The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4 (โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jirapinya051041, 2022-12-14 01:11:52

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4 (โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ)

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4 (โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ)

แบบประเมนิ ผลงานใบงาน KWL

คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรยี น ใหท้ ำเครื่องหมาย✓ลงในช่องรายการประเมนิ กำหนด

ลำดับที่ ชอ่ื -สกุล การแสดง ครอบคลมุ ผลสำเร็จ ตรงต่อเวลา ความ สรุปผล
ของผู้รบั การประเมนิ ความคิดเหน็ เนอื้ หา ของงาน สะอาด รวม การ
เรยี บร้อย 20 ประเมนิ
ถกู ต้อง คะแนน ผา่ น/ไม่
ชดั เจน

4321 4321 432 14321 4321 ผา่ น

ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตำ่ กวา่ 10 ปรบั ปรุง

นกั เรียนได้ระดบั คณุ ภาพที่ พอใช้ ข้ึนไปถอื วา่ ผา่ น


ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน KWL

เกณฑ์การ ระดบั การประเมิน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
การแสดง
ความคดิ เห็น - แสดงความคดิ เห็นในช่อง K - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง K - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง K
ได้ 10 ข้อคำถามข้ึนไป ได้ 9-10 ข้อคำถาม ได้ 7-8 ข้อคำถาม ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ขอ้

- แสดงความคิดเห็นในช่อง - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง - แสดงความคดิ เห็นในชอ่ ง
W ได้ 10 ข้อคำถามข้นึ ไป W ได้ 9-10 ข้อคำถาม W ได้ 7-8 ข้อคำถาม W ได้ น้อยกวา่ 7 ข้อ

- แสดงความคิดเหน็ ในช่อง L - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง L - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง L - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง L
ได้ 10 ขอ้ คำถามข้นึ ไป ได้ 9-10 ข้อคำถาม ได้ 7-8 ขอ้ คำถาม ได้ น้อยกวา่ 7 ข้อ

เนอื้ หา - เนื้อหาครบถว้ นตามสาระที่ - เน้ือหาถูกตอ้ งตามสาระท่ี - เน้ือหาถูกต้องตามสาระที่ - เน้อื หาถูกตอ้ งตามสาระที่

กำหนด 100% กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% กำหนดต่ำว่า 59%

- เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลักภาษา

100% 80-99% 60-79% ต่ำว่า 59%

- ลำดับหัวข้อเน้อื หาชัดเจน - ลำดบั หวั ข้อเนื้อหาชัดเจน - มีการสรุปได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล

- มกี ารสรุปไดอ้ ยา่ ง - มีการสรปุ ได้อยา่ ง สมเหตสุ มผล 60-79% ต่ำว่า 59%

สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%

การนำเสนอ - พูดชดั เจนเสยี งดงั ฟังชัด - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้

- ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง

อกั ขระ100% อกั ขระ80-99% อักขระ60-79% ตามอกั ขระต่ำวา่ 59%

- บุคลิกภาพดแี ละมีความ - บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลิกภาพเหมาะสม - บุคลิกภาพเหมาะสม

มั่นใจ - ความพร้อมในการนำเสนอ

- มีการใชส้ อ่ื ประกอบการ ไดบ้ างส่วน

นำเสนอ

- ความพรอ้ มในการนำเสนอ

ความสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงาม - ใช้สสี นั สวยงามและมคี วาม - ใชส้ ีสันสวยงามหรอื เป็นไป

- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด สะอาด ตามเกณฑอ์ ยา่ งใดอย่าง

- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ - มีความคิดสร้างสรรค์ หนงึ่

- ความเปน็ ระเบยี บอ่านงา่ ย

การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถว้ น ตรงตาม ส่งผลงานครบถ้วน แตช่ ้ากวา่ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ช้ากวา่ ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้ากวา่

เวลา เวลาทีก่ ำหนด เวลาที่กำหนด 5 นาที เวลาท่กี ำหนด 10 นาที เวลาทก่ี ำหนด 15 นาที


ใบงานตามแนว PISA

เร่อื งการแบง่ ชน้ั บรรยากาศ

อา่ นถอ้ ยความตอ่ ไปน้ี แล้วตอบคำถามข้อ 1-3
ภาวะโลกรอ้ น กบั การเกดิ รโู หว่ของชั้นโอโซน
http://www.greenpeace.org หนา้ - มกราคม 7, 2552

การเกิดรูโหว่ในชั้นโอโซน ยังเป็นประเด็นที่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลก
ร้อน แต่ในความเปน็ จรงิ แลว้ นัน้ การท่ีช้ันโอโซนถูกทำลายจนเกดิ รโู หว่ทเ่ี ราได้ยนิ กนั นนั้ มไิ ด้เปน็ สาเหตุที่ทำให้
โลกร้อนขึ้น แต่จะทำให้รังสีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตผ่านเข้ามายังพื้นโลกมากขึ้น จึงขออธิบาย
เพมิ่ เติมในประเด็นนใี้ หเ้ กดิ ความเขา้ ใจมากขนึ้
ตามที่ได้ทราบแล้วว่าบรรยากาศท่ีหอ่ หุ้มโลกอยูม่ ีทั้งหมด 4 ชั้นได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ สตราโตสเฟียร์ เมโซส
เฟียร์ และเทอร์โมสเฟียร์ โดยการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
นั้น เกดิ ข้นึ ทช่ี ้ันบรรยากาศที่อยใู่ กล้ผวิ โลกมากท่ีสุด (ประมาณเพยี ง 10-15 กิโลเมตรนบั จากผิวโลกขึ้นไป) น่ัน
คอื ชนั้ โทรโพสเฟียร์ ซึง่ ในบรรยากาศชน้ั น้มี ปี รมิ าณก๊าซโอโซนน้อยมาก เน่ืองจากหากโอโซนอยู่ในชั้นน้ีจะเป็น
อนั ตรายตอ่ มนุษย์

ส่วนชั้นบรรยากาศที่พบก๊าซโอโซนมาก ได้แก่ ชั้นสตราโตสเฟียร์ ซึ่งอยู่ไกลจากพื้นผิวโลกขึ้นไป
ประมาณ 50 กิโลเมตร และอยู่เหนือชั้นโทรโพสเฟียร์ โดยก๊าซโอโซนในชั้นบรรยากาศนี้มีหนา้ ที่ดูดซับรังสที กุ
ชนดิ ท่ีแผอ่ อกมา จากดวงอาทิตย์ไวม้ ิใหส้ ่องไปยังโลกท้ังหมด โดยเฉพาะรังสีอลุ ตร้าไวโอเล็ตชนิดบี หรือ UV-B
ซึ่งเป็นรังสีที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ หากมนุษย์ได้รับรังสีนี้เป็นระยะเวลานาน จะมีความเสี่ยงใน
การเกิดอนั ตรายต่อผิวหนงั และดวงตา ทั้งนี้พบว่า หากโอโซนในบรรยากาศในช้ันสตราโตสเฟียรล์ ดลงเพียงร้อย
ละ 1 จะมีผลทำให้อัตราการเกิดต้อกระจกเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6-0.8 นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการ
เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา ซึ่งพบว่าเป็นกันมากในหมู่คนผิวขาว รวมทั้งทำ
ให้ภูมคิ มุ้ กนั โรคลดลง ช่งึ ทำใหเ้ กิดโรคตดิ ต่อต่างๆ มากข้นึ นอกจากรงั สี UV-B จะมผี ลต่อมนุษย์แล้ว สัตว์และ
พชื กไ็ ด้รับผลกระทบจากรังสีดังกล่าวนี้เชน่ กนั โดยรงั สี UV-B จะไปทำลายการเจริญเติบโตของสัตว์ในช่วงแรก
และทำให้แพลงตอนซึ่งเป็นอาหารสำคัญของสัตว์น้ำในกระบวนการห่วงโซ่อาหารในน้ำ มีปริมาณลดลง ส่วน
ผลกระทบตอ่ พืชนน้ั พบวา่ รงั สี UV-B จะทำให้การเจริญเติบโตของพชื ลดลง

อย่างไรก็ตาม แม้การเกิดภาวะโลกร้อน มิได้มีสาเหตุโดยตรงจากการเกิดรูโหว่ในชั้นโอโซน แต่การ
เพมิ่ ข้นึ ของสารทำลายชนั้ โอโซนในช้นั บรรยากาศ นอกจากจะยิง่ ไปเพม่ิ ความหนาของบรรยากาศในชนั้ โทรโพส
เฟียร์ ซึ่งจะทำให้รังสีความร้อนถูกสกัดกั้น และแผ่ความร้อนกลับมายังพื้นผิวโลกได้มากยิ่งขึ้นแล้วนั้น สาร
ทำลายชน้ั โอโซนท่สี ามารถทะลผุ า่ นช้นั โทรโพสเฟยี ร์ข้นึ ไปยงั ชัน้ สตราโตสเฟยี รไ์ ด้ ก็จะไปทำลายโอโซนได้อย่าง
รวดเร็วจากการเกิดปฏิกิริยาแบบลูกโซ่ ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวีตบนโลกที่จะยิ่งรุนแรงมากข้ึน
เพราะแสงอาทิตย์ท่สี ่องผ่านมานนั้ นอกจากจะถูกกักเกบ็ และทำใหโ้ ลกร้อนแล้ว ยงั มรี งั สีท่ีเป็นอันตรายต่อสิ่งมี
ชีวีตในโลกคือ รังสี UV-B ปะปนเข้ามาในปริมาณที่เข้มข้นขึ้นด้วย ทั้งสองปรากฏการณ์นีจ้ ึงถือเป็นภัยคุกคาม
ใหญห่ ลวงท่ีมนุษยท์ กุ คนตอ้ งร่วมกันดำเนินการเพ่ือช่วยลดผลกระทบต่อทงั้ โลกและตัวมนุษย์เอง


คำถามท่ี 1 1 คะแนน

บรรยากาศช้นั ใดท่ีใชส้ ำหรบั สง่ คลืน่ วทิ ยุไปยงั ส่วนต่างๆ ของโลก

1. โทรโพสเฟียร์ 3. โอโซโนสเฟยี ร์

2. เอกโซสเฟียร์ 4. มโี ซสเฟยี ร์

คำถามท่ี 2 1 คะแนน
ขอ้ ใดไมเ่ กี่ยวข้องกับบรรยากาศชน้ั สตราโตสเฟยี ร์
1. มปี ระจไุ ฟฟ้าที่สามารถสะทอ้ นคลื่นวิทยุได้ 3. มีชน้ั แกส๊ โอโซน
2. มีระดับความสูง 12–50 กโิ ลเมตร 4. อุณหภมู สิ ูงขึน้ ตามระดับความสงู

