The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการบริหารจัดการงานทำงด้านวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเครื่องมือและกลไก
ในการพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพมหานคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-03-31 00:04:43

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2558-2562)

เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการบริหารจัดการงานทำงด้านวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเครื่องมือและกลไก
ในการพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพมหานคร

Keywords: แผนวัฒนธรรม,กรุงเทพมหานคร

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

(๒) บริหารงานวฒั นธรรมแบบประชาชนมสี ่วนร่วม
หลกั การบริหารงานของกรงุ เทพมหานครทสี่ ำ� คัญประการหนง่ึ คือ การกำ� หนด
ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมงาน ด้วยการเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบ
การบริหารงาน โดยมีการจัดท�ำเป็นนโยบาย ดังความตอนหน่ึงของนโยบายข้อที่ ๕ ท่ีว่าด้วยมหานคร
แห่งโอกาสของทุกคน ที่ระบุไว้ว่า ให้ภาคประชาชนร่วมเสนอความคิดเหน็ และตรวจสอบการบริหารงาน
ของกรุงเทพมหานคร รวมไปถงึ การกำ� หนด อำ� นาจ หน้าที่ และความรบั ผดิ ชอบของกองวฒั นธรรม ให้
ด�ำเนินการต่างๆ อนุรักษ์ ฟื้นฟู บ�ำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน การแลกเปลี่ยนศิลป
วฒั นธรรม และอน่ื ๆ ประการสำ� คญั คอื ให้ดำ� เนนิ งานโดยเนน้ การมสี ว่ นร่วมจากภาคประชาชนและชมุ ชน
ในท้องถ่นิ
ในการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรม นอกจากหนว่ ยงานในสว่ นกลางแลว้ ฝา่ ยพฒั นาชมุ ชนและสวสั ดกิ าร
สังคม ส�ำนักงานเขต เป็นหน่วยงานท่ีด�ำเนินงานใกล้ชิดกับประชาชนในพ้ืนที่ มีบทบาทส�ำคัญย่ิงในการ
ดำ� เนินงานวัฒนธรรม ด้วยภาระงานที่มีปรมิ าณมากและด้วยจ�ำนวนบคุ ลากรที่มนี ้อย งานวัฒนธรรมจงึ
ไมไ่ ดร้ บั การดแู ละดำ� เนนิ งานเทา่ ทค่ี วร หากแตจ่ ากการทท่ี ป่ี รกึ ษาไดม้ โี อกาสจดั เวทเี สวนาการดำ� เนนิ งาน
วฒั นธรรมร่วมกับเจ้าหน้าทีฝ่ ่ายพฒั นาชุมชนและสวสั ดกิ ารสงั คม และประชาชนผู้ดูแลงานวฒั นธรรมใน
พนื้ ท่ี ในแต่ละเขต ทงั้ ๕๐ เขต ท�ำให้เห็นถงึ ศักยภาพของประชาชนในพน้ื ท่ี ในความรู้ ความสามารถ และ
ประสบการณ์การขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรม อกี ทง้ั มีความรักในวัฒนธรรมท้องถน่ิ ต้องการท่ีจะได้รบั การ
สนับสนนุ ประการส�ำคญั มีความพร้อมทจ่ี ะเข้าร่วมงานกับกรุงเทพมหานคร พร้อมให้ความคดิ เห็น ให้
ข้อมูล จัดกจิ กรรม และอนื่ ๆ ซงึ่ จากการตดิ ตามการจดั การวัฒนธรรมของชมุ ชนทม่ี ีความเข้มแขง็ จ�ำนวน
๑๐ พนื้ ที่ สรปุ ไดว้ า่ กรงุ เทพมหานครมวี ฒั นธรรมทหี่ ลากหลาย ทง้ั ทม่ี ลี กั ษณะเปน็ ขนบธรรมเนยี มประเพณี
ศาสนา ศิลปะแขนงต่างๆ การช่างฝีมือ คหกรรมศิลป์ กีฬาและนันทนาการ ประการส�ำคัญ ประชาชน
ผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมมีความรู้ เป็นภูมิปัญญา รวมทั้งมีความสามารถเชิงการจัดการวัฒนธรรมด้วย
ดังนั้น กรุงเทพมหานครควรก�ำหนดเป็นแนวทางการด�ำเนินงานวัฒนธรรมให้ประชาชนผู้ขับเคล่ือนงาน
วัฒนธรรมในพ้ืนท่ีได้เข้ามามสี ่วนร่วม ทง้ั ร่วมคิด ร่วมท�ำ และร่วมประเมนิ ผล
(๓) ท�ำงานร่วมกบั เครอื ข่ายในลักษณะบรู ณาการ
หน่วยงานท่ดี ำ� เนนิ งานอนรุ ักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาวฒั นธรรม มอี ยู่จ�ำนวนมาก
ท้ังในภาครัฐ เอกชน และประชาชน ปัจจุบันกรุงเทพมหานครท�ำงานวัฒนธรรมโดยเช่ือมประสานกับ
เครอื ขา่ ยเหลา่ นร้ี ะดบั หนงึ่ ซงึ่ หากมกี ารเชอ่ื มโยงในลกั ษณะบรู ณาการความคดิ แนวทางการทำ� งาน พน้ื ที่
จดั กิจกรรม และอน่ื ๆ จะท�ำให้งานวฒั นธรรมกรงุ เทพฯ มีพลัง ชัชกูล รตั นวบิ ูลย์ รองผู้อ�ำนวยการสำ� นัก
วฒั นธรรม กฬี า และการท่องเท่ยี ว (สัมภาษณ์, ๑๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๗) ได้แสดงความคดิ เห็นต่อเร่อื งน้ี
รวมทงั้ เสนอความคดิ ในการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรม ดงั นี้ งานด้านวฒั นธรรมเปน็ เรอื่ งใหญ่ เปน็ เรอ่ื งวถิ ชี วี ติ
ความเป็นอยู่ เป็นเอกลกั ษณ์และรากฐานของคนในชาติ การสนับสนุนงานด้านวัฒนธรรม ทัง้ ในเรอื่ งการ
อนุรักษ์ ฟืน้ ฟู ส่งเสริมวัฒนธรรมต่างๆ ทง้ั ท่มี อี ยู่ ท่เี กิดขน้ึ ใหม่ และท่กี �ำลงั จะตายไปน้นั กรุงเทพมหานคร
ไมส่ ามารถทจี่ ะทำ� งานอยา่ งโดดเดยี่ ว จำ� เปน็ ตอ้ งบรู ณาการงานรว่ มกบั หนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน และ
ภาคประชาชน โดยมแี นวทางในสว่ นของการสง่ เสรมิ และอนรุ กั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมดง้ั เดมิ กรงุ เทพมหานคร
ต้องให้ความส�ำคัญแก่กลุ่มวัฒนธรรมต่างๆ อย่างเสมอภาค เท่าเทียม ต้องมีแผนการด�ำเนินงาน การ
บริหารจัดการด้านการส่งเสรมิ และอนรุ กั ษ์ศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรปู ธรรม ส่งเสริมให้เกิดการสบื ทอด
100

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร

ทางวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้กลุ่มวัฒนธรรมมีพนื้ ที่ในการแสดงตวั มีพน้ื ท่เี พอื่ การเรียนรู้และอนรุ ักษ์ทาง
วฒั นธรรมทหี่ ลากหลาย รวมถงึ การสง่ เสรมิ บคุ ลากรดา้ นวฒั นธรรมใหม้ กี ารสบื ทอดทางวฒั นธรรมอยา่ ง
ย่ังยนื ต่อไป เช่น การส่งเสริมบทบาทของปราชญ์ชาวบ้าน สนบั สนุนผู้นำ� ทางภูมปิ ัญญาท้องถิ่นให้มพี ืน้ ที่
ในการแสดงออก ถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ เพ่ือสบื ทอดภูมปิ ัญญา ผลติ ภณั ฑ์ อนั เป็นเอกลักษณ์
ของท้องถ่ินน้ันๆ ในส่วนของการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประยุกต์วัฒนธรรมร่วมสมัย
กรงุ เทพมหานคร ตอ้ งใหค้ วามสำ� คญั แกก่ ลมุ่ วฒั นธรรมตา่ งๆ อยา่ งเสมอภาค เทา่ เทยี ม รวมทง้ั เปดิ โอกาส
ใหส้ มาชกิ ของแตล่ ะกลมุ่ วฒั นธรรมมพี น้ื ทใ่ี นการแสดงตวั สบื ทอด และเกดิ การยอมรบั ความแตกตา่ งทาง
วัฒนธรรมและการด�ำเนินชีวิต มีพ้ืนท่ีเพ่ือการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมท่ีหลากหลายทั้งในเชิงรูปแบบและ
สญั ลกั ษณแ์ ละกจิ กรรมในกรงุ เทพมหานคร และในสว่ นของการเตรยี มรบั กระแสวฒั นธรรมใหม่ ความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองมีแนวโน้ม ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปสู่กระแสการเปิดรับ
การเปน็ ส่วนหน่ึงของประชาคมอาเซียน การเป็นเมอื งเป้าหมายของนักท่องเที่ยว

ท้ังนี้ เครือข่ายท่ีมีความส�ำคัญยิ่ง คือ สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ซ่ึงเป็นองค์กรดูแลและ
รับผิดชอบงานวัฒนธรรมภาคประชาชน ประกอบด้วยสภาวัฒนธรรมเขตที่มีประจ�ำอยู่ในทุกเขตของ
กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอยู่ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม การท�ำงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร
จ�ำเป็นต้องท�ำงานร่วมกับสภาวัฒนธรรม และนับว่าสภาวัฒนธรรมเป็นเครือข่ายประเภทมีส่วนได้และ
ส่วนเสีย หรือ Boundary Partner ร่วมกับกรุงเทพมหานคร กล่าวคือ หากการด�ำเนินงานวัฒนธรรม
กรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างได้ผล ผลนั้นจะตกเป็นความดีความงาม เป็นความภาคภูมิใจ ให้กับ
กรุงเทพมหานครและสภาวฒั นธรรม อมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (สมั ภาษณ์, ๑๐
มถิ นุ ายน ๒๕๕๗) แสดงความคดิ เหน็ ไวว้ า่ กรงุ เทพมหานครตอ้ งทำ� งานรว่ มกบั สภาวฒั นธรรมทงั้ ๕๐ เขต
ในลกั ษณะเปน็ เครอื ขา่ ย (network) มฝี า่ ยพฒั นาชมุ ชนและสวสั ดกิ ารสงั คม สำ� นกั งานเขต เปน็ ผเู้ ชอื่ มโยง
ประสาน สภาวัฒนธรรมเป็นองค์กรภาคประชาชนทท่ี �ำงานได้ ต้องเปิดทางให้สภาวัฒนธรรมทำ� งานและ
ให้การสนบั สนุน เพราะสภาวฒั นธรรมทำ� งานวฒั นธรรมเพ่อื กรุงเทพมหานคร

(๔) ดำ� เนนิ งานวัฒนธรรมด้วยแผนกลยทุ ธ์
การวางแผน (planning) เป็นภารกิจหน่ึงที่มีความส�ำคัญต่อการด�ำเนินงานของ
องค์กร เพราะการมีแผน คือ การมีเป้าหมายและวิธีการด�ำเนินงานเพ่ือถึงเป้าหมายน้ัน การวางแผน
จะพิจารณาจากสิ่งที่องค์กรมีหรือเป็น ท้ังในด้านท่ีเป็นจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร และสถานการณ์
ภายนอกองค์กรทง้ั ทางด้านสังคม เศรษฐกจิ การเมอื ง และอนื่ ๆ เปน็ สถานการณ์ในปจั จุบันและอนาคต
ส่ิงเหล่านี้เป็นปัจจัยส�ำคัญที่จะท�ำให้ผู้วางแผนมองเห็นโอกาสและข้อจ�ำกัดในการด�ำเนินงาน วิโรจน์
สารรัตนะ (๒๕๔๖) กล่าวว่า การวางแผน หมายถึง หน้าท่ีทางการบริหารในการก�ำหนดจุดหมายและ
การตดั สนิ เลือกวิธีการท่ดี ที ี่สุดให้บรรลุจดุ หมายน้นั
กรุงเทพมหานคร เป็นมหานครแห่งวัฒนธรรม และด้วยเหตุท่ีกรุงเทพมหานครเล็งเห็นถึงความ
สำ� คญั ของภารกจิ ดา้ นการอนรุ กั ษ์ สง่ เสรมิ และพฒั นาวฒั นธรรม จงึ จ�ำเปน็ อยา่ งยง่ิ ตอ่ การมแี ผนงานดา้ น
วัฒนธรรม เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการด�ำเนินงานด้านวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ท�ำให้กรุงเทพฯ เป็นเมือง
ท่มี ีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมสมกับเป็นเมอื งหลวงของประเทศไทยทม่ี อี ายุกว่า ๒๐๐ ปี และเปน็
ศนู ยก์ ลางวฒั นธรรมของประชาคมอาเซยี น อกี ทง้ั ยงั สามารถใชแ้ ผนวฒั นธรรมเปน็ เครอื่ งมอื และกลไกใน
การพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ และธ�ำรงไว้ซ่ึงการเป็นเมืองที่น่าท่องเท่ียวอันดับหน่ึงของโลกไว้

101

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ได้อย่างต่อเน่อื งโดยให้ผู้เก่ยี วข้องท้งั ผู้บรหิ ารกรุงเทพมหานคร ผู้ปฏบิ ัตงิ าน และหน่วยงานจากภาคส่วน
ต่างๆ ทมี่ ีส่วนในการดำ� เนินงานวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร เข้ามามสี ่วนร่วมงาน เพือ่ ให้ได้แผนทีม่ คี วาม
รอบคอบ ครอบคลุม เปน็ ทีย่ อมรบั และพร้อมน�ำไปสู่การปฏิบตั ิ

ทง้ั น้ี อนชุ าติ พวงสำ� ลี นกั วชิ าการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ไดใ้ หข้ อ้ คดิ เกย่ี วกบั การจดั ทำ�
แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ไว้ในการประชมุ เปิดตัวโครงการจัดท�ำแผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร
โดยขอให้ใช้แผนวัฒนธรรมนี้ เป็นเคร่ืองมือในการสร้างจินตนาการใหม่ของการอยู่ร่วมกัน ขับเคลื่อน
วัฒนธรรมเมืองบนเป้าหมายของการมีคณุ ภาพชีวิต และสุขภาวะทดี่ ีของทุกคน ควรเน้นทกี่ ารสร้างและ
เติมจิตวญิ ญาณของเมอื ง

(๕) บคุ ลากรกรงุ เทพมหานครกบั การดำ� เนินงานวฒั นธรรม
ในการศกึ ษาสภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ รกรงุ เทพมหานครนนั้ การศกึ ษาในสว่ น
ของบคุ ลากรนับว่ามคี วามสำ� คญั เปน็ อย่างยง่ิ ทง้ั น้ี มีหลกั การและรายละเอียดต่างๆ ทจี่ ำ� เป็นต้องนำ� มา
พิจารณา ๓ ประการ คอื (ก) การจดั การทรัพยากรมนษุ ย์ (human resource management) หมายรวมถึง
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ เป็นกระบวนการวิเคราะห์ความต้องการทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต โดย
การตัดสินใจเก่ียวกับบุคลากรน้ันควรมีการวิเคราะห์ท่ีอยู่บนพื้นฐานของกลยุทธ์องค์กรที่เป็นส่ิงก�ำหนด
ทศิ ทางทอ่ี งค์กรจะด�ำเนนิ ไปให้ถงึ ซ่ึงจะเป็นผลให้กระบวนการก�ำหนดคุณลักษณะ และการคดั เลือกและ
จดั วางบุคลากรได้อย่างเหมาะสมย่งิ ขน้ึ การคัดเลือกบคุ ลากรที่มีความสามารถ และการพฒั นาบุคลากร
อย่างต่อเนอื่ ง (ข) ทกั ษะ ความรู้ ความสามารถ (skills) หมายรวมถึง ทกั ษะด้านงานอาชีพ (occupational
skills) เปน็ ทกั ษะทจ่ี ะท�ำให้บคุ ลากรสามารถปฏบิ ตั งิ านในตำ� แหน่งหน้าที่ได้ตามหน้าท่ี และลักษณะงานที่
รับผดิ ชอบ เช่น ด้านการเงนิ ด้านบคุ คล ซงึ่ คงอยู่บนพ้นื ฐานการศกึ ษาหรือได้รบั การอบรมเพ่มิ เตมิ ส่วน
ทักษะความถนัด หรือความชาญฉลาดพิเศษ (aptitudes and special talents) นั้น อาจเปน็ ความสามารถ
ทท่ี ำ� ให้พนักงานนัน้ ๆ โดดเด่นกว่าคนอื่น ส่งผลให้มผี ลงานทด่ี ีกว่าและเจรญิ ก้าวหน้าในหน้าทก่ี ารงานได้
รวดเร็ว ซง่ึ องค์กรคงต้องมุ่งเน้นทง้ั สองความสามารถร่วมกนั (ค) ค่านยิ มร่วม (shared values) หมายถงึ
ค่านิยมและบรรทัดฐานทีย่ ดึ ถือร่วมกันโดยสมาชกิ ขององค์กร ได้กลายเป็นรากฐานของระบบการบรหิ าร
และวธิ กี ารปฏบิ ตั ขิ องบคุ ลากรและผบู้ รหิ ารภายในองคก์ ร หรอื อาจเรยี กวา่ วฒั นธรรมองคก์ ร ซง่ึ รากฐาน
ของวฒั นธรรมองคก์ รกค็ อื ความเชอ่ื คา่ นยิ มทส่ี รา้ งรากฐานทางปรชั ญาเพอ่ื ทศิ ทางขององคก์ ร โดยทว่ั ไป
แล้วความเช่ือจะสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพและเป้าหมายของผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารระดับสูง พฤติกรรม
ภายในองค์กร เม่ือค่านิยมและความเชื่อเป็นท่ียอมรับทั่วท้ังองค์กรและบุคลากรกระท�ำตามค่านิยม
เหล่านั้นแล้ว องค์กรกจ็ ะมีวฒั นธรรมทเ่ี ข้มแข็ง
ในการศึกษาด้านบคุ ลากรทีป่ ฏิบตั ิงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครนั้น มีข้อสรุป ๓ ประเดน็
ดงั นี้
(๑) ทัศนคติและค่านิยม
ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครเน้นถึงทัศนคติและค่านิยมในการท�ำงานด้าน
วฒั นธรรม โดยเฉพาะอย่างย่ิงการท�ำงานกบั ประชาชนในชมุ ชนต่างๆ อมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานคร (สัมภาษณ์, ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๗) มีความเห็นว่า คนท�ำงานวัฒนธรรมต้องมีความ
ภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ชัชกูล รัตนวิบูลย์ รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเท่ียว
102

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

(สัมภาษณ์ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗) มีความเหน็ ว่า นอกจากมคี วามภาคภูมิใจแล้ว คนท�ำงานยงั ต้องมใี จรกั
ในงาน ยอมรบั ในความแตกต่างทางวัฒนธรรม และปราณี สตั ยประกอบ ผู้อำ� นวยการสำ� นักวัฒนธรรม
กีฬา และการท่องเทย่ี ว (สัมภาษณ์, ๒๐ มถิ ุนายน ๒๕๕๗) มคี วามเห็นว่า คนท�ำงานต้องมีความรักความ
ผกู พนั กบั องค์กร มีคณุ ธรรม มธี รรมาภิบาล และมีความต้องการท�ำงานเพื่อกรุงเทพมหานคร นอกจากน้ี
จากการประชมุ ผบู้ รหิ ารและบคุ ลากรกรงุ เทพมหานคร รวมทง้ั ชมุ ชน พบวา่ บคุ ลากรของกรงุ เทพมหานคร
ทปี่ ฏบิ ตั งิ านด้านวฒั นธรรมส่วนใหญ่มีทศั นคตเิ ชิงบวกในการทำ� งานกบั ชุมชน

