ่งที่ตนรักและเป็นความภาคภูมิใจในท๎องถิ่น ที่เห็น เป็นรูปธรรม โดยใช๎ทักษะการสังเกต การแสดงความคิดเห็นอยํางมีเหตุผล การอธิบาย การปฏิบัติตนอยํางถูกต๎อง เพื่อกํอให๎เกิดความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และท๎องถิ่น มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๔.๑ ป. ๑/๑ - ๓ ส ๔.๒ ป. ๑/๑ - ๒ ส ๔.๓ ป. ๑/๑ - ๓ รวม ๘ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๗ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ รหัสวิชา ส๑๒๑๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี บอกความส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ สรุปพุทธประวัติตั้งแตํประสูติจนถึง การออกผนวช หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด ชื่นชมและบอกแบบอยํางการด าเนินชีวิตและข๎อคิด จากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเลํา และศาสนิกชนตัวอยํางตามที่ก าหนด บอกความหมาย ความส าคัญ และเคารพ พระรัตนตรัย ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่ก าหนด ชื่นชมการท าความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว และในโรงเรียนตามหลักศาสนา เห็นคุณคํา และสวดมนต์แผํเมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนา ที่ตนนับถือตามที่ก าหนด บอกชื่อศาสนา ศาสดา และความส าคัญของคัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ และศาสนา อื่น ๆ ปฏิบัติตนอยํางเหมาะสมตํอสาวกของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่ก าหนดได๎ถูกต๎อง ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันส าคัญทางศาสนา ตามที่ก าหนดได๎ถูกต๎อง ปฏิบัติตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ มารยาทไทย และหน๎าที่ที่ต๎องปฏบัติในชีวิตประจ าวัน แสดงพฤติกรรมยอมรับความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของบุคคลอื่นที่แตกตํางกันโดยปราศจากอคติ เคารพสิทธิเสรีภาพหน๎าที่ของตนเองและผู๎อื่น ระบุทรัพยากรที่น ามาผลิตสินค๎าและบริการที่ใช๎ในชีวิตประจ าวัน บอกที่มาของรายได๎และรายจําย ของตนเองและครอบครัว บันทึกรายรับรายจํายของตนเอง สรุปผลดีของการใช๎จํายที่เหมาะสมกับรายได๎ และการออม อธิบายการแลกเปลี่ยนสินค๎าและบริการโดยวิธีตําง ๆ บอกความสัมพันธ์ระหวํางผู๎ซื้อและผู๎ขาย ระบุสิ่งแวดล๎อมทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร๎างขึ้น ซึ่งปรากฏระหวํางบ๎านกับโรงเรียน ระบุต าแหนํง และลักษณะทางกายภาพของสิ่งตําง ๆ ที่ปรากฏในแผนผัง แผนที่ รูปถําย และลูกโลก สังเกตและแสดง ความสัมพันธ์ระหวํางโลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ท า ให๎เกิดปรากฏการณ์อธิบายความส าคัญของสิ่งแวดล๎อม ทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร๎างขึ้น จ าแนกและใช๎ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช๎แล๎วไมํหมดไป และสร๎างทดแทนขึ้นใหมํ ได๎อยํางคุ๎มคํา อธิบายความสัมพันธ์ระหวํางฤดูกาลกับการด าเนินชีวิตของมนุษย์มีสํวนรํวมในการจัดการสิ่งแวดล๎อม ในโรงเรียน โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถน าความรู๎ ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน าไปประยุกต์ใช๎กับชีวิตประจ าวัน ได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๘ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๑.๑ ป. ๒/๑ – ๗ ส ๑.๒ ป. ๒/๑ – ๒ ส ๒.๑ ป. ๒/๑ – ๔ ส ๒.๒ ป. ๒/๑ – ๒ ส ๓.๑ ป. ๒/๑ – ๔ ส ๓.๒ ป. ๒/๑ – ๒ ส ๕.๑ ป. ๒/๑ – ๓ ส ๕.