คำถามที่ 3 5 คะแนน
จากถ้อยความข้างต้น ข้อความต่อไปน้ี เปน็ ความจริง หรือ ไมเ่ ปน็ ความจริง ใช่ ไม่ใช่
ข้อความ เปน็ ความจริง จงเขยี นเครอื่ งหมาย X ในช่อง “ใช่”
ขอ้ ความ ไมเ่ ป็นความจรงิ จงเขยี นเครื่องหมาย X ในช่อง “ไมใ่ ช่”

ท่ี ข้อความ
1 โทรโพสเฟียร์เปน็ ชน้ั ท่ีมสี ง่ิ มชี ีวติ อาศยั อยู่
2 ชน้ั สตาร์โตสเฟียอุณหภูมเิ พม่ิ ข้ึน
3 การลุกไหม้เกิดข้นึ ในชน้ั มีโซเฟยี ร์
4 อุณหภูมใิ นชน้ั บรรยากาศลดลงตามระดับความสงู
5 ปรากฏการณแ์ สงเหนือเกดิ ขึ้นทุกพื้นทข่ี องโลก


เกณฑก์ ารให้คะแนน

คำถามท่ี 1 1 คะแนน

บรรยากาศชนั้ ใดท่ใี ชส้ ำหรับส่งคล่ืนวทิ ยไุ ปยังสว่ นตา่ งๆ ของโลก

1. โทรโพสเฟียร์ 3. โอโซโนสเฟยี ร์

2. เอกโซสเฟยี ร์ 4. มีโซสเฟยี ร์

คำถามท่ี 2 1 คะแนน
ข้อใดไม่เกยี่ วข้องกับบรรยากาศช้ันสตราโตสเฟยี ร์
1. มีประจุไฟฟา้ ท่ีสามารถสะท้อนคล่นื วทิ ยุได้ 3. มชี ้นั แกส๊ โอโซน
2. มรี ะดับความสูง 12–50 กโิ ลเมตร 4. อณุ หภูมสิ งู ขึน้ ตามระดบั ความสูง

คำถามที่ 3 5 คะแนน
จากถ้อยความข้างต้น ข้อความตอ่ ไปน้ี เปน็ ความจริง หรือ ไม่เป็นความจริง
ข้อความ เปน็ ความจริง จงเขียนเคร่ืองหมาย X ในช่อง “ใช”่ ใช่ ไมใ่ ช่
ข้อความ ไมเ่ ปน็ ความจริง จงเขยี นเครื่องหมาย X ในช่อง “ไมใ่ ช่” X
X
ที่ ขอ้ ความ X
1 โทรโพสเฟียร์เป็นชน้ั ท่ีมสี ง่ิ มีชีวิตอาศยั อยู่
2 ช้นั สตารโ์ ตสเฟียอุณหภมู ิเพ่มิ ข้ึน X
3 การลกุ ไหม้เกิดขนึ้ ในช้ันมีโซเฟียร์ X
4 อุณหภมู ใิ นชัน้ บรรยากาศลดลงตามระดับความสงู
5 ปรากฏการณแ์ สงเหนอื เกิดข้ึนทุกพืน้ ท่ขี องโลก


การจำแนกสมรรถนะ

ตามแนวการประเมนิ ผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA)

สมรรถนะ

รูปแบบขอ้ สอบ ขอ้ ท่ี คะแนน ระบุประเดน็ ทาง อธบิ าย ใชป้ ระจกั ษ์พยาน
วทิ ยาศาสตร์ ปรากฏการณ์ใน ทางวิทยาศาสตร์
เลือกตอบ เชิงวทิ ยาศาสตร์
แบบปกติ
(4 คะแนน) 11 X
เลอื กตอบ
แบบเชิงซ้อน 21 X
( 1 คะแนน)
3.1 1 X - ข้อ - ข้อ
รวมจำนวนขอ้ 3.2 1 X - คะแนน - คะแนน
3.3 1 X
3.4 1 X
3.5 1 X

37 5 ข้อ
7 คะแนน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

6-7 ดีมาก

5 ดี

4 พอใช้

0-3 ปรับปรงุ

นกั เรียนไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ข้นึ ไปถือวา่ ผ่าน


แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10 หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ กำเนดิ เอกภพและระบบสรุ ิยะ เวลา 2 ชัว่ โมง
เรอื่ ง กำเนดิ เอกภพ ผสู้ อน นางสาวจิรภิญญา ยอดวงศ์
วนั ทท่ี ำการสอน...................เดอื น....................................พ.ศ. ……………....

1. สาระสำคัญ 2. มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั
ท ฤ ษ ฎ ี ก า ร ก ำ เ น ิ ด เ อ ก ภ พ ม ี ห ล า ย ท ฤ ษ ฎี แ ต่ ว 3.1 ม.5/1 อธบิ ายการกำเนิดและการเปล่ยี นแปลงพลงั งานสสาร
นักวิทยาศาสตรโ์ ดยสว่ นใหญ่ให้การยอมรบั ทฤษฎีการกำเนิดเอก ขนาด อุณหภมู ิของเอกภพหลงั เกดิ บิกแบงในช่วงเวลาตา่ ง ๆ ตาม
ภพบิกแบง เชื่อว่าเอกภพถือกำเนิดมาจากการระเบิดของก้อน ววิ ฒั นาการของเอกภพ
พลังงานที่มคี วามหนาแนน่ มหาศาล

3. สาระการเรียนรู้ 4. ช้ินงาน/ภาระงาน
- กำเนิดเอกภพ - ใบงาน Six thinking hats เร่อื ง กำเนิดเอกภพ
- ใบงาน จำลองการขยายตัวของเอกภพ

5. สมรรถนะของผู้เรียน 6. เครอื่ งมือการคิด
- ความสามารถในการคดิ - six Thinking Hats
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

กจิ กรรมการเรยี นรู้

7. ข้นั ของกจิ กรรม 8.ส่ือ 9.วธิ กี ารวดั ผล

Do Now (3 นาท)ี - ใบงาน Six thinking - แบบประเมินใบจำลอง

“บอกชื่อดาวทน่ี กั เรียนรู้จักมาคนละ 1 ดาวโดยไม่ซำ้ กนั ” hats เรื่อง กำเนิดเอก การขยายตัวของเอกภพ

Purpose (2 นาที) ภพ

“เราจะเรียนเรื่องกำเนิดเอกภพ เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายเรื่องกำเนิดเอกภพ - ประเมินใบงาน

ได”้ - ใบงาน จำลองการ Six thinking hats เร่อื ง

Work mode (110 นาท)ี ขยายตัวของเอกภพ กำเนิดเอกภพ

1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั ต่อไปนี้

- ดาราศาสตรม์ คี วามสำคญั และเกย่ี วขอ้ งกบั นักเรียนในลกั ษณะใด - อินเตอรเ์ น็ต

- ทำไมเราจงึ ต้องเรยี นดาราศาสตร์ (10 นาท)ี - สื่อการสอน Power
2. นักเรียนฟงั ครูอธิบาย เรอ่ื ง กำเนดิ เอกภพ จากสื่อการสอน Power point (15 point เรื่อง กำเนิดเอก
ภพ
นาท)ี
3. นกั เรียนทำกจิ กรรมกล่มุ โดยศึกษา/สืบค้นข้อมลู เก่ียวกบั กำเนดิ เอกภพ แลว้ เขียน

คำถามพร้อมทั้งคำตอบตามหมวกแห่งการคิด (หมวก 6 ใบ ) ลงในใบงาน Six

thinking hats เรือ่ ง การกำเนิดเอกภพ (สมรรถนะ 4) (พอเพยี ง 3 การมีภมู คิ ้มุ กนั

ท่ดี )ี (25นาที )


4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน และอภิปราย/โต้แยง้ ผลงาน
รว่ มกัน ( คดิ 3 : คดิ วพิ ากษ์ ) (สมรรถนะ 3) (10 นาที )

5. นกั เรียนศึกษาใบงาน จำลองการขยายตัวของเอกภพ (10 นาที)
6. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ลงมอื ปฏิบัติการ จำลองการขยายตวั ของเอกภพ

(พอเพียง 4 เงอ่ื นไขความร)ู้ (20 นาที)
7. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมานำเสนอ ผลงานหน้าชั้นเรยี น (10 นาที)
8. นักเรียนและครรู ว่ มกนั อภิปรายเรอ่ื งการกำเนิด เอกภพ เอกภพมีจดุ กำเนิดมา

อย่างไร (พอเพยี ง 2 ความมเี หตผุ ล) (10นาท)ี

ReflectiveThinking(5นาท)ี
1. 1 ส่งิ ทีน่ ักเรียนไดร้ บั จากการเรยี นในวนั นี้ ( 2 นาที )
2. ขอ้ สอบ O-NET จำนวน 3 ข้อ (3นาที)


ข้อสอบ O-NET 2562
1. ปจั จุบนั ทฤษฎีทไี่ ดร้ ับในการใช้อธบิ ายเกี่ยวกบั การกำเนดิ เอกภพคือทฤษฎอี ะไร

1. สภาวะคงตวั
2. เอกภพแกวง่ กวดั
3. การระเบดิ ใหญ่
4. สมั พนั ธภาพ

1. ใครเป็นผูร้ ิเริม่ แนวความคิดทฤษฏีการกำเนิดเอกภพ ทเ่ี รียกว่า บิกแบง
ก. เลอแมทร์
ข. เฟรด ฮอยล์
ค. เอด็ วนิ ฮบั เบิล
ง. อารโ์ น เพนเซียส

2. ขณะเกิดบิกแบงมเี นื้อสารเกิดข้ึนในรปู ของอนภุ าคพื้นฐาน อนุภาคพ้นื ฐาน ไดแ้ ก่ ข้อใด
ก. ควารก์ อิเล็กตรอน นิวทริโน
ข. ควอซาร์ อเิ ลก็ ตรอน นวิ ทริโน และโปรตอน
ค. ควาร์ก อเิ ลก็ ตรอน นวิ ตรอน และโปรตอน
ง. ควาร์ก อิเลก็ ตรอน นวิ เคลียส และโปรตอน

อ้างอิง http://www.niets.or.th/th/content/view/4369


ใบงาน Six Thinking Hats
เรอ่ื ง การกำเนิดเอกภพ

คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนศึกษาการกำเนิดเอกภพ แลว้ เขียนคำถามพรอ้ มทั้งคำตอบตามหมวกแหง่ การคิด (หมวก 6 ใบ )

หมวกแหง่ การคิด คำถาม คำตอบ

- การกำเนิดเอกภพ เกย่ี วขอ้ งกับอะไรบ้าง

หมวกสีขาว - นกั เรียนสามารถนำความรู้ทไ่ี ดไ้ ปใช้
หมวกสีเหลือง ประโยชนไ์ ด้อยา่ งไรบา้ ง

