The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการบริหารจัดการงานทำงด้านวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเครื่องมือและกลไก
ในการพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพมหานคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-03-31 00:04:43

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2558-2562)

เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการบริหารจัดการงานทำงด้านวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเครื่องมือและกลไก
ในการพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพมหานคร

Keywords: แผนวัฒนธรรม,กรุงเทพมหานคร

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

202

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร
ฉบับที ่ ๑

(พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

เจ้าของ
สำ� นักวฒั นธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรงุ เทพมหานคร
เลขที่ ๑๒๓ ถนนมิตรไมตรี แขวงดนิ แดง เขตดนิ แดง กรงุ เทพฯ ๑๐๔๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๕ ๒๕๔๗, ๐ ๒๒๔๗ ๒๓๓๓
โทรสาร ๐ ๒๒๔๖ ๐๓๔๗
www.bangkok.go.th/cstd/
คณะทีป่ รึกษา
รองศาสตราจารย์ ดร. เสาวภา พรสริ ิพงษ์
รองศาสตราจารย์ดวงพร ค�ำนูณวัฒน์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อภิญญา บวั สรวง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรทพิ ย์ อศุ ุภรตั น์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยงยทุ ธ บรุ าสทิ ธิ์

ข้อมลู ทางบรรณานุกรมของส�ำนักหอสมุดแห่งชาติ
สำ� นักวัฒนธรรม กฬี า และการท่องเท่ียว กรงุ เทพมหานคร.
แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับท่ี ๑.-- กรงุ เทพฯ : ส�ำนัก, ๒๕๕๗.
๒๐๐ หน้า.
๑. วฒั นธรรม. I. ช่ือเร่ือง.
306
ISBN 978-616-272-125-0

พมิ พท์ ่ี
บริษทั อมรินทร์พรน้ิ ต้ิงแอนด์พับลิชชิ่ง จำ� กัด (มหาชน)
๓๗๖ ถนนชัยพฤกษ์ แขวงตลงิ่ ชัน เขตตลิ่งชนั กรงุ เทพฯ ๑๐๑๗๐
โทรศพั ท์ ๐ ๒๔๒๒ ๙๐๐๐, ๐ ๒๘๘๒ ๑๐๑๐ โทรสาร ๐ ๒๔๓๓ ๒๗๔๒, ๐ ๒๔๓๔ ๑๓๘๕
E-mail : [email protected] Homepage : http://www.amarin.com

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ค�ำน�ำ

กรงุ เทพมหานคร เปน็ เมอื งศนู ยก์ ลางทางดา้ นการเมอื ง การปกครอง และเศรษฐกจิ เปน็ มหานคร
แห่งวฒั นธรรมทีม่ ีประวตั ิความเปน็ มาอนั ยาวนาน มีความหลากหลาย และร่วมสมยั ซึง่ วฒั นธรรมเหล่านี้
เกิดจากการอยู่ร่วมกนั ของกลุ่มคนทีม่ ีความแตกต่างทั้งในด้านเชื้อชาติและศาสนา ที่มีการหลอมรวมกัน
จนเกิดเปน็ วฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ กรงุ เทพมหานครอนั ทรงคณุ คา่ ตอ่ วถิ ชี ีวติ ของผ้อู ยอู่ าศยั เปน็ แรงดงึ ดดู ผูค้ น
จากท่ัวโลกให้มาท่องเที่ยว การดำ�เนินงานบริหารจัดการด้านวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครจึงมีความ
สำ�คญั ไม่ว่าจะเป็นการอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู ถา่ ยทอด สง่ เสรมิ แลกเปลย่ี น และพฒั นา ปจั จบุ นั หนว่ ยงานทง้ั ภาครฐั
ภาคเอกชน ประชาสงั คม และชมุ ชน ตา่ งดำ�เนนิ งานวฒั นธรรมโดยขาดการบรู ณาการรว่ มกนั ประกอบกบั การท่ี
ประเทศไทยกำ�ลงั จะเขา้ รว่ มเปน็ สว่ นหนงึ่ ของประชาคมอาเซยี นในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ สง่ ผลใหก้ รงุ เทพมหานคร
ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทส่ี ำ�คญั โดยเฉพาะความตอ้ งการเปน็ ศนู ยก์ ลางของอาเซียนในด้านต่างๆ
แนวโนม้ ของความแตกตา่ งหลากหลายจะมีมากขึ้น เกิดการไหลบ่าทางวัฒนธรรมจากการที่กลุ่มคนต่างๆ
เข้ามาประกอบอาชีพและอยู่อาศัยเป็นจำ�นวนมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผบู้ รหิ ารกรงุ เทพมหานคร ไดต้ ระหนกั ถงึ ความจำ�เปน็ ในการจดั ทำ�แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร
เพือ่ ใช้เปน็ กรอบและแนวทางในการบริหารจดั การงานทางด้านวฒั นธรรม รวมทั้งเปน็ เครือ่ งมือและกลไก
ในการพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพมหานคร ให้สามารถตอบสนองต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพ จึง
มอบหมายให้สำ�นักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ในฐานะหน่วยงานที่กำ�กับ
ดแู ล และดำ�เนินงานด้านวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร ร่วมกับสถาบนั วิจัยภาษาและวฒั นธรรมเอเชีย
มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ดำ�เนนิ การศกึ ษาวจิ ยั และรว่ มจดั ทำ�แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร โดยอาศยั ความ
ร่วมมือจากทกุ ภาคส่วน ซึ่งเปน็ แผนวฒั นธรรมฉบับแรกของกรุงเทพมหานคร

สำ�นักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเทีย่ ว กรงุ เทพมหานคร หวงั เปน็ อย่างยิ่งว่า แผนวัฒนธรรม
กรงุ เทพมหานครฉบบั น้ีจะสามารถนำ�ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนอ์ ยา่ งสงู สดุ ในการธำ�รงไวซ้ ง่ึ เอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรม
สร้างความภาคภูมิใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น รวมท้ังมีส่วนร่วมในการ
สร้างความสัมพันธ์กับประชาคมอาเซียนต่อไป

สำ�นกั วฒั นธรรม กีฬา และการทอ่ งเทีย่ ว กรงุ เทพมหานคร


กันยายน ๒๕๕๗

3

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

สารบญั

บทสรปุ ๗

สว่ นที่ ๑ วัฒนธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสังคมวัฒนธรรม ๓๕
๑.๑ แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกบั วฒั นธรรม การเปลยี่ นแปลง และการจดั การ ๓๗
ทางวฒั นธรรม ๔๙
๑.๒ ปัจจยั ทสี่ ่งผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเมือง ๕๗
๑.๓ ทศิ ทางการขับเคล่อื นวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร มองผ่านแผนพฒั นา

สว่ นท่ี ๒ สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ๖๕
๖๖
๒.๑ สถานการณ์แวดล้อมในการดำ� เนินงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร : ๘๙
สถานการณ์แวดล้อมภายนอกองค์กร กรงุ เทพมหานคร
๒.๒ สถานการณ์แวดล้อมในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร :
สถานการณ์แวดล้อมภายในองค์กร กรุงเทพมหานคร

สว่ นที่ ๓ การก�ำหนดต�ำแหน่งยทุ ธศาสตร์ ๑๐๗
๓.๑ การวิเคราะห์จดุ แข็ง จดุ อ่อน โอกาส และข้อจ�ำกดั ในการด�ำเนนิ งานวฒั นธรรม
ของกรุงเทพมหานคร ๑๐๘
๓.๒ การประเมินผลกระทบต่อสถานการณ์แวดล้อมภายในและภายนอก
ทมี่ ีผลต่อการด�ำเนินงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร ๑๒๕
๓.๓ การประเมินตำ� แหน่งทางยทุ ธศาสตร์ (strategic position) ของกองวัฒนธรรม
และส�ำนักงานเขตโดยเทคนคิ TOWS Matrix ๑๔๐

สว่ นที่ ๔ การสงั เคราะห์และการจัดท�ำแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ๑๕๓
ฉบบั ท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒) ๑๕๔
๔.๑ การกำ� หนดวสิ ัยทัศน์และค่านิยมร่วม ๑๕๖
๔.๒ แนวทางการการก�ำหนดกลยุทธ์เพือ่ การวางแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ๑๕๗
๔.๓ การก�ำหนดกลยุทธ์ในการจัดท�ำแผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ๑๗๑
๑๗๙
๔.๔ การจัดท�ำร่างแผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑ (๒๕๕๘-๒๕๖๒)
๔.๕ การนำ� เสนอเพ่ือยกร่างแผนและการส่งมอบแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ส่วนที่ ๕ แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒) ๑๘๑

บรรณานกุ รม ๑๙๓

4

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

สารบญั ตาราง

ตารางท่ี ๒.๑ จ�ำนวนนกั ท่องเทยี่ วต่างชาตทิ ี่เข้ามาในประเทศไทยช่วง ปี พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗ ๗๒

ตารางที่ ๒.๒ วัฒนธรรมกรุงเทพมหานครที่มีความโดดเด่น มบี ทบาท ๘๒
และเปน็ ที่ภาคภมู ิใจของชาวกรุงเทพมหานคร

ตารางที่ ๒.๓ จำ� นวนอัตรากำ� ลงั จ�ำแนกตามส่วนราชการส�ำนกั วฒั นธรรม กีฬา ๑๐๖
และการท่องเท่ยี ว

ตารางท่ี ๓.๑ แบบวิเคราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าทใ่ี นประเดน็ ท่เี ปน็ จุดแขง็ ๑๑๐

ตารางท่ี ๓.๒ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าที่ในประเดน็ ท่ีเป็นจุดอ่อน ๑๑๑

ตารางท่ี ๓.๓ แบบวิเคราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าทใ่ี นประเด็นที่เป็นโอกาส ๑๑๒

ตารางที่ ๓.๔ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าทใี่ นประเดน็ ที่เป็นข้อจ�ำกัด ๑๑๔

ตารางที่ ๓.๕ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของชมุ ชนในประเด็นทเ่ี ปน็ จดุ แข็ง ๑๑๕

ตารางที่ ๓.๖ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของชุมชนในประเด็นท่เี ปน็ จดุ อ่อน ๑๑๗

ตารางท่ี ๓.๗ แบบวิเคราะห์ SWOT ของชุมชนในประเดน็ ท่เี ปน็ โอกาส ๑๑๘

ตารางท่ี ๓.๘ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของชมุ ชนในประเด็นที่เป็นข้อจ�ำกดั ๑๒๐

ตารางท่ี ๓.๙ ประเด็นทเ่ี ปน็ จดุ แขง็ จดุ อ่อน โอกาส และข้อจ�ำกัดในแบบวเิ คราะห์ ๑๒๒
SWOT ชดุ ท่ี ๒ ท่ีเพม่ิ เตมิ จากแบบวเิ คราะห์ SWOT ชดุ ท่ี ๑

ตารางท่ี ๓.๑๐ ประเดน็ ที่เพิม่ ข้นึ ในแบบวิเคราะห์ SWOT ชุดท่ี ๒ ของเจ้าหน้าที่ ๑๒๒

ตารางที่ ๓.๑๑ เกณฑ์ในการจดั ระดบั ผลต่อการดำ� เนินงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ๑๒๕

ตารางท่ี ๓.๑๒ การจัดล�ำดบั ประเด็นจุดแขง็ ท่มี ผี ลกระทบต่อความสำ� เรจ็ ในการ ๑๒๖
ขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร

ตารางท่ี ๓.๑๓ การจดั ลำ� ดับประเด็นจดุ อ่อนท่มี ีผลกระทบต่อความส�ำเร็จใน ๑๒๙
การขับเคลอื่ นงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

ตารางท่ี ๓.๑๔ การจัดลำ� ดับประเด็นโอกาสท่ีมผี ลกระทบต่อความสำ� เรจ็ ในการ ๑๓๒
ขับเคลื่อนงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร

ตารางที่ ๓.๑๕ การจดั ล�ำดบั ประเด็นข้อจำ� กดั ทมี่ ผี ลกระทบต่อความส�ำเร็จในการ ๑๓๖
ขบั เคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

5

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒) ๑๔๐
๑๔๑
ตารางที่ ๓.๑๖ การก�ำหนดช่วงนำ�้ หนักและล�ำดับความส�ำคญั ๑๔๖
ตารางท่ี ๓.๑๗ เมทรกิ ซ์การประเมินปจั จัยภายใน จุดแขง็ และจุดอ่อน ๑๔๖
ตารางที่ ๓.๑๘ การก�ำหนดช่วงน้�ำหนกั และลำ� ดบั ความส�ำคัญ
ตารางที่ ๓.๑๙ เมทริกซ์การประเมนิ ปัจจยั ภายนอก โอกาส และข้อจ�ำกัด

สารบญั แผนภาพ ๙๙
๑๕๑
แผนภาพที่ ๒.๑ ผงั แสดงอตั รากำ� ลงั ในแต่ละกลุ่มงานของกองวัฒนธรรม ๑๕๖
แผนภาพที่ ๓.๑ แสดงต�ำแหน่งยุทธศาสตร์ของกองวฒั นธรรมในปจั จุบัน
แผนภาพที่ ๔.๑ แสดงสถานการณ์การขับเคลอ่ื นกลยุทธ์ขององค์กร

สารบัญแผนภมู ิ ๙๕

แผนภูมิท่ี ๒.๑ แสดงจำ� นวนบคุ ลากรของส�ำนักวฒั นธรรม กีฬา และการท่องเท่ียว
กรุงเทพมหานคร

6

บทสรุป
แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

บทสรุป
แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ทม่ี า

กรงุ เทพมหานคร เปน็ เมอื งหลวงของประเทศไทยมาเปน็ เวลานานกวา่ ๒๐๐ ปี มคี วามส�ำคญั ในฐานะ
เปน็ ศนู ยก์ ลางทางเศรษฐกจิ การเมอื ง การปกครองของประเทศ และรวมถงึ การเปน็ ศนู ยร์ วมของวฒั นธรรม
ทม่ี คี วามเกา่ แกแ่ ละหลากหลาย อนั เกดิ จากอยรู่ ว่ มกนั ของกลมุ่ ชาตพิ นั ธต์ุ า่ งๆ เปน็ เวลานาน หลอมรวมกนั
เป็นวัฒนธรรมท้องถ่ินกรุงเทพมหานครทีท่ รงคุณค่าทางประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรม กรงุ เทพมหานคร
จงึ เปน็ แหลง่ ดงึ ดดู ผคู้ นจากภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ นกั ทอ่ งเทย่ี วจากทว่ั โลกใหเ้ ดนิ ทางเขา้ มา
ท่องเที่ยว และศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และแหล่ง
ท่องเทีย่ วรปู แบบอืน่ ๆ เพื่อให้การจัดการวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครเปน็ ไปอย่างมีทศิ ทาง อนั จะเป็น
การธำ� รงรกั ษาวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ กรงุ เทพมหานครใหค้ งอยสู่ บื ไป สำ� นกั วฒั นธรรม กฬี า และการทอ่ งเทยี่ ว
กรงุ เทพมหานคร จงึ กำ� หนดใหม้ กี ารจดั ทำ� แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)
ขนึ้ การดำ� เนนิ งานในครง้ั นมี้ วี ตั ถปุ ระสงค์ ๓ ประการ คอื เพอื่ ใหก้ รงุ เทพมหานคร มแี ผนวฒั นธรรมทส่ี ามารถ
น�ำไปใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครในด้านต่างๆ
เพอื่ ใหก้ รงุ เทพมหานคร สามารถใชแ้ ผนวฒั นธรรมเปน็ เครอ่ื งมอื และกลไกในการพฒั นากรงุ เทพมหานคร
ให้เป็นเมืองน่าอยู่ รวมท้ังเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของคนกรุงเทพมหานคร
และเพ่ือให้ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องได้มีส่วนร่วมในการบูรณาการแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

วธิ ดี ำ� เนนิ โครงการ

การด�ำเนินงานจัดท�ำแผนวัฒนธรรมฯ ใช้วิธีการท่ีหลากหลายและด�ำเนินงานอย่างเป็นข้ันตอน
โดยในเบ้ืองต้นศึกษาข้อมูลเอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับแนวคิดเก่ียวกับวัฒนธรรม ปัจจัยที่ส่ง
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเมืองและวัฒนธรรม แผนพัฒนาต่างๆ จากน้ัน มีการส�ำรวจและค้นหา
วฒั นธรรมกรงุ เทพมหานครเพอื่ รวบรวมข้อมลู เกยี่ วกบั วฒั นธรรมทย่ี งั คงมบี ทบาทและมคี วามโดดเด่น
เป็นทภ่ี าคภูมใิ จของชุมชน ด้วยการจัดวงสนทนาผู้เกี่ยวข้องกับการด�ำเนนิ งานวฒั นธรรมในเขตต่างๆ จัด
8

บทสรุป
แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ท้งั สน้ิ ๕๐ ครั้ง ซึ่งท�ำให้สามารถวิเคราะห์ประเภทวัฒนธรรมท่ีมีอยู่ในกรุงเทพมหานคร และเพ่อื ศกึ ษา
การจัดการวัฒนธรรมของชุมชน จึงมีการศึกษาเชิงลึกการจัดการวัฒนธรรมในชุมชนที่ประสบความ
สำ� เรจ็ จ�ำนวน ๑๐ พนื้ ที่ ต่อจากนนั้ จงึ วเิ คราะห์สถานการณ์แวดล้อมในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของ
กรุงเทพมหานครท้งั ภายนอกและภายในองค์กรกรงุ เทพมหานคร ด้วยการใช้ข้อมลู ทไี่ ด้มาจากการศกึ ษา
เอกสาร งานวิจัย การจัดการเสวนา และการศึกษาวัฒนธรรมแบบเจาะลึก มาประมวลร่วมกับผลจาก
การสัมภาษณ์ผู้บริหาร และการสนทนากลุ่มเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

ส่วนส�ำคัญในการด�ำเนินงาน คือ การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจ�ำกัดในการ
ด�ำเนินงานวัฒนธรรมและการก�ำหนดต�ำแหน่งยุทธศาสตร์ของแผนฯ ท่ีปรึกษาได้ใช้แนวคิด SWOT และ
TOWS ในการวิเคราะห์ การประชุมเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานและชุมชน รวมทั้งการสอบทานความคิดเห็น
จ�ำนวน ๕ ครั้ง มกี ารจดั การประชุมผู้เกี่ยวข้องเพอื่ ประเมินผลกระทบ การก�ำหนดวิสัยทศั น์ ค่านยิ มร่วม
ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และโครงการ/กิจกรรม โครงการจดั ท�ำแผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑
(พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๒) ใชก้ ารจดั การสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเปน็ เครอ่ื งมอื สำ� คญั ในการสร้างการมสี ว่ นรว่ ม
ของผู้เก่ียวข้อง โดยมกี ารจัดทั้งสิน้ ๕ ครั้ง คร้ังที่ ๑ เพ่ือนำ� เสนอผลการรวบรวมและการวเิ คราะห์ข้อมลู
วฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ชแ้ี จงเปา้ หมายของโครงการ และขอความรว่ มมอื ในการจดั ทำ� แผนวฒั นธรรม
กรุงเทพมหานคร ครงั้ ที่ ๒ เพื่อสอบทานแบบประเมนิ SWOT ของทปี่ รกึ ษา ครงั้ ท่ี ๓ เพื่อก�ำหนดวิสยั ทัศน์
และค่านิยมร่วม คร้ังที่ ๔ เพื่อน�ำเสนอร่างแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครฯ เพ่ือให้ที่ประชุมได้ร่วมกัน
พิจารณาให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และคร้ังท่ี ๕ เป็นการน�ำเสนอแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
ฉบับสมบรู ณ์ต่อสาธารณะ

แนวคิดประกอบการจัดทำ� แผนฯ

การจัดท�ำแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒) ใช้แนวคิด การ
ศกึ ษาและวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วข้อง ๓ ประเดน็ คอื (๑) วฒั นธรรม การเปลย่ี นแปลง และการจดั การทางวฒั นธรรม
(๒) ปจั จัยทส่ี ่งผลกระทบกับการเปล่ียนแปลงสงั คมและวัฒนธรรมเมอื ง และ (๓) ทิศทางการขบั เคลื่อน
วัฒนธรรมกรุงเทพมหานครมองผ่านแผนพัฒนา ซง่ึ สรปุ ได้ดงั น้ี

แนวคดิ เกย่ี วกับวัฒนธรรม การเปลยี่ นแปลง และการจัดการทรัพยากรทางวฒั นธรรม
วัฒนธรรม หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น นับตั้งแต่ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี
ศาสนา ความเชอ่ื ค่านยิ ม ขนบธรรมเนียม ประเพณี  กฎหมาย  ศิลปะ ตลอดจนวทิ ยาการและเทคโนโลยี
ต่างๆ มีการสบื ทอดกนั มา วฒั นธรรมมีการเปลย่ี นแปลงไปตามเง่ือนไขและกาลเวลา เมอ่ื มกี ารใช้วิธกี าร
ใหม่ท่ีสามารถแก้ปญั หาและตอบสนองความต้องการของสงั คมได้ดกี ว่า อาจมีการเลิกใช้วฒั นธรรมเดิม
ดังนั้น การธ�ำรงไว้ซึง่ วฒั นธรรมจึงต้องมีการปรับปรงุ ให้เหมาะสมตามยคุ สมยั
ในสงั คมใหญห่ รอื สงั คมทม่ี คี วามสลบั ซบั ซอ้ น ประกอบดว้ ยพลเมอื งทเ่ี ปน็ คนหลายกลมุ่ หรอื หลาย
เชอ้ื ชาติ สงั คมดังกล่าวจะมวี ฒั นธรรมใน ๒ ระดบั คือ วัฒนธรรมหลกั (core culture) เป็นวฒั นธรรมท่ีคน
ส่วนใหญ่ในสงั คมใช้ร่วมกันก่อเกดิ เป็นระเบยี บในสังคม และวฒั นธรรมรอง (sub culture) เปน็ วัฒนธรรม
ท่ีใช้กนั ในกลุ่มคนบางกลุ่ม มกั เป็นส่วนหนึ่งของวฒั นธรรมท่ัวไป

9

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

วัฒนธรรมแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คอื วฒั นธรรมทจ่ี บั ต้องได้ (tangible culture) เป็นสงิ่ ทม่ี นษุ ย์
สร้างขนึ้ เช่น สง่ิ ของเครือ่ งใช้ อาหาร อาคารบ้านเรอื น เสื้อผ้า เคร่อื งประดับ เป็นต้น และวัฒนธรรมที่
จบั ต้องไม่ได้ (intangible culture) เปน็ การแสดงออก แบบแผนการด�ำเนินชวี ติ ความคิด อุดมการณ์ ความ
เช่ือ ภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี การปฏบิ ัติสบื ต่อกนั มา มีลักษณะเป็นนามธรรมท่มี องเห็นไม่ได้ การ
เปลยี่ นแปลงวฒั นธรรมมสี าเหตสุ ำ� คญั ๒ ประการ คอื การหยบิ ยมื หรอื ลอกเลยี น แบบวฒั นธรรม (cultural
borrowing) และการประดิษฐ์คดิ ค้น (invention) วัฒนธรรม

ส�ำหรับการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมท่ีจับต้องได้
(tangible cultural resource) หรอื ทรัพยากรทางวฒั นธรรมทีจ่ ับต้องไม่ได้ (intangible cultural resource)
ต้องการการจัดการเพ่ือธ�ำรงไว้ซ่ึงคุณค่าท่ีมีต่อสังคม โดยใช้การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ทั้งน้ี
แนวคดิ ทฤษฎเี มอื งยง่ั ยนื ไดก้ ลา่ วไวว้ า่ การพฒั นาเมอื งยง่ั ยนื ตอ้ งอาศยั การมสี ว่ นรว่ ม ตง้ั แตร่ ะดบั รากฐาน
ของสงั คม การมสี ว่ นรว่ มและความรว่ มมอื ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ เปน็ ปจั จยั ตดั สนิ ในการทำ� งาน
ให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์

ปัจจยั ทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ การเปลยี่ นแปลงสงั คมและวฒั นธรรมเมือง
โลกาภิวัตน์ (globalization) การเช่ือมโยงของโลกได้เกิดการสร้างความเป็นตะวันตกหรือความ
ทนั สมยั การสรา้ งความกลมกลนื เปน็ หนงึ่ เดยี ว การสรา้ งความเปน็ เสรี การท�ำใหเ้ ปน็ สากล และการลบเลอื น
ของอาณาเขตและเขตแดนของประเทศ ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรม 3 ประการ ดงั นี้ (๑) วัฒนธรรม
รวมตวั (cultural homogenization) (๒) วฒั นธรรมแตกตวั (cultural heterogenization) และ (๓) วฒั นธรรม
ลกู ผสม (cultural hybridization) ทงั้ นี้ ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ การเปลยี่ นแปลงวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร
ท่ีส�ำคัญ ได้แก่ ปัจจัยด้านประชากร ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านการรวมตัวของประชาคม
อาเซยี น
ทิศทางการขับเคลอื่ นวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานครมองผ่านแผนพัฒนา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาตฉิ บับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๙)
ในจ�ำนวนยุทธศาสตร์ ทั้ง ๖ ข้อของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๙) ยุทธศาสตร์
ทส่ี อดคลอ้ งกบั แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานครมากทส่ี ดุ คอื ยทุ ธศาสตรข์ อ้ ที่ ๒ “ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา
คนสสู่ งั คมแหง่ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ อยา่ งยงั่ ยนื ” เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพคนไทยทกุ กลมุ่ วยั ใหม้ คี วามพรอ้ มทงั้
กาย ใจ สตปิ ญั ญา มีระเบียบวินัย มจี ิตสำ� นกึ วัฒนธรรมทดี่ งี ามและรู้คุณค่าความเปน็ ไทย มีโอกาสและ
สามารถเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีแนวทางส�ำคัญ ได้แก่ ๑) ปรับโครงสร้างและการกระจายตัวประชากร
ให้เหมาะสม ๒) พัฒนาคุณภาพคนไทยให้มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลีย่ นแปลง ๓) ส่งเสริมการลดปจั จยั เส่ียง
ด้านสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม ๔) ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้
๕) เสริมสร้างความเข้มแขง็ ของสถาบนั ทางสงั คม
แผนแมบ่ ทวัฒนธรรมแหง่ ชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๙)
แผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๙) ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ซึ่งถือว่า
เป็นกรอบทิศทางของแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครในทุกยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนา

10

บทสรุป
แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ระบบบรหิ ารจัดการศาสนา ศิลปะ และวฒั นธรรม ยุทธศาสตร์ที่ ๒ อนรุ กั ษ์ สืบทอด และส่งเสรมิ การ
ดำ� เนนิ งานดา้ นศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรมบนพน้ื ฐานความหลากหลายทางวฒั นธรรม ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓
ธำ� รง รกั ษา สถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์ ให้คงอยู่ค่สู งั คมไทย ยทุ ธศาสตร์ที่ ๔ สร้างสงั คมคู่
คณุ ธรรมในกระแสโลกาภวิ ตั น์ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๕ สรา้ งภาคขี บั เคลอ่ื นการดำ� เนนิ งานทางศาสนา ศลิ ปะ และ
วฒั นธรรม และยทุ ธศาสตร์ท่ี ๖ น�ำทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิม่ ทางเศรษฐกิจและคณุ ค่าทางสงั คม

แผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ ๑๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๓)
กรอบการพัฒนาภาคมหานครในอนาคต ได้ก�ำหนดล�ำดับข้ันและทิศทางการพัฒนาไว้ในระยะ
๕ ปี ระยะ ๑๕ ปี ระยะ ๓๐ ปี และระยะ ๕๐ ปี โดยมีสาระสำ� คญั ของยทุ ธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ
การพฒั นากรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑลทเี่ กย่ี วข้องกบั แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ๒ ยทุ ธศาสตร์
คือ ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ พัฒนาศักยภาพเมืองเพื่อก้าวทันการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเป็นมหานครแห่ง
การเรยี นรู้ (developing strong economy and knowledge-based society) และยทุ ธศาสตร์ท่ี ๔ พฒั นา
กรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม (providing good
quality of life in cultural mega-city)
วสิ ัยทัศนก์ รุงเทพมหานคร (พ.ศ. ๒๕๗๕)
วสิ ยั ทศั นก์ รงุ เทพมหานคร ปี ๒๕๗๕ ประกอบดว้ ย ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๑ มหานครปลอดภยั ยทุ ธศาสตร์
ที่ ๒ มหานครสเี ขียวสะดวกสบาย ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ มหานครส�ำหรับทุกคน ยุทธศาสตร์ที่ ๔ มหานคร
กะทดั รดั ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๕ มหานครแหง่ ประชาธปิ ไตย ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๖ มหานครแหง่ เศรษฐกจิ และการเรยี นรู้
และประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๗ การบรหิ ารจดั การ ยทุ ธศาสตรท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร
มากทส่ี ดุ คอื ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๓ มหานครสำ� หรบั ทกุ คน และยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๖ มหานครแหง่ เศรษฐกจิ และการ
เรยี นรู้ โดยยทุ ธศาสตรท์ ่ี๓ มหานครสำ� หรบั ทกุ คน ประกอบดว้ ย๔ ประเดน็ ยทุ ธศาสตรย์ อ่ ยคอื ๑)สงิ่ อำ� นวย
ความสะดวกและสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ๒) เมืองแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจ
๓) การศึกษาส�ำหรับทกุ คน และ ๔) สังคมพหวุ ฒั นธรรม ยุทธศาสตร์ที่ ๖ มหานครแห่งเศรษฐกจิ และ
การเรียนรู้ประกอบด้วย ๙ ประเด็นยุทธศาสตร์ย่อย คอื ๑) ศูนย์กลางด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และ
บริการสีเขยี ว ๒) ศนู ย์กลางการค้าการเงินและการลงทนุ ๓) ศูนย์กลางทางการแพทย์และการท่องเทีย่ ว
เชิงการแพทย์ ๔) ศูนย์กลางทางการท่องเท่ียวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม ๕) ศูนย์กลางธุรกิจตามฐาน
นวตั กรรม-วฒั นธรรม ๖) ศนู ยก์ ลางการจดั ประชมุ นทิ รรศการและศนู ยร์ วมการจดั ตงั้ สำ� นกั งานของภมู ภิ าค
๗) อาเซยี นศึกษา ๘) ศูนย์กลางทางการศกึ ษาและการวิจยั และ ๙) ศนู ย์กลางการจดั ประชุมนทิ รรศการ
และศนู ย์รวมการจดั ตง้ั สำ� นกั งานของภูมิภาค
การศกึ ษาถงึ ความหมายและแนวคดิ ทเี่ กยี่ วกบั วฒั นธรรม และแผนพฒั นาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วฒั นธรรม
กรุงเทพมหานคร จะเห็นได้ว่างานวฒั นธรรมเปน็ เร่อื งใหญ่ มีความละเอียดอ่อน สามารถเปลี่ยนแปลงไป
ตามบริบทและเหตุปัจจัยต่างๆ รายละเอียดดังกล่าวข้างต้นมีความส�ำคัญต่อการจัดท�ำแผนวัฒนธรรม
กรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

11

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

สถานการณ์แวดล้อมในการดำ� เนินงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร : สถานการณ์
แวดลอ้ มภายนอกองค์กร กรงุ เทพมหานคร

ในการอธบิ ายสภาพแวดล้อมภายนอกทมี่ สี ่วนในการกำ� หนดแผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ได้
ใช้แนวคิด PEST analysis เปน็ เครือ่ งมอื ในการวเิ คราะห์ ได้แก่ ปจั จยั ทางการเมือง (P–Politic) ปัจจัยทาง
เศรษฐกิจ (E–Economic) ปัจจัยทางสังคม (S–Social) และปัจจัยทางเทคโนโลยี (T-Technological) โดย
พจิ ารณาจากสถานการณ์แวดล้อมด้านต่างๆ ทัง้ ในระดับ โลก อาเซยี น และประเทศ

ความเปลย่ี นแปลงในสงั คมโลกทีส่ �ำคญั คือ การเกดิ กระแสโลกาภิวตั น์ซ่ึงมผี ลต่อค่านิยมระดับ
โลกใน ๓ ลักษณะ คอื ค่านยิ มทางการเมือง ค่านิยมทางเศรษฐกจิ และค่านยิ มทางสงั คม นอกจากน้ี
โลกาภิวตั น์ยงั มีผลท�ำให้เกดิ การรวมกลุ่มของประเทศต่างๆ ท่วั โลก เกดิ ปัญหาความเหลื่อมล�้ำระหว่าง
ภูมิภาค มผี ลกระทบต่อการบรหิ ารประเทศ และค่านยิ มท้องถิ่น

ส�ำหรับประเทศไทย โครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยยังมีความเส่ยี งเนอื่ งจากไม่สามารถรองรบั
การเจรญิ เตบิ โตอย่างยง่ั ยนื ประเทศไทยจำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารเตรยี มความพรอ้ มในดา้ นตา่ งๆ เพอ่ื การปรบั ตวั
ใหท้ นั กบั การเปลยี่ นแปลงทกี่ ำ� ลงั เกดิ ขน้ึ อยา่ งไรกต็ าม คาดวา่ การเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี นในปี ๒๕๕๘ จะ
สง่ ผลดตี อ่ ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศไทย ดว้ ยปจั จยั เออื้ หลายประการ อาทิ ทต่ี งั้ ทางภมู ศิ าสตร์ ระดบั การ
พฒั นาประเทศ ขนาดของเศรษฐกจิ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ทด่ี กี บั อาเซยี น และทนุ ด้านการท่องเทย่ี ว

นอกจากนี้ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของโลก มีผลกระทบต่อการเคล่ือนย้ายคน ท�ำให้เกิดความ
หลากหลายทางวัฒนธรรม เกิดการเปล่ยี นแปลงโครงสร้างการผลติ แต่ในมติ ขิ องการท่องเท่ียวของไทย
กลับมองว่า ประชากรสูงอายุเป็นตลาดเป้าหมายของไทย ท�ำให้เกิดตลาดท่องเท่ียวเพื่อสุขภาพ อีกท้ัง
การสื่อสารในสังคม ด้วยเคร่ืองมือส่ือสารประเภทต่างๆ ท้ังสื่อสารมวลชน (mass media) และสื่อใหม่
(new media) ทีเ่ น้นส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เปน็ เทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร เปน็ ส่อื กลางให้บคุ คลท่วั ไปมสี ่วนร่วม
สร้างและแลกเปล่ยี นความคิดเห็น เปน็ อีกหนึ่งปจั จยั ทมี่ ีความสำ� คัญ ท่มี ผี ลต่อการอนรุ กั ษ์ ส่งเสริม และ
พัฒนาวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ทั้งในมิติทเ่ี ป็นโอกาสและท่เี ปน็ อปุ สรรค

ส�ำหรับกรุงเทพมหานคร ในฐานะจังหวัดหน่ึงของประเทศไทย มีลักษณะการใช้พื้นที่ที่มีความ
แตกต่างของพื้นที่ด้านการกระจายตัวของประชากร และการใช้ท่ีดิน โดยเขตชั้นในมีความหนาแน่นของ
ประชากรค่อนข้างสูง การเพ่มิ ขนึ้ ของประชากรกรงุ เทพมหานคร เกดิ จาก ๓ ปัจจัย คอื จากการเพมิ่ ขึน้
ตามธรรมชาติ จากการย้ายถ่ิน และจากการเปล่ียนแปลงของขอบเขตพน้ื ท่เี ป็นเมอื ง ลักษณะประชากรมี
ผลต่อการเปล่ยี นแปลงทางวฒั นธรรมเมอื ง จ�ำนวนประชากรที่มาก และมีความหลากหลายท�ำให้สงั คม
กรุงเทพฯ กลายเป็นสังคมปัจเจก อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานคร นับว่าเป็นเมืองแห่งการท่องเท่ียว มี
ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานท่ีสนับสนุนการท่องเที่ยว เป็นปัจจัยส�ำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว
ซง่ึ ได้แก่ความปลอดภยั ความสะดวกในการคมนาคม และการบริการทพี่ ักแรม

ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีบทบาทในประชาคมโลกด้านสังคมและวัฒนธรรม ในอนาคตจะมี
การขยายพ้ืนท่ีภาคมหานครไปยังจังหวัดปริมณฑลโดยมีแนวทางในการแก้ปัญหาการขยายตัวของเมือง
กรุงเทพฯ มีความเปน็ เมอื งโตเดี่ยว (primate city) ในมิตดิ ้านวัฒนธรรม กรุงเทพฯ จงึ เปน็ เมืองทเี่ ปิดรบั

12

บทสรปุ
แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

การเปลย่ี นแปลงของวฒั นธรรมโลกอยา่ งเตม็ รปู แบบ มลี กั ษณะปจั เจกนยิ ม มวี ถิ ชี วี ติ ทรี่ บี เร่ง โลกของสอื่
ออนไลน์มอี ทิ ธพิ ลสูง กรุงเทพมหานครเป็นเมืองท่ีมีทนุ ทางวฒั นธรรม มคี วามหลากหลายและร่ำ� รวย ท้ัง
ทนุ ทางวฒั นธรรมดัง้ เดมิ และทุนทางวฒั นธรรมสมัยใหม่ จากการลงพื้นท่ี พบว่าวัฒนธรรมท่ียังมบี ทบาท
โดดเด่น และชมุ ชนภาคภมู ใิ จ มีครบท้ัง ๕ สาขา คอื ๑) ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละศาสนา ๒) ศลิ ปะ
๓) การช่างฝีมอื ๔) คหกรรมศลิ ป์ และ ๕) กีฬาและนนั ทนาการ ทง้ั ๕ สาขามีจำ� นวนมากกว่า ๕๐๐
วฒั นธรรม และจากการศกึ ษา ๑๐ กรณศี กึ ษา พบวา่ (๑) กรงุ เทพมหานครเปน็ ศนู ยร์ วมวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่
ที่หลากหลายมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เป็นท่ีดึงดูดนักท่องเท่ียว (๒) ชุมชนมีผู้มีความรู้วัฒนธรรม
ท�ำให้สามารถธ�ำรงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ได้ (๓) มีองค์กรและเครือข่ายทางสังคมที่สนับสนุน
งานด้านวัฒนธรรม (๔) การมีเครือข่ายทางวัฒนธรรมท้ังในและต่างประเทศ (๕) ภาคธุรกิจเอกชนให้
ความส�ำคัญกับงานวัฒนธรรม (๖) ขาดการสบื ทอดวัฒนธรรมชมุ ชนคนรุ่นใหม่ไม่เห็นความส�ำคัญ และ
(๗) มีการประสานงานทด่ี ีระหว่างภาครัฐและประชาชนในพน้ื ที่ และระหว่างภาคประชาชนด้วยกนั เอง

การเมืองเก่ียวข้องกับการบริหารงานกรุงเทพมหานคร โดยท่ีกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวม
ทางการเมือง ดังนั้นเม่ือเกิดความขัดแย้งทางการเมือง จึงมักส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของคน
กรุงเทพมหานคร และการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร ท�ำให้การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า รวม
ทั้งกระทบต่อความเชื่อม่ันของนักท่องเท่ียวและนักลงทุนท่ีมีต่อกรุงเทพมหานครด้วย ในการบริหาร
งาน รัฐบาลมีอ�ำนาจในการควบคุมก�ำกับการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร ดังน้ัน การมีทีมบริหาร
กรุงเทพมหานครท่ีสังกัดคนละพรรคกับรัฐบาล ย่อมส่งผลต่อการบริหารงานของกรุงเทพมหานครได้
นอกจากน้ีการพัฒนากรุงเทพมหานครที่ผ่านมา อาจไม่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ส่ิงที่มีคุณค่า ภูมิทัศน์
เมอื งเกา่ แหลง่ โบราณสถาน และสงิ่ กอ่ สรา้ งทม่ี คี ณุ คา่ ขาดการบำ� รงุ รกั ษา ดงั นน้ั การมกี ฎหมาย ระเบยี บ
และข้อบงั คับเกย่ี วกับการคุ้มครองมรดกทางวฒั นธรรม ท่มี ีความสอดคล้องกบั วถิ ชี วี ติ ของผู้คนในชุมชน
หรอื ย่านประวตั ศิ าสตร์เก่าแก่ต่างๆ จงึ มคี วามส�ำคญั ยง่ิ ในการทจี่ ะช่วยสนบั สนนุ และส่งเสรมิ การอนรุ กั ษ์
และพัฒนาวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ให้สามารถธ�ำรงไว้ซ่ึงเอกลักษณ์ส�ำคัญทางวัฒนธรรม สร้างความ
ภาคภูมใิ จและพัฒนาคุณภาพชวี ติ ทีด่ ีให้กับคนกรงุ เทพมหานครได้

สถานการณ์แวดล้อมการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร : สถานการณ์
แวดล้อมภายในองคก์ ร กรุงเทพมหานคร

การวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมภายในองค์กร กรุงเทพมหานคร ใช้การประเมินองค์กรจาก
ปัจจยั ๗ ประการ ตามแนวคิด McKinsey 7’S Framework ของ Robert Waterman และ Tom Peter พบ
ว่า โครงสร้างองค์กรในระดบั กรงุ เทพมหานคร มีการแบ่งส่วนงานออกเปน็ หน่วยงานระดับสำ� นัก มีส�ำนกั
วฒั นธรรม กฬี า และการท่องเท่ียว เปน็ ผู้ดูแลและรบั ผดิ ชอบงานด้านวฒั นธรรม และหน่วยงานระดับเขต
มีฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ส�ำนักงานเขต เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบงานด้านวัฒนธรรม
กรุงเทพมหานครด�ำเนินงานภายใต้นโยบาย ๖ ข้อ ได้แก่ มหานครแห่งความปลอดภยั มหานครแห่ง
ความสขุ มหานครสีเขยี วและสะอาด มหานครแห่งการเรียนรู้ มหานครแห่งโอกาสของทกุ คน และ
มหานครแห่งอาเซียน 

13

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ส�ำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร มีอ�ำนาจ หน้าท่ี และความ
รบั ผดิ ชอบงานในดา้ นตา่ งๆ ไดแ้ ก่ การอนรุ กั ษ์ สง่ เสรมิ เผยแพร่ ฟน้ื ฟบู ำ� รงุ รกั ษาศลิ ปวฒั นธรรมสรา้ งความรู้
ความเข้าใจ และการตระหนักในคุณค่าและเอกลักษณ์ที่ดีของความเป็นไทย ส่งเสริมและสนับสนุนการ
ให้บริการและจัดกิจกรรมทัง้ ด้านดนตรี กีฬา ห้องสมดุ ฯลฯ เพื่อส่งเสริมคณุ ภาพชีวิตให้แก่ประชาชนใน
พื้นที่กรุงเทพมหานคร พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว และแหล่งการเรียนรู้ทางศิลปะและวัฒนธรรม
ในรปู แบบต่างๆ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนศึกษา วิเคราะห์ วจิ ยั ปัญหา และแนวทาง
ในการพฒั นาและการด�ำเนนิ การด้านนนั ทนาการ กีฬา และวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับนโยบายและแผน
พัฒนากรุงเทพมหานคร และปฏิบัติหน้าที่อื่นท่ีเก่ียวข้อง ด�ำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “เป็นองค์กร
หลกั ด้านการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ขี องคนกรงุ เทพมหานคร ดว้ ยกฬี า นนั ทนาการ ดำ� รงไวซ้ งึ่ คณุ คา่ ทาง
ประวตั ศิ าสตรแ์ ละเอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรม และนำ� กรงุ เทพมหานครสกู่ ารเปน็ มหานครดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว
ระดบั โลก” บรหิ ารงานโดยผู้อำ� นวยการส�ำนักฯ และรองผู้อ�ำนวยการสำ� นกั ฯ มบี คุ ลากรปฏบิ ตั ิงานทง้ั สน้ิ
๑,๐๕๒ คน เปน็ ข้าราชการ ๕๗๙ คน ลกู จ้างประจ�ำ ๓๒๓ คน และลูกจ้างชัว่ คราว ๑๕๐ คน

กองวฒั นธรรมมหี นา้ ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบเกยี่ วกบั การอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู บำ� รงุ รกั ษาศลิ ปวฒั นธรรม
คา่ นยิ ม เอกลกั ษณค์ วามเปน็ ไทย และภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ การแลกเปลยี่ นศลิ ปวฒั นธรรม การจดั ใหม้ แี หลง่
เรียนรู้ทางวฒั นธรรมแก่ประชาชนในรูปแบบต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ท้องถ่นิ พพิ ธิ ภณั ฑ์เด็ก หอศลิ ป์ การ
สง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นาเครอื ขา่ ยการดำ� เนนิ งานดา้ นวฒั นธรรมทกุ ระดบั โดยเนน้ การมสี ว่ นรว่ มจาก
ภาคประชาชนและชมุ ชนในท้องถนิ่ ดำ� เนนิ งานเกยี่ วกบั ระเบยี บ กฎหมายทเ่ี กย่ี วข้อง ตดิ ตาม และประเมนิ
ผลการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ตลอดจนสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การพฒั นาบคุ ลากรทาง
วฒั นธรรม และปฏิบัตหิ น้าท่อี ่นื ทเี่ กี่ยวข้อง แบ่งหน่วยงานออกเปน็ ๓ ส่วน ได้แก่ กลุ่มงานส่งเสรมิ งาน
วฒั นธรรม กลุ่มงานพิพธิ ภณั ฑ์ หอศลิ ป์ และประตมิ ากรรม และกลุ่มงานธุรการ มีบุคลากรปฏิบตั ิงาน
ทั้งสนิ้ ๒๒ คน เป็นข้าราชการ ๑๙ คน ลกู จ้างประจำ� ๒ คน และลกู จ้างช่วั คราว ๑ คน โดยอตั ราต�ำแหน่ง
ข้าราชการกระจายอยู่ในกลุ่มงานต่างๆ เท่ากัน กลุ่มงานละ ๖ อัตรา

กรุงเทพมหานครให้การสนับสนุนการด�ำเนินงานและการพัฒนางานวัฒนธรรมในระดับหนึ่ง
นอกจากมหี น่วยงานดแู ลโดยตรงแลว้ ยงั มกี ารมอบหมายหนา้ ทใ่ี หแ้ ก่บคุ ลากรอยา่ งชดั เจน เปน็ รายบคุ คล
นอกจากน้ี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และกลุ่มผู้ปฏิบตั งิ าน ต่างให้ความส�ำคญั ในการพฒั นาการท�ำงาน
ดว้ ยเทคโนโลยสี มยั ใหม่ และการมรี ะบบสารสนเทศและการสอ่ื สารทท่ี นั สมยั อกี ทงั้ บรหิ ารงานวฒั นธรรม
แบบประชาชนมสี ่วนร่วม ดงั ความตอนหนง่ึ ของนโยบายข้อท่ี ๕ ท่ีว่า ให้ภาคประชาชนร่วมเสนอความ
คดิ เห็น และตรวจสอบการบรหิ ารงานของกรงุ เทพมหานคร

นอกจากหน่วยงานในส่วนกลางแล้ว ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ส�ำนักงานเขต เป็น
หน่วยงานท่ีด�ำเนินงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ มีบทบาทส�ำคัญยิ่งในการด�ำเนินงานวัฒนธรรม แต่
ด้วยภาระงานที่มปี ริมาณมากและด้วยจ�ำนวนบคุ ลากรทมี่ ีน้อย งานวัฒนธรรมจงึ ไม่ได้รบั การดแู ลดำ� เนิน
งานเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรุงเทพมหานครท�ำงานวัฒนธรรมโดยเช่ือมประสานกับเครือข่าย
ต่างๆ ท้ังภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทง้ั นี้ เครือข่ายที่มคี วามสำ� คญั ยงิ่ คือ สภาวัฒนธรรม
กรุงเทพมหานครซ่ึงเป็นองค์กรดูแลและรับผิดชอบงานวัฒนธรรมภาคประชาชน ประกอบด้วยสภา
วฒั นธรรมเขตท่ีมปี ระจำ� อยู่ในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร
14

บทสรุป
แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

อนง่ึ กรงุ เทพมหานครเปน็ มหานครแห่งวฒั นธรรม และด้วยเหตทุ ก่ี รงุ เทพมหานครเองเลง็ เหน็ ถงึ
ความส�ำคญั ของภารกจิ ด้านการอนรุ กั ษ์ ส่งเสรมิ และพัฒนาวฒั นธรรม จงึ จำ� เปน็ อย่างยงิ่ ต่อการมแี ผน
งานดา้ นวฒั นธรรม เพอื่ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำ� เนนิ งานดา้ นวฒั นธรรมของกรงุ เทพฯ ทำ� ใหก้ รงุ เทพฯ เปน็
เมืองท่ีมีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรม อีกท้ังยังสามารถใช้แผนวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือและกลไกใน
การพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ และธ�ำรงไว้ซ่ึงการเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกไว้
ได้อย่างต่อเน่อื ง

ในส่วนของบุคลากรกรุงเทพมหานครน้ัน นับว่ามีความส�ำคัญเป็นอย่างย่ิง โดยบุคลากรผู้มีส่วน
เก่ียวข้องควรมีทัศนคติและค่านิยมในการท�ำงานด้านวัฒนธรรมท่ีดีและถูกต้อง ต้องมีความรู้เก่ียวกับ
เนื้องานทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งและถ่องแท้ ในเวลาเดียวกันต้องเข้าใจถึงบริบททางสังคม ประการ
ส�ำคญั ต้องมขี วัญและก�ำลงั ใจในการปฏบิ ตั ิงาน

