Digestive system
M. Todsapon Kositpon
ทำไมสง่ิ มีชวี ติ ตอ้ งกินอำหำร?
• 1.เพือ่ ให้ไดม้ ำซ่งึ พลังงำน
• 2.เพื่อให้ได้อินทรีย์สำรสำหรับ นำมำใช้
สังเครำะหส์ ่วนประกอบ ตำ่ งๆ ของรำ่ งกำย
• 3.เพื่อให้ได้สำรอำหำรที่จำเป็น ต่ำงๆ ที่
รำ่ งกำยสังเครำะห์เองไม่ได้
Food processing
Ingestion (กำรกนิ ) กำรนำอำหำรเขำ้ สู่ร่ำงกำย
Digestion (กำรย่อย) กำรทำใหอ้ ำหำรที่กนิ เข้ำไปมี
ขนำดเล็กลง
Absorption (กำรดูดซมึ ) กำรนำสำรอำหำรโมเลกุล
เล็กเขำ้ สู่เซลล์
Elimination หรอื Egestion (กำรขับออก) กำร
ขับถำ่ ยสำรที่ย่อยไมไ่ ด้ออกเป็นกำกอำหำร
ขั้นตอนของกำรย่อยอำหำร
• กำรย่อยเชิงกล (mechanical digestion)
คือกำรย่อยอำหำรโดยกำรบดหรือเคี้ยว
เพื่อให้อำหำรมีขนำดเล็กลง เช่น ใช้ฟันบด
เคีย้ ว ใชก้ ๋ึน (gizzard) บด
ขั้นตอนของกำรยอ่ ยอำหำร
• กำรยอ่ ยเชิงเคมี (chemical digestion) คือ
กำรย่อยอำหำรโดยใช้น้ำย่อยหรือเอนไซม์
(enzyme) เข้ำช่วยเพื่อให้อำหำรมีโมเลกุล
เลก็ ที่สุด แล้วจึงทำกำรดดู ซึมเข้ำสู่เซลล์ได้
ประเภทของกำรย่อยอำหำร
• ก ำ ร ย่ อ ย ภ ำ ย ใ น เ ซ ล ล์ ( intracellular
digestion) คือกำรที่เซลล์นำอำหำรเข้ำไป
ภำยในจนทำให้เกิดถุงอำหำร (Food
vacuole) แล้วใช้น้ำย่อยย่อยอำหำรในเซลล์
นั้น
ประเภทของกำรยอ่ ยอำหำร
• ก ำ ร ย่ อ ย ภ ำ ย น อ ก เ ซ ล ล์ ( extracellular
digestion) คือ กำรที่เซลล์ขับน้ำย่อยออกมำ
ย่อยอำหำรภำยนอกเซลล์จนกลำยเป็นโมเลกุล
เลก็ ๆ แล้วดูดซึมไปใช้ประโยชน์ตอ่ ไป
รูปแบบของทำงเดินอำหำร
• Incomplete digestive tract ทำงเดิน
อำหำรแบบไม่สมบูรณ์ เป็นทำงเดินอำหำรที่
มีปำกแต่ไม่มีทวำรหนัก หรือมีลักษณะแบบ
ถุง (one-hole-sac) ได้แก่ พวกไฮดรำ
แมงกะพรุน หนอนตัวแบน
รูปแบบของทำงเดนิ อำหำร
• Complete digestive tract ทำงเดินอำหำรแบบ
สมบูรณ์ เป็นทำงเดินอำหำรที่มีทัง้ ปำกและทวำร
หนักหรือมีช่องทำงเข้ำออกคนละทำง หรือ
ทำงเดินอำหำรแบบท่อกลวง (two-hole-tube)
ได้แก่ พวกหนอนตัวกลมจนถึงสัตว์มีกระดูกสัน
หลัง
กำรย่อยอำหำรของ
สิ่งมีชีวติ ชนิดตำ่ งๆ
กำรย่อยอำหำรของรำและแบคทเี รีย
• ปล่อยนำ้ ยอ่ ยออกมำย่อยอำหำรให้มีโมเลกุล
เลก็ ลง แลว้ ดูดซมึ เข้ำไป Extracellular
digestion
• บ ำ ง ช นิ ด ที่ เ ป็ น ป ร สิ ต จ ะ ค อ ย ดู ด ซึ ม
สำรอำหำรที่ผำ่ นกำรย่อยแลว้
กำรยอ่ ยอำหำรของโพรโทซัว
