A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
Stasean
การวิ่งบนพื้นทรายและวิ่งบนพื้นดินเรียบในระยะทางเท่ากัน ep 1
ข้ันสงั เกต
รวบรวมขอ้ มูล
การวิ่งบนพื้นแบบไหนต้องออกแรงมากกว่า เพราะเหตุใด ๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ
การวิ่งบนพื้นทรายหรือบนพื้นดินเรียบ มีการเสียดสีกันระหว่าง ลักษณะของพ้ืนผิวของวัตถุต่าง ๆ
พื้นผิวทรายหรือพื้นผิวดินกับเท้าของนักเรียน และตอบค�ำ ถามส�ำ คญั กระตนุ้ ความคดิ
ดงั น้ี
ก�รเสียดสีกันระหว่�งพื้นผิวของวัตถุที่แตกต่�งกัน คำ�ถ�มสำ�คัญ ๒.๑ รถทแ่ี ลน่ บนถนนหยดุ ไดอ้ ยา่ งไร
มีผลต่อก�รเคลื่อนที่ของวัตถุอย่�งไร
(เบรก)
กิจกรรมที่ ๔.๒ พื้นผิวของวัตถุกับก�รเคลื่อนที่ ๒.๒ เบรกของรถยนต์น่าจะมีทิศทาง
อย่างไร
วัสดอุ ปุ กรณ์ (ตรงขา้ มกับล้อ)
๒.๓ ระหว่างพื้นหินขัดกับพื้นปูน
๑. ลูกแก้ว ๑ ลูก
๒. ก้อนหินที่มีขนาดและนำ้าหนักเท่ากับลูกแก้ว ๑ ก้อน ลูกแก้วจะเคลื่อนท่ีในท่ีใดได้เร็ว
๓. ตลับเมตร ๑ อัน กวา่ กนั
๔. แผ่นไม้เรียบสำาหรับทำาพื้นเอียง ขนาดยาว ๓๐ เซนติเมตร (พ้ืนหินขัด)
พร้อมแท่งไม้สำาหรับวางแผ่นไม้ให้เป็นพื้นเอียง ๒.๔ การเสียดสีกันระหว่างพ้ืนผิว
วธิ ที �ำ ของวัตถุท่ีแตกต่างกัน มีผลต่อการ
๑. นกั เรยี นแบง่ กลุม่ แต่ละกลุม่ ร่วมกัน เคล่ือนทขี่ องวตั ถอุ ย่างไร
วางแผ่นไม้ที่ทำาเป็นพื้นเอียงบนพื้นผิวที่
แตกต่างกัน เช่น พื้นหญ้า พื้นดิน พื้นหินขัด ลูกแกว้ (วัตถุเคลื่อนที่ไปบนพื้นผิวเรียบได้ดีกว่า
พื้นไม้ พื้นกระเบื้องยาง พ้ืนผิวขรุขระ และวัตถุท่ีมีผิวเรียบจะ
๒. ปล่อยลูกแก้วลงบนพื้นเอียงให้กลิ้ง เคล่อื นทไี่ ดด้ ีกวา่ วตั ถทุ ีม่ ีผิวขรุขระ)
ไปตามพืน้ ผวิ ตา่ ง ๆ เมือ่ ลกู แกว้ หยดุ เคลือ่ นที่
วัดระยะที่ลูกแก้วกลิ้งไปได้ บันทึกผล พน้ื หญา้ ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
๓. ทำาการทดลองข้อ ๒ ซำ้า แต่เปลี่ยน คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
ลูกแก้วเป็นก้อนหิน ภาพท่ี ๔.๑๓ การทดลอง อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม
พน้ื ผวิ ของวัตถุกบั การเคลือ่ นท่ี
ท่ี ๔.๒ เร่ือง พื้นผิวของวัตถุกับการ
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง 83 เคล่อื นท่ี
บันทึกผลการท�ำกิจกรรม พน้ื ผวิ ตามทเี่ ตรยี มไว้พนื้ ผวิ ทใ่ี ชค้ วรมคี วามขรขุ ระ ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
แตกตา่ งกนั ระยะทางทนี่ กั เรยี นวดั ไดค้ วรแตกตา่ ง ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรมและ
ตาราง ระยะทางท่ลี กู แกว้ และก้อนหินเคล่ือนท่ี กัน คือ ควรวัดระยะทางที่ลูกแก้วและก้อนหิน บนั ทกึ ผล
บนพื้นผวิ ต่าง ๆ
พื้นผวิ ระยะทางที่วตั ถเุ คลื่อนท่ี (เซนตเิ มตร) เคล่ือนที่ไปบนพื้นผิวขรุขระได้น้อยกว่าพื้นผิว ๕. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
ทวี่ ตั ถุเคล่อื นที่ ลกู แก้ว กอ้ นหิน ที่เรียบกว่า และระยะทางการเคลื่อนท่ีของก้อนหิน ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น
ในทุกพื้นผิวเดียวกันกับลูกแก้วควรน้อยกว่า
๑. พื้นหญา้ ตามผลการทดลอง ตามผลการทดลอง
ตามผลการทดลอง ตามผลการทดลอง ระยะทางการเคลื่อนทีข่ องลูกแก้ว
๒. พ้นื ดนิ
๓. พื้นหินขดั ตามผลการทดลอง ตามผลการทดลอง สรปุ ผลการทำ� กจิ กรรม
๔. พน้ื ไม ้ ตามผลการทดลอง ตามผลการทดลอง วตั ถจุ ะเคลอ่ื นทบ่ี นพนื้ ผวิ เรยี บไดเ้ รว็ และไกลกวา่
๕. พน้ื กระเบื้องยาง ตามผลการทดลอง ตามผลการทดลอง พ้ืนผิวขรุขระและวัตถุท่ีมีผิวเรียบจะเคล่ือนท่ี
ได้ดกี ว่าวัตถทุ ่ีมีผวิ ขรุขระ
83 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
Step 2 ขั้นคดิ วเิ คราะห์
และสรปุ ความรู้ ตัวอย่�งต�ร�งบันทึกผลก�รทดลอง
ต�ร�งที่ ๔.๓ ระยะทางที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่บนพื้นผิวต่าง ๆ
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ พ้นื ผิว ระยะท�งทว่ี ตั ถเุ คลอื่ นท่ี (เซนตเิ มตร)
อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ที่วัตถุเคล่อื นท่ี ลกู แกว้ กอ้ นหิน
เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย
ตอบคำ�ถามหลังทำ�กจิ กรรม พื้นผิวใดที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่ได้ระยะทางมากที่สุด
พื้นผิวนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
การทำ�กิจกรรมและสรุปสิ่งท่ีเข้าใจ พื้นผิวใดที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่ได้ระยะทางน้อยที่สุด
เป็นความรู้ร่วมกัน โดยออกแบบและ
เขียนเป็นแผนภาพความคิดให้ได้ พื้นผิวนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร
ลกั ษณะ ดังนี้
ระยะทางการเคลื่อนที่ของลูกแก้วกับก้อนหิน
การเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ
บนพื้นผิวชนิดเดียวกันเท่ากันหรือไม่ อย่างไร
สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร
แรงเสียดทานคืออะไร วาดภาพและเขียนลูกศรประกอบ
การอธิบายความหมายของแรงเสียดทาน
แรงทีต่ า้ นการเคลือ่ นทข่ี องวตั ถุ เม่ือวัตถุ แรงเสียดทาน เป็นแรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ เมื่อวัตถุ
๒ ชนดิ มาเสียดสกี นั มีทิศทางตรงขา้ มกบั ๒ ชนิด มาเสียดสีกัน วัตถุที่เคลื่อนที่ไปบนพื้นผิวขรุขระจะมี
แรงต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้นมากกว่าวัตถุที่เคลื่อนที่ไป
การเคล่อื นท่ีของวัตถุ แรงเสียดทาน บนพื้นผิวเรียบ
ท�ำ ใหว้ ัตถุท่ีก�ำ ลังเคลือ่ นที่เคลื่อนท่ีช้าลง
หรอื หยดุ การเคลอ่ื นที่
ความหมาย
แรงเสียดทาน
พ้นื ผวิ ขรุขระ พื้นผวิ เรยี บ
แรงเสยี ดทานมาก แรงเสียดทานน้อย 84
แผนภาพความคดิ แรงเสยี ดทาน
กบั การเคลื่อนทข่ี องวตั ถุ
แนวค�ำตอบ
๑. ตอบ จากตวั อย่างควรเป็นพ้ืนหนิ ขดั เน่อื งจากพืน้ ผวิ มลี ักษณะเรียบ ๕. ตอบ แรงเสยี ดทาน คอื แรงตา้ นการเคลื่อนทข่ี องวตั ถุ
๒. ตอบ จากตัวอย่างควรเป็นพืน้ หญา้ เนื่องจากพ้นื ผวิ มลี ักษณะขรขุ ระ มที ิศทางตรงกันข้ามกบั การเคล่ือนทีข่ องวัตถุ
๓. ตอบ ไมเ่ ท่ากนั ระยะทางท่ีลกู แกว้ เคลื่อนที่จะไปได้ไกลกวา่ กอ้ นหนิ
ทศิ ทางการเคลือ่ นท่ีของวัตถุ
เพราะลูกแกว้ มพี ื้นผิวเรยี บกวา่ ก้อนหนิ
๔. ตอบ วตั ถจุ ะเคล่ือนทบี่ นพืน้ ผิวเรียบได้เร็วและไกลกว่าพื้นผวิ ขรุขระ ทศิ ทางของแรงเสียดทาน
และวัตถทุ มี่ ผี วิ เรยี บจะเคลอ่ื นท่ไี ดด้ กี วา่ วัตถุทม่ี ีผวิ ขรุขระ
สุดยอดคู่มือครู 84
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด ep 3aseanรอบรู้อาเซียนและโลก
St St St ขัน้ ปฏิบตั ิ
และสรุปความรู้
หลังการปฏิบัติ
การที่วัตถุหนึ่งเลื่อนไถลไปบนพื้นผิว จะมีแรงอย่างหนึ่งเกิดขึ้น แรงนี้
จะตา้ นทานไม่ใหว้ ัตถเุ กิดการเลอ่ื นไถล เราเรยี กแรงท่ตี า้ นการเคลื่อนท่ีของวัตถนุ ีว้ ่า ๘. นักเรียนแต่ละคนเลือกพ้ืนผิวที่สนใจ และ
แรงเสียดท�น แรงเสียดทานทำาให้วัตถุเคลื่อนที่ช้าลง หรือหยุดการเคลื่อนที่ ลองทำ�การทดลองเหมือนกับกิจกรรม
แรงเสียดทานมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุบนพื้นผิวเสมอ ดังกล่าว บันทึกผล พร้อมกับเขียนรายงาน
พอสังเขป
ทศิ ทางการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ
๙. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน สำ�รวจ
พนื้ ผวิ ขรุขระ แรงเสยี ดทาน กิจกรรมในชีวิตประจำ�วันที่เก่ียวข้องกับ
แรงเสียดทาน แล้วออกแบบ และเขียน
ทศิ ทางการเคลื่อนทีข่ องวัตถุ แผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงท่ีอยู่
ในแนวเดียวกันที่กระทำ�ต่อวัตถุ จัดทำ�เป็น
พ้นื ผวิ เรียบ แรงเสยี ดทาน ช้ินงาน
๑๐. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้
รว่ มกนั ดังนี้
• แรงเสยี ดทาน เปน็ แรงทเ่ี กดิ ขนึ้ ระหวา่ ง
ผวิ สมั ผสั ของวตั ถุ เพอ่ื ตา้ นการเคลอื่ นทข่ี อง
วัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำ�ต่อวัตถุที่
หยดุ นงิ่ บนพน้ื ผวิ หนงึ่ ใหเ้ คลอ่ื นท่ี แรงเสยี ดทาน
จากพนื้ ผวิ นน้ั กจ็ ะตา้ นการเคลอ่ื นทขี่ องวตั ถ ุ
แต่ถ้าวัตถุกำ�ลังเคลื่อนท่ี แรงเสียดทาน
กจ็ ะท�ำ ใหว้ ตั ถนุ น้ั เคลอื่ นทช่ี า้ ลงหรอื หยดุ นง่ิ
ep 4
ภาพท่ี ๔.๑๔ เปรยี บเทียบภาพการเลื่อนไถลของหนังสือไปบนพน้ื ผวิ เรยี บ ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ
ไดเ้ ร็วกวา่ หนังสอื ทเ่ี ลอ่ื นไถลไปบนพ้นื ผวิ ขรขุ ระ
๑๑. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม อ อ ก ม า พู ด
วัตถุที่มีพื้นผิวขรุขระทำาให้เกิดแรงเสียดทาน แ ล ะ นำ � เ ส น อ แ ผ น ภ า พ ห น้ า ช้ั น เ รี ย น
มากกวา่ วัตถุทม่ี ีพ้ืนผวิ เรียบ เพื่อแลกเปลย่ี นเรียนรู้กนั เพ่อื น ๆ รว่ มกัน
ตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
85
๑๒. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับ
แรงเสียดทานกบั แนวข้อสอบ O-NET วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและ
การเคลือ่ นที่ วธิ กี ารทำ�งานทมี่ ีแบบแผน
ของวัตถุ พื้นผวิ แบบใดท่นี กั เรียนจะถบี รถจักรยานได้
โดยออกแรงนอ้ ยและปลอดภัยกวา่ 5ep ขั้นประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณค่า
๑ พื้นหญ้า เฉลย ๔ เหตุผล พ้นื ผวิ ขรุขระเล็กนอ้ ย บรกิ ารสงั คม
๒ พ้ืนทราย ทำ� ให้ออกแรงนอ้ ย และมแี รงเสียดทานระหว่าง และจติ สาธารณะ
๓ พ้นื หนิ กรวด ดอกยางรถจกั รยานกบั ผิวคอนกรตี ชว่ ยทำ� ให้
๔ พนื้ คอนกรีต ไม่ลืน่ เกนิ ไป จงึ ปลอดภยั ๑๓. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ีดีเด่น
จัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดงผลงาน
ห รื อ เ ผ ย แ พ ร่ ใ น เ ว็ บ ไ ซ ต์ ห รื อ เ ฟ ซ บุ๊ ก
(facebook) ของโรงเรียน เพ่ือเป็นแหล่ง
การเรียนร้ใู ห้นักเรียนชัน้ อื่น ๆ
๑๔. นกั เรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พรอ้ มสะทอ้ น
ความคิดรว่ มกนั
85 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตวั ชวี้ ดั ในชีวิตประจำ�วันของเร�มีแรงเสียดท�นม�เกี่ยวข้องอย่�งไรบ้�ง คำ�ถ�มสำ�คัญ
ว ๒.๒ ป.๕/๔ กิจกรรมที่ ๔.๓ ประโยชน์ของแรงเสียดท�น
ว ๒.๒ ป.๕/๕
ตอนที่ ๑ รองเท้�แบบไหนมีแรงเสียดท�นม�กกว่�
ภาระงาน/ชิน้ งาน
วสั ดอุ ปุ กรณ์
แผนภาพความคิด ผลดีและผลเสยี
Stของแรงเสยี ดทาน รองเท้าผ้าใบ ๒ ข้าง มีขนาดเท่า ๆ กัน พื้นใต้รองเท้าข้างหนึ่งมีรอยหยักมาก
อีกข้างหนึ่งมีรอยหยักน้อย
ep 1 ข้นั สงั เกต
รวบรวมขอ้ มูล
๑. นกั เรยี นสงั เกตภาพพน้ื ใตร้ องเทา้ ผา้ ใบ วิธที �ำ
ดอกยางรถยนต์
นักเรียนนั่งบนพื้นปูน มีรองเท้าผ้าใบ ๒ ข้าง
ภาพที่ ๔.๑๕ การทดลอง
อยู่ข้างหน้า นำามือทั้งสองข้างสอดไว้ในรองเท้า รองเทา้ แบบไหนมีแรงเสียดทานมากกวา่
แลว้ เลือ่ นรองเทา้ ทัง้ สองขา้ งไปขา้ งหนา้ พรอ้ มกนั
ด้วยแรงเท่ากัน บันทึกผล
พื้นใต้รองเทา้ ผา้ ใบ ดอกยางรถยนต์ รองเท้าทั้งสองข้างเลื่อนไถลไปข้างหน้าแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
แล้วสนทนาเก่ียวกับประโยชน์ของ เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
รองเท้าผ้าใบแบบใดเลื่อนไถลได้ง่ายกว่า เพราะเหตุใด
พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานน้อย
แรงเสยี ดทาน แลว้ รว่ มกนั ตอบค�ำ ถาม สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร
สำ�คญั ดงั น้ี การทดลองนี้มีประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร
๑.๑ ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จำ � วั น ข อ ง เ ร า มี ยกตัวอย่างประโยชน์ของแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำาวัน
แรงเสียดทานมาเกยี่ วข้องอยา่ งไรบ้าง
(แรงเสียดทานมีประโยชน์ในชีวิตประจำ�วัน
ของเรา เช่น ทำ�ให้เราไม่ล่ืนไถลเวลาวิ่งบน
พ้ืนผิวต่าง ๆ ดอกยางรถช่วยทำ�ให้รถยนต์
วงิ่ เกาะถนน ไม่ล่ืนไถล) 86
๒. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ ๔ คน คละ แนวคำ� ตอบ
ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน ตอนที่ ๑ รองเทา้ แบบไหนมแี รงเสยี ดทานมากกว่า
อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมท่ี เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
๑. ตอบ คำ�ตอบของนกั เรียน
๔.๓ เรื่อง ประโยชนข์ องแรงเสียดทาน บันทึกผลการทำ� กจิ กรรม ๒. ตอบ รองเท้าผา้ ใบทพ่ี นื้ ใต้รองเท้ามีรอยหยกั นอ้ ย เพราะเรยี บกว่า
(ตอ น ที่ ๑ รองเท้า แบบไหน มี ทำ�ใหม้ ีแรงเสยี ดทานน้อยกว่า
แรงเสียดทานมากกว่า และตอนที่ ๒ รองเทา้ ขา้ งทพ่ี น้ื ใตร้ องเทา้ มรี อยหยกั นอ้ ยเลอ่ื นไถล ๓. ตอบ พน้ื ผวิ ขรขุ ระมแี รงเสียดทานมาก พ้ืนผวิ เรียบมแี รงเสียดทานนอ้ ย
ไดม้ ากกวา่ รองเทา้ ขา้ งทพี่ น้ื ใตร้ องเทา้ มรี อยหยกั มาก
การเคลอื่ นยา้ ยสิง่ ของ)
สรปุ ผลการท�ำกจิ กรรม ๔. ตอบ พน้ื ผิวขรขุ ระมแี รงเสียดทานมาก พืน้ ผวิ เรียบมีแรงเสยี ดทานนอ้ ย
๕. ตอบ ช่วยให้รจู้ กั เลอื กใชร้ องเทา้ ใหเ้ หมาะสม เช่น รองเทา้ กฬี าที่มี
พื้นผิวขรุขระมีแรงเสียดทานมาก พ้ืนผิวเรียบ รอยหยกั ช่วยให้ไม่ลื่นหกลม้
๖. ตอบ ตวั อย่างคำ�ตอบในห้องนาํ้ ควรมพี ้ืนผวิ ขรขุ ระจะไดม้ แี รงเสียดทานมาก
มแี รงเสยี ดทานนอ้ ย
สุดยอดคู่มือครู 86 ทำ�ใหไ้ มล่ ่นื ล้ม หรือคำ�ตอบอื่น ๆ ท่นี กั เรยี นตอบได้ถกู ต้อง
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ตอนที่ ๒ ก�รเคลื่อนย้�ยสิ่งของ St Step 1asean
ขัน้ สงั เกต
รวบรวมขอ้ มลู
วัสดุอุปกรณ์ ๕-๖ เล่ม ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
๑. ลังกระดาษใส่หนังสือหนัก ๆ ๑ ผืน ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
๒. ผ้า บันทึกผล
วิธที �ำ ภาพที่ ๔.๑๖ การทดลอง ๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
การเคล่ือนยา้ ยสง่ิ ของ ผลการท�ำ กจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรียน
๑. นกั เรยี นแบง่ กลุม่ แตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั ลาก
ลังกระดาษใส่หนังสือจากท่ีหน่ึงไปยังอีกท่ีหน่ึง ep 2 ขั้นคิดวิเคราะห์
สังเกตการออกแรงในการลากลังกระดาษ
๒. สอดผ้าไว้ข้างใต้ลังกระดาษใส่หนังสือ และสรุปความรู้
และลากผ้าที่วางลังกระดาษใส่หนังสือจากที่หนึ่ง
ไปยังอีกที่หนึ่ง สังเกตการออกแรงในการลาก ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
ลังกระดาษ อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
๓. เปรียบเทียบการออกแรงทั้งสองครั้ง เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบ
อธิบายแรงเสียดทานที่มาเกี่ยวข้อง บันทึกผล
เมื่อลากลังกระดาษใส่หนังสือ มีแรงเสียดทานเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ค�ำ ถามหลังทำ�กิจกรรม
เมื่อลากลังกระดาษใส่หนังสือด้วยผ้า มีแรงเสียดทานเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
ผ้าที่ใช้ในการลาก ช่วยเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานในการลากลังกระดาษอย่างไร
สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร การทำ�กิจกรรมและสรุปส่ิงท่ีเข้าใจ
การทดลองนี้มีประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร เปน็ ความรูร้ ่วมกันวา่
