The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นจังหวัดลำปาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaiwut, 2022-02-27 22:16:44

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นจังหวัดลำปาง

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นจังหวัดลำปาง

198
วหิ ารวดั สุชาดาราม พระอุโบสถวดั น้าลอ้ ม พระอุโบสถวัดช้างเผือก เปน็ ตน้ ต่อมาภายหลงั ได้ผันตวั มา
เป็นช่างทาปา้ ยร้านคา้ อาคารสถานที่ ตลอดจนวัดต่างๆ

นกั ออกแบบรนุ่ ใหมท่ ีส่ นใจศึกษาประวัติและผลงานของครูปวน ลว้ นเหน็ ตรงกนั ว่า ปา้ ยและ
การออกแบบตวั อกั ษรบนป้ายของ ป. สวุ รรณสิงห์ สวยงามและมเี อกลกั ษณ์เฉพาะตวั เตม็ ไปด้วย
ความคดิ สร้างสรรค์อนั หลากหลาย เป็นแบบตัวอกั ษรทีพ่ ิเศษ โครงสร้างดแู ปลกตา มรี ายละเอียด
สงู และท่สี าคญั ท่านยังต้ังใจออกแบบแต่ละปา้ ยให้มีรปู แบบและลีลาเข้ากับลักษณะของกจิ การ
นน้ั ๆ อกี ดว้ ย

การแกะสลกั ไม้
เมื่อกล่าวถึง หมู่บ้านแกะสลักไม้ ทสี่ บื ทอดวฒั นธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ แล้ว ประชาชน

ในจังหวดั ลาปางทกุ คนตอ้ งนึกถึงบา้ นหลกุ ต.นาครวั อ.แมท่ ะ จังหวดั ลาปาง แตห่ ากเปน็ ประชาชนใน
ตา่ งจงั หวดั หรอื ตา่ งประเทศตอ้ งนึกถงึ บ้านถวาย อ.หางดง จ.เชยี งใหม่ ทง้ั ที่สินคา้ ทีจ่ าหน่ายท่บี ้าน
ถวายนัน้ ทเี่ กิดจากการรงั สรรค์วัฒนธรรมประเพณี ภมู ิปญั ญาและจินตนาการของชาวบ้านหลุกท่ีไป
สร้างความร่ารวยใหก้ ับชาวจงั หวัด เชยี งใหม่

การแกะสลักไมบ้ ้านหลกุ มผี ู้เลา่ ให้ ฟงั ว่านายจนั ดี แกว้ ชมุ่ ซึ่งเป็นชาวบ้านนาปอ้ อาเภอ
เมือง จังหวดั ลาปางไดม้ าแต่งงานมีครอบครัวอยทู่ ี่บ้านหลกุ ตาบลนาครวั อาเภอแมท่ ะ จงั หวดั ลาปาง
ด้วยพ้ืนฐานของบรรพบุรุษที่เป็นช่าง (สล่า) อยู่แล้วไดไ้ ปพบเห็นการแกะสลักไม้ ช้าง ม้า ขายท่อี าเภอ
แม่สาย จงั หวดั เชยี งราย นายจนั ดจี งึ ได้ซื้อมาแล้วลองทาดู ปรากฏว่าสามารถทาไดเ้ หมอื นของที่ซอื้ มา
เพ่ือนบา้ นจงึ เล่าขานกันไปทัว่ หมบู่ ้าน ตอ่ มามีพอ่ คา้ คนกลางที่คา้ ขายเส้อื ผา้ พื้นเมอื งท่กี รงุ เทพไดม้ า
เหน็ และได้ขอ ซื้อชา้ ง ม้า ท่นี ายจนั ดไี มแ้ กะสลกั ไปขายที่กรงุ เทพฯ ปรากฏว่าขายดี จึงไดส้ ัง่ ให้
แกะสลักไม้ มากข้นึ เร่อื ย ๆ

งานแกะสลกั ไมท้ ีบ่ า้ นหลกุ ประเภทของการแกะสลักไม้ ปัจจบุ ันงานแกะสลักไมท้ ี่บา้ นหลกุ ซึ่ง
ทาดว้ ยมือ มีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้ 1. การแกะสลักเป็นสัตวช์ นดิ ต่าง ๆ ทัง้ สตั วเ์ ลี้ยงและสัตว์ป่า โยสว่ น
ใหญจ่ ะเปน็ สัตว์ 4 เทา้ ตวั อยา่ งเช่น ชา้ ง มา้ กระทิง เป็นต้น 2. การแกะสลกั ไม้ เป็นพืชและดอกไม้
เชน่ กลว้ ยไม้ และดอกไม้ชนดิ ตา่ ง ๆ 3. การแกะสลกั เปน็ ของใช้ และของประดับบา้ น เชน่ ขนั นา้
พานรอง พาย รถมอเตอรไ์ ซด์ หวั อินเดียนแดง เปน็ ต้น

การแกะสลกั จะตอ้ งทาด้วยมือทุกขนั้ ตอนและการแกะลวดลายตอ้ งใช้ความประณีตการจดั ซ้อื
ไมจ้ ะตอ้ งคดั เลือกไม้ท่ีมลี วดลายของไม้สวยงาม ตอนแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆแล้วจะต้องนาผลิตภณั ฑ์
มาตากให้แห้งเพ่อื จะไมท่ าให้ไมแ้ ตก แลว้ ยงั ทาให้ทาสีติดทนนาน การแวด๊ สใี หเ้ ป็นสีธรรมชาติตอ้ งทา
ในท่โี ล่ง และนามาขดั เพมิ่ ความเงางาม การคัดเลือกไมค้ วามเป็นไมท้ แี่ หง้ สนิทและมลี วดลายของไม้ที่
สวยงามเพอ่ื ไม่ให้ไม้แตกงา่ ยเวลาแกะสลกั

การลงสนี า้ มนั แลกเกอรจ์ ะตอ้ งนาผลติ ภัณฑ์ไปตากให้แห้งสนิทกอ่ นจะทาให้สเี ข้าเนอ้ื ไม้ไดด้ ี
ทาให้สวยงามแล้วนามาวาดรูปต่าง ๆ ลงบนไมใ้ ห้สวยงามจนสินคา้ ได้รับรางวลั OTOP

