- พชื ดอกในหมายเลขใดบา้ ง ทจ่ี ดั ว่าเปน็ พืชทีม่ ีสว่ นประกอบ ครบถ้วน
(แนวคาตอบ หมายเลข 1 หมายเลข 4 และ หมายเลข 6)
- พืชดอกหมายเลข 6 มอี งคป์ ระกอบทส่ี าคญั ทั้งหมดก่ีสว่ น แล้วมีอะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ 4 สว่ น ไดแ้ ก่ กลบี ดอก กลบี เล้ียง เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี )
- จากภาพ หมายเลขใดเป็นพืชดอกทม่ี ีส่วนประกอบไม่ ครบถ้วน
(แนวคาตอบ หมายเลข 2 หมายเลข 3 และ หมายเลข 5)
- จากภาพ หมายเลขใดเปน็ พชื ที่มแี ค่เกสรชนิดเดยี ว บางดอกอาจจะเป็นเกสรเพศผู้ และบางดอก
อาจจะ เปน็ เกสรเพศเมีย
(แนวคาตอบ หมายเลข 2)
- ดอกหนา้ วัวในหมายเลข 5 จดั ว่าเปน็ ดอกไมท้ ไี่ มค่ รบส่วน อยากทราบวา่ องคป์ ระกอบส่วนใดทด่ี อก
หน้าววั ไมม่ ี
(แนวคาตอบ กลบี เลี้ยงและกลบี ดอก)
3. ครูประเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบ คาถาม พฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชน้ั เรียน
6. กระบวนการวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ เครอ่ื งมือ/วธิ กี ารวดั เกณฑก์ ารตดั สนิ
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) สงั เกตและบอกส่วนประกอบแต่ - ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ละส่วนของดอกได้ (K) ทางานรายบุคคล รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) บอกวฏั จักรชวี ิตของพืชดอกได้ - ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการ
(K) ทางานรายบุคคล
- ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการ
ทางานกลมุ่
- ใบงาน
3) สังเกตส่วนประกอบของพืชได้ (P) - ประเมินสงั เกตพฤติกรรมการ
ทางานรายบคุ คล
- ใบงาน
- ประเมินผลการทากจิ กรรม
3) มีความรบั ผดิ ชอบและสง่ งานตรง - ประเมินสังเกตพฤติกรรมการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตามเวลาทกี่ าหนด (A) ทางานรายบุคคล
7. ส่อื /แหลง่ เรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 สิ่งแวดลอ้ มรอบตัว
2) บัตรภาพ
3) รปู ภาพ
4) วดี ที ัศน์ เร่อื งสว่ นประกอบของพืชมีดอก จาก https://youtu.be/zsQV8MWXIZs
5) ใบงาน
6) วสั ดอุ ุปกรณก์ จิ กรรมเรยี นรพู้ ืชดอก
7) วสั ดุอปุ กรณก์ ิจกรรมส่วนประกอบของพชื ดอก
8. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………….…………… ครูผ้สู อน
()
ความคดิ เห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ …………………………….………… ผอู้ านวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30
บตั รภาพ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 13
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรยี นร้เู รอื่ งพืช ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2
เร่ือง การสืบพนั ธ์ุของพืชดอก เวลา 4 ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด
มาตรฐาน ว 1.2
เขา้ ใจสมบตั ิของส่งิ มีชีวติ หน่วยพื้นฐานของสง่ิ มีชีวติ การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ท่ีทางานสมั พนั ธ์กนั รวมทั้งนาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวชว้ี ัด
ป. 2/3 สร้างแบบจาลองทบี่ รรยายวฏั จักรชวี ติ ของพืชดอก
2. สาระสาคัญ
