The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการบริหารจัดการศูนย์นันทนาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-06-01 00:44:31

แนวทางการบริหารจัดการศูนย์นันทนาการ

แนวทางการบริหารจัดการศูนย์นันทนาการ

Keywords: การบริหารศูนย์นันทนาการ,ศูนย์นันทนาการ

สว่ นท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนนั ทนาการ

1) บุคลิกแบบผสมผสาน (integrated) เป็นลักษณะ
ของบุคคลที่ยังรักษาความเป็นตัวของตัวเองได้เสมอ พอใจในชีวิต
ที่ผ่านมาและพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ยอมรับสภาพความจริงและบังคับ
ตัวเองได้ ปรับตัวให้เหมาะสมกับส่ิงแวดล้อม
2) บุคลิกแบบต่อต้าน (armored หรือ defended)
เป็นลักษณะของความสูงอายุท่ีพยายามต่อสู้กับความเสื่อมถอยหวาดหว่ัน
ของชีวิตแบบเป็นลักษณะต่างๆ
3) บุคลิกภาพเฉยชาและพ่ึงพาบุคคลอื่น กลุ่มน้ีต้องการ
ให้ความต้องการทางอารมณ์ของตนได้รับการตอบสนอง รู้สึกว่าตนเอง
ไม่สามารถช่วยตนเองได้ถ้าปราศจากผู้ช่วยเหลือ
4) บุคลิกภาพแบบการผสมผสาน (un-integrated
or disorganized) จะมีความเสื่อมท้ังด้านร่างกายและจิตใจ
ขาดการควบคุมอารมณ์ แสดงออกถึงความบกพร่องทางด้านความคิดอ่าน
และภาวะจิตใจอย่างเห็นได้ชัด จะยังคงอยู่ในสังคมได้ แต่จะมีพฤติกรรม
และความพึงพอใจต่อชีวิตอยู่ในระดับต่�ำ

94

สว่ นที่ 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนันทนาการ

พัฒนาการทางด้านสังคม
การเปล่ียนแปลงท่ีมีผลต่อการใช้ชีวิตทางสังคมของคนวัยน้ี
คือ การมีเวลาว่างมากข้ึน ท�ำให้สามารถกระท�ำกิจกรรมเพ่ือการพักผ่อน
หยอนใจได้มากขึ้น เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การปลูกต้นไม้ เข้ากลุ่ม
ศึกษาและปฏิบัติธรรม เป็นต้น แต่จะมีข้อจ�ำกัดในการมีสัมพันธภาพ
กับผู้อ่ืน เนื่องจากบทบาททางสังคมลดลง เช่น การหยุดประกอบอาชีพ
การตายของญาติ เพื่อนฝูงคู่สมรส และการเส่ือมของสุขภาพ
ประกอบกบั วยั สงู อายจุ ะมคี วามสนใจตนเองเพม่ิ ขนึ้ จะสนใจบคุ คลอน่ื ลดลง
ในวัยนี้อาจจะมีการย้ายที่อยู่ด้วยเหตุผลต่างๆ กัน บางคนอาจจะรู้สึกว่า
บ้านที่อยู่ปัจจุบันน้ีหลังใหญ่ไป ท�ำความสะอาดล�ำบาก บางคนก็ขายบ้าน
แล้วย้ายไปอยู่ใกล้ๆ กับลูกคนใดคนหน่ึง บางคนก็ย้ายออกไปอยู่ในสถานที่
อากาศดีกว่าเดิม หรือย้ายไปอยู่ท่ีสถานสงเคราะห์คนชรา การย้ายที่อยู่
ต้องปรับตัวเสมอ ผู้สูงอายุต้องเรียนรู้อาศัยในการอาศัยอยู่ในเมืองใหม่ๆ
ผู้สูงอายุท่ีไม่ได้อาศัยอยู่บ้านพักคนชรา มักต้องอาศัย
ลูกหลานเก้ือกูล ยิ่งอายุเพ่ิมมากข้ึนก็ต้องพึ่งพิงครอบครัวมากข้ึนด้วย
สมั พนั ธภาพกบั บตุ รหลานจะราบรน่ื หรอื ไม่ ขนึ้ อยอู่ ยา่ งมากกบั สมั พนั ธภาพ
ที่เขาให้กับลูกเม่ือลูกยังเล็ก ถ้าสัมพันธภาพเคยเป็นมาแล้วด้วยดี
ก็ไม่สู้จะยากล�ำบากมากนัก ภาวการณ์เป็นหม้ายพบได้เสมอในวัยผู้สูงอายุ
โดยเฉพาะในสตรี เน่ืองจากชายมักอายุส้ันกว่าหญิง การปรับตัว
ต่อการตายของคู่สมรสน้ันยากเป็นพิเศษในวัยสูงอายุ
พัฒนาการทางด้านสติปัญญา
เม่ือเข้าสู่วัยสูงอายุ สมองฝ่อและมีน�้ำหนักลดลง มีเลือดมาเล้ียง
สมองน้อยลง เซลล์ประสาทตายเพิ่มข้ึน และจ�ำนวนเซลล์ลดลงตามอายุ
ท�ำให้สมองเสื่อม ความจ�ำเส่ือม โดยเฉพาะความจ�ำในเหตุการณ์ปัจจุบัน
(recent memory) และความจ�ำเฉพาะหน้า (immediate memory)

95

ส่วนท่ี 2 การใช้เวลาวา่ ง และนนั ทนาการ

แต่ความจ�ำในอดีต (remote memory) จะไม่เสีย แต่การประสานงาน
ระหว่างประสาทสัมผัสกับความคิดอ่านจะเช่ืองช้าลง ผู้สูงอายุ
จึงมีประสิทธิภาพในอันท่ีจะใส่ใจต่อสิ่งเร้าไม่ไวหรือดีเท่าคนอายุน้อย
และมีลักษณะความคิดไม่ยืดหยุ่น การแก้ปัญหาของผู้สูงอายุมีแนวโน้ม
ท่ีจะให้ความสนใจกับส่ิงท่ีไม่ใช่ข้อมูล หรือส่วนท่ีไม่ตรงเป้าหมาย
ของปัญหานั้นๆ
ผสู้ งู อายมุ คี วามยงุ่ ยากลำ� บากในการทำ� ความเขา้ ใจกบั สงิ่ ทจี่ ะตอ้ งเรยี น
และบกพร่องในด้านที่จะเก็บข้อมูลไว้ในความจ�ำระยะส้ันให้ยาวนาน
เพียงพอ เพ่ือฝังรอยเป็นความจ�ำถาวร การให้อยู่ในสภาพแวดล้อม
ท่ีคุ้นเคย ให้ช่วงเวลาท่ีเหมาะสมเพื่อท�ำความเข้าใจกับข้อมูลจะช่วย
ได้มาก จะเห็นว่าผู้สูงอายุมักหันมาสนใจทางศาสนา
กิจกรรมนันทนาการและการใช้เวลาว่างของวัยสูงอายุ
สิ่งท่ีท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในการบริการประชากรผู้สูงอายุท่ีมี
ความหลากหลายในความสามารถและความสนใจ และเปน็ สาเหตทุ กี่ อ่ ใหเ้ กดิ
การเปลี่ยนแปลงในโปรแกรมนันทนาการที่ออกแบบและน�ำไปใช้
คุณลักษณะท่ีมีประสิทธิผลของโปรแกรมส�ำหรับผู้สูงอายุ ประกอบด้วย
1) การเข้าร่วม ผู้สูงอายุควรเข้าร่วมในการพัฒนาความคิด
การจัดโปรแกรมเพ่ือสามารถน�ำไปใช้ได้
2) ความหลากหลาย สถานภาพของสุขภาพ การรับรู้
และการท�ำงานของร่างกายจะแปรผันในกลุ่มผู้มีอายุ 65-74 ปี,
75-84 ปี และ 85 ปีขึ้นไป
3) ตัวเลือกและความหลากหลาย กิจกรรมผู้สูงอายุที่มีมา
อย่างยาวนาน ได้แก่ การออกก�ำลังกายบนเก้าอี้ การเล่นไพ่
และ bingo น้ันเหมาะสมกับผู้สูงอายุจ�ำนวนหน่ึงเท่านั้น แทนที่จะเป็น
กิจกรรมนันทนาการที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เข้าร่วมได้

96

ส่วนที่ 2 การใช้เวลาวา่ ง และนันทนาการ

เช่น การเต้นร�ำ ศิลปะ กิจกรรมทางวัฒนธรรม และการออกก�ำลังกาย
4) การเชื่อมกับสังคม กิจกรรมท่ีประชาชนทุกกลุ่มอายุเข้าร่วม
ได้มีความส�ำคัญ เนื่องจากจะช่วยหักล้างการมีทัศนคติตายตัวของกลุ่ม
ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ และการแสดงออกของคนรุ่นใหม่ในความฉลาด
และความสามารถของผู้สูงอายุ กิจกรรมเหล่าน้ีประกอบด้วย
การรวมตัวทางสังคม การเต้นร�ำ ศิลปะและหัตถกรรม
ตวั อยา่ งกจิ กรรมนนั ทนาการทบ่ี รกิ ารใหผ้ สู้ งู อายุ ควรเปน็ โปรแกรม
การออกก�ำลังกายสร้างสุขภาวะท้ังทางร่างกาย อารมณ์ และสังคม
ที่จะน�ำไปสู่การส่งเสริมสุขภาพ โปรแกรมต้องสอดคล้องกับความสามารถ
และความต้องการของผู้สูงอายุด้วยหลายๆ วิธีการ ได้แก่
1) การฝึกส�ำหรับกลุ่มท่ีเป็นโรคเรื้อรัง
2) ครูสอน จ้างครูมาฝึกให้ผู้สูงอายุ
3) จัดสัมมนาสุขภาพและสุขภาวะ ให้แหล่งข้อมูลท่ีจะบริการ
ให้ผู้สูงอายุท้ังหมด เช่น โภชนาการ
4) กิจกรรมทางสังคม
5) ไปเท่ียวนอกสถานที่ โดยมีการจัดรถโดยสารให้ผู้สูงอายุ
เดินทางไปเท่ียว

97

ส่วนท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนนั ทนาการ

โปรแกรมนันทนาการ

โปรแกรมนันทนาการ เป็นการออกแบบบริการและโอกาสส�ำหรับ
การใช้เวลาว่าง เป็นการสนับสนุนและการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยการ
สรา้ งปฏสิ มั พนั ธท์ างสงั คมดว้ ยการจดั การและสรา้ งสรรคส์ งิ่ แวดลอ้ มนำ� ไปสู่
ประสบการณ์ของการใช้เวลาว่าง โดยประเมินความสนใจ จัดท�ำตาราง
กิจกรรม จัดเตรียมผู้นำ� และอปุ กรณ์ การบ�ำรงุ รักษาสงิ่ อ�ำนวยความสะดวก
ต่างๆ (Rossman & Schlatter. 2008; Russell & Jamieson. 2008)
องค์ประกอบหลักของโปรแกรมนันทนาการ
เครา้ ส์ (Kraus. 1997) กลา่ ววา่ องคป์ ระกอบหลกั ของกระบวนการ
โปรแกรมทางนันทนาการและการบริการการใช้เวลาว่าง ประกอบด้วย
5 องค์ประกอบ คือ
1. มีการสนับสนุนจากหน่วยงาน
2. ผู้เข้าร่วม หรือศักยภาพผู้เข้าร่วม
3. กิจกรรมและการบริการ
4. สถานท่ีและสิ่งอ�ำนวยความสะดวก
5. ผู้น�ำทางนันทนาการ
เอด็ จนิ ตนั และคณะ (Edginton; et al. 2002) ไดก้ ำ� หนดชนดิ ของ
โปรแกรมนันทนาการที่ท�ำให้เกิดการสร้างสรรค์กิจกรรมและสถานการณ์
เพ่ือให้บริการการใช้เวลาว่างขององค์กรไว้ โปรแกรมจะรวมถึงการสร้าง
กิจกรรม พ้ืนที่และส่ิงอ�ำนวยความสะดวก ข้อมูลและโอกาสของผู้น�ำ ดังนี้
1. กิจกรรมหรือสถานการณ์ จะรวมถึงการให้บริการอาชีพ
พื้นฐานในสังคม หรือทักษะทางสังคม ส่งเสริมให้เกิดความสนุกสนาน
และมีการทดสอบหรือท�ำให้เกิดความรู้และทักษะใหม่ๆ

98

ส่วนที่ 2 การใชเ้ วลาว่าง และนนั ทนาการ

2. พ้ืนท่ีและส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
2.1 พ้นื ท่ี จะต้องมอี าณาเขตเปดิ กวา้ ง โดยจดั โอกาสใหบ้ คุ คล
ให้เกิดประสบการณ์การใช้เวลาว่าง
2.2 สง่ิ อำ� นวยความสะดวกโครงสรา้ งหรอื อปุ กรณต์ า่ งๆทที่ ำ� ขน้ึ
เพื่อใช้ส�ำหรับการใช้เวลาว่าง ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน
3. ข้อมูลการบริการการใช้เวลาว่าง ควรจะจัดข้อมูลเกี่ยวกับ
การบริการที่จะจัดเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยข้อมูลจะต้องระบุถึง
การท�ำให้เกิดความพึงพอใจและสุขภาวะของลูกค้า สร้างการรู้จัก
การใช้เวลาว่างให้แก่ลูกค้า
4. ผู้น�ำ จะเน้นการบริการการใช้เวลาว่างขององค์กร เป้าหมาย
เพื่อพัฒนาผู้น�ำ

ท่ีมา: Christopher R. Edginton; et. al. (2002). Leisure and Life Satisfaction.
pp. 355-356.
99

สว่ นท่ี 2 การใช้เวลาวา่ ง และนนั ทนาการ

เคร้าส์ (Kraus. 1997) กล่าวถึง วิธีการจัดโปรแกรมนันทนาการ
ว่าข้ึนอยู่กับองค์ประกอบ 4 ตัว (Four Ps.) ได้แก่
1. การต้ังปรัชญาของโปรแกรม (Philosophy)
2. หลักการในการจัด (Principles)
3. นโยบาย (Policies)
4. วิธีการด�ำเนินการ (Procedure)
เฮยว์ ดู้ (Haywood. 1994) ไดเ้ สนอ วธิ กี ารจดั โปรแกรมนนั ทนาการ
โดยการเสนอนโยบายในการจัดการ และการปรึกษาหารือร่วมกัน
เพื่อหาแนวทางการจัดการ ประกอบด้วย
1. การบริหาร
2. การจัดการ
3. กิจกรรมและส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
4. ลูกค้า หรือ องค์กรในชุมชน

ที่มา: Les Haywood. (1994). Community Leisure and Recreation: Theory
and Practice. p. 44.

