The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชากิจกรรมลูกเสือวิสามัญ1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kasetbangsai, 2022-10-02 23:59:25

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชากิจกรรมลูกเสือวิสามัญ1

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชากิจกรรมลูกเสือวิสามัญ1

รหสั 20000-2001

กิจกรรมลูกเสอื วสิ ามัญ 1 0-2-0

นายวสุภทั ร กลุ เมอื ง

รหัส 20000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามัญ 1 0-2-0

หลักสูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพชั้นสูง พทุ ธศักราช 2556
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ

หมวดวิชากจิ กรรมเสริมหลกั สูตร

คานา

พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ไดป้ ระกาศใช้ต้ังแต่เดือนสิงหาคม 2542 เป็นตน้ มา ได้เน้น
ใหค้ รู-อาจารย์และผู้เก่ียวขอ้ งท้ังหลายจัดการเรยี นการสอนโดยเน้นผูเ้ รียนสาคัญที่สดุ ซ่ึงกจิ กรรมการเรียนการสอนที่จัด
ควรมีลกั ษณะสาคญั ดังน้ี

1. ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรจู้ ากการปฏิบตั ิจริง
2. ผูเ้ รยี นมีโอกาสเลอื กเรยี นรูใ้ นสิ่งทตี่ นถนัดและสนใจ
3. ผเู้ รยี นไดม้ โี อกาสแสวงหาความรู้และสร้างองคค์ วามร้ดู ว้ ยตวั เอง
4. ผเู้ รียนได้มีโอกาสทจี่ ะนาความรไู้ ปปฏิบตั ใิ ช้จรงิ ในชวี ิตประจาวนั
5. ผูเ้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการประเมนิ ผลการเรียนรู้ของตนเอง

บริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จากัด ได้ตระหนักถึงภารกิจของครูอาจารย์ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้
สอดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ ด้วยการบูรณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง
ประสงคไ์ ว้ในรายวิชา และในการคิดกิจกรรมท่ีจะส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
ให้เปน็ รูปธรรม จึงได้จัดทาส่ิงอานวยความสะดวกให้แก่ครูอาจารย์เป็น คู่มือครู เพ่ือประกอบหนังสือเรียนวิชา กิจกรรม
ลูกเสือวิสามัญ 1 0-2-0 รหสั 20000-2001 ซง่ึ ประกอบดว้ ย

 จุดประสงค์รายวชิ า
 สมรรถนะรายวิชา
 ตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร
 กาหนดการสอนทีบ่ รู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 แผนการจดั การเรยี นรู้ทบ่ี ูรณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สารบญั ก

 ตารางวิเคราะห์หนว่ ยการเรยี นร้ตู ามจดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า
หมวดวชิ ากจิ กรรมเสริมหลักสูตร 1
17
 กาหนดการสอนท่บี รู ณาการคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 27
 แผนการจัดการเรียนร้ทู ่บี ูรณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 34
43
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 1 51
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 2 59
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 3 66
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 4 73
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการที่ 5 81
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 6 83
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 7 91
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 8 99
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 9 108
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 10 118
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 11 126
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 12 134
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 13 142
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการที่ 14 145
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 15
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 16 146
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 17 147
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 18 148
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้ 149
ภาคผนวก
150
ก ตัวอย่างแบบประเมนิ ดว้ ยแฟม้ สะสมผลงาน (Portfolio) 151
ข ตัวอย่างแบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านรายบคุ คล 152
ค ตัวอยา่ งแบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
ง ตวั อยา่ งแบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
จ ตวั อยา่ งแบบรวมคะแนนการประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม

และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ฉ ตัวอยา่ งแบบสรปุ ผลการประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ซ. วิธกี ารใชแ้ บบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์





ลกั ษณะรายวชิ า

รหสั 20000-2001 วชิ า วชิ ากจิ กรรมลกู เสือวสิ ามญั 1 ชัว่ โมง
หน่วยกติ 0-2-0 เวลาเรียนตอ่ ภาค 36 ชัว่ โมง

รายวิชาตามหลักสูตร สมรรถนะรายวชิ า*

กิจกรรมเสรมิ หลักสูตรตามหลกั เกณฑก์ ารใชห้ ลกั สตู ร 1. ปฏิบัติตนตามระเบียบวินัย คาปฏิญาณ

ประกาศนียบตั รวิชาชีพ พทุ ธศกั ราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. กฎ และระเบียบข้อบังคับของลูกเสือ

2546 ) ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา วสิ ามัญ

สถานศกึ ษาตอ้ งจัดให้มกี ิจกรรมเพ่ือปลกู ฝงั คุณธรรม 2 วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทักษะทาง

จริยธรรม ค่านิยม รู้ระเบียบวินัยของตนเองและส่งเสริมการ ลูกเสือ

ทางาน ใช้กระบวนการกลุ่มในการทาประโยชน์ต่อชุมชน 3 บาเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและท้องถ่ินใน

ท ะ นุ บ า รุ ง ข น บ ธ ร ร ม เ นี ย ม ป ร ะ เ พ ณี อั น ดี ง า ม สถานการณต์ ่างๆ

โดยการวางแผน ลงมือปฏิบัติ ประเมินผล และปรับปรุงการ 4 ใชก้ ระบวนการกลุ่มในการปฏิบัตกิ จิ กรรม

ทางาน ลกู เสือวิสามัญ

จดุ ประสงคร์ ายวิชา รวม 36

1. เข้าใจหลกั การและกระบวนการของกจิ กรรมลูกเสอื วิสามัญ

2 สามารถปฏิบตั ิตนตามระเบยี บขอ้ บังคับ คาปฏิญาณ และกฎ
ของลูกเสือวิสามัญ มีทักษะทางลูกเสือและมีส่วนร่วมใน

กิจกรรมของลกู เสือวิสามัญ

3 มีเจตคติและกิจนิสัยในการทางานด้วยความรับผิดชอบต่อ

ตนเอง ผู้อืน่ และสงั คมมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม ความคิด

รเิ รม่ิ สร้างสรรค์ และสามารถทางานร่วมกบั ผ้อู นื่

คาอธบิ ายรายวชิ า

ปฏิบัติเก่ียวกับกิจกรรมของลูกเสือวิสามัญ ขบวนการและ

พิธีการต่างๆ ของลูกเสือวิสามัญ การปฏิบัติตนตามคาปฏิญานกฎ

ระเบียบวินัยของลูกเสือวิสามัญ กิจกรรมทักษะทางลูกเสือการใช้

กระบวนการกลุ่มในการปฏิบัติกิจกรรมและทาประโยชน์ต่อชุมชน
และทอ้ งถน่ิ



ตารางวเิ คราะหห์ ลักสตู ร

รหัส 20000-2001 0-2-0 วิชา กิจกรรมลูกเสอื วิสามัญ 1
ช้ัน ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี หมวดวิชา กิจกรรมเสริมหลักสูตร

พฤติกรรม พุทธพิ ิสยั (40%)

ชือ่ หนว่ ย ความ ู้ร
ความเ ้ขาใจ
การนาไปใ ้ช
การวิเคราะห์
การสังเคราะห์
การประเ ิมนค่า
ทักษะพิ ัสย(30%)
ิจตพิสัย(30%)
รวม
ลา ัดบความสาคัญ
จานวน ่ัชวโมง

1.การปฐมนเิ ทศ 1 11 22 752
2.ประวตั กิ ารลกู เสือโลกและการลกู เสือไทย

3.กจิ การของคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ .5 .5 .5 1 1 3.5 7 2

4.ประวัติการลูกเสอื วิสามัญ .5 .5 .5 1 1 3.5 7 2

5.บทบาทของนายหมลู่ ูกเสอื วสิ ามญั .5 .5 .5 .5 11 462

6.ระเบยี บแถว 1 .5 1 .1 .5 22 752

7.คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือ 1 .5 1 .5 22 752

8.พิธีการลกู เสือวสิ ามญั 1 1 1 .5 3 3 9.5 2 4

9.ระเบียบแถว 2 1 1 .5 .5 22 752

10.เงื่อนเชอื ก 1 111 3 4 10 1 4

11.แผนที่ 1 1 1 .5 3 2 8.5 3 2

12.เขม็ ทิศและการหาทิศ 1 1 1 .5 2 2 7.5 4 2

13.กจิ กรรมและอปุ กรณ์การอยู่คา่ ยพักแรม .5 .5 1 .5 3 3 8.5 3 2

14.การเดินทางไกล 1 1 1 .5 2 2 7.5 4 2

15.การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมบกุ เบิกและผจญภยั .5 .5 1 .5 3 3 8.5 3 2

สอบกลางภาค 2

สอบปลายภาค 2

รวม 11 11 12 6 30 30 100 36

ลาดับความสาคญั 3 324 11

หมายเหต.ุ - การสอบปลายภาคเรยี นสาหรับรายวิชานีอ้ าจจะมหี รอื ไม่ก็ได้ ข้ึนอยู่กบั อาจารย์ผูส้ อน



กาหนดการสอนที่บูรณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

วิชา รหสั 20000-2001 วชิ า กจิ กรรมลกู เสอื วิสามญั 1 0-2-0

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย/สาระสาคัญ สปั ดาห์ ช่วั โมง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
ที่ ท่ี ที่ และคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์

1 การปฐมนิเทศ 1 1 25 จ
1.จดุ ประสงคข์ องการฝกึ อบรมวิชา 1. ชแี้ จงจดุ ประสงคข์ องการฝกึ อบรมลกู เสอื
ลกู เสอื วสิ ามญั 2 วิสามญั ได้ ความมมี นษุ ยสมั พันธ์
2.เครอ่ื งแบบลูกเสอื วสิ ามญั 3 2. อธิบายส่วนประกอบของเครือ่ งแบบลกู เสือ ความมีวินยั
3.การจดั แบ่งลูกเสอื เปน็ หมู่ กอง วิสามญั ไดถ้ กู ตอ้ ง ความรบั ผดิ ชอบ
และกล่มุ 3. จดั การแบง่ หมู่ กอง และกลุ่มได้ ความเชอ่ื ม่ันในตนเอง
4.การเปดิ -ปดิ ประชมุ กอง 4. บอกข้ันตอนของการเปดิ -ปดิ ประชมุ กองได้ ความสนใจใฝ่รู้
ความรักสามัคคี
2 ประวัตกิ ารลูกเสอื โลกและการ 2 ความกตัญญกู ตเวที
ลกู เสือไทย 1.บอกประวตั กิ ารลูกเสือโลก และการดาเนนิ งาน
1.ประวัติการลูกเสอื โลก ของคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื โลกได้
-กจิ การลกู เสือโลก 2.บอกประวตั กิ ารลูกเสอื ไทยได้
-การดาเนนิ งานขอคณะ
กรรมการบรหิ ารลูกเสือโลก 3-4
-ความสัมพันธร์ ะหว่างลกู เสือ 1.บอกความเปน็ มาของคณะลกู เสอื แหง่ ชาตไิ ด้
นานาชาติ 2.สรปุ กิจการของคณะลูกเสือแหง่ ชาตไิ ด้
-หลกั การพฒั นาลกู เสอื 3.สรปุ ลักษณะการบรหิ ารกิจการลูกเสือของคณะ
2.ประวัตกิ ารลูกเสือไทย ลกู เสือแห่งชาตไิ ด้

3 กจิ การของคณะลกู เสือแห่งชาติ 5-6
1.ความเป็นมาของคณะลูกเสอื 1.บอกประวัติการกาเนิดลูกเสอื วสิ ามญั โลกได้
แห่งชาติ 2.บอกประวตั กิ ารกาเนิดลกู เสอื วิสามญั ใน
2.กจิ การของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ประเทศไทยได้
3.การบริหารกจิ การลูกเสือของ
คณะลกู เสือแหง่ ชาติ

4. ประวตั กิ ารลูกเสอื วิสามัญ
1.กาเนดิ ลกู เสือวสิ ามญั โลก
2.กาเนดิ ลูกเสือวสิ ามญั ในประเทศ
ไทย

หน่วย ชื่อหนว่ ย/สาระสาคญั สัปดาห์ ชวั่ โมง จุดประสงค์การเรยี นรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
ท่ี ที่ ที่ และคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์

