The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 103
ตุลาคม 2564 - มีนาคม 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกาธิปัตย์สาร, 2022-07-07 01:51:03

นาวิกาธิปัตย์สาร เล่ม 103

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 103
ตุลาคม 2564 - มีนาคม 2565

ภาพที่ ๖ โครงสรางกรมขาวทหาร
ที่มา https://j2.rtarf.mi.th/wordpress/โครงสรางและอัตราการจัด




การใหความสําคัญกับงานดานวิเทศสัมพันธ โดยจัดโครงสรางใหม ี
สํานักวิเทศสัมพันธ จัดไดวาเปนการยกระดับงานดานความสัมพันธระหวาง


ประเทศท่สงผลใหบทบาททางการทูตทหารเปนไปไดอยางมีเอกภาพและ
เปนการสงเสริมบทบาทนําของงานดานการขาวทหารของกองบัญชาการ
กองทัพไทย (บก.ทท.) ไดอยางเปนรูปธรรม หากกองทัพเรือสามารถนําแนวทาง

การเปล่ยนแปลงโครงสราง โดยการเพ่มสํานักวิเทศสัมพันธภายใตการบังคับ



บญชาของกรมขาวทหารเรือ ก็นาจะสามารถยกระดับงานดานความ
สัมพันธระหวางประเทศกับหนวยงานดานความมั่นคงทั้งภายในประเทศ

และตางประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองตอวิสัยทัศนและ
นโยบายของผูบังคับบัญชาไดอยางเปนรูปธรรม

๒. พัฒนากําลังพลดานการขาว

กําลังพลที่อยูในวงรอบขาวกรองในทุกระดับและทุกขั้นตอน ซึ่งไดแก


การวางแผน รวบรวม วิเคราะห และกระจายขาว จะตองเปนกําลังพลท่มีความ


รและประสบการณท่ตองผานการทํางานและการฝกอบรมในสายงานขาวเปน

ระยะเวลาท่ยาวนานจนทําใหเกิดความเขาใจงานในสายงานขาวไดอยางชัดเจน

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 49

การเขาใจงานในสายงานดานการขาวจําเปนที่จะตองเขารับการอบรมใน

หลักสูตรตางๆ ไดแก การขาวกรองท่วไป การขาวกรองทหารเรือ วงรอบขาว

กรอง เพื่อใหมีความเขาใจงานดานการขาวในขั้นตน หลังจากนั้นควรไดรับการ
อบรมหลักสูตรในระดับสูงขึ้นไป ไดแก การวิเคราะหขาวกรอง การตอตาน
การกอการรายสากล เปนตน นอกจากที่จะไดรับการอบรมในหลักสูตรตางๆ


แลว กําลังพลควรจะไดมีโอกาสปฏิบัติงานในสายงานขาวอยางตอเน่อง เพ่อ

เปนการนําองคความรูไปใชงาน และไดรับการพัฒนาตอยอดองคความรูตอไป







การสรางกาลงพลในสายงานขาวนอกจากจะมความยากลาบากแลว การ



รกษากาลงพลดานการขาวใหอยูกับสายงานขาวมีความยากยิ่งกวา ทั้งนี้สาเหตุ


หลักท่กําลังพลในสายงานขาวไมสามารถทํางานในหนวยงานขาวไดอยางตอ



เนอง กคือ กําลังพลตองโยกยายเพื่อไปบรรจุในตําแหนงหนาที่ หรือหนวยงานอื่นๆ

เพื่อใหมีความเจริญกาวหนาในเสนทางการรับราชการ โดยเฉพาะในกลุมนายทหาร


สญญาบตร ท่ไมไดกําเนิดจากโรงเรียนนายเรือหรอเทยบเทา จงทาใหเกดการ










หมุนเวียนสับเปลี่ยนกําลังพลในสายงานขาวอยูเปนระยะๆ เปนผลใหการมกาลงพล

ท่มีความชํานาญในสายงานขาวขาดความตอเน่อง ซ่งผลลัพธท่ตามมาก็คือ







ผลผลตของงานดานขาวกรองทหารเรือผานการวิเคราะหโดยผท่ขาดความรความ







ชานาญจะขาดความนาเช่อถือ และไมสามารถสรางฉากทัศนท่ชัดเจนเพ่อเปนขอเสนอแนะ

ใหกับสายงานยุทธการและสายงานอื่นๆ ไดอยางมประสทธภาพ




๓. พัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ และเทคโนโลยีดานการขาว
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเขามามีบทบาทในวงรอบขาวกรองมากข้น


เร่มต้งแตการใชเคร่องมือรวบรวมขอมูลในรูปแบบของอุปกรณเก็บขอมูล


ขาวสารทางเปดและทางปด ต้งแตในระดับยุทธวิธีจนถึงระดับยุทธศาสตร โดย

ขอมูลท่ถูกเก็บรวบรวมจะถูกนําไปดําเนินกรรมวิธี ประเมินคาและประมวลผล

ซ่งจะตองดําเนินการผานเคร่องมือตางๆ ในสวนของข้นตอนการวิเคราะหขอมูล










ขาวสารทเกบรวบรวมมาไดนนอาจจะใชการวเคราะหภาพถาย แผนท หรอ








ขอมูลอ่นๆ เปนขอมูลประกอบ แตดวยในปจจุบันระบบสารสนเทศไดเขามา
มีบทบาทในทุกๆ วงรอบขาวกรองมากขึ้น ซึ่งสงผลดีตอการสรางผลผลิตทางการ
ขาวใหสามารถดําเนินการไดรวดเร็วและเขาใจไดงายข้น อีกท้งยังสามารถถูกสงตอให 


ถึงมือผูรับเพื่อนําไปใชประโยชนไดอยางรวดเร็ว และทันตอสถานการณ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
50
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

การพิจารณาเลือกเทคโนโลยีท่มีความเหมาะสมเขามาใชงานนับวา

เปนองคประกอบสําคัญ ซึ่งในปจจุบันกรมขาวทหารเรือไดมีการนําเทคโนโลยี

ท่สําคัญเขามาพัฒนางานขาวกรองทหารเรือในข้นตอนการเก็บรวบรวมขาวสาร

และการกระจายขาวไดอยางเปนรูปธรรมไดแก การนําระบบ NICE (Naval
Intelligence Capability Enhancement) ในลักษณะของการสรางระบบ
การเขาถึงขอมูลทางการขาวในวงรอบของการรวบรวมขาวและการกระจาย



ขาวใหถึงมือผใชงานไดรวดเร็ว และตรงตามความตองการของผใชงานมากท่สุด


















ภาพที่ ๗ ระบบ NICE
ที่มา กองขาว สํานักการขาว กรมขาวทหารเรือ


๔. พัฒนาการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารทางทะเล


การหาขอมูลขาวสารทางทะเลมีความจําเปนท่จะตองใชระบบคนหาและ


ตรวจจบทมขดความสามารถในการสงตอขอมูลไดรวดเร็ว ทันตอสถานการณ



ซึ่งไดแก
• ระบบการสื่อสารผานดาวเทียม
• เรดารประจําเรือ และสถานีเรดารชายฝง
• การสื่อสารผานระบบคลื่นวิทยุ HF/VUHF

• ระบบ Marine AIS
• ระบบทุนสัญญาณ Beacons


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 51

• ระบบ VSAT

• ระบบเครือขายอินเทอรเน็ต และ โซเชียลมีเดีย






โดยในปจจบน ทร. จะใชเรอทปฏบตการในพนททาหนาทหนวยคนหา















และตรวจจับโดยจะเก็บขอมูลขาวสารเหตุการณท่สงผลกระทบตอผลประโยชน


แหงชาติทางทะเลของไทย นอกจากน้นจะใชแหลงขาวเปดทางดานขอมูลขาวสาร

ทางทะเล ผานเว็บไซตตางๆ นอกเหนือจากขอมูลท่ไดรับจากศูนยประสานงาน
ดานการขาวและขอมูลขาวสารทั้งจากหนวยงานภายในประเทศ และตางประเทศ
ซึ่งไดแก ขอมูลจาก (ศูนยอํานวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล)
ศรชล.ภาค ขอมูลจาก ReCAAP และ IFC เปนตน โดยมีรูปแบบการสงตอ

การรายงานขอมูลขาวสารผานระบบส่อสารของศูนยปฏิบัติการกองทัพเรือ
(ศปก.ทร.) เปนหลัก อยางไรก็ตามเพ่อใหการปฏิบัติการดานขาวกรองทหารเรือ




มีประสิทธิภาพท่สูงข้นตอบสนองตอสภาวะแวดลอมท่มีการเปล่ยนแปลงไป









ตลอดจนสามารถสงตอขอมลใหไดรวดเร็วและทนตอเหตุการณกองทพเรอ
นาจะตองศึกษาความเปนไปไดในการพัฒนาระบบเครือขายเฉพาะสําหรับขาวสาร

ทางทะเลใหมีความเปนรูปธรรมมากข้น ซ่งระบบดังกลาวควรมีองคประกอบท ่ ี

สําคัญหลักๆ ดังนี้
Ø ครอบคลุมพื้นที่ทะเลอาณาเขต และเขตเศรษฐกิจจําเพาะ

Ø ตองไดขอมูลจํานวนมากในลักษณะ Real-time ซ่งสามารถระบุขอมูล
ภัยคุกคามและพฤติกรรมที่ผิดวิสัยไดในโอกาสแรก
Ø สามารถทาการเฝาตดตามกจกรรมทางทะเลตางๆ ไดอยางตอเนอง










ตลอด ๒๔ ชม.
Ø สามารถทําการวิเคราะหขอมูลเชิงลึก เพื่อใหเห็นถึงกิจกรรมที่จะเปน
ภัยคุกคามและสงผลกระทบตอผลประโยชนของชาติทางทะเลได
๕. พัฒนาการขาวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการ




สืบเน่องจากพ้นท่ปฏิบัติการดานการขาวทหารเรือเกือบท้งหมดจะ



ครอบคลมพนททางทะเลอาณาเขต เขตตอเนื่อง เขตเศรษฐกิจจําเพาะ และพื้นที่




ชายฝง รวมถึงพ้นท่ตามแนวลํานําท่กองทัพเรือรับผิดชอบ ดังน้นการท่จะได 





มาซ่งภาพสถานการณทางการขาวท่มีขนาดใหญ กองทัพเรือจําเปนท่จะตอง



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
52
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ










มระบบคนหาและตรวจจบท่สามารถตรวจการณไดครอบคลม ซงในปจจบัน

จะใชยุทโธปกรณของกองทัพเรือเปนหลัก ไดแก บ.ทร. เรือรบท่อยในพ้นท ่ ี


ปฏิบัติการ ตลอดจนกําลังพลสายขาวที่แฝงตัวอยูในพื้นที่ อยางไรก็ตาม การที่


จะไดมาซ่งขอมูลขาวสารยังสามารถกระทําผานภาคีทางการขาวท่กองทัพเรือ
สรางข้น ไดแก หนวยงานทางทะเลท่อยภายใต ศรชล. รวมถึง ไทยอาสาปองกันชาต ิ



ทางทะเล เปนตน
การพัฒนาที่ตองดําเนินการใหเปนรูปธรรม



จากสภาวะแวดลอมทางความม่นคงท่มีการเปล่ยนแปลง ทําใหการ
กําหนดแนวทางการพัฒนางานดานการขาวกรองทหารเรือจําเปนตองไดรับ


การศึกษาอยางจริงจัง และใชการกําหนดฉากทัศนท่อาจจะเกิดข้นในอนาคต






มาเปนองคประกอบสําคญในการกาหนดทิศทางการพฒนา โดยยดนโยบาย
ทางการขาว และแผนแมบทดานการขาวของกองทัพเรือเปนแกนหลัก ซ่งสามารถ


แบงออกเปนหัวขอการพัฒนาในดานตางๆ โดยสรุป ไดดังนี้
๑. พัฒนาระบบงานดานการขาว ในสวนของการพัฒนาระบบงานดานการขาว





นน เพอใหงานขาวกรองทหารเรอสามารถตอบสนองตอสถานการณดานความ


มั่นคงทั้งในระดับโลก และภูมิภาค การปรับปรุงโครงสรางของกรมขาวทหารเรือ
ใหมีความสอดคลองกับสภาวะแวดลอม และนโยบายดานการขาวของกองทัพเรือ


เปนประเด็นพิจารณาท่สําคัญ ซ่งการปรับปรุงโครงสรางของกรมขาวทหารเรือ
ใหตอบสนองตอนโยบายกองทัพเรือ ในดานการเสริมสรางความสัมพันธระหวาง
ประเทศดวยการจัดตั้งสํานักวิเทศสัมพันธ เพื่อใหงานดานการเสริมสรางความ
สัมพันธกับกองทัพเรือและหนวยงานดานความม่นคงทางทะเลของตางประเทศ







มความเปนเอกเทศมากขน ท้งน้สามารถสรุปสาระสําคัญของโครงสรางและ
ขอบเขตของงานของสํานักวิเทศสัมพันธไดในลักษณะดังตอไปนี้
- สํานักวิเทศสัมพันธ ภายใตการบังคับบัญชาของ ขว.ทร. มีภารกิจ
ดาเนนงานตามนโยบายดานการพัฒนาความสัมพันธกับ ทร. และหนวยงาน



ดานความมั่นคงของตางประเทศ โดยประสานงานกับ สน.ผชท.ทหาร
และ ทร. ตางประเทศ ประจําประเทศไทย และ สน.ผชท.ทร. ไทย ในตางประเทศ

โดยนําเอางานท่กองการตางประเทศ รับผิดชอบมากําหนดเปนพันธกิจ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 53

ของสํานักวิเทศสัมพันธใหมีความสอดคลองกับวัตถุประสงคของ ทร.

ซึ่งสามารถจัดแบงหนวยภายใตการบังคับบัญชาออกไดเปน ๒ กอง คือ

กองวิเทศสัมพันธ ประกอบไปดวย ๓ แผนก ไดแก
แผนกวิเทศสัมพันธ มีหนาท่ประสานงานกับ สน.ผชท.ทหาร/





ทร.ตางประเทศ ท่มีท่ต้งในประเทศไทย หรือในตางประเทศท่มีเขตอาณาใน





ประเทศไทย โดยจะรับผดชอบงานทเก่ยวกับการเย่ยมคํานับของเอกอัครราชทูต
หรือ ผูแทนทางการทูต ผชท.ทหาร/ ผชท.ทร. ตลอดจน ผูแทนทางทหารจาก
ตางประเทศ ที่จะขอเขาเยี่ยมคํานับ หรือเขาพบ ผบ.ทร./ผูแทน หรือการขอ
เยี่ยมหนวยของ ทร.

แผนกทูตทหาร มีหนาท่ประสานงานกับ สน.ผชท.ทหาร และ





สน.ผชท.ทร. ท่มีท่ต้งในตางประเทศ ในการปฏิบัติงานท่เก่ยวกับการเตรียม
การรับรอง ผบ.ทร. ผูบังคับบัญชา หรือ ขาราชการ ทร. ที่จะเดินทางไปยังตาง
ประเทศ ที่มี สน.ผชท.ทร. หรือ สน.ผชท.ทหาร ตั้งอยู
แผนกลามและแปล มีหนาท่จัดทํารางหนังสือแสดงความยินดี

หนังสือขอบคุณ ตลอดจนหนังสือราชการภาษาอังกฤษ และ ภาษาตางประเทศอื่นๆ


ท่มีขีดความสามารถ ใหกับ ผบ.ทร. หรือ ผบังคับบัญชา รวมถึงใหการสนับสนุน
กับหนวยในการแปลและเรียบเรียงเอกสารราชการภาษาตางประเทศใหกับ
หนวยตามที่รองขอ
กองพิธีการ ประกอบไปดวย ๓ แผนก ไดแก


แผนกพิธีการ มีหนาท่ดําเนินการจัดทําคําขอการเยือนเมืองทา
ตางประเทศของเรือรบ ทร. และ อากาศยาน ทร. และ จัดทําขอพิจารณาการ
ตอบรับคําอนุมัติคําขอ การเขาเยือนเมืองทา ของเรือรบ อากาศยาน ทร.ตางประเทศ
แผนกรับรอง มีหนาท่ดําเนินการเตรียมการ อํานวยการ การใหการ

รับรอง ผบ.ทร. และผูบังคับบัญชาระดับสูงของ ทร.ตางประเทศ ที่เดินทางมา
เยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของ ทร.




แผนกหนังสือเดินทางและถุงเมลทูต มหนาท่จัดทาหนังสอนา

ประกอบการขอทําหนังสือเดินทางและการขอวีซาในการเดินทางไปราชการตาง
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
54
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ประเทศของขาราชการ ทร. และนําสงเอกสารผานทางถุงเมลทูตไปยัง สน.ผชท.ทร.