100

ส่วนที่ 2 การใช้เวลาว่าง และนันทนาการ

กลา่ วโดยสรปุ ไดว้ า่ องคป์ ระกอบหลกั ของโปรแกรมนนั ทนาการ
ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ 1) กิจกรรมและการให้บริการ,
2) พ้ืนท่ี สถานท่ี และส่ิงอ�ำนวยความสะดวก, 3) ข้อมูลผู้เข้าร่วม
การบริการ และ 4) ผู้น�ำนันทนาการ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ต้องมีนโยบายเพ่ือสนับสนุนและส่งเสริม รวมถึงมีการบริหาร
จัดการจัดการด้านต่างๆ เป็นอย่างดี

101

สว่ นท่ี 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนนั ทนาการ

การออกแบบโปรแกรมนันทนาการ

รอสแมน และ ชแลตเตอร์ (Rossman & Schlatter. 2015)
ได้เสนอ วิธีการออกแบบโปรแกรมนันทนาการ ท่ีเรียกว่า Six Elements
of Situated Activity System เพ่ือสะดวกแก่การจ�ำแนกแยกแยะ
สอดคล้องกับความต้องการของสังคม น�ำไปสู่การพัฒนาโปรแกรม
นันทนาการและการบริการการใช้เวลาว่าง และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม
ได้เข้าร่วมโปรแกรมซึ่งตรงกับส่ิงแวดล้อมพ้ืนฐาน องค์ประกอบ
ท่ีเหมาะสมกับระบบของกิจกรรม 6 ประการ ดังนี้
1. การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (Interaction People) โปรแกรม
นันทนาการจะต้องค�ำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เพ่ือป้องกัน
การไมป่ ระสบความสำ� เรจ็ ของโปรแกรม เพราะบคุ คลมกั มกี ารเปลย่ี นแปลง
และอาจไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ท้ังน้ี โปรแกรมจะต้องสนองต่อผู้เข้าร่วม
ท�ำให้ผู้เข้าร่วมได้มีการปฏิสัมพันธ์กันในกลุ่มกิจกรรม ท�ำให้ผู้เข้าร่วมเกิด
ปฏิสัมพันธ์กันตามวัตถุประสงค์ของโปรแกรม
2. การจัดสถานท่ีทางกายภาพ (The Physical Setting)
จะต้องมีการส�ำรวจ ทดสอบความเป็นไปได้ของสถานท่ีนั้นๆ อย่างไรก็ตาม
สถานที่นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ซ่ึงการจัดสถานที่
ทางกายภาพนั้นเป็นส่วนประกอบส�ำคัญและเป็นข้อมูลในการประเมิน
ซ่ึงแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังน้ี
2.1 จะต้องเข้าใจลักษณะเฉพาะของสถานที่น้ันๆ
2.2 ควรจะเข้าใจข้อจ�ำกัดขอบเขตและต�ำแหน่งในการ
จัดสถานที่
2.3 การจัดสถานที่นั้นสามารถตกแต่งและเคล่ือนท่ีได้

102

ส่วนที่ 2 การใช้เวลาวา่ ง และนนั ทนาการ

3. อุปกรณ์ในการใช้เวลาว่าง (Leisure Object) อุปกรณ์
เป็นส่วนส�ำคัญท่ีเป็นสิ่งสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมเกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน
ในขณะเข้าร่วมโปรแกรม ควรค�ำนึงถึงความเหมาะสมของอุปกรณ์
ให้เหมาะสมกับแต่ละกิจกรรมในโปรแกรม และอุปกรณ์น้ันอาจเป็น
นามธรรมก็ได้ เพื่อให้มีความรู้สึกท่ีทุกคนได้ใช้ อุปกรณ์แบ่งเป็นได้
3 ประเภท ดังนี้
3.1 เคร่ืองหมายหรือสัญลักษณ์ (Symbolic)
3.2 สังคม (Social)
3.3 วัตถุทางกายภาพ (Physical)
4. โครงสรา้ ง (Structure) โปรแกรมทง้ั หมดถกู จดั ใหม้ โี ครงสรา้ ง
ที่เก่ียวกับการด�ำเนินการโดยการก�ำหนดกฎและรูปแบบของโปรแกรม
เพื่อเป็นแนวทางต่อปฏิสัมพันธ์ในโปรแกรม ซึ่งผู้ออกแบบโปรแกรม
เป็นผู้ก�ำหนดโครงสร้างของโปรแกรมให้มีปฏิสัมพันธ์แบบเปิดเผย
หรือไม่เปิดเผยก็ได้ โดยกฎระเบียบต่างๆ นั้น จะท�ำให้การปฏิสัมพันธ์
บางประการสามารถเป็นไปได้ ด้วยแนวความคิดนี้ กฎเกณฑ์ทั้งหมด
จึงรวมถึงกฎหมาย กฎระเบียบการบริการที่หน่วยงานได้ก�ำหนดขึ้น
ข้อปฏิบัติของเกม ข้อก�ำหนดท่ีเป็นทางการของเกม และกฎเกณฑ์
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งทใ่ี ชท้ กุ ๆ วนั ซง่ึ จะไดร้ บั การพจิ ารณาวา่ กฎเกณฑเ์ หลา่ นจ้ี ะมผี ล
ต่อการปฏิสัมพันธ์ในโปรแกรมตามที่คาดการณ์ไว้ และผลต่อการวางแผน
ในการออกแบบโปรแกรมอย่างไร โดยผู้ออกแบบโปรแกรมต้องท�ำ
กฎระเบียบให้เพียงพอต่อการก�ำหนดทิศทางปฏิสัมพันธ์ตามรูปแบบ
ท่ีต้องการ
5. มีความสัมพันธ์กัน (Relationship) ผู้เข้าร่วมในโปรแกรม
จะมคี วามสมั พนั ธก์ นั อยกู่ อ่ น ความสมั พนั ธน์ น้ั จะทำ� ใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มใชเ้ วลาวา่ ง
กับครอบครัวและเพ่ือน การออกแบบให้มีความสัมพันธ์น้ัน ผู้จัดโปรแกรม

103

สว่ นท่ี 2 การใช้เวลาว่าง และนันทนาการ

จะต้องทราบถึงประวัติของผู้เข้าร่วมเพ่ือน�ำมาประเมินความเป็นไปได้
ทจี่ ะพฒั นาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการจดั โปรแกรม ซง่ึ ประกอบดว้ ยกจิ กรรม
ต่อไปนี้
5.1 กิจกรรมละลายพฤติกรรม (Icebreakers)
5.2 กจิ กรรมการตอ้ นรบั ในครงั้ แรก (First-comer activities)
5.3 กิจกรรมนันทนาการทางสังคมอื่นๆ
6. การเคลื่อนไหว (Animation) โปรแกรมจะเป็นตัวช่วยให้เกิด
การเคล่ือนท่ี สนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมได้เคลื่อนไหวในขณะอยู่ในโปรแกรม
โดยผลของแต่ละโปรแกรมน้ันจะมีการเคล่ือนไหวที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ
เน้ือหาของโปรแกรม ซ่ึงผู้น�ำโปรแกรมจะมีส่วนส�ำคัญในการเคลื่อนไหว
ในโปรแกรมเพื่อช่วยในการท�ำให้เกิดความเข้าใจท่ีผู้น�ำจะใช้กับผู้เข้าร่วม
คนอื่นๆ ในโปรแกรม ประกอบด้วย ดังนี้
6.1 ใช้การแนะน�ำ
6.2 ใช้เครื่องหมาย
6.3 จดบันทึกข้อความ
6.4 ใช้อุปกรณ์
ซึ่งจ�ำเป็นอย่างย่ิงที่ผู้น�ำโปรแกรมจะต้องมีทักษะในการจัด
และมีการเผชิญหน้ากับผู้เข้าร่วม (face-to-face) โดยจะต้องค�ำนึง
ถึงผู้เข้าร่วมเกิดความรู้สึกเป็นอิสระ
หลังจากนั้น สุวิมล ต้ังสัจจพจน์ (2550) ได้เสนอ องค์ประกอบ
ของการออกแบบโปรแกรมนันทนาการ จะต้องค�ำนึงถึงองค์ประกอบ
เพื่อพัฒนาโปรแกรมนันทนาการ ดังต่อไปนี้
1. บทบาทของผู้น�ำ ประกอบด้วย 4 วิธีการ คือ
1.1 การนิเทศท่ัวไป คือ ข้อปฏิบัติส�ำหรับดูแลความปลอดภัย
รวมไปถึงส่ิงอ�ำนวยความสะดวก

104

สว่ นที่ 2 การใช้เวลาวา่ ง และนันทนาการ

1.2 โครงสร้างโปรแกรมการเป็นผู้น�ำ คือ โปรแกรมท่ีจัดข้ึน
โดยตรง สามารถที่จะน�ำกิจกรรมให้กับบุคคลท่ีเป็นผู้เข้าร่วม
แบบเผชิญหน้า (face-to-face)
1.3 การอ�ำนวยความสะดวก เป็นการเข้าร่วมโดยอิสระ
และกิจกรรมเป็นตัวควบคุมการกระท�ำนั้นๆ
1.4 การเป็นผู้น�ำโดยทางอ้อม คือ การจัดเตรียมอุปกรณ์
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพ้ืนฐานท่ีผู้ใช้บริการจะเสียหรือไม่เสียค่าบริการก็ได้
2. ขอบข่ายเน้ือหาของโปรแกรมนันทนาการ จ�ำแนกเป็นกลุ่มๆ
เช่น กิจกรรมทางน�้ำ นันทนาการกลางแจ้ง การเดินทางและการท่องเท่ียว
3. ชนิดของผู้เข้าร่วม จะต้องค�ำนึงถึงดังน้ี
3.1 ขนาดของกลุ่มและปฏิสัมพันธ์ของผู้เข้าร่วม
3.2 ธรรมชาติหรือระดับของผู้เข้าร่วม
3.3 ระดับของความรับผิดชอบของผู้เข้าร่วม
4. รูปแบบของโครงสร้าง ประกอบด้วย การแข่งขัน ชั้นเรียน
สโมสร กลุ่มท่ีมีความสนใจพิเศษ เทศกาลพิเศษ เข้าร่วมกันอย่างอิสระ

กล่าวโดยสรุปได้ว่า การออกแบบโปรแกรมนันทนาการ
มีความจ�ำเป็นอย่างย่ิงท่ีผู้น�ำโปรแกรมนันทนาการจะต้องมีทักษะ
ในการจัด และการเผชิญหน้ากับผู้เข้าร่วม เพื่อสะดวกแก่การ
จ�ำแนกแยกแยะ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าร่วมโปรแกรม
ซึ่งตรงกับส่ิงแวดล้อม พ้ืนฐาน โดยจะต้องค�ำนึงถึงความต้องการ
และความรู้สึกของผู้เข้าร่วม เป็นหลัก ซึ่งอาศัยองค์ประกอบ
6 ประการ ประกอบด้วย 1) การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่ืน, 2) การจัด
สถานท่ีทางกายภาพ, 3) อุปกรณ์ในการใช้เวลาว่าง, 4) โครงสร้าง,
5) มีความสัมพันธ์กัน และ 6) การเคลื่อนไหว

