The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 103
ตุลาคม 2564 - มีนาคม 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกาธิปัตย์สาร, 2022-07-07 01:51:03

นาวิกาธิปัตย์สาร เล่ม 103

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 103
ตุลาคม 2564 - มีนาคม 2565

ภาพที่ ๑ หลักการสื่อสารแบบ MIMO

ที่มา : https://www.microwave-link.com/microwave/mimo-technology-for-
microwave-links/




กอนท่จะกลาวถึงเทคโนโลยี Massive MIMO เราจําเปนท่จะตอง
รูจักหลักการของ Multiple Input Multiple Output (MIMO) เสียกอน โดย
MIMO คือ เทคโนโลยีในการรับสงขอมูลดวยการใชเสาอากาศสง – รับ หลาย

ตนทํางานรวมกันในรูปแบบของ Array Matrix เชน ใชสายอากาศสง จํานวน
๒ ตน และใชสายอากาศภาครับ จํานวน ๒ ตน จะเรียกวา MIMO แบบ 2 x 2
เปนตน สวนการสงสัญญาณแบบดั้งเดิมที่ใชสายอากาศสง จํานวน ๑ ตน และ
สายอากาศรับจํานวน ๑ ตน หรือที่เรียกวา Single Input Single Output

(SISO) ซึ่งมีขอจํากัดในเรื่องของขนาด Bandwidth ที่มีขนาดแคบ (Narrow
band) สงผลใหไมสามารถรับ – สงขอมูลที่มีปริมาณมากไดโดยเฉพาะในยาน


ความถ่ HF หากเปรียบชองสัญญาณการส่อสารกับทองถนนแลว ขนาดของ
Bandwidth ก็เปรียบเสมือนกับจํานวนชองทางการจราจรของยานพาหนะ
หากชองทางการจราจรมาก การสัญจรบนทองถนนก็จะไมติดขัด ดังนั้น หาก

ชาติใดมีงบประมาณทางทหารสูงเพียงพอ ก็จะลดการใชงานยานความถ่ HF
และไปลงทุนเพิ่มการใชระบบการสื่อสารผานดาวเทียมที่มีขนาด Bandwidth

มากกวาแทน เชน ระบบดาวเทียมส่อสาร เปนตน โดยระบบการส่อสารท ่ ี

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 99


เรียกวา MIMO น้ ไดมีการศึกษาทางทฤษฏีมาอยางยาวนานต้งแตในชวง












ป ค.ศ.๑๙๕๔ จนกระทงเรมมการนามาทดลองใชงานครงแรกในชวงป ค.ศ.

๑๙๘๔ แตยังไมเปนท่นิยมมากนัก เน่องจากขอจํากัดทางเทคโนโลยีในสมัย






นน จนกระทงตอมาในป ค.ศ.๑๙๙๐ ทเทคโนโลยีและองคความรดานการ








ประมวลผลสัญญาณดิจิตอล (Digital Signal Processing) รวมทั้งทฤษฎีดาน
วิศวกรรมสายอากาศ (Antenna Engineering) มีความกาวหนาเปนอยาง
มาก โดยเฉพาะเทคนิคการทํา Beamforming ของระบบสายอากาศ ประกอบ


กับวงจรอิเล็กทรอนิกสท่มีขนาดเล็กและราคาถูก สงผลใหการส่อสารดวย

หลักการแบบ MIMO เร่มถูกนําไปประยุกตใชงานในภาคพาณิชยอยางจริงจัง
และในป ค.ศ.๒๐๐๙ สถาบันวิชาชีพวิศวกรไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส (Institute
of Electrical and Electronics Engineering : IEEE) ไดกําหนดมาตรฐาน
อุปกรณสื่อสารไรสาย (Wireless) ที่ใชเทคโนโลยี MIMO ขึ้นมาเปนครั้งแรก
ภายใตมาตรฐานที่มีรหัสวา IEEE 802.11n ซึ่งทําใหการสื่อสารไรสายระหวาง
Node ตางๆ มี Bandwidth ที่มากกวาเทคโนโลยี SISO ถึง ๒ เทา (จากเดิม
๒๐ เมกกะเฮิรตซ เปน ๔๐ เมกกะเฮิรตซ) ดวยการใชงานตามหลักการของ


MIMO จะทําใหอุปกรณการส่อสารวิทยุท่ความถ่เดียวกันและกําลังสงเทากัน


จะมี Bandwidth สูงกวาการสื่อสารแบบ SISO เปนเทาตัว ขึ้นอยูกับจํานวน
Matrix ของสายอากาศที่ใชงาน สําหรับในระบบโทรศัพทเคลื่อนที่ MIMO ได





กลายมาเปนพ้นฐานของการส่อสารในยุคท่ ๔ หรือ 4G ท่เราใชงานในปจจุบัน
ภายใตชื่อสากลวา Long Term Evolution (LTE) อยางไรก็ตาม จากการที่ผู

ใชงานจํานวนมากตองการการสงขอมูลท่มีขนาดใหญพรอมกับคุณภาพของ
ชองสัญญาณที่ดี เชน การสงขอมูลที่ Video Streaming Combat Camera
หรือ Virtual Reality เปนตน สงผลใหเทคโนโลยี MIMO ไดรับการพัฒนา

ใหมีขนาด Bandwidth ท่มากข้น (Broadband) รวมท้งความเร็วในการสง


ที่สูงขึ้น ซึ่งนักวิจัยและทีมงานวิศวกรไดเพิ่มจํานวนสายอากาศเขาไปในระบบ
ท้งภาครับและภาคสง และสายอากาศท้งหมดจะทํางานรวมกันแบบ Array


ที่ใชหลักการเดียวกับ Phase Array Radar เรียกเทคนิคนี้วา Massive MIMO

พรอมกันน้น Massive MIMO ยังทํางานดวยระบบอัลกอริทึม (Algorithm)

ในการประมวลสัญญาณท่ซับซอน ระบบสามารถติดตาม (Tracking) และระบบ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
100
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

สายอากาศเลือกสงสัญญาณใหผูรับที่กําหนดเทานั้น (Smart Antenna) ทําให

สามารถควบคุมกําลังสง ประหยัดพลังงาน และลดการกอกวนกันไดเปนอยางดี

























ภาพที่ ๒ หลักการสื่อสารแบบ Massive MIMO

ที่มา : https://th.gadget-info.com/14620-what-is-massive-mimo-and-how-it-
paves-the-way-for-5g-adoption





ซ่งในปจจุบันระบบ Massive MIMO ไดกลายมาเปนพ้นฐานท่สําคัญ

ของการส่อสารไรสายในยุคท่ ๕ หรือ 5G นอกจากน้เทคโนโลยี Massive MIMO


ไดถูกนํามาประยุกตใชกับการส่อสารนอกระยะสายตา (Beyond Line of Sight

: BLOS) ในยาน HF ที่เปนการสงคลื่นแบบ Sky wave จากการศึกษาพบวา




หากมการนาเทคนค Massive MIMO มาประยุกตใชดวยการจดเรียงสายชุด



(Array) ของสายอากาศของวทย HF ทดพอ ประกอบกับมขอมลสถตสภาพ













ช้นบรรยากาศ (Sounding) ท่เพียงพอแลว จะชวยเพ่มขีดความสามารถในการ


ส่อสารยานความถ่ HF ไดอยางมีนัยสําคัญ และยังปองกันการดักรับหรือกอกวน
(Jamming) จากเครื่องมือสงครามอิเล็กทรอนิกส (Electronic Warfare) ได

อีกดวย สําหรับในการประยุกตใชงานทางทหารน้น เทคโนโลยี MIMO ไดถูกนํา
มาใชงานสําหรับเครือขายการส่อสารเคล่อนท่ทางยุทธวิธีของหนวยภาคพ้นดิน




(Mobile Ad-Hoc Network: MANET) มีวัตถุประสงคในการเชื่อมตอขายการ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 101



ส่อสารระหวางหนวยทางยุทธวิธีท่ตองการ Bandwidth มาก เชน การสงขอมูล
DATA จําพวกไฟลวิดีโอ หรือ รูปภาพ เปนตน

High Altitude Platforms (HAP)
จากทฤษฏีและหลักการระบบสื่อสารทําใหเราทราบวา อัตราการสง





ขอมูลหรือ Bandwidth แปรผันตามความถ่ของคล่นวิทยุท่ใชในการส่อสาร หาก



ตองการใหอัตราการสงขอมูลหรือ Bandwidth สูงข้นจําเปนตองเพ่มความถ่ให 



สูงข้น แตการใชความถ่ของคล่นแมเหล็กไฟฟาท่สูงข้น จะสงผลใหระยะทางใน






การติดตอส่อสารส้นลงเน่องจากความถ่สูง จะถูกลดทอนในช้นบรรยากาศมากข้น





นอกจากน้แลวความถ่คล่นแมเหล็กไฟฟาต้งแตยานความถ่ VHF เปนตนไป


จะไมสามารถสะทอนชั้นบรรยากาศกลับไปกลับมา (Sky wave) เหมือนยาน

ความถ่ HF ได ดังน้น การส่อสารในยานน้จะกระทําไดจํากัดในระยะสายตา



(Line of Sight: LOS) ท่ระยะทางข้นอยกับความสูงของสถานีสงและสถาน ี



รับเทานั้น การขยายระยะการสื่อสารใหครอบคลุมพื้นที่ที่ตองการ จําเปนตอง

ยกเสาสงหรือเสารับใหสูงหรือตองมีระบบทวนซําสัญญาณ (Repeater) หรือ



ใชดาวเทียมส่อสารทําหนาท่เปนอุปกรณกระจายสัญญาณท่อยสูงข้นไปจากพ้น



โลก อยางไรก็ตาม การใชงานดาวเทียมคอนขางมีขอจํากัดในเร่องของคาใชจาย

ดานงบประมาณที่คอนขางสูง ดังนั้น จึงไดมีการคิดคนระบบการสื่อสารที่เรียก
วา HAP ขึ้นมา สําหรับระบบ HAP ยอมาจาก High Altitude Platforms คือ
อากาศยาน (aircraft) หรือเรือเหาะ (airship) แบบไรคนขับ ที่ทําการบินอยูที่


ความสูงประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จากพื้นดิน ตํากวาดาวเทียมวงโคจรตํา (Low

Earth Orbit : LEO) ซ่งมีโคจรเหนือพ้นโลกสูงประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร เพ่อ


ท่จะทําหนาท่เช่อมโยงเครือขายการส่อสารหรือทําหนาท่เปนระบบสํารวจระยะไกล





(remote sensing) ได แนวความคิดในการใชงานระบบ HAP เกิดขึ้นในชวง
ป ค.ศ.๒๐๐๐ แตดวยขอจํากัดทางเทคโนโลยีจึงไมเปนที่นิยมมากนัก กระทั่ง
ในป ค.ศ.๒๐๑๔ บริษัทยักษใหญดานการใหบริการอินเตอรเน็ต คือ บริษัท
Google และ Facebook ไดประกาศใหการสนับสนุนลงทุนวิจัยและพัฒนา


ระบบ HAP สําหรบใชเปนอปกรณส่อสารเช่อมระบบอินเตอรเน็ตในพ้นท่ท่หาง












ไกล หรือพ้นท่ท่ระบบดาวเทียมหรือโครงขายการส่อสารภาพพ้นดินเขาไมถึง

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
102
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

เช่น พื้นที่หมู่เกาะ พื้นที่ในทะเลห่างฝั่ง หรือภูเขา เป็นต้น ซึ่งที่ระดับความสูง



๒๐ กิโลเมตร เป็นระดับท่การส่งสัญญาณคล่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถครอบคลุม
พื้นที่ได้เป็นวงกว้างและปราศจากสัญญาณรบกวนและสิ่งกีดขวาง เช่น ตึกสูง
สันเขา สะพานแขวน เป็นต้น หากเทียบดาวเทียมสื่อสาร HAP จะใช้เวลาการ





เตรยมการไม่มาก นอกจากน้ ความหน่วงของสญญาณ (Delay) มน้อยมาก

จนใกล้เคียงเวลาจริง (Real Time) เน่องจากมีความสูงจากพ้นโลกตำากว่า


ตลอดจนง่ายต่อการซ่อมบำารุงและใช้งบประมาณน้อยกว่า สำาหรับพาหนะที่ใช้
ของระบบ HAP ส่วนใหญ่จะเป็นอากาศยานหรือเรือเหาะไร้คนขับที่ขับเคลื่อน
ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถบินอย่บนวงโคจรหรือรักษาตาบลที่ที่กำาหนด



เป็นเวลานานหลายเดือน ในปัจจุบันได้มีโครงการศึกษา วิจัยเก่ยวกับระบบ HAP
ในหลายประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย โดยโครงการ HAP ใน



สหรัฐอเมริกาน้น มีหลายองค์กรท่ดาเนินการอย่ เช่น ในปี ค.ศ.๒๐๑๕ หน่วย

งาน Defense Advanced Research Projects Agency หรือ DARPA
ได้ร่วมกับบริษัทชั้นนำา ได้แก่ บริษัท Lockheed Martin บริษัท Raytheon
และบริษัท Boeing ดำาเนินโครงการ HAP ที่มีชื่อว่า SOLAREAGLE เป็นการ
วิจัยพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับท่มีขีดความสามารถในการบินรักษาสถาน ี

อยู่ในบรรยากาศชั้น Stratosphere ได้นานถึง ๕ ปี โดยอาศัยแสงอาทิตย์เป็น
แหล่งพลังงานในการขับเคล่อน ติดต้งอุปกรณ์ต่างๆ (Payload) ได้ถึง ๔๕๔



กิโลกรัม สามารถติดตั้งระบบ Sensor ตรวจการณ์ ตลอดจนเป็นสถานีทวนซำา
สัญญาณการสื่อสาร ดังนั้น จึงสามารถทำาได้หลายภารกิจ เช่น ภารกิจในการ


ลาดตระเวนตรวจการณ์ และภารกิจในการขยายระยะการส่อสารท่ต้องการ
Bandwidth กว้าง สำาหรับในยุโรป โครงการ HAP ได้เกิดขึ้นในปี ค.ศ.๒๐๑๖


มีช่อว่าโครงการ ZEPHYR ท่ให้การสนับสนุนโดยกระทรวงกลาโหมอังกฤษ

มีการพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับท่สามารถบินรักษาสถานีได้นาน ๑๔ วัน
บรรทุก Payload ได้ ๒๐ กิโลกรัม มีภารกิจในการตรวจการณ์และเป็นสถานี
ทวนซ้าเพ่อขยายระยะการติดต่อส่อสาร สาหรับในฝ่งเอเชียมี ๒ ประเทศท ี ่





ดำาเนินโครงการ HAP อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย หน่วยงานท่มีช่อว่า


Japanese Aerospace Exploration Agency (JAXA) ประเทศญี่ปุ่น ได้ดำาเนิน



โครงการ HAP ทมชือวา Japanese Stratospheric Platform ในป ค.ศ.๒๐๐๐



นาวิกาธิปัตย์สาร
คลังปัญญา พัฒนาผู้นำา 103

เปนการวิจัยและพัฒนาระบบเรือเหาะไรคนขับใชพลังงานแสงอาทิตยท่สามารถ

รักษาตําบลที่ในชั้นบรรยากาศที่ความสูง ๒๐ กิโลเมตร จากพื้นโลกไดนาน ๓ ป
มีนํ้าหนักตัวยาน ๓๒ ตัน สามารถบรรทุก Payload ไดมากถึง ๑ ตัน มีภารกิจ



ในการเปนสถานีเช่อมโยงโครงขายการส่อสารและติดต้งระบบ remote sensing













ภาพที่ ๓ SOLAREAGLE (ซายมือ) และ ZEPHYT (ขวามือ)