ที่ประจําอยูในประเทศตางๆ






















ภาพที่ ๘ โครงสราง ขว.ทร. (เพิ่ม สน.วิเทศสัมพันธ)

๒. การพัฒนากําลังพลดานการขาว สามารถแบงออกไดเปนกรอบแนวทาง

ระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งในระยะสั้นนั้น สามารถดําเนินการไดดวยการเสริม

สรางความรและประสบการณงานดานการขาวเชิงรุกใหกับกําลังพลผาน
หลักสูตรตางๆ ในทุกๆ ระดับ ทั้งในและตางประเทศ ตลอดจนการสราง
กําลังพลใหมีขีดความสามารถดานภาษาตางประเทศ โดยเฉพาะภาษา


ของประเทศเพื่อนบาน ในสวนของแนวทางระยะยาวนน กองทพเรออาจจะ



ตองศึกษาความเปนไปไดของการจัดสรางกําลังพลเหลาขาวกรองทหารเรือให
มีความเปนเอกเทศ โดยเริ่มตั้งแตการสรางกําลังพลในระดับพื้นฐาน ไดแก


การสรางนักเรียนจาจาก โรงเรียนชุมพลทหารเรือ หรอ โรงเรยนสอสารทหาร






เรือ โดยสามารถนําแนวทางการสรางกาลงพลเหลาขาวของกองทพบก และ
หนวยงานดานความมั่นคงในตางประเทศ มาปรับใชใหมีความเหมาะสมกับ

สภาวะแวดลอมในการทํางานของกองทัพเรือ โดยเนนการสรางความรความ


เขาใจกับการขาวกรองทหารเรือเปนหลัก ในสวนของกําลังพลสายงานขาวระดับ


สัญญาบัตรนั้นการสรางแรงจูงใจใหกบกาลงพลจากพรรคพิเศษ เหลาสารบรรณ


ท่ปฏิบัติงานในสายงานขาวเปนระยะเวลานาน โดยนําหลักการการประเมินขีด

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 55


สมรรถนะของกําลังพล (Competency) เพ่อพิจารณาเล่อนบรรจุกําลังพลใหม ี

โอกาสเจริญเติบโต จนถึงในระดับผูบริหารระดับกลางมาใช นาจะเปนเรื่องที่มี
ความเหมาะสม ทั้งนี้ควรคํานึงถึงโอกาสของการเจริญเติบโตของกําลังพลหลัก





พรรคนาวินควบคกันไปดวย เพ่อไมใหเกิดปญหาความตบตนในการเลอนยศของ

นายทหารพรรคนาวินจากชั้นยศ นาวาโท (น.ท.) เปน นาวาเอก (น.อ.)
๓. การพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ และเทคโนโลยีดานการขาว ตามที่ไดกลาว
ไวในขางตนจะเห็นไดวาเทคโนโลยี และเคร่องมือตามวงรอบขาวกรองทหารเรือ


จะตองเขามามีบทบาทท่มากข้นในการทดแทนการดําเนินการหาขาวโดย




บุคลากรท้งน้เน่องจากขอจํากัดของสถานการณการแพรระบาดของโรคอุบัติใหม 









ทอาจจะยงคงมอยตอไปในอนาคต ทาใหการเขาถึงแหลงขาวจาเปนตองใช 


อุปกรณการเก็บรวมแบบใชคนใหนอยลง อุปกรณตางๆ เหลานี้ ไดแก ระบบ
Drone หาขาว และระบบการหาขาวที่สามารถเก็บภาพถายดาวเทียมได 
โดยละเอียดและ Real Time ใหไดมากที่สุด รวมถึงการสรางโครงขายการสงตอ





ขอมลใหถงนกวเคราะหขาวโดยใชเวลาดําเนินการท่ส้นท่สุด จนแทบจะกลาว












ไดวานักวเคราะหขาวควรจะเห็นขอมลไดในหวงเวลาเดียวกันกับทเจาหนาท ่ ี
รวบรวมขาวสารหรือท่เซนเซอรรวบรวมขาวสามารถตรวจจับขอมูลได หลัง





จากน้นก็จะเปนหนาท่ของนักวิเคราะหขาวท่จะใชระบบวิเคราะหขอมูลท้งใน
เชิงสถิติ หลักการและเหตุผล รวมกับประสบการณของตนเองทําการวิเคราะห
ขอมูลขาวสารท่ไดรับจนไดขอยุติและขอตกลงใจเพ่อสงตอผลผลิตขาวกรองผาน


ระบบกระจายขาวสารใหกับหนวยงานท่ตองการนําไปใชงานไดอยางรวดเร็ว

และทันตอสถานการณ
ภาพที่ ๙ ระบบ Drone หาขาว
ที่มา hamodia.com/2013/02/05/drones-on-the-ground-to-help-with-intelligence-gathering
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
56
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

๔. การพัฒนาการแลกเปล่ยนขอมูลขาวสารทางทะเล เพ่อใหการ


แลกเปล่ยนขอมูลขาวสารทางทะเลเปนไปไดอยางรวดเร็ว ทันตอสถานการณ



กองทัพเรือควรจะตองพัฒนาระบบเครือขายเฉพาะสาหรบขาวสารทางทะเลให 












มความเปนรปธรรมมากขน โดยมองคประกอบทสาคญตามทไดกลาวถึงไปกอน

หนา ซึ่งจะตองคํานึงถึงขอจํากัดทางเทคโนโลยี และการบํารุงรักษาระบบซึ่ง
กองทัพเรือ จะสามารถดําเนินการไดเองทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และ
ระยะยาว ตลอดจนระบบจะตองรองรับกับแนวโนมของสภาวะแวดลอมทาง
เทคโนโลยีที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
๕. พัฒนาการขาวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการ หนึ่งในแนวทางที่สําคัญ
ของการพัฒนาการขาวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการก็คือ การสรางความรวมมือ
ทางการขาวทางทะเลใหเกิดข้นโดยกองทัพเรือในฐานะหนวยงานหลักดาน



ความม่นคงทางทะเลจําเปนตองสรางการรับร และการสรางความเขาใจรวม
กันกับหนวยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนใหเห็นถึงความสําคัญของ



ภัยคุกคามท่มาจากทะเลและตามแนวลํานํา เพ่อเปนการสรางความ
กระตือรือรนและใหการสนับสนุนการแลกเปล่ยนขาวสารระหวางหนวยงาน

และการแจงเตือนจากภาคประชาชนใหไดมากที่สุด
บทสรุป

การพัฒนาการขาวกองทัพเรือใหสอดรับกับ

สถานการณทางความม่นคงท่มีการเปล่ยนแปลงอยาง


ตอเน่องตลอดเวลาภายใตขอจํากัดดานงบประมาณ

อันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม จําเปนตอง
กําหนดแนวทางหลักๆ ท่สําคัญ โดยยึดหลักการบริหาร

จัดการท้งในระดับองคบุคคล องควัตถุ และองคยุทธวิธี



ท่มีความเหมาะสม ซ่งสามารถท่จะจัดการไดต้งแตการ


ปรบปรงโครงสรางของหนวยงานทางการขาวและ


ความสัมพันธระหวางประเทศใหมีความเดนชัด ใน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 57








สวนของการพฒนาองคบคคลนนถอเปนหวใจหลกของการ


เสริมสรางขีดสมรรถนะทางการขาวกองทัพเรือใหม ี
ความพรอมท่จะรับมือกับภารกิจท่หลากหลาย ซ่งกําลังพล



จะตองไดรับการอบรมความรสาขาการปฏิบัติการ

ขาวกรองทหารเรือในทุกๆ ระดับ และมีโอกาสไดเสริมสราง

ประสบการณและแลกเปล่ยนมุมมองกับหนวยงาน
ดานการขาวท้งภายในประเทศและตางประเทศอยาง


ตอเน่อง ตลอดจนหนวยงานดานการขาวของกองทัพเรือ
ตองสรางแรงบันดาลใจในการทํางานใหกับกําลังพล
ดวยการสงเสริมโอกาสเจริญกาวหนาใหกับกําลังพล
ทั้งในระดับสัญญาบัตร และประทวนเพื่อเปนการสงเสริม



ใหกําลังพลมีความมงม่นท่จะอุทิศตนปฏิบัติงานใหกับ
งานขาวกรองของกองทัพเรืออยางเต็มกําลังความสามารถ
การเสริมสรางศักยภาพดานการขาวของกองทัพเรือ

ในดานองควัตถุตองมีการคัดสรรเทคโนโลยี เคร่องมือ




และอุปกรณใหมความทันสมย สามารถสงเสรมขดความ
สามารถการวิเคราะหขาวใหมีความถูกตอง ชัดเจน
ทันตอสถานการณ ซ่งมีความจําเปนตองพ่งพาโครงขาย



การส่อสารสงตอขอมูลท่สามารถลดระยะเวลาในการรับสง



ขอมูลในวงรอบขาวกรองใหเหลือนอยท่สุด เพ่อใหขอมูล

ขาวกรองถูกนําไปใชประโยชนไดในระยะเวลาท่รวดเร็ว
อยางไรก็ตามจะตองคํานึงถึงขอจํากัดทางเทคโนโลยี และ

การบํารุงรักษาระบบซ่ง ทร. สามารถดําเนินการไดเอง

ท้งในระยะส้น ระยะปานกลาง และระยะยาว นอกจากน้น


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
58
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

จะตองใหความสําคัญกับการสรางความรวมมือทางการ

ขาวใหเกิดขึ้น โดยกองทัพเรือในฐานะหนวยงานหลักดาน

ความม่นคงทางทะเลจําเปนตองสรางการรับร และการ

สรางความเขาใจรวมกันกับหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
ตลอดจนภาคประชาชน เพ่อท่งานขาวกรองของกองทัพ


เรือจะสามารถเปนปจจัยหลักในการขับเคล่อนใหกองทัพ

เรือบรรลุวิสัยทัศน ตามยุทธศาสตรกองทัพเรือระยะ ๒๐ ปี
ที่ถูกกําหนดไวไดอยางเปนรูปธรรม








เอกสารอางอิง

• แผนแมบทการพัฒนากองทัพเรือดานการขาว พ.ศ.๒๕๖๐ –
๒๕๗๙
• นโยบายผูบัญชาการทหารเรือ ประจําปงบประมาณ ๒๕๖๕
• Herman, Michael. (2001). Intelligence Services in the

Information Age: Theory and Practice. Portland: Frank Cars
• Kaplan, Robert D. (2010). The Geography of Chinese Power.
A publication of Council on Foreign Relations. Volume:
89,Issue:3 (May/June 2010).

• Leah Sherwood. (2016). Small States’ Strategic Hedging

for Security and Infl uence. สืบคนเม่อ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
จาก https://trendsresearch.org/
• https://www.chinausfocus.com/peace-security/the-

nine-dash-line-and-its-basis-in-international-law




¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 59

• https://www.hamodia.com/2013/02/05/drones-on-the-

ground-to-help-with-intelligence-gathering/
• https://www.ips-intelligence.com/en/maritime-intelligence
• https://j2.rtarf.mi.th/wordpress

• www.navalnews.com/naval-news/2021/11/aukus-australia-
signs-naval-nuclear-propulsion-information-sharing-agreement/
• https://thedailyblog.co.nz/2020/05/05/are-we-in-a-new-
security-environment-or-just-the-same-old-anti-chinese-one/
















































¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
60
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 61

บทคัดยอ


กําลังรบทางเรือ เปนเคร่องมือสําคัญของชาติในการใชเปนเคร่องมือ










รกษาอธปไตยและความมนคงของชาตทางทะเล นอกจากน้ ยงใชรกษา
ผลประโยชนของชาติทางทะเล กองทัพเรือไดรับมอบหมายจากรัฐบาลใหเปนผ  ู

ดูแลและรับผิดชอบในการใชเคร่องมือน้ ภายใตนโยบายของรัฐ และยุทธศาสตร 


ชาติดานความม่นคง ปจจุบันกองทัพเรือไดกําหนดยุทธศาสตรกองทัพเรือ ระยะ
๒๐ ป พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ โดยมีแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของ

กองทัพเรือ พรอมกับไดกําหนดความตองการกําลังรบ เพ่อใหสอดคลองและ
สามารถตอบสนองตอวัตถุประสงคตามแนวคิดยุทธศาสตรชาติ อยางไรก็ดี การดํารง
ภารกิจตามแนวความคิดทางยุทธศาสตรดวยกําลังรบทางเรือ จําเปนตองม ี
ขีดความสามารถปฏิบัติการไดตลอดชวงเวลาที่ตองการ ทั้งนี้ หัวใจสําคัญที่จะ

คงการปฏิบัติภารกิจใหไดอยางตอเน่องน้น จะตองไดรับการสนับสนุนอยาง

เพียงพอและเหมาะสม ทั้งในยามปกติและในยามสงคราม และหากเกิดความ
ไมสอดคลองระหวางการสนับสนุนกับการใชกําลังรบทางเรือ ผลลัพธท่ไดอาจ

สรางความเสียหายตอการดํารงภารกิจของกองทัพเรือและนําไปสการสูญเสีย

ผลประโยชนของชาติทางทะเลอันมิอาจจะประมาณคาได
กองทัพเรืออนุมัติแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบ
ของกองทัพเรือ รองรับแนวความคิดทางยุทธศาสตรและบทบาทของกองทัพเรือ
เพ่อใหการใชกําลังมีขีดความสามารถตอบสนองตอวัตถุประสงคมูลฐานและ

วัตถุประสงคเฉพาะทางเรือไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยกําหนดรูปแบบการ


ปฏิบัติการ และการเคล่อนยายกําลังทางเรือเขาพ้นท่ปฏิบัติการ ท้งในภาวะ



ปกติและในภาวะขัดแยง – ภาวะสงคราม รวมท้งกําหนดประเภทและชนิดของ
กําลังรบ พรอมกับใหหนวยตาง ๆ ใชเปนแนวทางในการเตรียมความพรอมของ
กําลังรบขั้นตํ่าที่สุดระดับ พ.๒ (พรอมปฏิบัติงานในสถานการณวิกฤตหรือตาม
แผนเผชิญเหตุ) รวมท้งกําหนดความพรอมรบดานสงกําลังบํารุง ตามพันธกิจ


สาขาการสงกําลัง โดยกําหนดใหสะสมส่งอุปกรณประเภทอาหาร นํามันเช้อเพลิง


และ อมภัณฑตาง ๆ ที่จําเปนตอการรบไวที่ระดับอัตราสํารองสงคราม
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
62
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

การปฏิบัติตามแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบของ

กองทัพเรือขางตน มีความตองการใชขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง

จํานวนมาก เพ่อใหกําลังทางเรือมีความพรอมในการออกปฏิบัติการไดอยาง



ตอเน่อง และมีประสิทธิภาพตลอดชวงระยะเวลาท่กําหนด ท้งน้ สถานภาพ


รายการส่งอุปกรณท่จําเปนตอการรบในปจจุบันของกองทัพเรือก็ยังประสบ



ปญหาความขาดแคลน โดยเฉพาะการสํารองนํามันเช้อเพลิง และอมภัณฑ 
รายการวิกฤติ (เปนอมภัณฑที่จัดหาไดยาก มีราคาสูง และใชเวลาสงมอบนาน)
รวมถึงขอจํากัดในการสนับสนุนสิ่งอํานวยความสะดวกจากฐานทัพและทาเรือ
เปนตน ซ่งอาจสงผลกระทบตอความสําเร็จในการตอบสนองภารกิจของ


กองทัพเรือ ในบทบาทการปองกนราชอาณาจกร การรักษาสิทธิอธิปไตย

เหนืออาณาเขตทางทะเล และการคมครองและรักษาเสนทางคมนาคมทางทะเล

ตั้งแตสถานการณวิกฤติตอเนื่องไปจนถึงขั้นการปองกันประเทศ จึงจําเปนตอง
พัฒนาขีดความสามารถดานการสนับสนุนอยางเปนระบบ รองรับแนวทางการ
ใชกําลังและระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ


บทนํา





การเขียนบทความเร่องน้นับเปนเร่องทาทายสําหรับผเขียนมาก
เนื่องจากจะตองแปลงชั้นความลับจาก “ลับที่สุด” เปน “ปกติ” จึงอาจทําให
ผูอานเกิดอาการ “อารมณคาง” จากความไมสุดในการเขาถึงขอมูล เนื่องดวย
ขอจํากัดของขอมูลเชิงปริมาณดานการสงกําลังบํารุง ซ่งจะเปนส่งสะทอนถึง





