The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ป.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suwatjanee_Saly, 2022-12-25 03:22:08

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ป.2

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน

ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย

321321321321321

ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง


แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน

คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่

โรงเรียน

1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น

2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง

3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม

ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้

4.4 ตงั้ ใจเรียน

5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด

5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม

6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ

7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู

8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน

ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..


เกณฑ์การให้คะแนน

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30


แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 12101

รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ส่ิงแวดล้อมรอบตวั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2

เรื่อง ลักษณะสาคัญของสง่ิ มีชวี ติ และไมม่ ีชวี ติ เวลา 2 ช่ัวโมง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ว 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ

เปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลา ยทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่ง มีชีวิต
รวมทงั้ นาความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตวั ชว้ี ัด

ป. 2/1 เปรยี บเทยี บลักษณะของสิ่งมีชวี ติ และสง่ิ ไมม่ ชี ีวิต จากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้

2. สาระสาคญั
สง่ิ แวดล้อมรอบตัวเรา จะมีสงิ่ มชี ีวิตมากมายอาศัยอยโู่ ดยมีท้ังส่งิ มีชวี ิตทเ่ี ป็นคน สตั ว์ และพืช ในการ

สังเกตว่าส่ิงใดเป็นสิ่งมีชีวิตนั้นเราสามารถสังเกตได้จากลักษณะสาคัญต่าง ๆ เน่ืองจากสิ่งมีชีวิตต้องการ
อากาศ อาหาร และน้า เพื่อการดารงชีวิตส่ิงมีชีวิตมีการการตอบสนองต่อส่งเร้าต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตสามารถ
เคลื่อนที่และเคล่ือนไหวได้เองและสงิ่ มีชีวิตมีการสืบพนั ธ์แุ ละมีการเจรญิ เติบโต

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรียนสามารถบอกลกั ษณะของสิง่ มชี วี ิตและส่งิ ไมม่ ชี ีวติ ได้
3.2 ทักษะ
1. นักเรียนสามารถสงั เกตลกั ษณะของสิ่งมีชีวติ และสงิ่ ไมม่ ชี ีวติ ได้
3.3 คุณลักษณะ
1. นกั เรยี นมีความมุง่ ม่ันในการทางาน
2. นักเรียนมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ การทางาน

4. สาระการเรยี นรู้
สิ่งท่ีอยู่รอบตัวเรามีท้ังที่เป็นส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตสิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการหายใจ

เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหวตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสืบพันธ์ได้ลูกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วน
สิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มีลักษณะดังกล่าว


5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี

1. ครูใหน้ กั เรยี นดวู ดี ที ศั น์ เรื่อง สิง่ มชี ีวติ และสิ่งไม่มีชวี ิต
2. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สนทนาเกีย่ วกบั วดี ที ศั นท์ ่นี ักเรยี นได้ดู
3. ครูทบทวนความรเู้ ดิมโดยการถามคาถามนักเรยี นวา่ ภายในหอ้ งเรียนของเรามสี ่ิงมชี วี ติ และ
สิ่งไม่มชี วี ิต อะไรบ้าง ให้นักเรยี นยกมือชว่ ยกันตอบ
ขั้นที่ 2 ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาที)
1. ครูนาบตั รภาพส่ิงมีชีวติ และสิ่งไมม่ ชี วี ิตตา่ ง ๆ มาให้นกั เรยี นดจู ากน้ันใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสนทนา
เกย่ี วกบั ภาพวา่ ภาพใดเป็นภาพสิ่งมชี วี ติ และภาพใดเป็นภาพสงิ่ ไม่มชี วี ติ เพอ่ื เป็นการทบทวนแล้วนาบตั รภาพ
ใส่ กล่องคละกนั วางไว้หนา้ ช้ันเรยี น
2. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเป็นสองกลมุ่ ตามความเหมาะสม จากนน้ั ครูใช้เทคนคิ การแขง่ ขันเล่นเกม โดย
ครู อธบิ ายกตกิ าการเลน่ ดังน้ี
- ครจู ะเป็นคนหยบิ ภาพขน้ึ มาทลี ะภาพแตย่ งั ไม่เปดิ ใหด้ ใู หน้ กั เรยี น
- ให้ฝ่งั ใดฝ่ังหนงึ่ เปน็ ฝา่ ยทายก่อนวา่ ภาพนน้ั เปน็ ส่ิงมีชวี ิตหรอื ไม่มีชวี ิต
- ถ้าทายถูกจะได้คะแนน สลับกันทลี ะภาพจนหมดภาพที่ครเู ตรยี มมา
3. เม่ือจบเกมสรปุ คะแนนฝ่ายใดทายถกู มากวา่ เป็นฝา่ ยชนะ
ขั้นที่ 3 ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายการทากิจกรรม สิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต ว่ามีลักษณะสาคัญ
อย่างไรบา้ ง
2. ครสู ุ่มตัวแทนนกั เรยี นใหต้ อบคาถาม โดยคณุ ครจู ะหยบิ บตั รภาพจากกลอ่ งขึน้ มา และให้นกั เรยี น
บอกว่า
- ทาไมภาพน้นั ถึงเป็นส่ิงมชี วี ิต เพราะอะไร
(แนวคาตอบ เพราะสามารถกนิ อาหารได้ ขับถ่ายของเสยี ได้ เคลอ่ื นทีไ่ ด้ เปน็ ต้น)
- ทาไมภาพนนั้ ถงึ เป็นสงิ่ ไมม่ ชี ีวิต เพราะอะไร
(แนวคาตอบ เพราไม่สามารถเคล่ือนทไ่ี ด้ ไมส่ ามารถสืบพันธ์ไุ ด้ ไมส่ ามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้
เป็นต้น)
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาท)ี
1. นกั เรียนทาใบงานที่ 5 เรอ่ื ง ลกั ษณะของส่ิงมีชวี ิตและส่ิงไม่มีชีวติ
2. ครูสุ่มนักเรียน นาใบงานของตนเองออกมานาเสนอหนา้ ชัน้ เพ่อื แลกเปล่ยี นขอ้ มลู กนั
3. นักเรยี นและครูช่วยกันตรวจสอบขอ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ งและครูคอยแนะนาในสว่ นที่บกพร่อง
ขัน้ ที่ 5 ประเมนิ ผล (Evaluation) (10 นาท)ี
1. นักเรยี นและครูรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เรอ่ื งของสิง่ มชี วี ิตและสงิ่ ไม่มชี ีวติ
2. ครตู รวจสอบใบงานท่ี 5 เรือ่ ง ลกั ษณะของสง่ิ มชี ีวติ และส่ิงไมม่ ีชวี ติ


