The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อัตลักษณ์วัสดุถิ่นใต้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-08-04 00:30:53

อัตลักษณ์วัสดุถิ่นใต้

อัตลักษณ์วัสดุถิ่นใต้

Keywords: วัสดุถิ่นใต้

หนัง

ปราชญ์ท้องถ่ิน จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นหนึ่งจังหวัดท่ีได้รับ
อิทธิพลจากการแสดงหนังตะลุงและเป็นจังหวัดท่ี
มีช่างแกะสลักหนังตะลุงมากฝีมืออย่าง ลุงสุชาติ
ศิลปินและชา่ งแกะสลัก ทรัพย์สิน จากความสนใจด้านการวาดรูปตั้งแต่เด็ก

หนงั ตะลุง ประกอบกับครูเห็นถึงความสามารถ จึงให้ลุงสุชาติ
เป็นครูสอนวาดเขียนให้กับเพ่ือนในชั้นเรียน อีกท้ัง
ลุงสุชาตยิ งั สนใจการเขยี นลายไทย ท�ำให้ครอบครัว
ลุงสุชาติ ทรัพย์สนิ ตัดสินใจสง่ ไปเปน็ ศษิ ยข์ องนายทอง หนขู าว ซึง่ เปน็

หากกล่าวถึงการแสดงพื้นบ้านประจ�ำภาคใต้ของ ชา่ งแกะหนงั ตะลงุ ฝมี อื ดขี องจงั หวดั นครศรธี รรมราช
ประเทศไทย หลายคนคงนึกถึงหนังตะลุง ด้วยการ และยังเป็นนักแต่งบทกลอนและแต่งบทนิยายหนัง
ส่ือสารเร่ืองราวทางศาสนากับคนท้องถิ่นผ่านการ ตะลงุ ทำ� ใหล้ งุ สุชาติได้ฝกึ การใช้เครอ่ื งมือแกะสลกั
แสดงหนังตะลุง การแกะสลักหนังตะลุงในอดีตมัก และการเขียนบทกลอนตา่ งๆ ไปพรอ้ มกนั
มขี นาดใหญ่ ฉลลุ วดลายงดงาม และมักเป็นรปู ขาว
ด�ำ เมื่อต้องทาบกับจอผ้าเพ่ือเชิดหนัง แสงไฟจะ ทกั ษะการแกะสลกั หนงั ของลงุ สชุ าติ เรม่ิ ตน้ จากการ
ช่วยทำ� ใหเ้ กดิ เป็นเงาดเู ด่นและสะดดุ ตา ส�ำหรับรปู แกะรูปหนังตะลุงด้วยกระดาษ จ�ำหน่ายให้กับเด็กๆ
หนงั ตวั สำ� คัญ เช่น ฤาษี พระอศิ วร พระอนิ ทร์ หรือ ในงานวดั เพ่อื หารายได้ใหค้ รอบครวั ต่อมาลุงสชุ าติ
นางกินรี จะยังคงการแกะสลักในลักษณะเดิม แต่ สง่ั สมประสบการณแ์ กะสลกั หนงั ตะลงุ ดว้ ยหนงั สตั ว์
รูปอื่นๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสมัยนิยม เช่น เพอ่ื จำ� หนา่ ยใหน้ ายหนงั ตะลงุ จนมคี วามสามารถใน
ทรงผม เส้ือผ้า นอกจากน้ี ในอดีตยังใช้หนังแกะ การแกะหนังตะลุงและหนังใหญ่ได้เป็นอย่างดี โดย
สลกั ตวั ละครสำ� คญั แตล่ ะตวั ตามความศกั ดส์ิ ทิ ธข์ิ อง สามารถออกแบบตัวหนังตะลุงและหนังใหญ่ตาม
ตัวละคร เช่น ฤาษีจะใชห้ นังเสือ ส่วนตวั พระตัวนาง แบบโบราณและแบบประยุกต์ได้อย่างสวยงามด้วย
จะใช้หนังโค หากเป็นตัวตลกจะใช้หนังหมี เป็นต้น กระบวนการผลิตแบบโบราณ ท่ีต้องฟอกหนังเอง
แต่ปัจจุบัน นอกจากจะนิยมแกะสลักจากหนังโค ถือเป็นหัวใจส�ำคัญของการท�ำรูปหนังตะลุง ตลอด
หรือหนังสังเคราะห์แล้ว ยังนิยมแกะสลักรูปทรงให้ จนเปน็ นกั แสดงหนงั ตะลงุ ไดด้ ว้ ยตนเอง ซง่ึ เนน้ การ
มีขนาดเล็กลง และระบายสีใหส้ ะดุดตา แสดงแบบอนรุ กั ษ์ คอื
1. เนน้ ใชเ้ ครอื่ งดนตรพี น้ื บา้ น หรอื “เครอ่ื งหา้ ”
ย้อนความหลังไปในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ไดแ้ ก่ โหมง่ ฉง่ิ ทับ กลองตกุ๊ และปี่ ไมน่ ิยม
ซงึ่ เปน็ ชว่ งของการปรบั เปลยี่ นวฒั นธรรมใหท้ นั สมยั เครื่องดนตรสี ากล
ทดั เทยี มอารยประเทศ การแกะสลกั หนงั ตอ้ งทำ� ตาม 2. เน้นกระบวนการแสดงแบบโบราณ โดยใช้
รัฐนิยมหลายฉบับ เช่น ยักษ์ต้องใส่กางเกงขายาว บทกลอนให้เหมาะกบั เน้อื เร่ืองและบทบาท
สวมหมวก หากเป็นตัวตลก ตัวพระ หรือตัวนาง ตวั ละคร
ก็ต้องสวมหมวก สวมเสอื้ ใสก่ างเกงหรือกระโปรง ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

301

หนัง

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต 3. การแสดงไมใ่ ชค้ �ำหยาบโลน แต่ใชว้ ธิ เี ล่นคำ� ประกวดภาพหนังตะลุงเพื่อการแสดง และได้รับ
หรือใชค้ ำ� ผวนแทน การยกย่องเป็นศิลปินดีเด่นของภาคใต้ จากคณะ
4. การแสดง เนน้ ใหข้ ้อมลู ขา่ วสารและคติสอน มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลา
ใจควบคู่ไปกบั การบันเทิง นครินทร์ และได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปิน
อย่างไรก็ตาม การแสดงหนังตะลุงมีบทบาทลดลง แห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (การแสดงพนื้ บา้ น)
ตามยุคสมัยจากปัจจัยต่างๆ เช่น การเข้ามาของ พ.ศ. 2549 จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
วัฒนธรรมตะวันตก ประชาชนนิยมดนตรีลูกทุ่ง กระทรวงวฒั นธรรม
ภาพยนตร์ หนังกลางแปลง หรือร�ำวงมากข้ึน กลา่ วไดว้ า่ ลงุ สุชาติ ทรัพยส์ นิ เป็นปราชญ์ท้องถิน่
ลุงสุชาติจึงปรับเปล่ียนวิธีการสร้างสรรค์หนังตะลุง เปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ในการอนรุ กั ษ์ สบื สานและถา่ ยทอด
ดว้ ยการนำ� ไปเสนอขายตามร้านขายของท่ีระลกึ นบั ภมู ปิ ญั ญาการแสดงและแกะสลกั หนงั ใหก้ บั ลกู ศษิ ย์
เป็นบุคคลแรกๆ ทที่ ำ� รูปหนังตะลุงขายให้กบั รา้ นค้า หรือผู้ท่ีสนใจจะเข้ามาเรียนรู้และศึกษางานฝีมืออัน
ในลักษณะของที่ระลึก ทดแทนการผลิตเพ่ือให้นาย ประณีตบรรจงทีส่ ะทอ้ นอัตลักษณ์ของชาวใต้
หนงั ใชแ้ สดง เวทีหนังตะลุงและพิพิธภัณฑ์หนังตะลุง สุชาติ ถือ
นอกจากน้ี ลุงสุชาติยังได้ถ่ายทอดการแกะรูปหนัง เป็นมรดกทางสังคมที่ให้ทุกกลุ่มคนเข้ามาเรียนรู้
ตะลุงให้กับศิษย์ เกิดเป็นช่างท�ำรูปหนังตะลุงขึ้น และเย่ยี มชม
เป็นจำ� นวนมาก และดว้ ยความมงุ่ ม่ันในการอนรุ ักษ์
การแกะสลักและแสดงหนังตะลุงในรูปแบบโบราณ อ้างองิ :
ลุงสุชาติจึงสร้างพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงให้เป็นแหล่ง พินิตตา สขุ โกศล. (2549). หนังตะลุง อัตลักษณ์และ
ศกึ ษาเรยี นรพู้ ฒั นาการเกยี่ วกบั การแสดงหนงั ตะลงุ การผลติ ซ�้ำทนุ ทางวฒั นธรรม สือ่ พืน้ บา้ นทางภาคใต้ของ
จนได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมดี ประเทศไทย. วารสารวทิ ยาการจดั การและสารสนเทศ
เด่นของประเทศไทย ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทาง ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 กรงุ เทพฯ.
วัฒนธรรมและโบราณสถาน เมอื่ ปี พ.ศ. 2539 และ (ที่มา : http://www.bec.nu.ac.th/bpm/misjournal/
ประเภทแหลง่ เรยี นรแู้ ละนนั ทนาการในปี พ.ศ. 2552 files/13533824267-pinita.pdf)
จากการทอ่ งเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย กรมส่งเสริมวฒั นธรรม. นายสชุ าติ ทรพั ยส์ ิน
ลุงสุชาติยังเป็นบุคคลท่ีเผยแพร่การแสดงหนัง ศิลปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (การแสดงพนื้ บ้าน)
ตะลุงไปสู่ระดับสากล ด้วยการไปแสดงในประเทศ ปีพุทธศกั ราช ๒๕๔๙. สบื คน้ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563.
เยอรมนี ฮอลแลนด์ และญี่ปุ่น ผลจากการอุทิศ (ท่มี า : http://www.culture.go.th/cul_fund/download/
ตนอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเพ่ือประโยชน์ต่อ open/suchat/suchat1.pdf)
สังคมเป็นระยะเวลายาวนาน ลุงสุชาติจึงได้รับการ ศูนย์มานษุ ยวิทยาสริ ินธร (องคก์ ารมหาชน). พิพธิ ภัณฑ์
ยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้าน พ้นื บ้านหนงั ตะลงุ สุชาติ ทรัพย์สิน. สบื คน้ เมื่อวันที่ 20
วัฒนธรรมแห่งชาติ ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการ มิถนุ ายน 2563. (ทม่ี า : https://db.sac.or.th/museum/
museum-detail/1169)

302





พื้นท่ศี ึกษา
เหลก็ ดามสั กสั ไมม้ ะม่วง
อ.รามนั จ.ยะลา

มดี คนธนู
อ.บา้ นนาสาร จ.สรุ าษฎรธ์ านี

ดิ้นโบราณ
อ.เมืองระนอง จ.ระนอง

เครอ่ื งถมเงิน
เครอื่ งถมเงินพงั งา

อ.คุระบุรี จ.พังงา


เครื่องถมเงินนครศรีธรรมราช
อ.เมืองนครศรีธรรมราช
จ.นครศรีธรรมราช

หมวด ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

โลหะ

305

อตั ลกั ษณว์ สั ดถุ น่ิ ใต้ โลหะ

306

โลหะ ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

เพิม่ คุณคา่ ใหโ้ ลหะ
ผ่านงานฝมี ืออันวจิ ิตรบรรจง

ด้วยที่ต้ังของภาคใต้ท่ีมีทั้งภูเขาและทะเล ท�ำให้เกิดภูมิประเทศที่แวดล้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
ท่ีโดดเด่น โลหะอยา่ งดีบกุ พลวง ทงั สเตน จงึ เป็นวัสดทุ ห่ี าไดแ้ ละน�ำมาประยกุ ต์ใช้ให้เกดิ ประโยชน์กบั การ
ด�ำรงชีวิตและเครื่องมือประกอบอาชีพต่างๆ ของคนในชุมชน เป็นภูมิปัญญาท่ีเกิดข้ึนภายในท้องถ่ินและ
สบื สานข้ามผา่ นรุ่น จนเกดิ เป็นทน่ี ยิ มและไดร้ บั การยอมรบั ท้ังจากในประเทศและตา่ งประเทศ
งานสร้างสรรค์ที่เกิดจากวัสดุโลหะมีหลากหลาย ตั้งแต่การท�ำกริชรามันห์ ท่ีน�ำเหล็กดามัสกัสและไม้ใน
ท้องถ่ินมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยช่างฝีมือ เปลี่ยนจากกริชที่เคยเป็นสัญลักษณ์การขึ้นครองเมืองของ
ชนช้ันปกครองในอดีต ให้กลายเป็นของท่ีระลึกอันทรงคุณค่า หรือการน�ำเหล็กมาผสมสแตนเลสเพ่ือเป็น
วัสดุผลิตมีดกรีดยางท่ีมีลักษณะพิเศษ ซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กันมาอย่างยาวนานทั้งจากคนในพ้ืนที่และ
คนจากพ้ืนทีอ่ ่ืนๆ ในประเทศอีกด้วย
นอกเหนือจากการน�ำวัสดุเหล็กไปผลิตเป็นอุปกรณ์เพ่ือการด�ำรงชีวิตแล้ว ยังพบเห็นการเพ่ิมคุณค่าให้กับ
โลหะด้วยการผลิตเป็นเคร่ืองประดับประเภทเคร่ืองถมท่ีข้ึนช่ือ ผ่านภูมิปัญญาการผลิตและลงน้�ำยาถม
การขนึ้ รปู พรรณ การแกะสลักลวดลาย ที่ทกุ ข้นั ตอนตอ้ งใช้ความช�ำนาญและฝีมอื รวมถงึ การทำ� หตั ถศิลป์
ดิ้นโบราณจากเครื่องแต่งกายประจ�ำท้องถิ่นอย่างชุดบาบ๋า ย่าหยา ด้วยแรงบันดาลใจท่ีต้องการจะส่งต่อ
ความรู้และทักษะการผลิตด้ินโบราณให้กับคนท่ีสนใจ พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้งานได้ในชีวิต
ประจ�ำวนั เช่น ตา่ งหู ท่ตี ิดผม ทต่ี ิดเสือ้ เป็นต้น
งานฝีมืออนั วจิ ติ รบรรจงทง้ั หมดนีน้ ับเปน็ ภูมปิ ัญญาทค่ี วรค่าแกก่ ารสบื ทอดต่อไป

