แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
วิทยาศาสตร์ ป. 2
นางสาวสุวัจนี มุตาปิน
ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
โรงเรียนเขตพื้นที่การศึกษาอำเภอขุนยวม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
เรอ่ื ง การสืบเสาะหาความรู้ เวลา 4 ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ัด
-
2. สาระสาคญั
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ คือ วธิ กี ารและขน้ั ตอนทนี่ กั วทิ ยาศาสตรใ์ ช้ดาเนนิ การเพื่อคน้ คว้าหา
ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ บ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
2) ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 3) จิตวทิ ยาศาสตร์
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ คือ ข้ันตอนการทางานอย่างเป็นระบบท่ีนักวิทยาศาสตร์ใช้ในการค้นคว้าหา
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ การตั้งคาถามการคาดคะเนคาตอบ การรวบรวมข้อมูล การ
วเิ คราะห์ข้อมลู และการสรปุ ผล
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ คอื ทักษะทเ่ี ปน็ ความชานาญและความสามารถในการสืบเสาะ
เพอื่ ค้นหาคาตอบ และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม โดยนกั วทิ ยาศาสตรไ์ ดแ้ บ่งทกั ษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ออกเปน็ 2 ข้นั ทกั ษะขน้ั พืน้ ฐาน 8 ทกั ษะ และทกั ษะสงู หรือขั้นผสม 6 ทกั ษะ
รวม 14 ทกั ษะ ซงึ่ ในช้นั เรียนนนี้ ักเรียนต้องเรยี นรทู้ กั ษะ 5 ทกั ษะ คอื ทกั ษะการวดั ทกั ษะการใชจ้ านวน
ทกั ษะการตั้งสมมตฐิ าน ทกั ษะการทดลอง และทักษะการตีความหมายขอ้ มูลและลงข้อสรปุ
จิตวิทยาศาสตร์ คือ ลักษณะนิสัยของบุคคลท่ีเกิดข้ึนจากการศึกษาหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จติ วิทยาศาสตร์ประกอบดว้ ยลกั ษณะตา่ งๆ เช่น ความมีเหตุมผี ล ความสนใจ
ใฝร่ ู้ ความมุ่งมั่น ความอดทน ความรับผดิ ชอบความซอื่ สตั ย์ ความละเอยี ดรอบคอบ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายวิธีการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
2. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายและใช้ทักษะการวดั การใชจ้ านวน การตง้ั สมมติฐาน และการตคี วามหมาย
ข้อมลู และลง ขอ้ สรปุ ในการแสวงหาความรู้ได้
3. นักเรยี นสามารถอธิบายความหมายของทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขนั้ พื้นฐานในแต่ละ
ทักษะได้
4. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายลักษณะของคนทมี่ จี ิตวิทยาศาสตรไ์ ด้
3.2 ทักษะ
1. นักเรียนฝึกใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
2. นักเรียนฝกึ ฝนการมีจติ วทิ ยาศาสตร์
3.3 คุณลักษณะ
1. นกั เรียนรบั ผิดชอบตอ่ งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
4. สาระการเรยี นรู้
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับส่ิงต่าง ๆ อยู่รอบตัวเรา โดยมีวิธีการและขั้นตอนที่ใช้
เพื่อ ตอบปัญหาที่เราสงสัย การสืบเสาะหาความรู้อย่างเป็นระบบ เพ่ือให้สามารถค้นหาคาตอบและแก้ไข
ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เมื่อเราทาการศึกษาและแสวงหาความรู้ต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ จะทาใหเ้ กดิ จติ วทิ ยาศาสตร์ ซ่งึ ทาให้ผู้เรยี นมีความสนใจใฝ่รู้ส่ิงต่าง ๆ มีความรับผิดชอบ มีเหตุมี
ผล และมคี วามซ่อื สตั ย์
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) (1 ชั่วโมง)
1. ครทู ักทายกบั นกั เรยี น แล้วแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรใู้ หน้ กั เรียนทราบ จากนน้ั นักเรียนทา
แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพ่อื วัดความรูเ้ ดิมของนกั เรยี นก่อนเข้าสู่
กจิ กรรม
2. ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียน โดยใช้แนวคาถาม ดงั น้ี
1.1 โตขน้ึ ใครอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์บา้ ง
1.2 คนที่จะเป็นนกั วทิ ยาศาสตร์ควรมีลกั ษณะนิสัยแบบใดบ้าง
(แนวคาตอบ : สนใจใฝเ่ รียนรู้ มีความรับผดิ ชอบ มเี หตมุ ีผล ละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต เปน็ ต้น)
3. ครใู ห้นกั เรยี นดภู าพอาชีพต่าง ๆ จากตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
4. จากนนั้ ครูตง้ั คาถาม โดยมีแนวคาถามดังน้ี
4.1 จากภาพ นักเรยี นรจู้ กั อาชพี อะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ : ชาวนา นักดบั เพลงิ หมอ ทันตแพทย์ ครู และทหาร)
4.2 อาชีพในหมายเลขใดมหี น้าท่รี ักษาผ้ปู ว่ ย
(แนวคาตอบ : หมายเลข 3 และ 4)
4.3 โตข้ึนใครอยากทาอาชพี เหมือนในภาพตัวอยา่ งบ้าง เพราะอะไรจงอธิบาย
(แนวคาตอบ : นกั เรียนตอบตามประสบการณห์ รือความรพู้ น้ื ฐานของตนเอง)
5. ครกู ระตุน้ ความสนใจใหน้ ักเรยี นเกย่ี วกับเรอ่ื งท่ีจะเรียนโดยการให้นักเรยี นออกมาทาสถานการณ์
ตัวอยา่ ง หน้าชั้นเรยี น เชน่ เดก็ ชาย B กาลงั ใช้ไมบ้ รรทัดวัดความกวา้ งของโตะ๊ เรียน จากน้นั ครเู ขยี นขอ้ ความ
ไว้ บนกระดาน ดงั น้ี – ทกั ษะการวัด - ทักษะการใช้ตัวเลข – ทกั ษะการตง้ั สมมตฐิ าน
6. นักเรยี นอา่ นขอ้ ความบนกระดานแลว้ เลอื กข้อความให้สัมพันธ์กับสถานการณท์ ่เี ดก็ ชาย B กาลงั ทา
โดยครูใหน้ กั เรยี นยกมือตอบตามความสมคั รใจโดยครชู ว่ ยตรวจสอบวา่ ถกู ต้องหรือไม่
ขนั้ ท่ี 2 ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration) (1 ช่ัวโมง)
1. นักเรยี นเรียนรูแ้ ละอ่านคาศัพทว์ ทิ ยาศาสตร์ โดยครตู ดิ บตั รคาไวบ้ นกระดาน โดยครูอา่ นนาและ
นักเรียนอา่ นตาม ดังนี้
Scientist (ไซอึน ทิฟิค) นักวทิ ยาศาตร์
การวดั
Measurement (เมช็ เฌอมมึนท) การทดลอง
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
Experiment (อิคซ เปรเิ มน็ ท)
Science process skill (ไซอนึ ซ โพเซ็ซ ซกิล )
2. นกั เรยี นฝึกอ่านคาศพั ท์และคาแปลจากนนั้ ครอู ธบิ ายเพื่อนาไปสู่กจิ กรรมท่ีครจู ะใหท้ าในตอนถดั ไป
ว่าเป็นการใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ – ทักษะการวดั - ทักษะการใช้ตวั เลข และการ
ต้งั สมมตฐิ าน เปน็ ต้น
3. นักเรียนและครู ร่วมกนั ทากจิ กรรม ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี
3.1 ครูแจกวสั ดุอปุ กรณ์กิจกรรมทักษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์โดยมอี ปุ กรณ์ดังน้ี นาฬิกาจบั เวลา
เคร่อื ง ชั่งนา้ หนัก สายวดั ตวั กระบอกตวง และไม้บรรทดั
3.2 ครอู ธิบายตอ่ ว่าใหน้ ักเรียนศึกษาอุปกรณแ์ ต่ละชนดิ วา่ มีลกั ษณะการใช้งานเป็นอย่างไร โดย
สามารถสบื คน้ จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ เชน่ หนังสอื เรยี นหรอื อนิ เทอรเ์ น็ต พรอ้ มออกมานาเสนอหนา้ ชั้น
เรยี น
4. จากนั้นครตู ั้งคาถามเพือ่ ทดสอบความรขู้ องนกั เรยี นหลงั จากไดท้ ากจิ กรรมไปแล้ว โดยมแี นวคาถาม
ดงั นี้
4.1 อปุ กรณ์ชนดิ ใดทีใ่ ชต้ วงปริมาตรนา้
(แนวคาตอบ : กระบอกตวง)
4.2 อุปกรณช์ นิดใดทีใ่ ช้วัดรอบเอว
(แนวคาตอบ : สายวัดตวั )
4.3 อุปกรณช์ นิดใดที่ใชช้ ั่งน้าหนกั
(แนวคาตอบ : เคร่อื งช่ังนา้ หนัก)
4.4 อปุ กรณ์ชนิดใดทใี่ ชใ้ นการจบั เวลาในการวงิ่ ของนกั กฬี า
(แนวคาตอบ : นาฬิกาจบั เวลา)
4.5 อุปกรณ์ชนดิ ใดทใ่ี ชว้ ัดความยาวของกลอ่ งดนิ สอ
(แนวคาตอบ : ไมบ้ รรทดั )
5. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า “จากกิจกรรมทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์น้ัน นักเรียนสามารถเรียนรู้
ทักษะทางวิทยาศาสตร์ได้หลากหลายทักษะ เช่น ทักษะการวัดที่ใช้เครื่องชั่งมาชั่งน้าหนักหรือใช้ไม้บรรทัดใน
การวัดความยาวของกล่องดินสอ”
6. นักเรียนดภู าพสัตว์ต่าง ๆ ทอี่ าศยั อย่รู วมกนั
7. ครแู จกกระดาษใบงานให้นักเรียนชว่ ยกนั นาขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการสงั เกตโดยใชก้ ระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ทเ่ี รยี นมาจดั ทาข้อมูล จดั ประเภทของสัตว์จากใน ภาพออกเป็นประเภท โดยจดั ทาขอ้ มลู ใน
รูปแบบตารางและบอกจานวนสตั ว์แตล่ ะประเภทตามท่ี สังเกตเหน็ ในภาพตวั อย่าง
8. จากการสังเกตพบวา่ มสี ัตวอ์ ยู่ 10 ชนิด คอื เปด็ ไก่ แกะ มา้ หมู วัว แมว สนุ ขั แพะ และลา
9. สามารถจดั ประเภทสตั ว์ออกเปน็ พวกๆ ได้ดงั ตารางตอ่ ไปน้ี
ตารางประเภทสัตว์ตา่ ง ๆ รวม
10
มีปกี ไมม่ ปี ีก
28
10. ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน ให้นาผลการบันทึกข้อมูลออกมาอธบิ ายสือ่ ความหมายข้อมลู จากการ
บนั ทกึ เพือ่ ให้เหน็ ความหลากหลาย พรอ้ มท้งั ให้คาแนะนาและเสนอแนะข้อมลู จากทนี่ ักเรียนนาเสนอ เพอื่ ให้
เกิดความเข้าใจทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์มากข้นึ
ขนั้ ท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1 ชั่วโมง)
1. ครนู ากลอ่ งท่ีปิดฝามดิ ชิดมาวางไวห้ น้าชน้ั เรียน แลว้ สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี น โดยที่ครูไมพ่ ูด
สงิ่ ใดรอใหน้ กั เรียนถามแล้วครเู ขยี นพฤติกรรมของนกั เรียนไวบ้ นกระดานตวั อย่างพฤตกิ รรมทเี่ ป็นไปได้
นักเรยี นเกิดความสงสยั มคี าถามเกดิ ขึน้ เช่น
- ครูถอื กลอ่ งอะไรมาด้วย
- ในกลอ่ งมีอะไรอยู่
- ครูเอากล่องมาทาไม เปน็ ต้น
2. ครนู าพฤตกิ รรมของนกั เรียนทเ่ี กิดข้ึนของนักเรียนมาอธบิ ายและไขขอ้ สงสัยของนกั เรยี นว่าสิง่ ท่ี
นักเรียนแสดงพฤตกิ รรมเหล่านี้เป็นวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ คอื การต้งั คาถามจากสง่ิ ท่เี ราสงสัย
3. ครูตัง้ คาถามเพอื่ กระตุน้ ความคดิ ของนักเรยี น โดยใช้แนวคาถาม ดงั นี้
3.1 เมอ่ื นกั เรยี นเกิดความสงสยั เกดิ คาถามขนึ้ แลว้ นักเรียนมวี ิธกี ารอยา่ งไรให้ได้คาตอบจากสงิ่ ท่ี
เราสงสยั
(แนวคาตอบ : ตอ้ งคน้ หาคาตอบโดยการถามคณุ ครู เปิดกล่องออกมาดวู ่ามีอะไรอยใู่ นนั้นเขย่า
กล่องแล้วฟังเสียงซง่ึ นักเรียนอาจมีคาตอบท่ีหลากหลาย)
3.2 คนท่จี ะเป็นนกั วทิ ยาศาสตร์ควรมลี ักษณะนสิ ัยแบบใดบ้าง
(แนวคาตอบ : สนใจใฝ่เรยี นรู้ มคี วามรับผดิ ชอบ มีเหตุมีผล ละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต เป็นต้น)
4. ครูอธิบายความรู้จากการตอบของนักเรียนว่า การหาข้อมูลจากสิ่งที่เราสงสัยอย่างเป็นขั้นตอน
เรา เรยี กวา่ วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์
5. ครแู บ่งเนื้อหาเก่ยี วกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ออกเปน็ 5 หัวขอ้ ดังน้ี
- การตง้ั คาถาม
- การคาดคะเนคาตอบ
- การรวบรวมข้อมูล
- การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
- การสรุปผล
โดยตดิ ไวเ้ ป็นจดุ ตา่ งๆภายในห้องเรยี น 5 จดุ พรอ้ มทัง้ อธิบายเกยี่ วกบั กจิ กรรมโดยให้นักเรียน
แบ่งกลุ่ม แล้วไปศึกษาข้อมูลวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และทาความเข้าใจแล้วนาข้อมูลท่ีได้มาแสดงบทบาท
สมมุติจากตวั อยา่ งสถานการณ์ ทีไ่ ด้ศึกษาตามขน้ั ตอนของวธิ ีการทางวิทยาศาสตร์หน้าชน้ั เรียน
ตวั อย่างเหตกุ ารณ์
เด็กๆยืนอยทู่ ีโ่ ตะ๊ บนโตะ๊ มีกะละมงั ใส่นา้ อย่คู ร่งึ กะละมัง และมกี ้อนดินนา้ มัน แผ่นโฟม ชอ้ นพลาสตกิ
และชอ้ นสเตนเลส วางอยู่บนโตะ๊
A: สิ่งของใดจะลอยน้าบา้ งนะ (การต้งั ปญั หา)
B: สิง่ ของท่ีลอยน้าได้นา่ จะมี แผน่ โฟม ช้อนพลาสติกและดนิ น้ามัน (การคาดคะเนคาตอบ)
A: ถ้างัน้ ลองทดลองเอาดนิ น้ามันใส่ลงในกะละมงั ท่ีมีน้าอย่แู ลว้ ดูวา่ ดินนา้ มันลอยหรือจมนา้
(การรวบรวมข้อมูล)
B: จดบันทึกลงในสมุด ดนิ น้ามนั จมนา้ จมน้า (การรวบรวม ข้อมลู )
A: จากการทดลองส่ิงของท่ลี อยนา้ ไดแ้ ก่แผน่ โฟมกับ ช้อนสเตนเลส (วเิ คราะหข์ อ้ มูล)
B: ท่แี ผน่ โฟมกบั พลาสตกิ ลอยไดเ้ พราะวตั ถทุ งั้ 2 ชนิดมคี วามหนาแนน่ น้อยกวา่ น้าจงึ ทาให้วตั ถุทง้ั 2 ลอยน้าได้
(วเิ คราะห์ข้อมูล)
A: จากการทดลองทาให้สรุปได้ว่า แผ่นโฟมและชอ้ น พลาสติก ลอยนา้ ได้ (การสรุปผล)
6. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปจากการทากจิ กรรมวา่ เกย่ี วขอ้ งกับวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรต์ าม
ข้ันตอนที่แสดงบทบาทสมมุติ
7. นักเรียนทากิจกรรม ใบงานที่ 1-2 เรือ่ ง วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ เพอ่ื ทบทวนความรคู้ วามเข้าใจ
วิธีการทางวทิ ยาศาสตรเ์ พม่ิ มากขึน้
ข้ันท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (1 ช่วั โมง)
1. ครนู าบตั รขอ้ ความเกี่ยวกบั ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ใส่กลอ่ งวางไวห้ น้าชนั้ เรยี น ไดแ้ ก่
การสังเกต การใชต้ ัวเลข การวัด
การจาแนกประเภท การลงความเห็นจากข้อมูล
การจดั กระทาและสื่อความหมายขอ้ มลู
2. ครเู ขียนขอ้ ความไว้บนกระดานเปน็ ข้อๆ ดงั นี้
- จัดผีเส้ือออกเปน็ สองกล่มุ คอื กล่มุ สีสม้ กับกลมุ่ สฟี ้า
- มผี ีเสื้อหลากสี เช่น สสี ้ม สฟี ้า เกาะอยบู่ นดอกไม้
- ใช้ไมบ้ รรทดั วดั ขนาดปกี ผีเสื้อ พบว่าปีกผเี สอ้ื ยาว 4 เซนติเมตร
- ผเี สือ้ สสี ้ม 3 ตวั สฟี า้ 3 ตวั รวมเป็น 6 ตวั
- มผี ีเสื้อสองกลุ่มคือกล่มุ สสี ม้ สามตวั และกลมุ่ สีฟา้ สามตวั บินวนเวยี นตอมดอกไม้
3. นักเรยี นสุ่มหยบิ บตั รขอ้ ความจากในกล่องท่ีวางไวห้ น้าชน้ั เรยี น แลว้ นาไปติดท้ายขอ้ ความบน
กระดานทสี่ มั พนั ธก์ นั จนครบบตั รคาท่คี รเู ตรียมไว้
4. นกั เรียนชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ถา้ มีขอ้ ผิดพลาดใหน้ กั เรียนอาสาสมัครออกมาแก้ไขให้
ถูกต้อง
5. นักเรยี นทากิจกรรม ใบงานท่ี 3 และ 4 เพอื่ สรปุ เกย่ี วกับเรื่องทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ในหนว่ ยที่ 1 เรอื่ ง การสบื เสาะหาความรูท้ างวิทยาศาสตร์ แลว้ รว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเรือ่ งทีไ่ ด้
เรียนมาแลว้ ทัง้ หมดในหน่วยท่ี 1
6. นกั เรียนและครชู ว่ ยกันอภปิ รายจากการทากจิ กรรมและครอู ธิบายเชอ่ื มโยงวา่ “การใช้วธิ กี ารทาง
วิทยาศาสตร์และทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ นั้ พืน้ ฐานเพอื่ หาความรูท้ างวิทยาศาสตร์จะทาให้
นกั เรียนเกิดจิตวทิ ยาศาสตร์ไดซ้ ่งึ ทง้ั หมดเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร”์ พรอ้ มบนั ทึกลงในสมดุ
7. นกั เรียนและครชู ว่ ยกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ อกี ครัง้ เพอ่ื ให้
เข้าใจยิ่งขนึ้
8. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น จากนนั้ ครูใชค้ าถามกระตุ้นความคิดให้นักเรียนช่วยกนั
ตอบคาถาม โดยใช้แนวคาถาม ดังนี้
8.1 จากการทากจิ กรรมตา่ งๆทเี่ ราเรียนรู้ วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ อะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ : การตง้ั คาถาม การคาดคะเนคาตอบ การรวบรวมข้อมลู การวิเคราะหข์ ้อมูล และ
การสรุปผล)
8.2 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐานมีอะไรบ้าง
(แนวคาตอบ : การสงั เกต การใชต้ ัวเลข การวดั และการลงความเหน็ จากขอ้ มลู )
8.3 จติ วทิ ยาศาสตร์หมายถงึ อะไร
(แนวคาตอบ : ลกั ษณะนิสยั ทเี่ กดิ ขน้ึ จากการหาความรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร)์
8.4 ลกั ษณะนิสยั อยา่ งไรบ้างทีเ่ รียกว่ามีจติ วทิ ยาศาสตร์
(แนวคาตอบ : ความสนใจใฝ่รู้ ความมีวนิ ัย ความอดทน ความมเี หตผุ ล เป็นต้น)
ขัน้ ที่ 5 ประเมนิ ผล (Evaluation) (1 ชวั่ โมง)
1. ครกู ระตุ้นความคดิ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบคาถาม โดยใชแ้ นวคาถาม ดังน้ี
1.1 จากการทากจิ กรรมต่างๆทเ่ี ราเรยี นรู้ วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ อะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ : (การตั้งคาถาม การคาดคะเนคาตอบ การรวบรวมขอ้ มูล การวิเคราะห์ขอ้ มลู และ
การสรุปผล)
1.2 ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐานมีอะไรบ้าง
(แนวคาตอบ : (การสังเกต การใชต้ ัวเลข การวดั และการลงความเหน็ จากข้อมูล)
2. ครตู รวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น หน่วยที่ 1 เรือ่ งการสืบเสาะหาความรทู้ าง
วิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายสรปุ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และวธิ กี ารทาง
วทิ ยาศาสตร์
4. ครูประเมินแผนผงั ความคดิ เร่อื ง วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใชแ้ บบประเมนิ ช้ินงาน
5. ครปู ระเมนิ นกั เรียนโดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล การแสดงความคดิ เหน็ การ
ตอบคาถาม การร่วมกันทางานกลมุ่ และการออกมานาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน
6. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์ เครื่องมอื /วธิ ีการวดั เกณฑ์การตัดสิน
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) อธบิ ายวิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ได้ - ประเมินการทากิจกรรมทกั ษะ
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ครบทกุ ขัน้ ตอน (K) กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- สมดุ บนั ทกึ
- ใบงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) อธบิ ายและใชท้ กั ษะการวดั การ - ประเมนิ การทากจิ กรรมทกั ษะ
ใช้จานวน การตงั้ สมมติฐาน และ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การตคี วามหมายขอ้ มูลและลง - สมดุ บันทกึ
ข้อสรุปในการแสวงหาความรู้ได้ (K) - ใบงาน
3) อธบิ ายความหมายของทกั ษะ - ประเมินการทากจิ กรรมทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ข้ัน กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
พื้นฐานในแตล่ ะทกั ษะได้ (K) - สมุดบนั ทกึ
- ใบงาน
4) อธิบายลกั ษณะของคนท่ีมี
จติ วิทยาศาสตรไ์ ด้ (K) - ประเมนิ การทากจิ กรรมทกั ษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- แผนผังความคิด เร่ือง วธิ กี ารทาง
วิทยาศาสตร์
5) ฝกึ ใชท้ กั ษะกระบวนการทาง - สมุดบันทกึ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
วิทยาศาสตร์ได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P) - ใบงาน
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
6) ฝกึ ฝนการมจี ติ วทิ ยาศาสตร์ (P) - ประเมินการทากจิ กรรมทกั ษะ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
7) รับผิดชอบต่องานท่ีไดร้ บั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
มอบหมาย (A) - แผนผังความคดิ เร่อื ง วิธีการทาง
วทิ ยาศาสตร์
- สมุดบนั ทึก
- ใบงาน
- แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน
รายบุคคล
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน
รายบุคคล
7. สอื่ /แหลง่ เรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรู้วิทยาศาสตร์
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
3) แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
4) ใบงาน
5) วัสดอุ ุปกรณก์ ิจกรรมทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
6) บัตรคา
7) รปู ภาพ
8) กลอ่ ง
8. บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….…………… ครผู ูส้ อน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผอู้ านวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 สงิ่ แวดล้อมรอบตวั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2
เรือ่ ง สิ่งแวดลอ้ มรอบตัวเรา เวลา 2 ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ว 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ
เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลา ยทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่ง มีชีวิต
รวมทงั้ นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชี้วัด
ป. 2/1 เปรยี บเทยี บลกั ษณะของสิง่ มีชีวิตและส่ิงไม่มีชวี ติ จากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้
2. สาระสาคัญ
สิ่งแวดล้อมรอบตวั เรา จะมสี ิ่งมีชวี ติ มากมายอาศยั อยโู่ ดยมีทง้ั สง่ิ มชี ีวติ ทเ่ี ปน็ คน สตั ว์ และพชื ในการ
สังเกตว่าสิ่งใดเป็นส่ิงมีชีวิตนั้นเราสามารถสังเกตได้จากลักษณะสาคัญต่าง ๆ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตต้องการ
อากาศ อาหาร และน้า เพื่อการดารงชีวิตสิ่งมีชีวิตมีการการตอบสนองต่อส่งเร้าต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตสามารถ
เคล่อื นที่และเคลอื่ นไหวได้เองและสง่ิ มีชวี ติ มกี ารสบื พันธแุ์ ละมกี ารเจรญิ เตบิ โต
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกลักษณะของสิง่ มชี ีวิตและสิง่ ไม่มชี วี ติ ได้
3.2 ทักษะ
1. นกั เรยี นสามารถเปรยี บเทียบลักษณะสาคัญของสิง่ มชี ีวิตและส่ิงไมม่ ีชวี ติ ได้
3.3 คณุ ลักษณะ
1. นกั เรียนมคี วามมุง่ มน่ั ในการทางาน
4. สาระการเรยี นรู้
สิ่งที่อยู่รอบตัวเรามีทั้งที่เป็นส่ิงมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตสิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการหายใจ
เจริญเติบโต ขับถ่าย เคล่ือนไหวตอบสนองต่อส่ิงเร้าและสืบพันธ์ได้ลูกท่ีมีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วน
สิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มีลักษณะดังกล่าว
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี
1. ครนู าบัตรภาพส่งิ ของทอ่ี ยใู่ นชีวิตประจาวันที่นกั เรยี นรู้จักและเคยเหน็ ในชวี ิตประจาวันมาแสดงให้
นักเรียนดู ตวั อยา่ งบัตรภาพรองเทา้ ลกู บอล รถจกั ยานยนต์ โทรศพั ท์ สนุ ขั แมว ตน้ กล้วย ดอกบวั กบ
ต๊กั แตน นก จระเข้ เตา่ รถยนต์ เปน็ ต้น
2. ครนู าภาพสิ่งของทอ่ี ยใู่ นชีวติ ประจาวนั มาใหน้ กั เรียนดูจากนน้ั ให้นักเรียนรวมกันสนทนาเก่ียวกับ
ภาพวา่ ภาพใด เป็นภาพสิ่งมีชีวติ และภาพใดเปน็ ภาพสิ่งไมม่ ีชวี ติ เพ่ือเปน็ การทบทวนแลว้ นาบัตรภาพใสก่ ล่อง
คละกันวางไวห้ น้าชนั้ เรียน
(แนวคาตอบ สง่ิ มีชวี ติ ไดแ้ ก่ สนุ ขั แมว ตน้ กลว้ ย ดอกบัว กบ ต๊กั แตน นก จระเข้ เต่า รถยนต์ เปน็
ต้น และ ส่ิงไม่มีชีวติ ไดแ้ ก่ รองเท้า ลกู บอล รถจกั ยานยนต์ โทรศพั ท์ เปน็ ตน้ )
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาที)
1. ครแู บ่งนกั เรียนออกเป็นสองกลุ่มตามความเหมาะสมจากนั้นครใู ช้เทคนคิ การแขง่ ขันเลน่ เกม โดย
ครูอธิบาย กติกาการเลน่ ดงั นี้
- ครจู ะเป็นคนหยบิ ภาพข้ึนมาทีละภาพแตย่ ังไม่เปิดให้ดูให้นกั เรียน
- ให้ฝัง่ ใดฝ่ังหน่ึงเป็นฝ่ายทายก่อนวา่ ภาพน้ันเปน็ ส่งิ มชี ีวติ หรอื ไมม่ ีชีวติ โดยการจับฉลากสี โดยถ้าใคร
ได้สี ดาจะตอบไดค้ าถามก่อน ถ้าฝั่งไหนได้สขี าวจะได้ตอบทหี ลงั
- ถ้าทายถูกจะไดค้ ะแนน สลับกันทลี ะภาพจนหมดภาพทค่ี รเู ตรยี มมา
2. เม่อื จบเกมสรุปคะแนนฝ่ายใดทายถูกมากวา่ เป็นฝา่ ยชนะ
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (10 นาท)ี
1. นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายเก่ยี วกับผลการสังเกตลกั ษณะของส่งิ มีชวี ติ และสง่ิ ไมม่ ชี ีวติ โดยให้
นกั เรยี นบอกลกั ษณะสาคัญของส่ิงมีชีวติ และสง่ิ ไม่มีชวี ิตโดยใหน้ ักเรียนชว่ ยกันบอกเป็นขอ้ ๆจากนั้นครู เขียน
ขอ้ มลู ไว้บนกระดานดงั นี้
ส่งิ มชี ีวดิ มีลกั ษณะ - กินอาหารได้ – เคลอ่ื นไหวได้
- เจริญเตบิ โตได้ - ขบั ถ่ายได้ -หายใจได้
สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะ -กินอาหารไม่ได้ – เคลอื่ นไหวไมไ่ ด้
- ไม่เจรญิ เตบิ โต - ไมม่ กี ารขบั ถ่าย – ไมห่ ายใจ
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาท)ี
1. ครูให้นกั เรียนอา่ นเรอ่ื งราว ในหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนา้ 28
และตอบคาถาม
- จากเรอ่ื งราวนกั เรยี นคดิ วา่ ปลาทองเปน็ สงิ่ มีชวี ิตหรือไม่เพราะอะไร
(แนวคาตอบ ปลาทองเป็นสิ่งมชี วี ติ เพราะปลาทองตอ้ งกนิ อาหารและน้าต้องการอากาศเพอื่ หายใจ มี
การขับถ่ายของเสียและมกี ารเจริญเตบิ โตของรา่ งกาย)
- นักเรียนคิดวา่ มีสง่ิ มีใดบา้ งทมี่ ีการเจรญิ เตบิ โตของร่างกายเหมอื นกับปลาทอง จงยกตัวอย่างมา 3
อย่าง
(แนวคาตอบ เชน่ สุนัข คน ไก่ ม้า ววั ชา้ ง ลงิ เป็นตน้ )
2. ครใู หน้ กั เรียนทาใบงานที่ 1 เรื่องสงิ่ มชี วี ติ และสิง่ ไม่มีชวี ติ
ขัน้ ท่ี 5 ประเมินผล (Evaluation) (10 นาท)ี
1. ครสู ุม่ นกั เรียนมาอธบิ ายขอ้ มลู ลกั ษณะของสง่ิ มีชีวติ และส่งิ ไมม่ ีชีวติ จากตวั อยา่ งทพี่ บเหน็ ใน
ชวี ติ ประจาวนั หรอื สถานการณท์ ีเ่ กิดข้ึน เชน่
- รถยนตท์ ีเ่ คลือ่ นท่อี ยบู่ นถนนได้ จดั เป็นสงิ่ มชี ีวติ หรอื ไม่เพราะเหตุใด
2. ครูประเมนิ ชิ้นงาน เรือ่ ง ส่ิงมชี วี ติ และสิ่งไม่มีชีวิต
6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ/วิธกี ารวดั เกณฑก์ ารตัดสนิ
จุดประสงค์ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ประเมนิ การทากิจกรรมสิง่ มชี ีวิต
1) บอกลกั ษณะของสง่ิ มชี ีวิตและ และสิง่ ไมม่ ชี วี ิต รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สิ่งไม่มีชีวิตได้ (K) - สมุดบนั ทกึ
- ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) เปรยี บเทยี บลักษณะสาคญั ของ
ส่ิงมชี วี ติ และส่งิ ไม่มีชีวติ ได้ (P) - ประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการ
ทางานรายบคุ คล
3) มีความมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A) - สมดุ บันทึก
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
- ประเมนิ สังเกตพฤติกรรมการ
ทางานรายบุคคล
7. ส่อื /แหลง่ เรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ส่งิ แวดลอ้ มรอบตัว
2) บตั รภาพ
3) ใบงาน
8. บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….…………… ครผู ูส้ อน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผอู้ านวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
บตั รภาพ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 สิ่งแวดล้อมรอบตวั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2
เรอ่ื ง สงั เกตสงิ่ มีชวี ติ และสิง่ ไม่มชี ีวิต เวลา 2 ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ว 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ
เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้วี ัด
ป. 2/1 เปรยี บเทยี บลกั ษณะของส่งิ มีชวี ิตและสิ่งไม่มชี ีวิต จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้
2. สาระสาคญั
ส่งิ แวดล้อมรอบตัวเรา จะมสี งิ่ มชี ีวิตมากมายอาศัยอยโู่ ดยมีท้งั สงิ่ มีชีวติ ท่ีเป็นคน สตั ว์ และพชื ในการ
สังเกตว่าส่ิงใดเป็นสิ่งมีชีวิตน้ันเราสามารถสังเกตได้จากลักษณะสาคัญต่าง ๆ เน่ืองจากส่ิงมีชีวิตต้องการ
อากาศ อาหาร และน้า เพื่อการดารงชีวิตสิ่งมีชีวิตมีการการตอบสนองต่อส่งเร้าต่าง ๆ ส่ิงมีชีวิตสามารถ
เคล่อื นทแี่ ละเคล่อื นไหวได้เองและสง่ิ มีชวี ติ มีการสืบพันธแ์ุ ละมกี ารเจริญเตบิ โต
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ความรู้
1. นักเรียนสามารถบอกลักษณะของส่ิงมีชวี ติ และส่ิงไมม่ ีชวี ิตได้
3.2 ทกั ษะ
1. นกั เรียนสามารถสังเกตลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ิตและส่งิ ไมม่ ีชีวิตได้
3.3 คณุ ลักษณะ
1. นกั เรียนมีความมุง่ ม่ันในการทางาน
4. สาระการเรยี นรู้
สิ่งที่อยู่รอบตัวเรามีทั้งท่ีเป็นสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตสิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการหายใจ
เจริญเติบโต ขับถ่าย เคล่ือนไหวตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสืบพันธ์ได้ลูกท่ีมีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วน
สิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มีลักษณะดังกล่าว
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี
1. ครูกระต้นุ ความสนใจของนกั เรยี นก่อนจะเริ่มเรียนในวนั นีโ้ ดยการอา่ นเร่ืองเดก็ หญิงมะลกิ บั เดก็ ชาย
ก้อง ใหน้ ักเรียนฟงั ดงั น้ี
“เด็กหญิงมะลเิ ป็นคนรกั สตั ว์มาก วันหนึ่งเธอเดนิ ผ่านสนามหญา้ หนา้ บา้ น เธอพบลกู กระรอก 2 ตวั
ตกลงมาจากตน้ ไม้ เธอจงึ เก็บมนั มาเลยี้ งสว่ นเด็กชายกอ้ งเก็บกอ้ นหินสองก้อนมาจากใตต้ ้นไม้ มะลิ และ
เด็กชายก้องปอ้ นอาหารและนา้ ให้กระรอกกบั ก้อนหนิ ทกุ วนั เม่อื เวลาผ่านไป ลกู กระรอก เจริญเตบิ โตและ
แขง็ แรงขึ้น มะลจิ ึงนากระรอกกลับไปปลอ่ ยทตี่ ้นไมเ้ ดิม มะลยิ ืนมองกระรอกวิง่ และ ปีนป่าย ขน้ึ ไปบนตน้ ไม้
เพ่อื กลับไปทรี่ งั ของมัน ส่วนเดก็ ชายก้องยงั เกบ็ กอ้ นหนิ ไวท้ บี่ ้านเช่นเคย”
2. จากนัน้ ครูถามคาถามกระต้นุ ความคดิ ของนกั เรียนจากการฟังดงั นี้
2.1 จากเรอื่ งราว นักเรียนคดิ วา่ กระรอกเปน็ สิง่ มชี ีวิตใช่ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวคาตอบ กระรอกเปน็ สงิ่ มีชวี ติ เพราะกระรอกมีการเจรญิ เติบโตกระรอกกินอาหารได้
เคล่อื นไหวได้ เป็นต้น)
2.2 นักเรียนคดิ ว่า กระรอกกับกอ้ นหิน แตกตา่ งกนั อย่างไร
(แนวคาตอบ กระรอกเป็นส่ิงมีชีวติ สว่ นกอ้ นหินเป็น ส่งิ ไม่มชี วี ติ )
2.3 นักเรียนคิดว่า มสี ง่ิ ใดอีกบ้างทมี่ ีลกั ษณะเหมอื นกระรอก
(แนวคาตอบ นกั เรยี นตอบตามประสบการณห์ รือความร้พู ื้นฐานของตนเอง)
ขัน้ ท่ี 2 ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาท)ี
1. ครูนาภาพสิ่งมชี วี ติ และสิ่งไมม่ ีชีวติ มาใหน้ กั เรยี นดูจากน้ันให้นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกับภาพ
วา่ ภาพใดเปน็ ภาพส่งิ มชี วี ิตและภาพใดเป็นภาพสงิ่ ไมม่ ีชีวิตภาพตวั อย่างสง่ิ มีชวี ติ และไม่มชี ีวติ ต่าง ๆ ท่ี
นกั เรยี นรจู้ ักรอบตวั ดังตวั อย่าง - สตั ว์ - แมน่ า้ - ต้นไม้ - บา้ น - รถ เป็นตน้
จากนนั้ ครตู ง้ั คาถามโดยมีแนวคาถามว่า
- ภาพท่ีครูนามาใหด้ มู ีอะไรบ้าง แล้วจดั เปน็ สง่ิ มีชีวติ เพราะ อะไร
(แนวคาตอบ สัตว์ ต้นไมเ้ พราะมกี ารเจรญิ เติบโต กนิ อาหาร เคล่อื นท่ไี ดเ้ ปน็ ตน้ )
2. ครูติดบตั รข้อความส่ิงมีชีวติ และส่ิงไมม่ ีชวี ติ ไวบ้ นกระดานคนละฝ่ังดงั นจี้ ากนัน้ ครู แบ่งนักเรียน
ออกเป็นสองฝ่ายตามความเหมาะสมอาจแบง่ เป็นฝา่ ย ผ้ชู าย-ผู้หญิง หรือแบ่งตามลกั ษณะทนี่ งั่ ฝั่งซา้ ย กบั ฝงั่
ขวา เปน็ ต้น เพอ่ื ทากจิ กรรมแยกประเภทของส่ิงมีชวี ติ และสง่ิ ไม่มชี ีวติ
ส่ิงมชี ีวติ สิ่งไม่มีชีวิต
3. ครนู าบตั รภาพและบัตรคาของส่งิ มชี วี ิตและสง่ิ ไมม่ ชี วี ิตเกยี่ วกับสง่ิ ต่าง ๆ ใสก่ ลอ่ งคละกนั วางไว้บน
โต๊ะตรงกลางหน้าช้ันเรยี นและอธบิ ายการทากิจกรรมใหน้ กั เรียนฟังกอ่ นดงั นี้
- ใหแ้ ตล่ ะฝา่ ยสง่ ตัวแทนออกมาเปน็ ตวั แทนในการหยบิ บัตรภาพและบตั รคาตามทฝ่ี า่ ยตวั เองเลือก
นามาตดิ บนกระดานให้ ถูกตอ้ ง โดยครจู ะเปน็ คนใหส้ ญั ญาณในการออกมาหยิบฝัง่ ละคน สลับกันจนครบ กลมุ่
ไหนตดิ ถูกมากทสี่ ดุ จะเป็นฝ่ายชนะ
4. ให้นกั เรยี นปฏิบัตกิ ิจกรรม 2 รอบโดยสลับกนั ใช้บัตรคาและบตั รภาพ
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. นักเรยี นและครสู รุปผลการทากจิ กรรมโดยการตรวจสอบจากผลงานทตี่ ดิ ไว้บนกระดานและ
ชว่ ยกันบอกลักษณะของสิง่ มชี วี ิตและสิง่ ไม่มชี ีวติ วา่ มลี กั ษณะแตกตา่ งกนั อย่างไรบา้ งให้นกั เรียนยกมือตอบ
แสดงความ คิดเหน็
(แนวคาตอบ สงิ่ มชี วี ติ ได้แก่ สนุ ขั มา้ ลาย ปลา ต้นมะม่วง และส่ิงมีชวี ติ สามารถ กนิ อาหารและน้าได้ ขบั ถา่ ย
ได้ หายใจได้ เคลอื่ นไหวได้ มีการสืบพนั ธุ์ และสามารถเจรญิ เติบโตได้ สงิ่ ไม่มีชวี ิต ได้แก่ บา้ น รถยนต์ มา้ น่งั
อา่ งปลา และสง่ิ ไมม่ ีชวี ติ ไม่ตอ้ งกินอาหารและนา้ ไมต่ อ้ งขบั ถา่ ย ไม่หายใจ ไมม่ กี ารเคล่อื นไหวร่างกาย ไม่มี
การสบื พนั ธ์ุ และไมม่ ีการเจรญิ เติบโต)
2. จากนัน้ ครูเขียนขอ้ มลู ทนี่ กั เรยี นตอบไว้บนกระดาน แลว้ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากการ
ตอบ คาถาม
3. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ท่ีได้จากการทากจิ กรรมเพอ่ื ใหไ้ ด้ประเดน็ ดงั ต่อไปนี้