3. ครปู ระเมนิ นักเรยี นโดยการสงั เกตพฤติกรรมการทางาน รายบุคคล การแสดงความคดิ เหน็ การ
ตอบ คาถาม การรว่ มกันทางานกลมุ่ และการออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน

6. กระบวนการวดั และประเมินผล เครื่องมอื /วธิ กี ารวดั เกณฑก์ ารตัดสิน
จุดประสงค์
- ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) บอกลักษณะของส่ิงมีชีวิตและ
สิ่งไม่มีชีวิตได้ (K) ทางานรายบุคคล

2) สังเกตลักษณะของสงิ่ มีชีวติ และ - ประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการตอบ
สิ่งไม่มีชีวิตได้ (P)
คาถาม แสดงความคดิ เหน็
3) มคี วามม่งุ ม่ันในการทางาน (A)
- ใบงาน
4) มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ การทางาน
- ประเมินการทากิจกรรมสงิ่ มชี ีวติ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

และสิง่ ไม่มีชีวิต

- ประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการ

ทางานรายบคุ คล

- ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการตอบ

คาถาม แสดงความคดิ เห็น

- ประเมนิ สังเกตพฤติกรรมการ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ทางานรายบคุ คล

- ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

- ประเมินสังเกตพฤติกรรมการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ทางานรายบคุ คล

- ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

7. ส่อื /แหล่งเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 สิ่งแวดล้อมรอบตัว
2) ใบงาน
3) บัตรภาพ
4) วีดีทศั น์เรอื่ ง สิ่งมีชีวติ และสง่ิ ไมม่ ีชวี ติ https://youtu.be/cev25Y3Vh2w


8. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………….…………… ครูผสู้ อน
()

ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………….………… ผู้อานวยการโรงเรยี น
()


การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน

ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )

1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน

รวม

ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน

รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม

มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้

บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่

3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก

4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน

ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ


แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน

คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่

โรงเรียน

1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น

2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง

3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม

ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้

4.4 ตงั้ ใจเรียน

5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด

5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม

6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ

7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู

8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน

ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..


เกณฑ์การให้คะแนน

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30


บตั รภาพ


ส่อื วิดที ศั น์


แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว 12101

รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 1

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ส่งิ แวดลอ้ มรอบตวั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

เรอื่ ง เปรียบเทยี บลักษณะของส่ิงมีชวี ิตและไมม่ ชี ีวิต เวลา 2 ชัว่ โมง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....

1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด

มาตรฐาน ว 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ

เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อส่ิงมีชีวิตความหลากหลา ยทางชีวภาพและวิวัฒนาการของส่ิง มีชีวิต
รวมท้งั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้วี ัด

ป. 2/1 เปรยี บเทยี บลกั ษณะของสงิ่ มชี ีวติ และสิง่ ไมม่ ชี ีวิต จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้

2. สาระสาคญั
สิง่ แวดล้อมรอบตัวเรา จะมสี ่ิงมีชีวิตมากมายอาศยั อยู่โดยมที ้ังส่ิงมชี วี ติ ทเ่ี ป็นคน สัตว์ และพชื ในการ

สังเกตว่าสิ่งใดเป็นส่ิงมีชีวิตนั้นเราสามารถสังเกตได้จากลักษณะสาคัญต่าง ๆ เนื่องจากส่ิงมีชีวิตต้องการ
อากาศ อาหาร และน้า เพื่อการดารงชีวิตสิ่งมีชีวิตมีการการตอบสนองต่อส่งเร้าต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตสามารถ
เคล่ือนทแี่ ละเคล่อื นไหวไดเ้ องและสง่ิ มชี ีวติ มกี ารสืบพันธ์แุ ละมกี ารเจริญเติบโต

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกและอธิบายลักษณะสาคญั ของสงิ่ มีชวี ิตและส่งิ ไม่มีชวี ติ ได้
3.2 ทกั ษะ
1. นักเรียนสามารถสงั เกตและจาแนกกลุม่ ของสง่ิ มีชวี ติ และส่งิ ไมม่ ีชวี ติ ได้
3.3 คุณลกั ษณะ
1. นักเรียนมคี วามใฝ่เรียนรู้

4. สาระการเรยี นรู้
สิ่งท่ีอยู่รอบตัวเรามีท้ังที่เป็นสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตสิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการหายใจ

เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหวตอบสนองต่อส่ิงเร้าและสืบพันธ์ได้ลูกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วน
สิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มีลักษณะดังกล่าว