ที่มา : https://www.scielo.br/j/jatm/a/JQv95PgKcDCtrn95vLLV8qN/




ในการสํารวจทางวิทยาศาสตร นอกจากประเทศญ่ปนแลว ยังมีประเทศเกาหลีใต 
ท่นําโดยหนวยงาน Korea Aerospace Research Institute (KARI) ไดดําเนิน






โครงการ HAP ในป ค.ศ.๒๐๐๐ เปนการวจัยพฒนาเรือเหาะไรคนขับท่มลกษณะ





เดียวกับประเทศญ่ปน ดวยเทคโนโลยีในปจจุบันทําใหโครงการ HAP ของหลายๆ

ชาติมีความกาวหนาเปนอยางมาก นอกจากตัวยานท่เปนองคประกอบหลักของ

ระบบ HAP แลว ระบบการติดตอส่อสารนับวามีความสําคัญ เห็นไดจากองคกร
International Telecommunication Union หรือ ITU กําหนดให HAP
เปนขอบังคับลําดับที่ 1.66A ของ Radio Regulations ที่กําหนดไววา HAP

เปนสถานีคางฟาประจําท่ (Fixed Point) เม่อเทียบกับการหมุนของโลก

โดย ITU กําหนดยานความถ่ท่เหมาะสมสําหรับระบบ HAP ไวในยาน ๔๗ – ๔๙






กิกะเฮิรตซ และสามารถปรับเปล่ยนไดตามภูมิภาคท่ใชงาน เชน จะใชความถตําลง



หากมีการใชงาน HAP ในบริเวณท่มีฝนตกชุก อยางไรก็ตาม ยานความถ่ท่ใชงานยังคง


เปนความถ่ในระดับกิกะเฮิรตซ ซ่งมี Bandwidth ในการสงขอมูลท่สูง สามารถ


รองรับการใชงานในการติดตอสื่อสารในยุคที่ ๕ (5G) ไดเปนอยางดี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
104
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

Synthetic Aperture Radar Satellite (SAR-SAT)

SAR-SAT เปนที่รูจักกันในภาษาไทยวา เทคโนโลยีดาวเทียมสํารวจโลก



คือ ระบบดาวเทียมท่ติดต้งเรดาร SAR โดยมีการทํางานรวมกันผานระบบ

เช่อมโยงขอมูลระหวางดาวเทียม (Inter-Link) สงผลใหสามารถถายภาพได 

ท้งกลางวันและกลางคืน ในทุกสภาพอากาศ และคาดวาจะมีความนิยม

ในการใชงานมากข้นในอนาคต ท้งในภาคพลเรือนและทางทหาร โดยมีอัตราการ

เจริญเติบโตทางการตลาดรอยละ ๑๐.๓ ตอป จนถึงป ค.ศ.๒๐๒๔ เนื่องจาก

มีท้งภาครัฐและภาคเอกชนพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็ก (Small Satellite)

ซึ่งมีนําหนักนอยกวา ๕๐๐ กิโลกรัม ท่ลงทุนไมสูงมาก จํานวนหลายดวง



สงข้นไปทํางานรวมกนในลกษณะโครงขาย (SAR-SAT Constellation)


เพื่อเพิ่มความตอเนื่องในการถายภาพเหนือพื้นที่เดิม ตัวอยางเชน ระบบโครง

ขายดาวเทียม Capella Space ของสหรัฐอเมริกา เปนระบบดาวเทียม SAR-



SAT ท่มีดาวเทียมจํานวน ๓๖ ดวง สามารถถายภาพซําบริเวณเดิมไดทุก ๑ ช่วโมง
ในอดีตจะเปน EO SAT ซ่งถายภาพโดยอาศัยแสงอาทิตย จึงไมสามารถถายภาพ

ในเวลากลางคืน และในขณะที่มีเมฆมาบดบังได จนกระทั่งมีการนําเทคโนโลยี
เรดาร Synthetic Aperture Radar หรือ SAR มาใชงานกับดาวเทียมสารวจ



โลก ซ่งถายภาพโดยอาศัยคล่นแมเหล็กไฟฟายานความถ่ X-band ทําใหสามารถ


ถายภาพความละเอียดสูงครอบคลุมพ้นท่กวางไดทุกท่ ทุกสภาพอากาศ และ



ทะลุผานเมฆได ซ่งปจจุบัน ดวยความกาวหนาทางเทคโนโลยี ทําใหสามารถสราง

ดาวเทียมสํารวจโลกขนาดเล็ก (Small Satellite) ตนทุนต่า (ประมาณ ๕๐ - ๔๐๐
ลานเหรียญสหรัฐฯ) ในระยะเวลาอันสั้นได จนทําใหภาครัฐและเอกชนในหลาย
ประเทศมีการพัฒนาโครงขายดาวเทียม SAR-SAT สําหรับใชเพื่องานดานความ


มนคงและการพาณชย การประมวลภาพถายจากดาวเทียม EO หรือ SAR รวมกับ


ฐานขอมูลในระบบ Automatic Identifi cation System (AIS) และ Vessel

Management System (VMS) ท่ไดมา ณ เวลาเดียวกัน จะสามารถชวยตรวจจับ

ติดตาม และพิสูจนทราบเปาในทะเลได จากน้นนําขอมูลท่ไดมาแสดงบน

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร (Geographical Information System: GIS) ก็






จะไดภาพสถานการณรวมในพนท่ปฏบัติการ อยางไรก็ตาม ยังมีเรอท่ไมไดติดตง ั ้




¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 105


ระบบ AIS และ VMS อกจานวนมาก อีกทั้ง เรือที่ติดตั้งก็สามารถปดเปดการใช

งานระบบฯ ไดเอง ปจจุบัน จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีปญญาประดิษฐ (Artifi cial

Intelligence: AI) เพ่อมาสนับสนุนการแยกแยะประเภทเรือ และตรวจจับ
















พฤตกรรมของเรอทผดปกตจากโมเดลทสรางขน เพอแกปญหาในการตรวจจบ
และพิสูจนทราบเรือที่ไมมีสัญญาณ AIS หรือ VMS อยางไรก็ตาม การตรวจจับ
และติดตามเปาโดยใชประโยชนจากภาพถายดาวเทียม ไมสามารถตรวจการณ 
ไดอยางตอเนื่อง เพราะขอจํากัดที่เกิดจาก revisit time ของดาวเทียม ๘
เทคโนโลยีปญญาประดิษฐ (Artifi cial Intelligence: AI)
AI เปนเทคโนโลยีท่มีบทบาทสําคัญตอการเปล่ยนแปลงโลก เน่องจาก



เปนเคร่องจักรท่มีความสามารถทางความคิด ท้งการรับร การใชเหตุผล การ







แกไขปญหา และถูกสรางข้นมาเพ่อบริหารจัดการกับขอมูลท่มีความซับซอน

เกินขีดความสามารถของมนุษยจะจัดการได รวมท้ง การใชประโยชนจากขอมูล
ขนาดใหญ (Big data) โดย ปญญาประดิษฐ (AI) ถูกแบงเปน ๓ ระดับความ
ฉลาด ดังนี้ ๑) ปญญาประดิษฐเฉพาะทาง (Narrow AI ) คือ AI ที่มีความ

สามารถในการทํางานเฉพาะทางไดดีกวามนุษย เชน AI ท่ชวยในการผาตัด



เปนตน ซ่งในปจจุบันมนุษยสามารถพัฒนา AI ไดอยในระดับน้ ๒) ปญญา

ประดิษฐทั่วไป (General AI) คือ AI ที่มีความสามารถในการทํางาน และการ
ใชความคิดเทียบเทากับมนุษย ๓) ปญญาประดิษฐที่แข็งแรง (Strong AI) คือ

AI ท่มีความสามารถในการทํางานไดดีกวามนุษย ในงานหลายประเภท จากการ
รายงานของ World Economic Forum ไดคาดการณไววา เทคโนโลยีปญญา
ประดิษฐ และ Big Data Analytics จะมีขีดความสามารถอันทรงพลังพรอม

กันในชวงป ค.ศ.๒๐๒๕ - ๒๐๓๐) จนจะสงผลใหรูปแบบของส่อในอนาคต
ไมวาจะเปนการผลิตสื่อ การกระจายและสงถึงผูบริโภค และวิธีการบริโภคสื่อ
จะมงสฐานงานท่รองรับระบบปฏิบัติการอินเทอรเน็ตท่ประมวลผลแบบทันที




หรือการตอบสนองไดอยางรวดเร็ว (Real-time) อยางสมบูรณแบบสําหรับมิติ
ดานความมั่นคงนั้น กองทัพในหลายประเทศไดมีการประยุกตใช AI ในภารกิจ



ทางทหารในทุกพ้นท่ปฏิบัติการท้งทางบก นํ้า อากาศ อวกาศ และไซเบอร ทําให

AI เขามามีสวนชวยในการสนับสนุนการรบ โดยการใชการเรียนรของเคร่องจักร

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
106
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

(Machine learning) เชน ระบบควบคุมบังคับบัญชา ระบบเฝาระวังภัยและ


การตระหนักรถึงสถานการณ ระบบการพิสูจนทราบเปาหมาย (Target Recognition)
ความปลอดภัยทางไซเบอร (Cyber security) และการสงกําลังบํารุง (Logistics


and Supports) เปนตน นอกจากน้ AI ยังสามารถชวยในภารกิจอ่นท่ตองอาศัย


ทรัพยากรทางทหาร ท้งยุทโธปกรณ และกําลังพล เชน ภารกิจในการชวย
เหลือดานมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ โดย AI สามารถสรางแผนท ี ่
บริเวณที่ประสบภัยพิบัติแบบทันที หรือการตอบสนองไดอยางรวดเร็ว (Real
Time) การประเมินความเรงดวนของผูประสบภัยพิบัติไดอยางทันทวงที และ
การจัดสรรทรัพยากรในการชวยเหลือผประสบภัยพิบัติใหเกิดประสิทธิภาพ


มากท่สุด ในปจจุบันกองทัพของชาติตางๆ ท่วโลกไดตระหนักถึงประโยชน 

ของเทคโนโลยี AI และไดจัดทําแผนและโครงการในการนําเทคโนโลยี AI
มาประยุกตใชงานทางทหาร ตัวอยางเชน หนวยงาน DARPA ของสหรัฐอเมริกา

ไดสนับสนุนเงินทุนในโครงการวิจัยและพัฒนาระบบยานใตนําเพ่อใชในภารกิจ


การตอตานทนระเบิด (Mine Countermeasure : MCM) และการปราบ


เรือดํานํา (Anti-Submarine) ท่ประกอบไปดวย การพัฒนาอัลกอริทึมของระบบ

AI การพัฒนาฐานขอมูลขนาดใหญหรือ Big Data สําหรับเก็บขอมูลเพื่อใชใน
การพัฒนา AI ท่มีการเช่อมตอขอมูลผานระบบ Cloud เปนตน ในสวนของ


ประเทศจีนไดมีการพัฒนาระบบ AI สําหรับเสริมสรางความม่นคง และการ

ปฏิบัติการทางทหาร โดยนํา AI มาประยุกตใชงานในหลายๆ ดาน เชน การนํา
AI มาใชในการสรางภาพสถานการณดวยการรวบรวม วิเคราะห และบริหาร
จัดการขอมูลท่ไดจากงานดานการขาวกรอง การเฝาระวัง และการลาดตระเวน

(ISR) ซึ่ง AI สามารถเขามาจัดการงานอยางบูรณาการ การจัดการภารกิจ และ
ขอมูลท่ไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน การใชอากาศยานไรคนขับท่ควบคุมโดย AI


ในการรวบรวมขอมูลที่ตองการ และเพื่อเติมเต็มขอมูลในการวิเคราะหในภาพ
รวมของภารกิจ เปนตน นอกจากนี้ จีนยังไดนําระบบ AI มาเพิ่มความซับซอน



ในการจําลองรูปแบบภารกิจใหใกลเคียงความจริงมากข้น เพื่อใหผรับการฝก
สามารถแกไขปญหาท่มีความซับซอน และหลากหลาย ท้งยังสามารถทําการ


ฝกรวมระหวางเหลาทัพ หรือหนวยงานไดบอยครั้งมากขึ้น ลดความสิ้นเปลือง
๑๐
ดานงบประมาณในการฝกดวยอาวุธจริง ตลอดจนนํามาใชในการประเมินผล

การฝกรายบุคคล หรือประเมินภาพรวมของหนวยไดอยางถูกตอง
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 107

Quantum computing









ในปจจุบน การคํานวณบนระบบคอมพิวเตอรทเราใชงานอยนน
ระบบประมวลผลกลาง (CPU) ของคอมพิวเตอรจะทําการคํานวณในรูปแบบ

ของเลขฐานสอง หรือ Binary (0 หรือ 1) คราวละ ๑ ค ตามกฎของมัวร
(Moore’s Law) หากอาศัยหลักการทางกลศาสตรควอนตัมของอนุภาคขนาด
เล็กที่มีคุณสมบัติพิเศษที่เรียกวา Superposition เปน Binary ทั้ง 0 และ 1





ในเวลาเดยวกน ซงจะเรยกในการคานวณของ Quantum computing วา


๑๑
Quantum bit หรือ Qubit ที่รองรับการคํานวณระดับ Bit ได ๔ คูในเวลา
เดียวกัน ทําใหการคํานวณควอนตัมสามารถรองรับปริมาณขอมูลสําหรับการ

คํานวณไดมากกวาเม่อเทียบกับการคํานวณแบบเดิม ในปจจุบัน เทคโนโลยี
Quantum computing ไดถูกนํามาประยุกตใชงานดานความมั่นคง เพื่อเสริม











ประสทธภาพของเทคโนโลยทใชอยในปจจบน เชน การตรวจจบและมาตร

๑๐

วิทยาควอนตัม (Quantum Sensing and Metrology) โดยอาศัยเทคโนโลยี
ควอนตัมทําใหสัญญาณแมเหล็ก ไฟฟา และคลื่นแมเหล็กไฟฟาที่ตรวจจับโดย
เรดาร หรือการตรวจจับและวัดระยะดวยแสง (Light Detection and Ranging:
LiDAR) ไดถูกนํามาคํานวณและประมวลผล เพ่อระบุเวลา ตําแหนง และ


ความเร็วไดแมนยํามากข้นซ่งเรดาร และ LiDAR Quantum สามารถตรวจ













พบอากาศยานลองหน (Stealth) หรออากาศยานทบนอยระดบตาไดอยางม ี
ประสิทธิภาพมากข้น โดยใชพลังในระดับเดียวกับ เรดาร หรือ LiDAR แบบ

เดิม นอกจากนี้ เรดาร และ LiDAR Quantum ยังสามารถปฏิบัติงานไดเชน


เดียวกับ เรดาร หรือ LiDAR แบบเดิม โดยใชพลังงานทตํากวา เพ่อลดการ



ถูกกอกวนสัญญาณ (Jamming) จากฝายตรงขาม นอกจากน้แลว Quantum


computing ทําใหการส่อสารมีความปลอดภัยมากข้นผานเทคนิค “การเขารหัสเชิง

ควอนตัม (Quantum Key distribution: QKD)” และเทคนิคอ่นในอนาคต ซ่งจะ

ชวยรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสารที่มีความออนไหวสูง เชน การควบคุม

บังคับบัญชา และการติดตอสื่อสารกับเรือดํานํา เปนตน รวมถึงสามารถขยาย












โครงขายการตดตอสอสารทมการรกษาความปลอดภย และการแลกเปลยน
ขอมูลที่มีความเร็วสูงผาน “ควอนตัมอินเตอรเน็ต” ไดอีกดวย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
108
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ






แนวทางในการดาเนนงานดานการควบคมบังคับบัญชาและการสอสาร
ของกองทัพเรือในอนาคต
จากยุทธศาสตรกองทัพเรือระยะ ๒๐ ป ที่ระบุวา ทร. จะตองเตรียม
การเพ่อรองรับการเปล่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมและเทคโนโลยีใหมอยาง


กาวกระโดด ซึ่ง ทร. ตองมีแผนพัฒนาบุคลากร และนําเทคโนโลยีสมัยใหมที่
เหมาะสมกับ ทร. มาประจําการ ดังนี้


๑. การพัฒนาบุคลากร ทร. จะตองพัฒนาทักษะพ้นฐานดานดิจิตอล

เน่องจากเทคโนโลยีตางๆ ท่กลาวมาขางตน ลวนอาศัยพ้นฐานดานดิจิตอล


ทั้งสิ้น ซึ่งการพัฒนาทักษะดิจิตอลพื้นฐานควรจะตองพัฒนากําลังพลทุกระดับ

มิฉะน้นแลว การเปล่ยนแปลงจากเทคโนโลยีเกาไปสเทคโนโลยีใหมดานดิจิตอล



จะไมเกิดข้น เน่องจากผบริหารไมไดเขาใจบริบทของเทคโนโลยีอยางแทจริง


ในทางตรงกันขาม หากผบริหารเกงในเร่องเทคโนโลยีดิจิตอลจะสามารถพัฒนา


ผลิตหรือจัดหาเทคโนโลยีสมัยใหมมาใชในราชการได แตผูปฏิบัติไมเขาใจหรือ

ไมมีองคความรในเทคโนโลยีดิจิตอลอยางแทจริง ยุทโธปกรณหรืออุปกรณ 


ท่จัดหามาน้นจะไมมีผใชงานหรือใชงานไดไมเต็มประสิทธิภาพและจะเส่อม











ตามเวลาไปในทสด ดงนน การพฒนาบคลากรควรจะตองมแผนพฒนาอยาง








จริงจงในทุกกลมและทกระดับตงแตกําลงพลในระดบผบริหารท่ตองมความร ู







ความคิดสรางสรรค และประสบการณ ซ่งเปนส่งสําคัญสําหรับผนําองคกร






ท่จะชวยเพ่มมุมมองตอกลยุทธในการปรับตัว มงเนนการตัดสินใจท่ถกตองและ


รวดเร็วโดยใชเทคโนโลยีดิจิตอล เชน AI มาชวยในการตัดสินใจ สําหรับบุคลากร


ในระดับวางนโยบายไปจนถึงระดับผปฏิบัติ จะตองมีทักษะดานดิจิตอลท่มาก

พอตอการนํานโยบายท่อาจจะดูยากไปสการปฏิบัติใหมีผลผลิตท่จับตองได 


และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน
๒. การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชา การสื่อสารและเทคโนโลยี













สารสนเทศของ ทร. ใหครอบคลมพนทปฏบตการ มความรวดเรว ทเชอถอ



ได ปลอดภัย เปนมาตรฐาน และมีความงายตอการบริหารจัดการเครือขาย

ในภาพรวมตลอดจนมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางการส่อสาร โดย
การนําเทคโนโลยีสมัยใหมมาชวยเพ่มขีดความสามารถของระบบควบคุม

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 109





บังคับบัญชาท้งระบบ เร่มต้งแตระบบโครงขายโทรคมนาคมทางบกท่จะตอง


ไดรับการพัฒนาใหมีขนาด Bandwidth ท่สูงข้นและปรับเปล่ยนจากเทคโนโลย ี

เกาใหเปนเทคโนโลยีใหม สําหรับการส่อสารระหวางเรือหรืออากาศท่อย  ู




ในทะเลท่ใชการส่อสารในยานความถ่ HF อาจจะตองทําการศึกษาและวางแผน

ในการนําเทคโนโลยี MIMO หรือ Massive MIMO มาประยุกตใชงานในการ
เพิ่มขนาด Bandwidth และอัตราเร็วในสงสัญญาณที่เปนขอมูล (Data) ใหสูงขึ้น




ในสวนของการส่อสารขอมูลในยานความถ่ต้งแต VHF ท่เปนการส่อสารแบบ


LOS อาจจะมีการศึกษาและนําระบบ HAP รวมกับระบบดาวเทียมส่อสาร




ของ ทร. มาชวยขยายระยะในการติดตอส่อสารใหครอบคลุมพ้นท่ท่ตองการ



นอกจากนในสวนของระบบตรวจการณ อาจจะมีการนําระบบ HAP ท่มีการ
ติดตั้งระบบ Sensor ตางๆ บูรณาการรวมกับการใชงานดาวเทียม SAR-SAT


เพ่อตรวจจับเปาหมายในพ้นท่ตองการ สําหรับการบริหารจัดการขอมูลตางๆ


ท่ไดจากระบบ Sensor ควรจะมีการจัดเก็บใหมีรูปแบบท่เปนมาตรฐานและ

รองรับขอมูลระดับ Big Data ที่สามารถนําขอมูลเหลานั้นมาทําการวิเคราะห
บริหารจัดการ และการเรียนรดวยระบบ AI เพ่อใชในการสรางภาพสถานการณ


เพ่อชวยผบังคับบัญชา ตลอดจนฝายเสนาธิการในการตกลงใจ ท้งน้ อาจจะ






เพ่มขีดความสามารถในการประมวลผลขอมูลปริมาณมากใหรวดเร็วย่งข้น

ดวยการนําเทคโนโลยี Quantum Computing มาประยุกตใชงานรวมกัน
บทสรุป

การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาและการส่อสาร

ของกองทัพเรือ ควรพัฒนาไปพรอมกันท้งระบบต้งแต 

ระบบโครงขายการส่อสารท่เปนระบบโครงขายหลัก การ



ส่อสารทางยุทธการ การส่อสารทางยุทธวิธี ไปจนกระท่ง


โปรแกรมประยุกตสําหรับประมวลผล จัดการขอมูล และ
แสดงภาพ ดวยการนําเทคโนโลยีสมัยใหมมาประยุกต 
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแตละระบบ นอกจากนี้ ทร.
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
110
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


จะตองกาวตามใหทันเทคโนโลยีท่ไมหยุดน่ง เน่องจาก



เทคโนโลยีท่คิดคนหรือประดิษฐข้นมาใหม มักจะเปน


เทคโนโลยีท่ขจัดหรือลดขอจํากัดของเทคโนโลยีเดิม และ
องคประกอบท่สําคัญท่สุดท่ไมพัฒนาไมไดก็คือ การพัฒนา





บุคลากรของ ทร. ใหมีขีดสมรรถนะท่สูงข้นโดยเฉพาะ

ทักษะดานดิจิตอลของบุคลากร เพ่อใหการพัฒนาระบบ
ควบคุมบังคับบัญชาและการสื่อสารของ ทร. เปนไปอยาง
ยั่งยืน
เอกสารอางอิง



๑. สุรเดช จองวรรณศิริ. ๒๕๖๔. พ้นฐานการนําองคการสยุคดิจิทัล.
Tris Academy. พฤษภาคม ๒๕๖๔.
๒. Curtarelli, M. 2016. ICT for work: Digital Skill in the work
space. Denmark. ECORYS.
๓. IMT traffi c estimates for years 2020 – 2030, 2015, Report

ITU-R M.2370 – 0. Geneva. Electronic Publication.
๔. R. C. Daniels and S. W. Perter. 2013. A New MIMO HF
Data Link: Designing for High Data Rates and Backwards
Compatibility. IEEE MILCOM Conference.

๕. กสทช. 5G คลื่นเทคโนโลยี. ๒๕๖๑ บทสรุปผูบริหาร.
๖. https://www.scielo.br/j/jatm/a/JQv95PgKcDCtrn95vLL V8qN/
๗. https://www.capellaspace.com/
๘. พรฤกษ ฤกษงามสงา, นาวาโท. (๒๕๖๔). แนวทางการเพิ่มขีด

ความสามารถการตรวจการณทางทะเลของกองทัพเรือ. เอกสาร
วิจัยโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ. นครปฐม กรมยุทธศึกษาทหารเรือ






¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 111

๙. ธํารงชัย หนุนภักดี. (๒๕๖๒). ปญญาประดิษฐคืออะไร?. เอกสาร

ประกอบการประชุม Xiangshan Forum ครั้งที่ ๙, ๒๐ – ๒๒
ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ เมืองปกกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน.
กรุงเทพฯ:ศูนยศึกษายุทธศาสตร สถานบันวิชาการปองกันประเทศ

๑๐. เอกสารศึกษาเฉพาะกรณี (Case Study). (๒๕๖๓). ปญญา

ประดิษฐ (Artifi cial Intelligence: AI) กับจุดเปล่ยนของสงคราม
ในอนาคต. กรุงเทพฯ: ศูนยศึกษายุทธศาสตร สถาบันวิชาการ
ปองกันประเทศ
๑๑. https://www.scimath.org/article-technology/item/8501-

2018-07-18-04-48-08











































¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
112
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 113

บทคัดยอ



การท่จะใหกําลังพลมีความเช่ยวชาญในการปฏิบัติงานในการทําภารกิจ
ตาง ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย กําลังพลของกองทัพเรือตองผานการฝกจนเกิด


ความชํานาญ และการท่จะทําใหผฝกอยากมีสวนรวมในการฝก จําเปนตองม ี
การพัฒนาการออกแบบการฝกกอนที่จะเขาสูการฝก ซึ่งขั้นตอนนี้ถือเปนสวน


สําคัญในการจัดการฝก ดังคําถามท่วาเราจะรบอยางไร ผเขียนจะยกตัวอยางใน
การออกแบบการฝก ของการฝกผสม KAKADU ซึ่งเปนการฝกผสมในลักษณะ
พหุภาคี ระหวางกองทัพเรือกับกองทัพเรือนานาชาติ โดยการฝกจะจัดข้นทุก ๆ


๒ ป มีกองทัพเรือออสเตรเลียเปนเจาภาพ และใชพ้นท่ทางทะเลทางตอนเหนือ




บริเวณนานนําเมือง ดารวิน เครือรัฐออสเตรเลีย เปนพ้นท่ในการฝก ซ่งถือ


เปนการออกแบบการฝกท่ผเขียนคิดวานํามาปรับใชไดในการฝกของกองทัพเรือ



โดยในการวางแผนการฝก ส่งท่ตองนํามาเปนปจจัยนําเขาในการสังเคราะห 
ใหออกมาเปนแนวความคิดในการฝก ประกอบดวย นโยบายการฝกของ
ผบังคับบัญชา วิสัยทัศนของกองทัพ เปาหมายท่ตองการจากบทเรียนจาก



การฝกในปที่ผานมา (พัฒนา ตอยอด และไมทําผิดพลาดซํา ) งบประมาณใน













การฝก สดทายทขาดไมได คอ กาลงพลหรอคน และ ยทโธปกรณทเขารวม




การฝก เมื่อไดองคประกอบครบถวนแลว ผูออกแบบการฝกจึงนํามาวิเคราะห
และสามารถวาดภาพใหออกมาเปนแนวความคิดในการฝกที่สมบูรณได
บทนํา
ตามยุทธศาสตรกองทัพเรือ ไดกําหนดวิสัยทัศน ไว
“เปนหนวยงานความมั่นคงทางทะเล
ที่มีบทบาทนําในภูมิภาค และเปนเลิศในการบริหารจัดการ”
โดยกองทัพเรือมีความมงมั่น และคาดหวังท่จะพัฒนากองทัพเรือไปสการบรรล ุ



เปาหมายทามกลางสภาวะแวดลอมดานความม่นคงทางทะเลท่กองทัพเรือ ตองเผชิญ


ในกระแสโลกาภิวัตนและความกาวหนาของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
อยางรวดเร็วและไมแนนอน กองทัพเรือยังคงตองเตรียมกําลังตามภารกิจที่ได
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
114
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



รับมอบหมายใหมีความพรอม ท้งคนและยุทโธปกรณ ใหสามารถตอบสนองท้ง
ภัยคุกคามรูปแบบเดิม ในการปองกันราชอาณาจักร ปญหาความขัดแยง
ระหวางรัฐตอรัฐ การดํารงเสนทางคมนาคมทางทะเล การรักษาผลประโยชน 

ของชาติทางทะเล รวมท้งภัยคุกคามรูปแบบใหม ไมวาจะเปนการกอการราย
ทางทะเล โจรสลัดและการปลนเรือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เปนตน
การใชกําลังทางเรือในภาวะท่เกิดความขัดแยง การรบทางเรือและ

กําลังพลของกองทัพเรือจําเปนตองมีองคความรและความสามารถในการปฏิบัต ิ

การรบตามสาขาตาง ๆ ในรูปแบบ รบได รบเปน รบชนะ รวมทั้งองคความรู
และความสามารถในการตอบสนองภัยคุกคามในทะเลรูปแบบใหม การเกิด
ภัยพิบัติทางทะเล ท่จะทําใหปฏิบัติงาน สามารถแกไขปญหาไดอยางทันทวงที



ดังนั้น กองทัพเรือจึงตองมงเนนการฝกตามแนวทางรบอยางไร ฝกอยางน้น


ปฏิบัติงานอยางไร ฝกอยางน้น สําหรับภารกิจท่เปนภัยคุกคามรูปแบบใหม


เชน การรับมือกับภัยทางธรรมชาติตาง ๆ รวมถึงภัยคุกคามดานส่งแวดลอม



จากตัวอยางในกรณีท่เกิดนํามันร่วกลางทะเล บริเวณจังหวัดระยองท่กองทัพเรือ


มีสวนรวมในการเขาไปชวยเหลือ ขจัดคราบนํามัน ทําใหกองทัพเรือสามารถ
กําหนดนโยบาย “ปฏิบัติงานอยางไร ฝกอยางน้น” กองทัพเรือมีการฝกท ่ ี

สําคัญประจําป เชน การฝกองคบุคคลและยุทธวิธีกองเรือยุทธการ การฝก
กองทัพเรือ การฝกรวม การฝกผสม การสงกําลังทางเรือ รวมทั้งการเขารวม
การฝกในตางประเทศ เพ่อใหกําลังพลมีความเช่ยวชาญ ความชํานาญและ




ไดรับองคความรใหมจากการท่ไดเขารวมฝกกับกองทัพเรือตางประเทศ พัฒนา
ในสวนองคความรท่ยังขาดอย โดยสามารถใชโอกาสในการฝกผสมตางประเทศ



เรียนรูเทคโนโลยีใหม ๆ ในการฝกกับยุทโธปกรณที่ยังขาดอยู เชน การฝกรวม

กับเรือดํานําของตางประเทศในรายการฝก KAKADU และ GUARDIAN SEA



สําหรบการสงกําลงทางเรือ ซงการเขารวมการฝกในตางประเทศ นอกจากไดรับ




องคความรแลว ยงถอเปนโอกาสที่กองทัพเรอจะไดเรยนรูการบรหารการจดการ







ในการเปนเจาภาพการฝกแบบพหุภาคี เชน การฝก KAKADU ซึ่งมีกองทัพเรือ
ออสเตรเลียเปนเจาภาพ ถือเปนการฝกขนาดใหญทางทะเล ท่มี กองทัพเรือเขารวม

ประมาณ ๒๒ ประเทศ เรือรบ และอากาศยานเขารวมการฝกมากกวา ๓๐ ลํา
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 115