5 บทบาทของนายหมู่ลูกเสือ 4 7-8

วสิ ามัญ 1.บอกความหมายและวัตถปุ ระสงค์ของระบบ

1.ความหมายและวตั ถุประสงคข์ อง หมู่ได้

ระบบหมู่ 2.บอกบทบาทของนายหมู่ลูกเสอื วิสามัญได้

2.บทบาทของนายหมูล่ ูกเสือ 3.แบง่ หน้าท่ภี ายในหมขู่ องตนเองได้

วิสามญั 4.ดาเนินการประชมุ คณะกรรมการกองและ

3.การแบ่งหน้าท่ภี ายในหมู่ หมู่ลกู เสือวสิ ามญั ได้

4.การประชุมคณะกรรมการกอง 5.บอกข้นั ตอนของการวางแผนกาหนดการได้

ลกู เสอื วสิ ามญั

การวางแผนกาหนดการ

6 ระเบยี บแถว 1 5 9-10

1.วัตถุประสงค์ของการฝึกระเบียบ 1.บอกวัตถุประสงคข์ องการฝกึ ระเบยี บแถวได้

แถว 2.บอกการเตรยี มการเพ่ือฝกึ ระเบยี บแถวได้

2.การเตรยี มการฝึกและขั้นตอนท่า 3.ปฏบิ ัติตามการใหส้ ัญญาณมอื ในการเรียก

ทีจ่ ะฝกึ แถวได้ ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
3.สัญญาณมอื ในการเรียกแถว 4.ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บแถวในท่าตา่ งๆ ได้ ความมีวินยั
4.การฝกึ ระเบยี บแถวเป็น ความรบั ผดิ ชอบ
รายบุคคล 6 11-12 ความเชื่อม่ันในตนเอง
7 คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือ ความสนใจใฝร่ ู้

1.คาปฏญิ าณของลูกเสอื 1.กลา่ วคาปฏญิ าณของลกู เสอื ได้ ความรักสามคั คี
2.กฎของลูกเสอื 2.บอกกฎของลกู เสือได้ ความกตญั ญกู ตเวที
3.คติพจน์ของลกู เสอื 3.บอกคติพจนข์ องลกู เสอื ได้

8 พิธีการลกู เสือวสิ ามัญ 7 13-14 1.บอกประโยชนข์ องพิธีการต่างๆ ของลูกเสือ-

1.พิธีรับเป็นเตรยี มลูกเสือ-เนตร เนตรนารีวสิ ามัญ

นารวี ิสามัญ 2.สาธติ พธิ กี ารตา่ งๆ ของลูกเสือ-เนตรนารี

2.พธิ ีสารวจตนเอง วิสามญั ไดถ้ ูกตอ้ ง

3.พธิ เี ข้าประจากองลูกเสือ-เนตร 8 15-16 3.ดาเนินการจดั พิธีการใดพธิ ีการหน่งึ ของ
นารวี สิ ามัญ ลูกเสอื -เนตรนารวี ิสามญั ได้

9 ระเบียบแถว 2 9 17-18

1.การฝกึ เปน็ บคุ คลท่าถือไมง้ า่ ม 1.สามารถจดั ระเบยี บแถวในทา่ ตา่ งๆ ตาม
2.การใชไ้ ม้พลองหรอื ไมง้ ่ามปอ้ งกนั หลักสูตรได้
ตัว 2.สามารถสาธิตการสวนสนามได้
3.การฝกึ ระเบียบแถวเป็นหมู่
4.การศกึ ษาระเบียบแถวของกอง
5.การสวนสนาม



หน่วย สัปดาห์ ชัว่ โมง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ คณุ ธรรม จริยธรรม
ที่ ท่ี ท่ี ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะ
ชอื่ หนว่ ย/สาระสาคญั
อันพงึ ประสงค์

- ทบทวน/สอบกลางภาคเรยี น 10 19-20

10 เง่อื นเชอื ก 11 21-22

1.คณุ สมบัติของเชือกทจ่ี ะนามาใช้ 1.บอกประโยชน์ของเชือกที่มตี ่อกิจกรรมลูกเสือ
ในการทาเงอื่ นเชือก ได้
2.ประโยชนข์ องเงื่อนเชือก 2.ผูกเงื่อนประเภทตา่ งๆ ได้

3.เง่อื นชนิดตา่ งๆ

10 3.เง่ือนชนิดต่างๆ (ตอ่ ) 12 23-24

11 แผนท่ี 13 25-26

1.ความหมายและความสาคญั ของ 1.บอกความหมาย และความสาคญั ของแผนทไี่ ด้

แผนท่ี 2.บอกชนิดของแผนท่ีได้ ความมมี นษุ ยสัมพันธ์
2.ชนิดของแผนที่ 3.อา่ นแผนที่ และหาจุดทีต่ ง้ั ได้ ความมวี นิ ัย
3.องค์ประกอบของแผนที่ 4.บอกประโยชน์ของแผนที่ได้ ความรับผิดชอบ
4.การอา่ นแผนท่ี ความเชื่อมั่นในตนเอง
12 เขม็ ทิศและการหาทศิ 14 27-28 ความสนใจใฝร่ ู้

1.ความหมายและสว่ นประกอบ 1.บอกความหมายและสว่ นประกอบของเขม็ ทิศ ความรกั สามคั คี

ของเขม็ ทศิ ได้ ความกตญั ญกู ตเวที

2.เข็มทิศแบบซิลวา 2.ใชเ้ ขม็ ทิศแบบซลิ วาได้

3.การทาแผนท่ีสังเขปโดยใชเ้ ข็มทศิ 3.ทาแผนทโ่ี ดยสงั เขปจากเขม็ ทศิ ได้

4.วิธกี ารสงั เกตทศิ จากสงิ่ แวดล้อม 4.สงั เกตทศิ จากสิ่งแวดลอ้ มได้

13 กจิ กรรมและอุปกรณก์ ารอยู่ค่าย 15 29-30

พกั แรม 1.ยกตัวอย่างเครื่องใช้สว่ นตัวและเคร่ืองใช้
สว่ นรวมได้
1.เครือ่ งใชส้ ว่ นตวั และเคร่ืองใช้ 2.บอกอปุ กรณส์ าหรบั ใช้ทากิจกรรมตา่ งๆ ได้
สว่ นรวม 3.บอกวิธกี ารก่อไฟ สูทกรรมและสุขาภบิ าลได้
2.อปุ กรณ์สาหรบั ใช้ทากิจกรรม 4.อธิบายการชุมนุมรอบกองไฟได้
ตา่ งๆ
3.การก่อไฟ สทู กรรม และ

สุขาภิบาล

4.การชุมนมุ รอบกองไฟ



หน่วย สัปดาห์ ชว่ั โมง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ คุณธรรม จริยธรรม
ที่ ท่ี ที่ คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะ
ชื่อหนว่ ย/สาระสาคญั
อันพึงประสงค์

14 การเดนิ ทางไกล 16 31-32

1.ความสาคัญและวัตถปุ ระสงคข์ อง 1.บอกความสาคัญและวัตถุประสงค์ของการเดิน

การเดนิ ทางไกลและอย่คู า่ ยพักแรม ทางไกลและการอยู่คา่ ยพักแรมได้

2.หลกั ของการเดนิ ทางไกลและอยู่ 2.สรปุ หลักการเดนิ ทางไกลและการอย่คู า่ ยพัก

ค่ายพักแรม แรมได้

3.ข้ันตอนของการเดินทางไกล 3.บอกข้ันตอนของการเดินทางไกลได้
4.การจัดตั้งค่ายพกั แรมและการอยู่ 4.บอกลกั ษณะของการจดั ต้งั ค่ายพกั แรมและ
คา่ ยพกั แรม
การอยู่คา่ ยพกั แรมได้
5.ความปลอดภัยในการเดิน
5.อธิบายถึงการรกั ษาความปลอดภยั ในการเดิน
ทางไกลและอยคู่ า่ ยพักแรม 17 ความมีมนุษยสัมพันธ์
ทางไกลและการอยคู่ ่ายพกั แรมได้ ความมีวนิ ยั
15 การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมบกุ เบกิ และ 33-34 ความรบั ผดิ ชอบ
ผจญภยั
ความเช่ือมนั่ ในตนเอง
1.ความหมายและความสาคญั ของ 1.บอกความหมายและความสาคัญของการ
ความสนใจใฝร่ ู้
การบุกเบกิ และการผจญภัย บกุ เบกิ และการผจญภยั ได้
ความรกั สามัคคี
2.ลกั ษณะของกจิ กรรมการบุกเบิก 2.บอกลักษณะของกจิ กรรมการบุกเบกิ และการ ความกตัญญกู ตเวที

และการผจญภยั ผจญภยั ได้

3.อปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการบุกเบกิ และ 3.ใชอ้ ุปกรณ์ในการบกุ เบิกและการผจญภัยได้
การผจญภยั 4.สรุปสาเหตุของความไมป่ ลอดภยั ที่อาจเกดิ
4.สาเหตขุ องความไมป่ ลอดภัยใน
จากการบุกเบิกและการผจญภัยได้
กจิ กรรมการบุกเบิกและการผจญ
ภยั 5.บอกแนวทางการรกั ษาความปลอดภัยในการ
บกุ เบิกและการผจญภัยได้
5.แนวทางการรักษาความปลอดภัย

-หมายเหตุ.-ในสถานศกึ ษาบางแหง่ อาจจะไมจ่ ดั

- -ทบทวน/สอบปลายภาคเรยี น 18 35-36 ใหม้ กี ารสอบปลายภาคเรียน เนื่องจากเปน็ วชิ า

กิจกรรมเสริมหลกั สูตร

หมายเหตุ กาหนดการสอนทบี่ ูรณาการคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์นี้ จัดทาข้ึนเพ่ือ
เป็นแนวทางให้กับครูผ้สู อนในการจดั การเรยี นการสอนเทา่ นน้ั สามารถเปลีย่ นแปลงได้ขึ้นอยูก่ บั ผู้สอน และสถานศึกษา
ท่ีจะนาไปประยกุ ต์ใชเ้ ป็นสาคัญ

1

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 1 หนว่ ยท่ี 1
จานวนชัว่ โมง 1 ช.ม.
รหสั วชิ า 20000-2001 กิจกรรมลกู เสือวสิ ามัญ 1
ชอื่ หน่วย/เร่อื ง การปฐมนิเทศ

แนวคิด

การปฐมนิเทศ คือ การเตรียมความพร้อมให้เกิดกับลูกเสือวิสามัญเพื่อให้วิธีการปฏิบัติตนในการเรียน
เน้ือหาวิชา วิธีการวัดผลประเมินผลการเรียน การแบ่งหมู่ วัดพื้นฐานความรู้ทางลูกเสือและให้รู้เกี่ยวกับกิจกรรมของ
ลกู เสอื วสิ ามญั เบอ้ื งตน้ กอ่ นเข้าหมู่ กระบวนการเรยี นการสอนในเนือ้ หาวิชา เพราะจะทําให้การเรียนการสอนดําเนินไป
บรรลผุ ลสมั ฤทธิ์ตามจดุ ประสงค์ของหลักสูตร และช่วยให้ผ้เู รียนมีการเตรียมตนไดล้ ว่ งหนา้

ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง

1. ชแี้ จงจดุ ประสงค์ของการฝึกอบรมลกู เสือวสิ ามัญได้

2. อธบิ ายส่วนประกอบของเครื่องแบบลูกเสอื วิสามัญไดถ้ ูกตอ้ ง

3. จัดการแบ่งลูกเสอื เปน็ หมู่ กอง และกล่มุ ได้

4. บอกขน้ั ตอนของการเปิด-ปิดประชุมกองได้

5. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้สู ําเรจ็ การศกึ ษา

สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรื่อง

5.1 ความมีมนุษยสมั พนั ธ์ 5.6 การประหยัด

5.2 ความมวี นิ ยั 5.7 ความสนใจใฝุรู้

5.3 ความรับผิดชอบ 5.8 การละเว้นสงิ่ เสพตดิ และการพนนั

5.4 ความซ่อื สัตย์สุจรติ 5.9 ความรกั สามคั คี

5.5 ความเช่ือมน่ั ในตนเอง 5.10 ความกตญั ํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบตั ิตนตามระเบยี บวินัย คาํ ปฏิญาณและกฎของลกู เสอื วิสามัญ
2. วางแผนและปฏิบตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลูกเสือและกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสือ
3. บําเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและท้องถิ่นในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าํ ผตู้ ามและกระบวนการกล่มุ ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมลกู เสอื วิสามญั

