• หลอดอำหำร (esophagus) เป็นท่อกลวง
ขนำดสั้น มีควำมยำวประมำณ 25 cm. ส่วน
ปลำยของหลอดอำหำรเป็นกล้ำมเนื้อหูรูด
ซ่ึงสำมำรถบีบตัวให้หลอดอำหำรปิด เพื่อ
ป้องกันไม่ให้อำหำรที่อยู่ในกระเพำะอำหำร
ไหลย้อนกลับสูห่ ลอดอำหำรอีก
• หลอดอำหำรไม่มีหน้ำที่ในกำรย่อยอำหำร
แต่ทำหน้ำที่เป็นทำงลำเลียงอำหำรไปสู่
กระเพำะอำหำรเทำ่ นั้น
กำรกลนื อำหำร (Swallowing)
• เมื่ออำหำรถูกบดเคี้ยวในปำกแล้วจะเข้ำสู่
ห ล อ ด อ ำ ห ำ ร โ ด ย ก ำ ร ก ลื น ซึ่ ง เ ป็ น
กระบวนกำรดังนี้
• The oral phase เป็นกำรเริ่มตน้ กำรกลืน
ซึ่งอยู่ภำยใต้อำนำจของจิตใจ เมื่ออำหำร
พร้อมที่จะถูกกลืนก็จะถูกม้วนเข้ำไปในคอ
หอย (Pharynx) โดยอำศัยกำรดันของล้ิน
• The pharyngeal phase เร่ิมจำกที่เพดำนออ่ น
(Soft palate) จะปิดทำงติดต่อกับโพรงจมูก
(Nasal cavity) เพื่อไม่ให้อำหำรเข้ำไป และ
เปิดทำงให้อำหำรเคลื่อนเข้ำไปคอหอย จำกนั้น
ฝำปดิ กล่องเสียง (Epiglottis) จะยกปิดหลอดลม
และช่วยให้กล้ำมเนื้อหูรูดตอนบนของหลอด
อำหำรคลำยตัว และขณะที่กล้ำมเนือ้ หูรูดตอนบน
คลำยตัวเพื่อรับอำหำร กล้ำมเนื้อที่ผนังคอหอย
จะหดดันอำหำรเขำ้ ไปในหลอดอำหำรตอนบน
• The esophageal phase เมื่ออำหำรผ่ำนเขำ้
ไปในหลอดอำหำร กล้ำมเนื้อหูรูดของหลอด
อำหำรจะปิด ฝำปิดกล่องเสียงจะเปิด มีกำร
บีบตัวของหลอดอำหำรแบบเพอริสตัลซิส
(Peristalsis)
• ปกติอำหำรจะเคลื่อนผ่ำนหลอดอำหำรถึง
กระเพำะอำหำรใช้เวลำประมำณ 5-10
วินำที ถ้ำอำหำรที่กลืนอยู่ในสภำพเหลวจะ
ทำใหก้ ำรเคลือ่ นที่ผำ่ นหลอดอำหำรเรว็ ขนึ้
กระเพำะอำหำรและกำรยอ่ ย
• กระเพำะอำหำร (Stomach) มีควำมจุ 500-
2,000 cm3 มกี ลำ้ มเนือ้ 3 ชัน้ คือ
• ชั้ น น อ ก เ ป็ น ก ล้ ำ ม เ นื้ อ ต ำ ม ย ำ ว
(longitudinal layer)
• ชั้นกลำงเป็นกล้ำมเนื้อตำมขวำง (circular
layer)
• ชั้นในสุดเป็นกล้ำมเนื้อทแยง (oblique
layer)
• มีเยื่อปกคลุมอีก 1 ชั้น (mucous membrane)
มีกล้ำมเนื้อหูรูด 2 แห่ง คือ ตรงรอยต่อกับ
หลอดอำหำร (cardiac sphincter) และกับ
ลำไส้เล็ก (pyloric sphincter)
• กระเพำะอำหำรแบ่งออกเปน็ 4 สว่ น คือ
• Cardiac region เป็นส่วนใกล้หัวใจและอยู่
