The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการบริหารจัดการงานทำงด้านวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเครื่องมือและกลไก
ในการพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพมหานคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-03-31 00:04:43

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2558-2562)

เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการบริหารจัดการงานทำงด้านวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเครื่องมือและกลไก
ในการพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพมหานคร

Keywords: แผนวัฒนธรรม,กรุงเทพมหานคร

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

๑.๒.๑ โลกาภวิ ัตนแ์ ละการเขา้ สู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)
๑) โลกาภวิ ัตน์ (Globalization)
Scholte Jan (อ้างใน กฤตินี ณัฎฐวุฒิสิทธิ์ และคณะ, ๒๕๕๓) ได้กล่าวว่าโลกาภิวัตน์
(globalization) น�ำมาซง่ึ กระบวนการเปล่ยี นแปลงมากมาย การเช่อื มโยงของโลกได้ส่งผลกระทบไม่ว่าจะ
เปน็ ด้านเศรษฐกจิ สงั คมวัฒนธรรม การเมือง เทคโนโลยี ท้งั ในลักษณะการปะทะ แลกเปลีย่ น สอดคล้อง
กลมกลืน ครอบงำ� และต่อต้าน สามารถสรุปผลกระทบของกระแสโลกาภวิ ตั น์ใน ๕ มมุ มองหลกั ดงั นี้
(๑) กระแสโลกาภวิ ตั นก์ บั การสรา้ งความเปน็ ตะวนั ตกหรอื ความทนั สมยั (globaliza-
tion as westernization and modernization) ก่อให้เกิดโครงสร้างความเป็นสมัยนิยม ซึ่งอาจพิจารณาได้
จากการขยายตวั ของระบบทนุ นยิ ม การกลายเปน็ อตุ สาหกรรม อนั เปน็ สญั ลกั ษณแ์ สดงถงึ การพฒั นาเพอื่
สร้างความทันสมัย ในบางพ้ืนทีไ่ ด้ครอบงำ� วัฒนธรรมท้องถนิ่ หรือทำ� ลายอ�ำนาจการตดั สินใจอย่างอสิ ระ
ของผู้คนไป นอกจากน้ีระบบทุนนิยม ยังได้เช่ือมโยงกับวัฒนธรรมบริโภคนิยมอย่างชัดเจน โดยท่ีระบบ
ทุนนิยมสามารถแพร่กระจายเข้าไปได้อย่างรวดเรว็ และง่ายดาย
(๒) กระแสโลกาภิวัตน์กับการสร้างความกลมกลืนเป็นหน่ึงเดียว (globalization as
universalization) เป็นการให้ความส�ำคญั กับกระบวนการเผยแพร่แนวคิด ประสบการณ์ต่างๆ เพือ่ สร้าง
ความปรารถนาทีก่ ลมกลืนและอยู่กนั ได้อย่างลงตวั
(๓) กระแสโลกาภวิ ตั นก์ บั การสรา้ งความเปน็ เสรี (globalization as liberalization) เปน็
มมุ มองตอ่ กระแสโลกาภวิ ตั นใ์ นฐานะของตน้ กำ� เนดิ ของการลดขอ้ จำ� กดั ขอ้ บงั คบั การควบคมุ ของรฐั เพอ่ื
ท่ีจะเพ่ิมอิสระในการเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ ระหว่างประเทศ โดยพิจารณาผลใน ๒ คู่ตรงกันข้ามแบ่งเป็น
เสรภี าพในเชงิ negative liberty หรอื เสรภี าพทไี่ มม่ อี ะไรมาขดั ขวาง ปลดขอ้ จ�ำกดั บางประการเพอ่ื สามารถ
ด�ำเนินชวี ติ ได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น ในขณะที่ positive liberty คือเสรีภาพภายใต้การควบคมุ มุ่งเน้นการ
สร้างรากฐานทางสงั คม เพ่อื ให้เกิดการปลดปล่อยศกั ยภาพของบุคคล ให้ความส�ำคัญกบั เรอ่ื งสวสั ดกิ าร
สงั คม
(๔) กระแสโลกาภิวัตน์กับการท�ำให้เป็นสากล (globalization as internationaliza-
tion) เกยี่ วกับการเจรญิ เตบิ โตและการแลกเปลยี่ นระดบั สากล และการพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกนั และกันมากข้ึน
ระหวา่ งประเทศ ซงึ่ อาจเกดิ ในรปู แบบตา่ งๆ การพง่ึ พาอาศยั มคี วามเชอื่ มโยงกบั ทางสองแพรง่ คอื ระหวา่ ง
ร่วมพัฒนากบั ภาวะท่ตี ้องพึง่ พิง
(๕) กระแสโลกาภิวัตน์กับการลบเลือนของอาณาเขตและเขตแดนของประเทศ
(globalization as deterritorialization) สัมพันธ์กันอย่างต่อเน่ืองกับกระบวนการสร้างรูปพรรณสัณฐาน
ใหม่ของพ้ืนที่ทางภูมิศาสตร์ ดังน้ัน พ้ืนที่ต่างๆ จึงไม่ได้ถูกบัญญัติตามเขตแดนและระยะทางอีกต่อไป
เรยี กไดว้ า่ เปน็ ความไมช่ ดั เจนของขอบเขต สงิ่ เหลา่ นม้ี ผี ลตอ่ ความเคลอื่ นไหวของวฒั นธรรมอยา่ งหลกี เลยี่ ง
ไม่ได้ใน ๔ ประเดน็ คอื
ก. การรวมกลุ่มทางสังคมโดยไม่ค�ำนึงถึงการรวมกลุ่มทางกายภาพ เช่น การ
สื่อสารผ่านอนิ เทอร์เน็ต เป็นต้น
ข. การเชอ่ื มโยงระดบั ทอ้ งถนิ่ ภมู ภิ าค โลก หมายถงึ ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ สามารถผสาน
ผลประโยชน์จากกระแสโลก
ค. การขยายพรมแดนความรู้ เกดิ ความรู้ใหม่ ท่ีเรียกว่า สหวิทยาการ

50

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสังคมวฒั นธรรม

ง. ประเดน็ ขอบเขต ความรบั ผดิ ชอบ และบทบาทของบคุ คลและองคก์ รทมี่ คี วาม
ชดั เจนน้อยลง ท�ำให้เกิดสงิ่ ทเ่ี รยี กว่าเปน็ การแตกเปน็ ส่วนๆ ของอัตลกั ษณ์ รวมถงึ การสลายและรวมตวั
กนั ใหม่เป็นหนงึ่ เดยี ว ท้ังในระดบั ปจั เจกบคุ คลและสังคม เกดิ สิ่งที่เรยี กว่า multiplicity คือ การทค่ี นหรือ
องค์กรหน่ึงสามารถมีหลายบทบาทได้ในสังคม หรอื มคี วามสมั พนั ธ์ทีซ่ ับซ้อนมากขึ้น

อศั วิน เนตรโพธแ์ิ ก้ว (๒๕๔๗) ได้กล่าวถึงผลกระทบทางวัฒนธรรมจากกระแสโลกาภิวตั น์ อาจ
ก่อให้เกิดผลลพั ธ์ ๓ ประการ ดังนี้

(๑) วัฒนธรรมรวมตัว (cultural homogenization) เน่ืองจากโลกาภิวัตน์น�ำมาซ่ึง
“มาตรฐาน” การยอมรับในระดับสากลจนเกิดเป็นการบีบบังคับให้เปล่ียนตามหรือลอกเลียนด้วยความ
เตม็ ใจ เมอื่ เปน็ ดงั นี้ วฒั นธรรมท้องถน่ิ จงึ สญู เสยี คณุ ค่าทเ่ี คยมที ำ� ให้เกดิ การแปรสภาพและเปลย่ี นไปตาม
กระแสความนยิ มของโลก เปรยี บเสมอื นการหลอมละลายออ่ นไหวไรจ้ ดุ ยนื ไปตามสถานการณ์ ผสู้ นบั สนนุ
แนวทางดงั กลา่ วนม้ี คี วามหวงั วา่ การยดั เยยี ดวฒั นธรรมสามารถกระท�ำไดด้ งั เชน่ “รฐั นยิ ม” ซงึ่ เคยมใี ชอ้ ยู่
ในประเทศไทย ด้วยจดุ มุ่งหมายให้วฒั นธรรมย่อยค่อยๆ ลบเลอื นหายไป

(๒) วัฒนธรรมแตกตัว (cultural heterogenization) ในกรณีนี้โลกาภิวัตน์ท�ำให้เกิด
การแปลกแยกระหว่างวฒั นธรรม จนยากเกนิ กว่าจะรอมชอมกันได้ ต่างฝ่ายต่างรักษาความบริสทุ ธิ์หรือ
วัฒนธรรม “พนั ธุ์แท้” ของตนเองจนผลท่ีเกิดตามมาคือการปะทะถึงข้นั แตกหักรุนแรงหรืออย่างดที สี่ ุดก็
คอื สภาพต่างคนต่างอยู่ โดยไม่ยุ่งเกยี่ วกันอีกต่อไป การใช้หลกั ยดึ มั่นถอื ม่นั โดยไม่ยอมลดราวาศอกให้
กนั ทำ� ใหเ้ กดิ การประจนั หนา้ และอาจนำ� ไปสศู่ กึ สงคราม เพอื่ ทำ� ลายลา้ งฝา่ ยตรงขา้ ม ผลสดุ ท้ายคอื ความ
สญู เสียด้วยกนั ท้งั สองฝ่าย ตัวอย่างเช่น การจับคู่ชนกันระหว่าง “แมคเวลิ ด์ VS ญิฮาด” หรือวัฒนธรรม
ตะวนั ตกกับวฒั นธรรมมุสลิมโดยไม่มกี ารประนปี ระนอม

(๓) วัฒนธรรมลูกผสม (cultural hybridization) หรืออกี นัยหนงึ่ คอื การผสมผสานจน
ยากเกนิ กว่าจะแยกสว่ นใดส่วนหนง่ึ ออกจากกนั ได้ วฒั นธรรมพนั ทางมกั เกดิ ขน้ึ เสมอหากมกี ารไปมาหาสู่
กัน รวมทั้งเมื่อตดิ ต่อส่ือสารแบบรอมชอม ถ้อยทีถ้อยอาศยั จะว่าไปแล้ววฒั นธรรมของทุกชาติในโลกนี้
ล้วนแล้วแต่ก่อก�ำเนิดเกิดข้ึนได้ด้วยการหยิบยืมแลกเปล่ียนกันไปมาท้ังหมดทั้งส้ินหากไม่ภายในพวก
กนั เองกร็ ะหว่างกล่มุ เพราะฉะนน้ั ดเู หมอื นวา่ วฒั นธรรมพนั ทางนา่ จะเปน็ ผลลพั ธต์ ามธรรมชาตมิ ากทส่ี ดุ
หากพิจารณาวัฒนธรรมของชนชาติไทยดูก็จะรู้ว่ามีท่ีมาจากแอ่งอารยธรรมมากมายหลายแหล่ง อาทิ
วัฒนธรรมโบราณของท้องถน่ิ ตั้งแต่ ขอม มอญ ละว้า มลายู รวมทงั้ จากภายนอกภมู ิภาคแม้ระยะทางอยู่
ห่างไกลออกไป เช่น จนี และอินเดยี เปน็ ต้น

ในการผสมผสานทางวฒั นธรรมและก่อเกิดกระแสวัฒนธรรมใหม่น้นั มาจากกระบวนการท้งั การ
ประสานรวม (hybridization) การกลมกลนื ทางวฒั นธรรม (hemogenization) และการต่อต้าน (resistance)
โดยมีการไหลเวยี นเปลยี่ นแปลงทางวัฒนธรรม (cultural flow) ใน ๕ มิตคิ ือ (๑) มิติทางชาตพิ นั ธุ์วรรณนา
(ethnoscapes) ได้แก่ การอพยพ และการเดินทาง (๒) มิติการสื่อสาร (mediascapes) (๓) มิติมโนคติ
(ideoscapes) ไดแ้ ก่ ความเชอ่ื และความคดิ ดา้ นการปกครอง (๔) มติ เิ ศรษฐกจิ และการเงนิ (financescapes)
และ (๕) มิตกิ ารพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี (technoscapes) (Apaduri อ้างใน กฤตินี ณัฎฐวุฒิสิทธิ์
และคณะ, ๒๕๕๓)

51

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

๒) ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC)
ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปีทผี่ ่านมา สมาคมประชาชาตแิ ห่งเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้หรอื
อาเซียนได้มีพัฒนาการมาเป็นล�ำดับ นับตั้งแต่เริ่มก่อต้ังเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ และไทยก็มีบทบาทส�ำคัญ
ในการผลักดันความร่วมมือของอาเซียนให้มีความคืบหน้ามาโดยตลอด ในปัจจุบัน บริบททางการเมือง
เศรษฐกจิ และสงั คม รวมทงั้ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศสมาชกิ อาเซยี นไดเ้ ปลยี่ นแปลงไปอยา่ งมาก โดย
เฉพาะการขยายตวั อย่างรวดเรว็ ของประเทศในภูมิภาคใกล้เคยี ง คือ จีนและอินเดีย รวมท้ังแนวโน้มการ
รวมตวั ทางเศรษฐกจิ ของประเทศในภมู ภิ าคอนื่ ๆ ตลอดจน ปญั หาทา้ ทายความมนั่ คงรปู แบบใหม่ เชน่ โรค
ระบาด การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ สงิ่ แวดล้อม และภยั พิบตั ิ ทำ� ให้อาเซยี นจ�ำเป็นต้องปรับ
ตัวเพื่อให้สามารถรับมือกับการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ เพื่อจัดการกับปัญหา
เหล่านี้ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ จำ� นวน ๑๐ ประเทศ จะรวมตวั กนั
เป็นสงั คมเดียว ภายใต้คำ� ขวญั “หนึง่ วสิ ยั ทัศน์ หนึง่ เอกลกั ษณ์ หน่ึงประชาคม (One Vision, One Identity,
One Community)” โดยตระหนักถึงการมีผลประโยชน์ร่วมกันและการพ่ึงพาอาศัยกันระหว่างประชาชน
และประเทศสมาชิกอาเซียนซึง่ มีความผูกพันกันทางภูมิศาสตร์ มพี น้ื ฐาน ๓ เสาหลกั ประกอบด้วย
๒.๑) ประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน (ASEAN Political Security
Community : APSC) เปน็ พน้ื ฐานสำ� คญั ในการพฒั นาดา้ นอนื่ ๆ ทเี่ นน้ การรวมตวั ของอาเซยี นเพอื่ สรา้ งความ
มนั่ ใจ เสถยี รภาพ และสนั ตภิ าพ ในภมู ภิ าค เพอื่ ให้ประชาชนในอาเซยี นอย่รู ่วมกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ ปราศจาก
ภัยคกุ คามด้านการทหาร และภัยคกุ คามในรปู แบบใหม่ เช่น ปญั หายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรม
ข้ามชาติ โดยมีเป้าหมาย ๓ ประการ ได้แก่
(๑) สร้างประชาคมให้มีค่านิยมร่วมกันในเรื่องของการเคารพความหลาก
หลายของแนวคิด และส่งเสริมให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของนโยบายและกิจกรรมภายใต้เสาการเมือง
และความม่นั คง
(๒) ให้อาเซียนสามารถเผชิญกับภัยคุกคามความม่ันคงในรูปแบบเดิมและ
รูปแบบใหม่และส่งเสริมความมน่ั คงของมนษุ ย์
(๓) ให้อาเซียนมีปฏิสัมพันธ์ท่ีแน่นแฟ้นและสร้างสรรค์กับประชาคมโลก
โดยอาเซียนมีบทบาทเป็นผู้น�ำในภูมิภาค และจะช่วยส่งเสริมความมั่นคงของภูมิภาค นอกจากการมี
เสถียรภาพทางการเมืองของภูมิภาคแล้ว ผลลัพธ์ประการส�ำคัญที่จะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งประชาคม
การเมืองและความมั่นคงอาเซียน คือการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีกลไกและเครื่องมือท่ีครอบคลุม
และมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาท่ีเกี่ยวกับความม่ันคงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งด้าน
การเมืองระหว่างรัฐสมาชิกกับรัฐสมาชิกด้วยกันเอง ซึ่งจะต้องแก้ไขโดยสันติวิธี หรือปัญหาภัยคุกคาม
รปู แบบใหม่ๆ ซงึ่ ประเทศใดประเทศหนึง่ ไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำ� พงั อาทิ การก่อการร้าย การลกั ลอบ
ค้ายาเสพติด ปญั หาโจรสลัด และอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น
๒.๒) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) มี
วตั ถปุ ระสงค์จะท�ำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความม่นั คง มง่ั ค่งั และสามารถแข่งขนั กับภูมภิ าค
อน่ื ๆ ได้ โดย

52

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสังคมวัฒนธรรม

(๑) มงุ่ ใหเ้ กดิ การไหลเวยี นอยา่ งเสรขี องสนิ คา้ การบรกิ าร การลงทนุ เงนิ ทนุ
การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจนและความเหล่ือมล�้ำทางสังคมภายในปี พ.ศ.
๒๕๖๓

(๒) มงุ่ ทจ่ี ะจดั ตง้ั ใหอ้ าเซยี นเปน็ ตลาดเดยี วและเปน็ ฐานการผลติ โดยจะรเิ รม่ิ
กลไกและมาตรการใหม่ๆในการปฏิบตั ติ ามข้อริเร่ิมทางเศรษฐกิจท่มี ีอยู่แล้ว

(๓) ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน (กัมพูชา ลาว
พม่า และเวยี ดนาม หรอื CLMV) เพ่ือลดช่องว่างของระดบั การพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านีเ้ ข้าร่วม
ในกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซยี น

(๔) ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาค ตลาด
การเงินและตลาดเงินทุน การประกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและการคมนาคม
กรอบความร่วมมือด้านกฎหมาย การพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร พลังงาน การท่องเท่ียว
การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ โดยการยกระดับการศกึ ษาและการพฒั นาฝีมอื

๒.๓) ประชาคมสงั คมและวฒั นธรรมอาเซยี น (ASEAN Socio - Cultural Community :
ASCC) มีจุดมุ่งหมายท่ีจะท�ำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ร่วมกันในสังคมที่เอื้ออาทร ประชากร
มสี ภาพความเป็นอยู่ทด่ี ไี ด้รับการพัฒนาในทุกด้าน และมคี วามมน่ั คงทางสังคม (social security) โดยเน้น
การส่งเสรมิ ความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ

(๑) การพัฒนาสังคม โดยการยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ด้อยโอกาสและ
ผู้ทีอ่ าศยั ในถน่ิ ทรุ กนั ดาร และส่งเสริมการมสี ่วนร่วมอย่างแข็งขันของกลุ่มต่างๆ ในสงั คม 

(๒) การพัฒนาการฝึกอบรมการศึกษาระดับพื้นฐานและสูงกว่าการพัฒนา
ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสร้างงานและการคุ้มครองทางสงั คม 

(๓) การส่งเสริมความร่วมมือในด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะอย่างย่ิง การ
ป้องกันและควบคุมโรคตดิ ต่อ เช่นโรคเอดส์ และโรคทางเดินหายใจเฉยี บพลนั รนุ แรง

(๔) การจัดการปัญหาด้านสิง่ แวดล้อม
(๕) การสง่ เสรมิ การปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งนกั เขยี น นกั คดิ และศลิ ปนิ ในภมู ภิ าค
แผนปฏบิ ตั กิ ารของประชาคมสงั คม-วฒั นธรรมอาเซยี น (ASCC) เนน้ การดำ� เนนิ การใน ๔ ประเดน็
หลัก คอื
(๑) สร้างประชาคมแห่งสังคมท่ีเอื้ออาทร โดยเน้นการแก้ไขปัญหาความ
ยากจน เสรมิ สรา้ งความเสมอภาค และการพฒั นามนษุ ย์ อาทิ การพฒั นาสตรี เดก็ และเยาวชน การสง่ เสรมิ
สวัสดกิ ารสงั คม การพฒั นาชนบทและขจดั ความยากจน การพัฒนาการศึกษาและสาธารณสขุ และการ
เสรมิ สร้างความมั่นคงของมนุษย์ (human security) ในด้านต่างๆ ซงึ่ รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรม
ข้ามชาตแิ ละการป้องกันและจัดการภัยพบิ ัติ
(๒) แก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเนื่องมาจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจโดย
สร้างฐานทรัพยากรมนุษย์ท่ีสามารถแข่งขันได้ดีและมีระบบการป้องกันทางสังคมท่ีเพียงพอ โดยให้
ความส�ำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมแรงงานและเสริมสร้างความร่วมมือในด้านอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวข้อง เช่น
สวสั ดกิ ารสงั คม วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และสาธารณสขุ (ปญั หาทม่ี ากบั โลกาภวิ ตั น์ เช่น โรคระบาด
โรคอบุ ัตใิ หม่และอุบัติซำ้� )

53

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

(๓) สง่ เสรมิ ความยง่ั ยนื ของสงิ่ แวดลอ้ มและการจดั การดแู ลสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ ง
ถกู ตอ้ งโดยมกี ลไกทพ่ี ฒั นาอยา่ งสมบรู ณ์ สำ� หรบั จดั การและดแู ลสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งเหมาะสมตลอดจนการ
ป้องกนั และขจดั ภยั พบิ ตั ิด้านสิง่ แวดล้อม 

(๔) เสรมิ สร้างรากฐานทจ่ี ะนำ� ไปสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซง่ึ
จะเปน็ ภมู ภิ าคทป่ี ระชาชนตระหนกั ถงึ อตั ลกั ษณ์ (identity) รว่ มกนั ของภมู ภิ าคทา่ มกลางความหลากหลาย
ทางด้านประวัตศิ าสตร์และวัฒนธรรม ด้วยการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนในระดับและวงการ
ต่างๆ การเรียนรู้ประวัตศิ าสตร์และวฒั นธรรมของกันและกนั และการรบั รู้ข้อมูลข่าวสารของกนั และกัน
(การส่งเสรมิ ด้านวัฒนธรรมและสนเทศ)

ส�ำหรบั ประเทศไทยตามแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๑๑ กไ็ ด้วางแผนพัฒนา
ประเทศไทยเพอื่ เตรยี มความพรอ้ มตอ่ การเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี นใน พ.ศ. ๒๕๕๘ ไวค้ รอบคลมุ ทงั้ มติ ดิ า้ น
ความม่ันคง สังคม วฒั นธรรม และเศรษฐกจิ ซึ่งเป็นเสาหลกั ของประชาคมอาเซียนทส่ี อดคล้องกับความ
เห็นและข้อเสนอแนะของสภาท่ีปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง “แนวทางปฏิรูปประเทศไทย
ท่ามกลางกระแสการเปล่ียนแปลง” ซึง่ เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เม่ือวนั ที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โดย
ได้เสนอแนะให้รัฐบาลเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งจะส่ง
ผลกระทบในด้านบวกและด้านลบต่อประเทศไทย ท้ังด้านเศรษฐกิจสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม เน่อื งจากประเทศไทยยงั มผี ลผูกพนั ให้ต้องเปิดเสรี ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้าสินค้า
การค้าบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ และการด�ำเนินงานตาม
ความร่วมมือรายสาขาอ่ืนๆ เช่น ความร่วมมือด้านเกษตรอาหารและป่าไม้ ความร่วมมือด้านทรัพย์สิน
ทางปัญญา เป็นต้น ดังน้ัน การปฏิรูปทุกด้านควรมีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซยี น โดยประเทศไทยตอ้ งมกี ารวเิ คราะหส์ ถานการณ์ ประเมนิ ศกั ยภาพจากการเปดิ เสรใี นหลายๆ ดา้ น
การใช้ประโยชน์ และเตรยี มความพรอ้ มรบั มอื จากการเขา้ สปู่ ระชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ซง่ึ เปน็ สง่ิ ทกี่ ำ� ลงั
เกิดขึ้นอย่างมิอาจหลีกเล่ียงได้ โดยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องและท่ัวถึง
ตลอดจนถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และสร้างกลไกในการเยยี วยา หรอื มาตรการสนบั สนนุ ต่างๆ ขน้ึ มา
รองรับ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ภาคเอกชน และภาคประชาชนให้มีความพร้อมในการรับมือกับกระแส
การเปล่ยี นแปลงและผลกระทบทีจ่ ะเกดิ ข้นึ จากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน

๑.๒.๒ ปจั จัยที่สง่ ผลกระทบตอ่ การเปลยี่ นแปลงทางสงั คมและวัฒนธรรมเมือง
๑) ปจั จยั ดา้ นประชากร
กรุงเทพมหานคร เมอื งทไ่ี ด้ช่ือว่าเป็นมหานครขนาดใหญ่ท่สี ดุ แห่งเดยี วของประเทศไทย
หรือเป็นเมืองท่ีมีความเป็นเอกนครสูงที่สุดเมืองหนึ่งของโลก (Sternstein อ้างใน กาญจนา ต้ังชลทิพย์,
๒๕๕๐) กลา่ วคอื เปน็ เมอื งทมี่ ขี นาดใหญห่ า่ งจากเมอื งทใี่ หญร่ องลงมาอยา่ งลบิ ลบั มกี ารเตบิ โตเพยี งเมอื ง
เดยี วลำ�้ หนา้ กวา่ เมอื งอนื่ ๆ จากขอ้ มลู สำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาตใิ นการสำ� รวจสำ� มะโนประชากรปี พ.ศ. ๒๕๕๓
พบว่า ประชากรไทยมีทั้งหมด ๖๕.๙ ล้านคน มีการกระจายตัวอยู่ตามภาคต่างๆ ดังน้ี ภาคตะวันออก
เฉียงเหนอื มปี ระชากรอาศยั อยู่มากท่สี ุด ๑๙.๐ ล้านคน (ร้อยละ ๒๘.๘) รองลงมาคือภาคกลาง ๑๘.๑
ล้านคน (ร้อยละ ๒๗.๖) ภาคเหนือ ๑๑.๖ ล้านคน (ร้อยละ ๑๗.๖) ภาคใต้ ๘.๙ ล้านคน (ร้อยละ ๑๓.๔)
และกรงุ เทพมหานคร ๘.๓ ล้านคน (ร้อยละ ๑๒.๖) ตามลำ� ดับ ในขณะทีจ่ ังหวัดทีถ่ ือว่ามปี ระชากรมาก
รองไปจากกรุงเทพฯ คอื จงั หวัดนครราชสมี า มีจ�ำนวนประชากร ๒,๕๘๒,๐๘๙ คน

54

ส่วนที่ ๑
วฒั นธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสงั คมวฒั นธรรม

ในความเป็นมหานครขนาดใหญ่ดังกล่าวของกรุงเทพฯ นอกจากคนไทยอาศัยแล้ว ยังมีผู้คน
จากหลากหลายกลมุ่ ชาตพิ นั ธเ์ุ ขา้ มาอาศยั อยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก ตงั้ แตค่ รงั้ การสรา้ งกรงุ รตั นโกสนิ ทรม์ าแลว้
เม่ือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสถาปนาราชวงศ์จักรีและย้ายราชธานีข้ามฝั่งมายังฝั่ง
ตะวนั ออกของแมน่ ำ�้ เจา้ พระยา และโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งพระบรมมหาราชวงั อนั เปน็ ศนู ยก์ ลางการปกครอง
ขนึ้ ในปี พ.ศ. ๒๓๒๕ น้นั ได้โปรดเกล้าฯ ให้คนจนี ลงไปสร้างชุมชนทางท้ายนำ้� ย่านส�ำเพง็ เยาวราช และ
ตลาดน้อย เปิดรับผู้อพยพย้ายถิ่น รวมไปถึงการกวาดต้อนเทครัวประชากรมาจากต่างอาณาจักร และ
ในสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยรับข้อเสนอของสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ถือเป็นจุด
เปลยี่ นแปลงของสยามยคุ ใหม่ กรงุ เทพฯ ขณะนน้ั มกี ารขยายตวั ไปตามประชากรทเ่ี พมิ่ ขน้ึ มโี อกาสตอ้ นรบั
พ่อค้าทางตะวนั ตกทพี่ ากันมาจับจองพน้ื ท่ีทางธุรกจิ และปลกู บ้านอยู่ไกลชานเมอื งออกไป เช่น ศาลาแดง
สาทร บางรกั สลี ม เปน็ ต้น (ราชศักด์ิ นิลศิริ, ๒๕๕๕)

๒) ปัจจยั ดา้ นเศรษฐกิจ
ปัจจัยด้านเศรษฐกิจนับได้ว่ามีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอย่าง
ใกลช้ ดิ ในบางครงั้ ปจั จยั ดา้ นเศรษฐกจิ อาจเปน็ ปจั จยั นำ� สำ� คญั ดา้ นอน่ื ๆ ของวฒั นธรรม ซงึ่ มลี กั ษณะพเิ ศษ
ที่เกี่ยวข้องกบั การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ๒ ประการ (สนิท สมคั รการ, ๒๕๔๒) คือ
(๑) ภาวการณ์ท่ีเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ (economic crisis) อันแสดงออกได้
หลายประการ เช่น ราคาสินค้าแพงข้ึน หายาก ขาดแคลน ผู้คนเผชิญกบั ความอดอยากหิวโหย เกดิ ภาวะ
เงินเฟ้อ และธุรกิจล้มละลาย ฯลฯ ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจเช่นน้ีมีผลกระทบต่อแบบแผนพฤติกรรม
ความเช่ือ ค่านิยม ย่ิงถ้ากระทบต่อการด�ำรงชีพของคนส่วนใหญ่แบบยาวนานก็อาจน�ำความสลายมาสู่
สังคมน้ันได้ ท่ีส�ำคัญคือวัฒนธรรมเกิดการเปล่ียนแปลงไปในทางเสื่อมหรืออ่อนแอลงไปเรื่อยๆ จน
กลายเป็นวัฒนธรรมตาย (dead culture) ในท่ีสุด เมื่อสังคมสลายไปผู้คนก็อาจต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น
หรือไม่ก็ถกู ปกครองโดยคนกลุ่มอน่ื ท่เี คล่อื นย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ในรูปของผู้ชนะสงคราม
(๒) ลกั ษณะพเิ ศษทางเศรษฐกจิ ของประเทศโลกทสี่ ามหรอื ประเทศก�ำลงั พฒั นา โดย
ท่ัวไปอยู่ในภาวะก�ำลังเปลี่ยนจากเศรษฐกิจเกษตรกรรมแบบเลี้ยงตนเอง มาสู่เศรษฐกิจแบบการตลาด
การเปลยี่ นแปลงดงั กล่าวมกั มปี ญั หาทางสงั คมและวฒั นธรรมตดิ ตามมาด้วย กล่าวคอื การสลายตวั ของ
ธรรมเนียมประเพณีในด้านความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ตามประเพณีหรือการช่วยเหลือซ่ึงกันและกันเร่ิมหมดไป
ระบบเศรษฐกิจการเงินหรือเศรษฐกิจการตลาด ท�ำให้การพ่ึงพาอาศัยกันระหว่างครอบครัวชาวนาหมด
ความจ�ำเปน็ ไป ใครมคี วามจำ� เปน็ ก็สามารถใช้เงนิ จ้างและซ้อื สินค้าจำ� เป็นต่างๆ ได้ การเปลย่ี นแปลงใน
ธรรมเนียมประเพณีท่ีสำ� คัญของสังคมไร่นาเช่นน้ี บางคนถงึ กบั เรียกว่าเป็นการแตกสลายของวฒั นธรรม
ชาวไร่ชาวนา ชาวไร่ชาวนาเหล่าน้ันได้อพยพเข้ามาสู่เมืองเพื่อทำ� งานในโรงงานอุตสาหกรรม กก็ ลายเป็น
ผู้มรี ายได้น้อย เกดิ “เศรษฐกิจแบบสองแบบ” ในสงั คม หรอื ประเทศเดยี วกัน กล่าวคือกลุ่มคนทร่ี ่ำ� รวย
และกลุ่มคนจน ความแตกต่างทางเศรษฐกิจของชนทง้ั สองกลุ่ม ถ้าไม่แก้ไขให้ทันท่วงทีกอ็ าจนำ� ภยั พิบตั ิ
มาสู่สังคมส่วนรวมได้
จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจดังกล่าว ส่งผลในการเปล่ียนแปลงทางวัฒนธรรมของเมืองโดยเฉพาะ
วฒั นธรรมความยากจนของชาวชนบททอี่ พยพเขา้ มาสเู่ มอื ง ทำ� ใหเ้ กดิ ปญั หาในดา้ นตา่ งๆ ตามมามากมาย
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ปญั หาความเหลอื่ มล�้ำทางสงั คม โดยนายแพทยป์ ระเวศ วะสี (กรงุ เทพธรุ กจิ , ๒๕๕๖) ชี้
ใหเ้ หน็ วา่ สงั คมไทยมคี วามเหลอื่ มล้�ำกนั มากทส่ี ดุ ในเอเชยี เพราะความเหลอ่ื มลำ้� เปน็ ตวั กอ่ ปญั หาตา่ งๆ