สาระการเรยี นรู้

1. จุดประสงค์ของการฝึกอบรมวิชาลกู เสือวิสามัญ
2. เครื่องแบบลูกเสอื วสิ ามญั
3. การจัดแบง่ ลกู เสือเปน็ หมู่ กอง และกลมุ่
4. การเปดิ -ปิดประชุมกอง

2

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน

1. ครูกลา่ วถงึ อุดมการณข์ องลูกเสอื วิสามญั “บรกิ าร” ลกู เสอื วสิ ามัญจึงต้องพัฒนาตนเองให้ไปสู่อุดมการณ์ เพ่ือ
จะได้เป็นพลเมืองดี มีคุณภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ ที่ได้ตราไว้ในพระราชบัญญัติลูกเสือ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 7 ซึ่งระบุว่า “คณะลูกเสือแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาลูกเสือท้ังทางกาย
สติป๎ญญา จิตใจและศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อ
ความสงบสุขและม่ันคงของประเทศชาติ

2. ผู้เรียนยกตวั อย่างอุดมการณ์ของลูกเสือวสิ ามัญ เช่น
- ใหม้ นี สิ ยั ในการสงั เกต จดจาํ เช่ือฟง๎ และพึ่งตนเอง
- ใหซ้ อ่ื สตั ย์สุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
- ให้รูจ้ ักบาํ เพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์
- ให้รจู้ ักทาํ การฝมี อื และฝกึ ฝนใหท้ ํากิจกรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสม
- ให้รจู้ ักรกั ษา และส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม และความม่ันคงของประเทศชาติ

ข้ันสอน

3. ครูผู้สอนอธิบายจุดประสงค์ของการฝึกอบรมวิชาลูกเสือวิสามัญ และนํารูปภาพของเคร่ืองแบบลูกเสือ
วิสามญั มาแสดงให้ผเู้ รยี นไดเ้ รียนรแู้ ละรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น

4. ครูผสู้ อนอธบิ ายและสาธิตการจดั แบง่ ลูกเสือเปน็ หมู่ กองและกลุ่ม รวมท้งั การเปดิ -ปดิ ประชมุ กอง
4.1. การแบ่งหมู่ ให้แบ่งลูกเสือวิสามัญออกเป็นหมู่ หมู่ละ 4-6 คน รวมท้ังนายหมู่ (หัวหน้า

หมู่) และรองนายหมู่ (รองหวั หนา้ หมู่) ในกรณที ี่มีกิจกรรมพิเศษอาจจัดลูกเสอื วสิ ามัญขึน้ เปน็ หม่เู ฉพาะกจิ มีจาํ นวนต่าง
จากที่กําหนดไวน้ น้ั ก็ได้

3

4.2. การจัดกอง กําหนดใหก้ องลกู เสือวิสามัญประกอบด้วยลูกเสอื 4 หมู่ จัดเปน็ 1 กองได้

4.3. การจดั กลมุ่ ในกรณีทีม่ ีลูกเสอื ตั้งแต่ 4 กองขึน้ ไป กจ็ ดั ตงั้ เปน็ กลุ่มลกู เสอื หรอื ลกู เสือ 4 ประเภท
และประเภทละ 1 กอง รวมเปน็ 1 กลมุ่ เรียกว่า “กองสมบรู ณ์” หรือลูกเสือ 2-3 ประเภทรวมกนั จะตอ้ งมีประเภทละ
2 กองข้ึนไปรวมกนั เป็น 4 กองขึ้นไป แต่ไมเ่ กิน 8 กอง จัดเปน็ 1 กลุ่มได้

ถ้าลูกเสือ-เนตรนารีแต่ละอย่างมีไม่ถงึ 4 กอง แต่มลี ูกเสอื ต้งั แต่ 2 กองขึ้นไป และเนตรนารี 2 กองขึ้นไป
รวมกนั มีจํานวน 4 กองขึ้นไป (ไม่ถึง 8 กอง) จัดเปน็ กลมุ่ ได้ 1 กลุม่ ถอื ปฏบิ ตั ิตามพระราชบญั ญตั ิ มาตรา 35 และการ
จัดกําลังตามคู่มือการฝกึ ระเบยี บแถวลูกเสือ เรียกว่า “กล่มุ ลกู เสือไม่สมบูรณ์”

หม่ขู องลกู เสอื -เนตรนารวี สิ ามญั จดั แบ่งหน้าทต่ี ามจานวนคน คอื
1. หม่ขู องลกู เสอื วสิ ามญั มจี านวน 4-6 คน ถ้ามจี านวน 6 คน แบ่งหน้าทด่ี งั น้ี
1.1 นายหมู่ (หวั หน้าหม่)ู
1.2 พลาธกิ าร
1.3 คนครวั
1.4 คนหาน้า
1.5 คนหาฟืน
1.6 รองนายหมู่ (รองหวั หน้าหม่)ู

2. มจี านวน 4 คน แบ่งหน้าทด่ี งั น้ี
2.1 นายหมู่ (หวั หน้าหม่)ู
2.2 พลาธกิ าร
2.3 คนครวั (หาน้า หาฟืนดว้ ย)
2.4 รองนายหมู่ (รองหวั หน้าหม่)ู

3. ถ้าเป็นหมเู่ ฉพาะกจิ มจี านวน 8 คน แบ่งหน้าทด่ี งั น้ี
3.1 นายหมู่ (หวั หน้าหม่)ู
3.2 พลาธกิ าร
3.3 หวั หน้าคนครวั
3.4 ผชู้ ว่ ยคนครวั
3.5 คนหาน้า
3.6 คนหาฟืน
3.7 คนงานเบต็ เตลด็
3.8 รองนายหม่(ู รองหวั หน้าหม่)ู

การสบั เปลีย่ นตาํ แหน่งหน้าท่ภี ายในหมู่ลูกเสอื โดยปกตแิ ล้วจะมีการสับเปลีย่ นตาํ แหน่งหน้าท่ีภายในหมู่ เพ่ือเปน็
การพัฒนาบคุ คลตามขบวนการลูกเสือ วธิ กี ารสับเปลีย่ นหน้าทีภ่ ายในหม่จู ะเริม่ จากนายหมูเ่ ปล่ยี นไปเป็นตําแหน่งสดุ ท้าย
คือ คนหาฟนื สําหรบั หมู่ 6 คน หรอื เปน็ คนครัวสําหรับหมู่ 4 คน หรอื เป็นคนงานเบ็ดเตล็ดสาํ หรับหมู่ 8 คน ตาํ แหนง่ อ่ืน
จะขยบั ข้นึ ไปจากงานเบ็ดเตลด็ เปน็ คนหาฟืน คนหาฟืนเปน็ คนหาน้าํ คนหานาํ้ เป็นผูช้ ่วยคนครัว ผชู้ ่วยคนครัวเป็น

4

หวั หน้าคนครวั หัวหน้าคนครวั เปน็ พลาธิการ พลาธิการกลับไปเป็นรองนายหมู่ สว่ นรองนายหมูข่ นึ้ เป็นนายหมู่ การ
สบั เปลย่ี นตาํ แหนง่ หน้าท่ีภายในหมู่จะเปน็ เชน่ นี้ทุกคร้ัง เม่ือเปล่ยี น 4 คร้ัง 6 ครั้ง หรอื 8 ครัง้ ตามจาํ นวนสมาชกิ
ภายในหมู่ คนหนงึ่ จะทํางานครบหน้าที่ ถ้าหากไมม่ ีการเปลย่ี นตาํ แหน่งหน้าที่กนั การพัฒนาบคุ คลจะไมค่ รบขบวนการ

5. แบง่ ลกู เสอื ออก 5 กลมุ่ แตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาหัวข้อหมุนเวียนกนั ไปตามฐานแลว้ นาํ เสนองานดังน้ี
ฐานที่ 1 จดุ ประสงคข์ องการฝึกอบรมลกู เสือวิสามญั
ฐานท่ี 2 จดั นทิ รรศการเครือ่ งแบบลกู เสอื วสิ ามัญทง้ั ชายและหญงิ
ฐานท่ี 3 การจดั แบง่ หมลู่ ูกเสอื พรอ้ มตําแหนง่ ตา่ งๆ ภายในหมู่
ฐานท่ี 4 สาธติ การเปดิ -ปิดประชุมกอง
ฐานท่ี 5 สาธติ การรายงานการตรวจ

ข้ันสรุปและการประยุกต์

6. ผเู้ รียนลําดังขัน้ ตอนการเปิด-ปิดประชมุ กองตามที่ได้ศกึ ษามาแลว้ ขา้ งต้น แลว้ สมุ่ กล่มุ ตวั อย่างเพอื่ ทําการ
สาธิตการเปิด-ปิดกองลกู สือวสิ ามญั เพ่ือประยกุ ต์ใชต้ อ่ ไป

ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสือเรยี น วิชา 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสือวสิ ามญั 1 ของสํานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ส่อื แผน่ ใส
3. อนิ เทอร์เน็ต
4. กิจกรรมและใบงาน

หลักฐาน

1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็คชือ่
3. แผนจัดการเรียนรู้

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
6. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
7. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

5

เครือ่ งมือวัดผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

1. ใบงาน เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขึ้นไป
2. กิจกรรมลูกเสือ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึ้นไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มีช่องปรบั ปรงุ
5. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขนึ้ ไป)
6. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู ับการ

ประเมินตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

1. เลน่ เกม การเปลี่ยนตําแหนง่
1.1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม

 เพือ่ ใหล้ กู เสือวิสามญั มีทักษะปฏบิ ตั กิ ารเปลีย่ นตาํ แหน่งหนา้ ท่ีของตนเองภายในหมไู่ ด้ถูกต้อง
1.2. จํานวนผ้เู ล่น

 ตง้ั แต่ 8 คนขึ้นไป
1.3. การจัดกลุม่ การเลน่

 จัดเป็นหมลู่ ะ 8 คน
1.4. กตกิ า

 ให้ลกู เสอื วิสามญั สลับหน้าทภ่ี ายในหมู่ของตนเองให้เสร็จเร็วทีส่ ดุ หมู่ใดเสร็จกอ่ น เปน็ หมูท่ ี่
เป็นหมู่ที่ประสบผลสําเร็จ
1.5 วธิ เี ลน่

- จัดลกู เสือออกเป็นหมๆู่ ละ 8 คน เขา้ แถวตอนลึก
- ให้ลูกเสือวิสามัญทกุ คนนัง่ ลง
- ผนู้ ําเกมจดั หากรรมการร่วม พรอ้ มแล้วให้สญั ญาณเริ่มเล่น

6

- ลูกเสือวสิ ามญั แต่ละคนแตล่ ะหมู่ยืนบอกตาํ แหน่งของตนเอง ต้งั แตน่ ายหมู่ตามลาํ ดับจนถึงตําแหน่ง
สดุ ทา้ ยรองนายหมู่ ให้รีบว่งิ เปลย่ี นตาํ แหนง่ แลว้ นั่งลง
- ให้ลกู เสือวสิ ามญั แต่ละหมปู่ ฏิบัติเช่นเดียวกันจนถึงเส้นชัยท่กี ําหนด หมู่ใดบอกตําแหนง่ ถูกต้องและถึง
เสน้ ชัยก่อนเป็นหมู่ที่ประสบผลสําเรจ็
2. เล่านทิ านเรอ่ื งตา่ งๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี

นทิ านเรื่อง มดกบั ต๊กั แตน

ต๊ักแตนเจ้าสาํ ราญตวั หนึ่งนิสัยเกยี จคร้านชอบความสะดวกสบาย ตลอดชว่ งฤดูรอ้ นที่สัตว์อนื่ ๆ พากันหา
อาหารไปเก็บสะสมไว้ในรงั มันมัวแตร่ อ้ งรําทาํ เพลงสนกุ สนานไปวนั ๆ ครนั้ ถงึ ฤดูหนาวหมิ ะตกหนัก ตกั๊ แตนไม่
สามารถหาอาหารกินได้ อดอยหู่ ลายวนั จนในท่ีสดุ ต้องซมซานมาเคาะประตรู ังของมดที่เคยรูจ้ กั