หมวกสแี ดง - นกั เรียนเห็นด้วยหรอื ไม่ กับการท่ี
ครูให้ อธบิ ายใหน้ กั เรียนฟังว่าโลกของเรา
เกดิ จากบิกแบง จงอธบิ าย

- อุปสรรค หรอื ปญั หาในการศกึ ษาการ
กำเนดิ เอกภพครั้งนคี้ อื อะไร

หมวกสดี ำ

หมวกสีเขยี ว - นักเรียนอยากจะศกึ ษาเก่ยี วกับการ
กำเนดิ เอกภพในเร่ืองยอ่ ยสว่ นใดเพม่ิ เตมิ
บา้ ง

(ให้ระบหุ ัวข้อหรอื เร่อื งใหม่ )

- นักเรียนจะสรปุ การศกึ ษาการกำเนดิ เอก
ภพ ครัง้ นไ้ี ด้วา่ อยา่ งไร

หมวกสฟี ้า


แบบประเมินใบงาน Six thinking hats

คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Six thinking hats

ลำดับ ชอื่ -สกลุ การเขยี นคำตอบ เนื้อหา ความสะอาด การ การตรง รวม สรุปผลการ
ที่ ของผู้รบั การประเมิน สอดคลอ้ งกบั เรียบร้อย นำเสนอ ต่อเวลา 20 คะแนน ประเมิน
หมวกแห่งการ ( 4 คะแนน ) ของงาน ผ่าน/ไม่ผ่าน
(4 คะแนน ) ( 4 คะแนน )
คิด ( 4 คะแนน )
( 4 คะแนน )

ลงช่อื ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดีมาก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตำ่ กว่า 10 ปรับปรงุ

นกั เรยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น


ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Six thinking hats

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมิน
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

การเขยี นคำตอบ - เขยี นคำตอบได้ - เขยี นคำตอบไดส้ อดคลอ้ งกับ - เขียนคำตอบได้สอดคลอ้ งกับ - เขียนคำตอบได้
สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกับคำถาม คำถามของหมวกแห่งการคดิ ได้ คำถามของหมวกแห่งการคิดได้ สอดคลอ้ งกบั คำถามของ
หมวกแหง่ การคิด ของหมวกแหง่ การคดิ ถูกตอ้ ง 80-99% ถูกตอ้ ง 60-79% หมวกแหง่ การคดิ ได้
อย่างถกู ต้องสมบรู ณ์ 100 ถูกต้องต่ำกวา่ 59%
เนือ้ หา % - เนือ้ หาถูกตอ้ งตามสาระที่ - เนือ้ หาถูกตอ้ งตามสาระท่ี
- เนื้อหาครบถ้วนตาม กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระ
ความสะอาด สาระท่ีกำหนด 100% - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ต้องตามหลกั ภาษา ทีก่ ำหนดต่ำกวา่ 59%
เรียบร้อย - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั 80-99% 60-79% - เขยี นถูกตอ้ งตามหลัก
ของงาน ภาษา 100% - ลำดับหัวขอ้ เนอ้ื หาชดั เจน - มีการสรปุ ได้อยา่ ง ภาษาต่ำกว่า 59%
การนำเสนอ - ลำดบั หัวขอ้ เนอื้ หา - มีการสรปุ ได้อย่างสมเหตสุ มผล สมเหตสุ มผล 60-79% - มกี ารสรปุ ไม่
ชดั เจน 80-99% สมเหตุสมผลตำ่ กวา่ 59%
การตรงต่อเวลา - มกี ารสรุปได้อยา่ ง - มีความสะอาด
สมเหตุสมผล 100% - มีความสะอาด - ขนาดตัวอกั ษรเหมาะสม - มคี วามสะอาด หรือ
- มีความสะอาด - ขนาดตัวอกั ษรเหมาะสม เป็นไปตามเกณฑ์อยา่ ง
- ขนาดตวั อกั ษรเหมาะสม - มกี ารเวน้ ชอ่ งวา่ งระหวา่ งวรรค - การพดู เหมาะสม ใดอย่างหนึง่
- มีการเวน้ ช่องวา่ งระหว่าง - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม
เหมาะสม สวยงาม อักขระ60-79% - สามารถพดู นำเสนอได้
วรรคเหมาะสม สวยงาม - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้อง
- ความเปน็ ระเบยี บอา่ น - พูดชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั ตามอักขระตำ่ กว่า 59%
- ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - สง่ ผลงานครบถว้ น - บุคลิกภาพเหมาะสม
งา่ ย อักขระ 80-99% แตช่ า้ กว่าเวลาทก่ี ำหนด
- พูดชดั เจนเสียงดงั ฟงั ชดั - บคุ ลิกภาพดี 10 นาที - สง่ ผลงานครบถ้วน
- ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง - ความพรอ้ มในการนำเสนอได้ แต่ช้ากว่าเวลาทก่ี ำหนด
ตามอกั ขระ100% บางส่วน 15 นาที
- บคุ ลกิ ภาพดี
- สง่ ผลงานครบถว้ น
และมคี วามม่ันใจ แต่ชา้ กวา่ เวลาทก่ี ำหนด
- มีการใชส้ ือ่ ประกอบ 5 นาที
การนำเสนอ
- ความพรอ้ มในการ
นำเสนอ
- ส่งผลงานครบถว้ น
ตรงตามเวลาที่กำหนด


ใบงาน จำลองการขยายตวั ของเอกภพ

สมาชกิ กลมุ่
1.....................................................................................................เลขท.่ี ......................................ชั้น
2.....................................................................................................เลขท่ี.......................................ชนั้
3.....................................................................................................เลขท่.ี ......................................ชั้น
4.....................................................................................................เลขที่.......................................ชั้น

วิธีทำ

1. นำลกู โปง่ ชนดิ กลมมา 1 ลกู
2. เปา่ ลูกโปร่งใหม้ เี สน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางประมาณ 10 เซนติเมตร
3. เขยี น ก ข ค ง และ จ ลงบนกระดาษสต๊ิกเกอรช์ ิ้นเล็กๆ 5 ชน้ิ แต่ละช้นิ แทนกาแล็กซีแลว้ ตดิ ลงบรเิ วณก้นลูกโปง่

อาจติดใกลก้ นั หรอื ไกลกันกไ็ ดว้ ัดระยะบนผวิ ลูกโป่งจาก ก ถึง ข ก ถึง ค ก ถงึ ง และ ก ถงึ จ บนั ทึก ข้อมูล
4. เปา่ ลกู โป่งให้ใหม้ ีขนาดใหญ่ขึ้นอยา่ งช้าๆ จนกระทั่งมีเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางประมาณ 20 เซนตเิ มตร
5. วดั ระยะจาก ก ถงึ ข ก ถงึ ค ก ถึง ง และ ก ถงึ จ อกี ครั้ง คำนวณอัตราเรว็ ของการเคล่อื นทรี่ ะหว่าง ก-ข ก-ค ก-ง

และ ก-จ บนั ทกึ ข้อมลู (อตั ราเรว็ หาไดจ้ ากระยะทีเ่ พ่ิมข้นึ หารด้วยเวลา)
6. นำขอ้ มูลระยะห่างในขอ้ 3 และอตั ราเร็ว ของการเคลอ่ื นที่ในขอ้ 5 มาเขียนกราฟระหว่างระยะห่างกับอัตราเร็ว
7. แปลความหมายจากกราฟท่ีได้
จากผลการทำกจิ กรรม

จะสรุปการขยายตัวของลกู โป่งเชอ่ื มโยงกบั การขยายตัวของเอกภพได้หรอื ไม่อยา่ งไร

.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................


เกณฑก์ ารประเมินกราฟ

คะแนนเตม็ 3 คะแนนเตม็ 2 คะแนนเตม็ 1 คะแนนเตม็ 0
เขียนกราฟได้ถกู ต้อง เขยี นกราฟได้ถูกตอ้ ง เขียนกราฟได้ถกู ตอ้ ง เขยี นกราฟไดไมถ่ กู ต้องเปน็
ครบถว้ นเป็นกราฟระยะทาง ครบถ้วนเป็นกราฟระยะทาง บางสว่ นเปน็ กราฟระยะทาง กราฟระยะทางตอ่ เวลา มี
ต่อเวลา มีแก่นX แกน่ Y ตอ่ เวลา มีแก่นX แกน่ Y ต่อเวลา มแี ก่นX แกน่ Y แกน่ X แก่น Y วาดรปู กราฟ
วาดรปู กราฟไดถ้ กู ต้องตาม วาดรปู กราฟไดถ้ ูกตอ้ ง วาดรูปกราฟไดเ้ พียง
ได้เพียงบางส่วน
จุดทค่ี ำนวณได้ บางส่วน บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

3 ดีมาก

2 ดี

1 พอใช้

0 ปรบั ปรุง

นกั เรียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น

เกณฑ์การประเมนิ ผลกิจกรรม

คะแนนเตม็ 3 คะแนนเตม็ 2 คะแนนเตม็ 1 คะแนนเตม็ 0
เชือ่ มโยงได้ เพราะย่ิงลกู โปง่ เชอ่ื มโยงได้ เพราะยิง่ ลกู โป่ง เชอ่ื มโยงได้ เพราะยง่ิ ลูกโป่ง เช่อื มโยงได้ เพราะย่ิงลกู โปง่
ขยายตัวตวั อกั ษรตา่ งๆกอ่ ขยายตวั ตัวอักษรตา่ งๆกอ่ ขยายตัก่อจะอยหู่ ่างกันมาก ขยายตวั ตัวอกั ษรตา่ งๆกอ่
จะอยู่หา่ งกนั มากขึน้ เปยี บ จะอยหู่ า่ งกนั มากขึ้นเปยี บ ขนึ้ เปียบเสมอกบั เอกภพ
เสมอกับเอกภพยง่ิ เคล่ือนท่ี จะอยู่หา่ งกันมากข้ึน
ออกไปไกลน้ันก่อคือเอกภพ เสมอกับเอกภพ

ขยาย

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

3 ดมี าก

2 ดี

1 พอใช้

0 ปรับปรงุ

นักเรยี นได้ระดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ขึน้ ไปถือว่า ผ่าน


แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 11 หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3
ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ กำเนิดเอกภพและระบบสรุ ยิ ะ เวลา 2 ชว่ั โมง
เร่ือง กาแลก็ ซี ผู้สอน นางสาวจริ ภญิ ญา ยอดวงศ์
วนั ท่ีทำการสอน...................เดอื น....................................พ.ศ. ……………....