307

โลหะ

เหล็กดามสั กัส ไมม้ ะม่วง

ชอื่ เรยี กวัสดุทั่วไป : เหล็กดามัสกัส เหล็กผสม ไม้มะมว่ ง
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ : งานตกแตง่ ภายใน ของท่รี ะลกึ เคร่อื งประดบั กรชิ รามนั ห์
พนื้ ที่ศกึ ษา : ต�ำบลตะโละหะลอ อ�ำเภอรามัน จังหวดั ยะลา

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

308

โลหะ

รู้จกั กริชรามนั ห์

กริชรามันห์มีต้นก�ำเนิดจากความจ�ำเป็นของเจ้าเมืองรามันพระองค์แรกที่ต้องการใช้กริชในพิธีสถาปนาขึ้น
ครองเมือง เนอ่ื งจากในเมอื งรามนั ไมม่ ีชา่ งฝีมอื ทม่ี ีความสามารถในการท�ำกรชิ ถา้ อยากมกี ริชไวใ้ ช้จะตอ้ ง
ไปซอื้ ถงึ ชวาและสมุ าตรา ทำ� ใหเ้ จา้ เมอื งตอ้ งขอความชว่ ยเหลอื ไปยงั เมอื งชวา เพอ่ื ใหส้ ง่ ชา่ งมาชว่ ยทำ� กรชิ
ใหก้ บั เจา้ เมอื งรามนั ซงึ่ ทางชวาไดส้ ง่ ชา่ งหลวงฝมี อื ฉกาจมาใหเ้ จา้ เมอื งจำ� นวน 4 ทา่ น คอื ทา่ นปนั ไดสาระ
ทา่ นปนั ไดยานา ทา่ นปนั ไดซานะ และทา่ นปนั ไดนริ นาม
โดยทา่ นปนั ไดสาระเปน็ หนง่ึ ในชา่ งหลวงผปู้ ระสทิ ธปิ์ ระสาทวชิ าการทำ� กรชิ รวมทงั้ เปน็ ผรู้ า่ งจรรยาบรรณของ
ชา่ ง อนั เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ขิ องชา่ งทำ� กรชิ รามนั หม์ าจนถงึ ปจั จบุ นั นอกจากนี้ กรชิ จากตระกลู ทา่ นปนั ไดสาระ
ยงั เปน็ กรชิ ทไ่ี ดร้ บั การยอมรบั ในกลมุ่ นกั ทำ� กรชิ หรอื กลมุ่ ผนู้ ยิ มกรชิ ทวั่ โลก เพราะเปน็ กรชิ ทมี่ ลี กั ษณะโดดเดน่
เปน็ พเิ ศษโดยเฉพาะใบกรชิ และหวั กรชิ ซง่ึ นยิ มสลกั เปน็ ลายรปู หวั นกพงั กะ หรอื “นกปอื กา” ซง่ึ เปน็ นกใน
วรรณคดที อ้ งถน่ิ ทม่ี คี วามหมายวา่ “ผคู้ มุ้ ครอง”
นอกจากน้ี ความแข็งแกร่งยงั เป็นจดุ เด่นอีกประการของกริชรามันห์จากตระกลู ปันไดสาระ โดยมเี ร่อื งเลา่
ขานกนั วา่ ในการประกวดความแขง็ แกรง่ ของกรชิ ซงึ่ ผเู้ ขา้ ประกวดจะตอ้ งใชก้ รชิ แทงโอง่ บรรจนุ ำ้� ใหแ้ ตก
มเี พยี งกรชิ จากตระกลู ปนั ไดสาระเทา่ นน้ั ทสี่ ามารถแทงโอง่ ได้ เนอื่ งจากเปน็ กรชิ ชนดิ เดยี วทมี่ สี นั ตรงกลาง
ใบกรชิ เพราะมสี ตู รการผสมเนอื้ เหลก็ ทเ่ี นน้ ความแขง็ แกรง่ เปน็ พเิ ศษ อยา่ งไรกต็ าม ความงดงามของกรชิ
รามนั หแ์ ละวฒั นธรรมการทำ� กรชิ ทส่ี บื สานมาจากทา่ นปนั ไดสาระ นบั จากยคุ กอ่ ตงั้ เมอื งรามนั นน้ั เปน็ ศาสตร์
ทแี่ ทบจะสญู หายไปจากเมอื งรามนั ในชว่ งเวลาหนงึ่

ลายไขน่ กคมุ่ ลายกน้ หอย ลายฟนั ปลา ลายระบายผา้ ลายสะดอื ปลา ลายขนนก ลายใบสน ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

309

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตโลหะ

กริชรามันห์ถือเป็นกริชโบราณแห่งเมืองยะลา การท�ำกริชเป็นเอกลักษณ์ท้องถ่ินภาคใต้ โดยเฉพาะการ
แกะสลักหัวกริชท่ีท�ำจากไม้ธรรมชาติที่ต้องใช้เวลา 1-5 วัน ช่างฝีมือต้องเตรียมไม้ตามขนาดของกริช
โดยพจิ ารณาจากเนอื้ ไม้ จากนน้ั จะวาดรปู บนไม้ ใชจ้ กิ๊ ซอวต์ ดั ภาพรอยขดี ใชข้ วานตกแตง่ และใชต้ ะไบบงุ้
ขดั ใหเ้ ปน็ รปู ทรง ใชส้ ว่ิ และเครอื่ งมอื แกะสลกั เพอ่ื ทำ� ลวดลายบนหวั กรชิ เปน็ ลวดลายทค่ี นทอ้ งถน่ิ เรยี กวา่
“ดอกสลิ ะ” มาจากกระบวนทา่ รา่ ยรำ� ซงึ่ เปน็ ศลิ ปะการแสดงพน้ื บา้ นของชาวไทยมสุ ลมิ ในชายแดนใต้ โดย
การเรมิ่ ลายจาก 4 ใบทแี่ สดงถงึ การรา่ ยรำ� เบอ้ื งตน้ แลว้ มว้ นลายไปจนจบเปน็ ดอกเดยี วทบี่ านตรงทเ่ี รยี กวา่
“ดอกแทง” ซงึ่ เปน็ “ทา่ แทงกรชิ ” กอ่ นทจี่ ะขน้ึ ตน้ ใหมเ่ พอื่ มว้ นเกบ็ ปลายเปน็ ลายขนั้ สดุ ทา้ ยทเี่ ปรยี บเสมอื น
การรา่ ยรำ� ใน “ทา่ ไหวข้ อขมา” ดงั นน้ั ชา่ งทำ� กรชิ ทจ่ี ะสามารถแกะสลกั หวั กรชิ ไดน้ นั้ ตอ้ งเขา้ ใจกระบวนทา่
รา่ ยรำ� ทง้ั หมดกอ่ นและเขา้ ใจศาตรก์ ารทำ� กรชิ อยา่ งถอ่ งแท้
ถึงแม้ปัจจุบันกริชไม่ได้ถูกน�ำมาเป็นอาวุธหรือเคร่ืองประดับยศเหมือนในอดีต แต่น�ำมาใช้เป็นของท่ีระลึก
สำ� คญั สำ� หรบั มอบใหผ้ ใู้ หญแ่ ละเปน็ ของประดบั บา้ นทม่ี คี ณุ คา่

อา้ งองิ :
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร.์ (2563). กรชิ . สบื คน้ เมอื่ วนั ที่ 9 กรกฎาคม 2563.
(ทม่ี า : https://clib.psu.ac.th/southerninfo/content/5/040a1f98)
ผจู้ ดั การออนไลน.์ (2562). “กรชิ รามนั ห”์ สดุ ยอดหตั ถศลิ ป์ วจิ ติ รงดงามจากภมู ปิ ญั ญาแหง่ อ.รามนั จ.ยะลา.
สบื คน้ เมอื่ วนั ท่ี 8 กรกฎาคม 2563. (ทม่ี า : https://mgronline.com/travel/detail/9620000099939)
ศนู ยส์ ง่ เสรมิ ศลิ ปาชพี ระหวา่ งประเทศ (องคก์ ารมหาชน). (2560). ครศู ลิ ปข์ องแผน่ ดนิ นายตพี ะลี อะตะบ.ู
สบื คน้ เมอื่ วนั ที่ 7 มถิ นุ ายน 2563 (ทม่ี า : https://www.sacict.or.th/th/detail/2019-11-25-14-38-17)

310

โลหะ

ส่วนประกอบของกริชรามันห์

เหล็กดามัสกสั ไมม้ ะม่วง

เหล็กดามัสกัส (Damascus) มีช่ือตามเมืองหลวง นอกจากจะหาได้ง่ายในพ้ืนที่และเจริญเติบโต
ของประเทศซีเรีย ซึ่งเป็นแหล่งท่ีมีการผลิตและ ได้รวดเร็วแล้ว ลักษณะเนื้อไม้ไม่มีแก่นมากนัก
ซื้อขายเหล็กชนิดนี้ วิธีการผลิตเหล็กดามัสกัส สนี ำ้� ตาลไหม้ เสยี้ นคอ่ นขา้ งตรง เนอื้ เปน็ มนั เลก็ นอ้ ย
นั้นสูญหายไปพร้อมกับช่างตีเหล็กในสมัยนั้น แขง็ เหนยี ว ไม้มะม่วงบางชนดิ มีคณุ สมบัตพิ ิเศษที่มี
มเี พียงหลกั ฐานปรากฎว่า ดามสั กัสน�ำเข้าเหล็กวูธส์ กาวในตวั สามารถนำ� ชน้ิ สว่ นมาตดิ กนั ไดด้ ว้ ยตวั เอง
(Wootz steel) จากประเทศอินเดียและศรีลังกา เนอ่ื งจากไมม้ ะม่วงเปน็ ไม้เนือ้ อ่อน จงึ ทำ� ใหส้ ามารถ
ซึ่งเป็นเหล็กท่ีนิยมน�ำมาใช้ตีเป็นใบมีดหรือดาบใน เลื่อยและไสกบได้ง่าย และเมื่อน�ำมาผ่านกรรมวิธี
ประเทศแถบตะวันออก น�ำมาผ่านกระบวนการตี การอัดน้�ำยากันปลวกและอบแห้ง จะสามารถน�ำ
เหลก็ ชนดิ พิเศษท่ีประสานเหล็กต้ังแต่ 2 ชนิดขน้ึ ไป ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือแกะลวดลายได้
ท�ำให้มีความแข็งแรงทนทานและยืดหยุ่นเหนือ อย่างสวยงาม
กว่าเหล็กทวั่ ไป อกี ทั้งยงั อ่อนตวั ไมห่ ักหรือบิ่นงา่ ย
ใบมีดท่ีตีขึ้นจากเหล็กดามัสกัสมีลักษณะพิเศษคือ
ที่ตัวมีดจะมีลวดลายคล้ายลายน้�ำ และสามารถลับ
คมได้ง่าย อยา่ งไรกต็ าม ปจั จบุ ันไดม้ คี วามพยายาม
ทจ่ี ะผลติ เหลก็ ดามสั กสั แบบดง้ั เดมิ แตย่ งั ไมป่ ระสบ
ความสำ� เรจ็ เนอ่ื งจากความแตกต่างในวตั ถดุ ิบและ
เทคนิคการผลิต ท�ำให้การผลิตเหล็กดามัสกัสแตก
ออกเป็นหลายแขนงตามวัตถุดิบที่น�ำมาผสมและ
เทคนคิ ที่ใช้ผลิต

รู้หรอื ไม่ ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

อานภุ าพความคมของเหล็กดามสั กสั ;
เหล็กดามัสกัสแท้ สามารถฟันล�ำกล้องปืนท่ีท�ำจากเหล็กขาด โดยที่ใบมีดไม่บ่ิน และสามารถตัดเส้นผม
ทร่ี ว่ งลงบนคมมีดได้

อา้ งองิ : บทความ เหลก็ ดามสั กสั (1). สบื คน้ เมอื่ วนั ท่ี 8 กรกฎาคม 2563.
(ทม่ี า : www.thaiworm33.com/articles/42303629/เหลก็ ดามสั กสั -(1).html)

311

โลหะ

รู้จกั ครตู ีพะลี อะตะบู ยอดฝมี ือชา่ งทำ�กรชิ

ในชว่ งปี พ.ศ. 2532 ครูตีพะลี อะตะบู ประธานกลมุ่ สหกรณก์ ริชรามันห์และครภู มู ิปญั ญาท้องถิน่ ผสู้ ืบสาน
ตำ� นานการทำ� กรชิ รามนั ห์ ตำ� บลตะโละหะลอ อำ� เภอรามนั จงั หวดั ยะลา ตระหนกั ถงึ สถานการณท์ กี่ รชิ รามนั ห์
หรือกริชโบราณเร่ิมหายากและลดน้อยลง จึงได้คิดทดลองท�ำกริชข้ึนใหม่ โดยคงไว้ซ่ึงรูปแบบและ
ลวดลายโบราณของชาวมลายูมุสลิม และตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ให้ชาวบ้านท่ีสนใจมีส่วนร่วม จนเกิดเป็น
โครงการพัฒนากลุ่มอาชีพขน้ึ ในชว่ งต้นเน้นการท�ำกรชิ ตามรปู แบบทผี่ วู้ า่ จ้างจากมาเลเซียและอนิ โดนีเซีย
น�ำตวั อย่างมาให้ ซง่ึ กรชิ ท่ีท�ำข้ึนใหม่ยังไม่มีคณุ ภาพ ท้ังยังขาดแคลนเครอ่ื งมอื การบรหิ ารจัดการดา้ นการ
ตลาดยงั ไมเ่ ปน็ ระบบชดั เจนนกั จนกระทง่ั ไดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากสำ� นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.)
ให้การสนับสนุนการวิจัยเพ่ือท้องถิ่น โดยมีชาวบ้านในพ้ืนท่ีเป็นผู้ท�ำวิจัยด้วยตัวเอง เพ่ือฟื้นฟูองค์ความรู้
ในฐานะจิตวญิ ญาณ วฒั นธรรม ภูมิปัญญา และอาชีพ ผลที่ไดค้ ือ สามารถก�ำหนดมาตรฐานดา้ นราคาของ
กรชิ รามนั ห์ มหี นงั สอื คมู่ อื การจดั ทำ� กรชิ และวธิ เี ขยี นลายดา้ มกรชิ ออกมาเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร กลา่ วอกี นยั หนงึ่
กค็ อื สามารถพลกิ ฟน้ื ศลิ ปวฒั นธรรมกรชิ รามนั หแ์ ละอาชพี ชา่ งทำ� กรชิ ใหก้ ลบั มาเปน็ ทรี่ จู้ กั สามารถสบื ทอด
มรดกภมู ิปัญญาไวไ้ ด้ถงึ ปจั จบุ นั

