๑๔๔ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ส๑๖๒๓๖ หน้าที่พลเมือง ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นให้มีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การสนทนา การปฏิบัติตน ตามกาลเทศะ และการต้อนรับผู้มาเยือน มีส่วนร่วมและชักชวนผู้อื่นให้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยใน ตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระท าของตนเอง เห็นคุณค่ าและแนะน าผู้อื่นให้แสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ด้วยการใช้สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ และสาธารณสมบัติปฏิบัติตน เป็นศาสนิกชนที่ดีปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรื่อง ความใฝุรู้ความกตัญญู หลักการทรงงาน ในเรื่ององค์รวมและท าให้ง่าย และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความรู้ตั้งใจ ปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระท าของตนเอง ปฏิบัติตนและแนะน าผู้อื่นให้ปฏิบัติตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบของห้องเรียนและโรงเรียน ในการ ใช้และดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใช้วัสดุอุปกรณ์และสถานที่ของส่วนรวม เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามบทบาท หน้าที่ของการเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียนและโรงเรียน ด้วยการเป็นผู้น าและการเป็นสมาชิกที่ดีการยึดถือ ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นส าคัญ การใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ มีส่วนร่วมและ รับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความ ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความรู้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระท าของ ตนเอง ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา และ สิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติและพึ่งพากัน ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยา วาจาดูหมิ่น ผู้อื่น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแบ่งปัน วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทย ในเรื่องการการ ละเมิดสิทธิการรักษาสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสันติวิธีปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ใน เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระท าของตนเอง โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และ กระบวนการแก้ปัญหา
๑๔๕ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความรัก ชาติยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่าง สันติสามารถจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและมีวินัยในตนเอง ผลการเรียนรู้ ,.๑ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นให้มีมารยาทไทย ๑.๑มีส่วนร่วมและชักชวนผู้อื่นให้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑.๑มีส่วนร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๔.๑เห็นคุณค่าและแนะน าผู้อื่นให้แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๕.๑ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๖.๑ปฏิบัติตนและแนะน าผู้อื่นให้ปฏิบัติตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบของห้องเรียนและโรงเรียน ๗.๑เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรม ของห้องเรียนและโรงเรียน ๘.๑ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทยและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติและ พึ่งพา ซึ่งกันและกัน ๙.๑วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ,๐.๑ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๔๖ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๑๔๗ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมแนะแนว
๑๔๘ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน : กิจกรรมแนะแนว ระดับประถมศึกษา ที่ ชื่อวิชา ระดับชั้น จ านวนชั่วโมง/ปี , กิจกรรมแนะแนว๑1 ป., ๔๐ ๑ กิจกรรมแนะแนว๑๑ ป.๑ ๔๐ ๑ กิจกรรมแนะแนว๑๑ ป.๑ ๔๐ 4 กิจกรรมแนะแนว๑4 ป.๔ ๔๐ 5 กิจกรรมแนะแนว๑5 ป.๕ ๔๐ 6 กิจกรรมแนะแนว๑6 ป.๖ ๔๐
๑๔๙ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมแนะแนว ก ๑๑๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๑ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง บอกชื่อและหน้าที่ของส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายตนเองได้ถูกต้อง๑ระบุส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายที่ตนเอง พอใจพร้อมเหตุผล๑และรับรู้ในส่วนของร่างกายที่เพื่อนพอใจ๑ดูแลรักษาส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายทั้งของตนเอง และเพื่อนให้ปลอดภัย บอกอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้๑รับรู้ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพื่อน๑ ยอมรับความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพื่อน๑ระบุงานและกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนที่ชอบและไม่ ชอบ๑รวมทั้งการรับรู้ความชอบและไม่ชอบของเพื่อนในชั้นเรียน บอกอาชีพของพ่อแม่๑บอกความหมายของเครื่องหมาย๑สัญลักษณ์ที่แสดงถึงคุณภาพด้านการเรียนของ ตน ดูแลตัวเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน๑รู้จักสังเกต๑ตั้งค าถาม๑และแสวงหาค าตอบ๑รู้เท่าทันอารมณ์ของ ตนเอง๑และเป็นผู้ฟังที่ดี ผลการเรียนรู้ 1. เรียกชื่อส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายได้ถูกต้อง ๑.๑ระบุส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายที่ตนเองพอใจพร้อมเหตุผล๑ และรับรู้ในส่วนของร่างกายที่เพื่อนพอใจ ๑.๑ดูแลส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายทั้งของตนเองและเพื่อนให้ปลอดภัย ๔.๑บอกอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้ ๕.๑รับรู้ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพื่อน ๖.๑ยอมรับความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพื่อน ๗.๑ระบุงานและกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนที่ชอบและไม่ชอบ๑รวมทั้งการรับรู้ความชอบและไม่ชอบ ของเพื่อนในชั้นเรียน ๘.๑บอกอาชีพของพ่อแม่ ๙.๑บอกความหมายของเครื่องหมาย๑ สัญลักษณ์ที่แสดงถึงคุณภาพด้านการเรียนของตน ,๐.๑ดูแลตัวเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน ,,.๑รู้จักสังเกต๑ตั้งค าถาม๑และแสวงหาค าตอบ ,๑.๑รู้เท่าทันอารมณ์ ,๑.๑เป็นผู้ฟังที่ดี รวมทั้งหมด ๑๓ ผลการเรียนรู้
๑๕๐ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมแนะแนว ก ๑๒๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๒ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง อธิบายหน้าที่ของส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายได้ถูกต้อง๑ดูแลรักษาส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายทั้งของตนเอง และเพื่อให้ปลอดภัย บอกอารมณ์๑ความรู้สึกของตนและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของครู๑เพื่อนในห้องเรียนและสมาชิกใน ครอบครัว รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของตนเองและเพื่อน๑ยอมรับความแตกต่างด้านอารมณ์๑จิตใจของตนเองและ เพื่อน บอกอาชีพในชุมชน๑บอกความหมายผลการเรียนของตน๑ระบุวิชาที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับดีและที่ ต้องปรับปรุง แสดงพฤติกรรมที่แสดงถึงความมีเมตตา๑แบ่งปันของกินของใช้๑วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ข่าวสารได้สมเหตุสมผล๑ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้๑ และใช้ภาษาและกิริยาที่เหมาะสมในการสื่อสาร ผลการเรียนรู้ ๑.๑ดูแลรักษาส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายทั้งของตนเองและเพื่อให้ปลอดภัย ๑.๑บอกอารมณ์๑ ความรู้สึกของตนและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของครู๑ เพื่อนในห้องเรียนและสมาชิก ๑๑๑๑๑ในครอบครัว ๔.๑รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของตนเองและเพื่อน ๕.๑ยอมรับความแตกต่างด้านอารมณ์๑ จิตใจของตนเองและเพื่อน ๖.๑บอกอาชีพในชุมชน ๗.๑บอกความหมายผลการเรียนของตน ๘.๑ระบุวิชาที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับดีและที่ต้องปรับปรุง ๙.๑แสดงพฤติกรรมที่แสดงถึงความมีเมตตา๑ แบ่งปันของกินของใช้ ,๐.๑วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารได้สมเหตุสมผล ,,.๑ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ,๑.๑ใช้ภาษาและกิริยาที่เหมาะสมในการสื่อสาร รวมทั้งหมด ๑๒ ผลการเรียนรู้
๑๕๑ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมแนะแนว ก ๑๓๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๓ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง บอกประโยชน์ของส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายได้ถูกต้อง๑รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย๑ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ระบุสาเหตุของการเกิดอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและเพื่อน๑ยอมรับความแตกต่างด้านอารมณ์๑ จิตใจของตนเองและเพื่อน๑รับรู้อารมณ์๑ความรู้สึกของครู๑เพื่อนต่างห้องเรียน๑และสมาชิกในครอบครัว๑แสดง ความคิดและแสดงออกด้านอารมณ์ที่มีต่อสถานการณ์ต่าง๑ๆ๑ได้อย่างเหมาะสม๑รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา๑ ค านึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นในการสื่อสาร ระบุความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถด้านการเรียนของตนเองพร้อมเหตุผล๑รับรู้ความสนใจ๑ความ ถนัด ความสามารถด้านการเรียนของเพื่อนพร้อมเหตุผล๑ยอมรับความแตกต่างด้านความสนใจ๑ความถนัด๑ ความสามารถทางการเรียนของตนเองและเพื่อน๑ ยอมรับความแตกต่างด้านบุคลิกภาพของตนเองและเพื่อน บอกอาชีพที่หลากหลาย๑บอกพฤติกรรมของตนเองที่ช่วยให้ผลการเรียนดี๑ระบุพฤติกรรมที่จะ น ามาใช้ในการปรับตัวด้านการเรียนให้มีผลการเรียนระดับดีขึ้นไป๑และมีความพร้อมส าหรับการประเมิน ระดับชาติ๑รวมทั้งประเมินสถานการณ์และน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ผลการเรียนรู้ 1. บอกประโยชน์ของส่วนต่าง๑ๆ๑ของร่างกายได้ถูกต้อง ๑.๑รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ๑.๑ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ๔.๑ระบุสาเหตุของการเกิดอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและเพื่อน ๕.๑ยอมรับความแตกต่างด้านอารมณ์๑ จิตใจของตนเองและเพื่อน ๖.๑รับรู้อารมณ์๑ความรู้สึกของครู๑เพื่อนต่างห้องเรียน๑และสมาชิกในครอบครัว ๗.๑แสดงความคิดและแสดงออกด้านอารมณ์ที่มีต่อสถานการณ์ต่าง๑ ๆ๑ได้อย่างเหมาะสม ๘.๑รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ๙.๑ค านึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นในการสื่อสาร ,๐.๑ระบุความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถด้านการเรียนของตนเองพร้อมเหตุผล ,,.๑รับรู้ความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถด้านการเรียนของเพื่อนพร้อมเหตุผล ,๑.๑ยอมรับความแตกต่างด้านความสนใจ๑ ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียนของตนเอง ๑๑๑๑๑และเพื่อน ,๑.๑ยอมรับความแตกต่างด้านบุคลิกภาพของตนเองและเพื่อน ,๔.๑บอกอาชีพที่หลากหลาย