1. สาระสำคัญ 2. มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
อาณาจักรหรอื ระบบของดาวฤกษจ์ ำนวนนบั แสนล้าน ว 3.1 ม.5/3 อธิบายโครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของกาแล็กซีทาง
ดวง อยรู่ วมกนั ด้วยแรงโนม้ ถ่วงระหว่างดวงดาวกบั หลมุ ดำทีม่ ี ชา้ งเผอื ก และระบุตำแหนง่ ของระบบสุริยะพรอ้ มอธิบายเชอ่ื มโยง
มวลมหาศาล ซง่ึ อยู่ ณ ศนู ย์กลางของกาแล็กซี โดยมีเนบวิ ลา กับการสังเกตเห็นทางช้างเผือกของคนบนโลก
ซง่ึ เปน็ กล่มุ แกส๊ และฝ่นุ ละอองท่ีเกาะอยใู่ นทว่ี า่ งบางแห่งระหวา่ ง
ดาวฤกษ์

3. สาระการเรียนรู้ 4. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- กาแล็กซี - ใบงาน Diagram เร่ืองกาแลก็ ซี
- ใบงาน เรอ่ื ง กาแล็กซี (ตามแนวPISA)

5. สมรรถนะของผูเ้ รยี น 6. เครื่องมอื การคดิ
- Diagram
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

กิจกรรมการเรียนรู้ 8. สื่อ 9.วธิ ีการวดั ผล
7. ขนั้ ของกิจกรรม - ใบงาน Diagram - แบบประเมินใบงาน
Do Now (3 นาที) เร่ืองกาแลก็ ซี Diagram เรื่องกาแล็กซี
“บอกสที ่ีนักเรยี นชอบมากทส่ี ดุ คนละ 1 สี โดยหา้ มซำ้ กนั ”
Purpose (2 นาที) ­ คลปิ วีดีโอเรอ่ื ง - ประเมินใบงาน เรื่อง
“เราจะเรียนเรอื่ งกาแล็กซี เพ่อื ใหน้ กั เรยี นสามารถอธบิ ายเก่ียวกับเร่อื งกาแลก็ ซีได้” กาแล็กซี กาแล็กซี (ตามแนว
Work mode (110 นาท)ี https://www.youtu PISA)
1. นกั เรียนดูคลิปวีดโี อเร่ือง กาแลก็ ซี (10นาท)ี be.com/watch?v=J
2. นกั เรียนคดิ วเิ คราะหเ์ พ่ือตอบคำถามวา่ ดงั ตอ่ ไปน้ี VMlc4SgE5g
­ กาแลก็ ซีมกี ำเนดิ และวิวฒั นาการในลักษณะใด
­ กาแล็กซปี ระกอบด้วยอะไรบ้าง นกั ดาราศาสตรจ์ ำแนกกาแลก็ ซีเปน็ กปี่ ระเภท ­ ใบงาน เร่อื ง
­ เพราะเหตใุ ดเราจงึ ตอ้ งศึกษากาแลก็ ซีเพ่อื นบา้ น กาแล็กซี (ตามแนว
­ นักเรียนคดิ ว่า กาแลก็ ซเี พ่ือนบา้ นและกาแลก็ ซีอน่ื ๆ มรี ะบบดวงดาวเหมือนกบั PISA)
ระบบสรุ ยิ ะหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(คิด1 : คดิ วิเคราะห์) (สมรรถนะ 2) (พอเพยี ง 2 ความมีเหตผุ ล) (10นาท)ี ­ ส่อื อินเตอร์เนต็
3. นักเรียนศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากสอื่ อนิ เตอร์เนต็ เรอ่ื ง กาแลก็ ซี (10นาที)


4. นักเรยี นสรุปความรู้ในรูปแบบแผนผัง ลงในใบงาน Diagram เรอื่ ง กาแล็กซี (คดิ 9
: คดิ เชงิ มโนทศั น)์ (25 นาท)ี

5. ตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอ ใบงาน Diagram เรอ่ื ง กาแล็กซี
(สมรรถนะ 3) (15 นาที)

6. นกั เรียนทำใบงาน เร่ือง กาแล็กซี (ตามแนวPISA) (20 นาท)ี
7. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมาเฉลยใบงาน เร่อื ง กาแลก็ ซี (ตามแนวPISA)

(10นาที)
8. นักเรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายเรอ่ื ง กาแล็กซี กาแลก็ ซมี กี ำเนดิ และววิ ัฒนาการใน

ลักษณะใด (10นาท)ี

ReflectiveThinking(5นาท)ี
1. บอก 2 สิ่งท่ีนักเรยี นไดร้ ับ (2นาท)ี
2. ข้อสอบ O­NET ปี 2555 จำนวน 2 ขอ้ (3นาที)


ข้อสอบ O-NET 2555

1. กาแลก็ ซที างชา้ งเผือกเมือ่ ถูกมองจากดา้ นบนจะมีรปู ร่างเป็นอย่างไร
1. มลี ักษณะค่อนข้างกลม
2. คลา้ ยกังหนั แบบมีคาน
3. เหมือนเลนสน์ ูน
4. มรี ปู ร่างไมแ่ นน่ อน

2. ระบบสรุ ยิ ะอยู่ในกาแลก็ ซใ่ี ด
1. แอนโดรมดี า
2. ทางชา้ งเผอื ก
3. แมกเจลแลนใหญ่
4. ถกู ทุกขอ้

อ้างอิง http://www.niets.or.th/th/content/view/4369


ใบความรู้ เร่ือง กาแลก็ ซี (GALAXY)

กาแล็กซี (GALAXY) คือ ระบบท่ีกวา้ งใหญ่ไพศาล ประกอบดว้ ยดาวฤกษ์ กระจกุ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์

และบรวิ ารดาวเคราะห์ ดาวหาง อกุ กาบาต ก๊าซและฝ่นุ ผงท่เี รยี กวา่ เนบวิ ลา รวมกนั อยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน

เพราะมีแรงโนม้ ถ่วงซง่ึ กันและกนั เอกภพมีกาแล็กซีหรือดาราจกั รประมาณหน่งึ แสนลา้ นกาแลก็ ซี

ประเภทกาแล็กซี

กาแลก็ ซีแบง่ ได้หลายประเภท ขน้ึ อยกู่ ับลักษณะเฉพาะ ที่ถูกนำมาเปน็ เกณฑใ์ นการกำหนดประเภท

ของกาแลก็ ซี ตัวอย่างลกั ษณะเฉพาะท่ถี กู นำมาใชใ้ นการแบ่งประเภท เช่น แบ่งตามรูปร่าง ตามโครงสร้าง ตาม

การเกาะกลุ่ม หรือการกระจายของส่วนประกอบของกาแลก็ ซี ตามสเปกตรัม ตามสี ตามความสอ่ งสว่าง (

Luminosity ) ตามชนิดของคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า ( เช่น คลื่นวทิ ยุ , รังสอี นิ ฟราเรด , รงั สเี อกซ์ ฯลฯ ) แต่ระบบ

การแบ่งประเภทของกาแลก็ ซี ทใ่ี ช้กนั มาก เปน็ ระบบที่ เอ็ดวิน ฮบั เบลิ ( Edwin Hubble ) กำหนดขึ้นมา

ต้งั แตเ่ มื่อปี ค.ศ. 1925 ไดร้ ับการปรับปรุงมาบ้าง เปน็ ระบบที่จดั ประเภทของกาแล็กซีตามความแตกตา่ งของ

รปู ร่างลักษณะของกาแล็กซี และก็ยงั เป็นระบบท่ีใช้กนั มากอย่ใู นปัจจุบัน ได้แบ่งกาแลก็ ซีออกเปน็ 3 ประเภท

คอื

(1) กาแล็กซรี ปู เกลยี วหรือรูปกงั หัน Spiral Galaxy มลี กั ษณะโดยท่ัว ๆ ไป แบนคลา้ ยจาน นนู ตรง

กลางทัง้ สองดา้ น เหมือนไขด่ าวสองฟองประกบกัน และมักจะมแี ขนเปน็ วงโคง้ แผ่ออกมาจากใจกลางกาแล็กซี

กาแล็กซีรปู เกลียวบางชนิด จะมแี ถบสวา่ งหรอื มดื มลี กั ษณะคล้ายคานพาดใจกลางอยู่ดว้ ย สำหรับกาแลก็ ซที ่ีมี

สว่ นเป็นแถบ คลา้ ยคานพาดกลางกาแล็กซี มักจะถูกเรยี กช่อื แยกต่างหากออกไปอกี เป็น กาแล็กซีคาน หรือ

Barred Galaxy หรือเรียกเต็มช่อื ของส่วนเป็นเกลียวดว้ ย คือ กาแล็กซีคานรปู เกลยี ว หรอื Barred , Spiral

Galaxy ตวั อย่างของกาแล็กซีรปู เกลยี วใกล้ตวั มนษุ ย์ท่สี ดุ คือ กาแล็กซีทางช้างเผอื ก ( Milky Way ) ของเรา

เอง และกาแล็กซีแอนโดรมีดา

(2) กาแล็กซรี ปู กลมรี(Elliptical Galaxies) เป็นกาแลก็ ซที ี่มลี กั ษณะความสมดุลทางรูปร่างสงู มที ัง้

ชนดิ ทแ่ี บนมาก แบนน้อย กลมมาก หรือค่อนไปทางรีมาก บางชนิดกม็ รี ูปรา่ งลักษณะเกือบเป็นลกู ทรงกลม

ทีเดียว ตัวอย่างของกาแล็กซรี ูปกลมรี คือ กาแลก็ ซีขนาดเล็กท่อี ยู่ใกล้ ๆ กับกาแลก็ ซีแอนโดรมีดาสองกาแล็กซี

เช่น กาแล็กซี M32

(3) กาแลก็ ซีไร้รูปร่าง (Irregular Galaxies) เป็นกาแล็กซีชนดิ ไมม่ ีรูปแบบแนน่ อน มีลักษณะแตกต่าง

กนั ไปอย่างไมเ่ ป็นระเบียบ ไม่มรี ูปร่างเปน็ รปู ทรงแบบใดเลย มักจะเปน็ กาแล็กซีทม่ี ีขนาดเลก็ ไมส่ ว่างมาก

นกั เช่น การแลก็ ซแี มกเจลแลนใหญ่

ส่วนใหญ่เปน็ กาแลก็ ซรี ูปกลมรี มีอยู่ประมาณ 60 เปอรเ์ ซ็นต์ เป็นกาแลก็ ซีรูปเกลยี ว ประมาณ 30

เปอรเ์ ซน็ ต์ ส่วนท่เี หลือ ประมาณ 10 เปอร์เซน็ ต์ เปน็ กาแลก็ ซีไรร้ ูปรา่ ง

Elliptical Galaxies Spiral Galaxies Irregular Galaxies


แบบประเมินใบงาน Diagram

คำชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Diagram

ช่อื -สกุล รปู แบบ เนื้อหา นำเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ที่ ของผรู้ ับการ (4) (4) (4) สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผ่าน/
(4)
ประเมนิ (4) ไม่ผา่ น

