The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูวิทย์ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanda.chamnanphol, 2022-07-01 04:49:06

คู่มือครูวิทย์ ป.5

คู่มือครูวิทย์ ป.5

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

๓. สงั เกตสิง่ มชี วี ติ ทัง้ หมดทีก่ าำ หนด พจิ ารณาวา่ สิง่ มชี วี ติ แตล่ ะชนดิ มคี วามสมั พนั ธ์ แนวคำ� ตอบ

กันอย่างไร เขียนลูกศรแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในสายใยอาหาร ๓. ตอบ
๓.๑ ๑๐ โซอ่ าหาร
และตอบคำาถาม แนวค�ำตอบ ๓.๒ ต้นชบาและต้นขา้ ว เป็นผผู้ ลติ
๓.๓ หนอน ไก่ ก้งิ กา่ นก งู และเหยี่ยว
เป็นผ้บู ริโภค

แผนภาพ สายใยอาหาร

๓.๑ โซ่อาหารมีทั้งหมดกี่โซ่อาหาร
๓.๒ สิ่งมีชีวิตใดเป็นผู้ผลิต
๓.๓ สิ่งมีชีวิตใดเป็นผู้บริโภค

33

33 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

แนวค�ำตอบ ๔. สังเกตภาพ แล้วระบุว่าข้อความใดกล่าวถูกต้อง และข้อความใดกล่าวไม่ถูกต้อง

๔. ตอบ ภาพท่ี ๑.๓๖ มนุษย์ สัตว์ และพชื กบั สิ่งแวดล้อมที่สําคัญต่อการดาํ รงชีวิต
๔.๑ ถูกตอ้ ง
๔.๒ ไม่ถูกตอ้ ง ๔.๑ มนุษย์ สัตว์ และพืช จัดเป็นสิ่งมีชีวิต
๔.๓ ถกู ต้อง ๔.๒ มนุษย์ไม่มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เพราะมนุษย์ใช้สัตว์เป็นอาหาร
๔.๔ ไมถ่ กู ตอ้ ง ๔.๓ สัตว์มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เพราะสัตว์ใช้อากาศและนำ้าเพื่อ
๔.๕ ถูกตอ้ ง การเจริญเติบโต
๕. ตอบ เห็นด้วย เพราะป่าท่ีอุดมสมบูรณ์ ๔.๔ พืชได้รับธาตุอาหารจากดินเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น พืชจึงไม่มี
เป็นแหล่งอาหารและท่ีอยู่อาศัยของสัตว์ ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
นานาชนิด ถ้าป่าถูกทำ�ลาย สัตว์ต่าง ๆ ๔.๕ มนุษย์ สัตว์ และพืช มีความสัมพันธ์กัน โดยต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
ก็จะไม่มีแหล่งท่ีอยู่อาศัย ทำ�ให้สัตว์ ซึ่งกันและกัน
ไม่สามารถดำ�รงชวี ติ และเจรญิ เตบิ โตได้ ๕. การอนุรักษ์ป่าคือการเตรียมที่อยู่อาศัยของสัตว์
นกั เรยี นเหน็ ดว้ ยกบั คาำ กลา่ วขา้ งตน้ หรอื ไม ่ จงอธบิ ายพร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ

34

สุดยอดคู่มือครู 34

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

จดุ ประกายโครงงาน จุด จุดประกายโครงงานน

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มเลือกส่ิงแวดล้อมท่ีสนใจ ๑ ชนิด ร่วมกันวางแผน ประกายโครงงา
ศึกษาค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเก่ียวกับคุณค่า
ของสิ่งแวดล้อมท่ีมีต่อการดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต และนําเสนอผลการศึกษา โดยใช้ นักเรยี นรว่ มกนั ท�ำ กิจกรรม
แผนภาพความคิดพรอ้ มวาดภาพประกอบโดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ จุดประกายโครงงาน

สะเต็มสรา้ งสรรค์ สะเต็มสร้างสรรค์

วสั ดอุ ุปกรณ์ นกั เรียนร่วมกันท�ำ กิจกรรม
ลูกแก้ว ๑ ลูก สะเต็มสร้างสรรค์ นำ�ไปสู่การสร้าง
กระดาษแข็ง ๑ แผ่น นวัตกรรม
สําลี ๑ ม้วน
ปากกาเคมี

วธิ ที าำ
นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วาดภาพและระบายสี ผผู้ ลติ ผบู้ รโิ ภค ทสี่ นใจ

ในสงิ่ แวดลอ้ ม แลว้ วางแผน ออกแบบ และประดษิ ฐ์เกมกลโซ่อาหาร

35

35 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

เปา้ หมายการเรยี นรู้

มาตรฐานการเรยี นรู้ ห๒นว่ยการเรยี นร การดาำ รงพันธขุ์ องสงิ่ มีชีวิตทู้ ่ี

มาตรฐาน ว ๑.๓ แผนผงั หวั ขอ้ หนว่ ยการเรียนรู้
เ ข้ า ใ จ ก ร ะ บ ว น ก า ร แ ล ะ ค ว า ม สำ � คั ญ
ของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การดาำ รงพนั ธุ์
สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทาง ของสิง่ มชี วี ิต
พันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความ
หลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการ
ของส่ิงมีชีวิต รวมท้ังนำ�ความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ลกั ษณะทางพันธกุ รรม ลักษณะทค่ี ล้ายคลงึ กนั
ของพืช สตั ว ์ และมนุษย์ ของตนเองกับพอ่ แม่

ตัวชี้วดั

๑. อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมทมี่ ีการถา่ ยทอดจากพอ่ แม่สูล่ ูกของพชื สตั ว ์ และมนษุ ย์
(ว ๑.๓ ป.๕/๑)
๒. แสดงความอยากรอู้ ยากเหน็ โดยการถามคาำ ถามเกย่ี วกับลกั ษณะทค่ี ล้ายคลึงกนั ของตนเอง
กับพ่อแม ่ (ว ๑.๓ ป.๕/๒)

ศัพทว์ ทิ ยาศาสตรน์ ่ารู้

คาำ ศัพท์ คาำ อา่ น คำาแปล
characteristics แคริคเทอริส′ ทิค ลกั ษณะเฉพาะ

genetic จะเนท′ ทิค พนั ธุกรรม
heredity ฮิเรด′ ดทิ ี การถ่ายทอดทางพนั ธกุ รรม
parent แพ′ เรนิ ทฺ
พอ่ หรือแม่

สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ส่ิงมีชีวิตท้ังพืช สัตว์ และมนุษย์ เม่ือโตเต็มที่จะมีการสืบพันธ์ุเพ่ือเพ่ิมจำ�นวนและดำ�รงพันธุ์ โดยลูกที่เกิดมาจะได้รับ
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมจากพ่อแม่ท�ำ ใหม้ ลี กั ษณะทางพนั ธุกรรมทเี่ ฉพาะแตกตา่ งจากสิง่ มีชีวติ อน่ื
พืชมีการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม เชน่ ลักษณะของใบ สีดอก
สตั วม์ กี ารถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม เช่น สีขน ลักษณะของขน ลักษณะของหู
มนษุ ยม์ กี ารถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม เช่น เชงิ ผมทห่ี นา้ ผาก ลักย้มิ ลักษณะหนงั ตา การหอ่ ล้ิน ลักษณะของต่งิ หู

สุดยอดคู่มือครู 36

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

พชื สตั ว ์ และมนุษยแ์ ต่ละชนิด มีลกั ษณะที่แตกตา่ งกัน เมอื่ มีการสืบพันธ์ุ สมรรถนะสำ�คัญของผเู้ รยี น
ลกั ษณะตา่ ง ๆ จะถกู ถา่ ยทอดจากบรรพบุรษุ ไปสู่รนุ่ ลกู หลาน เรียกว่า
การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม ๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

พืช คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

ใฝเ่ รยี นรู้
ตัวชีว้ ดั ที่ ๔.๑ ตงั้ ใจ เพียรพยายามใน
การเรยี นและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
ตวั ชี้วดั ที่ ๔.๒ แสวงหาความรจู้ าก
แหล่งเรยี นรูต้ ่าง ๆ ทั้งภายในและ
ภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการเลอื กใชส้ อื่

สัตว์ อย่างเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์

สรุปเปน็ องค์ความรู้ สามารถน�ำ ไปใช้
ในชีวิตประจำ�วนั ได้

ม่งุ มัน่ ในการท�ำ งาน
ตัวชี้วัดท่ี ๖.๑ ตง้ั ใจและรับผิดชอบ
ในการปฏิบตั หิ น้าท่ีการงาน
ตัวชว้ี ดั ที่ ๖.๒ ท�ำ งานด้วยความเพยี ร-
มนุษย์ พยายามและอดทนเพื่อให้งานสำ�เรจ็

ตามเปา้ หมาย

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 asean

นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สบื สอบขอ้ มลู เกย่ี วกบั การถา่ ยทอดลกั ษณะ
ทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์ในประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน แล้ว
ออกแบบวธิ นี �ำ เสนอผลการสบื คน้ ขอ้ มลู ใหน้ า่ สนใจ จดั ท�ำ เปน็ มมุ อาเซยี นศกึ ษา

37 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวชว้ี ัด ๑. ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของพืช สัตว ์ และมนุษย์

ว ๑.๓ ป.๕/๑ เมื่อสำารวจสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น
พชื สตั ว ์ หรอื มนษุ ย ์ จะพบวา่ สิง่ มชี วี ติ ชนดิ เดยี วกนั มลี กั ษณะเฉพาะ ซึง่ เปน็ ลกั ษณะ
ภาระงาน/ชิน้ งาน ที่แตกต่างกันกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ

St ภาพวาดและระบายสี ลกั ษณะทาง
พนั ธกุ รรมของพชื ท่ถี ่ายทอดได้

ep 1 ข้ันสังเกต

รวบรวมขอ้ มูล

๑. นักเรียนสังเกต สำ�รวจ ต้นไม้ใน ภาพท่ี ๒.๑ ตน้ กระบองเพชรและพชื ทะเลทรายชนดิ อ่นื ๆ ภาพที่ ๒.๒ พ่อแมแ่ ละลูกสนุ ัขพนั ธ์ุโกลเดน้ รีทรีฟเวอร์
ส ว น พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ โ ร ง เ รี ย น ห รื อ
สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้โรงเรียน แล้ว ภาพที่ ๒.๓ ครอบครวั ชาวจีน
กระตุ้นนักเรียนเกิดความสงสัยและ
ต้องการหาคำ�ตอบด้วยกระบวนการทาง ต้นกระบองเพชรต้นลูกมีลักษณะของลำาต้นที่คล้ายคลึงกับต้นพ่อแม่
วิทยาศาสตร์ โดยร่วมกันตอบคำ�ถาม เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าและแตกต่างไปจากพืชทะเลทรายชนิดอื่น ๆ เช่นเดียวกับ
ส�ำ คัญ ดงั นี้ ลูกสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่มีรูปร่าง ใบหู ดวงตา และสีขนคล้ายคลึง
หรือเหมือนกับพ่อแม่สุนัข และเป็นลักษณะที่แตกต่างไปจากสุนัขพันธุ์อื่น ๆ รวมถึง
๑.๑ พืชมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ครอบครัวชาวจีนที่ลูกชายและหญิงต่างก็มีหน้าตา สีผม และสีผิวคล้ายคลึง
(ตัวอยา่ งคำ�ตอบ) กับพ่อแม่ ลักษณะเหล่านี้ย่อมแตกต่างไปจากครอบครัวชาวไทยหรือชาวตะวันตก
อย่างแน่นอน ลักษณะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดที่สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูก
ราก ล�ำ ตน้ ได้นั้น เรียกว่า ลักษณะทางพันธุกรรม

สว่ นประกอบ ใบ
ของพชื

ผลและเมลด็
ดอก

แผนภาพความคดิ ส่วนประกอบของพชื 38

๑.๒ พชื แต่ละชนดิ มีลักษณะเหมือนกนั เฉลยกิจกรรมการทดลอง
หรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร บนั ทึกผลการท�ำกจิ กรรม (ตัวอยา่ งคำ�ตอบ)

(ตัวอยา่ งค�ำ ตอบ พืชแตล่ ะชนดิ มีทัง้ ลักษณะ ตาราง เปรยี บเทียบลกั ษณะท่ีคลา้ ยคลงึ และ สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม
ท่ีเหมือนกัน และแตกต่างกัน ขึ้นกับการใช้ แตกต่างกนั ของพชื ตน้ พอ่ แมก่ ับพชื ต้นลูก พชื แตล่ ะชนดิ จะมลี กั ษณะเฉพาะทแี่ ตกตา่ งไปจาก

ลกั ษณะใดลกั ษณะหนงึ่ เป็นเกณฑ์)
๑.๓ ลกั ษณะใดของพชื ทเ่ี ปน็ ลกั ษณะทาง พืชชนิดอื่น ๆ เช่น ลำ�ต้น ใบ ดอกและผล ซึ่ง
ลกั ษณะดงั กลา่ วสามารถถ่ายทอดไปยงั รุ่นลกู ได้
พนั ธุกรรม
(ตัวอย่างคำ�ตอบ ลักษณะใบ ลักษณะของ
สีดอก) ภาพต้นพ่อแมข่ อง (ตน้ กล้วย) ภาพต้นลูกของ (ต้นกล้วย)
ลกั ษณะที่คลา้ ยคลงึ กัน ลกั ษณะทแี่ ตกต่างกัน

สุดยอดคู่มือครู 38 (ลำ�ต้นอวบ มีกาบใบหุ้มซ้อนกันรอบ (ลำ�ตน้ และใบมขี นาดเลก็
ล�ำ ต้น ใบสีเขยี วมกี ้านใบอวบ แผน่ ใบ ไมม่ ีหัวปลีและไมม่ ผี ล)
มีเสน้ ใบเปน็ แนวขนาน แตกง่าย)

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

ลักษณะใดของพืชที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรม St Stasean

ep 1

ขน้ั สงั เกต
รวบรวมข้อมลู

กิจกรรมที่ ๒.๑ สำารวจลักษณะทางพันธุกรรมของพืช คำ�ถ�มสำ�คัญ ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มรว่ มกัน
วสั ดอุ ุปกรณ์ ๑ อัน อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม
๑. ไม้บรรทัด ๑ เส้น ท่ี ๒.๑ เรื่อง สำ�รวจลักษณะทาง
๒. สายวัด ๑ อัน พันธกุ รรมของพืช
๓. แว่นขยาย
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
วธิ ีทำา ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
บันทึกผล
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสำารวจต้นไม้ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
หรือสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้โรงเรียนแล้วเลือกพันธุ์ไม้มา ๑ ชนิดที่เจริญเติบโตอยู่ใน ๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
บริเวณเดียวกันหลาย ๆ ต้น โดยสังเกตว่าต้นที่มีขนาดเล็กน่าจะเป็นต้นลูกของต้นพ่อแม่ การท�ำ กิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น
ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า หากไม่ทราบให้ถามครู ผู้ปกครอง หรือผู้รู้ในท้องถิ่น
ep 2 ข้ันคิดวเิ คราะห์
๒. สังเกตลักษณะต่าง ๆ ของพืชต้นลูก ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม
และต้นพ่อแม่ว่ามีลักษณะใดที่คล้ายคลึง ตารางที่ ๒.๑ เปรียบเทียบลักษณะที่คล้ายคลึงและแตกต่างกันของพืช และสรุปความรู้
และแตกต่างกัน วาดภาพและบันทึกข้อมูล ต้นพ่อแม่กับพืชต้นลูก
๓. จัดกระทำาข้อมูลที่บันทึกได้ให้อยู่ใน ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
รูปผังมโนทัศน์ที่แสดงการถ่ายทอดลักษณะ ภาพต้นพอ่ แมข่ อง อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
ทางพันธุกรรมของพืชชนิดนั้น ๆ นำาเสนอ ลักษณะทีค่ ล้ายคลงึ กนั ภาพตน้ ลกู ของ เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบ
ลกั ษณะที่แตกต่างกนั คำ�ถามหลงั ทำ�กจิ กรรม

หน้าชั้นเรียน และอภิปรายร่วมกัน ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
การท�ำ กจิ กรรมและสรปุ สงิ่ ทเี่ ขา้ ใจเปน็
พืชที่นักเรียนเลือกศึกษาคือพืชชนิดใด ความรู้ร่วมกันเก่ียวกับลักษณะทาง
พันธุกรรมของพืชว่า พืชแต่ละชนิด
นักเรียนมีวิธีการสังเกตอย่างไรว่า พืชต้นใดเป็นต้นพ่อแม่ จะมีลักษณะเฉพาะท่ีแตกต่างไปจาก
พืชชนิดอืน่ ๆ เชน่ ลำ�ตน้ ใบ ดอกและ
และต้นลูก

ลักษณะทางพันธุกรรมของพืชชนิดนี้ได้แก่ลักษณะใดบ้าง

ลักษณะทางพันธุกรรมของพืชแต่ละชนิด (ที่แต่ละกลุ่มเลือก
ศึกษา) เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร

39

แนวคำ� ตอบ ผล ซ่ึงลักษณะดังกล่าวสามารถ
ถา่ ยทอดไปยังรุ่นลกู ได้

๑. ตอบ ตัวอย่างคำ�ตอบ ต้นกลว้ ย
๒. ตอบ ตน้ ลูกจะมีลักษณะทีค่ ล้ายคลึงหรือเหมือนกับต้นพอ่ แม่ แตม่ ีขนาดเล็กกวา่

และมกั จะเจริญเตบิ โตเป็นกอ หรอื อยู่ในบรเิ วณเดยี วกนั
๓. ตอบ ลักษณะของล�ำ ตน้ รูปรา่ งและขนาดของใบ ดอกและผล
๔. ตอบ แตกต่างกัน โดยพชื แต่ละชนดิ จะมลี ักษณะของลำ�ต้นรปู ร่างและขนาดของใบ

ดอกและผลที่เป็นลกั ษณะเฉพาะของพชื ชนดิ นัน้ ๆ
๕. ตอบ พชื แต่ละชนดิ จะมลี กั ษณะเฉพาะท่ีแตกต่างไปจากพชื ชนดิ อ่นื เชน่ ล�ำ ตน้ ใบ

ดอกและผล ซึ่งลักษณะดงั กล่าวสามารถถา่ ยทอดไปยงั รนุ่ ลกู ได้ 39 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

ep 3 ข้นั ปฏบิ ัติSt
และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏิบตั ิ ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช คือ ลักษณะที่สามารถถ่ายทอด
จากพืชรุ่นพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้ และลักษณะเหล่านั้นเป็นลักษณะของ
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน พชื ชนดิ เดยี วกนั ทแี่ ตกตา่ งไปจากพชื ชนดิ อน่ื ๆ เชน่ ลกั ษณะของลาำ ตน้
สำ�รวจพืชในท้องถ่ินที่รู้จักและสนใจ ลกั ษณะของใบ รูปรา่ งลกั ษณะ สี กล่ินของดอกและผล
ที่มีการสืบพันธ์ุ เพื่อเพ่ิมจำ�นวนและ
ดำ�รงพันธ์ุ ซึ่งมีการถ่ายทอดลักษณะ รูปหวั ใจ ใบพลู ใบตำาลึง รปู เหล่ยี ม
ทางพันธุกรรม แล้วออกแบบ และ
วาดภาพและระบายสีลักษณะทาง ลักษณะ
พันธุกรรมของพืชที่ถ่ายทอดได้ใน ของใบพืช
ท้องถิ่น แล้วเขียนชื่อพืชและลักษณะ ชนดิ ต่าง ๆ
ทางพันธกุ รรม จดั ทำ�เป็นชน้ิ งาน

(ตวั อย่างภาพวาดและระบายส)ี

ใบขนุน ใบบัว

ชื่อพืช (ตน้ มะพรา้ ว)

ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีพืชถ่ายทอด รูปไข่ปลายเล็ก ใบมะมว่ ง ใบชงโค รปู กลม
ได้ (ต้นมะพร้าวมีรากฝอย ลำ�ต้นเดียว