๑๕๒ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ,๕.๑บอกพฤติกรรมของตนเองที่ช่วยให้ผลการเรียนดี ,๖.๑ระบุพฤติกรรมที่จะน ามาใช้ในการปรับตัวด้านการเรียนให้มีผลการเรียนระดับดีขึ้นไป๑และมีความ พร้อมส าหรับการประเมินระดับชาติ ,๗.๑ประเมินสถานการณ์และน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน รวมทั้งหมด ๑๗ ผลการเรียนรู้
๑๕๓ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมแนะแนว ก ๑๔๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๔ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย๑บอกความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด๑ ความรู้สึก๑อารมณ์ของครู๑เพื่อน๑และสมาชิกในครอบครัว๑จ าแนกความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ที่ดีและไม่ดีของ ตนเองและผู้อื่น อธิบายบุคลิกภาพของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพของเพื่อน๑รับได้กับบุคลิกภาพของตนเอง๑ยอมรับใน สิ่งที่ผู้อื่นเป็นด้านบุคลิกภาพ๑พอใจในสิ่งที่ดีของตนเองด้านร่างกาย๑ความคิด๑อารมณ์๑และจิตใจ๑ชื่นชมสิ่งที่ดี ของผู้อื่น๑ด้านร่างกาย๑ความคิด๑อารมณ์๑และจิตใจ๑ยอมรับสิ่งที่ตนเองมีในด้านความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถ ทางการเรียน๑เข้าใจผู้อื่นในด้านความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียน บอกลักษณะของอาชีพที่สนใจ๑บอกคุณลักษณะของตนเองที่สอดคล้องกับอาชีพที่สนใจ๑วิเคราะห์ผลการ เรียนของตนแต่ละรายวิชา๑ และระบุวิธีการพัฒนารายวิชาที่ผลการเรียนยังไม่เป็นที่พอใจ๑ มีจินตนาการและมีความสามารถในการคิดเชื่อมโยง๑มีวิธีผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดให้กับ ตนเอง๑รู้จักแสดงความคิด๑ความรู้สึกชื่นชมการกระท าที่ดีงามให้ผู้อื่นรับรู้ มีมารยาทในการสื่อสารกับผู้อื่น๑ชื่นชมความส าเร็จ๑ความสามารถและการกระท าที่ดีงามของ ผู้อื่นด้วยค าพูด๑ภาษากาย๑และสัญลักษณ์๑ควบคุมความคิดและอารมณ์ของตนเองได้๑และมีวิธีสร้างความมั่นคงใน อารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ๑.๑บอกความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ของครู๑เพื่อน๑และ สมาชิกในครอบครัว ๑.๑จ าแนกความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ที่ดีและไม่ดีของตนเองและผู้อื่น ๔.๑อธิบายบุคลิกภาพของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพของเพื่อน ๕.๑รับได้กับบุคลิกภาพของตนเอง ๖.๑ยอมรับในสิ่งที่ผู้อื่นเป็นด้านบุคลิกภาพ ๗.๑พอใจในสิ่งที่ดีของตนเองด้านร่างกาย๑ ความคิด๑อารมณ์๑และจิตใจ ๘.๑ชื่นชมสิ่งที่ดีของผู้อื่น๑ด้านร่างกาย๑ความคิด๑อารมณ์๑และจิตใจ ๙.๑ยอมรับสิ่งที่ตนเองมีในด้านความสนใจ๑ ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียน ,๐.๑เข้าใจผู้อื่นในด้านความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียน ,,.๑บอกลักษณะของอาชีพที่สนใจ ,๑.๑บอกคุณลักษณะของตนเองที่สอดคล้องกับอาชีพที่สนใจ
๑๕๔ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ,๑.๑วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชา ,๔.๑ระบุวิธีการพัฒนารายวิชาที่ผลการเรียนยังไม่เป็นที่พอใจ ,๕.๑มีจินตนาการและมีความสามารถในการคิดเชื่อมโยง ,๖.๑มีวิธีผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดให้กับตนเอง ,๗.๑รู้จักแสดงความคิด๑ความรู้สึกชื่นชมการกระท าที่ดีงามให้ผู้อื่นรับรู้ ,๘.๑มีมารยาทในการสื่อสารกับผู้อื่น ,๙.๑ชื่นชมความส าเร็จ๑ความสามารถและการกระท าที่ดีงามของผู้อื่นด้วยค าพูด๑ภาษากาย๑และ ๑๑๑๑๑๑สัญลักษณ์ ๑๐.๑ควบคุมความคิดและอารมณ์ของตนเองได้ ๑,.๑มีวิธีสร้างความมั่นคงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งหมด ๒๑ ผลการเรียนรู้
๑๕๕ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมแนะแนว ก ๑๕๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๕ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๔๐ ชั่วโมง รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย๑ระบุบุคลิกภาพที่ดีและไม่ดีของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพที่ ดีและไม่ดีของเพื่อน๑ ภูมิใจในบุคลิกภาพด้านดีของตน๑ชื่นชมบุคลิกภาพด้านดีของผู้อื่น แสดงออกถึงความมั่นใจในสิ่งที่ดีของตนเอง๑ด้านร่างกาย๑ความคิด๑อารมณ์๑และจิตใจ๑รู้เท่าทัน ความคิดและอารมณ์ของตนเอง๑ จัดการกับความคิดและอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม บอกวิชาที่ตนเองถนัดอย่างมีเหตุผล๑รับรู้วิชาที่เพื่อนถนัดพร้อมเหตุผล๑ภูมิใจในคุณค่าของตนเองใน ด้านความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียน๑และอาชีพ๑ชื่นชมในคุณค่าของผู้อื่นในด้านความสนใจ๑ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน๑และอาชีพ๑ บอกอาชีพที่ตนสนใจ๑บอกคุณสมบัติของบุคคลที่ประกอบอาชีพ๑ศึกษาข้อมูลด้านอาชีพที่กว้างและ ลึกซึ้งมากขึ้น๑รับรู้ความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ของผู้ที่ตนคบหาสมาคม๑วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละ รายวิชาและปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนในรายวิชาที่มีผลการเรียนไม่เป็นที่พอใจ วิพากษ์๑วิจารณ์๑บนพื้นฐานของข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง๑การยุติข้อขัดแย้งในกลุ่มเพื่อนด้วยสันติวิธี๑ อาสาท างานเพื่อส่วนรวมและสังคม๑รู้จักปฏิเสธ๑ต่อรอง๑และร้องขอความช่วยเหลือในสถานการณ์เสี่ยง แสดงออกถึงพฤติกรรมที่ดีในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น๑ ตลอดจนรับฟังและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ผลการเรียนรู้ 1. รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ๑.๑ระบุบุคลิกภาพที่ดีและไม่ดีของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพที่ดีและไม่ดีของเพื่อน ๑.๑ภูมิใจในบุคลิกภาพด้านดีของตน ๔.๑ชื่นชมบุคลิกภาพด้านดีของผู้อื่น ๕.๑แสดงออกถึงความมั่นใจในสิ่งที่ดีของตนเอง๑ ด้านร่างกาย๑ความคิด๑อารมณ์๑และจิตใจ ๖.๑รู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของตนเอง ๗.๑จัดการกับความคิดและอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ๘.๑บอกวิชาที่ตนเองถนัดอย่างมีเหตุผล ๙.๑รับรู้วิชาที่เพื่อนถนัดพร้อมเหตุผล ,๐.๑ภูมิใจในคุณค่าของตนเองในด้านความสนใจ๑ ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียน๑และอาชีพ ,,.๑ชื่นชมในคุณค่าของผู้อื่นในด้านความสนใจ๑ ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียน๑และอาชีพ ,๑.๑บอกอาชีพที่ตนสนใจ ,๑.๑บอกคุณสมบัติของบุคคลที่ประกอบอาชีพ
๑๕๖ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ,๔. ศึกษาข้อมูลด้านอาชีพที่กว้างและลึกซึ้งมากขึ้น ,๕.๑รับรู้ความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ของผู้ที่ตนคบหาสมาคม ,๖.๑วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชาและปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนในรายวิชาที่มีผลการ เรียน ไม่เป็นที่พอใจ ,๗.๑วิพากษ์๑วิจารณ์๑บนพื้นฐานของข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง ,๘.๑ยุติข้อขัดแย้งในกลุ่มเพื่อนด้วยสันติวิธี ,๙.๑อาสาท างานเพื่อส่วนรวมและสังคม ๑๐.๑รู้จักปฏิเสธ๑ต่อรอง๑และร้องขอความช่วยเหลือในสถานการณ์เสี่ยง ๑,.๑แสดงออกถึงพฤติกรรมที่ดีในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ๑๑.๑รับฟังและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมทั้งหมด ๒๒ ผลการเรียนรู้
๑๕๗ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมแนะแนว ก ๑๖๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๖ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง รับรู้ความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ของคู่สนทนา๑แสดงออกถึงความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง๑ด้านความ สนใจ ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียนและอาชีพ๑เชื่อมั่นในคุณค่าของผู้อื่นด้านความสนใจ๑ความถนัด๑ ความสามารถทางการเรียนและอาชีพ๑แสดงออกถึงความมั่นใจในบุคลิกภาพด้านดีของตนเอง๑รวมทั้งเชื่อมั่นใน คุณค่าของผู้อื่นด้านบุคลิกภาพ มีข้อมูลโลกกว้างทางด้านการศึกษา๑มีแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ๑พิจารณาความเหมาะสมของ ตนกับอาชีพที่สนใจ๑ระบุอาชีพที่ตนเองสนใจ๑วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชา๑โดยเฉพาะวิชา ที่ต้อง ใช้ประเมินระดับชาติ๑และการเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้น๑และเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อความพร้อมในการเข้าเรียน ต่อ ปฏิบัติตามกฎ๑กติกา๑และระเบียบของสังคม๑ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว๑โรงเรียน๑และ ประเทศชาติ๑มีวิธีสร้างความมั่นคงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม๑มีคุณธรรมที่เหมาะสมกับวัย๑เช่น๑ ซื่อสัตย์กตัญญูกตเวที๑เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่๑มีน้ าใจ๑มีจิตส านึกเพื่อส่วนรวม๑สามัคคี๑ฯลฯ๑มีจิตอาสา๑และท ากิจกรรมที่ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม รู้จักวิธีการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่ถูกต้อง๑ปฏิบัติกิจกรรมที่ท าแล้วมีความสุข๑ผู้อื่นไม่เดือดร้อน๑ตลอด ถึงให้ความร่วมมือและท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ ผลการเรียนรู้ 1. รับรู้ความคิด๑ความรู้สึก๑อารมณ์ของคู่สนทนา ๑.๑แสดงออกถึงความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง๑ด้านความสนใจ๑ความถนัด๑ความสามารถทางการ เรียนและอาชีพ ๑.๑เชื่อมั่นในคุณค่าของผู้อื่นด้านความสนใจ๑ ความถนัด๑ความสามารถทางการเรียนและอาชีพ ๔.๑แสดงออกถึงความมั่นใจในบุคลิกภาพด้านดีของตนเอง ๕.๑เชื่อมั่นในคุณค่าของผู้อื่นด้านบุคลิกภาพ ๖.๑มีข้อมูลโลกกว้างทางด้านการศึกษา ๗.๑มีแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ ๘.๑พิจารณาความเหมาะสมของตนกับอาชีพที่สนใจ ๙.๑ระบุอาชีพที่ตนเองสนใจ ,๐.๑วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชา๑โดยเฉพาะวิชาที่ต้องใช้ประเมินระดับชาติ๑และการเรียน ต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