การสืบพันธ์ุ แบบอาศยั เพศของพชื ดอกจะตอ้ งมกี ารปฏิสนธิระหวา่ งเซลล์สบื พันธเุ์ พศผู้และ เซลล์
สืบพันธุ์เพศเมีย มาปฏิสนธิแล้วเกิดเป็นพืชต้นใหม่ การถ่ายเรณูเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ การสืบพันธ์ุ
แบบอาศยั เพศของพืช คอื การทีเ่ รณูไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย ซ่ึงอาจเกิดขึ้นเองภายในดอกท่ีมีท้ังเกสรเพศผู้
เกสรเพศเมียหรือมีแมลง ลม น้า คน และสัตว์อื่น ๆ ช่วยในการถ่ายเรณูเรณูจะมีเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้เมื่อไปตก
บนยอดเกสรเพศเมียเรณูจะงอกหลอด เรณูซึ่งภายในหลอดจะมีเซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้ภายในเข้าไปตามก้านเกสร
เพศเมียเข้าไปในรังไข่ เซลล์สืบพันธุ์เพศ ผู้จะเข้าปฏิสนธิกับเซลล์สืบพันธ์ุเพศเมียที่อยู่ในออวุลซ่ึงอยู่ภายในรัง
ไข่เกิดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเซลล์ที่ ได้รับการปฏิสนธิจะเจริญต่อไปเป็นต้นอ่อน ออวุลจะเจริญไปเป็น
เมลด็ และรังไขเ่ จริญเตบิ โตเป็นผล
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นักเรยี นสังเกตและอธิบายขน้ั ตอนการสืบพนั ธขุ์ องพชื ดอกได้
2. นักเรยี นระบุสว่ นประกอบของพชื ดอกทใี่ ชใ้ นการสืบพนั ธ์ไุ ด้
3.2 ทกั ษะ
1. นกั เรียนสามารถปฏบิ ัติตามข้นั ตอนของการทดลองได้
3.3 คณุ ลักษณะ
1. นกั เรียนมีตัง้ ใจทางานอยา่ งสมา่ เสมอ
4. สาระการเรยี นรู้
พชื ดอกเมือ่ เจริญเติบโตและมีดอก ดอกจะมกี ารสืบพนั ธ์ุเปลี่ยนแปลงไปเปน็ ผล ภายในผลมีเมล็ดเมอื่
เมล็ดงอก ตน้ ออ่ นทีอ่ ยภู่ ายในเมลด็ จะเจรญิ เติบโตเปน็ พืชต้นใหม่ พชื ต้นใหม่จะเจริญเตบิ โตออกดอกเพื่อ
สบื พันธ์ุผลต่อไปได้อกี หมนุ เวยี นตอ่ เนื่องเปน็ วฏั จกั รชวี ติ ของพชื ดอก
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) (ชั่วโมง 1-2)
1. ครกู ระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นโดนการพานกั เรยี นทากิจกรรมโดยมีวสั ดุอุปกรณก์ จิ กรรมเรอ่ื ง
ดอกอะไร ดงั น้ี
- ฉลากภาพดอกไมจ้ านวน 8 ภาพ
- เพลง “ส่งดอกไม้ ”
วธิ เี ล่น
- แบ่งนักเรยี นในชน้ั ออกเป็น 2 กลมุ่ ตามความเหมาะสม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มน่งั ล้อมเปน็ วงกลม
- มอบฉลากภาพดอกไมใ้ หแ้ ต่ละกลุ่ม กลมุ่ ละ 1 อนั โดยสลากทแ่ี ตล่ ะกลมุ่ ไดร้ ับนนั้ จะเหมือนกนั และ
แตล่ ะภาพจะมีความยากง่ายทีแ่ ตกตา่ งกนั ออกไป
2. ครูรอ้ งเพลง “ สง่ ดอกไม้ ” ขณะรอ้ งเพลง นักเรียนปรบมอื และส่งฉลากภาพดอกไมต้ ่อกนั ใน
วงกลมแตล่ ะ วง
3. ครูหยุดร้องเพลง สลากอยู่ในมือใครนักเรยี นคนน้นั ตอ้ งออกบอกช่ือดอกไมท้ ีอ่ ย่ใู นฉลากกลมุ่ ไหน
บอกเร็วกว่าจะได้ 2 คะแนน กลุ่มท่ีบอกชา้ จะได้ 1 คะแนน
เพลงส่งดอกไม้
สง่ ดอกไม้ แลว้ กส็ ง่ ยิ้ม เม่ือสง่ ย้ิม
แล้วรับดอกไม้ โปรดถนอม
4. ให้นกั เรียนทงั้ 2 กลุ่มชว่ ยกันรอ้ งและปรบมือ 4 - 5 เทย่ี วจากนน้ั มาสรปุ คะแนนวา่ กลุ่มใดทา
คะแนนได้ มากกวา่ กัน
ข้ันท่ี 2 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration)
1. ครูสนทนาซักถามนักเรียนเกย่ี วกบั ลกั ษณะของดอกที่ สมบูรณ์และวิธกี ารสบื พันธุ์ของพืชมีดอก
เพ่ือ ทบทวนความรู้นกั เรยี น โดยมแี นวคาถามดงั นี้
