The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการบริหารจัดการศูนย์นันทนาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-06-01 00:44:31

แนวทางการบริหารจัดการศูนย์นันทนาการ

แนวทางการบริหารจัดการศูนย์นันทนาการ

Keywords: การบริหารศูนย์นันทนาการ,ศูนย์นันทนาการ

สว่ นท่ี 3 การจดั การสง่ิ อ�ำ นวยความสะดวกทางนันทนาการ

เกิดการใช้อาคารอย่างมีประสิทธิภาพ (บัณฑิต จุลาสัย และ เสริชย์
โชตพิ านชิ . 2547; เสรชิ ย์ โชตพิ านชิ . 2553; พมิ พย์ หิ วา จำ� รญู วงษ.์ 2551)
การจัดการสิ่งอ�ำนวยความสะดวกจะมุ่งเน้นให้มีการใช้
และจัดการอาคาร สถานท่ี ระบบประกอบอาคาร พ้ืนที่ และองค์ประกอบ
อ่ืนที่มีสภาวะเป็นทรัพยากรกายภาพให้เกิดประโยชน์และผลตอบแทน
แก่องค์กรในฐานะที่เป็นทรัพยากรส�ำคัญ เช่นเดียวกับ ทรัพยากรบุคคล
และทรัพยากรเงิน การบริการจัดการส่ิงอ�ำนวยความสะดวกจะมุ่งเน้น
ให้การให้บริการต่อผู้คนในอาคาร (People) การท�ำงาน (Process)
และอาคารสถานที่ (Place) ให้สามารถท�ำงานได้อย่างสอดคล้อง
และบรรลุผลส�ำเร็จขององค์กรตามที่มุ่งหมายไว้ (บัณฑิต จุลาสัย
และ เสริชย์ โชติพานิช. 2547; Kincaid. 1994) การจัดการส่ิงอ�ำนวย
ความสะดวกทางนันทนาการสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังน้ี
(เสริชย์ โชติพานิช. 2553; Barrett. 1995; พิมพ์ยิหวา จ�ำรูญวงษ์. 2551)
1. ส่วนงานบริหารจัดการ (Strategic FM) เป็นส่วนที่ท�ำหน้าท่ี
ดา้ นการกำ� หนดนโยบาย วางแผน จดั การแผน กำ� หนดทศิ ทางและดำ� เนนิ การ
ในระดับยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ อ�ำนวยการ สั่งการ ควบคุม ก�ำกับติดตาม
และประเมิน นอกจากนี้ยังต้องบริหารทรัพยากรเพื่อให้องค์กรมีทรัพยากร
กายภาพท่ีเพียงพอและสามารถใช้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะกลาง
และระยะยาว
2. ส่วนงานปฏิบัติการ (Operation FM) เป็นส่วนท่ีท�ำหน้าที่
ในการด�ำเนินการในระดับปฏิบัติ ได้แก่ งานบริการด้านอาคารสถานที่
เช่น งานดูแลบ�ำรุงรักษาอาคาร งานรักษาความสะอาด งานรักษา
ความปลอดภัยและงานบริการอื่นๆ ตามความต้องการเฉพาะของผู้ใช้
และอาคารนั้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในอาคารได้รับความสะดวกปลอดภัย
ประกอบด้วย

144

ส่วนที่ 3 การจัดการสง่ิ อำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

2.1 การดูแลรักษาอาคาร เป็นงานทางด้านเทคนิคอาคาร
มีหน้าที่หลักในการควบคุมดูแล บ�ำรุงรักษาและซ่อมแซมอาคาร
และระบบประกอบอาคารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัย
อยู่ตลอดเวลา ได้แก่
2.1.1 อาคาร
2.1.2 พื้นท่ีอาคาร
2.1.3 ระบบประกอบอาคาร ประกอบไปด้วยระบบ
ปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ ระบบอัดอากาศ ระบบไฟฟ้า
ลิฟต์ ระบบสุขาภิบาล ระบบสื่อสาร ระบบรักษาความปลอดภัย
ระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบดับเพลิง เป็นต้น
2.1.4 พ้ืนที่และบริเวณโดยรอบ
2.1.5 ภูมิทัศน์และสวน
2.1.6 เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ภายในอาคาร
2.2 การบริการ คือ กิจกรรมที่ให้บริการเพ่ือรองรับ
การท�ำงานและการใช้อาคาร เพื่อให้อาคารสามารถใช้งานได้ ผู้ใช้อาคาร
ได้รับความสะดวก ปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมท่ีดีเม่ือเข้าใช้อาคาร
ได้แก่ การบริการขั้นพื้นฐาน การบริการส�ำนักงานหรือบริการเฉพาะ

145

สว่ นท่ี 3 การจัดการส่งิ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ
ท่ีมา: เสริชย์ โชติพานิช. (2553). การบริหารทรัพยากรกายภาพ : หลักการและทฤษฎี. หน้า 76.

146

ส่วนที่ 3 การจดั การสิง่ อ�ำ นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

โดยรูปแบบกระบวนการจัดการสิ่งอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการมีข้ันตอนดังนี้ (Torkildsen. 2005)

ท่ีมา: George Torkildsen. (2005). Leisure and Recreation Management. p. 262.
147

ส่วนท่ี 3 การจัดการส่ิงอำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

ขน้ั ตอนที่ 1 กำ� หนดนโยบาย เปา้ หมาย และวตั ถปุ ระสงคข์ ององคก์ ร
การกำ� หนดนโยบาย เปา้ หมาย และวตั ถปุ ระสงคข์ ององคก์ ร เกยี่ วขอ้ งกบั
พ้ืนฐานปรัชญาในการให้บริการแก่ชุมชนและบทบาทขององค์กร
ขั้นตอนที่ 2 ประเมินการจัดหาและให้บริการนันทนาการ
โดยระบุประเภท ขอบเขต และผู้รับผิดชอบส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
ไม่ว่าจะเป็นของรัฐ งานอาสาสมัครหรือภาคธุรกิจ ด�ำเนินการประเมิน
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การใช้ประโยชน์ การจัดการ การก�ำหนดระดับ
ความต้องการและขีดความสามารถในการรองรับ การศึกษาทางประชากร
ความหนาแน่นของท่ีอยู่อาศัยและพื้นที่เฉพาะในชุมชน การวิเคราะห์
เร่ืองการคมนาคมเพ่ือเข้าถึงแหล่งนันทนาการ
ขั้นตอนท่ี 3 ขอค�ำปรึกษา
ขอค�ำปรึกษาเพ่ือดูว่าบริการอะไรที่มีความเหมาะสมกับ
กลุ่มเป้าหมาย โดยการสอบถามจากผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนและหารือ
กับหน่วยงานต่างๆ ในชุมชน เช่น หน่วยงานด้านศิลปะและกีฬา
การศึกษา โรงเรียน หน่วยงานในท้องถ่ิน เพื่อหลีกเล่ียงการให้บริการ
ที่ซ�้ำซ้อน
ขั้นตอนท่ี 4 ประเมินความต้องการ
ประเมินความต้องการโดยสร้างโมเดลความต้องการท่ีใช้ข้อมูล
ระดับชาติ ท้องถิ่น ข้อมูลประชากรผลการวิจัยที่ระบุถึงความต้องการต่างๆ
ข้ันตอนที่ 5 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์ (Demand)
อุปทาน (Supply)
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์ อุปทาน และเปรียบเทียบ
ระดับอุปสงค์ที่เป็นไปได้กับบริการจะเป็นน�ำมูลที่น�ำมาจัดล�ำดับ
ความส�ำคัญเพ่ือพัฒนางานบริการและสิ่งอ�ำนวยความสะดวกต่อไป

148

ส่วนที่ 3 การจัดการส่งิ อ�ำ นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

ขั้นตอนท่ี 6 ระบุและประเมินทรัพยากร
โดยตรวจสอบสถานที่และสิ่งอ�ำนวยความสะดวกในแง่ของการ
พร้อมใช้งานและความเหมาะสม เช่น ท่ีต้ัง ขนาด การคมนาคม
สิ่งแวดล้อม ควรศึกษาความเป็นไปได้เพ่ือน�ำไปสู่การวางแผน
เกี่ยวกับต้นทุนและรายได้ รวมไปถึงต้องพิจารณาเร่ืองการขออนุญาต
และเง่ือนไขต่างๆ ประกอบการวางแผนด้วย
ข้ันตอนท่ี 7 คัดสรรวิธีการจัดการ
พิจารณาทางเลือกที่หลากหลายในการจัดการสิ่งอ�ำนวย
ความสะดวกและบริการต่างๆ ซ่ึงส่ิงอ�ำนวยความสะดวกในแต่ละประเภท
อาจต้องเลือกใช้วิธีจัดการที่ต่างกัน
ข้ันตอนที่ 8 ก�ำหนดและทบทวนกลวิธี
ผู้รับผิดชอบต้องจัดท�ำแผนนันทนาการท้องถิ่นและแผนเฉพาะ
แผนการพฒั นาระยะสนั้ ระยะกลางสำ� หรบั พน้ื ทแ่ี ละสงิ่ อำ� นวยความสะดวก
โดยก�ำหนดบทบาทของอย่างชัดเจน กลวิธีทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
จะก�ำหนดบทบาท นโยบาย วัตถุประสงค์การพัฒนาและการจัดการ
รวมทั้งแผนปฏิบัติการ ขององค์กร
ขั้นตอนที่ 9 แผนปฏิบัติการ
ต้องมีแผนปฏิบัติการที่มีวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการ
และการวัดท่ีชัดเจน ก�ำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของผู้รับผิดชอบ
เพ่ือให้มั่นใจว่าภารกิจจะส�ำเร็จทันเวลา
ข้ันตอนที่ 10 ติดตามและประเมินผล
ประเมนิ ผลกระทบทม่ี ตี อ่ ชมุ ชน มกี ารทบทวนกลวธิ เี ปน็ ไปตามระยะเวลา
ตามการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


