The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ebook สรุปผลงานวุฒิสภา ครบรอบ 5 ปี (2562-2567)_compressed+

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ratchada Poumcharoen, 2024-06-20 11:18:05

ebook สรุปผลงานวุฒิสภา ครบรอบ 5 ปี (2562-2567)_compressed+

ebook สรุปผลงานวุฒิสภา ครบรอบ 5 ปี (2562-2567)_compressed+

49 ส่วนที่ ๒ ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา (๓๕) กระทู้ถาม เรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีน�้ำตาลช่วงแคราย-ล�ำสาลี(บึงกุ่ม) (นายสุรเดชจิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๓๖) กระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบแนวความคิดและแผนการด�ำเนินการตามแผนแม ่บทฯ ประเด็น ความมั่นคง ในประเด็น “แผนต�ำบล มั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน”(พลเอกวรพงษ์ สง่าเนตรเป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๓๗) กระทู้ถาม เรื่อง ผลกระทบจากการที่ธนาคารกรุงไทยพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๓๘) กระทู้ถาม เรื่อง การเตรียมบุคลากรรองรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๓๙) กระทู้ถาม เรื่องการประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๗ ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม) (๔๐) กระทู้ถาม เรื่องผลกระทบพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ต่อเกษตรกรรม สวนป่าและไม้ยืนต้น (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) (๔๑) กระทู้ถาม เรื่อง การลดอุบัติเหตุที่จุดตัดรถไฟกับถนน (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๔๒) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาความล่าช้าการน้อมน�ำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ผู้เรียนยึดมั่น ศาสนาสู่การปฏิบัติ(นายออน กาจกระโทก เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๔๓) กระทู้ถาม เรื่องการจ่ายทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษา จังหวัดชายแดนใต้(นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม) (๔๔) กระทู้ถาม เรื่อง มหาวิทยาลัยของประเทศไทยมีมากเกินไปหรือไม่ (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม) (๔๕) กระทู้ถาม เรื่องการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง(นายสุรเดชจิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๔๖) กระทู้ถาม เรื่องสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (นายสุรเดชจิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม) (๔๗) กระทู้ถาม เรื่องแนวทางการช่วยเหลือนิสิตนักศึกษาในสถานการณ์ปัจจุบันของการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม) (๔๘) กระทู้ถาม เรื่องการใช้จ่ายเงินกู้ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลัก ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล(นายเฉลิมชัยเฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๔๙) กระทู้ถาม เรื่อง การส ่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๐) กระทู้ถาม เรื่องขอให้เร่งรัดติดตามกระบวนการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (นายชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) (๕๑) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาเตาเผาศพวัดช�ำรุดเสียหายจากกรณีการเผาศพผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี)


50 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ ๒ สรุปผลงานวุฒิสภา (๕๒) กระทู้ถาม เรื่อง เหตุใดการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ตามค�ำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๗/๒๕๖๔ จึงไม ่มีอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก ร ่วมอยู ่ด้วย (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๓) กระทู้ถาม เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๔) กระทู้ถาม เรื่องการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และการเชื่อมโยงตลาด (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) (๕๕) กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายของคนไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) (๕๖) กระทู้ถาม เรื่อง การเทียบเท่าวัสดุและวิธีการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๗) กระทู้ถาม เรื่อง การให้บ�ำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๘) กระทู้ถาม เรื่อง ประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพื่อก�ำหนดรายการกิจการอื่น ที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (นายชลิตแก้วจินดาเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) (๕๙) กระทู้ถาม เรื่องการจัดให้ผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในระหว่างการแถลงข่าวของส�ำนักงาน ต�ำรวจแห่งชาติ(นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๖๐) กระทู้ถาม เรื่อง ความคืบหน้าการส�ำรวจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประเภทและชนิดของ ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ในอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๕ (นายธานี สุโชดายน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๖๑) กระทู้ถาม เรื่อง ขอให้พิจารณาก�ำหนดค่าตอบแทนแก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) (นายธานี สุโชดายน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๖๒) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาค่ารักษาสัตว์คลินิกเอกชนหรือโรงพยาบาลสัตว์ที่มีราคาสูงเกินจริง (นายพิทักษ์ ไชยเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๖๓) กระทู้ถาม เรื่องการปรับเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ(นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) (๖๔) กระทู้ถาม เรื่อง การเตรียมการรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนปี๒๕๖๕ (พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) (๖๕) กระทู้ถาม เรื่อง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-ส�ำโรง (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๖๖) กระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาที่ดินย ่านสถานีกรุงเทพ (หัวล�ำโพง) (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๖๗) กระทู้ถาม เรื่อง โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข ๖ (M6) สายบางปะอิน – สระบุรี– นครราชสีมา (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๖๘) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาการบริหารงานของมหาวิทยาลัยที่ขาดหลักธรรมาภิบาล (นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม)


51 ส่วนที่ ๒ ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา (๖๙) กระทู้ถาม เรื่อง การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดล เศรษฐกิจ BCG (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) (๗๐) กระทู้ถาม เรื่อง การขับเคลื่อนนโยบายการใช้พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) (๗๑) กระทู้ถาม เรื่อง นโยบายให้ผู้ประกันตนน�ำเงินกองทุนชราภาพประกันสังคมออกมาใช้ก่อน และใช้ค�้ำประกันเงินกู้(นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน) (๗๒) กระทู้ถาม เรื่อง การรั่วไหลของน�้ำมันดิบกลางทะเล (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๗๓) กระทู้ถาม เรื่อง การควบคุมสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ดูแลผู้สูงอายุและผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) (๗๔) กระทู้ถาม เรื่อง อาหารแพงรับปีใหม่ รัฐบาลแก้อย่างไร (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์) (๗๕) กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวให้เข้ามาท�ำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานของประเทศไทย (พลเอก ดนัย มีชูเวท เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๗๖) กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขปัญหาน�้ำท่วมที่ราบลุ่มแม่น�้ำภาคกลางซ�้ำซาก (นายอนุศักดิ์คงมาลัย เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๗๗) กระทู้ถาม เรื่อง โครงการเพิ่มปริมาณน�้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล แนวส่งน�้ำยวม-อ่างเก็บน�้ำภูมิพล (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๗๘) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาการบุกรุกโบราณสถานเขาแดง จังหวัดสงขลา (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม) (๗๙) กระทู้ถาม เรื่องการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการในคดีอาญา (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๘๐) กระทู้ถาม เรื่อง นโยบายประชากรเพื่อรับมือสังคมอัตราเกิดต�่ำ (นายอ�ำพลจินดาวัฒนะเป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๘๑) กระทู้ถาม เรื่อง การต่อยอดการอนุรักษ์มรดกของแผ่นดิน (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม) (๘๒) กระทู้ถาม เรื่องการเตรียมความพร้อมในการรับนักท ่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จะเดินทางมากับรถไฟความเร็วสูงสายคุนหมิง – เวียงจันทน์(พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) (๘๓) กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (นายออน กาจกระโทก เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว ่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๘๔) กระทู้ถาม เรื่องแนวทางการช่วยเหลือนิสิตนักศึกษาหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม) (๘๕) กระทู้ถาม เรื่องการแก้ปัญหาน�้ำท่วมขัง น�้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ในพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย)


52 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ ๒ สรุปผลงานวุฒิสภา (๘๖) กระทู้ถาม เรื่องความก้าวหน้าของแผนการตลาดท่องเที่ยวSix Countries One Destination ตามโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) (๘๗) กระทู้ถาม เรื่องการผลิตผู้เรียนด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ อย่างเต็มรูปแบบน�ำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ) (๘๘) กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจให้เช่าที่พักรายวันที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๘๙) กระทู้ถาม เรื่อง การส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้“ภูมิภาษาและปัญญา แผ่นดิน” (นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๙๐) กระทู้ถาม เรื่อง ขอให้ก�ำหนดค ่าตอบแทนแก ่คณะกรรมการหมู ่บ้าน (นายธานีสุโชดายน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๙๑) กระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่และการส่งเสริม การพัฒนาเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี- เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady- ChaoPhrayaMekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม) (๙๒) กระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบผลการประเมินการด�ำเนินงาน การบริหารจัดการ และผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา(พลเอก บุญธรรม โอริสเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๙๓) กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดท ่องเที่ยวอื่น ๆ มาตรการคุ้มครองแรงงาน และการจัดท�ำระบบฐานข้อมูลก�ำลังคนของประเทศ (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน) (๙๔) กระทู้ถาม เรื่องการแก้ไขปัญหาสนามบินเบตงไม่มีสายการบินให้บริการและความเหมาะสม ในการขยายสนามบิน (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๙๕) กระทู้ถาม เรื่องขอทราบผลโครงการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาท่าเรือเพื่อรองรับเรือส�ำราญขนาดใหญ่ และแผนการสร้างหรือพัฒนาท่าเรือต่างๆ บริเวณชายฝั่งทะเล (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม) (๙๖) กระทู้ถาม เรื่อง นโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคให้กับนักท ่องเที่ยวในช ่วงฤดูกาลท ่องเที่ยว (นายจิรชัย มูลทองโร ่ย เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๙๗) กระทู้ถาม เรื่องการแก้ไขปัญหาผังเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อกิจการด้านการท่องเที่ยว(พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๙๘) กระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการเชื่อมโยงระบบคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๙๙) กระทู้ถาม เรื่อง การเร่งรัดการตราพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๑๐๐) กระทู้ถาม เรื่อง โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Landbridge) (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม)


53 ส่วนที่ ๒ ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา (๑๐๑) กระทู้ถาม เรื่อง กลไกการมีส่วนร่วมของสถาบันอุดมศึกษาต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประเทศไทย (รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม) (๑๐๒) กระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการเร่งรัดจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ (รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม) (๑๐๓) กระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ลาดกระบัง (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๑๐๔) กระทู้ถาม เรื่องการส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการเดินรถของการรถไฟ แห่งประเทศไทย (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๑๐๕) กระทู้ถาม เรื่อง การส่งเสริมการท่องเที่ยวริมแม่น�้ำโขง อ�ำเภอเชียงแสนและอ�ำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) (๑๐๖) กระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) (๑๐๗) กระทู้ถาม เรื่อง มาตรการในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และ การจัดการปัญหาขยะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว (พลเอก บุญธรรม โอริสเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) (๑๐๘) กระทู้ถาม เรื่อง การฟื้นฟูการท่องเที่ยวตลาดน�้ำด�ำเนินสะดวกและตลาดน�้ำอัมพวา (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) (๑๐๙) กระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวส�ำราญ ทางน�้ำ (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๑๑๐) กระทู้ถาม เรื่อง โพงพางที่กีดขวางทางน�้ำและการสัญจรทางเรือในทะเลสาบสงขลา (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๑๑๑) กระทู้ถาม เรื่อง การตรากฎหมายว ่าด้วยการก�ำหนดเขตการปกครองของจังหวัดชายทะเล (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว ่าการกระทรวงมหาดไทย) (๑๑๒) กระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาท่าเรือส�ำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ในจังหวัดระนอง (พลเอก บุญธรรม โอริส เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) กระทู้ถามด้วยวาจา กระทู้ถามด้วยวาจา มีจ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๖๗ กระทู้เป็นกระทู้ที่ตอบแล้ว ๕๙ กระทู้และกระทู้ที่ตกไป จ�ำนวน ๑๐๘ กระทู้โดยมีรายละเอียดกระทู้ที่ตอบแล้วดังนี้ กระทู้ถามด้วยวาจา มีจ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๖๗ กระทู้ (๑) กระทู้ถาม เรื่อง ภาษีการขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๒) กระทู้ถาม เรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากพายุโซนร้อน “โพดุล”และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๓) กระทู้ถาม เรื่องการขยายอายุเกษียณราชการ(นายอ�ำพลจินดาวัฒนะเป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี)


54 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ ๒ สรุปผลงานวุฒิสภา (๔) กระทู้ถาม เรื่องการฆ่าตัวตายของพนักงานสอบสวน ๕ คน ในรอบ ๔ เดือน (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาการบริหารงานการศึกษาและการขาดแคลนผู้อ�ำนวยการและรองผู้อ�ำนวยการ โรงเรียน (นายเฉลิมชัยเฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๖) กระทู้ถาม เรื่องการบริหารจัดการที่ดิน สปก. (นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) (๗) กระทู้ถาม เรื่องแนวทางการปรับแผนปฏิรูปประเทศตามมติครม. ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๘) กระทู้ถาม เรื่อง การน�ำเข้าขยะพลาสติกของไทย ในปี๒๕๖๑ สูงเป็นประวัติการณ์(นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) (๙) กระทู้ถาม เรื่องการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันตก(อีอีซี) (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) (๑๐) กระทู้ถาม เรื่อง การบริหารจัดการกับภิกษุสงฆ์ในบวรพุทธศาสนาบางรูปที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม (นายจเด็จอินสว่าง เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๑๑) กระทู้ถาม เรื่องติดตามผลของกระทู้๓ ดง (นางสาวภัทรา วรามิตรเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๑๒) กระทู้ถาม เรื่อง มาตรการในการควบคุมไวรัสใหม่โคโรน่า ๒๐๑๙ ของกระทรวงสาธารณสุข (นายเจตน์ ศิรธรานนท์ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) (๑๓) กระทู้ถาม เรื่องการป้องกันภัยหรือเหตุร้ายแรงในแต่ละจังหวัด(นายวันชัย สอนศิริ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๑๔) กระทู้ถาม เรื่อง มาตรการสื่อสารและการก�ำกับสื่อมวลชนการสื่อสารออนไลน์ในภาวะวิกฤติ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ร้ายที่นครราชสีมา (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๑๕) กระทู้ถาม เรื่องความคืบหน้าและเป้าหมายของการปฏิรูปต�ำรวจตามรัฐธรรมนูญ (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๑๖) กระทู้ถาม เรื่อง การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลที่จะบวชเป็นพระ (นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี) (๑๗) กระทู้ถาม เรื่อง การรื้อถอนโบราณสถาน “บ้านบอมเบย์เบอร์ม่า” ที่จังหวัดแพร่ (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๑๘) กระทู้ถาม เรื่อง การชุมนุมทางการเมืองที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๑๙) กระทู้ถาม เรื่อง รายการในทีวีหรือสื่อต่างๆ หลอกลวง/งมงาย(นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๒๐) กระทู้ถาม เรื่อง มาตรการคลายล็อกส�ำหรับคนไทยกลับจากต่างประเทศก่อนมีวัคซีน (นายเจตน์ ศิรธรานนท์เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๒๑) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก (นายออน กาจกระโทก เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๒๒) กระทู้ถาม เรื่อง นโยบายการเปิดเทอมเป็นปกติในการจัดการเรียนการสอน (นายตวง อันทะไชย เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๒๓) กระทู้ถาม เรื่อง ความคืบหน้าในการจัดท�ำและเสนอร ่างพระราชบัญญัติว ่าด้วยการขจัด การเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... (นายมณเฑียร บุญตัน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๒๔) กระทู้ถาม เรื่อง ใบขับขี่ตลอดชีพ (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม)


