ภาพที่ ๖ โครงสรางกรมขาวทหาร
ที่มา https://j2.rtarf.mi.th/wordpress/โครงสรางและอัตราการจัด
การใหความสําคัญกับงานดานวิเทศสัมพันธ โดยจัดโครงสรางใหม ี
สํานักวิเทศสัมพันธ จัดไดวาเปนการยกระดับงานดานความสัมพันธระหวาง
ี
ประเทศท่สงผลใหบทบาททางการทูตทหารเปนไปไดอยางมีเอกภาพและ
เปนการสงเสริมบทบาทนําของงานดานการขาวทหารของกองบัญชาการ
กองทัพไทย (บก.ทท.) ไดอยางเปนรูปธรรม หากกองทัพเรือสามารถนําแนวทาง
ี
การเปล่ยนแปลงโครงสราง โดยการเพ่มสํานักวิเทศสัมพันธภายใตการบังคับ
ิ
ั
บญชาของกรมขาวทหารเรือ ก็นาจะสามารถยกระดับงานดานความ
สัมพันธระหวางประเทศกับหนวยงานดานความมั่นคงทั้งภายในประเทศ
และตางประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองตอวิสัยทัศนและ
นโยบายของผูบังคับบัญชาไดอยางเปนรูปธรรม
๒. พัฒนากําลังพลดานการขาว
กําลังพลที่อยูในวงรอบขาวกรองในทุกระดับและทุกขั้นตอน ซึ่งไดแก
ี
การวางแผน รวบรวม วิเคราะห และกระจายขาว จะตองเปนกําลังพลท่มีความ
ู
รและประสบการณท่ตองผานการทํางานและการฝกอบรมในสายงานขาวเปน
ี
ระยะเวลาท่ยาวนานจนทําใหเกิดความเขาใจงานในสายงานขาวไดอยางชัดเจน
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 49
การเขาใจงานในสายงานดานการขาวจําเปนที่จะตองเขารับการอบรมใน
หลักสูตรตางๆ ไดแก การขาวกรองท่วไป การขาวกรองทหารเรือ วงรอบขาว
ั
กรอง เพื่อใหมีความเขาใจงานดานการขาวในขั้นตน หลังจากนั้นควรไดรับการ
อบรมหลักสูตรในระดับสูงขึ้นไป ไดแก การวิเคราะหขาวกรอง การตอตาน
การกอการรายสากล เปนตน นอกจากที่จะไดรับการอบรมในหลักสูตรตางๆ
ื
แลว กําลังพลควรจะไดมีโอกาสปฏิบัติงานในสายงานขาวอยางตอเน่อง เพ่อ
ื
เปนการนําองคความรูไปใชงาน และไดรับการพัฒนาตอยอดองคความรูตอไป
ั
ํ
ํ
ี
การสรางกาลงพลในสายงานขาวนอกจากจะมความยากลาบากแลว การ
ั
ํ
ั
รกษากาลงพลดานการขาวใหอยูกับสายงานขาวมีความยากยิ่งกวา ทั้งนี้สาเหตุ
หลักท่กําลังพลในสายงานขาวไมสามารถทํางานในหนวยงานขาวไดอยางตอ
ี
่
็
เนอง กคือ กําลังพลตองโยกยายเพื่อไปบรรจุในตําแหนงหนาที่ หรือหนวยงานอื่นๆ
ื
เพื่อใหมีความเจริญกาวหนาในเสนทางการรับราชการ โดยเฉพาะในกลุมนายทหาร
ื
ํ
สญญาบตร ท่ไมไดกําเนิดจากโรงเรียนนายเรือหรอเทยบเทา จงทาใหเกดการ
ึ
ั
ี
ั
ิ
ี
ํ
ี
หมุนเวียนสับเปลี่ยนกําลังพลในสายงานขาวอยูเปนระยะๆ เปนผลใหการมกาลงพล
ั
ท่มีความชํานาญในสายงานขาวขาดความตอเน่อง ซ่งผลลัพธท่ตามมาก็คือ
ี
ื
ี
ึ
ู
ผลผลตของงานดานขาวกรองทหารเรือผานการวิเคราะหโดยผท่ขาดความรความ
ู
ี
ิ
ื
ี
ํ
ื
ชานาญจะขาดความนาเช่อถือ และไมสามารถสรางฉากทัศนท่ชัดเจนเพ่อเปนขอเสนอแนะ
ใหกับสายงานยุทธการและสายงานอื่นๆ ไดอยางมประสทธภาพ
ิ
ิ
ี
๓. พัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ และเทคโนโลยีดานการขาว
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเขามามีบทบาทในวงรอบขาวกรองมากข้น
ึ
ื
เร่มต้งแตการใชเคร่องมือรวบรวมขอมูลในรูปแบบของอุปกรณเก็บขอมูล
ิ
ั
ขาวสารทางเปดและทางปด ต้งแตในระดับยุทธวิธีจนถึงระดับยุทธศาสตร โดย
ั
ขอมูลท่ถูกเก็บรวบรวมจะถูกนําไปดําเนินกรรมวิธี ประเมินคาและประมวลผล
ี
ซ่งจะตองดําเนินการผานเคร่องมือตางๆ ในสวนของข้นตอนการวิเคราะหขอมูล
ึ
ื
ั
ื
่
ี
่
็
ขาวสารทเกบรวบรวมมาไดนนอาจจะใชการวเคราะหภาพถาย แผนท หรอ
ี
ั
ิ
้
ื
ขอมูลอ่นๆ เปนขอมูลประกอบ แตดวยในปจจุบันระบบสารสนเทศไดเขามา
มีบทบาทในทุกๆ วงรอบขาวกรองมากขึ้น ซึ่งสงผลดีตอการสรางผลผลิตทางการ
ขาวใหสามารถดําเนินการไดรวดเร็วและเขาใจไดงายข้น อีกท้งยังสามารถถูกสงตอให
ั
ึ
ถึงมือผูรับเพื่อนําไปใชประโยชนไดอยางรวดเร็ว และทันตอสถานการณ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
50
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
การพิจารณาเลือกเทคโนโลยีท่มีความเหมาะสมเขามาใชงานนับวา
ี
เปนองคประกอบสําคัญ ซึ่งในปจจุบันกรมขาวทหารเรือไดมีการนําเทคโนโลยี
ี
ท่สําคัญเขามาพัฒนางานขาวกรองทหารเรือในข้นตอนการเก็บรวบรวมขาวสาร
ั
และการกระจายขาวไดอยางเปนรูปธรรมไดแก การนําระบบ NICE (Naval
Intelligence Capability Enhancement) ในลักษณะของการสรางระบบ
การเขาถึงขอมูลทางการขาวในวงรอบของการรวบรวมขาวและการกระจาย
ู
ู
ี
ขาวใหถึงมือผใชงานไดรวดเร็ว และตรงตามความตองการของผใชงานมากท่สุด
ภาพที่ ๗ ระบบ NICE
ที่มา กองขาว สํานักการขาว กรมขาวทหารเรือ
๔. พัฒนาการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารทางทะเล
ี
การหาขอมูลขาวสารทางทะเลมีความจําเปนท่จะตองใชระบบคนหาและ
ี
ี
ตรวจจบทมขดความสามารถในการสงตอขอมูลไดรวดเร็ว ทันตอสถานการณ
ั
่
ี
ซึ่งไดแก
• ระบบการสื่อสารผานดาวเทียม
• เรดารประจําเรือ และสถานีเรดารชายฝง
• การสื่อสารผานระบบคลื่นวิทยุ HF/VUHF
• ระบบ Marine AIS
• ระบบทุนสัญญาณ Beacons
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 51
• ระบบ VSAT
• ระบบเครือขายอินเทอรเน็ต และ โซเชียลมีเดีย
ํ
ี
ุ
ี
โดยในปจจบน ทร. จะใชเรอทปฏบตการในพนททาหนาทหนวยคนหา
่
ั
ิ
่
ั
ื
ิ
่
ื
ี
้
และตรวจจับโดยจะเก็บขอมูลขาวสารเหตุการณท่สงผลกระทบตอผลประโยชน
ี
ั
แหงชาติทางทะเลของไทย นอกจากน้นจะใชแหลงขาวเปดทางดานขอมูลขาวสาร
ี
ทางทะเล ผานเว็บไซตตางๆ นอกเหนือจากขอมูลท่ไดรับจากศูนยประสานงาน
ดานการขาวและขอมูลขาวสารทั้งจากหนวยงานภายในประเทศ และตางประเทศ
ซึ่งไดแก ขอมูลจาก (ศูนยอํานวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล)
ศรชล.ภาค ขอมูลจาก ReCAAP และ IFC เปนตน โดยมีรูปแบบการสงตอ
ื
การรายงานขอมูลขาวสารผานระบบส่อสารของศูนยปฏิบัติการกองทัพเรือ
(ศปก.ทร.) เปนหลัก อยางไรก็ตามเพ่อใหการปฏิบัติการดานขาวกรองทหารเรือ
ื
ึ
ี
ี
มีประสิทธิภาพท่สูงข้นตอบสนองตอสภาวะแวดลอมท่มีการเปล่ยนแปลงไป
ี
ั
ั
ู
ื
ตลอดจนสามารถสงตอขอมลใหไดรวดเร็วและทนตอเหตุการณกองทพเรอ
นาจะตองศึกษาความเปนไปไดในการพัฒนาระบบเครือขายเฉพาะสําหรับขาวสาร
ึ
ทางทะเลใหมีความเปนรูปธรรมมากข้น ซ่งระบบดังกลาวควรมีองคประกอบท ่ ี
ึ
สําคัญหลักๆ ดังนี้
Ø ครอบคลุมพื้นที่ทะเลอาณาเขต และเขตเศรษฐกิจจําเพาะ
ึ
Ø ตองไดขอมูลจํานวนมากในลักษณะ Real-time ซ่งสามารถระบุขอมูล
ภัยคุกคามและพฤติกรรมที่ผิดวิสัยไดในโอกาสแรก
Ø สามารถทาการเฝาตดตามกจกรรมทางทะเลตางๆ ไดอยางตอเนอง
ิ
ํ
่
ื
ิ
ตลอด ๒๔ ชม.
Ø สามารถทําการวิเคราะหขอมูลเชิงลึก เพื่อใหเห็นถึงกิจกรรมที่จะเปน
ภัยคุกคามและสงผลกระทบตอผลประโยชนของชาติทางทะเลได
๕. พัฒนาการขาวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการ
ั
ี
ื
ื
สืบเน่องจากพ้นท่ปฏิบัติการดานการขาวทหารเรือเกือบท้งหมดจะ
ื
้
ุ
ครอบคลมพนททางทะเลอาณาเขต เขตตอเนื่อง เขตเศรษฐกิจจําเพาะ และพื้นที่
ี
่
ี
ชายฝง รวมถึงพ้นท่ตามแนวลํานําท่กองทัพเรือรับผิดชอบ ดังน้นการท่จะได
ี
ื
ี
ั
มาซ่งภาพสถานการณทางการขาวท่มีขนาดใหญ กองทัพเรือจําเปนท่จะตอง
ี
ึ
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
52
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ึ
่
ุ
ี
ั
ี
ุ
มระบบคนหาและตรวจจบท่สามารถตรวจการณไดครอบคลม ซงในปจจบัน
ื
จะใชยุทโธปกรณของกองทัพเรือเปนหลัก ไดแก บ.ทร. เรือรบท่อยในพ้นท ่ ี
ี
ู
ปฏิบัติการ ตลอดจนกําลังพลสายขาวที่แฝงตัวอยูในพื้นที่ อยางไรก็ตาม การที่
ี
ึ
จะไดมาซ่งขอมูลขาวสารยังสามารถกระทําผานภาคีทางการขาวท่กองทัพเรือ
สรางข้น ไดแก หนวยงานทางทะเลท่อยภายใต ศรชล. รวมถึง ไทยอาสาปองกันชาต ิ
ู
ึ
ี
ทางทะเล เปนตน
การพัฒนาที่ตองดําเนินการใหเปนรูปธรรม
ั
ี
ี
จากสภาวะแวดลอมทางความม่นคงท่มีการเปล่ยนแปลง ทําใหการ
กําหนดแนวทางการพัฒนางานดานการขาวกรองทหารเรือจําเปนตองไดรับ
ึ
ี
การศึกษาอยางจริงจัง และใชการกําหนดฉากทัศนท่อาจจะเกิดข้นในอนาคต
ํ
ั
ั
ึ
มาเปนองคประกอบสําคญในการกาหนดทิศทางการพฒนา โดยยดนโยบาย
ทางการขาว และแผนแมบทดานการขาวของกองทัพเรือเปนแกนหลัก ซ่งสามารถ
ึ
แบงออกเปนหัวขอการพัฒนาในดานตางๆ โดยสรุป ไดดังนี้
๑. พัฒนาระบบงานดานการขาว ในสวนของการพัฒนาระบบงานดานการขาว
่
ื
้
นน เพอใหงานขาวกรองทหารเรอสามารถตอบสนองตอสถานการณดานความ
ื
ั
มั่นคงทั้งในระดับโลก และภูมิภาค การปรับปรุงโครงสรางของกรมขาวทหารเรือ
ใหมีความสอดคลองกับสภาวะแวดลอม และนโยบายดานการขาวของกองทัพเรือ
ึ
ี
เปนประเด็นพิจารณาท่สําคัญ ซ่งการปรับปรุงโครงสรางของกรมขาวทหารเรือ
ใหตอบสนองตอนโยบายกองทัพเรือ ในดานการเสริมสรางความสัมพันธระหวาง
ประเทศดวยการจัดตั้งสํานักวิเทศสัมพันธ เพื่อใหงานดานการเสริมสรางความ
สัมพันธกับกองทัพเรือและหนวยงานดานความม่นคงทางทะเลของตางประเทศ
ั
้
ี
ึ
ั
ี
มความเปนเอกเทศมากขน ท้งน้สามารถสรุปสาระสําคัญของโครงสรางและ
ขอบเขตของงานของสํานักวิเทศสัมพันธไดในลักษณะดังตอไปนี้
- สํานักวิเทศสัมพันธ ภายใตการบังคับบัญชาของ ขว.ทร. มีภารกิจ
ดาเนนงานตามนโยบายดานการพัฒนาความสัมพันธกับ ทร. และหนวยงาน
ํ
ิ
ดานความมั่นคงของตางประเทศ โดยประสานงานกับ สน.ผชท.ทหาร
และ ทร. ตางประเทศ ประจําประเทศไทย และ สน.ผชท.ทร. ไทย ในตางประเทศ
ี
โดยนําเอางานท่กองการตางประเทศ รับผิดชอบมากําหนดเปนพันธกิจ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 53
ของสํานักวิเทศสัมพันธใหมีความสอดคลองกับวัตถุประสงคของ ทร.
ซึ่งสามารถจัดแบงหนวยภายใตการบังคับบัญชาออกไดเปน ๒ กอง คือ
กองวิเทศสัมพันธ ประกอบไปดวย ๓ แผนก ไดแก
แผนกวิเทศสัมพันธ มีหนาท่ประสานงานกับ สน.ผชท.ทหาร/
ี
ี
ี
ั
ี
ทร.ตางประเทศ ท่มีท่ต้งในประเทศไทย หรือในตางประเทศท่มีเขตอาณาใน
ี
ิ
ี
ี
่
ประเทศไทย โดยจะรับผดชอบงานทเก่ยวกับการเย่ยมคํานับของเอกอัครราชทูต
หรือ ผูแทนทางการทูต ผชท.ทหาร/ ผชท.ทร. ตลอดจน ผูแทนทางทหารจาก
ตางประเทศ ที่จะขอเขาเยี่ยมคํานับ หรือเขาพบ ผบ.ทร./ผูแทน หรือการขอ
เยี่ยมหนวยของ ทร.
ี
แผนกทูตทหาร มีหนาท่ประสานงานกับ สน.ผชท.ทหาร และ
ี
ี
ั
ี
ี
สน.ผชท.ทร. ท่มีท่ต้งในตางประเทศ ในการปฏิบัติงานท่เก่ยวกับการเตรียม
การรับรอง ผบ.ทร. ผูบังคับบัญชา หรือ ขาราชการ ทร. ที่จะเดินทางไปยังตาง
ประเทศ ที่มี สน.ผชท.ทร. หรือ สน.ผชท.ทหาร ตั้งอยู
แผนกลามและแปล มีหนาท่จัดทํารางหนังสือแสดงความยินดี
ี
หนังสือขอบคุณ ตลอดจนหนังสือราชการภาษาอังกฤษ และ ภาษาตางประเทศอื่นๆ
ู
ี
ท่มีขีดความสามารถ ใหกับ ผบ.ทร. หรือ ผบังคับบัญชา รวมถึงใหการสนับสนุน
กับหนวยในการแปลและเรียบเรียงเอกสารราชการภาษาตางประเทศใหกับ
หนวยตามที่รองขอ
กองพิธีการ ประกอบไปดวย ๓ แผนก ไดแก
ี
แผนกพิธีการ มีหนาท่ดําเนินการจัดทําคําขอการเยือนเมืองทา
ตางประเทศของเรือรบ ทร. และ อากาศยาน ทร. และ จัดทําขอพิจารณาการ
ตอบรับคําอนุมัติคําขอ การเขาเยือนเมืองทา ของเรือรบ อากาศยาน ทร.ตางประเทศ
แผนกรับรอง มีหนาท่ดําเนินการเตรียมการ อํานวยการ การใหการ
ี
รับรอง ผบ.ทร. และผูบังคับบัญชาระดับสูงของ ทร.ตางประเทศ ที่เดินทางมา
เยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของ ทร.
ี
ํ
ํ
ื
แผนกหนังสือเดินทางและถุงเมลทูต มหนาท่จัดทาหนังสอนา
ี
ประกอบการขอทําหนังสือเดินทางและการขอวีซาในการเดินทางไปราชการตาง
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
54
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ประเทศของขาราชการ ทร. และนําสงเอกสารผานทางถุงเมลทูตไปยัง สน.ผชท.ทร.