ตอนท่ี ๑ รองเทา้ แบบไหนมี
พื้ น ผิ ว ที่ ข รุ ข ร ะ มี ก า ร เ สี ย ด สี ร ะ ห ว่ า ง กั น แ ล ะ กั น ม า ก แรงเสียดทานมากกวา่
จึงมีแรงเสียดทานที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุเกิดขึ้น การที่พื้นผิวเรียบ พ้นื ผิวขรขุ ระมีแรงเสยี ดทานมาก
ทำาให้มีการเสียดสีระหว่างกันและกันน้อยลง จะช่วยลดแรงเสียดทาน พื้นผวิ เรยี บมีแรงเสียดทานน้อย
ทำาให้วัตถุเคลื่อนที่ไปได้ง่าย ตอนที่ ๒ การเคลอ่ื นย้ายสิ่งของ
การเสียดสีกันระหว่างพื้นผิว
น้อยลง ช่วยลดแรงเสียดทาน การใช้
ตอนท่ี ๒ การเคล่ือนยา้ ยส่งิ ของ 87 อปุ กรณบ์ างอยา่ งชว่ ยลดแรงเสยี ดทาน
ได้
เฉลยกิจกรรมการทดลอง
บันทกึ ผลการท�ำกจิ กรรม แนวค�ำตอบ
ลากลังกระดาษใส่หนังสือ โดยมีผ้ารองข้างใต้- ๑. ตอบ มกี ารเสียดสีกนั ที่พน้ื ผวิ มากระหวา่ งลงั กระดาษกบั พ้นื ทำ�ใหแ้ รงเสยี ดทานมาก จงึ ลากได้ยากกวา่
ลังกระดาษจะลากได้ง่ายกว่าไมม่ ผี ้ารอง ๒. ตอบ มีการเสยี ดสีกนั ที่พน้ื ผิวน้อยลง ลืน่ ขึน้ ทำ�ให้มแี รงเสยี ดทานนอ้ ย จงึ ลากได้ง่ายกวา่
๓. ตอบ ผ้าทีใ่ ช้ในการลากช่วยลดแรงเสียดทาน เพราะผ้าช่วยลดการเสยี ดสีระหวา่ งพ้นื หอ้ งกบั ลงั กระดาษ
สรุปผลการทำ� กิจกรรม ๔. ตอบ การเสยี ดสกี นั ระหวา่ งพน้ื ผวิ นอ้ ยลงชว่ ยลดแรงเสยี ดทานการใชอ้ ปุ กรณบ์ างอยา่ งชว่ ยลดแรงเสยี ดทานได้
๕. ตอบ การใชอ้ ุปกรณบ์ างอยา่ งชว่ ยลดแรงเสยี ดทาน ทำ�ใหเ้ คลือ่ นยา้ ยส่งิ ของไดง้ า่ ยข้ึน
การเสียดสีกันระหว่างพ้ืนผิวน้อยลง ช่วยลด
แรงเสียดทาน การใช้อุปกรณ์บางอย่างช่วยลด 87 สุดยอดคู่มือครู
แรงเสียดทานได้
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ข้นั ปฏิบตั ิ
St แหลละังสกราปุรปควฏาิบมัตริู้ แรงเสียดทานมีประโยชน์ในชีวิตประจำาวันของเรา เช่น
• แรงเสียดทานทำาให้เราไม่ลื่นไถลเวลาวิ่งบนพื้นผิวต่าง ๆ
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับผลดีและผลเสีย
ของแรงเสียดทาน จากแหล่งการเรยี นรู้
ท่ีหลากหลาย แล้วออกแบบและ
เขียนแผนภาพความคิด ผลดีและ
ผลเสียของแรงเสียดทาน จัดทำ�
เปน็ ชิน้ งาน
(ตวั อยา่ งแผนภาพความคดิ ) ภาพที่ ๔.๑๗ พืน้ ใตร้ องเทา้ ผา้ ใบทขี่ รขุ ระ ภาพที่ ๔.๑๘ วง่ิ เท้าเปลา่ บนพนื้ ทีเ่ รียบ
ชว่ ยเพ่ิมแรงเสยี ดทาน ทาำ ให้ไม่ลืน่ ล้ม มแี รงเสียดทานนอ้ ย จะลม้ ง่าย
ผลดี
แรงเสียดทาน • ชว่ ยในการเดิน • ล้อรถจักรยานมีดอกยางที่ช่วยทำาให้รถจักรยานวิ่งเกาะถนน ไม่ลื่นไถล
ไมใ่ ห้ล่ืนไถล
• ช่วยหยุดรถท่ีกำ�ลงั ภาพท่ี ๔.๑๙ ลอ้ รถจกั รยานมดี อกยางช่วยเพม่ิ ภาพที่ ๔.๒๐ ล้อรถจักรยานที่ดอกยางสึกกร่อนทาำ ให้
เคลือ่ นที่ แรงเสยี ดทานทาำ ใหถ้ บี รถจักรยานแลว้ ไม่ลืน่ ไถล ลดแรงเสียดทานเวลาถีบรถจกั รยานแล้วล่ืนไถล
• ชว่ ยให้การหยบิ จับ
ส่งิ ของไมล่ น่ื ไถลไป รถจักรยานมีเบรกเป็นอุปกรณ์ห้ามล้อ นักเรียนคิดว่าเบรก
ช่วยลดหรือเพิ่มแรงเสียดทานให้กับล้อรถจักรยาน
ผลเสีย
• พน้ื รองเทา้ ทใี่ ชน้ าน ๆ
จะสึก
• ล้อรถทีใ่ ช้นาน ๆ
จะสึกจนไมม่ ดี อกยาง
• ฟันเฟอื งในเครื่องยนต์
สึกกร่อน
แผนภาพความคิด 88
ผลดแี ละผลเสยี ของแรงเสียดทาน
เสริมความรู้ ครูควรสอน
เบรก เป็นอปุ กรณ์ชว่ ยเพ่ิมแรงเสียดทานใหก้ บั ลอ้ รถ
สุดยอดคู่มือครู 88
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
St ข้นั ปฏิบตั ิ
และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏบิ ตั ิ
นักเรียนลองคิดดูว่� แรงเสียดท�นมีประโยชน์และโทษ
อะไรอีกบ้�งในชีวิตประจำ�วันของเร� คำ�ถ�มสำ�คัญ ๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็น
ความรรู้ ่วมกนั ดังน้ ี
แรงเสียดทานทำาให้เกิดผลดี เช่น ช่วยในการเดินไม่ให้ลื่นไถล ช่วยหยุดรถที่
• พ้ืนผิวที่ขรุขระมีการเสียดสี
กำาลังเคลื่อนที่ ช่วยให้การหยิบจับสิ่งของไม่ลื่นไหลไปมา ช่วยให้มีดไม่ลื่นบาดมือ ร ะ ห ว่ า ง กั น แ ล ะ กั น ม า ก จึ ง มี
แรงเสียดทานที่ต้านการเคลื่อนที่ของ
เมื่อตัดหรือหั่นของ วตั ถเุ กดิ ขน้ึ การทพ่ี นื้ ผวิ เรยี บขน้ึ ท�ำ ให้
แรงเสียดทานบางอย่างทำาให้เกิดผลเสีย เช่น พื้นรองเท้าที่ใช้นาน ๆ จะสึก
ล้อรถที่ใช้นาน ๆ จะสึกจนไม่มีดอกยาง หรือฟันเฟืองในเครื่องยนต์สึกกร่อน
มกี ารเสยี ดสรี ะหวา่ งกนั และกนั นอ้ ยลง
จะช่วยลดแรงเสียดทาน ให้วัตถุ
เคล่ือนทีไ่ ปได้งา่ ย
• แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างการ
เคลอ่ื นทขี่ องวตั ถหุ รอื การท�ำ งานตา่ ง ๆ
แรงเสียดทานบางอย่างช่วยให้เกิด
ภาพท่ี ๔.๒๑ เดก็ ว่ายนาำ้ เพ่ือเคลื่อนทไ่ี ปในน้ำา ภาพที่ ๔.๒๒ แรงเสยี ดทานระหว่างมอื กบั ผิวของ ผลดีและบางอย่างก็ทำ�ให้เกิดผลเสีย
ตอ้ งออกแรงต้านแรงเสยี ดทานของน้าำ แก้วน้ำา ตา้ นการล่ืนไหลของแกว้ นาำ้ ไม่ใหห้ ลดุ จากมือ เราจงึ ตอ้ งเพมิ่ หรอื ลดแรงเสยี ดทานให้
เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์และ
ลดอันตรายท่ีอาจเกิดขน้ึ ได้
• แรงเสียดทานท�ำ ให้เกิดผลดี เช่น
ช่วยในการเดินไม่ให้ลื่นไถล ช่วย
หยุดรถที่กำ�ลังเคล่ือนท่ี ช่วยให้การ
หยบิ จบั สง่ิ ของไม่ลน่ื ไหลไปมา ช่วยให้
ภาพที่ ๔.๒๓ แรงเสยี ดทานระหว่างพืน้ ผวิ ภาพที่ ๔.๒๔ แรงเสียดทานระหวา่ งพ้ืนผวิ ของโต๊ะ มีดไม่ลื่นบาดมือเมื่อตัดหรือหั่นของ
ขา้ งกลอ่ งไมข้ ดี ไฟกับไม้ขีดไฟ ช่วยใหจ้ ดุ ไฟตดิ กบั หนังสือ ทำาใหห้ นังสอื ไมล่ ่ืนตกลงมา • แรงเสียดทานบางอย่างทำ�ให้เกิด
ผลเสีย เช่น พื้นรองเท้าที่ใช้นาน ๆ
89 จะสึก ล้อรถทีใ่ ช้นาน ๆ จะสึกจนไมม่ ี
ดอกยาง หรือฟันเฟืองในเคร่ืองยนต์
เสริมความรู้ ครูควรสอน สกึ กรอ่ น
• การลดแรงเสียดทาน เชน่ ใชล้ ้อ-
• สกึ คือ กร่อนไป รอ่ ยหรอไป
• ดอกยาง คือ ดอกของยางนอกที่หลอ่ เป็นลวดลายตา่ ง ๆ เพือ่ ให้เกาะถนน เล่ือนประกอบกับเครื่องใช้ท่ีหนัก
• ฟนั เฟอื ง คือ ลอ้ หรอื วงจกั รท่มี ซี โี่ ดยรอบ หยอดน้ํามันหล่อลื่น ออกแบบ
ยานพาหนะให้มีรูปร่างเพรียวลม
เพือ่ ลดแรงเสียดทาน
89 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
St Step 4
ขนั้ สอื่ สารและนำ� เสนอ
๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด ภาพท่ี ๔.๒๕ ลกู ลอ้ ชว่ ยลดแรงเสยี ดทาน ภาพท่ี ๔.๒๖ นำา้ มันช่วยลดแรงเสียดทาน
แ ล ะ นำ � เ ส น อ แ ผ น ภ า พ ค ว า ม คิ ด ทาำ ให้เลื่อนเกา้ อี้ไดส้ ะดวก ของบานพบั ประตู ทาำ ให้ประตไู มฝ่ ืด
หน้าช้ันเรียน เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้
กัน เพ่ือน ๆ ร่วมกันตรวจสอบและ ภาพที่ ๔.๒๗ พื้นผิวถนนคอนกรีตหยาบช่วยเพ่ิม ภาพท่ี ๔.๒๘ แรงเสียดทานระหว่างพนื้ ผิวรองเท้า
แกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง แรงเสยี ดทานทล่ี อ้ รถ ทาำ ใหก้ ารเคลอ่ื นทข่ี องรถไมล่ น่ื ไถล ทีข่ รขุ ระกบั พื้นผวิ สนามบาสเกตบอล
ช่วยให้ผเู้ ล่นไมล่ ืน่ ล้มงา่ ย
๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
เกี่ยวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนที่ของวัตถุหรือ
เ ชิ ง ร ะ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ทำ � ง า น ท่ี มี การทำางานต่าง ๆ แรงเสียดทานบางอย่างช่วยให้เกิดผลดีและ
แบบแผน บางอย่างก็ทำาให้เกิดผลเสีย เราจึงต้องเพิ่มหรือลดแรงเสียดทาน
ให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
5ep ขั้นประเมินเพือ่ เพม่ิ คณุ ค่า
บรกิ ารสงั คม อุปกรณ์ของใช้บางอย่างมีแรงเสียดทาน ทำาให้เกิดการฝืด
และจติ สาธารณะ ไม่ลื่นไหลงา่ ย เชน่ ชิน้ ส่วนของเครื่องยนตต์ า่ ง ๆ ตอ้ งลดแรงเสยี ดทาน
เพื่อไม่ให้เกิดการสึกหรอ หรือเสื่อมสภาพเร็ว
๑๑. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ี 90
ดีเด่นจัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือ
จัดแสดงผลงาน หรือเผยแพร่ เสริมความรู้ ครูควรสอน
ในเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊ก (facebook)
ข อ ง โ ร ง เ รี ย น เ พื่ อ เ ป็ น แ ห ล่ ง ครูอธิบายเพ่ิมเติมให้นักเรียน ดังน้ี ถ้าเราลองสังเกตขณะที่เราวิ่งไปตามทางแล้ว
การเรียนรู้ให้นักเรียนช้นั อ่ืน ๆ หยุดว่ิงจะพบว่าหยุดไม่ยากนัก เพราะมีแรงเสียดทานระหว่างรองเท้ากับพื้น แต่ถ้า
วิ่งไปบนพ้นื ที่ลืน่ ๆ แลว้ หยุดวง่ิ เชน่ หยดุ บนพ้นื ทม่ี ีนํ้ามนั แรงเสยี ดทานน้อยลงมาก
๑๒. นั ก เ รี ย น นำ � เ ส น อ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ลนื่ จนหยดุ วงิ่ ยากขนึ้ เชน่ เดยี วกบั รถวงิ่ ขณะฝนตกถนนลน่ื ท�ำ ใหเ้ กดิ อบุ ตั เิ หตไุ ดง้ า่ ยขนึ้
พร้อมสะทอ้ นความคดิ ร่วมกนั
๑๓. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมิน
ขั้นตอนต่าง ๆ ท่ีเรียนมาในวันนี้
มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง
มีความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น
ในเร่ืองใด ใหร้ ะบุ
สุดยอดคู่มือครู 90
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตัวชี้วัด
แบบฝึกหัด ว ๒.๒ ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๕
๒. แรงเสียดท�น และผลของแรงเสียดท�น
แนวค�ำตอบ
๑. สังเกตภาพ แล้วเขียนลูกศรแสดงแรงเสียดทาน
๒. ตอบ
แนวคำ� ตอบ ๑.๒ ๒.๑ ภาพเดินในนํ้า นํ้าต้านการเคล่ือนท่ี
กบั เดก็ ทำ�ใหแ้ รงเสยี ดทานเพม่ิ มากขนึ้
๑.๑ เดินลำ�บากขนึ้
๒.๒ ภาพเปยี กนาํ้ ลน่ื ทำ�ใหแ้ รงเสยี ดทาน
แรงเสียดทาน ลดลง ทำ�ใหล้ น่ื ได้
แรงเสียดทาน
๒. สังเกตภาพ แล้วร่วมกันอธิบายว่ามีแรงเสียดทานเกี่ยวข้องอย่างไร
๒.๑ ๒.๒
ระวังพื้นล่ืน
91
91 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET
แนวคำ� ตอบ
๓. ตอบ ๓. สังเกตภาพ แล้วร่วมกันอธิบายว่าการกระทำาของบุคคลในภาพ
๓.๑ ภาพรองเทา้ มีล้อลน่ื ช่วยลด เป็นการเพิ่มแรงเสียดทานหรือลดแรงเสียดทานอย่างไร
แรงเสยี ดทานบนพ้นื ขรุขระทำ�ใหล้ ืน่ ไถล
ไปได้งา่ ย ๓.๑ ๓.๒
๓.๒ ภาพรองเทา้ มพี ้ืนแหลมกรดี ลงไปบน
พน้ื นํ้าแขง็ เสยี ดสกี ันมากขน้ึ ช่วยเพ่มิ
แรงเสียดทาน ทำ�ใหไ้ ม่ล่นื ไถลมากเกินไป
๔. ตอบ ล้อรถจักรยานยางแบนจะมีการ
เสียดสีท่ีผิวลูกล้อกับพ้ืนผิวมากข้ึน
แรงเสียดทานมากข้ึน รถเคลื่อนที่ได้ไม่ดี
ควรสูบลมที่ลูกล้อเพ่ิมขึ้น เพื่อลดการ
เสียดสี แรงเสียดทานจะน้อยลง ทำ�ให้
รถเคล่อื นทไี่ ดด้ ี
๔. เมื่อล้อรถจักรยานยางแบนจะมีแรงเสียดทานเป็นอย่างไร บอกวิธีที่ทำาให้
ล้อรถจักรยานทำางานได้เหมือนเดิม และอธิบายว่ามีผลต่อแรงเสียดทานอย่างไร
92
สุดยอดคู่มือครู 92
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
จุดประก�ยโครงง�น จุด จุดประกายโครงงานน
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ และประดิษฐ์ ประกายโครงงา
เคร่ืองช่ังสปริงวัดแรงจากวัสดุท่ีหาได้ง่ายในท้องถิ่น แล้วนำาเสนอในแบบเดินชม
นทิ รรศการ นกั เรียนร่วมกันท�ำ กิจกรรม
จดุ ประกายโครงงาน
สะเต็มสร้�งสรรค์
สะเต็มสร้างสรรค์
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับแรงเสียดทาน
และผลของแรงเสยี ดทานจากแหลง่ เรยี นรทู้ หี่ ลากหลาย แลว้ รว่ มกนั วางแผน ออกแบบ นักเรยี นร่วมกันทำ�กจิ กรรม
สร้างสิ่งประดิษฐ์ท่ีช่วยลดแรงเสียดทานในการขนย้ายส่ิงของ โดยใช้วัสดุในท้องถ่ิน สะเต็มสร้างสรรค์ นำ�ไปสู่การสร้าง
จากน้ันทดลองใช้ และปรับปรุงแก้ไขสิ่งประดิษฐ์ให้ดีขึ้น แล้วนำาเสนอส่ิงประดิษฐ์ นวัตกรรม
แบบแผงโครงงานใหเ้ พื่อนเดนิ ชม
93
93 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
เป้าหมายการเรยี นรู้ ห๕นว่ ยการเรยี นร เสยี งและการไดย้ นิทู้ ่ี
มาตรฐานการเรยี นรู้ แผนผังหัวขอ้ หน่วยการเรียนรู้ เสียงสงู เสยี งตา่ํ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เสียงดัง และเสียงคอ่ ย
เข้าใจความหมายของพลังงาน การ การไดย้ นิ เสยี ง
เปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ผ่านตวั กลางต่าง ๆ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน
พลังงานในชีวิตประจำ�วัน ธรรมชาติ เสียง
ของคลน่ื ปรากฏการณท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั เสยี ง และการได้ยิน
แสง และคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้ง
น�ำ ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
การใชเ้ ครอ่ื งมิอื วดั ระดับเสียง
ตัวช้ีวดั
๑. อธิบายการไดย้ นิ เสียงผา่ นตวั กลางจากหลักฐานเชิงประจกั ษ ์ (ว ๒.๓ ป.๕/๑)
๒. ระบตุ ัวแปร ทดลอง และอธิบายลกั ษณะและการเกดิ เสยี งสูง เสียงต่าํ (ว ๒.๓ ป.๕/๒)
๓. ออกแบบการทดลองและอธบิ ายลกั ษณะและการเกดิ เสียงดัง เสียงค่อย (ว ๒.๓ ป.๕/๓)
๔. วดั ระดบั เสยี งโดยใชเ้ ครือ่ งมือวัดระดับเสยี ง (ว ๒.๓ ป.๕/๔)
๕. ตระหนกั ในคณุ ค่าของความรเู้ รือ่ งระดบั เสยี ง โดยเสนอแนะแนวทางในการหลกี เลย่ี ง
และลดมลพษิ ทางเสยี ง (ว ๒.๓ ป.๕/๕)
ศพั ทว์ ทิ ยาศาสตร์น่ารู้
คำาศัพท์ คาำ อา่ น คาำ แปล
frequency ฟรเี ควิน′ ซี ความถ่ี
loudness เลาดฺ′ เนส ความดงั ของเสยี ง
sound เซานดฺ ฺ เสียง
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การได้ยนิ เสยี งต้องอาศยั ตัวกลาง โดยอาจเป็นของแขง็ ของเหลว หรืออากาศ เสยี งจะส่งผ่านตัวกลางมายงั หู
เสยี งที่ได้ยินมรี ะดบั สูงต่าํ ของเสยี งตา่ งกนั ข้นึ กบั ความถ่ีของการสัน่ ของแหล่งก�ำ เนดิ เสยี ง โดยเมือ่ แหลง่ ก�ำ เนดิ เสยี งสน่ั ดว้ ยความถ่ี
ตํ่าจะเกิดเสียงตํ่า แต่ถ้าสั่นด้วยความถ่ีสูงจะเกิดเสียงสูง ส่วนเสียงดังค่อยที่ได้ยินขึ้นกับพลังงานการส่ันของแหล่งกำ�เนิดเสียง
โดยเม่ือแหลง่ กำ�เนดิ เสยี งสน่ั ด้วยพลงั งานมากจะเกดิ เสียงดงั แต่ถ้าแหลง่ กำ�เนดิ เสียงสน่ั ดว้ ยพลังงานน้อยจะเกิดเสยี งคอ่ ย
เสียงดงั มาก ๆ เปน็ อันตรายตอ่ การได้ยนิ และเสียงทกี่ อ่ ใหเ้ กิดความร�ำ คาญเปน็ มลพิษทางเสียง
เดซเิ บลเป็นหนว่ ยทบี่ อกถึงความดงั ของเสียง
สุดยอดคู่มือครู 94
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
สมรรถนะส�ำ คญั ของผ้เู รียน
เสยี งเคล่ือนท่ี ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
ผา่ นอากาศ ๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
เสียงเคลอ่ื นที่ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ผา่ นของแขง็
เสยี งเคลือ่ นที่ ใฝ่เรยี นรู้
ผา่ นของเหลว ตัวช้วี ัดที่ ๔.๑ ตัง้ ใจ เพียรพยายามใน
การเรยี นและเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
ตัวชี้วัดท่ี ๔.๒ แสวงหาความรู้จาก
แหลง่ เรยี นรตู้ า่ ง ๆ ท้งั ภายในและ
ภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใชส้ ื่อ
อย่างเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วิเคราะห์
สรปุ เป็นองค์ความรู้ สามารถน�ำ ไปใช้
ในชีวิตประจ�ำ วนั ได้
มงุ่ มน่ั ในการท�ำ งาน
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๖.๑ ตั้งใจและรับผิดชอบ
ในการปฏบิ ัตหิ นา้ ทีก่ ารงาน
ตัวชีว้ ดั ที่ ๖.๒ ทำ�งานดว้ ยความเพียร-
พยายามและอดทนเพ่ือใหง้ านสำ�เร็จ
ตามเป้าหมาย
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 asean
นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สบื สอบและหาภาพเครอื่ งดนตรขี องประเทศ
สมาชิกอาเซียน จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย แล้วจัดทำ�เป็นสมุดภาพ