• โพรโตซัวไม่มีอวัยวะทำหน้ำทีย่ ่อยอำหำร
• อำหำรทีม่ ีโมเลกุลเล็ก ใชว้ ิธี Simple diffusion
• อำหำรที่มีโมเลกุลใหญ่จะมีวิธีนำอำหำรเข้ำสู่
เซลล์ต่ำงๆ กัน แต่เมื่อเข้ำสู่เซลล์จะเก็บสะสมไว้
ใน Food vacuole หรือถุงอำหำร ซง่ึ จะถูกย่อย
โดยเอนไซม์จำก Lysosome ให้มีโมเลกุลเล็กลง
แล้วลำเลียงผ่ำนเยื่อ Food vacuole เข้ำไปใน
Cytoplasm เพื่อนำไปใชต้ ่อไป
• กำกอำหำรทีเ่ หลือจะถูกส่งออกไปภำยนอกเซลล์
• Amoeba
• นำอำหำรเข้ำสู่เซลล์
โดยกระบวนกำร
phagocytosis
• สำรที่ย่อยไม่ได้จะถูก
ขั บ อ อ ก จ ำ ก เ ยื่ อ หุ้ ม
เซลล์ โดยแตกทะลุ
ออกทำงเยื่อหุ้มเซลล์
(egestion)
• Paramecium
• ใช้ cilia โบกพัดอำหำรเข้ำสู่ร่องปำก (oral
groove) และอำหำรจะเข้ำสู่ช่องปำก
(cytostome) กลำยเป็น food vacuole
ต่อไป
• กำกอำหำรใน Food vacuole จะเคลื่อนมำที่
บรเิ วณใตร้ ่องปำกเพื่อกำจัดออกทำงชอ่ งเปดิ
(anal pore) ซ่งึ มีตำแหน่งที่แน่นอน
• Euglena
• นำสำรอินทรีย์ผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง
หรือ ใช้ช่องรอบๆ โคน flagellum (Gullet/
Cytopharynx) ซง่ึ มีช่องปำกเปิดอยู่
กำรยอ่ ยอำหำรของสัตวท์ ี่ไม่มีทำงเดินอำหำร
• ฟองน้ำ (sponge) กินอำหำรแบบกรอง ด้วย
กำรจับอนุภำคอำหำรขนำดเล็กที่ปะปนอยู่ในน้ำ
ทะเลโดยเซลล์ Choanocyte โบกนำ้ ผ่ำนเข้ำมำ
และใช้เมือกจับอนุภำคอำหำรนั้น แล้วใช้
กระบวนกำร Phagocytosis จับอำหำรเข้ำเซลล์
พร้อมกับสรำ้ ง Food vacuole จำกนัน้ จะลำเลียง
ไปยังเซลล์ Amoebocyte และทำกำรย่อยและ
ลำเลียงไปยังเซลลอ์ ื่นๆ
กำรยอ่ ยอำหำรของสัตว์ที่มที ำงเดินอำหำรไม่
สมบูรณ์
• ซีเลนเทอเรต (coelenterate) มีช่องภำยใน
ลำตัวที่เรียกว่ำ Gastrovascular cavity ซึ่ง
มีรูเปิดเพียงทำงเดียว รูเปิดนี้ทำหน้ำที่เป็น
ทั้งปำกในกำรกินอำหำร และเปน็ ทวำรหนัก
ในขับของเสีย
• แทนตำเคิล (tentacle) หรือหนวดเล็กๆ ที่มี
เข็มพิษ (nematocyst) จับเหยื่อใส่ปำก
อำหำรจะเข้ำไปในชอ่ งแกสโทรวำสควิ ลำร์
• กำรยอ่ ยอำหำรภำยในเซลล์ โดย Digestive
cell/Nutritive cell จับอำหำรเข้ำเซลล์แล้ว
ย่อยภำยใน
• กำรย่อยอำหำรภำยนอกเซลล์ โดย Gland
cell ซึ่งมีขนำดเล็ก ปล่อยน้ำย่อยออกมำ
ยอ่ ยในช่อง gastrovascular
• พลำนำเรีย (planaria) จับเหยื่อโดยกำรปล่อยเมือก
ออกมำและใช้ลำตัวคลุมลงบนตัวเหยื่อ ทำให้
เคลือ่ นไหวไม่ได้