ที่ประจําอยูในประเทศตางๆ
ภาพที่ ๘ โครงสราง ขว.ทร. (เพิ่ม สน.วิเทศสัมพันธ)
๒. การพัฒนากําลังพลดานการขาว สามารถแบงออกไดเปนกรอบแนวทาง
ระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งในระยะสั้นนั้น สามารถดําเนินการไดดวยการเสริม
ู
สรางความรและประสบการณงานดานการขาวเชิงรุกใหกับกําลังพลผาน
หลักสูตรตางๆ ในทุกๆ ระดับ ทั้งในและตางประเทศ ตลอดจนการสราง
กําลังพลใหมีขีดความสามารถดานภาษาตางประเทศ โดยเฉพาะภาษา
้
ของประเทศเพื่อนบาน ในสวนของแนวทางระยะยาวนน กองทพเรออาจจะ
ื
ั
ั
ตองศึกษาความเปนไปไดของการจัดสรางกําลังพลเหลาขาวกรองทหารเรือให
มีความเปนเอกเทศ โดยเริ่มตั้งแตการสรางกําลังพลในระดับพื้นฐาน ไดแก
่
ื
การสรางนักเรียนจาจาก โรงเรียนชุมพลทหารเรือ หรอ โรงเรยนสอสารทหาร
ื
ี
ั
ํ
ั
เรือ โดยสามารถนําแนวทางการสรางกาลงพลเหลาขาวของกองทพบก และ
หนวยงานดานความมั่นคงในตางประเทศ มาปรับใชใหมีความเหมาะสมกับ
สภาวะแวดลอมในการทํางานของกองทัพเรือ โดยเนนการสรางความรความ
ู
เขาใจกับการขาวกรองทหารเรือเปนหลัก ในสวนของกําลังพลสายงานขาวระดับ
ั
สัญญาบัตรนั้นการสรางแรงจูงใจใหกบกาลงพลจากพรรคพิเศษ เหลาสารบรรณ
ํ
ั
ท่ปฏิบัติงานในสายงานขาวเปนระยะเวลานาน โดยนําหลักการการประเมินขีด
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 55
ื
สมรรถนะของกําลังพล (Competency) เพ่อพิจารณาเล่อนบรรจุกําลังพลใหม ี
ื
โอกาสเจริญเติบโต จนถึงในระดับผูบริหารระดับกลางมาใช นาจะเปนเรื่องที่มี
ความเหมาะสม ทั้งนี้ควรคํานึงถึงโอกาสของการเจริญเติบโตของกําลังพลหลัก
ั
ี
ู
ื
่
พรรคนาวินควบคกันไปดวย เพ่อไมใหเกิดปญหาความตบตนในการเลอนยศของ
ื
นายทหารพรรคนาวินจากชั้นยศ นาวาโท (น.ท.) เปน นาวาเอก (น.อ.)
๓. การพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ และเทคโนโลยีดานการขาว ตามที่ไดกลาว
ไวในขางตนจะเห็นไดวาเทคโนโลยี และเคร่องมือตามวงรอบขาวกรองทหารเรือ
ื
ี
จะตองเขามามีบทบาทท่มากข้นในการทดแทนการดําเนินการหาขาวโดย
ึ
ั
ี
ื
บุคลากรท้งน้เน่องจากขอจํากัดของสถานการณการแพรระบาดของโรคอุบัติใหม
ี
ํ
ั
ู
ํ
ทอาจจะยงคงมอยตอไปในอนาคต ทาใหการเขาถึงแหลงขาวจาเปนตองใช
่
ี
อุปกรณการเก็บรวมแบบใชคนใหนอยลง อุปกรณตางๆ เหลานี้ ไดแก ระบบ
Drone หาขาว และระบบการหาขาวที่สามารถเก็บภาพถายดาวเทียมได
โดยละเอียดและ Real Time ใหไดมากที่สุด รวมถึงการสรางโครงขายการสงตอ
ั
ี
ี
ขอมลใหถงนกวเคราะหขาวโดยใชเวลาดําเนินการท่ส้นท่สุด จนแทบจะกลาว
ิ
ู
ึ
ั
ู
ิ
่
ี
ไดวานักวเคราะหขาวควรจะเห็นขอมลไดในหวงเวลาเดียวกันกับทเจาหนาท ่ ี
รวบรวมขาวสารหรือท่เซนเซอรรวบรวมขาวสามารถตรวจจับขอมูลได หลัง
ี
ั
ั
ี
ี
จากน้นก็จะเปนหนาท่ของนักวิเคราะหขาวท่จะใชระบบวิเคราะหขอมูลท้งใน
เชิงสถิติ หลักการและเหตุผล รวมกับประสบการณของตนเองทําการวิเคราะห
ขอมูลขาวสารท่ไดรับจนไดขอยุติและขอตกลงใจเพ่อสงตอผลผลิตขาวกรองผาน
ื
ี
ระบบกระจายขาวสารใหกับหนวยงานท่ตองการนําไปใชงานไดอยางรวดเร็ว
ี
และทันตอสถานการณ
ภาพที่ ๙ ระบบ Drone หาขาว
ที่มา hamodia.com/2013/02/05/drones-on-the-ground-to-help-with-intelligence-gathering
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
56
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
๔. การพัฒนาการแลกเปล่ยนขอมูลขาวสารทางทะเล เพ่อใหการ
ื
ี
แลกเปล่ยนขอมูลขาวสารทางทะเลเปนไปไดอยางรวดเร็ว ทันตอสถานการณ
ี
ํ
ั
กองทัพเรือควรจะตองพัฒนาระบบเครือขายเฉพาะสาหรบขาวสารทางทะเลให
ั
ู
ี
่
้
ึ
ี
่
ํ
ี
ี
มความเปนรปธรรมมากขน โดยมองคประกอบทสาคญตามทไดกลาวถึงไปกอน
หนา ซึ่งจะตองคํานึงถึงขอจํากัดทางเทคโนโลยี และการบํารุงรักษาระบบซึ่ง
กองทัพเรือ จะสามารถดําเนินการไดเองทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และ
ระยะยาว ตลอดจนระบบจะตองรองรับกับแนวโนมของสภาวะแวดลอมทาง
เทคโนโลยีที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
๕. พัฒนาการขาวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการ หนึ่งในแนวทางที่สําคัญ
ของการพัฒนาการขาวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการก็คือ การสรางความรวมมือ
ทางการขาวทางทะเลใหเกิดข้นโดยกองทัพเรือในฐานะหนวยงานหลักดาน
ึ
ู
ั
ความม่นคงทางทะเลจําเปนตองสรางการรับร และการสรางความเขาใจรวม
กันกับหนวยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนใหเห็นถึงความสําคัญของ
ี
ื
ภัยคุกคามท่มาจากทะเลและตามแนวลํานํา เพ่อเปนการสรางความ
กระตือรือรนและใหการสนับสนุนการแลกเปล่ยนขาวสารระหวางหนวยงาน
ี
และการแจงเตือนจากภาคประชาชนใหไดมากที่สุด
บทสรุป
การพัฒนาการขาวกองทัพเรือใหสอดรับกับ
ี
สถานการณทางความม่นคงท่มีการเปล่ยนแปลงอยาง
ี
ั
ตอเน่องตลอดเวลาภายใตขอจํากัดดานงบประมาณ
ื
อันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม จําเปนตอง
กําหนดแนวทางหลักๆ ท่สําคัญ โดยยึดหลักการบริหาร
ี
จัดการท้งในระดับองคบุคคล องควัตถุ และองคยุทธวิธี
ั
ั
ี
ท่มีความเหมาะสม ซ่งสามารถท่จะจัดการไดต้งแตการ
ึ
ี
ปรบปรงโครงสรางของหนวยงานทางการขาวและ
ุ
ั
ความสัมพันธระหวางประเทศใหมีความเดนชัด ใน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 57
ั
้
ื
ุ
ั
สวนของการพฒนาองคบคคลนนถอเปนหวใจหลกของการ
ั
ั
เสริมสรางขีดสมรรถนะทางการขาวกองทัพเรือใหม ี
ความพรอมท่จะรับมือกับภารกิจท่หลากหลาย ซ่งกําลังพล
ึ
ี
ี
จะตองไดรับการอบรมความรสาขาการปฏิบัติการ
ู
ขาวกรองทหารเรือในทุกๆ ระดับ และมีโอกาสไดเสริมสราง
ี
ประสบการณและแลกเปล่ยนมุมมองกับหนวยงาน
ดานการขาวท้งภายในประเทศและตางประเทศอยาง
ั
ื
ตอเน่อง ตลอดจนหนวยงานดานการขาวของกองทัพเรือ
ตองสรางแรงบันดาลใจในการทํางานใหกับกําลังพล
ดวยการสงเสริมโอกาสเจริญกาวหนาใหกับกําลังพล
ทั้งในระดับสัญญาบัตร และประทวนเพื่อเปนการสงเสริม
ั
ุ
ี
ใหกําลังพลมีความมงม่นท่จะอุทิศตนปฏิบัติงานใหกับ
งานขาวกรองของกองทัพเรืออยางเต็มกําลังความสามารถ
การเสริมสรางศักยภาพดานการขาวของกองทัพเรือ
ื
ในดานองควัตถุตองมีการคัดสรรเทคโนโลยี เคร่องมือ
ิ
ั
ี
ี
และอุปกรณใหมความทันสมย สามารถสงเสรมขดความ
สามารถการวิเคราะหขาวใหมีความถูกตอง ชัดเจน
ทันตอสถานการณ ซ่งมีความจําเปนตองพ่งพาโครงขาย
ึ
ึ
ี
การส่อสารสงตอขอมูลท่สามารถลดระยะเวลาในการรับสง
ื
ี
ื
ขอมูลในวงรอบขาวกรองใหเหลือนอยท่สุด เพ่อใหขอมูล
ี
ขาวกรองถูกนําไปใชประโยชนไดในระยะเวลาท่รวดเร็ว
อยางไรก็ตามจะตองคํานึงถึงขอจํากัดทางเทคโนโลยี และ
ึ
การบํารุงรักษาระบบซ่ง ทร. สามารถดําเนินการไดเอง
ั
ท้งในระยะส้น ระยะปานกลาง และระยะยาว นอกจากน้น
ั
ั
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
58
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
จะตองใหความสําคัญกับการสรางความรวมมือทางการ
ขาวใหเกิดขึ้น โดยกองทัพเรือในฐานะหนวยงานหลักดาน
ั
ความม่นคงทางทะเลจําเปนตองสรางการรับร และการ
ู
สรางความเขาใจรวมกันกับหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
ตลอดจนภาคประชาชน เพ่อท่งานขาวกรองของกองทัพ
ี
ื
เรือจะสามารถเปนปจจัยหลักในการขับเคล่อนใหกองทัพ
ื
เรือบรรลุวิสัยทัศน ตามยุทธศาสตรกองทัพเรือระยะ ๒๐ ปี
ที่ถูกกําหนดไวไดอยางเปนรูปธรรม
เอกสารอางอิง
• แผนแมบทการพัฒนากองทัพเรือดานการขาว พ.ศ.๒๕๖๐ –
๒๕๗๙
• นโยบายผูบัญชาการทหารเรือ ประจําปงบประมาณ ๒๕๖๕
• Herman, Michael. (2001). Intelligence Services in the
Information Age: Theory and Practice. Portland: Frank Cars
• Kaplan, Robert D. (2010). The Geography of Chinese Power.
A publication of Council on Foreign Relations. Volume:
89,Issue:3 (May/June 2010).
• Leah Sherwood. (2016). Small States’ Strategic Hedging
ื
for Security and Infl uence. สืบคนเม่อ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
จาก https://trendsresearch.org/
• https://www.chinausfocus.com/peace-security/the-
nine-dash-line-and-its-basis-in-international-law
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 59
• https://www.hamodia.com/2013/02/05/drones-on-the-
ground-to-help-with-intelligence-gathering/
• https://www.ips-intelligence.com/en/maritime-intelligence
• https://j2.rtarf.mi.th/wordpress
• www.navalnews.com/naval-news/2021/11/aukus-australia-
signs-naval-nuclear-propulsion-information-sharing-agreement/
• https://thedailyblog.co.nz/2020/05/05/are-we-in-a-new-
security-environment-or-just-the-same-old-anti-chinese-one/
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
60
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 61
บทคัดยอ
ื
กําลังรบทางเรือ เปนเคร่องมือสําคัญของชาติในการใชเปนเคร่องมือ
ื
ิ
ั
่
ิ
ี
ั
ั
ั
รกษาอธปไตยและความมนคงของชาตทางทะเล นอกจากน้ ยงใชรกษา
ผลประโยชนของชาติทางทะเล กองทัพเรือไดรับมอบหมายจากรัฐบาลใหเปนผ ู
ื
ดูแลและรับผิดชอบในการใชเคร่องมือน้ ภายใตนโยบายของรัฐ และยุทธศาสตร
ี
ั
ชาติดานความม่นคง ปจจุบันกองทัพเรือไดกําหนดยุทธศาสตรกองทัพเรือ ระยะ
๒๐ ป พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ โดยมีแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของ
ื
กองทัพเรือ พรอมกับไดกําหนดความตองการกําลังรบ เพ่อใหสอดคลองและ
สามารถตอบสนองตอวัตถุประสงคตามแนวคิดยุทธศาสตรชาติ อยางไรก็ดี การดํารง
ภารกิจตามแนวความคิดทางยุทธศาสตรดวยกําลังรบทางเรือ จําเปนตองม ี
ขีดความสามารถปฏิบัติการไดตลอดชวงเวลาที่ตองการ ทั้งนี้ หัวใจสําคัญที่จะ
ั
คงการปฏิบัติภารกิจใหไดอยางตอเน่องน้น จะตองไดรับการสนับสนุนอยาง
ื
เพียงพอและเหมาะสม ทั้งในยามปกติและในยามสงคราม และหากเกิดความ
ไมสอดคลองระหวางการสนับสนุนกับการใชกําลังรบทางเรือ ผลลัพธท่ไดอาจ
ี
สรางความเสียหายตอการดํารงภารกิจของกองทัพเรือและนําไปสการสูญเสีย
ู
ผลประโยชนของชาติทางทะเลอันมิอาจจะประมาณคาได
กองทัพเรืออนุมัติแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบ
ของกองทัพเรือ รองรับแนวความคิดทางยุทธศาสตรและบทบาทของกองทัพเรือ
เพ่อใหการใชกําลังมีขีดความสามารถตอบสนองตอวัตถุประสงคมูลฐานและ
ื
วัตถุประสงคเฉพาะทางเรือไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยกําหนดรูปแบบการ
ื
ี
ปฏิบัติการ และการเคล่อนยายกําลังทางเรือเขาพ้นท่ปฏิบัติการ ท้งในภาวะ
ื
ั
ั
ปกติและในภาวะขัดแยง – ภาวะสงคราม รวมท้งกําหนดประเภทและชนิดของ
กําลังรบ พรอมกับใหหนวยตาง ๆ ใชเปนแนวทางในการเตรียมความพรอมของ
กําลังรบขั้นตํ่าที่สุดระดับ พ.๒ (พรอมปฏิบัติงานในสถานการณวิกฤตหรือตาม
แผนเผชิญเหตุ) รวมท้งกําหนดความพรอมรบดานสงกําลังบํารุง ตามพันธกิจ
ั
สาขาการสงกําลัง โดยกําหนดใหสะสมส่งอุปกรณประเภทอาหาร นํามันเช้อเพลิง
ื
ิ
และ อมภัณฑตาง ๆ ที่จําเปนตอการรบไวที่ระดับอัตราสํารองสงคราม
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
62
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
การปฏิบัติตามแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบของ
กองทัพเรือขางตน มีความตองการใชขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง
ื
จํานวนมาก เพ่อใหกําลังทางเรือมีความพรอมในการออกปฏิบัติการไดอยาง
ื
ี
ั
ตอเน่อง และมีประสิทธิภาพตลอดชวงระยะเวลาท่กําหนด ท้งน้ สถานภาพ
ี
ี
รายการส่งอุปกรณท่จําเปนตอการรบในปจจุบันของกองทัพเรือก็ยังประสบ
ิ
ื
ปญหาความขาดแคลน โดยเฉพาะการสํารองนํามันเช้อเพลิง และอมภัณฑ
รายการวิกฤติ (เปนอมภัณฑที่จัดหาไดยาก มีราคาสูง และใชเวลาสงมอบนาน)
รวมถึงขอจํากัดในการสนับสนุนสิ่งอํานวยความสะดวกจากฐานทัพและทาเรือ
เปนตน ซ่งอาจสงผลกระทบตอความสําเร็จในการตอบสนองภารกิจของ
ึ
ั
กองทัพเรือ ในบทบาทการปองกนราชอาณาจกร การรักษาสิทธิอธิปไตย
ั
เหนืออาณาเขตทางทะเล และการคมครองและรักษาเสนทางคมนาคมทางทะเล
ุ
ตั้งแตสถานการณวิกฤติตอเนื่องไปจนถึงขั้นการปองกันประเทศ จึงจําเปนตอง
พัฒนาขีดความสามารถดานการสนับสนุนอยางเปนระบบ รองรับแนวทางการ
ใชกําลังและระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ
บทนํา
ื
ี
ื
ู
การเขียนบทความเร่องน้นับเปนเร่องทาทายสําหรับผเขียนมาก
เนื่องจากจะตองแปลงชั้นความลับจาก “ลับที่สุด” เปน “ปกติ” จึงอาจทําให
ผูอานเกิดอาการ “อารมณคาง” จากความไมสุดในการเขาถึงขอมูล เนื่องดวย
ขอจํากัดของขอมูลเชิงปริมาณดานการสงกําลังบํารุง ซ่งจะเปนส่งสะทอนถึง
