The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูวิทย์ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanda.chamnanphol, 2022-07-01 04:49:06

คู่มือครูวิทย์ ป.5

คู่มือครูวิทย์ ป.5

คู่มือครูใช้คู่กับหนังสอื เรียน
มาตรฐานสากล ๕ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่

๒๑ 5ศตวรรษที่
BBL Steps

ใช้กระบวนการ

GPAS

เนน้ การทำ�งานของสมอง

BBL & PBL

จดั การเรียนรตู้ ามแนวทาง

Backward

Design

เพิ่มผลสัมฤทธิด์ ว้ ย

O-NET/PISA

สทโคกัอู่ รษางะเงศซาตยีนวนรบรแูรษณลทะ่ีา๒โกลา๑กร

เฉลยค�ำ ตอบ

ละเอยี ดทุกขอ้

QคCวOาRDมEรนสคู้ ววื่อาตั มเกสเขรร้ารใมิ มจ

สถาบันพัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)

แผนผังหัวข้อหน่วยการเรยี นรู้
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

การปรับตวั ของสิ่งมชี ีวติ ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สตั ว์ และมนษุ ย์
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างกลุม่ สง่ิ มชี ีวิตกับสิง่ แวดล้อม ลกั ษณะทค่ี ล้ายคลึงกนั ของตนเองกับพ่อแม่

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ การเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร
ชีวติ กับสิ่งแวดล้อม การด�ำรงพันธุ์ของสง่ิ มีชวี ติ การละลายของสารในน�้ำ
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, การเปลย่ี นแปลงของสารเมอ่ื เกดิ
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒ การเปลย่ี นแปลงทางเคมี
ป.๕/๓, ป.๕/๔

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๘ วทิ ยาศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๓
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ การเปลยี่ นแปลงของสารในชวี ติ ประจ�ำวนั
ที่เกีย่ วข้องกับวัฏจักรน้�ำ
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

ว ๓.๒ ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
วัฏจักรนำ�้
เมฆ หมอก นำ้� คา้ ง หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๔
น�ำ้ ในทอ้ งถิ่นของเรา แรงในชีวิตประจำ� วนั
และนำ�้ ค้างแขง็ ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒,
ฝน หมิ ะ และลกู เหบ็ ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๖ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๕ การหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกนั
ดาว เสยี งและการได้ยิน ที่กระทำ� ตอ่ วัตถุ
แหล่งน้�ำในทอ้ งถนิ่ และการใช้ประโยชน์ ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๒.๓, ป.๕/๑, ป.๕/๒, แรงเสียดทาน และผลของแรงเสียดทาน
ความจำ� เป็นของน้�ำตอ่ ชวี ิต ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
และการประหยัดน้�ำ
ความแตกต่างของ
ดาวเคราะหก์ ับดาวฤกษ์ การไดย้ ินเสยี งผ่านตัวกลางต่าง ๆ
ตำ� แหนง่ และเส้นทาง เสยี งสงู เสยี งต่ำ� เสยี งดัง และเสียงค่อย
การขึ้นและตกของกลุ่มดาว การใชเ้ ครื่องมอื วัดระดับเสยี ง

คมู่ อื ครใู ช้คูก่ ับหนังสือเรยี น

วแทิ ลยะเาทศคาโสนตโรล์ ยี
๕ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี

ตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชีว้ ัด
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

สงวนลขิ สิทธิ์
บรษิ ทั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จ�ำ กดั
พ.ศ. ๒๕๖๔
สถาบันพัฒนาคุณภาพวชิ าการ (พว.)
๑๒๕๖/๙ ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐
โทร. ๐-๒๒๔๓-๘๐๐๐ (อัตโนมัติ ๑๕ สาย), ๐-๒๒๔๑-๘๙๙๙
แฟกซ์ : ทกุ หมายเลข, แฟกซอ์ ัตโนมตั ิ : ๐-๒๒๔๑-๔๑๓๑, ๐-๒๒๔๓-๗๖๖๖

website : www.iadth.com

พิเศษ

การพัฒนาคุณภาพผูเ้ รยี นทสี่ อดคลอ้ งกบั
เสริมสรา้ งศกั ยภาพการเรยี นรู้ตาม
GPAS Steps

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
NET แนวข้อสอบ O-NET

การอธบิ ายเปา้ หมาย เป้าหมายการเรยี นรู้ ๒. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกลมุ่ สง่ิ มชี วี ติ กบั สง่ิ แวดลอ้ ม
การเรยี นรู้ และการท�ำ
ช้ินงานทผ่ี เู้ รียนจะได้ ระบเุ ปา้ หมายการเรยี นรใู้ นหลกั สตู รตามแนวทาง สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเรียกว่า สิ่งแวดล้อม
คะแนนอย่างชดั เจน ทำ�ให้ผู้เรียน Backward Design ซง่ึ ประกอบดว้ ย สตั วแ์ ละพืช เป็นสิ่งแวดล้อมทม่ี ีชวี ติ ส่วนนำา้ แสง อากาศ เปน็ ส่ิงแวดล้อมทไี่ ม่มชี ีวิต
เห็นทศิ ทางในการเรยี น เปน็ การ - มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั สัตว์และพืชมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน พืชเป็นแหล่งที่อยู่และเป็นอาหาร
ขจัดความกังวลใจ และสรา้ ง - สมรรถนะส�ำ คญั ของผเู้ รยี น ของสัตว์ สัตว์เล็กเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่
ความร้สู กึ เชงิ บวกให้แก่ผ้เู รียน - คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอาศัยในแหล่งที่อยู่ต่างกันและในสิ่งแวดล้อมต่างกัน
การใชค้ �ำ ถาม ภาระงาน/ชนิ้ งาน บางชนิดอาศัยอยู่บนบก บางชนิดอาศัยอยู่บนต้นไม้ บางชนิดอาศัยอยู่ในลำาธาร
หรอื กำ�หนดปญั หา กำ�หนดภาระงานหรอื ช้นิ งานของผู้เรียน แม่นำ้า บางชนิดอาศัยอยู่ในทะเล
ทผี่ ้เู รยี นต้องพบในชวี ติ ซง่ึ เปน็ หลกั ฐานแสดงความเขา้ ใจ
(Problem Based Learning: PBL) St St
เพือ่ สร้างความร้สู ึกต่นื เตน้ ทา้ ทาย ep 1 ขน้ั สงั เกต
กระต้นุ อารมณใ์ หผ้ ูเ้ รียนสนใจ
อยากเรยี นรู้ อยากสืบสอบ รวบรวมขอ้ มูล
ซ่งึ สง่ ผลต่อการเรยี นรทู้ ี่ดี
1. ต้ังค�ำ ถาม ตัง้ สมมตุ ฐิ าน เพื่อกระตุน้
การรวบรวมข้อมลู ประสบการณใ์ ห้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
จากสงิ่ แวดลอ้ ม
และแหลง่ เรยี นรู้ 2. สงั เกตและรวบรวมข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้
อยา่ งหลากหลาย ผ่านระบบ อย่างหลากหลาย เพ่อื ให้ผู้เรยี นรจู้ ัก
ประสาทสมั ผสั (ways of knowing) เลือกขอ้ มลู ท่ตี อ้ งการ
ทั้งการเหน็ (ทางตา) การได้ยิน
(ทางหู) การสมั ผัส (ทางกาย) ep 2
การได้กล่นิ (ทางจมกู )
การรับรส (ทางปาก) ทำ�ให้สมอง ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้
เกดิ การเรยี นรู้และมพี ฒั นาการ
เพราะสิ่งแวดล้อมคอื ตัวกระตนุ้ 3. จดั กระท�ำ ขอ้ มูลด้วยการคดิ วิเคราะห์ ภาพท่ี ๑.๑๓ ส่งิ มชี วี ติ มคี วามสมั พันธซ์ ่งึ กนั และกัน
พฒั นาการสมอง และส่ิงแวดล้อม (จ�ำ แนก จัดหมวดหม ู่ หาความสัมพนั ธ ์
ทห่ี ลากหลายท�ำ ให้สมองเรยี นรไู้ ด้ดี เปรยี บเทียบ ฯลฯ) โดยใช้แผนภาพจดั 16
การจดั ข้อมูลของสมอง ความคิดอยา่ งเป็นระบบ สรุปสาระส�ำ คัญ
จะใชก้ ารคดิ หา สงั เคราะหเ์ ป็นความคิดรวบยอด กิจกรรมเสรมิ สร้างศกั ยภาพการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ความสมั พนั ธเ์ ชื่อมโยงกบั แนวขอ้ สอบ O-NET/PISA
ประสบการณเ์ ดมิ เปรียบเทียบ 4. คิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่าโดยเชื่อมโยงกับ
จัดกลุม่ และสรุปเป็นหลกั การ หลกั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม หลกั ปรชั ญา และสารประโยชนม์ ากมายส�ำ หรบั ครู
ของตนเอง กิจกรรมที่เนน้ การคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือสร้างความเป็น
จึงท�ำ ให้สมองเกิดการเรยี นรู้ พลเมืองไทยและพลโลกที่มีคุณภาพ
และครตู ้องฝกึ ใหผ้ เู้ รียนใช้ แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด
แผนภาพความคิด
(Graphic Organizers) 5. สรา้ งทางเลอื กโดยออกแบบหรอื คดิ สรา้ งสรรค์
เพ่อื จัดข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ แนวทางอย่างหลากหลาย แล้วตัดสินใจ
สรา้ งการคดิ อยา่ งมแี บบแผน เลอื กแนวทางที่ดที ี่สดุ

6. วางแผนขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
เพอื่ นำ�ไปสคู่ วามส�ำ เร็จ

การคิดประเมินเพอ่ื เพิม่ คณุ ค่า ทำ�ให้ผเู้ รียนเหน็ ความสำ�คญั ของสิ่งนั้น
ขอ้ มูลท่มี ีความส�ำ คัญมคี วามหมายตอ่ ชวี ติ สมองจะสนใจและตอบสนอง
จึงส่งขอ้ มูลเหลา่ นน้ั เขา้ ส่กู ระบวนการเรียนรู้ โดยเช่อื มโยงกบั ความรู้
และทักษะที่มอี ยเู่ ดิม สรา้ งความหมายให้มากย่ิงขน้ึ

สุดยอดคู่มือครู 2

พิเศษ

การเรียนรขู้ องสมอง (Brain Based Learning)

มาตรฐานสากลในศตวรรษที่ 21

Apขp้ันlปyฏiิบnัตgิแลanะสdรCุปoคnsวtาruมcรtiู้หngลังthกeารKปnoฏwิบlัeตdิ ge A ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying the Communication Skill

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

สิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นกับสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร St St St asean
คำ�ถ�มสำ�คัญ
3ep ขน้ั ปฏหบิ ลัตงั กแิ าลระปสฏรบิปุ ัตควิ ามรู้
กิจกรรมที่ ๑.๕ สำารวจสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนของเรา
7. เขียนข้ันตอนการปฏิบัติงานจริงและ

ลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผน ประเมนิ ความส�ำ เรจ็

วัสดุอุปกรณ์ ของงานและประเมินการท�ำ งานเชงิ ระบบ
๑. แว่นขยาย
๓. กระดาษวัด pH ๑ อัน ๒. ไม้เมตร ๑ อัน เพอ่ื ปรบั ปรุงและแก้ปญั หา แล้วสรุป การเคลอ่ื นไหวและ
๑ กล่อง ๔. เทอร์มอมิเตอร์ ๑ อัน เปน็ ความคดิ รวบยอด การลงมอื ปฏบิ ัตทิ �ำ ให้

วิธที าำ 8. น�ำ ความเข้าใจทีเ่ กดิ จากการปฏิบตั ิ สมองพัฒนาท้ังสองด้าน
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนและเลือกศึกษาสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่มีชีวิต เม่ือผเู้ รียนน�ำ หลักการจากศาสตร์
และไม่มีชีวิตในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง รวมทั้งระบุปริมาณและที่อยู่ของสิ่งนั้น ๆ แล้ว มาสรา้ งองค์ความรู้ หรอื สรุปเป็นหลกั การ แขนงต่าง ๆ ไปปฏบิ ตั หิ รือลงมอื
บันทึกผล แกป้ ัญหามากข้ึน ความร้จู ะยง่ิ ถกั ทอ
๒. วัดอุณหภูมิที่พื้นผิวดินและนำ้าด้วยเทอร์มอมิเตอร์ แล้วบันทึกผล ขยายกวา้ งขึน้ เกิดทกั ษะการคิด
๓. วัดค่าความเป็นกรด-เบสของบริเวณที่ศึกษาด้วยกระดาษวัด pH ถ้าบริเวณที่ศึกษา รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ (creative thinking)
อยู่บนดิน ให้ละลายดินเล็กน้อยในนำ้ากลั่น แล้วจึงวัดค่าความเป็นกรด-เบส บันทึกผล ep 4 การคดิ แกป้ ญั หา (problem solving

ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม

ตารางที่ ๑.๒ สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมในบริเวณโรงเรียน ข้นั สอ่ื สารและน�ำเสนอ thinking) การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ

สิง่ ไม่มีชวี ติ ทพี่ บ สง่ิ มชี วี ิตที่พบ (critical thinking) ผ้เู รยี นไดพ้ ัฒนา
ความคิดท้งั ระบบ และสามารถ
บรเิ วณท่ีศึกษา ชอื่ แหล่งท่อี ยู่ ปริมาณ ชอ่ื พืช ปรมิ าณ ช่อื สตั ว์ อุณหภูมิ (Cำ ) ค่าความเป็น 9. สอื่ สารและน�ำ เสนอผลงานหรอื ความส�ำ เรจ็
แหลง่ ที่อยู่ แหลง่ ที่อยู่ ปริมาณ กรด-เบส เพ่ือขยายความรู้ในรูปแบบการอภปิ ราย

บริเวณที่นักเรียนสำารวจคือบริเวณใด การรายงาน น�ำ เสนอด้วยแผงโครงงาน สรา้ งองค์ความรูไ้ ปพร้อม ๆ กัน
PowerPoint Presentation เปน็ ต้น เกดิ ความเขา้ ใจที่ลุ่มลึกและเปน็
บริเวณที่สำารวจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือไม่ ความเขา้ ใจทคี่ งทน สามารถนำ�ไป
สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตในบริเวณที่สำารวจมีการพึ่งพาอาศัยกันหรือไม่ อย่างไร ประดษิ ฐ์ผลงาน สรา้ งผลติ ภณั ฑ์
อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมบริเวณที่สำารวจมีค่าเท่าใด จัดท�ำ โครงงาน (Project Based
ค่าความเป็นกรด-เบสของสิ่งแวดล้อมบริเวณที่สำารวจเป็นอย่างไร Learning: PBL) พฒั นาพหุปัญญา
สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร และขยายผลสูส่ งั คมตามมาตรฐาน
ep 5 สากลและวิสยั ทศั น์ในศตวรรษท่ี 21
สิ่งมีชีวิตกับส่ิงแวดล้อมมีความสัมพันธ์กัน คือ ข้นั ประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา่
อาศยั อยู่รว่ มกันและตอ้ งพงึ่ พาอาศยั ซ่งึ กันและกัน บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

17

กิจกรรมเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 10. เชื่อมโยงความรู้ไปสู่การทำ�ประโยชน์ให้กับ
แนวขอ้ สอบ O-NET/PISA ท้องถ่ิน สังคม สิ่งแวดล้อม ในระดับ
ประเทศ อาเซียน และโลก ตามวุฒิภาวะ
และสารประโยชนม์ ากมายสำ�หรับครู ข อ ง ผู้ เ รี ย น แ ล้ ว ป ร ะ เ มิ น ค่ า นิ ย ม
นิสัยแหง่ การคิด การกระทำ�

Active Learning

3 สุดยอดคู่มือครู

พิเศษ

GPAS กระบวนการเรียนรู้ BBL อยา่ งแทจ้ ริง
Steps ตามมาตรฐานสากลและวิสยั ทศั น์ในศตวรรษที่ ๒๑

ep 1

ขั้นสงั เกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
St
การรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างฐานการเรียนรู้ กระตุ้นอารมณ์ตื่นเต้น สร้างความรู้สึกเชิงบวก สนุกสนาน
Stน่าสนใจ ท�ำ ให้สมองตื่นตวั พรอ้ มเรียนรู้ ซง่ึ มี ๒ วธิ ี ดังนี้

St วธิ ีท่ี ๑ การใช้ค�ำ ถามหรอื กำ�หนดGปPAญั S 5หSาteทpsีผ่ ้เู รยี นตอ้ งพบขใ้ันนสังGเชกตaีวtติรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

วธิ ที ี่ ๒ ให้ผู้เรียนอยู่ในส่ิงแวดบลูร้ณอามกาทรที่เักอษะื้อศตตวร่อรษกท่ีา21รเรียนรู้ โดยใช้ระบบปแนรวขะ้อสสอาบ ทO-สNEัมT ผัสรับรู้ข้อมูล เรียนรู้
จากของจรงิ ส่งิ ใตกวั ชล้ีวต้ัดวั ภาพ บตั รคำ� ฯลฯ รวมทง้ั ไดส้ ืบคน้ จากแหล่งเรียนรู้ตา่ งๆ ดว้ ยตนเอง
๒.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
ว ๑.๑ ป.๕/๒

ภาระงาน/ช้ินงาน สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันอย่างไร คำ�ถ�มสำ�คัญ
สมดุ ภาพ ความสมั พันธ์ระหว่าGงPAS 5 Steps
ส่ิงมชี วี ติ กบั สง่ิ มชี วี ิต กิจกข้ันรสรังGเมกตaทtรhี่ วeบ๑rรiวn.มg๖ข้อมูลความสัมพันธข์รั้นะคหิดววิPเค่าrรงoาสcะหeิ่ง์แsมลsะiีชสnรีวgุปิตควกามับรสู้ ิ่งมีชีวิต
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET

1ep ตวั ชว้ี ดั วัสดอุ ุปกรณ์
๒ภ.า๒พ คคววาามมสสัมัมพพันธัน์รธะ์รหะวห่างวส่าิ่งงมสีชิ่งีวมิตีชกีวับิตสิ่งกมับีชสีวิ่งิตมีชีวิต ๓ ภาพ
รภววา๑ขบร.ะัน้๑รงสาวปนงัม.๕/เขก/ช๒น้ิ้อตงมาูลน
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

๑. นักเรียนสังสสเง่ิมกมุดตีชภีวาสิตพิ่งกคบัมวสีชา่ิงมีมวสชีิตมัวี ใพติ นันธทร์ ้ะอหงวถ่างิ่นท่ีมี คำ�ถ�มสำ�คัญ

กิจกรรมที่ ๑.๖ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต

ตแคล้อว้วางมกกสราระัมหตพาุ้นันคนeธำาpักต์ก1เอัรนียบเนดชเ้วร่นกวยขบิด้นักผรคสวรีเังมวสเะขกาบ้อ้ือตมมวกูลสนับงกดสาัยอรกแทลไามะง้ วัสดุอปุ กรณ์
ภาพความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต ๓ ภาพ

สวิทาำ คยญั าศดางัส๑นต.ี้ รคนแ์ ลัวกโ้วาเมดรกียสรยะนัมตสรพุ้นัง่ันวนเธกมัก์กตเกัรนสียัิ่งนเนมชเต่นีชกีวิดอผิตคบีเใวสนาื้อคมทกสำา้อับงถงดสถัยอา่ินกแมทลไี่มมะี้ ภาพท่ี ๑.๒๐ ไกก่ ับหนอน ภาพที่ ๑.๒๑ ผ้ึงกบั ดอกไม้ ภาพท่ี ๑.๒๒ กลว้ ยไมก้ ับตน้ ไม้

ส๑ัม.๑พนั สธิ่ ง์กมนั ี ชอี วยวตสิิทาำ้อตา่ คงยงัญกกาไาศรัรดบาหงัสนาสตค้ี ริ่ำาง์ตโมอดบียชดรี้วว่วยมิ ตกกรันมะตบี ควอนบวกคาาำารถมทาามง วธิ ที าำ
(สิ่งมีชีวิตกับส๑่ิง.ม๑ีชสีว่ิงิตม ีชมีวีคิตวกาับมสส่ิงัมมพีชันีวิธต์กมันีคใวนาม ภาพนที่ ๑ัก.๒เ๐รไียก่กนับหแนอบน่งกลุ่มภ าแพทต่ี ๑่ล.๒ะ๑ ผกงึ้ กลบั ุ่มดอรกไ่วม้มกันภสาพังทเ่ีก๑.๒ต๒ภกลาว้ ยพไมค้กบั วตาน้ ไมม้สัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ
วสธิ ิ่งที มาำ ีชีวิตที่กำาหนด แล้วระบุลักษณะความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตให้ถูกต้อง
ลักษณะต่า ง ๆ(สสมั ่ิงเพมชนัีช่นีวธิต์ก กภันับอาสยว่ิง่ามะงีชกไีวราิตร มไีคดวา้ปมสรัมะพโันยธช์กันนใ์น สิ่ง มนีชีัวกิตเรทียี่กนำาหแ บน่ดงสก แลิ่งลุ่มม้ว รีชแะตบีวุ่ลลิตักะทกษลณี่กุ่มะำารคห่ววมานมกดสันัม สมพังเันีคกธตว์ขภอาางมพสสิ่งคมัมวีชาพีวมิตสันใัมหธพ้ถ์กัูกนตัธน์้อรแะงหบวบ่างใสดิ่งมบีช้าีวงิต กอับย ่างไร
ร่วมกัน ภาวละักพษึ่งณพะตา่างก ๆัน เช ่นภ ภาาววะะกอาริงไดอ้ปารศะโยัยช น์ สิ่งม ีชีวสิตทรี่กุปำาหคนวดา มมีคสวาัมมพสัมันพธัน์รธ์กะันหแวบ่าบงใดสบิ่ง้ามง อีชยีว่างิตไรกับสิ่งมีชีวิต
ภ๑า.๒วะลค่าเวหายม่ือ สภภร๑ั่มาวา.๒ววมะพะกลปคั่านันเวรห าภสยธมอื่าติ์รว สภะ)ัะมาพวพหะึ่งปันพรวสธา่ากิต์รังน)ะ หสภว่ิงา่าวมงะสอีช่ิงิงมีวอีชาิตีศวิัตย
กับสิ่งมีชีวิตกทับ่ีนสิ่ังกมเีชรีวียิตทนี่นเักคเรยียพนเบคยใพนบชในีวชิตีวิต สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
ประจำาวันมอี ะ(ปตไรัวะรอจบำายว่า้านังงคมำาอี ตะอไรบบ น้างกกับหนอน กาฝากกับ
สิ่ ง มี ชี วิ ต กั บสสิ่ิ่ งงมมี ชีี ชวิ ตี วมิ ตี ค วกาั บม สสั มิ่ งพมั นี ธช์ กี วั นิ ต มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั น
ภในาวละักพษึง่ ณพะากตนั่าภใงนภาๆาวลวะะเักชอพ่นษงิ อึง่ ณาภพศายัะาวะกตภกนัา่าาวรงะไภลดา่ๆา้ปเหวรยะะเือ่โชอยภ่นชงิ านอว์ระาภ่วปศมารยักสวันติ ะภกาาวระไลดา่ ้ปเหรยะือ่โยภชานว์ระ่วปมรกสันติ

(ตัวอย่างคำาตตอน้ ไบม้) นกกับหนอน กาฝากกับ 22
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
๒. ต้นไม้) เฉล2ยก2จิ กรรมการทดลอง
นั ก เ รี ย นแบคอ่งยลา่กะงครลววมาุ่มมพสลางั กมศากึลรษถุ่มาวแลธิ ตที ะ่ลาำ กะจิก๔กลรุ่มรรมค่วทมี่น๑ก.ัน๖
• ไก่กบัเบนัฉหทลนกึ อยผนลก ก: จิ าไรกกท่เรป�า็นกรผจิ มู้ลกก่รา ราหมรนอทนดเปล็นอเหงย่ือ สรุปผลการทา� กิจกรรม
คละความสาเรมื่อาง รคถวามแสตัมพ่ลันะธ์กระลหวุ่ม่างรส่วิ่งมมีชกีวิตันกับ •ม ีคผว้ึงากมับสบดัมอพนั กันทไธมแ์ กึ้ บ: บผผภ้ึงแลาวละกะลดา่าอเหรกยไทมื่อ้ตา� ่ากงไดจิ ้รกับปรระรโยมชน์
อยา่ งรวมพลงัสพศ่ิงรอ้มกึ มีชษเีวพิตารวยี โงธิ ดกที นัยาำอก่านจิ อกอรกรเสมียทงดี่ ๑ัง.แ๖ละ ส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตมีความสัมพันธ์กัน
เรื่อง ควา๓ม.สนัมักพเรันียนธแ์รตะ่ลหะวก่าลงุ่มสร่ิ่งวมมกีชันีวอิตภกิปรับาย
รใ่วนมลกักันษ ณภาะวตะ่าพงง่ึ ๆพ าเชก่นัน ภภาาววะะกอางิ รอไาดศส้ปัยรร ะโุปยชผน์ลการท�ากิจกรรม

พสิ่งรอ้มมีชเีวพิตร๔ยี .โงดกกทผอ่ำาแู้ันยกนทจิทอนกาำน่ากรกัจิรนเมกรรอหยี รนนมอแา้ ทชตกัน้าำล่ กเเะรจิสกียกลีนรยมุ่รมงนาำแดเลสังะนบอแนั ผทลลกึ กะผาลร •มรร• คี่ว่วมมกไวกกลกานััน้วม่กย มสไับีคมมั้วกหาับพมนตสัน้นอัมธไพมน์แัน้ บ: ธก:์บแ ลบภไ้วบยกาภไว่าเมวะป้เะลปก็น็นา่าผรเผหไู้ไู้ดดลย้้ปป่าอ่ืรร ะะโโหยยชชนนนอ์์ นเภปาว็นะลเ่าหเหยยือ่ ่ือ แ ละภาวะสใปนริ่งสลมิตักีชษีวณิตกะตับ่าสง ิ่งๆม เีชชีว่นิต ภมาีควะวกาามรไสดัม้ปพรัะนโธย์กชันน์
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย •ต น้ ผไม้ึง้เปกน็ ับผดูไ้ มอ่ไดกแ้ ไลมะไ้ ม:่เ สผียึ้งปแระลโยะชดน์อกไม้ต่างได้รับประโยชน์ รว่ มกัน ภาวะพ่ึงพากัน ภาวะอิงอาศยั
กอ่ นทาำ กสจิุดยกอรดครู่มมือคทรู าำ ก2จิ 2กรรม และบนั ทกึ ผล รม่วีคมวากมัสนมั พมันีคธแ์ วบาบมภาสวะัมองิพอาันศธยั ์แบบภาวะการได้ประโยชน์ ภาวะล่าเหยอ่ื และภาวะปรสิต
๔. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาำ เสนอผลการ ร่วมกนั
ทาำ กิจกรรมหนา้ ช้นั เรียน
สุดยอดคู่มือครู 4 • กล้วยไม้กับต้นไม้ : กล้วยไม้เป็นผู้ได้ประโยชน์