ตดิ อยูก่ ับหลอดอำหำร
• Fundus มีขนำดเล็กอยู่เหนือระดับคำรด์ ิแอค
สฟิงเตอร์
• Body เป็นพื้นทสี่ ่วนใหญข่ องกระเพำะอำหำร
• Pylorus หรือ Antrum อยู่ติดกับลำไส้เล็ก
สว่ นตน้
• เมื่อกระเพำะอำหำรยังว่ำงอยู่ ชั้นเยื่อเมือก
(Mucosa) จะพับย่นซ้อนกัน เรียกว่ำ Rugae
เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในกำรขยำยขนำดกระเพำะ
อำหำรเมือ่ อำหำรเข้ำไป
• มีตอ่ มสร้ำงนำ้ ย่อยอำหำร (Gastric gland)
อยู่มำกมำย ต่อมเหล่ำนี้จะมีรูเปิดของท่อ
เรียกว่ำแกสตรกิ พิท (Gastric pit) มำเปิดที่
ผิวชัน้ เยื่อเมือก
• เซลล์ที่สร้ำงน้ำย่อยอำหำรมีหลำยชนิด
ได้แก่
• ชีฟเซลล์ (Chief cell) หรือไซโมเจนกิ เซลล์
(Zymogenic cell) เป็นกลุ่มเซลล์ทีอ่ ยูบ่ ริเวณ
ฐำนของ Tubular gland พบมำกบริเวณ
fundus และ pylorus ทำหน้ำที่สร้ำง
pepsinogen และ prorenin นอกจำกนี้ยัง
หลั่งแกสตรกิ ไลเปส
• พำริเอตัลเซลล์ (Parietal cell) หรือออกซิ
นติกเซลล์ (Oxyntic cell) มี mitochondria
มำก สร้ำงกรดเกลือ (HCl) ที่ช่วยในกำร
เปลี่ยนโพรเอนไซม์ไปเป็นเอนไซม์ และ
สร้ำงอินทรินซิกแฟกเตอร์ (Intrinsic
factor) ทีจ่ ำเปน็ ในกำรดูดซมึ วิตำมนิ B12
• มิวคัสเนคเซลล์ (Mucous neck cell) หรือ
Surface mucous cell ทำหนำ้ ที่สรำ้ งเมือก
(Mucus) มีฤทธ์ิเป็นเบสไปป้องกันชั้นเยื่อ
เมือกของกระเพำะ ไม่ให้เป็นอันตรำยจำก
กรดและน้ำยอ่ ยเพปซิน
• โครมำฟฟิน เซลล์ (Chromaffin cell) หรือ
เ อ น เ ท อ โ ร เ อ น โ ด ไ ค ร น์ เ ซ ล ล์
(Enteroendocrine cells) ทำหน้ำที่หลั่ง
ฮอร์โมนแกสตริน (Gastrin) เซโรโทนิน
(Serotonin) ฮีสตำมีน (Histamine) และโซ
มำโตสเตตนิ (Sematostatin)
• ของเหลวที่เซลล์แต่ละชนิดสร้ำงออกมำ
รวมกันเป็นของเหลวในกระเพำะ เรียก
gastric juice ประกอบไปด้วย น้ำ และ
electrolyte ที่พบ คือ Na+, K+, HCO3-, Cl-,
H+, เอนไซม์ เชน่ Pepsin Renin Gelatinase
Lipase
• ค่ำ pH ประมำณ 1-2
กำรยอ่ ยโปรตีนในกระเพำะอำหำร
• โปรตีนเร่ิมถูกย่อยที่กระเพำะอำหำร โดยมี
proenzyme คือ Pepsinogen หลั่งออกมำ
เจอกับกรดเกลือซ่ึงจะเปลี่ยน Pepsinogen
ที่ไม่สำมำรถทำงำนได้ให้กลำยเป็น Pepsin
ที่ทำงำนได้