พร้อมระบุช่ือเครื่องดนตรีและวิธีทำ�ให้เคร่ืองดนตรีชนิดน้ัน ๆ เกิดเสียง
แล้วจดั ทำ�เป็นมุมอาเซยี นศึกษา
95 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตวั ช้ีวดั ๑. การไดย้ ินเสยี งผ่านตวั กลางตา่ ง ๆ
ว ๒.๓ ป.๕/๑ เราได้ยินเสียงจากแหล่งกําเนิดเสียง ซึ่งอยู่ห่างจากอวัยวะรับเสียงของเรา
เช่น เสียงประกาศจากลําโพง เสียงตีกลอง เสียงนกร้อง แสดงว่าเสียงที่เกิดขึ้น
ภาระงาน/ชนิ้ งาน จะต้องเคลื่อนที่จากแหล่งกําเนิดเสียงผ่านบางสิ่งมายังหูของเรา ซึ่งเราเรียกว่า
ตัวกลาง
แผนภาพความคิด การเคลื่อนทขี่ องเสียง
Stผา่ นตัวกลางชนดิ ต่าง ๆ
ep 1 ข้นั สงั เกต
รวบรวมขอ้ มลู
๑. นกั เรยี นรว่ มกนั ฟงั เสยี งเพลงจากวทิ ยุ ภาพท่ี ๕.๑ เสยี งประกาศจากลาำ โพง ภาพท่ี ๕.๒ เสียงตกี ลอง
หรือเสียงเพ่ือนตะโกนเรียก แล้ว
สนทนาทบทวนความรู้เดิมเก่ียวกับ ภาพที่ ๕.๓ เสียงนกรอ้ ง
การได้ยินเสียงและตัวกลาง โดย เสียงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางสถานะใดได้ดีที่สุด
รว่ มกันตอบคำ�ถามส�ำ คัญ ดงั นี้
คำ�ถ�มสำ�คัญ
๑.๑ นกั เรยี นไดย้ นิ เสยี งเพลงจากวทิ ยุ
หรือเสียงเพอ่ื นตะโกนเรียกหรือไม่ กิจกรรมที่ ๕.๑ เสียงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางชนิดใด
(ไดย้ นิ )
๑.๒ นกั เรียนได้ยนิ เสยี งไดอ้ ย่างไร
(เสยี งทเ่ี กดิ ขนึ้ เดนิ ทางจากแหลง่ กำ�เนดิ เสยี ง
คือ วิทยุ หรือเพ่ือนท่ีตะโกนผ่านอากาศ
มายงั หเู รา) วัสดุอปุ กรณ์
๑.๓ การได้ยินเสียงสัมพันธ์กับสิ่งใด ๑. ส้อมเสียง ๑ อัน
บา้ ง (แหล่งกำ�เนดิ เสียง อากาศ และห)ู ๒. ค้อนเคาะส้อมเสียง ๑ อัน
๓. อ่างบรรจุนํ้า ๑ ใบ
๑.๔ ตวั กลางทที่ �ำ ใหเ้ ราไดย้ นิ เสยี งจาก ๔. ขวดพลาสติกขนาด ๖๐๐ มิลลิลิตร ตัดก้นขวด ๑ ใบ
วทิ ยุคือสง่ิ ใด (อากาศ)
96
๑.๕ เสียงเคล่ือนที่ผ่านตัวกลาง
สถานะใดไดด้ ที ่สี ุด เฉลยกจิ กรรมการทดลอง สรุปผลการท�ำกิจกรรม
(ตวั อยา่ งคำ�ตอบ ของแข็ง ของเหลว
และแกส๊ ตามลำ�ดับ) บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม (ตัวอย่างคำ�ตอบ) ตัวกลางทม่ี สี ถานะเปน็ ของแข็ง
ตาราง ผลการสังเกตเมอื่ ฟงั เสยี งผา่ นตวั กลางตา่ งชนดิ กัน เปน็ ตวั กลางท่เี สียงเคล่ือนท่ผี า่ นไดด้ ที สี่ ดุ
การทดลอง ผลการสังเกต
๑. ฟังเสยี งผ่านอากาศ ได้ยนิ เสียงเบา ๆ
การเคลอ่ื นที่ ๒. ฟังเสียงผา่ นพน้ื โต๊ะ ได้ยินเสยี งดงั ชัดเจน
ของเสียง ๓. ฟงั เสยี งผ่านนา้ํ ไดย้ นิ เสียงดงั กว่าผ่านอากาศ แตเ่ บากวา่ เสียงท่ผี ่านโตะ๊
สุดยอดคู่มือครู 96
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
วธิ ที าำ
St Step 1asean
ขน้ั สงั เกต
รวบรวมขอ้ มูล
๑. นักเรียนจบั คู่กบั เพ่ือนแลว้ ยนื หนั หลงั ใหเ้ พือ่ น ใหเ้ พื่อนเคาะส้อมเสียง และถอื ให้ห่าง ๒. นกั เรียนแบ่งกลุม่ กลุม่ ละ ๔ คน คละ
จากหขู องนักเรียนประมาณ ๒๐ เซนติเมตร สลับกันทําการทดลองเช่นเดยี วกบั เพ่อื น ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อยา่ ง
รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๕.๑
๒. แนบหูกับพ้ืนโต๊ะ ให้เพื่อนเคาะ เร่ือง เสียงเคล่ือนที่ผ่านตัวกลาง
ส้อมเสียง และถือส้อมเสียงแตะบนพื้นโต๊ะ ชนดิ ใด
ใ ห้ ห่ า ง จ า ก หู ข อ ง นั ก เ รี ย น ป ร ะ ม า ณ
๒๐ เซนติเมตร สลับกันทําการทดลอง ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
เช่นเดยี วกับเพือ่ น ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
๓. นาํ ขวดพลาสติกขนาด ๖๐๐ มลิ ลลิ ติ ร บันทึกผล
ท่ีตัดก้นขวดออกแล้ว จุ่มลงในอ่างบรรจุนํ้า
โดยให้ก้นขวดลอยอยู่กลางนํ้า แนบหู ๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
ท่ีปากขวด ให้เพื่อนเคาะส้อมเสียงและ ภาพที่ ๕.๔ การทดลอง เสียงเคลอ่ื นที่ผ่านตวั กลาง การท�ำ กิจกรรมหนา้ ชนั้ เรยี น
ถือส้อมเสียงจุ่มน้ําห่างจากขวดนํ้าประมาณ
๒๐ เซนตเิ มตร
๔. บันทกึ ผลและอภิปรายผลทสี่ ังเกตไดก้ ับเพอื่ น เพือ่ หาคาํ ตอบวา่ เสยี งดงั ทส่ี ดุ เมอื่ ใด ep 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง จากการทดลองแหล่งกําเนิดเสียงคืออะไร และสรุปความรู้
ตารางที่ ๕.๑ ผลการสังเกตเมื่อฟังเสียงผ่านตัวกลางต่างชนิดกัน การทดลองจัดอะไรให้ต่างกัน
การทดลอง ผลการสังเกต เสียงเดินทางผ่านตัวกลางชนิดใดได้ดีที่สุด ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
๑. ฟงั เสียงผ่านอากาศ สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร
๒. ฟงั เสียงผา่ นพน้ื โต๊ะ นักเรียนสามารถนําความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิต อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
๓. ฟังเสยี งผ่านนา้ํ เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย
ประจําวันได้อย่างไร ตอบค�ำ ถามหลงั ท�ำ กจิ กรรม
เสียงสามารถเคลื่อนที่ผา่ นตวั กลางที่เปน็ แก๊ส ของเหลว และ ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการ
ของแขง็ ได้ เชน่ เสยี งพดู คยุ กนั ในหอ้ งเรยี น เสยี งทีน่ กั เรยี นไดย้ นิ ทำ � กิ จ ก ร ร ม แ ล ะ ส รุ ป ส่ิ ง ท่ี เ ข้ า ใ จ
ขณะดำานำ้า หรือเสียงที่เคลื่อนที่ผ่านพื้นโต๊ะที่นักเรียนแนบหูฟัง เ ป็ น ค ว า ม รู้ ร่ ว ม กั น เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร
เคลื่อนท่ีของเสียงผ่านตัวกลางว่า
ตั ว ก ล า ง ท่ี มี ส ถ า น ะ เ ป็ น ข อ ง แ ข็ ง
97 เป็นตัวกลางที่เสียงเคล่ือนท่ีผ่านได้
ดีที่สดุ
แนวคำ� ตอบ
๑. ตอบ สอ้ มเสยี ง
๒. ตอบ ตวั กลางทเ่ี สียงเคล่อื นทผ่ี ่าน
๓. ตอบ โตะ๊
๔. ตอบ ตวั กลางท่ีมสี ถานะเป็นของแขง็ เปน็ ตัวกลางทเ่ี สียงเคล่อื นท่ีผ่านไดด้ ที ่สี ุด
๕. ตอบ การเลือกวสั ดทุ ีเ่ ป็นตวั กลางของเสียงใหเ้ หมาะสม
97 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ข้ันปฏบิ ัติ
St แหลละังสกราุปรปควฏาบิ มัตริู้
ตัวกลางสามารถเป็นได้ทั้ง ๓ สถานะ ได้แก่
๑. ของแข็ง เสียงเคลื่อนที่ผ่านเส้นเชือกของโทรศัพท์กระป๋องไปยังหู
๗. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ วางแผน ออกแบบ ผู้รับเสียง เสียงเคลื่อนที่ผ่านโต๊ะไปยังหูผู้รับเสียง
และเลือกวัตถุท่ีสนใจ และลองทำ�
กิ จ ก ร ร ม ก า ร ท ด ล อ ง เ ห มื อ น กั บ
กิจกรรมดังกล่าว บนั ทกึ ผล พรอ้ มกับ
เขยี นรายงานพอสังเขป
๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
ออกแบบ และเขยี นแผนภาพความคดิ
การเคล่ือนท่ีของเสียงผ่านตัวกลาง
ชนดิ ต่าง ๆ จัดทำ�เปน็ ชิ้นงาน ภาพที่ ๕.๕ เสียงเคลื่อนท่ผี า่ นเส้นเชือก ภาพที่ ๕.๖ เสียงเคลอ่ื นท่ีผ่านโต๊ะ
(ตัวอยา่ งแผนภาพความคดิ ) ของโทรศัพทก์ ระป๋อง
เสยี งเคล่อื นทโ่ี ดยอาศัยตวั กลาง ๒. ของเหลว อุปกรณ์โซนาร์ส่งคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงผ่านลงไปในนํ้า
เพื่อสํารวจวัตถุใต้นํ้า
ของแข็ง ของเหลว แกส๊ อุปกรณโ์ ซนารใ์ ตเ้ รอื อุปกรณโ์ ซนาร์
ปลอ่ ยคลืน่ เสยี งออกมา บันทกึ เสยี งสะทอ้ นกลบั
หู ทาำ ใหท้ ราบตาำ แหน่งของ
เมอ่ื คลื่นเสยี งกระทบ เรอื ดาำ นาำ้
แผนภาพความคดิ เรอื ดำานา้ำ เสียงจะสะทอ้ นกลบั
การเคลื่อนท่ีของเสยี งผา่ นตวั กลางชนิดต่าง ๆ
ภาพท่ี ๕.๗ การใช้โซนาร์หาตำาแหน่งวัตถใุ ตน้ ้าำ
๙. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจ
เปน็ ความร้รู ว่ มกนั ดังนี้ 98
• การไดย้ นิ เสยี งตอ้ งอาศยั ตวั กลาง
โดยอาจเป็นของแข็ง ของเหลว หรือ
อากาศ เสียงจะส่งผ่านตัวกลางมา
ยงั หู เสยี งเคลอ่ื นทใี่ นของแขง็ ไดด้ กี วา่
ในของเหลว และเสียงเคล่ือนท่ี
ในของเหลวได้ดกี ว่าในแกส๊
สุดยอดคู่มือครู 98
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 4asean
St St
๓. แก๊ส เสียงครูพูดอยู่หน้าชั้นเรียน เสียงนกร้องบนต้นไม้ เสียงนักร้อง ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ
บนเวที สามารถเคลื่อนที่ผ่านอากาศมายังหูผู้รับเสียงได้
๑๐. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมา และ
ภาพท่ี ๕.๘ เสียงเคลอ่ื นที่ผ่านตัวกลางทีม่ สี ถานะแก๊ส นำ�เสนอรายงาน และแผนภาพ
ความคดิ หนา้ ชน้ั เรยี น เพอื่ แลกเปลย่ี น
เสียงเคลื่อนที่โดยอาศัยตัวกลาง เรียนรูก้ ัน เพ่ือน ๆ ร่วมกันตรวจสอบ
และแกไ้ ขใหถ้ กู ต้อง
ของแข็ง ของเหลว แก๊ส
๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
เก่ียวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด
เ ชิ ง ร ะ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ทำ � ง า น ที่ มี
แบบแผน
5ep ข้ันประเมนิ เพ่อื เพิ่มคณุ คา่
บริการสังคม
และจติ สาธารณะ
๑๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่
ดีเด่นจัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัด
แสดงผลงาน หรอื เผยแพรใ่ นเวบ็ ไซต์
หรอื เฟซบกุ๊ (facebook) ของโรงเรยี น
เพ่ือเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียน
ชั้นอื่น ๆ
แผนภาพ การเคลอ่ื นที่ของเสยี งผ่านตวั กลางมายังหผู ู้รับเสียง
99
99 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
5ep ขน้ั ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คณุ คา่
St บริการสงั คม
และจติ สาธารณะ เสียงที่เคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างชนิดกัน จะมีอัตราเร็วของเสียงต่างกัน
๑๓. นักเรียนเช่ือมโยงความรู้กับหลักปรัชญา หรือไม่ อย่างไร ให้ศึกษาจากตาราง ดังนี้
ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยนักเรียน ตารางที่ ๕.๒ อัตราเร็วของเสียงในตัวกลางต่าง ๆ ที่อุณหภูมิ ๒๕ องศาเซลเซียส
แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วางแผน ออกแบบ และ
ประดิษฐ์โทรศัพท์ถ้วยกระดาษจากวัสดุ ชนิดของตัวกลาง อัตราเร็วของเสียง (เมตรต่อวินาที)
เหลือใช้ โดยให้แต่ละกลุ่มออกแบบ
การทดลองเพ่ือตอบคำ�ถามว่า “เชือกที่ทำ� อากาศ ๓๔๖
ด้วยวัสดุต่างชนิดกันใช้เป็นสายโทรศัพท์ นํ้า ๑,๔๙๘
ถ้วยกระดาษได้ดีต่างกันหรือไม่ อย่างไร”
เหล็ก ๕,๒๐๐
โดยมีรายละเอียดดังน้ี สมมุติฐาน วัสดุ
อุปกรณ์ท่ีใช้ วิธีการทดลอง แล้วนักเรียน
ร่วมกันจัดประกวดส่ิงประดิษฐ์โทรศัพท์ จากตารางจะเห็นได้ว่า เสียงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่เป็นของแข็งได้เร็วกว่า
ถ้วยกระดาษ โดยมีการนำ�เสนอแบบชม ของเหลวและแก๊ส ทําไมจึงเป็นเช่นนั้น นักเรียนลองให้เหตุผลว่าทําไมชนิด
นิทรรศการ ประเมินผล และประกาศผล ของตัวกลางจึงมีผลต่ออัตราเร็วในการเคลื่อนที่ของเสียง
การประกวด แล้วนำ�แบบจำ�ลองมอบให้ เนือ่ งจากอนภุ าคของของแขง็ อยูใ่ กลช้ ดิ กนั มากกวา่ อนภุ าคของของเหลวและ
หอ้ งวทิ ยาศาสตรข์ องโรงเรยี น เพอ่ื เผยแพร่ แก๊ส เมื่อเกิดการสั่น อนุภาคของของแข็งจึงเกิดการชนกันเร็วกว่าอนุภาค
ความรู้ใหก้ บั นกั เรยี นชัน้ อื่น ๆ ของของเหลวและแก๊ส ทําให้คลื่นเสียงที่เกิดขึ้นเคลื่อนที่ในของแข็งได้เร็วกว่า
ในของเหลวและแก๊ส ซึ่งมีอนุภาคอยู่ห่างกันมากกว่า
(ตัวอย่างคำ�ตอบ)
๑. สมมุตฐิ าน
(เชือกท่ีทำ�ด้วยวัสดุต่างชนิดกัน ใช้เป็น
สายโทรศัพท์ถ้วยกระดาษได้ดีต่างกัน คล่ืนเสียงสามารถเคลื่อนท่ีผ่านตัวกลางท่ีเป็นแก๊ส ของเหลว
และของแขง็ ได้ เสียงเคลอื่ นที่ในของแข็งไดด้ กี วา่ ในของเหลว และ
เชือกที่ทำ�ด้วยใยพืชได้ยินเสียงชัดเจนกว่า เสยี งเคล่อื นที่ในของเหลวไดด้ กี ว่าในแกส๊
เชือกที่ทำ�ด้วยพลาสตกิ )
๒. วสั ดุอปุ กรณ์ท่ใี ช้
(เชือกใยพืชและเชือกพลาสติกท่ีมี
ความยาวเทา่ กนั อยา่ งละ๑เสน้ ถว้ ยกระดาษ
๒ ใบ ไมจ้ ้ิมฟนั ) 100
๓. วธิ ีการทดลอง
(ทำ�โทรศัพท์ถ้วยกระดาษโดยใช้เชือก
ทที่ ำ�ดว้ ยใยพชื กบั เชอื กพลาสตกิ ทดลองพดู
ด้วยเสียงดังเท่ากันผ่านถ้วยกระดาษ แล้ว บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
เปรยี บเทยี บเสยี งทไ่ี ดย้ นิ จากโทรศพั ทถ์ ว้ ย-
กระดาษทีท่ ำ�ดว้ ยเชือกต่างชนดิ กัน) นกั เรียนร่วมกันคิดวิเคราะห์ เพอ่ื เพ่มิ สมรรถนะด้านการคดิ โดยตอบคำ�ถาม ดังน้ี
ให้เหตุผลว่าทำ�ไมชนิดของตัวกลางจึงมีผลต่อความเร็วในการเคล่ือนที่ของเสียง
๑๔. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมินขั้นตอน (อนุภาคตัวกลางต่างชนิดกัน เช่น อนุภาคของของแข็งจะอยู่ใกล้ชิดกันมากกว่าอนุภาคของ
ต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันนี้ มีจุดเด่น ของเหลวและแก๊ส เมื่อเกิดการสั่นสะเทือน อนุภาคของของแข็งจะชนกันเร็วกว่าอนุภาคของ
จุดบกพร่องอะไรบ้าง มีความสงสัย ของเหลวและแก๊ส คลืน่ เสียงจึงเคลื่อนทใี่ นของแข็งได้เรว็ กวา่ ในของเหลวและแกส๊ )
ความอยากรู้อยากเห็นในเรือ่ งใด ใหร้ ะบุ
สุดยอดคู่มือครู 100
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตัวชี้วัด
แบบฝึกหัด ว ๒.๓ ป.๕/๑
๑. การได้ยินเสียงผ่านตัวกลางต่าง ๆ แนวคำ� ตอบ
สังเกตภาพการทดลองและผลการทดลองที่กําหนด แล้วอธิบายลักษณะ
การเคลื่อนที่ของเสียงจากแหล่งกําเนิดผ่านตัวกลางชนิดต่าง ๆ การทดลองท่ี ๑
การทดลองที่ ๑ เสียงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางสถานะแก๊ส
(อากาศ) ไปยังแผ่นพลาสติกและเมล็ดข้าว
ผลการทดลอง เมื่อเคาะถาดทําให้ ทำ�ให้เมล็ดข้าวที่อยู่บนแผ่นพลาสติกเกิดการ
เมล็ดข้าวที่อยู่บนแผ่นพลาสติกสั่น สน่ั สะเทอื น
สะเทือน
การทดลองที่ ๒
การทดลองที่ ๒ ผลการทดลอง เมื่อนําช้อนโลหะ เสียงเคล่ือนที่ผ่านตัวกลางสถานะของแข็ง
การทดลองที่ ๓ ไปแตะโต๊ะหรือเก้าอี้ จะได้ยินเสียงที่ ได้แก่ โตะ๊ เก้าอ้ีช้อนโลหะและเส้นเชือกมายังหู
เกิดขึ้นกับโต๊ะหรือเก้าอี้นั้น เช่น ผรู้ บั เสยี งจงึ ทำ�ใหผ้ รู้ บั เสยี งไดย้ นิ เสยี งทเี่ กดิ ขนึ้
เสียงเคาะโต๊ะ เสียงลากโต๊ะ
ผลการทดลอง เมื่อนํากระป๋องมา การทดลองท่ี ๓
ครอบแหล่งกําเนิดเสียง แล้วหยดนํ้า เสียงเคล่ือนที่จากแหล่งกำ�เนิดผ่าน
ลงก้นกระป๋องดังภาพ พบว่า เมื่อเปิด ตัวกลางท้ัง ๓ สถานะ ได้แก่ สถานะแก๊ส คือ
เสียงจากแหล่งกําเนิดเสียง จะเกิด อากาศภายในกระป๋อง สถานะของแข็ง คือ
คลื่นนํ้าที่ก้นกระป๋อง กระป๋องโลหะ และสถานะของเหลว คือ นํ้า
ทำ�ให้เราสังเกตเหน็ คลืน่ นาํ้ บรเิ วณก้นกระป๋อง
101
101 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตวั ช้ีวดั ๒. เสยี งสูง เสยี งต่ํา เสยี งดงั และเสียงค่อย
ว ๒.๓ ป.๕/๒
ภาระงาน/ชนิ้ งาน ในชีวิตประจําวันเราสามารถรับรู้ได้ว่าเราพูดคุยอยู่กับใครถึงแม้ว่าเรา
จะไม่เห็นหน้าเพราะเสียงของแต่ละคนจะมีลักษณะที่ต่างกัน เช่น คุณพ่อจะเสียงทุ้ม
แผนภาพความคดิ การเกดิ เสียงสูง คุณแม่จะเสียงแหลม หรือลักษณะของเสียงสามารถระบุแหล่งกําเนิดเสียงหรือ
เสยี งตาํ่ ตําแหน่งที่เกิดเสียงได้ เช่น เสียงแตรรถยนต์อยู่หน้าบ้าน เสียงสุนัขเห่าอยู่หลังบ้าน
Step 1 ข้นั สังเกต เสียงสูง เสียงตํ่า เกิดขึ้นได้อย่างไร
รวบรวมขอ้ มลู คำ�ถ�มสำ�คัญ
๑. ผู้แทนนักเรียนจำ�นวน ๕ คน ออกมา กิจกรรมที่ ๕.๒ การเกิดเสียงสูง เสียงตำ่า
หนา้ ชนั้ เรยี น แล้วพดู แนะน�ำ ตวั คนละ
๑ ประโยค นักเรียนร่วมกันฟังเสียง วัสดอุ ปุ กรณ์
และสงั เกตลกั ษณะของเสยี งทแี่ ตกตา่ ง ๑. ไม้บรรทัดพลาสติก ๑ อัน
กัน แล้วร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ ๒. ขวดแก้ว ๒ ใบ
กระตุ้นความคิด ดังนี้ ๑ กล่อง
๑.๑ ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น ท่ี มี ลั ก ษ ณ ะ ๓. กล่องกระดาษ ๑ เส้น