5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี

1. ครใู หน้ ักเรียนดวู ดี ที ศั น์ เรื่อง สง่ิ มีชวี ติ และสงิ่ ไม่มชี ีวิต
2. ครูและนักเรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั วีดีทัศน์ท่นี ักเรียนได้ดู
3. ครูทบทวนความรู้เดิมโดยการถามคาถามนักเรยี นวา่ ลักษณะของมีสงิ่ มชี วี ติ และสง่ิ ไมม่ ชี ีวติ
อะไรบ้าง ให้ นกั เรียนยกมือชว่ ยกนั ตอบ
ขน้ั ท่ี 2 ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration) (15 นาท)ี
1. ครูนาสิ่งของในชีวิตประจาวนั ที่นกั เรียนรจู้ กั และคุ้นเคยมาให้นกั เรียนดู 3-4 อยา่ ง ตวั อย่างส่งิ ของ
- นาฬกิ าปลุก
- ตกุ๊ ตาสตั ว์
- รถของเล่น
- หุ่นยนต์ เป็นตน้
2. ครูสนทนาซักถามนักเรียนกระตุ้นความคดิ โดยมแี นวคาถาม ดงั นี้
- ส่ิงของเหล่านีเ้ ป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่ เพราะเหตุใด (ไม่เปน็ สิ่งมีชวี ิตเพราะหายใจไมไ่ ด้ เคลือ่ นทไ่ี ม่ได้ เป็นตน้ )
ข้ันท่ี 3 ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (35 นาท)ี
1. ครใู หน้ ักเรียนจบั คู่ เพอ่ื ทากิจกรรมเกมบงิ โกสง่ิ มชี ีวติ และสงิ่ ไม่มชี ีวติ โดยมีกตกิ าดงั น้ี
- ครูอธบิ ายวธิ ีการบิงโกบนกระดาษใหน้ ักเรียนทราบ
- ครแู จกกระดานบงิ โกและเบย้ี บิงโกให้กบั นกั เรียน
- ครูเร่ิมอ่านคาใบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีคนบิงโก เมื่อมีคู่ไหนที่บิงโกให้มารับรางวัลกับคุณครู
(ตัวอย่างคาใบ อะไรเอย่ กอ้ นเลก็ ก้อนใหญ่ ขนาดแตกต่างกัน มีหลายสี พอดูดี ๆ ไมม่ ลี มหายใจ )
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเกี่ยวกับส่งิ มชี วี ิตและส่งิ ไม่มีชวี ติ ท่อี ยบู นกระดานบิงโก
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาท)ี
1. นกั เรยี นทาใบงานที่ 6 เร่ือง ลักษณะของสง่ิ มชี วี ิตและสงิ่ ไมม่ ชี ีวิต
2. ครูสุ่มนักเรียน นาใบงานของตนเองออกมานาเสนอหน้าช้นั เพอื่ แลกเปล่ียนข้อมูลกัน
3. นกั เรียนและครชู ว่ ยกนั ตรวจสอบขอ้ มูลท่ีถกู ตอ้ งและครคู อยแนะนาในส่วนทีบ่ กพรอ่ ง
ขั้นท่ี 5 ประเมินผล (Evaluation) (10 นาท)ี
1. นักเรียนและครูรว่ มกนั อภิปรายสรุปลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ติ และส่ิงไมม่ ีชวี ิต
2. ครตู รวจสอบใบงานที่ 6 เร่ือง ส่งิ มชี ีวิตและไมม่ ีชวี ิต
3. ครปู ระเมินนักเรียนโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน รายบคุ คล การแสดงความคิดเห็น การ
ตอบ คาถาม การรว่ มกนั ทางานกลุ่ม และการออกมานาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน


6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมือ/วิธกี ารวดั เกณฑ์การตัดสนิ
จุดประสงค์
- ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) บอกและอธิบายลักษณะสาคัญ
ของสิง่ มชี วี ิตและสง่ิ ไมม่ ชี วี ติ ได้ (K) ทางานรายบุคคล

2) สงั เกตและจาแนกกลมุ่ ของ - ประเมินสงั เกตพฤติกรรมการตอบ
สิง่ มีชีวติ และส่งิ ไม่มีชวี ติ ได้ (P)
คาถาม แสดงความคดิ เหน็
3) มีความใฝเ่ รียนรู้ (A)
- ใบงาน

- ประเมินการทากิจกรรมส่งิ มชี วี ิต รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

และส่ิงไม่มีชีวติ

- ประเมินสงั เกตพฤติกรรมการ

ทางานรายบุคคล

- ใบงาน

- ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ทางานรายบคุ คล

- ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

7. ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว
2) ใบงาน
3) บตั รภาพ
4) วดี ีทศั นเ์ รอ่ื ง สง่ิ มชี ีวติ และสง่ิ ไม่มีชวี ติ https://youtu.be/Q5agh_tOfsg


8. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/ อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………….…………… ครูผสู้ อน
()

ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………….………… ผู้อานวยการโรงเรยี น
()


การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน

ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )

1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน

รวม

ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน

รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม

มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้

บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่

3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก

4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน

ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ


แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั
คะแนน

คณุ ลักษณ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ะอันพงึ ประสงค์ 32 1

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่

โรงเรียน

1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น

2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง และเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง

3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มคี วาม

ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชื่อฟังคาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้

4.4 ตงั้ ใจเรียน

5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด

5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออม

6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ

7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครู

8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี นและ
โรงเรียน

ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..


เกณฑ์การให้คะแนน

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ต่ากวา่ 30


ส่อื วิดที ศั น์


กระดานบงิ โก


แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7

กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว 12101

รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรยี นร้เู รอื่ งพืช ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2

เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื เวลา 2 ชัว่ โมง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....

1. มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชี้วดั

มาตรฐาน ว 1.2
เขา้ ใจสมบตั ขิ องสง่ิ มีชวี ิต หนว่ ยพื้นฐานของสิง่ มีชวี ิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ท่ีทางานสัมพันธก์ ัน รวมทั้งนาความรู้ ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชว้ี ัด

ป. 2/1 ระบวุ ่าพืชต้องการแสงและนา้ เพื่อการเจรญิ เตบิ โตโดยใชข้ อ้ มลู จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ป. 2/2 ตระหนักถึงความจาเปน็ ที่พืชต้องไดร้ บั น้าและแสง เพอ่ื การเจริญเตบิ โต

โดยดูแลพชื ให้ ไดร้ ับสิ่งดงั กล่าว อย่างเหมาะสม

2. สาระสาคญั
พืชเป็นส่ิงมีชีวิตที่มีการเจริญเติบโตและจะดารงชีวิตอยู่ได้ต้องอาศัยแสงและน้าในการดารงชีวิต

รวมทั้ง อาศัย สิ่งแวดล้อมต่างๆ ด้วยปัจจัยที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตของพืชคือ น้า แสงแดด อากาศ และแร่
ธาตตุ า่ ง ๆ เพ่ือนาไปใชใ้ นการสร้างอาหารแร่ธาตุท่จี าเปน็ ตอ่ พชื มีหลายชนิด เชน่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั
โพแทสเซียม แร่ธาตุอาหารต่างๆ เหล่านี้ พืชได้มาจากหลายทางที่สาคัญคือได้จากปุ๋ย ปุ๋ยให้ธาตุอาหารท่ี
จาเป็นแก่พืช เพอ่ื ใชบ้ ารุงลาต้นใหเ้ จริญเติบโต และมดี อก มีผล

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรียนอธบิ ายปจั จยั ทจ่ี าเป็นตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื ได้
3.2 ทักษะ
1. นักเรยี นสามารถตระหนักถึงความจาเป็นท่ีพชื ต้องได้รบั น้าและแสงเพอ่ื การเจรญิ เติบโตได้
3.3 คุณลกั ษณะ
1. นกั เรียนมคี วามม่งุ มนั่ ในการทางาน

4. สาระการเรยี นรู้
พืชตอ้ งการแสง น้า เพอ่ื การเจริญเติบโต พืชเป็นส่ิงมชี วี ติ เช่นเดียวกบั คนและสัตว์ จะดารงชีวิตอยู่ได้

ตอ้ งอาศัยส่ิงจาเปน็ ในการดารงชวี ติ เราเรียกสงิ่ นน้ั ว่า ปัจจัยในการดารงชีวิต และเพอ่ื ให้มชี วี ิตอยู่รอด


5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี

1. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาว่ามีนักเรียนคนใดเคยปลกู ต้นพชื บา้ ง จากนน้ั ครใู หน้ กั เรียนทเี่ คยปลูกตน้
พืช ออกมาเล่าประสบการณข์ องตนเองใหเ้ พ่ือน ๆ ในชั้นเรยี นฟังวา่ ตน้ พชื ทีป่ ลกู เปน็ อยา่ งไร

2. ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนกอ่ นจะเร่มิ เรยี นในวันนี้ โดยครูนาตน้ พืชท่ีไมม่ ีการเจรญิ เตบิ โต
เชน่ ตน้ พชื แห้ง ๆ ตน้ พชื เหี่ยว เป็นตน้ จากน้ันครูถามคาถามกระตุ้นความคดิ ของนกั เรยี น โดยมีแนวคาถาม
ดังนี้

- นักเรียนสังเกตเหน็ อะไร
(แนวคาตอบ ต้นไม้เหย่ี ว)
- นกั เรยี นคดิ วา่ ทตี่ น้ ไมเ้ หี่ยวมสี าเหตุมาจากอะไรบ้าง
(แนวคาตอบ ขาดน้า ขาดสารอาหาร หรือแสง)
- ถา้ นักเรยี นเจอตน้ พชื ลกั ษณะตามทค่ี รูนามาให้นกั เรยี นดูนกั เรียนต้องทาอย่างไรบ้าง
(แนวคาตอบ รดนา้ ใส่ปยุ๋ ใหต้ ้นไมโ้ ดนแสง เป็นต้น)
3. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะคนแสดงความคดิ เหน็ แล้วตอบคาถามของครทู ีล่ ะคน เพื่อนในช้ันเรยี นชว่ ยกนั
อภิปราย คาตอบของเพื่อน และสรปุ คาตอบทถ่ี กู ต้องร่วมกัน โดยมีครูคอยตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบ
ขั้นท่ี 2 ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาที)
1. ใหน้ กั เรยี นสังเกตรปู ภาพจากบัตรภาพพชื ชนดิ ตา่ ง ๆ ทค่ี รเู ตรยี มมาให้ แลว้ ให้นกั เรยี นแสดงความ
คดิ เห็น วา่ ภาพนเ้ี ก่ยี วขอ้ งกบั การดารงชวี ิตของพชื หรือไม่ อยา่ งไร โดยครตู ้ังคาถาม โดยมีแนวคาถามดงั น้ี
- การทดี่ อกกหุ ลาบสีแดงนีจ้ ะสวยงามได้ ดอกกุหลาบตอ้ งการปัจจยั ใดในการดารงชีวติ และการ
เจริญเตบิ โต

(แนวคาตอบ นา้ แสง อากาศ ธาตุอาหาร เป็นต้น)
2. ครูให้นักเรียนจับสลากหวั ขอ้ พืชชนดิ ตา่ ง ๆ ทค่ี รเู ตรียมไวค้ นละ 1 ใบ ซ่งึ มชี ่อื พืชเขียนไว้ดงั ตวั อย่าง
ตน้ กหุ ลาบ ตน้ มะลิ ต้นชบา ต้นทานตะวนั เปน็ ต้น


3. จากนนั้ ครูให้นกั เรียนแต่ละคนดูสลากทตี่ นเองจับไดว้ า่ ไดช้ ื่อตน้ พชื ว่าอะไร แล้วครชู ูภาพตน้ พชื ที
ละชนดิ ให้นักเรยี นดเู พ่ือทจี่ ะแบ่งกลุ่ม และให้นักเรียนท่จี ับไดพ้ ชื ชนิดน้นั ออกมารบั ภาพทลี ะกลมุ่ ซง่ึ คนท่ี
ไดต้ ้น พืชชนิดเดยี วกนั เขา้ กลุ่มดว้ ยกัน