- จงบอกองค์ประกอบของดอกทส่ี มบรู ณว์ ่าประกอบไปดว้ ย อะไรบ้าง
(แนวคาตอบ กลบี ดอก กลบี เลยี้ ง เกสรเพศเมยี และ เกสรเพศผู้)
- จงยกตวั อยา่ งดอกไม้มอี งค์ประกอบของดอกครบถว้ นมา จานวนอยา่ งนอ้ ย 3 ชนิด
(แนวคาตอบ ไดแ้ ก่ ดอกชบา ดอกมะเขือ และดอกกุหลาบ)
2. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษาขอ้ มลู การสืบพันธุแ์ บบอาศัยเพศของพืช จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2
เล่ม 1 หน่วยท่ี 3 เร่อื ง ศึกษาวฏั จกั รชวี ิตของพชื ดอก
3. ครใู ห้นกั เรยี นดวู ดี ทิ ศั น์ เร่อื ง การถ่ายละอองเรณู จากนน้ั ครสู นทนากบั นักเรียนเกยี่ วกับลาดับ
ขั้นตอนการสบื พนั ธข์ุ องพชื มีดอกแบบอาศัยเพศว่ามีลาดับข้นั ตอนอยา่ งไร แลว้ ชว่ ยกันสรปุ เป็นข้ันตอนการ
สบื พนั ธุข์ องพชื มดี อกแบบอาศยั เพศบนกระดานดงั นี้
- การถา่ ยละอองเรณู
- การปฏสิ นธิ
- การเปลย่ี นแปลงหลังการปฏิสนธิ
4. ครูให้นกั เรยี นแบ่งกล่มุ ออกเปน็ 3 กลุม่ ศกึ ษาสบื คน้ ขอ้ มลู เกีย่ วกบั หวั ข้อท่ีกาหนดให้ ดังน้ี
- กลมุ่ ท่ี 1 ศกึ ษาเรอ่ื ง การถา่ ยละอองเรณู
- กลมุ่ ที่ 2 ศกึ ษาเรอื่ ง การปฎสิ นธิ
- กล่มุ ที่ 3 ศกึ ษาเรือ่ ง การเปลีย่ นแปลงของดอกหลงั การปฎิสนธิ
5. ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษา จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยท่ี 3 เร่อื ง ศกึ ษาวฏั จักรชีวติ
ของพชื ดอก
6. ครูคอยสังเกตและให้คาแนะนาการทางานของแต่ละกลุ่มเพ่ือให้ไดข้ อ้ มลู ตรงตามจดุ ประสงคแ์ ละให้
แตล่ ะกลุ่มเตรยี มความพรอ้ มในการนาเสนอหน้าชนั้ ในชว่ั โมงตอ่ ไป
ข้นั ท่ี 3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (ช่วั โมง 3-4)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมความพร้อมในการนาข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าจากการทางาน
กลมุ่ ใน ชว่ั โมงท่ีแล้ว
2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าตามหัวข้อที่ครูกาหนดทีละกลุ่ม จน
ครบทั้ง 3 หัวข้อ
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปเก่ียวกับขั้นตอนการสืบพันธุ์ของพืชดอกแบบอาศัยเพศ
โดยครูเขยี นหัวขอ้ ไว้บนกระดานดงั น้ี
- การถา่ ยละอองเรณู
- การปฏสิ นธิ
- การเปล่ียนแปลงหลงั การปฏิสนธิ
4. จากน้ันใหน้ ักเรยี นทาใบงานท่ี 5 วัฏจักรพืชดอก
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูสนทนากับนกั เรยี นเก่ยี วกบั ขั้นตอนการสืบพนั ธุ์ของพชื ท่ีนักเรยี นเรียนผ่านมาแลว้ เพ่ือเปน็ การ
ทบทวนและทดสอบความเข้าใจของนกั เรยี น
2. ครูเตรยี มสลากขอ้ ความทเี่ ก่ยี วกบั ขัน้ ตอนการสืบพนั ธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก ใสก่ ลอ่ งวางไว้
หน้าชั้นเรยี น จากน้ันสมุ่ นักเรยี นให้ออกมาหยบิ ฉลากข้อความในกล่อง แลว้ ใหน้ าขอ้ ความทจี่ บั ได้เขียนใน
ตารางบนกระดานให้ถกู ต้อง
ตวั อยา่ งสลากข้อความ
- ละอองเรณูปลิวไปตกบนยอดเกสรตวั เมีย
- แมลงบินมาตอมดอกไม้
- ละอองเรณูงอกหลอดเขา้ ไปผสมกบั เซลล์ไข่
- เกดิ การผสมกันท่รี งั ไข่
- ก้านชูเกสรเหีย่ วลง
- เกสรเพศผูแ้ ห้งเหยี่ วร่วงไป
- ละอองเรณูติดไปกบั ปกี และขาของแมลง
- รงั ไข่เจริญไปเป็นผล ผนังรงั ไขก่ ลายเปน็ เปลือกและเน้อื
- ออวุลเจริญไปเปน็ เมล็ด เปน็ ต้น