ิ
ึ
ี
ื
ี
ขีดความสามารถของกําลังรบไดโดยตรงท่สุด จึงเปนเร่องท่ยากมากในการ
ึ
ู
แปลงเปนบทความซ่งสามารถใหผอานทุกทานสามารถเขาถึง และทําความ
เขาใจไดอยางพอดี โดยที่ไมกระทบตอการปฏิบัติการของกองทัพเรือ ขอมูลที่เขียน
ลงในบทความ จึงเปนแนวความคิดสําหรับการพัฒนาขีดความสามารถดานการ
สงกําลังบํารุงฯ ตามหลักการในเชิงคุณภาพ
การจะพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุงฯ คงตองเร่มจาก
ิ
การวิเคราะหความตองการดานการสงกําลังบํารุงเสียกอนวา ตามแนวทางการ
ใชกําลังและระดับความพรอมรบ มีความตองการอะไรบาง หรือกองทัพเรือ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 63
กําหนดความตองการไวอยางไร จากน้นจึงตรวจสอบขีดความสามารถดาน
ั
การสงกําลังบํารุงของกองทัพเรือตามสภาพความเปนจริงในปจจุบัน แลวนํามา
ิ
วิเคราะหเปรียบเทียบ หากเพียงพอแลวก็ดํารงสภาพความพรอม แตถายังมีส่ง
ใดขาดก็นํามาเติมใหเต็ม และตองทําทั้งระบบของการเติมเต็มสิ่งของที่ยังขาด
ู
ื
อย เพ่อใหสามารถดํารงสภาพความพรอมในการปฏิบัติการของกําลังทางเรือ
ื
ไดอยางตอเน่อง หรือหากจะกลาวอยางเปนภาษาทางการก็คือ การหาแนวทาง
การพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง สนันสนุนกําลังทางเรือตาม
แนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ โดยผูเขียนไดนํา
เสนอเนื้อหาเรียบเรียงประเด็นตามลําดับดังนี้
ความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ
ั
ข้นตอนแรกตองทราบใหไดกอนวา แนวทางการใชกําลังและระดับ
ั
ี
ความพรอมรบท่กองทัพเรือกําหนดน้น ตองใชกําลังทางเรือประเภทใดบาง
จํานวนเทาใด และท่ปฏิบัติการอยในพ้นท่ใด รวมถึงความตองการดานการ
ู
ี
ื
ี
ั
่
ึ
ํ
ั
สงกําลงบารงท่กองทัพเรือคาดหวงไวเปนอยางไร ซงจากการคนควาพบแหลง
ี
ุ
ู
ขอมูลสําหรับการตอบคําถามขางตน ซ่งผเขียนใชเปนกรอบการศึกษาและ
ึ
วิเคราะห ดังแสดงในแผนภาพที่ ๑ สรุปไดดังนี้
ภาพที่ ๑ กรอบการศึกษาและวิเคราะหความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ
ที่มา : ผูเขียน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
64
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
๑. ยุทธศาสตรกองทัพเรือ ๑
ไดกําหนดโครงสรางกําลังทางเรือที่ตองการในอีก ๒๐ ปขางหนา ตอง
มีขีดความสามารถในการตอบสนองวัตถุประสงคเฉพาะทางเรือ โดยเฉพาะการ
ปองกันราชอาณาจักรและรักษาสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย
ึ
ั
ุ
่
และการคมครองและรกษาเสนทางคมนาคมทางทะเลของไทย ซงเปนภารกิจ
หลักสําคัญท่สุดของกองทัพเรือและไมมีหนวยงานหรือองคกรใดในประเทศ
ี
ื
่
ี
ึ
ํ
ํ
ํ
ั
ิ
สามารถดาเนนการแทนได จงกาหนดกาลงทางเรอทตองการ ประกอบดวย
เรือดํานํ้า เรือฟริเกตสมรรถนะสูง เรือตรวจการณระยะไกลฝง เรือตรวจการณ
ึ
ระยะปานกลาง เรือตรวจการณระยะใกลฝง เรือเอนกประสงคยกพลข้นบก
ื
ื
ิ
ขนาดใหญ เรอระบายพลขนาดใหญ เรอตอตานทนระเบด เปนตน นอกจาก
ุ
น้ ยังกําหนดโครงสรางระบบสนับสนุน ดานการฐานทัพ ทาเรือ และการสง
ี
กําลังบํารุง เพ่อใหสามารถสนับสนุนการปฏิบัติการของหนวยกําลังตาง ๆ
ื
ั
ํ
ํ
ุ
ื
ุ
ั
ื
ํ
ั
กองทพเรอกาหนดใหพฒนาฐานทพ ทาเรอ และการสงกาลงบารงใหครอบคลม
ั
พื้นที่ปฏิบัติการทั้งอาวไทยและทะเลอันดามัน โดยไดกําหนดให ฐานทัพเรือสัตหีบ
ฐานทัพเรือสงขลา และฐานทัพเรือพังงาเปนฐานทัพเรือหลักของกองทัพเรือ
และกําหนดใหมีฐานสงกําลังบํารุงสวนหนาสนับสนุนการปฏิบัติการของ
กําลังทางเรือ เพื่อลดเวลาและคาใชจายในการเดินทางเขาพื้นที่ปฏิบัติการ
๒. แนวทางการใชกําลัง พ.ศ.๒๕๖๓
ในหัวขอนี้จะทําใหทราบรูปแบบการปฏิบัติการ ท้งในภาวะปกติ ภาวะ
ั
ื
ขัดแยง ตอเน่องไปจนถึงภาวะสงคราม รวมถึงแนวทางการเคล่อนยายกําลัง
ื
ทางเรือเขาไปยังพื้นที่ปฏิบัติการ กรณีเกิดความขัดแยงในพื้นที่ตาง ๆ ตรงจุด
น้จะทําใหเห็นภาพวาจะตองเตรียมการสนับสนุนกําลังทางเรืออยางไร และ
ี
ท่ไหน โดยในยามปกติ กําลังทางเรือจะปฏิบัติการอยในพ้นท่ของทัพเรือภาค
ี
ี
ื
ู
ิ
ั
ิ
ิ
ั
ั
ใชปฏบตภารกจการปองกนประเทศ รักษาเสนทางคมนาคมทางทะเล รกษา
ผลประโยชนของชาติทางทะเล และกิจอ่น ๆ โดยมีทัพเรือภาคเปนหนวยรับ
ื
ผิดชอบ ภายใตแนวความคิดการบังคับบัญชาเปนพ้นท่ (Area Command
ี
ื
Concept) ทั้งนี้ กําลังทางเรือตองมีขีดความสามารถเพียงพอในการเผชิญกับ
ภัยคุกคามทางทหารไดจนถึงความขัดแยงระดับตํา คร้นเม่อเกิดสถานการณ
ื
ั
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 65
ั
ฉุกเฉินหรือสถานการณวิกฤติท่สงผลตอความม่นคงของประเทศ กองทัพเรือจะ
ี
ประกาศวัน ว. (วันวิกฤติ) เพื่อเตรียมกําลังและสวนสนับสนุนตาง ๆ พรอมทั้ง
ี
ื
เพ่มเติมกําลังใหกับทัพเรือภาคในการปองกันพ้นท่และรักษาเสนทางคมนาคม
ิ
ั
ิ
่
ื
ี
ํ
ั
ุ
ี
ิ
ิ
ทางทะเลในพ้นทรบผดชอบ และเตรยมปฏบัตการสาหรบการควบคมทะเล การ
ปฏิเสธการใชทะเล การรักษาเสนทางคมนาคมทางทะเล และการปองกันพื้นที่
ื
ี
ั
ั
สําคัญในพ้นท่ปฏิบัติการ พรอมท้งจัดต้งหนวยกําลังเฉพาะกิจเพ่อปฏิบัติการ
ื
เชิงรุก และสรางผลกระทบในระดับยุทธศาสตรในการปองปราม เพิ่มเสรีภาพ
ในการปฏิบัติของฝายเรา จํากัดเสรีในการปฏิบัติของฝายตรงขาม ตั้งแตระยะ
ื
เร่มตนของความขัดแยงตอเน่องไปจนถึงข้นการปองกันประเทศ โดยเดินทาง
ิ
ั
ี
ู
ไปยังพ้นท่ท่เกิดสถานการณ และวางกําลังอยดานนอกในตําบลท่แรกยุทธท่ม ี
ี
ี
ี
ื
ความไดเปรียบ
สําหรับการสงกําลังบํารุงน้น กําลังทางเรือจะรับการสนับสนุนจาก
ั
ฐานทัพและทาเรือในพ้นท่ปฏิบัติการ สวนการรับการสงกําลังบํารุงของหนวย
ื
ี
กําลังเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกลจะรับการสนับสนุนจากฐานทัพเรือสัตหีบ
ในชวงกอนออกปฏิบัติการ และภายหลังจากทางเขาพื้นที่วางกําลังแลว จะรับ
ั
ั
่
ั
ั
ื
ุ
ี
การสนบสนนการสงกําลงบํารงดวยระบบสนบสนุนเคล่อนท และระบบฐานทพ
ุ
ี
ื
ี
ในพ้นท่ท่ปฏิบัติการ จึงไดกําหนดแนวคิดการพัฒนาขีดความสามารถตามระบบ
ิ
่
ุ
ุ
การสงกําลังบํารุงของกองทัพเรือ ไดแก ระบบคลังพัสด โดยมงเนนการเพม
ั
ระดับสะสมส่งอุปกรณใหเพียงพอต้งแตในข้นปกติ ระบบฐานทัพ โดยมงเนน
ุ
ิ
ั
ื
การพัฒนาโครงสรางพ้นฐานและส่งอํานวยความสะดวกรองรับการสนับสนุน
ิ
ใหแกกําลังเรือผิวนํา ท้งน้ กองทัพเรือยังไดกําหนดใหสรางฐานทัพ ทาเรือ
ี
ั
แหงใหมดานฝงอันดามันอีกจํานวน ๑ แหง ใหมีขีดความสามารถในการสงกําลังบํารุง
ใหกับเรือดํานําและเรือฟริเกตสมรรถนะสูง และระบบสนับสนุนเคล่อนท่ ี
ื
โดยมุงเนนการใชเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญ เรือนํามัน และเรือนํา สนับสนุน
การสงกําลังบํารุงใหแกกําลังทางเรือในทะเล ตามวงรอบการสงกําลัง
๓. ระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ ๓
๓.๑ กองทัพเรือกําหนดระดับความพรอมรบของกองทัพเรือเปน ๔ ระดับ
ุ
ั
และใชหมายเลขแสดงระดบ พ.๑ - พ.๔ เรยงลาดบตามความรนแรงของ
ี
ั
ํ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
66
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
สถานการณตั้งแตขั้นปกติ จนถึงขั้นปองกันประเทศ ทั้งนี้ ในแตละระดับความ
ื
พรอมรบกองทัพเรือไดระบุประเภทและจํานวนกําลังทางเรือในแตละพ้นท ่ ี
ปฏิบัติการ ดังนี้
๓.๑.๑ กําลังเรือผิวนํา ระดับ พ.๑ จัดกําลังทางเรือ เพื่อเปนเครื่อง
มือของรัฐสนับสนุนการเจรจาระหวางประเทศได โดยเปนการเตรียมกําลังใหม ี
ื
ขีดความสามารถตอบสนองวัตถุประสงคเฉพาะทางเรือ เพ่อปองกัน
ราชอาณาจักรและรักษาสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย และ
ื
ุ
เพ่อคมครองและรักษาเสนทางคมนาคมทางทะเลของไทย กําลังทางเรือตาม
ื
พ้นท่ปฏิบัติการ ประกอบดวย เรือตรวจการณระยะไกลฝง เรือตรวจการณ
ี
ระยะปานกลาง เรือตรวจการณระยะใกลฝง และเรือระบายพลขนาดใหญ
โดยมีจํานวนเรือแตละประเภทใกลเคียงกับแนวทางท่กองทัพเรืออนุมัติจัดเรือ
ี
ไปปฏิบัติราชการในทัพเรือภาคที่ ๑ – ๓
๓.๑.๒ กําลังเรือผิวนํา ระดับ พ.๒ เปนการจัดกําลังเรือใหมีขีดความ
ื
สามารถปฏิบัติภารกิจควบคุมทะเล ปฏิเสธการใชทะเลของฝายตรงขามในพ้นท ี ่
และเวลาท่ตองการ รักษาเสนทางคมนาคมทางทะเลและปองกันฐานทัพ ทาเรือ
ี
ี
ํ
ิ
่
ั
ี
ั
ี
ื
และพนท่สาคัญทางบกและทางทะเลท่ไดรบมอบหมาย มการเพมเติมกําลงทาง
้
ื
ื
เรอประเภทเรอตรวจการณระยะไกลฝง เรือตรวจการณระยะปานกลาง และ
เรือตรวจการณระยะใกลฝง ใหแกทัพเรือภาค และจัดตั้งกําลังกองเรือเฉพาะกิจ
ุ
ปฏิบัติการระยะไกล ประกอบดวย กําลังกองเรือเฉพาะกิจโจมตีและคมกัน
และกําลังกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการยุทธสะเทินนําสะเทินบก รวมถึงเรือ
ื
สงกําลังบํารุงในระบบสนับสนุนเคล่อนท่ ไปปฏิบัติการในพ้นท่ท่เกิดสถานการณ
ื
ี
ี
ี
วิกฤติ ทั้งนี้ ถือวากําลังรบในระดับ พ.๒ เปนการใชกําลังเรือผิวนําหลักทั้งหมด
ั
ั
ของกองทัพเรือในการปฏิบัติการต้งแตข้นสถานการณวิกฤติ ตอเน่องไปจนถึง
ื
ขั้นแผนปองกันประเทศขั้นตอบโต – ขั้นปองกันประเทศ
๓.๑.๓ กําลังเพิ่มเติมในระดับ พ.๓ เปนการเพิ่มเติมกําลังจากการ
ใชทรัพยากรของหนวยงานภาครัฐ ภายหลังการประกาศวัน ต. (วันเริ่มปฏิบัติ
ตามแผนในขั้นตอบโต)
๓.๑.๔ กําลังเพิ่มเติมในระดับ พ.๔ เปนการเพิ่มเติมกําลังจากการ
ระดมทรัพยากรท้งหมดของประเทศจากท้งหนวยงานท้งภาครัฐ และเอกชน
ั
ั
ั
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 67
ภายหลังการประกาศวัน ร. (วันระดมสรรพกําลัง)
๓.๒ กําหนดหลักเกณฑความพรอมรบดานการสงกําลังบํารุง โดยม ี
ความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ ดังนี้
๓.๒.๑ การรับสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ
ิ
ื
ี
ั
่
ี
่
้
ื
ั
ั
ื
ํ
๓.๒.๑.๑ กาลงทางเรอทปฏบตการในพนททพเรอภาคท ๑
่
ี
ิ
ใหเขารับการสงกําลังบํารุง ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ และฐานสงกําลังบํารุง
ทหารเรือตราด
ี
ื
๓.๒.๑.๒ กําลังทางเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒
ี
ี
ใหเขารับการสงกําลังบํารุง ณ ฐานทัพเรือสงขลา และสถานีเรือสมุย
ื
ี
๓.๒.๑.๓ กําลังทางเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๓
ี
ี
ใหเขารับการสงกําลังบํารุง ณ ฐานทัพเรือพังงา สถานีเรือละงู สถานีเรือระนอง
และฐานทัพเรือแหงใหมในอนาคต
๓.๒.๑.๔ กองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกล รับการ
ื
ั
ั
ี
ํ
ั
ั
สงกําลังบํารงคร้งแรกจากฐานทพเรอสตหบ หลังจากน้นใหรับการสงกําลงบารุง
ั
ุ
จากเรือสงกําลังบํารุง และฐานทัพทาเรือในพื้นที่ที่ไปปฏิบัติการ
๓.๒.๒ หลักเกณฑการกําหนดความพรอมรบดานการสงกําลังบํารุง
กอนอ่นผเขียนขอทําความเขาใจกอนวา กองทัพเรือไดกําหนด
ู
ื
ื
จํานวนวันสูงสุดสําหรับการปฏิบัติการรบ เพ่อใหหนวยตาง ๆ เตรียมการสะสม
้
ื
ึ
่
สงอปกรณทจาเปนสาหรบการรบใหแกกาลงทางเรอ ซงตอจากนผเขยนจะเรยก
ี
ี
ี
ู
ิ
ํ
่
ี
ํ
ํ
ั
ั
่
ุ
วา “ระดับอัตราสํารองสงคราม” สวนคําวาอัตราสงครามจะใชกับอมภัณฑ
ซ่งหมายถึงจํานวนอมภัณฑท่กําหนดจายเต็มท่ใหกับเรือเพ่อเตรียมพรอมทํา
ี
ึ
ื
ี
สงคราม โดยกําหนดหลักเกณฑความพรอมรบดานการสงกําลังบํารุงไวดังนี้
ื
๓.๒.๒.๑ ใหกรมพลาธิการทหารเรือ สะสมนํามันเช้อเพลิงและ
หลอลื่น ใหเพียงพอ เพื่อสนับสนุนกําลังทางเรือในระดับอัตราสํารองสงคราม
๓.๒.๒.๒ ใหกรมสรรพาวุธทหารเรือ สะสมอมภัณฑทุกประเภท
เพื่อสนับสนุนกําลังทางเรือ ในระดับอัตราสงคราม และสะสมอมภัณฑรายการ
วิกฤติในระดับที่กําหนดเปนจํานวนเทาของอัตราสงคราม
๓.๒.๒.๓ ใหฐานทัพเรือสงขลา และฐานทัพเรือพังงา สะสม
อมภัณฑตามจํานวนอัตราสงครามของกําลังทางเรือที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
68
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
๓.๒.๒.๔ ดานการฐานทัพ สามารถรองรับการเขาจอดของ
ี
ี
ั
ื
ํ
กําลังเรือผิวน้าท้งหมดท่ปฏิบัติภารกิจในแตละพ้นท่ปฏิบัติการ พรอมการ
สนับสนุนดานการสงนํามันเชื้อเพลิง ไฟฟา นําจืด และอมภัณฑ เปนตน
ี
มาถึง ณ จุดน้ ผอานคงทราบถึงท่มาของประเภทกําลังรบทางเรือ
ี
ู
ตามแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบ รวมถึงความตองการดาน
การสงกําลังบํารุงใหกับกําลังทางเรือดังกลาว แมอาจจะขัดใจในประเด็นของ
จํานวนกําลังทางเรือท่ไมอาจลงลึกในเชิงปริมาณได แตจากขอเท็จจริงจาก
ี
แหลงขอมูลทั้ง ๓ ขอ ที่กลาวมาในขางตน จะทําใหสามารถทราบถึงประเภท
และจํานวนกําลังรบในเชิงปริมาณท่ชัดเจน แตในสวนของความตองการในดาน
ี
การสงกําลังบํารุงจะเปนเพียงแคความตองการในเชิงคุณภาพ ยังไมสามารถนํา
มาใชไดโดยตรง ตองทําการวิเคราะห โดยนําทฤษฎี หลักเกณฑ และหลักการท ่ ี
เกี่ยวของมาใชประกอบการคํานวณในเชิงคณิตศาสตร จึงจะสามารถถอดออก