อา้ งองิ : ณชิ ากร ศรเี พชรด,ี อาทติ ย์ เคนมี และ โกวทิ โพธสิ าร. (2562). นกั วจิ ยั ชาวบา้ น: ‘กรชิ รามนั ห’์ ศาสตราภรณแ์ หง่
วฒั นธรรมมลาย.ู สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 8 กรกฎาคม 2563. (ทม่ี า : https://waymagazine.org/villager_researcher_
raman_dagger/)

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตองค์ประกอบ จดุ เดน่

เหลก็ กลา้ เหล็กแหนบ มสี ูตรการผสมเน้อื เหล็กทเ่ี น้นความแข็งแกรง่
ไม้มะม่วงป่า ไม้เสาด�ำ เปน็ พเิ ศษ กรชิ ทไ่ี ดจ้ ะสามารถต้านทานไฟ น�้ำ
ส�ำหรบั ท�ำหวั กรชิ และปอกกรชิ และรอยขดี ขว่ นไดส้ ูง

คุณสมบัตขิ องวัสดุ ข้อจำ�กดั

เหลก็ ดามัสกสั : แขง็ แรง แก่นไมม้ จี ำ� กัดและหายาก การแกะลวดลาย
ทนทานมากกวา่ เหลก็ ชนิดอน่ื บนหัวกริชต้องใช้ฝีมือสูง
ไม้: แข็งแรง เหนยี ว

312

โลหะ ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

จาก “เหล็ก” เป็น “กริชรามันห”์

กรชิ ประกอบดว้ ย 3 สว่ น คอื ใบกรชิ ฝักกริช และหวั กรชิ

ข้นั ตอนที่ 1 กระบวนการผลติ ใบกริช

• น�ำเหล็ก 3 ชนดิ มาเผาและตีผสมกนั ให้ได้เป็นเหลก็ ดามัสกัส
• นำ� เหล็กดามสั กัสมาตีเปน็ แผน่ เหล็กตามขนาดทีต่ ้องการ
• น�ำแผน่ เหล็กที่ไดม้ าตี ตัด เจาะ เซาะ ให้เปน็ รปู ทรงของกริช
• ขัด เจาะ เซาะ เจยี ตัวกริชให้เกิดลวดลาย
ตามฝมี อื และรปู แบบของช่างแตล่ ะคน
• เมอ่ื ได้ตวั กริชแล้วน�ำมาขดั ด้วยน�้ำมันเพ่อื ให้เกดิ เงา

ขน้ั ตอนที่ 2 กระบวนการผลิตฝกั กริช

มี 2 สว่ น คอื ปีกฝกั และตวั ฝกั
2.1 กระบวนการผลิตปกี ฝัก
• นำ� แกน่ ไม้มาตัดให้ไดข้ นาด 2 x 4 x 6 น้ิว
• นำ� ใบกริชมาทาบเพอื่ วดั ขนาดที่เหมาะสม
• วาดโครงรา่ งปีกฝัก คล้ายรปู เรือกอและ
• เจาะ ขัด เซาะโครงรา่ งท่วี าดไว้
จากนน้ั คว้านรูใหไ้ ด้ขนาดเท่าใบกรชิ
2.2 กระบวนการผลติ ตัวฝัก
• นำ� ไม้ขนาด 2 x 4 x 6 น้วิ ประกบเขา้ ดว้ ยกัน 2 แผน่
• นำ� ใบกริชมาเทียบขนาด
• คว้านไม้ให้เปน็ ฝักตามขนาดของใบกริช
• นำ� ฝักทั้ง 2 ขา้ งประกบตดิ กนั
• น�ำตัวฝักและปกี ฝักประกอบเขา้ ด้วยกนั

313

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตโลหะ

ข้นั ตอนที่ 3 กระบวนการผลติ หวั กริช

• น�ำแก่นไม้ทม่ี ขี นาดพอเหมาะมาตัดเปน็ แผน่
• ร่างแบบหวั กรชิ บนแผน่ ไม้
• ตดั แผ่นไมใ้ หไ้ ดร้ ปู รา่ งหวั กรชิ
• ขัด เจาะ เซาะแผ่นไม้ใหไ้ ดร้ ูปทรง
• ใช้เหล็กแหลมแกะสลักบนหวั กริชตามลวดลายท่ีตอ้ งการ
• ขดั หัวกริชด้วยกระดาษทรายเพือ่ เกบ็ รายละเอียด
ในส่วนทย่ี งั ไม่เรียบร้อย
• ขัดเงาดว้ ยแล็กเกอรห์ รอื นำ้� ยาเคลือบสีไม้
โดยกลมุ่ สามารถผลิตหัวกริชได้ 3 รปู แบบ คอื
1. กรชิ ตาจงหวั กริชแบบมือนอื งง หรือหัวกริชยศกษตั ริย์ เป็นหวั กริชทมี่ ีตามองตำ่� หมายถึง
กษัตรยิ ท์ ี่มองไปยงั ประชาชน
2. กรชิ ตาจงหวั บอตอกาลอ หรอื หวั กรชิ ยศแมท่ พั นายกอง เปน็ หวั กรชิ ทมี่ ดี วงตาทด่ี ดุ นั มองตรงไปขา้ งหนา้
3. กริชตาจงหัวแบบดอื รอ หรอื กริชสำ� หรบั ประชาชนหรอื สามญั ชนท่วั ไป จะเป็นหวั กรชิ ท่ดี ูแล้วรสู้ ึก
นา่ สงสาร ผทู้ ีค่ รอบครองจะไดร้ ับความเมตตาจากผู้หลักผใู้ หญ่
จากนัน้ นำ� ทั้ง 3 ส่วน ใบกรชิ ฝักกรชิ และหวั กรชิ ประกอบเขา้ ดว้ ยกัน

อา้ งองิ : ศนู ยส์ ง่ เสรมิ ศลิ ปาชพี ระหวา่ งประเทศ (องคก์ ารมหาชน). ครศู ลิ ปข์ องแผน่ ดนิ นายตพี ะลี อะตะบู ประเภทเครอื่ งโลหะ
(กรชิ รามนั ห)์ จงั หวดั ยะลา. สบื คน้ เมอื่ วนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2563. (ทมี่ า : www.sacict.or.th/th/detail/2019-11-25-14-38-17)

ศกั ยภาพการผลติ และตลาด

• ผลติ เป็นขนาดและรปู แบบได้ตามความตอ้ งการของลกู คา้
• สว่ นใหญเ่ ปน็ ตลาดในประเทศ โดยเฉพาะกล่มุ คนที่สะสมกรชิ

Tips! ในการสร้างมูลคา่

ลองนำ� เทคนิคการแกะสลกั หวั กรชิ รามันห์รปู นกพงั กะ หรือลวดลาย สิละ ซ่ึงเปน็ ศลิ ปะ
การแสดงพืน้ บา้ นของชาวไทยมสุ ลิม ไปออกแบบเปน็ ผลติ ภณั ฑอ์ ่ืนๆ เช่น หัวไมเ้ ท้า ปากกา
ของท่ีระลึกประเภทพวงกุญแจ

314

โลหะ

ข้อมลู สำ�หรับตดิ ต่อ

ชอ่ื กลมุ่ : กลุม่ สหกรณก์ รชิ รามนั ห์
ท่ีอยู่ : 54/11 หมู่ 2 ตำ� บลตะโละหะลอ อำ� เภอรามนั
จังหวดั ยะลา 95140
โทรศพั ท์ : 086-299-3413, 085-640-2513
Line ID : 090-482-4151
ตวั อย่างการนำ� ไปใชง้ าน : กริช

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

315

โลหะ

มีดคนธนู

ชื่อเรยี กวัสดทุ ั่วไป : มดี คนธนู มีดกรดี ยาง
ตัวอยา่ งผลิตภณั ฑ์ : มดี วสั ดุด้านเกษตรกรรม
พ้ืนท่ศี กึ ษา : ตำ� บลคลองปราบ อำ� เภอบา้ นนาสาร จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

316

โลหะ ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

รูจ้ กั มีดคนธนู

อาชพี หลกั หนง่ึ ของชาวใตค้ อื การปลกู สวนยางพารา การกรดี ยางจงึ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของวถิ ชี วี ติ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้
ในการประกอบอาชพี กรดี ยางจงึ ตอ้ งมลี กั ษณะพเิ ศษ เชน่ เดยี วกบั มดี กรดี ยางตราคนธนหู รอื มดี คนธนู เพราะ
เปน็ มดี ทผี่ า่ นการชบุ ดว้ ยกรรมวธิ พี ถิ พี ถิ นั แบบโบราณและรว่ มสมยั ทท่ี ำ� ใหไ้ ดใ้ บมดี ทค่ี มตลอดทง้ั ใบมดี ใชง้ าน
ไดท้ นทาน สามารถตดั ทอ่ นำ�้ ยางขาดไดโ้ ดยทท่ี อ่ นำ้� ยางไมพ่ บั งอ ทำ� ใหน้ ำ�้ ยางไหลสะดวก สง่ ผลใหช้ าวสวน
ยางไดน้ ำ้� ยางมากกวา่ ปกติ และดว้ ยความบางพเิ ศษของมดี คนธนนู ี้ จงึ กรดี หนา้ ยางไดอ้ ยา่ งสมำ�่ เสมอ สวย
เรยี บ ไมเ่ ปลอื งแรง อกี ทงั้ ยงั ประหยดั เวลา จนทำ� ใหเ้ ปน็ ทน่ี ยิ มในกลมุ่ ชาวสวนยาง ทง้ั ในทอ้ งถน่ิ และพนื้ ที่
อนื่ ๆ ทว่ั ประเทศ

รู้หรอื ไม่

มดี กรีดยาง...รายละเอยี ดทค่ี วรรู้
การใชม้ ดี กรดี ยางทเี่ หมาะกบั ตน้ ยางจะทำ� ใหไ้ ดป้ รมิ าณนำ้� ยางมาก โดยทว่ั ไป มดี กรดี ยางมลี กั ษณะพเิ ศษ
และมชี ื่อเรียกท่ีตอ้ งท�ำความเข้าใจก่อนไปซอื้
ใบมดี
เป็นเหลก็ กล้า ขึน้ กบั ผูผ้ ลติ เลือกใช้ และสามารถขึน้ รปู เปน็
ใบมดี ไดห้ ลายวธิ ี

พุงมดี
โดยทั่วไปเม่ือใช้มีดกรีดยางเป็นระยะเวลาหนึ่ง ชาวสวนต้องลับส่วน
ของพุงมีดออกไป หากมีพุงมีดยื่นออกมา เมื่อน�ำไปกรีดยางส่วนพุง
มีดจะไปโดนหน้ายางก่อนท่ีคมมีดตรงส่วนของเดือยมีดหรือส่วนมีด
จะถงึ หน้ายาง ทำ� ให้บาดหนา้ ยางได้ง่าย
หมู ีด
เป็นส่วนท่ีใช้ความคมในการกรีดเปลือกยางด้านนอก หรือบางพื้นท่ี
จะใช้กรีดทางหน้าขวา ซึ่งต้องใช้ส่วนของหูมีดกว้างมากกว่าหูมีดท่ี
ใช้กรดี หนา้ ปกติ

317

โลหะ

สนั คลองมดี
เป็นส่วนโค้งด้านนอกของมีด เกิดจากการพับใบมีดข้ึนมาจาก
แนวระนาบเดิมของใบมีด (วัดเป็นค่ารัศมี) เป็นส่วนท่ีส�ำคัญ
เพราะเป็นตัวก�ำหนดการเลือกซ้ือมีดให้เหมาะกับสภาพต้นยางหรือ
เปลอื กยาง โดยท่วั ไปมี 3 ขนาด คอื
• สันคลองมีดขนาดเล็ก หรือ “มีดคลองเล็ก” มีค่ารัศมี (R)
ประมาณ 1-2 องศา เหมาะใช้งานกับยางที่เพิ่งเปิดกรีดและยาง
เปลือกบาง เพราะส่วนโค้งของสันคลองมีดจะเล็กและแหลม ท�ำให้
กรดี เขา้ ถงึ ทอ่ นำ้� ยางไดง้ า่ ยกวา่ มดี ทม่ี สี นั คลองกวา้ งหรอื ใหญ่ ชว่ ยลด
โอกาสท่จี ะกรดี บาดหน้ายาง
• สนั คลองมีดขนาดกลาง หรอื “มีดคลองกลาง” มีค่ารัศมี (R)
ประมาณ 2-3 องศา เหมาะกับต้นยางทมี่ ีเปลือกหนาปานกลาง หรือ
ยางทเ่ี ปดิ กรดี ไปไดร้ ะยะหนง่ึ แลว้ เปลอื กยางเรม่ิ หนาขนึ้ จากการเจรญิ
เตบิ โตของตน้ ยาง จงึ ตอ้ งเปลย่ี นจากการใชม้ ดี สนั คลองเลก็ ใหเ้ ปน็ มดี
ทม่ี ีสันคลองขนาดใหญข่ น้ึ เพ่อื ใหก้ รดี เปลอื กยางไดเ้ ต็มสว่ นโค้งของ
สนั คลองมดี
• สันคลองมีดขนาดใหญ่ หรือ “มีดคลองใหญ่” มีค่ารัศมี (R)
ประมาณ 4 องศาขน้ึ ไป สว่ นโคง้ ของสนั คลองมดี จะกวา้ งคลา้ ยกบั ตวั
U เหมาะทจ่ี ะใชก้ รดี ยางทมี่ อี ายมุ ากหรอื ยางเปลอื กหนา ทำ� ใหก้ รดี ได้
เตม็ สว่ นโคง้ ของสนั คลองมดี สว่ นพงุ มดี ดา้ นนอกจะแนบตดิ กบั ตน้ ยาง
องศาพบั ของหมู ดี
เป็นค่าองศาท่ีเกิดข้ึนระหว่างแนวของใบมีดท�ำมุมกับแนวของหูมีด
หรือแกม้ มีดทพ่ี บั ขึน้ มาจากแนวระนาบของใบมีดเดมิ