3. นกั เรยี นและครูชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และร่วมกันสรปุ ผลการทากจิ กรรม
4. ครแู จกใบงานที่ 6 การสืบพนั ธ์ของพืชดอก
5.จากนนั้ ครูสุ่มนกั เรียน ออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมออกมาแลกเปล่ียนข้อมูลกับเพอื่ นหนา้ ชัน้
เรียน และร่วมกนั อภิปรายเสนอแนะ
ข้ันที่ 5 ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปเกี่ยวกับการสบื พันธุข์ องพชื ดอกแบบอาศยั เพศ โดยมแี นวคาถามจาก
ภาพพชื ดอกดงั นี้
- จากภาพจดั เป็นดอกไมใ้ นประเภทใดบา้ งตามลาดบั
(แนวคาตอบ: หมายเลข 1 ดอกครบส่วน และหมายเลข 2 ดอกไมค่ รบส่วน)
- จงบอกส่วนประกอบของดอกไม้ในหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ใหถ้ กู ตอ้ ง
(แนวคาตอบ: หมายเลข 1 ประกอบไปด้วย กลบี ดอก กลีบเลยี้ ง เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี
หมายเลข 2 ประกอบไปด้วย กลีบดอก กลบี เล้ยี ง เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย แต่ข้อแตกตา่ งจะอยู่
ที่ ดอกฟักทองจะมเี กสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี แยกออกไปแต่ละดอกจะมดี อกท่มี ที ้งั เพศผแู้ ละเพศเมียใน ดอก
เดียวกนั )
- กลบี เล้ียงทาหนา้ ท่ีอะไร และอยสู่ ่วนไหนของสว่ นประกอบของดอกไม้
(แนวคาตอบ ทาหน้าที่ปอ้ งกันอนั ตรายในขณะทีด่ อกไมย้ ังตมู อยู่ อยบู่ ริเวณนอกสดุ ของดอกไม้)
- กลีบดอกเปน็ ส่วนทอ่ี ยู่ถัดจากกลีบเลีย้ งเขา้ ไปด้านใน มีลักษณะเป็นอย่างไร
(แนวคาตอบ มสี สี ันทแี่ ตกต่างกนั ไปตามแต่ละชนดิ ของดอกไม้ เชน่ ดอกดาวเรอื ง จะมีสีเหลือง มกี ล่นิ
หอม เฉพาะตวั เพอ่ื ทาหนา้ ทล่ี อ่ แมงใหเ้ ข้ามาช่วยผสมเกสร)
- เกสรเพศผู้ทาหนา้ ทอี่ ะไร และประกอบไปด้วยสว่ นใดบ้าง
(แนวคาตอบ ทาหนา้ สรา้ งเซลล์สบื พันธเ์ุ พศผ้คู อื สรา้ งละอองเรณู ซง่ึ ประกอบไปด้วย อับเรณู กา้ นชู
อบั เรณู และละอองเรณ)ู
- เกสรเพศเมยี ทาหน้าทอ่ี ะไร และประกอบไปด้วยส่วนใดบา้ ง
(แนวคาตอบ ทาหนา้ สรา้ งเซลล์สืบพันธเ์ุ มยี คอื สรา้ งไข่ ซ่ึงประกอบไปด้วย ยอดเกสรเพศเมยี รังไข
ออวลุ และเซลล์ไข่
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบ คาถาม พฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชนั้ เรยี น
3. ตรวจใบงาน เรือ่ ง การสืบพันธขุ์ องพืชดอก
6. กระบวนการวัดและประเมินผล เครือ่ งมอื /วิธกี ารวดั เกณฑ์การตัดสนิ
จุดประสงค์
- ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) สังเกตและอธบิ ายขนั้ ตอน
การสืบพนั ธข์ุ องพชื ดอกได้(K) ทางานรายบุคคล
2) ระบุส่วนประกอบของพืช - ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการ
ดอกทใ่ี ชใ้ นการสบื พันธไุ์ ด้ (K)
3) ปฏบิ ัติตามข้ันตอนของการ ทางานกลมุ่
ทดลองได้(P)
-ประเมินผลกิจกรรมชมสวนดอกไม้
4) ตั้งใจทางานอย่างสมา่ เสมอ (A)
-ประเมินการนาเสนอผลกิจกรรม
- ใบงาน
-ประเมนิ ผลกจิ กรรมชมสวนดอกไม้ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
-ประเมินการนาเสนอผลกจิ กรรม
- ใบงาน
- ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทางานรายบุคคล
- สมุดบนั ทกึ
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
- ประเมนิ สังเกตพฤติกรรมการ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทางานรายบคุ คล