ต้นไมเ้ ป็นผูไ้ ม่ได้และไม่เสยี ประโยชน์

สุดยอดคู่มือครู 22 มีความสัมพนั ธ์แบบภาวะอิงอาศัย

พิเศษ

ep 2

ข้นั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
St

StSt
สมองจะเกิดการเรียนรู้ทันทีเม่ือประเมินได้ว่า เรื่องที่กำ�ลังเรียนมีความหมายและสำ�คัญต่อการดำ�เนินชีวิต
ดังนั้น ในการสอนควรให้ผู้เรียนคิดประเมินเพื่อสร้างความหมายของความรู้ในมิติคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ

ผเู้ รยี นจะกระตอื รอื รน้ เมอ่ื รา่ งกายไดเ้ คลอ่ื นไหว มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นรู้ ท�ำ ใหส้ มองพฒั นา มศี กั ยภาพ
ในการคิดมากขึ้น สมองจะใชก้ ารคิดหาความสมั พันธข์ องสง่ิ ต่าง ๆ เพือ่ เปรียบเทยี บ จัดกลุ่ม และสรา้ งเป็นหลกั การ
ของตนเอง โดยใช้แผนภาพมาช่วยจดั ความคิดเหลา่ นใี้ หเ้ ป็นระบบชดั เจน

Appข้ันlyปAiฏnิบpgัตpขaิแั้นlynลปidะฏnสิบgCรัตoุปaิแnคnลsdวะtสrาCuรมocุปรntคisู้หnวtgrลาuมังctรกhtiู้หneาgลรKังปtnกhฏoeาิบwรKปัตlneฏิodิบwgัตleeิ dge AApppplylyขinขiั้นn้ันgสgส่ือ่ือtthสhสeาeารรCCแแooลลmmะะนmนm�า�uาเunสเnสiนciนcaอaอtitoinonSkSilkl ill ข้ันSปขeร้ันlะSfเปม-eRรินleะเfพเgม-ื่อRuินเeพlเaพิ่มgt่ือคiunุณเพlgaค่ิมt่าคinุณgค่า

เสริมควาเมสริมู้ ควราูคมวรรู้ สครอูคนวรสอน ตัวชต้ีวั ัดช้ีวัด รอรบอรบู้อราเู้อซาียเนซแียลนะโแลลกะโลก
epep22aseaasnean
สป ่วรนะ โดยอช๑สกนบสป .ิ่งไ ์ก่วนรมมภนะันห้ีชก โาดลทีวย็อวอังิตั้ชงาะค๑สกศ มนกว.ิ่งไ๒ ์กัีคยามมาภยัน ผวร้ีชกากฝทีาวไ็อีเวินมิสต่ดัา้งาะเยศ มสื้อ้ปปก๒ัีคย ัมช็านรเ ผวร่วพอชะฝาไีเยา่ันนมโส่ดาหผยยสื้อธ ้ปาชผ สัมรช์กรเ ่วพนมีัชนเสะสย่ันน่โวเ์ใรกืผ้ยอนนธ ่วชผสสก์กคลมนมีันเรวับักสกาดเ์ใรษดกื้อยนัน่วอสณกกอลม กรั็ไบักกเกะมดไปษดไ ันม่ถอดม็ณอนู ก้ กังก้ เคนะแไนปผไ มมกวดม็ี้นีเ้ ลาังเส้ คนอนงมผื้อกรวี้ยี้ีเสบดาเสงอัมมกืู้อดกี้ยสวพดันบงนัมูดักนำ้คาพันบหธวันำ้คา์วทาหธวยาี่ส์วทาน ิย่างี่สนจน มิ่งกานจีมชกเกาีีอชวกเเกีอิวี้ตยเกิี้ตยสงตสงตจร่าจร่ัดบางัดบงอไแอไแดมกดมก้ร้ไรลไลัมับมบงง ้ ้ แขล้ันะแคขสลดิ ัน้รวะุปคสเิ ิดคครรววปุาาิเะมคคหรรว์ู้าาะมหร์ู้
บนหลังควายกินเป็นอาหาร ส่วนควายก็ไม่ถูกแมลงรบกวน ๕๕. . นผอหภลันผอกลปิงัภักเกลทรรปิากเียาำารรกยรนาทียาิจแรแยำากลนทกตแระแำิารจแ่ลลมกตสกะะดิจแ่กรลงรสกละคมดุ่มกรว งรราลโคม่วมดุ่มควมย ราดิกโตม่วเดันหอคมยวน็ บดิ กิเเตคกคเันหำอยี่ารวน็ถวาบิกะเาเคกคมหบั ำย่ีา ์ร ถวากะามหบั ์
๖. นักหเลรังียทนำารก่วิจมกกรันรอมภิปรายเพิ่มเติม โดย
๖. รว่ นมักกเนั รตียอนบรค่วำามถากมัน ดอังภนิปี้ รายเพิ่มเติม โดย
๖.ร๑่ว มสกิ่งมนั ีชตีวอิตบใดคมำาีคถวามาม ดสัมงนพ้ีันธ์แบบได้
ปร๖ะ.โ๑ย ชสน่ิงร์ มว่ มีชกีวันิต ใดมีความสัมพันธ์แบบได้
((๖๖พตต..(๖พปึง่ ๓๒ัวัวตพ.รออง่ึ ๒ัวาะพ ยยกอสสโ า่่าายนั งงย่ิิ่งงกคคส า่ชมมนังาำาำิ่งนีีชชตตค มีีววร์ออำาิิีตต่วชบบตมีใใวอผรดดาิตกีเบกสมมนัใบั้อืผีีคคดส กเี สววาับมหาาอ้ืดีคมมรกอา่ สสวยบักััามม)ไดมมพพอ้)สัันนกัมไธธม์์แแพ)้ บบันบบธ์แบบ
ภาพที่ ๑.๒๓ ผีเสอ้ื กับดอกไม้ ภาพที่ ๑.๒๔ นกเอ้ยี งกับควาย

เภปา็นพ ทคี่ว๑า.๒๒ม๓. สภผัมาเี วสพ้อืะันกพธับึ่ง์ดทพอี่สากิ่กงไมมัน้ีช ีวิตต้องอาศัย ภาพที่ ๑.๒๔ นกเอยี้ งกับควาย

๒อ. ยภู่รา่ววมะกพันึ่ง พไามก่สันา มารถแยกจากกันได้
เ ป็น ค วา มโ ดสยั มตพ่ าันง ธฝ์ท่ า ีย่สติ่ ง่มา งีชไีวดิต้ ปตร้ อะงโอยาชศนัย์ เ ช่ น
อยู่ร่วมกรันาก บั ไสมาห่สราา่ มย าโดรยถสแาหยรกา่ ยจสารกา้ งกอัานหไาดรไ้ ดเ้ อง ปร(ตสิตวั อ ย่างคาำ ตอบ รากบั สาหรา่ ย)
โราดกยบั ตสา่าหงโอรฝดาา่ หยย่าา อยโรดาจตศยา่ักยาสสงคาาหไวหรดารา่ม้่าปยชยสรื้นระจา้ าโงกอยารชหา นาแร์ ไลดเะชเ้รอ่านงไ ด้รับ (ต๖ัว.อ๓ย า่ งคสำา่ิงตมอีชบีวพิตยาใธดใิ นมลีคำาไวสา้คมนส)ัมพันธ์แบบ

ภาพท่ี ๑.๒๕ ไลเคน (รากบั สาหรา่ ย) ๗. นักปเรรสียิตน ร่วมกันสรุปผลการทำากิจกรรม
โดยอาศัยความชื้นจากรา และราได้รับ ๓. ภาวะอิงอาศัย
อาหารจากสาหร่าย เปน็ ความสมั พนั ธท์ ีส่ ิง่ มชี วี ติ ฝา่ ยหนึง่ ไดร้ บั แล(ตะสวั อรุปยา่สงิ่งคทำาี่เตข้อาใบจเพปย็นาคธใิวนามลรำาู้ไเกส่ียค้ วนก)ับ
๗. คสแผิ่งนแควมนลาักวีชภมะเาีวราสสมพิตียัรมคส นุปโพวัรมดสาัน่วมย่ิพงมธคทอัน์กรดิอี่เขะันธใกห้หา์แสรใไ้ วบระดจ่าุปบหล้เงปกัผแวส็นษลล่ิ่างณะคกงมเวะาขสีช ราีย่ิดีงวมทนิงัมตรำานเีกกปู้เชี้ กั็ิีจนบว่ียก ิตวรกกรัับมบ
ปปรรภะะา๓โพโยทย.ช ่ีภนช๑.า์ น๒แว์๕ ตะเ่อไอชลีกิง่เนฝคอน ่าายฉศ(หรลัยาน กาึ่งบัมไสมกา่ไัหบดรเ้แา่ หยลา)ะฉไมล่เสามีย ภปารรวว่ะะมสแโกยกผา่ิงกชนัรมบันไนกผดดีชภ์ับีเ้อสผีวาดกอ้ื พิีเตอไสมคก ื้อ้ โไวดมา้มยคอิดอใกหแ้ไภบดาบว้ละักแพษลงึ่ไพลณะเาเคกะขนัน ียไดลนงั เคนเปนี้ ็น
เปน็ คโดวายมเสหมัาฉพลนั าธมท์ จีส่ ะิง่ อมาชี ศวี ัยติ กฝินา่ ยเศหษนองึ่ ไาดหร้ าบั ร
ประโจยาชกนฉ์ ลแาตม่อ ีกแฝต่าฉยลหามนจึ่งไะมไม่ได่ได้แ้ปลระะไมโย่เสชียน์
ภาพท่ี ๑.๒๖ ฉลามกับเหาฉลาม ประแโลยะชไมน่เส์ ียเปชร่นะโ ยฉชนล์ ามกับเหาฉลาม
เหาฉลาม คอื ปลาทะเลชโนดดิ ยหเนหึง่ ามฉอี วลยั าวะมทจใี่ ชะส้ อาํ หารศบั ัยกินเศษอาหาร
ดูดติดกับสัตว์ทะเลที่อาศัยอจยาู่ กฉลาม แต่ฉลามจะไม่ได้ประโยชน์
และไม่เสียประโยชน์
ภาพท่ี ๑.๒๖ ฉลามกับเหาฉลาม 23

เหาฉลาม คอื ปลาทะเลชนดิ หนึง่ มอี วยั วะทใี่ ชส้ าํ หรบั ภปารรว่วะะมโกยกาชนัรไนรด์ ะค้ กหวับวาม่าสงิ่งสสมมั ิง่ ชีพมวี ันีชติ ีวธติ์ ภาวะพง่ึ พากัน
ดูดแตนิดวกคับำ� สตัตอวบ์ทะเลที่อาศัยอยู่ (หน้า ๒๒)
๑. ตอบ • ไกก่ บั หนอน มีความสมั พันธ์แบบภาวะล่าเหย่ือ 23 ภาวะองิ อาศยั ความสมั พันภธา์ วะล่าเหยื่อ

โดยไก่เป็นผู้ลา่ และหนอนเปน็ เหยอ่ื ระหว่างสง่ิ มชี วี ิต กบกบั
โ•ด ยผแผงึ้นึ้งกดวบั ูดคดนอ�ำำา้ กตหไวอมา้นบมจีคากวาดมอสกัมไพม้นัแธล์แะบดบอภกาไวมะ(อ้ หกาานศรไัย้าดผป้๒้ึงรช๒ะว่ โยย)ผชสนร์มว่ เกมสกันร ภากวะบั ปสรงิ่สมิตชี วี ติ แมลง
๑. ตอบ • •ไ กก่กลบั ว้ หยนไมอ้กนบั มตีคน้ ไวมา้มมสคี ัมวาพมนัสธัม์แพบนั บธภแ์ บาบวะภลาวา่ ะเหอิงยอ่อื าศัย ความสมั พนั ธ์ กลว้ ยไม้
ระหว่างส่ิงมีชีวิต กบั ต้นไม้
•โด ยผไงึ้ ก๒ก่เ.ปบั ็นดโตดผออย้ลูกบกไา่ ลมแ้วส้ลยม่ิงะไมคีหมีชวนอ้ ีวาาอิตมศนกสัยับเัมปเกสพน็าิ่งะเมนั ตหีชธ้นยวีแ์ ไื่อิตบมม้แบคีลภวะาตาวม้นะสกไมัมาพ้ไรมไันด่ไธดป้์ก้แันรละใะโนไยลมชเ่ักสนษยีร์ ณปว่ ะมรตะกโ่ายันงชๆน์ ในระบบนเิ วศ
ภแผาวนะภอางิพอคาวศายั มคิดก คาฝวาากมกสับัมตพน้ ันไธม์ร้ภะาหววะา่ ลงา่ เหย่อื
สิง่ มีชีวิตภกาวับะสปง่ิ มรสีชีวติ ิต กบกบั
โดยผึง้ ดูดนำ้าหวานจากดอกไม้ และดอกไม้อาศยั ผ้งึ ชว่ ยผสมเกสร ความสัมพนั ธ์ กลว้ ยไม้ แมลง
• กลว้ ยไม้กับต้นไม้ มคี วามสมั พนั ธแ์ บบภาวะอิงอาศยั ระหวา่ งส่ิงมีชีวิต กบั ต้นไม้ กาฝ2าก3กบั ตสน้ ุดไยมอด้ คู่มือครู

โดยกลว้ ยไมอ้ าศัยเกาะต้นไม้และต้นไม้ไม่ได้และไมเ่ สยี ประโยชน์ ในระบบนเิ วศ แผนภาพความคดิ ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
๒. ตอบ สิง่ มชี วี ิตกบั ส่งิ มชี ีวิตมคี วามสมั พันธก์ ันในลักษณะตา่ ง ๆ สิ่งมชี วี ิตกับสิง่ มีชวี ติ

523 สุดยอดคู่มือครู สุดยอดคู่มือครู

พเิ ศษ

ep 3
St
ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรูห้ ลงั การปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
St
การน�ำ หลักการที่สรา้ งขนึ้ ไปปฏิบัติ ลงมือทำ� ลงมือแกป้ ญั หา ท�ำ ใหส้ มองตอ่ ยอดความรู้ท่ีมีอยู่เดมิ เกิดความรู้
Stทซ่ี บั ซอ้ นขน้ึ ยงิ่ ปฏบิ ตั เิ ปน็ ประจ�ำ จะเกดิ ความช�ำ นาญ กลายเปน็ ความเขา้ ใจทค่ี งทน ซง่ึ เรยี กวา่ องคค์ วามรู้ หรอื ปญั ญา

GPAGSP5ASS5teSptesps Gข้ันสขังั้นGเกสตaังtเรhกวeบตarรitวnรhมgวขeบ้อrรมiวูลnมgข้อมูล Pขั้นคิดวิPเคrรoาcะหeข์แsั้นลsะคiสnิดรgุปวคิเควrารมoารcะู้ หe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาบกูรณารากทาักรษทักะศษะตศวตรวรรรษษทท่ี่ี 2211 แนวข้อสอแบนOว-ขN้อEสT อบ O-NET
3ep ep 3แหลลขะงั สัน้กรปาุปรแหฏปลคลิบขะวงัฏส้ันตักาบิรปมาิุปรัตฏรปคิบิู้วฏัตาบิ มิ ัตริู้
แ ละ๖กล.๖ ุม่ .เด ขาียเวขนจกัียชรื่อนรแาศชลทีื่อะีส่ วแงั าเลกดตะภพวาบพา พกดรลภอ้ ุ่มมาดรพะาบวก ุ ลุ่มดาว ตัวอย่างบันทึกผลการทำากิจกรรม
๗. นักเร๗ีย. นลนักแักษเตรณ่ีลยะนะแแคลตะน่ลตวะำาคาแงหนแนวา่ผงงดนแาผวนสกังลสเุ่มังกดเกตาตว
ลักษณะแแลละะกตลำาุ่ มแดหานว่งจดั การวร ากศลี ทุ่มี่ สดนาใวจ ตัวอย่างบันทึกผลการทำากิจกรรม
บวแงนลกทะล้ อกมงลแดบวหฟุ่ งาผนมม้วกาทนนุดนล้ อ์โทโมหางดี่ ดหลแฟวยดาม้ าผวจุในAอนัโชกดิpเแ้ทแลpยรผ่ี็ผlดกใiรนcชทนาaา้ทแวtรท่ีผศดiอoแ่ีนาดี nทนบวทาิ ่ีแกแบส่ี ดวผบสาสแนน์บวทมบสแหใ่ีดุมบดบรจาุืดบอว
คแ่าปลระะกมลาณุม่ มดุมาวทจิศกัแลระรมาุมศเทีงยีส่ ขงั อเงกกตลพุ่มดบา วพรอ้ มระบ ุ
แคละ่ากปลรุ่มะดมาวาจณักมรรุมาศที ิศและมุมเงยของกลุ่มดาว
กแ แแแ ลลสละุ่สมด๗อะดงดภ.๗กาม ิปวงลนุม.แรม ำาุ่มาลเยเนุงมะสดยรกำานเ่วา ลเงมวอเสุ่มยพกจผดนับื่ักอล าเอจกเรวพพำจารผาื่อัลรกาื่นอลสศรอรัจงกงี าเำตาาศกำรลาีใตแนสโอหหดังง้อนยเตง่กใงเชำขราต้มียอแโืนองหด นยค่ำาใงอชธชขอื่ิบภา้มายอพภ าือพง
ชอื่ ภาพ

กลุ่มดาวและกลุ่มดาวจักรราศีในห้องเรียน คำาอธิบายภาพ
และอ ภิปนรักาเรยียรน่วคมวรกเลับือเพกพื่อื้นนที่สำาหรับกิจกรรมดูดาวอย่างไร
ช่วงฤดูกาลใดที่ไม่เหมาะสมกับการดูดาว เพราะเหตุใด
แผนที่ดลงาในวโอทิรเศลพั ็กททเ์ ครลอ่ือนนทิี่กแลสว้ ์ ออหกรแืบอบ นหก าัการกเนชดรนีย่วูแักักนผงเเกฤรรนียำาียทดหนี่ดนูกนนาคดาวอลทแวนตใิศรหดกเสงลตำาทาหือย่าี่ไงร กมจับหพา่เกันกหาื้นหกรมนาทดรา้าูดี่สอะไาป่าสำาวนหทมไหดารกนง้อับทัังบยกสิศ่ากืองิจตาไอะกรรยวรด่าันรงูดอไมรอาดวก ูดเนพาักวรเอราียะยนเ่าหจงตะไเรุใหด็นกลุ่มดาว
ดาวน์โหแลลดะเขAยี pนอpนิ liโcฟaกtรiาoฟnกิ (แinผfoนgทra่ีดphาวic)
ลแลงใะนเขโทยี นรแโลปศลักอระัพษนิ แกณทโกลฟะเ์ุ่มรคแกมดลลรคาะวา่อือตจฟนมัำกากิ พทแรหริว่ี(iาแนเnศตล่งfีทอดo้ว่ีสราgอ์นวrอจใaักจดกpลทแโhุ่มดำาบiเดยcปบาใ)็นชว้
ลักษณะชแน้ิ ลงาะนตำาแหน่งดาว กลุ่มดาว เ คลนื่อนักทเรี่ไปียในกทิศำาหทานงใดดทิศสำาหรับการดูดาวได้อย่างไร
และก ลุ่ม(ตดวั าอวย่าจงัก Aรppรlาicศaีทtio่ีสnน แใผจนทีด่โดาวย) ใช้ กสหเ พราารรกุปเกหาดนผคะูดาาเักลลหรกากเวตดรื่อนาอียุใรนูแดยักนทผทข่ากำาเงณกรนี่ไำาไปหีิจยระทกดนในี่ดรนูดดนราาเทมสววอไจิศ้นแดนงึ ศทตต้วหูน่าาอ้กองยงงตยา์หสใย่าด่าูมตงง ุนรไจรฟหแาผ้าันกแ่นหลกขะนอาเรบส้าอฟ้นไป่า้าสในุรทหิยหเ้าววนงลิถทาังีคตสิศลรือางตดกอะเับยควคล่าันวืง่อาอไนมรอ เ ปจกน็ะ สจนร่งิงผักเลสเรตมีย่ออ นจะเห็นกลุ่มดาว



น ักเเรพียรนาใชะ้วเหิธีกตาุใรดใดขใณนกะาดรรูดะาบวุตจำาแึงหตนอ้ ่งงดหาวม กุนลแุ่มผดน่าวข หอรบือฟกลา้ ุ่มใหดา้เวจลัการตรราศงีกบั ความเป็นจรงิ เสมอ
โปรแกรมคอมพิวเตอSรt์arจWัดaทlkำาเ2ป็น บ นทห้อางกฟน้า ักเรียนกำาหนดเส้นศูนย์สูตรฟ้าและเส้นสุริยวิถีคลาดเคลื่อน จะส่งผลต่อ
กลุ่มแด ผานวทจ ่ีดัการกสวรเราาปรุปศน็ ดีบผอูดปุนลกาทกรว้อาณองรพ์ฟยทน้ื้า่าำาฐงกแาไนิจผรทนกใี่ทรช่ีรด้ใมนาวกไมาดรีห้วสล่าังาเอกกยตหด่าลงาาวไยรรกูปลมุ่แดบาบว
ชิ้นงาน Ads +: แผนทดี่ าว และ
(ตัวอย่าง Application แผยแผานมนทคท่ีดาำ่ ีท่ คาอ้ นืวง)ฟ้า เช่น
แผนท่ีดาว แบนบักวงเกรลียมนหใมชุน้วิธมีีกขนาารดใเดล็กในแลกะาเบรารจะึงบสุะตดำาวแกหต่อนก่งาดรพาวก พกาลุ่มดาว หรือกลุ่มดาวจักรราศี
ไหปรใือชแ้ใ ผนนสทถี่ดาานบวทอน่ีติเทล่า็กง้อทงๆรฟอแน้าผิกนสท์ม่ีดีขา้อวไแดบ้เปบรสียมบุดใจนะกใาหร้รปา้อยนลขะ้อเอมียูลดทที่ท่ีชันัดสเจมนัย
๘ . นคัวก•าเมรกียรลูร้นุ่มว่ รมด่วกามวันSAแกฤผดtันdกaังนสsษrนทร์ต้ี+ุWปีท่ ่า:สง้อaแ่ิงงlๆทฟผkี่เา้นขท2้า่ีปทใรจดี่ าเาปกว็นฏ
ไดต้ ลอดเวลา

แผนทด่ี าวเป็นอปุ กรณ์พื้นฐานทใี่ ช้ในการสังเกตดาว กล่มุ ดาว และ
กลุ่มดาวจักรราศีบนท้องฟ้า แผนที่ดาวมีหลากหลายรูปแบบ เช่น
132แหไปผรใือนชแทแ้ใผนี่ดนนวาสทควถแ�า่ีดาตบานอบวทอบวี่ติเงล่าก็กงลทมๆรหอมแนผุนิกนสมท์มีข่ีดีขนา้อาวไดแดเบ้เลปบ็กรสแียมลบะุดใเจนบะกาใจาหึงร้รสปาะ้อยดนลวขะก้อเตอม่อียูลกดทาท่ีทรี่ชพันัดสกเจมพนัยา
๘. ในท้องฟ้าแยตา่ลมะคกำา่ คลุ่ืนมมีดาวฤกษ์ ๑. ตอบ ไหดา่ ง้ตไลกลอจดาเกวแลสางรบกวน โล่งกว้าง เหน็ เส้นขอบฟา้ ชดั เจน

แตล่ ะดวงเรียงกนั ทตี่ าำ แหนง่ คงท่ี และ ๒. ตอบ ฤดูฝน เพราะมีเมฆมากจงึ บดบงั ทอ้ งฟา้ และไม่สะดวกกบั การทำากิจกรรมในที่โล่งแจง้
๓. ตอบ ใชเ้ ข็มทศิ หาตาำ แหน่งทิศเหนือ หรือใชต้ าำ แหน่งดาวเหนอื เปน็ เกณฑ์
นคัวกาเมรียรรู้ นกมเ่วดราีมเิมสร่วกส้นทมงันัุกทเกกคาดงตันืนกตงั สาซานำ รแร่ึงขี้ หจุปึ้นะนแสปง่ ลรแิ่งาะลทกตะี่ฏเกกขตาตร้าำาาขแใมนึ้ หจเแสนเล้นป่งะเท็นดตาิมกง ๔. ตอบ การดแู ผนท่ีดาวต้องนอนแหงนหนา้ ดู แต่การอ่านหนังสอื เปน็ การก้มหนา้ อา่ น
• กลุ่มขดองาดวาฤวกฤษก์ตษ์่แางละๆกลทุ่มี่ปดราวาฤกกฏษ์
ในท้องสฟาม้าาแรถตท่ลาำ ไดะโ้กดยลใุ่มชแ้ มผีนดทาด่ี วาวฤซกง่ึ รษะบ์ ุ ๕. ตตออบบ1 3 กโ2ลลกุ่มหดมานุวเรคอลบอ่ืตนวั ทเอ่ีจงาตกลปอลดายเวเทล้าาข ทึน้ าำมใาหตเ้ รรงามหอนงา้ แเหล็นะกข้าลมมุ่ ศดรี าษวะเคไปลทอื่ านงดท้าี่ตนลหอลดังเวลาเช่นกัน
แเมดตีเิมส่ล้นทะุกทดคาวมผคงงืนมาุ่สู้ กเขงัทรอาเซยีศิกงรึ่งแมตงขลจกมุส้ึนะะาเันงมมแปยทมุาลรรเเี่ตมงถาะยอ่ืาำกใตทชสแฏกก่ีม้งัหเลตอืตกนมุ่ใำตาานดง่แดมกคาาหวาเวงรสนนใทปนนั้้น่งร่ีทปแเทะอร้ดมลาางิมากฟะงณฏา้ ๖. ใตนอกบารชี้ตกาำารแคหน้นหง่ กากแลลุม่น่มุดวดาวาควแา� ลตะกอล่มุ บดาวจักรราศียากข้นึ หรอื ทำาใหเ้ กดิ ความคลาดเคลือ่ น
การสุดสยงัอดเกคู่มตือคตรูาำ แ1ห3น2ง่ และการขน้ึ และตก ๗. ศตตตตออึกออษบบบบา ต ำากเรแะาฤหหปสดนา่รางะ่งมฝูมขไาอานกรณถง ล กสมเพจลมุงั เ่มุาทรกกดาศิตะแาแกวมสลลแเี ะลงมุ่มมระดฆุมกบาเลมวงกแ่มุยาวลดกตนะาาจกว ม ึงลโจลลบกั่มุ ำารง่ดดดรกบัาบาวศวจงั า้ีบักทงนร้อ รทเางห้อศฟงน็ บีฟ้าเนส้า แทไ้นดลอ้ ้ขงะฟอไม้าบ โ่สฟดะย้าดใชชวัดแ้กเผกจนนับท่ีดกาาวรใทนำากการิจสกงั รเกรตมในที่โล่งแจ้ง
ตอบ ใชเ้ ข็มทศิ หาตาำ แหน่งทิศเหนอื หรือใชต้ ำาแหนง่ ดาวเหนือเปน็ เกณฑ์