ลงชอื่ ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดีมาก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง

นักเรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ขน้ึ ไปถอื วา่ ผ่าน


ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Diagram

เกณฑก์ าร ระดับการประเมิน

ประเมิน 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)

รปู แบบ ­ มีหัวข้อที่ชัดเจน ­ มหี ัวขอ้ ทีช่ ัดเจน ­ มีหวั ข้อทช่ี ัดเจน ­ มีหัวข้อที่ชัดเจน

­ เขียนอยใู่ นกรอบ ­ เขียนอยู่ในกรอบ ­ เขยี นอยูใ่ นกรอบ ­ เขียนอยู่ในกรอบ

­ ใช้คำสำคญั ตรงประเดน็ ­ ใช้คำสำคญั ตรงประเดน็ ­ ใชค้ ำสำคญั ตรงประเด็น

­ ใช้สญั ลกั ษณ์หรือภาพส่ือ ­ ใชส้ ญั ลักษณ์หรือภาพสื่อ

ความหมาย ความหมาย

­ ใช้สีสนั ทวั่ แผ่น

เน้ือหา ­ เน้ือหาครบถว้ นตามสาระที่ ­ เนือ้ หาถูกต้องตามสาระท่ี ­ เน้อื หาถูกต้องตามสาระที่ ­ เนือ้ หาถกู ต้องตามสาระท่ี

กำหนด 100% กำหนด 80­99% กำหนด 60­79% กำหนดตำ่ ว่า 59%

­ เขยี นถกู ต้องตามหลักภาษา ­ เขียนถกู ต้องตามหลกั ภาษา ­ เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา ­ เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา

100% 80­99% 60­79% ต่ำว่า 59%

­ ลำดับหัวขอ้ เนอื้ หาชัดเจน ­ ลำดบั หัวข้อเนือ้ หาชัดเจน ­ มกี ารสรปุ ได้อย่าง ­ มีการสรุปไมส่ มเหตสุ มผล

­ มกี ารสรปุ ไดอ้ ยา่ ง ­ มกี ารสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60­79% ตำ่ วา่ 59%

สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80­99%

การนำเสนอ ­ พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟังชัด ­ พดู ชัดเจนเสียงดังฟังชดั ­ การพูดเหมาะสม ­ สามารถพูดนำเสนอได้

­ ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม ­ ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม ­ ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม ­ ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง

อกั ขระ100% อกั ขระ80­99% อักขระ60­79% ตามอักขระต่ำวา่ 59%

­ บุคลิกภาพดแี ละมคี วาม ­ บุคลกิ ภาพดี ­ บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม ­ บคุ ลิกภาพเหมาะสม

มนั่ ใจ ­ ความพร้อมในการนำเสนอ

­ มกี ารใชส้ ือ่ ประกอบการ ไดบ้ างสว่ น

นำเสนอ

­ ความพรอ้ มในการนำเสนอ

ความสวยงาม ­ ใช้สสี นั สวยงาม ­ ใชส้ ีสนั สวยงาม ­ ใชส้ สี นั สวยงามและมคี วาม ­ ใชส้ สี นั สวยงามหรือเปน็ ไป

­ มีความสะอาด ­ มคี วามสะอาด สะอาด ตามเกณฑอ์ ย่างใดอย่าง

­ มีความคิดสรา้ งสรรค์ ­ มีความคิดสรา้ งสรรค์ หน่งึ

­ ความเป็นระเบียบอ่านง่าย

การตรงตอ่ ส่งผลงานครบถว้ น ตรงตาม ส่งผลงานครบถว้ น แต่ช้ากวา่ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้ากวา่ ส่งผลงานครบถ้วน แตช่ า้ กวา่

เวลา เวลาทกี่ ำหนด เวลาท่กี ำหนด 5 นาที เวลาท่ีกำหนด 10 นาที เวลาที่กำหนด 15 นาที


ใบงาน เรื่อง กาแล็กซี (ตามแนวPISA)
อา่ นข้อความตอ่ ไปนี้แลว้ ตอบคำถาม


คำถามที่ 1 (3 คะแนน) ใช่ ไมใ่ ช่
จากข้อความต่อไปน้ี เป็นความจริง หรือไม่เปน็ ความจรงิ

ข้อความใดเป็นจรงิ ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมาย X ในช่อง “ใช”่
ข้อความใดไมเ่ ปน็ จรงิ ใหเ้ ขียนเครอื่ งหมาย X ในชอ่ ง “ไม่ใช่”
ขอ้ ท่ี ขอ้ ความ

1 ระบบดาวท่มี ีขนาดใหญ่ที่สุด คือ galaxy

2 กระจกุ ดาว คือ ดาวฤกษส์ องดาวหรือสามดวงทโ่ี คจรรอบกันอยู่

3 ระบบดาวคู่ คือดาวฤกษส์ องดวงหรอื มากกวา่ ทโ่ี คจรรอบกันอยู่

4 กาแล็กซีในเอกภพมเี พียง 3 กาแลก็ ซเี ท่าน้นั

5 ดวงอาทิตย์เป็นฤกษท์ ่ีอยู่ในที่ปลายแขนกงั หันของ Spiral
galaxy

6 ดาวฤกษส์ ว่ นมากบนท้องฟ้า อยูเ่ ปน็ ดาวดวงเดือนเท่าน้นั

(สมรรถนะ : การระบุปญั หาเชงิ วิทยาศาสตร)์

คำถามที่ 2 (1 คะแนน)
ขอ้ ใดไมใ่ ชก่ าแลก็ ซีในเอกภพ
1. กาแล็กซีรูปกังหัน
2. กาแล็กซรี ูปวงรี
3. กาแลก็ ซไี ร้รปู ทรง
4. กาแล็กซีรปู ทรง

ข้อ คำตอบ

(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฎการเชิงวิทยาศาสตร์)


คำถามท่1ี (3 คะแนน) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / แนวคำตอบ ใช่ ไม่ใช่
ขอ้ ที่ ข้อความ X X
X
1 ระบบดาวท่ีมีขนาดใหญ่ท่สี ุด คือ galaxy X X

2 กระจุกดาว คอื ดาวฤกษส์ องดาวหรอื สามดวงท่ีโคจรรอบกันอยู่ X

3 ระบบดาวคู่ คือดาวฤกษ์สองดวงหรือมากกว่าทโ่ี คจรรอบกันอยู่

4 กาแล็กซีในเอกภพมเี พียง 3 กาแลก็ ซเี ท่านั้น

5 ดวงอาทติ ย์เป็นฤกษ์ที่อยใู่ นท่ีปลายแขนกังหนั ของ Spiral
galaxy

6 ดาวฤกษ์สว่ นมากบนท้องฟ้า อยู่เป็นดาวดวงเดือนเท่านัน้

คะแนนเต็ม 3 คะแนน คะแนนเตม็ 2 คะแนน คะแนนเต็ม 1 คะแนน ไม่มคี ะแนน
ตอบถูก 3-0 ขอ้
ตอบถูกทั้ง 6 ข้อ : ใช่ ตอบถูก 5 ข้อ ตอบถกู 4 ข้อ

ไม่ใช่ ใช่ไม่ใช่ ใช่ ไมใ่ ช่

คำถามท่ี 2 (1 คะแนน) คำตอบ
ข้อ กาแล็กซรี ูปทรง

4

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

4 ดมี าก

3 ดี

2 พอใช้

0-1 ปรับปรงุ

นกั เรียนไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ขึน้ ไปถือว่า ผา่ น


ใบกจิ กรรม Diagra

คำชีแ้ จง ให้นักเรียนเขียน Diagram เก่ียวกับกาแลก็ ซี

............................... กาแล


am เร่ือง กาแล็กซี

ล็กซี .............................


แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 12 หนว่ ยย่อยท่ี 3
ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ กำเนดิ เอกภพและระบบสรุ ิยะ เวลา 2 ช่ัวโมง
เร่ือง วิวฒั นาการของดาวฤกษ์ ผู้สอน นางสาวจิรภญิ ญา ยอดวงศ์
วันทท่ี ำการสอน...................เดอื น....................................พ.ศ. ……………....

1. สาระสำคัญ 2. มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั
ววิ ฒั นาการดาวฤกษเ์ กิดจากกล่มุ แกส๊ ไฮโดรเจนขนาดใหญ่ ว 3.1 ม.5/4 อธิบายกระบวนการเกิดดาวฤกษโ์ ดยแสดงการ
ที่เรียกว่า เนบิวลา ยุบตัวลงช้าๆ ด้วยแรงโน้มถ่วงจาก เปลยี่ นแปลงความดัน อณุ หภมู ิขนาดจากดาวฤกษก์ อ่ นเกิดจนเป็น
ศูนย์กลาง อัตราการยุบตัวจะถูกเร่งให้เร็วขึ้น เมื่อใจกลางกลุ่ม ดาวฤกษ์
แก๊สมีขนาดใหญ่ขึ้น อุณหภูมิที่ใจกลางจะสูงขึ้น และมีความ ว 3.1 ม.5/7 อธบิ ายลำดับววิ ฒั นาการท่ีสัมพันธก์ ับมวลตั้งตน้ และ
หนาแน่นมากขึ้น จนใจกลางของกลุ่มแก๊สมีอุณหภูมิ 15 ล้าน วิเคราะหก์ ารเปลีย่ นแปลงสมบตั บิ างประการของดาวฤกษ์
องศาเคลวิน จะเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ เราจึงเริ่มต้นนับ
อายุของกลุ่มแก๊สน้วี ่า ดาวฤกษ์

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ช้ินงาน/ภาระงาน
- วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ - ใบงาน เรอ่ื ง วิวฒั นาการของดาวฤกษ์ (ตามแนวPISA)
- ใบงาน cause and Effect เรอื่ ง จะเปน็ อยา่ งไรถา้ โลกเรา

ไมม่ ดี าวฤกษ์

5. สมรรถนะของผู้เรียน 6. เครื่องมอื การคดิ
- cause and Effect
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

กิจกรรมการเรียนรู้

7. ข้นั ของกิจกรรม 8.สือ่ 9.วธิ กี ารวดั ผล

Do Now (3 นาที) ­ ใบงาน cause and ­ แบบประเมินใบ

“บอกสง่ิ ท่ีนักเรียนเห็นชดั ท่ีสดุ ตอนมองไปบนท้องฟ้าคืออะไรคนละ 1 อย่างห้ามซ้ำ Effect เรอื่ ง จะเปน็ ง า น cause and

กัน” อยา่ งไรถ้าโลกเราไม่มี Effect เรื่อง จะเป็น

Purpose (2 นาที) ดาวฤกษ์ อย่างไรถ้าโลกเราไม่

“เราจะเรียนเรอ่ื งววิ ฒั นาการดาวฤกษ์ เพ่อื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจและอธิบายเกดิ ดาวฤกษ์โดย มีดาวฤกษ์