เสยี งสงู มีกีค่ น เสียงตาํ่ มีก่คี น ใครบา้ ง ๔. ยางรัดของขนาดใหญ่ ๒ ด้าม
๕. ปากกา
๖. นํ้า
(ตามประสบการณก์ ารเรยี นรขู้ องนกั เรยี น) วิธีทาำ
๑.๒ เสยี งสูง เสียงตํ่าเกิดขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางไม้บรรทัดพลาสติกย่ืนออกมาจากขอบโต๊ะ
(แหล่งกำ�เนิดเสียงสั่นด้วยความถี่ต่ํา ประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ใช้มือกดท่ีปลายไม้บรรทัดพลาสติกแล้วปล่อย สังเกตการส่ัน
จะเกิดเสียงตํ่า แต่ถ้าสั่นด้วยความถ่ีสูง ของไม้บรรทัดพลาสตกิ และเสยี งทไี่ ด้ยนิ แล้วบนั ทึกผล
๒. วางไม้บรรทัดพลาสติกย่ืนออกมาจากขอบโต๊ะประมาณ ๒๐ เซนติเมตร ใช้มือกด
จะเกิดเสยี งสงู ) ท่ีปลายไม้บรรทัดพลาสติกเท่าคร้ังแรกแล้วปล่อย สังเกตการส่ันของไม้บรรทัดพลาสติก
๒. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ ๔ คน คละ และเสยี งที่ได้ยินเปรียบเทียบกับคร้ังแรก แลว้ บนั ทกึ ผล
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อยา่ ง
รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๕.๒ 102
เร่ือง การเกิดเสยี งสูง เสียงตํ่า
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม สรปุ ผลการทำ� กจิ กรรม
บันทึกผล
ตาราง เปรียบเทียบความสูง-ตํา่ ของเสยี งจากแหล่งกำ�เนดิ เสียงท่ีต่างกัน การดดี ไม้บรรทดั ทย่ี ่นื ออกจากขอบโต๊ะ
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล ๑๐ เซนตเิ มตร และการเคาะขวดนํา้ ท่ีบรรจุนา้ํ
ชนดิ ของแหล่งก�ำ เนดิ เสยี ง ความสูง-ต่ําของเสียง ครง่ึ ขวด ทำ�ใหเ้ กดิ เสยี งสูงกวา่ การดีดไมบ้ รรทัด
เสียงสงู เสยี งต่ํา
การท�ำ กจิ กรรมหน้าช้ันเรยี น วางไมบ้ รรทดั ยน่ื จากขอบโต๊ะ ๑๐ เซนติเมตร ✓ ทยี่ นื่ ออกจากขอบโตะ๊ ๒๐ เซนติเมตร และการเคาะ
วางไม้บรรทัดยืน่ จากขอบโตะ๊ ๒๐ เซนติเมตร ✓ ขวดน้าํ ทีบ่ รรจุนาํ้ เตม็ ขวด
เคาะขวดบรรจุนาํ้ ครง่ึ ขวด ✓
เคาะขวดบรรจุนาํ้ เต็มขวด ✓
ดีดยางรดั ของทม่ี ีปากกาวางหา่ งกนั ๕ เซนติเมตร ✓
สุดยอดคู่มือครู 102 ดีดยางรดั ของทมี่ ปี ากกาวางหา่ งกนั ๑๕ เซนตเิ มตร ✓
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
Step 2asean
๓. นาํ ขวดแกว้ ใบที ่ ๑ ใสน่ ํา้ ครึง่ ขวด และใบที ่ ๒ ใสน่ ํา้ เตม็ ขวด แลว้ ใช้ไมบ้ รรทดั พลาสตกิ ขน้ั คดิ วเิ คราะห์
เคาะขวดแก้วทั้งสองใบ เปรียบเทียบ และบันทึกผล และสรุปความรู้
๔. นํายางรัดของรัดรอบกล่องกระดาษ ๑ รอบ เสียบปากกา ๒ ด้าม ระหว่างยางรัดของ
กับกล่อง ให้ปากกาทั้ง ๒ ด้าม ห่างกัน ๕ เซนติเมตร ใช้นิ้วดีดยางรัดของแล้วฟังเสียง ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
และบันทึกผล อภิปราย และแสดงความคิดเห็น
๕. ทําการทดลองเหมือนข้อ ๔ แต่เลื่อนปากกาให้ห่างกัน ๑๕ เซนติเมตร ใช้นิ้วดีด เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย
ยางรัดของแล้วฟังเสียง และบันทึกผล ตอบค�ำ ถามหลงั ทำ�กจิ กรรม
๖. นักเรียนร่วมกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม
โดยตอบค�ำ ถาม ดงั น้ี
๖.๑ ผู้เล่นกีตาร์หรือไวโอลิน เล่น
เสียงสงู และเสียงตํา่ ได้อย่างไร
(โดยการวางนิ้วมือลงบนสายกีตาร์หรือ
ไวโอลินในที่ต่างกัน ทำ�ให้ความยาวของ
๕ เซนตเิ มตร ๑๕ เซนตเิ มตร สายกตี ารห์ รอื ไวโอลินเปลี่ยนไป)
๖.๒เครอื่ งดนตรไี ทยประเภทเคาะหรอื
ภาพท่ี ๕.๙ การจดั การทดลองการเกิดเสียงสงู เสยี งตา่ำ ตี เชน่ ระนาด กลอง หรือประเภทเปา่
เช่น ขลุ่ย สามารถเล่นเสียงสูงและ
๖. นําข้อมูลที่ได้มาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในชั้นเรียนและช่วยกันแสดงความคิดเห็น เสยี งตํ่าได้อย่างไร
พร้อมลงข้อสรุป
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง (โดยการเปล่ียนแปลงความหนา-บาง
ตารางที่ ๕.๓ เปรียบเทียบความสูง-ตํ่าของเสียงจากแหล่งกําเนิดเสียงที่ต่างกัน การทดลองจัดอะไรให้ต่างกัน ของลูกระนาดและหนังหน้ากลอง และ
การทดลองจัดอะไรให้เหมือนกัน เปลี่ยนแปลงความยาวของท่ออากาศ
ชนดิ ของแหลง่ กาำ เนดิ เสียง ความสูง-ตำา่ ของเสยี ง
เสียงสูง เสียงต่ำา สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร
วางไม้บรรทดั ยื่นจากขอบโต๊ะ ๑๐ เซนติเมตร ในขล่ยุ )
วางไม้บรรทดั ย่นื จากขอบโต๊ะ ๒๐ เซนติเมตร นักเรียนสามารถนําความรู้ที่ได้จาก
เคาะขวดบรรจุนํ้าคร่งึ ขวด กิจกรรมนี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ๗. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ผลการ
เคาะขวดบรรจนุ าํ้ เตม็ ขวด
ดดี ยางรดั ของท่มี ีปากกาวางหา่ งกนั ๕ เซนตเิ มตร ทำ � กิ จ ก ร ร ม แ ล ะ ส รุ ป สิ่ ง ที่ เ ข้ า ใ จ
ดดี ยางรดั ของท่ีมีปากกาวางห่างกัน ๑๕ เซนตเิ มตร
เป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการเกิด
เสยี งสงู เสยี งตาํ่ วา่ การดดี ไมบ้ รรทดั ที่
103 ยื่นออกจากขอบโต๊ะ ๑๐ เซนติเมตร
แนวคำ� ตอบ และการเคาะขวดนาํ้ ทบ่ี รรจนุ าํ้ ครง่ึ ขวด
ท�ำ ใหเ้ กดิ เสยี งสงู กวา่ การดดี ไมบ้ รรทดั
๑. ตอบ ความยาวของไมบ้ รรทดั และระดบั นาํ้ ในขวด ท่ยี ่ืนออกจากขอบโต๊ะ ๒๐ เซนตเิ มตร
๒. ตอบ ชนิดของไมบ้ รรทดั ชนิดของขวด ขนาดของขวด แรงทีใ่ ช้เคาะ แรงดีดไมบ้ รรทัด และการเคาะขวดนาํ้ ทบี่ รรจนุ าํ้ เตม็ ขวด
๓. ตอบ การดีดไมบ้ รรทัดทีย่ น่ื ออกจากขอบโต๊ะ ๑๐ เซนตเิ มตร และการเคาะขวดนํ้า
ที่บรรจุนา้ํ คร่ึงขวดทำ�ให้เกิดเสยี งสงู กวา่ การดีดไมบ้ รรทดั ทยี่ ื่นออกจากขอบโตะ๊
๒๐ เซนติเมตร และการเคาะขวดน้ําที่บรรจุนํา้ เตม็ ขวด
๔. ตอบ ใชป้ ระดิษฐ์หรอื ปรบั เสยี งเครือ่ งดนตรี
103 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขัน้ ปฏิบตั ิ
และสรุปความรู้
หลงั การปฏิบัติ
St เสยี งสงู และเสยี งตา่ํ เกดิ จากจาํ นวนครง้ั ในการสน่ั สะเทอื นของแหลง่ กาํ เนดิ เสยี ง
St
St๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนต่อเวลา ๑ วินาที หรือเรียกว่าความถี่ของเสียง ซึ่งถ้าแหล่งกําเนิดเสียงสั่นสะเทือน
ออกแบบ และเขียนแผนภาพความคิด ด้วยความถี่มาก จะให้เสียงสูงหรือเสียงแหลม แต่ถ้าสั่นสะเทือนด้วยความถี่น้อย
การเกดิ เสยี งสงู เสยี งตาํ่ จดั ท�ำ เปน็ ชนิ้ งาน จะใหเ้ สยี งตาํ่ หรอื เสยี งทมุ้ ดงั นน้ั นกั ดนตรสี ามารถควบคมุ ความสงู -ตาํ่ ของเสยี งจาก
(ตวั อยา่ งแผนภาพความคดิ ) เครื่องดนตรีได้โดยปรับการสั่นสะเทือนของแหล่งกําเนิดเสียง เช่น ปรับความตึง
ความหย่อนของสายกีตาร์ ปรับความตึงของหนังกลอง และนอกจากนี้มวลของ
เปลยี่ นแปลงได้ แหล่งกําเนิดเสียงยังส่งผลต่อระดับสูง-ตํ่าของเสียง ซึ่งแหล่งกําเนิดเสียงที่มี
มวลมากกว่าจะมีเสียงตํ่ากว่าเนื่องจากมีจํานวนครั้งในการสั่นสะเทือนที่น้อยกว่า
ระดบั ของเสยี ง เช่น ถ้าสายกีตาร์มีความตึงเท่ากัน เส้นที่มีขนาดใหญ่จะให้เสียงทุ้มกว่าเส้นที่มี
ขนาดเล็ก หรือเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะ เช่น ระนาด ลูกระนาดขนาดใหญ่
เสียงสงู ไดแ้ ก่ เสียงตํ่า จะให้เสียงทุ้มกว่าลูกระนาดขนาดเล็ก
ขน้ึ กบั เสียงทุ้ม
ความถใี่ นการ
ส่นั ของวตั ถุ
มผี ล เสียงแหลม
ความหนา ความยาว
ของวัตถุ ของวตั ถุ
แผนภาพความคิด การเกดิ เสียงสงู เสียงตํา่
๙. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็น เสียงแหลม
ความรรู้ ่วมกัน ดังนี ้
เสียงทุ้ม
• เสียงท่ีได้ยินมีระดับสูง-ต่ําของ
เสียงต่างกัน ข้ึนกับความถี่ของการสั่น ภาพที่ ๕.๑๐ สายกตี าร์และลูกระนาด
ข อ ง แ ห ล่ ง กำ � เ นิ ด เ สี ย ง โ ด ย เ มื่ อ 104
แหล่งกำ�เนิดเสียงส่ันด้วยความถ่ีตํ่า
จะเกิดเสียงตํา่ และถ้าส่นั ด้วยความถ่ีสงู ep 4 5ep ข้ันประเมนิ เพื่อเพมิ่ คุณคา่
จะเกิดเสยี งสูง บริการสังคม
ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ และจิตสาธารณะ
๑๐. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมาพดู และ ๑๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ีดีเด่น
นำ�เสนอแผนภาพความคิดหน้าชั้นเรียน จัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดง
เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู้กัน เพ่ือน ๆ ผลงาน หรอื เผยแพรใ่ นเวบ็ ไซตห์ รอื เฟซบกุ๊
ร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง (facebook) ของโรงเรียน เพื่อเปน็ แหลง่
๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ เกย่ี วกบั การเรยี นรใู้ ห้นกั เรยี นช้ันอืน่ ๆ
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ ๑๓. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
และวธิ กี ารท�ำ งานท่มี แี บบแผน สะทอ้ นความคิดรว่ มกนั
สุดยอดคู่มือครู 104
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตวั ชีว้ ดั
เสียงดัง เสียงค่อยเกิดขึ้นได้อย่างไร ว ๒.๓ ป.๕/๓
กิจกรรมที่ ๕.๓ เสียงดัง เสียงค่อย คำ�ถ�มสำ�คัญ ภาระงาน/ชนิ้ งาน
วสั ดุอุปกรณ์ Stแผนภาพความคิด การเกดิ เสียงดงั
๑. กระป๋องโลหะบรรจุกรวด ๑ กระป๋อง เสยี งค่อย
๒. กระป๋องโลหะบรรจุก้อนสําลี ๑ กระป๋อง
ep 1 ขั้นสังเกต
วิธที ำา
๑. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั เขย่ากระป๋องท้งั ๒ ใบ สงั เกตความดังของเสียง รวบรวมขอ้ มูล
และการสั่นสะเทือนของกระป๋องทั้ง ๒ ใบ แล้วบันทึกผล
๒. แต่ละกลุ่มนําข้อมูลที่ได้มาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในชั้นเรียนและช่วยกันแสดง ๑. ผู้แทนนักเรียนสาธิตการตีขิม หรือ
ความคิดเห็น พร้อมลงข้อสรุป ดีดกีตาร์แต่ละสาย นักเรียนสังเกต
ฟังเสียง แล้วสนทนาเก่ียวกับการเกิด
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง เฉลยกจิ กรรมการทดลอง เสียงดัง เสียงค่อย แล้วร่วมกัน
ตารางที่ ๕.๔ การสั่นสะเทือนและระดับความดังของเสียงจากแหล่งกําเนิดเสียงที่ต่างกัน บนั ทึกผลการท�ำกจิ กรรม ตอบคำ�ถามสำ�คัญกระตุ้นความคิด
ดังนี้
ชนดิ ของแหลง่ กำาเนิดเสยี ง การสั่นสะเทือนของกระป๋อง ระดับความดังของเสียง
เขย่ากระป๋องทบี่ รรจุก้อนกรวด ๑.๑ เสียงต่างกันอย่างไร และอะไร
✓ สน่ั สะเทอื นมาก ✓ เสียงดังมาก ทำ�ให้เสยี งตา่ งกัน
เขยา่ กระป๋องทีบ่ รรจุกอ้ นสําลี
สัน่ สะเทอื นเลก็ นอ้ ย เสียงดงั ไม่มาก (แหลง่ กำ�เนดิ เสยี งแตล่ ะชนดิ จะใหก้ ำ�เนดิ
เสียงท่ีมีความดังแตกต่างกันไป ได้แก่
สัน่ สะเทอื นมาก เสียงดงั มาก เสยี งดงั เสยี งคอ่ ยปจั จยั ทม่ี ผี ลทำ�ใหว้ ตั ถุ
เกดิ เสยี งดงั หรอื เสยี งคอ่ ยไดแ้ ก่ระยะทาง
✓ สนั่ สะเทอื นเลก็ น้อย ✓ เสยี งดังไมม่ าก ความแรงในการสนั่ ชนดิ ของตวั กลางและ
ขนาดหรือวัตถุที่เปน็ แหลง่ กำ�เนิดเสยี ง)
การทดลองจัดอะไรให้ต่างกัน สรปุ ผลการท�ำกจิ กรรม ๑.๒ เสียงดัง เสียงค่อยเกิดข้ึนได้
อยา่ งไร(เสยี งดงั เสยี งคอ่ ยทไ่ี ดย้ นิ ขน้ึ กบั
การทดลองจัดอะไรให้เหมือนกัน เขยา่ กระปอ๋ งทบ่ี รรจกุ อ้ นกรวดทำ�ใหก้ ระปอ๋ งสน่ั สะเทอื นแรงกวา่ พลงั งานการส่นั ของแหลง่ กำ�เนดิ เสยี ง)
การทดลองจะติดตามดูสิ่งใด และเกิดเสียงดังกว่ากระป๋องที่บรรจุก้อนสำ�ลี แสดงว่าถ้า
สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร แหลง่ กำ�เนิดส่นั สะเทือนแรงจะให้ระดับเสยี งทดี่ งั กว่า ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
นักเรียนสามารถนําความรู้ที่ได้จากการทดลองไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน
ได้อย่างไร
แนวคำ� ตอบ 105
๑. ตอบ วัสดทุ อ่ี ยู่ในกระป๋อง ไดแ้ ก่ กอ้ นกรวด และกอ้ นสำ�ลี คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
๒. ตอบ แรงทใี่ ชใ้ นการเขยา่ ชนดิ ของกระปอ๋ ง ขนาดของกระป๋อง อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม
๓. ตอบ การสัน่ สะเทอื นของกระปอ๋ ง และระดบั ความดังของเสยี ง ท่ี ๕.๓ เรอื่ ง เสียงดงั เสียงค่อย
๔. ตอบ เขย่ากระป๋องที่บรรจุก้อนกรวดทำ�ให้กระป๋องส่ันสะเทือนแรงกว่าและเกิดเสียงดังกว่า ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
กระป๋องทีบ่ รรจกุ ้อนสำ�ลี แสดงวา่ ถา้ แหลง่ กำ�เนิดสั่นสะเทือนแรงจะให้ระดบั เสียงท่ดี งั กวา่
๕. ตอบ ใชก้ ำ�หนดระดบั ความดงั ของเสยี งจากแหลง่ กำ�เนดิ เสยี งตา่ งๆเมอื่ เราทราบวา่ เสยี งคอ่ ย บันทึกผล
หรอื เสยี งดงั เกดิ ขนึ้ จากความแรงในการสน่ั สะเทอื นทำ�ใหเ้ ราควบคมุ ความแรงในการสนั่ สะเทอื น ๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
ของแหล่งกำ�เนิดได้ เช่น การรองขาโต๊ะ เก้าอี้ด้วยผ้าขณะเคลื่อนย้าย ทำ�ให้เคลื่อนย้ายง่ายและ การท�ำ กจิ กรรมหนา้ ชั้นเรียน
ไม่เกดิ เสยี งดังจากการเสยี ดสี 105 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะห์
St St และสรุปความรู้
St เมื่อแหล่งกําเนิดเสียงสั่นสะเทือนจะส่งพลังงานผ่านตัวกลางมายังหูของเรา
St
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ ทําให้เราได้ยินเสียงเหล่านั้น ความแรงในการสั่นสะเทือนของแหล่งกําเนิดเสียงจะ
อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ส่งผลต่อระดับความดังของเสียง ดังนั้น ถ้านักดนตรีต้องการให้เสียงกลองดัง
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม มากขึ้นกว่าเดิม เขาจําเป็นต้องตีกลองให้แรงกว่าเดิม เพื่อให้แหล่งกําเนิดเสียงสั่น
หลงั ทำ�กจิ กรรม ด้วยความรุนแรง
๖. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำ�กิจกรรม ความดังของเสียงนอกจากจะถูกกําหนดด้วยการสั่นสะเทือนของ
และสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน แหล่งกําเนิดแล้ว ตัวกลางที่เสียงเคลื่อนที่ผ่านก็สามารถควบคุมความดังของเสียง
เกย่ี วกับเสยี งดงั เสียงคอ่ ย จากแหล่งกําเนิดไปยังผู้รับเสียงเช่นกัน การควบคุมระดับของเสียงมีความจําเป็น
อย่างยิ่ง เพราะความดังของเสียงที่มากเกินไป เช่น เสียงการจราจร เสียงการก่อสร้าง
๗. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่า โดย เสียงประทัด ถือเป็นมลพิษทําให้ผู้รับเสียงเดือดร้อน
รว่ มกนั ตอบคำ�ถาม ดังนี้
๗.๑ นักเรียนจะนำ�ความรู้ที่ได้จากการ เสียงที่มีความดังมากเกินไปถือเป็นมลพิษทางเสียง
ทดลองไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำ�วัน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
ได้อยา่ งไร สิ่งแวดล้อม จึงได้กำาหนดค่ามาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไปไว้
ดังนี้
(ใช้กำ�หนดระดับความดังของเสียงจาก ๑. ค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน ๑๑๕ เดซิเบล
แหล่งกำ�เนิดเสียงต่าง ๆ เมื่อเราทราบว่าเสียง ๒. ค่าระดับเสียงเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง ไม่เกิน ๗๐ เดซิเบล
ค่อยหรือเสียงดังเกิดข้ึนจากความแรงในการ
สั่นสะเทือนทำ�ใหเ้ ราควบคมุ ความแรงในการ
สน่ั สะเทอื นของแหลง่ กำ�เนดิ ได้เชน่ การรองขา เว็บไซตแ์ นะนำา
โต๊ะ เก้าอ้ีด้วยผ้าขณะเคล่ือนย้าย ทำ�ให้ กรมควบคมุ มลพษิ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม
http://www.pcd.go.th
เคลื่อนย้ายง่ายและไม่เกิดเสียงดังจากการ
เสียดสี) ขัน้ ปฏบิ ัติ
แหลละังสกราปุรปควฏาบิ มตั ริู้
ep 3
๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
ออกแบบ และเขียนแผนภาพความคิด 106