๒๑๘๙ ....
๓.
๔. ตอบ การดแู ผนทดี่ าวต้องนอนแหงนหน้าดู แตก่ ารอา่ นหนงั สือเปน็ การก้มหน้าอ่าน
ข อ ง ด า ว ฤ ก ษ์ แ ล ะ ก ลุ่ ม ด า ว ฤ ก ษ์ ๕. ตอบ กลมุ่ ดาวเคล่อื นท่จี ากปลายเทา้ ขน้ึ มาตรงหน้าและขา้ มศีรษะไปทางด้านหลัง
สามารถทาำ ไดโ้ ดยใชแ้ ผนทด่ี าว ซงึ่ ระบุ ๖. ตอบ โลกหมุนรอบตวั เองตลอดเวลา ทาำ ใหเ้ รามองเห็นกลุม่ ดาวเคลื่อนท่ีตลอดเวลาเชน่ กัน

มมุ ทศิ และมมุ เงยทกี่ ลมุ่ ดาวนนั้ ปรากฏ ๗. ตอบ การคน้ หากลมุ่ ดาวและกลุ่มดาวจักรราศียากข้นึ หรือทำาใหเ้ กดิ ความคลาดเคลื่อน
ในการช้ีตาำ แหนง่ กลุ่มดาว
ผสู้ งั เกตสามารถใชม้ อื ในการประมาณ ๘. ตอบ เราสามารถสงั เกตกลมุ่ ดาวและกล่มุ ดาวจกั รราศีบนทอ้ งฟา้ โดยใชแ้ ผนทดี่ าวในการสังเกต
คา่ ของมมุ เงย เมอื่ สงั เกตดาวในทอ้ งฟา้ ศึกษาตำาแหน่งของกลุ่มดาวและกลุ่มดาวจกั รราศีบนท้องฟ้าได้

สุดยอดคู่มือสคุดรยูอดคู่มือ6ครู 132 ๙. ตอบ กะประมาณมุมทศิ และมมุ เงยตามลาำ ดับ

พเิ ศษ

ep 4

ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ (Applying the Communication Skill)
St
การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก โดยใช้ภาษา แสดงถึงความสามารถในการสื่อสารหรือปัญญา
St St St Stด้านภาษา กระบวนการน้ที �ำ ใหผ้ ู้เรยี นได้แลกเปลยี่ นความรู้ ทัศนคตซิ ง่ึ กันและกนั ถา้ น�ำ เสนอโดยใช้คอมพวิ เตอร์
หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผ้เู รยี นก็จะได้พัฒนาทกั ษะด้านเทคโนโลยีดว้ ย

การส่ือสารและนำ�เสนอเป็นการสร้างอารมณ์เชิงบวกได้อย่างดี เมื่อผู้อื่นชื่นชอบผลงานของตน ช่ืนชม
ความส�ำ เร็จของตน ผู้เรียนจะเกิดความภาคภมู ใิ จ เกิดแรงบันดาลใจทจี่ ะสร้างสรรคผ์ ลงานตอ่ ๆ ไป

และสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ ข้ันสื่อสารและน�าเสนอ ขั้นประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่า
Applying Self Regulatingand Constructing

ครูควรสอน
the ตัวช้ีวัดKnowledgeAppขั้นlyปiฏnิบgัตaิแnลdะสCรoุปnคsวtrาuมcรtiู้หngลังtกheารKปnฏoิบwัตleิ dge -Apptlhyขienั้นgสCื่อthสoeารmCแoลmmะนm�าuuเnสniนcaอictioan tSikoilln Skillขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
เสริมความรู้ ครูควรสอน รอบรู้อาเซียนและโลก4asean aรseอaบnรู้อาเซียนและโลก
ตัวช้ีวัด
ep

epขน้ั สอื่ สารและนา� เสนอ
4แบบฝึกหัด
๙. นgrักaเpรียhนicน)ำ�ลเสักนษอณอินะแโฟลขกะน้ั ตร�ำ�สฟแอ่ืหิกนส(่งinาดfร�oว-และนา� เสนอ
แบบฝึกหัด๒. ตำาแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาว
๑. นักเรียนมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ในภาพเป็นรูปอะไร และคิดว่าเพื่อน ๆ กลมุ่ ด�ว และกลมุ่ ด�วจกั รร�ศที ส่ี นใจ
จะมองเห็นเช่นเดียวกับตนเองหรือไม่ เพราะเหตุใด
๙ปเใพหร.่อืถ้ ะนูก กต อๆ้อgนบงรกrักว่ �มaรเกอpรนั ธตียhิบร�วนiยจcสหนอ)นบำ�้�แลชเล้ันสะักเแรนกีษย้ไอนขณอินะแโฟลกะตร�ำ�ฟแหิกน(่งinดf�oว-
ตำาแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาว ๑๐. นวิธกั ีกเร�ยีรนทกรำ�ว่งล�มนกมุ่ในั หอด้เหภ็นปิ�กรว��ยรแสคริดลปุ เชเกะิงยี่รกะวบกลบับมุ่ ด�วจกั รร�ศที สี่ นใจ

เห็นกลุ่มดาวฤกษ์ในภาพเป็นรูปอะไร และคิดว่าเพื่อน ๆ

่นเดียวกับตนเองหรือไม่ เพราะเหตุใด epแล5ะวิธขีกเปั้น�พปรแรทรละบื่อะเำ�มรจะงิติกิน�นาเสนพรกาสทธ่ือังาเม่ีครพอๆมณแี่มิ ะคบบุณบรคแา่กว่ผน�มรกอนั ธติบร�วยจสหอนบ้�แชลั้นะเแรกียไ้ นข

๒. ผู้ชายในภาพกำาลังนอนดูดาวตามทิศทางดังภาพ เขาจะเห็นการเคลื่อนที่ของ ให้ถกู ต้อง๑๑.นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลง�น
กลุ่มดาวบนทรงกลมท้องฟ้าเป็นอย่างไร ๑แทสดี่๐ดเี ดง.น่ผ นจลัดงก�ัทนำ�เเหปรรน็ อืยี นเผิทนยรรแรศพกว่ร�ใ่ มรนเหวกรบ็ ือไนั ซจัดตอ์ ภปิ ร�ยสรปุ เกย่ี วกบั

หเพรื่ออื เเปฟ็นซวบแิหธกุ๊ ล(ีกf่งaกc��eรรbเoรทoียkนำ�)รขงู้ใอห�ง้นโนรักงเเใรรียยีหนน้เห็นก�รคิดเชิงระบบ
N ๑๒.ชนน้ัักอเรื่นียๆนแนลำ�เสะนวอผิธลกีก��รศรึกทษ�ำ�พงร้อ�มนท่มี ีแบบแผน

5สะทอ้ นคว�มคิดรว่ มกนั

133 ๑๓. มนข้ันีักจุตดเeรอเียดpนน่นตต่�รงจวุดๆจบสกทอข่ีพเบรั้นรียห่อนปรงือมอรป�ะะใบรไเนะรมรวเบัิกมินน้�ินนาเงพร้ี สอ่ื ังเคพมิ่มคุณคา่

มีคว�มสงสัย คว�มอย�กรแู้อลยะ�กจเิตห็นสาธารณะ
ในเร่ืองใด ให้ระบุ
พกำาลังนอนดูดาวตามทิศทาตงัวชดี้วัดังภาพ เขาจะเห็นการเคลื่อนที่ของ
ทรงกลมท้องฟ้าเป็นอย่าวง๓ไ.๑รป.๕/๒ แนวคำ� ตอบ ๑๑.นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลง�น
ทด่ี เี ด่นจดั ท�ำ เป็นนทิ รรศก�ร หรือจัด
๑. ตอบ ตัวอย่างคาำ ตอบ มองเห็นเปน็ กลุ่มดาวแมงปอ่ ง โดยเพื่อน ๆ อาจจะมองเหน็ แสดงผลง�น หรือเผยแพรใ่ นเว็บไซต์
เชน่ เดียวกันหรืออาจแตกต่างกนั ขน้ึ อยู่กับจนิ ตนาการของเพอื่ น ๆ

๒. ตอบ จากภาพผชู้ ายนอนหงายหนั หน้าไปทางทิศใต้ ทำาใหเ้ ขาเหน็ การเคลอื่ นท่ขี อง หรอื เฟซบกุ๊ (facebook) ของโรงเรยี น
กล่มุ ดาวบนทอ้ งฟา้ เคลื่อนทจ่ี ากทิศตะวันออกซ่งึ อยู่ทางซ้ายมอื ไปทางทศิ ตะวันตก

ซ่งึ อยทู่ างขวามอื เพ่ือเป็น13แ3หสลุดยอ่งดคกู่มือ�ครรู เรียนรู้ให้นักเรียน

N ชัน้ อน่ื ๆ
๑๒. นักเรียนนำ�เสนอผลก�รศึก7ษ�พสรุด้อยอมดคู่มือครู

สะท้อนคว�มคดิ ร่วมกัน

พเิ ศษ GPAS 5 Steps ขขั้ั้นนสสัังงGGเเกกตตaattรรhhววeeบบrrรรiiววnnมมggขข้้ออมมููลล แนวข้อสอบ O-NEขขT้ั้ันนคคิิดดววิิPPเเคคrrรรooาาccะะหหee์์แแssลลssะะiiสสnnรรggุุปปคคววาามม
บูรณGาPกAาSรท5ักSษtะeศpตsวรรษท่ี 21
ep 5
St eeขppน้ั ป44ระเมขนิ นั้ เสพอื่ อ่ื สเาพรแิ่มลคะบณุ นูรา�คณเ่าสบานกรอิการารทสักังษคะมศแตลวะรจริตษสทาี่ ธ2า1รณ ะ แนวข้อสอบ O-NET
St St (Self-Regulating)
การละลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสารอย่างน้อย ๒ ชนิด ผสมก

ต สงิ่าทมเ่ีมปาเน็ ตม๑๑ปร๐๐ื่อรฐ..ส ะารเแแเผผมโพพนว่ ยลลูู้้แแอม่ื่ืออสชททะะงกแแานนนนขกนัลล์เำำอนนาาขลตพกกเเงน้ััักกสสแรเเ่ิมผสเเปปวลนนรรอ่ืขู้เจลลีีะยยสร้นึออสาวี่่ียยียนนรรรออิสนนนแแแาากีบัยลตตยยเเไะแรรทหด่่นลลงงีียยลัศลา�้าาระะะนนเนนนักกสบ่อแรรนใ์ลลหหหกกูู้้กกนอุุ่่มมลไ้นนาัันนศขอออร้้าาใ ตออเมชชหเเสวพพกกัั้้นนเถ้ รรปมม่ืื่ออกเเู ริมน็รราานนตษีีพพแยยน อ้ ทรููนนดดๆๆิสงง่ี ัย๒เแช๑หิงบง่ กวากรจค คสจเเอปปคึึงงารรยรจจ็็นนดิาาเััดด ่าดเเบบกเเนนงิมปปเเาืื้้สออนกก็็นนออกรีม้วเเ ลลยยากกกดด่ารืื่่ํ่าออาา าาีีรยยกลรรงงเกกะาเเววะไไสปปรลลทลรรกกเมลลัักกบบปััา�ำนนีี่่ยยยอ็็ลตตคคใ นนเี่ยนจืืาาโโนนปแแนมมดดาต็ปปนมมแ กยยัวลลกาาปเเสสสผงง มมาลททาาร่ิู้เืืง่่เเอองาารรรรรเททนนงงปททยีาาี่ผกกำำ่ีทลาาเเีี่่นไไาาันรรสสี่ยดดยยำ�ีีกยยาา นภภ้้สจจลรรกกาาแาจาาับลลพพกกกกปมะไะะดาากกลกลลารร้งาาราารเเทรรยยถปปะผผี่เเเขตกลลกกสสยีี่่ิดุ้ยยนลลมมาจืืนนออในนยาหไไแแีี้้ยยกผปปปป้คััสงงลตตลลคคิาดไ้้มมรงงงงปสอ ททเเสรปปนนยีี่่สส้า็็สู่่ำำ้้านนาาาางจจงงัสสรรนสะะคาาสส้อกกรรมาายลลเเรมมไดด าาคดาา๒ิิยยมมรร์้ เเ ถถปปชกก็็กกนนนาาิลลดไไรรออัั บบลลผแแะะมมลลสลลาามะะาาเเพพปปยยก
สารเดิมนี้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
๑๑. รนว่ ักมเกรนีัยตนรรว่วจมสกอับนแอลภะิปแรกาไ้ ขยใแหลถ้ ะกู สตรอ้ ุปง นกั เรยี นบอกไดห้ รอื ไมว่ า่ ในสารละลายนํา้ เชือ่ ม
๑๑. เเนชกกักงิ่ี่ียยรเววะรบกกียบัับนแววรลิิธธ่วะีีกกมวาาธิ กรรกี ททันาำำาารองงทภาาาำ นนิงปาใใรนหหาท้้เเยหหมี่ บแูร็็นนแี ณลGบกกาPกะAบาาาSรสรรแท5คคักผรSษtุิิดดปนะeศpต sวรรษท่ี 21
55eeppเชงิ ระบขขบน้น้ัั แปปลแรรละะะบบะเเว๑มมรรจ๐ธิติิิกกินินe.กี าาpเเสแผพพรราา4ลู้แสสธร่ออืื่ทะงังัาเเทนนคครพพำนามมขณาำ เมิิ่่มน้ัักงสสะเคคานรอื่ ุณุณียสนอานรรคคทแแา่่าาลตยม่ี ะ่นลงแีา�าะเนกสบนลหอบุ่มนอ้แาอชผก้ันมนเราีพยูนด ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล สารอะไรนขเั้นกั ปคเิด็นรวยีติPเคนrรัวoาทบcะหeํอา์แsลลกsะiสะไnรดลgุปาหค้ วยรามอื แรไู้ ลมะว่ สา่ าใรนอสะาไรรลเปะล็นาตยัวนลํา้ะเลชาือ่ ยม
แนวขส้อสาอรบอOะ-NไรETเป็นตัวทําละลาย และสารอะไรเป็นตัวละลาย

St St ใ นชกีวาริตลปะลราะยจเปำา็นวกันารขเปอลงี่ยนนแักปเลรงียที่เนกิดมจักากจสะารพอบย่าสงนา้อรยล ๒ะล ชานยิดม ผาสกมกมันา ยหลายชนิด ดังนี้
St จเปึงตจ็ในัดนเาเนปรชื้อ็นอาีวเ ยกงดิต่าาีทยรงปเวไี่ปรก๓รลกันี่ยะ็ต น.จาโ๓แมดำาป ยว ลเ สงันมตทาื่อขารัวนงทอกทำาี่ไาสงดยำาานภ้ลจราาัลกะพกะลเกลราาาียรยยผนเแกสมลลมือนักะไี้ยตปจังตะัวค้มพลง เะปบน็ำ้ลนาสจสาะาายกรรลขเลดาอะิยมงลเ ปสกา็นายาไรรอมลลแะาลละกะาลพยมานบายี ้ ยบหาลงชายนชิดนิด ดังนี้

๑๒. นกั เรยี นแตแลล่ ะะจกติ สลเรพว่ามุ่ม่ืธอากแรรนัลว่ ณตกมรเะปวกจลสี่ยนั อนบทเแราำียลโะนคแรกู้กรไ้ ันขงใ งหเพาถ้ ื่อนกู นต อ้ ๆง สคารตราเดบาิมรเนกาี้วลง่าือ ทกกาี่รล๓เับปสลค.าี่ยื๓นนรมแล าป ะ ตลเงลรัวทาาี่ผทเยันรำาีกยลลกับะกไลดาร้าเยปลแี่ยลนะแตปัวลงลทะี่สลาตราัวสยทาขมำาอาลรงถะสกลาลารับยลมะาเลปา็นย บางชนิด ตัวละลาย
๑๒. นปปออกัรรกเะะรแเเยี ภภบนททบแกกตาาล่ รร๑ะทท๑ก.ด ดลเนเชกัลกงิมุ่่ียลลรเวอะรรออบกียวง่บับนงงแมแวรล ิธ่ลวกะีกโโมวะานดดัธิกรกีททันทยยาำารอดงาำทววภาโาำลนิงปคาาาใอรนงงหราท้เงแแยงหมี่ เแง็นแีผผพลบากะบนนา่ือสรแค ผรุิดปน
อหอากคแำาบตบอกบาวร่าทอeดpุณ5ลหอขงภน้ั แปูมรละเิมมะินทเีผพ่ือดเลพลม่ิ ตคุณอ่อคง่ากเพาื่อร นำ้าเกลือสารละสาลราอะยไรนเกัปเ็นรยีตนัวทบํอาลกะไดลาห้ ยรอื แไลมะว่ สา่ าใรนอตสะาัวไรรทลเปะำาล็นนลาตำ้ยาัวะนลลํา้ะเลาชาือ่ยยม ตัวเลกะลลือาย
หละาลคาำายตขอบงนวา้ำ่าตอาุณลทหรภายูมแลบหะิมรจิตกิราสีผรอืาสธงัาไลครมณมตะ ่ ใ่อนกการ นำ้าตเกาลลทือราย
นนำำ้้าาเเกชื่อลมือ นนำำ้้าา นำ้าไตอาโลอทดรีนาย
ตในารชาีวงิตนททปี่ ิำง้า๓ระเเ.จชจ๓ำาื่ออว ันตมรขัว์อทไงำาอนลักโะลอเราียดยนแีนมลักะตจะัวพละบลสาายรขลอะงลสายารมลาะกลมาายยบหาลงชายนชิดแนอิด ลดังกนนอี้ำ้าฮอล์
St

อลอะลกาแยบขบอกงานรา้ำ๑ทต๒ด.า นลกั อเทรงยี รนคาแวยตล่รหะปกรลรอื มุ่ ะรไกว่มมอก ่ ใบนั นทดาำกโว้คารยรงงาน ทิงสเาจรลอะรลา์ ไยอโอดีน ตัวทำาละลาย แอลตกัวลอะลฮาอย ล์ แก๊สไออโออกดซีนิเจน
๑หอห)อัววั กขขป้้ออแญับตตบออ่่ หกไไาปปารนนท้ีี้ ดปอหลอราอกคะแเำางภบตคทบอกวกบาารวรร่าปททอดดุรณลละหออกงภงแูอ มลโิมะบดทีผยดดลวลวต้าอง่อยงแกเผพาน่ือร
๑๒) ปวัตญถหุปาระสงคอลอะ์ลกาแยบขบอกงานราำ้ทตดาลลอทงรคาวยรหปรรอื ะไกมอ ่ใบนดกว้ ายร นำ้าเกอลาือกาศ นำ้า แก๊สไนเกโลตือรเจน แก๊สคแากร๊ส์บอออนกไซดิเอจอนกไซด์
นำ้าเชอื่อามกาศ นำ้า แก๊สนไำ้านตาโลตทรราเยจน แก๊สคารแ์บกอ๊สนอไื่นด ๆออกไซด์
ทิงเจอร์ ไอโอดีน แอลกอฮอล์ ไอโอดีน
แโคกร๊สเอมื่นีย มๆ
๓๒) สวัตมถมปุตริฐะาสนงคหวั ์ข้อตอ่ ไปนี้ อากเาหศ ล็กกล้าไม่เป็นสนิมแก๊สไนโตรเจน แก๊สคแากเรห๊ส์บออลอนก็กไซดิเอจอนกไซด์ โคนริกเเมกียิลม
สตมวั แมปุตริฐา น ๑) ปัญหา เหล็กกล้าไม่เป็นสนิม เแโหคกร๊สลเอม็กื่นีย มๆ คนาิกร์บเกอิลน
๓๔) ๒) วัตถปุ ระสงค์ คาร์บอน

๕๔) วนนติธวัยยิ ีทแาามมาำปกเเรชชารงงิิ ปปทฏฏด๔๕๓)))บิบิล สนตอตัตั มัวยิ งกิกิแมามปตุาาเริฐชรรางิ นปฏบิ ตั กิ าร เหล็กกล้าไม่เป็นสนิม เหล็ก นิกเกิล
๖๕) คาร์บอน
66
๗๖)) วตธิ ารที าำางกบานัร ทด๗๖กึ )) ลผ วตอลธิางรที าำางกบาันรททดึกลผอลง 6666
๗๘) สตรารุปาผงลบกัน าทร๘ึกท)ผ ดสลลรุปอผงลการทดลอง
๑๑๔๔.. นนักเักรยี เนรนยี ำาเนสนนอผาำ ลเกสานรศอกึ ษผา ลพกรอ้ ามร ศกึ ษา พร้อม
๘แล) ว้ นสำารเุปสผนลอกใ ๑นา๓รแ.แ นทบลักว้ดบนเรลาำแียเสอนผนรงอง่วใโนมคแกบัรนบงคแังดผางเลโนคือรกงงผาลนงาน ๑๑๔๕.. สนสนะักทะักเ้อรทนีเยรคอ้นวยี ตนามนรคควนิดจวรสำาา่วอเมมสบกคหนันริดอือผรปว่รละมกเมกาินนัร ศึกษา พรอ้ ม
๑ ๓.แ นลัก้วนเราำ ียเสนนรอ่วในมแกทบัีด่นบีเดคน่แจัดผดั ทงเาำลโเปคือ็นรนกงทิ งรผราศลนกางร าหนรือ จดั ๑๕. ขสนั้นตะักอทนเอ้รตน่ีายงค นๆว ตาทม่ีเรรียควนดิจมรสาใว่ นอมวบันกนหันี้ รือประเมิน
๑๓. นทีด่ักเี เดรน่ียจนดั รท่วาำ มเปกน็หแัสรนนอืดเงคทิฟผซัลรดบงรกุ๊าเน ศ(ลfหaกรืcอือeาbเกผรoย oผแkห)พ ลขรรอ่ใืองงนโจาเรวงดัน็บเรไ ยีซนต ์ ๑๕. มมนขีีคจ้ัวุนดกาเมตดเส่นรงอส ียัยจน ุดนคตบวตาก่ามพรงอรย ว่อาๆกจงรอ ู้อสะยทไาอรก่ีเบเบรห้า็นีงยห นรือมปาใรนะวเัมนิน ี้
แหทแหเพสสรรด่ี ื่ออืดดีเดเเงงปฟฟ่นผผ็นซซจลลบบแดั งงหกกุุ๊๊ าาทสนน ุดล((าำยffอหหเ่งaaดปกครรccู่ม็นชเือืืออพาeeน้ัคนรื่อรอbbเเูเผผนื่เปิทooร ็นๆยยoo6รียแแแ6รkkหนศล))พพ ่รงขขกกรรู้ใออาา่่ใใหรงงรนนเร้นโโ ียเเรรหววนักงงร็็รบบเู้ใเรอืหรไไ้นียยีซซจักนนัดตตเรี ย์์ น ในมขเ้ัรนีจ่อื งุตดใดอเ ใดหน้ร่นะตบุ ่างจ ุดๆบ กท่ีพเรรีย่อนงมอาะใไนรวบัน้านง ้ี
มีคจวุดาเมดส่นงส ัยจ ุดคบวากมพอรย่อากงรอู้อะยไารกบเห้า็นง
ใมนีคเวรื่อามงใสดง สใัยห ้รคะบวาุ มอยากรู้อยากเห็น
ชเพ้ันื่ออเน่ื ป ็นๆแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียน ในเรื่องใด ให้ระบุ
สุดยอดคู่มชือนั้ ครอู น่ื ๆ66
สุดยอดคู่มสือุดคยรอูดคู่มือ8ครู 66

พิเศษ

ค�ำช้ีแจงในการใช้หนังสือเรียน

ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของสมอง

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เล่มนี้ ได้จัดทำ�ขึ้นตามมาตรฐาน
การเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมีเนื้อหา กิจกรรมการทดลอง และคำ�ถามที่เหมาะสมกับพัฒนาการ
ของผู้เรียน กระตุ้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ให้กับผู้เรียน มีทักษะสำ�คัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการ
แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ซึ่งสอดคล้อง
กับการเรียนรู้ของสมอง (Brain Based Learning)

แผนผังหวั ขอ้ หนว่ ยการเรยี นรู้ อนิ โฟกราฟกิ
เสรมิ สรา้ งการเรยี นรูแ้ ละการคิด
เป็นหวั ข้อท่ผี ู้เรียนจะไดเ้ รยี น เชิงระบบ โดยใช้ Infographic
ในหน่วยการเรยี นร้นู ี้

ห๑นว่ยการเรยี นร ชวี ติ กับสง่ิ แวดลอ้ มทู้ ่ี ปา่ ไม้ แหลง่ ที่อยอู่ าศัย

ของสิง่ มีชวี ิต

แผนผงั หัวข้อหนว่ ยการเรียนรู้

ชีวติ กบั ดนิ
สิ่งแวดล้อม

การปรับตัวของสิ่งมชี วี ติ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง แหล่งน้าำ
กลุม่ สิ่งมีชวี ติ กบั
การปรบั ตวั ของพืช สง่ิ แวดลอ้ ม
การปรับตัวของสัตว์
กลมุ่ ส่งิ มชี ีวิต
ในแหล่งที่อยูต่ ่าง ๆ

ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
สง่ิ มชี ีวติ กับสิง่ มชี วี ติ

โซอ่ าหาร

ตวั ช้วี ดั ศัพทว์ ิทยาศาสตรน์ า่ รู้ คาำ อา่ น คาำ แปล
แอดแดพเท′ เชิน การปรบั ตวั
๑. บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิง่ มีชวี ิตท่ีเหมาะสมกบั การดาำ รงชวี ิต ซงึ่ เป็นผลมาจาก คาำ ศพั ท์ เอนไว′ เรินเมนิ ทฺ ส่ิงแวดลอ้ ม
การปรับตัวของส่ิงมชี ีวิตในแตล่ ะแหลง่ ทีอ่ ยู ่ (ว ๑.๑ ป.๕/๑) adaptation โซ่อาหาร
๒. อธบิ ายความสมั พันธ์ระหว่างส่ิงมชี ีวติ กับสิง่ มชี วี ิต และความสมั พนั ธ์ระหว่างสง่ิ มีชวี ติ environment ฟดู เชน แหล่งท่อี ยู่
กับสง่ิ ไม่มชี ีวิต เพอ่ื ประโยชน์ตอ่ การดาำ รงชีวิต (ว ๑.๑ ป.๕/๒) food chain แฮบ′ บแิ ทท ความสมั พนั ธ์
๓. เขยี นโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าท่ีของสิ่งมชี วี ติ ทเ่ี ป็นผผู้ ลิตและผู้บรโิ ภคในโซอ่ าหาร ริเล′ เชนิ ชิพ
(ว ๑.๑ ป.๕/๓) habitat
๔. ตระหนักในคณุ ค่าของสิ่งแวดล้อมทม่ี ีตอ่ การดาำ รงชวี ิตของสิง่ มีชีวติ โดยมสี ่วนร่วม relationship
ในการดูแลรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม (ว ๑.๑ ป.๕/๔)