๒ ป. ๒/๑ – ๔ รวม ๒๘ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๓๙ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ รหัสวิชา ส๑๒๑๐๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี รู๎จักใช๎ค าระบุเวลาวันเวลาตามระบุ สุริยะคติและจันทรคติที่ปรากฏในปฏิทินที่แสดงเหตุการณ์ส าคัญ ในอดีตปัจจุบัน และอนาคต รวมทั้งการอธิบายล าดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือในชีวิตของตนเอง โดยใช๎ทักษะการสังเกต การสอบถาม เชื่อมโยง เรียงล าดับ การเลําเรื่อง การรวบรวมข๎อมูลหลักฐาน ที่เกี่ยวข๎อง รู๎วิธีสืบค๎นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวโดยใช๎หลักฐานที่เกี่ยวข๎อง ได๎แกํ ภาพถําย สูติบัตร ทะเบียนบ๎าน เครื่องมือเครื่องใช๎มาอธิบายเรื่องราวตําง ๆ และวิธีสืบค๎นข๎อมูลในชุมชนอยํางงําย ๆ ในเรื่อง เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่มีตํอวิถีชีวิตของคนในชุมชน สามารถเรียงล าดับเหตุการณ์ที่สืบค๎นได๎โดยใช๎เส๎นเวลา ฝึกทักษะ การสอบถาม การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบายอยํางมีเหตุผล ท าผังความคิดและการจัดนิทรรศการ เพื่อให๎เข๎าใจวิธีการทางประวัติศาสตร์ เรื่องการใช๎หลักฐานทางประวัติศาสตร์สืบค๎นเรื่องราวในอดีต เข๎าใจ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาอยํางตํอเนื่อง มีความรู๎ความเข๎าใจชุมชนที่มีความแตกตํางและสามารถ ปรับตัวใช๎ชีวิตประจ าวันได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ศึกษา สืบค๎นประวัติและผลงานของบุคคลที่ท าประโยชน์ตํอท๎องถิ่นหรือประเทศชาติ ในด๎าน การสร๎างสรรค์วัฒนธรรม/การสร๎างความเจริญรุํงเรืองและความมั่นคงโดยสังเขป ยกตัวอยํางวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย และภูมิปัญญาไทยที่ภาคภูมิใจและควรอนุรักษ์ไว๎ เพื่อให๎เห็นคุณคําและแบบอยํางการกระท า ความดีของบรรพบุรุษที่ได๎สร๎างประโยชน์ให๎แกํท๎องถิ่นและประเทศ เกิดความรัก และความภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทย และธ ารงความเป็นไทย มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๔.๑ ป. ๒/๑ – ๒ ส ๔.๒ ป. ๒/๑ – ๒ ส ๔.๓ ป. ๒/๑ – ๒ รวม ๖ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๔๐ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ รหัสวิชา ส๑๓๑๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี อธิบายความส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นรากฐานส าคัญของวัฒนธรรมไทย สรุปพุทธประวัติตั้งแตํการบ าเพ็ญเพียรจนถึงปรินิพพาน หรือประวัติของศาสดาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด ชื่นชม และบอกแบบอยํางการด าเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเลํา และศาสนิกชนตัวอยํางตามที่ก าหนด บอกความหมาย ความส าคัญของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ แสดงความเคารพพระรัตนตรัย และปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด เห็นคุณคํา และสวดมนต์ แผํเมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนา ที่ตนนับถือตามที่ก าหนด บอกชื่อ ความส าคัญและปฏิบัติตนได๎อยํางเหมาะสมตํอศาสนวัตถุ ศาสนสถาน และศาสนบุคคลของศาสนาอื่น ๆ ปฏิบัติตนอยํางเหมาะสมตํอสาวก ศาสนสถาน ศาสนวัตถุของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่ก าหนดได๎ถูกต๎อง เห็นคุณคํา และปฏิบัติตนในศาสนพิธีพิธีกรรม และวันส าคัญทางศาสนา ตามที่ก าหนด ได๎ถูกต๎อง แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ สรุปประโยชน์และปฏิบัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมในครอบครัวและท๎องถิ่น บอกพฤติกรรม การด าเนินชีวิตของตนเองและผู้อื่นที่อยู่ในกระแสวัฒนธรรมที่หลากหลาย อธิบายความส าคัญของวันหยุดราชการ ที่ส าคัญ ยกตัวอย่างบุคคลซึ่งมีผลงานที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและท้องถิ่นของตน ระบุบทบาทหน้าที่ของสมาชิก ของชุมชนในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ตามกระบวนการประชาธิปไตย วิเคราะห์ความแตกต่าง