149

สว่ นท่ี 3 การจดั การสิ่งอำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

การวางแผนและบริหารงานจะด�ำเนินเป็นวงจรซ�้ำๆ และต้องมี
การแกไ้ ขปรบั ปรงุ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง รเิ รม่ิ สงิ่ ใหม่ ปรบั ปรงุ ปรบั เปลย่ี น ดำ� เนนิ การ
ประเมิน เป็นวงจร เมื่อความต้องการเปลี่ยนตลาดเปล่ียน จึงต้องจัดให้ตรง
ความต้องการของตลาด โดยกระบวนการในเบื้องต้นท่ีอาศัยประสบการณ์
และทฤษฎีมาช่วยในการวางแผนงานและการบริหารงาน
สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการเป็นปัจจัยส�ำคัญ
ของทุกองค์กรท่ีมีส่วนสนับสนุนการด�ำเนินงานและก่อให้เกิดผลผลิต
ภายในองค์กรนั้นๆ ในอีกด้านหนึ่ง จัดเป็นภาระค่าใช้จ่ายจ�ำนวนมาก
ที่องค์กรต้องรับภาระบริหารดูแลการบริหารทรัพยากรกายภาพ
และส่ิงอ�ำนวยความสะดวก ดังนั้น จึงเป็นเร่ืองจ�ำเป็นท่ีจะต้องก�ำกับดูแล
ระบบกายภาพขององค์กรเพ่ือให้สอดคล้องและตอบสนองต่อการท�ำงาน
และกิจกรรมขององค์กรโดยหน้าที่ของงานการบริหารส่ิงอ�ำนวย
ความสะดวกนนั้ เปน็ การสรา้ งสภาพแวดลอ้ มทที่ ำ� งานทอี่ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
วิธีการบริหารไม่มีรูปแบบตายตัวหรือเฉพาะเจาะจงแต่จะผันแปรไปตาม
ลักษณะการท�ำงานกิจกรรมและผู้ใช้ประโยชน์ ซึ่งมีความต้องการ
สภาพแวดล้อมท่ีท�ำงานแตกต่างกันไป
การบริหารสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการน้ันต้องเข้าใจ
ถึงลักษณะการท�ำงานขององค์กรอย่างถ่องแท้และแม่นย�ำ เพื่อท่ีจะเป็น
แนวทางในการบรหิ ารจดั การไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลสูงสุด
ตรงตามวัตถุประสงค์ขององค์กรและผู้ใช้บริการมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น
ดา้ นสภาพแวดลอ้ มในทที่ ำ� งาน การดแู ลรกั ษาซอ่ มแซม ระบบประกอบอาคาร
การรักษาความสะอาด การรักษาความปลอดภัย ให้อยู่ในสภาพ
ที่ตอบสนองการใช้งาน ตลอดจนเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรกายภาพด้วย
(ณัฏฐศิกษ์ บุณยะวัฒน์. 2551: 5-6; ปรางค์วดี ภู่พกสกุล. 2546: 9-10;
วิพงษ์ชัย ร้องขันแก้ว. 2556)

150

สว่ นที่ 3 การจัดการสง่ิ อำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

การบริหารจัดการศูนย์นันทนาการ

(Recreation Center)

การบริหารจัดการนันทนาการ มีกระบวนการการบริหาร
เช่นเดียวกับการบริหารจัดการในสาขาวิชาอ่ืนๆ กล่าวคือ เป็นกระบวนการ
ท่ีผู้บริหารจัดการจะเป็นผู้ก�ำหนดทิศทางการบ�ำรุงรักษาและการด�ำเนิน
การตามวัตถุประสงค์ขององค์กรอย่างเป็นระบบ มีการประสานงาน
และรว่ มมอื จากคนภายใตจ้ ดุ มงุ่ หมาย กรอบแนวคดิ ทฤษฎี และการวเิ คราะห์
อย่างเดียวกัน (McFarland. 1970) ซ่ึงโดยกลไกแล้ว การบริหารจัดการ
เป็นกระบวนการแห่งกลไก (Dynamic process) ท่ีเป็นท้ังวิทยาศาสตร์
และศิลปะไปพร้อมกัน ในแง่ของวิทยาศาสตร์จะข้ึนอยู่กับหลักการ
องค์ความรู้ทางทฤษฎี จิตวิทยา สังคม เศรษฐศาสตร์ การวางแผน
และการด�ำเนินการท�ำธุรกิจ ในแง่ศิลปะ (Kraus; & Curtis. 1982)
การบริหารจัดการทางนันทนาการมีความหมายมากและเป็น
ความจ�ำเป็นท่ีนักนันทนาการจะต้องเข้าถึงและใช้หลักการทางการบริหาร
ให้มีประสิทธิภาพ เพราะนันทนาการการเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
1. ธุรกิจของคนและองค์การที่มุ่งถึงการให้บริการจะต้องใส่ใจ
ต่อชีวิตของแต่ละคนให้ดียิ่งข้ึน
2. กลยุทธ์ในการบริหารและวิธีด�ำเนินการทางการเงิน
และงบประมาณ ต้องเป็นความต้องการจ�ำเป็นของประชาชน
3. ผู้บริหารต้องพัฒนากลยุทธ์ส�ำหรับการเปลี่ยนแปลงก่อน
และหลังการเข้าร่วมในกิจกรรมนันทนาการ และสิ่งที่ควรค�ำนึงเพื่อน�ำไป
สร้างสรรค์หรือก�ำหนดต่อไปในอนาคต

151

ส่วนท่ี 3 การจัดการส่ิงอำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

4. ระบบการจดั การจะตอ้ งพฒั นาตามกลไกของสงั คม มกี ารนำ� เอา
เทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนาด้านสื่อสาร และการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศ
ด้านนันทนาการ
โดยหลักการบริหารจัดการนันทนาการ จะเกี่ยวข้อง
ด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ การบริหารจัดการทรัพยากร การบริหาร
จัดการผู้เข้าร่วมนันทนาการ และการบริหารจัดการการบริการ ดังตัวอย่าง
การบริหารจัดการนันทนาการนอกสถานที่ดังต่อไปนี้ (Jubenville. 1978)
1. การบริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management)
เป็นการพัฒนาทางกายภาพพ้ืนฐานและรักษาแหล่งทรัพยากร
2. การบริหารจัดการผู้เข้าร่วมนันทนาการ (Visitor
Management) ต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานของผู้เข้าร่วมนันทนาการ
ความต้องการ (Need) และความสามารถในการเข้าร่วมนันทนาการ
เช่น ผู้เข้าชมนอกสถานที่
3. การบริหารจัดการการบริการ (Service Management)
ประกอบด้วยการให้บริการต่างๆ ที่ท�ำให้ผู้ใช้บริการเกิดความสนุก
ทางสังคมและส่ิงแวดล้อม ตลอดจนค่อยๆ ลดส่ิงท่ีเป็นปฏิปักษ์
ต่อพวกเขา มโนทัศน์ในการมองการจัดการทางนันทนาการ
ภารกิจหลักของการบริหารจัดการ
การจัดการขององค์กรท่ีให้บริการทางนันทนาการ ประกอบด้วย
2 หลักใหญ่ๆ คือ
1. ปรับปรุงคุณภาพของประชาชนด้วยการจัดประสบการณ์
ท่ีมีความหมายแก่ผู้ใช้บริการ
2. มุ่งเน้นการจัดหา พัฒนา ทะนุบ�ำรุงรักษา และพัฒนากิจกรรม
นันทนาการให้เกิดความสนุกสนานแก่ผู้เข้าร่วมในการเข้าร่วมกิจกรรม
นันทนาการ และสร้างสรรค์ ส่ิงแวดล้อมท่ีท�ำให้มีชีวิตดีย่ิงข้ึน

152

สว่ นที่ 3 การจัดการสิ่งอ�ำ นวยความสะดวกทางนันทนาการ

การบริหารจัดการนันทนาการ ที่เริ่มต้นจากประชาชนในสังคม
ตัวเมืองมีความต้องการนันทนาการ ไปสู่การจัดการนันทนาการ
ในรูปองค์กรท่ีมีโครงสร้างองค์กร มีปัจจัยร่วม และมีกระบวนการบริหาร
ท้ังหมดท่ีน�ำไปสู่การสนองความต้องการของคน ความพึงพอใจความสุข
และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
จากแนวคิดนันทนาการของ รัซเซล พบว่า กิจกรรมนันทนาการ
เป็นส่ิงที่ท้าทายส�ำหรับผู้น�ำนันทนาการอย่างย่ิง เพราะการท่ีจะให้
ทกุ คนตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของนนั ทนาการไดน้ นั้ ตอ้ งทำ� ใหส้ งั คมไดร้ จู้ กั
และเกิดการยอมรับ เข้าใจในหลักการ รวมถึงคุณค่าของนันทนาการ
อย่างถ่องแท้ ซ่ึงคุณค่าและความส�ำคัญของนันทนาการท่ีจะสามารถ
พัฒนาสังคมให้มีคุณภาพได้น้ัน ต้องเกิดจากความเข้าใจในกระบวนการ
นันทนาการ ซึ่งเป็นกระบวนการในการสร้างคุณค่าแห่งชีวิตของแต่ละคน
ที่เลือกประกอบกิจกรรมนันทนาการตามความพึงพอใจให้สามารถบรรลุ
เป้าหมายถึงความสุขของชีวิตของแต่ละคนได้
แต่ในขณะเดียวกัน กระบวนการนันทนาการนั้นต้องเป็นไป
ภายใตก้ ารนำ� ของนกั นนั ทนาการมอื อาชพี เพราะคณุ คา่ ของนกั นนั ทนาการ
มืออาชีพ คือ การท�ำงานด้วยความรับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือ
คนทกุ วยั โดยไมเ่ ลอื กฐานะ มคี วามเขา้ ใจในบทบาททสี่ ำ� คญั ของกระบวนการ
นนั ทนาการทสี่ ามารถสง่ ผลตอ่ ชวี ติ ประจำ� วนั รวมถงึ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื
ในการเข้าร่วมกิจกรรมอันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้าร่วม
และเมื่อสังคมในโลกปัจจุบันได้กลายเป็นสังคมประชาธิปไตยมากข้ึน
ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมนนั ทนาการยอ่ มไดร้ บั อิสระในการเลอื กกจิ กรรมทตี่ นเอง
รักและสนใจ ท�ำให้มีความหลากหลายในกิจกรรมนันทนาการมากยิ่งขึ้น
กว่าเดิม ดังน้ัน ผู้น�ำนันทนาการต้องมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
มีความสามารถท่ีหลากหลายมากขึ้น เพ่ือให้อิสระแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

153

ส่วนท่ี 3 การจัดการสง่ิ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

ในการเลอื กเขา้ รว่ มกจิ กรรมตามทตี่ นเองชอบ โดยเฉพาะในยคุ แหง่ ขา่ วสาร
และเทคโนโลยี ผู้น�ำนันทนาการจ�ำเป็นต้องมีความรู้มากข้ึน
มีการฝึกอบรมมากข้ึน มีการติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลงอยู่
อย่างสม่�ำเสมอ และมีทัศนคติท่ีกว้างไกลตามความคาดหวังของผู้เข้าร่วม
กิจกรรม โดยมีบทบาทหน้าท่ีในการท�ำงานแตกต่างกันตามระดับ
ทางการจัดการและทางการบริหาร โดย ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ
(2545: 19-20) ได้แบ่งล�ำดับข้ันตอนของการบริหารจัดการ ดังน้ี

การจัดประเภทผู้บริหารในระดับการจัดการ
ที่มา: ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2545). องค์กรและการจัดการ. หน้า 19.