ทําใหเห็นโอกาสในอนาคตวา กองทัพเรือสามารถพัฒนานําไปสการเปนเจาภาพ






การฝกผสมขนาดใหญไดในอนาคต ซงจะทาใหกองทพเรอไดแสดงความเปน


มืออาชีพ ตลอดจนมีบทบาทที่โดดเดนและเปนที่ยอมรับของนานาชาติ


























ภาพที่ ๑ ร.ล.รัตนโกสินทรเขารวมการฝก KAKADU 2018




๑. แนวทางการบริหาร และ การเปนเจาภาพการฝก KAKADU
ของกองทัพเรือออสเตรเลีย

การฝกผสมแบบพหุภาคีหลายๆ ชาติ นอกจากมงเนนดานความ

รวมมือ และความสัมพันธระหวางประเทศแลว สิ่งสําคัญที่ได คือ ความชํานาญ



ในการปฏิบัติการทางเรือ เชน การรบผิวนํา การปองกนภัยทางอากาศ

การปราบเรือดํานํา รวมถึงบรรณสารการปฏิบัติการทางเรือที่ประเทศเจาภาพ


นํามาใชและอนุญาตใหใชในการฝก ซ่งบรรณสารการฝกเหลาน้นจะมีความทัน
สมัย (ในการฝกของกองทัพเรือในกลุมนอก NATO ปจจุบัน สวนใหญจะใช
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
116
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

บรรณสาร MULTI NATIONAL MARITIME TACTICAL และ MULTI NATIONAL


EXERCISE PUBLICATION ) การวางแผนการฝก เจาภาพจะใชเวลาการดําเนิน


การกอนเร่มฝกประมาณ ๑๐ เดือน โดยเร่มตนจะสงเอกสารการเชิญเขารวม


การฝกเพ่อทําการประชุมวางแผนข้นตน หรือท่เรียกวาการประชุม IPC โดย

ประเทศเจาภาพจะมีเอกสารประกอบการวางแผนการฝก (EXERCISE PLANNING


GUIDE) เพ่อใหประเทศท่เขารวมการวางแผน ใชเปนแนวทางการอางอิงในการ

วางแผน และใหทุกๆ ประเทศท่เขารวมการฝกมีทิศทางเดียวกันในการวางแผน







และแลกเปลยนขอมลทาง WEBBOARD โดยหวขอในการประชม ประกอบดวย



วตถประสงค และ เปาหมายในการฝกของแตละประเทศ ชวงเวลาในการฝก




ข้นตอนการฝก กําลังท่เขารวมการฝก การสรางสถานการณการฝก การกําหนด

ผรับผิดชอบการฝกแตละ EVENT การฝก หรือท่เรียกวา OCS การติดตอส่อสาร













การสงกาลงบารง พธเปดและพธปด การประชาสมพนธในการฝก เปนตน







โดยกอนเร่มทําการฝกจริงจะมีการจัดการประชุมวางแผนข้นกลาง (MPC)


จนถึงวางแผนขั้นสุดทาย (FPC) เพื่อใหไดผลผลิตเปนคําสั่งการฝก EXERCISE
INTRSCUTION (EXINST) ในระหวางที่จะถึงพิธีเปดการฝก ประเทศที่เขารวม
การฝกจะไดรับเอกสารที่เกี่ยวของกับการฝก การสงกําลังบํารุง พื้นที่จอดเรือ
จากทาง WEBBOARD การฝก
รูปที่ ๒ พิธีเปดการฝกบนเรือของ ทร. ออสเตรเลีย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 117

สําหรับการกําหนดรูปแบบการฝก หัวขอการทดสอบในการปฏิบัติการทาง

เรือในสาขาตาง ๆ จะมีเอกสาร ที่เรียกวา MXP (ในกลุมประเทศ NATO



จะใช AXP) เปนแนวทางใหเลือกหัวขอท่ตองการทดสอบ ท้งสงครามพ้นนํา และ



สงครามใตนํา เชน CASEX (การฝกปราบเรือดํานํา) ซึ่งสามารถใหกองทัพเรือ

ใชเปนแนวทางในการพัฒนาดนการฝกสงครามใตนํา ตอไปได





























รูปที่ ๓ บรรณสารการฝก MXP




การแบงขั้นตอนการฝก จะประกอบดวย

ขั้นที่ ๑ ขั้นมาถึงของประเทศที่เขารวมการฝก (ARRIVAL) ในขั้น
ตอนน้ ประเทศเจาภาพจะบริหารจัดการเรือของแตละประเทศท่มาถึง โดยม ี





การบริหารจัดการแบบมืออาชีพ มีการกําหนดพ้นท่จอดเรือ กอนท่จะเขารองนํา


และทาเรือ การจัดลําดับในการเขาจอดของแตละประเทศ ในกรณีท่มีเรือ


มากกวาจํานวนทาท่จะจอดได จะแกปญหาโดยใหเรือจอดทอดสมอในพ้นท ่ ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
118
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ท่กําหนดให ในอนาคตขางหนา ถากองทัพเรือมีความพรอมในการจัดเปน
เจาภาพการฝกขนาดใหญ กองทัพเรือเคยมีประสบการณในการบริหาร
จัดการในการมาถึงของเรือรบจากหลายประเทศในการจัดสวนสนามทางเรือ
นานาชาติซึ่งสามารถนํามากําหนดเปนแนวทางได

ขั้นที่ ๒ ขั้นการฝกในทา (HABOUR) ในขั้นนี้ถาแปลเปนภาษาไทย

ผอานอาจเขาใจวาเปนการฝกในทา แบบการฝกองคบุคลและยุทธวิธีกองเรือ

ของกองเรือยุทธการ แตถาแปลตรงตัวจริง ๆ คือ ข้นในทา จะประกอบดวย พิธีเปด

งานเล้ยงรับรอง การแขงขันกีฬา และการประชุมท่เนนดานความปลอดภัยของ


การฝก ความเขาใจในการใชบรรณสารการฝก รวมถึงสภาวะแวดลอมท่มผล

กระทบตอการฝก ซ่งใชเวลาไมเกิน ๒ วันในการบรรยายสรุปในหัวขอตาง ๆ





ท่เหลือ ผรับการฝกสามารถอานรายละเอียดไดในเอกสารตาง ๆ ท่เก่ยวของ
กับการฝก ทางระบบ WEBBOARD ที่สวนควบคุมการฝกจะสงให





























รูปที่ ๔ ขั้นที่ ๒ HABOUR PHASE KAKADU



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 119

ขั้นที่ ๓ ขั้นการฝกในทะล (SEA PHASE) ในขั้นตอนนี้จะแบงขั้น

ตอนยอยในการฝก เรียกวา FIT PHASE หรือ Fleet Integrate Training
จะใชเวลาฝกประมาณ ๕ วัน ตอเนื่องในทะเล เพื่อทําการปรับมาตรฐานและ
สรางความเขาใจในการทํางานรวมกันในทะเล เน่องจากมีเรือและอากาศยาน

จากหลายประเทศเขารวมการฝก ประเทศเจาภาพจะคอย ๆ พัฒนาสถานการณ 
การฝก โดยผานทางสวนควบคุมการฝก (EXCON) กําหนดหัวขอการฝกใน

การรบแตละสาขา อาทิเชน การปองกันภัยทางอากาศ การรบผิวนํา การปราบ



เรือดํานํา โดยในแตละวันจะมีการสรุปผล อุปสรรคขอขัดของ และส่งท่ตองแกไข
ปรับปรุงใหประเทศผูเขารวมการฝกทราบในชวงคําของแตละวัน เมื่อผานการ
ฝกขั้น FIT PHASE แลว จะเขาสูชวงการฝก FREE PLAY ที่เปนการแบงฝาย
ประลองยุทธแบบเต็มรูปแบบ โดยมีระยะเวลาประมาณ ๓ วัน ๒ คืน






รูปที่ ๖ การบริหารจัดการพื้นที่ในการฝกในทะเล






























รูปที่ ๕ การจัดโครงสรางของผูเขารับการฝก รูปที่ ๗ การบริหารจัดการพื้นที่ในการฝกในทะเลในการทดสอบหัวขอการฝกตาง ๆ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
120 121
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

รูปที่ ๖ การบริหารจัดการพื้นที่ในการฝกในทะเล






























รูปที่ ๗ การบริหารจัดการพื้นที่ในการฝกในทะเลในการทดสอบหัวขอการฝกตาง ๆ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 121




ขั้นที่ ๔ ข้นสรุปผลการฝกและพิธีปด ในข้นตอนน้จะใหแตละ รวมกันของทั้งสองฝายใหเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ประเทศเขารวมการฝก สรุปอุปสรรคขอขัดของ และบทเรียน โดยเฉพาะหัวขอ ๒.๒ การฝกผสม GUARDIAN SEA ความมุงหมายการฝก เปนการ

ที่ประเทศเจาภาพตองพัฒนาในการฝกครั้งตอไปใหดีขึ้น ฝกผสมระหวาง ทร. และ ทร.สหรัฐอเมริกา เพ่อใหกําลังพลของเรือและ
อากาศยานที่เขารวมฝก ฯ ไดแลกเปลี่ยนความรู เพิ่มพูนประสบการณในการ




ปฏิบัตการทางเรือสาขาตาง ๆ โดยเนนหัวขอการฝกท่เกยวของกบสาขาการ








ปราบเรือดํานํา บริเวณทะเลอันดามัน
๒.๓ การฝกผสม SEA GARUDA เปนการฝกแบบทวิภาคี ระหวาง
ทร. กับ ทร.อินโดนีเซีย ซ่งเปนการฝกการปฏิบัติการรวมกันระหวางเรือ


อากาศยาน และนาวิกโยธิน ทร.อินโดนีเซีย เพ่อเสริมสรางความสัมพันธ




โดยเนนการฝกในดานสาขาสงครามผวนา สงครามใตนา และการปองกนภย








ทางอากาศ การตรวจคน และการปฏิบัติการรวมตางๆ

๒.๔ การฝกผสม SINGSIAM เปนการฝกผสมระหวาง ทร. และ
ทร.สิงคโปร เพ่อเพ่มประสบการณความชํานาญใหแกกําลังพลท่เขารวมการ




ฝกฯ และพัฒนาการปฏิบัติการทางเรือสาขาตางๆ เชน การฝกรบผิวนํา
การฝกปองกันภัยทางอากาศ การตรวจคน และหัวขอตางๆ ที่เกี่ยวของ ทั้งนี้
เพื่อเสริมสรางความสัมพันธอันดีในการปฏิบัติการทางเรือรวมกัน
๒.๕ การฝกผสม THALAY LAUT เปนการฝกผสมทางเรือระหวาง
ทร. กับ ทร.มาเลเซีย เพื่อเพิ่มพูนความรู ความชํานาญ ในการปฏิบัติการรวม

รูปที่ ๘ การจัดโครงสรางสวนควบคุมการฝก KAKADU ทางเรือสาขาตาง ๆ เชน การรบผิวนํา และการปองกันภัยทางอากาศ ทั้งนี้เพื่อ
เสริมสรางความสัมพันธอันดีในการปฏิบัติการทางเรือรวมกัน
๒. แนวทางการพัฒนาการฝกผสมของกองทัพเรือ การฝกเหลาน้เปนแบบทวิภาคี เนนการเสริมสรางทักษะและความ

การฝกผสมของกองทัพเรือในแตละป จะมีการฝกที่สําคัญ อาทิเชน ชํานาญในการปฏิบัติการทางเรือตามสาขาตาง ๆ และสรางความสัมพันธ 
๒.๑ การฝกผสม AUSTHAI เปนการฝกผสมระหวางกองทัพเรือ อันดีระหวางประเทศ โดยกําลังท่เขารวมการฝกสวนใหญจะประกอบดวย


(ทร.) กับ ทร.ออสเตรเลีย (ทร.อต.) โดยกําลังท่เขารวมการฝก ประกอบดวย จํานวนเรือมีจํานวนไมเกิน ๔- ๕ ลํา และอากาศยานจํานวนหนึ่ง เมื่อนําขอมูล




เรอผวนา อากาศยานในการปราบเรอดานา มความมงหมายในการฝก มาเปรียบเทยบ การฝกผสมของ ทร. ทเคยดาเนินการ และการฝกผสมแบบ















เพ่อเพ่มพูนความร ความชํานาญ ขีดความสามารถในการปฏิบัติการรวมกันทาง พหุภาคของประเทศเจาภาพท่ประสบความสาเรจ เชน การฝก KAKADU








ยุทธวิธี หลักนิยมในการรบตามสาขาปฏิบัติการที่เก่ยวของรวมกันระหวาง ทร. ของกองทัพเรือออสเตรเลีย ไดขอสรุปดังนี้
และ ทร.อต. เพื่อเสริมสรางความสัมพันธ และความเขาใจในการปฏิบัติงาน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
122 123
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

รวมกันของทั้งสองฝายใหเพิ่มมากยิ่งขึ้น

๒.๒ การฝกผสม GUARDIAN SEA ความมุงหมายการฝก เปนการ

ฝกผสมระหวาง ทร. และ ทร.สหรัฐอเมริกา เพ่อใหกําลังพลของเรือและ
อากาศยานที่เขารวมฝก ฯ ไดแลกเปลี่ยนความรู เพิ่มพูนประสบการณในการ







ปฏิบัตการทางเรือสาขาตาง ๆ โดยเนนหัวขอการฝกท่เก่ยวของกบสาขาการ




ปราบเรือดํานํา บริเวณทะเลอันดามัน
๒.๓ การฝกผสม SEA GARUDA เปนการฝกแบบทวิภาคี ระหวาง
ทร. กับ ทร.อินโดนีเซีย ซ่งเปนการฝกการปฏิบัติการรวมกันระหวางเรือ


อากาศยาน และนาวิกโยธิน ทร.อินโดนีเซีย เพ่อเสริมสรางความสัมพันธ








โดยเนนการฝกในดานสาขาสงครามผวนา สงครามใตนา และการปองกนภย




ทางอากาศ การตรวจคน และการปฏิบัติการรวมตางๆ

๒.๔ การฝกผสม SINGSIAM เปนการฝกผสมระหวาง ทร. และ


ทร.สิงคโปร เพ่อเพ่มประสบการณความชํานาญใหแกกําลังพลท่เขารวมการ


ฝกฯ และพัฒนาการปฏิบัติการทางเรือสาขาตางๆ เชน การฝกรบผิวนํา
การฝกปองกันภัยทางอากาศ การตรวจคน และหัวขอตางๆ ที่เกี่ยวของ ทั้งนี้
เพื่อเสริมสรางความสัมพันธอันดีในการปฏิบัติการทางเรือรวมกัน
๒.๕ การฝกผสม THALAY LAUT เปนการฝกผสมทางเรือระหวาง
ทร. กับ ทร.มาเลเซีย เพื่อเพิ่มพูนความรู ความชํานาญ ในการปฏิบัติการรวม

ทางเรือสาขาตาง ๆ เชน การรบผิวนํา และการปองกันภัยทางอากาศ ทั้งนี้เพื่อ
เสริมสรางความสัมพันธอันดีในการปฏิบัติการทางเรือรวมกัน

การฝกเหลาน้เปนแบบทวิภาคี เนนการเสริมสรางทักษะและความ
ชํานาญในการปฏิบัติการทางเรือตามสาขาตาง ๆ และสรางความสัมพันธ 
อันดีระหวางประเทศ โดยกําลังท่เขารวมการฝกสวนใหญจะประกอบดวย

จํานวนเรือมีจํานวนไมเกิน ๔- ๕ ลํา และอากาศยานจํานวนหนึ่ง เมื่อนําขอมูล





มาเปรียบเทยบ การฝกผสมของ ทร. ทเคยดาเนินการ และการฝกผสมแบบ


พหุภาคของประเทศเจาภาพท่ประสบความสาเรจ เชน การฝก KAKADU




ของกองทัพเรือออสเตรเลีย ไดขอสรุปดังนี้
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 123

การดําเนินการฝกผสม

การฝก KAKADU การฝกผสม ของ ทร.ที่เคยดําเนินการ
จัดการฝกผสมขนาดใหญแบบพหุภาคีโดยวิธีการเชิญมิตรประเทศ สวนใหญเปนการฝกผสมแบบทวิภาคีกับ

เขารวมการฝกไมกําหนดประเทศสมาชิกถาวรทําใหมีความออนตัว มิตรประเทศท่มีความสัมพันธทางทหาร

