The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 103
ตุลาคม 2564 - มีนาคม 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกาธิปัตย์สาร, 2022-07-07 01:51:03

นาวิกาธิปัตย์สาร เล่ม 103

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 103
ตุลาคม 2564 - มีนาคม 2565

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ©ºÑº·Õè ñðó ¡Í§·Ñ¾àÃ×Íã¹ÈµÇÃÃÉ·Õè òñ (µØÅÒ¤Á òõöô - ÁÕ¹Ò¤Á òõöõ)

ẺÊͺ¶ÒÁ¤ÇÒÁ¾Ö§ã¨ ẺÊͺ¶ÒÁ¤ÇÒÁ¾Ö§ã¨ ISSN 0859-5224
¼ÙŒÍ‹Ò¹ÇÒÃÊÒà ¡Ã¾.ʺ.·Ã.

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ

กําหนดตีพิมพรายหกเดือน ฉบับประจําเดือน ตุลาคม - มีนาคม และ
ฉบับประจําเดือน เมษายน - กันยายน ราคาฉบับละ ๑๒๐ บาท
คาสมาชิกรายป ๒๒๐ บาท (๒ ฉบับ)


นาวิกาธิปัตย์สาร
Naval Strategic Studies Journal
วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
เทคโนโลยีและแนวคิด
การทำาสงครามทางเรือในอนาคต


ฉบับที่ ๑๐๒
(เมษายน - กันยายน ๒๕๖๔)
ปีที่ ๔๕ เล่มที่ ๒
นาวิกาธิปัตย์สาร กองทัพเรือ การก่อการร้าย ISSN 0859-5224 นาวิกาธิปัตย์สาร
กับ
การต่อต้าน
Naval Strategic Studies Journal
ท่ามกลางระบบโลกหลายขั้ว๒ ปี นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ ๙๔ COMBATING TERRORISM (เมษายน ~ กันยายน ๒๕๖๐) COMBATING TERRORISM
Naval Strategic Studies Journal

วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
ยุทธศาสตร์ชาติ
กองบรรณาธิการวารสารนาวิกาธิปัตย์สาร ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ
นาวิกาธิปัตย์สาร เลขที่ ๑๐๖ หมู่ ๓ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐ ROYAL THAI NAVY
2 โทรศัพท์ / แฟกซ์. ๐๒-๔๗๕๓๔๗๖ website : http://www.navedu.navy.mi.th/stg/tnssc
คลังปัญญา พัฒนาผู้นำา


ผสนใจสมัครเปนสมาชิกรายปี
- ติดตอไดที่ กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร
ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๔๔ , ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๕๒ หรือ
www.tnssc.navy.mi.th/journal
เครดิตรูปภาพจาก... - โอนเงินเขาบัญชีออมทรัพย ธนาคารทหารไทย
ภาพปกหนา สาขาพุทธมณฑล เลขที่บัญชี ๐๗๙ - ๒ - ๑๔๓๙๔ - ๓
๐๑. เพจ FB : กองทัพเรือ Royal Thai Navy ชื่อบัญชี นาวิกาธิปตยสาร พรอมทั้งสงหลกฐานการโอนเงน



๐๒. Youtube ชอง จา พิชัย Email : [email protected] หรือ
ภาพปกใน โทรสาร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๔๐
- โดรน Marcus B
๐๑. FB: Sompong Nondhasa

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ



Naval Strategic Studies Journal
ÇÒÃÊÒÃÂØ·¸ÈÒʵÃìáÅФÇÒÁÁÑ蹤§·Ò§·ÐàÅ ¡Í§·Ñ¾àÃ×Í

ÈٹÈÖ¡ÉÒÂØ·¸ÈÒʵÏ·ËÒÃàÃ×Í Çѵ¶Ø»ÃÐʧ¤

Naval Strategic Studies Center
Naval Strategic Studies Journal








นับจากป พ.ศ.๒๕๒๐ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ฉบับท่ ๑ ไดเร่มตีพิมพสสายตาผอานจนถึงวันน้ ี
พ.ศ.๒๕๖๕ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ไดนําเสนอองคความรูทางทะเลมาแลวถึง ๑๐๓ ฉบับ ประสบการณ
และชวงเวลาท่ผานมาวารสารนาวิกาธิปตยสารไดทําหนาท่อยางเงียบ ๆ ในการเปนคลังสมอง เผยแพร 




















วทยาการ นาเสนอทฤษฎ องคความรใหม ๆ จากผเชยวชาญดานตาง ๆ ของกองทพเรอใหแกทหารเรอ
คณาจารย และผูที่เกี่ยวของกับกิจการทางทะเล รวมทั้งผูที่สนใจในดานยุทธศาสตร ความมั่นคงทางทะเล
การสงคราม เศรษฐกจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอม







นับต้งแตวารสารนาวิกาธิปตยสารเลมแรกท่จัดทําโดยโรงเรยนนายทหารเรอในยคบกเบก และ






ไดปรับไปสสถาบันวิชาการทหารเรือช้นสูง เม่อมีการปรับโครงสรางหนวยงานในกองทัพเรือและเปล่ยนช่อหนวย
จวบจนปจจุบัน ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เปนหนวยงานรับผิดชอบ ก็ถือไดวา

วารสารนาวิกาธิปตยสารเลมน้ไดผานหวงเวลาตาง ๆ ไปพรอม ๆ กับสถานการณของประเทศไทยและ








ของโลกท่เปล่ยนแปลงไป แตส่งหน่งท่ไมเปล่ยนแปลงคือการทําหนาท่ติดอาวุธทางปญญาใหแกผอาน
ใหสามารถรับมือกับผลกระทบจากสภาวะแวดลอมความมั่นคงทางทะเลที่เปลี่ยนไปไดอยางรูเทาทัน
นาวิกาธิปตยสาร หรือ Naval Strategic Studies Journal เปนวารสารยุทธศาสตรและ
ความมั่งคงทางทะเลของกองทัพเรือ ซึ่งมีวัตถุประสงคในการเผยแพรผลงาน การคนควาวิจัย ยกระดับผลงาน
ทางวิชาการสระดับสากล และเปนเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพัฒนาองคความร โดยเนนท่ระดับ





ผบรหาร รวมท้งเผยแพรกิจกรรมทางวิชาการของกองทัพเรือใหแกหนวยตาง ๆ ทงในสงกัดกระทรวงกลาโหม





และหนวยงานหรือสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ


บทความ แนวคิด หรือขอคิดเห็นท่นําลงนาวิกาธิปตยสารเปนของผเขียนมิใชขอคิดเห็นของ
ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ การคัดลอก ทําซํ้าหรือดัดแปลงสวนใดสวนหนึ่ง



หรือท้งหมดของวารสารฯ น้ เปนไปตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ ผท่สนใจหรือหนวยงานท่ตองการจะ







นําบทความหรือขอมูลท่ลงตีพิมพในวารสารน้ไปเผยแพรซ้า สามารถติดตอไดท่กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร



วารสารฯ ยินดีรับบทความทางวิชาการท่เก่ยวของกับความม่นคงและกิจการทางทะเล

เพ่อพิจารณาลงตีพิมพในวารสารฯ โดยสามารถสงตนฉบับหรือติดตอไดท่กองบรรณาธิการฯ เม่อไดรับ




การตพิมพลงในวารสารฯ จะมีคาตอบแทนทเหมาะสมใหแกเจาของบทความ ทงน กองบรรณาธิการฯ









ขอสงวนสทธที่จะรับหรือปฎิเสธบทความ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร


กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ

กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๕๘ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๔๔

www.tnssc.navy.mi.th/journal
Email : [email protected]

Çѵ¶Ø»ÃÐʧ¤




Naval Strategic Studies Journal








นับจากป พ.ศ.๒๕๒๐ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ฉบับท่ ๑ ไดเร่มตีพิมพสสายตาผอานจนถึงวันน้ ี
พ.ศ.๒๕๖๕ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ไดนําเสนอองคความรูทางทะเลมาแลวถึง ๑๐๓ ฉบับ ประสบการณ


และชวงเวลาท่ผานมาวารสารนาวิกาธิปตยสารไดทําหนาท่อยางเงียบ ๆ ในการเปนคลังสมอง เผยแพร 









วทยาการ นาเสนอทฤษฎ องคความรใหม ๆ จากผเชยวชาญดานตาง ๆ ของกองทพเรอใหแกทหารเรอ









คณาจารย และผูที่เกี่ยวของกับกิจการทางทะเล รวมทั้งผูที่สนใจในดานยุทธศาสตร ความมั่นคงทางทะเล
การสงคราม เศรษฐกจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอม




นับต้งแตวารสารนาวิกาธิปตยสารเลมแรกท่จัดทําโดยโรงเรยนนายทหารเรอในยคบกเบก และ








ไดปรับไปสสถาบันวิชาการทหารเรือช้นสูง เม่อมีการปรับโครงสรางหนวยงานในกองทัพเรือและเปล่ยนช่อหนวย

จวบจนปจจุบัน ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เปนหนวยงานรับผิดชอบ ก็ถือไดวา

วารสารนาวิกาธิปตยสารเลมน้ไดผานหวงเวลาตาง ๆ ไปพรอม ๆ กับสถานการณของประเทศไทยและ








ของโลกท่เปล่ยนแปลงไป แตส่งหน่งท่ไมเปล่ยนแปลงคือการทําหนาท่ติดอาวุธทางปญญาใหแกผอาน
ใหสามารถรับมือกับผลกระทบจากสภาวะแวดลอมความมั่นคงทางทะเลที่เปลี่ยนไปไดอยางรูเทาทัน
นาวิกาธิปตยสาร หรือ Naval Strategic Studies Journal เปนวารสารยุทธศาสตรและ
ความมั่งคงทางทะเลของกองทัพเรือ ซึ่งมีวัตถุประสงคในการเผยแพรผลงาน การคนควาวิจัย ยกระดับผลงาน
ทางวิชาการสระดับสากล และเปนเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพัฒนาองคความร โดยเนนท่ระดับ





ผบรหาร รวมท้งเผยแพรกิจกรรมทางวิชาการของกองทัพเรือใหแกหนวยตาง ๆ ทงในสงกัดกระทรวงกลาโหม





และหนวยงานหรือสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ

บทความ แนวคิด หรือขอคิดเห็นท่นําลงนาวิกาธิปตยสารเปนของผเขียนมิใชขอคิดเห็นของ

ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ การคัดลอก ทําซํ้าหรือดัดแปลงสวนใดสวนหนึ่ง





หรือท้งหมดของวารสารฯ น้ เปนไปตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ ผท่สนใจหรือหนวยงานท่ตองการจะ



นําบทความหรือขอมูลท่ลงตีพิมพในวารสารน้ไปเผยแพรซ้า สามารถติดตอไดท่กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร




วารสารฯ ยินดีรับบทความทางวิชาการท่เก่ยวของกับความม่นคงและกิจการทางทะเล


เพ่อพิจารณาลงตีพิมพในวารสารฯ โดยสามารถสงตนฉบับหรือติดตอไดท่กองบรรณาธิการฯ เมื่อไดรับ










การตพิมพลงในวารสารฯ จะมีคาตอบแทนทเหมาะสมใหแกเจาของบทความ ทงน กองบรรณาธิการฯ





ขอสงวนสทธที่จะรับหรือปฎิเสธบทความ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร
กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ

กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๕๘ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๔๔

www.tnssc.navy.mi.th/journal
Email : [email protected]

¡Í§ºÃóҸԡÒÃ




»Ãиҹ¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ »ÃШíҡͧºÃóҸԡÒÃ

¾ÅàÃ×Íâ· à¤Òþ áËÅÁ¤Á ¹ÒÇÒàÍ¡ ´ØÊÔµ ÂÁ¨Ô¹´Ò
¹ÒÇÒàÍ¡ ÀÙÉÔµ à¡Ô´ã¹Á§¤Å
Ãͧ»Ãиҹ¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ ¹ÒÇÒàÍ¡ ³µ°¾Å ªØ‹Á¸Ô
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¨ÔþŠNjͧÇԷ ¹ÒÇÒàÍ¡ ÍÀÔªÒµÔ à»‚›ÂÁ¾§ÉÊÒ¹µ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¡ÔµµÔ ÂÈä¡Ã ¹ÒÇÒàÍ¡ ³Ñ°¡Ã ãËŒÈÔÃÔ¡ØÅ

¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ ¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ÀÑ·ÃÒ â¾¸ÔìµÒ´
¾Ñ¹¨‹ÒàÍ¡ »Í§ÇØ²Ô àÈÃɰÊÔâõÁ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ à¼´ÔÁªÑÂ ÊØ¤¹¸Áѵ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¡ÃÐáÊÏ àÁ‹§ÍíҾѹ ½†Òº·¤ÇÒÁáÅÐÇÔªÒ¡ÒÃ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¾ÔàÈÉ ¢Ñ¹á¢ç§
¹ÒÇÒàÍ¡ ʶҾà ÇÒ¨Ãѵ¹
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ÃÈ.¹àÃÈ à¾çªÃ¹Ô¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ´ØÊÔµ ÂÁ¨Ô¹´Ò
¹ÒÇÒàÍ¡ ¶Ø§à§Ô¹ ¨§ÃÑ¡ªÍº
¹ÒÇÒàÍ¡ ÍÀÔªÒµÔ à»‚›ÂÁ¾§ÉÊÒ¹µ
¹ÒÇÒàÍ¡ ¹¾´Å º§¡ª¡ÒÞ¨¹ ¾Ñ¹¨‹ÒàÍ¡ »Í§ÇØ²Ô àÈÃɰÊÔâõÁ
¹ÒÇÒàÍ¡ ÂØ·¸¹Ò ÍÑ¡ÉÃÈÃÕ
¹ÒÇÒàÍ¡ ÈÑ¡ÃÀ¾¹ »ÃÐ¨Ñ¡ÉÈØÀ¹ÔµÔ ½†Ò¨ѴËÒÃÒÂä´Œ ÊÁÒªÔ¡ÊÑÁ¾Ñ¹¸
¨íÒ˹‹Ò áÅÐᨡ¨‹ÒÂ
¼ÙŒÍíҹǡÒà ¹ÒÇÒàÍ¡ ÇÃÔÉ ÇѧàÂç¹

¾ÅàÃ×͵ÃÕ Ê¹Ô· âÁ¸Ô¹Ò ¹ÒÇÒàÍ¡ ÀÙÉÔµ à¡Ô´ã¹Á§¤Å
¹ÒÇÒàÍ¡ ³Ñ°¡Ã ãËŒÈÔÃÔ¡ØÅ
Ãͧ¼ÙŒÍíҹǡÒà NjҷÕè àÃ×͵ÃÕ ·Í§à¨×Í ¾Ø²à¤Ã×Í
¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
½†Ò¡ÒÃà§Ô¹
ºÃóҸԡÒÃ
¹ÒÇÒàÍ¡ ·ÔÇÒ Í‹Í¹ÅÐÍÍ
¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹ ¹ÒÇÒàÍ¡ ³µ°¾Å ªØ‹Á¸Ô

¼ÙŒª‹ÇºÃóҸԡÒà ¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ÀÑ·ÃÒ â¾¸ÔìµÒ´
¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ¡ÄÉ³Ò ËÍÁ¡ÅÔè¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ʶҾà ÇÒ¨Ãѵ¹
NjҷÕè àÃ×Íâ· ¶ÒÇà ¢ÅÔº»˜œ¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ÇÃÔÉ ÇѧàÂç¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ·ÔÇÒ Í‹Í¹ÅÐÍÍ