(๒) ทกั ษะ ความรู้ ความสามารถ
งานวัฒนธรรมเป็นงานที่ต้องค�ำนึงถึงมิติทางสังคม บุคลากรจึงจ�ำเป็นต้องมี
ความรเู้ กยี่ วกบั เนอื้ งานทางวฒั นธรรมอยา่ งลกึ ซงึ้ และถอ่ งแท้ ในเวลาเดยี วกนั ตอ้ งเขา้ ใจถงึ บรบิ ททางสงั คม
ทม่ี าทไี่ ปของวฒั นธรรมดา้ นตา่ งๆ ทงั้ วฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไดแ้ ละวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ด้ ทม่ี ที ง้ั ความลมุ่ ลกึ
หลากหลาย งานวฒั นธรรมจงึ เปน็ เรื่องทก่ี ว้างขวางและละเอียดอ่อน
ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครและผู้ปฏิบัติงานท่ีเก่ียวข้อง รวมทั้งชุมชน ล้วนตระหนักถึงความ
ส�ำคัญของงานวัฒนธรรม จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พบว่าบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน
วฒั นธรรม ควรมลี กั ษณะพเิ ศษ กลา่ วคอื สามารถทำ� งานรว่ มกบั คนสหสาขา ตระหนกั ถงึ ความหลากหลาย
ของวฒั นธรรมกรงุ เทพฯ เปดิ ใจรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ นื่ โดยปราศจากอคติ มคี วามกระตอื รอื รน้ ในการ
พฒั นาตนเอง ในวงเสวนาผบู้ รหิ ารกรงุ เทพมหานคร มคี วามเหน็ วา่ บคุ ลากรผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ตอ้ งมรี ะเบยี บวนิ ยั
ด�ำรงความเป็นไทย และก้าวทันเทคโนโลยี วงเสวนาของผู้ปฏบิ ัตงิ านวัฒนธรรมของชมุ ชนเหน็ ว่าบคุ ลากร
ผู้ปฏบิ ตั งิ านจะต้องรอบรู้และเรยี นร้ถู งึ วถิ ชี วี ติ ทห่ี ลากหลาย ส่วนวงเสวนาของเจ้าหน้าทก่ี รงุ เทพมหานคร
เหน็ วา่ บคุ ลากรผปู้ ฏบิ ตั งิ านตอ้ งรจู้ กั นำ� ทนุ ทางวฒั นธรรมมาสง่ เสรมิ เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ สรา้ งมลู คา่ ทาง
เศรษฐกิจ และมคี วามเปน็ สากล
เม่ือประเมนิ บคุ ลากรของกรงุ เทพมหานครท่ปี ฏบิ ัติงานวัฒนธรรมแล้ว ปรากฏว่ามีความสมั พันธ์
ทดี่ กี บั ชมุ ชน มคี วามรแู้ ละเชยี่ วชาญ มปี ระสบการณก์ ารประสานงานกบั ชมุ ชน มคี วามกระตอื รอื รน้ ในการ
ผลกั ดนั ใหเ้ กดิ กจิ กรรม และมกี ารเสรมิ ศกั ยภาพอยา่ งสมำ่� เสมอ นบั เปน็ ปจั จยั เชงิ บวกของกรงุ เทพมหานคร
แต่อย่างไรกต็ าม กรุงเทพมหานครยงั มีส่ิงท่คี วรปรับปรงุ เจ้าหน้าที่ควรปฏบิ ัตงิ านโดยค�ำนงึ ถงึ บริบททาง
ประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมของชุมชนให้มากขึ้น ควรมีการก�ำหนดหน้าท่ีและความรับผิดชอบ
การปฏบิ ัตงิ านวัฒนธรรม โดยเฉพาะในระดบั เขต ให้มีความชัดเจนและเหมาะสมกับปริมาณงาน อีกทง้ั มี
หนว่ ยงานรองรบั งานวฒั นธรรมโดยตรง มกี ารพฒั นาความรคู้ วามสามารถอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
ไม่ทำ� งานด้วยการลอกเลยี นแบบ และมคี วามสามารถในการใช้ความคดิ สร้างสรรค์ในการทำ� งาน
(๓) ขวัญและกำ� ลงั ใจ
เน่ืองจากงานด้านวัฒนธรรมเป็นงานท่ีมีความละเอียดอ่อนตามท่ีกล่าวมาแล้ว
ขา้ งตน้ ทำ� ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านตอ้ งมคี วามตงั้ ใจ ใสใ่ จ และทมุ่ เท จงึ จะทำ� ใหง้ านสำ� เรจ็ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ แตด่ ว้ ย
ข้อจำ� กดั ด้านจำ� นวนบคุ ลากร ทกั ษะความร้คู วามสามารถด้านวฒั นธรรมของเจ้าหน้าทใ่ี นกองวฒั นธรรม
ประกอบกับข้อจำ� กดั ในด้านโครงสร้างองค์กรของสำ� นกั งานเขต ท�ำให้การด�ำเนินงานด้านวฒั นธรรมเปน็
ภาระงานทห่ี นกั เจา้ หน้าทผี่ ้ปู ฏบิ ตั งิ านจงึ ตอ้ งการขวญั และกำ� ลงั ใจ จากการศกึ ษาปจั จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธ์
กับขวัญกำ� ลังใจในการปฏบิ ตั งิ านของข้าราชการกรุงเทพมหานคร ของ อรศิ รา สบื สังข์ (๒๕๔๒) พบว่า

103

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ข้าราชการส่วนใหญ่มีขวัญและก�ำลังใจอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีปัจจัยท่ีเกี่ยวข้อง ๙ ประการ ได้แก่
สภาพการท�ำงาน ศักด์ิศรีของอาชีพ โอกาสก้าวหน้าในต�ำแหน่งหน้าท่ี ความเพียงพอของรายได้ การ
บงั คบั บัญชา ความยุตธิ รรมในหน่วยงาน สวสั ดิการ ความสมั พันธ์กบั ผู้บังคบั บญั ชา และเพอื่ นร่วมงาน

๒.๒.๓ การวิเคราะหส์ ถานการณแ์ วดลอ้ มภายในกรุงเทพมหานคร
๑) ค�ำขวัญ นโยบาย และโครงสร้างกรุงเทพมหานคร สะท้อนการเล็งเห็นถึง
ความสำ� คญั ของงานวฒั นธรรม
เมื่อพจิ ารณาจากคำ� ขวญั ของกรุงเทพมหานครทีว่ ่า กรงุ เทพฯ ดจุ เทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการ
ปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย แสดงได้ว่ากรุงเทพมหานครให้ความส�ำคัญ
ต่อศิลปวัฒนธรรม มองเห็นถึงความโดดเด่น เป็นท่ีภาคภูมิใจ และสามารถใช้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง
ของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ เมื่อพิจารณานโยบายในการด�ำเนินงานที่มี ๖ ข้อ นั้น พบว่า มีการกล่าวถึง
การด�ำเนินงานวัฒนธรรมอยู่ในนโยบายข้อที่ ๖ มหานครแห่งอาเซยี น กล่าวคือ
ให้ความส�ำคญั กับการท�ำให้กรงุ เทพมหานครเป็นศูนย์กลางอาเซียนในเรื่องต่างๆ เช่น ศนู ย์กลาง
การทอ่ งเทย่ี วของอาเซยี นและโลก ศนู ยก์ ลางการบรกิ ารดา้ นการแพทยแ์ ละการทอ่ งเทยี่ วเพอื่ สขุ ภาพของ
อาเซยี นและของโลก จดั ต้งั ศูนย์ส่งเสรมิ SMEs อาเซยี น และจดั ท�ำ BMA SMEs ASEAN ศูนย์กลางการ
แลกเปลยี่ นศลิ ปะและวฒั นธรรมอาเซยี น เปน็ ต้น โดยมวี ธิ ดี ำ� เนนิ การต่างๆ เช่น ส่งเสรมิ ความร่วมมอื และ
แลกเปลย่ี นความรรู้ ะหวา่ ง กรงุ เทพมหานครและองคก์ รในอาเซยี น เปดิ โอกาสและสง่ เสรมิ อาชพี การผลติ
และจำ� หน่ายอาหาร/ผลติ ภณั ฑ์ฮาลาล จดั ทำ� ป้ายบอกทาง แผนท่ี ป้ายรถประจำ� ทาง และจดุ ให้ข้อมลู เปน็
ภาษาองั กฤษทว่ั กรงุ เทพฯ เป็นต้น
อีกทงั้ กรุงเทพมหานครมีการแบ่งส่วนราชการรองรบั งานวฒั นธรรม โดยมีการกำ� หนดให้มีสำ� นกั
วฒั นธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ท่มี ีอ�ำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบงานในด้านต่างๆ รวมถึงงาน
วัฒนธรรม โดยก�ำหนดให้สำ� นกั วัฒนธรรม กฬี า และการท่องเทย่ี ว ดำ� เนนิ การอนุรกั ษ์ ส่งเสรมิ เผยแพร่
ฟน้ื ฟบู ำ� รงุ รกั ษาศลิ ปวฒั นธรรม สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ และการตระหนกั ในคณุ คา่ และเอกลกั ษณท์ ด่ี ขี อง
ความเป็นไทย โดยส�ำนักน้ีได้ก�ำหนดหน่วยงานเพ่อื รับผดิ ชอบงานวัฒนธรรมโดยตรง คือ กองวัฒนธรรม
มีหน้าทีค่ วามรับผิดชอบเกยี่ วกับการอนรุ กั ษ์ ฟืน้ ฟู บำ� รงุ รกั ษาศิลปวฒั นธรรม ค่านยิ ม เอกลกั ษณ์ความ
เปน็ ไทย และภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ การแลกเปลย่ี นศิลปวัฒนธรรม การจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม
แกป่ ระชาชนในรปู แบบตา่ งๆ อกี ทง้ั มกี ารกำ� หนดภาระงานวฒั นธรรมในหนว่ ยงานระดบั สำ� นกั งานเขตดว้ ย
จากการก�ำหนดคำ� ขวญั นโยบาย และการจดั โครงสรา้ งองค์กรให้มหี น่วยงานดแู ลและรบั ผดิ ชอบ
งานวฒั นธรรมในระดับสำ� นัก กอง และส�ำนกั งานเขต เช่นนี้ ทำ� ให้กรงุ เทพมหานครมีความพร้อมในการ
พัฒนางานวฒั นธรรมระดับหนึ่ง
๒) ความไม่ชัดเจนในการกำ� หนดภาระงานวฒั นธรรมในระดับสำ� นักงานเขต
ตามท่ีกรุงเทพมหานครมีการจัดแบ่งส่วนงานในระดับเขต เพื่อให้มีหน่วยงานดูแล
และรบั ผดิ ชอบประชาชนไดอ้ ยา่ งใกลช้ ดิ โดยมสี ำ� นกั งานเขตประจำ� อยใู่ นแตล่ ะเขตทำ� ใหก้ ารทำ� งานเปน็ ไป
อย่างทั่วถงึ สำ� นักงานเขตถือว่าเปน็ กลไกสำ� คญั อดลุ ย์ เลาหพล (๒๕๔๑) กล่าวถงึ สำ� นักงานเขตว่าเป็น
หนว่ ยงานระดบั หนง่ึ ของกรงุ เทพมหานครทม่ี คี วามสำ� คญั ตอ่ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารราชการกรงุ เทพมหานคร
104

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

เป็นหน่วยการปกครองและการบริหารระดับหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ท่ีต้องบริการประชาชนภายใต้
อ�ำนาจหน้าท่ีของกรุงเทพมหานคร เขตจึงเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนและทราบความต้องการของ
ประชาชนมากท่ีสุด

อย่างไรก็ตาม ส�ำนักงานเขตมีอ�ำนาจหน้าท่ีและความรับผิดชอบ กว้างขวางเกี่ยวข้องกับวิถีการ
ดำ� เนินชีวติ ของประชาชนในทุกด้าน ภาระงานจงึ มีเป็นจำ� นวนมาก ส�ำนักเขตได้แบ่งส่วนงานออกเปน็ ฝ่าย
ตา่ งๆ เชน่ ฝา่ ยปกครอง ฝา่ ยทะเบยี น ฝา่ ยโยธา ฝา่ ยรกั ษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ฝา่ ยการศกึ ษา
ฝา่ ยเทศกจิ เปน็ ตน้ ทง้ั น้ี มกี ารกำ� หนดใหง้ านวฒั นธรรมเขา้ ไปอยใู่ นการดแู ลและรบั ผดิ ชอบของฝา่ ยพฒั นา
ชุมชนและสวัสดิการสังคม มิได้แยกหน่วยงานดูแลวัฒนธรรมอย่างชัดเจน และด้วยอ�ำนาจหน้าท่ี และ
ความรับผิดชอบของฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ที่กว้างขวางครอบคลุมการพัฒนาชุมชนและ
ผู้คน ท้ังทางด้านกายภาพ สภาพแวดล้อม วถิ ชี ีวิตความเป็นอยู่ อาชีพ สงั คมและวัฒนธรรม เช่น พฒั นา
สภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย จัดให้มีองค์กรประชาชนในรูปแบบคณะกรรมการชุมชน กองทุนพัฒนา
ชมุ ชน ส่งเสริมอาชพี ดำ� เนินการเกยี่ วกบั ยาเสพตดิ สงเคราะห์สตรี ผู้สงู อายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบ
ภยั สงเคราะห์และคุ้มครองสวสั ดภิ าพและส่งเสริมความประพฤติเดก็ จดั กิจกรรมนันทนาการด้านดนตรี
กีฬา ห้องสมดุ เปน็ ต้น โดยมภี าระงานด้านวฒั นธรรมเปน็ ส่วนหนึง่ กำ� หนดให้ อนรุ ักษ์ ส่งเสรมิ เผยแพร่
ฟื้นฟู บำ� รุงรกั ษา ศิลปะ จารตี ประเพณี ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถ่ิน งานสภา
วัฒนธรรมเขต งานพิพิธภัณฑ์ท้องถ่ิน ส่งเสริมการท่องเท่ียวและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนับสนุนและ
ประสานการดำ� เนินงานร่วมกบั เครือข่ายด้านวัฒนธรรม

ด้วยภาระงานของฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมท่ีมีจ�ำนวนมาก มีความหลากหลาย
และล้วนแล้วแต่เป็นงานที่มีความส�ำคัญ ต้องอาศัยผู้มีความรู้เฉพาะทาง ในปัจจุบันส�ำนักงานเขตโดย
ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม จึงยังไม่สามารถขับเคล่ือนงานวัฒนธรรมได้เท่าที่ควร หากมี
การแบ่งหน่วยงานและก�ำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบเฉพาะด้านวฒั นธรรม มีบคุ ลากรผู้มคี วามรู้ ความ
เขา้ ใจ และความสามารถในการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรม จะทำ� ใหก้ ารขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมในระดบั ชมุ ชน
เป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ

๓) อัตรากำ� ลังสะทอ้ นการจัดวางความสำ� คญั และขนาดของหน่วยงาน
ดงั ทก่ี ล่าวมาแล้ว กรงุ เทพมหานครกำ� หนดให้งานวฒั นธรรมไว้ในหน่วยงานในโครงสร้าง
องคก์ ร ใหง้ านวฒั นธรรมอยใู่ นความดแู ลของสำ� นกั วฒั นธรรม กฬี า และการทอ่ งเทยี่ ว โดยมกี องวฒั นธรรม
มีหน้าที่และความรับผิดชอบตรง และยังก�ำหนดให้ส�ำนักงานเขตดูแลงานวัฒนธรรมในระดับชุมชนด้วย
โครงสร้างดังกล่าวเป็นการวางเส้นสายการเชื่อมโยงการท�ำงานได้ในระดับหน่ึง แต่เม่ือพิจารณาใน
รายละเอียดการจัดวางต�ำแหน่งหน่วยงานและการสนับสนุนอัตราก�ำลังในการด�ำเนินงาน ท�ำให้เข้าใจได้
ถึงข้อจำ� กัดในการปฏบิ ัติงาน ส�ำนักวฒั นธรรม กฬี า และการท่องเทย่ี ว มีกรอบอัตรากำ� ลังทงั้ สิ้น ๑,๑๓๐
อตั รา ประกอบด้วยต�ำแหน่งข้าราชการ ๖๒๒ อัตรา ลูกจ้างประจ�ำ ๓๔๐ อัตรา และลูกจ้างชว่ั คราว ๑๖๘
อตั รา เมอื่ พจิ ารณาข้อมลู การจดั สรรอตั ราในแต่ละหน่วยงานของสำ� นกั ฯ พบว่า กองวฒั นธรรมได้รบั การ
จัดสรรอตั รากำ� ลังข้าราชการเพยี ง ๑๙ อตั รา ซงึ่ มจี �ำนวนเท่ากบั กองนโยบายและแผนงาน และนับว่าเปน็
๒ หน่วยงาน ทม่ี ีอตั ราก�ำลงั น้อยทส่ี ุดของสำ� นักฯ

105

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางที่ ๒.๓ จ�ำนวนอตั รากำ� ลงั จำ� แนกตามส่วนราชการสำ� นักวฒั นธรรม กฬี า และการท่องเทีย่ ว

ข้าราชการ ลกู จ้างประจำ� ลกู จ้างชว่ั คราว
คนครอง คนวา่ ง รวม
สังกดั คนครอง คนว่าง รวม คนครอง คนว่าง รวม
- --
ผอ. และ รอง ผอ.สวท. ๓ -๓ - -- ๔ ๑๕
๑ -๑
สำ�นกั งานเลขานกุ าร ๕๑ ๒ ๕๓ ๑๓ ๓ ๑๖ ๓๓ ๗ ๔๐
๕๐ ๒ ๕๒
กองนโยบายและแผนงาน ๑๙ - ๑๙ ๓ -๓ ๑ ๔๕
๑ -๑
กองนนั ทนาการ ๒๕๗ ๑๖ ๒๗๓ ๑๒๔ ๔ ๑๒๘ ๕๙ ๓ ๖๒
๑ ๑๒
กองการกีฬา ๑๐๒ ๑ ๑๐๓ ๙๙ ๙ ๑๐๘ ๑๕๐ ๑๘ ๑๖๘

กองการสังคีต ๕๔ ๒๐ ๗๔ ๑๘ ๑ ๑๙

กองวัฒนธรรม ๑๗ ๒ ๑๙ ๒ -๒

กองการท่องเที่ยว ๓๖ ๑ ๓๗ ๗ -๗

ศูนย์เยาวชนกรงุ เทพฯ ๔๐ ๑ ๔๑ ๕๗ - ๕๗

รวม ๕๗๙ ๔๓ ๖๒๒ ๓๖๓ ๑๗ ๓๔๐

ข้อมลู ณ วันท่ี ๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ ทม่ี า www.bangkok.go.th

ด้วยภารกิจของกองวัฒนธรรมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บ�ำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรม ค่านิยม
เอกลักษณ์ความเป็นไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่น การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม การจัดให้มีแหล่ง
เรียนรู้ทางวัฒนธรรมแก่ประชาชนในรูปแบบต่างๆ เช่น พพิ ธิ ภัณฑ์ท้องถน่ิ พพิ ธิ ภัณฑ์เด็ก หอศิลป์ การ
สง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นาเครอื ขา่ ยการดำ� เนนิ งานดา้ นวฒั นธรรมทกุ ระดบั รวมทง้ั การแบง่ สว่ นราชการ
ภายในกองออกเป็น ๓ กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานส่งเสรมิ งานวฒั นธรรม กลุ่มงานพิพธิ ภณั ฑ์ หอศิลป์ และ
ประติมากรรม และงานธรุ การ ซ่ึงมีอ�ำนาจ หน้าที่ และความรบั ผดิ ชอบตามท่ีกล่าวมาแล้ว ซึ่งเปน็ ทีน่ ่า
สงั เกตวา่ จำ� นวนบคุ ลากรทม่ี จี ำ� นวนจำ� กดั เปน็ ปจั จยั สำ� คญั สง่ ผลตอ่ ประสทิ ธภิ าพและผลสมั ฤทธข์ิ องงาน
วฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร สมควรมกี ารทบทวนการสนบั สนนุ อตั รากำ� ลงั ใหม้ จี ำ� นวนเพยี งพอตอ่ ภาระงาน

๔) โครงสรา้ งองคก์ รและบคุ ลากรเปน็ สว่ นสำ� คญั ของการขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรม

กรุงเทพมหานครมีการบริหารและการด�ำเนินงานวัฒนธรรมภายใต้ข้อจ�ำกัดต่างๆ
อาทิ บคุ ลากรผรู้ บั ผดิ ชอบงานมจี ำ� นวนนอ้ ย งานวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ในระดบั ชมุ ชนยงั ไมส่ ามารถดำ� เนนิ งาน
ไดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ ในขณะเดยี วกนั กรงุ เทพมหานครมที นุ ทางดา้ นวฒั นธรรมอยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก ทงั้ ทางด้าน
บคุ คลและงานวฒั นธรรมทม่ี ลี กั ษณะจบั ตอ้ งไดแ้ ละจบั ตอ้ งไมไ่ ด้ ผบู้ รหิ ารกรงุ เทพมหานครเลง็ เหน็ ถงึ ความ
สำ� คญั ในบทบาทของวฒั นธรรมทมี่ ตี ่อชาวกรงุ เทพฯ และประชาคมอาเซยี น เครอื ข่ายงานด้านวฒั นธรรม
รวมไปถึงประชาชนในพื้นท่ีต่างๆ มีความพร้อมที่จะร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการขับเคล่ือนงาน
ดงั นนั้ กรงุ เทพมหานครควรพจิ ารณาปรบั องคก์ รให้มคี วามพรอ้ มเช่นกนั และประการสำ� คญั ควรให้ความ
ส�ำคัญแก่ผู้ท่ีมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานวัฒนธรรม ให้สามารถปฏิบัติงานด้วยความรู้
ความมั่นใจ มีขวัญก�ำลังใจ และมีความสุข ด้วยการวางแผนอัตราก�ำลัง การสร้างแรงจูงใจและวินัยใน
การท�ำงาน ให้การสนับสนนุ การท�ำงาน และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเน่ือง ซง่ึ สอดคล้องกบั ความคดิ เห็น
ของ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ (๒๕๔๑) ที่กล่าวไว้ว่ากรุงเทพมหานครจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของ
กลไกการท�ำงาน โดยใชแ้ นวคดิ การบรหิ ารแบบใหม่ เชน่ การถา่ ยโอนงานใหเ้ อกชนดำ� เนนิ การ รวมทง้ั การ
พัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพและประสทิ ธภิ าพ ให้ทุกส่วนได้เข้ามาร่วมกนั แก้ไขปญั หา และเปิดโอกาสให้
ประชาชนเข้ามามสี ่วนร่วม