199
งานดาบและศาตราวธุ นครลาปาง

การตดี าบ
ช่างตีดาบทา่ นหนง่ึ แหง่ บา้ นขามแดงคอื สลา่ บญุ ตัน ทา่ นเร่มิ ฝึกหัดตมี ีดต้งั แตอ่ ายุ 13 ปี
ประมาณปี พ.ศ.2507 กบั พอ่ ซึง่ เป็นตระกลู ทสี่ ืบทอดการตดี าบมาตัง้ แต่อดตี โดยพ่อของสล่าบุญตัน
เปน็ ผถู้ า่ ยทอดให้ แรกเร่ิมในการฝกึ ท่านได้ตีดาบก่อน จากน้ันท่านจึงหนั มาตมี ีดอโี ต้ มดี ทาครัวร่วม
ด้วยทาให้ไมไ่ ดต้ ีดาบแบบต่อเนื่อง ท่านเล่าใหฟ้ ังวา่ ดาบทีน่ ยิ มกนั ในสมยั กอ่ นจะเป็นดาบทรงใบข้าว
และทรงวา้ ยลาปาง ซื้อขายกันคิด เป็นกามือ กาละ 1 บาท ใชเ้ หลก็ อังกฤษหรอื เหลก็ หัวแดง หรือ
เหลก็ K99 และจากน้นั ก็ใชเ้ หล็กแหนบในการตดี าบ ปัจจุบันสลา่ บุญตนั ยงั คงตมี ดี เปน็ หลัก และหัน
มาเร่ิมตดี าบอย่างจริงจงั เรมิ่ ตงั้ แตเ่ ดอื นพฤษภาคม 2557 เปน็ ต้นมา โดยการสนับสนนุ ส่งเสริมของ
อาจารย์พงพรรณ เรือนนันชัย เข้ามารื้อฟื้นปรับปรงุ รูปแบบ ทง้ั ทรงดาบ ทรงใบงา้ ว จนทาให้เร่มิ เป็น
ที่รจู้ ักของกลุ่มคนทีส่ นใจดาบเมอื งจนถึงทุกวนั น้ี จากการเกบ็ ข้อมลู ภาคสนามพบว่าเตาตดี าบของ
สล่าบญุ ตัน มีลูกมือชว่ ยกันตีดาบ 3 คน ปรมิ าณการตีดาบ จะตไี ด้ 3 เลม่ ต่อวนั และมีการเลีย้ งเจา้
เตา ด้วยเหล้าไห ไกค่ ู่ ในช่วงวันปใี หม่เมืองหรอื เทศกาลสงกรานต์
การทาฝักดาบ ดา้ มดาบ
เมอ่ื ใบดาบเสรจ็ เรียบร้อย ขน้ั ตอนต่อไปคอื การเอามาประกอบทาฝักและดา้ มดาบ ซง่ึ ใน
ชมุ ชนบ้าน ขามแดง และชมุ ชนใกล้เคียง เช่น บ้านเหลา่ บ้านสนั ทรายนั้น จะมชี า่ งท่รี ับทาดา้ มและฝัก
ดาบหลกั ๆ แลว้ ประมาณ 2 คน โดยท่สี ่ังตีดาบเสร็จสิน้ จากชา่ งตดี าบแลว้ สามารถเอาใบดาบน้นั ๆ
ไปให้ชา่ งเข้าด้ามเข้าฝกั ดาบต่อไปได้ ซึ่งต้องใช้เวลาในการสง่ั ทาพอสมควร ช่างทาฝกั และดา้ มดาบ
ทา่ นแรกคอื พ่อบุญช่วย มาปะละ อายุ 61 ปี (พ.ศ.2558) ได้เริ่มทาฝกั และดา้ มดาบตัง้ แตอ่ ายุ 14 ปี
โดยได้เรียนรู้วธิ กี ารทาจากพอ่ ซึง่ จะทากันหลังจากวา่ งเว้นจากการทานา ซ่ึงในอดีต นน้ั จะทาฝักและ
ด้ามของดาบโชว์ (ดาบทีท่ าสดี าและแดงวางขายตามรา้ นขายของที่ระลกึ ) และดาบท่ีใชง้ านจริง
สมยั กอ่ นไมม่ เี ครอื่ งมอื ท่นุ แรงท่ีเป็นเครอ่ื งจกั รเหมือนดงั ปจั จบุ ัน ซ่งึ เป็นงานฝมี ือแทบทั้งสนิ้ ไมท้ ี่ใช้ทา
ฝกั ดาบนน้ั จะมไี มช้ มุ เห็ดหรือไม้ส้มเห็ด, ไม้สกั , ไม้ซอ้ , ไม้งว้ิ , ไมต้ นี เปด็ หรอื พญาสัตบรรณ, ปจั จุบันก็
ยงั ใชไ้ มเ้ หล่านีอ้ ยู่ ซ่ึงพอ่ บุญช่วยจะหาซื้อไม้เหลา่ นตี้ ามสวนและบ้านคนในละแวกใกล้เคยี ง แล้วตัดมา
เกบ็ ไว้พักนานแรมปี เพ่ือให้เนอ้ื ไมแ้ ห้งสนิทถึงจะนามาเหลาฝกั ดาบได้ นอกจากนย้ี งั รับทาฝกั ดาบ
ตามท่ลี ูกคา้ ตอ้ งการ ลกู ค้า จะเปน็ ผนู้ าไมม้ าให้ เช่น ไมม้ ะเกลือ ไม้ชงิ ชัน เป็นตน้ การทาฝกั ดาบจริง
นัน้ จะทาดว้ ยความละเอยี ด พิถีพิถัน ในหนงึ่ วัน พอ่ บุญชว่ ยจะสามารถทาได้ ประมาณ 3-4 ชุด (ฝกั
ดาบและด้ามดาบ) โดยมีอปุ กรณ์คือ มดี อโี ต้, มีดเหลา, เล่อื ย, เลือ่ ยวงเดือน, เตา่ ก้อม เต่าก่าบ,ี้ สว่าน
เจาะ, เครื่องขดั กระดาษทราย, กาวร้อน และดนิ สอ
พอ่ สมจติ ร สักแก่นแกว้ อายุ 60 ปชี าวบา้ นเหล่า ตาบลเวยี งตาล เปน็ อกี หน่ึงทา่ นทร่ี บั จ้างทา
ดา้ มและฝักดาบ โดยท่านเรมิ่ อาชพี การทาฝกั ดาบมาได้ประมาณ 40 ปแี ลว้ โดยเรมิ่ จากการสงั เกต
จากชา่ งที่ทาฝกั ดาบ และเริม่ ฝึกฝนด้วยตนเองจนยดึ มาเปน็ อาชีพเสริมจนถึงปจั จบุ นั โดยรับทาฝกั
ดาบท่ีใสไ่ ดจ้ ริงโดยการวา่ จา้ งของช่างตีดาบ เช่น พ่อเลย้ี งขวญั ชยั พ่อสลา่ ทัน ซ่ึงระยะเวลาในการทา
ฝักใสด่ าบแต่ละเลม่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชว่ั โมง ใชไ้ มเ้ นือ้ ออ่ นในการทาซ่ึงจะทาให้ตวั ฝกั ดาบมีนา้ หนัก
เบา