ตัวช้ีวัด ศัพทว์ ทิ ยาศาสตร์น่ารู้
เปน็ ค�ำศัพทภ์ าษาตา่ งประเทศท่นี า่ รู้ เพอ่ื สรา้ งเสริม
เปน็ เปา้ หมายในการพฒั นาผู้เรียน ท่ผี ู้เรยี น ความสามารถในดา้ นทักษะการใช้ภาษา
จะได้รบั และปฏิบัตไิ ดใ้ นหนว่ ยการเรียนรู้นี้
9
สุดยอดคู่มือครู

พิเศษ

ค�ำถามส�ำคัญ การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เป็นลักษณะสำาคัญอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิต
น�ำเสนอปัญหา หรอื ค�ำถาม ที่ทำาให้สามารถดำารงชีวิตอยู่ได้นานในสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ
หรอื โจทยก์ อ่ นเรียนรู้ เพ่อื กระตนุ้
ใหผ้ ู้เรยี นมคี วามใฝ่รู้ ใฝ่เรยี น พืชปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร คำ�ถ�มสำ�คัญ
แลว้ สบื สอบหาค�ำตอบของค�ำถาม
กิจกรรมที่ ๑.๑ ใบพืชในที่แห้งแล้งเก็บนำ้าไว้ได้อย่างไร
กิจกรรม
น�ำเสนอกจิ กรรมการทดลอง วัสดุอุปกรณ์ ๒ ก้อน
ให้ผเู้ รยี นบรู ณาการระหวา่ งความรู้ ๑. ฟองนำ้าขนาดเท่ากัน ๑ ใบ
กับการฝึกปฏบิ ตั ิ กระบวนการ ๒. ถุงพลาสติกใส ๑ เส้น
ทางวิทยาศาสตร์ เพ่ือรวบรวมข้อมูล ๓. ยางรัด ๒ ใบ
สกู่ ารสรปุ ผล หรอื สร้างความรู้ ๔. จานพลาสติกขนาดเท่ากัน ๑ เล่ม
ดว้ ยตัวผเู้ รยี นเอง และประเมิน ๕. กรรไกร
ตามตวั ช้ีวัดประจ�ำหน่วยการเรยี นรู้ ๖. นำ้าสำาหรับเทบนฟองนำ้า

วสั ดอุ ุปกรณ์ วิธที ำา
น�ำเสนอสอื่ การเรียนรู้ประเภทวัสดุ
อุปกรณแ์ ละเคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ ๑. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั เทนา้ำ ปรมิ าณเทา่ กนั ลงบนฟองนา้ำ ทง้ั ๒ กอ้ นใหช้ มุ่
ในการทดลองตามกจิ กรรมที่ก�ำหนด
๒. ใช้กรรไกรตัดถุงพลาสติกใสให้เป็นรอยขาด ๕ บริเวณ
วธิ ีท�ำ ๓. หุ้มฟองนำ้าก้อนที่ ๑ ด้วยถุงพลาสติกใสที่มีรอยตัด แล้วผูกปากถุงด้วยยางรัดให้แน่น
แสดงขนั้ ตอนการทดลองหรือ ๔. วางถุงพลาสติกใสที่มีฟองนำ้าลงในจานพลาสติกใบที่ ๑
เก็บรวบรวมขอ้ มูลเพื่อสืบสอบ ๕. วางฟองนำ้าก้อนที่ ๒ ลงในจานพลาสติกใบที่ ๒
ค�ำตอบของค�ำถาม ๖. วางจานพลาสติกทั้ง ๒ ใบ ให้ถูกแสงประมาณ ๓ ชั่วโมง
๗. สังเกต และบันทึกผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฟองนำ้าทั้ง ๒ ก้อน

7

สุดยอดคู่มือครู 10

พิเศษ

ภาพ

ใชป้ ระกอบกบั ขั้นตอนการทดลอง
เพ่ือส่ือสารใหม้ ีความชดั เจนและเข้าใจ
เพอ่ื การปฏบิ ตั ริ วบรวมขอ้ มลู หรอื ทดลอง

จานพลาสติกใบท่ี ๑ จานพลาสติกใบที่ ๒

ภาพที่ ๑.๒ การทดลอง ใบพชื ในทแ่ี หง้ แลง้ เกบ็ นํ้าไวไ้ ดอ้ ย่างไร ตวั อย่างตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
แสดงตัวอย่างตารางบนั ทึกผลการทดลอง
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง ส�ำหรบั ใหผ้ เู้ รยี นบนั ทกึ ผลและสอ่ื ความหมาย
ตารางที่ ๑.๑ สิ่งที่สังเกตได้จากฟองนำ้าที่มีและไม่มีถุงพลาสติกใสหุ้ม ของขอ้ มูลไดถ้ ูกตอ้ งและสะดวกขน้ึ

ฟองนำ้า สิ่งท่ีสังเกตได้ ค�ำถามหลังท�ำกิจกรรม
มีถุงพลาสติกใสหุ้ม น�ำเสนอค�ำถามทีใ่ ช้ในการอภปิ ราย
เพือ่ การแปลความหมายและสรุปความรู้
ไม่มีถุงพลาสติกใสหุ้ม ซึ่งเป็นค�ำตอบของค�ำถาม รวมท้งั ค�ำถาม
ระดบั การประยุกต์ความรู้
ฟองนำ้าในจานพลาสติกใบใดที่อุ้มนำ้าไว้ได้มากกว่าหรือสูญเสียนำ้าน้อยที่สุด
เพราะเหตุใด ผลสรปุ
ฟองนำ้าในจานพลาสติกใบใดที่เปรียบได้กับใบพืชที่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ น�ำเสนอความรู้ทีไ่ ด้จาก
การท�ำกิจกรรมการทดลอง
สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร

ใบพืชที่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่จะเก็บนำ้าได้มากกว่าใบพืชที่ไม่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่หรือไม่
ใบพืชที่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ช่วยทำาให้พืชปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง
ได้อย่างไร

ในที่แห้งแล้ง พืชปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม
โดยมีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ที่ใบและลําต้น

8

11 สุดยอดคู่มือครู

พเิ ศษ

เนื้อหา การปรับตัวของสัตว์มีหลายลักษณะ ดังนี้

ครบตามตัวช้ีวดั และสาระการเรียนรู้ หมีขั้วโลกอาศัยอยู่ในเขตหนาว
แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิ ท ย า ศ า ส ต ร ์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี มีขนและชั้นไขมันที่หนา เพื่อให้
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตาม ร่างกายอบอุ่น
ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า
ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
เหมาะสมกบั ระดบั ชั้นของผูเ้ รยี น

ภาพท่ี ๑.๖ หมขี ้ัวโลก

กิ้งก่าปรับสีตัวให้กลมกลืนกับ
สิ่งแวดล้อมเพื่อพรางตัวในการหลบ
ศัตรู หรือเพื่อล่าเหยื่อ

ภาพท่ี ๑.๗ กิ้งก่า

สนุ ขั ในเขตรอ้ นมขี นสัน้ ชว่ ยใหร้ า่ งกาย
ระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว

ภาพท่ี ๑.๘ สนุ ัขในเขตรอ้ น

13

สุดยอดคู่มือครู 12

พิเศษ

๔. ภาวะล่าเหยื่อ เป็นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวิตฝ่ายหนึ่งได้รับประโยชน์
แต่อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์ เรียกว่า ผู้ล่า และผู้ที่
เสียประโยชน์ เรียกว่า เหยื่อ เช่น สิงโตกับม้าลาย สิงโตจะเป็นผู้ล่าและม้าลาย
จะเป็นเหยื่อ กบกับแมลง กบจะเป็นผู้ล่าและแมลงจะเป็นเหยื่อ

ภาพท่ี ๑.๒๗ สงิ โตกบั ม้าลาย ภาพท่ี ๑.๒๘ กบกับแมลง

๕. ภาวะปรสิต เป็นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวิต ๒ ชนิด มาอยู่ร่วมกัน โดย เวบ็ ไซตแ์ นะน�ำ
สง่ิ มชี วี ติ ชนดิ หนง่ึ ไปอาศยั อยกู่ บั สงิ่ มชี วี ติ น�ำเสนอหัวข้อเรื่องที่ให้ผู้เรียนสามารถ
อกี ชนดิ หนง่ึ โดยผอู้ าศยั เปน็ ผไู้ ดป้ ระโยชน ์ ค้นหาข้อมูลหรือสารสนเทศเพ่ิมเติม
และผู้ถูกอาศัยเป็นผู้เสียประโยชน์ เช่น ในเรือ่ งที่เรียนจากเว็บไซตท์ เี่ กี่ยวขอ้ ง
กาฝากกบั ตน้ ไม ้กาฝากเปน็ ผไู้ ดป้ ระโยชน ์
โดยดูดนำ้าและธาตุอาหารจากต้นไม้ ส่วน
ต้นไม้เป็นผู้เสียประโยชน์ คือ สูญเสียนำ้า
และธาตุอาหาร

ภาพท่ี ๑.๒๙ กาฝากกบั ต้นไม้

เวบ็ ไซตแ์ นะนำา

กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม http://www.mnre.go.th

24

13 สุดยอดคู่มือครู

พเิ ศษ

แบบฝึกผหัด แบบฝึกหัด

น�ำเสนอแบบฝึกหดั ให้ผเู้ รียน ๑. การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต
ไดฝ้ ึกปฏบิ ัติและพัฒนาทักษะ
การคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ๑. สังเกตภาพ พืชเหล่านี้มีการปรับตัวให้สามารถเจริญเติบโตและดำารงชีวิต
ในแหล่งที่อยู่ใด โยงเส้นจับคู่พืชและแหล่งที่อยู่ให้ถูกต้อง

กลว้ ยไม้ ตน้ มะมว่ ง บวั ชบา จอก

๒. พืชที่อยู่ในทะเลทรายมีการปรับตัวให้สามารถดำารงชีวิตอยู่ในที่แห้งแล้ง
ได้อย่างไร
๓. พืชที่อยู่ในนำ้า มีโครงสร้างหรือลักษณะใดที่ทำาให้ลอยนำ้าได้

๔. สัตว์ที่อาศัยอยู่ในนำ้า มีโครงสร้างหรือลักษณะใดที่ทำาให้ว่ายนำ้าได้

๕. จับคู่การปรับตัวของสัตว์ทางซ้ายให้ตรงกับประโยชน์ของการปรับตัวทางขวา

๕.๑ ยีราฟมีคอยาว ก. ป้องกันอากาศหนาว
๕.๒ จิ้งจกปรับสีตัว ข. กินใบไม้บนต้นไม้สูง
๕.๓ สุนัขในเขตหนาวมีขนยาว ค. พรางตัวเพื่อหาอาหาร

15

สุดยอดคู่มือครู 14

พเิ ศษ

จดุ ประกายโครงงาน จดุ ประกายโครงงาน
น�ำเสนอตวั อย่างการท�ำโครงงาน
วิทยาศาสตร์ประเภทตา่ ง ๆ ปลากัดที่มีรูปร่างสีสันสวยงามแปลกตาในภาพ เกิดข้ึนจากการผสมพันธุ์
โดยมนุษย์ เพ่ือให้ได้ลักษณะของปลากัดรุ่นลูกท่ีมีลักษณะแตกต่างไปจากสายพันธุ์
กจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์ ดัง้ เดิมตามธรรมชาติ
สรา้ งสรรคส์ คู่ วามเขา้ ใจอาเซียน
น�ำเสนอกิจกรรมทางวทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ ให้ นักเรียนลองทำาโครงงานทดลองผสมพันธ์ุปลากัด
ผูเ้ รียนสืบค้น สบื สอบเรื่องราวของ โดยทดลองเลือกพ่อแม่พันธุ์ท่ีมีลักษณะเอ้ือให้เกิด
ประเทศในกลุ่มอาเซียนท่เี ก่ยี วขอ้ งกับ ลกู ผสมตรงตามลกั ษณะทต่ี อ้ งการ เชน่ ถา้ นกั เรยี น
หัวข้อเรื่องท่ศี กึ ษา เพอื่ สร้างความเขา้ ใจ ต้องการลูกผสมปลากัดสีธงชาติไทย พ่อแม่พันธุ์
อาเซียน ทง้ั สองตัวกค็ วรมีสรี วมกันครบ ๓ สี คอื แดง ขาว
และนาำ้ เงนิ
นักเรยี นสามารถสบื คน้ ข้อมลู เกี่ยวกบั การผสมพันธปุ์ ลากัดไดท้ างอินเทอรเ์ น็ต

กิจกรรมวิทยาศาสตรส์ ร้างสรรค์สคู่ วามเขา้ ใจอาเซยี น

นโยบายการเคล่ือนย้ายแรงงานฝีมือเสรีจากการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียน (ASEAN) ย่อมนำาไปสู่การย้ายถิ่นฐานของประชากรระหว่างประเทศ
ซงึ่ มลี กั ษณะทางพนั ธกุ รรมทแ่ี ตกตา่ งกนั ดงั ตวั อยา่ งเชน่ ความหลากหลายทางเชอื้ ชาติ
ของประชากรสงิ คโปร์ มีท้ังชาวจีน ชาวมลายู ชาวอนิ เดยี ชาวยเู รเชีย

นักเรียนคิดว่า อนาคตของประชากร
อาเซียนท่ีเกิดขึ้นจากการแต่งงานข้ามชนชาติ
จะทำาให้เกิดลูกคร่ึง/ลูกผสมท่ีมีลักษณะ
ท า ง พั น ธุ ก ร ร ม ท่ี เ ป็ น ไ ป ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร บ้ า ง
ใหว้ าดภาพและอธบิ ายในรปู แบบผงั มโนทศั น์

54

15 สุดยอดคู่มือครู

พเิ ศษ

สะเต็มสร้างสรรค์ สะเตม็ สรา้ งสรรค์
น�ำเสนอกจิ กรรมสะเต็มศกึ ษาทสี่ ่งเสริม
ใหผ้ ู้เรยี นออกแบบสรา้ งนวตั กรรม แหลง่ ขอ้ มลู https://www.dailynews.co.th
โดยเรียนรผู้ ่านกระบวนการสร้างความรู้
ได้ทั้งความรแู้ ละความสขุ ในการเรยี นรู้ สธ. แนะอ่านฉลากผลิตภณั ฑ์ เล่ยี งอาหาร-ถว่ั เหลอื ง GMOs
สธ. แจง อย. เฝ้าระวังถ่ัวเหลืองจีเอ็มโอนำาเข้าเข้มงวด แนะสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์
เลยี่ งอาหารผลติ จากถว่ั เหลอื งจเี อม็ โอ ระบหุ ากมปี รมิ าณรอ้ ยละ ๕ ของนา้ำ หนกั ผลติ ภณั ฑ ์
ต้องแสดงฉลาก อาหารดัดแปรพันธุกรรม

จีเอ็มโอ (GMOs) ยอมาจาก Genetically Modified Organisms หมายถึง
ส่ิงมชี ีวิตไมว่ า่ จะเปน็ พชื หรอื สตั ว์ หรือแบคทีเรีย หรอื จลุ นิ ทรยี ์ ที่ถกู ดดั แปรพนั ธกุ รรม
ด้วยกระบวนการทางพันธุวิศวกรรม (Genetic engineering) เพ่ือให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มี
คุณลักษณะหรือคุณสมบัติตรงตามความต้องการของมนุษย์ จีเอ็มโอจึงเป็น
เทคโนโลยชี วี ภาพที่ได้รับการพฒั นาข้นึ ตามแนวทางสะเต็ม (STEM)

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลสิ่งมีชีวิตจีเอ็มโอมา ๑ ชนิด
โดยอธิบายถึงการพัฒนาการใช้ประโยชน์และผลกระทบท่ีอาจจะเกิดข้ึนในอนาคต
สรุปสาระสำาคญั จากการศึกษาในรูปแบบโปสเตอร์ (Poster presentation) เพ่ือจดั
นทิ รรศการหนา้ หอ้ งเรียน

55

สุดยอดคู่มือครู 16

หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน

แวลทิ ะยเทาศคาโนสโตลรย์ ี

ตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ดั กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๕ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี

ผเู้ รยี บเรยี ง
รองศาสตราจารย์ ดร.พมิ พนั ธ์ เดชะคุปต์
ดร.พริ ณุ ศิรศิ ักด์ิ
ดร.นิติกร อ่อนโยน
อาจารย์ฐาปนา จ้อยเจรญิ
อาจารยก์ นกรส ถมปลิก

ผูต้ รวจ
ดร.เย็นฤทัย จงถนอม
ดร.วีกิตต์ิ ศิริศักด์สิ นุ ทร
ดร.ศุภกาญจน์ รัตนกร
บรรณาธิการ
ดร.พรเทพ จนั ทราอุกฤษฎ์

สงวนลิขสทิ ธ์ิ
บรษิ ัท พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จำ�กดั
พ.ศ. ๒๕๖๔
พมิ พค์ รัง้ ท่ี ๒ จำ�นวน ๒๐,๐๐๐ เล่ม
สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)
๑๒๕๖/๙ ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดสุ ิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐
โทร. ๐-๒๒๔๓-๘๐๐๐ (อตั โนมตั ิ ๑๕ สาย), ๐-๒๒๔๑-๘๙๙๙
แฟกซ์ : ทุกหมายเลข, แฟกซ์อัตโนมตั ิ : ๐-๒๒๔๑-๔๑๓๑, ๐-๒๒๔๓-๗๖๖๖

website : www.iadth.com

คาํ นํา

แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ ได้กำาหนดวิสัยทัศน์ไว้ดังน้ี “คนไทยทุกคน
ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับ
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และการเปลย่ี นแปลงของโลกในศตวรรษท ่ี๒๑” เปา้ หมายดา้ นผเู้ รยี น
โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ประกอบด้วย
ทักษะพ้ืนฐาน อ่านออกเขียนได้ และคิดเลขเป็น และทักษะสำาคัญอีก ๘ ประการ ดังนี้ ๑. ทักษะ
ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา ๒. ทักษะด้านการสร้างสรรค์และ
นวัตกรรม ๓. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมและต่างกระบวนทศั น์ ๔. ทกั ษะด้านความร่วมมอื
การทำางานเป็นทีม และภาวะผู้นำา ๕. ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทันส่ือ
๖. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ๗. ทักษะอาชีพ และทักษะ
การเรียนร้ ู และ ๘. ความมีเมตตา กรณุ า มีวนิ ยั คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕ จัดทำา
ตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ดั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมีเนื้อหา
และกระบวนการสอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ เน้นการเสริมสร้างการสืบสอบ
การทำาโครงงาน และสะเต็ม ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ เสริมสร้าง
สมรรถนะสำาคัญตามหลักสูตร และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนังสือเรียน
ท่ีมีลักษณะเฉพาะ คือ ให้ผู้เรียนเรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กับเน้ือหาท่ีเน้น
องค์ความร ู้ (body of knowledge)

ผู้เรียนในระดับประถมศึกษาปีท่ี ๕ จะได้เรียนรู้ เร่ือง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม การดำารงพันธุ์
ของส่ิงมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำาวัน แรงในชีวิตประจำาวัน เสียงและการได้ยิน
ดาว นำ้าในท้องถิ่นของเรา และปรากฏการณ์ธรรมชาตทิ ีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั วัฏจกั รน้าำ

สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ หนังสือเรียนเล่มนี ้ จะเป็นประโยชน์
ต่อผูเ้ รียน เพอ่ื บม่ เพาะผูเ้ รียนใหเ้ ป็นคนไทย ๔.๐ สูค่ วามเปน็ ประเทศไทย ๔.๐

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)

สารบัญ หนา้

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ ชวี ติ กบั ส่งิ แวดลอ้ ม ๔
๑. การปรับตัวของสิ่งมีชวี ติ ๖
๒. ความสมั พันธร์ ะหว่างกล่มุ สิ่งมีชีวิตกับส่งิ แวดล้อม ๑๖
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ การดาำ รงพนั ธุ์ของสง่ิ มชี ีวติ ๓๖
๑. ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สตั ว ์ และมนุษย์ ๓๘
๒.ลกั ษณะท่คี ลา้ ยคลึงกนั ของตนเองกับพ่อแม่ ๕๐
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๓ การเปลี่ยนแปลงของสารในชีวติ ประจาำ วนั ๕๖
๑. การเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร ๕๘
๒. การละลายของสารในนำา้ ๖๓
๓. การเปลยี่ นแปลงของสารเม่อื เกดิ การเปลยี่ นแปลงทางเคม ี ๖๘
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๔ แรงในชีวิตประจาำ วัน ๗๒
๑. การหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรง
ในแนวเดยี วกนั ทก่ี ระทำาต่อวตั ถุ ๗๔
๒. แรงเสียดทาน และผลของแรงเสยี ดทาน ๘๒
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๕ เสยี งและการไดย้ นิ ๙๔
๑. การได้ยนิ เสียงผ่านตวั กลางต่าง ๆ ๙๖
๒. เสยี งสงู เสียงตา่ำ เสียงดงั และเสยี งคอ่ ย ๑๐๒
๓. การใช้เครอ่ื งมือวดั ระดบั เสียง ๑๐๘
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๖ ดาว ๑๑๖
๑. ความแตกต่างของดาวเคราะหก์ ับดาวฤกษ์ ๑๑๘
๒. ตำาแหน่งและเส้นทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาว ๑๒๓
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๗ น้าำ ในท้องถ่ินของเรา ๑๓๖
๑. แหล่งนำา้ ในทอ้ งถ่นิ และการใชป้ ระโยชน์ ๑๓๘
๒. ความจาำ เปน็ ของนำ้าตอ่ ชีวิตและการประหยดั นาำ้ ๑๔๗
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๘ ปรากฏการณธ์ รรมชาติทเี่ กย่ี วข้องกบั วัฏจกั รนำา้ ๑๕๐
๑. วัฏจกั รนาำ้ ๑๕๒
๒. เมฆ หมอก น้าำ คา้ ง และนาำ้ ค้างแขง็ ๑๕๖
๓. ฝน หิมะ และลูกเห็บ ๑๖๓
บรรณานกุ รม ๑๖๘

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

เป้าหมายการเรยี นรู้ ห๑นว่ยการเรยี นร ชีวติ กบั สิง่ แวดลอ้ มทู้ ่ี

มาตรฐานการเรยี นรู้ แผนผงั หวั ขอ้ หนว่ ยการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว ๑.๑
เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ชวี ิตกับ
ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิตกับ สิ่งแวดล้อม
ส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง
ส่ิงมีชวี ิตกบั สง่ิ มีชวี ิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การปรบั ตวั ของสง่ิ มีชวี ิต ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
การถ่ายทอดพลังงาน การเปล่ียนแปลง กลุ่มสงิ่ มชี วี ติ กับ
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ การปรบั ตวั ของพชื สงิ่ แวดลอ้ ม
ประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ การปรบั ตัวของสัตว์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม กลุม่ สง่ิ มชี ีวติ
แนวทางในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ ในแหล่งท่ีอยตู่ า่ ง ๆ
และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง
น�ำ ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ความสัมพันธ์ระหวา่ ง
สง่ิ มชี วี ิตกบั สิ่งมชี วี ติ

โซอ่ าหาร

ตวั ชว้ี ดั

๑. บรรยายโครงสร้างและลกั ษณะของสิ่งมีชวี ติ ทเ่ี หมาะสมกับการดาำ รงชวี ิต ซง่ึ เป็นผลมาจาก
การปรบั ตัวของสง่ิ มีชวี ติ ในแต่ละแหลง่ ท่อี ย่ ู (ว ๑.๑ ป.๕/๑)
๒. อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ มีชวี ิตกบั ส่ิงมชี วี ิต และความสมั พันธร์ ะหวา่ งส่งิ มชี วี ติ
กับส่ิงไม่มชี วี ิต เพ่อื ประโยชนต์ ่อการดาำ รงชวี ติ (ว ๑.๑ ป.๕/๒)
๓. เขยี นโซอ่ าหารและระบบุ ทบาทหน้าที่ของส่ิงมชี ีวติ ท่ีเปน็ ผผู้ ลิตและผ้บู รโิ ภคในโซ่อาหาร
(ว ๑.๑ ป.๕/๓)
๔. ตระหนกั ในคุณคา่ ของสงิ่ แวดล้อมทมี่ ตี อ่ การดำารงชวี ิตของส่ิงมชี ีวติ โดยมีสว่ นรว่ ม
ในการดแู ลรักษาส่งิ แวดลอ้ ม (ว ๑.๑ ป.๕/๔)

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ส่ิงมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีโครงสร้างและลักษณะที่เหมาะสมในแต่ละแหล่งท่ีอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวของส่ิงมีชีวิต
เพอื่ ใหด้ �ำ รงชวี ติ และอยรู่ อดไดใ้ นแตล่ ะแหลง่ ทอ่ี ยู่ เชน่ ผกั ตบชวามชี อ่ งอากาศในกา้ นใบ ชว่ ยใหล้ อยนา้ํ ได้ ตน้ โกงกางทขี่ นึ้ อยใู่ น
ป่าชายเลน มีรากค้ําจุนทำ�ให้ลำ�ตน้ ไม่ล้ม ปลามคี รบี ชว่ ยในการเคล่ือนทใี่ นนํ้า
ในแหล่งท่ีอยู่หน่ึง ๆ สิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ซ่ึงกันและกันและสัมพันธ์กับส่ิงไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการดำ�รงชีวิต
เช่น ความสมั พนั ธ์กันดา้ นการกนิ กันเปน็ อาหาร เปน็ แหล่งทอี่ ยอู่ าศัย หลบภยั และเล้ียงดูลูกอ่อน ใชอ้ ากาศในการหายใจ
ส่ิงมีชีวิตมีการกินกันเป็นอาหาร โดยกินต่อกันเป็นทอด ๆ ในรูปแบบของโซ่อาหาร ทำ�ให้สามารถระบุบทบาทหน้าที่
ของส่ิงมีชีวติ เปน็ ผูผ้ ลติ และผ้บู รโิ ภค

สุดยอดคู่มือครู 4

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ปา่ ไม้ แหล่งท่อี ย่อู าศยั สมรรถนะส�ำ คญั ของผู้เรยี น

ของสิ่งมีชีวิต ๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา

๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

ดิน ๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

แหล่งนาำ้ ใฝ่เรียนรู้
ตัวชว้ี ดั ที่ ๔.๑ ตงั้ ใจ เพยี รพยายามใน
ศัพทว์ ิทยาศาสตรน์ า่ รู้ คาำ อา่ น คำาแปล การเรยี นและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
แอดแดพเท′ เชนิ การปรบั ตวั ตวั ช้วี ัดท่ี ๔.๒ แสวงหาความรจู้ าก
คำาศัพท์ เอนไว′ เรนิ เมนิ ทฺ สง่ิ แวดลอ้ ม แหล่งเรยี นรูต้ า่ ง ๆ ทั้งภายในและ
adaptation โซ่อาหาร ภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการเลอื กใชส้ ่ือ
environment ฟูด เชน แหลง่ ทีอ่ ยู่ อยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วิเคราะห์
food chain แฮบ′ บิแทท ความสมั พันธ์ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ สามารถน�ำ ไปใช้
รเิ ล′ เชนิ ชิพ ในชวี ติ ประจ�ำ วนั ได้
habitat
relationship มงุ่ มน่ั ในการทำ�งาน
ตัวชวี้ ัดที่ ๖.๑ ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบ
ในการปฏิบัตหิ นา้ ทีก่ ารงาน