55 ส่วนที่ ๒ ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา (๒๕) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาภาคบริการจากผลกระทบ Covid –19ในเกาะสมุย(นายเจตน์ศิรธรานนท์ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) (๒๖) กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาการเข้าถึงข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐ (นายมณเฑียร บุญตัน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) (๒๗) กระทู้ถาม เรื่อง ค ่าฝุ ่นละออง PM 2.5 ก�ำลังก ่อให้เกิดอันตรายใหญ ่หลวงโดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานคร(นายจเด็จ อินสว่างเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) (๒๘) กระทู้ถาม เรื่อง การแพร ่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ อันเนื่องมาจากบ ่อนการพนัน ในภาคตะวันออก (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๒๙) กระทู้ถาม เรื่อง วิกฤตฝุ่น PM 2.5ใน กทม.และปริมณฑล(นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) (๓๐) กระทู้ถาม เรื่อง สถานการณ์ COVID-19 และมาตรการสร้างความมั่นใจเรื่องวัคซีนให้กับ ประชาชน (นายเจตน์ ศิรธรานนท์เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๓๑) กระทู้ถาม เรื่อง แนวคิดและนโยบายการพัฒนายานอวกาศไทยไปลงดวงจันทร์ (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม) (๓๒) กระทู้ถาม เรื่อง การสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกสภาสถาบันอาชีวศึกษา (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) (๓๓) กระทู้ถาม เรื่อง การใช้พลังงานกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) (๓๔) กระทู้ถาม เรื่อง นักโทษล้นคุก และสถานการณ์โควิดในคุก (นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม) (๓๕) กระทู้ถาม เรื่อง ภาพรวมการเลือกตั้ง อบต. และการป้องกันการทุจริต (นายวันชัย สอนศิริ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๓๖) กระทู้ถาม เรื่อง ข่าวถนนลาดยางที่ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร เสาไฟโซลาร์เซลล์โผล่กลางทุ่งนา และเป็นทางตัน ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์(นางสาวเรณูตังคจิวางกูรเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๓๗) กระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาการขนส่งทางทะเล (พลเรือเอก ชุมนุม อาจวงษ์ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๓๘) กระทู้ถาม เรื่องการลดโทษให้นักโทษคดีจ�ำน�ำข้าว(นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรม) (๓๙) กระทู้ถาม เรื่องการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังน�้ำลด(นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูลเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) (๔๐) กระทู้ถาม เรื่องการใช้ภาษาไทยการแต่งกายในการขายสินค้าฯ(นายวันชัยสอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม) (๔๑) กระทู้ถาม เรื่อง ก�ำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ สก. (นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๔๒) กระทู้ถาม เรื่องผลส�ำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทย–ราชอาณาจักร ซาอุดิอาระเบีย (นายจเด็จ อินสว่าง เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๔๓) กระทู้ถาม เรื่อง การจัดการผลกระทบในห่วงโซ่อาหารจากกรณีน�้ำมันรั่วไหลในทะเลอ่าวไทย จ.ระยอง (นายอ�ำพล จินดาวัฒนะเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) (๔๔) กระทู้ถาม เรื่อง การขยายเขตไฟฟ้าตาม พ.ร.บ. ปี๒๕๖๒ พ.ร.บ. คนอยู่กับป่า (ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดีเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๔๕) กระทู้ถาม เรื่องผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ปี๒๕๖๕ (นางสาวเรณู ตังคจิวางกูรเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง)


56 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ ๒ สรุปผลงานวุฒิสภา (๔๖) กระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการบริหารกองทุนน�้ำมันเชื้อเพลิง (นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) (๔๗) กระทู้ถาม เรื่อง กรณีเมาท์เทน บีอ�ำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี(นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๔๘) กระทู้ถาม เรื่อง แนวทางและมาตรการในการจัดการอุทกภัยของประเทศไทย (นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๔๙) กระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนบางส่วน กรณีหยุดเดินรถไฟ ทางไกลมายังสถานีกรุงเทพ (หัวล�ำโพง) (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๕๐) กระทู้ถาม เรื่อง การปราบปรามผู้มีอิทธิพล (นายวันชัย สอนศิริเป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย) (๕๑) กระทู้ถาม เรื่อง การด�ำเนินนโยบายต ่างประเทศต ่อสถานการณ์การสู้รบระหว ่างอิสราเอล และกลุ ่มฮามาส (นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๒) กระทู้ถาม เรื่องการปรับปรุงเพิ่มช่องจราจรถนนสาย ๓๒๓ ช่วงอ�ำเภอทองผาภูมิ-อ�ำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี(ว่าที่ร้อยตรีเชิดศักดิ์ จ�ำปาเทศ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) (๕๓) กระทู้ถาม เรื่องปัญหาและการแก้ไขนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่(นายเจตน์ ศิรธรานนท์ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) (๕๔) กระทู้ถาม เรื่อง ท่าอากาศยานแพร่ (นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม) (๕๕) กระทู้ถาม เรื่องการไปราชการต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี(นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๖) กระทู้ถาม เรื่องการเจรจาไทย-กัมพูชา ประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน (OCA) (นายค�ำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๗) กระทู้ถาม เรื่องขอให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาพระภิกษุสามเณรกระท�ำผิดพระธรรมวินัย(พลต�ำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๘) กระทู้ถาม เรื่อง การยกเลิกพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการด�ำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐ (นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) (๕๙) กระทู้ถาม เรื่องการจัดท�ำข้อสงวนไม่รับอ�ำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(นายค�ำนูณสิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี) SCAN ME กระทู้ถามเป็นหนังสือ กระทู้ถามตอบ ในราชกิจจานุเบกษา กระทู้ถามด้วยวาจา


๓ ส ่ วนที่ งานด้านการให้ความเห็นชอบ ให้คำาแนะนำา หรือการเลือกบุคคลดำารงตำาแหน่ง ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นกำาหนด


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 58 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 59 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา ๑. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (จ�ำนวน ๔ ครั้ง) ๑.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จ�ำนวน ๔ ราย ประกอบด้วย ๑. นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ๒. นายวิรุฬห์แสงเทียน ๓. นายจิรนิติหะวานนท์และ ๔. นายนภดล เทพพิทักษ์ และมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๑.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นายบรรจงศักดิ์วงศ์ปราชญ์ ๑.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จ�ำนวน ๑ รายได้แก่ศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต ๑.๔ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจ�ำนวน ๑ รายได้แก่ นายสุเมธรอยกุลเจริญ ๒. กรรมการการเลือกตั้ง (จ�ำนวน ๒ ครั้ง) ๒.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง จ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นายชาย นครชัย ๒.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งจ�ำนวน ๑ รายได้แก่ นายสิทธิโชติอินทรวิเศษ ๓. ผู้ตรวจการแผ่นดิน (จ�ำนวน ๒ ครั้ง) ๓.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ วันอังคารที่ ๑๖ กุมภาพันธ์๒๕๖๔ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน จ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์และมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา ด�ำรงต�ำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓.๒ ในคราวประชุมครั้งที่๑๘ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่๑๓ กันยายน ๒๕๖๔ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน จ�ำนวน ๑ รายได้แก่ นายทรงศักสายเชื้อ ๔. กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (จ�ำนวน ๙ ครั้ง) ๔.๑ ในคราวประชุมครั้งที่๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจ�ำนวน ๒ ราย ได้แก่ ๑. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา และ ๒. นายสุชาติตระกูลเกษมสุข ๔.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภาได้มีมติ ไม่ให้ความเห็นชอบ ศาสตราจารย์อารยะ ปรีชาเมตตาด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ การดำเนินงานด้านการให้ความเห็นชอบ ให้คำแนะนำ หรือการเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ตามที่กฎหมายกำหนด การให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง (ตามรัฐธรรมนูญ)


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 60 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา ๔.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันพุธที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภาได้มีมติไม ่ให้ ความเห็นชอบ นายสถาพร วิสาพรหม ด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๔.๔ ในคราวประชุมครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจ�ำนวน ๑ รายได้แก่ นายพศวัจณ์กนกนาก ๔.๕ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายสมบัติธรธรรม ด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๔.๖ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นายเอกวิทย์วัชชวัลคุ ๔.๗ ในคราวประชุมครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นายแมนรัตน์รัตนสุคนธ์ ๔.๘ ในคราวประชุมครั้งที่๑๙ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง)วันจันทร์ที่๑๙ กุมภาพันธ์๒๕๖๗ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ พลต�ำรวจโท ธิติแสงสว่างด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๔.๙ ในคราวประชุมครั้งที่๒๐ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง)วันอังคารที่๒๐ กุมภาพันธ์๒๕๖๗ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นายภัทรศักดิ์วรรณแสง ๕. กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (จ�ำนวน ๒ ครั้ง) ๕.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๕ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายพัลลภ ศักดิ์โสภณกุล ด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ๕.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภาได้มีมติ ให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จ�ำนวน ๑ รายได้แก่ นางสาวศิลักษณ์ปั้นน่วม ๖. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (จ�ำนวน ๑ ครั้ง) ในคราวประชุมครั้งที่ ๓๑ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ วุฒิสภาได้มีมติ ให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นายมณเฑียร เจริญผล ๗. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (จ�ำนวน ๕ ครั้ง) ๗.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ วุฒิสภา ได้มติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน ่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห ่งชาติจ�ำนวน ๒ ราย ประกอบด้วย ๑. นางปรีดาคงแป้น และ ๒.ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติเศรษฐมาลินีและมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นางสาวลม้าย มานะการผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชัยศรีรัตน์และนายบุญเลิศคชายุทธเดชด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๗.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง)วันจันทร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นางสาว ศยามล ไกยูรวงศ์


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 61 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา ๗.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง)วันอังคารที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจ�ำนวน ๑ รายได้แก่ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้และมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นางสาวรัชดา ไชยคุปต์ด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๗.๔ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายวิวัฒน์ตามี่ด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๗.๕ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน ่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห ่งชาติจ�ำนวน ๑ ราย ได้แก่ นางสาวสุภัทรา นาคะผิว


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 62 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา การให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง (ตามกฎหมายอื่นกำหนด) ๑. ตุลาการศาลปกครองสูงสุด (จ�ำนวน ๘ ครั้ง) ๑.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๒ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน ่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จ�ำนวน ๑๒ ราย ประกอบด้วย ๑. นายเสถียร ทิวทอง ๒. นายพงษ์ศักดิ์กัมพูสิริ๓. นายณัฐ รัฐอมฤต ๔. นายไชยเดช ตันติเวสส ๕. นายภานุพันธ์ ชัยรัต ๖. นายสุจินต์จุฑาธิปไตย ๗. นายธีระเดช เดชะชาติ๘. นางสาวพยุง พันสุทธิรางกูร ๙. นายไพโรจน์มินเด็น ๑๐. นายสุรัตน์พุ่มพวง ๑๑. นายศรศักดิ์นิยมธรรม และ ๑๒. นายสมยศวัฒนภิรมย์และมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายกุศล รักษา ด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๑.๒ ในคราวประชุมครั้งที่๒๐ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง)วันจันทร์ที่๑๗ กุมภาพันธ์๒๕๖๓ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบให้นายรัชนันท์ธนานันท์ด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๑.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๓ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน ่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จ�ำนวน ๑๕ ราย ประกอบด้วย ๑. นายชัยโรจน์เกตุก�ำเนิด ๒. นายสุรเดช พหลภาคย์๓. นายวีระ แสงสมบูรณ์๔. นายเสน่ห์ บุญทมานพ ๕. นายสมิง พรทวีศักดิ์อุดม ๖. นายอนุสรณ์ธีระภัทรานันท์๗. นายสมภพ ผ่องสว่าง ๘. นายอนนท์ อดิเรกสมบัติ๙. นายสัมฤทธิ์อ่อนค�ำ ๑๐. นางสาวกนิษฐา เชี่ยววิทย์๑๑. นางสุมาลีลิมปโอวาท ๑๒. นางเสริมดรุณี ตันติเวสส ๑๓. นายวิบูลย์กัมมาระบุตร ๑๔. นางดุษณีย์ตยางคานนท์และ ๑๕. นายสถาพร สถิตย์ปิยะรัตน์ ๑.๔ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง)วันอังคารที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๔ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบให้นายรัชนันท์ธนานันท์ด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๑.๕ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน ่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จ�ำนวน ๗ ราย ประกอบด้วย ๑. นายสะเทื้อน ชูสกุล ๒. นายฉัตรชัย นิติภักดิ์ ๓. นายรังสิกร อุปพงศ์๔. นายไพศาล บุญเกิด ๕. นายสมศักดิ์ ตัณฑเลขา ๖. นายภิรัตน์เจียรนัย และ ๗. นายวชิระ ชอบแต่ง ๑.๖ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน ่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จ�ำนวน ๓ ราย ประกอบด้วย ๑. นายสมชาย กิจสนาโยธิน ๒. นายบรรยาย นาคยศ และ ๓. พลโท สุรพงศ์ เปรมบัญญัติ ๑.๗ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดจ�ำนวน ๑๓ ราย ประกอบด้วย ๑. นายพินิจ มั่นสัมฤทธิ์๒. นายสมมาศรัฐพิทักษ์สันติ๓. นายเกียรติภูมิแสงศศิธร ๔. นายวิชัย พจนโพธา ๕. นางสาวสายทิพย์ สุคติพันธ์๖. นายอภิรัฐ ปานเทพอินทร์๗. นายเมธีชัยสิทธิ์๘. นายชาชิวัฒน์ศรีแก้ว ๙. นายสิทธานต์สิทธิสุข ๑๐. นายอาทรคุระวรรณ ๑๑. นายอุดมศักดิ์อังศุพิสิฐ ๑๒. นายประพจน์คล้ายสุบรรณ และ ๑๓. นายวุฒิชัยไทยเจริญ ๑.๘ ในคราวประชุมครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๗ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จ�ำนวน ๕ ราย ประกอบด้วย ๑. นางพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์๒. นายวรวิทย์สุขบุญ ๓. นายเชิดชูรักตะบุตร ๔. นายบุญเสริม นาคสารและ ๕. นายสมฤทธิ์ไชยวงค์