ู
ึ
มาเปนความตองการดานการสงกําลังบํารุงจะเปนในเชิงปริมาณได ซ่งผเขียน
จะอธิบายในหัวขอถัดไป
การวิเคราะหความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือเชิง
ปริมาณ
ี
เม่อไดประเภทจํานวนเรือ และพื้นท่ปฏิบัติการแลว จะตองดําเนิน
ื
ิ
การวิเคราะหเรือแตละลําวามีความตองการส่งอุปกรณในแตละประเภทอะไรบาง
ั
ุ
ิ
ี
และจํานวนเทาใด ซ่งในหวขอน้จะมงเนนวเคราะหความตองการดานการ
ึ
ี
ี
ิ
สงกําลังบํารุงของส่งอุปกรณท่สําคัญและมีผลช้ขาดตอการปฏิบัติการทางเรือ
่
ํ
ี
ุ
ิ
่
ื
ั
และกองทพเรอไดกาหนดใหเปนรายการสงอปกรณทจาเปนตอการรบเรอ ๔
ื
ํ
ไดแก นํามันเชื้อเพลิง และอมภัณฑรายการวิกฤติ ดังนี้
๑. ความตองการนํามันเช้อเพลิงของกําลังทางเรือ เปนชนิดดีเซลหมุนเร็ว
ื
ไมผสมไบโอดีเซล มีแนวทางในการพิจารณา ดังนี้
๑.๑ เอกสารประกอบการหาความตองการเชิงปริมาณของนํามัน
เชื้อเพลิง
๑.๑.๑ บันทึกขอความ กองเรือยุทธการ ลับ ดวน ท่ ี
ี
๓๐๑/๒๕๖๒ ลงวันท่ ๓๐ พ.ค.๖๒ เร่อง ขออนุมัติอัตราความหมดเปลือง
ื
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 69
ของเรือ และอากาศยาน ซึ่งกําหนดไวใชในการจัดทําแผนปฏิบัติราชการ
๑.๑.๒ เอกสารประจําภาคของ นาวาเอก อภิชาติ โชไชย
ี
ื
ื
ุ
นักศึกษาวิทยาลัยการทัพเรือ รนท่ ๔๘ เร่อง การเตรียมความพรอมนํามันเช้อเพลิง
ื
ี
เพ่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือในพ้นท่อาวไทย และอันดามัน บทท่ ๓
ื
ี
หัวขอ หลักการใชเรือผิวนําของกองทัพเรือ โดยใชหลักการคิดท่ไดขอยุติจากการ
ี
ุ
ุ
ํ
ื
ื
ั
ประชุมรวมระหวางกรมยทธการทหารเรือ กรมสงกาลงบํารงทหารเรอ กองเรอ
ยุทธการ และหนวยเทคนิคของกองทัพเรือที่เกี่ยวของ
๑.๒ หลักการคิดปริมาณความตองการนํามันดีเซลหมุนเร็วของเรือ
แตละลํา โดยจะคํานวณอัตราความสิ้นเปลืองการใชนํ้ามันเชื้อเพลิงจากชั่วโมง
การใชงานเครื่องจักรใหญ และเครื่องไฟฟาของเรือแตละลําใน ๑ วัน ซึ่งเมื่อได
อัตราความสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงใน ๑ วัน ใหนําไปคูณกับจํานวนวันสูงสุด
ที่กองทัพเรือกําหนดไวสําหรับปฏิบัติการรบ ก็จะไดระดับอัตราสํารองสงคราม
ของเรือแตละลํา โดยสามารถเขียนเปนสูตรทางคณิตศาสตรไดดังนี้
V t = [(Cs x Ts) + (Cm x Tm) + (Ce x Te)] x D
โดย Vt คือ ระดับอัตราสํารองสงครามของเรือแตละลํา (ลิตร)
ี
Cs คอ อัตราความหมดเปลืองของเรือท่ความเร็วมัธยัสถ (ลิตร/ช่วโมง)
ั
ื
ี
Cm คอ อัตราความหมดเปลืองของเรือท่ความเร็วสูงสุด (ลิตร/ช่วโมง)
ั
ื
Ce คือ อัตราความหมดเปลืองของเครื่องไฟฟาเรือ (ลิตร/ชั่วโมง)
Ts คือ เ วลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วมัธยัสถใ น ๑ วัน (ชั่วโมง)
Tm คือ เวลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วสูงสุดใน ๑ วัน (ชั่วโมง)
Te คือ เวลาที่ใชเดินเครื่องไฟฟาเรือใน ๑ วัน (ชั่วโมง)
D คือ จํานวนวันสูงสุดที่กองทัพเรือไดกําหนดไวสําหรับการปฏิบัติ
การรบ (วัน)
ื
เม่อนําระดับอัตราสํารองสงครามของเรือแตละลํา (Vt) มารวมกัน
ื
โดยจําแนกตามพ้นท่ปฏิบัติการของทัพเรือภาค เราจะไดปริมาณความตองการ
ี
นํามันเช้อเพลิงเชิงปริมาณท่ตองการในแตละพ้นท่ สําหรับกองเรือเฉพาะกิจ
ื
ี
ื
ี
ปฏิบัติการระยะไกลก็คํานวณในลักษณะเดียวกัน โดยเม่อเกิดสถานการณวิกฤต ิ
ื
ี
แลวกําลังกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกลเขาไปปฏิบัติการในพ้นท่ใด
ื
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
70
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ก็ใหนําไปรวมกับความตองการนํามันเชื้อเพลิงในพื้นที่นั้น ๆ ทั้งนี้ คาที่ไดจาก
ื
การคํานวณจะเปนคาประมาณการในเบ้องตน ในการคํานวณในลักษณะเชน
นี้ ความถูกตองจะขึ้นอยูกับตัวแปรคาเวลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วมัธยัสถ (Ts) และ
เวลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วสูงสุด (Tm) ใน ๑ วัน ดังนั้น ในประเด็นนี้กองทัพเรือจึง
ควรบันทึกและวิเคราะหหลักการใชเรือของกองทัพเรือ เพ่อนํามาเปนฐานขอมูล
ื
ึ
การใชกําลังทางเรือและการสนับสนุนดานการสงกําลังบํารุง ซ่งสามารถใชไดท้ง
ั
ในการเก็บขอมูลในสถานการณปกติ และโดยเฉพาะในยามที่เกิดสภาวะวิกฤติ
ี
ี
ท่ควรเก็บขอมูลจากในชวงการฝกกองทัพเรือหรือการฝกท่สมมติเหตุการณใหใช
กําลังทางเรือเขาแกไขปญหาในสถานการณวิกฤติหรือสถานการณรบ เน่องจาก
ื
จะใหคาใกลเคียงกับความเปนไปไดมากที่สุด
๑.๓ เมื่อไดจํานวนปริมาณนํามันเชื้อเพลิงในแตละพื้นที่แลว มิใช
ี
หมายความวางานดานการสงกําลังบํารุงจะจบเพียงแคน้ จําเปนตองเตรียม
“ภาชนะ” รองรับปริมาณดังกลาว หรือท่เรียกวาคลังเช้อเพลิงใหเพียงพอตอ
ื
ี
ปริมาณนํามันเช้อเพลิงดังกลาวขางตน ซ่งจะตองนําไปเปรียบเทียบกับขีดความ
ื
ึ
สามารถในการสํารองนํามันเช้อเพลิงของคลังเช้อเพลิงในปจจุบันตามแตละ
ื
ื
พื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งจะตองนําไปวิเคราะหเปรียบเทียบในหัวขอถัดไป
๒. ความตองการอมภัณฑรายการวิกฤติ มีแนวทางในการพิจารณา ดังนี้
๒.๑ เอกสารประกอบการหาความตองการเชิงปริมาณ
ั
ํ
๒.๑.๑ บันทึกขอความ กรมสงกาลังบํารงทหารเรือ ลบ ท ี ่
ุ
กห ๐๕๐๖/๙๘ ลงวันที่ ๒๔ พ.ย.๕๓ เรื่อง ขออนุมัติบัญชีและเกณฑสะสมสิ่ง
อุปกรณรายการวิกฤติใหม ซ่งกําหนดหลักเกณฑการคิดระดับสะสมส่งอุปกรณ
ิ
ึ
ิ
รายการวิกฤติของกองทัพเรือ แนวคิดในการใชอาวุธ และบัญชีรายการส่ง
อุปกรณวิกฤติ
๒.๑.๒ บันทึกขอความ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ลับมาก
ที่ ตอ กบ.ทร. เลขรับ ๖๖๑๘/๕๘ ลงวันที่ ๑๘ ส.ค.๕๘ เรื่อง ขออนุมัติแผน
ระดมสรรพกําลังของกองทัพเรือ และบัญชีระดมสรรพกําลังของกองทัพเรือ ซ่ง
ึ
กําหนดบัญชีรายการส่งอุปกรณท่จําเปนตอการรบ และระดับสะสมอัตราสํารอง
ิ
ี
สงครามของสิ่งอุปกรณรายการวิกฤติ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 71
๒.๒ หลักการคิดระดับสะสมอมภัณฑรายการวิกฤติของเรือแตละลํา
กอนอ่นตองจําแนกใหไดวาเรือแตละลํามีอาวุธอะไรบาง อาวุธแตละชนิดใช
ื
ึ
่
ั
ี
ี
ั
อมภณฑประเภทใด และมอัตราสงครามจํานวนเทาใด ซงผลผลิตท่ได คือ อตรา
ั
ื
ํ
ั
ึ
สงครามตามประเภทอมภัณฑของเรอแตละลํา จากน้นจงนาอตราสงคราม
ของอมภัณฑแตละชนิดของเรือทุกลํามารวมกัน จะไดระดับอัตราสงครามของ
อมภัณฑแตละประเภท โดยสามารถเขียนเปนสูตรทางคณิตศาสตรไดดังนี้
A = A + A + … + A
t 1 2 n
B = B + B + … + B
t 1 2 n
C = C + C + … + C
t 1 2 n
โดย A, B, C, …คือ ระดับอัตราสงครามรวมของอมภัณฑ A, B, C, …
t
t
t
A , B , C , …คือ อัตราสงครามของอมภัณฑ A, B, C, … ของเรือลําที่ ๑
1
1
1
A , B , C , …คือ อัตราสงครามของอมภัณฑ A, B, C, … ของเรือลําที่ ๒
2
2
2
A , B , C , …คือ อัตราสงครามของอมภัณฑ A, B, C, … ของเรือลําที่ n
n n n
ี
สําหรับอมภัณฑรายการวิกฤติท่กําหนดระดับสะสมในระดับ N เทา
ของอัตราสงคราม ใหนําคาตัวเลข N ไปคูณกับระดับอัตราสงครามของอมภัณฑ
รายการวิกฤติแตละประเภท ก็จะไดระดับอัตราสะสมที่ตองการ
๒.๓ เชนเดียวกันกับนํามันเชื้อเพลิง เมื่อไดจํานวนระดับสะสมสํารอง
สงครามของอมภัณฑ ตองตรวจสอบวาตองเตรียมคลังอมภัณฑสําหรับจัดเก็บ
ี
ั
ี
ี
ั
ึ
ํ
ํ
จานวนเทาใด แลวจงนาไปเปรยบเทยบกบขดความสามารถของคลังอมภณฑใน
ปจจบันวา สามารถรองรบระดับสะสมสํารองสงครามตามทกองทัพเรอกาหนด
ํ
ื
ี
่
ุ
ั
ไวหรือไม ซึ่งจะตองนําไปวิเคราะหเปรียบเทียบในหัวขอถัดไป
ขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุงของกองทัพเรือในปจจุบัน
ระบบการสงกําลังบํารุงเพ่อสนับสนุนกําลังทางเรือของกองทัพเรือในปจจุบัน
ื
ประกอบดวย ระบบคลังพัสดุ ระบบฐานทัพ และระบบสนับสนุนเคล่อนท่ ี
ื
โ ดยมีลักษณะของความสัมพันธของระบบ คือ ระบบคลังพัสดุจะทําหนาท ี ่
ิ
จัดหาและแจกจายส่งอุปกรณใหแกคลังสาขา และคลังยอย ซ่งฐานทัพเรือ
ึ
ี
หลักจะทําหนาท่เปนคลังสาขา และฐานสงกําลังบํารุงสวนหนาจะทําหนาท ่ ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
72
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
คลังยอย ระบบฐานทัพจึงทําหนาที่เปนตัวเชื่อมตอในการสงสิ่งอุปกรณตาง ๆ
ใหแกกําลังทางเรือที่มาจอดรับการสงกําลังบํารุง สวนระบบสนับสนุนเคลื่อนที่
ก็ทําหนาที่คลายกับฐานทัพเรือ คือ รับสิ่งอุปกรณจากคลังใหญหรือคลังสาขา
ิ
ํ
ื
ั
่
ี
ํ
ี
แตจะมาสงใหแกกาลงทางเรือในพ้นทปฏิบตการตามตาบลทท่นัดหมาย
ั
ี
่
โดยมีรายละเอียดดังนี้
ุ
๑.ขีดความสามารถดานระบบคลังพัสด ซ่งในหัวขอน้จะมงเนนตรวจสอบ
ี
ุ
ึ
ี
ี
ิ
ขีดความสามารถของคลังเก็บส่งอุปกรณท่สําคัญและมีผลช้ขาดตอการปฏิบัติการ
่
ื
ทางเรอ และกองทัพเรอไดกาหนดใหเปนรายการสงอุปกรณท่จําเปนตอการรบ
ี
ิ
ื
ํ
ไดแก คลังเชื้อเพลิง และคลังจัดเก็บอมภัณฑรายการวิกฤติ ทั้งนี้ มีประเด็นที่
ไมสามารถระบรายละเอยดขอมลทมความสาคญทางยทธการลงในบทความน ี ้
ุ
ํ
ุ
ี
ั
ี
ี
่
ู
ได โดยจะใชวิธีการเปรียบเทียบความเพียงพอในหัวขอถัดไป สําหรับขอมูลท ่ ี
พอจะระบุได มีดังนี้
๑.๑ คลังเชื้อเพลิง แบงพื้นที่ใหการสนับสนุนกําลังทางเรือ ดังนี้
ื
ื
๑.๑.๑ พ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๑ ไดแก คลังเช้อเพลิงจุกเสม็ด คลังเช้อเพลิง
ี
ี
ื
สัตหีบ คลังเชื้อเพลิงกรุงเทพ และคลังเชื้อเพลิงฐานสงกําลังบํารุงตราด
ื
๑.๑.๒ พ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒ ไดแก คลังเช้อเพลิงกองพลาธิการ
ี
ี
ื
ฐานทัพเรือสงขลา และ สถานีบริการ สถานีเรือสมุย
ี
ี
ื
๑.๑.๓ พ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๓ ไดแก คลังเช้อเพลิงกองพลาธิการ
ื
ฐานทัพเรือพังงา และสถานีบริการ สถานีเรือละงู
ที่มา : http://www.merteh.lv/eh/pdf/TI408VEN.PDF
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 73
๑.๒ คลังจัดเก็บอมภัณฑรายการวิกฤติ ประกอบดวย คลังลูกปนใหญ
คลังอาวุธปลอยนําวิถี และคลังตอรปโด เปนตน โดยในการจัดเก็บอมภัณฑมี
หลักในการพิจารณา คือ ปริมาตรบรรจุภัณฑขอ งอมภัณฑเมื่อรวมกันแลวตอง
ไมเกินปริมาตรสุทธิในการจัดเก็บของคลังอมภัณฑ และนําหนักดินระเบิดรวม
ของอมภัณฑที่จัดเก็บตองไมเกินที่กรมสรรพาวุธกําหนด ทั้งนี้ สามารถจําแนก
ประเภทคลังไดดังนี้
๑.๒.๑ คลังมาตรฐาน ขนาด ๑๒ x ๒๔ x ๔ เมตร
๑.๒.๒ คลังจัดเก็บ Fuze และ Primer ขนาด ๔ x ๖ x ๔ เมตร
๑.๒.๓ คลังคลุมดวยดิน (Earth Cover Magazine) ติดตั้งเครื่อง
ควบคุมอุณหภูมิ
ที่มา : https://d3i71xaburhd42.cloudfront.net/1117b2d9c0e4
c13166df732d624f69f1a1458ed0/ 11-Figure1-1.png
ที่มา : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Flickr_-_Israel_Defense_
Forces_-_Confi scated_Ammunition_in_Warehouse.jpg
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
74
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
๒. ขีดความสามารถดานระบบฐานทัพ
ที่มา : https://www.navyrecognition.com/images/stories/news/2017/
march/Jetty_for_New_Royal_Navy_Aircraft_Carriers_Ready_at_Ports-
mouth_Naval_Base_2.jpg
๒.๑ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๕
๒.๑.๑ ทาเรือนําลึกจุกเสม็ด มีทาเทียบเรือ ๓ ดาน ความยาว
รวม ๑,๐๒๐ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือขนาดใหญที่กินนําลึกไมเกิน
๙ เมตร มีระบบไฟฟาและนําจืด แตไม มีระบบจายนํามันเชื้อเพลิง
๒.๑.๒ ทาเรือแหลมเทียน มีความยาวหนาทาสําหรับจอดเรือ
ี
ี
ประมาณ ๒,๓๗๔ เมตร สามารถรองรับการจอดเรอท่มระวางขับนาไมเกน
ิ
ํ
ื
๖,๒๐๐ ตัน และกินนําลึกไมเกิน ๗ เมตร มีระบบไฟฟาและนําจืด สําหรับจาย
ใหกับเรือผิวนําตลอดแนวทา มีระบบจายนํามันเช้อเพลิง เฉพาะบางจุด และ
ื
จํากัดปริมาณการจายนํามัน
๒.๑.๓ ทาเทียบเรือนํามัน POL. PIER (PETROLEUM OIL
ื
LUBRICATION) ลักษณะทาเรือ เปนทาสําหรับเทียบเรือรับ – สง นํามันเช้อเพลิง
ความยาวทาเทียบ ๖๖ เมตร ความยาวรวมดอลฟล ๒๘๖ เมตร สามารถใหเรือ
ที่มีระวางขับนําไมเกิน ๒๐,๐๐๐ ตัน และกินนําลึกไมเกิน ๑๐ เมตร
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 75
๒.๒ ฐานทัพเรือสงขลา ลักษณะทาเรือเปนรูปตัวที จํานวน ๒ ทา
๖
และมีหลักผูกเรือ จํานวน ๓ หลัก ความยาวรวม ๓๗๖.๙ เมตร สามารถรองรับ
ั
การจอดเรือต้งแตเรือตรวจการณระยะไกลฝงลงมา และกินนําลึกไมเกิน ๓ เมตร
มีระบบไฟฟา นําจืด และระบบจายนํามันเชื้อเพลิงตลอดแนวทา
๒.๓ ฐานทัพเรือพังงา ลักษณะทาเรือเปนรูปตัวแอล ความยาว
๗
ื
หนาทา ๒๐๐ เมตร มีหลักเทียบเรือ จํานวน ๒ หลัก เช่อมตอกับทาเรือ
ี
ความยาว ๕๔ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือท่มีระวางขับนําไมเกิน