มจี ิตสาธารณะ
ตัวช้ีวัดท่ี ๘.๒ เข้าร่วมกิจกรรมท่ีเป็น
ประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น ชมุ ชน และสังคม

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 จุด น
ประกายโครงงา

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังวางแผนสำ�รวจการปรับตัว
ของพืชในท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มส่ิงมีชีวิตกับส่ิงแวดล้อม
จากแหล่งการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย แล้วนำ�ผลงานที่สำ�รวจของนักเรียนมาติด
แผงโครงงานสำ�รวจ แสดงนทิ รรศการ

5 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

St ตัวช้ีวดั ๑. การปรบั ตัวของสง่ิ มีชีวติ

ว ๑.๑ ป.๕/๑ สงิ่ มชี วี ติ ประกอบดว้ ยพชื และสตั ว ์ สงิ่ มชี วี ติ สามารถดาำ รงชวี ติ อยไู่ ด ้ เนอื่ งจาก
มีการปรับตัวให้มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
ภาระงาน/ชน้ิ งาน
๑.๑ การปรับตัวของพืช
ภาพวาดและระบายสี การปรบั ตัว พืชเป็นสิ่งมีชีวิต พืชแต่ละชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ต่าง ๆ กัน
ของพชื ทะเลทราย พืชบางชนิดเจริญเติบโตได้ดีบนบก เช่น มะม่วง กุหลาบ เข็ม พืชบางชนิด
เจริญเติบโตได้ดีในนำ้า เช่น บัว จอก แหน พืชบางชนิดเติบโตได้ดีในที่แห้งแล้ง
ep 1 ขนั้ สงั เกต เช่น กระบองเพชร ดังนั้น ถ้านำาพืชมาปลูกในที่ที่ไม่เหมาะสม พืชอาจจะเจริญเติบโต
ได้ไม่สมบูรณ์ หรืออาจตายได้
รวบรวมข้อมูล
มะมว่ ง กระบองเพชร
๑. นักเรียนร่วมกันสังเกต สำ�รวจพืช บัว
รอบบริเวณโรงเรียน แล้วกระตุ้นให้
นักเรียนเกิดความสงสัย และต้องการ ภาพท่ี ๑.๑ ตัวอยา่ งการเจริญเติบโตของพชื ในแหล่งทอ่ี ยูต่ า่ ง ๆ
ห า คำ � ต อ บ ด้ ว ย ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง
วิทยาศาสตร์ โดยร่วมกันตอบคำ�ถาม 6
ดงั น้ี

๑.๑ พืชมกี ารตอบสนอง
ต่อสง่ิ แวดล้อมรอบตวั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ พชื บางชนดิ มกี ารเจรญิ

ของลำ�ตน้ เพอ่ื รับแสง หรอื การเจรญิ ของ
รากลงพื้นดนิ เพื่อดูดนา้ํ และธาตุอาหาร)
๑.๒ ทำ�อย่างไรพืชจึงสามารถมีชีวิต
อยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมทไี่ ม่เหมาะสม
(ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ พชื จะตอ้ งมกี ารปรบั ตวั
ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม มิฉะนั้นจะทำ�ให้
มันตายได้)

เสริมความรู้ ครูควรสอน

กระบองเพชร เจรญิ เตบิ โตอยใู่ นทะเลทรายจงึ มกี ารปรบั ตวั เพอ่ื ใหส้ ามารถ
ดำ�รงชีวิตอยไู่ ด้ โดยเปล่ยี นใบเปน็ หนามเพ่ือลดการคายนํ้า

สุดยอดคู่มือครู 6

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

aseanSt

การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เป็นลักษณะสำาคัญอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิต ep 1 ข้นั สังเกต
ที่ทำาให้สามารถดำารงชีวิตอยู่ได้นานในสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ
รวบรวมขอ้ มลู

๒. นักเรียนสังเกตต้นกระบองเพชร แล้ว

พืชปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร คำ�ถ�มสำ�คัญ รว่ มกนั สนทนา และตอบค�ำ ถามส�ำ คญั
ดังน้ี
กิจกรรมที่ ๑.๑ ใบพืชในที่แห้งแล้งเก็บนำ้าไว้ได้อย่างไร ๒.๑ พืชปรับตัวให้เข้ากับส่ิงแวดล้อม
ไดอ้ ยา่ งไร

วสั ดุอุปกรณ์ ๒ ก้อน (ตัวอย่างคำ�ตอบ พืชท่ีเจริญเติบโตใน
๑. ฟองนำ้าขนาดเท่ากัน ๑ ใบ
๒. ถุงพลาสติกใส ๑ เส้น ท่ีแห้งแล้งจะมีการปรับตัวโดยมีข้ีผึ้ง
๓. ยางรัด ๒ ใบ
๔. จานพลาสติกขนาดเท่ากัน ๑ เล่ม เคลือบทีใ่ บและล�ำ ต้น)
๕. กรรไกร ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
๖. นำ้าสำาหรับเทบนฟองนำ้า
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
วิธที าำ อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม
ท่ี ๑.๑ เร่ือง ใบพืชในที่แห้งแล้งเก็บนาํ้
ไวไ้ ดอ้ ยา่ งไร

๑. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั เทนา้ำ ปรมิ าณเทา่ กนั ลงบนฟองนา้ำ ทง้ั ๒ กอ้ นใหช้ มุ่ ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
๒. ใช้กรรไกรตัดถุงพลาสติกใสให้เป็นรอยขาด ๕ บริเวณ บันทกึ ผล
๓. หุ้มฟองนำ้าก้อนที่ ๑ ด้วยถุงพลาสติกใสที่มีรอยตัด แล้วผูกปากถุงด้วยยางรัดให้แน่น
๔. วางถุงพลาสติกใสที่มีฟองนำ้าลงในจานพลาสติกใบที่ ๑ ๕. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
๕. วางฟองนำ้าก้อนที่ ๒ ลงในจานพลาสติกใบที่ ๒ ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชนั้ เรียน
๖. วางจานพลาสติกทั้ง ๒ ใบ ให้ถูกแสงประมาณ ๓ ชั่วโมง
๗. สังเกต และบันทึกผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฟองนำ้าทั้ง ๒ ก้อน

เฉลยกจิ กรรมการทดลอง 7
บนั ทกึ ผลการท�ำกิจกรรม
สรปุ ผลการทำ� กจิ กรรม
ตาราง สง่ิ ท่ีสงั เกตได้จากฟองนํา้ ที่มีและ
ไมม่ ถี งุ พลาสตกิ ใสหมุ้ ฟองน้ําที่มีถุงพลาสติกใสหุ้มจะชุ่มน้ํา
ส่วนฟองน้ําที่ไม่มีถุงพลาสติกใสหุ้ม
ฟองน้ํา สิ่งท่ีสังเกตได้ จะแหง้ อยา่ งรวดเรว็ เปรยี บเหมอื นใบพชื
มถี งุ พลาสติกใสหุ้ม ฟองนํ้าชุม่ นํา้ และมลี ะอองนํา้ ทข่ี นึ้ อยใู่ นทะเลทรายจะมขี ผ้ี ง้ึ เคลอื บเพอ่ื
ท่ถี ุงพลาสตกิ ใส ปอ้ งกนั การสญู เสยี นาํ้ ใหก้ บั สง่ิ แวดลอ้ ม
ทำ�ให้ใบพชื เก็บรักษาน้ําไว้ได้
ไม่มถี ุงพลาสตกิ ใสหมุ้ ฟองนํา้ แห้ง

7 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET

Step 2 ข้ันคิดวเิ คราะห์

และสรปุ ความรู้

๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ จานพลาสตกิ ใบที่ ๑ จานพลาสติกใบที่ ๒
อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย ภาพที่ ๑.๒ การทดลอง ใบพืชในทแ่ี ห้งแล้งเก็บนา้ํ ไวไ้ ดอ้ ยา่ งไร
ตอบค�ำ ถามหลังทำ�กจิ กรรม
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล ตารางที่ ๑.๑ สิ่งที่สังเกตได้จากฟองนำ้าที่มีและไม่มีถุงพลาสติกใสหุ้ม
การทำ�กิจกรรมและสรุปส่ิงท่ีเข้าใจ
เป็นความรู้ร่วมกันว่า ฟองนํ้าท่ีมี ฟองน้ำา สงิ่ ทีส่ ังเกตได้
ถงุ พลาสตกิ ใสหมุ้ จะชมุ่ นาํ้ สว่ นฟองนาํ้ มีถุงพลาสติกใสหุ้ม
ท่ีไม่มีถุงพลาสติกใสหุ้มจะแห้งอย่าง
รวดเร็ว เปรียบเหมือนใบพืชท่ีขึ้นอยู่ ไม่มีถุงพลาสติกใสหุ้ม
ในทะเลทรายจะมีข้ีผ้ึงเคลือบเพ่ือ
ป้ อ ง กั น ก า ร สู ญ เ สี ย น้ํ า ใ ห้ กั บ ฟองนำ้าในจานพลาสติกใบใดที่อุ้มนำ้าไว้ได้มากกว่าหรือสูญเสียนำ้าน้อยที่สุด
สิ่งแวดล้อม ทำ�ให้ใบพืชเก็บรักษานํ้า เพราะเหตุใด
ไวไ้ ด้ ฟองนำ้าในจานพลาสติกใบใดที่เปรียบได้กับใบพืชที่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่

สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร

ใบพืชที่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่จะเก็บนำ้าได้มากกว่าใบพืชที่ไม่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่หรือไม่
ใบพืชที่มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ช่วยทำาให้พืชปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง
ได้อย่างไร

ในที่แห้งแล้ง พืชปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม
โดยมีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ที่ใบและลําต้น

8

แนวค�ำตอบ

๑. ตอบ จานพลาสตกิ ใบท่ี ๑ เพราะมีถุงพลาสตกิ ใสหุ้ม ทำ�ใหฟ้ องนํ้าช่มุ นํ้า นาํ้ ไม่ระเหยไปอยา่ งรวดเรว็
๒. ตอบ จานพลาสตกิ ใบท่ี ๑ เพราะถุงพลาสติกใสที่หมุ้ ฟองน้าํ เปรียบเหมอื นขีผ้ ึ้งทเี่ คลือบใบพืช
๓. ตอบ ฟองนาํ้ ท่ีมีถงุ พลาสตกิ ใสหมุ้ จะชุม่ นํ้า สว่ นฟองนํา้ ท่ีไมม่ ีถุงพลาสติกใสหุม้ จะแหง้ อยา่ งรวดเร็ว
เปรียบเหมือนใบพืชทขี่ ้ึนอย่ใู นทะเลทรายจะมีขี้ผึง้ เคลือบเพือ่ ป้องกันการสญู เสียน้าํ ให้กบั สงิ่ แวดล้อม
ท�ำ ให้ใบพืชเกบ็ รักษานา้ํ ไว้ได้
๔. ตอบ ใบพืชทม่ี ีข้ผี ้งึ เคลอื บอยูเ่ กบ็ นา้ํ ไดม้ ากกวา่ ใบพืชที่ไม่มขี ผ้ี ้งึ เคลือบอยู่
๕. ตอบ ชว่ ยปอ้ งกนั การสญู เสยี นํา้
สุดยอดคู่มือครู 8

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เป็นการทำาตัวให้กลมกลืนหรือจัดตัว St St Stasean

ep 3 ขน้ั ปฏิบตั ิ
และสรุปความรู้
หลังการปฏบิ ตั ิ

ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่แปลกไปจากสิ่งแวดล้อมเดิมเพื่อช่วยให้สิ่งมีชีวิต ๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนศึกษา
รอดพ้นจากศัตรูและอันตรายต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตใดที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับ คน้ ควา้ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และเขยี นรายงาน
สิ่งแวดล้อมได้ก็จะถูกศัตรูรบกวนหรือล้มตายและสูญพันธุ์ เกี่ยวกับการดำ�รงชีวิตของพืชท่ีข้ึนใน
ทะเลทราย
๙. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนออกแบบ
พืชทะเลทรายปรับตัวให้ดำารงชีวิตอยู่ได้อย่างไร แล้วหาภาพหรือวาดภาพและระบายสี

กิจกรรมที่ ๑.๒ การดำารงชีวิตของพืชทะเลทราย คำ�ถ�มสำ�คัญ การปรับตัวของพืชทะเลทราย จัดทำ�เป็น
ช้ินงาน
๑๐. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้
ร่วมกัน ดังนี้
• พืชเป็นสิ่งมีชีวิต จึงมีการตอบสนอง
วธิ ีทาำ และปรับตัวใหเ้ ข้ากับสิ่งแวดลอ้ มรอบตัว

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ศึกษาค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูลและ • พชื ในบรเิ วณตา่ ง ๆ ของโลกมลี กั ษณะ
ของราก ลำ�ต้น ใบ เมล็ด แตกต่างกัน
เขียนรายงานเกี่ยวกับการดำารงชีวิตของพืชที่ขึ้นในทะเลทรายมา ๑ ชนิด โดยนักเรียน เพ่ือช่วยให้มันมีชีวิตและเจริญเติบโตใน
เลือกคำาถามต่อไปนี้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้า ทต่ี า่ ง ๆ ได้
• ในท่ีแห้งแล้งพืชปรับตัวให้เข้ากับ
พืชที่ขึ้นอยู่ในทะเลทรายปรับตัวให้มีชีวิตอยู่ในทะเลทรายได้อย่างไร

พืชทะเลทรายมีใบป้องกันการสูญเสียนำ้าได้อย่างไร สิ่งแวดล้อม โดยมีขี้ผ้ึงเคลือบอยู่ท่ีใบและ
ล�ำ ตน้
แนวคำ� ตอบ • พืชท่อี าศยั อย่ใู นทะเลทราย เปล่ียนใบ

พชื ทีอ่ าศยั อยูใ่ นทะเลทราย เปลีย่ นใบใหเ้ ปน็ หนามแหลม ให้เป็นหนามแหลม เพ่ือลดการคายนา้ํ และ
เพื่อลดการคายนํ้า และมีลําต้นอวบเพื่อให้เก็บนํ้าได้มาก มีลำ�ตน้ อวบ เพอื่ ให้เกบ็ นาํ้ ไดม้ าก
๑. ตอบ มใี บเป็นหนามและมขี ผ้ี ึ้งเคลอื บอยูต่ ามล�ำ ตน้ นอกจากน้ีพชื ทะเลทรายบางชนดิ
ep 4

เจรญิ ตามขอบชายนํา้ ทไี่ หลผา่ นทะเลทราย หรือเจรญิ ในหุบเขาลกึ ท่ีใหร้ ่มเงา ทำ�ใหม้ ันสามารถ ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
ปรับตวั เพื่อด�ำ รงชีวติ อยูไ่ ด้ ๑๑. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดและ
๒. ตอบ ตัวอยา่ งค�ำ ตอบ ต้นกระบองเพชรป้องกนั การสญู เสยี น้าํ โดยมใี บเปน็ หนาม เพื่อใหล้ ดการสญู เสยี นา้ํ
พชื ทะเลทรายบางชนดิ มีขผี้ งึ้ เคลือบอยู่ตามลำ�ต้น นำ�เสนอรายงาน ภาพวาดและระบายสี

เฉลยกจิ กรรมการทดลอง 9 การปรับตัวของพชื ทะเลทราย หน้าชนั้ เรียน
เพื่อแลกเปลยี่ นเรียนรู้กัน
บันทึกผลการศึกษา (ตวั อย่างคำ�ตอบ) ๑๒. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับ

พืชที่ข้ึนในทะเลทรายมีการปรับตัวเกี่ยวกับการได้รับและเก็บรักษาน้ําไว้ในต้นพืช พืชทะเลทรายจะมีรากท่ีเจริญอยู่ใกล้ผิวดิน แผ่ขยายไปเป็นบริเวณกว้าง วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและ
เพื่อดดู ซบั น้าํ เมื่อฝนตก พชื พวกนจี้ ะสะสมนํา้ ที่บริเวณล�ำ ตน้ และใบ ตน้ กระบองเพชรท่ีขึ้นในทะเลทรายจะเก็บน้าํ ไวท้ ล่ี �ำ ต้น ใบและลำ�ตน้ ของตน้ กระบองเพชร วธิ ีการท�ำ งานทม่ี แี บบแผน

จะมขี ้ีผง้ึ เคลือบอยูเ่ พื่อไม่ใหน้ าํ้ ระเหยออกมาสูภ่ ายนอก พชื ทะเลทรายบางชนิด เชน่ กระบองเพชร ไม่มใี บแต่จะมหี นามแหลม หนามกค็ อื ใบพชื ทเ่ี ปล่ียนแปลงไป

เพื่อไม่ใหส้ ูญเสยี น้ํา 5ep ขน้ั ประเมนิ เพอื่ เพิม่ คุณคา่
พืชทะเลทรายมีปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ํา และต้องการเก็บรักษาน้ําไว้ในลำ�ต้นพืช พืชทะเลทรายบางชนิดท่ีมีใบ สามารถป้องกันตนเองจากการ บรกิ ารสงั คม
สญู เสยี นา้ํ ได้โดยมขี ผี้ ง้ึ เคลอื บทใ่ี บเพอื่ ปอ้ งกนั การสญู เสยี นาํ้ พชื บางชนดิ กส็ ลดั ใบทงิ้ ในฤดแู ลง้ แตถ่ า้ พชื สลดั ใบหมดมนั กอ็ าจตายได้เพราะใบพชื มคี ลอโรฟลิ ล์ และจติ สาธารณะ
ชว่ ยในการสร้างอาหารของพชื แตพ่ ชื บางชนิดถงึ แมว้ ่าสลัดใบทิง้ ทั้งหมดก็ยงั ดำ�รงชีวิตอยู่ไดเ้ พราะมคี ลอโรฟลิ ลอ์ ยู่ตามล�ำ ตน้ พืชพืชทะเลทรายสว่ นมากจะมี
สีอ่อนเพราะสีอ่อนน้ีชว่ ยสะทอ้ นแสงอาทิตย์ท�ำ ให้พืชไมร่ อ้ นจัดมากเกินไปในชว่ งเวลาท่มี พี ายฝุ นพืชทะเลทรายจะดดู ซบั นาํ้ ไวใ้ นล�ำ ต้นพืชเพอ่ื ใชใ้ นชว่ งฤดแู ล้ง

พืชทะเลทรายบางชนิดจะมชี ว่ งชวี ติ อยูใ่ นระยะสนั้ ๆมันอยู่ในสภาพที่เปน็ เมล็ดเกือบตลอดปีจนกระทง่ั เม่อื ฝนตกหนักเมล็ดกจ็ ะงอกเจริญเตบิ โตมดี อก

ซ่ึงในช่วงเวลาน้ีทะเลทรายจะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่า หลังจากเวลาผ่านไปอีก ๒-๓ สัปดาห์ ดอกไม้ก็จะเหี่ยวเฉาและตาย หลงเหลือไว้แต่เมล็ดท่ีตกอยู่ใน ๑๓. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่น
ทะเลทราย เพอ่ื รอคอยใหม้ ีฝนตกใหม่ เพ่ือเมล็ดจะได้งอกเป็นพชื ตน้ ใหมอ่ กี จัดทำ�เป็นนิทรรศการหรือจัดแสดงผลงาน
บางครง้ั พชื ทะเลทรายกเ็ จรญิ ในพน้ื ทที่ ที่ �ำ ใหม้ นั สามารถปรบั ตวั เพอื่ การด�ำ รงชวี ติ ตอ่ ไป พชื ทะเลทรายบางชนดิ เจรญิ ตามขอบชายนา้ํ ทไ่ี หลผา่ นทะเลทราย เพอ่ื เปน็ แหลง่ การเรยี นรใู้ หน้ กั เรยี นชนั้ อน่ื ๆ
หรอื เจริญในหบุ เขาลกึ ทใ่ี ห้รม่ เงา ทำ�ให้มนั สามารถปรบั ตัวเพ่ือด�ำ รงชวี ติ อยูไ่ ด้
สรุปผลการศกึ ษา ๑๔. นกั เรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษาพรอ้ มสะทอ้ น
พืชท่ีขึ้นอยู่ในทะเลทรายปรับตัวให้มีชีวิตอยู่ในทะเลทรายได้โดยมีใบเป็นหนามและมีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ตามลำ�ต้น เพื่อป้องกันการสูญเสียนํ้าทางปากใบ
ต้นกระบองเพชรป้องกันการสูญเสียน้ําให้กับสิ่งแวดล้อมโดยมีใบเป็นหนามที่ป้องกันไม่ให้ลมมาสัมผัสท่ีผิวของต้นพืช เพราะจะทำ�ให้ลำ�ต้นแห้งเนื่องจาก ความคิดร่วมกัน 9 สุดยอดคู่มือครู
สญู เสียเนอ้ื ท่จี ากการสมั ผัส

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตวั ชว้ี ัด

ว ๑.๑ ป.๕/๑ พืชปรับตัวให้ดำารงชีวิตอยู่ในนำ้าได้อย่างไร
คำ�ถ�มสำ�คัญ
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
กิจกรรมที่ ๑.๓ การดำารงชีวิตของพืชนำ้า
ภาพวาดและระบายสี การปรับตัว
ของพืชนา้ํ ในทอ้ งถน่ิ

St Step 1 ข้นั สงั เกต วิธีทำา
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ศึกษาค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูลและ
รวบรวมขอ้ มลู

๑. นกั เรยี นสงั เกตลกั ษณะของพชื นา้ํ ในทอ้ งถน่ิ เขียนรายงานเกี่ยวกับการดำารงชีวิตของพืชที่อาศัยอยู่ในนำ้า โดยนักเรียนเลือกคำาถามต่อไปนี้
แลว้ รว่ มกันตอบค�ำ ถามส�ำ คัญ ดังนี้ เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้า แนวค�ำตอบ

๑.๑ พืชปรับตัวให้ดำ�รงชีวิตอยู่ในนํ้าได้ พืชที่อาศัยอยู่ในนำ้าได้แก่อะไรบ้าง ๑. ตอบ ตัวอยา่ งคำ�ตอบ ผักกระเฉด ผกั ตบชวา จอก
อย่างไร บวั แหน ผักบุ้ง
พืชที่อาศัยอยู่ในนำ้าปรับตัวให้มีชีวิตอยู่ในนำ้าได้อย่างไร
(ตัวอย่างคำ�ตอบ พืชที่อาศัยอยู่ในน้ํามักมี ๒. ตอบ พืชที่อาศยั อยใู่ นนํา้ ปรับตวั ใหม้ ีชวี ิตอย่ใู นนาํ้ ไดโ้ ดยการพัฒนารากพิเศษ ใบ
ล�ำ ตน้ อวบ หรือมสี ว่ นช่วยใหพ้ ชื ลอยน้ําได)้ และโครงสร้างอน่ื ๆ ทีช่ ว่ ยใหพ้ ืชได้รบั แกส๊ ออกซิเจนและแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีพืชตอ้ งการ

๒. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ ๔ คน คละความ พืชที่อาศัยอยู่ในนํ้ามักมีลําต้นอวบ เช่น ผักตบชวา
สามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลัง หรือมีส่วนที่ช่วยให้พืชลอยนํ้าได้ เช่น ผักกระเฉดมีนวมหุ้ม

ศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๑.๓ เร่ือง การ พืชที่เจริญเติบโตในแหล่งที่อยู่ที่ต่างกัน จะมีลักษณะใบ ลำาต้น และราก
ดำ�รงชวี ติ ของพชื นํ้า
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายก่อนทำ� ที่เหมาะสมกับการดำารงชีวิตอยู่ในแหล่งที่อยู่ที่ต่างกัน เช่น กระบองเพชรเป็นพืช
กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และบันทกึ ผล
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล ทีอ่ ยูใ่ นทะเลทราย มีการปรบั ตวั โดยเปลีย่ นใบให้มขี นาดเลก็ แหลม แขง็ คลา้ ยหนาม
และมีขี้ผึ้งเคลือบ เพื่อลดการสูญเสียนำ้า ก้านใบของผักตบชวา หรือรากของจอก
การท�ำ กิจกรรมหนา้ ชน้ั เรียน ซึ่งเป็นพืชนำ้า จะอวบพอง มีช่องอากาศ และกลวง ช่วยให้ลอยนำ้าได้ ลำาต้นของ
กระเฉดมีนวมหุ้มคล้ายฟองนำ้า ทำาให้ลอยนำ้าได้ ตาำ ลงึ มลี าำ ตน้ ออ่ นจงึ เลอ้ื ยพนั ไปตาม
ep 2 ข้ันคดิ วิเคราะห์ ต้นไม้อื่น ต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่ในป่าชายเลนมีการพัฒนารากให้มีรากคำ้าจุน
จำานวนมากยื่นออกมาจากบริเวณลำาต้น และปักลงในเลน เพื่อป้องกันลำาต้นโค่นล้ม
และสรุปความรู้

๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ เมื่อคลื่นซัด หรือมีนำ้าขึ้น นำ้าลง

อภิปรายและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ 10
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถามหลังทำ�
กจิ กรรม เฉลยกจิ กรรมการทดลอง

๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการทำ� บนั ทึกผลการศึกษา
กิจกรรมและสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็นความรู้ (ตวั อย่างพชื ทเ่ี ลอื กศกึ ษา คือ ต้นบัวและต้นโกงกาง)
ร่วมกันเกี่ยวกับการดำ�รงชีวิตของพืชน้ําว่า รากและลำ�ต้นของบัวเจริญเติบโตในน้ําหรือในโคลนซึ่งมีอากาศน้อยหรือไม่มีอากาศเลย เพื่อให้ดำ�รงชีวิตอยู่ได้ ลำ�ต้นบัว
พชื ทอี่ าศยั อยใู่ นนาํ้ ปรบั ตวั ใหม้ ชี วี ติ อยใู่ นนา้ํ จึงมีช่องว่างท่ีเต็มไปด้วยอากาศ รากต้องการแก๊สออกซิเจน ออกซิเจนจึงเคล่ือนท่ีจากช่องว่างนี้ไปท่ีราก ปากใบส่วนใหญ่ของ
ได้โดยการพัฒนารากพิเศษ ใบ และ ตน้ บวั จะอยู่บริเวณของหลงั ใบ ซ่ึงเปน็ บริเวณทีต่ น้ บัวจะไดร้ ับแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์
โครงสร้างอื่น ๆ ที่ช่วยให้พืชได้รับ ส�ำ หรบั รากของตน้ โกงกางซง่ึ อยบู่ รเิ วณปา่ ชายเลนเปน็ รากอากาศทด่ี ดู แกส๊ ออกซเิ จนสง่ ไปยงั สว่ นของรากทอี่ ยใู่ ตโ้ คลนราก
แกส๊ ออกซเิ จน และแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ ของตน้ โกงกางสามารถมชี วี ติ อยรู่ อดไดใ้ นบรเิ วณปา่ ชายเลนทม่ี ปี รมิ าณของเกลอื มากจนสามารถท�ำ ลายรากของพชื ทป่ี ลกู บนดนิ
ที่พืชตอ้ งการ นอกจากน้ีต้นโกงกางยังมีเซลล์พิเศษท่ีบริเวณใบ เซลล์นี้จะสะสมเกลือที่มาจากส่วนต่าง ๆ ของต้นท่ีมารวมกันบริเวณผิวใบ