1. ผู้บริหารระดับสูง (Top or senior manager) ประกอบด้วย
ประธานกรรมการ (Chairman of board) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
(Chief executive officer (CEO)) ประธานเจ้าหน้าท่ีปฏิบัติการ
(Chief operating officer (COO)) และรองประธานอาวุโส
(Senior vice presidents) โดยผู้บริหารระดับนี้จะเป็นผู้ก�ำหนด
วัตถุประสงค์ขององค์กร ก�ำหนดแนวปฏิบัติท่ีมุ่งสู่ความส�ำเร็จ
ตามวัตถุประสงค์และท�ำการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ขององค์กร
เพื่อความส�ำเร็จตามวัตถุประสงค์

154

สว่ นที่ 3 การจดั การสงิ่ อ�ำ นวยความสะดวกทางนันทนาการ

2. ผู้บริหารระดับกลาง (Middle manager) ประกอบ
ด้วยบุคคลท่ีด�ำรงต�ำแหน่งต่อไปน้ี ผู้ควบคุมด้านการผลิต (Product
superintendent) ผู้จัดการด้านการตรวจสอบ (Auditing manager)
ผู้จัดการฝ่ายขาย (Sales manager) และผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ผู้บริหาร
ระดบั กลางจะรบั ผดิ ชอบตอ่ การปฏบิ ตั กิ าร มงุ่ ความสำ� เรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์
ขององค์กร ตลอดจนพัฒนาวัตถุประสงค์ของแผนกและปฏิบัติงาน
เพื่อความส�ำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร
3. ผู้บริหารระดับต้น (Lower of first-line or supervisor
manager) ต�ำแหน่งของผู้บริหารระดับต้น ประกอบด้วย หัวหน้าคนงาน
(Foreman) ผนู้ ำ� กลมุ่ (Crew leader) ผจู้ ดั การสำ� นกั งาน (Office manager)
และหวั หนา้ งานขนั้ ตน้ (Supervisor) ผบู้ รหิ ารระดบั ตน้ จะทำ� หนา้ ทค่ี วบคมุ
พนักงานทั้งหลายที่ท�ำหน้าท่ีผลิตสินค้าและบริการขององค์กร

155

ส่วนท่ี 3 การจดั การสิ่งอ�ำ นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

จากท่ีกล่าวมาข้างต้น คุณลักษณะและวิธีการปฏิบัติงาน
ของนักวิชาชีพนันทนาการ หรือผู้ที่ท�ำหน้าที่เก่ียวข้องทางนันทนาการ
พ้ืนฐานของภาวะผู้น�ำนั้นถือเป็นกระบวนการท่ีจะประยุกต์ไปสู่รูปแบบ
ของผู้น�ำท้ัง 3 รูปแบบท่ีแตกต่างกัน ซึ่ง (Russell. 2011)
กล่าวถึงหน้าท่ี วิธีการ และการปฏิบัติงานของนักวิชาชีพนันทนาการ
ออกเป็นหมวดหมู่ในการท�ำงานได้ 3 รูปแบบ คือ
1. หน้าท่ีทางเทคนิค (Technical functions) ผู้น�ำจะให้ความรู้
เทคนิค วิธีการ และอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีจ�ำเป็นในการปฏิบัติงาน
และน�ำประสบการณ์ที่ได้จากการท�ำงาน การศึกษา และการฝึกอบรม
มาใช้ในการท�ำงานท่ีมีลักษณะการท�ำงานท่ีเฉพาะ เช่น ในการใช้ทักษะ
ทางด้านคอมพิวเตอร์ โดยหน้าท่ีทางเทคนิคของนักวิชาชีพนันทนาการ
มีรายละเอียดดังนี้ เป็นผู้วางแผนโปรแกรมนันทนาการ สามารถจัดเตรียม
โปรแกรมต่างๆ ที่เหมาะกับบุคคลท่ีเข้ารับบริการได้อย่างทั่วถึง
จัดการระเบียบองค์กรได้ การจัดการด้านค่าใช้จ่าย การจัดบุคลากร
ในการท�ำงาน การฝึกอบรมการพัฒนาส่ิงอ�ำนวยความสะดวก สามารถ
ประเมนิ ผล ตอ้ งเปน็ ผทู้ ที่ ำ� หนา้ ทภี่ ายใตก้ ฎหมาย โดยนกั วชิ าชพี นนั ทนาการ
จะต้องมีการปฏิบัติงานโดยเป็นผู้ที่ท�ำงานภายใต้ข้อตกลงและเงื่อนไข
ขององค์กร และต้องรู้ในการแต่งต้ัง การใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการท�ำงาน
การดำ� เนนิ งานตา่ งๆ หรอื การบนั ทกึ การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการทำ� งาน เปน็ ตน้
2. หน้าท่ีทางด้านมนุษย์สัมพันธ์ (Human relations function)
นักวิชาชีพนันทนาการมีการท�ำงานท่ีต้องสัมพันธ์กับการให้ข้อมูลข่าวสาร
ในการบริการ ต้องเข้าใจการท�ำงานกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงของกลุ่ม
รับรู้ในพฤติกรรมของแต่ละคนและปฏิกิริยาของกลุ่มที่รวมตัวกันขึ้นมา
เข้าใจในการจัดนันทนาการที่มีความส�ำคัญส�ำหรับผู้เข้าร่วม และต้องเป็น
ผู้ที่ร่วมมือในการพัฒนากับองค์กรในวิชาชีพต่างๆ

156

สว่ นที่ 3 การจัดการสง่ิ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

3. หน้าที่เก่ียวกับการสร้างความคิดรวบยอด (Conceptual
function) นักวิชาชีพนันทนาการต้องเข้าใจถึงความซับซ้อนขององค์กร
ที่ตนเองเป็นผู้รับผิดชอบได้อย่างดี และรู้ว่าองค์กรของตนเองเก่ียวข้อง
อย่างไรกับโลกภายนอก ดังเช่นการวางแผนกลยุทธ์ท่ีจะเป็นตัวอย่างได้
อย่างดีในหน้าที่น้ี นักวิชาชีพนันทนาการต้องมีการท�ำงานที่อยู่บนพ้ืนฐาน
ของปรัชญานันทนาการ ต้องมีปรัชญาในวิชาชีพ เป็นผู้ช่วยการด�ำเนินงาน
ภายใต้ปรัชญาและเป้าหมายขององค์กร ต้องต่อสู้ฟันฝ่าเพ่ือไปสู่
ความส�ำเร็จจากการมีสภาพสังคมท่ีดีข้ึน

รูปแบบของนักวิชาชีพนันทนาการตามลักษณะหน้าที่ในการท�ำงานนันทนาการ
ที่มา: Ruth V. Russell. Leadership in Recreation. 2nd. NY: McGraw-Hill.
157

สว่ นท่ี 3 การจัดการส่ิงอ�ำ นวยความสะดวกทางนันทนาการ

จากภาพประกอบ รูปแบบของนกั วชิ าชพี นนั ทนาการตามลกั ษณะ
หน้าท่ีในการท�ำงานนันทนาการ จะเน้นถึงสมรรถนะในการท�ำงาน
ของนักวิชาชีพนันทนาการที่เกี่ยวข้องกับเทคนิค ความสัมพันธ์กับมนุษย์
และเก่ียวข้องกับการสร้างความคิดท่ีมีการเปล่ียนแปลงจากรายละเอียด
ของงานท่ีเฉพาะเจาะจง เป็นหน้าท่ีความรับผิดชอบของผู้นำ� ภายในองค์กร
ตามล�ำดับขั้น โดยในหน้าท่ีความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง
ขององค์กรจะมีหน้าท่ีรับผิดชอบในหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องกับการสร้างแนวคิด
ในการทำ� งาน (Conceptual function) ซงึ่ จะมกี ารใชท้ กั ษะทางดา้ นเทคนคิ
ที่น้อยลง โดยภาพประกอบ การจัดประเภทผู้บริหารในระดับการจัดการ
จะเป็นสิ่งท่ีบ่งบอกถึงการปฏิบัติงานของผู้น�ำในระดับต่างๆ ท่ีเหมาะสม
กบั หนา้ ทขี่ องตนเอง ซง่ึ เปน็ สงิ่ จำ� เปน็ ในการทผ่ี นู้ ำ� นนั ทนาการหรอื นกั วชิ าชพี
นนั ทนาการจะตอ้ งนำ� ความสามารถของตนเองไปปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
กับการให้บริการในหน่วยงานของตนเอง โดยมีลักษณะความรับผิดชอบ
ทแี่ ตกตา่ งกนั ซง่ึ รสั เซล (Russell. 2001: 32-38) ไดแ้ บง่ ระดบั ของรปู แบบ
ผู้น�ำในหน่วยงานอุทยาน กีฬาและนันทนาการออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
1. การบริการโดยตรง (Direct service) ผู้น�ำในการให้บริการ
ในหนว่ ยงานนนั ทนาการดา้ นนจี้ ะเปน็ ผใู้ หบ้ รกิ ารทม่ี กี ารตดิ ตอ่ ประสานงาน
โดยตรงกับบุคคลท่ีเข้ามาขอรับบริการ ประกอบด้วย ผู้น�ำในสนามเด็กเล่น
ผู้ฝึกสอนเทนนิส ครูสอนเต้น ผู้ให้ค�ำปรึกษาในด้านค่ายพักแรม
(Front line) โดยรูปแบบของผู้น�ำจะเป็นผู้ท่ีมีการพบปะกับ
ผู้เข้าร่วมโปรแกรมและผู้ใช้สถานที่โดยตรง โดยจะมีทักษะและทัศนคติ
ในการติดต่อประสานงาน

158

ส่วนที่ 3 การจดั การสง่ิ อ�ำ นวยความสะดวกทางนันทนาการ

2. การควบคุมดูแล (Supervisory) ผู้น�ำในด้านน้ีจะมีหน้าที่
ในการควบคุมดูแลภายในหน่วยงานนันทนาการท่ีเกี่ยวข้องกับการท�ำงาน
ท่ัวๆ ไป มีระดับการจัดการงานอยู่ในระดับกลาง (Middle Level)
มหี นา้ ทคี่ วบคมุ ดแู ลในกระบวนการทำ� งานทปี่ ระกอบดว้ ย การประสานงาน
การควบคมุ สงั่ การ การประเมนิ ผลการทำ� งานของเจา้ หนา้ ทแ่ี ละอาสาสมคั ร
ในหนว่ ยงาน อกี ทงั้ ยงั เปน็ ผทู้ สี่ ง่ เสรมิ สนบั สนนุ การใหบ้ รกิ ารใหเ้ ปน็ ไปตาม
วัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้ และช่วยเหลือให้สมาชิกและเจ้าหน้าที่มีการท�ำงาน
ที่มีประสิทธิผล เป็นผู้ที่มีความสามารถในการควบคุมและสั่งการผู้น�ำ
ในระดับการบริการโดยตรง (Direct service) โดยใช้ความสามารถ
ของตนท�ำให้องค์กรประสบความส�ำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
3. ระดับบริหาร (Administrative) ผู้น�ำที่เป็นผู้บริหาร
(Top level) ผู้น�ำทางด้านนี้จะมีมุมมองท่ีส�ำคัญในการวางแผน
พัฒนา ควบคุม และการประเมินผลการให้บริการในองค์กรนันทนาการ
เป็นผู้บริหารท่ีท�ำหน้าท่ีในการปกครองดูแลในหน่วยงานของอุทยาน
และนันทนาการท่ีต้องมีโครงสร้างและลักษณะของภาวะผู้น�ำมีทัศนคติ
ที่ จ ะ ส า ม า ร ถ น� ำ พ า อ ง ค ์ ก ร ไ ป สู ่ เ ป ้ า ห ม า ย ที่ สั ม ฤ ท ธิ์ ผ ล ไ ด ้
ตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบและความสามารถทเ่ี ปน็ พน้ื ฐานสำ� หรบั การบรหิ ารงาน
ประกอบดว้ ย การจดั การดา้ นการเงนิ การควบคมุ การวางกลยทุ ธใ์ นระยะยาว
การพัฒนาทรัพยากร และการน�ำนโยบายไปใช้งาน