โดยสรปุ กรงุ เทพมหานครมกี ารบริหารและการด�ำเนินงานวฒั นธรรมภายใต้ข้อจำ� กดั ต่างๆ เช่น
บุคลากรผู้รับผิดชอบงานมีจ�ำนวนน้อย งานวัฒนธรรมท้องถ่ินในระดับชุมชนยังไม่สามารถด�ำเนินงาน
ได้เต็มศักยภาพ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครมีทุนทางด้านวัฒนธรรมอยู่เป็นจ�ำนวนมาก
ทงั้ ทางดา้ นบคุ คลและงานวฒั นธรรมทม่ี ลี กั ษณะจบั ตอ้ งไดแ้ ละจบั ตอ้ งไมไ่ ด้ ผบู้ รหิ ารกรงุ เทพมหานครเอง
เลง็ เหน็ ถงึ ความสำ� คญั ในบทบาทของวฒั นธรรมทมี่ ตี อ่ ชาวกรงุ เทพฯ และประชาคมอาเซยี น เครอื ขา่ ยงาน
ด้านวัฒนธรรม รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ มีความพร้อมท่ีจะร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการ
ขับเคล่ือนงาน ดงั นนั้ กรงุ เทพมหานครควรพจิ ารณาปรับองค์กรให้มีความพร้อม และควรให้ความสำ� คญั
แก่ผู้ท่มี หี น้าที่และความรับผิดชอบในการปฏบิ ตั งิ านวัฒนธรรม ให้สามารถปฏบิ ตั งิ านด้วยความรู้ ความ
มนั่ ใจ มขี วญั กำ� ลงั ใจ และมคี วามสขุ ดว้ ยการวางแผนอตั ราก�ำลงั การสรา้ งแรงจงู ใจและวนิ ยั ในการทำ� งาน
ให้การสนับสนนุ การทำ� งาน และพัฒนาศกั ยภาพอย่างต่อเนื่อง

การกำ� หนดต�ำแหน่งยุทธศาสตร์
การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจ�ำกัดในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของ
กรงุ เทพมหานคร

การกำ� หนดวสิ ยั ทศั นแ์ ละประเดน็ ยทุ ธศาสตรใ์ นการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร
ให้ไปในทิศทางท่ีสอดคล้องกับกระแสของการเปลี่ยนแปลงท้ังในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับ
ประเทศ จ�ำเป็นต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในของการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของ
กรุงเทพมหานครก่อน โดยใช้การวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และข้อจ�ำกดั (SWOT analysis) ด้วย
เทคนิคเดลฟาย (Delphi technique) ซึ่งเป็นการวิจัยอนาคต (future research) ที่มีความเชื่อพ้ืนฐานว่า
อนาคตเป็นเรอื่ งท่ีสามารถท�ำการศกึ ษาได้อย่างเปน็ ระบบ เพอ่ื ศึกษาแนวโน้มทีเ่ ปน็ ไปได้ ทง้ั ทพี่ งึ ประสงค์
และไม่พึงประสงค์ เพ่ือที่จะหาทางท�ำแนวโน้มที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น และขจัดแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์
ให้หมดไป หรือลดลง

15

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ผลการวเิ คราะห์ จุดแขง็ จุดอ่อน โอกาส และขอ้ จำ� กดั
การประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจ�ำกัด (SWOT) ในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของ
กรงุ เทพมหานคร ไดใ้ หเ้ จา้ หนา้ ทขี่ องกองวฒั นธรรม สำ� นกั งานเขตทป่ี ฏบิ ตั งิ านดา้ นวฒั นธรรม และสมาชกิ
ชุมชนท่ีมีการด�ำเนินงานวัฒนธรรมเป็นผู้ประเมิน ผลการประเมินพบว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่มีประเด็นที่เป็น
จดุ แข็ง จำ� นวน ๒๐ ข้อ จุดอ่อน จ�ำนวน ๑๘ ข้อ โอกาส จำ� นวน ๒๕ ข้อ และข้อจ�ำกัดจ�ำนวน ๒๓ ข้อ
ส่วนชุมชนมีประเด็นท่ีเป็นจุดแข็งในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของชุมชน จ�ำนวน ๒๗ ข้อ จุดอ่อน
จำ� นวน ๓๑ ข้อ โอกาส จำ� นวน ๒๕ ข้อ และข้อจ�ำกัดจ�ำนวน ๑๘ ข้อ
การสอบทาน จุดแข็ง จดุ ออ่ น โอกาส และขอ้ จ�ำกดั
การสอบทานว่าประเด็นท่ีได้เป็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจ�ำกัดของการด�ำเนินงาน
ด้านวัฒนธรรมของแต่ละฝ่ายอย่างแท้จริงหรือไม่ จึงได้ท�ำการสอบทานประเด็นดังกล่าวกับกลุ่มท่ีมี
สว่ นไดส้ ว่ นเสยี กบั การด�ำเนนิ งานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร โดยท�ำการสอบทานจำ� นวน ๕ ครงั้ ดงั น้ี
คร้ังที่ ๑ และ ๒ จัดขึ้นในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการคร้ังท่ี ๒ โดยครั้งแรกสอบทานโดยใช้การ
แบ่งกลุ่มระดมความคิดกับเจ้าหน้าทกี่ องวฒั นธรรม และเจ้าหน้าทฝี่ ่ายพัฒนาชมุ ชนและสวสั ดกิ ารสังคม
ที่รบั ผดิ ชอบงานวฒั นธรรมของสำ� นักเขตจำ� นวน ๔๓ คน และสมาชิกชุมชนจากชุมชนที่มีการขบั เคลื่อน
วฒั นธรรม ท้ังที่ประสบผลสำ� เร็จมาก ปานกลาง และน้อย จำ� นวน ๒๐ คน โดยแบ่งกลุ่ม วเิ คราะห์จดุ แขง็
จดุ ออ่ น โอกาส และขอ้ จำ� กดั ในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ผลการวเิ คราะหใ์ นสว่ น
นี้ที่ปรึกษาได้นำ� ไปเปรยี บเทียบกบั แบบวเิ คราะห์ที่พฒั นาขึ้นโดยประเดน็ ทมี่ ีเหมอื นกนั จะถูกตัดออก ส่วน
ประเด็นที่มีความต่างกนั จะถูกน�ำไปเพ่มิ เตมิ
การสอบทานคร้ังที่ ๒ หลังจากการระดมความคิดเรียบร้อยแล้ว ท่ีปรึกษาได้น�ำแบบวิเคราะห์
SWOT ชุดท่ี ๑ ให้เจ้าหน้าท่ีกองวัฒนธรรม ส�ำนักเขต และสมาชิกชุมชนกลุ่มเดิม ท�ำการวิเคราะห์
จากนั้นได้น�ำไปประมวลผลโดยการหาค่าเฉล่ีย (mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ค่ามัธยฐาน
(median) และค่าฐานนยิ ม (mode) จดั เรยี งล�ำดบั ข้อตามค่าเฉลี่ยจากสูงสดุ ไปต�ำ่ สดุ และใช้เครื่องมอื 7’S
วเิ คราะห์จดุ แขง็ และจดุ อ่อน ทงั้ นเี้ พอื่ ให้เหน็ รายละเอยี ดว่าเปน็ จดุ แขง็ จดุ อ่อนในด้านใดบ้าง และใช้ PEST
วเิ คราะห์รายละเอียดของโอกาสและข้อจำ� กัดเหล่าน้ัน
ครงั้ ที่ ๓ หลังจากการประเมิน SWOT ครงั้ ที่ ๒ ผ่านไปประมาณ ๑ สัปดาห์ ที่ปรกึ ษาได้ส่งแบบ
วเิ คราะห์ SWOT ชุดที่ ๒ ไปให้กลุ่มทีท่ ำ� การวเิ คราะห์รอบท่ี ๑ ได้ยนื ยันผลการวเิ คราะห์ SWOT อกี คร้งั ว่า
เมอื่ เวลาและสถานการณแ์ วดลอ้ มในการวเิ คราะหเ์ ปลยี่ นแปลงไป ผลการวเิ คราะหจ์ ะเปลยี่ นแปลงหรอื ไม่
ทงั้ นเ้ี พอ่ื ให้ไดป้ ระเดน็ ทเี่ ปน็ โอกาส ข้อจำ� กดั จดุ แขง็ และจดุ ออ่ นทแ่ี ท้จรงิ จากนน้ั นำ� ผลการประเมนิ มาหา
ค่าเฉลยี่ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฐานนิยม และมธั ยฐาน พร้อมทงั้ ใช้เครื่องมือ 7’S ส�ำหรบั วิเคราะห์ปจั จัย
ภายใน (จดุ แขง็ จุดอ่อน) และ PEST ส�ำหรับวเิ คราะห์ปจั จยั ภายนอก (โอกาสและข้อจำ� กัด)
จากนั้นได้ท�ำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของชุมชนโดยใช้มุมมองของ
เจ้าหน้าทดี่ ้วย 7’S และ PEST ว่าประเดน็ ข้อใดของชุมชนจะเป็นโอกาส ข้อจ�ำกดั จุดแข็ง หรือจุดอ่อนของ
การท�ำงานด้านวฒั นธรรมของเจ้าหน้าท่ี โดยมหี ลกั คิดว่าชมุ ชนเปน็ องค์ประกอบหนงึ่ ท่มี คี วามสำ� คญั ต่อ
ความสำ� เรจ็ /ลม้ เหลวของการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรม (ทงั้ ในมติ ทิ เี่ ปน็ เจ้าของวฒั นธรรมเปน็ ผ้ขู บั เคลอื่ นงาน
16

บทสรปุ
แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

วัฒนธรรมและผู้รับผลประโยชน์) ผลการวิเคราะห์ทำ� ให้ได้แบบวเิ คราะห์ SWOT ชุดท่ี ๓ ส�ำหรับวเิ คราะห์
ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ประกอบจดุ แขง็
จ�ำนวน ๒๕ ข้อ จดุ อ่อนจำ� นวน ๒๖ ข้อ โอกาสจำ� นวน ๒๑ ข้อ และข้อจ�ำกดั จ�ำนวน ๒๔ ข้อ

ครง้ั ที่ ๔ เป็นการสอบทานว่าปัจจยั ด้านสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกใดท่ีส่งผลกระทบต่อ
ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอ่ื นวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร โดยใชแ้ บบวเิ คราะหช์ ดุ ที่ ๓ ไปใหน้ กั วชิ าการ
ที่มคี วามเชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมชุมชนจำ� นวน ๑๗ คน เป็นผู้ประเมนิ จากนั้น จดั ลำ� ดบั ผลกระทบออก
เป็น ๔ ระดับ คือ ๑ = มผี ลกระทบน้อยทส่ี ดุ ๒ = มีผลกระทบน้อย ๓ = มผี ลกระทบมาก และ ๔ = มี
ผลกระทบมากที่สุด น�ำผลการประเมินมาวิเคราะห์หาค่าเฉล่ีย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และฐานนิยม ใช้
เครือ่ งมือ 7’S สำ� หรบั วิเคราะห์ปจั จัยภายใน (จุดแขง็ จดุ อ่อน) และ PEST สำ� หรับวเิ คราะห์ปัจจัยภายนอก
(โอกาสและข้อจำ� กดั )

ครง้ั ท่ี ๕ เพ่ือสอบทานว่าผลการวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกทสี่ ่งผลกระทบต่อ
ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอื่ นวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานครนน้ั สามารถสะทอ้ นประเดน็ ทเ่ี ปน็ โอกาส ขอ้
จำ� กดั จุดแข็ง และจุดอ่อนทีแ่ ท้จริง จึงได้นำ� แบบวิเคราะห์ SWOT ชดุ ที่ ๔ ไปให้ผู้มสี ่วนได้ส่วนเสยี ทัง้ หมด
เป็นผู้ประเมนิ ซ่งึ ประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีจากกองวัฒนธรรม ส�ำนกั งานเขต สมาชกิ ชมุ ชน จำ� นวน ๖๓ คน
(กลุ่มเดยี วกบั ท่ีประเมินในรอบท่ี ๑, ๒) องค์กรพฒั นาเอกชนทที่ �ำงานด้านวฒั นธรรมจ�ำนวน ๑๕ คน และ
ภาคธุรกิจด้านวัฒนธรรม จ�ำนวน ๑๐ คน โดยให้วิเคราะห์ปัจจัยท่ีส่งผลกระทบต่อความส�ำเร็จในการ
ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร จากน้ันน�ำผลการวิเคราะห์หาค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน มัธยฐาน และฐานนิยม โดยใช้เครอ่ื งมอื 7’S สำ� หรบั วเิ คราะห์ปัจจยั ภายใน และ PEST สำ� หรบั
วเิ คราะห์ปจั จยั ภายนอก

การประเมินผลกระทบต่อสถานการณ์แวดล้อมภายในและภายนอกที่มีผลต่อการ
ดำ� เนนิ งานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร

ในการประเมินว่าประเด็นสถานการณ์แวดล้อมภายในและภายนอกท่ีได้มีผลต่อความส�ำเร็จของ
การดำ� เนนิ งานดา้ นวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานครมากนอ้ ยเพยี งใด ทป่ี รกึ ษาไดท้ ำ� การประเมนิ ผลกระทบ
ของสถานการณ์แวดล้อมภายในและภายนอกโดยใช้ข้อมูลจากการท�ำเทคนิคเดลฟายคร้ังที่ ๕ และ
ก�ำหนดเกณฑ์ของระดับความส�ำคัญที่มีผลกระทบต่อความส�ำเร็จในการด�ำเนินงานด้านวัฒนธรรมของ
กรงุ เทพมหานคร โดยกำ� หนดให้คะแนนทมี่ คี ่าเฉลยี่ อยู่ระหว่าง ๑.๐๐-๑.๗๕ มรี ะดบั ผลกระทบน้อยทส่ี ดุ
ค่าเฉล่ยี ๑.๗๖-๒.๕๐ มีผลกระทบน้อย ค่าเฉลย่ี ๒.๕๑-๓.๒๕ มีผลกระทบมาก และค่าเฉลี่ย ๓.๒๖-
๔.๐๐ มีผลกระทบมากท่ีสดุ

ผลการประเมินสภาพแวดลอ้ มภายใน
ผลการประเมินสถานการณ์ท่ีเป็นจุดแข็งที่มีความส�ำคัญและส่งผลกระทบต่อการด�ำเนินงาน
ของกองวฒั นธรรมและสำ� นักงานเขตท้งั หมด ๒๕ ประเด็น พบว่าอยู่ในเกณฑ์ทมี่ ีผลกระทบในระดับมาก
ท่ีสดุ ๑๙ ประเด็น ระดบั มาก ๕ ประเด็น และระดับน้อย ๑ ประเดน็ ส่วนผลการประเมนิ สถานการณ์ท่ี
เป็นจดุ อ่อนทม่ี ีความสำ� คัญและส่งผลกระทบต่อการด�ำเนินของกองวฒั นธรรมและสำ� นักงานเขตท้ังหมด
๒๖ ประเด็น พบว่าอยู่ในเกณฑ์ทมี่ ีผลกระทบในระดับมากทีส่ ดุ ๑๙ ประเด็น และระดับมาก ๗ ประเดน็

17

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ผลการประเมนิ สภาพแวดล้อมภายนอก
ผลการประเมนิ สถานการณท์ เ่ี ปน็ โอกาสทม่ี คี วามสำ� คญั และจะสง่ ผลกระทบตอ่ การขบั เคลอื่ นงาน
วัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร จากท้ังหมด ๒๑ ประเด็น พบว่าอยู่ในเกณฑ์ทม่ี ผี ลกระทบในระดับมาก
ที่สุด ๑๔ ประเดน็ และระดับมาก ๗ ประเดน็ ส่วนผลการประเมินสถานการณ์ที่เป็นข้อจ�ำกัดทม่ี ีความ
ส�ำคัญและส่งผลกระทบต่อการขับเคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร จากทั้งหมด ๒๓ ประเดน็
พบว่าอยู่ในเกณฑ์ท่ีมผี ลกระทบในระดับมากท่ีสดุ ๑๓ ประเดน็ ระดบั มาก ๙ ประเดน็ และระดบั น้อย ๑
ประเด็น
ผลการประเมินทั้ง ๔ ด้าน สะท้อนให้เหน็ ว่ากองวัฒนธรรมและสำ� นักงานเขตมีศกั ยภาพในการ
ขบั เคลอ่ื นวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานครในระดบั สงู เนอ่ื งจากมีจดุ แขง็ ท่มี ผี ลกระทบต่อความส�ำเร็จใน
ระดับมากที่สุดเป็นส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันก็มีสถานการณ์ที่เป็นโอกาสในการด�ำเนินงานในระดับมาก
ท่ีสุดด้วยเช่นกัน จึงสรุปได้ว่าสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกของกองวัฒนธรรมและส�ำนักงานเขต
อยู่ในระดับท่ีเป็นโอกาสต่อการขับเคล่ือนวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครในอนาคตให้เกิดประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล สมควรที่จะก�ำหนดกลยทุ ธ์ในการขับเคลอ่ื นประเดน็ ไปสู่เป้าหมายท่ีวางไว้อย่างเร่งด่วน
และจรงิ จัง

การประเมินต�ำแหน่งทางยุทธศาสตร์ (strategic position) ของกองวัฒนธรรมและ
สำ� นักงานเขตโดยเทคนิค TOWS Matrix

เมทรกิ ซ์การประเมินปจั จัยภายใน (internal factor evaluation matrix) เป็นเมทริกซ์ท่ปี ระเมิน
และให้น้�ำหนักปัจจัยภายในซ่ึงประกอบด้วยจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร มีวิธีด�ำเนินการ ๕ ขั้นตอน
คอื (๑) ก�ำหนดปัจจยั ภายในท่สี ำ� คญั ต่อการดำ� เนินงานขององค์กร (critical internal factors) ได้แก่ ปจั จยั
ทเ่ี ปน็ จดุ แขง็ และจดุ อ่อน (๒) กำ� หนดช่วงนำ้� หนกั (weights) ในการวเิ คราะห์ของแต่ละปจั จยั โดยใหค้ ะแนน
รวมของทกุ ปจั จยั เท่ากับ ๑ (๓) จดั ลำ� ดบั ความสำ� คัญของแต่ละปัจจยั (rating) ออกเป็น ๔ ล�ำดับ คือ
มีผลกระทบน้อยทีส่ ุด มผี ลกระทบ มผี ลกระทบมาก และมผี ลกระทบมากท่ีสดุ (๔) คะแนนถ่วงนำ้� หนกั
(weighted score) น�้ำหนกั ของแต่ละปัจจัยจะแตกต่างกนั ข้ึนอยู่กบั น้�ำหนักของผลกระทบ และ (๕) ค่ารวม
ของคะแนน เปน็ คะแนนรวมทั้งหมดจากคะแนนถ่วงน้�ำหนักทกุ ตวั แปร

ผลคะแนนถ่วงน้ำ� หนกั รวมของเมทรกิ ซ์ประเมินปัจจยั ภายใน มีค่าเท่ากับ ๓.๒๗ อยู่ในต�ำแหน่ง
ที่มผี ลกระทบมากต่อการดำ� เนนิ งานของกองวัฒนธรรมและส�ำนกั งานเขตเปน็ ต�ำแหน่งท่เี ป็นจดุ แข็ง (S)

เมทรกิ ซก์ ารประเมนิ ปจั จยั ภายนอก (external factor evaluation matrix) เปน็ เมทรกิ ซท์ ปี่ ระเมนิ
และใหน้ ำ้� หนกั ปจั จยั ภายนอก เปน็ การวเิ คราะหถ์ งึ โอกาสและขอ้ จำ� กดั ขององคก์ ร มวี ธิ ดี ำ� เนนิ การ ๕ ขน้ั ตอน
คือ (๑) ก�ำหนดปจั จัยภายนอกทีส่ ำ� คัญต่อการดำ� เนนิ งานขององค์กร (critical external factors) ซงึ่ ได้แก่
ปัจจัยท่เี ปน็ โอกาส และข้อจำ� กดั (๒) กำ� หนดช่วงน�ำ้ หนกั (weights) ในการวเิ คราะห์โดยคะแนนรวมของ
ทุกปัจจัยเท่ากับ ๑ (๓) จัดลำ� ดบั ความส�ำคัญของแต่ละปจั จัยออกเป็น ๔ ล�ำดับคอื มีผลกระทบน้อยที่สุด
มีผลกระทบน้อย มีผลกระทบมาก และมผี ลกระทบมากทีส่ ุด (๔) คะแนนถ่วงน�้ำหนัก (weighted score)
นำ�้ หนกั ของแตล่ ะปจั จยั จะแตกตา่ งกนั ขน้ึ อย่กู บั นำ้� หนกั ของผลกระทบ (๕) ค่ารวมของคะแนน เปน็ คะแนน
รวมทัง้ หมดจากคะแนนถ่วงนำ�้ หนกั ทุกตัวแปร

18

บทสรุป
แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ผลคะแนนถ่วงนำ�้ หนกั รวมของเมทรกิ ซ์ประเมนิ ปจั จยั ภายนอก มคี ่าเท่ากบั ๓.๓๗ อยใู่ นตำ� แหน่ง
ที่มีผลกระทบต่อการด�ำเนนิ งานของกองวฒั นธรรมและสำ� นักงานเขตเป็นตำ� แหน่งทเ่ี ปน็ จุดแขง็ (O)

ผลการวิเคราะห์ปัจจัยภายในซึ่งมีค่าเฉลี่ยถ่วงนำ้� หนัก ๓.๒๗ แสดงว่ามีผลกระทบเชิงบวกมาก
ที่สุดต่อการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของกองวัฒนธรรมและส�ำนักเขต เป็นต�ำแหน่งท่ีเป็นจุดแข็ง (S) และ
การวเิ คราะหป์ จั จยั ภายนอกมคี า่ เฉลย่ี ถว่ งนำ้� หนกั ๓.๓๗ แสดงวา่ มผี ลกระทบเชงิ บวกสงู มากทสี่ ดุ ตอ่ การ
ดำ� เนินงานของกองวฒั นธรรมและส�ำนักงานเขตเช่นเดียวกนั เป็นตำ� แหน่งท่เี ป็นโอกาส (O)

เม่ือน�ำผลการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกของกองวัฒนธรรมและส�ำนักงานเขต
มาจัดวางในต�ำแหน่งเมทริกซ์ TOWS จะพบว่าต�ำแหน่งยุทธศาสตร์ที่กองวัฒนธรรมและส�ำนักงานเขต
อยู่ในขณะนี้เป็นต�ำแหน่ง SO (quest pattern interactive) หรอื อยู่ในสถานการณ์ท่ีมีจดุ แขง็ ภายในองค์กร
และมีสภาพแวดล้อมภายนอกท่ีเป็นโอกาสด้วย จึงสรุปได้ว่าสถานการณ์การด�ำเนินงานวัฒนธรรม
ของกองวัฒนธรรมอยู่ในสถานการณ์ท่ีสภาพแวดล้อมภายนอกมีแนวโน้มท่ีเป็นโอกาสต่อการ
ดำ� เนินงานวฒั นธรรมของกองวฒั นธรรม ในขณะเดียวกันกม็ ีสภาพแวดล้อมภายในทีเ่ ปน็ จดุ แขง็
ที่จะช่วยท�ำให้การด�ำเนินงานประสบผลส�ำเร็จ ดังน้ันเพื่อที่ให้การด�ำเนินงานวัฒนธรรมประสบ
ผลส�ำเร็จมากย่ิงข้ึน จ�ำเป็นต้องขับเคล่ือนองค์กรแบบรุกไปข้างหน้า ขณะเดียวกันก็ต้องลด
จุดออ่ นทเี่ ป็นข้อจ�ำกัดด้วย

การสงั เคราะหแ์ ละการจดั ทำ� แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-
๒๕๖๒)

การก�ำหนดวิสยั ทัศน์และคา่ นิยมร่วม

ในการก�ำหนดวิสัยทัศน์วัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ.๒๕๖๒ ที่ปรึกษาได้ด�ำเนินการ
ประชุมระดมความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร โดยใช้ผลการประเมิน
สถานการณแ์ วดลอ้ มภายในและภายนอกของกรงุ เทพมหานคร ผลการประเมนิ ผลกระทบตอ่ สถานการณ์
แวดล้อมภายในและภายนอกท่ีมีผลต่อการด�ำเนินงาน และพันธกิจด้านวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร
เปน็ ข้อมลู สำ� คัญประกอบการพิจารณา ซึง่ เมอ่ื ประมวลและวเิ คราะห์ความคดิ เหน็ เหล่าน้ีแล้ว จงึ ก�ำหนด
เปน็ วิสัยทัศน์ ดังน้ี กรุงเทพมหานครเปน็ ศูนย์กลางการเรยี นรทู้ างวัฒนธรรมท่มี ีความหลากหลาย
และรว่ มสมยั บรู ณาการทกุ ภาคสว่ นอย่างเขม้ แขง็ สูส่ งั คมคณุ ภาพอย่างยั่งยนื โดยมคี ่านิยมร่วม
ในการปฏิบตั ิงาน ดังน้ี ใหค้ วามส�ำคญั กบั ความหลากหลายทางวฒั นธรรม ท�ำงานดว้ ยความจรงิ ใจ
ใฝ่รู้ มุ่งสู่องค์กรประสทิ ธิภาพสงู

การก�ำหนดกลยทุ ธเ์ พื่อการวางแผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานครฯ

จากผลการประเมนิ ตำ� แหนง่ ยทุ ธศาสตรใ์ นการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ทพ่ี บวา่
ตำ� แหน่งทม่ี คี วามส�ำคัญมากที่สุด คอื SO หรือทเ่ี รียกว่า quest pattern interactive และต�ำแหน่งท่ีมคี วาม
สำ� คัญรองมา คอื WO หรือทเี่ รียกว่า venture pattern proactive ท่ปี รึกษาจึงพจิ ารณากำ� หนดกลยุทธ์เพอ่ื
เร่งใช้จุดแขง็ ลดจดุ อ่อน ดำ� เนนิ งานภายใต้โอกาสท่ีเอ้อื อำ� นวย และภายใต้ข้อจ�ำกดั ที่มี โดยใช้แนวคิดการ
วิเคราะห์ 7’S และแนวคิด PEST ได้ผล ดังนี้