ซ่งึ ตอ่ มาจะถกู ก�ำ จัดออกโดยการชะลา้ งของฝนทีต่ กลงมา
สรุปผลการศกึ ษา
พืชท่ีอาศัยอยู่ในนํ้าปรับตัวให้มีชีวิตอยู่ในนํ้าได้โดยการพัฒนารากพิเศษ ใบ และโครงสร้างอ่ืน ๆ ท่ีช่วยให้พืชได้รับ

สุดยอดคู่มือครู 10 แกส๊ ออกซเิ จน และแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ พี่ ืชตอ้ งการ

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

พืชมีโครงสร้างและลักษณะที่เหมาะสมในแต่ละแหล่งที่อยู่ St St St asean
ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเพื่อให้ดํารงชีวิตและอยู่รอดได้
ในแต่ละแหล่งที่อยู่ ep 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิ
และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏบิ ตั ิ

๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
สำ�รวจพืชนํ้าในท้องถิ่นที่มีการปรับตัว
ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมเฉพาะท้องถิ่น
แล้วหาภาพหรือวาดภาพและระบายสี

พร้อมระบุชือ่ พืช จดั ท�ำ เป็นชน้ิ งาน
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็น

ความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
• พชื ทอ่ี าศยั อยใู่ นนาํ้ มกั มลี �ำ ตน้ อวบ

หรือมีสว่ นชว่ ยใหพ้ ชื ลอยนาํ้ ได้

ep 4

ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ

ภาพท่ี ๑.๓ ใบเปลยี่ นเปน็ หนามของกระบองเพชร ๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด
และนำ�เสนอภาพวาดและระบายสี
ภาพท่ี ๑.๔ ผักตบชวา ภาพท่ี ๑.๕ ต้นโกงกาง ก า ร ป รั บ ตั ว ข อ ง พื ช น้ํ า ใ น ท้ อ ง ถ่ิ น
หนา้ ชนั้ เรยี น เพอื่ แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ นั
11 เพ่ือน ๆ ร่วมกันตรวจสอบและแก้ไข
ให้ถูกต้อง

๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับ
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
และวิธกี ารท�ำ งานทมี่ แี บบแผน

5ep ข้ันประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา่
บรกิ ารสงั คม
และจิตสาธารณะ

NET แนวข้อสอบ O-NET ๑๑. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ี
ดีเด่นจัดทำ�เป็นนิทรรศการหรือจัด
ต้นกระบองเพชรปรบั ตัวเพือ่ ใหด้ �ำ รงชีวติ อยูใ่ นทะเลทรายไดอ้ ย่างไร แสดงผลงาน เพอ่ื เปน็ แหลง่ การเรยี นรู้
๑ ใบเปลี่ยนเป็นหนาม ใหน้ ักเรียนช้นั อื่น ๆ
๒ ปากใบอยู่บริเวณหลงั ใบ
๓ ล�ำตน้ มนี วมหุ้มคล้ายฟองนํ้า ๑๒.นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
๔ ล�ำต้นกลวง มีช่องวา่ งอากาศมาก สะท้อนความคดิ ร่วมกัน
เฉลย ๑ เหตุผล ตน้ กระบองเพชรเปล่ยี นใบเปน็ หนาม ปอ้ งกันการสูญเสียนา้ํ

11 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวชี้วดัSt ๑.๒ การปรับตัวของสัตว์
สตั วเ์ ปน็ สง่ิ มชี วี ติ ทแ่ี ตกตา่ งไปจากพชื เพราะมคี วามซบั ซอ้ นของรา่ งกาย
ว ๑.๑ ป.๕/๑ และการดาำ รงชวี ติ มากกวา่ พชื นกั เรยี นเคยเหน็ สตั วอ์ ะไรบา้ งทอ่ี าศยั อยบู่ นบกและในนา้ำ

ภาระงาน/ช้นิ งาน สัตว์มีการปรับตัวอย่างไรเพื่อให้สามารถดำารงชีวิตอยู่ได้
คำ�ถ�มสำ�คัญ
ภาพวาดและระบายสี การปรบั ตวั
ของสัตวใ์ นท้องถิน่ กิจกรรมที่ ๑.๔ การปรับตัวของสัตว์

ep 1 ข้ันสังเกต วิธีทำา
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ศึกษาค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูล และเขียน
รวบรวมข้อมลู รายงานเกี่ยวกับการปรับตัวของสัตว์ที่สนใจมา ๑ ชนิด โดยนักเรียนเลือกคำาถามต่อไปนี้
เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้า
๑. นักเรียนสังเกตภาพจ้ิงจกเกาะผนัง
จ า ก นั้ น ส น ท น า ท บ ท ว น ค ว า ม รู้ เ ดิ ม สัตว์ที่สนใจคือสัตว์ชนิดใด
เกย่ี วกบั การปรบั ตวั ของสตั ว์ แลว้ รว่ มกนั
ตอบคำ�ถามสำ�คัญกระตุ้นความคดิ ดังน้ี สัตว์ที่สนใจมีโครงสร้างหรือลักษณะอย่างไรที่เหมาะสมกับแหล่งที่อยู่

สัตว์ปรับโครงสร้าง รูปร่าง พฤติกรรม หรือทั้งรูปร่างและ
พฤติกรรมให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้

จ้งิ จก แนวคำ� ตอบ

๑.๑ จ้ิงจกมีลกั ษณะสีอยา่ งไร ๑. ตอบ ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ ปลา
๒. ตอบ ปลามคี รีบและหาง มีรูปร่างท่ชี ว่ ยในการเคลือ่ นท่ี ปลาหาอาหาร
(ตวั อยา่ งค�ำ ตอบสคี ลา้ ยผนงั ทม่ี นั เกาะอย)ู่ โดยว่ายนํ้าเข้าหาเหยื่อ มีประสาทรับกลิ่นได้มาก ปลาจำ�นวนมาก
๑.๒ เพราะเหตใุ ด จงิ้ จกจึงมีสแี บบนน้ั หาอาหารโดยการดมกลิ่น

(ตัวอย่างคำ�ตอบ เป็นการพรางตัวและ 12

ปรบั ตวั เพอ่ื หาอาหารและหลบภัย)
๑.๓ นักเรียนเคยเห็นการปรับตัวของ

ส่งิ มชี วี ติ ชนดิ อ่ืน ๆ หรือไม่ อย่างไร ๒. นกั เรียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ ๔ คน คละความสามารถ แต่ละกลุม่ รว่ มกันอยา่ งรวมพลงั

(ตัวอยา่ งค�ำ ตอบ เคยเหน็ เชน่ ศกึ ษาวธิ ที ำ�กิจกรรมท่ี ๑.๔ เรื่อง การปรับตัวของสัตว์

ตั๊กแตนกิ่งไม้มรี ปู รา่ งเหมอื นกิ่งไม้
สุนขั พันธ์ไุ ทยมขี นส้ันเกรียน ปลามคี รบี ) ๓. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั อภปิ รายกอ่ นท�ำ กจิ กรรม ทำ�กจิ กรรม และบนั ทกึ ผล
๑.๔ สัตว์มีการปรับตัวอย่างไรเพ่ือให้ ๔. ผแู้ ทนนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ น�ำ เสนอผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชน้ั เรยี น

สามารถดำ�รงชีวิตอยูไ่ ด้

(ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ สตั วม์ กี ารปรบั โครงสรา้ ง

รปู รา่ งหรอื พฤตกิ รรมใหเ้ ขา้ กบั สงิ่ แวดลอ้ ม

เพื่อใหส้ ามารถด�ำ รงชวี ติ อยูไ่ ด)้

สุดยอดคู่มือครู 12

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

การปรับตัวของสัตว์มีหลายลักษณะ ดังนี้ St Stasean

ep 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะห์

และสรุปความรู้

หมีขั้วโลกอาศัยอยู่ในเขตหนาว ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
มีขนและชั้นไขมันที่หนา เพื่อให้ เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย
ร่างกายอบอุ่น ตอบค�ำ ถามหลงั ทำ�กจิ กรรม

ภาพที่ ๑.๖ หมขี วั้ โลก ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
การทำ�กิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจ
กิ้งก่าปรับสีตัวให้กลมกลืนกับ เปน็ ความรรู้ ว่ มกนั เกยี่ วกบั การปรบั ตวั
สิ่งแวดล้อมเพื่อพรางตัวในการหลบ ของสัตว์ว่า สัตว์มีโครงสร้างและ
ศัตรู หรือเพื่อล่าเหยื่อ ลกั ษณะทเ่ี หมาะสมในแตล่ ะแหลง่ ทอ่ี ยู่
ซ่ึงเป็นผลมาจากการปรับตัวของ
ภาพท่ี ๑.๗ กิ้งก่า สงิ่ มชี วี ิต เพ่ือใหด้ ำ�รงชีวติ และอยรู่ อด
ไดใ้ นแตล่ ะแหลง่ ทีอ่ ยู่

ep 3 ขน้ั ปฏิบัติ
แหลละังสกราุปรปควฏาิบมตั ริู้

๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน

สนุ ขั ในเขตรอ้ นมขี นสัน้ ชว่ ยใหร้ า่ งกาย ออกแบบ และนำ�ผลการค้นคว้า
ระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว
มาจัดทำ�เป็นรายงาน การปรับตัว

ของสัตว์

๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน

ภาพที่ ๑.๘ สุนัขในเขตร้อน สำ�รวจสัตว์ในท้องถ่ินที่มีการปรับตัว

เฉลยกจิ กรรมการทดลอง 13 ให้เข้ากับส่ิงแวดล้อมเฉพาะท้องถิ่น
ที่สนใจ แล้วหาภาพ หรือวาดภาพ

บนั ทกึ ผลการศึกษา (ตัวอยา่ งสัตวท์ ่ีเลือกศกึ ษา คือ ปลา) และระบายสี พร้อมระบุช่ือสัตว์และ

การปรับตัว จดั ท�ำ เปน็ ช้นิ งาน
ปลาเคลื่อนที่โดยใช้ครีบและหาง ปลามีรูปร่างที่ช่วยในการเคล่ือนท่ี ปลาหาอาหารโดยว่าย ๙. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็น
เขา้ หาเหยือ่ ปลามีประสาทรับกล่นิ ท่ไี วมาก และปลาจ�ำ นวนมากหาอาหารโดยการดมกล่ิน
ความรู้ร่วมกัน ดังนี้
ปลามองเห็นได้ในน้ํา มันใช้ตามองหาเหย่ือ ปลาส่วนมากมีฟันท่ีแหลมคมช่วยในการจับเหย่ือ
ปลาบางชนิดใชฟ้ ันฉีกอาหาร บางชนิดก็กลืนเหย่ือลงไปท้งั ตัวโดยไมต่ ้องเค้ยี วกอ่ น • สัตว์มีโครงสร้างและลักษณะที่
ขณะที่ปลาว่ายน้ํา มันจะเปิดปากให้นํ้าไหลเข้าปากผ่านลำ�คอ และนํ้าจะผ่านออกทางเหงือก เหมาะสมในแต่ละแหล่งท่ีอยู่ ซ่ึงเป็น
เหงือกปลาจะท�ำ หนา้ ที่คล้ายเคร่ืองกรอง นํา้ จะผา่ นเหงือกออกมาแต่อาหารจะตกค้างอยภู่ ายในปาก ผลมาจากการปรบั ตวั ของสง่ิ มชี วี ติ เพอื่
สรปุ ผลการศกึ ษา ให้ดำ�รงชีวิตและอยู่รอดได้ในแต่ละ

สัตว์มีโครงสร้างและลักษณะท่ีเหมาะสมในแต่ละแหล่งที่อยู่ ซ่ึงเป็นผลมาจากการปรับตัวของ แหลง่ ทอ่ี ยู่

ส่งิ มชี วี ติ เพ่อื ให้ดำ�รงชีวติ และอยู่รอดได้ในแต่ละแหล่งที่อยู่ 13 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

St Step 4

ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ

๑๐. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด ยีราฟมีคอยาว เอื้อประโยชน์
และนำ�เสนอรายงาน และภาพวาด ในการกินอาหารที่อยู่บนต้นไม้สูง ๆ
และระบายสี การปรับตัวของสัตว์ใน
ทอ้ งถ่นิ หนา้ ชัน้ เรียน เพือ่ แลกเปล่ยี น ภาพท่ี ๑.๙ ยรี าฟ
เรยี นรกู้ ัน
ตั๊กแตนบางชนิดมีรูปร่างลักษณะ
๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกบั คล้ายใบไม้ มีประโยชน์เพื่อพรางตัว
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ จากศัตรู
และวธิ ีการทำ�งานท่มี แี บบแผน
ภาพที่ ๑.๑๐ ตั๊กแตนใบไม้
5ep ขนั้ ประเมนิ เพ่อื เพมิ่ คณุ คา่
บริการสังคม นกอนิ ทรมี ลี กั ษณะปากแหลม และงอ
และจิตสาธารณะ เพื่อใช้ในการฉีกเนื้อสัตว์กินเป็นอาหาร
ได้ง่าย
๑๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่
ดีเด่นจัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัด ครีบ
แสดงผลงาน และนำ�รายงาน มอบให้
ห้องวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน และ ภาพท่ี ๑.๑๑ นกอนิ ทรี
เพ่ือเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียน
ชนั้ อ่นื ๆ ปลามีรูปร่าง มีครีบและหาง ช่วยใน
การเคลื่อนที่ในนำ้า ปลาหาอาหารโดย
๑๓. นักเรยี นนำ�เสนอผลการศึกษา พรอ้ ม ว่ายเข้าหาเหยื่อ
สะทอ้ นความคดิ ร่วมกนั

ภาพท่ี ๑.๑๒ ปลา

14

NET แนวข้อสอบ O-NET

ข้อใดเปน็ สาเหตทุ ส่ี ิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวใหเ้ ขา้ กับสิ่งแวดล้อม
๑ เพอ่ื ให้ส่ิงมชี วี ิตสญู พันธ์ุ
๒ เพ่ือให้สงิ่ มชี ีวติ เจรญิ เติบโตไดเ้ รว็
๓ เพอ่ื ใหส้ ง่ิ มีชีวิตอืน่ สังเกตเห็นได้งา่ ย
๔ เพ่ือใหส้ งิ่ มีชีวติ สามารถด�ำรงชวี ิตอยไู่ ด้
เฉลย ๔ เหตุผล ส่งิ มีชีวิตมีการปรับตวั ให้เขา้ กบั สงิ่ แวดลอ้ ม

เพ่อื ให้สามารถด�ำ รงชีวิต เจรญิ เตบิ โต และด�ำ รงเผ่าพันธต์ุ ่อไปได้

สุดยอดคู่มือครู 14

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ตัวช้ีวัด

แบบฝึกหัด ว ๑.๑ ป.๕/๑

๑. การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต แนวคำ� ตอบ

๑. สังเกตภาพ พืชเหล่านี้มีการปรับตัวให้สามารถเจริญเติบโตและดำารงชีวิต ๒. ตอบ พืชทะเลทรายจะมีรากเจริญอยู่ใกล้
ในแหล่งที่อยู่ใด โยงเส้นจับคู่พืชและแหล่งที่อยู่ให้ถูกต้อง แนวค�ำตอบ ผิวดิน แผ่ขยายไปเป็นบริเวณกว้าง เพื่อ
ดูดซับน้ํา เม่ือฝนตกพืชพวกนี้จะสะสมน้ํา
กล้วยไม้ ตน้ มะมว่ ง บวั ชบา จอก ท่ีบริเวณลำ�ต้นและใบ ใบและลำ�ต้นจะมี
ขี้ผึ้งเคลือบอยู่เพื่อไม่ให้น้ําระเหยออกมา
๒. พืชที่อยู่ในทะเลทรายมีการปรับตัวให้สามารถดำารงชีวิตอยู่ในที่แห้งแล้ง สู่ภายนอก พืชทะเลทรายบางชนิด เช่น
ได้อย่างไร กระบองเพชรไม่มีใบแต่มีหนามแหลม
๓. พืชที่อยู่ในนำ้า มีโครงสร้างหรือลักษณะใดที่ทำาให้ลอยนำ้าได้ แนวคำ� ตอบ หนามก็คือ ใบพืชที่เปล่ียนแปลงไปเพ่ือ
ไม่ให้สญู เสียนาํ้
๔. สัตว์ที่อาศัยอยู่ในนำ้า มีโครงสร้างหรือลักษณะใดที่ทำาให้ว่ายนำ้าได้ ๓. ตอบ ตัวอย่างคำ�ตอบ ก้านใบอวบพอง
มีช่องอากาศ และกลวง ช่วยใหล้ อยน้าํ ได้
๕. จับคู่การปรับตัวของสัตว์ทางซ้ายให้ตรงกับประโยชน์ของการปรับตัวทางขวา ๔. ตอบ ตัวอย่างคำ�ตอบ มีครีบและหาง
ช่วยในการวา่ ยน้าํ

๕.๑ ยีราฟมีคอยาว ก. ป้องกันอากาศหนาว
๕.๒ จิ้งจกปรับสีตัว ข. กินใบไม้บนต้นไม้สูง
๕.๓ สุนัขในเขตหนาวมีขนยาว ค. พรางตัวเพื่อหาอาหาร

15

15 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตวั ชีว้ ัดSt ๒. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกลมุ่ สง่ิ มชี วี ติ กบั สง่ิ แวดลอ้ ม

ว ๑.๑ ป.๕/๒ สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเรียกว่า สิ่งแวดล้อม
สตั วแ์ ละพืช เปน็ สิ่งแวดล้อมท่มี ีชวี ติ ส่วนนำ้า แสง อากาศ เป็นสิง่ แวดล้อมท่ไี ม่มีชีวติ
ภาระงาน/ชนิ้ งาน สัตว์และพืชมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน พืชเป็นแหล่งที่อยู่และเป็นอาหาร
ของสัตว์ สัตว์เล็กเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่
สมดุ เลม่ เลก็ ความสมั พนั ธ์ของกลุ่ม สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอาศัยในแหล่งที่อยู่ต่างกันและในสิ่งแวดล้อมต่างกัน
สง่ิ มีชีวติ กบั แหล่งที่อยู่ในด้านต่าง ๆ บางชนิดอาศัยอยู่บนบก บางชนิดอาศัยอยู่บนต้นไม้ บางชนิดอาศัยอยู่ในลำาธาร
แม่นำ้า บางชนิดอาศัยอยู่ในทะเล
ep 1 ขน้ั สงั เกต

รวบรวมข้อมูล

๑. นักเรียนสังเกต และร่วมกันสนทนา
เก่ียวกับส่ิงแวดล้อมรอบตัวเรา เพื่อ
เ ป็ น ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ค ว า ม ส น ใ จ ข อ ง
นักเรียนเข้าสู่บทเรียนเร่ือง ความ
สัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับ
ส่งิ แวดลอ้ ม

๒. ผู้แทนนักเรียน ๒-๓ คน ออกมา
อธิบายความหมายของสิ่งแวดล้อม
ตามประสบการณ์การเรียนรู้เดิม
ของนักเรียน เพ่ือเป็นการทบทวน
ความรู้เดิม และเป็นการเช่ือมโยง
ความรเู้ ดมิ เขา้ สู่ความรใู้ หม่

กิจกรรมที่ ๑.๕ สำ�รวจสิ่งมชี ีวิตกับ ภาพท่ี ๑.๑๓ ส่งิ มชี ีวติ มีความสัมพนั ธ์ซ่ึงกันและกนั
สงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี นของเรา
16
เฉลยกิจกรรมการทดลอง

บนั ทกึ ผลการท�ำกจิ กรรม สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม

ตาราง สง่ิ มชี ีวิตกับสง่ิ แวดล้อมในบริเวณโรงเรยี น กลมุ่ สงิ่ มชี วี ติ และสงิ่ ไมม่ ชี วี ติ ทอี่ ยใู่ นแหลง่ ทอ่ี ยู่
(ตวั อย่างค�ำ ตอบ) เดยี วกัน มคี วามสัมพนั ธ์กัน

ส่ิงไมม่ ีชวี ติ ท่ีพบ ส่งิ มชี วี ิตท่พี บ คา่ ความ
เปน็ กรด
บรเิ วณ ช่ือ แหลง่ ปรมิ าณ พชื สัตว์ อณุ หภูมิ
ท่ีศึกษา ทอี่ ยู่ แหลง่ ( Cํ ) เบส
ชือ่ แหล่ง ปรมิ าณ ชื่อ ทอี่ ยู่ ปรมิ าณ
ที่อยู่

หน้าเสาธง กอ้ นหนิ บนพ้ืนดนิ มาก หญา้ บนพน้ื ดิน มาก มด บนพ้นื ดิน มาก ๓๒ ๗
ตน้ ไม้ บนพ้ืนดนิ มาก ผีเสื้อ เกาะบน ๓ ตวั

ตน้ ไม้

สุดยอดคู่มือครู 16

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

สิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นกับสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร St Stasean

ep 1

ขนั้ สังเกต
รวบรวมข้อมูล

คำ�ถ�มสำ�คัญ ๓. นักเรียนศึกษาวีดิทัศน์ และแผนภาพ
ระบบนิเวศแบบต่าง ๆ แล้วร่วมกัน
กิจกรรมที่ ๑.๕ สำารวจสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนของเรา ตอบคำ�ถามสำ�คัญในประเด็น ดังน้ี

วสั ดอุ ุปกรณ์ ๑ อัน ๒. ไม้เมตร ๑ อัน ๓.๑ สิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นกับส่ิงแวดล้อม
๑. แว่นขยาย ๑ กล่อง ๔. เทอร์มอมิเตอร์ ๑ อัน มีความสมั พนั ธ์กนั อย่างไร
๓. กระดาษวัด pH
(เป็นแหล่งท่ีอยู่ แหล่งอาหาร แหล่งสืบพันธุ์
วธิ ีทาำ
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนและเลือกศึกษาสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่มีชีวิต และแหลง่ เลย้ี งดูลกู อ่อน)
และไม่มีชีวิตในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง รวมทั้งระบุปริมาณและที่อยู่ของสิ่งนั้น ๆ แล้ว ๓.๒ กลุ่มสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กับ
บันทึกผล
๒. วัดอุณหภูมิที่พื้นผิวดินและนำ้าด้วยเทอร์มอมิเตอร์ แล้วบันทึกผล แหลง่ ทอี่ ยู่ในด้านตา่ ง ๆ อะไรบา้ ง
๓. วัดค่าความเป็นกรด-เบสของบริเวณที่ศึกษาด้วยกระดาษวัด pH ถ้าบริเวณที่ศึกษา (ความสัมพันธ์ของกลุ่มส่ิงมีชีวิตในด้าน
อยู่บนดิน ให้ละลายดินเล็กน้อยในนำ้ากลั่น แล้วจึงวัดค่าความเป็นกรด-เบส บันทึกผล
แหล่งท่ีอยู่ แหล่งอาหาร แหล่งสืบพันธ์ุและ
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม
แหลง่ เล้ียงดูลูกออ่ น)
ตารางที่ ๑.๒ สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมในบริเวณโรงเรียน ๔. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ

สิง่ ไมม่ ีชีวติ ที่พบ ส่งิ มชี ีวิตที่พบ ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันอย่าง
รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๑.๕ เร่ือง
บริเวณทีศ่ ึกษา ชื่อ แหลง่ ทอ่ี ยู่ ปริมาณ ชอื่ พืช ปริมาณ ช่อื สัตว์ อณุ หภูมิ (Cำ ) คา่ ความเปน็ ส�ำ รวจสง่ิ มชี วี ติ กบั สงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี น
แหลง่ ทอี่ ยู่ แหล่งทอี่ ยู่ ปรมิ าณ กรด-เบส ของเรา
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
บริเวณที่นักเรียนสำารวจคือบริเวณใด ก่อนท�ำ กิจกรรม ทำ�กิจกรรม โดยก�ำ หนด
ให้แต่ละกลุ่มเลือกศึกษาบริเวณต่าง ๆ
บริเวณที่สำารวจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือไม่ ไม่ซํ้ากัน และบนั ทึกผล
สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตในบริเวณที่สำารวจมีการพึ่งพาอาศัยกันหรือไม่ อย่างไร ๖. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมบริเวณที่สำารวจมีค่าเท่าใด การทำ�กิจกรรมหนา้ ช้นั เรียน
ค่าความเป็นกรด-เบสของสิ่งแวดล้อมบริเวณที่สำารวจเป็นอย่างไร
สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร ep 2 ขน้ั คดิ วิเคราะห์

ส่ิงมีชีวิตกับส่ิงแวดล้อมมีความสัมพันธ์กัน คือ และสรุปความรู้
อาศยั อยรู่ ว่ มกันและตอ้ งพึ่งพาอาศัยซ่ึงกนั และกนั

17

แนวคำ� ตอบ ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
อภิปรายและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ
๑. ตอบ ตวั อย่างค�ำ ตอบ บริเวณหน้าเสาธง ผลการท�ำ กจิ กรรม โดยตอบค�ำ ถามหลงั ท�ำ
๒. ตอบ มสี ่งิ มชี วี ิตอาศัยอยู่ กิจกรรม
๓. ตอบ มกี ารพง่ึ พาอาศัยกนั
๔. ตอบ ๓๒ ํC ๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการ
๕. ตอบ มีคา่ ความเปน็ กรด-เบส เท่ากับ ๗ ทำ�กิจกรรมและสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้
๖. ตอบ กลมุ่ สง่ิ มชี วี ติ และสิ่งไม่มชี วี ติ ที่อยใู่ น ร่วมกันว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต
แหลง่ ทอี่ ยู่อาศัยเดียวกัน มคี วามสมั พนั ธก์ ัน ท่ีอยู่ในแหล่งที่อยู่อาศัยเดียวกัน มี
ความสัมพันธก์ นั

17 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ขั้นคดิ วิเคราะห์
St
และสรปุ ความรู้
สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ ๒ ชนิดขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในที่เดียวกันในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง
๙. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ เรียกว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิต เช่น ในสนามหญ้าประกอบด้วย ไส้เดือนดิน ตั๊กแตน หนอน ต้นหญ้า
อภปิ รายเพม่ิ เตมิ โดยตอบค�ำ ถาม ดงั น้ี ในสระนำ้าจืดประกอบด้วย จอก แหน ปลา หอย
ลักษณะบริเวณที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เรียกว่า แหล่งที่อยู่ ตัวอย่างแหล่งที่อยู่ เช่น
๙.๑ ในสนามหญ้าประกอบด้วย ทะเล ขอนไม้ พื้นดิน สนามหญ้า สระนำ้า บึง