4. นกั เรยี นวาดตน้ พชื ทก่ี ล่มุ ตนเองจับฉลากไดแ้ ละชว่ ยกนั ระดมความคดิ ตามหวั ข้อทค่ี รูกาหนด คอื
พชื จะเจรญิ เตบิ โตไดต้ ้องใช้ปจั จยั อะไรบา้ ง

5. ครูให้เวลาในการทากจิ กรรมกลุ่มตามความเหมาะสม โดยการทาตามขนั้ ตอนดงั นี้
- วาดภาพต้นพชื ตามทจี่ บั ฉลากได้ (ครอู าจจะแจกภาพตน้ พชื ให้แตล่ ะกลมุ่ แลว้ ให้นกั เรยี นไปหาข้อมลู
เพม่ิ เตมิ )
- ศึกษาค้นควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ปจั จัยท่จี าเปน็ ต่อการดารงชวี ติ ของพืชแล้วนาขอ้ มูลทไี่ ด้เขยี นลงใน
แผนภาพ ของกลุม่ ตนเอง
- ครคู อยให้คาแนะนานกั เรียนแต่ละกลมุ่ เพื่อให้นักเรยี นได้ รายละเอียดทค่ี รบถ้วน
ขน้ั ที่ 3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. จากนัน้ ครูใหเ้ วลาแตล่ ะกลุ่มเตรียมความพรอ้ มในการนาเสนอผลงานตามทไ่ี ดศ้ ึกษาเกยี่ วกบั ปจั จยั
ทจ่ี าเป็นต่อการดารงชีวติ ของพชื
2. ครูจบั ฉลากชื่อพืชตามชื่อกลุ่มของนกั เรียนแล้วใหก้ ลุ่มทีถ่ กู เรียกช่ือออกมานาเสนอผลงานการ
คน้ ควา้ ของ กล่มุ ตนเองให้เพือ่ น ๆฟงั หน้าชนั้ เรยี นจนครบทกุ กล่มุ
3. เมือ่ ทกุ กลุม่ นาเสนอผลการคน้ คว้าครบแลว้ นักเรยี นและครรู ่วมกันอภิปรายเพอื่ สรุปความรจู้ ากการ
คน้ ควา้ ของแต่ละกลมุ่ เกยี่ วกับปจั จยั ทจี่ าเปน็ ต่อการดารงชวี ิตของต้นพชื เพือ่ ให้ได้ความรดู้ งั วา่ “พืชเป็น
สงิ่ มชี ีวติ ท่มี ีการเจรญิ เตบิ โตและจะดารงชวี ติ อยู่ไดต้ ้องอาศยั แสงและนา้ ในการดารงชวี ติ รวมทง้ั อาศัย
ส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ ด้วยปจั จยั ทีจ่ าเปน็ ต่อการดารงชีวติ ของพืชคือ น้า แสงแดด อากาศและแรธ่ าตุต่าง ๆ เพือ่
นาไปใชใ้ นการสร้างอาหาร แร่ธาตทุ ี่จาเป็นตอ่ พืชมีหลายชนิด เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แร่ธาตุ
อาหารต่างๆ เหลา่ นี้ พชื ได้มาจากหลายทางท่สี าคัญคือได้จากป๋ยุ ปุ๋ยใหธ้ าตุอาหาร ที่จาเป็นแกพ่ ชื เพือ่ ใช้บารุง
ลาต้นใหเ้ จริญเตบิ โต และมดี อก มผี ล”
4. ครอู ธบิ ายและยกตวั อยา่ งปัจจยั ที่จาเปน็ ตอ่ การดารงชีวติ ของพืช เชน่ ต้นทานตะวนั ดังน้ี
“ทานตะวนั เปน็ พืชทมี่ กี ารปรบั ตัวเขา้ กับสภาพของเขตร้อนไดด้ พี อสมควร ชอบแสงแดดสามารถออกดอกให้
ผลได้ทกุ สภาพชว่ งแสง ถ้าไมม่ แี สงต้นทานตะวนั จะเจริญเติบโตช้าหรอื ไมเ่ จริญเตบิ โตเลย”


ข้ันท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาท)ี
1. ครูนารูปภาพต้นไม้ทม่ี กี ารเจรญิ เตบิ โตแตกตา่ งกันมาติด ไวบ้ นกระดาน (รปู ภาพตน้ ไม้ที่

เจรญิ เติบโตดีกับ รปู ภาพต้นไม้ทเี่ หย่ี วเฉาสีซีด) และบตั รคาเกีย่ วกับปจั จยั ในการเจริญเตบิ โตของพืชวางคละ
กันไว้

2. จากน้นั นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม แลว้ สง่ ตวั แทนออกมาจบั ฉลากว่าจะไดร้ ปู ภาพตน้ ไม้ลกั ษณะใด นกั เรยี น
แต่ละกล่มุ นารูปภาพกลบั ไปปรึกษากันท่ีกลุ่มของ นักเรียนแลว้ สง่ ตัวแทนออกมาเลือกบัตรคาให้ สอดคลอ้ งกับ
รูปภาพมากท่สี ุดโดยครกู าหนดเวลาในการทากจิ กรรมกลมุ่ ละ 10 นาที จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมา
นาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น

3. นักเรยี นทากจิ กรรม ใบงานที่ 1 เรือ่ งการดารงชวี ิตพืช
ข้ันที่ 5 ประเมินผล (Evaluation) (10 นาท)ี