Contents




ÊÒúÑÞ




¤ÇÒÁ·ŒÒ·ÒÂ㹡ÒúÃÔËÒ÷ÃѾÂÒ¡ÃÁ¹ØÉ
àªÔ§ÂØ·¸ÈÒʵϢͧ¡Í§·Ñ¾àÃ×Í 9

â´Â ¹.Í. ´Ã.ÇÔÅÒÈ àÃÕ§áËÅÁ


ÊÀÒÇÐáÇ´ÅŒÍÁ·Ò§¤ÇÒÁÁÑ蹤§·Õèà»ÅÕè¹á»Å§
39 ¡Ñºº·ºÒ··ÕèÊíÒ¤Ñޢͧ¡Òâ‹ÒǢͧ¡Í§·Ñ¾àÃ×Í

â´Â ¹.Í.¹ØªÒªÒµÔ ËÒÊØ³ËÐ


¡ÒþѲ¹Ò¢Õ´¤ÇÒÁÊÒÁÒö´ŒÒ¹¡ÒÃÊ‹§¡íÒÅѧºíÒÃØ§
ʹѺʹع¡íÒÅѧ·Ò§àÃ×ÍÃͧÃѺá¹Ç·Ò§¡ÒÃ㪌¡íÒÅѧ 61
áÅÐÃдѺ¤ÇÒÁ¾ÃŒÍÁú¢Í§¡Í§·Ñ¾àÃ×Í
â´Â ¹.Í.¾ÔÊØ·¸Ôì á´§à¼×Í¡

á¹Ç·Ò§¡ÒþѲ¹Ò¡Í§·Ñ¾àÃ×Í
91 ´ŒÒ¹¡ÒäǺ¤ØÁºÑ§¤ÑººÑÞªÒáÅСÒÃÊ×èÍÊÒÃ

â´Â ¹.·.¡¹¡ÈÑ¡´Ôì ÇÃóµÃ§



¡ÒþѲ¹Ò´ŒÒ¹¡Òýƒ¡¼ÊÁ¢Í§¡Í§·Ñ¾àÃ×Í 113

â´Â ¹.·.¹ÒÇÕ àËÅ×ͧ¾Âا



¡ÒÃàÊÃÔÁÊÌҧ¢Õ´¤ÇÒÁÊÒÁÒö¢Í§ ·Ã.
127 ¨Ò¡¡Ã³ÕÈÖ¡ÉÒÂØ·¸ÈÒʵÏ·Ò§·ÐàŢͧµ‹Ò§»ÃÐà·È

â´Â ¹.Í.ºØÞàÅÔÈ ÈÃÕËШѹ·Ã

á¹Ç·Ò§¡ÒõÑé§ÃѺ¡ÃÐáÊà·¤â¹âÅÂÕ
·Õèà»ÅÕè¹á»Å§Í‹ҧÃÇ´àÃçÇã¹Âؤ ô.ð 153

â´Â ¾Å.Ã.Í.ä¾â蹏 á¡‹¹ÊÒÃ

ºÃóҸԡÒÃá¶Å§





¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
Ãͧ ¼Í.ÈÂÃ.ÂÈ.·Ã.






สวัสดีครับทานผูอานที่เคารพรัก
เนื้อหาในฉบับที่ ๑๐๓ นี้ ไดเขียนในเรื่อง

เก่ยวกับแนวทางการดําเนินงานและการบริหารงานของ
ฝายอํานวยการ ซึ่งมีงานดานตาง ๆ ประกอบไปดวยดานกําลังพล
Editor Talk ทร. ใหเปนไปตามยุทธศาสตรของ ทร. ที่จะมีความเชื่อมโยงและสงผลตอการ
ดานการขาว ดานยุทธการ ดานการสงกําลังบํารุง ดานการควบคุมบังคับ
บัญชาและการสื่อสาร ดานการฝก รวมถึงแนวทางการเสริมสรางกําลังรบของ



ขับเคลื่อนยุทธศาสตรขององคกร การดําเนินงานดานตาง ๆ ที่ผูเขียนได
เขียนไวนั้น เปนสวนหนึ่งที่สามารถนําไปเปนแนวทางในการบริหารงานของ

องคกรใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพเพ่มมากข้นทําใหการพัฒนากองทัพเรือ

ในศตวรรษที่ ๒๑ ตามยุทธศาสตรเปนไปอยางเปนรูปธรรม และชวยสงเสริม
วิสัยทัศนของ ทร. ที่กําหนดไววา “เปนหนวยงานความมั่นคงทางทะเล
ที่มีบทบาทนําในภูมิภาค และเปนเลิศในการบริหารจัดการ” และสามารถ
สะทอนภาพการปฏิบัติงานของ ทร. “รวมใจภักดิ์ รักษชาติ ราษฎรศรัทธา”
ตามคําขวัญของผูบัญชาการทหารที่เรือกําหนดไว

บทความเรื่องแรก “ความทาทายในการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิง
ยุทธศาสตรของกองทัพเรือ” โดย น.อ. ดร.วิลาศ เรียงแหลม ไดเขียนบรรยาย


ถึงการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิงยุทธศาสตรท่สะทอนแนวคิดในการขับ
เคล่อนยุทธศาสตรและนโยบายกองทัพเรือดานการบริหารทรัพยากรมนุษย 

เพื่อใหกองทัพเรือเปนองคกรสมรรถนะสูงและบรรลุวิสัยทัศนกองทัพเรือ

พ.ศ.๒๕๖๗ ดานกําลังพลอยางเปนรูปธรรม

บทความเรื่องที่สอง โดย น.อ.นุชาชาติ หาสุณหะ จะกลาวถึง










“สภาวะแวดลอมทางความม่นคงทเปลยนแปลงกบบทบาทท่สาคญของการ




ขาวของกองทัพเรือ”ซ่งในสภาวการณดานความม่นคงท่มีการเปล่ยนแปลง
อยางไมหยุดนิ่ง และผลกระทบในดานงบประมาณและการบริหารจัดการจาก
การแพรระบาดของโรคอุบัติใหมดานระบบทางเดินหายใจ คือ โรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) การวิเคราะหสถานการณดานความมั่นคงใหมี
ความแมนยําและทันตอสถานการณถือเปนสิ่งสําคัญยิ่ง โดยกองทัพเรือจําเปน

ตองพัฒนาองคประกอบหลายๆดานท่จะกลาวถึงในบทความเพ่อใหงาน

ดานขาวกรองตอบสนองตอยุทธศาสตรที่กําหนดไว






บทความเร่องท่สาม“การพฒนาขีดความสามารถดานการสงกาลง
บํารุงสนับสนุนกําลังทางเรือรองรับแนวทางการใชกําลังและระดับความ
พรอมรบของกองทัพเรือ” โดย น.อ.พิสุทธ แดงเผือก ซึ่งกลาวถึงความทาทาย
และขอจํากัด รวมทั้งแนวทางการพัฒนาในการที่กองทัพเรือจะสามารถเตรียม
ความพรอมเพ่อตอบสนองตอแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบ

ของกองทัพเรือ สามารถดํารงสภาพความพรอมในการปฏิบัติการของกําลัง
ทางเรือไดอยางตอเน่องรองรบแนวความคิดทางยุทธศาสตรและบทบาท



ของกองทัพเรือ
บทความเรื่องที่สี่ น.ท.กนกศักดิ์ วรรณตรง เขียนเรื่อง “แนวทาง
การพัฒนากองทัพเรือดานการควบคุมบังคับบัญชาและการส่อสาร”โดยจะ

กลาวถึงเทคโนโลยีดานการส่อสารและสารสนเทศมีการพัฒนาไปอยางกาว

กระโดด จากยุคอนาล็อค (Analog) ไปสูยุคดิจิตอล (Digital) ทําใหการ
แลกเปลี่ยนขาวสารเปนไปอยางรวดเร็ว ดังนั้นกองทัพเรือจึงมีความจําเปน
ตองติดตามการเปล่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหทันเพ่อท่จะพัฒนาการควบคุม



บังคับบัญชาและการสื่อสารของ ทร. ใหมีความทันสมัยอยูเสมอ
บทความเรื่องที่หา น.ท.นาวี เหลืองพยุง กลาวถึง “การพัฒนา
ดานการฝกผสมของกองทัพเรือ” ที่สามารถยกระดับการฝกผสมของกองทัพเรือ
ใหมีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพ วาควรจะดําเนินการอยางไรที่จะสามารถ

ตอบสนองภัยคุกคามท้งในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหมทามกลางสภาวะ

แวดลอมดานความม่นคงทางทะเลและกระแสโลกาภิวัตนรวมถึงความกาวหนา
ของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วและไมแนนอน

บทความเรื่องที่หก “การเสริมสรางขีดความสามารถของ ทร. จากกรณี

ศึกษายุทธศาสตรทางทะเลของตางประเทศ” โดย น.อ.บุญเลิศ ศรีหะจันทร
ใหมุมมองในการพิจารณาทางเลือกของโครงสรางกําลังรบฯภายใต 
ขอจํากัดดานงบประมาณ อันเกิดจากผลกระทบที่ ทร. มิไดคาดการณมากอน

ดังเชน Covid-19 ซึ่งอาจสงผลกระทบในระยะยาว ทั้งนี้การพิจารณาศึกษา

จากยุทธศาสตรทางทะเลของออสเตรเลียท่มีการแสดงรายละเอียด
ดานงบประมาณและขอดีดานอื่นๆ จะชวยให ทร. สามารถเสริมสรางขีดความ
สามารถไดอยางมีประสิทธิภาพภายใตกรอบงบประมาณที่จํากัดได
บทความเรื่องสุดทาย โดย พล.ร.อ.ไพโรจน แกนสาร “แนวทางการ

ตั้งรับกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วในยุค ๔.๐” จะใหแนวทาง

การใชประโยชนและลดผลกระทบในสภาวะท่กระแสเทคโนโลยีในยุค
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ ๔ มีความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผันอยูตลอดเวลา

ทั้งนี้ตองมีการปรับตัวทั้งบุคคลากรและองคกรไปพรอมกัน เพื่อใหสามารถ
กําหนดแนวทางไดอยางเหมาะสม และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หลังจากท่ไดอานบทความท้งหมดจะเห็นไดวาการบริหารองคกร


โดยฝายอํานวยการมีความสําคัญอยางย่งท่จะทําใหองคกรประสบผลสําเร็จ

ตามยุทธศาสตรหรือเปาหมายที่วางเอาไว อยางไรก็ตามการดําเนินงานยอม
มีความทาทายและอุปสรรคเกิดขึ้น ดังนั้นการตระหนักรูและการปรับตัว


ทามกลางสภาวะแวดลอมท่เปล่ยนแปลงไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จะสงผลเชิงบวกตอองคกรในระยะยาว
สุดทายนี้ กองบรรณาธิการ ขอขอบพระคุณหนวยงานที่ใหการสนับสนุน
ในการจัดทําวารสารนาวิกาธิปตยสาร โดยหวังวาวารสารฯ เลมนี้จะเปนประโยชน
ตอนายทหารที่กําลังศึกษาอยูในหลักสูตรตางๆ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ ทั้งนี้
หากมีความเห็น รวมทั้งขอเสนอแนะ สามารถสงไดที่ [email protected]
หรือที่กองบรรณาธิการ ครับ



นาวาเอก ธงชัย คุมกัน
บรรณาธิการ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 9

¤ÇÒÁ·éÒ·ÒÂ㹡ÒúÃÔËÒ÷ÃѾÂÒ¡ÃÁ¹ØÉÂì



àªÔ§ÂØ·¸ÈÒʵÃì¢Í§¡Í§·Ñ¾àÃ×Í

















บทคัดยอ

กองทัพเรือเปนองคกรที่กอตั้งมาเปนระยะเวลากวา ๑๑๕ ป โดย

ไดมีการปรับปรุงโครงสรางการจัดหนวยมาเปนระยะๆ ตามกาลสมัย และมี
ความมุงมั่นในการพัฒนาองคกรโดยการพัฒนากําลังพลของกองทัพเรือมา
โดยตลอดเชนกัน ซึ่งกําลังพลของกองทัพเรือ ถือวาเปนทรัพยากรมนุษยที่มี
คุณคาในการนําพาองคกรกาวผานความทาทายจากการเปลี่ยนแปลงของโลก

สภาพการแขงขันที่สูงขึ้น และการพัฒนาทางเทคโนโลยีอยางรวดเร็ว ดังนั้น
เครื่องมือหนึ่ง (Mean) ในการนํากองทัพเรือกาวผานความทาทายที่มีปจจัย
ภายนอกองคกรเปนแรงผลักดัน นั่นก็คือ “การบริหารทรัพยากรมนุษยเชิง
ยุทธศาสตร” ซึ่งจําเปนตองใชวิธีในการปฏิบัติดานทรัพยากรมนุษย (Ways)

ที่แตกตางไปจากการปฏิบัติในรูปแบบเดิมๆ อยางสิ้นเชิง บนพื้นฐานของการ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
10
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

บริหารทรัพยากรมนุษยที่มีขอมูลที่ครบถวนและมีเครื่องมือที่ใชประเมินมี

ความเชื่อถือได เพื่อที่จะขับเคลื่อนกองทัพเรือใหพัฒนาไปถึงจุดหมายที่
กําหนดไว (Ends) โดยกองทัพเรือจะสามารถนําผลการปฏิบัติดานทรัพยากร
มนุษยรูปแบบใหมมาดําเนินการไดอยางเปนรูปธรรมและใชเวลานอยที่สุดใน

การขับเคลื่อนกองทัพไปสูวิสัยทัศนที่กําหนดไว

คําสําคัญ การบริหารทรัพยากรมนุษย, ยุทธศาสตร

บทนํา

กองทัพเรือเปนองคกรขนาดใหญ มีหนาท่เตรียมกําลังกองทัพเรือ

การปองกันราชอาณาจักรและดําเนินการเก่ยวกับการใชกําลังกองทัพเรือตาม
อํานาจหนาที่ของกระทรวงกลาโหม มีผูบัญชาการทหารเรือเปนผูบังคับบัญชา




รับผิดชอบ ตลอดจนหนาท่อ่น ๆ ท่ไดรับมอบหมายจากรัฐบาล จากหนาที ่
ดังกลาว ทําใหกองทัพเรือมีภารกิจที่สําคัญ ๗ ดาน ประกอบดวย การปกปอง

เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย การรักษาสิทธิและอธิปไตยของชาติทางทะเล

การคมครองและรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล การดํารงการคมนาคม
ทางทะเลใหไดอยางตอเนื่อง การชวยเหลือและสนับสนุนการปองกันอธิปไตย

ทางบก การสนับสนุนการรักษาความม่นคงและความสงบเรียบรอยภายใน
ประเทศ และการสนับสนุนการพัฒนาประเทศและชวยเหลือประชาชนจาก



หนาท่และภารกิจตามขางตน จะตองถูกขับเคล่อนดวยกําลังพลจํานวนมากท้ง
ในระดับผูบริหารและระดับปฏิบัติการ โดยแบงออกเปน ๑๙ สายวิทยาการ





ซ่งกําลังพลเหลาน้เปนทรัพยากรมนุษยท่มีความสําคัญท่สุดในการพัฒนา
กองทัพเรือใหเปนไปตามวิสัยทัศนและยุทธศาสตรที่ถูกกําหนดไวตั้งแตป พ.ศ.
๒๕๕๘ วา “ในป พ.ศ.๒๕๖๗ กองทัพเรือ จะเปนหนวยงานความมั่นคงทาง


ทะเลทมบทบาทนาในภมภาคและเปนเลศในการบรหารจดการ” รวมทง











ไดกําหนดการพัฒนาดานกําลังพลตามยุทธศาสตรกองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๕๘ –

๒๕๖๗ ไววา กําลังพลของกองทัพเรือจะตองไดรับการพัฒนาใหสามารถปฏิบัต ิ


หนาท่รองรับสภาวะความหลากหลายของภารกิจและบทบาท ท้งในดานการ
ปฏิบัติการทางทหาร การรักษากฎหมาย และการชวยเหลือประชาชน รวมท้ง

บทบาทในกิจการระหวางประเทศ ประกอบกับการพัฒนาดานเทคโนโลยีจะ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 11








ทาใหระบบอาวธยุทโธปกรณในอนาคตสามารถพฒนาขดความสามารถไปอยาง
รวดเร็วไดอยางมีประสิทธิภาพ และสอดคลองกับการพัฒนาระบบการบริหาร
จัดการกําลังพล ตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหมโดยมีแนวทาง
๗ ประการ สรุปไดดังนี้