19

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

จุดแข็ง จ�ำนวน ๒๑ ข้อ เป็นจุดแข็งด้านโครงสร้างองค์กร (structure) ๓ ข้อ ระบบ (system)
๒ ข้อ บุคลากร (staff) ๒ ข้อ ทกั ษะ ความรู้ ความสามารถ (skill) ๖ ข้อ รูปแบบการบรหิ ารจดั การ (style)
๗ ข้อ และค่านิยมร่วม (shared values) ๑ ข้อ

จุดอ่อน จำ� นวน ๑๘ ข้อ เปน็ จดุ อ่อนด้านโครงสร้าง (structure) ๓ ข้อ ระบบ (system) ๒ ข้อ
กลยุทธ์ (strategy) ๒ ข้อ บุคลากร (staff) ๕ ข้อ ทกั ษะ ความรู้ ความสามารถ (skill) ๓ ข้อ รปู แบบการ
บรหิ ารจัดการ (style) ๒ ข้อ และ ค่านยิ มร่วม (shared values) ๑ ข้อ

โอกาส จำ� นวน ๑๒ ข้อ เปน็ โอกาสด้านนโยบายและการเมือง (politic) ๑ ข้อ เศรษฐกจิ (economic)
๓ ข้อ สภาพสงั คม (social) ๓ ข้อ และเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม (technology) ๕ ข้อ

ข้อจ�ำกัด จ�ำนวน ๑๐ ข้อ เป็นข้อจ�ำกัดด้านนโยบายและการเมือง (politic) ๕ ข้อ เศรษฐกิจ
(economic) ๑ ข้อ สภาพสังคม (social) ๒ ข้อ และเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม (technology) ๒ ข้อ

จากน้ันท่ีปรึกษาได้ด�ำเนินการก�ำหนดกลยุทธ์ในสถานการณ์ SO และ WO ซึ่งเป็นต�ำแหน่ง
ยุทธศาสตร์ของการท�ำแผนฉบับนี้ โดยก�ำหนดกลยุทธ์ที่ควรใช้ในสถานการณ์ SO โดยพิจารณาจาก
จดุ แขง็ ด้านต่างๆ ๒๑ ข้อ และโอกาสด้านต่างๆ ๑๒ ข้อ พบว่า มกี ลยทุ ธ์ทสี่ มควรด�ำเนินงานจำ� นวนมาก
และในสถานการณ์ WO เม่ือพิจารณาจากจดุ อ่อนด้านต่างๆ ๑๘ ข้อ และโอกาสด้านต่างๆ ๑๒ ข้อ พบว่า
มกี ลยุทธ์ทส่ี มควรด�ำเนนิ งานจ�ำนวนมากเช่นกัน

การจัดทำ� รา่ งแผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

จากการพจิ ารณากลยทุ ธท์ ส่ี มควรดำ� เนนิ การดงั กลา่ วขา้ งตน้ ทป่ี รกึ ษาจงึ เรมิ่ จดั ทำ� แผนวฒั นธรรม
ในการจดั ท�ำร่างแผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานครฯ ครั้งนี้ นอกจากจะใช้ข้อมูลท่ผี ่านการศกึ ษาอย่างเป็น
ระบบแลว้ ทป่ี รกึ ษายงั ใหค้ วามสำ� คญั กบั แผนทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การดำ� เนนิ งานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร
ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๑ (๒๕๕๕ – ๒๕๕๙) แผนแม่บทวฒั นธรรมแห่ง
ชาติ (๒๕๕๐ – ๒๕๕๙) แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ๑๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๖๓) เพอื่ มุ่งสู่ “มหานคร
น่าอยู่อย่างยั่งยืน” และแผนวสิ ยั ทศั น์ของประชาชนเพ่ือการพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ.
๒๕๕๖ - ๒๕๗๕)

การจัดท�ำร่างแผนวัฒนธรรมฯ เร่ิมต้นท่ีการก�ำหนดประเด็นยุทธศาสตร์หลัก ท่ีปรึกษาให้
ความส�ำคัญกับพันธกิจของกรุงเทพมหานครในอันท่ีจะ ๑) อนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาวัฒนธรรม
กรงุ เทพมหานคร ๒) สร้างแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ๓) พัฒนาเครือข่ายการดำ� เนนิ
งานด้านวัฒนธรรมในทุกระดับโดยการมีส่วนร่วมของทกุ ภาคส่วน และ ๔) ส่งเสรมิ สนับสนุน และพฒั นา
บุคลากรทางวัฒนธรรม จึงพิจารณาก�ำหนดประเด็นยุทธศาสตร์หลักท่ีกรุงเทพมหานครจะใช้ในการ
ขบั เคล่อื นงานวัฒนธรรมในอีก ๕ ปี ข้างหน้า ดังนี้

ยุทธศาสตร์หลักท่ี ๑ : การอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาวัฒนธรรมหลัก (core culture) และ
วัฒนธรรมรอง (sub culture) ของกรุงเทพมหานคร

ยุทธศาสตร์หลักท่ี ๒ : การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมท่ีหลากหลายและร่วมสมัยของ
กรงุ เทพมหานคร

20

บทสรุป
แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ยุทธศาสตร์หลักทงั้ สองเปน็ การใช้พันธกจิ ท่ีว่าด้วยการดำ� เนินงานวัฒนธรรม ได้แก่ การอนุรกั ษ์
ส่งเสรมิ และพัฒนาวัฒนธรรม และการสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม เปน็ ประเดน็ ตง้ั และใช้พนั ธกิจ
การพฒั นาเครือข่าย และการพัฒนาบคุ ลากร เป็นประเดน็ สนบั สนุน

จากน้ัน จึงก�ำหนดเป้าประสงค์ ตัวช้ีวดั เป้าประสงค์ กลยุทธ์ และโครงการ/กิจกรรมในแต่ละ
ยทุ ธศาสตร์หลัก ดังน้ี

ยทุ ธศาสตรห์ ลกั ที่ ๑ : การอนรุ กั ษ์ สง่ เสรมิ และพฒั นาวฒั นธรรมหลกั (core culture) และ
วัฒนธรรมรอง (sub culture) ของกรงุ เทพมหานคร

เป้าประสงค์ : เพอ่ื ใหว้ ฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมรองของกรงุ เทพมหานครดำ� รงอยู่ และ
มบี ทบาทสร้างสรรคส์ งั คมคุณภาพ

ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ : เกิดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของ
กรงุ เทพมหานคร เกิดกจิ กรรมทางวฒั นธรรมทไี่ ด้รับการส่งเสริม ฟื้นฟู และพัฒนา และเกิดกิจกรรมทาง
วฒั นธรรมทีส่ ามารถยกระดับคุณภาพชีวติ สร้างรายได้ และทุนทางสงั คม

ยุทธศาสตร์รองในยุทธศาสตร์หลักที่ ๑ เพ่ือให้สามารถสนับสนุนพันธกิจด้านวัฒนธรรมของ
กรงุ เทพมหานคร ทั้ง ๓ ด้าน คือ อนุรกั ษ์ ส่งเสรมิ และพฒั นา ทปี่ รกึ ษาฯ จึงเสนอให้มกี ารก�ำหนดงาน
ท้ังสามด้านเป็นยุทธศาสตร์รอง ดังนี้ ยุทธศาสตร์รองท่ี ๑ การอนุรักษ์วัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรม
รองของกรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์รองท่ี ๒ การส่งเสริมและฟื้นฟูวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรม
รองของกรุงเทพมหานคร และยุทธศาสตร์รองที่ ๓ การพัฒนาวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของ
กรุงเทพมหานคร

เปา้ ประสงค์ ตวั ชวี้ ดั เปา้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ และโครงการ/กจิ กรรม ของแตล่ ะยทุ ธศาสตรร์ อง
ยุทธศาสตรร์ องท่ี ๑ การอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมรองของกรุงเทพมหานคร
เปา้ ประสงค์ : เพอื่ ใหม้ ขี อ้ มลู ดา้ นวฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมรองของกรงุ เทพมหานครที่
ถกู ตอ้ งครบถว้ น และจดั หมวดหม่สู ำ� หรับการวางแผนกลยุทธก์ ารจัดการทางวัฒนธรรมทถี่ ูกตอ้ ง
ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ : ได้องค์ความรู้ท่ีเก่ียวข้องกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรม
รองท่ีถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบันของกรุงเทพมหานคร และมีแผนกลยุทธ์การอนุรักษ์วัฒนธรรมของ
กรุงเทพมหานคร
กลยทุ ธ์ : ประกอบดว้ ยกลยทุ ธ์ ๖ ดา้ น ไดแ้ ก่ การศกึ ษาวจิ ยั วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ของกรงุ เทพมหานคร
และวัฒนธรรมที่อยู่ในภาวะใกล้สูญ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของ
กรุงเทพมหานคร การสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น การเผยแพร่ข้อมูลและกิจกรรมท่ี
เก่ียวกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมหลัก วัฒนธรรมรอง วัฒนธรรมร่วมสมัย และวัฒนธรรมใกล้สูญ
การยกย่องเชิดชูผู้รู้และผู้ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมชุมชน และการผลักดันให้มีการบังคับใช้กฎหมาย
ระเบยี บ ข้อบงั คับท่เี กีย่ วข้องกับการคุ้มครองมรดกทางวฒั นธรรม
โครงการ/กิจกรรม : เพือ่ เป็นแนวทางปฏบิ ัตใิ นแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้
กลยทุ ธ์ท่ี ๑ ได้แก่ โครงการศึกษาวจิ ยั ประวตั ศิ าสตร์และวัฒนธรรมท้องถนิ่ และ โครงการ
ศึกษาวจิ ยั วัฒนธรรมท้องถน่ิ ของกรงุ เทพมหานครทีอ่ ยู่ในภาวะใกล้สญู ซึ่งเป็นการศกึ ษาวัฒนธรรมทง้ั ๕
สาขา ไดแ้ ก่ ขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละศาสนา ศลิ ปะ การชา่ งฝมี อื คหกรรมศลิ ป์ กฬี าและนนั ทนาการ

21

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

กลยุทธ์ท่ี ๒ ได้แก่ โครงการจัดท�ำระบบฐานข้อมูลวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของ
กรุงเทพมหานคร และโครงการศึกษาวิเคราะห์และจัดท�ำระบบฐานข้อมูลเครือข่ายทางวัฒนธรรมของ
กรุงเทพมหานคร

กลยทุ ธท์ ี่ ๓ ไดแ้ ก่ โครงการเสวนาสบื สานวฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมรอง ทงั้ ๕ สาขา และ
โครงการเปิดพน้ื ทแี่ ละโอกาสในการนำ� เสนอและสาธติ วฒั นธรรมท้องถนิ่

กลยุทธ์ท่ี ๔ ได้แก่ โครงการจัดมหกรรมวัฒนธรรมร่วมสมัยและวัฒนธรรมใกล้สูญของ
กรุงเทพมหานคร โครงการจัดมหกรรมแสดงสินค้าวัฒนธรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และโครงการจัด
แผนการสื่อสารเพ่ือประชาสมั พนั ธ์กิจกรรมด้านการอนุรักษ์วฒั นธรรม

กลยุทธ์ท่ี ๕ ได้แก่ โครงการประกาศเกียรติคุณผู้รู้และผู้ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมชุมชน
โครงการพฒั นาคุณภาพชีวติ ผู้รู้ด้านวฒั นธรรม และโครงการผู้เฒ่าเล่าเรื่องวฒั นธรรมท้องถิ่น

กลยุทธ์ที่ ๖ ได้แก่ โครงการให้ความรู้เร่ืองกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ท่ีเกี่ยวข้องกับการ
ด�ำเนินงานวัฒนธรรมแก่เจ้าหน้าที่และชุมชน และโครงการสัมมนาทางวิชาการเพื่อสร้างมาตรการการ
บังคับใช้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้องกับการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรม

ยุทธศาสตร์รองท่ี ๒ การส่งเสริมและฟื้นฟูวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของ
กรุงเทพมหานคร

เป้าประสงค์ : เพ่ือให้คนไทยเห็นคุณค่า รว่ มเผยแพร่ และธ�ำรงรักษาไวซ้ ึ่งวัฒนธรรมหลัก
และวัฒนธรรมรองของกรุงเทพมหานคร

ตวั ชวี้ ดั เปา้ ประสงค์ : คนกรงุ เทพฯ ทรี่ ว่ มกจิ กรรมสง่ เสรมิ และฟน้ื ฟวู ฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรม
รอง เกดิ กจิ กรรมทางวฒั นธรรมทสี่ ามารถสง่ เสรมิ และฟน้ื ฟู และเกดิ การเผยแพร่กจิ กรรมทางวฒั นธรรม

กลยุทธ์ : ประกอบด้วยกลยทุ ธ์ ๖ ด้าน ได้แก่ การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพและกลไกการบริหารจัดการ
วัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร การสร้างคนรุ่นใหม่ใส่ใจวัฒนธรรม การพัฒนาสมาชิกชุมชนเพื่อ
ขับเคล่ือนงานด้านวัฒนธรรม การสนับสนุนการรวมตัวเป็นเครือข่ายเพ่ือส่งเสริมและฟื้นฟูวัฒนธรรม
การพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู เครอื ขา่ ยเพอื่ ส่งเสรมิ และฟน้ื ฟวู ฒั นธรรม การพฒั นากลไกเพอ่ื ประสานความ
ร่วมมือและส่งเสริมการท�ำงานด้านวัฒนธรรมร่วมกับชุมชนและเครือข่าย และการเผยแพร่ข้อมูลและ
กิจกรรมท่เี กี่ยวกบั การส่งเสริมและฟืน้ ฟวู ฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมรอง

โครงการ/กิจกรรม : เพ่อื เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิในแต่ละกลยทุ ธ์ ดงั นี้
กลยุทธ์ท่ี ๑ ได้แก่ โครงการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้าน
วฒั นธรรมทง้ั ในระดบั สว่ นกลางและระดบั เขต ซงึ่ มโี ครงการยอ่ ย ไดแ้ ก่ โครงการวเิ คราะหอ์ ตั รากำ� ลงั และ
ภาระงานของกองวฒั นธรรมและสำ� นกั งานเขต โครงการปรบั โครงสรา้ ง (restructuring) การทำ� งานของกอง
วฒั นธรรมและสำ� นกั งานเขต โครงการพฒั นาระบบและกลไกในการตรวจสอบและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิ
งานดา้ นวฒั นธรรม และโครงการพฒั นาใหส้ มาชกิ ชมุ ชนและผนู้ ำ� ทางดา้ นวฒั นธรรมใหส้ ามารถตรวจสอบ
และประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานของตนเอง โครงการพฒั นาบุคลากรของกองวัฒนธรรมและสำ� นกั งานเขต
เพื่อปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีโครงการย่อย ได้แก่ โครงการพัฒนาสมรรถนะ
หลัก (core competency) เพื่อการบริหารงานทางด้านวัฒนธรรม โครงการศึกษา/ดูงานเพื่อเสริมสร้าง

22

บทสรปุ
แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประสบการณก์ ารจดั การวฒั นธรรม และ โครงการสง่ บคุ ลากรไปศกึ ษาเพมิ่ เตมิ ดา้ นวฒั นธรรมศกึ ษา การ
บริหารจัดการวฒั นธรรม และการบริหารธรุ กิจ

กลยทุ ธท์ ่ี ๒ ไดแ้ ก่ โครงการสรา้ งความตระหนกั ในคณุ คา่ วฒั นธรรมของทอ้ งถนิ่ และวฒั นธรรม
ร่วมสมยั ของกรงุ เทพมหานคร ซงึ่ มโี ครงการย่อย ได้แก่ โครงการศกึ ษาวจิ ยั เพอื่ สร้างหลกั สตู รวฒั นธรรม
กรุงเทพฯ ในทุกระดับ โครงการผลักดันวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เข้าสู่ระบบการเรียนการสอนในสถาบัน
การศกึ ษา โครงการจดั การอบรมเสรมิ ความร้แู ละสรา้ งความตระหนกั ในวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ และโครงการ
พฒั นาสอ่ื สรา้ งสรรคท์ เ่ี ขา้ ถงึ คนรนุ่ ใหม่ โครงการสรา้ งคนรนุ่ ใหมใ่ หเ้ ปน็ ผนู้ ำ� ในการสรา้ งสรรคแ์ ละเผยแพร่
งานวัฒนธรรม ซึง่ มีโครงการย่อย ได้แก่ โครงการคดั เลือกเยาวชนเพื่อสร้างผู้น�ำทมี่ ีความสามารถในการ
สร้างสรรค์และเผยแพร่งานวัฒนธรรม และโครงการเยาวชนอาสาสมัครขับเคล่ือนวฒั นธรรม โครงการ
ส่งเสริมสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการด�ำเนินงานวัฒนธรรม ซ่ึงมีโครงการย่อย ได้แก่
โครงการจดั ตง้ั กลุ่มเยาวชนรักษ์วัฒนธรรม โครงการประกวดกิจกรรม “คนรุ่นใหม่ใส่ใจวฒั นธรรม”

กลยทุ ธท์ ่ี ๓ ไดแ้ ก่ โครงการพฒั นาศกั ยภาพในการบรหิ ารจดั การวฒั นธรรม ซง่ึ มโี ครงการยอ่ ย
ไดแ้ ก่ โครงการอบรมปลกู ฝงั คา่ นยิ มรว่ มในการดำ� เนนิ งานดา้ นวฒั นธรรม โครงการอบรมใหค้ วามร้คู วาม
เข้าใจเกยี่ วกบั วฒั นธรรมท้องถนิ่ และโครงการอบรมให้ความรู้ด้านการบรหิ ารธรุ กจิ วฒั นธรรม โครงการ
พฒั นาภาวะผู้น�ำของท้องถน่ิ เพอ่ื การส่งเสริมและฟืน้ ฟูวัฒนธรรม และโครงการสนบั สนนุ การด�ำเนินงาน
ด้านวัฒนธรรมด้วยการจดั กิจกรรมสืบทอดภมู ิปญั ญาท้องถิ่น ๕ สาขา

กลยทุ ธท์ ี่ ๔ ไดแ้ ก่ โครงการสานเสวนาเครอื ขา่ ยดา้ นวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร และโครงการ
จดั ทำ� แผนกลยุทธ์เพอ่ื ส่งเสรมิ และฟืน้ ฟวู ฒั นธรรมท้องถนิ่ ทมี่ ีลักษณะคล้ายคลงึ กนั

กลยุทธ์ที่ ๕ ได้แก่ โครงการจัดท�ำระบบฐานข้อมูลเครือข่ายเพ่ือการส่งเสริมและฟื้นฟู
ด้านวฒั นธรรม

กลยุทธ์ที่ ๖ ได้แก่ โครงการจดั ประชุม/ สัมมนาภาคเี ครอื ข่ายงานด้านวัฒนธรรม โครงการจดั
สัมมนาทางวชิ าการด้านวฒั นธรรมระดับประเทศ และโครงการสัมมนาทางวิชาการด้านวัฒนธรรมระดับ
อาเซยี น

กลยุทธ์ท่ี ๗ ได้แก่ โครงการจัดท�ำแผนการสื่อสารเพ่อื ส่งเสริมและฟื้นฟวู ฒั นธรรมหลกั และ
วัฒนธรรมรอง

ยทุ ธศาสตรร์ องท่ี ๓ การพฒั นาวัฒนธรรมหลกั และวฒั นธรรมรองของกรุงเทพมหานคร
เป้าประสงค์ : เพอื่ ยกระดับคณุ ภาพชวี ติ เศรษฐกจิ และสงั คมของสมาชิกในชุมชน
ตวั ช้วี ัดเป้าประสงค์ : เกดิ กิจกรรมทางวัฒนธรรมทีย่ กระดบั คณุ ภาพชีวติ และเสรมิ สร้างทุนทาง
สงั คม และเกดิ กจิ กรรมทางวัฒนธรรมท่สี ามารถสร้างรายได้ให้กบั ชมุ ชน
กลยุทธ์ : ประกอบด้วยกลยุทธ์ ๔ ด้าน ได้แก่ การพฒั นาวฒั นธรรมหลักและวัฒนธรรมรองเพื่อ
ยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของสมาชกิ ในชมุ ชน การพฒั นาวฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมรองเพอ่ื สร้างทนุ ทาง
สังคม การพัฒนาวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองเพ่ือสร้างรายได้ให้สมาชิกในชุมชน และการสร้าง
มูลค่าเพ่ิมวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองเพอ่ื พฒั นาเศรษฐกจิ

23

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

โครงการ/กจิ กรรมเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัตใิ นแต่ละกลยทุ ธ์ดงั น้ี
กลยทุ ธ์ท่ี ๑ ได้แก่ โครงการจัดกจิ กรรมนนั ทนาการเพอ่ื ยกระดบั คุณภาพชวี ิตของสมาชกิ ใน
ชมุ ชน และโครงการถ่ายทอดภูมปิ ัญญาท้องถิ่น และโครงการพฒั นาบทบาทผู้สูงอายุในงานวัฒนธรรม
กลยุทธ์ที่ ๒ ได้แก่ โครงการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพ่ือสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบัน
ครอบครวั และโครงการจัดกิจกรรมตามประเพณีเพอ่ื ปลูกฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และวฒั นธรรมการอยู่
ร่วมกันอย่างศานติ
กลยทุ ธ์ที่ ๓ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าวัฒนธรรมตามมาตรฐานสินค้าหนงึ่ ตำ� บล
หนง่ึ ผลติ ภณั ฑ์ (OTOP) โครงการสนบั สนนุ การทอ่ งเทยี่ วแบบปจั เจกบคุ คล (foreign individual tourist - FIT)
โครงการส่งเสรมิ การท่องเท่ยี วในชมุ ชนโดยใช้จักรยาน โครงการส่งเสรมิ การท่องเทย่ี วแบบวถิ ีเกษตรเชงิ
สขุ ภาพ เชงิ นเิ วศวฒั นธรรม โครงการสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี วตามกลมุ่ วฒั นธรรม (cluster culture) โครงการ
ศึกษาวิจัยตลาดการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม และโครงการจัดท�ำฐานข้อมูลด้านวัฒนธรรมเพ่ือการ
ท่องเทีย่ วชุมชน
กลยุทธ์ที่ ๔ ได้แก่ โครงการสร้างความร่วมกบั โรงแรม/สถานประกอบการ/สถาบนั การศกึ ษา
จัดอบรมเกี่ยวกับการท�ำอาหารไทยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โครงการสร้างความร่วมมือกับลานกีฬา
กรุงเทพมหานคร เพ่ือฝึกอบรมศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้แก่นักท่องเท่ียวต่างชาติ โครงการสร้างความ
ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา/สถานพยาบาล/ภาคเอกชนในการสอนนวดไทยให้แก่นักท่องเท่ียวต่างชาติ
และโครงการเรียนรู้การผลติ สนิ ค้าวัฒนธรรมด้วยการปฏิบตั ิ (do it yourself - DIY)
ยุทธศาสตรห์ ลกั ที่ ๒ : การพฒั นาแหล่งเรียนร้ดู ้านวฒั นธรรมทห่ี ลากหลายและรว่ มสมัย
ของกรุงเทพมหานคร
เป้าประสงค์ : เพ่ือให้กรุงเทพมหานครเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมที่หลากหลายและ
ร่วมสมยั เป็นพ้นื ทแี่ ลกเปลยี่ นเรียนรูด้ า้ นวัฒนธรรมของประเทศและประชาคมอาเซยี น
ตัวช้วี ัดเป้าประสงค์ : เกดิ แหล่งเรยี นรู้ทางวฒั นธรรมในระดับชมุ ชน และระดบั กรงุ เทพมหานคร
กลยุทธ์ : ประกอบด้วยกลยทุ ธ์ ๓ ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมและสนับสนนุ ให้ชุมชนเป็นแหล่งเรยี นรู้
ทางด้านวฒั นธรรม การเสริมสร้างสมรรถนะในการบริหารจดั การแหล่งเรียนรู้ทางวฒั นธรรมชมุ ชน และ
การพัฒนากรงุ เทพมหานครให้เป็นศนู ย์กลางแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ด้านวัฒนธรรมในประชาคมอาเซยี น
โครงการ/กจิ กรรม ในแต่ละกลยทุ ธ์เพอ่ื เป็นแนวทางปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
กลยุทธ์ท่ี ๑ ได้แก่ โครงการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานในการเข้าถึงแหล่งวัฒนธรรม และ
โครงการจดั แหล่งเรียนรู้ด้านวฒั นธรรมโดยชมุ ชน
กลยทุ ธท์ ี่ ๒ ไดแ้ ก่ โครงการพฒั นาวทิ ยากรทอ้ งถนิ่ ประจำ� แหลง่ เรยี นรดู้ า้ นวฒั นธรรมของชมุ ชน
โครงการพฒั นาสมรรถนะดา้ นการบรหิ ารจดั การแหลง่ เรยี นรดู้ า้ นวฒั นธรรมของชมุ ชน และโครงการอบรม
เชิงปฏิบตั ิการด้านการตดิ ตามประเมนิ ผลตนเองของชมุ ชน
กลยุทธ์ท่ี ๓ ได้แก่ โครงการศกึ ษาและรวบรวมองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม ซง่ึ มีโครงการย่อย
ได้แก่ โครงการศึกษาวัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพมหานคร และโครงการศึกษาวัฒนธรรมอาเซียน