105

ส่วนท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนนั ทนาการ

หลักการจัดโปรแกรมนันทนาการ

การจัดโปรแกรมนันทนาการท่ีประสบความส�ำเร็จนั้น ต้องอาศัย
การจดั การกบั ความซับซอ้ นของความรูแ้ ละความสามารถ เพือ่ ใหโ้ ปรแกรม
นันทนาการน�ำเสนอและมีส่วนประกอบที่มีคุณภาพสูงและสามารถ
บรรลุผลส�ำเร็จได้ตามเป้าหมาย โดยการจัดโปรแกรมนันทนาการน้ันมี
ความเกี่ยวข้องกับ (Russell & Jamieson. 2008; Torkildsen. 2005)
1. กิจกรรม (Activities) กิจกรรมนันทนาการตามขอบข่าย
ท่ีก�ำหนดไว้
2. สถานท่ีน่าดึงดูดใจและส่ิงอ�ำนวยความสะดวก (Amenities
and Facilities) ซ่ึงครอบคลุมถึงพ้ืนท่ีแบบเปิด (Open Spaces),
อาคาร (Building), อุปกรณ์ (Equipment) ที่มีการออกแบบและก่อสร้าง
ตามวัตถุประสงค์ที่เจาะจงส�ำหรับการจัดบริการทางนันทนาการ
3. การบริการ (Service) เป็นการบริการโปรแกรมกิจกรรม
นันทนาการแก่ผู้เข้าร่วม ซ่ึงครอบคลุมถึงการบริการข้อมูลสารสนเทศ
การส่งเสริม การบริการขนส่ง การจัดท�ำระบบสมาชิก เป็นต้น
4. เจ้าหน้าที่ (Staff) ได้แก่ ผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้ฝึกสอน
ผู้สอน นักเทคนิค ผู้ดูแลความสะอาด ผู้น�ำ พนักงานต้อนรับ เป็นต้น
5. เงิน (Money) ใช้ส�ำหรับลงทุนและจัดบริการนันทนาการ
การจัดโปรแกรมและส่ิงอ�ำนวยความสะดวกต่างๆ
ผู้จัดโปรแกรมนันทนาการต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
ที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของความสนใจของแต่ละบุคคล
หรือกลุ่ม ความต้องการและข้อเรียกร้อง และความสมดุลของโปรแกรม
โดยผู้ท่ีเข้าร่วมโปรแกรมต้องได้รับประสบการณ์และได้รับการพัฒนา
จากการเข้าร่วมโปรแกรมนันทนาการ

106

ส่วนที่ 2 การใช้เวลาว่าง และนนั ทนาการ

โปรแกรมนันทนาการท่ีจัดบริการควรเป็นกิจกรรมที่หลากหลาย
น่าสนใจ และเกิดความพึงพอใจแก่ผู้เข้าร่วม โดยสามารถเลือกได้
ตามความสนใจ ความถนัด หรือความชอบของแต่ละบุคคล โดยกิจกรรม
เหล่าน้ีสามารถเสริมสร้างหรือส่งเสริมให้บุคคลท่ีเข้าร่วมมีมนุษย์สัมพันธ์
สมั พนั ธภาพทางสงั คม โดยมงุ่ เนน้ การใชโ้ อกาสในเวลาวา่ ง จงึ ตอ้ งพจิ ารณา
ถึงเกณฑ์การจัดอย่างเหมาะสมดังต่อไปน้ี (พีระพงศ์ บุญศิริ. 2542)
1. เหมาะกับอายุ เพศ พื้นฐานการศึกษา
2. เหมาะกับสภาพทางสังคม ความเป็นอยู่ และสภาพภูมิอากาศ
3. เหมาะกับฐานะทางเศรษฐกิจของชุมชน
4. มีทักษะ และประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมนั้น
5. เหมาะกับความสนใจและความต้องการของสมาชิก
6. มีคุณค่าต่อการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์
และสังคมของผู้เข้าร่วม
7. แสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณี
8. เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนกิจกรรม
เพ่ือฝึกการสร้างผู้น�ำ ความสนใจและทักษะของกลุ่ม
9. เป็นกิจกรรมท่ีมีมาตรฐาน สร้างทักษะความสามารถ
และประสบการณ์ชีวิตท่ีดี
10. ใช้ทรัพยากรและบุคคลในท้องถ่ินอย่างเหมาะสม
11. เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงออกอย่างอิสระ
12. สามารถปรบั ปรงุ ประยกุ ต์ ดดั แปลงกจิ กรรมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
13. สร้างเสริมความเป็นพลเมืองดีของสังคม
14. สามารถประเมินผลได้

107

ส่วนท่ี 2 การใช้เวลาวา่ ง และนนั ทนาการ

นอกจากนั้น นักวางแผนโปรแกรมนันทนาการต้องค�ำนึงถึงปัจจัย
ท่ีเกี่ยวข้องท่ีมีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อการวางแผนโปรแกรม
นันทนาการ ดังนี้ (เมธาพร ณิลังโส. 2549)
1. ช่วงอายุ แต่ละคนมีช่วงวัย รูปร่างหน้าตา และการรับรู้
ท่ีต่างกัน ในแต่ละช่วงวัยจะมีโอกาสการรับรู้ส่ิงต่างๆ ท่ีต่างกัน ซ่ึงวัยรุ่น
แต่ละยุกต์ก็ได้รับโอกาสที่แตกต่างกันเช่นกัน ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่มี
การพัฒนาได้อย่างดี ทั้งคอมพิวเตอร์ เคร่ืองใช้ไฟฟ้า การเดินทางขนส่ง
และการติดต่อสื่อสาร ซึ่งส่ิงเหล่าน้ีสามารถสร้างโอกาสท่ีดีให้แก่เยาวชน
ยุคใหม่
2. ปจั จยั ทางดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม รวมถงึ สถานทแี่ ละแหลง่ ทรพั ยากร
ทางดา้ นการเงนิ ผคู้ นทอ่ี ยใู่ นชนบทหรอื เมอื งเลก็ ๆ จะมรี ปู แบบการใชเ้ วลาวา่ ง
ที่แตกต่างกับคนท่ีอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ผลของรายได้ก็ท�ำให้มีความแตกต่าง
ทางการใช้เวลาว่างของบุคคล
3. ระดับการศึกษา ส่งผลให้คนสนใจรูปแบบของกิจกรรม
การใช้เวลาว่างท่ีไม่เหมือนกัน ผู้ท่ีมีระดับการศึกษาสูงจะมีประสบการณ์
การใช้เวลาว่างมากกว่าผู้ที่มีระดับการศึกษาต่�ำกว่า
4. วัฒนธรรมพื้นฐาน วัฒนธรรม หมายถึง ทัศนคติ ความเชื่อ
คุณค่า แนวคิด สมมติฐานที่สืบทอดมาจากกลุ่มชนในอดีตที่ได้ก�ำหนด
และถ่ายทอดมาต่อคนรุ่นหลัง โดยมีอิทธิพลจากส่ิงแวดล้อม
และประวัติศาสตร์ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมจะส่งผลถึงความแตกต่าง
ในการใช้เวลาว่าง วัฒนธรรมของตะวันตกจะมีรูปแบบการใช้เวลาว่าง
ที่แตกต่างกับวัฒนธรรมตะวันออก

108

สว่ นที่ 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนนั ทนาการ

กล่าวโดยสรุปได้ว่า หลักการจัดโปรแกรมนันทนาการ
ตอ้ งอาศยั การจดั การกบั ความซบั ซอ้ นของความรแู้ ละความสามารถ
สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บนพ้ืนฐาน ของความสนใจและความต้องการของแต่ละบุคคล
หรือกลุ่ม ควรเป็นกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจ สามารถ
เสริมสร้างหรือส่งเสริมให้บุคคลที่เข้าร่วมมีมนุษย์สัมพันธ์
และสัมพันธภาพทางสังคม

109

ส่วนท่ี 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนนั ทนาการ

รูปแบบของโปรแกรมนันทนาการ

การจัดโปรแกรมนันทนาการนั้นสามารถด�ำเนินงานและบริการ
แก่ผู้เข้าร่วมได้หลากหลายรูปแบบ โดยสรุปจากแนวคิดของนักวิชาการ
ท่านต่างๆ ซ่ึงได้รูปแบบดังน้ี (Edginton; et al. 1998; Rossman
& Schlatter. 2008; Russell & Jamieson. 2008; วิพงษ์ชัย
ร้องขันแก้ว. 2556)
1. การแข่งขัน (Competition) เป็นการจัดโปรแกรมกิจกรรม
นันทนาการโดยมุ่งเน้นไปท่ีรูปแบบการแข่งขันเพ่ือดึงดูดให้ผู้เข้าร่วม
เกิดความสนใจ การจัดโปรแกรมในรูปแบบของการแข่งขันจะพบโดยมาก
ในการจัดกิจกรรมนันทนาการประเภทเกมและกีฬา ซึ่งจะเปิดโอกาส
ใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มไดม้ าแสดงทกั ษะและความสามารถเพอ่ื หาผชู้ นะ ในการแขง่ ขนั
กิจกรรมนันทนาการประเภทต่างๆ โดยการจัดการแข่งขัน (Competition)
สามารถจัดโปรแกรมออกมาในรูปแบบของลีก (Leagues) ทัวร์นาเมนต์
(Tournament) การประกวด (Contest) เป็นต้น
2. ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกแบบเปิด (Open facility) เป็นพ้ืนที่
และสง่ิ อำ� นวยความสะดวกทางนนั ทนาการทเี่ ปดิ โอกาสใหค้ นมาทำ� กจิ กรรม
นันทนาการที่ตนสนใจอย่างอิสระ ท้ังน้ี ต้องอยู่ภายใต้เง่ือนไขและระเบียบ
ของการใชส้ ถานทนี่ น้ั ๆ และผใู้ ชบ้ รกิ ารตอ้ งใชใ้ หถ้ กู ตอ้ งกบั ประเภทกจิ กรรม
โดยพื้นท่ีและสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการในรูปแบบน้ีมีทั้ง
แบบพ้ืนที่ในร่ม (Indoor) เช่น โรงยิมเนเซียม, สนามแบดมินตัน เป็นต้น
พ้ืนท่ีกลางแจ้ง (Outdoor) เช่น สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น สนามกีฬา
ลู่ว่ิงออกก�ำลังกาย ลานกีฬา ชายหาด เป็นต้น และพื้นที่ทางน้�ำ (Aquatic)
เช่น สระว่ายน้�ำ ทะเล ทะเลสาบ เป็นต้น

110

สว่ นที่ 2 การใช้เวลาวา่ ง และนันทนาการ

3. ชั้นเรียน (Class) เป็นการจัดโปรแกรมนันทนาการในรูปแบบ
ของชั้นเรียน เพ่ือสอนและฝึกฝนทักษะและความรู้การท�ำกิจกรรม
นันทนาการประเภทต่างๆ ตามหัวข้อท่ีจัดข้ึนตามความต้องการ
และความสนใจของผู้เข้าร่วม เช่น ช้ันเรียนการวาดภาพ ชั้นเรียน
ถ่ายภาพ ช้ันเรียนกระดาษประดิษฐ์ ชั้นเรียนท�ำอาหาร โปรแกรม
การสอนว่ายน�้ำ เป็นต้น
4. สโมสรหรือชมรม (Club) เป็นรูปแบบการจัดโปรแกรม
นันทนาการเพ่ือรวมกลุ่มอย่างมีรูปแบบ คนที่มีความสนใจเหมือนกัน
มีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการท�ำกิจกรรมนันทนาการมาอยู่ในรูปแบบ
ของสโมสร มีผู้น�ำและการจัดการสโมสรหรือชมรมให้ด�ำเนินงาน
ตามวัตถุประสงค์ ท้ังน้ี เพ่ือให้ผู้สนใจในสิ่งเดียวกันได้มีโอกาสท�ำกิจกรรม
ร่วมกัน พร้อมท้ังแลกเปล่ียนความคิดเห็นและความสนใจแก่กันและกัน
จ น บ ร ร ลุ เ ป ้ า ห ม า ย ข อ ง ก า ร ท� ำ กิ จ ก ร ร ม นั น ท น า ก า ร ป ร ะ เ ภ ท นั้ น
เชน่ ชมรมนกั สะสมแสตมป์ ชมรมเดนิ ปา่ ชมรมจกั รยานเพอ่ื สขุ ภาพ เปน็ ตน้
5. กิจกรรมเหตุการณ์พิเศษ (Special event) เป็นการจัด
โปรแกรมนันทนาการเพ่ือการเฉลิมฉลองในเหตุการณ์หรือเทศกาลพิเศษ
เชน่ งานวนั เกดิ งานเฉลมิ ฉลองเหตกุ ารณส์ ำ� คญั ตา่ งๆ ในรปู แบบสว่ นบคุ คล
หรือองค์กร งานเฉลิมฉลองตามเทศกาลประจ�ำปี เช่น งานสงกรานต์
งานวัดประจ�ำปี งานขึ้นปีใหม่ เป็นต้น โดยการจัดโปรแกรมนันทนาการ
แบบกิจกรรมเหตุการณ์พิเศษยังรวมไปถึงงานนิทรรศการ ขบวนพาเหรด
งานเทศกาล การแสดง และงานร่ืนเริง
6. การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) คือ การจัดโปรแกรม
นันทนาการในรูปแบบของการประชุมร่วมกันเป็นกลุ่มในระยะเวลาหน่ึง
ที่ก�ำหนดไว้ โดยเน้นการปรึกษา การแลกเปล่ียนความคิดเห็น ความสนใจ
และข้อมูลแก่กัน และท�ำกิจกรรมร่วมกันโดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมทุกคน

111

ส่วนท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนนั ทนาการ

จะต้องมีส่วนร่วมในการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของโปรแกรม
นันทนาการอย่างเป็นรูปธรรม
7. กลมุ่ ทม่ี คี วามสนใจเฉพาะ (Interest group) การจดั โปรแกรม
นนั ทนาการในลกั ษณะนอี้ าจมคี ณุ ลกั ษณะบางอยา่ งคลา้ ยกบั โปรแกรมแบบ
สโมสรหรือชมรม (Club) กลุ่มท่ีมีความสนใจเฉพาะ (Interest group)
หรือมีความสนใจในกิจกรรมเดียวกันมาทำ� กิจกรรมร่วมกันในช่วงเวลาใด
เวลาหน่ึง โดยภายในกลุ่มก็จะมีผู้น�ำกลุ่มในการท�ำกิจกรรม แต่ไม่ได้มี
การจัดต้ังกลุ่มอย่างเป็นทางการ การรวมกลุ่มจะเกิดขึ้นในหน่ึงถึงสอง
ช่วงเวลา หรือมากกว่าน้ัน โดยการจัดโปรแกรมกลุ่มที่มีความสนใจเฉพาะ
อาจจะมีความสัมพันธ์กับความต้องการของผู้เข้าร่วม ความสนใจในการ
ใช้เวลาว่าง เป็นต้น
8. การบริการเชิงรุก (Outreach) เป็นการจัดโปรแกรมกิจกรรม
เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในชุมชน เป็นการขยายบริการ
ในเชิงรุกออกไปนอกสถานท่ี ไปยังคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย หรือไม่มีโอกาส
ในการใช้บริการ โดยผู้จัดจะน�ำโปรแกรมนันทนาการออกไปจัดบริการ
ภายในชุมชน โดยค้นหาความต้องการทางนันทนาการของชุมชน
และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางนันทนาการท่ีมีอยู่ในชุมชน
ให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมนันทนาการ

112

ส่วนที่ 2 การใช้เวลาว่าง และนันทนาการ

กล่าวโดยสรุปแล้ว รูปแบบของโปรแกรมการใช้เวลาว่าง
และนันทนาการโดยทั่วไปน้ัน ประกอบด้วย 1) การแข่งขัน
(Competition), 2) ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกแบบเปิด (Open
Facility), 3) ช้ันเรียน (Class), 4) สโมสร หรือ ชมรม (Club),
5) กิจกรรรมเหตุการณ์พิเศษ (Special Event), 6) การประชุม
เชิงปฏิบัติการ (Workshop), 7) กลุ่มที่มี ความสนใจเฉพาะ
(Interest Group) และ 8) การบริการเชิงรุก (Outreach)
ท้ังนี้ การจะจัดโปรแกรมกิจกรรมออกมาในรูปแบบใดน้ัน
ผู้จัดจะต้องค�ำนึงถึงประเภทของกิจกรรม ลักษณะของผู้เข้าร่วม
ความต้องการ และความสนใจของผู้เข้าร่วม สิ่งแวดล้อม
ท่ีต้ังทรัพยากร และงบประมาณ เป็นส�ำคัญ

113

ส่วนท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนันทนาการ

หลักการสร้างโปรแกรมนันทนาการ

วิธีการสร้างของโปรแกรมนันทนาการ ออสติน (Austin. 2004)
ได้เสนอวิธีการท่ีนักนันทนาการนิยมใช้ในการสร้างโปรแกรมนันทนาการ
ในรูปแบบต่างๆ คือ หลักการ “APIE” ประกอบด้วย
1. การประเมินโปรแกรมนันทนาการ (Assessment)
เ พื่ อ ใ ห ้ ท ร า บ ถึ ง ค ว า ม พ ร ้ อ ม ข อ ง ผู ้ เ ข ้ า ร ่ ว ม ส� ำ ร ว จ ส ถ า น ท่ี
ความต้องการ และกิจกรรมที่มีมาก่อนในท่ีน้ันๆ
2. การวางแผน (Planning) น�ำข้อมูลจากการประเมิน
ก่อนมาวางแผนโปรแกรมนันทนาการเพ่ือให้สอดคล้องกับความต้องการ
ของผู้เข้าร่วมโปรแกรม
3. การน�ำโปรแกรมนันทนาการไปใช้ (Implementation)
เมื่อผา่ นขั้นตอนการประเมนิ ก่อนและน�ำมาวางแผนแลว้ จึงนำ� กระบวนการ
ตา่ งๆ มาใชแ้ ละคอยสงั เกตเพอ่ื จดบนั ทกึ และใชเ้ ครอ่ื งมอื รวมไปถงึ สงิ่ อำ� นวย
ความสะดวกให้เหมาะสม
4. การประเมนิ ผลโปรแกรมนนั ทนาการ (Evaluation) เมอ่ื ปฏบิ ตั ิ
โปรแกรมนนั ทนาการแลว้ นำ� สงิ่ ตา่ งๆ มาสรปุ เพอ่ื นำ� มาประเมนิ โดยเปน็ ขอ้ มลู
ในการน�ำไปใช้และปรับปรุงในครั้งต่อๆ ไป

ทม่ี า: David R. Austin. (2004). Therapeutic Recreation Processes and Techniques. p. 187.
114

สว่ นที่ 2 การใช้เวลาวา่ ง และนนั ทนาการ

สุวิมล ตั้งสัจจพจน์ (2551) ได้กล่าวในแนวทางเดียวกันว่า
การสร้างโปรแกรมนันทนาการ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังน้ี
1. การประเมินโปรแกรมนันทนาการ (Assessment) การบ่งชี้
ความต้องการจ�ำเป็นของผู้เข้าร่วมท่ีต้องการเข้าโปรแกรม
2. การวางแผนโปรแกรมนนั ทนาการ (Planning) เปน็ การพฒั นา
แผนด�ำเนินโปรแกรมท้ังระยะสั้นและระยะยาว
3. การน�ำโปรแกรมนันทนาการไปใช้ (Implementation)
การด�ำเนินตามแผน และกิจกรรมของโปรแกรม
4. ประเมินผลโปรแกรมนันทนาการ (Evaluation)
การประเมินภาพความก้าวหน้าของผู้เข้าร่วมจุดแข็ง จุดอ่อนของโปรแกรม
และการทบทวน
โปรแกรมนันทนาการ คือ โปรแกรมท่ีสามารถพัฒนาศักยภาพ
หรือวัตถุประสงค์ของพฤติกรรมผู้เข้าร่วมที่มีบทบาทส�ำคัญในการวัดผล
กระทบของโปรแกรม รูปแบบการประเมินของโปรแกรมที่น�ำมาใช้
ตอ้ งมกี ารประเมนิ เพอื่ พฒั นาวตั ถปุ ระสงคข์ องโปรแกรม ขอบเขตทตี่ อ้ งการ
การประเมิน และการวางแผนโปรแกรมส�ำหรับผู้เข้าร่วม ความต้องการ
และวัตถุประสงค์เป็นการทำ� งานแบบทีละขั้นตอน รวมเข้ากับการวางแผน
ส�ำหรับการประยุกต์โปรแกรมและการจัดพื้นท่ีในการบริการ การเตรียม
ผู้น�ำ การส่งเสริมกิจกรรม และพัฒนาเนื้อหาโปรแกรม รูปแบบโปรแกรม
ท่ีหลากหลายมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้เข้าร่วม
โปรแกรม ศักยภาพของรูปแบบโปรแกรม ส่วนการประเมินโปรแกรม
หมายถึง การวัดประสิทธิผลและประสิทธิภาพของโปรแกรม โดยประเมิน
2 ชนิดหลัก คือ 1) ผลกระทบที่เกิดข้ึนของผู้ท่ีเข้าร่วมโปรแกรม
และ 2) กระบวนการ หมายถึง การน�ำโปรแกรมมาใช้ ในทางตรงกันข้าม
ประเด็นในการประเมินจะประเมินทีละข้ันแล้วปรับปรุงในขณะน้ัน

115

สว่ นท่ี 2 การใช้เวลาวา่ ง และนนั ทนาการ

จากที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า หลักการสร้างโปรแกรม
นันทนาการ มี 4 องค์ประกอบ คือ การประเมินโปรแกรมนันทนาการ
การวางแผนโปรแกรมนันทนาการ การน�ำโปรแกรมนันทนาการไปใช้
และการประเมินผลโปรแกรมนันทนาการ (สราวุธ ชัยวิชิต. 2557)
โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การประเมินโปรแกรมนันทนาการ (Assessment)
การประเมินศักยภาพของผู้เข้าร่วมโปรแกรมนันทนาการ
เป็นรูปแบบเฉพาะอย่างหน่ึงของการประเมินผลท่ีน�ำมาใช้ก่อน
การด�ำเนินการโปรแกรมนันทนาการ โดยมีบทบาทในการประเมิน
คุณประโยชน์หรือข้อบกพร่องของบริการท่ีมีอยู่ เพื่อเป็นข้อมูล
ในการตัดสนิ ใจเกยี่ วกับการจดั บรกิ ารนันทนาการในอนาคต โดยมหี ลกั การ
ในการประเมินท่ีเน้นการประเมินความต้องการของผู้เข้าร่วมโปรแกรม
นันทนาการ โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือจัดโปรแกรมนันทนาการเฉพาะแก่กลุ่ม
เป้าหมายท่ีเข้าร่วมในขณะน้ัน ซ่ึงเกิดขึ้นเม่ือกลุ่มเป้าหมายลงทะเบียน
เข้าร่วมโปรแกรม ตัวอย่างเช่น ผู้น�ำนันทนาการประเมินทักษะของ
ผู้เข้าร่วมถึงแนวทางหลักสูตรพื้นฐาน แต่ต้องมีการปรับเพ่ิมเติมเพื่อให้
ตรงตามความต้องการของผู้เข้าร่วมขณะน้ัน เพ่ือตอบสนองความต้องการ
ของผเู้ ขา้ รว่ มในขณะนน้ั เนอ้ื หาและระดบั การประเมนิ จะขนึ้ อยกู่ บั กจิ กรรม
ท่ีจัดให้
ฉะน้ัน การประเมินก่อนการวางแผนจัดโปรแกรมนันทนาการ
จะเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความต้องการโปรแกรม
ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย โดยการประเมินประชากรเป้าหมาย
เป็นเทคนิคเฉพาะในการด�ำเนินการแบ่งส่วนการตลาดที่อธิบายในข้อ
เป็นการระบุหาความเป็นไปได้ในการก�ำหนดเป้าหมายตลาดเฉพาะ
โดยการประเมินการเติบโตของส่วนแบ่งตลาด ตลาดเป้าหมายที่เติบโตได้

116

สว่ นที่ 2 การใช้เวลาว่าง และนันทนาการ

จะต้องมีคุณสมบัติ 3 ข้อต่อไปนี้ คือ ข้อแรก เป็นตลาดท่ีสามารถวัดได้
ข้อที่สอง หน่วยงานต้องสามารถประเมินตลาดได้ และข้อสุดท้าย
ตลาดต้องใหญ่พอท่ีจะรองรับความสนใจที่ต่างกัน การประเมิน
ความต้องการของผู้เข้าร่วมรายบุคคล หลังจากที่ระบุว่าประชากร
เปา้ หมายมอี ยจู่ รงิ และหนว่ ยงานตอ้ งการใหบ้ รกิ ารมกั จำ� เปน็ ทต่ี อ้ งประเมนิ
เกี่ยวกับความสนใจและความต้องการเฉพาะของประชากรเป้าหมาย
โดยการรวบรวมขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ เปน็ ตน้ วา่ ลกั ษณะรปู แบบโปรแกรม ตวั แปร
ส่วนประสมการตลาด กิจกรรมการประเมินเช่นนี้เป็นการรวบรวมข้อมูล
เพิ่มเติมท่ีจ�ำเป็นต่อการออกแบบและท�ำการตลาดโปรแกรมเพิ่มเติม
ต่อตลาดเป้าหมายเฉพาะ เช่น การประเมินผู้ที่มีความบกพร่อง เพื่อเตรียม
ด�ำเนินการกระบวนการนันทนาการบ�ำบัด การประเมินควรระบุข้อมูล
3 ประเภทเก่ียวกับผู้รับบริการ คือ ปัญหาและความต้องการ ก�ำลัง
และความสามารถ และความคาดหวังของผู้รับบริการ ซ่ึงขอบเขต
ของการประเมินประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความคิด ด้านสังคม
ด้านกาย และด้านความรู้สึก อารมณ์ แต่ละด้านแยกกันส�ำหรับการรักษา
เชิงบ�ำบัดท่ีเป็นไปได้ แต่ละด้านอาจะเป็นด้านท่ีเป็นจุดแข็ง โดยใช้วิธี
การประเมินจากการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์
การประเมินทรัพยากร ก่อนการออกแบบโปรแกรมและน�ำเสนอ
ต่อผู้สนับสนุน ต้องแน่ใจว่ามีทรัพยากรเพียงพอ การประเมินทรัพยากร
เป็นการวิเคราะห์ทรัพยากรท่ีจ�ำเป็นต้องใช้ส�ำหรับด�ำเนินการโปรแกรมนั้น
เพ่ือระบุความเหมาะสมและจ�ำเป็นในการสนับสนุนการด�ำเนินการ
โปรแกรมตามทป่ี ระสงค์ ซงึ่ การประเมนิ ทรพั ยากรเบอ้ื งตน้ สำ� หรบั โปรแกรม
ที่ก�ำลังจัดท�ำ ได้แก่ พ้ืนที่และสถานที่มีจ�ำนวนพื้นท่ีเพียงพอหรือไม่
วัสดุท่ีจ�ำเป็นมีจ�ำนวนเพียงพอหรือไม่ท่ีจะด�ำเนินโปรแกรมท่ีจัดไว้
และมีพร้อมใช้ตามก�ำหนดเวลาหรือไม่ อุปกรณ์จ�ำนวนเพียงพอส�ำหรับ
ผู้เข้าร่วมแต่ละรายหรือไม่ อยู่ในสภาพใช้งานได้หรือไม่ งบประมาณ