• เอนไซม์เพปซินจะสลำยพันธะเฉพำะที่อยู่
ระหว่ำงกรดอะมิโน Tyrosine Phenylalanin
และ Typtophan จนได้โพลีเพปไทดท์ ีเ่ ล็กลง
กำรยอ่ ยนมในทำรก
• สำหรับทำรก เร่ิมแรก Prorenin จะหลั่ง
ออกมำ แล้วเปลี่ยนไปเปน็ Renin เมื่อถูก
กระตุ้นดว้ ย HCl ในกระเพำะอำหำร
• เรนนินทำหนำ้ ที่ยอ่ ยเคซีน (Casein) ซงึ่ เป็น
โปรตีนในน้ำนมแล้วมำรวมกับแคลเซียม
กลำยเป็นพำรำเคซีน (Paracasein) ซ่ึง
ลักษณะเป็นลิ่มๆ ไม่ละลำยน้ำ จำกนั้นจะถูก
เพปซนิ ย่อยตอ่ ไป
• ถึงแมเ้ ซลลบ์ ุผวิ จะถูกทำลำยไปบ้ำง แตก่ ็จะมี
กำรสร้ำงข้ึนทุก 3 วัน ในกรณีที่เป็นแผลใน
กระเพำะอำหำร (Ulcer) ส่วนใหญ่มีสำเหตุ
ม ำ จ ำ ก แ บ ค ที่ เ รี ย ท น ก ร ด ช นิ ด ห นึ่ ง ชื่ อ
Helicobacter pylori และมีอำกำรมำกข้ึน
เมื่อกรดและเอนไซม์เพปซินทำลำยเซลล์เร็ว
มำกจนสร้ำงทดแทนไม่ทัน
ลำไส้เล็ก
• ลำไส้เล็ก (Small intestine) มีลักษณะเป็น
ท่อยำวประมำณ 6-7 เมตร ขดอยู่ในช่อง
ทอ้ ง แบ่งออกเปน็ 3 ส่วน
• Duodenum เป็นลำไส้ส่วนต้นที่ต่อจำกกระเพำะ
อำหำรเป็นท่อโค้งรูปตัวยู ยำวประมำณ 25-30
cm. มีกำรย่อยมำกที่สุด มีกำรดูดซึมบ้ำง มี
น้ำยอ่ ยจำกตับออ่ น และนำ้ ดีจำกตับมำบรเิ วณนี้
• Jejunum ยำวประมำณ 2.5-3 m. มีกำรดูดซึม
อำหำรมำกที่สุด มีกำรย่อยเกิดขึ้นบ้ำง ผนังดำ้ น
ในมี villus มำกที่สดุ
• Ileum เป็นสว่ นสุดท้ำยยำวประมำณ 4 m. มีกำร
ดูดซึมเพียงอย่ำงเดียว
• กำรย่อยเชิงกลในลำไส้เล็กคือ กำรหดตัวเป็น
จังหวะ ช่วยคลุกอำหำร peristalsis ช่วยผลัก
อำหำรเคลือ่ นที่
• กำรย่อยเชิงเคมีในลำไส้เล็กเกี่ยวข้องกับกำร
ทำงำนของตับ ตับอ่อน และผนังลำไส้เล็ก ซ่ึง
หลัง่ สำรออกมำทำงำนรว่ มกัน
• เมื่ออำหำรจำกกระเพำะอำหำรเข้ำสู่ลำไส้
เล็กส่วนดูโอดินัม ดูโอดินัมจะสร้ำงฮอร์โมน
มำกระตุน้ ตับอ่อนให้สรำ้ ง NaHCO3 ซง่ึ มีฤทธ์ิ
เป็นเบสปลอ่ ยออกมำสูด่ ูโอดินัมเพื่อลดควำม
เป็นกรดของอำหำร
ตับออ่ น
• ตับอ่อน (Pancreas) ตับอ่อนตั้งอยู่ด้ำนบน
ซ้ำยของช่องท้อง โดยวำงตัวจำกส่วนโค้ง
ของลำไส้เล็กส่วน duodenum ถึงม้ำม
(spleen) และด้ำนหลังของกระเพำะ
(stomach)
• มีลักษณะคอ่ นขำ้ งแบน มีควำมยำวประมำณ
12 – 15 cm.