200
วิธกี ารทาดา้ มดาบ
1. ตดั ไม้ไผ่ใหไ้ ด้ความยาวประมาณ 2 ใน 3 ของใบดาบ
2. ถากตกแต่งตน้ ด้าม มีขนาดใหญ่ และเรยี วลงขนานกนั ไปจนถึงสุดปลาย มีขนาดจับได้พอดี
มอื
3. ขัดด้วยกระดาษทรายให้ผวิ ไมเ้ รียบเนยี น
4. เจาะรเู พ่อื ใสก่ น่ั ดาบ
วธิ กี ารทาฝกั ดาบ
1. ตัดไมย้ าวประมาณ 1 เมตร ถากตกแต่งครา่ วๆให้ไดร้ ูปทรงของของฝักดาบ
2. ใชเ้ ล่ือยวงเดอื นผ่าไม้ออกเป็น 2 ซกี จากนัน้ นาใบดาบมาทาบ และรา่ งเส้นดนิ สอตาม
ทรงของใบดาบลงบนไม้ 1 ซีก
3. ใช้มีดเหลา ควา้ นให้ไดเ้ ป็นรอ่ งตามรูปทรงทวี่ าดไว้
4. วาดและคว้านไม้อีกซกี แบบเดียวกนั กบั ซกี แรก
5. นาไมท้ ง้ั สองซกี มาประกบกนั และนาใบดาบมาเสียบเขา้ กบั ฝกั ถา้ หากใบดาบติดขดั ก็จะ
ทาการแกไ้ ขจนเสียบใบดาบได้พอดไี มค่ บั และไม่หลวมเกนิ ไป
6. นาใบดาบทใ่ี สก่ ับดา้ มมาเสียบ ทาการเหลาแต่งขอบนอกของหน้าตัดฝกั ใหไ้ ดข้ นาด
เท่ากนั กับต้นด้ามจับ ตกแต่งภายนอกโดยใช้เตา่ ก้อม และเต่าก่าบี้ ไสใหไ้ ดร้ ปู ทรงทส่ี วยงามและได้
ขนาดทีก่ ะทดั รัด
7. ขัดแต่งฝกั ดาบด้วยกระดาษทรายเพอื่ ความละเอยี ดสวยงาม และนาทั้งฝกั ดาบและด้าม
ดาบ เตรยี มสง่ ไปใหช้ า่ งถักหวายตอ่ ไป
งานถกั หวาย
เมือ่ ดาบนาไปเขา้ ด้ามและฝักเรยี บรอ้ ยแลว้ ขั้นตอนต่อไปคือการถักหวายรดั ปลอก (ฝกั ดาบ)
ซึง่ ในชมุ ชนบา้ นเหล่า มีแมพ่ ลอย ศริ ิ อายุ 63 ปี เปน็ ผู้สร้างสรรค์งานดังกลา่ ว ซึ่งทา่ นเรม่ิ ฝกึ หดั ครั้ง
แรกกับพอ่ อุ๊ยป๋งึ ซึ่งเปน็ คณุ ป่ขู องยายพลอย ตัง้ แต่อายุ 8 ปี โดยใชเ้ วลาฝึกทาหลงั จากเลิกเรยี นแล้ว
เรียนรู้ตง้ั แต่กระบวนการเหลาหวาย และถกั หวายจนยายพลอยทาเองเปน็ ทุกขน้ั ตอนการสารหวาย
ลายถกั ดงั กลา่ วชาวบา้ นจะเรียกวา่ “การถกั ปอบสาม”
ยายพลอยเล่าว่าเมื่อจบการศกึ ษาชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ก็ไดอ้ อกมารับจ้างถักหวายใส่ฝกั
ดาบและ ด้ามดาบในราคายุคน้นั เริ่มทฝี่ กั ละ 70 สตางค์โดยใช้หวายจากจังหวดั เชียงรายเป็นวัสดุหลัก
ในการถกั ปอบหวายในปัจจุบนั ยายพลอยใชห้ วายกาหลง ซึ่งซ้อื มาจากจังหวดั เชยี งใหม่ นาเข้ามาจาก
ประเทศอนิ โดนีเซยี ในราคากโิ ลกรมั ละ 260 บาท สาหรับอุปกรณ์สาคัญของงานถกั ปอบหวายคอื มีด
เหลาและผ้ารองมอื
วธิ กี ารทาปอบหวาย
1. ตดั หวายแห้งเปน็ ท่อนยาว 40-60 เซนติเมตร นามาจกั ซอยย่อยออกเป็นเส้น
2. ใช้มีดเหลา เหลาหวายให้เปน็ เส้นเรยี วเลก็ และละเอยี ด
3. นาเสน้ หวายมาพันรอบฝกั ดาบ หรือด้ามดาบ เปน็ การวดั ขนาดของปอบหวาย แล้วถอด

ออกมาถัก
4. เมอ่ื ถักเสร็จแล้ว ก็นาปอบหวายสวมรัดเขา้ ไปตรงตาแหนง่ ทีว่ ดั ไว้

201
นอกจากงานถกั ปอบหวายจะมีแมพ่ ลอย ศิริ เปน็ ผ้สู รรสรา้ งงานแลว้ ภายในชุมชนบา้ นเหล่า
ตาบล เวียงตาล อาเภอหา้ งฉัตร จงั หวดั ลาปางยงั มผี ู้ท่สี ามารถถกั ปอบหลายได้อีกหลายท่าน ได้แก่
แมฟ่ องจันทร์ คาเรือน อายุ 56 ปี, แม่ทองใบ เขยี ววงศ์ตนั อายุ 57 ปี,แมท่ องยอ้ ย เขียววงศต์ ัน อายุ
57 ปแี มส่ ุภาพ คาเรือน อายุ 61 ปี, และนางเหรยี ญทอง รัตนน์ นท์ อายุ 47 ปี ซึง่ ล้วนแล้วแต่เปน็ คน
บา้ นเหลา่ แทบท้ังสนิ้ จากการสอบถามผู้ทส่ี ามารถถักปอบหวายได้ พดู ตรงกนั วา่ เร่ิมการถกั หวาย
ตงั้ แต่เป็นเด็ก ทาสืบตอ่ จากบดิ ามารดา แรกเร่มิ ทาจากดาบโชวป์ ัจจุบนั หันมาทาดาบจรงิ ทาสง่ ขายให้
ลกู ค้าทางจังหวดั เชยี งใหม่ และพระขจรศกั ดิ์ ธมมฺ วโร โดยคิดราคาตามความยาวของใบดาบเริ่มต้ังแต่
500-600 บาท ใช้เวลาในการถักหวาย 1 ชุดเป็นเวลา 5-6 วนั (ตามความละเอียดของหวาย) ถือวา่ ภูมิ
ปัญญาการถักหวายดงั กล่าวเป็นการสืบทอดภูมิปัญญามาจากบรรพบุรุษ ที่ยงั คงไดร้ บั การรักษาและ
สบื ต่อไว้ภายในชุมชนได้เปน็ อยา่ งดี
งานถกั สายดาบ
เมื่องานตัวดาบเสรจ็ แล้ว ก็จะนาดาบเหล่านัน้ ไปทาการตกแต่งตามความตอ้ งการของเจ้าของ
ไมว่ ่าจะนาไปย่างคา (รมควนั ) การนาไปทารัก ทาชาด, หรอื ถ้าเป็นบคุ คลมีฐานะก็จะนาไปหลบู เงิน
หลูบคาตามรปู แบบลกั ษณะทต่ี นตอ้ งการ นอกจากตัวดาบจะสาเรจ็ แล้ว ส่วนที่จะตอ้ งจดั เตรยี มหาไว้
ดว้ ยเชน่ กัน นั่นก็คอื เชือกสายดาบ ซ่ึงจะมีไวส้ าหรบั สะพายพาดบ่าหรือสะพายหลังเพ่อื ความสะดวก
ในการพกพาและการใช้งาน การสะพายดาบของชายล้านนาในอดตี น้นั มหี ลายแบบแล้วแตจ่ ุดประสงค์
ของการใช้งาน ถา้ เปน็ การสะพาย ดาบติดตวั ไปในชวี ติ ประจาวันหรือไปงานต่างๆ ก็มกั จะสะพาย
งา่ ยๆ แล้วแตค่ วามสะดวก แต่หากวา่ ต้องเดนิ ทางไกลหรือตอ้ งขมี่ ้ากจ็ ะสะพายดาบให้กระชับมากขึ้น
สายดาบหรือเชอื กดาบทามาจากผา้ ฝ้ายหรือผ้าไหมนามาสานหุ้มผ้าทฉ่ี ีกเปน็ เส้นหรอื อาจจะใชว้ ธิ ีการ
เย็บเปน็ ปลอกแล้วถักหัวท้ายซึ่งชมุ ชนบา้ นเหลา่ น้ัน นิยมทาเชอื กดาบแบบถกั สานหมุ้ ผา้ ซ่งึ ตอ้ งอาศัย
การท า ค้าง(กา้ ง) ในการถักสานเชือกดาบในแต่ละเส้น จากการลงพน้ื ที่สารวจขอ้ มูล พบว่าภายใน
ชุมชนบ้านเหล่า มีผู้ท่ถี ักสานเชอื กดาบประมาณ 3 ท่าน ไดแ้ ก่ แมบ่ วั ผดั ทรายใจ, แม่พลอย ศริ ิ และ
แม่ไหล มูลเมอื งมา โดยจะทาสง่ ใหก้ บั ช่างดดี าบหรือให้กบั เจา้ ของดาบที่สั่งทาไว้ จากการสมั ภาษณ์แม่
บัวผัด ทรายใจ อายุ 78 ปี ทราบว่าในสมยั ก่อนนัน้ ยายบัวผัดเกดิ ในครอบครัว ทม่ี อี าชีพเกีย่ วขอ้ งกับ
ดาบ ก่อนที่จะหันมาถกั สายดาบน้นั ยายบัวผัด มีอาชพี เป็นแมค่ ้าดาบมากอ่ น พออายมุ าก ขึ้นยายบัว
ผัดจงึ เลิกจากการคา้ ขายดาบ แต่ก็ไมไ่ ดล้ ะทิง้ ในงานทเี่ ก่ียวกับดาบ ปัจจบุ ันยายบัวผดั อาศยั อยูบ่ ้าน
เพียงคนเดียว เปิดบา้ นมุมเลก็ ๆขายของชาและถกั สายมดั ดาบไปดว้ ยเพือ่ คลายเหงา เหนอ่ื ยก็พักผอ่ น
ยายบัว ผัดถกั สายดาบมาเป็นเวลา 10 กวา่ ปีแล้ว ซึ่งเกดิ จากการฝึกฝนด้วยตนเอง ยายบวั ผัดสามารถ
ถักได้วันละ 2 เสน้ หรือประมาณ 8 เมตรซอ้ื ฝ้ายดิบจากร้านในเมอื งลาปางและทาส่งใหก้ ับพระปลดั
ขจรศักด์ิ ธมฺมวโร วัสดุหลกั สาคัญของการถักสานสายดายคือฝา้ ยดิบ สาหรบั ถักและดา้ ยสายสิญจน์
เชือกคอตตอน สาหรบั ทาไส้ ส่วนอุปกรณท์ ี่มคี วามสาคญั คอื กมุ้ สาหรับถัก มะแหละ ลกู ตุม้ ก๋งกา๊ ง
กง๋ ปั๊ดเป็นตน้
วิธีการถักสายดาบ 1.นาฝา้ ยดิบมาใส่ก๋งกา๊ ง 5 กั้น จากนน้ั นาปลายเงือ่ นท้ัง 5 ก้นั มาใส่กง๋ ปดั๊
หมนุ กง๋ ป๊ัดเพ่อื รวบเปน็ 5 เส้น 2.จากนัน้ นาฝ้ายดิบออกจากก๋งป๊ัด มารอ่ นใส่ในมะแหละรลู ะ 5 เสน้
จานวน 3 รู และพันเก็บไวก้ บั ลูกตมุ้ 3.นาไส้เชอื กมาร่อนใส่กบั กมุ้ ถกั แล้วนาเส้นฝา้ ยดบิ มาถัก
ล้อมรอบไสเ้ ชือก