106

สว่ นที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ส่วนที่ ๓
การก�ำหนดต�ำแหน่งยทุ ธศาสตร์

๓.๑ การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจ�ำกัดในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของ
กรงุ เทพมหานคร
การกำ� หนดวสิ ยั ทศั นแ์ ละประเดน็ ยทุ ธศาสตรใ์ นการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร

ให้ไปในทิศทางท่ีสอดคล้องกับกระแสของการเปล่ียนแปลงท้ังในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับ
ประเทศ จ�ำเป็นต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในของการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของ
กรุงเทพมหานครก่อน ในขัน้ ตอนนี้ที่ปรกึ ษาได้ใช้เทคนคิ เดลฟายซ่ึงเปน็ การวจิ ัยอนาคต (future research)
ที่มีความเชื่อพ้ืนฐานว่าอนาคตเป็นเรื่องท่ีสามารถท�ำการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ จุดมุ่งหมายของการ
วิจยั ในอนาคตมใิ ช่การทำ� นายทถ่ี ูกต้อง แต่เป็นการสำ� รวจเพ่ือศกึ ษาแนวโน้มท่เี ป็นไปได้ ท้ังทพ่ี งึ ประสงค์
และไม่พงึ ประสงค์ เพอ่ื ทจี่ ะหาทางทำ� แนวโน้มทพี่ งึ ประสงค์ให้เกดิ ขน้ึ และขจดั แนวโน้มทไี่ ม่พงึ ประสงค์ให้
หมดไป หรอื ลดน้อยลง การวจิ ยั อนาคตจงึ มปี ระโยชน์ในการกำ� หนดนโยบาย การวางแผน การตดั สินใจ
ในการปฏบิ ตั ิทีจ่ ะน�ำไปสู่การสร้างอนาคตอนั พงึ ประสงค์ (จุมพล พลภู ทั รชวี นิ , ๒๕๔๘) เทคนิคเดลฟาย
มขี นั้ ตอนการดำ� เนนิ งานดงั น้ี (๑) การกำ� หนดและเตรยี มตวั กลมุ่ ผมู้ บี ทบาทในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรม
กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นส่วนที่ส�ำคัญมากเพราะกลุ่มน้ีจะเป็นผู้ให้ข้อมูลท่ีน่าเชื่อถือ ผู้วิจัยต้องอธิบาย
จดุ มงุ่ หมาย ขน้ั ตอนตา่ งๆ ของการวจิ ยั เวลาทใี่ ชโ้ ดยประมาณ และประโยชนข์ องการวจิ ยั ยำ�้ ถงึ ความจำ� เปน็
และความสำ� คญั ของผมู้ บี ทบาทดา้ นวฒั นธรรม(๒) การสมั ภาษณ์(DFRรอบท่ี๑) การสมั ภาษณเ์ รม่ิ จากภาพ
อนาคตทางท่ีดี (optimistic realistic scenario) ภาพอนาคตทางที่ไม่ดี (pessimistic realistic scenario) ภาพ
อนาคตทม่ี ีความเป็นไปได้มากทสี่ ดุ รวมทั้งสมั ภาษณ์ในประเด็นต่าง ๆ ทตี่ ้องการ ทงั้ น้ีเพอื่ ให้ผู้มีบทบาท
ดา้ นวฒั นธรรมคดิ ในหลายแงม่ มุ ซง่ึ เปน็ การมองทง้ั ในแงบ่ วก แงล่ บ และความเปน็ ไปไดม้ ากทสี่ ดุ (๓) การ
วิเคราะห์/สังเคราะห์ข้อมูล น�ำข้อมูลท่ีได้จากการสัมภาษณ์ในข้อท่ี ๒ และข้อมูลที่จากวิจัยเอกสารมา
วิเคราะห์และสังเคราะห์เพอื่ เขยี นแนวโน้มในแบบสอบถาม (๔) การสร้างเครื่องมอื  เปน็ การน�ำข้อมลู ท่ไี ด้
จากการสมั ภาษณผ์ เู้ ชยี่ วชาญทกุ คนมารวมกนั ตดั ทอนขอ้ ความทซี่ ำ้� กนั หรอื ตดั สว่ นทเี่ กนิ ไปจากกรอบของ
108

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

การวจิ ยั ท่ีกำ� หนดไว้ออกไป โดยการหาถ้อยคำ� ทคี่ รอบคลุมข้อความทง้ั หมด และ (๕) การท�ำ DFR รอบท่ี
๒, ๓, ๔, ๕ การนำ� แบบสอบถามไปสอบถามผู้มบี ทบาทด้านวฒั นธรรมและน�ำแบบสอบถามมาวเิ คราะห์
ด้วยสถติ พิ ื้นฐาน เพือ่ ทำ� การจำ� แนกข้อมลู หาฉันทามติ (consensus)   ในการทำ� DFR รอบท่ี ๒ และ ๓, ๔
นี้ ผู้มบี ทบาทด้านวัฒนธรรมแต่ละท่านจะได้รับรู้ข้อมลู ป้อนกลบั เชงิ สถิติ (statistical feedbacks) เป็นของ
กลุ่มโดยส่วนรวมโดยหาค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (mean) ค่ามธั ยฐาน (median) และค่าฐานนิยม
(mode) ผนวกด้วยคำ� ตอบเดมิ ของตนเอง แล้วขอให้ผู้มบี ทบาทด้านวัฒนธรรมมาพิจารณาตอบใหม่

๓.๑.๑ ขน้ั ตอนและผลการวเิ คราะห์ จดุ แข็ง จดุ ออ่ น โอกาส และข้อจ�ำกดั
๑) ขน้ั ตอนการวิเคราะห์
ที่ปรึกษาได้ท�ำการวิเคราะห์ฯ ด้วยการวิจัยเอกสารต่างๆ ที่กล่าวถึงการด�ำเนินงาน
วัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้บริหารกรุงเทพมหานครในระดับต่างๆ อาทิ
รองผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร ผอู้ ำ� นวยการ รองผอู้ ำ� นวยการ สำ� นกั วฒั นธรรม กฬี า และการทอ่ งเทย่ี ว
ผู้อ�ำนวยการกองวัฒนธรรม รวมท้ังสัมภาษณ์ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมท่ีมีการขับเคลื่อน
งานวัฒนธรรม ทง้ั ทปี่ ระสบผลสำ� เรจ็ มาก ปานกลาง และน้อย ในฐานะท่ชี ุมชนเป็นองค์ประกอบหน่ึงของ
การขับเคล่ือนงานวัฒนธรรมและเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับงานวัฒนธรรม การส�ำรวจข้อมูลวัฒนธรรม
กรงุ เทพมหานครในพน้ื ที่ ๕๐ เขต และการศกึ ษากระบวนการขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรมทป่ี ระสบผลสำ� เรจ็
๑๐ กรณีศึกษา จากนั้นได้น�ำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมท้ังภายในและภายนอกของกอง
วฒั นธรรมและสำ� นกั งานเขต และของชมุ ชน (ดงั รายละเอยี ดในสว่ นท่ี ๓) ออกมาเปน็ แบบวเิ คราะห์ SWOT
ชุดท่ี ๑ ของกองวฒั นธรรมและสำ� นกั งานเขต (ประกอบด้วยจดุ แขง็ ๒๐ ข้อ จุดอ่อน ๑๘ ข้อ โอกาส ๒๕
ข้อ และข้อจ�ำกดั ๒๓ ข้อ)และของชุมชน (ประกอบด้วยจดุ แข็ง ๒๗ ข้อ จดุ อ่อน ๓๑ ข้อ โอกาส ๒๕ ข้อ
และข้อจำ� กดั ๑๘ ข้อ) ดงั นี้
๒) ผลการวเิ คราะห์
(๑) การวิเคราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าทก่ี องวฒั นธรรมและสำ� นักงานเขต
จดุ แขง็ จากการรวบรวมขอ้ มลู สามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทเ่ี ปน็ จดุ แขง็ ออกมาได้
จำ� นวน ๒๐ ข้อ ดังตารางที่ ๓.๑

109

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางท่ี ๓.๑ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าที่ในประเด็นท่เี ป็นจดุ แข็ง
ประเดน็ ทีเ่ ปน็ จดุ แขง็

๑. งานวฒั นธรรมได้รับการสนบั สนนุ จากสภากรุงเทพมหานคร
๒. มีงบประมาณในการดำ�เนินงานด้านการส่งเสริม อนุรกั ษ์และพัฒนาวัฒนธรรมทีเ่ พียงพอ
๓. ผู้บริหารระดบั สงู ของกรงุ เทพมหานคร ให้การสนับสนุนการพฒั นางานด้านวัฒนธรรม
๔. มีความสามารถในการประสานความร่วมมือกบั ชมุ ชน ในการผลกั ดนั ให้มีกิจกรรมด้าน

วฒั นธรรม
๕. ให้ความสำ�คัญกับการทำ�งานร่วมกับเครือข่ายทางด้านวฒั นธรรมทั้งระดับชาติและท้องถิน่
๖. ผู้บริหารระดับสงู (ผู้ว่ากทม.) มีอำ�นาจสงั่ การในเรื่องเร่งด่วนทันที (autonomy)
๗. มีการมอบหมายภาระงานตามบทบาทและหน้าทีข่ องแต่ละกลุ่มงานอย่างชัดเจน
๘. มีความยืดหยุ่นในการบริหารงาน (flexibility) สามารถปรบั งบประมาณให้สอดรับกับพันธกิจที่

เปลี่ยนแปลงได้
๙. ส่งเสริมสนับสนุนให้ชมุ ชนมีความริเริม่ ในการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมของชุมชน
๑๐. เจ้าหน้าทีข่ องฝ่ายพัฒน์ฯ สามารถทำ�งานร่วมกับสภาวัฒนธรรมได้ดี
๑ ๑. เจ้าหน้าที่มีความกระตือรืนร้น ในการผลักดนั ให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชน
๑ ๒. เจ้าหน้าทีม่ ีทัศนคติเชิงบวก (positive thinking) ในการทำ�งานร่วมกบั ชุมชน มีความสัมพนั ธ์ที่ดีกบั

ผู้นำ�และสมาชิกในชมุ ชน
๑๓. เจ้าหน้าทีม่ ีประสบการณ์ในการทำ�งานร่วมกบั ชมุ ชน
๑ ๔. เจ้าหน้าท่ไี ด้รับการพฒั นาศักยภาพในการปฏบิ ตั ิงานอย่างสม�่ำเสมอ
๑ ๕. เจ้าหน้าทีม่ ีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับชมุ ชนเปน็ อย่างดี
๑๖. เจ้าหน้าทีใ่ ห้บริการกบั ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยความเต็มใจ
๑ ๗. ทำ�งานสนองนโยบายของผู้บริหารระดบั สูง
๑๘. ให้ความสำ�คัญกบั ระบบอาวโุ ส
๑๙. ให้ความสำ�คญั กับชมุ ชน
๒๐. ให้ความสำ�คัญกบั ระบบอปุ ถัมภ์

110

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

จดุ ออ่ น จากการรวบรวมขอ้ มลู สามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทเี่ ปน็ จดุ ออ่ นได้ จำ� นวน
๑๘ ข้อ ดังตารางที่ ๓.๒
ตารางท่ี ๓.๒ แบบวิเคราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าทใ่ี นประเดน็ ท่ีเป็นจุดอ่อน

ประเดน็ จดุ อ่อน
๑. ไม่มีการจัดทำ�แผนยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมและพฒั นางานทางด้านวัฒนธรรม
๒. สำ�นักงานเขตไม่มีหน่วยงานที่รบั ผิดชอบงานด้านวฒั นธรรมโดยตรง
๓. การทำ�งานตามสายการบังคับบัญชาทำ�ให้ล่าช้า ไม่ตอบสนองความต้องการของผู้รบั บริการ
๔. ขาดระบบการติดตามและประเมินผลการดำ�เนินงานด้านวฒั นธรรมอย่างต่อเนื่อง
๕. การดำ�เนินงานตามแผนงานไม่สามารถดำ�เนินการได้ เนื่องจากมีการแทรกแซงทางการเมืองสูง
๖. การทำ�งานมลี กั ษณะตา่ งคนตา่ งทำ� ขาดการบรู ณาการความรว่ มมอื ระหวา่ งหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง
๗. ขาดการสร้างสรรค์ แนวคิดการส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมที่เป็นของตนเอง ส่วน

ใหญ่นิยมลอกเลียนแบบกิจกรรมทางวฒั นธรรมที่ประสบความสำ�เรจ็ ของชมุ ชนอื่น
๘. การมอบหมายให้สำ�นักงานเขตจัดกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรม ไม่ได้คำ�นึงถึงบริบททางด้าน

ประวัติศาสตร์ สังคมและวฒั นธรรมของชมุ ชน
๙. เจ้าหน้าทีท่ ี่รับผิดชอบงานด้านวฒั นธรรม มีภาระงานอื่นมาก ทำ�ให้ไม่มีเวลาทำ�งานด้านนี้อย่าง

จริงจัง
๑๐. เจ้าหน้าทีข่ องกองวัฒนธรรมและสำ�นกั งานเขตทีร่ ับผิดชอบงานด้านวฒั นธรรมส่วนใหญ่เป็น

อาสาสมัคร ได้รับค่าจ้างไม่สอดคล้องกับภาระงาน
๑๑. มีการลาออกจากงานของเจ้าหน้าทีใ่ นสงั กัดกองวัฒนธรรมมีอัตราสงู
๑ ๒. มีการโยกย้ายงานของเจ้าหน้าที่ในสงั กัดกองวฒั นธรรมและฝ่ายวฒั นธรรมของสำ�นักงานเขต

บ่อย ทำ�ให้งานขาดความต่อเนื่อง
๑๓. เจ้าหน้าที่ขาดขวญั และกำ�ลังใจในการทำ�งาน
๑ ๔. เจ้าหน้าทีท่ ี่รับผิดชอบงานด้านวัฒนธรรมของกองวฒั นธรรมและฝ่ายวัฒนธรรมของสำ�นักงาน

เขต มีจำ�นวนไม่เพียงพอ
๑ ๕. เจ้าหน้าที่ที่รบั ผิดชอบงานด้านวฒั นธรรมของกองวฒั นธรรมและฝ่ายวัฒนธรรมของสำ�นกั งาน

เขต ขาดความรู้ ความเชีย่ วชาญทางด้านวัฒนธรรม
๑๖. เจ้าหน้าที่ทีร่ บั ผิดชอบงานด้านวฒั นธรรมของกองวัฒนธรรมและฝ่ายวัฒนธรรมของสำ�นกั งาน

เขต ขาดประสบการณ์ในการทำ�งานกับชุมชนด้านวัฒนธรรม
๑๗. ให้ความสำ�คัญกบั ความเปน็ ปัจเจกบุคคลสูง (individualism)
๑๘. มองงานทางด้านวฒั นธรรมเป็นงานฝาก

111

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

โอกาส จากการรวบรวมข้อมูล สามารถวิเคราะห์ประเด็นที่เป็นโอกาสได้จ�ำนวน ๒๓ ข้อ ดัง
ตารางที่ ๓.๓
ตารางที่ ๓.๓ แบบวิเคราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าทใ่ี นประเดน็ ท่เี ปน็ โอกาส

ประเด็นโอกาส
๑. รฐั บาลให้ความสำ�คญั กับนโยบายด้านการส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่น
๒. กรงุ เทพมหานครเห็นความสำ�คัญของการส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมชมุ ชนของ

กรงุ เทพมหานคร
๓. กระทรวงวฒั นธรรมกำ�หนดให้การส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นประเดน็

ยุทธศาสตร์ของกระทรวง
๔. การเลือกตั้งในระดับท้องถิน่ ทำ�ให้นกั การเมืองให้ความสำ�คัญกบั การกำ�หนดให้การส่งเสริม

อนรุ กั ษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมชมุ ชนเปน็ นโยบายสำ�คัญในการหาเสียง
๕. ประชาชนให้การสนับสนนุ พรรคการเมืองอย่างเป็นเอกภาพ ทำ�ให้การบริหารงานของ

กรงุ เทพมหานครมีความเข้มแขง็
๖. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร ทำ�ให้โอกาสในการสร้างสรรค์

วฒั นธรรมท้องถิน่ ที่มีเอกลกั ษณ์โดดเด่นเกิดขึ้นได้ง่าย
๗. การเปิดเขตเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียนทำ�ให้เกิดความต้องการในการท่องเทีย่ วเชิง

วฒั นธรรมมากขึ้น
๘. การฟน้ื ตวั ของเศรษฐกจิ สหรฐั และประชาคมยโุ รป ทำ�ใหเ้ กดิ ความตอ้ งการในการทอ่ งเทย่ี วเชงิ ใน

ภมู ภิ าคอาเซยี นมากขน้ึ
๙. การขยายตลาดการท่องเทีย่ วในภมู ิภาคอาเซียนทำ�ให้มีนกั ท่องเทีย่ วเดินทางเข้ามาในประเทศไทย

มากขึ้น
๑๐. ความสนใจในการลงทนุ ด้านการท่องเทีย่ วของประชาคมอาเซียนทำ�ให้เกิดการพัฒนาแหล่ง

ท่องเทีย่ วเชิงวัฒนธรรมที่หลากหลาย
๑ ๑. การเป็นศนู ย์กลางด้านการค้าและอุตสาหกรรมของไทยในประชาคมอาเซียนจะทำ�ให้เกิด

ความต้องการในการผลิตสินค้าและบริการที่เกีย่ วข้องกบั วัฒนธรรมมากขึ้น
๑๒. การมีโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลายและครอบคลุมพื้นทีท่ างด้านวัฒนธรรมในกรงุ เทพมหานคร

ทำ�ให้การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนสะดวกมากยิง่ ขึ้น
๑ ๓. การเพิม่ รายได้ของประชากรในประเทศและต่างประเทศทำ�ให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเติบโต

112

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ประเดน็ โอกาส
๑ ๔. ภาคธุรกิจเอกชนให้ความสำ�คญั ต่อการสร้างความสมั พันธ์กบั ชมุ ชนกับผ่านกิจกรรม CSR

(การตอบแทนสังคม) ทำ�ให้มีการส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพฒั นาวัฒนธรรมชมุ ชนมากขึ้น
๑ ๕. ปัจจุบันมีเครือข่ายทางสงั คมที่ให้การสนบั สนนุ ด้านวิชาการ เงินทุนเพือ่ การอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดก

ทางวฒั นธรรมของชมุ ชนมากขึ้น
๑๖. การได้รับรางวลั เมืองท่องเทีย่ วสำ�คัญระดบั โลกของกรงุ เทพมหานครหลายปีซ้อน ทำ�ให้เกิด

แรงจูงใจในการเข้ามาท่องเทีย่ วของนกั ท่องเทีย่ วต่างชาติมากขึ้น
๑ ๗. การมีเครือข่ายทางด้านวัฒนธรรมท้ังในและนอกประเทศทีห่ ลากหลาย ทำ�ให้เกิดการประสาน

ความร่วมมือด้านการส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมท้องถิ่นของไทยอย่างหลากหลาย
๑๘. องค์กรทีท่ ำ�งานด้านวฒั นธรรมเอกชนให้การสนบั สนุนส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพัฒนาวฒั นธรรม

ชมุ ชนอย่างเข้มแขง็ ทำ�ให้มีวัฒนธรรมชุมชนทีม่ ีเอกลักษณ์เฉพาะมากขึ้น
๑ ๙. ชุมชนในแต่ละเขตมีความตั้งใจมุ่งม่ัน ในการอนุรักษ์ฟื้นฟวู ฒั นธรรมของชมุ ชน
๒ ๐. รอยยิ้มอย่างเปน็ มิตรของคนไทยเปน็ เสน่ห์ดึงดดู ใจนักท่องเทีย่ วต่างประเทศให้มาสนใจ