• ตับอ่อนทำหน้ำที่เป็น ต่อมมีท่อ (Exocrine
gland) คือกำรสร้ำงน้ำย่อยไปที่ลำไส้เล็กและ
เป็นต่อมไร้ท่อ (Endocrine gland) สร้ำง
ฮอรโ์ มน Insulin และ Glucagon
• เซลล์ที่ทำหน้ำที่ผลิตฮอร์โมนจะรวมกันเป็นกลุ่ม
มีชื่อว่ำ Islets of Langerhans มีปริมำณ 1–3 %
ของเนื้อเยื่อตับอ่อนทัง้ หมด
ตับ
• ตับ (Liver) เป็นอวัยวะสำคัญที่พบในสัตว์ที่มี
กระดูกสันหลังและสัตว์บำงชนดิ
• ในร่ำงกำยมนุษย์ ตับอยู่ในช่องท้องซีกขวำ
ดำ้ นบนใต้กระบังลม
• ตับมีหน้ำที่หลำยอย่ำง เช่น กำรกำจัดพิษใน
metabolites กำรสังเครำะห์โปรตีน และ
ก ำ ร ผ ลิ ต ส ำ ร ชี ว เ ค มี ต่ ำ ง ๆ ที่ จ ำ เ ป็ น ใ น
กระบวนกำรยอ่ ยอำหำร
• หน้ำที่ของตับที่เกี่ยวกับกำรย่อยคือ กำร
สรำ้ งน้ำดี (Bile)
• สร้ำงจำก cholesterol ประกอบด้วย Bile
salt และ bile pigment (bilirubin,
biliverdin)
• หลังจำกสร้ำงแล้วจะถูกเก็บไว้ในถุงน้ำดี
(gall bladder) และสง่ มำตำมท่อ common
bile duct เข้ำสูล่ ำไส้เลก็ สว่ นต้น
• หน้ำที่ของน้ำดี คือทำให้ไขมันแตกตัวเป็น
เม็ดเล็กๆ และรวมกับน้ำยอ่ ย lipase ในรูป
emulsion และยังช่วยดูดซึมวิตำมินทีล่ ะลำย
ในไขมัน (A, D, E, K) อีกดว้ ย
• นำ้ ดี ไม่ใชน่ ำ้ ยอ่ ย เพรำะ?
กำรย่อยโปรตีนทลี่ ำไส้เลก็
• ตับอ่อน สร้ำงโพรเอนไซม์แล้วส่งให้ลำไส้เล็ก
ได้แก่ Trypsinogen, Chymotrypsinogen
และ Procaboxypeptidase เพื่อป้องกันกำร
ย่อยเซลลข์ องตับออ่ นเอง
• เ มื่ อ เ ข้ ำ สู่ ล ำ ไ ส้ เ ล็ ก ล ำ ไ ส้ เ ล็ ก จ ะ ส ร้ ำ ง
Enterokinase ไป Trypsinogen Trypsin
และ Trypsin จะเปลี่ยน Chymotrypsinogen
Chymotrypsin และเปลี่ยน
Procaboxypeptidase Carboxypeptidase
ซ่งึ พร้อมจะทำงำนได้
• เมื่อเอนไซม์พร้อมทำงำน จะทำกำรย่อยโปรตีน
Dipeptide โดย
• Endopeptidase สลำยพันธะเปปไทด์ในสำย
โปรตีน เชน่ trypsin, chymotrypsin
• Exopeptidase สลำยพันธะเปปไทด์จำกปลำย
ส ำ ย โ ป ร ตี น เ ช่ น carboxypeptidase,
aminopeptidase (สร้ำงจำกเซลล์ลำไสเ้ ล็ก)
• จำกนั้น เอนไซม์ dipeptidase (สร้ำงจำกเซลล์
ลำไสเ้ ลก็ ) จะยอ่ ย dipeptide amino acid
กำรยอ่ ยคำร์โบไฮเดรตในลำไสเ้ ลก็
• ตับอ่อนสร้ำง Amylase แล้วส่งต่อมำที่ลำไส้
เล็กเพื่อย่อยแปง้ และ Dextrin Maltose
• เซลล์ผนังด้ำนในของส่วนดูโอดินัมจะผลิต
Maltase ย่อย Maltose Glucose
• นอกจำกนี้ผนังลำไส้เล็กยังผลิต Sucrase
ย่อย Sucrose ให้เป็น Glucose, Fructose
และ Lactase ย่อย Lactose ให้เป็น
Glucose, Galactose
กำรยอ่ ยลพิ ิดทลี่ ำไสเ้ ล็ก
• น้ำดีมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ เกลือน้ำดี
(Bile salt) ช่วยให้ไขมันแตกตัวเป็นหยด
ไขมันเล็กๆ และแทรกรวมกับน้ำได้ในรูป
อมิ ัลชัน (Emulsion)
• ตับอ่อนและเซลล์ผนังลำไส้เล็กจะสร้ำง
Lipase ซ่ึงจะย่อยไขมันในรูปอิมัลชันให้เป็น
กรดไขมันและกลีเซอรอล เกลือนำ้ ดีจะถูกดูด
ซมึ ทลี่ ำไส้ใหญ่ เพือ่ ให้ตับนำกลับมำใชใ้ หม่