202
นอกจากน้ี ยงั มแี ม่ไหล มูลเมอื งมา อายุ 62 ปคี รอบครวั ทมี่ ีอาชพี ค้าขายดาบโชว์ ทาใหป้ า้
ไหลคลกุ คลอี ยู่กบั อาชีพท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ดาบ ตราบจนถงึ ปัจจุบันปา้ ไหลยงั ได้สืบทอดองคค์ วามรูข้ อง
การถกั เชอื กสายดาบ ซง่ึ เกิดจากการส่งเสริมของ พระขจรศักด์ิ ธมฺมวโร เจา้ อาวาสวัดดอนไชย ได้
ริเร่ิมรวมกลุ่ม ร้ือฟื้นการถักหวาย และถกั เชือกสายดาบ มาเป็นเวลาประมาณ 6 ปีแลว้ ทาเป็นอาชีพ
เสรมิ ช่วงว่างเวน้ จากการทานาทาสวน
งานสานกบุ๊ ละแอ กบุ๊ เสิกหรือก๊บุ ศึก
กุบ๊ เสกิ หรอื กบุ๊ ศกึ คอื หมวกปีกกว้าง ยอดแหลม โครงสร้างสานด้วยไมไ้ ผ่ แลว้ ทารักทับผวิ
หลาย ๆ ชั้น กอ่ นขดั ผวิ จนพ้ืนผวิ เรียบเนยี นเปน็ เนือ้ เดียว แลว้ นามาประดบั โดยการปนั้ รักกระแหนะ
ดว้ ยลวดลาย ทารัก แลว้ ปิดทอง หมวกในลกั ษณะน้ี ใช้เปน็ เครอื่ งประดบั ยศและใช้สาหรับเจา้ เมอื ง
หรือเหลา่ แม่ทพั คนสาคัญๆ ใน หัวเมอื งฝา่ ยเหนอื รวมไปถึงใช้สาหรับสวมออกศกึ ซึ่งปจั จุบันสามารถ
ชมกบุ๊ ศึกของจริงได้ในพพิ ิธภัณฑว์ ัดพระธาตุลาปางหลวง, วัดพระเจดยี ซ์ าวหลงั , วัดเชียงราย, และวัด
พระแก้วดอนเต้าสชุ าดาราม เป็นต้น
พอ่ แสวง ศิริ อายุ 64 ปีชาวบา้ นเหล่า เริม่ สานกบุ๊ ละแอ เป็นเวลาประมาณ 5 ปีแล้ว
เน่ืองจาก พ่อ แสวง มีความสามารถในด้านการจักสาน ตะกร้า กระบุง อาจารย์พงษ์พรรณ เรอื นนัน
ชยั จงึ เลง็ เหน็ ฝีมอื ในดา้ นการจักสานของพ่อแสวง ได้นากบุ๊ ละแอมาเป็นตัวอย่างให้ดู พอ่ แสวงจงึ
ทดลองฝกึ หัดสานจนมคี วามเชีย่ วชาญ สามารถต่อยอดสานกุ๊บได้หลากหลายรปู ทรง ตามท่ีลกู ค้า
ตอ้ งการ ในระยะหลงั นอกจากจะสานกุบ๊ ละแอ ใน รูปแบบดง้ั เดมิ เป็นประจาแล้ว ยังมลี กู ค้านาแบบท่ี
ต้องการมาเป็นตัวอยา่ งใหพ้ อ่ แสวงสานอีกดว้ ย รปู ทรงที่สาน อย่เู ปน็ ประจาคอื ทรงกุ๊บละแอ ทรงก๊บุ
กะโล่ และทรงกุ๊บกะโล่ทรงสงู ปกี สนั้ จาหนา่ ยในราคาใบละ 500 บาท ซ่งึ ใช้เวลาว่างเว้นจากการทา
นา ในเวลาเรง่ ดว่ นใช้เวลา 2 วันเตม็ จะได้กบุ๊ 1 ใบ ถา้ ใชเ้ วลาวา่ งเหลอื จากงานอน่ื ใชเ้ วลา 5-7 วันต่อ
1 ใบ ในการสานกบุ๊ ละแอ ทพ่ี อ่ แสวง ศิริ สานขนึ้ รูปนั้นจะใช้หวายท่จี กั สาเร็จแลว้ (หวายฟอก) ซือ้
จาก อาเภอ หางดง จงั หวัดเชียงใหม่ ซงึ่ ขนาด 2 มิลลเิ มตรกิโลกรัมละ 480 บาท และขนาด 3
มลิ ลเิ มตร กิโลกรมั ละ 360 บาท โดยมวี ัสดหุ ลักในการทาคอื ไม้สกั ไม้ไผบ่ ง ไม้ไร่ลอ หวาย เขม็ ดา้ ย
กาวรอ้ น ส่วนอุปกรณ์ก็จะมี พมิ พ์ ทใี่ ชเ้ ป็นตน้ แบบกลงึ จากปูนปลาสเตอร์ มมี ีด, มดี เหลา, และ
กรรไกร
การสานกุ๊บละแอ 1.นาเส้นตอกมามัดยอดตั้งครอบต้นแบบปนู ปลาสเตอร์ โดยเส้นตัง้ จะเป็น
ตอกไมบ้ งหรือไมไ้ ร่ลอ 2.นาเส้นนอนท่เี ป็นหวาย ขนาดประมาณ 3 มิลลเิ มตร มาสานโดยใช้ลายสอง
สานวนตงั้ แต่ยอดกุบ๊ ลงไปเร่อื ย ๆ จน ถงึ สดุ ปกี กุ๊บต้นแบบ ตัดแตง่ เส้นต้ังท่ีเป็นสว่ นเกินปลายปีกออก
3.เหลาไมไ้ ผ่เป็นเสน้ ขนาด 2 มิลลิเมตรมาเยบ็ เก็บใสข่ อบปีกกุบ๊ และใสห่ รู ้อยเชือกรัดคาง 4.กลึงไม้
สักเพอื่ เสยี บยอดกบุ๊ เปน็ ยอดแหลม
กอ๋ งป่จู า
กอ๋ งปู่จาหรอื ทีเ่ รียกกนั ในภาษากลางวา่ กลองบูชาหรือกลองปูจาน้นั เปน็ 1 ใน 5 กลองใน
ตานานประวัตศิ าสตรพ์ ้นื บา้ นภาคเหนือ เป็นกลอง 2 หน้า เปน็ กลองหลวง ศักดิ์สิทธ์ิทางศาสนจกั ร
กลอ่ งหวั ใจกลองลงอักขระเรยี กว่า ยันตน์ า้ เต้า เป็นกลองชมุ (มีกลองขนาดตา่ งๆรวมกัน) มีกลองหลวง
พร้อมกลองเล็กสาหรบั ใช้ไลเ่ สยี งเปน็ บรวิ าร