แสดงการเปลี่ยนแปลงความดัน อุณหภูมิขนาดจากดาวฤกษ์ก่อนเกิดจนเป็นดาวฤกษ์ - ใบงาน เรื่อง

และวิวฒั นาการดาวฤกษไ์ ด้” ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์ ­ ประเมนิ ใบงาน

Work mode (110 นาท)ี (ตามแนวPISA) เร่อื ง วิวัฒนาการ

1. นักเรียนคดิ วเิ คราะหเ์ พอื่ ตอบคำถามดังต่อไปนี้ ของดาวฤกษ์ (ตาม

­ ดาวฤกษ์ดวงใดที่นกั เรียนร้จู ักดที ่สี ุด และมลี ักษณะสำคัญอย่างไร แนวPISA)

­ ดาวฤกษเ์ กดิ จากอะไร และเกิดขน้ึ ได้อยา่ งไร


(คดิ 1 : คิดวิเคราะห์) (สมรรถนะ 2) (10นาท)ี ­ คลิปวีดโี อ เรอื่ ง
2. นกั เรยี นดคู ลปิ วีดโี อเรอ่ื ง วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ (10นาที) วิวัฒนาการของดาวฤกษ์
3. จากทีน่ ักเรียนไดฟ้ งั ดูคลปิ วดี ีโอ เรอื่ ง วิวฒั นาการดาวฤกษ์ นักเรียนสามารถนำ https://www.youtub
e.com/watch?v=uyD
ความรทู้ ีไ่ ดไ้ ปโประโยชนไ์ ด้อย่างไร (คิด10 : คิดบรู ณาการ) (5นาท)ี _727rvTY
4. นกั เรียนศกึ ษาค้นควา้ หาความร้จู ากสอ่ื อนิ เตอร์เนต็ เรอ่ื ง วิวฒั นาการของดาวฤกษ์ ­ สื่อ Power point
เรอ่ื งดาวฤกษ์
(พอเพียง 3 การมีภมู คิ ้มุ กันท่ดี )ี (10นาที)
5. นกั เรียนทำใบงาน เรื่อง ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์ (ตามแนวPISA) (20 นาท)ี ­ สอื่ อนิ เตอรเ์ นต็
6. นักเรยี นฟงั ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ เร่อื ง ดาวฤกษ์ โดยใช้สอ่ื Power point (15 นาที)
7. นกั เรียนพิจารณาไตร่ตรองอย่างมเี หตุผล “จะเปน็ อย่างไรถา้ โลกเราไม่มดี าวฤกษ์”

ในรปู แบบของใบงาน Cause and Effect (คดิ 11 : คดิ อนาคต) ( 20 นาท)ี
8. ตัวแทนนกั เรียนออกมานำเสนอใบงาน cause and Effect เรอ่ื ง จะเปน็ อยา่ งไรถา้

โลกเราไมม่ ดี าวฤกษ์ (สมรรถนะ 4) (10นาที)
9. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั อภิปรายเกีย่ วกับววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ (10นาที)
ReflectiveThinking(5นาท)ี

1. บอก 2 ส่งิ ท่ีนักเรยี นไดร้ ับ (2นาท)ี
2. ข้อสอบ O­NET จำนวน 2 ข้อ (3นาท)ี


ขอ้ สอบ O-NET 2555

1. ในช่วงทเ่ี ป็นดาวฤกษ์เกดิ กอ่ นแรงโน้มถว่ งใหแ้ รงดนั ของกา๊ ซจึงมคี วามสมั พนั ธก์ นั อย่างไร
1. มีคา่ เท่ากัน
2. แรงโน้มถว่ งมคี า่ มากกว่า
3. แรงโน้มถว่ งมีค่านอ้ ยกวา่
4. ขอ้ มลู ไม่เพียงพอ

2. หน้าทีเ่ ปน็ ระบบส่วนใหญ่ของดาวฤกษ์คอื ธาตุอะไร
1. ธาตไุ ฮโดรเจน
2. ธาตไุ นโตรเจน
3. ธาตอุ อกซิเจน
4. ธาตคุ ารบ์ อน

อ้างอิง http://www.niets.or.th/th/content/view/4369


ใบงาน Cause and Effect

หัวขอ้ จะเปน็ อยา่ งไรถา้ โลกเราไมม่ ดี าวฤกษ์

คำช้ีแจง จงบอกผลทจี่ ะเกดิ ขน้ึ ตามสถานการณท์ ่ีกำหนดให้ตอ่ ไปน้ี โดยเขยี นมา 3 ด้าน

Cause (เหต)ุ : จะเปน็ อยา่ งไรถา้ โลกเราไมม่ ดี าวฤกษ์

Effect (ผล) Effect (ผล) Effect (ผล)

สรุปผล-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


แบบประเมินใบงาน Cause and Effect

คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Cause and Effect

ชื่อ-สกุล การแสดง เนื้อหา นำเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรุปผลการ
ลำดบั ที่ ของผรู้ ับการ ความ (4) (4) สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผ่าน/
คดิ เห็น (4)
ประเมิน (4) (4) ไมผ่ ่าน

ลงชอื่ ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง

นักเรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพที่ พอใช้ ข้ึนไปถือว่า ผ่าน


ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Cause and Effect

เกณฑก์ าร ระดบั การประเมนิ
ประเมิน
การแสดง 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรุง)
ความคิดเห็น ­ แสดงความคิดเห็น ­ ­ แสดงความคิดเห็น
­ แสดงความคดิ เหน็ ­ แสดงความคิดเหน็
ผลกระทบของปัญหา/เหตุ ผลกระทบของปญั หา/
การฌไ์ ด้ 10 ข้อข้นึ ไป ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปญั หา/ เหตกุ ารณไ์ ด้ นอ้ ยกว่า 6
ข้อ
เหตุการณไ์ ด้ 8­9 ข้อ เหตุการณไ์ ด้ 6­7 ขอ้

เน้ือหา ­ เนื้อหาครบถว้ นตามสาระท่ี ­ เนอื้ หาถูกตอ้ งตามสาระท่ี ­ เนอื้ หาถกู ต้องตามสาระท่ี ­ เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระที่

กำหนด 100% กำหนด 80­99% กำหนด 60­79% กำหนดตำ่ วา่ 59%

­ เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา ­ เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา ­ เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา ­ เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา

100% 80­99% 60­79% ตำ่ ว่า 59%

­ ลำดับหัวข้อเน้อื หาชดั เจน ­ ลำดบั หวั ขอ้ เน้ือหาชัดเจน ­ มกี ารสรปุ ไดอ้ ย่าง ­ มีการสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล

­ มีการสรุปได้อย่าง ­ มีการสรปุ ได้อยา่ ง สมเหตุสมผล 60­79% ตำ่ วา่ 59%

สมเหตสุ มผล 100% สมเหตุสมผล 80­99%

การนำเสนอ ­ พูดชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชดั ­ พูดชดั เจนเสียงดงั ฟังชดั ­ การพูดเหมาะสม ­ สามารถพูดนำเสนอได้

­ ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม ­ ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม ­ ใช้ภาษาทางการถูกต้องตาม ­ ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง

อกั ขระ100% อักขระ80­99% อักขระ60­79% ตามอักขระตำ่ วา่ 59%

­ บคุ ลิกภาพดีและมีความ ­ บุคลกิ ภาพดี ­ บุคลกิ ภาพเหมาะสม ­ บุคลกิ ภาพเหมาะสม

ม่นั ใจ ­ ความพรอ้ มในการนำเสนอ

­ มกี ารใชส้ อื่ ประกอบการ ได้บางส่วน

นำเสนอ

­ ความพรอ้ มในการนำเสนอ

ความสวยงาม ­ ใชส้ ีสันสวยงาม ­ ใชส้ ีสันสวยงาม ­ ใชส้ สี นั สวยงามและมคี วาม ­ ใช้สสี นั สวยงามหรือเป็นไป

­ มคี วามสะอาด ­ มคี วามสะอาด สะอาด ตามเกณฑ์อย่างใดอยา่ ง

­ มีความคิดสร้างสรรค์ ­ มีความคิดสร้างสรรค์ หนึง่

­ ความเป็นระเบียบอ่านงา่ ย

การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถว้ น ตรงตาม สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ ้ากวา่ ส่งผลงานครบถ้วน แต่ชา้ กว่า ส่งผลงานครบถ้วน แตช่ ้ากวา่

เวลา เวลาทีก่ ำหนด เวลาทก่ี ำหนด 5 นาที เวลาท่ีกำหนด 10 นาที เวลาที่กำหนด 15 นาที


ใบงาน เรื่อง ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ (ตามแนวPISA)

อ่านขอ้ ความตอ่ ไปนแี้ ลว้ ตอบคำถาม ใช่ ไมใ่ ช่
คำถามท่ี 1 (ข้อละ2 คะแนน)
พิจาราณาขอ้ ความขา้ งต้นตอ่ ปนี้

ข้อความใดเปน็ จรงิ ให้เขียนเครื่องหมาย X ในช่อง “ใช่”
ข้อความใดไม่เป็นจริง ให้เขียนเคร่ืองหมาย X ในชอ่ ง “ไม่ใช่”
ข้อท่ี ข้อความ

1 ดาวฤกษส์ ีแดงมีอณุ หภูมิของผวิ ดาวต่ำท่ีสุด
2 ดาวฤกษ์ท่ีอยู่ในกล่มุ ดาวเดียวกันอาจอย่หู ่างจากโลกเทา่ กัน

เพราะกลุ่มดาวฤกษ์เปน็ เพยี งภาพทีเ่ ห็นดาวอยู่ในทศิ ทางเดียวกนั
เทา่ นน้ั ไม่จำเป็นตอ้ งอยใู่ กลก้ ัน
3 เมือ่ ดาวฤกษ์ทมี่ วลมากๆ ถึงคราวหมดอายุขยั จะเกิดการระเบิด
เป็น ซูเปอรโ์ นวา
4 จุดจบของดาวฤกษ์คือซเู ปอร์โนวา
(สมรรถนะ : การระบุปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์)


คำถามที่ 2 (2 คะแนน)
ดาวฤกษแ์ ตล่ ะดวงมีความเหมือนและความแตกตา่ งกันในเร่ืองใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
(สมรรถนะ : ระบุประเด็นทางวิทยาศาสตร์)


คำถามที1่ (2 คะแนน) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / แนวคำตอบ ใช่ ไมใ่ ช่
ข้อที่ X X
ขอ้ ความ
X X
1 ดาวฤกษ์สีแดงมีอณุ หภมู ิของผิวดาวตำ่ ทีส่ ุด