117

สว่ นท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนนั ทนาการ

มีเพียงพอหรือไม่ในการด�ำเนินโปรแกรมตามเป้าหมาย มีตลาดเพียงพอ
ท่ีจะด�ำเนินโปรแกรมหรือไม่ หากเป็นบริการที่ไม่คิดค่าบริการ บุคลากร
มีเพียงพอหรือไม่ที่จะด�ำเนินโปรแกรม มีความรู้ ทักษะ และความสามารถ
ท่ีจ�ำเป็นในการด�ำเนินโปรแกรมหรือไม่ การประเมินทรัพยากรที่จ�ำเป็น
ตอ่ การดำ� เนนิ โปรแกรมเปน็ หนง่ึ ในการประเมนิ เบอ้ื งตน้ ทจ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งดำ� เนนิ
การในกระบวนการวางแผนโปรแกรม
สรปุ การประเมนิ ความตอ้ งการของผเู้ ขา้ รว่ มโปรแกรมนนั ทนาการ
เป็นกระบวนการที่เก่ียวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนท่ีจะวางแผน
จัดโปรแกรม เพื่อพิจารณาคุณค่าของโปรแกรมการบริการที่มีอยู่ เพื่อช่วย
ตัดสินใจเกี่ยวกับโปรแกรมการบริการท่ีจะจัดขึ้นในอนาคต ประกอบด้วย
การประเมินความต้องการโปรแกรมของประชากรกลุ่มเป้าหมาย
การประเมินความต้องการของผู้เข้าร่วมรายบุคคล และการประเมิน
ทรัพยากร
2. การวางแผนโปรแกรมนันทนาการ (Planning)
กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจัดท�ำวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
เพื่อให้โปรแกรมมีรูปแบบและทิศทางตามจุดประสงค์และเป้าประสงค์
ที่ต้ังไว้ ท่ีส�ำคัญคือ การชี้ให้เห็นว่าการวางแผนอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ
เป็นข้ันตอนแรกในการเตรียมการเพ่ือประเมินผลบริการได้อย่างเหมาะสม
ในการใช้เทคนิคน้ีต้องอาศัยสร้างแนวคิดอย่างน้อย 3 ระดับ คือ ระดับแรก
ข้อความแสดงจุดประสงค์จะเป็นหลักการที่บอกถึงเหตุผลที่หน่วยงาน
จัดท�ำโปรแกรมนั้นในเบื้องต้น หลักการคือ การอธิบายเหตุผลท่ีสมบูรณ์
และเป็นการชี้แจงในตัวซ่ึงไม่ต้องมีการอธิบายเพ่ิมเติม ระดับที่สอง
จ�ำเป็นต้องเขียนเป้าประสงค์เฉพาะท่ีจะต้องบรรลุในการด�ำเนินโปรแกรม
หรือท่ีได้จากการด�ำเนินโปรแกรมเป้าประสงค์เหล่าน้ี สามารถระบุ
การด�ำเนินการจัดการท่ีจ�ำเป็นเพื่อด�ำเนินโปรแกรม และระดับท่ีสาม

118

ส่วนที่ 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนันทนาการ

แสดงรายละเอียดเพ่ิมเติมส�ำหรับเป้าประสงค์โดยการพัฒนาวัตถุประสงค์
สนบั สนนุ วตั ถปุ ระสงคม์ ี 2 ประเภท ไดแ้ ก่ วตั ถปุ ระสงคส์ ำ� หรบั เปา้ ประสงค์
MBO และวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเป็นรายข้อ
การก�ำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของบุคคลเพื่อให้
ได้ประโยชน์ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมรายข้อต้องมุ่งผลลัพธ์และสามารถ
วัดได้ เป้าประสงค์แต่ละข้ออาจบรรลุได้ด้วยวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่ก�ำหนด
ไว้ส�ำหรับเป้าประสงค์หนึ่งๆ จึงควรเลือกวัตถุประสงค์อย่างรอบคอบ
วิธีนี้ช้ีให้เห็นว่าการบรรลุวัตถุประสงค์ส�ำหรับเป้าประสงค์ใดๆ ก็ตาม
ถือว่าเป็นข้อพิสูจน์ของการบรรลุเป้าประสงค์ วัตถุประสงค์ส�ำหรับ
เป้าประสงค์เชิงพฤติกรรมควรอธิบายถึงพฤติกรรมท่ีเป็นผลมาจาก
การเข้าร่วมโปรแกรม ทั้งน้ีมีองค์ประกอบ 3 องค์ประกอบต่อไปน้ี เง่ือนไข
ซ่ึงพฤติกรรมจะเกิดข้ึน พฤติกรรมที่จะแสดงออก คือ ความรู้ ทักษะ
หรือความสามารถที่ผู้เข้าร่วมจะสามารถแสดงให้เห็นอันเป็นผลมาจาก
การเข้าร่วมแผนงาน และเกณฑ์ความสามารถในการปฏิบัติส�ำหรับอธิบาย
พฤติกรรม คือ มาตรฐานหรือเกณฑ์วัดความสามารถในการปฏิบัติใดบ้าง
ท่ีจะถือว่ายอมรับได้ วิเคราะห์กิจกรรมส�ำหรับการจัดโปรแกรม
เป็นการแตกย่อยกิจกรรมเป็นส่วนตามองค์ประกอบ เพื่อหาสิ่งที่ต้องการ
ให้ผู้เข้าร่วมปฏิบัติ โดยถือว่าแต่ละกิจกรรมที่เป็นข้อก�ำหนดของการ
เข้าร่วมน้ัน จะกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมปฏิบัติหรือตอบสนองในรูปแบบ
ท่ีคาดไว้ซ่ึงได้ประโยชน์จากผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมท่ีเฉพาะและเจาะจง
ถ้าเลือกกิจกรรมแล้วโดยที่เง่ือนไขเชิงโครงสร้างรับประกันว่าจะบรรลุ
เป้าประสงค์และวัตถุประสงค์ของโปรแกรม นักวิชาชีพนันทนาการจะมี
ภาระน้อยลงในการจัดการและน�ำแผนงานไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์
ดังน้ันจึงวิเคราะห์กิจกรรมเพ่ือให้นักวิชาชีพนันทนาการสามารถเลือก
กจิ กรรมสำ� หรบั โปรแกรมใหบ้ รรลเุ ปา้ ประสงคแ์ ละวตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ ผลลพั ธ์
ท่ีระบุไว้ในโปรแกรม

119

สว่ นท่ี 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนันทนาการ

การก�ำหนดโปรแกรมและเน้ือหากิจกรรมพิเศษ นักวิชาชีพ
นันทนาการเป็นผู้รับผิดชอบในการเลือกเน้ือหาของโปรแกรมทั้งหมด
โดยก�ำหนดเน้ือหาและล�ำดับกิจกรรมที่เป็นองค์ประกอบของโปรแกรม
ถึงแม้เน้ือหาโดยรวมของโปรแกรมอาจปรากฏชัด แต่ต้องมีการระบุล�ำดับ
ท่ีแน่นอนและความสัมพันธ์ของกิจกรรม ในที่นี้การวางแผนก�ำหนดเวลา
ท่ีเหมาะสมและล�ำดับกิจกรรม หมายถึง การขับเคล่ือนโปรแกรม
หรือการออกแบบข้ันตอนของโปรแกรม ซ่ึงหลักการออกแบบโปรแกรม
มีหลายแบบท่ีใช้ได้กับล�ำดับกิจกรรมในทุกโปรแกรม การปรับกิจกรรม
ตามความต้องการของผู้เข้าร่วม นักวิชาชีพนันทนาการต้องคอยเปลี่ยนกฎ
กติกาการเล่นเกม หรือการวางผังสถานท่ีเพ่ือปรับเกมหรือกิจกรรม
ให้เข้ากับระดับทักษะของผู้เข้าร่วม นักวิชาชีพนันทนาการจ�ำเป็น
ต้องประยุกต์ใช้ข้อมูลจาก 2 แหล่ง แหล่งท่ี 1 คือ การวิเคราะห์
กิจกรรม เพ่ือก�ำหนดองค์ประกอบต่างๆ ของการเข้าร่วมกิจกรรม
และใช้ข้อมูลนี้เพ่ือปรับกิจกรรมให้เหมาสมบนพ้ืนฐานความต้องการ
ที่ระบุไว้ของผู้เข้าร่วม แหล่งท่ี 2 นักวิชาชีพนันทนาการควรระบุ
หาความต้องการของผู้เข้าร่วมแต่ละราย หรือความต้องการร่วมกัน
ของกลุ่มผู้เข้าร่วม ในกรณีนี้ความต้องการของผู้เข้าร่วมที่ระบุจะเป็น
ตัวก�ำหนดการปรับกิจกรรมท่ีจะด�ำเนินการ
การจัดท�ำแผนส�ำหรับผู้เข้าร่วมรายบุคคล ส่ิงท่ีผู้รับบริการ
และนักวิชาชีพนันทนาการประสงค์จะบรรลุผลส�ำเร็จได้อธิบาย
ไว้ในแผนของผู้เข้าร่วมรายบุคคล ควรจัดท�ำและใช้เอกสารดังกล่าว
เพอ่ื ดำ� เนนิ การตามปรชั ญาการบำ� บดั รกั ษาทมี่ งุ่ เปา้ ประสงค์ แผนประเภทนี้
อาจเรยี กไดว้ า่ เปน็ แผนโปรแกรม (Program plan) การปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐาน
การเข้าถึงโปรแกรม การด�ำเนินการโปรแกรมท้ังหมด ได้แก่
การจัดสถานที่ กิจกรรม การแข่งขัน และบริการต้องเป็นตามมาตรฐาน
ข้อก�ำหนด กฎหมาย ประสานกิจกรรม กิจกรรมพิเศษ และบริการ

120

สว่ นที่ 2 การใช้เวลาวา่ ง และนนั ทนาการ

กับตัวแทนอื่นๆ ระบบการให้บริการนันทนาการชุมชนมีขนาดใหญ่กว่า
ระบบอนื่ ๆ ในสว่ นขององคป์ ระกอบ เปน็ ระบบทรี่ วมหนว่ ยงานและวสิ าหกจิ
ทั้งหมดในชุมชนที่ให้บริการนันทนาการ ได้แก่ ผู้ประกอบการภาคธุรกิจ
หน่วยงานที่ไม่หวังผลก�ำไร หน่วยงานเอกชนและรัฐ การบูรณาการ
แผนของหน่วยงานหน่ึงกับแผนของระบบโดยรวมเป็นสิ่งส�ำคัญเช่นกัน
เ พื่ อ ใ ห ้ แ น ่ ใ จ ว ่ า ร ะ บ บ ใ ห ้ บ ริ ก า ร นั น ท น า ก า ร ชุ ม ช น ด� ำ เ นิ น ก า ร
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ การเลอื กรปู แบบโปรแกรม รปู แบบโปรแกรมทย่ี อมรบั
โดยทั่วไป ได้แก่ การจัดการบริการด้วยตนเอง กิจกรรมหรือการแสดง
พิเศษ สมาพันธ์ การแข่งขัน คลินิก ชั้นเรียน บริการแบบแวะ ด�ำเนิน
สถานบริการแบบเปิด และชมรม การเลือกรูปแบบเป็นตัวก�ำหนด
ว่าจะจัดบริการอย่างไรและมีอิทธิพลต่อผู้ท่ีน่าจะเป็นลูกค้า
การพัฒนาตารางกิจกรรมนันทนาการ นักวิชาชีพนันทนาการ
เป็นผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมนันทนาการและพัฒนาชุดกิจกรรม
ในการปฏบิ ตั ิจริง การจัดตารางเวลากจิ กรรมพฒั นาแผนการจดั การส�ำหรับ
ส่งมอบโปรแกรมหรือกิจกรรม จัดท�ำแผนพัฒนาแผนการประเมินส�ำหรับ
โปรแกรมและ / หรอื ผเู้ ขา้ รว่ มประสานการลงทะเบยี น / การจองของผเู้ ขา้ รว่ ม
นักวิชาชีพนันทนาการต้องจัดท�ำแผนการจัดการส�ำหรับแต่ละโปรแกรม
ที่ด�ำเนินการ เตรียมการประเมินผลโปรแกรมควรเร่ิมต้นในระหว่างจัดทำ�
จุดประสงค์ เป้าประสงค์ และวัตถุประสงค์ของโปรแกรม ประสานงาน
การลงทะเบียน โดยการจัดท�ำรายการผู้เข้ารับบริการที่มีคุณสมบัติ
ในการเข้าร่วมโปรแกรม รวมถึงการจอง ส�ำรองทรัพยากรส�ำหรับ
แต่ละบุคคล ได้แก่ สถานท่ีและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนการด�ำเนินการ
ลงทะเบียน / การจอง ต้องมีการตัดสินใจและการจัดการในเรื่องราคา
นโยบาย สทิ ธพิ เิ ศษ การจดั ตารางเวลาการลงทะเบยี น แบบฟอรม์ การจา่ ยเงนิ
การจัดก�ำลังคน การควบคุมเงินสด การประกาศบันทึกรายช่ือ
และการประชาสัมพันธ์ ด�ำเนินการปฐมนิเทศโปรแกรม นักวิชาชีพ