ตง้ั ตรง ใบเรียวยาว เม่ือเจริญเติบโตเต็มท่ี

จะมีดอกที่มีลักษณะเป็นช่อ สีครีมหรือ รปู ไข่ปลายแหลม รปู ไต

สีเหลืองนวล เม่ือดอกมีการสืบพันธ์ุ ภาพท่ี ๒.๔ ตัวอยา่ งลักษณะของใบพชื ชนดิ อ่ืน ๆ
เกิดผลมะพร้าว ภายในผลจะมีนํ้ามะพร้าว
และเนือ้ มะพร้าว) กิจกรรมท่ี ๒.๒ สำ�รวจลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสัตว์

๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็น 40

ความรรู้ ว่ มกนั ดงั น้ี เฉลยกิจกรรมการทดลอง

• พืชเมื่อโตเต็มที่จะมีการสืบพันธ์ุ บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม สรุปผลการท�ำกิจกรรม
เพ่ือเพ่ิมจำ�นวนและดำ�รงพันธ์ุ โดย สัตว์แต่ละชนิด จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่าง
ลูกท่ีเกิดมาจะได้รับการถ่ายทอด ตาราง เปรียบเทียบลักษณะท่ีคล้ายคลึงและแตกตา่ งกัน ไปจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น ลักษณะของลำ�ตัว
ของสัตวร์ ุ่นพอ่ แมก่ บั สตั วร์ นุ่ ลูก ขาและเท้า สีขน ซึ่งลักษณะดังกล่าวสามารถ
ลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ ถ่ายทอดไปยังร่นุ ลกู ได้

ท�ำ ใหม้ ลี กั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ฉพาะ

แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น พืชมี

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ภาพตัวพอ่ แม่ของ (เปด็ ) ภาพตวั ลูกของ (เป็ด)
เชน่ ลกั ษณะของใบ สีดอก ลกั ษณะที่คลา้ ยคลึงกัน ลักษณะทีแ่ ตกตา่ งกนั

สุดยอดคู่มือครู 40 (ปากมีลักษณะแบนงอนสีนํ้าตาลส้ม (ขนเปน็ เส้น ๆ ไม่เป็นแผงขนนก
รูปรา่ งเหมอื นกนั ขนสีนา้ํ ตาล) เสียงเล็กแหลมกวา่ ตัวพ่อแม)่

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

Stasean

ลักษณะใดของสัตว์ที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรม ep 1

ขน้ั สังเกต
รวบรวมข้อมูล

กิจกรรมที่ ๒.๒ สำารวจลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์ คำ�ถ�มสำ�คัญ ๑. นักเรียนสังเกต สำ�รวจ สัตว์ชนิดต่าง ๆ
ที่อาศัยอยู่ในบริเวณบ้าน โรงเรียน
วัสดอุ ปุ กรณ์ ตัวช้ีวดั หรือในท้องถิ่น แล้วกระตุ้นนักเรียน
เกิดความสงสัยและต้องการหาคำ�ตอบ

๑. ไม้บรรทัด ๑ อัน ว ๑.๓ ป.๕/๑ ด้ ว ย ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร์
๑ เส้น โดยร่วมกันตอบคำ�ถามส�ำ คัญ ดังน้ี
๒. สายวัด ๑ อัน ภาระงาน/ชิน้ งาน ๑.๑ สัตว์มีส่วนประกอบอะไรบ้าง
๓. แว่นขยาย
ภาพวาดและระบายสี ลกั ษณะทาง (ตัวอยา่ งค�ำ ตอบ )
วธิ ีทำา พนั ธุกรรมของสัตว์ทถ่ี า่ ยทอดได้

๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสำารวจสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณบ้าน ตา หู
โรงเรียนหรือในท้องถิ่นอย่างระมัดระวังหากเป็นสัตว์อันตรายหรือมีพิษ แล้วเลือกสัตว์มา
๑ ชนิดที่สังเกตได้ว่าเป็นพ่อแม่และลูกกัน หากไม่ทราบให้ถามครู ผู้ปกครอง หรือผู้รู้
ในท้องถิ่น
ส่วนประกอบ
๒. สงั เกตลกั ษณะตา่ ง ๆ ของสตั วช์ นดิ นัน้ ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม ขาและเทา้ ของสัตว์

ทั้งตัวที่เป็นพ่อแม่และตัวลูกว่ามีลักษณะใด ตารางที่ ๒.๒ เปรียบเทียบลักษณะที่คล้ายคลึงและแตกต่างกัน จมูก
ที่คล้ายคลึงและแตกต่างกัน วาดภาพและ ของสัตว์รุ่นพ่อแม่กับสัตว์รุ่นลูก

บันทึกข้อมูล ภาพตัวพอ่ แม่ของ ภาพตัวลูกของ ขน ปาก
๓. จัดกระทำาข้อมูลที่บันทึกได้ให้อยู่ใน ลกั ษณะทคี่ ล้ายคลงึ กนั ลกั ษณะทแี่ ตกตา่ งกัน
รูปผังมโนทัศน์ที่แสดงการถ่ายทอดลักษณะ แผนภาพความคดิ สว่ นประกอบของสัตว์
ทางพันธุกรรมของสัตว์ชนิดนั้น ๆ นำาเสนอ
หน้าชั้นเรียน และอภิปรายร่วมกัน ๑.๒ สตั วแ์ ตล่ ะชนดิ มลี กั ษณะเหมอื นกนั
หรือแตกต่างกันอยา่ งไร
สัตว์ที่นักเรียนเลือกศึกษาคือสัตว์ชนิดใด
(ตัวอย่างคำ�ตอบ สัตว์แต่ละชนิดมีทั้ง
นักเรียนมีวิธีการสังเกตอย่างไรว่า สัตว์ตัวใดเป็นตัวพ่อแม่ ลักษณะท่ีเหมือนกัน และแตกต่างกัน ข้ึนกับ

และตัวลูก

ลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์ชนิดนี้ได้แก่ลักษณะใดบ้าง
ลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์แต่ละชนิด (ที่แต่ละกลุ่ม
เลือกศึกษา) เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร การใช้ลกั ษณะใดลักษณะหนง่ึ เป็นเกณฑ์)
๑.๓ ลักษณะใดของสัตว์ที่เป็นลักษณะ
สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร
แนวคำ� ตอบ ทางพนั ธกุ รรม
41 (ตัวอย่างค�ำ ตอบ สีขน ลกั ษณะของขน

ลกั ษณะของห)ู

๑. ตอบ ตัวอย่างคำ�ตอบ เป็ด ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน

๒. ตอบ ลกู ของสัตว์สว่ นใหญม่ ลี ักษณะทค่ี ล้ายคลงึ พอ่ แม่ แตม่ ีขนาดเลก็ กวา่ เชน่ สนุ ัข แมว คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน

วัว กระบอื นก แต่ลูกของสัตว์หลายชนดิ กม็ ีลักษณะทีแ่ ตกตา่ งจากพอ่ แม่ เชน่ ลกู ของแมลงส่วนใหญ่ อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมท่ี

เมอ่ื ฟกั จากไข ่ จะเปน็ หนอนและอาจสงั เกตไดว้ า่ พอ่ แมข่ องสตั วบ์ างชนดิ จะเลยี้ งดลู กู เชน่ ท�ำ รงั หาอาหาร ๒.๒ เรอื่ ง ส�ำ รวจลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม

ขับไลศ่ ตั รู ของสัตว์

๓. ตอบ สีขน ปาก ขาและเท้า ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย

๔. ตอบ แตกต่างกัน โดยสัตว์แตล่ ะชนดิ จะมีลกั ษณะล�ำ ตวั ขาและเทา้ สีขนท่ีเปน็ ลักษณะเฉพาะ กอ่ นทำ�กิจกรรม และบันทกึ ผล

ของสตั ว์ชนิดนน้ั ๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล

๕. ตอบ สตั วแ์ ตล่ ะชนิดมลี กั ษณะเฉพาะทีแ่ ตกตา่ งไปจากสัตว์ชนิดอนื่ ๆ เชน่ ลกั ษณะของล�ำ ตัว การท�ำ กิจกรรมหน้าชนั้ เรยี น

ขาและเทา้ สขี น ซ่ึงลกั ษณะดงั กลา่ วสามารถถ่ายทอดไปยงั รุน่ ลูกได้ 41 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์
St St ลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์ คือ ลักษณะที่สามารถถ่ายทอด
และสรปุ ความรู้

๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ จากสัตว์รุ่นพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้เช่นเดียวกับลักษณะทางพันธุกรรม
อภิปราย และแสดงความคิดเห็นผลการ ของพืช ลักษณะเหล่านั้นเป็นลักษณะของสัตว์ชนิดเดียวกันที่แตกต่างไป
จากสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น สุนัขพันธุ์เดียวกัน จะมีรูปร่างลักษณะของร่างกาย
ทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถามหลังทำ� หัว ดวงตา หู หาง ขน หรือขา ที่คล้ายคลึงกัน แต่ลักษณะเหล่านั้น
จะแตกต่างไปจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ รวมถึงสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ก็เช่นกัน
กจิ กรรม

๖. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำ�กิจกรรม

และสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน

เก่ียวกับลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์

ว่า สัตว์แต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะที่

แตกต่างไปจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น

ลักษณะของลำ�ตัว ขาและเท้า สีขน

ซึ่งลักษณะดังกล่าวสามารถถ่ายทอดไป

ยงั รุ่นลูกได้
๗. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่า
โดยตอบคำ�ถาม ดังนี้
ภาพที่ ๒.๕ ลักษณะของสุนขั ไทยหลงั อาน

๗.๑ นักเรียนจะนำ�ความรู้เรื่องการ

ถ่ายทอดลักษณะจากพ่อแม่สู่ลูกไปใช้

ประโยชน์อย่างไร

(ทำ�ให้สามารถจำ�แนกได้ว่า สัตว์ชนิดใด

ต้องเกิดจากสัตว์ชนิดนั้น และมีลักษณะ

คลา้ ยกบั พ่อแม)่

ep 3 ข้นั ปฏบิ ัติ
แหลละังสกราุปรปควฏาิบมัตริู้

๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ภาพที่ ๒.๖ ลกั ษณะของสุนัขแดลเมเชียน
สำ�รวจ สัตว์ในท้องถิ่นท่ีรู้จักและสนใจ
42

ท่ีมีการสืบพันธ์ุ เพ่ือเพิ่มจำ�นวนและ

ดำ�รงพันธ์ุซ่ึงมีการถ่ายทอดลักษณะทาง ๙. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปสงิ่ ทเี่ ข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั น้ี

พันธุกรรม แล้วออกแบบ และวาดภาพ • สัตว์เมื่อโตเต็มที่จะมีการสืบพันธุ์เพ่ือเพ่ิมจำ�นวนและ

และระบายสี ลักษณะทางพันธุกรรม ดำ�รงพันธ์ุ โดยลูกท่ีเกิดมาจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทาง

ของสัตว์ท่ีถ่ายทอดได้ในท้องถิ่น แล้ว พันธุกรรมจากพ่อแม่ ทำ�ให้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เฉพาะ

เขยี นชอ่ื สตั ว์ และลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม แตกต่างจากส่ิงมีชีวิตชนิดอ่ืน สัตว์มีการถ่ายทอดลักษณะทาง

จัดทำ�เป็นชิน้ งาน พนั ธกุ รรม เชน่ สขี น ลักษณะของขน ลกั ษณะของหู

สุดยอดคู่มือครู 42

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ตัวชี้วดั

ลักษณะใดของมนุษย์ที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรม คำ�ถ�มสำ�คัญ ว ๑.๓ ป.๕/๑

กิจกรรมที่ ๒.๓ สำารวจลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ ภาระงาน/ช้นิ งาน

แผน่ ภาพ ลักษณะทางพนั ธกุ รรม
ของมนษุ ยท์ ่ีถ่ายทอดได้

วัสดุอปุ กรณ์ ep 1 ขนั้ สังเกตSt

๑. ภาพครอบครัวของชาวเอเชีย ครอบครัวชาวตะวันตก ครอบครัวชาวอาหรับ รวบรวมข้อมลู
ครอบครัวชาวแอฟริกัน ครอบครัวลูกครึ่ง
๒. แว่นขยาย ๑ อัน ๑. นักเรียนสังเกตภาพครอบครัวของ

ชาวแอฟรกิ า (African) และครอบครวั
วิธที ำา ของชาวเอเชีย (Asian) แล้วกระตุ้น

๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มส่งผู้แทนรับภาพครอบครัวของชาวเอเชีย นักเรียนเกิดความสงสัยและต้องการ
ครอบครัวชาวตะวันตก ครอบครัวชาวอาหรับ ครอบครัวชาวแอฟริกัน หรือครอบครัวลูกครึ่ง ห า คำ � ต อ บ ด้ ว ย ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง
กลุ่มละ ๑ ภาพ วิทยาศาสตร์ โดยร่วมกันตอบคำ�ถาม
๒. สังเกตลักษณะต่าง ๆ ของบุคคลในครอบครัวเดียวกันว่ามีลักษณะใดที่คล้ายคลึง ส�ำ คญั ดังน้ี
และแตกต่างกัน แล้วบันทึกข้อมูล ๑.๑ ครอบครัวชาวแอฟริกันมี
๓. จัดกระทำาข้อมูลที่บันทึกได้ให้อยู่ในรูปผังมโนทัศน์ที่แสดงการถ่ายทอดลักษณะ ลักษณะใดที่สำ�คัญ (ตัวอย่างคำ�ตอบ
ทางพันธุกรรมของบุคคลในครอบครัวนั้น ๆ นำาเสนอหน้าชั้นเรียน และอภิปรายร่วมกัน

เฉลยกจิ กรรมการทดลอง ผิวคลํ้า หนังตาสองชั้น จมูกโด่ง

บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม (ตวั อยา่ งค�ำตอบ) ผมหยักศก)
ตาราง เปรยี บเทียบลกั ษณะทค่ี ลา้ ยคลึงและแตกตา่ งกนั ของมนุษยแ์ ตล่ ะชนชาติ ๑.๒ ครอบครวั ชาวเอเชยี มลี กั ษณะใด

ลกั ษณะทคี่ ล้ายคลงึ กนั ลกั ษณะทแ่ี ตกตา่ งกัน ทีส่ ำ�คญั (ตวั อย่างค�ำ ตอบ ผวิ ขาวเหลือง

หนังตาชัน้ เดยี ว จมกู โดง่ ผมตรง)

ผมสีนํา้ ตาลดำ� - ๑.๓ มนุษย์แต่ละชนชาติมีลักษณะ
เส้นผมตรง เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร
หนังตาชนั้ เดยี ว
ผวิ สีขาวเหลือง 43 (ตัวอย่างคำ�ตอบ มนุษย์แต่ละชนชาติมี
ลักษณะเฉพาะท่ีแตกต่างกนั )

สรปุ ผลการท�ำกิจกรรม ๑.๔ ลักษณะใดของมนุษย์ท่ีเป็น
ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม

มนษุ ยส์ ามารถถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมไดเ้ ชน่ เดยี วกบั พชื และสตั ว์ ลกั ษณะทส่ี ามารถถา่ ยทอด (ตัวอย่างคำ�ตอบ รูปร่างลักษณะ นัยน์ตา
จากมนษุ ย์รุ่นพอ่ แมไ่ ปยังรุ่นลูกได้เชน่ รูปร่างลักษณะศีรษะรูปหน้าเสน้ ผมจมูกปากลนิ้ หูความสงู สตี า จมูก ปาก เสน้ ผม หู ความสงู สีผวิ )

๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน

คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน

อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม

ที่ ๒.๓ เร่ือง สำ�รวจลักษณะทาง

พันธกุ รรมของมนษุ ย์

43 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

Step 1 ข้ันสงั เกต

รวบรวมขอ้ มูล

๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม และบันทึกผล

๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชัน้ เรียน

ภาพที่ ๒.๗ ครอบครัวชาวเอเชีย ภาพท่ี ๒.๘ ครอบครวั ชาวตะวันตก

ภาพท่ี ๒.๙ ครอบครวั ชาวอาหรับ ภาพที่ ๒.๑๐ ครอบครวั ชาวแอฟรกิ นั

สุดยอดคู่มือครู 44 ภาพท่ี ๒.๑๑ ครอบครัวลูกคร่งึ เอเชีย-แอฟรกิ นั

44

NET แนวข้อสอบ O-NET

A. ลูกไดร้ ับการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมจากแมเ่ ท่านัน้
B. ลูกได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อและแม่
C. ลกู ไมจ่ �ำเปน็ ต้องมีลกั ษณะทางพนั ธุกรรมเหมอื นพอ่ และแม่
ข้อความใดกลา่ วถูกตอ้ ง
๑ ขอ้ A ๒ ขอ้ B
๓ ขอ้ C ๔ ขอ้ A และ C
เฉลย ๒ เหตผุ ล พอ่ แม่ถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมไปยังลูก
ท�ำให้ลกู มีลักษณะเหมือนกับพอ่ และแม่

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

St asean

ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม ep 2

ตารางที่ ๒.๓ เปรียบเทียบลักษณะที่คล้ายคลึงและแตกต่างของมนุษย์แต่ละชนชาติ ขนั้ คดิ วเิ คราะห์
และสรุปความรู้
ลกั ษณะทีค่ ล้ายคลงึ กัน ลักษณะที่แตกตา่ งกัน
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์

อภิปราย และแสดงความคิดเห็น

เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบ

ครอบครัวที่นักเรียนเลือกศึกษาเป็นชาวอะไร คำ�ถามหลงั ท�ำ กจิ กรรม
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
นักเรียนมีวิธีการสังเกตอย่างไรว่า บุคคลใดเป็นพ่อแม่และลูก
ลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัวนี้ได้แก่ลักษณะใดบ้าง การท�ำ กจิ กรรมและสรปุ สงิ่ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็
ความรู้ร่วมกันเก่ียวกับลักษณะทาง
ลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัวที่มาจากต่างชนชาติกัน พนั ธกุ รรมของมนษุ ยว์ า่ มนษุ ยส์ ามารถ
มีลักษณะที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้

สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร

เช่นเดียวกับพืชและสัตว์ ลักษณะท่ี

มนุษย์สามารถถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้เช่นเดียวกับพืช สามารถถ่ายทอดจากมนุษย์รุ่นพ่อแม่
และสัตว์ ลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากมนุษย์รุ่นพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้ ไปยังรุ่นลูกได้ เช่น รูปร่างลักษณะ
เชน่ รูปร่างลักษณะ ศีรษะ รปู หน้า เส้นผม จมกู ปาก ลิน้ หู ความสงู ศรี ษะ รูปหน้า เสน้ ผม จมูก ปาก ลนิ้
ลักษณะเหล่าน้ี ทำาให้มนุษย์มีความแตกต่างไปจากสัตว์ชนิดอื่นๆ หู ความสงู
อยา่ งไรก็ตาม มนษุ ย์มคี วามหลากหลายดา้ นชนชาติ มนุษยแ์ ตล่ ะชนชาติ
จงึ มลี กั ษณะทางพันธุกรรมทแี่ ตกตา่ งหลากหลายด้วยเชน่ กัน

45 45 สุดยอดคู่มือครู

แนวคำ� ตอบ

๑. ตอบ ครอบครวั ชาวเอเชีย
๒. ตอบ ลักษณะภายนอกทีค่ ลา้ ยคลึงกนั
๓. ตอบ รูปร่าง หนา้ ตา จมูก ปาก สผี ม ความสูง สีผิว ลักยมิ้
๔. ตอบ ลกั ษณะแตกต่างกัน เช่น ชาวเอเชยี มีสีผวิ สขี าวเหลอื ง ชาวตะวันตกมผี ิวขาว
ชาวแอฟริกามีผิวดำ�
๕. ตอบ มนุษย์สามารถถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้เช่นเดียวกับพืชและสัตว์
ลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากมนุษย์รุ่นพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้ เช่น รูปร่างลักษณะ ศีรษะ
รูปหน้า เส้นผม จมูก ปาก ลิน้ หู ความสูง

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขัน้ ปฏบิ ัติ
St แหลละังสกราุปรปควฏาบิ มัตริู้

ส่ิงมีชีวิตทุกชนิดท้ังพืช สัตว์ และมนุษย์ ท่ีมีจำานวนมากมายหลายชนิด

๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน แตล่ ะชนิดลว้ นมีลักษณะทแ่ี ตกตา่ งกันไป เมือ่ ส่งิ มีชวี ิตมีการสบื พนั ธ์ุ ลกั ษณะตา่ ง ๆ
เหลา่ น ี้ จะถกู ถา่ ยทอดจากบรรพบุรุษไปสู่รนุ่ ลูกหลาน เรยี กวา่ การถ่ายทอดลกั ษณะ
สำ�รวจ ครอบครัวของคนในชนชาติ ทางพนั ธุกรรม

