ทำงเดนิ อำหำรของสัตว์เลยี้ งลูกด้วยนม
• แบ่งสิ่งมีชีวิตตำมกำรจัดหำสำรอำหำร เป็น
2 พวก คือ
• Autotroph (auto = self, trophe =
nutrition) พวกที่สร้ำงอำหำรได้เองจำกสำร
อนินทรีย์ ไดแ้ ก่ พืชสีเขียวตำ่ งๆ
• Heterotroph (hetero = other) พวกที่
สร้ำงอำหำรเองไมไ่ ด้ ไดแ้ ก่ สัตวต์ ่ำงๆ
• แบ่ง Heterotroph ตำมลักษณะของอำหำรที่
กิน เปน็ 3 ชนดิ คือ
• Herbivore พวกที่กินพืชเป็นอำหำร เช่น วัว,
ม้ำ, กระตำ่ ย
• Carnivore พวกที่กินเนื้อเป็นอำหำร เช่น
เสือ, แมว
• Omnivore พวกที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็น
อำหำร เชน่ แมลงสำบ, อีกำ และคน
ลักษณะทำงเดินอำหำรของ Herbivore
• ฟันจะมีลักษณะกว้ำงและนูนเป็นสันสำหรับ
บดอำหำร
• ลำไส้เล็กจะยำวสำหรับย่อยอำหำร (พืช) ได้
นำนๆ
ลักษณะทำงเดินอำหำรของ Carnivore
• มีฟันหน้ำ (incisor) และเขี้ยว (canine) ที่
แหลม
• ฟันจะเหมำะสำหรับแทง ฉีก และเคี้ยว
อำหำร
ลักษณะทำงเดินอำหำรของ Omnivore
• ฟันหน้ำสำหรับกัด, ฟันเขีย้ วไว้สำหรับฉีก
• ฟันกรำมหน้ำ (premolar) สำหรับบด
• ฟันกรำมหลัง (molar) สำหรับเค้ยี ว
• ลำไส้เลก็ จะยำวปำนกลำง
สัตว์เคยี้ วเออื้ ง (Ruminants)
• ได้แก่ วัว ควำย แพะ แกะ กวำง แอนทโิ ลป
• มีทำงเดินอำหำรขยำยออกเป็นกระเปำะ 3
กระเปำะ เมื่อรวมกับกระเพำะจริง จึง
นับเปน็ 4 กระเพำะ ประกอบดว้ ย
• รูเมน (rumen) เรียกทัว่ ไปว่ำ ผำ้ ขีร้ ิ้ว
• ภำยในมีแบคทีเรียยอ่ ยสลำยเซลลูโลส แลว้ ทำให้
เป็นก้อนขนำดเลก็ เรียกว่ำ คัด (gud)
• เวลำที่พักอยู่เฉยๆ จะสำรอกคัดกลับมำที่ปำก
เพื่อเคี้ยวตัดเส้นใยพืชให้สั้นลงเรียกว่ำ เคี้ยว
เอื้อง จำกนั้นอำหำรจะผ่ำนไปยังกระเพำะส่วนที่
สอง
• แบคทีเรียสำมำรถสังเครำะห์กรดไขมันจำก
คำร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ และสังเครำะห์
กรดอะมิโนจำกยูเรีย และแอมโมเนียหรือได้
จำกกำรยอ่ ยสลำยโปรตีนจำกพืช
• เรติคิวลัม (reticulum) หรือกระเพำะรวงผง้ึ
• ทำหน้ำที่ย่อยนม เมื่อโค กระบือยังเล็กอยู่
และมีแบคทีเรียเช่นเดียวกับกระเพำะอำหำร
สว่ นแรก
• โอมำซัม (omasum) หรือกระเพำะสำมสิบ
กลีบ
• ทำหน้ำที่ผสมและบดอำหำร นอกจำกนี้ยัง
ดูดซมึ และซับน้ำจำกกระเพำะผำ้ ขี้ริ้วด้วย
• อะโบมำซัม (abomasum) หรือกระเพำะจรงิ
• มีกำรยอ่ ยอำหำรและจุลินทรีย์ไปพรอ้ มๆ กัน