159

ส่วนท่ี 3 การจัดการสง่ิ อ�ำ นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

จะเห็นได้ว่า ผู้น�ำนันทนาการคือวิชาชีพนันทนาการแขนงหน่ึง
ที่มีหน้าที่ให้ความรู้ ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการตอบรับนันทนาการ
ให้เข้ามาเป็นส่วนหน่ึงของวิถีชีวิต อันน�ำมาสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของประชาชน ผู้น�ำนันทนาการจึงจ�ำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจ
ในหลักการนันทนาการอย่างถ่องแท้ โดยมีบทบาทหน้าท่ีในการท�ำงาน
แตกต่างกันตามระดับทางการจัดการและทางการบริหาร ซ่ึงเป็นสิ่งจ�ำเป็น
ในการทผ่ี นู้ ำ� นนั ทนาการหรอื นกั วชิ าชพี นนั ทนาการจะตอ้ งนำ� ความสามารถ
ของตนเองไปปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมกับการให้บริการในหน่วยงาน
ของตนเองที่มีลักษณะความรับผิดชอบท่ีแตกต่างกัน

160

ส่วนที่ 3 การจดั การสงิ่ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

บทสรุป

สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ (Recreation Facility)
เป็นทรัพยากรและส่ิงปลูกสร้างที่ใช้เพื่อให้บริการทางนันทนาการ
ซง่ึ หมายรวมไปถงึ พน้ื ทห่ี ลกั ในการใหบ้ รกิ าร ระบบไฟฟา้ และสาธารณปู โภค
แ ล ะ ส ่ ว น ที่ ใ ช ้ ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ห รื อ ใ ห ้ บ ริ ก า ร ท า ง นั น ท น า ก า ร
ที่มีความเก่ียวข้องกับส่วนท่ีเป็นทรัพยากรกายภาพ จะถูกออกแบบมา
เพ่ือตอบสนองและรองรับการให้บริการนันทนาการของหน่วยงานบริการ
นันทนาการและออกแบบให้ตอบสนองต่อการใช้งานของผู้เข้ารับบริการ
ทางนันทนาการ โดยจะต้องด�ำเนินการจัดการส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการ (Recreation Facility Management) ซึ่งผู้ให้บริการ
นันทนาการแก่ชุมชนจะต้องจัดการในทุกส่ิงที่เก่ียวข้อง ได้แก่
ส่ิงอ�ำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร งบประมาณ การตลาด
ประชาสัมพันธ์กิจกรรม ก�ำหนดการบริหาร และประเมินผล
รวมถงึ กระบวนการวางแผนและบรหิ ารงานจะดำ� เนนิ เปน็ วงจรซำ้� ๆ
และต้องมีการแก้ไขปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ริเริ่มสิ่งใหม่ ปรับปรุง
ปรับเปลี่ยน ด�ำเนินการ ประเมิน เป็นวงจร เม่ือความต้องการเปลี่ยน
ตลาดเปลี่ยน จึงต้องจัดให้ตรงความต้องการของตลาด โดยหลักการ
บริหารจัดการนันทนาการ จะเก่ียวข้องกับองค์ประกอบ 3 ประการ
คือ การบริหารจัดการทรัพยากร ผู้เข้าร่วมนันทนาการ และการบริการ
อกี ทงั้ การทจี่ ะทำ� ใหอ้ งคก์ รทางนนั ทนาการสามารถทำ� งานใหบ้ รรลุ
เป้าหมายตามท่ีได้ตั้งไว้ สิ่งส�ำคัญ คือ การมีบุคลากรที่มีความเช่ียวชาญ
มีการท�ำงานท่ีเป็นระบบระเบียบแบบแผน การให้บริการทางด้าน
นันทนาการของนักวิชาชีพนันทนาการที่มีบทบาทและรับผิดชอบในการ
บริการประชาชน ต้องมีความรู้และความเข้าใจในหลักการนันทนาการ

161

สว่ นท่ี 3 การจดั การสิ่งอ�ำ นวยความสะดวกทางนันทนาการ

บทบาทหน้าที่ในการท�ำงานท่ีแตกต่างกันตามระดับทางการจัดการ
และทางการบริหาร และน�ำความสามารถของตนเองไปปฏิบัติงาน
ได้อย่างเหมาะสมกับการให้บริการในหน่วยงานของตนเองท่ีมีลักษณะ
ความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน

162

สว่ นที่ 1 ศูนย์นนั ทนาการ
163

สว่ นท่ี 1 ศูนยน์ ันทนาการ

ส่วนท่ี 4
การจัดตัง้ ศูนย์นันทนาการ

(Recreation Center)

164

สว่ นที่ 4 การจดั ตั้งศนู ย์นนั ทนาการ

องค์กรการใช้เวลาว่าง

องคก์ รการใชเ้ วลาวา่ งหรอื สถาบนั นนั ทนาการ เปน็ สถาบนั ทางสงั คม
ทมี่ บี ทบาทสำ� คญั ตอ่ การดำ� รงชวี ติ ความเปน็ อยแู่ ละการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ
ของมนุษย์ สถาบันนันทนาการจึงเป็นทรัพยากรทางนันทนาการ
ท่ีควรกล่าวถึงบทบาทและหน้าท่ีทางสถาบันต่อบุคคล ครอบครัว
และสังคม ทรัพยากรทางนันทนาการที่เป็นองค์ประกอบเพ่ือนันทนาการ
ที่เป็นสถานที่หรือแหล่งนันทนาการ จะเป็นพื้นท่ีหรือสภาพแวดล้อม
ทเี่ ราสามารถเขา้ ไปศกึ ษา ไปดู ไปชม หรอื ไปทำ� กจิ กรรม ภายใตบ้ รรยากาศ
ในภูมิประเทศที่ส่งเสริมให้เรารู้สึกสบาย ผ่อนคลาย สถานที่บางแห่ง
ได้ท�ำหน้าท่ีหลายอย่าง เช่น เป็นห้องเรียน แหล่งการเรียนรู้ เป็นสถานท่ี
ประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเท่ียว เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ตามสภาพ
ที่เราจะน�ำมาเป็นประเด็นในการพิจารณา เม่ือเราน�ำมาใช้ท�ำกิจกรรม
เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจท�ำกิจกรรมเสริมให้สนุกสนาน ก็ถือว่าเป็นสถานท่ี
หรือแหล่งนันทนาการ
การให้บริการทางนันทนาการและการใช้เวลาว่างนั้น มีองค์กร
และหน่วยงานท่ีให้บริการอยู่มากมาย ซ่ึงหน้าท่ีความรับผิดชอบ
ในการให้บริการของแต่องค์กรนั้น ข้ึนอยู่กับพันธกิจและกลุ่มเป้าหมาย
ที่เข้ามารับบริการต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานที่องค์กรนั้นๆ สังกัดอยู่ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือว่าประเทศไทย
ไดม้ กี ารแบง่ ลกั ษณะหนว่ ยงานในการใหบ้ รกิ ารทเี่ หมอื นกนั โดยแบง่ ลกั ษณะ
หน่วยงานในการให้บริการที่เหมือนกัน โดยแบ่งหน่วยงานการให้บริการ
4 ประเภท ได้แก่ การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ (Public Sector),
การให้บริการของหน่วยงานไม่แสวงหาผลก�ำไร (Non-Profit Sector),
การให้บริการของหน่วยงานธุรกิจ (Commercial Sector)

165

สว่ นที่ 4 การจดั ตั้งศูนย์นนั ทนาการ

และการให้บริการของหน่วยงานภาคเอกชน (Private Sector)
ซึ่งความแตกต่างของการให้บริการแต่ละหน่วยงานเกิดขึ้นเน่ืองจาก
วัตถุประสงค์ของการให้บริการมีความแตกต่างกัน (วณัฐพงศ์ เบญจพงศ์.
2555: ออนไลน์)
ตัวอย่างสถานท่ีหรือแหล่งนันทนาการ เช่น ป่าไม้ น�้ำตก สัตว์ป่า
สถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจอุทยานแห่งชาติ ฯลฯ บางทีสถานที่
หรือแหล่งนันทนาการก็มีการจัดการเข้ามาร่วม เช่น ศูนย์เยาวชน อุทยาน
ประวตั ศิ าสตร์ สวนสาธารณะ คา่ ยลกู เสอื ฯลฯ สถานทแี่ ละแหลง่ นนั ทนาการ
จงึ เปน็ ทรพั ยากรทางนนั ทนาการแบบครอบจกั รวาล คอื แหลง่ หรอื พนื้ ทท่ี ใ่ี ช้
ไมว่ า่ จะเปน็ การเขา้ ถงึ สถานทหี่ รอื แหลง่ นนั ทนาการเพอ่ื นนั ทนาการโดยตรง
หรือโดยอ้อม ถ้าเข้าหลักการทางนันทนาการจะถือว่าเป็นทรัพยากรทาง
นันทนาการได้ท้ังสิ้น (ธงชัย พงศาวลีรัตน์. 2546: 2-3)
เมอร์ฟี่ และคณะ (Murphy; & et al. 1991: 63 อ้างอิงจาก
หลักเพชร ดีรัศมี. 2550: 39-40) ได้กล่าวว่า โอกาสทางการใช้เวลาว่าง
คือ การปฏิบัติ การประสานงาน และการบริหารจัดการโดยองค์กร
หรือหน่วยงานต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. องค์กรสาธารณะ
2. องค์กรไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
3. องค์กรการใช้เวลาว่างเชิงพาณิชย์
ระบบการให้บริการการใช้เวลาว่างและนันทนาการในชุมชน
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. ระบบสาธารณะ ได้แก่ ฝ่ายนันทนาการและสวนสาธารณะ
ในเมือง คณะกรรมการนันทนาการในเมือง โรงเรียนส่งเสริมนันทนาการ
2. ระบบไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ได้แก่ YMCA สโมสร
ลูกเสือ โบสถ์ท่ีสนับสนุนนันทนาการ หน่วยงานทางสังคมและพันธมิตร

166

ส่วนที่ 4 การจัดตงั้ ศนู ย์นนั ทนาการ

3. ระบบทางพาณิชย์ ได้แก่ สวนสนุก โรงภาพยนตร์
สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส โรงแรมท่ีพักอาศัยต่างๆ