อา้ งองิ : ตมี ดี กรดี ยาง ออนไลน.์ (2555). ความรเู้ รอื่ งมดี กรดี ยาง ตอน การเลอื กซอ้ื มดี กรดี ยางใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ านัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต
ตอน 1. สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 8 กรกฎาคม 2563. (ทม่ี า : www.facebook.com/notes/ตมี ดี กรดี ยาง-ออนไลน/์ ความรเู้ รอ่ื งมดี กรดี
ยาง-ตอน-การเลอื กซอื้ มดี กรดี ยางใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน-ตอน-1/357799204283632/)
318

โลหะ

องคป์ ระกอบ จุดเด่น

สแตนเลสผสมเหลก็ ใบมดี คมทนและนาน มีเทคนคิ การเชื่อมดว้ ยอากาศ

คุณสมบตั ขิ องวสั ดุ ขอ้ จำ�กัด

ต้านทานไฟและน�้ำ ทนทาน ตอ้ งใชค้ วามชำ� นาญในการตโี ลหะ ควบคมุ การหลอม
ทนแรงกระแทกไดด้ ี และเชอื่ มเหล็กไดเ้ ปน็ อย่างดี

จาก “โลหะ” เปน็ “มดี คนธน”ู

ขั้นตอนที่ 1 ขน้ั ตอนท่ี 2 ขั้นตอนท่ี 3 ขัน้ ตอนที่ 4

เตรียมเดินเครอ่ื ง หลอมและเชื่อมโลหะ ตีขึน้ รูป ซง่ึ ใช้ระยะ เจยี ตกแตง่ ใบมดี
หลอมโลหะ จนข้นึ เป็นรูป เวลานานกวา่ มดี ทวั่ ไป
เพราะต้องตจี นเรียบ
เพอื่ ใหไ้ ด้ใบมดี
ท่คี มทัง้ ใบ

ศกั ยภาพการผลติ และตลาด

• สามารถผลติ ขนาดและความโค้งได้ตามความต้องการของลกู ค้า
• เป็นสินค้าเฉพาะกลุม่ สว่ นใหญจ่ ำ� หน่ายในประเทศ

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

319

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตโลหะ

ขอ้ มูลสำ�หรบั ตดิ ตอ่

ชือ่ กลุ่ม : ปานเทพ คนธน ู
ทีอ่ ยู่ : 69/5 หมู่ 1 ตำ� บลคลองปราบ อำ� เภอบ้านนาสาร
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120
โทรศพั ท์ : 099-404-6352
Facebook: https://www.facebook.com/konthanu/
ตัวอย่างการน�ำไปใชง้ าน : มดี คนธนู

320

โลหะ

ด้ินโบราณ

ชอ่ื เรียกวัสดุท่วั ไป : ดน้ิ เงิน ด้ินทอง งานปักดิน้ ด้วยมอื
ตวั อย่างผลติ ภัณฑ์ : เครอื่ งประดับตกแตง่ เครือ่ งแต่งกาย
พ้ืนทศ่ี ึกษา : ตำ� บลบางริน้ อ�ำเภอเมอื งระนอง จังหวัดระนอง

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

321

โลหะ

รจู้ กั หตั ถศิลปด์ ิน้ โบราณ

ผลติ ภณั ฑด์ นิ้ โบราณเปน็ มรดกตกทอดมาจากตระกลู ณ ระนอง ทจี่ วนเจา้ เมอื งระนองเกา่ เมอื่ ครง้ั สมยั ท่ี
จงั หวดั ระนองไดร้ บั วฒั นธรรมเปอรานากนั มาจากปนี งั ประเทศมาเลเซยี เนอ่ื งจากมกี ารตดิ ตอ่ แลกเปลย่ี น
กนั ทง้ั ในดา้ นเศรษฐกจิ และการศกึ ษา
ในอดตี ผลติ ภณั ฑด์ นิ้ โบราณเปน็ องคป์ ระกอบสำ� คญั ในชดุ แตง่ งานเจา้ สาว หรอื ทเี่ รยี กวา่ “บาบา๋ ยา่ หยา”
และนำ� มาประดษิ ฐ์เป็นมงกฎุ ประดบั ศีรษะเจ้าสาว และดอกไมต้ ดิ เสอ้ื สำ� หรับเจา้ บ่าว ในพิธแี ตง่ งาน หรือ
ประดษิ ฐเ์ ปน็ ดอกไมใ้ นแจกนั สำ� หรบั ตกแตง่ บา้ น แตด่ ว้ ยกระแสความนยิ มของดนิ้ โบราณลดลง ซงึ่ เปน็ งาน
ฝมี อื ทที่ ำ� ไดเ้ ฉพาะผทู้ ส่ี บื ทอดในครวั เรอื นหรอื วงญาตเิ ทา่ นน้ั ประกอบกบั แฟชน่ั โลกมกี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ ง
รวดเรว็ จงึ นยิ มใชด้ อกไมป้ ระดษิ ฐอ์ นื่ มากกวา่
ปจั จบุ นั ผลติ ภณั ฑด์ นิ้ โบราณไดร้ บั การสบื ทอดตอ่ มาจากปราชญช์ าวบา้ นชอ่ื คณุ ยา่ เสนอ นลิ วเิ ชยี ร ซงึ่ เปน็
ผทู้ ไี่ ดร้ บั การถา่ ยทอดกรรมวธิ กี ารทำ� ผลติ ภณั ฑด์ นิ้ โบราณจากชาวปนี งั ทเ่ี คยมาอาศยั อยใู่ นจงั หวดั ระนอง รวม
ถงึ ไดส้ บื คน้ แกะรอยและแกะแบบเพม่ิ เตมิ จนไดพ้ ฒั นารปู แบบผลติ ภณั ฑใ์ หม้ เี อกลกั ษณข์ องจงั หวดั ระนอง
และสอดคลอ้ งกบั สมยั นยิ ม อกี ทง้ั ไดน้ ำ� วสั ดใุ หมๆ่ มาประยกุ ตใ์ ชเ้ พอื่ ใหผ้ ลติ ภณั ฑน์ า่ สนใจและแปลกใหมข่ นึ้
เชน่ นำ� มาตกแตง่ ทรงผม เปน็ เขม็ กลดั ตกแตง่ เครอ่ื งแตง่ กาย เครอ่ื งประดบั ตา่ งๆ หรอื อาจผลติ เปน็ อปุ กรณ์
ตกแตง่ บา้ น เปน็ ตน้ นบั เปน็ การสบื สานมรดกภมู ปิ ญั ญาใหค้ งอยคู่ กู่ บั ชมุ ชนไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตองค์ประกอบ จดุ เดน่

เส้นดิ้นเงนิ ดน้ิ ทอง ผสมผสานกับวสั ดุอื่นๆ งานฝมี อื แสดงเอกลกั ษณ์วฒั นธรรมท้องถนิ่
ไขม่ กุ ดีบุก ปีกแมลงทับ ผ้าไหม เป็นตน้ สวยงาม โดดเด่น

คณุ สมบัตขิ องวัสดุ ข้อจำ�กดั

เปน็ มิตรตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม แขง็ แรงทนทาน หากสมั ผสั อากาศเปน็ เวลานาน
แวววาว ต้านทานรงั สียวู แี ละรอยขดี ขว่ น อาจเปลี่ยนสี

322

โลหะ

กระบวนการผลิต

ขนั้ ตอนท่ี 1 ขนั้ ตอนที่ 2 ขั้นตอนท่ี 3 ขนั้ ตอนที่ 4

ขน้ึ โครงปน้ั สำ� ลี ดงึ ยดื เสน้ ดน้ิ เงนิ หรอื น�ำงานที่พนั ด้นิ เงนิ ตรวจสอบคณุ ภาพ
หรอื ขดลวดใหไ้ ดร้ ปู ดน้ิ ทองใหพ้ นั โครง หรือด้ินทองมาตกแต่ง และความเรยี บรอ้ ย
ทตี่ อ้ งการ ปน้ั สำ� ลี หรอื ขดลวด เครื่องประดับ

ศกั ยภาพการผลติ และตลาด

• สามารถผลติ ไดต้ ามความตอ้ งการของลกู คา้
• ออกแบบผลติ ภณั ฑใ์ หมท่ กุ เทศกาล
• สว่ นใหญเ่ ปน็ ลกู คา้ ภายในประเทศ

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

30213

โลหะ

ขอ้ มลู สำ�หรับติดต่อ

ชอ่ื กลมุ่ : นัฎฐป์ ิยะ

ท่อี ยู่ : 15/82 หมู่ 1 ตำ� บลบางรนิ้ อำ� เภอเมอื งระนอง จงั หวดั ระนอง 85000

โทรศพั ท์ : 077-880-735, 066-162-6639

อเี มล : [email protected]

Facebook: www.facebook.com/หตั ถศลิ ปด์ น้ิ โบราณ-จงั หวดั ระนอง-

Old-silk-Ranong-108598073901841/

ตัวอย่างการน�ำไปใชง้ าน : ผลติ ภัณฑข์ นาดเล็ก เชน่ ตา่ งหู ที่ตดิ ผม ท่ีติดเส้ือ กระเปา๋ สตางค์

ไปจนถึงผลิตภณั ฑ์ขนาดใหญ่อยา่ ง ตัวหงษท์ อง

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

324

โลหะ

เคร่ืองถมเงิน

ชอ่ื เรียกวสั ดทุ ่วั ไป : เครื่องถมเงิน ถมทอง ถม ถมนคร
ตัวอยา่ งผลิตภณั ฑ์ : เครือ่ งประดบั ของใชข้ องตกแตง่ ของทร่ี ะลกึ
พนื้ ทศ่ี ึกษา : • เครือ่ งถมเงิน พังงา
ต�ำบลคุระ อ�ำเภอคุระบุรี จงั หวดั พงั งา
• เคร่ืองถมเงนิ นครศรธี รรมราช
ต�ำบลคลงั อ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
จังหวัดนครศรธี รรมราช

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

325

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตโลหะ

รู้จัก เคร่ืองถมเงนิ

งานหตั ถศลิ ปเ์ ครอ่ื งถมเปน็ อกี หนง่ึ อตั ลกั ษณข์ องชาวใต้ ถมเปน็ กรรมวธิ ใี นการผสมโลหะ 3 ชนดิ เขา้ ดว้ ยกนั
คอื เงนิ ตะกว่ั และทองแดง นำ� มาปน่ จนเปน็ ผงละเอยี ดเพอื่ โรยลงบนพน้ื แผน่ เงนิ ทข่ี ดู รอ่ งหรอื ตอกเปน็
ลวดลายไว้ การทจี่ ะใหผ้ งถมเกาะแนน่ อยทู่ ก่ี ารเหยยี บพนื้ นน่ั กค็ อื การแกะหรอื ตอกรอ่ งลงบนเนอื้ เงนิ ทเี่ ปน็
พนื้ ของลายทตี่ อก ยงิ่ เหยยี บพนื้ ใหม้ รี อยขรขุ ระมากเทา่ ใด ผงถมกจ็ ะเกาะไดม้ ากเทา่ นน้ั โดยทวั่ ไปเครอื่ งถม
มี 3 ประเภท ดงั นี้
1. ถมเงนิ หรอื ทน่ี ยิ มเรยี กกนั วา่ ถมดำ� ลกั ษณะเปน็ เนอ้ื ถมสดี ำ� มนั ทถี่ มลงไปบนพนื้ ตามรอ่ งลายทเ่ี ปน็
สเี งนิ ซง่ึ เนอื้ ถมจะชว่ ยขบั ลวดลายใหเ้ ดน่ งดงามอยบู่ นพน้ื สเี งนิ
2. ถมทอง กค็ อื ถมดำ� แตส่ งิ่ ทแี่ ตกตา่ งออกไปคอื ลวดลาย จากเดมิ ทเี่ ปน็ สเี งนิ จะเปลยี่ นเปน็ สที อง
ซง่ึ ชา่ งถมจะละลายทองคำ� ให้เหลวเปน็ นำ�้ โดยใส่ทองแทง่ ลงในปรอท จากน้นั ชา่ งถมจะใชพ้ กู่ นั ชบุ นำ้� ทอง
ผสมปรอทแลว้ เขยี นทบั ลงบนลวดลาย
3. ถมตะทอง เปน็ ศพั ทข์ องชา่ งถม หมายถงึ วธิ กี ารระบายทองคำ� ละลายปรอทหรอื แตม้ ทองเปน็ แหง่ ๆ
เฉพาะที่ ไมใ่ ชก่ ารระบายจนเตม็ พนื้ ทเี่ หมอื นการถมทอง หลงั จากทลี่ ะลายทองในนำ�้ ปรอทแลว้ จะนำ� ไปแตม้
บนบรเิ วณทตี่ อ้ งการใหเ้ ปน็ สที อง ในชว่ งแรกปรอทจะยงั คงอยบู่ นลวดลาย แตเ่ มอ่ื ใชค้ วามรอ้ น ปรอทจะหายไป
เหลอื ไวแ้ ตท่ องทตี่ ดิ แนน่ บนตำ� แหนง่ หรอื ลายทแี่ ตม้ ทองนนั้