ด้วยน้ำย่อยและเอนไซม์ แล้วจึงส่งอำหำร
ต่อไปยังลำไส้เลก็ เพื่อย่อยให้สมบูรณ์
• เมื่ออำหำรย่อยในกระเพำะอำหำรแล้วจะ
ผ่ำนเข้ำสู่ลำไส้เล็กตอนต้น จะมีกำรย่อย
โปรตีนไขมันและแป้งจำกน้ำย่อยของตับ
อ่อนและน้ำดีจำกตับจะช่วยให้ไขมันแตกตัว
และย่อยได้ง่ำยขึ้น ต่อจำกนั้นจึงดูดซึมเข้ำสู่
ระบบหมุนเวียนโลหติ ต่อไป
ระบบทำงเดินอำหำรของมนุษย์
• อำหำรที่รับประทำนเข้ำไปจะผ่ำนเข้ำไปในส่วน
ตำ่ งๆ ของทำงเดนิ อำหำร ซึ่งประกอบดว้ ย
• ส่วนที่เป็นทำงเดินอำหำร (Digestive Tract)
ประกอบด้วย ปำก(Mouth) คอหอย(Pharynx)
หลอดอำหำร (Esophagus) กระเพำะอำหำร
(Stomach) ลำไส้เล็ก (Small intestine) ลำไส้
ใหญ่ (Large intestine) และทวำรหนัก (Anus)
• ส่วนที่จำเป็นต่อกำรทำงำนของระบบ
ทำงเดินอำหำร (Associated glandular
organs) ได้แก่ ต่อมน้ำลำย (Salivary
gland) ตับ (Liver) ถุงนำ้ ดี (Gallbladder)
และตับออ่ น (Pancreas)
ชอ่ งปำกและกำรย่อย
• โครงสร้ำงชอ่ งปำกของมนุษย์ประกอบดว้ ย
• ริมฝีปำก (Lip) พบเฉพำะสัตว์เลี้ยงลูกด้วย
นม ใช้เป็นที่อยู่ของอำหำรตอนกำลังเคี้ยว
อำหำร ริมฝีปำกประกอบด้วยกล้ำมเนื้อที่
เคลื่อนไหวไปมำได้
• ช่องแก้ม (Buccal cavity) สว่ นที่ถัดจำกริม
ฝปี ำก อยู่ระหว่ำงฟันกับแกม้ มตี อ่ มทีบ่ รเิ วณ
เยื่อบุข้ำงแก้มจำนวนมำก ประกอบดว้ ยต่อม
นำ้ ลำย (Salivary gland)
• โพรงปำก (Oral cavity) อยู่ภำยในอุ้งฟัน
จนถึงเขตบริเวณลิ้นไก่ (Uvula)
• ส่วนบนตอนหน้ำของโพรงปำกเป็นเพดำน
แข็ง (Hard palate) และทำงส่วนท้ำยเป็น
เพดำนอ่อน (Soft palate)
• ปลำยสุดของเพดำนอ่อนมีต่อมทอนซิล
(Palatine tonsil) คู่หนึ่งอยู่ในแอ่งเล็กๆ มี
หน้ำที่เป็นกับดักแบคที่เรียในปำกไม่ให้เข้ำ
ไปในทำงเดนิ อำหำรส่วนอื่นๆ
• ลิ้น (Tongue) ใช้เป็นอวัยวะในกำรรับรส
ประกอบด้วยกล้ำมเนื้อเป็นส่วนใหญ่ จึง
เคลื่อนไหวและใช้งำนได้ดี เช่น เป็นส่วน
สำคัญในกำรพูด ช่วยคลุกเคล้ำอำหำรให้กับ
น้ำลำย ช่วยในกำรกลืน เป็นต้น
• ผิวของล้ินประกอบด้วยตุ่มปลำยประสำท
สำหรับรับรสเป็นจำนวนมำก
• ฟัน (Tooth) ทำหน้ำที่บดเคี้ยวอำหำรให้
ละเอียด ฟันแต่ละซี่จะมีสว่ นประกอบดังนี้
• 1) ตัวฟัน Crown: สว่ นทีโ่ ผล่พ้นเหงือก แข็ง
ที่สุด มีสำรเคลือบเรียก enamel ถัดเข้ำไป
เป็น เนื้อฟัน (dentine) ประกอบด้วย
เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และหินปูน ชั้นในเรียก