2 ดาวฤกษ์ที่อยใู่ นกลุม่ ดาวเดียวกันอาจอยหู่ า่ งจากโลกเท่ากัน เพราะกลมุ่
ดาวฤกษ์เป็นเพยี งภาพทเี่ หน็ ดาวอยใู่ นทิศทางเดยี วกนั เท่าน้ัน ไม่
จำเป็นต้องอยู่ใกลก้ นั

3 เมื่อดาวฤกษ์ที่มวลมากๆ ถงึ คราวหมดอายุขัย จะเกิดการระเบดิ เป็น
ซูเปอร์โนวา

4 จดุ จบของดาวฤกษ์คอื ซูเปอรโ์ นวา

คะแนนเต็ม 2 คะแนน คะแนนเต็ม 1 คะแนน ไม่มคี ะแนน
ตอบถูกทงั้ 4 ข้อ : ใช่ ไม่ใช่ ใช่ ไม่ใช่ ตอบถกู 3 ขอ้ ตอบถกู 2-0 ขอ้

คำถามที่ 2 (2 คะแนน)

2 คะแนน 1 คะแนน 0 คะแนน
ตอบผดิ /ไมไ่ ดต้ อบคำตอบใดๆ
ดาวฤกษ์แต่ละดวงมีความเหมือนกันอยู่ 2 อย่าง ดาวฤกษ์แต่ละดวงมีความเหมือนกัน

คือ อยู่ 2 อยา่ ง คอื

1) มพี ลงั งานในตัวเอง 1) มพี ลังงานในตัวเอง

2) เป็นแหล่งกำเนิดธาตุต่างๆ เช่น ธาตุฮีเลียม 2) เป็นแหล่งกำเนิดธาตุต่างๆ เช่น

ลิเทียม และเบรลิ เลียม ธาตฮุ ีเลียม ลเิ ทยี ม และเบริลเลยี ม

ดาว ฤกษ์แต่ละดวงมีความแตกต่างกันดังนี้ คือ

มวล อุณหภูมิผิว สี อายุ องค์ประกอบทางเคมี

ขนาด ระยะห่าง ความสวา่ ง ระบบดาว และการ

วิวัฒนาการ

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
4 ดีมาก
3 ดี
2 พอใช้
0-1 ปรับปรุง


นกั เรียนได้ระดบั คุณภาพ พอใช้ ข้นึ ไปถือว่า ผา่ น


แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 13 หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3
ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ กำเนิดเอกภพและระบบสรุ ยิ ะ เวลา 2 ชว่ั โมง
เรื่อง อุณหภมู ิและเปกตรมั ความสอ่ งสวา่ งและโชติมาตรของดาวฤกษ์ ผสู้ อน นางสาวจริ ภญิ ญา ยอดวงศ์
วันท่ที ำการสอน...................เดือน....................................พ.ศ. ……………....

1. สาระสำคัญ 2. มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั
สีของดาวฤกษ์ จะขึ้นอยู่กับ อุณหภูมิพื้นผิวของดาวฤกษ์ ว 3.1 ม.5/5 ระบปุ จั จยั ทีส่ ง่ ผลตอ่ ความส่องสว่างของดาวฤกษ์และ
นั้น กล่าวคือ ดาวที่มีอุณหภูมพิ ื้นผวิ ตำ่ จะมีสีค่อนขา้ งแดง พวก อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหวา่ งความส่องสว่างกบั โชติมาตรของดาว
ที่มอี ณุ หภมู สิ งู จะมีสไี ปทางขาวหรือขาวแกมนำ้ เงิน ฤกษ์
ความสอ่ งสว่างเปน็ พลังงานที่ดาวฤกษ์ที่ปลดปล่อยออกมา ว 3.1 ม.5/6 อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหวา่ งสีอณุ หภมู ผิ วิ และ
ต่อหน่วยเวลา มีหน่วยเปน็ วตั ต์/ตารางเมตร แตเ่ นื่องจากดวงตา สเปกตรมั ของดาวฤกษ์
ของมนุษย์ไม่มีความละเอียดพอที่จะจำแนกพลังงานในระดับน้ี
ได้ นักดาราศาสตร์จึงกำหนดค่าเปรียบเทียบอันดับความสว่าง
ของดาวซ่ึงเรยี กว่า "โชติมาตร" (Magnitude)

3. สาระการเรียนรู้ 4. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- อณุ หภูมิและเปกตรมั ความส่องสวา่ งและโชตมิ าตร - ใบงานเรือ่ งสขี องดาวฤกษ์
- ใบงาน compare&contrast เร่ือง ความสอ่ งสว่างและ
ของดาวฤกษ์
โชตมิ าตรของดาวฤกษ์
- ใบงาน เรอ่ื ง แสงของดาว (ตามแนวPISA)

5. สมรรถนะของผ้เู รยี น 6. เครอื่ งมือการคิด
- compare&contrast
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

กิจกรรมการเรียนรู้

7. ขนั้ ของกิจกรรม 8.สอื่ 9.วธิ ีการวัดผล

Do Now (3 นาที) ­ ใบงาน ­ ประเมนิ ใบงาน

“บอกฤดทู ่นี ักเรยี นชอบมาก คนละ 1 ฤดูห้ามซ้ำกนั ” compare&contrast compare&contrast

Purpose (2 นาท)ี เรอื่ ง ความสอ่ งสว่างและ เรื่อง ความสอ่ งสว่าง

“เราจะเรียนเรื่องอุณหภูมิและเปกตรัม ความส่องสว่างและโชติมาตรของดาวฤกษ์ โชตมิ าตรของดาวฤกษ์ และโชตมิ าตรของดาว

เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับเรื่องอุณหภูมิและเปกตรัม ความส่องสว่าง ฤกษ์

และโชติมาตรของดาวฤกษ์ได้” - ใบงานเร่อื งสีของดาว

Work mode (110 นาที) ฤกษ์ - ประเมินใบงานเรอ่ื งสี

1. นกั เรยี นฟงั ครูอธิบาย เร่ือง อณุ หภมู แิ ละเปกตรัม ความส่องสวา่ งและโชตมิ าตร ของดาวฤกษ์

ของดาวฤกษ์ โดยใช้สื่อ Power point (15 นาที)

2. นักเรียนคดิ วเิ คราะห์เพือ่ ตอบคำถามดงั ตอ่ ไปนี้

­ ดาวฤกษแ์ ตล่ ะดวงมสี ีเหมือนกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร


­ เพราะเหตุใดเราจงึ มองเหน็ ดาวฤกษส์ ีตา่ ง ๆ ­ สอื่ การสอน Power ­ ประเมนิ ใบงาน เร่ือง
(คิด1 : คิดวิเคราะห์) (10นาที) pointเรือ่ ง อุณหภูมแิ ละ แสงของดาว (ตามแนว
3. นกั เรยี นสบื ค้นและศกึ ษาข้อมลู เรอื่ งอณุ หภูมแิ ละเปกตรัม ความส่องสวา่ งและ เปกตรัม ความส่องสวา่ ง PISA)
โชติมาตรของดาวฤกษ์ จากอินเตอรเ์ นต็ (พอเพียง 3 การมีภูมคิ ุ้มกนั ท่ีดใี นตวั ) และโชตมิ าตรของดาว
(15นาที) ฤกษ์
4.นักเรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง สขี องดาวฤกษ์ (15นาที)
5.ตวั แทนนักเรียนออกมาเฉลยใบงาน เรื่อง สขี องดาวฤกษ์ (10นาที) ­ ใบงาน เร่อื ง แสงของ
6. นักเรียนสรุปความร้ทู ี่ไดล้ งในใบงาน compare&contrast เพอ่ื เปรยี บเทียบ ดาว (ตามแนวPISA)
ความส่องสว่างและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ (คดิ 2 : คดิ เปรยี บเทียบ) (25นาที)
7. ตัวแทนนกั เรียนออกมานำเสนอ ใบงาน compare&contrast เร่อื ง ความสอ่ ง ­ สื่ออินเตอร์เนต็
สว่างและโชติมาตรของดาวฤกษ์ (สมรรถนะ 3) (5 นาที)
8. นักเรียนทำใบงาน เรือ่ ง แสงของดาว (ตามแนวPISA) (10 นาที)
9. นักเรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รายเกย่ี วกบั สขี องดาวฤกษ์ จะข้นึ อยกู่ ับ อณุ หภมู ิ
พื้นผวิ ของดาวฤกษ์อย่างไร และความส่องสว่างและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์
เหมือนหรือตา่ งกนั อยา่ งไรl(5นาที)

ReflectiveThinking(5นาท)ี

1. บอกหนง่ึ สิ่งท่นี ักเรยี นไดร้ บั ในช่ัวโมงน้ี (2นาท)ี
2. ขอ้ สอบ O­NET ปี 2555 จำนวน 2 ขอ้ (3นาที)


ขอ้ สอบ O-NET 2555
1. เราจะใชค้ า่ โชติมาตรใดมาเปรียบเทียบความสวา่ งจรงิ ๆของดาวฤกษ์

1. โชติมาตรตามทฤษฎี
2. โชติมาเปรยี บเทียบ
3. โชติมาตรปรากฏ
4. โชตมิ าตรสมบูรณ์
2. ตรวจเลขทน่ี ักดาราศาสตรก์ ำหนดขนึ้ เพ่ือเปรียบเทียบความสวา่ งของดาวฤกษค์ ืออะไร
1. แมกนิจูด
2. โชติมาตร
3. อันดบั ความสว่าง
4. ถูกทกุ ข้อ
อา้ งองิ http://www.niets.or.th/th/content/view/4369


ใบงานเรือ่ งสีของดาวฤกษ์

สมาชกิ
1……………………………………………………………………เลขท่.ี ......................ชนั้ ......................
2……………………………………………………………………เลขที.่ ......................ชน้ั ......................
3……………………………………………………………………เลขท.่ี ......................ชั้น......................

วิธีทำ
สังเกตความส่องสวา่ งและสีของดาวฤกษแ์ ต่ละดวงในกลุ่มดาวนายพราน (คนไทยเรยี นดาวเต่า)

บนั ทึกผลการสงั เกต

ผลการสังเกต
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................