“ไดโ้ ปรดเถดิ เพือ่ น ขออาหารให้ฉนั ประทงั ชวี ิตสกั หนอ่ ยเมอ่ื พ้นฤดูหนาวอันแสนทารุณน้ีแล้ว ฉันสัญญาว่า
จะหามาใชค้ นื เปน็ เทา่ ตัว” ตัก๊ แตนพยายามวงิ วอน

“อา้ ว... ก็เมอ่ื ตอนฤดูร้อนที่ใครๆ เขาพากันทาํ มาหากินตัวเป็นเกลยี ว เจ้ามัวทําอะไรอยู่” มดย้อนถาม
“ฉนั ไม่ไดอ้ ยเู่ ปลา่ ๆ หรอกนะ แตไ่ ด้ร้องราํ ทาํ เพลงตลอดเวลา เมอื่ ตอนทเ่ี ธอและเพื่อนๆ ขนอาหารผ่าน
มากไ็ ดย้ นิ มใิ ชห่ รอื ”
“ได้ยินซ.ิ .. ในเม่อื เจา้ มัวแต่ร้องเพลงตลอดฤดรู อ้ น เมือ่ ถึงฤดหู นาวกจ็ งเตน้ ราํ ใหส้ นุกเถิด กลา่ วจบมดก็
ปิดประตทู นั ที”

นิทานเรื่องนส้ี อนใหร้ วู้ า่
“ผูท้ ี่ปล่อยวนั เวลาใหผ้ า่ นเลยไปอยา่ งไร้คา่ ชวี ิตย่อมพบเพยี งความวา่ งเปลา่ ”

เพลง ในหมลู่ ูกเสอื

ในหมลู่ กู เสือ เมือ่ มารว่ มอยู่

ต่างคนต่างรกู้ ันดี ในหน้าทที่ ุกอยา่ ง

ตอ้ งช่วยกนั ทํา ทําไม่เว้นวา่ ง

งานทุกอยา่ ง งานทุกอย่าง จะเสรจ็ โดยง่ายดาย

7

ใบงานท่ี 1.1

เร่อื ง การปฐมนเิ ทศ

ชื่อ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท่ี..............ชน้ั ................

ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวงั : เพอ่ื ใหล้ ูกเสือทราบจดุ ประสงคข์ องการฝกึ อบรม วิธกี ารแต่งเครื่องแบบ
การจดั หมู่และปฏบิ ัตติ ามข้ันตอนการเปิด–ปิดประชมุ กองได้

คาส่งั : แบ่งลกู เสือออกเปน็ 5 กลุ่ม ให้แตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาหวั ขอ้ หมนุ เวยี นกันไปตามฐานแล้วนําเสนองานท่ไี ด้ศกึ ษา
ดังตอ่ ไปนี้

ฐานที่ 1 จุดประสงคข์ องการฝกึ อบรมลกู เสอื วิสามญั
ฐานท่ี 2 จัดนทิ รรศการเคร่อื งแบบลูกเสือวสิ ามัญทั้งชายและหญงิ
ฐานที่ 3 การจัดแบง่ หมู่ลกู เสือพรอ้ มตําแหน่งต่างๆ ภายในหมู่
ฐานท่ี 4 สาธติ การเปิด-ปดิ ประชุมกอง
ฐานท่ี 5 สาธิตการรายงานการตรวจ

8

บันทกึ หลังการสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
ปัญหาทพี่ บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................

9

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 1(ต่อ) หน่วยท่ี 2
จานวนชว่ั โมง 1 ช.ม.
รหัสวชิ า 20000-2001 กิจกรรมลกู เสือวิสามญั 1
ชอื่ หนว่ ย/เรื่อง ประวัตกิ ารลกู เสอื โลกและการลูกเสอื ไทย

แนวคดิ

การลกู เสอื ของโลกเริ่มมาเกอื บหนึง่ ศตวรรษ โดยเร่ิมทป่ี ระเทศองั กฤษ มีจดุ หมายท่ีจะอบรมเยาวชนให้เป็นผู้
มรี ะเบียบวินัย เป็นพลเมอื งดีของสงั คม การลกู เสือโลกเจรญิ กา้ วหนา้ ไปทกุ ภมู ภิ าคของโลก รวมท้ังประเทศไทยก็นําเอา
การลูกเสอื มาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2454 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งกิจการลูกเสือไทยก็
เจริญกา้ วหน้ามาจนถงึ ปจ๎ จุบัน

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวัง

1. บอกประวัตกิ ารลกู เสอื โลก และการดาํ เนินงานของคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสือโลกได้
2. บอกประวตั ิการลกู เสอื ไทยได้
3. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผสู้ ําเร็จการศกึ ษาสาํ นักงาน

คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทีค่ รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรอื่ ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมีวนิ ยั
3.3 ความรับผดิ ชอบ
3.4 ความซื่อสตั ยส์ จุ ริต
3.5 ความเช่อื มั่นในตนเอง
3.6 การประหยัด
3.7 ความสนใจใฝรุ ู้
3.8 การละเว้นสง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรักสามัคคี
3.10 ความกตญั ํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบตั ิตนตามระเบยี บวินยั คําปฏญิ าณและกฎของลกู เสือวิสามัญ
2. วางแผนและปฏิบตั ิกิจกรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลกู เสอื
3. บําเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและทอ้ งถน่ิ ในสถานการณต์ ่างๆ
4. ใช้ระบบหมู่ การเปน็ ผ้นู าํ ผตู้ ามและกระบวนการกล่มุ ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมลกู เสือวิสามัญ

10

สาระการเรียนรู้

1. ประวตั ิการลูกเสือโลก
- กจิ การลูกเสอื โลก
- การดาํ เนนิ งานของคณะกรรมการบริหารลกู เสือโลก
- ความสมั พันธ์ระหวา่ งลกู เสือนานาชาติ
- หลักการพัฒนาลูกเสอื

2. ประวตั กิ ารลกู เสอื ไทย

กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น

1. ครูผ้สู อนกลา่ วถงึ ผู้ให้กาํ เนดิ ลูกเสือโลก คอื ลอรด์ เบเดน โพวเ์ วล (Loard Baden Powell) ซึ่งทุกคนรู้จัก
ดีในชื่อย่อคือ บี.พี. ท่านเกิดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 นามเต็มของท่านคือ โร
เบริ ต์ สตีเฟนสนั สมิธ เบเดน โพวเ์ วล

2. ครูเลา่ ถึงกิจการลูกเสือเป็นขบวนการอบรมเยาวชนท่ีกว้างขวางไปท่ัวโลก มีประเทศท่ีอยู่ในทวีปต่างๆ เป็น
สมาชกิ มากกวา่ 160 ประเทศ การลกู เสอื เป็นขบวนการอาสาสมัครท่ีทุกคนเข้ามาร่วมด้วยความเต็มใจ ไม่เก่ียวข้องกับ
การเมือง แต่มวี ตั ถปุ ระสงค์เพ่ือช่วยบุคคลในการพัฒนาตนเองทางด้านร่างกาย สติป๎ญญา อารมณ์ สังคม และคุณธรรม
ป๎จจุบนั จึงถกู จัดเข้าเปน็ หลักสตู รการศึกษาในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา และยงั เปน็ การจัดการศึกษานอกระบบ
ท่ีเปดิ บริการเพอื่ คนต่างวยั ได้เรียนรอู้ ีกดว้ ย

3. ผเู้ รยี นยกตวั อย่างการเขา้ คา่ ยกิจกรรมลูกเสอื วิสามญั ทีจ่ ังหวัดชลบุรี

11

ขั้นสอน

3. ครูผู้สอนใช้เทคนิคการบรรยาย (Lecture) โดยใช้แผ่นใสประกอบเพ่ือส่ือความหมายสาระสําคัญของ
เน้ือหาใหเ้ ข้าใจยง่ิ ข้นึ ซ่ึงเนื้อหาท่ศี ึกษาได้แก่

(1) ประวตั ิการลูกเสอื โลก
- กิจการลกู เสอื โลก
- การดาํ เนินงานของคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสือโลก
- ความสมั พันธ์ระหว่างลูกเสือนานาชาติ
- หลกั การพัฒนาลกู เสือ

(2) ประวตั ิการลกู เสือไทย
โดยในการดาํ เนินกจิ การลูกเสอื ในระยะเร่มิ ต้นนั้น บี.พี.ได้ต้ังสํานักงานขึ้นเพ่ือให้คําแนะนําเก่ียวกับ

กิจการลูกเสือข้นึ ในกรงุ ลอนดอน ต่อมา พ.ศ. 2452 ก็ได้จัดต้ังคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือชุดแรกข้ึน โดยท่านรับ
หนา้ ท่ีเปน็ ประธานกรรมการและได้เดินทางไปบรรยายเร่ืองการ ลูกเสือตามเมืองต่างๆ ท่ัวอังกฤษ ทําให้มีสมาชิกเพิ่ม
มากขนึ้ ท้ังในองั กฤษและตา่ งประเทศ ทําให้มีการจัดต้งั กจิ การลูกเสือในประเทศอืน่ ๆ ในระยะตอ่ มา โดยเร่ิมขยายไปยัง
แคนาดา ออสเตรเลยี นวิ ซีแลนด์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2452 ก็ได้ต้ังกิจการลูกเสือท่ีประเทศอินเดีย ซ่ึงประเทศเหล่าน้ีล้วน
อย่ใู นเครอื จักรภพทง้ั ส้นิ

4. ครผู สู้ อนบอกชอื องค์การลกู เสือโลกท่กี ่อตง้ั ข้ึนนี้ มีหน่วยงานหลกั อยู่ 3 หน่วยงาน คอื
(1) สํานักงานลูกเสอื โลก (World Scout Burlau)
(2) คณะกรรมการลูกเสือโลก (World Scout Committee)
(3) สมัชชาลกู เสือโลก (World Scout Conference)

5. ครูนําสัญลกั ษณ์การจดั งานชุมนมุ ลกู เสอื โลกแต่ละแหง่ มาแสดงใหผ้ ้เู รยี นดดู งั น้ีดงั นี้

12

6. ผ้เู รยี นแบง่ ลูกเสอื ออก 5 กลุ่ม ใหล้ กู เสือแตล่ ะกลุ่มศึกษาหวั ข้อตามฐานต่อไปนห้ี มุนเวยี นกนั ไป
ฐานท่ี 1 ศึกษาเรื่องเกย่ี วกบั ประวัติของลูกเสอื โลก
ฐานที่ 2 ศกึ ษาเรือ่ งเก่ียวกบั ประวตั ิของลูกเสอื ไทย
ฐานที่ 3 ศกึ ษาเกีย่ วกบั ตราสญั ลกั ษณแ์ ละสถานท่จี ัดงานชมุ นุมลูกเสือโลก
ฐานที่ 4 ศกึ ษาเกี่ยวกบั ตราสัญลักษณ์และสถานทจี่ ดั งานชุมนุมลกู เสือแห่งชาติ
ฐานท่ี 5 ศึกษาเกีย่ วกบั ตราสัญลักษณแ์ ละสถานทจ่ี ดั งานชมุ นมุ ลกู เสือวสิ ามัญแห่งชาติ

ขัน้ สรปุ และการประยุกต์

7. ผเู้ รยี นทําแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และสรุปความรู้เกี่ยวกบั วชิ าการลูกเสอื โดยการถาม-ตอบ เพ่อื

ประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจําวนั และประเมนิ ผู้เรียนตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ชอ่ื ผูเ้ รียน ธรรมชาติของผู้เรียน วิธีการเรียนรู้
ความสนใจ สติปญ๎ ญา วุฒภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

13

สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น วชิ า 2000-2001 กิจกรรมลูกเสอื วิสามญั 1 ของสาํ นกั พิมพ์เอมพันธ์
2. สื่อแผน่ ใส
3. อินเทอรเ์ นต็
4. กจิ กรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจัดการเรยี นรู้

การวัดผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่
6. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
7. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

เครอ่ื งมอื วัดผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน

เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. ใบงาน เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กิจกรรมลกู เสือ เกณฑ์ผ่านการ 50 % ข้นึ ไป
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขึ้นไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ีชอ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
6. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)

14

7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยูก่ ับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง

กิจกรรมเสนอแนะ

**ใหล้ กู เสอื วิสามญั เกม เครื่องหมายอะไร**
1. วัตถปุ ระสงค์ของเกม

 เพื่อทดสอบความจํา
 เพื่อฝกึ ความวอ่ งไว ต่ืนตัว กระตอื รือร้น
2. จานวนผเู้ ลน่

 ไม่จาํ กัดจาํ นวน
3. การจัดกลมุ่ การเล่น

 จัดเปน็ หมูๆ่ ละ 6-8 คน
4. กติกา

4.1 ผเู้ ล่นทายเครื่องหมายที่ผูน้ าํ เกมนํามาแสดง หม่ใู ดมีสมาชิกภายในหมู่ทายถกู มากทีส่ ุดเปน็ หมู่ที่
ประสบความสําเรจ็

4.2 จัดลูกเสือเป็นหมูๆ่ ละ 6-8 คน
4.3 คําตอบจะต้องประกอบด้วย เครือ่ งหมายงานชมุ นมุ อะไร เป็นงานชุมนมุ คร้งั ทเี่ ท่าใด

5. วธิ เี ลน่
5.1 ผนู้ ําเกมนําเครอ่ื งหมายสญั ลกั ษณง์ านชุมนมุ ลกู เสือโลก ลกู เสอื แห่งชาติ และลกู เสอื วิส ามั ญ

แหง่ ชาติมารวมกัน
5.2 เริม่ เลน่ ผู้นาํ เกมหยบิ เครอ่ื งหมายในภาชนะทีเ่ ตรียมไว้แสดงให้ผเู้ ล่นดู
5.3 ผเู้ ลน่ เกมวงิ่ ไปเขียนคาํ ทายบนกระดาน ผเู้ ลน่ หมใู่ ดเขยี นคาํ ทายได้รวดเร็วถูกต้องมากที่สุดเป็นหมู่ที่

ประสบความสําเร็จ
คําทายประกอบด้วยข้อความ “เคร่อื งหมายงานชุมนุม......................................
ครั้งท่ี ...............”
**เลา่ นิทานดงั น้*ี **

15

นทิ านเรอื่ ง กระตา่ ยกับเพอื่ น

กระต่ายตวั หนึ่งภาคภมู ใิ จนักหนาที่สัตว์ทุกตัวในปุาต่างก็เป็นเพื่อนรักของมันท้ังสิ้น วันหนึ่งเม่ือได้ยิน
เสยี งหมาปุาดังมาจากชายทงุ่ กระต่ายจึงไปหาม้าเพ่ือขอให้ม้าพามันข่ีหลังหนีจากอันตราย “วันนี้ข้าไม่ว่างจริงๆ
เพ่ือนเอ๋ย” มา้ ปฏเิ สธ “เจา้ ลองไปขอความชว่ ยเหลอื จากเจ้าววั ดเู ถอะ” กระตา่ ยขอให้วัวช่วยไลข่ วดิ ขับไล่พวกหมา
ปาุ แตว่ วั ก็อา้ งวา่ ติดธุระสําคญั เพราะนางวัวสาวนดั ให้มนั ไปพบ “ลองไปหาเจา้ แพะดูซมิ นั คงช่วยพาเจ้าหนีได้แน่”
ววั แนะนํา “แตข่ นของขา้ แข็งและหยาบ อาจจะตาํ กน้ ของเจ้าให้ไดร้ บั บาดเจ็บ” แพะบ่ายเบ่ียง “ไปขอให้เจ้าแกะ
ชว่ ยดีกว่า เพราะขนของมันท้ังยาวและนิม่ ” “ขา้ กอ็ ยากจะชว่ ยเจา้ เหมือนกนั ” แกะพูดเอาใจ “แต่เจ้าก็รู้น่ีว่าหมา
ปาุ มนั ก็ชอบกนิ แกะเชน่ เดียวกบั กระตา่ ยนนั่ แหละ เอาไว้ขอความช่วยเหลืออย่างอื่นดีกว่านะ” ขณะนั้นหมาปุาฝูง
ใหญไ่ ดว้ ิ่งพ้นชายปาุ เข้าใกล้มามากแล้ว กระต่ายจงึ ตัดสินใจเผน่ หนีด้วยขาของตนและโชคดีท่ีหนีพ้นอันตรายไปได้
อย่างหวดุ หวดิ

นทิ านเรือ่ งนสี้ อนใหร้ วู้ ่า
ถงึ แม้จะมเี พอ่ื นมาก แตก่ ารทาสง่ิ ใดก็ตามควรหวังพ่ึงตนเองดที สี่ ดุ

**รอ้ งเพลง*** เพลง B.P. Spirit
Right in my Head (3 ครงั้ )
I’ve got that B.P. Spirit Right in my Head (2 ครงั้ ) tostay
I’ve got that B.P. Spirit Deep in my Heart (3 ครง้ั )
I’ve got that B.P. Spirit Deep in my Heart (2 ครงั้ ) to stay
I’ve got that B.P. Spirit All round my feet (3 ครั้ง)
I’ve got that B.P. Spirit All round my feet (2 ครง้ั ) to stay
I’ve got that B.P. Spirit All over me (3 คร้ัง)
I’ve got that B.P. Spirit All over me (2 ครง้ั ) to stay
I’ve got that B.P. Spirit

16

ใบงาน 2.1
เรื่อง ประวัตกิ ารลกู เสอื โลก และการลูกเสือไทย

ชื่อ...............................................นามสกลุ .......................................เลขที.่ .............ชัน้ ................

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั : เพือ่ ใหล้ ูกเสอื ทราบความเป็นมาของลูกเสอื โลก และลกู เสอื ไทย
คาสั่ง : แบง่ ลูกเสอื ออกเปน็ 5 กลุ่ม ให้ลกู เสือแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาหวั ข้อตามฐานตอ่ ไปน้ีหมุนเวียนกันไป

ฐานที่ 1 ศกึ ษาเรือ่ งเกยี่ วกับประวตั ิของลกู เสอื โลก
ฐานที่ 2 ศกึ ษาเร่อื งเกยี่ วกบั ประวตั ขิ องลกู เสอื ไทย
ฐานท่ี 3 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสญั ลกั ษณแ์ ละสถานท่จี ัดงานชุมนุมลกู เสือโลก
ฐานท่ี 4 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสัญลักษณ์และสถานท่ีจัดงานชุมนุมลูกเสอื แห่งชาติ
ฐานที่ 5 ศกึ ษาเกยี่ วกบั ตราสัญลกั ษณแ์ ละสถานที่จัดงานชุมนมุ ลูกเสือวิสามญั แห่งชาติ

17

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลังการสอน
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................ ..................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพ่ี บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................

18

แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการท่ี 2 หน่วยที่ 3
จานวนชั่วโมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสือวสิ ามัญ 2
ช่อื หนว่ ย/เรอ่ื ง กิจการของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ

แนวคิด

เม่ือมกี ารจดั ตงั้ กองลูกเสือขึน้ ในประเทศ และกิจการลกู เสือก็ได้ขยายตัวเพิ่มข้ึนย่อมเกิดป๎ญหาด้านการจัดการ
และการประสานงานในเรอ่ื งต่างๆ ดังน้ันจงึ ได้มกี ารจดั ต้งั หน่วยงานคณะลูกเสอื แห่งชาติข้ึน รับผิดชอบกิจการลูกเสือใน
ประเทศ เพือ่ ความเป็นระเบยี บ และใหม้ ีการดําเนินกิจกรรมไปในทางเดียวกัน รวมท้ังช่วยในการควบคุมดูแลเป็นไปด้วย
ความสะดวกเรียบร้อยมากขึ้น

ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง

1. บอกความเป็นมาของคณะลกู เสือแห่งชาตไิ ด้
2. สรปุ กจิ การของคณะลกู เสอื แห่งชาติได้
3. สรุปลักษณะการบรหิ ารกจิ การลูกเสอื ของคณะลกู เสอื แหง่ ชาตไิ ด้
4. มีการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้สู าํ เร็จการศึกษา

สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่ีครสู ามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรือ่ ง
4.1 ความมีมนษุ ยสัมพันธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรับผิดชอบ
4.4 ความซื่อสตั ย์สุจริต
4.5 ความเชอ่ื มั่นในตนเอง
4.6 การประหยัด
4.7 ความสนใจใฝรุ ู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนัน
4.9 ความรักสามัคคี
4.10 ความกตัญํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏบิ ัติตนตามระเบียบวินยั คําปฏญิ าณและกฎของลกู เสือวสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทักษะทางลูกเสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บําเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและท้องถนิ่ ในสถานการณต์ า่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผู้นาํ ผู้ตามและกระบวนการกล่มุ ในการปฏิบตั กิ จิ กรรมลกู เสือวิสามญั

19

สาระการเรยี นรู้

1.ความเป็นมาของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ
2.กจิ การของคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ
3.การบริหารกิจการลูกเสอื ของคณะลูกเสือแห่งชาติ

กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น

1. ครูผู้สอนเล่าถึงประวัติความเป็นมาของคณะลูกเสือแห่งชาติ โดยเร่ิมตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อยหู่ ัว ทรงมีพระราชประสงค์ท่ีจะใหข้ ้าราชการและพลเรือนท่ีไม่ได้เป็นทหารได้มีความรู้ ความสามารถด้านการทหาร
เพอ่ื ช่วยชาตบิ ้านเมืองยามมีสงคราม แม้ในยามบ้านเมืองสงบก็ยังช่วยราชการปราบปรามโจรผู้ร้ายและการจลาจลได้
ด้วย จึงทรงประกาศจดั ตงั้ กองเสือปุาข้ึน เม่ือวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 ซ่ึงไดร้ บั ความสนใจจากข้าราชการและประชาชน
ทาํ ให้พระองค์ทรงจดั ตง้ั กองลูกเสอื ข้ึนอีก เพ่ือใช้ฝกึ หัดเยาวชนให้เป็นผทู้ ม่ี ีสุขภาพพลานามัยดี มีจิตใจกล้าหาญ ซ่ือสัตย์
สุจริต จงรักภักดตี ่อชาติ ศาสนาและพระมหากษตั รยิ ์ ฝึกหดั ให้เปน็ มีระเบยี บวินัย รจู้ กั หน้าท่ีของตนเองในการทํานุบํารุง
ชาติ ศาสนาและสถาบนั พระมหากษตั ริย์ตามศกั ยภาพ

2. ผู้เรียนนํารูปภาพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงให้กําเนิดกองลูกเสือไทย ได้ทรง
ประกาศใช้กฎข้อบงั คับ ซ่ึงถือเป็นกฎหมายฉบับแรกทกี่ ําหนดลักษณะการปกครองลูกเสอื ในวันที่จัดตั้งกองลูกเสือ คือ 1
กรกฎาคม พ.ศ. 2454 ซ่ึงในขอ้ บงั คับดังน้ี

(1) ลกู เสอื เป็นสาขาของกองเสอื ปุา
(2) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ลูกเสือท่ัวไป ผู้ตรวจการ ผู้กํากับ นายหมู่ และ
ลูกเสือทกุ ๆ คน ต้องถือวา่ เป็นขา้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวโดยตรงทุกคน
(3) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ต้ังผู้ไว้วางพระราชหฤทัยเป็น
ผู้ตรวจการใหญ่ สําหรบั เปน็ ผตู้ รวจการปกครอง และการฝกึ หดั ส่ังสอนลกู เสือให้เป็นไปตามพระราชประสงค์
(4) ใหม้ สี ภากรรมการกลางตง้ั อย่ใู นกรงุ เทพฯ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ทรงเป็นสภานายกหรือ
จะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ตั้งผทู้ ่ที รงไวว้ างพระราชหฤทยั เป็นสภานายกแทนก็ได้ ใหผ้ ตู้ รวจการใหญ่เป็นอปุ นายก ให้
มีสภาเลขานุการ 1 คน พร้อมกับกรรมการอีกตามสมควร ทั้งนี้แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ต้ังข้ึน สภา
กรรมการกลางนี้มีหนา้ ทบ่ี ังคบั บัญชา วนิ ิจฉัยและดําริการท้ังปวงที่เก่ียวข้องด้วยของลูกเสือ เพื่อให้ดําเนินการไปอย่าง
เปน็ ระเบียบรอ้ ยเรียบตามพระราชประสงค์

