The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ สพฐ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ สพฐ

รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ สพฐ

138

4.1.2) S : Set Strategies (การกำหนดกลยุทธ์) การกำหนดแนวทาง
การพัฒนาการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ท่ีสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนการศึกษาชาติ และทักษะ
ในศตวรรษท่ี 21

4.1.3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ) การนำ
แนวทางการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมสกู่ ารปฏิบตั ใิ นโรงเรียน

4.1.4) S : Support (การสนับสนุน) การสนับสนุน วิชาการ งบประมาณ
การนิเทศติดตาม และให้ขวัญกำลังใจสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน เพื่อให้การ
ดำเนินงานพัฒนาบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ เช่น การจัดทำเอกสารแนวทางการวิจัยและพัฒนา
รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมสำหรับผู้บริหารโรงเรียน ครู และศึกษานิเทศก์ การนิเทศติดตาม และ
ให้คำแนะนำปรึกษา โดยคณะทำงานร่วมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา การประชุมวิชาการ การประชุมปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และสะทอ้ นผล

4.1.5) S : Staff Development (การพัฒนาบุคลากร) การจัดกิจกรรม
ที่ส่งเสริม สนับสนุนองค์ความรู้ ความคิดและทักษะของผู้บริหารโรงเรียน และครู ในการพัฒนา
การบริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ และการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามแนวทางการพัฒนาโรงเรียน
นวัตกรรมอย่างต่อเนอื่ ง

4.1.6) S : Summarize (การสรุปรายงาน) การประมวลผล สรปุ สงั เคราะห์
จากการประเมินรูปแบบและการนำเสนอการบริหารจัดการ การนิเทศติดตาม และการปฏิบัติการ
พัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน เพื่อนำผลมาปรับปรุง
พฒั นาหรือขยายผล

4.1.7) S : Share and Cheer up (การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการยกย่อง
ชมเชย) การนำผลการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมของโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศหรือประสบผลสำเร็จ
มาใชใ้ นการแลกเปลย่ี นเรยี นรูแ้ ละให้การยกยอ่ งชมเชยท้ังในระดบั เขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา และโรงเรียน

4.1.8) S : Sustainability (การพัฒนาสู่ความยั่งยืน) การพัฒนาการ
บริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู การเรียนรู้ของผู้เรียน และการนิเทศ
ตดิ ตามสำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา และโรงเรยี นอยา่ งตอ่ เนื่อง

4.2) ระดับสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา โดยใช้กระบวนการ PPSC ประกอบด้วย
4.2.1) P : Plan Co-Ordination (การประสานแผน) การประสานการ

ทำงานให้สัมพันธ์กันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและโรงเรียน หรือระหว่าง
โรงเรียนกับโรงเรียน และโรงเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่กับโรงเรียน โดยตระหนักถึงภาระหน้าที่
ความรับผดิ ชอบ เป้าหมายรว่ มกัน

139

4.2.2) P : Professional Development (การพัฒนาบุคลากร) การจัด
กิจกรรม ส่งเสริม สนับสนุนความรู้ ความคิด และทักษะของผู้บริหารโรงเรียน และครู เพื่อพัฒนา
ความคดิ สร้างสรรคข์ องผู้เรยี นดว้ ยเทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่หลากหลาย โรงเรียนสามารถเลอื กใช้วิธีการ
หรอื บรู ณาการเทคนคิ ใหเ้ หมาะสมกับบริบทของตนเอง

4.2.3) S : Supervision (การนเิ ทศ กำกบั ตดิ ตาม) การวดั และประเมินผล
การพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโรงเรียนในการขับเคลื่อนรูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรมีการวัดและประเมินผลเพื่อหา
ขอ้ ปรบั ปรงุ ในการนำไปส่โู รงเรยี นนวตั กรรม

4.2.4) C : Continuous Evaluation Development (การประเมินผล
และพัฒนาต่อเนื่อง) เป็นกระบวนการดำเนินงานด้านการกำกับควบคุม เพื่อติดตามความก้าวหน้า
ของภารกิจและหรือประเมินวา่ ภารกจิ สำเร็จตามวตั ถปุ ระสงคท์ ี่กำหนดไว้

4.3) กระบวนการพัฒนาระดับโรงเรียน โดยใช้กระบวนการ C – IDEA แบ่งออกเป็น
3 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู และด้าน
การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้สร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Creativity Innovation
Learning for Transformation: C - IDEA) เพื่อให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนนวัตกรรม มุ่งผลผลิตให้ผู้เรียน
เปน็ นวัตกรสร้างสรรค์ ทงั้ การเปลีย่ นแปลงโดยสังคม (Socially Transformative) ส่ิงประดิษฐ์คิดค้น
(Product) และกระบวนการใหม่ (Innovative Process) รวมถึงการดำเนินงานขององค์การ
ตามนวัตกรรม และการเปลย่ี นวิธีปฏสิ มั พนั ธข์ องบคุ ลากรกับผูร้ บั บริการ ประกอบดว้ ย

4.3.1) ) I : Inspiration (การสร้างแรงบันดาลใจ) การสร้างแรงบันดาลใจ
ให้โรงเรียนได้ก้าวพ้นความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การเดิม ๆ ที่เคยถือปฏิบัติ กล้าที่จะ
ตัดสินใจในการดำเนินการเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม การสร้างแรงบันดาลใจ
จะต้องสร้างให้โรงเรียน ครู และผู้เรียน ได้กำหนดเป้าหมายของตนเอง และมีความเชื่อว่าจะไปถึงได้
(believe to walking on the way to innovative goal) สร้างให้โรงเรียนมีความเชื่อในเป้าหมาย
เพยี งสิ่งเดียวคือ การเปน็ โรงเรยี นแหง่ นวัตกรรม ใหผ้ ู้บริหารโรงเรยี น ครู และผเู้ รียน ให้มีความเช่ือมั่น
และมเี ปา้ หมายเดียวกัน คือ การพฒั นานวัตกรรมของตนเองทง้ั กระบวนการ ส่ิงประดษิ ฐ์ คิดค้น และ
การเปลี่ยนแปลงของสงั คม

4.3.2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ ความถนัด
และความต้องการตนเอง) การพัฒนาตนเองสู่การเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม ผู้เรียนพัฒนาตนไปสู่
ยุวนวัตกร จากนั้นออกแบบการเรียนรู้ของโรงเรียนให้ตอบสนองความสามารถ ความถนัด และความ
ต้องการของผู้เรียนอย่างสร้างสรรค์ สามารถดึงศักยภาพ และความสามารถที่แฝงเร้นของผู้เรียน
ออกมาอย่างเต็มตามศกั ยภาพสู่การเปน็ ยวุ นวตั กรสร้างสรรค์ และโรงเรยี นนวตั กรรม

140

4.3.3) E : Experimentation (การทดลองการเรียนรู้) การออกแบบไว้
เพอื่ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ท้ังดา้ นกระบวนการ สิง่ ประดิษฐ์ และการเปลย่ี นแปลงของสังคม ซึง่ การทดลอง
การเรียนรู้นั้นควรตอบสนองความถนัด และความต้องการของตนเองของผู้เรียน โรงเรียน และสังคม
อย่างสร้างสรรค์ โดยกำหนดเป้าหมายและการดำเนินการการพัฒนา (1) การพัฒนาโรงเรียน
นวัตกรรมสรา้ งสรรค์ (2) การพัฒนาห้องเรียนสร้างสรรค์ ด้วยการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning
และ (3) การบริหารสร้างสรรค์ และโรงเรียนดำเนินการพัฒนาตามแผนงาน เพื่อก้าวไปสู่การเป็น
โรงเรียนนวตั กรรม (Innovative School) ท่มี ีผู้บรหิ ารสร้างสรรค์ ครสู ร้างสรรค์ และผู้เรียนสรา้ งสรรค์

4.3.4) A : Activity for Continuous Improvement/Assessment
(การประเมินหรือการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง) การออกแบบการเรียนรู้ การเรียนรู้
การประดษิ ฐ์ คดิ คน้ ในการพฒั นาตนเองของผู้เรียนสู่การเปน็ ยวุ นวตั กรสรา้ งสรรค์ และโรงเรยี นพัฒนา
สู่การเปน็ โรงเรยี นนวัตกรรมอยา่ งเปน็ พลวตั ต่อเนือ่ ง ไมม่ ีท่ีสนิ้ สุดของการพฒั นา

ระยะที่ 2 ผลการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน

โดยนำร่างรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ไปทดลองใช้ 3 ระดบั ได้แก่

1) ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดอบรมพัฒนาบุคลากร
กลมุ่ เปา้ หมายระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยใช้กระบวนการ 8S Inno - OBEC
Admimistrative Model ประกอบด้วย (1) S : Synthesis (การสังเคราะห์) (2) S : Set Strategies
(การกำหนดกลยุทธ์) (3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ) (4) S : Support
(การสนับสนุน) (5) S : Staff Development (การพัฒนาบุคลากร) (6) S : Summarize (การสรุปรายงาน)
(7) S : Share and Cheer up (การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการยกย่องชมเชย) และ (8) S : Sustainability
(การพัฒนาสู่ความยงั่ ยนื ) เพื่ออำนวยการสนับสนนุ การพฒั นารปู แบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียน
สู่การเป็นนวัตกรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเป็นผู้ประเมินการใช้รูปแบบ
ของโรงเรียน

2) ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา การจัดอบรมพัฒนาบุคลากรกลุ่มเป้าหมาย
ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยใช้กระบวนการ PPSC ประกอบด้วย (1) P : Plan Co-Ordination
(การประสานแผน) (2) P : Professional Development (การพฒั นาบุคลากร) (3) S : Supervision
(การนิเทศ กำกบั ติดตาม) และ (4) C : Continuous Evaluation Development (การประเมินผล
และพัฒนาต่อเนื่อง) เพื่อสามารถเป็นผู้ประสานงาน นิเทศ ติดตาม การพัฒนารูปแบบโรงเรียน
นวตั กรรมพฒั นาผเู้ รียนสกู่ ารเป็นนวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน

141

3) ระดับโรงเรียน การจัดอบรมพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน และครู โดยใช้กระบวนการ
C - IDEA แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการ
เรียนรขู้ องครู และด้านการเรียนรขู้ องผู้เรยี น โดยใชร้ ปู แบบการเรียนรู้สรา้ งสรรค์เพอื่ การเปลี่ยนแปลง
(Creativity Innovation Learning for Transformation : C - IDEA) ประกอบดว้ ย (1) I : Inspiration
(การสร้างแรงบันดาลใจ) (2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ ความถนัด และ
ความต้องการตนเอง) (3) E : Experimentation (การทดลองการเรียนรู้) และ (4) A : Activity for
Continuous Improvement/Assessment (การประเมินหรือการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาอย่าง
ต่อเน่ือง)

2.1 ผลการทดลองใช้รูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผู้เรียนสกู่ ารเป็นนวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน

การวเิ คราะหผ์ ลการนำรปู แบบ และเอกสารแนวการพฒั นาโรงเรยี นนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับโรงเรียน โดยนำไปทดลองใช้
กับกลุ่มเป้าหมายในระยะเวลา 2 ภาคเรียน (1 ปีการศึกษา) วิเคราะห์ผลการทดลองใช้รูปแบบ และ
เอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ 1) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน 2) การจัดการเรียนรู้
ของครู และ 3) การเรยี นร้ขู องผ้เู รียน ดงั ตอ่ ไปนี้

2.1.1 ผลการประเมินด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียนในการพัฒนา
รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน ดังแสดงในตารางที่ 4.5

ตารางที่ 4.5 ด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียนในการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม
ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

ที่ รายการ (n = 54)
̅X S.D. ระดบั

1 การชีแ้ จงเอกสาร และพัฒนาให้บุคลากรในโรงเรียนรับรู้ และ

ตระหนักถึงแนวทางดำเนินงานหรือ กลยุทธ์ การพัฒนาทักษะ

การคดิ สร้างสรรค์ในการจดั ทำนวตั กรรม การบรหิ ารจัดการ

ตามรปู แบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รยี นสู่การเป็นนวตั กร

โดยกระบวนการ C - IDEA 3.00 .39 ดี

142

ตารางท่ี 4.5 (ตอ่ )

ที่ รายการ (n = 54)
X̅ S.D. ระดบั

2 การพฒั นากระบวนการบรหิ ารจัดการโรงเรยี นที่สง่ เสรมิ และ

พัฒนานวัตกรรมการบรหิ ารจัดการโรงเรียนนวัตกรรมพฒั นา

ผู้เรียนสกู่ ารเปน็ นวัตกร

2.1 การวเิ คราะหน์ โยบาย หลักการ ทฤษฎี เอกสารและ

งานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวข้องในการพฒั นารูปแบบโรงเรยี นนวตั กรรม

พฒั นาผู้เรียนสู่การเป็นนวตั กร

2.1.1 นโยบายการพฒั นาบุคลากรเป็นนวตั กรของรฐั บาล

ศธ. สพฐ. สพท. 2.98 .37 ดี

2.1.2 เอกสาร แนวคดิ ทฤษฎีและงานวิจยั ท่ีเกยี่ วข้องกับ

การพัฒนารูปแบบโรงเรยี นนวัตกรรมและการจดั การเรยี นรู้

สกู่ ารเปน็ นวตั กร 3.02 .48 ดี

2.1.3 สภาพความตอ้ งการพฒั นาโรงเรยี นนวัตกรรม

พฒั นาผูเ้ รยี นส่กู ารเป็นนวตั กร 3.58 .72 ดีมาก

2.1.4 ความพรอ้ มของโรงเรียนและชุมชนในการพัฒนา

โรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผูเ้ รียนสกู่ ารเป็นนวตั กร 3.61 .68 ดีมาก

2.2 การจัดทำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพฒั นาผู้เรยี น

สกู่ ารเปน็ นวัตกร

2.2.1 การวางแผนบรหิ ารจดั การพฒั นารูปแบบ

โรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผ้เู รียนส่กู ารเป็นนวัตกร 3.48 .79 ดี

2.2.2 การปฏิบัติงานตามแผนพัฒนารปู แบบโรงเรียน

นวตั กรรมพัฒนาผเู้ รยี นสูก่ ารเป็นนวัตกร 2.80 .44 ดี

2.2.3 การพัฒนาต่อเน่ือง 3.08 .54 ดี

2.3 การวางแผนพัฒนารปู แบบโรงเรียนนวัตกรรม

พฒั นาผเู้ รยี นสูก่ ารเปน็ นวตั กร

2.3.1 การสรา้ งแรงบันดาลใจในการพฒั นาโรงเรยี น

นวตั กรรมพัฒนาผู้เรียนสกู่ ารเป็นนวัตกร 2.95 .48 ดี

143

ตารางท่ี 4.5 (ต่อ)