ไส้เดือนดิน ต๊ักแตน หนอน ต้นหญ้า

ข้อความดังกลา่ วหมายถึงสง่ิ ใด

(กลมุ่ สิง่ มีชวี ิต)

๙.๒ แหล่งท่อี ยูห่ มายความว่าอยา่ งไร

(ลกั ษณะบรเิ วณทก่ี ลมุ่ สงิ่ มชี วี ติ อาศยั อย)ู่

๙.๓ ระบบนเิ วศหมายความวา่ อยา่ งไร

(กลุ่มส่ิงมีชีวิตในแหล่งท่ีอยู่เดียวกัน

มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและมีความ

สมั พันธก์ ับสิง่ ไม่มีชีวติ ในแหลง่ ที่อยนู่ น้ั )

๙.๔ ความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิต ภาพที่ ๑.๑๔ กลุ่มสิง่ มีชวี ติ ในสระนา้ํ จดื มีความสัมพนั ธซ์ ง่ึ กนั และกัน

ในดา้ นอาหารเปน็ อย่างไร ยกตัวอยา่ ง กลมุ่ สงิ่ มชี วี ติ ในแหลง่ ทอี่ ยเู่ ดยี วกนั มคี วามสมั พนั ธซ์ งึ่ กนั และกนั และมคี วามสมั พนั ธ์
(กล่มุ สง่ิ มชี วี ิตบริเวณทุ่งหญ้า กับสิ่งไม่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่นั้น เรียกว่า ระบบนิเวศ

ประกอบดว้ ยต้นหญา้ วัว กวาง เสือ เดก็ ควรรู้
อาหารทีว่ วั และกวางกนิ คือ หญ้า
อาหารทีเ่ สอื กนิ คือ กวางและวัว และอาหาร วิธที ่ดี ใี นการศกึ ษาและสาํ รวจลักษณะของสภาพแวดลอ้ ม
ในท้องถิ่นจะต้องทําแผนทีข่ องบริเวณท่ีทาํ การสํารวจ
ของต้นหญ้า คือ สารอินทรีย์ซึ่งได้จาก

มูลวัว กวาง และเสือ) บั น ทึ ก ผ ล ก า ร สํ า ร ว จ ที่ นั ก เ รี ย น
สังเกตเห็น ได้ยิน หรือได้กล่ิน เพื่อให้ได้
๙.๕ ความสัมพันธ์ของกลุ่มส่ิงมีชีวิต ข้อมูลทคี่ รบถ้วนและถกู ตอ้ ง
ในด้านแหล่งสืบพันธ์ุเป็นอย่างไร

ยกตัวอย่าง 18
(สตั วน์ าํ้ ใชแ้ หลง่ นา้ํ เปน็ แหลง่ สบื พนั ธุ์และ

พืชน้ําอาศัยนํ้าเป็นที่อยู่อาศัยในการ

สบื พนั ธ ุ์ สว่ นสตั วแ์ ละพชื ทอ่ี าศยั อยบู่ นบก

ก็จะอาศัยดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้เป็นแหล่ง

สบื พนั ธ์ุ)

๙.๖ ความสัมพันธ์ของกลุ่มส่ิงมีชีวิต

ใ น ด้ า น แ ห ล่ ง เ ลี้ ย ง ดู ตั ว อ่ อ น เ ป็ น

อย่างไร ยกตวั อยา่ ง

(กลุ่มส่ิงมีชีวิตเม่ือคลอดลูกมาแล้ว

จะอาศัยแหลง่ ทอ่ี ยูเ่ ป็นท่เี ลีย้ งดูลกู ออ่ น)

สุดยอดคู่มือครู 18

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

Stasean

๒.๑ กลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่ต่าง ๆ ep 2
สิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต
เพื่อประโยชน์ต่อการดำารงชีวิต ดังนี้ ขั้นคดิ วเิ คราะห์
และสรุปความรู้
๑. ความสัมพันธ์กันด้านการกินกันเป็นอาหาร
สิง่ มชี วี ติ ทัง้ มนษุ ย ์ สตั ว ์ และพชื ตอ้ งการอาหารเพือ่ การเจรญิ เตบิ โต ๑๐. นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ร่ ว ม กั น ส รุ ป
และการดำารงชีวิต สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันบางชนิดกินอาหารประเภทเดียวกัน
บางชนิดกินอาหารแตกต่างกัน เช่น กลุ่มสิ่งมีชีวิตบริเวณทุ่งหญ้า ประกอบด้วย ความสัมพันธ์ของกลุ่มส่ิงมีชีวิตกับ
ต้นหญ้า วัว กวาง และเสือ อาหารที่วัวและกวางกิน คือ ต้นหญ้า อาหารที่เสือกิน
คือ กวาง แหล่งที่อยู่ในด้านต่าง ๆ ในรูปแบบ

แผนภาพความคิด ในกระดาษ

ฟลปิ ชารต์

(ตวั อย่างแผนภาพความคิด) สตั ว์กินพืช
สตั วก์ ินสตั ว์
ปา่ ไม้ สัตว์กินทั้งพืช
นํา้ และสัตว์
ดนิ

เป็นแหล่ง เปน็ แหลง่
ที่อยอู่ าศัย อาหาร

ภาพท่ี ๑.๑๕ ตน้ หญา้ ดดู นํ้าและธาตอุ าหารจากดินเปน็ อาหาร ความสัมพนั ธข์ อง
กล่มุ สงิ่ มชี วี ิตกับ

แหลง่ ที่อยู่
ในด้านต่าง ๆ

เปน็ แหลง่ เปน็ แหลง่
สืบพนั ธุ์ หลบภัย

ภาพที่ ๑.๑๖ กวางกนิ หญ้าเปน็ อาหาร ภาพท่ี ๑.๑๗ เสือกนิ กวางเป็นอาหาร น้าํ เป็น ปู ไส้เดอื น
แหล่งวางไข่ หลบภัย
19 ในดนิ
ดนิ เปน็ สตั ว์นาํ้
แหลง่ วางไข่ หลบภัย
ตามแนว
ปะการงั
สัตวห์ ลบภยั
ในปา่

แผนภาพความคิด ความสมั พันธ์ของกลมุ่
สิง่ มีชีวิตกบั แหล่งทอ่ี ยู่ในด้านต่าง ๆ

19 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ข้ันปฏิบัติ
St แหลละงั สกราปุรปควฏาิบมตั ริู้
๒. ความสัมพันธ์กันด้านเป็นแหล่งที่อยู่ หลบภัย และเลี้ยงดูลูกอ่อน

๑๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน แหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิต

สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับความสัมพันธ์

ของกลมุ่ สงิ่ มชี วี ติ กบั แหลง่ ทอี่ ยตู่ า่ ง ๆ ดิน เป็นที่ปลูกสร้างบ้านเรือนของมนุษย์
(ความสัมพันธ์กันด้านการกินกันเป็น เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์บางชนิด
อาหาร ความสัมพันธ์กันด้านเป็น
แหล่งที่อยู่ หลบภัย และเลี้ยงดูลูก

อ่ อ น ) จ า ก แ ห ล่ ง ก า ร เ รี ย น รู้ ท่ี นำ้า เป็นที่อยู่อาศัยของพืชนำ้า เช่น สาหร่าย
หลากหลาย แล้วออกแบบและจัดทำ� บัว กระเฉด และเป็นที่อยู่ของสัตว์นำ้า เช่น
เป็นสมุดเล่มเล็ก ความสัมพันธ์ของ ปลา กุ้ง หอย
กลุ่มส่ิงมีชีวิตกับแหล่งที่อยู่ในด้าน
ต่าง ๆ จัดทำ�เปน็ ชน้ิ งาน

๑๒. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็น ป่าไม้ เป็นที่อยู่อาศัยของพืชป่า เช่น กล้วยไม ้
ความรู้ร่วมกัน ดังนี้ เฟิร์น สัก เต็ง รัง และสัตว์ป่า เช่น ช้าง เสือ
กวาง ลิง
• ระบบนิเวศ หมายถึง ความ
สัมพันธ์ที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งท่ีอยู่

อาศัยเดียวกัน มีความสัมพันธ์ซึ่งกัน ป่าไม้เป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิต
และกัน และมีความสัมพันธ์กับ ทั้งพืชและสัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่ในป่าเป็น
สิง่ ไม่มชี วี ติ ในแหลง่ ที่อยนู่ ั้น จํานวนมาก โดยต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
• แหล่งที่อยู่ หมายถึง ลักษณะ การตัดไม้ทําลายป่า เป็นสาเหตุท่ีทําให้ส่ิงมีชีวิต
บรเิ วณทกี่ ลุม่ ส่ิงมีชวี ิตอาศยั อย ู่ ไม่สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้ ดังน้ัน เราต้องช่วยกันรักษา
• กลุ่มส่ิงมีชีวิตในแหล่งท่ีอยู่ ปา่ ไม้ เพอ่ื ใหส้ ิ่งมชี ีวติ ดาํ รงชวี ิตอยไู่ ด้
ต่าง ๆ มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ดงั นี้ 20
๑. ความสัมพันธ์กันด้านการ

กินกนั เปน็ อาหาร
๒. ความสัมพันธ์กันด้านเป็น

แหลง่ ทอี่ ยู่ หลบภยั และเลยี้ งดลู กู ออ่ น

ในแหล่งท่ีอยู่หนึ่ง ๆ ส่ิงมีชีวิตจะมี
ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ซ่ึ ง กั น แ ล ะ กั น แ ล ะ

สมั พนั ธ์กบั สิ่งไม่มชี วี ติ เพอื่ ประโยชน์
ตอ่ การดำ�รงชวี ติ

สุดยอดคู่มือครู 20

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ep 4
St St
สิ่งมีชีวิตต้องมีการสืบพันธุ์ เพื่อดำารงเผ่าพันธุ์ สัตว์ที่อาศัยอยู่ในนำ้า ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
ใช้แหล่งนำ้าเป็นแหล่งสืบพันธุ์ สัตว์นำ้าออกลูกเป็นตัวหรือเป็นไข่ในนำ้า อาศัยต้นไม้
นำ้า สาหร่าย และแนวปะการังเป็นที่หลบภัย เลี้ยงดูลูกอ่อน และลูกอ่อนก็จะ ๑๓. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา
เจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในนำ้า พืชนำ้าก็เช่นเดียวกันจะอาศัยนำ้าที่เป็นแหล่งที่อยู่ พูด และนำ�เสนอสมุดเล่มเล็ก ความ
ในการสบื พนั ธ ์ุ เชน่ ผกั ตบชวาจะแตกตน้ ออ่ นในนา้ำ สว่ นสตั วแ์ ละพชื ทอ่ี าศยั อยบู่ นบก สัมพันธ์ของกลุ่มส่ิงมีชีวิตกับแหล่ง
กจ็ ะอาศยั ดนิ ปา่ ไม ้ ทงุ่ หญา้ เปน็ แหลง่ สบื พนั ธ ์ุ หลบภยั และเลย้ี งดลู กู ออ่ นจนเจรญิ เตบิ โต ทีอ่ ยใู่ นดา้ นต่าง ๆ หน้าช้นั เรียน เพ่ือ
แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ นั เพอื่ น ๆ รว่ มกนั
ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกตอ้ ง

๑๔. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
และวิธกี ารท�ำ งานท่มี ีแบบแผน

ภาพท่ี ๑.๑๘ ปลาหางนกยูงออกลกู เปน็ ตัวในน้ํา ภาพท่ี ๑.๑๙ นกเงือกอาศัยในโพรงท่ีเป็นลําต้นของ 5ep ขั้นประเมนิ เพอ่ื เพิ่มคณุ ค่า
อาศัยสาหรา่ ยเปน็ ทหี่ ลบภยั และเลยี้ งดลู ูกอ่อน ตน้ ไมใ้ นปา่ เปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั หลบภยั และเลยี้ งดลู กู ออ่ น บริการสงั คม
และจิตสาธารณะ
นอกจากนี้ สิ่งมีชีวิตยังต้องการอากาศเพื่อหายใจ ถ้าขาดอากาศ พืชและสัตว์
จะตาย ๑๕. นกั เรยี นน�ำ สมดุ เลม่ เลก็ ความสมั พนั ธ์
ข อ ง ก ลุ่ ม ส่ิ ง มี ชี วิ ต กั บ แ ห ล่ ง ท่ี อ ยู่
พืชทุกชนิดต้องการแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในดา้ นตา่ งๆมอบใหห้ อ้ งวทิ ยาศาสตร์
ในการสังเคราะห์ด้วยแสง และแก๊สออกซิเจน ของโรงเรียน เพ่ือเป็นแหล่งการ
สําหรับหายใจ พืชหายใจตลอดเวลาทั้งกลางวัน เรยี นรใู้ หน้ ักเรยี นช้ันอนื่ ๆ
และกลางคืน
๑๖. นกั เรยี นนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
สัตว์ทุกชนิดต้องการแก๊สออกซิเจน ซ่ึงเป็นส่วนประกอบของ สะทอ้ นความคดิ ร่วมกัน
อากาศเพ่อื การดาํ รงชีวิต

21

21 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

St ตวั ช้ีวดั ๒.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต

ว ๑.๑ ป.๕/๒ สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
คำ�ถ�มสำ�คัญ
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
กิจกรรมที่ ๑.๖ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
สมดุ ภาพ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
สิง่ มีชีวิตกับสงิ่ มชี ีวติ วัสดุอปุ กรณ์
ภาพความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต ๓ ภาพ
ep 1 ข้นั สังเกต

รวบรวมขอ้ มลู

๑. นักเรียนสังเกตสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นที่มี

ความสัมพันธ์กัน เช่น ผีเสื้อกับดอกไม้

แล้วกระตุ้นนักเรียนเกิดความสงสัยและ

ต้องการหาคำ�ตอบด้วยกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ โดยร่วมกันตอบคำ�ถาม ภาพที่ ๑.๒๐ ไก่กบั หนอน ภาพท่ี ๑.๒๑ ผ้ึงกับดอกไม้ ภาพที่ ๑.๒๒ กล้วยไม้กบั ตน้ ไม้
ส�ำ คญั ดังนี้

๑.๑ สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความ วิธที ำา
สมั พนั ธก์ ันอยา่ งไร นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตภาพความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ
สิ่งมีชีวิตที่กำาหนด แล้วระบุลักษณะความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตให้ถูกต้อง
(สิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต มีความสัมพันธ์กันใน สิ่งมีชีวิตที่กำาหนด มีความสัมพันธ์กันแบบใดบ้าง อย่างไร
สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
ลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาวะการได้ประโยชน์

ร่วมกัน ภาวะพึ่งพากัน ภาวะอิงอาศัย

ภาวะลา่ เหยอื่ ภาวะปรสิต)

๑.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต สิ่ ง มี ชี วิ ต กั บ สิ่ ง มี ชี วิ ต มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั น
กับส่ิงมีชีวิตที่นักเรียนเคยพบในชีวิต ในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน
ประจำ�วันมีอะไรบ้าง ภาวะพึง่ พากนั ภาวะองิ อาศยั ภาวะลา่ เหยือ่ ภาวะปรสติ

(ตัวอย่างคำ�ตอบ นกกับหนอน กาฝากกับ

ตน้ ไม)้ 22
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน

คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน เฉลยกจิ กรรมการทดลอง สรุปผลการท�ำกจิ กรรม
อยา่ งรวมพลงั ศกึ ษาวธิ ที �ำ กจิ กรรมท่ี ๑.๖ บนั ทกึ ผลการท�ำกิจกรรม
เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับ

ส่ิงมีชีวิต โดยอ่านออกเสียงดังและ • ไก่กับหนอน : ไก่เป็นผู้ล่า หนอนเป็นเหย่ือ ส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตมีความสัมพันธ์กัน
พรอ้ มเพรียงกัน
มคี วามสมั พันธแ์ บบภาวะลา่ เหย่ือ ในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาวะการได้ประโยชน์

๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย • ผ้ึงกับดอกไม้ : ผึ้งและดอกไม้ต่างได้รับประโยชน์ รว่ มกัน ภาวะพ่งึ พากัน ภาวะอิงอาศัย
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม และบนั ทกึ ผล ร่วมกัน มีความสัมพันธ์แบบภาวะการได้ประโยชน์ ภาวะลา่ เหยอ่ื และภาวะปรสติ
๔. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ น�ำ เสนอผลการ รว่ มกัน
ท�ำ กิจกรรมหน้าช้ันเรยี น
• กล้วยไม้กับต้นไม้ : กล้วยไม้เป็นผู้ได้ประโยชน์

ตน้ ไม้เปน็ ผไู้ มไ่ ด้และไมเ่ สยี ประโยชน์

สุดยอดคู่มือครู 22 มคี วามสัมพันธ์แบบภาวะอิงอาศัย

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

สิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันในลักษณะ ดังนี้ Stasean
๑. ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวิตต่างได้รับ
ประโยชน์กันทั้ง ๒ ฝ่าย เช่น ผีเสื้อกับดอกไม้ ผีเสื้อดูดนำ้าหวานจากเกสรดอกไม้ ep 2
ส่วนดอกไม้ก็อาศัยผีเสื้อช่วยผสมเกสรดอกไม้ นกเอี้ยงกับควาย นกเอี้ยงจับแมลง
บนหลังควายกินเป็นอาหาร ส่วนควายก็ไม่ถูกแมลงรบกวน ขั้นคิดวเิ คราะห์
และสรปุ ความรู้

ภาพท่ี ๑.๒๓ ผีเสอ้ื กบั ดอกไม้ ภาพท่ี ๑.๒๔ นกเอีย้ งกับควาย ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั
๒. ภาวะพึ่งพากัน ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
เป็นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวิตต้องอาศัย หลงั ท�ำ กจิ กรรม
อยู่ร่วมกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้
โดยต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เช่น ๖. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพ่ิมเติม โดย
รากบั สาหรา่ ย โดยสาหรา่ ยสรา้ งอาหารไดเ้ อง รว่ มกนั ตอบคำ�ถาม ดงั นี้
โดยอาศัยความชื้นจากรา และราได้รับ
อาหารจากสาหร่าย ๖.๑ ส่ิงมีชีวิตใดมีความสัมพันธ์แบบได้
ภาพท่ี ๑.๒๕ ไลเคน (รากับสาหรา่ ย) ประโยชน์รว่ มกัน
๓. ภาวะอิงอาศัย
เปน็ ความสมั พนั ธท์ สี่ งิ่ มชี วี ติ ฝา่ ยหนงึ่ ไดร้ บั (ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ ผีเสอื้ กบั ดอกไม)้
ประโยชน์ แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้และไม่เสีย ๖.๒ ส่ิงมีชีวิตใดมีความสัมพันธ์แบบ
ประโยชน์ เช่น ฉลามกับเหาฉลาม
โดยเหาฉลามจะอาศัยกินเศษอาหาร พ่งึ พากัน
(ตวั อย่างคำ�ตอบ รากบั สาหร่าย)
๖.๓ ส่ิงมีชีวิตใดมีความสัมพันธ์แบบ

ปรสติ
(ตวั อย่างค�ำ ตอบ พยาธิในลำ�ไส้คน)
๗. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำ�กิจกรรม

และสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้เก่ียวกับ
ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง สิ่ ง มี ชี วิ ต กั บ
ส่ิงมีชีวิต โดยออกแบบและเขียนเป็น
แผนภาพความคิดให้ไดล้ ักษณะ ดังนี้

จากฉลาม แต่ฉลามจะไม่ได้ประโยชน์ ผีเสอื้
และไม่เสียประโยชน์ กับดอกไม้
ภาพท่ี ๑.๒๖ ฉลามกบั เหาฉลาม ไลเคน

เหาฉลาม คอื ปลาทะเลชนดิ หนึง่ มอี วยั วะทใี่ ชส้ าํ หรบั ภาวะการได้ ภาวะพง่ึ พากนั
ดูดติดกับสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ ประโยชน์
23 รว่ มกัน
ความสมั พันธ์
ระหวา่ งสิ่งมีชีวิต
แนวค�ำตอบ (หน้า ๒๒) กบั สิ่งมีชีวติ

๑. ตอบ • ไก่กบั หนอน มีความสมั พนั ธแ์ บบภาวะลา่ เหยื่อ ภาวะองิ อาศยั ภาวะล่าเหยอื่
โดยไกเ่ ปน็ ผลู้ า่ และหนอนเปน็ เหย่ือ
• ผึง้ กับดอกไม ้ มีความสมั พันธแ์ บบภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกนั ความสมั พันธ์ กล้วยไม้ ภาวะปรสติ กบกับ
ระหวา่ งสิง่ มีชีวติ กับตน้ ไม้ แมลง
โดยผง้ึ ดูดนํ้าหวานจากดอกไม้ และดอกไม้อาศัยผ้งึ ชว่ ยผสมเกสร ในระบบนเิ วศ
• กลว้ ยไม้กับต้นไม้ มคี วามสมั พนั ธแ์ บบภาวะองิ อาศยั กาฝากกับตน้ ไม้

โดยกล้วยไม้อาศยั เกาะตน้ ไมแ้ ละตน้ ไมไ้ มไ่ ดแ้ ละไมเ่ สียประโยชน์ แผนภาพความคดิ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง
๒. ตอบ สิ่งมีชวี ิตกบั ส่งิ มชี ีวติ มีความสมั พนั ธก์ ันในลกั ษณะตา่ ง ๆ สงิ่ มชี วี ิตกบั สงิ่ มชี ีวิต

23 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET

ep 3 ข้นั ปฏบิ ัติ
แหลละังสกราุปรปควฏาบิ มัตริู้

๘. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนออกแบบ
แล้วหาภาพความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
กบั สงิ่ มชี วี ติ จากสอ่ื ตา่ งๆทง้ั ทางอนิ เทอรเ์ นต็
St St ๔. ภาวะล่าเหยื่อ เป็นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวิตฝ่ายหนึ่งได้รับประโยชน์
St แต่อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์ เรียกว่า ผู้ล่า และผู้ที่
เสียประโยชน์ เรียกว่า เหยื่อ เช่น สิงโตกับม้าลาย สิงโตจะเป็นผู้ล่าและม้าลาย
จะเป็นเหยื่อ กบกับแมลง กบจะเป็นผู้ล่าและแมลงจะเป็นเหยื่อ

หนงั สอื พมิ พ์นติ ยสารจากนน้ั น�ำ ภาพเหลา่ นนั้
มาจัดทำ�เปน็ สมดุ ภาพ จัดท�ำ เป็นชน้ิ งาน
๙. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็นความรู้
ร่วมกนั ดังน้ี
• รปู แบบความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสง่ิ มชี วี ติ
กับสิ่งมชี วี ติ ไดแ้ ก่
๑. ภาวะการไดป้ ระโยชนร์ ่วมกัน คือ

ส่ิงมีชีวิต ๒ ชนิดอยู่ร่วมกันได้ประโยชน์ ภาพท่ี ๑.๒๗ สงิ โตกบั ม้าลาย ภาพท่ี ๑.๒๘ กบกับแมลง
ทง้ั สองฝ่ายและสามารถแยกจากกันได้
๒. ภาวะพ่ึงพากัน คือ สิ่งมีชีวิต ๕. ภาวะปรสิต เป็นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวิต ๒ ชนิด มาอยู่ร่วมกัน โดย
๒ ชนิดอยู่ร่วมกันได้ประโยชน์ท้ังสองฝ่าย สง่ิ มชี วี ติ ชนดิ หนงึ่ ไปอาศยั อยกู่ บั สงิ่ มชี วี ติ
แตไ่ ม่สามารถแยกจากกนั ได้ อกี ชนดิ หนง่ึ โดยผอู้ าศยั เปน็ ผไู้ ดป้ ระโยชน ์
๓. ภาวะอิงอาศัย คือ ส่ิงมีชีวิต และผู้ถูกอาศัยเป็นผู้เสียประโยชน์ เช่น
๒ ชนิดอยู่ร่วมกันโดยที่ฝ่ายหน่ึงได้ กาฝากกบั ตน้ ไม ้กาฝากเปน็ ผไู้ ดป้ ระโยชน ์
ประโยชน์ส่วนอีกฝ่ายไม่ได้หรือไม่เสีย โดยดูดนำ้าและธาตุอาหารจากต้นไม้ ส่วน
ประโยชน์ ต้นไม้เป็นผู้เสียประโยชน์ คือ สูญเสียนำ้า
๔. ภาวะล่าเหยื่อ คือ ส่ิงมีชีวิต และธาตุอาหาร
๒ ชนดิ อยรู่ ว่ มกนั โดยทีฝ่ า่ ยหนง่ึ คอื ผู้ลา่
(ได้ประโยชน์) แตอ่ ีกฝา่ ย คอื เหยื่อ ภาพที่ ๑.๒๙ กาฝากกบั ต้นไม้
(เสยี ประโยชน์)
เว็บไซต์แนะนาำ

๕. ภาวะปรสติ คือ สิ่งมีชวี ิต ๒ ชนดิ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม http://www.mnre.go.th
อยู่ร่วมกันโดยฝ่ายผู้อาศัยได้ประโยชน์
สว่ นฝา่ ยผ้ถู ูกอาศัยเสยี ประโยชน์ 24

ep 4

ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ 5ep ขน้ั ประเมินเพื่อเพมิ่ คณุ คา่ เสริมความรู้ ครูควรสอน
บรกิ ารสังคม
๑๐. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดและ และจิตสาธารณะ • ปรสติ (อ่านว่า ปะ-ระ-สิด) คือ สงิ่ มชี วี ิต
นำ�เสนอสมุดภาพ ความสัมพันธ์ระหว่าง ท่ี อ า ศั ย ผู้ อ่ื น ห รื อ เ ซ ล ล์ ช นิ ด อื่ น เ ป็ น
ท่ีพักอาศยั และแหล่งอาหาร
สิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต หน้าช้ันเรียน เพื่อ ๑๒. นกั เรยี นน�ำ สมดุ ภาพ มอบใหห้ อ้ งวทิ ยาศาสตร์ • กาฝาก คือ ชื่อพืชเบียนหลายชนิด
ใ น ห ล า ย ว ง ศ์ ที่ อ า ศั ย เ ก า ะ ดู ด น้ํ า แ ล ะ
แลกเปล่ียนเรียนรู้กัน เพื่อน ๆ ร่วมกัน ของโรงเรียน เพ่ือเป็นแหล่งการเรียนรู้ ธาตุอาหารจากพรรณไมอ้ นื่

ตรวจสอบและแก้ไขใหถ้ กู ต้อง ใหน้ กั เรยี นชน้ั อ่นื ๆ ใชเ้ ปน็ ฐานข้อมูลต่อไป

๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับ ๑๓. นกั เรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พร้อมสะท้อน

วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและ ความคิดร่วมกนั

วิธกี ารทำ�งานท่ีมีแบบแผน

สุดยอดคู่มือครู 24

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

๒.๓ โซ่อาหาร ตัวชว้ี ดั
พืชสร้างอาหารเองได้ อาหารที่พืชสร้างได้ คือ นำ้าตาล โดยใช้
ปัจจัยสำาคัญ คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ นำ้าจากดิน แสงอาทิตย์ และ ว ๑.๑ ป.๕/๓
คลอโรฟิลล์ซึ่งเป็นสารสีเขียวในพืช เรียกการสร้างอาหารว่า การสังเคราะห์ด้วยแสง
ปัจจัยและผลการสังเคราะห์ด้วยแสง ภาระงาน/ชนิ้ งาน

เกม โซ่อาหารในทอ้ งถนิ่St

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ + นำ้า แสง นำ้าตาล (กลูโคส) + แก๊สออกซิเจน + นำ้า ep 1 ขน้ั สงั เกต
คลอโรฟิลล์
รวบรวมขอ้ มลู
สัตว์สร้างอาหารเองไม่ได้ต้องอาศัยการกินพืชหรือกินสัตว์ หรือกิน
ทั้งพืชและสัตว์ เราเรียกสัตว์ที่กินสัตว์อื่นว่า ผู้ล่า และเรียกสัตว์ที่ถูกกินว่า เหยื่อ ๑. นักเรียนสังเกตภาพกระต่าย งู และ
สัตว์บางชนิดเป็นทั้งผู้ล่าและบางครั้งเป็นเหยื่อของสัตว์อื่น เหยย่ี ว แล้วตอบคำ�ถาม ดังน้ี

เหย่ือ ผลู้ า่ และเหยือ่ ของเหยยี่ ว ผ้ลู า่ ๑.๑ สตั วอ์ ะไรบ้างที่ถกู กนิ
(กระตา่ ย งู)
๑.๒ สตั วอ์ ะไรบา้ งทกี่ นิ สตั วเ์ ปน็ อาหาร
(ง ู เหย่ยี ว)
๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ

โซ่อาหาร โดยสังเกตภาพ และตอบ
ค�ำ ถามส�ำ คัญ ดังนี้

กระตา่ ย งู เหยี่ยว

25

๒.๑ การกินของสิ่งมีชีวิตเม่ือเขียนเป็นโซ่อาหารมีลักษณะ
อยา่ งไร

(ภาพพชื → ภาพหนู → ภาพง)ู
๒.๒ โซ่อาหารคอื อะไร
(โซ่อาหาร คอื การกินตอ่ กนั เปน็ ทอด ๆ ของส่งิ มชี วี ิต)

25 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

St St บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET

ep 1 ขน้ั สังเกต การกินกันของสิ่งมีชีวิตเมื่อเขียนเป็นโซ่อาหารมีลักษณะอย่างไร

รวบรวมข้อมูล

๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน กิจกรรมที่ ๑.๗ โซ่อาหาร คำ�ถ�มสำ�คัญ
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม วสั ดอุ ปุ กรณ์
ที่ ๑.๗ เรื่อง โซ่อาหาร ตัวอย่างภาพ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในโซ่อาหาร
๑.
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ สุนขั จงิ้ จอก หญา้ กระตา่ ย
บนั ทึกผล
๒.
๕. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชน้ั เรียน ปลาใหญ่ ปลาเล็ก นกกระยาง พชื น้ํา

ep 2 ขน้ั คิดวิเคราะห์

และสรุปความรู้

๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ วิธที าำ
อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตภาพสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในโซ่อาหาร จากนั้น
เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบ เรียงลำาดับสิ่งมีชีวิตที่มีการกินเป็นทอด ๆ และเขียนโซ่อาหารให้ถูกต้อง
ค�ำ ถามหลงั ท�ำ กจิ กรรม สิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตมีอะไรบ้าง
สิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้บริโภคมีอะไรบ้าง
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล โซ่อาหารคืออะไร
การทำ�กิจกรรมและสรุปส่ิงที่เข้าใจ สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร
เปน็ ความรรู้ ว่ มกนั เกย่ี วกบั โซอ่ าหารวา่
การกนิ ตอ่ กนั เปน็ ทอด ๆ ของสงิ่ มชี วี ติ การกินต่อกันเป็นทอด ๆ ของสิ่งมีชีวิต เรียกว่า โซ่อาหาร
เรยี กวา่ โซอ่ าหาร

26

เฉลยกจิ กรรมการทดลอง แนวคำ� ตอบ
บันทึกผลการท�ำกิจกรรม
๑. ตอบ สิง่ มชี วี ิตทเ่ี ป็นผู้ผลติ ได้แก่ หญ้า และพชื นาํ้
โซอ่ าหาร ๑ : หญา้ → กระตา่ ย → สนุ ขั จงิ้ จอก ๒. ตอบ สง่ิ มีชวี ติ ทเี่ ปน็ ผบู้ ริโภค ได้แก่ กระตา่ ย สุนขั จิ้งจอก
โซ่อาหาร ๒ : พชื นา้ํ → ปลาเลก็ → ปลาใหญ ่ → นกกระยาง ปลาเลก็ ปลาใหญ่ และนกกระยาง
๓. ตอบ โซ่อาหาร คอื การกนิ ต่อกนั เปน็ ทอด ๆ ของสิ่งมีชีวิต
สรปุ ผลการท�ำกิจกรรม ๔. ตอบ การกินตอ่ กนั เป็นทอด ๆ ของส่ิงมีชีวิต เรยี กว่า โซอ่ าหาร

การกนิ ต่อกนั เป็นทอด ๆ ของส่งิ มีชวี ติ เรียกว่า โซอ่ าหาร

สุดยอดคู่มือครู 26

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด ep 3aseanรอบรู้อาเซียนและโลก

St St St ขัน้ ปฏบิ ัติ
และสรปุ ความรู้
หนอนกินพืชเป็นอาหาร นกกินหนอน งูกินนก และเหยี่ยวกินงู จะเห็นได้ว่า หลงั การปฏิบตั ิ
สิ่งมีชีวิตมีการกินเป็นทอด ๆ ถ้านำาการกินเป็นทอด ๆ ไปเขียนแผนภาพ ตั้งแต่ใบไม ้
คือ พืชซึ่งเป็นอาหารเริ่มต้น แล้วเขียนลูกศร ( ) ให้หัวลูกศรชี้ไปยังผู้กินหรือผู้ล่า ๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนสำ�รวจ
จนถึงเหยี่ยว จะได้แผนภาพ ดังนี้ โซ่อาหารในท้องถ่ิน แล้วออกแบบและ
ประดษิ ฐเ์ กม โซอ่ าหาร โดยวาดภาพสง่ิ มชี วี ติ
ใบไม้ หนอน นก งู เหยี่ยว ท่ที �ำ หน้าท่เี ปน็ ผู้ผลิต ผูบ้ รโิ ภค และผู้สลาย
สารอนิ ทรีย์ ในโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ แลว้
ผู้ผลิต ผู้บริโภค ทดลองลำ�ดับส่ิงมีชีวิตที่มีการกินกันเป็น
ทอด ๆ จัดทำ�เป็นช้ินงาน
แผนภาพ โซ่อาหาร
๙. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้
นักเรียนจะเห็นว่า สิ่งมีชีวิตมีการกินกันเป็นทอด ๆ หรือถ่ายทอดพลังงาน ร่วมกนั ดงั น้ี
โดยพืชใช้พลังงานแสงจากดวงอาทิตย์สร้างอาหารเพื่อใช้ ในการเจริญเติบโต
พชื คอื ผูผ้ ลติ หนอนกนิ พชื เกบ็ สะสมพลงั งาน พลงั งานถา่ ยทอดจากพชื มายงั หนอน • โซ่อาหาร (food chain) คือ การกิน
หนอน คือ ผู้บริโภค ตอ่ กนั เปน็ ทอด ๆ ของส่งิ มีชีวิต

ในระบบนิเวศต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารได้เองจัดเป็น • หลกั การเขยี นโซอ่ าหารนยิ มใหผ้ ถู้ กู กนิ
ผู้ผลิต (producer) เช่น ต้นหญ้า ต้นข้าว ใบไม้ ส่วนสิ่งมีชีวิตที่ อยู่ทางซ้ายมือ และผู้กินอยู่ทางขวามือ
ไม่สามารถสร้างอาหารได้เองต้องกินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร ปลายหวั ลูกศรชี้ไปทางผูก้ ิน
จัดเป็นผู้บริโภค (consumer) เช่น หนอน นก งู เหยี่ยว ซึ่งมีทั้ง
ผู้บริโภคพืช ผู้บริโภคสัตว์ และผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ ep 4

ในระบบนิเวศมีโซ่อาหารมากมาย สิ่งมีชีวิตที่เป็นส่วนหนึ่งของโซ่อาหารหนึ่ง ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
อาจจะเป็นส่วนของโซ่อาหารอีกหลาย ๆ โซ่อาหาร เราเรียกความสัมพันธ์ระหว่าง
โซ่อาหารหลาย ๆ โซ่อาหารนี้ว่า สายใยอาหาร ๑๐. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด และ
น�ำ เสนอเกม โซอ่ าหารในทอ้ งถนิ่ หนา้ ชน้ั เรยี น
27 เพ่ือแลกเปล่ียนเรยี นรูก้ นั

๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับ
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและ
วธิ ีการทำ�งานท่ีมแี บบแผน

5ep ขั้นประเมินเพ่อื เพิม่ คณุ คา่
บริการสงั คม
และจติ สาธารณะ

NET แนวข้อสอบ O-NET ๑๒. นักเรียนนำ�เกม โซ่อาหารในท้องถ่ิน ไป
ออกแบบและจดั ท�ำ เปน็ สอ่ื การเรยี นการสอน
โซ่อาหารในข้อใดเขยี นถกู ต้อง โ ด ย ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม ใ น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ข อ ง
๑ เสือ → กวาง → สิงโต โรงเรยี น เพอื่ ใหน้ กั เรยี นชน้ั อนื่ ๆ ไดเ้ ลน่ เกม
๒ กบ → ผ้ึง → กล้วยไม้ และร้จู กั ขั้นตอนการเรยี งลำ�ดบั ที่ถกู ตอ้ ง
๓ ต้นขา้ ว → ตัก๊ แตน → นกเอีย้ ง
๑๓. นกั เรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พรอ้ มสะทอ้ น
๔ แหน → สาหร่าย → ผักตบชวา ความคิดร่วมกัน
เฉลย ๓ เหตุผล โซ่อาหาร คือ การกนิ ตอ่ กันเปน็ ทอด ๆ ของสิ่งมีชวี ิต

โดยเรมิ่ ทผี่ ู้ผลิตแล้วเขยี นลกู ศรให้หวั ลูกศรชไ้ี ปยังผู้กินหรือผลู้ า่

27 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตวั ชวี้ ัด สายใยอาหารของสิ่งมีชีวิตมีลักษณะอย่างไร
คำ�ถ�มสำ�คัญ
ว ๑.๑ ป.๕/๓
กิจกรรมที่ ๑.๘ ใครกินใครเป็นอาหาร
ภาระงาน/ช้นิ งาน

เกม สายใยอาหารของระบบนิเวศ

St St ep 1 ขน้ั สังเกต วสั ดุอปุ กรณ์ แผนภาพ สายใยอาหาร นก

รวบรวมขอ้ มลู งู

๑. นักเรียนดูวีดิทัศน์สายใยอาหารใน ปลา ต๊ักแตน
ระบบนิเวศ และทบทวนความรู้เดิมของ
นักเรียน โดยร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ พชื น้าํ
กระตุน้ ความคดิ ดังน้ี แผนภาพ สายใยอาหาร

๑.๑ สายใยอาหารของส่ิงมีชีวิตมี วธิ ที ำา
ลักษณะอยา่ งไร
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกัน ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม
(สายใยอาหาร เป็นความสัมพันธ์ของ
ศึกษาแผนภาพ สายใยอาหารที่กำาหนด ตารางที่ ๑.๓ ผู้ผลิตและผู้บริโภคในสายใยอาหาร
โซอ่ าหารหลาย ๆ โซ่อาหารในธรรมชาต)ิ อภิปรายว่ามีโซ่อาหารใดบ้างและภายใน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน แต่ละโซ่อาหาร ใครเป็นผู้ผลิตและ ลาำ ดับทีข่ องโซอ่ าหาร ชอ่ื ผผู้ ลติ ช่ือผู้บรโิ ภค ช่ือผ้บู ริโภค ชื่อผู้บรโิ ภค
ใครเป็นผู้บริโภค แล้วบันทึกผลลงในตาราง อนั ดบั ๑ อนั ดบั ๒ อนั ดบั ๓
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม จากตาราง ผู้ผลิต และผู้บริโภคในสายใยอาหาร ใครเป็นผู้ผลิต
ท่ี ๑.๘ เรอ่ื ง ใครกินใครเปน็ อาหาร
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย และใครเป็นผู้บริโภคบ้าง
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม และบนั ทกึ ผล
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ จากตาราง มีโซ่อาหารกี่โซ่อาหาร และใครเป็นผู้บริโภคอันดับสุดท้าย
ผลการทำ�กิจกรรมหนา้ ชัน้ เรยี น สายใยอาหารคืออะไร
สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร
ep 2 ขน้ั คดิ วิเคราะห์
ความสัมพันธ์ของโซ่อาหารหลาย ๆ โซ่อาหาร
และสรปุ ความรู้ มารวมกันเรียกว่า สายใยอาหาร

28

๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ เฉลยกจิ กรรมการทดลอง สรุปผลการท�ำกจิ กรรม
อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม สง่ิ มีชวี ติ กับส่งิ มชี วี ิตมคี วามสมั พันธ์กนั
ตาราง ผู้ผลติ และผู้บรโิ ภคในสายใยอาหาร ในรูปของโซ่อาหารและสายใยอาหาร
หลงั ท�ำ กจิ กรรม

๖. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ ลำ�ดบั ท่ี ชือ่ ผผู้ ลิต ช่อื ผ้บู รโิ ภค ช่ือผบู้ ริโภค ชอื่ ผบู้ รโิ ภค
กิจกรรมและสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้ ของโซอ่ าหาร พชื นา้ํ อันดับ ๑ อนั ดบั ๒ อันดบั ๓
ตั๊กแตน
ร่วมกันว่า สิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตมีความ ๑ นก งู
สัมพันธ์กันในรูปของโซ่อาหารและ ๒ งู งู
พืชนาํ้ ตก๊ั แตน
นก
สายใยอาหาร ๓ พชื นํ้า ปลา งู

๔ พืชนํ้า ปลา

สุดยอดคู่มือครู 28

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด ep 3aseanรอบรู้อาเซียนและโลก

St St St ขนั้ ปฏบิ ตั ิ
และสรปุ ความรู้
สายใยอาหาร หมายถึง ความสัมพันธ์ของโซ่อาหารหลาย ๆ โซ่อาหาร หลังการปฏิบัติ
ในธรรมชาติโซ่อาหารจะสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนในรูปของสายใยอาหาร
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนสำ�รวจ
หญา้ กระตา่ ย เหยยี่ ว สงิ่ มชี วี ติ ในทอ้ งถนิ่ ทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ นั แบบ
แผนภาพ โซ่อาหาร ๑ สายใยอาหาร แล้วออกแบบและประดิษฐ์
เกม สายใยอาหาร โดยวาดภาพสิ่งมชี วี ติ ใน
หญา้ ต๊ักแตน กบ เหย่ยี ว ท้องถ่ินท่ีมีความสัมพันธ์กันแบบสายใย-
อาหาร ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้ว
แผนภาพ โซอ่ าหาร ๒ ทดลองโยงเส้นเขียนแผนภาพสิ่งมีชีวิต
ในท้องถ่ินที่มีความสัมพันธ์ของโซ่อาหาร
เมื่อนำาโซ่อาหาร ๑ และ ๒ มาสัมพันธ์กัน สามารถเขียนเป็นสายใยอาหารได้ ดังนี้ หลาย ๆ โซอ่ าหารในธรรมชาติ จดั ท�ำ เปน็ ชน้ิ งาน

๘. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้
ร่วมกัน ดังน้ี

• สายใยอาหาร (food web) หมายถึง
ความสมั พนั ธข์ องโซอ่ าหารหลาย ๆ โซอ่ าหาร
ในธรรมชาติโซ่อาหารจะสัมพันธ์กันอย่าง
ซบั ซอ้ นในรปู ของสายใยอาหาร

ep 4

เหยย่ี ว ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ

กบ กระตา่ ย ๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดและ
นำ�เสนอเกม สายใยอาหารของระบบนิเวศ
ตกั๊ แตน หญา้ หน้าช้ันเรียน เพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรู้กัน
แผนภาพ สายใยอาหาร เพ่ือน ๆ ร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขให้
ถูกตอ้ ง
29
๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับ
แนวค�ำตอบ (หนา้ ๒๘) วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและ
วธิ ีการทำ�งานทมี่ ีแบบแผน
๑. ตอบ ผผู้ ลติ ได้แก่ พชื นํา้ ผ้บู ริโภค ไดแ้ ก่ ตั๊กแตน ปลา นก และงู
๒. ตอบ มี ๔ โซอ่ าหาร และงูเป็นผูบ้ ริโภคอันดับสดุ ทา้ ย 5ep ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ ค่า
๓. ตอบ ความสัมพนั ธข์ องโซอ่ าหารหลาย ๆ โซ่อาหาร บริการสงั คม
๔. ตอบ ส่ิงมชี วี ติ กบั สิ่งมชี ีวิตมีความสมั พันธก์ นั ในรูปของโซอ่ าหาร และสายใยอาหาร และจิตสาธารณะ

๑๑. นกั เรยี นน�ำ เกม สายใยอาหารของระบบนเิ วศ
ไปออกแบบและจัดทำ�เป็นส่ือการเรียนการ
สอน โดยใช้โปรแกรมในคอมพิวเตอร์ของ
โรงเรยี น เพอื่ ใหน้ กั เรยี นชนั้ อน่ื ๆ ไดเ้ ลน่ เกม
และรูจ้ ักขน้ั ตอนการเรยี งล�ำ ดับทถี่ กู ต้อง

๑๒. นกั เรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พรอ้ มสะทอ้ น
ความคิดร่วมกัน

29 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตวั ชวี้ ัด นอกจากผู้ผลิตและผู้บริโภคแล้ว ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มหนึ่งทำาหน้าที่ย่อยสลาย
ซากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว เช่น ย่อยสลายสุนัขที่ตายแล้วเหลือซากกระดูก ย่อยสลาย
ว ๑.๑ ป.๕/๔ ต้นไม้ที่ตายแลว้ เหลือขอนไม้ผุ เรยี กสิ่งมีชวี ิตกลุ่มนี้ว่า ผสู้ ลายสารอนิ ทรยี ์ เชน่ เหด็
รา จลุ นิ ทรยี ต์ า่ ง ๆ
ภาระงาน/ชน้ิ งาน

แผน่ พบั การมีสว่ นรว่ มในการดแู ล
รักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถน่ิ

ep 1 ขั้นสงั เกต

รวบรวมข้อมลู
St St
๑. นั ก เ รี ย น ศึ ก ษ า วี ดิ ทั ศ น์ เ ก่ี ย ว กั บ St ภาพท่ี ๑.๓๐ ซากสัตวท์ ่เี น่าเปื่อยทเ่ี กดิ จากผสู้ ลายสารอินทรยี ์
ส่ิงแวดล้อม ร่วมกันทบทวนประสบ-
การณ์เดิม โดยตอบคำ�ถามสำ�คัญ การมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
กระตนุ้ ความคดิ ดังนี้ ช่วยกันลดปริมาณขยะ โดยคัดแยก และนำาขยะประเภทพลาสติก แก้ว กระดาษ
และโลหะ กลบั มาใชป้ ระโยชนใ์ หมอ่ กี ครัง้ ซึง่ เรยี กวา่ รไี ซเคลิ และกาำ จดั ขยะอนั ตราย
๑.๑ นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการดแู ลรกั ษา ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ส่ิงแวดลอ้ มได้อย่างไรบา้ ง
ภาพท่ี ๑.๓๑ ถังขยะสาํ หรบั คดั แยกขยะเฉพาะอยา่ ง
(ตัวอย่างคำ�ตอบ ช่วยกันคัดแยกขยะ และ
นำ�ขยะท่ียังใช้ได้อยู่กลับมาใช้ใหม่เป็นการ 30
รีไซเคิลขยะ และกำ�จัดขยะอันตรายได้อย่าง
เหมาะสมและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ep 3 ขนั้ ปฏิบตั ิ
ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยถอดปลั๊ก แหลละังสกราุปรปควฏาิบมัตริู้
เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ทกุ ชนดิ หลังเลิกใชง้ าน)
๕. นักเรียนเช่ือมโยงความรู้กับหลักปรัชญาของ
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ เศรษฐกิจพอเพียง โดยนักเรียนแต่ละกลุ่ม
ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันอย่าง ร่วมกันวางแผน ออกแบบและประดิษฐ์
รวมพลังศึกษาวางแผน สืบสอบ และ แผ่นพับ การมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมใน สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น จากวัสดุเหลือใช้
การดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมในท้องถิ่น จดั ท�ำ เป็นชน้ิ งาน
จ า ก แ ห ล่ ง ก า ร เ รี ย น รู้ ท่ี ห ล า ก ห ล า ย
แลว้ ออกแบบวธิ นี �ำ เสนอใหน้ า่ สนใจ

๓. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
การสืบสอบหนา้ ช้นั เรยี น

ep 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะห์

และสรุปความรู้

๔. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วเิ คราะห์ และ
อภิปรายเก่ียวกับการมีส่วนร่วมในการ
ดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมในท้องถ่ิน โดย
เขยี นเปน็ แผนภาพความคดิ และสรปุ เปน็
ความคดิ รวบยอด

สุดยอดคู่มือครู 30

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

ใชพ้ ลังงานลม พลงั งานแสงอาทิตย ์ พลังงานน้าำ เข้ามาทดแทนพลงั งานจากเช้ือเพลงิSt asean
St St
ep 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิ
และสรปุ ความรู้
หลังการปฏบิ ตั ิ

๖. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็น
หลักการร่วมกัน โดยออกแบบและ
เขียนเป็นแผนภาพความคิดในหัวข้อ
ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ดู แ ล รั ก ษ า
สิ่งแวดล้อมในท้องถ่ิน ในกระดาษ
ฟลปิ ชารต์

(ตวั อย่างแผนภาพความคิด)

ภาพท่ี ๑.๓๒ การใช้พลงั งานลม ภาพที่ ๑.๓๓ การใช้พลังงานแสงอาทติ ย์ ๒. ใหค้ วามร่วมมอื
ในการดแู ลทรัพยากร
ใช้พลังงานไฟฟ้า เชื้อเพลิง และนำ้าอย่างประหยัด ๑. เร่มิ ท่ีตวั เราเอง การมสี ่วนรว่ ม เชน่ ปลกู ปา่ ทดแทน
ตอ้ งรกั ษาและดูแล ในการดแู ลรกั ษา
ทรัพยากรในท้องถ่นิ ๓. รณรงค์ใหค้ นใน
เช่น ไม่ทงิ้ ขยะลง สง่ิ แวดลอ้ ม ท้องถ่นิ ชว่ ยกันดแู ล
แหลง่ นา้ํ ไม่ตัดไม้ ในทอ้ งถนิ่ ทรพั ยากร เช่น
ท�ำ ลายปา่ ท�ำ โปสเตอร์

แผนภาพความคิด การมสี ว่ นรว่ มในการ
ดแู ลรักษาสิง่ แวดล้อมในท้องถ่ิน

ep 4

ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ

ภาพที่ ๑.๓๔ ประหยดั พลงั งานไฟฟา้ ด้วยการปดิ สวิตช์ไฟฟา้ ทีไ่ มใ่ ช้ ๗. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด
และนำ�เสนอแผ่นพับและแผนภาพ
ทำาการเกษตร โดยปลูกผักกางมุ้ง หรือผักปลอดสารพิษ ลดการใช้สารเคมี ความคดิ หนา้ ชน้ั เรยี น เพอื่ แลกเปลย่ี น
ฆ่าแมลง เพื่อจะได้ไม่ทำาลายโซ่อาหารในธรรมชาติ เรียนรกู้ ัน เพื่อน ๆ ร่วมกนั ตรวจสอบ
และแกไ้ ขให้ถูกต้อง
31
๘. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับ
5ep ข้ันประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา่ วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
บริการสงั คม และวิธกี ารทำ�งานทม่ี แี บบแผน
และจิตสาธารณะ

๙. นักเรียนร่วมกันนำ�แผ่นพับแจกให้น้อง
ในโรงเรียน เพ่ือนำ�ไปมอบให้ผู้ปกครอง
หรือน�ำ ไปแจกให้คนในท้องถ่นิ

๑๐. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
สะท้อนความคิดรว่ มกนั

31 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวชี้วัด

ว ๑.๑ ป.๕/๒ แบบฝึกหัด
ว ๑.๑ ป.๕/๓
ว ๑.๑ ป.๕/๔ ๒. ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

แนวค�ำตอบ ๑. ความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิต
ในแหลง่ ทีอ่ ยูใ่ นภาพมคี วามสมั พนั ธก์ นั
๑. ตอบ ดา้ นแหลง่ อาหาร แหลง่ ทอ่ี ยหู่ ลบภยั ในด้านใดบ้าง
และเล้ียงดลู ูกอ่อน
๒. ตอบ ภาพท่ี ๑.๓๕ ความสัมพนั ธ์ของส่ิงมีชวี ิตในแหล่งท่อี ยู่
๒.๑ ภาวะองิ อาศยั
๒.๒ ภาวะการได้ประโยชนร์ ่วมกัน ๒. จับคู่ข้อความกับภาพให้สัมพันธ์กัน
๒.๓ ภาวะล่าเหยื่อ ภาวะปรสิต ภาวะพึ่งพากัน ภาวะล่าเหยื่อ
๒.๔ ภาวะพง่ึ พากนั
๒.๕ ภาวะปรสิต ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน ภาวะอิงอาศัย

๒.๑ ๒.๒

๒.๓ เฟิรน์ บนตน้ ไมใ้ หญ่ ผึง้ กบั ดอกไม้

๒.๔ ๒.๕

ปลาตวั ใหญ่กนิ ปลาตวั เล็ก ไลเคน กาฝากกับตน้ ไม้

32

สุดยอดคู่มือครู 32 NET แนวข้อสอบ O-NET

ความสัมพนั ธ์ในข้อใดท่สี ิ่งมีชีวิตฝา่ ยหนึ่งได้ประโยชน์แตอ่ ีกฝา่ ยหน่ึง
เสียประโยชน์
๑ ภาวะการไดป้ ระโยชน์ร่วมกนั ๒ ภาวะพ่ึงพากนั
๓ ภาวะองิ อาศัย ๔ ภาวะล่าเหยือ่
เฉลย ๔ เหตุผล ภาวะล่าเหยื่อเป็นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวิตฝ่ายหน่ึงได้ประโยชน์

แต่อีกฝ่ายหน่ึงเสียประโยชน์ ซึ่งผู้ท่ีได้รับประโยชน์ เรียกว่า ผู้ล่า และผู้ที่เสียประโยชน์

เรียกว่า เหย่อื


Click to View FlipBook Version