• จำกนัน้ ใช้งวง (Pharynx) ยืน่ ออกมำดูดของเหลวใน
ตัวเหยื่อเป็นอำหำร หรือกลืนเหยื่อเข้ำไปช่อง
Gastrovascular cavity ที่แตกแขนงทอดยำวไป
ตำมลำตัว (diverticulum)
• เซลล์ต่อมตำมผนังทำงเดินอำหำรจะปล่อยเอนไซม์
ออกมำย่อยอำหำร และช้ินส่วนที่ย่อยแล้วจะมีเซลล์
ที่ผนังทำงเดินอำหำรโอบล้อมอำหำรเข้ำไปย่อย
ภำยในเซลล์ต่อ
• กำกอำหำรที่ย่อยไม่ไดก้ จ็ ะกลับออกมำทำงปำก
• พยำธิใบไม้ (fluke) มีทำงเดินอำหำรคล้ำย พลำ
นำเรีย ลักษณะทำงเดินอำหำรไม่มีก่ิงก้ำนสำขำ
มำก บริเวณส่วนหัวมีอวัยวะดูดเกำะ (oral
sucker) ใช้ดูดเลือดจำกเหยือ่ เขำ้ ปำก
• กำรย่อยแบบมีทั้งแบบภำยนอกเซลล์และแบบ
ภำยในเซลล์
• พยำธิตัวตืด (tape worm) บริเวณส่วนหัวมี
อวัยวะดูดเกำะหลำยอันอยู่รอบๆ ส่วนหัว
เรียกว่ำ sucker ไมม่ ีทำงเดนิ อำหำรจึงต้อง
ดูดซึมสำรอำหำรที่ย่อยแล้วจำกทำงเดิน
อำหำรของผูถ้ ูกอำศัย (host) เข้ำสู่รำ่ งกำย
โดยไม่ต้องยอ่ ย
กำรย่อยอำหำรของสัตวท์ มี่ ที ำงเดินอำหำรสมบรู ณ์
• หนอนตัวกลม (nematode) ทำงเดินอำหำร
ประกอบด้วย ปำก (mouth) คอหอย (pharynx)
มีลักษณะเป็นทอ่ ยำว มีกลำ้ มเนื้อบุผนังหนำมำก
• กำรบีบตัวคลำยตัวของกลำ้ มเนือ้ บุผนังฟำริงซจ์ ะ
ทำให้เกิดแรงดูด อำหำรเคลื่อนเข้ำสู่ลำไส้
(intestine) มีล้ินปิดเปิดระหวำ่ งลำไสก้ ับคอหอย
• กำรย่อยอำหำรและดูดซับอำหำรเกิดขึ้น
ภำยในลำไส้ กำรย่อยอำหำรเป็นกำรย่อย
แบบภำยนอกเซลล์ จำกนั้นขับกำกออกทำง
ทวำรหนัก (anus)
• สำหรับหนอนตัวกลมที่เป็นปรสิต มักจะกิน
เนื้อเยื่อต่ำงๆ หรือกินอำหำรทีย่ ่อยแลว้ ของผู้
ถูกอำศัย
• ไส้เดือนดิน (earth worm) ทำงเดินอำหำร
เร่ิมจำกปำก (mouth) เป็นทำงเข้ำของ
อำหำร เนื่องจำกไส้เดือนดินกินซำกขนำด
เล็ก ปำกจึงไม่มีฟัน อำหำรจะถูกกลืนเข้ำไป
ในปำกด้วยกำรทำงำนของกล้ำมเนื้อที่
แข็งแรงบริเวณคอหอย (pharynx) อำหำร
จึงผ่ำนไปยังกระเพำะพักอำหำร (crop)
ก่อนที่จะถูกส่งไปบดที่กึ๋น (gizzard) ซึ่งมี
กล้ำมเนื้อแขง็ แรง
• เมื่ออำหำรถูกบดแล้วจึงส่งผ่ำนต่อไปยังลำไส้
(intestine) ซึ่งเป็นช่วงทำงเดนิ อำหำรที่มีควำม
ยำวมำกที่สุด มีเอนไซม์ถูกปล่อยออกมำจำก
เซลลบ์ ุผนังลำไส้ สำรที่ได้จำกกำรย่อยแลว้ จะถูก
ดูดซมึ และส่งเข้ำสรู่ ะบบหมุนเวียนเลือด
• สำหรับผนังลำไสท้ ำงด้ำนหลังจะเจริญและบุม๋ เข้ำ
ไปในช่องลำไส้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในกำรย่อยอำหำร