ขัน้ สอน

4. ครูผู้สอนใช้เทคนิคการอธิบายเกี่ยวกับความเป็นมาของคณะลูกเสือแห่งชาติ กิจการของคณะลูกเสือ
แหง่ ชาติ และการบรหิ ารกจิ การลกู เสือของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ โดยการใช้สอื่ ประกอบเช่นแผ่นใส ภาพ สไลด์ เทปเสียง
วีดทิ ศั น์ ภาพยนตร์ คอมพิวเตอร์

5. ครผู ู้สอนใชก้ ารซกั ถามประกอบกับการอธบิ าย และใช้กจิ กรรมประกอบ เชน่ การอภิปรายกลุ่มย่อย การ
สาธิต การแสดงบทบาทสมมติ การเล่นเกม การทดลองปฏิบัติ เป็นต้น พร้อมกับการยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย

20

โดยผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนโดยการใช้อารมณ์ขันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้ผู้ฟ๎ง
ซักถาม และแสดงความคดิ เหน็ โดยการนํารูปภาพสัญลักษณ์ลกู เสอื แห่งชาติและแผนภมู ิมาแสดงใหผ้ ู้เรยี นดู

6. ผเู้ รียนใชว้ ิธกี ารเรยี นรู้แบบอิสระ (Independence) คอื ใหผ้ ู้เรยี นคิดและทาํ งานต่างๆ ด้วยตนเองยอมรับ
ฟง๎ ความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื มคี วามตัง้ ใจทจ่ี ะศึกษาในส่ิงทต่ี นเองเหน็ วา่ มคี วามสําคญั และมีความเช่ือมั่นว่าตนเองสามารถ
เรยี นรไู้ ด้ ผ้เู รียนสํารวจหาความจาํ เป็นในการคณะกรรมการลกู เสอื จงั หวดั และลูกเสือเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา ดังแผนภูมิ

21

7. ผเู้ รียนปฏบิ ัติกจิ กรรมดงั น้ี
7.1. แบ่งลูกเสอื เป็นกลุ่ม 4 กลุ่ม
7.2. แบ่งฐานความรู้ 4 ฐาน คอื
ฐานท่ี 1 เรื่องคณะลกู เสอื แห่งชาติ วตั ถปุ ระสงค์ และสภาลูกเสอื ไทย
ฐานที่ 2 เร่อื งคณะกรรมการบริหารลกู เสือแหง่ ชาติ
ฐานที่ 3 เรอ่ื งคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื จังหวัด และเขตพ้นื ที่การศกึ ษา
ฐานที่ 4 เร่อื งผ้บู งั คับบัญชาลกู เสือ และผู้ตรวจการลกู เสือ

8. ให้ผเู้ รียนสรุปความรจู้ ากฐานต่างๆ ดังนี้
หมู่ท่ี
ฐานที่ 1 เร่อื งคณะลกู เสอื แห่งชาติ วัตถปุ ระสงค์ และสภาลกู เสือแหง่ ชาติ
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ฐานที่ 2 เรื่องคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แหง่ ชาติ
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ฐานท่ี 3 เรอ่ื งคณะกรรมการบริหารลูกเสือจังหวดั และคณะกรรมการลกู เสอื เขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ฐานที่ 4 เร่ืองผู้บงั คับบญั ชาลกู เสอื และผู้ตรวจการลกู เสอื
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ข้อคดิ ท่ไี ด้จากการศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………..

22

สรปุ และการประยุกต์

8. ผู้เรียนทุกคนสรุปเน้ือหาการเรียนการสอนและหาข้อสรุปเป็นความคิดรวบยอดเพ่ือนําไปประยุกต์ใช้

ตอ่ ไป พรอ้ มขอ้ เสนอแนะตนเอง

9. ครผู ้สู อนประเมินพฤติกรรมของลูกเสือตามแบบฟรอ์ มท่ีกาํ หนด และประเมินธรรมชาตขิ องผู้เรยี น

ช่ือผู้เรียน ธรรมชาติของผู้เรียน วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ญ๎ ญา วุฒิภาวะ

1.

2.

3.

4.

5.

สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี น วชิ า 2000-2001 กิจกรรมลูกเสือวิสามญั 1 ของสาํ นกั พมิ พเ์ อมพันธ์
2. สอื่ แผน่ ใส
3. อินเทอร์เนต็
4. กจิ กรรมและใบงาน

หลักฐาน

1. บันทึกการสอน
2. ใบเชค็ ชอื่
3. แผนจัดการเรียนรู้

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
6. สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
7. การสงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

23

เครื่องมือวดั ผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล

1. ใบงาน เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึ้นไป
2. กิจกรรมลกู เสือ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรับปรงุ
5. เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
6. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
7. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ ับการ

ประเมินตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

***ผ้เู รียนเล่นเกมทาตามคาสั่ง***
1. วตั ถุประสงค์ของเกม

 เพอ่ื ฝึกทกั ษะการฟง๎ การรับรู้ การเคลื่อนไหวทางร่างกายและความพร้อมเพรียง
2. จานวนผเู้ ลน่

 ไม่จาํ กดั จาํ นวน
3. การจดั กล่มุ การเล่น

 จัดเปน็ หมู่ๆ ละ 8–10 คน
4. กติกา

 กลุม่ ใดทาํ ตามคําสัง่ ไดถ้ กู ตอ้ งพร้อมเพรียงเป็นทมี ท่ปี ระสบความสาํ เร็จ
5. วธิ เี ลน่

5.1 แบง่ ผ้เู ล่นออกเป็นหมู่ๆ ละ 8-10 คน
5.2 ผู้เล่นจดั แถวเป็นวงกลม แต่ละกลุ่มหันหนา้ ออก ใช้วงแขนเกี่ยวข้อศอกของผ้เู ลน่ ในหมู่ของตนไว้ให้

แน่น น่งั ลงบนสน้ เท้ารอคาํ สั่งของผูน้ ําเกม

24

5.3 ผนู้ ําเกมสั่งอยา่ งไร ให้ผูเ้ ล่นเกมทุกคนปฏิบัติตาม เช่น สั่งว่า “ซ้าย” ผู้เล่นเดินบนส้นเท้าไปทางซ้าย
โดยมิใหแ้ ขนทเ่ี กีย่ วกันหลุด หรือใช้มอื เทา้ พน้ื

5.4 หม่ใู ดปฏบิ ตั ไิ ด้พร้อมเพรียงและถูกตอ้ ง หมู่น้นั เปน็ หมู่ท่ีประสบผลสําเรจ็

25

***ให้ผเู้ รียนร้องเพลง 5 ยอ****

เพลง 5 ยอ

ลูกเสอื ไทยยึดมนั่ ในคํา หา้ ยอ
เพ่ือเกดิ กอ่ สามัคคไี มร่ ้าวฉาน
ยิม้ แยม้ เยือกเย็น ตลอดกาล
เยนิ ยอ หม่ันเยย่ี มเยียนและยนิ ยอม

26

ใบงาน 3.1
เรอ่ื ง กิจการของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ

ช่อื ...............................................นามสกุล.......................................เลขที่..............ชั้น................

ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวัง : เพื่อให้ลกู เสือมีความรู้เก่ยี วกับกิจกรรมคณะลูกเสอื แห่งชาติ
คาส่งั : ให้ลูกเสอื หมนุ เวียนเข้าฐานตา่ งๆ พร้อมสรุปเนอื้ หาตามแบบสรุปผลการศึกษาตามฐาน ความรู้
คาชแี้ จง 1. แบง่ ลูกเสอื เปน็ กลุ่ม 4 กล่มุ

2. แบ่งฐานความรู้ 4 ฐาน คือ
ฐานที่ 1 เร่อื งคณะลกู เสอื แห่งชาติ วัตถุประสงค์ และสภาลูกเสือไทย
ฐานที่ 2 เรื่องคณะกรรมการบริหารลกู เสือแหง่ ชาติ
ฐานท่ี 3 เรอ่ื งคณะกรรมการบริหารลูกเสือจังหวัด และเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา
ฐานที่ 4 เรอื่ งผู้บังคับบัญชาลกู เสือ และผตู้ รวจการลูกเสอื

27

ใบงาน 3.2

เรือ่ ง กิจการของคณะลูกเสอื แห่งชาติ

ชื่อ...............................................นามสกุล.......................................เลขท.ี่ .............ช้นั ................

ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั : เพ่อื ให้ลกู เสอื มคี วามรเู้ กี่ยวกับกจิ กรรมคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ
คาชแี้ จง ให้ผู้เรียนนําโครงสร้างของคณะลูกเสือแห่งชาติตามรูปภาพข้างล่างนี้ แล้วศึกษาค้นคว้าดูว่าในป๎จจุบัน
ประเทศไทยมใี ครบา้ งดํารงตาํ แหนง่ ตามแผนภมู ขิ า้ งล่างนี้

28

บันทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
ปัญหาทพ่ี บ
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแกป้ ญั หา
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................

29

แผนการจัดการเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการที่ 3 หน่วยที่ 4
จานวนชัว่ โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กิจกรรมลูกเสอื วิสามญั 1
ชื่อหนว่ ย/เรอ่ื ง ประวตั กิ ารลกู เสอื วิสามัญ

แนวคิด

การลกู เสือวสิ ามัญเป็นการจดั กจิ กรรมเพ่อื เยาวชน คนร่นุ หน่มุ สาว ใหม้ ีความรู้ ความสามารถสงู ขึน้ กวา่ ลกู เสอื
ในวยั ต่างๆ ท่ีผา่ นมา จึงจําเป็นที่จะตอ้ งมคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั ประวัตกิ ารลูกเสือวสิ ามัญโลก และประวตั กิ าร
ลูกเสือวสิ ามญั ในประเทศไทย

ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง

1. บอกประวตั ิการกําเนดิ ลูกเสือวิสามัญโลกได้
2. บอกประวัตกิ ารกาํ เนิดลูกเสอื วสิ ามญั ในประเทศไทยได้
4. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผูส้ าํ เร็จการศกึ ษา
3. สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ท่ีครสู ามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเร่ือง

3.1 ความมมี นุษยสัมพันธ์
3.2 ความมีวนิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซ่อื สัตยส์ จุ ริต
3.5 ความเช่ือมั่นในตนเอง
3.6 การประหยัด
3.7 ความสนใจใฝรุ ู้
3.8 การละเว้นส่ิงเสพติดและการพนนั
3.9 ความรักสามัคคี
3.10 ความกตญั ํูกตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบัติตนตามระเบียบวินัย คาํ ปฏิญาณและกฎของลกู เสือวิสามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทักษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพิเศษของลกู เสอื
3. บาํ เพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณ์ตา่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเปน็ ผนู้ าํ ผู้ตามและกระบวนการกลุม่ ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมลกู เสือวิสามญั

30

สาระการเรยี นรู้

1. กําเนดิ ลูกเสือวิสามญั โลก
2. กําเนิดลูกเสือวิสามญั ในประเทศไทย

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนาเขา้ สู่บทเรียน

1. ครูผู้สอนเล่าถึงการดําเนินการของลูกเสือวิสามัญ เป็นการจัดกิจกรรมเพ่ือเยาวชนคนรุ่นหนุ่มสาว
ทม่ี คี วามรู้ความสามารถในการทาํ กิจกรรมท่ีสงู ขึน้ กวา่ ลูกเสอื ในวยั ที่ผา่ นมา ลูกเสือวิสามัญเป็นลูกเสือประเภทหน่ึงที่อยู่
ในขบวนการลูกเสือ ซ่ึงนับว่าเป็นระยะสุดท้ายของการเป็นลูกเสือ เพราะเยาวชนที่เข้าสมัครเป็นลูกเสือวิสามัญ เป็น
เยาวชนท่ีอยู่ในวัยหนุม่ สาว ซ่ึงมีอายุตั้งแต่ 16-25 ปี หรือกําลังศึกษาเล่าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือระดับ
อาชีวศึกษา เม่ือเขาเหล่านั้นพ้นเกณฑ์กําหนดตามวัยและการศึกษาแล้ว เขาเหล่านั้นก็จะออกไปเป็นพลเมืองที่ดีของ
ประเทศชาตติ อ่ ไปในอนาคต

2. ผู้เรียนบอกจดุ มุ่งหมายของการฝึกอบรมลกู เสอื วสิ ามัญ ดงั น้ี
2.1 การฝกึ อบรมเยาวชนให้มีความรู้ ความสามารถ มคี วามประพฤติดี เป็นพลเมืองดีของชาติในอนาคต