ต่าง ๆ ทส่ี นใจ แลว้ ออกแบบ และหา
ภาพลักษณะต่าง ๆ ของบุคคลใน

ครอบครัวเดียวกันของคนในชนชาติ

ดังกล่าว จากแหล่งการเรียนรู้ท่ี

หลากหลาย แล้วเขียนช่ือชนชาติ
และลักษณะทางพนั ธุกรรม จัดท�ำ เปน็

แผ่นภาพ จัดทำ�เปน็ ชิน้ งาน ตน้ ถวั่ พอ่ พนั ธต์ุ น้ สงู ตน้ ถวั่ แมพ่ นั ธต์ุ น้ เตยี้
(ตัวอย่างแผ่นภาพ)

ตน้ ถว่ั รนุ่ ลกู ตน้ สงู
ภาพท่ี ๒.๑๒ การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของต้นถว่ั จากร่นุ พอ่ แมไ่ ปสู่ร่นุ ลกู

ภาพครอบครวั ชาวนโิ กร ไกพ่ ่อพันธ์ุ ไก่แมพ่ นั ธ์ุ

ช่อื ชนชาตขิ องมนษุ ย์ ลูกไก่
(ครอบครวั ชาวนิโกร) ภาพที่ ๒.๑๓ การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรมของไก่จากรนุ่ พอ่ แม่ไปสู่ร่นุ ลกู
ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีมนุษย์
46
ถ่ายทอดได้
(ผิวดำ�คลํ้า ผมหยิก หนังตาสองช้ัน

จมกู โดง่ รมิ ฝปี ากหนา)
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็น

ความรรู้ ่วมกัน ดังนี้

• มนษุ ยเ์ มอ่ื โตเตม็ ทจ่ี ะมกี ารสบื พนั ธเุ์ พอ่ื เพมิ่ จ�ำ นวนและด�ำ รงพนั ธุ์ โดยลกู ทเี่ กดิ มาจะไดร้ บั การ การถา่ ยทอด
ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ ทำ�ให้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เฉพาะ แตกต่างจาก ลักษณะทาง
สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น มนุษย์มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น เชิงผมที่หน้าผาก ลักย้ิม พันธกุ รรมของ
ลักษณะหนังตา การห่อลิ้น ลักษณะของต่ิงหู ลักษณะเหล่าน้ีทำ�ให้มนุษย์มีความแตกต่างไปจาก พ่อแม่สูล่ ูก
สตั วช์ นดิ อนื่ ๆ มนษุ ยม์ คี วามหลากหลายดา้ นชนชาติ มนษุ ยแ์ ตล่ ะชนชาตจิ งึ มลี กั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ทแ่ี ตกตา่ งหลากหลายด้วยเชน่ กนั

สุดยอดคู่มือครู 46

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ep 4
St St
ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ

พอ่ แม่ ๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด
และน�ำ เสนอหนา้ ชัน้ เรยี น
ลูก
ภาพท่ี ๒.๑๔ การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมจากรุน่ พอ่ แม่สรู่ ุ่นลกู • ภาพวาดและระบายสีลกั ษณะทาง
พนั ธุกรรมของพืชทถี่ ่ายทอดได้
สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกัน เช่น มนุษย์
ในครอบครัวเดียวกันจะมีลักษณะ รูปหน้า ผิวพรรณ สีผม ดวงตา จมูกและปาก • ภาพวาดและระบายสีลกั ษณะทาง
ทีค่ ล้ายคลึงหรอื เหมอื นกนั ในขณะทส่ี ่งิ มีชวี ติ ต่างชนิดกนั จะมลี กั ษณะทแี่ ตกต่างกนั พันธกุ รรมของสัตว์ทถ่ี า่ ยทอดได้
เช่น ต้นถ่ัวท่ีมีหลากหลายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ก็จะมีลักษณะลำาต้น ใบ ดอก และผล
ที่แตกตา่ งกนั ไป • แผน่ ภาพ ลกั ษณะทางพันธกุ รรม
ของมนษุ ยท์ ่ถี า่ ยทอดได้
47
เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพ่ือน ๆ
รว่ มกนั ตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง

๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
เกี่ยวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด
เ ชิ ง ร ะ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ทำ � ง า น ท่ี มี
แบบแผน

5ep ข้ันประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คุณคา่
บริการสังคม
และจิตสาธารณะ

๑๑. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงาน
ที่ดีเดน่ จดั ทำ�เป็นนิทรรศการ หรอื จัด
แสดงผลงานหรือเผยแพร่ในเว็บไซต์
หรอื เฟซบกุ๊ (facebook) ของโรงเรยี น
เพ่ือเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียน
ช้ันอนื่ ๆ

๑๒. นักเรียนนำ�เสนอผลการศกึ ษา พร้อม
สะท้อนความคดิ รว่ มกนั

๑๓. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมิน
ข้ันตอนต่าง ๆ ท่ีเรียนมาในวันน้ี
มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง
มีความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น
ในเร่อื งใด ให้ระบุ

47 สุดยอดคู่มือครู

เยอรมนั เชฟเฟิร์ด แบบพGฝิตPบึกAูลหSลัด์ 5 Steps คอร์กี้ ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
๑. ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์

๑. สุนัขพันธุ์ผสมในภาพ ก น่าจะบเปูร็นณลูกาขกองาพร่อทแักม่พษันะศธุ์ใตดบว้ารงร เษพรทาี่ะ2เห1ตุใด แนวข้อสอบ O-NET

ตัวช้ีวัด

ว ๑รที .ร๓เีฟยอเรปวมอัน.ร๕เช์ ฟ/เ๑ฟิร์ด พิตบปูลั๊กล์ คอร์ก้ี ปักก่งิ แบบฝึกหัด

โกลเด้น

อพันธุ์ แนวคำ� ตอบ แม่พันธุ์ ๑. ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์

กษณะท๑ี่ถ.่า ยตทออบด ไปยังลูก ปัก๊ ลักษณะที่ถ่ายท๑อ. ดสไุนปัขยพังันลธูกุ์ผสมในภาพ ก น่าจะเป็นลูกของพ่อแม่พันธุ์ใดบ้าง เพราะเหตุใด
โกลเดน้ รีทรฟี เวอร์ ปักก่ิง

พ่อพันธุ์ (พิตบลู ล)์ แม่พันธุ์ (คอรก์ )ี้ เยอรมนั เชฟเฟิรด์ พติ บลู ล์ คอร์กี้

ลักษณะที่ถ่ายทอดไปยังลูก ลักษณะที่ถ่ายทอดไปยังลูก

(ตา (ตา
จมูก หู
ปาก จมูก
รูปร่าง ลำ�ตวั สขี น) ปาก รปู รา่ งล�ำ ตัว)

ภาภพาพกก สสนุ นุัขพัขนั พธผ์ุนั สธมุ์ผสม โกลเดน้ รที รีฟเวอร์ ปก๊ั ปักก่ิง

48

พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์

ลักษณะที่ถ่ายทอดไปยังลูก ลักษณะที่ถ่ายทอดไปยังลูก

ภาพ ก สุนขั พันธุ์ผสม

48

สุดยอดคู่มือครู 48

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

แนวคำ� ตอบ

๒. สนุ ขั ในภาพเปน็ ลกู ผสมของสตั วพ์ อ่ แมพ่ นั ธด์ุ งั ภาพใชห่ รอื ไม ่ เพราะเหตใุ ด ๒. ตอบ ไม่ใช่ เพราะลูกสุนัขเกิดจากการ
ผสมพนั ธ์ุของพอ่ สุนขั และแม่สนุ ขั
ส่วนสขี นท่มี ีลักษณะเหมอื นแพนดา
ออกมาจากการยอ้ มสขี นและการตัดแต่ง

49

49 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตวั ชวี้ ัด ๒. ลักษณะที่คล้ายคลงึ กันของตนเองกบั พอ่ แม่

ว ๑.๓ ป.๕/๒ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของมนษุ ยแ์ ตล่ ะชนชาตมิ ลี กั ษณะเฉพาะทแี่ ตกตา่ งกนั
จนทำาให้สามารถระบุได้ว่า แต่ละบุคคลเป็นชนชาติใด ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็น
ภาระงาน/ชิ้นงาน ลักษณะเฉพาะเหล่านี้ ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษต่อเนื่องมาจนถึงมนุษย์ในรุ่นปัจจุบัน

Stแผนภาพ การถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรมของครอบครวั ของฉนั

ep 1 ขนั้ สงั เกต

รวบรวมข้อมูล

๑. นักเรียนสังเกตภาพสัตว์ที่เป็นแม่ ลูก ภาพที่ ๒.๑๕ ครอบครวั ของชาวเอเชียและชาวตะวนั ตก ๓ รนุ่ ไดแ้ ก่ รุน่ ปูย่ ่า ตายาย รุ่นพอ่ แม่ และรนุ่ ลูก
(ยกตวั อยา่ งภาพสนุ ขั พอ่ แม่ ลกู ) ทต่ี ดิ
บนกระดาน แล้วร่วมกันตอบคำ�ถาม ลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษได้แก่ลักษณะใดบ้าง
ดังน้ี คำ�ถ�มสำ�คัญ

๑.๑ นักเรียนคิดว่าสุนัขในภาพ กิจกรรมที่ ๒.๔ ตรวจสอบลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตัวฉันกับพ่อแม่
น่ า จ ะ มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั น อ ย่ า ง ไ ร
เพราะเหตุใดจงึ คดิ เชน่ นั้น วัสดอุ ุปกรณ์ ๒-๓ ใบ
๑. ภาพถ่ายเต็มตัวของพ่อแม่ ๑ บาน
(เปน็ พอ่ แม่ลกู กนั เพราะสนุ ขั มสี เี หมอื นกนั ๒. กระจกเงา

ลกั ษณะหน้าตาคล้ายกนั รูปร่างคลา้ ยกนั ) วิธีทำา
๑.๒ ลักษณะท่ีปรากฏกับลูกสุนัขมา ๑. นกั เรยี นเตรยี มภาพถา่ ยเตม็ ตวั ของพอ่ แมม่ าคนละ ๒-๓ ใบ เพือ่ ใชใ้ นการทาำ กจิ กรรม
๒. สังเกตลักษณะของตนเองผ่านกระจกเงาตามรายการในแบบตรวจสอบลักษณะที ่
จากไหน คล้ายคลึงกันของตัวฉันกับพ่อแม่ แล้วบันทึกผล
๓. จับคู่กับเพื่อนแล้วผลัดกันพิจารณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง
(มาจากพ่อและแม่ของสุนัข)
๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวน 50

ความรู้เดิมเกี่ยวกับการถ่ายทอด ๒.๓ ลักษณะทางพันธุกรรมของ
ลักษณะทางพันธุกรรม โดยร่วมกัน มนุษย์ที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ
ตอบคำ�ถามสำ�คัญกระตุ้นความคิด ได้แก่ลักษณะใดบา้ ง
ดงั นี้
๒.๑ ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมคอื อะไร (ตัวอย่างคำ�ตอบ รูปหน้า หนังตา สีตา
(ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่สามารถถ่ายทอด
จมูก สีผิว สผี ม ลกั ษณะเสน้ ผม)
จากพ่อแม่สู่ลูก เช่น สีตา สีผม ความสูง

สีผิว)
๒.๒ การถ่ายทอดลกั ษณะทาง
พนั ธุกรรมหมายถงึ อะไร
(การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

หมายถึง การถ่ายทอดลักษณะบางอย่าง

ของสิ่งมชี ีวติ จากพ่อแมส่ ู่ลูก)

สุดยอดคู่มือครู 50

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

เฉลยกจิ กรรมการทดลอง สรุปผลการท�ำกจิ กรรม asean

บันทึกผลการทำ� กิจกรรม ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทำากิจกรรม ลกั ษณะทส่ี ามารถถา่ ยทอด St St ep 1

ตารางที่ ๒.๔ ลักษณะที่สังเกตได้ในตนเองกับพ่อและแม่ จากพ่อแม่มายังลูกได้ ข้ันสังเกต
รวบรวมขอ้ มลู
ลักษณะที่สังเกต ลักษณะทางพันธุกรรม ตนเอง พ่อ จั ด เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ท า ง
✓ แม่ พันธุกรรม เช่น ความสูง ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
๑.๑ ความสูง ✓ คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
๑. ความสงู ๑.๒ ความเตยี้ ✓ ✓ ✓ สีผิว หนังตา ต่ิงหู ลักยิ้ม อยา่ งรวมพลงั ศกึ ษาวธิ ที �ำ กจิ กรรมที่ ๒.๔
๒. สีผวิ ๒.๑ ผวิ ขาว ✓ เร่ือง ตรวจสอบลักษณะที่คล้ายคลึงกัน
๓. เสน้ ผม ๒.๒ ผิวดำาหรอื คลำ้า ✓ ✓ ✓ การห่อลิ้น เส้นผม บาง ของตวั ฉันกับพอ่ แม่
๔. เชิงผมทีห่ น้าผาก ๓.๑ ผมเหยยี ดตรง ✓ ✓
๕. หนังตา ๓.๒ ผมหยักศก ✓ ✓ ลกั ษณะของเราทไ่ี มป่ รากฏ ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
๖. การห่อล้นิ ๔.๑ มรี อยหยกั เชงิ ผมทห่ี นา้ ผาก ✓ ✓ ในรุ่นพ่อแม่ อาจเป็น กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม และบนั ทกึ ผล
๗. ลกั ยิม้ ๔.๒ ไมม่ รี อยหยกั เชิงผมท่ีหน้าผาก ✓ ✓
๘. ติง่ หู ๕.๑ หนงั ตาชนั้ เดียว ✓ ✓ ลักษณะทางพันธุกรรมที่ ๕. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ น�ำ เสนอผลการ
๙. น้ิวโปง้ ๕.๒ หนังตาสองชั้น ท�ำ กจิ กรรมหน้าชั้นเรียน
๖.๑ ห่อล้ินได้ ✓ ✓ ✓ ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ
๖.๒ ห่อล้นิ ไม่ได้ ep 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์
๗.๑ มลี กั ยมิ้ ✓ รุ่นปู่ย่า ตายาย ผ่านรุ่น
๗.๒ ไม่มลี กั ย้ิม ✓ และสรุปความรู้
๘.๑ มีต่ิงหู พ่อแมจ่ นมาถงึ เรา
๘.๒ ไม่มีตงิ่ หู ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
๙.๑ น้ิวโป้งงอน ✓
๙.๒ น้วิ โปง้ ไมง่ อน




ลักษณะใดของนักเรียนที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับพ่อ

ลักษณะใดของนักเรียนที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับแม่
ลักษณะใดของนักเรียนที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับทั้งพ่อและแม่ อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั
นักเรียนมีลักษณะที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับพ่อหรือแม่มากกว่ากัน ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
ลักษณะใดของนักเรียนที่ไม่มีส่วนคล้ายคลึงหรือเหมือนกับทั้งพ่อและแม่ หลงั ทำ�กิจกรรม
ลักษณะของนักเรียนที่ไม่มีส่วนคล้ายคลึงหรือเหมือนกับทั้งพ่อและแม่ ๗. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ
กิจกรรมและสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็นความรู้
มีส่วนที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับใครในหมู่เครือญาติ ร่วมกันว่า ลักษณะท่ีสามารถถ่ายทอด

สรุปลักษณะที่คล้ายคลึงกันของคนในครอบครัวและหมู่เครือญาติ จากพ่อแม่มายังลูกได้จัดเป็นลักษณะ
ทางพันธุกรรม เช่น ความสูง สีผิว
ในรูปแบบแผนภาพ หนังตา ติ่งหู ลักย้ิม การห่อลิ้น เส้นผม
บางลักษณะของเราที่ไม่ปรากฏในรุ่น
ลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่มายังลูกได้จัดเป็นลักษณะ
ทางพนั ธกุ รรม เชน่ ความสงู สผี วิ หนงั ตา ติง่ หู ลกั ยิม้ การหอ่ ลิน้ เสน้ ผม
บางลักษณะของเราที่ไม่ปรากฏในรุ่นพ่อแม่ อาจเป็นลักษณะทาง
พันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษรุ่นปู่ย่า ตายาย ผ่านรุ่นพ่อแม่
จนมาถึงเรา
พ่อแม่ อาจเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่
51 ถา่ ยทอดมาจากบรรพบรุ ษุ รนุ่ ปยู่ า่ ตายาย

๗. ตอบ ผา่ นร่นุ พ่อแมจ่ นมาถึงเรา

แนวคำ� ตอบ ปู่ ยา่ ตา ยาย
๑. ตอบ ความสงู ผมหยกั ศก • เสน้ ผมตรง • ผอมสูง • อ้วนสงู
• เสน้ ผมหยกั ศก

๒. ตอบ ผิวขาว มีลักยิ้ม พ่อ ตัวฉัน แม่
๓. ตอบ ไมม่ รี อยหยักเชิงผมท่หี นา้ ผาก หนังตาสองชนั้ • ผมสดี ำ�นํ้าตาล • ผมสีดำ�สนทิ • ผมสดี �ำ สนทิ
• เส้นผมตรง • เสน้ ผมหยักศก • เส้นผมตรง
ห่อลน้ิ ได้ มตี ง่ิ หู น้ิวโปง้ ไม่งอน • ตาช้นั เดยี ว • ตาช้ันเดียว • ตาชัน้ เดยี ว
๔. ตอบ มีลักษณะทคี่ ล้ายคลึงหรอื เหมือนพอ่ หรือแมท่ ีเ่ ท่ากนั • มีติง่ หู • มตี ่งิ หู • มีติ่งหู
๕. ตอบ ลักษณะรูปรา่ งหรือโครงหน้า • อ้วนเตยี้ • ตวั ผอมสูง • อว้ นสูง
๖. ตอบ ปู่

51แผนภาพ ลกั ษณะทค่ี ล้ายคลงึ กันของคนในครอบครวั สุดยอดคู่มือครู
และหมเู่ ครอื ญาติ

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

ep 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิ ลักษณะทางพนั ธุกรรมท่มี ีการถา่ ยทอดจากบรรพบุรษุ
แหลละังสกราปุรปควฏาิบมตั ริู้
St St
St๘. นกั เรยี นแตล่ ะคนวางแผนส�ำ รวจลกั ษณะ
ทางพันธุกรรมของครอบครัวนักเรียน
แล้วออกแบบ และเขียนแผนภาพ การ
ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของ
ครอบครวั ของฉัน จัดท�ำ เป็นช้นิ งาน ความสูง ความเตย้ี ผิวขาว ผวิ ดาำ หรอื คลาำ้

๙. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็น
ความรู้รว่ มกัน ดงั นี้
• การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ของมนุษย์ สังเกตได้จากลักษณะต่าง ๆ
ของมนุษย์ ดงั น้ี ผมหยกั ศก ผมเหยียดตรง มรี อยหยักเชงิ ผมทหี่ น้าผาก ไม่มีรอยหยักเชงิ ผมท่หี นา้ ผาก
หนังตาช้นั เดยี ว
หนงั ตาสองชน้ั
รูปหน้าเหลย่ี ม
รปู หน้ากลม
หนังตา
รปู หนา้ ตาสดี �ำ
ผมตรง ตาสีน้าํ ตาล หนงั ตาชัน้ เดียว หนงั ตาสองชั้น ห่อล้นิ ได้ ห่อลิน้ ไม่ได้

ผมหยกั ศก ลักษณะทาง ตาสีฟ้า
พันธกุ รรมของ
ลเสัก้นษผณมะ มนษุ ย์ สีตา

จมกู มลี กั ย้มิ ไมม่ ีลกั ยิม้ มีตงิ่ หู ไมม่ ตี ิ่งหู
จมกู โด่ง
สีผม สีผิว จมูกแบน

ผมสดี ำ�
ผมสีนํ้าตาล ผวิ ดำ�
ผิวขาว
นิ้วโป้งงอน นิว้ โปง้ ไมง่ อน
ตวั อย่างแผนภาพ ลักษณะทางพันธุกรรม
ภาพที่ ๒.๑๖ ตัวอย่างลกั ษณะทางพนั ธุกรรมบางลกั ษณะ
ep 4 ของมนษุ ย์
52

ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ 5ep ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณค่า
บริการสงั คม
๑๐. นกั เรยี นออกมาพดู และน�ำ เสนอแผนภาพ และจติ สาธารณะ
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ของครอบครวั ของฉัน หนา้ ชั้นเรียน เพอ่ื ๑๒. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่
แลกเปล่ียนเรยี นรู้กัน เพ่ือน ๆ รว่ มกนั จัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดง
ตรวจสอบและแก้ไขใหถ้ กู ต้อง ผลงานหรือเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือ
เฟซบุก๊ (facebook) ของโรงเรยี น เพอ่ื
๑๑. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ ส รุ ป เปน็ แหลง่ การเรยี นรใู้ หน้ กั เรยี นชน้ั อน่ื ๆ
เก่ียวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด
เชิงระบบและวธิ ีการท�ำ งานทม่ี แี บบแผน ๑๓. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
สะท้อนความคิดรว่ มกัน
สุดยอดคู่มือครู 52

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

แบบฝึกหัด ตัวช้ีวัด

๒. ลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ ว ๑.๓ ป.๕/๒
๑. ลักษณะของเส้นผมที่มีมาแต่กำาเนิดของพ่อเป็นอย่างไร
แนวค�ำตอบ
๒. ลักษณะใดบ้างของบุคคลในครอบครัวนี้ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นปู่ย่า ตายาย
๑. ตอบ ตัวอยา่ งคำ�ตอบ พ่ออาจมี
ผมหยักศกเพราะลกู ทเี่ กดิ มามลี กั ษณะ
ผมหยักศก
๒. ตอบ ตวั อยา่ งคำ�ตอบ สผี วิ ความสงู
เส้นผม ลกั ษณะของตา หู จมกู และปาก
๓. ตอบ ตัวอย่างคำ�ตอบ สผี มของแม่
นา่ จะเกดิ จากการยอ้ มสีผม เน่อื งจาก
ไม่มสี มาชกิ คนใดในครอบครวั ทมี่ ีสีผม
สีนํา้ ตาลแดง

๓. เพราะเหตุใด แม่จึงมีสีผมแตกต่างจากสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว

53

NET แนวข้อสอบ O-NET

พ่อ : ผิวขาว หนงั ตาสองชั้น ผมหยกั ศก
แม่ : ผวิ ด�ำ หนังตาสองชน้ั ผมเหยียดตรง

ลกู ควรมลี ักษณะตามข้อใด เฉลย ๑ เหตผุ ล ผวิ ขาว ผมเหยยี ดตรง
๑ ผิวขาว ผมเหยียดตรง
เป็นลกั ษณะทางพันธกุ รรมที่สามารถถ่ายทอด
๒ ผวิ ด�ำ มแี ผลเปน็ ทีแ่ ขน จากพ่อแม่ส่ลู กู ได้ สว่ นแผลเป็น สิวบนใบหนา้
๓ ผมหยกั ศก มีปานแดงท่ขี า และปานแดง ไม่ใชล่ กั ษณะทางพันธุกรรม
๔ หนังตาสองช้ัน มีสวิ บนใบหน้า จ ึงไ มส่ ามารถถา่ ยทอดจากพ่อแมส่ ู่ลกู ได้

53 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

จุด จุดประกายโครงงานน จดุ ประกายโครงงาน

ประกายโครงงา ปลากัดท่ีมีรูปร่างสีสันสวยงามแปลกตาในภาพ เกิดขึ้นจากการผสมพันธุ์
โดยมนุษย์ เพ่ือให้ได้ลักษณะของปลากัดรุ่นลูกท่ีมีลักษณะแตกต่างไปจากสายพันธ์ุ
นักเรยี นร่วมกนั ท�ำ กจิ กรรม ดง้ั เดมิ ตามธรรมชาติ
จดุ ประกายโครงงาน
นักเรียนลองทำาโครงงานทดลองผสมพันธุ์ปลากัด
รอบรู้อาเซียนและโลก โดยทดลองเลือกพ่อแม่พันธุ์ท่ีมีลักษณะเอ้ือให้เกิด
ลกู ผสมตรงตามลกั ษณะทต่ี อ้ งการ เชน่ ถา้ นกั เรยี น
asean ต้องการลูกผสมปลากัดสีธงชาติไทย พ่อแม่พันธ์ุ
ท้งั สองตัวกค็ วรมีสรี วมกนั ครบ ๓ สี คอื แดง ขาว
นักเรยี นรว่ มกันท�ำ กิจกรรม และนำ้าเงิน
วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์สู่ความเข้าใจ นกั เรียนสามารถสืบคน้ ข้อมูลเก่ียวกับการผสมพนั ธป์ุ ลากัดไดท้ างอินเทอรเ์ นต็
อาเซียน
กจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์สรา้ งสรรค์สคู่ วามเข้าใจอาเซียน

นโยบายการเคล่ือนย้ายแรงงานฝีมือเสรีจากการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียน (ASEAN) ย่อมนำาไปสู่การย้ายถิ่นฐานของประชากรระหว่างประเทศ
ซงึ่ มลี กั ษณะทางพนั ธกุ รรมทแี่ ตกตา่ งกนั ดงั ตวั อยา่ งเชน่ ความหลากหลายทางเชอ้ื ชาติ
ของประชากรสิงคโปร์ มีทง้ั ชาวจีน ชาวมลายู ชาวอินเดยี ชาวยเู รเชยี

นักเรียนคิดว่า อนาคตของประชากร
อาเซียนที่เกิดข้ึนจากการแต่งงานข้ามชนชาติ
จะทำาให้เกิดลูกครึ่ง/ลูกผสมท่ีมีลักษณะ
ท า ง พั น ธุ ก ร ร ม ท่ี เ ป็ น ไ ป ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร บ้ า ง
ใหว้ าดภาพและอธบิ ายในรปู แบบผงั มโนทศั น์

54

สุดยอดคู่มือครู 54

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

สะเตม็ สร้างสรรค์ สะเต็มสร้างสรรค์

นักเรยี นร่วมกนั ท�ำ กิจกรรม
สะเต็มสร้างสรรค์ นำ�ไปสู่การสร้าง
นวตั กรรม

แหลง่ ขอ้ มลู https://www.dailynews.co.th

สธ. แนะอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ เลย่ี งอาหาร-ถั่วเหลอื ง GMOs
สธ. แจง อย. เฝ้าระวังถั่วเหลืองจีเอ็มโอนำาเข้าเข้มงวด แนะสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์
เลย่ี งอาหารผลติ จากถวั่ เหลอื งจเี อม็ โอ ระบหุ ากมปี รมิ าณรอ้ ยละ ๕ ของนาำ้ หนกั ผลติ ภณั ฑ ์
ตอ้ งแสดงฉลาก อาหารดดั แปรพันธุกรรม

จีเอ็มโอ (GMOs) ยอมาจาก Genetically Modified Organisms หมายถึง
สิ่งมีชวี ติ ไม่วา่ จะเปน็ พืชหรือสัตว์ หรือแบคทีเรีย หรอื จุลินทรยี ์ ที่ถกู ดัดแปรพนั ธุกรรม
ด้วยกระบวนการทางพันธุวิศวกรรม (Genetic engineering) เพื่อให้ได้ส่ิงมีชีวิตที่มี
คุณลักษณะหรือคุณสมบัติตรงตามความต้องการของมนุษย์ จีเอ็มโอจึงเป็น
เทคโนโลยีชวี ภาพทไี่ ด้รับการพัฒนาข้ึนตามแนวทางสะเต็ม (STEM)

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลส่ิงมีชีวิตจีเอ็มโอมา ๑ ชนิด
โดยอธิบายถึงการพัฒนาการใช้ประโยชน์และผลกระทบที่อาจจะเกิดข้ึนในอนาคต
สรปุ สาระสำาคัญจากการศึกษาในรปู แบบโปสเตอร์ (Poster presentation) เพ่อื จัด
นิทรรศการหนา้ หอ้ งเรียน

55

55 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

เป้าหมายการเรยี นรู้ ห๓นว่ ยการเรยี นรทู้ ่ีการเปลี่ยนแปลงของสาร
ในชีวิตประจำาวัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
แผนผงั หวั ขอ้ หน่วยการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว ๒.๑
เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของ การเปล่ยี นแปลง การละลายของ
สสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สถานะของสสาร สารในนำ้า
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหน่ียว
ระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาตขิ องการ
เปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง การเปลี่ยนแปลง
ของสารในชีวิต

ประจำาวนั

การเปล่ียนสถานะของสสารเป็นการ

เปล่ียนแปลงทางกายภาพ เมื่อเพิ่ม การเปลี่ยนแปลง
ความรอ้ นใหก้ บั สสารถงึ ระดบั หนงึ่ จะท�ำ ให้ ของสารเมอ่ื เกดิ
สสารท่ีเป็นของแข็งเปลี่ยนสถานะเป็น การเปล่ยี นแปลงทางเคมี
ของเหลว เรยี กวา่ การหลอมเหลว และเมอ่ื

เพ่ิมความร้อนต่อไปจนถึงอีกระดับหนึ่ง

ของเหลวจะเปล่ียนเป็นแก๊ส เรียกว่า ตัวชวี้ ัด

การกลายเปน็ ไอ แตเ่ มอื่ ลดความรอ้ นลงถงึ ๑. อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อทำาใหส้ สารร้อนข้ึนหรอื เยน็ ลง โดยใช้หลักฐาน
เชงิ ประจักษ์ (ว ๒.๑ ป.๕/๑)
ระดับหน่ึงแก๊สจะเปลี่ยนสถานะเป็น ๒. อธบิ ายการละลายของสารในนา้ำ โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ (ว ๒.๑ ป.๕/๒)
ของเหลว เรียกว่าการควบแน่น และถ้า ๓. วเิ คราะหก์ ารเปลย่ี นแปลงของสารเม่ือเกดิ การเปลยี่ นแปลงทางเคมี โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ลดความร้อนต่อไปอีกจนถึงระดับหนึ่ง (ว ๒.๑ ป.๕/๓)
ของเหลวจะเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง ๔. วเิ คราะหแ์ ละระบกุ ารเปลยี่ นแปลงทผ่ี นั กลบั ไดแ้ ละการเปลย่ี นแปลงทผี่ นั กลบั ไมไ่ ด ้(ว ๒.๑ ป.๕/๔)

เรียกวา่ การแขง็ ตัว สสารบางชนดิ สามารถ

เปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊สโดย
ไม่ผ่านการเป็นของเหลว เรียกว่า การ เมอื่ ผสมสาร ๒ ชนดิ ขนึ้ ไปแลว้ มสี ารใหมเ่ กดิ ขน้ึ ซงึ่ มสี มบตั ติ า่ งจากสารเดมิ หรอื
ระเหิด ส่วนแก๊สบางชนิดสามารถเปล่ียน เมื่อสารชนิดเดียวเกิดการเปล่ียนแปลงแล้วมีสารใหม่เกิดขึ้นการเปล่ียนแปลงน้ี
สถานะเป็นของแข็งโดยไม่ผ่านการเป็น เรยี กวา่ การเปลยี่ นแปลงทางเคมี ซง่ึ สงั เกตไดจ้ ากมสี หี รอื กลนิ่ ตา่ งจากสารเดมิ หรอื
มฟี องแกส๊ หรือมีตะกอนเกิดขน้ึ หรอื มีการเพิ่มข้นึ หรอื ลดลงของอุณหภมู ิ
ของเหลว เรยี กว่า การระเหดิ กลบั
เมอื่ ใสส่ ารลงในนา้ํ แลว้ สารนนั้ รวมเปน็ เมอื่ สารเกดิ การเปลย่ี นแปลงแลว้ สารสามารถเปลย่ี นกลบั เปน็ สารเดมิ ได้ เปน็ การ
เนอ้ื เดียวกันกบั นํ้าทั่วทุกส่วน แสดงวา่ สาร เปล่ยี นแปลงทีผ่ นั กลับได้ เช่น การหลอมเหลว การกลายเป็นไอ การละลาย แตส่ าร
เกิดการละลาย เรียกสารผสมที่ได้ว่า บางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่สามารถเปล่ียนกลับเป็นสารเดิมได้ เป็นการ
เปล่ียนแปลงท่ีผนั กลับไม่ได้ เช่น การเผาไหม้ การเกดิ สนิม
สารละลาย

สุดยอดคู่มือครู 56

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

การเปลีย่ นแปลง สมรรถนะส�ำ คัญของผเู้ รยี น
ทผ่ี ันกลบั ได้
เนย เนยหลอมเหลว ๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
เมอ่ื สารเกิดการ นำา้ แข็ง นำ้าแขง็ หลอมเหลว ๒. ความสามารถในการคิด
เปลย่ี นแปลงแลว้ สามารถ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
กลบั เป็นสารเดิมได้ ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

การเปลยี่ นแปลง ท่อนไม้ ทอ่ นไมถ้ กู เผาไหม้ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ทผ่ี นั กลับไม่ได้ กลายเป็นถา่ น
ใฝ่เรยี นรู้
เม่อื สารเกดิ การ แทง่ เหล็ก แท่งเหล็ก ตัวชว้ี ดั ที่ ๔.๑ ตง้ั ใจ เพียรพยายามใน
เปลย่ี นแปลงแล้ว กลายเปน็ สนมิ การเรยี นและเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
ไมส่ ามารถเปลีย่ นเป็น ตัวชวี้ ดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรู้จาก
คาำ อ่าน คาำ แปล แหลง่ เรียนร้ตู า่ ง ๆ ทัง้ ภายในและ
สารเดิมได้ เคม′ มเิ คิล เชนจฺ การเปลย่ี นแปลงทางเคมี ภายนอกโรงเรยี น ด้วยการเลอื กใช้สอ่ื
อิรเิ วอร์ ซะเบลิ เชนจฺ การเปล่ยี นแปลงทีผ่ ันกลับไม่ได้ อย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วเิ คราะห์
ศพั ทว์ ิทยาศาสตร์น่ารู้ รเิ วอร์′ ซะเบิล เชนจฺ การเปลย่ี นแปลงท่ีผันกลับได้ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำ�ไปใช้
คำาศพั ท์ ในชวี ติ ประจ�ำ วนั ได้
ซอลลิว′ เชนิ สารละลาย
chemical change สเทท สถานะ มุ่งม่นั ในการทำ�งาน
irreversible change ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๖.๑ ต้งั ใจและรบั ผิดชอบ
reversible change ในการปฏิบตั ิหน้าที่การงาน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ๖.๒ ท�ำ งานดว้ ยความเพยี ร-
solution พยายามและอดทนเพ่อื ใหง้ านส�ำ เรจ็
state ตามเปา้ หมาย

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ ค้นคว้าเพ่ิมเติม หรือ
ทำ�โครงงานเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร เพื่อ
รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการเปลี่ยนสถานะของสสารที่คนในชุมชนรู้จักนำ�มาใช้
ประโยชน์ และชว่ ยกนั เผยแพรภ่ มู ปิ ญั ญาชาวบา้ นในเรอื่ งดงั กลา่ วใหค้ นรนุ่ หลงั
ได้เรียนรู้ต่อไป

57 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตวั ช้วี ัด ๑. การเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร

ว ๒.๑ ป.๕/๑ การดำารงชีวิตประจำาวันของนักเรียนมักจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง
ของสสาร หากนักเรียนมองไปรอบ ๆ ตัว จะพบเห็นการเปลี่ยนแปลงของสสาร
ภาระงาน/ชน้ิ งาน อยู่บ่อยครั้ง เช่น ไอศกรีมที่กำาลังถืออยู่หลอมเหลว นำ้าในช่องแช่แข็งตู้เย็นกลายเป็น
นำ้าแข็ง
แผ่นพับ ภมู ิปญั ญาชาวบ้านเกี่ยวกับ
Stการเปล่ียนสถานะของสสารในชมุ ชน

ep 1 ขนั้ สงั เกต

รวบรวมขอ้ มูล

๑. นักเรียนสังเกตภาพ ไอศกรีมที่เร่ิม

หลอมเหลว และนา้ํ ในชอ่ งแชแ่ ขง็ ตเู้ ยน็

กลายเป็นน้ําแข็ง แล้วร่วมกันสนทนา

กระตุ้นนักเรียนเกิดความสงสัยและ

ต้องการหาคำ�ตอบด้วยกระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์ โดยร่วมกันตอบ ภาพท่ี ๓.๑ ไอศกรีมทเ่ี รมิ่ หลอมเหลว
ค�ำ ถามส�ำ คัญ ดังนี้

๑.๑ สสารเปล่ียนสถานะได้อย่างไร

(ตัวอย่างคำ�ตอบ สสารสามารถเปลี่ยน

สถานะจากสถานะหน่ึงไปยังสถานะหน่ึงได้

เมอื่ สสารได้รับความรอ้ น)

๒. นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ คน คละ

ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อยา่ ง

รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๓.๑

เรอ่ื ง การเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร ภาพท่ี ๓.๒ นํา้ ในช่องแชแ่ ขง็ ตูเ้ ย็นกลายเป็นน้ําแข็ง
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
58
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ

บันทกึ ผล กจิ กรรมท่ี ๓.๑ การเปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล เฉลยกจิ กรรมการทดลอง

การทำ�กจิ กรรมหนา้ ช้นั เรยี น

บันทกึ ผลการท�ำกจิ กรรม

ตาราง ผลการสงั เกตการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร

สุดยอดคู่มือครู 58 การทดลอง การเปลี่ยนแปลงท่สี งั เกตได้
๑. นา้ํ แขง็ ในบีกเกอร ์
นํ้าแขง็ ท่ีอยู่ในบีกเกอร์เกดิ การหลอมเหลว
๒. นํ้าในบีกเกอร์เมือ่ นำ�ไปต้ม และเปลีย่ นเป็นนํ้า

นา้ํ ในบีกเกอรเ์ กดิ การกลายเป็นไอนาํ้

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

Stasean

สสารเปลี่ยนสถานะได้อย่างไร ep 2 ขั้นคดิ วเิ คราะห์

และสรุปความรู้

คำ�ถ�มสำ�คัญ ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
กิจกรรมที่ ๓.๑ การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบ
คำ�ถามหลังทำ�กจิ กรรม
วสั ดุอุปกรณ์
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
๑. บีกเกอร์ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๑ ใบ การท�ำ กจิ กรรมและสรปุ สง่ิ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็
๒. นำ้าแข็งบด ๑๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ความรู้ร่วมกันว่า สสารมี ๓ สถานะ
๓. ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม ๑ ชุด ได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
โดยสสารชนิดหน่ึงจะมีสถานะใด
วธิ ที ำา สถานะหน่ึง แต่สสารสามารถเปลี่ยน
สถานะจากสถานะหนึ่งไปเป็นอีก
แ ลลูกะบบ๑านั.ศ ทกนกึ ์เักผซนเลรตียิเนมตแรบ ่งปกรละุ่มมา ณแต ่ล๑๔ะ ก ขลอุ่มงรบ่วีกมเกกอันรน์ ำแานล้ำ้วาตแ้ังขท็ง้ิงใไสว่ใ้ นสบังเีกกเตกกอารร์ขเปนลา่ียดน แ๒ป๕ล๐ง สถานะหน่งึ ได้ โดยการเพม่ิ ความร้อน
ให้แก่สสารหรือทำ�ใหส้ สารเย็นลง
๒. นำาบีกเกอร์ในข้อที่ ๑ ต้มด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์ สังเกตการเปลี่ยนแปลง
และบันทึกผล

ภาพที่ ๓.๓ การทดลอง การเปล่ยี นสถานะของสสาร

ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง นำ้าแข็งเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ปัจจัยใดที่ทำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ตารางที่ ๓.๑ ผลการสังเกตการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
เมื่อนาำ นำ้าในบกี เกอรไ์ ปตม้
การทดลอง การเปลย่ี นแปลงทส่ี ังเกตได้ เกดิ การเปลี่ยนแปลงอย่างไร ปัจจยั ใดท่ีทำาให้
๑. นำ้าแข็งในบีกเกอร์ เกิดการเปลยี่ นแปลงดังกล่าว