7. สื่อ/แหล่งเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 สงิ่ แวดลอ้ มรอบตัว
2) บตั รภาพ
3) ฉลากข้อความ
4) รูปภาพ
5) วดี ีทศั น์ เรื่อง การถ่ายละอองเรณู จาก https://www.youtube.com/watch?v=sG8R_0vxJxs
6) วัสดอุ ุปกรณก์ จิ กรรมเรื่องดอกอะไร
7) ใบงาน
8. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….…………… ครูผสู้ อน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผู้อานวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาช้ีแจง ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องที่ตรงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลกั ษณ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
ะอันพึงประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ ่อ
โรงเรยี น
1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทเี่ กี่ยวกบั สถาบันพระมหากษตั ริย์ตามทโ่ี รงเรียนจัดขนึ้
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลทถี่ กู ตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัตใิ นส่ิงท่ถี กู ต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว มีความ
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้
4.2 ร้จู กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชื่อฟงั คาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ และส่งิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด
5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยัดและมกี ารเกบ็ ออม
6. มุ่งม่นั ในการ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทางานที่ได้รบั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอื่ ให้งานสาเร็จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รูจ้ ักชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครู
8.2 รจู้ กั การดูแลรักษาทรพั ยส์ มบัติและสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี นและ
โรงเรยี น
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรับปรุง
ต่ากว่า 30
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรยี นรเู้ รอื่ งพชื ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2
เร่อื ง วฏั จกั รชีวติ ของพืชดอก เวลา 4 ชวั่ โมง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
1. มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของสิง่ มีชวี ติ หนว่ ยพ้นื ฐานของส่งิ มชี วี ติ การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหนา้ ทข่ี องอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ที่ทางานสัมพนั ธก์ ัน รวมทงั้ นาความรู้ ไปใช้ประโยชน์
ตัวชีว้ ดั
ป. 2/3 สร้างแบบจาลองที่บรรยายวฏั จักรชีวติ ของพชื ดอก
2. สาระสาคญั
พืชดอกเม่ือเจริญเติบโตเต็มท่ีจะออกดอกดอกได้รับการผสมพันธ์ุกลายเป็นผล ผลมีเมล็ดซ่ึงสามารถ
งอกเป็นต้นพืชได้อีกหมุนเวียนเป็นวัฏจักร พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอก ดอกจะมีการสืบพันธุ์
เปลี่ยนแปลงไปเปน็ ผล ภายในผลมีเมล็ดเม่ือเมล็ดงอก ต้นอ่อนที่อยู่ภายในเมล็ดจะเจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่