ของกระบวนการการตัดสินใจในชั้นเรียน โรงเรียนและชุมชน โดยวิธีการออกเสียงโดยตรงและการเลือกตัวแทน ออกเสียง ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงในชั้นเรียน โรงเรียนและชุมชนที่เป็นผลจากการตัดสินใจของบุคคลและกลุ่ม จ าแนกความต๎องการและความจ าเป็นในการใช๎สินค๎าและบริการในการด ารงชีวิต วิเคราะห์การใช๎จําย ของตนเอง อธิบายได๎วําทรัพยากรที่มีอยูํจ ากัดมีผลตํอการผลิตและบริโภคสินค๎าและบริการ บอกสินค๎าและบริการ ที่รัฐจัดหาและให๎บริการแกํประชาชน บอกความส าคัญของภาษีและบทบาทของประชาชนในการเสียภาษีอธิบาย เหตุผลการแขํงขันทางการค๎า ที่มีผลท าให๎ราคาสินค๎าลดลง ส ารวจข๎อมูลทางภูมิศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชนโดยใช๎แผนผัง แผนที่ และรูปถําย เพื่อแสดง ความสัมพันธ์ของต าแหนํง ระยะ ทิศทาง วาดแผนผังเพื่อแสดงต าแหนํงที่ตั้งของสถานที่ส าคัญในบริเวณโรงเรียน และชุมชน เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล๎อมของชุมชนในอดีตกับปัจจุบัน อธิบายการใช๎ประโยชน์ จากสิ่งแวดล๎อม และทรัพยากรธรรมชาติในการสนองความต๎องการพื้นฐานของมนุษย์ และการประกอบอาชีพ อธิบายสาเหตุที่ท าให๎เกิดมลพิษโดยมนุษย์อธิบายความแตกตํางของลักษณะเมืองและชนบท อธิบายความสัมพันธ์ ระหวํางลักษณะทางกายภาพกับการด าเนินชีวิตของคนในชุมชน มีสํวนรํวมในการจัดการสิ่งแวดล๎อมในชุมชน โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถน าความรู๎ ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน าไปประยุกต์ใช๎กับชีวิตประจ าวันได๎ อยํางถูกต๎องเหมาะสม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๔๑ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๑.๑ ป. ๓/๑ – ๗ ส ๑.๒ ป. ๓/๑ – ๓ ส ๒.๑ ป. ๓/๑ – ๔ ส ๒.๒ ป. ๓/๑ – ๓ ส ๓.๑ ป. ๓/๑ – ๓ ส ๓.๒ ป. ๓/๑ – ๓ ส ๕.๑ ป. ๓/๑ – ๒ ส ๕.๒ ป. ๓/๑ – ๖ รวม ๓๑ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๔๒ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ รหัสวิชา ส๑๓๑๐๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษา เรียนรู๎ การเปรียบเทียบศักราชที่ส าคัญตามปฏิทินที่ใช๎ในชีวิตประจ าวัน การสืบค๎นข๎อมูลและ การใช๎เส๎นเวลาล าดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและชุมชน ปัจจัยที่มีอิทธิพลตํอการตั้งถิ่นฐาน และพัฒนาการ ของชุมชน ลักษณะที่ส าคัญของขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน ความเหมือนและความแตกตําง ทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชนอื่น พระนามและพระราชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตริย์ไทย ที่เป็นผู๎สถาปนาอาณาจักรไทย พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวภูมิพล อดุลยเดช และพระบาทสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ วีรกรรมของบรรพบุรุษที่มีสํวนปกปูอง ประเทศชาติ โดยใช๎กระบวนการเรียนรู๎และเทคโนโลยีในการสืบเสาะหาความรู๎ สืบค๎นข๎อมูล สังเกต จ าแนก เปรียบเทียบ ล าดับเหตุการณ์ บันทึก อธิบาย สรุป เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ สามารถน าเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎ การน าความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน เห็นคุณคําของขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมในชุมชน มีจิตสาธารณะที่มุํงท าประโยชน์ และสร๎างสิ่งที่ดีงามในสังคมและท๎องถิ่น มีคุณธรรมและคํานิยมที่เหมาะสม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๔.๑ ป ๓/๑ - ๒ ส ๔.๒ ป ๓/๑ - ๓ ส ๔.