เ กิ ด เ ป็ น ติ่ ง เ นื้ อ ที่ เ รี ย ก ว่ ำ ไ ท โ ฟ ล โ ซ ล
(typhlosole) ส่วนกำกอำหำรจะถูกขับออกมำ
ทำงทวำรหนัก (anus)
• แมลง (insect) ทำงเดินอำหำรคล้ำยกับพวก
แอนเนลดิ แตอ่ วัยวะตำ่ งๆ เปลี่ยนแปลงไปบำ้ ง
• ปำกของแมลง มีหลำยชนิด มักใช้น้ำลำยในกำร
ดูดอำหำร
– ยุงใช้นำ้ ลำยพ่นใสเ่ ลือดเพื่อไม่ให้เลือดแข็งตัว
– ผีเสือ้ ดูดนำ้ หวำนโดยใช้งวง
– แมลงวันปล่อยน้ำลำยออกมำละลำยอำหำรแล้ว
จึงดูดอำหำรเขำ้ ปำก
• จะเห็นได้ว่ำกำรทำให้อำหำรเปลี่ยนสภำพมี
ขนำดเลก็ ลงนัน้ เร่ิมต้นทีป่ ำก
• หำกนำตั๊กแตนมำผ่ำดูทำงเดินอำหำร จะพบว่ำ
ประกอบด้วยปำก(Mouth) ถัดไปเป็นคอหอย
(pharynx) หลอดอำหำร (esophagus) เป็น
ทำงเดินอำหำรที่ค่อยๆ พองออกจนเป็นถุงใหญ่
เรียกว่ำถุงพักอำหำร (crop)
• สอ ง ข้ ำ งข อ งห ล อ ด อ ำห ำ รมี ต่ อม น้ ำล ำ ย
(salivary gland) สีขำว รูปรำ่ งคล้ำยกง่ิ ไม้ สว่ น
ป ล ำ ย ข อ ง ถุ ง พั ก อ ำ ห ำ ร นี้ มี ก ร ะ เ ป ำ ะ แ ข็ ง ๆ
เรียกว่ำโปรเวนตริคูลัส หรือก๋ึน (proventiculus
หรือ gizzard) ภำยในมีฟันเพือ่ ใช้บดอำหำร
• ส่วนที่ต่อกับก๋ึนมีถุงเล็กๆ รูปร่ำงคล้ำยน้ิวมือ 8
ถุง เรียกวำ่ แกสตรกิ ซีกำ (gastric ceca) เชื่อ
กันว่ำทำหน้ำที่สร้ำงน้ำย่อย ช่วงนี้จะต่อกับ
ทำงเดินอำหำรสว่ นกลำง (mid gut)
• ตอนกลำงของลำตัวจะมีอวัยวะกำจัดของเสีย
เรียกว่ำ หลอดมัลพิเกียน (malpighian tubule)
เปน็ เสน้ ฝอยบำงๆ สีเหลืองอยูก่ ันเปน็ กระจุก
• ถัดไปเป็นโคลอน (colon) เป็นสว่ นหนึง่ ของลำไส้
ใหญ่ ส่งกำกอำหำรไปยังไสต้ รง (rectum) แล้ว
จึงเปดิ ออกทีท่ วำรหนัก (anus)
• กุ้ง (Crayfish) ทำงเดินอำหำรแบ่งเป็น 3
ตอน คือ
• ทำงเดินอำหำรตอนหน้ำ (Stomodaeum) ใช้
ปำกซ่ึงมีรยำงค์รอบปำก 3 คู่ ช่วยในกำร
กินเคี้ยวอำหำรและมีต่อมน้ำลำย (Salivary
gland) ทำหน้ำที่สร้ำงน้ำย่อย มีหลอด
อำหำร กระเพำะอำหำร ซ่ึงกระเพำะอำหำร
ของกุ้ง ทำหน้ำที่ 2 อย่ำง คือ เป็นที่พักและ
บดอำหำร
• ทำงเดินอำหำรตอนกลำง (Mesenteron)
เป็นส่วนที่อยู่ถัดจำกกระเพำะอำหำร และมี
ช่องรับน้ำย่อย ทำงเดินอำหำรส่วนนี้จึงทำ
หนำ้ ทีใ่ นกำรยอ่ ยอำหำร
• ทำงเดินอำหำรตอนปลำย(Protodaeum)
เป็นสว่ นที่เรียกว่ำลำไส้ เป็นท่อเล็กๆ พำดไป
ทำงด้ำนหลังของลำตัว และไปเปิดออกที่
ส่วนท้ำยของสว่ นทอ้ งเรียกว่ำ ทวำรหนัก