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 63 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา ๒. อัยการสูงสุด (จ�ำนวน ๔ ครั้ง) ๒.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๒ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ด�ำรงต�ำแหน่งอัยการสูงสุด ๒.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน ด�ำรงต�ำแหน่งอัยการสูงสุด ๒.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นางสาวนารีตัณฑเสถียร ด�ำรงต�ำแหน่งอัยการสูงสุด ๒.๔ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายอ�ำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ด�ำรงต�ำแหน่งอัยการสูงสุด ๓. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (จ�ำนวน ๓ ครั้ง) ๓.๑ ในคราวประชุมครั้งที่๒๑ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง)วันอังคารที่๑๘ กุมภาพันธ์๒๕๖๓ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบให้พลต�ำรวจตรีปรีชาเจริญสหายานนท์ด�ำรงต�ำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน ๓.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้พลต�ำรวจตรีปิยะพันธ์ ปิงเมือง ด�ำรงต�ำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน ๓.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์๒๕๖๖ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายเทพสุบวรโชติดาราด�ำรงต�ำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ๔. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (จ�ำนวน ๑ ครั้ง) ในคราวประชุมครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ วุฒิสภาได้มีมติ ให้ความเห็นชอบให้นายปกรณ์นิลประพันธ์ด�ำรงต�ำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 64 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา ๕. ประธานศาลปกครองสูงสุด (จ�ำนวน ๓ ครั้ง) ๕.๑ ในคราวประชุมครั้งที่๑๕ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันจันทร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๔ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายชาญชัย แสวงศักดิ์ด�ำรงต�ำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ๕.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายวรพจน์วิศรุตพิชญ์ด�ำรงต�ำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ๕.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ วุฒิสภา ได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบให้นายวิษณุวรัญญูด�ำรงต�ำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ๖. กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (จ�ำนวน ๓ ครั้ง) ๖.๑ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้บุคคลด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติจ�ำนวน ๕ ราย ประกอบด้วย ๑. พลอากาศโท ธนพันธุ์หร่ายเจริญ ด้านกิจการกระจายเสียง ๒. ศาสตราจารย์พิรงรอง รามสูต ด้านกิจการโทรทัศน์๓. ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ๔. นายต่อพงศ์เสลานนท์ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ๕. รองศาสตราจารย์ศุภัช ศุภชลาศัย ด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต ่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านเศรษฐศาสตร์) และมีมติไม ่ให้ ความเห็นชอบ จ�ำนวน ๒ ราย ประกอบด้วย ๑. นายกิตติศักดิ์ศรีประเสริฐ ด้านกิจการโทรคมนาคม ๒. ร้อยโท ธนกฤษฏ์เอกโยคยะ ด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย) ๖.๒ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้พลต�ำรวจเอก ณัฐธรเพราะสุนทรด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติด้านอื่นๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย) และมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ ศาสตราจารย์อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร ด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติด้านกิจการโทรคมนาคม ๖.๓ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๑๔ กุมภาพันธ์๒๕๖๖ วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้รองศาสตราจารย์สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ด�ำรงต�ำแหน ่งกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติด้านกิจการโทรคมนาคม ๗. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (จ�ำนวน ๑ ครั้ง) ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันจันทร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ วุฒิสภา ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายภูมิศาล เกษมศุข ด�ำรงต�ำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.


ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) 65 ส่วนที่ ๓ สรุปผลงานวุฒิสภา การเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการข้าราชการต�ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ (จ�ำนวน ๑ ครั้ง) ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ วุฒิสภาได้พิจารณาเลือก พลต�ำรวจโท ปัญญา เอ่งฉ้วน และพลต�ำรวจเอก ชัยยะ ศิริอ�ำพันธ์กุล ให้ด�ำรงต�ำแหน่ง กรรมการข้าราชการต�ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ


ส ่ วนที่ ๔ งานด้านกรรมาธิการ


ส่วนที่ 4 68 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ วุฒิสภา มีหน้าที่และอ�ำนาจพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ กระท�ำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมโอกาส สิทธิ ความสามารถ การเข้าถึงทรัพยากรความเท่าเทียม การเติบโตอย่างมีส่วนร่วม การเข้าถึงบริการ สวัสดิการ ของประชาชนและชุมชนเพื่อบูรณาการในการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำทางสังคม รวมทั้ง ติดตามการน้อมน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด การปฏิรูประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่และอ�ำนาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๑. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. นายพลเดช ปิ่นประทีป รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง และโฆษกคณะกรรมาธิการ ๓. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔. นายอภิชาติโตดิลกเวชช์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕. นายภาณุอุทัยรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ๖. นางสาวภัทรภร วรามิตร เลขานุการประจ�ำคณะกรรมาธิการ ๗. นายสุธีมากบุญ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๘. พลเอก ธงชัย สาระสุข กรรมาธิการ ๙. นายขวัญชาติวงศ์ศุภรานันต์ กรรมาธิการ ๑๐. นายวีระศักดิ์ภูครองหิน กรรมาธิการ ๑๑. นายประพันธุ์คูณมี กรรมาธิการ ๑๒. นายเพิ่มพงษ์เชาวลิต กรรมาธิการ อนึ่ง นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ได้ลาออกจากคณะกรรมาธิการ ในวันอังคารที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ต่อมานายธานี สุโชดายน รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ ได้ลาออกจาก คณะกรรมาธิการ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจ�ำปี ครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ได้มีมติตั้ง นายเกียว แก้วสุทอ สมาชิกวุฒิสภา เป็นกรรมาธิการ การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำแทนต�ำแหน่งที่ว่าง และในวันจันทร์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ นายเกียว แก้วสุทอ กรรมาธิการ ได้ลาออกจากคณะกรรมาธิการ และนายจรินทร์ จักกะพาก กรรมาธิการ ได้ลาออก จากคณะกรรมาธิการ เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ และพลเอก ณัฐ อินทรเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการแก้ปั ญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ � า วุฒิสภา คณะกรรมาธิการสามัญประจ�าวุฒิสภา หน้าที่และอ�ำนาจ รายชื่อสมาชิกวุฒิสภาในคณะกรรมาธิการ


ส่วนที่ 4 69 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา พ้นจากต�ำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๖๙ (๔) สมาชิกวุฒิสภาโดยต�ำแหน่งเมื่อพ้นจากต�ำแหน่งที่ด�ำรงอยู่ในขณะได้รับแต่งตั้ง เป็นสมาชิกวุฒิสภา ก็ให้พ้นจากต�ำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย และนายอ�ำพล จินดาวัฒนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ได้ลาออกจากคณะกรรมาธิการ เมื่อวันอังคารที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ และนายค�ำนูญ สิทธิสมาน รองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่สาม และโฆษกคณะกรรมาธิการ ได้ลาออกจากคณะกรรมาธิการ เมื่อวันอังคารที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ และพลเอก สกล ชื่นตระกูล กรรมาธิการ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ท�ำให้สมาชิกภาพ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๑ (๒) ต่อมา ตามล�ำดับ ต่อมาในคราว ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ได้มีมติแต่งตั้ง นายประพันธุ์ คูณมี เป็นกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ และคราวการประชุมครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจ�ำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ได้มีมติแต่งตั้ง นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ตามล�ำดับ เป็นกรรมาธิการเพิ่มเติม ๑. คณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะ การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำเชิงโครงสร้าง ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน�้ำและที่ดิน ๒. คณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะ การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำด้านเศรษฐกิจ ๓. คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปเพื่อแก้ความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ ๔. คณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะ แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 1๐๐ ครั้ง ๒ ครั้ง 1๘๘ ครั้ง ๑๐๗ ครั้ง ๙๘ เรื่อง ๒๒5 ครั้ง ๑๘ เรื่อง สถิติการประชุม สถิติผลการด�ำเนินงาน สถิติการจัดเสวนา/สัมมนา สถิติการเดินทางไปศึกษาดูงาน • คณะกรรมาธิการ • คณะอนุกรรมาธิการ • เรื่องที่พิจารณาศึกษาเสร็จแล้ว • ในประเทศ • ต่างประเทศ • คณะท�ำงาน • เรื่องร้องเรียน • จัดสัมมนา/เสวนา ๘ ครั้ง สถิติการด�ำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗ คณะอนุกรรมาธิการ


70 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ 4 สรุปผลงานวุฒิสภา เรื่อง ฝายแกนดินซีเมนต์ ความเป็นมา คณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ วุฒิสภา ได้มุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหา ความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำด้วยหลักคิดเริ่มต้น คือ การค้นหากลุ่มคนไทยกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ควรได้รับ ความช่วยเหลือซึ่งค้นพบว่าคือกลุ่มเกษตรกร และ “น�้ำ” เป็นปัจจัยการผลิตที่ส�ำคัญ แต่มีพื้นที่ทางการเกษตร มากถึงร้อยละ ๗๘ ที่อยู่นอกเขตชลประทาน คณะกรรมาธิการจึงได้มุ่งเน้นศึกษาหาความรู้และค้นหาวิธีการและนวัตกรรมในการกักเก็บน�้ำที่เหมาะสม กับพื้นที่และบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร มีน�้ำกินน�้ำใช้และน�้ำเพื่อการเกษตรตลอดทั้งปี ๓๖๕ วัน ซึ่งคณะกรรมาธิการค้นพบว่านวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์ มีความเหมาะสม แข็งแรง คุ้มค่า อีกทั้งยัง “ถูก เร็ว ดี” ดังนี้ ๑. ราคาไม่แพง เพราะใช้วัสดุในพื้นที่ ส่วนผสมหลักในการสร้างฝายคือปูนซีเมนต์และดินในพื้นที่ ผสมกัน ในอัตรา ๑ : ๕ – ๒๐ ๒. สร้างได้อย่างรวดเร็ว ๓. มีประสิทธิภาพในการกักเก็บน�้ำ เนื่องจากฝังแกนขวางร่องน�้ำ ลึกลงไปเป็น ๒ เท่าของความสูงของฝาย และมีแกนฝังเข้าริมฝั่งเป็นหูฝายทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันน�้ำงัดฝายพังและกัดหูฝายขาด และป้องกันการซึมผ่านของ น�้ำได้เป็นอย่างดี จึงเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นของดิน เพิ่มระดับและปริมาณน�้ำใต้ดิน ฝายแกนดินซีเมนต์จึงมีความเหมาะสมในการน�ำมาใช้กักเก็บน�้ำไปพลางก่อน ในระหว่างที่รอโครงการแหล่งน�้ำ ขนาดใหญ่และขนาดกลางจากทางภาครัฐ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจ�ำนวนมหาศาลและใช้ระยะเวลายาวนาน ทั้งการศึกษาผลกระทบ การอนุมัติงบประมาณ และการลงมือสร้าง บางโครงการใช้เวลามากกว่า ๑๐ ปี ซึ่งท�ำให้ เกษตรกรเสียโอกาสในการท�ำมาหากิน คณะกรรมาธิการได้ออกเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้นวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์เพื่อสร้างแหล่งน�้ำ ขนาดเล็กให้กับชุมชน ให้แก่หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถพึ่งพา ตนเองในการหาแหล่งน�้ำขนาดเล็กได้ โดยคณะกรรมาธิการได้เดินทางออกไปเผยแพร่ความรู้ทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางภาคเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน�้ำ มีความลาดชันสูง น�้ำไหลแรงจนฝายชั่วคราวชนิดอื่น ๆ เช่น ฝายกระสอบทราย ฝายไม้ไผ่ ฝายกล่องเกเบี้ยน ต้องพังทลายลงไปทุกปี ส่วนพื้นที่ภาคอีสานส่วนใหญ่อยู่นอกเขต ชลประทาน ไม่มีน�้ำใช้ในหน้าแล้ง และบางส่วนเป็นพื้นที่แล้งซ�้ำซาก ผลงานเด่นของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๗ ๑.


ส่วนที่ 4 71 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา การสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ เช่น การขออนุญาตใช้พื้นที่กรณีอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือพื้นที่ของหน่วยราชการอื่น และการขออนุญาตกรมเจ้าท่า เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมาธิการได้บูรณาการการท�ำงานร่วมกัน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เช่น กรมเจ้าท่าได้ออกค�ำสั่งกรมเจ้าท่า ที่ ๕๔๘/๒๕๖๕ มอบหมายให้ข้าราชการในสังกัด เป็น “เจ้าท่า” สามารถพิจารณาอนุญาตให้มีการปลูกสร้างสิ่งล่วงล�้ำล�ำน�้ำประเภทฝายกึ่งถาวรได้ ซึ่งฝายแกนดิน ซีเมนต์จัดอยู่ในประเภทฝายกึ่งถาวร เป็นต้น คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อศึกษาดูงาน แสวงหาความรู้ และโดยเฉพาะการเผยแพร่ ความรู้เกี่ยวกับฝายแกนดินซีเมนต์มากกว่า ๔๐ ครั้ง ซึ่งปรากฏว่าในช่วงระยะเวลา ๒ - ๓ ปี ที่ผ่านมา คาดว่ามีการสร้าง ฝายแกนดินซีเมนต์ไปแล้วเกือบ ๑,๐๐๐ ฝาย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคอีสาน เมื่อมีน�้ำแล้ว คณะกรรมาธิการยังได้ส่งเสริมเรื่องการท�ำเกษตรแบบผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ โดยการ ปลูกพืชที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งการส่งเสริมด้านการแปรรูป บรรจุภัณฑ์และการตลาด เมื่อมีน�้ำ มีผลผลิต ก็จะท�ำให้มีรายได้ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การวิจัยศึกษาคุณลักษณะฝายแกนดินซีเมนต์ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น การวิจัยศึกษาคุณลักษณะฝายแกนดินซีเมนต์ส�ำหรับการแก้ปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล�้ำในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น เพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างดินชนิดต่าง ๆ และปูนซีเมนต์ เพื่อมาตรฐานและ ความคงทนของฝายแกนดินซีเมนต์ นอกจากนั้นยังได้มีการจัดสัมมนา เรื่อง “การแก้ปัญหาความยากจนด้วยฝาย แกนดินซีเมนต์” ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ อาคารรัฐสภา เพื่อเผยแพร่งานวิจัยดังกล่าวด้วย การจัดท�ำคู่มือประมาณราคาและแบบมาตรฐานการก่อสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ คณะกรรมาธิการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการตั้ง “คณะท�ำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหา ความยากจน ด้วยกลยุทธ์การสร้างฝายชะลอน�้ำแกนดินซีเมนต์ ระหว่างคณะกรรมาธิการฯ กับกระทรวงมหาดไทย” จนน�ำไปสู่การจัดท�ำแบบมาตรฐานและคู่มือข้อก�ำหนดฝายแกนดินซีเมนต์ให้มีความสมบูรณ์ ถูกต้องตามระเบียบ ของทางราชการ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ฝายแกนดินซีเมนต์กับการแก้ปัญหาความยากจน” คณะกรรมาธิการได้รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ฝายแกนดินซีเมนต์กับการแก้ปัญหาความยากจน” ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันจันทร์ที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบกับรายงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นการศึกษาผลที่เกิดขึ้นจากการมีฝายแกนดินซีเมนต์กับการแก้ปัญหาความยากจน อย่างยั่งยืนในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม และมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ทั้งต่อรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ รายงานการวิจัยฯ ฉบับเต็ม สรุปการสัมมนา คู่มือประมาณราคาฯ รายงานฯ ฝายแกนดินซีเมนต์ฯ คู่มือฝายแกนดินซีเมนต์ คลิปฝายแกนดินฯ ทต.เชียงม่วน