๒. นำ้าในบีกเกอร์เมื่อนำาไปต้ม

สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร

59

สรุปผลการท�ำกจิ กรรม แนวคำ� ตอบ

สสารมี ๓ สถานะ ได้แก่ ของแข็ง ของเหลว ๑. ตอบ นาํ้ แขง็ ทอ่ี ยใู่ นบกี เกอรเ์ กดิ การละลายและเปลีย่ นเป็นนาํ้ โดยปจั จัยที่ท�ำ ให้น้ําแขง็
และแก๊ส โดยสสารชนิดหนึ่งจะมีสถานะใด เกิดการเปลีย่ นสถานะเป็นนํ้า คือ การไดร้ ับพลังงานความร้อน
สถานะหน่ึง แต่สสารสามารถเปล่ียนสถานะ ๒. ตอบ นํ้าในบกี เกอร์เกดิ การกลายเป็นไอนา้ํ โดยปจั จยั ทท่ี ำ�ให้น้ําแข็งเกดิ การ
จากสถานะหนึ่งไปเป็นอีกสถานะหนึ่งได้ เปล่ียนสถานะเป็นนํ้า คือ การได้รบั พลังงานความรอ้ น
โดยการเพ่ิมความร้อนให้แก่สสารหรือทำ�ให้ ๓. ตอบ สสารมี ๓ สถานะ ได้แก่ ของแขง็ ของเหลว และแก๊ส โดยสสารชนิดหนง่ึ จะมี
สสารเย็นลง สถานะใดสถานะหน่ึง แตส่ สารสามารถเปล่ยี นสถานะจากสถานะหนงึ่ ไปเปน็ อีกสถานะหน่งึ ได้

โดยการเพ่ิมความรอ้ นให้แก่สสารหรือทำ�ให้สสารเย็นลง

59 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

Step 3 ข้ันปฏิบตั ิ
และสรปุ ความรู้
หลังการปฏิบัติ สสารในธรรมชาติมีอยู่ ๓ สถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส

๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน โดยสสารชนิดหนึ่งจะมีสถานะใดสถานะหนึ่ง แตส่ สารสามารถเปลยี่ นสถานะจากสถานะหนงึ่

ไปเป็นอีกสถานะหนึ่งได้ โดยการเพิ่มความร้อนให้แก่สสารหรือทำาให้สสารเย็นลง เช่น

สำ � ร ว จ ใ น ท้ อ ง ถ่ิ น ข อ ง นั ก เ รี ย น มี เมื่อเพิ่มความร้อนให้แก่นำ้าแข็งจะทำาให้นำ้าแข็งเกิด
ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการเปล่ียน การหลอมเหลวเปลี่ยนเป็นนำ้าซึ่งมีสถานะของเหลว
สถานะของสสารอย่างไรบ้าง แล้ว เรียกกระบวนการนี้ว่า การหลอมเหลว
รวบรวมข้อมูลการเปล่ียนสถานะของ
ส ส า ร ท่ี ค น ใ น ชุ ม ช น รู้ จั ก นำ � ม า ใ ช้

ประโยชน์ไว้อย่างเป็นระบบ และ เมื่อให้ความร้อนต่อไปเรื่ีอย ๆ นำ้าจะเกิดการกลายเป็นไอนำ้า
ช่วยกันจัดทำ�เป็นแผ่นพับ โดยใช้ ซึ่งมีสถานะแก๊ส เรียกกระบวนการนี้ว่า การกลายเป็นไอ
ซอฟต์แวร์ Microsoft Office Word
จดั ทำ�เป็นชิ้นงาน

๘. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็น แต่เมื่อทำาให้ ไอนำ้าเย็นตัวลงโดยการลดความร้อน
ความรูร้ ่วมกัน ดังนี้ ไอนำ้าซึง่ มีสถานะแก๊สจะเปลี่ยนเป็นนำา้ ซึ่งมสี ถานะของเหลว
เรียกกระบวนการนี้ว่า การควบแน่น
• การเปลี่ยนสถานะของสสาร

เปน็ การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ แล้วหากลดความร้อนต่อไปอีก นำ้าซึ่งมีสถานะของเหลวจะเปลี่ยน
ดงั แผนภาพ เป็นนำ้าแข็งซึ่งมีสถานะของแข็ง เรียกกระบวนการนี้ว่า การแข็งตัว

การระเหิด

นา้ํ แข็ง นํา้ ไอนา้ํ การเปลี่ยนสถานะของสสารทั้งหมดนี้จัดเป็น การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
การเปลี่ยนสถานะของสสารที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า สสารสามารถเปลี่ยนสถานะ
หลอมเหลว กลายเปน็ ไอ กลับมาเป็นสสารเดิมได้ กล่าวคือ นำ้าแข็งสามารถเปลี่ยนไปเป็นนำ้า และนำ้าเปลี่ยนไป
เป็นไอนำ้า ซึ่งไอนำ้าสามารถเปลี่ยนมาเป็นนำ้า และสามารถเปลี่ยนมาเป็นนำ้าแข็งได้
แข็งตัว ควบแนน่ เรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

ของแข็ง ของเหลว แกส๊ 60

การระเหิดกลบั

แผนภาพ การเปลยี่ นสถานะของสสาร NET แนวข้อสอบ O-NET

วางแกว้ นาํ้ แข็งแลว้ มหี ยดนํา้ มาเกาะขา้ งแกว้ จัดเปน็ การเปล่ยี นแปลงขอ้ ใด
๑ การกลายเปน็ ไอ
๒ การหลอมเหลว
๓ การควบแน่น
๔ การระเหดิ
เฉลย ๓ เหตุผล การควบแน่นเป็นการเปลย่ี นสถานะของสสารท่ีเป็นไอนํา้

มสี ถานะแก๊สเปล่ียนเป็นน้ําซ่งึ มสี ถานะของเหลว

สุดยอดคู่มือครู 60

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ep 4
St St
การระเหิด ขนั้ สอื่ สารและนำ� เสนอ

การหลอมเหลว การกลายเปน็ ไอ ๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด
และนำ�เสนอแผ่นพับภูมิปัญญา-
ของแขง็ การแข็งตัว ของเหลว การควบแนน่ แกส๊ ชาวบ้านเก่ียวกับการเปลี่ยนสถานะ
ข อ ง ส ส า ร ใ น ชุ ม ช น ห น้ า ช้ั น เ รี ย น
การระเหดิ กลับ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อน ๆ
รว่ มกนั ตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง

๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
เก่ียวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด
เ ชิ ง ร ะ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ทำ � ง า น ที่ มี
แบบแผน

5ep ขน้ั ประเมินเพ่อื เพ่มิ คณุ ค่า
บริการสงั คม
และจติ สาธารณะ

แผนภาพ การเปลยี่ นสถานะของสสาร ๑๑. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่
ดีเด่นจัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัด
สสารบางชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊สโดยไม่ผ่านการ แสดงผลงานหรือเผยแพร่ในเว็บไซต์
เป็นของเหลว เรียกว่า การระเหิด เช่น การระเหิดของการบูร การระเหิดของลูกเหม็น หรอื เฟซบกุ๊ (facebook) ของโรงเรยี น
ส่วนแก๊สบางชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็งโดยไม่ผ่านการเป็นของเหลว เพ่ือเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียน
เรียกว่า การระเหิดกลับ เช่น หิมะเกิดจากไอนำ้าหรือหยดนำ้าในเมฆที่มีอุณหภูมิ ชน้ั อืน่ ๆ
ประมาณ -๔๐ องศาเซลเซียส เรียกว่า นำ้าเย็นยิ่งยวด เกิดการระเหิดกลับเป็น
ผลึกนำ้าแข็งขึ้น หรือหิมะนั่นเอง ๑๒. นกั เรยี นนำ�เสนอผลการศึกษา พรอ้ ม
สะทอ้ นความคิดร่วมกนั
61
๑๓. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมิน
NET แนวข้อสอบ O-NET ขั้นตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันนี้
มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง
สารในข้อใดสามารถเปลยี่ นสถานะโดยการระเหิดได้ มีความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น
ในเร่ืองใด ใหร้ ะบุ

๑ ลกู อม เฉลย ๓ เหตผุ ลการระเหิดเปน็ การเปลีย่ นสถานะ

๒ น้าํ แข็ง ของสารจากของแข็งไปเป็นแก๊ส โดยไม่ต้องเปลี่ยน

๓ การบูร เป็นของเหลว สารท่ีสามารถเกิดการระเหิดได้ ได้แก่

๔ เกลอื การบรู

61 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวช้ีวัด แบบฝึกหัด

ว ๒.๑ ป.๕/๑ ๑. การเปลี่ยนสถานะของสสาร

แนวคำ� ตอบ ๑. สสารเปลี่ยนสถานะได้อย่างไร
๒. ความร้อนทำาให้สสารเปลี่ยนสถานะได้อย่างไร
๑. ตอบ สสารสามารถเปล่ียนสถานะจาก
สถานะหน่ึงไปเป็นอีกสถานะหนึ่งได้ โดย ๓. การเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ เป็นการเปลี่ยนสถานะจากสถานะใดเป็นสถานะใด
การเพม่ิ ความรอ้ นใหแ้ กส่ สารหรอื ท�ำ ใหส้ สาร และเรียกการเปลี่ยนสถานะที่เกิดขึ้นว่าอะไร
เยน็ ลง
๓.๑ ๓.๒
๒. ตอบ ความร้อนทำ�ให้สสารเปลี่ยนสถานะ
ได้ เช่น เม่ือเพิ่มความร้อนให้กับสสารถึง ลูกเหม็นที่วางไว้ใน นำ้าในอ่างบัว
ระดับหน่ึงจะทำ�ให้สสารที่เป็นของแข็ง ตู้เสื้อผ้ามีขนาดเล็กลง มีปริมาณลดลง
เปล่ียนสถานะเปน็ ของเหลว เรียกวา่
๓.๓ ๓.๔ ช็อกโกแลตที่ซื้อมา
การหลอมเหลว หยดนำ้าค้างบนใบไม้ เริ่มเยิ้มเหลว
เมอื่ เพมิ่ ความรอ้ นตอ่ ไปจนถงึ อกี ระดบั หนง่ึ ในเวลาเช้ามืด

ของเหลวจะเปลีย่ นเป็นแกส๊ เรียกวา่ ๓.๕ ๓.๖
การกลายเปน็ ไอ
เมื่อลดความร้อนลงถึงระดับหน่ึง แก๊สจะ หยดนำ้าตาเทียน ไ อ ก า ร บู ร ก ล า ย เ ป็ น
จากเทียนไข เกล็ดการบูร
เปล่ียนสถานะเป็นของเหลว เรียกว่า
การควบแนน่ ๓.๗ ๓.๘
ถ้าลดความร้อนต่อไปอีกจนถึงระดับหนึ่ง
ของเหลวจะเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง นำ้าในกาต้มเดือด นำ้ากลายเป็นนำ้าแข็ง
เรียกว่า การแขง็ ตวั
สสารบางชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะจาก 62
ของแข็งเป็นแก๊ส โดยไม่ผ่านการเป็น
ของเหลว เรียกว่า การระเหดิ ๓.๕ ของแขง็ เปล่ียนเปน็ ของเหลว เรียกว่า
ส่วนแก๊สบางชนิดสามารถเปล่ียนสถานะ การหลอมเหลว
เป็นของแข็ง โดยไม่ผ่านการเป็นของเหลว ๓.๖ แกส๊ เปล่ียนเป็นของแข็ง เรียกวา่
เรียกวา่ การระเหิดกลบั การระเหดิ กลบั
๓. ตอบ ๓.๗ ของเหลวเปล่ยี นเปน็ ไอนาํ้ เรียกวา่
๓.๑ ของแขง็ เปลี่ยนเปน็ แก๊ส เรียกว่า การกลายเป็นไอ
การระเหดิ ๓.๘ ของเหลวเปลี่ยนเป็นของแข็ง เรียกว่า
๓.๒ ของเหลวเปลีย่ นเป็นไอน้ํา เรยี กวา่ การแข็งตวั
การกลายเปน็ ไอ
๓.๓ ไอนํ้าเปลี่ยนเปน็ ของเหลว เรียกว่า
การควบแนน่
๓.๔ ของแข็งเปล่ียนเป็นของเหลว เรียกวา่
การหลอมเหลว

สุดยอดคู่มือครู 62

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

๒. การละลายของสารในนํา้ ตัวชว้ี ัด

นอกจากการเปลี่ยนสถานะของสารจากสถานะหนึ่งไปเป็นอีกสถานะ ว ๒.๑ ป.๕/๒
เมื่อสารได้รับความร้อนหรือทำาให้สารเย็นลง สารยังสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อีก ว ๒.๑ ป.๕/๔

เมื่อนําสารบางชนิดใส่ลงไปในนํ้า คำ�ถ�มสำ�คัญ Stภาระงาน/ชนิ้ งาน
สารนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
อย่างไรบ้าง รายงาน ผลการเลอื กสารทสี่ นใจ
มาศึกษาการละลายของสารชนดิ นนั้
กิจกรรมที่ ๓.๒ การละลายของสารในนำ้า
ep 1 ขัน้ สังเกต
วสั ดุอุปกรณ์
รวบรวมขอ้ มูล
๑. เกลือ ๒ ช้อนเบอร์ ๒
๒. นำ้าตาลทราย ช้อนเบอร์ ๒ ๑. นักเรียนสังเกตโอวัลติน (ผง) ผู้แทน
๒ ลูกบาศก์เซนติเมตร นั ก เ รี ย น เ ท น้ํ า ร้ อ น ล ง ใ น แ ก้ ว ที่ มี
๓. นำ้ามันพืช ๑๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ผงโอวัลตินแล้วคน แล้วถามนักเรียน
๔. นำ้า ๑๐๐ ใบ ว่าผงโอวัลตินหายไปไหน นักเรียน
๕. บีกเกอร์ขนาด ๑๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๓ ใบ ร่วมกันตอบคำ�ถามจนกระทั่งได้คำ�ว่า
๖. กระบอกตวงขนาด ๑๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๑ แท่ง การละลาย แล้วร่วมกันตอบคำ�ถาม
๗. แท่งแก้วคนสาร ๑ คัน กระตุน้ ความคิด ดังน้ี
๘. ช้อนตักสารเบอร์ ๒ ๒ ชุด
๙. ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม ๑ ๑.๑ นอกจากการเปลยี่ นแปลงสถานะ
แลว้ นกั เรยี นทราบหรอื ไมว่ า่ สารมกี าร
เดก็ ควรรู้ ชอ้ นตกั สารใช้สาำ หรับตกั สารทีเ่ ป็น เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง อ ย่ า ง ไ ร ไ ด้ อี ก บ้ า ง
ของแขง็ โดยตกั สารจากภาชนะใหเ้ ตม็ ชอ้ น (ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ สารยงั มกี ารเปลย่ี นแปลง
ภาพที่ ๓.๔ การใช้ชอ้ นตกั สาร แ ล ะ ใ ช้ ด้ า ม ช้ อ น อี ก คั น ห นึ่ ง ป า ด ส า ร ไดอ้ ีกโดยการละลาย)
(ดังภาพ) เมื่อใช้ช้อนตักสารแล้ว ควรทำา
ความสะอาดและทำาให้แห้งก่อนนำาไป ๒. นักเรียนร่วมกันสนทนา โดยตั้ง
ตักสารอื่น ประเด็นปัญหาเพื่อให้นักเรียนเกิด
ความสงสัยและต้องการหาคำ�ตอบ
63 ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
โดยร่วมกนั ตอบค�ำ ถามสำ�คัญ ดังนี้

๒.๑ เมอื่ น�ำ สารบางชนดิ ใสล่ งไปในนา้ํ
สารนนั้ จะเกดิ การเปลยี่ นแปลงหรอื ไม่
อย่างไรบา้ ง

(ตัวอย่างคำ�ตอบ สารนั้นอาจจะเกิดการ
ละลายน้ําหรือไม่ละลายน้ําก็ได้ ข้ึนกับ
สมบตั ขิ องสารชนิดนั้น ๆ)

63 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 1 ขั้นสงั เกต
St
รวบรวมขอ้ มลู
วธิ ีทาำ

๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันรินนำ้าลงในบีกเกอร์ใบที่ ๑-๓
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม ใบละ ๒๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
ท่ี ๓.๒ เร่อื ง การละลายของสารในนาํ้ ๒. ค่อย ๆ เติมเกลือปริมาณ ๒ ช้อนเบอร์ ๒ ลงในบีกเกอร์ใบที่ ๑ ใช้แท่งแก้วคน
สังเกตการเปลี่ยนแปลง แล้วบันทึกผล
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย ๓. ค่อย ๆ เติมนำ้าตาลทรายปริมาณ ๒ ช้อนเบอร์ ๒ ลงในบีกเกอร์ใบที่ ๒
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ ใช้แท่งแก้วคน สังเกตการเปลี่ยนแปลง แล้วบันทึกผล
บันทึกผล ๔. รินนำ้ามันพืช ๑๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ใบที่ ๓ ใช้แท่งแก้วคน
สังเกตการเปลี่ยนแปลง แล้วบันทึกผล
๕. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ ๕. นำาบีกเกอร์ใบที่ ๑ และบีกเกอร์ใบที่ ๒ ไปต้มด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์
ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น สังเกตการเปลี่ยนแปลง แล้วบันทึกผล

ภาพท่ี ๓.๕ การทดลอง การละลายของสารในนํา้ ในบีกเกอรใ์ บท่ี ๑

เฉลยกิจกรรมการทดลอง

บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม

ตาราง ลกั ษณะของสารชนดิ ต่าง ๆ 64
เมอื่ เติมลงในนาํ้ และน�ำ ไปตม้

สาร ลักษณะของสาร สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม
๑. เกลือ
๒. นํา้ ตาลทราย เตมิ ลงในนา้ํ น�ำ ไปต้ม เม่ือเติมเกลือและนํ้าตาลทรายลงในน้ําจะเกิดการ
๓. นา้ํ มันพืช ละลายรวมตวั เปน็ เนอื้ เดยี วกบั นา้ํ และเมอ่ื น�ำ ไปตม้
เกลอื ละลายรวมตวั กบั นา้ํ มคี ราบเกลอื ตดิ ท่ี จะพบเกลือและนํ้าตาลทรายติดท่ีก้นบีกเกอร์
สุดยอดคู่มือครู 64 เป็นของเหลวใส ก้นบกี เกอร์ ส่วนน้ํามันพืชเมื่อเติมลงในน้ําพบว่า นํ้ามันพืช
ไมล่ ะลายนา้ํ และอยแู่ ยกช้ันกบั น้าํ
น้ําตาลทรายละลายรวมตวั มคี ราบนํ้าตาลติดท่ี
กบั นา้ํ เป็นของเหลวใส กน้ บกี เกอร์

นํ้ามันพชื ไม่ละลายน้าํ และอยู่ -
แยกช้นั กบั นํ้า

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง St Stasean

ep 2

ขัน้ คิดวิเคราะห์
และสรุปความรู้

ตารางที่ ๓.๒ ลักษณะของสารชนิดต่าง ๆ เมื่อเติมลงในนำ้า และนำาไปต้ม ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
สาร ลักษณะของสาร นำาไปต้ม เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย
เติมลงในนำ้า ตอบคำ�ถามหลังท�ำ กจิ กรรม
๑. เกลือ
๒. นำ้าตาลทราย ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
๓. นำ้ามันพืช การทำ�กิจกรรมและสรุปส่ิงท่ีเข้าใจ
เป็นความรู้ร่วมกันว่า เมื่อเติมเกลือ
เมื่อเติมเกลือลงในนำ้า สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และนํ้าตาลทรายลงในนํ้าจะเกิดการ
ละลายรวมตัวเป็นเน้ือเดียวกับน้ํา
เมื่อเติมนำ้าตาลทรายลงในนำ้า สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และเมื่อนำ�ไปต้มจะพบเกลือและ
เมื่อเติมนำ้ามันพืชลงในนำ้า สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไร นํ้าตาลทรายติดที่ก้นบีกเกอร์ ส่วน
สารใดละลายน้ำา และสารใดไม่ละลายนำา้ น้ํามันพืชเมื่อเติมลงในน้ํา พบว่า
เมือ่ นาำ สาร ๒ ชนดิ มาผสมกนั แล้วรวมตัวเปน็ เนื้อเดียวกัน เรยี กสารผสมน้นั วา่ อะไร นํ้ามันพืชไม่ละลายนํ้าและอยู่แยกชั้น
เมื่อนำาบีกเกอร์ที่เติมเกลือและนำ้าตาลทรายไปต้ม สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไร กบั นา้ํ
สรปุ ผลการทดลองได้ว่าอยา่ งไร
ep 3 ขั้นปฏิบัติ
เมื่อเติมเกลือลงในนํ้าแล้วคนจะพบว่า เกลือรวมตัวกับนํ้า แหลละงั สกราปุรปควฏาบิ มตั ริู้
ทั่วทุกส่วนเป็นของเหลวใส เรียกเกลือที่ละลายอยู่ในนํ้านี้ว่า
สารละลาย และเรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า การละลาย
เราเรียกนํ้าว่า ตัวทำาละลาย และเรียกเกลือว่า ตัวละลาย

๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน

สังเกตและสำ�รวจสารที่สนใจในบ้าน

๒-๓ ชนิด และลองทำ�การทดลอง

เหมือนกิจกรรมดังกล่าว บันทึกผล

พรอ้ มกบั เขยี นรายงานพอสงั เขป จดั ท�ำ
65 เปน็ ชิ้นงาน

แนวค�ำตอบ ๙. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจ
เป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้
๑. ตอบ เกลือละลายรวมตวั กับนาํ้ เป็นของเหลวใส
๒. ตอบ น้ําตาลทรายละลายรวมตัวกบั นา้ํ เปน็ ของเหลวใส • เม่ือใส่สารลงในนํ้าแล้วสารน้ัน
๓. ตอบ น้าํ มนั พชื ไมล่ ะลายน้ําและอย่แู ยกช้ันกบั นาํ้
๔. ตอบ เกลอื นา้ํ ตาลทรายละลายน้ํา ส่วนนํ้ามันพืชไมล่ ะลายน้ํา รวมเป็นเน้ือเดียวกันกับนํ้าท่ัวทุกส่วน
๕. ตอบ สารละลาย แสดงว่าสารเกิดการละลาย เรียก
สารผสมทไี่ ดว้ า่ สารละลาย

๖. ตอบ มีคราบเกลอื และนํ้าตาลทรายติดทก่ี ้นบกี เกอร์
๗. ตอบ เม่ือเติมเกลือและนํ้าตาลทรายลงในน้ําจะเกิดการละลายรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกับน้ํา
และเมอื่ น�ำ ไปตม้ จะพบเกลอื และนา้ํ ตาลทรายตดิ ทกี่ น้ บกี เกอร์สว่ นนาํ้ มนั พชื เมอ่ื เตมิ ลงในนาํ้
พบวา่ นํา้ มันพืชไม่ละลายนํา้ และอยแู่ ยกช้ันกับนาํ้
65 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

St Step 4

ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ การละลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสารอย่างน้อย ๒ ชนิด ผสมกัน
เป็นเนื้อเดียวกัน โดยสารที่ได้จากการผสมนี้ยังคงเป็นสารเดิม การละลายนี้
๑๐. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด จึงจัดเป็น การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
และนำ�เสนอรายงานหน้าชั้นเรียน
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อน ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำาสารละลายเกลือไปต้ม นำ้าจะกลายเป็นไอและพบ
รว่ มกนั ตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง คราบเกลือกลับคืนมา เราเรียกการเปลี่ยนแปลงที่สารสามารถกลับมาเป็น
สารเดิมนี้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
เก่ียวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด นกั เรยี นบอกไดห้ รอื ไมว่ า่ ในสารละลายนํา้ เชือ่ ม
เชงิ ระบบและวธิ กี ารท�ำ งานทม่ี แี บบแผน สารอะไรเป็นตัวทําละลาย และสารอะไรเป็นตัวละลาย

5ep ขั้นประเมินเพ่ือเพ่ิมคณุ ค่า ในชีวิตประจำาวันของนักเรียนมักจะพบสารละลายมากมายหลายชนิด ดังนี้
บริการสงั คม
และจติ สาธารณะ ตารางที่ ๓.๓ ตัวทำาละลายและตัวละลายของสารละลายบางชนิด

๑๒. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ท�ำ โครงงาน สารละลาย ตัวทำาละลาย ตัวละลาย

ประเภทการทดลอง โดยวางแผน นำ้าเกลือ นำ้า เกลือ
ออกแบบการทดลองและทดลองเพื่อ นำ้าเชื่อม นำ้า
หาคำ�ตอบว่าอุณหภูมิมีผลต่อการ นำ้าตาลทราย

ละลายของนา้ํ ตาลทรายหรอื ไม่ ในการ ทิงเจอร์ ไอโอดีน แอลกอฮอล์ ไอโอดีน

ออกแบบการทดลองควรประกอบดว้ ย แก๊สออกซิเจน
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
หวั ขอ้ ต่อไปน้ี อากาศ แก๊สไนโตรเจน
แก๊สอื่น ๆ
๑) ปัญหา
โครเมียม
๒) วัตถปุ ระสงค์ เหล็กกล้าไม่เป็นสนิม เหล็ก นิกเกิล
คาร์บอน
๓) สมมุติฐาน

๔) ตวั แปร

๕) นยิ ามเชงิ ปฏิบตั กิ าร 66
๖) วิธีทำ�การทดลอง

๗) ตารางบันทึกผล

๘) สรปุ ผลการทดลอง ๑๔. นักเรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พรอ้ ม

แลว้ นำ�เสนอในแบบแผงโครงงาน สะท้อนความคดิ ร่วมกัน

๑๓. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงาน ๑๕. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมิน
ทีด่ ีเดน่ จัดท�ำ เปน็ นทิ รรศการ หรอื จดั ข้ันตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันน้ี
แสดงผลงานหรือเผยแพร่ในเว็บไซต์ มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง
หรอื เฟซบกุ๊ (facebook) ของโรงเรยี น มีความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น
เพ่ือเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียน ในเรอ่ื งใด ให้ระบุ
ชน้ั อ่ืน ๆ

สุดยอดคู่มือครู 66

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ตัวช้ีวัด

แบบฝึกหัด ว ๒.๑ ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๔
๒. การละลายของสารในนํ้า

๑. การละลายคืออะไร แนวค�ำตอบ

๒. องค์ประกอบของสารละลายมีอะไรบ้าง ๑. ตอบ การละลาย คือ การเปลี่ยนแปลงที่
เกดิ จากสารอยา่ งนอ้ ย ๒ ชนดิ ผสมกันเปน็
๓. เพราะเหตุใด การละลายจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เน้ือเดียวกัน โดยสารที่ได้จากการผสมน้ี
ยังคงเป็นสารเดิม
๔. ระบุตัวทำาละลายและตัวละลายของสารต่อไปนี้
๔.๑ นำ้าโซดา ๒. ตอบ สารละลายมี ๒ องค์ประกอบ คือ
๔.๒ นำ้าเชื่อม ตวั ท�ำ ละลายและตัวละลาย
๔.๓ นำ้าเกลือ
๕. การละลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ๓. ตอบ สารที่ได้จากการผสมยังคงเป็น
สารเดมิ

๔. ตอบ

สารละลาย ตวั ท�ำ ละลาย ตัวละลาย

๔.๑ น้าํ โซดา นํ้า แกส๊ คารบ์ อน-
ไดออกไซด์

๔.๒ นํ้าเชื่อม นา้ํ นํา้ ตาลทราย

๔.๓ น้าํ เกลอื นํา้ เกลือ

๕. ตอบ การละลายเป็นการเปลี่ยนแปลง
ทผี่ ันกลบั ได้ เพราะเม่ือนำ�สารละลายเกลอื
ไปตม้ นาํ้ จะระเหยออกไปและพบคราบเกลอื
กลับคืนมา และเรียกการเปลี่ยนแปลง

67 ที่สารสามารถกลับมาเป็นสารเดิมนี้ว่า
การเปลย่ี นแปลงท่ผี ันกลับได้

NET แนวข้อสอบ O-NET

น้ํา + เกลอื นํา้ เกลือ

สารใดเป็นตวั ท�ำละลาย

๑ นํ้า เฉลย ๑ เหตุผล นํ้าเป็นตวั ท�ำ ละลาย
๒ เกลอื
เพราะเป็นสารที่มปี รมิ าณมากกวา่

๓ น้าํ เกลือ

๔ เกลือและน้าํ เกลอื

67 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตวั ช้ีวัด

ว ๒.๑ ป.๕/๓ ๓. การเปลีย่ นแปลงของสารเม่ือเกดิ การเปลีย่ นแปลงทางเคมี

ว ๒.๑ ป.๕/๔ การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร และการละลายของสารในนำ้า จัดเป็น
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สารยังคงมีสมบัติเช่นเดิม
ภาระงาน/ชิน้ งาน
นักเรียนคิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงของสาร
แผนภาพความคดิ แบบเปรียบเทียบ ที่สามารถทําให้เกิดสารใหม่ได้หรือไม่ อย่างไร
การเปล่ยี นแปลงทางกายภาพของสาร คำ�ถ�มสำ�คัญ
กับการเปลี่ยนแปลงทางเคมขี องสาร
กิจกรรมที่ ๓.๓ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ep 1 ขั้นสงั เกต
วสั ดอุ ปุ กรณ์
รวบรวมขอ้ มูล
St
St๑. นกั เรยี นรว่ มกนั สงั เกตการเปลย่ี นแปลง ๑. บีกเกอร์ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๑ ใ บ
ของสาร แล้วร่วมกันสนทนาทบทวน ๒. ผงฟู (โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต) ๔ ช้อนเบอร์ ๒
ความรู้เดิม โดยตอบคำ�ถามสำ�คัญ ๓๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
๓. นำ้าส้มสายชู ๑ คัน
๔. ช้อนตักสารเบอร์ ๒

ดังนี้ วิธีทาำ

๑.๑ นักเรียนคิดว่ามีการเปล่ียนแปลง ๑. นักเรยี นแบง่ กลุม่ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั รินนาำ้ สม้ สายชู ๓๐ ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
ลงในบีกเกอร์
ของสารที่สามารถทำ�ให้เกิดสารใหม่ ๒. ตักผงฟู ๔ ช้อนเบอร์ ๒ ลงในบีกเกอร์ที่บรรจุน้ำาส้มสายชู สังเกตการเปลี่ยนแปลง
ไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร ท่ีเกิดขึ้น จากนั้นใช้มือแตะท่ีข้างบีกเกอร์ สังเกตลักษณะของสารและความรู้สึกท่ีมือ
(ตัวอย่างคำ�ตอบ มีการเปล่ียนแปลง แล้วบนั ทกึ ผล

ของสารท่ีสามารถทำ�ให้เกิดสารใหม่ได้

เช่น การเปลี่ยนแปลงของไข่ไก่สด

เป็นไขต่ ม้ )

๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน

คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน ภาพที่ ๓.๖ การทดลอง การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม
ที่ ๓.๓ เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงทางเคมี 68

๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย ep 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์ ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ และสรปุ ความรู้ การทำ�กิจกรรมและสรุปสิ่งท่ีเข้าใจ
บนั ทกึ ผล เป็นความรู้ร่วมกันว่า เมื่อใส่ผงฟู
ลงในนา้ํ สม้ สายชู ผงฟแู ละนา้ํ สม้ สายชู
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ ท�ำ ปฏิกิรยิ ากัน โดยมีฟองแกส๊ เกดิ ขึน้
ผลการท�ำ กิจกรรมหนา้ ช้นั เรียน อภิปราย และแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย และเม่ือใช้มือแตะท่ีข้างบีกเกอร์
จะรสู้ ึกรอ้ น (อณุ หภูมเิ พิ่มสูงขน้ึ )
ตอบค�ำ ถามหลงั ท�ำ กิจกรรม

สุดยอดคู่มือครู 68

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

เฉลยกิจกรรมการทดลอง สรปุ ผลการท�ำกจิ กรรม St St St asean

บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม เม่อื ใสผ่ งฟลู งในนาํ้ ส้มสายชู ผงฟแู ละนํา้ สม้ สายชทู �ำ ปฏิกิริยากัน ep 3 ข้นั ปฏบิ ัติ
และสรปุ ความรู้
ตัวอย่างตารางบันทึกผลการทดลอง โดยมฟี องแกส๊ เกดิ ขน้ึ หลังการปฏิบัติ

ตารางที่ ๓.๔ ผลการสังเกตเมื่อใส่ผงฟูลงในนำ้าส้มสายชู และเม่ือใช้มือแตะท่ี ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
ออกแบบและเขียนแผนภาพความคิด
การทดลอง ผลการสงั เกต ข้างบีกเกอร์จะรู้สึก แบบเปรียบเทียบเกี่ยวกับความแตกต่าง
๑. ผงฟูกับน้าำ สม้ สายชู รอ้ น (อณุ หภมู ิเพมิ่ ระหว่างการเปล่ียนแปลงทางกายภาพ
๒. มือแตะทข่ี า้ งบกี เกอรท์ ผี่ สมผงฟกู บั นาำ้ สม้ สายชู มฟี องแก๊สเกดิ ขึ้น สงู ขึน้ ) ของสารกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
รสู้ กึ ร้อน (อุณหภูมิเพ่ิมสูงข้ึน) ของสาร จดั ทำ�เป็นชิน้ งาน

เมื่อใส่ผงฟูลงในนำ้าส้มสายชู สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ๘. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็น
เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ความรรู้ ่วมกัน ดงั น้ี

เมื่อใช้มือแตะที่ข้างบีกเกอร์ที่ผสมผงฟูกับนำ้าส้มสายชู รู้สึกอย่างไร • เมื่อผสมสาร ๒ ชนิดข้ึนไปแล้ว
สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร มีสารใหม่เกิดขึ้น ซึ่งมีสมบัติต่างจาก
สารเดิม หรือเม่ือสารชนิดเดียวเกิดการ
การเปลี่ยนแปลงของสารบางชนิด เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วสามารถ เปล่ียนแปลงแล้วมีสารใหม่เกิดข้ึน
ทำาให้กลับคืนสู่สารเดิมได้ ซึ่งจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ แต่การ ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง นี้ เ รี ย ก ว่ า ก า ร
เปลี่ยนแปลงของสารบางชนิด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกลับเป็นสารเดิมได้ เพราะ เปล่ียนแปลงทางเคมี ซึ่งสังเกตได้จาก
ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนเกิดสารใหม่ขึ้นซึ่งมีสมบัติแตกต่างจากสารเดิม มีสีหรือกลิ่นต่างจากสารเดิม หรือ
เรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมี หรือเกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้น เช่น มีฟองแก๊ส หรือมีตะกอนเกิดขึ้น หรือ
เมื่อเติมผงฟูกับนำ้าส้มสายชูจะเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารทั้งสองจนเกิดเป็น มกี ารเพิ่มข้ึนหรือลดลงของอณุ หภมู ิ
สารใหม่ ซึ่งมีสถานะแก๊สเกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงทางเคมีเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดสารใหม่ โดยไม่สามารถ ep 4
เปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้ จึงสามารถเรียกการเปลี่ยนแปลงนี้อีกชื่อว่า
การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ
การสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางเคมี นอกจากจะสังเกตจากการเกิดแก๊ส
ดังกล่าวข้างต้น ยังอาจสังเกตได้จากการมีตะกอนเกิดขึ้นหรือสีที่เปลี่ยนไป ๙. ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมาพดู และ
ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ (การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอุณหภูมิ) นำ�เสนอแผนภาพความคิดหน้าชั้นเรียน
เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพ่ือน ๆ
69 ร่วมกันตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ต้อง

การเปลี่ยนแปลง แนวคำ� ตอบ ๑๐. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ ส รุ ป
ของสารเมื่อเกิด เก่ียวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด
การเปลี่ยนแปลง ๑. ตอบ มฟี องแก๊สเกิดขน้ึ เพราะผงฟูและนํ้าสม้ สายชู เชิงระบบและวิธีทำ�งานทมี่ ีแบบแผน
ทำ�ปฏกิ ิริยากัน
ทางเคมี ๒. ตอบ เมือ่ ใช้มือแตะทีข่ า้ งบีกเกอร์จะร้สู กึ ร้อนหรืออณุ หภูม ิ 5ep ขัน้ ประเมินเพือ่ เพม่ิ คณุ คา่
เพิ่มสูงข้ึน บรกิ ารสังคม
๓. ตอบ เม่ือใส่ผงฟูลงในนํ้าส้มสายชู ผงฟูและน้ําส้มสายชู และจติ สาธารณะ
ทำ�ปฏิกิริยากัน โดยมีฟองแก๊สเกิดขึ้น และเม่ือใช้มือแตะ
ทข่ี ้างบกี เกอรจ์ ะรสู้ กึ ร้อน (อณุ หภมู ิเพิม่ สูงข้ึน) ๑๑. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่น
จดั ท�ำ เปน็ นทิ รรศการ หรอื จดั แสดงผลงาน
หรือเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊ก
(facebook) ของโรงเรียน เพ่ือเปน็ แหลง่
การเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นชัน้ อ่ืน ๆ

69 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวชี้วัด

ว ๒.๑ ป.๕/๓ แบบฝึกหัด
ว ๒.๑ ป.๕/๔
๓. การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

แนวคำ� ตอบ ๑. การเปลี่ยนแปลงทางเคมีคืออะไร

๑. ตอบ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดสารใหม่ขึ้น ๒. การเปลี่ยนแปลงทางเคมีแตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างไร
ซ่งึ มสี มบัติแตกตา่ งจากสารเดมิ
๒. ตอบ การเปล่ียนแปลงทางเคมีจะได้ ๓. เมื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมี สังเกตได้จากอะไรบ้าง
สารใหม่ซ่ึงมีสมบัติแตกต่างจากสารเดิม
๔. ระบุพร้อมทั้งให้เหตุผลว่า สถานการณ์ต่อไปนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

สารยงั คงเปน็ สารเดมิ ฝนตก เผากระดาษ หยดนำ้าเกาะ
๓. ตอบ สังเกตจากการเกิดแก๊ส มีตะกอน ข้างแก้วนำ้าแข็ง
เกิดข้ึน สีที่เปล่ียนไป มีการเปล่ียนแปลง
ตะปูเกิดสนิม นำ้ากลายเป็นไอ
ของอณุ หภูมิ
๔. ตอบ

สถานการณ์ทีก่ �ำ หนด ประเภทของ ๕. การเปลี่ยนแปลงทางเคมีมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้
การเปลย่ี นแปลง หรือไม่ อย่างไร
ฝนตก การเปลย่ี นแปลง
ทางกายภาพ
เผากระดาษ
การเปลีย่ นแปลงทางเคมี

หยดนา้ํ เกาะขา้ งแกว้ นาํ้ แขง็ การเปลยี่ นแปลง
ทางกายภาพ

ตะปูเกิดสนมิ การเปลยี่ นแปลงทางเคมี

นาํ้ กลายเปน็ ไอ การเปล่ยี นแปลง 70
ทางกายภาพ

๕. ตอบ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีมีความ
สัมพันธ์กับการเปล่ียนแปลงที่ผันกลับ
ไม่ได้ เน่ืองจากการเปล่ียนแปลงทางเคมี
จะได้สารใหม่ซึ่งมีสมบัติแตกต่างจาก
สารเดิม โดยที่สารใหม่ที่เกิดข้ึนน้ัน
ไมส่ ามารถเปลย่ี นกลับเปน็ สารเดมิ ได้

สุดยอดคู่มือครู 70

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

จดุ ประกายโครงงาน จุด จุดประกายโครงงานน

นักเรียนทําโครงงานประเภทสํารวจเก่ียวกับสารละลายท่ีอยู่รอบตัว ประกายโครงงา
แล้วนําผลงานมาจดั แสดงเป็นนทิ รรศการในโรงเรียน
นกั เรยี นรว่ มกันทำ�กิจกรรม
สะเต็มสร้างสรรค์ SCIENCE จุดประกายโครงงาน

กําหนดวสั ดอุ ุปกรณ์ ดงั นี้ สะเต็มสร้างสรรค์

๑. ถงุ ซปิ ลอ็ คขนาด ๑๑ เซนตเิ มตร × ๘ เซนตเิ มตร ๑ ใบ นกั เรียนรว่ มกนั ท�ำ กจิ กรรม
สะเต็มสร้างสรรค์ นำ�ไปสู่การสร้าง
๒. ถังใส่นํ้าขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง ๑๙ เซนตเิ มตร ๑ ใบ นวัตกรรม

๓. น้าํ แข็ง ๑ ถงุ

๔. เกลือ ๒ ถงุ

๕. นํ้าหวานสแี ดง

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ
และทําการทดลองเพื่อตอบปัญหา : นํ้าหวานสีแดงกลายเป็น
ไอศกรมี แสนอร่อยได้อย่างไร