เกณฑก์ ารประเมนิ

คะแนนเตม็ 3 คะแนนเตม็ 2 คะแนนเตม็ 1 คะแนนเตม็ 0
ดาวฤกษม์ สี แี ตกต่างกนั บาง ดาวฤกษม์ ีสีแตกตา่ งกนั บาง ดาวฤกษม์ สี ีแตกตา่ งกนั บาง ดาวฤกษ์มีสีแตกตา่ งกนั บาง
ดวงสีน้ำเงิน บางดวงสขี าว ดวงสีน้ำเงิน บางดวงสขี าว ดวงสนี ำ้ เงิน บางดวงสขี าว ดวงสนี ้ำเงิน บางดวงสขี าว

บางดวงสแี ดง นกั ดารา บางดวงสีแดง นกั ดารา บางดวงสีแดง นกั ดารา บางดวงสแี ดง
ศาสตร์พบวา่ สีของดาวฤกษ์ ศาสตร์พบว่าสีของดาวฤกษ์ ศาสตรพ์ บว่าสีของดาวฤกษ์
เปลยี่ นแปลงตามอณุ หภมู ิ เปลีย่ นแปลงตามอณุ หภมู ิ เปลยี่ นแปลงตามอณุ หภมู ิผิว
ผิวต้งั แตส่ แี ดงจนถงึ สีนำ้ เงิน ผิวตง้ั แต่สีแดงจนถงึ สนี ำ้ เงนิ
ซึ่งจะใหแ้ สงท่ีมสี เปกตมั
ซึ่ง
ต่างกัน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดีมาก

2 ดี

1 พอใช้

0 ปรับปรงุ

นักเรียนไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ขึ้นไปถือวา่ ผ่าน


แบบประเมินใบงาน Compare & Contrast

คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน compare & contrast

ลำดบั ที่ ช่ือ-สกลุ การเขยี น เน้อื หา ความสะอาด การ การตรง รวม สรปุ ผลการ
ของผู้รับการ ขอ้ (4) เรียบร้อย นำเสนอ ตอ่ เวลา 20 คะแนน ประเมิน
ของงาน ผ่าน/ไมผ่ ่าน
ประเมิน เปรยี บเทียบ (4) (4)
(4) (4)

ลงชือ่ ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

18 ­ 20 ดีมาก

14 ­ 17 ดี

10 ­ 13 พอใช้

ต่ำกวา่ 10 ปรบั ปรุง

นักเรียนไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ข้ึนไปถอื วา่ ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Compare & Contrast

เกณฑ์การ ระดับการประเมิน
ประเมิน
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )


การเขียน ­ เขยี นข้อเปรยี บเทียบ ­ เขียนข้อเปรยี บเทยี บ ­ เขยี นขอ้ เปรยี บเทียบสง่ิ ท่ี ­ เขยี นข้อเปรียบเทียบส่งิ
ขอ้ สิง่ ท่เี หมือน และต่างไดต้ รง
ตามประเด็นทีก่ ำหนด /หัวข้อ ส่งิ ท่ีเหมือน และตา่ งได้ตรงตาม เหมือนและตา่ งไดต้ รงตาม ท่ีเหมอื นและต่างได้ตรง
เปรียบเทียบ อย่างถูกต้องสมบรู ณ์ 100 %
ประเดน็ ท่ีกำหนด /หัวข้อ ประเดน็ ทกี่ ำหนด/หวั ข้อ ได้ ตามประเดน็ ท่กี ำหนด/
เนือ้ หา ­ เนอื้ หาครบถว้ นตามสาระท่ี
กำหนด 100% ไดถ้ ูกตอ้ ง 80­99% ถกู ตอ้ ง 60­79% หวั ขอ้
ความสะอาด ­ เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
เรยี บร้อย 100% ได้ถกู ตอ้ งตำ่ กวา่ 59%
ของงาน ­ ลำดบั หัวข้อเน้ือหาชดั เจน
­ มีการสรปุ ได้อย่าง ­ เนือ้ หาถูกตอ้ งตามสาระท่ี ­ เนื้อหาถูกต้องตามสาระที่ ­ เนื้อหาถกู ต้องตาม
สมเหตุสมผล 100%
กำหนด 80­99% กำหนด 60­79% สาระทกี่ ำหนดตำ่ กว่า
­ มีความสะอาด
­ ขนาดตัวอักษรเหมาะสม ­ เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา ­ เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก 59%
­ มกี ารเว้นชอ่ งวา่ งระหว่าง
80­99% ภาษา 60­79% ­ เขยี นถูกตอ้ งตามหลัก
วรรคเหมาะสม สวยงาม
­ ความเป็นระเบียบอ่านงา่ ย ­ ลำดับหัวขอ้ เน้ือหาชดั เจน ­ มกี ารสรปุ ไดอ้ ยา่ ง ภาษาตำ่ กวา่ 59%

­ มกี ารสรปุ ไดอ้ ยา่ ง สมเหตสุ มผล 60­79% ­ มีการสรุปไม่

สมเหตุสมผล 80­99% สมเหตุสมผลต่ำกว่า

59%

­ มคี วามสะอาด ­ มคี วามสะอาด ­ มีความสะอาด หรอื

­ ขนาดตวั อักษรเหมาะสม ­ ขนาดตัวอกั ษรเหมาะสม เปน็ ไปตามเกณฑ์อย่าง

­ มกี ารเว้นชอ่ งวา่ งระหว่าง ใดอย่างหน่ึง

วรรคเหมาะสม สวยงาม

การนำเสนอ ­ พดู ชัดเจนเสยี งดังฟงั ชดั ­ พดู ชดั เจนเสยี งดงั ฟงั ชัด ­ การพูดเหมาะสม ­ สามารถพดู นำเสนอได้
­ ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ งตาม ­ ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม ­ ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง ­ ใช้ภาษาทางการถกู ต้อง
อักขระ100% อกั ขระ 80­99% ตามอักขระ60­79% ตามอักขระตำ่ กว่า 59%
­ บุคลิกภาพดี ­ บคุ ลกิ ภาพดี ­ บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม ­ บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
­ ความพร้อมในการนำเสนอได้
และมคี วามมน่ั ใจ บางส่วน ­ ส่งผลงานครบถว้ น
­ มกี ารใชส้ ือ่ ประกอบ แตช่ ้ากว่าเวลาที่
การนำเสนอ กำหนด 15 นาที
­ ความพร้อมในการนำเสนอ

การตรงต่อ ­ สง่ ผลงานครบถ้วน ­ สง่ ผลงานครบถ้วน ­ ส่งผลงานครบถว้ น
เวลา ตรงตามเวลาทก่ี ำหนด แตช่ ้ากวา่ เวลาทกี่ ำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกำหนด
5 นาที 10 นาที


ใบงาน เร่ือง แสงของดาว (ตามแนวPISA)
อา่ นข้อความต่อไปนแ้ี ลว้ ตอบคำถาม

คำถามที่ 1 (1 คะแนน)
ทําไมจงึ สามารถมองเหน็ ดาวไดเปนจํานวนมากในชนบทเม่ือเทียบกบั ในเมอื งใหญ
1. ในเมอื งมดี วงจันทรทส่ี วางกว่าและบดบงั แสงจากดาวอน่ื ๆ
2. ในชนบทมีฝ่ึนอยู่ในอวกาศมากถงึ จะสะท้อนแสงได้ดีกวา่ ในเมือง
3. ความสว่างของแสงไฟในเมอื งทำให้มองเหน็ ดาวไดย้ าก
4. อากาศในเมอื งอบอนุ่ กว่าเน่อื งจากการปล่อยความร้อนจากรถยนต์ เครือ่ งจกั ร และบ้านเรอื น
ข้อ คำตอบ

(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฎการเชงิ วิทยาศาสตร์)

คำถามท่ี 2 (1 คะแนน)
ธงชยั ใชกลองโทรทรรศนทีเ่ ลนส์มเี สนผานศูนยกลางขนาดใหญส่องดูดาวท่มี ีความสว่างนอย ทําไมการ

ใชกลองโทรทรรศนท่เี ลนสมีเสนผานศนยู กลางขนาดใหญจงึ ทาํ ใหสังเกตเห็น ดาวทมี่ ีความสว่างนอ้ ยได
1. เลนสทีม่ ขี นาดใหญขึ้นจะรบั แสงไดมากขึ้น
2. เลนสทีม่ ีขนาดใหญขน้ึ จะมีกำลังขยายมากขึ้น
3. เลนสขนาดใหญจะทำให้มองเห็นทองฟาได้มากข้ึน
4. เลนสขนาดใหญจะสามารถรบั สเี ขมจากดาวได
ข้อ คำตอบ

(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฎการเชิงวิทยาศาสตร์)


คำถามที่ 3 (2 คะแนน)
ทกุ ๆปมี ีคนประมาณหา้ ล้านคนไปเที่ยวอุทยานห่งชาติแกรนด์แคนยอน มคี วามกังวลกันว่าจะมคี วาม

เสยี หายท่ีเกดิ กับอทุ ยานเน่ืองจากมคี นไปเทยี่ วจำนวนมาก
ข้อความใดเปน็ จรงิ ใหเ้ ขียนเครือ่ งหมาย X ในช่อง “ใช่”
ข้อความใดไมเ่ ป็นจริง ให้เขียนเครอ่ื งหมาย X ในชอ่ ง “ไม่ใช่”

ข้อที่ ข้อความ ใช่ ไม่ใช่
1 ธงชัยไม่ชอบดดู าว
2 ไฟในเมืองทำใหเ้ ราไมเ่ หน็ ดาว
3 ธงชยั เหน็ ดวงดาวมากในเมือง
4 เขาสงั เกตเห็นดวงดาวเปน็ จำนวนมากซงึ่ เขาไม่สามารถมองเหน็

ได้เมืองอยาในเมือง
(สมรรถนะ : การระบปุ ญั หาเชิงวิทยาศาสตร์)


เกณฑ์การใหค้ ะแนน / แนวคำตอบ

คำถามท่ี 1 (1 คะแนน) คำตอบ
ข้อ ความสวา่ งของแสงไฟในเมืองทำให้มองเห็นดาวได้
3
ยาก

คำถามที่ 2 (1 คะแนน)

ขอ้ คำตอบ
2 เลนสท่มี ีขนาดใหญข้ึนจะมีกำลังขยายมากขึ้น

คำถามท3ี่ (2 คะแนน) ใช่ ไมใ่ ช่
ข้อที่ ข้อความ X X
1 ธงชยั ไม่ชอบดูดาว X
2 ไฟในเมอื งทำให้เราไม่เห็นดาว X
3 ธงชัยเห็นดวงดาวมากในเมือง
4 เขาสงั เกตเห็นดวงดาวเปน็ จำนวนมากซ่งึ เขาไมส่ ามารถมองเหน็
ไดเ้ มืองอยาในเมือง

คะแนนเตม็ 2 คะแนน คะแนนเต็ม 1 คะแนน ไม่มีคะแนน
ตอบถูกทั้ง 4 ข้อ : ใช่ ใช่ ไม่ใช่ ตอบถูก 3 ข้อ ตอบถูก 2-0 ข้อ
ใช่

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

4 ดีมาก

3 ดี

2 พอใช้

0­1 ปรับปรงุ

นกั เรียนไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ ขนึ้ ไปถือว่า ผา่ น


Click to View FlipBook Version