ท่ี รายการ (n = 54)
X̅ S.D. ระดับ

2.3.2 การกำหนดเป้าหมายการพัฒนาโรงเรยี นนวัตกรรม

พฒั นาผเู้ รยี นส่กู ารเป็นนวตั กรรว่ มกัน 3.58 .63 ดมี าก

2.3.3 การวางแผนพัฒนาสเู่ ปา้ หมาย (ระยะสน้ั /ระยะยาว) 3.58 .75 ดมี าก

2.4 การดำเนินงานตามแผนพัฒนารูปแบบโรงเรยี นนวัตกรรม

พัฒนาผเู้ รียนสกู่ ารเปน็ นวัตกร

2.4.1 การพฒั นาบคุ ลากรในโรงเรียนตามแผนพัฒนา

รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รียนสูก่ ารเป็นนวัตกร 3.50 .77 ดี

2.4.2 การปรับแผนการจัดการเรียนรูท้ ี่เป็นกจิ กรรม

พัฒนาผู้เรียนสู่การเปน็ นวตั กร 3.11 .53 ดี

2.4.3 การพัฒนานวตั กรรมการจดั การเรยี นรู้ของครู 3.00 .43 ดี

2.4.4 การจัดการเรียนรู้ของครใู นการพัฒนาผู้เรยี น

สกู่ ารเปน็ นวัตกร 3.41 .78 ดี

2.5 การนิเทศ กำกบั ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินและปรับปรุง

2.5.1 การนิเทศ กำกับ ตดิ ตามและเสรมิ เติมเต็มความรู้

เกี่ยวกบั การพฒั นารูปแบบโรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนาผ้เู รยี น

สกู่ ารเป็นนวัตกร 3.38 .80 ดี

2.5.2 การตรวจสอบ ประเมนิ ผลการพฒั นารปู แบบ

โรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผเู้ รียนสู่การเป็นนวตั กร 3.56 .66 ดีมาก

2.5.3 การวิเคราะห์ผล จดั ทำรายงานผลการพัฒนา

รูปแบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียนสกู่ ารเป็นนวตั กร 3.41 .82 ดี

2.6 การพัฒนารปู แบบ และเอกสารอย่างตอ่ เนื่อง

และการเผยแพร่ สร้างเครือข่าย ขยายผล

2.6.1 การพฒั นาการดำเนนิ งานตามรูปแบบ และเอกสาร

แนวการพฒั นาโรงเรยี นนวตั กรรมพฒั นาผเู้ รยี นสู่การเปน็

นวัตกรตามผลการประเมิน 3.52 .75 ดีมาก

144

ตารางที่ 4.5 (ต่อ)

ท่ี รายการ (n = 54)
X̅ S.D. ระดับ
2.6.2 การเผยแพร่ สร้างเครือข่าย ขยายผลการพฒั นา
รูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนา 3.41 .80 ดี
ผู้เรยี นสกู่ ารเป็นนวตั กร 3.30 .50 ดี

รวมเฉล่ีย

จากตารางที่ 4.5 แสดงว่าการบริหารจดั การของผ้บู ริหารโรงเรียนในการพฒั นารูปแบบ
และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับดี (x̅= 3.30, S.D. = .50) เมื่อพิจารณา
รายละเอียดในแต่ละข้อ ปรากฏว่า ด้านความพร้อมของโรงเรียนและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร มีการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียนสูงกว่าข้ออื่น คือ

มีการบริหารจัดการอยู่ในระดับดีมาก (x̅= 3.61, S.D. = .68) รองลงมาคือ การวางแผนพัฒนา

สู่เป้าหมาย (ระยะสั้น/ระยะยาว) (x̅= 3.58, S.D. = .75) สภาพความต้องการพัฒนาโรงเรียน

นวตั กรรมพฒั นาผ้เู รยี นสู่การเป็นนวัตกร (x̅= 3.58, S.D. = .72) และการกำหนดเป้าหมายการพัฒนา

โรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนาผูเ้ รียนสู่การเปน็ นวตั กรรว่ มกัน (x̅= 3.58, S.D. = .63) มกี ารบริหารจัดการ
ของผู้บริหารโรงเรยี นอยู่ในระดับดมี าก ตามลำดบั

2.1.2 ผลการประเมินการจัดการเรียนรู้ของครูในการพัฒนารูปแบบโรงเรียน
นวตั กรรมพฒั นาผู้เรยี นส่กู ารเป็นนวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน ผลการ
ประเมนิ การจัดการเรียนรแู้ ละนวัตกรรมของครู โดยแบ่งเป็น ผลการประเมินการจัดการเรียนรู้ของครู
และนวัตกรรมการจัดการเรยี นร้ขู องครู ดังแสดงในตารางท่ี 4.6 และ 4.7

145

ตารางที่ 4.6 การจัดการเรียนรู้ของครูในการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การ
เป็นนวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน

ท่ี รายการ (n = 48)
X̅ S.D. ระดับ
1 การวิเคราะห์ผู้เรียนกอ่ นการจัดการเรยี นรู้ 2.81 .40 ดี
2 การวางแผนก่อนการจดั การเรียนรู้ (C - IDEA) 3.00 .57 ดี
3 กระบวนการ ขัน้ ตอน การจดั การเรียนรู้พฒั นาผเู้ รียน
3.06 .62 ดี
สกู่ ารเปน็ นวตั กร 3.34 .75 ดี
3.1 การสรา้ งแรงบนั ดาลใจ (Inspiration)
3.2 การกำหนดปัญหา (Problem Setting) 2.91 .59 ดี
3.3 การศึกษาค้นควา้ วางแผนการเรียนรู้ 2.88 .49 ดี
(Study Explorer/Plan) 2.88 .49 ดี
3.4 การออกแบบ/ทดลอง (Design/Experiment) 3.03 .40 ดี
3.5 การสรุปและนำเสนอ (Conclude/Presentation) 3.66 .55 ดมี าก
3.6 การประเมินผล (Assessment)
3.25 .44 ดี
4 การบนั ทกึ ผลการเรียน 3.08 .40 ดี
5 การนำผลการจดั การเรยี นรู้มาใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รียน

อย่างต่อเนื่อง
รวมเฉลีย่

จากตารางที่ 4.6 แสดงว่า การจัดการเรียนรู้ของครูในการพัฒนารูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวม
อยู่ในระดับดี (x̅= 3.08, S.D. = .240) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า การบันทึกผลการเรียน
มีการจัดการเรียนรู้มากกว่าด้านอื่น คือ มีผลการจัดการเรียนรู้ในระดับดีมาก (x̅= 3.66, S.D. = .55)
รองลงมาคือ การกำหนดปัญหา (Problem Setting) มีผลการจัดการเรียนรู้ในระดับดี (x̅= 3.34,
S.D. = .75)

146

ตารางท่ี 4.7 นวตั กรรมการจัดการเรยี นรูท้ ่ีครูใชใ้ นการพัฒนาผู้เรยี นสู่การเปน็ นวตั กร

ที่ รายการ (n = 48)
̅X S.D. ระดบั
1 นวัตกรรมการจัดการเรยี นรู้ท่ีครูคดิ คน้ ขน้ึ ใชใ้ นการพฒั นา
ผ้เู รียนสู่การเปน็ นวัตกร 3.44 .50 ดี

2 การเผยแพร่นวัตกรรมการจดั การเรียนรูท้ ี่ใช้พัฒนาผเู้ รยี น 3.38 .55 ดี
สกู่ ารเปน็ นวตั กร 3.41 .39 ดี
รวมเฉลย่ี

จากตารางท่ี 4.7 แสดงวา่ นวัตกรรมการจดั การเรยี นรู้ท่ีครูใชใ้ นการพฒั นาผู้เรียนสู่การ

เป็นนวัตกร โดยรวมอยู่ในระดับดี (x̅= 3.41, S.D. = .39) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ครูคิดค้นขึ้นใช้ในการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร มีระดับนวัตกรรม

การจัดการเรียนรู้ที่ครูพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร (x̅= 3.44, S.D. = .50) สูงกว่าการเผยแพร่

นวตั กรรมการจัดการเรยี นรทู้ ่ีใช้พัฒนาผู้เรยี นสู่การเป็นนวตั กร (x̅= 3.38, S.D. = .55)
2.1.3 ผลการประเมินการเรยี นรู้ของผู้เรียนในการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม

พัฒนาผู้เรียนสูก่ ารเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน แบ่งเป็น ผลการ
ประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน และนวัตกรรมจากการเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียน ดังแสดงใน
ตารางท่ี 4.8 และ 4.9

ตารางท่ี 4.8 การเรยี นรขู้ องผู้เรียน

ที่ รายการ (n = 48)
̅X S.D. ระดบั
1 การวางแผนการเรยี นรู้ในการพฒั นาสู่การเปน็ นวัตกร
ของผ้เู รยี น โดยใช้กระบวนการ C - IDEA 3.43 .50 ดี

2 การเตรยี มสอ่ื อุปกรณ์ สำหรับใชป้ ระกอบการเรียนรู้ในการ 3.28 .45 ดี
พฒั นาสูก่ ารเป็นนวัตกรของผูเ้ รยี น
3.30 .46 ดี
3 กระบวนการเรียนรู้ของผ้เู รยี นสกู่ ารเปน็ นวัตกร 3.24 .51 ดี
3.1 การสรา้ งแรงบันดาลใจ (Inspiration)
3.2 การกำหนดปัญหา (Problem Setting)

147

ตารางที่ 4.8 (ตอ่ )

ที่ รายการ (n = 48)
X̅ S.D. ระดับ
3.3 การศึกษาค้นคว้า วางแผนการเรียนรู้
(Study Explorer/Plan) 2.59 .76 ดี
2.98 .66 ดี
3.4 การออกแบบ/ทดลอง (Design/Experiment) 3.46 .67 ดี
3.5 การสรุปและนำเสนอ (Conclude/Presentation) 3.03 .55 ดี
3.6 การประเมินผล (Assessment) 3.00 .60 ดี
4 การบันทึกผลการเรียนรรู้ ะหว่างเรยี นและหลงั เรยี น
5 การนำผลจากการบันทึกการเรยี นรู้ไปใชใ้ นการปรับปรุงแก้ไข 3.01 .63 ดี
และพฒั นานวตั กรรมจากการเรียนรู้ 3.13 .30 ดี

รวมเฉลีย่

จากตารางท่ี 4.8 แสดงว่า ครูมีความคิดเห็นว่าการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยรวมอยู่ใน
ระดับดี (x̅= 3.13, S.D. = .30) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า การสรุปและนำเสนอ (Conclude/
Presentation) มีการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงกว่าด้านอื่น โดยมีผลการเรียนรู้ในระดับดี (x̅= 3.46,
S.D. = .67) รองลงมาคือ การวางแผนการเรียนรู้ในการพัฒนาสู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียน โดยใช้
กระบวนการ C - IDEA โดยมีผลการเรยี นรู้ของผ้เู รียนในระดับดี (x̅= 3.43, S.D. = .50)

ตารางที่ 4.9 นวัตกรรมจากการเรยี นรสู้ ่กู ารเป็นนวตั กรของผู้เรียน

ที่ รายการ (n = 48)
̅X S.D. ระดับ

1 นวตั กรรมจากการเรียนรสู้ กู่ ารเป็นนวัตกรของผ้เู รียน 2.88 .46 ดี

2 การเผยแพร่นวตั กรรมการเรียนรู้ส่กู ารเปน็ นวัตกร

ของผูเ้ รียน 2.91 .43 ดี

รวมเฉล่ยี 2.89 .41 ดี

148

จากตารางที่ 4.9 แสดงว่า ครูมีความคิดเห็นว่านวัตกรรมจากการเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกร

ของผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับดี (x̅= 2.89, S.D. = .41) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า
การเผยแพร่นวัตกรรมการเรยี นรู้สูก่ ารเป็นนวัตกรของผู้เรียน มีผลของนวัตกรรมจากการเรียนรู้สู่การ

เป็นนวัตกรของผู้เรียน (x̅= 2.91, S.D. = .43) สูงกว่านวัตกรรมจากการเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกรของ

ผู้เรียน (x̅= 2.88, S.D. = .46)
2.1.4 ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม

และนวัตกรรมทเ่ี กิดจากการดำเนนิ งานตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน

ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม และ
นวัตกรรมที่เกิดจากการดำเนินงานตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
และผ้นู ำชุมชน ดงั แสดงในตารางที่ 4.10 และ 4.11

ตารางที่ 4.10 ความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินงานตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวตั กร

ที่ รายการ (n = 108)
X̅ S.D. ระดบั

1 การนำนโยบายพฒั นานวตั กรรมของรฐั บาล ศธ. สพฐ. สพท.