หน้าท่ีส�ำคัญขององค์กรการใช้เวลาว่าง

ตามหน้าท่ีของสถาบันสังคมในกิจกรรมการใช้เวลาว่าง
หน้าท่ีขององค์กรการใช้เวลาว่าง จึงท�ำหน้าที่ทางสังคมท่ีส�ำคัญดังนี้
1. ผลิตสมาชิกใหม่ทางนันทนาการให้แก่สังคม เพ่ือทดแทน
สมาชิกเก่า
2. ควบคุมกิจกรรมนันทนาการสร้างพฤติกรรมของสมาชิก
ให้อยู่ในระเบียบแบบแผนอันดีงาม
3. ส่งเสริมให้สมาชิกมีความรู้ ความคิดทางนันทนาการ
และเพิ่มพูนสติปัญญา
4. จรรโลงรักษาไว้ซึ่งมรดกทางสังคมและวัฒนธรรม
รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม
5. เพ่ิมพูนปรับปรุงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของสมาชิก
ให้ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าและความสะดวกสบายต่างๆ
ให้แก่ประชาชน
6. ส่งเสริมความรักความสามัคคีของบุคคลให้สถาบัน ตลอดท้ัง
ช่วยให้สมาชิกแต่ละคนได้ตระหนักในสิทธิและหน้าที่ของตน
7. ส่งเสริมให้มีการผลิตและแจกแจงเครื่องอุปโภคบริโภค
ให้เพียงพอกับความต้องการของสมาชิกในสังคมทางนันทนาการ
8. คุ้มครองป้องกันสมาชิกในสังคม
9. ส่งเสริมให้สมาชิกได้มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสุขสมบูรณ์
ทง้ั กายและใจรวมทง้ั สขุ ภาพทส่ี มบรู ณแ์ ขง็ แรง (บรรเทงิ พาพจิ ติ . 2547: 35
อ้างอิงจาก ธงชัย พงศาวลีรัตน์. 2548: 1)

167

สว่ นที่ 4 การจดั ตง้ั ศูนย์นันทนาการ

จากท่ีกล่าวมาข้างต้น สามารถสรุปความหมายของค�ำว่า
องค์กรการใช้เวลาว่าง ไว้ว่า เป็นสถาบันทางสังคมที่มีบทบาทและหน้าที่
ทางสถาบันต่อบุคคลครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เป็นสถานท่ี
ส่งเสริมให้ความรู้ ความคิดทางนันทนาการ และเพ่ิมพูนสติปัญญาส่ง
เสริมให้ผู้เข้าร่วมได้มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจ
รวมท้ังสุขภาพท่ีสมบูรณ์แข็งแรง ได้รับความสนุกสนาน และเพลิดเพลิน
ตอบสนองความต้องการและความแตกต่างกันของแต่ละบุคคล
ได้อย่างสมบูรณ์

รูปแบบการดำ� เนนิ งานขององคก์ รการใช้เวลาวา่ ง

ในประเทศไทยมีนันทนาการหลากหลายรูปแบบ มีหน่วยงาน
หรือองค์กรให้ความส�ำคัญจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เพ่ือให้ประชาชน
ได้เข้าร่วม ได้พัฒนาคุณภาพชีวิต มีสุขภาพดี ท้ังทางด้านร่างกายและจิตใจ
ซงึ่ หากไดม้ กี ารจดั การเรยี นรแู้ ละจดั กจิ กรรมนนั ทนาการใหม้ คี วามหลากหลาย
จะช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกได้มากขึ้น
การด�ำเนินการให้บริการทางนันทนาการและการใช้เวลาว่างนั้น
มีองค์กรและหน่วยงานที่ให้บริการอยู่มากมาย ซ่ึงหน้าท่ีความรับผิดชอบ
ในการให้บริการของแต่องค์กรนั้น ข้ึนอยู่กับพันธกิจและกลุ่มเป้าหมาย
ท่ีเข้ามารับบริการต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานท่ีองค์กรนั้นๆ สังกัดอยู่ด้วย
ทง้ั น้ี ผเู้ ขยี นขอนำ� เสนอการใหบ้ รกิ ารทางนนั ทนาการของหนว่ ยงาน 3 รปู แบบ
ซึ่งมีความสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย โดยมีรายละเอียดดังน้ี

168

ส่วนที่ 4 การจดั ต้งั ศูนยน์ นั ทนาการ

การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ
(Public Sector)

การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ (Government Sector)
คือ องค์กรท่ีอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล เช่น เทศบาล จังหวัด
หรอื หนว่ ยงานสว่ นกลาง มงุ่ ใหบ้ รกิ ารใหแ้ กป่ ระชาชนทกุ กลมุ่ ทง้ั นี้ ปจั จบุ นั
มีหลายหน่วยงานของภาครัฐท่ีให้ความส�ำคัญและเปิดให้บริการทางด้าน
กีฬา นันทนาการ และสุขภาพ ซึ่งผู้เขียนขอยกตัวอย่าง ศูนย์บริการ
การใช้เวลาว่าง ของกรมพลศึกษา มาเป็นต้นแบบในการด�ำเนินงาน
และใช้เป็นแนวทางหรือรูปแบบในการพัฒนา โดยมีรายละเอียดดังน้ี
กรมพลศกึ ษา เปน็ องคก์ รทใ่ี หบ้ รกิ ารดา้ นการใชเ้ วลาวา่ ง (Leisure
Organization) ในรูปแบบองค์กรรัฐบาล (Government Sector)
และบริหารงานราชการในรูปแบบงานด้านสังคม จึงได้จัดงานบริการไว้
โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องนโยบายของรัฐบาล
เพ่ือให้ประชาชนมีความพึงพอใจต่อคุณภาพการให้บริการ เปิดโอกาส
ให้มีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นเพื่อน�ำไปปรับปรุงบริการ ตอบสนอง
ความต้องการของประชาชน เน้นการบริการเชิงรุกที่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรง
ระหว่างภาครัฐและประชาชน การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จอย่างแท้จริง
รวมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริการท่ีเป็นเลิศ
กรมพลศึกษาได้จัดตั้งศูนย์บริการการใช้เวลาว่างภายใต้โครงการ
แผนงานของกรมพลศึกษาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง จดั บริการให้แกน่ ักเรียน นกั ศกึ ษา
เยาวชน และประชาชน โดยไม่เสียค่าสมัครเป็นสมาชิก และเสียค่าสมัคร
เป็นสมาชิก แต่ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลก�ำไร โดยค่าสมัครเป็นสมาชิก
จะนำ� ไปใชใ้ นการบรหิ ารจดั การภายในศนู ยบ์ รกิ ารเทา่ นน้ั ซง่ึ มแี ผนปฏบิ ตั กิ าร

169

ส่วนที่ 4 การจัดตัง้ ศนู ย์นันทนาการ

อย่างชัดเจน เพ่ือตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยมุ่งเน้นให้
ประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านกีฬา นันทนาการ และวิทยาศาสตร์
การกีฬา ได้แก่ ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา, สระว่ายน้�ำวิสุทธารมณ์
และศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกก�ำลังกาย

170

ส่วนที่ 4 การจดั ต้งั ศนู ย์นนั ทนาการ

ในท่ีนี้ ผู้เขียนขอกล่าวถึง การให้บริการกิจกรรมนันทนาการ
ของศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา รับผิดชอบโดยส�ำนักนันทนาการ
กรมพลศึกษา ต้ังอยู่บริเวณ ประตู 14 สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ
เป็นการสร้างพ้ืนท่ีให้เกิดการเรียนรู้ สร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน
และสร้างความสุข รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยนันทนาการ
จะส่งผลให้มนุษย์มีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ท�ำให้เกิดความสุข
และสนุกสนาน เกิดเป็นความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ
ตลอดจนพฒั นาบคุ ลกิ ภาพอนั พงึ ประสงคใ์ หก้ บั เดก็ เยาวชน และประชาชน
เป็นการปลูกฝัง และเพิ่มพูนประสบการณ์การใช้เวลาว่างอย่างชาญฉลาด
โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ท้ังส้ิน
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือเป็นการสร้างพ้ืนที่ในการเรียนรู้ และเผยแพร่องค์ความรู้
ด้านนันทนาการให้แก่ผู้สนใจท่ัวไป
2. เพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน
ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการจนเป็น
วิถีชีวิต
3. เพื่อให้บริการทางนันทนาการแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน
และสนับสนุนการจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ของกรมพลศึกษา
เป้าหมาย
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเด็ก เยาวชน และประชาชน
ทุกเพศ ทุกวัย ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาด้วยการเข้าร่วม
กิจกรรมนันทนาการท่ีจัด รวมถึงได้รับองค์ความรู้ด้านนันทนาการ
และกิจกรรมนันทนาการ ผ่านส่ือสาธารณะ บุคคล องค์กรและหน่วยงาน


171

สว่ นที่ 4 การจดั ตงั้ ศนู ยน์ ันทนาการ

ลักษณะการด�ำเนินงาน
ด�ำเนินการจัดกิจกรรมนันทนาการและให้บริการทางนันทนาการ
แกเ่ ดก็ เยาวชน และประชาชน โดยดำ� เนนิ การเอง ประกอบดว้ ย 3 กจิ กรรม
รายละเอียดดังน้ี
1. กิจกรรมศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา เป็นการให้บริการ
กจิ กรรมนนั ทนาการของศนู ยน์ นั ทนาการ กรมพลศกึ ษา ในวนั จนั ทร-์ วนั ศกุ ร์
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 17.00-19.00 น. ตั้งแต่เดือนตุลาคม
ถึงเดือนกันยายน ตามปีงบประมาณ
2. กิจกรรมร้อนน้ีมีนันทนาการเพ่ือลูกรัก เป็นกิจกรรมในช่วง
ปดิ ภาคเรยี นของเดก็ และเยาวชน จงึ ไดจ้ ดั ใหม้ ีกิจกรรมสง่ เสริมนนั ทนาการ
“ร้อนนี้มีนันทนาการเพื่อลูกรัก” ช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม
ของทุกปี ในวันจันทร์–วันศุกร์ ในวันจันทร์-วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุด
นักขัตฤกษ์) เวลา 10.00-12.00 น. และ 14.00-16.00 น.
3. กจิ กรรมนนั ทนาการบรกิ ารประชาชน เปน็ การประชาสมั พนั ธ์
การให้บริการของศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา และเปิดโอกาสให้
เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ โดยเลือกพื้นท่ี
ส�ำคัญใกล้เคียงสนามกีฬาแห่งชาติในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม
สู่กลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงและครอบคลุม โดยทางศูนย์นันทนาการ
กรมพลศึกษา น�ำทีมผู้ฝึกสอนกิจกรรมนันทนาการ จัดกิจกรรมสร้างสาน
สัมพันธ์ การท�ำงานเป็นกลุ่ม พร้อมสอดแทรกความรู้ทางนันทนาการ
และเปิดบูทกิจกรรมนันทนาการ และที่ส�ำคัญน�ำทีมผู้ฝึกสอน
และน้องๆ นักดนตรีสากล (DPE BAND) ไปร่วมแสดงความสามารถ