สามารถปรับเพิ่มหรือลดจํานวนประเทศที่เขารวมการฝกไดตาม จํานวนกําลังท่เขารวมการฝกมีไมมาก
ขีดความสามารถในการสนับสนุนการฝกในแตละครั้งจึงไมกระทบ เนนสรางความสัมพันธ
ตอความสัมพันธระหวางประเทศ


ยุทโธปกรณและเทคโนโลยีมีความทันสมัยสามารถสนับสนุนการฝก ยุทโธปกรณและเทคโนโลยีบางระบบ
ไดทุกรูปแบบ มีขีดจํากัดจําเปนตองขอรับการสนับสนุน
จากมิตรประเทศที่รวมการฝกเชนระบบ
เชื่อมโยงขอมูล


สวนควบคุมการฝกมีขีดความสามารถทํางานอยางเปนระบบมีการ ไมมีการจัดสวนควบคุมการฝกเนื่องจาก
จัดองคความรูที่ดี ไมมีขีดจํากัดดานภาษา เปนการฝกดวยกําลังไมเยอะมาก
เนนการควบคุมผานผอํานวยการฝก

ในแตละหัวขอการฝก




ถากองทัพเรือจะพัฒนาในการเปนเจาภาพการฝกผสมแบบพหุภาค ี
ขนาดใหญ ในรูปแบบ KAKADU ท่ ทร.ออสเตรเลียเปนเจาภาพ จะเห็นวา


โอกาสและจุดแข็งท่กองทัพเรือมี ประกอบดวย ยุทธศาสตรกองทัพเรือ ท่มง



เนนการสรางความรวมมือดานความม่นคงกับประเทศเพ่อนบาน และมิตร

ประเทศ มีการประชุมระหวาง ทร. และ ทร.มิตรประเทศ โดยสามารถใชเปน


ชองทางในการเจรจาเพ่อหาแนวทางในการพัฒนาการฝกรวมกัน อีกท้ง ทร.
มีความสัมพันธที่ดี กับมิตรประเทศตามรหัสรายการฝก ที่ ทร. ดําเนินการอยู




และมีพ้นท่การฝกท่สามารถรองรับการฝกขนาดใหญได นอกจากน้แลว การ

ขยายการฝกแบบพหุภาคี สามารถชวยกระตนเศรษฐกิจของไทยได ท้งน้ ใน






การวางแผนดานงบประมาณ ซงกองทัพเรอสามารถบูรณาการการฝกผสม

ในประเทศท้งหมด โดยการรวมการฝกเปนรหัสการฝกเดียวกัน และต้งรหัส


การฝกใหม โดยตองคํานึงถึงการฝกท่ไมมีผลกระทบตอความสัมพันธ โดยใช 
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
124
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

กรอบความรวมมือระหวางประเทศในการประชาสัมพันธ แผนการดําเนินงาน










ขอบเขตการฝก และประโยชนทจะไดรบรวมกน และพจารณายกเลกการฝก


ผสมแบบทวิภาคีที่สามารถยกเลิกได รวมทั้งเชิญชวนมิตรประเทศเขารวมการ





ฝกแบบพหุภาคีในการฝกรหัสใหม สาหรบดานโครงสรางพนฐานในการรองรับ


การฝกขนาดใหญ กองทัพเรือมีอาคารและสถานท่ เพียงพออยแลว สามารถ






บริหารจัดการได รวมท้งพ้นท่การจอดเรือ ท่สามารถใชไดท้งบริเวณทาเรือ




จุกเสม็ด และพ้นท่จอดเรือทอดสมอในกรณีท่จํานวนเรือท่เขารวมการฝก



มีจํานวนมาก รวมท้งทาอากาศยานอตะเภาท่สามารถรองรับอากาศยานท ี ่

เขารวมการฝกได สาหรบดานบคลากร ควรพฒนาดานองคความรในการ













บริหารจัดการฝก โดยชุดท่จะทําหนาท่ในสวนควบคุมการฝกควรตองพัฒนา








การฝกทกษะการใชภาษาองกฤษ ควบคไปกบการเขารวมสงเกตการณฝก







ขนาดใหญของประเทศทประสบความสาเรจในการจดการฝกแบบพหภาค ี





เพ่อเพ่มประสบการณในการบริหารจัดการการฝก และนํามาเปนแนวทาง


ในการจัดการฝกได เชน การฝก KAKADU การฝก RIMPAC เปนตน
บทสรุป
แนวคิดในการพัฒนาการฝกผสมของกองทัพ

เรอ เพ่อนําไปสการเปนเจาภาพการฝกผสมแบบพหุภาคี




ขนาดใหญ จะเปนสวนหน่งท่จะทําใหกองทัพเรือบรรล ุ
วิสัยทัศน ตามที่กองทัพเรือไดกําหนดไว รวมทั้ง เปนการ
เสริมสรางความสัมพันธ และความมั่นคงกับมิตรประเทศ
ผานการฝกผสมดังกลาว ท่จะชวยสรางความไวเน้อเช่อใจ



อีกทั้ง การฝกรวมกับหลาย ๆ ประเทศ ที่มีศักยภาพ และ
ความกาวหนาในเทคโนโลยี จะชวยให องคความรดาน



องคบุคคล และองคยทธวิธ ของกองทพเรือสามารถกาว



ตามสภาวะแวดลอมที่เปลี่ยนไปอยางรวดเร็ว
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 125

เอกสารอางอิง

• EXERCISE INTRUCTION EXERCISE KAKADU

• EXERCISE PLANNIG GUIDE KAKADU
• MULTI NATIONAL EXERCISE MANUAL























































¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
126
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 127

บทคัดยอ

การเสริมสรางขีดความสามารถของ ทร. เปนผลลัพธอันเกิดจาก

กระบวนการกําหนดยุทธศาสตร ทร. ระยะ ๒๐ ป (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๙)
ในรูปแบบของ “โครงสรางกําลังรบท่ตองการ (Programmed Forces)”


เพ่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในการปองกันประเทศทางทะเลของ ทร.












ทงในภาวะปกตและภาวะขดแยงไดอยางมประสทธิภาพ ซงการเสรมสราง

ขีดความสามารถตามโครงสรางกําลังรบฯ นับวามีความสําคัญมาก เน่องจาก
ตองใชงบประมาณในการดําเนินการสูงมาก ดังนั้น กระบวนการกําหนด
ยุทธศาสตรฯ เพ่อใหไดมาซ่งโครงสรางกําลังรบฯ จึงมีความจําเปนตองพิจารณา


อยางรอบคอบและมีการประเมินปจจัยตาง ๆ ที่เกี่ยวของอยูตลอดเวลา และ



จากการท่ประเทศไทยไดรับผลกระทบจากการแพรระบาดของโรคตดเช้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid – 19) ตั้งแตปงบประมาณ ๒๕๖๒ เปนตนมา
สงผลทําใหเกิดขอจํากัดดานงบประมาณในการเสริมสรางขีดความสามารถตาม
โครงสรางกําลังรบฯ โดยตรง ดังน้น ทร. อาจมีความจําเปนตองพิจารณาทบทวน

ยุทธศาสตรฯ และพิจารณาทางเลือกของโครงสรางกําลังรบฯ ภายใตขอจํากัด
ดานงบประมาณ อันเกิดจากผลกระทบท่ ทร. มิไดคาดการณมากอนดังเชน

Covid – 19 นี้ โดยพิจารณาศึกษาจากยุทธศาสตรทางทะเลของ ออสเตรเลีย



ซงเปนประเทศทมีกระบวนการกาหนดยุทธศาสตร การกาหนดโครงสราง



กําลังรบ การเสริมสรางขีดความสามารถกําลังรบพรอมแสดงรายละเอียดดาน
งบประมาณ และการเตรียมความพรอมรบ อยางเปนรูปธรรม โดยสามารถ
นําผลการศึกษาดังกลาวมาวิเคราะหเปรียบเทียบกับกระบวนการกําหนด
ยุทธศาสตรของ ทร. และนํามาประกอบการพิจารณาทบทวนยุทธศาสตรฯ และ
พิจารณาทางเลือกโครงสรางกําลังรบของ ทร. ใหมีความสอดคลองกับสภาวะ
แวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไปไดอยางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บทนํา
ทร. ไดจัดทํายุทธศาสตรมาแลวหลายฉบับ และไดกําหนดกระบวนการ

กําหนดยุทธศาสตร (Strategy Formulation) ของ ทร. เองข้นมา โดยใน

ภาพรวมของกระบวนการดังกลาว มีปจจัยการพิจารณาท่มีความสอดคลอง

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
128
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

กับกระบวนการฯ ของตางประเทศ และมีผลลัพธเปน “โครงสรางกําลังรบท ่ ี

ตองการ (Programmed Forces)” เชนเดียวกัน อยางไรก็ตาม ดวยนโยบาย
และยุทธศาสตรของหนวยเหนือ รวมทั้งวัตถุประสงคมูลฐานและวัตถุประสงค

เฉพาะทางเรือท่มีจํานวนมาก จึงสงผลทําใหโครงสรางกําลังรบฯ ของ ทร.











มความจาเปนตองมขดความสามารถการปฏบตการทหลากหลาย เพือให 

บรรลุวัตถุประสงคฯ ที่กําหนดเอาไวในยุทธศาสตรฯ ทั้งหมดได จึงสงผลทําให

โครงสรางกําลังรบฯ ของ ทร. เปนกําลังรบท่สมดุล (Balanced Forces) อยางไร
ก็ตาม ดวยสภาวะแวดลอมทางดานความม่นคงท่เปล่ยนแปลงไป และขอจํากัด



ดานงบประมาณอันเกิดจากผลกระทบจากการแพรระบาดของ Covid – 19

ซ่งนาจะสงผลกระทบไปอีกหลายป ทร. อาจมีความจําเปนตองพิจารณาทบทวน
ยุทธศาสตรฯ และพิจารณาทางเลือกของโครงสรางกําลังรบฯ ใหเปนกําลังรบ



ท่มงเนนขีดความสามารถเฉพาะ (Focused Forces) เพ่อใหสอดคลองกับ
ขอจํากัดดานงบประมาณดังกลาว อันจะทําให ทร. มีโครงสรางกําลังรบฯ ที่มี
ขีดความสามารถและมความพรอมรบ ในการปฏบัติการใหบรรลุวัตถุประสงคฯ



ท่มีความสําคัญลําดับแรก ๆ เปนหลัก โดย ทร. อาจพิจารณาใชขีดความสามารถ

ของศูนยอํานวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการปฏิบัต ิ



การใหบรรลุวัตถุประสงคฯ ท่เก่ยวของกับการรักษาความม่นคงทางทะเลรวมดวย



บทความน จะกลาวถงหลักการกาหนดยทธศาสตรและการเสรมสราง






กําลังรบ กระบวนการกําหนดยุทธศาสตรและการเสริมสรางกําลังรบของ ทร.
รวมทั้งการเตรียมความพรอมรบของ ทร. หลักการกําหนดโครงสรางกําลังรบ



ท่สมดุล (Balanced Forces) และโครงสรางกําลังรบท่มงเนนขีดความสามารถ
เฉพาะ (Focused Forces) กระบวนการกําหนดยุทธศาสตรและการเสริมสราง
กําลังรบของ กห.ออสเตรเลีย การเปรียบเทียบยุทธศาสตร และการเสริมสราง
กําลังรบของ กห.ออสเตรเลีย กับ ทร. การพิจารณาทบทวนยุทธศาสตรและ
การเสริมสรางกําลังรบของ ทร. ในอนาคต และบทสรุป
หลักการกําหนดยุทธศาสตรและการเสริมสรางกําลังรบ
กระบวนการกําหนดยุทธศาสตร (Strategy Formulation) หากใช 

ตนแบบเพ่อความเขาใจเบ้องตน จะเปนกระบวนการกําหนดแนวทาง (Ways)

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 129

ในการใชทรัพยากรหรือขีดความสามารถ (Means) ในรูปแบบของ “โครงสราง




กําลังรบท่ตองการ (Programmed Forces)” เพอใหบรรลุวัตถุประสงค

(Ends) ท่ไดกําหนดเอาไว โดยจะตองนําปจจัยดานสภาวะแวดลอมดานความ
ม่นคง (Security Environment) ขอจํากัดดานงบประมาณ (Resource

Constraints) และความเส่ยง (Risks) เขามารวมพิจารณาดวย โดยกระบวนการ

กําหนดยุทธศาสตรจะมีการประเมินปจจัยตาง ๆ ขางตนอยางตอเน่อง เพ่อ




ใหเกิดความสอดคลองของทุกปจจัยอยเสมอ ดังน้น หากพิจารณาถึงความ


สัมพันธของปจจัยตาง ๆ ท่เก่ยวของกับกระบวนการกําหนดยุทธศาสตร 





จนนําไปสการกําหนดโครงสรางกาลังรบฯ ซ่งโครงสรางกําลังรบฯน้


จะเปนการพิจารณาท้งขีดความสามารถท่มีอยในปจจุบัน (Current Forces) และ

ขีดความสามารถที่ตองการในอนาคต (Future Forces) ซึ่งจะตองมีการเสริม

สรางขีดความสามารถตามแผนท่กําหนดไวตามชวงเวลา และจะกลายเปนกําลัง
รบทสามารถดําเนินการเสริมสรางขีดความสามารถไดจริง (Available Forces)



ท่ถูกนําไปใชตามแผนทางทหารหรือแผนการใชกําลังท่กําหนด เชน แผนปองกัน

ประเทศ หรือแผนเผชิญเหตุ เปนตน และเพ่อใหกําลังรบดังกลาวถูกนําไปใช 

ตามแผนการใชกําลังท่กาหนดไดอยางมีประสิทธภาพ จะตองใชการปฏิบติการ





ซ่งอางอิงจากหลักนิยมท่เก่ยวของ รวมท้งการกําหนดระดับความพรอมรบ



ใหกําลังรบมีความพรอมสําหรับการปฏิบัติตามแผนทางทหาร หรือแผนเผชิญ



เหตุอยเสมอ อยางไรก็ตาม ปจจัยตาง ๆ ท่เก่ยวของ ดังแสดงตามภาพท่ ๑



ต้งแตกระบวนการกําหนดยุทธศาสตร โครงสรางกําลังรบท่ตองการ ไปจนถึง


แผนทางทหาร เปนปจจัยท่สงผลกระทบตอกันอยางหลีกเล่ยงมิได ดังน้น



กระบวนการฯ น้ จึงจําเปนตองไดรับการทบทวนอยเสมอ เพ่อใหแนใจวา


โครงสรางกําลังรบฯ ซ่งเปนทรัพยากรหรือขีดความสามารถ (Means)
ยังคงสามารถถูกใชตามแนวทาง (Ways) หรือยุทธศาสตร (Strategy)
เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงค (Ends) ที่ไดกําหนดเอาไวอยูหรือไม
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
130
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ภาพที่ ๑ ความสัมพันธระหวางยุทธศาสตร โครงสรางกําลังรบ และการใชกําลัง
ที่มา: ผูเขียน







ตนแบบยุทธศาสตรเพ่อความเขาใจเบ้องตนน้ เปนไปเพ่อหลีกเล่ยงมิให 
เกิดความไมสอดคลองกัน (Mismatch) ระหวางทรัพยากรหรือขีดความสามารถ

(Means) กับวัตถุประสงค (Ends) ดังนั้น ในทางตรงกันขามยุทธศาสตรที่ไมดี
คือ ยุทธศาสตร/แนวทาง (Strategy/Ways) ที่ไมมีความสอดคลองกันระหวาง
ทรัพยากร หรือขีดความสามารถ (Means) กับวัตถุประสงค (Ends) นั่นเอง






ซ่งเม่อสภาวะดังกลาวเกิดข้น จึงมีความจําเปนตองปรับเปล่ยนปจจัยท่เก่ยวของ
เพื่อทําใหปจจัยตาง ๆ กลับมาสอดคลองกันอีกครั้งหนึ่ง เชน การปรับเปลี่ยน
วัตถุประสงค (Modify the Ends) การปรับเปลี่ยนเครื่องมือ (Change the
Means) การทบทวนยุทธศาสตรหรือแนวทาง (Revise the Strategy/Means)

หรือการประเมินคาความเสี่ยงซํา (Reevaluate the Risks) เปนตน อันจะนํา
ไปสูการมียุทธศาสตร/แนวทาง (Strategy/Ways) ที่สามารถใชทรัพยากรหรือ
ขีดความสามารถ (Means) เพ่อใหบรรลุวัตถุประสงค (Ends) ที่ไดกําหนดเอาไว 



ไดตลอดเวลา สําหรับ ทร. ไดกําหนดกระบวนการกําหนดยุทธศาสตรข้นเอง โดยม ี
พื้นฐานจากกระบวนการฯ ของนักยุทธศาสตรตางประเทศและนํามาประยุกต
เพื่อใหมีความเหมาะสมกับ ทร. อยางไรก็ตาม ในภาพรวมยังเปนการใชความ
สัมพันธของปจจัยตาง ๆ ตามตนแบบยุทธศาสตรเพื่อความเขาใจเบื้องตนนี้

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 131

ยุทธศาสตร การเสริมสรางกําลังรบของ ทร. และการเตรียมความพรอมรบ

ของ ทร.