รหู้ รือไม่

ถมทีด่ ตี ้องมสี ดี ำ�สนทิ
การถมเงินเป็นงานฝีมือที่เก่าแก่ที่สุดตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นการขับลวดลายบนพ้ืนร่องสีเงินให้เด่นงาม
ด้วยเนอื้ ถมสีดำ� มนั การผสมน�้ำยาถมถอื เปน็ ภูมปิ ัญญาทีถ่ ่ายทอดตอ่ มา น้�ำยาถมทดี่ ีทีส่ ดุ ก็คอื การใช้สว่ น
ผสมของเงนิ ทองแดง ตะกวั่ ทไี่ ดส้ ดั สว่ น อกี ทง้ั การผลติ เครอ่ื งถมนน้ั ตอ้ งทำ� ใหผ้ งถมเกาะแนน่ ในลวดลาย
ที่ได้ตอกไว้แล้ว และหากเป็นถมเงินหรือถมด�ำ ต้องมีสีด�ำสนิท ไม่เกิดเป็น ตามด หรือจุดขาวบนสีด�ำ
นบั เปน็ งานฝมี ืออนั ประณีตทตี่ อ้ งอาศยั ทกั ษะและความชำ� นาญเป็นอยา่ งมาก
จากความเชื่อและยืนยันโดยศาสตราจารย์หลวงวิศาลศิลปกรรมแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากรว่า การสร้าง
นำ้� ยาถมเกดิ ขน้ึ ทป่ี ระเทศไทยและเกดิ ขนึ้ ในจงั หวดั นครศรธี รรมราช ซง่ึ มสี ตู รผสมยาถมทพี่ เิ ศษ คอื เนอ้ื
เงินตรามโนที่มีเนื้อเงนิ มากกว่าวัสดอุ ่ืน

อา้ งองิ : มวิ เซยี มไทยแลนด.์ เครอื่ งถมเมอื งนคร. สบื คน้ เมอื่ วนั ที่ 8 กรกฎาคม 2563.
(ทมี่ า : www.museumthailand.com/th/3274/storytelling/เครอื่ งถมเมอื งนคร/)
326

โลหะ

เคร่อื งถมเงิน พังงา เครอื่ งถมเงิน นครศรธี รรมราช

องคป์ ระกอบ • แร่เงนิ บริสุทธ์ิ ร้อยละ 99.99 • เงิน ทองแดง ตะก่วั
ทองแดง ทองเหลอื ง นำ�้ ประสานทอง
คณุ สมบัติ นำ้� ยาถม
ของวัสดุ
จุดเด่น • เนอ้ื สีขาวประกาย แข็งแรงและหนาแนน่ 10.49 กรัม/ลกู บาศก์เซนติเมตร
ตา้ นทานไฟ รงั สยี วู แี ละรอยขดี ข่วน ทนทานต่อสารเคมแี ละแรงกระแทก
ข้อจำ� กดั
ศักยภาพ • ใชว้ สั ดใุ นทอ้ งถนิ่ • ใช้ฆ้องและส่วิ แกะลวดลายท�ำให้
การผลิต • เดน่ ในเรอื่ งทกั ษะภมู ปิ ญั ญา ไมส่ ูญเสยี เนือ้ เงนิ
และตลาด และชา่ งฝมี อื แกะสลกั ลวดลาย • เนอ้ื ยาถมมีสีด�ำมนั

• วสั ดมุ รี าคาสงู • ต้องใชฝ้ ีมอื มาก ช่างมจี ำ� นวนน้อย

• ผลติ ตามความตอ้ งการของลกู คา้ ได้ • ผลติ ตามความตอ้ งการของลูกค้าได้
• ออกแบบสรา้ งสรรค์ • ผลติ ลายไดห้ ลากหลาย
ผลติ ภณั ฑใ์ หมๆ่ เสมอ • ส่วนใหญ่สง่ ออกไปใหก้ ับคนไทย
• ลกู คา้ สว่ นใหญอ่ ยใู่ นประเทศ ท่อี าศัยในตา่ งประเทศ

โลหะ

กระบวนการผลิต ขน้ั ตอนที่ 2

เคร่อื งถมเงนิ พังงา เมอ่ื ได้เส้นลวดเงนิ แลว้ น�ำมามว้ นเป็นขนาดตา่ งๆ
จากนั้นตัดเปน็ ชิ้นและประกอบเป็นรูปทรงตา่ งๆ
ขั้นตอนท่ี 1 ตามแบบ เชน่ สรอ้ ยคอ สรอ้ ยขอ้ มอื ตา่ งหู

น�ำเม็ดเงนิ มาหลอมละลายเปน็ แท่ง แล้วจึง ขนั้ ตอนท่ี 3
น�ำไปรดี กับเครอื่ งรดี ให้เปน็ เส้นลวดตามขนาด
และแบบงานท่พี รอ้ มจะขน้ึ เปน็ ตัวเรือน เมือ่ ทำ� รปู งานส�ำเร็จ จงึ น�ำมาต้มกับสารส้มและเขา้
เคร่อื งล้างใหข้ าวแวว

เคลด็ ลบั ในการผลิต

1. ต้องใช้เนอื้ เงนิ ผสมทองแดงในปริมาณท่พี อเหมาะ (2%) หากผสมในสดั ส่วนทมี่ ากเกินไป
จะทำ� ให้ได้กอ้ นเงนิ แขง็ สง่ ผลใหไ้ มส่ ามารถม้วนดอกให้เป็นรปู ที่อ่อนช้อยงดงามได้
2. การเชอ่ื มเป็นตวั เรือน จะใชไ้ ฟอ่อน ไม่แรงจนเกนิ ไป การเขา้ รปู ขณะออกแบบจะทำ� ได้งา่ ย

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

328

โลหะ

เคร่ืองถมเงิน นครศรธี รรมราช

ขั้นตอนที่ 1 การท�ำนำ้� ยาถม ข ้ันตอนท่ี 3 กแากระเสขลยี ักนลแวลดะลาย ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

ชา่ งถมจะตอ้ งหลอมนำ�้ ยา หรอื ทเี่ รยี กกนั วา่ “กมุ นำ้� ยา” เขยี นลวดลายดว้ ยหมกึ พเิ ศษหรอื หมกึ จนี ตามตอ้ งการ
โดยตวั ยาถมมสี ว่ นผสมของโลหะ 3 ชนดิ ตามสดั สว่ น ลงบนภาชนะหรอื รปู พรรณนนั้ ๆ หลกั การเขยี นลวดลาย
คอื ทองแดงบรสิ ทุ ธ์ิ ตะกวั่ อยา่ งดี 1 และเงนิ แทอ้ กี 1 คือใช้วิธีแบ่งส่วนท้ังซ้ายและขวาให้เท่ากัน โดยใช้
ผสมเข้ากันในเบ้าหลอมท่ีมีฝาปิด หลอมจนละลาย วงเวียนแบ่งเส้น แบ่งช่วง และแบ่งครึ่ง เขียนไป
เปน็ เนอ้ื เดยี วกนั จนเหน็ วา่ นำ้� ยาขนึ้ สดี ำ� ใส ไมม่ ฟี อง เรอ่ื ยๆ เชน่ แบง่ 1 เปน็ 2, แบง่ 2 เปน็ 4, แบง่ 4 เปน็ 8
ไม่มีฝ้า โดยอัตราส่วนผสม และเวลาท่ีหลอมของ ฯลฯ จนไดล้ วดลายท่ีละเอยี ดตามความเหมาะสม
ช่างจะแตกต่างกันตามสูตรหรือตามต�ำราโบราณที่ ก่อนแกะสลักลาย ช่างจะท�ำความสะอาดและแต่ง
ตอ้ งตคี วามหมายเอง “ววั 5 มา้ 6 บรสิ ทุ ธ์ิ 4 ผสมกนั ผิวรูปพรรณให้เรียบ แล้วจึงใช้ส่ิวแบบต่างๆ สลัก
แลว้ ซดั ด้วยกำ� มะถัน ไดย้ าถมแล” ลวดลายด้วยมือ ตอกเป็นรอยลกึ ลงไปตามลวดลาย
ยาถมท่ีดี ต้องมีลักษณะแข็งสีด�ำเป็นนิลขึ้นเงามัน ทเี่ ขยี น โดยไมใ่ หผ้ วิ โลหะหลดุ ออกเปน็ ชน้ิ และสลกั
เคลือบสีน้�ำเงินอ่อนๆ มีจุดหลอมต�่ำกว่าจุดหลอม ให้มีรอยนูนดุนออกไปอีกด้านหน่ึง ส่วนท่ีสลัก
ตัวของเงินหรือทองแท่ง ท�ำเป็นแท่งไว้ เมื่อจะใช้ ลวดลายน้จี ะเป็นพนื้ ทที่ ่จี ะถกู เคลอื บดว้ ยยาถม การ
ก็น�ำมาทุบบดให้ละเอียดเป็นผงแล้วคลุกด้วยน้�ำ แกะสลักอาจท�ำให้รูปทรงและผิวรูปพรรณมีต�ำหนิ
ประสานทอง ตอ้ งแตง่ ผวิ ใหเ้ รยี บรอ้ ย พรอ้ มทง้ั แตง่ ทรงรปู พรรณ
ใหส้ มดลุ เหมอื นเดมิ จากนนั้ ทำ� ความสะอาดอกี ครง้ั
ขัน้ ตอนท่ี 2 การทำ� รูปพรรณ หนงึ่ โดยขดั ดว้ ยกรดออ่ นๆ (กรดผสมกบั นำ้� อตั ราสว่ น
1:4) เน้นขัดส่วนท่ีจะลงยาถมให้สะอาดเป็นพิเศษ
การน�ำแผ่นเงินมาท�ำเป็นรูปร่างตามต้องการ เช่น ขดั จนขาวเปน็ เงามนั ไมม่ คี ราบสนี ำ�้ ตาลเจอื ปน
ขันน้�ำ พานใส่ของ ก�ำไลหรือเคร่ืองประดับอื่นๆ
โดยผสมโลหะที่เป็นพ้ืนภาชนะ ได้แก่ ชั่งเงิน 95 ขนั้ ตอนที่ 4 การลงถมและตกแตง่ ถม
ส่วน ทองแดง 5 ส่วน แลว้ หลอมให้ละลายเข้ากนั
ระหวา่ งหลอมตอ้ งผสมนำ้� ประสานทองและใชถ้ า่ นไฟ ใช้น้�ำยาถมท่ีเตรียมไว้ละลายด้วยความร้อนสูง จน
คนหรือกวน จนเป็นสีม่วงและผิวเรียบเกล้ียงเป็น น้�ำยาถมมีลักษณะเกือบแดง จากนั้นแปะน้�ำยาถม
เงามนั จงึ นำ� มาเททำ� เปน็ แผน่ เงนิ จากนนั้ จงึ นำ� แผน่ ทลี่ ะลายไปบนร่องลวดลายท่ีแกะสลัก น�้ำยาถมจะ
เงินมาดัดหรือตีแผ่ให้เป็นรูปพรรณตามที่ต้องการ “แลน่ ” (วง่ิ ) หรอื ไหลไปตามรอ่ งจนทวั่ โดยการใชไ้ ฟ
ดว้ ยพะเนิน (คอ้ นใหญ)่ หรือค้อน เป็นขั้นท่ตี อ้ งใช้ “เป่าแลน่ ” การลงถมที่จะไมไ่ ด้ลงแค่ครัง้ เดยี ว ต้อง
เวลา เพราะโลหะมคี วามแขง็ อกี ทงั้ ยงั เปน็ งานฝมี อื ลงถมถงึ 2-4 ครง้ั โดยทคี่ รงั้ แรกจะลงแตพ่ อประมาณ
ไมใ่ ช้เคร่ืองจกั รในการขึ้นรปู เลย เม่ือลงยาถมกระจายเต็มลวดลายทั่วทุกส่วนแล้ว
ทิ้งรปู พรรณให้เยน็ (แต่ห้ามนำ� ไปแชน่ ำ�้ เพราะโลหะ
329

โลหะ

จะหดตวั แตก หรอื ถมหลดุ ออกเปน็ ชน้ิ ๆ ได)้ เมอื่ เยน็ ขนั้ ตอนที่ 7 ขดั เงา
ดแี ลว้ ใหใ้ ชต้ ะไบถหู รอื ใชเ้ หลก็ ขดู เพอ่ื ตกแตง่ ยาถม
ทไ่ี หลเลอะบรเิ วณทไ่ี มต่ อ้ งการ แตง่ ผวิ ใหเ้ รยี บดว้ ย หลงั จากแกะแร นำ� รปู พรรณถมเขา้ เครอ่ื งขดั ดว้ ยยาขดั
กระดาษทราย จนกระทงั่ เหน็ ลวดลายหรอื ภาพปรากฏ อยา่ งละเอยี ด ลา้ งใหส้ ะอาด เชด็ ดว้ ยผา้ นมุ่ ทำ� ความ
ขน้ึ ชดั เจนครบทกุ สว่ น และมถี มอยเู่ ตม็ สนทิ ผวิ ของ สะอาดใหเ้ งางามดว้ ยฝา้ ยขดั เครอ่ื งถมและยาขดั เงา
สว่ นถมจะไมม่ รี พู รนุ หรอื จดุ ทเี่ รยี กวา่ “ตามด” และ
ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งทจ่ี ะทำ� ใหม้ องเหน็ เนอื้ โลหะพน้ื ทเี่ รยี ก เครอื่ งถมเงนิ นครศรธี รรมราช สามารถผลติ เปน็ ลาย
วา่ “พนื้ ขนึ้ ” ไดห้ ลากหลาย เช่น
• ลายกนกเปลว