โพรงฟัน (Pulp cavity) มีเส้นเลือดและ
ปลำยประสำท
• ส่วนประกอบทำงเคมีของสำรเคลือบฟัน
(Enamel) และเนื้อฟัน (Dentin) ของฟันคน
ส่วน ใหญ่เป็น แคล เซียมฟอ สเฟตแล ะ
แคลเซียมฟลูออไรด์ นอกจำกนี้ก็เป็น
แคลเซียมคำร์บอเนต แมกนีเซียมฟอสเฟต
เกลืออืน่ ๆ และอินทรียวัตถุต่ำงๆ
• 2) คอฟัน Neck: ส่วนที่ฝังอยู่ในเหงือก อยู่
ระหว่ำงสำรเคลือบฟันกับ cementum ของ
รำกฟัน
• 3) รำกฟัน Root: ฝังอยู่ในช่องกระดูก
ขำกรรไกร มี cementum หุม้ อยู่ ช่วยยดึ ฟัน
ให้แข็งแรง มี root canal เป็นทำงให้เส้น
เลือดและเสน้ ประสำทเข้ำสู่ฟัน
• สำหรับจำนวนฟัน ในเด็กมี 20 ซี่ (ฟัน
น้ำนม: Temporary teeth) ผู้ใหญม่ ี 32 ซี่
(ฟันแท:้ Permanent teeth) ประกอบด้วย
• ฟันตัด (Incisor) หรือฟันกัด ทำหน้ำที่ตัด
อำหำรหรือกัดอำหำร รูปร่ำงบำงคลำ้ ยลิม่ มี
อยู่ข้ำงละ 2 ซี่ ทั้งส่วนบนและส่วนล่ำง ใน
สัตว์กินพืชฟันบนจะหำยไป กลำยเป็นแผ่น
แขง็ สำหรับสัตวแ์ ทะฟันตัดจะเจรญิ ดีทีส่ ุด
• ฟันฉีก (Canine) หรือฟันเขี้ยว ทำหน้ำที่ฉีก
อำหำรและรักษำทรงมุมปำกไม่ให้บุ๋ม มี
รูปร่ำงแหลม มีข้ำงละ 1 ซี่ ในสัตว์กินเนื้อ
ฟันเขี้ยวจะเจริญดีที่สุด ในสัตว์กินพืชเขี้ยวจะ
ไม่มีหน้ำทีส่ ำคัญ
• ฟันกรำมหน้ำ (Premolar) หรือฟันกรำม
น้อย ทำหน้ำที่บดอำหำร มีข้ำงละ 2 ซี่ ใน
สัตว์กินเนื้อเช่น สุนัข กรำมหน้ำเจริญดี
เทียบเทำ่ กับเขี้ยว
• ฟันกรำมหลัง (Molar) หรือฟันกรำม ทำหนำ้
หน้ำที่บดอำหำรให้ละเอียด มีขนำดใหญ่กว่ำ
ฟันกรำมหน้ำ มีข้ำงละ 3 ซี่ ด้ำนที่สบกัน
ข อ ง ฟั น มี ส ำ ร เ ค ลื อ บ ที่ แ ข็ ง แ ร ง ม ำ ก
โดยเฉพำะในสัตว์กินพืช
• สูตรของฟันคือ I.C.P.M = 2:1:2:3
• ตอ่ มน้ำลำย (Salivary gland) มีอยูใ่ นตำแหน่ง
ตำ่ งๆ ของช่องปำก 3 แห่ง แห่งละคู่ ได้แก่
• ต่อมน้ำลำยใต้กกหู (Parotid glands) อยู่
ด้ำนหน้ำของกกหู มีขนำดใหญ่ที่สุด ปล่อย
น้ำลำยออกมำตำมท่อ Stensen’s duct น้ำลำย
มีลักษณะใส มี enzyme α-amylase สร้ำง
นำ้ ลำยประมำณ 25% จำกน้ำลำยทัง้ หมด
• ถ้ำเกิดกำรติดเชื้อไวรัสจะทำให้อำกำรคำงทูม
(Mumps)
• ต่อมน้ำลำยใต้ขำกรรไกร (submandibular
glands) หรือ Submaxillary glands อยู่ใต้
ขำกรรไกรล่ำง ส่งน้ำลำยออกมำตำมท่อ
Wharton’s duct สร้ำงน้ำลำยชนิดผสม
(serous+mucous saliva) เปน็ น้ำลำยชนิดเหนียว