24

บทสรปุ
แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ในกรุงเทพมหานคร โครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ท้องถ่ินกรุงเทพมหานครให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็ม
ศักยภาพ หรือควบรวมตามลักษณะภูมิวัฒนธรรม และโครงการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์เมืองเพ่ือเป็น
แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมกรุงเทพมหานครและวัฒนธรรมอาเซียนในกรุงเทพมหานคร

การนำ� เสนอเพอ่ื ยกรา่ งแผนและการสง่ มอบแผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑
(พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

เพ่อื เป็นการยกร่างแผนฯ ดังกล่าว ทป่ี รึกษาจงึ จดั การประชุม ๒ ครง้ั ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย
ผ้บู รหิ ารและเจ้าหนา้ ทขี่ องกรงุ เทพมหานคร สภาวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานครทง้ั ๕๐ เขต ผ้ขู บั เคลอื่ นงาน
วฒั นธรรมของชุมชน นักพัฒนาอิสระ (NGO) นักวชิ าการ และผู้ประกอบการเอกชนที่เกีย่ วข้อง ผลจาก
การประชมุ นำ� มาซง่ึ การปรบั แผนวฒั นธรรมใหม้ คี วามสมบรู ณ์ และในทา้ ยสดุ ไดม้ กี ารจดั เวทนี ำ� เสนอและ
ส่งมอบแผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒) เพอ่ื ให้บคุ คลและหน่วยงานท่ี
เกยี่ วข้อง รบั ทราบ ให้ความสนใจ ให้ความร่วมมือ และน�ำแผนดังกล่าวน้ีไปเผยแพร่และดำ� เนินการตาม
อำ� นาจหน้าที่และความรับผิดชอบต่อไป

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

วิสัยทัศน์
กรงุ เทพมหานครเป็นศนู ย์กลางการเรียนรู้ทางวฒั นธรรมทีม่ ีความหลากหลายและร่วมสมยั

บรู ณาการทุกภาคส่วนอย่างเข้มแขง็ สู่สังคมคุณภาพอย่างยง่ั ยืน

คา่ นิยมร่วม
ให้ความสำ�คญั กบั ความหลากหลายทางวฒั นธรรม ทำ�งานด้วยความจริงใจ ใฝ่รู้

มุ่งสู่องค์กรประสิทธิภาพสูง

พนั ธกิจ
๑. อนุรกั ษ์ ส่งเสริม และพัฒนาวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร

๒. สร้างแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมท้องถิน่
๓. พฒั นาเครือข่ายการดำ�เนินงานด้านวัฒนธรรมในทุกระดบั โดยการมีส่วนร่วมของชมุ ชน

๔. ส่งเสริม สนบั สนุน และพัฒนาบุคลากรทางวฒั นธรรม

25

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ยทุ ธศาสตร์หลักที่ ๑ : การอนุรกั ษ์ สง่ เสริม และพฒั นาวฒั นธรรมหลกั (core culture)
และวฒั นธรรมรอง (sub culture) ของกรงุ เทพมหานคร
เป้าประสงค์ เพื่อให้วัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของกรุงเทพมหานคร ดำ�รงอยู่และ
มีบทบาทสร้างสรรค์สังคมคุณภาพ
ตวั ชี้วัดของเป้าประสงค์

๑. องค์ความรู้ทีเ่ กี่ยวข้องกบั วฒั นธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของกรุงเทพมหานคร
๒. กิจกรรมทางวัฒนธรรมทีไ่ ด้รับการส่งเสริม ฟืน้ ฟู และพฒั นา
๓. กจิ กรรมทางวฒั นธรรมทส่ี ามารถยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ สรา้ งรายได้ และทนุ ทางสงั คม

ยทุ ธศาสตรร์ องที่ ๑.๑ การอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมรองของกรงุ เทพมหานคร
เป้าประสงค์ เพื่อให้มีข้อมูลด้านวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของกรุงเทพมหานคร
ที่ถูกต้องครบถ้วน และจัดหมวดหมู่สำ�หรับการวางแผนกลยุทธ์ในการอนุรักษ์ และจัดการ
ทางวฒั นธรรม
ตัวชี้วัดของเป้าประสงค์

๑. องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองที่
ถกู ต้องครบถ้วน และเปน็ ปจั จุบันของกรงุ เทพมหานคร

๒. แผนกลยทุ ธ์การอนุรกั ษ์วัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

26

บทสรปุ
แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม

๑.๑.๑ การศึกษาวิจัยวฒั นธรรม ๑. โครงการศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์และวฒั นธรรมท้องถิ่น
ท้องถิ่นของกรงุ เทพมหานครและ ๒. โครงการศึกษาวิจัยวฒั นธรรมท้องถิน่ ของ
วัฒนธรรมทีอ่ ยู่ในภาวะใกลส้ ูญ กรงุ เทพมหานครที่อยู่ในภาวะใกล้สญู
(วฒั นธรรม ๕ สาขา)

๑.๑.๒ การพัฒนาระบบ ๑. โครงการจดั ทำ�ระบบฐานข้อมูลวฒั นธรรมหลักและ
ฐานขอ้ มลู วฒั นธรรมหลกั วฒั นธรรมรองของกรุงเทพมหานคร
และวฒั นธรรมรองของ
กรุงเทพมหานคร ๒. โครงการศึกษาวิเคราะห์และจดั ทำ�ระบบฐานข้อมลู
เครือข่ายทางวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

๑.๑.๓ การสร้างเครือขา่ ยการ ๑. โครงการเสวนาสืบสานวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรม
อนุรักษว์ ฒั นธรรมทอ้ งถิ่น รอง ๕ สาขา

๒. โครงการเปิดพื้นที่และโอกาสในการนำ�เสนอ/สาธิต
วฒั นธรรมท้องถิ่น

๑.๑.๔ การเผยแพรข่ ้อมลู และ ๑. โครงการจดั มหกรรมวฒั นธรรมร่วมสมัยและใกล้สญู
กิจกรรมทีเ่ กี่ยวกับการอนุรกั ษ์ ของกรงุ เทพมหานคร
วัฒนธรรมหลัก วัฒนธรรม
รอง วัฒนธรรมร่วมสมยั และ ๒. โครงการจัดมหกรรมแสดงสินค้าวฒั นธรรมจาก
วัฒนธรรมใกลส้ ญู ภูมิปัญญาท้องถิ่น

๓. โครงการจัดทำ�แผนการสื่อสารเพื่อประชาสัมพนั ธ์
กิจกรรมด้านการอนุรักษ์วฒั นธรรม

๑.๑.๕ การยกย่องเชิดชผู ูร้ ู้และ ๑. โครงการประกาศเกียรติคุณผู้รู้และผู้ขับเคลือ่ นงาน
ผขู้ ับเคลื่อนงานวฒั นธรรมชุมชน วฒั นธรรมชมุ ชน

๒. โครงการพฒั นาคุณภาพชีวิตของผู้รู้ด้านวฒั นธรรม
๓. โครงการผู้เฒ่าเล่าเรื่องวัฒนธรรมท้องถิน่

๑.๑.๖ การผลกั ดันใหม้ ีการบังคบั ๑. โครงการให้ความรู้เรือ่ งกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่
ใชก้ ฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคบั ที่ เกีย่ วข้องกบั การดำ�เนินงานวฒั นธรรมแก่เจ้าหน้าทีแ่ ละ
เกีย่ วขอ้ งกับการคมุ้ ครองมรดก ชมุ ชน
ทางวฒั นธรรม ๒. โครงการสัมมนาทางวิชาการเพื่อสร้างมาตรการการ
บังคับใช้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคบั ทีเ่ กี่ยวข้องกับ
การดำ�เนินงานวัฒนธรรม

27

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ยุทธศาสตร์รองที่ ๑.๒ การส่งเสริมและฟื้นฟูวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรองของ
กรงุ เทพมหานคร
เป้าประสงค์ เพื่อให้คนกรงุ เทพฯ เห็นคุณค่า ร่วมเผยแพร่ และธำ�รงรักษาไว้ซึ่งวฒั นธรรมหลัก
และวัฒนธรรมรองของกรุงเทพมหานคร
ตวั ชีว้ ัดของเปา้ ประสงค์

๑. คนกรุงเทพฯ ทีร่ ่วมกิจกรรมส่งเสริมและฟืน้ ฟวู ัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรอง
๒. กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สามารถส่งเสริมและฟืน้ ฟู
๓. การเผยแพร่กิจกรรมทางวฒั นธรรม

กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม
๑.๒.๑ การเพิ่มประสิทธิภาพ ๑. โครงการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีหน่วยงานทีร่ บั ผิดชอบ
และกลไกการบริหาร
จัดการวัฒนธรรมของ งานด้านวัฒนธรรมทั้งในระดบั ส่วนกลางและระดับเขต
กรุงเทพมหานคร ๑.๑ โครงการวิเคราะห์อัตรากำ�ลงั และภาระงานของ

กองวฒั นธรรมและสำ�นกั งานเขต
๑.๒ โครงการปรบั โครงสร้าง (restructuring) การทำ�งาน

ของกองวัฒนธรรมและสำ�นกั งานเขต
๑.๓ โครงการพฒั นาระบบและกลไกในการตรวจสอบ

และประเมินผลการปฏิบตั ิงานด้านวัฒนธรรม
๑.๔ โครงการพัฒนาสมาชิกชุมชนและผู้นำ�ทางด้าน

วัฒนธรรมให้สามารถตรวจสอบและประเมินผลการ
ปฏิบัติงานของตนเอง
๒. โครงการพฒั นาบคุ ลากรของกองวฒั นธรรมและสำ�นกั งาน
เขตเพือ่ ปฏิบตั ิงานด้านวฒั นธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๑ โครงการพัฒนาสมรรถนะหลกั (core competency)
เพือ่ การบริหารงานทางด้านวฒั นธรรม
๒.๒ โครงการศึกษา/ดูงานเพือ่ เสริมสร้างประสบการณ์
การจดั การวฒั นธรรม
๒.๓ โครงการส่งบคุ ลากรไปศึกษาเพิ่มเติมด้าน
วัฒนธรรมศึกษา การบริหารจดั การวัฒนธรรม และ
การบริหารธรุ กิจ

28

บทสรุป
แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม

๑.๒.๒ การสรา้ งคนรุ่นใหมใ่ ส่ใจ ๑. โครงการสร้างความตระหนักในคณุ ค่าวฒั นธรรมของ
วัฒนธรรม ท้องถิน่ และวัฒนธรรมร่วมสมัยของกรงุ เทพมหานคร
๑.๑ โครงการศึกษาวิจยั เพื่อสร้างหลักสูตรวฒั นธรรม
กรงุ เทพฯ ในทกุ ระดับ
๑.๒ โครงการผลักดนั วัฒนธรรมกรงุ เทพฯ เข้าสู่ระบบ
การเรียนการสอนในสถาบนั การศึกษา
๑.๓ โครงการจดั อบรมเสริมความรู้และสร้างความ
ตระหนกั ในวฒั นธรรมท้องถิ่น
๑.๔ โครงการพฒั นาสื่อสร้างสรรค์ทีเ่ ข้าถึงคนรุ่นใหม่
๒. โครงการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เปน็ ผู้นำ�ในการสร้างสรรค์และ
เผยแพร่งานวัฒนธรรม
๒.๑ โครงการคัดเลือกเยาวชนเพื่อสร้างผู้นำ�ที่มีความ
สามารถในการสร้างสรรค์และเผยแพร่งาน
วฒั นธรรม
๒.๒ โครงการเยาวชนอาสาสมัครขบั เคลือ่ นวฒั นธรรม
๓. โครงการส่งเสริมสนบั สนนุ ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม
ในการดำ�เนินงานวัฒนธรรม
๓.๑ โครงการจดั ตั้งกลุ่มเยาวชนรักษ์วฒั นธรรม
๓.๒ โครงการประกวดกิจกรรม “คนรุ่นใหม่ใส่ใจ
วัฒนธรรม”

๑.๒.๓ การพฒั นาสมาชิก ๑. โครงการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการวฒั นธรรม
ชุมชนเพือ่ ขับเคลือ่ นงานด้าน ๑.๑ โครงการอบรมปลูกฝงั ค่านิยมร่วมในการดำ�เนินงาน
วัฒนธรรม
ด้านวัฒนธรรม
๑.๒ โครงการอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับ

วัฒนธรรมท้องถิน่
๑.๓ โครงการอบรมให้ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ

วฒั นธรรม
๒. โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ�ของท้องถิน่ เพือ่ การส่งเสริมและ

ฟืน้ ฟูวัฒนธรรม
๓. โครงการสนับสนนุ การดำ�เนินงานด้านวัฒนธรรม
๓.๑ โครงการจดั กิจกรรมสืบทอดภมู ิปัญญาท้องถิ่น ๕

สาขา

29

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม

๑.๒.๔ การสนับสนุนการรวมตวั ๑. โครงการสานเสวนาเครือข่ายด้านวฒั นธรรม
เปน็ เครือข่ายเพือ่ การสง่ เสริม กรุงเทพมหานคร
และฟืน้ ฟวู ฒั นธรรม ๒. โครงการจดั ทำ�แผนกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟู
วฒั นธรรมท้องถิ่นที่มีลกั ษณะคล้ายคลึงกัน

๑.๒.๕ การพัฒนาระบบฐาน ๑. โครงการจัดทำ�ระบบฐานข้อมูลเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและ
ข้อมลู เครือข่ายเพือ่ การส่งเสริม ฟืน้ ฟดู ้านวัฒนธรรม
และฟืน้ ฟูทางวัฒนธรรม

๑.๒.๖ การพัฒนากลไกเพื่อ ๑. โครงการจัดประชุม/สมั มนาภาคีเครือข่ายด้านวฒั นธรรม
ประสานความรว่ มมือ และสง่ ๒. โครงการจัดสมั มนาวิชาการด้านวฒั นธรรมระดบั ประเทศ
เสริมการทำ�งานด้านวฒั นธรรม ๓. โครงการสัมมนาทางวิชาการด้านวัฒนธรรมระดบั อาเซียน
รว่ มกบั ชุมชนและเครือข่าย

๑.๒.๗ การเผยแพร่ข้อมูลและ ๑. โครงการจดั ทำ�แผนการสือ่ สารเพือ่ ส่งเสริมและฟื้นฟู
กิจกรรมที่เกีย่ วกับการส่งเสริม วัฒนธรรมหลกั และวัฒนธรรมรอง
และฟืน้ ฟู วัฒนธรรมหลักและ
วัฒนธรรมรอง

ยุทธศาสตรร์ องที่ ๑.๓ การพฒั นาวัฒนธรรมหลักและวฒั นธรรมรองของกรงุ เทพมหานคร
เปา้ ประสงค์ เพื่อยกระดบั คณุ ภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสงั คมของสมาชิกในชมุ ชน
ตัวชีว้ ัดของเป้าประสงค์

๑. กิจกรรมทางวฒั นธรรมทีย่ กระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างทุนทางสังคม

๒. กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สร้างรายได้ให้กบั ชมุ ชน

30

บทสรปุ
แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม
๑.๓.๑ การพัฒนาวัฒนธรรม ๑. โครงการจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อเด็ก เยาวชน และ
หลักและวัฒนธรรมรองเพื่อ
ยกระดับคุณภาพชีวิตของ ผู้สงู อายุ
สมาชิกในชมุ ชน ๒. โครงการถ่ายทอดภูมิปญั ญาท้องถิน่
๑.๓.๒ การพฒั นาวัฒนธรรม ๓. โครงการพัฒนาบทบาทผู้สงู อายใุ นงานวฒั นธรรม
หลักและวัฒนธรรมรองเพื่อ ๑. โครงการจดั กจิ กรรมทางวฒั นธรรมเพอื่ สรา้ งความเขม้ แขง็
สรา้ งทุนทางสังคม
๑.๓.๓ การพฒั นาวัฒนธรรม ให้กับสถาบนั ครอบครัว
หลักและวัฒนธรรมรองเพื่อ ๒. โครงการจัดกิจกรรมตามประเพณีเพื่อปลูกฝังคุณธรรม
ส ร้ า ง ร า ย ไ ด้ ใ ห้ ส ม า ชิ ก ใ น
ชมุ ชน จริยธรรม และวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกนั อย่างศานติ
๑. โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าวฒั นธรรมตามมาตรฐาน
๑.๓.๔ การสร้างมูลคา่
เพิ่มวฒั นธรรมหลักและ สินค้าหนึง่ ตำ�บลหนึง่ ผลิตภัณฑ์ (OTOP)
วฒั นธรรมรองเพื่อพัฒนา ๒. โครงการสนบั สนนุ การทอ่ งเทยี่ วแบบปจั เจกบคุ คล (foreign
เศรษฐกิจ
individual tourist-FIT)
๓. โครงการส่งเสริมการท่องเทีย่ วในชุมชนโดยใช้จักรยาน
๔. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบวิถีเกษตรเชิงสุขภาพ

เชิงนิเวศวัฒนธรรม
๕. โครงการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวตามกลุ่มวัฒนธรรม

(cluster culture)
๖. โครงการศึกษาวิจยั ตลาดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
๗. โครงการจดั ทำ�ฐานขอ้ มลู ดา้ นวฒั นธรรมเพอื่ การทอ่ งเทยี่ ว

ชุมชน
๑. โครงการสรา้ งความรว่ มมอื กบั โรงแรม/สถานประกอบการ/

สถาบนั การศึกษา จัดอบรมเกี่ยวกบั การทำ�อาหารไทยให้
แก่นกั ท่องเที่ยวต่างชาติ
๒. โครงการสร้างความร่วมมือกบั ลานกีฬากรงุ เทพมหานคร
เพือ่ ฝึกอบรมศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้แก่นกั ท่องเที่ยวต่าง
ชาติ
๓. โครงการสร้างความร่วมมือกบั สถาบันการศึกษา/สถาน
พยาบาล /ภาคเอกชนในการสอนนวดไทยใหแ้ กน่ กั ทอ่ งเทย่ี ว
ต่างชาติ
๔. โครงการเรียนรู้การผลิตสินค้าวฒั นธรรมด้วยการปฏิบตั ิ
(do it yourself-DIY)

31

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ยุทธศาสตร์หลักที่ ๒ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมที่หลากหลายและร่วมสมัยของ
กรุงเทพมหานคร
เปา้ ประสงค์ เพื่อให้กรงุ เทพมหานครเปน็ แหล่งเรียนรู้ด้านวฒั นธรรมทีห่ ลากหลายและร่วมสมัย เป็น
พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมของประเทศและประชาคมอาเซียน
ตัวชีว้ ดั ของเป้าประสงค์

๑. แหล่งเรียนรู้ทางวฒั นธรรมในระดบั ชมุ ชน
๒. แหล่งเรียนรู้ทางวฒั นธรรมในระดับกรุงเทพมหานคร

กลยทุ ธ์ โครงการ

๒.๑ การส่งเสริมและสนับสนุนใหช้ ุมชน ๑. โครงการพฒั นาโครงสร้างพื้นฐานในการเข้าถึง
เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านวฒั นธรรม แหล่งเรียนรู้ด้านวฒั นธรรม

๒. โครงการจดั แหล่งเรียนรู้ด้านวฒั นธรรมโดย
ชุมชน

๒.๒ การเสริมสรา้ งสมรรถนะใน ๑. โครงการพฒั นาวิทยากรท้องถิ่นประจำ�แหล่ง
การบริหารจัดการแหล่งเรียนร้ดู า้ น เรียนรู้ด้านวฒั นธรรมของชุมชน
วฒั นธรรมชมุ ชน
๒. โครงการพฒั นาสมรรถนะด้านการบริหาร
จัดการแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมของชุมชน

๓. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการติดตาม
ประเมินผลตนเองของชมุ ชน

๒.๓ การพฒั นากรงุ เทพมหานครให้เป็น ๑. โครงการศึกษาและรวบรวมองค์ความรู้ด้าน
ศนู ยก์ ลางการแลกเปลีย่ นเรียนรูด้ า้ น วัฒนธรรม
วฒั นธรรมในประชาคมอาเซียน
๑.๑ โครงการศึกษาวฒั นธรรมร่วมสมัยของ
กรุงเทพมหานคร

๑.๒ โครงการศึกษาวัฒนธรรมอาเซียนใน
กรุงเทพมหานคร

๒. โครงการปรบั ปรงุ พิพิธภณั ฑ์ท้องถิ่น
กรงุ เทพมหานครให้สามารถให้สามารถใช้
ประโยชน์ได้เตม็ ศักยภาพ หรือควบรวมตาม
ลักษณะภมู ิวฒั นธรรม

32

บทสรปุ
แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

กลยุทธ์ โครงการ
๓. โครงการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์เมืองเพือ่ เป็น

แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร และ
วัฒนธรรมอาเซียนในกรุงเทพมหานคร

นยิ ามศัพท์

วฒั นธรรม ๕ สาขา หมายถงึ วฒั นธรรมทใ่ี ชเ้ กณฑก์ ารแบง่ ของยเู นสโก (UNESCO) และกระทรวง
วฒั นธรรมทแี่ บง่ วฒั นธรรมออกเปน็ ๕ สาขา ไดแ้ ก่ ขนบธรรมเนยี มประเพณี
และศาสนา ศลิ ปะ การช่างฝีมอื คหกรรมศลิ ป์ กฬี าและนนั ทนาการ

วฒั นธรรมหลกั หมายถึง วัฒนธรรมท่ีได้รับการยอมรับและปฏิบัติโดยคนส่วนใหญ่ เป็น
วฒั นธรรมทค่ี รอบคลมุ ใน ๕ สาขา ไดแ้ ก่ ขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละศาสนา
ศิลปะ การช่างฝีมอื คหกรรมศลิ ป์ กีฬาและนนั ทนาการ

วัฒนธรรมรอง หมายถึง วัฒนธรรมของแต่ละท้องถ่ิน แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีความ
แตกต่างหลากหลาย มีการปฏิบตั ิกนั ในแต่ละพนื้ ที่ แต่ละกลุ่มชาตพิ ันธ์ุ

วฒั นธรรมร่วมสมยั หมายถึง วัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมของผู้คนจ�ำนวนมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ อัน
เป็นผลมาจากอิทธิพลของส่ือ จากความต้องการวัฒนธรรมในช่วงเวลาน้ัน
วัฒนธรรมร่วมสมยั หมายรวมถึงทกุ อย่าง เช่น อาหาร การแต่งกาย กีฬา
ดนตรี ศลิ ปะ วรรณกรรม และรปู แบบการส่อื สาร เป็นต้น

แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม หมายถงึ ชมุ ชนทมี่ ที รพั ยากรทางวฒั นธรรม อาทิ ผรู้ ู้และมรดกภมู ปิ ญั ญาดา้ น
วฒั นธรรม ทปี่ ระชาชนสามารถเขา้ ไปเรยี นรไู้ ด้ ครอบคลมุ ถงึ ขนบธรรมเนยี ม
ประเพณแี ละศาสนา ศลิ ปะ การชา่ งฝมี อื คหกรรมศลิ ป์ กฬี าและนนั ทนาการ

33



ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลง

ทางสงั คมวฒั นธรรม

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมวัฒนธรรม

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยที่มีพัฒนาการยาวนานมากว่า ๒๐๐ ปี เป็น
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมของประเทศกรุงเทพฯ จึงเป็นเมืองประวัติศาสตร์
วัฒนธรรมท่ีมีการหลอมรวมของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ท่ีมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตนเอง
เข้ามาอาศัยอยู่รวมกันในย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ และสามารถด�ำรงวถิ ีชีวติ ได้อย่างมคี วามสุข ซง่ึ นบั ได้
ว่าเป็นลักษณะพเิ ศษของสงั คมกรงุ เทพฯ

ในการจดั ทำ� แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ทป่ี รกึ ษาไดศ้ กึ ษาแนวคดิ ทฤษฎเี กยี่ วกบั วฒั นธรรม
การเปลย่ี นแปลงทางสงั คมวฒั นธรรม ปจั จยั ทมี่ ผี ลกระทบกบั การเปลย่ี นแปลงของกรงุ เทพมหานคร และ
แผนพฒั นาต่างๆ ท่ีเก่ยี วข้องกบั การดำ� เนินงานด้านวฒั นธรรม โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๓ ส่วน ดังนี้

๑. แนวคดิ ทฤษฎเี กีย่ วกบั วัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลง และการจดั การทางวฒั นธรรม
๑.๑ วัฒนธรรม : แนวคิดและความหมาย ความส�ำคัญและบทบาท และประเภทของ
วัฒนธรรม
๑.๒ การเปลี่ยนแปลงทางสงั คมวฒั นธรรมของเมือง
๑.๓ การจัดการวฒั นธรรม
๑.๔ เมืองย่ังยืนกับการมสี ่วนร่วมของภาคประชาสงั คม
๒. ปัจจยั ทสี่ ่งผลกระทบกบั การเปลี่ยนแปลงสังคมและวฒั นธรรมเมอื ง
๒.๑ ผลกระทบของโลกาภวิ ตั น์และอาเซียน
๒.๒ ปัจจัยท่สี ่งผลกระทบต่อการเปลยี่ นแปลงวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร
๓. ทศิ ทางการขบั เคล่ือนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานครมองผ่านแผนพฒั นา
๓.๑ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตฉิ บบั ท่ี ๑๑ (พ.ศ.๒๕๕๐ – ๒๕๕๙)
๓.๒ แผนแม่บทวฒั นธรรมแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๙)
๓.๓ แผนพฒั นากรงุ เทพมหานคร ๑๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๖๓)
๓.๔ วิสยั ทัศน์กรงุ เทพมหานคร ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๗๕)