72 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ 4 สรุปผลงานวุฒิสภา ๑ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ กรณีศึกษา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐเกาหลี https://www.senate.go.th/document/Ext27143/27143114_0003.PDF๒ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ : กรณีการศึกษาโครงการ โรงเรียนร่วมพัฒนาประเทศไทย https://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/draftconstitution2/ewt_dl_link. php?nid=1038&filename=index เรื่อง การจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ : กรณีเครือข่าย โรงเรียนร่วมพัฒนา ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล�้ำ เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับประเทศก�ำลังพัฒนามายาวนาน ไม่เพียงใน สังคมไทย แต่ยังปรากฏอยู่ในหลายประเทศในโลก ปัญหาดังกล่าว แม้องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ยังให้ความส�ำคัญ กับความยากจนและการศึกษาเป้าหมายที่ ๑ และที่ ๔ ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ระบบการศึกษา นับว่ามีความส�ำคัญอย่างมากในการพัฒนาประชากรและทรัพยากรมนุษย์ คณะกรรมาธิการ ได้มีการศึกษารูปแบบการศึกษาของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐเกาหลี๑ ซึ่งเป็นประเทศ ที่ประสบความส�ำเร็จในการแก้ปัญหาความยากจน และสร้างความเท่าเทียมในสังคมเป็นที่ประจักษ์และยอมรับทั่วโลก โดยเฉพาะสมาพันธรัฐเยอรมัน แม้จะผ่านวิกฤติการเมือง ระบบเศรษฐกิจที่ล้มเหลว และสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่ใช้ เวลาเพียงทศวรรษเศษ ก็สามารถฟื้นตัวได้ในทุกทางทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองที่เข้มแข็งและมั่นคง ทั้งนี้ ส่วนส�ำคัญ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลง คือ การจัดการศึกษาใหม่ (re - education) โดยมีนโยบายการศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง (civic education) เป็นเสาหลักส�ำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ คณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ วุฒิสภา โดย คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปเพื่อแก้ความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ ได้มีการศึกษากรณี โครงการโรงเรียน ร่วมพัฒนา เพื่อหารูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำ ๒ การศึกษารูปแบบ โรงเรียนในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) นั้น โรงเรียนใช้หลักการและแนวทางของ การร่วมพัฒนา เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของโรงเรียน ชุมชน และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การด�ำเนินงานของ โรงเรียนแต่ละที่มีประเด็นงานที่น่าสนใจมีเทคนิคการท�ำงานที่เกิดจากประสบการณ์ต่าง ๆ ของผู้บริหาร ครูและชุมชน ที่มีความแตกต่างหลากหลาย แต่ทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายส�ำคัญ คือ การให้นักเรียนมีทักษะชีวิต มีทักษะอาชีพ เป็นเยาวชนที่เติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ ๒.


ส่วนที่ 4 73 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา โรงเรียนมีชัยพัฒนา เป็นต้นแบบของโรงเรียนร่วมพัฒนา มีการขยายเครือข่ายออกไปทั่วประเทศ มีลักษณะ การท�ำงานที่ส�ำคัญ ๑๐ ประการ คือ ๑) มุ่งสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพเน้นการสร้างคนดี ซื่อสัตย์สุจริต รู้จักแบ่งปัน เคารพคนทุกคน ๒) เรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงตนเองและสังคม โรงเรียนใช้หลักสูตรแกนกลางของ กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มเรื่องการสอนทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ เน้นการสร้างทัศนคติและการลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ และกล่อมเกลาไปในการปฏิบัติร่วมกัน ๓) เปลี่ยนวิธีการเรียนใหม่ทั้งระบบ ให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข และสามารถน�ำความรู้ไปใช้ได้จริงในสังคม เปลี่ยนวัตถุประสงค์ของโรงเรียนจากสถานที่ที่ให้ความรู้เฉพาะเด็กนักเรียน มาเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตและเป็นศูนย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตส�ำหรับคนทุกวัยในชุมชน ๔) คิดนอกกรอบ ที่โรงเรียนฯ ได้ด�ำเนินการ ๓ ด้าน คือ การศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิตและธุรกิจเพื่อสังคม นักเรียนและผู้ปกครอง ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนแต่จ่ายค่าเทอมด้วยการท�ำความดีตอบแทน โดยช่วยเหลือสังคมและโรงเรียนจ�ำนวน ๔๐๐ ชั่วโมง และปลูกต้นไม้จ�ำนวน ๔๐๐ ต้น ๕) สอนประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมในชีวิตจริง นักเรียนมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการโรงเรียน โดยการจัดตั้งเป็น “คณะมนตรีโรงเรียนด�ำเนินงานร่วมกับผู้อ�ำนวยการโรงเรียน” ๖) เอาใจใส่ต่อ กลุ่มชาติพันธุ์ ได้เรียนร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ชายขอบ มีทั้งชนชาติม้ง กะเหรี่ยง ท�ำให้เกิดความรักสามัคคีในหมู่คณะ และยอมรับในความแตกต่าง ๗) ตั้งค�ำถามให้คิด คิด ค�ำตอบให้ตรงค�ำถาม การสอนแบบเชิงรุก (Pro active Learning) ในทุกชั่วโมงเรียนจะใช้วิธีการตั้งค�ำถามให้นักเรียน “ฝึกคิด” ๘) ฝึกวินัยต่อตัวเอง นักเรียนจะได้ใช้โทรศัพท์มือถือ ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์ และต้องเขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและเพื่อนคนละ ๒ ฉบับต่อสัปดาห์ ๙) ฝึกนวัตกรรุ่นเยาว์ นักเรียนจะถูกฝึกฝนให้เป็นผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมธุรกิจเพื่อสังคมที่หลากหลาย ๑๐) เป็นแหล่งเรียนรู้ ตลอดชีวิตส�ำหรับทุกคน ทั้งครู นักเรียนผู้ปกครองและคนในชุมชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ฝึกทักษะอาชีพ


74 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ 4 สรุปผลงานวุฒิสภา เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล�้ำในด้านเศรษฐกิจ เป้าหมาย ริเริ่มและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระดับชุมชน แนวคิด การแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล�้ำในด้านเศรษฐกิจของไทยตลอดระยะเวลาตามแผน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ผ่านมา ด้านหนึ่ง พึ่งพาผลการเติบโตของเศรษฐกิจจากศูนย์กลางของการลงทุน ตามแนวทางของ “เศรษฐกิจแบบไหลริน” (Trickle-Down Economy) อีกด้านหนึ่ง ก็พึ่งพาการพัฒนาตามแบบแผน ของการช่วยเหลือและสวัสดิการจากภาครัฐ พร้อมกับการสนับสนุนชุมชนให้ริเริ่มงานด้านวิสาหกิจเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น การวิจัยและนวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และการพัฒนามาตรฐานเป็นกลไกขับเคลื่อน แต่ผลของการด�ำเนินงานยังเป็นไปด้วยความจ�ำกัดและยังไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงจนน�ำไปสู่การสร้าง New S-Curve ขึ้นในระบบเศรษฐกิจ คณะกรรมาธิการได้ร่วมกับอาจารย์มีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ได้เผยแพร่ รูปแบบการศึกษาของโรงเรียนร่วมพัฒนา และมีโรงเรียนให้ความสนใจเข้าร่วมจ�ำนวนมาก และได้มีการคัดเลือกเพื่อท�ำ MOU เมื่อปี ๒๕๖๕ จ�ำนวน ๒๐ โรงเรียน ปัจจุบันโรงเรียนทั้ง ๒๐ โรงเรียนได้ด�ำเนินการตามรูปแบบของโรงเรียน ร่วมพัฒนา และประสบความส�ำเร็จอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนวัดใหญ่จอมปราสาท อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้ฝึกให้เด็กปลูกเมล่อนและน�ำไปจ�ำหน่ายสร้างรายได้ให้กับโรงเรียนเป็นอย่างดี และได้มีการจองเมล่อนล่วงหน้าด้วย คณะกรรมาธิการ มีแนวคิด “๑ อ�ำเภอ ๑ โรงเรียนแก้จน” โดยใช้รูปแบบของโรงเรียนร่วมพัฒนา อย่างไรก็ตาม การด�ำเนินการตามรูปแบบของโรงเรียนร่วมพัฒนา จะต้องมีทุนในการด�ำเนินการไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการอบรมครู การท�ำแปลงเกษตร และค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีงบประมาณจากภาครัฐ ดังนั้น การจัดหางบประมาณ จึงต้องใช้วิธีการแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยรูปแบบของ “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันได้มีการด�ำเนินการ น�ำร่องที่จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดอื่น ๆ ในระยะต่อไป ผลความส�ำเร็จของคณะกรรมาธิการ การผลักดันต่อไป ๓.


ส่วนที่ 4 75 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา ความส�ำคัญของการริเริ่มงานเศรษฐกิจที่มุ่งสู่การสร้าง New S-Curve ของชุมชนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาชุมชนให้น�ำไปสู่การเปลี่ยนเชิงระบบในระดับชุมชน ทั้งการสร้างงานสร้างรายได้และความมั่นคงทาง การตลาด พร้อมกับเป็นการค้นหาทางเลือกใหม่ของการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล�้ำในด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางเลือกตามความส�ำเร็จของการประกอบการที่แก้ปัญหาของชุมชนที่เกี่ยวกับการจัดการแหล่งน�้ำ ขนาดเล็ก การเกษตรแบบทันสมัย การสร้างอาชีพนอกภาคเกษตร การจัดการปัญหาหนี้สินครัวเรือน และการรวมกลุ่ม ของประชาชนในชุมชนที่บ่งบอกถึงคุณลักษณะของการประกอบการที่มีความมั่นคงทางการตลาด มีทักษะ และประสบการณ์ที่เพียงพอต่อการจัดการธุรกิจทั้งในระบบดั้งเดิม ระบบโมเดิร์นเทรด และระบบออนไลน์ อันเป็นนัย ของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (System transformation) ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจชุมชน พื้นที่ตัวอย่างและแนวทางที่ค้นพบ การจัดการเกษตรแบบทันสมัย การท�ำนาแบบอินทรีย์เพื่อผลิตข้าวหอมมะลิที่มีการรับรองมาตรฐานทั้งใน และต่างประเทศของวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง (จังหวัดศรีสะเกษ) ที่เป็นธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และตลาดโมเดิร์นเทรดในประเทศ จนสร้างรายได้ต่อปีได้มากกว่า ๑๒๐ ล้านบาท เป็นรายได้ที่เชื่อมโยงกับเกษตรกร สมาชิก ๗๓๕ คน ใน ๒๒ หมู่บ้านของพื้นที่ ๕ ต�ำบล ๒ อ�ำเภอ คือ ราษีไศล และศิลาลาด หรือผลงานการแปรรูป วัสดุและผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางและเครื่องดื่มของวิสาหกิจชุมชนชีววิถีต�ำบลน�้ำเกี๋ยน (จังหวัดน่าน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองมาตรฐาน และสร้างแบรนด์สินค้าขึ้นจนค้าขายแบบ OEM กับคู่ค้า ภาคธุรกิจ ๒๐ ราย จัดจ�ำหน่ายทั้งตลาดโมเดิร์นเทรด และตลาดออนไลน์ จนสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากถึง ๓๐ ล้านบาทต่อปี (ปี พ.ศ. ๒๕๖๕) อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ การได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านพืชศาสตร์และการปฏิบัติการ ด้านตลาดในภาคสนามแล้วพัฒนาเป็นธุรกิจไม้ล้อมของชุมชนต�ำบลชะอม (จังหวัดสระบุรี) ซึ่งสร้างรายได้ให้กับสมาชิก เครือข่ายไม่ต�่ำกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี


76 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ 4 สรุปผลงานวุฒิสภา การสร้างอาชีพนอกภาคเกษตร การสร้างรายได้ของชุมชนในระดับต�ำบลด้วยงานจากอาชีพตีเหล็กและ เย็บผ้าของชุมชนต�ำบลร่องฟอง (จังหวัดแพร่) ที่สร้างรายได้ต่อปีได้มากกว่า ๕๒๐ ล้านบาทต่อปี และวิสาหกิจครัวเรือน สุราพื้นบ้านของชุมชนต�ำบลสะเอียบ (จังหวัดแพร่) ที่สร้างรายได้มากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมี ผลงานของตลาดหลวงปู่ทวดที่ผู้น�ำชุมชนได้ริเริ่มขึ้นเป็นกิจการที่รองรับการสร้างงานสร้างอาชีพและรายได้ให้กับ ชุมชนของต�ำบลบ้านใหม่ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) และสร้างรายได้จากการค้าขาย ประมาณ ๑๒๐ ล้านบาทต่อปี การจัดการปัญหาหนี้สินครัวเรือน การจัดการหนี้ครัวเรือนที่ค้นพบจากการปรับโครงสร้างหนี้ไปสู่ ๑ ครัวเรือน ๑ สัญญา (งานของกรมการพัฒนาชุมชน และกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของการจัดการ แบบองค์รวม (Holistic approach) ระหว่างองค์กรชุมชน สมาชิก และองค์กรชุมชนที่ให้บริการทางการเงิน โดยด�ำเนินงานควบคู่กันทั้งการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ความรู้ความเข้าใจของการก่อหนี้ ความสามารถในการช�ำระคืน วินัย การปรับเปลี่ยนทัศนคติ การบริโภคและรายจ่าย และการสร้างรายได้เพิ่ม จากตัวอย่างที่ศึกษาในพื้นที่ ๔ ต�ำบล ใน ๔ จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี เชียงราย กระบี่ และอุบลราชธานี พบว่า การจัดการแบบองค์รวมขององค์กรชุมชน ท�ำให้สัดส่วนของหนี้ต่อรายได้ของสมาชิกลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญ การรวมกลุ่มของประชาชน ความส�ำเร็จของชุมชนข้างต้น เป็นงานในระดับพื้นที่ต�ำบล (และมากกว่าหนึ่งต�ำบล) เป็นงานที่ด�ำเนินงานร่วมกันในหลายรูปแบบ ทั้งการจัดตั้งองค์กรร่วมกับแบบวิสาหกิจชุมชน ท�ำงานร่วมกันแบบ เครือข่าย เป็นสมาชิกขององค์กรแบบเอกชน (ตลาดหลวงปู่ทวด) และองค์กรชุมชน กล่าวโดยสรุป ความส�ำเร็จด้านรายได้และนัยของการแก้ปัญหาของชุมชนในระดับต�ำบลข้างต้น เป็นการสร้าง รายได้ต่อปี ระหว่าง ๓๐ – ๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นรายได้ทางเศรษฐกิจที่สร้างสรรค์ขึ้นจากกิจกรรมและกิจการ ที่จัดการโดยองค์กรของชุมชน ไม่ใช่รายได้จากการช่วยเหลือและสวัสดิการของภาครัฐ และเอกชน ไม่ใช่ผลจาก การไหลรินของการพัฒนาจากเศรษฐกิจไหลริน แต่เป็นความสามารถของชุมชน