1. ครตู รวจสอบผลจากการทา ใบงานที่ 1 เรื่อง ปัจจยั ที่จาเปน็ ตอ่ การดารงชวี ติ ของพืช
2. นกั เรียนและครสู รปุ เพ่ิมเติมเกีย่ วกบั การดารงชีวิตของพชื และปจั จัยทจี่ าเปน็ ต่อการดารงชวี ติ ของ
พืชวา่
“พชื เป็นสง่ิ มีชวี ติ มีการเจรญิ เตบิ โตและดารงชีวติ อยู่ไดย้ อ่ มตอ้ งการสงิ่ แวดล้อมท่ีเหมาะสม สภาพของ
สิ่งแวดลอ้ มตา่ งๆท่ีมผี ลตอ่ การเจริญเติบโตของพืช ได้แก่
- ดิน เปน็ ปัจจัยสาคญั อนั ดับแรก ดินท่ีเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพชื
- นา้ มคี วามสาคัญตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืชมากนา้ ช่วยละลายแรธ่ าตอุ าหารในดนิ
- ธาตุอาหารหรอื ปยุ๋ เป็นสง่ิ ที่ชว่ ยใหพ้ ืชเจริญเติบโตดีย่ิงข้นึ ธาตอุ าหารทจ่ี าเปน็ ตอ่ การเจริญเตบิ โต
ของพืช มี 16 ธาตุ
- อากาศ ในอากาศมีแกส๊ หลายชนดิ แต่แกส๊ ทพ่ี ชื ตอ้ งการมากคือ แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์และแกส๊
ออกซิเจน ซง่ึ ใชใ้ นการสงั เคราะหด์ ้วยแสงเพือ่ สรา้ งอาหารและหายใจ
- แสงสวา่ งหรือแสงแดด พืชตอ้ งการแสงแดดมาใช้ในการสรา้ งอาหาร”


6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์ เครือ่ งมอื /วิธีการวดั เกณฑ์การตัดสนิ
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) อธิบายปจั จัยท่ีจาเปน็ ต่อการ - ประเมินสังเกตพฤติกรรมการ
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เจรญิ เติบโตของพืชได้ (K) ทางานรายบคุ คล
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการ

ทางานกลมุ่

- ใบงาน

2) ตระหนกั ถึงความจาเป็นทพี่ ืชตอ้ ง - ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการ

ไดร้ บั นา้ และแสงเพอื่ การ ทางานรายบุคคล

เจรญิ เตบิ โตได้ (P) - สมุดบนั ทึก

- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม

3) มคี วามมุ่งม่นั ในการทางาน (A) - ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการ

ทางานรายบุคคล

7. สอื่ /แหล่งเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 สิง่ แวดล้อมรอบตัว
2) บัตรภาพ
3) บัตรคา
4) ตน้ พชื
5) ใบงาน
6) ฉลากจบั


8. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/ อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………….…………… ครผู ้สู อน
()

ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………….………… ผู้อานวยการโรงเรยี น
()


การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน

ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )

1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน

รวม

ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน

รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม

มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้

บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่

3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก

4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน

ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ


แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน

ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย

321321321321321

ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง


แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คาช้ีแจง ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องที่ตรงกับระดบั
คะแนน

คณุ ลกั ษณ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
ะอันพึงประสงค์ 32 1

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้

กษตั ริย์ 1.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ ่อ

โรงเรยี น

1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทเี่ กี่ยวกบั สถาบันพระมหากษตั ริย์ตามทโ่ี รงเรียนจัดขนึ้

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลทถี่ กู ตอ้ ง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ัตใิ นส่ิงท่ถี กู ต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว มีความ

ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้

4.2 ร้จู กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เชื่อฟงั คาส่ังสอนของบดิ า มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ และส่งิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด

5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณคา่

5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยัดและมกี ารเกบ็ ออม

6. มุ่งม่นั ในการ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทางานที่ได้รบั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอื่ ให้งานสาเร็จ

7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รูจ้ ักชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครู

8.2 รจู้ กั การดูแลรักษาทรพั ยส์ มบัติและสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี นและ
โรงเรยี น

ลงชื่อ…………………………….……………ผู้ประเมิน


…………/…………/…………..

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ปรับปรุง
ต่ากว่า 30


แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 8

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว 12101

รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรียนรเู้ รอื่ งพืช ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2

เรอ่ื ง แสงกบั การดารงชีวติ ของพืช เวลา 2 ชัว่ โมง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....

1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ัด

มาตรฐาน ว 1.2
เขา้ ใจสมบัตขิ องส่ิงมชี วี ิต หนว่ ยพนื้ ฐานของสิง่ มีชวี ิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชทีท่ างานสมั พนั ธก์ ัน รวมท้ังนาความรู้ ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชวี้ ัด

ป. 2/1 ระบวุ ่าพชื ตอ้ งการแสงและน้า เพอื่ การเจรญิ เตบิ โตโดยใชข้ อ้ มูลจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ป. 2/2 ตระหนกั ถึงความจาเปน็ ทพี่ ืชตอ้ งไดร้ ับน้าและแสง เพอ่ื การเจริญเตบิ โต

โดยดูแลพชื ให้ ไดร้ บั สง่ิ ดงั กล่าว อย่างเหมาะสม

2. สาระสาคญั
พืชตอ้ งการนา้ แสง เพ่อื การเจริญเติบโตพชื ดอกเมอื่ เจรญิ เตบิ โตและมีดอก ดอกจะมกี าร สืบพนั ธุ์

เปลีย่ นแปลงไปเป็นผล ภายในผลมีเมล็ดเมอ่ื เมลด็ งอกตน้ ออ่ นทีอ่ ยู่ภายในเมลด็ จะเจริญเตบิ โตเป็นพชื ตน้ ใหม่
พืชต้นใหม่จะเจรญิ เติบโตออกดอกเพอื่ สบื พนั ธุ์ผลต่อไปไดอ้ ีกหมุนเวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชวี ิตของพชื ดอก

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ความรู้
1. นกั เรียนอธบิ ายวา่ แสงเป็นปัจจัยทีจ่ าเป็นตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื ได้
3.2 ทักษะ
1. นกั เรียนสามารถทดลองวา่ พชื ตอ้ งการแสง เพอื่ การเจริญเติบโตได้
3.3 คุณลักษณะ
1. นกั เรยี นบนั ทึกผลการทดลองด้วยความซื่อสตั ย์