36

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวฒั นธรรม

๑.๑ แนวคดิ ทฤษฎเี กยี่ วกบั วฒั นธรรม การเปลยี่ นแปลง และการจดั การทางวฒั นธรรม

๑.๑.๑ วัฒนธรรม : แนวคิดและความหมาย ความส�ำคัญและบทบาท และประเภทของ
วฒั นธรรม

แนวคดิ และความหมายของ “วัฒนธรรม”
คำ� ว่า วฒั นธรรม ในภาษาไทยได้มกี ารนิยามจากรากศัพท์ภาษาบาลีและสนั สกฤต คำ� ว่า
“วฒั น” เปน็ ภาษาบาลีคือ วฑฺฒน ซ่งึ แปลว่า เจรญิ งอกงาม ส่วนค�ำว่า “ธรรม” มาจากภาษาสนั สกฤต
ว่า ธรมฺ หมายถงึ ความดี แปลได้ว่า สภาพอันเปน็ ความเจรญิ งอกงาม หรอื ลักษณะทแ่ี สดงความเจริญ
งอกงาม ส่วนในภาษาอังกฤษค�ำว่า วัฒนธรรมตรงกับค�ำว่า “culture” มาจากรากศัพท์ภาษาละตินว่า
cultura หมายถึง การปลูกฝัง การสร้าง “culture” จึงหมายถึงส่ิงท่ีถูกสร้าง หรือก�ำหนดข้ึนมานั่นเอง
(สมศักดิ์ ศรีสันตสิ ขุ , ๒๕๓๒)
“วัฒนธรรม” มีการบัญญัติความหมายอย่างเป็นทางการขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.
พิบูลสงคราม มีการตราพระราชบัญญัติบ�ำรุงวัฒนธรรมแห่งชาติพุทธศักราช ๒๔๘๓ ต่อมาได้ยกเลิก
พระราชบัญญัติดังกล่าว และตราพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติพุทธศักราช ๒๔๘๕ ก�ำหนดไว้ว่า
วฒั นธรรม หมายถงึ ลกั ษณะทแี่ สดงถงึ ความเจรญิ งอกงาม ความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย ความกลมเกลยี ว
ความก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน ซ่ึงความหมายนี้ ทางราชการและผู้คนทั่วไป
ยงั ใช้กนั อยู่จนถึงปจั จบุ นั
ในวงวชิ าการทางสงั คมศาสตร์ “วฒั นธรรม” เปน็ ศพั ทท์ างวชิ าการ (technical vocabulary)
ท่ีมีความหมายกว้างขวางมาก และมีผู้ให้นยิ ามไว้หลากหลายเปน็ จำ� นวนมาก เช่น เอด็ วาร์ด บี ไทเลอร์
(Edward B.Tylor,1873) ศาสตราจารย์ทางมานุษยวิทยาคนแรกของโลกชาวอังกฤษ ได้นิยามค�ำว่า
วฒั นธรรม (culture) อย่างชดั เจนเปน็ ครง้ั แรกเมอื่ ปี ค.ศ. ๑๘๗๑ ว่า วฒั นธรรมเปน็ ส่วนทงั้ หมดทลี่ กั ษณะ
ซับซ้อน ประกอบด้วยความรู้ ความเช่อื ศลิ ปะ ศลี ธรรม จรยิ ธรรม กฎหมาย ประเพณี และความ
สามารถอ่นื ๆ รวมทง้ั อุปนสิ ยั ต่างๆ ทมี่ นุษย์ได้เรียนรู้มาในฐานะเป็นสมาชกิ ของสังคม
เจ เอฟ ซูเบอร์ (J.F.Cuber, 1968) ให้นิยามวัฒนธรรมว่า วัฒนธรรม คือ แบบแผน
พฤตกิ รรมทเี่ กดิ จากการเรยี นรู้ คอ่ ยๆ เปลย่ี นแปลงไปเรอ่ื ยๆ และยงั รวมผลผลติ ทเ่ี กดิ จากการเรยี นรู้ เชน่
ทัศนคติ ค่านิยม สง่ิ ของต่างๆ ทค่ี นนยิ มทำ� ข้ึน และความรู้ทีม่ ีอยู่ร่วมกนั ในกลุ่มชนหน่งึ ๆ มกี ารถ่ายทอด
ไปยังสมาชิกคนอน่ื ๆ ในสังคม
เลสลี ไวท์ (Leslie White, 2007) นิยามความหมาย คือการรวมอย่างมีระเบียบ
ของปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น การกระท�ำ (แบบแผนพฤตกิ รรม) วตั ถุ (เครอื่ งมือเครื่องใช้) ความคิด และ
ความรู้สกึ (ความเชอื่ ความรู้ ค่านิยม และเจตคติ) ทีต่ ้องอาศยั การใช้สัญลกั ษณ์ทส่ี ังคมร่วมกนั กำ� หนด
ความหมายเปน็ ชอ่ งทางการสอ่ื สาร ไวท์ ยงั แบง่ วฒั นธรรมออกเปน็ ๓ ระบบยอ่ ย ไดแ้ ก่ ระบบเทคนคิ คอื
วธิ กี ารและเครอื่ งมอื ทม่ี นษุ ยใ์ ชเ้ พอ่ื ใหไ้ ดพ้ ลงั งานมาใชใ้ นการดำ� รงชวี ติ และปรบั ปรงุ บำ� รงุ รกั ษาวฒั นธรรม
ระบบสังคมวิทยา คือ ระบบความสัมพนั ธ์ของคนในสงั คม และวฒั นธรรมอดุ มการณ์ คือ ระบบความคิด
ความเช่อื ของคนในสังคม
พทั ยา สายหู (๒๕๒๔) นักวชิ าการด้านมานุษยวิทยาไทย ให้นยิ ามว่าวัฒนธรรม หมายถึง แบบ
อยา่ งการดำ� รงชวี ติ ของกลมุ่ ซง่ึ สมาชกิ เรยี นรถู้ า่ ยทอดกนั ไปดว้ ยการสงั่ สอนอบรมทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม
หรือหมายความง่ายๆ ว่าแบบแผนชีวติ ความเป็นอยู่ของชนกลุ่มหนง่ึ ในขณะใดขณะหนึ่งเท่านั้น

37

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

พระยาอนุมานราชธน (๒๕๒๒) อธิบายว่า วัฒนธรรม คอื สง่ิ ที่มนุษย์เปลย่ี นแปลงปรบั ปรุงหรอื
ผลติ ขึ้นสร้างขึน้ เพ่อื ความเจริญงอกงามในวิถขี องส่วนรวม ถ่ายทอดกนั ไว้ เอาอย่างกันไว้ รวมท้งั ผลติ ผล
ของส่วนรวมท่มี นุษย์ได้เรยี นรู้มาจากคนแต่ก่อนสบื ต่อเปน็ ประเพณีกนั มา ตลอดจนความรู้สกึ ความคดิ
เห็น และกริ ิยาอาการ หรือการกระท�ำใดๆ ของมนุษย์ในส่วนรวมลงรูปเปน็ พิมพ์เดียวกัน และส�ำแดงออก
มาได้ปรากฏเป็นภาษาศลิ ปะ ความเชอ่ื ระเบียบประเพณี เป็นต้น

สุพัตรา สุภาพ (๒๕๒๘) กล่าวว่า วัฒนธรรมมีความหมายครอบคลุมถึงทุกส่ิงทุกอย่างอันเป็น
แบบแผนในความคิดและการกระท�ำท่ีแสดงออกถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคมของกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง
หรือสังคมใดสงั คมหนงึ่ มนุษย์ได้คดิ สร้างระเบยี บกฎเกณฑ์วธิ กี ารในการปฏิบัตกิ ารจดั ระเบียบตลอดจน
ความเช่อื ความนยิ ม ความรู้ และเทคโนโลยตี ่างๆ ในการควบคุม และใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ

กาญจนา แก้วเทพ (๒๕๓๘) นยิ ามความหมายของวัฒนธรรมว่า คอื ส่วนรวมของมนุษย์ในการ
อยู่ร่วมเปน็ ชมุ ชน โดยเป็นความสมั พนั ธ์ระหว่างคนกบั คน คนกบั ธรรมชาติ และคนกบั สงิ่ เหนอื ธรรมชาติ
ประกอบไปด้วยองค์ประกอบ ๒ ส่วนคือ ส่วนทม่ี องเหน็ ได้ (visible part) ซง่ึ สามารถรบั รู้ได้เลยโดยไม่ต้อง
มีการวิเคราะห์ ตีความ ปรากฏต่อสายตาของเราโดยตรงคอื วัตถุ คำ� พดู แบบแผน เช่น การศกึ ษา ภาษา
อาหาร พิธีกรรม เป็นต้น ส่วนสิง่ ทม่ี องไม่เหน็ (invisible part) เปน็ ส่วนท่ีไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรงต้อง
อาศยั การวเิ คราะห์จึงจะเข้าใจ ได้แก่ ความหมาย เหตุปจั จัย แก่น และเน้อื หาของวัฒนธรรม

สายนั ต์ ไพรชาญจติ ร์ (๒๕๕๐) ใหค้ วามหมายของวฒั นธรรมวา่ หมายถงึ ความสมั พนั ธใ์ นลกั ษณะ
แบบองค์รวม มคี วามสมั พนั ธ์กบั วิถีชวี ิตผู้คนท่รี วมตัวกันเป็นสงั คม ชุมชน หรือ กลุ่มชาตพิ ันธ์ุ ทเี่ กย่ี วข้อง
สมั พนั ธ์กบั ส่งิ ต่างๆ ทัง้ คน ธรรมชาติ และส่งิ ศักด์สิ ทิ ธิ์ จนเกิดการจัดระบบความสัมพันธ์ทสี่ มดุล เพอื่ ให้
อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนและเก้อื กลู กนั

พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๔ ระบวุ า่ วฒั นธรรมหมายถงึ สง่ิ ทท่ี �ำความ
เจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ วถิ ชี วี ติ ของหมู่คณะ ส่วนในพระราชบัญญัตวิ ฒั นธรรม พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๕
หมายถงึ ลกั ษณะทแ่ี สดงถงึ ความเจรญิ งอกงาม ความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยความกลมเกลยี วกา้ วหนา้ ของ
ชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน ทางวทิ ยาการหมายถงึ พฤตกิ รรมและสิง่ ทค่ี นในหมู่ผลติ สร้างขึน้
ด้วยกันเรยี นรู้จากกันและกนั และร่วมใช้อยู่ในหมู่พวกของตน

นอกจากนี้ ส�ำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (๒๕๓๕) ให้ความหมายว่า วัฒนธรรม
หมายถึง ความเจริญงอกงาม ซงึ่ เปน็ ผลจากระบบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กบั มนษุ ย์ มนุษย์กับสังคม
และมนุษย์กับธรรมชาติ จ�ำแนกออกเป็น ๓ ด้าน คอื จติ ใจ สงั คม และวัตถุ มกี ารสง่ั สมและสืบทอดจาก
คนรุ่นหนงึ่ ไปสู่คนอกี รุ่นหนึง่ จากสงั คมหนึง่ ไปสู่อีกสังคมหน่งึ จนกลายเปน็ แบบแผนที่สามารถเรียนรู้และ
ก่อให้เกิดผลิตกรรมและผลิตผล ทั้งท่ีเป็นรูปธรรมและนามธรรมอันควรค่าแก่การวิจัย อนุรักษ์ ฟื้นฟู
ถ่ายทอด เสรมิ สร้างเอตทคั คะและแลกเปลยี่ น เพอ่ื สร้างดลุ ยภาพแห่งความสมั พนั ธ์ระหว่างมนษุ ย์ สงั คม
และธรรมชาติ ซงึ่ จะช่วยให้มนุษย์สามารถดำ� รงชวี ติ อย่างมีสุข สันตสิ ุข และอิสรภาพ อันเปน็ พน้ื ฐานแห่ง
อารยธรรมของมนษุ ยชาติ

ในปจั จบุ นั ขอบเขตของคำ� วา่ วฒั นธรรม ไดข้ ยายกวา้ งขวางออกไปโดยองคก์ ารยเู นสโกไดใ้ หค้ วาม
ส�ำคัญกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผลการประชุมเพ่ือก�ำหนดนโยบายทางด้านวัฒนธรรมในปี
พ.ศ. ๒๕๒๕ มงุ่ ใหป้ ระชาชนตระหนกั ในอตั ลกั ษณท์ างดา้ นวฒั นธรรม ลกั ษณะทางพหนุ ยิ มดา้ นวฒั นธรรม
สทิ ธิในความแตกต่าง และการรู้จักเคารพวฒั นธรรมของคนอืน่ รวมทง้ั ชนกลุ่มน้อย บทบาทดงั กล่าวเปน็

38

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม

บทบาททเ่ี รียกว่า ข้ามพรมแดนของชาติ (UNESCO as an international body) ซง่ึ มีนยั ของการอยู่ร่วมกัน
บนความแตกต่างทางวฒั นธรรม

ในสังคมใหญ่หรือสังคมท่ีมีความสลับซับซ้อน ประกอบด้วยพลเมืองท่ีเป็นคนหลายกลุ่มหรือ
หลายเชื้อชาติต่างๆ กัน ท�ำให้สังคมน้ันมีความแตกต่างกันไปในหมู่สมาชิกของสังคม สังคมดังกล่าวจึง
มีวฒั นธรรมใน ๒ ระดับ คือ วัฒนธรรมใหญ่ หรือวัฒนธรรมหลัก หรอื วฒั นธรรมท่ัวไป และวัฒนธรรม
ย่อยหรือวฒั นธรรมรอง

วัฒนธรรมใหญ่ (great tradition) หรือวัฒนธรรมหลักหรือวัฒนธรรมทั่วไป (general culture)
หมายถึง วัฒนธรรมที่คนจ�ำนวนมากในสังคมมีอยู่ร่วมกัน ส่วนต่างๆ ของวัฒนธรรมดังกล่าวจะรวมตัว
กันท�ำให้เกิดระเบียบในสังคม แต่ละคนรู้ว่าจะหวังอะไรจากผู้อื่น และผู้อื่นจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรบ้าง
เช่น ในสงั คมไทย คนไทยส่วนใหญ่นับถอื พุทธศาสนา พดู ภาษาไทยภาคกลาง เข้าเรียนในระบบการศกึ ษา
ที่เป็นทางการจดั โดยรฐั บาลไทย มรี ะบบการปกครองท่ีแบ่งออกเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นท่ี
เหมอื นกนั หมดทวั่ ประเทศไทย มคี ณะรฐั บาลเปน็ ผบู้ รหิ ารงานการปกครอง มกี ฎหมายออกมาบงั คบั ใชก้ บั
ทกุ คนไม่มีข้อยกเว้น นอกจากน้นั คนไทยส่วนใหญ่ยังมคี ่านยิ มทนี่ ับถือผู้ใหญ่ ปฏิบตั ิตามขนบธรรมเนยี ม
ประเพณีต่างๆ เช่น วันข้ึนปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง งานวนั สำ� คญั ทางศาสนา และงานศพ เปน็ ต้น
ส่วนต่างๆ ของวัฒนธรรมที่กล่าวมานี้ เปน็ วัฒนธรรมทั่วไปในสังคมไทย เพราะคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย
มีสง่ิ เหล่าน้ันร่วมกนั อยู่

วัฒนธรรมย่อย (sub culture) หรือ วัฒนธรรมรอง หรือวัฒนธรรมเล็ก (little culture) หรือ
วัฒนธรรมเฉพาะ (specific) หมายถึงส่วนต่างๆ ของวัฒนธรรมที่ใช้กนั ในกลุ่มคนบางกลุ่มเท่าน้นั ไม่ได้ใช้
กันในทกุ กลุ่มคน หรือโดยคนจำ� นวนมากในสังคม วัฒนธรรมรอง หรือวัฒนธรรมย่อย มกั เป็นส่วนหนึ่ง
ของวฒั นธรรมทว่ั ไป และมกั เกย่ี วข้องกบั วฒั นธรรมทว่ั ไป แต่ในเวลาเดยี วกนั กแ็ ตกต่างไปจากวฒั นธรรม
ทว่ั ไปด้วย วัฒนธรรมรอง หรอื วฒั นธรรมย่อยจะเด่นชัดในสังคมทม่ี คี วามแตกต่างกนั ในหมู่ประชากร จงึ
มักไม่มีวัฒนธรรมท่ัวไปแต่เพียงประเภทเดียว แต่จะมีแกนกลางท่ีเป็นวัฒนธรรมทั่วไป และมีวัฒนธรรม
ย่อยอยู่จ�ำนวนหนึง่ ในสังคมนน้ั ด้วย

แบบแผนวฒั นธรรมบางอยา่ งมอี ยรู่ ว่ มกนั เฉพาะกลมุ่ คนทม่ี สี ถานภาพทางสงั คมบางอยา่ งเทา่ นน้ั
กลุ่มคนดังกล่าวนอกจากจะปฏิบัติตามวัฒนธรรมท่ัวไปแล้ว ยังปฏิบัติตามวัฒนธรรมรองเฉพาะกลุ่มตัว
ซึ่งมีเอกลักษณ์ของตนเองด้วย วัฒนธรรมรองดังกล่าวแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตามสถานภาพทาง
สงั คม ดงั นี้ สถานภาพทางเพศ สถานภาพทางอายุ สถานภาพทางอาชพี สถานภาพทางชนชนั้ หรอื วรรณะ
สถานภาพเชงิ เชอื้ ชาติ หรอื ชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ สถานภาพทางศาสนา เปน็ ต้น นอกจากวฒั นธรรมรอง
ดงั กลา่ ว ซงึ่ ไดแ้ ก่ เพศ อายุ อาชพี ชนชน้ั หรอื วรรณะ และเชอื้ ชาตศิ าสนาแลว้ ยงั มวี ฒั นธรรมรองอกี หลาย
ประเภท ข้ึนอยู่กบั ปัจจยั อกี หลายอย่าง เช่น ลักษณะทางภมู ิศาสตร์ ท�ำให้เกดิ วัฒนธรรมรองเชิงภมู ิภาค
และวัฒนธรรมรองของคนเมือง คนชนบท เปน็ ต้น

วัฒนธรรมรองที่ส�ำคัญได้แก่ วัฒนธรรมรองเชิงเพศ อายุ อาชีพ และเช้ือชาติหรือชนกลุ่มน้อย
ในทกุ สงั คมมกั มคี วามแตกต่างกนั ในกล่มุ คนทเี่ ปน็ เพศชายและกล่มุ คนทเ่ี ปน็ เพศหญงิ โดยทว่ั ไปมกั มกี าร
แบง่ งานกนั ทำ� ตามเพศ ในบางวฒั นธรรมมขี อ้ หา้ มไม่ให้ผหู้ ญงิ เขา้ ร่วมพธิ กี รรมบางอยา่ ง หรอื ห้ามทำ� งาน
บางอย่าง เช่น งานด้านศลิ ปะ กิจกรรมทางด้านวชิ าการและการสร้างสรรค์ถอื ว่าเป็นกจิ กรรมของผู้ชาย
โดยเฉพาะ เปน็ ต้น

39

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

อายเุ ปน็ วฒั นธรรมรองทส่ี ำ� คญั อกี อยา่ ง ในแตล่ ะสงั คมประกอบไปดว้ ยสมาชกิ ในวยั ตา่ งๆ กนั นบั ได้
๕ วัยด้วยกัน คือ วยั ทารก วยั เดก็ วยั รุ่น วยั ผู้ใหญ่ และวัยชรา กลุ่มคนในแต่ละวัยดงั กล่าวเปน็ วฒั นธรรม
ย่อยประเภทหน่ึง เพราะแต่ละกลุ่มจะมคี วามคดิ ความเชือ่ ภาษาสำ� นวน การแต่งกาย และพฤตกิ รรมที่
เปน็ ของกลุ่มตนแตกต่างไปจากกลุ่มคนในวัยอ่ืนๆ ของสังคมทเี่ รียกว่ามเี อกลกั ษณ์ของตนเองโดยเฉพาะ

ในสังคมสมัยใหม่จะมีวัฒนธรรมรองเชงิ อาชีพอยู่ด้วย เพราะคนในสังคมมักมีอาชพี ต่างๆ กันไป
เช่น เป็นนกั ร้อง ดาราภาพยนตร์ หมอนวด ครูอาจารย์ นายแพทย์ นกั วิทยาศาสตร์ และนกั สงั คมศาสตร์
เป็นต้น คนแต่ละกลุ่มดังกล่าวจะมีวัฒนธรรมของตนเองท่ีไม่เหมือนกลุ่มคนอาชีพอื่นๆ คนท่ีอยู่ในอาชีพ
เดียวกันมกั เข้าใจกันดกี ว่าคนในอาชีพอ่นื

สงั คมสมยั ใหมใ่ นปจั จบุ นั มกั ประกอบไปดว้ ยสมาชกิ ทม่ี เี ชอื้ ชาตติ า่ งๆ กนั ทำ� ใหเ้ กดิ เปน็ วฒั นธรรม
ยอ่ ยเชงิ เชอื้ ชาติ หรอื กลมุ่ ชนทมี่ วี ฒั นธรรมแตกตา่ งไปในสงั คมไทย เชน่ กะเหรยี่ ง มง้ อาขา่ มอญ จนี เปน็ ตน้

กล่าวโดยสรุป วัฒนธรรม หมายรวมครอบคลุมถึงทุกส่ิงทุกอย่างที่มนุษย์สร้างข้ึนมา นับต้ังแต่
ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนาความเชื่อ ค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณี กฎหมาย ศิลปะ
ตลอดจนวทิ ยาการและเทคโนโลยตี า่ งๆ ทวี่ วิ ฒั นาการสบื ทอดกนั มาอยา่ งมรี ะเบยี บแบบแผน อาจกลา่ วได้
วา่ วฒั นธรรมเปน็ เครอ่ื งมอื ทม่ี นษุ ยค์ ดิ คน้ ขน้ึ มาเพอ่ื ชว่ ยใหม้ นษุ ยส์ ามารถดำ� รงชวี ติ อยตู่ อ่ ไปได้ วฒั นธรรม
ย่อมเปลย่ี นแปลงไปตามเง่อื นไขและกาลเวลาเม่อื มีการประดิษฐ์หรอื ค้นพบส่งิ ใหม่วิธใี หม่ ที่ใช้แก้ปญั หา
และตอบสนองความต้องการของสังคมได้ดกี ว่าซึ่งอาจท�ำให้สมาชิกของสงั คมเกิดความนิยม และในท่ีสุด
อาจเลกิ ใชว้ ฒั นธรรมเดมิ ดงั นนั้ การรกั ษาหรอื ธำ� รงไวซ้ ง่ึ วฒั นธรรมเดมิ จงึ ตอ้ งมกี ารปรบั ปรงุ เปลยี่ นแปลง
หรอื พัฒนาวัฒนธรรมให้เหมาะสม และมปี ระสทิ ธภิ าพตามยุคสมยั

ความสำ�คัญและบทบาทของวัฒนธรรม
๑) วัฒนธรรมท�ำให้เกิดความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สังคมท่ีมี
วฒั นธรรมเดยี วกนั ย่อมจะมคี วามรู้สกึ ผกู พนั เดยี วกนั เกดิ ความเปน็ ปึกแผ่น จงรกั ภกั ดี และอทุ ศิ ตนให้แก่
สังคม ท�ำให้สังคมอยู่รอด
๒) วฒั นธรรมเปน็ ตัวก�ำหนดรูปแบบของสถาบัน เช่น รูปแบบของครอบครัวจะเหน็
ไดว้ า่ ลกั ษณะของครอบครวั แตล่ ะสงั คมตา่ งกนั ไป ทง้ั นเ้ี นอ่ื งจากวฒั นธรรมในสงั คมเปน็ ตวั กำ� หนดรปู แบบ
เช่น วฒั นธรรมไทยกำ� หนดเปน็ แบบสามภี รรยาเดยี ว ในอกี สงั คมหนงึ่ กำ� หนดว่าชายอาจมภี รรยาได้หลาย
คน หรือหญงิ อาจมสี ามไี ด้หลายคน ความสมั พนั ธ์ทางเพศก่อนแต่งงานเปน็ สิ่งท่ีดี หรอื เปน็ เรือ่ งขดั ต่อ
ศลี ธรรม
๓) วัฒนธรรมเป็นเคร่ืองแสดงเอกลักษณ์ของชาติ ค�ำว่า เอกลักษณ์ หมายถึง
ลกั ษณะพเิ ศษหรอื ลกั ษณะเดน่ ของบคุ คลหรอื สงั คมทแ่ี สดงวา่ สงั คมหนงึ่ แตกตา่ งไปจากอกี สงั คมหนงึ่ เชน่
วัฒนธรรมการพบปะกนั ในสังคมไทย มกี ารยกมอื ไหว้กนั แต่ในสงั คมญี่ปุ่นใช้การคำ� นับกนั เปน็ ต้น
๔) วัฒนธรรมช่วยให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า หากสังคมใดมีวัฒนธรรมท่ีดีงาม
เหมาะสม เชน่ ความมรี ะเบยี บวนิ ยั ขยนั ประหยดั อดทน การเหน็ ประโยชนส์ ว่ นรวมมากกวา่ สว่ นตวั เปน็ ตน้
สงั คมนัน้ ย่อมจะเจรญิ ก้าวหน้าได้อย่างรวดเรว็
๕) วัฒนธรรมเปน็ เครื่องสร้างระเบียบแก่สงั คมมนษุ ย์ อย่างเช่น วัฒนธรรมไทยเปน็
เครอ่ื งกำ� หนดพฤตกิ รรมของสมาชิกในสงั คมไทยให้มรี ะเบยี บแบบแผนทช่ี ัดเจน รวมถึงผลของการแสดง