ข้ันตอนที่ 5 ปรับแตง่ ทรงรูปพรรณ เป็นลวดลายเลียนแบบธรรมชาตจิ ากเปลวไฟ
ใชต้ กแตง่ บนขนั เชย่ี นหมาก ถาดผลไม้ ชดุ ชากาแฟ
ในขณะที่ลงยาถม รูปพรรณหรือภาชนะถูกเผา • ลายใบเทศ
ด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานาน อาจท�ำให้รูปพรรณ เปน็ ชอ่ มกี า้ น กาบ ดอก ใบ สามารถนำ� มาตอ่ ลาย
บิดเบ้ียว จงึ ต้องปรับแตง่ รูปให้อยใู่ นสภาพเดิมหลัง อน่ื ได้ ใชต้ กแตง่ บนขนั ซองบหุ ร่ี กลอ่ งเครอื่ งประดบั
จากเสรจ็ สิน้ การลงยาถม • ลายประจำ� ยาม
เปน็ รปู สเี่ หลยี่ มดา้ นเทา่ ภายในแบง่ เปน็ ดอกสก่ี ลบี
ขนั้ ตอนท่ี 6 ขัดผวิ และแกะแร มเี กสรตรงกลาง ใชต้ กแตง่ บนพานรอง ถาด กระเปา๋
• ลายพุ่มขา้ วบิณฑ์
เม่ือปรับแต่งรูปทรงแล้วพื้นผิวยังคงหยาบกร้าน เป็นทรงพ่มุ คล้ายหยดน้ำ� ใชต้ กแต่งบนตลบั แป้ง
และด้าน จึงต้องขัดผิวด้วยกระดาษทรายละเอียด กระเปา๋
และถูด้วยถ่านไม้เนื้ออ่อนจนผิวเกลี้ยง ถ่านไม้ • ลายกระจงั
ที่ใช้ถูเป็นถ่านไม้สุก คล้ายถ่านหุงข้าว แต่เน้ือ เป็นรูปสามเหลย่ี มหนา้ จั่ว ใช้ตามขอบรมิ ฐานของ
อ่อน ส่วนมากต้องส่ังซ้ือจากต่างประเทศ แต่ถ้า ชนิ้ งาน ใชต้ กแตง่ บนพานรอง ขนั นำ�้ ฝาครอบแกว้
ไมม่ ี ชา่ งจะใชถ้ า่ นไมส้ นแทน เม่อื เกลีย้ งดแี ลว้ ให้ • ลายกา้ นขด
ขัดผิวทั่วไปท้ังหมดด้วยเครื่องขัดและยาขัดโลหะ เป็นการนำ� ลายต่างๆ มาเขียนต่อเนือ่ งกนั เปน็ เถา
อกี ครง้ั หนงึ่ แลว้ ล้างให้สะอาด เช็ดใหแ้ หง้ จากนน้ั ใชต้ กแตง่ บนกำ� ไล กิ๊ฟ กระเปา๋ เข็มหนีบเนคไท
จึงแกะแรลวดลายหรือการแรเงาตกแต่งลวดลาย • ลายบวั คว่ำ� บวั หงาย
ให้สวยงาม เพราะลวดลายที่ปรากฏในขั้นน้ีจะเป็น เปน็ รปู กลบี บวั นยิ มใชป้ ระกอบฐานของรูปพรรณ
เพยี งภาพโครงสรา้ งภายนอกเทา่ นน้ั เปน็ ภาพหยาบ ใช้ตกแตง่ บนพานรอง โถกรวดนำ�้ ถาด ขนั น้ำ�
ไม่สมบูรณ์ ไม่มีรายละเอียดและไม่มีเส้นตัดภายใน • ลายเม็ดบวั
ที่เป็นลวดลายอ่อนช้อยสวยงาม จึงต้องเป็นงาน มหี ลายแบบ ได้แก่ กลม รี มักใชต้ ่อเน่ืองเปน็ เสน้
ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต ฝีมือของ “ช่างแกะแร” ท่ีท�ำหน้าท่ีสลักหรือแกะ ใชต้ กแตง่ บนตลบั แปง้ ขนั นำ้� ฝาครอบแกว้ เขม็ กลดั
ส่วนรายละเอียดของภาพต่างๆ ใหป้ รากฏชัดเจนข้นึ • ภาพประกอบลาย
ลวดลายจะอ่อนช้อยงดงามหรือไม่ ข้ึนอยู่กับความ เป็นการนำ� ภาพแบบต่างๆ มาประกอบลาย
330 ชำ� นาญและความประณตี ของชา่ งประเภทนโี้ ดยเฉพาะ ใชต้ กแตง่ บนขนั ถาด กระเปา๋ เขม็ กลดั ทเ่ี ขยี่ บหุ รี่

โลหะ ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

ข้อมลู สำ�หรับติดต่อ

เครือ่ งถมเงิน พงั งา

ชอ่ื กล่มุ : วสิ าหกจิ กลมุ่ อาชพี ท�ำเคร่อื งถมเงิน
ทอ่ี ยู่ : 210 หมู่ 9 ตำ� บลคุระ อำ� เภอครุ ะบุรี จังหวดั พงั งา 82150
โทรศัพท์ : 081-788-6295
ตวั อยา่ งการน�ำไปใช้งาน : เคร่ืองประดับตา่ งๆ เช่น สรอ้ ย แหวน ตา่ งหู ก�ำไล
ตา่ งหู เข็มขัด

303131

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตโลหะ

เครื่องถมเงนิ นครศรีธรรมราช

ชอ่ื กล่มุ : ศูนยเ์ ครอ่ื งถมพมิ พ์นคร
ทีอ่ ยู่ : 875/10 ถนนทา่ ชา้ ง ตำ� บลคลงั อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช
จงั หวดั นครศรธี รรมราช
โทรศพั ท์ : 075-341-654
Facebook: https://www.facebook.com/ศนู ยเ์ ครอ่ื งถมพมิ พน์ คร-
566208470093247/
ตัวอย่างการนำ� ไปใช้งาน​: แหวนขนาดเล็กเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 1 เซนตเิ มตร
จนถึงขันขนาดใหญ่ เส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 40 เซนติเมตร

332





พ้นื ท่ศี กึ ษา
ดนิ เผาบางกลำ่ �
อ.บางกลำ่� จ.สงขลา

ดนิ กอแล
อ.มายอ จ.ปัตตานี

กระเบอ้ื งทา่ นางหอม
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ดินเผาพอตเตอร์เฮ้าส์
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เบญจเมธา เซรามิก
อ.ปะนาเระ จ.ปตั ตานี

ดนิ ขาวบ้านหาดส้มแป้น
อ.เมอื งระนอง จ.ระนอง

กระเบือ้ งเคลอื บวาดลาย
อ.หลงั สวน จ.ชมุ พร

หมวด ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

เซรามิก

335

อตั ลกั ษณว์ สั ดถุ น่ิ ใต้ เซรามิก

336

เซรามกิ

ดินเผา เซรามิก
งานฝีมอื ตน้ กำ�เนิดจากดนิ

ความอดุ มสมบรู ณข์ องดนิ ในพนื้ ทภ่ี าคใตน้ น้ั เหมาะกบั การทำ� เกษตรและการนำ� มาแปรรปู เปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ใ่ี ช้
ในครวั เรอื นจำ� พวกเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาและเซรามกิ โดยเมอ่ื นำ� ดนิ มาผสมกบั วสั ดอุ นื่ ๆ ปน้ั ขน้ึ รปู เปน็ ภาชนะตาม
รปู ทรงทตี่ ้องการ ตกแต่งลวดลาย แล้วน�ำไปเผาดว้ ยอณุ หภูมติ ่ำ� ๆ จะได้เปน็ เครอื่ งปั้นดนิ เผา อย่างไรกต็ าม
หากพิจารณาจากการผลติ ในเชงิ อตุ สาหกรรม จะสามารถจำ� แนกเซรามิกออกได้เปน็ 9 กลุ่มผลติ ภณั ฑ์ ดังนี้
1. Pottery เครือ่ งปั้นดินเผาและเคร่ืองเคลือบดนิ เผาแบบดง้ั เดมิ
2. Building Ceramic ผลติ ภณั ฑ์ในกล่มุ วสั ดกุ อ่ สร้าง เชน่ อิฐ กระเบื้องชนดิ ต่างๆ
3. Abrasive วสั ดสุ �ำหรับขัดพื้นผวิ ตา่ งๆ เชน่ หนิ เจยี ร กระดาษทราย
4. Glass เป็นกล่มุ เฉพาะเนื้อเคลือบเซรามกิ หรือเครอื่ งแก้วเซรามิก
5. Enamel เครอ่ื งโลหะเคลอื บเซรามิก เชน่ เขม็ กลัดเซรามกิ
6. Electro Ceramic เซรามกิ ท่นี �ำมาใช้ประกอบวัสดไุ ฟฟ้าเพ่อื ใช้งานทางดา้ นอเิ ล็กทรอนิกส์ เชน่
ลกู ถ้วยไฟฟา้ แผ่นวงจร หรือแผงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
7. Refractory เซรามกิ ทนไฟ ทนทานต่อความรอ้ นไดส้ งู กวา่ วสั ดุท่วั ไป เช่น อฐิ ทนไฟ เซรามกิ ไฟเบอร์
บุผนงั เตาต่างๆ
8. Cement ซเี มนตบ์ างประเภทจดั เปน็ เซรามกิ ชนิดหนงึ่
9. Advance Ceramic เซรามิกสมยั ใหม่ ผลติ ดว้ ยวธิ กี ารทซ่ี บั ซอ้ นเพ่อื ใชง้ านเฉพาะทาง เช่น
เซรามิกชวี ภาพ วสั ดกุ รอง อุปกรณใ์ นห้องปฏิบตั ิการวเิ คราะห์ทางวทิ ยาศาสตร์ หรอื
เปน็ ส่วนประกอบช้นิ ส่วนยานยนตล์ ำ�้ สมยั เปน็ ต้น

จะเหน็ ได้ว่าดนิ เผาคือ เซรามกิ ชนดิ หนงึ่ ท่ีมกี ระบวนการผลติ ไม่ซบั ซ้อน ใชด้ นิ ท่ัวไปราคาไม่สงู มีรปู ลักษณ์
อันเป็นเอกลักษณ์ นับเป็นการใช้เทคโนโลยีและภูมิปญั ญาโบราณ ในขณะที่เซรามิกมขี ้นั ตอนการผลติ และ
เทคโนโลยที พี่ ฒั นามากกวา่ ความทนทานและการใชง้ านกม็ มี ากกวา่ ดว้ ย สำ� หรบั วถิ ชี วี ติ ของชาวใตน้ นั้ จะเหน็
การนำ� ดนิ ในพน้ื ทอี่ ยา่ ง ดนิ สามนำ�้ จงั หวดั สงขลา หรอื ดนิ กอแล จงั หวดั ปตั ตานี มาผลติ เปน็ เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา
หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าและพัฒนาดินในท้องที่อย่าง ดินจึงงา จังหวัดปัตตานี และ
ดินขาวบ้านหาดสม้ แป้น จังหวัดระนอง เพ่อื ใหส้ ามารถน�ำมาผลิตเปน็ เซรามิกคณุ ภาพดี ตลอดจนการน�ำ
ดินเหนยี วท่หี าไดท้ ั่วไปในพ้ืนที่มาผสมผสานกบั ภูมปิ ัญญาในการผลิต ก็สามารถสร้างสรรคใ์ ห้เปน็ กระเบ้อื ง
และงานเครื่องปน้ั ดนิ เผาทม่ี ชี อ่ื ประจ�ำจงั หวดั สงขลาได้

นอกจากนี้ ชาวบา้ นยงั ฝากผลงานการวาดลวดลายอยา่ งประณตี บรรจงลงบนงานเซรามกิ จนกลายเปน็ เครอ่ื ง ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต
เบญจรงคท์ ี่มีคณุ ค่าควรแกก่ ารอนุรักษผ์ ่านกาลเวลา

อ้างองิ : บทความ เซรามกิ กับเครอ่ื งปั้นดินเผาตา่ งกนั อย่างไร. สืบคน้ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563. 337
(ทม่ี า : www.centreceramiquebonsecours.net/เซรามิกกบั เครอื่ งป้นั ด/)

เซรามิก

ดนิ เผาบางกลำ่ �

ชื่อเรียกวสั ดทุ ่ัวไป : ดนิ เหนียว ดินสามนำ�้
ตวั อยา่ งผลิตภัณฑ์ : เครอื่ งประดับตกแต่ง เฟอรน์ เิ จอร์ งานตกแตง่ ภายใน
พื้นทีศ่ กึ ษา : ตำ� บลบางกล�่ำ อ�ำเภอบางกลำ่� จงั หวัดสงขลา

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

338

เซรามกิ

รูจ้ ัก ดินเผาบางกลำ่ �

ดว้ ยสภาพภมู ปิ ระเทศบรเิ วณอำ� เภอบางกลำ�่ จงั หวดั สงขลาเปน็ แอง่ กระทะมที ะเลลอ้ มรอบ ชว่ งฤดนู ำ้� หลาก
มตี ะกอนมากมายไหลลงมาจากภเู ขาและมาบรรจบกนั ทท่ี างสามแพรง่ เกดิ เปน็ การทบั ถมของตะกอนดนิ ทงั้
นำ้� จดื น้�ำเคม็ และน้ำ� กร่อย ทำ� ให้ดนิ ที่อยใู่ นบริเวณนม้ี ีช่ือเรยี กตดิ ปากวา่ ดินสามน�้ำ ซึ่งเปน็ ดินเหนยี วท่ี
มีลกั ษณะพิเศษ นัน่ คือ เหนียว เนอื้ ละเอยี ด เมื่อนำ� มาผลิตเป็นเครื่องปั้นดนิ เผาจะข้ึนรูปง่าย อกี ทั้งยงั มี
อนิ ทรียสารและแรเ่ หล็กอยู่ในเน้ือดินเปน็ จำ� นวนมาก เมื่อน�ำมาหลอมและเผาจะได้ลายน�้ำที่มีสสี นั สวยงาม
เปน็ ธรรมชาติ
ในอดีตจึงนิยมใช้ปั้นอิฐแดงและหม้อ รวมไปถึงภาชนะส�ำหรับเด็กเล่น ของท่ีระลึก ของใช้ ของประดับ
ตกแตง่ จนปัจจุบนั มกี ารประยกุ ต์ใช้ดนิ สามน้ำ� จากเครือ่ งปนั้ ดินเผาแบบพืน้ บา้ น มาสงู่ านเครื่องปั้นดนิ เผา
แบบเคลอื บสเี ซรามกิ ทม่ี ีเอกลกั ษณโ์ ดดเดน่ ด้วยกระบวนการผลติ ความคดิ สร้างสรรคแ์ ละการออกแบบท่ี
ตอบโจทยค์ วามตอ้ งการของผู้บริโภค