172

ส่วนที่ 4 การจัดต้ังศนู ยน์ นั ทนาการ

ข้ันตอนการด�ำเนินงาน
การวางแผนและเตรียมความพร้อม
การด�ำเนินงานของศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา ในด้านต่างๆ
ดังนี้
1. ด�ำเนินการวางแผนรายละเอียดกิจกรรมและงบประมาณ
ประสานงานผู้ฝึกสอนกิจกรรมนันทนาการในเบ้ืองต้น และจัดท�ำโครงการ
ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา เพ่ือเสนอขออนุมัติโครงการ
2. เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติแล้ว แต่เนื่องจากการด�ำเนินงาน
ของศนู ยน์ นั ทนาการ กรมพลศกึ ษา ไมถ่ กู จดั ใหเ้ ปน็ การอบรม หรอื การจดั งาน
โดยทั่วไป เจ้าหน้าท่ีจึงต้องรีบด�ำเนินการจัดท�ำหนังสือและเอกสารชี้แจง
รายละเอียดขออนุมัติเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ฝึกสอนกิจกรรมนันทนาการ
ไปยังกลุ่มการคลัง ส�ำนักงานเลขานุการกรม และกรมบัญชีกลาง
โดยให้ติดต่อผ่านกลุ่มงานสวัสดิการและประโยชน์เก้ือกูล กองค่าตอบแทน
และประโยชน์เกื้อกูล กรมบัญชีกลาง และกรมบัญชีกลางจะท�ำหนังสือ
ตอบมาอีกคร้ัง
3. ระบบรับสมัครสมาชิก และการบันทึกเข้าใช้บริการประจ�ำวัน
ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสาร จัดท�ำระบบรับสมัครสมาชิก และระบบบันทึก
เข้าใช้บริการ เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าระบบ Back Office จากเว็บลิงก์
http://recreation.dpe.go.th/course/web และต้องใช้ Web Browser
Google Chrome เท่าน้ัน
3.1 สมัครด้วยตนเอง: เด็ก เยาวชน และประชาชน สามารถ
น�ำบัตรประชาชนมาติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์บริการ ศูนย์นันทนาการ
กรมพลศึกษา

173

ส่วนที่ 4 การจดั ต้ังศูนย์นนั ทนาการ

3.2 สมัครผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: เด็ก เยาวชน
และประชาชนสามารถกรอกข้อมูลส่วนตัวลงในระบบ
http://recreation.dpe.go.th/course/web/index.
php?r=rec-member-user%2Fcreate-regis
หรือ สแกน QR CODE เพ่ือเป็นสมาชิกศูนย์นันทนาการกรมพลศึกษา
คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิก
3.2.1 ต้องมีอายุไม่ต่�ำกว่า 5 ปีบริบูรณ์
3.2.2 ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง

4. การบริการและให้ข้อมูลผ่านส่ือออนไลน์สาธารณะ
โดยศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา มีบริการให้ข้อมูลออนไลน์หลากหลาย
ช่องทาง ได้แก่ Fanpage Facebook, Instagram และ กลุ่มไลน์
โดยจะต้องมีผู้ดูแลคอยบริการตอบค�ำถาม และให้ข้อมูลทางช่องทางต่างๆ
ด้วยข้อมูลท่ีถูกต้อง เหมาะสม ชัดเจน เข้าใจง่าย เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อ
ขอร่วมเป็น Admin Fanpage ได้ท่ีกลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน

174

สว่ นที่ 4 การจดั ตั้งศูนยน์ ันทนาการ

• แอพพลิเคชั่น Facebook Fanpage ศูนย์นันทนาการ
กรมพลศึกษา
https://www.facebook.com/rccenterdpe
ผู้ใช้บริการประชาชนท่ัวไป สามารถค้นหา โดยพิมพ์ค�ำว่า
“ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา”
• แอพพลิเคชั่น Instagram “recreationcenterdpe”
• แอพพลิเคช่ัน Line ผ่านช่องทาง Line Group
“สมาชิกศูนย์นันทนาการ”

175

สว่ นที่ 4 การจัดตงั้ ศนู ยน์ นั ทนาการ

5. การประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านป้ายประกาศ และแผ่นพับ
จะต้องท�ำจัดท�ำด้วยข้อมูลท่ีถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจง่าย น่าสนใจ
ในการอ่าน ดังตัวอย่าง

176

สว่ นที่ 4 การจดั ต้ังศูนย์นันทนาการ

6. การประชาสัมพันธ์ข้อก�ำหนด ข้อห้าม กติกา และข้อบังคับ
การใช้บริการศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา เพ่ือความเป็นระเบียบ
เรียบร้อยและความปลอดภัยของการใช้บริการ จ�ำเป็นต้องมีระเบียบ
และข้อบังคับ โดยควรเป็นข้อความท่ีครอบคลุม ชัดเจน และเข้าใจง่าย
และท�ำการประชาสัมพันธ์ให้ทราบในพื้นที่ที่พบเห็นได้ชัด

177

สว่ นที่ 4 การจัดต้งั ศูนย์นนั ทนาการ

ข้อก�ำหนดของการเป็นสมาชิกศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
ดังน้ี
1. แจ้งช่ือทุกครั้งท่ีเข้าใช้บริการศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
หากยังไม่เป็นสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก ณ เคาน์เตอร์บริการ
ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
2. ก่อนเข้าใช้บริการพ้ืนท่ีภายใน โปรดฝากสิ่งของ สัมภาระ
ไว้ที่จุดรับฝากของ
3. กรุณาแต่งกายสุภาพ เรียบร้อยทุกคร้ังที่เข้าใช้บริการ
ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
4. กรุณารับประทานอาหาร เคร่ืองดื่ม และขนมขบเคี้ยว
เฉพาะห้องรับรองที่บริการเท่านั้น ห้ามน�ำอาหารออกมานอกพื้นท่ีบริการ
เด็ดขาด
5. ห้ามชาร์จแบตเตอร่ีเคร่ืองมือส่ือสาร หรืออุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ภายในพ้ืนท่ีบริการ
6. ห้ามฉีก ท�ำลาย หรือกระท�ำการใดๆ ท่ีท�ำให้ส่ิงพิมพ์
หรือทรัพย์สินของศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา ช�ำรุดเสียหาย
7. กรุณารักษาความสะอาด ไม่ทิ้งเศษขยะหรือสิ่งปฏิกูล
ลงบนพ้ืนท่ีบริการศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
8. เคารพระเบียบของสถานท่ี ส�ำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง
หรือการกระท�ำใดๆ อันเป็นที่รบกวนผู้อ่ืน
9. ไม่น�ำสิ่งเสพติด อาวุธ หรือวัตถุอันตรายเข้ามาภายใน
ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
10. ห า ก มี ก า ร ใ ช ้ อุ ป ก ร ณ ์ ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น
เม่ือหมดเวลาเรียน ต้องจัดเก็บอุปกรณ์เข้าท่ีให้เรียบร้อย
และแจ้งให้เจ้าหน้าท่ีหรือผู้คุมห้องทราบด้วย
11. โปรดดูแล ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว ท่ีน�ำเข้าห้องบริการ

178

สว่ นที่ 4 การจดั ต้งั ศูนยน์ ันทนาการ

12. สมาชิกต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ของการเข้าร่วม
กิจกรรมนันทนาการแต่ละประเภท ตามท่ีศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
ก�ำหนดโดยเคร่งครัด
13. โปรดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าท่ีศูนย์นันทนาการ
กรมพลศึกษา ในการขอตรวจค้นกระเป๋า สิ่งของ ทุกคร้ัง
14. หา้ มทะเลาะววิ าทหรอื ทำ� รา้ ยรา่ งกายกนั ภายในศนู ยน์ นั ทนาการ
กรมพลศึกษา หากเกิดกรณีดังกล่าว กรมพลศึกษาจะด�ำเนินการ
ตามกฎหมาย
การวางแผน พัฒนา และการจัดการสิ่งอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการ
ด้านอาคารสถานที่
เป็นการจัดพื้นที่อาคาร สถานที่ อุปกรณ์ ส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
สภาพแวดล้อมทางกายภาพ หรือการจัดส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ
ท้ังในร่มและกลางแจ้ง พร้อมท้ังพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
เพื่อสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้งาน
และการจัดโปรแกรมกิจกรรมนันทนาการ โดยโครงสร้างการด�ำเนินงาน
โดยทรัพยากรกายภาพทางนันทนาการและส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
ของศูนย์นันทนาการนั้น มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นท่ีในร่ม
(Indoor) และพนื้ ทก่ี ลางแจง้ (Outdoor) พรอ้ มดว้ ยสง่ิ อำ� นวยความสะดวก
และอุปกรณ์ทางนันทนาการ (Mull; Beggs; & Renneisen. 2009)
โดยพื้นที่ท้ัง 2 ส่วนมีองค์ประกอบ ดังนี้
1. พ้ืนท่ีในร่ม (Indoor) เป็นพ้ืนท่ีในตัวอาคาร ประกอบด้วย
10 พื้นท่ี ดังน้ี
1.1 ห้องส�ำนักงาน: เป็นห้องส�ำหรับเจ้าหน้าที่ ใช้ส�ำหรับ
ประชุมงานท�ำงาน จัดเก็บเอกสาร และอุปกรณ์ต่างๆ

179

สว่ นที่ 4 การจดั ตั้งศนู ยน์ ันทนาการ

1.2 ท่ีพักเจ้าหน้าท่ี: เป็นพ้ืนที่ส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีท่ีอยู่ประจ�ำ
ศูนย์นันทนาการ เพื่อคอยรับลงทะเบียนสมาชิกท่ีเข้ามารับบริการ
ให้ข้อมูลกับประชาชนท่ีเข้ามาสอบถาม และบริการรับฝากกระเป๋า
หรือสัมภาระของผู้มารับบริการ
1.3 หอ้ งรบั รอง: เปน็ หอ้ งสำ� หรบั ผปู้ กครองหรอื ประชาชนทว่ั ไป
ท่ีมารอได้ใช้ส�ำหรับนั่งพักหรือท�ำกิจกรรมอื่นยามว่าง
1.4 พื้นท่ีอเนกประสงค์: เป็นพื้นท่ีส�ำหรับใช้ท�ำกิจกรรม
ที่ต้องใช้เนื้อที่ค่อนข้างมาก อาทิ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ กิจกรรมลีลาศ
เพื่อสุขภาพ กิจกรรมนาฏศิลป์ กิจกรรมเคล่ือนไหวร่างกาย ฯลฯ
1.5 ห้องกิจกรรม 1: ห้องปฏิบัติกิจกรรมร้องเพลง
1.6 ห้องกิจกรรม 2: ห้องปฏิบัติกิจกรรมดนตรีสากล
ประเภทคีย์บอร์ด
1.7 ห้องกิจกรรม 3: ห้องปฏิบัติกิจกรรมดนตรีสากล
ประเภทกีต้าร์
1.8 ห้องกิจกรรม 4: ห้องปฏิบัติกิจกรรมดนตรีสากล
ประเภทกลองชุด
1.9 ห้องกิจกรรม 5: ห้องปฏิบัติกิจกรรมเครื่องดนตรีไทย
อาทิ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฉิ่ง ฯลฯ
1.10 ห้องกิจกรรม 6: ห้องปฏิบัติกิจกรรมนันทนาการ
ด้านศิลปะ งานประดิษฐ์ต่างๆ และกิจกรรมพิเศษ
1.11 ห้องน้�ำ จ�ำนวน 10 ห้อง