ขีดความสามารถของกําลังรบไดโดยตรงท่สุด จึงเปนเร่องท่ยากมากในการ


แปลงเปนบทความซ่งสามารถใหผอานทุกทานสามารถเขาถึง และทําความ
เขาใจไดอยางพอดี โดยที่ไมกระทบตอการปฏิบัติการของกองทัพเรือ ขอมูลที่เขียน
ลงในบทความ จึงเปนแนวความคิดสําหรับการพัฒนาขีดความสามารถดานการ
สงกําลังบํารุงฯ ตามหลักการในเชิงคุณภาพ
การจะพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุงฯ คงตองเร่มจาก

การวิเคราะหความตองการดานการสงกําลังบํารุงเสียกอนวา ตามแนวทางการ
ใชกําลังและระดับความพรอมรบ มีความตองการอะไรบาง หรือกองทัพเรือ


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 63

กําหนดความตองการไวอยางไร จากน้นจึงตรวจสอบขีดความสามารถดาน

การสงกําลังบํารุงของกองทัพเรือตามสภาพความเปนจริงในปจจุบัน แลวนํามา

วิเคราะหเปรียบเทียบ หากเพียงพอแลวก็ดํารงสภาพความพรอม แตถายังมีส่ง
ใดขาดก็นํามาเติมใหเต็ม และตองทําทั้งระบบของการเติมเต็มสิ่งของที่ยังขาด



อย เพ่อใหสามารถดํารงสภาพความพรอมในการปฏิบัติการของกําลังทางเรือ

ไดอยางตอเน่อง หรือหากจะกลาวอยางเปนภาษาทางการก็คือ การหาแนวทาง
การพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง สนันสนุนกําลังทางเรือตาม
แนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ โดยผูเขียนไดนํา
เสนอเนื้อหาเรียบเรียงประเด็นตามลําดับดังนี้

ความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ


ข้นตอนแรกตองทราบใหไดกอนวา แนวทางการใชกําลังและระดับ


ความพรอมรบท่กองทัพเรือกําหนดน้น ตองใชกําลังทางเรือประเภทใดบาง
จํานวนเทาใด และท่ปฏิบัติการอยในพ้นท่ใด รวมถึงความตองการดานการ














สงกําลงบารงท่กองทัพเรือคาดหวงไวเปนอยางไร ซงจากการคนควาพบแหลง



ขอมูลสําหรับการตอบคําถามขางตน ซ่งผเขียนใชเปนกรอบการศึกษาและ

วิเคราะห ดังแสดงในแผนภาพที่ ๑ สรุปไดดังนี้








ภาพที่ ๑ กรอบการศึกษาและวิเคราะหความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ
ที่มา : ผูเขียน


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
64
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

๑. ยุทธศาสตรกองทัพเรือ ๑

ไดกําหนดโครงสรางกําลังทางเรือที่ตองการในอีก ๒๐ ปขางหนา ตอง

มีขีดความสามารถในการตอบสนองวัตถุประสงคเฉพาะทางเรือ โดยเฉพาะการ
ปองกันราชอาณาจักรและรักษาสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย







และการคมครองและรกษาเสนทางคมนาคมทางทะเลของไทย ซงเปนภารกิจ
หลักสําคัญท่สุดของกองทัพเรือและไมมีหนวยงานหรือองคกรใดในประเทศ













สามารถดาเนนการแทนได จงกาหนดกาลงทางเรอทตองการ ประกอบดวย
เรือดํานํ้า เรือฟริเกตสมรรถนะสูง เรือตรวจการณระยะไกลฝง เรือตรวจการณ


ระยะปานกลาง เรือตรวจการณระยะใกลฝง เรือเอนกประสงคยกพลข้นบก





ขนาดใหญ เรอระบายพลขนาดใหญ เรอตอตานทนระเบด เปนตน นอกจาก






น้ ยังกําหนดโครงสรางระบบสนับสนุน ดานการฐานทัพ ทาเรือ และการสง

กําลังบํารุง เพ่อใหสามารถสนับสนุนการปฏิบัติการของหนวยกําลังตาง ๆ














กองทพเรอกาหนดใหพฒนาฐานทพ ทาเรอ และการสงกาลงบารงใหครอบคลม


พื้นที่ปฏิบัติการทั้งอาวไทยและทะเลอันดามัน โดยไดกําหนดให ฐานทัพเรือสัตหีบ
ฐานทัพเรือสงขลา และฐานทัพเรือพังงาเปนฐานทัพเรือหลักของกองทัพเรือ
และกําหนดใหมีฐานสงกําลังบํารุงสวนหนาสนับสนุนการปฏิบัติการของ
กําลังทางเรือ เพื่อลดเวลาและคาใชจายในการเดินทางเขาพื้นที่ปฏิบัติการ
๒. แนวทางการใชกําลัง พ.ศ.๒๕๖๓
ในหัวขอนี้จะทําใหทราบรูปแบบการปฏิบัติการ ท้งในภาวะปกติ ภาวะ


ขัดแยง ตอเน่องไปจนถึงภาวะสงคราม รวมถึงแนวทางการเคล่อนยายกําลัง

ทางเรือเขาไปยังพื้นที่ปฏิบัติการ กรณีเกิดความขัดแยงในพื้นที่ตาง ๆ ตรงจุด
น้จะทําใหเห็นภาพวาจะตองเตรียมการสนับสนุนกําลังทางเรืออยางไร และ

ท่ไหน โดยในยามปกติ กําลังทางเรือจะปฏิบัติการอยในพ้นท่ของทัพเรือภาค











ใชปฏบตภารกจการปองกนประเทศ รักษาเสนทางคมนาคมทางทะเล รกษา

ผลประโยชนของชาติทางทะเล และกิจอ่น ๆ โดยมีทัพเรือภาคเปนหนวยรับ

ผิดชอบ ภายใตแนวความคิดการบังคับบัญชาเปนพ้นท่ (Area Command


Concept) ทั้งนี้ กําลังทางเรือตองมีขีดความสามารถเพียงพอในการเผชิญกับ

ภัยคุกคามทางทหารไดจนถึงความขัดแยงระดับตํา คร้นเม่อเกิดสถานการณ 


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 65


ฉุกเฉินหรือสถานการณวิกฤติท่สงผลตอความม่นคงของประเทศ กองทัพเรือจะ

ประกาศวัน ว. (วันวิกฤติ) เพื่อเตรียมกําลังและสวนสนับสนุนตาง ๆ พรอมทั้ง


เพ่มเติมกําลังใหกับทัพเรือภาคในการปองกันพ้นท่และรักษาเสนทางคมนาคม












ทางทะเลในพ้นทรบผดชอบ และเตรยมปฏบัตการสาหรบการควบคมทะเล การ
ปฏิเสธการใชทะเล การรักษาเสนทางคมนาคมทางทะเล และการปองกันพื้นที่




สําคัญในพ้นท่ปฏิบัติการ พรอมท้งจัดต้งหนวยกําลังเฉพาะกิจเพ่อปฏิบัติการ

เชิงรุก และสรางผลกระทบในระดับยุทธศาสตรในการปองปราม เพิ่มเสรีภาพ
ในการปฏิบัติของฝายเรา จํากัดเสรีในการปฏิบัติของฝายตรงขาม ตั้งแตระยะ

เร่มตนของความขัดแยงตอเน่องไปจนถึงข้นการปองกันประเทศ โดยเดินทาง




ไปยังพ้นท่ท่เกิดสถานการณ และวางกําลังอยดานนอกในตําบลท่แรกยุทธท่ม ี




ความไดเปรียบ
สําหรับการสงกําลังบํารุงน้น กําลังทางเรือจะรับการสนับสนุนจาก

ฐานทัพและทาเรือในพ้นท่ปฏิบัติการ สวนการรับการสงกําลังบํารุงของหนวย


กําลังเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกลจะรับการสนับสนุนจากฐานทัพเรือสัตหีบ
ในชวงกอนออกปฏิบัติการ และภายหลังจากทางเขาพื้นที่วางกําลังแลว จะรับ










การสนบสนนการสงกําลงบํารงดวยระบบสนบสนุนเคล่อนท และระบบฐานทพ




ในพ้นท่ท่ปฏิบัติการ จึงไดกําหนดแนวคิดการพัฒนาขีดความสามารถตามระบบ




การสงกําลังบํารุงของกองทัพเรือ ไดแก ระบบคลังพัสด โดยมงเนนการเพม

ระดับสะสมส่งอุปกรณใหเพียงพอต้งแตในข้นปกติ ระบบฐานทัพ โดยมงเนน




การพัฒนาโครงสรางพ้นฐานและส่งอํานวยความสะดวกรองรับการสนับสนุน


ใหแกกําลังเรือผิวนํา ท้งน้ กองทัพเรือยังไดกําหนดใหสรางฐานทัพ ทาเรือ


แหงใหมดานฝงอันดามันอีกจํานวน ๑ แหง ใหมีขีดความสามารถในการสงกําลังบํารุง


ใหกับเรือดํานําและเรือฟริเกตสมรรถนะสูง และระบบสนับสนุนเคล่อนท่ ี



โดยมุงเนนการใชเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญ เรือนํามัน และเรือนํา สนับสนุน
การสงกําลังบํารุงใหแกกําลังทางเรือในทะเล ตามวงรอบการสงกําลัง
๓. ระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ ๓
๓.๑ กองทัพเรือกําหนดระดับความพรอมรบของกองทัพเรือเปน ๔ ระดับ



และใชหมายเลขแสดงระดบ พ.๑ - พ.๔ เรยงลาดบตามความรนแรงของ



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
66
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

สถานการณตั้งแตขั้นปกติ จนถึงขั้นปองกันประเทศ ทั้งนี้ ในแตละระดับความ


พรอมรบกองทัพเรือไดระบุประเภทและจํานวนกําลังทางเรือในแตละพ้นท ่ ี
ปฏิบัติการ ดังนี้

๓.๑.๑ กําลังเรือผิวนํา ระดับ พ.๑ จัดกําลังทางเรือ เพื่อเปนเครื่อง
มือของรัฐสนับสนุนการเจรจาระหวางประเทศได โดยเปนการเตรียมกําลังใหม ี

ขีดความสามารถตอบสนองวัตถุประสงคเฉพาะทางเรือ เพ่อปองกัน
ราชอาณาจักรและรักษาสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย และ


เพ่อคมครองและรักษาเสนทางคมนาคมทางทะเลของไทย กําลังทางเรือตาม

พ้นท่ปฏิบัติการ ประกอบดวย เรือตรวจการณระยะไกลฝง เรือตรวจการณ 


ระยะปานกลาง เรือตรวจการณระยะใกลฝง และเรือระบายพลขนาดใหญ
โดยมีจํานวนเรือแตละประเภทใกลเคียงกับแนวทางท่กองทัพเรืออนุมัติจัดเรือ

ไปปฏิบัติราชการในทัพเรือภาคที่ ๑ – ๓

๓.๑.๒ กําลังเรือผิวนํา ระดับ พ.๒ เปนการจัดกําลังเรือใหมีขีดความ

สามารถปฏิบัติภารกิจควบคุมทะเล ปฏิเสธการใชทะเลของฝายตรงขามในพ้นท ี ่
และเวลาท่ตองการ รักษาเสนทางคมนาคมทางทะเลและปองกันฐานทัพ ทาเรือ










และพนท่สาคัญทางบกและทางทะเลท่ไดรบมอบหมาย มการเพมเติมกําลงทาง






เรอประเภทเรอตรวจการณระยะไกลฝง เรือตรวจการณระยะปานกลาง และ
เรือตรวจการณระยะใกลฝง ใหแกทัพเรือภาค และจัดตั้งกําลังกองเรือเฉพาะกิจ

ปฏิบัติการระยะไกล ประกอบดวย กําลังกองเรือเฉพาะกิจโจมตีและคมกัน

และกําลังกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการยุทธสะเทินนําสะเทินบก รวมถึงเรือ

สงกําลังบํารุงในระบบสนับสนุนเคล่อนท่ ไปปฏิบัติการในพ้นท่ท่เกิดสถานการณ 





วิกฤติ ทั้งนี้ ถือวากําลังรบในระดับ พ.๒ เปนการใชกําลังเรือผิวนําหลักทั้งหมด


ของกองทัพเรือในการปฏิบัติการต้งแตข้นสถานการณวิกฤติ ตอเน่องไปจนถึง

ขั้นแผนปองกันประเทศขั้นตอบโต – ขั้นปองกันประเทศ
๓.๑.๓ กําลังเพิ่มเติมในระดับ พ.๓ เปนการเพิ่มเติมกําลังจากการ
ใชทรัพยากรของหนวยงานภาครัฐ ภายหลังการประกาศวัน ต. (วันเริ่มปฏิบัติ
ตามแผนในขั้นตอบโต)
๓.๑.๔ กําลังเพิ่มเติมในระดับ พ.๔ เปนการเพิ่มเติมกําลังจากการ
ระดมทรัพยากรท้งหมดของประเทศจากท้งหนวยงานท้งภาครัฐ และเอกชน



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 67

ภายหลังการประกาศวัน ร. (วันระดมสรรพกําลัง)

๓.๒ กําหนดหลักเกณฑความพรอมรบดานการสงกําลังบํารุง โดยม ี
ความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ ดังนี้
๓.๒.๑ การรับสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือ














๓.๒.๑.๑ กาลงทางเรอทปฏบตการในพนททพเรอภาคท ๑



ใหเขารับการสงกําลังบํารุง ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ และฐานสงกําลังบํารุง
ทหารเรือตราด


๓.๒.๑.๒ กําลังทางเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒


ใหเขารับการสงกําลังบํารุง ณ ฐานทัพเรือสงขลา และสถานีเรือสมุย


๓.๒.๑.๓ กําลังทางเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๓


ใหเขารับการสงกําลังบํารุง ณ ฐานทัพเรือพังงา สถานีเรือละงู สถานีเรือระนอง
และฐานทัพเรือแหงใหมในอนาคต
๓.๒.๑.๔ กองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกล รับการ








สงกําลังบํารงคร้งแรกจากฐานทพเรอสตหบ หลังจากน้นใหรับการสงกําลงบารุง


จากเรือสงกําลังบํารุง และฐานทัพทาเรือในพื้นที่ที่ไปปฏิบัติการ
๓.๒.๒ หลักเกณฑการกําหนดความพรอมรบดานการสงกําลังบํารุง
กอนอ่นผเขียนขอทําความเขาใจกอนวา กองทัพเรือไดกําหนด



จํานวนวันสูงสุดสําหรับการปฏิบัติการรบ เพ่อใหหนวยตาง ๆ เตรียมการสะสม





สงอปกรณทจาเปนสาหรบการรบใหแกกาลงทางเรอ ซงตอจากนผเขยนจะเรยก



















วา “ระดับอัตราสํารองสงคราม” สวนคําวาอัตราสงครามจะใชกับอมภัณฑ

ซ่งหมายถึงจํานวนอมภัณฑท่กําหนดจายเต็มท่ใหกับเรือเพ่อเตรียมพรอมทํา




สงคราม โดยกําหนดหลักเกณฑความพรอมรบดานการสงกําลังบํารุงไวดังนี้


๓.๒.๒.๑ ใหกรมพลาธิการทหารเรือ สะสมนํามันเช้อเพลิงและ
หลอลื่น ใหเพียงพอ เพื่อสนับสนุนกําลังทางเรือในระดับอัตราสํารองสงคราม
๓.๒.๒.๒ ใหกรมสรรพาวุธทหารเรือ สะสมอมภัณฑทุกประเภท
เพื่อสนับสนุนกําลังทางเรือ ในระดับอัตราสงคราม และสะสมอมภัณฑรายการ
วิกฤติในระดับที่กําหนดเปนจํานวนเทาของอัตราสงคราม
๓.๒.๒.๓ ใหฐานทัพเรือสงขลา และฐานทัพเรือพังงา สะสม
อมภัณฑตามจํานวนอัตราสงครามของกําลังทางเรือที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
68
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

๓.๒.๒.๔ ดานการฐานทัพ สามารถรองรับการเขาจอดของ






กําลังเรือผิวน้าท้งหมดท่ปฏิบัติภารกิจในแตละพ้นท่ปฏิบัติการ พรอมการ


สนับสนุนดานการสงนํามันเชื้อเพลิง ไฟฟา นําจืด และอมภัณฑ เปนตน

มาถึง ณ จุดน้ ผอานคงทราบถึงท่มาของประเภทกําลังรบทางเรือ


ตามแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบ รวมถึงความตองการดาน
การสงกําลังบํารุงใหกับกําลังทางเรือดังกลาว แมอาจจะขัดใจในประเด็นของ
จํานวนกําลังทางเรือท่ไมอาจลงลึกในเชิงปริมาณได แตจากขอเท็จจริงจาก