การเกิดเสียงดัง เสียงค่อย จัดทำ�เป็น
ชน้ิ งาน ep 4 5ep ข้ันประเมนิ เพ่อื เพิ่มคุณคา่
บรกิ ารสงั คม
๙. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็น ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ และจิตสาธารณะ
ความรู้รว่ มกนั ดังนี้
๑๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ีดีเด่น
• เสียงดัง เสียงค่อยที่ได้ยินข้ึนกับ ๑๐. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมาพดู และ จัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดง
พลังงานการสั่นของแหล่งกำ�เนิดเสียง นำ�เสนอแผนภาพความคิดหน้าชั้นเรียน ผลงาน หรือเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือ
โดยเม่ือแหล่งกำ�เนิดเสียงสั่นด้วย เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อน ๆ เฟซบุ๊ก (facebook) ของโรงเรียน เพ่ือ
พลังงานมากจะเกิดเสียงดัง แต่ถ้า รว่ มกันตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ต้อง เปน็ แหลง่ การเรยี นรู้ให้นักเรียนชัน้ อื่น ๆ
แหล่งกำ�เนิดเสียงสั่นด้วยพลังงานน้อย ๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
เกยี่ วกบั วธิ ที �ำ งานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบ ๑๓. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
จะเกดิ เสียงค่อย และวธิ ีการทำ�งานที่มแี บบแผน สะทอ้ นความคิดร่วมกนั
สุดยอดคู่มือครู 106
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตัวชี้วัด
แบบฝึกหัด ว ๒.๓ ป.๕/๒
ว ๒.๓ ป.๕/๓
๒. เสียงสูง เสียงตํ่า เสียงดัง และเสียงค่อย
๑. สังเกตภาพ เขียนตัวเลข ๑-๓ เพื่อเรียงลําดับเสียงจากเสียงสูงไปเสียงตํ่า แนวค�ำตอบ
เสยี งดงั
กําหนดให้ตัวเลข ๑ คือ อุปกรณ์ที่ทําให้เกิดเสียงสูงที่สุด แนวคำ� ตอบ ๒. ตอบ
๓๑๒ เสียงตะโกน
เสียงฟ้าร้อง
เสียงขุดเจาะ
ถนน
แหลง่ ก�ำ เนิดเสยี ง
ในชีวิตประจ�ำ วนั
๒๑๓ เสยี งคอ่ ย เสียง
๑๓๒ ใบไมร้ ว่ ง
เสยี ง
นกร้อง
ตัวอย่างแผนภาพ แหล่งกำ�เนิดเสียงในชีวิต
ประจำ�วนั
๒. สํารวจแหล่งกําเนิดเสียงที่พบในชีวิตประจําวัน ๕ แหล่งกําเนิดเสียง
แล้วจําแนกเป็นเสียงดัง หรือเสียงค่อย
107
แนวข้อสอบ O-NET
คนตรี ะนาดเลน่ เพลงใหม้ ีเสียงสงู เสยี งตา่ํ ไดอ้ ย่างไร
๑ ตีตวั ระนาดทม่ี ีความหนาแน่นของไม้ระนาดต่างกนั
๒ ออกแรงตีตวั ระนาดด้วยแรงมากนอ้ ยตา่ งกนั
๓ ใชไ้ มต้ ีระนาดท�ำด้วยวตั ถตุ ่างชนดิ กัน
๔ ใชต้ ัวระนาดท่มี คี วามยาวตา่ งกนั
เฉลย ๔ เหตผุ ล ตัวระนาดทีม่ คี วามยาวต่างกันจะมกี ารสั่นสะเทอื นต่างกัน ตวั ระนาดทีม่ ี
ความยาวมากกว่าจะสั่นสะเทอื นชา้ กวา่ จงึ มเี สียงตํ่ากวา่ ตวั ระนาดที่มคี วามยาวน้อยกวา่
107 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตวั ชวี้ ัด ๓. การใชเ้ คร่ืองมอื วดั ระดับเสยี ง
ว ๒.๓ ป.๕/๔ หู เป็นอวัยวะรับเสียงมีส่วนประกอบสําคัญ ๓ ส่วน ได้แก่ หูชั้นนอก
ว ๒.๓ ป.๕/๕ ประกอบด้วย ใบหู และรูหู หูชั้นกลางประกอบด้วย เยื่อแก้วหู กระดูกค้อน
กระดูกทั่ง และกระดูกโกลน หูชั้นในมีลักษณะเป็นท่อเหมือนเปลือกหอยโข่ง
ภาระงาน/ชิ้นงาน เรียกว่า หูชั้นในรูปหอยโขง่ ส่วนประกอบเหลา่ น ี้ ช่วยให้เราได้ยินเสยี ง เราจงึ จาํ เปน็
ตอ้ งดแู ลรกั ษาหูให้ปลอดภัย โดยหลีกเลี่ยงการฟังเสียงดังมาก ๆ
รายงาน ผลการสำ�รวจระดบั เสียง
ในสถานท่ตี ่าง ๆ ในชมุ ชนSt
ep 1 ขัน้ สังเกต กระดกู ค้อน
รวบรวมขอ้ มูล ใบหู กระดูกทั่ง
๑. นักเรียนสังเกตส่ือวทิ ยาศาสตร์ รหู ู กระดูกโกลน เส้นประสาทเสียง
สว่ นประกอบของหู
คลน่ื เสยี ง หูช้นั ในรูปหอยโขง่
สว่ นประกอบของหู เย่ือแก้วหู
แล้วร่วมกันสนทนาทบทวนความรู้เดิม
เกี่ยวกับการได้ยินเสียง แล้วร่วมกัน
ตอบคำ�ถามส�ำ คัญกระตุ้นความคิด ดังน้ี หูชัน้ นอก หชู ั้นกลาง หชู ั้นใน
๑.๑ เราไดย้ นิ เสียงได้อย่างไร
(การไดย้ ินเสียง ประกอบด้วย ภาพที่ ๕.๑๑ สว่ นประกอบของหู
๓ องคป์ ระกอบ คือ แหล่งกำ�เนดิ เสียง
ตวั กลางทเ่ี สียงเคล่อื นทผ่ี ่าน
และอวยั วะรับเสยี ง) 108
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน แนวค�ำตอบ (หน้า ๑๐๙)
อย่างรวมพลังศึกษา วางแผน และ
สืบสอบข้อมูลเก่ียวกับการได้ยินเสียง ๑. ตอบ รวั้ รมิ ถนน ระดับความดัง ๗๕ เดซิเบล
และการใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง ๒. ตอบ หอ้ งสมดุ ระดับความดัง ๓๐ เดซเิ บล
จากเอกสาร หนังสือ และแหล่งการ ๓. ตอบ ร้ัวริมถนน เพราะมเี สยี งดังจากแหล่งกำ�เนิดเสียงจำ�นวนมาก
เรยี นร้ตู า่ ง ๆ ท่หี ลากหลาย ๔. ตอบ สถานทีต่ า่ ง ๆ ในโรงเรยี นมีระดบั เสียงดงั ไม่เทา่ กัน บางสถานทม่ี ีระดับเสียงดังมาก เช่น รั้วรมิ ถนน
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการศึกษา บางสถานที่มีระดับเสียงดังน้อย เช่น ห้องสมุด ซึ่งตรวจสอบได้จากเคร่ืองมือวัดระดับเสียงที่มีหน่วย
ค้นคว้าในรูปผังกราฟิกแบบต่าง ๆ ตาม วัดระดับ คอื เดซิเบล
ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ข อ ง ข้ อ มู ล แ ล ะ ๕. ตอบ นำ�แอปพลิเคชนั ไปวดั ระดับเสยี งในสถานทต่ี ่าง ๆ ในชวี ิตประจำ�วนั เพื่อหลกี เล่ยี งบริเวณเสียงดงั
แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ร่วมกัน
เกินไป
สุดยอดคู่มือครู 108
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
aseanSt
สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียนมีระดับเสียงดังเท่ากันหรือไม่ คำ�ถ�มสำ�คัญ ep 1
กิจกรรมที่ ๕.๔ สำารวจเสียงในสิ่งแวดล้อม ขั้นสังเกต
รวบรวมข้อมลู
วสั ดอุ ุปกรณ์
โทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชัน สําหรับวัดระดับความดังของเสียง ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสนทนาเก่ียวกับ
ความดังของเสียงในสถานที่ต่าง ๆ แล้ว
วิธที ำา ร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญกระตุ้นความคิด
ดงั น้ี
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสํารวจสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน
แล้วใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่วัดระดับความดังของเสียง ๔.๑ สถานทตี่ า่ ง ๆ ในโรงเรยี นมรี ะดบั เสยี งดงั
๒. บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสํารวจ เทา่ กันหรอื ไม่
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม (ตวั อยา่ งคำ�ตอบ ไม่เท่ากนั )
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลัง
ตารางที่ ๕.๕ ระดับความดังของเสียงจากแหล่งกําเนิดเสียงในสถานที่ต่าง ๆ
ศกึ ษาวธิ ที �ำ กจิ กรรมท่ี ๕.๔ เรอ่ื ง ส�ำ รวจเสยี ง
สถานทที่ ี่สาำ รวจ แหลง่ กำาเนดิ เสียง ระดับความดังของเสียง (เดซิเบล) ในสง่ิ แวดล้อม ใหเ้ ขา้ ใจอยา่ งชดั เจน ดงั นี้
๑) นักเรียนแต่ละกลุ่มทำ�กิจกรรมนอก
จากการสํารวจบริเวณใดของโรงเรียนที่มีระดับเสียงดังมากที่สุด ชั้นเรียน
๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสำ�รวจ
จากการสํารวจบริเวณใดของโรงเรียนที่มีระดับเสียงดังน้อยที่สุด สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน แล้วใช้
เสียงบริเวณใดที่เป็นอันตรายและเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่วัดระดับ
สรุปผลการทํากิจกรรมได้ว่าอย่างไร ความดงั ของเสยี ง แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ าก
นักเรียนสามารถนําความรู้ที่ได้จากการทํากิจกรรมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร การส�ำ รวจ
(ตัวอย่างแอปพลิเคชัน)
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง เครอื่ งวัดระดบั เสียง เคร่อื งวัดระดับเสียง Pro
๖. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผลการ
บันทึกผลการทำ� กิจกรรม (ตวั อย่างคำ�ตอบ) 109 ทำ�กิจกรรมหนา้ ชน้ั เรยี น
ตาราง ระดับความดังของเสียงจากแหล่งก�ำ เนดิ เสียงในสถานท่ีตา่ ง ๆ สรปุ ผลการท�ำกจิ กรรม
สถานท่ีต่าง ๆ ในโรงเรียนมีระดับเสียงดังไม่เท่ากัน บางสถานท่ีมีระดับ
สถานทีท่ ่สี �ำ รวจ แหลง่ กำ�เนดิ เสยี ง ระดับความดงั ของเสียง (เดซิเบล) เสียงดังมาก เช่น รั้วริมถนน บางสถานที่มีระดับเสียงดังน้อย เช่น
๕๕ ห้องสมุด ซ่ึงตรวจสอบได้จากเครื่องมือวัดระดับเสียงที่มีหน่วยวัดระดับ
สนามกีฬา นกหวีด นักเรยี น ๔๙ คือ เดซิเบล
๔๐
โรงอาหาร แมค่ รวั เครอ่ื งดูดควนั ๓๐ 109 สุดยอดคู่มือครู
๕๒
หอ้ งเรียน นักเรยี น ครู ๗๕
ห้องสมุด พัดลม
ห้องประชุม เคร่อื งเสียง
รว้ั ริมถนน รถยนต์
รถจกั รยานยนต์
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
Step 2 ขั้นคดิ วิเคราะห์
และสรปุ ความรู้ เสยี ง คอื สง่ิ ทร่ี บั รู้ไดด้ ว้ ยห ู หรอื หมายถงึ ความเปลย่ี นแปลงของความดนั อากาศ
ที่ทําให้ตัวกลางหรืออากาศสั่นสะเทือน ซึ่งความสั่นสะเทือนนี้ เมื่อกระทบ
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
อภิปราย และแสดงความคิดเห็น กับเยื่อแก้วหูมนุษย์แล้ว สามารถส่งผลให้เกิดสัญญาณในระบบการได้ยิน
เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบ อยู่ในช่วงความถี่ ๒๐ ถึง ๒๐,๐๐๐ เฮิรตซ์ เสียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์
คำ�ถามหลงั ทำ�กิจกรรม การได้ยินเสียงเป็นสิ่งจําเป็นในการดํารงชีวิต ทั้งเสียงจากธรรมชาติ เช่น
๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันรวบรวม เสียงนกร้อง เสียงลม เสียงฟ้าผ่า หรือเสียงจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น เสียงพูด
ขอ้ มลู แลว้ คดิ วเิ คราะหเ์ กย่ี วกบั มลพษิ - เสียงเพลง เสียงเคร่อื งยนต ์ เสียงท่ีดังมาก ๆ จะเป็นอนั ตรายต่อหแู ละเสียงทกี่ ่อให้
ทางเสยี ง โดยตอบคำ�ถาม ดงั นี้ เกิดความรําคาญ เรียกว่า มลพิษทางเสียง ได้แก่ เสียงท่ีดังเกินไปจนทําให้เกิด
อันตรายต่อระบบการได้ยินของเรา หรือเป็นเสียงที่เราไม่ต้องการฟัง รู้สึกหงุดหงิด
๘.๑ สถานทใี่ ดหรอื สถานการณใ์ ดบา้ ง
รําคาญ ทําลายสมาธิในการทํางาน ไม่ว่าเสียงนั้นจะดังหรือไม่ก็ตาม มลพิษทางเสียง
ทนี่ กั เรยี นจะไดย้ นิ เสยี งดงั มากจนอาจ มีต้นเหตุจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ส่วนเสียงที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เช่น
เป็นอนั ตรายตอ่ หู เสียงสัตว์ เสียงแมลง เสียงฟ้าร้อง ไม่ถือเป็นมลพิษทางเสียง
(ตัวอย่างคำ�ตอบ โรงงานที่เคร่ืองจักร
กำ�ลงั ทำ�งาน วงดนตรรี ็อก เครื่องมือวัดระดับเสียง เป็น
เสียงเครอ่ื งบินไอพ่น) อุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับความดังของเสียง
๘.๒ นักเรียนจะป้องกันหูไม่ให้ได้รับ ซึ่งหน่วยวัดระดับเสียงที่ใช้โดยทั่วไป คือ
เดซิเบล (decibel : dB) เป็นหน่วยแสดง
อนั ตรายได้ โดยวธิ ีใดบา้ ง ระดับเสียงที่หูมนุษย์ได้ยิน โดยวัดจาก
(ใชท้ อ่ี ุดหเู ม่ืออยู่ในทเ่ี สียงดงั การเปลี่ยนแปลงความดังเสียงที่เกิดขึ้น
ไม่ฟังเสยี งทดี่ งั เกนิ ไป)
๘.๓ หน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการ ภาพท่ี ๕.๑๒ เครอ่ื งมอื วดั ระดบั เสียง
ควบคุมดูแลการใช้ระดับเสียงมีอะไร
บา้ ง
(องค์การอนามัยโลก
กระทรวงสาธารณสุข) 110
๘.๔ โรงงานอุตสาหกรรมท่ีมีการเดิน
เครอื่ งจกั รทมี่ เี สยี งดงั มาก ๆ ตดิ ตอ่ กนั
มีวิธีการอย่างไรเพ่ือป้องกันคนท่ี เสริมความรู้ ครูควรสอน
ทำ � ง า น ใ น โ ร ง ง า น นั้ น ไ ม่ ใ ห้ ไ ด้ รั บ
อนั ตราย วิธปี ้องกนั มลพษิ ทางเสียง เชน่ ใชท้ ่คี รอบหปู ้องกันเสียง
(ตัวอย่างคำ�ตอบ ให้คนทำ�งานใส่ ลดความดังของเครือ่ งเสยี ง ใช้แนวต้นไม้กน้ั เสียง
ที่อุดหู เปลี่ยนผลัดกันทำ�งาน ไม่ให้
ทำ�งานเกิน ๘ ช่ัวโมง)
สุดยอดคู่มือครู 110
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 2aseanSt
ระดับเสียง (เดซิเบล) ขนั้ คดิ วเิ คราะห์
และสรปุ ความรู้
เสียงจรวด ๑๔๐ เสียงเครือ่ งบิน ๙. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
๑๓๐ ไอพน่ การทำ�กิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจ
เปน็ ความรรู้ ว่ มกนั เกย่ี วกบั การส�ำ รวจ
เสียง ๑๒๐ เสียงในสง่ิ แวดลอ้ มวา่ สถานที่ต่าง ๆ
ในโรงเรียนมีระดับเสียงดังไม่เท่ากัน
ฟา้ รอ้ ง ๑๑๐ บางสถานที่มีระดับเสียงดังมาก เช่น
ดงั สนน่ั รว้ั รมิ ถนน บางสถานทม่ี รี ะดบั เสยี งดงั
น้อย เช่น ห้องสมุด ซ่ึงตรวจสอบได้
๑๐๐ เสียง จากเคร่อื งมอื วัดระดับเสยี งท่ีมีหนว่ ย
รถบรรทกุ วัดระดบั คอื เดซเิ บล
๙๐
๑๐. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า
๘๐ เสียงรถยนต์ โดยตอบค�ำ ถาม ดงั น้ี
เสยี งขุดเจาะถนน เสียงมอเตอรไ์ ซค์ ๗๐
๑๐.๑ นักเรียนจะนำ�ความรู้ที่ได้จาก
๖๐ การทำ�กิจกรรมไปใช้ประโยชน์ได้
อย่างไร
๕๐
(นำ�แอปพลิเคชันไปวัดระดับเสียงใน
๔๐
สถานท่ีต่าง ๆ ในชีวิตประจำ�วันเพื่อ
เสยี งตะโกน ๓๐
หลีกเลย่ี งบรเิ วณเสยี งดังเกนิ ไป)
๒๐ ๑๐.๒ ถ้านักเรียนอยู่ในบริเวณที่มี
เสยี ง ๑๐ เสียงกระซบิ เสียงนกรอ้ ง เสียงดังมาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ
ใบไม้รว่ ง ๐ นั ก เ รี ย น รู้ สึ ก อ ย่ า ง ไ ร ว า ด ภ า พ
แสดงความรู้สึก
ภาพที่ ๕.๑๓ ตัวอยา่ งระดับเสียงเปน็ เดซิเบลทพี่ บในชวี ิตประจำาวนั
111
๑๐.๓ ถ้านักเรียนอยู่ในบริเวณที่มี
เสียงดังมาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ
จะมวี ธิ กี ารปอ้ งกนั อนั ตรายทเี่ กดิ จาก
เสียงไดอ้ ยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำ�ตอบหลกี เลย่ี งการอยใู่ น
บริเวณท่ีมีเสียงดังโดยไม่จำ�เป็น
ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมเครื่อง
ป้องกนั ครอบหูไว)้
111 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
St บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิ กิจกรรมต่าง ๆ หากมีเสียงดังเกินไป หรือเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น เวลา
แหลละงั สกราุปรปควฏาบิ มัตริู้ พักผ่อนหรือเวลาที่ต้องการสมาธิ ถือว่าเป็นแหล่งกําเนิดของมลพิษทางเสียง
โดยทั่วไปสามารถแบ่งประเภทแหล่งกําเนิดเสียงได้ ดังนี้
๑๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
ออกแบบ สำ�รวจระดับเสียงใน ๑. เสียงจากชีวิตประจําวัน ๒. เสียงจากโรงงาน ๓. เสียงจากสถานบันเทิง
สถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน โดยใช้
แอปพลิเคชันบันทึกผล แล้วเขียน ๔. เสียงจากการจราจร ๕. เสียงจากการก่อสร้าง
รายงาน จัดทำ�เป็นช้ินงาน
๑๒. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น ส รุ ป สิ่ ง ที่ เ ข้ า ใ จ เราสามารถลดหรือหลีกเล่ียงการทำาให้เกิดมลพิษทางเสียง
เป็นความรรู้ ว่ มกัน ดังน้ี ได้ไม่ยาก โดยการพิจารณาว่า เสียงท่ีเราจะทำาให้เกิดข้ึนเป็นสาเหตุ
ให้ผู้อ่ืนเดอื ดรอ้ นหรือไม่
• เสียงดังมาก ๆ เป็นอันตราย ตัวอย่างกิจกรรมและเวลาที่ไม่ควรทํากิจกรรม
ต่อการได้ยินและเสียงที่ก่อให้เกิด ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง
ความรำ�คาญเป็นมลพิษทางเสียง ๐.๐๐ น. ๓.๐๐ น. ๖.๐๐ น. ๙.๐๐ น. ๑๒.๐๐ น. ๑๕.๐๐ น. ๑๘.๐๐ น. ๒๑.๐๐ น. ๒๔.๐๐ น.
เดซิเบลเป็นหน่วยท่ีบอกถึงความดัง
ของเสียง วันทำ�ง�น
วนั หยดุ
วันทำ�ง�น วันหยุด
ก่อน ๗.๐๐ น. และหลัง ๒๐.๐๐ น. ก่อน ๙.๐๐ น. และหลัง ๒๐.๐๐ น.