ในปจจุบัน ทร. กําหนดยุทธศาสตร ระยะ ๒๐ ป (พ.ศ.๒๕๖๐ –
๒๕๗๙) โดยมีแนวความคิดทางยุทธศาสตรสําคัญ คือ “ปฏิบัติการสองฝง



มหาสมุทรและสามพ้นท่ปฏิบัติการ” หรือ “Two Oceans and Three Areas






(OOAAA/Double O Triple A)” ซงเปนการดาเนนการตามกระบวนการกาหนด
ยุทธศาสตร บนพ้นฐานการกําหนดยุทธศาสตรแบบการกําหนดภาพสถานการณ

(Scenario Based Strategy) โดยนําปจจัยตาง ๆ มารวมพิจารณา ประกอบดวย



ยทธศาสตรและนโยบายของหนวยเหนอ กฎหมายทเก่ยวของ สภาวะแวดลอม







ดานความม่นคงท้งภายในและภายนอกประเทศ สถานภาพดานงบประมาณ

ความเส่ยง และเทคโนโลยีทางทหาร เพ่อนํามากําหนดวัตถุประสงค (Ends)

ภาพสถานการณ (Scenario) และแนวความคิดการปฏิบัติ (Concept of
Operations) แลวพิจารณากําหนดยุทธศาสตรหรือแนวทาง (Strategy/Ways)
และกําหนดเปน “โครงสรางกําลังรบท่ตองการ (Programmed Forces)”

และจัดทําแนวทางการเสริมสรางกําลังรบฯ รองรับ โดยโครงสรางกําลังรบฯ
นี้จะทําให ทร. สามารถดํารงทั้ง ๓ บทบาท ประกอบดวย บทบาทในดานการ
ปฏิบัติการทางทหาร (Military Role) บทบาทในดานการรักษากฎหมายและ
การชวยเหลือ (Constabulary and Benign Role) และบทบาทในดานความ
สัมพันธระหวางประเทศ (Diplomatic Role) ไดอยางมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้
ในปจจุบัน ทร. ไดมีการจัดทําแผนแมบทการพัฒนา ทร. จํานวน ๗ ดาน
ประกอบดวย ดานการเสริมสรางกําลังรบ ดานกําลังพล ดานการขาว ดานการ
สงกําลังบํารุง ดานการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานกิจการพลเรือน
และดานการวิจัยและพัฒนา เพื่อใหหนวยตาง ๆ ใน ทร. นําไปเปนกรอบหลัก
ในการพิจารณาจัดทําแผนงานปฏิบัติราชการ และเพ่อใหการดําเนินการตาม

ยุทธศาสตรฯ เกิดผลอยางเปนรูปธรรม


การกําหนดโครงสรางกําลังรบฯ ของ ทร. เปนการพิจารณาท้ง
ขีดความสามารถท่มีอยแลวในปจจุบัน (Current Forces) และขีดความสามารถ


ท่ตองการในอนาคต (Future Forces) โดยการเสริมสรางขีดความสามารถ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
132
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

กําลังรบจะมีการดําเนินการตามแผนแมบทฯ ดานการเสริมสรางกําลังรบ ตลอด














ชวงเวลาทกาหนดตามยทธศาสตรฯ เพอให ทร. มกาลงรบทสามารถเสรมสราง


ขีดความสามารถไดจริง (Available Forces) และถูกนําไปสนับสนุนการปฏิบัต ิ
การของหนวยตาง ๆ ตามแผนปองกันประเทศหรือแผนเผชิญเหตุของ ทร. ตอไป
การนี้ ทร. ไดกําหนดระดับความพรอมรบของ ทร. ขึ้น เพื่อใหกําลังรบทั้งหมด
มีความพรอมในการปฏิบัติการ โดยการกําหนดระดับความพรอมรบฯ
มีปจจัยที่นํามาประกอบการพิจารณา รายละเอียดตามภาพที่ ๒ ประกอบดวย
ยุทธศาสตรฯ แผนการเสริมสรางกําลังรบฯ การปรับโครงสรางและกําลังฯ แผน

ซอมบํารุงฯ แผนปลดระวางฯ รวมท้งแนวทางการใชกําลังและแผนปองกัน
ประเทศของ ทร. ซึ่งการกําหนดระดับความพรอมรบฯ มี ๔ ดาน ประกอบดวย
ดานยุทโธปกรณ ดานกําลังพล ดานการสงกําลังบํารุง และดานการฝกและ
หลักนิยม




























ภาพที่ ๒ การกําหนดระดับความพรอมรบของ ทร.

ที่มา: ผูเขียน


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 133

ยุทธศาสตร ทร. ไดกําหนดโครงสรางกําลังรบฯ แบบกําลังรบที่สมดุล

(Balanced Forces) เพื่อใหสามารถนําไปใชใหบรรลุวัตถุประสงคจํานวนมาก














ทงวตถประสงคมลฐานทางเรอ จานวน ๕ วตถประสงค และวตถประสงคเฉพาะ
ทางเรือ จํานวน ๑๐ วัตถุประสงค ที่กําหนดไวได ทั้งนี้ โครงสรางกําลังรบฯ
แบบกําลังรบท่สมดุล จะมีความเหมาะสมเม่อสถานภาพดานงบประมาณท่ ทร.




ไดรับ เอ้ออํานวยตอการเสริมสรางกําลังรบแบบดังกลาว อยางไรก็ตาม ภายใต 

สถานภาพดานงบประมาณท่จํากัด ทร. อาจมีความจําเปนตองพิจารณาทบทวน
ยุทธศาสตรฯ และพิจารณาทางเลือกของโครงสรางกําลังรบฯ ใหเปนกําลังรบ

ท่มงเนนขีดความสามารถเฉพาะ (Focused Forces) เพ่อใหสอดคลองกับ


ขอจํากัดดานงบประมาณในปจจุบัน
กําลังรบท่สมดุล (Balanced Forces) และกําลังรบท่มงเนนขีดความ



สามารถเฉพาะ (Focused Forces)
จากสถานการณการแพรระบาดของ Covid – 19 ต้งแตปงบประมาณ

๒๕๖๒ เปนตนมา ไดสงผลกระทบโดยตรงตอการเสริมสรางขีดความสามารถ
ของ ทร. โดยในปงบประมาณ ๒๕๖๓ ทร. ไดสงคืนงบประมาณใหกับรัฐบาล
จํานวน ๓,๓๗๕ ลานบาท ในปงบประมาณ ๒๕๖๔ จํานวน ๓,๙๒๕ ลานบาท
และในปงบประมาณ ๒๕๖๕ ทร. ไมขอรับการจัดสรรงบประมาณของโครงการ




จัดหาเรือดํานํา ลําท่ ๒ และลําท่ ๓ ซ่งปรากฏรายการอยในราง พ.ร.บ.

งบประมาณรายจายประจําป ๒๕๖๕ จํานวน ๙๐๐ ลานบาท เพื่อใหรัฐบาล
นํางบประมาณดังกลาวไปบริหารจัดการใหเกิดประโยชนสูงสุดในภาพรวม


ของประเทศ ตามความจําเปนเรงดวนตอไป ท้งน้ หากดูจากสถิติทางดาน

งบประมาณ พบวา วงเงินงบประมาณท่ ทร. ไดรับการจัดสรรในการเสริมสราง

กําลังรบมีจํานวนลดลงอยางมาก ดังมีรายละเอียดตามภาพท่ ๓ ซ่งเปนผล


กระทบอันเกิดจาก Covid - 19 และคาดวาผลกระทบดังกลาวนาจะสงผลตอเนื่อง


ไปอีกหลายปขางหนาอยางหลีกเล่ยงไมได เน่องจากรัฐบาลมีความจําเปน
ตองใชงบประมาณไปแกไขปญหาในภาพรวมของประเทศเปนลําดับแรก
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
134
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ภาพที่ ๓ สถานภาพงบประมาณที่ ทร. ไดรับการจัดสรรตามโครงการเสริมสรางฯ
ที่มา: ยก.ทร.



โครงสรางกําลังรบฯ แบบกําลังรบท่สมดุล (Balanced Forces)


จะมอบขีดความสามารถท่ปฏิบัติภารกิจไดหลากหลาย ซ่งจะทําใหสามารถ
ตอบสนองตอวัตถุประสงค (Ends) ท่กําหนดไวตามยุทธศาสตรฯ ไดครอบคลุม


อยางไรก็ตาม โครงสรางกําลังรบฯ ในลักษณะน้ มีความจําเปนตองใช 
งบประมาณจํานวนมาก และมีความเส่ยงของการมีขีดความสามารถท่ไม 


เพียงพอตอการบรรลุวัตถุประสงคคอนขางสูง โดยจะเปนโครงสรางกําลังรบฯ
แบบไดอยางและเสียอยาง (Trade – Off) ซ่งอุปสรรคสําคัญของโครงสราง

กําลังรบฯ แบบน้ คือ การมีกําลังรบหลากหลายประเภทซ่งมอบขีดความ





สามารถท่หลากหลายและมงเนนความยืดหยน (Flexibility) แตในภาวะขัดแยง






ทตองการขดความสามารถซงสงผลชขาดทางยทธศาสตร (Decisive Strategic






Results) ในการบรรลุวัตถุประสงคตามยุทธศาสตรฯ โครงสรางกําลังรบฯ
แบบน้ จะมีจํานวนกําลังรบและขีดความสามารถท่ไมเพียงพอตอการดําเนินการ


ดังกลาวได

สวนโครงสรางกําลังรบฯ แบบกําลังรบท่มงเนนขีดความสามารถ

เฉพาะ (Focused Forces) มักถูกใชภายใตสถานภาพดานงบประมาณ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 135

ที่จํากัด เนื่องจากจะใชงบประมาณในการเสริมสรางขีดความสามารถกําลังรบ




ท่นอยกวา โดยจะมงเนนเฉพาะการพัฒนาขีดความสามารถฯ ท่สามารถนํามาใช 


ปฏิบัติภารกิจ เพ่อตอบสนองตอวัตถุประสงคตามยุทธศาสตรฯ ท่มีความสําคัญ
ลําดับแรก ๆ เชน การปองกันประเทศทางทะเลและรักษาอธิปไตยของประเทศ

และการรักษาและคมครองเสนทางคมนาคมทางทะเลของประเทศไทย เปนตน
โดยโครงสรางกําลังรบฯ แบบนี้ จําเปนตองมีการกําหนดวัตถุประสงคและการ










จดลาดบความสาคญเรงดวนตามยทธศาสตรฯ และแนวความคดการปฏิบัต ิ




ท่มีความชัดเจน และแมนยํา ซ่งจะมงเนนโครงสรางกําลังรบท่ตอบสนองความ

คมคาทางดานยุทธการ (Cost – Effective Capabilities) เปนลําดับแรก
เชน กรณี ทร. กําหนดวัตถุประสงคลําดับแรก “การปองกันประเทศทางทะเล
และรักษาอธิปไตยของประเทศ” โดยกําหนดแนวความคิดการปฏิบัติเปน

“การปฏิเสธการใชทะเลในพ้นท่ปฏิบัติการ (Sea Denial Operations)” ยอม

ตองการขีดความสามารถกําลังรบฯ เฉพาะบางประเภทท่มีความเหมาะสม และ


ใชงบประมาณตํากวาการกําหนดแนวความคิดการปฏิบัติเปน “การควบคุมทะเล


ในพ้นท่ปฏิบัติการ (Sea Control Operations)” ซ่งตองการขีดความสามารถ

กําลังรบฯ หลากหลายประเภท และใชงบประมาณสูงกวามาก อยางไร




ก็ตาม ความเส่ยงท่อาจเกิดข้นกับโครงสรางกําลังรบฯ แบบน้ คือ กรณีเกิด
ความผิดพลาดในการกําหนดวัตถุประสงค การจัดลําดับความสําคัญเรงดวน
และการกําหนดแนวความคิดการปฏิบัติ (Concept of Operations) ขึ้น ทั้งนี้
การพิจารณากําหนดโครงสรางกําลังรบฯ แบบใดนั้น จะตองพิจารณากําหนด
วัตถุประสงค (Ends) การจัดลําดับความสําคัญเรงดวน และการกําหนดแนว



ความคดการปฏบัต เพ่อใหบรรลุวตถประสงคท่กาหนดไวดวยความถกตอง










แมนยํา โดยจะตองนําสภาวะแวดลอมทางดานความม่นคงท้งภายในและ
ภายนอกประเทศ และความเสี่ยง มาพิจารณารวมดวย ๔
ยุทธศาสตรและการเสริมสรางกําลังรบของออสเตรเลีย
ออสเตรเลียกําหนดยุทธศาสตรของประเทศในรูปแบบของ “นโยบาย
ทางยุทธศาสตร (Strategic Policy)” ผาน “สมุดปกขาว (Australian
Defence White Paper)” ซึ่งเปนเอกสารกําหนดนโยบายทางยุทธศาสตร
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
136
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ที่ออกโดยรัฐบาลออสเตรเลีย ครอบคลุมการเสริมสรางขีดความสามารถกําลังรบ

ของทั้ง ๓ เหลาทัพ ประกอบดวย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

และเปนการเสริมสรางขีดความสามารถครอบคลุมท้ง ๕ มิติ ประกอบดวย
มิติทางทะเล มิติทางอากาศ มิติทางบก มิติทางอวกาศ และมิติทางขอมูล

ขาวสารและไซเบอร โดยสมุดปกขาวฯ ฉบับลาสุด คือ “The 2016 Defence
White Paper” ครอบคลุมระยะเวลา ๒๐ ปขางหนา (ค.ศ.๒๐๓๕) โดยมีการ
ดําเนินการตามกระบวนการกําหนดยุทธศาสตรเชนเดียวกัน โดยการนําปจจัย
ตาง ๆ มาประกอบการพิจารณา ไดแก สภาวะแวดลอมทางดานความมั่นคงทั้ง
ภายในและภายนอกประเทศ ความตองการและวัตถุประสงคทางยุทธศาสตร


งบประมาณ และความเส่ยง นําไปสการกําหนดโครงสรางกําลังรบในอนาคต

(Future Australian Defence Force) เชนเดียวกับกระบวนการกําหนด
ยุทธศาสตรฯ โดยทั่วไป