๑๕๘ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ,,.๑เรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อความพร้อมในการเข้าเรียนต่อ ,๑.๑ปฏิบัติตามกฎ๑กติกา๑และระเบียบของสังคม ,๑.๑ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว๑ โรงเรียน๑และประเทศชาติ ,๔.๑มีวิธีสร้างความมั่นคงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ,๕.๑มีคุณธรรมที่เหมาะสมกับวัย๑เช่น๑ซื่อสัตย์๑กตัญญูกตเวที๑เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่๑มีน้ าใจ๑มีจิตส านึกเพื่อ ส่วนรวม สามัคคี๑ฯลฯ ,๖.๑มีจิตอาสา๑และท ากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ,๗.๑รู้จักวิธีการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ,๘.๑ปฏิบัติกิจกรรมที่ท าแล้วมีความสุข๑ ผู้อื่นไม่เดือดร้อน ,๙.๑ให้ความร่วมมือและท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งหมด ๑๙ ผลการเรียนรู้
๑๕๙ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมนักเรียน
๑๖๐ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน : กิจกรรมนักเรียน ระดับประถมศึกษา ที่ ชื่อวิชา ระดับชั้น จ านวนชั่วโมง/ปี , กิจกรรมลูกเสือ๑เนตรนารี๑, ป., ๔๐ ๑ กิจกรรมลูกเสือ๑เนตรนารี๑๑ ป.๑ ๔๐ ๑ กิจกรรมลูกเสือ๑เนตรนารี๑๑ ป.๑ ๔๐ 4 กิจกรรมลูกเสือ๑เนตรนารี๑4 ป.๔ ๔๐ 5 กิจกรรมลูกเสือ๑เนตรนารี๑5 ป.๕ ๔๐ 6 กิจกรรมลูกเสือ๑เนตรนารี๑6 ป.๖ ๔๐
๑๖๑ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ก ๑๑๙๐๒ เตรียมลูกเสือส ารองและลูกเสือส ารอง (ดาวดวงที่ ๑) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ๑ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา๑ วิเคราะห์ วางแผนปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้โดยเน้นระบบหมู่๑และปฏิบัติกิจกรรมตามค าปฏิญาณและกฎของ ลูกเสือส ารอง๑๑เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง๑ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือส ารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝุรู้๑ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิด ประชุมกอง ในเรื่องต่อไปนี้ 1. เตรียมลูกเสือส ารอง นิยายเมาคลีประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การท าความเคารพหมู่ (แกรนด์ ฮาวล์) การท าความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น ค าปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของ ลูกเสือส ารอง 2. ลูกเสือส ารองดาวดวงที่ 1๑อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การส ารวจ การค้นหาธรรมชาติความ ปลอดภัย บริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเงื่อน ค าปฏิญาณและ กฎของลูกเสือส ารอง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส ารองดาวดวงที่ 1๑สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือส ารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟัง๑และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบ วินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักบ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักท าการฝีมือและฝึกฝนท า กิจกรรมต่าง๑ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม๑และความมั่นคงของชาติและ สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟังและพึ่งพาตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น๑และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๑ ลดภาวะโลกร้อน๑และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๖๒ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ก ๑๒๙๐๒ ลูกเสือส ารอง (ดาวดวงที่ ๒) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์วางแผน๑ ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามค าปฏิญาณ คติพจน์๑และกฎของลูกเสือ ส ารอง เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง๑ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือส ารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ๑ ใฝุรู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุม กอง๑ในเรื่องต่อไปนี้ ลูกเสือส ารองดาวดวงที่ 2๑นิยายเมาคลีประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การท าความเคารพหมู่ (แกรน ฮาวล์) การท าความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว ค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ ส ารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การส ารวจ การค้นหาธรรมชาติ๑การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกาย๑สุขภาพจิต๑และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ๑ สิ่งแวดล้อม๑ลดภาวะโลกร้อน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส ารองดาวดวงที่ 2๑สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือส ารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟัง๑และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบ วินัย และเห็นอกเห็นใจ๑รู้จักบ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์รู้จักท าการฝีมือและฝึกฝนท ากิจกรรม ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของชาติและสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟังและพึ่งพาตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น๑และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๑ ลดภาวะโลกร้อน๑และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๖๓ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ก ๑๓๙๐๒ ลูกเสือส ารอง (ดาวดวงที่ ๓) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน๑ ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามค าปฏิญาณ คติพจน์๑และกฎของลูกเสือ ส ารอง เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง๑ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือส ารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ๑ใฝุรู้๑ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุม กอง๑ในเรื่องต่อไปนี้ ลูกเสือส ารองดาวดวงที่ ๑ นิยายเมาคลีประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การท าความเคารพหมู่ (แกรน ฮาวล์) การท าความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว ค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ ส ารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การส ารวจ การค้นหาธรรมชาติ๑การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกาย๑สุขภาพจิต๑และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ๑ สิ่งแวดล้อม๑ลดภาวะโลกร้อน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส ารองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือส ารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟัง๑และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบ วินัย และเห็นอกเห็นใจ๑รู้จักบ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์รู้จักท าการฝีมือและฝึกฝนท ากิจกรรม ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของชาติและสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟังและพึ่งพาตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น๑และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๑ ลดภาวะโลกร้อน๑และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๖๔ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ก ๑๔๙๐๒ ลูกเสือสามัญ (ลูกเสือตรี) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน๑ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามค าปฏิญาณ คติพจน์และกฎของ ลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ๑ใฝุรู้๑ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุม กอง๑ในเรื่องต่อไปนี้ ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.) พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ ลูกเสือโลก การท าความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว๑ท่ามือเปล่า ท่า ถือไม้พลอง การใช้สัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว๑การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การ รู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ การท างานอดิเรกและเรื่องที่สนใจ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกตจดจ า เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความ เหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ๑และ สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟังและพึ่งพาตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น๑และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๑ ลดภาวะโลกร้อน๑และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ก ๑๕๙๐๒ ลูกเสือสามัญ (ลูกเสือโท) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๔๐ ชั่วโมง เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน๑ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามค าปฏิญาณ คติพจน์และกฎของ ลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ๑ใฝุรู้๑ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุม กอง๑ในเรื่องต่อไปนี้ ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.) พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ ลูกเสือโลก การท าความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว๑ท่ามือเปล่า ท่า ถือไม้พลอง การใช้สัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว๑การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การ รู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ การท างานอดิเรกและเรื่องที่สนใจ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกตจดจ า เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความ เหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ๑และ สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟังและพึ่งพาตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น๑และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๑ ลดภาวะโลกร้อน๑และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๖๖ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ก ๑๖๙๐๒ ลูกเสือสามัญ (ลูกเสือเอก) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน๑ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามค าปฏิญาณ คติพจน์และกฎของ ลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ๑ ใฝุรู้๑ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุม กอง๑ในเรื่องต่อไปนี้ ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.) พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ ลูกเสือโลก การท าความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว๑ท่ามือเปล่า