55

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตามมามากมาย แมว้ า่ ประเทศทพี่ ฒั นาแลว้ กต็ าม แตย่ งิ่ มคี วามเจรญิ มากเทา่ ไหร่ ความเหลอ่ื มลำ�้
กม็ ีมากเทา่ นนั้ นอกจากนี้ยงั ทำ� ให้เกดิ ปัญหาความเหลอื่ มลำ้� ทางด้านโอกาส และชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
(กรุงเทพธุรกจิ , ๒๕๕๖) มองว่า ปัญหาความเหลื่อมลำ�้ ไม่ใช่ว่าจะเกดิ ขน้ึ ได้ในเร็ววันแต่เปน็ ปญั หาสะสม
ทเี่ กดิ จากการจดั การเชงิ โครงสร้างหรือเชิงระบบท่ขี าดความเชือ่ มโยงไปยงั ประชาชนในระดับปจั เจก พดู
งา่ ยๆ วา่ เปน็ กรณที ป่ี ระชาชนไมอ่ าจเขา้ ถงึ โอกาสนน้ั ๆ ไดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ แตจ่ ะมบี างคนหรอื บางกลมุ่ ในสงั คม
เท่าน้ันท่ีมีศักยภาพในการเข้าถึงโอกาสเช่นว่าน้ันไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการศึกษา โอกาสทางเศรษฐกิจ
การเมอื ง โอกาสในการเข้าถึงความยุตธิ รรม และโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ซึง่ หากเหลยี ว
มองดจู ะเหน็ ว่าการขาดโอกาสในการดำ� เนินชีวิตเช่นนี้ เท่ากบั เปน็ การถกู ละเมิดสทิ ธิข้ันพ้นื ฐานของความ
เปน็ มนษุ ยน์ น่ั เองความไมเ่ สมอภาคทางการเมอื ง ทางเศรษฐกจิ และทางสงั คมทเี่ กดิ ขนึ้ สะสมเปน็ เวลานาน
ย่อมส่งผลกระทบไปยังประชาชนส่วนใหญ่ของสังคมอย่างไม่อาจหลีกเล่ียงได้ ปัญหาจึงอยู่ท่ีว่าชนช้ันน�ำ
ท้ังในทางเศรษฐกิจและการเมอื งจะมวี สิ ยั ทัศน์และทัศนคตเิ กยี่ วกบั เร่อื งนอ้ี ย่างไร การต่อสู้เรียกร้องของ
ผดู้ อ้ ยโอกาสจะเปน็ อยา่ งไร ซงึ่ ความขดั แยง้ ในเรอ่ื งนยี้ อ่ มเกดิ ขนึ้ เปน็ ปกตขิ องโลกทนุ นยิ มและภายใตก้ ตกิ า
ประชาธิปไตย แต่การจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะมีรูปธรรมตามแนวทางสันติวิธีอย่างไร โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงในสังคมเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ซ่ึงมีจ�ำนวนประชากรที่เป็นกลุ่มคนยากจนและขาด
โอกาสต่างๆ เหล่านี้อยู่เปน็ จำ� นวนมาก

๓) ปัจจัยด้านการรวมตวั ของประชาคมอาเซียน
ประชาคมอาเซียนท่จี ะเกิดข้นึ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นน้ั เม่อื กล่าวถึงประชาคมอาเซยี น
แลว้ ความเปน็ เมอื งในภมู ภิ าคยอ่ มมคี วามสำ� คญั และประเทศไทยกถ็ อื เปน็ ศนู ยก์ ลางทสี่ ำ� คญั ประเทศหนง่ึ
ในอาเซียน ดังน้ัน แทบจะกล่าวได้ว่าประเทศไทยมีความส�ำคัญมากในการก�ำหนดชะตาของประชาคม
อาเซยี นและหนา้ ตาทดี่ ขี องประชาคมอาเซยี นดว้ ย กรงุ เทพฯ ในฐานะเมอื งหลวงของประเทศไทยกย็ อ่ มถกู
ยกระดบั ไปดว้ ย เพอ่ื เขา้ สปู่ ระชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นโดยในมมุ ของความเปน็ เมอื งของกรงุ เทพฯ ซง่ึ นำ� โดย
ผู้ว่าราชการ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุ บริพตั ร ภายหลงั การได้รับเลือกต้งั ก็ได้มแี นวนโยบายทจี่ ะพฒั นากรุงเทพฯ
เพื่อให้เป็นศูนย์กลางแห่งภูมิภาคอาเซียนให้ได้ (http://www.siamintelligence.com/agenda-bangkok-
asean-bangkok/) โดยได้มีนโยบายที่จะด�ำเนินการส่งเสริม SMEs ด้วยการสร้างแบรนด์กรุงเทพฯ ให้
เป็นที่ยอมรับ ยกระดับ SMEs และ OTOP ด้วยการจัดท�ำฐานข้อมูล SMEs และ OTOP ทุกสินค้าและ
บริการในกรุงเทพฯ เปิดพื้นท่ีให้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้แสดงสินค้า การดึงดูดนักท่องเที่ยว
มสุ ลมิ โดยเปดิ โอกาสและส่งเสรมิ การผลติ -จำ� หน่ายอาหารและผลติ ภณั ฑ์ฮาลาล ต่อยอดส่อู าเซยี นและ
ตลาดโลก ผ่านการจัดท�ำแอพพลิเคชั่น (application) เพ่ือให้ข้อมูลสถานที่มัสยิดและร้านอาหารฮาลาล
ส่งเสริมการสอนภาษามลายูและอารบิกในด้านการแพทย์สาธารณสุข มีความพยายามจะร่วมมือกับ
โรงพยาบาลรฐั มหาวทิ ยาลยั รฐั และเอกชน ใหก้ รงุ เทพฯ เปน็ ศนู ยก์ ลางการบรกิ ารดา้ นการแพทยแ์ ละการ
ทอ่ งเทย่ี วเพอื่ สขุ ภาพและพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วหลากหลายโดยเพม่ิ และพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรม
และเชงิ อนุรักษ์ พฒั นาจากชุมชน เช่น กุฎีจนี บางลำ� พู ตลาดพลู ฯลฯ
สำ� หรบั ยทุ ธศาสตร์การเข้าส่ปู ระชาคมอาเซยี นของกรงุ เทพมหานครทก่ี ำ� หนดไว้มี ๔ ยทุ ธศาสตร์
ได้แก่ (http://www.manager.co.th/qol/ViewNews.aspx?NewsID=9560000093287)
(๑) กรงุ เทพฯ เปน็ มหานครศนู ยก์ ลางของประชาคมการเมอื งและความมน่ั คงอาเซยี น
โดยให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งประชาธปิ ไตยในอาเซยี น เป็นศนู ย์กลางในการสร้างเครอื ข่ายกบั เมอื ง
สำ� คญั ในอาเซียน

56

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสงั คมวฒั นธรรม

(๒) กรงุ เทพฯ เปน็ มหานครศนู ยก์ ลางของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น โดยใหก้ รงุ เทพฯ
เปน็ ศนู ย์กลางการคมนาคมขนส่งของอาเซียน เปน็ ศูนย์กลางโลจิสตกิ ส์ของอาเซียน เป็นต้น

(๓) กรงุ เทพฯ เปน็ มหานครศนู ยก์ ลางของประชาคมสงั คมและวฒั นธรรมอาเซยี นโดย
ใหก้ รงุ เทพฯ เปน็ ศนู ยก์ ลางในการแลกเปลยี่ นวฒั นธรรมในอาเซยี น เปน็ มหานครชนั้ นำ� ดา้ นการศกึ ษา และ
การพฒั นาในด้านทรัพยากรมนษุ ย์ของอาเซยี น

(๔) การเตรยี มความพรอ้ มของกรงุ เทพมหานครสปู่ ระชาคมอาเซยี นโดยให้บคุ ลากร
ของกรุงเทพมหานคร มคี วามพร้อมทง้ั ด้านทกั ษะ สมรรถนะ และทศั นคติในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
และจัดท�ำฐานข้อมลู สารสนเทศเพอื่ พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น

จะเห็นได้ว่า เมอื่ กรงุ เทพฯ ได้ก้าวเข้าสู่การรวมตัวเปน็ หนึ่งเดียวของประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.
๒๕๕๘ แลว้ จะมกี ารเปลยี่ นแปลงทส่ี ำ� คญั อยา่ งขนานใหญ่ โดยเฉพาะความเปน็ ศนู ยก์ ลางในหลายๆ ดา้ น
ของอาเซียน จะท�ำให้เกิดความแตกต่างหลากหลายมากข้ึน โดยเฉพาะโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม
และวฒั นธรรมทเี่ ปลยี่ นแปลงไป การเปลย่ี นแปลงดา้ นวฒั นธรรมจะมลี กั ษณะทมี่ คี วามหลากหลาย (multi
culture) มากขน้ึ มกี ลมุ่ คนตา่ งๆ เขา้ มาประกอบอาชพี และอาศยั อยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก ดงั นน้ั กรงุ เทพมหานคร
จ�ำเปน็ ต้องมแี ผนหรือมมี าตรการที่ส�ำคญั ต่างๆ ในการเตรยี มความพร้อมในการรองรบั สง่ิ ต่างๆ ทีจ่ ะเกดิ
ขนึ้ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าน้ี

สรปุ เมอื งกเ็ ปรยี บเสมอื นสงิ่ มชี วี ติ สงิ่ หนง่ึ ทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา เมอื งไมเ่ คยหยดุ นงิ่ ที่
จะเปลยี่ นแปลงตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั ซงึ่ ในแตล่ ะชว่ งเวลาของการเปลยี่ นแปลงกม็ บี รบิ ทหรอื ปจั จยั ตา่ งๆ
ทส่ี ง่ ผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงทแ่ี ตกตา่ งกนั โดยในการศกึ ษาครงั้ นเี้ หน็ วา่ ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ การเปลย่ี นแปลง
ทางวัฒนธรรมของเมือง (กรุงเทพมหานคร) ที่ส�ำคัญได้แก่ ปัจจัยด้านการเปล่ียนแปลงทางวัฒนธรรม
ของโลก ปัจจยั ด้านประชากร ปจั จัยด้านเศรษฐกิจ และปจั จัยด้านการรวมตัวของประชาคมอาเซียน ซง่ึ
ปจั จัยต่างๆ เหล่านีก้ ่อให้เกดิ ผลกระทบต่อวัฒนธรรมของเมืองท้ังในแง่บวกและแง่ลบ ดงั น้ัน การก�ำหนด
แผนพฒั นาด้านวฒั นธรรมของเมอื ง จงึ จำ� เปน็ ต้องคำ� นงึ ถงึ ปจั จยั ต่างๆ เหล่านอ้ี ย่างรอบด้าน เพอ่ื ให้เมอื ง
มีบริบทที่เหมาะสม สอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรมไทย มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นของตนเอง ทั้งนี้
โดยมีเป้าหมายทีส่ �ำคัญคอื ให้คนในสงั คมเมืองได้อยู่ร่วมกันอย่างสนั ตสิ ุขตลอดไป

๑.๓ ทิศทางการขบั เคลือ่ นวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร มองผา่ นแผนพฒั นา

๑.๓.๑ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙)
หลกั การของแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ ๑๑ มงุ่ พฒั นาภายใตห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และขบั เคลอื่ นให้บงั เกดิ ผลในทางปฏบิ ตั ทิ ชี่ ดั เจนยง่ิ ขนึ้ ในทกุ ระดบั ยดึ คนเปน็ ศนู ย์กลางของการพฒั นา ให้
ความสำ� คญั กบั การสรา้ งกระบวนการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ นในสงั คม พฒั นาประเทศสคู่ วามสมดลุ ใน
ทกุ มติ อิ ยา่ งบรู ณาการและเปน็ องคร์ วม โดยวสิ ยั ทศั นข์ องแผนฯ ระบไุ ว้ ดงั นี้“สงั คมอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมคี วามสขุ
ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง” โดยแผนฯ ฉบับน้ีประกอบด้วย
ยทุ ธศาสตร์ในการพัฒนา ๖ ยุทธศาสตร์ คือ
๑) ยทุ ธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมในสงั คม
๒) ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรยี นรู้ตลอดชวี ิตอย่างยง่ั ยืน
๓) ยทุ ธศาสตร์การสร้างสมดลุ และความม่นั คงของอาหารและพลังงาน

57

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

๔) ยุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกจิ ฐานความรู้ และการสร้างปจั จยั แวดล้อม
๕) ยทุ ธศาสตร์การสร้างความเชือ่ มโยงกบั เศรษฐกจิ ในภูมภิ าค
๖) ยทุ ธศาสตร์การจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมอย่างยัง่ ยนื
จากยทุ ธศาสตร์ทั้ง ๖ ข้อนี้ ยทุ ธศาสตร์ทีส่ อดคล้องกับแผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร
มากทสี่ ดุ คอื ยทุ ธศาสตรข์ อ้ ที่ ๒ “ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาคนสสู่ งั คมแหง่ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ อยา่ งยงั่ ยนื ”
เพื่อพฒั นาคณุ ภาพคนไทยทุกกลุ่มวยั ให้มคี วามพร้อมท้งั กาย ใจ สติ ปญั ญา มีระเบียบวนิ ัย มจี ติ ส�ำนกึ
วฒั นธรรมทดี่ ีงาม และรู้คุณค่าความเป็นไทย มีโอกาสและสามารถเรยี นรู้ตลอดชวี ติ ยกระดบั การพฒั นา
คุณภาพการศึกษาไทยให้ได้มาตรฐานสากล และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ในรูปแบบที่
หลากหลาย เสรมิ สร้างสภาพแวดล้อมทางครอบครัว ชมุ ชนและสังคมให้มนั่ คง และเออื้ ต่อการพัฒนาคน
อย่างสอดคล้องกบั บริบทการเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจและสงั คมในอนาคต โดยมีแนวทางส�ำคญั ดังน้ี
(๑) ปรับโครงสร้างและการกระจายตัวประชากรให้เหมาะสม โดยส่งเสริมคู่สมรส
ที่มีศักยภาพและความพร้อมให้มีบุตรเพิ่มข้ึนและรักษาระดับอัตราเจริญพันธุ์ไม่ให้ต่�ำกว่าระดับท่ีเป็นอยู่
ปัจจุบัน สนับสนุนการกระจายตัว และส่งเสริมการต้ังถิ่นฐานของประชากรให้เหมาะสมสอดคล้องกับ
ศกั ยภาพ โอกาส และทรัพยากรธรรมชาตขิ องพ้ืนท่ี
(๒) พัฒนาคุณภาพคนไทยให้มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยพัฒนาคุณภาพ
คนไทยทกุ ชว่ งวยั สนบั สนนุ กระบวนการเรยี นรสู้ วู่ ฒั นธรรมการเกอ้ื กลู เสรมิ สรา้ งทกั ษะใหค้ นมกี ารเรยี นรู้
ต่อเน่ืองตลอดชีวติ การต่อยอดสู่นวตั กรรมความรู้การฝึกฝนจนเกิดความคิดสร้างสรรค์ การเปิดใจกว้าง
พรอ้ มรบั ทกุ ความคดิ เหน็ และการปลกู ฝงั จติ ใจทมี่ คี ณุ ธรรมมรี ะเบยี บวนิ ยั ควบคกู่ บั การพฒั นาคนดว้ ยการ
เรยี นรใู้ นศาสตรว์ ทิ ยาการใหส้ ามารถประกอบอาชพี ไดอ้ ยา่ งหลากหลายสอดคลอ้ ง กบั แนวโนม้ การจา้ งงาน
ในอนาคต การพฒั นาต่อยอดตามศักยภาพและความถนดั รวมทง้ั สร้างจติ ส�ำนึกของประชาชนให้มคี วาม
รับผิดชอบต่อสังคมโดยสร้างความตระหนักถึงการเคารพกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชนการสร้างค่านิยม
ใหม้ พี ฤตกิ รรมการผลติ และบรโิ ภคทรี่ บั ผดิ ชอบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม การสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ และจติ สำ� นกึ
ในการอนรุ กั ษ์พลงั งานเพอ่ื นำ� ไปสู่การสร้างสังคมน่าอยู่
(๓) สง่ เสรมิ การลดปจั จยั เสยี่ งดา้ นสขุ ภาพอยา่ งเปน็ องคร์ วม โดยสรา้ งเสรมิ สขุ ภาวะ
คนไทยใหม้ คี วามสมบรู ณแ์ ขง็ แรงทงั้ รา่ งกายและจติ ใจโดยการพฒั นาความรแู้ ละทกั ษะในการดแู ลสขุ ภาพ
ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และลดปัจจัยเส่ียงจากสภาพแวดล้อมท่ีมีผลต่อสุขภาพ รวมท้ังมุ่งสร้าง
กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะท่ีเอื้อต่อสุขภาพการใช้ประโยชน์จากยาสมุนไพร
เพื่อการป้องกันและการรักษาเบื้องต้น และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการส่ือสารสังคมเพื่อการ
สง่ เสรมิ สขุ ภาพเชงิ รกุ และพฒั นาระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ใหม้ คี ณุ ภาพอยา่ งทวั่ ถงึ โดยเฉพาะระบบบรกิ าร
ขนั้ พน้ื ฐานควบคกู่ บั การสง่ เสรมิ การแพทยท์ างเลอื ก การพฒั นาดา้ นเวชศาสตรผ์ สู้ งู อายุ การพฒั นาระบบ
ฐานข้อมลู สขุ ภาพของประเทศ การพฒั นาบคุ ลากรด้านสาธารณสขุ ให้เหมาะสมทง้ั การผลติ การกระจาย
ดา้ นสาธารณสขุ คา่ ตอบแทน และการอำ� นวยความสะดวกในชวี ติ ความเปน็ อยเู่ พอื่ เปน็ สง่ิ จงู ใจใหบ้ คุ ลากร
มีการกระจายที่เหมาะสม รวมทั้งการใช้มาตรการทางการเงินการคลังเพ่ือสุขภาพท่ีมีประสิทธิภาพและ
ยงั่ ยนื
(๔) ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้วยการ
สร้างกระแสสังคมให้การเรียนรู้เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนสร้างนิสัยใฝ่รู้ รักการอ่านต้ังแต่วัยเด็กและ

58

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงทางสงั คมวฒั นธรรม

ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ร่วมกนั ของคนต่างวยั ควบค่กู บั การส่งเสรมิ ให้องค์กรกลุ่มบคุ คล ชมุ ชน ประชาชนและ
สอื่ ทกุ ประเภทเปน็ แหลง่ เรยี นร้อู ยา่ งสรา้ งสรรคส์ อ่ื สารด้วยภาษาทเ่ี ข้าใจง่าย ส่งเสรมิ การศกึ ษาทางเลอื ก
ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรยี น สร้างปัจจัยสนับสนนุ ให้เกดิ การเรยี นรู้ตลอดชีวิต

(๕) เสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ ของสถาบนั ทางสงั คม สง่ เสรมิ ให้ทกุ ภาคสว่ นนำ� คา่ นยิ ม
และวฒั นธรรมท่ดี งี ามของไทย เปน็ ฐานในการพัฒนาคนและสงั คมโดยส่งเสรมิ ความเข้มแขง็ ของสถาบนั
หลกั ทางสังคม พฒั นาบทบาทของสถาบนั ทางสังคมให้เอื้อต่อการพฒั นาคน และสร้างค่านยิ มให้คนไทย
ภาคภมู ใิ จในวฒั นธรรมไทย ยอมรบั ความแตกตา่ งของความหลากหลายทางวฒั นธรรมเพอื่ ลดปญั หาความ
ขดั แยง้ ทางความคดิ สรา้ งความเปน็ เอกภาพในสงั คม ตลอดจนสรา้ งเครอื ขา่ ยความรว่ มมอื ทางวฒั นธรรม
ร่วมกบั ประชาคมโลก โดยเฉพาะประชาคมอาเซยี นเพอ่ื ให้เกดิ การไหลเวยี นทางวฒั นธรรมในรปู แบบการ
แลกเปลย่ี นเรยี นรู้เพ่อื ส่งเสรมิ ความเข้าใจระหว่างประชาชนในการเรยี นรู้ประวตั ิศาสตร์ วัฒนธรรม และ
การรบั รู้ข้อมลู ข่าวสารของกนั และกัน

๑.๓.๒ แผนแมบ่ ทวฒั นธรรมแหง่ ชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๙)
แผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๙) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบ
ทิศทางการดำ� เนนิ งานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ท่ใี ห้ความสำ� คญั กบั กระบวนการมีส่วนร่วมของ
ทุกภาคส่วนของสังคม เพอื่ ร่วมกันกำ� หนดทิศทางและยุทธศาสตร์การด�ำเนินงานด้านศาสนา ศลิ ปะ และ
วัฒนธรรม อันจะน�ำไปสู่เป้าหมายส�ำคัญคือ พัฒนาสังคมไทยให้เป็นนำ�้ หนึ่งใจเดียวกันท่ามกลางความ
หลากหลายทางวฒั นธรรม มคี วามรคู้ คู่ ณุ ธรรม สามารถดำ� รงภมู ปิ ญั ญาของสงั คมไทย ตลอดจนสามารถ
ปรบั เปลยี่ นวถิ ชี วี ติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและเทา่ ทนั กบั การเปลย่ี นแปลงของโลกปจั จบุ นั และอนาคต ซง่ึ สาระ
ส�ำคัญของแผนแม่บทวฒั นธรรมแห่งชาติ สรปุ ได้ดังน้ี
๑) วสิ ยั ทศั น์ ใชม้ ติ ทิ างศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรมในการขบั เคลอื่ นและประสานความ
ร่วมมือกับทกุ ภาคส่วนเพื่อสร้างสงั คมคณุ ธรรม
๒) พนั ธกจิ
(๑) อุปถัมภ์ คุ้มครองและส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ และความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างม่ันคง
(๒) สนองงานสาํ คญั ของสถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ ให้สบื ทอด และ
พฒั นาอย่างย่ังยนื
(๓) สร้างสรรค์สังคมสนั ติสขุ ด้วยมิตทิ างศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรมในทกุ ระดบั
(๔) ส่งเสรมิ ให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการดําเนินงานทางวัฒนธรรม
เพ่อื เชดิ ชูคณุ ค่าและจิตวญิ ญาณของความเป็นไทย
(๕) สรา้ งคณุ คา่ ทางสงั คม และสง่ เสรมิ มลู คา่ เพม่ิ ทางเศรษฐกจิ ดว้ ยทนุ ทางวฒั นธรรม
๓) เปา้ ประสงค์
พนั ธกิจระดับบุคคล
• คนไทยมคี วามรู้ ความเข้าใจงานด้านวฒั นธรรมและสามารถรกั ษาอตั ลกั ษณ์

ของตนบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม
59

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

• คนไทยรู้เท่าทันการเปล่ียนแปลงมีค่านิยมและปรับปรุงวิถีชีวิตได้อย่าง
เหมาะสมกบั บรบิ ทของชมุ ชนและสงั คม

• คนไทยมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและมีความเป็นน�้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ท่ามกลางความหลากหลายทางวฒั นธรรม

• คนไทยใช้คุณธรรมน�ำความรู้สร้างสรรค์สังคมให้เข้มแข็งและมัน่ คง

พันธกจิ ระดบั ชุมชน /สงั คม
• สงั คมเป็นสงั คมแห่งความสงบสุขมีความเออ้ื อาทรซึง่ กันและกัน
• สังคมไทยเป็นสังคมแห่งคุณธรรมมีเครือข่ายความร่วมมือและมีความ

สมัครสมานสามัคคีเป็นน�้ำหนึ่งใจเดียวกันท่ามกลางความหลากหลายทาง
วฒั นธรรม

พนั ธกิจระดบั ประเทศ
• ประเทศไทยสามารถเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปท่วั โลก และใช้วัฒนธรรมเป็น

ส่อื ในการสร้างความสมั พันธ์หรือแก้ไขปัญหาความขดั แย้งระหว่างประเทศ
• ประเทศไทยสามารถสร้างมลู ค่าเพ่มิ ทางเศรษฐกจิ และคุณค่าทางสังคมด้วย

ทนุ วฒั นธรรม

๔) ยุทธศาสตร ์
(๑) ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๑ พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรมประกอบ
ด้วย ๓ กลยุทธ์
(๒) ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๒ อนุรักษ์ สบื ทอด และส่งเสรมิ การดำ� เนินงานด้านศาสนา ศลิ ปะ
วฒั นธรรมบนพ้นื ฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย ๒ กลยุทธ์
(๓) ยทุ ธศาสตร์ที่ ๓ ธำ� รง รกั ษา สถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่
คู่สงั คมไทย ประกอบด้วย ๑ กลยุทธ์
(๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๔ สร้างสังคมคู่คุณธรรมในกระแสโลกาภิวัตน์ ประกอบด้วย ๔
กลยุทธ์
(๕) ยุทธศาสตร์ที่ ๕ สร้างภาคีขับเคล่ือนการด�ำเนินงานทางศาสนา ศิลปะ และ
วัฒนธรรม ประกอบด้วย ๑ กลยทุ ธ์
(๖) ยุทธศาสตร์ที่ ๖ น�ำทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพ่ิมทางเศรษฐกิจและคุณค่า
ทางสงั คม ประกอบด้วย ๒ กลยุทธ์

แผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ ถือเป็นแนวทางของแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครในทุกๆ
ยุทธศาสตร์

๑.๓.๓ แผนพัฒนากรงุ เทพมหานครระยะ ๑๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๖๓)
กรอบการพัฒนาภาคมหานครในอนาคตมีความจ�ำเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องพิจารณาทั้ง
ปัจจัยในแง่ของประเด็นการพัฒนาท่ีมีความหลากหลายและซับซ้อนข้ึน และในแง่ของเชิงพ้ืนท่ีที่จะต้อง
วางต�ำแหน่งในเชิงเศรษฐกิจของภาคมหานครที่สัมพันธ์กับทุกกรอบการพัฒนาเชิงพ้ืนท่ี ท้ังระดับโลก
ระดับอาเซยี น ระดบั ประเทศ ระดับภาคมหานครกับภาคกลางตอนล่าง ระดบั กรงุ เทพฯ ระดบั ส่วนหน่งึ
ของมหานคร ระดบั ย่าน และระดับชมุ ชน ดังนนั้ ในกรอบการวางแผนพัฒนากรงุ เทพฯ จึงต้องเปน็ กรอบ

60

ส่วนที่ ๑
วัฒนธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสังคมวฒั นธรรม

ของภาคมหานครซง่ึ ตอ้ งการความรว่ มมอื จากทกุ ภาคกี ารพฒั นา โดยมหี นว่ ยงานหลกั ๓ หนว่ ยงาน ไดแ้ ก่
ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมโยธาธิการและผังเมอื ง กระทรวง
มหาดไทย และสำ� นกั ผงั เมอื ง กรงุ เทพมหานคร โดยไดค้ าดการณส์ ถานการณข์ องกรงุ เทพฯ และไดก้ ำ� หนด
ลำ� ดบั ขั้นและทศิ ทางการพฒั นาไว้ดังน้ี (สำ� นักยทุ ธศาสตร์และประเมินผลกรงุ เทพมหานคร, ๒๕๕๒)

๑) ระยะ ๕ ปี กรุงเทพฯ จะเป็นมหานครท่ีมีแหล่งท่องเท่ียวทางด้านประวัติศาสตร์
วฒั นธรรม และโบราณสถานทไี่ ด้รบั การบรู ณะฟนื้ ฟู เปน็ มหานครสเี ขยี วทป่ี ลอดภยั จากนำ�้ ท่วม พร้อมทงั้
มรี ะบบคมนาคมขนสง่ ทสี่ ะดวกและเชอ่ื มโยงในระดบั ภมู ภิ าคเพอ่ื รองรบั การทป่ี ระเทศไทยจะเปน็ ศนู ยก์ ลาง
การทอ่ งเทย่ี วและการบรกิ ารทเี่ ชอ่ื มโยงกนั ในกลมุ่ อาเซยี น โดยกำ� หนดบทบาทใหเ้ ปน็ มหานครชนั้ นำ� ระดบั
โลกดา้ นการท่องเทยี่ ว และเปน็ มหานครชนั้ นำ� ดา้ นการคมนาคมขนสง่ ทางอากาศ การคา้ และบรกิ ารดา้ น
การสาธารณสุขและการแพทย์ในระดบั เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

๒) ระยะ ๑๕ ปี กรุงเทพมหานครจะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่ง
ระดับภูมิภาค เพื่อกระจายความเจริญของภาคมหานครไปสู่พ้ืนท่ีโดยรอบ และเป็นศูนย์กลางการให้
บริการด้านการสาธารณสุขและการแพทย์ พร้อมทั้งเป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมสะอาดปราศจากการ
ก่อให้เกดิ มลภาวะทางสงิ่ แวดล้อม ซง่ึ อยู่บนพื้นฐานการวิจยั และพัฒนา เพ่อื รองรบั การทป่ี ระเทศไทยจะ
เปน็ ประเทศอตุ สาหกรรมในอนาคต และเป็นศูนย์กลางด้านสขุ ภาพกรุงเทพมหานคร

๓) ระยะ ๓๐ ปี กรุงเทพมหานครจะเป็นพื้นที่ท่ีน่าอยู่ที่มีการเดินทางสะดวกสบาย
คล่องตัวและเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทุกระบบเข้าด้วยกันบนรากฐานการพัฒนาเมืองที่สมดุลโดย
ก�ำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครน่าอยู่และย่ังยืน (กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๖๓) มุ่งให้
กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียม เมืองช้ันน�ำมีส่ิงแวดล้อมที่ดี
และเปน็ มหานครน่าอยู่อย่างยงั่ ยืน

๔) ระยะ ๕๐ ปี กรงุ เทพมหานคร จะเปน็ พื้นทท่ี ม่ี ีการพัฒนาทสี่ มดุลและยง่ั ยืน น่าอยู่
อาศัย และมีศิลปวัฒนธรรมท่ีเป็นเอกลักษณ์ควรแก่การด�ำรงรักษาไว้ พร้อมทั้งมีความสะดวกในการ
คมนาคมขนส่ง เพ่ือการกระจายความเจริญไปสู่อนุภูมิภาคอย่างสมดุล โดยผ่านการเป็นศูนย์กลางการ
คมนาคมขนส่งและเป็นภาคที่มีเมืองซ่ึงมีความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมและมีส่ิงแวดล้อมท่ีดี ชุมชน
น่าอยู่ ประชาชนมคี ุณภาพชีวติ ทีด่ ที งั้ ร่างกายและจติ ใจ

จากลำ� ดบั ขั้นการพัฒนาทงั้ ๔ ช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้การพัฒนากรุงเทพฯ จะต้องใช้กรอบ
เชงิ พน้ื ทเ่ี ปน็ “ภาคมหานคร” เนอ่ื งจากประเดน็ การพฒั นาทป่ี ระกอบกนั ขน้ึ เปน็ ศนู ยก์ ลางของประเทศไทย
และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กระจายตัวกันอยู่ในพื้นที่ท่ีไม่ได้ผูกพันกับขอบเขตการปกครองของ
กรงุ เทพฯ แต่อย่างใด แต่เลอื กทตี่ งั้ ของกจิ กรรมต่างๆ ตามความเหมาะสมและประสทิ ธภิ าพเชงิ เศรษฐกจิ
ในภาคมหานครทีร่ วมจงั หวดั ปรมิ ณฑลเข้ามาด้วยเปน็ ส�ำคญั

กรุงเทพมหานครได้จัดท�ำยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพฯ โดยมีพ้ืนฐานมาจากการที่กรุงเทพฯ
และปริมณฑล มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมและกายภาพ รวมทั้งจ�ำนวน
ประชากรท่ีเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการจราจรติดขัดรวมทั้งปัญหาท่ี
เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ�ำวันก็มีแนวโน้มสูงข้ึนด้วย ดังน้ัน เพื่อให้การพัฒนากรุงเทพฯ และปริมณฑล มี
ทิศทางการพัฒนาไปในแนวทางเดียวกันและสามารถแข่งขันได้กับนานาประเทศ จึงจัดทำ� แนวทางการ
พัฒนาซ่งึ มีสาระสำ� คัญของยุทธศาสตร์และแผนปฏิบตั ริ าชการการพฒั นากรุงเทพฯ และปรมิ ณฑล ดงั นี้