203
คาว่า กลองบูชา ภาษาไทยและอักขระวธิ เี ขียนอกั ษรธรรมทใ่ี ชอ้ ย่างเดยี วกันแตอ่ ่านออก
เสียงตา่ งกนั ท่ีว่า “กลองบูชา กบั “ก๋องปู่จา”
กลองบูชา (ก๋องป่จู า) คือ กลองหลวงบชู า ในเรือนกลองมีกล่องเสยี ง เรอื นน้าเต้าจารกึ ยันต์
คาถาอนั ศกั ดิ์สทิ ธ์ิ เป็นดนตรชี นิดเครอื่ งกระทบประเภทเครอ่ื งหนัง ใช้ตีบรรเลงดว้ ยทอ่ นไม้ หรือค้อน
ไมต้ ีกลอง
ก๋องป่จู า เปน็ กลองสองหน้าขนาดใหญ่แขวนหรอื วางอย่บู นหอกลองหรือศาลาตามวัด
ต่างๆ ในเขตภาคเหนอื ตอนบน กลองท่ีมขี นาดใหญ่ชือ่ ว่า “กลองหลวง” หรือบางทอ้ งทเ่ี รียกว่า
“กลองตึ้ง” นอกจากนย้ี งั มีกลองขนาดเลก็ จานวน 2-3 ใบ ผกู ไว้ใกล้ ๆ กลองหลวงเพื่อตสี อดแทรก
สลับเสียงกลองหลวงเรยี กว่า “กลองลกู ตบุ๊ ”
ก๋องปู่จา เปน็ เครอ่ื งดนตรปี ระเภทตี เป็นกลองมีลักษณะเป็นกลองสองหน้า ขนาดใหญ่ ตวั
กลองใชไ้ ม้จริง เชน่ ไมส้ กั ,ไมข้ นุน,ไมป้ ระดู่,ไม้แดง,ไม้ชิงชัน ขดุ เปน็ โพรงข้นึ หนา้ ด้วยหนัง ใชห้ มุดไม้
หรอื ภาษาพ้ืนบา้ นเรยี กว่าแส้ เปน็ ตวั ขึงหนงั หน้ากลองใหต้ ึง หน้ากวา้ งประมาณ 90 ซ.ม.ขึน้ ไป ยาว
ประมาณ1.5 เมตร ขนาดไม่แนน่ อนแลว้ แตไ่ มท้ ีท่ า กอ่ นหุม้ กลองต้องทาการบรรจุหัวใจกลองไว้ขา้ งใน
ตวั กลอง แลว้ จงึ ห้มุ กลองดว้ ยหนังวัวหรือหนงั ควาย ใช้นา้ เต้าแห้งลงอกั ขระโบราณ คาถาเมตตามหา
นยิ ม ผา้ ยนั ตแ์ ละของมีค่าทีถ่ อื ว่าศกั ดิ์สทิ ธ์ิ บรรจุรวมลงไปในนา้ เต้า นาไปแขวนไว้ในตวั กลองใบใหญ่
ส่วนกลองใบเล็กอกี 3 ใบที่เรียกว่ากลองลูกตุบ๊ น้ันทาเหมอื นกบั กลองใบใหญแ่ ต่ข้างในตวั กลองไมม่ ี
การบรรจุหัวใจกลอง มขี นาดหน้ากวา้ ง 12-18 น้ิว ความยาวของกลองลูกตุบ๊ 18-24 น้ิว
ชดุ ของกลองปู่จา ประกอบดว้ ยกลองขนาดใหญ่ 1 ใบ และกลองเล็ก(กลองลกู ตุ๊บ) อีก 3 ใบ
กลองลกู ตบุ๊ ใชว้ างเรียงซ้อนกนั ข้างลา่ ง 2 ใบ และขา้ งบน 1 ใบ วางไว้ทางซา้ ยกลองแม่หรอื กลองใหญ่
ถา้ เหน็ กลองลูกตุ๊บวางซ้อนกนั ไวด้ า้ นขวากลองใหญจ่ ะใช้วธิ กี ารตอี ีกแบบหนง่ึ เรียกวา่ “กลองจัย
มงคล”
ความเป็นมา ตารากอ๋ งปู่จา ของ พระราชคุณาภรณ์ อดตี เจ้าคณะจังหวัดลาปาง (กิตติมศักด์ิ)
ให้จังหวะการตีก๋องป่จู าว่า ตะ๋ ต๋บุ ต๋ะ ทงึ่ นั่งตุ๋บบุ้ย ใช้ตีในโอกาสต่างๆ ดงั นี้
1. ตีเรยี กประชุม ใหญ้ าติโยม ชาวบา้ นรับทราบหรอื นดั หมายเชน่ การนาเอาเครือ่ งไทยธรรม
ไปถวายรว่ มทาบุญงานฉลองหรอื ตีเปน็ สญั ญาณ วธิ ตี ีคอื ตีทมุ้ ทมุ้ ทุ้ม รัว 3 รา (ตีแบบรัว)
2. ตียามมเี หตุดว่ น เหตรุ ้ายเกิดขนึ้ เช่น อัคคภี ัย วาตะภัย อุทกภยั เสนาสนะล้มโคน่ พงั หรือ
เสียหายจากภยั อุบัติเหตุตา่ งๆ ตี 3 ต้งั ตีทุ้ม ทุ้ม ทุ้ม ........................
3. ตีตอนพระภิกษุ สามเณรเทศนาจบ หรือพิธีทางศาสนาเสร็จสน้ิ เชน่ งานตานกว๋ ยสลาก
หรืองานฉลองเสนาสนะงานบุญจบแล้ว เปน็ การโมทนาทานวนั นน้ั หรอื ทน่ี ยิ มกันมากคอื ในงานเทศน์
มหาชาติ หลงั จากทีพ่ ระภกิ ษุสามเณรเทศนาธรรมกัณฑ์มหาชาตใิ นธรรมมหาเวสสันดรชาดกจบในแต่
ละกัณฑ์ โดยใชเ้ พลงสดุ ธรรม ผู้ตี 2 คน คนหนึง่ ตีคอ้ น อีกคนหนงึ่ ตไี มแ้ ซะ (ไมแ้ ส)้
4. ตบี ูชาแกว้ ทงั สาม หรือบูชาพระรัตนตรัย มคี นตีก๋องเพม่ิ อกี 2 คน คือ ตฆี ้องและตีฉาบ
(สว่า) ตใี นวนั ขึน้ หรือแรม 7 ค่า 14 คา่ ตีเวลาประมาณ สองทมุ่ ถงึ ส่ที มุ่ (เพลงพุทธบชู า) เสียงกอ๋ งปูจ่ า
แก้วทงั สามตเี พ่อื เป็นการบอกให้ทราบว่าวนั ร่งุ ขึน้ เป็นวนั พระหรอื วนั ธรรมสวนะ
กลองบูชาเป็นกลองที่มีความสาคัญอยา่ งยิง่ ระหวา่ งวัดกับชมุ ชนในอดตี ดังนั้น ตั้งแต่เร่มิ
ทากลองจนกระท่ังนากลองขน้ึ หอกลองจะตอ้ งมีพธิ ีกรรมเขา้ มาเกี่ยวข้องหลายขน้ั ตอน ยกตวั อย่าง
เช่น ก่อนหุ้มกลองตอ้ งทาการบรรจุหวั ใจกลองไว้ขา้ งในตวั กลองแล้วจงึ ห้มุ ด้วยหนังววั หรอื หนงั ควาย