ท่า ถือไม้พลอง การใช้สัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว๑การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การ รู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ การท างานอดิเรกและเรื่องที่สนใจ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกตจดจ า เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความ เหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ๑และ สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟังและพึ่งพาตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. บ าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น๑และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๑ ลดภาวะโลกร้อน๑และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๖๗ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เวลา ๓๐ ชั่วโมง ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการ คิดวิเคราะห์สังเคราะห์๑ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการและพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิต๑และสังคม๑ตาม ศักยภาพอย่างรอบด้าน๑เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา๑ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีพัฒนาทักษะในการท างานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข รักในสถาบันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝุรู้๑ใฝุเรียน ด ารงชีวิตอย่างพอเพียง มีความมุ่งมั่นในการท างาน๑ รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้๑๑ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์๑ทั้งทักษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะ ชีวิตและสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ท าได้ท างานร่วมกับ ผู้อื่นได้ตามวิถีประชาธิปไตย และประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างเหมาะสม โรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ๑ได้ก าหนดกิจกรรมชุมนุมจ านวน๑๖ ชุมนุม๑เพื่อให้นักเรียนเลือกเข้าตาม ความถนัดและความสนใจ๑ ได้แก่ ,.๑ชุมนุมภาษาไทย ๑.๑ชุมนุมคณิตศาสตร์ ๑.๑ชุมนุมวิทยาศาสตร์ ๔.๑ชุมนุมภาษาอังกฤษ ๕.๑ชุมนุมคอมพิวเตอร์ ๖.๑ชุมนุมกีฬา
๑๖๘ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ารและเหตุผล ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เวลาเรียน ๓๐ ชั่วโมง หลักการและเหตุผล ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจ าชาติ๑อันเป็นเอกลักษณ์ที่ส าคัญอย่างหนึ่งของชาติ๑สมควรจะ ได้รับการท านุบ ารุงส่งเสริม๑และอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป๑ ทั้งนี้ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง๑ๆ๑ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเกิดเทคนิคใหม่๑ๆ๑ในการ ติดต่อสื่อสาร๑ที่มุ่งเน้นความสะดวกรวดเร็ว๑ส่งผลให้ภาษาไทยซึ่งเป็นสื่อกลางส าคัญในการติดต่อและผูกพันต่อ การด ารงชีวิตประจ าวันของคนไทยได้รับผลกระทบ๑ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน๑ท าให้ภาษาไทยเกิดการ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง๑สภาพการณ์เช่นนี้หากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและปูองกันเสียแต่ เนิ่นๆ๑การใช้ภาษาไทยของเราก็จะยิ่งเสื่อมลง จะส่งผลเสียหายต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็น ทวีคูณ อ่านและเข้าใจความหมายของค า๑๑ประโยค๑ข้อความและจัดท าแบบฝึกเป็นรูปเล่ม๑จัดท าพจนานุกรม ฉบับจิ๋ว๑ศึกษา๑ค้นคว้าเกี่ยวกับ๑ข่าว๑บทความจากสิ่งตีพิมพ์ประเภทต่างๆ๑๑และประดิษฐ์ที่คั่นหนังสือประเภท ต่างๆ เพื่อให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์๑๑รู้จักค้นคว้า๑๑และแก้ปัญหาในการท างานอย่างมีระบบ๑เพื่อให้ สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้า ที่และสิทธิภายในขอบเขตของ กฎหมายเพื่อให้สมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณค่า๑๑ด ารงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ไทยเพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้สมาชิกได้รับการส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย๑๑ จิตใจ๑และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้สมาชิกรู้จักบ าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม๑๑และสร้างเสริมความ มั่นคงของชาติเพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม๑เพื่อให้สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัด การศึกษา๑สามารถน าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน าไป ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจ าวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1.ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ๑ ๑ความถนัดและความต้องการของตน 2.๑อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว๑ร้อยกรองได้อย่างถูกต้องตามอักขระวิธี 3.๑เขียน๑ได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย 4.๑ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 5.๑นักเรียนมีความตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย๑ ในฐานะภาษาประจ าชาติ 6.๑นักเรียนสามารถเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมทางภาษาไทย รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้ ชุมนุมภาษาไทย
๑๖๙ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เวลาเรียน ๓๐ ชั่วโมง หลักการและเหตุผล คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่รอบตัวและชีวิตของเรา๑คณิตศาสตร์สามารถอธิบาย สิ่งต่างๆ๑นานาที่อยู่รอบตัวเราได้๑ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองคณิตศาสตร์นั้น๑ยาก๑ซับซ้อน๑น่าเวียนหัว๑ท าให้ เกิดความเครียด และความวิตกกังวลในการเรียน๑ ชุมนุมนี้จึงจัดขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนในชุมนุมได้มองเห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของคณิตศาสตร์๑ โดยการ รวบรวมด้านสนุกสนานของคณิตศาสตร์๑ตลอดจนเกร็ดน่ารู้ต่างๆ๑มากมาย๑รวมถึงเกร็ดแปลกๆ๑เกี่ยวกับตัว เลขที่อาจจะท าให้นักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขขึ้นมาก็ได้๑๑และน าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยในหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ในกับชีวิตประจ าวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1.๑เพื่อให้นักเรียนมองเห็นความส าคัญของคณิตศาสตร์ในชีวิตประจ าวัน 2.๑เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ๑ มีความสุขและความสนุกสนานในการเข้าร่วม๑ กิจกรรม ๑๑๑๑ ในวิชาคณิตศาสตร์๑ 3.๑เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามที่ตนเองถนัดและสนใจ๑ 4.๑เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ 5.๑เพื่อให้นักเรียนสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้เป็น และได้ใช้เวลาว่างให้ ๑๑๑๑เป็นประโยชน์ 6.๑นักเรียนสามารถเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้ ชุมนุมคณิตศาสตร์
๑๗๐ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เวลาเรียน ๓๐ ชั่วโมง หลักการและเหตุผล วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติโดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต ส ารวจ ตรวจสอบ และการทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและน าผลมาจัดระบบ หลักการ แนวคิดและ ทฤษฎี ชุมนุมวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนวิทยาศาสตร์และปลูกฝังการอยู่ร่วมกันใน สังคมประชาธิปไตย เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ด้านเนื้อหา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ตลอดจนปลูกฝังการคิด วิเคราะห์ การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ เพื่อน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน ผลการเรียนรู้ 1.๑เพื่อให้นักเรียนมองเห็นความส าคัญของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจ าวัน 2.๑เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ๑ มีความสุขและความสนุกสนานในการเข้าร่วม๑ กิจกรรม ๑๑๑๑ ในวิชาวิทยาศาสตร์๑ 3.๑เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามที่ตนเองถนัดและสนใจ๑ 4.๑เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ 5.๑เพื่อให้นักเรียนสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้๑ ๑และได้ใช้เวลาว่างให้ ๑๑๑๑เป็นประโยชน์ 6.๑เพื่อให้นักเรียนสามารถเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์๑ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้ ชุมนุมวิทยาศาสตร์
๑๗๑ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เวลาเรียน ๓๐ ชั่วโมง หลักการและเหตุผล จัดขึ้นเพื่อให้สมาชิกมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เรียนรู้ค าศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เข้าใจค าสั่ง ค าขอร้อง ภาษาท่าทาง และประโยคที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน และหลักการใช้ อักษรได้ถูกต้อง สามารถอ่านออก เสียง อักษร กลุ่มค าและประโยคสั้น ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน ตามหลักการออกเสียง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลโดยใช้สื่อนวัตกรรม ในการสื่อสารเพื่อแสดงความต้องการของตนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ใช้ถ้อยค าง่าย ๆ ในการปฏิสัมพันธ์ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเสียงสระ พยัญชนะ ค า วลี ประโยคและข้อความ ระหว่าง วัฒนธรรมต่างประเทศและวัฒนธรรมไทย เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาอังกฤษ สามารถน าความรู้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ในกับชีวิตประจ าวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ,. เพื่อให้นักเรียนสามารถอ่าน๑เขียนและออกเสียงอักษรได้๑ ๑. เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ค าศัพท์ภาษาอังกฤษเบื้องต้นในการสื่อสาร๑ การฟัง๑การพูด๑การอ่านและ การเขียนได้ ๑.๑เพื่อให้นักเรียนสามารถเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมทางภาษาอังกฤษ รวมทั้งหมด 3 ผลการเรียนรู้ ชุมนุมภาษาอังกฤษ