เสียงเร่งเครื่องรถอย่างแรง เสียงเร่งเครื่องเรือ หรือยานพาหนะ เครื่องบด ย่อย
อื่น ๆ ยกเว้นขณะที่นํารถเข้าหรือออกจากบ้าน อุปกรณ์ที่ต้องมีการทํางานของมอเตอร์ที่มีเสียงดัง
เครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบนํ้าขนาดใหญ่
กิจกรรมการก่อสร้างที่มีเสียงดัง เสียงประทัด
เครื่องไสไม้ไฟฟ้า เสียงระเบิด
เลื่อยเหล็ก เสียงเคาะ หรือเสียงกระแทก เช่น เสียงจากโรงพิมพ์
เชื่อมเหล็ก เสียงจากร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านเคาะ พ่นสีรถ
ตอกตะปู เสียงหวูด หรือเสียงสัญญาณทํางาน
เสียงปั๊มลม
ไม่ควรทํากิจกรรม
112 ทาํ กจิ กรรมได้
สุดยอดคู่มือครู 112
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 4asean
St St
เมื่อเราประสบกับมลพิษทางเสียง เราสามารถควบคุม หลีกเลี่ยง หรือ ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ
ลดมลพิษทางเสียงได้หลายวิธี โดยแบ่งเป็นการควบคุมระดับเสียงจากแหล่งกําเนิด
เช่น เครื่องเสียง โทรทัศน์ การควบคุมระดับเสียงจากตัวกลางที่เสียงเคลื่อนที่ผ่าน ๑๓. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด
เช่น การสร้างกําแพงกั้นเสียงการจราจรบริเวณริมถนน และการควบคุมระดับเสียง และนำ�เสนอรายงานหน้าชั้นเรียน
ที่ผู้รับเสียง เช่น การใช้มือหรืออุปกรณ์อุดหู เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อน ๆ
รว่ มกนั ตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
๑๔. นั ก เ รี ย น ร่ วม กัน อ ภิ ปรา ย แล ะส รุ ป
เก่ียวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด
เ ชิ ง ร ะ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ทำ � ง า น ที่ มี
แบบแผน
5ep ขนั้ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คณุ คา่
บรกิ ารสงั คม
และจติ สาธารณะ
ภาพท่ี ๕.๑๔ การลดมลพษิ ทางเสยี งจากแหล่งกาำ เนดิ ตัวกลางเสียง และผู้รับเสยี ง ๑๕. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่
ดีเด่นจัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือ
113 จัดแสดงผลงาน หรือเผยแพร่ใน
เวบ็ ไซตห์ รอื เฟซบกุ๊ (facebook) ของ
โรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้
ให้นกั เรียนช้นั อ่ืน ๆ
๑๖. นักเรียนนำ�ผลการสำ�รวจระดับเสียง
ในชุมชนไปติดท่ีป้ายนิเทศในชุมชน
เพอื่ ใหค้ นในชมุ ชนหลกี เลยี่ งบรเิ วณท่ี
เป็นมลพษิ ทางเสยี ง
๑๗. นกั เรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พร้อม
สะท้อนความคดิ ร่วมกนั
๑๘. นักเรียนตรวจสอบและประเมิน
ขั้นตอนต่าง ๆ ท่ีเรียนมาในวันน้ี
มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง
มคี วามสงสยั ความอยากร้อู ยากเห็น
ในเรอื่ งใด ใหร้ ะบุ
113 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตัวชี้วัด
ว ๒.๓ ป.๕/๔ แบบฝึกหัด
ว ๒.๓ ป.๕/๕
๓. การใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง
แนวค�ำตอบ ๑. อ่านสถานการณ์ที่กําหนดแล้วเลือกวิธีการป้องกันอันตรายจากเสียง
๒. ตอบ ตวั อยา่ งคำ�ตอบ เสยี งการจราจร วิธีที่ ๑ วิธีที่ ๒ วิธีที่ ๓
เสยี งเคร่อื งยนต์ เสยี งตะโกน ป้องกันที่แหล่งกําเนิด ป้องกันบริเวณที่เสียง ป้องกันที่ผู้รับเสียง :
เสยี ง : การปรบั ลดระดับ เคลือ่ นทีผ่ า่ น : ทาํ แนวกัน้ มี อุ ป ก ร ณ์ ค ร อ บ หู
ค ว า ม ดั ง ห รื อ ก า ร ปิ ด ระหวา่ งแหลง่ กาํ เนดิ เสยี ง หรืออุดหู
แหล่งกําเนิด กับผู้รับเสียง
แนวค�ำตอบ สถานการณ์ วิธีที่ วิธีการ
๑.๑ อาคารเรียนอยู่ชิดทางด่วน ๒ ทำ�กำ�แพงกัน้ เสียงหรอื ทำ�หนา้ ตา่ งใหม้ ดิ ชดิ
๑.๒ พนักงานขุดเจาะถนน ๓ ใช้อปุ กรณอ์ ดุ รหู ู
๑.๓ โทรทัศน์เสียงดัง ๑ ปรับระดับเสียงโทรทศั น์
๑.๔ วิศวกรในโรงงานอุตสาหกรรม ๓ ใชอ้ ปุ กรณอ์ ดุ รูหู
ที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่
๑.๕ พนักงานซ่อมรถ ๓ ใช้อุปกรณอ์ ดุ รหู ู
๑.๖ บ้านพักอยู่ข้างอู่ซ่อมรถ ๒ ทำ�หนา้ ต่างใหม้ ิดชดิ
๑.๗ นาฬิกาปลุกดัง ๑ ปิดเสยี งนาฬกิ าปลกุ
๑.๘ สุนัขข้างบ้านเห่าเสียงดัง ๑ บอกให้เจ้าของสุนขั ทราบ
๑.๙ ฟ้าร้องเสียงดัง ๓ ใชอ้ ุปกรณ์อุดรูหู
๑.๑๐ จุดพลุในวันปีใหม่ ๓ ใชอ้ ปุ กรณอ์ ุดรหู ู
๒. เขียนแหล่งกําเนิดเสียงในชีวิตประจําวันที่คิดว่าเป็นมลพิษทางเสียง
114
สุดยอดคู่มือครู 114
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
จดุ ประกายโครงงาน จุด จุดประกายโครงงานน
นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั วางแผน ออกแบบ และประดษิ ฐ์
เครื่องดนตรีท่ใี หเ้ สยี งสงู เสยี งต่าำ จากวสั ดุเหลอื ใช้ในทอ้ งถิ่น ประกายโครงงา
กจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์สร้างสรรคส์ คู่ วามเข้าใจอาเซยี น นกั เรยี นร่วมกนั ทำ�กิจกรรม
จุดประกายโครงงาน
รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
นักเรียนรว่ มกนั ทำ�กิจกรรม
วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์สู่ความเข้าใจ
อาเซียน
ภาพท่ี ๕.๑๕ ซออู้ สะเต็มสร้างสรรค์
ซออู้ เป็นเครื่องดนตรีไทยที่ใช้การสีแล้วทำาให้เกิดเสียง นักเรียนแบ่งกลุ่ม นักเรยี นรว่ มกันท�ำ กิจกรรม
แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบเคร่ืองดนตรีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่สนใจ ๑ ชนิด สะเต็มสร้างสรรค์ นำ�ไปสู่การสร้าง
แล้วระบวุ ธิ ีการท่ที าำ ใหเ้ ครอ่ื งดนตรีนนั้ เกิดเสียง นวัตกรรม
สะเต็มสร้างสรรค์
รา้ นขายนา้ำ ผลไม้ปน่ั พบปญั หา คอื เครื่องปัน่ นำ้าผลไม้มเี สยี งดังรบกวนลกู ค้า
ทเ่ี ขา้ มาใช้บรกิ ารเปน็ อย่างมาก นกั เรยี นจะออกแบบสรา้ งสง่ิ ประดษิ ฐป์ ้องกันเสยี งดงั
ท่ีเกิดจากเครอื่ งปั่นน้ำาผลไม้ไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร
115
รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตัวอย่างเคร่อื งดนตรขี องประเทศสมาชิกอาเซยี น
๑. กัมบสุ (Gambus) บรูไนดารุสซาลาม ๒. กระปือ (Krapeu) กัมพชู า
๓. องั กะลุง (Angklung) อนิ โดนเี ซีย ๔. แคน (Khene) ลาว
๕. เรอบาบ (Rebab) มาเลเซยี ๖. ซอง (Saung) เมียนมา
๗. กูลนิ ตงั (Kulintang) ฟลิ ปิ ปนิ ส ์ ๘. กู่เจงิ (Guzheng) สิงคโปร์
๙. ซอสามสาย (Three-stringed fiddle) ไทย ๑๐. ด่านงเหวยี ต (Dan nguyet) เวยี ดนาม
115 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
เป้าหมายการเรยี นรู้ ห๖นว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ดาว
มาตรฐานการเรียนรู้ แผนผังหวั ข้อหน่วยการเรยี นรู้ ดาว
มาตรฐาน ว ๓.๑
เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะกระบวนการเกดิ
และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้ง
ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผล
ตอ่ สง่ิ มชี วี ติ และการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี
อวกาศ
ความแตกตา่ งของ ตำาแหน่งและเสน้ ทาง
ดาวเคราะห์กบั ดาวฤกษ์ การขึ้นและตกของกลมุ่ ดาว
ตัวชีว้ ัด
๑. เปรยี บเทียบความแตกต่างของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษจ์ ากแบบจาำ ลอง (ว ๓.๑ ป.๕/๑)
๒. ใช้แผนทีด่ าวระบตุ าำ แหนง่ และเส้นทางการขึน้ และตกของกลมุ่ ดาวฤกษ์บนท้องฟา้
และอธบิ ายแบบรปู เส้นทางการข้นึ และตกของกลุม่ ดาวฤกษ์บนทอ้ งฟ้าในรอบปี (ว ๓.๑ ป.๕/๒)
ศัพทว์ ิทยาศาสตร์น่ารู้
คำาศพั ท์ คาำ อา่ น คาำ แปล
altitude แอล′ ทิทดู มุมเงย
azimuth แอซมิ ัท มุมทิศ
planet แพลน′ นิท ดาวเคราะห์
star สทาร์ ดาวฤกษ์
star map สทาร์ แมพ แผนทีด่ าว
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ดาวทม่ี องเหน็ บนทอ้ งฟา้ อยใู่ นอวกาศซง่ึ เปน็ บรเิ วณทอี่ ยนู่ อกบรรยากาศของโลก มที งั้ ดาวฤกษแ์ ละดาวเคราะห์ ดาวฤกษเ์ ปน็
แหลง่ ก�ำ เนดิ แสงจงึ สามารถมองเหน็ ได้ สว่ นดาวเคราะหไ์ มใ่ ชแ่ หลง่ ก�ำ เนดิ แสง แตส่ ามารถมองเหน็ ไดเ้ นอื่ งจากแสงจากดวงอาทติ ย์
ตกกระทบดาวเคราะหแ์ ลว้ สะทอ้ นเข้าสตู่ า
การมองเหน็ กลมุ่ ดาวฤกษม์ รี ปู รา่ งตา่ ง ๆ เกดิ จากจนิ ตนาการของผสู้ งั เกต กลมุ่ ดาวฤกษต์ า่ ง ๆ ทป่ี รากฏในทอ้ งฟา้ แตล่ ะกลมุ่
มีดาวฤกษ์แต่ละดวงเรียงกันที่ตำ�แหน่งคงท่ี และมีเส้นทางการขึ้นและตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำ�แหน่งเดิม
การสังเกตตำ�แหนง่ และการขนึ้ และตกของดาวฤกษ์ และกลมุ่ ดาวฤกษ์ สามารถท�ำ ไดโ้ ดยใชแ้ ผนทดี่ าว ซง่ึ ระบมุ มุ ทิศและมุมเงย
ที่กลุม่ ดาวน้นั ปรากฏ ผ้สู ังเกตสามารถใช้มือในการประมาณคา่ ของมุมเงยเมอ่ื สังเกตดาวในท้องฟา้
สุดยอดคู่มือครู 116
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
สมรรถนะส�ำ คญั ของผเู้ รยี น
กล่มุ ดาว กลุ่มดาว กลุ่มดาว ๑. ความสามารถในการส่อื สาร
คนยงิ ธนู แพะทะเล ๒. ความสามารถในการคิด
กลมุ่ ดาว คนแบกหม้อนาำ้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
แมงป่อง ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
กลมุ่ ดาว ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ปลา
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
กลมุ่ ดาวจักรราศี ใฝ่เรยี นรู้
ตวั ชว้ี ัดท่ี ๔.๑ ตัง้ ใจ เพียรพยายามใน
การเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
ตัวช้ีวัดท่ี ๔.๒ แสวงหาความรู้จาก
แหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ ทง้ั ภายในและ
ภายนอกโรงเรยี น ด้วยการเลือกใชส้ อื่
อยา่ งเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์
สรปุ เป็นองค์ความรู้ สามารถน�ำ ไปใช้
ในชวี ิตประจำ�วันได้
กล่มุ ดาว กลุ่มดาว กลุ่มดาว มุ่งมนั่ ในการทำ�งาน
คนั ชงั่ คนคู่ แกะ ตวั ชวี้ ดั ท่ี ๖.๑ ตั้งใจและรบั ผดิ ชอบ
ในการปฏบิ ัตหิ น้าท่กี ารงาน
กลุม่ ดาว กลมุ่ ดาว ตัวชว้ี ดั ที่ ๖.๒ ท�ำ งานดว้ ยความเพียร-
หญงิ พรหมจารี กลุ่มดาว วัว พยายามและอดทนเพอื่ ให้งานสำ�เรจ็
ตามเป้าหมาย
สงิ โต
กลมุ่ ดาว
ปู
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 จุดประกายโครงงาน
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ
และประดิษฐ์แผนที่ดาว จากวัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน
แล้วนำ�มาจดั ประกวดในแบบแผงโครงงานส่ิงประดิษฐ์
117 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET
St ตัวช้ีวดั ๑. ความแตกตา่ งของดาวเคราะหก์ ับดาวฤกษ์
ว ๓.๑ ป.๕/๑ เมื่อมองท้องฟ้าตอนกลางคืนในพื้นที่ปลอดแสงจากอาคารบ้านเรือน เช่น
ชานเมือง ในป่า บนยอดเขา จะมองเห็นดาวจำานวนมากกว่าพื้นที่ในเขตเมือง
ภาระงาน/ชิน้ งาน ที่เต็มไปด้วยแสงสว่างจากอาคารบ้านเรือนที่รบกวนการมองเห็นของเรา
ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ดาวบนท้องฟ้าไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เรามองไม่เห็น
แผนภาพความคดิ แบบเปรยี บเทียบ หากสังเกตโดยละเอียดและต่อเนื่องจะพบว่า ดาวบนท้องฟ้ามีลักษณะที่แตกต่าง
ดาวเคราะห์กับดาวฤกษ์ หลากหลาย เช่น การกะพริบของแสง ความสว่าง สี ตำาแหน่งบนท้องฟ้า
ep 1 ข้นั สังเกต
รวบรวมข้อมลู
๑. นักเรียนสังเกตเข็มทิศและภาพดาว ภาพที่ ๖.๑ ดาวบนท้องฟา้
บนท้องฟ้าท่ีติดบนกระดาน ร่วมกัน
สนทนาทบทวนความรเู้ กย่ี วกบั ดาวบน 118
ทอ้ งฟา้ โดยรว่ มกนั ตอบค�ำ ถามกระตนุ้
ความคิด ดงั น้ี
๑.๑ นกั เรยี นจะมองเหน็ ดาวไดใ้ น
เวลาใด (กลางคนื )
๑.๒ ดาวทน่ี ักเรยี นเหน็ มลี กั ษณะ
อยา่ งไร
(ดาวที่เห็นบางดวงมีแสงระยิบระยับ
บางดวงมีแสงนวลนิง่ )
๑.๓ ดาวบนทอ้ งฟา้ แบง่ เปน็ กปี่ ระเภท
แตล่ ะประเภทแตกต่างกนั อยา่ งไร
(ตวั อย่างคำ�ตอบ ดาวแบง่ เป็น ๒ ประเภท
คือ ดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์
ดาวฤกษ์ เป็นดาวทม่ี ีแสงสวา่ งในตัวเอง
ส่วนดาวเคราะห์ เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่าง
ในตวั เอง)
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
บันทึกผลการทำ� กจิ กรรม (ตัวอย่างคำ�ตอบ) สรุปผลการทำ� กิจกรรม
ตาราง บันทกึ ข้อมลู ของดาวแตล่ ะดวง ดาวทีก่ ะพรบิ แสงระยิบระยับ ได้แก่
ดาว B C และ F
วนั /เดอื น/ปที ่ีสังเกต ๑๔-๒๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๒ สถานที่ พุทธมณฑล รหสั ดาว การกะพรบิ ความสว่าง สี ตำ�แหนง่ บนท้องฟ้า ดาวท่สี ่องแสงนวลนิง่ ได้แก่
ของแสง ในแตล่ ะคืน ดาว A D E และ G
F
AG A นวลน่งิ ปานกลาง เหลอื ง เปล่ียนตำ�แหน่ง
B B ระยิบระยับ มาก ขาว อยใู่ นตำ�แหน่งเดมิ ของกลมุ่
D
C C ระยบิ ระยบั มาก ขาวเหลอื ง อยู่ในตำ�แหนง่ เดมิ ของกลุม่
E
D นวลนง่ิ นอ้ ย ฟ้า เปลย่ี นตำ�แหนง่
E นวลนงิ่ นอ้ ย ส้มแดง เปลย่ี นตำ�แหนง่
F ระยิบระยบั มาก ขาว อยใู่ นตำ�แหนง่ เดมิ ของกลมุ่
สุดยอดคู่มือครู 118 G นวลนงิ่ ปานกลาง ขาวฟา้ เปลี่ยนตำ�แหน่ง
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ดาวบนทอ้ งฟา้ แบง่ เปน็ กีป่ ระเภทแตล่ ะประเภทแตกตา่ งกนั อยา่ งไร St Step 1asean
ข้นั สงั เกต
รวบรวมขอ้ มลู
กิจกรรมที่ ๖.๑ จัดกลุ่มดาวบนท้องฟ้า คำ�ถ�มสำ�คัญ ๒. นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อยา่ ง
วัสดุอุปกรณ์ รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๖.๑
เข็มทิศ หรืออุปกรณ์ที่ใช้บอกทิศ ๑ อัน เรื่อง จดั กลุ่มดาวบนท้องฟ้า
วธิ ีทำา ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
๑. นักเรียนสังเกตดาวบนท้องฟ้าทางทิศเหนือในตอนกลางคืน โดยใช้เข็มทิศช่วย บันทกึ ผล
ในการค้นหาทิศเหนือ วาดภาพดาว กำาหนดรหัสดาว เช่น ดาว A ดาว B บันทึกข้อมูลของดาว ๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
การท�ำ กิจกรรมหนา้ ช้ันเรียน
แต่ละดวงในด้านการกะพริบของแสง ความสว่าง สี และการเปลี่ยนตำาแหน่งบนท้องฟ้า
ep 2 ข้ันคดิ วเิ คราะห์
ในแต่ละคืน โดยนักเรียนต้องสังเกตต่อเนื่องเป็นเวลา ๗ วัน ในกรณีที่บ้านของนักเรียน
และสรุปความรู้
อยู่ในพื้นที่ซึ่งแสงจากอาคารบ้านเรือนรบกวนการมองเห็นดาว ครูอาจพาไปทัศนศึกษาหรือ
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
จัดเตรียมวีดิทัศน์ท้องฟ้าตอนกลางคืนที่มีความคมชัดให้นักเรียนสังเกตแทนได้ อภิปราย และแสดงความคิดเห็น
เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบ
๒. จัดกระทำาข้อมูลของดาว ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม คำ�ถามหลงั ทำ�กจิ กรรม
ทั้งหมดให้อยู่ในรูปผังมโนทัศน์ ตารางที่ ๖.๑ บันทึกข้อมูลของดาวแต่ละดวง สถานท่ี ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
โดยใชเ้ กณฑก์ ารจดั จาำ แนกทน่ี กั เรยี น วนั /เดอื น/ปี ทส่ี ังเกต การทำ�กิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจ
เ ป็ น ค ว า ม รู้ ร่ ว ม กั น เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร
กำาหนดขึ้นเอง นำาเสนอผังมโนทัศน์ จดั กล่มุ ดาวบนทอ้ งฟ้าวา่ ดาวแบ่งเปน็
๒ ป ร ะ เ ภ ท คื อ ด า ว ฤ ก ษ์ แ ล ะ
หน้าชั้นเรียน อภิปรายร่วมกัน ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็นดาวที่มี
แสงสว่างในตัวเอง มองเห็นเป็นดาว
รหัสดาว การกะพริบของแสง ความสวา่ ง สี ตาำ แหนง่ บนท้องฟ้าในแตล่ ะคืน ท่ีส่องแสงกะพริบระยิบระยับ ส่วน
ดาวเคราะห์ เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่าง
ดาวทั้งหมดที่นักเรียนวาดภาพและกำาหนดเป็นรหัสดาวมีกี่ดวง ในตัวเอง แต่มองเห็นเป็นดาวท่ีมีแสง
ลักษณะใดของดาวที่นักเรียนสังเกตพบมากและน้อยที่สุดตามลำาดับ นวลน่ิง เน่ืองจากแสงดวงอาทิตย์
ตกกระทบท่ีดาวเคราะห์และสะท้อน
นักเรียนใช้เกณฑ์ใดในการจัดประเภทดาว จัดจำาแนกได้กี่ประเภท ประเภทใดบ้าง เขา้ สู่นยั น์ตา
สรุปประเภทของดาวและเกณฑ์ในการจัดจำาแนกในรูปของตาราง
แนวคำ� ตอบ 119
๑. ตอบ ตวั อย่างคำ�ตอบ ๗ ดวง
๒. ตอบ นวลนง่ิ และระยิบระยบั
๓. ตอบ ใช้เกณฑก์ ารกะพรบิ ของแสงแบ่งได้๒ประเภทคอื
ดาวท่ีกะพรบิ แสงระยบิ ระยบั กบั ดาวท่สี อ่ งแสงนวลนิง่
๔. ตอบ ตาราง สรุปประเภทของดาวและเกณฑก์ ารจัดจำ�แนก
ดาวทกี่ ะพรบิ แสงระยบิ ระยับ ดาวทีส่ อ่ งแสงนวลนง่ิ
BA 119 สุดยอดคู่มือครู
CD
FE
G
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะห์
St St และสรปุ ความรู้
คาำ วา่ ดาว ในภาษาไทยตามพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
๗. เช่ือมโยงความรู้ โดยเล่าเกี่ยวกับดาว หมายถึง สิ่งที่เห็นเป็นดวงเล็ก ๆ มีแสงในท้องฟ้าเวลามืด เช่น ดาวประจำาเมือง
บนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ดาวฤกษ์ ดาวเหนือ แต่ในภาษาอังกฤษ ระบุอย่างชัดเจนเป็น ๒ ประเภท คือ ดาวฤกษ์
และดาวเคราะห์ ดังน้ี เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง มองเห็นเป็นดาวที่ส่องแสงกะพริบระยิบระยับ
ความสว่างไม่คงที่ และดาวเคราะห์ เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง แต่มองเห็น
ถ้านักเรียนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นดาวที่มีแสงนวลนิ่ง มีความสว่างคงที่ เนื่องจากแสงดวงอาทิตย์ตกกระทบ
ในเวลากลางคืน นักเรียนจะเห็น ที่ดาวเคราะห์และสะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา
ดวงจันทร์และดาวต่าง ๆ มากมาย
ถ้านักเรียนสังเกตให้ดี นักเรียน
จะพบว่าดาวบนท้องฟ้ามี ๒ ประเภท
คือ
๑. ดาวทมี่ องเหน็ เหมอื นกะพรบิ แสง
เรยี กวา่ ดาวฤกษ์ เปน็ ดาวทม่ี แี สงสวา่ ง
ในตัวเองและอยู่ประจำ�ท่ี เช่น
ดวงอาทติ ย์ ดาวเหนือ
๒. ดาวที่มองเห็นเป็นแสงสว่างน่ิง
เรียกว่า ดาวเคราะห์ เป็นดาวท่ีไม่มี
แสงสว่างในตัวเอง และไม่อยู่
ประจำ�ท่ี เช่น โลก ดาวศกุ ร์ ดาวเสาร์
ep 3 ข้นั ปฏิบตั ิ
และสรปุ ความรู้
หลังการปฏบิ ัติ
๘. นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ร่ ว ม กั น คิ ด ภาพที่ ๖.๒ ดาวที่มองเหน็ บนท้องฟ้าสว่ นใหญเ่ ปน็ ดาวฤกษ์