204

หัวใจกลองจะประกอบไปดว้ ยของมีค่า ผา้ ยันต์ คาถา บรรจุรวมลงไปในนา้ เตา้ นาไปแขวนไวใ้ นตวั
กลองหลวง

การตีกอ๋ งปจู่ า เปน็ ศิลปะการแสดงพนื้ บา้ นของภาคเหนืออย่างหนงึ่ ซึง่ มกั พบเหน็ ในขบวนแห่
หรืองานแสดงศิลปะพ้นื บา้ นโดยทว่ั ไป ลลี าในการตีมลี ักษณะโลดโผนเร้าใจ มกี ารใช้อวัยวะหรอื ส่วน
ของร่างกายทีใ่ ชเ้ ป็นอาวุธใช้ประกอบในการตีดว้ ยทาใหก้ ารตีก๋องป่จู าเปน็ ทป่ี ระทับใจของผู้ท่ไี ดช้ ม
จนเปน็ ทน่ี ยิ มกนั อย่างกวา้ งขวางในปัจจบุ นั นับไดว้ ่าศิลปะการตกี อ๋ งปจู่ าเป็นศลิ ปะทีน่ าชอื่ เสียง
ทางด้านวัฒนธรรมสภู่ าคเหนอื ไม่นอ้ ย

ก๋องปูจ่ าใชต้ ีได้หลายโอกาสท้งั ในพิธีกรรมทางศาสนาและงานของมวลชน เป็นตน้ วา่
เปน็ สญั ญาณของการทาบญุ จะตปี ระมาณ 2-3 ท่มุ ในคืนกอ่ นวันพระเพื่อเป็นสญั ญาณให้ศรทั ธา
ชาวบา้ นได้ทราบวา่ วนั ร่งุ ขนึ้ จะเป็นวันพระ เพื่อสาธชุ นจะได้เตรยี มตัวหรือเตรียมพรอ้ มในการปฏบิ ัติ
ตนใหง้ ดเว้นจากอบายมขุ การเบยี ดเบียนสตั ว์ การใช้แรงงานสัตวก์ ระทาความดีละเว้นความชั่วทา
จติ ใจใหผ้ ่องใสและเตรียมไปทาบุญที่วัดในยุคสมัยท่ยี งั ไม่มนี าฬกิ า วทิ ยุ โทรทัศน์ แพร่หลายเช่นทกุ
วนั นี้ เสยี งเพลงกลองจากวัดในยามค่าคนื จึงเปน็ ไดท้ ้ังนาฬกิ าและความบันเทงิ ทส่ี ามารถกล่อม
ชาวบา้ นหรอื เด็ก ๆ ให้นอนหลบั อยา่ งดนี อกจากนี้ ยงั เปน็ ความบันเทงิ สาหรบั ชายหนมุ่ ในหมูบ่ า้ นท่ีมี
รสนิยมทางเพลงกลอง จะได้มาชุมนุมฝกึ หดั และถ่ายทอดวิชาเพลงกลองจากผู้มีฝีมือหรอื ผมู้ อี าวุโส
ตานานท่เี ลา่ สืบมาและเชอื่ วา่ อยู่ในธรรม แตย่ งั ไมม่ ีใครคน้ ควา้ ลงลกึ วา่ อยูใ่ นธรรมบทใด
อาจารย์สักเสริญ(ศักด)ิ์ รตั นชยั พอ่ ครเู ฉลมิ กายสิทธ์ิ พอ่ ครูประเสริฐ สมมุ่ง พ่อแสน ฟคู าและพอ่ ก๋อง
แก้ว บา้ นยางออ้ ย อาเภอห้างฉตั ร เลา่ ว่า การทากอ๋ งปู่จาต้องใชห้ นงั วัว หนังควายหุม้ หนา้ กลอง ซึ่งมี
กลองท้ังหมดมี 4 ใบ แล้วนาไปตงั้ บนหอกลองในวัด

ในสมัยกอ่ นผูเ้ ฒา่ ผู้แก่เล่าให้ลกู หลานฟงั ว่า ยักษ์จะมากินคนทุก ๆ 7 วันพระอนิ ทรจ์ งึ ลง
มาชว่ ยโดยสรา้ งกลองใบหน่ึงขึน้ มา และสลักคาถาวา่ “วะ” เป็นรูปวงกลมไว้ในตัวกลองคราวที่ผ้หู ญงิ
นางหนง่ึ จะตอ้ งเปน็ ผ้ทู ่ถี ูกยกั ษ์กิน พระอินทรจ์ ึงเอานางไปซ่อนไว้ภายในกลองคนต่างช่วยกนั ตีกลอง
เสียงดังกระห่มึ ออกมาเป็นคาถา “วะ” มลี กั ษณะเปน็ คลนื่ เสียงกระจายออกเป็นวงกลม ยักษท์ นฟัง
ไม่ไดจ้ ึงหนไี ปและไมม่ ากนิ คนอกี พอ่ หนานก๋องแก้ว บ้านยางอ้อย อาเภอห้างฉัตร หยบิ เอาเรือ่ งราว
จากปั๊บในธรรมมาเล่าใหฟ้ ังคล้าย ๆ กัน ผิดแต่วา่ หญงิ นางน้ันหนเี ขา้ ไปซอ่ นในกลอง หลงั จากกลับ
จากไปวดั กราบพระเพราะถงึ คราวท่ตี นจะต้องถูกสงั เวยแกย่ กั ษ์ ยกั ษ์หาเท่าไหรก่ ไ็ มเ่ จอ กลับไปพบ
ต๊บุ ต๊ะ ปลกู กลว้ ยพนั หวีจึงแบง่ ใหย้ ักษ์กินจนอิ่ม และจากไปโดยไมก่ นิ คน

แหล่งทม่ี าของขอ้ มลู
สานักงานจงั หวดั ลาปาง ศาลากลางจงั หวดั ชั้น 4
ถนนวชริ าวุธดาเนิน ตาบลพระบาท อาเภอเมอื งลาปาง จงั หวัดลาปาง 52000
โทร./แฟกซ์ 0 5426 5027
http://lumpangfamily.multiply.com/journal/item/11
http://www4.sac.or.th/museumdatabase/detail_museum.php?get_id=34-
014&word=%
http://www.lannacorner.net/lanna2008/article/article.php?type=A&ID=740
www.tunghua.go.th/files/dynamiccontent/file-1030.doc
www.lovethailand.biz/travel/th/3-ลาปาง/6289-พระธาตผุ าดนิ .html