๔,๕๐๐ ตัน และกินนําลึกไมเกิน ๖ เมตร มีระบบไฟฟา นําจืด และระบบจายนํามัน
เชื้อเพลิงตลอดแนวทา
๘
๒.๔ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ลักษณะทาเรือเปนรูป
คลายตัวที ความยาวหนาทา รวมหลักเทียบเรือ ๑๔๕ เมตร สามารถรองรับการ
ี
จอดเรือท่มีระวางขับนําไมเกิน ๕๕๐ ตัน กินนําลึกไมเกิน ๓ เมตร มีระบบไฟฟา
นําจืด และระบบจายนํามันเชื้อเพลิงบริเวณทาเรือ
๙
๒.๕ สถานีเรือสมุย ลักษณะทาเรือคลายรูปตัวที ความยาวหนาทา
๕๒ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือตรวจการณระยะใกลฝง และเรือระบายพล
ขนาดใหญ ท่กินนําลึกไมเกิน ๔ เมตร มีระบบไฟฟา นําจืด และระบบจายนํามัน
ี
เชื้อเพลิงบริเวณทาเรือ
๑๐
๒.๖ สถานีเรือละงู ลักษณะทาเรือคลายรูปตัวที ความยาวหนา
ทา ๓๒.๘๒ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือตรวจการณระยะใกลฝง และเรือ
ระบายพลขนาดใหญ ที่กินนําลึกไมเกิน ๔.๕ เมตร มีระบบไฟฟา นําจืด และ
ระบบจายนํามันเชื้อเพลิงบริเวณทาเรือ
๑๑
๒.๗ สถานีเรือระนอง มีลักษณะเปนหลักเทียบเรือ จํานวน ๒ หลัก
ตอจากปลายทาเรือระนอง มีสะพานทางเดินเช่อมระหวางทาและหลักเทียบเรือ
ื
ั
ความยาวหนาทา ๖๒.๕ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือต้งแตเรือตรวจการณ
ระยะปานกลางเขาเทียบได และกินนําลึกไมเกิน ๗ เมตร มีระบบไฟฟาและนําจืด
แตไมมีระบบจายนํามันเชื้อเพลิง
๓. ขีดความสามารถดานระบบสนับสนุนเคลื่อนที่
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
76
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ที่มา : http://en.people.cn/NMediaFile/2019/0211/FOR-
EIGN201902111328000305354460999.jpg
กองทัพเรือใชเรือสงกําลังบํารุงเปนระบบสนับสนุนเคล่อนท่ โดย
ี
ื
เรือที่สามารถรับ - สงสิ่งอุปกรณที่จําเปนสําหรับการรบ แบงเปน ๒ ประเภท
คือ เรือสงกําลังบํารุงรวม และเรือบรรทุกนํามันเชื้อเพลิง โดยมีรายละเอียดดัง
แสดงในตารางที่ ๑
ตารางที่ ๑ ขีดความสามารถเรือสงกําลังบํารุงในระบบสนับสนุนเคลื่อนที่
ที่มา : กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 77
โดยสรุปในประเด็นหัวขอขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง
ู
ของกองทัพเรือในปจจุบัน ผเขียนไดดําเนินการศึกษาและวิเคราะหจนไดขอมูล
ู
ี
ั
ี
เปนท่เรียบรอยแลว ท้งน้ ผเขียนจะขอ “ลักไก” โดยใชวิธีสรุปในเชิงเปรียบเทียบ
ความเพียงพอในหัวขอถัดไป
วิเคราะหเปรียบเทียบความเพียงพอ
ในหัวขอนี้ผูเขียนไดนําหัวขอ “ความตองการดานการสงกําลังบํารุง
ี
ั
ี
ของกองทัพเรือ” มาวเคราะหเปรยบเทยบกบ “ขีดความสามารถดานการ
ิ
ื
ั
ั
ํ
ํ
ี
ื
ึ
สงกาลงบารงของกองทพเรอในปจจบน” เพ่อดูความเหล่อมลําท่เกิดข้น
ื
ุ
ุ
ั
ผลจากการเปรียบเทียบ สรุปไดดังนี้
๑. ระบบคลังพัสดุ
ี
๑.๑ นํามันดีเซลหมุนเร็ว มียอดคงเหลือเฉล่ยในแตละเดือนของ
ปงบประมาณ ๒๕๖๔ มีปริมาณระดับสะสมไมถึงรอยละ ๗ ของระดับอัตรา
่
ู
ี
ึ
สํารองสงคราม ซ่งอยในเกณฑทตํามาก และการสํารองนํามันดีเซลสนับสนุน
ี
ื
ื
ื
ี
หนวยเรือของคลังเช้อเพลิง (ถังเก็บนํามันเช้อเพลิง) ในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒
และทัพเรือภาคที่ ๓ ยังไมเพียงพอตอการสนับสนุนกําลังทางเรือที่ปฏิบัติการ
อยูในพื้นที่ สวนในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๑ แมจะมีขีดความสามารถในการสํารอง
นํามันเช้อเพลิงอยางเพียงพอ แตหากมองเจาะลงไปท่คลังเช้อเพลิงสัตหีบ
ี
ื
ื
(ทาเรือแหลมเทียน) จะพบวาขีดความสามารถในการสํารองนํามันเช้อเพลิงนอย
ื
มากเมื่อเทียบกับจํานวนกําลังทางเรือที่ตองใหการสนับสนุน โดยในอดีตเคยมี
บทเรียนจากกรณีปญหาความขัดแยงกับประเทศกัมพูชาเม่อป พ.ศ.๒๕๕๔
ื
ื
ึ
ในการจัดเตรียมกําลังทางเรือจํานวนหน่ง เพ่อสนับสนุนการปฏิบัติการ
ี
ื
ี
ทางทหารบริเวณพ้นท่ชายแดนจังหวัดตราด เรือท่จัดเตรียมไวตองใชเวลารับ
นํามันเชื้อเพลิงเกินกวา ๒๔ ชั่วโมง โดยตองระดมรถบรรทุกนํามันจํานวนมาก
ื
ั
ลําเลียงนํามันเช้อเพลิงจากคลังของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) อีกท้งยังสราง
ความวุนวายในบริเวณฐานทัพเรือสัตหีบดวย
๑.๒ อมภัณฑรายการวิกฤติ ประสบปญหาความขาดแคลน โดย
มีปริมาณสะสมตํากวาระดับอัตราสํารองสงครามและมีสภาพความพรอมรบอย ู
ในเกณฑตํามาก ประกอบกับ เปนรายการที่จัดซื้อไดยาก มีราคาแพง และใช
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
78
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ระยะเวลาสงมอบนาน หากไมรีบดําเนินการแกไข จะกอปญหาเพิ่มมากขึ้นอีก
ั
ี
ในอนาคต นอกจากน้ ท้งรายการและจํานวนของรายการส่งอุปกรณรายการ
ิ
ั
ี
ึ
วิกฤติท่ถูกกําหนดข้นมาต้งแตป ๒๕๕๘ ยังไมไดรับการปรับปรุงใหเปนปจจุบัน
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอาวุธและยุทโธปกรณของกองทัพเรือ
๑.๓ ในระบบคลังสาขา ฐานทัพเรือสงขลาไมมีคลังอมภัณฑที่
เหมาะสมสําหรับจัดเก็บอมภัณฑสนับสนุนหนวยเรือในระดับอัตราสงคราม
ของกองเรือ ตามหลักเกณฑการกําหนดความพรอมรบ สวนฐานทัพเรือพังงา
ี
ถึงแมจะมีคลังมาตรฐานสําหรับจัดเก็บอมภัณฑใหกับเรือท่มาปฏิบัติราชการ
แตก็ยังมีไมเพียงพอตอการสนับสนุนหนวยเรือ ในระดับอัตราสงครามของกองเรือ
๒. ระบบฐานทัพ พบปญหาและขอจํากัด ดังนี้
ั
๒.๑ ปญหาความแออัดในการจอดเรือของฐานทัพเรือหลัก ท้ง ๓ แหง
ื
ี
๒.๒ ขอจํากัดในการจายนํามันเช้อเพลิงท่ฐานทัพเรือสัตหีบ และ
ปญหาเรือผิวนําขนาดใหญไมสามารถรับนํามันเช้อเพลิงบริเวณท่จอดเรือได
ื
ี
เนื่องจากไมมีระบบทอทางและหัวจาย ณ ตําบลที่จอดเรือ
๒.๓ ฐานทัพเรือสงขลา ไมมีความเหมาะสมสําหรับการเปนฐานทัพ
เรือหลัก เน่องจากบริเวณทาเรือมนําต้น มีชองทางเขา – ออกเพียงชองทางเดียว
ื
ื
ี
มีความหนาแนนของการจราจรทางนํา มีการทําประมงประเภทโพงพางบริเวณ
รองนํา ไมมีพ้นท่เพียงพอท่จะขยายส่งอํานวยความสะดวกเม่อมีความตองการ
ื
ิ
ื
ี
ี
ใหม และท่สําคัญคือไมสามารถรองรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเขาจอดเทียบ
ี
ทาเรือเพื่อรับการสงกําลังบํารุงได
๒.๔ ปจจุบันกองทัพเรือมีความพรอมในการสงกําลังบํารุงดานการ
ื
ฐานทัพทางฝงทะเลอันดามันอยในเกณฑระดับตํา เน่องจากมีฐานทัพเรือพังงา
ู
เปนฐานทัพเรือหลักเพียงแหงเดียวในพื้นที่ มีเรือรบขนาดใหญจํานวนหลายลํา
ซึ่งไมสามารถเขารับการสนับสนุนในฐานสงกําลังบํารุงสวนหนาได หรือหากใช
ี
ทาเรือเอกชนก็จะเปนปญหาในการลําเลียงอมภัณฑ ท้งน้ ยังไมรวมถึงกรณีท ่ ี
ั
ตองสนับสนุนกําลังของกองเรือปฏิบัติการระยะไกลกรณีเกิดสถานการณวิกฤต ิ
ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ โดยนอกจากปญหาความแออัดแลว ยังมีขอจํากัดใน
ื
การคงกําลังทางเรือในพ้นท่ และเปนความลอแหลมท่จะถูกขัดขวางการเสริม
ี
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 79
สรางกําลังจากอาวไทยสูฝงทะเลอันดามันเมื่อเกิดสถานการณ
ี
่
ื
ื
๓. ระบบสนับสนุนเคล่อนท พบวาในระบบการสงกําลังบํารุงเคล่อนท ี ่
ของกองทัพเรือ ประกอบดวย เรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญ ๑ ลํา มีความเหมาะสม
สําหรับการสนับสนุนภารกิจของกําลังกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกล
เรือนํามันขนาดใหญ จํานวน ๒ ลํา มีความเหมาะสําหรับการสนับสนุนภารกิจ
ของฐานทัพเรือสงขลา และฐานทัพเรือพังงาน้น นอกจากการสนับสนุนกําลัง
ั
ื
ั
ื
ี
ื
ื
ทางเรอไดโดยตรงแลว หากเรอประเภทดงกลาวการเคล่อนยายไปยังพ้นท่วกฤต ิ
ิ
ยังสามารถใชเปนแหลงสํารองนํามันเช้อเพลิงทําใหระดับการสํารองนํามันเช้อเพลิง
ื
ื
ในพ้นท่เพ่มข้นดวย อยางไรก็ดี เน่องจากจํานวนเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญ
ิ
ี
ึ
ื
ื
และเรือนํามันขนาดใหญท่มีอย ไมไดถูกสํารองเพ่อเตรียมการรองรับในกรณ ี
ู
ี
ื
ี
ี
ท่ตองเขารับการซอมทํา หรือกรณีการเกิดความขัดแยงท่ตองแบงกําลังออก
ี
ื
ปฏิบัติการในพ้นท่อาวไทยและอันดามันพรอมกัน อาจเกิดปญหาการสนับสนุน
การสงกําลังบํารุงได
แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง
สําหรับแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง
นั้น ไดนําหลักการสงกําลังบํารุง ซึ่งประกอบดวย การตอบสนองความตองการ
ั
ี
่
ความงาย ความออนตัว ความประหยด ความเพยงพอ ความตอเนือง และ
ความปลอดภัย พันธกิจการสงกําลังบํารุง เฉพาะในสวนของการสงกําลัง (การ
กําหนดความตองการ การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจาย และการจําหนาย)
และการฐานทัพ เพ่อตอบสนองความตองการของกองกําลังเพ่อความพรอมรบ
ื
ื
หลักเกณฑดานการสงกําลังบํารุง และนโยบายตาง ๆ ที่เกี่ยวของ รวมถึงศึกษา
ระดับการสะสมสิ่งอุปกรณของกองทัพบกและกองทัพอากาศ มาเปนแนวทาง
ื
สังเคราะห เพ่อใชกําหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลัง
บํารุงสนับสนุนกําลังทางเรือรองรับแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอม
รบของกองทัพเรือที่เหมาะสม สรุปไดดังนี้
๑. ระบบคลังพัสดุ
๑.๑ คลังเชื้อเพลิง
๑.๑.๑ สําหรับปญหาขีดความสามารถในการสํารองนํามัน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
80
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ดีเซลสนับสนุนหนวยเรือของคลังเชื้อเพลิงในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือ
ี
ี
ู
ื
ี
้
ื
ิ
ิ
ั
ั
ี
่
่
ั
ุ
ํ
ํ
่
ภาคท ๓ ยงไมเพยงพอสนบสนนกาลงทางเรอทปฏบตการอยในพนท มีคาถาม
ั
สําคัญ คือ ควรสรางถังเก็บนํามันเช้อเพลิงสําหรับการเก็บสํารองนํามันเช้อเพลิง
ื
ื
หรือไม ถาควรสรางจะสรางขนาดความจุเทาใด ในการพิจารณาประเด็นน้ ี
ี
ไดนําขอมูลการสํารองนํามันดีเซลหมุนเร็วท่ใหแกยานรบของกองทัพบก และ
ิ
ื
ู
ั
ขอมลการสํารองนํามนเช้อเพลงอากาศยาน (JP-8) ของกองทัพอากาศ ปรากฏวา
ี
ื
มีคลังเช้อเพลิงท่ขีดความสามารถสะสมอัตราการสํารองนํามันเช้อเพลิงสูงสุด
ื
มีความจุในการสะสมมากกวา ๒ เทา ของปริมาณที่กําหนดไวใชในภาวะ
สงคราม เพ่อรับประกันความตอเน่องการปฏิบัติการรบ และไมยอมรับความ
ื
ื
เสี่ยงใด ๆ ตอความไมเพียงพอสําหรับความอยูรอดและผลประโยชนของชาติ
ั
ท้งน้สอดคลองกับหลักการสงกําลังบํารุง ดานการตอบสนองความตองการ
ี
ิ
และความเพียงพอ ดังน้นในปญหาน้ กองทัพเรือควรเพ่มขีดความสามารถในการ
ี
ั
ี
ื
่
ื
้
้
ิ
ื
ั
ื
่
ี
ั
ํ
ั
ี
ั
ํ
ุ
สารองนามนดเซลสนบสนนหนวยเรอของคลงเชอเพลงในพนททพเรอภาคท ๒
ี
และทัพเรือภาคท่ ๓ โดยมีปริมาตรความจุของถังนํามันไมนอยกวาระดับสะสม
อัตราสํารองสงคราม ดังนี้
๑) ในระยะแรก สรางถังนํามันเช้อเพลิงใหมีความจ ุ
ื
ี
เพียงพอตอระดับปริมาณนํามันเช้อเพลิงท่คํานวณไดในระดับอัตราสํารอง
ื
ี
ื
สงครามสําหรับรองรับความตองการของกําลังทางเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท ี ่
ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือภาคที่ ๓ ในระดับ พ.๑
๒) ในระยะที่สอง สรางถังนํามันเชื้อเพลิงเพิ่มเติมใน
พื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือภาคที่ ๓ รองรับระดับปริมาณนํามันเชื้อเพลิง
ี
ท่คํานวณไดในระดับอัตราสํารองสงครามสําหรับสนับสนุนกองเรือเฉพาะกิจ
ปฏิบัติการระยะไกล
ื
๑.๑.๒ ประเด็นคลังเช้อเพลิงสัตหีบ ท่มีขีดความสามารถ
ี
ในการสํารองนํามันเช้อเพลิงนอยมากเม่อเทียบกับจํานวนกําลังทางเรือท่ตอง
ื
ี
ื
สนับสนุนน้น ดวยเหตุผลเดียวกับท่กลาวมาในขอขางตน ควรสรางถังเก็บ
ี
ั
ี
ื
นํามันเช้อเพลิงใหมีความจุเพียงพอตอระดับปริมาณนํามันเช้อเพลิงท่คํานวณ
ื
ไดในระดับอัตราสํารองสงครามสําหรับรองรับความตองการของกําลังทางเรือที่
ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๑ รวมกับปริมาณความจุถังนํามันของเรือฟริเกต
ี
ี
ื
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 81
สมรรถนะสูง และเรือตรวจการณระยะไกลฝงท่เตรียมไวสําหรับกองเรือเฉพาะกิจ
ี
ปฏิบัติการระยะไกล
ั
๑.๑.๓ สําหรับประเด็นการสะสมสํารองคลังน้น มีคําถาม
สําคัญวาจําเปนตองสํารองนํามันเช้อเพลิงใหเต็มคลังเช้อเพลิงหรือไม ซ่ง
ึ
ื
ื
ั
ื
ประเด็นน้มีขอพิจารณาวา ประเด็นแรก ในการจัดเก็บนํามันเช้อเพลิงน้น
ี
จะมีอัตราการระเหยของไอนํามันเช้อเพลิงแปรผันตามจํานวนปริมาณของ
ื
ิ
ิ
ี
ั
นํามันเช้อเพลิงท่จัดเก็บ หมายความวาย่งสะสมมากก็ย่งระเหยมาก ดังน้น
ื
การจัดหานํามันเช้อเพลิงใหไดตามระดับสะสมสํารองสงคราม ไมเพียงแตจะตอง
ื
ใชงบประมาณจํานวนมาก ยังตองสูญเสียนํามันเช้อเพลิงจากการระเหยของ
ื
ื
ไอดวย ประเด็นท่สอง การจัดหานํามันเช้อเพลิงของกองทัพเรือเปนการ
ี
จัดซ้อจาก บริษัท การปโตรเลียมแหงประเทศไทย จํากัด (มหาชน) (ปตท.)