และเอกสารหลกั การ ทฤษฎี ผลงานวจิ ัยทีเ่ ก่ยี วขอ้ งมาใช้

ในการพฒั นารปู แบบโรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียน

สู่การเป็นนวตั กร 4.10 .41 มาก

2 การวางแผนพฒั นารปู แบบโรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

สกู่ ารเปน็ นวัตกร โดยผู้ปกครอง และชุมชน มีสว่ นรว่ มในการ

ดำเนนิ งาน 4.11 .40 มาก

3 การจัดทำรูปแบบโรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผ้เู รยี นสู่การเป็น

นวตั กร 4.21 .83 มาก

4 การพฒั นาบุคลากรในโรงเรยี นให้มีความพร้อมในการวิจัย

พัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รยี นสู่การเปน็ นวตั กร 4.00 .58 มาก

5 การนิเทศ กำกบั ตดิ ตาม ประเมินและปรบั ปรุง

ของคณะกรรมการการวจิ ยั และบุคลากรท่มี สี ่วนเกย่ี วข้อง 4.58 .60 มากทีส่ ดุ

149

ตารางที่ 4.10 (ตอ่ )

ที่ รายการ (n = 108)
̅X S.D. ระดบั
6 การพัฒนางานโรงเรยี นนวัตกรรมอย่างต่อเน่ือง เพ่ือใหเ้ กิด
ความยั่งยืนของโรงเรียน 4.13 .52 มาก
รวมเฉลีย่ 4.19 .40 มาก

จากตารางที่ 4.10 แสดงว่า ความพึงพอใจของผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขนั้ พื้นฐาน และผนู้ ำชมุ ชน ที่มตี อ่ การดำเนนิ งานตามรปู แบบโรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผู้เรียนสู่การเป็น

นวัตกร โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 4.19, S.D. = .40) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า การนิเทศ
กำกับ ติดตาม ประเมินและปรับปรุงของคณะกรรมการการวิจัย และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
มีผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชน มีความพึงพอใจสูงกว่าข้ออื่น โดยมี

ความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (x̅= 4.58, S.D. = .60) รองลงมาคือ การจัดทำรูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้นำ

ชมุ ชน มีความพึงพอใจในระดับมาก (x̅= 4.21, S.D. = .83)

ตารางท่ี 4.11 ความพึงพอใจท่ีมีต่อนวัตกรรมท่ีเกดิ จากการดำเนินงานตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม
พฒั นาผเู้ รียนสกู่ ารเป็นนวัตกรของผู้บรหิ ารโรงเรียน ครู และผเู้ รียน

ที่ รายการ (n = 108)
X̅ S.D. ระดบั
1 นวัตกรรมที่เกดิ จากการบริหารจดั การพัฒนารปู แบบโรงเรียน
นวตั กรรมพัฒนาผู้เรยี นสูก่ ารเปน็ นวัตกรของผู้บรหิ ารโรงเรียน 4.16 .56 มาก

2 นวตั กรรมทเี่ กิดจากการจัดการเรยี นรใู้ นการพฒั นารปู แบบ 4.05 .68 มาก
โรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของครู
4.48 .68 มาก
3 นวตั กรรมทเ่ี กิดจากการเรียนรู้ในการพัฒนารปู แบบโรงเรยี น 4.23 .54 มาก
นวัตกรรมพัฒนาผูเ้ รียนสกู่ ารเปน็ นวตั กรของผู้เรยี น
รวมเฉลย่ี

150

จากตารางท่ี 4.11 แสดงว่า ความพึงพอใจของผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชน ที่มีต่อนวัตกรรมที่เกิดจากการดำเนินงานตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม
พัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้เรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 4.23,
S.D. = .54) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า นวัตกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ในการพัฒนารูปแบบ
โรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชน มีความพึงพอใจสูงกว่าข้ออื่น (x̅= 4.48, S.D. = .68) รองลงมาคือ
นวัตกรรมท่เี กดิ จากการบริหารจัดการพฒั นารปู แบบโรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผ้เู รียนสู่การเป็นนวัตกร
ของผู้บริหารโรงเรียน ผ้ปู กครอง คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐาน และผู้นำชมุ ชนมีความพึงพอใจ
ในระดบั มาก (x̅= 4.16, S.D. = .56)

2.1.5 ผลการนิเทศ ติดตาม การทดลองใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
สู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากแบบบันทึกการนิเทศ
โดยบคุ ลากรระดบั สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา

ผลจากการนิเทศ ติดตามโรงเรียนที่ทดลองใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6 โรงเรียน ของศึกษานิเทศก์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และคณะผู้วิจัย โดยใช้กระบวนการ PPSC ประกอบด้วย (1) P : Plan
Co-Ordination (การประสานแผน) (2) P : Professional Development (การพัฒนาบุคลากร)
(3) S : Supervision (การนเิ ทศ กำกบั ติดตาม) และ (4) C : Continuous Evaluation Development
(การประเมินผลและพัฒนาตอ่ เนอ่ื ง) และการสัมมนาแลกเปล่ยี นเรียนรู้ สรุปผล และได้ข้อค้นพบ ดงั น้ี

1) การบรหิ ารจดั การของผู้บรหิ ารโรงเรียน การพฒั นาโรงเรยี นนวตั กรรมสู่การเป็น
องค์กรแห่งการเรียนรู้สร้างสรรค์ โดยผู้บริหารโรงเรียนสามารถวางแผน กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนา
สู่โรงเรียนนวัตกรรม มีรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โรงเรยี นวัดกลางบางแกว้
(พุทธวิถีประสิทธิ์) ใช้รูปแบบ 5s WKK Administrative Model โรงเรียนวัดปรางแก้ว ใช้รูปแบบ
WATPRAGKEAW Model โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาโรงเรียน
นวัตกรรมด้วย KING BHUMIBOL Model โรงเรียนบ้านท่าอ่าง บริหารจัดการเรียนรู้แบบ CPS plus:
Tha - ang Innovative School โรงเรียนวิเชียรมาตุ 3 บริหารภายใต้โมเดล 2A to Goals และโรงเรียน
มัธยมป่ากลาง ใช้โมเดล MTPK live Innovative School ทุกโรงเรียนขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จด้วย
กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ซึ่งผู้บริหาร
โรงเรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบวางเป้าหมายการเรียนรู้ของผู้เรียน จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
และสะทอ้ นผลการจัดการเรียนรผู้ ่านกระบวนการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ การวิพากษ์ การรว่ มมือ รวมพลัง
ในการทำงานร่วมกัน การส่งเสริมให้ครูมีความมุง่ มั่น ตั้งใจ มีความรับผิดชอบ มีอุดมการณ์ในวิชาชีพ
พรอ้ มรับการเปลีย่ นแปลง

151

2) การจัดการเรียนรู้ของครู จากการเข้าร่วมโครงการโรงเรียนนวัตกรรม (Innovative
School) และได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะ
ในศตวรรษที่ 21 โดยการใช้การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL)
เมื่อนำสู่การจัดการเรียนรู้ที่ห้องเรียนได้เปลี่ยนบทบาทจากการสอน การเป็นผู้ให้ความรู้ มาเป็น
ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน
และชุมชนอย่างหลากหลายโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ เป็นครูผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม
(Innovative Teacher) เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ มีจิตวิญญาณความเป็นครู สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล
ในการจดั การเรียนรู้ได้ดี มที กั ษะการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรยี นลงมือปฏิบตั จิ ริง จัดกจิ กรรมแบบ Active
Learning มีทักษะการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือให้เรียนรู้ร่วมกันอย่างกระตือรือร้นและสนุกสนาน
จัดการเรยี นรทู้ ีส่ ่งเสริมความคิดสร้างสรรคใ์ หก้ บั ผเู้ รยี น

3) การเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์สู่การ
เป็นผู้เรียนสร้างสรรค์ (Innovative Student) ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้และทักษะได้ด้วย
ตนเองแบบ Active Learning ผา่ นการลงมือปฏิบตั ิจริงและกระบวนการคิดขนั้ สูง การทำงานเป็นทีม
จากกิจกรรมท่ีมคี วามหลากหลาย ซึ่งส่งผลใหผ้ ู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ การเปน็ บุคคล
แห่งการเรยี นรู้ท่สี อดคลอ้ งกบั คณุ ภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

ผลการนำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนารูปแบบการบริหาร การจัดการ
เรียนรู้ และการเรยี นรู้ ของโรงเรียนกลุม่ เปา้ หมาย ดงั แสดงในภาพที่ 4.2-4.7

152
ภาพที่ 4.2 รปู แบบการพฒั นาโรงเรียนนวตั กรรมของโรงเรยี นวัดกลางบางแกว้ (พุทธวถิ ีประสิทธ์)ิ

ภาพที่ 4.3 รปู แบบการพัฒนาโรงเรยี นนวัตกรรมของโรงเรยี นวดั ปรางแกว้

153
ภาพท่ี 4.4 รูปแบบการพฒั นาโรงเรียนนวตั กรรมของโรงเรียนบ้านห้วยไคร้
ภาพท่ี 4.5 รปู แบบการพฒั นาโรงเรียนนวตั กรรมของโรงเรยี นบา้ นทา่ อ่าง

154
ภาพที่ 4.6 รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมของโรงเรียนวเิ ชียรมาตุ 3 จงั หวัดตรัง
ภาพที่ 4.7 รูปแบบการพฒั นาโรงเรียนนวตั กรรมของโรงเรียนมัธยมป่ากลาง จังหวัดน่าน

155

การสะท้อนความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
และผู้นำชุมชน จากการนิเทศ ติดตามผลของคณะทำงานระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ร่วมกับศึกษานิเทศก์ในการลงพื้นที่ของโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย ได้สัมภาษณ์ผู้ปกครอง
นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชนอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า ผู้ปกครอง
มคี วามภูมใิ จและช่ืนชมที่บุตรหลานกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเหน็ มีทักษะชวี ติ รกั การทำงาน
ขยัน รับผิดชอบ ช่วยทำงานที่บ้านมากขึ้น มีชิ้นงาน/สิ่งประดิษฐ์ที่คิดโดยตัวผู้เรียนและกลุ่มเพื่อน
ในโรงเรียน

ผลจากการใช้รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ดงั แสดงในตารางที่ 4.12

ตารางที่ 4.12 แสดงผลการพัฒนาผู้เรยี นสกู่ ารเปน็ นวัตกรของโรงเรยี นกลุม่ เปา้ หมาย 6 โรงเรยี น

ที่ โรงเรยี น ผลงานนกั เรียน

1 โรงเรียนวดั กลางบางแกว้ (พทุ ธวิถปี ระสิทธ)์ิ - รองเท้าแตะแกะลาย

สพป. นครปฐม เขต 2 - Do Re Mi ดนตรีพาเพลนิ

2 โรงเรยี นบา้ นห้วยไคร้ กาแฟ Q-Coffee

สพป. เชียงราย เขต 2

3 โรงเรยี นบ้านทา่ อา่ ง สนุกกบั ดนิ ปั้น สรา้ งสรรคง์ าน

สพป. นครราชสีมา เขต 2

4 โรงเรยี นวัดปรางแกว้ ฟกั ข้าวโรงเรยี นหนู

สพป. สงขลา เขต 2

5 โรงเรียนวเิ ชยี รมาตุ 3 จงั หวดั ตรงั - Young Entreprenuer

สพม. เขต 13 - จากมูลไสเ้ ดือนดนิ ส…ู่ ดวงดาว

- การแปรรปู "ลกู ปาลม์ "

- ยาหมอ่ งปาลม์

6 โรงเรยี นมัธยมป่ากลาง จงั หวัดนา่ น หตั ถศิลปล์ ายผา้ สบื สานภูมิปัญญาชนเผ่า

สพม. เขต 37

156
2.2 ผลการปรับปรุงรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผเู้ รียนส่กู ารเป็นนวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
ผู้วิจัยนำผลการทดลองมาประชุมสะท้อนผลจากบุคลากร 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้บริหาร
โรงเรียน ครู 2) คณะกรรมการการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ 3) ผู้เชี่ยวชาญ ปรับปรุงรูปแบบในระดับโรงเรียน โดยเพิ่มปัจจัย
ความสำเร็จ คือ การประชุมร่วมกันของครูในลักษณะของชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ
(Professional Learning Community : PLC) ดังแสดงในภาพที่ 4.8 โรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
ส่กู ารเปน็ นวตั กร ด้วยกระบวนการ C - IDEA ตอ่ ไปน้ี

ภาพที่ 4.8 โรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรยี นสกู่ ารเปน็ นวัตกร ดว้ ยกระบวนการ C – IDEA

157

จากภาพที่ 4.8 รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระยะที่ 2 และการประชุมสะท้อนผลและสังเคราะห์
เป็นรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร พบว่า การพัฒนารูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร ในระดับโรงเรียนใช้กระบวนการ C - IDEA แบ่งออกเป็น
3 ดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ นการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรยี น ดา้ นการจัดการเรียนรู้ของครู และด้านการ
เรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้การเรียนรู้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Creativity
innovation learning for transformation : C - IDEA) ประกอบด้วย (1) I : Inspiration (การสร้าง
แรงบันดาลใจ) (2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ ความถนัด และความต้องการ
ตนเอง) (3) E : Experimentation (การทดลองการเรียนรู้) และ (4) A : Activity for Continuous
Improvement/Assessment (การประเมินหรอื การจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาอย่างต่อเน่ือง) ในการร่วม
พัฒนาสกู่ ารเป็นโรงเรยี นนวัตกรรม (Innovative School)

ระยะท่ี 3 ผลการศึกษาผลการนำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐานไปใช้

3.1 ผลการนำรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สู่การเป็นนวัตกรของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานไปใช้

โดยนำรูปแบบโรงเรียน และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐานไปใช้ทั้ง 3 ระดบั ไดแ้ ก่

1) ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดอบรมพัฒนาบุคลากร
กลุ่มเปา้ หมายระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยใชก้ ระบวนการ 8S Inno - OBEC
Admimistrative Model ประกอบด้วย (1) S : Synthesis (การสังเคราะห์) (2) S : Set Strategies
(การกำหนดกลยุทธ์) (3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ) (4) S : Support
(การสนับสนุน) (5) S : Staff Development (การพัฒนาบุคลากร) (6) S : Summarize (การสรุป
รายงาน) (7) S : Share and Cheer up (การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการยกย่องชมเชย) และ (8) S :
Sustainability (การพัฒนาสู่ความยั่งยืน) วัตถุประสงค์เพื่อให้มีบุคลากรระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทำหน้าท่ีอำนวยการสนับสนุนการพัฒนา
รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้นั พื้นฐาน และเปน็ ผู้ประเมินการใช้รูปแบบของโรงเรียน

ผลการนำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานไปใช้ในระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พบว่า
สามารถสังเคราะห์ยุทธศาสตร์ กำหนดแนวทางส่งเสริมพัฒนาบุคลากรระดับสำนักงานเขตพื้นที่

158

การศึกษา และโรงเรียน ให้ดำเนินงานพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรได้ และสามารถเป็นผู้วิจัย
ประเมนิ การใช้รปู แบบของโรงเรียนได้เปน็ อย่างดี

2) ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา การจัดอบรมพัฒนาบุคลากรกลุ่มเป้าหมาย
ระดบั สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา โดยใช้กระบวนการ PPSC ประกอบด้วย (1) P : Plan Co-Ordination
(การประสานแผน) (2) P : Professional Development (การพฒั นาบุคลากร) (3) S : Supervision
(การนเิ ทศ กำกบั ตดิ ตาม) และ (4) C : Continuous Evaluation Development (การประเมินผล
และพัฒนาต่อเนื่อง) เพื่อสามารถเป็นผู้ประสานงาน นิเทศ ติดตาม การพัฒนารูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผเู้ รียนสกู่ ารเปน็ นวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน

ผลการนำรูปแบบไปใช้ในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พบว่า กลุ่มเป้าหมาย
ที่ดำเนินงานตามกระบวนการ PPSC สามารถประสานงาน นิเทศ ติดตามการดำเนินงานในระดับ
โรงเรยี นไดเ้ ป็นอย่างดี