4. สาระการเรยี นรู้
พืชต้องการแสงแดดมาใช้ในการสร้างอาหาร ถ้าขาดแสงแดดพืชจะแคระแกรน ใบจะมีสีเหลืองหรือ

ขาวซีดและตายในที่สุดพืชแต่ละชนิดต้องการแสงไม่เท่ากันพืชบางชนิดอาจต้องการแสงแดดจัด แต่พืชบาง
ชนดิ กต็ ้องการแสงน้อย


5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี

1. ครูทักทายกับนกั เรียน และสนทนากบั นักเรยี นโดยถามนักเรยี นว่า “การดารงชวี ติ ของพชื มี
อะไรบา้ ง”

(แนวคาตอบ นา้ แสงแดด ดิน อากาศ เปน็ ตน้ )
2. ครูกระตนุ้ ความคดิ ความสนใจของนักเรยี นโดยการนากล่องกระดาษมาตงั้ หนา้ ชัน้ เรยี น 1 กล่อง
โดยมี รายละเอียดดังนี้
- กลอ่ งมรี ูปภาพต้นพชื อยู่ 3 ลกั ษณะ ใบสีเขียว ใบสีเหลือง ใบสสี ้มแดง

- มีบตั รคาความหมายของรปู ภาพต้นพชื ทัง้ 3 ลกั ษณะ 3 บตั รคา(ตดิ อยบู่ นกระดาน) โดยมี

รายละเอียดของ บัตรคาดังน้ี

พชื เจริญเตบิ โตไดด้ ี พืชได้รบั แสงแดดมากเกินไป และพืชขาดธาตอุ าหารจากนนั้ ครอู ธิบายขัน้ ตอนการ

ทากจิ กรรมดังน้ี

- ใหน้ ักเรียนส่งตวั แทนมาหยบิ รปู ภาพกลุม่ ละ 1 ใบ

- ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภิปรายถึงรูปภาพท่ีหยิบมาและใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลอื กบตั รคาทต่ี ดิ อยบู่ น

กระดานให้สอดคลอ้ งกบั รูปภาพตน้ พืชทไ่ี ดม้ า

3. จากนน้ั ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั สรุปความหมายของรูปภาพทง้ั 3 รปู ภาพวา่ “พชื ขาดปจั จยั

ใดในการเจริญเตบิ โต” โดยมีครูคอยตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบและตดั สนิ ว่ากล่มุ ไหนตอบคาถามได้

ถกู ต้อง

ขั้นท่ี 2 ข้นั สารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาที)

1. ครจู ัดวัสดุอุปกรณก์ จิ กรรมแสงมีความสาคญั ตอ่ พชื หรอื ไม่ โดยจดุ ประสงคข์ องกจิ กรรมนี้ เพ่ือให้

นักเรียนสามารถทดลองและระบุว่าพืชไดร้ บั แสงเพอ่ื ใช้ในการเจรญิ เติบโตไดม้ าวางไวห้ น้าชัน้ เรียน โดยมวี ัสดุ

อปุ กรณด์ ังนี้

- ดิน 1 ถุง - นา้ 1 ถงั

- ถุงดา - แกว้ พลาสตกิ เจาะรูทกี่ น้ แกว้

- เมลด็ ถวั่ เขียว 1 ถงุ


2. นักเรยี นแต่ละคนสังเกตอปุ กรณท์ ี่ครจู ดั เตรียมไวห้ น้าชั้นเรยี นแล้วรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกบั อุปกรณ์

เหลา่ นใี้ ช้ทาอะไรบ้าง

3. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกบั ปจั จยั ท่ีพชื ใชใ้ นการเจริญเติบโตเพอื่ ทบทวนบทเรียนกอ่ นทา

กิจกรรมท่ี เรอ่ื งแสงมคี วามสาคญั กับพืชหรือไม่

4. จากน้นั ครูเขียนปญั หาของกจิ กรรมไวบ้ นกระดานโดยมแี นวคาถามดังน้ี

- แสงเป็นปัจจยั ในการเจริญเติบโตของ พืชหรอื ไม่

5. ครูใหน้ กั เรียนตอบคาถามก่อนทาการทดลองเพ่อื ตรวจสอบความรูค้ วามเข้าใจ ดังน้ี

- ส่งิ ใดทน่ี ักเรียนต้องคอยสงั เกตพร้อมตดิ ตามการเปลยี่ นแปลงในระหว่างทาการทดลอง

(แนวคาตอบ การเจรญิ เติบโตของต้นถัว่ เขียว)

- ถ้าผลการทดลองออกมาว่าถั่วเขียวทั้ง 2 มีลักษณะแตกต่างกนั สาเหตุใดทท่ี าให้เปน็ แบบน้ัน

(แนวคาตอบ แสงแดดทส่ี อ่ งถึงตน้ ถวั่ เขียวไมเ่ ทา่ กนั ทาใหถ้ ่ัวเขยี ว 2 ตน้ มลี กั ษณะแตกต่างกนั )

ขนั้ ที่ 3 ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) (10 นาท)ี

1. จากนัน้ ครูอธบิ ายขั้นตอนการทดลองกิจกรรมท่ี 1 เรอ่ื งแสงมคี วามสาคญั กับพืชหรอื ไม่ จากหนังสือ

เรียน วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรยี นรูช้ วี ิตพืช โดยมขี น้ั ตอนดังนี้

- ให้นกั เรยี นนาดนิ เทใส่ลงในแก้ว จากนั้นนาเมลด็ ถวั่ เขยี วไปวางไว้ในแก้วประมา 5-10 เมล็ด

และดนิ เท ทบั ลงไป เม่ือทาเสร็จแลว้ ท้ัง 2 แกว้ ใหร้ ดนา้ ในปริมาณทเ่ี ทา่ กัน

- นาตน้ ถว่ั เขยี วในกระถางใบที่ 1 ไปตง้ั บรเิ วณท่ีแสงแดดส่องถึง

- นาตน้ ถว่ั เขียวในกระถางใบที่ 2 ไปตงั้ ในถงุ ดามดั ปากไว้ ไมใ่ หแ้ สงแดดส่องถงึ