๑. พัฒนากําลังพลใหมีความรเพียงพอและรองรับกับการเปล่ยนแปลง

ของเทคโนโลยีที่กาวไปอยางรวดเร็วได

๒. มีระบบการพัฒนาบุคลากรตามหลักขีดสมรรถนะท่มีประสิทธิภาพ
เพ่อพัฒนากําลังพลใหมีความเช่ยวชาญมีความเปนมืออาชีพในแตละสาขา


ปฏิบัติการอยางแทจริง
๓. พัฒนาความรูความเขาใจในกฎหมายระหวางประเทศมากขึ้น

๔. สงเสริมและพัฒนากําลังพลทุกระดับของกองทัพเรือใหยึดม่นในสถาบัน

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข มีความรับผิดชอบเสียสละ และคํานึงถึงผล
ประโยชนของชาติและประโยชนสุขของประชาชนเปนหลักปฏิบัติในการทํางาน

๕. พัฒนากําลังพลท่ตองปฏิบัติในภารกิจลักษณะชวยเหลือประชาชน

๖. กําลังพลในระดับผบริหารจะตองมีความเขาใจในระบบความสัมพันธ 

ระหวางประเทศ หลักการดานการทูต การใชภาษาตางประเทศ

๗. มีระบบการบริหารจัดการกําลังพลและระบบการพัฒนาบุคลากรตาม


หลักขีดสมรรถนะท่มีประสิทธิภาพ และท่สําคัญจะตองมีแนวทางการเตรียม

บุคลากร/บริหารจัดการสําหรับตําแหนงผบริหาร ตําแหนงท่สําคัญ และกลม


ที่มีขีดสมรรถนะสูงที่เหมาะสมและเปนธรรม
จากวิสัยทัศนและยุทธศาสตรของกองทัพเรือท่ไดกําหนดไวต้งแตป


พ.ศ.๒๕๕๘ จนถึงปจจุบัน (พ.ศ.๒๕๖๕) นั้น เวลาไดลวงเลยมากวา ๘ ปแลว

ภาพสถานการณท่กองทัพเรือตองการยังไมปรากฏใหบุคลากรในกองทัพเรือ
เห็นเปนรูปธรรมแตประการใด โดยเฉพาะเร่องทรัพยากรมนุษย ท้งในดานการ


บริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย ซ่งไดกําหนดแผนงานในการดําเนินการ


ไวแลว ถาผูอานเคยไดยินไดฟงเรื่อง “กบในนําเดือด” ซึ่งเรื่องมีอยูวา การที่

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
12
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ








เราเอากบใสลงในหมอนําท่ต้งไวบนเตาไฟต้งแตนํายังเย็นอย กบจะอยอยางสุข


สบายถึงแมอุณหภูมิจะสูงข้นเร่อยๆ โดยมิไดตระหนักถึงอันตราย ซ่งกวาจะรตัว






อีกทีก็เม่อนําเดือดและกบก็ตายในท่สุด โดยเม่อนํามาเปรียบเทียบกับการท่คน

หรือองคกรไมยอมปรับตัวใหเขากับส่งแวดลอมท่เปล่ยนแปลงไป และยังยามใจ




กับสิ่งที่เปนอยูทามกลางการเปลี่ยนแปลงทีละนอย เหมือนอุณหภูมิของนํารอบ



ตัวกบท่คอยๆสูงข้น ซ่งกวาผบริหารในยุคปจจุบันจะรตัว ก็ไมสามารถแกไข


วิกฤติดานทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือไดตามแผนที่กําหนดไว องคกรก็จะ











ยงคงอยในสภาพทลาหลงและไมทนตอการเปลยนแปลงของสภาพแวดลอม


ภายนอกองคกร ซ่งสอดคลองกับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระ


วชิรเกลาเจาอยูหัว เนื่องในวันขาราชการพลเรือน ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๕ ความวา


“งานราชการนน เปนงานทเกยวของโดยตรงกับวถชวตของประชาชน ซงม ี
















ความเปล่ยนแปลงอยเปนปรกติตามสถานการณและกาลเวลาท่เปล่ยนแปลง

ไป ขาราชการทุกคนจึงตองทําความเขาใจ โดยยึดม่นแนวแนอยในเปาหมาย


ของการปฏิบัติราชการคือ ประโยชนสุขของประชาชน และความเจริญม่นคง
ของประเทศชาติ”

บทความเร่องความทาทายในการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิง

ยุทธศาสตรของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงคท่จะสะทอนแนวคิดในการขับ
เคล่อนยุทธศาสตรและนโยบายกองทัพเรือดานการบริหารทรัพยากรมนุษย

เพ่อใหกองทัพเรือเปนองคกรสมรรถนะสูง และบรรลุวิสัยทัศนกองทัพเรือ

พ.ศ.๒๕๖๗ ดานกําลังพล อยางเปนรูปธรรม โดยจะแบงการนําเสนอออกเปน ๓ สวน





ประกอบดวย ๑) ความสาคญและปญหาของการบริหารทรพยากรมนษย 

๒) รูปแบบของการบริหารทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือในปจจุบัน และ
๓) แนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิงยุทธศาสตรของกองทัพเรือ
ความสําคัญและปญหาของการบริหารทรัพยากรมนุษย
แรงผลักดันท่ทําใหการบริหารทรัพยากรมนุษยขององคกรเปล่ยนแปลง


ไปนั้น มีสาเหตุจากโลกาภิวัตน การแขงขันที่สูงขึ้น การพัฒนาทางเทคโนโลยี
งานที่ตองใชเทคโนโลยีขั้นสูง งานที่ตองเนนการใหบริการมากขึ้น งานที่ตองใช
ความรูมากขึ้น บุคลากรรุนใหม และการถดถอยของสภาวะเศรษฐกิจในหลาย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 13

ประเทศ ดังนั้น องคกรตางๆ จึงจําเปนตองมีการปรับตัวใหสามารถแขงขันได



มากข้น การตอบสนองตอการเปล่ยนแปลงตองรวดเร็วกวาเดิม การบริหาร
บุคลากรโดยมุงเนนทุนมนุษย เนนความใสใจในคุณภาพ การลดขนาดองคกร
ลดสายการบังคับบัญชา การบริหารแบบการทํางานเปนทีม โดยองคกรสมัย

ใหมจะมีความคาดหวังการปรับรูปแบบการบริหารทรัพยากรมนุษยจากรูปแบบ

เดิมไปสูรูปแบบใหมจากฝายทรัพยากรมนุษย ดังนี้

๑. มงเนนการแกปญหาแบบองครวมเพ่อใหองคกรบรรลุเปาหมายเชิง

ยุทธศาสตร

๒. การคิดคนวิธีการใหบริการแบบใหมเพ่อใหเกิดประโยชนสูงสุดในการ
บริหารจัดการ

๓. สรางระบบงานใหมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

๔. มองการแกปญหาใหองคกรเปนความทาทาย
๕. กําหนดแนวทางการปฏิบัติและขอบเขตการดําเนินการบนพื้นฐาน

ของความเปนไปได
๖. การบริหารทรัพยากรมนุษยอยางมีจริยธรรม

๗. ดําเนินการบริหารทรัพยากรมนุษยดวยความชํานาญทันทีโดยการ
จัดการเชิงยุทธศาสตร

การปรับรูปแบบการบริหารทรัพยากรมนุษยจากเดิมในระบบ

ราชการของกองทัพเรียกกันวา “การบริหารกําลังพล” แตองคกรอ่นเรียกวา




“การบริหารงานบุคคล” ซ่งมีเปาหมายพ้นฐานเหมือนกันคือ การมงเพ่ม


ขีดความสามารถของคนในองคกรท่นําไปสความสําเร็จขององคกรตามเปาหมาย


ที่กําหนดไว และเพื่อใหผูอานไดทราบถึงรูปแบบการบริหารทรัพยากรมนุษย





ในแตละชวงวา มีข้นตอนและวิธการบริหารจัดการทรัพยากรมนษยเปนอยางไร







ซงในทางวชาการไดมการแบงระดบการพฒนาดานทรพยากรมนษยไวเปน








๖ ระดับ ดังแสดงในตารางที่ ๑
๑๐
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
14
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ระดับ การเรียกชื่อในแตละยุค ความหมาย










๐ - เปนระดบท่องคกรไมมการ

ตระหนักในเร่องการบริหารคน

ไมมีหลักเกณฑใดๆ ท่เก่ยวกับการ

บริหารคนในองคกร ไมมีความซับ
ซอน ไมมีกระบวนการคัดสรรคน



ไมมีการเก็บบันทกเก่ยวกบการ

บรหารคน พนกงานรบเงนเดอน




เปนเงินสด



๑ Personnel Administration เริ่มมีการจัดการดานบุคลากร

ในระดับเร่มตน มีกฎระเบียบแบบ
งายๆ มีการบันทึกขอมูลพนักงาน

ไวพิจารณา มีระบบการจายผล
ตอบแทนแกพนักงาน แตก็ยังไม 

ทราบความแตกตางระหวางการ


จัดการกับคนแบบงายๆ กับการ
บริหารทรัพยากรมนุษย








¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 15

๒ Personnel Administration การปฏิบัติงานอยางมืออาชีพ


เร่มมีการมองวาการบริหารคน

น้นมากกวาการจัดการคน เร่ม

มีการบันทึกขอมูลเพ่อประเมิน

ผลงานสําหรับหัวหนางาน มีฐาน
ขอมูลไวสําหรับการคัดเลือกคน



ใหเหมาะสมกับงาน มระบบการ
สรรหาพนักงานที่ดีขึ้น มีคุณภาพ


การบริการลูกคาท่ดีข้นและการ
เขาออกของพนักงานเริ่มนอยลง



๓ Personnel Management มีการบริหารทรัพยากรมนุษย


อยางมีประสิทธิภาพข้น โดยเร่มม ี

ระบบและโครงสรางท่นําไปสการ

บริหารทรัพยากรมนุษย ผูบริหาร
มีความตระหนักในความสําคัญ



เร่องของคน เร่มมีการใชเคร่อง
มือตางๆ ในการจูงใจใหบุคลากร
ปฏิบัติงานมีการพัฒนาทักษะของ
บุคลากร มีระบบการประเมินผล

ท่ชดเจน มีการกําหนดมาตรฐาน




ในการปฏิบติงาน เรมมแนวคด



เก่ยวกับวัฒนธรรมในองคกรและ

เริ่มเกิดการเปล่ยนแปลงในดาน

ความคิดในการทํางาน

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
16
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

๒ Personnel Administration การปฏิบัติงานอยางมืออาชีพ ๔ Human Resource การบริหารทรัพยากรมนุษย 

เร่มมีการมองวาการบริหารคน Management ถกรวมอยในการบรหารองคกร









น้นมากกวาการจัดการคน เร่ม ซ่งข้นตอนน้มีความสําคัญมาก



มีการบันทึกขอมูลเพ่อประเมิน องคกรใหความสําคัญกับการ
ผลงานสําหรับหัวหนางาน มีฐาน วัดผลงานอยางเปนรูปธรรม ม ี
ขอมูลไวสําหรับการคัดเลือกคน การสํารวจความคิดเห็นของ

ใหเหมาะสมกับงาน มระบบการ พนักงาน โดยหาความสัมพันธ 

สรรหาพนักงานที่ดีขึ้น มีคุณภาพ ระหวางความคิดเห็นและผลการ
การบริการลูกคาท่ดีข้นและการ ปฏิบัติงานองคกรในภาพรวม ก ็


เขาออกของพนักงานเริ่มนอยลง จะนําเอาระบบการบริหารขอมูล

เขามาใชในการบริหารคน ผท ี ่

๓ Personnel Management มีการบริหารทรัพยากรมนุษย เปนผบริหารและหัวหนางานม ี

อยางมีประสิทธิภาพข้น โดยเร่มม ี ความเขาใจบทบาทของตัวเองท ี ่

ระบบและโครงสรางท่นําไปสการ จะตองมีสวนสําคัญในการบริหาร



บริหารทรัพยากรมนุษย ผูบริหาร คนและมีความรดานการบริหาร

มีความตระหนักในความสําคัญ คนมากข้นและหัวหนางานเองก ็



เร่องของคน เร่มมีการใชเคร่อง จะทําหนาท่เปนท่ปรึกษาใหกับ




มือตางๆ ในการจูงใจใหบุคลากร พนักงานทําหนาท่สอนงานเพ่อให 
ปฏิบัติงานมีการพัฒนาทักษะของ องคกรบรรลุเปาหมาย
บุคลากร มีระบบการประเมินผล


ท่ชดเจน มีการกําหนดมาตรฐาน



ในการปฏิบติงาน เรมมแนวคด


เก่ยวกับวัฒนธรรมในองคกรและ


เริ่มเกิดการเปล่ยนแปลงในดาน
ความคิดในการทํางาน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
16 17
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

๕ Strategic Human Resource การบริหารคนเขาสูมิติของการ


Management บริหารคนเชิงยุทธศาสตรในข้น

ตอนนองคกรเองกมการบรหาร






เชิงยุทธศาสตร ดังน้นจึงตองม ี
การบริหารคนเชิงยุทธศาสตร 






เพอใหสอดคลองกบยทธศาสตร 
ขององคกร โดยมีเปาหมายของ
องคกรเปนสําคัญ ในข้นตอนน ้ ี

จะใหความสําคัญกับการเตรียม

การเพ่ออนาคตขององคกร รวม






ทงการใหความสาคญกบการสราง

ทีมงาน มีการกําหนดตัวชี้วัดและ
มีความชัดเจนมากขึ้น
๖ Strategic Human Resource มีการรวมทุกระบบเขาดวยกัน


Management ซ่งข้นตอนน้เปนข้นตอนท่กาว



กระโดดของกระบวนการบริหาร
คนและยุทธศาสตรขององคกรถูก
รวมเปนเนื้อเดียวกับยุทธศาสตร 
ทางดานการบริหารคน












¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
18
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ











๕ Strategic Human Resource การบริหารคนเขาสูมิติของการ ในการทกองทพเรอจะพฒนารปแบบการบรหารทรพยากรมนษยจาก



Management บริหารคนเชิงยุทธศาสตรในข้น เดิม ซ่งยังคงเนนการปฏิบัติงานอยางมืออาชีพ เร่มมีการมองวาการบริหาร



ตอนนองคกรเองกมการบรหาร คนน้นมากกวาการจัดการคน มีการบันทึกขอมูลลงในระบบสนับสนุนขอมูล




เชิงยุทธศาสตร ดังน้นจึงตองม ี เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management


การบริหารคนเชิงยุทธศาสตร  Information Supporting System) เพ่อประเมินผลการปฏิบัติงานและใชระบบ

ดังกลาวเปนฐานขอมูลไวสําหรับการคัดเลือกคนใหเหมาะสมกับงานเทาน้น

เพอใหสอดคลองกบยทธศาสตร  สวนการพัฒนาระบบอ่นๆ ยังคงมีอุปสรรคในการดําเนินการตอไป ซ่งผเขียน








ขององคกร โดยมีเปาหมายของ จะบรรยายในชวงตอไป ถาเราพิจารณาขอมูลตามตารางที่ ๑ จะเห็นไดวา กองทัพเรือ
องคกรเปนสําคัญ ในข้นตอนน ้ ี มระดับการพฒนาดานทรพยากรมนษยอยในระดบใด ซงถาหากกองทพเรอ















จะใหความสําคัญกับการเตรียม จะปรับรูปแบบการบริหารทรัพยากรมนุษยใหสามารถกาวไปสวิสัยทัศนและ

การเพ่ออนาคตขององคกร รวม ยุทธศาสตรที่กําหนดไวไดนั้น จะมีความทาทายเปนอยางมาก โดยกองทัพเรือ



ทงการใหความสาคญกบการสราง จะตองปรับระดับการบริหารทรัพยากรมนุษยใหสูงข้นอีกหลายระดับ เพ่อใหการ







ทีมงาน มีการกําหนดตัวชี้วัดและ บริหารคนเขาสมิติของการบริหารคนเชิงยุทธศาสตรสอดคลองกับภารกิจและ