๑๗๒ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เวลา ๓0 ชั่วโมง หลักการและเหตุผล ในปัจจุบัน๑เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาด้านการสื่อสารและด้านข้อมูล๑ดังนั้นจึงจ าเป็นอย่างยิ่งที่สถานศึกษาให้ความส าคัญต่อการ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้๑เกิดความตระหนักและเท่าทันเทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อ สนับสนุนให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในยุคศตวรรษที่๑21 ได้แก่๑เป็นนักคิดวิเคราะห์๑เป็น นักแก้ปัญหา๑เป็นนักสร้างสรรค์๑เป็นนักประสานความร่วมมือ๑รู้จักใช้ข้อมูลและข่าวสาร๑เป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง๑ เป็นนักสื่อสาร๑และตระหนักรับรู้สภาวการณ์ของโลกปัจจุบันและอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร์๑จึงเป็น กิจกรรมกลุ่มเสริมทักษะด้านวิชาการ๑ในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนานักเรียนให้เต็ม ศักยภาพ เพื่อตอบสนองศักยภาพของนักเรียนได้หลากหลายวิชาสามารถตอบสนองความต้องการของสังคม สร้างองค์ความรู้และเพิ่มพูนทักษะคอมพิวเตอร์ให้แก่นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ๑มีประสบการณ์ตรง กับสภาพแวดล้อม๑และเทคโนโลยีใหม่ๆ๑ และน ามาปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1.๑เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะในการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจ าวัน 2.๑เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ น ามาใช้ในงานต่างๆ 3.๑เพื่อให้นักเรียนพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์สังเคราะห์ 4.๑เพื่อให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ 5.๑เพื่อให้นักเรียนมีมนุษยสัมพันธ์ในการท ากิจกรรมร่วมกันกับผู้อื่น รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้ ชุมนุมคอมพิวเตอร์
๑๗๓ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ชุมนุมสปอร์ตจูเนียร์ หลักการและเหตุผล การส่งเสริมการออกก าลังกายเพื่อสุขภาพและกีฬา จะท าให้ร่างกายแข็งแรงจิตใจสดชื่น ดังค ากล่าว ที่ว่า “จิตใจที่งดงาม ย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง” นั่นแสดงว่าร่างกายกับจิตใจมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ ออก ถ้าร่างกายแข็งแรง จิตใจก็จะเบิกบาน หรือในทางกลับกัน ถ้ามีจิตใจที่เข้มแข็ง จะเกิดพลังหรือก าลังใจ ท าให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ทางกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ตระหนักถึงความส าคัญดังกล่าว จึงจัดตั้งชุมนุมกีฬา ขึ้น เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาภายในโรงเรียน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพกาย และสุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรงอีกด้วย ผลการเรียนรู้ ๑. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์ ๒. เพื่อให้นักเรียนมีน้ าใจนักกีฬา รู้จักการให้อภัย และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ๓. เพื่อฝึกให้นักเรียนเกิดทักษะในการเล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรียนรู้ ชุมนุมกีฬา
๑๗๔ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์
๑๗๕ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ค าอธิบายรายวิชากิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เวลา ๑๐ ชั่วโมง ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการท างานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง๑๑ ตลอดจนสะท้อนความรู้ทักษะ และประสบการณ์ส ารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์และใช้ความคิดสร้างสรรค์การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและ ส่วนรวม เสริมสร้างความมีน้ าใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว๑ และสังคม คิดออกแบบกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความ รับผิดชอบต่อสังคมตามแนวทางวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ผู้เรียนบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม๑และประเทศชาติ สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์๑ตามความถนัดและความ สนใจ๑ในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์๑จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์๑ มีจิตสาธารณะ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ ผลการเรียนรู้ 1. บ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม๑และประเทศชาติ 2. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร 3. สามารถพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ปฏิบัติกิจการเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม๑ตามคุณลักษณะอันพึง ๑๑๑๑ประสงค์ 5. สามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
๑๗๖ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ ตอนที่ ๔ องค์ประกอบที่ ๔ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัด ของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตามความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย บ าเพ็ญประโยชน์ เพื่อสังคม มีทักษะในการด าเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนรู้จัก และเข้าใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรู้อย่าง รอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังให้สร้างจิตส านึกของการท าประโยชน์เพื่อสังคม สามรถจักการตนเองได้และอยู่ ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข โรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา ก าหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้ อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้ค าปรึกษาแก่ ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปี การศึกษา ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้น า ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท างานร่วมกัน รู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอื้ออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วย ตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการท างานเน้น การท างานรวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา และท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรมลูกเสือ / เนตรนารี ๔๐ ชั่งโมงต่อปีการศึกษา กิจกรรม ชมรม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม ชมรม ๓๐ ชั่งโมงต่อปีการศึกษา ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบ าเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษา
๑๗๗ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โครงสร้างและอัตราเวลาการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โครงสร้างเวลาการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้าน นาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๑.กิจกรรมแนะแนว วัตถุประสงค์ ๑.เพื่อผู้เรียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเห็นคุณค่าในตนเองและ ผู้อื่น ๒.เพื่อให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัว สังคม ๓.เพื่อน าไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพ ของตนเอง ๔.เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาบุคลิกภาพ และรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ๕.เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต ๖.เพื่อให้ผู้เรียนมีค่านิยมที่ดีงามในการด าเนินชีวิต สร้างเสริมวินัย คุณธรรมและจริยธรรมแก่นักเรียน ๗.เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตส านึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือได้จัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน ดังนี้ ๑.จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา การจัดบริการสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพื่อใช้ในการส ารวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเยี่ยมบ้านนักเรียน การ ให้ความช่วยเหลือผู้เรียนเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดท าระเบียนสะสม สมุดรายงานประจ าตัวนักเรียน และบัตรสุขภาพ ๒.การจัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยท าแบบทดสอบเพื่อรู้จักและเข้าใจตนเอง มีทักษะ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดับประถมศึกษา ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒. กิจกรรมนักเรียน ๒.๑ ลูกเสือ-เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๑๗๘ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในการตัดสินใจ การปรับตัว การวางแผนเพื่อเลือกศึกษาต่อ เลือกอาชีพ ๓.การจัดบริการให้ค าปรึกษาแก่ผู้เรียนรายบุคคล และรายกลุ่ม ในด้านการศึกษา อาชีพ และ ส่วนตัว โดยมีผู้ให้ค าปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้ค าปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้ ค าปรึกษาที่เหมาะสม ๓.๑ ช่วยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยการให้ทุนการศึกษาแก่ผู้เรียน ๓.๒ ติดตามเก็บข้อมูลของนักเรียนที่ส าเร็จการศึกษา ๒.กิจกรรมนักเรียน ๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพื่อส่งเสริม หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และ บ าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยด าเนินการจัดกิจกรรมตามข้อก าหนดของคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ วัตถุประสงค์ พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้ก าหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพัฒนา ลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์ สังคม เพื่อให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุข และความมั่งคงของ ประเทศชาติตามแนวทางดังต่อไปนี้ ๑.ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ๒.ให้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๓.ให้รู้จักบ าเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ ๔.ให้รู้จักท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม ๕.ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่งคงชองชาติ แนวการจัดกิจกรรม กิจกรรมลูกเสือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียน ศึกษาและฝึกปฏิบัติดังนี้ ๑. เตรียมลูกเสือส ารอง นิยายเรื่องเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจกรรมลูกเสือส ารอง การท าความเคารพ เป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การท าความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น ค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือส ารอง ๒.ลูกเสือส ารองดาวดวงที่ ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การส ารวจ การค้นหา ธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูก เงื่อน ค าปฏิญาณ และกฎของลูกเสือส ารองโดยใช้กระบานการท างาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการ
๑๗๙ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่ม กระบ วนการจัดกา ร กระบวน การคิดริเริ่ม สร้างสรร ค์ กระบวน การฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือส ารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บ าเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักท าการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่ เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ เปิดประชุมกอง ด าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ ผู้เรียนศึกษาและปฏิบัติในเรื่อง ๑.ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ ค าปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม กลางแจ้ง ระเบียบแถว ๒.ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทักษะทางวิชา ลูกเสือ งานอดิเรกและเรื่อที่น่าสนใจ ค าปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ระเบียบแถว ๓.ลูกเสือเอก การพึ่งพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดยใช้ กระบวนการท างาน กระบวนการแก้ปัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบ วนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่าง เหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามค าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บ าเพ็ญตนเพื่อสารธารณประโยชน์ รู้จักท าการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่ เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมายเหตุ : ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท และลูกเสือเอก ๒.กิจกรรมชุมนุม วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ๒. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด ประสบการณ์ทั้งทางวิชาการและวิชาชีพตามศักยภาพ ๓. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
๑๘๐ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔. เพื่อให้ผู้เรียนท างานร่วมกับผู้อื่นได้ตามวิถีประชาธิปไตย แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนุม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการ ด าเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วย กิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และ ค่ายวิชาการ การศึกษาดูงาน การฝึกปฏิบัติ การบรรยายพิเศษดังตัวอย่างพอสังเขปต่อไปนี้ ๑. กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม จัดสอนจริยธรรมในห้องเรียน จัด ให้มีการปฏิบัติกิจกรรมเนื่องในวันส าคัญทั้งทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผู้เรียนมีส่วน ร่วมในการจัดกิจกรรมทั้งในด้านวัฒนธรรม ประเพณี กีฬา และศีลปะ ๒. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีทุกช่วงชั้น โดยผู้เรียนได้ฝึกทักษะการ ท างาน และการแก้ปัญหาทุกขั้นตอน ๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการท างาน จัดกิจกรรมวันวิชาการโดยผู้เรียนมีโอกาสปฏิบัติจริง และ ฝึกทักษะการจัดการ ๔. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น ประเพณีไหว้ครู ประเพณีลอยกระทง ๕. กิจกรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดให้มีการเลือกคณะกรรมการนักเรียน โดยให้น ากระบวนการประชาธิปไตยไปใช้ในการร่วมวางแผนด าเนินงานพัฒนาโรงเรียน ๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง ปัญหายาเสพติด ปัญหาวัยรุ่น ให้ความรู้เพื่อปลูกฝังให้เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ ๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพื่อ ป้องกันโรคระบาดอย่างทันเหตุการณ์ ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้ผู้เรียนบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และประเทศชาติ ๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัด และความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร ๓. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕. เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
๑๘๑ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ท าประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งท าประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมส าคัญ ได้แก่ กิจกรรม บ าเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมด ารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เวลาเรียนส าหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ จัดสรรเวลาให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จ านวน ๖๐ ชั่วโมง (เฉลี่ยปีละ ๑๐ ชั่วโมง) ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน ๖ ภาคเรียน โดยจัด ๕ ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมจ านวน ๓๐ ชั่วโมง การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นการจัดกิจกรรมภายในเวลาเรียนชุมนุม โดย ให้ผู้เรียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ ก าหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนดังนี้ ๑.การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรม มีแนวทางปฏิบัติดังนี้ ๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียน ตลอดปีการศึกษา ๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ผู้เรียน ต้องได้รับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ผ่านไม่น้อยกล่าร้อย ละ ๕๐ หรือมีคุณภาพในระดับ ๑ ขึ้นไป ๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและน าผลการประเมินไป บันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตาม เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนท า กิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ท าจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และน าผลการประเมินไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ๒. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อการตัดสิน มีแนวปฏิบัติดังนี้ ๒.๑ ก าหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียน ทุกคนตลอดระดับการศึกษา ๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตาม เกณฑ์ที่โรงเรียนก าหนด ผู้เรียนจะต้องผ่านกิจกรรม ๓ กิจกรรมส าคัญดังนี้ ๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว ๒.๒.๒ กิจกรรมนักเรียน ได้แก่
๑๘๒ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑. กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ๒. กิจกรรมชุมนุม ๒.๒.๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๒.๓ การน าเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน ๒.๔ เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ จบแต่ละระดับการศึกษา
๑๘๓ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ ตอนที่ ๕ องค์ประกอบที่ ๕ เกณฑ์การจบการศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดมุ่งหมายของการวัดและประเมินผลการเรียนรู การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ ประการแรกคือ การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียนโดยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียนและการเรียนรู้ของผู้เรียนใน ระหว่างการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง บันทึก วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล แล้วน ามาใช้ในการส่งเสริม หรือปรับปรุงแก้ไขการเรียนรู้ของผู้เรียนและการสอนของครู การวัดและประเมินผลกับการสอนจึงเป็นเรื่องที่ สัมพันธ์กัน หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดการเรียนการสอนก็ขาดประสิทธิภาพ การประเมินระหว่างการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เป็นการวัดและประเมินผลเพื่อการพัฒนา (Formative Assessment) ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน ทุกวัน เป็นการประเมินเพื่อให้รู้จุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุง จึงเป็นข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนาในการเก็บ ข้อมูล ผู้สอนต้องใช้วิธีการและเครื่องมือการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การซักถาม การระดมความ คิดเห็นเพื่อให้ได้มติข้อสรุปของประเด็นที่ก าหนด การใช้แฟ้มสะสมงาน การใช้ภาระงานที่เน้นการปฏิบัติ การ ประเมินความรู้เดิม การให้ผู้เรียนประเมินตนเอง การให้เพื่อนประเมินเพื่อน และการใช้เกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics) สิ่งส าคัญที่สุดในการประเมินเพื่อพัฒนา คือ การให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนในลักษณะค าแนะน าที่ เชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ท าให้การเรียนรู้พอกพูน แก้ไขความคิด ความเข้าใจเดิมที่ไม่ถูกต้อง ตลอดจน การให้ผู้เรียนสามารถตั้งเป้าหมายและพัฒนาตนได้ จุดมุ่งหมายประการที่สอง คือ การวัดและประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน เป็นการประเมิน สรุปผลการเรียน รู้ (Summative Assessment) ซึ่งมีหลายระดับ ได้แก่ เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียน รู้ จบรายวิชาเพื่อตัดสินให้คะแนน หรือให้ระดับผลการเรียน ให้การรับรองความรู้ความสามารถของผู้เรียนว่าผ่าน รายวิชาหรือไม่ ควรได้รับการเลื่อนชั้นหรือไม่ หรือสามารถจบหลักสูตรหรือไม่ ในการประเมินเพื่อตัดสินผลการ เรียนที่ดีต้องให้โอกาสผู้เรียนแสดงความรู้ความสามารถด้วยวิธีการที่หลากหลายและพิจารณาตัดสินบนพื้นฐาน ของเกณฑ์ผลการปฏิบัติมากกว่าใช้เปรียบเทียบระหว่างผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลส าเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนา และประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็น ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้าและความส าเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียน เกิดการพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ
๑๘๔ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดังนี้ ๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน ด่าเนินการเป็นปกติและสม่่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ ซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมิน เพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาด่าเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียน ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อ การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถน่าผลการเรียนของ ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ สารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการ จัดท่าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการายงาน ผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ส่านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน ๓. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถด่าเนินการโดยประเมิน คุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดท่าและด่าเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วย ความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการด่าเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูล จากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๔. การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพ
๑๘๕ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ การศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อน่าไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูล สนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลที่ จ่าแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่ม ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธ โรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูล จากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการด่าเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาและประสบความส่าเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดท่าระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อก่าหนดของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน หลักการด าเนินการวัดประเมินผลตามหลักสูตรสถานศึกษา การวัดและประเมินผล เป็นกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการ ด้านต่างๆ ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดของหลักสูตร น าผลไปปรับปรุง พัฒนาการจัดการเรียนรู้ และใช้เป็นข้อมูลส าหรับการตัดสินผลการเรียน สถานศึกษาจึงควรก าหนดหลักการ วัดและประเมินผลการ เรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตาม หลักสูตรสถานศึกษา โดย เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งพิจารณา จากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ พฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่กันไป มีจุดมุ่งหมาย เพื่อปรับปรุง พัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการเรียน และตัดสินผลการเรียน โดยมีหลักการ ด าเนินการ ดังนี้ 1. สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม 2. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียน และตัดสินผลการเรียน 3. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ก าหนดในหลักสูตรสถานศึกษา และจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้อง ด าเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ทั้งด้าน ความรู้ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชา และระดับชั้น ของผู้เรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรง ยุติธรรม และเชื่อถือได้
๑๘๖ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ 5. การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติการสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้การร่วมกิจกรรมและการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสมของแต่ ละระดับและรูปแบบการศึกษา 6. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้ 7. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและระหว่างรูปแบบการศึกษาต่าง ๆ 8. ให้สถานศึกษาจัดท าเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู๎ รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษา และรับรองผลการเรียนของผู้เรียน องค์ประกอบของการวัดและประเมินผลการเรียน สถานศึกษาต้องด าเนินการวัดและประเมินผลให้ครบ องค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน คือ (1) กลุ่มสาระการเรียนรู้8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ (2) การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน (3) สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (4) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1.1 เป็นการประเมินผลการเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย , คณิตศาสตร์ , วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี , สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ,สุขศึกษาและพล ศึกษา , ศิลปะ , การงานอาชีพ และ ภาษาต่างประเทศ 1.2 ประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา โดยคิดเป็นชั่วโมง 1.3 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ด้วย เทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ทั้งความรู้ความคิด กระบวนการ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชา และระดับชั้นของ ผู้เรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเที่ยงตรง ยุติธรรม และเชื่อถือได้ 1.4 ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียน เป็นรายวิชาตามตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐานและตามผล การเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่ก าหนดในหน่วยการเรียนรู้ เป็นการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ทักษะการคิด ที่ก าหนดอยู่ในตัวชี้วัดในหลักสูตร ซึ่งจะน าไปสู่ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการ เรียนรู้การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติการสังเกตพฤติกรรม การร่วม กิจกรรม และการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ และ รูปแบบการศึกษา 2. การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่านหนังสือ เอกสาร และสื่อต่างๆ เพื่อหาความรู้เพิ่มพูน ประสบการณ์ เพื่อความสุนทรีย์และประยุกต์ใช้แล้วน าเนื้อหาสาระที่อ่าน มาคิดวิเคราะห์ น าไปสู่การแสดง ความคิดเห็น การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ การแก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ และถ่ายทอดความคิดนั้น ด้วยการเขียนที่มี ส านวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและล าดับขั้นตอนในการน าเสนอ สามารถสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่านได้อย่าง ชัดเจนตามระดับ ความสามารถในแต่ละระดับชั้น
๑๘๗ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ 3. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน อันเป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการใน ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตส านึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะ พลเมืองไทยและพลโลก หลักสูตรแกนกลางสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก าหนดคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ 8 คุณลักษณะ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ โดยในการประเมินให้ประเมินแต่ละคุณลักษณะ แล้วรวบรวมผลการประเมินจากผู้ประเมินทุกฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อมูลน ามาสู่การสรุปผล เป็นรายปี/รายภาค และใช้ เป็นข้อมูลเพื่อประเมินการเลื่อนชั้นและการจบการศึกษาระดับต่างๆ 4. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน และเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมตาม เกณฑ์ที่ก าหนดในแต่ละกิจกรรม และใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินการเลื่อนชั้นและการจบการศึกษา กิจกรรม พัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกระดับชั้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาความสามารถของ ตนเองตามความถนัด ความสนใจ ให้เต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ทั้งด้าน ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม สร้างเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝัง และสร้างจิตส านึกของการท าประโยชน์เพื่อสังคมและสามารถบริหารการจัดการตนเองได้สถานศึกษา ต้องส่งเสริมการพัฒนาความสามารถของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยกิจกรรม 3 ลักษณะ ดังนี้ 4.1 กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจโดย ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยกระบวนการทางจิตวิทยา การแนะแนวให้สอดคล้องครอบคลุม ด้าน การศึกษา อาชีพส่วนตัว และสังคม 4.2 กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้น า ผู้ตามที่ดีความรับผิดชอบ การท างาน ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทร และ สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วย ตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการท างาน เน้น การท างานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษา และท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย 1) กิจกรรมลูกเสือ -เนตรนารีเป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้น าผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท างานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือ แบ่งปันกัน การประนีประนอมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ พร้อมทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญา เป็นต้น
๑๘๘ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ 2) กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติด้วยตนเอง ตั้งแต่การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการท างาน เน้นการท างานร่วมกันเป็นกลุ่ม กิจกรรมส าคัญในการพัฒนา ได้แก่ ชุมนุม หรือชมรมต่างๆ ที่สถานศึกษาก าหนดขึ้นตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบท ของสถานศึกษาและท้องถิ่น 4.3 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ท าประโยชน์ตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจใน ลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งท าประโยชน์ ต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ สามารถน าไปสอดแทรก หรือ บูรณาการในกลุ่มสาระฯกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมชุมนุม ได้ตามความเหมาะสม โดยสถานศึกษาจัด เวลาเรียนให้ผู้เรียนดังนี้ ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 รวม 6 ปี จ านวน 60 ชั่วโมง (เฉลี่ยปีละ 10 ชั่วโมง) เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน ๑.๑ การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระกา รเรียนรู้ การ อ่าน คิดวิเคร าะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องค านึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้ พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ ระดับประถมศึกษา มีเกณฑ์ดังนี้ (๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด (๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด (๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา (๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหน ดใน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑.๒ การให้ระดับผลการเรียน ๑.๒.๑ การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ระบบตัวเลข แสดงระดับการเรียนในแต่ละกลุ่มสาระ ดังนี้