วฒั นธรรมท้องถิน่ ของไทยเพิม่ มากขึ้น
๒๑. ระบบการสือ่ สารแบบออนไลน์สมัยใหม่สามารถสร้างกลุ่มที่มีความสนใจทางวัฒนธรรม

เฉพาะอย่างได้
๒๒. ความโดดเด่นในเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมแต่ละชมุ ชนทำ�ให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาศึกษา

และร่วมกิจกรรม
๒๓. กรุงเทพมหานครเปน็ ศนู ย์รวมวฒั นธรรมท้องถิ่นทีห่ ลากหลายเปน็ ที่ดึงดูดใจนกั ท่องเทีย่ ว
๒๔. การขยายตัวและการสร้างเครือข่ายของคนในชมุ ชนออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และไลน์

มีเพิ่มมากขึ้น ทำ�ให้สามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านวฒั นธรรมทีค่ รอบคลมุ พื้นทีก่ ว้างขวาง
มากยิ่งขึ้น
๒๕. สือ่ มวลชนให้ความสำ�คญั กับการนำ�เสนอรายการด้านการส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพัฒนา
วัฒนธรรมชมุ ชนมากขึ้น

ข้อจ�ำกัด จากการรวบรวมข้อมูล สามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีเป็นข้อจ�ำกัดได้
จำ� นวน ๒๕ ข้อ ดังตารางที่ ๓.๔

113

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางท่ี ๓.๔ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของเจ้าหน้าทใ่ี นประเดน็ ทเี่ ป็นข้อจำ� กดั
ประเดน็ ข้อจ�ำ กัด

๑. สมาชิกในชุมชนให้ความสำ�คัญกับการทำ�มาหากินมากกว่าการอนุรักษ์และพฒั นาวฒั นธรรม
ชุมชน

๒. คนรุ่นใหม่ไม่เหน็ ความสำ�คัญของวัฒนธรรมชมุ ชน แต่ให้ความสำ�คญั กับการหยิบยืมวฒั นธรรม
อื่น เช่น วัฒนธรรมเกาหลี ญี่ปุ่น

๓. ความไม่โปร่งใสในกระบวนการบริหารจดั การงบประมาณในระดบั ชาติและท้องถิ่น
ทำ�ให้งบประมาณมีการใช้อย่างไม่สมเหตสุ มผล

๔. สถานการณ์ความถดถอยทางด้านเศรษฐกิจของประเทศมีผลกระทบต่อการขยายตวั
ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ

๕. ความขัดแย้งทางการเมืองทำ�ให้การปฏิบัติตามนโยบายล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผน
๖. บุคลากรทีม่ ีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านวัฒนธรรมชุมชนมีจำ�นวนน้อยลง
๗. สมาชกิ ในชมุ ชนใหค้ วามสำ�คญั กบั การทำ�มาหากนิ มากกวา่ การอนรุ กั ษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมชมุ ชน
๘. การรวมตวั ของสมาชิกในชุมชนเพื่อส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมชุมชนของแต่เขต

เกิดขึ้นได้ยากเพราะขาดการประสานงานที่ดี
๙. อิทธิพลการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมผ่านสื่อ เช่น ภาพยนตร์ อินเทอร์เนต็ ฯลฯ ที่ไม่เหมาะสม

ทำ�ให้คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอนุรักษ์วัฒนธรรมในชุมชนของตนเอง
๑ ๐. นโยบายของรัฐไม่ส่งเสริมและสนับสนนุ งานฝีมือทีก่ ำ�ลงั จะสญู ไปอย่างจริงจงั ไม่มีมาตรการ

ในการช่วยเหลือทีเ่ ปน็ รปู ธรรมชดั เจน
๑๑. ขาดการนำ�เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการผลิตและฟืน้ ฟผู ลงานทางวฒั นธรรม
๑๒. ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตผลิตภัณฑ์ชมุ ชนมีราคาสูงเมือ่ เทียบกับผลิตภัณฑ์จากภาค

อตุ สาหกรรม ทำ�ให้ผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนไม่สามารถแข่งขนั ได้
๑๓. การพฒั นาอุตสาหกรรมการท่องเทีย่ วโดยเน้นด้านเศรษฐกิจมากกว่าประเด็นทางวฒั นธรรม

ทำ�ให้เกิดการสญู เสียวัฒนธรรมชุมชน
๑ ๔. ขาดการนำ�เทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมมาใช้ในการผลิตและฟืน้ ฟผู ลงานทางวฒั นธรรม
๑๕. บทบาทของผมู้ อี ทิ ธพิ ลในทอ้ งถน่ิ เปน็ อปุ สรรคตอ่ การสง่ เสรมิ อนรุ กั ษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ
๑๖. ความขดั แย้งของนักการเมืองท้องถิ่นทำ�ให้การส่งเสริม อนุรักษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมท้องถิ่น

เกิดความชะงกั งัน

114

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ประเดน็ ขอ้ จ�ำ กดั
๑๗. มีการแข่งขันด้านการให้บริการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน มีผลกระทบ

ต่อการตลาดการท่องเที่ยวเชิงวฒั นธรรมของไทย
๑๘. บคุ ลากรที่มีความรู้ ความเชีย่ วชาญทางด้านวัฒนธรรมชุมชนมีจำ�นวนน้อยลง
๑ ๙. การขาดความเป็นอันหนึง่ อันเดียวกันของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ทำ�ให้การจดั สรร

งบประมาณไม่เปน็ ไปตามเป้าหมายที่วางไว้และล่าช้า
๒ ๐. ความขดั แย้งทางด้านผลประโยชน์ของสมาชิกในชุมชน ทำ�ให้ไม่เกิดการส่งเสริม อนุรกั ษ์

และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนือ่ ง
๒ ๑. อิทธิพลการแพร่กระจายทางวฒั นธรรมผ่านสื่อที่ไม่เหมาะสม เช่น ภาพยนตร์ อินเทอร์เนต็

ทำ�ให้คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอนรุ ักษ์วัฒนธรรมในชุมชนของตนเอง
๒๒. การแบ่งเขตการปกครองทำ�ให้เกิดการแย่งชิงวัฒนธรรมของชมุ ชนทีม่ ีอาณาเขตใกล้เคียง

และมีวฒั นธรรมร่วมกัน ทำ�ให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมวัฒนธรรมร่วมกนั ได้

(๒) การวเิ คราะห์ SWOT ของชุมชน
จุดแข็ง ผลการรวบรวมข้อมูล สามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีเป็นจุดแข็งในการ
ขบั เคล่อื นงานวัฒนธรรมของชุมชนได้จ�ำนวน ๒๗ ข้อ ดงั ตารางที่ ๓.๕
ตารางท่ี ๓.๕ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของชุมชนในประเดน็ ท่เี ปน็ จุดแขง็

ประเดน็ จดุ แข็ง
๑. ความเปน็ อนั หนึ่งอันเดียวกันของสมาชิกในชุมชนทำ�ให้การจัดกิจกรรมเปน็ ไปได้ง่าย
๒. การมีเครือข่ายทีเ่ ข้มแข็ง เช่น มูลนิธิ สมาคม ชมรม เครือญาติ ฯลฯ ทำ�ให้สามารถสร้างสรรค์

กิจกรรมทางด้านวฒั นธรรมที่หลากหลาย
๓. สมาชิกในชมุ ชนมีความพร้อมในการทำ�งานเพือ่ ชมุ ชนแบบจิตอาสา
๔. สมาชกิ ในชมุ ชนไมม่ คี วามรสู้ กึ ถกู แบง่ แยกทางวฒั นธรรมแมจ้ ะมกี ารแบง่ เขตการปกครองแยกจากกนั
๕. มีแหล่งมรดกสำ�คญั ทางวฒั นธรรมที่ชุมชนยึดเหนี่ยวร่วมกัน
๖. การมีผู้อาวุโสหรือผู้ทรงภูมิปัญญาทางวฒั นธรรมของชุมชน ทำ�ให้สามารถธำ�รงเอกลักษณ์

ทางวฒั นธรรมไว้ได้อย่างมน่ั คง
๗. ความสำ�นึกในความเป็นชาติพันธุ์ที่ชดั เจนทำ�ให้เกิดความรู้สึกรกั และหวงแหนในวฒั นธรรม

ของชุมชนตนเอง

115

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประเด็นจุดแข็ง
๘. มีระบบการบริหารจัดการกิจกรรมวัฒนธรรมของชมุ ชนที่ชดั เจน
๙. มีระบบติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการดำ�เนินงานด้านวัฒนธรรมของชมุ ชนที่มีคุณภาพ
๑ ๐. สภาวัฒนธรรมของแต่ละเขตให้การสนับสนุนการจดั กิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมของชุมชนเตม็ ที่
๑ ๑. มีการสร้างเครือข่ายในการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมชมุ ชนร่วมกนั ของทุกภาคส่วน
๑๒. เปิดโอกาสให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการสร้างและบริหารจัดการกิจกรรมของชุมชน
๑ ๓. ใช้กลไกการส่งเสริม อนุรักษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมชมุ ชนเป็นเครือ่ งมือในการสร้างความเข้มแขง็

ทางสงั คมของชุมชน
๑ ๔. ใช้กลไกการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมชุมชนในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ

ของชมุ ชน
๑๕. ชุมชนมีบุคคลที่มีความมุ่งม่นั เสียสละ ในการทำ�งานด้านวฒั นธรรม
๑๖. คณะทำ�งานประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความเชีย่ วชาญด้านการบริหารจดั การกิจกรรม

ของชุมชน
๑ ๗. มีผู้นำ�ทางวัฒนธรรมทีเ่ ข้มแขง็ สามารถผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างสมาชิกในชมุ ชนได้
๑ ๘. มีความรู้ ความเชีย่ วชาญเกี่ยวกบั ประเพณี งานฝีมือ อาหาร กีฬา การละเล่นพื้นบ้านทีห่ ายาก

มีเอกลกั ษณ์ที่โดดเด่น
๑๙. เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการคิดและทำ�กิจกรรมร่วมกันอย่างเท่าเทียม
๑๐. มีภาวะผู้นำ�ทีเ่ ข้มแข็ง
๒ ๑. ให้ความสำ�คัญกับการทำ�งานร่วมกนั ตามหลักธรรมาภิบาล (โปร่งใส ตรวจสอบได้ ความเท่า

เทียมกนั ฯลฯ)
๒ ๒. ยึดถือประโยชน์ของชมุ ชนเปน็ หลกั
๒๓. มีการทำ�งานทีห่ ลากหลายรูปแบบตามลกั ษณะของกิจกรรม มีความยืดหยุ่น
๒๔. ให้ความสำ�คัญกบั ผู้มีความรู้ด้านวัฒนธรรมของชุมชน
๒๕. สมาชิกมีความนับถือและศรัทธาในผู้นำ�ของชุมชน
๒๖. สมาชิกมีความรู้สึกเปน็ พวกเดียวกนั สูง
๒๗. ชมุ ชนมจี ดุ ศนู ยร์ วมความเชอ่ื และความศรทั ธารว่ มกนั ทำ�ใหเ้ กดิ การรวมตวั ของสมาชกิ ในชมุ ชนไดง้ า่ ย

116

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

จุดอ่อน ผลการรวบรวมข้อมูล สามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีเป็นจุดอ่อนในการ
ขับเคลื่อนงานวฒั นธรรมของชมุ ชนได้จำ� นวน ๓๑ ข้อ ดังตารางที่ ๓.๖
ตารางท่ี ๓.๖ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของชมุ ชนในประเดน็ ทีเ่ ป็นจดุ อ่อน

ประเดน็ จุดออ่ น
๑. สมาชิกในชุมชนมีความขดั แย้งระหว่างกันสูง ทำ�ให้ไม่สามารถจดั กิจกรรมด้านการส่งเสริม

อนรุ กั ษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมของชมุ ชนได้
๒. บคุ คลภายนอกย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนมากขึ้นเปน็ อุปสรรคต่อการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนา

วฒั นธรรมของชุมชน
๓. การแข่งขนั ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมระหว่างสมาชิกในชมุ ชน ก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่าง

สมาชิก
๔. ขาดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกีย่ วข้องกบั การส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพฒั นาวัฒนธรรม

ของชมุ ชน
๕. ขาดรปู แบบการบริหารจดั การภายในคณะกรรมการชุมชนทีม่ ีประสิทธิภาพ
๖. มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นทีค่ วบคุมการตดั สินใจการจดั กิจกรรมด้านวฒั นธรรมของชุมชน
๗. สมาชิกของชมุ ชนไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบงั คบั ระเบียบต่างๆ ทีม่ ีผล

ต่อการธำ�รงไว้ซึง่ วฒั นธรรมของชุมชน
๘. ขาดระบบฐานข้อมูลด้านประวตั ิศาสตร์ ประเพณี และภมู ิปญั ญาทีค่ รบถ้วน
๙. ขาดระบบการทำ�งานด้านการบริหารจัดการวฒั นธรรมทีถ่ ูกต้องและมีประสิทธิภาพ
๑๐. ขาดระบบการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
๑๑. ขาดการเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์กิจกรรมด้านวฒั นธรรมของชุมชนอย่างแพร่หลายและสม�่ำเสมอ
๑๒. ขาดการวางแผนการบริหารจัดการกิจกรรมทางวฒั นธรรมที่เปน็ รปู ธรรม
๑๓. ไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการสร้างกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรม
๑๔. มีการลอกเลียนแบบทางวฒั นธรรมทีป่ ระสบความสำ�เร็จจากที่อืน่ มาดำ�เนินการในชมุ ชน
๑๕. มีการปรบั ประยุกต์วัฒนธรรมด้ังเดิมจนสญู เสียเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน
๑๖. ขาดผู้สืบทอดงานวฒั นธรรมของชมุ ชนรุ่นใหม่
๑ ๗. สมาชกิ ของชมุ ชนสว่ นใหญข่ าดความรคู้ วามเขา้ ใจในวฒั นธรรมของชมุ ชนตนเองทถ่ี กู ตอ้ งและครบถว้ น
๑ ๘. จำ�นวนบุคลากรในชุมชนทีม่ ีความสนใจด้านการส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมของ

ชุมชนไม่เพียงพอ
๑ ๙. การทำ�งานดา้ นวฒั นธรรมของชมุ ชนสว่ นใหญใ่ หค้ วามสำ�คญั กบั ตวั บคุ คลมากกวา่ การทำ�งานเปน็ ทมี
๒๐. คณะทำ�งานของชมุ ชนขาดความรู้ด้านการบริหารจัดการวฒั นธรรมชุมชน

117

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประเดน็ จุดออ่ น
๒๑. คณะทำ�งานของชุมชนขาดทักษะในการบริหารจัดการด้านวฒั นธรรมชมุ ชน
๒ ๒. คณะทำ�งานของชมุ ชนไม่มีความรู้และทกั ษะด้านการบริหารการตลาด ทำ�ให้ไม่สามารถจดั

กิจกรรมทีส่ อดคล้องกบั ความต้องการของตลาดได้
๒ ๓. ขาดผู้นำ�ในการผลักดันงานด้านวัฒนธรรม
๒๔. คณะทำ�งานขาดภาวะผู้นำ�
๒๕. คณะทำ�งานมีลักษณะการทำ�งานแบบรวบอำ�นาจ
๒๖. คณะทำ�งานขาดแรงจงู ใจในการทำ�งาน
๒ ๗. คณะทำ�งานไม่ให้ความสำ�คญั กบั การทำ�งานเป็นทีม
๒๘. สมาชิกส่วนใหญ่ของชมุ ชนขาดสำ�นึกต่อส่วนรวม
๒๙. สมาชิกส่วนใหญ่ของชุมชนขาดความเสียสละเพื่อส่วนรวม
๓ ๐. สมาชิกส่วนใหญ่ของชุมชนให้ความสำ�คัญกบั วตั ถุนิยม
๓ ๑. สมาชิกส่วนใหญ่ของชมุ ชนให้ความสำ�คญั กับการแสวงหาประโยชน์จากชุมชนมากกว่า

การพัฒนาชุมชน

โอกาส ผลจากการรวบรวมขอ้ มลู สามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทเ่ี ปน็ โอกาสในการ
ขบั เคล่ือนงานวัฒนธรรมของชมุ ชนจ�ำนวนได้จ�ำนวน ๒๕ ข้อ ดงั ตารางที่ ๓.๗
ตารางที่ ๓.๗ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของชมุ ชนในประเดน็ ทีเ่ ป็นโอกาส

ประเด็นโอกาส
๑. รัฐบาลให้ความสำ�คัญกบั นโยบายด้านการส่งเสริม อนรุ ักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิน่
๒. กรงุ เทพมหานครเห็นความสำ�คัญของการส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมชมุ ชนของ

กรุงเทพมหานคร
๓. กระทรวงวัฒนธรรมกำ�หนดให้การส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นประเด็น

ยทุ ธศาสตร์ของกระทรวง
๔. การเลือกต้ังในระดับท้องถิน่ ทำ�ให้นักการเมืองให้ความสำ�คญั กับการกำ�หนดให้การส่งเสริม

อนรุ ักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมชุมชนเป็นนโยบายสำ�คัญในการหาเสียง
๕. ประชาชนให้การสนบั สนนุ พรรคการเมืองอย่างเป็นเอกภาพ ทำ�ให้การบริหารงานของ

กรงุ เทพมหานครมีความเข้มแขง็
๖. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร ทำ�ให้โอกาสในการสร้างสรรค์

วัฒนธรรมท้องถิ่นทีม่ ีเอกลกั ษณ์โดดเด่นเกิดขึ้นได้ง่าย

118

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ประเด็นโอกาส
๗. การเปิดเขตเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียนทำ�ให้เกิดความต้องการในการท่องเทีย่ วเชิง

วฒั นธรรมมากขึ้น
๘. การฟืน้ ตวั ของเศรษฐกิจสหรฐั และประชาคมยโุ รป ทำ�ให้เกิดความต้องการในการท่องเที่ยว

ในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น
๙. การขยายตลาดการท่องเทีย่ วในภมู ิภาคอาเซียนทำ�ให้มีนกั ท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย

มากขึ้น
๑๐. ความสนใจในการลงทนุ ด้านการท่องเทีย่ วของประชาคมอาเซียนทำ�ให้เกิดการพฒั นาแหล่ง

ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทีห่ ลากหลาย
๑๑. การเปน็ ศูนย์กลางด้านการค้าและอุตสาหกรรมของไทยในประชาคมอาเซียนจะทำ�ให้เกิด

ความต้องการในการผลิตสินค้าและบริการทีเ่ กีย่ วข้องกับวัฒนธรรมมากขึ้น
๑ ๒. การมีโครงสร้างพื้นฐานทีห่ ลากหลายและครอบคลุมพื้นทีท่ างด้านวัฒนธรรมในกรงุ เทพมหานคร

ทำ�ให้การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางวฒั นธรรมของชุมชนสะดวกมากยิ่งขึ้น
๑๓. การเพิ่มรายได้ของประชากรในประเทศและต่างประเทศทำ�ให้ธุรกิจการท่องเทีย่ วเติบโต
๑๔. ภาคธรุ กิจเอกชนให้ความสำ�คญั ต่อการสร้างความสัมพนั ธ์กับชมุ ชนกบั ผ่านกิจกรรม CSR

(การตอบแทนสังคม) ทำ�ให้มีการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมชมุ ชนมากขึ้น
๑ ๕. ปจั จุบันมีเครือข่ายทางสงั คมทีใ่ ห้การสนบั สนนุ ด้านวิชาการ เงินทนุ เพือ่ การอนรุ ักษ์ฟื้นฟมู รดก

ทางวฒั นธรรมของชุมชนมากขึ้น
๑๖. การได้รับรางวลั เมืองท่องเที่ยวสำ�คญั ระดบั โลกของกรุงเทพมหานครหลายปีซ้อน ทำ�ให้เกิด

แรงจงู ใจในการเข้ามาท่องเทีย่ วของนกั ท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น
๑ ๗. การมีเครือข่ายทางด้านวัฒนธรรมท้ังในและนอกประเทศทีห่ ลากหลาย ทำ�ให้เกิดการประสาน

ความร่วมมือด้านการส่งเสริม อนุรักษ์ และพฒั นาวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอย่างหลากหลาย
๑๘. องค์กรทีท่ ำ�งานด้านวัฒนธรรมเอกชนให้การสนับสนุนส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพฒั นาวัฒนธรรม

ชมุ ชนอย่างเข้มแข็ง ทำ�ให้มีวฒั นธรรมชุมชนทีม่ ีเอกลกั ษณ์เฉพาะมากขึ้น
๑๙. ชุมชนในแต่ละเขตมีความตั้งใจมุ่งมั่น ในการอนุรักษ์ฟืน้ ฟวู ัฒนธรรมของชมุ ชน
๒ ๐. รอยยิ้มอย่างเปน็ มิตรของคนไทยเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนกั ท่องเทีย่ วต่างประเทศให้มาสนใจ