มีความชัดเจนมากขึ้น ยุทธศาสตรขององคกร โดยจะตองกําหนดเปาหมายท่เนนคุณภาพของการ










ปฏบตในแตละขนตอนเปนสาคญ มการกาหนดตวชวดตามแผนทกองทพเรอ










กําหนดไวและดําเนินการตามแผนดวยความต้งใจจริงและมีความตอเน่องใน

ทุกยุคสมัย
๖ Strategic Human Resource มีการรวมทุกระบบเขาดวยกัน ที่ผานมากองทัพเรือไดดําเนินการขับเคลื่อนองคกรไปสูวิสัยทัศน เพื่อ





Management ซ่งข้นตอนน้เปนข้นตอนท่กาว สงเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมการทํางานท่มงผลสัมฤทธ์และผลประโยชนสวน



กระโดดของกระบวนการบริหาร รวม ตอบสนองการใหบริการประชาชนไดสะดวก รวดเร็ว และโปรงใส อีกทั้ง
คนและยุทธศาสตรขององคกรถูก พรอมปรับตัวใหทันตอการเปลี่ยนแปลง ดวยการใชเกณฑคุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA)
๑๑
รวมเปนเนื้อเดียวกับยุทธศาสตร  นํามาใชเปนเคร่องมือท่สามารถเทียบเคียงกับการบริหารจัดการในระดับสากล


ทางดานการบริหารคน

และไดรับการยอมรับวาเปนกรอบแนวคิดในการบริหารจัดการท่สามารถนํามา

ประยุกตใชกับการพัฒนาการบริหารราชการเพ่อใหกองทัพเรือมีกระบวนการ
ทํางานและผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดียิ่งขึ้น จํานวน
๗ หมวด ประกอบดวย หมวด ๑ การนําองคกร หมวด ๒ การวางแผนเชิง
ยุทธศาสตร หมวด ๓ การใหความสําคัญกับผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
18 19
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

หมวด ๔ การวัด การวิเคราะห และการจัดการความรู หมวด ๕ การมุงเนน

ทรัพยากรบุคคล หมวด ๖ การจัดการกระบวนการ และหมวด ๗ ผลลัพธการ
ดําเนินการ ซึ่งจากการดําเนินการในระดับกองทัพเรือที่ผานมานั้น กองทัพเรือ
ไดผานการรับรองเกณฑคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ระดับพ้นฐานและ

ไดรับการประเมินใหไดรับรางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาค
รัฐ รายหมวดตามเกณฑ PMQA 62 จากสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ
ราชการ จํานวน ๓ หมวด คือไดรับรางวัลหมวด ๑ การนําองคกรและความรับ
ผิดชอบตอสังคม ใน พ.ศ.๒๕๖๒ ตอมาในป พ.ศ.๒๕๖๓ ไดรับรางวัลในหมวด



๒ ดานการวางแผนยุทธศาสตรและการส่อสารเพ่อนําไปสการปฏิบัติ และได 
รับรางวัลหมวด ๔ การวัด วิเคราะห และการจัดการความรู ในป พ.ศ.๒๕๖๔
ที่ผานมา ดังนั้น ถาพิจารณาจากขอมูลเชิงประจักษในการประเมินองคกรโดย

















คณะผตรวจประเมนของกองทพเรอรวมกบผเชยวชาญทเปนผตรวจประเมน
รางวัลคุณภาพแหงชาติดังกลาว แสดงใหเห็นวา กองทัพเรือยังไมสามารถกาว

ผานความสําเร็จดานทรัพยากรมนุษยไดน้น ซ่งนาจะมีสาเหตุมาจากหลายปจจัย









ในโอกาสนผเขยนจงขอนาขอมลทางวชาการท International Personnel




Management Association ไดศึกษามาแลวพบวา ปญหาอุปสรรคของการ
วางแผนดานการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิงยุทธศาสตร เกิดจากสาเหตุสําคัญ
๑๒
จํานวน ๔ สาเหตุ ดังแสดงในตารางที่ ๒ ดังนี้
สาเหตุ รอยละ ความหมาย
เกิดจากวัฒนธรรมองคกร ๓๗ การวางแผนกําลังพลไมไดตองการแค 

(Culture) ความรทางเทคนิค ขอมูลดานอุปสงค
และอุปทานกําลังพล เปาหมายและ
ทศทางการปฏบตงานทหนวยเหนอ







กําหนดแลวจะสามารถวางแผนกําลัง
พลได แตยังตองการสรางวัฒนธรรม
ของการวางแผนเตรียมการลวงหนา
ที่มุงเนนทางยุทธศาสตรดวย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
20
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

เกิดจากการขาดทรัพยากร ๓๐ องคกรไมใหความสําคัญในการจัด

(Resource) เตรียมทรัพยากร เวลา เพื่อใชในการ
วางแผนกําลังพลเชิงยุทธศาสตรอยาง
เพียงพอ



เกิดจากการขาดขอมูลที่ ๒๔ ไมมีขอมูลกําลังพลดานอุปสงค

ใชในการวางแผนกําลังพล อุปทาน และไมมีขอมูลดานภารกิจ

(Information) ขององคกรอยางเพียงพอในการ
วางแผนกําลังพล


เกิดจากผูนํา ๑๗ ผูนําไมใหการสนับสนุนหรือเมื่อมี

(Leader) การมอบหมายใหผูอื่นรับผิดชอบไมมี
ภาวะผูนําเพียงพอ






และเพ่อใหกระบวนการวางแผนกําลังพลเชิงยุทธศาสตรมีพัฒนาการท ี ่

รองรับเปาหมายขององคกรได และเปนการตั้งตนของการพัฒนากระบวนการ

บริหารทรัพยากรมนุษยเชิงยุทธศาสตร มีแนวทางการดําเนินการดังนี้
๑. ใหมีการศึกษาและสรางวัฒนธรรมองคกรโดยบริหารงานแบบมงเนน


อนาคต (Future Focus) อยางมีกลยุทธ (Strategic Focus) เพราะท้งสองสวน
นี้เปนสิ่งที่ทําใหองคกรพัฒนาและเนนการทํางานตามแผนงาน


๒. กําหนดชวงเวลาการวางแผนกําลังพลท่ประสานสอดคลองกับยุทธศาสตร 




ขององคกร เน่องจากท้งสองสวนน้เปนการดําเนินการท่ตองมีความเชื่อมโยงกัน
เปนอยางมาก
๓. กําหนดบทบาทของผท่เก่ยวของในกระบวนการวางแผนกําลังพลเชิง




ยุทธศาสตรใหชัดเจน ประกอบดวย บทบาทของทีมบริหารทรัพยากรมนุษยท่จะ

ตองเตรียมขอมูล และเทคนิควิธีการในการวางแผน สําหรับบทบาทของผบริหาร
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 21







น้นเปนสวนท่สาคัญมาก เน่องจากจะตองเปนผท่มสวนรวมและตัดสินใจในการ





วางแผนกําลังพลเชิงยุทธศาสตร ซ่งผบริหารจะตองมีความใสใจในรายละเอียด
และใหความสําคัญกับเรื่องนี้อยางแทจริง
การคัดเลือกคนดี คนเกงเขาตําแหนงสําคัญ
ผูบริหารระดับสูง จําเปนตองรูจัก “เลือก” คน “นํา” คน นําจุด


แข็งและความรความสามารถของคน มาหลอมรวมกันใหเปนหน่งเดียว ๑๓
















เพอเสรมสรางศกยภาพดานการแขงขนและการปรบตวใหเกดขนในองคกรเพอ


สรางองคกรใหเปนองคกรแหงการเรียนร (Learn Organization) ท่สามารถ


กาวทันกับการเปล่ยนแปลงไดอยางตอเน่องและส่งท่ทาทายท่สําคัญท่สุดคือผ ู 







บริหารตองมีวิสัยทัศน (Vision) เพ่อสรางภาพท่อยากใหองคกรเปนไปในอนาคต
(Scenario) เพื่อนําไปกําหนดแนวทางในการดําเนินงานตามยุทธศาสตร

กระบวนการสรรหาและการคัดเลือกกําลงพล เปนกระบวนการท ่ ี

สําคัญ เพราะถาผบริหารของกองทัพเรือตัดสินใจผิดพลาดในการคัดเลือก

บุคลากรแลว บุคลากรนั้นเองจะเปนที่กอใหเกิดความเสียหายแกองคกร แตใน
ทางกลับกัน ถาผูบริหารของกองทัพเรือสามารถเลือกบุคลากรไดเหมาะสมตอ
งาน และมีสวนเสริมคุณคาใหแกกองทัพเรือแลว กองทัพเรือยอมไดประโยชน
และสามารถพัฒนาไดตามวิสัยทัศนที่กําหนดไวแนนอน
การสรรหา (Recruitment) คือ กระบวนการกล่นกรองและคัด



เลือกบุคคลท่มีคุณสมบัติ คุณวุฒิทางการศึกษา ความรความสามารถและ



ประสบการณในการทํางานเพ่อมาทํางานในตําแหนงงานท่กําหนดไว ซ่ง
กระบวนการสรรหาที่องคกรตางๆ นิยมใชมีอยูเพียง ๒ ระบบ คือ ๑) ระบบ
คุณธรรม (Merit System) เปนกระบวนการสรรหาโดยมุงเลือกใหไดคนดีและ

เหมาะสมกับตําแหนงงานท่สุด โดยเปดโอกาสใหทุกคนไดมีโอกาสเขามาอย  ู
ในตําแหนงงานอยางเสมอภาค และใชมาตรการวัดความรูความสามารถอยาง
เปนธรรม ปราศจากอคติ เพื่อใหไดคนที่เหมาะสมอยางแทจริง และ ๒) ระบบ


อุปถัมภ (Patronage System) เปนการคัดเลือกบุคลากรท่อาศัยความรจัก


มักคนการชวยเหลือในหมเครือญาติเพ่อนฝูง หรือการใชอิทธิพลบารมีของผ  ู





มอํานาจในการเลอกคน ระบบน้แมมขอดีคอไดคนท่ใกลชิดหรอไดคนทรจก








¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
22
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ












ประวตมากอน แตก็มขอเสยตรงทไดคนท่ไมมีความรความสามารถตรงตาม

๑๔







ตาแหนงงานอยางแทจรงหรือไมใชคนท่เหมาะสมท่สุด ซ่งอาจเปนผลเสย

ตอกองทัพเรือในระยะยาวได นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่สําคัญและเปนปจจัยพื้นฐาน
ในการดําเนินการของกระบวนการสรรหา คือ คําบรรยายลักษณะงาน (Job
Description) และการกําหนดคุณสมบัติตามตําแหนงงาน (Job Specifi cation)
การตรวจวินิจฉัยดานการบริหารทรัพยากรมนุษยขององคกร
การตรวจวินิจฉัยองคกรเปนกระบวนการวิเคราะหและประเมินองคกร
เพ่อหาชองวางและแนวทางการจัดการเพ่อเช่อมโยงระหวางหนวยยอยของ



ระบบทงภายในและภายนอกองคกร อนจะนามาเพอความเปนเลศในการ









๑๕

พัฒนาองคกรและทําใหสมาชิกในองคกรมีความผูกพันตอองคกร ซ่งการ
ตรวจวินิจฉัยทรัพยากรมนุษยในองคกร มี ๕ ประการ ประกอบดวย ๑) การ
ตรวจวนจฉัยดานการวางแผนทรพยากรมนษย (Human Resource Plan-






ning) เปนการประเมินและวิเคราะหจุดแข็ง/จุดออนในเชิงยุทธศาสตรดานการ
สรรหาและคัดเลือกบุคลากร การจัดวางตําแหนงบุคลากร การกําหนดบทบาท
และการมอบหมายภาระหนาท่ วาตอบสนองกับเปาหมายตามยุทธศาสตรของ

องคกรหรือไม ๒) การตรวจวินิจฉัยดานการจัดวางตําแหนงทรัพยากรมนุษย
(Human Resource Staffi ng) เปนการประเมินและวิเคราะหจุดแข็ง/จุดออน
กระบวนการสรรหาวา บุคลากรมีความสามารถตรงตามคําบรรยายลักษณะ










งานหรอไม หรอไดบคลากรทจาเปนสาหรบการปฏบตงานหรอไม ๓) การ






ตรวจวินิจฉัยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย (Developing Human Resource)
เปนการประเมินและวิเคราะหจุดแข็ง/จุดออนพัฒนาบุคลากรวา มีขีดสมรรถนะ
สอดคลองกับเปาหมายขององคกรหรือไม มีผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน
หรือไม แลวนําผลการประเมินดังกลาวไปพัฒนาอยางไร และผลท่ไดน้นตอบ


สนองกับความตองการหรือคานิยมขององคกรหรือไม ๔) การตรวจวินิจฉัย
การประเมินและการบริหารคาตอบแทนทรัพยากรมนุษย (Assessing and
Rewarding Human Resource) เปนการประเมินและวิเคราะหจุดแข็ง/



จุดออนเก่ยวกับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานเพ่อสรางแรงจูงใจและเพ่ม
ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานวา องคกรมีความยุติธรรมในการจายเงินเดือน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 23

หรือสมาชิกไดรับความยุติธรรมจากระบบการกระตุนแรงจูงใจหรือไม และ ๕)

การตรวจวินิจฉัยการสงเสริมคุณภาพชีวิตของทรัพยากรมนุษย (Maintaining
Human Resource Quality of Life) เปนการประเมินและวิเคราะหจุดแข็ง/
จุดออนของการจัดสภาพงานเพื่อปองกันปญหาสุขภาพและสงเสริมคุณภาพ

ชีวิตในการทํางาน

ปจจัยที่สนับสนุนการบริหารทรัพยากรมนุษยขององคกร
















ผเขยนขอสรปขอมลเชงวชาการทเปนปจจยสนบสนนใหองคกรมการ



บริหารทรัพยากรมนุษยที่ดีนั้น ประกอบดวย ๑) ผูนําองคกร ๒) การบริหาร
องคกร และ ๓) การวิเคราะหและประเมินผลการปฏิบัติดานทรัพยากรมนุษย
ขององคกร ซ่งปจจัยเหลาน้จะทําใหการบริหารทรัพยากรมนุษยขององคกร







บรรลุเปาหมายท่กําหนดไว โดยผนําองคกรจะตองเปนผท่มีความมงม่นและ

ใสใจในรายละเอียดของการบริหารทรัพยากรมนุษยทุกข้นตอนเพ่อนําไปส ู 



มิติของการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิงยุทธศาสตรดวยความต้งใจอันบริสุทธ ์ ิ

ปราศจากอคติหรือเนนประโยชนของรนหรือพวกพองเปนสําคัญ รวมท้งจะตอง

บริหารองคกรใหเปนไปตามหลักธรรมาภิบาลเพ่อนําพาองคกรใหเปนไปสความ


สําเร็จตามเปาหมายขององคกรเปนหลัก โดยการใชขอมูลดานทรัพยากรมนุษย 
ท่ถูกตองเพ่อใชเปนขอมูลสนับสนุนการเตรียมการเพ่ออนาคตขององคกร และ




สามารถดําเนินการไดอยางเปนรูปธรรม รวมท้งการใหความสําคัญกับการสราง
ทีมงาน มีการกําหนดตัวชี้วัดและมีความชัดเจนในการบริหารทรัพยากรมนุษย
มากขึ้น
รูปแบบของการบริหารทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือในปจจุบัน

จากการพยายามท่จะขับเคล่อนงานดานการกําลังพลของกองทัพเรือ

เพ่อใหบรรลุวิสัยทัศนท่กําหนดไว กองทัพเรือโดยกรมกําลังพลทหารเรือได 




พยายามดําเนินการท้งเชิงรุกและเชิงรับ (สวนใหญจะเชิงรับมากกวา น่นก็คือ


รับนโยบายจากผบังคับบัญชาใหดําเนินการ) ในสวนน้ผเขียนขอกลาวถึงงาน

ดานการบริหารทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือ จํานวน ๓ ขั้นหลัก ที่มีความ