180

ส่วนที่ 4 การจัดตั้งศนู ยน์ นั ทนาการ

2. พ้ืนที่กลางแจ้ง (Outdoor) เป็นพื้นที่นอกตัวอาคาร
ประกอบด้วย
2.1 พ้ืนที่จอดรถ
การบริการ
การให้บริการกิจกรรมนันทนาการ ในวันจันทร์-วันศุกร์
เวลา 17.00-19.00 น. ณ ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา ท่ีมุ่งเน้น
การให้บริการทางนันทนาการแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนสามารถ
เลือกเข้าร่วมไ ด ้ ต า ม ค ว า ม ส มั ค ร ใ จ อ ย ่ า ง ห ล า ก ห ล า ย อ า ทิ
กิจกรรมดนตรีไทยท ดนตรีสากล กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมนาฏศิลป์
กิจกรรมลีลาศเพื่อสุขภาพ กิจกรรมร้องเพลงคาราโอเกะ กิจกรรม
การเคล่ือนไหวทางกาย กิจกรรมภาษาพาเพลิน กิจกรรมพิเศษ
เป็นต้น ซึ่งแต่ละกิจกรรมนั้นมีการเสริมทักษะตามคุณค่าของกิจกรรม
ท่ีแตกต่างกัน จึงท�ำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เข้าร่วม
กิจกรรมได้ทุกกลุ่ม ทุกวัย อีกทั้งยังมีประโยชน์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก
เยาวชน และประชาชนได้ประกอบกิจกรรมนันทนาการในเวลาว่าง
อย่างสม�่ำเสมอจนเป็นวิถีชีวิต อีกทั้งยังสนับสนุนการจัดกิจกรรม
นันทนาการต่างๆ ของกรมพลศึกษา โดยศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา
ได้ด�ำเนินการประสานงานบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ
และเชย่ี วชาญเฉพาะดา้ นมาเปน็ ผฝู้ กึ สอนกจิ กรรมนนั ทนาการใหแ้ กส่ มาชกิ
ตามรายละเอียดดังนี้

181

สว่ นที่ 4 การจดั ตั้งศนู ยน์ นั ทนาการ
182

ส่วนที่ 4 การจดั ตง้ั ศนู ย์นันทนาการ

โครงการสร้างและหน้าท่ี
ศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา อยู่ภายใต้การก�ำกับดูแล
ของส�ำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา โดยมอบหมายให้กลุ่มนันทนาการ
เด็กและเยาวชน ดูแลรับผิดชอบด�ำเนินการ ประกอบด้วย

การประเมินและรายงานผล
1. การประเมินผลความพึงพอใจจากการสอบถามความพึงพอใจ
ของผู้เข้าใช้บริการศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา โดยผู้รับผิดชอบ
เป็นผู้สร้างแบบสอบถาม โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม การสัมภาษณ์
และสังเกตร่วมด้วย
2. การรายงานผล กก.101 ในการรายงานผลในแบบฟอร์มต่างๆ
อาจจะมีการเปล่ียนแปลงรูปแบบในแต่ละปีงบประมาณ
3. การรายงานสรุปผลการด�ำเนินงานเป็นรูปเล่ม เม่ือด�ำเนินการ
ตามแผนงานเรียบร้อยให้จัดท�ำเล่มการรายสรุปผล และจัดส่งรายงาน
ต่ออธิบดีกรมพลศึกษา รองอธิบดีกรมพลศึกษา ผู้อ�ำนวยการ
ส�ำนักนันทนาการ อ�ำนวยการกลุ่มบริหารงานท่ัวไป ส�ำนักนันทนาการ
ผู้อ�ำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ผู้อ�ำนวยการกลุ่มแผนงาน เป็นต้น

183

สว่ นที่ 4 การจัดตง้ั ศนู ย์นันทนาการ

ขัน้ ตอนการปฏิบัติงานของศูนย์นันทนาการ กรมพลศึกษา

184

สว่ นที่ 4 การจดั ตั้งศนู ย์นนั ทนาการ

การให้บริการของหน่วยงานไม่แสวงหาผลก�ำไร
(Non-Profit Sector)

การใหบ้ รกิ ารของหนว่ ยงานไมแ่ สวงผลกำ� ไร (Non – Profit Sector)
คือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาลและไม่ใช่หน่วยงานธุรกิจ จดทะเบียนองค์กร
อย่างถูกต้อง ให้บริการเพ่ือประโยชน์สาธารณะ ไม่แสวงหาผลก�ำไร
ซ่ึงผู้เขียนขอยกตัวอย่าง ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park)
มาเป็นต้นแบบในการด�ำเนินงานและใช้เป็นแนวทางหรือรูปแบบ
ในการพัฒนา โดยมีรายละเอียดดังน้ี
ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ Thailand Knowledge
Park (TK park) เป็นหน่วยงานหนึ่งท่ีก่อตั้งข้ึนภายใต้การก�ำกับดูแลของ
“ส�ำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้” (องค์การมหาชน)
หรือ Office of Knowledge Management and Development
(OKMD) ในสังกัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้เขียน ขอขยายความ ค�ำว่า “องค์การมหาชน” เป็นองค์กร
ของรฐั ประเภทหนงึ่ ทกี่ ำ� หนดขนึ้ เพอื่ ทำ� บรกิ ารสาธารณะทกี่ ฎหมายกำ� หนด
ให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องการประสิทธิภาพสูง โดยมิได้ค้าก�ำไร
จากการบรกิ าร มวี ฒั นธรรมองคก์ รเหมอื นภาคธรุ กจิ ทสี่ ามารถใชป้ ระโยชน์
ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมิอาจด�ำเนินการได้ในส่วนราชการ
ซึ่งเป็นองค์การแบบราชการ (Bureaucratic model)
องค์การมหาชนมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐและเป็นนิติบุคคล
จั ด ต้ั ง ข้ึ น ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ อ ง ค ์ ก า ร ม ห า ช น พ . ศ . 2 5 4 2
และพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังหน่วยงาน เพื่อรับผิดชอบภารกิจของรัฐ
ในการใหบ้ รกิ ารสาธารณะหรอื ดำ� เนนิ กจิ กรรมเฉพาะดา้ นทภี่ าครฐั ยงั จำ� เปน็

185

ส่วนที่ 4 การจดั ตั้งศนู ยน์ นั ทนาการ

ต้องด�ำเนินการและจัดให้มี หรือภาครัฐต้องมีบทบาทให้การสนับสนุน
ในเรอื่ งงบประมาณเพอื่ ใหเ้ กดิ การดำ� เนนิ งาน เปน็ บรกิ ารในสว่ นทร่ี ฐั ตอ้ งการ
ส่งเสริม หรือเป็นบทบาทของรัฐในการให้บริการ การแทรกแซงตลาด
หรือบริการท่ีภาคเอกชนยังไม่สนใจหรือมีศักยภาพท่ีจะด�ำเนินการ
หลักเกณฑ์พ้ืนฐานในการจัดตั้งองค์การมหาชนได้มีบัญญัติไว้ใน
มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 ซึ่งสามารถ
แยกแยะองค์ประกอบในการจัดต้ังได้ 3 ประการ คือ
1. เมื่อรัฐบาลมีนโยบายด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะเพ่ือจัดท�ำ
บริการสาธารณะ
2. แผนงานการจัดท�ำบริการสาธารณะนั้นมีความเหมาะสม
ที่จะจัดต้ังหน่วยงานบริหารขึ้นใหม่ที่แตกต่างไปจากส่วนราชการ
และรัฐวิสาหกิจ
3. การจัดต้ังหน่วยบริหารขึ้นใหม่น้ันมีความมุ่งหมายให้มี
การใช้ประโยชน์ทรัพยากรและบุคลากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ส�ำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (สบร.)
จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังส�ำนักงานบริหาร และพัฒนา
องค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เม่ือวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
ภายใตส้ งั กดั สำ� นกั นายกรฐั มนตรี บนพน้ื ฐานการพฒั นาประเทศตามแนวคดิ
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มุ่งเน้นการสนับสนุน และส่งเสริมกระบวนการ
กระจายโอกาสเรียนรู้ และการจัดการทุนทางปัญญาให้กับสังคมไทย
เพ่ือเพิ่มขีดความรู้ความสามารถในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
และรู้จักประยุกต์ใช้ความรู้เพ่ือยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านกระบวนการ
เรียนรู้สาธารณะ อันเป็นการศึกษาที่ไม่มีที่สิ้นสุด

186

ส่วนที่ 4 การจัดต้งั ศนู ยน์ ันทนาการ

ดังนั้น ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ Thailand Knowledge
Park (TK park) ถือเป็นการให้บริการทางนันทนาการของหน่วยงาน
ไม่แสวงหาผลก�ำไร (Non-Profit Sector) โดยมีวิสัยทัศน์ ร่วมสร้างสรรค์
สังคมการเรียนรู้โดยการสร้างทัศนคติ และนิสัยรักการอ่าน การคิด
และการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ในกลุ่มเด็กและเยาวชน และภารกิจหลัก
ด้านการรณรงค์ส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนมีอุปนิสัยรักการอ่าน
และการเรยี นรู้ เพอื่ สรา้ งสรรคส์ งั คมไทยใหเ้ ปน็ สงั คมแหง่ การเรยี นรใู้ นทส่ี ดุ

187

ส่วนที่ 4 การจัดต้งั ศูนย์นนั ทนาการ

TK Park: ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้
(Thailand Knowledge Park)
ก่อต้ังข้ึนเม่ือวันท่ี 18 มิถุนายน 2547 ตามประกาศคณะกรรมการ
บริหารส�ำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ท่ี 4/2547 เรื่อง การจัดตั้ง
และการจัดการส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ซ่ึงเป็นหน่วยงานเฉพาะด้าน
ภายในโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์แหล่งการเรียนรู้เพื่ออนาคต
โดยเน้นการปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และการแสวงหาความรู้
ในบรรยากาศการเรียนรู้ที่ทันสมัย รวมทั้งให้มีการเช่ือมโยง
เครือข่ายกระจายความรู้ และเป็นแหล่งข้อมูลสาธารณะท่ีง่ายในการเข้าถึง
และสะดวกในการใช้เพื่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ตลอดชีวิต
TK park มีเป้าหมายและพันธกิจท่ีชัดเจนในการท�ำงานเพื่อสร้าง
แหล่งเรียนรู้ ปลูกฝังทัศนคติและนิสัยรักการอ่าน การคิด และการแสวงหา
ความรใู้ นกลมุ่ เดก็ และเยาวชน ผา่ นการสรา้ งสรรคน์ วตั กรรมการเสรมิ สรา้ ง
ความรู้ พฒั นา ความคดิ และบรู ณาการภมู ปิ ญั ญา ผา่ นกระบวนการสง่ เสรมิ
การรักการอ่าน การแสวงหาความรู้ และการเรียนรู้อย่าง สร้างสรรค์