61

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานแบบบูรณาการเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง
ภูมิภาค (strengthening infrastructure for regional mega-city) เปน็ ยุทธศาสตร์ท่ีมุ่งตอบสนองวิสยั ทัศน์
แหง่ ความเปน็ มหานครระดบั โลก (gateway) ในมติ ดิ า้ นโครงสรา้ งพน้ื ฐานทมี่ งุ่ เปน็ “ศนู ยก์ ลางของภมู ภิ าค
ด้านการขนส่งและการส่ือสาร” ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพ่ือให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลาง
ของภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ โดยทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ จดุ เชอื่ มโยงเพอื่ รวบรวมและกระจายวตั ถดุ บิ สนิ ค้า
กระแสเงิน บุคลากร และองค์ความรู้ระหว่างเมืองส�ำคัญต่างๆ ในโลกกับเมืองต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้โดยผ่านกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงสร้างพื้นฐานท่ีมีประสิทธิภาพเหมาะสมต่อการเป็น
ศนยู ์กลางของการขนส่งและการสอื่ สาร

ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ พัฒนาศักยภาพเมืองเพ่ือก้าวทันการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเป็น
มหานครแห่งการเรียนรู้ (developing strong economy and knowledge-based society) เปน็ ยุทธศาสตร์
ท่ีมุ่งตอบสนองวิสัยทัศน์แห่งการเป็นมหานครระดับโลก (gateway) ในมิติด้านสังคม วัฒนธรรม และ
เศรษฐกจิ โดยเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วทิ ยาการ ธรุ กจิ การเงิน การท่องเทีย่ ว และการบรกิ ารทเี่ ปน็
แหล่งการค้นคว้าและวิจัยเพ่ือสร้างองค์ความรู้ท่ีสอดคล้องกับบริบทในการพัฒนาและการใช้ทรัพยากร
ท้องถิ่น มาเป็นฐานในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจเพ่ือให้เกิดการพัฒนาอย่าง
ยง่ั ยนื ต่อไป

ยทุ ธศาสตร์ที่ ๓ พัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งส่งิ แวดล้อม (striving for
green Bangkok) เป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งตอบสนองวิสัยทัศน์แห่งการเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน
(green) ในการเป็นเมืองแห่งส่ิงแวดล้อมและวิสัยทัศน์แห่งการเป็นเมืองน่าอยู่ (good life) ในการเป็น
เมืองสวยงาม มีชีวิตชีวา และสะดวก มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
ให้บริการพื้นฐานต่างๆ ท่ีได้มาตรฐาน และเหมาะสมกับระดับรายได้ของแต่ละกลุ่มบุคคล โดยมีการ
กระจายบรกิ ารพนื้ ฐานอย่างทวั่ ถงึ และเปน็ ธรรม ทงั้ ในแง่ของการกระจายตวั ในเชงิ พนื้ ท่ี และประเภทของ
การให้บรกิ าร

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ พัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งคุณภาพชีวิตท่ีดีและมี
เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม (providing good quality of life in cultural mega-city) เปน็ ยุทธศาสตร์ทม่ี ุ่งตอบ
สนองวสิ ยั ทศั นแ์ ห่งการเปน็ เมอื งทม่ี กี ารพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื ในการเปน็ เมอื งแหง่ เอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรม
และการเปน็ เมอื งทมี่ วี ถิ ชี วี ติ พอเพยี งและวสิ ยั ทศั นแ์ หง่ การเปน็ ชมุ ชนนา่ อยู่ ในการเปน็ เมอื งทค่ี รอบครวั และ
ชุมชนอยู่ดมี สี ขุ ปลอดภัย และการเป็นเมืองท่ปี ระชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจด้วยการพัฒนาในแนวทาง
ที่จะส่งเสริมเอกลักษณ์ท้องถ่ิน ท้ังในบริบทระดับชุมชน ย่านเมืองภาค และประเทศ เพื่อเป็นจุดสร้าง
ภาพลักษณ์ท่ดี ีของประเทศ และเป็นต้นแบบแห่งการพฒั นามหานครในรูปแบบน่าอยู่ยั่งยนื

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ พัฒนาระบบบริหารจัดการเพ่ือเป็นต้นแบบด้านการบริหารมหานคร
(mastering best service and mega-city management) เปน็ ยทุ ธศาสตรท์ ม่ี งุ่ ตอบสนองมติ ดิ า้ นการบรกิ าร
ในทกุ วสิ ยั ทศั นด์ า้ น gateway ใหเ้ ปน็ ศนู ยก์ ลางของบรกิ ารมหานครเพอ่ื ประชาชนและการจดั การมหานคร
ด้าน Green ให้เปน็ เมอื งแห่งการบรหิ ารจดั การทด่ี แี ละด้าน good life ใหเ้ ปน็ เมอื งทมี่ กี ารพฒั นาทม่ี พี น้ื ฐาน
อยบู่ นการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ นซงึ่ เปน็ ภารกจิ หลกั ของกรงุ เทพมหานครในฐานะองคก์ รปกครองสว่ น
ท้องถ่ินท่ีท�ำหน้าที่บริหารจัดการกรุงเทพมหานครให้พัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสม และสอดคล้องกับ
กระแสการพฒั นาของโลก

62

ส่วนที่ ๑
วฒั นธรรมและการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมวฒั นธรรม

สำ� หรับยทุ ธศาสตร์ทเ่ี กีย่ วข้องกับแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๒ คอื ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๒
พฒั นาศกั ยภาพเมืองเพื่อก้าวทนั การแข่งขนั ทางเศรษฐกิจ และเป็นมหานครแห่งการเรียนรู้ (developing
strong economy and knowledge-based society) และยทุ ธศาสตร์ท่ี ๔ พฒั นากรุงเทพมหานครให้เป็น
มหานครแห่งคณุ ภาพชีวิตท่ดี ี และมเี อกลักษณ์ทางวัฒนธรรม (providing good quality of life in cultural
mega-city)

๑.๓.๔ วิสยั ทศั น์กรุงเทพมหานคร
“ใน ๒๐ ปขี า้ งหนา้ กรงุ เทพมหานครจะกา้ วขนึ้ เปน็ “มหานครแหง่ เอเชยี ” กรงุ เทพฯ จะเปน็
เมอื งหลวงของเอเชยี เปน็ พลงั สำ� คญั ในการขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ สงั คมในทวปี เอเชยี และในภมู ภิ าคอาเซยี น
คนทั่วโลกเม่ือนึกถึงทวีปเอเชียจะนึกถึงเมืองกรุงเทพฯ ในฐานะเป็นเมืองชั้นน�ำในด้านเศรษฐกิจ ภาค
บริการ ความปลอดภยั ความสวยงามสะดวกสบายน่าอยู่ และเปน็ มติ รต่อส่ิงแวดล้อม ในขณะเดียวกนั
เมอื งกรุงเทพฯ มีเอกลักษณ์เฉพาะในด้านความเรียบง่ายมเี สน่ห์และมีชีวิตชวี า”
วิสยั ทศั น์กรุงเทพฯ ๒๕๗๕ ที่เรยี กว่า “มหานครแห่งเอเชยี ” นนั้ มีทง้ั มุมกว้างและมุมลึก
ประกอบกนั ในมมุ กวา้ งนน้ั วสิ ยั ทศั นก์ รงุ เทพฯ ๒๕๗๕ ประกอบดว้ ยประเดน็ วสิ ยั ทศั น์ ๖ ดา้ น ๓๑ ประเดน็
ยุทธศาสตร์ และ ๑๕๕ มาตรการขับเคลือ่ นหลัก ดงั นี้
ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ มหานครปลอดภยั ประกอบด้วย ๖ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ และ ๕๒
มาตรการ
ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ มหานครสเี ขยี วสะดวกสบายประกอบด้วย ๔ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์
และ ๒๐ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ มหานครส�ำหรับทกุ คนประกอบด้วย ๕ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ และ
๑๔ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ มหานครกะทัดรัดประกอบด้วย ๒ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ และ ๑๒
มาตรการ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๕ มหานครแหง่ ประชาธปิ ไตยประกอบดว้ ย ๕ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ และ
๒๙ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ท่ี ๖ มหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้ประกอบด้วย ๙ ประเด็น
ยทุ ธศาสตร์ และ ๒๘ มาตรการ
โดยจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั กอ่ นหลงั ของวสิ ยั ทศั นแ์ ละมาตรการขบั เคลอ่ื นหลกั ออกเปน็ ๔
ระยะๆ ละ ๕ ปี คือช่วงที่ ๑ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๖๐ ช่วงท่ี ๒ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๕
ช่วงท่ี ๓ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ และช่วงที่ ๔ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕
ในชว่ ง ๕ ปแี รก เมอื งกรงุ เทพฯ จะเปน็ มหานครทปี่ ลอดภยั และมหานครแหง่ ประชาธปิ ไตย
ในช่วง ๑๐ ปีหลงั จากน้ี เมอื งกรุงเทพฯ จะก้าวขนึ้ สู่การเป็นมหานครท่ีมีความสะดวกสบายประหยัดและ
เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม และเป็นมหานครส�ำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวกรุงเทพฯ หรือผู้มาเยือน และ
ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐี หรือคนยากคนจนผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น ในช่วง ๑๕ ปี หลังจากน้ีเมอื งกรุงเทพฯ
จะปรบั ตวั ในเชงิ โครงสรา้ งทางกายภาพของเมอื งจากเมอื งทม่ี ศี นู ยก์ ลางเดยี่ วไปเปน็ กลมุ่ เมอื งหลายๆ เมอื ง
กระจายตัวออกไปท้ังในพ้ืนที่กรุงเทพมหานครในปัจจุบันและเมืองรอบๆ กรุงเทพมหานคร เช่ือมต่อกัน
เปน็ โครงขา่ ยเมอื งโดยระบบขนสง่ มวลชนทปี่ ระหยดั และมปี ระสทิ ธภิ าพ ในขณะทพ่ี น้ื ทใ่ี จกลางเมอื งจะถกู

63

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

จ�ำกัดการขยายตวั และในช่วง ๒๐ ปีข้างหน้าน้ี เมืองกรงุ เทพฯ จะเปน็ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา
เรียนรู้ การลงทนุ การขนส่ง การค้า วฒั นธรรม ฯลฯ ของภูมิภาคอาเซียนและของทวีปเอเชยี

ยทุ ธศาสตร์ทเ่ี กีย่ วข้องกับแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครมากท่ีสุดคอื ยุทธศาสตร์ที่ ๓
มหานครสำ� หรับทุกคน ประกอบด้วย ๕ ประเด็นยทุ ธศาสตร์ และยุทธศาสตร์ท่ี ๖ มหานครแห่งเศรษฐกิจ
และการเรยี นรู้ประกอบด้วย ๙ ประเด็นยุทธศาสตร์ ดงั นี้

ยทุ ธศาสตร์ที่ ๓ มหานครสำ� หรบั ทุกคนประกอบด้วย ๕ ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ
(๑) ส่ิงอำ� นวยความสะดวกและสวสั ดิการให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส
(๒) เมอื งแห่งโอกาสทางเศรษฐกจิ
(๓) การศกึ ษาสำ� หรบั ทกุ คน
(๔) สังคมพหุวัฒนธรรม
ยุทธศาสตร์ที่ ๖ มหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้ประกอบด้วย ๙ ประเด็น
ยทุ ธศาสตร์ คอื
(๑) ศูนย์กลางด้านการเกษตรอุตสาหกรรมและบริการสีเขียว (เป็นมิตรต่อ
ส่ิงแวดล้อม)
(๒) ศนู ย์กลางการค้าการเงนิ และการลงทุน
(๓) ศนู ย์กลางทางการแพทย์และการท่องเทย่ี วเชิงการแพทย์
(๔) ศนู ย์กลางทางการท่องเทีย่ วเชงิ นิเวศและวัฒนธรรม
(๕) ศูนย์กลางธุรกจิ ตามฐานนวัตกรรม-วัฒนธรรม (ออกแบบแฟชั่นเคร่อื งประดับ,
อาหาร)
(๖) ศนู ยก์ ลางการจดั ประชมุ นทิ รรศการและศนู ยร์ วมการจดั ตงั้ สำ� นกั งานของภมู ภิ าค
(๗) อาเซียนศึกษา
(๘) ศนู ย์กลางทางการศกึ ษาและการวจิ ยั
(๙) ศนู ย์กลางการคมนาคมขนส่ง
จากการศกึ ษาถงึ ความหมาย แนวคดิ ทฤษฎตี ่างๆ ทีเ่ ก่ยี วกบั วัฒนธรรม การเปลีย่ นแปลง การ
จัดการทางวัฒนธรรม ตลอดจนผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมเมือง จะเห็นได้ว่างาน
วัฒนธรรมเป็นเรื่องใหญ่ มีความละเอียดอ่อน สามารถเปล่ียนแปลงไปตามบริบทและเหตุปัจจัยต่างๆ
ตลอดมา ตั้งแต่อดีตถงึ ปจั จุบัน ฉะนนั้ จงึ มคี วามจ�ำเปน็ ทกี่ รุงเทพมหานครต้องมีแผนวฒั นธรรมไว้รองรบั
ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรมทจี่ ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต รายละเอยี ดดงั กลา่ วขา้ งตน้ จะนำ�
ไปใชป้ ระโยชน์ เปน็ ฐานคดิ ในการจดั ทำ� แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒)
ต่อไป

64

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดลอ้ มในการ
ขบั เคลื่อนงานวัฒนธรรมของ

กรุงเทพมหานคร

สว่ นที่ ๒
สถานการณ์แวดลอ้ มในการขับเคลอื่ นงานวัฒนธรรมของ

กรงุ เทพมหานคร

การศกึ ษาสถานการณแ์ วดลอ้ มในการขบั เคลอ่ื นงานวฒั นธรรม เปน็ หวั ใจสำ� คญั ประการหนงึ่ ของ
การจดั ทำ� แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร เพอ่ื ประมวลใหเ้ หน็ ถงึ บรบิ ททเี่ กย่ี วขอ้ งกบั วฒั นธรรมกรงุ เทพฯ
ในมิติต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อการก�ำหนดวิสัยทัศน์ ค่านิยมร่วม ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ของแผนวัฒนธรรม
กรุงเทพมหานคร ฉบับท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยท่ีปรึกษาได้ด�ำเนินการวิจัยเอกสาร ค้นหาวัฒนธรรมท่ี
โดดเด่น ยังมบี ทบาท และเปน็ วัฒนธรรมท่ีชาวกรุงเทพมหานครมคี วามภูมใิ จ จากพ้นื ท่ีทั้ง ๕๐ เขตของ
กรงุ เทพมหานคร และการสมั ภาษณ์ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครระดบั ต่างๆ

การน�ำเสนอสถานการณ์แวดล้อมในการขับเคล่ือนงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร ได้แบ่ง
เน้ือหาออกเป็น ๒ ส่วน คือ สถานการณ์แวดล้อมภายนอก และสถานการณ์แวดล้อมภายใน ซ่ึงมี
รายละเอยี ด ดังนี้

๒.๑ สถานการณ์แวดล้อมในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร :
สถานการณ์แวดลอ้ มภายนอกองคก์ ร กรุงเทพมหานคร

ในการอธิบายสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีส่วนในการก�ำหนดแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
ได้ใช้แนวคิด PEST analysis (Collins, R.J, 1997) เป็นเคร่ืองมือในการวิเคราะห์แนวโน้มด้านวัฒนธรรม
ของกรุงเทพมหานคร และวิเคราะห์ภาพรวมของการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครใน
อนาคต โดยอาศยั ขอ้ มลู การเปลย่ี นแปลงของปจั จยั ภายนอกต่างๆ ทไ่ี ม่สามารถควบคมุ ได้ ๔ ปจั จยั ได้แก่
๑) P – Politic หมายถึงปัจจัยทางนโยบายและการเมืองท่ีมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพของรัฐบาลและ
นโยบายของรฐั ในชว่ งเวลานนั้ ๆ ๒) E – Economic หมายถงึ ปจั จยั ทางเศรษฐกจิ มผี ลตอ่ การดำ� เนนิ ชวี ติ ทาง
ดา้ นตา่ งๆ เปน็ พลงั ขบั เคลอ่ื นสำ� คญั ทส่ี ง่ ผลตอ่ การพฒั นาทงั้ ในทางการเมอื ง สงั คม และวฒั นธรรมของผคู้ น
ภายในประเทศ ๓) S – Social ปจั จัยทางสังคม หมายถงึ ปจั จยั ทุกๆ อย่าง ทเ่ี ก่ียวข้องกบั สภาพแวดล้อม
สภาพสังคม วฒั นธรรม และชวี ิตความเปน็ อยู่ของคนพน้ื ท่ีนนั้ ๆ เพราะวถิ ีชีวิตของคนในแต่ละชุมชนนัน้ มี
ความแตกต่างกนั ออกไป ๔) T-Technological เป็นการวิเคราะห์สภาพการเปล่ยี นแปลงด้านเทคโนโลยีท่ี
จะมีผลต่อการดำ� เนินงาน เช่น การผลติ คดิ ค้นเทคโนโลยีต่างๆ ความรู้และวทิ ยาการแขนงต่างๆ การใช้
66

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

เทคโนโลยเี พอ่ื การสอ่ื สาร การแลกเปลย่ี นความรรู้ ะหวา่ งองคก์ ร และความกา้ วหนา้ ในการวจิ ยั และพฒั นา
ในสาขาท่ีเก่ียวข้อง ทง้ั น้ี ทีป่ รึกษาได้ศกึ ษาข้อมูลทง้ั ๔ ด้านข้างต้น และน�ำเสนอเปน็ ประเด็นต่างๆ ดังนี้

๒.๑.๑ โลกาภิวัตนก์ ับความเปลย่ี นแปลงในสังคมโลกและประเทศไทย
สถานการณ์แวดล้อมทางการเมือง นับว่าเป็นปัจจัยส�ำคัญประการหนึ่งท่ีส่งผลต่อการ
ดำ� เนนิ งานดา้ นวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ทง้ั ตอ่ การบรหิ ารงานและการทำ� งานของเจา้ หนา้ ทผี่ ปู้ ฏบิ ตั ิ
งานด้านวฒั นธรรมในชุมชน โดยมีผลกระทบมาจากกระแสโลกาภวิ ตั น์ ส่งผลต่อการเมืองในระดับชาติสู่
การเมืองในระดับท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร ดงั น้ี
๑) โลกาภวิ ตั น์มีผลต่อค่านยิ มโลก
ในสภาวการณ์ปัจจุบันในยุคโลกาภิวัตน์หรือยุคโลกไร้พรมแดนท่ีเหตุการณ์ต่างๆ มีความ
เชื่อมโยงและสัมพันธ์ซ่ึงกันและกัน และส่งผลกระทบไปทุกแห่งท่ัวโลก ไม่สามารถท่ีจะหลีกพ้นได้ ท้ังนี้
เพราะสงั คมโลกมคี วามเชอ่ื มโยงและเกยี่ วพนั กนั ไปหมด การกระทำ� อกี ทห่ี นงึ่ อาจสง่ ผลกระทบไปอกี ทห่ี นงึ่
หรอื ลกุ ลามไปทว่ั โลกไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และหนง่ึ ในผลกระทบทสี่ ำ� คญั คอื ดา้ นคา่ นยิ ม (value) โดยโลกาภวิ ตั น์
ได้สร้างค่านิยมผ่านทางข้อมลู ข่าวสารทสี่ ามารถแบ่งออกได้เป็น ๓ ลักษณะ ดงั น้ี (http://www.oknation.
net/blog/print.php?id=318929)
(๑) คา่ นยิ มทางการเมอื ง ทกุ ประเทศในโลกตอ้ งเปน็ แนวประชาธปิ ไตยแบบตะวนั ตก
ซงึ่ ประเทศตา่ งๆ จะตอ้ งมรี ปู แบบการเมอื งการปกครองในแบบเดยี วกนั โดยไมส่ นใจตอ่ ความพรอ้ มหรอื วถิ ี
ชวี ติ ของคนในประเทศเหลา่ นน้ั ซง่ึ การเมอื งในระบบประชาธปิ ไตยทถ่ี กู ครอบงำ� ผา่ นทางขอ้ มลู ขา่ วสารจาก
โลกตะวันตก จะท�ำให้ประชาชนมีค่านิยมท่ีจะเลือกผู้น�ำท่ีมีแนวความคิดแบบการค้าเสรีหรือเป็นนายทุน
เศรษฐกิจแบบตะวนั ตกไปเป็นรฐั บาล ซ่งึ จะนำ� ไปสู่การแก้ไขกฎเกณฑ์ กฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้บรษิ ทั
ข้ามชาติสามารถเข้ามาแข่งขันกับธุรกิจท้องถิ่นซึ่งมีความอ่อนแอกว่า ส่งผลให้มีการพ่ึงพาโลกตะวันตก
มากข้นึ
(๒) คา่ นยิ มทางเศรษฐกจิ โลกจะมกี ารซอื้ ขายแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และบรกิ าร มกี ารแบง่
งานกันทำ� (division of labour) โดยถือหลักการว่าทไ่ี หนถูกก็ผลติ หรอื ซื้อท่ีนน่ั ต่างฝ่ายจะใช้มาตรการทาง
ภาษีให้มนี ้อยทีส่ ุด โลกตะวันตกจะมกี ารปกป้องธุรกจิ ทไ่ี ม่สามารถแข่งขนั กนั ได้ในรปู แบบของการกดี กัน
ทางการค้า ในแบบทเ่ี รียกว่า NTB (non tariff barrier) การค้าของโลกจะตกอยู่ภายใต้กตกิ าการค้าโลก
(World Trade Organization - WTO) ท่ีโลกตะวนั ตกไม่ก่ีประเทศเปน็ ผู้บงการ และข้อตกลงในลักษณะที่
เป็นทวิภาคี ได้แก่ ท่มี าในรปู แบบของเขตการค้าเสรี (free trade area - FTA) ซ่ึงหาก WTO ไม่สามารถ
เออ้ื ประโยชน์ กจ็ ะมกี ารทำ� ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื ในระดบั ภมู ภิ าค เชน่ ASEAN (ประชาคมอาเซยี น) NAFTA
(ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนอื ) APEC (ความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ เอเชยี - แปซิฟิก) เป็นต้น เพราะ
การค้าเสรขี องโลกาภิวตั น์นั้น เป็นความเสรีบนความไม่เท่าเทยี มกัน จงึ ไม่ใช่ความยตุ ธิ รรมทางการค้า
(๓) ค่านิยมทางสังคม เป็นการครอบง�ำทางสังคมวัฒนธรรมโดยผ่านทางข้อมูล
ข่าวสาร ท�ำให้การค้าของโลกเข้าไปเกี่ยวข้องกับเร่ืองสิทธิมนุษยชน (human right) การบริโภคนิยม
(consumerism) การนยิ มวตั ถุ (materialism) รวมถงึ อนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม (environment) ซงึ่ จะอนรุ กั ษเ์ ฉพาะ
ในสงิ่ ทป่ี ระเทศด้อยพัฒนาไม่พร้อม แต่โลกตะวนั ตกพร้อม

67

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

๒) โลกาภิวตั น์มผี ลกระทบต่อประเทศไทย
การหลง่ั ไหลของกระแสโลกาภวิ ตั นท์ เี่ ขา้ มาสสู่ งั คมไทย ในชว่ งทศวรรษทผ่ี า่ นมานนั้ กอ่ ให้
เกดิ ผลกระทบทสี่ ำ� คญั หลายดา้ น โดยเฉพาะในดา้ นตอ่ ไปน้ี (สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ
และสังคมแห่งชาต,ิ ๒๕๕๓)
(๑) การรวมกลมุ่ ของประเทศตา่ งๆ การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ มมี ากขน้ึ โดยเฉพาะใน
ทวปี เอเชยี เพอื่ สง่ เสรมิ การคา้ ใหส้ ทิ ธพิ เิ ศษระหวา่ งประเทศภายในกลมุ่ ทำ� ใหส้ ามารถตอ่ รองกบั ประเทศ
นอกกลุ่มได้มากข้ึน การรวมกลุ่มท่ีส�ำคัญในช่วงทศวรรษ ๒๐๑๐ ได้แก่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี
พ.ศ. ๒๕๕๘ อาเซียนกับจนี ญ่ปี ุ่น และอินเดยี (ASEAN+3) ซงึ่ มเี ศรษฐกิจท่เี ตบิ โตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้
ประเทศในกล่มุ อาเซยี นเชอื่ มโยงกนั ได้อย่างเสรี ทงั้ ในด้านการเดนิ ทางของประชาชน การค้า การเงนิ การ
ลงทุน และแรงงาน
(๒) เกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านรายได้ระหว่างภาคการพัฒนา ภาคพื้นที่
และชุมชนอย่างไม่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้เกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้ระหว่างภาค
กรงุ เทพมหานครและภาคกลางยงั คงเปน็ แหลง่ จา้ งงานหลกั และมบี ทบาทสำ� คญั ตอ่ เศรษฐกจิ ของประเทศ
ขณะทคี่ นจนกระจกุ ตวั อยใู่ นภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาคเหนอื คนชนบทในทกุ ภาคเปลย่ี นไปใชช้ วี ติ
ท่ีคล้ายคลึงกับคนเมืองอย่างรวดเร็ว แต่การกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากเมืองใหญ่สู่กลุ่มเมือง
ขนาดกลางมีน้อย การกระจายอ�ำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความล่าช้า เนื่องจากขาดการ
เตรยี มความพรอ้ มทดี่ ี ขณะทชี่ มุ ชนมสี ่วนร่วมพฒั นาประเทศในรปู แบบต่างๆ เพม่ิ ขน้ึ เกดิ เครอื ขา่ ยการพงึ่
ตนเองในหลายพื้นท่ี แต่เศรษฐกิจชุมชนไม่เข้มแข็ง และมีการย้ายถ่ินของแรงงานจากชนบทสู่เมืองอย่าง
ต่อเน่อื ง
นอกจากนั้น ยังส่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะด้านสังคม การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ท�ำให้
โครงสร้างประชากรวัยสูงอายุเพิ่มข้ึน วัยเด็กและวัยแรงงานลดลง คนไทยได้รับการพัฒนาศักยภาพทุก
ช่วงวยั แต่มปี ญั หาคณุ ภาพการศึกษาและระดบั สติปัญญาของเดก็ พฤติกรรมเสย่ี งต่อสุขภาพ และผลิต
แรงงานคุณภาพต�่ำ ประชาชนได้รับการคุ้มครองทางสังคมเพ่ิมขึ้นและมีการจัดสวัสดิการทางสังคมใน
หลายรปู แบบ แตก่ ลมุ่ ผดู้ อ้ ยโอกาสยงั ไมส่ ามารถเขา้ ถงึ บรกิ ารทางสงั คมไดอ้ ยา่ งทว่ั ถงึ ความเหลอื่ มล�้ำทาง
รายได้ของประชากรและโอกาสการเข้าถงึ ทรพั ยากรเปน็ ปัญหาการพฒั นาประเทศ
ความเสื่อมถอยด้านคุณธรรมและจริยธรรม การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมท่ีหลากหลาย
รวมถงึ การเผชญิ ปญั หาการแพรร่ ะบาดของยาเสพตดิ และการเพม่ิ ขนึ้ ของการพนนั โดยเฉพาะในกลมุ่ เดก็
และเยาวชน แตค่ นไทยตน่ื ตวั ทางการเมอื ง และใหค้ วามสาํ คญั กบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและธรรมาภบิ าล
มากขึน้
(๓) ความเสย่ี งดา้ นการบรหิ ารภาครฐั กลา่ วคอื การบรหิ ารภาครฐั ออ่ นแอ การดำ� เนนิ
งานของภาครัฐมีข้อบกพร่องทำ� ให้ขาดความน่าเชือ่ ถือต่อกลไกของภาครฐั อาทิ เจ้าหน้าที่รัฐย่อหย่อนใน
การปฏิบัตติ ามหน้าท่ี การบังคับใช้กฎหมายไม่จรงิ จงั การดำ� เนินงานไม่โปร่งใส เกิดการทุจริตประพฤติ
มิชอบ น�ำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันและขาดความเป็นธรรมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ส่ง
ผลกระทบต่อความเชอ่ื ถือของต่างชาติทีม่ ีต่อประเทศไทย

68

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

(๔) ค่านยิ มท่ีดงี ามของไทยเส่ือมถอย ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ และกระแส
โลกาภิวัตน์ มีผลกระทบต่อวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมท่ีเป็นฐานรากของความมั่นคงทางสังคม ส่งผล
ให้สังคมไทยยกย่องวัตถุมากกว่าจิตใจ วิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลง ทั้งการด�ำรงชีวิตประจ�ำวัน
การใช้ชีวิตและความสัมพันธ์กับผู้อื่น มุ่งแต่หารายได้เพื่อสนองความต้องการของตนเอง การช่วยเหลือ
เกอ้ื กลู กนั ลดลง ความมนี า้ํ ใจไมตรนี อ้ ยลง ตา่ งแกง่ แยง่ เอารดั เอาเปรยี บกนั ทำ� ใหค้ นไทยขาดความสามคั คี
ไม่เคารพสิทธิผู้อนื่ และยึดถอื ประโยชน์ส่วนรวมน้อยลง

๒.๑.๒ เศรษฐกิจโลก เศรษฐกจิ อาเซยี น และเศรษฐกจิ ไทย
๑) สถานการณ์ด้านเศรษฐกจิ
เม่อื พิจารณาจากประวตั ศิ าสตร์การพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศไทย จะพบว่าการปรบั
เปลี่ยนท่ีส�ำคัญมักเกิดจากอิทธิพลจากกระแสโลกมากกว่าภายใน เช่น ในยุคที่น้ํามันมีราคาแพงข้ึนและ
ประเทศไทยต้องการน้ํามัน จึงต้องเน้นการผลิตเพื่อส่งออกแทนการผลิตเพื่อทดแทนการน�ำเข้า เพื่อน�ำ
เงินมาซื้อนา้ํ มัน การเปิดเสรที างการเงินและวกิ ฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ท�ำให้ตลาดทนุ และตลาดเงิน
ของไทยปรับตัวเข้มแขง็ ขน้ึ ในการจัดแผนพัฒนาฯ ฉบบั ที่ ๑๑ กไ็ ด้มกี ารระดมความเหน็ เพอื่ เตรียมรับมือ
ต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของโลกที่จะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยอย่างรอบด้าน
อาทิ กระแสโลกร้อนและความเปล่ยี นแปลงของภูมอิ ากาศ การเข้าสู่สงั คมผู้สูงอายุ วิกฤตเศรษฐกจิ โลก
จากปัญหาหน้ีด้อยคุณภาพ (sub-prime) การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกมาทางเอเชีย และแนวคิดเรื่อง
ภมู ิภาคนยิ ม (อธพิ งศ์ หริ ัญเรอื งโชค, ตฤตณัย นพคณุ และณจั ยา หนุนภกั ด,ี ๒๕๕๖)
ขณะที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจยังมีความเส่ียง เน่ืองจากไม่สามารถรองรับการเจริญเติบโต
อย่างยั่งยืน เศรษฐกิจไทยมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยแวดล้อมโลกที่
เปลย่ี นแปลงไป การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ ขนึ้ อยกู่ บั ปจั จยั การผลติ ดง้ั เดมิ โดยเฉพาะทนุ และแรงงานราคา
ถกู เป็นอปุ สรรคต่อการเพ่มิ ความสามารถในการแข่งขนั ในตลาดโลก ขณะท่กี ารพฒั นาเศรษฐกิจไทยใน
ระยะทผี่ ่านมาพึ่งภาคการส่งออกและการลงทนุ เป็นหลกั ผลตอบแทนแรงงานในภาคเกษตรมสี ดั ส่วนต�่ำ
เมอ่ื เทยี บกบั นอกภาคเกษตร เกษตรกรยงั ประสบความยากจนและมปี ญั หาหนสี้ นิ ความตอ้ งการใชพ้ ลงั งาน
ของไทยมแี นวโน้มสงู ขึ้น มกี ารพงึ่ พงิ การน�ำเข้าพลังงานจากต่างประเทศจ�ำนวนมาก
ดังนั้น ประเทศไทยจึงจ�ำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายด้านเพื่อปรับตัวเข้ากับการ
เปล่ยี นแปลงด้านเศรษฐกจิ ท่ีก�ำลังเกิดขึน้ อาทิ การปรับตวั เข้าสู่เศรษฐกจิ โลกแบบหลายศนู ย์กลาง การ
เข้ามามบี ทบาทและความส�ำคัญของภมู ภิ าคเอเชยี โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ฮ่องกง
เกาหลี สงิ คโปร์ ไต้หวนั และกลุ่มประเทศอาเซยี นที่กลายเปน็ ศนู ย์กลางการผลิตสินค้าอตุ สาหกรรมโลก
นโยบายการเปิดประเทศของจีน รสั เซยี บราซิล และอนิ เดีย การเพม่ิ ขึน้ ของชนช้นั กลางในภูมิภาคเอเชยี
ทมี่ ผี ลต่อการเพมิ่ กาํ ลงั ซอื้ ในตลาดโลก รวมทง้ั การรวมกล่มุ ในภมู ภิ าคเอเชยี ภายใต้กรอบการค้าเสรขี อง
อาเซยี นกบั จีน ญี่ปุ่น และอนิ เดีย และการเป็นประชาคมอาเซยี นในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และกรอบความร่วม
มืออนื่ ๆ อาทิ กรอบความร่วมมอื เอเชยี – แปซฟิ ิก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้น ล้วนส่งผลกระทบต่อ
ระบบเศรษฐกิจของไทยท่ีเป็นระบบการค้าระหว่างประเทศ มีบทบาทส�ำคัญในฐานะกลไกในการพัฒนา
และน�ำความเจรญิ รุ่งเรืองมาสู่ประเทศ รวมทัง้ มสี ่วนส�ำคญั ในการผลักดนั ให้เศรษฐกิจของประเทศขยาย