พืชต้นใหม่จะเจริญเตบิ โตออกดอกเพอ่ื สบื พนั ธผุ์ ลต่อไปได้อกี หมุนเวยี นต่อเนือ่ งเป็นวฏั จกั รชีวิตของพืชดอก
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรียนสังเกตและอธบิ ายอธิบายวฏั จกั รของพชื ดอกใบเลยี้ งคูแ่ ละใบเล้ียงเด่ยี วได้
3.2 ทกั ษะ
1. นกั เรยี นสร้างแบบจาลองวัฏจักรชีวติ ของพชื ดอกพชื ดอกใบเลีย้ งคู่และใบเลี้ยงเดีย่ วได้
3.3 คุณลกั ษณะ
1. นกั เรยี นมีความมงุ่ มั่นในการทางานและต้ังใจทางานอย่าสมา่ เสมอ
4. สาระการเรยี นรู้
พืชดอกเม่ือเจรญิ เติบโตและมดี อก ดอกจะมีการสืบพนั ธเ์ุ ปล่ยี นแปลงไปเป็นผล ภายในผลมเี มล็ดเมื่อ
เมล็ดงอก ตน้ ออ่ นทีอ่ ยู่ภายในเมลด็ จะเจรญิ เติบโตเปน็ พชื ตน้ ใหม่ พชื ต้นใหม่จะเจรญิ เตบิ โตออกดอกเพ่อื
สืบพนั ธุผ์ ลต่อไปได้อกี หมนุ เวยี นตอ่ เน่อื งเป็นวัฏจกั รชวี ิตของพืชดอก
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (ชั่วโมง 1-2)
1. ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนโดยการนาแผนภาพตน้ ไม้ 2 ชนดิ มาแขวนไวบ้ นกระดาน ให้
นักเรยี น ดดู งั ตัวอย่าง
2. ให้นักเรยี นสงั เกตลกั ษณะของตน้ พชื ทัง้ 2 ชนดิ และให้นกั เรยี นช่วยกนั บอกความแตกตา่ งของต้น
พืชทัง้ 2 ชนดิ โดยให้นกั เรียนยกมอื ตอบและแสดงความคิดเห็น โดยมแี นวคาถามดงั น้ี
- จงบอกความแตกตา่ งของลาต้นของตน้ พืชแต่ละชนิด
(แนวคาตอบ ลาตน้ ไม่เหมอื นกนั ตน้ มะพรา้ วจะมลี าตน้ ท่ยี าวและสูง จะมลี กั ษณะเปน็ ข้อ ๆ ส่วนต้น
มะม่วง จะมีลักษณะของลาต้นที่แตกต่างกนั ออกไปตามชนิดและสายพันธ์ุ ลาตน้ จะมีลักษณะเรียบและมีกง่ิ
กา้ น แตกกระจายออกไป ไมเ่ ป็นขอ้ )
- จงบอกความแตกต่างของใบของตน้ พชื แต่ละชนิด
(แนวคาตอบ ใบมะพรา้ วมีลักษณะยาวเรียว สว่ นใบมะม่วงจะมีลกั ษณะแบนๆ)
- จงบอกความแตกต่างของรากของต้นพชื แต่ละชนิด
(แนวคาตอบ รากของมะพร้าวเป็นรากฝอย มะมว่ งมรี ากแก้ว เปน็ ต้น)
3. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั วิเคราะหข์ ้อมูลท่ีนักเรียนตอบเพื่อนาไปสกู่ ารเรยี น
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration)
1. ครนู าภาพวัฏจักรชวี ติ ของต้นทานตะวัน จากนนั้ สมุ่ ตัวแทนนกั เรียนจานวน 2 คน ออกมาอธิบาย
ภาพวัฏ จกั รชวี ติ ของตน้ ทานตะวนั วา่ มลี ักษณะเปน็ แบบใด
(แนวคาตอบ เร่มิ จากการทเ่ี มลด็ อยใู่ นระยะพกั ตวั ในระยะน้ันเมล็ดจะยังไมง่ อก แต่เมื่อไดร้ ับ
สารอาหารจากนา้ หรอื ธาตอุ าหารต่าง ๆ แลว้ จะเกดิ การงอกออกไปกลายเป็นต้นอ่อนเล็ก ๆ จากนนั้ รากจะ
คอ่ ย ๆ โผล่ออกมา ลาตน้ จะงอกเติบโตข้นึ เหนอื พ้นื ดินกลายเป็นกล้าไมท้ ใ่ี บไมใ้ บใหม่จะงอกเพิม่ จาก ลาต้น
ใบไม้ใบใหม่จะเริ่มสงั เคราะห์ดว้ ยแสง เพ่อื สรา้ งอาหารตอ่ ไป โดยตน้ ทานตะวันจะมีวฏั จกั รชวี ติ ประมาณ 3
เดือนครง่ึ จนเจริญเติบโตเตม็ ทจี่ นมดี อกและพร้อมสาหรบั การสบื พันธุต์ ่อไป)
2. ครูใหน้ กั เรียนดูวดี ที ัศน์ เรอ่ื ง พชื ใบเล้ยี งเดีย่ วและพชื ใบ เลี้ยงคจู่ ากนนั้ ใหน้ ักเรียนทากจิ กรรม
เร่ืองวฏั จกั รชีวิตของพชื ชนิดต่างๆ เพ่อื ศึกษาและสืบค้นวัฏจกั รชีวติ ของพชื ใบเลย้ี งเดย่ี วและพืชใบเล้ียงคู่
3. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ จากนัน้ ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ศึกษา วัฏจักรชวี ติ ของต้นขา้ ว วัฏจกั รชวี ิตของ
ต้นกระเจ๊ยี บแดง วัฏจกั รชวี ติ ของตน้ ทานตะวัน จากหนงั สอื เรียนหน้า 78-80
- ครใู ห้นักเรยี นตวั แทนของแตล่ ะกลมุ่ จับฉลากว่ากลมุ่ ไหนจะได้ศกึ ษาข้อมลู เกี่ยวกับ วัฏจักรชวี ติ ของ
ต้นข้าว วฏั จกั รชวี ติ ของตน้ กระเจ๊ียบแดงหรอื วฏั จกั รชวี ิตของต้นทานตะวนั
- ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันวาดภาพวัฏจกั รชีวติ ของพืชทต่ี น้ เองได้รบั มอบหมาย โดยให้นักเรียน
ทกุ คนในกลุ่มมสี ว่ นรว่ มในการทางาน
4. ครูใหแ้ ต่ละกลุ่มเตรียมการนาเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน
5. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน
6. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายและลงข้อสรุป
ขน้ั ที่ 3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (ชวั่ โมง 3-4)
1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกบั ขัน้ ตอนการสบื พนั ธ์ุและวัฏจักรชวี ิตของพืชดอกทนี่ กั เรียนเรยี นผ่าน
มาแล้วเพอื่ เป็นการทบทวนและทดสอบความเข้าใจของนักเรยี น โดยมีหวั ข้อการสนทนา ดงั น้ี “วัฏจกั ร
ชีวิตของพืชดอกแต่ละชนิดจะมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป โดยจะแบ่งตามระยะเวลาของวัฏจักรชีวิต ดังนี้
พชื ปีเดียว เปน็ พืชทมี่ วี ัฏจกั รชีวติ สมบูรณ์ ตั้งแตง่ อกออกจากเมล็ดจนเจริญเติบโตเต็มที่ และมีการสืบพันธ์ุเพื่อ
สรา้ งเมลด็ ใหม่ภายในระยะเวลา 1 ปี เช่น ข้าว ขา้ วโพด ถวั่ ลสิ ง และ ผักบุ้ง ส่วนพืชหลายปี ถือว่าเป็นพืชดอก
ที่มีวัฏจักรชีวิตใช้เวลาหลายปี ต้ังแต่งอกจากเมล็ดจนเจริญเติบโตเต็มท่ี และมีการสืบพันธุ์เพื่อสร้างเมล็ดใหม่
เชน่ มะมว่ ง มะขาม มะพร้าว หรอื ตาล”
2. ครูแจกใบงานท่ี 8 เร่ือง วัฏจักรชวี ิตของต้นถวั่ แปบ
3. ครูนาแผนภาพวัฏจักรชีวิตของพืชหลาย ๆ ชนิด ตามระยะต่าง ๆ มาวางคละกันไว้หน้าช้ันเรียน
ตัวอยา่ งแผนภาพ
4. จากนัน้ ครสู ุ่มนักเรียนออกมาหยบิ แผนภาพของพชื เรียงเป็นวัฏจกั รติดบนกระดานใหถ้ กู ตอ้ งโดย
ครู และเพ่ือน ๆ ช่วยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จนครบตามชนิดของพชื ท่คี รเู ตรยี มไว้
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูสนทนากับนักเรยี นเกีย่ วกบั วฏั จกั รของพชื ทนี่ กั เรยี นเรียนผ่านมาแล้วเพอ่ื เป็นการทบทวนและ
ทดสอบความเข้าใจของนกั เรียนจากน้นั ครูนาแผนภาพการเจรญิ เติบโตของต้นพริกโดยมีหวั ข้อการสนทนา
แบบถามตอบดังนี้
- จากรูปนกั เรียนคิดวา่ ดอกพรกิ เป็นดอกสมบูรณเ์ พศหรอื ไม่ เพราะอะไร
(แนวคาตอบ เป็นดอกสมบรู ณ์เพศเนอ่ื งจากมีสว่ นประกอบของดอกครบถ้วน ซึ่ง ได้แก่ กลีบดอก
กลีบเลี้ยง เกสรเพศผ้แู ละเกสรเพศเมียอย่ใู นดอกเดยี วกนั )
- ใบของตน้ พริกจัดเป็นใบพชื ชนดิ ใด
(แนวคาตอบ ใบพชื ใบเล้ียงค่)ู
- จากภาพนกั เรียนคิดวา่ ข้ันตอนใด คอื ขัน้ ตอนการเปลยี่ นแปลงท่ีเห็นได้ชัดทสี่ ุด จากดอกไปเป็นผล
(แนวคาตอบ ข้นั ตอนท่ี 5 และ 6 เนอ่ื งจากต้นพรกิ เจรญิ เตบิ โตเต็มทีเ่ มอื่ ได้รบั ธาตอุ าหารและผ่าน
กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง จึงทาให้เจริญเตบิ โตจากดอกกลายเปน็ ผลในท่สี ุด)
