สิ่งที่ฉันตามหาอยู่ตรงนี้มาตลอด แต่ฉันกลับมองข้ามไป ตอนนี้ฉันเจอแล้วนะ ‘คุณจดหมาย’
เมื่อเช้าวันใหม่มาเยือน ฉันไม่คิดที่จะหนีหรือหลบหน้าเพื่อนๆ อีกต่อไป ฉันมีเรื่องที่ต้องบอก และพูดกับเพื่อนๆ ของฉันอย่างจริงใจ ฉันอยากที่จะขอโทษในสิ่งที่ฉันทำ ลงไป ฉันหวังว่าพวกเขาจะให้อภัยฉัน เมื่อใกล้จะถึงทางเข้าโรงเรียน ฉันกลับสังเกตเห็นกลุ่มคนมากมาย ยืนรอกันอยู่ที่หน้ารั้วโรงเรียน เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ ทำ ให้รับรู้ว่า กลุ่มคนตรงนั้นก็คือเพื่อนๆ ในห้องของฉัน
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดออกไป พวกเขาก็ทำ ในสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อน มันเหนือความคาดหมาย จนใบหน้าของฉันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พวกเขายืนอยู่ต่อหน้าฉันอย่างพร้อมเพียง เหมือนตั้งใจมารอฉัน ฉันอดคิดไม่ได้เลยว่าพวกเขาจะโกรธฉันมากแค่ไหน ถ้าหากฉันจะพูดทุกอย่างออกไป ฉันยอมรับถ้าหากพวกเขาจะไม่ให้อภัย แต่ขอให้ฉันได้พูดออกไปสักนิดก็ยังดี
พวกเขาไม่ได้มีท่าทีที่โกรธหรือเกลียดฉัน พวกเขาแค่จับหมวกของพวกเขาที่สวมอยู่ และถอดออกทีละคน และทีละคน
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนฉันไม่สามารถบรรยายทุกอย่างได้หมด ดวงตาของฉันเต็มไปด้วยประกายของน้ำ ตาที่เริ่มคลอ เมื่อพวกเขากล่าวบางสิ่งออกมา
“พวกเราก็มีบางเรื่องที่ไม่เคยบอกใครเหมือนกัน สำ หรับพวกเราแล้ว ลิตน่ะเป็นคนที่กล้าหาญ ใจดี และพยายามเพื่อที่จะให้ใครสักคนยอมรับ นั่นนับเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเลย ที่ลิตสามารถตอบตัวเองได้ ว่าต้องการอะไร”
“พวกเราก็อยากจะเป็นแบบนั้นได้บ้าง ถึงพวกเราจะไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด แต่พวกเราจะพยายามเรียนรู้ และหาวิธีรับมือไปด้วยกันนะ เพราะลิตเป็นเพื่อนของเรานี่นา”
ในเวลานั้น ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกมากมาย ที่ถาโถมเข้ามา มันไม่ใช่ความรู้สึกแย่แต่อย่างใด มันคือความสุขที่ฉันได้รับรู้ว่าฉันจะไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่อีกแล้ว
พวกเขามอบหลายสิ่งให้กับฉัน ทั้งความกล้าที่จะพูดเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น และการปกปิดความกังวล ฉันกล้าที่จะถอดหมวกสีโปร่งใสนี้ออก เพื่อมองเห็นสิ่งต่างๆ ว่าแท้จริงแล้ว มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คนเราสามารถที่จะกลัวได้ แต่อย่าให้ความกลัวนั้น มาทำ ให้เราเสียโอกาสที่จะได้เห็นสิ่งใหม่ อย่างรอยยิ้มที่สดใส และเสียงหัวเราะ
ถึงแม้ฉันจะไม่ได้อ่านจดหมายฉบับสุดท้ายของคุณจดหมายก็ไม่เป็นไร มันถึงเวลาของฉัน ที่จะทำ เพื่อคนที่คอยเฝ้ามองฉันมาตลอด ฉันกล้าที่จะเขียนเรื่องราวทุกอย่าง และคำ ตอบของฉันเองให้เธอได้รับรู้
พวกเรานั้นต่างเป็นดวงดาวที่ส่องประกาย ด้วยสีสันที่หลากหลายสะท้อนหากัน เพื่อให้ใครสักคนมองเห็นตัวเรา ถึงแม้จะไม่มีแสงประกายในตัวเอง แม้แสงนั้นมันจะน้อยมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าพวกเราอยู่รวมกัน เราก็จะช่วยแบ่งปันสิ่งเหล่านั้น ให้สว่างไสวยิ่งกว่าที่เคยมีมา
พวกเรานั้นต่างก็เหมือนดอกไม้ แม้จะใช้เวลานานมากเพียงใด ก็ขอให้ใช้เวลาเติบโตอย่างสวยงาม และผลิบานอย่างกล้าหาญ
ความเป็นจริงแล้ว เส้นยุกยิกที่คอยบดบัง เป็นเพียงแค่การไม่ยอมรับ ว่าแท้จริงแล้วคำ ตอบทั้งหมด จดหมายที่เขียนตอบเรามาตลอด คนที่คอยให้กำ ลังใจ หรือพยายามช่วยเรามาตลอด คนแรกๆ ที่เรามักมองข้ามไป เราเพียงแค่ต้องยอมรับตัวตนของเรา ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถึงตัวเราในตอนนี้จะทำ ไม่ได้
แต่ถ้าเราโตขึ้น และได้ก้าวเดิน จะต้องทำ ได้อย่างแน่นอน ถึงจะใช้เวลานานสักเท่าไหร่ ถึงแม้คนรอบข้างจะช่วยเธอมากแค่ไหน
“ตัวฉั คนที่ตัดสินใจจะก้ ท้ายที่สุ
ฉันเอง” ก้าวเดินจากตรงนั้น สดก็คือ...
อยากจะเห็นสีสัน และสัมผัสกับความสุขที่แท้จริง ว่าตัวเธอนั้นไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว หวังว่าสักวัน จะมีใครสักคนเห็นเธอ ว่าตัวเธอนั้น ก็พยายามก้าวเดินมาถึงขนาดนี้ได้
ปล่อยให้ความเหงามันเลือนลางออกไป เพราะสักวันจะได้เจอสิ่งที่มาเยียวยาหัวใจ หากวันใดเธออ่อนล้า ไร้เรี่ยวแรงที่จะยืนต่อ เพียงเรียกขอ และเอื้อมมือออกไป
เมื่อใดที่เธอรู้สึกโดดเดี่ยว ขอให้เปิดอ่านจดหมายฉบับนี้ และเธอจะไม่ โดดเดี่ยว อีกต่อไป
“ตัวเธอนั้นมีคนเดียวบนโลก โอบกอดตัวเธอ และอย่าลืมที่จะกล่าวคำ ขอบคุณนะ”
แด่ตัวฉันในวันข้างหน้า ถึงตัวเธอในวันนี้ “ยินดีที่ได้พบกันนะ”