69

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตวั อย่างรวดเรว็ ระบบเศรษฐกจิ ของไทยจงึ พง่ึ พาการส่งออกเปน็ หลกั โดยมมี ลู คา่ การสง่ ออกคดิ เปน็ สอง
ในสามของผลติ ภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) (สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม
แห่งชาติ, ๒๕๕๖)

ส�ำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รายงานว่าสภาวะด้านเศรษฐกจิ
ของไทยในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๗ มีอตั ราการขยายตวั และเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ อยู่ในเกณฑ์
ดี ภาคอตุ สาหกรรมเปน็ ภาคการผลติ ท่ีมีบทบาทสูง โดยมีภาคการเกษตรเปน็ แหล่งสร้างรายได้หลกั ของ
ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และเป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพ่ิมของภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการมี
บทบาทสําคัญในการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้แก่เศรษฐกิจ ขณะท่ีการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศกับ
ตา่ งประเทศทาํ ใหเ้ กดิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ โดยเฉพาะดา้ นการคา้ และการลงทนุ สาํ หรบั
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังคงมีบทบาทสําคัญต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจไทย
(ส�ำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ, ๒๕๕๒)

ภาวะเศรษฐกิจโลกท่ีตกต�่ำสืบเนื่องมาจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือวิกฤตสินเชื่อซับไพร์ม ท่ี
เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของยุโรป ถือเป็น
วกิ ฤตเศรษฐกจิ ครง้ั ทรี่ า้ ยแรงมากทสี่ ดุ ตงั้ แตเ่ กดิ วกิ ฤตเศรษฐกจิ ตกต่�ำทว่ั โลกในชว่ งทศวรรษ ๒๔๗๐ และ
เน่ืองจากขนาดเศรษฐกิจของสหรฐั อเมรกิ าและประเทศในกลุ่มยโู ร (Euro zone) วดั ด้วยมลู ค่าผลติ ภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ รวมกนั มมี ลู คา่ ประมาณรอ้ ยละ ๔๗ ของ GDP ของโลก ดงั นนั้ เมอ่ื ภาวะเศรษฐกจิ
ของท้ังสองกลุ่มน้ีตกต่�ำ ก็จะฉุดให้เศรษฐกิจของโลกตกต�่ำตามไปด้วย วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์น้ีได้ส่ง
ผลกระทบต่อประเทศไทยใน ๒ ด้าน ด้านท่ี ๑ คอื ด้านการเงินซ่งึ เกิดผลกระทบทนั ทใี นระยะสัน้ แต่ส่ง
ผลกระทบไมม่ ากนกั เมอ่ื เทยี บกบั ผลกระทบดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว ทงั้ นเ้ี พราะประเทศไทยเชอื่ มโยงทางการเงนิ
กบั ประเทศสหรฐั อเมรกิ าคอ่ นขา้ งนอ้ ย โดยประเทศไทยมรี ะดบั การพง่ึ พาตลาดสหรฐั อเมรกิ าลดลงเรอ่ื ยๆ
จากประมาณร้อยละ ๒๐ เหลือประมาณร้อยละ ๑๒ ดังนนั้ ผลกระทบทางตรงจึงไม่มากเหมอื นในอดตี
อย่างไรก็ตาม ถ้านําตลาดส่งออกของประเทศญ่ีปุ่นและสหภาพยุโรปมารวมด้วย พบว่าสัดส่วนตลาด
ท้ังสามมีเกือบร้อยละ ๖๐ ของยอดส่งออกรวม และเป็นตลาดใหญ่ของประเทศอาเซียน (ถวิล นิลใบ,
๒๕๕๗) ส่งผลให้การส่งออกของประเทศอาเซียนหดตัวตาม รวมท้ังการส่งสินค้าออกของประเทศไทย
ไปยังตลาดอาเซยี น ทัง้ สินค้าสําเร็จรปู และวัตถดุ ิบกไ็ ด้รบั ผลกระทบตามไปด้วย

ผลกระทบด้านท่ี ๒ คอื ด้านการค้าและการท่องเท่ียว ภาคการท่องเท่ยี วถือว่ามคี วามสําคัญต่อ
เศรษฐกจิ ไทยอยา่ งมากในชว่ งทผ่ี า่ นมา โดยมสี ดั สว่ นในผลติ ภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศประมาณรอ้ ยละ
๑๐ และคดิ เปน็ สดั สว่ นประมาณรอ้ ยละ ๕๐ ของมลู คา่ การสง่ ออกภาคบรกิ าร (export of service) โดยในปี
พ.ศ. ๒๕๕๖ ประเทศไทยมรี ายได้จากการท่องเทย่ี วจาํ นวน ๑.๑๓ ล้านล้านบาท (ฐานเศรษฐกจิ , ๒๕๕๗)

ผลการประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการ
พัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ (๒๕๕๗) พบว่า ผลิตภณั ฑ์มวลรวมในประเทศในไตรมาสแรกของปี
พ.ศ. ๒๕๕๗ ตดิ ลบรอ้ ยละ ๐.๖ เมอื่ เทยี บกบั ไตรมาสเดยี วกนั ของปที แี่ ลว้ เศรษฐกจิ ทตี่ ดิ ลบในไตรมาสแรก
มสี าเหตสุ ำ� คญั มาจากการลดลงของอปุ สงค์ภาคเอกชนภายในประเทศเปน็ ส่วนใหญ่ ส่วนปจั จยั สนบั สนนุ
ที่ท�ำให้เศรษฐกิจไม่ลดลงไปมากคือ การใช้จ่ายภาครัฐที่ยังคงมีการเบิกจ่ายเม็ดเงินงบประมาณของท้ัง
ส่วนราชการและรัฐวสิ าหกจิ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการส่งออกเรม่ิ ขยายตัว อย่างไรกด็ ี
ยังเป็นการฟื้นตัวท่ีช้าและไม่เพียงพอท่ีจะชดเชยให้เศรษฐกิจโดยรวมให้ขยายตัวได้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ
70

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

จีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัว
ต�่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในส่วนของการท่องเที่ยวพบว่า นักท่องเที่ยวมีจ�ำนวนลดลงเน่ืองจากผลกระทบ
จากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศและมาตรการเพ่มิ คุณภาพนกั ท่องเทย่ี วของจนี (ฐานเศรษฐกิจ,
๒๕๕๗)

ภายใตส้ ถานการณด์ งั กลา่ ว สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตจิ งึ คาดวา่
เศรษฐกิจไทยท้งั ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มแี นวโน้มขยายตวั เพยี งร้อยละ ๑.๕ - ๒.๕ ต�ำ่ กว่าการขยายตัวร้อยละ
๓.๐ – ๔.๐ ที่คาดการณ์ไว้เม่อื วันที่ ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๗ เหตุผลหลักท่ีปรับประมาณต�ำ่ กว่าเดมิ คือ

(๑) ปัญหาทางการเมืองที่ยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ จากการเกิดวิกฤตการณ์การเมือง
ไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗ เป็นวิกฤตการณ์การเมืองทเี่ กดิ จากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลต้งั แต่เดือน
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึงพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นข้อจำ� กัดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึง่ จะ
ส่งผลให้การจดั ต้งั รัฐบาลมีแนวโน้มล่าช้าออกไป และเปน็ ข้อจำ� กดั ต่อการด�ำเนนิ มาตรการเพอื่ ขับเคลอื่ น
เศรษฐกิจ การเบกิ จ่ายงบประมาณ และการจัดเตรยี มงบประมาณประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ขณะเดียวกันก็
สง่ ผลกระทบตอ่ ความเชอ่ื มนั่ ผบู้ รโิ ภคและภาคธรุ กจิ ทำ� ใหร้ ะมดั ระวงั ในการใชจ้ า่ ยและการลงทนุ ประกอบ
กับมผี ลกระทบมาจากการที่ฐานรายได้และเศรษฐกิจโดยภาพรวมชะลอตวั มาอย่างต่อเนือ่ ง

(๒) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศท่ีพัฒนาแล้ว
แต่เศรษฐกิจอาเซียนมแี นวโน้มขยายตัวตำ่� กว่าทป่ี ระมาณการไว้ จึงส่งผลให้ปริมาณการส่งออกของไทย
ฟืน้ ตัวช้าและราคาส่งออกลดลง

(๓) จ�ำนวนนักท่องเท่ียวในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ต�่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
เดิม เนื่องจากภาคการท่องเทยี่ วยงั คงมคี วามอ่อนไหวต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ซึ่งคาดว่า
จะส่งผลให้นกั ท่องเท่ียวในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มจี �ำนวน ๒๗.๐ ล้านคน ลดลงจากสมมติฐาน ๒๗.๕ ล้านคน
จ�ำนวนนักท่องเท่ียวที่ลดลงมีผลต่อเศรษฐกิจของไทยเพราะภาคการท่องเที่ยวมีความเช่ือมโยงกับภาค
อตุ สาหกรรมอน่ื ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมบริการต่างๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง เป็นต้น

๒) เศรษฐกจิ ไทยกบั การท่องเท่ยี ว

จากสถิตินักท่องเที่ยวระหว่างประเทศท่ีเดินทางมาประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๘
– ๒๕๕๗ พบว่า จาํ นวนนักท่องเที่ยวมีทัง้ ท่ีเพิม่ ข้นึ และลดลงเปน็ ช่วงๆ เช่น ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๑
จำ� นวนนกั ท่องเทยี่ วเพ่มิ ขน้ึ อย่างต่อเนอื่ ง แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จำ� นวนนักท่องเท่ยี วกลับลดลง เนื่องจาก
วกิ ฤตสนิ เชือ่ ซับไพร์ม และวิกฤตความไม่สงบภายในประเทศ จากนน้ั ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ – ๒๕๕๕ กเ็ พิ่ม
อย่างต่อเนอื่ ง (ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เปน็ ปีที่ประเทศไทยมีจาํ นวนนกั ท่องเท่ียวสูงสดุ ) โดยมีการเพิ่มขนึ้ เฉลย่ี
ปีละ ๗.๕ % ซ่ึงเป็นผลจากเพ่ิมข้ึนของจํานวนนักท่องเที่ยวท่ัวโลก และความเข้มแข็งของปัจจัยพ้ืนฐาน
ดา้ นการทอ่ งเทย่ี วของไทย เชน่ การเปดิ ใหบ้ รกิ ารของสนามบนิ สวุ รรณภมู ิ การมสี นิ คา้ ทางการทอ่ งเทย่ี วท่ี
หลากหลาย เช่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วฒั นธรรม นนั ทนาการ การท่องเทย่ี วเชิงสุขภาพ (บริการ
ทางการแพทย/์ สปา) ฯลฯ นอกจากนย้ี งั มกี ารจดั กจิ กรรมระดบั World Event ทสี่ นบั สนนุ ดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว
เช่น มหกรรมพชื สวนโลก งานเทศกาลสงกรานต์ ฯลฯ ซง่ึ ทาํ ให้ประเทศไทยได้รบั รางวลั ด้านการท่องเทย่ี ว
ระดบั โลกหลายรายการเปน็ ประจาํ เช่น รางวัล Best Tourist Country, Best Country Brand for Value for
Money ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ จำ� นวนนักท่องเทีย่ วได้ลดลงอีกครั้ง เมอ่ื ประเทศไทยเผชิญ
กบั ปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ
71

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ตารางท่ี ๒.๑ จำ� นวนนักท่องเทย่ี วต่างชาตทิ เี่ ข้ามาในประเทศไทยช่วง ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๗

ปี พ.ศ. จำ�นวน หมายเหตุ
๑๑,๕๑๖,๙๓๖
๒๕๔๘ มกี ารชมุ นุมของพนั ธมติ รประชาธปิ ไตย การปิดสนามบิน
๑๓,๘๒๑,๘๐๒ สุวรรณภมู ิ และเหตุการณ์จลาจลในกรงุ เทพมหานคร
๒๕๔๙ ๑๔,๔๖๔,๒๒๘ ที่ส่งผลกระทบต่อจำ� นวนนกั ท่องเทยี่ วในปี พ.ศ. ๒๕๕๒
๒๕๕๐ ๑๔,๕๘๔,๒๒๐ เปน็ ปีที่มีจำ�นวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากที่สดุ
๒๕๕๑ การชมุ นุมของคณะกรรมการประชาชนเพ่ือการ
๑๔,๑๔๙,๘๔๑ เปลยี่ นแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยทส่ี มบรู ณ์
๒๕๕๒ ๑๕,๙๓๖,๔๐๐ อนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ (กปปส.)
๒๕๕๓ ๑๙,๒๓๐,๔๗๐ ถึงเดือนมิถุนายน
๒๕๕๔ ๒๒,๓๕๓,๙๐๓
๒๕๕๕ ๒๑,๗๓๘,๓๒๘
๒๕๕๖
๑๑,๗๗๖,๔๙๔
๒๕๕๗

ทีม่ า : กระทรวงการท่องเที่ยวและกฬี า, ๒๕๕๗

จากสถติ ริ ายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ วระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๓ พบวา่ ประเทศไทยมรี ายไดจ้ าก
การท่องเท่ียวเพิ่มขึน้ อย่างต่อเนอ่ื งจาก ๓๖๗,๓๘๐.๓๖ ล้านบาท ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เปน็ ๕๘๕,๙๖๑.๘๐
ล้านบาท ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ซ่งึ เปน็ รายได้จากการท่องเทยี่ วที่สูงทีส่ ุดของไทย หรอื มอี ัตราการขยายตัว
เฉลย่ี ปลี ะ ๑๑.๙๐ % สาํ หรบั ภมู ภิ าคทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ รายไดส้ งู สดุ คอื ยโุ รป (๒๒๗,๖๗๙.๐๙ ลา้ นบาท) คดิ เปน็
ร้อยละ ๓๘.๘๖ รองลงมาได้แก่ เอเชียตะวันออก อาเซยี น อเมริกา โอเชียเนีย เอเชยี ใต้ ตะวนั ออกกลาง
และแอฟริกาตามลําดับ แม้ว่านกั ท่องเทย่ี วยุโรปจะมจี าํ นวนนกั ท่องเทย่ี วสงู เปน็ อนั ดับที่ ๒ แต่ก่อให้เกดิ
รายได้สูงทส่ี ุด ขณะท่ีเอเชยี ตะวนั ออกมจี าํ นวนน้อยกว่านกั ท่องเทย่ี วอาเซยี นแต่ก่อให้เกดิ รายได้จากการ
ท่องเทีย่ วสูงกว่า นอกจากนี้เม่ือเปรยี บเทียบกบั ปีทผ่ี ่านมาพบว่า รายได้จากนกั ท่องเทีย่ วเอเชียใต้มีอตั รา
การขยายตัวสงู สดุ (+๓๓.๙๖%) รองลงมาได้แก่ เอเชยี ตะวนั ออก แอฟริกา ตะวนั ออกกลาง โอเชยี เนยี
อาเซียน ยุโรป และอเมริกา ตามลําดบั (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ๒๕๕๓)

๓) เศรษฐกิจไทยกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น
การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของ
ประเทศไทยหลายประการ เนอ่ื งจากประเทศไทยมคี วามไดเ้ ปรยี บประเทศสมาชกิ อน่ื ๆ ในประชาคมอาเซยี น
หลายประการ (ศศธิ ร พลตั ถเดช และศุวรรณรัตน์ จิตรเกษมส�ำราญ, ๒๕๕๖) ได้แก่
ประการทหี่ นงึ่ ทตี่ งั้ ทางภมู ศิ าสตรข์ องไทย การทป่ี ระเทศไทยตงั้ อยศู่ นู ยก์ ลางของภมู ภิ าคอาเซยี น
และมพี รมแดนติดกับประเทศเพ่อื นบ้านมากที่สดุ ในภมู ิภาค ทำ� ให้ได้เปรียบในเรอ่ื งของการค้า การลงทุน

72

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร

การคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศ อีกท้ังทต่ี ้งั ของประเทศไทยยงั มีความเส่ียงต่อภยั ธรรมชาติ
คอ่ นขา้ งนอ้ ยเมอื่ เทยี บกบั เพอ่ื นบา้ นหลายประเทศ แมช้ ว่ งทผ่ี า่ นมาไทยตอ้ งเผชญิ วกิ ฤตนำ้� ทว่ มใหญ่ แตเ่ ปน็
ภยั พบิ ตั ทิ สี่ ามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ และสามารถเตรยี มการป้องกนั ได้ การเปน็ ศนู ย์กลางของภมู ภิ าค
อาเซยี น ทำ� ใหป้ ระเทศไทยเปน็ ศนู ยแ์ สดงสนิ คา้ ทเ่ี ออ้ื ตอ่ การลงทนุ เพอ่ื เปน็ ฐานการผลติ สำ� หรบั สง่ สนิ คา้ ไป
ยังประเทศอืน่ ในภมู ิภาค การเป็นศูนย์กลางโครงข่ายเชื่อมโยงคมนาคมด้านต่างๆ ส่งผลให้การลงทนุ จาก
ประเทศนอกกลุ่มอาเซยี นเข้ามาท่ีประเทศไทยมากข้นึ นอกจากนน้ั ปจั จุบันประเทศไทยเปน็ ฐานการผลิต
อตุ สาหกรรมด้านยานยนต์และอเิ ลก็ ทรอนิกส์อยู่แล้ว ทำ� ให้สามารถต่อยอดด้านการลงทุนหรือวจิ ยั ได้

ประการทส่ี อง ระดบั การพฒั นา ประเทศไทยมรี ะดบั การพฒั นาประเทศทคี่ อ่ นขา้ งสงู กวา่ ประเทศ
ส่วนใหญ่ในอาเซียน ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีแรงงานมีฝีมือและบุคลากรระดับ
สูงจ�ำนวนมาก มีระบบสาธารณสุขและระบบสาธารณูปโภคพ้ืนฐานท่ีมีคุณภาพและท่ัวถึง มีการพัฒนา
โครงสร้างพน้ื ฐาน รวมท้ังกฎระเบยี บ สิ่งอ�ำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างมากเช่นกัน นอกจากนสี้ ถาบัน
การเงินของประเทศไทยยังมีความมั่นคง นักลงทุนสามารถระดมทุนจากสถาบันการเงินของไทยได้อย่าง
มน่ั ใจ เงนิ บาทไดร้ บั การยอมรบั จากประเทศเพอื่ นบา้ น ทำ� ใหก้ ารคา้ ชายแดนสามารถซอื้ ขายเปน็ เงนิ บาทได้

ประการที่สาม ขนาดของเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีขนาดของเศรษฐกิจท่ีใหญ่เป็นอันดับสองรอง
จากอินโดนเี ซยี มีประชากรจ�ำนวนมากใกล้เคียงกบั จำ� นวนประชากรของพม่าและเวียดนาม แต่คนไทยมี
ระดบั รายได้และมกี ำ� ลงั ซอ้ื สงู กวา่ ประเทศเพอื่ นบ้าน และยงั มพี นื้ ทเี่ พยี งพอสำ� หรบั การพฒั นาและรองรบั
การลงทนุ ในภาคการผลติ ซงึ่ แตกตา่ งจากสงิ คโปรท์ ม่ี พี น้ื ทจ่ี ำ� กดั นอกจากนน้ั จำ� นวนประชากรในอาเซยี น
ที่มีประมาณ ๖๐๐ ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกบั ประเทศไทยทมี่ ีประชากรเพียง ๖๔.๕ ล้านคน จะท�ำให้
เศรษฐกิจไทยขยายตวั ได้มากขึน้ เนอ่ื งจากตลาดทีม่ ีขนาดใหญ่ข้นึ โอกาสในการขยายธุรกิจจึงมีมากขนึ้

ประการทส่ี ่ี ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ ทด่ี กี บั อาเซยี น ประเทศไทยมมี ลู คา่ การสง่ ออกและนำ� เขา้
กับประเทศในอาเซียนจ�ำนวน ๙.๗ หมื่นล้านเหรียญสหรฐั ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ นับเปน็ อันดับ ๓ รองจาก
สงิ คโปร์และมาเลเซยี และมีดุลการค้าต่ออาเซียนเกินดลุ ๑.๖ หม่ืนล้านเหรยี ญสหรัฐ เป็นอันดับ ๒ รอง
จากสงิ คโปร์ ซงึ่ สะทอ้ นวา่ ไทยนา่ จะไดร้ บั ประโยชนจ์ ากประชาคมอาเซยี นโดยเฉพาะในดา้ นการขยายการ
ส่งออกไปยงั อาเซยี น อกี ทง้ั เศรษฐกจิ ไทยยงั มคี วามเชอื่ มโยงด้านการค้าและการลงทนุ กบั ต่างประเทศสงู
มาก การขยายตัวของภาคเศรษฐกิจทคี่ าดว่าจะได้รบั ผลกระทบ ได้แก่ สินค้าขน้ั ต้นทีเ่ น้นการแข่งขันทาง
ด้านต้นทุน ซ่ึงอาจท�ำให้สูญเสียส่วนแบ่งการตลาด เช่น ธุรกิจ SME แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะท�ำให้เกิด
การแข่งขันทรี่ ุนแรงมากขึ้น ประเทศไทยต้องเผชญิ การแข่งขันจากประเทศเพ่ือนบ้านท่ีมคี วามสามารถใน
การแข่งขนั สูง อาทิ สิงคโปร์และมาเลเซยี รวมทงั้ ต้องแข่งขันกบั ประเทศทมี่ ีค่าจ้างแรงงานราคาถูกและมี
ทรพั ยากรอุดมสมบูรณ์ อาทิ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม (กานต์ ฮุนตระกูล, ๒๕๕๖)

ประการท่ีห้า การขยายตัวของตลาดการท่องเท่ียว ประเทศไทยจะมีรายได้เพ่ิมข้ึนจากการ
ท่องเที่ยวเนื่องจากข้อจ�ำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศในอาเซียนลดลง และจะมีเม็ดเงินลงทุนด้าน
การทอ่ งเทยี่ วจากประเทศสมาชกิ และภายนอกกลมุ่ อาเซยี นมายงั ประเทศไทยมากขน้ึ นกั ทอ่ งเทยี่ วอาเซยี น
มีความสําคัญต่อประเทศไทยเพ่ิมขึ้น ขณะท่ีนักท่องเท่ียวจากเอเชียตะวันออกมีความสําคัญลดลง การ
วิเคราะห์สัดส่วนจํานวนของนักท่องเท่ียวจําแนกตามภูมิภาคจะสะท้อนให้เห็นถึงลําดับความสําคัญด้าน
จาํ นวนของนักท่องเท่ียวจากภูมิภาคต่างๆ โดยในปี พ.ศ ๒๕๕๓ นักท่องเทีย่ วอาเซียนมจี าํ นวนมากทส่ี ุด

73

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

จํานวน ๔,๔๑๕,๗๘๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๗.๘๗ ของจํานวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั้งหมด
รองลงมาได้แก่ นักท่องเที่ยวยโุ รป เอเชียตะวนั ออก เอเชียใต้ อเมริกา โอเชียเนยี ตะวันออกกลาง และ
แอฟรกิ า ตามลําดบั ท้งั นีเ้ มื่อเปรยี บเทยี บกบั สัดส่วนดงั กล่าวในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ พบว่า อาเซยี นมีความ
สําคญั เพ่มิ ขนึ้ จากอนั ดับที่ ๒ มาเปน็ อันดบั ๑ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ซง่ึ เปน็ ผลมาจากการเพิ่มขึน้ ของจาํ นวน
นักท่องเที่ยวอาเซยี นโดยเฉพาะนักท่องเทีย่ วลาวเพิ่มขึ้นเฉล่ียปีละ ๔๗.๗๐% เนอื่ งจากความสะดวกใน
การเดนิ ทางทเี่ พม่ิ ขนึ้ การลดลงของนกั ทอ่ งเทย่ี วเอเชยี ตะวนั ออกมสี าเหตจุ ากจากความไมม่ นั่ ใจตอ่ ความ
ปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศท่ีรุนแรงอย่าง
ต่อเนือ่ ง (กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา, ๒๕๕๓)

๒.๑.๓ โครงสรา้ งทางประชากรผู้สูงอายุกบั การพัฒนาการทอ่ งเท่ียว
การเขา้ ส่สู งั คมผ้สู งู อายขุ องโลกอย่างต่อเนอ่ื ง สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ
และสังคมแห่งชาติ (๒๕๕๒) รายงานว่า ประชากรสูงอายุในโลกจะเพ่มิ ขึ้นอีก ๘๑.๙ ล้านคน และการเป็น
สงั คมผ้สู งู อายขุ องประเทศสาํ คญั ๆ ในโลก มผี ลกระทบตอ่ การเคลอ่ื นยา้ ยกาํ ลงั คนข้ามประเทศ ท�ำใหเ้ กดิ
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ขณะที่โครงสร้างการผลิตเปล่ียนจากการใช้แรงงานเข้มข้นเป็นการใช้
องคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยมี ากขน้ึ ทาํ ใหก้ ารพฒั นาคนมงุ่ สรา้ งใหม้ คี วามรู้ ทกั ษะ และความชาํ นาญ ควบคู่
ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพ่ือใช้ทดแทนกําลังแรงงานที่ขาดแคลน ขณะเดียวกัน ประเทศที่เข้าสู่สังคม
ผสู้ งู อายจุ ะตอ้ งเผชญิ กบั สถานการณท์ เี่ ปน็ ความเสยี่ งเพราะคา่ ใชจ้ า่ ยของครวั เรอื นดา้ นสขุ ภาพจะเพม่ิ ขนึ้
รัฐต้องจัดสวัสดิการสังคมเพิ่มขึ้น ทําให้งบประมาณสําหรับการลงทุนพัฒนาด้านอื่นๆ ลดลง แต่ในมิติ
ของการท่องเทยี่ ว การท่องเทยี่ วแห่งประเทศไทยได้เลง็ เหน็ ถงึ การเปลย่ี นแปลงทง้ั ทางด้านโครงสร้างของ
ประชากรและพฤตกิ รรมของตลาด นกั ทอ่ งเทยี่ วทเี่ ปน็ ประชากรสงู อายแุ ละคนทเี่ กษยี ณอายวุ า่ เปน็ ตลาด
ท่ีกําลังเติบโตและเป็นตลาดเป้าหมายของไทย ท�ำให้เกิดตลาดท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ซ่ึงเป็นโปรแกรม
การท่องเทย่ี วทผ่ี นวกการรกั ษาสขุ ภาพ ตงั้ แต่ในระดบั เรม่ิ ตน้ ไปจนถงึ ระดบั การรกั ษาทซี่ บั ซอ้ น การรกั ษา
สุขภาพระดับเริ่มต้นจะเป็นการมาใช้บริการสปาเพื่อรักษาสุขภาพและเสริมความงาม การรักษาสุขภาพ
ระดบั กลางจะเนน้ การทาํ เลสคิ และการทาํ ฟนั และการรกั ษาระดบั สงู จะเปน็ การผา่ ตดั รกั ษาโรค และการ
พกั ฟื้นซงึ่ โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาล
พญาไท ได้มีความพร้อมในการรองรบั ตลาดกลุ่มนี้ ทง้ั ด้านการแพทย์และบรกิ ารเสริม เช่น การจัดรถรับ
ส่ง การจดั เจ้าหน้าทีต่ ้อนรบั ที่พดู ภาษาต่างประเทศได้ (สันติชัย เอ้อื งประสทิ ธ,์ิ ๒๕๔๙) แผนการตลาด
การท่องเทีย่ วปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ของการท่องเท่ยี วแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนโครงการ Thailand Health
& Wellness ซ่ึงเป็นหนง่ึ ในโครงการส่งเสริมการท่องเทย่ี วไทยในต่างประเทศ
๒.๑.๔ เทคโนโลยีการสอ่ื สารกับการพัฒนาวัฒนธรรม
เทคโนโลยมี คี วามหมายคอ่ นข้างกว้าง โดยทวั่ ไปหมายถงึ สงิ่ ทมี่ นษุ ยพ์ ฒั นาขน้ึ เพอ่ื ชว่ ยใน
การทำ� งานหรอื แกป้ ญั หาต่างๆ เชน่ อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื เครอ่ื งจกั ร วสั ดุ หรอื แมก้ ระทง่ั ทไ่ี มไ่ ดเ้ ปน็ สง่ิ ของท่ี
จบั ตอ้ งได้ เชน่ กระบวนการตา่ งๆ ซอฟตแ์ วร์ เปน็ ตน้ คำ� วา่ เทคโนโลยจี ะหมายถงึ สงิ่ ประดษิ ฐท์ ปี่ ระดษิ ฐข์ น้ึ
โดยใช้ความรู้ที่เพิ่งค้นพบหรือพัฒนาขึ้นมา รวมทง้ั สิ่งประดิษฐ์โบราณ เช่น ล้อเกวยี น กถ็ ือเป็นเทคโนโลยี
ด้วยเช่นกัน
74

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร

เทคโนโลยีในการศึกษาคร้ังนี้ หมายถึง เทคโนโลยีท่ีมีผลต่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนา
วัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร ทั้งในมิติท่ีเปน็ โอกาสและทเี่ ป็นอุปสรรค โดยได้แบ่งเทคโนโลยีออกเป็น
๒ ประเภทได้แก่ สอื่ สงั คม และโครงสร้างพน้ื ฐานด้านการท่องเทยี่ ว ดังน้ี ๑) สื่อสงั คม (social media)
หมายถึง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ท่ีเป็นสื่อกลางให้บุคคลท่ัวไปมีส่วนร่วมสร้างและแลกเปล่ียนความคิดเห็น
ต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น เฟซบุ๊ค ไฮไฟฟ์ (Hi5) ทวติ เตอร์ วกิ พิ เี ดยี ฯลฯ สื่อสังคมในที่น้ีได้แบ่งออกเป็น
๒ ประเภท คือ ก. ส่อื ใหม่ (new media) ได้แก่ อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ ไลน์ อนิ สตาแกรม เฟซบุ๊ค เป็นต้น
ข. สื่อสารมวลชน (mass media) ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ๒) โครงสร้างพ้ืนฐานด้าน
การท่องเที่ยว (tourism infrastructure) ซง่ึ จะได้กล่าวถงึ รายละเอียดของแต่ละประเภทตามลำ� ดบั ดังนี้