แหลงขอมูลทั้ง ๓ ขอ ที่กลาวมาในขางตน จะทําใหสามารถทราบถึงประเภท
และจํานวนกําลังรบในเชิงปริมาณท่ชัดเจน แตในสวนของความตองการในดาน

การสงกําลังบํารุงจะเปนเพียงแคความตองการในเชิงคุณภาพ ยังไมสามารถนํา
มาใชไดโดยตรง ตองทําการวิเคราะห โดยนําทฤษฎี หลักเกณฑ และหลักการท ่ ี
เกี่ยวของมาใชประกอบการคํานวณในเชิงคณิตศาสตร จึงจะสามารถถอดออก



มาเปนความตองการดานการสงกําลังบํารุงจะเปนในเชิงปริมาณได ซ่งผเขียน
จะอธิบายในหัวขอถัดไป
การวิเคราะหความตองการดานการสงกําลังบํารุงของกําลังทางเรือเชิง
ปริมาณ


เม่อไดประเภทจํานวนเรือ และพื้นท่ปฏิบัติการแลว จะตองดําเนิน


การวิเคราะหเรือแตละลําวามีความตองการส่งอุปกรณในแตละประเภทอะไรบาง








และจํานวนเทาใด ซ่งในหวขอน้จะมงเนนวเคราะหความตองการดานการ




สงกําลังบํารุงของส่งอุปกรณท่สําคัญและมีผลช้ขาดตอการปฏิบัติการทางเรือ












และกองทพเรอไดกาหนดใหเปนรายการสงอปกรณทจาเปนตอการรบเรอ ๔





ไดแก นํามันเชื้อเพลิง และอมภัณฑรายการวิกฤติ ดังนี้

๑. ความตองการนํามันเช้อเพลิงของกําลังทางเรือ เปนชนิดดีเซลหมุนเร็ว

ไมผสมไบโอดีเซล มีแนวทางในการพิจารณา ดังนี้

๑.๑ เอกสารประกอบการหาความตองการเชิงปริมาณของนํามัน
เชื้อเพลิง
๑.๑.๑ บันทึกขอความ กองเรือยุทธการ ลับ ดวน ท่ ี

๓๐๑/๒๕๖๒ ลงวันท่ ๓๐ พ.ค.๖๒ เร่อง ขออนุมัติอัตราความหมดเปลือง

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 69

ของเรือ และอากาศยาน ซึ่งกําหนดไวใชในการจัดทําแผนปฏิบัติราชการ

๑.๑.๒ เอกสารประจําภาคของ นาวาเอก อภิชาติ โชไชย





นักศึกษาวิทยาลัยการทัพเรือ รนท่ ๔๘ เร่อง การเตรียมความพรอมนํามันเช้อเพลิง


เพ่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือในพ้นท่อาวไทย และอันดามัน บทท่ ๓



หัวขอ หลักการใชเรือผิวนําของกองทัพเรือ โดยใชหลักการคิดท่ไดขอยุติจากการ









ประชุมรวมระหวางกรมยทธการทหารเรือ กรมสงกาลงบํารงทหารเรอ กองเรอ

ยุทธการ และหนวยเทคนิคของกองทัพเรือที่เกี่ยวของ

๑.๒ หลักการคิดปริมาณความตองการนํามันดีเซลหมุนเร็วของเรือ
แตละลํา โดยจะคํานวณอัตราความสิ้นเปลืองการใชนํ้ามันเชื้อเพลิงจากชั่วโมง
การใชงานเครื่องจักรใหญ และเครื่องไฟฟาของเรือแตละลําใน ๑ วัน ซึ่งเมื่อได
อัตราความสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงใน ๑ วัน ใหนําไปคูณกับจํานวนวันสูงสุด
ที่กองทัพเรือกําหนดไวสําหรับปฏิบัติการรบ ก็จะไดระดับอัตราสํารองสงคราม
ของเรือแตละลํา โดยสามารถเขียนเปนสูตรทางคณิตศาสตรไดดังนี้
V t = [(Cs x Ts) + (Cm x Tm) + (Ce x Te)] x D
โดย Vt คือ ระดับอัตราสํารองสงครามของเรือแตละลํา (ลิตร)

Cs คอ อัตราความหมดเปลืองของเรือท่ความเร็วมัธยัสถ (ลิตร/ช่วโมง)



Cm คอ อัตราความหมดเปลืองของเรือท่ความเร็วสูงสุด (ลิตร/ช่วโมง)


Ce คือ อัตราความหมดเปลืองของเครื่องไฟฟาเรือ (ลิตร/ชั่วโมง)
Ts คือ เ วลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วมัธยัสถใ น ๑ วัน (ชั่วโมง)
Tm คือ เวลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วสูงสุดใน ๑ วัน (ชั่วโมง)
Te คือ เวลาที่ใชเดินเครื่องไฟฟาเรือใน ๑ วัน (ชั่วโมง)
D คือ จํานวนวันสูงสุดที่กองทัพเรือไดกําหนดไวสําหรับการปฏิบัติ
การรบ (วัน)


เม่อนําระดับอัตราสํารองสงครามของเรือแตละลํา (Vt) มารวมกัน

โดยจําแนกตามพ้นท่ปฏิบัติการของทัพเรือภาค เราจะไดปริมาณความตองการ


นํามันเช้อเพลิงเชิงปริมาณท่ตองการในแตละพ้นท่ สําหรับกองเรือเฉพาะกิจ




ปฏิบัติการระยะไกลก็คํานวณในลักษณะเดียวกัน โดยเม่อเกิดสถานการณวิกฤต ิ


แลวกําลังกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกลเขาไปปฏิบัติการในพ้นท่ใด

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
70
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ก็ใหนําไปรวมกับความตองการนํามันเชื้อเพลิงในพื้นที่นั้น ๆ ทั้งนี้ คาที่ไดจาก

การคํานวณจะเปนคาประมาณการในเบ้องตน ในการคํานวณในลักษณะเชน
นี้ ความถูกตองจะขึ้นอยูกับตัวแปรคาเวลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วมัธยัสถ (Ts) และ
เวลาเฉลี่ยที่ใชความเร็วสูงสุด (Tm) ใน ๑ วัน ดังนั้น ในประเด็นนี้กองทัพเรือจึง

ควรบันทึกและวิเคราะหหลักการใชเรือของกองทัพเรือ เพ่อนํามาเปนฐานขอมูล


การใชกําลังทางเรือและการสนับสนุนดานการสงกําลังบํารุง ซ่งสามารถใชไดท้ง

ในการเก็บขอมูลในสถานการณปกติ และโดยเฉพาะในยามที่เกิดสภาวะวิกฤติ


ท่ควรเก็บขอมูลจากในชวงการฝกกองทัพเรือหรือการฝกท่สมมติเหตุการณใหใช 
กําลังทางเรือเขาแกไขปญหาในสถานการณวิกฤติหรือสถานการณรบ เน่องจาก

จะใหคาใกลเคียงกับความเปนไปไดมากที่สุด

๑.๓ เมื่อไดจํานวนปริมาณนํามันเชื้อเพลิงในแตละพื้นที่แลว มิใช

หมายความวางานดานการสงกําลังบํารุงจะจบเพียงแคน้ จําเปนตองเตรียม
“ภาชนะ” รองรับปริมาณดังกลาว หรือท่เรียกวาคลังเช้อเพลิงใหเพียงพอตอ



ปริมาณนํามันเช้อเพลิงดังกลาวขางตน ซ่งจะตองนําไปเปรียบเทียบกับขีดความ



สามารถในการสํารองนํามันเช้อเพลิงของคลังเช้อเพลิงในปจจุบันตามแตละ


พื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งจะตองนําไปวิเคราะหเปรียบเทียบในหัวขอถัดไป
๒. ความตองการอมภัณฑรายการวิกฤติ มีแนวทางในการพิจารณา ดังนี้
๒.๑ เอกสารประกอบการหาความตองการเชิงปริมาณ



๒.๑.๑ บันทึกขอความ กรมสงกาลังบํารงทหารเรือ ลบ ท ี ่

กห ๐๕๐๖/๙๘ ลงวันที่ ๒๔ พ.ย.๕๓ เรื่อง ขออนุมัติบัญชีและเกณฑสะสมสิ่ง
อุปกรณรายการวิกฤติใหม ซ่งกําหนดหลักเกณฑการคิดระดับสะสมส่งอุปกรณ 



รายการวิกฤติของกองทัพเรือ แนวคิดในการใชอาวุธ และบัญชีรายการส่ง
อุปกรณวิกฤติ
๒.๑.๒ บันทึกขอความ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ลับมาก
ที่ ตอ กบ.ทร. เลขรับ ๖๖๑๘/๕๘ ลงวันที่ ๑๘ ส.ค.๕๘ เรื่อง ขออนุมัติแผน
ระดมสรรพกําลังของกองทัพเรือ และบัญชีระดมสรรพกําลังของกองทัพเรือ ซ่ง

กําหนดบัญชีรายการส่งอุปกรณท่จําเปนตอการรบ และระดับสะสมอัตราสํารอง


สงครามของสิ่งอุปกรณรายการวิกฤติ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 71

๒.๒ หลักการคิดระดับสะสมอมภัณฑรายการวิกฤติของเรือแตละลํา

กอนอ่นตองจําแนกใหไดวาเรือแตละลํามีอาวุธอะไรบาง อาวุธแตละชนิดใช 







อมภณฑประเภทใด และมอัตราสงครามจํานวนเทาใด ซงผลผลิตท่ได คือ อตรา






สงครามตามประเภทอมภัณฑของเรอแตละลํา จากน้นจงนาอตราสงคราม
ของอมภัณฑแตละชนิดของเรือทุกลํามารวมกัน จะไดระดับอัตราสงครามของ
อมภัณฑแตละประเภท โดยสามารถเขียนเปนสูตรทางคณิตศาสตรไดดังนี้
A = A + A + … + A
t 1 2 n
B = B + B + … + B
t 1 2 n
C = C + C + … + C
t 1 2 n
โดย A, B, C, …คือ ระดับอัตราสงครามรวมของอมภัณฑ A, B, C, …
t
t
t
A , B , C , …คือ อัตราสงครามของอมภัณฑ A, B, C, … ของเรือลําที่ ๑
1
1
1
A , B , C , …คือ อัตราสงครามของอมภัณฑ A, B, C, … ของเรือลําที่ ๒
2
2
2
A , B , C , …คือ อัตราสงครามของอมภัณฑ A, B, C, … ของเรือลําที่ n
n n n

สําหรับอมภัณฑรายการวิกฤติท่กําหนดระดับสะสมในระดับ N เทา
ของอัตราสงคราม ใหนําคาตัวเลข N ไปคูณกับระดับอัตราสงครามของอมภัณฑ 
รายการวิกฤติแตละประเภท ก็จะไดระดับอัตราสะสมที่ตองการ

๒.๓ เชนเดียวกันกับนํามันเชื้อเพลิง เมื่อไดจํานวนระดับสะสมสํารอง
สงครามของอมภัณฑ ตองตรวจสอบวาตองเตรียมคลังอมภัณฑสําหรับจัดเก็บ











จานวนเทาใด แลวจงนาไปเปรยบเทยบกบขดความสามารถของคลังอมภณฑใน
ปจจบันวา สามารถรองรบระดับสะสมสํารองสงครามตามทกองทัพเรอกาหนด







ไวหรือไม ซึ่งจะตองนําไปวิเคราะหเปรียบเทียบในหัวขอถัดไป
ขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุงของกองทัพเรือในปจจุบัน
ระบบการสงกําลังบํารุงเพ่อสนับสนุนกําลังทางเรือของกองทัพเรือในปจจุบัน

ประกอบดวย ระบบคลังพัสดุ ระบบฐานทัพ และระบบสนับสนุนเคล่อนท่ ี

โ ดยมีลักษณะของความสัมพันธของระบบ คือ ระบบคลังพัสดุจะทําหนาท ี ่

จัดหาและแจกจายส่งอุปกรณใหแกคลังสาขา และคลังยอย ซ่งฐานทัพเรือ


หลักจะทําหนาท่เปนคลังสาขา และฐานสงกําลังบํารุงสวนหนาจะทําหนาท ่ ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
72
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

คลังยอย ระบบฐานทัพจึงทําหนาที่เปนตัวเชื่อมตอในการสงสิ่งอุปกรณตาง ๆ

ใหแกกําลังทางเรือที่มาจอดรับการสงกําลังบํารุง สวนระบบสนับสนุนเคลื่อนที่
ก็ทําหนาที่คลายกับฐานทัพเรือ คือ รับสิ่งอุปกรณจากคลังใหญหรือคลังสาขา










แตจะมาสงใหแกกาลงทางเรือในพ้นทปฏิบตการตามตาบลทท่นัดหมาย



โดยมีรายละเอียดดังนี้

๑.ขีดความสามารถดานระบบคลังพัสด ซ่งในหัวขอน้จะมงเนนตรวจสอบ






ขีดความสามารถของคลังเก็บส่งอุปกรณท่สําคัญและมีผลช้ขาดตอการปฏิบัติการ






ทางเรอ และกองทัพเรอไดกาหนดใหเปนรายการสงอุปกรณท่จําเปนตอการรบ






ไดแก คลังเชื้อเพลิง และคลังจัดเก็บอมภัณฑรายการวิกฤติ ทั้งนี้ มีประเด็นที่
ไมสามารถระบรายละเอยดขอมลทมความสาคญทางยทธการลงในบทความน ี ้











ได โดยจะใชวิธีการเปรียบเทียบความเพียงพอในหัวขอถัดไป สําหรับขอมูลท ่ ี
พอจะระบุได มีดังนี้
๑.๑ คลังเชื้อเพลิง แบงพื้นที่ใหการสนับสนุนกําลังทางเรือ ดังนี้


๑.๑.๑ พ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๑ ไดแก คลังเช้อเพลิงจุกเสม็ด คลังเช้อเพลิง



สัตหีบ คลังเชื้อเพลิงกรุงเทพ และคลังเชื้อเพลิงฐานสงกําลังบํารุงตราด

๑.๑.๒ พ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒ ไดแก คลังเช้อเพลิงกองพลาธิการ



ฐานทัพเรือสงขลา และ สถานีบริการ สถานีเรือสมุย



๑.๑.๓ พ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๓ ไดแก คลังเช้อเพลิงกองพลาธิการ

ฐานทัพเรือพังงา และสถานีบริการ สถานีเรือละงู
ที่มา : http://www.merteh.lv/eh/pdf/TI408VEN.PDF
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 73

๑.๒ คลังจัดเก็บอมภัณฑรายการวิกฤติ ประกอบดวย คลังลูกปนใหญ

คลังอาวุธปลอยนําวิถี และคลังตอรปโด เปนตน โดยในการจัดเก็บอมภัณฑมี
หลักในการพิจารณา คือ ปริมาตรบรรจุภัณฑขอ งอมภัณฑเมื่อรวมกันแลวตอง

ไมเกินปริมาตรสุทธิในการจัดเก็บของคลังอมภัณฑ และนําหนักดินระเบิดรวม
ของอมภัณฑที่จัดเก็บตองไมเกินที่กรมสรรพาวุธกําหนด ทั้งนี้ สามารถจําแนก
ประเภทคลังไดดังนี้
๑.๒.๑ คลังมาตรฐาน ขนาด ๑๒ x ๒๔ x ๔ เมตร
๑.๒.๒ คลังจัดเก็บ Fuze และ Primer ขนาด ๔ x ๖ x ๔ เมตร
๑.๒.๓ คลังคลุมดวยดิน (Earth Cover Magazine) ติดตั้งเครื่อง

ควบคุมอุณหภูมิ




















ที่มา : https://d3i71xaburhd42.cloudfront.net/1117b2d9c0e4
c13166df732d624f69f1a1458ed0/ 11-Figure1-1.png
















ที่มา : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Flickr_-_Israel_Defense_
Forces_-_Confi scated_Ammunition_in_Warehouse.jpg
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
74
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

๒. ขีดความสามารถดานระบบฐานทัพ
























ที่มา : https://www.navyrecognition.com/images/stories/news/2017/
march/Jetty_for_New_Royal_Navy_Aircraft_Carriers_Ready_at_Ports-
mouth_Naval_Base_2.jpg


๒.๑ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๕

๒.๑.๑ ทาเรือนําลึกจุกเสม็ด มีทาเทียบเรือ ๓ ดาน ความยาว

รวม ๑,๐๒๐ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือขนาดใหญที่กินนําลึกไมเกิน


๙ เมตร มีระบบไฟฟาและนําจืด แตไม มีระบบจายนํามันเชื้อเพลิง
๒.๑.๒ ทาเรือแหลมเทียน มีความยาวหนาทาสําหรับจอดเรือ