ภาพท่ี ๓.๗ ไอศกรีมนาํ้ หวานสีแดง

71

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 สสาร

นักเรียนแบง่ กล่มุ แตล่ ะกลุม่ ร่วมกันวางแผน รปู รา่ ง เปลี่ยนแปลง รูปร่าง
และขนาด ขนาด และสี
ออกแบบและเขียนแผนภาพความคดิ
สมบตั ิ สมบัตไิ ม่
การเปลย่ี นแปลงของสสารให้ไดล้ กั ษณะ ดังน้ี คงเดมิ เหมอื นกัน

การเปล่ยี นแปลง การเปลี่ยนแปลง
ทางกายภาพ ทางเคมี

การเปลี่ยนแปลง การเปลยี่ นแปลง
ทผี่ นั กลับได้ ท่ีผันกลับไม่ได้

แผนภาพความคิด การเปลีย่ นแปลงของสสาร 71 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

เป้าหมายการเรียนรู้ ห๔นว่ยการเรยี นร แรงในชวี ติ ประจ�ำ วนัทู้ ่ี

มาตรฐานการเรยี นรู้ แผนผังหัวข้อหนว่ ยก�รเรยี นรู้
มาตรฐาน ว ๒.๒
เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำ�วัน การหาแรงลัพธข์ องแรง
ผลของแรงท่ีกระทำ�ต่อวัตถุ ลักษณะการ หลายแรงในแนวเดยี วกนั
เคลื่อนท่ีแบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมท้ัง
น�ำ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ทก่ี ระทำาต่อวัตถุ

แรงใน
ชีวติ ประจ�ำ วนั

แรงเสียดทาน
และผลของแรงเสยี ดทาน

ตัวชวี้ ัด
๑. อธิบายวธิ กี ารหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกันท่ีกระทาำ ต่อวตั ถใุ นกรณที ี่วตั ถ ุ
อยู่นิง่ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ (ว ๒.๒ ป.๕/๑)
๒. เขยี นแผนภาพแสดงแรงทีก่ ระทำาต่อวตั ถุทีอ่ ยู่ในแนวเดียวกนั และแรงลัพธ์ที่กระทาำ ต่อวัตถุ
(ว ๒.๒ ป.๕/๒)
๓. ใชเ้ ครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงทก่ี ระทาำ ต่อวัตถ ุ (ว ๒.๒ ป.๕/๓)
๔. ระบผุ ลของแรงเสยี ดทานทมี่ ตี อ่ การเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถจุ ากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ ์
(ว ๒.๒ ป.๕/๔)
๕. เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงทอี่ ยใู่ นแนวเดยี วกนั ทกี่ ระทาำ ตอ่ วตั ถ ุ (ว ๒.๒ ป.๕/๕)

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
แรงลพั ธเ์ ปน็ ผลรวมของแรงทก่ี ระท�ำ ตอ่ วตั ถุ โดยแรงลพั ธข์ องแรง ๒ แรงทกี่ ระท�ำ ตอ่ วตั ถเุ ดยี วกนั จะมขี นาดเทา่ กบั ผลรวมของ
แรงท้งั สองเม่ือแรงทงั้ สองอยใู่ นแนวเดยี วกนั และมีทศิ ทางเดยี วกันแต่จะมขี นาดเทา่ กับผลตา่ งของแรงทัง้ สอง เม่อื แรงท้งั สองอยใู่ น
แนวเดียวกนั แตม่ ีทิศทางตรงขา้ มกนั สำ�หรบั วตั ถุท่อี ยนู่ ่ิงแรงลพั ธ์ที่กระท�ำ ตอ่ วัตถุมีคา่ เป็นศนู ย์
การเขียนแผนภาพของแรงท่ีกระทำ�ต่อวตั ถุสามารถเขยี นได้โดยใช้ลกู ศร โดยหัวลกู ศรแสดงทิศทางของแรง และความยาวของ
ลกู ศรแสดงขนาดของแรงทีก่ ระท�ำ ต่อวตั ถุ
แรงเสียดทานเป็นแรงท่ีเกิดข้ึนระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพ่ือต้านการเคล่ือนท่ีของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำ�ต่อวัตถุ
ทอี่ ยนู่ ง่ิ บนพนื้ ผวิ หนงึ่ ใหเ้ คลอ่ื นท่ี แรงเสยี ดทานจากพน้ื ผวิ นน้ั กจ็ ะตา้ นการเคลอื่ นทข่ี องวตั ถุ แตถ่ า้ วตั ถกุ �ำ ลงั เคลอื่ นทแ่ี รงเสยี ดทาน
ก็จะท�ำ ใหว้ ัตถนุ ้นั เคล่ือนที่ช้าลงหรือหยุดน่งิ

สุดยอดคู่มือครู 72

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

สมรรถนะส�ำ คัญของผเู้ รยี น

๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

แรงท่ีกระทำ� คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ตอ่ วัตถุ
ใฝ่เรียนรู้
ศัพทว์ ทิ ย�ศ�สตร์น�่ รู้ คำ�อ�่ น ค�ำ แปล ตัวชว้ี ัดที่ ๔.๑ ตง้ั ใจ เพียรพยายามใน
ค�ำ ศพั ท์ ฟอร์ส แรง การเรยี นและเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
force ตวั ช้ีวัดท่ี ๔.๒ แสวงหาความรู้จาก
มฟู ว′ เมินทฺ การเคลื่อนที่ แหลง่ เรียนร้ตู า่ ง ๆ ทัง้ ภายในและ
movement เซอร′์ ฟสั ภายนอกโรงเรยี น ด้วยการเลอื กใช้สอ่ื
พน้ื ผิว อยา่ งเหมาะสม บันทึกความรู้ วเิ คราะห์
surface สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำ�ไปใช้
ในชีวิตประจ�ำ วนั ได้

มุ่งม่ันในการทำ�งาน
ตัวชว้ี ัดท่ี ๖.๑ ต้งั ใจและรบั ผิดชอบ
ในการปฏิบตั ิหน้าที่การงาน
ตัวชี้วดั ที่ ๖.๒ ท�ำ งานดว้ ยความเพยี ร-
พยายามและอดทนเพ่อื ใหง้ านส�ำ เรจ็
ตามเป้าหมาย

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21

นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพ่ิมสมรรถนะสำ�คัญของผู้เรียน ด้านความสามารถ
ในการคิด และด้านความสามารถในการแก้ปัญหา และความสามารถในการ
ใชเ้ ทคโนโลยี โดยกระตนุ้ นกั เรยี นใหร้ จู้ กั การแสวงหาความรเู้ พมิ่ เตมิ นอกเหนอื
จากบทเรียน อันเป็นคุณลักษณะสำ�คัญในการพัฒนานักเรียนให้มีลักษณะ
เปน็ นักวทิ ยาศาสตร์ทร่ี ู้จักสงสัย ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รยี น และแสวงหาคำ�ตอบด้วยตนเอง

73 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวช้วี ดั ก�รห�แรงลัพธ์ของแรงหล�ยแรง
๑. ในแนวเดยี วกนั ท่ีกระทำ�ตอ่ วัตถุ
ว ๒.๒ ป.๕/๑
ว ๒.๒ ป.๕/๒ แรงที่กระทำาต่อวัตถุ อาจทำาให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ โดยเปลี่ยน
ว ๒.๒ ป.๕/๓ จากวัตถุที่อยู่นิ่งเริ่มเคลื่อนที่ หรือวัตถุที่เคลื่อนที่อยู่เป็นเคลื่อนที่เร็วขึ้น เคลื่อนที่
ช้าลง หยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทาง แรงยังทำาให้วัตถุเปลี่ยนรูปร่างและขนาด
ภาระงาน/ชนิ้ งาน ได้อีกด้วย

Stแผนภาพ แสดงแรงท่ีกระท�ำ ตอ่ วัตถุ
ท่ีอยู่ในแนวเดยี วกันและแรงลพั ธ์
ที่กระทำ�ต่อวัตถุ

ep 1 ข้นั สงั เกต

รวบรวมข้อมลู

การเตรียมล่วงหนา้ ภาพที่ ๔.๑ แรงทำาใหว้ ตั ถเุ คล่อื นท่หี รือเปลีย่ นทิศทาง
จัดเตรียมโต๊ะให้มีนํ้าหนักพอสมควร
อย่าเบาเกินไป เพราะอาจเกิดการ
ลนื่ ไถล

๑. ผู้แทนนักเรียน ๒ คน ออกมาแสดง

ทา่ ทางการออกแรงผลกั โตะ๊ คนละดา้ น

เพื่อนนักเรียนร่วมกันสังเกต แล้ว

รว่ มกันตอบค�ำ ถามสำ�คญั ดังนี้ ภาพท่ี ๔.๒ แรงทาำ ให้วตั ถุเปลยี่ นแปลงรปู รา่ งหรือขนาด
๑.๑ แรงหมายถงึ อะไร
การออกแรงในการดึงหรือผลักวัตถุใดวัตถุหนึ่ง ไม่จำาเป็นต้องมีแรงกระทำา
(แรงหมายถงึ ส่งิ ทีท่ �ำ ใหว้ ัตถเุ ปล่ยี นแปลง เพียงแรงเดียว อาจมีแรงหลายแรงมากระทำาต่อวัตถุนั้น เราจะมีวิธีหาผลลัพธ์
การเคล่ือนท่ีหรือเปลี่ยนแปลงรูปทรง ของแรงที่มากระทำาต่อวัตถุนั้นได้อย่างไร
จากเดิม ท�ำ ใหว้ ัตถุเคลอื่ นที่ หรอื เคลื่อนที่
เร็วขึ้น หรือเคล่ือนที่ช้าลง หรือหยุดการ 74

เคลอ่ื นท่ีหรอื เปลย่ี นทศิ ทางการเคลอื่ นท)่ี

๑.๒ แรงกระท�ำ ตอ่ วัตถุ อาจมี ๑ แรงหรือมากกวา่ ๑ แรง ถา้ มแี รงมากระท�ำ ตอ่ วตั ถมุ ากกวา่ ๑ แรง

จะมผี ลตอ่ การเคลื่อนที่ของวัตถุอย่างไร

(เมื่อแรง ๒ แรง กระท�ำ ตอ่ วัตถุในทศิ ทางเดยี วกนั ผลลัพธข์ องแรงก็คือผลรวมของแรงทงั้ สอง

ท�ำ ใหว้ ัตถเุ คลือ่ นท่ไี ปในทิศทางเดียวกับแรงท่มี ากระทำ�

เมอ่ื แรง ๒ แรง กระท�ำ ตอ่ วตั ถุในทิศทางตรงกนั ข้าม ผลลพั ธข์ องแรงกค็ ือแรงหกั ล้างระหวา่ งแรงทั้งสอง

ท�ำ ใหว้ ตั ถเุ คลื่อนท่ีไปในทศิ ทางท่มี แี รงมากกวา่

เมอื่ แรง ๒ แรง ทเ่ี ท่ากันกระทำ�ตอ่ วตั ถใุ นทิศทางตรงกนั ข้าม ผลลัพธข์ องแรงก็คือ

แรงท้งั สองหกั ลา้ งกนั หมด ท�ำ ให้วตั ถไุ ม่เคล่อื นท่)ี

สุดยอดคู่มือครู 74

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

แรงที่กระทำ�ต่อวัตถุ อ�จมี ๑ แรง หรือม�กกว่� ๑ แรง ถ้�มีแรงม�กระทำ� คำ�ถ�มสำ�คัญ St St asean
ต่อวัตถุม�กกว่� ๑ แรง จะมีผลต่อก�รเคลื่อนที่ของวัตถุอย่�งไร
ep 1
กิจกรรมที่ ๔.๑ ก�รเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำ�ม�กกว่� ๑ แรง
ข้นั สังเกต
รวบรวมขอ้ มูล

๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน

ตอนที่ ๑ ก�รรวมแรงที่กระทำ�ต่อวัตถุ อย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรม
ที่ ๔.๑ เร่ือง การเคลื่อนที่ของวัตถุ
วสั ดุอุปกรณ์ ๑ ถุง เม่ือมีแรงกระทำ�มากกว่า ๑ แรง
๑. ถุงทราย ๒ อัน (ตอนที่ ๑ การรวมแรงทกี่ ระท�ำ ตอ่ วตั ถ)ุ
๒. เครื่องชั่งสปริง ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
วธิ ีทำ� บันทกึ ผล
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางถุงทราย ๑ ถุง สัมผัสพื้นโต๊ะ ๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
นักเรียน ๑ คนในกลุ่มใช้ขอเกี่ยวของเครื่องชั่งสปริงเกี่ยวหูของถุงทราย แล้วออกแรง ผลการทำ�กจิ กรรมหนา้ ชั้นเรียน
ดึงถุงทรายให้เคลื่อนที่ในแนวราบ สังเกตขนาดและทิศทางของการเคลื่อนที่
๒. ทำาซำ้าข้อ ๑ แต่เปลี่ยนจากเครื่องชั่งสปริง ๑ อัน เป็นใช้เครื่องชั่งสปริง ๒ อัน ep 2 ข้นั คดิ วเิ คราะห์
ดึงถุงทรายในแนวราบ โดยดึงเครื่องชั่งสปริงให้ขนานกัน สังเกตขนาดและทิศทางของ
การเคลื่อนที่ และสรปุ ความรู้
๓. บันทึกผลการสงั เกต โดยเขยี นลกู ศรแสดงทิศทางของการออกแรง และบนั ทึกขนาด
ลงในตาราง

ก. การดึงถงุ ทรายด้วยเครอ่ื งช่ังสปรงิ ๑ อัน ข. การดึงถุงทรายดว้ ยเคร่ืองชั่งสปริง ๒ อนั ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
ในแนวราบ ในแนวราบขนานกัน อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
เก่ียวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย
ภาพท่ี ๔.๓ การทดลอง การรวมแรงทก่ี ระทำาตอ่ วตั ถุ ตอบค�ำ ถามหลงั ท�ำ กจิ กรรม

ตอนที่ ๑ การรวมแรงท่ีกระท�ำ ตอ่ วตั ถุ 75 ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผล
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง การทำ�กิจกรรมและสรุปสิ่งท่ีเข้าใจ
เปน็ ความรรู้ ว่ มกนั เกยี่ วกบั การรวมแรง
บันทึกผลการท�ำกจิ กรรม ท่ีกระทำ�ต่อวัตถุว่า ถ้ามีแรง ๒ แรง
กระท�ำ ตอ่ วตั ถใุ นทศิ ทางเดยี วกนั วตั ถุ
ตาราง ขนาดและทศิ ทางของแรงดงึ เมือ่ ดึงถงุ ทรายดว้ ยเครอื่ งชง่ั สปริงแบบต่าง ๆ จะเคล่ือนที่ไปในทิศทางเดียวกับ
(ตัวอย่างค�ำ ตอบ) แรง ๒ แรงน้ัน

การดงึ ถงุ ทราย แรงดงึ (นวิ ตนั ) ผลรวมของ ทศิ ทางของ ทศิ การ สรุปผลการท�ำกิจกรรม
ดว้ ยเคร่ืองช่งั สปรงิ เครอ่ื งช่งั - เครอ่ื งชั่ง- แรงดึง การออกแรง เคลือ่ นทขี่ อง
สปริงอนั ท่ี ๑ สปรงิ อันที่ ๒ (นิวตนั ) ถ้ามีแรง ๒ แรง กระทำ�ต่อวัตถุในทิศทาง
๑. เคร่ืองชั่งสปรงิ ถุงทราย เดียวกัน วัตถุจะเคลือ่ นท่ไี ปในทิศทางเดียวกับ
๑ อัน แรง ๒ แรงน้ัน
๒. เครอื่ งช่งั สปริง ๔-๔ มีทิศตาม
๒ อันขนานกัน แรงดึง 75 สุดยอดคู่มือครู

๒๒๔ มีทิศตาม
แรงดงึ ทั้งสอง

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET

Step 1 ขั้นสงั เกต
รวบรวมข้อมูล
ตัวอย่�งต�ร�งบันทึกผลก�รทดลอง
ต�ร�งที่ ๔.๑ ขนาดและทิศทางของแรงดึง เมื่อดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริงแบบต่าง ๆ

๑. นกั เรยี นสงั เกตภาพเดก็ ๓ คนออกแรง ก�รดงึ ถุงทร�ยด้วยเครอื่ งชัง่ สปรงิ แรงดึง (นวิ ตัน) ผลรวมของแรงดึง (นวิ ตัน) ทศิ ท�งของก�รออกแรง ทศิ ก�รเคลือ่ นทข่ี องถุงทร�ย
ดงึ ลอ้ ยางพรอ้ มกนั ในทศิ ทางตา่ ง ๆ กนั ๑. เคร่อื งช่งั สปริง ๑ อนั เคร่อื งช่ังสปรงิ อนั ที่ ๑ เครอ่ื งช่ังสปริงอนั ที่ ๒
แล้วรว่ มกันตอบค�ำ ถาม ดังน้ี
๒. เครอื่ งช่งั สปรงิ ๒ อนั ขนานกนั
๑.๑ ถ้าล้อยางหยุดนิ่ง เด็กแต่ละคน
ออกแรงเทา่ กันหรือไม่ เมื่อดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริง ๑ อัน กับการดึงถุงทราย
ด้วยเครื่องชั่งสปริง ๒ อัน ในแนวราบขนานกัน ขนาดของแรงรวม
(ไม่) เท่ากันหรือไม่ และมีทิศทางเหมือนกันหรือไม่
๑.๒ หากล้อยางหยุดน่ิง ผลรวมของ
สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร
แรงของเด็กทั้งสามคนเปน็ เทา่ ใด
(ผลรวมของแรงเปน็ ศนู ย)์ ตอนที่ ๒ ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง
๑.๓ เม่ือมีแรงหลายแรงมากระทำ�
วสั ดอุ ปุ กรณ์ ๑ อัน
ต่อวัตถุ แล้ววตั ถหุ ยุดนง่ิ ผลรวมของ ๑. วงแหวน ๑ ม้วน
แรงทกี่ ระทำ�ตอ่ วัตถุเปน็ เท่าใด ๒. เชือก ๒ อัน
(ผลรวมของแรงเป็นศูนย์) ๓. เครื่องชั่งสปริง
๒. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อยา่ ง วิธีทำ�
รวมพลังศึกษาวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๔.๑
เรื่อง การเคล่ือนท่ีของวัตถุเม่ือมีแรง นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันผูกเชือก ๒ เส้นเข้ากับวงแหวน นำาปลายเชือกด้าน
กระทำ�มากกว่า ๑ แรง (ตอนท่ี ๒
ผลรวมของแรงเมอ่ื วตั ถุหยดุ น่ิง) ที่เหลือแต่ละด้านผูกติดกับเครื่องชั่งสปริงด้านละหนึ่งอัน แล้วออกแรงดึงเครื่องชั่งสปริง
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย ในทิศตรงกันข้าม จนกระทั่งวงแหวนหยุดนิ่ง สังเกตขนาดและทิศทางของการเคลื่อนที่
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
บันทึกผล ภาพที่ ๔.๔ การทดลอง ผลรวมของแรงเมือ่ วัตถุหยดุ นิ่ง
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
ผลการท�ำ กจิ กรรมหน้าชน้ั เรยี น 76

แนวค�ำตอบ

๑. ตอบ มีขนาดและทิศทางเดียวกนั
๒. ตอบ ถ้ามแี รง ๒ แรง กระท�ำ ต่อวตั ถใุ นทศิ ทางเดยี วกนั
วัตถจุ ะเคลื่อนที่ไปในทศิ ทางเดยี วกับแรง ๒ แรงน้นั

สุดยอดคู่มือครู 76

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

Stasean

ตัวอย่�งต�ร�งบันทึกผลก�รทดลอง ep 2
ต�ร�งที่ ๔.๒ ค่าของแรงดึงของเครื่องชั่งสปริง เมื่อดึงวงแหวนด้วยเครื่องชั่งสปริง
ข้นั คดิ วเิ คราะห์
และสรปุ ความรู้

แรงดงึ (นิวตนั ) ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์
ก�รดึงวงแหวนดว้ ยเคร่ืองชง่ั สปริง เคร่อื งชง่ั สปรงิ อนั ท่ี ๑ เคร่ืองช่งั สปริงอนั ท่ี ๒ ทิศท�งของก�รออกแรง ทศิ ก�รเคล่อื นท่ีของวงแหวน อ ภิ ป ร า ย แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
เครื่องชั่งสปริง ๒ อัน เกี่ยวกับผลการทำ�กิจกรรม โดย
ดึงในทิศตรงกันข้าม

เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง ๒ อัน ดึงวงแหวนในทิศตรงกันข้าม ตอบคำ�ถามหลังทำ�กจิ กรรม
จนกระทั่งวงแหวนหยุดนิ่ง ค่าที่อ่านได้จากเครื่องชั่งสปริง ๖. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ผลการ
ทั้ง ๒ เท่ากันหรือไม่ อย่างไร
ทำ�กิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็น
การออกแรงในทิศทางตรงกันข้ามจะเกิดผลอย่างไรบ้าง ความรรู้ ว่ มกนั เกยี่ วกบั ผลรวมของแรง
เมอ่ื วตั ถหุ ยดุ นง่ิ ผลรวมของแรงทก่ี ระทาำ ตอ่ วตั ถเุ ปน็ เทา่ ใด เมื่อวัตถุหยุดนิ่งว่า ถ้าแรง ๒ แรง
สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร กระทำ�ต่อวัตถุในทิศทางตรงกันข้าม

เมื่อแรง ๒ แรง กระทำาต่อวัตถุในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ของแรง วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางท่ีมีแรง
ก็คือผลรวมของแรงทั้งสอง ทำาให้วัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับ มากกว่าหรือหยุดการเคลื่อนที่ถ้าแรง
แรงที่มากระทำา ๒ แรงน้ันเท่ากนั

เมื่อแรง ๒ แรง กระทำาต่อวัตถุในทิศทางตรงกันข้าม ผลลัพธ์ แนวคำ� ตอบ
ของแรงก็คือแรงหักล้างระหว่างแรงทั้งสอง ทำาให้วัตถุเคลื่อนที่
ไปในทิศทางที่มีแรงมากกว่า

เมื่อแรง ๒ แรง ที่เท่ากันกระทำาต่อวัตถุในทิศทางตรงกันข้าม
ผลลัพธ์ของแรงก็คือแรงทั้งสองหักล้างกันหมด ทำาให้วัตถุไม่เคลื่อนที่

๑. ตอบ ค่าท่ีอ่านได้จากเคร่ืองช่ังสปริง

ผลลพั ธข์ องแรง เรียกอกี อยา่ งหน่งึ ว่าแรงลัพธ์ ทั้งสองจะเท่ากัน โดยมีแรงอยู่ในแนว

เดยี วกนั ทิศทางตรงกันขา้ ม
๒. ตอบ ทำ�ให้วัตถุเคล่ือนที่ไปในทิศทาง

ที่มีแรงมากกว่า หรือหยุดการเคล่ือนที่

ตอนที่ ๒ ผลรวมของแรงเม่ือวัตถุหยดุ น่งิ ถ้าแรงทง้ั สองเทา่ กนั
๓. ตอบ ผลรวมของแรงที่กระทำ�ต่อวัตถุ
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
77 เปน็ ศูนย์
บนั ทกึ ผลการท�ำกิจกรรม ๔. ตอบ ถ้าแรง ๒ แรง กระทำ�ต่อวัตถุใน

ตาราง ค่าของแรงดงึ ของเครอื่ งช่งั สปรงิ เมือ่ ดึงวงแหวนดว้ ยเครอ่ื งช่งั สปรงิ ทิศทางตรงกันข้าม วัตถุจะเคล่ือนที่ไปใน
(ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ) ทิศทางท่ีมีแรงมากกว่าหรือหยุดการ
เคล่อื นทถ่ี ้าแรง ๒ แรงนนั้ เทา่ กนั
แรงดงึ (นิวตัน)
การดงึ วงแหวน ทิศทางของ ทิศการเคลือ่ นที่ สรุปผลการทำ� กจิ กรรม
ดว้ ยเครอื่ งชง่ั สปริง เครือ่ งชงั่ สปรงิ เครื่องชัง่ สปริง การออกแรง ของวงแหวน ถ้าแรง ๒ แรง กระทำ�ต่อวัตถุในทิศทาง
อนั ท่ี ๑ อนั ที่ ๒
หยดุ นงิ่ อยูก่ ับท่ี ตรงกนั ขา้ มวตั ถจุ ะเคลอ่ื นทไ่ี ปในทศิ ทางทม่ี แี รง
เครื่องช่ังสปริง ๒ อัน ๒ ๒ มากกว่าหรือหยุดการเคล่อื นท่ีถา้ แรง ๒ แรงน้นั
ดงึ ในทศิ ตรงกันขา้ ม
เท่ากนั

77 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขนั้ ปฏิบัติ
St แหลละังสกราปุรปควฏาบิ มัตริู้

เราสามารถเขยี นแผนภาพแสดงแรงทก่ี ระทาำ ตอ่ วตั ถโุ ดยใชล้ กู ศร ใหห้ วั ลกู ศร

๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตภาพ แสดงทิศทางของแรง ความยาวของลูกศรแสดงค่าหรือขนาดของแรง โดย
วิเคราะห์ และเขียนตอบคำ�ถาม ดังนี้ ถ้าออกแรงมาก ลูกศรจะยาว ถ้าออกแรงน้อย ลูกศรจะสั้น และถ้าออกแรงเท่ากัน
ภาพใดใช้แรงทิศทางเดียวกัน และ ลูกศรจะมีความยาวเท่ากัน

ภาพใดใช้แรงทิศทางตรงกันข้าม เขียน ผลกั ตดู้ ว้ ยแรงม�ก

แผนภาพแสดงแรงที่กระทำ�ต่อวัตถุ

ที่ อ ยู่ ใ น แ น ว เ ดี ย ว กั น แ ล ะ แ ร ง ลั พ ธ์

ทก่ี ระท�ำ ตอ่ วตั ถุ

ดงึ หน้�ต�่ งด้วยแรงนอ้ ย

รถเขน็ เคลื่อนที่ไดเ้ ร็ว ภาพท่ี ๔.๕ แผนภาพแสดงแรงทกี่ ระทาำ ตอ่ วตั ถุ

นักเรียนบอกได้หรือไม่ว่าภาพใดใช้แรงในทิศทางเดียวกัน และภาพใด
ใช้แรงในทิศทางตรงกันข้าม

ก. รถเคลือ่ นท่ีได้เร็ว ข. รถเข็นเคลื่อนทีไ่ ดช้ า้

รถเขน็ เคลอื่ นท่ไี ด้ชา้ ภาพที่ ๔.๖ กจิ กรรมทีใ่ ชแ้ รงในทศิ ทางเดยี วกัน และใชแ้ รงในทศิ ทางตรงกันขา้ ม

๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน

ออกแบบ และเขยี นแผนภาพแสดงแรงที่ 78
กระทำ�ต่อวัตถุท่ีอยู่ในแนวเดียวกันและ

แรงลัพธ์ท่ีกระทำ�ต่อวัตถุ จัดทำ�เป็น
ช้นิ งาน ๑๐. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ สงิ่ ท่ีเข้าใจเปน็ ความร้รู ว่ มกัน ดงั น้ี
๙. นักเรียนจัดทีมแข่งขันกันเล่นชักเย่อ • แรงลพั ธเ์ ปน็ ผลรวมของแรงทก่ี ระท�ำ ตอ่ วตั ถุ โดยแรงลพั ธข์ องแรง ๒ แรงทกี่ ระท�ำ
ขณะที่ทีมแข่งขันให้เพ่ือนสังเกตผลสิ่งที่ ต่อวัตถุเดียวกันจะมีขนาดเท่ากับผลรวมของแรงทั้งสองเม่ือแรงท้ังสองอยู่ในแนว
เกิดข้ึนและสลับกันเล่นและสังเกตผล เดียวกันและมีทิศทางเดียวกัน แต่จะมีขนาดเท่ากับผลต่างของแรงท้ังสอง
สิ่งท่ีเกิดขึ้นท้ังผู้เล่นและผู้ดู แล้วเขียน เม่ือแรงท้ังสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางตรงข้ามกัน สำ�หรับวัตถุท่ีหยุดน่ิง
รายงานผลการเล่นชักเย่อ ชนิดของแรง แรงลัพธท์ ีก่ ระทำ�ต่อวัตถุมคี ่าเป็นศูนย์
ที่ใช้ แรงลัพธ์ท่ีเกิดขึ้น และทิศทาง • การเขียนแผนภาพของแรงท่ีกระทำ�ต่อวัตถุสามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดย
หัวลูกศรแสดงทิศทางของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระท�ำ
ของแรงพอสังเขป
ต่อวตั ถุ
สุดยอดคู่มือครู 78

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

ep 4
St St
คำ�ถ�มสำ�คัญ ขณะแข่งพ�ยเรือย�ว ทำ�อย่�งไรจึงทำ�ให้เรือเข้�เส้นชัยได้เร็วที่สุด ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ
มีผลลัพธ์ของแรงม�เกี่ยวข้องอย่�งไร
๑๑. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูด
ภาพที่ ๔.๗ การออกแรงพายเรอื ใหเ้ คล่ือนที่ในน้ำา และนำ�เสนอแผนภาพหน้าช้ันเรียน
เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อน ๆ
เร�มีเครื่องมือหล�ยชนิดใช้วัดค่�สิ่งต่�ง ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
เร�ใช้เครื่องมืออะไรในก�รวัดแรง
๑๒. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
คำ�ถ�มสำ�คัญ เกี่ยวกับวิธีการทำ�งานให้เห็นการคิด
เ ชิ ง ร ะ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ทำ � ง า น ที่ มี
เราใช้เครื่องชั่งสปริงวัดแรง แรงมีหน่วยเป็น แบบแผน
นิวตัน ตามชื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ
คือ เซอร์ไอแซก นิวตัน ผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วง 5ep ขัน้ ประเมินเพื่อเพิม่ คณุ คา่
ของโลก และเป็นผู้ศึกษาเกี่ยวกับแรงและ บริการสังคม
การเคลื่อนที่ของวัตถุ และจติ สาธารณะ

ภาพท่ี ๔.๘ เครือ่ งชง่ั สาำ หรับวัดแรง ๑๓. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงาน
ท่ดี เี ด่นจัดทำ�เปน็ นิทรรศการ หรอื จัด
79 แสดงผลงาน หรือเผยแพรใ่ นเวบ็ ไซต์
หรอื เฟซบกุ๊ (facebook) ของโรงเรยี น
รอบรู้อาเซียนและโลก เพ่ือเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียน
ช้ันอืน่ ๆ
asean
๑๔. นักเรียนเช่ือมโยงความรู้กับหลัก
นกั วทิ ยาศาสตรข์ องโลกท่านใดเป็นผู้ค้นพบ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย
แรงโน้มถว่ งของโลก นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
๑ แอลเบริ ์ต ไอน์สไตน์ ออกแบบและประดษิ ฐเ์ ครอื่ งชง่ั สปรงิ -
๒ เซอรไ์ อแซก นิวตัน วัดแรงจากวัสดุหาได้ง่ายในท้องถิ่น
แล้วนำ�เสนอในแบบเดินชมนิทรรศ-
การ

๑๕. นั ก เ รี ย น นำ � เ ส น อ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า
พร้อมสะท้อนความคดิ รว่ มกัน

๑๖. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมิน
ขั้นตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันน้ี
มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง
มีความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น
ในเร่อื งใด ให้ระบุ

79 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวชี้วัด

ว ๒.๒ ป.๕/๑ แบบฝึกหัด
ว ๒.๒ ป.๕/๒
ว ๒.๒ ป.๕/๓ ๑. ก�รห�แรงลัพธ์ของแรงหล�ยแรงในระน�บเดียวกันที่กระทำ�ต่อวัตถุ

แนวคำ� ตอบ ๑. สังเกตภาพ แล้วตอบคำาถาม ทีม B

๑. ตอบ แนวค�ำตอบ มากกวา่ ๑,๕๐๐ นิวตนั
๑.๑ ผู้แขง่ ขันทีม B ตอ้ งออกแรงรวมกนั ทีม A
มากกว่า ๑,๕๐๐ นิวตัน
๒. ตอบ มีค่าเปน็ ศนู ย์ ๑,๕๐๐ นิวตนั

ภาพท่ี ๔.๙ การแขง่ ขันชกั เยอ่ ระหวา่ งผแู้ ข่งขันทีม A กบั ทมี B

๑.๑ ผู้แข่งขันทีม A ออกแรงคนละ ๕๐๐ นิวตัน ถ้าผู้แข่งขันทีม B
ต้องการชนะ ต้องออกแรงรวมกันกี่นิวตัน
๑.๒ จากข้อ ๑.๑ เขียนลูกศรแสดงทิศทางของการออกแรง และขนาดของ
แรงลัพธ์ของทั้ง ๒ ทีม

๒. แรงลัพธ์ที่กระทำาต่อวัตถุที่อยู่นิ่งมีค่าเป็นเท่าใด

80

NET แนวข้อสอบ O-NET ขอ้ ใดเรียงล�ำดบั ภาพแรงลัพธ์ท่มี คี า่ เฉลย ๔ เหตผุ ล สงั เกตจากลูกศรการออกแรง
มากทีส่ ุดไปน้อยทีส่ ุด ตามล�ำดบั แรงลพั ธ์ภาพที่ ๑ = ๒ แรงลพั ธภ์ าพที่ ๒ = ๓
๑ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ แรงลัพธภ์ าพท่ี ๓ = ๐ แรงลัพธ์ภาพที่ ๔ = ๑
๓ ๔ ๒ ๔ ๓ ๑ ๒ ดงั น้นั แรงลัพธ์ของภาพท่ี ๒ มากที่สดุ และตามด้วย
สุดยอดคู่มือครู 80 ๓ ๓ ๔ ๑ ๒ ภาพท่ี ๑- ๔ และ ๓ ตามล�ำดับ
๔ ๒ ๑ ๔ ๓

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

แนวคำ� ตอบ

๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันทำากิจกรรม โดยใช้เครื่องชั่งสปริงวัดแรง ๓. ตอบ
ที่กระทำาต่อวัตถุด้วยแรง ๑ แรง และแรง ๒ แรง ดังนี้ ๑) ของเล่นมนี า้ํ หนกั พอเหมาะกับ
๓.๑ ใช้เครื่องชั่งสปริงเกี่ยวของเล่นแล้วยกขึ้น อ่านค่าของแรงที่ดึงของเล่นขึ้น เครือ่ งชง่ั สปริง
๓.๒ ให้เพื่อนใช้เครื่องชั่งสปริงอีกหนึ่งอันเกี่ยวของเล่นอีกข้างหนึ่งแล้วยกขึ้น ๒) ผลตามทีน่ ักเรียนอา่ นค่าได้
พร้อมกัน อ่านค่าของแรงที่ดึงของเล่นขึ้นจากเครื่องชั่งสปริงทั้งสองอัน ๓) ผลตามทนี่ กั เรียนอา่ นค่าได้
เมื่อรวมแลว้ ควรมีค่าเท่ากบั ค�ำ ตอบ
จ�กก�รทดลอง ตอบคำ�ถ�มต่อไปนี้ ในข้อ ๒
๔) เป็นการออกแรงในทศิ ทางเดียวกัน
๑) นักเรียนเลือกของเล่นอย่างไรจึงเหมาะสมกับการทดลอง โดยใช้เครื่องชั่งสปริง ๕) ต่างกนั คอื ครัง้ ท่ี ๑ ออกแรงมากกวา่
๒) เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง ๑ อัน อ่านค่าของแรงที่ดึงของเล่นได้เท่าไร
๓) เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง ๒ อัน อ่านค่าของแรงจากเครื่องชั่งสปริงแต่ละอันที่ใช้ คร้ังที่ ๒ ออกแรงน้อยกว่า เพราะมี
ดึงของเล่นได้เท่าไร เมื่อรวมค่าของแรงจากเครื่องชั่งสปริงทั้งสองอันแล้วมีค่าเท่าไร ๒แรงในทศิ ทางเดยี วกนั แตเ่ หมอื นกนั
๔) การออกแรงดึงของเล่นกับเพื่อนเป็นการออกแรงในทิศทางเดียวกันหรือ ที่ค่าของแรงท่ีอ่านได้ครั้งท่ี ๑ และ
ตรงข้ามกัน ผลรวมของคร้งั ท่ี ๒ เทา่ กนั
๕) แรงลัพธ์ของการออกแรงครั้งที่ ๑ กับครั้งที่ ๒ เหมือนกันหรือแตกต่างกัน
อย่างไร

81

81 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

St ตวั ชว้ี ัด ๒. แรงเสยี ดท�น และผลของแรงเสียดท�น

ว ๒.๒ ป.๕/๔ นักเรียนทราบมาแล้วว่า การทำาให้วัตถุเคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนแปลง
ว ๒.๒ ป.๕/๕ การเคลื่อนที่จะต้องมีแรงมากระทำากับวัตถุนั้น ดังนั้น เมื่อต้องการดันกล่อง หรือ
วัตถุอื่น ๆ ให้เคลื่อนที่ไปบนพื้น ต้องออกแรงกระทำากับวัตถุเพื่อให้วัตถุเคลื่อนที่
ภาระงาน/ชนิ้ งาน เราจะรู้สึกว่ามีแรงบางอย่างต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ ทำาให้วัตถุเคลื่อนที่ได้ช้าลง
แรงต้านทานนี้มีลักษณะอย่างไร
แผนภาพ แสดงแรงเสียดทานและ
แรงท่ีอยู่ในแนวเดยี วกนั ทีก่ ระท�ำ ตอ่ วตั ถุ ทิศทางการเคล่ือนท่ี

ep 1 ขั้นสงั เกต

รวบรวมข้อมลู

๑. นกั เรยี นทดลองว่งิ บนพื้นทราย ว่งิ บน แรงต้านการเคลอื่ นท่ี
พื้นผิวเรียบ แล้วร่วมกันสนทนา
โดยตอบค�ำ ถาม ดังนี้ ภาพที่ ๔.๑๐ ออกแรงดันกล่องใหเ้ คล่อื นท่บี นพน้ื

๑.๑ การวิ่งบนพ้ืนทรายกับวิ่งบน แรงบางอย่างทำาให้การเคลื่อนท่ีของเราหรือวัตถุต่าง ๆ ช้าลง นักเรียนลอง
พ้ืนเรียบ นักเรียนรู้สึกอย่างไร สังเกตว่า ถ้าเราวิ่งเล่นท่ีพื้นทรายกับว่ิงบนพ้ืนดินเรียบ ๆ นักเรียนรู้สึกอย่างไร
เพราะเหตใุ ด เพราะเหตใุ ดจงึ เปน็ เชน่ นน้ั การวง่ิ บนพน้ื ผวิ ทรายกบั พน้ื ผวิ ดนิ เรยี บแตกตา่ งกนั อยา่ งไร

(ตัวอย่างคำ�ตอบ การวิ่งบนพ้ืนเรียบ ภาพที่ ๔.๑๑ การวง่ิ บนพ้นื ผวิ ทราย ภาพท่ี ๔.๑๒ การวง่ิ บนพน้ื ผวิ ดินเรยี บ

วง่ิ ได้เร็วกว่าว่งิ บนพ้ืนทราย) 82
๑.๒ การว่ิงบนพื้นทรายกับวิ่งบน

พื้นเรียบ เหมือนหรือแตกต่างกัน
อย่างไร
(ตัวอย่างคำ�ตอบ แตกต่างกัน การว่ิง

บนพ้ืนทรายต้องออกแรงมากกว่า

การวิ่งบนพ้นื เรยี บ)
๑.๓ พื้นผิวทรายกับพื้นผิวเรียบ

เ ห มื อ น ห รื อ แ ต ก ต่ า ง กั น อ ย่ า ง ไ ร

(ตัวอย่างคำ�ตอบ แตกต่างกัน

พนื้ ผวิ ทรายมลี กั ษณะขรขุ ระ พนื้ ผวิ เรยี บ

มลี ักษณะเรียบ)
๑.๔ พ้ืนผิวของวัตถุแตกต่างกัน

อย่างไร
(ตัวอย่างคำ�ตอบ วัตถุท่ีมีผิวเรียบ

จะเคลือ่ นทไ่ี ด้ดกี ว่าวตั ถทุ ม่ี ีผิวขรขุ ระ)

สุดยอดคู่มือครู 82


Click to View FlipBook Version