๑) สอ่ื สงั คม
การส่ือสารข้อมูลของมนุษย์ ได้รับการพัฒนามาต้ังแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน
โดยเริ่มจากการส่ือสารข้อมูลอย่างง่ายท่ีไม่มีความสลับซับซ้อนจนถึงยุคสมัยท่ีมีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วน
เกี่ยวข้องท่ีส�ำคัญในการเป็นตัวน�ำพาข้อมูลให้มีการสื่อสารถึงกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สื่อ
สังคมออนไลน์เป็นรูปแบบการสื่อสารข้อมูลที่เข้าถึงผู้คนทุกระดับในปัจจุบัน โดยมีการใช้กันอย่างแพร่
หลายภายใตก้ ารพฒั นาตลอดเวลาของเทคโนโลยที างด้านคอมพวิ เตอร์ซง่ึ มแี นวโนม้ จะกลายเปน็ สอื่ หลกั
ส�ำหรบั ผู้คนในโลกอนาคต (พชิ ิต วิจติ รบุญยรกั ษ์, ๒๕๕๔) ส่อื สงั คมประกอบด้วย สอ่ื ใหม่ และสอ่ื มวลชน
ก. สอ่ื ใหม่ ได้แก่
สอ่ื สังคมออนไลน์ คอื ส่อื ท่ีผู้ส่งสารแบ่งปันสาร ซึง่ อยู่ในรปู แบบต่างๆ ไปยังผู้รบั
สารผ่านเครือข่ายออนไลน์ที่สามารถโต้ตอบกันระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร หรือระหว่างผู้รับสารด้วย
กันเอง ส่ือสังคมออนไลน์ที่ใช้กันบ่อยๆ ได้แก่ บล็อก (blog) เป็นประเภทของระบบการจัดการเนื้อหาท่ี
อำ� นวยความสะดวกใหผ้ เู้ ขยี นบลอ็ กเผยแพรแ่ ละแบง่ ปนั บทความของตนเอง โดยบทความทโี่ พสตล์ งบลอ็ ก
เปน็ การแสดงความคดิ เหน็ ส่วนตวั ของผ้เู ขยี น มจี ดุ เด่นคอื เปน็ การสอื่ สารอย่างเปน็ กนั เองระหว่างผ้เู ขยี น
และผู้อ่านบลอ็ ก และสามารถแสดงความคิดเหน็ ได้
ทวิตเตอร์ เป็นรูปแบบหนึ่งของบล็อกท่ีมีการจ�ำกัดขนาดของการโพสต์ในแต่ละ
ครั้ง โดยพิมพ์ได้ไม่เกิน ๔๐ ตัวอักษร ปจั จบุ นั ทวิตเตอร์เปน็ บล็อกท่ีผู้คนนยิ มใช้เพราะใช้ง่าย และไม่เสยี
เวลา รวมทงั้ เปน็ ทน่ี ยิ มขององค์กรต่างๆ ทใ่ี ช้ทวติ เตอร์ในการแจ้งกจิ กรรมและความเคลอ่ื นไหวของธรุ กจิ
เพอื่ ไม่ให้ขาดการตดิ ต่อกับสังคม
เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นเว็บไซต์ท่ีผู้คนสามารถติดต่อส่ือสารกับเพื่อนท้ัง
ที่รู้จักมาก่อน หรือรู้จักภายหลัง เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์แต่ละแห่งจะมีคุณลักษณะแตกต่างกัน
ออกไป มีเฟซบุ๊คเปน็ เว็บไซต์เครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ที่ได้รบั ความนิยมสงู สุดในปจั จบุ นั
การแบ่งปันส่ือทางออนไลน์ เป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการแบ่งปันส่ือทางออนไลน์
ที่ให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดไฟล์สื่อผสมข้ึนสู่เว็บไซต์เพื่อแบ่งปันข้อมูลแก่ผู้ใช้ทั่วไป ในปัจจุบันได้รับความ
นยิ มมากเพราะเป็นสอื่ ผสมเอง ไม่ว่าจะเป็นรปู สไลด์ หรือวดิ ีโอ ประกอบกับมีการใช้กล้องดิจิตอล และ
กล้องวดิ โี ออย่างแพร่หลาย ซงึ่ เปน็ เครอ่ื งมือท่ีนำ� มาไปสู่การได้ไฟล์สื่อผสมแบบต่างๆ เวบ็ ไซต์ประเภทนี้
ทไ่ี ด้รบั ความนิยม อาทิ You Tube

75

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

จากอดีตจนถึงปจั จบุ นั การส่ือสารข้อมลู เพอ่ื เข้าถงึ กลุ่มลกู ค้าทีเ่ ป็นเป้าหมายของธรุ กิจ เปน็ การ
ลงทนุ ในสอื่ ทเี่ ปน็ โทรทศั น์ หนงั สอื พมิ พ์ วทิ ยุ และนติ ยสาร ซง่ึ เปน็ การสอื่ สารขอ้ มลู แบบทางเดยี ว และเปน็
สอื่ ทีต่ ้องลงทุนมาก ปจั จบุ นั การบรโิ ภคข้อมูลจากสือ่ ของผู้คนได้เปลีย่ นไป โดยส่วนใหญ่มแี นวโน้มใช้สื่อ
ทางออนไลน์มากข้นึ เช่น หากต้องการซอ้ื สนิ ค้าสักหนึง่ ช้ิน ผู้บรโิ ภคกไ็ ม่จำ� เป็นต้องค้นหาข้อมูลโฆษณา
จากหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร แต่สามารถหาข้อมูลในสื่อออนไลน์แทนได้ เพราะนอกจากจะได้ข้อมูล
สนิ ค้าแล้วยงั ได้ทราบความคดิ เหน็ ทหี่ ลากหลายเกยี่ วกบั ตวั สนิ ค้าจากกลุ่มคนต่างๆ ดงั นนั้ การขบั เคลอ่ื น
งานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ควรพจิ ารณาน�ำสอื่ สงั คม โดยเฉพาะสอื่ สงั คมออนไลนเ์ หล่านเ้ี ขา้ มา
เป็นเครือ่ งมอื ในการอนรุ ักษ์ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกบั แหล่งวฒั นธรรมต่างๆ ให้มากข้นึ เพราะใช้ง่าย เข้าถึง
ได้ง่าย และสามารถเผยแพร่ได้ในวงกว้างท้ังในและต่างประเทศ

อย่างไรกต็ าม ส่อื สงั คมออนไลน์เหล่าน้ีกเ็ ป็นช่องหนึ่งในการนำ� เข้าวัฒนธรรมจากต่างประเทศได้
เชน่ กนั ไมว่ า่ จะเปน็ วฒั นธรรมเกาหลี ญป่ี นุ่ ตะวนั ตก หรอื เปน็ ชอ่ งทางการเผยแพรว่ ฒั นธรรมทไี่ มเ่ หมาะสม
ท�ำให้คนรุ่นใหม่ไม่เห็นคณุ ค่าวฒั นธรรมของตนเอง

ข. ส่อื สารมวลชน
ในวถิ กี ารดำ� เนนิ ชวี ติ ทเี่ ทคโนโลยสี มยั ใหม่เข้ามามบี ทบาทในชวี ติ ประจำ� วนั ในทกุ
เร่ือง วัฒนธรรมต่างๆ ท่ีมีคุณค่าที่เกิดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย ความ
เจรญิ ทางเทคโนโลยแี ละการสอ่ื สารทำ� ใหเ้ ราไมส่ ามารถปดิ กนั้ กระแสโลกาภวิ ตั นไ์ ด้ สง่ ผลใหว้ ฒั นธรรมที่
เกดิ ข้นึ ในสังคมอ่นื ๆ มกี ารเผยแพร่และถ่ายทอดมาสู่สังคมไทยด้วย เช่น การแพร่กระจายของวฒั นธรรม
จากตะวันตก วัฒนธรรมเหล่านี้มีทั้งด้านท่ีเป็นคุณและเป็นโทษ สังคมไทยจึงต้องรู้จักเรียนรับปรับใช้ให้
เหมาะสมและไม่ขัดกับวัฒนธรรมเดมิ จนเกนิ ไป (เร่ืองเล่าจากนายหนัง, http://www.nangathacosit.com/
img/story/1392788517.pdg)
ในสภาวการณด์ งั กลา่ ว สอื่ สารมวลชนจงึ มบี ทบาทสำ� คญั ตอ่ การสรา้ งสรรคแ์ ละทำ� ลายวฒั นธรรม
คอ่ นขา้ งมาก เพราะสอื่ สารมวลชนมอี ทิ ธพิ ลอยา่ งสงู ตอ่ ความรสู้ กึ นกึ คดิ ของประชาชนในชาตแิ ละสามารถ
สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติได้ ดังน้ัน หนาท่ีประการหน่ึงของการสื่อสารมวลชนใน
ปัจจุบันก็คือ การทําหนาที่ถายทอดมรดกสังคมจากคนรนุ หนึ่งไปสูคนอีกรุนหน่ึง เป็นเคร่ืองมือที่ส�ำคัญ
ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาวัฒนธรรมใหม่ๆ ให้แก่สังคม ส่ือสามารถมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรม
ของสังคมได้โดยการน�ำเสนอเนื้อหาต่างๆ ผ่านทางส่อื มวลชนแขนงต่างๆ ไปสู่ผู้รบั สาร สามารถสร้าง
วัฒนธรรมใหม่ๆ ให้แก่คนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งกาย การใช้ภาษา และวิถีชีวิต เมื่อ
ส่ิงต่างๆ เหล่าน้ีมีการน�ำเสนอผ่านสื่อมากๆ สิ่งน้ันก็จะกลายเป็นเร่ืองปกติธรรมดา และในที่สุดก็จะ
กลายเป็นค่านิยมและวฒั นธรรมใหม่ของสงั คมไทยได้
ในอดตี ศิลปวฒั นธรรม วรรณกรรม ดนตรี การขบั ร้อง ละคร การแสดง ถือว่าเปน็ วัฒนธรรมชั้น
สงู มคี ณุ คา่ สงู สง่ มมี าตรฐานเปน็ ทร่ี บั รองโดยสถาบนั ทางสงั คม กลมุ่ ชนชนั้ สงู ในสงั คมเทา่ นนั้ ทม่ี โี อกาสได้
เสพ ไดส้ มั ผสั เชน่ ภาพเขยี น ดนตรคี ลาสสกิ การขบั รอ้ ง ละครโอเปรา่ บลั เลต่ ์ มไี วส้ ำ� หรบั กลมุ่ คนในสงั คม
ช้ันสูง ส่วนสามัญชน ก็สร้างความบันเทิงจากวัฒนธรรมพ้ืนบ้าน ซ่ึงมักเป็นศิลปะการแสดงในพิธีกรรม
ต่างๆ ของชาวบ้านตามประเพณีปฏิบัติ เม่ือส่ือมวลชนเข้ามามีบทบาทต่อสังคมสมัยใหม่ การถ่ายทอด
วัฒนธรรมผ่านสอื่ มวลชนในรปู แบบการผลิตจ�ำนวนมาก ท�ำให้วัฒนธรรมช้นั สงู และวฒั นธรรมพนื้ บ้านมี
การนำ� มาเผยแพรส่ ปู่ ระชาชนอยา่ งกวา้ งขวางทกุ ระดบั ไมว่ า่ คนระดบั สงู หรอื ระดบั ลา่ งในสงั คมกส็ ามารถ
76

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

สัมผัสกับวฒั นธรรมชนั้ สูงได้เท่าเทยี มกนั ทัว่ ทุกหนทกุ แห่ง เช่น สามารถสัมผัสภาพเขยี นทีม่ ีชอ่ื เสยี งผ่าน
การผลติ ซำ�้ ของสอื่ สงิ่ พมิ พ์ สามารถฟงั เพลงคลาสสกิ ผา่ นวทิ ยกุ ระจายเสยี ง สามารถดกู ารถา่ ยทอดดนตรี
การขับร้องคอนเสริ ์ตหรอื โอเปร่าผ่านโทรทัศน์หรอื ภาพยนตร์ ส่วนวัฒนธรรมพ้นื บ้านกไ็ ม่ได้เปน็ สิง่ ท่ีเสพ
หรือสัมผัสกันเฉพาะในชุมชนของตนเองอีกต่อไปเพราะส่ือมวลชนได้น�ำมาถ่ายทอดและผลิตซ้�ำจนกลาย
เปน็ วัฒนธรรมมวลชน เช่นเดยี วกบั ศลิ ปวัฒนธรรมชัน้ สงู (สมุ น อยู่สนิ ,http://www2.feu.ac.th/ admin/pr/
newscontrol/atts/ D20120502190040.pdf)

สอ่ื สารมวลชนจงึ มที งั้ คณุ ประโยชนแ์ ละโทษ ในดา้ นคณุ ประโยชน์ ไดแ้ กก่ ารยอ่ โลกใหแ้ คบลงทาํ ให้
ผู้คนมสี ายตาทก่ี ว้างไกลขนึ้ ช่วยพฒั นาให้สังคมเจรญิ รวดเร็ว สอ่ื มวลชนสามารถนาํ วิถีชีวิตความเปน็ อยู่
ของคนจากส่วนต่างๆ ของโลกให้ปรากฏอย่างกว้างขวาง ทําให้วฒั นธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
แพรห่ ลาย เปน็ ทรี่ บั รู้ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจถงึ ความแตกตา่ งหลากหลายทางวฒั นธรรม สามารถลดความ
ขัดแย้ง นอกจากนั้น ส่ือมวลชนยังเป็นเคร่ืองมือที่สําคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมในสังคมด้วย เช่น
วัฒนธรรมในเร่อื งอาวโุ ส การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่การทําบุญ ความมีนำ้� ใจ และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ

สื่อสารมวลชนมีบทบาทสําคัญในการท�ำให้เกิดการยอมรับวัฒนธรรมที่ดีงามและเหมาะสมกับ
สังคมไทย และมีส่วนช่วยให้ประชาชนได้รู้เท่าทันสภาพความจริงในโลกท่ีเปล่ียนแปลง ท�ำให้ประชาชน
มีความคิด สามารถตัดสินใจว่าวัฒนธรรมอะไรที่ไม่เหมาะสม ช่วยผดุงรักษาหรือยกระดับศีลธรรมของ
ประชาชน สร้างความสํานึกแห่งการเคารพศักด์ิศรีและคุณค่าทั้งของตัวเองและผู้อื่น รวมท้ังแสวงหา
เอกลักษณ์ทางวฒั นธรรมของตนเอง

ในทางตรงกันข้าม ส่อื มวลชนสามารถทำ� ให้เกดิ วัฒนธรรมประชานิยม (popular culture) ข้นึ มาได้
โดยการสร้างความนยิ ม คลงั่ ไคล้ หลงใหล ให้เกดิ ขนึ้ ในกลุ่มสงั คมต่างๆ เพอื่ ประโยชน์ด้านธรุ กจิ เช่น การ
คลัง่ ไคล้พฤตกิ รรมการแต่งกาย การแสดง การขับร้องของศิลปินต่างๆ การนิยมพูดหรือเขยี นด้วยภาษา
ท่ีเบ่ียงเบนไปจากวัฒนธรรมภาษาดั้งเดิม วัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดทางส่ือมวลชน นอกจากจะเบ่ียงเบน
บดิ เบอื น บางครงั้ กส็ รรคส์ รา้ งขนึ้ มากลายเปน็ รปู แบบของวฒั นธรรมทไี่ มพ่ งึ ประสงค์ เชน่ ละคร ภาพยนตร์
หรือเพลงทขี่ ัดกับศีลธรรมอนั ดี กระตุ้นความรุนแรง อาชญากรรมทางเพศ และสร้างปัญหาให้แก่สงั คม
(ดิศรินทร์ ศุภสม, http://www.prthailand.com/bak/images/ article_images/pr.pdf)

๒) โครงสร้างพ้นื ฐานการท่องเท่ยี ว

โครงสร้างพ้ืนฐานการท่องเทยี่ ว หมายถงึ บรกิ ารอำ� นวยความสะดวกต่างๆ อนั เป็น
ส่ิงส�ำหรับการยังชีพของมนุษย์ ท่ีอาจเรียกว่าสาธารณประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลแต่ละประเทศได้ใช้เงินภาษี
ของประชาชนมาสร้างให้กับประชาชนได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จึงเป็นท่ีต้องการไม่เฉพาะแต่
ประชาชนในประเทศเทา่ นน้ั ยงั ได้ใช้ประโยชน์ตอ่ นกั ท่องเทย่ี วชาวต่างประเทศอกี ดว้ ย ประเทศใดมบี รกิ าร
สาธารณูปโภคดีมากก็ย่อมท�ำให้สะดวกสบายแก่ชาวต่างประเทศท่ีเข้ามาเย่ียมเยียนและเป็นท่ีประทับใจ
ทำ� ให้อยากจะมาท่องเที่ยวได้มาก

ปจั จยั สำ� คญั ในการดงึ ดดู นกั ทอ่ งเทย่ี วคอื ความปลอดภยั รองลงมาคอื การคมนาคมขนสง่ แหลง่
ท่องเท่ียวและบริการที่พักแรม ถ้ามีปัจจัยทุกอย่างพร้อม อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวของประเทศนั้นๆ
ยอ่ มจะไดร้ บั ความสำ� เรจ็ เปน็ อยา่ งดี ถา้ ระบบสาธารณปู โภคของประเทศมคี รบถว้ นเพยี งใดกย็ ง่ิ ทำ� ใหก้ าร
ท่องเทยี่ วมคี วามเตบิ โตมากขึ้นเพยี งนนั้ (พิทยะ ศรวี ัฒนสาร, http://bidyapedia.blogspot.com/2010/12/
tourism-infrastructure.html)
77

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

สำ� หรบั การคมนาคมขนสง่ เขา้ ถงึ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานครนน้ั สามารถ
เข้าถงึ ได้สะดวก รวดเรว็ และทวั่ ถงึ ทง้ั ทางรถโดยสารประจำ� ทาง รถไฟฟา้ ทง้ั บนดนิ และใตด้ นิ รถจกั รยาน
รวมทัง้ การคมนาคมขนส่งทางนำ้�

ส่วนโครงสร้างพ้ืนฐานทางวัฒนธรรมก็จ�ำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและขยายให้ทันกับความ
ก้าวหน้าของโครงสร้างพืน้ ฐานขนาดใหญ่ เช่น การคมนาคมขนส่ง นธิ ิ เอียวศรวี งศ์ (๒๕๕๖) ได้เสนอว่า
โครงสรา้ งพนื้ ฐานทางวฒั นธรรม (วฒั นธรรมในทน่ี ี้ หมายถงึ วถิ ชี วี ติ ของคนทส่ี มั พนั ธก์ บั คนและธรรมชาติ
ซึ่งต้องมีปัจจุบันและอนาคตอยู่กับโลกาภิวัตน์) ท่ีต้องท�ำเร่งด่วน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด หอศิลป
วัฒนธรรม โรงละคร โรงดนตรี สวนสาธารณะ ฯลฯ ท่ีมีกิจกรรมให้ความรู้อย่างร่ืนเริงสม�่ำเสมอและ
ต่อเนื่องถือเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีประสิทธิภาพ เป็นการเพ่ิมสมรรถนะในการแข่งขันท้ังใน
ระยะส้ันและในระยะยาว ให้สอดรับกับการทีป่ ระเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น

๒.๑.๕ สถานการณแ์ วดล้อมของกรงุ เทพมหานคร
๑) การใช้พ้ืนทข่ี องกรงุ เทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร มีขนาดพื้นที่ ๑,๕๖๘ ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันมีประชากรอาศัย
อยู่ประมาณ ๑๐ ล้านคน มีรปู แบบการบรหิ ารเปน็ เขตปกครองพิเศษ แบ่งพื้นทกี่ ารบริหารเป็น ๖ พื้นที่
มีเขตการปกครองจ�ำนวน ๕๐ เขตและมีการจัดแบ่งเขตเป็น ๓ กลุ่มพื้นที่ตามที่ตั้งของพื้นท่ีคือ
(๑) เขตชนั้ ในประกอบด้วย ๒๑ เขตการปกครอง (๒) เขตช้นั กลางประกอบด้วย ๑๘ เขตปกครอง และ
(๓) เขตชั้นนอกประกอบด้วย ๑๑ เขตปกครอง (ส�ำนกั ผังเมอื ง, ๒๕๔๗)
จงึ เหน็ ไดว้ ่ากรงุ เทพมหานครมคี วามแตกต่างของพนื้ ทดี่ า้ นการกระจายตวั ของประชากรและการ
ใชท้ ด่ี นิ เขตชนั้ ในมคี วามหนาแนน่ ของประชากรคอ่ นขา้ งสงู พนื้ ทส่ี ว่ นใหญเ่ ปน็ เขตธรุ กจิ การคา้ และสถานที่
ส�ำคัญๆ ส่วนเขตชั้นกลางท่ีเป็นพ้ืนท่ีที่ถัดออกมาเป็นพ้ืนที่ที่มีการขยายตัวของประชากรและภาคธุรกิจ
การค้าต่างๆ ที่กระจายตัวออกมาจากเขตชั้นใน ในขณะท่ีเขตช้ันนอกอยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองมาก มี
ความหนาแนน่ ของประชากรนอ้ ยลง และยงั มพี น้ื ทส่ี ว่ นทถ่ี กู กำ� หนดใหเ้ ปน็ พน้ื ทสี่ ำ� หรบั อยอู่ าศยั และพน้ื ที่
สำ� หรบั เกษตรกรรม ดงั นน้ั อตั ลกั ษณ์ของการใช้ชวี ติ และการประกอบอาชพี แต่ละเขตพน้ื ทส่ี ่วนหนง่ึ จะถกู
ก�ำหนดโดยปัจจัยด้านการใช้พ้ืนท่ี ตัวอย่างเช่น ในเขตพ้ืนท่ีกรุงเทพตะวันออกเป็นพื้นท่ีซ่ึงถูกก�ำหนดให้
เป็นเขตเกษตรกรรม
๒) ประชากรและการเปลยี่ นแปลงโครงสร้างประชากร
ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ กรุงเทพมหานคร มขี นาดพนื้ ที่ ๑,๕๖๘.๗๓๗ ตารางกิโลเมตร มี
บ้านจ�ำนวน ๒,๕๒๒,๘๕๕ หลัง ประชากรตามทะเบียนบ้านจ�ำนวน ๕,๖๗๓,๕๖๐ คน แยกเป็นชาย
๒,๖๙๐,๗๕๔ คน และหญิง ๒,๙๘๒,๘๐๖ คน ประชากรวยั เด็ก (อายุต่�ำกว่า ๑๕ ปี) จำ� นวน ๙๒๔,๔๑๖
คน วัยแรงงาน (อายุ ๑๕ – ๕๙ ปี) จำ� นวน ๓,๘๑๙,๗๔๐ คน และผู้สงู อายุ (อายุ ๖๐ ปีขึน้ ไป) จำ� นวน
๗๖๕,๙๗๔ คน ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย ๓,๖๑๗ คนต่อตารางกิโลเมตร หากรวมจ�ำนวน
ประชากรแฝง ผปู้ ระกอบธรุ กจิ และนกั ทอ่ งเทยี่ ว อาจกลา่ วไดว้ า่ กรงุ เทพฯ มปี ระชากรมากกวา่ ๑๐ ลา้ นคน
(สำ� นกั ยทุ ธศาสตร์และประเมินผล กรงุ เทพมหานคร, ๒๕๕๕)

78

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

ปัจจัยส�ำคัญที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของประชากรกรุงเทพมหานคร ในการวิเคราะห์ถึงการเพ่ิมข้ึน
ของประชากรเมือง Goldstein (1972) ได้สรุปว่าการเพม่ิ ขน้ึ ของประชากรเมืองเปน็ ผลจากปัจจยั หลัก ๔
ปัจจัย คือ ๑) จากการเพม่ิ ข้ึนตามธรรมชาตอิ ันเกิดจากผลต่างของจ�ำนวนการเกดิ และการตาย ๒) จาก
การยา้ ยถน่ิ สทุ ธอิ นั เกดิ จากผลตา่ งของจำ� นวนการยา้ ยถนิ่ เขา้ และการยา้ ยถนิ่ ออก ๓) จากการเปลย่ี นแปลง
ของขอบเขตพื้นท่ีความเป็นเมืองที่มีการขยายออกไป และ ๔) การก�ำหนดเขตเมืองใหม่ เช่น มีการให้
ค�ำจำ� กดั ความของคำ� ว่าเมืองใหม่ เป็นต้น สำ� หรบั การเพิ่มข้นึ ของประชากรกรุงเทพฯ เกดิ จาก ๓ ปจั จยั
คือการเพม่ิ ขน้ึ ตามธรรมชาติ การย้ายถิ่นสุทธิ และการเปล่ียนแปลงของขอบเขตพ้ืนท่คี วามเปน็ เมอื งทมี่ ี
การขยายออกไป ด้วยเหตผุ ลทางด้านเศรษฐกจิ ทม่ี ีความต้องการแรงงานจ�ำนวนมากเป็นแรงดึงดูด และ
สภาวะเศรษฐกิจของภาคชนบททรี่ ายได้จากการเกษตรไม่เพยี งพอกบั ค่าใช้จ่าย ท�ำให้มีการอพยพเข้ามา
หางานทำ� ในกรงุ เทพมหานครของคนชนบทจากภาคตา่ งๆ จำ� นวนมาก ประกอบกบั การเปน็ ศนู ยก์ ลางของ
กรงุ เทพมหานครในทกุ ๆ ด้าน ทง้ั ด้านเศรษฐกิจ การเมอื ง สาธารณสุข การคมนาคม สงั คมวฒั นธรรม ก็
น่าจะเป็นเหตผุ ลส�ำคัญด้วยเช่นกนั

ในปจั จบุ นั กรงุ เทพฯ เปน็ เมอื งทมี่ คี นตา่ งชาตหิ ลง่ั ไหลเขา้ มาเปน็ จำ� นวนมากและอาศยั อยเู่ ปน็ ระยะ
เวลานานหรือพ�ำนักอยู่ในกรุงเทพฯ เลยก็มี คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นระยะเวลานานโดย
ประมาณการแล้วมีชาวจนี ๒๕๐,๐๐๐ คน ชาวอนิ เดยี ๘๕,๐๐๐ คน บคุ คลเหล่านมี้ ากกว่าร้อย ๘๐ ได้
รับสัญชาตไิ ทยแล้ว ชาวอเมรกิ ัน ๒๕,๐๐๐ คน ชาวยุโรป ๔๕,๐๐๐ คน ชาวเกาหลใี ต้ ๒๐,๐๐๐ คน ชาว
มาเลเซีย ๒๐,๐๐๐ คน ชาวไต้หวัน ๑๕,๐๐๐ คน ชาวออสเตรเลีย ๗,๕๐๐ คน ชาวอาหรับ ๑๒,๐๐๐ คน
ชาวญี่ปุ่น ๔,๔๐๐ คน (เปน็ จ�ำนวนทมี่ ากท่ีสดุ ของชาวญ่ปี ุ่นทพ่ี �ำนักอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น) ชาวสงิ คโปร์
๔,๐๐๐ คน และชาวแอฟริกาบางส่วน นอกจากนี้ยังมีแรงงานข้ามชาติจากเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว
กัมพชู า เข้ามาท�ำงานทก่ี รงุ เทพฯ อกี เป็นจ�ำนวนมาก (Raffles International College, 2554) นอกจากนี้
กรุงเทพมหานคร ยังมีนักท่องเท่ียวเข้ามายังกรุงเทพฯ เป็นจ�ำนวนมาก ดังเช่นในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ มี
นักท่องเทย่ี วทงั้ ชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดนิ ทางเข้ามายงั กรงุ เทพฯ ประมาณ ๓๖ ล้านคน โดยเปน็
คนไทยประมาณ ๒๔ ล้านคนและชาวต่างชาตอิ ีกประมาณ ๑๒ ล้านคน (กองการท่องเทยี่ ว, ๒๕๕๕)

ปจั จยั ด้านประชากร เปน็ ปจั จยั ทส่ี ำ� คญั อกี ด้านหนง่ึ ของการเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรม ทส่ี ำ� คญั
ของเมอื ง การทเ่ี มอื งมปี ระชากรจำ� นวนมากและมบี รบิ ททม่ี คี วามหลากหลายของผคู้ น เชน่ ภมู หิ ลงั ทมี่ าของ
คน สถานะทางเศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรม การศกึ ษา ศาสนา เพศ ชาตพิ นั ธ์ุ ฯลฯ ทำ� ให้เมอื งเปน็ ศนู ย์รวม
ต่างๆ ของความแตกต่างหลากหลายของมนษุ ย์ คนชนบทอพยพเข้ามาอาศยั อยู่ในเมอื งเพมิ่ มากขนึ้ มกี าร
ทำ� ลายพนื้ ฐานการผลติ ในชนบทลงแลว้ ทำ� ใหแ้ รงงานในชนบทหลงั่ ไหลสเู่ มอื งเพม่ิ มากขนึ้ ทำ� ใหเ้ กดิ ปญั หา
ตา่ งๆ ตามมา เชน่ ทางดา้ นเศรษฐกจิ สงั คมวฒั นธรรม สง่ิ แวดลอ้ ม ฯลฯ นอกจากนยี้ งั มกี ารไหลบา่ มาของ
ผู้อพยพเข้ามาทำ� งาน การเข้ามาของกระแสวฒั นธรรมตะวนั ตกหรอื กระแสทนุ นยิ ม ทำ� ให้สงั คมกรงุ เทพฯ
กลายเปน็ สงั คมปจั เจก ลกั ษณะของสงั คมทเี่ คยเออื้ อาทรตอ่ กนั และกนั ในระดบั หนงึ่ อาจมองไมเ่ หน็ อกี แลว้
ในกรงุ เทพฯ แต่กรงุ เทพฯ กย็ ังมีชมุ ชนที่เหลอื อยู่ใน ๓ ลักษณะด้วยกัน (นิธิ เอียวศรวี งศ์, ๒๕๓๗) คอื

ลักษณะท่ี ๑ ชุมชนตกค้าง กล่าวคือเป็นชุมชนที่เมืองเปลี่ยนแปลงไป แต่ชุมชนยังด�ำรงอยู่ด้วย
เหตผุ ลหลายอย่าง ไม่ได้เปลีย่ นตามไปหมด ชุมชนยงั ไม่แตกสลายไปด้วย เช่น กรณีชมุ ชนบ้านครัว เปน็
ชมุ ชนเลก็ ๆ ท่ยี ังดำ� รงรักษาสิง่ เหล่านั้นเอาไว้ได้

79

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ลักษณะท่ี ๒ ชมุ ชนทีม่ ีฐานอยู่บนศาสนา เช่น ชมุ ชนนัมดารี ซึง่ เปน็ นิกายหนงึ่ ของศาสนาซกิ ข์ ท่ี
มีความสัมพนั ธ์กันโดยตรง หรือชมุ ชนมุสลมิ ในบางพ้นื ที่

ลักษณะท่ี ๓ ชุมชนแบบใหม่ เช่น จส.๑๐๐ มีความสัมพันธ์กันแบบเครือข่าย มีกจิ กรรมร่วมกัน
มีความเออ้ื อาทรต่อกนั

ในปจั จุบนั อาจมีชมุ ชนในลักษณะต่างๆ อีกเป็นจำ� นวนมาก เช่น ชมุ ชนวดั โดยใช้วัดเป็นศนู ย์รวม
กจิ กรรมต่างๆ ท่เี ปน็ ตวั แทนของท้องถ่นิ รวมท้ังพ้นื ท่ชี มุ ชนต่างๆ ท่ีเปน็ ทร่ี วมของกลุ่มชาตพิ ันธุ์หรือผู้คน
จากประเทศต่างๆ รวมท้ังแรงงานอพยพจากประเทศเพ่ือนบ้านที่เข้ามาท�ำงานยังกรุงเทพมหานครเป็น
จ�ำนวนมาก เกดิ ชุมชนใหม่ท่ีมีความหลากหลายมากยิง่ ขน้ึ

ผลจากการท่ีเมืองมีประชากรท่ีแตกต่างหลากหลายมาอยู่ร่วมกัน ท�ำให้เกิดการไหลเวียน
เปลยี่ นแปลงของวฒั นธรรม นำ� ไปสผู่ ลกระทบตอ่ การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม วฒั นธรรมทส่ี ำ� คญั ๔ ประการ
คอื ดา้ นวถิ ชี วี ติ ความเชอื่ ทศั นคติ ด้านความสมั พนั ธ์กบั ผอู้ นื่ ด้านกระบวนการเรยี นรู้ และดา้ นพฤตกิ รรม
การบรโิ ภค ซงึ่ อาจทำ� ใหเ้ กดิ ผลในทางลบและผลในทางบวก กลา่ วคอื ในทางลบเกดิ การสญู หายหรอื เสอ่ื ม
สลายทางวัฒนธรรมด้งั เดิม ท่เี คยมมี าต่อกัน เช่น การเอ้อื เฟือ้ เผ่ือแผ่ การเคารพนอบน้อม การมีเมตตา
การให้อภยั หรอื การรอมชอมเพอื่ ประสานผลประโยชน์ การสญู สลายของคณุ ค่าวัฒนธรรมเหล่านนี้ ำ� ไป
สู่สภาวะทางสังคมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ในขณะที่ผลกระทบทางบวก เป็นการสร้างมุมมองต่อ
ความหลากหลายและความสำ� เรจ็ ของวฒั นธรรมขา้ มชาติ อาทิ กระแสเทคโนโลยจี ะนำ� ไปสกู่ ารสรา้ งความ
เขม้ แขง็ ของครอบครวั อนั เปน็ โครงสรา้ งพนื้ ฐานและภมู คิ มุ้ กนั ทสี่ ำ� คญั ของสงั คม ในการธำ� รงอยทู่ า่ มกลาง
พลวัตการเปลย่ี นแปลงในยุคปัจจบุ นั