คำ � สำ � คั ญ เ กี่ ย ว กั บ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง 120
ดาวเคราะหก์ บั ดาวฤกษ์ แล้วนักเรียน
แต่ละคนนำ�คำ�เหล่านั้นมาวางแผน (ตวั อยา่ งแผนภาพความคิดแบบ ๙. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็น
ออกแบบ และเขยี นแผนภาพความคดิ เปรียบเทียบ) ความรู้รว่ มกัน ดงั นี้
แบบเปรียบเทียบ ดาวเคราะห์กับ
• ดาวฤกษ์เป็นแหล่งกำ�เนิดแสง
ดาวฤกษ์ จดั ท�ำ เป็นชิ้นงาน ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ จึงสามารถมองเห็นได้ ส่วนดาวเคราะห์
ไม่ใช่แหล่งกำ�เนิดแสง แต่สามารถ
• แสงนวลนิ่ง จุดสวา่ ง • แสงระยิบระยบั มองเห็นได้ เนื่องจากแสงดวงอาทิตย์
• สสี นั หลากหลาย บนท้องฟา้ • สขี าว ตกกระทบที่ดาวเคราะห์และสะท้อน
• เปลีย่ นตำ�แหนง่ ตอนกลางคนื • เกาะกลุ่มดาว
ไปในแต่ละคืน ตำ�แหนง่
ไม่เปลี่ยน
แผนภาพความคิดแบบเปรยี บเทยี บ เขา้ สู่นยั น์ตา
สุดยอดคู่มือครู 120 ดาวเคราะหก์ บั ดาวฤกษ์
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 4asean
St St
หากใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีกำาลังขยายสูงในการสังเกตดาวเคราะห์จะพบว่า ขนั้ สอื่ สารและนำ� เสนอ
มีลักษณะเป็นดวงที่มีขนาดชัดเจน สามารถวัดความกว้างได้ มีสีหลากหลาย
เช่น ดาวพุธและดาวพฤหัสบดีมีสีขาว ดาวอังคารสีแดง ดาวศุกร์และดาวเสาร์ ๑๐. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
มีสีขาวอมเหลือง ซึ่งแตกต่างจากการสังเกตดาวฤกษ์ ไม่ว่าจะใช้กล้องโทรทรรศน์ โ ด ย ใ ช้ แ ผ น ภ า พ ค ว า ม คิ ด แ บ บ
ที่มีกำาลังขยายสูงเท่าใดก็จะเห็นเป็นจุดแสงเท่านั้น เปรยี บเทียบ ดาวเคราะหก์ บั ดาวฤกษ์
ภาพที่ ๖.๓ กลอ้ งโทรทรรศน์ และการใช้กลอ้ งโทรทรรศนใ์ นการสอ่ งดูดาว ประกอบการอธิบายหน้าชั้นเรียน
เพ่อื น ๆ รว่ มกันตรวจสอบและแก้ไข
ดาวเคราะห์ (planet) มีรากศัพท์มาจากคำาในภาษาละตินว่า wander ให้ถกู ตอ้ ง
แปลวา่ ผสู้ ญั จร หรอื นกั เดนิ ทาง ตาำ แหนง่ บนทอ้ งฟา้ ของดาวเคราะหท์ เ่ี ปลย่ี นไปทกุ วนั
เมื่อเทียบกับกลุ่มดาวฤกษ์ที่มีตำาแหน่งประจำา ทำาให้มองเห็นเป็นกลุ่มดาว ๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั
ซึ่งมีรูปร่างคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
และวธิ กี ารทำ�งานทม่ี ีแบบแผน
121
5ep ข้ันประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่า
บรกิ ารสังคม
และจติ สาธารณะ
๑๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงาน
ท่ี ดี เ ด่ น จั ด แ ส ด ง ป้ า ย นิ เ ท ศ
หนา้ ชน้ั เรยี น เพอื่ เปน็ แหลง่ การเรยี นรู้
ใหก้ ับนกั เรียนในโรงเรียน
๑๓. นกั เรียนน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พร้อม
สะท้อนความคิดร่วมกนั
๑๔. นั ก เ รี ย น ต ร ว จ ส อ บ ห รื อ ป ร ะ เ มิ น
ข้ันตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันนี้
มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง
มคี วามสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น
ในเรอ่ื งใด ให้ระบุ
แนวข้อสอบ O-NET
ถ้าต้องการสังเกตลกั ษณะของดาวเคราะห์ ควรเลอื กใชอ้ ปุ กรณ์ขอ้ ใด
จึงเหมาะสม
๑ กล้องปรทิ รรศน์ เฉลย ๓ เหตผุ ล กล้องโทรทรรศน์เปน็ อุปกรณ์
๒ กลอ้ งส่องทางไกล ท่ีมีกำ� ลังขยายสูง ช่วยในการสังเกต
๓ กลอ้ งโทรทรรศน์ ดาวบนทอ้ งฟ้าใหเ้ หน็ ชัดเจนมากยงิ่ ข้นึ
๔ กลอ้ งจุลทรรศน์
121 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตัวช้ีวัด
ว ๓.๑ ป.๕/๑ แบบฝึกหัด
๑. ความแตกต่างของดาวเคราะห์กับดาวฤกษ์
แนวค�ำตอบ นักเรียนสร้างตารางเปรียบเทียบข้อมูลเกี่ยวกับดาวเคราะห์และดาวฤกษ์
ตอบ รายการ ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์
๑. การกะพริบของแสง
รายการ ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ๒. ความสว่าง
๓. สี
๑. การกะพริบ แสงนวลนงิ่ แสงกะพริบ ๔. ตาำ แหนง่ บนทอ้ งฟา้ ในแต่ละคืน
ของแสง ระยบิ ระยับ
๒. ความสวา่ ง มีความสวา่ ง มคี วามสวา่ ง
คงท่ี เนื่องจาก ไมค่ งที่ สอ่ งแสง
แสงดวงอาทิตย์ กะพรบิ
ตกกระทบที่ ระยบิ ระยับ
ดาวเคราะห์และ
สะท้อนเขา้ สู่
นยั นต์ า
๓. สี สีหลากหลาย สีขาว
๔. ต�ำแหนง่ บน เปลย่ี นแปลง เกาะกลุ่มดาว
ท้องฟา้ ต�ำแหน่งไปใน ต�ำแหน่ง
ในแต่ละคืน แต่ละคนื ไม่เปลย่ี นแปลง
122
สุดยอดคู่มือครู 122
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตัวชว้ี ัด
๒. ตาำ แหนง่ และเสน้ ทางการขึน้ และตกของกลุ่มดาว ว ๓.๑ ป.๕/๒
เมื่อเราสังเกตท้องฟ้าในพื้นที่โล่ง ท้องฟ้าจะมีลักษณะเป็นรูปทรงครึ่งวงกลม ภาระงาน/ช้ินงาน
(-)
ครอบแผ่นดินไว้ แนวที่ท้องฟ้าจรดกับแผ่นดินเรียกว่า เส้นขอบฟ้า การหมุนรอบ
ตวั เองของโลกแบบทวนเขม็ นาฬกิ า หรอื จากตะวนั ตกไปตะวนั ออก ทาำ ใหเ้ รามองเหน็
ดวงอาทิตย์ข้ึนทางทิศตะวันออกในตอนเช้า และค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปบนท้องฟ้าจน ep 1 ขน้ั สังเกต
ตกลงตรงเส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในตอนเย็น เรียกว่า เส้นทางการขึ้น-ตกของ
ดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นทิศทางตรงข้ามกันเสมอ เส้นทางการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ รวบรวมข้อมูล
St
Stถูกใช้กำาหนดทิศบนโลก หากเรายืนกางแขนให้แขนขวาชี้ไปทางทิศตะวันออก ๑. นักเรียนสังเกตการข้ึนและตกของ
และแขนซ้ายชี้ไปทางทิศตะวันตก ด้านหน้าของเราจะเป็นทิศเหนือ ส่วนด้านหลัง ดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และดาว เปน็ เวลา
จะเป็นทิศใต้ ๑ สัปดาห์ ร่วมกันสนทนาแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับเส้นทางการข้ึนและตก
แล้วตอบคำ�ถามกระตุ้นความสนใจ
เส้นทางการเดินของดวงอาทิตย์
ดงั น ้ี
๑.๑ การขึ้นและตกของดวงจันทร์และ
ดาวมกี ารขนึ้ และตกเหมอื นหรอื แตกตา่ ง
จากดวงอาทติ ย์อยา่ งไร
(ตัวอย่างคำ�ตอบ การขึ้นและตกของ
ดวงจนั ทรแ์ ละดาวมกี ารขน้ึ และตกเหมอื นกบั
E ดวงอาทติ ย์ คอื ดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และ
ดาว ข้ึนทางทิศตะวันออก และตกทาง
N S ทิศตะวนั ตก)
เส้นขอบฟ้า ๒. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น ส น ท น า ท บ ท ว น
W ประสบการณ์เกี่ยวกับตำ�แหน่งและ
2 ภาพที่ ๖.๔ ตาำ แหน่งการขนึ้ -ตกของดวงอาทติ ย์ เส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์
ดวงจนั ทร์ และดาว
ep ข้ันคิดวิเคราะห์ ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ
และสรุปความรู้ 123 ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันอย่าง
รวมพลังศึกษา วางแผน และสืบสอบ
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลท่ีได้จากการสืบสอบ แล้วร่วมกันวิเคราะห์และอภิปราย ข้อมูลเกี่ยวกับตำ�แหน่งและเส้นทางการ
เก่ียวกับขอ้ มูลทไ่ี ด้มา โดยร่วมกันตอบค�ำ ถาม ดังนี้ ข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
๕.๑ ดวงอาทติ ย์มตี �ำ แหน่งการข้นึ และตกอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเชน่ น้ัน และดาว จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
(ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก เพราะโลกหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดิม ทีห่ ลากหลาย
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการศึกษา
ตลอดเวลา)
๕.๒ ดวงจันทร์และดาวต่าง ๆ บนท้องฟ้า เคล่ือนที่จากทิศใดไปยังทิศใด เพราะเหตุใด ค้นคว้าในรูปผังกราฟิกแบบต่าง ๆ
จงึ เป็นเช่นนั้น ตามความเหมาะสมของข้อมูล และ
แลกเปลีย่ นเรยี นรู้รว่ มกัน
(ดวงจนั ทรแ์ ละดาวต่าง ๆ บนท้องฟา้ เคล่อื นทีจ่ ากทิศตะวนั ออกไปยังทิศตะวันตก
เพราะโลกหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดิมตลอดเวลา)
123 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ขนั้ คิดวิเคราะห์
St
และสรุปความรู้ การมองเห็นดวงจันทร์และดาวต่าง ๆ บนท้องฟ้าตอนกลางคืน ซึ่งมี
๖. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สงั เกตภาพ เส้นทางเดินของดาว เคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกเช่นเดียวกับ
ตำ�แหน่งการข้ึน-ตกของดวงอาทิตย์ เสน้ ทางการขน้ึ -ตกของดวงอาทติ ย ์ การสงั เกตดาวตอนกลางคนื จาำ เปน็ ตอ้ งรตู้ าำ แหนง่
ทต่ี ดิ บนกระดาน แลว้ รว่ มกนั วเิ คราะห์ ของทิศ หากไม่มีเข็มทิศ เราสามารถใช้ตำาแหน่งของดาวเหนือ ซึ่งเป็นดาวฤกษ์
และเลอื กบตั รขอ้ ความทกี่ �ำ หนดตดิ ใน ที่สว่างและอยู่ประจำาที่บนท้องฟ้าเหนือขอบฟ้าทางทิศเหนือ ดาวเหนือจึงถูกใช้เป็น
ตำ�แหน่งภาพบนกระดานให้ถูกต้อง ตำาแหน่งหลักของการจัดทำาแผนที่ดาวของแต่ละประเทศ ซึ่งแตกต่างกัน
เนื่องจากโลกเป็นทรงกลม จึงทำาให้ตำาแหน่งของดาวเหนือที่สังเกตจากคนละพื้นที่
เพ่ือน ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบ
ของโลกแตกตา่ งกนั ดงั เชน่ กรณขี องการสงั เกตดาวเหนอื จากพืน้ ทีใ่ ด ๆ บนโลกกต็ าม
(ตวั อย่างภาพและบัตรข้อความ)
ดาวฤกษ์สองดวงของกลุ่มดาวหมีใหญ่หรือที่ในประเทศไทยเรียกว่า กลุ่มดาวจระเข้
บตั รข้อความ จะชี้ไปทางดาวเหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวหมีเล็กเสมอ
เส้นทางการเดนิ ของดวงอาทิตย์ เสน้ ขอบฟา้ กลุ่มดาวหมีเลก็
เส้นทางการเดนิ ของดวงอาทิตย์
E ดาวเหนอื
NS
กลมุ่ ดาวหมีใหญ่
W
ภาพท่ี ๖.๕ ตำาแหน่งของดาวเหนือเป็นสว่ นหนึ่งของกล่มุ ดาวหมีเล็ก
เสน้ ขอบฟา้
124
ตำ�แหนง่ การข้นึ -ตกของดวงอาทิตย์
แนวข้อสอบ O-NET
๗. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็น
ความรู้ร่วมกันเก่ียวกับตำ�แหน่งและ กลุม่ ดาวในข้อใดใชใ้ นการบอกทิศได้
เสน้ ทางการขนึ้ และตกของดวงอาทติ ย ์ ๑ กล่มุ ดาวปู
ดวงจันทร์ และดาว ให้ได้ประเด็น ๒ กลุม่ ดาวแกะ
ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ในรูปแบบ ๓ กลุม่ ดาวลูกไก่
แผนภาพความคิด ๔ กล่มุ ดาวจระเข้
เฉลย ๔ เหตผุ ล กลุ่มดาวจระเขจ้ ะชีท้ ิศไปทางทิศเหนือเสมอ
สุดยอดคู่มือครู 124 สว่ น ๑ และ ๒ เป็นกลมุ่ ดาวจกั รราศี ๓ เปน็ กระจกุ ดาวฤกษ์
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
เหตุใดแต่ละพื้นที่ของโลกจึงเรียกชื่อกลุ่มดาวแตกต่างกัน คำ�ถ�มสำ�คัญ ตวั ช้ีวัด
กิจกรรมที่ ๖.๒ สร้างแบบจำาลองกลุ่มดาว ว ๓.๑ ป.๕/๒
วสั ดุอุปกรณ์ ๑ กระบอก St St ภาระงาน/ชนิ้ งาน
๑. ไฟฉาย ๑ แผ่น
๒. ฉากรับภาพสีดำา ๑ แผ่น แบบจ�ำ ลองกลมุ่ ดาว
๓. กระดาษโปสเตอร์สีดำา ๑ เล่ม
๔. เข็มหรือวัตถุปลายแหลม ep 1 ขน้ั สังเกต
วธิ ีทาำ รวบรวมขอ้ มูล
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันตัดกระดาษโปสเตอร์สีดำาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๑. นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับดาว
ให้มีขนาด ๒๐ Ö ๒๐ ตารางเซนติเมตร แล้วใช้เข็มหรือวัตถุปลายแหลมเจาะกระดาษ ท่ีมองเห็นบนท้องฟ้า และการเรียกช่ือ
โปสเตอร์สีดำาให้เป็นรูเล็ก ๆ อย่างอิสระ โดยไม่กำาหนดจำานวนรูและระยะห่างระหว่างจุด กลุ่มดาวสำ�คัญ ๆ ที่คนในแต่ละท้องถ่ิน
๒. ฉายไฟไปยังฉากรับภาพสีดำาหรือบนผนังห้องที่มืดสนิท เรียกชื่อแตกต่างกัน เช่น คนไทยเรียก
๓. แต่ละกลุ่มผลัดกันนำากระดาษโปสเตอร์สีดำาที่เจาะรูไว้มากั้นลำาแสงและสังเกตภาพ ดาวหมใี หญว่ า่ ดาวจระเข้ คนในบางประเทศ
ที่ปรากฏบนฉากรับภาพหรือผนังห้อง โดยจินตนาการว่าจุดแสงที่เห็นนั้น เป็นดาวบนท้องฟ้า เรียกกลุ่มดาวหัวใจสิงห์ว่ากลุ่มดาวเคียว
ตอนกลางคืน และตงั้ ประเด็นปัญหา ดังนี้
๔. แต่ละกลุ่มร่วมกันมองดูดาว ภาพที่ ๖.๖ การทดลองสรา้ งแบบจำาลองกลมุ่ ดาว ๑.๑ เหตุใดแต่ละพ้ืนที่ของโลกจึงเรียกช่ือ
ที่ปรากฏบนฉากรับภาพสีดำาหรือ กล่มุ ดาวแตกต่างกัน
ผนังห้อง แล้วจัดกลุ่มดาวตาม
จินตนาการ โดยลากเส้นเชื่อมต่อดาว (การเรยี กชอื่ กลมุ่ ดาวแตกตา่ งกนั ตามความเชอ่ื
ต่าง ๆ และกำาหนดชื่อกลุ่มดาว แล้ว วถิ ชี วี ติ และวฒั นธรรมของคนในแตล่ ะประเทศ)
ผลัดกันออกมานำาเสนอกลุ่มดาวตาม
จินตนาการของตนเอง เมื่อนำาเสนอ ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ
เสรจ็ สิน้ ครถู ามนกั เรยี นกลุม่ อืน่ ๆ วา่ ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันอย่าง
นั ก เ รี ย น ม อ ง เ ห็ น ก ลุ่ ม ด า ว ต า ม รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๖.๒ เร่ือง
จนิ ตนาการเหมอื นกบั เพือ่ นทีน่ าำ เสนอ สร้างแบบจำ�ลองกลุ่มดาว
หรือไม่ อย่างไร
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายก่อนทำ�
เฉลยกิจกรรมการทดลอง (ตวั อย่างคำ�ตอบ) 125 กิจกรรม ท�ำ กิจกรรม และบนั ทึกผล
บันทึกผลการทำ� กิจกรรม
๔. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ น�ำ เสนอผลการท�ำ
สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม
eกpจิ ก2รรมหน้าขชั้น้ันคเริดียวนิเคราะห์
มนุษย์แบ่งดาวออกเป็นกลุ่ม ๆ และวาดภาพ
จินตนาการเป็นรูปคน สัตว์ ส่ิงของ ตามความ และสรุปความรู้
เชื่อและวถิ ชี วี ิต
ของวัฒนธรรมแต่ละพ้ืนที่ ดงั นั้น ในแตล่ ะพืน้ ท่ี ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
ของโลก อภิปรายและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ
จงึ เรยี กชือ่ กลุ่มดาวแตกตา่ งกนั ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถามหลังทำ�
กิจกรรม
ชอื่ กลมุ่ ดาวในจนิ ตนาการ (กลมุ่ ดาวปลาราห)ู
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการทำ�
กิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้
ร่วมกันว่า มนุษย์แบ่งดาวออกเป็นกลุ่ม ๆ
และวาดภาพจินตนาการเป็นรูปคน สัตว์
สิ่งของ ตามความเช่ือและวิถีชีวิตของ
วฒั นธรรมแต่ละพื้นที่ ดังนั้น ในแต่ละพ้นื ท่ี
ของโลกจงึ เรยี กชอ่ื กลุ่มดาวแตกตา่ งกัน
125 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
St St St 3 บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep ขนั้ ปฏบิ ตั ิ ตัวอย่างบันทึกผลการทำากิจกรรม
แหลละงั สกราปุรปควฏาิบมตั ริู้
๗. นักเรียนเชื่อมโยงความรู้กับหลักปรัชญา ชื่อกลุ่มดาวในจินตนาการ
ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยนักเรียน
แต่ละกลมุ่ รว่ มกันวางแผน ออกแบบ และ นักเรียนแต่ละคนเห็นจุดแสง (ดาวจำาลอง) บนฉากรับภาพสีดำาหรือผนังห้อง
ประดิษฐ์แบบจำ�ลองกลุ่มดาว โดยใช้วัสดุ เหมือนกันหรือไม่
เหลอื ใชใ้ นท้องถ่ิน จดั ท�ำ เปน็ ชน้ิ งาน
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความร ู้ นักเรียนแต่ละคนจัดกลุ่มดาวและกำาหนดชื่อกลุ่มดาวตามจินตนาการเหมือนกัน
รว่ มกัน ดงั น้ี
• การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่าง หรือไม่ เพราะเหตุใด
ต่าง ๆ เกิดจากจินตนาการของผู้สังเกต
กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ท่ีปรากฏในท้องฟ้า สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร
แต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่ละดวงเรียงกัน
ที่ตำ�แหน่งคงท่ี และมีเส้นทางการข้ึนและ การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลา ๑ ปี ทำาให้แต่ละเดือนที่เราสังเกตท้องฟ้า
ตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซ่ึงจะปรากฏ ตอนกลางคนื พบกลุม่ ดาวฤกษต์ า่ ง ๆ บนทอ้ งฟา้ แตกตา่ งกนั ราวกบั วา่ ดวงอาทติ ยไ์ ดเ้ คลือ่ นที่
ต�ำ แหนง่ เดมิ ผ่านแต่ละกลุ่มดาวไปในแต่ละเดือน นักดาราศาสตร์ในอดีตจึงกำาหนดกลุ่มดาวที่สังเกต
เห็นได้ในแต่ละเดือนเป็น ๑๒ กลุ่ม ท่ีเรียกว่า กลุ่มดาวจักรราศี ซึ่งมีเส้นทางเดินของดาว
ep 4 เหมือนกับเส้นทางการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ และมีชื่อสัมพันธ์กับชื่อเดือนที่กลุ่มดาวนั้น
ปรากฏในตาำ แหนง่ ทด่ี วงอาทติ ยต์ กบรเิ วณเสน้ ขอบฟา้ ทางทศิ ตะวนั ตก เชน่ ในเดอื นพฤศจกิ ายน
ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ กลุ่มดาวแมงป่องจะเริ่มปรากฏให้เห็นทางทิศตะวนั ตก ขณะทด่ี วงอาทติ ยก์ าำ ลงั ลับขอบฟ้าไป
กลุ่มดาวแมงป่องถูกกำาหนดใหเ้ ป็นราศพี ิจกิ ซ่ึงเปน็ ราศปี ระจำาเดือนพฤศจกิ ายน
๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ ภาพท่ี ๖.๗ กลมุ่ ดาวแมงปอ่ ง
แบบจำ�ลองกลุ่มดาวประกอบการอธิบาย
หน้าชั้นเรียน เพ่ือน ๆ ร่วมกันตรวจสอบ 126
และแกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง
๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับ แนวค�ำตอบ
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและ ๑. ตอบ เหมือนกนั
วิธกี ารทำ�งานท่ีมีแบบแผน ๒. ตอบ แตกต่างกัน ข้ึนอยกู่ บั จินตนาการของแตล่ ะคน
๓. ตอบ มนษุ ย์แบง่ ดาวออกเป็นกลมุ่ ๆ และวาดภาพจินตนาการเปน็ รปู คน สัตว์ ส่งิ ของ ตามความเชอื่
5ep ข้นั ประเมินเพื่อเพม่ิ คุณคา่
บรกิ ารสังคม และวิถีชีวติ ของวัฒนธรรมแต่ละพน้ื ที่ ดงั น้ัน ในแตล่ ะพืน้ ที่ของโลกจงึ เรยี กชื่อกลมุ่ ดาวแตกตา่ งกนั
และจติ สาธารณะ
๑๑. นักเรียนร่วมกันจัดประกวดแบบจำ�ลอง
ก ลุ่ ม ด า ว โ ด ย มี ก า ร นำ � เ ส น อ แ บ บ
ชมนทิ รรศการ ประเมนิ ผล และประกาศผล
การประกวด แล้วนำ�แบบจำ�ลองมอบให้
หอ้ งวทิ ยาศาสตรข์ องโรงเรยี น เพอื่ เผยแพร ่
ความรู้ให้กบั นักเรยี นช้นั อืน่ ๆ
๑๒. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
สะทอ้ นความคิดรว่ มกนั
๑๓. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมินข้ันตอน
ต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันน้ีมีจุดเด่น
จุดบกพร่องอะไรบ้าง มีความสงสัย
ความอยากรูอ้ ยากเหน็ ในเรือ่ งใด ให้ระบุ
สุดยอดคู่มือครู 126