40

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสงั คมวฒั นธรรม

พฤตกิ รรมตลอดจนถงึ การสร้างแบบแผนของความคดิ ความเชอื่ และค่านยิ มของสมาชกิ ให้อยู่ในรูปแบบ
เดยี วกนั

๖) วัฒนธรรมเป็นเคร่ืองมือช่วยแก้ปัญหาและสนองความต้องการของมนุษย์
มนุษย์ไม่สามารถด�ำรงชีวิตภายใต้ส่ิงแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น มนุษย์ต้องแสวงหาความรู้จาก
ประสบการณ์ท่ีตนได้รับการประดษิ ฐ์คิดค้น วธิ กี ารใช้ทรัพยากรนั้นให้เกดิ ประโยชน์ต่อชีวิต และถ่ายทอด
จากสมาชิกรุ่นหน่งึ ไปสู่สมาชกิ รุ่นต่อไปได้โดยวฒั นธรรมของสังคม

ประเภทของวัฒนธรรม
โดยทัว่ ไปได้มกี ารแบ่งวัฒนธรรมออกเปน็ ๒ ประเภท ดงั น้ี
๑) วฒั นธรรมทจี่ ับต้องได้ (tangible culture) หรือ วัฒนธรรมทเ่ี ปน็ วัตถุ (material
culture) มลี ักษณะเป็นวัตถทุ ี่จับต้องได้ หมายถึง สิ่งประดิษฐ์หรอื ส่งิ สร้างท่มี นุษย์คดิ ค้นข้นึ เช่น ส่ิงของ
เครอ่ื งใช้ในครวั เรือนอาหาร อาคารบ้านเรอื น เส้อื ผ้า เครือ่ งประดับตกแต่ง เปน็ ต้น
๒) วัฒนธรรมทจี่ ับต้องไม่ได้ (intangible culture) หรอื วฒั นธรรมท่ไี ม่ใช่วตั ถุ (non-
material culture) หมายถึง วัฒนธรรมทีแ่ สดงออกได้โดยแบบแผนการด�ำเนนิ ชวี ติ ความคิด อุดมการณ์
ความเชอื่ ภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี การปฏบิ ัตสิ ืบต่อกันมาและเปน็ ทย่ี อมรับในกลุ่มของตนว่าดี
งามเหมาะสม ซ่ึงมลี ักษณะเปน็ นามธรรม (abstract) ท่มี องเหน็ ไม่ได้
นอกจากนี้ นกั วชิ าการบางคนเหน็ ว่าการแบ่งประเภทของวฒั นธรรมออกเปน็ ๒ ประเภท
ดงั กลา่ วนน้ั แนวคดิ ทเ่ี กยี่ วกบั วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถนุ นั้ คลมุ เครอื จงึ ไดแ้ บง่ วฒั นธรรมออกเปน็ ๓ ประเภท
ดงั นี้ คือ
๑) วัฒนธรรมทางวตั ถุ (material) ได้แก่ วัตถุสิ่งของเครอื่ งใช้ต่างๆ ทีม่ นษุ ย์สร้างข้นึ
เพ่ือน�ำมาใช้ในชวี ติ ประจำ� วนั
๒) วัฒนธรรมความคิด (ideas) หมายถึง วัฒนธรรมท่ีเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด
ทศั นคติ ความเชอ่ื ต่างๆ เช่น ความเชือ่ ในเรอ่ื งตายแล้วเกดิ ใหม่ ความเช่ือในเร่อื งกฎแห่งกรรม การเชอ่ื ถือ
โชคลาง ตลอดจนเร่ืองลกึ ลบั นิยายปรมั ปรา วรรณคดี สุภาษิต อดุ มการณ์ต่างๆ เปน็ ต้น
๓) วฒั นธรรมดา้ นบรรทดั ฐาน (norms) ไดแ้ ก่ ระเบยี บแบบแผนหรอื ประเพณที บ่ี คุ คล
ในสังคมยึดถือหรอื กฎหมายที่ใช้ปฏิบัตริ ่วมกัน ซ่งึ ประกอบด้วย
ก. วิถชี าวบ้าน (folkways) คือ ระเบียบแบบแผนท่บี คุ คลในสังคมควรปฏิบัติ เช่น
การบวชลูกชายเมื่อมีอายุครบ ๒๐ ปี เพ่ือทดแทนคุณบิดามารดา การต้อนรับแขก เม่ือใครมาเย่ียมถึง
เรือนชานก็ควรจะต้อนรับ ถ้าใครไม่ปฏิบัติตามอาจได้รับการติฉินนินทา ลักษณะท่ีเรียกว่าประเพณี จัด
ได้ว่าเป็นวถิ ีชาวบ้าน
ข. จารตี (norms) ไดแ้ ก่ ระเบยี บแบบแผนทบ่ี คุ คลในสงั คมควรจะปฏบิ ตั ติ ามหาก
ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามตวั บทกฎหมายหรอื ระเบยี บข้อบงั คบั
ค. กฎหมาย (laws) ได้แก่ ระเบยี บแบบแผนทบ่ี ุคคลในสงั คมควรจะปฏบิ ตั ิตาม
หากฝ่าฝืนจะถกู ลงโทษตามตวั บทกฎหมาย หรอื ระเบยี บข้อบังคับ
ตามแผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๙) กระทรวงวัฒนธรรมได้
แบ่งประเภทวัฒนธรรมออกเป็น ๕ สาขา อ้างอิงตามยูเนสโกจากการประชุมระหว่างชาติเร่ืองนโยบาย

41

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

วัฒนธรรมของสำ� นกั งานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจัดโดยองค์การยเู นสโก ณ กรุงเวนสิ ปี พ.ศ.
๒๕๑๓ ดังนี ้

๑) สาขามนษุ ยศาสตร์ ไดแ้ ก่ วฒั นธรรมทวี่ า่ ดว้ ยขนบธรรมเนยี มประเพณี คณุ ธรรม
ศีลธรรมจริยธรรม ค่านิยม ศาสนา ปรชั ญา ประวตั ิศาสตร์ โบราณคดี มารยาทในสงั คม การปกครอง
และกฎหมาย

๒) สาขาศลิ ปะ ไดแ้ ก่ วฒั นธรรมในเรอื่ งภาษา วรรณคดี นทิ านพนื้ บา้ น ดนตรี ฟอ้ นรำ�
จิตรกรรม (ภาพเขียน) ประติมากรรม (การปั้น การแกะสลักไม้ หินอ่อน โลหะ) และสถาปัตยกรรม
(งานก่อสร้างทมี่ ศี ลิ ปะสวยงาม)

๓) สาขาการชา่ งฝมี อื ไดแ้ ก่ วฒั นธรรมในเรอ่ื งการเยบ็ ปกั ถกั รอ้ ย การแกะสลกั การ
ทอผ้า การจกั สาน การท�ำเคร่ืองเขิน การหล่อโลหะ เคร่อื งเงนิ เครือ่ งทอง เครื่องถม การจัดดอกไม้ การ
ท�ำตุ๊กตา การทอเส่อื การประดิษฐ์ และเคร่ืองปน้ั ดนิ เผา

๔) สาขาคหกรรมศลิ ป์ ได้แก่ วฒั นธรรมในเร่อื งอาหาร เสื้อผ้า การแต่งงาน การ
ดแู ลเดก็ ครอบครัว และการรู้จักประกอบอาชพี ช่วยเศรษฐกิจในครอบครวั

๕) สาขากีฬาและนันทนาการ ได้แก่ วัฒนธรรมในเร่ืองการละเล่นต่างๆ มวยไทย
ฟนั ดาบสองมอื กระบี่กระบอง และกฬี าพน้ื บ้านอื่นๆ

แนวคดิ เรอื่ งความหมายของวฒั นธรรม ความสำ� คญั บทบาทของวฒั นธรรม และการแบง่
ประเภทของวัฒนธรรมที่กล่าวมาน้ัน จะน�ำเป็นกรอบในการศึกษา ก�ำหนดขอบเขตวัฒนธรรมกรุงเทพฯ
และแบ่งประเภทของวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เพ่ือศึกษาในเชิงลึก และใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดท�ำแผน
วฒั นธรรมกรงุ เทพมหานครต่อไป

๑.๑.๒ การเปลยี่ นแปลงทางสงั คมและวัฒนธรรมของเมือง
ในส่วนนี้จะได้กล่าวถึงแนวคิดและทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของ
เมอื ง ซ่ึงมนี ักคดิ หลายท่านได้เสนอไว้ ดังน้ี
สนิท สมัครการ (๒๕๔๒) ได้สรุปไว้ว่าการเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมมีสาเหตุท่ีส�ำคัญ ๒
ประการคอื
๑) การหยบิ ยมื หรอื ลอกเลยี นแบบกนั ของวฒั นธรรมอน่ื (cultural borrowing) ปรากฏ
ว่ามอี ยู่เสมอมาในสงั คมมนษุ ย์ทม่ี กี ารตดิ ต่อสมั พนั ธ์กบั สงั คมอน่ื การตดิ ต่อทางวฒั นธรรม อาจเกดิ ขน้ึ ได้
ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม การตดิ ตอ่ โดยตรง ไดแ้ ก่ การทคี่ นตา่ งวฒั นธรรมไดม้ โี อกาสในการพบปะสงั สรรค์
และแลกเปลี่ยนความคิด ค่านยิ ม และพฤติกรรมต่อกัน ซ่ึงอาจเปน็ ได้หลายรปู แบบ เช่น การศึกษา การ
ค้า การท่องเท่ียว การทูต และการอพยพของคนต่างวัฒนธรรมเข้ามาท�ำมาหากิน ฯลฯ การที่คนต่าง
วัฒนธรรมได้เห็นแบบอย่างวัฒนธรรมอ่ืนท่ีแตกต่างไปจากวัฒนธรรมของตนอยู่เป็นเวลานานพอสมควร
อาจเปน็ เหตใุ ห้มกี ารเปลย่ี นแปลงในวฒั นธรรมใดวัฒนธรรมหน่งึ หรอื ในบางส่วนของวัฒนธรรมทง้ั สอง
๒) การประดิษฐ์คิดค้น (invention) ซ่ึงรวมถึงการสร้างเทคนิควิทยาใหม่ๆ (new
technology) หรือการสร้างธรรมเนยี มหรอื ระบบความเช่อื ใหม่ๆ (social invention) ด้วยเทคนิควทิ ยาหรอื
ธรรมเนยี มประเพณี หรอื ความเชอื่ ใหมๆ่ เมอ่ื ไดร้ บั การยอมรบั หรอื นำ� ไปใชก้ นั แพรห่ ลายในสงั คมแลว้ ยอ่ ม

42

ส่วนที่ ๑
วฒั นธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมวัฒนธรรม

ถอื ไดว้ า่ เปน็ แบบแผนในการดำ� เนนิ ชวี ติ อยา่ งใหมเ่ กดิ ขน้ึ และถา้ แบบแผนนน้ั ดำ� เนนิ อยนู่ านมากวา่ หนง่ึ ชว่ ง
อายคุ นขนึ้ ไป กน็ ับได้ว่ามกี ารเปล่ยี นแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเกดิ ข้นึ แล้วอย่างแท้จริง

สพุ ิศ วงธรรมพันธา (๒๕๔๐) ได้ให้ความหมายไว้ว่า “การเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรม”
เป็นการเปลี่ยนแปลงเก่ียวกับความรู้ความเชื่อและลักษณะการแสดงออกของวิถีชีวิตทั่วไปในสังคม ผล
ของการค้นพบทางวทิ ยาศาสตร์ทำ� ให้เกิดเทคโนโลยใี หม่ทท่ี �ำให้เปลย่ี นแปลงวิถใี หม่มาให้ผู้คน เช่น ความ
ก้าวหน้าของวิชาฟิสิกส์ท�ำให้เกิดการผลิตระบบสื่อสารแบบโทรเลขและโทรศัพท์ข้ึนใช้ท่ัวโลก ท�ำให้เกิด
การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกว้างขวางทวั่ โลก เปน็ ต้น

เนอื่ งจากสงั คมและวฒั นธรรมเปน็ สงิ่ ทจี่ ะต้องเกย่ี วข้องสมั พนั ธ์อยู่ตลอดเวลาจนแทบจะ
แยกออกจากกนั ไมไ่ ด้ ดงั นน้ั การเปลยี่ นแปลงทเี่ กดิ ขน้ึ ในสงั คมมนษุ ยจ์ งึ ยากทจ่ี ะแยกออกใหเ้ หน็ ไดช้ ดั เจน
วา่ อะไรคอื การเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและอะไรคอื การเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรม แตก่ ารเปลย่ี นแปลงทาง
สงั คมกบั การเปลย่ี นแปลงทางวฒั นธรรมไม่ใช่เรอ่ื งเดยี วกนั กล่าวคอื การเปลยี่ นแปลงทางสงั คมเปน็ การ
เปลี่ยนแปลงในด้านบรรทัดฐานและสถานภาพ บทบาทซ่งึ เกิดขนึ้ ในระบบสังคมหรอื โครงสร้างของสังคม
สว่ นการเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรมเปน็ การเปลยี่ นแปลงทางด้านชวี ติ ความเปน็ อยู่ หรอื วถิ แี หง่ การดำ� รง
ชีวิตซ่ึงครอบคลุมวัฒนธรรม ทั้งท่ีเป็นวัตถุและมิใช่วัตถุของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่างจ�ำเป็น
ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันเพราะเมื่อมีการเปล่ียนแปลงทางสังคมก็จะท�ำให้วัฒนธรรมของสังคมแห่ง
นนั้ เปลยี่ นแปลงไปดว้ ย ในทำ� นองเดยี วกนั เมอ่ื มกี ารเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรมกจ็ ะมกี ารเปลยี่ นแปลงทาง
สงั คมควบคไู่ ปดว้ ย ตวั อยา่ งเชน่ การเปลยี่ นแปลงคา่ นยิ มทางการศกึ ษาของประชาชนซงึ่ มแี นวโนม้ ในทางที่
ใหเ้ ดก็ ไดศ้ กึ ษาถงึ ขนั้ มหาวทิ ยาลยั ท�ำใหม้ หาวทิ ยาลยั ซง่ึ อยใู่ นระบบสงั คมขยายตวั ขนึ้ หรอื การคดิ ประดษิ ฐ์
เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ทำ� ให้ความก้าวหน้าในโลกเจรญิ ขน้ึ และกลายเปน็ ยคุ เครอ่ื งมอื อตั โนมตั ทิ ำ� ให้เกดิ การ
เปลยี่ นแปลงในโรงงานและสำ� นกั งานต่างๆ การประดษิ ฐ์ซง่ึ เปน็ ผลทางวฒั นธรรมหลายอย่างด้วยกนั เช่น
โทรศพั ท์ รถยนต์ ภาพยนตร์ วิทยุโทรทศั น์ เครอ่ื งบนิ เป็นต้น ได้สร้างพื้นฐานการดำ� เนนิ งานของบรษิ ัท
ช้ันน�ำต่างๆ ขึ้นอันเป็นอิทธิพลของวัฒนธรรมท่ีมีการเปล่ียนแปลงทางสังคม ในท�ำนองเดียวกันอิทธิพล
ของสงั คมทม่ี ีต่อการเปลีย่ นแปลงทางวัฒนธรรม เช่น การที่สังคมอตุ สาหกรรมสมยั ใหม่ถือว่าเศรษฐกิจ
สำ� คัญกว่าเรอื่ งอน่ื ๆ ทำ� ให้ระบบค่านยิ มในวฒั นธรรมเปลย่ี นแปลงไป การขยายตวั ของระบบสังคมท�ำให้
การดำ� เนนิ ชวี ติ ของคนในสงั คมเปล่ียนไปจากเดมิ การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่แตกต่างไปจากความเป็นอยู่ใน
ชนบท เป็นต้น (ผ่องพันธ์ มณีรตั น์, ๒๕๒๑)

นิธิ เอยี วศรวี งศ์ (๒๕๓๗) อธิบายว่า ปัจจยั ทที่ ำ� ให้เกิดการเปลยี่ นแปลงทางวัฒนธรรม
เมอื ง คอื การอพยพของคนชนบทเข้ามาอาศยั อยใู่ นเมอื งอนั เปน็ ผลพวงของการพฒั นาเข้าส่อู ตุ สาหกรรม
ท�ำให้เมืองต้องการแรงงานจ�ำนวนมาก เกิดการสูญเสียระบบควบคุมทางสังคม (social control) ระบบ
ควบคุมตามประเพณีเดิมสูญเสียไป ขณะเดียวกันกลไกการควบคุมทางสังคมสมัยใหม่ คือ ต�ำรวจ
กฎหมาย ก็ไม่สามารถควบคุมได้ก่อให้เกดิ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการละเมิดสทิ ธิ เป็นปญั หาทีเ่ กิด
ขน้ึ ในมหานครใหญ่ เมอื่ คนชนบทเข้ามาอาศยั อย่ใู นเมอื ง สง่ิ หนง่ึ ทเ่ี หน็ ไดช้ ดั เจนคอื ความแตกตา่ งทางดา้ น
เศรษฐกิจ ซ่ึงมีผลต่อพฤติกรรมหรือแบบแผนทางวัฒนธรรมอื่นๆ และเมื่อความแตกต่างทางเศรษฐกิจ
ของคนจนเมอื งเพมิ่ ขนึ้ เรอื่ ยๆ จะนำ� ไปส่คู วามตงึ เครยี ดทางการเมอื งและทางสงั คมตามมา ถ้าแก้ไขความ
ตึงเครียดนี้ไม่ได้ และสะสมเพ่ิมมากข้ึน อาจกลายเป็นการปะทะกันในรูปแบบต่างๆ ท่ีรุนแรงมากขึ้นใน

สงั คมไทยได้

43

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

๑.๑.๓ การจัดการวัฒนธรรม
๑) ความหมายของทรพั ยากรทางวฒั นธรรม
การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเป็นค�ำท่ีเกิดขึ้นใหม่โดยได้รับแนวคิดมาจาก
นักวชิ าการในประเทศสหรฐั อเมริกา ซึง่ มคี วามหมายเช่นเดียวกับค�ำว่ามรดกวฒั นธรรมทอี่ งค์กรยูเนสโก
ได้ให้ความหมายไว้ แต่จะให้ความหมายที่ครอบคลุมไปถึงคุณค่าของวัฒนธรรมในเชิงเศรษฐกิจด้วย
(ชนญั วงษ์วิภาค, ๒๕๔๗)
การจัดการทางวัฒนธรรม (cultural resource management - CRM) มีจดุ เริ่มต้นมาจาก
แนวคิดการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติ ต่อมาเมื่อนักโบราณคดีพบว่าทรัพยากรทางวัฒนธรรมถูก
ทำ� ลายมากขน้ึ อนั มสี าเหตมุ าจากธรรมชาตแิ ละจากการกระทำ� ของมนษุ ย์ สง่ ผลใหเ้ กดิ แนวคดิ การจดั การ
ทรพั ยากรทางวฒั นธรรมขน้ึ เพอ่ื สงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมใหค้ งอยใู่ หค้ นรนุ่ หลงั ไดเ้ ขา้ มาศกึ ษาเรยี น
รู้ต่อไป
๒) ประเภททรัพยากรทางวฒั นธรรม
ค�ำว่าทรัพยากรทางวัฒนธรรมนั้น ธนิก ชาญเลิศฤทธ์ (๒๕๕๒) ได้ให้ค�ำนิยามว่า
คือ ผลผลิตของวัฒนธรรม ซากส่ิงของท่ีมนุษย์ท�ำข้ึน เช่น โบราณสถาน ศาสนสถาน เสื้อผ้า เอกสาร
ทางประวัติศาสตร์ จารึก ศาสนา ประเพณี ความเชื่อ ค่านยิ ม ภาษา และภมู ิปญั ญาต่างๆ นอกจากนัน้
ทรพั ยากรทางวฒั นธรรม ยงั รวมไปถงึ สง่ิ ของทม่ี นษุ ยม์ ไิ ดท้ ำ� ขน้ึ แตม่ คี วามหมายในทางใดทางหนงึ่ กบั มนษุ ย์
เช่น ซากพชื ซากสตั ว์ แหล่งนำ้� ดิน หนิ ทมี่ นุษย์นำ� มาใช้ประโยชน์
ทรพั ยากรทางวัฒนธรรมมีหลายประเภท องค์การยูเนสโก (UNESCO, 1972) ได้จำ� แนก
ประเภททรัพยากรวัฒนธรรมเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คอื ทรัพยากรทางวัฒนธรรมทจี่ บั ต้องได้ (tangible
cultural resource) และทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (intangible cultural resource) ซ่ึงมี
รายละเอียด ดงั น้ี
(๑) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมท่ีจับต้องได้ (tangible cultural resource) ทรัพยากรทาง
วฒั นธรรมประเภทที่จับต้องได้ หมายถึง ซากสงิ่ ก่อสร้าง วตั ถุที่สามารถจับต้องได้และสัมผัสได้ด้วยมอื
สามารถมองเหน็ ได้ด้วยตา สิง่ เหล่านเี้ ก่ยี วข้องและสัมพันธ์กับกจิ กรรมของมนษุ ย์ เหตุการณ์ต่างๆ ท่ีเกิด
ขนึ้ ทงั้ ในอดตี และปจั จบุ นั องค์การยเู นสโก (UNESCO, 2003) ได้แบ่งทรพั ยากรทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ต้องได้
ออกเป็น ๔ ประเภท ดงั นี้
ก. ร่องรอยต่างๆ (features) ได้แก่ ร่องรอยทีเ่ ป็นผลผลติ จากกจิ กรรมของมนุษย์ ท่ี
หลงเหลืออยู่บนดินไม่สามารถเคลอ่ื นย้ายได้ เช่น คูน้ำ� คันดนิ เปน็ ต้น
ข. สงิ่ ก่อสร้าง (building) ได้แก่ โครงสร้าง สงิ่ ก่อสร้างทเี่ ปน็ ทกี่ ำ� บงั ของมนษุ ย์ ได้แก่
บ้าน โรงเรือน วิหาร และศาลา
ค. แหล่งโบราณคดี (site) คอื สถานทที่ ่มี ีโบราณวัตถุ ร่องรอยกจิ กรรมของมนุษย์
หรอื พบข้อมูลทางโบราณคดีปรากฏอยู่
ง. ย่าน หรือ สถานท่ี ได้แก่ กลุ่มสิ่งก่อสร้าง ที่มีเอกลักษณ์ร่วมกันในทางใดทาง
หนึง่ มกี ารอยู่รวมกนั มีพัฒนาการหรอื มีลักษณะร่วมกนั ในมติ ใิ ดมิตหิ น่ึง ท้งั ในด้านเวลา รูปแบบศลิ ปะ
ประวตั ิศาสตร์ เศรษฐกจิ เปน็ ต้น

44

ส่วนที่ ๑
วฒั นธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวฒั นธรรม

(๒) ทรพั ยากรทางวฒั นธรรมทจ่ี ับต้องไม่ได้ (intangible cultural resource) เป็นทรพั ยากร
ทางวัฒนธรรมท่เี พิ่งจะได้รับความสนใจศึกษาอย่างจรงิ จงั เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นต้นมาสบื เนือ่ งมาจาก
การประชมุ ขององค์การยูเนสโกทปี่ ระเทศฝรัง่ เศส ได้มีการกำ� หนดประเภท มาตรการคุ้มกนั ป้องกนั และ
ดูแลทรพั ยากรวัฒนธรรมทจ่ี บั ต้องไม่ได้จำ� นวนถึง ๔๐ มาตรา ภายใต้สนธสิ ญั ญา Convention for Safe-
guarding of Intangible Cultural Heritage 2003 ซงึ่ ได้แบ่งรูปแบบทรัพยากรทางวัฒนธรรมท่ีจบั ต้องไม่ได้
ออกเป็น ๕ ประเภทใหญ่ ดงั น้ี