(Mucous secretion) เพรำะสร้ำงสำรมิวซิน
(Mucin) ซ่ึงมีลักษณะเป็นเมือก สร้ำงน้ำลำย
ประมำณ 70% จำกน้ำลำยทัง้ หมด
• ต่อมน้ำลำยใต้ลิ้น (Subligual glands) อยู่ใต้ล้ิน
ขนำดเล็กที่สุด น้ำลำยมีลักษณะเหนียว มี
เอนไซม์น้อย สร้ำงน้ำลำยประมำณ 5% จำก
น้ำลำยทั้งหมด
• น้ำลำยมี มี pH 6.2-7.4 องค์ประกอบของ
นำ้ ลำย ประกอบดว้ ย
– Organic matter เชน่ Ptyalic, Mucin
– Organic ion เชน่ Na+, K+
– อืน่ ๆ เชน่ IgG, Amino Acid, Glucose และ
Serum proteins บำงชนิด
• ประโยชนข์ องกำรหลั่งน้ำลำย (Salivation)
• ในน้ำลำยมี α-amylase (Ptyalin) ซึ่งสร้ำงจำก Parotid
gland (ในคนและสุกร) ใชย้ ่อยอำหำรพวกแป้ง
• ช่วยคลุกเคล้ำอำหำร ทำให้กลืนง่ำย
• น้ำลำยที่เป็นกรดจะช่วยฆ่ำเชื้อโรคในปำก ช่วยเจือจำง
สำรพษิ และเป็น buffer
• ช่วยระบำยควำมร้อน (Evaporative cooling) ในสุนัขและ
แมว
• ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง ช่วยคลุกเคล้ำอำหำรและเป็นอำหำร
ของ Rumen microbe ช่วยลดควำมเป็นกรด เนื่องจำก
มีไบคำร์บอเนตและ PO43- อยู่มำก มีเอนไซม์ pregastric
esterase หรือ salivary lipase สำหรับย่อยไขมันบำง
ชนดิ
ระบบทำงเดนิ อำหำร
ตัง้ แตห่ ลอดอำหำรถึงลำไสใ้ หญ่
• ระบบทำงเดินอำหำร เป็นระบบเปิดซึ่งตดิ ต่อ
โดยตรงถึงสภำพแวดล้อม สำมำรถแบ่งตำม
โครงสร้ำงได้ 4 ชั้น
• Mucosa อยู่ด้ำนในสุด ติดกับ lumen ในชัน้ นี้
จะมีท่อน้ำเหลืองมำเลีย้ งมำกมำย ตรงกลำง
villi จะเป็น lacteal duct เพือ่ นำไขมันที่ดูด
ซมึ เข้ำสู่ระบบลำเลียงสำรของร่ำงกำย
• Submucosa ประกอบด้วย เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
(connective tissue) เช่น collagen และ
elastic fiber ต่อมตำ่ งๆ เนื้อเยื่อน้ำเหลือง และ
กลุม่ ของเสน้ ประสำท
• Muscular layer ในชั้นนี้ประกอบดว้ ยกล้ำมเนื้อ
เรียบ 2 ชั้น ซ่ึงทำหน้ำที่ในกำรผสมคลุกเคล้ำ
ก้อนอำหำร (Chyme)
• Serosa เป็นชั้นที่อยู่นอกสุดประกอบด้วย
collagen elastic fiber และเซลล์บุผิว ซ่ึงมี
หลอดเลือด หลอดน้ำเหลืองมำเลีย้ ง
คอหอยและหลอดอำหำร
(pharynx and esophagus)
• คอหอย (Pharynx) เป็นชอ่ งตดิ ตอ่ ระหว่ำงรู
จมูก ทอ่ ยูสเตเชียนจำกหูสว่ นกลำง และปำก
กล่องเสียง มีฝำปิดเป็นกระดูกอ่อน เรียกฝำ
ปิดกล่องเสียง (Epiglottis) ปิดกั้นหลอดลม
คอหอย ทำหนำ้ ทเี่ กีย่ วกับกำรกลืนอำหำร