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
การสังเกตกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าตอนกลางคืน จำาเป็นต้องมีเครื่องมือ- St ตวั ชีว้ ดั
พื้นฐานที่เรียกว่า แผนที่ดาววงกลม มีลักษณะเป็นแผ่นกระดาษสองใบคือ
แผ่นแผนที่ดาว (แผ่นล่าง) และแผ่นขอบฟ้า (แผ่นบน) ที่ซ้อนทับและยึดติดกันตรง ว ๓.๑ ป.๕/๒
จุดศูนย์กลางด้วยตาไก่ จึงทำาให้แผ่นกระดาษทั้งสองแผ่นหมุนได้ โดยแผ่น
แผนท่ีดาวจะมีดาวเหนือเป็นจุดศูนย์กลาง หรือข้ัวหมุนของท้องฟ้าอยู่ตรงตาไก่ ภาระงาน/ช้ินงาน
ซง่ึ อยปู่ ลายของกลมุ่ ดาวหมเี ลก็ บริเวณจุดกึ่งกลางรัศมีจะเป็นวงกลมเส้นทึบเรียกว่า
เส้นศูนย์สูตรฟ้า กลุ่มดาวที่อยู่ภายในเส้นศูนย์สูตรฟ้าจะถือว่าอยู่ในซีกฟ้าเหนือ ส่งิ ประดิษฐ์ แผนทดี่ าว
กลุ่มดาวที่อยู่ภายนอกเส้นศูนย์สูตรฟ้าออกไปจะถือว่าอยู่ในซีกฟ้าใต้ บริเวณใกล้
กับเส้นศูนย์สูตรฟ้าจะพบเส้นสุริยวิถี แสดงเป็นเส้นประรูปวงกลมที่มีกลุ่มดาว ep 1 ขน้ั สังเกต
จักรราศีทั้ง ๑๒ กลุ่มปรากฏอยู่เหนือเส้นประนี้ ตามช่วงวันที่และเดือนที่เป็นสเกล
อยูต่ รงขอบของแผน่ แผนทีด่ าว นอกจากนี ้ บรเิ วณแถบวงแหวนสเี ทายงั แสดงบรเิ วณ รวบรวมข้อมลู
กาแล็กซีทางช้างเผือก
แผน่ ขอบฟา้ เปน็ แผน่ กระดาษรปู วงกลมทเี่ จาะชอ่ งแสดงอาณาเขตของทอ้ งฟา้ ๑. นักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้
โดยเส้นขอบฟ้าที่ปรากฏจะแสดงทิศเหนือ (N) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (NE) เกย่ี วกบั ทศิ และเสน้ ทางการขน้ึ และตก
ทิศตะวันออก (E) ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (SE) ทิศใต้ (S) ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (SW) ของดาว และสังเกตแผนที่ดาวที่ได้
ทิศตะวันตก (W) และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) ตรงขอบของแผ่นขอบฟ้า รับแจก แลว้ ตั้งประเด็นปัญหา ดังน้ี
แสดงช่วงเวลาเป็นชั่วโมงและนาที โดยแสดงสเกลละ ๑๐ นาที
๑.๑ แผนทด่ี าวคืออะไร
ภาพที่ ๖.๘ แผนท่ีดาววงกลม (แผนท่ีดาว คือ แผนท่ีบนท้องฟ้า เป็น
127 อุปกรณ์ท่ีใช้สังเกตและศึกษาดวงดาว
บนท้องฟ้า โดยแผนที่ดาวสำ�หรับ
ประเทศไทยจะแบง่ ครงึ่ ทรงกลมทอ้ งฟา้
เปน็ ๒สว่ นคอื แผนทด่ี าวทศิ เหนอื และ
แผนที่ดาวทิศใต)้
๒. นกั เรยี นแบง่ กลุม่ กลุ่มละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อยา่ ง
รวมพลังศึกษา วางแผน และสืบสอบ
ขอ้ มลู เกยี่ วกบั แผนทดี่ าวและวธิ กี ารใช้
แผนที่ดาว จากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ
ท่หี ลากหลาย
๓. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ บนั ทกึ ผลการศกึ ษา
ค้นคว้าในรูปผังกราฟิกแบบต่าง ๆ
ตามความเหมาะสมของข้อมูล และ
แลกเปล่ียนเรียนรู้รว่ มกนั
แผนทดี่ าว
127 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
Step 2 ข้นั คดิ วิเคราะห์
และสรปุ ความรู้ เสน้ สุริยวิถี
๔. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รวบรวมขอ้ มลู ทไี่ ด้ เส้นศูนยส์ ูตรฟ้า สเกลแสดงช่วงเดือน
จากการสืบสอบ แล้วร่วมกนั วเิ คราะห์
และอภิปรายเกยี่ วกับข้อมูลทไ่ี ดม้ า จุดหมนุ (ตาไก่) สเกลแสดงชว่ งวัน
ดาวเหนือ
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
แผนที่ดาวที่กำ�หนด แล้วเขียน ภาพที่ ๖.๙ แผ่นแผนที่ดาว (แผ่นล่าง)
เคร่ืองหมาย ✓ ลงใน หน้า
ข้อความท่ีกล่าวถูกต้อง และเขียน
เคร่ืองหมาย ✕ ลงใน หน้า
ข้อความท่ีกลา่ วไมถ่ ูกต้อง
✕
จดุ หมนุ (ตาไก)่ สเกลบอกช่วงเวลา
ดาวเหนือ
✓
เส้นขอบฟ้า
แผนทดี่ าว
✓ ๕.๑ เม่ือโลกเคล่ือนท่ีรอบ
ดวงอาทิตย์ตรงตำ�แหน่ง ก ในวันท่ี ภาพที่ ๖.๑๐ แผน่ ขอบฟา้ (แผน่ บน)
๒๑ มีนาคม เราจะเห็นดวงอาทิตย์ 128
ปรากฏอยใู่ นกลุ่มดาวปลา
✕ ๕.๒ เมื่อโลกเคล่ือนที่รอบ
ดวงอาทิตย์ตรงตำ�แหน่ง ข ในวันท่ี ✓ ๕.๔ เมอ่ื โลกเคลอ่ื นทร่ี อบดวงอาทติ ยต์ รงต�ำ แหนง่ ง ในวนั ท่ี ๒๑ กนั ยายน
๒๑ เมษายน เราจะเห็นดวงอาทิตย์ เราจะเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏอยใู่ นกลมุ่ ดาวหญิงพรหมจารี
ปรากฏอยูใ่ นกลุม่ ดาวววั
✓ ๕.๕ เมอ่ื โลกเคลอื่ นทรี่ อบดวงอาทติ ยต์ รงต�ำ แหนง่ จ ในวนั ที่ ๒๑ ธนั วาคม
✕ ๕.๓ เม่ือโลกเคลื่อนท่ีรอบ เราจะเหน็ ดวงอาทติ ย์ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู
ดวงอาทิตย์ตรงตำ�แหน่ง ค ในวันที่
๒๑ สิงหาคม เราจะเห็นดวงอาทิตย์
ปรากฏอยูใ่ นกลุ่มดาวปู
สุดยอดคู่มือครู 128
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
St asean
การบอกตาำ แหนง่ ของดาว กลมุ่ ดาว กลมุ่ ดาวจกั รราศ ีหรอื วตั ถใุ ด ๆ บนทอ้ งฟา้ ep 2
ใช้ระบบพิกัดขอบฟ้า เป็นระบบในการวัดตำาแหน่งของวัตถุต่าง ๆ บนท้องฟ้า
โดยถือเอาตัวของผู้สังเกตเป็นศูนย์กลางของทรงกลมท้องฟ้า และมีการกำาหนดจุด ขน้ั คิดวเิ คราะห์
และเส้นสมมุติบนท้องฟ้า และสรุปความรู้
จุดเหนือศีรษะ ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
และอภิปราย โดยตอบค�ำ ถาม ดังน้ี
ดาวเหนือ E เสน้ เมอรเิ ดยี น
N ๖.๑ ถ้าต้องการบอกตำ�แหน่งดาว
กลุ่มดาว กลุ่มดาวจักรราศี และวัตถุ
ตา่ ง ๆ บนท้องฟ้าทำ�ได้อย่างไร
(ใช้ระบบพิกัดขอบฟ้า ซึ่งเป็นระบบในการ
วัดตำ�แหน่งของวัตถุต่าง ๆ บนท้องฟ้า
เสน้ ขอบฟา้ S โดยถือเอาตัวของผู้สังเกตเป็นศูนย์กลาง
W ของทรงกลมท้องฟ้า และมีการกำ�หนดจุด
จดุ ใตเ้ ท้า และเสน้ สมมตุ ิบนท้องฟ้า)
ภาพท่ี ๖.๑๑ จุด เสน้ สมมตุ ิ และตาำ แหน่งต่าง ๆ บนทรงกลมท้องฟา้ ๖.๒ ระบบพิกัดท้องฟ้ามีการกำ�หนด
มุมอยา่ งไร
(ระบบพิกัดท้องฟ้า ประกอบด้วยมุม
ทรงกลมท้องฟ้า ดังภาพที่ ๖.๑๑ แสดงให้เห็นตำาแหน่งของผู้สังเกต ๒ ชนิด คือ
ที่จุดกึ่งกลางของทรงกลมท้องฟ้า โดยมีทิศทั้งสี่ คือ ทิศเหนือ (N) ทิศตะวันออก (E) ๑. มุมทิศ เป็นมุมในแนวราบที่วัดจาก
ทิศใต้ (S) และทิศตะวันตก (W) จุดเหนือศีรษะ เป็นตำาแหน่งสูงสุดของ
ทรงกลมท้องฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะของผู้สังเกต จุดใต้เท้า เป็นตำาแหน่งตำ่าสุดของ ทศิ เหนอื ไปตามเสน้ ขอบฟา้ ในทศิ ทางตาม
ทรงกลมขอบฟ้าที่อยู่ใต้เท้าของผู้สังเกต เส้นขอบฟ้า คือแนวที่ท้องฟ้าจรดกับ เข็มนาฬิกาผ่านทิศตะวันออก ทิศใต้ และ
พื้นดิน หรืออีกนัยหนึ่งคือ เส้นวงกลมใหญ่บนทรงกลมที่อยู่ห่างจากจุดเหนือศีรษะ ทิศตะวันตก และวนกลับมาท่ีทิศเหนือ
ทำามุม ๙๐ องศากับแกนหลักของระบบขอบฟ้า และเส้นเมอริเดียน เป็นเส้นสมมุติ อกี ครง้ั มมุ ทศิ จงึ มคี า่ ตง้ั แต่๐-๓๖๐องศา
บนทรงกลมท้องฟ้าในแนวเหนือและใต้ โดยลากผ่านจุดเหนือศีรษะ ๒. มุมเงย เป็นมุมในแนวด่ิง วัดจาก
เส้นขอบฟ้าไปยังจุดเหนือศีรษะ มุมเงย
จึงมคี า่ ตง้ั แต่ ๐-๙๐ องศา)
129
129 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขั้นปฏบิ ตั ิ
แหลละงั สกราุปรปควฏาบิ มตั ริู้
St St การบอกตำาแหน่งของดาว กลุ่มดาว กลุ่มดาวจักรราศีและวัตถุต่าง ๆ
St บนท้องฟ้า จึงอาศัยตำาแหน่ง จุดและเส้นสมมุติข้างต้น การกำาหนดมุมในระบบ
พิกัดท้องฟ้าประกอบด้วยมุม ๒ ชนิด คือ มุมทิศ เป็นมุมในแนวราบที่วัดจาก
๗. นักเรียนเชื่อมโยงความรู้กับหลักปรัชญา ทิศเหนือ (๐ องศา) ไปตามเส้นขอบฟ้าในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ผ่านทิศตะวันออก
ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยนักเรียน (๙๐ องศา) ทิศใต้ (๑๘๐ องศา) ทิศตะวันตก (๒๗๐ องศา) และวนกลับมาที่ทิศเหนือ
แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผน ออกแบบ และ อีกครั้ง (๓๖๐ องศา) มุมทิศจึงมีค่าตั้งแต่ ๐-๓๖๐ องศา และมุมเงย คือมุม
ประดิษฐ์แผนท่ีดาว โดยใช้วัสดุเหลือใช้
ในท้องถ่ิน หรือดาวน์โหลดแผนภาพทั้ง ในแนวดิ่งซึ่งวัดจากเส้นขอบฟ้า (๐ องศา) ไปยังจุดเหนือศีรษะ (๙๐ องศา) มุมเงย
๒ แผ่น เพ่ือนำ�มาประดิษฐ์เป็นแผนท่ี จึงมีค่าตั้งแต่ ๐-๙๐ องศา ดังเช่น ดาวในภาพที่ ๖.๑๒ มีพิกัดขอบฟ้าเป็น
ดาววงกลมด้วยตนเองได้ท่ีเว็บไซต์ของ มุมทิศ ๒๕๐ องศา และมุมเงย ๔๕ องศา
ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและ
จุดเหนือศรี ษะ
ดาราศาสตร์ มมุ ทิศ
(Learning center for Earth Science and ๔๕ ำ E๙๐ ำ
๓N๖๐ ำ ๑๓๕ ำ
Astronomy หรือ LESA)
http://www.lesa.biz/astronomy/celestial-
sphere/star-map-making
๓๑๕ ำ ๒W๗๐ ำ เส้นขอบฟ้า ๑๘๐ ำS
จดั ทำ�เป็นชนิ้ งาน มมุ เงย ๒๒๕ ำ
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็น
ภาพที่ ๖.๑๒ ดาวมพี กิ ัดขอบฟ้า คอื มุมทศิ ๒๕๐ องศา และมมุ เงย ๔๕ องศา
ความรรู้ ว่ มกัน ดงั นี้
• แผนทด่ี าว คอื แผนทดี่ าวบนทอ้ งฟา้
เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ ใ ช้ สั ง เ ก ต แ ล ะ ศึ ก ษ า เราสามารถใช้มือใน ๑ำ ๕ำ
ดวงดาวบนทอ้ งฟา้ โดยแผนทดี่ าวส�ำ หรบั การประมาณค่าของมุมเงย
ประเทศไทยจะแบ่งครึ่งทรงกลมท้องฟ้า สังเกตดาวบนท้องฟ้า โดย
เหยียดแขนออกไปให้สุด
เป็น ๒ สว่ น คือ แผนท่ดี าวทิศเหนือและ ใช้ตาข้างใดข้างหนึ่งมองไป ๑๐ ำ ๑๕ ำ
แผนที่ดาวทิศใต้ ที่ปลายมือ ประมาณค่าของ
มุมเงยจากเส้นขอบฟ้าไป
ep 4 จนถึงตำาแหน่งของดาว
ขนั้ สอื่ สารและนำ� เสนอ
๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ 130
ส่ิงประดิษฐ์แผนที่ดาวประกอบการ 5ep ขั้นประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คณุ ค่า
อธิบายหน้าชั้นเรียน เพื่อน ๆ ร่วมกัน บริการสงั คม
ตรวจสอบและแกไ้ ขให้ถกู ต้อง และจิตสาธารณะ
๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับ
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ ๑๑. นักเรียนร่วมกันจัดประกวดส่ิงประดิษฐ์ ๑๒. นักเรียนนำ�แผนท่ีดาวไปดูดาวที่สนใจ
และวิธกี ารท�ำ งานท่ีมแี บบแผน แผนท่ีดาว โดยมีการนำ�เสนอแบบชม กับผู้ปกครอง หรือน้อง ๆ เพื่อระบุ
นิทรรศการ ประเมินผล และประกาศผล ต�ำ แหนง่ และเสน้ ทางการขน้ึ และตกของ
การประกวด เพ่ือเผยแพร่ความรู้ให้กับ กลุ่มดาวบนทอ้ งฟา้
นกั เรียนชั้นอ่ืน ๆ
๑๓. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
สะทอ้ นความคิดร่วมกนั
สุดยอดคู่มือครู 130
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตัวชวี้ ัด
เราจะสังเกตดาว กลุ่มดาวและกลุ่มดาวจักรราศีได้อย่างไร ว ๓.๑ ป.๕/๒
กิจกรรมที่ ๖.๓ ดูดาว คำ�ถ�มสำ�คัญ ภาระงาน/ชนิ้ งาน
วัสดุอุปกรณ์ อนิ โฟกราฟิก ลักษณะ และต�ำ แหนง่
กลุม่ ดาวและกลุ่มดาวจกั รราศที ่ีสนใจ
๑. แผนที่ดาว ๑ ชุด St St
๒. ไฟฉาย ๑ กระบอก ep 1 ข้นั สังเกต
๑ แผ่น
๓. กระดาษแก้วสีแดงขนาดที่ใช้ห่อหุ้มปากกระบอกไฟฉายได้ ๑ อัน รวบรวมข้อมูล
๔. เข็มทิศหรืออุปกรณ์ช่วยบอกทิศ ๑ ผืน
๕. เสื่อหรือผ้าปูพื้นสำาหรับนอนดูดาว ๑. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนความรู้
เก่ียวกับกลุ่มดาวและกลุ่มดาวจักรราศี
วิธที าำ แลว้ ร่วมกนั ตอบคำ�ถามส�ำ คัญ ดงั น้ี
๑. นักเรียนแต่ละคนแจง้ ผูป้ กครองให้พาไปสังเกตดาวตอนกลางคนื ในบริเวณชานเมอื ง ๑.๑ เราจะสังเกตดาว กลุ่มดาวและ
ที่ห่างไกลจากแสงสว่างในพื้นที่เมือง ในวันที่ฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆฝน เช่น ควรเลือกพื้นที่ดูดาว กลมุ่ ดาวจักรราศไี ดอ้ ยา่ งไร
ในบริเวณโล่งกว้าง และมองเห็นเส้นขอบฟ้าทางทิศเหนือ (ใช้เข็มทิศหรือใช้ตำาแหน่งของ
ดาวเหนือ) (ตัวอย่างคำ�ตอบ สังเกตดาว กลุ่มดาวและ
๒. เมอ่ื เลอื กพน้ื ทด่ี ดู าวไดแ้ ลว้ ปเู สอ่ื นอนหงายราบลงบนพน้ื โดยหนั หนา้ ไปทางทศิ เหนอื กลุ่มดาวจักรราศีในเวลากลางคืนท่ีท้องฟ้า
๓. หยิบแผนที่ดาวขึ้นมาดูโดยแหงนหน้าดู และให้ตำาแหน่งทิศเหนือและทิศใต้ของ ปลอดโปร่ง ปราศจากแสงไฟรบกวน บริเวณ
แผนที่ดาวตรงกับทิศเหนือและทิศใต้ของภูมิประเทศจริง หากมองไม่เห็นให้ใช้ไฟฉายที่ โล่งกว้าง และมแี ผนทีด่ าว)
ห่อหุ้มปากกระบอกด้วยกระดาษแก้วสีแดง เพื่อลดการรบกวนของแสงกับสายตาของเรา
๔. หมุนแผ่นขอบฟ้าให้สเกลเวลาตรงกับสเกลของวันที่และเดือนที่กำาลังดูดาวอยู่ ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ
ซึ่งต้องค่อย ๆ หมุนไปเรื่อย ๆ ในทิศทางตามเข็มนาฬิกา สังเกตการเคลื่อนที่ของกลุ่มดาว ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันอย่าง
จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๖.๓
๕. ใช้สายตากำาหนดเส้นศูนย์สูตรฟ้าและเส้นสุริยวิถีโดยเปรียบเทียบกับแผนที่ดาว เรื่อง ดดู าว
ในมือ เพื่อแบ่งเขตซีกฟ้าเหนือและซีกฟ้าใต้ ซึ่งจะช่วยให้เราสังเกตกลุ่มดาวต่าง ๆ และ
กลุ่มดาวจักรราศีได้ง่ายขึ้นตามลำาดับ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม และบนั ทกึ ผล
เฉลยกิจกรรมการทดลอง
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
บันทกึ ผลการทำ� กิจกรรม (ตัวอย่างคำ�ตอบ) 131
eกpา2รท�ำ กจิ กขรัน้รมคิดหวนิเคา้ ชรานั้ ะเหรยี์ น
และสรุปความรู้
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
อภปิ ราย และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั
สรุปผลการทำ� กจิ กรรม ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ท�ำ กจิ กรรม
ชื่อภาพ (กลมุ่ ดาวคนั ชง่ั ) เราสามารถสังเกตกลุ่มดาวและกลุ่มดาว ๖. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ
จักรราศีบนท้องฟ้า โดยใช้แผนที่ดาวในการ กิจกรรมและสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้
คำ�อธิบายภาพ สังเกตศึกษาตำ�แหน่งของกลุ่มดาวและ ร่วมกันว่า เราสามารถสังเกตกลุ่มดาว
(ศึกษาเม่อื วนั ท่ี ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ กลมุ่ ดาวจกั รราศีบนท้องฟ้าได้
เวลา ๒๐.๐๐ น. กลมุ่ ดาวชือ่ คันช่งั
มมุ ทิศ ตะวันออก (๑๐๐ องศา) และกลุ่มดาวจักรราศีบนท้องฟ้า โดยใช้
มมุ เงย ๑๐ องศา) แผนท่ีดาวในการสังเกตศึกษาตำ�แหน่ง
ของกลุ่มดาวและกลมุ่ ดาวจกั รราศี
บนทอ้ งฟ้าได้
131 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
Step 3 ขนั้ ปฏบิ ัติ
แหลละังสกราุปรปควฏาิบมัตริู้
๖. เขียนชื่อและวาดภาพกลุ่มดาว ตัวอย่างบันทึกผลการทำากิจกรรม
๗. นักเรียนแต่ละคนวางแผน สังเกต และกลุม่ ดาวจกั รราศที ีส่ งั เกตพบ พรอ้ มระบ ุ
ลักษณะและตำ�แหน่งดาว กลุ่มดาว ค่าประมาณมุมทิศและมุมเงยของกลุ่มดาว
แ ล ะ ก ลุ่ ม ด า ว จั ก ร ร า ศี ที่ ส น ใ จ และกลุ่มดาวจักรราศี
บนท้องฟ้า โดยใช้แผนที่ดาวแบบ ๗. นำาเสนอผลการสังเกตโดยใช้มือ
วงกลมหมุน แผนที่ดาวแบบสมุด แสดงมุมเงย เพื่อจำาลองตำาแหน่งของ ชอื่ ภาพ
กลุ่มดาวและกลุ่มดาวจักรราศีในห้องเรียน คำาอธิบายภาพ
และอภิปรายร่วมกับเพื่อน
แผนที่ดาวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ นักเรียนควรเลือกพื้นที่สำาหรับกิจกรรมดูดาวอย่างไร
ดาวน์โหลด Application แผนที่ดาว ช่วงฤดูกาลใดที่ไม่เหมาะสมกับการดูดาว เพราะเหตุใด
นักเรียนกำาหนดทิศสำาหรับการดูดาวได้อย่างไร
ลงในโทรศัพทเ์ คลอ่ื นท่ี แล้วออกแบบ การดูแผนที่ดาวแตกต่างจากการอ่านหนังสืออย่างไร
และเขยี นอนิ โฟกราฟกิ (infographic) หากนักเรียนนอนหงาย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก นักเรียนจะเห็นกลุ่มดาว
ลักษณะและตำ�แหน่งดาว กลุ่มดาว
และกลุ่มดาวจักรราศีท่ีสนใจ โดยใช้ เคลื่อนที่ไปในทิศทางใด
เพราะเหตุใดขณะดูดาวจงึ ต้องหมนุ แผน่ ขอบฟ้าใหเ้ วลาตรงกบั ความเปน็ จรงิ เสมอ
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ จัดทำ�เป็น หากนักเรียนกำาหนดเส้นศูนย์สูตรฟ้าและเส้นสุริยวิถีคลาดเคลื่อน จะส่งผลต่อ
ชิ้นงาน
การดูดาวอย่างไร
(ตัวอยา่ ง Application แผนทดี่ าว)
สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร
นักเรียนใช้วิธีการใดในการระบุตำาแหน่งดาว กลุ่มดาว หรือกลุ่มดาวจักรราศี
บนท้องฟ้า
Star Walk 2
Ads +: แผนท่ดี าว
แผนทที่ ้องฟ้า แผนที่ดาวเป็นอปุ กรณพ์ ้ืนฐานท่ใี ช้ในการสงั เกตดาว กลุ่มดาว และ
กลุ่มดาวจักรราศีบนท้องฟ้า แผนที่ดาวมีหลากหลายรูปแบบ เช่น
แผนท่ีดาวแบบวงกลมหมุน มีขนาดเล็กและเบาจึงสะดวกต่อการพกพา
ยามค่ําคืน ไปใช้ในสถานท่ีต่าง ๆ แผนที่ดาวแบบสมุดจะให้รายละเอียดท่ีชัดเจน
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็น หรือแผนท่ีดาวอิเล็กทรอนิกส์มีข้อได้เปรียบในการป้อนข้อมูลที่ทันสมัย
ได้ตลอดเวลา
ความรู้ร่วมกัน ดงั นี้
• กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏ
ในท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์ 132
แต่ละดวงเรยี งกันทต่ี ำ�แหนง่ คงท่ี และ แนวค�ำตอบ
มีเส้นทางการข้ึนและตกตามเส้นทาง ๑. ตอบ ห่างไกลจากแสงรบกวน โลง่ กว้าง เหน็ เสน้ ขอบฟ้าชดั เจน
เดิมทุกคืน ซ่ึงจะปรากฏตำ�แหน่งเดิม ๒. ตอบ ฤดูฝน เพราะมเี มฆมากจงึ บดบังทอ้ งฟา้ และไมส่ ะดวกกบั การท�ำ กิจกรรมในท่ีโลง่ แจง้
การสงั เกตต�ำ แหนง่ และการขนึ้ และตก ๓. ตอบ ใชเ้ ขม็ ทิศหาต�ำ แหนง่ ทิศเหนือ หรอื ใชต้ �ำ แหน่งดาวเหนอื เปน็ เกณฑ์
๔. ตอบ การดแู ผนทดี่ าวต้องนอนแหงนหน้าดู แตก่ ารอ่านหนังสอื เปน็ การกม้ หน้าอา่ น
ข อ ง ด า ว ฤ ก ษ์ แ ล ะ ก ลุ่ ม ด า ว ฤ ก ษ์ ๕. ตอบ กลมุ่ ดาวเคลือ่ นที่จากปลายเทา้ ขนึ้ มาตรงหน้าและข้ามศีรษะไปทางด้านหลงั
สามารถท�ำ ไดโ้ ดยใชแ้ ผนทดี่ าว ซงึ่ ระบุ ๖. ตอบ โลกหมุนรอบตวั เองตลอดเวลา ท�ำ ใหเ้ รามองเห็นกลมุ่ ดาวเคลอ่ื นท่ีตลอดเวลาเชน่ กนั
มมุ ทศิ และมมุ เงยทกี่ ลมุ่ ดาวนน้ั ปรากฏ ๗. ตอบ การคน้ หากลมุ่ ดาวและกลุม่ ดาวจกั รราศยี ากขนึ้ หรือทำ�ให้เกดิ ความคลาดเคลอื่ น
ในการชีต้ ำ�แหนง่ กลมุ่ ดาว
ผสู้ งั เกตสามารถใชม้ อื ในการประมาณ ๘. ตอบ เราสามารถสังเกตกลมุ่ ดาวและกลมุ่ ดาวจกั รราศบี นทอ้ งฟา้ โดยใช้แผนทด่ี าวในการสงั เกต
คา่ ของมมุ เงย เมอ่ื สงั เกตดาวในทอ้ งฟา้ ศกึ ษาต�ำ แหน่งของกล่มุ ดาวและกลุม่ ดาวจักรราศีบนท้องฟา้ ได้
สุดยอดคู่มือครู 132 ๙. ตอบ กะประมาณมุมทศิ และมมุ เงยตามล�ำ ดับ