สาคัญเพอใชในการตอยอดแลวนาไปสความสาเร็จมตดานคนในองคกรได คอ











¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
24
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



๑) การดําเนินการข้นพ้นฐาน ประกอบดวย การกําหนดรายละเอียดประจํา

ตําแหนงงาน (Job Description) และการกําหนดคุณสมบัติของผดํารงตําแหนง
(Job Specifi cation) ๒) ข้นการนําผลการประเมินไปใชพัฒนาคนใหตรงทักษะ

ที่กองทัพเรือตองการ และ ๓) ขั้นสูงสุดที่คนในองคกรตางคาดหวัง ซึ่งผูบังคับ









บญชาหลายยคหลายสมยไดพยายามเขยนเปนนโยบายในแตละปงบประมาณ
(แตสุดทายเปนผลงานท่ประดับไวบนห้งกอนผบริหารเกษียณอายุราชการ



เทานั้น เนื่องจากหนวยตางๆ ไมสามารถนําไปใชปฏิบัติจริงได) นั่นก็คือการคัด
เลือกคนดีคนเกงเขาตําแหนง (โดยไมเปนไปตามลําดับอาวุโส)
๑) การกําหนดรายละเอียดประจําตําแหนงงาน (Job Description) และ
การกําหนดคุณสมบัติของผูดํารงตําแหนง (Job Specifi cation)
ในปงบประมาณ ๒๕๖๑ ผูบัญชาการทหารเรือไดมอบหมายใหผูชวย

ผบัญชาการทหารเรือติดตามการดําเนินการแกไขปญหาดานกําลังพลของหนวย
ตาง ๆ และใหกํากับดูแลการพัฒนาระบบสนับสนุนขอมูลเพ่อการบริหารจัดการ

ทรัพยากรบุคคล (HRMISS) ใหสามารถสนับสนุนขอมูลคุณลักษณะของผูดํารง
ตําแหนง (Job Specifi cation) ที่กองทัพเรือตองการ เพื่อใชเปนขอมูลเบื้องตน
สําหรับการยายบรรจุกําลังพล รวมถึงการวางแผนการพัฒนาบุคลากรหรือ
แผนการสรางทายาท (Succession Plan) โดยไดอนุมัติใหกรมกําลังพลทหาร
๑๖
เรือดําเนินการจัดทํา Job Description และ Job Specifi cation อยางจริงจัง












เปนครงแรก โดยการดาเนนการในครงนน กรมกาลงพลทหารเรอไดเชญอาจารย 



ดร.อาภรณ ภวิทยพันธ มารวมเปนวิทยากรในหลักสูตร “การกําหนด Job


Description Based KPIs อยางมีประสิทธิภาพ” ซ่งหนวยตางๆ ในกองทพเรอ




ไดดําเนินการไดอยางเปนรูปธรรมและสอดคลองกับบริบทของกองทัพเรือ จนถึง
ข้นอนุมัติแบบกําหนดรายละเอียดประจําตําแหนงงาน (Job Description)

ของกองทัพเรือได แตการดําเนินการในครั้งนี้มีผลสําเร็จอยูแคเพียงในระดับตน
เทานั้น โดยการดําเนินการในปงบประมาณ ๒๕๖๒ กรมกําลังพลทหารเรือ
ไดพยายามดําเนินการรวมกับหนวยตาง ๆ เพ่อใหมีขอมูลของแบบกําหนด

รายละเอียดประจําตําแหนง (Job Description) ครบทุกตําแหนงงานสําหรับ
ใชในการบริหารและพัฒนากําลังพล โดยเฉพาะในตําแหนงอัตรานาวาโท

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 25

ถึงนาวาเอก (พิเศษ) ท่ยังไมแลวเสร็จใหครบถวน แลวดําเนินการปรับปรุงแกไข

ใหถูกตองสมบูรณ และเปนมาตรฐานเดียวกัน พรอมกับนําไปใชเปนตัวแบบ
ในการจัดทํา Job Description และ Job Specifi cation ของตําแหนงอัตรา
เรือโทถึงนาวาตรี และนายทหารประทวนตอไป และเมื่อหนวยตาง ๆ ในกองทัพเรือ

ตรวจสอบแกไขเรียบรอยแลว กรมกําลังพลทหารเรือจะเสนอกองทัพเรือ

เพ่อขออนุมัติใชในการบริหารและพัฒนากําลังพลตอไป ตอมาในปงบประมาณ
๒๕๖๔ กรมกําลังพลทหารเรือไดเสนอกองทัพเรือขออนุมัติปรับปรุงแบบกําหนด

รายละเอียดประจาตําแหนงงาน (Job Description) ในสวนลักษณะงาน


ท่ปฏิบัติ เปาหมายการทํางาน และตัวช้วัด (Responsibilities Objectives
and Performance Indicators) รวมทั้งตัวชี้วัดผลงานหลักและขีดสมรรถนะ
ประจํากลุมงาน (Key Performance Indicators) เพื่อใหการกําหนด Job
๑๗


Description มความถกตองครบถวน สมบรณ และเปนมาตรฐานเดยวกน









ซ่งสอดคลองกับรูปแบบตามท่สํานักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรือน
และกระทรวงกลาโหมกําหนดเพ่อนําไปใชในการบริหารและพัฒนากําลังพล

ใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการบริหารคาตอบแทน
๒) การพัฒนาคนใหตรงกับทักษะที่กองทัพเรือตองการ
ในปงบประมาณ ๒๕๖๒ กองทัพเรือไดอนุมัติปรับปรุงแบบประเมินผล

การปฏิบัติงานกําลังพลของกองทัพเรือ ซ่งประกอบดวย การประเมินผลสัมฤทธ ์ ิ
ของงาน (KPIs) ผานตัวช้วัดรายบุคคลตามหนาท่ท่กําหนดไวใน อฉก./อจย.



และการประเมินขีดสมรรถนะในดานความร ทักษะ และคุณลักษณะประจํา

ตําแหนงงาน ตอมาในปงบประมาณ ๒๕๖๔ กองทัพเรือไดส่งการเพ่มเติมให 


หนวยตาง ๆ นําผลการประเมินไปใชเปนขอมูลประกอบการบริหารกําลังพล
และการพัฒนากําลังพล สําหรับการพัฒนากําลังพลนั้น ใหหนวยพัฒนากําลัง










พลทมผลการประเมนในหวขอการประเมนทอยในระดบตากวาคาคาดหวงตาม






แบบฟอรมพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (Individual Develop Plan : IDP) ซึ่ง
เปนการพัฒนากําลังพลแบบไมตองใชงบประมาณ เพื่อใหหนวยตางๆ นําไปใช
๑๘





พฒนากาลงพลใหมขีดสมรรถนะเปนไปตามระดบท ทร.คาดหวังหรือสงกวาตอไป






ซ่งผลจากการประเมินกําลังพลและการปฏิบัติในดานการพัฒนากําลังพลยังไม 

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
26
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

สงผลเปนรูปธรรมมากนัก เนื่องจากพบวามีบางกลุมงานที่มีผลการประเมิน


ไมเสถียรและขาดขอมูลทักษะภาษาอังกฤษของกําลังพลช้นยศนาวาโทถึง
นาวาเอก (พิเศษ) ในระบบ HRMISS สําหรับใชในการประเมินขีดสมรรถนะ
ดานการบริหาร


๓) การคัดเลือกคนดีคนเกงเขาตําแหนง

ในปงบประมาณ ๒๕๖๔ กองทัพเรือไดอนุมัติแนวทางการคัดเลือก



นายทหารสัญญาบัตรท่มีความรความสามารถใหดํารงตําแหนงอัตราสูงข้น
โดยไมเปนไปตามลําดับอาวุโส โดยใหเร่มดําเนินการต้งแต ๓๐ ส.ค.๖๔


เปนตนไป โดยใหกรมกําลังพลทหารเรือดําเนินการตามแนวทางการคัดเลือกฯ
๑๙
พรอมกับเสนอผลการประเมินใหกับคณะกรรมการพิจารณาปรับยายและแตงต้ง ั

นายทหารช้นนายพลเรือของกองทัพเรือและคณะกรรมการพิจารณายายเปด
ตําแหนงและพิจารณาองคบุคคลใหข้นครองตําแหนงอัตรานาวาเอก (พิเศษ)








อตรานาวาเอก และพจารณาเตรยมองคบคคลระดบนาวาโทขนไปไวสาหรบ






เปนผนํากองทัพเรือในอนาคต (คยปอ.ทร.) รวมท้งไดส่งการเพ่มเติมให


คยปอ.ทร.พิจารณาเชิญหนวยหัวหนาสายวิทยาการเขาใหขอมูลเพ่มเติมได 

ตามความเหมาะสม แตแนวทางดังกลาว เปนเพียงแนวทางท่ไดกําหนดไวแบบ












กวางๆ เทานน และยงมไดระบเฉพาะเจาะจงถงขนตอนในการปฏบต ิ


โดยละเอียด รวมท้งกรมกําลังพลทหารเรือยังมิไดซักซอมกับหนวยหัวหนา

สายวิทยาการแตอยางใด เพ่อนําไปสการปฏิบัติท่เปนรูปธรรมและนําผล



การปฏิบัติมาทบทวนใหเกิดประโยชนในดานการบริหารทรัพยากรมนุษย 
ตามยุทธศาสตรของกองทัพเรือที่กําหนดไวตอไป
จากตารางสรุปการบริหารทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือในปจจุบัน
จะเห็นไดวา กองทัพเรือยังมีปจจัยท่เปนอุปสรรคในการพัฒนามิติดาน



ทรพยากรมนษยอยบาง เน่องจากรายการหรอหวขอการปฏบตในแตละขนนน

















ยังขาดการวางแผนการดําเนินงานท่เปนระบบและตอเนื่อง ซ่งขอมูลตามขางตน
มีความสอดคลองกับรายงานปอนกลับ (Feedback Report) รางวัลคุณภาพ
การบริหารจัดการภาครัฐรายหมวด ประจําป พ.ศ.๒๕๖๔ หมวด ๕ ดานการ
๒๐
บริหารทรัพยากรบุคคล ที่ระบุโอกาสในการปรับปรุงองคกรไว ๔ ประเด็น
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 27

ประกอบดวย ๑) ขาดการทบทวนแนวทางการประเมินขีดความสามารถดาน




ทักษะบุคลากรแตละกลม เพ่อใหม่นใจวามีความพรอมในการสนับสนุนให 
ยุทธศาสตรสําเร็จ ๒) ควรพิจารณาถึงการจัดโครงสรางและการบริหารบุคลากร







ทมงตอบสนองผรับบริการและทาใหมีผลการดําเนินงานทีเหนอกวาความ




คาดหมาย ๓) ขาดการทบทวนการกําหนดนโยบายและสวัสดิการ เพ่อนํามา
ออกแบบใหมีความเหมาะสมกับความตองการของบุคลากรในแตละกลมและ

การประเมินประสิทธิผลของนโยบายดังกลาว และ ๔) การแสดงผลการประเมิน
ขีดสมรรถนะที่มาจากผูบังคับบัญชาและเพื่อนรวมงานอีก ๒ คน ไมเพียงพอที่
จะทําใหเกิดความเท่ยงตรงในการประเมินขีดสมรรถนะได และผลการประเมินม ิ

อาจนํามาเปนผลลัพธดานบุคลากรได แตเปนผลของกระบวนการ หากเช่อมโยง


ใหเห็นการพิจารณาสมรรถนะนําไปสนวัตกรรมระบบหรือกระบวนการทํางาน
ที่ดีขึ้น จะชัดเจนมากกวาการประเมิน Happy workplace
สรุปการบริหารทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือในปจจุบัน




หัวขอ สภาพการบริหารทรัพยากรมนุษย
ของกองทัพเรือ



การกําหนดรายละเอียด - กองทัพเรือระบุความรู ทักษะ ความสามารถ
ประจําตําแหนงงาน ท่จําเปนในแตละตําแหนงงานไมครบถวน

(Job Description) แตหวังผลการประเมินจากการประเมินดวย

ระบบขีดสมรรถนะ
การประเมินผลการปฏิบัติงาน - หนวยตางๆ ไมสามารถนําผลการประเมินการ

(Job analysis) ปฏิบัติงานไปใชในการบริหารกําลังพล พัฒนา

กําลังพล และการรักษากําลังพลท่ไดผลเปน

รูปธรรม อันเปนผลเน่องมาจากการกําหนดตัว
ชี้วัดหรือเครื่องมือประเมิน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
28
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ประกอบดวย ๑) ขาดการทบทวนแนวทางการประเมินขีดความสามารถดาน - กองทัพเรือไมไดนําผลการวิเคราะหสภาพ




ทักษะบุคลากรแตละกลม เพ่อใหม่นใจวามีความพรอมในการสนับสนุนให  แวดลอมภายนอกและสภาพแวดลอมภายใน
ยุทธศาสตรสําเร็จ ๒) ควรพิจารณาถึงการจัดโครงสรางและการบริหารบุคลากร รวมท้งการนําองคกรและการวางแผนเชิง











ทมงตอบสนองผรับบริการและทาใหมีผลการดําเนินงานทีเหนอกวาความ ยุทธศาสตรตามเกณฑคุณภาพการบริหาร
คาดหมาย ๓) ขาดการทบทวนการกําหนดนโยบายและสวัสดิการ เพ่อนํามา จัดการภาครัฐมาใชประกอบในการวางแผน

ออกแบบใหมีความเหมาะสมกับความตองการของบุคลากรในแตละกลมและ พัฒนาทรัพยากรมนุษย

การประเมินประสิทธิผลของนโยบายดังกลาว และ ๔) การแสดงผลการประเมิน การยายบรรจุ - กองทัพเรือมีนโยบายและแนวคิดท่ยังติดกับ

ขีดสมรรถนะที่มาจากผูบังคับบัญชาและเพื่อนรวมงานอีก ๒ คน ไมเพียงพอที่ (Rotation) วฒนธรรมองคกรเดมๆในการเล่อนตาแหนง






จะทําใหเกิดความเท่ยงตรงในการประเมินขีดสมรรถนะได และผลการประเมินม ิ หรือเลื่อนยศตามลําดับอาวุโส แตประเมินผล


อาจนํามาเปนผลลัพธดานบุคลากรได แตเปนผลของกระบวนการ หากเช่อมโยง การปฏิบัติงานดวยระบบขีดสมรรถนะ

ใหเห็นการพิจารณาสมรรถนะนําไปสนวัตกรรมระบบหรือกระบวนการทํางาน - ผบังคับบัญชาระดับสูงไมไดรวมกําหนดวิธีการ

ที่ดีขึ้น จะชัดเจนมากกวาการประเมิน Happy workplace ในการบรหารทรัพยากรมนษยเชงยทธศาสตร 




ดวยตนเอง

- คณะกรรมการพิจารณาปรับยายและแตงต้ง






สรุปการบริหารทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือในปจจุบัน นายทหารชนนายพลเรอของกองทพเรอกบ
คณะกรรมการพิจารณายายเปดตําแหนงและ

พิจารณาองคบุคคลใหข้นครองตําแหนงอัตรา
หัวขอ สภาพการบริหารทรัพยากรมนุษย นาวาเอก (พิเศษ) อัตรานาวาเอก และพิจารณา

ของกองทัพเรือ เตรียมองคบุคคลระดับนาวาโทข้นไปไวสําหรับ

เปนผนํากองทัพเรือในอนาคตควรใชความ
การกําหนดรายละเอียด - กองทัพเรือระบุความรู ทักษะ ความสามารถ ประณีตในการพิจารณายายบรรจุกําลังพลตาม
ประจําตําแหนงงาน ท่จําเปนในแตละตําแหนงงานไมครบถวน หนาที่ที่กําหนดไว

(Job Description) แตหวังผลการประเมินจากการประเมินดวย
ระบบขีดสมรรถนะ แนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิงยุทธศาสตรของกองทัพเรือ
การประเมินผลการปฏิบัติงาน - หนวยตางๆ ไมสามารถนําผลการประเมินการ เปนธรรมชาติของมนุษยท่ทํางานในองคกรมีความตองการท่จะเจริญ