ประมาณ ๒,๓๗๔ เมตร สามารถรองรับการจอดเรอท่มระวางขับนาไมเกน






๖,๒๐๐ ตัน และกินนําลึกไมเกิน ๗ เมตร มีระบบไฟฟาและนําจืด สําหรับจาย


ใหกับเรือผิวนําตลอดแนวทา มีระบบจายนํามันเช้อเพลิง เฉพาะบางจุด และ


จํากัดปริมาณการจายนํามัน

๒.๑.๓ ทาเทียบเรือนํามัน POL. PIER (PETROLEUM OIL


LUBRICATION) ลักษณะทาเรือ เปนทาสําหรับเทียบเรือรับ – สง นํามันเช้อเพลิง
ความยาวทาเทียบ ๖๖ เมตร ความยาวรวมดอลฟล ๒๘๖ เมตร สามารถใหเรือ


ที่มีระวางขับนําไมเกิน ๒๐,๐๐๐ ตัน และกินนําลึกไมเกิน ๑๐ เมตร
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 75

๒.๒ ฐานทัพเรือสงขลา ลักษณะทาเรือเปนรูปตัวที จํานวน ๒ ทา

และมีหลักผูกเรือ จํานวน ๓ หลัก ความยาวรวม ๓๗๖.๙ เมตร สามารถรองรับ



การจอดเรือต้งแตเรือตรวจการณระยะไกลฝงลงมา และกินนําลึกไมเกิน ๓ เมตร


มีระบบไฟฟา นําจืด และระบบจายนํามันเชื้อเพลิงตลอดแนวทา
๒.๓ ฐานทัพเรือพังงา ลักษณะทาเรือเปนรูปตัวแอล ความยาว


หนาทา ๒๐๐ เมตร มีหลักเทียบเรือ จํานวน ๒ หลัก เช่อมตอกับทาเรือ


ความยาว ๕๔ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือท่มีระวางขับนําไมเกิน



๔,๕๐๐ ตัน และกินนําลึกไมเกิน ๖ เมตร มีระบบไฟฟา นําจืด และระบบจายนํามัน
เชื้อเพลิงตลอดแนวทา

๒.๔ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ลักษณะทาเรือเปนรูป
คลายตัวที ความยาวหนาทา รวมหลักเทียบเรือ ๑๔๕ เมตร สามารถรองรับการ



จอดเรือท่มีระวางขับนําไมเกิน ๕๕๐ ตัน กินนําลึกไมเกิน ๓ เมตร มีระบบไฟฟา


นําจืด และระบบจายนํามันเชื้อเพลิงบริเวณทาเรือ

๒.๕ สถานีเรือสมุย ลักษณะทาเรือคลายรูปตัวที ความยาวหนาทา
๕๒ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือตรวจการณระยะใกลฝง และเรือระบายพล



ขนาดใหญ ท่กินนําลึกไมเกิน ๔ เมตร มีระบบไฟฟา นําจืด และระบบจายนํามัน

เชื้อเพลิงบริเวณทาเรือ
๑๐
๒.๖ สถานีเรือละงู ลักษณะทาเรือคลายรูปตัวที ความยาวหนา
ทา ๓๒.๘๒ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือตรวจการณระยะใกลฝง และเรือ


ระบายพลขนาดใหญ ที่กินนําลึกไมเกิน ๔.๕ เมตร มีระบบไฟฟา นําจืด และ

ระบบจายนํามันเชื้อเพลิงบริเวณทาเรือ
๑๑
๒.๗ สถานีเรือระนอง มีลักษณะเปนหลักเทียบเรือ จํานวน ๒ หลัก
ตอจากปลายทาเรือระนอง มีสะพานทางเดินเช่อมระหวางทาและหลักเทียบเรือ


ความยาวหนาทา ๖๒.๕ เมตร สามารถรองรับการจอดเรือต้งแตเรือตรวจการณ 


ระยะปานกลางเขาเทียบได และกินนําลึกไมเกิน ๗ เมตร มีระบบไฟฟาและนําจืด

แตไมมีระบบจายนํามันเชื้อเพลิง
๓. ขีดความสามารถดานระบบสนับสนุนเคลื่อนที่



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
76
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ที่มา : http://en.people.cn/NMediaFile/2019/0211/FOR-
EIGN201902111328000305354460999.jpg


กองทัพเรือใชเรือสงกําลังบํารุงเปนระบบสนับสนุนเคล่อนท่ โดย


เรือที่สามารถรับ - สงสิ่งอุปกรณที่จําเปนสําหรับการรบ แบงเปน ๒ ประเภท

คือ เรือสงกําลังบํารุงรวม และเรือบรรทุกนํามันเชื้อเพลิง โดยมีรายละเอียดดัง
แสดงในตารางที่ ๑

ตารางที่ ๑ ขีดความสามารถเรือสงกําลังบํารุงในระบบสนับสนุนเคลื่อนที่




























ที่มา : กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 77

โดยสรุปในประเด็นหัวขอขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง


ของกองทัพเรือในปจจุบัน ผเขียนไดดําเนินการศึกษาและวิเคราะหจนไดขอมูล




เปนท่เรียบรอยแลว ท้งน้ ผเขียนจะขอ “ลักไก” โดยใชวิธีสรุปในเชิงเปรียบเทียบ
ความเพียงพอในหัวขอถัดไป
วิเคราะหเปรียบเทียบความเพียงพอ
ในหัวขอนี้ผูเขียนไดนําหัวขอ “ความตองการดานการสงกําลังบํารุง




ของกองทัพเรือ” มาวเคราะหเปรยบเทยบกบ “ขีดความสามารถดานการ











สงกาลงบารงของกองทพเรอในปจจบน” เพ่อดูความเหล่อมลําท่เกิดข้น





ผลจากการเปรียบเทียบ สรุปไดดังนี้
๑. ระบบคลังพัสดุ


๑.๑ นํามันดีเซลหมุนเร็ว มียอดคงเหลือเฉล่ยในแตละเดือนของ
ปงบประมาณ ๒๕๖๔ มีปริมาณระดับสะสมไมถึงรอยละ ๗ ของระดับอัตรา






สํารองสงคราม ซ่งอยในเกณฑทตํามาก และการสํารองนํามันดีเซลสนับสนุน






หนวยเรือของคลังเช้อเพลิง (ถังเก็บนํามันเช้อเพลิง) ในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒
และทัพเรือภาคที่ ๓ ยังไมเพียงพอตอการสนับสนุนกําลังทางเรือที่ปฏิบัติการ
อยูในพื้นที่ สวนในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๑ แมจะมีขีดความสามารถในการสํารอง

นํามันเช้อเพลิงอยางเพียงพอ แตหากมองเจาะลงไปท่คลังเช้อเพลิงสัตหีบ




(ทาเรือแหลมเทียน) จะพบวาขีดความสามารถในการสํารองนํามันเช้อเพลิงนอย

มากเมื่อเทียบกับจํานวนกําลังทางเรือที่ตองใหการสนับสนุน โดยในอดีตเคยมี
บทเรียนจากกรณีปญหาความขัดแยงกับประเทศกัมพูชาเม่อป พ.ศ.๒๕๕๔



ในการจัดเตรียมกําลังทางเรือจํานวนหน่ง เพ่อสนับสนุนการปฏิบัติการ



ทางทหารบริเวณพ้นท่ชายแดนจังหวัดตราด เรือท่จัดเตรียมไวตองใชเวลารับ


นํามันเชื้อเพลิงเกินกวา ๒๔ ชั่วโมง โดยตองระดมรถบรรทุกนํามันจํานวนมาก



ลําเลียงนํามันเช้อเพลิงจากคลังของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) อีกท้งยังสราง
ความวุนวายในบริเวณฐานทัพเรือสัตหีบดวย
๑.๒ อมภัณฑรายการวิกฤติ ประสบปญหาความขาดแคลน โดย

มีปริมาณสะสมตํากวาระดับอัตราสํารองสงครามและมีสภาพความพรอมรบอย ู 

ในเกณฑตํามาก ประกอบกับ เปนรายการที่จัดซื้อไดยาก มีราคาแพง และใช
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
78
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ระยะเวลาสงมอบนาน หากไมรีบดําเนินการแกไข จะกอปญหาเพิ่มมากขึ้นอีก



ในอนาคต นอกจากน้ ท้งรายการและจํานวนของรายการส่งอุปกรณรายการ




วิกฤติท่ถูกกําหนดข้นมาต้งแตป ๒๕๕๘ ยังไมไดรับการปรับปรุงใหเปนปจจุบัน
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอาวุธและยุทโธปกรณของกองทัพเรือ
๑.๓ ในระบบคลังสาขา ฐานทัพเรือสงขลาไมมีคลังอมภัณฑที่

เหมาะสมสําหรับจัดเก็บอมภัณฑสนับสนุนหนวยเรือในระดับอัตราสงคราม
ของกองเรือ ตามหลักเกณฑการกําหนดความพรอมรบ สวนฐานทัพเรือพังงา

ถึงแมจะมีคลังมาตรฐานสําหรับจัดเก็บอมภัณฑใหกับเรือท่มาปฏิบัติราชการ
แตก็ยังมีไมเพียงพอตอการสนับสนุนหนวยเรือ ในระดับอัตราสงครามของกองเรือ

๒. ระบบฐานทัพ พบปญหาและขอจํากัด ดังนี้


๒.๑ ปญหาความแออัดในการจอดเรือของฐานทัพเรือหลัก ท้ง ๓ แหง



๒.๒ ขอจํากัดในการจายนํามันเช้อเพลิงท่ฐานทัพเรือสัตหีบ และ


ปญหาเรือผิวนําขนาดใหญไมสามารถรับนํามันเช้อเพลิงบริเวณท่จอดเรือได


เนื่องจากไมมีระบบทอทางและหัวจาย ณ ตําบลที่จอดเรือ
๒.๓ ฐานทัพเรือสงขลา ไมมีความเหมาะสมสําหรับการเปนฐานทัพ

เรือหลัก เน่องจากบริเวณทาเรือมนําต้น มีชองทางเขา – ออกเพียงชองทางเดียว




มีความหนาแนนของการจราจรทางนํา มีการทําประมงประเภทโพงพางบริเวณ

รองนํา ไมมีพ้นท่เพียงพอท่จะขยายส่งอํานวยความสะดวกเม่อมีความตองการ





ใหม และท่สําคัญคือไมสามารถรองรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเขาจอดเทียบ

ทาเรือเพื่อรับการสงกําลังบํารุงได
๒.๔ ปจจุบันกองทัพเรือมีความพรอมในการสงกําลังบํารุงดานการ



ฐานทัพทางฝงทะเลอันดามันอยในเกณฑระดับตํา เน่องจากมีฐานทัพเรือพังงา

เปนฐานทัพเรือหลักเพียงแหงเดียวในพื้นที่ มีเรือรบขนาดใหญจํานวนหลายลํา
ซึ่งไมสามารถเขารับการสนับสนุนในฐานสงกําลังบํารุงสวนหนาได หรือหากใช

ทาเรือเอกชนก็จะเปนปญหาในการลําเลียงอมภัณฑ ท้งน้ ยังไมรวมถึงกรณีท ่ ี

ตองสนับสนุนกําลังของกองเรือปฏิบัติการระยะไกลกรณีเกิดสถานการณวิกฤต ิ
ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ โดยนอกจากปญหาความแออัดแลว ยังมีขอจํากัดใน

การคงกําลังทางเรือในพ้นท่ และเปนความลอแหลมท่จะถูกขัดขวางการเสริม


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 79

สรางกําลังจากอาวไทยสูฝงทะเลอันดามันเมื่อเกิดสถานการณ





๓. ระบบสนับสนุนเคล่อนท พบวาในระบบการสงกําลังบํารุงเคล่อนท ี ่
ของกองทัพเรือ ประกอบดวย เรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญ ๑ ลํา มีความเหมาะสม
สําหรับการสนับสนุนภารกิจของกําลังกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกล

เรือนํามันขนาดใหญ จํานวน ๒ ลํา มีความเหมาะสําหรับการสนับสนุนภารกิจ
ของฐานทัพเรือสงขลา และฐานทัพเรือพังงาน้น นอกจากการสนับสนุนกําลัง









ทางเรอไดโดยตรงแลว หากเรอประเภทดงกลาวการเคล่อนยายไปยังพ้นท่วกฤต ิ



ยังสามารถใชเปนแหลงสํารองนํามันเช้อเพลิงทําใหระดับการสํารองนํามันเช้อเพลิง


ในพ้นท่เพ่มข้นดวย อยางไรก็ดี เน่องจากจํานวนเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญ






และเรือนํามันขนาดใหญท่มีอย ไมไดถูกสํารองเพ่อเตรียมการรองรับในกรณ ี





ท่ตองเขารับการซอมทํา หรือกรณีการเกิดความขัดแยงท่ตองแบงกําลังออก


ปฏิบัติการในพ้นท่อาวไทยและอันดามันพรอมกัน อาจเกิดปญหาการสนับสนุน
การสงกําลังบํารุงได
แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง
สําหรับแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลังบํารุง
นั้น ไดนําหลักการสงกําลังบํารุง ซึ่งประกอบดวย การตอบสนองความตองการ





ความงาย ความออนตัว ความประหยด ความเพยงพอ ความตอเนือง และ

ความปลอดภัย พันธกิจการสงกําลังบํารุง เฉพาะในสวนของการสงกําลัง (การ
กําหนดความตองการ การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจาย และการจําหนาย)
และการฐานทัพ เพ่อตอบสนองความตองการของกองกําลังเพ่อความพรอมรบ


หลักเกณฑดานการสงกําลังบํารุง และนโยบายตาง ๆ ที่เกี่ยวของ รวมถึงศึกษา
ระดับการสะสมสิ่งอุปกรณของกองทัพบกและกองทัพอากาศ มาเปนแนวทาง

สังเคราะห เพ่อใชกําหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถดานการสงกําลัง
บํารุงสนับสนุนกําลังทางเรือรองรับแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอม
รบของกองทัพเรือที่เหมาะสม สรุปไดดังนี้
๑. ระบบคลังพัสดุ
๑.๑ คลังเชื้อเพลิง

๑.๑.๑ สําหรับปญหาขีดความสามารถในการสํารองนํามัน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
80
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ดีเซลสนับสนุนหนวยเรือของคลังเชื้อเพลิงในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือ






















ภาคท ๓ ยงไมเพยงพอสนบสนนกาลงทางเรอทปฏบตการอยในพนท มีคาถาม


สําคัญ คือ ควรสรางถังเก็บนํามันเช้อเพลิงสําหรับการเก็บสํารองนํามันเช้อเพลิง



หรือไม ถาควรสรางจะสรางขนาดความจุเทาใด ในการพิจารณาประเด็นน้ ี


ไดนําขอมูลการสํารองนํามันดีเซลหมุนเร็วท่ใหแกยานรบของกองทัพบก และ






ขอมลการสํารองนํามนเช้อเพลงอากาศยาน (JP-8) ของกองทัพอากาศ ปรากฏวา



มีคลังเช้อเพลิงท่ขีดความสามารถสะสมอัตราการสํารองนํามันเช้อเพลิงสูงสุด

มีความจุในการสะสมมากกวา ๒ เทา ของปริมาณที่กําหนดไวใชในภาวะ
สงคราม เพ่อรับประกันความตอเน่องการปฏิบัติการรบ และไมยอมรับความ


เสี่ยงใด ๆ ตอความไมเพียงพอสําหรับความอยูรอดและผลประโยชนของชาติ

ท้งน้สอดคลองกับหลักการสงกําลังบํารุง ดานการตอบสนองความตองการ


และความเพียงพอ ดังน้นในปญหาน้ กองทัพเรือควรเพ่มขีดความสามารถในการ






















สารองนามนดเซลสนบสนนหนวยเรอของคลงเชอเพลงในพนททพเรอภาคท ๒



และทัพเรือภาคท่ ๓ โดยมีปริมาตรความจุของถังนํามันไมนอยกวาระดับสะสม
อัตราสํารองสงคราม ดังนี้

๑) ในระยะแรก สรางถังนํามันเช้อเพลิงใหมีความจ ุ



เพียงพอตอระดับปริมาณนํามันเช้อเพลิงท่คํานวณไดในระดับอัตราสํารอง



สงครามสําหรับรองรับความตองการของกําลังทางเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท ี ่
ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือภาคที่ ๓ ในระดับ พ.๑

๒) ในระยะที่สอง สรางถังนํามันเชื้อเพลิงเพิ่มเติมใน

พื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือภาคที่ ๓ รองรับระดับปริมาณนํามันเชื้อเพลิง

ท่คํานวณไดในระดับอัตราสํารองสงครามสําหรับสนับสนุนกองเรือเฉพาะกิจ
ปฏิบัติการระยะไกล

๑.๑.๒ ประเด็นคลังเช้อเพลิงสัตหีบ ท่มีขีดความสามารถ


ในการสํารองนํามันเช้อเพลิงนอยมากเม่อเทียบกับจํานวนกําลังทางเรือท่ตอง



สนับสนุนน้น ดวยเหตุผลเดียวกับท่กลาวมาในขอขางตน ควรสรางถังเก็บ






นํามันเช้อเพลิงใหมีความจุเพียงพอตอระดับปริมาณนํามันเช้อเพลิงท่คํานวณ

ไดในระดับอัตราสํารองสงครามสําหรับรองรับความตองการของกําลังทางเรือที่

ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๑ รวมกับปริมาณความจุถังนํามันของเรือฟริเกต



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 81


สมรรถนะสูง และเรือตรวจการณระยะไกลฝงท่เตรียมไวสําหรับกองเรือเฉพาะกิจ

ปฏิบัติการระยะไกล

๑.๑.๓ สําหรับประเด็นการสะสมสํารองคลังน้น มีคําถาม

สําคัญวาจําเปนตองสํารองนํามันเช้อเพลิงใหเต็มคลังเช้อเพลิงหรือไม ซ่ง






ประเด็นน้มีขอพิจารณาวา ประเด็นแรก ในการจัดเก็บนํามันเช้อเพลิงน้น


จะมีอัตราการระเหยของไอนํามันเช้อเพลิงแปรผันตามจํานวนปริมาณของ






นํามันเช้อเพลิงท่จัดเก็บ หมายความวาย่งสะสมมากก็ย่งระเหยมาก ดังน้น


การจัดหานํามันเช้อเพลิงใหไดตามระดับสะสมสํารองสงคราม ไมเพียงแตจะตอง


ใชงบประมาณจํานวนมาก ยังตองสูญเสียนํามันเช้อเพลิงจากการระเหยของ



ไอดวย ประเด็นท่สอง การจัดหานํามันเช้อเพลิงของกองทัพเรือเปนการ

จัดซ้อจาก บริษัท การปโตรเลียมแหงประเทศไทย จํากัด (มหาชน) (ปตท.)