๓ ป ๓/๑ - ๓ รวม ๘ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๔๓ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รหัสวิชา ส๑๔๑๐๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี อธิบายความส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของศาสนิกชน สรุปพุทธประวัติตั้งแตํบรรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด เห็นคุณคําและปฏิบัติตนตามแบบอยํางการด าเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเลํา และศาสนิกชน ตัวอยํางตามที่ก าหนด แสดงความเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนาหรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด ชื่นชมการท าความดีของตนเอง บุคคล ในครอบครัว โรงเรียนและชุมชนตามหลักศาสนา พร๎อมทั้งบอกแนวปฏิบัติในการด าเนินชีวิต เห็นคุณคํา และสวดมนต์แผํเมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนา ที่ตนนับถือตามที่ก าหนด ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อการอยูํรํวมกันเป็นชาติได๎ อยํางสมานฉันท์อธิบายประวัติศาสดาของศาสนาอื่น ๆ โดยสังเขป อภิปรายความส าคัญ และมีสํวนรํวมในการ บ ารุงรักษาศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือ มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีตามที่ก าหนด ปฏิบัติตน ในศาสนพิธีพิธีกรรมและวันส าคัญทางศาสนา ตามที่ก าหนดได๎ถูกต๎อง ระบุปัจจัยที่มีผลตํอการเลือกซื้อสินค๎าและบริการ บอกสิทธิพื้นฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ในฐานะผู๎บริโภค อธิบายหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและน า ไปใช๎ในชีวิตประจ า วันของตนเอง อธิบาย ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน อธิบายหน๎าที่เบื้องต๎นของเงิน สืบค๎นและอธิบายข๎อมูลลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน ด๎วยแผนที่และรูปถําย ระบุแหลํง ทรัพยากรและสถานที่ส าคัญในจังหวัดของตนด๎วยแผนที่และรูปถําย อธิบายลักษณะทางกายภาพที่สํงผลตํอ แหลํงทรัพยากรและสถานที่ส าคัญในจังหวัด วิเคราะห์สิ่งแวดล๎อมทางกายภาพที่สํงผลตํอการด าเนินชีวิตของคน ในจังหวัด อธิบายการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล๎อมในจังหวัด และผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง น าเสนอแนวทาง การจัดการสิ่งแวดล๎อมในจังหวัด โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถน าความรู๎ ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน าไปประยุกต์ใช๎กับชีวิตประจ าวันได๎ อยํางถูกต๎องเหมาะสม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๑.๑ ป. ๔/๑ – ๘ ส ๑.๒ ป. ๔/๑ – ๓ ส ๒.๑ ป. ๔/๑ – ๕ ส ๒.๒ ป. ๔/๑ – ๓ ส ๓.๑ ป. ๔/๑ – ๓ ส ๓.๒ ป. ๔/๑ – ๒ ส ๕.๑ ป. ๔/๑ – ๓ ส ๕.๒ ป. ๔/๑ – ๓ รวม ๓๐ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๔๔ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รหัสวิชา ส๑๔๑๐๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษาความหมาย วิธีการนับ และการใช๎ชํวงเวลาเป็น ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ อธิบายการ แบํงยุคสมัยในทางปะวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่แบํงเป็นสมัยกํอนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ โดยสังเขป แยกแยะประเภทหลักฐาน ที่ใช๎ในการศึกษาความเป็นมา ของท๎องถิ่น อธิบายการตั้งหลักแหลํง และ พัฒนาการของมนุษย์ยุคกํอนประวัติศาสตร์และ ยุคประวัติศาสตร์ โดยสังเขปยกตัวอยํางหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ที่พบในท๎องถิ่น ที่แสดงพัฒนาการของมนุษยชาติ ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยสุโขทัย อธิบายพัฒนาการของอาณาจักร สุโขทัยโดยสังเขป ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร การพัฒนาทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ บอกประวัติและผลงาน ของบุคคล ส าคัญสมัยสุโขทัย ได๎แกํ พํอขุนศรีอินทราทิตย์ พํอขุนรามค าแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) อธิบายภูมิปัญญาไทยที่ส าคัญ สมัยสุโขทัยที่นําภาคภูมิใจและควรคําแกํการอนุรักษ์ โดยใช๎ทักษะการอําน การส ารวจ การวิเคราะห์ การค านวณ เพื่อใช๎ชํวงเวลาบอกเรื่องราว ได๎ถูกต๎อง เข๎าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามชํวงเวลาที่ปรากฏในเอกสารทางประวัติศาสตร์เกิดความรักและความ ภูมิใจความเป็นไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยายามของบรรพบุรุษไทยที่ได๎ปกปูอง และสร๎างสรรค์ ความเจริญให๎บ๎านเมือง ตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบตํอจนถึงปัจจุบัน มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ส ๔.๑ ป. ๔/๑ – ๓ ส ๔.๒ ป. ๔/๑ – ๒ ส ๔.๓ ป. ๔/๑ – ๓ รวม ๘ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ๑๔๕ | โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด พุทธศักราช ๒๕๖๓ ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ รหัสวิชา ส๑๕๑๐๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และหลักในการพัฒนาชาติไทย สรุปพุทธประวัติตั้งแตํเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์จนถึงพุทธกิจส าคัญ หรือประวัติศาสดา ที่ตนนับถือตามที่ก าหนด เห็นคุณคํา และประพฤติตนตามแบบอยํางการด าเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดกเรื่องเลํา และศาสนิกชนตัวอยํางตามที่ก าหนด อธิบายองค์ประกอบ และความส าคัญของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ แสดงความเคารพพระรัตนตรัยและปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด เห็นคุณคําและสวดมนต์แผํเมตตา มีสติ ที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อการพัฒนาตนเองและสิ่งแวดล๎อม จัดพิธีกรรมตามศาสนา ที่ตนนับถืออยํางเรียบงําย มีประโยชน์และปฏิบัติตนถูกต๎อง ปฏิบัติตนในศาสนพิธีพิธีกรรม และวันส าคัญ ทางศาสนา ตามที่ก าหนด และอภิปรายประโยชน์ที่ได๎รับจากการเข๎ารํวมกิจกรรม มีมรรยาทของความเป็น ศาสนิกชนที่ดีตามที่ก าหนด ยกตัวอยํางและปฏิบัติตน ตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ และหน๎าที่ ในฐานะพลเมืองดี เสนอ วิธีการปกปูองคุ๎มครองตนเอง หรือผู๎อื่นจากการละเมิดสิทธิเด็ก เห็นคุณคําวัฒนธรรมไทย ที่มีผลตํอการด าเนินชีวิต ในสังคมไทยมีสํวนรํวมในการอนุรักษ์และเผยแพรํภูมิปัญญาท๎องถิ่น ของชุมชน อธิบายโครงสร๎าง อ านาจหน๎าที่ และความส าคัญของการปกครอง สํวนท๎องถิ่น ระบุบทบาท หน๎าที่ และวิธีการเข๎าด ารงต าแหนํงของผู๎บริหาร ท๎องถิ่น วิเคราะห์ประโยชน์ที่ชุมชนจะได๎รับจากองค์กรปกครอง สํวนท๎องถิ่น อธิบายปัจจัยการผลิตสินค๎าและบริการ ประยุกต์ใช๎แนวคิดของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการท า กิจกรรมตําง ๆ ในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน อธิบายหลักการส าคัญและประโยชน์ของสหกรณ์อธิบายบทบาท หน๎าที่เบื้องต๎นของธนาคาร จ าแนกผลดีและผลเสียของการกู๎ยืม สืบค๎นและอธิบายข๎อมูลลักษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนด๎วยแผนที่และรูปถําย อธิบายลักษณะ ทางกายภาพที่สํงผลตํอแหลํงทรัพยากรและสถานที่ส าคัญในภูมิภาคของตน วิเคราะห์สิ่งแวดล๎อมทางกายภาพที่มี อิทธิพลตํอลักษณะการตั้งถิ่นฐานและการย๎ายถิ่นของประชากรในภูมิภาคของตน วิเคราะห์อิทธิพลของสิ่งแวดล๎อม ทางธรรมชาติที่กํอให๎เกิดวิถีการด าเนินชีวิตในภูมิภาคของตน น าเสนอตัวอยํางที่สะท๎อนให๎เห็นผลจากการรักษา และท าลายสิ่งแวดล๎อม และเสนอแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล๎อมในภูมิภาคของตน โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถน าความรู๎ ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน าไปประยุกต์ใช๎กับชีวิตประจ าวัน ได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสม