แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรียนร้เู รื่องพชื ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
เร่อื ง น้ากับการดารงชวี ติ ของพืช เวลา 2 ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ว 1.2
เขา้ ใจสมบตั ิของส่ิงมีชวี ติ หน่วยพ้ืนฐานของสงิ่ มีชวี ิต การลาเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์
ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องอวัยวะตา่ ง ๆ ของพชื ที่ทางานสมั พนั ธก์ ัน รวมทง้ั นาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชว้ี ดั
ป. 2/1 ระบวุ า่ พชื ตอ้ งการแสงและนา้ เพื่อการเจรญิ เตบิ โตโดยใช้ข้อมูลจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ป. 2/2 ตระหนักถงึ ความจาเปน็ ทีพ่ ชื ตอ้ งไดร้ บั นา้ และแสง เพ่ือการเจริญเติบโต
โดยดูแลพชื ให้ ไดร้ ับสิง่ ดงั กล่าว อย่างเหมาะสม
2. สาระสาคญั
พชื ตอ้ งการน้า แสงเพ่อื การเจรญิ เตบิ โตพชื ดอกเม่ือเจริญเตบิ โตและมดี อก ดอกจะมกี าร สบื พันธุ์
เปล่ยี นแปลงไปเป็นผล ภายในผลมีเมล็ดเมือ่ เมลด็ งอก ต้นออ่ นที่อยู่ภายในเมลด็ จะเจริญเติบโตเป็นพชื ตน้ ใหม่
พชื ต้นใหม่จะเจริญเตบิ โตออกดอกเพอื่ สบื พันธุผ์ ลต่อไปได้อกี หมุนเวียนต่อเนอื่ งเปน็ วัฏจกั รชีวติ ของพืชดอก
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรยี นอธบิ ายปจั จัยทจ่ี าเปน็ ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชได้
3.2 ทักษะ
1. นกั เรียนสามารถทดลองวา่ พชื ตอ้ งการแสง เพอื่ การเจริญเติบโตได้
1. นกั เรียนมคี วามใฝ่เรียนรู้
4. สาระการเรยี นรู้
พืชต้องการแสงแดดมาใช้ในการสร้างอาหาร ถ้าขาดแสงแดด พืชจะแคระแกรน ใบจะมีสีเหลืองหรือ
ขาวซีดและตายในท่ีสุด พืชแต่ละชนิดต้องการแสงไม่เท่ากันพืชบางชนิดอาจต้องการแสงแดดจัด แต่พืชบาง
ชนดิ ก็ตอ้ งการแสงนอ้ ย
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี
1. ครเู ปิดรปู ภาพใหน้ ักเรียนสงั เกตแลว้ ตงั้ คาถาม
- จากภาพนกั เรยี นคดิ วา่ แสงมผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชหรือไม่
(พจิ ารณาคาตอบตามความเหมาะสม)
- ทาไมถึงต้องเปิดไฟให้พชื ในตอนกลางคนื
(แนวคาตอบ พืชบางชนดิ เป็นพืชทีต่ ้องการเร่งใหม้ กี ารเจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเร็ว เช่น พืชดอก จงึ มกี าร
เรง่ การเจริญเตบิ โตโดยใหแ้ สงทัง้ กลางวันและกลางคืน)
2. นักเรยี นดูคลปิ วีดที ศั นเ์ กีย่ วกบั แสงมผี ลตอ่ การเจริญเติบโตของพืช พร้อมอภิปรายเกี่ยวกบั วดี โี อ
รว่ มกัน
ข้ันที่ 2 ขนั้ สารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาท)ี
1. จากกิจกรรมในชวั่ โมงที่แลว้ ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ เลือกตน้ ถวั่ เขยี วท่ีจะทาการทดลองมา 1 ต้น
- ใช้ปากกาเมจิกเขยี นเลข 1 ลงบนแกว้ ใบท่ี 1 และเขยี นหมายเลข 2 บนแก้วใบที่ 2 จากนน้ั เลอื ดตน้
ถัว่ เขยี ว ให้มีขนาดและความสูงเทา่ ๆ กัน 2 ต้น
- นาดินใสถ่ างต้นไม้ 2 ใบ ในปริมานเทา่ กนั จากนน้ั นาถั่วเขียวทีเ่ ลือกไวม้ าปลูกในกระถางใบละ 1 ต้น
สงั เกตและบนั ทกึ ผล
- นาต้นถั่วเขียวในแก้วใบที่ 1 ไปตั้งบรเิ วณทแี่ สงแดดส่องถงึ
- นาตน้ ถว่ั เขียวในแก้วใบที่ 2 ไปตง้ั ในถงุ ดาและปิดฝา ไมใ่ หแ้ สงแดดส่องถงึ
- รดน้าต้นถวั่ เขยี วทงั้ 2 แกว้ ตอนเช้าและตอนเยน็ ในปรมิ านเท่าๆ กนั ทุกวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
จากนัน้ สังเกตต้นถ่ัวเขียว แล้วบันทกึ ผลลงในตารางดงั น้ี
การทดลอง ลกั ษณะของต้นถัว่ เขียว ลกั ษณะของตน้ ถั่วเขียว
กอ่ นทาการทดลอง เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์
กระถางใบท่ี 1 ความสูงของลาต้น ..... ความสูงของลาตน้ .....
ได้รบั แสงแดด ขนาดของใบ............. ขนาดของใบ.............
สขี องใบ.................... สีของใบ....................
กระถางใบที่ 1 ความสงู ของลาต้น ..... ความสงู ของลาตน้ .....
ไม่ได้รบั แสงแดด ขนาดของใบ............. ขนาดของใบ.............
สขี องใบ.................... สีของใบ....................
ขนั้ ที่ 3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ อภปิ รายรว่ มกันถึงวิธีการทดลองเพื่อหาคาตอบของปัญหากิจกรรมที่ครูเขียน
ไว้บน กระดาน โดยมีครูคอยช่วยเสริมหรือเพิ่มเติมความเข้าใจของวิธีการทดลองเพื่อหาคาตอบของปัญหา
กจิ กรรมและต้ังสมมตฐิ านว่า “แสงมผี ลต่อการเจรญิ ต่อการเจรญิ เตบิ โตของพืชหรอื ไม่”แลว้ บันทึกลงสมุด
2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนวิธีการทดลองหาคาตอบของปัญหากิจกรรมของกลุ่มตนเองไว้ ใน
สมดุ ของตนเอง จากนนั้ ครูให้นักเรยี นส่งตวั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมาอา่ นให้เพ่อื น ๆ ฟัง
3. ครูให้นักเรียนตอบคาถามก่อนทาการทดลองเพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ โดยมีแนวคาถาม
ดงั นี้
- สิง่ ใดทน่ี ักเรียนต้องคอยสังเกตพร้อมติดตามการเปลย่ี นแปลงในระหว่างทาการทดลอง
(แนวคาตอบ การเจรญิ เติบโตของต้นถวั่ เขยี ว)
- ถ้าผลการทดลองออกมาวา่ ถวั่ เขยี วท้ัง 2 มลี กั ษณะแตกตา่ งกนั สาเหตใุ ดทที่ าให้เป็นแบบน้นั
(แนวคาตอบ แสงแดดทสี่ ่องถงึ ต้นถ่ัวเขียวไม่เทา่ กันทาใหถ้ วั่ เขียว 2 ต้น มลี กั ษณะแตกต่างกนั )
ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาท)ี
1. ครใู ห้นกั เรยี นนาแก้วตน้ ไมท้ งั้ 2 ใบ ที่ทาการทดลองมาวางไวท้ กี่ ล่มุ ของตนเองและร่วมกนั อภปิ ราย
ภายในกลมุ่ ถงึ ผลการทดลองท่ไี ด้ทง้ั หมดวา่ แสงเป็นสิ่งจาเปน็ สาหรบั พืชหรือไม่ แล้วสรุปผลการ ทดลอง
ทัง้ หมดลงในแบบบันทึกการทดลอง
2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ เตรียมความพร้อมเพอื่ ออกมานาเสนอผลงานของกล่มุ ทห่ี นา้ ชน้ั เรยี น เมอ่ื
นาเสนอครบทุกกลุม่ แลว้ นักเรยี นและครรู ว่ มกัน อภปิ รายและสรปุ ผลทแ่ี ต่ละกลุ่มนาเสนอไป เพอ่ื เสนอแนะ
ข้อบกพรอ่ งในสว่ นทขี่ าดไปสาหรบั กลุ่มน้ัน ๆ
3. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั อภิปรายและสรปุ ผลการทดลอง
4. นกั เรียนและครูสรปุ เพิ่มเติมเกี่ยวกับ แสงมคี วามสาคัญกบั พชื หรือไมด่ งั น้ี“พชื ต้องการแสงแดดมา
ใช้ ในการสร้างอาหาร ถ้าขาดแสงแดด พชื จะแคระแกรน ใบจะมสี เี หลอื งหรือขาวซีดและตายในทสี่ ุด พชื แตล่ ะ
ชนดิ ต้องการแสงไมเ่ ทา่ กนั พชื บางชนดิ ต้องการแสงแดด จดั แตพ่ ืชบางชนดิ ก็ต้องการแสง น้อย”
ขนั้ ที่ 5 ประเมินผล (Evaluation) (10 นาท)ี
1. ครตู ง้ั คาถามเก่ยี วกบั เร่ือง แสงกับการดารงชีวติ ของพชื เพ่อื ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของ
นักเรียนอีก คร้งั ดงั น้ี
- แสงเป็นปจั จยั ทใ่ี ช้ในการเจริญเติบโตของพชื หรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ แสงเป็นปจั จยั สาคญั เพราะพชื ต้องการแสงแดดมาใชใ้ นการสร้างอาหาร)
- นักเรยี นคิดว่า ถา้ ต้นไมข้ าดแสงเปน็ เวลานานจะเกดิ ผลอย่างไร
(แนวคาตอบ ขาดแสงแดด พชื จะแคระแกรน ใบจะมีสเี หลืองหรอื ขาวซีดและตายในทส่ี ดุ )
- ถ้าครใู ห้นกั เรยี นต้องการปลูกตน้ ไมข้ นาดเลก็ ไวใ้ นบา้ นจะเลอื กวางไวร้ มิ หน้าตา่ ง หรอื ประตู
ทางออก เพราะอะไร
(แนวคาตอบ นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจโดยครคู อยชีแ้ นะคาตอบของนกั เรียน)
2. ครตู รวจสอบแบบบันทกึ กิจกรรมการทดลองท่ี 1 เรอ่ื งแสงมคี วามสาคญั กับพืชหรือไม่ ในสมดุ
ประจาตวั นกั เรยี นหรอื ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์
6. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื /วธิ กี ารวดั เกณฑ์การตดั สนิ
จดุ ประสงค์ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการ
1) อธิบายปจั จยั ท่จี าเป็นตอ่ การ ทางานรายบคุ คล ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เจรญิ เติบโตของพืชได้ (K) - - ประเมินสงั เกตพฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) ทดลองวา่ พชื ต้องการแสง - ใบงาน
เพื่อการเจรญิ เติบโตได้ (P)
- ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการ
3) มีความใฝเ่ รยี นรู้ (A) ทางานรายบคุ คล
- สมุดบนั ทกึ
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
- ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ทางานรายบคุ คล
7. ส่อื /แหล่งเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 สิง่ แวดล้อมรอบตวั
2) วัสดุอุปกรณก์ ิจกรรมแสงมีความสาคญั ต่อพชื หรอื ไม่
3) วีดที ัศนเ์ กย่ี วกับแสงมผี ลต่อการเจริญเตบิ โตของพชื
8. บันทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….…………… ครูผู้สอน
()
ความคดิ เห็นของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….………… ผู้อานวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
วดี ีทศั น์
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรยี นร้เู ร่ืองพืช ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
เร่อื ง ปัจจัยทจ่ี าเปน็ ต่อการดารงชวี ิตของพชื เวลา 2 ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน ว 1.2
เขา้ ใจสมบตั ิของสิง่ มชี วี ติ หน่วยพ้นื ฐานของส่ิงมีชวี ิต การลาเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์
ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชทที่ างานสัมพนั ธ์กัน รวมทงั้ นาความรู้ ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด
ป. 2/1 ระบวุ ่าพชื ต้องการแสงและนา้ เพือ่ การเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ป. 2/2 ตระหนักถึงความจาเปน็ ท่ีพืชต้องไดร้ ับนา้ และแสง เพ่อื การเจรญิ เตบิ โต
โดยดูแลพชื ให้ ไดร้ ับสิ่งดงั กล่าว อยา่ งเหมาะสม
2. สาระสาคญั
พชื ต้องการน้า แสง เพอื่ การเจรญิ เติบโตพชื ดอกเมือ่ เจริญเตบิ โตและมดี อก ดอกจะมกี าร สบื พันธุ์
เปลยี่ นแปลงไปเป็นผล ภายในผลมเี มลด็ เม่อื เมลด็ งอก ตน้ ออ่ นที่อยู่ภายในเมล็ดจะเจรญิ เติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่
พชื ต้นใหม่จะเจริญเตบิ โตออกดอกเพื่อสบื พันธุ์ผลตอ่ ไปได้อกี หมุนเวียนต่อเน่อื งเป็นวัฏจักรชีวิตของพชื ดอก
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรียนอธบิ ายว่าน้าเป็นปัจจัยทจี่ าเปน็ ตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืชได้
3.2 ทักษะ
1. นกั เรยี นสามารถทดลองวา่ พชื ต้องการน้าเพอ่ื การเจรญิ เตบิ โตได้
3.3 คุณลกั ษณะ
1. นักเรยี นบันทึกการทดลองดว้ ยความซอ่ื สตั ย์
4. สาระการเรยี นรู้
น้า มีความสาคญั ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพชื มากนา้ ช่วยละลายแรธ่ าตุอาหารในดิน เพือ่ ให้รากดูด
อาหารไปเล้ียงส่วนต่างๆ ของลาต้นได้ และยังช่วยให้ดินมีความชุ่มช้ืนพืชสดชื่นและการทางานของ
กระบวนการตา่ งๆ ในพชื เปน็ ไปอยา่ งปกติ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี
1. ครูทักทายและสนทนากับนกั เรยี นโดยถามคาถามกระตุ้นความคดิ ว่า “ถ้าครปู ลูกตน้ พืชแล้วไมไ่ ด้
รดนา้ 5 วนั นักเรยี นคดิ วา่ ต้นพืชจะเปน็ อย่างไร” แล้วใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ตอบคาถามตามความเขา้ ใจของ
นกั เรยี น
2. ครูให้นกั เรยี นเลน่ เกมแข่งขันตอบคาถามเพือ่ กระตุ้นความคดิ ความสนใจของนกั เรียน
3. นักเรียนแบ่งกลมุ่ เพ่อื แข่งขันตอบคาถาม โดยครอู า่ นคาถามเกย่ี วกับเรือ่ ง นา้ กบั การดารงชวี ิตของ
พชื โดยครจู ะอ่านคาถามซ้าแค่ 2 รอบ จากนั้นใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ เขยี นคาตอบของกลุม่ ตนเองลงในกระดาษ
ภายในเวลาทกี่ าหนด โดยมแี นวคาถามดังนี้
1) ถา้ เราปลูกต้นถว่ั เขยี วแตไ่ ม่มีการรดนา้ ให้นักเรยี นอธิบายว่า ต้นถ่วั เขยี วจะมลี ักษณะอยา่ งไร
(แนวคาตอบ ต้นถ่วั เขยี วจะมลี ักษณะแหง้ เหยี่ วและไมม่ ีการเจริญเตบิ โต)
2) พชื ต้องการนา้ ในการดารงชีวติ เพอื่ ช่วยในเรอื่ งใด
(แนวคาตอบ ละลายแรธ่ าตุในดนิ )
3) ปัจจัยใดบา้ งท่มี ผี ลต่อการดารงชวี ติ ของพชื
(แนวคาตอบ แสงและน้า)
4) “นา้ ” ในคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษสะกดวา่ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ Water)
จากนน้ั ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเขยี นคาตอบของกลมุ่ ตนเองลงในกระดาษภายในเวลาทีก่ าหนด และให้
ตัวแทนกลมุ่ ออกมาสง่ กระดาษคาตอบของกลมุ่ ตนเองหน้าชนั้ เรียน
4. ครใู หน้ ักเรยี นทุกคนชว่ ยกันอภปิ รายคาตอบของเพ่อื นแต่ละกลุม่ และสรุปคาตอบทถี่ กู ตอ้ งรว่ มกัน
โดยมคี รูคอยตรวจสอบความถูกตอ้ งของคาตอบและตดั สินวา่ กลมุ่ ไหนตอบคาถามได้ถกู ต้องและทนั เวลามาก
ท่สี ุดตามลาดับ
ขนั้ ที่ 2 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาท)ี
1. ครจู ดั เตรียมวสั ดุอปุ กรณ์กจิ กรรมนา้ มีความสาคัญต่อพชื หรอื ไม่ มาวางไวห้ น้าช้นั เรยี น โดยมี
อุปกรณ์ ดงั นี้
- นา้ 1 ถงั
- กระถางตน้ ไม้ 2 ใบ
- ดิน 1 ถุง
- ปากกาเมจกิ 1 ดา้ ม
- ต้นถ่วั เขียวอายปุ ระมาน 7-10 วนั (ที่ปลูกไวจ้ ากการทดลองทแี่ ล้ว)
2. ให้นักเรียนแตล่ ะคนสังเกตอุปกรณ์ทค่ี รจู ดั เตรยี มไวห้ น้าชน้ั เรยี นแล้วรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกบั
อปุ กรณ์ เหลา่ นใี้ ชท้ าอะไรบ้าง
3. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกบั ปัจจัยท่พี ืชใชใ้ นการเจรญิ เตบิ โตเพอื่ ทบทวนบทเรยี นก่อนทา
กจิ กรรม เรื่อง น้ามีความสาคัญกับพืชหรือไมโ่ ดยมีแนวคาถามดังน้ี
- หากพืชไมไ่ ดร้ ับแสง จะส่งผลกระทบยงั ไงกบั พชื
(แนวคาตอบ พชื จะสรา้ งอาหารไม่ได้ พชื จะขาดสารอาหาร ทาใหล้ าตน้ พชื ผอมซดี ไม่แขง็ แรง ใบมสี ี
เหลือง ซดี และอาจตายในทสี่ ดุ )
4. จากนั้นครเู ขียนปัญหาของกจิ กรรมไว้บนกระดานวา่ นา้ เป็นปัจจยั ในการเจริญเติบโตของพืชหรอื ไม่
5. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ โดยใชก้ ล่มุ เดมิ และใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ อภปิ รายรว่ มกันถึงวธิ กี ารทดลองเพอ่ื
หาคาตอบของปัญหากิจกรรมทค่ี รเู ขยี นไว้บนกระดาน โดยมีครูคอยชว่ ยเสรมิ หรือเพ่ิมเตมิ ความเขา้ ใจของ
วธิ ีการวธิ กี ารทดลองเพือ่ หาคาตอบของปญั หากิจกรรม
6. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มเขียนวธิ ีการทดลองหาคาตอบของปญั หากิจกรรมของกลมุ่ ตนเองไว้ในสมุด
ของตนเอง จากน้นั ครใู หน้ กั เรยี นส่งตัวแทนกลมุ่ แต่ละกลมุ่ ออกมาอ่านให้เพอ่ื นๆฟัง
7. ครเู ขียนวิธกี ารหาคาตอบเกี่ยวกับปญั หาของกิจกรรมแต่ละกลุ่มไวบ้ นกระดานหน้าช้ันเรยี นและ
นักเรยี นกบั ครูร่วมกนั อภปิ รายและสรุปวธิ ีการทดลองแตล่ ะกลมุ่ ให้ถกู ตอ้ งเพ่อื นาไปสกู่ จิ กรรมการทดลอง เรือ่ ง
นา้ มีความสาคัญกับพืชหรอื ไม่
8. ครูให้นกั เรยี นตอบคาถามก่อนทาการทดลองเพอ่ื ตรวจสอบความร้คู วามเขา้ ใจ โดยมีแนวคาถาม
ดังน้ี
- ส่งิ ใดที่ตอ้ งคอยสังเกต พร้อมตดิ ตามการเปลย่ี นแปลงในระหว่างทาการทดลอง
(แนวคาตอบ การเจรญิ เติบโตของตน้ ถว่ั เขียว)
- ถา้ ผลการทดลองออกมาว่าถัว่ เขยี วท้ัง 2 มลี ักษณะแตกตา่ งกนั สาเหตุใดที่ทาใหต้ น้ ถัว่ เขยี ว 2 ตน้ มี
ลกั ษณะแตกตา่ งกนั
(แนวคาตอบ เม่ือตน้ หน่ึงรดนา้ อีกต้นหน่งึ ไมร่ ดน้า ต้นทรี่ ดนา้ จะมีการเจรญิ เตบิ โตมากกวา่ ตน้ ทไ่ี มไ่ ด้
รด นา้ )
9. จากนัน้ ครูอธิบายขน้ั ตอนการทดลองกิจกรรม เรื่อง นา้ มีความสาคญั กับพชื หรอื ไม่
- ใชป้ ากกาเมจกิ เขยี นเลข 1 ลงบนกระถางใบที่ 1 และเขยี น หมายเลข 2บนกระถางใบท่ี 2 จากนน้ั
เลอื ก ตน้ ถวั่ เขียวใหม้ ีขนาดและความสูงเทา่ ๆ กนั 2 ต้น
- นาดินใส่ถางตน้ ไม2้ ใบ ในปรมิ านเท่ากนั จากนน้ั นาถั่วเขียวท่ีเลือกไวม้ าปลกู ในกระถางใบละ 1 ต้น
- สังเกตลกั ษณะของตน้ ถ่ัวเขียวทัง้ 2 กระถาง จากน้ันบนั ทึก ผล
- นาตน้ ถวั่ เขียวทัง้ 2 กระถาง ไปตัง้ บริเวณท่ีแสงแดดสอ่ งถึงแลว้ ลดน้าตน้ ถว่ั เขียวในกระถางใบท่ี 1
ตอนเชา้ และตอนเย็นในปรมิ านเท่าๆกันทุกวัน แตไ่ ม่รดนา้ ต้นถวั่ เขยี วในกระถางใบท่ี 2
- เม่ือผา่ นไป 1 สัปดาห์ จากน้ันสังเกตตน้ ถ่ัวเขียว แล้วบันทึก ผลลงในตารางดงั นี้
การทดลอง ลกั ษณะของต้นถวั่ เขียว ลกั ษณะของต้นถ่ัวเขยี ว
ก่อนทาการทดลอง เม่อื ผ่านไป 1 สปั ดาห์
กระถางใบที่ 1
ไดร้ บั แสงแดด
กระถางใบท่ี 1
ไม่ไดร้ ับแสงแดด
10. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มบนั ทกึ วิธกี ารทดลองกจิ กรรมเรอื่ งนา้ มคี วามสาคัญกบั พชื หรอื ไม่ลงใน
แบบ บันทึกการทดลองกิจกรรมเรอ่ื ง น้ามคี วามสาคญั กบั พืชหรอื ไม่
11. ครูสนทนาและอธิบายเพิ่มเติมกับนักเรยี นเกี่ยวกับการดูแลติดตามการเจรญิ เตบิ โตของต้นถว่ั เขียว
ทงั้ 2 ต้น เพื่อให้ได้ผลการทดลองทว่ี างแผนไวด้ งั น้ี
- กระป๋องใบที่ 1 รดน้าทกุ วัน สว่ นกระป๋องใบที่ 2 ไมต่ ้องรด น้าเป็นเวลา 1 อาทิตย์
- สงั เกตและวดั ความสูงของตน้ ถว่ั เขียวทั้งสองตน้
12. จากน้นั ครใู ห้แต่ละกลุม่ ทาการทดลองกิจกรรม เรือ่ ง นา้ มคี วามสาคัญกับพืชหรือไม่ และปฏบิ ัติ
ตามข้นั ตอนการทดลองพร้อมกับสังเกตและทาการบันทกึ ผลทุกๆ เม่อื เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ ลงในแบบ บนั ทึก
การทดลองกิจกรรม เร่ือง นา้ มคี วามสาคัญกับพชื หรอื ไม่
13. จากนั้นครูใหน้ กั เรยี นนากระป๋องทงั้ 2 ใบ ทท่ี าการทดลอง มาวางไวท้ ี่กลุ่มของตนเอง และร่วมกนั
อภิปราย ภายในกลมุ่ ถงึ ผลการทดลองทไี่ ด้ทง้ั หมดวา่ นา้ เป็นสงิ่ จาเป็นสาหรบั พชื หรอื ไมแ่ ล้วสรปุ ผลการทดลอง
ทัง้ หมด ลงในแบบบันทึกการทดลองกจิ กรรม เรื่อง น้ามีความสาคญั กบั พชื หรอื ไม่
ข้นั ที่ 3 ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเตรียมความพรอ้ ม เพ่ือออกมานาเสนอผลงานของกลมุ่ ทีห่ นา้ ช้นั เรยี น
2. เมือ่ นาเสนอครบทกุ กลุม่ แลว้ ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายและสรุปผลที่แต่ละกลุม่ นาเสนอไป
เพ่ือแนะนาและเสนอแนะข้อบกพรอ่ งในสว่ นที่ขาดไปสาหรบั กลุม่ น้นั ๆ
3. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภปิ รายและสรปุ ผลการทดลอง
4. นกั เรยี นและครูสรปุ เพม่ิ เตมิ เก่ียวกับนา้ มีความสาคญั กบั พืชหรือไม่ดังนี้ “พืชตอ้ งการน้าใน การ
ดารงชีวิตน้าเป็นปัจจัยสาคญั เพราะนา้ ชว่ ยละลายแรธ่ าตุอาหารในดนิ เพื่อให้รากดูดอาหาร ไปเล้ียงส่วน ต่างๆ
ของลาต้นได้ ถ้าพชื ไม่ไดร้ ับน้าเปน็ เวลานาน ๆ ต้นพชื จะค่อยๆเหีย่ วเฉาและตายในทีส่ ุด”
ข้นั ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาที)
1. ครใู หน้ ักเรยี นดูรูปภาพการเจริญเติบโตของพชื
จากนัน้ ครสู รปุ และอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ถงึ รปู ภาพ ดังน้ี “พืชตา่ งๆเป็นสิ่งมชี ีวิตท่ีแตกตา่ งจากสตั ว์และ
มนษุ ย์ เนือ่ งจากพชื ทกุ ชนิดจะเจรญิ เตบิ โตไดต้ ้องอาศยั ปจั จยั ตา่ งๆ ที่จาเป็นต่อการดารงชวี ติ นนั่ กค็ ือ แสง นา้
อากาศ และแรธ่ าตุ ซง่ึ มีความสาคัญต่อการดารงชีวิตของพชื ถา้ พชื ขาดสงิ่ ใดสิ่งหนึ่งไปกจ็ ะทาใหข้ าดปัจจยั ใน
การดารงชีวติ ของพชื และจะทาให้พชื เฉาตายในทส่ี ุด”
ขัน้ ที่ 5 ประเมินผล (Evaluation) (10 นาที)
1. จากนั้นครูให้นกั เรยี นตอบคาถามหลงั จากที่ไดท้ ากจิ กรรม เร่ืองน้ามีความสาคญั กบั พืชหรอื ไม่ เพ่ือ
ตรวจสอบความร้คู วามเข้าใจ ของนักเรยี นอีกครง้ั โดยมแี นวคาถาม ดงั น้ี
- นา้ เป็นปจั จยั ทีใ่ ช้ในการเจริญเติบโตของพชื หรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ น้าเปน็ ปัจจัยสาคญั เพราะน้าชว่ ยละลายแร่ธาตอุ าหารในดนิ เพือ่ ให้รากดูดอาหาร ไป
เล้ยี ง ส่วนต่างๆ ของลาตน้ ได้)
- นักเรียนคดิ วา่ ถ้าต้นไมข้ าดน้าเปน็ เวลานานจะเกดิ ผลอย่างไร (แนวคาตอบ เฉาตายในทส่ี ดุ )
- ถา้ ครใู ห้นักเรยี นเลอื กปลกู ระหวา่ งพชื ท่ีตอ้ งการนา้ มาก เช่น ตน้ ขา้ ว และพืชที่ตอ้ งการ นา้ น้อย
เช่น ต้นตะบองเพชร นกั เรียนจะเลือกปลกู พชื ชนิดใด เพราะอะไร
(แนวคาตอบ นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจโดยครคู อยชี้แนะคาตอบของนกั เรยี น)
2. ครูตรวจสอบแบบบันทึกกิจกรรมการทดลองเรอ่ื ง น้ามคี วามสาคญั กับพชื หรือไม่
6. กระบวนการวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์ เครอื่ งมือ/วิธีการวดั เกณฑก์ ารตัดสนิ
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) อธบิ ายว่านา้ เป็นปัจจัยท่จี าเป็น - ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ต่อการเจรญิ เติบโตของ พชื ได้(K) ทางานรายบุคคล ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทางานกลมุ่
- ใบงาน
2) ทดลองวา่ พืชตอ้ งการน้า เพื่อการ - ประเมินสงั เกตพฤติกรรมการ
เจริญเตบิ โตได้(P) ทางานรายบคุ คล
- สมุดบนั ทึก
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
3) บันทึกผลการทดลองด้วย - ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ความซ่ือสัตย์(A) ทางานรายบคุ คล
7. ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้
1) หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั
2) รปู ภาพ
3) วสั ดอุ ปุ กรณก์ จิ กรรมน้ามคี วามสาคญั ตอ่ พืชหรอื ไม่
4) ใบงาน
8. บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….…………… ครผู ูส้ อน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผอู้ านวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 11
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรยี นร้เู รือ่ งพืช ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2
เรอ่ื ง ศกึ ษาชวี ิตของพชื ดอก เวลา 4 ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ว 1.2
เขา้ ใจสมบัตขิ องสง่ิ มีชีวิต หน่วยพืน้ ฐานของสงิ่ มชี ีวติ การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหน้าทขี่ องอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ท่ีทางานสมั พนั ธ์กัน รวมทงั้ นาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชีว้ ดั
ป. 2/1 ระบุวา่ พืชต้องการแสงและนา้ เพือ่ การเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมลู จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ป. 2/2 ตระหนักถึงความจาเป็นท่พี ชื ต้องไดร้ บั นา้ และแสง เพ่อื การเจรญิ เติบโต
โดยดูแลพชื ให้ ไดร้ บั ส่งิ ดงั กลา่ ว อยา่ งเหมาะสม
2. สาระสาคญั
พืชต้องการน้า แสง เพือ่ การเจริญเตบิ โตพชื ดอกเมือ่ เจรญิ เติบโตและมดี อก ดอกจะมีการ สืบพันธุ์
เปล่ยี นแปลงไปเป็นผล ภายในผลมเี มล็ดเมือ่ เมลด็ งอกต้นอ่อนที่อยภู่ ายในเมล็ดจะเจริญเตบิ โตเปน็ พชื ต้นใหม่
พชื ตน้ ใหมจ่ ะเจรญิ เติบโตออกดอกเพือ่ สบื พนั ธผุ์ ลตอ่ ไปได้อกี หมุนเวยี นตอ่ เน่อื งเปน็ วัฏจกั รชีวติ ของพืชดอก
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรยี นสังเกตและอธบิ ายสว่ นประกอบของดอกได้
2. นกั เรยี นระบุหนา้ ที่สว่ นประกอบแตล่ ะส่วนของดอกได้
3.2 ทกั ษะ
1. นกั เรยี นสามารถปฏิบัตติ ามขนั้ ตอนของการทดลองได้
3.3 คุณลักษณะ
1. นักเรียนตงั้ ใจทางานอยา่ งสมา่ เสมอ
4. สาระการเรยี นรู้
พืชดอกมีหลายชนิดซึ่งดอกของพืชแต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันโดยทั่วไปดอกของพืช
ประกอบด้วยส่วนตา่ งๆ 4 ส่วน คือ กลีบดอก กลีบเลย้ี ง เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (ชัว่ โมง 1-2)
1. ครูใหน้ ักเรียนเลน่ เกม แขง่ ขันทายช่ือดอกไม้โดยให้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ครูแจกกระดาษใหแ้ ตล่ ะกลมุ่
เรมิ่ เล่นโดยครูเป็นผถู้ ามเก่ียวกบั ลักษณะของดอกไม้แต่ละชนดิ แลว้ ให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกนั ทาย และเขยี นคาตอบ
ลงในกระดาษ ครกู าหนดคาถามประมาณ 5-10 ขอ้ เมอื่ นักเรยี นเขยี นคาตอบเสรจ็ แลว้ ครูให้แต่ละกล่มุ
แลกเปลี่ยนกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง โดยครเู ป็นผู้เฉลยคาตอบ กลมุ่ ใดตอบถูกมาก ทสี่ ุดเปน็ ผู้ชนะ โดยจะมี
แนวคาถามดงั นี้
- ดอกอะไรที่มกั มอบใหก้ ันในวันแหง่ ความรัก
(แนวคาตอบ ดอกกุหลาบ)
- มีสีเหลอื งขนาดใหญช่ อบแสงอาทิตยเ์ ป็นชวี ิตจติ ใจ
(แนวคาตอบ ดอกทานตะวนั )
- ดอกไม้ไวบ้ ูชาพระชอบอยใู่ นนา้
(แนวคาตอบ ดอกบวั )
- ดอกไมท้ ่เี ปน็ สัญลกั ษณ์ของวนั แม่
(แนวคาตอบ ดอกมะล)ิ
- มีหลายสชี อบข้นึ อย่ตู ามตน้ ไม้อนื่
(แนวคาตอบ ดอกกลว้ ยไม)้
2. หลังจากน้นั ครูใหน้ ักเรยี นดบู ัตรภาพดอกไม้ชนดิ ต่าง ๆ โดยแบง่ ประเภทของดอกไว้ คอื ดอกของ
พืชทีม่ ี ขนาดใหญ่ ดอกของพชื ทีม่ ขี นาดเล็ก และ ดอกของพืชทีม่ กี ลิน่ หอม เพ่ือให้นักเรยี นรจู้ กั ดอกไม้ที่
หลากหลายและสนทนากับนกั เรยี นเก่ียวกบั ภาพ โดยมแี นวคาถามดังนี้
- ดอกไมแ้ ต่ละชนดิ แตกต่างกนั อย่างไรบ้าง
(แนวคาตอบ: รูปรา่ งของดอกไม้ท่มี ขี นาดแตกต่างกนั และดอกไมบ้ างประเภทมีกลน่ิ หอม)
- ดอกไมแ้ ต่ละชนิดเหมือนกนั อย่างไรบา้ ง
(แนวคาตอบ มีส่วนประกอบที่เหมอื นกนั คือกลบี ดอก (Petal) กลีบเลย้ี ง (Sepal) เกสรตวั ผู้
(Stamen) และ เกสรตัวเมีย (Pistil))
ข้ันที่ 2 ขัน้ สารวจและค้นหา (Exploration)
1. ครนู าตวั อยา่ งภาพดอกไมท้ ม่ี ีองคป์ ระกอบของดอกสมบูรณ์ คอื มกี ลบี เลย้ี ง กลีบดอก เกสรตวั ผู้
และเกสรตัวเมยี มาใหน้ กั เรียนสังเกตองคป์ ระกอบของดอก และชส้ี ว่ นประกอบของดอก ว่าองค์ประกอบแต่
ละส่วนมหี นา้ ทแ่ี ละความสาคญั อย่างไร
2. ครนู าภาพดอกชบามาให้นักเรียนช้ีส่วนประกอบของดอกไม้ซ่ึงภาพนนั้ จะแตกต่างกับตวั อย่างทคี่ รู
นามา เปน็ ตัวอย่าง ซง่ึ มีรายละเอยี ดภาพดงั นี้
3. นักเรียนและครูสนทนาและแสดงความคิดเห็นร่วมกันว่าองค์ประกอบแต่ละส่วนมีหน้าท่ีและความสาคัญ
อยา่ งไร โดยได้ความเห็นดงั นี้
- เกสรเพศผู้ (Stamen) เป็นช้ันที่อยู่ถัดจากกลีบดอกมักมีอยู่หลายๆอัน ทาหน้าท่ีสร้างเซลล์สืบพันธ์ุ
เพศผู้
- เกสรเพศเมีย (Pistil) เป็นส่วนประกอบทอ่ี ยชู่ ัน้ ทอี่ ยู่ชั้นในสุด ทาหนา้ ท่สี รา้ งเซลล์สืบพนั ธเุ์ พศเมีย
- กลีบเลี้ยง (Sepal) เป็นสว่ นของดอกท่ีอย่ดู า้ นนอกสดุ มกั จะมีสีเขยี ว ทาหนา้ ทหี่ ่อหุ้มส่วนของดอกใน
ขณะทย่ี ังคงตูมอยเู่ พื่อปอ้ งกันอนั ตรายจากแมลง
- กลีบดอก (Petal) เป็นช้ันที่อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยง มักมีสีสวยงาม ทาหน้าท่ีห่อหุ้มเกสรขณะท่ียังอ่อน
อยู่ และมีกล่ินหอม เพือ่ ชว่ ยลอ่ แมลงใหม้ าผสมเกสร
4. ครใู หน้ ักเรียนทาใบงานที่ 1 เรือ่ งส่วนประกอบของพชื ดอก
ข้ันท่ี 3 ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. ครูส่มุ ตวั แทนนักเรียนออกมานาเสนอผลงาน
2. นักเรียนและครูตรวจสอบความถกู ต้อง
3. ครใู หน้ ักเรยี นดวู ดี ที ศั น์ เรือ่ ง หน้าทแี่ ละสว่ นประกอบของดอก
4. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ และอภิปรายผลเก่ียวกับสว่ นประกอบของพืชดอก
ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (ชั่วโมง 3-4)
1. ครูใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ทาการทดลองเรอื่ ง ชมสวนดอกไม้ โดยให้นักเรียนไปสารวจบริเวณโรงเรยี น
ว่ามี ดอกอะไรบ้าง แลว้ บนั ทึกขอ้ มูลลงในตารางบันทึกกจิ กรรม
ตัวอยา่ ง ตารางบันทกึ กจิ กรรมการสารวจและศกึ ษา ส่วนประกอบของดอก
ลาดับ ส่วนประกอบของดอก เกสรตวั มีเกสรท้ัง มแี ต่เกสร
ช่ือดอกไม้ กลีบดอก กลับเลี้ยง เกสรตัวผู้ เมีย 2 ชนิด ตวั ผหู้ รือ
ตัวเมยี
1 ดอกบวั -
2
3
4
5
2. ครใู หแ้ ตล่ ะกลุ่มสรปุ ผลการทากิจกรรมดงั น้ี
- ดอกไม้ทมี่ สี ่วนประกอบครบ 4 สว่ นไดแ้ ก่
.............(พิจารณาแนวตอบตามชนดิ ของดอกไม)้ ................
- เรยี กดอกทม่ี สี ว่ นประกอบครบ 4 ส่วน วา่
.............(พจิ ารณาแนวตอบตามชนดิ ของดอกไม้)................
- ดอกไม้ท่มี ีสว่ นประกอบไม่ครบ 4 ส่วน ได้แก่
.............(พจิ ารณาแนวตอบตามชนดิ ของดอกไม้)................
- เรียกดอกทมี่ สี ว่ นประกอบไมค่ รบ 4 สว่ น วา่
.............(พิจารณาแนวตอบตามชนิดของดอกไม้)................
3. เม่ือทากจิ กรรมการสารวจเสรจ็ แลว้ ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละ กลมุ่ ส่งตวั แทนกล่มุ ออกมารายงานการ
สารวจทีห่ นา้ ชนั้
4. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปผลการทากจิ กรรม
5. ครูให้นักเรยี นทาใบงานที่ 2 ส่วนประกอบของพืชดอก
ข้นั ที่ 5 ประเมินผล (Evaluation)
1. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของส่วนประกอบของดอก
2. ครูประเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาถาม
พฤติกรรมการทางานรายบคุ คล พฤติกรรมการทางานกลุม่
และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
3. ครตู รวจใบงานท่ี 1 เรอ่ื งส่วนประกอบของพชื ดอก
4. ครตู รวจใบงานท่ี 2 เรอื่ งส่วนประกอบของพชื ดอก
5. ครูตรวจสอบผลจากการทากจิ กรรมการทดลองและบันทึกผลการทดลองจากกจิ กรรมชมสวน
ดอกไม้
6. ครูทดสอบความรู้ของนักเรยี น เพอื่ ทบทวน โดยการแบง่ นักเรียนเปน็ 2 ฝ่ายตามความเหมาะสม
จากนนั้ ครตู ดิ รูปภาพของพชื ดอกท่ีแสดงองคป์ ระกอบของดอกใหน้ ักเรยี นดแู ลว้ ให้แตล่ ะฝา่ ยส่งตวั แทนออกมา
ฝงั่ ละ 4 คน ออกมาหยบิ บตั รข้อความเรอื่ งองค์ประกอบของพชื ดอกที่ครวู างคละกันไวท้ ลี ะคน โดยครใู ห้
ตวั แทนกล่มุ เลือกวา่ จะหยิบบัตรข้อความเกย่ี วกับสว่ นประกอบของดอก หรือหน้าท่ีของส่วนประกอบ ของดอก
ตวั อย่างบตั รข้อความ
กลีบดอก กลบี เลี้ยง เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย
ลอ่ แมลง ปกป้องดอกที่ยงั อ่อน สรา้ งเซลล์สืบพันธเุ์ ป็นทีป่ ฏิสนธิ
6. ครใู ห้สญั ญาณเร่มิ แล้วใหต้ วั แทนกลุ่มทง้ั 2 ฝ่ายออกมาหยบิ บตั รคาของกล่มุ ตนเองไปติดท่แี ผนภาพ
ใหถ้ กู ต้องทีละค่จู นครบทัง้ หมด
7. นักเรียนและครตู รวจสอบความถกู ต้องของแตล่ ะฝ่ายจากนน้ั ครูใหเ้ ลน่ อกี รอบโดยสลบั หัวขอ้ กนั
ปฏบิ ัติ อกี คร้งั
8. เม่ือเสรจ็ แล้วสรุปผลการทากิจกรรม ฝ่ายไหนถกู ตอ้ งมากกวา่ เป็นฝา่ ยชนะ
9.นกั เรียนครูและรว่ มกนั อภิปรายและสรุปเก่ยี วกบั องค์ประกอบของดอกและหน้าทข่ี องสว่ นประกอบ
ของดอกจากแผนภาพบนกระดาน
6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ เครือ่ งมือ/วธิ กี ารวดั เกณฑก์ ารตดั สนิ
1) สังเกตและอธิบายสว่ นประกอบ - ประเมนิ สังเกตพฤติกรรมการ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ของดอกได้(K) ทางานรายบคุ คล
- ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ทางานกลุ่ม
-ประเมินผลกจิ กรรมชมสวนดอกไม้
-ประเมินการนาเสนอผลกิจกรรม
- ใบงาน
2) ระบหุ น้าท่สี ่วนประกอบแตล่ ะ -ประเมินผลกิจกรรมชมสวนดอกไม้ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ส่วนของดอกได้ (K) -ประเมินการนาเสนอผลกิจกรรม
- ใบงาน
3) ทดลองวา่ พืชต้องการแสง เพือ่
การเจริญเติบโตได้ (P) - ประเมนิ สังเกตพฤติกรรมการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทางานรายบคุ คล
4) ตัง้ ใจทางานอย่างสมา่ เสมอ (A) - สมุดบันทึก
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
- ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทางานรายบุคคล
7. สอ่ื /แหล่งเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 ส่งิ แวดลอ้ มรอบตวั
2) บตั รภาพ
3) บัตรข้อความ
4) รปู ภาพ
5) วดี ีทัศน์ เร่อื ง หน้าทแ่ี ละสว่ นประกอบของดอก https://youtu.be/zsQV8MWXIZs
8. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….…………… ครูผสู้ อน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผอู้ านวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
รูปภาพ
บัตรคา
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรียนรู้เรอ่ื งพืช ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
เรื่อง สว่ นประกอบของพชื ดอก เวลา 4 ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของสงิ่ มีชวี ิต หนว่ ยพ้นื ฐานของสงิ่ มีชวี ิต การลาเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์
ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชท่ีทางานสมั พันธก์ ัน รวมทง้ั นาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวชีว้ ัด
ป. 2/3 สร้างแบบจาลองทีบ่ รรยายวัฏจกั รชวี ติ ของพชื ดอก
2. สาระสาคญั
พชื ต้องการนา้ แสง เพอื่ การเจรญิ เติบโตพืชดอกเม่ือเจริญเติบโตและมดี อก ดอกจะมกี าร สบื พันธุ์
เปลีย่ นแปลงไปเป็นผล ภายในผลมเี มลด็ เมื่อเมลด็ งอกตน้ อ่อนทีอ่ ยภู่ ายในเมลด็ จะเจริญเติบโตเปน็ พืชตน้ ใหม่
พืชต้นใหม่จะเจริญเติบโตออกดอกเพ่อื สบื พนั ธ์ผุ ลตอ่ ไปได้อีกหมนุ เวียนตอ่ เนอื่ งเป็นวัฏจักรชีวิตของพชื ดอก
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ความรู้
1. นักเรียนสังเกตและบอกส่วนประกอบแตล่ ะส่วนของดอกได้
2. นกั เรียนบอกวฏั จักรชวี ิตของพชื ดอกได้
3.2 ทกั ษะ
1. นักเรียนสงั เกตสว่ นประกอบของพืช
3.3 คณุ ลักษณะ
1. นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบและส่งงานตรงตามเวลาทกี่ าหนด
4. สาระการเรยี นรู้
พืชดอกเมอื่ เจริญเตบิ โตและมดี อกดอกจะมกี ารสืบพนั ธเ์ุ ปล่ยี นแปลงไปเป็นผล ภายในผลมเี มล็ดเมื่อ
เมล็ดงอก ตน้ ออ่ นทีอ่ ยู่ภายในเมล็ดจะเจรญิ เติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่พชื ต้นใหม่จะเจรญิ เตบิ โตออกดอกเพอ่ื
สบื พนั ธุ์ผลตอ่ ไปได้อีกหมุนเวียนต่อเนื่องเปน็ วัฏจกั รชีวติ ของพชื ดอก
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (ชว่ั โมง 1-2)
1. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่ือวัดความรู้เดมิ ของนักเรียนก่อนเข้าสกู่ ิจกรรม
2. ครูให้นักเรียนดูภาพการเจริญเติบโตของต้นถ่วั จากนนั้ ครตู ัง้ คาถามเพอื่ ทบทวนความรูเดิมของ
นักเรียน โดยมแี นวคาถามดงั น้ี
- จากภาพนกั เรยี นคิดว่าพชื เจรญิ เติบโตจากอะไร
(แนวคาตอบ เมลด็ งอกกลายเปน็ ตน้ ออ่ นและเจริญเติบโตขนึ้ กลายเป็นลาต้นทแี่ ขง็ แรง)
- ถา้ เมลด็ ไมไ่ ดร้ ับแสงและน้าจะเกิดอะไรข้ึน
(แนวคาตอบ เมลด็ จะไมส่ ามารถเจริญเติบโตได้ เน่อื งจากแสงและนา้ คอื ปจั จัยสาคัญส่วนหนง่ึ ทีม่ ผี ล
ต่อ การเจรญิ เติบโตของพชื )
3. ครใู ห้นกั เรียนเรียนรแู้ ละอ่านคาศพั ทท์ ี่เก่ียวข้องกบั การเรยี น จากนนั้ ใหค้ รเู ปน็ ผอู้ ่านนา
และใหน้ กั เรยี นอา่ นตามทีละคาดงั นี้
Seed (ซดี ) เมล็ด
Sapling (แซพลิง) ต้นออ่ น
Flower (‘เฟลาเออ) ดอกไม้
Fruit (ฟรูท) ผลไม้
4. ครูทาการส่มุ นักเรยี นใหอ้ อกมาจานวน 2-3 คู่ โดยครูใหเ้ ลือกคาศัพทใ์ หต้ รงกบั บัตรภาพ
สว่ นประกอบของ พชื ท่ีครูเตรยี มมา
โดยมีครแู ละเพือ่ น ๆ คอยตรวจสอบความถูกตอ้ งโดย มแี นวคาตอบดังน้ี
- หมายเลข 1
(แนวคาตอบ Fruit: ผล)
- หมายเลข 2
(แนวคาตอบ Seed: เมล็ด)
- หมายเลข 3
(แนวคาตอบ Sapling: ต้นออ่ น)
- หมายเลข 4
(แนวคาตอบ Flower: ดอกไม)้
ขั้นท่ี 2 ขนั้ สารวจและค้นหา (Exploration)
1. จากน้ันครูใหน้ กั เรยี นทากิจกรรม เรยี นรพู้ ชื ดอก จากกิจกรรมพฒั นาทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ โดยมีจดุ ประสงค์เพ่อื สังเกตและระบสุ ่วนประกอบของดอกไมไ้ ด้
- ครเู ตรียมรปู ภาพดอกไมใ้ หน้ ักเรยี นเพือ่ สงั เกตส่วนประกอบ ได้แก่ดอกแค ดอกเฟอ่ื งฟา้ ดอกมะเขือ
ดอก ตาลึง ดอกขา้ วโพด
2. จากนน้ั ใหน้ ักเรียนทาใบงานที่ 4 สว่ นประกอบของพืชดอก
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบของดอกไม้ โดยใช้คาถามนาการ
อภปิ ราย ดังน้ี
- จงบอกส่วนประกอบทีส่ าคญั ของพืชดอก
(แนวคาตอบ กลบี เล้ยี ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี )
- จากการทากิจกรรมนักเรียนคิกว่าดอกชบามสี ว่ นประกอบเหมือนดอกมะเขอื หรือไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ เหมือนกนั เนอ่ื งจากมีส่วนประกอบของดอก ครบ 4 ส่วนเหมอื นกนั ซึง่ ไดแ้ ก่ กลีบเล้ียง
กลบี ดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี )
4. นกั เรียนแบ่งกล่มุ จากน้นั ใหน้ ักเรียน แต่ละกลุม่ นาดอกไม้มากล่มุ ละ 1 ชนิด จานวน 2-3 ดอก
ห้ามซ้ากนั
ข้นั ที่ 3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. ครูเปดิ วีดที ัศน์เร่ืองส่วนประกอบของพชื มดี อกใหน้ กั เรยี นดเู มอื่ ดูจบครูสนทนาซักถาม
จากวีดที ศั น์โดย มีแนวคาถาม ดังนี้
-โครงสร้างใดของพืชทาหนา้ ที่ในการดดู นา้ และอาหาร
(แนวคาตอบ ราก)
- ลาต้นทาหน้าท่ีอะไร
(แนวคาตอบ ลาเลียงน้าและอาหารไปให้สว่ นตา่ ง ๆ)
-ส่วนประกอบใดทาใหพ้ ืชเพม่ิ จานวนขน้ึ
(แนวคาตอบ เมลด็ )
-สว่ นใดทาหน้าทเ่ี หมือนจมูกของเรา
(แนวคาตอบ ใบ)
2. ครูให้นักเรียนเข้ากลุ่ม และให้แต่ละกลุ่มทากิจกรรมเรื่อง ศึกษา พืชดอก โดยครูส่ังให้นักเรียน
เตรยี มวสั ดุอปุ กรณก์ ิจกรรมศกึ ษาพืชดอกทีค่ รสู ่งั ไวก้ อ่ นล่วงหนา้ ดังนี้
- คตั เตอร์ 1 อัน
- ดอกไม้กลมุ่ ละ 1 ชนิด จานวน 2-3 ดอก
- ตน้ ดาวเรอื ง1 ต้น
3. ครใู ห้แตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั สังเกตลกั ษณะภายนอกของตน้ ดาวเรอื ง แลว้ ช่วยดนั วาดรปู และระบุ
ส่วนประกอบของต้นดาวเรอื งลงในกระดาษที่ครูแจกให้
4. เม่ือทุกกลุ่มทางานเสร็จครูให้แต่ละกลุ่มนาการทากิจกรรมออกมานาเสนอหน้าช้ันทีละกลุ่มเพ่ือ
แลกเปลีย่ นความร้กู นั โดยออกมากอ่ นหลังตามความสมัคร
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายและเสนอแนะเก่ียวกบั กิจกรรมศึกษาพชื ดอก
ข้ันที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (ชั่วโมง 3-4)
1. ครูนาตัวอยา่ งดอกไมท้ ่มี ีองค์ประกอบสมบูรณ์ คอื มกี ลบี เลีย้ ง กลีบดอกเกสรตวั ผู้ และเกสรตวั เมยี
มาให้นักเรียนสงั เกตองคป์ ระกอบของดอกแลว้ รว่ มกันอภปิ รายเกีย่ วกบั สว่ นประกอบของดอกแตล่ ะส่วน
2. ครูนาภาพพืชดอกตดิ ไว้บนกระดาน จากนน้ั สุ่มนกั เรยี นออกมาเขยี นส่วนประกอบของพืชดอกทลี ะ
คนจนครบส่วนประกอบของพชื ดอก เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น
3. นกั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายและสังเกตดอกไม้แตล่ ะชนิดที่นักเรียนรจู้ กั สว่ นประกอบอะไรบา้ ง แล้วส่ง
ตัวแทนออกมาสรุปใหเ้ พ่อื นๆฟงั หนา้ ชั้นเรียน
4. ครใู ห้นกั เรยี นทุกคนเลือกวาดรูปดอกไมท้ ี่ตนเองชอบคนละ 1ชนดิ ลงในใบงานเรือ่ ง ดอกและ
สว่ นประกอบ ของดอกทคี่ รแู จกให้พรอ้ มท้ังระบุสว่ นประกอบของดอกไมช้ นดิ นัน้ พร้อมตกแตง่ ให้สวยงามเปน็
การ สรา้ งสรรค์ผลงาน
5. จากน้นั ครใู หแ้ ต่ละคนนาผลงานของตนเองมาตดิ ไวห้ นา้ หอ้ งเรยี นเพื่อแลกเปลยี่ นกันชื่นชมผลงาน
6. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายสรุปเกย่ี วกบั สว่ นประกอบของดอก
ขนั้ ที่ 5 ประเมินผล (Evaluation)
1. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ เกย่ี วกับ ส่วนประกอบของพืชดอก
2. ครูทดสอบความรขู้ องนกั เรียน โดยการเล่นเกมทายภาพว่าดอกไมช้ นดิ ไหนมสี ่วนประกอบครบ
และดอกไมไ้ มช้ นดิ ไหนมีส่วนประกอบไมค่ รบถ้วนบ้าง โดยมีรายละเอยี ดดงั นี้
- ครูนาบัตรภาพดอกไมท้ มี่ ีสว่ นประกอบตา่ งกัน ทีม่ ีหลายชนิด ไดแ้ ก่ หมายเลข 1 ดอกบวั หมายเลข
2 ดอกมะเขือ หมายเลข 3 ดอกชบา หมายเลข 4 ดอกฟกั ทอง หมายเลข 5 ดอกหนา้ ววั และ
หมายเลข 6 ดอกกลว้ ยไม้
- นักเรียนแบ่งกลมุ่ เพื่อรว่ มกนั ตอบ คาถามโดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ เตรียมกระดาษขึ้นมา เพื่อรว่ มตอบ
คาถาม โดยครูจาจากัดเวลาในการรว่ มตอบคาถามข้อละไม่เกิน 1 นาที จากนั้นใหน้ ักเรียนนา คาถามมาสง่ ที่
หน้าห้องเรยี นโดยนักเรยี นและครจู ะรว่ มกนั เฉลยคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งหลังจบกิจกรรม โดยมี แนวคาถามดงั นี้