วฒั นธรรมท้องถิ่นของไทยเพิม่ มากขึ้น
๒ ๑. ระบบการสื่อสารแบบออนไลน์สมัยใหม่สามารถสร้างกลุ่มที่มีความสนใจทางวัฒนธรรม

เฉพาะอย่างได้
๒ ๒. ความโดดเด่นในเอกลกั ษณ์ของวฒั นธรรมแต่ละชมุ ชนทำ�ให้นกั ท่องเที่ยวให้ความสนใจมาศึกษา

และร่วมกิจกรรม
๒ ๓. กรุงเทพมหานครเปน็ ศูนย์รวมวัฒนธรรมท้องถิน่ ทีห่ ลากหลายเปน็ ที่ดึงดูดใจนกั ท่องเทีย่ ว

119

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประเด็นโอกาส
๒๔. การขยายตวั และการสร้างเครือข่ายของคนในชุมชนออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และไลน์

มีเพิม่ มากขึ้น ทำ�ให้สามารถเผยแพร่ข้อมลู ข่าวสารด้านวัฒนธรรมที่ครอบคลมุ พื้นทีก่ ว้างขวาง
มากยิ่งขึ้น
๒๕. สือ่ มวลชนให้ความสำ�คัญกับการนำ�เสนอรายการด้านการส่งเสริม อนุรักษ์ และพฒั นา
วัฒนธรรมชมุ ชนมากขึ้น

ขอ้ จ�ำกดั ผลการรวบรวมข้อมลู สามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทเี่ ปน็ ขอ้ จำ� กดั ในการ
ขบั เคลื่อนงานวฒั นธรรมของชมุ ชนได้จำ� นวน ๑๘ ข้อ ดงั ตารางท่ี ๓.๘
ตารางที่ ๓.๘ แบบวเิ คราะห์ SWOT ของชมุ ชนในประเดน็ ทีเ่ ป็นข้อจ�ำกัด

ประเด็นข้อจำ�กดั
๑. การขาดความเปน็ อันหนึง่ อนั เดียวกันของรัฐบาลและกรงุ เทพมหานคร ทำ�ให้การจดั สรร

งบประมาณไม่เปน็ ไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และล่าช้า
๒. ความขดั แย้งทางการเมืองทำ�ให้การปฏิบตั ิตามนโยบายล่าช้า ไม่เปน็ ไปตามแผน
๓. ความขดั แย้งของนักการเมืองท้องถิน่ ทำ�ให้การส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมท้องถิน่

เกิดความชะงกั งัน
๔. ความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ของสมาชิกในชมุ ชน ทำ�ให้ไม่เกิดการส่งเสริม อนุรักษ์ และ

พฒั นาวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
๕. นโยบายของรัฐไม่ส่งเสริมและสนบั สนนุ งานฝีมือที่กำ�ลงั จะสูญไปอย่างจริงจัง ไม่มีมาตรการใน

การช่วยเหลือที่เป็นรปู ธรรมชัดเจน
๖. บทบาทของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพฒั นาวฒั นธรรม

ท้องถิ่น
๗. สถานการณ์ความถดถอยทางด้านเศรษฐกิจของประเทศมีผลกระทบต่อการขยายตวั ด้านการ

ท่องเที่ยวภายในประเทศ
๘. ความไม่โปร่งใสในกระบวนการบริหารจัดการงบประมาณในระดบั ชาติและท้องถิ่น ทำ�ให้

งบประมาณมีการใช้อย่างไม่สมเหตสุ มผล
๙. ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตผลิตภณั ฑ์ชุมชนมีราคาสงู เมือ่ เทียบกับผลิตภัณฑ์จากภาค

อตุ สาหกรรม ทำ�ให้ผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนไม่สามารถแข่งขนั ได้
๑๐. การพัฒนาอตุ สาหกรรมการท่องเทีย่ วโดยเน้นด้านเศรษฐกิจมากกว่าประเด็นทางวฒั นธรรม

ทำ�ให้เกิดการสูญเสียวฒั นธรรมชุมชน

120

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ประเด็นขอ้ จำ�กัด
๑๑. มีการแข่งขนั ด้านการให้บริการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประเทศเพือ่ นบ้าน มีผลกระทบ

ต่อการตลาดการท่องเทีย่ วเชิงวฒั นธรรมของไทย
๑๒. การรวมตัวของสมาชิกในชมุ ชนเพือ่ ส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมชมุ ชนของแต่เขต

เกิดขึ้นได้ยากเพราะขาดการประสานงานทีด่ ี
๑๓. การแบ่งเขตการปกครองทำ�ให้เกิดการแย่งชิงวัฒนธรรมของชมุ ชนที่มีอาณาเขตใกล้เคียง

และมีวฒั นธรรมร่วมกนั ทำ�ให้ไม่สามารถจดั กิจกรรมวฒั นธรรมร่วมกนั ได้
๑ ๔. สมาชิกในชุมชนให้ความสำ�คญั กับการทำ�มาหากินมากกว่าการอนุรกั ษ์และพฒั นาวฒั นธรรม

ชุมชน
๑ ๕. คนรุ่นใหม่ไม่เหน็ ความสำ�คญั ของวฒั นธรรมชมุ ชน แต่ให้ความสำ�คัญกบั การหยิบยืมวฒั นธรรม

อืน่ เช่น วัฒนธรรมเกาหลี ญี่ปุ่น
๑๖. ขาดการนำ�เทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมมาใช้ในการผลิตและฟืน้ ฟผู ลงานทางวฒั นธรรม
๑๗. อิทธิพลการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมผ่านสื่อ เช่น ภาพยนตร์ อินเทอร์เน็ตฯลฯ ที่ไม่เหมาะสม

ทำ�ให้คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมในชมุ ชนของตนเอง
๑ ๘. บคุ ลากรทีม่ ีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านวฒั นธรรมชุมชนมีจำ�นวนน้อยลง

๓.๑.๒ การสอบทาน จดุ แข็ง จดุ ออ่ น โอกาส และขอ้ จ�ำกดั

เพอื่ เปน็ การสอบทานว่าประเดน็ ทไี่ ด้ทำ� การรวบรวมมาเปน็ ประเดน็ ทเี่ ปน็ จดุ แขง็ จดุ อ่อน
โอกาส และข้อจ�ำกัดของการด�ำเนินงานด้านวัฒนธรรมของกองวัฒนธรรม ส�ำนักงานเขต และชุมชน
อย่างแท้จริงหรือไม่ โดยท�ำการสอบทานกับกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของ
กรงุ เทพมหานครจ�ำนวน ๕ คร้ัง ดังนี้

๑) การสอบทานครงั้ ที่ ๑ จดั ข้ึนเมือ่ วนั ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ โรงแรมอลซิ าเบธ
โดยใช้เทคนคิ การจดั สนทนากลุ่ม (focus group discussion) กับเจ้าหน้าที่กองวัฒนธรรม สำ� นกั วัฒนธรรม
กฬี า และการทอ่ งเทย่ี ว กรงุ เทพมหานคร และเจา้ หนา้ ทฝ่ี า่ ยพฒั นาชมุ ชนและสวสั ดกิ ารสงั คมทร่ี บั ผดิ ชอบ
งานวฒั นธรรมของส�ำนักเขตจำ� นวน ๔๓ คน และสมาชิกชุมชนจากชุมชนทีม่ ีการขับเคล่อื นวัฒนธรรม ทัง้
ท่ปี ระสบผลสำ� เร็จมาก ปานกลาง และน้อยจ�ำนวน ๒๐ คน แบ่งการสนทนากลุ่มออกเปน็ ๖ กลุ่ม เปน็
เจา้ หนา้ ที่ ๔ กลมุ่ และชมุ ชน ๒ กลมุ่ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ใหเ้ จา้ หนา้ ทแ่ี ละสมาชกิ ชมุ ชน ไดม้ ารว่ มวเิ คราะห์
ถงึ จดุ แขง็ จดุ ออ่ นโอกาสและขอ้ จำ� กดั ในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานครผลการวเิ คราะห์
ในส่วนนที้ ปี่ รกึ ษาไดน้ �ำไปเปรยี บเทยี บกบั แบบวเิ คราะห์ทพ่ี ฒั นาขน้ึ โดยทป่ี รกึ ษา ประเดน็ ทม่ี คี วามเหมอื น
กนั /ซำ้� ซ้อนจะตดั ออก ส่วนประเดน็ ทมี่ คี วามต่างกนั จะถกู นำ� ไปเปน็ ประเดน็ เพมิ่ เตมิ นำ� ไปส่แู บบวเิ คราะห์
SWOT ชุดท่ี ๒ ของเจ้าหน้าท่ีและของชุมชน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ประเดน็ ทีจ่ ดุ แขง็ ๒๔ ข้อ
จดุ อ่อน ๑๙ ข้อ โอกาส ๓๐ ข้อ และข้อจำ� กดั ๒๓ ข้อ ส่วนของชุมชนประกอบด้วยประเดน็ จดุ แข็ง ๓๐ ข้อ

121

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

จุดอ่อน ๓๔ ข้อ โอกาส ๒๖ ข้อ และข้อจำ� กัด ๑๙ ข้อ โดยมีประเดน็ ท่ีเพ่ิมข้ึนจากแบบวเิ คราะห์ SWOT
ชุดที่ ๑ ดังรายละเอยี ดในตารางท่ี ๓.๙

ตารางที่ ๓.๙ ประเด็นทีเ่ ปน็ จดุ แขง็ จุดอ่อน โอกาส และข้อจ�ำกดั ในแบบวเิ คราะห์ SWOT ชุดท่ี ๒ ทีเ่ พ่ิม
เติมจากแบบวิเคราะห์ SWOT ชดุ ที่ ๑

จ�ำ นวนประเด็นที่เพิม่ ขึน้

ประเด็น เจ้าหน้าที่ ชมุ ชน

จุดแขง็ ๔ ๓

จดุ อ่อน ๑ ๓

โอกาส ๕ ๑

ข้อจำ�กดั - ๑

ประเดน็ เพม่ิ เติมในแบบวเิ คราะห์ชดุ ที่ ๒ ทัง้ ในส่วนของเจ้าหน้าทแี่ ละชมุ ชน มดี ังนี้
ตารางท่ี ๓.๑๐ ประเด็นท่ีเพ่มิ ขึ้นในแบบวเิ คราะห์ SWOT ชุดที่ ๒ ของเจ้าหน้าที่

เจา้ หนา้ ที่
ประเด็นจุดแข็ง
๑. มีระบบการทำ�งานที่เอื้ออำ�นวยต่อโครงการต่างๆ ที่รบั ผิดชอบ
๒. เจ้าหน้าทีม่ ีความสามคั คี มีการทำ�งานเป็นทีม และทำ�งานเชิงรุก
๓. เจ้าหน้าทีม่ ีความเสียสละและมีความทุ่มเทที่จะทำ�งานเพื่อชมุ ชน
๔. เจ้าหน้าทีท่ ีท่ ำ�งานด้านวฒั นธรรมมีความรู้ทีห่ ลากหลายเป็นประโยชน์ต่อการจดั กิจกรรม
ทางวฒั นธรรม
ประเด็นจดุ อ่อน
๑. การดำ�เนนิ งานไมส่ ามารถดำ�เนนิ การไดต้ ามแผนเนอื่ งจากมงี านเรง่ ดว่ นอนื่ ๆ สง่ ผลตอ่ ประสทิ ธภิ าพ
ของงาน

122

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ประเด็นโอกาส
๑. การสถาปนา “บ้านพีเ่ มืองน้อง” ของกรงุ เทพมหานครกับมหานครต่างๆ ทำ�ให้ กรงุ เทพมหานคร

มีโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมไทยมากขึ้น
๒. การเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี นทำ�ใหช้ มุ ชนหนั กลบั มาเหน็ คณุ คา่ และพยายามฟน้ื วฒั นธรรมของตนมากขน้ึ
๓. สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้เปิดหลักสูตรด้านการจัดการวัฒนธรรม ทำ�ให้เจ้าหน้าที่สามารถ

เพิ่มพนู ความรู้ด้านวัฒนธรรมได้
๔. ทุนและทรพั ยากรด้านวฒั นธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่สามารถนำ�มาต่อยอดและขยายผลได้
๕. เทคโนโลยีสารสนเทศเอื้อต่อการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมชมุ ชน

ประเด็นจดุ อ่อน
- ไม่มี -
ชมุ ชน

ประเดน็ จุดแข็ง
๑. สมาชิกในชุมชนยังมีวิถีวัฒนธรรมของความเอื้ออาทร พึ่งพาอาศัยซึ่งกนั และกัน
๒. ชุมชนสามารถจดั การความขดั แย้งทางการเมืองระดับท้องถิน่ ได้ โดยไม่ส่งกระทบกับการส่งเสริม

อนรุ กั ษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมชุมชน
๓. ชมุ ชนมีการส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมชุมชนด้วยการพึ่งพาตนเอง

ประเด็นจุดอ่อน
๑. ชุมชนเริม่ ขาดแคลนครูภมู ิปญั ญาที่จะถ่ายทอดวฒั นธรรมชมุ ชน
๒. ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชมุ ชนขาดโอกาสในการนำ�เสนอต่อสาธารณะ
๓. จำ�นวนบคุ ลากรในชุมชนที่มีความสนใจด้านการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมของชุมชน

ไม่เพียงพอ
ประเด็นโอกาส

๑. สำ�นักงานเขตให้การสนบั สนนุ กิจกรรมส่งเสริม อนุรักษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมของชมุ ชน
ประเด็นข้อจำ�กดั

๑. นโยบายในการพฒั นาเมืองได้ทำ�ลายแหล่งมรดกทางวฒั นธรรมและวิถีชีวิตของชมุ ชน

123

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

๒) การสอบทาน ครง้ั ที่ ๒ เปน็ การสอบทานแบบวเิ คราะห์ SWOT ชดุ ที่ ๑ ของทปี่ รกึ ษาโดย
เจา้ หนา้ ทก่ี องวฒั นธรรม สำ� นกั เขต และสมาชกิ ชมุ ชน เมอ่ื วนั ท่ี ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ทโ่ี รงแรมอลซิ าเบธ
ภายหลงั จากทเี่ จา้ หนา้ ทแ่ี ละชมุ ชนไดท้ �ำการวเิ คราะห์ SWOT ในการขบั เคลอ่ื นวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร
ด้วยการสนทนากลุ่มเรยี บร้อยแล้ว จากนัน้ ได้นำ� ไปประมวลผลโดยการหาเฉลีย่ (mean) และค่าเบย่ี งเบน
มาตรฐาน (SD) ค่ามัธยฐาน (median) และค่าฐานนยิ ม (mode) จัดเรยี งล�ำดับข้อตามค่าเฉลีย่ จากสูงสดุ
ไปต�่ำสุด และใช้เครื่องมือ 7’S วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน ทั้งนี้เพื่อให้เห็นรายละเอียดว่าเป็นจุดแข็ง
จดุ อ่อนในด้านใดบ้าง และใช้ PEST วเิ คราะห์ราย ละเอียดของโอกาสและข้อจ�ำกัดเหล่านนั้

๓) การสอบทานคร้ังที่ ๓ หลังจากการประเมิน SWOT ครั้งที่ ๑ ผ่านไปประมาณ ๑
สปั ดาห์ ทีป่ รกึ ษาได้ส่งแบบวเิ คราะห์ SWOT ชุดท่ี ๒ ไปให้กลุ่มทท่ี �ำการวเิ คราะห์รอบที่ ๑ ได้ยืนยันผล
การวเิ คราะห์ SWOT อกี ครง้ั ว่าเมอื่ เวลาและสถานการณ์แวดล้อม (คดิ เปน็ กลุ่ม และคดิ ตามลำ� พงั มรี ะยะ
เวลาจำ� กดั ) ในการวเิ คราะหเ์ ปลย่ี นแปลงไป ผลการวเิ คราะหจ์ ะเปลย่ี นแปลงหรอื ไม่ ทง้ั นเ้ี พอ่ื ใหไ้ ดป้ ระเดน็
ท่ีเป็นโอกาส ข้อจำ� กดั จุดแข็ง และจุดอ่อนท่ีแท้จริง ได้รบั แบบวเิ คราะห์กลับมาร้อยละ ๙๐.๐ น�ำผลการ
ประเมินมาหาเฉลยี่ ค่าเบี่ยงมาตรฐาน ฐานนิยม และมธั ยฐาน พร้อมทงั้ ใช้เครอ่ื งมอื 7’S สำ� หรับวิเคราะห์
ปจั จัยภายใน (จุดแข็ง จุดอ่อน) และ PEST สำ� หรบั วิเคราะห์ปจั จัยภายนอก (โอกาสและข้อจำ� กัด)

จากน้ันได้ท�ำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของชุมชนโดยใช้มุมมองของ
เจ้าหน้าท่ดี ้วย 7’S และ PEST ว่าประเดน็ ข้อใดของชุมชนจะเปน็ โอกาส ข้อจำ� กัด จดุ แขง็ หรอื จดุ อ่อนของ
การท�ำงานด้านวฒั นธรรมของเจ้าหน้าท่ี โดยมหี ลกั คดิ ว่าชมุ ชนเป็นองค์ประกอบหนึ่งท่ีมีความสำ� คญั ต่อ
ความสำ� เรจ็ /ลม้ เหลวของการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรม (ทง้ั ในมติ ทิ เ่ี ปน็ เจ้าของวฒั นธรรมเปน็ ผ้ขู บั เคลอื่ นงาน
วัฒนธรรมและผู้รับผลประโยชน์) ผลการวิเคราะห์ทำ� ให้ได้แบบวเิ คราะห์ SWOT ชดุ ที่ ๓ ส�ำหรับวเิ คราะห์
ปจั จยั ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ไดแ้ บบวเิ คราะห์
ชุดท่ี ๓ ซง่ึ ประกอบด้วยประเดน็ ที่เปน็ จุดแขง็ จ�ำนวน ๒๕ ข้อ จดุ อ่อนจ�ำนวน ๒๖ ข้อ โอกาสจำ� นวน ๒๑
ข้อ และข้อจำ� กัดจ�ำนวน ๒๔ ข้อ

๔) การสอบทานครั้งที่ ๔ เป็นการวเิ คราะห์ปัจจัยท่ีส่งผลกระทบต่อความส�ำเร็จในการ
ขับเคลื่อนวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร เพื่อสอบทานว่าผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกท่ีได้มานั้นเป็นจริงหรือไม่ จึงได้น�ำแบบวิเคราะห์ชุดที่ ๓ ไปให้นักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ
ด้านวัฒนธรรมชุมชนจำ� นวน ๑๗ คน เป็นผู้ประเมนิ โดยจัดล�ำดับผลกระทบออกเป็น ๔ ระดบั คอื ๑=
มีผลกระทบน้อยที่สดุ ๒= มีผลกระทบน้อย ๓= มีผลกระทบมาก ๔= มีผลกระทบมากทสี่ ดุ นำ� ผลการ
ประเมนิ มาวิเคราะห์หาค่าเฉล่ยี ค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และฐานนิยม ใช้เครอื่ งมือ 7’S ส�ำหรับวเิ คราะห์
ปจั จัยภายใน (จดุ แข็ง จุดอ่อน) และ PEST ส�ำหรับวเิ คราะห์ปจั จยั ภายนอก (โอกาสและข้อจำ� กดั )

๕) การสอบทานคร้ังที่ ๕ เพ่ือสอบทานว่าผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อความส�ำเร็จในการขับเคล่ือนวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครน้ัน สามารถ
สะท้อนประเด็นท่ีเป็นโอกาส ข้อจำ� กัด จุดแข็ง และจุดอ่อนทีแ่ ท้จริง จึงได้น�ำแบบวิเคราะห์ SWOT ชุดที่ ๔

124

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ไปใหผ้ มู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทงั้ หมดเปน็ ผปู้ ระเมนิ ซงึ่ ประกอบดว้ ยเจา้ หนา้ ทจี่ ากกองวฒั นธรรม สำ� นกั งานเขต
สมาชิกชุมชน จ�ำนวน ๖๓ คน (กลุ่มเดียวกับท่ีประเมินในรอบที่ ๑,๒) องค์กรพฒั นาเอกชนทีท่ �ำงานด้าน
วฒั นธรรมจ�ำนวน ๑๕ คน และภาคธรุ กจิ ด้านวัฒนธรรม จำ� นวน ๑๐ คน โดยให้วิเคราะห์ปจั จยั ทสี่ ่งผล
กระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร จากนนั้ นำ� ผลการวเิ คราะหห์ า
ค่าเฉลย่ี คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน มธั ยฐาน และฐานนยิ ม โดยใชเ้ ครอื่ งมอื 7’S สำ� หรบั วเิ คราะห์ปจั จยั ภายใน
(จดุ แข็ง จดุ อ่อน) และ PEST สำ� หรับวิเคราะห์ปจั จยั ภายนอก (โอกาสและข้อจำ� กดั )