ระยะเวลาดําเนินการในเวลาปกติ ต้งแตเร่มตนการจัดซ้อจนถึงการสงมอบ
ใชเวลาประมาณ ๒๔ วัน หากเปนกรณีเรงดวนสามารถดําเนินการไดภายใน ๔ วัน





และหากเปนกรณการระดมสรรพกาลงเพอการปองกนประเทศสามารถนา





นํามันของ ปตท. มาสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารไดทันที





ที่มา : http://www.earthlyissues.com/oil.htm


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
82
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ





ท้งน้ ขีดความสามารถในการสํารองและจายนํามันเช้อเพลิง

รวมถึงระยะเวลาในการเตรียมนํามันและการขนสง ของ ปตท. เพื่อสงมอบให
แกคลังเชื้อเพลิงของกองทัพเรือ มีรายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๒

ตารางท่ ๒ ขีดความสามารถของ ปตท. ในการสํารองนํามันดีเซลหมุนเร็ว และ

การสงมอบใหกองทัพเรือ



















































ที่มา : กองเชื้อเพลิง กรมพลาธิการทหารเรือ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 83

เมื่อพิจารณาหลักการสงกําลังบํารุง ดานการตอบสนองความตองการ

ความออนตัว ความประหยัด และความเพียงพอ รวมถึงจากขีดความสามารถ


ในการสํารองนํามันเชื้อเพลิงขั้นตําสุดของ ปตท. ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๑ และ















ทพเรอภาคท ๒ ซงมจานวนมากเพยงพอสาหรับรองรบกาลงทางเรือทงในระดบ


พ.๑ และ พ.๒ ในระดับอัตราสํารองสงคราม และอัตราการลําเลียงนํามันเช้อเพลิง


มายังคลังเช้อเพลิงของกองทัพเรือตอวันมีปริมาณมากกวาอัตราการจายใหแก 



กําลังทางเรือ ดังน้น การสํารองนํามันเช้อเพลิงคงคลัง จึงควรสะสมใหอยใน

ระดับอยางนอยที่สุด โดยพูดใหเขาใจงาย ๆ ก็คือ ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๑ ตอง

มีปริมาณนํามันสําหรับ “เติมเต็มถัง” ใหกับเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท่ทัพเรือ



ภาคที่ ๑ และกําลังเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกล และในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒



ก็จะตองมีปริมาณน้ามันสําหรับ “เติมเต็มถัง” ใหกับเรือท่ปฏิบัติการในพ้นท ่ ี




ทัพเรือภาคท่ ๒ หลังจากน้นจึงเรงรัดการลําเลียงนํามันเช้อเพลิงจากคลัง ปตท.
มายังคลังเช้อเพลิงของกองทัพเรือตามจํานวนระดับสะสมสํารองสงครามของ


แตละพ้นท่ (อยาลืมหักลบกับจํานวนท่ไดเติมเต็มถังไปแลว) สําหรับขีดความ





สามารถในการสํารองนํามันเช้อเพลิงข้นตําสุดของ ปตท. ในพ้นท่ทัพเรือ




ภาคท่ ๓ ยังมีปริมาณไมเพียงพอระดับสะสมสํารองสงคราม จําเปนตองลําเลียง


เพ่มเติมจากคลังนํามันปโตรเลียมสงขลา ดวยรถบรรทุกนํามัน แตอัตราการ


ลําเลียงนํามันเชื้อเพลิงมายังคลังเชื้อเพลิงในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ ยังมากกวา


อัตราการใชนํามนเชื้อเพลิงของกําลังทางเรือในพื้นที่ปฏิบัติการตอวัน การสํารอง

นํามันเชื้อเพลิงจึงเปนไปเชนเดียวกับทัพเรือภาคที่ ๒
๑.๒ สําหรับส่งอุปกรณรายการวิกฤติ ท่ประสบปญหาความ






ขาดแคลนนน ไมสามารถใชวธการเดยวกนกบการสํารองคงคลงของนามัน







เชื้อเพลิงได เนื่องจากเปนรายการที่จัดซื้อไดยาก และใชระยะเวลาสงมอบนาน
จําเปนตองเรงรัดจัดหาใหเพียงพอกับระดับความตองการ โดยใชหลักการ
สงกําลังบํารุง ดานการตอบสนองความตองการ และความเพียงพอ ควรดําเนิน
การดังนี้
๑.๒.๑ จัดลําดับความสําคัญเรงดวนในการจัดหา และ












วางแผนโดยตองยอมลดจานวนรายการแตเพมปรมาณการสงซอใหเกนกวา

“Minimum Order” ที่ผูผลิตกําหนด พรอมตรวจสอบวงรอบการผลิตของ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
84
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

บริษัทใหสอดคลองกับการเสนองบประมาณในการจัดหาแตละป นอกจากน้ ี

ยังตองสํารวจหาแหลงผูขายเพิ่มเติม

๑.๒.๒ สงเสริมการวิจัยและพัฒนาเพ่อลดการนําเขาดวยการ
พึ่งพาตนเอง โดยการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมปองกันประเทศใหสามารถ


ผลิตใชไดเอง โดยเฉพาะลูกปนท่กําลังทางเรือตองใชรวมกันเปนจํานวนมาก
ไดแก CTG 76/62 MM และ GTG 30 MM MSI ซึ่งปจจุบันกรมสรรพาวุธ
ทหารเรือสามารถผลิตลูกปนหลายชนิดไดเอง แตยังคงเปนประเภทลูกปน
ชนิดฝก จึงอาจตองพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตลูกปนชนิดลูกจริงใหได
ตอไปในอนาคต หรือการใหสถาบันเทคโนโลยีปองกันประเทศ และศูนยการ

อุตสาหกรรมปองกันประเทศและพลังงานทหารเขามามีสวนรวมในการผลิตดวย

๑.๒.๓ ปรับปรุงรายการและจํานวนของส่งอุปกรณรายการ
วิกฤติที่ถูกกําหนดขึ้นมาตั้งแตป ๒๕๕๘ ใหเปนปจจุบัน ตามการเปลี่ยนแปลง


อาวุธและยุทโธปกรณของกองทัพเรือ นอกจากน้ยังตองทบทวนจํานวนอัตรา
สงครามและอัตราสํารองสงครามใหมีความเหมาะสม ทุก ๆ ระยะ ๕ ป

๑.๒.๔ จดหาอมภณฑใหสมพนธกบการจาหนาย และการ







จําหนายที่คุมคาที่สุด คือ การจายอมภัณฑเพื่อการฝก
๑.๓ สรางคลังอมภัณฑมาตรฐานสําหรับจัดเก็บอมภัณฑใหเพียง

พอตอการสนับสนุนหนวยเรือ ในระดับอัตราสงครามของกองเรือ ในพ้นท ี ่
ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือภาคที่ ๓ พรอมอุปกรณลําเลียงและจัดสงอมภัณฑ
ใหกับกําลังทางเรือ ณ ทาเทียบเรือไดอยางสะดวก และปลอดภัย
๒. ระบบฐานทัพ
๒.๑ การลดปญหาความแออัด ในการจอดเรือของทาเรือหลักท้ง ๓ แหง


๒.๑.๑ ปญหาความแออดของทาเรอแหลมเทียนมสาเหตจากม ี














เรอทปลดระวางประจาการแลวรอการจาหนายเพอไปใชประโยชนเปนอยางอน






ซึ่งมีขั้นตอนและกระบวนการที่ใชเวลานาน และในปจจุบันมีเรือขนาดใหญอีก

จํานวนหลายลํา ท่อยในแผนปลดระวางประจําการและไมอยในแผนโครงสราง


กําลังรบในยุทธศาสตรของกองทัพเรือ ทั้งนี้ กองทัพเรือก็จัดหาเรือรบเขาประจําการ
อยางตอเน่องแมจะเปนไปอยางชา ๆ ก็ย่งจะทําใหสะสมปญหาความแออัด


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 85




ใหกับทาเรือเพ่มข้นอีก จึงเห็นควรเรงรัดการจําหนายเรือท่ปลดระวางประจํา
การ และเรงรัดการเคลื่อนยายออกจากทาเรือแหลมเทียน
๒.๑.๒ ตามท่กองทัพเรือไดกําหนดใหสรางฐานทัพทาเรือแหง


ใหมดานฝงอันดามันอีกจํานวน ๑ แหง ใหมีขีดความสามารถในการสงกําลัง



บํารุงใหแกเรือดํานําและเรือฟริเกตสมรรถนะสูง บริเวณพ้นท่แหลมหางนาค

จังหวัดกระบ่ ตามแนวทางการใชกําลังและระดับความพรอมรบของกองทัพเรือ
จะเปนแนวทางท่สามารถลดความแออัดของฐานทัพเรือพังงาได และยังเปนการ


กระจายความเส่ยงจากการถูกโจมตีจากฝายตรงขาม นอกจากน้ ดวยโครงสราง

พื้นฐานและสิ่งอํานวยความสะดวกของฐานทัพ จะชวยเติมเต็มในประเด็นการ






สํารองนํามันเช้อเพลิงในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๓ โดยสามารถใชเปนสถานท่สราง



ถังนํามันเช้อเพลิงเพ่มเติมสําหรับระดับอัตราสํารองสงครามท้งของกําลังทางเรือ



ท่ปฏิบัติการในพ้นท่ ทัพเรือภาคท่ ๓ ในระดับ พ.๑ และ กําลังกองเรือเฉพาะกิจ



ปฏิบัติการระยะไกล ในระดับ พ.๒ รวมถึงการสรางคลังอมภัณฑ ในพ้นท ี ่
ฐานทัพเรือแหงใหมก็สามารถแกไขปญหาการจัดเก็บอมภัณฑในระดับอัตรา
สงครามของกองเรือในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ ไดในแนวทางเดียวกัน

๒.๑.๓ เน่องจากสภาพปจจุบันของฐานทัพเรือสงขลา ไมม ี
ความเหมาะสมสําหรับการเปนฐานทัพเรือหลัก ดวยขอจํากัดในการสนับสนุน
สิ่งอุปกรณที่จําเปนสําหรับการรบ โดยเฉพาะการสงกําลังบํารุงใหแก เรือฟริเกต



สมรรถนะสูง ซ่งเปนกําลังท่มีความสําคัญและมีผลช้ขาดทางการรบในการ



ปฏิบัติการทางเรือ ประกอบกับ ฐานทัพเรือสงขลาอยในพ้นท่ยุทธบริเวณเขต




หนา ซ่งเปนพ้นท่เผชิญหนากับขาศึกและใชดําเนินกลยุทธ จึงมีความเส่ยงสูง

มากท่จะถูกทําลายไดโดยงาย จึงควรกําหนดพ้นท่สรางฐานทัพเรือหลักแหง



ใหมทดแทนฐานทัพเรือสงขลาในพ้นท่ทัพเรือภาคท่ ๒ และปรับระดับฐานทัพเรือ


สงขลาใหเปนฐานทัพเรือรอง ซ่งจะสงผลใหเรือขนาดใหญท่มาปฏิบัติการ


ในระดับความพรอมรบ ๑ ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๒ ไมตองกลับเขาไปจอดเรือ
ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ


๒.๒ การแกไขปญหาระบบจายนํามันเช้อเพลิงใหแกกําลังทางเรือ
บริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ


๒.๒.๑ ติดต้งระบบจายนํามันเช้อเพลิงบริเวณทาเรือจุกเสม็ด

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
86
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ




โดยการเดินทอทางเช่อมตอจากคลังเช้อเพลิงจุดเสม็ด เพ่อรองรับเรือขนาดใหญ 
ที่กองทัพเรือจัดหาเขาประจําการในอนาคตตอไป



๒.๒.๒ ปรับปรุงและติดต้งระบบจายนํามันเพ่มเติมบริเวณ

ทาเรือแหลมเทียน ใหสามารถจายใหกับเรือทุกประเภท ณ บริเวณท่เรือจอด



เทียบ พรอมเพ่มปริมาณการสํารองนํามัน (เพ่มถังนํามัน) ใหสามารถจายนํามัน


ไดอยางเพียงพอตามที่กลาวมาแลวขางตน
๓. ระบบสนับสนุนเคลื่อนที่

ระบบสนับสนุนเคล่อนท่มีความพิเศษเฉพาะ คือ นอกจากจะทํา

หนาท่เปนฐานสงกําลังบํารุงเคล่อนท่แลว เม่อเรือสงกําลังบํารุงเขามาในพ้นท ี ่





ปฏิบัติการยังสามารถเพ่มระดับขีดความสามารถในการสํารองปริมาณสิ่ง












อปกรณและชดเชยความไมเพยงพอของสงอุปกรณนนไดอกดวย โดยเฉพาะ
นํ้ามันเชื้อเพลิง ซึ่งในประเด็นนี้คงจะตองเปรียบเทียบความคุมคาระหวางการ

เลือกเรือสงกําลังบํารุงกับการสรางคลังพัสดุ เน่องจากเรือสงกําลังบํารุงจะ
ตอบสนองในเชิงยุทธการไดดีกวา ในขณะท่คลังพัสดุจะประหยัดงบประมาณ

ไดมากกวา อยางไรก็ดี การกําหนดโครงสรางกําลังรบในยุทธศาสตรกองทัพเรือ
โดยเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญเพียงลําเดียว สนับสนุนกําลังกองเรือเฉพาะกิจ

ปฏิบัติการระยะไกล และมีเรือนํามันขนาดกลางเพียง ๒ ลํา ซ่งใชในพ้นท่ทัพเรือ






ภาคท่ ๒ และทพเรือภาคท่ ๓ น้น จึงมีความเส่ยงหากเกิดกรณีท่ตองปฏิบัต ิ



ภารกิจพรอมกันหลายพ้นท่ หรือกรณีท่เรือไดรับความเสียหายเน่องจากเปน




เปาหมายสําคัญในการถูกโจมตี หรือกรณีท่เรือสงกําลังบํารุงตองเขารับการซอมทํา

จะทําใหไมสามารถสนับสนุนภารกิจของกําลังทางเรือได จึงมีความจําเปนตอง

สํารองจัดหาเรือสงกําลังบํารุงขนาดใหญเพิ่มเติม จํานวน ๑ ลํา และเรือนํามัน
ขนาดกลางเพิ่มเติม จํานวน ๑ ลํา
๔. การเตรียมการสําหรับกําลังทางเรือในอนาคต

เน่องจากกําลังทางเรือท่มีอยในปจจุบันยังไมครบตามโครงสรางท ่ ี


กําหนด ซ่งในการจัดหาในอนาคตจะเปนความทาทายอยางย่ง เน่องจากจะเขา



สูฉากทัศนการเสริมสรางความมั่นคงของชาติในหวงปที่ ๑๑ - ๒๐ ตองรองรับ

การเปล่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมและเทคโนโลยีใหมอยางกาวกระโดด
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 87


ซ่งมีผลกระทบเก่ยวพันกับการเตรียมความพรอมดานการสงกําลังบํารุง เอกสารอางอิง

ในอนาคตดวย ประกอบกับ ประเทศไทยมิใชแหลงผลิตสินคาประเภทอุตสาหกรรม

การปองกันประเทศ กองทัพเรือจึงเปนผเร่มใชเทคโนโลยี (Starters) หรือ ๑ กองทัพเรือ.(๒๕๖๐).การประเมินยุทธศาสตรกองทัพเรือ พ.ศ.