๓) แนวทางการพฒั นากรงุ เทพมหานคร
(๑) การมบี ทบาทในประชาคมโลกดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม สำ� หรบั กรงุ เทพมหานคร
เองกม็ กี ารใหค้ วามรว่ มมอื กบั กลมุ่ ตา่ งๆ ในประชาคมโลก ภายใตเ้ งอื่ นไขของการเปน็ องคก์ รปกครองสว่ น
ทอ้ งถนิ่ รปู แบบพเิ ศษทงั้ ในลกั ษณะของภมู ภิ าคและตามบทบาทหน้าท่ี แต่ไม่วา่ จะเปน็ การให้ความร่วมมอื
กบั กรอบความรว่ มมอื รปู แบบใด ประเดน็ สำ� คญั ทก่ี รงุ เทพมหานครใหค้ วามสำ� คญั ไมแ่ ตกตา่ งกนั กค็ อื การ
ทำ� หนา้ ทม่ี บี ทบาทนำ� ในฐานะทเ่ี ปน็ ตวั แทนศนู ยก์ ลางความเจรญิ ของประเทศ ทง้ั ในดา้ นการเมอื ง เศรษฐกจิ
และสงั คม กระนนั้ กด็ ี ดเู หมอื นวา่ กรงุ เทพมหานครจะมกี ารแลกเปลยี่ นความรว่ มมอื กบั สงั คมโลกใน
ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรมมากทส่ี ดุ ซงึ่ กเ็ ปน็ ทเ่ี ขา้ ใจไดว้ า่ เพอ่ื ประชาสมั พนั ธแ์ ละสง่ เสรมิ ภาพลกั ษณข์ อง
กรงุ เทพมหานคร ชว่ ยใหเ้ กดิ การปฏสิ มั พนั ธแ์ ละเสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธก์ บั เมอื งพเี่ มอื งนอ้ งและเมอื งตา่ งๆ
นำ� ไปสกู่ ารสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ในการพฒั นาเมอื งในมติ ติ า่ งๆ ซง่ึ จะชว่ ยเพม่ิ บทบาทของกรงุ เทพมหานคร
บนเวทโี ลกต่อไป ทผี่ ่านมา กรุงเทพมหานครได้นำ� ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการบรหิ าร
จดั การเมอื งศนู ย์กลางความเจรญิ ในทุกๆ ด้านของประเทศ มาแบ่งปันและแลกเปลีย่ นความรู้และข้อมลู
ข่าวสารกับเวทีโลก ทั้งในระดับทวภิ าคีและพหภุ าคี
(๒) การขยายพน้ื ทภี่ าคมหานคร ดว้ ยกระแสของการพฒั นาในปจั จบุ นั ทคี่ วามเชอ่ื มโยง
ของกจิ กรรมต่างๆ ท่ีเกย่ี วข้องกับวิถีแห่งความเป็นเมืองหลกั ของโลกส่งผลให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง
ของกจิ กรรมตา่ งๆ ทมี่ หี ว่ งโซอ่ ปุ ทาน (supply chain) ในระดบั ทใ่ี หญก่ วา่ ขอบเขตการปกครองของกรงุ เทพฯ
การใช้ประโยชน์ท่ดี ินต่างๆ ท่มี คี วามเชอ่ื มโยงกัน มีที่ตั้งกระจายอยู่ในพ้ืนทที่ ่ีเรียกว่า “ภาคมหานคร” ซ่ึง
รัฐมีนโยบายท่ีต้องการลดการเติบโตของกรุงเทพมหานครด้วยการกระจายการพัฒนาไปยังพื้นที่อ่ืนๆ

80

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

โดยเฉพาะจงั หวดั ในปรมิ ณฑล ประกอบด้วยกรงุ เทพฯ และปริมณฑล (Bangkok Metropolitan Region -
BMR) ครอบคลุมพ้นื ที่ ๖ เขตการปกครองได้แก่ กรุงเทพฯ และอีก ๕ จังหวดั ปรมิ ณฑลคอื สมุทรปราการ
ปทมุ ธานี สมทุ รสาคร นครปฐม และนนทบรุ ี ส่วนทเ่ี ปน็ BMR นมี้ พี นื้ ทท่ี งั้ หมด ๗,๗๖๑.๖ ตารางกโิ ลเมตร
โดยพน้ื ทด่ี งั กล่าวเปน็ เขตทเ่ี รยี กวา่ เขตมหานคร (metropolis) ทห่ี มายถงึ เขตพน้ื ทท่ี ม่ี เี มอื งศนู ยก์ ลางและมี
พืน้ ท่เี มอื งอื่นๆ อยู่ล้อมรอบ โดยเขตพ้นื ท่เี มืองที่ล้อมรอบเหล่านม้ี กี ารผสมผสานทางเศรษฐกิจและสงั คม
กบั เมอื งศนู ย์กลาง แต่จากลกั ษณะและรปู แบบการพฒั นาเมอื งทกี่ ระจดั กระจาย (urban sprawl) นำ� มาซง่ึ
รปู แบบการใชท้ ด่ี นิ ทไ่ี มเ่ หมาะสม โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การขยายและการเกดิ ปญั หาเมอื งตามมามากมาย ทงั้
ปัญหาการเติบโตอย่างรวดเร็วในพื้นที่รอยต่อของเขตชั้นในและพ้ืนท่ีชั้นกลาง ซึ่งมีการพัฒนาเป็นแหล่ง
ธรุ กจิ การค้า อตุ สาหกรรม และทอ่ี ยู่อาศยั อย่างเต็มพน้ื ที่ ท้ังแนวราบและแนวด่ิง ส่งผลให้เกดิ ปญั หาด้าน
การบรกิ ารและสงิ่ อำ� นวยความสะดวกแกป่ ระชาชนไมพ่ อเพยี ง รวมทงั้ ปญั หาการเตบิ โตของชมุ ชนตามเสน้
ทางคมนาคมในพน้ื ทเี่ ขตชนั้ กลางและชานเมอื งปรมิ ณฑล ซง่ึ สว่ นใหญ่พฒั นาเปน็ ทอ่ี ย่อู าศยั มยี า่ นการค้า
ขนาดใหญแ่ ละแหลง่ อตุ สาหกรรมทกี่ ระจายตวั รวมกลมุ่ ตามแนวเสน้ ทางคมนาคมสายหลกั และบรเิ วณจดุ
ตัดถนนสายหลกั ส่งผลให้เกิดปญั หาด้านการบริการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทไ่ี ม่สามารถเข้าถงึ ได้อย่าง
ทัว่ ถึง และปญั หาการบริการทีม่ รี าคาแพง การขาดแคลนทอ่ี ยู่อาศัย ปญั หาการจราจร และปญั หามลพิษ
ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มทรี่ นุ แรงมากขนึ้ เปน็ ลำ� ดบั นอกจากนี้ ภาคกรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑลตอ้ งเผชญิ กบั ปญั หาทง้ั
ดา้ นความแออดั คบั คง่ั (congested) ดว้ ยประชากร แหลง่ งาน การเดนิ ทาง และอน่ื ๆ ปญั หาสภาพแวดลอ้ ม
เมอื ง ความไม่เปน็ ระเบยี บของเมอื ง จงึ เปน็ ปญั หาความสนิ้ เปลอื งของการใช้ทรพั ยากรเพอ่ื ขบั เคลอ่ื นการ
พัฒนาและบำ� รงุ รกั ษา (สำ� นกั ผังเมอื งและกรมโยธาธกิ ารและผังเมือง,http://www.dpt.go.th/)

(๓) ความเป็นเมืองโตเด่ียวหรือความเป็นเอกนคร (primate city) กรุงเทพมหานคร
มักได้รับการกล่าวถึงความเป็นเมืองที่มีความเป็นเอกนครสูงสุดเมืองหน่ึงของโลก Sternstein (๑๙๘๖)
เคยกล่าวถึงความเปน็ เมืองเอกนครของกรุงเทพมหานครว่าเปน็ “a paragon - the beau ideal - of a
primate city” ซ่งึ มีความหมายว่า ความเป็นเอกนครของกรุงเทพมหานครมคี วามเด่นมากทีส่ ดุ เมืองหนงึ่
เปน็ ความโดดเด่นที่เป็นแบบอย่างของความเป็นเอกนคร (กาญจนา ต้งั ชลทพิ ย์, ๒๕๕๐) ด้วยความเปน็
มหานครท่ีเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพฯ จึงมีสิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางสังคม มีสาธารณูปโภคต่างๆ อย่างครบ
สมบรู ณ์ เปน็ พน้ื ทดี่ งึ ดดู กจิ กรรมการพฒั นาทกุ ดา้ นสพู่ น้ื ที่ ทง้ั การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน การบรกิ ารสงั คม
โดยเฉพาะการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจ และจากการพัฒนาที่กระจุกตัวในพื้นที่ก่อให้เกิดความ
เหลอื่ มลำ้� ของรายไดแ้ ละโอกาสในการประกอบอาชพี กบั ภมู ภิ าคอนื่ ดงั นนั้ สภาพการพฒั นาทต่ี ามมากค็ อื
การเตบิ โตของกจิ กรรมทกุ ด้านอย่างรวดเรว็ ทงั้ การเปน็ แหล่งทอี่ ย่อู าศยั อตุ สาหกรรม การค้าการบรกิ าร
รวมทง้ั การบรกิ ารทางสงั คม ซง่ึ เปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทดี่ งึ ดดู แรงงานและประชากรในภาคอน่ื เข้ามากระจกุ ตวั
อยใู่ นภาคกรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑล การพฒั นาทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ความเหลอ่ื มล�้ำกบั ภาคอน่ื สง่ ผลใหภ้ าคกรงุ เทพฯ
และปรมิ ณฑลมลี กั ษณะเปน็ เมอื งศนู ย์กลาง เติบโตเพยี งแห่งเดียวของประเทศ

การทก่ี รงุ เทพมหานครเปน็ เมอื งโตเดย่ี วมาเปน็ เวลานานจงึ เปน็ แหลง่ รวมของการเคลอื่ นยา้ ยผคู้ น
และกระแสวัฒนธรรมท่ีหลากหลาย ดังนั้นในด้านวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกรุงเทพฯ จึงมีลักษณะ
ของวัฒนธรรมเมอื งทเ่ี ปิดรับการเปล่ียนแปลงของวฒั นธรรมโลกอย่างเตม็ รปู แบบ มีลักษณะปจั เจกนยิ ม
ตัวใครตัวมัน หรือสภาพพ้ืนที่ตามความต้องการ มีวิถีชีวิตที่รีบเร่ง วัฒนธรรมเสมือนจริงหรือโลกของ

81

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

อินเทอร์เนต็ มีอิทธิพลสูง เกดิ เครือข่ายทางความคิด ความเชอ่ื การแลกเปลยี่ นความรู้หรอื การรวมกลุ่ม
ท่ไี ม่เก่ยี วข้องกบั พ้ืนท่ี หรอื ถนิ่ ท่ีอยู่

๔) ทุนทางวัฒนธรรม

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีความหลากหลายและร่�ำรวย มีวัฒนธรรมเป็นทุน ท้ัง
ทนุ ทางวฒั นธรรมดงั้ เดมิ และทนุ ทางวฒั นธรรมสมยั ใหม่ ซง่ึ ทนุ ทางวฒั นธรรมดงั้ เดมิ ของกรงุ เทพฯ มอี ยู่ ๒
ระดบั คอื ระดบั วฒั นธรรมหลกั หรอื วฒั นธรรมหลวง ดว้ ยเหตทุ ก่ี รงุ เทพฯ เปน็ เมอื งหลวงจงึ เปน็ ศนู ยก์ ลาง
ของวฒั นธรรมหลกั และกรงุ เทพฯ เปน็ เมอื งทม่ี ผี คู้ นหลากหลายกลมุ่ ชาตพิ นั ธเ์ุ คลอื่ นยา้ ยเขา้ มาตงั้ ถน่ิ ฐาน
มานับต้ังแต่อดตี จนถงึ ปจั จบุ นั จงึ มวี ฒั นธรรมรอง หรือวัฒนธรรมย่อยอยู่มากมาย ได้แก่ ประวัตศิ าสตร์
ศลิ ปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี ภมู ปิ ญั ญาไทย และสถานทส่ี �ำคญั ทมี่ ชี อ่ื เสยี งระดบั โลก พระบรม
มหาราชวัง วัดวาอาราม พระพุทธรูป ส่วนทุนทางวัฒนธรรมสมัยใหม่เป็นการเปิดพ้ืนท่ีส�ำหรับแนวคิด
สรา้ งสรรคใ์ หมๆ่ ตามกระแสโลก อาทิ ศนู ยส์ รา้ งสรรคก์ ารออกแบบ โรงละครเวที หอศลิ ปะ ศนู ยว์ ฒั นธรรม
ห้องแสดงภาพ ตลาดนำ�้ ตลาดนดั ตลอดจนถนนสายต่างๆ ทแ่ี สดงถงึ อตั ลกั ษณ์ของพืน้ ท่ี เช่น จตุจักรคอื
ตลาดนัดห่วงโซ่ธุรกิจสร้างสรรค์ สยามสแควร์คือที่แจ้งเกิดของแบรนด์แฟช่ันไทย หรอื ทาวน์อนิ ทาวน์คอื
เมอื งโฆษณาและภาพยนตร์ เปน็ ตน้ (ส�ำนกั งานสง่ เสรมิ อตุ สาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม(สสว.),http://
www.sme.go.th/ Documents//2553)

จากการลงพนื้ ทรี่ วบรวมขอ้ มลู จากการระดมความคดิ เหน็ ของประธานและสมาชกิ สภาวฒั นธรรม
เขต ประชาชนในเขต ได้แก่ ผู้นำ�ชุมชน ปราชญ์ด้านวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับ
วฒั นธรรมของสำ�นกั งานเขต เพือ่ ทราบลักษณะงานวฒั นธรรมทีย่ ังคงมีบทบาท และเปน็ ที่ภาคภมู ิใจของ
เขตทั้ง ๕๐ เขตของกรุงเทพมหานคร รวมท้ังข้อมูลการจัดลำ�ดับวฒั นธรรมเด่น ๕ ลำ�ดบั ของแต่ละเขต
โดยใช้แนวคิดการแบ่งประเภทวัฒนธรรมของยูเนสโก และกระทรวงวัฒนธรรม พบว่า วัฒนธรรมทั้ง
๕ สาขา ไดแ้ ก่ ขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละศาสนา ศลิ ปะ การชา่ งฝมี อื คหกรรมศลิ ป์ กฬี าและนนั ทนาการ
มีดงั นี้

ตารางท่ี ๒.๒ วัฒนธรรมกรุงเทพมหานครที่มีความโดดเด่น มีบทบาท และเป็นท่ีภาคภูมิใจของชาว
กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพฯ ขนบธรรมเนียม ศิลปะ การช่างฝีมือ คหกรรมศิลป์ กีฬาและ รวม
ประเพณี ศาสนา นันทนาการ

ชั้นใน ๑๐๔ ๔๗ ๑๕ ๕๙ ๑๖ ๒๓๘
(๒๑ เขต)

ช้ันกลาง ๗๓ ๒๗ ๒๑ ๕๕ ๑๖ ๑๘๘
(๑๘ เขต)

ช้ันนอก ๔๙ ๑๒ ๑๙ ๔๒ ๑๓ ๑๓๙
(๑๑ เขต)

รวม ๒๒๖ ๘๖ ๕๕ ๑๕๖ ๔๕ ๕๖๘

82

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

จากตาราง จะเหน็ วา่ วฒั นธรรมสาขาขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละศาสนา เปน็ วฒั นธรรมทพี่ บมาก
ทส่ี ดุ ลำ� ดบั รองลงไปคอื สาขาคหกรรมศลิ ป์ สาขาศลิ ปะ สาขาการชา่ งฝมี อื กฬี าและนนั ทนาการ ตามล�ำดบั

ส่วนการได้คดั เลอื กวฒั นธรรมประสบผลส�ำเรจ็ ในการจดั การมาเปน็ กรณศี กึ ษาจำ� นวน ๑๐ กรณี
เพ่อื ถอดบทเรยี นการดำ� เนนิ งานที่ประสบความส�ำเร็จ ตลอดจนปัญหาและอปุ สรรคของการจัดการ เพอื่
ใช้เป็นประโยชน์ในการจัดท�ำแผนวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร มีดังน้ี (๑) กรณีศึกษาวัดธรรมมงคล
เขตพระโขนง (๒) กรณีศึกษาประเพณีตกั บาตรพระร้อยทางเรอื วดั สุธาโภชน์ เขตลาดกระบัง (๓) กรณี
ศกึ ษาย่านกะดจี นี เขตธนบรุ ี (๔) กรณศี กึ ษาบ้านศลิ ปินคลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ (๕) กรณศี กึ ษา
ย่านเยาวราช เขตสมั พันธวงศ์ (๖) กรณีศึกษาละครชาตรี เขตป้อมปราบศตั รพู ่าย (๗) กรณศี กึ ษาถนน
สายไม้ ชมุ ชนประชานฤมติ ร เขตบางซอ่ื (๘) กรณีศึกษาคีตะมวยไทย : ลานมวยครูเสอื เขตวังทองหลาง
(๙) กรณศี กึ ษาวถิ เี กษตรพอเพยี ง ชมุ ชนลำ� ไทร เขตหนองจอก และ (๑๐) กรณศี กึ ษา “นกกรงหวั จกุ คลอง
บึงขวาง” เขตมนี บรุ ี

ข้อมูลวัฒนธรรมจากการส�ำรวจ และการศึกษาเชิงลึกท้ัง ๑๐ กรณี ท�ำให้ทราบถึงเง่ือนไขและ
ปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่ การเตบิ โต การดำ� รงอยู่ การเสอื่ มถอย และการใกลส้ ญู ของวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร
ในปัจจบุ นั ดงั นี้
(๑) กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลายมีความโดดเด่น

เป็นเอกลกั ษณ์เปน็ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
(๒) ชมุ ชนมผี ้มู คี วามร้วู ฒั นธรรม ทำ� ให้สามารถธำ� รงเอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรมไว้ ได้

อาทิ มผี รู้ แู้ ละเชยี่ วชาญเกย่ี วกบั ศาสนา ประเพณี งานฝมี อื อาหาร กฬี า และการ
ละเล่นพน้ื บ้านทม่ี ีเอกลักษณ์
(๓) ปจั จบุ นั มอี งคก์ รและเครอื ขา่ ยทางสงั คมทท่ี ำ� งานดา้ นวฒั นธรรมใหก้ ารสนบั สนนุ
ส่งเสริม อนรุ ักษ์ และพัฒนาวฒั นธรรมชุมชนท�ำให้เกิดวฒั นธรรมท่ีมีเอกลักษณ์
โดดเด่นเพิม่ มากขึ้น
(๔) การมเี ครอื ขา่ ยทางดา้ นวฒั นธรรมทงั้ ในและนอกประเทศทห่ี ลากหลาย ทำ� ใหเ้ กดิ
การประสานความรว่ มมอื ดา้ นการสง่ เสรมิ อนรุ กั ษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ
ของไทยอย่างหลากหลาย
(๕) ภาคธรุ กจิ เอกชนใหค้ วามสำ� คญั ตอ่ การสรา้ งความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนผา่ นกจิ กรรม
“ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร” (corporate social
responsibility - CSR) ทำ� ให้มกี ารดำ� เนนิ งานด้านการอนรุ กั ษ์ ส่งเสรมิ และพฒั นา
วฒั นธรรมท้องถ่ินมากขึ้น
(๖) ขาดการสืบทอดวัฒนธรรมชุมชน คนรุ่นใหม่ไม่เห็นความส�ำคัญของวัฒนธรรม
ชุมชน แต่ให้ความส�ำคัญกับการหยิบยืมวัฒนธรรมอ่ืน เช่น วัฒนธรรมเกาหลี
ญ่ปี ุ่น เป็นต้น
(๗) การรวมตวั ของสมาชกิ ในชมุ ชนเพอื่ สง่ เสรมิ อนรุ กั ษ์ และพฒั นาวฒั นธรรมชมุ ชน
ของแต่ละเขต เกิดขึ้นได้ยากเพราะขาดการประสานงานท่ีดีระหว่างภาครัฐและ
ประชาชนในพื้นท่ีและระหว่างภาคประชาชนด้วยกันเองในแต่ละเขตมีลักษณะ
ต่างคนต่างท�ำ

83

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ ก็ยังคงบทบาทความเป็นมหานครแห่งความมีเสน่ห์ด้วยสีสันอัน
หลากหลาย เป็นศูนย์รวมของความทันสมัย ท้ังในด้านการค้า แหล่งช้อปปิ้งที่น�ำเทรนด์แฟช่ันใหม่ๆ
การท่องเทย่ี ว แหล่งวัฒนธรรม โบราณสถาน ศนู ย์กลางการเงิน การขนส่ง และโลจสิ ติกส์ โดยเฉพาะ
ด้านการบนิ การสื่อสาร และโทรคมนาคม ศูนย์กลางบริการด้านบันเทิง สุขภาพ และการศกึ ษา เป็นต้น
ดว้ ยจดุ เดน่ ของกรงุ เทพฯ ทเี่ ปน็ เมอื งธรุ กจิ ทยี่ งั คงมคี วามผสมผสานกบั ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณแี ละสถานที่
ท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว จึงท�ำให้กรุงเทพฯ ได้รับรางวัล “เมืองท่องเท่ียวท่ีดีที่สุดในโลก” และเป็นเมือง
น่าท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของเอเชียถึง ๓ ปีซ้อน โดยสิ่งท่ีดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมา
ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ๕ อันดับแรก ได้แก่ อาหารไทย โบราณสถานและโบราณวัตถุ อัธยาศัยไมตรีของ
คนไทย วฒั นธรรมประเพณีและศลิ ปะพ้ืนบ้าน และแหล่งช้อปปิง้

๕) การเมอื งและกฎหมายกบั การบรหิ ารงานกรงุ เทพมหานคร
(๑) การเมืองกบั การบริหารงานกรุงเทพมหานคร
ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๒๕๕๒) ได้
ระบุสถานการณ์ท่เี ป็นปจั จยั เสี่ยงของประเทศไทยประการหน่งึ คือ การบริหารภาครัฐอ่อนแอ ไม่สามารถ
ขับเคลื่อนการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้อ�ำนาจรัฐเพ่ือผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
ความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนและระหว่างประชาชนกับประชาชนในบางพ้ืนท่ีมีช่อง
ว่างมากข้ึน ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็น แต่การมีส่วนร่วมตัดสินใจในระดับนโยบายมีน้อย
เจ้าหน้าที่รัฐย่อหย่อนในการปฏิบัติตามหน้าที่ การบังคับใช้กฎหมายไม่จริงจัง การด�ำเนินงานไม่โปร่งใส
เกิดการทุจริตประพฤตมิ ชิ อบ นำ� ไปสู่ความเหลื่อมลำ�้
ปัจจัยหนึ่งท่ีท�ำให้การบริหารภาครัฐอ่อนแอ คือ ปัจจัยด้านการเมืองท่ีส่งผลต่อการบริหารงาน
ของกรงุ เทพมหานคร กล่าวคอื ภายหลังพระราชบัญญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการกรงุ เทพมหานคร พ.ศ.
๒๕๒๘ ได้มกี ารเลือกตัง้ ผู้ว่ากรงุ เทพมหานคร มกี ารวางโครงสร้างการบรหิ ารกรงุ เทพฯ ใหม่ โดยการให้
ความส�ำคัญกับพ้ืนที่เขตมากข้ึน มีการเลือกต้ังสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก) และสมาชิกสภาเขต
(ส.ข.) ซงึ่ จะทำ� หน้าทต่ี ่างจากส.ก. โดยส.ข.จะทำ� หน้าทใี่ ห้ข้อคดิ เหน็ และข้อสงั เกตเกยี่ วกบั แผนพฒั นาเขต
ต่อผู้อ�ำนวยการเขต และสภากรงุ เทพมหานคร จดั สรรงบประมาณเพอ่ื พัฒนาเขต สอดส่องและตดิ ตาม
ดูแลการดำ� เนนิ การของส�ำนักงานเขต ขณะทีส่ .ก.เน้นการดำ� เนินการทางด้านนติ บิ ญั ญัติ ออกข้อบญั ญตั ิ
กรงุ เทพมหานคร เลอื กประธานสภากรงุ เทพมหานคร เสนอญตั ติ ตง้ั กระทถู้ าม อภปิ รายทวั่ ไป ซงึ่ ลกั ษณะ
จะคล้ายกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พรชยั รัศมแี พทย์, ๒๕๓๐)
การท่ีกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมทางการเมือง การปกครองของประเทศ หน่วยงานส�ำคัญ
ตา่ งๆ ทที่ ำ� หน้าทใี่ นการบรหิ ารประเทศ ล้วนตงั้ อยใู่ นกรงุ เทพมหานคร สง่ ผลใหก้ รงุ เทพมหานครเปน็ พน้ื ที่
หรือสมรภูมิทางการเมืองที่ส�ำคัญ เม่ือเกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาหลายครั้งในอดีต
จนถงึ ปจั จบุ นั และหลายครง้ั เกดิ ความรนุ แรงและเกดิ การสญู เสยี ชวี ติ และอาคารบา้ นเรอื นตา่ งๆ ในแหลง่
สำ� คญั ทางประวตั ศิ าสตร์ของกรงุ เทพฯ ถูกท�ำลายไป เช่น กรณเี หตกุ ารณ์ ๑๔ ตลุ าคม ๒๕๑๖ และกรณี
๖ ตลุ าคม ๒๕๑๙ ทบ่ี รเิ วณถนนราชดำ� เนนิ และมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ มกี ารเผาทำ� ลายสถานทส่ี ำ� คญั
ต่างๆ ในบรเิ วณเกาะรัตนโกสินทร์ และเหตุการณ์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ - ๒๕๕๓ ประเทศไทยต้องเผชญิ กับ
สถานการณค์ วามขดั แยง้ ทางการเมอื งครงั้ ใหญถ่ งึ ๓ เหตกุ ารณ์ เรม่ิ ตน้ จากการออกมาเคลอ่ื นไหวของกลมุ่

84

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร

พนั ธมติ รประชาชนเพอื่ ประชาธปิ ไตยในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ การชมุ นมุ ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน
เผดจ็ การในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มกี ารชมุ นมุ ปดิ ถนนในพนื้ ทห่ี ลายแหง่ ของกรงุ เทพมหานคร
รวมทั้งมกี ารประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอกี ด้วย

จะเห็นได้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นสมรภูมิส�ำคัญทางการเมืองของประเทศ เมื่อเกิดความขัดแย้ง
ทางการเมืองก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ท่ีไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้ง
ผลกระทบในดา้ นการบรหิ ารงานของกรงุ เทพมหานคร และเจา้ หนา้ ทท่ี ปี่ ฏบิ ตั งิ านในพนื้ ทชี่ มุ ชนต่างๆ ของ
กรุงเทพมหานคร ท�ำให้การปฏบิ ตั ิงานเกิดความล่าช้าหรอื หยดุ ชะงัก รวมท้ังกระทบต่อความเช่ือมัน่ ของ
นกั ท่องเที่ยวและนักลงทนุ ที่มีต่อกรุงเทพมหานครอกี ด้วย (Thai PBS, ๒๕๕๗)

(๒) รฐั บาลกับการบรหิ ารงานของกรุงเทพมหานคร
รฐั บาลมอี �ำนาจในการควบคมุ ก�ำกบั การบรหิ ารงานของกรงุ เทพมหานคร ดงั นน้ั
การมที มี บรหิ ารกรงุ เทพมหานครทสี่ งั กดั คนละพรรคกบั พรรคทเี่ ปน็ รฐั บาล อาจส่งผลต่อการบรหิ าร งาน
ของกรุงเทพมหานครได้ เพราะอ�ำนาจในการบริหารของกรุงเทพมหานครส่วนหน่ึงยังต้องข้ึนอยู่ในการ
กำ� กับดูแลของรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พ.ร.บ. ระเบยี บบรหิ ารราชการกรงุ เทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘ ในหมวดที่ ๘ ความสัมพนั ธ์ระหว่างรฐั บาลกบั กรุงเทพมหานครตามมาตรา ๑๒๒ การตัง้
งบประมาณเงนิ อดุ หนนุ ใหก้ รงุ เทพมหานคร และมาตรา ๑๒๓ ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยมอี ำ� นาจ
และหนา้ ทคี่ วบคมุ ดแู ลการปฏบิ ตั ริ าชการของกรงุ เทพมหานคร และมอี ำ� นาจสงั่ สอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื สง่ั
ให้ผ้วู า่ ราชการกรงุ เทพมหานครชแี้ จงแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ริ าชการของกรงุ เทพมหานคร
ในกรณที ร่ี ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยเหน็ วา่ การปฏบิ ตั ใิ ดๆ ของผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานครขดั ตอ่
กฎหมาย ทอ่ี าจทำ� ใหก้ รงุ เทพมหานครเสยี ประโยชน์ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยสามารถยบั ยง้ั หรอื
ส่ังการตามท่เี ห็นสมควรก็ได้ (พ.ร.บ. ระเบยี บบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘, ๒๕๕๗)
จึงเห็นได้ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่มีอ�ำนาจตัดสินใจหรือวินิจฉัยสั่งการอย่างหน่ึง
อย่างใดได้ทุกเรื่องท่ีเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร เพราะมีบางเร่ืองท่ีผู้ว่าราชการ
กรงุ เทพมหานครตอ้ งกระทำ� การภายใตก้ ารควบคมุ บงั คบั บญั ชา ซงึ่ การตดั สนิ ใจในหรอื การวนิ จิ ฉยั สง่ั การ
เป็นของเจ้าหน้าท่ีในองค์การปกครองส่วนกลาง เฉพาะแต่การกระท�ำของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ที่อยู่ภายใต้การควบคุมก�ำกับเท่านั้นท่ีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอ�ำนาจตัดสินใจหรือวินิจฉัยสั่งการ
ด้วยตนเอง ดงั น้ันจงึ เป็นความอสิ ระ (autonomy) ภายใต้การควบคมุ กำ� กบั เท่าน้นั
(๓) กฎหมาย ระเบยี บ และข้อบงั คบั ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การคมุ้ ครองมรดกทางวฒั นธรรม
ของกรงุ เทพมหานคร
กรงุ เทพมหานคร เป็นท่ตี งั้ ชุมชนเก่ามาต้งั แต่สมยั โบราณ มีประวตั ิศาสตร์มายาวนานกว่า ๒๐๐
ปี เป็นศูนย์รวมมรดกทางวัฒนธรรมท่ีส�ำคัญท่ีมีคุณค่าและมีความส�ำคัญในทางประวัติศาสตร์และ
โบราณคดีของประเทศ ทผี่ ่านมาการพัฒนากรุงเทพมหานครไม่สอดคล้องกบั การอนรุ กั ษ์สงิ่ ที่มคี ุณค่าท่ี
เป็นมรดกสำ� คัญเหล่าน้ี ซง่ึ ส่งผลกระทบต่อวถิ ีชวี ติ ของคนในชุมชน ภูมทิ ัศน์เมืองเก่า แหล่งโบราณสถาน
และสิง่ ก่อสร้างท่ีมคี ณุ ค่าต่างๆ ขาดการบ�ำรุงรกั ษา ทรุดโทรม ไม่มีความเป็นระเบียบ ขาดการประสาน
งานระหว่างภาคราชการและหน่วยงานต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง รวมทั้งขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน การ
อนุรกั ษ์เป็นเพยี งนยิ ามทีม่ องเฉพาะตวั วตั ถุหรือตัวอาคาร ไม่มองไปท่คี ณุ สมบตั ิอน่ื ๆ ของความเป็นชมุ ชน

85

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

เชน่ พนื้ ทเี่ ยาวราชมกี ารควบคมุ เฉพาะเรอ่ื งความสงู ของอาคาร ในขณะทค่ี นเยาวราชไดอ้ พยพออกไปอยทู่ ี่
อืน่ แล้ว การสืบทอดวัฒนธรรมและจิตวญิ ญาณของชมุ ชนเมืองกลายเปน็ เรือ่ งยาก คนรุ่นใหม่ไม่อยากจะ
สืบทอดวถิ ีชวี ติ แบบเดมิ (โครงการมรดกสยาม, ๒๕๕๖)

ดงั นั้น การมกี ฎหมาย ระเบียบ และข้อบงั คบั ท่ีเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม ที่
มคี วามสอดคล้องกบั วถิ ีชีวิตของผู้คนในชุมชนหรือย่านประวตั ิศาสตร์เก่าแก่ต่างๆ จึงมคี วามส�ำคัญย่งิ ใน
การทจี่ ะชว่ ยสนบั สนนุ และสง่ เสรมิ การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ใหส้ ามารถธำ� รง
ไวซ้ งึ่ เอกลกั ษณส์ ำ� คญั ทางวฒั นธรรม สรา้ งความภาคภมู ใิ จและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ใี หก้ บั คนกรงุ เทพฯ
โดยมีกฎหมาย ระเบยี บและข้อบังคบั ต่างๆ ทีเ่ กี่ยวข้องที่ส�ำคัญ ได้แก่

• พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ แก้ไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฉบับท่ี ๒ เป็นกฎหมายส�ำคัญอีกฉบับหน่ึง โดยมีกรมศิลปากร กระทรวง
วฒั นธรรม เปน็ หนว่ ยงานหลกั ทบี่ งั คบั ใชก้ ฎหมาย โดยในพระราชบญั ญตั ฯิ แก้ไขปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้
มกี ารปรบั หลกั การสำ� คญั ของกฎหมาย ทส่ี ง่ ผลตอ่ การอนรุ กั ษเ์ มอื งเกา่ ในเขตโบราณสถานทก่ี รมศลิ ปากร
ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว เจ้าของกรรมสิทธหิ์ รอื ผู้ครอบครองโบราณสถานที่ขน้ึ ทะเบยี นแล้วสามารถจดั การ
โบราณสถานได้ (ส�ำนักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรม, ๒๕๕๖)

• กฎหมายผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร กฎหมายน้ีประกาศบังคับใช้ตาม
พระราชบัญญัติการผังเมืองเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๑๘ จนมาถึงปัจจุบันได้ประกาศใช้กฎหมายผังเมืองรวม
กรงุ เทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ก�ำหนดให้ใช้บังคบั ผงั เมอื งรวมในท้องท่ีกรงุ เทพมหานครเป็นแนวทางใน
การพฒั นาและดำ� รงรกั ษากรงุ เทพมหานคร โดยมกี ารใชป้ ระโยชนใ์ นทรพั ยส์ นิ การคมนาคมและการขนสง่
การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมที่ดี มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพ เพ่ือให้
กรุงเทพมหานครเป็นเมอื งน่าอยู่ (ส�ำนกั ผังเมอื ง, ๒๕๕๗)

• นโยบายการอนรุ กั ษ์กรุงรัตนโกสนิ ทร์ กรุงเทพมหานครในฐานะเป็นองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิน่ ซ่ึงมหี น้าที่หลักในการบริหารจดั การกรุงเทพมหานครตามพระราชบญั ญตั ิระเบียบ
บรหิ ารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้มกี ารก�ำหนดแผนและยทุ ธศาสตร์ต่างๆ เพ่ือให้เกดิ การ
อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าอย่างยั่งยืน โดยนโยบายเกี่ยวกับการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์เร่ิมปรากฏใน
แผนพฒั นากรุงเทพมหานครสู่เมืองน่าอยู่ พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๕๑ (ช.กษมิ า เพ็ชญไพศิษฏ์, ๒๕๕๕) เปน็
แผนงานโครงการพัฒนาพ้นื ทขี่ องกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งออกเป็น ๑๒ กลุ่มเขต ๖ เขตการพฒั นา โดย
ให้กรุงรัตนโกสินทร์เป็นเขตอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเท่ียว มุ่งเน้นการอนุรักษ์ฟื้นฟู
แหล่งโบราณสถาน ย่านประวัติศาสตร์และชุมชนด้ังเดิมในพ้ืนที่ โดยเป็นการด�ำเนินการร่วมกันระหว่าง
กรุงเทพมหานครกับกรมศิลปากรในการอนุรักษ์อาคารและสิ่งก่อสร้างท่ีทรงคุณค่าในทางศิลปกรรม
สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีแผนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูปรับปรุงชุมชนดั้งเดิมและ
ส่งเสริมการท่องเทย่ี วเชงิ อนุรกั ษ์เพอ่ื ให้เกดิ การพฒั นาเศรษฐกิจชมุ ชน เช่น การอนรุ ักษ์และการปรบั ปรุง
ย่านท่าพระจนั ทร์ ท่าช้าง ปากคลองตลาด ย่านราชด�ำเนิน ฯลฯ โดยการพัฒนายึดถือหลกั การส่งเสรมิ ให้
กรงุ รตั นโกสนิ ทรม์ พี น้ื ทโี่ ลง่ วา่ งสเี ขยี ว อนรุ กั ษโ์ บราณสถานและสถาปตั ยกรรมทม่ี คี ณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตร์
และลดความหนาแนน่ แออดั ของอาคารสถานทแ่ี ละการจราจร (สำ� นกั นโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม, ๒๕๔๗)
86

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

(๔) ปัญหาการใช้กฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่เก่ียวข้องกับการคุ้มครองมรดก
ทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

• ความสัมพันธ์ในการบังคับใช้กฎหมายเพ่ือการอนุรักษ์ ตามพระราชบัญญัติ
โบราณสถานฯ ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ (แก้ไขเพม่ิ เตมิ พ.ร.บ. ปี พ.ศ.๒๕๐๔) เป็นกฎหมายท่ใี ช้บงั คบั เพ่ือคุ้มครอง
อสังหาริมทรัพย์ หรือส่ิงก่อสร้างใดๆ ซ่ึงโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้างหรือโดยหลักฐาน
ทางประวตั ิศาสตร์นั้นเป็นประโยชน์ทางศิลปะ ประวัตศิ าสตร์ หรือโบราณคดี รวมถงึ สถานท่ีท่เี ป็นแหล่ง
โบราณคดี แหล่งประวตั ศิ าสตร์ และอุทยานประวตั ศิ าสตร์ด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระราชบญั ญัติ
โบราณสถานฯ มุ่งท่ีจะคุ้มครองเฉพาะโบราณสถานและเขตของโบราณสถานเป็นหลัก ซึ่งยังไม่
ครอบคลุมแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย และพระราชบัญญัติ
โบราณสถานได้แบ่งประเภทของโบราณสถานออกเป็น ๒ ประเภท คือ โบราณสถานท่ีข้ึนทะเบียนและ
ยงั ไม่ได้ขนึ้ ทะเบียน ซึง่ มคี วามเข้มงวดในการดแู ลรกั ษาทีแ่ ตกต่างกนั กล่าวคือมกี ารประกาศขึ้นทะเบยี น
โบราณสถานประมาณ ๑๙๒ แห่ง ในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์และบริเวณต่อเนื่องกับกรุงรัตนโกสินทร์
ซ่ึงมีทงั้ วัด วงั ศาสนสถาน อนุสาวรีย์ อาคาร สถานทร่ี าชการ ป้อม กำ� แพงเมือง สะพาน ฯลฯ ซ่ึงส่วน
ใหญ่จะเป็นหน่วยงานราชการเป็นผู้ดูแลร่วมกับกรมศิลปากร ส่วนโบราณสถานท่ีไม่ได้ขึ้นทะเบียนมักจะ
เป็นอาคารบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยของประชาชนท่ีมีความส�ำคัญหรือมีลักษณะเฉพาะตัวของชุมชนเก่าแก่
กรมศิลปากรจะดูแลเข้มงวดน้อยกว่า ดังน้ันจึงบังคับใช้กฎหมายเฉพาะกับโบราณสถานและพ้ืนที่ท่ี
ประกาศเป็นเขตของโบราณสถานเท่านั้น แต่พ้ืนที่นอกเขตไม่มีการบังคับใช้ ท�ำให้การอนุรักษ์ชุมชนเก่า
ไม่มปี ระสทิ ธภิ าพเท่าทคี่ วร และยังมีชมุ ชนเก่าต่างๆ ซึ่งเป็นชมุ ชนท้องถิน่ หรอื ชุมชนชาติพันธุ์ด้งั เดมิ ท่ตี ง้ั
อยู่รอบโบราณสถาน และมีการท�ำกจิ กรรมหรอื การใช้ประโยชน์ทด่ี ินอาจส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์ได้
ดังน้ันการรักษาสภาพแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อม จึงมีความส�ำคัญเทียบเท่ากับการอนุรักษ์โบราณสถาน
และต้องมีกฎหมายท่ีบังคับใช้เพื่อควบคุมการท�ำกิจกรรมหรือการใช้ประโยชน์ท่ีดินของชุมชนในเมืองเก่า
ด้วย เพ่ือให้เกิดการอนุรักษ์และพัฒนาเมอื งเก่าอย่างยง่ั ยนื (ช.กษมิ า เพ็ชญไพศิษฏ์, ๒๕๕๕)

• การขาดความรู้ เจา้ หนา้ ทแี่ ละประชาชนทท่ี ำ� งานเกย่ี วขอ้ งกบั การทำ� งานดา้ น
วัฒนธรรมยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองมรดกทาง
วฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ทงั้ นจ้ี ากการเกบ็ ขอ้ มลู ภาคสนามของทปี่ รกึ ษา พบวา่ ทง้ั เจา้ หนา้ ทผ่ี ปู้ ฏบิ ตั ิ
งานด้านวัฒนธรรมรวมถึงประชาชนในพื้นที่ยังขาดข้อมูลและยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่
เกี่ยวข้องต่างๆ ในการอนรุ กั ษ์ฯ รวมทัง้ ยงั ขาดการอบรมและการให้ความรู้จากภาครฐั ท่ีเกย่ี วข้อง ในการ
บริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

• ปัญหาเกี่ยวกับการด�ำเนินการให้เป็นไปตามผังเมือง ในการจัดท�ำผังเมือง
และการบงั คับใช้กฎหมายผังเมอื ง เพื่อให้สามารถเป็นไปตามกฎหมายนนั้ ยังมขี ้อจำ� กัดหรือปญั หาต่างๆ
อยู่หลายประการ ได้แก่ การใช้ประโยชน์ในทด่ี นิ ผดิ ไปจากท่ไี ด้ก�ำหนดไว้ในผังเมอื งรวม บัญญตั ิว่าในเขต
ที่ได้มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว ห้ามบุคคลใดใช้ประโยชน์ท่ีดินผิดไปจากที่ได้ก�ำหนดไว้ใน
ผงั เมอื งรวมหรอื ปฏบิ ตั กิ ารใดๆ ซงึ่ ขัดกับข้อกำ� หนดของผงั เมอื งรวมนัน้ (สมาพร นิลประพนั ธ์, ๒๕๕๗)

• ขาดข้อมูลต่างๆ เก่ียวกับชุมชน จากการบันทึกเสวนาทางวิชาการโครงการ
พทิ กั ษ์มรดกสยาม (๒๕๕๖) เกี่ยวกบั ย่านเก่าของกรงุ เทพมหานคร พบว่ายงั ขาดข้อมลู และไม่มกี ารศกึ ษา

87

แผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

เก่ยี วกบั ชมุ ชนย่านเก่าท่ีชัดเจนเปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษรให้คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้ สืบต่อ หรอื สร้างสรรค์
ใหม่ได้จากส่ิงท่ีมีอยู่ และแม้ว่าจะมีคนกลุ่มหน่ึงที่มองว่าสุดท้ายแล้วชีวิตจะอยู่ท่ีนี่ ก็ยังมีคนอีกจ�ำนวน
หนง่ึ ในชมุ ชนทไ่ี ม่ร้สู กึ ถงึ ความเปน็ เจ้าของเลย ประกอบกบั ความรู้สกึ เปน็ เจ้าของกรงุ เทพฯ ของประชาชน
พลเมืองกับผู้มีอ�ำนาจทางการเมอื ง ยงั ไม่มีความเข้มแขง็ หรอื ยงั ไม่มีการประสานกนั อย่างเพียงพอ

๒.๑.๖ วิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมภายนอกกรงุ เทพมหานคร
จากท่ีกล่าวมาท้ังหมด สามารถสรุปสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอ้ือและไม่เอ้ือต่อการ
บรหิ ารและการด�ำเนนิ งานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร ดังนี้
๑) สภาพแวดล้อมภายนอกท่เี อ้ือ
(๑) วิกฤตทางเศรษฐกิจของอเมริกาและยุโรปอยู่ในภาวะที่เร่ิมฟื้นตัว โดยคาดว่าใน
ช่วง ๕ ปีของแผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒) สถานการณ์ดงั กล่าว
จะดีขน้ึ เร่อื ยๆ ประกอบกับสถานการณ์การเมืองภายในประเทศท่อี ยู่ในสภาวะทส่ี งบ ซง่ึ จะส่งผลต่อการ
เพ่ิมจ�ำนวนนกั ท่องเท่ยี วทจ่ี ะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
(๒) การเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น ข้อได้เปรยี บในด้านต่างๆ ของประเทศไทย จะทำ� ให้
ไทยเปน็ ศนู ยก์ ลางทางเศรษฐกจิ การคา้ การลงทนุ การคมนาคมทางอากาศ และเปน็ ศนู ยก์ ลางการเรยี นรู้
ด้านวฒั นธรรมทห่ี ลากหลาย
(๓) เทคโนโลยที เ่ี กย่ี วเนอื่ งกบั การขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรม ทงั้ ในมติ ขิ องการอนรุ กั ษ์
ส่งเสรมิ และพฒั นาวัฒนธรรม ด้วยศกั ยภาพของสอ่ื สงั คมท่แี พร่หลาย มีประสทิ ธภิ าพสงู และเข้าถึงได้
ง่าย จะเป็นเครือ่ งมอื ในการเผยแพร่งานวฒั นธรรมให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทีห่ ลากหลายได้
(๔) ความหลากหลายและร�่ำรวยทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร รวมท้ังความ
เออื้ อาทร และความมีอัธยาศยั ของคนไทยเปน็ เสน่ห์ที่ดงึ ดูดนักท่องเทย่ี วให้เข้ามาประเทศไทย
๒) สภาพแวดล้อมภายนอกท่ีไม่เออ้ื
(๑) ความอ่อนแอในการบริหารงานของภาครัฐ ความไม่ลงรอยกันระหว่าง
นกั การเมอื งระดบั ชาตแิ ละระดบั ทอ้ งถน่ิ จะทำ� ใหก้ ารบรหิ ารงานดา้ นตา่ งๆ ของกรงุ เทพมหานครเปน็ ไปดว้ ย
ความไม่ราบรื่นเท่าท่ีควร ซ่ึงจะส่งผลต่อการขับเคล่ือนงานวัฒนธรรม
(๒) การพฒั นากรงุ เทพมหานครจะสามารถดำ� เนนิ การไดป้ ระสบผลสำ� เรจ็ บรรลตุ าม
ภารกิจที่ได้ต้ังเป้าหมายไว้น้ัน จ�ำเป็นต้องมีสถาบันการเมืองท่ีมีคุณภาพและมีคุณธรรม มีความโปร่งใส
และค�ำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน ถ้าสถาบันทางการเมืองขาดความโปร่งใส
และความเป็นธรรม มีบรรทัดฐานที่แตกต่างกัน จะส่งผลให้ความไว้วางใจของคนในสังคมลดลง น�ำมา
ซึ่งการแบ่งแยก กระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในสังคม เกิดการแบ่งแยกและแบ่งฝ่ายของคนในสังคม
อย่างรุนแรงน�ำไปสู่ปัญหาในการท�ำงานในพื้นท่ีชุมชนของกรุงเทพมหานคร ท้ังในการท�ำงานร่วมกับ
เจ้าหน้าทรี่ ัฐ และระหว่างประชาชนซง่ึ สังกดั คนละฝ่ายทางการเมอื ง
(๓) ขาดการบังคับใช้กฎหมายฯ อย่างจริงจังและไม่มีการบูรณาการการท�ำงาน
ระหว่างหน่วยงานในด้านการอนรุ ักษ์และพฒั นา

88

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

๒.๒ สถานการณ์แวดล้อมในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร :
สถานการณแ์ วดล้อมภายในองค์กร กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง มีความส�ำคัญในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง
และการปกครองของประเทศทมี่ ปี ระวตั ศิ าสตรแ์ ละพฒั นาการมายาวนานกวา่ ๒๐๐ ปี ความอดุ มสมบรู ณ์
ของกรุงเทพฯ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้คนจากส่วนต่างๆ ของประเทศหล่ังไหลเข้ามาต้ังถิ่นฐานบ้านเรือน
เกิดเป็นชุมชน ย่านต่างๆ กรุงเทพฯ จึงเป็นที่หลอมรวมของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ท่ีมีอัตลักษณ์ทาง
วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญา ศาสนา ความเชื่อและประเพณขี องตนเอง สืบทอดมาตงั้ แต่อดีต และยังคงอยู่หรอื
มรี ่องรอยปรากฏอยู่จนทกุ วันน้ี

ด้วยกระแสการพัฒนาในปัจจุบันส่งผลให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่างๆ นอกจาก
การเปน็ ฐานเศรษฐกจิ หลกั ของประเทศไทยแล้ว กรงุ เทพฯ ยังเป็นศนู ย์กลางทางการค้า การบรกิ ารของ
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการจัดล�ำดับให้เป็นมหานครท่ีมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ ๑๕ ของโลก
ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพฯ จงึ มสี ่งิ อำ� นวยความสะดวกทางสงั คม มีสาธารณูปโภคต่างๆ ครบบริบูรณ์ และได้
ขยายขอบเขต “ความเป็นเมอื ง” ออกไปยงั พ้นื ท่ีต่างๆ อย่างรวดเรว็ เกิดการเปล่ยี นแปลงการใช้ประโยชน์
ท่ดี ินจากแปลงเกษตรกรรมขนาดใหญ่มาเปน็ การใช้ประโยชน์ที่ดนิ แบบเมือง โดยไม่มกี ารวางแผนรองรบั
อย่างเหมาะสม ส่งผลให้พ้ืนท่ีถนนในกรุงเทพฯ มีปริมาณต่�ำกว่ามาตรฐานของความเป็นเมืองท่ีมีการ
เดนิ ทางอยา่ งสะดวก ระบบขนสง่ มวลชนสว่ นใหญย่ งั ใชเ้ สน้ ทางรว่ มกบั รถยนตส์ ว่ นบคุ คล อกี ทงั้ ประชาชน
สว่ นใหญย่ งั ขาดจติ สำ� นกึ ตอ่ ความรคู้ วามเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งในการรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม และไมต่ ระหนกั ถงึ ความ
สำ� คัญของทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นปญั หาสิง่ แวดล้อม และมลพิษที่ยงั ต้องได้รับการแก้ไข

ในขณะเดยี วกนั ความเปน็ ศนู ย์กลางทางอตุ สาหกรรม การค้า และการบริการน้เี อง ยงั ท�ำให้เกิด
แรงงานอพยพจากทุกภูมิภาคของประเทศเข้าสู่มหานครแห่งนี้ กรุงเทพฯ จึงมีท้ังแรงงานประจ�ำ และ
แรงงานตามฤดูกาล เกดิ เป็นชุมชนแออดั เกิดปญั หาท่อี ยู่อาศยั เกดิ ปัญหาทางสังคมหลายด้าน ส่งผลถึง
การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม วฒั นธรรม และคณุ ภาพชวี ติ ของกรุงเทพฯ โดยรวม อย่างไรกต็ าม จากการ
ศึกษาเบอื้ งต้นพบว่า ในพน้ื ที่เขตต่างๆ ทั้ง ๕๐ เขต ยังคงมีวฒั นธรรมท่มี ีคณุ ค่าโดดเด่น และยงั มบี ทบาท
ในสังคมคงอยู่เป็นอันมาก ท่ามกลางความเจริญของมหานคร ในปัจจุบันมีความเหมือนและความ
แตกต่างกนั ตามบรบิ ท ปมู หลงั ของพน้ื ท่ี ฉะนน้ั ในกรงุ เทพฯ จงึ ยงั มวี ถิ เี กษตรกรรม วถิ รี มิ ฝง่ั คลอง มศี ลิ ป
วฒั นธรรม ประเพณี มีอาหารเลศิ รสประจ�ำถิ่น หัตถกรรมงานฝีมอื มีลานมวยไทย และกฬี าพืน้ บ้าน มี
ผู้คนหลายกลุ่มชาตพิ ันธ์ุที่ยงั มีกจิ วัตรตามจารตี ประเพณเี ดมิ ในขณะเดียวกนั กรุงเทพฯ กเ็ ต็มไปด้วยย่าน
ที่มีวัฒนธรรมเมอื งร่วมสมยั อย่างเตม็ รูปแบบ นับเปน็ เสน่ห์เฉพาะตวั ของกรงุ เทพฯ ในปจั จบุ ันน้ี

อนุชาติ พวงส�ำลี นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อคิดไว้ต้ังแต่การประชุม
เปิดตัวโครงการจัดท�ำแผนวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครฯ มีใจความว่า กรุงเทพฯ ก�ำลังเผชิญกับความ
เปลยี่ นแปลงในด้านต่างๆ ได้แก่ ความเป็นชมุ ชนจะคลายตัวลง คนชราจะมากขึ้น แรงงานทกั ษะทัว่ ไปจะ
มากขนึ้ อัตลกั ษณ์ของการเปน็ เมือง วิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ จะเปลีย่ นแปลงไป และรูปแบบการเสพงาน
ศลิ ปวฒั นธรรมจะเปน็ ไปเพอื่ ทกุ คน (art for all) ไม่ผกู ขาด

ในการประชมุ คนกรงุ เทพฯ เพอ่ื กำ� หนดวสิ ยั ทศั นอ์ นั พงึ ประสงค์ หรอื ภาพฝนั เกย่ี วกบั วฒั นธรรมท่ี
คนกรงุ เทพฯ ต้องการภายใน ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒) นัน้ กลุ่มชาวชุมชนผู้ขับเคล่อื นงานวัฒนธรรม

89

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

มีความเห็นว่า แม้ว่าตนจะตระหนกั ดถี ึงความเจริญทห่ี ล่งั ไหลเข้ามาในกรุงเทพฯ และพร้อมจะปรบั ตวั ให้
เท่าทนั กบั ความเจริญก็ตาม แต่ก็ยงั มขี ้อกงั วลว่าท�ำอย่างไรให้คนกรงุ เทพฯ มคี วามสขุ โดยไม่ท้ิงรากของ
วฒั นธรรมเดมิ และยงั หว่ งใยไปถงึ อนาคตทสี่ ่วนใหญ่อยากเหน็ เดก็ เยาวชน คนร่นุ หลงั สบื ทอดวฒั นธรรม
สว่ นกลมุ่ นกั พฒั นาอสิ ระ (NGO) มคี วามคดิ เหน็ วา่ กรงุ เทพฯ คอื มหานครแหง่ ความหลากหลายวฒั นธรรม
ทคี่ วรให้ความสำ� คัญกับการรกั ษาวัฒนธรรมดัง้ เดมิ พร้อมๆ กับการทำ� ให้กรุงเทพฯ เปน็ เมอื งแห่งความ
รว่ มสมยั กลมุ่ คนเหลา่ นมี้ ไิ ดป้ ฏเิ สธความเจรญิ สมยั ใหม่ ยงั คงเหน็ คณุ คา่ หวงแหน และหว่ งใยอยากรกั ษา
วัฒนธรรมอันดีงามของชาติให้คงไว้

๒.๒.๑ ความคิดเห็นของผู้บริหารและบุคลากรกรุงเทพมหานครต่อการบริหารงานและ
การดำ� เนนิ งานวัฒนธรรม

จากการศึกษา พบว่า ผู้บริหารกรุงเทพมหานครตระหนักดีถึงคุณค่าของวัฒนธรรม มี
ความพยายามท่ีจะผดุงรักษาวัฒนธรรมไว้ ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบสังคมสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับ
ความต้องการของสังคม ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ุ บริพตั ร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แสดงความคิดเหน็ ใน
หนังสอื สำ� นกั วฒั นธรรม กีฬาและการท่องเทย่ี ว ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ว่า กรงุ เทพมหานครเป็นเมืองหลวงและ
เปน็ ศนู ย์กลางความเจรญิ ในทกุ ๆ ดา้ น เปน็ มหานครขนาดใหญ่ทม่ี ปี ระวตั ศิ าสตร์อนั ยาวนาน มเี อกลกั ษณ์
และมคี วามหลากหลายท้ังเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี ในขณะเดียวกนั กเ็ ป็นที่รวมของปัญหา
นานัปการ ซง่ึ คณะผู้บรหิ ารตระหนกั ถงึ ปญั หาดงั กล่าว จึงได้กำ� หนดนโยบายทีจ่ ะท�ำให้กรงุ เทพมหานคร
มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมเมืองช้ันน�ำทั่วโลก และเป็นมหานครแห่งความสุขของทุกคน โดยมุ่งมั่น
พฒั นากรงุ เทพมหานครใหเ้ ปน็ มหานครแหง่ ความปลอดภยั มหานครสเี ขยี วสะอาด มหานครแหง่ การเรยี นรู้
มหานครแห่งโอกาสของทกุ คน รวมทงั้ จะพัฒนาให้เป็นมหานครแห่งอาเซียน เพอ่ื ให้ประชาชนมีคุณภาพ
ชีวิตท่ดี ี มีความสุข มีฐานะทางเศรษฐกจิ สงั คม ท่มี ่ันคงปลอดภยั ในมหานครแห่งน้ี

อมร กิจเชวงกลุ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (สัมภาษณ์, ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๕๗) เล็งเหน็
ว่า การด�ำเนินกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน เบ่ียงเบนไปจากเดิมที่เป็นสังคมคุณค่าให้โอกาสซึ่งกัน
และกนั เปน็ สงั คมวตั ถนุ ยิ มมากเกนิ ไป สมควรดงึ กลบั มา และไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั การใชว้ ฒั นธรรมนำ� เศรษฐกจิ
เนือ่ งจากวฒั นธรรมเป็นเรื่องของพื้นฐานจิตใจ เปน็ เรอื่ งละเอยี ดอ่อนทต่ี ้องท�ำให้คนเข้าใจ และภาคภูมใิ จ
ในความเปน็ ไทย นอกจากนี้ อมร กจิ เชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรงุ เทพมหานคร ยงั แสดงความคดิ เห็นต่อ
บทบาทของกรงุ เทพมหานครในการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานครวา่ กรงุ เทพมหานครควรทำ� งาน
วัฒนธรรมโดยมีบทบาทเป็นผู้ให้การสนับสนุน (supporter) การทำ� งานของเครือข่ายวฒั นธรรม โดยไม่มี
ความจ�ำเป็นต้องเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเองเสียทั้งหมด อีกท้ังยังมีความเห็นว่าข้าราชการกรุงเทพมหานคร
ควรเปน็ ผทู้ มี่ คี วามรบั ผดิ ชอบ (responsibility) ในหน้าทแี่ ละการงาน มากกวา่ การมอี �ำนาจ (authority) ควร
เปล่ยี น authority เป็น responsibility และข้าราชการต้องเปิดใจกว้าง

ปราณี สัตยประกอบ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเท่ียว (สัมภาษณ์, ๒๐
มิถุนายน ๒๕๕๗) มีความเห็นว่ากรุงเทพมหานครควรท�ำหน้าที่เอ้ืออ�ำนวย (facilitator) ในการท�ำงาน
วัฒนธรรมให้แก่องค์กรเครือข่ายต่างๆ

ชัชกูล รัตนวิบูลย์ รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว (สัมภาษณ์, ๑๓
มถิ นุ ายน ๒๕๕๗) มคี วามคดิ เหน็ เกยี่ วกบั การสรา้ งกลไกเชอื่ มความหลากหลายดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม

90

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร

เพอ่ื รองรบั ประชาคมอาเซยี น ดงั น้ี การรวมตวั ของกลมุ่ ประเทศตา่ งๆ ทง้ั ในระดบั ภมู ภิ าค และในระดบั โลก
เช่น การเปน็ ประชาคมอาเซยี นในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จะส่งผลกระทบในเรื่อง การเมอื ง เศรษฐกิจ และสงั คม
วัฒนธรรม การเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจจากการรวมตัวดังกล่าว จะท�ำให้มีการแลกเปล่ียนด้าน
สังคมวฒั นธรรมทร่ี วดเรว็ และหลากหลายมากขึ้น ดงั น้นั กรงุ เทพมหานครจึงต้องมีกลไกในการเชอื่ มโยง
ความหลากหลายด้านสังคมวฒั นธรรมเหล่าน้ัน ให้มคี วามเปน็ อนั หนึ่งอนั เดียวกัน บนความเปน็ พลเมอื ง
อาเซยี น ในขณะเดียวกันกรงุ เทพมหานครสามารถดำ� รงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างยัง่ ยนื

ส�ำหรบั กลุ่มผู้บรหิ ารกรุงเทพมหานคร อันประกอบด้วย ผู้อำ� นวยการสำ� นักวฒั นธรรม กีฬา และ
การทอ่ งเทยี่ ว ผอู้ ำ� นวยการกองตา่ งๆ ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งานเขตตา่ งๆ ของกรงุ เทพมหานคร รว่ มกนั แสดง
ความคดิ เหน็ ในการประชมุ ระดมความคดิ เรอ่ื งวสิ ยั ทศั นข์ องกรงุ เทพมหานคร เมอ่ื วนั ที่ ๖ มถิ นุ ายน ๒๕๕๗
ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีวัฒนธรรมที่มี
เอกลกั ษณเ์ ปน็ ของตนเอง และเปน็ ศนู ยก์ ลางของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรมทส่ี ามารถพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ

๒.๒.๒ สถานการณแ์ วดลอ้ มภายในกรุงเทพมหานคร
การวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมภายในกรุงเทพมหานคร ใช้การประเมินองค์กรจาก
ปจั จัย ๗ ประการ ตามแนวคิด McKinsey 7’S Framework ของ Robert Waterman และ Tom Pete ซึ่งนำ�
เสนอว่าประสทิ ธิภาพขององค์กรเกดิ จากความสัมพันธ์ของปัจจยั ต่างๆ ภายในองค์กร ๗ ประการ ได้แก่
โครงสร้าง (structure) การบรหิ ารงาน (style) ระบบ (system) กลยทุ ธ์ (strategy) บุคลากร (staff) ทกั ษะ
ความรู้ ความสามารถ (skill) และคา่ นยิ มรว่ ม (shared values) (อา้ งใน เอกกมล เอย่ี มศร,ี http://www.okna-
tion.net/blog/newmanagement) การประเมนิ องคก์ รนม้ี คี วามสำ� คญั ตอ่ การวางแผนเพอื่ การกำ� หนดกลยทุ ธ์
ขององค์กร ทงั้ น้ี ทปี่ รกึ ษาได้ท�ำการประเมนิ และวเิ คราะห์สถานการณแ์ วดล้อมของกรงุ เทพมหานคร โดย
ใช้แนวคิด McKinsey 7’S เป็นกรอบในการวเิ คราะห์ และแบ่งการนำ� เสนอ ดงั นี้
- โครงสร้างองค์กร (structure)
- การบริหารงาน กลไกการด�ำเนินงาน และการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมด้วยแผน

กลยุทธ์ ประกอบด้วย รปู แบบการบริหารงาน (style) ระบบ (system) และกลยุทธ์
(strategy) บุคลากร (staff) ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (skill) และค่านิยมร่วม
(shared values)
- การวเิ คราะห์สถานการณ์แวดล้อมภายในกรุงเทพมหานคร
๑) โครงสร้างองคก์ ร (structure) ของกรงุ เทพมหานคร
โครงสร้างองค์กรเป็นการจัดแบ่งองค์กรออกเป็นหน่วยงานต่างๆ การจัดโครงสร้าง
องคก์ รทดี่ จี ะทำ� ใหก้ ารบรหิ ารงานและการปฏบิ ตั งิ านเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ การแบง่ งานทชี่ ดั เจนทำ� ให้
การปฏิบัติงานไม่ซ�้ำซ้อน รวมท้ังเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานท้ังในการท�ำงานและการบังคับ
บัญชา สง่ิ ทต่ี ามมากับโครงสร้างองค์กร คือ การระบขุ อบเขตงาน และการมอบหมายงาน (delegation)
ท�ำให้เกดิ ความเข้าใจในอ�ำนาจหน้าที่ (authority) และความรบั ผิดชอบ(responsibility) ของหน่วยงานและ
บคุ ลากร การศกึ ษาโครงสรา้ งองคก์ รครง้ั นจี้ ะพจิ ารณาโครงสรา้ งองคก์ รใน ๓ ระดบั คอื กรงุ เทพมหานคร
ส�ำนกั วัฒนธรรม กฬี าและการท่องเทย่ี ว และกองวฒั นธรรม (www.bangkok.go.th)

91

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

(๑) โครงสร้างองค์กร : กรุงเทพมหานคร
กรงุ เทพมหานคร มหานครแห่งความสุข มีสถานะเปน็ นิติบุคคล และเป็นองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินรูปแบบพิเศษ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.
๒๕๒๘ มีค�ำขวัญซึง่ ได้มาจากการคัดเลือกของชาวกรุงเทพมหานคร เม่ือเดอื นพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ดงั น้ี

กรุงเทพฯ ดจุ เทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง
วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