121

สว่ นท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนันทนาการ

นันทนาการต้องรับผิดชอบการด�ำเนินการปฐมนิเทศโปรแกรม หรือต้อง
แน่ใจว่าพนักงานท่ีตนควบคุมดูแลอยู่น้ันท�ำการปฐมนิเทศโปรแกรม
การปฐมนเิ ทศเปน็ สว่ นสำ� คญั ของแผนการจดั การความเสย่ี งแบบครอบคลมุ
เป็นการอธิบายกฎระเบียบ ความปลอดภัย อันตราย นโยบาย และผลลัพธ์
ของการเขา้ รว่ มโปรแกรม และการจดั แผนการจดั การความเสยี่ งใหส้ มั พันธ์
กับโปรแกรม การจัดการความเสี่ยงประกอบด้วยวิธีการระบุ ประเมินผล
ควบคุม และบริหารจัดการความเส่ียง ความเส่ียงมีอยู่ในทุกโปรแกรม
บางโปรแกรมมีความเสี่ยงมากกว่าโปรแกรมอ่ืน แผนจัดการความเส่ียง
ท่ีดีจะป้องกันมิให้หน่วยงานต้องสูญเสียข้ันร้ายแรง
3. การน�ำโปรแกรมนันทนาการไปใช้ (Implementation)
กระบวนการที่เก่ียวข้องกับการสอนทักษะทางด้านนันทนาการ
นักวิชาชีพนันทนาการจ�ำเป็นต้องสอนทักษะด้านนันทนาการ โดยการ
สอนกิจกรรมทั่วไปในบริบทไม่เป็นทางการ และการสอนเนื้อหาในพ้ืนที่
เฉพาะของกิจกรรม เช่น กิจกรรมทางน้�ำ นันทนาการกลางแจ้ง ทั้งจะต้อง
จัดหาผู้น�ำโดยตรงของกิจกรรมเพ่ือการพักผ่อนท่ีมีความรู้ ทักษะ
และความสามารถเฉพาะ มีความเข้าใจพลวัตของกลุ่มขนาดเล็ก
และความสามารถในการแทรกแซงอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุม
ดูแลโปรแกรมนันทนาการและกิจกรรมพิเศษ โดยการควบคุมดูแล
เฉพาะด้าน เป็นการสังเกตการณ์ ดูและจัดการในการจัดกิจกรรม
สถานที่ หรือโปรแกรมท่ีเฉพาะเจาะจง และการควบคุมดูแลท่ัวไป
โดยการสอดสอ่ งดแู ลความปลอดภยั ยนื ยนั บรกิ ารตามตารางเวลาทก่ี ำ� หนด
ควบคมุ พฤตกิ รรม รบั มอื กบั กรณบี าดเจบ็ ทรี่ บั ประกนั ไวแ้ ละใหค้ วามชว่ ยเหลอื
อย่างเหมาะสมตามความจ�ำเป็น

122

สว่ นที่ 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนนั ทนาการ

ด�ำเนินกิจกรรมและจัดโปรแกรมเพ่ือติดตามผลโปรแกรม
งานของนกั วชิ าชพี นนั ทนาการยงั ไมย่ ตุ เิ มอ่ื กจิ กรรมมาถงึ ชว่ งทา้ ยโปรแกรม
ควรจบลงอย่างเหมาะสม เพ่ือให้มั่นใจในการด�ำเนินการในอนาคต
และเพ่ือให้มั่นใจว่าประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมสิ้นสุดลงอย่างเหมาะสม
โดยการตรวจตราสถานท่ี ท�ำความสะอาด จัดท�ำแฟ้มรายงานผล บัญชี
อุปกรณ์ท่ีใช้ในโปรแกรม และช่วยท�ำโปรแกรมส่งผ่านผู้รับบริการ
ให้ไปเข้าร่วมในโปรแกรมนันทนาการชุมชนแบบครบวงจร รวมทั้งส่งเสริม
สนับสนุนกิจกรรมด้วยตนเอง เป็นกิจกรรมท่ีลูกค้าแต่ละรายก�ำหนด
และจัดเนื้อหาของโปรแกรมและ / หรือเป็นผู้น�ำกิจกรรม ต้องพิจารณา
ผู้เข้าร่วมท่ีมีศักยภาพเพื่อการบริการที่เหมาะสม จัดหาข้อมูลทรัพยากร
ส�ำหรับโปรแกรมหรือบริการอ่ืน อ�ำนวยความสะดวกในการใช้อุปกรณ์
บริการหรือส่ิงอ�ำนวยความสะดวกอ่ืนๆ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่าง
ผู้จัดหาทรัพยากรเพื่อการพักผ่อนเจรจาต่อรอง และจัดการ
เรื่องการเดินทางท่ีพักและอาหาร รับประกันโปรแกรมว่าเป็นไป
ตามมาตรฐาน และกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ท�ำโปรแกรมและรายงาน
และแบบฟอร์มต่างๆ ให้สมบูรณ์
4. การประเมินผลโปรแกรมนันทนาการ (Evaluation)
การประเมินผลเป็นการประเมินความคุ้มค่าของบางส่ิงบางอย่าง
ในการจัดบริการนันทนาการนั้น มีองค์ประกอบหลายประการ
ของการให้บริการที่สามารถประเมินได้ ได้แก่ ผลกระทบระยะสั้น
และระยะยาว ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมต่อเนื้อหาหรือกระบวนการ
ของการให้บริการความรู้ ทักษะ และความสามารถที่ได้เรียนรู้ระหว่าง
การให้บริการ องค์ประกอบของส่วนประสมทางการตลาด ได้แก่ ราคา
การส่งเสริมการขาย สถานที่ และผลิตภัณฑ์ เหล่านี้เป็นต้น มักเป็นไปไม่ได้
ท่ีจะประเมินลักษณะเหล่านั้นทั้งหมดในการประเมินผลคร้ังเดียว
ในการประเมินผลท่ีมุ่งผู้ใช้บริการเป็นหลักนั้น ผู้น�ำนันทนาการ

123

สว่ นท่ี 2 การใชเ้ วลาว่าง และนันทนาการ

เป็นผู้ก�ำหนดว่าใครที่ใช้ข้อมูลเป็นหลักและข้อมูลอะไรบ้างที่ตนเชื่อว่า
สำ� คญั ทต่ี อ้ งรวบรวม เพอ่ื นำ� มาประเมนิ ผลโปรแกรม การตอบคำ� ถามเหลา่ นี้
จะให้ทิศทางว่า องค์ประกอบใดของการบริการที่ควรประเมินผล
ปัจจุบันสาขาการนันทนาการให้ความสนใจอย่างมากในการประเมิน
แบบมุ่งผลลัพธ์ น่ันคือ การประเมินท่ีสามารถระบุผลลัพธ์ของการเข้าร่วม
ในโปรแกรมนันทนาการ ผลลัพธ์ที่สนใจมักเป็นเรื่องของการ
พัฒนาพฤติกรรมเชิงปรับตัวหรือการพัฒนาพฤติกรรมที่เหมาะสม
ตามบทบาท ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเข้าร่วมโปรแกรมนันทนาการ
ฉะนั้น การประเมินผลหลังการจัดโปรแกรม เป็นกระบวนการท่ีเกี่ยวข้อง
กับการประเมินโปรแกรม การประเมินผู้เข้าร่วม และการจัดเตรียมรายงาน
ผลการใช้โปรแกรม โดยต้องเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือเก็บข้อมูล
ท่ีเหมาะสม การเก็บข้อมูลมี 3 วิธีหลักท่ีมักใช้ในการประเมินบริการ
นันทนาการ ได้แก่ การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และการส�ำรวจ

124

สว่ นที่ 2 การใชเ้ วลาวา่ ง และนันทนาการ

บทสรุป

การใชเ้ วลาวา่ ง เปน็ การรบั รถู้ งึ พนื้ ฐานบนความรสู้ กึ ความสามารถ
ในการรับรู้เกี่ยวกับการใช้เวลาว่าง การรับรู้การควบคุมการใช้เวลาว่าง
เปน็ ความตอ้ งการขนั้ พน้ื ฐานของมนษุ ย์ และการทบี่ คุ คลไดเ้ ขา้ ไปมสี ว่ นรว่ ม
กิจกรรมการออกก�ำลังกาย การเล่นกีฬา ศิลปะ วิทยาศาสตร์และธรรมชาติ
ต่างๆ ส่งผลให้เกิดความสนุกสนาน ผ่อนคลายความตึงเครียด มีโอกาสที่จะ
แสดงความสามารถพิเศษ และมีอิสระ ซึ่งสิ่งเหล่าน้ีเป็นความต้องการ
ของมนุษย์ท่ีอยู่ในสังคม และการใช้เวลาว่างเป็นการแสดงถึงเวลาอิสระ
ของคนหลังจากการกระท�ำสิ่งท่ีจ�ำเป็นและหลังจากเวลาท�ำงานเสร็จสิ้นลง
นันทนาการ เป็นกิจกรรมต่างๆ ท่ีบุคคลได้มีส่วนร่วมหรือกระท�ำ
ในเวลาว่างด้วยความสมัครใจ โดยได้รับความพึงพอใจและเพลิดเพลินใจ
จากกิจกรรมที่เข้าร่วมนั้น ก่อให้เกิดการพัฒนาท้ังทางร่างกาย จิตใจ
อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
ท้ังน้ี นันทนาการเป็นส่วนหน่ึงของการใช้เวลาว่าง เป็นเครื่องมือ
ส�ำคัญที่ท�ำให้บุคคลได้สัมผัสถึงประสบการณ์ของการใช้เวลาว่าง แต่ท้ังน้ี
กข็ นึ้ อยกู่ บั อสิ ระในการเลอื ก สภาวะทางใจ แรงจงู ใจ การรบั รู้ ประสบการณ์
มุมมองความคิด ค่านิยม และทัศนคติ ท่ีมีการใช้เวลาว่างด้วยกิจกรรม
นันทนาการของแต่ละบุคคล โดยการวางแผนจัดกิจกรรมนันทนาการ
แต่ละช่วงวัยของชีวิตได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม การจัดโปรแกรม
นนั ทนาการจะตอ้ งคำ� นงึ ถงึ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทางกาย อารมณ์
ความคิด จะเกิดการเปล่ียนแปลงตามวัย ท้ังด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์
สังคม และสติปัญญา นับต้ังแต่วัยทารก วัยก่อนเรียน วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่
ไปจนกระทั่งถึงวัยสูงอายุ

125

ส่วนท่ี 2 การใช้เวลาวา่ ง และนันทนาการ

รวมถงึ โปรแกรมนนั ทนาการ นบั วา่ เปน็ สง่ิ สำ� คญั ทสี่ ดุ ของหนว่ ยงาน
ด้านนันทนาการและการใช้เวลาว่าง เป็นกระบวนการวางแผนเพื่อ
สร้างโอกาสส�ำหรับบุคคลที่เข้าร่วมประสบการณ์ทางนันทนาการ
ซ่ึงเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ส่ิงอ�ำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์
บุคลากร งบประมาณ การตลาด การประชาสัมพันธ์ กิจกรรม ก�ำหนดการ
และการบรหิ ารจดั การ ทำ� ใหป้ ระชาชนมนั่ ใจไดว้ า่ จะไดร้ บั บรกิ ารทนี่ า่ พอใจ
จากการจัดท�ำโปรแกรมที่เอื้อต่อโอกาสต่างๆ โดยกระบวนการวางแผน
ท่ีมุ่งประชาชนเป็นหลัก จะต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท่ีมีอยู่
อ ย ่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ใ น ก า ร จั ด บ ริ ก า ร โ ป ร แ ก ร ม ต า ม เ ป ้ า ห ม า ย
และวัตถุประสงค์ขององค์กร บนพ้ืนฐานของความสนใจของแต่ละบุคคล
หรือกลุ่มความต้องการและข้อเสนอแนะ และความสมดุลของโปรแกรม
โดยผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรมต้องได้รับประสบการณ์และได้รับการพัฒนา
จากการเข้าร่วมโปรแกรมนันทนาการ

126



ส่วนท่ี 3
การจัดการ
ส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการ

(Recreation Facility Management)