ผปรับใชเทคโนโลยี (Adopters) ตามท่ผผลิตในตางประเทศจะเสนอขายให ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙






เร่องน้จึงถือเปนเร่องยากสําหรับการพยากรณดานการสงกําลังบํารุงของ ๒ สํานักนโยบายและแผนกรมยุทธการทหารเรือ,บันทึกขอความ
ยานรบที่จะจัดหาในอนาคต นอกจากนี้ ดวยความกาวหนาทางดานเทคโนโลยี ลับที่สุด ที่ กห ๐๕๐๕.๒.๒/๑๖๐ ลงวันที่ ๘ ก.ย.๖๓ เรื่อง






ททันสมัย เชน Quantum Computer เทคโนโลยีคอมพวเตอรรปแบบใหมท่อาศัย ขออนุมัติแนวทางการใชกําลังของ ทร. พ.ศ.๒๕๖๓





ปรากฏการณเชงควอนตมชวยประมวลผลขอมล สงผลใหเกดการประมวล ๓ กรมยุทธการทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ กห


ผลขอมลทเรวกวาคอมพวเตอรโดยทวไปถง “๑๐๐ ลานเทา” เม่อเทียบ ๐๕๐๕.๒/๘๒ ลงวันที่ ๒๕ มิ.ย.๖๔ เรื่อง ขออนุมัติใชระดับ















กับคอมพิวเตอรปกติ และอีกหน่งเทคโนโลยีการพัฒนาแรงขับเคล่อนจนถึงข้น ความพรอมรบของ ทร. (ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๔) และหลักเกณฑ




Hypersonic ท่อาวุธยุทโธปกรณจะมียานความเร็วท่สูงกวา ๕ มัคข้นไป ความพรอมยุทโธปกรณหลักของ ทร.


อาจเปนการเปล่ยนโฉมรูปแบบยุทโธปกรณของกองทัพในอนาคต ท้งน้ ี ๔ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ ตอ กบ.ทร.
เพ่อปองกันปญหาดังกลาว เม่อตองจัดหายุทโธปกรณในอนาคต ควรศึกษา เลขรับ ๖๖๑๘/๕๘ ลงวันที่ ๑๘ ส.ค.๕๘ เรื่อง ขออนุมัติแผน


ใหรอบคอบเสียกอน โดยนอกจากการพิจารณาดานความตองการทางยุทธการแลว ระดมสรรพกําลังของ ทร. และบัญชีระดมสรรพกําลังของ ทร.
ควรคานึงถงขดความสามารถดานการสงกําลงบํารุงดวย อาจจาเปนตอง ๕ ฐานทัพเรือสัตหีบ, คําแนะนําการใชทาเรือ การทาเรือสัตหีบ









จัดหาแบบบูรณาการในภาพรวมทั้งรูปแบบของยานรบ ระบบอาวุธ และ พ.ศ.๒๕๕๗.
ระบบสนับสนุน รวมถึงอมภัณฑ ในคราวเดียวกัน มิเชนน้น อาจเปนไปไดวา ๖ ฐานทัพเรือสงขลา (๒๕๖๐), ระเบียบปฏิบัติประจําวาดวยการ

จะไดแตตัวยานรบและระบบอาวุธ แตไมสามารถจัดหาสิ่งอุปกรณที่ตองนํามา ทาเรือ ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ ๒
สนับสนุน เชน อมภัณฑ ซึ่งจะเขาในลักษณะวา ๗ ฐานทัพเรือพังงา (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
สําหรับผูบังคับบัญชาที่มาตรวจเยี่ยมหนวย
๘ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด (๒๕๖๑), รายงานการรับ-สง

“แมยุทโธปกรณจะยอดเยี่ยมปานใด หนาที่ผูบังคับการฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ ๑
แตถาไมสามารถสนับสนุนดานการสงกําลังบํารุงได ๙ สถานีเรือสมุย (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป รับ

ก็คงจะไมตางอะไรกับวัตถุลอยนํา” การตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ฐท.สข.ทรภ.๒ เมื่อ ๖ พ.ย.๖๔
๑๐ สถานีเรือละงู (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔
๑๑ สถานีเรือระนอง (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
88 89
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

เอกสารอางอิง



๑ กองทัพเรือ.(๒๕๖๐).การประเมินยุทธศาสตรกองทัพเรือ พ.ศ.
๒๕๖๐ - ๒๕๗๙

๒ สํานักนโยบายและแผนกรมยุทธการทหารเรือ,บันทึกขอความ
ลับที่สุด ที่ กห ๐๕๐๕.๒.๒/๑๖๐ ลงวันที่ ๘ ก.ย.๖๓ เรื่อง
ขออนุมัติแนวทางการใชกําลังของ ทร. พ.ศ.๒๕๖๓
๓ กรมยุทธการทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ กห
๐๕๐๕.๒/๘๒ ลงวันที่ ๒๕ มิ.ย.๖๔ เรื่อง ขออนุมัติใชระดับ

ความพรอมรบของ ทร. (ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๔) และหลักเกณฑ
ความพรอมยุทโธปกรณหลักของ ทร.
๔ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ, บันทึกขอความ ลับมาก ที่ ตอ กบ.ทร.

เลขรับ ๖๖๑๘/๕๘ ลงวันที่ ๑๘ ส.ค.๕๘ เรื่อง ขออนุมัติแผน
ระดมสรรพกําลังของ ทร. และบัญชีระดมสรรพกําลังของ ทร.
๕ ฐานทัพเรือสัตหีบ, คําแนะนําการใชทาเรือ การทาเรือสัตหีบ
พ.ศ.๒๕๕๗.
๖ ฐานทัพเรือสงขลา (๒๕๖๐), ระเบียบปฏิบัติประจําวาดวยการ

ทาเรือ ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ ๒
๗ ฐานทัพเรือพังงา (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
สําหรับผูบังคับบัญชาที่มาตรวจเยี่ยมหนวย

๘ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด (๒๕๖๑), รายงานการรับ-สง
หนาที่ผูบังคับการฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ ๑
๙ สถานีเรือสมุย (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป รับ
การตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ฐท.สข.ทรภ.๒ เมื่อ ๖ พ.ย.๖๔
๑๐ สถานีเรือละงู (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป

รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔
๑๑ สถานีเรือระนอง (๒๕๖๔), เอกสารประกอบการบรรยายสรุป
รับการตรวจเยี่ยมหนวยจาก ผบ.ทรภ.๓ เมื่อ ๒๗ ม.ค.๖๔



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 89



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 91

บทนํา


เปนท่ทราบโดยท่วกันวาการควบคุมบังคับบัญชาและการส่อสาร


เปนองคประกอบสําคัญท่กอใหเกิดการตระหนักรในสถานการณ (Situation





Awareness: SA) ท่จะทําใหการปรับเปลยนแผนและการตดสินใจในการปฏิบัต ิ

การทางทหารเปนไปอยางถูกตองและรวดเร็ว ซึ่งที่ผานมา กองทัพเรือ (ทร.)
ไดใหความสําคัญในการพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาและการสื่อสารเปน
อยางมาก โดยจะเห็นไดจากนโยบายของผบัญชาการทหารเรือในแตละยุคท ่ ี










ไดเนนยาในประเดนการเสรมสรางและพฒนาขดความสามารถในการควบคม


บังคับบัญชาและการสื่อสารอยางสมําเสมอ อยางไรก็ตาม เทคโนโลยีดานการ
ส่อสารและสารสนเทศมีการพัฒนาไปอยางกาวกระโดด ท่มีการเปล่ยนผาน




จากยุคอนาล็อค (Analog) ไปสูยุคดิจิตอล (Digital) ทําใหการแลกเปล่ยน

ขาวสาร (Information) เปนไปอยางรวดเร็ว ดังน้น ทร. จําเปนตองติดตามการ



เปล่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหทัน เพ่อท่จะพัฒนาการควบคุมบังคับบัญชาและ
การสื่อสารของ ทร. ใหมีความทันสมัยอยูเสมอ









การดาเนนงานดานการควบคุมบังคบบญชาและการสอสารทผานมา

ของกองทัพเรือ
กองทัพเรือไดมีแนวความคิดในการนําระบบควบคุมบังคับบัญชาท ่ ี
เรียกวาระบบ Command Control Communication and Intelligence

3
(C I) มาใชงานในการติดตามภาพสถานการณในทะเลคร้งแรกเมื่อป พ.ศ.๒๕๓๗
โดยพัฒนามาจากระบบ Joint Air Defense Digital Information Network

(JADDIN) ของกองบัญชาการทหารสูงสุด (ช่อหนวยในขณะน้น) และกองทัพ

เรือไดมีการพัฒนาระบบ C I มาอยางตอเนื่อง โดยปจจุบันไดมีการติดตั้งระบบ
3
3
C I ใหกับศูนยปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.) และ ศูนยปฏิบัติการของหนวย






ตางๆ เพอใชเปนเคร่องมอหลกในการติดตามภาพสถานการณในทะเลของ ทร.


ตลอดจนใชสําหรับอํานวยการยุทธในสถานการณความขัดแยงระดับตางๆ ตาม

แผนปองกันประเทศของ ทร. อยางไรก็ตามจากการท่เทคโนโลยีดานการส่อสาร

และสารสนเทศไดมีการพัฒนาไปอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะการนําขีดความ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
92
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

สามารถในการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร (Computer Processing


Power) มาชวยในการบริหารจัดการขอมูลประมาณมากๆ ท่สงมาจากระบบ
ตรวจจับ (Sensors) ตางๆ แบบอัตโนมัติ เปนแรงกระตุนให ทร. มีแนวความ


3








คดในการพฒนาระบบควบคมบงคับชาจากระบบ C I ไปสระบบทเรยกวา
ระบบ Command Control Communication Computer Intelligence
4
Surveillance and Reconnaissance (C ISR) โดยในป พ.ศ.๒๕๕๙ ทร.

ไดอนุมัติแผนแมบทการพัฒนาขีดความสามารถสําหรับสงครามท่ใชเครือขาย
เปนศูนยกลาง (Network Centric Warfare : NCW) ที่ใชเปนกรอบสําหรับ
หนวยตางๆ นําไปพัฒนาขีดความสามารถใหไปในทิศทางเดียวกัน โดย NCW


เปนหลักการของสงครามท่มงแสวงหาความไดเปรียบดานขอมูลขาวสาร

ดวยการใชขีดความสามารถของการส่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศในการ
กระจายขอมูลท่เปนประโยชนไปยังกองกําลังตางๆ ทําใหเกิดการเขาใจภาพ

สถานการณไดอยางรวดเร็วและถูกตอง รวมทั้งการถายทอดคําสั่ง การรองขอ
การสนับสนุนและการแลกเปล่ยนขอมูลขาวสารเปนไปอยางรวดเร็วและม ี

ประสิทธิภาพ สงผลใหหนวยรบสามารถริเร่มการปฏิบัติการในลักษณะประสาน

สอดคลองกับหนวยอื่นๆ ในภาพรวมไดดวยตนเอง (Self Synchronization)



โดยปราศจากการควบคุมและส่งการในทุกข้นตอนหรือทุกการเปล่ยนแปลง

ของสถานการณ ซ่งในแผนพัฒนาขีดความสามารถสงครามท่ใชเครือขาย

เปนศูนยกลางไดกําหนดใหมีการจัดหาและพัฒนาโปรแกรมหลัก (Core Applica-
tion Software) ระบบ C ISR โดย Software ดังกลาว มีขีดความสามารถ
4



ในการบรหารจัดการกบเปาปรมาณมากทไดมาจากระบบตรวจจบตางๆ เชน





ระบบเรดาร ระบบ AIS ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส เปนตน ซึ่ง Software

จะมีอัลกอริทึม (Algorithm) ท่ใชในการคัดกรอง (Filter) หรือ หลอมรวม


(Fusion/Correlations) ขอมูลท่มาจากหลายๆ แหลง ท้งขอมูลท่มาจากระบบ

ตรวจจับของ ทร. เองและหนวยงานนอก ทร. อ่นๆ แลวนํามาแสดงเปนภาพใน




พ้นท่ปฏิบัติการ เพ่อใหผบังคับบัญชา หรือนายทหารฝายเสนาธิการรบไดเขาใจ

และตระหนักรูในสถานการณไดอยางทันเวลาจริง (Real Time) หรือใกลเคียง
เวลาจริง (Near Real Time) ใหมากท่สุด จากขอเท็จจริงท่วา การสงขอมูลจาก


4
ระบบ Sensor ตางๆ ไปยัง Software ประมวลผลของระบบ C ISR น้น จําเปน

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 93





ตองอาศัยระบบการติดตอส่อสารท่มีประสิทธิภาพท่สามารถรองรับการสงผาน แสดงภาพสถานการณ จึงมีความตองการใชงานชองสัญญาณท่มากข้น ประกอบ



ขอมูลที่มีปริมาณมากได ทร. จึงไดจัดทําแผนแมบทการสื่อสารและเทคโนโลยี กับจํานวนชองสัญญาณในแตละเสนทางมีอยจํากัด สงผลใหการส่อสารขอมูล


สารสนเทศของ ทร. ท่สอดคลองกับยุทธศาสตรกองทัพเรือระยะ ๒๐ ป ท่ม ี ในหวงเวลาท่มีผใชงานชองสัญญาณจํานวนมาก ไมมีคุณภาพตามท่ตองการ





เปาหมายในการพัฒนาให ทร. มีโครงขายการส่อสารระบบดิจิตอลท่ครอบคลุม (Quality of Service)




พื้นที่ปฏิบัติการทางบก และในทะเล ตลอดจนมีระบบสารสนเทศที่ตอบสนอง ๒) การส่อสารระหวาง เรือ – บก (ฝง) ทร. มีการส่อสารท้งทาง
ตอภารกิจ และความตองการทางยุทธวิธี ยุทธการ และยุทธศาสตร ทั้งในมิติ เสียงและขอมูลระหวางหนวยเรือ กับ หนวยบก โดยใชการส่อสารทางวิทยุ



ของ ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และเปนมาตรฐาน โดยมงเนนการพัฒนาท้ง ยานความถี่ High Frequency (HF) (3 - 30 MHz) เปนขายการสื่อสารหลัก
องควัตถุ องคความรู และองคบุคคล ใหมีขีดความสามารถตามที่ ทร. ตองการ และระบบส่อสารผานดาวเทียมของบริษัทเอกชน เชน INMARSAT Fleet

ในปจจุบัน ทร. ไดมีการจัดวางระบบสื่อสารและระบบสารสนเทศ รวมกับการ Broadband,BGAN (Broadband Global Area Network) และโทรศัพท 




ใชทรัพยากรจากหนวยงานอ่น สามารถแบงลักษณะของการใชงานระบบส่อสาร ผานดาวเทียม IsatPhone เปนขายการส่อสารรอง ซ่งมีการใหบริการตามความ
และระบบสารสนเทศไดดังนี้ จําเปน ปจจุบัน ทร. มีการติดตั้งอุปกรณติดตอสื่อสารขอมูลผานขายวิทยุ HF
๑) การส่อสารระหวาง บก - บก การส่อสารสวนใหญเปนการ ในระบบ HF e-Mail เปนอุปกรณพ้นฐานในเรือ และติดต้งระบบดาวเทียมยาน








ส่อสารระหวางหนวยข้นตรงของ ทร. ท่มีท้งการส่อสารทางเสียงและขอมูล C Band บนเรือท่มีคุณคาทางยุทธการสูงเรียบรอยแลว นอกจากการส่อสารทาง





ผานระบบโทรคมนาคมภาคพ้น ไดแก ระบบวิทยุเช่อมโยงและขายสายเชา วิทยุดวยความถี่ HF แลว ยังมีการสื่อสารตามภารกิจ อาทิ การปฏิบัติการทาง