ดำ�เนินงานภายใต้นโยบาย ๖ ข้อ ได้แก่
นโยบายที่ ๑ มหานครแห่งความปลอดภัย ให้ความสำ�คัญกับแนวทางสร้างความปลอดภัย ใน
ชีวิตและทรพั ย์สินของชาวกรุงเทพมหานคร เช่น ติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติมทวั่ ท้ังเมือง จดั ระบบป้องกัน
พร้อมแจ้งเตือนอัคคีภัย อทุ กภยั และแผ่นดินไหว อาสาสมคั รชมุ ชนเฝ้าระวงั ภยั เสริมความปลอดภัยทุก
ชุมชน เปน็ ต้น
นโยบายที่ ๒ มหานครแห่งความสุข ให้ความส�ำคัญกับความสุขที่เกิดจากการสัญจรเดินทางใน
กรุงเทพมหานครด้วยความสะดวก ซึ่งการจราจรในกรุงเทพมหานครนับได้ว่าเป็นปัญหาส�ำคัญบ่ันทอน
ความสุขของคนกรุงเทพมหานคร เช่น เพิ่มเส้นทางรถไฟฟ้า ๕ เส้นทาง สร้างอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟ
สร้างสะพานข้ามแม่น�้ำเจ้าพระยา ส่งเสรมิ การใช้จกั รยานในเมอื ง เป็นต้น
นโยบายที่ ๓ มหานครสีเขียวและสะอาด ให้ความส�ำคัญกับบรรยากาศของเมืองท่ีร่มรื่น และ
สะอาด จงึ กำ� หนดแนวทาง เชน่ ผลกั ดนั เพมิ่ พน้ื ทสี่ เี ขยี วโดยเนน้ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
ในการบำ� บดั นำ�้ เสยี ผลกั ดันการจดั การปญั หาขยะอย่างมีประสิทธภิ าพ เป็นต้น
นโยบายท่ี ๔ มหานครแห่งการเรียนรู้ ให้ความส�ำคัญกับการสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่ชาว
กรงุ เทพ โดยเฉพาะเดก็ และเยาวชน เช่น ขยายการดแู ลนกั เรยี นจากอม่ิ ท้องสมองดี ส่มู วี นิ ยั เดก็ กรงุ เทพฯ
ตอ้ งใชภ้ าษาองั กฤษไดเ้ ปน็ อยา่ งดพี รอ้ มรบั ประชาคมอาเซยี น หอ้ งสมดุ แหง่ การเรยี นรแู้ ละศนู ยก์ ารเรยี นรู้
ในชุมชน ขยายโอกาสการเข้าถึงระบบการสื่อสารทางอเิ ล็กทรอนิกส์ เปน็ ต้น
นโยบายท่ี ๕ มหานครแห่งโอกาสของทุกคน ให้ความส�ำคัญกับการสร้างความม่ันคงในชีวิตให้
แก่ชาวกรุงเทพมหานคร ทัง้ ทางด้านการสร้างเสริมรายได้ การสร้างเสริมพน้ื ทใ่ี ห้แก่คนด้อยโอกาส และ
การให้โอกาสแก่คนกรงุ เทพมหานครในการเข้ามามสี ่วนร่วมในการบรหิ ารงานกรงุ เทพมหานคร เช่น เปิด
พ้ืนที่สร้างสรรค์สร้างตลาดสำ� หรบั คนรุ่นใหม่ young designer การมีรายได้เสรมิ ส่งเสริมความสามารถ
และความสนใจของคนรุ่นใหม่ อำ� นวยความสะดวกในการดำ� เนนิ ชวี ิตแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มคี วาม
ตอ้ งการพเิ ศษ ใหภ้ าคประชาชนรว่ มเสนอความคดิ เหน็ และตรวจสอบการบรหิ ารงานของกรงุ เทพมหานคร
ผ่านระบบ i-Bangkok เปน็ ต้น รวมทง้ั ส่งเสรมิ ชุมชนให้พัฒนาตนเองสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกจิ
นโยบายท่ี ๖ มหานครแห่งอาเซยี น ให้ความสำ� คญั กบั การท�ำให้กรุงเทพมหานครเปน็ ศนู ย์กลาง
อาเซียนในเร่ืองต่างๆ เช่น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียนและโลก ศูนย์กลางการบริการด้านการ
แพทยแ์ ละการทอ่ งเทยี่ วเพอ่ื สขุ ภาพของอาเซยี นและของโลก จดั ตงั้ ศนู ยส์ ง่ เสรมิ SMEs อาเซยี น และจดั ทำ�
92

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

BMA SMEs ASEAN ศนู ย์กลางการแลกเปล่ยี นศิลปะและวฒั นธรรมอาเซียน เป็นต้น โดยมวี ิธีด�ำเนนิ การ
ต่างๆ เช่น ส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปล่ียนความรู้ระหว่างกรุงเทพมหานครและองค์กรในอาเซียน
เปิดโอกาสและส่งเสริมอาชีพการผลิตและจ�ำหน่ายอาหาร เพิ่มป้ายรถประจ�ำทางและจุดให้ข้อมูลเป็น
ภาษาอังกฤษ ผลติ ภัณฑ์ฮาลาล จดั ทำ� ป้ายบอกทางแผนที่ท่ัวกรุงเทพฯ เปน็ ต้น

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ก�ำหนดอ�ำนาจ
หน้าทขี่ องกรงุ เทพมหานคร ไว้ใน มาตรา ๘๙ ระบใุ ห้กรงุ เทพมหานครมอี ำ� นาจหน้าทด่ี ำ� เนนิ กจิ การในเขต
กรุงเทพมหานครในเร่ืองต่างๆ ดังน้ี (๑) การรักษาความสงบเรยี บร้อยของประชาชน ทงั้ น้ีตามข้อบญั ญตั ิ
กรงุ เทพมหานคร และตามกฎหมายอนื่ ทกี่ ำ� หนดใหเ้ ปน็ อำ� นาจหนา้ ทขี่ องกรงุ เทพมหานคร (๒) การทะเบยี น
ตามที่กฎหมายก�ำหนด (๓) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๔) การรักษาความสะอาดและความ
เปน็ ระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมอื ง (๕) การผังเมอื ง (๖) การจดั ให้มแี ละบ�ำรงุ รกั ษาทางบก ทางนำ้� และ
ทางระบายนำ�้ (๗) การวศิ วกรรมจราจร (๘) การขนส่ง (๙) การจดั ให้มแี ละควบคมุ ตลาด ท่าเทยี บเรอื
ท่าข้ามและท่ีจอดรถ (๑๐) การดูแลรกั ษาท่สี าธารณะ (๑๑) การควบคุมอาคาร (๑๒) การปรบั ปรงุ แหล่ง
ชมุ ชนแออดั และจดั การเกยี่ วกบั ทอี่ ยอู่ าศยั (๑๓) การจดั ใหม้ แี ละบำ� รงุ รกั ษาสถานทพี่ กั ผอ่ นหยอ่ นใจ (๑๔)
การพฒั นาและอนุรักษ์สงิ่ แวดล้อม (๑๔ ทว)ิ บำ� รงุ รกั ษาศลิ ปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ
วัฒนธรรมอันดขี องท้องถิ่น (๑๕) การสาธารณูปโภค (๑๖) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครวั และ
การรักษาพยาบาล (๑๗) การจัดให้มแี ละควบคมุ สุสานและฌาปนสถาน (๑๘) การควบคมุ การเลี้ยงสัตว์
(๑๙) การจดั ให้มแี ละควบคมุ การฆ่าสัตว์ (๒๐) การควบคมุ ความปลอดภยั ความเป็นระเบยี บเรียบร้อย
และการอนามยั ในโรงมหรสพ และสาธารณสถานอ่นื ๆ (๒๑) การจัดการศึกษา (๒๒) การสาธารณูปการ
(๒๓) การสงั คมสงเคราะห์ (๒๔) การส่งเสรมิ การกฬี า (๒๕) การส่งเสรมิ การประกอบอาชพี (๒๖) การ
พาณิชย์ของกรงุ เทพมหานคร (๒๗) หน้าทีอ่ น่ื ๆ ตามทก่ี ฎหมายระบุให้เป็นอำ� นาจหน้าทีข่ องผู้ว่าราชการ
จังหวัด นายอ�ำเภอ เทศบาลนคร หรอื ตามท่คี ณะรัฐมนตรี นายกรฐั มนตรี หรือรฐั มนตรีว่าการกระทรวง
มหาดไทยมอบหมาย หรือทีก่ ฎหมายระบุเป็นหน้าท่ขี องกรงุ เทพมหานคร

ในบรรดาอำ� นาจหนา้ ทท่ี ง้ั หลาย จะเหน็ วา่ มอี ำ� นาจหนา้ ทที่ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การดำ� เนนิ งานวฒั นธรรม
โดยตรง คือข้อ (๑๔ ทว)ิ บำ� รงุ รกั ษาศลิ ปะ จารีตประเพณี ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน และวัฒนธรรมอนั ดขี อง
ท้องถน่ิ

กรุงเทพมหานคร แบ่งส่วนงานออกเปน็
หน่วยงานระดับส�ำนัก ได้แก่ ส�ำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ส�ำนักงานเลขานุการผู้ว่า
ราชการกรุงเทพมหานคร ส�ำนักเลขานุการสภากรุงเทพมหานครส�ำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ
กรงุ เทพมหานคร สำ� นักการคลงั ส�ำนักการจราจรและขนส่ง สำ� นักการแพทย์ สำ� นักการโยธา สำ� นกั การ
ระบายนำ้� สำ� นักการศึกษา สำ� นักงบประมาณกรงุ เทพมหานคร ส�ำนักเทศกิจ ส�ำนกั ป้องกนั และบรรเทา
สาธารณภัย สำ� นกั ผังเมอื ง สำ� นกั พฒั นาสงั คม ส�ำนักยทุ ธศาสตร์และประเมินผล สำ� นักวฒั นธรรม กีฬา
และการทอ่ งเทยี่ ว สำ� นกั สงิ่ แวดลอ้ ม สำ� นกั อนามยั นอกจากนี้ ยงั มหี นว่ ยงานพาณชิ ยข์ องกรงุ เทพมหานคร
เช่น สำ� นกั งานสถานธนานบุ าลกรงุ เทพมหานคร สำ� นกั งานตลาดกรุงเทพมหานคร ส�ำนักงานพฒั นาท่ีอยู่
อาศยั บริษัทกรงุ เทพธนาคม เป็นต้น

93

แผนวฒั นธรรมกรุงเทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

หน่วยงานระดบั เขต ได้แก่ ส�ำนกั งานเขต จ�ำนวน ๕๐ เขต มอี �ำนาจหน้าท่ีเก่ียวกบั การปกครอง
รักษาความเปน็ ระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด และความปลอดภยั ของบ้านเมอื ง ได้รับความสะดวกใน
การสัญจร ดูแลระบบสาธารณูปโภค ท่ีอยู่อาศัย พัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้อาศัยในกรุงเทพมหานคร
ทัง้ ทางด้านสขุ ภาพ การศกึ ษา การอาชพี ส่งเสริมการลงทุน และการท่องเทย่ี ว รวมทงั้ บำ� รุงรกั ษาศลิ ปะ
จารตี ประเพณี ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และวฒั นธรรมอนั ดขี องทอ้ งถนิ่ แบง่ หนว่ ยงานเปน็ ฝา่ ยตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ฝา่ ย
ปกครอง ฝ่ายทะเบียน ฝ่ายโยธา ฝ่ายสิง่ แวดล้อมและสุขาภบิ าล ฝ่ายรายได้ ฝ่ายรกั ษาความสะอาดและ
สวนสาธารณะ ฝ่ายการศกึ ษา ฝ่ายการคลัง ฝ่ายเทศกจิ และฝ่ายพัฒนาชมุ ชนและสวสั ดกิ ารสงั คม ทง้ั น้ี
ฝ่ายที่มีอ�ำนาจหน้าทเี่ กย่ี วข้องกบั งานวฒั นธรรม คอื ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดกิ ารสงั คม ซง่ึ มกี ารระบุ
อ�ำนาจหน้าทไ่ี ว้ดังน้ี

ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ด�ำเนินการพัฒนาชุมชนและสังคมทั้งทางด้านกายภาพ
เศรษฐกิจ สังคม อนามยั และคณุ ภาพชวี ติ เช่น การส่งเสรมิ การมสี ่วนร่วมของประชาชน การเสริมสร้าง
ศักยภาพของผู้นำ� ชุมชน องค์กรชุมชนและเครอื ข่ายชมุ ชน การพัฒนาสภาพแวดล้อมและทีอ่ ยู่อาศยั การ
จัดให้มีองค์กรประชาชนในรูปแบบคณะกรรมการชุมชน การส่งเสริมสนับสนุนและจัดต้ังสหกรณ์ชุมชน
กองทนุ พฒั นาชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง การปรบั ปรงุ ชมุ ชน การรือ้ ย้ายชมุ ชน การประสาน
งานกับหน่วยงานอื่นเพื่อจัดหาที่อยู่ชั่วคราว การส่งเสริมอาชีพ การจัดหาแหล่งจ�ำหน่ายผลผลิต การ
ด�ำเนินการเก่ียวกับศูนย์ฝึกอาชีพ การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว การด�ำเนินการ
เกยี่ วกบั ยาเสพตดิ การสงเคราะหส์ ตรี ผสู้ งู อายุ ผดู้ อ้ ยโอกาส และผปู้ ระสบภยั การสงเคราะหแ์ ละคมุ้ ครอง
สวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก การควบคุมดูแลการด�ำเนินงานสถานรับเลี้ยงเด็กและสถาน
สงเคราะห์ ศูนย์เยาวชน ห้องสมุด บ้านหนงั สอื ศูนย์กีฬา และลานกฬี า การดำ� เนินการเก่ยี วกบั เบ้ยี ยงั ชพี
ผู้สงู อายุและคนพิการ การให้บรกิ าร และจดั กิจกรรมนนั ทนาการด้านดนตรี กฬี า ห้องสมุด ฯลฯ งานสภา
เยาวชนเขต การอนรุ กั ษส์ ง่ เสรมิ เผยแพร่ ฟน้ื ฟู บำ� รงุ รกั ษาศลิ ปะ จารตี ประเพณี ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่
และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น งานสภาวัฒนธรรมเขต งานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น การส่งเสริม
การท่องเทย่ี วและพฒั นาแหล่งท่องเทย่ี ว การสนบั สนนุ และประสานการดำ� เนนิ งานรว่ มกบั เครอื ขา่ ย
ด้านวัฒนธรรม นันทนาการ และการท่องเท่ียว การให้คำ� ปรึกษาแนะน�ำทางวิชาการเกษตร และหน้าท่ี
อน่ื ท่ีเก่ียวข้องหรอื ได้รบั มอบหมาย

(๒) โครงสร้างองคก์ ร : ส�ำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเท่ยี ว
ส�ำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานท่ี
มีอำ� นาจ หน้าท่ี และความรบั ผิดชอบงานในด้านต่างๆ ได้แก่ การอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ฟืน้ ฟูบำ� รงุ
รักษาศิลปวัฒนธรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักในคุณค่าและเอกลักษณ์ท่ีดีของความ
เป็นไทย ส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการและจัดกิจกรรมทั้งด้านดนตรี กีฬา ห้องสมุด ฯลฯ เพ่ือ
สง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ใหแ้ กป่ ระชาชนในพน้ื ทกี่ รงุ เทพมหานคร พฒั นาและสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี ว และแหลง่
การเรยี นร้ทู างศลิ ปะและวฒั นธรรมในรปู แบบต่างๆ โดยเน้นการมสี ่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนศกึ ษา
วเิ คราะห์ วจิ ยั ปญั หาและแนวทางในการพฒั นาและการดำ� เนนิ การดา้ นนนั ทนาการ กฬี า และวฒั นธรรมให้
สอดคลอ้ งกบั นโยบายและแผนพฒั นากรงุ เทพมหานคร และปฏบิ ตั หิ นา้ ทอ่ี นื่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง นนิ นาท ชลติ านนท์
ปลัดกรงุ เทพมหานคร กล่าวไว้ในหนงั สือ ส�ำนกั วัฒนธรรม กฬี า และการท่องเที่ยว ปี ๒๕๕๕ ว่าสำ� นัก

94

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขบั เคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

วัฒนธรรม กีฬา และการท่องเท่ียว เป็นหน่วยงานส�ำคัญของกรุงเทพมหานครที่เป็นกลไกในการน�ำ
ภารกจิ งานด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการกีฬา ด้านนันทนาการ ด้านการสังคตี และด้านการท่องเท่ียวของ
กรุงเทพมหานคร ไปสู่การปฏบิ ัตอิ ย่างเป็นรูปธรรม

ส�ำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเทยี่ ว ด�ำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ทวี่ ่า “เปน็ องค์กรหลักด้าน
การพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ทีด่ ีของคนกรงุ เทพฯ ด้วยกีฬา นนั ทนาการ ด�ำรงไว้ซง่ึ คณุ ค่าทางประวัติศาสตร์
และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และนำ� กรงุ เทพมหานครสู่การเปน็ มหานครด้านการท่องเทย่ี วระดับโลก”

บริหารงานโดยผู้อ�ำนวยการส�ำนักฯ และรองผู้อ�ำนวยการส�ำนักฯ มีบุคลากรปฏิบัติงานท้ังสิ้น
๑,๐๕๒ คน เป็นข้าราชการ ๕๗๙ คน ลูกจ้างประจำ� ๓๒๓ คน และลูกจ้างชวั่ คราว ๑๕๐ คน

แผนภูมิท่ี ๒.๑ แสดงจำ� นวนบุคลากรของส�ำนกั วัฒนธรรม กีฬา และการท่องเท่ียว กรงุ เทพมหานคร
สำ� นกั วัฒนธรรม กฬี า และการท่องเทยี่ ว แบ่งส่วนงานออกเป็น ๘ หน่วยงาน แต่ละหน่วยงาน

มหี น้าทีค่ วามรบั ผิดชอบและมีการแบ่งเปน็ หน่วยงานย่อย ดังน้ี
สำ� นกั งานเลขานกุ าร
มหี นา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั งานสารบรรณ และธรุ การทว่ั ไป งานชว่ ยอำ� นวยการ

และเลขานุการ การบริหารงานบุคคล งานการคลัง การเงินและบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ การ
ควบคุมดแู ลสถานท่ีและยานพาหนะ งานนิติกรรมและสัญญา งานประชาสมั พันธ์ งานออกแบบ งานอน่ื ท่ี
ไม่ได้อยู่ในความรับผดิ ชอบของกองใดโดยเฉพาะ และปฏบิ ตั หิ น้าท่ีอ่ืนทเี่ กยี่ วข้อง ประกอบด้วยหน่วยงาน

- งานธุรการ
- ฝ่ายการคลัง
- ฝ่ายการเจ้าหน้าท่ี
- กลุ่มงานช่วยนกั บรหิ าร
- กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
- กลุ่มงานออกแบบ

95

แผนวัฒนธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

กองนโยบายและแผนงาน
มีหน้าที่ความรับผิดชอบเก่ียวกับการจัดท�ำแผนปฏิบัติราชการของส�ำนักประสาน
การด�ำเนินงานจัดท�ำแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร เพ่ือ
ให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการ การส่งเสริมความรู้
และพฒั นาศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน เปน็ ศูนย์รวมข้อมลู สารสนเทศ ด้านนนั ทนาการ การท่องเท่ียว และศลิ ป
วฒั นธรรมของกรุงเทพมหานคร และปฏบิ ตั ิหน้าที่อ่นื ที่เก่ียวข้อง ประกอบด้วยหน่วยงาน
- งานธุรการ
- กลุ่มงานสารสนเทศ
- กลุ่มงานแผนงานและประเมนิ ผล
กองวฒั นธรรม
มหี นา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การอนรุ กั ษฟ์ น้ื ฟบู ำ� รงุ รกั ษาศลิ ปวฒั นธรรม คา่ นยิ ม
เอกลกั ษณ์ความเปน็ ไทย และภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ การแลกเปล่ียนศิลปวฒั นธรรม การจัดให้มีแหล่งเรียนรู้
ทางวฒั นธรรมแก่ประชาชนในรปู แบบต่างๆ เช่น พิพธิ ภณั ฑ์ท้องถ่นิ พิพิธภณั ฑ์เดก็ หอศลิ ป์ การส่งเสรมิ
สนับสนุนและพัฒนาเครือข่ายการด�ำเนินงานด้านวัฒนธรรมทุกระดับโดยเน้นการมีส่วนร่วมจากภาค
ประชาชนและชุมชนในท้องถ่ิน ด�ำเนินงานเก่ียวกับระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องติดตามและประเมินผล
การด�ำเนินงานวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทาง
วฒั นธรรมและปฏิบตั ิหน้าทอี่ น่ื ท่เี ก่ียวข้อง ประกอบด้วยหน่วยงาน
- งานธุรการ
- กลุ่มงานส่งเสริมงานวฒั นธรรม
- กลุ่มงานพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และประติมากรรม
กองการกฬี า
มหี นา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบเกยี่ วกบั การสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ดา้ นวชิ าการและการดำ� เนนิ
งานด้านกฬี าของกรงุ เทพมหานคร การกำ� หนดหลกั เกณฑ์มาตรฐานในการด�ำเนนิ งานด้านกฬี า ลานกฬี า
และศนู ยก์ ฬี าทอี่ ยใู่ นพนื้ ทก่ี รงุ เทพมหานครสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การเลน่ กฬี าขนั้ พน้ื ฐานและการเลน่ กฬี า
สคู่ วามเปน็ เลศิ โดยใหก้ ารฝกึ สอนแกบ่ คุ คลทว่ั ไป และเยาวชนทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษ การคดั เลอื กนกั กฬี า
ตวั แทนกรงุ เทพมหานคร การจดั การแขง่ ขนั สนบั สนนุ และประสานการดำ� เนนิ งานดา้ นกฬี ากบั สมาคมและ
องคก์ รเครอื ขา่ ยสง่ เสรมิ และพฒั นาศกั ยภาพผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นกฬี าและปฏบิ ตั หิ นา้ ทอี่ น่ื ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ประกอบ
ด้วยหน่วยงาน
- ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
- กลุ่มงานวชิ าการและพฒั นาเทคนคิ
- กลุ่มงานส่งเสริมกีฬา
- ศนู ย์ฝึกกฬี าเยาวชน

96

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

กองนนั ทนาการ
มหี นา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การใหบ้ รกิ าร และสง่ เสรมิ กจิ กรรมของศนู ยเ์ ยาวชน
ส่งเสริมการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเยาวชนและประชาชน ให้บริการห้องสมุดเพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า
หาความรู้และความบันเทิงยามว่าง จัดท�ำโครงการเก่ียวกับห้องสมุดประชาชนและศูนย์เยาวชนที่อยู่ใน
พ้นื ท่กี รุงเทพมหานคร ตลอดจนส่งเสริมและพฒั นาศักยภาพผู้ปฏิบัตงิ านและปฏบิ ตั ิหน้าทอ่ี ืน่ ที่เกย่ี วข้อง
- ฝ่ายบริหารงานทวั่ ไป
- กลุ่มงานพัฒนาเยาวชน ๑
- กลุ่มงานพัฒนาเยาวชน ๒
- กลุ่มงานพัฒนาห้องสมุดประชาชน
กองการสังคีต
มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการบรรเลงดนตรีไทยและสากลในรายการดนตรี
ส�ำหรับประชาชน และการบรรเลงในงานพิธีการของกรุงเทพมหานคร การแต่งเพลง และเผยแพร่เพื่อ
ประชาสัมพนั ธ์งานของกรุงเทพมหานคร การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ดนตรไี ทย ฝึกอบรม และส่งเสริม
การสอนวิชาการดนตรี ทงั้ ในภาคทฤษฎีและปฏบิ ัติ ให้แก่ ครู นกั เรยี น เยาวชน ผู้น�ำศูนย์เยาวชน และ
ประชาชนทั่วไป จดั ท�ำคู่มอื เพื่อใช้ในการฝึกอบรม การจัดการแข่งขันดนตรแี ละการขบั ร้อง การให้บริการ
ด้านการเรียบเรียงเสียงประสาน การบันทึกเสียง ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานและปฏิบัติ
หน้าที่อนื่ ทีเ่ กี่ยวข้อง ประกอบด้วยหน่วยงาน
- งานธรุ การ
- กลุ่มงานดรุ ิยางค์ไทย
- กลุ่มงานดรุ ยิ างค์สากล
- ศนู ย์ฝึกดนตรี
กองการทอ่ งเทีย่ ว
มหี นา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบเกยี่ วกบั การจดั ทำ� แผน เพอื่ พฒั นาการทอ่ งเทย่ี วของกรงุ เทพ
มหานคร ใหบ้ รกิ ารขอ้ มลู ขา่ วสารดา้ นการทอ่ งเทย่ี วประชาสมั พนั ธแ์ ละจดั ทำ� สอ่ื จดั กจิ กรรมเพอื่ สนบั สนนุ
และส่งเสรมิ การท่องเทยี่ วในรปู แบบต่างๆ โดยดำ� เนนิ การร่วมกบั หน่วยงานทงั้ ภาครฐั และเอกชน ส่งเสรมิ
และพฒั นาการบรกิ ารดา้ นการทอ่ งเทย่ี วและแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วของกรงุ เทพมหานครใหไ้ ดม้ าตรฐาน สามารถ
ดงึ ดดู นกั ทอ่ งเทยี่ วทงั้ ในและต่างประเทศเพอ่ื กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ทางเศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรม และการ
ท่องเท่ียวแบบย่ังยืน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน และท้องถ่ิน และปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนที่
เกย่ี วข้อง ประกอบด้วยหน่วยงาน
- ฝ่ายบรหิ ารงานท่ัวไป
- กลุ่มงานแผนงานการท่องเท่ยี ว
- กลุ่มงานพฒั นาการท่องเท่ียว
- กลุ่มงานส่งเสรมิ การท่องเทย่ี ว

97

แผนวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร ฉบบั ที ่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒)

ศนู ยเ์ ยาวชนกรงุ เทพมหานคร (ไทย-ญ่ปี ่นุ )

มีหน้าท่ีความรับผิดชอบเก่ียวกับการให้บริการจัดกิจกรรมกีฬาและนันทนาการขั้น
พืน้ ฐาน การจัดกิจกรรมนันทนาการข้ันพฒั นาทกั ษะและขั้นสงู การพัฒนาผู้น�ำเยาวชน ส่งเสริมสนบั สนุน
การจัดตั้งสภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเยาวชนเขต การจัดกิจกรรมเพ่ืออนุรักษ์และส่งเสริม
ศลิ ปวัฒนธรรมประเพณี และกจิ กรรมพิเศษอนื่ ๆ ให้บรกิ ารด้านอาคารสถานทใี่ นการจดั ประชมุ สัมมนา
แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน การควบคุมดูแลการใช้บริการให้เป็นไปตามระเบียบที่ก�ำหนด การ
ส่งเสริมงานด้านวชิ าการและการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏบิ ตั ิงาน ตลอดจนเปน็ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ด้าน
การพฒั นาเยาวชนของศนู ย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร และปฏบิ ัตหิ น้าทอี่ ื่นท่ีเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

- กลุ่มงานธุรการและบริหารงานทว่ั ไป
- กลุ่มงานการคลงั และพสั ดุ
- กลุ่มงานจดั กจิ กรรมและการกฬี า
- กลุ่มงานวิชาการ แผนงาน และประชาสมั พนั ธ์

(๓) โครงสร้างองค์กร : กองวฒั นธรรม

กองวฒั นธรรมมหี นา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู บำ� รงุ รกั ษา
ศิลปวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์ความเป็นไทย และภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน การแลกเปล่ียนศลิ ปวฒั นธรรม
การจดั ใหม้ แี หลง่ เรยี นรทู้ างวฒั นธรรมแกป่ ระชาชนในรปู แบบตา่ งๆ เชน่ พพิ ธิ ภณั ฑท์ อ้ งถนิ่ พพิ ธิ ภณั ฑเ์ ดก็
หอศลิ ป์ การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นาเครอื ข่ายการดำ� เนนิ งานด้านวฒั นธรรมทกุ ระดบั โดยเนน้ การมี
ส่วนร่วมจากภาคประชาชนและชมุ ชนในท้องถ่ิน ด�ำเนินงานเกย่ี วกบั ระเบยี บกฎหมายทีเ่ กยี่ วข้อง ติดตาม
และประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร ตลอดจนสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การพฒั นา
บุคลากรทางวัฒนธรรมและปฏบิ ตั หิ น้าทอ่ี นื่ ทีเ่ ก่ยี วข้อง

แบ่งหน่วยงานออกเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ กลุ่มงานส่งเสริมงานวัฒนธรรม กลุ่มงาน
พพิ ิธภณั ฑ์ หอศลิ ป์ และประตมิ ากรรม และงานธรุ การ ซึง่ มอี �ำนาจ หน้าที่ และความรับผดิ ชอบ ดังน้ี

กลุ่มงานส่งเสรมิ งานวัฒนธรรม

- ศกึ ษาค้นคว้าเพื่อก�ำหนดทิศทางและวธิ ีการการปฏบิ ตั งิ านวัฒนธรรม
- จดั ทำ�แผนงาน โครงการ กิจกรรมทางวัฒนธรรมเพือ่ นำ�ไปสู่การปฏิบตั ิ
- ประสานการดำ�เนินงานและเชื่อมโยงองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมให้สามารถ

ดำ�เนินงานอย่างประสานสอดคล้องเพื่อให้เกิดพลังทางวัฒนธรรม การเฝ้า
ระวงั ทางวฒั นธรรม
- ประสาน ส่งเสริมงานด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจยั อนุรักษ์ พัฒนาทรพั ยากร
และภมู ิปัญญาท้องถิ่น
- ปฏิบัติหน้าทีท่ ี่เกีย่ วข้อง

กลุ่มงานพพิ ธิ ภัณฑ์ หอศิลป์ และประตมิ ากรรม
- จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

พิพิธภัณฑ์เด็ก และหอศิลป์

98

ส่วนที่ ๒
สถานการณ์แวดล้อมในการขับเคลือ่ นงานวฒั นธรรมของกรงุ เทพมหานคร

- ส่งเสริมและสนับสนุนการดำ�เนินงานด้านวิชาการและการพัฒนาบคุ ลากร
- นิเทศ ติดตามประเมินผลการดำ�เนินงานวัฒนธรรมของกรงุ เทพมหานคร

- ปฏบิ ตั ิหน้าทอ่ี นื่ ที่เก่ยี วข้อง
งานธุรการ
- งานสารบรรณและธรุ การท่วั ไป งานการประชุม
- การงบประมาณ การเงิน การบญั ชีและพัสดุ
- การควบคมุ ดแู ลสถานทีแ่ ละยานพาหนะ
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง
มบี คุ ลากรปฏิบัตงิ านท้ังสนิ้ ๒๒ คน เป็นข้าราชการ ๑๙ คน ลูกจ้างประจ�ำ ๒ คน และลกู จ้าง
ช่วั คราว ๑ คน โดยอตั ราต�ำแหน่งข้าราชการกระจายอยู่ในกลุ่มงานต่างๆ เท่ากัน กลุ่มงานละ ๖ อัตรา
รวมท้ังมีการก�ำหนดภาระงานในแต่ละต�ำแหน่งไว้อย่างชดั เจน ในคำ� ส่งั กองวฒั นธรรม ท่ี ๒/๒๕๕๗

ผ้อู ำ�นวยการกอง ๑ อตั รา

กลมุ่ งานสง่ เสริมงาน กลุม่ งานพพิ ธิ ภัณฑ์หอศลิ ป์ กลุ่มงานธุรการ ๖ อัตรา
วัฒนธรรม ๖ อตั รา และประติมากรรม ๖ อตั รา

แผนภาพท่ี ๒.๑ ผงั แสดงอตั ราก�ำลังในแต่ละกลุ่มงานของกองวัฒนธรรม

๒) การบริหารงาน กลไกการท�ำงาน และการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมด้วยแผน
กลยุทธ์

(๑) กรงุ เทพมหานครให้การสนับสนนุ การดำ� เนินงานและการพฒั นางานวฒั นธรรม

กรุงเทพมหานครก�ำหนดบทบาทในการท�ำงานวัฒนธรรม เช่น มีการก�ำหนด
หน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบของกองวฒั นธรรมไวป้ ระการหนง่ึ คอื การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นาเครอื
ข่ายการดำ� เนนิ งานด้านวัฒนธรรมทุกระดับ รวมท้ังมกี ารแบ่งส่วนงานและมอบหมายหน้าทชี่ ดั เจน มกี าร
มอบหมายงานเป็นรายบคุ คล ดงั ปรากฏในเอกสาร ค�ำส่ังกองวัฒนธรรม ท่ี ๒/๒๕๕๗ เรือ่ ง มอบหมาย
ให้ข้าราชการและลกู จ้างปฏิบตั ิราชการ อีกทั้ง มีการสนบั สนุนอัตรากำ� ลังและงบประมาณในการด�ำเนิน
งาน แม้จะไม่พอเพียงกับภาระหน้าทแ่ี ละความรบั ผิดชอบก็ตาม นอกจากน้ี จากการจดั การพูดคยุ เป็นวง
สนทนา เพื่อประเมนิ สถานการณ์การด�ำเนินงานวัฒนธรรม ในกลุ่มผู้บรหิ ารกรุงเทพมหานคร และกลุ่ม
ผู้ปฏิบัติงาน ต่างให้ความส�ำคัญในการพัฒนาการท�ำงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการมีระบบ
สารสนเทศและการส่อื สารทท่ี นั สมยั

99


Click to View FlipBook Version