188

ส่วนที่ 4 การจดั ตัง้ ศูนยน์ ันทนาการ

ตามแนวทางทสี่ อดคลอ้ งกบั ขนบประเพณี และวฒั นธรรมอนั เปน็ เอกลกั ษณ์
ของชาติซึ่งเป็นพ้ืนฐานส�ำคัญในการพัฒนาคนและสังคมไทยให้มีคุณภาพ
ตลอดจนจุดประกายให้กับทุกภาคส่วนในประเทศเพื่อร่วมสร้างสรรค์
สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจน
เพ่ือให้นิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ หย่ังรากลึกอยู่ในสังคมไทย
อย่างย่ังยืนแท้จริงต่อไป
TK Park: ร่วมขับเคล่ือนการเรียนรู้สู่สังคมไทย
TK Park: อุทยานการเรียนรู้ต้นแบบ
ท่ีนี่มีแนวคิดว่าห้องสมุดไม่ใช่เพียงเป็นสถานที่เก็บหนังสือเท่านั้น
จงึ สรา้ งสรรคพ์ น้ื ท่ี ทเ่ี รยี กวา่ “อทุ ยานการเรยี นรตู้ น้ แบบ” อนั เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้
ของการสรา้ งปรากฏการณ์ มหศั จรรยใ์ นหมเู่ ยาวชนและผทู้ รี่ กั การอา่ นทกุ คน
ด้วยประสบการณ์การเรียนรู้อย่าง ไม่มีขีดจ�ำกัดของเยาวชน
และคนรกั การอา่ นทกุ คนในรปู แบบของ “หอ้ งสมดุ มชี วี ติ ” ทปี่ ระกอบไปดว้ ย
หนังสือและส่ือครบครันท่ีกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
รวมถึงกิจกรรมปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้
อย่างต่อเน่ือง
TK Park อุทยานการเรียนรู้ต้นแบบ ต้ังอยู่ ณ อาคารศูนย์การค้า
เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 มีพ้ืนที่บริการท้ังสิ้น 3,700 ตารางเมตร เปิดให้บริการ
คร้ังแรกเมื่อวัน ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2548
ภายใตแ้ นวคดิ สวนสนกุ แหง่ ความร:ู้ สรา้ งสรรคก์ จิ กรรมตน้ แบบ
จินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นท้ังเหตุและผล
ของการเรียนรู้ ดังน้ัน TK park จึงได้เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทั่วไป
ได้มีโอกาสแสดงผลงานจากความคิดสร้าง สรรค์ของตนเอง และมีเวที
ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีการจัดโครงการที่ส่งเสริมสนับสนุน
ให้เด็กและเยาวชนของไทยมีโอกาสแสดงพลังแห่งจินตนาการของตนเอง

189

ส่วนที่ 4 การจัดตงั้ ศนู ย์นันทนาการ

เช่น โครงการทีเคแจ้งเกิด โครงการปล่อยแสง โครงการตลาดนัดความคิด
โครงการรวมพลคนรักดนตรี โครงการเกมสร้างคน คนสร้างเกม เป็นต้น
โดยสร้างสรรค์สถานที่แห่งน้ีจึงไม่ใช่เพียงแหล่งรวบรวมหนังสือ
เทา่ นนั้ แตย่ งั เปน็ แหลง่ เชอื่ มโยงความรรู้ อบดา้ น ทงั้ หนงั สอื สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ดนตรี และกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อตอบสนองทุกพลังสร้างสรรค์
ของเยาวชนไทย รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
เช่ือมโยงเครือข่ายกระจายความรู้ ในลักษณะศูนย์รวมสื่อและข้อมูล
ที่สะดวกในการเข้าถึง
กิจก ร ร มก าร เ รียนรู้นี้นอก จ าก จะ ส า ม า ร ถ ต อบส นอง
ทุกพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยแล้ว ยังพัฒนาเป็นต้นแบบให้แก่
หนว่ ยงานภาครฐั และเอกชนเพอ่ื นำ� ไปใชใ้ นการสง่ เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพ
เด็ก เยาวชนและชุมชนท้องถิ่นต่อไป
TK park มุ่งมั่นท�ำงานเพื่อประโยชน์ของการส่งเสริมการอ่าน
การเรียนรู้สาธารณะอย่างสร้างสรรค์ โดยการสร้าง สรรค์เน้ือหาสาระ
การสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการ
ห้องสมุดมีชีวิตและความรู้ในด้านต่างๆ รวมทั้งเพื่อจุดประกายความคิด
อาทิ วจิ ยั พฒั นาเพอื่ สรา้ งสรรคเ์ นอื้ หาสาระผา่ นสอ่ื การเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย
มีการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีความเป็นไทยอันทรงคุณค่ามาจัดท�ำเป็น
ส่ือการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ ที่ตรงกับ ความต้องการของเด็กและเยาวชน
อาทิ ชุดนิทานและวรรณกรรมเยาวชนพ้ืนบ้าน ชุดเกมสร้างสรรค์
รวมท้ังการจุดประกายและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ
หอ้ งสมดุ มชี วี ติ และองคค์ วามรใู้ นดา้ นตา่ งๆ ไดแ้ ก่ การสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร
การอบรมและประกวดห้องสมุดมีชีวิต การอบรมบรรณารักษ์
ห้องสมุดประชาชน ตลอดจนการสัมมนาวิชาการในระดับประเทศ
และระหว่างประเทศ

190

ส่วนที่ 4 การจัดตั้งศนู ย์นนั ทนาการ

เครือข่ายแห่งการเรียนรู้สู่อนาคต
TK park ได้ด�ำเนินแผนการจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้
ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไปทั่วประเทศ ดังน้ี
อุทยานการเรียนรู้ภูมิภาคต้นแบบ
ปจั จบุ นั มจี ำ� นวน 1 แหง่ ทเี่ ปดิ ใหบ้ รกิ าร คอื อทุ ยานการเรยี นรู้ ยะลา
โดยได้ท�ำความร่วมมือกับเทศ บาลนครยะลา เม่ือปี 2548
เพอื่ สง่ เสรมิ การอา่ น การเรยี นรขู้ องเดก็ เยาวชน และ ประชาชนใหม้ โี อกาส
ท�ำกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และสร้างความเข้าใจ
ร่วมกันอันดีระหว่างคนในชุมชน
อุทยานการเรียนรู้ระดับจังหวัด
TK park ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริม
การจัดตั้งและพัฒนา ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นด้วยแนวคิดห้องสมุด
มีชีวิต จ�ำนวน 20 แห่ง ครอบคลุม 16 จังหวัด ได้แก่ สตูล สงขลา ภูเก็ต
สมุทรสาคร อ่างทอง ระยอง ตราด ฉะเชิงเทรา อ่างทอง ปราจีนบุรี ล�ำปาง
พิจิตร พิษณุโลก พะเยา เชียงราย ศรีษะเกษ
ห้องสมุดมีชีวิตในโรงเรียน
TK park ร่วมมือกับส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) ในการพัฒนา ห้องสมุดมีชีวิตโรงเรียน ปัจจุบันมีจ�ำนวน
168 โรงเรียน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ห้องสมุดเด็กไทยคิด
เปน็ หอ้ งสมดุ มชี วี ติ สำ� หรบั เดก็ อายุ 3 - 12 ปี ตกแตง่ ดว้ ยบรรยากาศ
ท่ีกระตุ้นและส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ พร้อมหนังสือและส่ือการเรียนรู้
ที่ คั ด เ ลื อ ก แ ล ้ ว ว ่ า เ ห ม า ะ ส ม กั บ เ ด็ ก ต า ม พั ฒ น า ก า ร แ ต ่ ล ะ ช ่ ว ง วั ย
ปัจจุบันห้องสมุดเด็กไทยคิดมีจ�ำนวน 26 แห่ง

191

ส่วนที่ 4 การจัดตั้งศนู ย์นันทนาการ

การบริการ
ปิดบริการเวลา 10.00 – 20.00 น.
วันอังคาร – วันอาทิตย์
**(ปิดท�ำการทุกวันจันทร์)**
การสมัครสมาชิก และต่ออายุสมาชิก
• ลงทะเบียน และถ่ายรูป ณ จุดลงทะเบียนข้อมูลสมาชิก
• ช�ำระค่าธรรมเนียม และรับบัตรสมาชิก
• การสมัครสมาชิก ต้องเตรียมบัตรประชาชน
หรือเลขบัตรประชาชนมาด้วยทุกคร้ัง
อัตราค่าธรรมเนียม
สมัครสมาชิกใหม่
• อายุ 4 - 24 ปี และ 60 ปีข้ึนไป 100 บาท / ปี
• อายุ 25 - 59 ปี 200 บาท / ปี
• ชาวต่างชาติ (ท่ีมีใบอนุญาตท�ำงานในไทย) 200 บาท / ปี
• ชาวต่างชาติ (ใช้หนังสือเดินทางเป็นหลักฐานการสมัคร)
400 บาท / ปี
• ยกเว้นค่าสมาชิกส�ำหรับพระภิกษุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส
ต่ออายุสมาชิก
• อายุ 4 - 24 ปี และ 60 ปีข้ึนไป 70 บาท / ปี
• อายุ 25 - 59 ปี 150 บาท / ปี
• ชาวต่างชาติ (ท่ีมีใบอนุญาตท�ำงานในไทย) 150 บาท / ปี
• ชาวต่างชาติ (ใช้หนังสือเดินทางเป็นหลักฐานการสมัคร)
300 บาท / ปี

192

ส่วนที่ 4 การจดั ตัง้ ศูนยน์ นั ทนาการ

ข้อมูลเพิ่มเติมส�ำหรับสมาชิก
• การสมัครสมาชิกใหม่ ต้องแจ้งเลขท่ีบัตรประชาชน
ประกอบการสมัครทุกคร้ัง
• กรณีชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตท�ำงานในประเทศไทย
อัตราค่าสมัครสมาชิกและต่ออายุสมาชิกได้สิทธ์ิค่าธรรมเนียม
เท่ากับคนไทย
• TK park รับประกันบัตรที่เกิดจากการขัดข้อง หรือช�ำรุด
ในระยะเวลา 1 เดือนนับจากวันท่ีออกบัตร โดยการ
เปลี่ยนบัตรใหม่
*กรณีบัตรสมาชิกหาย ไม่ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบ
ของทาง TK park
• กรณีบัตรหาย กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่ออายัดบัตรและท�ำการ
ออกบัตรใหม่ โดยสมาชิกสามารถเสียค่าธรรมเนียม
ในการออกบัตรใหม่ ในราคาต่ออายุสมาชิก โดยระยะเวลา
ในการเป็นสมาชิกจะเร่ิมนับจากวันท่ีออกบัตรใหม่
• กรณีการต่ออายุ สมาชิกจะได้สิทธ์ิในการเปลี่ยนบัตรใหม่
• สมาชิกสามารถใช้บัตรสมาชิกใบเดิมภายหลังการต่ออายุ
ได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี
• การต่ออายุสมาชิกสามารถกระท�ำได้ก่อนหรือหลังบัตรหมด
อายุไม่เกิน 180 วัน
• กรณีลืมบัตรสมาชิก สามารถใช้บัตรส�ำคัญทางราชการ
เพ่ือแลกบัตร Visitor Passโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้สิทธิ์ได้
ไม่เกิน 3 คร้ังต่อปี
* Visitor Pass ไม่สามารถยืมหนังสือและใช้บริการ
อินเทอร์เน็ตได้

193


Click to View FlipBook Version