ส่วนที่ 4 77 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา มีหน้าที่และอ�ำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระท�ำกิจการ พิจารณา สอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการกีฬาของชาติ และการศึกษา ทางวิชาชีพชั้นสูงด้านการกีฬา เสริมสร้างศักยภาพการกีฬาและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อสร้างคุณค่า ในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติ รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาการกีฬาของไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่และอ�ำนาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ๑. พลเอก สุรเชษฐ์ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. นายชาญวิทย์ผลชีวิน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง และโฆษกคณะกรรมาธิการ ๓. พลต�ำรวจโท พิสัณห์จุลดิลก รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔. พลต�ำรวจเอก เดชณรงค์สุทธิชาญบัญชา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕. พลเอก ทวีป เนตรนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ๖. พลต�ำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า และรองโฆษกคณะกรรมาธิการ ๗. พลเอก ธงชัย สาระสุข รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก ๘. นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๙. นายศรีศักดิ์วัฒนพรมงคล รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ ๑๐. นายวีระศักดิ์โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๑. นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๒. พลเรือเอก อิทธิคมน์ภมรสูต ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๓. พลเอก อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๔. พลอากาศเอก ถาวร มณีพฤกษ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๕. นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา กรรมาธิการ ๑๖. พลต�ำรวจโท ตรีทศ รณฤทธิวิชัย กรรมาธิการ ๑๗. นายทรงเดช เสมอค�ำ กรรมาธิการ ๑๘. นายวิวรรธน์แสงสุริยะฉัตร กรรมาธิการ ๑๙. พลตรี โอสถ ภาวิไล กรรมาธิการ หน้าที่และอ�ำนาจ รายชื่อสมาชิกวุฒิสภาในคณะกรรมาธิการ


78 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) ส่วนที่ 4 สรุปผลงานวุฒิสภา ๗๓ ครั้ง ๓ ครั้ง 1๙๖ ครั้ง ๔๒ ครั้ง ๑๑ เรื่อง ๑๓ เรื่อง ๖๐๒ ครั้ง ๑ เรื่อง สถิติการประชุม สถิติผลการด�ำเนินงาน สถิติการจัดเสวนา/สัมมนา สถิติการเดินทางไปศึกษาดูงาน • คณะกรรมาธิการ • คณะอนุกรรมาธิการ • เรื่องที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมวุฒิสภา • ในประเทศ • ต่างประเทศ • คณะท�ำงาน • เรื่องที่พิจารณาศึกษาเสร็จแล้ว • เรื่องร้องเรียน ๓๖ ครั้ง ๗ ครั้ง • จัดสัมมนา/เสวนา • กิจกรรมอื่น ๆ ๑. คณะอนุกรรมาธิการกีฬาสู่ความเป็นเลิศระดับนานาชาติรวมทั้งกีฬาคนพิการ ๒. คณะอนุกรรมาธิการกีฬาอาชีพและอุตสาหกรรมกีฬา ๓. คณะอนุกรรมาธิการกีฬาและนันทนาการเพื่อสุขภาพและการออกก�ำลังกายของประชาชน ๔. คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดท�ำและด�ำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการกีฬา สถิติการด�ำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗ คณะอนุกรรมาธิการ


ส่วนที่ 4 79 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา ผลงานเด่นของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๗ ๑. เรื่อง “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการจัดท�ำหลักสูตรเฉพาะทางส�ำหรับผู้ที่มีทักษะด้านกีฬา เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหาของนักกีฬาที่อยู่ในวัยเรียน รวมถึงสภาพ การปรับใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนกีฬาและโรงเรียนในสังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานที่เปิดหลักสูตรห้องเรียนพิเศษทางด้านกีฬา ประกอบด้วยสาระส�ำคัญ ๒ ส่วน ได้แก่ (๑) องค์ประกอบ ของหลักสูตรเฉพาะทางส�ำหรับผู้ที่มีทักษะด้านกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ และ (๒) แนวทางการขับเคลื่อนข้อเสนอ เชิงนโยบายเพื่อการจัดท�ำหลักสูตรเฉพาะทางส�ำหรับผู้ที่มีทักษะด้านกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศไปสู่การปฏิบัติ สรุปสาระส�ำคัญดังนี้ ๑) องค์ประกอบของหลักสูตรเฉพาะทางส�ำหรับผู้ที่มีทักษะด้านกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ มี ๖ องค์ประกอบที่ส�ำคัญ ได้แก่ ๑.๑) บริบทของหลักสูตร พิจารณาจากความพร้อมภายในที่ขับเคลื่อนหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ ๑.๒) เป้าหมายและจุดเน้น ก�ำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “มุ่งพัฒนาผู้เรียนไปสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาในระดับชาติ และนานาชาติ” ๑.๓) เนื้อหาและรายวิชา ๑.๔) กิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผสมผสานการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายและ สอดคล้องกับช่วงวัย ๑.๕) ระยะเวลาเรียน ต้องมีการปรับเกณฑ์การนับระยะเวลาการเข้าเรียนให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้อง กับบริบทของนักกีฬา ๑.๖) เกณฑ์การวัดและประเมินผล ต้องมีความหลากหลาย ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับบริบทของภารกิจ ของนักเรียนที่เป็นนักกีฬา ๒) แนวทางการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการจัดท�ำหลักสูตรเฉพาะทางส�ำหรับผู้ที่มีทักษะด้านกีฬา เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศไปสู่การปฏิบัติ มี ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับนโยบาย ระดับการขับเคลื่อนนโยบาย และระดับ ปฏิบัติการ ๒.๑) ระดับนโยบาย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ควรมีการก�ำหนดนโยบายที่ส�ำคัญ ๒.๒) ระดับการขับเคลื่อนนโยบาย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ส�ำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษา กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหน่วยงานในระดับดังกล่าวจ�ำเป็นต้องมีการท�ำงาน เชิงบูรณาการร่วมกัน ๒.๓) ระดับปฏิบัติการ เป็นหน่วยงานในระดับปฏิบัติที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานักกีฬา สู่ความเป็นเลิศ ได้แก่ สถานศึกษา สมาคมกีฬาและเครือข่ายด้านกีฬา ควรมีการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ


ส่วนที่ 4 80 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา ๒. เรื่อง “ทรัพย์สินทางปัญญา : เพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมการกีฬาไทย” คณะกรรมาธิการ โดยคณะอนุกรรมาธิการกีฬาอาชีพและอุตสาหกรรมกีฬาได้เล็งเห็นความส�ำคัญในมิติของ การยกระดับและเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมการกีฬาทั้งในด้านการจัดการแข่งขัน และศักยภาพของการสร้างมูลค่า ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ติดตามความคืบหน้าโครงการเจ็ตสกีอาชีพติดธงชาติ ซึ่งประสบความส�ำเร็จ เป็นอย่างมากจากการสร้างระบบการแข่งขันในรูปแบบ World Series โดยสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย ในหลายมิติ ตลอดจนสร้างความน่าเชื่อถือในการเป็นผู้น�ำโลก (World Leader) อย่างเป็นทางการในฐานะทัวร์นาเมนต์ เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ภายใต้แบรนด์ WGP#1 ท�ำให้เห็นถึงมิติของอุตสาหกรรมการกีฬาด้านการจัดการแข่งขัน และศักยภาพของการสร้างมูลค่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีความส�ำคัญยิ่งต่อการพัฒนาการกีฬาและการพัฒนา ประเทศ โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ จึงได้ท�ำการศึกษาข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยการจัดสัมมนา เรื่อง “คุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมกีฬาไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา สามารถน�ำความรู้ ไปใช้กับการสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการกีฬา และสร้างความร่วมมือการท�ำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและ ภาคเอกชนในการผลักดันให้มีการรักษาสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรักษาการเป็นสมบัติของ คนไทย และเพื่อเป็นการผลักดันให้เกิดการสร้างมูลค่าด้านอุตสาหกรรมการกีฬาโดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญา กับกลุ่ม เป้าหมายส�ำคัญเข้าร่วมการสัมมนา ประกอบด้วย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สโมสรกีฬาอาชีพ ผู้แทนกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา สมาคมการจัดการกีฬา แห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าและบริการด้านอุตสาหกรรมการกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมการกีฬาของไทยเติบโตด้วยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง คณะอนุกรรมาธิการจึงได้ท�ำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและการกีฬา แห่งประเทศไทย โดยการเข้าหารือกับอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และได้น�ำผู้แทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าหารือร่วมกับผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอให้มีการท�ำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้าน ทรัพย์สินทางปัญญา (MOU) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและการกีฬา แห่งประเทศไทยรวมถึงเครือข่ายหน่วยงานพันธมิตรภายใต้สองหน่วยงาน สร้างองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ให้กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการกีฬาของไทย ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการกีฬา


ส่วนที่ 4 81 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา ของไทยสามารถก�ำหนดความต้องการด้านนวัตกรรมและเชื่อมโยงสู่สถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ การวิจัยและพัฒนา (R&D) ส่งเสริมให้เกิดการคิดค้นผลงานทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยที่มีศักยภาพคุ้มครอง ได้ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างรายได้เข้าประเทศจากการซื้อขายสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างผู้ประกอบการ ต้นแบบที่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญาให้เติบโตในเวทีโลก เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับอุตสาหกรรมอื่น ของไทย ซึ่งได้มีการลงนาม MOU เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ในงานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ประจ�ำปี ๒๕๖๕ (IP Fair 2022) ณ อาคารสยามสเคป สยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการยังได้มีการติดตามการด�ำเนินงานภายหลังการลงนาม MOU ทราบว่า กรมทรัพย์สิน ทางปัญญาได้ด�ำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้ MOU ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ใน ๓ ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ๑) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านทรัพย์สินทางปัญญา มีการจัดฝึกอบรมบุคลากรของ กกท. และสมาคมกีฬาอาชีพ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ๒) การส่งเสริมการสร้างสรรค์และคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีการประชุมร่วมกับ ผู้ประกอบการเจ็ตสกี และผู้ประกอบการรถดริฟท์ และ ๓) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิง พาณิชย์ มีการเชื่อมโยงและต่อยอดผู้ประกอบการการกีฬาไปยังหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ เช่น กรมทรัพย์สิน ทางปัญญา กรมการค้าระหว่างประเทศ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ทั้งสองหน่วยงานได้ตกลงแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ๓ ส่วน ได้แก่ ๑) การจัดอบรมเสวนาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ให้กับกลุ่มเป้าหมาย แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักกีฬา กลุ่มผู้จัดการแข่งขัน และกลุ่มสถาบันการศึกษา ๒) การสร้างผู้ประกอบการและนักกีฬาต้นแบบ ๓ ชนิดกีฬา ได้แก่ กีฬาเทคบอล กีฬาวิ่ง และกีฬามวย และ ๓) การจัดท�ำ สื่อประชาสัมพันธ์ โดยใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการยังได้มีการผลักดันส่งเสริมให้มีการสร้างมูลค่าให้กับกีฬาด้วยทรัพย์สินทางปัญญา อย่างต่อเนื่อง อาทิ การพบปะหารือกับผู้จัดการแข่งขันรถดริฟท์ DC DRIFT COMPETITION ผู้จัดการแข่งขันเซิร์ฟสเก็ต และผู้จัดการแข่งขันฟอร์มูล่าม้งเชียงใหม่ เพื่อให้แนวทางในการที่จะจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีนายปริเขต สืบสหการ ผู้อ�ำนวยการทัวร์นาเมนต์เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ภายใต้แบรนด์ WGP#1 และนายภเชศ จารุมนต์ หัวหน้า ศูนย์ให้ค�ำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) ท�ำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้จัดการแข่งขัน


ส่วนที่ 4 82 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา เรื่อง “การสร้างแรงบันดาลใจ ในการเล่นกีฬาและการออกก�ำลังกายของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป” จากการที่แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐ ประเด็น (๑๔) ศักยภาพการกีฬา ซึ่งประกอบด้วย ๓ แผนย่อย ได้แก่ ๑) การส่งเสริมการออกก�ำลังกายและกีฬาขั้นพื้นฐานให้กลายเป็นวิถีชีวิต และการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในกิจกรรมการออกก�ำลังกาย เล่นกีฬา และเพื่อนันทนาการ ๒) การส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ระดับอาชีพ ๓) การพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬาและนันทนาการ และแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ซึ่งได้ก�ำหนดแผนงานไว้ ๕ ประเด็น เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ประเด็นการพัฒนาที่ ๑ การส่งเสริมและพัฒนาการออกก�ำลังกายและกีฬาขั้นพื้นฐาน ประเด็นการพัฒนาที่ ๒ การส่งเสริมและพัฒนาการออกก�ำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต ประเด็นการพัฒนาที่ ๓ การส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาเพื่อการอาชีพ ประเด็นการพัฒนาที่ ๔ การส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬา ประเด็นการพัฒนาที่ ๕ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬา คณะอนุกรรมาธิการกีฬาและนันทนาการเพื่อสุขภาพและการออกก�ำลังกายของประชาชนจึงได้มีการพิจารณา ศึกษา เรื่อง “แรงบันดาลใจ.....พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง” (Inspiration … Power of Change) โดยรับฟังข้อมูล จากนักกีฬาทีมชาติไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องในกีฬาประเภทต่าง ๆ ดังนี้ กีฬากอล์ฟ ๑) นายสมบูรณ์ จุฑานุกาล (บิดาของเอรียา จุฑานุกาล และโมรียา จุฑานุกาล) ๒) นางสาวอาฒยา ฐิติกุล (นักกีฬากอล์ฟทีมชาติไทย) กีฬาแบดมินตัน ๑) นายเดชาพล พัววรานุเคราะห์ (นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย) ๒) นางสาวทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย (นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย) กีฬามวย ๑) นาวาตรี สมรักษ์ ค�ำสิงห์ (อดีตนักกีฬามวยสากลทีมชาติไทย เหรียญทองโอลิมปิก) ๒) พันโท สมจิตร จงจอหอ (อดีตนักกีฬามวยสากลทีมชาติไทย เหรียญทองโอลิมปิก) กีฬาเซปักตะกร้อ - พันต�ำรวจโท สืบศักดิ์ ผันสืบ (อดีตนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย) กีฬาเพาะกาย - นายสิทธินาจ รังสิศิริไพบูลย์ (อดีตนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย) อาชีพอื่น ๆ ๑) นายศุภกิจ รุ่งโรจน์ (นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ) ๒) นายพิชิต สุขไผ่ตา (เจ้าของเพจ “อีจัน”) หลังจากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจแล้ว คณะกรรมาธิการได้จัดสัมมนา เรื่อง “Power of Change : ด้วยแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬาและการออกก�ำลังกาย” เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างแรงบันดาลใจ รวมทั้งรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬาและการออกก�ำลังกาย ให้แก่เยาวชน นักศึกษา และผู้ปกครอง โดยคาดว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬาและ การออกก�ำลังกายสามารถน�ำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่และใช้ประโยชน์จากการเล่นกีฬาและการออกก�ำลังกายและ เกิดการตื่นตัวในการเล่นกีฬาและการออกก�ำลังกายอย่างแพร่หลายต่อไป ๓.