ื
ิ
ื
ั
ระยะเวลาดําเนินการในเวลาปกติ ต้งแตเร่มตนการจัดซ้อจนถึงการสงมอบ
ใชเวลาประมาณ ๒๔ วัน หากเปนกรณีเรงดวนสามารถดําเนินการไดภายใน ๔ วัน
ั
ํ
ี
และหากเปนกรณการระดมสรรพกาลงเพอการปองกนประเทศสามารถนา
ํ
ื
่
ั
นํามันของ ปตท. มาสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารไดทันที
ที่มา : http://www.earthlyissues.com/oil.htm
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
82
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ี
ั
ื
ท้งน้ ขีดความสามารถในการสํารองและจายนํามันเช้อเพลิง
รวมถึงระยะเวลาในการเตรียมนํามันและการขนสง ของ ปตท. เพื่อสงมอบให
แกคลังเชื้อเพลิงของกองทัพเรือ มีรายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๒
ตารางท่ ๒ ขีดความสามารถของ ปตท. ในการสํารองนํามันดีเซลหมุนเร็ว และ
ี
การสงมอบใหกองทัพเรือ
ที่มา : กองเชื้อเพลิง กรมพลาธิการทหารเรือ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 83
เมื่อพิจารณาหลักการสงกําลังบํารุง ดานการตอบสนองความตองการ
ความออนตัว ความประหยัด และความเพียงพอ รวมถึงจากขีดความสามารถ
ในการสํารองนํามันเชื้อเพลิงขั้นตําสุดของ ปตท. ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๑ และ
ั
ื
ั
ั
้
ํ
ั
ี
่
ํ
ี
ี
่
ึ
ํ
ทพเรอภาคท ๒ ซงมจานวนมากเพยงพอสาหรับรองรบกาลงทางเรือทงในระดบ
ั
พ.๑ และ พ.๒ ในระดับอัตราสํารองสงคราม และอัตราการลําเลียงนํามันเช้อเพลิง
ื
ื
มายังคลังเช้อเพลิงของกองทัพเรือตอวันมีปริมาณมากกวาอัตราการจายใหแก
ั
ื
กําลังทางเรือ ดังน้น การสํารองนํามันเช้อเพลิงคงคลัง จึงควรสะสมใหอยใน
ู
ระดับอยางนอยที่สุด โดยพูดใหเขาใจงาย ๆ ก็คือ ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๑ ตอง
มีปริมาณนํามันสําหรับ “เติมเต็มถัง” ใหกับเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือ
ี
ื
ี
ภาคที่ ๑ และกําลังเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกล และในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒
ี
ํ
ื
ก็จะตองมีปริมาณน้ามันสําหรับ “เติมเต็มถัง” ใหกับเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท ่ ี
ั
ี
ื
ทัพเรือภาคท่ ๒ หลังจากน้นจึงเรงรัดการลําเลียงนํามันเช้อเพลิงจากคลัง ปตท.
มายังคลังเช้อเพลิงของกองทัพเรือตามจํานวนระดับสะสมสํารองสงครามของ
ื
ื
แตละพ้นท่ (อยาลืมหักลบกับจํานวนท่ไดเติมเต็มถังไปแลว) สําหรับขีดความ
ี
ี
ี
สามารถในการสํารองนํามันเช้อเพลิงข้นตําสุดของ ปตท. ในพ้นท่ทัพเรือ
ื
ื
ั
ี
ภาคท่ ๓ ยังมีปริมาณไมเพียงพอระดับสะสมสํารองสงคราม จําเปนตองลําเลียง
เพ่มเติมจากคลังนํามันปโตรเลียมสงขลา ดวยรถบรรทุกนํามัน แตอัตราการ
ิ
ลําเลียงนํามันเชื้อเพลิงมายังคลังเชื้อเพลิงในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ ยังมากกวา
ั
อัตราการใชนํามนเชื้อเพลิงของกําลังทางเรือในพื้นที่ปฏิบัติการตอวัน การสํารอง
นํามันเชื้อเพลิงจึงเปนไปเชนเดียวกับทัพเรือภาคที่ ๒
๑.๒ สําหรับส่งอุปกรณรายการวิกฤติ ท่ประสบปญหาความ
ี
ิ
ี
ี
ั
ขาดแคลนนน ไมสามารถใชวธการเดยวกนกบการสํารองคงคลงของนามัน
้
ั
ั
ํ
ิ
ั
เชื้อเพลิงได เนื่องจากเปนรายการที่จัดซื้อไดยาก และใชระยะเวลาสงมอบนาน
จําเปนตองเรงรัดจัดหาใหเพียงพอกับระดับความตองการ โดยใชหลักการ
สงกําลังบํารุง ดานการตอบสนองความตองการ และความเพียงพอ ควรดําเนิน
การดังนี้
๑.๒.๑ จัดลําดับความสําคัญเรงดวนในการจัดหา และ
ิ
ํ
ิ
่
ิ
ื
้
ั
วางแผนโดยตองยอมลดจานวนรายการแตเพมปรมาณการสงซอใหเกนกวา
่
“Minimum Order” ที่ผูผลิตกําหนด พรอมตรวจสอบวงรอบการผลิตของ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
84
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
บริษัทใหสอดคลองกับการเสนองบประมาณในการจัดหาแตละป นอกจากน้ ี
ยังตองสํารวจหาแหลงผูขายเพิ่มเติม
ื
๑.๒.๒ สงเสริมการวิจัยและพัฒนาเพ่อลดการนําเขาดวยการ
พึ่งพาตนเอง โดยการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมปองกันประเทศใหสามารถ
ี
ผลิตใชไดเอง โดยเฉพาะลูกปนท่กําลังทางเรือตองใชรวมกันเปนจํานวนมาก
ไดแก CTG 76/62 MM และ GTG 30 MM MSI ซึ่งปจจุบันกรมสรรพาวุธ
ทหารเรือสามารถผลิตลูกปนหลายชนิดไดเอง แตยังคงเปนประเภทลูกปน
ชนิดฝก จึงอาจตองพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตลูกปนชนิดลูกจริงใหได
ตอไปในอนาคต หรือการใหสถาบันเทคโนโลยีปองกันประเทศ และศูนยการ
อุตสาหกรรมปองกันประเทศและพลังงานทหารเขามามีสวนรวมในการผลิตดวย
ิ
๑.๒.๓ ปรับปรุงรายการและจํานวนของส่งอุปกรณรายการ
วิกฤติที่ถูกกําหนดขึ้นมาตั้งแตป ๒๕๕๘ ใหเปนปจจุบัน ตามการเปลี่ยนแปลง
ี
อาวุธและยุทโธปกรณของกองทัพเรือ นอกจากน้ยังตองทบทวนจํานวนอัตรา
สงครามและอัตราสํารองสงครามใหมีความเหมาะสม ทุก ๆ ระยะ ๕ ป
ั
๑.๒.๔ จดหาอมภณฑใหสมพนธกบการจาหนาย และการ
ํ
ั
ั
ั
ั
จําหนายที่คุมคาที่สุด คือ การจายอมภัณฑเพื่อการฝก
๑.๓ สรางคลังอมภัณฑมาตรฐานสําหรับจัดเก็บอมภัณฑใหเพียง
ื
พอตอการสนับสนุนหนวยเรือ ในระดับอัตราสงครามของกองเรือ ในพ้นท ี ่
ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือภาคที่ ๓ พรอมอุปกรณลําเลียงและจัดสงอมภัณฑ
ใหกับกําลังทางเรือ ณ ทาเทียบเรือไดอยางสะดวก และปลอดภัย
๒. ระบบฐานทัพ
๒.๑ การลดปญหาความแออัด ในการจอดเรือของทาเรือหลักท้ง ๓ แหง
ั
ั
๒.๑.๑ ปญหาความแออดของทาเรอแหลมเทียนมสาเหตจากม ี
ี
ุ
ื
่
ื
ํ
่
เรอทปลดระวางประจาการแลวรอการจาหนายเพอไปใชประโยชนเปนอยางอน
ี
ื
่
ํ
ื
ซึ่งมีขั้นตอนและกระบวนการที่ใชเวลานาน และในปจจุบันมีเรือขนาดใหญอีก
ู
จํานวนหลายลํา ท่อยในแผนปลดระวางประจําการและไมอยในแผนโครงสราง
ู
ี
กําลังรบในยุทธศาสตรของกองทัพเรือ ทั้งนี้ กองทัพเรือก็จัดหาเรือรบเขาประจําการ
อยางตอเน่องแมจะเปนไปอยางชา ๆ ก็ย่งจะทําใหสะสมปญหาความแออัด
ื
ิ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 85
ิ
ึ
ี
ใหกับทาเรือเพ่มข้นอีก จึงเห็นควรเรงรัดการจําหนายเรือท่ปลดระวางประจํา
การ และเรงรัดการเคลื่อนยายออกจากทาเรือแหลมเทียน
๒.๑.๒ ตามท่กองทัพเรือไดกําหนดใหสรางฐานทัพทาเรือแหง
ี
ใหมดานฝงอันดามันอีกจํานวน ๑ แหง ใหมีขีดความสามารถในการสงกําลัง
ี
ื
บํารุงใหแกเรือดํานําและเรือฟริเกตสมรรถนะสูง บริเวณพ้นท่แหลมหางนาค
ี
จังหวัดกระบ่ ตามแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ
จะเปนแนวทางท่สามารถลดความแออัดของฐานทัพเรือพังงาได และยังเปนการ
ี
ี
กระจายความเส่ยงจากการถูกโจมตีจากฝายตรงขาม นอกจากน้ ดวยโครงสราง
ี
พื้นฐานและสิ่งอํานวยความสะดวกของฐานทัพ จะชวยเติมเต็มในประเด็นการ
ื
ี
ี
ื
ี
สํารองนํามันเช้อเพลิงในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๓ โดยสามารถใชเปนสถานท่สราง
ั
ื
ถังนํามันเช้อเพลิงเพ่มเติมสําหรับระดับอัตราสํารองสงครามท้งของกําลังทางเรือ
ิ
ื
ี
ท่ปฏิบัติการในพ้นท่ ทัพเรือภาคท่ ๓ ในระดับ พ.๑ และ กําลังกองเรือเฉพาะกิจ
ี
ี
ื
ปฏิบัติการระยะไกล ในระดับ พ.๒ รวมถึงการสรางคลังอมภัณฑ ในพ้นท ี ่
ฐานทัพเรือแหงใหมก็สามารถแกไขปญหาการจัดเก็บอมภัณฑในระดับอัตรา
สงครามของกองเรือในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ ไดในแนวทางเดียวกัน
ื
๒.๑.๓ เน่องจากสภาพปจจุบันของฐานทัพเรือสงขลา ไมม ี
ความเหมาะสมสําหรับการเปนฐานทัพเรือหลัก ดวยขอจํากัดในการสนับสนุน
สิ่งอุปกรณที่จําเปนสําหรับการรบ โดยเฉพาะการสงกําลังบํารุงใหแก เรือฟริเกต
ี
ี
ึ
สมรรถนะสูง ซ่งเปนกําลังท่มีความสําคัญและมีผลช้ขาดทางการรบในการ
ู
ื
ี
ปฏิบัติการทางเรือ ประกอบกับ ฐานทัพเรือสงขลาอยในพ้นท่ยุทธบริเวณเขต
ี
ี
ึ
ื
หนา ซ่งเปนพ้นท่เผชิญหนากับขาศึกและใชดําเนินกลยุทธ จึงมีความเส่ยงสูง
ื
มากท่จะถูกทําลายไดโดยงาย จึงควรกําหนดพ้นท่สรางฐานทัพเรือหลักแหง
ี
ี
ี
ใหมทดแทนฐานทัพเรือสงขลาในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒ และปรับระดับฐานทัพเรือ
ื
ี
สงขลาใหเปนฐานทัพเรือรอง ซ่งจะสงผลใหเรือขนาดใหญท่มาปฏิบัติการ
ี
ึ
ในระดับความพรอมรบ ๑ ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒ ไมตองกลับเขาไปจอดเรือ
ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ
ื
๒.๒ การแกไขปญหาระบบจายนํามันเช้อเพลิงใหแกกําลังทางเรือ
บริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ
ื
๒.๒.๑ ติดต้งระบบจายนํามันเช้อเพลิงบริเวณทาเรือจุกเสม็ด
ั
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
86
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ื
ื
ื
โดยการเดินทอทางเช่อมตอจากคลังเช้อเพลิงจุดเสม็ด เพ่อรองรับเรือขนาดใหญ
ที่กองทัพเรือจัดหาเขาประจําการในอนาคตตอไป
ิ
ั
๒.๒.๒ ปรับปรุงและติดต้งระบบจายนํามันเพ่มเติมบริเวณ
ี
ทาเรือแหลมเทียน ใหสามารถจายใหกับเรือทุกประเภท ณ บริเวณท่เรือจอด
เทียบ พรอมเพ่มปริมาณการสํารองนํามัน (เพ่มถังนํามัน) ใหสามารถจายนํามัน
ิ
ิ
ไดอยางเพียงพอตามที่กลาวมาแลวขางตน
๓. ระบบสนับสนุนเคลื่อนที่
ี
ระบบสนับสนุนเคล่อนท่มีความพิเศษเฉพาะ คือ นอกจากจะทํา
ื
หนาท่เปนฐานสงกําลังบํารุงเคล่อนท่แลว เม่อเรือสงกําลังบํารุงเขามาในพ้นท ี ่
ื
ื
ี
ื
ี
ปฏิบัติการยังสามารถเพ่มระดับขีดความสามารถในการสํารองปริมาณสิ่ง
ิ
ี
้
ี
ิ
่
ั
ุ
อปกรณและชดเชยความไมเพยงพอของสงอุปกรณนนไดอกดวย โดยเฉพาะ
นํ้ามันเชื้อเพลิง ซึ่งในประเด็นนี้คงจะตองเปรียบเทียบความคุมคาระหวางการ
ื
เลือกเรือสงกําลังบํารุงกับการสรางคลังพัสดุ เน่องจากเรือสงกําลังบํารุงจะ
ตอบสนองในเชิงยุทธการไดดีกวา ในขณะท่คลังพัสดุจะประหยัดงบประมาณ
ี
ไดมากกวา อยางไรก็ดี การกําหนดโครงสรางกําลังรบในยุทธศาสตรกองทัพเรือ
โดยเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญเพียงลําเดียว สนับสนุนกําลังกองเรือเฉพาะกิจ
ปฏิบัติการระยะไกล และมีเรือนํามันขนาดกลางเพียง ๒ ลํา ซ่งใชในพ้นท่ทัพเรือ
ี
ื
ึ
ี
ี
ั
ภาคท่ ๒ และทพเรือภาคท่ ๓ น้น จึงมีความเส่ยงหากเกิดกรณีท่ตองปฏิบัต ิ
ี
ั
ี
ภารกิจพรอมกันหลายพ้นท่ หรือกรณีท่เรือไดรับความเสียหายเน่องจากเปน
ื
ี
ี
ื
เปาหมายสําคัญในการถูกโจมตี หรือกรณีท่เรือสงกําลังบํารุงตองเขารับการซอมทํา
ี
จะทําใหไมสามารถสนับสนุนภารกิจของกําลังทางเรือได จึงมีความจําเปนตอง
สํารองจัดหาเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญเพิ่มเติม จํานวน ๑ ลํา และเรือนํามัน
ขนาดกลางเพิ่มเติม จํานวน ๑ ลํา
๔. การเตรียมการสําหรับกําลังทางเรือในอนาคต
ี
เน่องจากกําลังทางเรือท่มีอยในปจจุบันยังไมครบตามโครงสรางท ่ ี
ู
ื
กําหนด ซ่งในการจัดหาในอนาคตจะเปนความทาทายอยางย่ง เน่องจากจะเขา
ิ
ื
ึ
สูฉากทัศนการเสริมสรางความมั่นคงของชาติในหวงปที่ ๑๑ - ๒๐ ตองรองรับ
ี
การเปล่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมและเทคโนโลยีใหมอยางกาวกระโดด
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 87
ี
ซ่งมีผลกระทบเก่ยวพันกับการเตรียมความพรอมดานการสงกําลังบํารุง เอกสารอางอิง
ึ
ในอนาคตดวย ประกอบกับ ประเทศไทยมิใชแหลงผลิตสินคาประเภทอุตสาหกรรม
ู
การปองกันประเทศ กองทัพเรือจึงเปนผเร่มใชเทคโนโลยี (Starters) หรือ ๑ กองทัพเรือ.(๒๕๖๐).การประเมินยุทธศาสตรกองทัพเรือ พ.ศ.