2. ครใู ห้นักทาใบงานที่ 9 วัฏจักรพชื ดอก
ขนั้ ที่ 5 ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปเกีย่ วกับ วัฏจักรชวี ติ ของพชื ดอกวัฏจกั รชวี ติ ของพืชใบเล้ยี งเด่ียวและ
พืชใบ เลย้ี งคู่ โดยใชก้ จิ กรรมทายภาพ โดยมรี ายละเอียดดังน้ี
- ครูนาบัตรภาพประเภทของใบมาให้นกั เรยี นช่วยกนั ตอบเพื่อวัดความเขา้ ใจของนกั เรียน โดยครูบอก
รายละเอยี ดของแต่ละใบไมว้ า่ มชี ือ่ อะไรบา้ ง ดงั น้ี ตน้ ปาล์ม ข้าวโพด มะละกอ ผักชี มะพร้าว มะนาว มอส
เตอรา และมนั สาประหลงั จากนน้ั ครงั้ คาถามโดยมแี นวคาถามดงั นี้
- หมายเลขใดบา้ งทจ่ี ัดอยู่ในประเภทของพชื ใบเลี้ยงคู่
(แนวคาตอบ หมายเลข 3 4 6 7 และ 8)
- หมายเลขใดบ้างที่เกดิ การเปลี่ยนจากดอกไปเป็นผล
(แนวคาตอบ หมายเลข 1 2 3 5 และ 6)
- หมายเลขใดบ้างทใ่ี ช้เมลด็ ในการเพราะปลกู
(แนวคาตอบ หมายเลข 2 3 4 และ 5)
2. ครูประเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบ คาถาม พฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
พฤติกรรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชนั้ เรยี น
3. ตรวจสอบใบงานท่ี 8 เร่ือง วัฏจกั รชวี ติ ของตน้ ถั่วแปบ
4. ครูใหน้ กั ทาใบงานที่ 9 วฏั จกั รพชื ดอก
6. กระบวนการวัดและประเมินผล
จุดประสงค์ เคร่อื งมือ/วธิ กี ารวดั เกณฑ์การตัดสิน
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) สงั เกตและอธบิ ายอธบิ ายวฏั จักร - ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน
ของพชื ดอกใบเลี้ยงคู่และใบเลยี้ ง รายบคุ คล รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เด่ยี วได้ (K) - ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กลุ่ม
- ใบงาน
2) สร้างแบบจาลองวัฏจกั รชวี ติ ของ - ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน
พชื ดอกพชื ดอกใบเลย้ี งคูแ่ ละใบเลีย้ ง รายบคุ คล
เดย่ี วได้ (P) - สมดุ บันทึก
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
- ประเมนิ การนาเสนอ ผลทากิจกรรม
3) มีความมงุ่ ม่ันในการทางานและ - ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน
ตง้ั ใจทางานอย่า สมา่ เสมอ (A) รายบุคคล
7. สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 ส่งิ แวดล้อมรอบตัว
2) บตั รภาพ
3) วีดีทัศน์ เรื่อง พืชใบเลีย้ งเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ จาก
https://www.youtube.com/watch?v=neyb8Olfo0I2
4) ใบงาน
5) แผนภาพ
8. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………….…………… ครูผสู้ อน
()
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………….………… ผู้อานวยการโรงเรยี น
()
การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
รวม
ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้
บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่
3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก
4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย
321321321321321
ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม
ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม
6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30