ส่วนที่ 4 83 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา เรื่อง “ข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ด้านการกีฬาอย่างยั่งยืน” คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดท�ำและด�ำเนินการตาม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการกีฬา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ด�ำเนินการศึกษารวบรวมปัญหาด้านการกีฬา โดยการเชิญ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล พร้อมกับศึกษาดูงานในพื้นที่ตามหน้าที่และอ�ำนาจที่ก�ำหนดไว้ พบว่า ประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้านการกีฬาอย่างเป็นระบบ (ต้นน�้ำ กลางน�้ำ และปลายน�้ำ) จึงได้ท�ำการศึกษาวิจัย เรื่อง “ข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ด้านการกีฬาอย่างยั่งยืน” โดยวิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (การวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ) น�ำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้านการกีฬา อย่างยั่งยืน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน�ำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ก�ำหนดไว้ดังนี้ วัตถุประสงค์ที่ ๑ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการพัฒนาและเสริมสร้างระบบการศึกษาทางด้านการกีฬา ให้สามารถผลิตบุคลากรด้านการกีฬา และนันทนาการอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับทั่วไป มีแนวทาง ในการด�ำเนินการ ดังนี้ ๑.๑ ควรพัฒนาและเสริมสร้างระบบการศึกษาทางด้านการกีฬาให้สามารถผลิตบุคลากรด้านการกีฬาและ นันทนาการอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ ๑.๒ ควรมีหลักสูตรเฉพาะและหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นส�ำหรับพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ให้สามารถ มีเวลาในการฝึกซ้อม เก็บตัว และมีโอกาสเข้าแข่งขันกีฬาในระดับต่าง ๆ อย่างสม�่ำเสมอทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๑.๓ ควรพิจารณาปรับระบบการประเมินผลการศึกษาให้สามารถน�ำทักษะ ผลงาน ประสบการณ์ด้านการ กีฬามาเทียบโอนกับรายวิชาตามหลักสูตร และระดับการศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ต้องการได้ (ประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา) ๑.๔ ควรก�ำหนดประเภทกีฬาที่แต่ละสถาบันต้องการส่งเสริมและพัฒนาให้ชัดเจน เพื่อจัดหาครูผู้ฝึกสอน และ บุคลากรที่มีประสบการณ์ได้ตรงตามความต้องการของแต่ละสถาบันและสามารถพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้อย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว วัตถุประสงค์ที่ ๒ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการวางระบบและกลไกการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการส่งเสริม ด้านการกีฬาและนันทนาการในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับชาติ ให้มีความต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ มีแนวทางในการด�ำเนินการ ดังนี้ ๒.๑ ควรพัฒนากลไกการส่งเสริมการออกก�ำลังกาย การเล่นกีฬา และนันทนาการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของ ชุมชนและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๒.๒ ควรจัดล�ำดับความเร่งด่วนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬาของชาติในทุกระดับ เพื่อพัฒนา นักกีฬาหน้าใหม่สู่ความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง (ต้นน�้ำ กลางน�้ำ และปลายน�้ำ) ๔.


ส่วนที่ 4 84 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา วัตถุประสงค์ที่ ๓ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้มีความเป็นเลิศและมีเส้นทาง อาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน มีแนวทางในการด�ำเนินการ ดังนี้ ๓.๑ ควรบูรณาการระบบการศึกษาทางด้านการกีฬาให้สามารถสนับสนุนผู้ที่มีทักษะความสามารถเข้าสู่ กระบวนการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ โดยไม่เสียโอกาสทางการศึกษา มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพในอนาคต อย่างเป็นระบบที่ชัดเจน ๓.๒ ควรจัดสรรงบประมาณด้านการกีฬาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาด้านการกีฬาอย่างเพียงพอ และต่อเนื่องจากแหล่งงบประมาณที่หลากหลาย ๓.๓ ควรพิจารณาบรรจุบุคลากรด้านการกีฬาที่มีความเชี่ยวชาญและช�ำนาญให้มีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน ๓.๔ ควรพิจารณาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการกีฬาในระดับจังหวัด โดยจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬา แห่งชาติ กระจายลงไปสู่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และมีกลไกที่สามารถน�ำเงินดอกผลจากกองทุนที่ได้จัดตั้งไปส่งเสริม และพัฒนาการกีฬาในจังหวัด รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมสนับสนุนกองทุนดังกล่าว ๓.๕ ควรบูรณาการการจัดท�ำปฏิทิน และการบริหารจัดการงบประมาณในการแข่งขันกีฬา ทั้งในและต่างประเทศ ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกัน เพื่อลดความซ�้ำซ้อนในการจัดการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ และสามารถจัดล�ำดับ ความเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓.๖ ควรส่งเสริมและพัฒนาระบบกีฬานักเรียน กีฬาเยาวชน ในภาพรวมแบบบูรณาการ รวมถึงส่งเสริมให้ ชมรมกีฬา สโมสรกีฬา และสมาคมกีฬาในระดับต่าง ๆ มีความเข้มแข็ง เพื่อขยายฐานนักกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนานักกีฬาหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์ (Talent) ทดแทนนักกีฬาระดับเป็นเลิศของชาติได้อย่างต่อเนื่อง ๓.๗ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยควรมีโครงสร้างหรือกลุ่มงานที่สามารถสนับสนุนงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓.๘ ควรเร่งรัดการพัฒนาศูนย์ฝึกกีฬาให้ได้มาตรฐานโดยมุ่งเน้นที่กีฬาสากล และให้นักกีฬาสามารถเข้าใช้ บริการได้ตลอด เพื่อพัฒนาขีดความสามารถสูงสุดของนักกีฬา และสร้างผลงานจากการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ที่ ๔ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการปรับปรุงข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกื้อกูล ต่อการสนับสนุนการกีฬาเพื่อไปสู่ระดับความเป็นเลิศและระดับอาชีพอย่างยั่งยืน มีแนวทางในการด�ำเนินการ ดังนี้ ๔.๑ ควรพิจารณาศึกษาการจัดตั้งองค์การหรือหน่วยงานด้านกฎหมายเพื่อรับผิดชอบการบูรณาการจัดท�ำ กฎหมายด้านการกีฬาทั้งระบบในภาพรวม ๔.๒ ควรพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีส�ำหรับทุกภาคส่วนที่ให้ การสนับสนุนงบประมาณด้านการกีฬา ๔.๓ ควรจัดท�ำและรวบรวมกฎหมายทางด้านการกีฬาให้อยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน และจัดหมวดหมู่ของ กฎหมายรวมด้านการกีฬาของประเทศขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทด้านการกีฬา


ส่วนที่ 4 85 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีหน้าที่และอ�ำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระท�ำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรรม การใช้ประโยชน์ที่ดิน น�้ำและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการเกษตร อุตสาหกรรม การเกษตร อาหาร การสหกรณ์ การพัฒนาการผลิต การแปรรูป ธุรกิจการเกษตร และการเกษตรสร้างมูลค่า พิจารณา ศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่และ อ�ำนาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หน้าที่และอ�ำนาจ รายชื่อสมาชิกวุฒิสภาในคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ ๑. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. พลเอก ดนัย มีชูเวท รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔. นายสุธีมากบุญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕. นายลักษณ์วจนานวัช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ๖. นายสมชาย ชาญณรงค์กุล เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๗. นายรณวริทธิ์ปริยฉัตรตระกูล รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ และโฆษกคณะกรรมาธิการ ๘. นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ ๙. ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ตันติศิรินทร์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๐. พลเอก ปัฐมพงศ์ประถมภัฏ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๑. พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์เชิดบุญเมือง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๒. นายเฉลียว เกาะแก้ว กรรมาธิการ ๑๓. นายบุญมีสุระโคตร กรรมาธิการ ๑๔. นายประมาณ สว่างญาติ กรรมาธิการ ๑๕. นายไพโรจน์พ่วงทอง กรรมาธิการ ๑๖. นายส�ำราญ ครรชิต กรรมาธิการ ๑๗. นายอุดม วรัญญูรัฐ กรรมาธิการ ๑๘. นางเบญจรัตน์จริยธาราสิทธิ์ กรรมาธิการ ๑. คณะอนุกรรมาธิการด้านการผลิต ๒. คณะอนุกรรมาธิการปัจจัยการผลิต ๓. คณะอนุกรรมาธิการด้านการสหกรณ์ และสถาบันเกษตรกรอื่น ๔. คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการจัดท�ำและด�ำเนินการตาม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการเกษตรและสหกรณ์


ส่วนที่ 4 86 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา ๗๓ ครั้ง ๓ ครั้ง ๙๑ ครั้ง ๑๑๔ ครั้ง ๑๘ เรื่อง ๑๓๑ เรื่อง ๓๓๑ ครั้ง ๔ เรื่อง สถิติการประชุม สถิติผลการด�ำเนินงาน สถิติการจัดเสวนา/สัมมนา สถิติการเดินทางไปศึกษาดูงาน • คณะกรรมาธิการ • คณะอนุกรรมาธิการ • เรื่องที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมวุฒิสภา • ในประเทศ • ต่างประเทศ • คณะท�ำงาน • เรื่องที่พิจารณาศึกษาเสร็จแล้ว • เรื่องร้องเรียน ๘ ครั้ง ๒ ครั้ง • จัดสัมมนา/เสวนา • กิจกรรมอื่น ๆ เรื่อง การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเกษตรแปลงใหญ่ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณาว่า โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ถือเป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนประเด็นการสร้างเกษตรมูลค่าเพิ่มให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากระบบ เกษตรแปลงใหญ่จะมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่และการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร จากเดิมซึ่งเป็นรูปแบบต่างคนต่างท�ำมาเป็นการผลิตร่วมกันเป็นแปลงใหญ่ รวมทั้งการบริหารจัดการที่เป็นไป ในแนวทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อประหยัดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ตลอดจน มุ่งเน้นการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดท�ำให้ผลผลิตมีคุณภาพและมาตรฐาน สามารถบริหารจัดการ สินค้าเกษตรสู่สมดุลระหว่างอุปสงค์อุปทานท�ำให้ราคาสินค้าเกษตรมีความมั่นคงอันเป็นการเพิ่มโอกาสด้านการแข่งขัน ให้แก่สินค้าเกษตรไทยอีกทางหนึ่งด้วย คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาศึกษารูปแบบการท�ำเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาระบบ การท�ำเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้สามารถน�ำไปใช้ในทางปฏิบัติให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการจัดตั้งกลุ่ม เกษตรแปลงใหญ่และสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันที่ประเทศก�ำลังเผชิญกับความท้าทายในหลายบริบท ทั้งกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Megatrends) และสถานการณ์ภายในประเทศด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ผลงานเด่นของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๗ สถิติการด�ำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗ ๑.


ส่วนที่ 4 87 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา และสังคม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และยุทธศาสตร์ชาติที่ ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ในการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ได้มีข้อเสนอแนะแนวคิดเพื่อการขับเคลื่อนระบบเกษตรแปลงใหญ่ ประกอบด้วย ๕ องค์ประกอบ ดังนี้ ๑) หลักการและเป้าหมายความส�ำเร็จของระบบเกษตรแปลงใหญ่ ได้แก่ การใช้ฐานความรู้เป็นองค์น�ำ การบริหารจัดการแบบกลุ่ม การจัดการพื้นที่ผลิตและสินค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การเชื่อมโยงการตลาดของ เกษตรกร การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของสินค้าร่วมกัน การสร้างความสามารถในการแข่งขันโดยยึดแนวความคิด ฐานเศรษฐกิจแบบองค์รวม และการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและพัฒนาเกษตรกรรมแปลงใหญ่ อย่างเป็นระบบ ๒) องค์ประกอบหลักในการด�ำเนินงานตามระบบเกษตรแปลงใหญ่ ได้แก่ การจัดการความรู้ของเกษตรกร การรวมกลุ่มของเกษตรกร และการจัดระบบงานของเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๓) การขับเคลื่อนระบบเกษตรแปลงใหญ่ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างหลักของแปลงใหญ่ อาทิ การพัฒนาผู้น�ำ การบริหารจัดการ การบริหารจัดการแปลง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิต การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การผลิตสินค้า การเชื่อมโยงการตลาดและคู่ค้า การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรม บริการและธุรกิจของสินค้า แปลงใหญ่ และการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม ๔) ประเด็นบ่งชี้ความส�ำเร็จในการขับเคลื่อนระบบเกษตรแปลงใหญ่ ได้แก่ ความสามารถในการบริหารจัดการ ของแปลงใหญ่ การลดต้นทุนการผลิตตลอดกระบวนการผลิต ความสามารถในการจัดการมาตรฐานและคุณภาพของ สินค้าเกษตร และการจัดการเชื่อมโยงตลาด ๕) การยกระดับการพัฒนาแปลงใหญ่สู่ความมั่นคง ได้แก่ ระดับพื้นฐาน ระดับพัฒนา ระดับก้าวหน้า และระดับแข่งขันได้ ๖) บทบาทของหน่วยงานเพื่อการขับเคลื่อนพัฒนาและยกระดับแปลงใหญ่ ได้แก่ ระดับนโยบายรัฐบาล โดยด�ำเนินการยกระบบเกษตรกรรมแบบแปลงใหญ่ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ระดับหน่วยงานบูรณาการและหน่วยงาน ร่วมด�ำเนินการ และระดับท้องถิ่นและกลุ่มแปลงใหญ่