(Job analysis) ปฏิบัติงานไปใชในการบริหารกําลังพล พัฒนา กาวหนาในหนาท่การงานแตองคกรเองก็มีความตองการใชขีดความสามารถ


กําลังพล และการรักษากําลังพลท่ไดผลเปน


รูปธรรม อันเปนผลเน่องมาจากการกําหนดตัว ของบุคลากรในการขับเคล่อนกิจการขององคกรใหกาวหนาเชนกัน ดังน้น


ชี้วัดหรือเครื่องมือประเมิน กุญแจสําคัญในการนําไปสความสําเร็จของการบริหารทรัพยากรมนุษยเชิง
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
28 29
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ยุทธศาสตรท่นักบริหารทรัพยากรมนุษยจะตองดําเนินการก็คือ การสรางสมดุล


ใหเกิดข้นระหวางความตองการขององคกรและความตองการของบุคลากร


ตามหลักธรรมาภิบาลในมุมมองของผเขียนเห็นวา กองทัพเรือมีความมงม่นท่จะ




ขับเคล่อนยุทธศาสตรดานกําลังพลตามแนวทาง PMQA ซ่งกําหนดใหมีระบบการ

บริหารจัดการกําลังพลและระบบการพัฒนาบุคลากรตามหลักขีดสมรรถนะท่ม ี












ประสทธภาพ และทสาคญจะตองมแนวทางการเตรยมบคลากร/บรหารจดการ


สําหรับตําแหนงผบริหาร ตําแหนงท่สําคัญ และกลมท่มีขีดสมรรถนะสูงท่เหมาะสม





และเปนธรรมไวแลวต้งแต พ.ศ.๒๕๕๘ แตเน่องจากการดําเนินการของกองทัพเรือ


ในชวงท่ผานมาน้นยังขาดความตอเน่องในงานพ้นฐานบางกิจกรรมในดานการ




กําลังพล และขาดความเขาใจอันจะนําไปถายทอดเพ่อนําไปสการปฏิบัติจริง
ซงถาหากผปฏบตการดานทรพยากรมนษยของกองทพเรอยงคงยดตดอยกบ




















ชุดความคิดเชิงทฤษฎีดานทรัพยากรมนุษย และไมนําผลการวิเคราะหปญหา
ดานการบริหารทรัพยากรมนุษยท่แทจริงมาใชใหเกิดประโยชนไดอยางทันเวลา





เพ่อนําหลักการบริหารทรัพยากรมนุษยไปสความเปล่ยนแปลงท่เปนรูปธรรมไดน้น



จะทําใหนโยบายหรือแนวทางท่ถูกกําหนดไวเปนสิ่งท่กําหนดไวอยางสวยหร ู

และดูดี เพ่อใหไดผลิตภัณฑ/ผลงานท่บรรจุไวในแผนงานแตละยุคแตละสมัย

เทาน้น ซ่งนโยบายหรือแนวทางเหลาน้น หนวยตางๆ ในกองทัพเรือ




ไมสามารถนําไปใชงานไดจริง สําหรบกิจกรรมดานการบริหารทรัพยากรมนุษย 

เชิงยุทธศาสตรท่กองทัพเรือจะตองรีบดําเนินการใหเปนรูปธรรมโดยเร็ว

มีจํานวน ๓ เรื่อง ประกอบดวย ๑) การจัดทํา Job Description ๒) การพัฒนา

กําลังพลใหตรงกับทักษะท่กองทัพเรือตองการ และ ๓) การคัดเลือกคนดีคนเกง
เขาตําแหนง โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. การจัดทํา Job Description เปนสิ่งที่กองทัพเรือโดยกรมกําลังพลทหารเรือ
จะตองกาหนดความสาคญเปนลาดบแรกในการดาเนนการตอยอดใหสาเรจ














โดยเร็ว ซ่งกรมกําลังพลทหารเรือจะตองบูรณาการกับหนวยท่เก่ยวของกําหนด


รายละเอียดประจําตําแหนงงาน (Job Description) ใหครบถวนทุกตําแหนง



งานและถูกตองสมบูรณในทุกช้นยศ เน่องจากท่ผานมา กองทัพเรือไดลงทุน
ลงแรงดําเนินการในเร่องดังกลาว ไปในทิศทางท่ถูกตองแลว แตในปจจุบัน


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
30
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



กรมกําลังพลทหารเรือยังไมไดนําส่งท่ดําเนินการไวแลวมาปรับปรุงแกไขใหถูกตอง

สมบูรณและเปนมาตรฐาน ซ่งถาหากกรมกําลังพลทหารเรือรวมกับหนวยตาง ๆ














ในกองทพเรอรวมกนปรบปรงแกไข Job Description ใหถกตองเปนมาตรฐาน
แลวเสนอใหกองทัพเรืออนุมัติใชเปนขอมูลในการบริหารและพัฒนาทรัพยากร
มนุษยได จะสงผลใหการประเมินผลการปฏิบัติงานและการยายบรรจุกําลังพล
มีความถูกตองและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
๒. การพัฒนากําลังพลใหตรงกับทักษะที่กองทัพเรือตองการ
เมื่อจัดทํา Job Description แลว การประเมินผลการปฏิบัติงานจะมี

ความแมนยามากขนทาใหทราบชองวางระหวางคาคาดหวงและคาทไดจากการ














ประเมินผลการปฏิบัติงาน (Gap) ในการพัฒนากําลังพลใหมีความรูและทักษะ
ตรงตามท่กองทัพเรือตองการ แตถาการจัดทํา Job Description ยังไมสมบูรณ 

ตามท่ทราบกันแลวในหัวขอขางตนน้น การพัฒนาบุคลากรของหนวยจะตองใช 



เคร่องมือรวมดวย เชน การสํารวจความตองการพัฒนาตนเองเปนรายบุคคล
รวมกับการพิจารณาจากผบังคับบัญชาของหนวยงาน เปนตน เพ่อใหการใช 


งบประมาณของหนวยในดานการพัฒนากําลังพลเปนไปดวยความคมคาและ



เกิดประโยชนกับผท่กองทัพเรือสงไปพัฒนาและตรงกับความตองการของ

กองทัพเรือท่จะพัฒนากําลังพลเพ่อใหปฏิบัติงานใหสําเร็จตามภารกิจอีกท้งยังเตรียม


บุคลากรไวเปนเปนผูบริหารระดับสูงขึ้นไปอีกดวย
๓. การคัดเลือกคนดีคนเกงเขาตําแหนง

รูปการจําแนกคนดีคนเกง
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 31

กองทัพเรือมีความพยายามในการคัดเลือกคนดีคนเกงเขาตําแหนงมา

โดยตลอด แตยังเปนภาพสถานการณที่ตองการใหเปนเทานั้น ซึ่งในทางปฏิบัติ


ยังไมมีข้นตอนการปฏิบัติท่จริงจังและเปนรูปธรรมแตอยางใด และสวนตางๆ

ยังคงรอการตัดสินใจจากผบริหารในแตละยุคแตละสมัยตอไป ถาจะกลาวถึงการ
ยายบรรจุกําลังพลนั้น จะเริ่มมาจากกําลังพลในกองทัพเรือทุกนายถูกคัดเลือก

















เขามาบรรจในตาแหนงอตราทมการบงบอกหนาทไวอยางชดเจนอยแลว และ













เมอไปรบราชการในหนวยตางๆ แลว หวหนางานหรอผบงคบบญชาจะประเมินผล

การปฏิบัติงานเพื่อนําไปใชพิจารณาขั้นเงินเดือนกับความเหมาะสมในการยาย
บรรจุ และหากมีความจําเปนตองสงไปพัฒนาหาความรเพ่มเติม ซ่งมีท้งแบบ




ใชงบประมาณและไมใชงบประมาณ หนวยจะเปนผูพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดย
เม่อถึงวาระตองเล่อนตําแหนง/เล่อนยศ หนวยหัวหนาสายวิทยาการจะเปนผ  ู



พิจารณา ซึ่งถามีตําแหนงอัตราวางที่สามารถบรรจุไดทันที โดยหนวยสามารถ

เสนอกองทัพเรือใหยายบรรจุกําลังพลเขาในตําแหนงอัตราท่สูงข้นได แตใน







ความเปนจรงแลว โครงสรางตาแหนงอตราของกองทพเรอเปนแบบระฆังควํา









จึงเปนผลใหตําแหนงอัตราท่ช้นยศสูงมีนอยแตมีผท่มีคุณสมบัติครบถวน


ในการเล่อนยศรอยายเขาตําแหนงเปนจํานวนมาก จึงจําเปนท่กองทัพเรือ



จะตองคดกรองบคคลทมความรความสามารถและทศนคตดเขาตาแหนง










อัตราท่สูงข้น ซ่งการพิจารณาผท่มีความเหมาะสมเขาตําแหนงในแตละช้นยศ












จะมคณะกรรมการท่กองทัพเรือแตงต้งข้นมาทําหนาท่เปนผพิจารณาอยแลว


ดังน้น เพ่อใหการยายบรรจุท้งวาระ เม.ย. และ ต.ค. เปนไปดวยความเรียบรอย


และตรงตามวัตถุประสงคในการบริหารกําลังพลของกองทัพเรือ กรมกําลังพล

ทหารเรือจะตองแจงใหหนวยตางๆ เสนอความตองการยายบรรจุผท่มีความร ู 

ความสามารถและทัศนคติดียายเขาตําแหนงอัตราที่สูงขึ้น และผูที่ถูกเสนอชื่อ
น้นจะตองมีคุณสมบัติครบถวนตรงตามตําแหนงงานท่กองทัพเรือกําหนดไว 




ดวย ซ่งภายหลังจากหนวยตางๆ เสนอขอมูลการยายบรรจุมาท่กรมกําลังพล





ทหารเรือแลว ผท่ทาหนาทเปนฝายเลขานุการในแตละคณะจะเปนผรวบรวม





ขอมูลแลวนําไปวิเคราะห เพ่อจัดทําบัญชียายบรรจุเสนอใหคณะกรรมการใน

แตละชุดใชเปนขอมูลในการพิจารณาตอไป ซ่งถาหากคณะกรรมการสามารถ

พิจารณาการยายบรรจุกําลังพลของกองทัพเรือไดจากรูปแสดงการจําแนก
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
32
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

คนที่เกงคนและเกงงานแลว จะสามารถพิจารณาไดงายขึ้น ทั้งนี้ กรมกําลังพล

ทหารเรือจะตองสนับสนุนขอมูลดังกลาวใหคณะกรรมการทราบโดยละเอียด
ซึ่งถาคณะกรรมการทั้ง ๒ คณะ มีความตั้งใจในการพิจารณาขอมูลและมีความ


ใสใจในรายละเอียด รวมท้งถกแถลงกันอยางมีเหตุผลโดยปราศจากอคติ ซ่งอาจ




ใชเวลาในการประชุมพิจารณานานหลายวันเพ่อใหไดผลลัพธท่ดีท่สุด ผเขียน
จึงมีความเห็นวา หากคณะกรรมการพิจารณาปรับยายและแตงต้งนายทหาร

ช้นนายพลเรือของกองทัพเรือ กับคณะกรรมการพิจารณายายเปดตําแหนง

และพิจารณาองคบุคคลใหข้นครองตําแหนงอัตรานาวาเอก (พิเศษ) อัตรา


นาวาเอก และพิจารณาเตรียมองคบุคคลระดับนาวาโทข้นไปไวสําหรับเปน

ผนํากองทัพเรือในอนาคต มีความต้งใจในการทําหนาท่และอุทิศเวลาใหกับ


ส่งน้แลวจะทําใหการคัดเลือกคนดีคนเกงเขาตําแหนงสามารถทําไดและมีผล


เปนรูปธรรมอยางแนนอน



บทสรุป

การเปล่ยนแปลงการบริหารจัดการองคกรไมใช 


เร่องท่เปนไปตามกระแสหรือเปนไปตามความตองการ







ของผบริหารสงสุดขององคกรเพยงคนเดียว แตเร่องการ



บริหารองคกรเปนเร่องท่ผนําองคกรจะตองมองภาพ

สถานการณรวมกับผูบริหารในระดับอ่นดวย โดยเฉพาะ



เร่องคนน้น ผนําควรบริหารใหเปนไปตามหลักธรรมาภ ิ

บาล มีความเด็ดขาดในการเลือกคนดีคนเกงข้นมาทํางาน





ในตาแหนงทสงขน ซงการเปลียนแปลงในดานการบรหาร







ทรัพยากรมนุษยในกองทัพเรือน้น มิใชยังคงเนนการ

พิจารณาตามหลักอาวุโสรนเพียงอยางเดียว แตควรนํา

ความรู ทักษะ และทัศนคติของแตละบุคคลมาเปนขอมูล
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 33

ท่ทุกฝายจะตองรวมมือกัน ทมเทแรงกายแรงใจและใช 






ในการพจารณาเลือกคนดคนเกงเขาตําแหนงใหตรงกับ กาลังสตปญญาในการสรางสรรคองคกรทมีความสขใน










ความรความสามารถของบุคคลน้น ๆ ซ่งหากกองทัพเรือ การทํางาน มีคานิยม มีวัฒนธรรมองคกรที่ดี มีคุณธรรม
ยังไมปรับตัวดานทรัพยากรมนุษยแลว ผเขียนขอรับรองวา และมุงเนนผลสัมฤทธิ์ รวมทั้งการใชจายงบประมาณจาก

จะไมเปนผลดีกับการบริหารจัดการกองทัพเรือในอนาคต ภาษีของประชาชนเปนไปอยางคุมคาและมีประสิทธิภาพ



อยางแนนอน ซ่งเปรียบเหมือนกบในหมอทนํากําลังจะ เปนทเชอมนของประชาชน ตลอดจนเปนแบบอยางทดให 













เดือดท่กลาวไวในขางตนได โดยในการเปล่ยนแปลงน้น จะ กบหนวยงานราชการภายในประเทศและตางประเทศใน






ตองผานกระบวนการวิเคราะหยุทธศาสตรที่มองเผื่อไปใน ดานการบริหารจัดการท่เนนคุณภาพ การเปนองคกรแหง


อนาคต บนสมมุติฐานท่วา เม่อจะเปล่ยนแปลงการบริหาร การเรียนรู การมีความคิดริเริ่ม และสรางนวัตกรรมที่เปน


ทรัพยากรมนษยนน จะตองสามารถสรางความมนคงใหกับ ประโยชนกับการปฏิบัติงานตามภารกิจและเปนประโยชน 








กองทัพเรือไดมากกวากรณีท่ไมเปล่ยนแปลง เม่อพิจารณา ตอสังคมโดยรวม รวมท้งรวมกันทําลายส่งท่จะนําไป



แลวรูวา ยุทธศาสตรดานทรัพยากรมนุษยของกองทัพเรือ สูความเสื่อมที่จะเกิดขึ้นกับตัวบุคคลหรือภาพลักษณของ

เปนอยางไร กรมกําลังพลทหารเรือ (ซ่งในอนาคตอาจ องคกร เพ่อผลักดันใหกองทัพเรือ มีแนวทางการบริหาร

เปลี่ยนชื่อเปน “กรมทรัพยากรมนุษยทหารเรือ : Human และพฒนาทรพยากรมนษยทชดเจนและเกดการปฏบต ิ










Resource Department” ก็อาจเปนไปได) จําเปนตอง ที่เปนรูปธรรม ตรงกับคาถาในตราประจําพระองคของ
ออกแบบรายละเอียดใหสอดคลองกัน โดยตองเขาใจวา พลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาอาภากร
ความสําเร็จของงานแตละข้นตอน เปนการสืบทอดความ เกียรติวงศ กรมหลวงชุมพรเขตอดมศักด์ องคบดาของ









กาวหนาไปทละขน จนรวบยอดเขาสเปาหมายสงสดของ ทหารเรือไทย ที่วา กยิรา เจ กยิราเถนํ กลาวคือ