ส่วนที่ 3 การจดั การสิง่ อำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

การส่งเสริมด้านนันทนาการนั้น หากจะให้ได้ผลดีจะต้องมี
การจัดและด�ำเนินงานอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโปรแกรม
ส�ำหรับประสบการณ์ท่ีจะเกิดขึ้น ส่ิงอ�ำนวยความสะดวก บุคลากร
งบประมาณ และการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ท้ังนี้เพ่ือตอบสนองต่อเป้าหมายของการจัดด�ำเนินงานด้านนันทนาการ
ซึ่งการด�ำเนินงานอย่างเป็นระบบนั้นสามารถจัดและด�ำเนินงานออกมา
ในรูปแบบของ “ศูนย์นันทนาการ” (Recreation Center) เนื่องจาก
การด�ำเนินงานในรูปแบบของศูนย์นันทนาการ จะมีการวางแผน จัดการ
ในทุกสิ่งที่เก่ียวกับบริการส่ิงอ�ำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์ท่ีเอื้อ
ต่อการจัดโปรแกรมกิจกรรม การพัฒนาพ้ืนท่ีและสภาพทางกายภาพ
มีการจัดบุคลากร งบประมาณ กิจกรรม ก�ำหนดการ และการบริหาร
เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับบริการได้รับการพัฒนาตามเป้าหมายที่ก�ำหนดไว้
เ กิ ด ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ แ ล ะ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ ์ ที่ ดี ใ น ก า ร เ ข ้ า รั บ บ ริ ก า ร
(Rossman; & Schlatter. 2008; Torkildsen. 2005; วิพงษ์ชัย
ร้องขันแก้ว. 2556)
หากมีการจัดบริการในรูปแบบของ ศูนย์นันทนาการ
(Recreation Center) ก็จะมีการด�ำเนินงานในด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบ
และมคี วามตอ่ เนอื่ งในการดำ� เนนิ งาน มกี ารจดั พนื้ ที่ สง่ิ อำ� นวยความสะดวก
และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจ
มีการจัดโปรแกรมกิจกรรมนันทนาการ ช่วยให้เกิดประสบการณ์
การใช้เวลาว่าง ท�ำให้กระบวนการจัดกิจกรรมมีความสมบูรณ์
สร้างความปลอดภัยให้ผู้จัดโปรแกรมและผู้เข้าร่วม (Carol. 1996)
และศูนย์นันทนาการ (Recreation Center) จะเป็นสถานท่ี
และแหล่งทรัพยากรท่ีจะช่วยพัฒนาและสร้างเสริมประสบการณ์
การใช้เวลาว่างอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เกิดความรู้ในเร่ืองการใช้เวลาว่าง
และสามารถน�ำความรู้ดังกล่าวมาใช้ในการตัดสินใจเพ่ือการใช้เวลาว่าง

129

ส่วนท่ี 3 การจดั การสิง่ อำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

สามารถก�ำกับประสบการณ์การใช้เวลาว่างของตนเอง และเกิดปฏิสัมพันธ์
กับผู้อื่นในระหว่างใช้เวลาว่าง (Mundy. 1998) ซ่ึงจะส่งผลให้เด็ก
เยาวชน และประชาชนได้ใช้เวลาว่างอย่างรู้คุณค่า เกิดประโยชน์
ต่อตนเอง และน�ำไปสู่การพัฒนาท้ังทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสติปัญญา อย่างองค์รวมต่อไป (วิพงษ์ชัย ร้องขันแก้ว. 2556)
ในที่นี้ ผู้เขียนขอน�ำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการการจัดการสิ่งอ�ำนวย
ความสะดวกทางนันทนาการ (Recreation Facility Management)
โดยมีรายละเอียดดังน้ี

ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ

ส่ิงอ�ำนวยความสะดวก หรือ Facility หมายถึง ส่ิงปลูกสร้าง
สถานท่ี บรเิ วณ อปุ กรณต์ า่ งๆ รวมทงั้ งานบรกิ ารทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายในสง่ิ ปลกู สรา้ ง
หรอื อาคารนน้ั ๆ ทอ่ี ำ� นวยหรอื สง่ เสรมิ ใหก้ ารทำ� งานขององคก์ รภายในอาคารนนั้
ด�ำเนินหรือเป็นไปได้ บัณฑิต จุลาสัย และ เสริชย์ โชติพานิช (2547)
กล่าวว่า สิ่งอ�ำนวยความสะดวก หรือ “Facility” มีความหมายครอบคลุม
ทง้ั อาคารพน้ื ทภี่ ายในอาคาร ระบบประกอบอาคาร บรเิ วณหรอื ทดี่ นิ โดยรอบ
สวนสนาม ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ จัดเป็นทรัพยากรที่ส�ำคัญ
ในกระบวนการผลติ และสง่ ผลตอ่ คณุ ภาพการผลติ ทงั้ ยงั กอ่ ใหเ้ กดิ คา่ ใชจ้ า่ ย
อยา่ งมากสง่ ผลตอ่ ตน้ ทนุ การผลติ สำ� หรบั งานบรกิ ารทางนนั ทนาการชมุ ชน
ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกจัดว่าเป็นองค์ประกอบส�ำคัญต่อการให้บริการ
ทางนันทนาการในชุมชน

130

ส่วนที่ 3 การจัดการสง่ิ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

ในงานบรกิ ารนนั ทนาการโดยทว่ั ไปนนั้ จะดำ� เนนิ งาน และใหบ้ รกิ าร
ในพ้ืนท่ีท่ีเราเรียกว่า “สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ”
(Recreation Facility) เป็นทรัพยากรและสิ่งปลูกสร้างท่ีใช้เพื่อให้บริการ
ทางนันทนาการ ซึ่งหมายรวมไปถึงพื้นที่หลักในการให้บริการ
(Main Area) ระบบไฟฟา้ และสาธารณปู โภค และสว่ นทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน
หรือให้บริการทางนันทนาการที่มีความเกี่ยวข้องกับส่วนท่ีเป็นทรัพยากร
กายภาพ
สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการจะถูกออกแบบมาเพ่ือ
ตอบสนองและรองรับการให้บริการนันทนาการและผลิตภัณฑ์หลัก
(Core Product) ของหน่วยงานบริการนันทนาการและออกแบบ
ให้ตอบสนองต่อการใช้งานของผู้เข้ารับบริการทางนันทนาการ
สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการมีองค์ประกอบ 2 ส่วน ได้แก่
(วิพงษ์ชัย ร้องขันแก้ว. 2556)
1. ทรพั ยากรกายภาพและสง่ิ อำ� นวยความสะดวกเปน็ สง่ิ กอ่ สรา้ ง
และวัตถุท่ีประกอบรวมกันขึ้นเป็นสถานที่จัดไว้เพ่ือรองรับกิจกรรม
และวัตถุประสงค์การณ์ใดการณ์หนึ่ง ประกอบด้วยอาคาร พื้นท่ี ระบบ
ประกอบอาคาร บริเวณโดยรอบ ภูมิทัศน์ และอุปกรณ์ภายในอาคาร
2. การบรกิ าร หมายถงึ กจิ กรรมทใ่ี หบ้ รกิ ารเพอื่ รองรบั การทำ� งาน
และการใชบ้ รกิ าร เพอื่ ใหไ้ ดร้ บั ความสะดวกปลอดภยั และมสี ภาพแวดลอ้ มทด่ี ี
โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทงานบริการ ได้แก่ การดูแลรักษา งานบริการ
และบริการส�ำนักงาน

131

ส่วนท่ี 3 การจดั การส่งิ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกเป็นองค์ประกอบส�ำคัญของการท�ำงาน
ของหน่วยงานบริการนันทนาการเป็นปัจจัยสนับสนุนท่ีเอื้อให้สามารถ
ด�ำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น
การใชส้ งิ่ อำ� นวยความสะดวกจงึ เปน็ ผลมาจากการทำ� งาน หรอื การปฏบิ ตั งิ าน
หรือกิจกรรมขององค์กรและการใช้ชีวิตของบุคคลในท่ีสถานท่ีนั้น
(ยวสธุ นา พฒั นถาวร. 2552: 8; เสรชิ ย์ โชตพิ านชิ . 2553) สำ� หรบั วตั ถปุ ระสงค์
หรือหน้าท่ีของส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการมีด้วยกัน 2 ลักษณะ
คือ (Mull; Beggs; & Renneisen. 2009; วิพงษ์ชัย ร้องขันแก้ว. 2556)
1. ลักษณะแบบวัตถุประสงค์เดียว (A Single-Purpose
facility) สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการในลักษณะนี้ จะพัฒนา
และให้บริการส�ำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียว โดยจะมีการบริหารจัดการ
และการให้บริการที่ไม่ซับซ้อน เพราะให้บริการกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียว
2. แบบหลากหลายวัตถุประสงค์ (Multipurpose Facilities)
สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการในลักษณะน้ี จะให้บริการต้ังแต่
สองประเภทขึ้นไป โดยจะมีการสร้างสรรค์การให้บริการ และรูปแบบ
การจดั การทมี่ คี วามซบั ซอ้ นมากขน้ึ และมขี อ้ กำ� หนดเกยี่ วกบั การใหบ้ รกิ าร
ท่ีมากขึ้นด้วย

132

สว่ นที่ 3 การจัดการสิง่ อำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

ประเภทของส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการ

ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ (Recreation Facility)
ทใ่ี หบ้ รกิ ารแกค่ นในชมุ ชนโดยทวั่ ไปอยภู่ ายใตก้ ารดำ� เนนิ งานของหนว่ ยงาน
หรือองค์กร 2 ประเภท คือ (Mull; Beggs; & Renneisen. 2009)
1. สงิ่ อำ� นวยความสะดวกทางนนั ทนาการทจ่ี ดั บรกิ ารโดยภาครฐั
(Public Recreation Facilities) เป็นทรัพยากรกายภาพของ
หน่วยงานบริการนันทนาการท่ีจัดบริการโดยภาครัฐให้แก่คนในชุมชน
เช่น ศูนย์นันทนาการชุมชน (Community Recreation Center)
ศูนย์กีฬา (Sport Complexes) สระว่ายน้�ำ (Swimming Pool) เป็นต้น
2. ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการที่จัดบริการเฉพาะ
กลุ่มหรือเฉพาะสมาชิกโดยภาคเอกชน (Private Recreation Facilities)
เปน็ ทรพั ยากรกายภาพของหนว่ ยงานบรกิ ารสมาชกิ เฉพาะกลมุ่ เพอ่ื ผลกำ� ไร
ประกอบไปด้วย หน่วยงานภาคธุรกิจและบริษัทท่องเที่ยว เป็นต้น
โดยมุ่งเน้นการสร้างผลก�ำไรให้เข้ามาในหน่วยงาน มีการท�ำการตลาด
เพ่ือเข้าถึงผู้บริโภค โดยน�ำเสนอบริการนันทนาการในรูปแบบต่างๆ
พร้อมราคาค่าบริการ เช่น สนามกอล์ฟเอกชน (Private Golf Course)
ศูนย์ออกก�ำลังกาย (Fitness Center) โรงแรม (Hotel) รีสอร์ต (Resort)
เป็นต้น (Van der Smissen. 2006)
หากจ�ำแนกทางนันทนาการตามรูปแบบและคุณลักษณะ
สามารถจ�ำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ (Mull; Beggs; & Renneisen. 2009)
1. ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการในร่ม (Indoor
Recreation Facility)

133

ส่วนท่ี 3 การจดั การสง่ิ อ�ำ นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

2. สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการกลางแจ้ง (Outdoor
Recreation Facility)
นอกจากนี้ ยังสามารถเพ่ิมเติมได้อีกหน่ึงคุณลักษณะ คือ
ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการทางน้�ำ (Aquatic Recreation
Facility) คุณลักษณะและองค์ประกอบสิ่งอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการแต่ละประเภท มีดังน้ี
1. สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการในร่ม (Indoor
Recreation Facility) มีคุณลักษณะและองค์ประกอบ ดังนี้

1.1 พ้ืนท่ีการผลิตและด�ำเนินการ (Production Space)
ประกอบด้วย
1.1.1 พ้ืนท่ีหลัก (Main Areas)
1.1.2 พื้นผิวท่ีปรากฏ (Surfaces)
1.1.3 ข้อก�ำหนด / กฎเกณฑ์ / ข้อจ�ำกัด
(Illumination)
1.1.4 ระบบไฟฟ้า (Electrical Systems)
1.1.5 ระบบท่อ / ท่อประปา (Plumbing)
1.1.6 เก่ียวกับระบบเสียง (Acoustic)

134

สว่ นที่ 3 การจัดการส่งิ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

1.2 การควบคุม สภาพอากาศ (Climate Control)
ประกอบด้วย
1.2.1 การระบายอากาศ (Ventilation)
1.2.2 เคร่ืองปรับอากาศ (Air Conditioning)
1.3 สาธารณูปโภค (Utilities) ประกอบด้วย
1.3.1 พลังงานไฟฟ้า (Electricity)
1.3.2 สุขอนามัยและการก�ำจัดสิ่งโสโครก
(Sanitation)
1.3.3 ระบบน้�ำ / ประปา (Water)
1.4 โครงสร้างภายนอกหรือด้านนอกตัวอาคาร (Exterior)
ประกอบด้วย
1.4.1 ภูมิสถาปัตย์หรือภูมิทัศน์ (Landscape)
1.4.2 การชลประทาน / การทดน�้ำ (Irrigation)
1.4.3 การเข้าถึงของยานพาหนะ (Vehicle Access)
1.4.4 ทางเดิน (Walkways)
1.4.5 ที่จอดรถ (Parking)
2. ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการกลางแจ้ง (Outdoor
Recreation Facility) จะมีคุณลักษณะบางส่วนท่ีเหมือนกับในร่ม
เช่น พ้ืนที่ภายนอก แสง ระบบชลประทานและทางเดิน แต่ก็มีส่วน
ทม่ี คี วามแตกตา่ งกนั โดยสน้ิ เชงิ ซง่ึ เปน็ ไปตามลกั ษณะเฉพาะของผลติ ภณั ฑ์
และการใหบ้ รกิ ารนนั ทนาการกลางแจง้ (Outdoor Recreation Product)
ซ่ึงมีความสัมพันธ์กับการออกแบบ สิ่งปลูกสร้างและสาธารณูปโภค
โดยคุณลักษณะและองค์ประกอบของทรัพยากรกายภาพทางนันทนาการ
กลางแจ้ง มีดังน้ี