องค์ประกอบ เนือ้ ละเอียด มลี ายน้ำ� ในเนื้อดินและมีสสี นั
ตามธรรมชาติ เนน้ การผลิตท่ใี ชว้ ัสดทุ อ้ งถิน่
ดนิ สามนำ้� (ดนิ บางกลำ่� ) 70% เพราะตอ้ งการสะท้อนเอกลกั ษณ์ของชาวบางกล่ำ�
ดินขาว (จากปัตตานหี รือนราธวิ าส) 30%
ข้เี ถา้ ใชเ้ ป็นสีเคลอื บ

คุณสมบัติของวสั ดุ ข้อจำ�กดั

เหนียว ขึ้นรปู ไดง้ ่ายและทนทานตอ่ ความร้อน มสี เี ขม้ เพราะมธี าตเุ หลก็ สงู จงึ ตอ้ งหมกั และยอ่ ยดนิ
1,200 องศาเซลเซยี ส มอี นิ ทรียสารและแร่เหล็ก ใหล้ ะเอยี ดก่อน ก�ำลังการผลติ น้อย
อยใู่ นเน้ือดิน

ความหลากหลายของวสั ดุ ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

สามารถข้นึ รูปไดห้ ลายสี หลายรปู ทรงขึ้นอยกู่ บั การ
ออกแบบสว่ นผสมระหวา่ งดนิ หนิ และทราย รวมถงึ
ขเ้ี ถา้ จากไมย้ างพาราทใ่ี ชเ้ คลอื บ สามารถใชว้ สั ดอุ น่ื ๆ
ตกแตง่ เพม่ิ เติม เชน่ ลูกแก้ว ไม้ขนุน ไมเ้ ทพทาโร
ไมพ้ ยงุ เป็นตน้

339

เซรามกิ

กระบวนการผลติ

ข้ันตอนที่ 1 การเตรียมและหมกั ดนิ ขัน้ ตอนท่ี 2 การปั้นข้ึนรูป

ใชด้ นิ จากพน้ื ทต่ี ำ� บลบางกลำ�่ นำ� มาตากใหแ้ หง้ ยอ่ ย ปน้ั ขน้ึ รปู ดว้ ยแปน้ หมนุ ใหเ้ ปน็ ไปตามแบบทต่ี อ้ งการ
ให้เป็นก้อนและตากไล่ความชื้น แล้วจึงหมักดิน ตัดแต่งและพักทงิ้ ไว้
ประมาณ 1-3 เดือน นวดโดยวิธีย่�ำด้วยเท้าให้ดิน
ละลายและจดั เรยี งโมเลกลุ ใหม่ จากนนั้ กวนไลน่ ำ�้ ให้ ขน้ั ตอนที่ 3 การเผา
ดินแห้งอีกครั้ง จึงน�ำดินร่อนผ่านตะแกรงเพ่ือแยก
เศษหินและก้านไม้ เผา 2 ครงั้ ครง้ั แรกดว้ ยอณุ หภมู ิ 750 องศาเซลเซยี ส
พกั ทงิ้ ไว้ จากนน้ั นำ� ไปลา้ งนำ�้ และเขา้ เครอื่ งเผาครงั้
ก่อนน�ำดินมาปั้นนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบและ ท่ี 2 ดว้ ยอุณหภมู ิ 1,250 องศาเซลเซียส
ส่งไปวิเคราะห์ที่ศูนย์เซรามิก จ. ล�ำปาง และศูนย์
เทคโนโลยโี ลหะและวสั ดแุ หง่ ชาติ (MTEC) เตาเผาทใี่ ชง้ านมี 2 รปู แบบ คอื เตาเซรามกิ ไฟเบอร์
ใช้เวลาเผานอ้ ยประมาณ 8-12 ช่ัวโมง ส่วนเตาอฐิ
จะใช้เวลาเผาประมาณ 12-18 ชั่วโมง เน้นงานท่ีมี
รายละเอียด

ศกั ยภาพการผลติ และตลาด

• ผลติ รปู แบบพเิ ศษไดต้ ามความตอ้ งการของลูกค้า เชน่ โรงแรม สปา และรสี อร์ต
• เนน้ กลุม่ ลูกคา้ ในประเทศ และมีการต่อยอดศนู ยก์ ารเรียนรูใ้ ห้คนในชุมชน

Tips! ในการสร้างมลู ค่าัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

ตวั อยา่ งผลงานลา่ สดุ ทน่ี ำ� เครอื่ งปน้ั ดนิ เผาไปรวมกบั ไมม้ งคล เชน่ ไมข้ นนุ ไมพ้ ยงุ ไมเ้ ทพพาโร นอกจาก
จะใช้กระบวนการเผา 2 ครง้ั แลว้ ยงั ได้ใสผ่ งไมม้ งคลลงไปในภาชนะ เมอ่ื เขยา่ จะเกดิ เสียง ท�ำให้เกดิ
ผลติ ภัณฑ์ท่แี ตกตา่ ง

340

เซรามกิ

ข้อมูลสำ�หรับติดต่อ

ชือ่ กลุ่ม : บางกลำ�่ ดินเผา

ทอี่ ยู่ : 39 หมู่ 1 ตำ� บลบางกล่ำ� อ�ำเภอบางกล่ำ� จงั หวัดสงขลา 90110

โทรศัพท์ : 081-598-0727, 081-959-6951

อเี มล : [email protected]

เวบ็ ไซต์ : http://www.dinsamnam.com/

ตัวอยา่ งการน�ำไปใชง้ าน : ภาชนะตา่ งๆ

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

341

เซรามิก

ดนิ กอแล

ชื่อเรียกวสั ดทุ ่ัวไป : ดนิ ภูเขา บูยง หม้อดิน
ตวั อยา่ งผลิตภณั ฑ์ : เฟอรน์ เิ จอร์ งานตกแตง่ ภายใน อปุ กรณป์ ระดบั ตกแตง่
พื้นทีศ่ กึ ษา : ต�ำบลสะก�ำ อำ� เภอมายอ จังหวัดปตั ตานี

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

342

เซรามิก ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

รจู้ ัก ดนิ กอแล

ดินกอแลเปน็ ชือ่ เรยี กดนิ เหนียวด�ำจากภเู ขากาเดาะ หมู่บา้ นกบู งั บาเดาะ ซ่ึงเปน็ แหลง่ ผลิตเครอื่ งป้นั แบบ
โบราณเพยี งแหง่ เดยี วในสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ เนอ้ื ดนิ เหนยี วคณุ ภาพดที ผี่ สมกบั ทรายและนำ�้ สำ� หรบั
ชว่ ยข้ึนรปู มีคุณสมบตั ิเหนยี ว สดี ำ� เน้ือละเอยี ด
ในอดีตชาวบ้านนิยมน�ำมาใช้ท�ำอิฐและเคร่ืองปั้นดินเผาแบบพ้ืนบ้าน หรือที่เรียกว่า หม้อดินบูยง ฆือโละ
และใชแ้ ลกเปลย่ี นกับปลาจากชาวบ้านอำ� เภอปะนาเระ ซ่ึงเป็นชาวประมงท่ีอาศยั อยู่ใกล้ทะเล ในอดตี เม่ือ
จะน�ำดินเหนียวมาใช้ในกระบวนการผลิต ต้องท�ำพิธีเปิดหน้าดินตามความเช่ือของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ซ่ึงเป็นการเซ่นไหว้โดยการเชือดควายเผือก ต่อมาความเชื่อเหล่าน้ีหมดไปเม่ือศาสนาอิสลามเริ่มเข้ามามี
อทิ ธพิ ลในหมู่บา้ นกบู งั บาเดาะ

รหู้ รอื ไม่

พิธเี ปิดหนา้ ดิน
มจี ดุ ประสงคเ์ พอื่ บวงสรวงเจา้ ทเี่ จา้ ทางและพระแมธ่ รณี พรอ้ มดว้ ยสง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธท์ิ งั้ หลายในสถานทแ่ี หง่ นนั้
เพ่ือแจ้งให้ทราบว่าบุคคลจะมาก่อสร้างสิ่งใด เพ่ือประโยชน์และความสุขความร�่ำรวยของเจ้าภาพ
โดยจะประกอบพธิ ใี นบรเิ วณสถานทท่ี ป่ี รบั หรอื ถมดนิ เรยี บรอ้ ยแลว้ แตย่ งั ไมม่ สี งิ่ ปลกู สรา้ งใดๆ และจะตอ้ ง
มีพราหมณเ์ ป็นผกู้ �ำกบั พธิ แี ละจดั แจงเร่ืองฤกษ์งามยามดใี นการทำ� พิธีเปิดหนา้ ดนิ

อา้ งองิ : บทความ การเตรยี มการกอ่ นพธิ บี วงสรวงเปดิ หนา้ ดนิ . สบื ค้นเมอื่ วนั ท่ี 8 กรกฎาคม 2563.
(ท่ีมา : (ท่มี า : www.พธิ ีพราหมณ.์ com/uncategorized/การเตรยี มการกอ่ นพธิ ีบว/)

343

เซรามกิ

รจู้ ัก หมอ้ ดินบยู ง ฆอื โละ

หม้อดินบยู งหรือหมอ้ ดินมลายู เป็นเครอื่ งปั้นดินเผาเฉพาะถิน่ ของจังหวดั ชายแดนใต้ เปน็ ผลิตภณั ฑ์ชนิด
หนึง่ ท่อี ยูค่ ู่กับวถิ ชี วี ติ ชาวภาคใตม้ ามากกวา่ 300 ปี หมอ้ ดินบยู งเป็นการนำ� ดินมาปั้นเปน็ รูปทรงตา่ งๆ ตาม
การใช้งาน แล้วนำ� ไปเผาไฟ เพอื่ นำ� ไปใช้เปน็ เครอื่ งใช้ในครวั เรอื น
ฆอื โละเปน็ ภาชนะดนิ เผาสำ� หรบั ใสน่ ำ�้ ดม่ื กอ่ นจะนำ� มาใสน่ ำ้� เพอื่ ดมื่ ตอ้ งนำ� ฆอื โละไปผงิ ไฟหรอื ผงิ ไวก้ บั ถา่ น
ไฟออ่ นๆ ทง้ิ ไวป้ ระมาณ 5 นาที เม่ือน�ำมาใส่น�้ำ จะท�ำใหน้ ้ำ� มกี ลนิ่ หอมกร่นุ ปากฆือโละมคี วามกว้างของ
เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร มีลายลักษณะคล้ายกับกระดานหมากรุก รูปทรงมีส่วนคล้ายกับบาตร
พระ แต่มขี นาดเลก็ กวา่

รู้หรือไม่

หมอ้ ดนิ บูยง...หมอ้ ตม้ ยาประสิทธิภาพสงู
ในอดีตชาวบา้ นนยิ มต้มยาในหมอ้ ดินบูยง แทนการต้มยาในหมอ้ เหล็ก เนอ่ื งจากมคี วามเช่ือวา่ เมอ่ื ด่ืมยา
จากหมอ้ ดินบูยง จะท�ำให้ยามีประสทิ ธภิ าพมากขึน้ หรือหากเป็นน้�ำดมื่ เม่ือดมื่ แล้วจะรสู้ ึกสดช่นื มากกวา่

อา้ งองิ : ไทยพีบเี อส. (3 เมษายน 2560). บูยง หมอ้ ดินมลาย.ู สืบค้นเมื่อวนั ที่ 8 กรกฎาคม 2563.
(ที่มา : https://program.thaipbs.or.th/Communitytv/episodes/44472)

องคป์ ระกอบ จุดเด่น

ดนิ เหนยี วจากภูเขากาเดาะ 3 ส่วน ทราย 1 สว่ น กระบวนการผลติ ใช้วิธกี ารเผาแบบโบราณ
คือ การเผาบนหนา้ ดิน และลวดลายเปน็ เอกลักษณ์
คณุ สมบตั ขิ องวัสดุ
ข้อจำ�กัด
ตา้ นทานการสกึ หรอและรอยขดี ขว่ น ต้านทานน้�ำ
และต้านทานไฟดี ทนทานตอ่ ความรอ้ น เปราะบาง แตกง่าย รปู ทรงไม่ทันสมัย
ใชง้ านกลางแจง้
ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

344

เซรามกิ

จาก “ดนิ กอแล” เปน็ “หมอ้ ดินบยู ง ฆือโละ”

ข้ันตอนท่ี 1 หาวัตถุดิบ

คือ ดินเหนยี วดำ� หรือท่ชี าวบา้ นเรียกว่า ตาเนาะกอแล ดนิ เหนยี วท่มี สี ีด�ำ
พรอ้ มป้นั จะอยลู่ กึ ถึง 2 เมตร

ข้ันตอนที่ 2 เตรยี มวตั ถุดิบ

น�ำดนิ กอ้ นมาทบุ ด้วยไมใ้ หม้ ขี นาดเล็กลง แลว้ จึงนำ� ไปตากให้แหง้ 2 วัน
จากนัน้ ตีให้ดินละเอียดอีกครงั้

ขน้ั ตอนที่ 3 ผสมดิน

นำ� ทรายละเอยี ด 1 ส่วนผสมกบั ดิน 3 สว่ นและนำ�้ เล็กน้อย แลว้ ใช้ไม้ทมี่ ลี ักษณะ
คล้ายทีต่ ำ� ขา้ วโบราณทบุ เพือ่ ผสมใหด้ ินเป็นเนอื้ เดียวกนั นวดให้เข้ากัน

ข้นั ตอนท่ี 4 ขน้ึ รปู

น�ำดินท่ีผสมจนเปน็ เนือ้ เดียวกนั ขน้ึ แปน้ หมนุ ให้ได้รปู ทรงตามตอ้ งการ

ข้ันตอนที่ 5 ตลี าย

ตากหมอ้ ดนิ ทไี่ ดใ้ หแ้ หง้ พอประมาณ จากนนั้ ใชไ้ มท้ มี่ ลี วดลายประทบั ลายลงบนหมอ้ ดนิ
โดยใช้ลกู หนิ กดประคบด้านในไม่ใหห้ ม้อยุบจนปรากฏลวดลาย