205

http://www.thaitambon.com/travel/03624125810
http://www.lampang.go.th/travel/data/placetour/wangnua.htm
https://sites.google.com/site/lampangggggg/hna-raek/silpa-wathnthrrm
https://th.wikipedia.org/wiki/
http://www.museumthailand.com
https://www.m-culture.go.th/lampang
http://ich.culture.go.th/

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

ทสี่ ัมพันธโ์ ดยตรงกับสาระท่ี 1 เรื่อง ภมู ศิ าสตร์ของทอ้ งถิ่น

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ป.3/1, ป.3/2 ตัวชว้ี ัด
สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ส 5.1

ส 5.2 ป.3/5, ป.3/6
ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวช้ีวัดทก่ี ำหนดในตำรำงนี้ เปน็ มำตรฐำนและตัวชี้วดั ที่สัมพันธโ์ ดยตรง

กบั สำระท้องถิน่ นเ้ี ทำ่ นน้ั

2) มำตรฐำนและตัวช้ีวัดสำระภูมิศำสตร์ (ส.5.1 และ ส.5.2) ในกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ

ศำสนำ และวัฒนธรรม ใช้ตำมฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560

3) หำกครูผู้สอนพจิ ำรณำเหน็ ว่ำรำยวิชำใดมีมำตรฐำนและตัวช้วี ัดอนื่ ทส่ี อดคล้องกบั

สำระท้องถนิ่ น้ี กส็ ำมำรถปรับหรือบรู ณำกำรสำระทอ้ งถ่ินนใ้ี นกำรสอนได้

4) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชวี้ ัด
ตัวอักษร: ป หมำยถงึ ประถมศึกษำ, ม หมำยถงึ มธั ยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลังตัวอกั ษร หมำยถึง ชน้ั ปี
ตัวเลขหลงั เคร่ืองหมำย / หมำยถงึ ลำดับทขี่ องตัวชี้วดั ตำมหลักสตู รแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ทส่ี มั พันธโ์ ดยตรงกับสาระที่ 2 เร่ือง ประวตั ิและความเป็นมาของทอ้ งถิ่น

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด
ส 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ส 4.3 ป.1/2, ป.1/3

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวชวี้ ดั ทกี่ ำหนดในตำรำงน้ี เป็นมำตรฐำนและตัวชว้ี ดั ที่สมั พันธโ์ ดยตรง

กบั สำระท้องถิ่นนเ้ี ท่ำนนั้

2) หำกครผู สู้ อนพจิ ำรณำเหน็ วำ่ รำยวิชำใดมีมำตรฐำนและตัวช้ีวดั อนื่ ทสี่ อดคลอ้ งกบั

สำระทอ้ งถิ่นนี้ กส็ ำมำรถปรับหรอื บูรณำกำรสำระท้องถน่ิ นใ้ี นกำรสอนได้

3) คำอธิบำยรหสั ตัวชี้วดั
ตัวอักษร: ป หมำยถึง ประถมศึกษำ, ม หมำยถึง มัธยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลงั ตัวอกั ษร หมำยถึง ชั้นปี
ตัวเลขหลังเคร่ืองหมำย / หมำยถงึ ลำดับทข่ี องตัวชวี้ ัดตำมหลักสตู รแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ดั
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ทส่ี ัมพันธโ์ ดยตรงกับสาระท่ี 3 เร่ือง ประเพณแี ละวัฒนธรรมทอ้ งถิน่

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด
ภำษำไทย
ท 4.1 ป.2/5, ป.3/6, ป.4/7, ป.5/3, ป.6/2, ม.4-6/5
สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
ท 5.1 ม.3/1
ส 2.1 ป.3/1

ส 4.2 ป.2/1, ป.3/2, ป.3/3

ส 4.3 ป.1/3, ป.2/2

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวช้ีวดั ทกี่ ำหนดในตำรำงนี้ เปน็ มำตรฐำนและตัวชีว้ ัดที่สมั พันธโ์ ดยตรง

กบั สำระท้องถิ่นนเี้ ท่ำนน้ั

2) หำกครูผูส้ อนพจิ ำรณำเหน็ วำ่ รำยวชิ ำใดมีมำตรฐำนและตัวชว้ี ดั อน่ื ทสี่ อดคลอ้ งกบั

สำระทอ้ งถ่นิ นี้ กส็ ำมำรถปรบั หรือบรู ณำกำรสำระทอ้ งถ่นิ นใี้ นกำรสอนได้

3) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชี้วัด
ตัวอักษร: ป หมำยถงึ ประถมศึกษำ, ม หมำยถงึ มธั ยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลังตัวอกั ษร หมำยถึง ชน้ั ปี
ตัวเลขหลังเคร่ืองหมำย / หมำยถึง ลำดับทข่ี องตัวชี้วัดตำมหลกั สตู รแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ดั
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ทสี่ ัมพันธโ์ ดยตรงกับสาระท่ี 4 เรื่อง บุคคลสาคัญของทอ้ งถ่นิ

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้วี ดั
สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ส 1.1 ม.1/11
ส 2.1 ป.3/4
ส 4.3 ป.2/1

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวช้วี ัดทก่ี ำหนดในตำรำงนี้ เปน็ มำตรฐำนและตัวช้วี ดั ที่สัมพันธโ์ ดยตรง

กบั สำระทอ้ งถ่ินนเ้ี ทำ่ นนั้

2) หำกครผู ้สู อนพจิ ำรณำเหน็ วำ่ รำยวิชำใดมมี ำตรฐำนและตัวช้วี ัดอน่ื ทส่ี อดคลอ้ งกบั

สำระทอ้ งถนิ่ นี้ กส็ ำมำรถปรบั หรือบูรณำกำรสำระทอ้ งถ่ินนใี้ นกำรสอนได้

3) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชี้วัด
ตัวอักษร: ป หมำยถึง ประถมศึกษำ, ม หมำยถึง มัธยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลังตัวอกั ษร หมำยถึง ชนั้ ปี
ตัวเลขหลังเครื่องหมำย / หมำยถึง ลำดับทข่ี องตัวชีว้ ดั ตำมหลักสูตรแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ทสี่ ัมพันธโ์ ดยตรงกับสาระที่ 5 เรื่อง ศิลปหตั ถกรรมและผลิตภัณฑ์ในทอ้ งถิ่น

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั
สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ส 3.2 ป.4/1

ศิลปะ ศ 1.2 ป.2/2, ป.3/1, ป.3/2, ป.4/1, ป.5/2, ป.6/2,
ป.6/3, ม.1/1

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวช้วี ัดทก่ี ำหนดในตำรำงนี้ เป็นมำตรฐำนและตัวชีว้ ดั ที่สัมพันธโ์ ดยตรง

กบั สำระท้องถ่ินนเ้ี ทำ่ นนั้

2) หำกครผู ้สู อนพจิ ำรณำเหน็ วำ่ รำยวชิ ำใดมีมำตรฐำนและตัวช้ีวดั อนื่ ทสี่ อดคล้องกบั

สำระทอ้ งถิ่นน้ี กส็ ำมำรถปรบั หรือบูรณำกำรสำระท้องถิ่นนใี้ นกำรสอนได้

3) คำอธบิ ำยรหสั ตัวช้วี ัด
ตัวอักษร: ป หมำยถึง ประถมศึกษำ, ม หมำยถงึ มธั ยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลงั ตัวอกั ษร หมำยถึง ช้ันปี
ตัวเลขหลงั เคร่ืองหมำย / หมำยถึง ลำดับทขี่ องตัวช้วี ดั ตำมหลกั สูตรแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ัด
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