• นอกจำกนี้ ดำ้ นใต้และด้ำนข้ำงของกระเพำะ
อำหำร มีอวัยวะสรำ้ งน้ำย่อย เรียก ตับ หรือ
มันกุ้ง (Hepatopancreas)
• หอยกำบ มีทำงเดนิ อำหำรเรยี งตำมลำดับดังนี้
• ป ำ ก อ ยู่ ใ ต้ ก ล้ ำ ม เ นื้ อ ยึ ด ฝ ำ ท ำ ง ด้ ำ น หั ว
ประกอบดว้ ยช่องปำกเล็กๆ 2 ข้ำง มีแผ่นเนื้อรูป
สำมเหลี่ยมเรียกว่ำ เลเบียลพัลพ์ (labial palp)
ข้ำงละคู่ โบกพัดอำหำรใสป่ ำก
• หลอดอำหำร – เป็นท่อสั้นๆ ต่อจำกปำก เชื่อม
ไปยังกระเพำะอำหำร
• กระเพำะอำหำร – เป็นถุงเล็กๆ ผนังหนำ ฝังอยู่
ในตับ (digestive gland) ตับสร้ำงน้ำย่อยส่งไป
กระเพำะ
• ลำไส้ – เป็นท่อยำวขดไปขดมำฝังอยู่ภำยในอวัยวะ
สืบพันธุ์ (gonad) ส่วนปลำยวกกลับขึ้นมำข้ำงบน ระดับ
เดียวกับกระเพำะ
• ไส้ตรง – ท่อที่ต่อจำกลำไสเ้ ล็กมีลักษณะเป็นท่อตรงยำวไป
ตำมควำมยำวของลำตัวด้ำนหลัง ผ่ำนเข้ำไปในเพอริคำร์
เดียม และแทงทะลุหัวใจส่วนเวนทรเิ คิล
• ทวำรหนัก – อยู่ส่วนปลำยของไส้ตรงเหนือกล้ำมเนื้อยึด
กำบทำงตอนท้ำยลำตัว เปิดออกตรงช่องน้ำออก
(excurrent siphon)
• อำหำรเป็นจำพวกแพลงก์ตอนพืชและสัตว์เล็กๆที่ไหลมำ
ตำมน้ำ เข้ำทำงช่องน้ำเข้ำ(incurrent siphon) เมื่อ
อำหำรเดินทำงและถูกย่อยจนเหลือแต่กำกอำหำรก็จะ
ออกไปพร้อมน้ำทำงชอ่ งน้ำออก
• ปลำ (Fish) ปลำกินอำหำรหลำกหลำยชนิด
เมื่ออำหำรเข้ำปำกแล้วจะเคลื่อนผ่ำนคอ
หอย หลอดอำหำร กระเพำะอำหำร ไพโลริก
ซีกำ (pyloricceca) ซงึ่ จะพบเฉพำะปลำกิน
เนื้อ จำกนั้นอำหำรเคลื่อนผ่ำนลำไส้ และ
สุดท้ำยกำกอำหำรจะออกมำทำงทวำรหนัก
• กำรย่อยอำหำรจะอำศัยต่อมสรำ้ งน้ำย่อย ที่
ประกอบด้วย ตับ (liver) ซ่ึงมีถุงน้ำดี (gall
bladder) เก็บน้ำดี และตับอ่อน (pancreas)
สร้ำงน้ำยอ่ ย
• นก (Bird) นกกินอำหำรทีม่ ีพลังงำนสูงและ
มีกำรย่อยอำหำรอยำ่ งรวดเรว็
• นกไม่มีฟันและต่อมน้ำลำยเจริญไม่ดี แต่
สำมำรถสร้ำงเมือกสำหรับคลุกเคล้ำอำหำร
และหล่อลืน่
• ล้ินมีต่อมรับรสน้อย คอหอยสั้น หลอดอำหำร
ค่อนข้ำงยำวมีผนังกล้ำมเนื้อตอนปลำย มี
กระเพำะพักอำหำร (crop) ทำหน้ำที่เก็บอำหำร
แล้วนำไปย่อยในกระเพำะอำหำร (stomach
หรือ proventriculus) ซ่ึงสร้ำงน้ำย่อย ถัดไป
เป็นกระเพำะบดหรือก๋ึน (gizzard) มีกล้ำมเนื้อ
หนำ ผนังด้ำนในเป็นสันใชบ้ ดอำหำร
• นอกจำกนี้นกยังมีกำรกลืนก้อนกรวดขนำดเล็ก
เข้ำไปช่วยในกำรบดอำหำร ส่วนถัดไปเป็นลำไส้
เลก็ ลำไสใ้ หญ่และโคลเอกำ