3) ระดับโรงเรียน การจัดอบรมพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน และครู โดยใช้กระบวนการ
C - IDEA แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการ
เรียนรู้ของครู และด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้การเรียนรู้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการ
เปลี่ยนแปลง (Creativity innovation learning for transformation : C - IDEA) ประกอบด้วย (1) I :
Inspiration (การสร้างแรงบันดาลใจ) (2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ
ความถนัด และความตอ้ งการตนเอง) (3) E : Experimentation (การทดลองการเรยี นรู้) และ (4) A :
Activity for Continuous Improvement/Assessment (การประเมินหรือการจัดกิจกรรมเพ่ือ
พัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื ง)

ผลการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร ของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับโรงเรียน ในด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน
ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู ด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน และความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และผนู้ ำชมุ ชนต่อโรงเรียนนวัตกรรม ดังแสดงในตารางที่ 4.13-
4.19

159

ตารางที่ 4.13 การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียนในการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผ้เู รียนสู่การเป็นนวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน

ท่ี รายการ (n = 180)
X̅ S.D. ระดับ
1 การชแี้ จงและพฒั นาใหบ้ ุคลากรในสถานศึกษารับรู้และ
ตระหนกั ถึงแนวทางดำเนนิ งานหรือกลยทุ ธ์ การพฒั นา 3.59 .49 ดมี าก
ทกั ษะการคดิ สร้างสรรคใ์ นการจดั ทำนวตั กรรม การบริหาร
จดั การตามรปู แบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผ้เู รียนสู่การเป็น 3.53 .50 ดีมาก
นวตั กร
3.24 .43 ดี
2 การพัฒนากระบวนการบรหิ ารจัดการสถานศึกษาท่สี ่งเสรมิ 3.18 .38 ดี
และพฒั นานวัตกรรมการบริหารจัดการ 3.43 .50 ดี
2.1 การวเิ คราะหน์ โยบาย หลักการ ทฤษฎี
เอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ ก่ยี วข้องในการพัฒนารปู แบบ 3.43 .60 ดี
โรงเรยี นนวตั กรรมพฒั นาผ้เู รียนส่กู ารเปน็ นวัตกร
2.1.1 นโยบายการพฒั นาบุคลากรเป็น 3.50 .50 ดี
นวัตกรของรัฐบาล ศธ. สพฐ. สพท. 3.38 .59 ดี
2.1.2 เอกสาร แนวคิด ทฤษฎแี ละงานวิจยั ทเ่ี ก่ียวข้อง
กบั การพัฒนารูปแบบโรงเรยี นนวัตกรรมและการจัดการ
เรยี นรสู้ กู่ ารเปน็ นวัตกร
2.1.3 สภาพความตอ้ งการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรม
พฒั นาผู้เรียนสู่การเปน็ นวตั กร
2.1.4 ความพรอ้ มของโรงเรียนและชุมชนในการ
พัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผูเ้ รียนสู่การเป็นนวตั กร
2.2 การจัดทำรปู แบบโรงเรียนนวัตกรรมพฒั นาผู้เรยี น
สู่การเปน็ นวัตกร
2.2.1 การวางแผนบรหิ ารจัดการพัฒนารปู แบบ
โรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผเู้ รียนสู่การเป็นนวัตกร
2.2.2 การปฏบิ ัติงานตามแผนพฒั นารูปแบบโรงเรยี น
นวัตกรรมพฒั นาผู้เรียนสู่การเปน็ นวตั กร
2.2.3 การพฒั นาตอ่ เนื่อง

160

ตารางท่ี 4.13 (ต่อ)

ท่ี รายการ (n = 180)
X̅ S.D. ระดับ
2.3 การวางแผนพฒั นารูปแบบโรงเรยี นนวัตกรรม
พฒั นาผู้เรียนส่กู ารเป็นนวตั กร 3.23 .63 ดี
3.30 .69 ดี
2.3.1 การสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาโรงเรียน 3.58 .50 ดีมาก
นวตั กรรมพัฒนาผู้เรยี นสู่การเปน็ นวตั กร
3.38 .59 ดี
2.3.2 การกำหนดเปา้ หมายการพัฒนาโรงเรยี น
นวตั กรรมพัฒนาผูเ้ รยี นสูก่ ารเปน็ นวัตกร 3.25 .64 ดี
3.36 .70 ดี
2.3.3 การวางแผนพฒั นาสเู่ ป้าหมาย
(ระยะสั้น/ระยะยาว) 3.60 .49 ดีมาก

2.4 การดำเนินงานตามแผนพัฒนารปู แบบโรงเรยี น 3.67 .48 ดีมาก
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรยี นสกู่ ารเปน็ นวัตกร 3.52 .50 ดมี าก
3.28 .47 ดี
2.4.1 การพฒั นาบุคลากรในโรงเรยี นตามแผนพัฒนา
รปู แบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผเู้ รียนสกู่ ารเปน็ นวตั กร

2.4.2 การปรับแผนการจดั การเรยี นรทู้ ีเ่ ป็นกจิ กรรม
พัฒนาผ้เู รียนสู่การเป็นนวตั กร

2.4.3 การพฒั นานวตั กรรมการจดั การเรียนรู้ของครู
2.4.4 การจดั การเรียนรู้ของครใู นการพฒั นาผู้เรียน
สกู่ ารเป็นนวัตกร
2.5 การนิเทศ กำกบั ตดิ ตาม ตรวจสอบประเมนิ และ
ปรับปรุง
2.5.1 การนเิ ทศ กำกับ ติดตามและเสริมเตมิ เต็ม
ความรเู้ ก่ียวกับการพฒั นารปู แบบโรงเรยี นนวตั กรรมพฒั นา
ผู้เรียนสูก่ ารเปน็ นวตั กร
2.5.2 การตรวจสอบ ประเมนิ ผลการ พัฒนารปู แบบ
โรงเรียนนวตั กรรมพฒั นาผ้เู รียนสกู่ ารเป็นนวตั กร
2.5.3 การวเิ คราะหผ์ ล จัดทำรายงานผลการพัฒนา
รปู แบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผูเ้ รยี นสู่การเป็นนวัตกร

161

ตารางที่ 4.13 (ตอ่ )

ท่ี รายการ (n = 180)
̅X S.D. ระดับ

2.6 การพัฒนาต่อเนื่องและเผยแพร่ สร้างเครอื ข่าย

ขยายผล

2.6.1 การพัฒนาการดำเนนิ งานตามรูปแบบโรงเรียน

นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนส่กู ารเปน็ นวัตกรตามผลการประเมิน 3.28 .45 ดี

2.6.2 การเผยแพร่ สรา้ งเครือขา่ ยขยายผลการพัฒนา

รปู แบบโรงเรียน นวตั กรรมพัฒนาผ้เู รยี นสกู่ ารเป็นนวัตกร 3.48 .54 ดี

รวมเฉลย่ี 3.41 .19 ดี

จากตารางท่ี 4.13 แสดงว่าการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียนในการใช้รูปแบบ
โรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยรวมอยู่ในระดับดี (x̅= 3.41, S.D. = .19) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า การนิเทศ กำกับ
ตดิ ตาม และเสรมิ เติมเต็มความรู้เกย่ี วกับการพฒั นารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผ้เู รียนสู่การเป็น
นวัตกร มีการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียนสูงกว่าด้านอื่น คอื มกี ารบรหิ ารจัดการของผู้บริหาร
โรงเรียนในระดับดีมาก (x̅= 3.67, S.D. = .48) รองลงมาคือ การจัดการเรียนรู้ของครูในการพัฒนา
ผูเ้ รยี นสกู่ ารเปน็ นวตั กร มกี ารบริหารจัดการของผู้บรหิ ารโรงเรยี นในระดบั ดีมาก (x̅= 3.60, S.D. = .49)

162

ตารางท่ี 4.14 การจัดการเรียนรู้ของครูในการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน

ท่ี รายการ (n = 160)
̅X S.D. ระดบั
1 การวเิ คราะหผ์ เู้ รียนกอ่ นการจัดการเรยี นรู้ 2.88 .43 ดี
2 การวางแผนก่อนการจัดการเรียนรู้ (C - IDEA) 3.00 .54 ดี
3 กระบวนการ ขั้นตอน การจดั การเรยี นร้พู ัฒนาผู้เรียนสกู่ ารเปน็
3.20 .70 ดี
นวตั กร 3.25 .67 ดี
3.1 การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration)
3.2 การกำหนดปัญหา (Problem Setting) 2.89 .53 ดี
3.3 การศึกษาค้นควา้ วางแผนการเรยี นรู้ 2.89 .45 ดี
(Study Explorer/Plan) 2.91 .44 ดี
3.4 การออกแบบ/ทดลอง (Design/Experiment) 3.27 .59 ดี
3.5 การสรุปและนำเสนอ (Conclude/Presentation) 3.50 .57 ดี
3.6 การประเมินผล (Assessment)
3.30 .46 ดี
4 การบนั ทกึ ผลการเรยี น 3.11 .38 ดี
5 การนำผลการจดั การเรียนรู้มาใช้ในการพัฒนาผูเ้ รียน

อย่างต่อเน่ือง
รวมเฉล่ีย

จากตารางท่ี 4.14 แสดงว่า การจัดการเรียนรู้ของครูในการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม
พัฒนาผู้เรียนสู่การเปน็ นวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน โดยรวมอยใู่ นระดบั ดี
(x̅= 3.11, S.D. = .38) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า การบันทึกผลการเรียน มีการจัดการ
เรียนรู้ของครูมากกว่าด้านอื่น คือ การจัดการเรียนรู้ของครูในระดับดี (x̅= 3.50, S.D. = .57)
รองลงมาคือ การนำผลการจัดการเรียนรู้มาใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการเรียนรู้
ในระดบั ดี (x̅= 3.30, S.D. = .46)

163

ตารางท่ี 4.15 นวตั กรรมการจัดการเรยี นร้ทู คี่ รูใชใ้ นการพัฒนาผูเ้ รยี นส่กู ารเปน็ นวตั กร

ที่ รายการ (n = 160)
X̅ S.D. ระดบั
1 นวตั กรรมการจัดการเรยี นรทู้ ่ีครคู ิดค้นขน้ึ ใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียน
สกู่ ารเป็นนวตั กร 3.46 .50 ดี

2 การเผยแพรน่ วัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทใ่ี ชพ้ ัฒนาผเู้ รียน 3.43 .53 ดี
สูก่ ารเป็นนวตั กร 3.45 .38 ดี
รวมเฉลีย่

จากตารางท่ี 4.15 แสดงว่า นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ครูใช้ในการพัฒนาผู้เรียนสู่การ
เป็นนวัตกร โดยรวมอยู่ในระดับดี (x̅= 3.45, S.D. = .38) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ครูคิดค้นขึ้นใช้ในการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร มีระดับนวัตกรรม
การจัดการเรียนรู้ที่ครูพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร (x̅= 3.46, S.D. = .50) สูงกว่าการเผยแพร่
นวตั กรรมการจัดการเรียนรูท้ ีใ่ ช้พฒั นาผ้เู รยี นสกู่ ารเปน็ นวตั กร (x̅= 3.43, S.D. = .53)

ตารางที่ 4.16 การเรยี นรู้ของผเู้ รียนในการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพฒั นาผู้เรียนสกู่ ารเปน็ นวัตกร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน

ท่ี รายการ (n = 160)
̅X S.D. ระดบั
1 การวางแผนการเรยี นรู้ในการพัฒนาสกู่ ารเป็นนวัตกร
ของผูเ้ รียน โดยใช้ C - IDEA 3.35 .51 ดี

2 การเตรียมสือ่ อุปกรณ์ สำหรับใชป้ ระกอบการเรียนรู้ในการ 3.18 .54 ดี
พัฒนาสกู่ ารเปน็ นวตั กรของผ้เู รียน
3.25 .48 ดี
3 กระบวนการเรยี นรู้ของผู้เรยี นสกู่ ารเปน็ นวตั กร 3.06 .68 ดี
3.1 การสรา้ งแรงบันดาลใจ (Inspiration)
3.2 การกำหนดปญั หา (Problem Setting) 2.83 .71 ดี
3.3 การศึกษาค้นคว้า วางแผนการเรียนรู้ 3.10 .69 ดี
(Study Explorer/Plan)
3.4 การออกแบบ/ทดลอง (Design/Experiment)

164

ตารางที่ 4.16 (ตอ่ )

ท่ี รายการ (n = 160)
X̅ S.D. ระดบั
3.5 การสรปุ และนำเสนอ (Conclude/Presentation) 3.20 .69 ดี
3.6 การประเมินผล (Assessment) 3.06 .53 ดี
4 การบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ระหว่างเรียนและหลงั เรียน 3.12 .56 ดี
5 การนำผลจากการบันทกึ การเรียนร้ไู ปใช้ในการปรบั ปรุงแก้ไข
และพฒั นานวตั กรรมจากการเรยี นรู้ 3.06 .58 ดี
3.12 .25 ดี
รวมเฉล่ีย

จากตารางท่ี 4.16 แสดงว่า การเรียนรู้ของผู้เรียนในการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม
พฒั นาผู้เรียนสู่การเปน็ นวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน โดยรวมอยใู่ นระดับดี
(x̅= 3.12, S.D. = .25) เมื่อพิจารณาเปน็ รายขอ้ ปรากฏว่า การวางแผนการเรยี นรใู้ นการพฒั นาสู่การ
เป็นนวัตกรของผู้เรียนโดยใช้ C - IDEA มีการเรียนรู้ของผู้เรียนในระดับดี (x̅= 3.35, S.D. = .51)
รองลงมาคือ การสรุปและนำเสนอ (Conclude/ Presentation) การเรียนรู้ของผู้เรียนอยู่ในระดับดี
(x̅= 3.20, S.D. = .69)

ตารางที่ 4.17 นวตั กรรมจากการเรียนรู้สูก่ ารเปน็ นวตั กรของผู้เรยี น

ที่ รายการ (n = 160)
̅X S.D. ระดับ
1 นวตั กรรมจากการเรียนรู้สูก่ ารเปน็ นวัตกร 2.95 .46 ดี
2 การเผยแพร่นวัตกรรมการเรยี นรสู้ ่กู ารเป็นนวัตกรของผเู้ รยี น 3.00 .50 ดี
2.97 .40 ดี
รวมเฉลยี่

จากตารางท่ี 4.17 แสดงว่า นวัตกรรมจากการเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียนโดยรวม
อยู่ในระดับดี (x̅= 2.97, S.D. = .40) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า การเผยแพร่นวัตกรรม
การเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียน มีนวัตกรรมจากการเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียน

165

(x̅= 3.00, S.D. = .50) สูงกว่านวัตกรรมจากการเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกร โดยมีนวัตกรรมจากการ
เรียนรู้ส่กู ารเปน็ นวตั กรของผู้เรียนในระดบั ดี (x̅= 2.95, S.D. = .46)

ตารางท่ี 4.18 ความพึงพอใจทม่ี ตี อ่ การใช้รปู แบบโรงเรยี นนวตั กรรมพฒั นาผู้เรยี นสู่การเปน็ นวัตกร

ที่ รายการ (n = 360)
̅X S.D. ระดบั
1 การนำนโยบายพัฒนานวตั กรรมของรฐั บาล ศธ. สพฐ. สพท.
และเอกสาร หลักการ ทฤษฎี ผลงานวจิ ัยทีเ่ ก่ยี วข้องมาใช้ใน 3.87 .73 มาก
การพฒั นารปู แบบโรงเรยี นนวัตกรรมพัฒนาผูเ้ รียนสู่การเป็น
นวตั กร 3.98 .69 มาก
3.79 .79 มาก
2 การวางแผนพฒั นารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพฒั นาผเู้ รียน 3.52 .67 มาก
สกู่ ารเปน็ นวตั กร โดยมผี ้ปู กครองและชมุ ชนมสี ว่ นร่วมในการ 3.72 .70 มาก
ดำเนนิ งาน 3.78 .88 มาก
3.78 .54 มาก
3 การจัดทำรูปแบบโรงเรียนนวตั กรรมพฒั นาผู้เรียนสู่การเป็น
นวตั กร

4 การพัฒนาบุคลากรในโรงเรียนให้มีความพร้อมในการวิจัย
รูปแบบโรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียนส่กู ารเปน็ นวัตกร

5 การนิเทศ กำกบั ตดิ ตาม ประเมินและปรับปรงุ ของ
คณะกรรมการการวิจัย และบุคลากรที่มีส่วนเก่ียวขอ้ ง

6 การพฒั นางานโรงเรยี นนวตั กรรมอยา่ งต่อเนื่องเพื่อใหเ้ กดิ
ความยั่งยืนของโรงเรยี น
รวมเฉล่ีย

จากตารางที่ 4.18 แสดงว่า ความพึงพอใจของผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชน ที่มีต่อการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร

โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.78, S.D. = .54) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า การวางแผนพัฒนา
รปู แบบโรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผู้เรียนสู่การเปน็ นวัตกร โดยมีผ้ปู กครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการ

ดำเนินงาน มีความพึงพอใจสูงกว่าด้านอื่น โดยมีความพึงพอใจในระดับมาก (x̅= 3.98, S.D. = .69)
รองลงมาคือ การนำนโยบายพัฒนานวัตกรรมของรัฐบาล ศธ. สพฐ. สพท. และเอกสาร หลักการ

166

ทฤษฎี ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกร มีความพงึ พอใจในระดับมาก (x̅= 3.87, S.D. = .73)

ตารางที่ 4.19 ความพึงพอใจที่มีต่อนวัตกรรมท่ีมีต่อการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สกู่ ารเป็นนวตั กรของผ้บู ริหารโรงเรยี น ครู และผ้เู รียน

ที่ รายการ (n = 360)
X̅ S.D. ระดบั
1 นวัตกรรมที่เกดิ จากการบรหิ ารจัดการพัฒนารูปแบบโรงเรียน 3.65 .78 มาก
นวตั กรรมพัฒนาผเู้ รียนสูก่ ารเป็นนวัตกรของผบู้ รหิ ารโรงเรียน
3.67 .65 มาก
2 นวัตกรรมทีเ่ กดิ จากการจดั การเรียนรใู้ นการพัฒนารูปแบบ
โรงเรยี นนวตั กรรมพฒั นาผู้เรียนสู่การเปน็ นวตั กรของครู 3.86 .73 มาก

3 นวตั กรรมทเี่ กิดจากการเรยี นรู้ในการพัฒนารปู แบบโรงเรยี น 3.72 .61 มาก
นวัตกรรมพฒั นาผู้เรียนส่กู ารเป็นนวตั กรของผ้เู รียน
รวมเฉลีย่

จากตารางที่ 4.19 แสดงว่า ความพึงพอใจของผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขัน้ พนื้ ฐาน และผูน้ ำชมุ ชนท่ีมีต่อนวัตกรรม ทม่ี ตี อ่ การใช้รูปแบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การ

เป็นนวัตกรของผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้เรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.72, S.D. = .61)
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่า นวัตกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ในการพัฒนารูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียน มีความพึงพอใจสูงกว่าด้านอื่น โดยมีความ

พึงพอใจในระดับมาก (x̅= 3.86, S.D. = .73) รองลงมาคือ นวัตกรรมที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้
ในการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของครู มีความพึงพอใจ

ในระดบั มาก (x̅= 3.67, S.D. = .65)
ผลจากการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มเป้าหมาย 20 โรงเรียน พบว่า โรงเรียนได้พัฒนานวัตกรรม
การบริหารของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้วิจัย
และพัฒนาเป็นฐานในการพัฒนานวัตกรรม พัฒนาอย่างเป็นระบบ และพบว่า โรงเรียนได้มีการนำ
เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ และให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การใช้
เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ผลงานสู่การเป็นนวัตกร ตัวอย่างผลงานเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียน
ดงั แสดงในตารางที่ 4.20

167

ตารางที่ 4.20 ผลการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของโรงเรยี นกลมุ่ เปา้ หมาย 20 โรงเรียน

ท่ี โรงเรียน ผลการพัฒนาผู้เรยี นสู่การเปน็ นวตั กร

1 โรงเรยี นสันปา่ ตอง การจัดการรูปแบบการสอนของครโู ดยใช้รูปแบบ

(สุวรรณราษฎรว์ ิทยาคาร) การสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน (Creativity

Based Learning) ด้วยกิจกรรมยุวนวตั กรส่งเสริม

ความคิดสรา้ งสรรค์

2 โรงเรียนบา้ นดา้ ยเทพกาญจนาอุปถมั ภ์ โครงงานเครอ่ื งตรวจวดั อุณหภูมิร่างกาย

(covid-19) และรายงานสภาพอากาศอจั ฉริยะ

3 โรงเรียนอนบุ าลทา่ ปลา (ชุมชนร่วมจิต) บอรด์ เกมเพื่อการสอนและการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น

ในศตวรรษที่ 21

4 โรงเรียนหนองบวั (จ.นครสวรรค์) โครงการจัดการเรยี นการสอนวิชาวทิ ยาการ

คำนวณ ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

5 โรงเรยี นบา้ นไรว่ ิทยา (จ.อทุ ยั ธาน)ี นวตั กรรมการสอนและการเรียนรู้ส่งิ ประดษิ ฐ์

เชิงสะเต็มศึกษา (STEM Invention Contest)

ภายใต้ BANRAI Model การบรหิ ารสถานศกึ ษา

สกู่ ารพฒั นาผเู้ รียนเป็นนวัตกร (Innovator

Student)

6 โรงเรยี นชุมชนบา้ นบ่อ การจัดการรปู แบบการสอนของครูโดยใชร้ ปู แบบ

การสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน (Creativity

Based Learning) ด้วยกิจกรรมสิง่ แวดล้อม

สร้างสรรค์

7 โรงเรียนวัดเขาวงั (แสง ชว่ งสวุ นิช) JIGSAW SMART EDUCATION ระดับเตอื นภยั

ลืมเดก็ ไว้ในรถ

8 โรงเรียนวัดหนองพะวา ตหู้ ยอดเหรียญชารจ์ แบตมือถืออัตโนมตั ิ

(Smart Charger)

9 โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 โครงงานเครอ่ื งวัดปรมิ าณ ออกซเิ จนละลายนำ้

(จ.ฉะเชิงเทรา) ดว้ ยแสง (Dissolved oxygen meter with light)

10 โรงเรยี นวัดปา่ ประดู่ (จ.ระยอง) โครงงาน Smart Wheelchair Project

168

ตารางที่ 4.20 (ตอ่ )

ท่ี โรงเรียน ผลการพฒั นาผเู้ รียนสูก่ ารเปน็ นวตั กร

11 โรงเรยี นอนบุ าลวารนิ ชำราบ โครงการค่ายยุวนวตั กร พฒั นาการเรยี นรู้

(กอ่ วทิ ยาคาร) ด้านความคดิ สรา้ งสรรค์เป็นฐาน (Creativity

Based Learning: CBL)

12 โรงเรียนบา้ นโนนรังวิทยาคาร การจดั การรูปแบบการสอนของครโู ดยใช้รูปแบบ

การสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน (Creativity

Based Learning) โดยการพัฒนาความคดิ

สร้างสรรค์ทางศิลปะ ดว้ ยการวาดภาพระบายสชี อล์ก

13 โรงเรยี นอดุ รพทิ ยานกุ ูล (จ.อุดรธาน)ี โครงงานการสรา้ งถังขยะเปิด-ปดิ อัตโนมัติ

ด้วยการบังคบั จาก Bluetooth

14 โรงเรียนลืออำนาจวทิ ยาคม โครงงานการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวสั ดเุ หลือใช้

(จ.อำนาจเจริญ) ประเภทส่งิ ประดิษฐข์ องใชภ้ ายในบ้าน ชดุ โคมไฟ

ปักษ์ษาสวรรค์

15 โรงเรยี นสุรนารีวิทยา 2 (จ.นครราชสมี า) เทคนิคการสอนและการเรียนรสู้ ุนทรียดนตรี

สร้างสรรค์ การรอ้ งเลน่ ดนตรีของผเู้ รยี น

16 โรงเรียนบา้ นกะหลิม การจดั การรปู แบบการสอนของครูโดยใชร้ ปู แบบ

การสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน (Creativity

Based Learning) ม่งุ เนน้ ทักษะท่สี ำคญั

เพอื่ พัฒนาศักยภาพของผ้เู รยี น (พหุปัญญา)

ดว้ ยกิจกรรมผู้นำทางวฒั นธรรม ทักษะทางกีฬา

และการอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดล้อมทางทะเล

ด้วยหลกั สูตร I-Sea

17 โรงเรียนบ้านโฉลกหลำ การจัดการรปู แบบการสอนของครโู ดยใชร้ ูปแบบ

การสอนแบบสรา้ งสรรค์เปน็ ฐาน (Creativity

Based Learning) ด้วยกจิ กรรมการทำฟอสซิล

จำลอง และกจิ กรรมโลกสวยด้วยสสี นั จาการพมิ พ์

ภาพดว้ ยมือ

169

ตารางท่ี 4.20 (ตอ่ )

ที่ โรงเรยี น ผลการพฒั นาผู้เรียนสกู่ ารเปน็ นวตั กร

18 โรงเรียนวดั วงั รบี ุญเลิศ เทคนิคการสอนและระบบการสอนพน้ื ฐาน

การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านหุ่นยนต์

ผจญภยั สำหรบั นกั เรยี นอายุ 4-7 ปี ซึง่ พฒั นา

ผู้เรยี นให้สรา้ งหุ่นยนตไ์ ดด้ ้วยตนเอง

19 โรงเรยี นหาดใหญ่วิทยาลัยสมบรู ณ์กุลกันยา โครงงานการประดิษฐ์ตูผ้ า้ อนามยั หยอดเหรียญ

(จ.สงขลา) ของคณะสภานักเรียน ในโครงการ stay with

สตรี

20 โรงเรยี นบางกลำ่ วิทยา รัชมงั คลาภิเษก โครงการเพาะกล้า (เมืองสร้างป่า ปา่ สร้างเยาวชน)

(จ.สงขลา) ตามโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก

(Low Emission Support Scheme: LESS)

3.2 ผลการปรับปรุงรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผูเ้ รียนสู่การเปน็ นวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน

ผู้วิจัยนำผลการทดลองมาประชุมสะท้อนผลจากบุคลากร 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรยี น
ครู คณะกรรมการการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน และสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษา และผู้เชี่ยวชาญ ปรับปรุงรูปแบบในระดับโรงเรียน โดยเพิ่มปัจจัยความสำเร็จ คือ การใช้
เทคโนโลยีดจิ ทิ ัล (Digital Technology) ในการบริหารจดั การของผบู้ รหิ ารโรงเรียน การจดั การเรยี นรู้
ของครู และการเรียนร้ขู องผเู้ รยี น ดังแสดงในภาพที่ 4.9

170

ภาพท่ี 4.9 รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รียนสูก่ ารเป็นนวตั กรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน

จากภาพท่ี 4.9 รูปแบบโรงเรยี นนวัตกรรมพฒั นาผูเ้ รียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระยะที่ 3 และการประชุมสะท้อนผลรูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน เห็นได้ว่า
องค์ประกอบของรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร ของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบดว้ ยการพฒั นา 3 ระดับ คือ ระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช้กระบวนการ 8S Inno - OBEC Administrative Model ประกอบด้วย (1) S :
Synthesis (การสังเคราะห์) (2) S : Set Strategies (การกำหนดกลยทุ ธ์) (3) S : Start to Implement
(การนำกลยุทธ์สกู่ ารปฏิบตั ิ) (4) S : Support (การสนบั สนนุ ) (5) S : Staff Development (การพัฒนา

171

บคุ ลากร) (6) S : Summarize (การสรปุ รายงาน) (7) S : Share and Cheer up (การแลกเปลยี่ นเรียนรู้
และการยกย่องชมเชย) และ (8) S : Sustainability (การพัฒนาสู่ความยั่งยืน) ระดับสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษา ใช้กระบวนการ PPSC ประกอบด้วย (1) P : Plan Co-Ordination (การประสาน
แผน) (2) P : Professional Development (การพัฒนาบุคลากร) (3) S : Supervision (การนิเทศ
กำกับ ติดตาม) และ (4) C : Continuous Evaluation Development (การประเมินผลและพัฒนา
ตอ่ เน่ือง) ส่วนในระดบั โรงเรียน ใช้กระบวนการ C - IDEA แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหาร
จัดการของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู และด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้
รูปแบบการเรียนรู้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Creativity innovation learning for
transformation : C - IDEA) (1) I : Inspiration (การสร้างแรงบันดาลใจ) (2) D : Discovery and
Design (การค้นพบความสามารถ ความถนัด และความต้องการตนเอง) (3) E : Experimentation
(การทดลองการเรียนรู้) และ (4) A : Activity for Continuous Improvement/Assessment (การ
ประเมินหรือการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง) ซ่ึงผู้เชี่ยวชาญและผู้วิจัยได้ร่วมกันสังเคราะห์
แนวคิดและกระบวนการพัฒนานวัตกรรมของโรงเรียนนวัตกรรมมาบูรณ าการในรูปแบบโรงเรียน
นวตั กรรม คอื

รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน มดี งั นี้

1) หลกั การและแนวคดิ ของรูปแบบ
1.1) เป็นรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรยี น นำไปใช้
1.2) เป็นรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ทเี่ น้นกระบวนการพฒั นาผู้บริหารโรงเรยี น และครู ใหม้ ี
ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และลงมือปฏิบัติ การแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ และการสะท้อนความคิด

2) วัตถุประสงค์ของรปู แบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน

2.1) เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้
ในการพัฒนาโรงเรยี นนวตั กรรม

2.2) เพื่อพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ความเข้าใจ
ในกระบวนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และนำสู่การปฏิบัติในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียน
นวตั กรรมทีส่ อดคลอ้ งและเหมาะสมกับบรบิ ทของโรงเรยี น

172

3) กระบวนการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน

รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยการพัฒนา 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และระดับโรงเรียน
มีรายละเอยี ดการดำเนินงาน ดงั น้ี

3.1) ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โดยใช้กระบวนการ
8S Inno - OBEC Administrative Model ประกอบด้วย

3.1.1) S : Synthesis (การสังเคราะห์) การนำยุทธศาสตร์ชาติ แผนการ
การศึกษาชาติ ทักษะในศตวรรษที่ 21 และการนำผลการประเมินผู้เรียนและข้อมูลทางการศึกษา
มาวเิ คราะห์เพ่อื แสวงหาแนวทางในการพัฒนาความคิดสรา้ งสรรค์ของผ้เู รยี น

3.1.2) S : Set Strategies (การกำหนดกลยุทธ์) การกำหนดแนวทาง
การพัฒนาการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนการการศึกษาชาติ และ
ทักษะในศตวรรษท่ี 21

3.1.3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ) การนำ
แนวทางการพฒั นาโรงเรียนนวตั กรรมสูก่ ารปฏบิ ตั ใิ นโรงเรียน

3.1.4) S : Support (การสนับสนุน) การสนับสนุน วิชาการ งบประมาณ
การนเิ ทศติดตาม และใหข้ วญั กำลังใจ สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาและโรงเรียนเพอื่ ให้การดำเนินงาน
พัฒนาบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ เช่น การจัดทำเอกสารแนวทางการวิจยั และพัฒนารูปแบบโรงเรียน
นวตั กรรม สำหรับผู้บริหารโรงเรียน ครู และศึกษานิเทศก์ การนเิ ทศ ตดิ ตามและให้คำแนะนำปรึกษา
โดยคณะทำงานร่วมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่
การศกึ ษา การประชมุ วิชาการ การประชมุ ปฏิบัตกิ ารแลกเปลีย่ นเรยี นรแู้ ละสะท้อนผล

3.1.5) S : Staff Development (การพัฒนาบุคลากร) การจัดกิจกรรม
ที่ส่งเสริม สนับสนุนองค์ความรู้ ความคิดและทักษะของผู้บริหารโรงเรียน และครู ในการพัฒนา
การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู และการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามแนวทาง
การพฒั นาโรงเรียนนวัตกรรมอยา่ งตอ่ เน่ือง

3.1.6) S : Summarize (การสรุปรายงาน) การประมวลผล สรุป สงั เคราะห์
จากการประเมินรูปแบบและการนำเสนอการบริหารจัดการ การนิเทศ ติดตาม และการปฏิบัติการ
พัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน เพื่อนำผลมาปรับปรุง
พฒั นาหรือขยายผล

173

3.1.7) S : Share and Cheer up (การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการยกย่อง
ชมเชย) การนำผลการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมของโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศหรือประสบผลสำเร็จ
มาใช้ในการแลกเปล่ยี นเรียนรู้และให้การยกยอ่ งชมเชยทั้งในระดับเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาและโรงเรียน

3.1.8) S : Sustainability (การพัฒนาสู่ความยั่งยืน) การพัฒนาการ
บริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ การเรียนรู้ของผู้เรียน และการนิเทศติดตามสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาและโรงเรียนอย่างต่อเนอ่ื ง

3.2) ระดบั สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษา โดยใช้กระบวนการ PPSC ประกอบดว้ ย
3.2.1) P : Plan Co-Ordination (การประสานแผน) การประสานการ

ทำงานให้สัมพันธ์กันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและโรงเรียน หรือระหว่าง
โรงเรียนกับโรงเรียน และโรงเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่กับโรงเรียน โดยตระหนักถึงภาระหน้าที่ ความ
รบั ผดิ ชอบ เป้าหมายรว่ มกนั

3.2.2) P : Professional Development (การพัฒนาบุคลากร) การจัด
กิจกรรม ส่งเสริม สนับสนุนความรู้ ความคิด และทักษะของผู้บริหารโรงเรียน และครู เพื่อพัฒนา
ความคิดสรา้ งสรรคข์ องผ้เู รียนดว้ ยเทคนิควธิ กี ารตา่ ง ๆ ท่หี ลายหลาย โรงเรยี นสามารถเลือกใช้วิธีการ
หรือบูรณาการเทคนคิ ใหเ้ หมาะสมกับบริบทของตนเอง

3.2.3) S : Supervision (การนิเทศ กำกับ ติดตาม) การวัดและประเมินผล
การพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโรงเรียนในการขับเคลือ่ นรูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรมีการวัดและประเมินผลเพื่อหาข้อ
ปรับปรงุ ในการนำไปสู่โรงเรียนนวตั กรรม

3.2.4) C : Continuous Evaluation Development (การประเมินผล
และพฒั นาต่อเนื่อง) เป็นกระบวนการดำเนินงานดา้ นการกำกบั ควบคุม เพือ่ ตดิ ตามความกา้ วหน้าของ
ภารกิจและหรือประเมินว่าภารกจิ สำเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงค์ทีก่ ำหนดไว้

3.3) ระดับโรงเรียน โดยใช้กระบวนการ C – IDEA แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
ด้านการบริหารจดั การของผู้บรหิ ารโรงเรียน ดา้ นการจัดการเรียนรู้ของครู และดา้ นการเรียนรู้ของนักเรียน
โดยใช้การเรียนรู้สร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Creativity innovation learning for transformation :
C - IDEA) เพื่อให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนนวัตกรรม มุ่งผลผลิตให้ผู้เรียนเป็นนวัตกรสร้างสรรค์ ทั้งการ
เปล่ยี นแปลงโดยสังคม (Socially Transformative) สงิ่ ประดิษฐ์ คดิ ค้น (Product) และกระบวนการ
ใหม่ (Innovative Process) รวมถึงการดำเนินงานขององค์การตามนวัตกรรม และการเปลี่ยนวิธี
ปฏสิ ัมพนั ธ์ของบคุ ลากรกบั ผรู้ ับบริการ ประกอบดว้ ย

3.3.1) I : Inspiration (การสร้างแรงบันดาลใจ) ในการสร้างแรงบันดาลใจ
ให้โรงเรียนได้ก้าวพ้นความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การเดิม ๆ ที่เคยถือปฏิบัติ กล้าที่จะ

174

ตัดสินใจในการดำเนินการเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม การสร้างแรงบันดาลใจ
จะต้องสร้างให้โรงเรียน ครู และผู้เรียน ได้กำหนดเป้าหมายของตนเอง และมีความเช่ือว่าจะไปถึงได้
(believe to walking on the way to innovative goal) สร้างให้โรงเรียนมีความเชื่อในเป้าหมาย
เพียงสิ่งเดียวคือ การเป็นโรงเรียนนวัตกรรม ให้ผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้เรียน ให้มีความเชื่อม่ัน
และมเี ป้าหมายเดียวกนั คอื การพฒั นานวัตกรรมของตนเองทัง้ กระบวนการ สง่ิ ประดษิ ฐ์ คิดค้น และ
การเปลีย่ นแปลงของสังคม

3.3.2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ ความถนัด
และความต้องการตนเอง) การพัฒนาตนเองสู่การเป็นโรงเรียนนวัตกรรม ผู้เรียนพัฒนาตนไปสู่
ยุวนวัตกร จากนั้นออกแบบการเรียนรู้ของโรงเรียนให้ตอบสนองความสามารถ ความถนัด และ
ความต้องการของผเู้ รียนอย่างสร้างสรรค์ สามารถดึงศกั ยภาพ และความสามารถท่แี ฝงเร้นของผู้เรียน
ออกมาอย่างเตม็ ตามศกั ยภาพสู่การเป็นยวุ นวตั กรสร้างสรรค์ และโรงเรยี นนวตั กรรม

3.3.3) E : Experimentation (การทดลองการเรียนรู้) การออกแบบไว้
เพ่ือสร้างสรรคส์ ่ิงใหม่ ท้ังดา้ นกระบวนการ สิ่งประดิษฐ์ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซง่ึ การทดลอง
การเรียนรู้นั้นควรตอบสนองความถนัด และความต้องการของตนเองของผู้เรียน โรงเรียน และสังคม
อย่างสร้างสรรค์ โดยกำหนดเป้าหมายและการดำเนินการการพัฒนา (1) การพัฒนาโรงเรียน
นวัตกรรมสร้างสรรค์ (2) การพัฒนาห้องเรียนสร้างสรรค์ ด้วยการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning
และ (3) การบริหารสร้างสรรค์ และโรงเรียนดำเนินการพัฒนาตามแผนงาน เพื่อก้าวไปสู่การเป็น
โรงเรียนนวัตกรรม (Innovative School) ที่มีผู้บริหารสร้างสรรค์ ครูสร้างสรรค์ และผู้เรียน
สร้างสรรค์

3.3.4) A : Activity for Continuous Improvement/Assessment
(การประเมินหรือการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง) การออกแบบการเรียนรู้ การเรียนรู้
การประดษิ ฐ์ คดิ ค้นในการพัฒนาตนเองของผู้เรียนสู่การเปน็ ยวุ นวัตกรสร้างสรรค์ และโรงเรยี นพัฒนา
ส่กู ารเป็นโรงเรียนนวัตกรรมอยา่ งเป็นพลวัต ต่อเนอื่ ง ไมม่ ที ี่สนิ้ สดุ ของการพัฒนา

บทท่ี 5

สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ

การวิจัยเร่ืองน้ีรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีวัตถุประสงค์เพ่ือ (1) ศึกษาแนวทางและสร้างรูปแบบโรงเรียน
น วั ต ก ร ร ม พั ฒ น า ผู้ เรี ย น สู่ ก า ร เป็ น น วั ต ก ร ข อ งส ำ นั ก งา น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก าร ศึ ก ษ า ขั้ น พ้ื น ฐ า น
(2) พัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน และ (3) ศึกษาผลการนำรูปแบบโรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนาผู้เรียนสกู่ ารเป็นนวตั กร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปใช้ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and
Development: R & D) แบง่ การดำเนนิ การวจิ ยั เป็น 3 ระยะ ดังน้ี

ระยะท่ี 1 การศกึ ษาแนวทางและสรา้ งรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รยี นสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ดังนี้

1.1 การศึกษาความต้องการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน

1.2 การหาแนวการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน

1.3 การสร้างรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สู่การเปน็ นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน

ระยะท่ี 2 การพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ดังน้ี

2.1 การทดลองใช้รูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรยี นนวตั กรรมพัฒนาผเู้ รียน
สู่การเป็นนวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน

2.2 การปรับปรุงรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สกู่ ารเปน็ นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

ระยะท่ี 3 ผลการนำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานไปใช้

3.1 การนำรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สูก่ ารเป็นนวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานไปใช้

3.2 การปรับปรุงรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
ส่กู ารเปน็ นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน

176

สรปุ ผลการวจิ ยั
ผ้วู ิจัยสรุปผลการวิจัยตามระยะการวจิ ัย 3 ระยะ ดงั น้ี
ระยะที่ 1 ผลการศึกษาแนวทางและสร้างรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การ

เปน็ นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
1.1 ผลการศึกษาความต้องการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น

นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียน
และครู จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based
Learning : CBL) ในด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู และ
การเรียนรู้ของผู้เรียน พบว่า โดยรวมมีความคิดเห็นในระดับมากทุกด้าน เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ
ในแต่ละด้านท่ีผู้บริหารโรงเรียน และครู มีความคิดเห็นในระดับมากท่ีสุด พบว่า ด้านการบริหาร
จัดการของผู้บริหารโรงเรียน ได้แก่ การสำรวจความพร้อมของโรงเรียนและชุมชนในการพัฒนา
โรงเรียนนวัตกรรม และการวางแผนพัฒนาโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนาผ้เู รียนส่กู ารเป็นนวัตกร ด้านการ
จัดการเรียนรู้ของครู ได้แก่ การนำผลการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรมาใช้
ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ได้แก่ การบันทึกผลการเรียนรู้ระหว่าง
ก่อนการเรียนและหลังการเรียนของผู้เรียน นอกจากนี้ ผู้บริหารโรงเรียน และครู มีข้อคิดเห็นและ
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมว่า ครูบางส่วนยังไม่มีโอกาสในการพัฒนาด้านทักษะการคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น
จึงควรจัดกิจกรรมการพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ ให้กับผู้บริหาร
โรงเรยี น และครู เพอื่ เป็นแรงจูงใจในการสรา้ งนวัตกรรม และจดั ให้มีเวทีแลกเปลยี่ นเรยี นรู้

1.2 ผลการหาแนวการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการประชุมระดมความคิด
ของผ้เู ช่ยี วชาญ และผเู้ ก่ียวขอ้ งกบั การจัดการศึกษาของโรงเรียน รวม 20 คน พบวา่

ลักษณะของโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน ประกอบดว้ ย

1) เป็นโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยผู้บริหารโรงเรียนต้องพร้อมท่ีจะ
เปลี่ยนแปลงท้ังการบรหิ าร การจัดการเรยี นรู้หรอื วิธกี ารเรยี นรู้ เปล่ยี นแนวคดิ และเปลยี่ นกระบวนทัศน์

2) ครูและบุคลากรในโรงเรียนมีความพร้อมในการเปล่ียนแปลงการจัดการ
เรียนรู้

3) ขับเคลื่อนโครงการ กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนอยู่ตลอดเวลา
โดยมีแผนงาน เป้าหมาย ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลางและระยะยาว มีการจัดกิจกรรมเพื่อการ
พฒั นาอย่างตอ่ เน่อื ง

177

4) ผู้เรียน ชุมชน ครู และบุคลากรในโรงเรียนต้องตระหนักและเห็นความสำคัญ
รว่ มกัน เพือ่ การพฒั นาสู่เป้าหมาย วิสัยทศั น์ และสอดคลอ้ งกับการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 โดยเฉพาะ
การคดิ สร้างสรรคท์ กั ษะดา้ นเทคโนโลยีและนวัตกรรม

แนวทางการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน ประกอบดว้ ย

1) การปรบั เปลยี่ นการจดั การเรยี นการสอน โดยครูตอ้ งเปน็ ผูอ้ ำนวยความสะดวก
ที่ช่วยกระตุ้นผู้เรียนให้มีแรงขับเคล่ือนในตนเอง ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากกระบวนการการตัดสินใจ
ซึง่ เกดิ จากการเรียนร้ขู องตนเอง

2) การพัฒนาผู้เรียนให้ค้นพบความสามารถ ความถนัด และความต้องการ
ตนเอง ด้วยการเรียนแบบ Active Learning เช่น การเรียนแบบโครงงาน การเรียนแบบร่วมมือ
การเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้และจัดระบบ
การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง

3) การมีส่วนร่วมของผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ในการ
สร้างความเปล่ยี นแปลงโดยการมีสว่ นร่วมของทุกคนในโรงเรียน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การ
เปน็ นวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ประกอบดว้ ย

1) การส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนได้ออกแบบและทดลองเพ่ือสร้างสรรค์
ส่ิงใหม่ ทต่ี อบสนองความถนดั และความต้องการของผู้เรยี น โรงเรียน และสงั คม

2) การประเมินเพ่ือพัฒนาอย่างต่อเน่ือง มีการออกแบบการประเมินผลการ
เรียนรู้ท่ีครอบคลุมรอบด้านและตามสภาพจริง มีความเช่ือมโยงกับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่มี
ความหลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้เรยี น

1.3 ผลการสร้างรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผเู้ รียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พบวา่ รูปแบบโรงเรียน
นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย
1) หลักการและแนวคิดของรูปแบบท่ีเน้นกระบวนการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน และครู ให้มีความรู้
ความเข้าใจในกระบวนการวิจัย และพัฒนานวัตกรรม และลงมือปฏิบตั ิ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์
และการสะท้อนความคิด 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เสนอเป็นแนวทางให้โรงเรียนและผู้เก่ียวข้อง
นำไปใช้พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร 3) กระบวนการ
พัฒนาของรูปแบบ แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ใช้กระบวนการ 8S Inno - OBEC Administrative Model ประกอบด้วย (1) S : Synthesis (การสังเคราะห์)

178

(2) S : Set Strategies (การกำหนดกลยุทธ์) (3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ)
(4) S : Support (การสนับสนุน) (5) S : Staff Development (การพัฒนาบุคลากร) (6) S : Summarize
(การสรุปรายงาน) (7) S : Share and Cheer up (การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการยกย่องชมเชย) และ
(8) S : Sustainability (การพัฒนาสู่ความย่ังยืน) ระดับสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ใช้กระบวนการ
PPSC ประกอบด้วย (1) P : Plan Co-Ordination (การประสานแผน ) (2) P : Professional
Development (การพัฒนาบุคลากร) (3) S : Supervision (การนิเทศ กำกับ ติดตาม) และ (4) C :
Continuous Evaluation Development (การประเมินผลและพัฒนาต่อเน่ือง) ระดับโรงเรียน
ใชก้ ระบวนการ C - IDEA ทั้งในการบริหารจดั การของผ้บู รหิ ารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู และ
การเรียนรู้ของผเู้ รียน โดยใช้รูปแบบการเรยี นรู้นวัตกรรมสรา้ งสรรค์เพื่อการเปล่ียนแปลง (Creativity
innovation learning for transformation : C - IDEA) ประกอบด้วย (1) I : Inspiration (การสร้าง
แรงบันดาลใจ) (2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ ความถนัด และความ
ต้องการตนเอง) (3) E : Experimentation (การทดลองการเรียนรู้) และ (4) A : Activity for
Continuous Improvement/Assessment (การประเมินหรือการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาอย่าง
ตอ่ เนื่อง)

เอกสารแนวการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน เนื้อหาประกอบดว้ ย

ส่วนที่ 1 รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน

ส่วนที่ 2 การดำเนินงานพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน

ส่วนท่ี 3 แนวทางการบริหารจัดการสู่โรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน

ส่วนท่ี 4 การจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน

ส่วนท่ี 5 การวิจัยและพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน

ส่วนท่ี 6 ตัวอย่างโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน

ส่วนที่ 7 บรรณานุกรม

179

ระยะท่ี 2 ผลการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน

2.1 ผลการทดลองใช้รปู แบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผู้เรยี นสู่การเป็นนวัตกรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน

การนำรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไปทดลองใช้ 3 ระดับ คือ ระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน นำกระบวนการ 8S Inno - OBEC Administrative Model
ประกอบด้วย (1) S : Synthesis (การสังเคราะห์) (2) S : Set Strategies (การกำหนดกลยุทธ์)
(3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ) (4) S : Support (การสนับสนุน)
(5) S : Staff Development (การพั ฒ นาบุ คลากร) (6) S : Summarize (การสรุป รายงาน)
(7) S : Share and Cheer up (การแลกเปล่ียนเรียนรู้และการยกย่องชมเชย ) และ (8) S :
Sustainability (การพัฒนาสู่ความย่ังยืน) ไปจัดอบรมให้กับบุคลากรส่วนกลาง และผู้บริหาร
สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษา ระดับสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา นำกระบวนการ PPSC ประกอบด้วย
(1) P : Plan Co-Ordination (การประสานแผน) (2) P : Professional Development (การพัฒนา
บุคลากร) (3) S : Supervision (การนิเทศ กำกับ ติดตาม) และ (4) C : Continuous Evaluation
Development (การประเมินผลและพัฒนาต่อเน่ือง) จัดอบรมให้กับศึกษานิเทศก์ ผลการนำไปใช้
พบว่า บุคลากรระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และระดับสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษา ดำเนินการตามกระบวนการได้ผลดี ระดับโรงเรียนนำไปทดลองใช้กับโรงเรียนในโครงการ
จัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เปน็ ฐาน (Creativity Based Learning : CBL) 6 โรงเรียน ในระยะเวลา
2 ภาคเรียน ปี พ.ศ. 2561 ผลการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ดงั น้ี

ดา้ นการบริหารจัดการของผู้บรหิ ารโรงเรียน พบวา่ การดำเนินการโดยรวมอยู่ใน
ระดับดี โดยมีกระบวนการบริหารจัดการเก่ียวกับความพร้อมของโรงเรียน และชุมชน ในการพัฒนา
โรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รียนสู่การเป็นนวัตกร การกำหนดเปา้ หมายการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรม
ร่วมกัน การวิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกร การวางแผนพัฒนาสู่เป้าหมาย (ระยะสั้น/ระยะยาว) และการกำหนดเป้าหมายการพัฒนา
โรงเรียนนวตั กรรมพฒั นาผูเ้ รยี นสู่การเป็นนวตั กร อยใู่ นระดบั ดมี าก

ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู โดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีการบันทึกผลการ
จัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับดีมาก ส่วนด้านนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้พัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
โดยรวมอยใู่ นระดับดี

180

ด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในด้านการเรียนรู้เก่ียวกับการสรุปและนำเสนอผลการเรียนรู้พัฒนานวัตกรรม ด้านการวางแผน
การเรียนรู้ มีผลการเรียนรู้ในระดับดี และสูงกว่าผลการเรียนรู้ด้านอ่ืน ๆ ส่วนด้านนวัตกรรมจากการ
เรยี นรสู้ ู่การเป็นนวตั กรของผ้เู รยี น โดยรวมอยใู่ นระดับดี

ความพึงพอใจของผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และผู้นำ
ชุมชน โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีความพึงพอใจเกี่ยวกับการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินและ
ปรบั ปรุงงานของผู้วิจัยและบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องสูงกว่าด้านอื่น โดยมีความพึงพอใจในระดับมาก
ท่ีสุด ส่วนความพึงพอใจต่อนวัตกรรมท่ีเกิดจากการดำเนินการตามรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผู้เรียนส่กู ารเปน็ นวัตกรของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก

การนิเทศ ติดตามการทดลองใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การ
เป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน โดยบคุ ลากรระดับสำนักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษา พบวา่

1) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนสามารถวางแผน
กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาสู่โรงเรียนนวัตกรรม มีรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมของตนเอง
อย่างเป็นรูปธรรม โดย โรงเรียนวัดกลางบางแก้ว (พุทธวิถีประสิทธ์ิ) ใช้ 5S WKK Administrative
Model โรงเรียนวัดปรางแก้ว ใช้ WATPRAGKEAW Model โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ ได้น้อมนำศาสตร์
พระราชาสู่การพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมด้วย KING BHUMIBOL Model โรงเรียนบ้านท่าอ่าง บริหาร
จัดการเรียนรู้แบบ CPS plus : Tha-ang Innovative School โรงเรียนวิเชียรมาตุ 3 บริหารภายใต้
โมเดล 2A to Goals และโรงเรียนมัธยมป่ากลาง ใช้โมเดล MTPK live Innovative School โดย
ทุกโรงเรียนขับเคล่ือนสู่ความสำเร็จด้วยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (Professional
Learning Community: PLC)

2) การจัดการเรียนรู้ของครู ครูนำความรู้ที่ได้รับการพัฒนาไปพัฒนาการจัด
การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะในศตวรรษที่ 21 ได้ปรับเปล่ียน
บทบาทจากการเป็นผู้ให้ความรู้ มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) เป็นครูผู้สร้างสรรค์
นวัตกรรม (Innovative Teacher) สามารถใช้ส่ือเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ได้ดี มีทักษะ
การจัดการเรยี นร้ใู ห้ผู้เรียนลงมอื ปฏบิ ตั ิจริง การจัดการเรียนรแู้ บบร่วมมือ และจดั การเรียนรูท้ สี่ ่งเสริม
ความคดิ สร้างสรรค์ให้กับผ้เู รียน

3) การเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์
สู่การเป็นนักเรียนสร้างสรรค์ (Innovative Student) ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้และทักษะ
ได้ด้วยตนเองแบบ Active Learning ผ่านการลงมือปฏิบตั จิ รงิ

181

2.2 ผลการปรับปรุงรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผู้เรยี นสู่การเปน็ นวตั กรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน

ผลการปรับปรุงรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน จากการสะท้อนผลของบุคลากร
ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายการวิจัย คณะกรรมการการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และผู้เช่ียวชาญ โดยเพิ่มปัจจัยความสำเร็จคือ กระบวนการ
ชมุ ชนแห่งการเรียนรู้เชงิ วชิ าชีพ (Professional Learning Community: PLC)

ระยะที่ 3 ผลการศึกษาผลการนำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐานไปใช้

3.1 ผลการนำรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รียน
สู่การเป็นนวัตกรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐานไปใช้

นำรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ไปทดลองใช้ 3 ระดับ คือ ระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน นำกระบวนการ 8S Inno - OBEC Administrative Model
ประกอบด้วย (1) S : Synthesis (การสังเคราะห์) (2) S : Set Strategies (การกำหนดกลยุทธ์)
(3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ) (4) S : Support (การสนับสนุน)
(5) S : Staff Development (การพั ฒ นาบุ คลากร) (6) S : Summarize (การสรุป รายงาน)
(7) S : Share and Cheer up (การแลกเปล่ียนเรียนรู้และการยกย่องชมเชย ) และ (8) S :
Sustainability (การพัฒนาสู่ความยั่งยืน) ไปจัดอบรมให้กับบุคลากรส่วนกลาง และผู้บริหาร
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษา ระดบั สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษา นำกระบวนการ PPSC ประกอบด้วย
(1) P : Plan Co-Ordination (การประสานแผน) (2) P : Professional Development (การพัฒนา
บุคลากร) (3) S : Supervision (การนิเทศ กำกับ ติดตาม) และ (4) C : Continuous Evaluation
Development (การประเมินผลและพัฒนาต่อเนื่อง) จัดอบรมให้กับศึกษานิเทศก์ ผลการนำไปใช้
พบว่า บุคลากรระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน และระดับสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษา ดำเนินการตามกระบวนการได้ผลดี ระดับโรงเรียนนำไปทดลองใช้กับโรงเรียนในโครงการ
จดั การเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) 6 โรงเรียน ในระยะเวลา
2 ภาคเรียน ปี พ.ศ. 2561

การนำรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานไปใช้ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 20

182

โรงเรียน ในระยะเวลา 2 ภาคเรียน ปี พ.ศ. 2562 ผลการนำไปใช้ในด้านการบริหารจัดการของ
ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น ดา้ นการจัดการเรยี นรขู้ องครู และดา้ นการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น มดี ังน้ี

ด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมี
การช้ีแจงและพัฒนาให้บุคลากรในสถานศึกษารับรู้และตระหนักถึงแนวทางดำเนินงานหรือ
กลยุทธ์การพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ในการจัดทำนวัตกรรม การบริหารจัดการตามรูปแบบ
โรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร นโยบายการพัฒนาบุคลากรเป็นนวัตกรของรัฐบาล
กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
การวางแผนพฒั นาสู่เปา้ หมาย (ระยะสนั้ /ระยะยาว) การจัดการเรยี นรู้ของครูในการพัฒนาผู้เรียนสูก่ ารเป็น
นวัตกร การนิเทศ กำกับ ติดตาม และเสริมเตมิ เต็มความรู้เกีย่ วกบั การพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรม
พฒั นาผเู้ รียนสกู่ ารเป็นนวัตกร การตรวจสอบ ประเมินผลการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนา
ผ้เู รยี นสู่การเป็นนวตั กร มกี ารดำเนินการสูงกว่าขอ้ อ่ืน โดยอยใู่ นระดับดีมาก

ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับดี และเม่ือพิจารณา
เป็นรายข้อ อยู่ในระดบั ดีทุกข้อ ส่วนนวตั กรรมการจัดการเรียนรู้ท่ีครูใช้ในการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกร พบว่า โดยรวมอยูใ่ นระดับดี โดยนวตั กรรมการจดั การเรียนรู้ทค่ี รคู ิดค้นใช้ในการจดั การเรียนรู้
และการเผยแพร่นวัตกรรมการจดั การเรียนรู้ อยใู่ นระดับดที ้งั สองข้อ

ด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้านการเรียนรู้และนวัตกรรมจากการเรียนรู้
ของผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับดีทั้งสองข้อ สำหรับนวัตกรรมจากการเรียนรู้ของผู้เรียนเก่ียวกับ
นวัตกรรมจากการเรยี นรสู้ ู่การเปน็ นวัตกรของครูมผี ลงานสงู กวา่ ขอ้ อน่ื โดยมผี ลงานในระดับดี

ความพึงพอใจของผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และผู้นำ
ชุมชน ท่ี มี ต่อก าร ใช้ รูปแ บบ โรงเรียน น วัต ก รรมพั ฒ น าผู้ เรียน สู่ ก ารเป็น น วัต ก รของส ำนั ก งา น
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวมอย่ใู นระดับมาก โดยมีความพึงพอใจเกยี่ วกับการวางแผน
พัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร โดยมีผู้ปกครองและชุมชนมีสว่ นร่วม
ในการดำเนินงานมากกว่าข้ออื่น โดยมีความพึงพอใจในระดับมาก ส่วนความพึงพอใจนวัตกรรม
ที่เกิดจากการเรียนรู้ในการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของผู้เรียน
โดยรวมอยู่ในระดับมาก

นวัตกรรมท่ีเกิดจาการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น
นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 20 โรงเรียน
พ บ น วั ตกรรม ที่ เกิ ด จากการใช้ รู ป แบ บ ด้ า น ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ข อ ง ผู้ บ ริ ห า ร โ ร ง เรี ย น เกี่ ย ว กั บ
ศาสตร์พระราชา การพัฒนาระบบ และวงจรการบริหารเชิงคุณภาพ ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู
เกี่ยวกับ CBL, PBL, BBL, STEM, Contemplative Education และด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน
เกี่ยวกับ Creative Thinking, Innovation, Life Skill โดยนวัตกรรมของแต่ละโรงเรียนได้มีการนำ

183
เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพ่ือให้มีความรวดเร็ว ทันสมัย
และศกึ ษาไดท้ ุกทอ่ี ยา่ งมีประสิทธิภาพ ตามกระบวนการพฒั นาของโรงเรียน

3.2 ผลการปรับปรุงรูปแบบ และเอกสารแนวการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผู้เรยี นสกู่ ารเปน็ นวตั กรของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน

ผลการปรับปรุงรูปแบบจากการสะท้อนผลการใช้รูปแบบโรงเรียนนวตั กรรมพัฒนา
ผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของผู้บริหารโรงเรียน ครู
คณะกรรมการการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และสำนักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษา และผเู้ ชีย่ วชาญ การวเิ คราะห์รูปแบบของโรงเรยี นนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รยี นสู่การเป็นนวตั กร
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเพิ่มปัจจัยความสำเร็จ คือ การใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัล (Digital Technology) ในการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู
และการเรียนรู้ของผเู้ รียน ดงั แสดงในภาพที่ 5.1

ภาพท่ี 5.1 รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนนวตั กรรมพฒั นาผเู้ รียนสู่การเปน็ นวตั กรของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

184

อภปิ รายผลการวิจยั
การวิจัยรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเปน็ นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการ

การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน มีข้อสังเกตจากผลการวจิ ยั ทน่ี ำมาอภปิ ราย ดงั นี้
1. การสร้างรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน

คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย หลักการและแนวคิดของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ
กระบวนการพัฒนา 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ใช้กระบวนการ
8S Inno - OBEC Administrative Model ประกอบด้วย (1) S : Synthesis (การสังเคราะห์) (2) S : Set
Strategies (การกำหนดกลยุทธ์) (3) S : Start to Implement (การนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ) (4) S :
Support (การสนับสนุน) (5) S : Staff Development (การพัฒนาบุคลากร) (6) S : Summarize
(การสรุปรายงาน) (7) S : Share and Cheer up (การแลกเปล่ียนเรียนรู้และการยกย่องชมเชย) และ
(8) S : Sustainability (การพัฒนาสู่ความยั่งยืน) ระดับสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ใช้กระบวนการ
PPSC ประกอบด้วย (1) P : Plan Co-Ordination (การประสานแผน ) (2) P : Professional
Development (การพัฒนาบุคลากร) (3) S : Supervision (การนิเทศ กำกับ ติดตาม) และ (4) C :
Continuous Evaluation Development (การประเมินผลและพัฒนาต่อเน่ือง) ระดับโรงเรียน
ใช้กระบวนการ C - IDEA ทั้งในการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู และ
การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Creativity
innovation learning for transformation : C - IDEA) ประกอบด้วย (1) I : Inspiration (การสร้าง
แรงบันดาลใจ) (2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ ความถนัด และความ
ต้องการตนเอง) (3) E : Experimentation (การทดลองการเรียนรู้) และ (4) A : Activity for
Continuous Improvement/Assessment (การประเมินหรือการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาอย่างต่อเน่ือง)
การจัดทำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน จัดทำโดยใชห้ ลักของการพัฒนารูปแบบตามข้นั ตอนสอดคล้องกับการพัฒนาของ
ทววี รรณ อินคา (2550) ธีรวุฒิ ชมใจ (2554) ณัฐรดา วงษ์นายะ (2555) วาโร เพ็งสวัสด์ิ (2555) และ
Joyce, & Weil (1990) คอื 1. ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาการจัดการความรู้ ความต้องการ และปัจจัย
ท่ีเอื้อต่อความสำเร็จ 2. กำหนดกรอบแนวคิด โดยศึกษาวิเคราะห์เอกสาร บทความ และงานวิจัย
ท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดทำรูปแบบ 3. การสร้างรูปแบบ โดยนำองค์ประกอบของรูปแบบการพัฒนา
การศึกษา 4. การตรวจสอบรปู แบบโดยผู้เช่ียวชาญ 5. การนำรูปแบบไปทดลองใช้ และ 6. การประเมิน
และปรับปรงุ รูปแบบตามขอ้ เสนอแนะของผู้เชยี่ วชาญ

185

2. การนำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐานไปใช้

รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มีการพัฒนาบุคลากรทุกระดับ ท้ังในระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ระดับสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา และระดับโรงเรยี น ให้มีความรู้ความเข้าใจในรูปแบบ
และแนวการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรให้มีความสอดคล้องกัน
ทกุ ระดับ ทำใหผ้ ลการดำเนินการวจิ ัยเป็นไปตามวตั ถปุ ระสงค์

การใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับโรงเรียนได้นำกระบวนการ C - IDEA มาใช้ในการ
ดำเนินการด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู และด้านการ
เรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้การเรียนรู้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพ่ือการเปล่ียนแปลง (Creativity
innovation learning for transformation : C - IDEA) ประกอบด้วย (1) I : Inspiration (การสร้าง
แรงบันดาลใจ) คือ การสร้างแรงบันดาลใจในการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการ
เรียนรู้ของครู และการเรียนรู้ของผู้เรียน (2) D : Discovery and Design (การค้นพบความสามารถ
ความถนัด และความต้องการตนเอง) คอื การคน้ พบตนเองและออกแบบการบริหารจัดการของผู้บริหาร
โรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู (3) E : Experimentation (การทดลองการเรียนรู้) คือ การทดลอง
สร้างนวัตกรรมการบรหิ ารจัดการของผู้บรหิ ารโรงเรยี น การจดั การเรียนรู้ของครู นวตั กรรมการเรียนรู้
ของผู้เรียน และ (4) A : Activity for Continuous Improvement/Assessment (การประเมินหรือ
การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาอย่างต่อเน่ือง) คือ การประเมินการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเน่ืองในการ
บริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู นวัตกรรมการเรียนรู้ของ
ผู้เรียน พบนวัตกรรมท่ีเกิดจากการใช้รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ท้ังด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน
ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู และดา้ นการเรียนร้ขู องผู้เรียน โดยนวัตกรรมของแต่ละโรงเรียนได้มีการนำ
เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้มีความรวดเร็ว ทันสมัย
และศึกษาได้ทุกท่ีอยา่ งมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนา
ผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการนำ
กระบวนการ C - IDEA มาใช้ในการพัฒนารูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
เป็นข้ันตอนการพัฒนาตามลำดับขั้น ที่สร้างความเป็นนวัตกรให้แก่ผู้เรียน สอดคล้องกับการ
พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ 6 ขั้นตอน ของสำนักงานเลขาธิการ
สภาการศึกษา (2550) คือ ข้ันที่ 1 การสร้างความตระหนัก ข้ันท่ี 2 ขั้นระดมพลังความคิด ข้ันท่ี 3
ขน้ั สร้างสรรค์ช้ินงาน ข้ันท่ี 4 การนำเสนอผลงาน ข้ันที่ 5 การวดั และประเมินผล และข้ันที่ 6 การเผยแพร่

186

ผลงาน และใกล้เคียงกับการเตรียมพร้อมของผู้ปกครอง และการส่งเสริมของครูให้เด็กประสบความสำเร็จ
ในการคิดสร้างสรรค์ของประพันธ์ุศิริ สุเสารจั (2553) ท่ีผ้ปู กครองและครตู ้องทำตนเป็นแบบอย่างและ
สร้างบรรยากาศ คือ 1. เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกและตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง 2. ผู้ใหญ่
ต้องไว้วางใจและยอมรับการตัดสินใจของเด็ก 3. สนับสนุนให้กำลังใจเด็กทำส่ิงต่าง ๆ ด้วยตนเอง
4. ยกย่องชมเชยเด็กเสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง 5. ส่งเสรมิ ให้เดก็ ค้นพบ แสวงหาคำตอบด้วยตนเอง
6. สนับสนุนให้เด็กค้นหาความสามารถของตนเอง 7. ฝึกฝนให้เด็กทำงาน สร้างผลงาน หาประสบการณ์
จากการทำงาน และ 8. กระตุ้นให้เด็กกระตือรือร้น กระฉับกระเฉงด้วยวิธีการอย่างหลากหลาย และ
สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานท่ีได้จากโครงการสร้างชุดความรู้เพ่ือสร้างเสริม
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชนจากประสบการณ์ความสำเรจ็ ของโรงเรียนไทยของดษุ ฎี
โยเหลา และคณะ (2557) 6 ข้ันตอนคือ 1. ขน้ั ตอนให้ความรู้พ้ืนฐาน 2. ขั้นกระต้นุ ความสนใจ 3. ข้ันจัด
กลุ่มร่วมมือ 4. ข้ันแสวงหาความรู้โดยนักเรยี นลงมือปฏิบัติกจิ กรรมโครงงาน และผู้เรียนร่วมกันเขียน
รูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงการท่ีตนปฏิบัติ 5) ขั้นสรุปส่ิงที่เรียนรู้ และ 6) ขั้นนำเสนอผลงาน และ
สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning : CBL) ของ
วิรยิ ะ ฤาชัยพาณิชย์ (2558) 5 ขั้นตอนคือ ข้ันท่ี 1 กระตุ้นความสนใจสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration)
ขั้นท่ี 2 ต้ังปัญหา (Problem Assigned) และแบ่งกลุ่มตามความสนใจ (Team Work) ขั้นที่ 3
ค้นคว้าและคิด ข้ันท่ี 4 นำเสนอผลงาน และขั้นที่ 5 ประเมินผลการดำเนินการพัฒนาผู้เรียน
สคู่ วามเป็นนวัตกรโดยใช้ C - IDEA ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทก่ี ำหนด

ขอ้ เสนอแนะ
การวิจัยเรื่องรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรของสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้วิจยั ได้นำเสนอข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย และข้อเสนอแนะใน
การทำวจิ ยั คร้ังตอ่ ไป ดังน้ี

1. ขอ้ เสนอแนะจากผลการวจิ ยั
1.1 จากผลการวิจัยพบว่า รูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร

ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มีผลการพัฒนาโดยรวมในระดับดีทุกด้าน มีผลงาน
นวัตกรรมในระดับบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนรู้ของครู และการเรียนรู้
ของผู้เรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานควรเผยแพร่ผลการวิจัย เพื่อให้เป็น
องค์ความรู้และเปน็ แนวทางใหก้ ับหนว่ ยงานท่ีเกย่ี วข้อง

1.2 นำผลการวิจัยไปวางแผนพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียน
สู่การเป็นนวัตกร ให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นโรงเรียนนวัตกรรม และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
อย่างแพรห่ ลายในทุกระดบั

187

1.3 จากผลการวิจัยที่ระบุว่า ควรใช้เวลาในการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมเพ่ิมขึ้น
เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะของการเป็นนวัตกรอย่างย่ังยืน ควรเพ่ิมระยะเวลาในการพัฒนา
บคุ ลากรทง้ั ผู้บรหิ ารโรงเรยี น ครู และผูเ้ รยี น ให้เป็นผสู้ ร้างนวัตกรรมอยา่ งต่อเน่อื งและยั่งยืน

1.4 ขยายเครือข่ายการพฒั นารูปแบบโรงเรยี นนวัตกรรมพัฒนาผเู้ รียนสู่การเปน็ นวัตกร
ให้ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่การศึกษา โดยพัฒนาตามอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นท่ี เพื่อสร้างความ
หลากหลายในการวิจยั

1.5 โรงเรียนท่ัวไปที่จะนำรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
ไปใช้ ต้องมีการบริหารจัดการ และการจดั การเรยี นรู้ทส่ี ่งเสริมกระบวนการคิดสรา้ งสรรคข์ องผเู้ รียน

2. ข้อเสนอแนะเพอ่ื การวจิ ยั คร้ังตอ่ ไป
2.1 ควรมีการวิจัยเพ่ือพัฒนาต่อยอดรูปแบบโรงเรียนนวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็น

นวัตกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ที่มีความหลากหลายตามบริบทของโรงเรียน
และชมุ ชน ครบทกุ เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา

2.2 ควรมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร
เพื่อเปน็ กำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยนื ต่อไป

3. ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
3.1 ลดความเหล่ือมล้ำในการศึกษาให้อิสระแก่สถานศึกษาในการสร้างและพัฒนา

นวัตกรรมการจัดการศึกษาโดยเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการในแต่ละแห่ง
เพ่ือนำไปสู่การยกระดับการศึกษาของประเทศอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนไทยให้มี
คุณภาพตอ่ ไป

3.2 มีกลไกในการบริหารจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมการจัด
การศึกษาทีม่ ีอสิ ะในด้านการบริหารจดั การ การจัดการเรียนรู้ ตลอดจนใหส้ ถานศกึ ษามีความคล่องตัว
ในการบริหารจัดการได้ตามบริบทของแต่ละพ้ืนที่ อันส่งผลให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีเวลา
ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้เต็มศักยภาพ และเพ่ือให้การคิดค้น
และพัฒนานวัตกรรมการจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้

3.3 ขยายผลไปใช้ในสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานทั่วประเทศ ท้ังระดับประถมศึกษาและ
มธั ยมศกึ ษา


Click to View FlipBook Version