ทส่ี มั พันธโ์ ดยตรงกับสาระท่ี 6 เร่ือง อาชีพในทอ้ งถิ่น

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั
สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ส 3.2 ป.4/1

กำรงำนอำชพี ส 4.2 ป.2/1

ส 5.2 ป.3/2
ง 4.1 ป.5/1

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวช้ีวัดทก่ี ำหนดในตำรำงน้ี เปน็ มำตรฐำนและตัวชว้ี ัดที่สมั พันธโ์ ดยตรง

กบั สำระทอ้ งถ่ินนเ้ี ทำ่ นนั้

2) มำตรฐำนและตัวช้วี ัดสำระภมู ศิ ำสตร์ (ส.5.1 และ ส.5.2) ในกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ

ศำสนำ และวฒั นธรรม ใชต้ ำมฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560

3) หำกครผู ้สู อนพจิ ำรณำเหน็ ว่ำรำยวิชำใดมมี ำตรฐำนและตัวชีว้ ดั อน่ื ทส่ี อดคล้องกบั

สำระท้องถ่ินนี้ กส็ ำมำรถปรับหรือบูรณำกำรสำระท้องถิน่ นใ้ี นกำรสอนได้

4) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชีว้ ดั
ตัวอักษร: ป หมำยถึง ประถมศึกษำ, ม หมำยถงึ มัธยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลงั ตัวอกั ษร หมำยถึง ช้นั ปี
ตัวเลขหลังเคร่ืองหมำย / หมำยถงึ ลำดับทข่ี องตัวชี้วัดตำมหลักสตู รแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ดั
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ทสี่ มั พันธโ์ ดยตรงกับสาระที่ 7 เรื่อง ดนตรี เพลง และการแสดงพ้ืนเมอื ง

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วดั
ภำษำไทย
ท 1.1 ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ศิลปะ
ท 5.1 ป.2/2, ป.3/1, ป.4/1, ป. 4/3, ป.5/1, ป.5/2,
ป.5/3, ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ศ 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.5/1
ศ 3.1 ม.1/3, ม.4-6/1

ศ 3.2 ป.3/1, ป.5/2, ม.2/2

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวชีว้ ัดทกี่ ำหนดในตำรำงน้ี เป็นมำตรฐำนและตัวชี้วดั ที่สมั พันธโ์ ดยตรง

กบั สำระทอ้ งถ่ินนเี้ ทำ่ นน้ั

2) หำกครูผูส้ อนพจิ ำรณำเหน็ วำ่ รำยวชิ ำใดมมี ำตรฐำนและตัวช้วี ดั อน่ื ทส่ี อดคล้องกบั

สำระทอ้ งถ่นิ น้ี กส็ ำมำรถปรับหรือบูรณำกำรสำระท้องถิ่นนใ้ี นกำรสอนได้

3) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชีว้ ัด
ตัวอักษร: ป หมำยถึง ประถมศึกษำ, ม หมำยถึง มัธยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลงั ตัวอกั ษร หมำยถงึ ชน้ั ปี
ตัวเลขหลงั เครื่องหมำย / หมำยถึง ลำดับทข่ี องตัวชวี้ ัดตำมหลักสตู รแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ทสี่ มั พันธโ์ ดยตรงกับสาระท่ี 8 เรื่อง นิทาน เร่ืองเลา่ ตานาน และวรรณกรรมพื้นบ้าน

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด
ภำษำไทย
ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.6/3, ป.6/4,ป.6/5,

ท 1.1 ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5,

ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8

ท 2.1 ม.4-6/3

ป.3/1, ป.4/1, ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.6/1,

ท 5.1 ป.6/2 ป.6/3, ม.1/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4,

ม.3/1, ม.4-6/5

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวชวี้ ดั ทก่ี ำหนดในตำรำงนี้ เป็นมำตรฐำนและตัวช้วี ัดท่ีสัมพันธโ์ ดยตรง

กบั สำระทอ้ งถิน่ นเ้ี ทำ่ นน้ั

2) หำกครผู ้สู อนพจิ ำรณำเหน็ ว่ำรำยวชิ ำใดมีมำตรฐำนและตัวชว้ี ัดอน่ื ทสี่ อดคลอ้ งกบั

สำระทอ้ งถ่ินนี้ กส็ ำมำรถปรบั หรอื บูรณำกำรสำระท้องถนิ่ นใ้ี นกำรสอนได้

3) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชว้ี ดั
ตัวอักษร: ป หมำยถงึ ประถมศึกษำ, ม หมำยถึง มัธยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลงั ตัวอกั ษร หมำยถึง ช้นั ปี
ตัวเลขหลงั เครื่องหมำย / หมำยถงึ ลำดับทข่ี องตัวชวี้ ัดตำมหลกั สูตรแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ดั
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ทส่ี มั พันธโ์ ดยตรงกับสาระที่ 9 เรื่อง เกมและการละเล่นพื้นบา้ น

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ
พ 3.2 ป.3/2, ป.5/1
ศิลปะ
ศ 3.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวช้วี ดั ทก่ี ำหนดในตำรำงน้ี เป็นมำตรฐำนและตัวชว้ี ัดที่สมั พันธโ์ ดยตรง

กบั สำระท้องถ่ินนเี้ ทำ่ นนั้

2) หำกครผู สู้ อนพจิ ำรณำเหน็ วำ่ รำยวิชำใดมีมำตรฐำนและตัวช้วี ัดอนื่ ทส่ี อดคลอ้ งกบั

สำระท้องถ่นิ น้ี กส็ ำมำรถปรับหรอื บูรณำกำรสำระท้องถิ่นนใี้ นกำรสอนได้

3) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชว้ี ดั
ตัวอักษร: ป หมำยถงึ ประถมศึกษำ, ม หมำยถงึ มัธยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลังตัวอกั ษร หมำยถงึ ช้นั ปี
ตัวเลขหลงั เครื่องหมำย / หมำยถงึ ลำดับทขี่ องตัวชว้ี ัดตำมหลักสตู รแกนกลำงฯ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ทสี่ ัมพันธโ์ ดยตรงกับสาระที่ 10 เร่ือง แหล่งเรยี นรู้และภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั
ภำษำไทย
ท 3.1 ม.1/5, ม.2/5, ม.3/3
สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
ส 2.1 ป.5/4

ส 4.2 ป.5/4
ส 4.3 ป.2/2

หมายเหตุ
1) มำตรฐำนและตัวชวี้ ดั ทกี่ ำหนดในตำรำงน้ี เปน็ มำตรฐำนและตัวชวี้ ัดท่ีสมั พันธโ์ ดยตรง

กบั สำระท้องถน่ิ นเี้ ทำ่ นน้ั

2) หำกครูผสู้ อนพจิ ำรณำเหน็ ว่ำรำยวชิ ำใดมมี ำตรฐำนและตัวช้วี ัดอนื่ ทส่ี อดคลอ้ งกบั

สำระท้องถิ่นน้ี กส็ ำมำรถปรับหรอื บูรณำกำรสำระท้องถ่นิ นใี้ นกำรสอนได้

3) คำอธบิ ำยรหสั ตัวชี้วดั
ตัวอักษร: ป หมำยถงึ ประถมศึกษำ, ม หมำยถงึ มัธยมศึกษำ
ตัวเลข: ตัวเลขหลงั ตัวอกั ษร หมำยถึง ช้นั ปี
ตัวเลขหลงั เคร่ืองหมำย / หมำยถึง ลำดับทขี่ องตัวชี้วัดตำมหลกั สตู รแกนกลำงฯ


Click to View FlipBook Version