ิ
ผปรับใชเทคโนโลยี (Adopters) ตามท่ผผลิตในตางประเทศจะเสนอขายให ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙
ู
ี
ู
ื
ื
ี
เร่องน้จึงถือเปนเร่องยากสําหรับการพยากรณดานการสงกําลังบํารุงของ ๒ สํานักนโยบายและแผนกรมยุทธการทหารเรือ,บันทึกขอความ
ยานรบที่จะจัดหาในอนาคต นอกจากนี้ ดวยความกาวหนาทางดานเทคโนโลยี ลับที่สุด ที่ กห ๐๕๐๕.๒.๒/๑๖๐ ลงวันที่ ๘ ก.ย.๖๓ เรื่อง
ิ
่
ี
ู
ี
ททันสมัย เชน Quantum Computer เทคโนโลยีคอมพวเตอรรปแบบใหมท่อาศัย ขออนุมัติแนวทางการใชกําลังของ ทร. พ.ศ.๒๕๖๓
ั
ิ
ิ
ปรากฏการณเชงควอนตมชวยประมวลผลขอมล สงผลใหเกดการประมวล ๓ กรมยุทธการทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ กห
ู
ผลขอมลทเรวกวาคอมพวเตอรโดยทวไปถง “๑๐๐ ลานเทา” เม่อเทียบ ๐๕๐๕.๒/๘๒ ลงวันที่ ๒๕ มิ.ย.๖๔ เรื่อง ขออนุมัติใชระดับ
ิ
ื
ึ
่
ั
ี
่
ู
็
ึ
ั
กับคอมพิวเตอรปกติ และอีกหน่งเทคโนโลยีการพัฒนาแรงขับเคล่อนจนถึงข้น ความพรอมรบของ ทร. (ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๔) และหลักเกณฑ
ื
ึ
ี
ี
Hypersonic ท่อาวุธยุทโธปกรณจะมียานความเร็วท่สูงกวา ๕ มัคข้นไป ความพรอมยุทโธปกรณหลักของ ทร.
ี
ั
อาจเปนการเปล่ยนโฉมรูปแบบยุทโธปกรณของกองทัพในอนาคต ท้งน้ ี ๔ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ ตอ กบ.ทร.
เพ่อปองกันปญหาดังกลาว เม่อตองจัดหายุทโธปกรณในอนาคต ควรศึกษา เลขรับ ๖๖๑๘/๕๘ ลงวันที่ ๑๘ ส.ค.๕๘ เรื่อง ขออนุมัติแผน
ื
ื
ใหรอบคอบเสียกอน โดยนอกจากการพิจารณาดานความตองการทางยุทธการแลว ระดมสรรพกําลังของ ทร. และบัญชีระดมสรรพกําลังของ ทร.
ควรคานึงถงขดความสามารถดานการสงกําลงบํารุงดวย อาจจาเปนตอง ๕ ฐานทัพเรือสัตหีบ, คําแนะนําการใชทาเรือ การทาเรือสัตหีบ
ี
ึ
ํ
ั
ํ
จัดหาแบบบูรณาการในภาพรวมทั้งรูปแบบของยานรบ ระบบอาวุธ และ พ.ศ.๒๕๕๗.
ระบบสนับสนุน รวมถึงอมภัณฑ ในคราวเดียวกัน มิเชนน้น อาจเปนไปไดวา ๖ ฐานทัพเรือสงขลา (๒๕๖๐), ระเบียบปฏิบัติประจําวาดวยการ
ั
จะไดแตตัวยานรบและระบบอาวุธ แตไมสามารถจัดหาสิ่งอุปกรณที่ตองนํามา ทาเรือ ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ ๒
สนับสนุน เชน อมภัณฑ ซึ่งจะเขาในลักษณะวา ๗ ฐานทัพเรือพังงา (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
สําหรับผูบังคับบัญชาที่มาตรวจเยี่ยมหนวย
๘ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด (๒๕๖๑), รายงานการรับ-สง
“แมยุทโธปกรณจะยอดเยี่ยมปานใด หนาที่ผูบังคับการฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ ๑
แตถาไมสามารถสนับสนุนดานการสงกําลังบํารุงได ๙ สถานีเรือสมุย (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป รับ
ก็คงจะไมตางอะไรกับวัตถุลอยนํา” การตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ฐท.สข.ทรภ.๒ เมื่อ ๖ พ.ย.๖๔
๑๐ สถานีเรือละงู (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔
๑๑ สถานีเรือระนอง (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
88 89
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
เอกสารอางอิง
๑ กองทัพเรือ.(๒๕๖๐).การประเมินยุทธศาสตรกองทัพเรือ พ.ศ.
๒๕๖๐ - ๒๕๗๙
๒ สํานักนโยบายและแผนกรมยุทธการทหารเรือ,บันทึกขอความ
ลับที่สุด ที่ กห ๐๕๐๕.๒.๒/๑๖๐ ลงวันที่ ๘ ก.ย.๖๓ เรื่อง
ขออนุมัติแนวทางการใชกําลังของ ทร. พ.ศ.๒๕๖๓
๓ กรมยุทธการทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ กห
๐๕๐๕.๒/๘๒ ลงวันที่ ๒๕ มิ.ย.๖๔ เรื่อง ขออนุมัติใชระดับ
ความพรอมรบของ ทร. (ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๔) และหลักเกณฑ
ความพรอมยุทโธปกรณหลักของ ทร.
๔ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ ตอ กบ.ทร.
เลขรับ ๖๖๑๘/๕๘ ลงวันที่ ๑๘ ส.ค.๕๘ เรื่อง ขออนุมัติแผน
ระดมสรรพกําลังของ ทร. และบัญชีระดมสรรพกําลังของ ทร.
๕ ฐานทัพเรือสัตหีบ, คําแนะนําการใชทาเรือ การทาเรือสัตหีบ
พ.ศ.๒๕๕๗.
๖ ฐานทัพเรือสงขลา (๒๕๖๐), ระเบียบปฏิบัติประจําวาดวยการ
ทาเรือ ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ ๒
๗ ฐานทัพเรือพังงา (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
สําหรับผูบังคับบัญชาที่มาตรวจเยี่ยมหนวย
๘ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด (๒๕๖๑), รายงานการรับ-สง
หนาที่ผูบังคับการฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ ๑
๙ สถานีเรือสมุย (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป รับ
การตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ฐท.สข.ทรภ.๒ เมื่อ ๖ พ.ย.๖๔
๑๐ สถานีเรือละงู (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔
๑๑ สถานีเรือระนอง (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 89
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 91
บทนํา
ั
เปนท่ทราบโดยท่วกันวาการควบคุมบังคับบัญชาและการส่อสาร
ื
ี
เปนองคประกอบสําคัญท่กอใหเกิดการตระหนักรในสถานการณ (Situation
ู
ี
่
ี
ั
Awareness: SA) ท่จะทําใหการปรับเปลยนแผนและการตดสินใจในการปฏิบัต ิ
ี
การทางทหารเปนไปอยางถูกตองและรวดเร็ว ซึ่งที่ผานมา กองทัพเรือ (ทร.)
ไดใหความสําคัญในการพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาและการสื่อสารเปน
อยางมาก โดยจะเห็นไดจากนโยบายของผบัญชาการทหารเรือในแตละยุคท ่ ี
ู
ั
ํ
ิ
ุ
็
ไดเนนยาในประเดนการเสรมสรางและพฒนาขดความสามารถในการควบคม
ี
บังคับบัญชาและการสื่อสารอยางสมําเสมอ อยางไรก็ตาม เทคโนโลยีดานการ
ส่อสารและสารสนเทศมีการพัฒนาไปอยางกาวกระโดด ท่มีการเปล่ยนผาน
ี
ี
ื
ี
จากยุคอนาล็อค (Analog) ไปสูยุคดิจิตอล (Digital) ทําใหการแลกเปล่ยน
ั
ขาวสาร (Information) เปนไปอยางรวดเร็ว ดังน้น ทร. จําเปนตองติดตามการ
ี
ื
ี
เปล่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหทัน เพ่อท่จะพัฒนาการควบคุมบังคับบัญชาและ
การสื่อสารของ ทร. ใหมีความทันสมัยอยูเสมอ
่
ั
ั
ื
ี
่
ิ
ํ
การดาเนนงานดานการควบคุมบังคบบญชาและการสอสารทผานมา
ของกองทัพเรือ
กองทัพเรือไดมีแนวความคิดในการนําระบบควบคุมบังคับบัญชาท ่ ี
เรียกวาระบบ Command Control Communication and Intelligence
ั
3
(C I) มาใชงานในการติดตามภาพสถานการณในทะเลคร้งแรกเมื่อป พ.ศ.๒๕๓๗
โดยพัฒนามาจากระบบ Joint Air Defense Digital Information Network
ื
(JADDIN) ของกองบัญชาการทหารสูงสุด (ช่อหนวยในขณะน้น) และกองทัพ
ั
เรือไดมีการพัฒนาระบบ C I มาอยางตอเนื่อง โดยปจจุบันไดมีการติดตั้งระบบ
3
3
C I ใหกับศูนยปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.) และ ศูนยปฏิบัติการของหนวย
ั
ื
ื
ตางๆ เพอใชเปนเคร่องมอหลกในการติดตามภาพสถานการณในทะเลของ ทร.
ื
่
ตลอดจนใชสําหรับอํานวยการยุทธในสถานการณความขัดแยงระดับตางๆ ตาม
ื
แผนปองกันประเทศของ ทร. อยางไรก็ตามจากการท่เทคโนโลยีดานการส่อสาร
ี
และสารสนเทศไดมีการพัฒนาไปอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะการนําขีดความ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
92
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
สามารถในการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร (Computer Processing
ี
Power) มาชวยในการบริหารจัดการขอมูลประมาณมากๆ ท่สงมาจากระบบ
ตรวจจับ (Sensors) ตางๆ แบบอัตโนมัติ เปนแรงกระตุนให ทร. มีแนวความ
ั
3
ู
ิ
ั
ุ
ี
่
ี
คดในการพฒนาระบบควบคมบงคับชาจากระบบ C I ไปสระบบทเรยกวา
ระบบ Command Control Communication Computer Intelligence
4
Surveillance and Reconnaissance (C ISR) โดยในป พ.ศ.๒๕๕๙ ทร.
ี
ไดอนุมัติแผนแมบทการพัฒนาขีดความสามารถสําหรับสงครามท่ใชเครือขาย
เปนศูนยกลาง (Network Centric Warfare : NCW) ที่ใชเปนกรอบสําหรับ
หนวยตางๆ นําไปพัฒนาขีดความสามารถใหไปในทิศทางเดียวกัน โดย NCW
ุ
ี
เปนหลักการของสงครามท่มงแสวงหาความไดเปรียบดานขอมูลขาวสาร
ื
ดวยการใชขีดความสามารถของการส่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศในการ
กระจายขอมูลท่เปนประโยชนไปยังกองกําลังตางๆ ทําใหเกิดการเขาใจภาพ
ี
สถานการณไดอยางรวดเร็วและถูกตอง รวมทั้งการถายทอดคําสั่ง การรองขอ
การสนับสนุนและการแลกเปล่ยนขอมูลขาวสารเปนไปอยางรวดเร็วและม ี
ี
ประสิทธิภาพ สงผลใหหนวยรบสามารถริเร่มการปฏิบัติการในลักษณะประสาน
ิ
สอดคลองกับหนวยอื่นๆ ในภาพรวมไดดวยตนเอง (Self Synchronization)
ั
ั
ี
โดยปราศจากการควบคุมและส่งการในทุกข้นตอนหรือทุกการเปล่ยนแปลง
ี
ของสถานการณ ซ่งในแผนพัฒนาขีดความสามารถสงครามท่ใชเครือขาย
ึ
เปนศูนยกลางไดกําหนดใหมีการจัดหาและพัฒนาโปรแกรมหลัก (Core Applica-
tion Software) ระบบ C ISR โดย Software ดังกลาว มีขีดความสามารถ
4
ี
่
ั
ในการบรหารจัดการกบเปาปรมาณมากทไดมาจากระบบตรวจจบตางๆ เชน
ิ
ั
ิ
ระบบเรดาร ระบบ AIS ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส เปนตน ซึ่ง Software
ี
จะมีอัลกอริทึม (Algorithm) ท่ใชในการคัดกรอง (Filter) หรือ หลอมรวม
ี
ั
(Fusion/Correlations) ขอมูลท่มาจากหลายๆ แหลง ท้งขอมูลท่มาจากระบบ
ี
ตรวจจับของ ทร. เองและหนวยงานนอก ทร. อ่นๆ แลวนํามาแสดงเปนภาพใน
ื
ื
ู
ี
พ้นท่ปฏิบัติการ เพ่อใหผบังคับบัญชา หรือนายทหารฝายเสนาธิการรบไดเขาใจ
ื
และตระหนักรูในสถานการณไดอยางทันเวลาจริง (Real Time) หรือใกลเคียง
เวลาจริง (Near Real Time) ใหมากท่สุด จากขอเท็จจริงท่วา การสงขอมูลจาก
ี
ี
4
ระบบ Sensor ตางๆ ไปยัง Software ประมวลผลของระบบ C ISR น้น จําเปน
ั
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 93
ี
ึ
ี
ี
ตองอาศัยระบบการติดตอส่อสารท่มีประสิทธิภาพท่สามารถรองรับการสงผาน แสดงภาพสถานการณ จึงมีความตองการใชงานชองสัญญาณท่มากข้น ประกอบ
ื
ู
ื
ขอมูลที่มีปริมาณมากได ทร. จึงไดจัดทําแผนแมบทการสื่อสารและเทคโนโลยี กับจํานวนชองสัญญาณในแตละเสนทางมีอยจํากัด สงผลใหการส่อสารขอมูล
ี
ี
สารสนเทศของ ทร. ท่สอดคลองกับยุทธศาสตรกองทัพเรือระยะ ๒๐ ป ท่ม ี ในหวงเวลาท่มีผใชงานชองสัญญาณจํานวนมาก ไมมีคุณภาพตามท่ตองการ
ู
ี
ี
ี
ื
เปาหมายในการพัฒนาให ทร. มีโครงขายการส่อสารระบบดิจิตอลท่ครอบคลุม (Quality of Service)
ั
ื
ื
พื้นที่ปฏิบัติการทางบก และในทะเล ตลอดจนมีระบบสารสนเทศที่ตอบสนอง ๒) การส่อสารระหวาง เรือ – บก (ฝง) ทร. มีการส่อสารท้งทาง
ตอภารกิจ และความตองการทางยุทธวิธี ยุทธการ และยุทธศาสตร ทั้งในมิติ เสียงและขอมูลระหวางหนวยเรือ กับ หนวยบก โดยใชการส่อสารทางวิทยุ
ื
ั
ุ
ของ ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และเปนมาตรฐาน โดยมงเนนการพัฒนาท้ง ยานความถี่ High Frequency (HF) (3 - 30 MHz) เปนขายการสื่อสารหลัก
องควัตถุ องคความรู และองคบุคคล ใหมีขีดความสามารถตามที่ ทร. ตองการ และระบบส่อสารผานดาวเทียมของบริษัทเอกชน เชน INMARSAT Fleet
ื
ในปจจุบัน ทร. ไดมีการจัดวางระบบสื่อสารและระบบสารสนเทศ รวมกับการ Broadband,BGAN (Broadband Global Area Network) และโทรศัพท
ึ
ื
ื
ื
ใชทรัพยากรจากหนวยงานอ่น สามารถแบงลักษณะของการใชงานระบบส่อสาร ผานดาวเทียม IsatPhone เปนขายการส่อสารรอง ซ่งมีการใหบริการตามความ
และระบบสารสนเทศไดดังนี้ จําเปน ปจจุบัน ทร. มีการติดตั้งอุปกรณติดตอสื่อสารขอมูลผานขายวิทยุ HF
๑) การส่อสารระหวาง บก - บก การส่อสารสวนใหญเปนการ ในระบบ HF e-Mail เปนอุปกรณพ้นฐานในเรือ และติดต้งระบบดาวเทียมยาน
ื
ื
ื
ั
ี
ั
ื
ี
ส่อสารระหวางหนวยข้นตรงของ ทร. ท่มีท้งการส่อสารทางเสียงและขอมูล C Band บนเรือท่มีคุณคาทางยุทธการสูงเรียบรอยแลว นอกจากการส่อสารทาง
ึ
ื
ื
ื
ื
ผานระบบโทรคมนาคมภาคพ้น ไดแก ระบบวิทยุเช่อมโยงและขายสายเชา วิทยุดวยความถี่ HF แลว ยังมีการสื่อสารตามภารกิจ อาทิ การปฏิบัติการทาง
ื
ื