135

สว่ นท่ี 3 การจัดการสิง่ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

2.1 สถานทตี่ ง้ั (Site) ตอ้ งเลอื กขนาดใหเ้ หมาะสมกบั Products
ท่ีให้บริการ มีความเหมาะสมกับระบบสนับสนุนต่างๆ และต้องค�ำนึงถึง
การต่อขยายหากประสบความส�ำเร็จ
2.2 ภูมิประเทศ แผนที่ (Topography) ประกอบด้วย
2.2.1 แผ่นดิน (Land)
2.2.2 พืชพันธ์ท่ีอยู่รายรอบ (Surround Vegetation)
2.2.3 แหล่งน�้ำและระบบจัดการน้�ำ
(Water and Storm water)
2.2.4 Climate สภาพอากาศ

136

ส่วนที่ 3 การจดั การส่งิ อ�ำ นวยความสะดวกทางนันทนาการ

2.3 พื้นท่ีการผลิตและด�ำเนินการ (Production Space)
ประกอบด้วย
2.3.1 แผนผัง (Layout)
2.3.2 การก�ำหนดทิศทาง (Orientation)
2.3.3 การระบายน�้ำ (Drainage)
2.3.4 สิ่งกีดขวางและร้ัว (Barrier and Fences)
2.3.5 ภูมิสถาปัตย์ (Landscape)
2.3.6 พื้นดิน (Surfaces)
2.4 Support System ระบบสนับสนุน
2.4.1 การเข้าถึงพ้ืนที่ (Access)
2.4.2 สาธารณูปโภค (Utilities)
2.4.3 แสงสว่าง (Lighting)
2.4.4 การชลประทาน / การทดน้�ำ (Irrigation)
2.4.5 ความสะดวกสบาย (Conveniences)
2.4.6 ที่นั่ง (Seating)
3. ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการทางน�้ำ (Aquatic
Recreation Facility) ประกอบด้วย
3.1 แหล่งน�้ำตามธรรมชาติ (Waterfronts) เป็นทรัพยากร
กายภาพทางน้�ำที่อยู่ในพ้ืนที่กลางแจ้ง (Outdoor Aquatic Facility)
ได้แก่ ทะเลสาบ (Lake) ชายหาด (Beach) แม่น�้ำ (River)
3.2 สระว่ายน�้ำ (Pools) เป็นสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางน�้ำ
ท่ีเป็นพื้นฐาน สามารถสร้างได้ท้ังแบบในร่มและกลางแจ้ง สามารถสร้าง
และให้บริการอยู่ในสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการประเภทอ่ืนๆ
ในสระว่ายน้�ำประกอบไปด้วยอุปกรณ์พ้ืนฐาน ได้แก่ บอร์ดกระโดดน�้ำ
(Diving Board) สไลด์ (Slide) พ้ืนที่ว่ายน้�ำ (Swimming Areas)
และพื้นท่ีน�้ำลึก เป็นต้น

137

ส่วนท่ี 3 การจัดการส่ิงอำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

3.3 สวนนำ�้ (Water Park) ถกู ออกแบบมาเพอ่ื ใหค้ วามบนั เทงิ
อ ย ่ า ง เ ต็ ม ท่ี ผ ่ า น ส า ย น�้ ำ แ ล ะ อุ ป ก ร ณ ์ เ ค ร่ื อ ง เ ล ่ น ท า ง น�้ ำ ต ่ า ง ๆ
สามารถสร้างได้ทั้งแบบในร่ม (Indoors) และกลางแจ้ง (Outdoors)
สวนน้�ำโดยทั่วไป ประกอบด้วยอุปกรณ์เครื่องเล่นเพ่ือสร้าง
ความบันเทิงต่างๆ มากมาย



138

สว่ นที่ 3 การจดั การสิง่ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

การด�ำเนินงานส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางน้�ำ (Aquatic Facility
Operation) ประกอบด้วยการด�ำเนินงานในด้านต่างๆ ดังน้ี
1. เจ้าหน้าที่ (Staffing) ประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีในงานด้านต่างๆ
ดังนี้
1.1 เจ้าหน้าที่บ�ำรุงรักษา (Additional Staff)
1.2 เจ้าหน้าท่ีธุรการท่ัวไป
1.3 เจ้าหน้าท่ีรักษาความปลอดภัยและช่วยชีวิตทางน�้ำ
(Lifeguards)
1.4 ผู้สอน (Instructors) ประกอบไปด้วย
1.4.1 ผู้สอนว่ายน�้ำ (Swim Instructor)
1.4.2 ผู้สอนการออกก�ำลังกายทางน�้ำ (Water Exercise
Instructor)
1.4.3 นักกิจกรรมบ�ำบัดทางน้�ำ (Aquatic Therapists)
2. การด�ำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยในการบริการ
ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางน้�ำ (Aquatic Facility Safety) ผู้ให้บริการ
จะต้องค�ำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้อย่างเข้มงวด ต้องมีการก�ำหนด
มาตรฐานความปลอดภัย และฝึกอบรมเจ้าหน้าท่ีเรื่องความปลอดภัย
และการชว่ ยชวี ติ รวมทงั้ ออกแบบขน้ั ตอนและวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านทม่ี มี าตรฐาน
พร้อมทั้งควบคุมความเสี่ยงและตรวจตราความปลอดภัย
3. การบ�ำรุงรักษาและสุขอนามัย (Maintenance and Hygiene)
4. ระบบเคร่ืองกลในสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางน�้ำ (Mechanical
System)

139

สว่ นท่ี 3 การจัดการสงิ่ อำ�นวยความสะดวกทางนันทนาการ

การวางแผนและการจัดการ
ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ

การจัดท�ำแผนงานด้านสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ
เ ป ็ น ส่ิ ง ที่ ส� ำ คั ญ ส� ำ ห รั บ ห น ่ ว ย ง า น บ ริ ก า ร ท า ง ด ้ า น นั น ท น า ก า ร
เพ่ือสร้างความมั่นใจให้แก่คนในชุมชนว่าจะได้รับการบริการท่ีดี
และมีประสิทธิภาพ การจัดท�ำแผนงานจะช่วยให้ผู้ให้บริการ
สามารถใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด บรรลุเป้าหมายองค์กร
และความต้องการของคนในชุมชน หลักการจัดท�ำแผนงานด้าน
ส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ มีดังนี้
1. แผนงานตอ้ งสง่ เสรมิ การใชท้ รพั ยากรขององคก์ รหรอื หนว่ ยงาน
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. แผนงานต้องจัดการกับความขัดแย้งในเร่ืองเวลาและสถานที่
ส�ำหรับสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการของหน่วยงาน
3. แผนงานต้องมีความยืดหยุ่นให้สามารถสลับปรับเปล่ียน
สิ่ ง อ� ำ น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก ท า ง นั น ท น า ก า ร เ พ่ื อ ก า ร ใ ช ้ ป ร ะ โ ย ช น ์
และสร้างโอกาสต่างๆ ท่ีจะเกิดขึ้นได้ โดยพ้ืนท่ีหน่ึงอาจใช้ท�ำให้บริการ
กิจกรรมนันทนาการได้หลากหลายรูปแบบ
4. แผนงานต้องช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้พ้ืนที่ได้อย่างคุ้มค่า
และไม่สูญเปล่า
5. แผนงานด้านสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ
ต้องมีความสมดุลและเป็นธรรมแก่ผู้รับบริการ

140

ส่วนที่ 3 การจดั การสิง่ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

6. แผนงานด้านส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการท่ีดี
ต้องช่วยให้องค์กรหรือหน่วยงานบริการนันทนาการชุมชนสามารถบรรลุ
ผลลัพธ์สูงสุด มีจ�ำนวนผู้ใช้บริการสูงสุด รองรับผู้ใช้บริการที่หลากหลาย
และมีกิจกรรมการให้บริการที่หลากหลาย
7. แผนงานต้องมีล�ำดับข้ันและโครงสร้าง ผู้ใช้บริการต้องทราบว่า
จะให้บริการเมื่อใดและสามารถคาดหวังสิ่งใดได้บ้าง
ถา้ ไมม่ กี ารวางแผนงาน การดำ� เนนิ งานอาจเกดิ ความสบั สนวนุ่ วาย
ไม่มีล�ำดับข้ันตอน ไร้โครงสร้างไม่สมดุล ไม่เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
และไม่สามารถใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ การจัดท�ำแผนงาน
และการดำ� เนนิ งานเกยี่ วกบั สง่ิ อำ� นวยความสะดวกทางนนั ทนาการประกอบดว้ ย
1. การวางแผน
2. ตารางงาน ตารางเวลาในการให้บริการและด�ำเนินการ
3. การใช้ทรัพยากรและสิ่งอ�ำนวยความสะดวก
4. การวางแผนเก่ียวกับเจ้าหน้าที่
องค์ประกอบส�ำคัญที่ต้องพิจารณาในการจัดท�ำแผนงาน
ด้านส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ มีดังนี้
1. ข้อมูลประชากรในชุมชน ได้แก่ อายุ รายได้ จ�ำนวนประชากร
เพศ ชาติพันธุ์ โครงสร้างครอบครัวและวิถีชีวิตของคนในชุมชน เป็นต้น
2. ความต้องการและความสนใจของคนในชุมชน
3. ทรัพยากรและบริการส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ
ทีมีอยู่ในชุมชน
4. แผนงานและกิจกรรมที่ด�ำเนินการโดยหน่วยงานของภาคส่วน
ต่างๆ ในชุมชน
5. พนื้ ที่ ทตี่ งั้ และการเขา้ ถงึ สง่ิ อำ� นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ
และการให้บริการ

141

ส่วนท่ี 3 การจดั การส่งิ อำ�นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

เพื่อให้บริการและกิจกรรมที่หลากหลายและเข้าถึงชุมชน
แ ผ น ง า น แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ด� ำ เ นิ น ง า น ต ้ อ ง ส ร ้ า ง ค ว า ม ดึ ง ดู ด ใ จ
และความสนใจของประชาชน มิเช่นน้ันการด�ำเนินงานจะไม่ประสบ
ความส�ำเร็จ สิ่งส�ำคัญที่ต้องค�ำนึงถึง คือ การสร้างความพึงพอใจให้แก่
ผู้ใช้บริการ แผนงานและการด�ำเนินงานด้านส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการท่ีดีต้องให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผน ตัดสินใจ
ด�ำเนินงาน และประเมินผล
การวางแผนจัดการทรัพยากรกายภาพและสิ่งอ�ำนวย
ความสะดวกทางนนั ทนาการตอ้ งสามารถสรา้ งความสมดลุ ในการใหบ้ รกิ าร
ทางนันทนาการตามความต้องการของหน่วยงานและแผนงานท่ีมาจาก
ความต้องการของประชาชน เป้าหมายของการให้บริการต้องวัดได้
การด�ำเนินงานต้องมีความต่อเน่ือง และท้ายที่สุดต้องสร้างความ
พึงพอใจและน�ำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนในที่สุด
(Torkildsen. 2005)

142

สว่ นที่ 3 การจดั การสิ่งอ�ำ นวยความสะดวกทางนนั ทนาการ

การจัดการส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
ทางนันทนาการ

การจัดการสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการ (Recreation
Facility Management) เป็นสิ่งส�ำคัญในการด�ำเนินงาน ผู้ให้บริการ
นันทนาการแก่ชุมชนจะต้องจัดการในทุกสิ่งท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ สิ่งอ�ำนวย
ความสะดวก วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร งบประมาณ การตลาด ประชาสัมพันธ์
กิจกรรม ก�ำหนดการบริหาร และประเมินผล สมาคมการบริการสิ่งอ�ำนวย
ความสะดวกนานาชาติ (The International Facility Management
Association: IFMA) ได้กล่าวถึงการจัดการสิ่งอ�ำนวยความสะดวก
ว่ามีความครอบคลุมกับหลากหลายสาขาวิชา เป็นกระบวนการ
บูรณาการการท�ำงานระหว่างสถานท่ี ผู้คน งานขององค์กรและเทคโนโลยี
เป็นการประสานความรู้ร่วมกันทางด้านการบริหารธุรกิจกับศาสตร์
ด้านสถาปัตยกรรมพฤติกรรมและวิศวกรรม เพ่ือจัดการสิ่งอ�ำนวย
ความสะดวกและส่ิงแวดล้อมขององค์กร (The International Facility
Management Association. 2013)
การจัดการส่ิงอ�ำนวยความสะดวกทางนันทนาการเป็นการท�ำให้
ระบบกายภาพ ทรพั ยากรกายภาพทำ� งานสอดคลอ้ งและสมดลุ ตามเปา้ หมาย
พันธกิจ ลักษณะกิจกรรมขององค์กรน้ัน มุ่งเน้นการจัดการ ดูแลรักษา
และบริการเพื่อให้สิ่งอ�ำนวยความสะดวดทางนันทนาการท�ำงานสอดรับ
ส่งเสริม และตอบสนองตามความต้องการของผู้ใช้อาคารอย่างมี
ประสิทธิภาพตลอดเวลาและเกิดประสิทธิผลสูงสุด ปฏิบัติงานด้านอาคาร
เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องและสนับสนุนกิจกรรมขององค์กร
ได้เป็นอย่างดีทั้งในระยะส้ันและยาว ลดการสูญเสียและส้ินเปลืองน้อยลง

143


Click to View FlipBook Version