สมุดปกขาวฯ กําหนดความตองการทางดานยุทธศาสตรและ
วัตถุประสงค (Ends) ๓ สวนหลัก ประกอบดวย ๑) ออสเตรเลียตองมีความ



ปลอดภัยและสามารถฟนตัวได (A Secure, Resilient Australia) ซ่งม ี
วัตถุประสงค คือ การปองปราม การปฏิเสธ และการเอาชนะ (Deter, Deny
and Defeat) ตอภัยคุกคามตอออสเตรเลีย โดยออสเตรเลียจะตองมีขีดความ




สามารถปฏิบัติการไดโดยลําพัง โดยกําหนดพ้นท่ปองกันประเทศในพ้นท่ทาง
ทะเลและทางอากาศดานตอนเหนือของประเทศ (Air, Sea and Northern
Approaches) เปนหลัก ๒) พื้นที่ใกลเคียงกับออสเตรเลีย รวมถึงพื้นที่เอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต และแปซิฟกใตตองมีความปลอดภัย (A Secure Nearer

Region) ซงมวตถประสงค คอ การสนบสนนใหเกดความมนคงทางทะเล



















ในเอเชยตะวนออกเฉยงใต ปาปวนวกนี ตมอรเลส และประเทศหมเกาะใน




มหาสมุทรแปซิฟก และ ๓) ภูมิภาคอินโดแปซิฟกมีเสถียรภาพ (A Stable
Indo – Pacifi c Region) ซึ่งมีวัตถุประสงค คือ การมีสวนรวมตอเสถียรภาพ
ระดับโลกเพื่อปกปองผลประโยชนของออสเตรเลีย

กระทรวงกลาโหม (กห.) ออสเตรเลีย ไดมีการกําหนดโครงสรางกําลังรบ
ในรูปแบบเอกสาร “The 2020 Force Structure Plan” ตามที่สมุดปกขาวฯ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 137

ไดกําหนดโครงสรางกําลังรบในอนาคตเอาไว เพ่อใหการเสริมสรางขีดความ



สามารถตามโครงสรางกําลังรบฯ เกิดผลอยางเปนรูปธรรม ท้งน้ ในสวนของ

การเสริมสรางขีดความสามารถของ ทร.ออสเตรเลีย น้น จะใชงบประมาณ


ในการดําเนินการปรับปรุงขีดความสามารถกําลังรบท่มีอยในปจจุบัน (Current
Forces) และการจัดหาขีดความสามารถกําลังรบใหมเพิ่มเติม (Programmed







Forces) โดยมงเนนการสงเสรมอตสาหกรรมการตอเรอในประเทศเปนหลก

ประกอบดวย ขีดความสามารถในการปราบเรือดํานํา การขนสงทางทะเล
การรักษาความม่นคงทางทะเลในพ้นท่เขตแดนทางทะเล การลาดตระเวน



และตรวจการณทางทะเล การปองกันภัยทางอากาศ การปฏิเสธการใชทะเล

การควบคุมทะเล และสงครามใตนํา โดยมีวงเงินงบประมาณในการเสริมสราง







ขดความสามารถรวมทงส้น ๗๕ พันลานดอลลารออสเตรเลีย โดยมีรายละเอยด


แผนการเสริมสรางขีดความสามารถของ ทร.ออสเตรเลีย ดังภาพท ๔ โดยม ี

รายละเอียดสําคัญ ประกอบดวย การขยายระยะเวลาประจําการเรือดํานํา


(Collins Class) การจัดหาเรือดํานําใหม (Attack Class) เพ่มเติม การปรับปรุง
ขีดความสามารถเรือพิฆาต (Hobart Class) การปรับปรุงและจัดหาเรือฟริเกต
(Hunter Class) การปรับปรุงขีดความสามารถเรือฟริเกต (Anzac Class) การปรับปรุง
และจัดหาเรือตรวจการณไกลฝง (Arafura Class) การจัดหาเรือสนับสนุนและ

ยกพลข้นบก การจัดหาเรือปฏิบัติการสงครามทนระเบิดและอุทกศาสตร

การปรับปรุงและจัดหาอากาศยานท้งมีคนขับและแบบไรคนขับ และระบบ

ปองกันอาวุธปลอยนําวิถีปองกันฝง รวมทั้งการจัดหาเรือตรวจการณทางทะเล
(Cape Class) นอกจากน้ กห.ออสเตรเลีย จะใชการปรับปรุงโครงสราง


กองทัพ (Reforms) งบประมาณ (Funding) และการนําแนวความคิดไปสูการ
ปฏิบัติ (Implementation) รวมดวย โดยมีการระบุในเอกสารสมุดปกขาวฯ
อยางชัดเจน ๖





¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
138
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

ภาพที่ ๔ การเสริมสรางกําลังรบของ ทร.ออสเตรเลีย

ที่มา: The 2020 Force Structure Plan



กห.ออสเตรเลีย กําหนดวงรอบในการประเมินนโยบายยุทธศาสตร


โดยดําเนินการ ๔ ข้นตอน ประกอบดวย การประเมินสภาวะแวดลอมทาง
ยุทธศาสตรในอนาคต การประเมินส่งทาทายสําหรับ กห.ออสเตรเลีย การ







หาขอสรปและหนทางแกไขปญหา และการสงผลการประเมนทางดาน






ยทธศาสตร รวมทงการเผยแพรใหประชาชนทราบ นอกจากน กห.ออสเตรเลีย



ยังกําหนดการประเมินความเส่ยงตามวงรอบทุกวงรอบ ๕ ป เพ่อเสนอแนะแนว

ทางการลดความเสี่ยง นําไปประกอบการปรับโครงสรางกําลังรบฯ แนวความคิด

การปฏิบัติฯ การเตรียมความพรอมรบ การวางแผนปฏิบัติการ รวมท้งการ
ดําเนินการดานงบประมาณ ดังรายละเอียดตามภาพที่ ๕
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 139

ภาพที่ ๕ วงรอบการประเมินความเสี่ยงของ กห.ออสเตรเลีย

ที่มา: The 2020 Defence Strategic Update and Force Structure Plan









ในชวงทผานมา กห.ออสเตรเลย ไดทาการประเมนยทธศาสตร 


ผานเอกสาร “The 2020 Defence Strategic Update and Force
Structure Plan” เพ่อใหเกิดความสอดคลองกันของ นโยบายยุทธศาสตร

นโยบายระหวางประเทศ นโยบายอุตสาหกรรมทางทหาร และการทดสอบ



โดยเอกสารฯ ฉบับน ไดประเมินสภาวะแวดลอมทางดานความมนคงท่ระบ ุ



ไวใน “The 2016 Defence White Paper” โดยเห็นวา การแขงขันกันเปน

มหาอํานาจระหวางจีนกับสหรัฐฯ จะมีความเขมขนข้น การเผชิญหนาดวยกําลัง


ทหารจะมีมากข้นกวาในอดีต การใชความไดเปรียบจากจุดท่ยังขาดความชัดเจน
(Grey Zones) จะมีมากข้น เวลาเตือนกอนเกิดความขัดแยง (Warning Times)


จะนอยลง การเสริมสรางขีดความสามารถทางการทหารจะเขมขนข้น อีกท้ง ยัง

ไดวิเคราะหถึงผลกระทบอันเกิดจาก Covid – 19 และภัยพิบัติทางธรรมชาติ

อีกดวย นอกจากน้ รัฐบาลออสเตรเลียยังไดกําหนดวัตถุประสงคทางยุทธศาสตรใหม 

เพ่อใชเปนแนวทางใหกับ กห.ออสเตรเลีย นําไปประกอบแผนการเสริมสราง
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
140
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

กําลังรบ การกําหนดแนวความคิดการปฏิบัติ และการเตรียมความพรอมรบ

การปฏิบัติการ และการดําเนินนโยบายที่เกี่ยวของกับตางประเทศ จํานวน ๓
วัตถุประสงค ประกอบดวย ๑) การสรางสภาวะทางยุทธศาสตรที่เอื้ออํานวย
ตอออสเตรเลีย (Shape Australia’s Strategic Environment) ๒) การ


ปองปรามการกระทําท่สงผลตอผลประโยชนของออสเตรเลีย (Deter Actions
against Australia’s Interests) และ ๓) การตอบโตดวยกําลังทหารที่เชื่อถือ
ได หากมีความจําเปน (Respond with Credible Military Force, When
Required) โดยในสวนของโครงสรางกําลังรบฯ นั้น กห.ออสเตรเลีย มุงเนน

กําลังท่มีขีดความสามารถในการเผชิญสถานการณตาง ๆ ในอนาคต และม ี


ขีดความสามารถในการฟนตัวรวมท้งตอบสนองตอสถานการณดวยความ
รวดเร็วโดยยังคงดํารงการดําเนินการตามแผนการเสริมสรางกําลังรบท่ระบุไวเดิม



การน้ ทร.ออสเตรเลีย ไดกําหนดความพรอมรบ ประกอบดวย การกําหนดความ
พรอมรบดานทรัพยากร (กําลังพล ยุทโธปกรณ สิ่งอํานวยความสะดวก และ

ส่งอุปกรณ) และการกําหนดความพรอมรบดานทักษะความชํานาญ (การฝก
และการสนับสนุนการฝก) ดังแสดงตามภาพที่ ๖



























ภาพที่ ๖ การกําหนดความพรอมรบของ ทร.ออสเตรเลีย
ที่มา: Navy Operational Readiness, Department of Defence

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 141


เม่อ ๑๕ กันยายน ค.ศ.๒๐๒๑ ประธานาธิบดี Joseph Biden
ไดออกแถลงการณกรอบความรวมมือระหวางออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐฯ
(Australia–U.K.–U.S. : AUKUS) โดยมีวัตถุประสงคในการพัฒนาและสราง

เรือดํานําโจมตีพลังงานนิวเคลียรใหกับออสเตรเลียอยางนอยจํานวน ๘ ลํา แมวา


กอนหนาน้ ออสเตรเลีย จะไดลงนามในสัญญาโครงการจางสรางเรือดํานําพลังงาน
ดีเซลกับ France’s Naval Group มูลคา ๓๘.๕ พันลานดอลลารออสเตรเลีย

เอาไวแลว อยางไรก็ตาม ดวยความเสี่ยงท่โครงการฯ ดังกลาวจะเกิดความลาชา

และงบประมาณบานปลายอยางมาก โดยคาดวาเรือดํานําลําแรกท่ฝร่งเศส




จะสงมอบทําใหออสเตรเลียตองใชงบประมาณเพ่มข้นอีกเทาตัว เม่อเปรียบ



เทียบกับท่เคยประมาณการไวกอนหนาน้น ซ่งภายหลังจากการเจรจากับนายก

รัฐมนตรีฝรั่งเศสเรียบรอยแลว สหรัฐฯ จึงไดเสนอกรอบความรวมมือ AUKUS
ข้นมา โดยวัตถุประสงคในการปองปรามทางยุทธศาสตรตอจีนในภูมิภาคเอเชีย












ซงเรอดํานาโจมตพลังงานนวเคลยรจะมอบความไดเปรียบทางดานยทธศาสตร 



ท้งการใชเวลาเดินทางเขาสพ้นท่ปฏิบัติการนอยกวา แตสามารถอยในพ้นท ี ่





ปฏิบัติการไดยาวนานกวา ดังแสดงตามภาพท่ ๕ อยางไรก็ตาม กรอบความ
รวมมือฯ ดังกลาว มีความจําเปนตองไดรับการบริหารจัดการจากท้ง ๓ ประเทศ


อยางระมัดระวัง เพ่อปองกันมิใหเกิดความลาชาของการพัฒนาและสรางเรือดํานํา











โจมตีพลงงานนิวเคลยร เฉกเชนเดยวกบโครงการจางสรางเรอดานาพลงงาน


ดีเซลจากฝรั่งเศส กอนหนานี้ ๘
ภาพที่ ๗ การเปรียบเทียบระยะเวลาเดินทางและการปฏิบัติการในพื้นที่ระหวางเรือดํานําดีเซลและนิวเคลียร
ที่มา: AUKUS: U.S. Navy Nuclear- Powered Forward Presence Key to Australian Nuclear Submarine
and China Deterrence
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
142
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


สําหรับภารกิจในการรักษาความม่นคงทางทะเลภายในเขตเศรษฐกิจ
จําเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ) ระยะ ๒๐๐ ไมลทะเล

ของออสเตรเลียน้น ออสเตรเลียดําเนินการภายใต Australian Border Force

(ABF) ซ่งเปนกองกําลังเฉพาะกิจประกอบกําลังจากหนวยงานตาง ๆ ของ
ออสเตรเลีย ในลักษณะเดียวกับ ศรชล. เพื่อปฏิบัติภารกิจในการปองกันการ


กระทําผิดกฎหมายทางทะเล และการรักษาความม่นคงทางทะเล รวมท้งมลพิษ
ทางทะเล โดย ทร.ออสเตรเลีย จะสงกําลังไปสนับสนุนการปฏิบัติการภายใต
Maritime Border Command (MBC) โดยจัดกําลังเปน Joint Task Force
639 และปฏิบัติการภายใต Operation Resolute ทั้งนี้ ในการสงกําลังรวม

ปฏิบัติการ ทร.ออสเตรเลีย จะจัดกําลังสนับสนุนเฉพาะเรือตรวจการณทาง

ทะเลชั้น Armidale Class และ Cape Class เทานั้น
การเปรียบเทียบยุทธศาสตรและการเสริมสรางกําลังรบของ กห.ออสเตรเลีย
กับ ทร.

จากการศึกษากระบวนการกําหนดยุทธศาสตร (Strategy Formulation)
การเสริมสรางกําลังรบ การเตรียมความพรอมรบ และการศึกษาการกําหนด

โครงสรางกําลังรบท่สมดุล (Balanced Forces) และโครงสรางกําลังรบท ่ ี
มุงเนนขีดความสามารถเฉพาะ (Focused Forces) โดยใชแนวทางการศึกษา
เปรียบเทียบระหวาง กห.ออสเตรเลีย กับ ทร. เพ่อนําผลการวิเคราะห 







เปรยบเทยบทเปนประโยชนมาประกอบการพจารณาทบทวนยุทธศาสตร 

และการพจารณาทางเลือกโครงสรางกาลงรบของ ทร. ใหมความสอดคลอง








กับสภาวะแวดลอมทางดานความม่นคงท้งภายในและภายนอกประเทศ

ความเสี่ยง และขอจํากัดดานงบประมาณของ ทร. ตอไป ทั้งนี้ สามารถสรุป
ผลการวิเคราะหเปรียบเทียบไดดังนี้
๑. การกําหนดสถานะของประเทศในเวทีโลก ออสเตรเลีย

ไดกําหนดสถานะของประเทศในเวทีโลกอยางชัดเจน ดังท่ระบุไวในเอกสารสมุด
ปกขาวฯ วา ออสเตรเลีย เปน “ประเทศที่มีกําลังอํานาจขนาดกลาง (Middle

Power)” ในเวทีโลก ซ่งมงเนนการเปนชาติพันธมิตรและสนับสนุนการปฏิบัต ิ

การของสหรัฐฯในภูมิภาคอินโดแปซิฟกและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 143

และคงสถานะการเปนชาติผนําในภูมิภาคแปซิฟกใต สําหรับการกําหนด

สถานะของประเทศไทยในเวทีโลก ตรวจสอบจากนโยบายตางประเทศของ
กระทรวงการตางประเทศ (กต.) และยุทธศาสตรการปองกันประเทศของ กห.






พบวา ประเทศไทยมไดกาหนดสถานะของประเทศในเวทโลกไวอยางชดเจน


แตสามารถประเมินไดวา ประเทศไทยใชแนวทางการดําเนินนโยบายระหวาง

ประเทศแบบปรับตามสถานการณ (Hedging Policy) และมงเนนการเปน


“ชาติผนําในอาเซียน” เปนหลัก ขณะเดียวกันมงเนนการเสริมสรางความ

รวมมือกับมิตรประเทศ และประเทศมหาอํานาจตาง ๆ ท้งในระดับทวิภาคี
และพหุภาคี
๒. กระบวนการกําหนดยุทธศาสตร ออสเตรเลีย กําหนดยุทธศาสตร

ในรูปแบบของนโยบายทางยุทธศาสตร (Strategic Policy) ผานสมุดปกขาวฯ
ซ่งออกโดยรัฐบาลออสเตรเลีย ซ่งเปนไปตามกระบวนการกําหนดยุทธศาสตร


ทั้งการวิเคราะหสภาวะแวดลอมทางดานความมั่นคง การกําหนดวัตถุประสงค

แนวทางการใชทรัพยากรหรือเคร่องมือ และการกําหนดโครงสรางกําลังรบ

ในอนาคต และการบริหารความเส่ยง โดยกําหนดแผนการเสริมสรางกําลังรบ
และกําหนดความพรอมรบรวมดวย สําหรับยุทธศาสตร ทร. เปนแบบการ
กําหนดภาพสถานการณ (Scenario Based Strategy) โดยพิจารณายุทธศาสตร 



และนโยบายของหนวยเหนอ สภาวะแวดลอมดานความมนคงทงภายในและ





ภายนอกประเทศ งบประมาณ เทคโนโลยีทางทหาร และความเสี่ยง เพื่อนํามา
ประกอบในการกําหนดวัตถุประสงค ภาพสถานการณ แนวความคิดการปฏิบัติ
และกําหนดโครงสรางกําลังรบท่ตองการในอนาคต รวมท้งมีการกําหนดแผน


แมบทฯ ดานการเสริมสรางกําลังรบ และกําหนดความพรอมรบ เชนเดียวกัน
๓. การกําหนดวัตถุประสงค กห.ออสเตรเลีย กําหนดความตองการ
ดานยุทธศาสตร และกําหนดวัตถุประสงค ดวยจํานวนที่นอยที่สุดเพียง ๓ สวน
ประกอบดวย ๑) ออสเตรเลียตองมีความปลอดภัยและสามารถฟนตัวได


ซ่งมีวัตถุประสงค คือ การปองปราม การปฏิเสธ และการเอาชนะตอ
ภัยคุกคามตอออสเตรเลีย โดยออสเตรเลียจะตองมีขีดความสามารถปฏิบัต ิ

การไดโดยลําพัง โดยกําหนดพ้นท่ปองกันประเทศในพ้นท่ทางทะเลและ



¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
144
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ









ทางอากาศดานตอนเหนือของประเทศเปนหลก ๒) พ้นทใกลเคยงกับออสเตรเลย
รวมถึงพ้นท่เอเชียตะวันออกเฉียงใต และแปซิฟกใตตองมีความปลอดภัย




ซ่งมีวัตถุประสงค คือ การสนับสนุนใหเกิดความม่นคงทางทะเลในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต ปาปวนิวกินี ติมอรเลส และประเทศหมูเกาะในมหาสมุทร
แปซิฟก และ ๓) ภูมิภาคอินโดแปซิฟกมีเสถียรภาพ ซ่งมีวัตถุประสงค คือ


การมีสวนรวมตอเสถียรภาพระดับโลกเพ่อปกปองผลประโยชนของออสเตรเลีย
สวน ทร. มีการกําหนดวัตถุประสงคตามยุทธศาสตรฯ จํานวนมาก ประกอบดวย
วัตถุประสงคมูลฐานทางเรือ จํานวน ๕ วัตถุประสงค และวัตถุประสงคเฉพาะ










ทางเรือ จานวน ๑๐ วตถประสงค ซงการกาหนดวัตถประสงคจานวนมากจะสงผล


ทาใหโครงสรางกําลังรบฯ ของ ทร. มความจําเปนตองมกําลังรบทมีขดความ




สามารถในการปฏิบัติการที่หลากหลาย เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคฯ ที่กําหนด
เอาไวในยุทธศาสตรฯ ทั้งหมดได
๔. การกําหนดโครงสรางกําลังรบ กห.ออสเตรเลีย กําหนดโครงสราง
กําลังรบในอนาคตในนามของรัฐบาลออสเตรเลีย โดยจัดทําเปนแผนการเสริม

สรางกําลังรบในรูปแบบ “Force Structure Plan” ซ่งกําหนดรายละเอียด
การเสริมสรางกําลังรบของท้ง ๓ เหลาทัพ และมีการกําหนดวงเงินงบประมาณ

ในการดําเนินการตามรายการเสริมสรางกําลังรบท้งหมด ท้งการปรับปรุง




ขีดความสามารถกําลังรบท่มีอยในปจจุบัน และการจัดหาขีดความสามารถ


กําลังรบใหมเพ่มเติม ตลอดหวงเวลาตามยุทธศาสตรไวดวย รวมท้งกําหนด

รายละเอียดของการไดมาซ่งงบประมาณดังกลาว ผานการจัดทําแผนการ



ปรบปรงโครงสรางกองทัพ (Reforms) แผนงบประมาณ (Funding) และแผนการนํา

แนวความคิดตามยุทธศาสตรไปสการปฏิบัติ (Implementation) ดวย ท้งน้ ี

จากการพิจารณาโครงสรางกําลังรบของ ทร.ออสเตรเลีย พบวา โครงสราง

กําลังรบมีแนวโนมเปน “โครงสรางกําลังรบท่มงเนนขีดความสามารถเฉพาะ

(Focused Forces)” ท่มงเนนการปฏิเสธการเขาถึงพ้นท่ทางทะเลและทาง




อากาศดานเหนือของประเทศ (Air, Sea and Northern Approaches)
และการสนับสนุนการปฏิบัติการในฐานะชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ สําหรับ
ยุทธศาสตร ทร. ไดจัดทําแผนแมบทการพัฒนา ทร. รองรับ เพื่อใหหนวยตาง ๆ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 145

นําไปเปนกรอบหลักในการพิจารณาจัดทําแผนงานปฏิบัติราชการ และเพ่อ

ใหการดําเนินการตามยุทธศาสตรฯ เกิดผลอยางเปนรูปธรรม จํานวน ๗ ดาน
โดยการกําหนดโครงสรางกําลังรบในอนาคต จะจัดทําเปนแผนแมบทฯ
ดานการเสริมสรางกําลังรบ ตลอดหวงเวลาตามยุทธศาสตรฯ โดยเปนการ



ปรับปรุงขีดความสามารถกําลังรบท่มีอยในปจจุบัน และการจัดหาขีดความ




สามารถกาลังรบใหมเพ่มเตม เชนเดียวกัน แตมิไดมีการระบุงบประมาณรองรบ
การปรับปรุงหรือการจัดหาขีดความสามารถกําลังรบแตอยางใด ท้งน้ ดวยความ


จําเปนท่ ทร. ตองมีขีดความสามารถกําลังรบท่สามารถปฏิบัติการไดหลากหลาย





เพ่อใหบรรลุวัตถุประสงคท่กําหนดเอาไวในยุทธศาสตรฯ ท้งหมดได จึงสงผล
ทําใหโครงสรางกําลังรบของ ทร. เปนกําลังรบที่สมดุล (Balanced Forces)

๕. การทบทวนยุทธศาสตร กห.ออสเตรเลีย กําหนดการประเมิน


ยุทธศาสตร และความเส่ยงทุกวงรอบ ๕ ป เพ่อใหเกิดความสอดคลองกัน
ของ นโยบายยุทธศาสตร นโยบายระหวางประเทศ นโยบายอุตสาหกรรมทาง





ทหาร และการทดสอบความเปนไปไดในการดาเนนการ รวมทงผลกระทบจาก


Covid – 19 และการดําเนินการตามแผนการเสริมสรางกําลังรบท่ไมเปนไปตาม

แผนท่กําหนดไว เชน ความลาชา และงบประมาณท่บานปลายตามโครงการ


จางสรางเรือดํานํากับฝรั่งเศส จนเปนเหตุใหออสเตรเลียหันไปดําเนินการตาม
กรอบความรวมมือ AUKUS รวมกับสหรัฐฯ และอังกฤษ เปนตน สําหรับ ทร.
กําหนดวงรอบการประเมินยุทธศาสตร ทร. ทุกวงรอบ ๒ ป

๖. การใชหนวยงานอ่นสนับสนุน ออสเตรเลียจะใช ABF ในการ

รักษาความม่นคงทางทะเลภายในเขตเศรษฐกิจจําเพาะ (EEZ) ของออสเตรเลีย
ในภาพรวม โดย ทร.ออสเตรเลีย จะสงกําลังเฉพาะเรือตรวจการณทางทะเล
ไปรวมปฏิบัติการภายใต MBC โดยจัดกําลังเปน Joint Task Force 639 และ
ปฏิบัติการภายใต Operation Resolute เทานั้น สวนประเทศไทย การรักษา

ความม่นคงทางทะเลเปนหนาท่ของ ศรชล. ซ่งในปจจุบันมีกองกําลังทางเรือเปน








ของตนเอง โดยประกอบกําลงจัดตงเปน หมวดเรอเฉพาะกจ ศรชล.ภาค ๑ – ๓
(แตละหมวดเรือเฉพาะกิจ ศรชล.ภาค ประกอบดวย เรือตรวจการณ อากาศยาน

และอากาศยานไรคนขับ) ซ่งกําลังท้งหมด จัดจาก ทร. กองบังคับการตํารวจนํา


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
146
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ

กรมประมง กรมศุลกากร กรมเจาทา และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง


มาปฏิบัติงานรวมกันต้งแตสภาวะปกติ มีเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชา
และมีงบประมาณปฏิบัติงานเปนของตนเอง

การพิจารณาทบทวนยุทธศาสตรและการเสริมสรางกําลังรบของ ทร.
ในอนาคต

ยุทธศาสตร ทร. ระยะ ๒๐ ป (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) เปนการดําเนินการ

ตามกระบวนการกําหนดยุทธศาสตรข้นเอง โดยในภาพรวมของกระบวนการฯ
ดังกลาวมีความสอดคลองกับกระบวนการฯ ของตางประเทศ อยางไรก็ตาม




ยุทธศาสตรฯ ไดกําหนดวัตถุประสงคมลฐานและวตถประสงคเฉพาะทางเรอ

จํานวนมาก จึงสงผลทําให “โครงสรางกําลังรบที่ตองการ (Programmed
Forces)” ของ ทร. มีความจําเปนตองมีขีดความสามารถในการปฏิบัต ิ


การท่หลากหลาย เพ่อใหสามารถบรรลุวัตถุประสงคฯ ที่กําหนดเอาไวตาม
ยุทธศาสตรฯ ท้งหมดได ดังน้น จึงสงผลทําใหโครงสรางกําลังรบฯ ของ ทร.


ดังกลาว เปนกําลังรบที่สมดุล (Balanced Forces) อยางไรก็ตาม ดวยสภาวะ



แวดลอมทางดานความม่นคงท่เปล่ยนแปลงไป และขอจํากัดดานงบประมาณ

อันเกิดจากผลกระทบจากการแพรระบาดของ Covid – 19 ซ่งนาจะสงผล
กระทบตอเน่องไปอีกหลายป ทร. อาจมีความจําเปนตองพิจารณาทบทวน

ยุทธศาสตรฯ และพิจารณาทางเลือกของโครงสรางกําลังรบฯ ใหเปนกําลังรบ
ที่มุงเนนขีดความสามารถเฉพาะ (Focused Forces) ซึ่งมักถูกนําไปใชภายใต

สถานภาพดานงบประมาณท่จํากัด เน่องจากจะใชงบประมาณในการเสริมสราง



ขีดความสามารถกําลังรบท่นอยกวา โดยจะมงเนนเฉพาะการพัฒนาขีดความ
สามารถกําลังรบ ท่สามารถนํามาใชปฏิบัติภารกิจ เพ่อตอบสนองตอวัตถุประสงค 


ตามยุทธศาสตรฯ ท่มีความสําคัญลําดับแรก ๆ เชน การปองกันประเทศ

ทางทะเลและการรักษาอธิปไตยของประเทศ และการรักษาและคมครองเสน

ทางคมนาคมทางทะเลของประเทศไทย เปนหลัก โดยโครงสรางกําลังรบฯ
แบบน้ ทร. จําเปนตองมีการกําหนดวัตถุประสงคและการจัดลําดับความสําคัญ



เรงดวนตามยุทธศาสตรฯ และแนวความคดการปฏิบัติ (Concept of Operations)



ท่มีความชัดเจน และแมนยํา ซ่งจะมงเนนโครงสรางกําลังรบท่ตอบสนองความ

¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 147


คมคาทางดานยุทธการ (Cost – Effective Capabilities) เปนลําดับแรก


โดยจะตองนําสภาวะแวดลอมทางดานความม่นคงท้งภายในและภายนอก
ประเทศ และความเสี่ยง มาพิจารณารวมดวย

สําหรับวัตถุประสงคตามยุทธศาสตรฯ ท่เก่ยวของกับการรักษา









ความมนคงทางทะเลท่มการจดลําดบความสาคัญถดไป เชน การปองกนและ

ปราบปรามการกระทําผิดกฎหมายทางทะเล การรักษาความม่นคงทางทะเล

หรือการบรรเทาภัยพิบัติ น้น ทร. อาจมีความจําเปนตองใชขีดความสามารถ

ของ ศรชล. ซึ่งตาม พ.ร.บ.รักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒
ไดยกระดับ ศรชล. จาก “ศูนยประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน
ของชาติทางทะเล” เปน “ศูนยอํานวยการรักษาผลประโยชนของชาต ิ

ทางทะเล” โดย ศรชล. อยภายใตการบังคับบัญชาข้นตรงตอนายกรัฐมนตรี

มีนายกรัฐมนตรีเปน ผอ.ศรชล. และมี ผบ.ทร. เปน รอง ผอ.ศรชล.
รวมท้งกําหนดให เสธ.ทร. เปน เลขาธิการ ศรชล. สงผลทําให ศรชล.


มีกองกําลังทางเรือเปนของตนเอง ประกอบกําลังจัดต้งเปน หมวดเรือเฉพาะกิจ
ศรชล.ภาค ๑ – ๓ (แตละหมวดเรือเฉพาะกิจ ศรชล.ภาค ประกอบดวย

เรือตรวจการณ อากาศยาน และอากาศยานไรคนขับ) โดยกําลังท้งหมด

จัดจาก ทร. กองบังคับการตํารวจนํา กรมประมง กรมศุลกากร กรมเจาทา

และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง มาปฏิบัติงานรวมกันต้งแตสภาวะ

ปกติ มีเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชา และมีงบประมาณปฏิบัติงาน
เปนของตนเอง ซ่งหมวดเรือเฉพาะกิจ ศรชล.ภาค ๑ – ๓ สามารถใหการ

สนับสนุนขีดความสามารถในการปฏิบัติการ เพ่อใหบรรลุวัตถุประสงคตาม

ยุทธศาสตรฯ ท่เก่ยวกับความม่นคงทางทะเลได อีกท้งจากการท่ ศรชล.





มีงบประมาณปฏิบัติงานและการเสริมสรางขีดความสามารถเปนของตนเอง

ทร. ซ่งมีบทบาทสําคัญตามโครงสรางการบังคับบัญชา และการปฏิบัติการของ
ศรชล. ภาค ๑ - ๓ สามารถอํานวยการ ประสานงาน และบูรณาการที่เกี่ยว
กับการเสริมสรางขีดความสามารถของ ศรชล. ใหสามารถใชปฏิบัติการ
ตอบสนองตอวัตถุประสงคท่เก่ยวของกับความม่นคงทางทะเลตามขางตนไดอีก



ทางหนึ่งดวย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
148
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


Click to View FlipBook Version