ความเร็วสูง (Leased-line) เปนขายการส่อสารหลัก และมีระบบการส่อสารผาน ยุทธวิธีสะเทินนําสะเทินบก ซ่งมีการติดตอส่อสารโดยใชเคร่องรับ-สง วิทยุยาน
ื
ึ
ื
ื
ดาวเทียมเปนขายการส่อสารรอง ซ่งสามารถสนับสนุนการติดตอส่อสารระหวาง ความถี่ Very High Frequency (VHF) Low Band (49 – 108 MHz) สําหรับ
ื
ึ
ึ
กองบัญชาการกองทัพเรือและหนวยข้นตรงกองทัพเรือได โดยแบงออกเปน การติดตอสื่อสารขอมูล ผานระบบ HF e-Mail มีขอขัดของบางประการ เชน
ื
ึ
โครงขายระบบวิทยุเช่อมโยงท่ ทร. ติดต้งเอง การขอรับการสนับสนุนโครงขาย อัตราการสงขอมูลตํา และไมมีมาตรฐานกลางในการเช่อมตอ ซ่งมีความจําเปน
ั
ี
ื
การส่อสารจากหนวยงานภาครัฐ อาทิ กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และ ในการพัฒนาตอยอดตอไป
ื
ู
ื
ื
ั
การเชาใชคสายสัญญาณความเร็วสูงจากภาคเอกชน สําหรับโครงขายระบบวิทย ุ ๓) การส่อสารระหวาง เรือ – เรือ การส่อสารท้งทางยุทธการ/ธุรการ
ี
ั
เช่อมโยงของ ทร. ท่เปนระบบเสนทางหลัก (Backbone) น้น ทร.ไดติดต้งระบบ อาศัยระบบสื่อสารทางวิทยุเปนหลัก โดยขายการสื่อสารทางยุทธการ/ยุทธวิธี
ื
ั
Microwave link แบบโครงสรางดิจิตอลประสานเวลา (SDH : Synchronous ยังคงใชเครื่องรับ-สงวิทยุยานความถี่ HF/ Single Side Band (SSB) สําหรับ
Digital Hierarchy) และติดตั้งระบบ Microwave link แบบโครงสรางดิจิตอล การสื่อสารระยะไกล และยานความถี่ Ultra-High Frequency (UHF) (0.3-3
่
ื
ํ
เกือบประสานเวลา (PDH : Plesiochronous Digital Hierarchy) ใหกับสถาน ี GHz) สาหรับการสอสารระยะใกล สวนขายการสอสารทางธุรการ ใชเคร่อง
ื
่
ื
ี
ื
ี
เช่อมโยงสาขา (Spur Route) นอกจากน้ ในสวนของพ้นท่ปฏิบัติการ ๓ จังหวัด รับ-สงวิทยุ HF/SSB (ระยะไกล) และ VHF (ระยะใกล) โดยท่ผานมา การส่อสาร
ื
ี
ื
ชายแดนภาคใต มีสถานีวิทยุเชื่อมโยงที่ใชระบบ WiMAX ตามมาตรฐาน IEEE ระหวาง เรือ - เรือ สวนใหญเปนการสื่อสารทางเสียงเปนสวนใหญ สวนการ
802.16a และมีการติดตั้งระบบเครือขาย Wireless Lan ตามมาตรฐาน IEEE ส่อสารทางขอมูลน้นใชผานระบบ HF e-Mail และระบบเช่อมโยงขอมูลทาง
ื
ื
ั
ื
802.11 บริเวณทาเทียบเรือ อยางไรก็ตาม เน่องจากปจจุบัน กองทัพเรืออย ู ยุทธวิธีอัตโนมัติแบบ Link RTN (SAAB version) เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลทาง
ื
ระหวางพัฒนาระบบงานตาง ๆ เพ่อสนับสนุนการควบคุมบังคับบัญชา และการ ยุทธการระหวางหนวยเรือกับหนวยเรือ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
94 95
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ึ
ี
แสดงภาพสถานการณ จึงมีความตองการใชงานชองสัญญาณท่มากข้น ประกอบ
กับจํานวนชองสัญญาณในแตละเสนทางมีอยจํากัด สงผลใหการส่อสารขอมูล
ื
ู
ี
ในหวงเวลาท่มีผใชงานชองสัญญาณจํานวนมาก ไมมีคุณภาพตามท่ตองการ
ี
ู
(Quality of Service)
ื
๒) การส่อสารระหวาง เรือ – บก (ฝง) ทร. มีการส่อสารท้งทาง
ื
ั
ื
เสียงและขอมูลระหวางหนวยเรือ กับ หนวยบก โดยใชการส่อสารทางวิทยุ
ยานความถี่ High Frequency (HF) (3 - 30 MHz) เปนขายการสื่อสารหลัก
และระบบส่อสารผานดาวเทียมของบริษัทเอกชน เชน INMARSAT Fleet
ื
Broadband,BGAN (Broadband Global Area Network) และโทรศัพท
ื
ผานดาวเทียม IsatPhone เปนขายการส่อสารรอง ซ่งมีการใหบริการตามความ
ึ
จําเปน ปจจุบัน ทร. มีการติดตั้งอุปกรณติดตอสื่อสารขอมูลผานขายวิทยุ HF
ั
ในระบบ HF e-Mail เปนอุปกรณพ้นฐานในเรือ และติดต้งระบบดาวเทียมยาน
ื
ื
ี
C Band บนเรือท่มีคุณคาทางยุทธการสูงเรียบรอยแลว นอกจากการส่อสารทาง
วิทยุดวยความถี่ HF แลว ยังมีการสื่อสารตามภารกิจ อาทิ การปฏิบัติการทาง
ื
ื
ึ
ยุทธวิธีสะเทินนําสะเทินบก ซ่งมีการติดตอส่อสารโดยใชเคร่องรับ-สง วิทยุยาน
ความถี่ Very High Frequency (VHF) Low Band (49 – 108 MHz) สําหรับ
การติดตอสื่อสารขอมูล ผานระบบ HF e-Mail มีขอขัดของบางประการ เชน
ึ
ื
อัตราการสงขอมูลตํา และไมมีมาตรฐานกลางในการเช่อมตอ ซ่งมีความจําเปน
ในการพัฒนาตอยอดตอไป
ื
ั
๓) การส่อสารระหวาง เรือ – เรือ การส่อสารท้งทางยุทธการ/ธุรการ
ื
อาศัยระบบสื่อสารทางวิทยุเปนหลัก โดยขายการสื่อสารทางยุทธการ/ยุทธวิธี
ยังคงใชเครื่องรับ-สงวิทยุยานความถี่ HF/ Single Side Band (SSB) สําหรับ
การสื่อสารระยะไกล และยานความถี่ Ultra-High Frequency (UHF) (0.3-3
ื
ํ
่
ื
GHz) สาหรับการสอสารระยะใกล สวนขายการสอสารทางธุรการ ใชเคร่อง
ื
่
ี
รับ-สงวิทยุ HF/SSB (ระยะไกล) และ VHF (ระยะใกล) โดยท่ผานมา การส่อสาร
ื
ระหวาง เรือ - เรือ สวนใหญเปนการสื่อสารทางเสียงเปนสวนใหญ สวนการ
ั
ื
ื
ส่อสารทางขอมูลน้นใชผานระบบ HF e-Mail และระบบเช่อมโยงขอมูลทาง
ยุทธวิธีอัตโนมัติแบบ Link RTN (SAAB version) เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลทาง
ยุทธการระหวางหนวยเรือกับหนวยเรือ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 95
๔) การสื่อสารระหวาง เรือ – อากาศยาน ระบบและวิธีการสื่อสาร
ื
่
่
ื
ั
ื
ั
ํ
จะคลายกบการสอสารระหวางเรือกบเรอ โดยอากาศยานจะทาการสอสาร
ผานวิทยุดวยความถี่ UHF และ/หรือ VHF สําหรับอุปกรณวิทยุ HF/SSB นั้น
ั
มีการติดต้งใชงานเฉพาะบนอากาศยานบางประเภทเทาน้น โดยจะใชงานเม่อ
ั
ื
อากาศยานเดินทางไกลไปตางประเทศ
๕) ระบบสารสนเทศ ทร. มีการบริหารระบบสารสนเทศดวยการให
บริการระบบประมวลผลกลาง และระบบเครือขายคอมพิวเตอรสําหรับระบบ
ี
งานสารสนเทศตางๆ ซ่งมีการออกแบบท่อางอิงหลักมาตรฐานสากล โดยม ี
ึ
แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศใน ๒ ลักษณะ ไดแก ระบบสารสนเทศเพ่อ
ื
การเผยแพรขอมูล และระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงาน (Management
ั
Information System : MIS) รวมท้งกําหนดชองทางในการใชบริการไดท้งจาก
ั
เครือขายภายในกองทัพเรือ และเครือขายภายนอกกองทัพเรือผานทาง Proxy
ั
ิ
่
ั
ื
ุ
Server ปจจบน การพฒนาระบบสารสนเทศเพอการบรหารงานของหนวยงาน
ึ
ั
ภายในกองทัพเรือ พัฒนาข้นโดยหนวยงานน้น ๆ ในรูปแบบโปรแกรมประยุกต
ที่ใชงานผานเว็บไซต (Web Based Application) ตามมาตรฐานทั่วไป ซึ่งไมมี
ี
การกําหนดมาตรฐานรูปแบบขอมูล และมาตรฐานในการแลกเปล่ยนขอมูล
จึงไมรองรับการบูรณาการระบบสารสนเทศสําหรับการบริหารกองทัพเรือได
พรอมกันนั้น ทร. ไดเพิ่มขีดความสามารถดานการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ไซเบอร (Cyber Security) ใหกับระบบสารสนเทศดวยการจัดตั้ง ศูนยปฏิบัติ
การรักษาความม่นคงปลอดภัยดานสงครามไซเบอรของ ทร. (Cyber Security
ั
Operation Center : CSOC) และการติดตั้งอุปกรณรักษาความปลอดภัยทาง
เครือขายและออกมาตรการรักษาความปลอดภัยระบบงานสารสนเทศ ตลอด
ื
จนการสรางความตระหนักรใหกับขาราชการ ทร. เน่องจากปจจุบันยังไมม ี
ู
ภัยคุกคามท่รายแรง จึงไมเคยประสบปญหาท่รุนแรง แตมีการตรวจพบการ
ี
ี
บุกรุกเปนระยะ
ื
ความทาทายในการขับเคล่อนกองทัพเรือดานการควบคุมบังคับบัญชา
และการสื่อสาร
กองทัพเรือไดมีความพยายามเปนอยางมากในการนําเทคโนโลยีสมัยใหม
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
96
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ื
ิ
โดยเฉพาะอยางย่งเทคโนโลยีดิจิตอลดานการส่อสารและสารสนเทศมาประยุกต
ใชงานภายในกองทัพ ประกอบดวย ระบบควบคุมบังคับบัญชา และระบบ
ึ
ื
สารสนเทศเพ่อการบริหารจัดการ ซ่งจะเห็นไดจากนโยบายในการปรับระบบ
งานของ ทร. ใหกาวไปสูระบบดิจิตอล (Digital Transformation) อยางเต็ม
รูปแบบ อยางไรก็ตาม ยังมีขอจํากัดในหลายๆ ดาน เชน ดานบุคลากร และ
ดานจํานวนชองทางการสื่อสารที่มีอยูจํากัด เปนตน อันเปนอุปสรรคขวางกั้น
ั
ู
ไมให ทร.กาวไปสระบบงานดิจิตอล ตามท่คาดหวังไว ไมเพียงเฉพาะ ทร. เทาน้น
ี
ู
ี
ู
หนวยงานภายนอกท่อยระหวางการเปล่ยนผานไปส Digital ตางก็ประสบ
ี
ั
ั
ี
๑
ื
ั
ั
ํ
ปญหาในลกษณะเดยวกน โดยในดานบุคลากรนน ถอไดวาเปนสวนสาคญ
้
ู
ในการนําองคกรเปล่ยนผานไปสยุคดิจิตอล ซ่งบุคลากรสวนใหญของหลายๆ
ี
ึ
องคกร ยังขาดทักษะสําคัญที่เรียกวา ทักษะดิจิตอล ในผลการศึกษาของคณะ
๒
กรรมการยุโรป ๒๐๑๘ พบวา องคกรกวารอยละ ๘๐ ยังไมไดแกไขปญหา
ั
การขาดทักษะดิจิตอลใหกับบุคลากร รวมท้งการศึกษายังพบวา ในระหวางการ
เปลี่ยนแปลงองคกรทางดิจิตอลนั้น ปญหาจากการขาดทักษะดิจิตอลที่จําเปน
และไมไดรับการฝกอบรมทักษะดิจิตอลท่เพียงพอของบุคลากร จะกอใหเกิด
ี
่
ี
ํ
ิ
ํ
ิ
ความยากลาบากในการเปลยนผานไปสระบบดจตอล นอกจากขอจากัดดาน
ู
ื
ทักษะดิจิตอลของอุปกรณแลว ความตองการใชงานชองทางการส่อสารก็เปน
่
ํ
ั
ั
ั
ี
ั
ุ
ั
ื
อกขอจากดหนงของ ทร.ในการขบเคลอนนโยบายดานการควบคมบงคบบญชา
่
ึ
และการส่อสาร ถึงแมวาในปจจุบัน ทร. ไดวางระบบเครือขายการติดตอส่อสาร
ื
ื
ื
ี
ื
ี
ี
ไวอยางครอบคลุมในพ้นท่ท่ ทร. รับผิดชอบ อาทิเชน ระบบวิทยุเช่อมโยงท่เปน
โครงขายหลัก ระบบสื่อสารดาวเทียม ระบบวิทยุชายฝงยานความถี่ HF และ
การเชาใชระบบโครงขายของภาคเอกชน เพื่อรองรับการติดตอสื่อสารระหวาง
หนวยตางๆ ของ ทร. ตลอดจนรองรับระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
(MIS) และระบบควบคุมบังคับบัญชาของ ทร. อยางไรก็ตาม จากความตองการ
ใชงานระบบส่อสารและสารสนเทศภายใน ทร. มีเพ่มมากข้น ตัวอยางเชน
ื
ึ
ิ
การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชา C ISR ของ ทร. ซ่งเปนโปรแกรมประยุกต
ึ
4
ที่ทําหนาที่ในการรวบรวม ประมวลผล และแลกเปลี่ยนขอมูลจากระบบตางๆ
ประกอบดวย ระบบเรดารชายฝง ระบบเรดารของเรือที่ปฏิบัติการอยูในทะเล
ี
ื
ลวนจัดเปน Node ของการส่อสารท่ตองการความกวางแถบความถ่ในการ
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 97
ื
ึ
ี
รับ-สงขอมูล (Bandwidth) ซ่ง ทร. มีแนวโนมท่จะเช่อมขอมูลจาก Node ตางๆ
ี
ี
ื
ึ
น้เพิ่มมากข้นในอนาคต เพ่อใหเปนไปตามหลักการสงครามท่ใชเครือขายเปน
ศูนยกลางของ ทร. ดังนั้น ความตองการใชงานชองทางการสื่อสารของ ทร. จะ
ตองมีเพ่มมากข้นตามมาอยางหลีกเล่ยงไมได ประกอบกับขอมูลท่ไดจาก Node
ึ
ิ
ี
ี
ตางๆ จะมีปริมาณมาก (Vast) มีความหลากหลาย (Variety) และมีคุณคาสูง
(Value) ดวยเหตุนี้ ทร. จําเปนตองวางแผน แสวงหาเทคโนโลยีใหมๆ มาชวย
ื
ในการจัดเก็บขอมูลใหเปนมาตรฐาน และวิเคราะหขอมูล เพ่อเพ่มขีดความ
ิ
สามารถดานการควบคุมบังคับบัญชา การสื่อสาร และสารสนเทศของ ทร.
ื
เทคโนโลยีดานการควบคุมบังคับบัญชา การส่อสาร และสารสนเทศ
ในอนาคต
่
ู
ในปจจุบัน มีผใชงานอุปกรณคอมพิวเตอรเปนจํานวนมาก ซึงม ี
การประมาณการวา ในอนาคตชวงป ค.ศ.๒๐๒๐ – ๒๐๓๐ จะมีจํานวน
ู
ผใชงานอุปกรณคอมพิวเตอร หรือ Node อุปกรณ Smart Device ตางๆ
ในการแลกเปลยนขอมลระหวางกันท่เพมมากขน โดยมการประมาณการ
ู
่
ึ
้
่
ี
ิ
ี
ี
ิ
กันวา จะเพ่มมากกวาปจจุบันถึง ๑๐ – ๑๐๐ เทา สงผลใหความตองการใชงาน
๓
ึ
ชองทางส่อสารสําหรับแลกเปล่ยนขอมูลมากข้นตามไปดวย แตในปจจุบัน
ี
ื
ื
ื
ชองทางการส่อสาร โดยเฉพาะการส่อสารไรสายสําหรับอุปกรณคอมพิวเตอร
ี
ื
หรอ Smart Device แบบเคลอนท (Mobile Device) นน มขอจากดในเรองของ
่
ั
ื
ั
่
ื
ี
้
ํ
่
ี
ี
ื
ึ
ื
ชองทางการส่อสารซ่งก็คือจํานวนของชองความถ่ท่ใชในการติดตอส่อสาร
ไดอยางมีประสิทธิภาพน่นเอง อาทิเชน ระบบส่อสารยานความถ่ HF ท่ใชในการ
ื
ี
ี
ั
ติดตอสื่อสารระหวางเรือ – สถานีชายฝงของ ทร. ซึ่งเปนสวนหนึ่งของระบบ
ควบคุมบังคับบัญชา C ISR ยังมีขอจํากัดในเร่องของขนาดชองสัญญาณหรือความ
4
ื
กวางแถบคลื่นความถ่ (Bandwidth) ท่สงขอมูลไดไมมาก อันเน่องมาจากความถ ี ่
ื
ี
ี
ใชงาน เปนตน ดังนั้น การนําเทคโนโลยีสมัยใหมเขามาประยุกตใชงาน จะชวย
ื
ี
ลดขอจํากัดตรงน้ได โดยในปจจุบันมีเทคโนโลยีดานการติดตอส่อสารและ
4
สารสนเทศที่จะชวยเพิ่มขีดความสามารถของระบบ C ISR ที่นาสนใจ ดังนี้
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
98
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