๓.๒ การประเมนิ ผลกระทบตอ่ สถานการณแ์ วดลอ้ มภายในและภายนอกทม่ี ผี ลตอ่ การ
ด�ำเนินงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร

เพอ่ื ใหส้ ามารถประเมนิ ไดว้ ่าประเดน็ สถานการณ์แวดลอ้ มภายในและภายนอกทไี่ ดว้ เิ คราะหม์ ผี ล
ต่อการด�ำเนินงานด้านวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครมากน้อยเพียงใด ท่ีปรึกษาได้ท�ำการประเมินผล
กระทบของสถานการณแ์ วดลอ้ มภายในและภายนอกโดยใชข้ อ้ มลู จากการทำ� เทคนคิ เดลฟายครง้ั ที่ ๕ และ
ก�ำหนดเกณฑ์ของระดับความส�ำคัญท่ีมีผลกระทบต่อความส�ำเร็จในการด�ำเนินงานด้านวัฒนธรรมของ
กรุงเทพมหานคร ดงั ตารางท่ี ๓.๑๑
ตารางท่ี ๓.๑๑ เกณฑ์ในการจัดระดบั ผลต่อการด�ำเนนิ งานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

ระดับผลกระทบ ค่าเฉลีย่ เกณฑ์การตัดสินระดบั ผลกระทบ
๑ ๑.๐๐-๑.๗๕ มีผลกระทบน้อยทีส่ ดุ
๒ ๑.๗๖-๒.๕๐ มีผลกระทบน้อย
๓ ๒.๕๑-๓.๒๕ มีผลกระทบมาก
๔ ๓.๒๖-๔.๐๐ มีผลกระทบมากที่สดุ

๓.๒.๑ ผลการประเมินสภาพแวดลอ้ มภายใน
๑) สถานการณ์ท่ีเป็นจุดแข็ง ผลการประเมินสถานการณ์ท่ีเป็นจุดแข็งท่ีมีความส�ำคัญ
ที่ส่งผลกระทบต่อการดำ� เนนิ ของกองวัฒนธรรมและสำ� นกั งานเขตท้ัง ๒๕ ประเด็น พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่
มีผลกระทบในระดบั มากทสี่ ดุ ๑๙ ประเดน็ ระดบั มาก ๕ ประเด็น และระดบั น้อย ๑ ประเดน็
ผลการจดั ลำ� ดบั ประเดน็ จดุ แขง็ ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของ
กรุงเทพมหานคร เรยี งล�ำดบั จากมากไปหาน้อย ปรากฏตามตารางท่ี ๓.๑๒

125

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางที่ ๓.๑๒ การจดั ลำ� ดบั ประเดน็ จดุ แขง็ ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรม
ของกรุงเทพมหานคร

ประเดน็ จุดแข็ง คา่ สถิติจากการเดลฟายคร้ังที่ ๕ ลำ�ดบั
ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉลี่ย เกณฑ์ ๑
(mode) (median) (mean)

๑. ชมุ ชนมีผู้รู้วัฒนธรรม ทำ�ให้ ๔ ๔ ๓.๖๘ มากที่สดุ
สามารถธำ�รงเอกลกั ษณ์ทาง ๓
วฒั นธรรมไว้ได้ ๔

๒. มีเครือข่ายในการส่งเสริม อนรุ กั ษ์ ๔ ๔ ๓.๖๔ มากที่สุด
และพัฒนาวัฒนธรรมชุมชน ทำ�ให้ ๖
สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมทาง ๗
ด้านวฒั นธรรมทีห่ ลากหลายทั้งใน
ระดับชาติและท้องถิ่น ๘

๓. เปิดโอกาสให้สมาชิกในชมุ ชนมีส่วน ๔ ๔ ๓.๕๙ มากทีส่ ุด
ร่วมในการสร้างและบริหารจดั การ
กิจกรรมของชุมชน

๔. ส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนมีความ ๔ ๔ ๓.๕๗ มากทีส่ ุด
ริเริม่ ในการอนุรักษ์และเผยแพร่
วัฒนธรรมของชุมชน

๕. ให้ความสำ�คัญในการทำ�งานร่วม ๔ ๔ ๓.๕๖ มากที่สดุ
กบั ผู้มีความรู้ด้านวัฒนธรรมของ
ชมุ ชน

๖. มีทัศนคติเชิงบวก (positive think- ๔ ๔ ๓.๕๕ มากที่สุด
ing) ในการทำ�งานร่วมกบั ชุมชน
และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำ�และ
สมาชิกในชมุ ชน

๗. ชมุ ชนมีผู้มีความรู้ ความเชีย่ วชาญ ๔ ๔ ๓.๕๔ มากที่สุด
เกีย่ วกับประเพณี งานฝีมือ อาหาร
กีฬา การละเล่นพื้นบ้านที่มี
เอกลกั ษณ์โดดเด่น

๘. ผู้บริหารระดับสงู ของ ๔ ๔ ๓.๕๒ มากที่สดุ
กรงุ เทพมหานคร ให้การสนับสนนุ
การพฒั นางานด้านวัฒนธรรม

126

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ประเดน็ จดุ แขง็ ค่าสถิติจากการเดลฟายคร้งั ที่ ๕ ลำ�ดับ
ฐานนิยม มธั ยฐาน ค่าเฉลี่ย เกณฑ์ ๙
๙. มีงบประมาณในการดำ�เนินงาน (mode) (median) (mean)
ด้านการส่งเสริม อนรุ ักษ์ และ ๑๐
พฒั นาวฒั นธรรมทีเ่ พียงพอ ๔ ๔ ๓.๕๒ มากที่สุด ๑๑
๑๒
๑๐. เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ๔ ๔ ๓.๔๙ มากทีส่ ดุ ๑๓
และประสบการณ์ในการประสาน ๔ ๔ ๓.๔๙ มากที่สดุ ๑๔
งานร่วมกบั ชุมชน ๔ ๔ ๓.๔๓ มากที่สดุ
๔ ๔ ๓.๔๒ มากที่สุด ๑๕
๑๑. ผู้นำ�ทางวฒั นธรรมมีภาวะผู้นำ�ที่ ๓ ๓ ๓.๔๑ มากที่สดุ
เข้มแขง็ ๑๖
๔ ๔ ๓.๓๘ มากทีส่ ุด ๑๗
๑๒. มีความกระตือรือร้นในการผลกั
ดันให้เกิดกิจกรรมด้านวฒั นธรรม ๓ ๓ ๓.๓๗ มากที่สุด
ชุมชนด้วยความเตม็ ใจ ๔ ๓ ๓.๓๗ มากที่สดุ

๑๓. ให้ความสำ�คญั กบั การทำ�งาน
ร่วมกนั ตามหลกั ธรรมาภิบาล
(โปร่งใส ตรวจสอบได้
ความเท่าเทียมกัน ฯลฯ)

๑ ๔. มีความยืดหยุ่นในการบริหารงาน
(flexibility) สามารถปรบั
งบประมาณให้สอดรับกบั กิจกรรม
ที่เปลีย่ นแปลงได้

๑ ๕. การมอบหมายภาระงานตาม
บทบาทและหน้าทีข่ องแต่ละกลุ่ม
งานอย่างชัดเจน

๑๖. ใช้กลไกการส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และ
พฒั นาวัฒนธรรมชมุ ชนเป็น
เครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็ง
ทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน

๑ ๗. มีระบบติดตาม และประเมินผล
การดำ�เนินงานด้านวัฒนธรรมของ
ชมุ ชน

127

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประเดน็ จดุ แขง็ ค่าสถิติจากการเดลฟายคร้งั ที่ ๕ ล�ำ ดบั
ฐานนิยม มัธยฐาน คา่ เฉลีย่ เกณฑ์ ๑๘
(mode) (median) (mean)
๑๙
๑ ๘. เจ้าหน้าทไี่ ด้รับการพฒั นาศักยภาพ ๔ ๓ ๓.๓๖ มากทีส่ ดุ ๒๐
ในการปฏิบัติงานอย่างสม�ำ่ เสมอ ๒๑

๑ ๙. สภากรุงเทพมหานครให้การ ๔ ๓ ๓.๓๒ มากทีส่ ุด ๒๒
สนับสนนุ งานด้านวัฒนธรรม ๒๓
๒๔
๒ ๐. ผู้บริหารระดับสงู มีอำ�นาจส่งั การใน ๔ ๓ ๓.๒๓ มาก ๒๕
เรื่องเร่งด่วนทันที (autonomy)

๒ ๑. ชมุ ชนมีความยืดหยุ่นในการทำ�งาน ๓ ๓ ๓.๒๒ มาก
ตามลกั ษณะของกิจกรรมที่
หลากหลาย

๒๒. สามารถทำ�งานร่วมกับสภา ๓ ๓ ๓.๑๐ มาก
วัฒนธรรมได้ดี

๒๓. สมาชิกในชมุ ชนมีความรู้สึกเป็น ๓ ๓ ๓.๐๒ มาก
พวกเดียวกันสงู

๒๔. ให้ความสำ�คญั กับระบบอาวุโส ๓ ๓ ๒.๘๔ มาก

๒๕. การทำ�งานให้ความสำ�คัญกับระบบ ๒ ๒ ๒.๓๖ น้อย
อุปถัมภ์

ค่าเฉลีย่ รวม ๓.๓๕ มากที่สุด

๓.๒.๒ ผลการประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก
๑) สถานการณ์ทีเ่ ป็นจุดอ่อน ผลการประเมนิ สถานการณ์ทีเ่ ป็นจุดอ่อนท่ีมคี วามส�ำคญั
ทส่ี ่งผลกระทบต่อการด�ำเนินของกองวัฒนธรรมและส�ำนักงานเขตทง้ั ๒๖ ประเด็น พบว่าอยู่ในเกณฑ์ท่ีมี
ผลกระทบในระดบั มากท่สี ุด ๑๙ ประเดน็ ระดับมาก ๗ ประเดน็ และระดบั น้อยไม่มี
ผลการจดั ลำ� ดบั ประเดน็ จดุ ออ่ นทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของ
กรุงเทพมหานคร เรียงล�ำดับจากมากไปหาน้อย ปรากฏตามตารางท่ี ๓.๑๓

128

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ตารางท่ี ๓.๑๓ การจดั ลำ� ดบั ประเดน็ จดุ ออ่ นทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรม
ของกรงุ เทพมหานคร

ประเด็นจุดออ่ น ค่าสถิติจากการเดลฟายครั้งที่ ๕ ลำ�ดับ
ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉลี่ย เกณฑ์ ๑
๑. คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำ�คัญในการ (mode) (median) (mean)
สืบทอดงานวฒั นธรรมของชุมชนมี ๒
จำ�นวนน้อย ๔ ๔ ๓.๕๒ มากที่สดุ ๓

๒. การมอบหมายให้สำ�นกั งานเขต ๔๔ ๕
จดั กิจกรรมทางด้านวฒั นธรรม ๓.๕๐ มากทีส่ ดุ ๖
ไม่ได้คำ�นึงถึงบริบททางด้าน ๗
ประวตั ิศาสตร์ สังคมและ ๔ ๔ ๓.๔๙ มากทีส่ ุด ๘
วฒั นธรรมของชมุ ชน ๔ ๔ ๓.๔๙ มากทีส่ ดุ
๔ ๔ ๓.๔๖ มากที่สุด ๙
๓. ขาดผู้นำ�ในการผลักดนั งานด้าน ๔ ๔ ๓.๔๕ มากที่สดุ
วฒั นธรรม
๔ ๔ ๓.๔๕ มากที่สดุ
๔. สำ�นกั งานเขตไม่มีหน่วยงานทีร่ ับ
ผิดชอบงานด้านวฒั นธรรมโดยตรง ๔ ๔ ๓.๔๔ มากทีส่ ดุ

๕. ขาดแคลนครูภมู ิปญั ญาที่จะ ๔ ๔ ๓.๔๑ มากที่สุด
ถ่ายทอดวฒั นธรรมของชุมชน

๖. การทำ�งานมีลกั ษณะต่างคนต่างทำ�
ขาดการบูรณาการความร่วมมือ
ระหว่างหน่วยงานที่เกีย่ วข้อง

๗. ไม่มีการจดั ทำ�แผนยุทธศาสตร์ด้าน
การส่งเสริมและพฒั นางานทาง
ด้านวฒั นธรรม

๘. เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานด้าน
วัฒนธรรมมีจำ�นวนไม่เพียงพอ
และมีภาระรับผิดชอบงานหลาย
ด้าน

๙. มองงานทางด้านวฒั นธรรมเปน็
งานฝาก

129

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประเด็นจุดอ่อน ค่าสถิติจากการเดลฟายครงั้ ที่ ๕ ล�ำ ดับ
ฐานนิยม มธั ยฐาน ค่าเฉลีย่ เกณฑ์ ๑๐
(mode) (median) (mean) ๑๑

๑๐. เจ้าหน้าที่ทีร่ ับผิดชอบงานด้าน ๔ ๔ ๓.๔๐ มากทีส่ ุด ๑๒
วฒั นธรรมขาดความรู้ ความ ๑๓
เชีย่ วชาญทางด้านวฒั นธรรม
๑๔
๑๑. สมาชิกในชมุ ชนที่ให้ความสนใจ ๔ ๓ ๓.๔๐ มากที่สดุ ๑๕
ด้านการส่งเสริม อนรุ ักษ์ และ ๑๖
พฒั นาวัฒนธรรมชุมชนมีจำ�นวน ๑๗
น้อย
๑๘
๑๒. เจ้าหน้าทีท่ ีร่ ับผิดชอบงานด้าน ๔ ๓ ๓.๓๙ มากทีส่ ุด
วัฒนธรรมขาดประสบการณ์ใน
การทำ�งานกับชุมชนด้านวัฒนธรรม

๑ ๓. ขาดการสร้างสรรค์แนวคิดการ ๔ ๔ ๓.๓๗ มากทีส่ ุด
ส่งเสริม อนุรักษ์ และพฒั นา
วฒั นธรรมทีเ่ ปน็ ของตนเอง ส่วน
ใหญ่นิยมลอกเลียนแบบกิจกรรม
ทางวฒั นธรรมทีป่ ระสบความ
สำ�เรจ็ ของชุมชนอืน่

๑ ๔. ขาดระบบการติดตามและประเมิน ๔ ๓ ๓.๓๗ มากที่สดุ
ผลด้านวฒั นธรรมอย่างต่อเนื่อง

๑ ๕. การดำ�เนินงานตามแผนงานไม่ ๔ ๔ ๓.๓๖ มากที่สุด
สามารถดำ�เนินการได้ เนื่องจากมี
การแทรกแซงทางการเมืองสูง

๑๖. ขาดการเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์ ๓ ๓ ๓.๓๖ มากทีส่ ดุ
กิจกรรมด้านวัฒนธรรมของชมุ ชน
อย่างแพร่หลายและสมำ�่ เสมอ

๑ ๗. สมาชิกของชุมชนส่วนใหญ่ขาด ๓ ๓ ๓.๓๖ มากทีส่ ดุ
ความรู้ความเข้าใจในวฒั นธรรม
ของชุมชนตนเองทีถ่ กู ต้องและ
ครบถ้วน

๑ ๘. ผู้ทำ�งานวฒั นธรรมของชมุ ชนขาด ๔ ๓ ๓.๒๘ มากที่สุด
การทำ�งานเปน็ ทีม

130

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ประเดน็ จุดออ่ น คา่ สถิติจากการเดลฟายครง้ั ที่ ๕ ลำ�ดับ
ฐานนิยม มธั ยฐาน ค่าเฉลี่ย เกณฑ์ ๑๙
(mode) (median) (mean) ๒๐
๒๑
๑๙. ชุมชนขาดความรู้และทักษะด้าน ๔ ๓ ๓.๒๖ มากที่สดุ
การตลาดทางวัฒนธรรม ๒๒

๒ ๐. ชมุ ชนขาดความรู้และทักษะในการ ๓ ๓ ๓.๒๒ มาก ๑๒
บริหารจัดการวฒั นธรรมชมุ ชน ๒๔

๒ ๑. ผู้มีบทบาทด้านวัฒนธรรมในชมุ ชน ๓ ๓ ๓.๒๑ มาก ๒๕
ส่วนใหญ่มีภาระต้องรบั ผิดชอบงาน
หลายด้าน ๒๖

๒๒. มีการโยกย้ายงานของเจ้าหน้าที่ ๔ ๓ ๓.๒๑ มาก
ในสงั กดั กองวฒั นธรรมและฝ่าย
วัฒนธรรมของสำ�นักงานเขตบ่อย
ทำ�ให้งานขาดความต่อเนือ่ ง

๒๓. เจ้าหน้าที่ขาดขวญั กำ�ลังใจ และ ๔ ๓ ๓.๑๙ มาก
แรงจงู ใจในการทำ�งาน

๒๔. การทำ�งานตามสายการบงั คับ ๓ ๓ ๓.๑๗ มาก
บัญชาทำ�ให้ล่าช้า ไม่ตอบสนอง
ความต้องการของผู้รบั บริการ

๒๕. เจ้าหน้าที่มีความเป็นปจั เจกบุคคล ๓ ๓ ๓.๑๕ มาก
สงู (individualism) ในการทำ�งาน
ด้านวัฒนธรรม

๒๖. คณะทำ�งานขาดภาวะผู้นำ� ๓ ๓ ๓.๐๖ มาก

ค่าเฉลี่ยรวม ๓.๓๔ มากที่สดุ

๓.๒.๒ ผลการประเมนิ สภาพแวดล้อมภายนอก
๑) สถานการณ์ที่เป็นโอกาส ผลการประเมินสถานการณ์ที่เป็นโอกาสท่ีมีความส�ำคัญ
และจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร มที ั้งหมด ๒๑ ประเด็น พบว่า
อยู่ในเกณฑ์ทม่ี ผี ลกระทบในระดบั มากที่สุด ๑๔ ประเด็น ระดับมาก ๗ ประเด็น และระดบั น้อยไม่มี
ผลการจดั ลำ� ดบั ประเดน็ โอกาสทมี่ ผี ลกระทบต่อความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรมของ
กรุงเทพมหานคร เรียงลำ� ดับจากมากไปหาน้อย ปรากฏตามตารางท่ี ๓.๑๔

131

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางท่ี ๓.๑๔ การจดั ลำ� ดบั ประเดน็ โอกาสทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ความสำ� เรจ็ ในการขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรม
ของกรุงเทพมหานคร

ประเดน็ โอกาส คา่ สถิติจากการเดลฟายครง้ั ที่ ๕ ล�ำ ดับ
ฐานนิยม มธั ยฐาน ค่าเฉลี่ย เกณฑ์ ๑
๑. การขยายตัวของเครือข่ายชมุ ชน (mode) (median) (mean)
ออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ๒
และไลน์ ทำ�ให้สามารถเผยแพร่ ๔ ๔ ๓.๖๔ มากทีส่ ดุ ๓
ข้อมลู ข่าวสารด้านวฒั นธรรมที่
ครอบคลุมพื้นทีก่ ว้างขวางมากยิ่ง ๔ ๔ ๓.๖๒ มากที่สุด ๔
ขึ้น ๔ ๔ ๓.๔๗ มากที่สดุ ๕

๒. กรุงเทพมหานครเปน็ ศูนย์รวม ๔ ๔ ๓.๔๖ มากที่สุด
วฒั นธรรมท้องถิ่นที่หลากหลายมี
ความโดดเด่นเปน็ เอกลกั ษณ์เป็นที่ ๔ ๓ ๓.๔๕ มากทีส่ ุด
ดึงดูดนกั ท่องเทีย่ ว

๓. การมีเครือข่ายทางด้านวฒั นธรรม
ทั้งในและนอกประเทศทีห่ ลาก
หลาย ทำ�ให้เกิดการประสานความ
ร่วมมือด้านการส่งเสริม อนรุ ักษ์
และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นของ
ไทยอย่างหลากหลาย

๔. การส่งเสริมการท่องเทีย่ วเชิง
วฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร
ทำ�ให้โอกาสในการสร้างสรรค์
วัฒนธรรมท้องถิน่ ที่มีเอกลกั ษณ์
โดดเด่นเกิดขึ้นได้ง่าย

๕. การมีโครงสร้างพื้นฐานที่หลาก
หลายและครอบคลมุ พื้นทีท่ างด้าน
วัฒนธรรมในกรงุ เทพมหานคร
ทำ�ให้การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทาง
วัฒนธรรมของชุมชนสะดวกมาก
ยิง่ ขึ้น