ความเร็วสูง (Leased-line) เปนขายการส่อสารหลัก และมีระบบการส่อสารผาน ยุทธวิธีสะเทินนําสะเทินบก ซ่งมีการติดตอส่อสารโดยใชเคร่องรับ-สง วิทยุยาน




ดาวเทียมเปนขายการส่อสารรอง ซ่งสามารถสนับสนุนการติดตอส่อสารระหวาง ความถี่ Very High Frequency (VHF) Low Band (49 – 108 MHz) สําหรับ



กองบัญชาการกองทัพเรือและหนวยข้นตรงกองทัพเรือได โดยแบงออกเปน การติดตอสื่อสารขอมูล ผานระบบ HF e-Mail มีขอขัดของบางประการ เชน



โครงขายระบบวิทยุเช่อมโยงท่ ทร. ติดต้งเอง การขอรับการสนับสนุนโครงขาย อัตราการสงขอมูลตํา และไมมีมาตรฐานกลางในการเช่อมตอ ซ่งมีความจําเปน



การส่อสารจากหนวยงานภาครัฐ อาทิ กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และ ในการพัฒนาตอยอดตอไป





การเชาใชคสายสัญญาณความเร็วสูงจากภาคเอกชน สําหรับโครงขายระบบวิทย ุ ๓) การส่อสารระหวาง เรือ – เรือ การส่อสารท้งทางยุทธการ/ธุรการ


เช่อมโยงของ ทร. ท่เปนระบบเสนทางหลัก (Backbone) น้น ทร.ไดติดต้งระบบ อาศัยระบบสื่อสารทางวิทยุเปนหลัก โดยขายการสื่อสารทางยุทธการ/ยุทธวิธี


Microwave link แบบโครงสรางดิจิตอลประสานเวลา (SDH : Synchronous ยังคงใชเครื่องรับ-สงวิทยุยานความถี่ HF/ Single Side Band (SSB) สําหรับ
Digital Hierarchy) และติดตั้งระบบ Microwave link แบบโครงสรางดิจิตอล การสื่อสารระยะไกล และยานความถี่ Ultra-High Frequency (UHF) (0.3-3



เกือบประสานเวลา (PDH : Plesiochronous Digital Hierarchy) ใหกับสถาน ี GHz) สาหรับการสอสารระยะใกล สวนขายการสอสารทางธุรการ ใชเคร่อง






เช่อมโยงสาขา (Spur Route) นอกจากน้ ในสวนของพ้นท่ปฏิบัติการ ๓ จังหวัด รับ-สงวิทยุ HF/SSB (ระยะไกล) และ VHF (ระยะใกล) โดยท่ผานมา การส่อสาร



ชายแดนภาคใต มีสถานีวิทยุเชื่อมโยงที่ใชระบบ WiMAX ตามมาตรฐาน IEEE ระหวาง เรือ - เรือ สวนใหญเปนการสื่อสารทางเสียงเปนสวนใหญ สวนการ
802.16a และมีการติดตั้งระบบเครือขาย Wireless Lan ตามมาตรฐาน IEEE ส่อสารทางขอมูลน้นใชผานระบบ HF e-Mail และระบบเช่อมโยงขอมูลทาง




802.11 บริเวณทาเทียบเรือ อยางไรก็ตาม เน่องจากปจจุบัน กองทัพเรืออย ู  ยุทธวิธีอัตโนมัติแบบ Link RTN (SAAB version) เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลทาง

ระหวางพัฒนาระบบงานตาง ๆ เพ่อสนับสนุนการควบคุมบังคับบัญชา และการ ยุทธการระหวางหนวยเรือกับหนวยเรือ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
94 95
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



แสดงภาพสถานการณ จึงมีความตองการใชงานชองสัญญาณท่มากข้น ประกอบ
กับจํานวนชองสัญญาณในแตละเสนทางมีอยจํากัด สงผลใหการส่อสารขอมูล



ในหวงเวลาท่มีผใชงานชองสัญญาณจํานวนมาก ไมมีคุณภาพตามท่ตองการ


(Quality of Service)

๒) การส่อสารระหวาง เรือ – บก (ฝง) ทร. มีการส่อสารท้งทาง




เสียงและขอมูลระหวางหนวยเรือ กับ หนวยบก โดยใชการส่อสารทางวิทยุ
ยานความถี่ High Frequency (HF) (3 - 30 MHz) เปนขายการสื่อสารหลัก
และระบบส่อสารผานดาวเทียมของบริษัทเอกชน เชน INMARSAT Fleet

Broadband,BGAN (Broadband Global Area Network) และโทรศัพท 

ผานดาวเทียม IsatPhone เปนขายการส่อสารรอง ซ่งมีการใหบริการตามความ

จําเปน ปจจุบัน ทร. มีการติดตั้งอุปกรณติดตอสื่อสารขอมูลผานขายวิทยุ HF

ในระบบ HF e-Mail เปนอุปกรณพ้นฐานในเรือ และติดต้งระบบดาวเทียมยาน



C Band บนเรือท่มีคุณคาทางยุทธการสูงเรียบรอยแลว นอกจากการส่อสารทาง
วิทยุดวยความถี่ HF แลว ยังมีการสื่อสารตามภารกิจ อาทิ การปฏิบัติการทาง




ยุทธวิธีสะเทินนําสะเทินบก ซ่งมีการติดตอส่อสารโดยใชเคร่องรับ-สง วิทยุยาน
ความถี่ Very High Frequency (VHF) Low Band (49 – 108 MHz) สําหรับ
การติดตอสื่อสารขอมูล ผานระบบ HF e-Mail มีขอขัดของบางประการ เชน



อัตราการสงขอมูลตํา และไมมีมาตรฐานกลางในการเช่อมตอ ซ่งมีความจําเปน
ในการพัฒนาตอยอดตอไป


๓) การส่อสารระหวาง เรือ – เรือ การส่อสารท้งทางยุทธการ/ธุรการ

อาศัยระบบสื่อสารทางวิทยุเปนหลัก โดยขายการสื่อสารทางยุทธการ/ยุทธวิธี
ยังคงใชเครื่องรับ-สงวิทยุยานความถี่ HF/ Single Side Band (SSB) สําหรับ
การสื่อสารระยะไกล และยานความถี่ Ultra-High Frequency (UHF) (0.3-3




GHz) สาหรับการสอสารระยะใกล สวนขายการสอสารทางธุรการ ใชเคร่อง



รับ-สงวิทยุ HF/SSB (ระยะไกล) และ VHF (ระยะใกล) โดยท่ผานมา การส่อสาร

ระหวาง เรือ - เรือ สวนใหญเปนการสื่อสารทางเสียงเปนสวนใหญ สวนการ



ส่อสารทางขอมูลน้นใชผานระบบ HF e-Mail และระบบเช่อมโยงขอมูลทาง
ยุทธวิธีอัตโนมัติแบบ Link RTN (SAAB version) เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลทาง
ยุทธการระหวางหนวยเรือกับหนวยเรือ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 95

๔) การสื่อสารระหวาง เรือ – อากาศยาน ระบบและวิธีการสื่อสาร










จะคลายกบการสอสารระหวางเรือกบเรอ โดยอากาศยานจะทาการสอสาร
ผานวิทยุดวยความถี่ UHF และ/หรือ VHF สําหรับอุปกรณวิทยุ HF/SSB นั้น

มีการติดต้งใชงานเฉพาะบนอากาศยานบางประเภทเทาน้น โดยจะใชงานเม่อ


อากาศยานเดินทางไกลไปตางประเทศ
๕) ระบบสารสนเทศ ทร. มีการบริหารระบบสารสนเทศดวยการให
บริการระบบประมวลผลกลาง และระบบเครือขายคอมพิวเตอรสําหรับระบบ

งานสารสนเทศตางๆ ซ่งมีการออกแบบท่อางอิงหลักมาตรฐานสากล โดยม ี

แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศใน ๒ ลักษณะ ไดแก ระบบสารสนเทศเพ่อ

การเผยแพรขอมูล และระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงาน (Management

Information System : MIS) รวมท้งกําหนดชองทางในการใชบริการไดท้งจาก

เครือขายภายในกองทัพเรือ และเครือขายภายนอกกองทัพเรือผานทาง Proxy








Server ปจจบน การพฒนาระบบสารสนเทศเพอการบรหารงานของหนวยงาน


ภายในกองทัพเรือ พัฒนาข้นโดยหนวยงานน้น ๆ ในรูปแบบโปรแกรมประยุกต 
ที่ใชงานผานเว็บไซต (Web Based Application) ตามมาตรฐานทั่วไป ซึ่งไมมี

การกําหนดมาตรฐานรูปแบบขอมูล และมาตรฐานในการแลกเปล่ยนขอมูล
จึงไมรองรับการบูรณาการระบบสารสนเทศสําหรับการบริหารกองทัพเรือได
พรอมกันนั้น ทร. ไดเพิ่มขีดความสามารถดานการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ไซเบอร (Cyber Security) ใหกับระบบสารสนเทศดวยการจัดตั้ง ศูนยปฏิบัติ
การรักษาความม่นคงปลอดภัยดานสงครามไซเบอรของ ทร. (Cyber Security

Operation Center : CSOC) และการติดตั้งอุปกรณรักษาความปลอดภัยทาง
เครือขายและออกมาตรการรักษาความปลอดภัยระบบงานสารสนเทศ ตลอด

จนการสรางความตระหนักรใหกับขาราชการ ทร. เน่องจากปจจุบันยังไมม ี

ภัยคุกคามท่รายแรง จึงไมเคยประสบปญหาท่รุนแรง แตมีการตรวจพบการ


บุกรุกเปนระยะ

ความทาทายในการขับเคล่อนกองทัพเรือดานการควบคุมบังคับบัญชา
และการสื่อสาร
กองทัพเรือไดมีความพยายามเปนอยางมากในการนําเทคโนโลยีสมัยใหม 

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
96
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



โดยเฉพาะอยางย่งเทคโนโลยีดิจิตอลดานการส่อสารและสารสนเทศมาประยุกต 
ใชงานภายในกองทัพ ประกอบดวย ระบบควบคุมบังคับบัญชา และระบบ


สารสนเทศเพ่อการบริหารจัดการ ซ่งจะเห็นไดจากนโยบายในการปรับระบบ
งานของ ทร. ใหกาวไปสูระบบดิจิตอล (Digital Transformation) อยางเต็ม
รูปแบบ อยางไรก็ตาม ยังมีขอจํากัดในหลายๆ ดาน เชน ดานบุคลากร และ
ดานจํานวนชองทางการสื่อสารที่มีอยูจํากัด เปนตน อันเปนอุปสรรคขวางกั้น


ไมให ทร.กาวไปสระบบงานดิจิตอล ตามท่คาดหวังไว ไมเพียงเฉพาะ ทร. เทาน้น




หนวยงานภายนอกท่อยระหวางการเปล่ยนผานไปส Digital ตางก็ประสบ













ปญหาในลกษณะเดยวกน โดยในดานบุคลากรนน ถอไดวาเปนสวนสาคญ


ในการนําองคกรเปล่ยนผานไปสยุคดิจิตอล ซ่งบุคลากรสวนใหญของหลายๆ


องคกร ยังขาดทักษะสําคัญที่เรียกวา ทักษะดิจิตอล ในผลการศึกษาของคณะ

กรรมการยุโรป ๒๐๑๘ พบวา องคกรกวารอยละ ๘๐ ยังไมไดแกไขปญหา

การขาดทักษะดิจิตอลใหกับบุคลากร รวมท้งการศึกษายังพบวา ในระหวางการ
เปลี่ยนแปลงองคกรทางดิจิตอลนั้น ปญหาจากการขาดทักษะดิจิตอลที่จําเปน
และไมไดรับการฝกอบรมทักษะดิจิตอลท่เพียงพอของบุคลากร จะกอใหเกิด









ความยากลาบากในการเปลยนผานไปสระบบดจตอล นอกจากขอจากัดดาน




ทักษะดิจิตอลของอุปกรณแลว ความตองการใชงานชองทางการส่อสารก็เปน












อกขอจากดหนงของ ทร.ในการขบเคลอนนโยบายดานการควบคมบงคบบญชา


และการส่อสาร ถึงแมวาในปจจุบัน ทร. ไดวางระบบเครือขายการติดตอส่อสาร







ไวอยางครอบคลุมในพ้นท่ท่ ทร. รับผิดชอบ อาทิเชน ระบบวิทยุเช่อมโยงท่เปน
โครงขายหลัก ระบบสื่อสารดาวเทียม ระบบวิทยุชายฝงยานความถี่ HF และ
การเชาใชระบบโครงขายของภาคเอกชน เพื่อรองรับการติดตอสื่อสารระหวาง
หนวยตางๆ ของ ทร. ตลอดจนรองรับระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
(MIS) และระบบควบคุมบังคับบัญชาของ ทร. อยางไรก็ตาม จากความตองการ
ใชงานระบบส่อสารและสารสนเทศภายใน ทร. มีเพ่มมากข้น ตัวอยางเชน



การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชา C ISR ของ ทร. ซ่งเปนโปรแกรมประยุกต 

4
ที่ทําหนาที่ในการรวบรวม ประมวลผล และแลกเปลี่ยนขอมูลจากระบบตางๆ
ประกอบดวย ระบบเรดารชายฝง ระบบเรดารของเรือที่ปฏิบัติการอยูในทะเล


ลวนจัดเปน Node ของการส่อสารท่ตองการความกวางแถบความถ่ในการ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 97




รับ-สงขอมูล (Bandwidth) ซ่ง ทร. มีแนวโนมท่จะเช่อมขอมูลจาก Node ตางๆ




น้เพิ่มมากข้นในอนาคต เพ่อใหเปนไปตามหลักการสงครามท่ใชเครือขายเปน
ศูนยกลางของ ทร. ดังนั้น ความตองการใชงานชองทางการสื่อสารของ ทร. จะ
ตองมีเพ่มมากข้นตามมาอยางหลีกเล่ยงไมได ประกอบกับขอมูลท่ไดจาก Node




ตางๆ จะมีปริมาณมาก (Vast) มีความหลากหลาย (Variety) และมีคุณคาสูง
(Value) ดวยเหตุนี้ ทร. จําเปนตองวางแผน แสวงหาเทคโนโลยีใหมๆ มาชวย

ในการจัดเก็บขอมูลใหเปนมาตรฐาน และวิเคราะหขอมูล เพ่อเพ่มขีดความ

สามารถดานการควบคุมบังคับบัญชา การสื่อสาร และสารสนเทศของ ทร.

เทคโนโลยีดานการควบคุมบังคับบัญชา การส่อสาร และสารสนเทศ
ในอนาคต



ในปจจุบัน มีผใชงานอุปกรณคอมพิวเตอรเปนจํานวนมาก ซึงม ี
การประมาณการวา ในอนาคตชวงป ค.ศ.๒๐๒๐ – ๒๐๓๐ จะมีจํานวน

ผใชงานอุปกรณคอมพิวเตอร หรือ Node อุปกรณ Smart Device ตางๆ
ในการแลกเปลยนขอมลระหวางกันท่เพมมากขน โดยมการประมาณการ











กันวา จะเพ่มมากกวาปจจุบันถึง ๑๐ – ๑๐๐ เทา สงผลใหความตองการใชงาน


ชองทางส่อสารสําหรับแลกเปล่ยนขอมูลมากข้นตามไปดวย แตในปจจุบัน




ชองทางการส่อสาร โดยเฉพาะการส่อสารไรสายสําหรับอุปกรณคอมพิวเตอร 


หรอ Smart Device แบบเคลอนท (Mobile Device) นน มขอจากดในเรองของ
















ชองทางการส่อสารซ่งก็คือจํานวนของชองความถ่ท่ใชในการติดตอส่อสาร
ไดอยางมีประสิทธิภาพน่นเอง อาทิเชน ระบบส่อสารยานความถ่ HF ท่ใชในการ




ติดตอสื่อสารระหวางเรือ – สถานีชายฝงของ ทร. ซึ่งเปนสวนหนึ่งของระบบ
ควบคุมบังคับบัญชา C ISR ยังมีขอจํากัดในเร่องของขนาดชองสัญญาณหรือความ
4

กวางแถบคลื่นความถ่ (Bandwidth) ท่สงขอมูลไดไมมาก อันเน่องมาจากความถ ี ่



ใชงาน เปนตน ดังนั้น การนําเทคโนโลยีสมัยใหมเขามาประยุกตใชงาน จะชวย


ลดขอจํากัดตรงน้ได โดยในปจจุบันมีเทคโนโลยีดานการติดตอส่อสารและ
4
สารสนเทศที่จะชวยเพิ่มขีดความสามารถของระบบ C ISR ที่นาสนใจ ดังนี้
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
98
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


Click to View FlipBook Version