ส่วนที่ 4 88 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา เรื่อง การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรสร้างมูลค่าภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณาว่า แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็น การเกษตร ให้ความส�ำคัญกับการยกระดับการผลิตให้เข้าสู่คุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย การใช้ประโยชน์จาก ความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของสินค้าเกษตร รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพในแต่ละพื้นที่ การพัฒนาสินค้าเกษตร และการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าเกษตร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม สมัยใหม่ในการผลิตและการจัดการฟาร์ม นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศของภาคเกษตร เพื่อเสริมสร้างให้การพัฒนามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง ดังนั้น การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรสร้างมูลค่า จึงเป็นประเด็นส�ำคัญ สมควรจะได้มีการพิจารณาศึกษาเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาด้านการเกษตร จากการพิจารณาข้อมูลที่ผ่านมา พบว่า แผนงานและโครงการต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในแผนปฏิบัติราชการประจ�ำปี ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังขาดการบูรณาการ กระจัดกระจาย และขาดการเชื่อมโยง อย่างเป็นระบบ ท�ำให้ยากที่จะประเมินผลสัมฤทธิ์ ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯ จึงมีการศึกษาวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ประเด็น “การเกษตรสร้างมูลค่า” ซึ่งให้ความส�ำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ การผลิตทั้งเชิงปริมาณและมูลค่า รวมทั้งความหลากหลายของสินค้าเกษตร ประกอบด้วย (๑) เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น (๒) เกษตรปลอดภัย (๓) เกษตรชีวภาพ (๔) เกษตรแปรรูป (๕) เกษตรอัจฉริยะ และ (๖) ระบบนิเวศการเกษตร พร้อมทั้งเสนอแนะกรอบแนวคิดเพื่อผลักดันการท�ำการเกษตรแบบดั้งเดิมพัฒนาไปสู่เกษตรสมัยใหม่ที่มีมูลค่าสูง (High Value Added) อย่างยั่งยืนและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ได้อย่างแท้จริง ในการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายโดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปพิจารณาบูรณาการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. ควรก�ำหนดให้ “การเกษตรสร้างมูลค่า” ตามยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายส�ำคัญของการขับเคลื่อนภาค การเกษตร และควรเร่งรัดจัดท�ำแผนพัฒนาภาคการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาระบบการเกษตร สร้างมูลค่าและมูลค่าเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ๒. ควรมอบหมายให้คณะกรรมการหรือคณะท�ำงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในการจัดท�ำแผนกลยุทธ์เกษตร สร้างมูลค่าส�ำหรับการผลิตสินค้าเกษตรแต่ละชนิด โดยพิจารณาให้ครอบคลุมกิจกรรม ทุกขั้นตอนตามแนวทาง สร้างมูลค่าเพิ่มพื้นฐานและมูลค่าเพิ่มสูงตลอดห่วงโซ่อุปทาน ๓. ควรจัดให้มีศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ส�ำหรับสินค้าเกษตรแต่ละชนิด และควรสนับสนุน งบประมาณการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเกษตร และควรขับเคลื่อนการพัฒนา Big Data ภาคเกษตร เพื่อให้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศอย่างสมบูรณ์ ๒.


ส่วนที่ 4 89 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา เรื่อง การพิจารณาประเด็นที่จะน�ำเสนอไปสู่การปรับปรุงแก้ ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ด้านการเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณาว่า การขับเคลื่อนการด�ำเนินการตามแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศจะบรรลุผลส�ำเร็จได้ จ�ำเป็นต้องอาศัยกฎหมายมาเป็นเครื่องมือ ส�ำคัญในการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม ระหว่างปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๖ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอแก้ไขปรับปรุง หรือเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรและสหกรณ์ ต่อคณะรัฐมนตรีหรือเสนอร่างกฎหมาย ต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศเป็นจ�ำนวนน้อย เมื่อเปรียบเทียบ กับสถานการณ์ด้านการเกษตรและสหกรณ์ในหลายประเด็นที่ควรปรับปรุงแก้ไข เร่งรัด หรือส่งเสริมการบังคับใช้ กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อใช้แก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับภาคการเกษตรของประเทศไทย คณะกรรมาธิการฯ ได้รวบรวมประเด็นที่จะน�ำเสนอไปสู่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร และสหกรณ์ โดยพิจารณาจากพระราชบัญญัติที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รักษาการตาม กฎหมายหรือรักษาการร่วม จ�ำนวน ๔๒ ฉบับ และพระราชบัญญัติที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มิได้ เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายหรือรักษาการร่วม แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีส่วนรับผิดชอบหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ๓. ๔. ควรสนับสนุนกระบวนการผลิตที่มุ่งเน้นให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานความปลอดภัยที่สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปยังแหล่งผลิตได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งควรน�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ทันสมัย ๕. ควรก�ำหนดให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพในการจัดท�ำแผนงานหรือโครงการส่งเสริมเกษตรสร้างมูลค่าในพื้นที่ มีการประเมินศักยภาพชุมชนครอบคลุมทุกมิติ และสร้างเวทีให้ภาคีเครือข่ายร่วมกันก�ำหนดเป้าหมายอย่างเป็นระบบ รวมทั้งควรประสานงานกับส�ำนักงบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบงบประมาณให้มีรูปแบบที่หลากหลาย และสอดคล้อง กับลักษณะแผนงานหรือโครงการ ๖. ควรสนับสนุนให้เกษตรกรท�ำการเกษตรแบบ “ร่วมผลิตและร่วมจ�ำหน่าย” ผ่านระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ และพัฒนาต่อยอดไปสู่การด�ำเนินธุรกิจในรูปแบบสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์การเกษตรหรือวิสาหกิจชุมชน) ที่มี ความเข้มแข็ง รวมทั้งจัดระบบให้มีผู้ให้บริการด้านการจัดการเกษตรสมัยใหม่ (Service Provider) อย่างครบวงจร ๗. ควรก�ำหนดให้มีหน่วยงานกลางเพื่อท�ำหน้าที่ในการวางนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmers) อย่างเป็นระบบ ตลอดจนให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก�ำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนในโครงการ “การเกษตรสร้างมูลค่า” ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นการเฉพาะและให้สถาบันการเงินของรัฐสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ย พิเศษให้แก่เกษตรกรในห่วงโซ่อุปทานเพื่อการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต


ส่วนที่ 4 90 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา อย่างมีนัยส�ำคัญ หรือมีประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและส่งเสริมการด�ำเนินการภาคการเกษตรเพิ่มเติมอีก จ�ำนวน ๔ ฉบับ โดยมีการแบ่งกลุ่มพระราชบัญญัติตามผลการศึกษาและวิเคราะห์เป็น ๔ กลุ่ม ประกอบด้วย ๑) พระราชบัญญัติ ที่มีความส�ำคัญและจ�ำเป็นต้องเสนอปรับปรุงอย่างเร่งด่วน จ�ำนวน ๗ ฉบับ ๒) พระราชบัญญัติที่ควรติดตามผลักดัน การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เร่งรัดกฎหมายล�ำดับรองและการปฏิบัติงานตามขั้นตอน จ�ำนวน ๑๑ ฉบับ ๓) พระราชบัญญัติ ที่ไม่มีปัญหาข้อกฎหมายที่ส�ำคัญแต่ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ จ�ำนวน ๒๒ ฉบับ และ ๔) พระราชบัญญัติอื่น ๆ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระราชบัญญัติที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการยกเลิกเนื่องจาก กฎหมายล้าสมัยไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ และร่างพระราชบัญญัติที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้ตราขึ้นใหม่ จ�ำนวน ๕ ฉบับ ในการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ มีข้อเสนอแนะเพื่อน�ำไปสู่แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในการบังคับใช้กฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ ๑. การเร่งทบทวนความจ�ำเป็นและความเหมาะสมของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบพร้อมทั้งก�ำหนดแผนงาน ตามระยะเวลาหรือล�ำดับความส�ำคัญจ�ำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย การยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหา ไม่จ�ำเป็นหรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีทิศทางหรือระยะเวลาด�ำเนินการที่ชัดเจน ๒. การให้ความส�ำคัญกับการติดตามเร่งรัดการออกกฎหมายล�ำดับรองของพระราชบัญญัติทุกฉบับให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่ก�ำหนดหรือภายในกรอบระยะเวลาที่ได้รับความเห็นชอบให้ขยายจากคณะรัฐมนตรี ๓. การเร่งรัด ผลักดัน ก�ำกับดูแลและติดตามผลการด�ำเนินการของหน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย การเสนอกฎหมายใหม่หรือการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายตามพระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างสูงสุด ๔. พิจารณาทบทวนกฎหมายในความรับผิดชอบ เพื่อให้กฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์สอดคล้องและ เหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงให้มีความทันสมัย ๕. ประสานงานและบูรณาการกับหน่วยงานผู้รักษาการร่วมตามกฎหมายพระราชบัญญัติ เพื่อร่วมกันบูรณาการ ก�ำหนดกลไกและทิศทางการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล สอดคล้องตามหลักการและ เหตุผลของพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ


ส่วนที่ 4 91 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา มีหน้าที่และอ�ำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระท�ำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการคมนาคม ทั้งการจราจรทางบก ทางน�้ำ ทางอากาศ ทางอวกาศ การขนส่งมวลชน การขนส่งสินค้า การพาณิชยนาวี โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมไทยเชื่อมโลก พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่อยู่ในหน้าที่และอ�ำนาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หน้าที่และอ�ำนาจ รายชื่อสมาชิกวุฒิสภาในคณะกรรมาธิการ ๑. พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. พลโท จเรศักณิ์อานุภาพ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. นายก�ำพล เลิศเกียรติด�ำรงค์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕. นายวิรัตน์เกสสมบูรณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ๖. นางจิรดา สงฆ์ประชา เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๗. นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ ๘. นายซากีย์พิทักษ์คุมพล โฆษกคณะกรรมาธิการ ๙. หม่อมหลวงสกุล มาลากุล รองโฆษกคณะกรรมาธิการ ๑๐. พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๑. นายอุปกิต ปาจรียางกูร ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๒. นายสุรสิทธิ์ตรีทอง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๓. นายอมร นิลเปรม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๔. นายเกียว แก้วสุทอ กรรมาธิการ ๑๕. พลเอก สมศักดิ์นิลบรรเจิดกุล กรรมาธิการ ๑๖. นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล กรรมาธิการ ๑๗. พลเอก เทพพงศ์ทิพยจันทร์ กรรมาธิการ ๑๘. พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ กรรมาธิการ ๑๙. นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ กรรมาธิการ


ส่วนที่ 4 92 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา ๗๓ ครั้ง ๓ ครั้ง ๑๓๗ ครั้ง ๑๘ เรื่อง ๑๓๑ เรื่อง ๕๒๖ ครั้ง ๔ เรื่อง สถิติการประชุม สถิติผลการด�ำเนินงาน สถิติการจัดเสวนา/สัมมนา สถิติการเดินทางไปศึกษาดูงาน • คณะกรรมาธิการ • คณะอนุกรรมาธิการ • เรื่องที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมวุฒิสภา • ในประเทศ • ต่างประเทศ • เรื่องที่พิจารณาศึกษาเสร็จแล้ว • เรื่องร้องเรียน • จัดสัมมนา/เสวนา ๘ ครั้ง ๑. คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางบกและทางราง เพื่อท�ำหน้าที่พิจารณาศึกษา ติดตาม แนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางบกและทางรางของประเทศให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ ๒. คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางน�้ำและการพาณิชยนาวี เพื่อท�ำหน้าที่พิจารณาศึกษา ติดตาม แนวทางการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งทางน�้ำและการพาณิชยนาวีของประเทศให้มีประสิทธิภาพและเกิด ประโยชน์สูงสุดสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ๓. คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ เพื่อท�ำหน้าที่พิจารณาศึกษา ติดตาม แนวทางการพัฒนา ระบบการคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศให้สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์ชาติ ๔. คณะอนุกรรมาธิการด้านโลจิสติกส์ เพื่อท�ำหน้าที่พิจารณาศึกษา ติดตาม แนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ของประเทศให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ สถิติการด�ำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗ คณะอนุกรรมาธิการ


ส่วนที่ 4 93 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา ผลงานเด่นของคณะกรรมาธิการ ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๗ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “รถบรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายก�ำหนด” ความเป็นมาของการศึกษา ปัจจุบันประเทศไทยมีถนนจ�ำนวนทั้งสิ้น ๗๐๑,๘๔๗.๑๒ กิโลเมตร อยู่ในความ รับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม จ�ำนวน ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร (กรมทางหลวง ๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร และกรมทางหลวง ชนบท ๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร) และในจ�ำนวน ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรนี้อยู่ในความรับผิดชอบของต�ำรวจทางหลวงเพียง ๑๙,๐๘๗ กิโลเมตร ที่เหลืออีกกว่า ๖๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๖ (๔) ทางหลวงท้องถิ่น เนื่องจากการขนส่งนั้นเป็นธุรกิจที่มีความส�ำคัญและมีการแข่งขันสูง เพื่อให้ได้ก�ำไรจากการรับขนส่งมากขึ้น ผู้ประกอบการ มักหาโอกาสที่จะบรรทุกสินค้าให้มากกว่าพิกัดตามกฎหมาย เพราะยิ่งบรรทุกได้มากย่อมหมายถึงก�ำไรหรือประโยชน์ ทางการค้าที่มากขึ้น ทั้งนี้ การบรรทุกหนักย่อมท�ำให้ถนนและสะพานได้รับความเสียหาย ช�ำรุด ทรุดโทรม อันน�ำไปสู่การสูญเสีย งบประมาณจ�ำนวนเป็นหมื่นล้านบาทในแต่ละปีเพื่อซ่อมบ�ำรุงถนน รายงานการพิจารณาศึกษานี้ จึงสนใจการน�ำระบบ เครื่องชั่งที่สามารถชั่งน�้ำหนักได้ในขณะรถวิ่ง (Weigh In Motion System ; WIM) มาใช้ในการแก้ปัญหารถบรรทุก น�้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายก�ำหนด และเพื่อเป็นการน�ำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาอ�ำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ของการศึกษา (๑) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมาย ก�ำหนดของรถบรรทุก (๒) เพื่อศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่ก�ำหนด และ (๓) เพื่อศึกษา การพัฒนาเทคโนโลยีระบบเครื่องชั่งที่สามารถชั่งน�้ำหนักได้ในขณะรถวิ่ง (Weigh In Motion System ; WIM) เพื่อใช้ ส�ำหรับการตรวจจับน�้ำหนักของรถบรรทุกที่บรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายก�ำหนด ผลการศึกษา จากการพิจารณาศึกษารายงานดังกล่าว ท�ำให้คณะท�ำงานพบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจาก การบรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายก�ำหนดของรถบรรทุก เช่น ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ผลกระทบทางอุตสาหกรรม การขนส่ง อุบัติเหตุบนท้องถนน และการบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น ทั้งนี้ จากสภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เกิดการพัฒนา เทคโนโลยีระบบเครื่องชั่งที่สามารถชั่งน�้ำหนักได้ในขณะรถวิ่ง (Weigh In Motion System ; WIM) เพื่อใช้ส�ำหรับ การตรวจจับน�้ำหนักของรถบรรทุกที่บรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายก�ำหนด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจสอบ น�้ำหนักยานพาหนะ โดยท�ำการติดตั้งบนถนน อีกทั้งยังสามารถติดตั้งที่ยานพาหนะเพื่อใช้ในการวัดจัดเก็บและให้ข้อมูล เกี่ยวกับการไหลของการจราจร ในขณะที่ยานพาหนะก�ำลังเคลื่อนที่อยู่บนถนน แต่การติดตั้งบนถนนนั้นมีความ คลาดเคลื่อนสูง นอกจากนี้ ยังมีระบบที่น�ำมาใช้กับรถบรรทุก คือ ระบบระบุต�ำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System : GPS) ๑.