132

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ประเด็นโอกาส ค่าสถิติจากการเดลฟายคร้งั ที่ ๕ ล�ำ ดับ
ฐานนิยม มัธยฐาน คา่ เฉลีย่ เกณฑ์ ๖
๖. องค์กรและเครือข่ายทางสงั คม (mode) (median) (mean)
ทีท่ ำ�งานด้านวัฒนธรรมให้การ ๗
สนับสนนุ ส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และ ๔ ๔ ๓.๔๔ มากที่สดุ
พัฒนาวฒั นธรรมชุมชนทำ�ให้เกิด ๘
วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ๔ ๔ ๓.๔๒ มากทีส่ ุด ๙
เพิม่ มากขึ้น ๑๐
๔ ๓ ๓.๓๘ มากที่สุด ๑๑
๗. การไดร้ บั รางวลั เมอื งทอ่ งเทย่ี ว ๑๒
สำ�คญั ระดบั โลกของ ๔ ๔ ๓.๓๗ มากที่สุด
กรงุ เทพมหานครหลายปซี อ้ น ทำ�ให้
เกดิ แรงจงู ใจในการเขา้ มาทอ่ งเทย่ี ว ๓ ๓ ๓.๓๒ มากทีส่ ดุ
ของนกั ทอ่ งเทย่ี วตา่ งชาตมิ ากขน้ึ ๓ ๓ ๓.๓๐ มากทีส่ ดุ
๓ ๓ ๓.๓๐ มากทีส่ ดุ
๘. สือ่ มวลชนให้ความสำ�คญั กับ
การนำ�เสนอรายการด้านการ
ส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพัฒนา
วัฒนธรรมชุมชนมากขึ้น

๙. รอยยิ้มอย่างเป็นมิตรของคนไทย
เปน็ เสน่ห์ดึงดูดใจนกั ท่องเที่ยว
ต่างประเทศให้มาสนใจวฒั นธรรม
ท้องถิน่ ของไทยเพิ่มมากขึ้น

๑ ๐. ชมุ ชนมีจุดศนู ย์รวมความเชื่อและ
ความศรัทธาร่วมกัน ทำ�ให้เกิดการ
รวมตัวของสมาชิกในชมุ ชนได้ง่าย

๑ ๑. การเพิม่ รายได้ของประชากรใน
ประเทศและต่างประเทศทำ�ให้
ธรุ กิจการท่องเที่ยวเติบโต

๑ ๒. การขยายตลาดการท่องเที่ยวใน
ภูมิภาคอาเซียนทำ�ให้มีนักท่อง
เที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
มากขึ้น

133

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประเดน็ โอกาส คา่ สถิติจากการเดลฟายคร้งั ที่ ๕ ล�ำ ดับ
ฐานนิยม มัธยฐาน คา่ เฉลีย่ เกณฑ์ ๑๓
(mode) (median) (mean) ๑๔
๑๕
๑๓. ความสนใจในการลงทุนด้านการ ๓ ๓ ๓.๒๙ มากที่สุด ๑๖
ท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียน
ทำ�ให้เกิดการพฒั นาแหล่งท่อง ๑๗
เที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่หลากหลาย ๑๘

๑๔. กระทรวงวัฒนธรรมกำ�หนดให้การ ๓ ๔ ๓.๒๙ มากที่สุด ๑๙
ส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพฒั นา
วฒั นธรรมท้องถิ่นเป็นประเดน็
ยุทธศาสตร์ของกระทรวง

๑ ๕. รัฐบาลให้ความสำ�คัญกับนโยบาย ๓ ๓ ๓.๒๕ มาก
ด้านการส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และ
พฒั นาวัฒนธรรมท้องถิ่น

๑๖. ภาคธรุ กิจเอกชนให้ความสำ�คญั ต่อ ๓ ๓ ๓.๒๑ มาก
การสร้างความสมั พันธ์กบั ชุมชน
ผ่านกิจกรรม CSR (การตอบแทน
สังคม) ทำ�ให้มีการส่งเสริม อนรุ ักษ์
และพัฒนาวัฒนธรรมชมุ ชนมากขึ้น

๑ ๗. การเปิดเขตเศรษฐกิจของ ๓ ๓ ๓.๑๗ มาก
ประชาคมอาเซียนทำ�ให้เกิดความ
ต้องการในการท่องเทีย่ วเชิง
วฒั นธรรมมากขึ้น

๑ ๘. การเป็นศนู ย์กลางด้านการค้าและ ๓ ๓ ๓.๐๗ มาก
อุตสาหกรรมของไทยในประชาคม
อาเซียนจะทำ�ให้เกิดความต้องการ
ในการผลิตสินค้าและบริการที่
เกีย่ วข้องกบั วัฒนธรรมมากขึ้น

๑ ๙. การฟืน้ ตวั ของเศรษฐกิจสหรัฐและ ๓ ๓ ๓.๐๔ มาก
ประชาคมยุโรป ทำ�ให้เกิดความ
ต้องการในการท่องเที่ยวเชิงใน
ภมู ิภาคอาเซียนมากขึ้น

134

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ประเด็นโอกาส คา่ สถิติจากการเดลฟายครัง้ ที่ ๕ ล�ำ ดบั
ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉลีย่ เกณฑ์ ๒๐
๒ ๐. ประชาชนให้การสนับสนุน (mode) (median) (mean)
พรรคการเมืองทั้งในระดับชาติ ๒๑
และท้องถิน่ อย่างเปน็ เอกภาพ ๓ ๓ ๒.๗๙ มาก
ทำ�ให้การบริหารงานของ
กรุงเทพมหานครมีความเข้มแข็ง ๓ ๓ ๒.๖๕ มาก

๒๑. การเลือกตั้งในระดับท้องถิน่ ทำ�ให้ ๓.๒๘
นักการเมืองให้ความสำ�คัญกับการ
กำ�หนดให้การส่งเสริม อนุรักษ์
และพฒั นาวฒั นธรรมชุมชนเปน็
นโยบายสำ�คญั ในการหาเสียง
ค่าเฉลีย่ รวม

๒) สถานการณท์ เี่ ปน็ ขอ้ จำ� กดั ผลการประเมนิ สถานการณท์ เ่ี ปน็ ขอ้ จำ� กดั ทม่ี คี วามสำ� คญั
และส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร มีทัง้ หมด ๒๓ ประเดน็ พบว่าอยู่
ในเกณฑ์ทมี่ ีผลกระทบในระดับมากทส่ี ุด ๑ ประเดน็ ระดบั มาก ๙ ประเด็น และระดบั น้อย ๑ ประเด็น

ผลการจัดล�ำดับประเด็นข้อจ�ำกัดท่ีมีผลกระทบต่อความส�ำเร็จในการขับเคล่ือนงานวัฒนธรรม
ของกรุงเทพมหานคร เรยี งลำ� ดับจากมากไปหาน้อย ปรากฏตามตารางที่ ๓.๑๕

135

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางท่ี ๓.๑๕ การจัดล�ำดับประเด็นข้อจ�ำกัดท่ีมีผลกระทบต่อความส�ำเร็จในการขับเคล่ือนงาน
วัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

ประเดน็ ขอ้ จ�ำ กดั คา่ สถิติจากการเดลฟายครง้ั ที่ ๕ ล�ำ ดบั
ฐานนิยม มธั ยฐาน คา่ เฉลีย่ เกณฑ์ ๑
๑. นโยบายของรัฐไม่ส่งเสริมและ (mode) (median) (mean)
สนับสนนุ งานฝีมือที่กำ�ลังจะสูญไป ๒
อย่างจริงจัง ไม่มีมาตรการในการ ๔ ๔ ๓.๕๘ มากที่สุด
ช่วยเหลือที่เป็นรปู ธรรมชัดเจน ๓
๔ ๔ ๓.๕๖ มากที่สุด ๔
๒. ความไม่โปร่งใสในกระบวนการ ๕
บริหารจดั การงบประมาณในระดบั ๔ ๔ ๓.๕๐ มากที่สุด
ชาติและท้องถิน่ ทำ�ให้งบประมาณ ๖
มีการใช้อย่างไม่สมเหตสุ มผล ๔ ๔ ๓.๔๙ มากที่สดุ

๓. นโยบายในการพัฒนาเมืองได้ ๔ ๔ ๓.๔๖ มากทีส่ ุด
ทำ�ลายแหล่งมรดกทางวฒั นธรรม
และวิถีชีวิตของชมุ ชน ๔ ๔ ๓.๔๕ มากที่สุด

๔. ขาดระบบฐานข้อมลู ด้าน
ประวตั ิศาสตร์ ประเพณี และ
ภูมิปัญญาทีค่ รบถ้วน

๕. คนรุ่นใหม่ไม่เหน็ ความสำ�คัญ
ของวฒั นธรรมชุมชน แต่ให้ความ
สำ�คญั กบั การหยิบยืมวฒั นธรรม
อืน่ เช่น วฒั นธรรมเกาหลี ญีป่ ุ่น

๖. การพัฒนาอตุ สาหกรรมการ
ท่องเทีย่ วโดยเน้นด้านเศรษฐกิจ
มากกว่าประเดน็ ทางวัฒนธรรม
ทำ�ให้เกิดการสญู เสียวัฒนธรรม
ชมุ ชน

136

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ประเดน็ ข้อจ�ำ กัด คา่ สถิติจากการเดลฟายคร้ังที่ ๕ ลำ�ดับ

ฐานนิยม มธั ยฐาน คา่ เฉลีย่ เกณฑ์
(mode) (median) (mean) ๘

๗. การรวมตัวของสมาชิกในชมุ ชน ๔ ๔ ๓.๔๔ มากทีส่ ุด ๑๐
เพื่อส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพัฒนา
วฒั นธรรมชุมชนของแต่เขต เกิดขึ้น ๑๑
ได้ยากเพราะขาดการประสานงาน
ที่ดี ๑๒
๑๓
๘. ความขัดแย้งทางการเมืองทำ�ให้ ๔ ๓ ๓.๓๕ มากที่สุด
การปฏิบตั ิตามนโยบายล่าช้า
ไม่เป็นไปตามแผน

๙. ชมุ ชนขาดโอกาสในการนำ�เสนอ ๔ ๓ ๓.๓๓ มากทีส่ ุด
ศิลปะการแสดงพื้นบ้านต่อ
สาธารณะ

๑๐. อิทธิพลการแพร่กระจายทาง ๔ ๓ ๓.๓๓ มากที่สดุ
วฒั นธรรมผ่านสื่อ เช่น ภาพยนตร์
อินเทอร์เนต็ ฯลฯ ทีไ่ ม่เหมาะสม
ทำ�ให้คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอนรุ ักษ์
วฒั นธรรมในชุมชนของตนเอง

๑๑. การขาดความเป็นอนั หนึง่ ๔ ๓ ๓.๓๐ มากทีส่ ุด
อันเดียวกันของรัฐบาลและ
กรงุ เทพมหานคร ทำ�ให้การจดั สรร
งบประมาณไมเ่ ปน็ ไปตามเปา้ หมาย
ทีว่ างไว้ และล่าช้า

๑ ๒. ความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ ๔ ๓ ๓.๒๘ มากที่สุด
ของสมาชิกในชุมชน ทำ�ให้ไม่เกิด
การส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพฒั นา
วฒั นธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

๑ ๓. ขาดการนำ�เทคโนโลยีที่เหมาะสม ๓ ๓ ๓.๒๗ มากที่สดุ
มาใช้ในการผลิตและฟืน้ ฟูผลงาน
ทางวัฒนธรรม

137

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ประเดน็ ขอ้ จำ�กัด ค่าสถิติจากการเดลฟายครั้งที่ ๕ ล�ำ ดับ
๑๔
ฐานนิยม มธั ยฐาน ค่าเฉลี่ย เกณฑ์ ๑๕
(mode) (median) (mean)
๑๖
๑ ๔. สถานการณ์ความถดถอยทางด้าน ๓ ๓ ๓.๒๓ มาก ๑๗
เศรษฐกิจของประเทศมีผลกระทบ ๑๘
ต่อการขยายตัวด้านการท่องเทีย่ ว ๑๙
ภายในประเทศ ๒๐

๑๕. ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต ๔ ๓ ๓.๒๑ มาก
ผลิตภณั ฑ์ชุมชนมีราคาสูงเมื่อ
เทียบกับผลิตภัณฑ์จากภาค
อตุ สาหกรรม ทำ�ให้ผลิตภัณฑ์
ชมุ ชนไม่สามารถแข่งขนั ได้

๑๖. มีการปรบั ประยกุ ต์วัฒนธรรม ๓ ๓ ๓.๒๐ มาก
ดั้งเดิมจนสญู เสียเอกลักษณ์ทาง
วฒั นธรรมของชุมชน

๑๗. บทบาทของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ๓ ๓ ๓.๑๗ มาก
เปน็ อปุ สรรคต่อการส่งเสริม
อนุรักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรม
ท้องถิน่

๑๘. บคุ คลภายนอกย้ายเข้ามาอยู่ใน ๔ ๓ ๓.๐๘ มาก
ชุมชนมากขึ้นเปน็ อุปสรรคต่อ
การส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพัฒนา
วฒั นธรรมของชุมชน

๑ ๙. ความขัดแย้งของนักการเมือง ๔ ๓ ๓.๐๘ มาก
ท้องถิ่นทำ�ให้การส่งเสริม อนุรกั ษ์
และพฒั นาวฒั นธรรมท้องถิ่น
เกิดความชะงักงัน

๒๐. มีการลอกเลียนแบบทางวฒั นธรรม ๓ ๓ ๓.๐๖ มาก
ทีป่ ระสบผลสำ�เรจ็ จากทีอ่ ื่นมา
ดำ�เนินการในชุมชน

138

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ประเด็นขอ้ จำ�กดั คา่ สถิติจากการเดลฟายคร้งั ที่ ๕ ล�ำ ดับ
ฐานนิยม มธั ยฐาน ค่าเฉลีย่ เกณฑ์ ๒๑
๒ ๑. มีการแข่งขนั ด้านการให้บริการ (mode) (median) (mean)
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของ
ประเทศเพื่อนบ้าน มีผลกระทบ ๓ ๓ ๒.๙๘ มาก
ต่อการตลาดการท่องเทีย่ วเชิง
วัฒนธรรมของไทย ๓ ๓ ๒.๙๖ มาก ๒๒
๓ ๓ ๒.๔๘ น้อย ๒๓
๒ ๒. ชมุ ชนไม่ให้ความร่วมมือในการ
ปฏิบตั ิตามกฎหมาย ข้อบังคบั ๓.๒๕
ระเบียบต่างๆ ทีม่ ีผลต่อการธำ�รง
ไว้ซึ่งวัฒนธรรมของชมุ ชน

๒๓. การแบ่งเขตการปกครองทำ�ให้
เกิดการแย่งชิงวัฒนธรรมของ
ชมุ ชนทีม่ ีอาณาเขตใกล้เคียง และ
มีวัฒนธรรมร่วมกนั ทำ�ให้ไม่
สามารถจดั กิจกรรมวฒั นธรรม
ร่วมกนั ได้
ค่าเฉลี่ยรวม

ผลการประเมินท้ัง ๔ ด้านสะท้อนให้เห็นว่ากองวัฒนธรรมและส�ำนักงานเขตมีศักยภาพในการ
ขบั เคล่ือนวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานครในระดับสงู เนือ่ งจากมจี ุดแข็งท่มี ีผลกระทบต่อความส�ำเรจ็ ใน
ระดับมากที่สุดเป็นส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันก็มีสถานการณ์ท่ีเป็นโอกาสในการด�ำเนินงานในระดับมาก
ท่ีสุดด้วยเช่นกัน จึงสรุปได้ว่าสถานการณ์ท้ังภายในและภายนอกของกองวัฒนธรรมและส�ำนักงานเขต
อยู่ในระดับทีเ่ ป็นโอกาสต่อการขับเคลอ่ื นวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครในอนาคต ให้เกดิ ประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลสมควรที่จะก�ำหนดกลยุทธ์ในการขับเคล่ือนประเด็นไปสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างเร่งด่วน
และจรงิ จัง

139

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

๓.๓ การประเมนิ ต�ำแหนง่ ทางยทุ ธศาสตร์ (Strategic position) ของกองวฒั นธรรมและ
ส�ำนักงานเขตโดยเทคนิค TOWS Matrix

๓.๓.๑ เมทริกซ์การประเมนิ ปจั จัยภายใน (Internal factor evaluation matrix) เปน็ เมทรกิ ซ์
ท่ีประเมินและให้น�้ำหนักปัจจัยภายในซ่ึงประกอบด้วยจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร มีวิธีด�ำเนินการ
๕ ขัน้ ตอน ดงั น้ี

๑) หาปัจจัยท่ีส�ำคัญต่อการด�ำเนินงานขององค์กร (critical internal factors) ซึ่งได้แก่
ปัจจัยทเี่ ป็นจุดแข็ง และปัจจัยทเ่ี ป็นจุดอ่อน

๒) ก�ำหนดช่วงนำ�้ หนกั (weights) ในการวเิ คราะห์ครง้ั นี้ที่ปรกึ ษาก�ำหนดช่วงนำ�้ หนักของ
แต่ละปจั จยั มีค่า ๐.๐๒๕ และ ๐.๐๑๙ คะแนนรวมของทกุ ปจั จัยเท่ากับ ๑

๓) จัดล�ำดบั ความสำ� คญั ของแต่ละปัจจัย (rating) สำ� หรับการประเมนิ ความสำ� คัญของ
แต่ละปจั จัย ท่ีปรกึ ษาก�ำหนดการจัดลำ� ดบั ความสำ� คัญเป็น ๔ ลำ� ดับ โดยใช้เกณฑ์ดงั น้ี

๑ หมายถงึ มีผลกระทบน้อยท่ีสดุ
๒ หมายถงึ มีผลกระทบน้อย
๓ หมายถงึ มผี ลกระทบมาก
๔ หมายถึง มีผลกระทบมากท่ีสดุ
ตารางที่ ๓.๑๖ การกำ� หนดช่วงนำ้� หนกั และล�ำดบั ความส�ำคัญ

ระดับผลกระทบ เกณฑก์ ารจดั ล�ำ ดบั เกณฑ์การตัดสินระดบั ผลกระทบ
๑ ๑.๐๐ - ๑.๗๕ น้อยที่สดุ
๒ ๑.๗๖ -๒.๕๐ น้อย
๓ ๒.๕๑ - ๓.๒๕ มาก
๔ ๓.๒๖ - ๔.๐๐ มากทีส่ ดุ

๔) คะแนนถ่วงน้�ำหนัก (weighted score) น�้ำหนักของแต่ละปัจจัยจะแตกต่างกนั ข้ึนอยู่
กับนำ้� หนักของผลกระทบ

๕) คา่ รวมของคะแนนเปน็ คะแนนรวมทงั้ หมดจากคะแนนถว่ งน�้ำหนกั ทกุ ตวั แปร (คะแนน
น้�ำหนกั คณู กบั คะแนนประเมนิ )

คะแนนถ่วงน�้ำหนักรวมของเมททริกซ์ประเมินปัจจัยภายใน มีค่าเท่ากับ ๓.๒๗ อยู่ในต�ำแหน่ง
ท่มี ีผลกระทบมากต่อการดำ� เนินงานของกองวฒั นธรรมและสำ� นกั งานเขตเป็นตำ� แหน่งที่เปน็ จดุ แข็ง (S)

140

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ตารางที่ ๓.๑๗ เมทรกิ ซ์การประเมนิ ปัจจัยภายใน จดุ แขง็ และจดุ อ่อน

ปจั จัยภายในที่สำ�คญั (๑) น�้ำหนกั คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน (๓) ถว่ งนำ้� หนัก

(๔)

จดุ แขง็

๑. ชุมชนมีผู้รู้วัฒนธรรม ทำ�ให้สามารถธำ�รง ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๖๘ ๐.๐๙๔
เอกลกั ษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ได้

๒. มีเครือข่ายในการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนา ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๖๔ ๐.๐๙๓
วัฒนธรรมชุมชน ทำ�ให้สามารถสร้างสรรค์
กิจกรรมทางด้านวฒั นธรรมทีห่ ลากหลาย
ทั้งในระดบั ชาติและท้องถิ่น

๓. เปิดโอกาสให้สมาชิกในชมุ ชนมีส่วนร่วมในการ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๕๙ ๐.๐๙๑
สร้างและบริหารจัดการกิจกรรมของชมุ ชน

๔. ส่งเสริมสนบั สนุนให้ชุมชนมีความริเริม่ ในการ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๕๙ ๐.๐๙๑
อนรุ ักษ์และเผยแพร่วฒั นธรรมของชุมชน ๓.๕๖ ๐.๐๙๑
๓.๕๕ ๐.๐๙๐
๕. ให้ความสำ�คัญในการทำ�งานร่วมกับผู้มี ๐.๐๒๕๔๗๘
ความรู้ด้านวฒั นธรรมของชุมชน ๓.๕๔ ๐.๐๙๐
๓.๕๒ ๐.๐๙๐
๖. มีทัศนคติเชิงบวก (positive thinking) ในการ ๐.๐๒๕๔๗๘
ทำ�งานร่วมกับชุมชน และมีความสมั พันธ์ที่ดี
กับผู้นำ�และสมาชิกในชุมชน