สืบต่อเนื่องมาจากการเปน็ ลูกเสือสํารอง ลูกเสือสามญั และลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ตามลําดับ แต่ให้มีขอบข่ายกว้างย่ิงขึ้น
ให้เหมาะสมกบั วยั ของลูกเสอื วิสามญั

2.2 สง่ เสรมิ ใหม้ อี าชพี และบรกิ ารแกช่ มุ ชน การฝกึ อบรมลกู เสอื วิสามัญเปน็ การฝกึ อบรมเด็กวัยรุ่น โดย
พยายามชว่ ยให้เดก็ ไดน้ ําเอาอุดมการณข์ องคาํ ปฏิญาณมาใชใ้ นชวี ิตประจาํ วนั

ขน้ั สอน

3. ครูผู้สอนอธิบายกําเนิดลูกเสือวิสามัญโลกและกําเนิดลูกเสือวิสามัญในประเทศไทย โดยเปิดวีดีทัศน์ให้
ผเู้ รียนดู โดยสรปุ ได้วา่ ท่านลอรด์ เบเดน เพาเวลล์ (บ.ี พ.ี ) ไดน้ ําลกู เสือรุน่ แรก จํานวน 20 คน จากเด็กหลายอาชีพไปอยู่
คา่ ยพักแรม ท่เี กาะบราวน์ซี เมอื่ ปี ค.ศ.1970 เป็นครั้งแรก และถอื ว่าเป็นการกําเนดิ ลกู เสอื โลก ต่อมา บี.พี. จึงได้เขียน
หนังสือ “การลูกเสือสาหรับเด็กชาย” (Scouting for Boys) ขึ้น ทําให้การลูกเสือเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้
พฒั นาขนึ้ อยา่ งกา้ วหน้าตามลําดับ

4. ผู้เรยี นสรุปเน้ือหาจากการดูวีดีทัศน์ว่ากิจการลูกเสือวิสามัญกําเนิดขึ้นในประเทศไทยเป็นคร้ังแรก เม่ือ
วันท่ี 5 กุมภาพันธ์ 2506 โดยการเร่ิมของ อาจารย์อภัย จันทวิมล ซ่ึงในขณะนั้นดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวง
ศึกษาธกิ าร และเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ได้เชิญอธิบดี รองอธิบดี อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่
และข้าราชการในกรมอาชีวศกึ ษามาปรกึ ษาหารือเกย่ี วกบั การจดั ต้ังกองลูกเสอื วสิ ามญั ในวิทยาลัย และในโรงเรียนสังกัด
กรมอาชีวศึกษา และได้จดั ตัง้ กองลกู เสือวสิ ามญั ขึ้นในวนั ท่ี 18 มนี าคม 2506 เปน็ กองลกู เสอื ส่วนกลาง จํานวน 2 กองๆ
ละ 32 คน จึงถือได้ว่า วันท่ี 18 มีนาคม 2506 เป็นวันกําเนิดลูกเสือวิสามัญในประเทศไทย และมีการเปิดการ
ฝึกอบรมวิชา ผู้กํากับลูกเสือวิสามัญ ข้ันความรู้เบื้องต้น (B.T.C.) ข้ึน ณ บริเวณเกาะลอย สวนลุมพินีเป็นเวลา 3 วัน
โดยมีอาจาย์ใหญ่ ครูใหญ่ และอาจารยท์ ่ีได้รับการคัดเลอื กจากโรงเรียนประเภทอาชวี ศึกษาจาํ นวน 22 โรงเรียนๆ ละ 3

31

คน รวม 66 คน เข้ารบั การฝึกอบรม ได้ทําพธิ ีสาํ รวจตนเองทวี่ ัดสระเกศราชวรวหิ าร และกลับไปทําพิธปี ระจํากองที่เกาะ
ลอย สวนลมุ พินี

5. ครผู ูส้ อนสาธิต (Demonstration) การเขียนโครงการ ซึ่งเป็นวิธีสอนท่ีช่วยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์
ตรง เห็นส่ิงท่ีเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ทําให้เกิดความเข้าใจและจดจําในเรื่องที่สาธิตได้ดีและนาน โดยก่อนเขียนควร
คํานึงถงึ ความสาํ คัญและความเป็นไปไดข้ องโครงการดว้ ย

6. ผู้เรียนเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participation) มีความรับผิดชอบในการเรียน มีส่วนร่วมกับคนอื่น ๆ มี
ความรูส้ กึ กวา่ ตนเองมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมในหอ้ งเรียนให้มากทส่ี ุดเทา่ ทจี่ ะทาํ ได้ แต่จะมีส่วนร่วมน้อยในกิจกรรมที่ไม่ได้
อยใู่ นแนวทางของวชิ าท่เี รียน

7. ให้ลูกเสอื แบ่งกลมุ่ ศกึ ษาหัวข้อดงั ตอ่ ไปน้ี
กล่มุ ที่ 1 ประวตั ิการกาํ เนดิ ลูกเสอื โลก เมอ่ื ทําการศกึ ษาแล้วคัดเลอื กผ้แู ทน นาํ เสนอให้เพื่อนได้ฟง๎
กลุ่มท่ี 2 ประวตั กิ ารกําเนิดลูกเสือไทย เมอ่ื ทําการศึกษาแลว้ คดั เลือกผ้แู ทน นาํ เสนอให้เพ่อื นไดฟ้ ๎ง
กลมุ่ ที่ 3 สญั ลกั ษณ์งานชุมนมุ ลกู เสอื วิสามญั ของไทยต้งั แต่ครง้ั ที่ 1- ปจ๎ จุบนั แล้วจดั แสดงนิทรรศการ

ใหเ้ พ่อื นไดช้ ม
กลุ่มที่ 4 สัญลักษณง์ านชุมนมุ ลูกเสอื แห่งชาตขิ องไทยตงั้ แต่คร้งั ที่ 1- ป๎จจุบัน แลว้ จัดแสดงนทิ รรศการ

ให้เพ่อื นได้ชม

ข้นั สรปุ และการประยุกต์

8. ให้สรุปประวัติลูกเสือวิสามัญที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แล้วนําไปกําหนดข้ันตอนการวิเคราะห์ และ
ประเมินผลแล้วบันทกึ การสํารวจดังนี้ -ป๎ญหาที่พบ

- การปรบั ปรงุ /แกไ้ ขปญ๎ หา
- ผลการปรบั ปรุง/แกไ้ ข

สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น วิชา 2000-2001 กิจกรรมลูกเสือวสิ ามญั 1 ของสาํ นักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ส่ือแผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กิจกรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็คชอื่
3. แผนจดั การเรยี นรู้

32

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เครอื่ งมอื วดั ผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

1. ใบงาน เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมลูกเสอื เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
6. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
7. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ

ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

***ลกู เสอื วิสามญั เล่นเกม แต่งนทิ าน ดังน*ี้ ***
1. วตั ถุประสงคข์ องเกม

 เพอ่ื ฝึกให้ผู้เล่นร้จู ักการแบ่งหน้าทก่ี ัน

 เพ่ือฝึกใหผ้ ้เู ล่นใช้ความคิด และแสดงออกเร่อื งของความคิดเห็น ฝึกความว่องไวและไหวพรบิ
2. จานวนผู้เล่น

 ต้งั แต่ 10 คนขึน้ ไป

33

3. การจัดกลุ่มการเล่น

 จัดเปน็ หม่ๆู ละ 8–10 คน
4. กติกา

 ผเู้ ล่นเขยี นประโยคคนละ 1 ประโยคโดยไมค่ ยุ กัน ในเวลาท่ีผนู้ ําเกมกาํ หนด กลุ่มใดแต่งนิทาน
ไดด้ ี โดยแต่ละประโยคมีความสัมพนั ธ์เป็นเรอื่ งเดยี วกันอย่างเหมาะสม กลมุ่ นัน้ เปน็ กลุม่ ทีป่ ระสบผลสําเรจ็

5. วธิ เี ลน่

5.1 ผู้นาํ เกมให้ผ้เู ล่นเข้าแถวเรียงหน่ึงโดยหัวแถวอยทู่ ีเ่ สน้ เริม่ โดยห้ามไม่ใหค้ ุยกัน
5.2 ผู้นาํ เกมนาํ กระดาษและปากกา วางไว้บนเก้าอ้ีให้ตรงกับแถวโดยห่างจากผู้เล่นประมาณ 5-6
เมตร หรอื พอเหมาะกบั พืน้ ที่
5.3 ผู้นาํ เกมกาํ หนดเวลาเลน่ 3 นาที
5.4 ผู้นําเกมให้สัญญาณเริ่มเล่น ผู้เล่นคนแรกของแต่ละแถวว่ิงไปที่เก้าอ้ี เขียนประโยคคนละ 1
ประโยค โดยใชป้ ากกา และกระดาษที่เตรยี มไว้ เสรจ็ แล้วให้วิ่งกลับไปท่ีแถว แตะมือคนท่ี 2 แล้วว่ิงไปต่อท้ายแถว คน
ต่อไปกว็ ง่ิ มาเขยี นต่อประโยค ทําเช่นน้จี นถึงคนสุดทา้ ย ซ่งึ คนสุดทา้ ยไม่ต้องแต่งประโยคแต่จะต้องเป็นคนต้ังช่ือเร่ืองว่า
เป็นช่ือเร่ืองอะไร
5.5 เสรจ็ สิน้ เวลาที่กําหนด 3 นาที ผนู้ าํ เกมให้ผู้เล่นอ่านนิทานของแต่ละกลุ่มให้เพ่ือนๆ ฟ๎งกลุ่มใด
แต่งไดด้ เี ปน็ กลมุ่ ที่ประสบผลสําเรจ็
****ลูกเสอื วสิ ามัญเลา่ นทิ านดังน้ี***

นทิ านเร่ือง หญิงชรากับโถหล้าองุ่น
หญิงชราคนหนึง่ เดินมาพบโถเหล้าองุน่ ทว่ี า่ งเปล่าโถหนึ่งถกู ทิ้งวางอยขู่ ้างถนน กลน่ิ เหลา้
องุน่ ทีย่ ังหลงเหลอื ตดิ อยู่เลก็ น้อยโชยกระทบเข้าจมูก หญงิ ชราจงึ เดินเขา้ ไปหยิบโถเหลา้ องุ่นขน้ึ สดู ดมอย่างเตม็
กาํ ลงั พร้อมหายใจเขา้ ปอด ดว้ ยความสดชนื่ “เออเหนอ...” หญิงชรารําพึงกับตนเอง แม้แต่โถเปลา่ ยังใหค้ วาม
หอมถึงเพียงน้ี ถ้ามีเหลา้ องุ่นบรรจอุ ย่จู ะหอมหวานสักเพยี งใด
นทิ านเรอื่ งนส้ี อนใหร้ วู้ า่ ผูท้ ่ีสรา้ งคุณงามความดีเอาไว้แม้จากโลกนีไ้ ปแล้วก็ยังมคี ณุ คา่ ที่ใครๆ ต่างระลกึ
ถึงเหมือนดงั เหลา้ องนุ่ ทที่ ้ิงกล่นิ อันหอมหวานไวใ้ นโถ.

เพลง ดวงใจ (บรุ งกากา)
ดวงใจใฝฝุ ๎นถงึ คณุ

ดวงใจหมายปองครองคณุ
ดวงใจ ไมเ่ คยคิดลืมคณุ
เพราะรักคณุ รกั คุณ จรงิ ใจ
รักคณุ รกั คุณ รักคณุ รักสดุ ใจ
รกั คุณ รกั คุณ รักคุณรักสดุ ใจ
รกั คณุ รกั คณุ รักคุณรักสดุ ใจ
ไมเ่ คยรกั ใครเทา่ คุณ

34

ใบงานที่ 4.1

เรือ่ ง ประวัตลิ ูกเสือวสิ ามญั
ช่ือ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท่.ี .............ชน้ั ................

ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวงั : เพื่อให้ลูกเสือวิสามัญได้ทราบประวัติความเป็นมาของลูกเสือวิสามัญโลกและประวัติ
ความเป็นมาของลูกเสอื วิสามัญของไทย

คาสั่ง ใหล้ กู เสอื แบง่ กลุม่ ศกึ ษาหวั ข้อดังตอ่ ไปน้ี
กลุ่มที่ 1 ประวัตกิ ารกาํ เนดิ ลูกเสือโลก เมอื่ ทําการศึกษาแล้วคัดเลอื กผู้แทน นําเสนอให้เพอ่ื นได้ฟง๎
กลุ่มท่ี 2 ประวัตกิ ารกําเนดิ ลูกเสอื ไทย เม่อื ทําการศึกษาแล้วคดั เลือกผแู้ ทน นําเสนอให้เพอ่ื นไดฟ้ ๎ง
กลมุ่ ที่ 3 สญั ลักษณ์งานชุมนุมลูกเสือวิสามัญของไทยตั้งแต่ครั้งที่ 1- ป๎จจุบัน แล้วจัดแสดงนิทรรศการให้

เพอ่ื นไดช้ ม
กลมุ่ ท่ี 4 สัญลักษณ์งานชุมนมุ ลูกเสอื แหง่ ชาตขิ องไทยตั้งแต่คร้ังที่ 1- ป๎จจุบัน แล้วจัดแสดงนิทรรศการให้

เพ่ือนได้ชม

35

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
ปัญหาทพี่ บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................

36

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการที่ 4 หนว่ ยที่ 5
จานวนชั่วโมง 2 ช.ม.
รหัสวิชา 20000-2001 กิจกรรมลกู เสือวิสามญั 1
ชอ่ื หน่วย/เร่ือง บทบาทของนายหมู่ลกู เสอื วิสามัญ

แนวคิด

ในกลมุ่ สังคมไม่ว่าจะมขี นาดเล็กหรอื ขนาดใหญ่เพียงใดก็ตาม จะตอ้ งมีผูน้ ํากลุ่มเพื่อเป็นผูป้ ระสานงานและ
ตัดสินใจดาํ เนนิ การอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ กจิ กรรมลูกเสือก็เชน่ กนั ในหมู่หน่งึ ๆ ของลกู เสอื จะต้องมีนายหม่เู ปน็ ผ้นู าํ และมี
บทบาทเปน็ ผู้นํากลมุ่ ในการทํากจิ กรรมต่างๆ เพอื่ ใหป้ ระสบผลสําเรจ็ ตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย ใหเ้ ข้าใจระบบหมู่ การแบ่ง
หนา้ ท่ภี ายในหมู่ ภารกจิ ของนายหมู่ การประชุมคณะกรรมการประจาํ กอง

ผลการเรียนร้ทู คี่ าดหวัง

1. บอกความหมายและวัตถปุ ระสงค์ของระบบหมไู่ ด้
2. บอกบทบาทของนายหมู่ลกู เสือวิสามัญได้
3. แบง่ หนา้ ท่ีภายในหมูข่ องตนเองได้
4. ดาํ เนนิ การประชุมคณะกรรมการกองและหมลู่ กู เสอื วิสามญั ได้
5. บอกขัน้ ตอนของการวางแผนกําหนดการได้
6. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผ้สู าํ เรจ็ การศกึ ษา

สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรอื่ ง
6.1 ความมีมนุษยสมั พันธ์
6.2 ความมวี ินัย
6.3 ความรับผดิ ชอบ
6.4 ความซอื่ สัตย์สุจริต
6.5 ความเชอื่ ม่ันในตนเอง
6.6 การประหยัด
6.7 ความสนใจใฝรุ ู้
6.8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนัน
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตัญํูกตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบตั ิตนตามระเบยี บวนิ ยั คําปฏิญาณและกฎของลกู เสือวิสามญั
2. วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทักษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บําเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและท้องถิ่นในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเปน็ ผ้นู าํ ผู้ตามและกระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมลกู เสอื วสิ ามัญ

37

สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายและวตั ถุประสงค์ของระบบหมู่
2. บทบาทของนายหมลู่ กู เสือวิสามัญ
3. การแบง่ หน้าทภ่ี ายในหมู่
4. การประชุมคณะกรรมการกองลูกเสอื วสิ ามญั
5. การวางแผนกาํ หนดการ

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น

1. ครูผู้สอนทบทวนการเรียนวิชาลกู เสือวชิ ามัญ และกล่าวถงึ ระบบหมู่ เป็นวิธีการท่ีใช้เพื่อการฝึกให้ลูกเสือ
ได้มโี อกาสพัฒนาตนเองในดา้ นตา่ งๆ โดยใหม้ ีการเลือกลูกเสอื คนใดคนหน่งึ ในหมู่ขึ้นมาเป็นนายหมู่ ทําหน้าท่ีในการวาง
แผนการปฏิบตั ิงานรวมทงั้ ประสานงานระหว่างบุคคลภายในหมู่ ในหมู่หน่ึงๆ จะประกอบด้วยลูกเสือจํานวนอย่างน้อย
4-6 คน รวมทัง้ นายหมู่และรองนายหมูด่ ว้ ย

2. ครผู สู้ อนกล่าวให้ความรเู้ พมิ่ เติมว่าเมื่อมีคนเข้ามาอยู่รว่ มกันเปน็ กลุ่ม เปน็ คณะเพือ่ ดําเนนิ กจิ กรรมใดๆ ก็
ตาม ส่งิ ที่จะต้องเกิดขน้ึ ในกลมุ่ คือ การมผี นู้ าํ และเกดิ ผู้ตามขนึ้ ทั้งน้ีเพราะจะต้องมีผู้พากล่มุ ดําเนนิ กิจกรรมได้ตรงตาม
วตั ถปุ ระสงค์ นอกจากน้ใี นกลุ่มกจ็ ะตอ้ งมีการกาํ หนดกฎระเบยี บขนึ้ มาควบคมุ ให้ผูท้ ่ีเป็นสมาชกิ ไดย้ ดึ ถือปฏิบตั เิ พื่อ
ความเรยี บร้อย กจิ กรรมลกู เสอื เป็นขบวนการทม่ี ีการจัดใหป้ กครองกันในระบบหมู่ ซงึ่ เปน็ การปลกู ฝง๎ ใหเ้ ยาวชนรู้จักการ
อยู่รว่ มกบั ผู้อื่นได้ รู้จกั บทบาทหน้าที่ของตนรวมทัง้ ร้จู กั พฒั นาตนเองและสงั คมให้เจริญกา้ วหนา้

3. ผ้เู รยี นยกตวั อย่างวัตถุประสงค์ของการจดั ระบบหมู่ ดังน้ี
3.1 เพอื่ ฝึกอบรมลกู เสอื ใหร้ จู้ กั รบั ผิดชอบในการปฏบิ ัตงิ านที่ได้รบั มอบหมาย
3..2 เพ่อื ให้ลกู เสอื ได้บาํ เพ็ญตนเพ่อื ประโยชน์สว่ นรวม โดยให้ร้จู กั เสยี สละประโยชนส์ ่วนตน
3.3 เพือ่ ใหล้ กู เสือเกิดความรัก และมีความสามัคคภี ายในหมคู่ ณะ
3.4 เพ่ือใหล้ กู เสือรวู้ ่า ตนเองเป็นส่วนหน่งึ ของหมู่คณะ และมีความผูกพนั กับหมู่คณะของตน
3.5 เพ่อื ฝึกใหล้ กู เสอื รู้จกั ปรบั ปรงุ ตนเองให้เขา้ กบั สังคม
3.6 เพื่อฝกึ ใหล้ กู เสือมีความเชอ่ื ม่ันในตนเอง กล้าพูดกล้าแสดงความคดิ เหน็ รจู้ ักรับฟ๎งและเคารพความ

คิดเห็นของผู้อ่นื
3.7 เพ่ือฝึกอบรมใหล้ กู เสอื เรยี นรู้วถิ ชี ีวิตแบบประชาธปิ ไตย

ขัน้ สอน

4. ครผู สู้ อนอธบิ ายความหมายและวัตถุประสงคข์ องระบบหมู่ รวมท้ังบทบาทของนายหมู่ลูกเสอื วิสามัญ
5. ครูผูส้ อนอธิบายและสาธติ (Demonstration) การแบ่งหน้าที่ภายในหมู่และการประชุมคณะกรรมการกอง
ลกู เสอื วสิ ามัญ โดยใช้รปู ภาพแผนภูมแิ สดงให้ผู้เรยี นดู ซง่ึ ชว่ ยให้ผูเ้ รียนไดร้ ับประสบการณ์ตรง เห็นสิ่งท่ีเรียนรู้อย่างเป็น
รปู ธรรม ทําให้เกดิ ความเขา้ ใจและจดจําในเรือ่ งท่ีสาธิตได้ดีและนาน และครูผ้สู อนเป็นทป่ี รกึ ษาคอยใหค้ ําแนะนาํ

38

6. หลังจากการสาธิตแล้ว ผู้สอนให้ผู้เรียนรายงานสิ่งท่ีได้สังเกตเห็นแลกเปลี่ยนกัน เปิดโอกาสให้ผู้เรียน

ซักถาม ผูส้ อนเตรียมคาํ ถามไว้กระต้นุ ให้ผู้เรยี นคิดด้วยผู้เรียนอภิปรายแลกเปล่ียนความรู้ความคิดท่ีแต่ละคนได้รับจาก

การสาธิตของผสู้ อนและรว่ มกนั สรปุ การเรียนรทู้ ีไ่ ด้รับ

7. ผูเ้ รยี นเรยี นรู้แบบมสี ่วนร่วม (Participation) ซึ่งทําให้ผเู้ รยี นชอบเข้าห้องเรียน มีความรับผิดชอบในการ

เรียน มสี ว่ นรว่ มกบั คนอน่ื ๆ มคี วามรู้สกึ กวา่ ตนเองมีส่วนร่วมในกิจกรรมในห้องเรียนให้มากท่ีสุดเท่าที่จะทําได้ แต่จะมี

สว่ นรว่ มน้อยในกจิ กรรมที่ไม่ได้อยู่ในแนวทางของวชิ าทเ่ี รียน

8. ผู้เรียนปฏบิ ัติกจิ กรรมดงั นี้

กิจกรรมท่ี 1 ให้ลกู เสอื วิสามญั เขยี นสรุปบญั ชรี ายช่อื ผเู้ ขา้ ร่วมประชมุ

รายชือ่ ผเู้ ขา้ ร่วมประชมุ นายหมลู่ กู เสือวิสามัญ คร้ังท่ี ........../............

วันที่ ....... เดือน ..................... พ.ศ. ................. ณ .............................................

ลาดับ ชอ่ื -นามสกลุ ลายเซน็ ตาแหน่ง หมายเหตุ

39

กิจกรรมท่ี 2 ให้ลูกเสือวสิ ามัญเขยี นระเบียบวาระการประชุม

ระเบียบวาระการประชุม คร้งั ท่ี ………./…………..
วันท่ี ......... เดือน ...................... พ.ศ. ................... ณ .......................................

วาระท่ี 1 เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ทราบ (ถ้าม)ี
วาระที่ 2 เร่อื งรบั รองรายงานการประชมุ ครง้ั ที่ ............/..............
วาระที่ 3 เรือ่ งทสี่ ืบเน่ืองจากการประชมุ ครง้ั ก่อน (ถา้ มี)
วาระท่ี 4 เร่อื งจะประชมุ พิจารณา
วาระที่ 5 เร่ืองอ่นื ๆ (ถา้ ม)ี
วาระท่ี 6 นัดหมายการประชุมครง้ั ตอ่ ไป ปดิ ประชมุ

กจิ กรรมที่ 3 ให้ลูกเสอื วิสามญั เขยี นบันทึกรายงานการประชมุ
บันทึกรายงานการประชุมของ ......................

ครั้งท่ี ...............วันท่ี ......... เดือน ............................... พ.ศ. ...............

รายชื่อผูม้ าประชุม
1. …………………………………………………………………………………………
2. …………………………………………………………………………………………
3. …………………………………………………………………………………………

รายช่อื ผไู้ มไ่ ดม้ าประชมุ (ถา้ มี)
………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………….

รายช่อื ผเู้ ข้าร่วมประชุม (หมายถึงผู้เข้าประชุมทไี่ มไ่ ด้เป็นกรรมการ)
………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………….

เปิดประชมุ เวลา ............................. น.
วาระท่ี 1. ...................................................................................................................
วาระท่ี 2. ...................................................................................................................

ปดิ ประชมุ เวลา ............................. น.

(ลงชือ่ )............................................... ผ้จู ดบันทกึ รายงานการประชุม


Click to View FlipBook Version