ส่วนที่ 4 94 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา กรณีเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ เรื่อง ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการก�ำหนดราคา อสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นและเงินทดแทน เพื่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๔ ในท้องที่ต�ำบลสามโคก อ�ำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ด้วยคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้รับเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้แทนประชาชนผู้ได้รับ ผลกระทบจากการเวนคืน บ้านตองเปรอะ ต�ำบลสามโคก จังหวัดปทุมธานี กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในการก�ำหนด ราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้น และเงินทดแทน เพื่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๔ ในท้องที่ต�ำบลสามโคก อ�ำเภอ สามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ได้รับ ผลกระทบ จึงมีหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมที่ดิน และผู้แทนประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมประชุม เพื่อขี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริง และร่วมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ร้องเรียน เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบ ในการพิจารณาและได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงรอบด้าน ที่ประชุมเห็นควรเดินทางไปศึกษาสภาพพื้นที่ตามประเด็น ข้อร้องเรียน และร่วมประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ณ ที่ว่าการอ�ำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ในวันอังคารที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ นายอ�ำเภอ ปลัดอ�ำเภอ และผู้แทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมพิจารณาหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้พิจารณาปรับการก�ำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้น และเงินค่าทดแทนใหม่ โดยทางจังหวัดปทุมธานี ได้มีค�ำสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในการก�ำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นและเงินค่าทดแทน ตามที่กลุ่มผู้เสียหาย เรียกร้องให้เป็นราคาตารางวาละ ๘๘,๕๐๐ บาท โดยจังหวัดปทุมธานี ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ปท ๐๐๑๗ ๑/๑๒๘๐ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เรื่อง การติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณีไม่ได้ รับความเป็นธรรมในการก�ำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นและเงินทดแทน โดยส่งส�ำเนารายงานการประชุม คณะกรรมการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา และกระทรวงคมนาคม ทราบ ๒.


ส่วนที่ 4 95 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา จากรายงานความคืบหน้าของการพิจารณาเงินค่าทดแทนดังกล่าว เพื่อให้ได้รับทราบขั้นตอนการด�ำเนินงาน ของหน่วงงาน และพิจารณาความเป็นไปได้ในการเพิ่มเงินค่าทดแทน คณะกรรมาธิการจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ร้องเรียนอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทน กรมทางหลวง ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้แทนกรมธนารักษ์ และผู้แทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมประชุม สรุปได้ว่า เนื่องจากการก�ำหนดค่าทดแทนที่ดินนั้น มีขั้นตอนและกฎเกณฑ์ที่จะน�ำมาพิจารณาชัดเจน ซึ่งข้อมูลราคาซื้อขาย ตามกฎกระทรวงก�ำหนดราคาเบื้องต้น ส�ำหรับที่ดินที่เวนคืน พ.ศ. ๒๕๖๔ ก�ำหนดนั้น เป็นข้อมูลที่ส�ำคัญในการพิจารณา ก�ำหนดราคาค่าทดแทนต้องพิจารณาในภาพรวมของทั้งสายทาง และต้องเป็นราคาซื้อขายฯ ที่จดทะเบียนไว้กับ ส�ำนักงานที่ดินในวันหรือก่อนวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาย้อนหลังไม่เกิน ๒ ปี และต้องมีสภาพท�ำเลที่ตั้ง การใช้ประโยชน์ ในลักษณะเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน และอยู่ในรัศมีไม่เกิน ๒ กิโลเมตรจากที่ดินที่เวนคืน ซึ่งกระทรวงคมนาคม ได้ด�ำเนินการขอรายละเอียดเกี่ยวกับราคาซื้อชายที่ดินในบริเวณโครงการนี้ไปยังส�ำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี และจัดส่งให้กรมทางหลวง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการเวนคืนเพื่อก่อสร้างสายทางนี้ เพื่อใช้เป็นข้อเท็จจริงในการพิจารณา ทบทวนราคาใหม่ ตามมาตรา ๒๑ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการพิจารณา คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้ขอให้กระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง น�ำข้อมูลของคณะกรรมการติดตามความคืบหน้าฯ และข้อเท็จจริงอื่น ๆ ไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการด�ำเนินการพิจารณา ทบทวนราคาค่าทดแทนให้กับผู้ถูกเวนคืนในภาพรวมของทั้งโครงการตามขั้นตอนที่กฎหมายก�ำหนด ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการ ได้มีการติดตามความคืบหน้าและได้รับทราบว่า กระทรวงคมนาคม ได้น�ำข้อมูลจากการเข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ ร่วมกับคณะกรรมาธิการมาพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลราคาซื้อขาย จากส�ำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานีแล้ว พบว่า ส�ำเนาโฉนดที่ดินจ�ำนวน ๔๐๑ แปลง นั้น ข้อมูลราคาซื้อขายที่ดินบางแปลงไม่มีสัญญาซื้อขายหรือที่ดินบางแปลง ที่มีการซื้อขายพร้อมสิ่งปลูกสร้าง แต่ไม่มีรายละเอียดการประเมินราคาสิ่งปลูกสร้าง จึงไม่สามารถค�ำนวณหาราคา ซื้อขายที่ดินได้ ประกอบกับมีข้อมูลราคาซื้อขายซ�้ำกันหลายแปลง และข้อมูลราคาซื้อขายที่ดินบางแปลงไม่เข้าหลักเกณฑ์ ของกฎหมาย เนื่องจากเป็นราคาที่มีการซื้อขายหลังพระราชกฤษฎีกาประกาศใช้บังคับ มีเพียงข้อมูลราคาซื้อขายที่ดิน ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่พร้อมน�ำมาประกอบการพิจารณา จ�ำนวน ๓๑๓ แปลง ซึ่งถือว่าเป็นจ�ำนวนข้อมูล ตัวแทนราคาซื้อขายที่มากพอสมควร ที่จะน�ำมาประกอบการพิจารณาก�ำหนดค่าทดแทนที่ดินให้กับผู้อุทธรณ์ ในโครงการนี้แล้ว ปัจจุบัน (เมษายน ๒๕๖๗) มีผู้อุทธรณ์ค่าทดแทนตามโครงการนี้ จ�ำนวน ๖๔ ราย ซึ่งคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ฯ ได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว จ�ำนวน ๓๐ ราย โดยกระทรวงคมนาคม ได้จัดส่งข้อมูลราคาซื้อขายฯ ที่จดทะเบียนไว้กับส�ำนักงานที่ดิน ก่อนวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาย้อนหลังไม่เกิน ๒ ปี และอยู่ในรัศมีไม่เกิน ๒ กิโลเมตรจากที่ดินที่เวนคืนในโครงการนี้ จ�ำนวน ๓๑๓ แปลง ให้กรมทางหลวงใช้เป็นข้อมูลประกอบการด�ำเนินการ พิจารณาทบทวนราคาค่าทดแทนให้กับผู้ถูกเวนคืนในภาพรวมของทั้งโครงการตามขั้นตอนที่กฎหมายก�ำหนดต่อไป และหากผู้ได้รับผลกระทบรายใดเห็นว่า การก�ำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์และเงินทดแทนที่จะได้รับไม่เป็นธรรม ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถอุทธรณ์ต่อกระทรวงคมนาคม และใช้สิทธิทางศาลปกครองได้ต่อไป


ส่วนที่ 4 9 6 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา การเดินทางไปศึกษาดูงาน ปัญหาอุปสรรคในเส้นทาง ทล.๑๐๙๕ เชียงใหม่ - ปาย - แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเส้นทาง ทล.๑๐๙๕ เชียงใหม่ - ปาย - แม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ลาดชันเขา เป็นเส้นทางหลักในการท่องเที่ยว จากเชียงใหม่ถึงอ�ำเภอปาย - แม่ฮ่องสอน ซึ่งมักเกิดอุบัติเหตุในเส้นทางที่ขึ้นไปบ้านรักไทย เส้นทาง มส.๔๐๐๑ แยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕ - บ้านรักไทย อ�ำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อุบัติเหตุเสียชีวิตและบาดเจ็บจ�ำนวนมาก คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้รับทราบถึงสภาพปัญหาและมีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาสภาพปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยพบว่า ปัญหาและอุปสรรค เส้นทาง ทล. ๑๐๙๕ ในฤดูฝน เกิดปัญหาดินปิดคันทางและอุดตันท่อระบายน�้ำ โดยแขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอนจะใช้งบประมาณด�ำเนินการปกติ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ในการเข้าด�ำเนินการแก้ไขปัญหา แต่หากเป็นกรณีดินจากภูเขาสไลด์ต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณ มาแก้ไข ซึ่งปัจจุบันมีคันทาง ๘ จุด และได้มีการจัดท�ำแผน ๘ แผน งบประมาณ ๕๓ ล้านบาท สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ บนเส้นทาง ทล ๑๐๙๕ ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เป็นอุบัติเหตุรถตู้ชาวต่างชาติ พบว่ารถไม่มีสภาพพร้อมใช้งาน และการขับขี่ที่ขาดประสบการณ์ในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน ได้มีแผนการด�ำเนินการ ระยะสั้นในการปรับปรุงอุปกรณ์อ�ำนวยความปลอดภัย เช่น ป้ายเตือนแนวทาง ป้ายเตือน และติดตั้งไฟสัญญาณ ไฟกระพริบต่อไป จากการติดตามความคืบหน้าในการด�ำเนินการแก้ไขปัญหาในเส้นทางดังกล่าวของคณะกรรมาธิการ การคมนาคม วุฒิสภา ทราบว่าปัจจุบัน (๒๕๖๗) จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการประสานกรมทางหลวง และกรมทางหลวง ชนบท โดยกระทรวงคมนาคมได้จัดสรรงบประมาณประจ�ำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดท�ำ โครงการขอขยายโค้งอันตรายที่มักเกิดอุบัติเหตุ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับอ�ำนาจหน้าที่ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการขออนุญาตขยายเส้นทาง นอกจากนี้ ได้มีการหารือร่วมกับอธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช และลงพื้นที่ป่าไม้แม่ฮ่องสอน พบว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๙ โดยกรมทางหลวงมีการด�ำเนินการจ้างเหมาออกแบบเส้นทาง ทล. ๑๐๙๕ มีการจ้างที่ปรึกษาออกแบบและด�ำเนินการ การจัดท�ำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามกรอบจะมีการเริ่ม ก่อสร้างในปี ๒๕๖๗ เป็นรูปแบบการขยายไหล่ทางรวม ๑๒ เมตร ซึ่งการด�ำเนินการเกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าของกรมป่าไม้ ๓.


ส่วนที่ 4 97 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยกรมทางหลวง ได้ยื่นขอใช้พื้นที่และส่งข้อมูลตามค�ำแนะน�ำไปยังกรมป่าไม้ กรมอุทยาน แห่งชาติฯ ซึ่งขั้นตอนการด�ำเนินการจะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานในการจ้างที่ปรึกษาในการออกแบบ กรมทางหลวง ได้มีการจ้างที่ปรึกษาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ จบสิ้นการด�ำเนินการปี ๒๕๖๖ แต่เนื่องจากบริษัทที่ได้จ้างเป็นที่ปรึกษาไม่สามารถ เข้าด�ำเนินการในพื้นที่ได้ (มกราคม ๒๕๖๗) กรมทางหลวงจึงได้จัดท�ำเอกสารเพิ่มเติมให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อขออนุญาตเข้าท�ำการศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีหนังสือ ที่ ทส ๑๙๑๐.๕๘๐๙/๔๕๑๗ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๗ อนุญาตให้กรมทางหลวงเข้าไปท�ำการศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ภายใต้ โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาส�ำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๑๑๕๕ ช่วง บ.หนองโค้ง - ต.แม่นะ โดยขอให้พิจารณาความจ�ำเป็นในการขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร และ ค�ำนึงถึงความเหมาะสมของรูปแบบการด�ำเนินโครงการ เนื่องจากถนนบางช่วงมีความเหมาะสมเป็นจุดชมทิวทัศน์ (Vew point) และมีการข้ามไปมาของสัตว์ป่า ตลอดจนแนวทางลดผลกระทบจากโครงการที่จะเกิดขึ้น ขอให้มีการ ออกแบบทางยกระดับ (Eco-bridge or Viaduct) อุโมงค์ทางลอด หรือการจัดท�ำแนวเชื่อมฝืนป่า (Midlife Comidor) ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากสัตว์ป่าข้ามถนน ทั้งนี้ การอนุญาตให้เข้าศึกษาวิจัยดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็น การอนุญาตให้ใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย อุทยานแห่งชาติห้วยน�้ำดัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา - แม่แสะ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่เลา - แม่แสะ เพื่อก่อสร้างทางหลวงดังกล่าวแต่อย่างใด


ส่วนที่ 4 98 ครบรอบ 5 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) สรุปผลงานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา มีหน้าที่และอ�ำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระท�ำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในภาพรวม สถานการณ์เศรษฐกิจ ในประเทศและต่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย รวมทั้งนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐ การเงิน การคลัง การธนาคาร การประกันภัย ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และนโยบายรัฐวิสาหกิจ พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่และอ�ำนาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หน้าที่และอ�ำนาจ รายชื่อสมาชิกวุฒิสภาในคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ ๑. นายสมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. นายลักษณ์วจนานวัช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. นายสมบูรณ์งามลักษณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔. นายปิยพันธุ์นิมมานเหมินท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕. นายสมศักดิ์โชติรัตนะศิริ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ๖. นายกูรดิสถ์จันทร์ศรีชวาลา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า ๗. นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๘. นายจิรชัย มูลทองโร่ย โฆษกคณะกรรมาธิการ ๙. ศาสตราจารย์พิเศษสม จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๐. นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๑. นางประภาศรีสุฉันทบุตร ที่ปรึกษาและกรรมาธิการ ๑๒. นางสาววิบูลย์ลักษณ์ร่วมรักษ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๓. พลเอก สนธยา ศรีเจริญ กรรมาธิการ ๑๔. นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ กรรมาธิการ ๑๕. นางจิรดา สงฆ์ประชา กรรมาธิการ ๑๖. นายวิรัตน์เกสสมบูรณ์ กรรมาธิการ ๑๗. นายอนุพร อรุณรัตน์ กรรมาธิการ ๑. คณะอนุกรรมาธิการด้านการเงิน ๒. คณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง ๓. คณะอนุกรรมาธิการด้านตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย ๔. คณะอนุกรรมาธิการติดตามการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ


Click to View FlipBook Version