๗. ชมุ ชนมีผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกีย่ วกับ ๐.๐๒๕๔๗๘
ประเพณี งานฝีมือ อาหาร กีฬา การละเล่น
พื้นบ้านที่มีเอกลกั ษณ์โดดเด่น

๘. ผู้บริหารระดับสงู ของกรุงเทพมหานคร ให้การ ๐.๐๒๕๔๗๘
สนับสนนุ การพฒั นางานด้านวฒั นธรรม

141

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ปจั จยั ภายในทีส่ ำ�คัญ (๑) น�้ำหนกั คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน (๓) ถว่ งน้�ำหนัก

(๔)

๙. มีงบประมาณในการดำ�เนินงานด้านการ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๕๑ ๐.๐๘๙
ส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพฒั นาวัฒนธรรมที่
เพียงพอ

๑ ๐. เจ้าหน้าทีม่ ีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๙ ๐.๐๘๙
ประสบการณ์ในการประสานงานร่วมกับ
ชุมชน

๑ ๑. ผู้นำ�ทางวัฒนธรรมมีภาวะผู้นำ�ทีเ่ ข้มแขง็ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๙ ๐.๐๘๙

๑ ๒. มีความกระตือรือร้นในการผลักดันให้เกิด ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๒ ๐.๐๘๗
กิจกรรมด้านวฒั นธรรมชุมชนด้วยความ
เต็มใจ

๑ ๓. ให้ความสำ�คัญกบั การทำ�งานร่วมกันตามหลัก ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๒ ๐.๐๘๗
ธรรมาภิบาล (โปร่งใส ตรวจสอบได้ ความเท่า
เทียมกนั ฯลฯ)

๑ ๔. มีความยืดหยุ่นในการบริหารงาน (flexibility) ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๑ ๐.๐๘๗
สามารถปรบั งบประมาณให้สอดรับกบั
กิจกรรมที่เปลีย่ นแปลงได้

๑๕. มีการมอบหมายภาระงานตามบทบาทและ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๓๘ ๐.๐๘๖
หน้าทีข่ องแต่ละกลุ่มงานอย่างชดั เจน

๑๖. ใช้กลไกการส่งเสริม อนุรกั ษ์ และพัฒนา ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๓๗ ๐.๐๘๖
วัฒนธรรมชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้าง
ความเข้มแขง็ ทางเศรษฐกิจและสงั คมของ
ชมุ ชน

๑ ๗. เจ้าหน้าท่ีได้รับการพฒั นาศักยภาพในการ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๓๖ ๐.๐๘๖
ปฏิบัติงานอย่างสม�ำ่ เสมอ

142

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ปจั จัยภายในที่ส�ำ คัญ (๑) น้�ำหนัก คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน (๓) ถว่ งน�้ำหนัก
๑๘. สภากรุงเทพมหานครให้การสนับสนนุ งาน
ด้านวัฒนธรรม (๔)

๑ ๙. ผู้บริหารระดบั สูงมีอำ�นาจส่ังการในเรื่องเร่ง ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๓๒ ๐.๐๘๕
ด่วนทนั ที (autonomy)
๐.๐๑๙๑๐๙ ๓.๒๓ ๐.๐๖๓

๒๐. ชุมชนมีความยืดหยุ่นในการทำ�งานตาม ๐.๐๑๙๑๐๙ ๓.๒๒ ๐.๐๖๒
ลักษณะของกิจกรรมที่หลากหลาย ๓.๑๘ ๐.๐๖๑
๓.๐๒ ๐.๐๕๘
๒๑. มีระบบติดตาม และประเมินผลการดำ�เนิน ๐.๐๑๙๑๐๙ ๒.๘๔ ๐.๐๕๔
งานด้านวฒั นธรรมของชุมชน
๓.๕๒ ๐.๐๙๐
๒ ๒. สมาชิกในชุมชนมีความเป็นพวกเดียวกนั สงู ๐.๐๑๙๑๐๙ ๓.๕๐ ๐.๐๘๙

๒ ๓. ให้ความสำ�คัญกบั ระบบอาวโุ ส ๐.๐๑๙๑๐๙ ๓.๔๙ ๐.๐๘๙
๓.๔๙ ๐.๐๘๙
จดุ อ่อน ๓.๔๖ ๐.๐๘๘

๑. คนรุ่นใหม่ทีใ่ ห้ความสำ�คญั ในการสืบทอดงาน ๐.๐๒๕๔๗๘
วัฒนธรรมของชมุ ชนมีจำ�นวนน้อย

๒. การมอบหมายให้สำ�นกั งานเขตจัดกิจกรรม ๐.๐๒๕๔๗๘
ทางด้านวฒั นธรรม ไม่ได้คำ�นึงถึงบริบททาง
ด้านประวตั ิศาสตร์ สงั คมและวัฒนธรรมของ
ชุมชน

๓. ขาดผู้นำ�ในการผลักดันงานด้านวฒั นธรรม ๐.๐๒๕๔๗๘

๔. สำ�นกั งานเขตไม่มีหน่วยงานทีร่ บั ผิดชอบงาน ๐.๐๒๕๔๗๘
ด้านวัฒนธรรมโดยตรง

๕. ขาดแคลนครภู ูมิปัญญาทีจ่ ะถ่ายทอด ๐.๐๒๕๔๗๘
วฒั นธรรมของชมุ ชน

143

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ปจั จัยภายในทีส่ ำ�คัญ (๑) น�้ำหนัก คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน (๓) ถ่วงนำ�้ หนัก

(๔)

๖. การทำ�งานมีลกั ษณะต่างคนต่างทำ� ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๕ ๐.๐๘๘
ขาดการบรู ณาการความร่วมมือระหว่าง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๗. ไม่มีการจัดทำ�แผนยทุ ธศาสตร์ด้านการ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๕ ๐.๐๘๘
ส่งเสริมและพัฒนางานทางด้านวฒั นธรรม

๘. เจ้าหน้าที่ทีร่ ับผิดชอบงานด้านวฒั นธรรมมี ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๔ ๐.๐๘๘
จำ�นวนไม่เพียงพอ และมีภาระรับผิดชอบงาน
หลายด้าน

๙. มองงานทางด้านวฒั นธรรมเปน็ งานฝาก ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๑ ๐.๐๘๗

๑ ๐. เจ้าหน้าทีท่ ีร่ บั ผิดชอบงานด้านวฒั นธรรมขาด ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๐ ๐.๐๘๗
ความรู้ ความเชีย่ วชาญทางด้านวฒั นธรรม

๑ ๑. สมาชิกในชมุ ชนที่ให้ความสนใจด้านการ ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๔๐ ๐.๐๘๗
ส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพฒั นาวัฒนธรรมชุมชน
มีจำ�นวนน้อย

๑๒. เจ้าหน้าทีท่ ีร่ ับผิดชอบงานด้านวัฒนธรรม ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๓๙ ๐.๐๘๖
ขาดประสบการณ์ในการทำ�งานกบั ชุมชนด้าน
วัฒนธรรม

๑๓. ขาดระบบการติดตามและประเมินผลด้าน ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๓๗ ๐.๐๘๖
วัฒนธรรมอย่างต่อเนือ่ ง

๑ ๔. ขาดการสร้างสรรค์ แนวคิดการส่งเสริม ๐.๐๒๕๔๗๘. ๓.๓๗ ๐.๐๘๖
อนรุ ักษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมทีเ่ ป็นของ
ตนเอง ส่วนใหญ่นิยมลอกเลียนแบบกิจกรรม
ทางวัฒนธรรมที่ประสบความสำ�เร็จของชุมชน
อื่น

144

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยทุ ธศาสตร์

ปจั จยั ภายในทีส่ �ำ คัญ (๑) น้�ำหนกั คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน (๓) ถ่วงน้�ำหนกั

(๔)

๑๕. การดำ�เนินงานตามแผนงานไม่สามารถดำ�เนิน ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๓๖ ๐.๐๘๖
การได้ เนื่องจากมีการแทรกแซงทางการเมือง
สงู

๑๖. ผู้ทำ�งานวัฒนธรรมของชุมชนขาดการทำ�งาน ๐.๐๒๕๔๗๘ ๓.๒๘ ๐.๐๘๔
เปน็ ทีม

๑ ๗. ชมุ ชนขาดความรู้และทักษะด้านการตลาด ๐.๐๑๙๑๐๙ ๓.๒๒ ๐.๐๖๒
ทางวฒั นธรรม

๑๘. เจ้าหน้าทีม่ ีความเป็นปจั เจกบุคคลสูง ๐.๐๑๙๑๐๙ ๓.๑๕ ๐.๐๖๐
(individualism) ในการทำ�งานด้านวัฒนธรรม

รวม ๑.๐๐๐ ๓.๒๗

ผลกระทบมากที่สุด

๓.๓.๒ เมทริกซ์การประเมินปัจจัยภายนอก (External factor evaluation matrix) เป็น
เมทริกซ์ท่ีประเมินและให้น้�ำหนักปัจจัยภายนอก เป็นการวิเคราะห์ถึงโอกาสและข้อจ�ำกัดขององค์กร
มีวิธี ด�ำเนินการ ๕ ขน้ั ตอน ดงั น้ี

๑) กำ� หนดปจั จยั ภายนอกทส่ี ำ� คญั ตอ่ การดำ� เนนิ งานขององคก์ ร (critical external factors)
ซง่ึ ได้แก่ ปจั จยั ที่เป็นโอกาส และปจั จัยที่เปน็ ข้อจำ� กัด

๒) กำ� หนดช่วงนำ�้ หนัก (weights) ในการวเิ คราะห์คร้ังน้ีทปี่ รึกษาก�ำหนดช่วงนำ้� หนกั ของ
แต่ละปัจจยั มคี ่า ๐.๐๓๓ และ ๐.๐๒๕ คะแนนรวมของทกุ ปจั จยั เท่ากบั ๑.๐๐๐

๓) จดั ล�ำดบั ความส�ำคญั ของแต่ละปัจจยั (rating) ส�ำหรบั การประเมนิ ความสำ� คญั ของ
แต่ละปจั จัย ที่ปรึกษาก�ำหนดการจดั ล�ำดบั ความสำ� คัญเปน็ ๔ ลำ� ดบั โดยใช้เกณฑ์ดังนี้

๑ หมายถงึ มผี ลกระทบน้อยทส่ี ดุ
๒ หมายถงึ มีผลกระทบน้อย
๓ หมายถงึ มีผลกระทบมาก
๔ หมายถงึ มผี ลกระทบมากที่สุด

145

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางที่ ๓.๑๘ การก�ำหนดช่วงน้ำ� หนักและลำ� ดบั ความส�ำคัญ

ระดับผลกระทบ คะแนนถว่ งน�ำ้ หนัก เกณฑก์ ารตดั สินระดับผลกระทบ
๑ ๑.๐๐ - ๑.๗๕ น้อยที่สดุ
๒ ๑.๗๖ - ๒.๕๐ น้อย
๓ ๒.๕๑ - ๓.๒๕ มาก
๔ ๓.๒๖ - ๔.๐๐ มากที่สุด

๔) คะแนนถ่วงน้�ำหนัก (weighted score) น�้ำหนักของแต่ละปัจจัยจะแตกต่างกนั ข้ึนอยู่
กบั นำ้� หนัก

๕) คา่ รวมของคะแนน เปน็ คะแนนรวมทงั้ หมดจากคะแนนถว่ งนำ้� หนกั ทกุ ตวั แปร (คะแนน
น้�ำหนกั คูณกบั คะแนนประเมนิ )

คะแนนถ่วงน้�ำหนักรวมของเมทริกซ์ประเมินปัจจัยภายนอก มีค่าเท่ากับ ๓.๓๗ อยู่ใน
ต�ำแหน่งที่มีผลกระทบต่อการด�ำเนินงานของกองวัฒนธรรมและส�ำนักงานเขตเป็นต�ำแหน่งท่ีเป็นจุดแข็ง
(O)
ตารางท่ี ๓.๑๙ เมทริกซ์การประเมนิ ปจั จยั ภายนอก โอกาส และข้อจ�ำกัด

ปัจจัยภายนอกทีส่ �ำ คญั (๑) นำ้� หนัก คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน ถว่ งน้ำ� หนัก

โอกาส (๓) (๔)
๓.๖๔ ๐.๑๒๓
๑. การขยายตวั ของเครือข่ายชุมชนออนไลน์ เช่น ๐.๐๓๓๘๙๘
เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และไลน์ ทำ�ให้สามารถ ๓.๖๒ ๐.๑๒๓
เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านวฒั นธรรมที่
ครอบคลมุ พื้นที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

๒. กรุงเทพมหานครเปน็ ศนู ย์รวมวฒั นธรรม ๐.๐๓๓๘๙๘
ท้องถิ่นทีห่ ลากหลายมีความโดดเด่นเป็น
เอกลกั ษณ์เป็นทีด่ ึงดูดนักท่องเทีย่ ว

146

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ปัจจัยภายนอกที่สำ�คัญ (๑) น�ำ้ หนกั คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน ถว่ งน้ำ� หนัก

๓. การมีเครือข่ายทางด้านวัฒนธรรมท้ังใน ๐.๐๓๓๘๙๘ (๓) (๔)
และนอกประเทศที่หลากหลาย ทำ�ให้เกิด ๓.๔๗ ๐.๑๑๘
การประสานความร่วมมือด้านการส่งเสริม
อนุรกั ษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิน่ ของไทย ๓.๔๖ ๐.๑๑๗
อย่างหลากหลาย ๓.๔๕ ๐.๑๑๗
๓.๔๔ ๐.๑๑๗
๔. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ๐.๐๓๓๘๙๘ ๓.๔๒ ๐.๑๑๖
ของกรงุ เทพมหานคร ทำ�ให้โอกาสในการ ๓.๓๘ ๐.๑๑๕
สร้างสรรค์วัฒนธรรมท้องถิ่นทีม่ ีเอกลกั ษณ์ ๓.๓๗ ๐.๑๑๔
โดดเด่นเกิดขึ้นได้ง่าย
147
๕. การมีโครงสร้างพื้นฐานทีห่ ลากหลายและ ๐.๐๓๓๘๙๘
ครอบคลมุ พื้นที่ทางด้านวัฒนธรรมใน
กรงุ เทพมหานคร ทำ�ให้การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้
ทางวฒั นธรรมของชมุ ชนสะดวกมากยิ่งขึ้น

๖. องค์กรและเครือข่ายทางสังคมทีท่ ำ�งาน ๐.๐๓๓๘๙๘
ด้านวัฒนธรรมให้การสนบั สนุน ส่งเสริม
อนุรกั ษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมชุมชนทำ�ให้เกิด
วฒั นธรรมทีม่ ีเอกลักษณ์โดดเด่นเพิ่มมากขึ้น

๗. การได้รบั รางวลั เมืองท่องเทีย่ วสำ�คญั ระดับ ๐.๐๓๓๘๙๘
โลกของกรุงเทพมหานครหลายปีซ้อน ทำ�ให้
เกิดแรงจงู ใจในการเข้ามาท่องเที่ยวของ
นกั ท่องเทีย่ วต่างชาติมากขึ้น

๘. สือ่ มวลชนให้ความสำ�คญั กบั การนำ�เสนอ ๐.๐๓๓๘๙๘
รายการด้านการส่งเสริม อนรุ กั ษ์ และพฒั นา
วัฒนธรรมชุมชนมากขึ้น

๙. รอยยิ้มอย่างเป็นมิตรของคนไทยเป็นเสน่ห์ ๐.๐๓๓๘๙๘
ดึงดดู ใจนกั ท่องเทีย่ วต่างประเทศให้มาสนใจ
วฒั นธรรมท้องถิน่ ของไทยเพิม่ มากขึ้น

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ปัจจัยภายนอกที่ส�ำ คัญ (๑) นำ้� หนกั คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน ถ่วงนำ�้ หนัก

๑ ๐. การเพิม่ รายได้ของประชากรในประเทศและ ๐.๐๓๓๘๙๘ (๓) (๔)
ต่างประเทศทำ�ให้ธุรกิจการท่องเทีย่ วเติบโต ๓.๓๒ ๐.๑๓
๓.๓๐ ๐.๑๑๒
๑ ๑. ความสนใจในการลงทุนด้านการท่องเทีย่ ว ๐.๐๓๓๘๙๘ ๓.๒๙ ๐.๑๑๒
ของประชาคมอาเซียนทำ�ให้เกิดการพฒั นา
แหล่งท่องเที่ยวเชิงวฒั นธรรมที่หลากหลาย ๓.๕๘ ๐.๑๒๑

๑๒. กระทรวงวัฒนธรรมกำ�หนดให้การส่งเสริม ๐.๐๓๓๘๙๘ ๓.๕๖ ๐.๑๒๑
อนรุ ักษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมท้องถิน่ เปน็ ๓.๕๐ ๐.๑๑๙
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ของกระทรวง ๓.๔๙ ๐.๑๑๘
๓.๔๖ ๐.๑๑๗
ขอ้ จ�ำ กัด

๑. นโยบายของรัฐไม่ส่งเสริมและสนับสนนุ ๐.๐๓๓๘๙๘
งานฝีมือที่กำ�ลังจะสูญไปอย่างจริงจงั ไม่มี
มาตรการในการช่วยเหลือที่เป็นรปู ธรรม
ชัดเจน

๒. ความไม่โปร่งใสในกระบวนการบริหารจัดการ ๐.๐๓๓๘๙๘
งบประมาณในระดับชาติและท้องถิ่น ทำ�ให้
งบประมาณมีการใช้อย่างไม่สมเหตสุ มผล

๓. นโยบายในการพฒั นาเมืองได้ทำ�ลายแหล่ง ๐.๐๓๓๘๙๘
มรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชมุ ชน

๔. ขาดระบบฐานข้อมูลด้านประวตั ิศาสตร์ ๐.๐๓๓๘๙๘
ประเพณี และภมู ิปญั ญาที่ครบถ้วน

๕. คนรุ่นใหม่ไม่เหน็ ความสำ�คัญของวัฒนธรรม ๐.๐๓๓๘๙๘
ชุมชน แต่ให้ความสำ�คญั กับการหยิบยืม
วัฒนธรรมอื่น เช่น วัฒนธรรมเกาหลี ญีป่ ุ่น

148

ส่วนที่ ๓
การกำ�หนดตำ�แหน่งยุทธศาสตร์

ปจั จัยภายนอกทีส่ ำ�คัญ (๑) น�ำ้ หนกั คะแนน คะแนน
(๒) ประเมิน ถ่วงน�้ำหนกั

๖. การพัฒนาอตุ สาหกรรมการท่องเทีย่ วโดยเน้น ๐.๐๓๓๘๙๘ (๓) (๔)
ด้านเศรษฐกิจมากกว่าประเด็นทางวฒั นธรรม ๓.๔๕ ๐.๑๑๗
ทำ�ให้เกิดการสญู เสียวัฒนธรรมชุมชน ๓.๔๔ ๐.๑๑๗

๗. การรวมตัวของสมาชิกในชมุ ชนเพือ่ ส่งเสริม ๐.๐๓๓๘๙๘ ๓.๓๕ ๐.๑๑๔
อนรุ ักษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมชมุ ชนของ ๓.๓๓ ๐.๑๑๓
แต่ละเขต เกิดขึ้นได้ยากเพราะขาด ๓.๓๓ ๐-๑๑๓
การประสานงานที่ดี
๓.๓๐ ๐.๑๑๒
๘. ความขัดแย้งทางการเมืองทำ�ให้การปฏิบตั ิ ๐.๐๓๓๘๙๘
ตามนโยบายล่าช้า ไม่เปน็ ไปตามแผน ๓.๒๘ ๐.๑๑๑
๓.๒๗ ๐.๐๘๓
๙. ชุมชนขาดโอกาสในการนำ�เสนอศิลปะ ๐.๐๓๓๘๙๘
การแสดงพื้นบ้านต่อสาธารณะ

๑ ๐. อิทธิพลการแพร่กระจายทางวฒั นธรรมผ่าน ๐.๐๓๓๘๙๘
สื่อ เช่น ภาพยนตร์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ ทีไ่ ม่
เหมาะสม ทำ�ให้คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอนุรกั ษ์
วฒั นธรรมในชมุ ชนของตนเอง

๑๑. การขาดความเป็นอันหนึง่ อันเดียวกนั ของ ๐.๐๓๓๘๙๘
รัฐบาลและกรงุ เทพมหานคร ทำ�ให้การ
จัดสรรงบประมาณไม่เปน็ ไปตามเป้าหมายที่
วางไว้ และล่าช้า

๑๒. ความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ของสมาชิก ๐.๐๓๓๘๙๘
ในชมุ ชน ทำ�ให้ไม่เกิดการส่งเสริม อนุรกั ษ์
และพฒั นาวฒั นธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนือ่ ง

๑ ๓. ขาดการนำ�เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการ ๐.๐๒๕๔๒๔
ผลิตและฟืน้ ฟผู ลงานทางวัฒนธรรม

149


Click to View FlipBook Version