- รดน้าต้นถั่วเขียวท้ัง 2 กระถาง ตอนเช้าและตอนเย็นในปริมานเท่าๆกันทุกวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์

จากนั้นสงั เกตต้นถ่วั เขยี ว แลว้ บันทึกผลลงในตารางดงั น้ี

การทดลอง ลักษณะของตน้ ถัว่ เขยี ว ลักษณะของตน้ ถ่ัวเขียว
ก่อนทาการทดลอง เม่ือผา่ นไป 1 สัปดาห์

กระถางใบท่ี 1 ความสูงของลาตน้ ..... ความสงู ของลาตน้ .....
ไดร้ ับแสงแดด ขนาดของใบ............. ขนาดของใบ.............

สีของใบ.................... สขี องใบ....................

กระถางใบท่ี 1 ความสงู ของลาตน้ ..... ความสงู ของลาตน้ .....
ไมไ่ ดร้ บั แสงแดด ขนาดของใบ............. ขนาดของใบ.............
สขี องใบ.................... สีของใบ....................

ข้นั ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาท)ี

1. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม ครูทบทวนวธิ ีทาการทดลอง

วิธที าการทดลอง

- ปลูกต้นถั่วเขยี ว เร่มิ จากนาดินใสล่ งไปในแกว้ 2 ใบ จากน้นั นาเมลด็ ถ่วั เขียวใสล่ งไปในดิน ประมาณ

5-10 เมล็ด จากน้นั รดนา้ ให้ชมุ่ รอ 1 สปั ดาห์ ในระหว่างทรี่ อ 1 สปั ดาห์ ใหน้ กั เรียนแต่ ละกล่มุ ช่วยกันดแู ลต้น

ถัว่ เขียวโดยการรดน้า ทุกเช้าและเยน็ ในปริมาณท่พี อเหมาะ


2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มมารบั อุปกรณ์ทาการทดลอง อุปกรณ์จะท่ีได้
- แก้ว 2 ใบ
- ดิน
- เมล็ดถ่ัวเขียว
- น้า
3. นกั เรียนเรม่ิ ลงมอื ทาการทดลองภายในกลมุ่ โดยมคี ณุ ครคู อยให้คาแนะนาในการทาการทดลอง
ขน้ั ท่ี 5 ประเมนิ ผล (Evaluation) (10 นาที)
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกบั วธิ กี ารทาการทดลองปญั หาในการทดลอง และวิธกี าร
แก้ปญั หา
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายและสรุปผล
3. ครตู รวจสอบการทากจิ กรรมการทดลอง

6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล เคร่อื งมอื /วธิ กี ารวดั เกณฑ์การตัดสิน
จดุ ประสงค์ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการ
1) อธิบายวา่ แสงเปน็ ปัจจัยทจี่ าเป็น ทางานรายบคุ คล รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ (K) - ประเมนิ สังเกตพฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) ทดลองวา่ พืชต้องการแสง เพื่อ - ใบงาน
การเจรญิ เติบโตได้ (P)
- ประเมินสังเกตพฤตกิ รรมการ
3) บันทกึ ผลการทดลองดว้ ยความ ทางานรายบคุ คล
ซือ่ สัตย์ (A) - สมุดบันทกึ
- ประเมนิ ผลการทากจิ กรรม
การทดลองท่ี 1 เรอื่ ง แสงมี
ความสาคัญกบั พืชหรือไม่

- ประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ทางานรายบคุ คล

7. สื่อ/แหล่งเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 สิ่งแวดล้อมรอบตวั
2) บตั รภาพ
3) บตั รคา
4) วัสดอุ ปุ กรณก์ จิ กรรมแสงมีความสาคญั ต่อพชื หรือไม่


8. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/ อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………….…………… ครูผ้สู อน
()

ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………….………… ผอู้ านวยการโรงเรยี น
()


การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน
แบบประเมินผลงาน

ลาดับท่ี รายการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ
(ดี)
21
(พอใช)้ (ปรับปรงุ )

1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน
2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา
3 มีความเป็นระเบยี บ
4 กาหนดเวลาสง่ งาน

รวม

ลงชอ่ื …………………………….……………ผู้ประเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน

รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
1. การจัดทา/การสร้าง
ผลงาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

2. ความถูกต้องของ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ มีขนาดเหมาะสม รูปแบบ มขี นาดเหมาะสม รปู แบบ
เน้อื หา
น่าสนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแตง่ ไดส้ วยงาม นา่ สนใจ ตกแต่งไดส้ วยงาม

มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดมี าก มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์พอใช้

บอกได้ถูกต้องครบถ้วน บอกไดถ้ ูกต้องเปน็ บาง บอกได้ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ น
ประเดน็ ใหญ่

3. มคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานไมเ่ ป็นระเบยี บและมี
แสดงออกถึงความประณตี แตม่ ขี ้อบกพร่องบางส่วน ข้อบกพร่องมาก

4. กาหนดเวลาส่งงาน สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากวา่ กาหนด ส่งชนิ้ งานช้ากวา่ กาหนด
กาหนด 1-2 วนั เกนิ 3 วันขน้ึ ไป

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน 11-12 9-10 6-8 ต่ากวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง
ดมี าก ดี พอใช้


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน

ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื …………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ


แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

คาชี้แจง ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน

ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมสี ่วน รวม 15
ความคดิ เห็น ฟงั ความ ตามหนา้ ทที่ ่ี ร่วมในการ คะแนน
คดิ เหน็ ของ ปรบั ปรุง
ได้รับ ผลงานกลุม่
ผอู้ ่ืน มอบหมาย

321321321321321

ลงช่ือ…………………………….……………ผปู้ ระเมิน
…………/…………/…………..

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version