๑๘๙ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนร้อยละ ๔ ผลการเรียนดีเยี่ยม ๘๐ - ๑๐๐ ๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ - ๗๙ ๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔ ๒.๕ ผลการเรียนค่อนข้างดี ๖๕ - ๖๙ ๒ ผลการเรียนน่าพอใจ ๖๐ - ๖๔ ๑.๕ ผลการเรียนพอใช้ ๕๕ - ๕๙ ๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่่า ๕๐ - ๕๔ ๐ ผลการเรียนต่่ากว่าเกณฑ์ ๐ - ๔๙ ๑.๒.๒ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นผ่านและไม่ผ่าน ถ้ากรณีที่ผ่าน ก่าหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับแต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียนหรือถ้ามีผลงานผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ ๑.๒.๓ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้น และจบ การศึกษา เป็นผ่านและไม่ผ่าน ในการผ่าน ก่าหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน และ ความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้ ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและน่าไปใช้ในชีวิตประจ่าวันเพื่อ ประโยชน์สุขของตนเองและสังคมโดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยมจ่านวน ๕-๘ คุณลักษณะและไม่ มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่่ากว่าระดับดี ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจาก ๑) ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยมจ่านวน ๑-๔ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่่ากว่าระดับดี หรือ
๑๙๐ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ ๒) ได้ผลการประเมินระดับดี เยี่ยมจ่านวน ๔ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่่ากว่าระดับผ่านหรือ ๓) ได้ผลการประเมินระดับดี จ่านวน ๕-๘ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมิน ต่่ากว่าระดับผ่าน ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษาก่าหนดโดย พิจารณาจาก ๑) ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จ่านวน ๕-๘ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่่ากว่าระดับผ่านหรือ ๒) ได้ผลการประเมินระดับดี จ่านวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่่า กว่าระดับผ่าน ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษาก่าหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่านตั้งแต่ ๑ คุณลักษณะ ๑.๒.๔ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการ ปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่โรงเรียนก่าหนดและให้ผลการประเมินเป็นผ่าน และไม่ผ่าน ให้ใช้ตัวอักษรแสดงผลการประเมินดังนี้ “ผ” หมายถึงผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ “มผ” หมายถึงผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก่าหนด ในกรณีที่ผู้เรียนได้ “มผ” ครูผู้ดูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนท่ากิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียน ไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ท่าจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทั้งนี้ ต้อง ด่าเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษาหรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
๑๙๑ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ การเลื่อนช้นั เมื่อสิ้นปีการศึกษาผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนชั้นเมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด (๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของจ่านวน ตัวชี้วัด (๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ “๑” จึงจะถือว่าผ่าน เกณฑ์ตามที่สถานศึกษาก่าหนด (๔) นักเรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ใน ระดับ “ ผ่าน ” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ“ ผ่าน ” ขึ้นไป และมีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนานักเรียน ในระดับ “ ผ่าน ” ทั้งนี้ ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยและพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริม ได้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ อนึ่ง ในกรณีที่ผู้เรียนมีหลักฐานการเรียนรู้ที่แสดงว่ามีความสามารถดีเลิศสถานศึกษาอาจให้ โอกาสผู้เรียนเลื่อนชั้นกลางปีการศึกษา โดยสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยฝ่ายวิชาการของ สถานศึกษา และผู้แทนของเขตพื้นที่การศึกษาหรือต้นสังกัดประเมินผู้เรียนและตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วน ตามเงื่อนไขทั้ง ๓ ประการต่อไปนี้ ๑. มีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีที่ก่าลังศึกษาอยู่ในเกณฑ์ ดีเยี่ยม ๒. มีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ๓. ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถทุกรายวิชาของชั้นปีที่เรียนปัจจุบัน และความรู้ ความสามารถทุกรายวิชาในภาคเรียนแรกของชั้นปีที่จะเลื่อนขึ้น การอนุมัติให้เลื่อนชั้นกลางปีการศึกษาไปเรียนชั้นสูงขึ้นได้ ๑ ระดับชั้นนี้ ต้องได้รับการ ยินยอมจากผู้เรียนและผู้ปกครองและต้องด่าเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนที่ ๒ ของปีการศึกษานั้น ส่าหรับในกรณีที่พบว่ามีผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่างๆ มีปัญหาในการเรียนรู้ให้สถานศึกษาด่าเนินงานร่วมกับ ส่านักงานเขตพื้นที่การศึกษาเฉพาะความพิการหาแนวทางการแก้ไขและพัฒนา
๑๙๒ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ การสอนซ่อมเสริม การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือคุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก่าหนด จะต้องจัดสอนซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเต็ม ตามศักยภาพ การสอนซ่อมเสริมเป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องกรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะกระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก่าหนด สถานศึกษาต้องจัดสอนซ่อมเสริมเป็นกรณี พิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่ ก่าหนดไว้เป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนอง ความแตกต่างระหว่างบุคคล การเรียนซ้ าชั้น ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจ่านวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้่าชั้นได้ ทั้งนี้ให้ค่านึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถ ของผู้เรียนเป็นส่าคัญ ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้นสถานศึกษาควรให้เรียนซ้่าชั้นทั้งนี้ สถานศึกษาอาจ ใช้ดุลยพินิจให้เลื่อนชั้นได้ หากพิจารณาว่าผู้เรียนมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ๑) มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ อันเนื่องจากสาเหตุจ่าเป็นหรือเหตุสุดวิสัยแต่มีคุณสมบัติตาม เกณฑ์การเลื่อนชั้นในข้ออื่นๆครบถ้วน ๒) ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ตามที่สถานศึกษา ก่าหนดในแต่ละรายวิชาแต่เห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษานั้น และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การ เลื่อนชั้นในข้ออื่นๆครบถ้วน ๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินรายวิชาในกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อยู่ในระดับผ่าน ก่อนที่จะให้ผู้เรียนเรียนซ้่าชั้นสถานศึกษาต้องแจ้งให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบเหตุผลของการ เรียนซ้่าชั้น
๑๙๓ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาหว้าเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ ๑.๓ การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ เรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมิน และจัดท าเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็น ระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อน มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. จุดมุ่งหมายการรายงานผลการเรียน 1.1 เพื่อแจ้งให้ผู้เรียน ผู้เกี่ยวข้องทราบความก้าวหน้าของผู้เรียน 1.2 เพื่อให้ผู้เรียน ผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริม และพัฒนาการเรียนของ ผู้เรียน 1.3 เพื่อให้ผู้เรียน ผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการเรียน ก าหนดแนวทางการศึกษา และ การเลือกอาชีพ 1.4 เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ที่มีหน้าเกี่ยวข้อง ใช้ในการออกเอกสารหลักฐานการศึกษา ตรวจสอบ และ รับรองผลการเรียน หรือวุฒิทางการศึกษาของผู้เรียน 1.5 เพื่อเป็นข้อมูลส าหรับสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานต้นสังกัด ใช้ประกอบใน การก าหนดนโยบาย วางแผนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. ข้อมูลในการรายงานผลการเรียน 2.1 ข้อมูลระดับชั้นเรียน ประกอบด้วย เวลามาเรียน ผลการประเมินความรู้ ความสามารถ พฤติกรรมการเรียน ความประพฤติและผลงานในการเรียนของผู้เรียน เป็นข้อมูลส าหรับรายงานให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องได้รับทราบความก้าวหน้า ความส าเร็จในการเรียนของผู้เรียน เพื่อน าไปใช้ในการวางแผนก าหนด เป้าหมายและวิธีการในการพัฒนาผู้เรียน 2.2 ข้อมูลระดับสถานศึกษา ประกอบด้วย ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 8 กลุ่มสาระ การเรียนรู้ ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์และ ผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายปี/รายภาคโดยรวม เพื่อใช้เป็นข้อมูลและสารสนเทศ ในการ พัฒนาการเรียนการสอนและคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ตัดสินการเลื่อนชั้น และการซ่อมเสริมผู้เรียนที่มีข้อบกพร่องให้ผ่านระดับชั้น และเป็นข้อมูลในการออกเอกสารหลักฐานการศึกษา 2.3 ข้อมูลการประเมินคุณภาพระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ ผลการประเมินคุณภาพของผู้เรียน ด้วยแบบประเมินที่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดท าขึ้น เป็นข้อมูลที่ใช้วางแผน และด าเนินการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของผู้เรียนและสถานศึกษา 2.4 ข้อมูลผลการประเมินคุณภาพระดับชาติ ได้แก่ ผลการประเมินคุณภาพของผู้เรียน ด้วยแบบ ประเมินที่เป็นมาตรฐานระดับชาติ ซึ่งด าเนินการโดยหน่วยงานระดับชาติ เป็นข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องใช้วางแผน และด าเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของผู้เรียน สถานศึกษา ท้องถิ่น เขตพื้นที่การศึกษาและประเทศชาติ รวมทั้งน าไปรายงานในเอกสารหลักฐานการศึกษา ของผู้เรียน