“ส่ิงมชี ีวติ และส่ิงไม่มชี วี ติ จะมีลกั ษณะทแ่ี ตกต่างกันออกไปโดยสามารถสงั เกตได้จากลักษณะสาคญั
ตา่ ง ๆ เนื่องจากส่งิ มีชวี ิตตอ้ งการอากาศ อาหาร และนา้ เพ่อื การดารงชีวติ สง่ิ มีชีวติ มกี ารการตอบสนองตอ่ สิ่ง
เรา้ ตา่ ง ๆ สง่ิ มีชวี ติ สามารถเคล่อื นท่ีและเคลื่อนไหวได้เอง และส่งิ มีชวี ิตมกี ารสบื พันธแุ์ ละมกี ารเจรญิ เตบิ โต”
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาที)
1. นกั เรียนทากิจกรรม ใบงานที่ 2-3 เรือ่ ง สิง่ มีชวี ติ และส่ิงไมม่ ชี วี ติ ให้นักเรยี นทกุ คนโดยให้แตล่ ะคน
ระบายสีสิง่ มชี วี ิต และสงิ่ ไมม่ ชี วี ิตในใบงานพร้อมตกแตง่ ใหส้ วยงาม
2. ครใู ห้นักเรียนนาผลงานของตนเองมาแลกเปลี่ยนกนั กบั เพอ่ื น เพอื่ แลกเปลีย่ นความคิด และ
ตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง
3. นักเรยี นและครูร่วมกนั ตรวจสอบข้อมลู และอภิปรายเกยี่ วกบั ผลการสงั เกตลักษณะของส่งิ มีชีวติ
และส่ิงไมม่ ชี ีวิตตามผลงานทน่ี กั เรียนทา
4. ครูใหน้ กั เรียนนาใบงานของตนเองไปติดไว้ทีบ่ อรด์ เพือ่ แลกเปลีย่ นใหเ้ พือ่ นๆได้ช่นื ชมผลงาน
5. ครใู ห้นกั เรยี นดบู ตั รภาพสิ่งมชี วี ิตและสิ่งไมม่ ีชวี ิต ทลี ะ ภาพอีกคร้งั แลว้ ใหน้ ักเรียน ช่วยกันตอบว่า
ภาพใดเป็นสิ่งมชี วี ิตและภาพใดเป็นส่ิงไมม่ ชี ีวติ จากนน้ั ครูเฉลยคาตอบ
ขนั้ ท่ี 5 ประเมินผล (Evaluation) (10 นาท)ี
1. ครปู ระเมินจากการตรวจใบงานที่ 2-3 ส่งิ มชี ีวิตและ ส่ิงไม่มีชวี ิต
2. ครูประเมนิ ผลนกั เรยี นจากการทากจิ กรรม หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง สงิ่ มชี ีวิตรอบตวั
3. ครปู ระเมินจากกิจกรรมแยกประเภทของสิ่งมีชวี ิตและสิ่งไมม่ ชี วี ติ
4. ครูประเมนิ นักเรียนโดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคลการแสดงความคดิ เหน็ การตอบ
คาถาม การร่วมกันทางานกลุ่มและการออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
6. กระบวนการวดั และประเมินผล เคร่ืองมอื /วิธีการวดั เกณฑก์ ารตดั สิน
จุดประสงค์
- ประเมนิ การทากิจกรรมส่ิงมีชีวติ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) บอกลักษณะของส่งิ มชี ีวิตและ
สิ่งไม่มีชีวิตได้ (K) และสง่ิ ไมม่ ชี ีวิต
2) สงั เกตลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ติ และ - สมดุ บันทกึ
สิ่งไม่มีชีวิตได้ (P)
- ใบงาน
3) มคี วามม่งุ มน่ั ในการทางาน (A)
- ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทางานรายบคุ คล
- สมุดบันทกึ
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
- ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทางานรายบุคคล
- ประเมินสังเกตพฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม
- ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
7. สือ่ /แหล่งเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สง่ิ แวดลอ้ มรอบตัว
2) บัตรภาพ
3) บตั รคา
4) ใบงาน
8. บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/ อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………………….…………… ครูผู้สอน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผอู้ านวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
บตั รภาพ
บตั รคา
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ส่ิงแวดล้อมรอบตวั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2
เรื่อง สารวจสง่ิ มชี วี ติ และไมม่ ชี วี ติ เวลา 2 ชวั่ โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ว 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ
เปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อส่ิงมีชีวิตความหลากหลา ยทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่ง มีชีวิต
รวมท้ังนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชี้วัด
ป. 2/1 เปรียบเทียบลักษณะของส่งิ มีชวี ติ และสงิ่ ไมม่ ชี วี ติ จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้
2. สาระสาคัญ
สง่ิ แวดลอ้ มรอบตัวเรา จะมีส่ิงมชี ีวิตมากมายอาศยั อยู่โดยมีท้ังสง่ิ มชี วี ิตท่ีเปน็ คน สตั ว์ และพืช ในการ
สังเกตว่าส่ิงใดเป็นส่ิงมีชีวิตน้ันเราสามารถสังเกตได้จากลักษณะสาคัญต่าง ๆ เนื่องจากส่ิงมีชีวิตต้องการ
อากาศ อาหาร และน้า เพ่ือการดารงชีวิตสิ่งมีชีวิตมีการการตอบสนองต่อส่งเร้าต่าง ๆ ส่ิงมีชีวิตสามารถ
เคล่ือนท่แี ละเคลอื่ นไหวได้เองและสิง่ มชี ีวติ มกี ารสบื พนั ธ์ุและมกี ารเจรญิ เตบิ โต
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกลกั ษณะของสิ่งมีชีวิตและส่ิงไมม่ ีชีวิตได้
3.2 ทักษะ
1. นกั เรียนสามารถสังเกตลกั ษณะของสง่ิ มีชวี ติ และสง่ิ ไม่มีชีวติ ได้
3.3 คณุ ลกั ษณะ
1. นกั เรยี นมีความมุง่ ม่ันในการทางาน
4. สาระการเรยี นรู้
ส่ิงที่อยู่รอบตัวเรามีท้ังที่เป็นส่ิงมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตสิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการหายใจ
เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหวตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสืบพันธ์ได้ลูกท่ีมีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วน
สิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มีลักษณะดังกล่าว