องคกร นนคอ ประสทธภาพการทางานของกองทพเรอ “จะทําสิ่งไร ควรทําจริง” และจงกลาเปลี่ยนแปลงในมิติ





และบรรลุถึงคุณคาท่กองทัพเรือสงมอบใหกับประชาชน ดานทรัพยากรมนุษยเพ่อใชขับเคล่อนการปฏิบัติภารกิจ



ชาวไทยตอไป ของกองทัพเรือและนําสิ่งที่ดีเขามาสูกองทัพเรือตอไป
ถาหากกองทัพเรือมงม่นท่จะพัฒนากําลังพลซ่งเปน




ทรัพยากรชั้นเลิศขององคกร อันจะสงผลใหองคกรพัฒนา


ตามวิสัยทัศนและยุทธศาสตรท่กําหนดไวใหไดน้นจึงจําเปน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
34 35
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



ท่ทุกฝายจะตองรวมมือกัน ทมเทแรงกายแรงใจและใช 








กาลังสตปญญาในการสรางสรรคองคกรทมีความสขใน
การทํางาน มีคานิยม มีวัฒนธรรมองคกรที่ดี มีคุณธรรม
และมุงเนนผลสัมฤทธิ์ รวมทั้งการใชจายงบประมาณจาก
ภาษีของประชาชนเปนไปอยางคุมคาและมีประสิทธิภาพ







เปนทเชอมนของประชาชน ตลอดจนเปนแบบอยางทดให 







กบหนวยงานราชการภายในประเทศและตางประเทศใน


ดานการบริหารจัดการท่เนนคุณภาพ การเปนองคกรแหง
การเรียนรู การมีความคิดริเริ่ม และสรางนวัตกรรมที่เปน
ประโยชนกับการปฏิบัติงานตามภารกิจและเปนประโยชน 



ตอสังคมโดยรวม รวมท้งรวมกันทําลายส่งท่จะนําไป
สูความเสื่อมที่จะเกิดขึ้นกับตัวบุคคลหรือภาพลักษณของ

องคกร เพ่อผลักดันใหกองทัพเรือ มีแนวทางการบริหาร



และพฒนาทรพยากรมนษยทชดเจนและเกดการปฏบต ิ







ที่เปนรูปธรรม ตรงกับคาถาในตราประจําพระองคของ
พลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาอาภากร
เกียรติวงศ กรมหลวงชุมพรเขตอดมศักด์ องคบดาของ



ทหารเรือไทย ที่วา กยิรา เจ กยิราเถนํ กลาวคือ
“จะทําสิ่งไร ควรทําจริง” และจงกลาเปลี่ยนแปลงในมิติ


ดานทรัพยากรมนุษยเพ่อใชขับเคล่อนการปฏิบัติภารกิจ
ของกองทัพเรือและนําสิ่งที่ดีเขามาสูกองทัพเรือตอไป
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 35

เอกสารอางอิง



๑ พ.ร.บ.การการจัดระเบียบทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๖๑

๒ นโยบายความมั่นคงแหงชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๔๘ – ๒๕๕๒
๓ คําสั่งกองทัพเรือ ที่ ๒๖๒/๒๕๖๔ เรื่อง แกไขคําสั่งกองทัพเรือ
ที่ ๑๒๕/๒๕๖๒ ลง ๓๑ มี.ค.๖๔

๔ นโยบายผูบัญชาการทหารเรือ ประจําปงบประมาณ ๒๕๕๘
๕ ยุทธศาสตรกองทัพเรือดานกําลังพล พ.ศ.๒๕๕๘ – ๒๕๖๗

๖ กบในนําเดือด กรุงเทพธุรกิจ ๑๒ ก.ย.๖๐ อาหารสมอง
www.bangkokbiznews.com
๗ นโยบายผูบัญชาการทหารเรือ ประจําปงบประมาณ ๒๕๖๕

๘ Dessler, G. (2013). Human Resource Management (13rd ed.)
London: Pearson Education, Inc.

๙ ผศ.ดร.วิชัย โถสุวรรณจินดา. การบริหารทรัพยากรมนุษย. กรุงเทพฯ
สํานักพิมพ โฟรเพซ. หนา ๑
๑๐ นิสดารก เวชยานนท. (๒๕๕๙). การบริหารทุนมนุษยเชิงกลยุทธเพื่อ

เพิ่มมูลคา. (หนา ๑๒๒)
๑๑ แผนพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ทร. ประจําป

งบประมาณ ๒๕๖๕
๑๒ เลิศชัย สุธรรมานนท, “กลยุทธการบริหารทรัพยากรมนุษยเพื่อ

องคกรย่งยืน.” สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ๒๕๖๐, ๘๙ – ๙๐
๑๓ พิบูล ทีปะปาล และธนวัฒน ทีปะปาล. (๒๕๕๙). การจัดการเชิงกลยุทธ.
กรุงเทพมหานคร: อมรการพิมพ. หนา ๓

๑๔ ผศ.ดร.วิชัย โถสุวรรณจินดา. (๒๕๕๖). “การบริหารทรัพยากรมนุษย”
กรุงเทพฯ สํานักพิมพ โฟรเพซ. (หนา ๔๙ – ๕๐)
๑๕ จิราภรณ ตั้งกิตติภาภรณ (๒๕๕๓). การตรวจวินิจฉัยองคการเพื่อการ

พัฒนาสูความเปนเลิศ กรุงเทพมหานคร: แอคทีฟ พริ้นท

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
36
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

๑๖ บันทึกกรมกําลังพลทหารเรือ ที่ กห ๐๕๐๓.๓/๔๑๓๑ ลง ๑๕ พ.ค.๖๑

เรื่อง การขออนุมัติจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการและการดําเนินการเพื่อ
กําหนดคุณลักษณะของผูดํารงตําแหนงลงในระบบ HRMISS


๑๗ บันทึกสํานักพัฒนากําลังพล กรมกําลังพลทหารเรือ ท่ กห ๐๕๐๓.๓.๓/๑๓
ลง ๒๐ ม.ค.๖๔ เรื่อง ขออนุมัติปรับปรุงแบบกําหนดรายละเอียดประจํา
ตําแหนงงาน (Job Description) ของ ทร.

๑๘ บันทึกกรมกําลังพลทหารเรือ ที่ กห ๐๕๐๓.๓/๑๘๘ ลง ๕ พ.ค.๖๔


เร่อง รายงานการประเมินผลการปฎิบัติงานกําลังพลของ ทร. วงรอบท่ ๑
ประจําป งป.๖๔
๑๙ บันทึกกรมกําลังพลทหารเรือที่ กห ๐๕๐๓/๑๔๑ ลง ๒๐ ส.ค.๖๔
เรื่อง ขออนุมัติแนวทางคัดเลือกนายทหารสัญญาบัตรที่สําเร็จการศึกษา



จาก รร.นร. (นายทหาร ก.) ท่มีความรความสามารถใหดํารงตําแหนงอัตรา
สูงขึ้นโดยไมเปนไปตามลําดับอาวุโส (ระบบ Fast track)
๒๐ รายงานปอนกลับ (Feedback Report) รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการ
ภาครัฐรายหมวด ประจําป พ.ศ.๒๕๖๔





























¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 37



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 39

ความมั่นคงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางตอเนื่องตลอดเวลาภายใตขอจํากัด

บทคัดยอ ดานงบประมาณอันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยยึดหลักการ




จากการขยายอํานาจของจีนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟกสงผลใหชาต ิ บริหารจัดการท้งในระดับองคบุคคลองควัตถุ และองคยุทธวิธีทมความเหมาะสม


มหาอํานาจอยางสหรัฐอเมริกาเกิดความวิตกหวาดระแวงจนอาจจะกอใหเกิด อีกท้งยังจําเปนตองสรางการรับรและความเขาใจรวมกันกับหนวยงานดานความ




การกระทบกระทั่งระหวางชาติมหาอํานาจทั้งสอง นอกจากนั้นยังมีปญหาที่เกิด ม่นคงทางทะเลของภาครัฐภาคเอกชน รวมท้งภาคประชาชนใหเกิดข้นมากท่สุด





จากชาติตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคท่ดําเนินยุทธศาสตรการเช่อมความ เพ่อท่งานขาวกรองของกองทัพเรือจะสามารถเปนปจจัยหลักในการขับเคล่อน









สัมพันธกับสหรัฐฯ อยางแนนแฟน และเปนไปในแนวทางเดียวกัน จนทําให ใหกองทัพเรือบรรลุวิสัยทัศน ๒๐ ป ทถกกาหนดไวไดอยางเปนรปธรรม
เกิดปญหาความสัมพันธระหวางจีนกับชาติตางๆ ไดแก อินเดีย ญี่ปุน และกลุม
AUKUS จนอาจจะกอใหเกิดสถานการณการใชกําลังรบเขาปะทะกันในภูมิภาค

ทะเลจีนใตไดในอนาคต ในสภาวการณดานความม่นคงท่มีการเปล่ยนแปลง


อยางไมหยุดน่งไมวาจะเปนภัยคุกคามรูปแบบเดิมภัยคุกคามรูปแบบใหม ตลอดจน

สถานการณการแพรระบาดของโรคอุบัติใหม ในปจจุบันท่นับวาจะมีความรุนแรง


และสงผลกระทบตอการปฏิบัติงานของหนวยงานดานความม่นคงไมวาจะเปน



ในดานงบประมาณหรือการบริหารจัดการ ดังน้นการมีขอมูลท่สามารถช้แนะ

หนทางปฏิบัติและเตรียมความพรอมของหนวยใหเปนไปในแนวทางท่ถูกตอง


เพ่อเปนการลดภาระดานงบประมาณเปนปจจัยสําคัญท่จะสามารถลดทอน
ขอจํากัดดังกลาวได ที่มา Philip Stephens, Financial Times, May 16, 2019
การวิเคราะหสถานการณดานความม่นคงใหมีความแมนยําและรวดเร็ว


ทันตอสถานการณจําเปนจะตองมีองคประกอบตางๆ เขามาเก่ยวของ อาทิเชน
กําลังพลในทุกวงรอบขาวกรองจะตองมีความรและประสบการณ หนวยงานตอง





มีเคร่องมืออุปกรณท่ทันสมัยและเปนเทคโนโลยีท่เช่อถือได ตลอดจนจะตองม ี บทนํา




เครอขายการสอสารทรวดเรวและสามารถสงตอขอมลระหวางกนไดในลกษณะ ในสภาวการณดานความมนคงท่มีการเปล่ยนแปลงอยางไมหยุดน่ง

















Real Time โดยในขณะเดียวกันก็ตองมีศักยภาพในการปองกันการจารกรรม ไมวาจะเปนภัยคุกคามรูปแบบเดิม ภัยคุกคามรูปแบบใหมตลอดจนสถานการณ 
ขอมูลไดอยางครอบคลุมการวิเคราะหสถานการณเปนหน่งในสาขาการปฏิบัติการ การแพรระบาดของโรคอุบัติใหมในปจจุบันท่นับวาจะมีความรุนแรงและ


หลักของงานดานการขาวทหารเรือท่จะตองดําเนินการควบคไปกับการกําหนด สงผลกระทบตอการปฏิบัติงานของหนวยงานดานความม่นคง ไมวาจะเปน




นโยบายสานความสัมพันธกับกองทัพเรือและหนวยงานดานความม่นคง ในดานงบประมาณหรือการบริหารจัดการ ดังน้นการมีขอมูลท่สามารถช้แนะ





ทางทะเลของตางประเทศไดอยางมีความสมดุลซ่งตองมีการกําหนดแนวทาง หนทางปฏิบัติและเตรียมความพรอมของหนวยใหเปนไปในแนวทางท่ถูกตอง
การปรับปรุงและพัฒนาการขาวของกองทัพเรือใหสอดรับกับสถานการณทาง เพื่อเปนการลดภาระดานงบประมาณจึงเปนประเด็นที่ตองใหความสําคัญ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
40 41
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ความมั่นคงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางตอเนื่องตลอดเวลาภายใตขอจํากัด

ดานงบประมาณอันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยยึดหลักการ




บริหารจัดการท้งในระดับองคบุคคลองควัตถุ และองคยุทธวิธีทมความเหมาะสม

อีกท้งยังจําเปนตองสรางการรับรและความเขาใจรวมกันกับหนวยงานดานความ





ม่นคงทางทะเลของภาครัฐภาคเอกชน รวมท้งภาคประชาชนใหเกิดข้นมากท่สุด


เพ่อท่งานขาวกรองของกองทัพเรือจะสามารถเปนปจจัยหลักในการขับเคล่อน








ใหกองทัพเรือบรรลุวิสัยทัศน ๒๐ ป ทถกกาหนดไวไดอยางเปนรปธรรม







ที่มา Philip Stephens, Financial Times, May 16, 2019






บทนํา


ในสภาวการณดานความมนคงท่มีการเปล่ยนแปลงอยางไมหยุดน่ง





ไมวาจะเปนภัยคุกคามรูปแบบเดิม ภัยคุกคามรูปแบบใหมตลอดจนสถานการณ 
การแพรระบาดของโรคอุบัติใหมในปจจุบันท่นับวาจะมีความรุนแรงและ

สงผลกระทบตอการปฏิบัติงานของหนวยงานดานความม่นคง ไมวาจะเปน



ในดานงบประมาณหรือการบริหารจัดการ ดังน้นการมีขอมูลท่สามารถช้แนะ

หนทางปฏิบัติและเตรียมความพรอมของหนวยใหเปนไปในแนวทางท่ถูกตอง

เพื่อเปนการลดภาระดานงบประมาณจึงเปนประเด็นที่ตองใหความสําคัญ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 41

กองทัพเรือในฐานะหนวยงานดานความมั่นคงทางทะเลที่สําคัญ


มีหนาที่เตรียมกําลังรบทางเรือใหมีความพรอมท่จะปฏิบัติภารกิจในการรักษา

ผลประโยชนแหงชาติทางทะเล มีความจําเปนที่จะตองกําหนดแนวทางการจดหา

กําลังรบ และการวางกรอบภารกิจใหกับหนวยไดอยางมีความเหมาะสม ซ่งการ
ท่จะสามารถกระทําไดน้น จะตองมีขีดความสามารถในการวิเคราะห 




สถานการณดานความม่นคงในทุกๆ ระดับ ท่จะสงผลตอการปฏิบัติการ
ไดอยางแมนยาและทนตอสถานการณ ทั้งนี้เพื่อใหสามารถตอบสนองตอพันธกิจ








ในการรักษาผลประโยชนแหงชาตทางทะเลทงในยามสงบและในยามสงคราม



ของประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ

การวิเคราะหสถานการณดานความม่นคงใหมีความแมนยําและทันตอ

สถานการณจําเปนจะตองมีองคประกอบตางๆ เขามาเก่ยวของซ่งไดแก กําลังพล


ในทุกวงรอบขาวกรองจะตองมีความรและประสบการณ หนวยงานตองม ี
เครื่องมืออุปกรณที่ทันสมัย และเปนเทคโนโลยีที่เชื่อถือได ตลอดจนจะตองมี


เครือขายการส่อสารท่รวดเร็วและสามารถสงตอขอมูลระหวางกันไดในลักษณะ
Real Time โดยในขณะเดียวกันก็ตองมีศักยภาพในการปองกันการจารกรรม

ขอมูลไดอยางครอบคลุม ดังน้น การพัฒนาองคประกอบตางๆ จําเปนตองม ี

การดาเนนการอยางเรงดวน เพอใหเปนไปตามแผนแมบทดานการขาวและ










นโยบายดานการขาวของกองทัพเรือ ซ่งในทายท่สุดงานดานการขาวของ



กองทพเรอจงจะเปนปจจยสาคญทขับเคล่อนใหกองทัพเรือสามารถบรรล ุ









วิสัยทัศนตามยุทธศาสตรกองทัพเรือ ตามยุทธศาสตรกองทัพเรือ ระยะ ๒๐ ป 

ที่วา “กองทัพเรือจะเปนหนวยงานดานความม่นคงทางทะเล ทมบทบาทนา




ในภูมิภาค และเปนเลิศในการบริหารจัดการ” ไดอยางเปนรูปธรรม
สภาวะแวดลอมทางความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลง







นบตงแตสหรฐอเมรกาไดกลายเปนชาตมหาอานาจหนงเดยวของ







โลกภายหลังจากการลมสลายของสหภาพโซเวียตหลังจากการส้นสุดสงครามเย็น
เปนตนมา สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใตนโยบาย ๔ ทันสมัยของ


ประธานาธิบดี เต้ง เส่ยว ผิง ไดพัฒนาตนเองแบบเขยงกาวกระโดดจนกลายมา









เปนชาตมหาอานาจใหมทสามารถคานอานาจของสหรฐอเมรกาและพันธมตร

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
42
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ไดในระดับท่ชาติตะวันตกตองใหความสําคัญ ในสมัยปจจุบันภายใตกรอบแนว
ความคิดทางยุทธศาสตร “String of Pearls” ไดทําใหภาพของการแผขยาย

อํานาจของสาธารณรัฐประชาชนจีน กลายเปนภัยคุกคามท่นากลัวของชาต ิ


มหาอํานาจอยางสหรัฐอเมริกา และชาติพันธมิตร ถึงข้นท่วาสหรัฐฯ ภายใต 












การนาของประธานาธบด ไบเดน ตองกาหนดใหเปนภยคกคามในลาดบตนๆ
ตอผลประโยชนแหงชาติของประเทศตนเอง














ภาพที่ ๒ กองเรือของ ทร.จีน

ที่มา navalpost.com/china-navy-pla-navy-new-video-for-communist-party


String of Pearls หรือ เสนทางไขมุกในทะเล เปนแนวความคิดในการ


อางสทธเหนออาณาเขตทางทะเล จากกรอบแนวคิด “The First Islands Chain”



ท่ไมตองการใหชาติมหาอํานาจอ่นใดเขามากาวกายผลประโยชนของสาธารณรฐ




ประชาชนจีนเปนอันขาด ตอมาเม่อจีนไดพัฒนาขีดความสามารถดานกําลังรบ
ของตนเองข้นมาจนทัดเทียมกับชาติมหาอํานาจในภูมิภาคทะเลจีนใต จึงได 

เริ่มพัฒนาแนวความคิดทางยุทธศาสตรของการกําหนดแนวเสนประ ๙ เสน
“The Nine Dash lines” ในการอางกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนโพนทะเล และเพื่อ
สรางเกราะปองกันแผนดินใหญในลักษณะของวงแหวนชั้นนอกที่ครอบคลุม
เสนทางการเดินเรือสําคัญในภูมิภาค ซึ่งสงผลตอประเทศที่มีที่ตั้งอยู
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 43

ในทะเลจีนใตนอกเหนือจากไตหวัน อีกหลายประเทศ ไดแก เวียดนาม ฟลิปปนส 





มาเลเซีย บรูไน รวมถึงชาติมหาอํานาจท้งในและนอกภูมิภาค ซงสหรฐอเมรกา

ภายใตการนําของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ตองออกมาเรียกรองสิทธิเสรีภาพ

การเดินเรือในนานนําสากลตอเวทีโลก
















ภาพที่ ๓ The String of Pearls of China & ports of the Chinese
Navy in the Indian Ocean Arena
ที่มา Elai Rettig, http//www.researchgate.net/publication/
318959775_MARITIME_STRATEGIC_EVALUATION_FOR_ISRAEL_2016






















ภาพที่ ๔ The Nine dash lines
ที่มา blue.monagis.com/the-south-china-sealaw-of-the-sea



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
44
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


นอกจากการขยายอํานาจของจีน และสหรัฐอเมริกา ท่อาจจะกอให 
เกิดการกระทบกระท่งระหวางชาติมหาอํานาจ ยังมีปญหาท่เกิดจากชาติตัวแทน













ของสหรฐอเมรกาในภมภาคทดําเนินยทธศาสตรการเชอมความสมพนธกับ
สหรัฐฯ อยางแนนแฟน และเปนไปในแนวทางเดียวกัน จนทําใหเกิดปญหาความ
สัมพันธระหวางจีนกับชาติตางๆ ซึ่งไดแก อินเดีย ญี่ปุน และ กลุม AUKUS จน
อาจจะกอใหเกิดสถานการณการใชกําลังรบเขาปะทะกันในภูมิภาคทะเลจีนใต
ไดในอนาคต การวางตัวเปนกลางภายใตสถานการณความขัดแยงทางทะเลใน
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟกเปนนโยบายที่ประเทศไทยยึดถือมาอยางตอเนื่อง แมวา

ในปจจุบันชาติมหาอํานาจเร่มท่จะสรางความสัมพันธกับประเทศเพ่อนบานท ี ่






เคยเปนชาตทมความขดแยงนอกเหนอจากประเทศไทยมากขน ไทยในฐานะ











ชาติท่มีตําบลท่ต้งทางภูมิรัฐศาสตรท่เอ้อตอการเปน HUB ทางการคมนาคม
ขนสง ตองใหความสําคัญกับแนวทางการดําเนินความสัมพันธระหวางประเทศ


ท่จะกอใหเกิดผลประโยชนสูงสุดตอประเทศชาติ โดยไมใหเกิดการถูกโดดเด่ยว

หรือการกดดันใหเลือกฝายจากชาติมหาอํานาจท้งจากฝงโลกตะวันตกและโลก

ตะวันออก ซึ่งยุทธศาสตรการเขาพวกกับมหาอํานาจ (Bandwagoning) หรอการ

เลือกขั้วเพื่อปองกันความเสี่ยง (Hedging Strategy) นาจะเปนหนทางหนึ่งที่
ทําใหประเทศไทยอยรอดภายใตการขยายอิทธิพลของชาติมหาอํานาจจากใน

และนอกภูมิภาคได อยางไรก็ตาม ก็อาจจะทําใหประเทศไทยประสบกบความ





ยากลําบากหากเลือกจับข้วกับมหาอํานาจท่ผิดฝง ดังน้น การวางตัวเปนกลางไม 



เขากบฝายใดฝายหนึ่งอยางชัดเจนมากเกินไป ก็นาจะเปนแนวทางที่เหมาะ
สมกับการกําหนดนโยบายระหวางประเทศของประเทศไทยตอไป
ภาพที่ ๕ สามผูนําประเทศกลุม AUKUS
ที่มา www.rnz.co.nz/programmes/the-detail/story/2018813367/why-it-s-
not-awkward-to-be-left-out-of-aukus
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 45

การวางตัวเปนกลางของประเทศไทยสามารถกระทําไดเนื่องจาก





การที่ประเทศไทยมีที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตรทเออตอการเปน HUB ทงน ี ้








เน่องจากประเทศไทยมีท่ต้งทางภูมิศาสตรอยในเสนทางการเดินเรือที่สําคัญ
ในภูมิภาคซึ่งยังคงมีปญหาที่เกิดขึ้นในเสนทางการเดินเรือที่สําคัญ ไดแก
การกระทําอันเปนโจรสลัดในชองแคบมะละกา ซ่งแมวาจะมีแนวโนมท่ลดลง














แตก็ยังคงมเหตุการณเกิดขนอยางตอเนอง นอกจากนนยงมปญหาการกระทา



ผดกฎหมายในทะเลในรูปแบบอื่นๆ เชน การคานํามันเถื่อนในทะเล การคายา

เสพติดผานเสนทางทางทะเล การอพยพลี้ภัยยายถิ่นฐานรวมถึงการคามนุษย

เปนตน สําหรับภัยคุกคามทางทะเลท่สงผลตอประเทศในภาพรวมอีกประเภทหน่ง



กคอ การกอการรายในทะเล ซงแมวาสถานการณการกอการรายในทะเล




จะไมเคยเกิดขึ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะอยางยิ่งในอาณาเขตทางทะเลของไทย
แตหากเหตุการณดังกลาวเกิดข้น ยอมสงผลตอภาพลักษณของประเทศอยาง


ประมาณคาไมได ดังน้น กองทัพเรือในฐานะหนวยงานดานความม่นคงทางทะเล

ตองใหความสําคัญกับงานขาวกรองทหารเรือ โดยจะตองติดตามสถานการณ 
หาขาวเชิงรุกในทะเลอยางตอเนื่อง เพื่อปองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

นับต้งแตปลายป ค.ศ.๒๐๑๙ เปนตนมา โลกตองเผชิญหนากับ
ภัยคุกคามรูปแบบใหม ที่ไมเคยมีใครคาดคิดมากอน นั่นก็คือ การแพรระบาด
ของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID 19) ที่มียอดผูปวยและผูเสียชีวิตเพิ่มขึ้น


เร่อยๆ ในแตละวัน จวบจนถึงปจจุบันก็ไมมีทีทาวาจะลดนอยลง อีกท้งยังมีการ

กลายพันธของไวรส จนทาใหการฉดวัคซนปองกนไมมประสทธภาพเทาทควร















ตามท่คาดหวังไว หนวยงานดานความมั่นคงท่ตองเขาไปเก่ยวของกับการพบปะ


ผูคนที่หลากหลายไมสามารถปฏิบัติงานไดอยางเต็มกําลังความสามารถ อีกทั้ง

การเช่อมความสัมพันธกับตางประเทศตองหยุดชะงักลง นอกจากน้นยังตอง

จดแบงกาลงพลไปปฏิบตภารกิจตดตามสถานการณการแพรระบาดอยางตอเน่อง













จากภาพรวมของสภาวะแวดลอมดานความม่นคงท่เปล่ยนแปลงไป












ภายใตขอจากดของการปฏบัตงานหลงจากเกดเหตการณการแพรระบาดของ

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID 19) ตั้งแตปลายป พ.ศ.๒๕๖๒ เปนตนมา



ทําใหนานาประเทศหันมาใหความสําคัญกับการแกไขปญหาความม่นคงดาน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
46
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



สุขภาพและเศรษฐกิจท่ตกตําของประเทศมากข้น สงผลใหงบประมาณดาน






ความมนคงถกจากด อยางไรก็ตามกองทัพเรือในฐานะของหนวยงานหลัก

ดานความมั่นคงทางทะเลไมสามารถที่จะปฏิเสธพนธกจการตดตามหาขาวท ่ ี



มีผลกระทบตอความมั่นคงทางทะเลอันเนื่องมาจากขอจํากัดดานงบประมาณได
นโยบายดานการขาวของ ทร.

ในการแถลงนโยบายของผบัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เม่อ ๗ ตุลาคม

๒๕๖๔ ที่ผานมา ผบ.ทร. ไดแสดงเจตนารมณที่ชดเจนเกยวกบการดารงความ





พรอมของกองทัพเรือ และการดํารงความตอเน่องของความรวมมือดานตางๆ และ

ความสัมพันธกับกองทัพเรือมิตรประเทศ นานาชาติ รวมถึงองคกรระหวางประเทศ


ทงในระดบทวภาค และพหุภาคี อยางสมดุล โดยเฉพาะอยางยิ่งในการกําหนด




นโยบายดานการขาว ๔ ขอ ท่มงเนนการพัฒนางานดานการขาวของกองทัพเรือ






ใหสามารถสนบสนุนภารกจของกองทัพเรือไดอยางตอเน่องและมีประสทธิภาพ

ไมวาจะเปนการพัฒนาศักยภาพของกําลังพลใหมีขีดความสามารถดานการ

วเคราะหขาว และการตอตานขาวกรองไดอยางมีประสิทธิภาพ หรือการพัฒนา


เทคโนโลยีสนับสนุนงานดานการขาวและการตอตานขาวกรองใหมความเหมาะ





สมและทันสมัย ซ่งในนโยบายขอสุดทาย ยังมงเนนการพัฒนาความรวมมือดาน



การขาวทงในและนอกประเทศ รวมท้งดํารงความสัมพันธกับมิตรประเทศ โดยม ี







พัฒนาการแลกเปลี่ยนขาวสาร และการทูตทหารใหมศกยภาพมากยงขน

จากเจตนารมณของ ผบ.ทร. ขางตน จะเห็นไดวากองทัพเรือใหความ
สําคัญกับงานขาวกรองในทุกมิติ ท้งในสวนของงานขาวกรอง งานตอตาน

ขาวกรอง โดยการนําเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเขามาใชพัฒนางานดาน
การขาวใหมีประสิทธิภาพ ซ่งมีความเหมาะสมและตอบรับกับสถานการณดาน





ความมนคงท่มีการเปล่ยนแปลงไปในปจจุบัน ตลอดจนยังไดใหความสําคัญกับการ

พัฒนาความรวมมือดานการขาวทั้งในและนอกประเทศ โดยเปนไปตามพนธกจ


ตามแผนแมบท ๒๐ ป ดานการขาวของกองทัพเรือ
แผนแมบท ๒๐ ป ดานการขาว
ในแผนแมบท ๒๐ ป ดานการขาวของกองทัพเรือ ในสวนของพันธกิจ
เพื่อใหบรรลุวิสัยทัศนของกองทัพเรือ ที่วา “เปนเลิศดานขาวกรองทางทะเล
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 47










พรอมดวยความสามารถในการบรณาการดานการขาวกบหนวยงานอนทง ั

ในและตางประเทศ” (To be excellent in maritime intelligence, with the
capability to perform intelligence integration with other domestic and
foreign agencies) หนวยงานดานการขาว ของ ทร.จะตองดําเนินการตามพันธกิจ
๕ ดาน ไดแก
๑. พัฒนาระบบงานดานการขาว
นับตั้งแตป พ.ศ.๒๕๕๗ เปนตนมา กระทรวงกลาโหมไดอนุมัติการจัด
ระเบียบสวนราชการของกองทัพเรือใหมโดยไดปรับใหมีสํานักตางๆ ข้นภายใน

กรมฝายอํานวยการแตละกรม ในสวนของกรมขาวทหารเรือนั้น ไดมีการจัดตั้ง

สํานักนโยบายและแผน และ สํานักการขาว ข้น โดยมี ผอํานวยการสํานัก อัตรา



ช้นยศ พล.ร.ต. เปนผูบังคับบัญชา โดยในแตละสํานักจะมีกองท่รับผิดชอบงาน






ทงสน ๓ กอง การจดสวนราชการในรูปแบบดงกลาวนอกจากจะเปนการแบงเบา



ภาระงานของเจากรมขาวทหารเรือ โดยการมอบหมายงานใหกบผอานวยการของ







แตละสานกรับผิดชอบควบคุมและติดตามนโยบายในสายงานของตนเองแลวน้น
ยังสงผลใหงานดานการขาวของกรมขาวทหารเรือ มีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น

ผานข้นตอนการกล่นกรองงานโดยผบังคับบัญชาของสํานักอีกข้นตอนหน่ง กอนท ี ่





ผลผลิตจะไดรับการกระจายสงตอใหกับหนวยงานอื่นๆ เพื่อนําไปใชงานตอไป
อยางไรก็ตาม การจัดสวนราชการโดยกําหนดใหกองการตางประเทศ
เปนกองท่อยในสายงานนโยบายและแผน ซ่งแมวากองการตางประเทศจะเปน




หนวยงานท่รับผิดชอบงานในดานนโยบายดานความสัมพันธระหวางประเทศ
ซ่งนับไดวาเปนสวนหน่งในงานหลักของสํานักฯ แตดวยภาระงานท่มีมาก



ประกอบกับการมุงเนนการเสริมสรางความสัมพันธระหวางประเทศตามนโยบาย


กองทัพเรือ หากสามารถยกระดับความสําคัญของกองการตางประเทศใหขน
เปนสํานักวิเทศสัมพันธภายใตการควบคุมบังคับบัญชาในลักษณะเดียวกับการ

จดโครงสรางของกรมขาวทหาร ที่มีสํานักวิเทศสัมพันธรับผิดชอบงาน
ดานการตางประเทศ โดยมีกองตางๆ ทําหนาที่ประสานงาน ไดแก
กองวิเทศสัมพันธ กองการทูตฝายทหาร กองพิธีการทูต
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
48
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


Click to View FlipBook Version