ก. มุขปาฐะ (oral traditions) คือ การแสดงออก และวัฒนธรรมภาษา
ข. ศิลปะการแสดง
ค. ข้อปฏิบัตทิ างสังคม (social practices) พธิ ีกรรม (rituals) และเทศกาล (festive
events)
ง. ความรู้และการปฏิบัติที่เกี่ยวเน่ืองกับธรรมชาติและจักรวาล (knowledge and
practices concerning nature and universe)
จ. ทกั ษะในงานฝีมอื เชงิ ช่าง (traditional craftsmanship)
(๓) คุณค่าของทรพั ยากรทางวฒั นธรรม
การจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม คือ การดูแลอย่างเป็นระบบเพ่ือธ�ำรงไว้ซึ่ง
คณุ ค่าทางวฒั นธรรมเพอ่ื คนในปจั จบุ นั และในอนาคต การจดั การทรพั ยากรวฒั นธรรมเปน็ ปรากฏการณ์
ใหม่ท่ีเพ่งิ เกิดเมือ่ ๑๕ ปีท่ผี ่านมา ต่อมาเกดิ ข้อกำ� หนดทางกฎหมายและอนสุ ญั ญาเพ่อื การอนรุ กั ษ์มรดก
ทางวัฒนธรรมหลายฉบบั อาทิ กฎบตั รเวนิส (ICOMOS : 1994) และอนุสัญญาของ UNESCO ทป่ี ระกาศ
ปฏิญญาออกมาแล้ว ๒๕ ฉบับ ซ่ึงล้วนมีเนื้อหาที่เก่ียวกับการปกป้องคุ้มครองทรัพยากรวัฒนธรรม
ประเทศท่ีรับปฏิญญานี้ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพ่ือการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นหลัก ดังน้ัน ในการ
จัดการทรัพยากรวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดและเกิดความยั่งยืน จ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึงคุณค่า
ของทรพั ยากรวฒั นธรรม โดยเฉพาะอย่างย่งิ คุณค่าของทรัพยากรวัฒนธรรมทมี่ ตี ่อสังคมในปจั จุบนั และ
ในอนาคต ซง่ึ คณุ คา่ ของทรพั ยากรทางวฒั นธรรม อาจจะแตกต่างกนั ไปตามบรบิ ทของแตล่ ะสงั คม ชมุ ชน
ท้องถนิ่ และข้ึนอยู่กบั มุมมองและวัตถปุ ระสงค์ของแต่ละพื้นที่ ซ่งึ มีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความเห็น
เก่ยี วกับการประเมนิ คุณค่าทรพั ยากรวัฒนธรรมไว้ ดังน้ี
McGimsey (1984 อ้างใน ธนิก ชาญเลิศฤทธ์, ๒๕๕๔) ได้ก�ำหนดคุณค่าของทรัพยากรทาง
วฒั นธรรมออกเป็น ๔ ประการดังน้ี
(๑) คุณค่าเชงิ สญั ลกั ษณ์ (associative symbolic value)
ในทรัพยากรทางวัฒนธรรมท่ีจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ คุณค่าเชิงสัญลักษณ์
ดังกล่าวจะติดมากับตัวทรัพยากรวัฒนธรรม ยากที่จะเลือนหายไปตามเวลา แม้ทรัพยากรน้ันจะมีการ
ลอกเลียนแบบ หรือใช้วัสดุใหม่ก็ตาม ตัวทรัพยากรดังกล่าวมีคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ มีคุณค่าแสดง
อตั ลกั ษณข์ องสงั คม กลมุ่ บคุ คล หรอื ปจั เจกชน เชน่ ภาพเขยี นสี มคี ณุ คา่ ในการแสดงเรอื่ งราวทางพธิ กี รรม
ของบางกลุ่มชน เป็นต้น
(๒) คุณค่าเชงิ วิชาการ (informative value)
ทรพั ยากรทางวฒั นธรรมเปน็ ขอ้ มลู และความรทู้ ม่ี นษุ ยส์ ามารถเรยี นรู้ และนำ� ไปใชใ้ น
การดำ� เนนิ ชวี ติ ศกึ ษาหาความรู้ต่างๆ เช่น โบราณคดี ประวตั ศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์ศลิ ปะ สถาปตั ยกรรม

45

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

เป็นต้น และผ่านการวิจัยอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการ มีวธิ ีการศกึ ษาทีน่ ่าเชือ่ ถอื โดยคุณค่าวิชาการ
นส้ี ามารถเปลย่ี นแปลงได้เมอื่ มผี ลการวจิ ยั ใหม่ มหี ลกั ฐานใหม่ ดงั นนั้ จงึ ถอื ว่าคณุ ค่าทางวชิ าการเปน็ สงิ่ ที่
ไม่สมบูรณ์ตายตวั

(๓) คุณค่าเชิงสุนทรียศาสตร์ (aesthetic value)
คุณลกั ษณะของคุณค่าเชงิ สุนทรยี ศาสตร์ของทรัพยากรทางวฒั นธรรม เช่น รปู ทรง
ลวดลาย วัตถุดิบ มีคุณค่าทางด้านความงาม ศิลปะ จิตใจ เป็นต้น โดยในแต่ละบริบทของสังคมอาจมี
ความชอบ มาตรฐาน จนิ ตนาการท่ตี ่างกันไป คุณค่าเชงิ สนุ ทรยี ศาสตร์เปน็ แรงบันดาลใจหรอื ช่วยสร้าง
กระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ในอนาคต
(๔) คุณค่าเชงิ เศรษฐกจิ (economic value) มคี ณุ ค่าในเชิงประโยชน์ใช้สอยโดยตรง เช่น
เครอื่ งมอื เครอื่ งใช้ ทรพั ยากรทางวฒั นธรรมทเ่ี ปน็ สถานทพ่ี กั ผอ่ น ทอ่ งเทยี่ ว ชว่ ยสรา้ งรายไดใ้ หแ้ กป่ ระเทศ
อาทิ ชมุ ชนท่องเที่ยว ตลาดนำ�้ วฒั นธรรม
ส่วนองค์การยูเนสโก องค์การอิโคโมส (International Council-ICOMOS) และองค์การอิครอม
(International Center for the Study of the Preservation and Restoration of Cultural Property- ICCROM)
(Bernard M. Feilden and Jukka Jokilehto, 1998) ได้กำ� หนดวธิ กี ารในการพจิ ารณาคณุ ค่าของทรพั ยากร
ทางวฒั นธรรมออกเปน็ ๒ แนวทางใหญ่ๆ คือ คุณค่าทางวัฒนธรรมและคณุ ค่าเชิงเศรษฐกิจ และยงั ได้
แบ่งคุณค่าและความส�ำคัญของทรัพยากรทางวฒั นธรรมย่อยๆ ออกเปน็ ๓ กลุ่มท่สี ำ� คัญ ได้แก่
(๑) คณุ คา่ เชงิ อตั ลกั ษณ์ (identity value) เปน็ คณุ คา่ ทมี่ คี วามสมั พนั ธแ์ ละความผกู พนั ดา้ น
อารมณ์ความรู้สกึ กับทรัพยากรวัฒนธรรม เช่น ความผูกพันร่วมระหว่างคนกับสถานที่ ตำ� นาน ประเพณี
จิตวิญญาณ และสญั ลกั ษณ์ ซึ่งมนี ยั ทางการเมือง ชาตนิ ยิ ม และความรกั พวกพ้อง
(๒) คุณค่าเชิงศิลปะหรือเทคนิค (relative artistic or technical value) เช่น ลวดลาย
โครงสร้าง หน้าที่ใช้สอย ทักษะฝีมอื เป็นต้น
(๓) คุณค่าเชิงจ�ำนวนท่ีหายาก (rarity value) ทรัพยากรวัฒนธรรมบางอย่างที่มีคุณค่า
ในด้านรปู แบบ อายุ ซ่งึ เป็นทรพั ยากรทีม่ อี ยู่จ�ำนวนไม่มาก หาได้ยาก
องค์กรยูเนสโก องค์กรอโิ คโมส และองค์กรอคิ รอม ยังได้แบ่งคณุ ค่าการใช้งานในสังคมร่วมสมัย
แบ่งออก ๕ กลุ่มทีส่ �ำคญั ได้แก่
(๑) คณุ คา่ เชงิ เศรษฐกจิ (economic value) คอื คณุ ค่าของทรพั ยากรวฒั นธรรมทส่ี ามารถ
ชว่ ยใหม้ นษุ ยม์ คี วามเปน็ อยดู่ ำ� รงชพี ได้ เชน่ การทอ่ งเทยี่ วทางวฒั นธรรม การขายสนิ คา้ วฒั นธรรม เปน็ ตน้
(๒) คุณค่าเชิงหน้าท่ีใช้สอย (functional value) คือ คุณค่าท่ีคล้ายกับคณุ ค่าเชิงเศรษฐกจิ
แต่เน้นคุณค่าการใช้งาน รวมไปถึงการใช้สอยทรัพยากรวัฒนธรรมท่ีเคยถูกใช้มาแล้วและอาจสามารถ
เปล่ยี นหน้าท่ไี ด้ เช่น การปรับปรุงบ้านเก่าเป็นพพิ ธิ ภัณฑ์ เป็นต้น
(๓) คุณค่าเชิงการศึกษา (educational value) คือ คุณค่าที่มนษุ ย์สามารถเรยี นรู้เรอื่ งราว
ต่างๆ เกยี่ วกบั ทรพั ยากรวัฒนธรรม เช่น โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี เป็นต้น
(๔) คุณค่าเชงิ สงั คม (social value) คอื คุณค่าในเชงิ สงั คมประเพณี กจิ กรรมทางสงั คมที่
สงั คมในปัจจบุ นั ยังให้เกิดประโยชน์
(๕) คณุ ค่าเชงิ การเมอื ง (political value) คอื คณุ ค่าทเี่ กยี่ วข้องกบั เหตกุ ารณ์ทางการเมอื ง
ในประวตั ิ ความเป็นมาของทรพั ยากรวฒั นธรรมนน้ั ๆ อาทิ ลานโพธ์ขิ องมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์

46

ส่วนที่ ๑
วฒั นธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวฒั นธรรม

๑.๑.๔ เมืองยง่ั ยืนกบั การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของไทยท่ีมีพัฒนาการมายาวนานต้ังแต่สมัยกรุง
ศรีอยุธยา เป็นย่านการค้าที่ส�ำคัญของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครอง เป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าที่
ส�ำคัญ ภายหลังสงครามมหาเอเชียบูรพาเป็นต้นมา กิจการอุตสาหกรรมเกิดการขยายตัว ส่งผลให้เกิด
ย่านอุตสาหกรรมในเขตรอบนอกเมืองกรุงเทพฯ ดังน้ัน กรุงเทพฯ จึงเป็นมหานครท่ีมีความหลากหลาย
ทางด้านความเชอ่ื และวิถชี ีวติ กรงุ เทพฯ จงึ เปน็ เมืองหนึง่ ท่มี ีเสน่ห์ มีเร่ืองราวต่างๆ ดงึ ดูดให้ผู้คนเข้ามา
ศกึ ษาเรียนรู้
ดงั นน้ั ทปี่ รกึ ษาจงึ เสนอแนวคดิ ทฤษฎเี มืองย่งั ยนื เพอื่ ใช้เป็นแนวทางในการจดั ท�ำแผนวัฒนธรรม
กรงุ เทพฯ โดยไดอ้ ธบิ ายใน ๒ ประเดน็ คอื แนวคดิ เมอื งยง่ั ยนื สมยั ใหม่ และการวดั ความยงั่ ยนื ของเมอื ง ดงั น้ี
๑) แนวคดิ เมืองยง่ั ยืนสมยั ใหม่
แนวคิดเมืองย่ังยืนสมัยใหม่ มีรากฐานมาจากแนวคิดการพัฒนาที่ย่ังยืนเกิดข้ึนเป็นคร้ัง
แรกเมือ่ มีการผลกั ดนั ให้หวั ข้อดังกล่าวเปน็ ส่วนหนึง่ ในการประชมุ ส่งิ แวดล้อมโลก (Earth Summit) เมอื่ ปี
ค.ศ. ๑๙๙๒ (UN Conference on Environment and Development) ส่งผลให้เกดิ แผนปฏิบตั ิการ ๔๐ บท
แนวคิดการพัฒนาเมืองย่ังยืนต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและความร่วมมือตั้งแต่ระดับรากฐาน
ของสังคม จึงมีการกล่าวถึงองค์กรปกครองท้องถิ่นไว้เป็นประเด็นหน่ึงของแนวคิดเมืองยั่งยืน ดังเช่นใน
เนื้อความแผนปฏบิ ัติการมาตรา ๒๑ ได้กล่าวไว้ว่า
“ กจิ กรรมในท้องถิน่ การมีส่วนร่วมและความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ เปน็ ปัจจัย
ตดั สินในการทำ� งานให้บรรลุวัตถุประสงค์ทีไ่ ด้วางไว้ องค์กรปกครองท้องถ่นิ ทำ� ให้เกิดการขับเคลอ่ื น และ
บำ� รงุ โครงสร้างพน้ื ฐานทางเศรษฐกจิ สงั คมและสงิ่ แวดล้อม มองเหน็ กระบวนการวางแผน การก่อกำ� เนดิ
นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบยี บต่างๆ และช่วยให้เกิดการท�ำให้นโยบายด้านสงิ่ แวดล้อมในระดบั
ชาติเป็นจริง ในฐานะทเี่ ป็นองค์กรจดั การระดบั ทใ่ี กล้กบั ประชาชนมากท่สี ุด องค์กรปกครองจงึ มีบทบาท
ท่สี �ำคญั ในการให้การศกึ ษา การเคล่ือนย้าย และการตอบสนองต่อสาธารณะในการส่งเสรมิ การพัฒนา
ที่ยง่ั ยืน”
นอกจากนัน้ Mountain Association for Community Economic Development (อ้างใน ดวงจนั ทร์
อาภาวชั รตุ ม์ เจรญิ เมอื ง, ๒๕๔๕ : ๑๘๑) ไดใ้ หค้ ำ� จำ� กดั ความของการพฒั นาชมุ ชนยงั่ ยนื วา่ ความสามารถ
ในการเลอื กการพฒั นาซงึ่ เคารพความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเศรษฐกจิ ระบบนเิ วศ และความเทา่ เทยี มกนั ในสงั คม
สว่ นในมมุ มองของ Institute of Sustainable Communities (อา้ งใน ดวงจนั ทร์ อาภาวชั รตุ ม,์ ๒๕๔๕
: ๑๘๒) มองว่าชุมชนยั่งยนื หมายถงึ ท้งั เมอื งเล็ก เมืองใหญ่ ซ่ึงมขี ้นั ตอนในการท�ำให้ชุมชนมีสุขภาพดี
ในระยะยาว โดยชุมชนท่ยี ่ังยืนจะมีความผูกพันกับสถานที่ มีการส่งเสริมทุกส่วนของสังคมทั้งด้านสังคม
ธรุ กจิ กลุ่มด้อยโอกาส นักสงิ่ แวดล้อม สมาคมเมือง องค์กรของรฐั องค์กรศาสนา และชุมชนเหน็ คุณค่า
ของระบบนิเวศทสี่ มบรู ณ์ ทรัพยากร และแสวงหาแนวทางท่ีจะทำ� ให้เศรษฐกจิ ชุมชนย่ังยืน
๒) การวัดความยงั่ ยนื ของเมือง
ในปจั จบุ นั ยงั ไมม่ ขี อ้ ตกลงเกย่ี วกบั ความหมายและคำ� จำ� กดั ความทแ่ี นช่ ดั ของคำ� วา่ “เมอื ง
ย่ังยืน” เพราะเป็นเร่ืองท่ีระบุได้ยากว่าลักษณะอย่างไรจึงเรียกว่าเมืองที่ย่ังยืน และเมืองท่ีย่ังยืนควรเป็น
แบบไหน ส่งผลให้ต่อมามีนักวิชาการในด้านสิ่งแวดล้อมสนใจและได้พยายามก�ำหนดดัชนีท่ีใช้วัดความ
ยั่งยืนของเมืองไว้ ๖ ด้านดังนี้

47

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

(๑) ความสามารถในการรองรบั ของระบบนิเวศ (ecological carrying capacity)
สังคมมนุษย์ที่ผ่านมา มักคิดถึงระบบนิเวศและสภาวะแวดล้อมว่าสิ่งเหล่าน้ีมี
วันหมดไปได้ เพราะท่ีผ่านมาเรามีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศเป็นบ้านรองรับการ
ดำ� รงชวี ติ แต่ในความเปน็ จรงิ ทรพั ยากรธรรมชาตเิ หล่านนั้ ล้วนมขี ดี จำ� กดั ในเรอื่ งของปรมิ าณ การรองรบั
มลภาวะทเี่ กดิ ขนึ้ ของมนษุ ย์ ดงั นนั้ ดชั นชี วี้ ดั ความยงั่ ยนื ของเมอื งในดา้ นระบบนเิ วศทส่ี ำ� คญั คอื การทมี่ นษุ ย์
จะต้องสามารถด�ำรงอยู่กบั สภาพแวดล้อมรอบตวั เองได้ ภายใต้ขดี จำ� กดั ของสิง่ แวดล้อมหรือระบบนเิ วศ
ได้อย่างปกตสิ ขุ
(๒) การบริหารจดั การส่งิ แวดล้อมเมอื ง (urban environmental management)
ความสามารถในการบรหิ ารจดั การสง่ิ แวดล้อมเมอื ง มคี วามสำ� คญั ต่อการทำ� ให้
เมอื งเมอื งนน้ั มคี วามนา่ อยอู่ าศยั มบี รรยากาศทด่ี ี ปญั หาสง่ิ แวดล้อมเมอื งทม่ี กั จะสร้างความวกิ ฤตใหแ้ ก่
เมือง ได้แก่เร่อื งคุณภาพสิง่ แวดล้อมประกอบไปด้วยอากาศ เมืองทีเ่ ต็มไปด้วยหมอกควนั ฝุ่นละออง สาร
พิษ เมืองจะไม่สามารถท�ำให้คนอยู่อาศัยได้อย่างมคี วามสขุ ปญั หาขยะ เป็นปญั หาใหญ่ทเี่ มืองจะต้องหา
ทางแก้ไขเพราะหากก�ำจัดไม่ถูกวิธี เช่น การฝังกลบอาจจะท�ำให้ส่งผลกระทบต่อความสะอาดของน้�ำ
ใต้ดนิ ได้ คณุ ภาพน้�ำก็เป็นตวั บ่งช้ีที่ส�ำคัญของการดำ� รงชีวิตของคน สตั ว์ และพชื น�้ำยังเป็นปจั จัยในการ
ผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรมด้วย คุณภาพดินก็เป็นปัจจัยอีกประการหนึ่งท่ีส�ำคัญในการด�ำรง
ชีวิตมนุษย์ เพราะหากดินมีสารเคมีปนเปื้อนในปริมาณที่มาก ส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรได้รับสาร
เคมีตกค้างส่งผลเสยี ต่อสขุ ภาพของมนุษย์
นอกจากนนั้ ยังหมายรวมถงึ บรรยากาศที่ดี เมืองทม่ี ีการบรหิ ารจัดการที่ดตี ้องสร้างบรรยากาศ
นา่ อยนู่ า่ อาศยั มคี วามรม่ รน่ื ของตน้ ไม้ มมี รดกทางวฒั นธรรม มใิ ชเ่ ตม็ ไปดว้ ยปา้ ยโฆษณาทรี่ กรงุ รงั อาคาร
ท่อี อกแบบอย่างไร้รสนิยม ใช้สีสนั ฉูดฉาดไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมเมอื ง
พ้ืนที่สาธารณะ หมายถึง พ้ืนที่ซึ่งประชาชนมีสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น ทางเดินเท้า ส่วน
สาธารณะ พื้นทีร่ ิมน�้ำ ลานโล่ง ห้องสมุด
ส่ิงแวดล้อมทางวัฒนธรรม หมายถึง ความสามารถในการเก็บรักษาส่ิงแวดล้อมทางวัฒนธรรม
หรือมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมต่างๆ การจัดการเก็บรักษา
ภมู ทิ ศั นข์ องเมอื ง เพอื่ รกั ษาบรรยากาศทด่ี ขี องเมอื ง รวมไปถงึ ทรพั ยากรทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ดด้ ว้ ย
ได้แก่ การด�ำรงรักษาประเพณีของท้องถน่ิ
(๓) คณุ ภาพชวี ติ (quality of life)
มองในแงม่ มุ ทางสงั คม เมอื งทย่ี งั่ ยนื ยอ่ มใหค้ ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ แี กช่ าวเมอื ง คณุ ภาพ
ชีวิตท่ีดี คือสุขภาวะที่ดีของประชาชนทุกเพศทุกวัย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การได้รับการ
บริการท่ีดีจากภาครัฐ ซึ่งคุณภาพชีวิตเหล่านั้นข้ึนอยู่ตามบริบทของสภาพเศรษฐกิจ สังคม ภูมิศาสตร์
และวฒั นธรรมของแต่ละท้องถิ่น

48

ส่วนที่ ๑
วฒั นธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมวัฒนธรรม

(๔) ความม่นั คงทางเศรษฐกจิ
เศรษฐกิจของเมืองเป็นรากฐานความส�ำคัญของเมือง หากเศรษฐกิจของเมือง
ไมม่ น่ั คง ไมม่ กี ารจา้ งงาน ผคู้ นกจ็ ะอพยพออกนอกเมอื ง เพราะไมส่ ามารถทจี่ ะดำ� รงชวี ติ อยไู่ ดน้ อกจากนนั้
เมอื งทยี่ งั่ ยนื ต้องมเี ศรษฐกจิ ดี สามารถจดั เกบ็ ภาษเี พอื่ นำ� งบประมาณไปใชใ้ นการบรหิ ารจดั การ สง่ ผลให้
คุณภาพชวี ติ ของคนในเมอื งมคี วามสุข
(๕) ธรรมาภบิ าล
หลักธรรมาภิบาล เป็นปัจจัยหน่ึงของดัชนีชี้วัดความยั่งยืนของเมือง เพราะ
เก่ยี วข้องกับการบริหารจดั การบ้านเมอื งท่ีโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีกระบวนการท่ีประชาชนมสี ่วนร่วมใน
การบริหารจัดการบ้านเมือง ธรรมาภิบาลจึงเป็นท้ังวิธีการและเป้าหมาย เป็นตัวแปรท่ีส�ำคัญในการวัด
ความย่ังยนื ของเมือง
(๖) ประชาสงั คม
ประชาสังคมเปน็ ศัพท์ทเ่ี พง่ิ เกิดใหม่ ซ่งึ มาจากศพั ท์ภาษาองั กฤษว่า civil society
ซงึ่ มคี วามหมายง่ายๆ ว่า สงั คมเมอื งซง่ึ ประกอบด้วยภาคส่วนต่างๆ ทง้ั ในส่วนพลเมอื ง ภาครฐั ภาคธรุ กจิ
เอกชน องคก์ รทางศาสนา องคก์ รประชาชน องคก์ รทางวฒั นธรรม ซง่ึ เปน็ องคก์ รทางสงั คมทตี่ อ้ งมบี ทบาท
ในการบรหิ ารจดั การเมอื งและดแู ลเอาใจใส่เมอื ง ประชาสงั คมจะเขม้ แขง็ และนำ� พาเมอื งให้มคี ณุ ภาพชวี ติ
ท่ดี ี
การมปี ระชาสงั คมทเ่ี ข้มแขง็ นอกจากการจดั การเมอื งโดยทวั่ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพแล้ว จะต้อง
ค�ำนึงถึงความสามารถในการทจ่ี ะธ�ำรงรกั ษาด้านส่ิงแวดล้อม สังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย
กรงุ เทพมหานครมกี ารอยอู่ าศยั ของผคู้ นหลากหลายเชอ้ื ชาตภิ าษาจงึ มคี วามหลากหลายทางดา้ น
วฒั นธรรม นอกจากนั้น กรงุ เทพฯ ในฐานะเมืองราชธานีของไทยยังมกี ารเปลย่ี นแปลงมาหลายยคุ หลาย
สมัยตามบรบิ ทของสังคมโลก ส่งผลให้เกิดการเปลีย่ นถ่ายวัฒนธรรม เกดิ การสง่ั สม เกิดการปรับเปลย่ี น
ภายใต้บรบิ ททางสงั คมอย่างเปน็ พลวตั ทำ� ให้กรุงเทพฯ มีการหลอมรวมความแตกต่างระหว่างเก่า-ใหม่
ประสานเข้าด้วยกัน ด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ นี้ จึงส่งผลให้มีการศึกษาเรียน
รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ความเชื่อ ศาสนาจ�ำนวนมาก ซึ่งองค์ความรู้
เกี่ยวกบั วัฒนธรรมกรุงเทพฯ น้ี สามารถน�ำมาใช้เป็นส่วนหนง่ึ ของการจดั ท�ำแผนวัฒนธรรมกรงุ เทพฯ ได้
นอกจากนัน้ ทปี่ รกึ ษายงั ได้ศึกษากระบวนการจัดการทรัพยากรทางวฒั นธรรมจากเมอื งต่างๆ ทง้ั ในและ
ต่างประเทศ ทปี่ ระสบผลสำ� เรจ็ เพอ่ื นำ� มาปรบั ประยกุ ต์ใช้เปน็ แนวในการจดั การทรพั ยากรทางวฒั นธรรม
ของกรงุ เทพฯ ต่อไป

๑.๒ ปัจจยั ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมและวฒั นธรรมเมือง

ในส่วนน้ีจะกล่าวถึงปัจจัยที่ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเมือง ๒
ประเด็นใหญ่ คือ โลกาภิวัตน์และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) กับปัจจัยที่ส่ง
ผลกระทบต่อการเปลย่ี นแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเมอื ง ดังนี้

49


Click to View FlipBook Version