ขน้ั ตอนท่ี 6 เผา

เปน็ การเผาแบบโบราณ โดยน�ำหม้อดนิ ทปี่ นั้ แลว้ จำ� นวนประมาณ 100 ใบ กองไว้
กลางลาน จดั วางหมอ้ ซอ้ นทบั ขนึ้ ไปเรอ่ื ยๆ จนเปน็ รปู ทรงคลา้ ยปริ ามดิ และตอ้ งวาง
ให้ก้นหม้อชนกัน แล้วสุมด้วยไม้ฝืน จากน้ันต้องคุมความร้อนให้พอดีให้ไฟลุกอยู่
เสมอเป็นเวลา 5 ชัว่ โมง แลว้ จึงค่อยๆ ปล่อยให้ไฟดบั ลง หลังจากน้ันจะทิง้ หมอ้ ไว้
ข้ามคนื เพ่ือใหห้ มอ้ เย็น แล้วจงึ เก็บหมอ้ ทีเ่ ผาเรียบร้อยแล้วเข้าที่

ศกั ยภาพการผลติ และตลาด ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

• สามารถผลิตได้ตามขนาดทีต่ อ้ งการ
• เน้นผลิตรูปแบบทเ่ี ป็นเอกลักษณโ์ บราณด้วยฝีมือเฉพาะ
• เน้นลกู ค้าในประเทศ

345

เซรามกิ

ข้อมลู สำ�หรับติดต่อ

ชอ่ื กลมุ่ : เคร่ืองปน้ั ดินเผาบา้ นกบู ังบาเดาะ

ทอ่ี ยู่ : หมู่ 4 ต�ำบลสะก�ำ อ�ำเภอมายอ จงั หวดั ปตั ตานี

โทรศัพท์ : 093-593-7719

ตัวอยา่ งการนำ� ไปใชง้ าน : ภาชนะขนาด 5 - 20 นว้ิ

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

346

เซรามิก

กระเบอ้ื งทา่ นางหอม

ชื่อเรยี กวสั ดทุ ั่วไป : กระเบอ้ื งดนิ เผาเกาะยอ
ตัวอยา่ งผลติ ภัณฑ์ : กระเบื้อง งานตกแต่ง
พน้ื ท่ีศกึ ษา : ต�ำบลนำ้� นอ้ ย อ�ำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ต

347

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตเซรามิก

กระเบ้ืองท่านางหอม

กระเบ้ืองท่านางหอม มีช่ือเรียกตามคลองท่านางหอม ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา เป็น
พ้ืนที่ราบลุ่มริมทะเลสาบที่เป็นแหล่งก�ำเนิดของดินเหนียวน้�ำเค็ม เน้ือละเอียด มีคุณสมบัติเหมาะส�ำหรับ
การท�ำกระเบ้อื งดนิ เผา
ในอดีตกว่า 200 ปีก่อน ภูมิปัญญาการท�ำกระเบื้องของชาวบ้านเกิดจากการเป็นแรงงานผลิตกระเบ้ืองให้
กับชาวจนี อพยพ ผ้มู าต้ังถนิ่ ฐานทต่ี ำ� บลเกาะยอ อำ� เภอเมอื ง จังหวัดสงขลา แหลง่ ผลิตกระเบ้อื งจะตั้งอยู่
รอบชายฝ่งั ทะเลสาบสงขลาทศิ ตะวนั ตกของเมือง ตงั้ แตบ่ ริเวณทา่ อิฐ ทา่ สะอ้าน บา้ นท่านางหอม เกาะยอ
รวมแล้วมากกวา่ 200 เตา ต่อมาเมอ่ื กระเบื้องดนิ เผาเมอื งสงขลาไดร้ บั ความนิยม มีการน�ำไปใช้ในกิจการ
สำ� คญั เชน่ ใชเ้ ปน็ เครอื่ งราชบรรณาการ ใชป้ หู รอื ซอ่ มแซมบรเิ วณรอบอโุ บสถวดั หลวงตา่ งๆ รวมทง้ั เจา้ นาย
และขนุ นางในกรุงเทพฯ น�ำไปใช้สร้างวงั เป็นตน้ จึงท�ำใหเ้ กิดการขยายตัวของภมู ปิ ัญญาการผลิตกระเบ้ือง
ไปยงั บริเวณพื้นท่ใี กลเ้ คยี ง สง่ ผลใหก้ ลายเปน็ แหลง่ ผลติ กระเบ้อื งดนิ เผาทม่ี ชี อ่ื ของจงั หวดั และประเทศ

รู้หรือไม่

บา้ นทา่ นางหอม...ชอื่ นมี้ ที ี่มา
จากชอื่ กค็ งเดาไดว้ า่ จะมที ม่ี าอยา่ งไร ชาวบา้ นเลา่ วา่ แตเ่ ดมิ หมบู่ า้ นแหง่ นมี้ ลี ำ� คลองธรรมชาตเิ ปน็ เสน้ ทาง
สญั จร และเมือ่ มีคลอง กต็ ้องมี “ท่า” ส�ำหรบั เทียบเรอื และทท่ี า่ แหง่ นีเ้ องมสี าวสวยผมยาวอยนู่ างหนง่ึ
ยามใดกต็ ามท่นี างเดินผ่านจะไดก้ ลิ่นหอมจากกาย ซง่ึ นางผ้นู ้ีจะมาลงเรอื ท่ีทา่ แห่งน้เี ป็นประจ�ำ ชาวบ้าน
จึงเรยี กกนั ติดปากว่า “ทา่ นางหอม” และเรยี กชือ่ หมบู่ า้ นว่า “บ้านทา่ นางหอม” ตามไปดว้ ย

อา้ งอิง: บทความ ทา่ นางหอม ชอื่ น้มี ที ีม่ า. สืบค้นเมอื่ วันท่ี 8 กรกฎาคม 2563.
(ที่มา : www.hatyaifocus.com/บทความ/527-เรอ่ื งราวหาดใหญ่-ทา่ นางหอม-ช่อื นี้มที ่ีมา/)

348

เซรามิก

รูจ้ กั โรงกระเบื้องเกาะยอ...
ประวตั ิศาสตรอ์ นั ยาวนาน

เมื่อนายแจ้ง แก้วประดับเพชร ได้สรา้ งโรงกระเบ้ืองดินเผาเป็นเจ้าแรกในบ้านท่านางหอม จังหวัดสงขลา
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีผู้ท่ีมีความรู้ในการผลิตกระเบ้ืองดินเผาสร้างโรงกระเบื้องบริเวณเดียวกันถึง 50
ครัวเรือน จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และขยายตัวเป็นวงกว้าง จนกลายเป็นแหล่งผลิตกระเบื้อง
ทสี่ �ำคญั อกี แหลง่ หน่ึงของจังหวดั สงขลา
อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ความต้องการผลิตภัณฑ์กระเบ้ืองเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมองหากระเบ้ืองลอน
หรอื ซเี มนตท์ ่ผี ลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีขนาดใหญ่กวา่ และใช้เวลาน้อยกว่าเมื่อนำ� ไปมุงหลังคา
ท�ำใหก้ ระเบอ้ื งดินเผาได้รับความนิยมลดลง โรงกระเบ้ืองบางแห่งขายพนื้ ที่เพือ่ ไปทำ� นากงุ้ จนกระท่ังเหลอื
โรงกระเบอ้ื งดินเผาแบบโบราณเพยี งแหง่ เดยี วที่ยงั คงผลติ กระเบ้ืองตามสงั่
จากหลกั ฐานทางประวัตศิ าตร์อย่างใบบอกเมอื งสงขลา แสดงให้เหน็ ว่า กระเบ้อื งดินเผาสงขลา
มคี วามโดง่ ดังมาก ไม่ใช่แคใ่ นกรุงเทพฯ เท่านน้ั แต่ยังมีชื่อเสยี งไปถงึ หวั เมอื งมลายอู กี ดว้ ย ดงั นี้
รชั กาลท่ี 4
ในปพี .ศ. 2395 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยู่หัวโปรดเกลา้ ฯ ให้เมอื งสงขลา
ท�ำกระเบือ้ งหน้าวัวปพู ้นื 50,000 แผ่น ใช้ปูบริเวณรอบอุโบสถ
วัดสุทศั นเทพวรารามและวดั เขมาภริ ตาราม
ในปพี .ศ. 2406 มกี ารส่งออกกระเบอ้ื งดินเผาทั้งขนาดเลก็ และขนาดใหญ่เปน็
จำ� นวนกวา่ 40,000 แผ่น สว่ นหนึ่งน�ำไปปพู ระราชวงั จนั ทรเกษมทอ่ี ยุธยา
รัชกาลที่ 5
ในปพี .ศ. 2453 มกี ารทำ� กระเบอ้ื งดนิ เผาสงขลาเพอ่ื ใช้มงุ หลังคาพระวหิ ารหลวง
และซอ่ มแซมพระบรมธาตุไชยา นอกจากนใี้ นวังเจ้านายและขุนนางในกรงุ เทพฯ
หลายแหง่ ใชก้ ระเบอ้ื งดนิ เผาเมืองสงขลาน�ำไปปบู ริเวณรอบวงั หลายแหง่

ัอต ัลกษ ์ณ ัวส ุด ่ิถนใ ้ตเซรามิก

รัชกาลที่ 9
ในปี พ.ศ. 2505 เกิดมหาวาตภัยท่แี หลมตะลมุ พุก อ�ำเภอปากพนงั จงั หวดั นครศรธี รรมราช ท�ำให้เกดิ ความ
สญู เสยี เปน็ จ�ำนวนมาก จงึ ได้มกี ารสงั่ กระเบือ้ งดนิ เผาจำ� นวนมากจากบา้ นท่านางหอมและบริเวณใกลเ้ คียง
เพือ่ น�ำไปซอ่ มแซมบ้านเรอื นของชาวบา้ นท่ีไดร้ ับความเสียหาย
ในปีพ.ศ. 2510 กระเบื้องดินเผาเริ่มได้รับความนิยมลดลง ซ่ึงเป็นผลมาจากการใช้งานกระเบ้ืองลอนหรือ
กระเบอื้ งซเี มนต์จากโรงงานอุตสาหกรรม
ในปีพ.ศ. 2518 ถนนสาย 408 สงขลา – หวั ไทร สรา้ งเสร็จ การคมนาคมขนส่งสะดวกมากขน้ึ สามารถส่ง
และกระจายสนิ คา้ กระเบอ้ื งลอนไปทวั่ ภาคใตไ้ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ จนทำ� ใหโ้ รงกระเบอ้ื งทงั้ ในเกาะยอและทา่ นาง
หอมทยอยปดิ ตัวอย่างต่อเนื่อง
ในปี พ.ศ. 2539 การท�ำนากุ้งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบริเวณริมทะเลบ้านท่านางหอม จึงเกิดการ
กวา้ นซื้อที่ดนิ เพื่อไปทำ� นากงุ้ ท�ำใหเ้ หลือโรงกระเบอ้ื งเพียงโรงเดียว คอื โรงกระเบอื้ งท่านางหอม
ในปีพ.ศ. 2559 นับเป็นรุ่นที่ 4 ของการสืบทอดโรงกระเบ้ือง เกิดเหตุการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องและมีลม
กระโชกแรง ท�ำให้ตัวโรงกระเบื้องท่ีสร้างมานาน และเร่ิมผุกร่อนพังถล่มลงมา แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้
รบั บาดเจ็บ นอกจากนี้ เตาเผาซง่ึ สร้างมาพร้อมกันและต้ังอยู่ติดกันไมไ่ ด้รบั ความเสียหายแต่อย่างใด โดย
ภายในเตาเผามีกระเบื้องท่ีเผาเสร็จแลว้ จำ� นวน 50,000 แผ่น ทีร่ อน�ำไปใช้บูรณะย่านเมืองเก่าสงขลา หลัง
เกดิ เหตุทางมูลนิธทิ กั ษณิ คดศี กึ ษาได้เขา้ ไปส�ำรวจความเสียหาย และหาแนวทางช่วยเหลือ
อยา่ งไรกต็ าม กระเบอื้ งดนิ เผาบา้ นทา่ นางหอมยงั เปน็ ทตี่ อ้ งการของตลาด เพราะยงั มกี ารสงั่ ซอ้ื กระเบอื้ งเพอ่ื
นำ� ไปสรา้ งเมอื งโบราณ เชน่ เมอื งมลั ลกิ ายคุ ร.ศ. 124 ทจ่ี งั หวดั กาญจนบรุ ี หรอื นำ� ไปบรู ณะสงิ่ กอ่ สรา้ งตา่ งๆ
อาคารเก่าท่ีมกั ประสบปัญหาการขาดแคลนวสั ดใุ นแบบโบราณ จงึ เปน็ ทกั ษะท่ตี อ้ งสืบทอดและอนรุ กั ษไ์ ว้

อ้างอิง:
ผ้จู ดั การออนไลน์. (2559). โรงกระเบือ้ งดินเผาโบราณแหง่ เดยี วในสงขลาพงั ถล่ม หลงั ฝนตกลมกระโชกแรง.
สืบค้นเมื่อวนั ที่ 8 กรกฎาคม 2563. (ทีม่ า : https://mgronline.com/south/detail/9590000101612)
องิ มณ.ี (2559). กระเบอ้ื งท่านางหอม...หอมไกลถึงในกรุงรตั นโกสินทร.์ สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 8 กรกฎาคม 2563.
(ทม่ี า : http://oknation.nationtv.tv/blog/turning-point/2016/12/04/entry-1)
บทความ โรงงานกระเบ้อื งดนิ เผา..หลังสดุ ท้าย | ทา่ นางหอม. สบื ค้นเม่อื วันท่ี 8 กรกฎาคม 2563.
(ท่มี า : www.hatyaifocus.com/บทความ/384-บอกเล่าเรือ่ งราว-โรงงานกระเบ้อื งดินเผา..หลงั สดุ ทา้ ย-%7C-ทา่ นางหอม/)
350


Click to View FlipBook Version