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี
1. ครใู ชเ้ ทคนคิ การเลา่ เรอ่ื ง โดยเลา่ เรือ่ งส้ันให้นักเรียนฟงั 1 เรือ่ ง ดังน้ี
เรอ่ื ง สุนัขของแก้ว
แก้วเป็นคนโอบออ้ มอารี เช้าวันหน่ึงมคี นนาลกู สนุ ขั มาทิ้งไวห้ น้าบา้ นของแกว้ 4 ตวั แกว้ จึงนามาเล้ียงและดูแล
อยา่ งดโี ดยการใหอ้ าหารอย่างเพยี งพอ อาบน้าใหเ้ ป็นประจา แกว้ กาหนดขอบเขตบรเิ วณขบั ถา่ ยและปัสสาวะของสนุ ัข
ในบริเวณบา้ น มสี นามหญา้ ใหล้ กู สนุ ัขว่งิ เล่นและวิง่ ออกกาลงั กาย หลายเดือนผ่านไปลกู สุนัขทีเ่ คยตวั เลก็ ๆ ท่ีแกว้ อุม้
เล่นได้ ก็เร่ิมตัวใหญ่ข้นึ เรือ่ ย ๆ จนสงู เกอื บถึงเอวของแกว้ เมื่อแกว้ เล้ียงสุนขั ด้วยความรกั และเอาใจใส่ สุนขั ทุกตวั จึงรัก
แกว้ เช่นกัน ทุกวันทแ่ี กว้ ไปและกลับจากโรงเรียน สุนขั ทัง้ 4 ตัวจะคอยวง่ิ แขง่ กันจนเหนื่อยหอบเพ่อื ไปส่งและรับแก้วท่ี
หน้าบ้าน เวลาที่ไม่มใี ครอยู่บา้ นสุนขั ทง้ั 4 ตัวก็จะคอยเฝ้าบา้ นให้เป็นอย่างดี
2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั เรอื่ ง สุนัขของแกว้ จากนัน้ ครถู ามคาถามนักเรยี นวา่ สนุ ัข
ท้งั 4 ตวั ของแกว้ แสดงพฤติกรรมอะไรบ้าง
(แนวคาตอบ ปสั สาวะและขับถา่ ย ว่ิง กนิ อาหารและน้า เหนื่อยหอบ)
3. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมเชอ่ื มโยงให้นักเรียนเข้าใจวา่ จากคาตอบของนักเรียนสิ่งเหลา่ นั้นจัดเป็นลักษณะ
สาคัญของสิ่งมีชวี ติ คอื สง่ิ มีชีวิตจะตอ้ งเคลือ่ นทไี่ ด้ ต้องการอาหาร มกี ารขับถ่าย ตอ้ งการอากาศใน การ
หายใจ มีการเจรญิ เตบิ โต มีการสืบพนั ธ์ุ และมกี ารตอบสนองต่อสิ่งเรา้
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ สารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาที)
1. ครูใหน้ กั เรียนลองสงั เกตดสู ่ิงมชี วี ิตและสิง่ ไม่มชี ีวิตรอบ ๆ ตวั นกั เรยี น ครอู ธบิ ายขั้นตอนการทา
กิจกรรม ทากจิ กรรม ใบงาน เร่อื ง สารวจส่งิ มีชวี ติ และสงิ่ ไม่มีชวี ิต โดยใหน้ ักเรียนวาดภาพสิ่งมชี วี ติ และ
สิ่งไม่มีชีวิตทพี่ บเจอลงในใบงาน และระบายสีตกแต่งให้สวยงาม
2. นักเรียนออกไปนอกห้องเรียน พร้อมสารวจสงิ่ ตา่ ง ๆ ภายในโรงเรยี น
3. นกั เรยี นวาดภาพสิ่งตา่ ง ๆ ทีพ่ บเจอ ท้ังสิ่งมีชวี ิตและส่งิ ไม่มีชีวติ พรอ้ มระบายสสี ิ่งตา่ ง ๆ ที่นกั เรยี น
ไดว้ าด พร้อมตกแตง่ ให้ สวยงาม
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. ครูสุ่มนักเรียน เพ่ือออกมานาเสนอผลงานของตัวเอง พร้อมบอกว่า สิ่งท่ีวาดเป็นสิ่งมีชีวิตหรือ
สิ่งไม่มีชีวิต
2. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและลงข้อสรุปว่า ส่ิงไหนบา้ งเปน็ สง่ิ มีชวี ติ และสงิ่ ไม่มชี วี ิต
ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาที)
1. นักเรียนทากิจกรรม ใบงาน เรอ่ื ง สง่ิ มีชีวติ และสิ่งไมม่ ีชีวติ
2. ครูสุ่มนักเรียน ออกมานาเสนอใบงาน สิ่งมีชีวติ และส่งิ ไมม่ ีชวี ิต และใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภิปราย
เก่ยี วกบั สงิ่ มชี วี ิตและสงิ่ ไมม่ ีชวี ติ
ข้ันที่ 5 ประเมินผล (Evaluation) (10 นาท)ี
1. นักเรียนทากิจกรรมหนูตอบได้ หน้าท่ี 33 หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ เลม่ 1
2. ครูสมุ่ นกั เรยี น ตอบคาถามจากกิจกรรมหนตู อบได้ หน้าที่ 33 หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ เลม่ 1
- ยกตวั อยา่ งสง่ิ มชี วี ติ ท่นี กั เรียนร้จู ักมา 3 อย่าง พร้อมบอกเหตผุ ลว่าเหตุใดจึงจัดเป็นส่ิงมีชีวติ
- ยกตัวอย่างสิ่งไมม่ ชี วี ิตทน่ี ักเรียนรู้จักมา 3 อยา่ ง พร้อมบอกเหตุผลวา่ เหตุใดจงึ จัดเปน็ สิ่งมีชวี ิต
- สัตว์สามารถเคลอื่ นทีไ่ ด้เองจึงจดั เป็นส่งิ มีชีวิต สว่ นต้นไมเ้ คล่อื นทีไ่ ม่ได้ ตน้ ไม่จึงจดั เป็น สิง่ ไม่มชี วี ติ
ใช่หรือไม่ เพราะอะไร
3. ครูตรวจสอบผลการทา กจิ กรรมสารวจส่ิงมีชวี ติ และสิง่ ไม่มีชวี ิต
4. ครตู รวจสอบใบงานที่ 4 เรอ่ื งสิง่ มชี ีวติ และส่งิ ไมม่ ชี ีวติ
5. ครปู ระเมินการตอบคาถามจากกจิ กรรมหนูตอบได้
6. กระบวนการวดั และประเมินผล เคร่อื งมือ/วิธีการวดั เกณฑ์การตดั สนิ
จุดประสงค์
- ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) บอกลักษณะของสิง่ มีชีวิตและ
สิ่งไม่มีชีวิตได้ (K) ทางานรายบคุ คล
2) สงั เกตลักษณะของส่งิ มีชีวติ และ - ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการตอบ
สิ่งไม่มีชีวิตได้ (P)
คาถาม แสดงความคดิ เหน็
3) มีความมงุ่ มน่ั ในการทางาน (A)
- ใบงาน
- ประเมนิ การทากจิ กรรมส่งิ มีชวี ิต ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
และส่ิงไมม่ ชี ีวติ
- ประเมินสังเกตพฤติกรรมการ
ทางานรายบคุ คล
- ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการตอบ
คาถาม แสดงความคดิ เหน็
- ประเมินผลการทากจิ กรรม
- ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทางานรายบุคคล
- ประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
7. สื่อ/แหลง่ เรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 สง่ิ แวดล้อมรอบตัว
2) ใบงาน
3) วสั ดอุ ุปกรณท์ ่ีใช้ในการสารวจ
8. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….…………… ครูผสู้ อน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผู้อานวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